วิวัฒนาการ ของคอมพิวเตอร์ Start!
กำเนิ ดคอมพิวเตอร์ M T X T F
วิวัฒนำกำรของคอมพิวเตอร์ 1 2 คอมพิวเตอร์ที่เรำใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เป็นผลมำจำกกำรประดิษฐ์คิดค้น 3 เคร่ืองมือในกำรคำนวณซ่ึงมีวิวัฒนำกำรนำนมำแล้ว เร่ิมจำกเครื่องมือใน 4 กำรคำนวณเครื่องแรกคือ \"ลูกคิด\" (Abacus) ที่สรำ้ งข้ึนในประเทศจีน เม่ือ ประมำณ 2,000-3,000 ปีมำแลว้
วิวฒั นำกำรของคอมพิวเตอร์ 1 ในปี พ.ศ.2367 นั กคณิตศำสตร์ชำวอังกฤษ ชำร์ล แบบเบจ (Charles Babbage) ได้ 2 ประดิษฐเ์ ครอ่ื งวเิ ครำะห์ (Analytical Engine) ทีส่ ำมำรถคำนวณค่ำของตรโี กณมิติ ฟังก์ชนั่ ตำ่ งๆ ทำงคณิตศำสตร์ กำรทำงำนแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนทเ่ี ก็บข้อมลู ส่วนคำนวณ และ ส่วนควบคุม ใชร้ ะบบพลังเคร่ืองยนต์ไอนำ้หมุนฟันเฟือง มีข้อมลู อยู่ในบัตรเจำะรู คำนวณ ได้โดยอัตโนมัติ และเก็บข้อมูลในหน่ วยควำมจำรอม (ROM) ก่อนจะพิมพ์ออกมำทำง กระดำษ หลักกำรของ ชำร์ล แบบเบจ นี้ เองที่ได้นำมำพัฒนำสร้ำง 3 เครอ่ื งคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เรำจึงยกย่องให้ ชำร์ล แบบเบจ เป็นบิดำแห่งเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ต่อมำได้มีกำรผลิตเครื่อง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ข้ึ น ม ำ ม ำ ก ม ำ ย ท ำใ ห้ เ ป็ น ยุค เ ร่ิ ม ต้น ข อง ยุ ค คอมพิวเตอร์ โดยสำมำรถแบง่ ออกเป็น 5 ยุค ดังน้ี 4
วิวัฒนำกำรของคอมพวิ เตอร์ M T ชำรล์ แบบเบจ X T บิดำแห่งเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ F
ยคุ ท่ี 1 (The First Generation) ปี ค.ศ. 1951 – 1958 1 คอมพิวเตอรใ์ นยุคแรกนี้ ใชห้ ลอดสุญญำกำศ 2 ในวงจรอิเล็กทรอนิ กส์ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำ 3 ใ ห้ ต้ อ ง ก ำ ร ก ำ ลั ง ไ ฟ ฟ้ ำ เ ลี้ ย ง ว ง จ ร ท่ี มี ป ริม ำ ณ ม ำ ก และทำให้ มีควำมร้อนเกิดข้ึนมำกจึงต้องติดตั้ง เคร่ืองในห้องปรับอำกำศ ควำมเร็วในกำรทำงำน เป็นวินำที เครือ่ งคอมพิวเตอร์มีขนำดใหญ่ สื่อที่ใช้ ในกำรเก็บข้อมลู คือ บัตรเจำะรู ภำษำคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ในกำรเขียนโปรแกรมเพื่อควบคุมกำรทำงำน คือ ภำษำเคร่ืองซ่ึงเป็นภำษำท่ีใช้รหัสเลขฐำนสอง ทำให้เข้ำใจยำก MARK I อปุ กรณ์ : ใชห้ ลอดไฟสุญญำกำศและวงจรไฟฟำ้ 4 หน่ วยวดั ควำมเรว็ : วัดเป็นวินำที ( Second) ตวั อย่ำงภำษำคอมพวิ เตอร์ : ภำษำเครอื่ ง (Machine Language) ตัวอย่ำงเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ : Univac I, IBM 650, IBM 700, IBM 704, IBM 705, IBM 709 และ MARK I
ยุคท่ี 2 (The Second Generation) ปี ค.ศ. 1959 – 1964 1 2 เครอ่ื งคอมพิวเตอรม์ ขี นำดเลก็ ลง กินไฟน้ อยลง รำคำ Honey Well 3 ถูกลง เพรำะมีกำรประดิษฐ์ทรำนซิสเตอร์ข้ึนมำใช้แทน 4 หลอดสุญญำกำศ ทำให้ทำงำนได้เร็วข้ึน ควำมเร็วในกำร ทำงำนเทำ่ กับ 1/103 วนิ ำที (มลิ ลิเซคคัน่ ) และได้ผลลพั ธท์ ี่ ถกู ต้องมำกกวำ่ ใชห้ ลอดสุญญำกำศ ทรำนซิสเตอร์มขี นำด เล็กกว่ำหลอดสุญญำกำศ 200 เท่ำ และได้มีกำรสร้ำงวง แหวนแม่เหล็ก (Magnetic core) มำใชแ้ ทนดรัมแมเ่ หล็ก (Magnetic drum) เป็นหน่ วยควำมจำภำยในซ่ึงใชใ้ นกำร เก็บข้ อมูลและชุดคำสั่ ง ภำษำคอมพิวเตอร์ท่ีใช้เขี ยน โ ป ร แ ก ร ม ใ น ยุ ค ท่ี 2 น้ี คื อ ภ ำ ษ ำ แ อ ส แ ซ ม บ ลี (Assembly) ซ่ึงเป็นภำษำท่ีใชส้ ั ญลักษณ์ แทนคำสั่ งต่ำง ๆ ท ำ ใ ห้ เ ขี ย น โ ป ร แ ก ร ม ไ ด้ ง่ำ ย ก ว่ ำ ภ ำ ษ ำ เ ค รื่ อ ง เ ค ร่ื อ ง คอมพิวเตอรใ์ นยคุ นี้ เชน่ IBM 1620,IBM 401, Honeywell อปุ กรณ์ : ใชท้ รำนซสิ เตอร(์ Transistor) แทนหลอดไฟสญู ญำกำศ หน่วยวัดควำมเรว็ : วัดเป็นมลิ ลวิ ินำที ( Millisecond) ตัวอย่ำงภำษำคอมพวิ เตอร์ : ภำษำแอสแซมบลี (Assembly) , ภำษำฟอรแ์ ทรน (FORTRAN) ตัวอย่ำงเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ : IBM 1620, IBM 1401, CDC 6600, NCR 315 , Honey Well
ยคุ ที่ 3 (The Third Generation) ปี ค.ศ. 1965 – 1970 M UNIVAC เครอ่ื งคอมพิวเตอรท์ ่ีถกู พัฒนำมำใชใ้ นยุคน้ีเปน็ วงจรรวม T หรือ เรียกว่ำ ไอซี (IC : Integrated Circuit) ซ่งึ เป็นวงจร X อเิ ล็กทรอนิกส์ท่ถี ูกบรรจลุ งในแผ่นซลิ ิคอน (silicon) บำง ๆ ที่ T เ รีย ก ว่ำ ซิป ( Chip) ใ น ซิป แ ต่ ล ะ ตั ว จ ะ ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ว ง จ ร อเิ ลก็ ทรอนิกส์หลำยพันตัว จงึ ทำให้คอมพิวเตอร์มขี นำดเล็กลง กวำ่ เดมิ แต่ควำมเรว็ ในกำรทำงำนสงู ข้ึน ควำมเรว็ ในกำรทำงำน เป็น 1/106 วินำท่ี (ไมโครเซคคั่น) กินไฟน้ อยลง ควำมร้อน ลดลงปละประสิ ทธิภำพในกำรทำงำนเพ่ิ มข้ึ น แต่ก่อนท่ี คอมพิวเตอร์จะเป็นวงจรรวม คอมพิวเตอร์จะถูกออกแบบเพ่ือ ใช้กับงำนแต่ละอย่ำง เช่น ใช้ในงำนคำนวณหรือใช้กับงำน ธุรกจิ เมอื่ คอมพิวเตอรถ์ ูกพัฒนำมำใชว้ งจรรวมกส็ ำมำรถใชก้ ับ งำนทซี่ บั ซอ้ นไดม้ ำกข้ึน อุปกรณ์ : ใชว้ งจรแบบไอซี (IC) ซ่งึ เป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ท่ถี กู บรรจุลงในแผน่ ซลิ ิกอน ( Silicon) F ทเี่ รยี กว่ำ Chip หน่ วยวดั ควำมเรว็ : วัดเป็นไมโครวินำที ( Microsecond) ตวั อยำ่ งภำษำคอมพิวเตอร์ : COBOL , PL/1 , RPG , BASIC ตัวอย่ำงเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ : IBM 360 , CDC 3300 , UNIVAC 9400 BURROUGH 7500 , PDP1
ยุคท่ี 4 (The fourth Generation) ปี ค.ศ. 1971 M ในยคุ น้ีได้มกี ำรพัฒนำเอำวงจรรวมหลำย ๆ วงจรมำรวมเป็นวงจรขนำดใหญ่ เรียกว่ำ LSI (Large Scalue T Integrated) ลงในซปิ แตล่ ะอัน บรษิ ัทอินเทล (Intel) ไดส้ รำ้ งไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) ซง่ึ เป็นซปิ 1 อัน ทป่ี ระกอบดว้ ยวงจรทง้ั หมดทตี่ อ้ งใชใ้ นกำรประมวลผลโปรแกรม ไมโครโปรเซสเซอรซ์ ปิ ทใี่ ชใ้ นเครอ่ื งพีซี (PC : Personal Computer) มีขนำดกระทัดรัดประกอบด้วยส่วนประกอบของ ซีพียู (CPU) 2 ส่ วน คือ หน่ วย ควบคมุ (Control Unit) และหน่วยคำนวณและตรรก (Arithmetic / Logic Unit) ปัจจุบันได้มีกำรสรำ้ งวงจรอิเล็กทรอนิกส์หลำยหมื่นวงจรรวมอยใู่ นซปิ เดยี ว เป็นวงจร LSI (Large Scalue X Integrated) และ VLSI (Very Large Scale Integrated) ในยุคนี้ ได้มีกำรสรำ้ งเครอื่ งคอมพิวเตอรท์ ้งั ขนำดเล็ก T ขนำดกลำง และขนำดใหญ่ ได้แก่ ไมโครคอมพิวเตอร์ มินิ คอมพิวเตอร์ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ และซุปเปอร์ F คอมพิวเตอร์ โดยเฉพำะเครอ่ื งไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับควำมนิ ยมมำกเพรำะมีขนำดเล็ก กระทัดรัดและรำคำถูก แต่มีประสิ ทธิภำพเพ่ิมข้ึน ทำงำนเรว็ ข้ึน ควำมเร็วในกำรทำงำนเป็น 1/109 วินำที (นำโนเซคค่ัน) และ 1/1012 วินำที (พิโคเซคคัน่ ) นอกจำกน้ีวงจร LSI ยังได้ถูกนำไปใชก้ ับเครอื่ งคอมพิวเตอรข์ นำดใหญเ่ ป็นกำรลด คำ่ ใชจ้ ่ำย พรอ้ มกบั เพ่ิมประสิทธภิ ำพในกำรทำงำน อุปกรณ์ : ใชร้ ะบบ LSI ( Large Scale Integrated ) ซง่ึ เป็นวงจรทปี่ ระกอบดว้ ยทรำนซสิ เตอร์หลำย พันตวั และตอ่ มำได้รบั กำรพัฒนำปรบั ปรุงเป็น VLSI ซ่งึ ก็คอื Microprocessor หรอื CPU หน่วยวดั ควำมเรว็ : วดั เป็นนำโนวินำที ( Nanosecond) และพิโควินำที (Picosecond) ตวั อย่ำงภำษำคอมพิวเตอร์ : ภำษำปำสคำล (PASCAL) , ภำษำซี (C) ตัวอย่ำงเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ : IBM 370
ยคุ ที่ 4 (The fourth Generation) ปี ค.ศ. 1971 M เ นื่ อ ง จ ำ ก ก ำ ร เ พ่ิ ม ค ว ำ ม จุ ข อ ง ห น่ ว ย บั น ทึ ก ข้ อ มู ล ส ำ ร อ ง IBM 370 T น่ีเอง ซอฟต์แวรช์ นิ ดใหม่ได้พัฒนำข้ึน เพ่ือให้สำมำรถเกบ็ รวมรวบและ X บันทึกแก้ไขข้อมูลจำนวณมหำศำลท่ีถูกจัดเก็บไว้ น่ั นคือ ซอฟร์แวร์ T ฐำนข้อมูล (Data base ) นอกจำกนี้ ยังมีกำรถือกำเนิ ดข้ึนของเครือ่ ง F ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ส่ ว น บุ ค ค ล ใ น ปี 1 9 7 5 คื อ เ ค รื่ อ ง Altair ซ่ึ ง ใ ช้ ชฟิ intel 8080 และถัดจำกนั้ นก็เป็นยุคของเครือ่ ง และ ตำมลำดับ ใน ส่ วนของซอฟต์แวรก์ ไ็ ด้มีกำรพัฒนำให้เป็นมิตรกับผู้ใช้ มีขนำดใหญ่และ ซับ ซ้อ น ม ำ กข้ึ น เรื่อ ย ๆ รว ม ท้ั งมีกำรน ำ เทค นิ ค ต่ำ ง ๆ เช่น OOP (Object-Oriented Programming) และ Visual Programming มำเป็น เครอื่ งมือชว่ ยในกำรพัฒนำ กำรพั ฒนำท่ีสำคั ญอื่นๆในยุคที่ 4 คือกำรพัฒนำเครื่อข่ำยคอ มพิวเตอร์ควำมเร็วสูง ทำให้ คอมพิวเตอร์สำมำรถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนกันได้ โดยกำรใช้งำนภำยในองค์กรนั้ น ระบบเครือข่ำย ท้องถ่นิ (Local Area Networks) ซง่ึ นิ ยมเรียกว่ำ แลน (LANs) จะมีบทบำทในกำรเช่อื งโยงเคร่ืองนั บรอ้ ย เข้ำด้วยกันในพื้นที่ห่ำงไกลกันนั ก ส่ วนระบบเครอื่ งข่ำยระยะไกล ( Wide Area Networks ) หรือ แวน (WANs) จะทำหน้ำทเี่ ชอื่ มโยงเครอื่ งคอมพิวเตอรท์ ีอ่ ย่หู ่ำงไกลคนละซกี โลกเข้ำดว้ ยกัน
ยคุ ที่ 5 (The Fifth Generation) ตัง้ แตป่ ี ค.ศ. 1980 - 1989 1 ในยุคท่ี 4 และยุคท่ี 5 ก็จัดเป็นยุคของคอมพิวเตอร์ใน 2 ปัจจุบัน แต่ในยุคที่ 5 น้ี มีกำรใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยกำร จดั กำรและนำมำใชส้ นับสนนุ กำรตัดสินใจของผู้บริหำรจึงเกิด สำขำ MIS (Management Information System) ข้ึน ในปี ค.ศ 1980 ญี่ปุ่นได้พยำยำมท่ีจะสร้ำงเคร่ืองคอมพิวเตอร์ให้สำมำรถคิดและ ตัดสิ นใจได้ 3 เอง โดยสรำ้ งเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มี “สติปัญญำ” เพ่ือใช้ในกำรตัดสิ นใจแทนมนุษย์จึงเกิดสำขำใหม่ 4 ข้ึนเรยี กว่ำ สำขำปัญญำประดษิ ฐ์ (AI : Artificial Intelligence) สำขำปัญญำประดิษฐ์เป็นสำขำทเี่ น้ นถึง ค ว ำ ม พ ย ำ ย ำ ม ใ น ก ำ ร น ำ เ อ ำ ก ร ะ บ ว น ก ำ ร ท ำ ง ค ว ำ ม คิ ด ข อ ง ม นุ ษ ย์ ม ำ ใ ช้ ใ น ก ำ ร แ ก้ ปั ญ ห ำ ด้ ว ย ร ะ บ บ คอมพิวเตอร์ นอกจำกน้ี มีกำรต่ืนตัวในกำรจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบฐำนข้อมูล (Database) กำรนำ คอมพิวเตอร์มำใช้กับงำนทำงด้ำนกรำฟิก และมีกำรพัฒนำซอฟต์แวร์ (Software)เพื่อใช้กับงำนเฉพำะ อย่ำง เชน่ งำนกำรเงนิ งำนงบประมำณ งำนบัญชี งำนสตอ๊ กสินค้ำ เป็นต้น
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: