การเป็นผูน้ าในแบบฉบับแอมเวย์ Amway Leadership Technique คุณอรอนงค์ ศริ ริ งั คมานนท์ นักธุรกจิ แอมเวยร์ ะดับมงกฎุ สองผสู้ ถาปนา
ความเปน็ ผูน้ าสาคัญกับธุรกิจแอมเวยอ์ ย่างไร? “คนที่เขา้ มาทาธรุ กจิ แอมเวย์ ต้องรับบทบาทเป็น เจา้ ของธรุ กิจของตัวเอง จึงต้องรูจ้ ักนาตัวเองเป็น” อย่างไรก็ตามในช่วงต้นได้เรียนรมู้ ากทสี่ ดุ จากอพั ไลน์ หลังจากที่เรียนรูม้ คี วามชานาญในระดบั หนึง่ จะสามารถกาหนดความสาเร็จของเราได้ ดว้ ยการจดั การเวลาของเราเอง และสามารถชว่ ยเหลือผคู้ นในองคก์ รให้ประสบความสาเร็จแบบย่งั ยืน
เมอ่ื ไหรท่ ค่ี วรพัฒนาตนเองในเรื่องทักษะความเป็นผ้นู าในธุรกจิ แอมเวย์? “ทันท่ีเราตัดสนิ ใจสรา้ งธรุ กจิ ต้องเรมิ่ ต้นพัฒนาตัวเองทนั ที” ทักษะแรก คอื การแนะนาผลติ ภัณฑ์ โดยเล่าจากความประทบั ใจท่ีมีต่อผลติ ภัณฑ์จริงๆ ซึ่งไมจ่ าเปน็ ต้องพูดเก่ง เพราะเรยี นรดู้ ว้ ยประสบการณข์ องตนเอง ดังน้ันจึงสามารถเล่าและ บอกต่อใหก้ บั ผู้คนไดอ้ ย่างเปน็ ธรรมชาติ ทกั ษะท่ีตามมาอืน่ ๆ ได้แก่ การสปอนเซอร์ การถ่ายทอดทกั ษะตา่ งๆทที่ าในฐานะนกั ธุรกิจให้กับผู้คนในองค์กร “เราได้เตบิ โตจากประสบการณข์ องตัวเอง จงึ สามารถถ่ายทอดให้กบั ผูค้ นให้เป็นเรอื่ งง่ายไได้ ทาใหอ้ งค์กรสามารถเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและยาวนานได้”
คณุ สมบัติที่สาคญั ทสี่ ดุ ของผนู้ าคอื อะไร ในโลกปัจจุบนั คุณสมบตั ิของนักธรุ กิจแอมเวย์ในฐานะผ้นู ามี 4 ข้อ 1. ผ้นู าที่มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (Adaptive Leader) สามารถยดื หยุ่น ตามสถานการณ์ได้ เพราะโลกปัจจบุ ันเปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเรว็ 2. ผนู้ าที่มี EQ (Emotional Quotient) เพราะผู้นาจะตอ้ งทางานรว่ มกับทมี งาน ผูค้ นทีม่ คี วามหลากหลาย ผนู้ าตอ้ งมอี ารมณท์ ี่น่งิ ตอ้ งดูแลสถานการณ์ ของการทางานรว่ มกันของผคู้ นใหเ้ กิดความราบร่นื 3. เปน็ ผู้นาตวั จรงิ (หรอื คนจรงิ ) หมายถึงเปน็ ผู้นาที่จรงิ ใจ ทาทกุ อยา่ งบน ความซ่ือสัตย์ โปร่งใสและถกู ตอ้ งตามกฎจรรยาบรรณ 4. เป็นผู้นาทีมี Growth Mindset หมายถงึ เป็นผูน้ าที่ยินดสี รา้ งงาน อยา่ งตอ่ เนอื่ งและมีความสขุ กับการพัฒนาทกุ ส่ิงทุกอยา่ ง ให้ไปสู่มาตรฐานที่ดขี น้ึ ตลอดเวลา
ผ้นู าในธุรกจิ แอมเวย์ทดี่ ี ควรมีลักษณะแบบใด? ผู้นาที่มี Growth Mindset จะกระตือรอื ร้นที่จะพัฒนาทกุ ส่งิ ทุกอยา่ งให้ดีขนึ้ มีกจิ กรรมที่ เป็นประโยชนต์ ่อการสรา้ งธุรกจิ ใหเ้ ติบโตและไม่หยดุ น่ิง ผูน้ าท่ีมคี วามนา่ นบั ถอื (Respectability) มีอปุ นสิ ยั ส่วนตัวท่ดี งี าม เช่นเป็นคนท่ียึดในความ ถูกตอ้ ง (Integrity) มีความซื่อสัตย์ (Honesty) และมีพนั ธสัญญา (Commitment) ซ่งึ สาคัญมาก สาหรบั ผนู้ า เพราะ Commitment เป็นพนั ธสัญญาของการลงมือทางานจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ผ้นู าทส่ี ามารถสรา้ งทีมและสร้างองค์กรได้ สามารถทางานกบั ผ้คู นที่มีความหลากหลาย เคารพซ่งึ กนั และกัน ผู้นาตอ้ งทาตวั เป็นตวั อยา่ ง (Role Model) ต้องเกดิ จากการทางานจรงิ ๆ ไมใ่ ช่แค่พดู ผู้นา ในธุรกิจแอมเวย์ต้องทางานพ้นื ฐานไปกบั ดาวน์ไลน์ สามารถก้าวขา้ มอปุ สรรคไปพรอ้ มกนั ดาวน์ไลน์ได้
คุณอรอนงค์ เป็นผ้นู าแบบใด ถงึ สามารถพาองค์กรไปสู่ความสาเร็จ การท่ีจะเปน็ ผนู้ าที่จะนาพาองค์กรไปสู่ความสาเร็จทย่ี ่งิ ใหญแ่ ละยัง่ ยนื ต้องปฏิบัตติ นเองในเรื่องของ 5 S Self - Starter เป็นผ้นู าท่ีไมจ่ าเปน็ ต้องมีใครติดตาม เรง่ รัด ต้องรตู้ ัวเองว่า เราจะเริม่ ต้นกจิ กรรมอะไร เมื่อไหรใ่ นแต่ละวัน ไมต่ ้องมีใครมากระตุ้น ต้องเริ่มต้นไดเ้ อง Self - Motivation ผ้นู าเร่ิมตน้ ทาธุรกจิ ใดๆก็ตาม เม่ือพบความทา้ ทายหรอื ปัญหา จะตอ้ งให้กาลงั ใจตัวเองเปน็ ว่า “ไม่เปน็ ไร” ในแตล่ ะเร่ืองราว ทีเ่ กดิ ข้นึ เปน็ ธรรมชาตขิ องธุรกจิ ที่เราอาจจะพบเร่อื งราวท่ีไมส่ มหวงั เชน่ การถูกปฏเิ สธ หรอื ไม่ได้เปน็ ตามเปา้ หมายท่ตี ้ังไว้ ผู้นาต้องกลับมา ต้งั เปา้ หมาย แกป้ ญั หาหรอื เดนิ หนา้ ตอ่ ไปได้อยา่ งมคี วามสขุ
คุณอรอนงค์ เป็นผนู้ าแบบใด ถงึ สามารถพาองค์กรไปสู่ความสาเรจ็ (ต่อ) การที่จะเป็นผู้นาที่จะนาพาองคก์ รไปสคู่ วามสาเรจ็ ทยี่ ่ิงใหญแ่ ละยั่งยนื ต้องปฏิบตั ิตนเองในเรอ่ื งของ 5 S Self - Audit มนษุ ย์เราไม่สมบรู ณ์แบบ มอี ะไรที่เราต้องมาปรบั ปรงุ ได้เสมอ ผ้นู าต้องคอยตรวจสอบตัวเองตลอดเวลา เพราะจะทาใหเ้ ดนิ ไปข้างหนา้ อยา่ งรวดเร็ว Self - Respect การเปน็ ผู้นาที่เข้าใจบทบาทตวั เอง วา่ เรากาลังทาธรุ กิจ ที่มีคุณค่าต่อผู้คนรอบตัวเราและคนในสังคม “ถ้าเรามี Self – Respect ท่ีดี เม่ือเรามองกระจก เราสามารถไหว้ตวั เราเองไดเ้ ลย”
คณุ อรอนงค์ เปน็ ผ้นู าแบบใด ถงึ สามารถพาองค์กรไปสคู่ วามสาเร็จ (ตอ่ ) การที่จะเป็นผูน้ าที่จะนาพาองค์กรไปสคู่ วามสาเรจ็ ทย่ี ่ิงใหญ่และย่งั ยนื ต้องปฏบิ ัติตนเองในเร่อื งของ 5 S Self - Commitment ผูน้ าตอ้ งรจู้ กั สรา้ งพันธสัญญาด้วยตัวเราเองวา่ ถ้าเราจะเป็น คนคนนึงที่สาเรจ็ ในชวี ติ เราจะต้องเปน็ คนลงมอื ทาอยา่ งต่อเน่อื ง สร้างโมเมนตมั ของการสร้างงาน คือการสรา้ งธรุ กิจ บนโครงสรา้ งหลายๆสายพรอ้ มๆกัน “เพราะไมม่ ีใครทีจ่ ะสาเรจ็ ได้ด้วยการรอคนอื่นมาทาใหเ้ รา” ธรุ กจิ แอมเวยค์ อื การจบั มือกันระหวา่ งอัพไลนก์ ับดาวน์ไลน์ ที่จะทาภารกิจของแอมเวย์ให้มีประสิทธภิ าพสูงสุด
วิธกี ารพัฒนาความเปน็ ผนู้ าในธุรกจิ แอมเวย์ทาไดอ้ ยา่ งไรบ้าง? ต้องทาเป็นขนั้ เปน็ ตอน เพราะกาลงั เปลย่ี นคนท่ีไมร่ จู้ ักหรอื ไมค่ ุ้นเคยกบั แอมเวยม์ าเป็นผู้นา 1. เร่ิมต้นดว้ ยการสรา้ งความเช่อื ใหก้ นั คนคนนนั้ ต้องเรยี นรแู้ ละฝึกฝนการใช้สินค้าหรอื ทาความเข้าใจ ในแผนการตลาดอยา่ งลึกซง้ึ จนเช่อื ดว้ ยตัวเองให้เป็นความเชื่อจากภายใน “เม่ือคนคนนงึ เช่ือวา่ ธรุ กิจนเ้ี ปน็ ธรุ กิจท่ตี อบโจทย์ชวี ติ เขา ตอบเหตุผลวา่ ทาไมเขาควรทาอะไร เพิ่มจากชีวติ เดิมไของเขา เขาจะสามารถเริม่ ตน้ เป็นผนู้ าได้” 2. เมอ่ื กา้ วมาเป็นผูน้ า เร่ืองแรกทต่ี อ้ งประสบความสาเร็จคือ การสร้างกลุ่ม ซง่ึ ตอ้ งมี ทักษะการสปอนเซอร์ หรอื การชักชวนและแนะนาผู้คนมาเปน็ สายงาน ... “การสปอนเซอร์เป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สดุ เพราะถา้ สปอนเซอร์ได้องคก์ รกจ็ ะเติบโต”
วธิ กี ารพฒั นาความเป็นผู้นาในธุรกิจแอมเวยท์ าได้อยา่ งไรบ้าง? (ตอ่ ) 3. ผูน้ าตอ้ งเข้าใจภารกิจของงานพนื้ ฐานท่ีเรียกว่า 3S 1M S (Suggestion) – แนะนาสินค้า S (Sponsoring) – พดู เรอื่ งราวของแผนการตลาด S (Service) – บริการดแู ลให้คนในทีมได้รบั ความรู้ ความราบรื่นและมคี วามสขุ ในการทางาน M (Meeting) - รับความรตู้ า่ งๆผ่านการประชุมกลุ่ม 4. ผนู้ าตอ้ งฝึกหัดสามารถถา่ ยทอดเรอ่ื งราว ความเชื่อ ความสามารถในการสปอนเซอร์ ความสาคญั ของการสร้างภารกจิ (3S 1M) ลงไปในทีม “เป็นขั้นสาคัญ เพราะผู้นาใหมไ่ ตั้งแต่ 3% กาลงั เดินเข้าสกู่ ารเป็นผู้นา 21% หรือนกั ธรุ กจิ แอมเวย์ ระดับแพลตินมั ซ่งึ เปน็ ผ้นู าที่เป็นเจ้าของธุรกจิ ตัวจริง”
วิธีการพัฒนาความเป็นผนู้ าในธุรกิจแอมเวยท์ าได้อย่างไรบ้าง? (ตอ่ ) 5. เมอ่ื ประสบความสาเรจ็ เป็นผนู้ าท่ี 21% มหี น้าทช่ี ่วยเหลือผคู้ นทที่ างานกับเรา ให้เติบโตเหมอื นเรา คอื การเปน็ เจา้ ของธุรกิจ จุดน้ี ผนู้ าจะเรมิ่ เตบิ โตจากการเป็น 21% หรอื ระดบั แพลตินัม ไปสกู่ าร เป็นอญั มณี การเป็นผนู้ าในระดบั อญั มณมี ที กั ษะท่ีจาเปน็ คอื การดแู ลผูค้ นให้มคี วามสุข สามารถนาพาฝกึ ฝน ในการทาธรุ กจิ และสอนใหด้ าวน์ไลน์หรือทีมแขม้ แข็ง เป็นตัวของตวั เอง ชว่ ยเหลือให้พวกเขากลายเปน็ ผู้นา และทาอย่างไรใหค้ นจานวนมากๆจากหลากหลายทม่ี าอย่รู วมกนั ในองคก์ รและ ชว่ ยกนั สร้างงานเพ่ือประโยชนข์ องคนร่นุ ตอ่ ๆไป
ทกั ษะใดท่ีผู้นาในธรุ กจิ แอมเวย์ควรมีและควรปฏบิ ัติ 2 เร่ือง ท่คี วรมแี ละต้องปฏบิ ตั ิ การสร้างคอมมวิ นิตีของผรู้ กั สินค้า การสรา้ งคอมมวิ นติ ขี องผู้นา คอื การสะสมผู้คนที่เราได้ไปแนะนาความ คอื การรวมกลุม่ ผ้บู ริโภคท่ีท้ังรักสินคา้ และ ประทับใจท่ีเรามตี อ่ ผลิตภณั ฑน์ นั้ ๆ รกั แผนการตลาด มั่นใจวา่ ถ้าทาธรุ กจิ แอมเวย์ พวกเขาจะกลายเปน็ ผู้นาท่ปี ระสบความสาเร็จได้ หรือเปน็ การสะสมผ้คู นเหล่าน้ี มาสร้างความประทับใจและรจู้ ักว่าการมีชวี ิตแบบ เปน็ เจา้ ของกิจการแบบแอมเวย์เรมิ่ ต้นไม่ยาก
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: