แผนปฏิบัติการ ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2561 . สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 เอกสารลาดบั ท่ี 2/2561 กลมุ่ นโยบายและแผน สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3
คานา แผนปฏิบัติการประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2561 นี้ จัดทาข้ึนโดยความร่วมมือจากทุกกลุ่มงาน ในสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา มีส่วนร่วมในการวางแผนและดาเนินการ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการดาเนินงาน ขับเคล่ือนกลยุทธ์สู่ความสาเร็จตามเป้าหมาย โดยมีสาระสาคัญประกอบด้วยวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ โครงการ กิจกรรม และงบประมาณ ซ่ึงได้ดาเนินการวิเคราะห์ความสอดคล้องของแผนปฏิบัติการประจาปี กับนโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน และนโยบายของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 เพ่อื ให้การพฒั นาคุณภาพการศึกษา ในความรับผิดชอบ มีคุณภาพ เกดิ ประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ลสูงสดุ โดยม่งุ สเู่ ป้าหมายสดุ ทา้ ยคือการพัฒนา ให้นักเรียนไดร้ บั โอกาสทางการศกึ ษาอยา่ งทั่วถึงและมคี ุณภาพเต็มตามศกั ยภาพท่เี ท่าเทยี มกัน ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการจัดทาแผนปฏิบัติการ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ฉบบั น้ี สาเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3
สารบญั หนา้ คานา สว่ นท่ี 1 สภาพปจั จบุ นั ปัญหา และความต้องการในการพัฒนา - สภาพท่วั ไป 1 - ปัญหา อุปสรรค และความต้องการในการพัฒนา 3 สว่ นที่ 2 ทศิ ทางการพัฒนาการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน - นโยบายของรฐั บาล 12 - แผนการศึกษาแหง่ ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) 15 - นโยบายของกระทรวงศกึ ษาธิการ 16 - ทศิ ทางการดาเนินงานของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน 17 - ทิศทางการดาเนินงานของสานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 27 ส่วนที่ 3 โครงการ/กจิ กรรม - สรปุ โครงการตามแผนปฏบิ ตั ิการประจาปีงบประมาณ พ.ศ.25561 29 - รายละเอียดโครงการตามแผนปฏิบตั ิการประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 จดั การศึกษาเพอื่ ความมั่นคง (1) โครงการส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม คณุ ลักษณอ์ ันพึงประสงคแ์ ละ 31 พัฒนาค่านยิ มหลัก 12 ประการ (2) โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรยี นพ้นื ทส่ี งู ในถน่ิ ทรุ กนั ดาร 34 ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 พัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียนและสง่ เสริมการจัดการศกึ ษา เพ่อื สรา้ งขดี ความสามารถในการแขง่ ขัน (1) โครงการพัฒนาการเรยี นการสอนภาษาไทย ปีการศกึ ษา 2561 39 (2) โครงการพัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษาตามหลกั สูตรการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน 42 (3) โครงการพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ระดบั ปฐมวยั 45 (4) โครงการพัฒนาคุณภาพระบบประกันคุณภาพภายใน 49 (5) โครงการพฒั นาระบบการวดั และประเมินคณุ ภาพผเู้ รียนตามหลักสตู รแกนกลาง 52 การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน เพื่อยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน (6) โครงการการทาโครงงานวิทยาศาสตรส์ าหรบั ครูปฐมวัย 57 (บ้านนกั วทิ ยาศาสตรน์ อ้ ยประเทศไทย) (7) โครงการแขง่ ขันทกั ษะทางวชิ าการนกั เรียน “งานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรียนระดบั เขตพื้นท่ี” 61 ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ส่งเสริม สนบั สนนุ การพัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา (1) โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 64 (2) โครงการมทุ ิตาจิตผทู้ เ่ี กษียณอายรุ าชการ 70 ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 ขยายโอกาสการเขา้ ถงึ บริการทางการศกึ ษาและการเรยี นรู้ อยา่ งมคี ณุ ภาพ (1) โครงการเสริมสรา้ งความเขม้ แขง็ และพฒั นากระบวนการระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรียน 73 (2) โครงการเพิม่ โอกาสและสรา้ งความเสมอภาคทางการศกึ ษาใหผ้ เู้ รียน 78 ไดร้ ับการศกึ ษาภาคบงั คับ
สารบญั (ตอ่ ) หนา้ (3) โครงการสง่ เสรมิ และพฒั นากิจกรรมนักเรยี น 83 (4) โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรยี นดใี กลบ้ ้าน (แมเ่ หลก็ ) 89 ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 จัดการศึกษาเพือ่ เสรมิ สรา้ งคุณภาพชวี ิตทเ่ี ปน็ มติ รกับสง่ิ แวดล้อม (1) โครงการพัฒนาโรงเรียนมาตรฐานส่งิ แวดล้อมศกึ ษา 94 (2) โครงการพฒั นาระบบจดั เก็บข้อมูลและบริหารจดั การสารสนเทศทางการศึกษา 98 ยทุ ธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาระบบบริหารจัดการและส่งเสรมิ การมสี ่วนรว่ ม ในการจัดการศกึ ษา 102 (1) โครงการพัฒนาประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจัดการ สานักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา ประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 (2) โครงการจดั ทาแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษา การบริหารงบประมาณ และ 105 การติดตามประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน 112 (3) โครงการขบั เคลื่อนนโยบายการศึกษาสู่การปฏบิ ัติ (4) โครงการพัฒนาระบบบริหาร สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 116 (5) โครงการพฒั นาประสทิ ธภิ าพการประชาสัมพันธ์ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา 123 ประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 (6) โครงการพฒั นาสภาพแวดล้อมสานักงาน และกจิ กรรม 5 ส 127 (7) โครงการรักษาความปลอดภัยดว้ ยการติดตั้งกล้องโทรทัศนว์ งจรปิด (CCTV) 130 (8) โครงการประชมุ เชิงปฏิบัตกิ ารการปฏบิ ัตงิ านในระบบจัดซ้อื จัดจ้าง 133 (9) โครงการประชุมเชิงปฏบิ ัตกิ ารการขอรับเงินบาเหน็จบานาญ 136 สาหรบั ผู้ทีจ่ ะเกษยี ณอายรุ าชการ ภาคผนวก - คาสั่งสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ที่ 230/2560 ลงวันท่ี 2 สิงหาคม พ.ศ.2560 เร่อื งแต่งต้งั คณะกรรมการพจิ ารณางบประมาณ โครงการ และจัดทาแผนปฏิบตั กิ ารประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2561 สานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษา ประถมศึกษาลาปาง เขต 3 - คาสัง่ สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ที่ 242/2560 ลงวันที่ 17 สงิ หาคม พ.ศ.2560 เร่ืองแตง่ ต้งั คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการ/ กิจกรรม เปา้ หมายและตัวชี้วัดโครงการ สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2561 - คาสง่ั สานักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ที่ 277/2560 ลงวันที่ 19 กนั ยายน พ.ศ.2560 เรอื่ งแตง่ ตงั้ คณะกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทาแผนพฒั นาการศกึ ษา และแผนปฏิบัตกิ ารประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2561 สานกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 - คณะผูจ้ ดั ทา
สว่ นที่ 1 สภาพปจั จุบนั ปญั หา และความต้องการในการพฒั นา
ส่วนท่ี 1 สภาพปจั จบุ นั ปัญหา และความตอ้ งการในการพัฒนา 1. สภาพท่ัวไป 1.1 ทต่ี ั้ง สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 เป็นส่วนราชการสังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ทาหน้าที่ส่งเสริม กากับ ติดตามการดาเนินงาน สถานศึกษา ในเขตอาเภอแจ้ห่ม อาเภอวังเหนือ และอาเภอเมืองปาน ตั้งอยู่เลขที่ 359 ตาบลแจ้ห่ม อาเภอแจ้ห่ม จังหวัดลาปาง อยู่ห่างจากจังหวัดลาปางข้ึนไปทางทิศเหนือ ตามเส้นทางถนนสายลาปาง – แจ้ห่ม ประมาณ 54 กิโลเมตร อาคารที่ทาการเป็นอาคารเรียนแบบ 004 สร้าง พ.ศ. 2516 2 ชัน้ 12 ห้อง อาณาเขตตดิ ต่อของสานกั งานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 ทิศเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับจงั หวัดพะเยา , จังหวัดเชียงราย ทิศใต้ มอี าณาเขตติดต่อกบั อาเภอเมอื ง , อาเภอแมเ่ มาะ จงั หวัดลาปาง ทิศตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับจงั หวัดเชยี งราย , จังหวัดเชยี งใหม่ ทิศตะวันออก มอี าณาเขตติดต่อกับอาเภองาว จงั หวัดลาปาง , จังหวัดพะเยา ลักษณะภูมิประเทศ สภาพพ้ืนที่โดยท่ัวไปของสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ประกอบด้วย โรงเรียนในเขตอาเภอแจ้ห่ม อาเภอวังเหนือ และอาเภอเมืองปาน มีพ้ืนท่ีท้ังหมด 3,248.47 ตารางกิโลเมตร สภาพของพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขามีป่าไม้ล้อมรอบ พื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 61 ของพื้นที่ทั้งหมด มีที่ราบลุ่ม บริเวณที่ราบใกล้แม่น้าเป็นบางส่วน มีแม่น้าสายสาคัญไหลผ่าน คือ แม่น้าวัง แม่น้าสอย แม่น้ามอญ แม่น้าปาน และแม่น้าตุ๋ย ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีประชากรจานวน 117,959 คน (ชายจานวน 59,098 หญิงจานวน 58,861 คน) ลักษณะภูมิอากาศ จากลักษณะพื้นที่ของจังหวัดท่เี ปน็ แอง่ คล้ายกน้ กระทะ จึงทาใหอ้ ากาศร้อนอบอา้ วเกือบตลอดปี ฤดูร้อนร้อนจัด และหนาวจัดในฤดหู นาว มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 41.6 องศาเซลเซียส เฉล่ียต่าสุด 10.5 องศาเซลเซียส ปริมาณนา้ ฝนวัดได้ 1,105.0 มิลลเิ มตรตอ่ ปี ลักษณะภูมิอากาศแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เร่ิมประมาณต้นเดือนมีนาคมจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม อากาศจะร้อนอบอ้าวมาก เดือนทมี่ อี ากาศร้อนที่สุดคอื เดือนเมษายน ฤดฝู น เรม่ิ ประมาณกลางเดอื นพฤษภาคม ฤดูหนาว เริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเย็นมาก ช่วงทม่ี ีอากาศหนาวจัดคอื เดอื นมกราคม 1.2 ข้อมูลพน้ื ฐาน โรงเรยี นในสังกดั จานวน 92 โรงเรยี น 2 สาขา - เปิดสอนชน้ั อนบุ าล – ประถมศึกษา 79 โรงเรียน โรงเรยี น - เปิดสอนชัน้ อนบุ าล – ช้ัน ม.ต้น 13
ด้านการปกครอง สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มีพื้นท่ีต้ังอยใู่ นเขตปกครอง ดังน้ี • อาเภอ 3 อาเภอ • ตาบล 20 ตาบล • หม่บู ้าน 197 หมบู่ ้าน • จานวนครัวเรอื น 41,140 ครัวเรอื น • จานวนประชากร 117,959 คน • องค์การบรหิ ารสว่ นตาบล 17 แหง่ • เทศบาลตาบล 6 แห่ง (ขอ้ มลู ณ เดอื นตุลาคม 2560 : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย) ด้านการศึกษา สถานศกึ ษา 96 แหง่ • สถานศกึ ษาของรฐั 92 แหง่ (2 สาขา) • สถานศึกษาของเอกชน - แหง่ • สถานศึกษาของสงฆ์ 2 แห่ง • สถานศึกษาสงั กดั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น 2 แหง่ นกั เรียน 7,029 คน • ระดบั ปฐมวยั 1,514 คน • ระดับประถมศึกษา 4,949 คน • ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น 566 คน (ขอ้ มูล ณ วนั ท่ี 10 มิถนุ ายน 2560) ข้าราชการ 593 คน • ขา้ ราชการครู 559 คน • ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา/ 2 คน รองผู้อานวยการสานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษา • ศึกษานิเทศก์ 4 คน • บุคลากรทางการศึกษาอืน่ ม.38 ค.(2) 28 คน ลกู จ้าง 192 คน • ลูกจา้ งประจา 49 คน • ลูกจ้างชว่ั คราวสานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษา 19 คน • พนกั งานราชการ 19 คน • ครูธุรการ 31 คน • ครรู ายเดอื น ขนั้ วิกฤต 29 คน • ครพู ่ีเล้ยี งเด็กพิการ 24 คน • บคุ ลากรด้านวิทยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์ 21 คน (ข้อมูล ณ เดอื นตุลาคม 2560)
2. ปญั หา อุปสรรค และความต้องการในการพฒั นา การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อม (SWOT) ของสานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 ทงั้ สภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน ปรากฏดงั นี้ การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายใน โดยวเิ คราะห์แบบ 7S S1 : ดา้ นโครงสร้าง ประเดน็ ทีเ่ ปน็ จดุ แข็ง 1. โครงสรา้ งการบริหารสานักงาน กลุม่ เครือข่าย รวมถึงโรงเรียน เปน็ ระบบ 2. โรงเรียนมคี วามพร้อมในการบริหารจดั การ 3. กล่มุ เครือข่ายโรงเรียน ศนู ย์พัฒนาวชิ าการกลุม่ สาระการเรียนรู้ และหน่วยงานอื่น มสี ว่ นร่วม ในการบรหิ ารจดั การศึกษาร่วมกบั เขตพ้นื ที่การศึกษา 4. เขตพื้นที่การศึกษาสามารถบรหิ ารจัดการเป็นไปตามมาตรฐานสานักงานเขตพื้นที่ ดาเนนิ งาน ตามระเบียบกฎหมายทีก่ าหนด มีการกาหนดบทบาท คุณลักษณะ ความรับผิดชอบ มอบหมายงานชดั เจน ประเดน็ ที่เปน็ จดุ อ่อน 1. หน่วยงานภายในเขตพน้ื ที่การศึกษา ขาดความเป็นเอกภาพและไม่เป็นปัจจบุ นั ในการบริหาร ข้อมูล ขาดการประสานงานในการปฏบิ ตั งิ าน 2. เขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาไมส่ ามารถจดั บุคลากรปฏิบตั ิตามมาตรฐานสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษา ไดค้ รบ เนื่องจากการเพิม่ หนว่ ยงานทางการศึกษา ทาให้บคุ ลากรไม่ครบตามกรอบอัตรากาลังที่กาหนด 3. การดาเนนิ งานของศนู ยพ์ ัฒนาวิชาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ ยังไมเ่ ป็นระบบ ขาดบุคลากร ในการขับเคลื่อน ขาดการประสานงาน ขาดการกากบั ตดิ ตาม S2 : ด้านกลยทุ ธ์ของหนว่ ยงาน ประเดน็ ท่เี ป็นจุดแข็ง 1. กาหนดวิสัยทัศน์ พันธกจิ เปา้ ประสงค์ กลยุทธ์ ตัวช้วี ัด ชัดเจน และสอดคล้องกับบริบทของ หนว่ ยงาน ทกุ ฝา่ ยมสี ว่ นรว่ มในการดาเนินการ 2. การจัดทาโครงการ/กจิ กรรม สอดคลอ้ งกับกลยทุ ธ์ของหน่วยเหนือ โดยใช้กระบวนการ มีส่วนร่วมของผู้มีสว่ นเกีย่ วข้อง 3. การวางแผนการจดั การศึกษา เกดิ จากการมสี ่วนร่วมของผ้มู สี ่วนได้ส่วนเสยี 4. กลยทุ ธ์ของเขตพื้นทก่ี ารศึกษามีเป้าหมายที่ส่งถงึ ผ้เู รยี นโดยตรง ประเด็นท่ีเป็นจดุ อ่อน 1. โครงการบางโครงการ ผู้รับผดิ ชอบไม่สามารถดาเนินกจิ กรรมใหบ้ รรลุเปา้ หมายท่ีกาหนด เน่ืองจากมขี ้อจากัดด้านระยะเวลา งบประมาณและกลุ่มเป้าหมาย 2. งบประมาณในการดาเนินงานตามโครงการเพ่ือสนองกลยุทธ์ ไม่เพียงพอต่อการดาเนินงาน 3. การนากลยุทธส์ ูก่ ารปฏิบตั ิ ในบางส่วนยังไม่เป็นไปตามแผนทก่ี าหนดไว้
S3 : ด้านระบบในการดาเนินงานของหนว่ ยงาน ประเดน็ ท่ีเปน็ จุดแขง็ 1. เขตพนื้ ทีก่ ารศึกษามีการกาหนดขั้นตอน แนวทางและคู่มือการปฏบิ ัติงานทีช่ ัดเจน มรี ะบบ การควบคุมภายในทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ รองรับการกระจายอานาจ 2. เขตพื้นทก่ี ารศึกษามีการบริหารจัดการ และมรี ะบบควบคุมดา้ นงบประมาณอยา่ งมีคุณภาพ การใช้จา่ ยเงินเปน็ ไปตามท่กี าหนด 3. เขตพน้ื ที่การศึกษามรี ะบบการสรรหาและคัดเลือกบคุ ลากรทชี่ ัดเจนโปร่งใส ตรวจสอบได้ บรหิ ารอตั รากาลังตามแผนอตั รากาลงั 4. เขตพ้นื ท่ีการศึกษา มีแผนการติดตาม ประเมินผลชัดเจน มปี ฏิทนิ การติดตามท่ีเปน็ ระบบ 5. เขตพ้ืนที่การศึกษาและโรงเรียน ปฏิบัติงานเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบท่ีกาหนดอย่าง เคร่งครดั 6. เขตพ้ืนที่การศกึ ษาและโรงเรยี น มีระบบควบคมุ ใชว้ สั ดุ อปุ กรณอ์ ย่างค้มุ ค่าและเต็มศกั ยภาพ 7. โรงเรยี นมีอาคารสถานทเี่ พียงพอต่อการจดั การศึกษา 8. โรงเรียนมีระบบการประกันคณุ ภาพภายในท่มี ีประสิทธภิ าพ 9. เขตพน้ื ที่การศึกษาและโรงเรยี น มีระบบการตดิ ต่อสอ่ื สารเทคโนโลยสี ารสนเทศทห่ี ลากหลาย สนบั สนุนการดาเนินงาน ประเดน็ ทเี่ ปน็ จดุ อ่อน 1. บุคลากรในโรงเรียน ตวั แทนผู้มสี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ไม่มีส่วนรว่ มในการจดั ทาแผนการใช้จา่ ยงบประมาณ ของเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษา 2. บคุ ลากรในโรงเรียนบางแห่ง ยังไม่ใช้แผนเปน็ เครือ่ งมอื ในการกากบั การใชจ้ ่ายงบประมาณ 3. การใหบ้ ริการข้อมูลสารสนเทศแก่ผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งไม่มีประสิทธภิ าพ 4. ระบบการจดั เก็บข้อมูลหรือคลงั ข้อมลู ของเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา ไมเ่ ปน็ ปจั จุบัน ไมส่ ะดวกตอ่ การใชง้ าน และทันต่อความต้องการใช้ 5. การส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ในหนว่ ยงาน (KM) ขาดการมสี ว่ นรว่ มและไม่มีความต่อเนอื่ ง 6. การติดตามประเมนิ ผล ขาดความต่อเน่ือง ไม่เปน็ ไปตาปฏิทนิ ท่ีกาหนด รวมถึงขาดเคร่ืองมือ ท่ีชัดเจน 7. เขตพ้นื ท่ีการศึกษาและโรงเรียน ไมม่ ีการจัดทาแผนการจดั ซ้ือจดั จ้างตามระเบียบท่ีคณะกรรมการ ตรวจเงินแผน่ ดนิ กาหนด 8. เขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษา ขาดหนว่ ยประสานงานระดับอาเภอในการบรหิ ารงานของเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา S4 : ด้านแบบแผนหรอื พฤตกิ รรมในการบรหิ ารจดั การ ประเดน็ ทีเ่ ป็นจดุ แขง็ 1. เขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาจดั ทาแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน และแผนปฏิบัติการประจาปี เป็นเครอ่ื งมอื ในการพฒั นาอย่างชดั เจน 2. เขตพน้ื ที่การศึกษาและโรงเรียน มกี ารบริหารจดั การศกึ ษาแบบมสี ว่ นร่วม 3. ผ้บู ริหารและบคุ ลากรในเขตพื้นท่ีการศกึ ษา มีความสามารถในการบรหิ ารจัดการเชงิ กลยทุ ธ์ ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ มีคุณธรรมและจริยธรรม มีทักษะการสั่งการ การควบคุมการจงู ใจ สะท้อนถึงวัฒนธรรม หน่วยงาน 4. ผบู้ ริหาร กระจายอานาจตดั สินใจใหบ้ คุ ลากรได้ใช้ศักยภาพที่มอี ยู่ ปฏิบัตงิ านอย่างเตม็ ความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะทีก่ าหนด
5. บคุ ลากรในเขตพืน้ ที่การศึกษา ปฏิบัตหิ นา้ ทีท่ ไ่ี ดร้ บั มอบหมายอยา่ งเต็มศักยภาพ มปี ระสทิ ธภิ าพ ได้มาตรฐาน มีการคิดค้นนวัตกรรม พัฒนาระบบเทคนิคการทางานเป็นทีม และมีค่านิยมการปฏิบัติงาน มุ่งผลสัมฤทธิ์ 6. การประชาสมั พนั ธ์ของเขตพื้นที่การศึกษา มปี ระสิทธิภาพ ทั่วถึงและหลากหลาย 7. ระบบประกนั คณุ ภาพภายในของโรงเรยี นทกุ โรงเรยี น ดาเนนิ การครบตามองค์ประกอบท่ีกาหนด 8. การบรหิ ารจดั การโรงเรยี นขนาดเล็กของเขตพน้ื ท่ีการศึกษาเปน็ ไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ประเดน็ ท่ีเป็นจดุ อ่อน 1. มีความซา้ ซ้อนในระบบการจดั เก็บข้อมูลและการรายงานขอ้ มูล 2. โรงเรยี นขนาดเลก็ มจี านวนมาก เปน็ อุปสรรคตอ่ การบรหิ ารจดั การ ไมส่ ามารถบริหาร อตั รากาลงั ผบู้ รหิ ารและครูได้ตามท่ี กคศ. กาหนด 3. ผู้บริหารส่วนหนง่ึ ยงั ใชก้ ารบริหารแบบเดมิ ยังไม่เปน็ ผู้นาทางวิชาการ 4. ขาดการบูรณการจัดการศึกษาแบบมสี ่วนร่วมขององคค์ ณะบุคคล 5. ขาดการวจิ ัยและพฒั นานวัตกรรมใหม่ ๆ เพ่ือนามาใช้ในการพัฒนางานและพัฒนาองค์การ 6. ผู้รกั ษาราชการแทนผู้อานวยการโรงเรียน ยงั ขาดทกั ษะและประสบการณใ์ นการบรหิ ารจดั การ S5 : ดา้ นบุคลากร/สมาชิกในหนว่ ยงาน ประเดน็ ท่เี ป็นจุดแขง็ 1. ผูบ้ รหิ ารการศกึ ษาและผบู้ ริหารโรงเรยี นได้รบั การพฒั นาตามสมรรถนะ ดว้ ยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย 2. ครูและบุคลากรทางการศึกษาไดร้ บั การพฒั นาตามสมรรถนะ 3. ครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ไดร้ บั การเสริมสร้างความรู้เรอื่ งระเบยี บ กฎหมาย สง่ เสริมวนิ ยั คณุ ธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชีพ 4. บุคลากรในเขตพนื้ ที่การศึกษามีความรู้ ความสามารถตามมาตรฐาน กาหนดตาแหนง่ และ มาตรฐานวิชาชพี และบทบาทหน้าท่ี มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ขยนั หมน่ั เพียร พฒั นาตนเองอย่างต่อเนอื่ ง สามารถ จดั การภารกิจงานท่ีได้รับมอบหมายอยา่ งครบถว้ น ตามบทบาทหน้าทีต่ ามทีก่ ฎหมายกาหนด มปี ระสิทธิภาพ ไดม้ าตรฐาน 5. มีการสง่ เสริม สร้างขวญั กาลงั ใจใหแ้ ก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยรูปแบบและวธิ กี าร ทีห่ ลากหลาย 6. ผูน้ าองคก์ าร มภี าวะผูน้ าสงู ในการบรหิ ารจัดการศึกษา ประเดน็ ทเี่ ปน็ จดุ อ่อน 1. อตั รากาลังครูในโรงเรียน ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจรงิ ในการจดั การเรียนการสอน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก มคี รูสอนไมค่ รบช้นั 2. ครไู มส่ ามารถจัดการเรียนรู้ให้นกั เรยี นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดบั ชาติสงู กว่าร้อยละ 50 ในสาขาวิชาหลกั ตามเปา้ หมายทเี่ ขตพน้ื ทก่ี ารศึกษากาหนด เนอื่ งจากโรงเรยี นขาดแคลนครวู ชิ าเอก ในสาขาวชิ าหลัก 3. ครบู างส่วนไม่ใช้แผนการจัดการเรยี นรู้และยังไม่ปรับเปล่ยี นวิธีการจดั การเรียนการสอน 4. ครูมีภาระงานอน่ื นอกเหนือจากงานสอน 5. บุคลากรในโรงเรียน ขาดทักษะ ความชานาญในด้านการเงินและพสั ดุ โดยเฉพาะการจัดซ้ือ จดั จา้ ง ระบบ E-GP และระบบอิเล็กทรอนกิ สต์ ่าง ๆ 6. อตั รากาลงั ของบุคลากรในเขตพน้ื ท่ี ไม่เพียงพอกับภารกิจงาน
S6 : ด้านทกั ษะ ความรู้ ความสามารถของหน่วยงาน ประเด็นที่เปน็ จุดแข็ง 1. บุคลากรมีศักยภาพและความรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ี สามารถปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ที่ได้รับมอบหมาย ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ 2. บคุ ลากรมีความรู้ ความสามารถและทักษะในการปฏิบัติงานตามสมรรถนะ/มาตรฐานวิชาชพี 3. บุคลากรส่วนใหญ่ในเขตพืน้ ที่การศกึ ษา จดั ทาแผนพัฒนาตนเอง เพื่อใหส้ ามารถปฏบิ ตั ิงาน ใหไ้ ดผ้ ลสาเร็จสอดคล้องกับสมรรถนะ และมาตรฐานอาชีพ ประเด็นท่ีเป็นจดุ อ่อน 1. ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา มคี ณุ วุฒิไม่ตรงกับความต้องการของโรงเรยี น 2. ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการจัดการศึกษาไมเ่ ต็มศกั ยภาพ ไม่คุ้มค่าต่อการจัดการเรียนรู้ 3. ครูและบุคลากรทางการศึกษาสว่ นใหญ่ ขาดความรู้และทกั ษะดา้ นการใช้ภาษาองั กฤษ รวมถึงภาษาทใี่ ชใ้ นกลมุ่ อาเซียน 4. บคุ ลากรบางส่วนขาดการประสานงานในการทางาน 5. ขาดแคลนบุคลากรทม่ี ีความรู้ ความสามารถและทักษะด้าน ICT ด้านงานก่อสรา้ ง และ งานวจิ ยั ทางการศกึ ษา 6. บคุ ลากรสว่ นใหญข่ าดความต่อเนื่องในการจัดทาแผนพัฒนาตนเอง S7 : ด้านค่านิยมรว่ มกันของสมาชกิ ในหน่วยงาน ประเดน็ ทเ่ี ป็นจุดแข็ง 1. คา่ นิยมขององคก์ ร มกี ารกาหนดทช่ี ัดเจน ทุกฝา่ ยมีสว่ นร่วม และมีการปฏิบัติตามคา่ นิยม เป็นรูปธรรมอย่างย่งั ยืน 2. โรงเรียนสง่ เสริมการสรา้ งโอกาสในการพฒั นาคุณธรรมนาความรู้ให้แก่ผู้เรยี นเพมิ่ มากขึน้ 3. ผู้เรยี นมจี ติ อาสาในการบริการสังคมและชุมชน ทาใหผ้ ปู้ กครองมคี วามพึงพอใจในการจัดการศึกษา 4. ครแู ละบุคลากรทางการศึกษา อนุรักษศ์ ิลปวัฒนธรรม ประเพณไี ทยและทอ้ งถนิ่ 5. การบรกิ ารของเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา อานวยความสะดวก ใหผ้ ้รู ับบรกิ ารอยา่ งทวั่ ถงึ และมคี ุณภาพ 6. บุคลากรสว่ นใหญ่มีค่านิยมในการทางานแบบมุง่ ผลสัมฤทธิ์ โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ และทางาน เป็นทีม มีจติ สาธารณะ 7. ครูและบุคลากรทางการศกึ ษา มจี ิตสานึกในการรักษาความสะอาดและอนรุ กั ษ์ส่งิ แวดล้อม ประเด็นทีเ่ ป็นจุดอ่อน 1. ศนู ย์พฒั นาวชิ าการกลุม่ สาระการเรียนรบู้ างศูนย์ ไม่มคี วามพร้อมในการบริการโรงเรยี น ในกลมุ่ เครือข่ายได้ 2. การนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการศกึ ษา ขาดความต่อเน่ือง 3. ทักษะ กระบวนการคิด การวิเคราะห์ด้านการตัดสนิ ใจและแกป้ ญั หาของผู้เรยี นต่ากว่าเกณฑ์ โดยเฉพาะด้านภาษาอังกฤษ 4. ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาบางส่วน มีค่านิยมฟุ้งเฟ้อ 5. ครูและบุคลากรทางการศึกษาบางส่วน ไมต่ ระหนักและไม่ให้ความสาคัญในการบริการทีด่ ี กบั ผ้รู บั บรกิ าร สังคมและชมุ ชน
การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอก โดยวเิ คราะห์แบบ C-PEST C : ด้านพฤติกรรมของลูกคา้ ประเดน็ ท่ีเป็นโอกาส 1. ผปู้ กครองให้การสนบั สนนุ การจัดการศกึ ษาของโรงเรียน ส่งผลดตี อ่ การขับเคลื่อนการจัดการศกึ ษา 2. ชมุ ชน องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ภาคเอกชนและภาครฐั บาล ส่งเสริมสนับสนุน มีสว่ นร่วม ในการจัดการศึกษา 3. เขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษา มสี ถานศึกษาเพียงพอ สามารถจดั การศึกษาได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ 4. สถานศึกษาสว่ นใหญ่มากกว่าร้อยละ 95 ได้รับการรับรองคุณภาพการจัดการศึกษาจาก สมศ. ประเดน็ ท่เี ปน็ อปุ สรรค 1. ผู้ปกครองที่มีฐานะดี มีคา่ นิยมส่งบุตรหลานเข้าเรยี นในโรงเรียนที่มชี ื่อเสยี ง ส่งผลใหจ้ านวน นักเรยี นในเขตบริการของโรงเรยี นลดลง 2. องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในเขตพน้ื ที่การศกึ ษามรี ายไดน้ ้อย สง่ ผลตอ่ การสนบั สนนุ งบประมาณให้กับโรงเรียน 3. นักเรยี นขาดทกั ษะชวี ติ ในการแกป้ ัญหา ความม่งุ มน่ั ในการเรยี น กระบวนการทางประชาธปิ ไตย ในการดาเนนิ ชีวติ ขาดทักษะในศตวรรษที่ 21 และความเป็นพลเมืองดี 4. นักเรยี นบางสว่ นยังมปี ญั หาในการอ่านไมอ่ อก เขยี นไม่ได้ 5. นกั เรียนท่มี ีความต้องการพิเศษมีจานวนมาก สง่ ผลต่อการจัดการศึกษา P : ด้านการเมืองและกฎหมาย ประเด็นที่เปน็ โอกาส 1. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 , พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม , พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ.2545 กาหนดให้ประชาชนทุกคน ไดร้ ับการศึกษา ขนั้ พนื้ ฐาน ไม่นอ้ ยกว่า 12 ปี โดยไมต่ ้องเสียค่าใช้จ่าย สง่ ผลให้ผเู้ รียนไดร้ บั โอกาสทางการศกึ ษาอยา่ งทั่วถงึ 2. การปฏิรูประบบบรหิ ารภาครฐั และการปฏริ ูปการศกึ ษาในทศวรรษที่ 2 ส่งผลให้มีการปรับเปล่ียน การบริการทางการศึกษาเปน็ ไปในทิศทางทีด่ ี 3. นโยบายรฐั บาลกาหนดใหม้ กี ารกระจายอานาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ มสี ่วนร่วม ในการจัดการศึกษา ทาใหโ้ รงเรยี นไดร้ ับการสนบั สนนุ การจดั การศึกษา 4. การปรบั เปลี่ยนระบบงบประมาณโดยองิ ยุทธศาสตรช์ าติ (SPBB) มคี วามชัดเจนในการกาหนด ตวั ชีว้ ัดในการพัฒนา 5. รัฐบาลกาหนดโครงการสนับสนนุ ค่าใชจ้ า่ ยในการจดั การศึกษาตั้งแต่ระดบั อนบุ าลจนจบ การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน ส่งผลใหโ้ รงเรยี นสามารถจดั การศึกษาได้อย่างทั่วถงึ และมีคุณภาพ 6. รฐั บาลและคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ (คสช.) ส่งเสรมิ และสนับสนุนการจัดการศึกษา และมแี ผนยุทธศาสตร์ดา้ นการศกึ ษาทช่ี ัดเจน ประเด็นทเี่ ปน็ อุปสรรค 1. นโยบายด้านการศึกษาของรฐั บาล ปรับเปลยี่ นบ่อย ขาดความตอ่ เนื่อง เปน็ อปุ สรรคต่อ การกาหนดทิศทางการจดั การศกึ ษา 2. นโยบายของหนว่ ยเหนือ ไม่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรยี นและแก้ไขปัญหาระดับพนื้ ท่ีไมไ่ ด้ 3. กฎหมายปรับอัตรากาลังลกู จ้างประจาของสถานศึกษา (นักการภารโรง) สง่ ผลต่อการบรหิ ารจัดการ ของเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาและโรงเรียน 4. กฎหมายและแนวปฏบิ ัติองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน เก่ียวกับการชว่ ยเหลือโรงเรียนไม่ชัดเจน เกิดความเข้าใจไมต่ รงกัน
5. ประชาชนมคี วามรู้ในด้านกฎหมายการศึกษานอ้ ย ยงั ไม่เหน็ ความสาคัญเทา่ ที่ควร E : ด้านเศรษฐกิจ ประเดน็ ท่เี ป็นโอกาส 1. กองทนุ ก้ยู ืมเพอื่ การศึกษา ทาให้ผู้เรยี นมโี อกาสได้รบั การศึกษาในระดับต่าง ๆ สูงขึน้ 2. โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาต้ังแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ทาใหผ้ ู้เรยี นไดร้ บั โอกาสทางการศกึ ษาอยา่ ง ผูป้ กครองลดภาระค่าใชจ้ า่ ยสาหรับบุตรหลาน 3. การปรับค่าแรงเพิ่มข้ึน ทาให้ผู้ปกครองมรี ายได้มากขึ้น ส่งผลตอ่ การสนบั สนุนด้านการศึกษา ของนักเรียน 4. การรวมตวั ของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเข้าสปู่ ระชาคมอาเซียนในปี 2558 ส่งผลใหเ้ ศรษฐกิจมีแนวโนม้ ดีขึ้น ประเดน็ ที่เปน็ อุปสรรค 1. ผู้ปกครองส่วนใหญม่ ีรายได้ต่า ฐานะยากจน การสนบั สนนุ การศึกษาไดไ้ ม่เต็มท่ี สง่ ผลให้ นกั เรยี นบางคนขาดโอกาสทางการศึกษา 2. ไม่มีตลาดแรงงานขนาดใหญใ่ นท้องถิน่ ทาใหเ้ กิดภาวะการว่างงานแอบแฝง 3. คา่ ครองชีพท่สี งู ข้นึ มีผลกระทบต่อผปู้ กครอง สง่ ผลต่อการจัดการศึกษา S : ด้านสงั คมและวฒั นธรรม ประเด็นที่เป็นโอกาส 1. เปน็ สงั คมเกษตรกรรม มีการสบื สานภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ นาไปเป็นต้นแบบของการส่งเสรมิ กิจกรรมการเรียนการสอนได้ 2. องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน หน่วยงานราชการและเอกชนในเขตพื้นท่ี เห็นความสาคัญ ของการจดั การศึกษา 3. สถาบนั ทางศาสนา มบี ทบาทในการส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรมในสถานศกึ ษา 4. ผ้ปู กครองเหน็ ความสาคญั และสง่ เสรมิ ใหน้ ักเรยี นได้รบั การศกึ ษาที่สงู ข้ึน 5. สภาพชุมชนเปน็ แหล่งเรยี นรทู้ ส่ี าคัญ มีขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวิถีชวี ติ ท่เี อื้อตอ่ การจัดการศึกษา 6. มภี ูมปิ ัญญาท้องถิ่นทหี่ ลากหลาย สามารถนาไปเปน็ ตน้ แบบในการจดั การศกึ ษาได้ ประเด็นที่เปน็ อุปสรรค 1. ปญั หาส่ิงเสพตดิ ในชมุ ชน เปน็ ปัจจัยเสีย่ งต่อประชากรวยั เรยี น 2. อตั ราการเกดิ ของประชากรลดลง ส่งผลให้มโี รงเรียนขนาดเลก็ เพ่ิมข้นึ 3. ค่านิยมดา้ นวตั ถุ ส่งผลกระทบต่อวถิ ีชีวติ ของผเู้ รียน 4. วฒั นธรรมตา่ งชาติ มีบทบาทสาคัญต่อพฤติกรรมผเู้ รยี น ส่งผลต่อการพัฒนาผเู้ รยี น 5. การยา้ ยถิน่ ของผ้ปู กครองบ่อยครง้ั สง่ ผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา 6. ผปู้ กครองมพี ฤตกิ รรมทไี่ ม่เหมาะสม เปน็ ตวั อย่างทีไ่ ม่ดตี ่อผู้เรียน กอ่ ให้เกดิ การลอกเลียนแบบ 7. แนวโน้มครอบครวั มีอัตราการหย่าร้างสงู สง่ ผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียน
T : ด้านเทคโนโลยี ประเด็นทเ่ี ป็นโอกาส 1. โรงเรียนตน้ แบบตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นแหล่งสนับสนนุ ความรูด้ า้ น เทคโนโลยี 2. เทคโนโลยกี ารสอื่ สารทั่วถึง ครอบคลุมพน้ื ที่ของชุมชน 3. ความกา้ วหน้าทางเทคโ นโลยีสารสนเทศ ช่วยอานวยความสะดวกให้การปฏิบตั งิ านของ เขตพนื้ ท่ีการศึกษาและโรงเรียน ใหม้ คี วามสะดวกและคลอ่ งตวั มากยง่ิ ขน้ึ 4. เทคโนโลยีทีท่ นั สมัย เป็นเครื่องมือชว่ ยในกระบวนการเรยี นการสอน การประชาสมั พันธ์ และสร้างความเข้าใจให้แกผ่ ปู้ กครอง และชมุ ชนได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ 5. เอกชนสนบั สนุนระบบสญั ญาณอนิ เตอร์เนต็ ให้กบั โรงเรียน ประเดน็ ท่ีเป็นอปุ สรรค 1. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เกม อินเตอร์เน็ต สื่อโทรทัศน์มีมาก ส่งผลกระทบต่อ พฤติกรรมผเู้ รียน 2. การใช้เทคโนโลยีท่ไี ม่คมุ้ ค่าต่อการจัดการเรยี นรู้ 3. สอื่ และเทคโนโลยีทท่ี นั สมยั มรี าคาแพงและค่าใช้จ่ายสงู 2. การประเมินสถานภาพของหนว่ ยงาน จากผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของหน่วยงาน สรุปผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน สภาพแวดลอ้ มภายนอก และกาหนดเปน็ กราฟได้ดงั น้ี ตารางสรปุ ผลการวิเคราะหส์ ถานภาพของสภาพแวดลอ้ มภายใน รายการปจั จยั สภาพแวดล้อมภายใน นา้ หนัก คะแนนเฉลย่ี น้าหนกั x คะแนนเฉลีย่ สรุปผล จดุ แข็ง จดุ อ่อน จดุ แข็ง จุดออ่ น 3.50 1.50 S1 : ดา้ นโครงสรา้ ง 0.14 3.00 1.75 0.49 0.21 +0.28 3.00 1.75 S2 : ดา้ นกลยทุ ธข์ องหน่วยงาน 0.15 0.45 0.26 +0.19 2.50 1.75 S3 : ดา้ นระบบในการดาเนินงาน 0.15 0.45 0.26 +0.19 2.50 2.50 ของหนว่ ยงาน 2.50 1.50 S4 : ดา้ นแบบแผนหรอื พฤติกรรม 0.13 0.33 0.23 +0.10 3.00 1.75 ในการบรหิ ารจดั การ S5 : ด้านบุคลากร/สมาชกิ 0.18 0.45 0.45 +0.00 ในหน่วยงาน S6 : ดา้ นทักษะ ความรู้ 0.15 0.38 0.23 +0.15 ความสามารถ ของหนว่ ยงาน S7 : ดา้ นค่านยิ มรว่ มกันของสมาชิก 0.10 0.30 0.18 +0.12 ในหนว่ ยงาน 2.85 1.82 0.52 สรุปปัจจยั ภายใน เฉล่ยี ปจั จยั ภายใน
ตารางสรุปผลการวเิ คราะหส์ ถานภาพของสภาพแวดล้อมภายนอก รายการปัจจัยสภาพแวดลอ้ ม นา้ หนัก คะแนนเฉล่ยี น้าหนัก x คะแนนเฉล่ีย สรปุ ผล ภายนอก โอกาส อปุ สรรค โอกาส อุปสรรค C : ด้านพฤตกิ รรมลูกค้า 0.30 3.00 2.00 0.90 0.60 +0.30 P : ดา้ นการเมืองและกฎหมาย 0.21 3.50 1.25 0.74 0.27 +0.47 E : ด้านเศรษฐกิจ 0.20 2.75 2.25 0.55 0.45 +0.10 S : ดา้ นสังคมและวัฒนธรรม 0.13 2.75 2.00 0.36 0.26 +0.10 T : ดา้ นเทคโนโลยี 0.16 2.50 1.50 0.40 0.24 +0.16 สรุปปจั จัยภายนอก 2.95 1.82 เฉล่ยี ปัจจัยภายนอก 0.57 กราฟแสดงสถานภาพของหน่วยงาน จากกราฟ แสดงสถานภาพของหน่วยงานในลักษณะ Stars (เอ้ือและแข็ง) ซ่ึงบ่งบอกว่า สพป.ลาปาง เขต 3 ภาพรวมส่วนใหญ่มีปัจจัยภายนอกท่ีเป็นโอกาส และมีปัจจัยภายในท่ีแข็ง ซ่ึงมีผลต่อการกาหนด กลยุทธเ์ ชงิ รกุ และตอ้ งรกั ษาความเป็น Stars ให้ยนื ยงและพัฒนางานใหต้ ่อยอดตอ่ ไป
จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT) ของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา ลาปาง เขต 3 ทั้งสภาพแวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอก พบว่ามีความจาเป็นท่ีจะต้องส่งเสริม และพัฒนาในด้านต่าง ๆ ตามนโยบายจัดการศึกษา เช่น ส่งเสริมการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5 กลุ่มสาระวิชาหลักให้เพิ่มข้ึนอย่างน้อยร้อยละ 3 การเพิ่มศักยภาพ นักเรียนให้อ่านออกเขียนได้ ทักษะภาษาอังกฤษ และภาษาอาเซียน พัฒนานักเรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ การสร้างโอกาสให้กับประชากรวัยเรียนอย่างท่ัวถึง การพัฒนา การจดั การศกึ ษาในโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรยี นในเขตพืน้ ทีส่ ูงและห่างไกลกนั ดาร การส่งเสริมครูและบุคลากร ทางการศึกษาทางดา้ นภาษาอังกฤษ และทกั ษะในการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย โดยเนน้ ผู้เรียนเป็นสาคัญ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อบริหารจัดการสารสนเทศและการรักษาความปลอดภยั สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา เน้นการบริการท่ีดี มุ่งผลสัมฤทธ์ิของงาน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล มีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อผลการดาเนินงาน ตลอดจนส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัด การศกึ ษา
สว่ นท่ี 2 ทศิ ทางการพฒั นาการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
สว่ นท่ี 2 ทิศทางการพฒั นาการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน นโยบายของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อสภานิติบญั ญัติ แหง่ ชาติ เม่ือวันศกุ ร์ท่ี 12 กันยายน 2557 โดยมีนโยบายที่เกี่ยวขอ้ งกบั การศกึ ษา ดงั น้ี ขอ้ 1. การปกป้องและเชิดชูสถาบนั พระมหากษตั ริย์ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นองค์ประกอบสาคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตามประเพณีการปกครองของไทย รัฐบาลจึงถือเป็นหน้าที่สาคัญย่ิงยวดในอันท่ีจะเชิดชูสถาบันนี้ไว้ด้วย ความจงรักภักดีและปกป้องรักษาพระบรมเดชานุภาพ โดยจะใช้มาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางสังคม จิตวิทยาและมาตรการทางระบบส่ือสารและเทคโนโลยีสารสนเทศในการดาเนินการกับผู้คะนองปาก ย่ามใจ หรือประสงค์ร้าย มุ่งส่ันคลอนสถาบันหลักของชาติโดยไม่คานึงความรู้สานึกและความผูกพันภักดีของคน อีกเป็นจานวนมาก ตลอดจนเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจท่ีถูกต้องและเป็นจริงเก่ียวกับพระมหากษัตริย์ และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน ท้ังจะสนับสนุนโครงการทั้งหลายอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ส่งเสริม ให้เจ้าหน้าท่ีสถาบันศึกษา ตลอดจนหน่วยงานท้ังหลายของรัฐเรียนรู้เข้าใจหลักการทรงงาน สามารถนา หลักดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการและการพัฒนา ตลอดจนเร่งขยายผลตามโครงการและ แบบอย่างที่ทรงวางรากฐานไว้ให้แพร่หลายเป็นที่ประจักษ์และเกิดประโยชน์ในวงกว้างอันจะช่วยสร้างความสมบูรณ์ พูนสุขแก่ประชาชนในท่ีสุด ข้อ 3. การลดความเหล่อื มล้าของสังคม และการสร้างโอกาสการเขา้ ถึงบรกิ ารของรัฐ 3.5 เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมท่ีมีความหลากหลายเน่ืองจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยสร้างความเข้มแข็งและความพร้อมแก่แรงงานไทยและร่วมพัฒนาระบบความคุ้มครองทางสังคม ของแรงงานอาเซียน 3.6 จัดระเบียบสังคม สร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลให้แก่ เจ้าหน้าท่ีของรัฐและประชาชนทั่วไป โดยใช้ค่านยิ มหลัก 12 ประการ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ีไดป้ ระกาศไว้แล้ว ขอ้ 4. การศึกษาและการเรยี นรู้ การทานุบารงุ ศาสนา ศลิ ปะและวฒั นธรรม รัฐบาลจะนาการศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และ ความเปน็ ไทยมาใชส้ ร้างสงั คมใหเ้ ข้มแขง็ อย่างมคี ณุ ภาพและคณุ ธรรมควบคู่กนั ดังนี้ 4.1 จัดให้มีการปฏิรปู การศึกษาและการเรียนรู้ โดยให้ความสาคัญท้ังการศึกษาในระบบและ การศึกษาทางเลือกไปพร้อมกัน เพื่อสร้างคุณภาพของคนไทยให้สามารถเรียนรู้ พัฒนาตนได้เต็มตามศักยภาพ ประกอบอาชีพและดารงชีวิตได้โดยมีความใฝ่รู้และทักษะท่ีเหมาะสม เป็นคนดีมีคุณธรรม สร้างเสริมคุณภาพ การเรียนรู้ โดยเน้นการเรียนรู้เพ่ือสร้างสัมมาชีพในพ้ืนท่ี ลดความเหลื่อมล้า และพัฒนากาลังคนให้เป็นที่ ต้องการเหมาะสมกับพน้ื ท่ี ท้ังในด้านการเกษตร อตุ สาหกรรม และธุรกจิ บริการ
4.2 ในระยะเฉพาะหน้า จะปรับเปล่ียนการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการศึกษา ให้สอดคล้อง กับความจาเป็นของผู้เรียนและลักษณะพื้นท่ีของสถานศึกษา และปรับปรุงและบูรณาการระบบการกู้ยืมเงิน เพ่ือการศึกษาให้มีประสิทธิภาพเพ่ือเพ่ิมโอกาสแก่ผู้ยากจนหรือด้อยโอกาส จัดระบบการสนับสนุน ให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปมีสิทธิเลือกรับบริการการศึกษาท้ังในระบบโรงเรียนและนอกโรงเรียน โดยจะพิจารณาจดั ใหม้ คี ปู องการศึกษาเป็นแนวทางหนง่ึ 4.3 ใหอ้ งคก์ รภาคประชาสงั คม ภาคเอกชน องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ และประชาชนทวั่ ไป มีโอกาสร่วมจัดการศึกษาท่ีมีคุณภาพและท่ัวถึง และร่วมในการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ กระจายอานาจการบริหารจัดการศึกษาสู่สถานศึกษา เขตพ้ืนท่ีการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามศักยภาพและความพร้อม โดยให้สถานศึกษาสามารถเป็นนิติบุคคลและบริหารจัดการได้อย่างอิสระ และคลอ่ งตัวข้ึน 4.4 พัฒนาคนทุกช่วงวัยโดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชวี ิต เพื่อให้สามารถมีความรู้และทักษะ ใหม่ที่สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายตามแนวโน้มการจ้างงานในอนาคตปรับกระบวนการเรียนรู้และ หลกั สตู รให้เช่อื มโยงกบั ภมู ิสงั คม โดยบรณู าการความรู้และคุณธรรมเข้าด้วยกนั เพ่ือใหเ้ อื้อต่อการพฒั นาผู้เรียน ในด้านความรู้ ทักษะ การใฝ่เรียนรู้ การแก้ปัญหาการับฟังความเห็นผอู้ ื่น การมีคุณธรรม จริยธรรม และความ เปน็ พลเมืองดี โดยเนน้ ความร่วมมอื ระหวา่ งผู้เก่ยี วขอ้ งทั้งในและนอกโรงเรียน 4.5 ส่งเสริมอาชีวศึกษาและการศึกษาระดับวิทยาลัยชุมชน เพื่อสร้างแรงงานท่ีมีทักษะ โดยเฉพาะในท้องถิ่นที่มคี วามต้องการแรงงาน และพฒั นาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เช่ือมโยงกบั มาตรฐาน วิชาชพี 4.6 พัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูที่มีคุณภาพและจิตวิญญาณของความเป็น ครู เน้นครูผู้สอนให้มีวุฒิตรงตามวชิ าท่ีสอน นาเทคโนโลยีสารสนเทศและเคร่ืองมือที่เหมาะมาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อเป็นเคร่ืองมือช่วยครูหรือเพ่ือการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เช่น การเรียนทางไกล การเรียนโดยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น รวมท้ังปรับระบบการประเมินสมรรถนะท่ีสะท้อนประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน และการพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี นเปน็ สาคัญ 4.7 ทะนุบารุงและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ สนับสนุนให้องค์กรทางศาสนา มีบทบาทสาคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างสันติสุขและความ ปรองดองสมานฉันท์ในสังคมไทยอย่างย่ังยืน และมีส่วนรว่ มในการพฒั นาสงั คมตามความพร้อม 4.8 อนุรักษ์ ฟ้ืนฟู และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม ภาษาไทยและภาษาถิ่น ภูมิปัญญา ท้องถ่ิน รวมท้ังความหลากหลายของศิลปวัฒนธรรมไทย เพ่ือการเรียนรู้สร้างความภาคภูมิใจในประวตั ิศาสตร์ และความเป็นไทย นาไปสู้การสร้างความสัมพันธ์อันดีในระดับประชาชน ระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับ นานาชาติ ตลอดจนเพิ่มมูลคา่ ทางเศรษฐกจิ ใหแ้ กป่ ระเทศ 4.9 สนับสนุนการเรียนภาษาต่างประเทศ วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านและวัฒนธรรม สากล และการสร้างสรรค์งานศิลปะและวัฒนธรรมท่ีเปน็ สากล เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู้เสาหลักวฒั นธรรม ของประชาคมอาเซยี นและเพอ่ื การเปน็ ส่วนหน่ึงของประชาคมโลก 4.10 ปลูกฝังค่านิยมและจิตสานึกที่ดี รวมท้ังสนับสนุนการผลิตสื่อคุณภาพเพ่ือเปิดพื้นที่ สาธารณะให้เยาวชนและประชาชนไดม้ โี อกาสแสดงออกอยา่ งสร้างสรรค์
ขอ้ 5. การยกระดับคุณภาพบรกิ ารด้านสาธารณสขุ และสขุ ภาพของประชาชน 5.5 ส่งเสริมการกีฬาเพ่ือสุขภาพ ใช้กีฬาเป็นส่ือในการพัฒนาลักษณะนิสัยเยาวชนให้มีน้าใจ นักกีฬา มีวินัย ปฏิบัติตามกฎกติกามารยาท และมีความสามัคคี อีกทั้งพัฒนานักกีฬาให้มีศักยภาพสามารถ แขง่ ขันในระดบั นานาชาติจนสร้างชื่อเสยี งแกป่ ระเทศชาติ ข้อ 6. การเพ่ิมศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ 6.1 ในระยะเร่งด่วน เร่งจ่ายงบลงทุนของปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ท่ียังค้างอยู่ก่อนที่จะ พ้นกาหนดภายในสิ้นปีน้ี และสานต่อนโยบายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจตามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้จัดทาไว้ โดยติดตามให้มีการเบิกจ่ายอย่างคล่องตัวตั้งแต่ระดับกระทรวงจนถึงระดับท้องถ่ิน รวมทั้งจะดูแล ไมใ่ หม้ กี ารใช้จา่ ยท่สี ูญเปล่า เพ่ือช่วยสร้างงานและกระตุน้ การบรโิ ภค 6.2 สานต่อนโยบายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจตามท่ีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้จัดทาไว้ โดยนาหลักการสาคัญของการจัดทางบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ท่ีให้ ความสาคัญในการบรูณาการงบประมาณและความพร้อมในการดาเนินงานรวมท้ังนาแหล่งเงินอื่น มาประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อขับเคล่ือนนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ประหยัด ไม่ซ้าซ้อน และ มปี ระสิทธิภาพ ทบทวนภารกิจที่มลี ักษณะไมย่ ่ังยืนหรือสรา้ งภาระหน้าสาธารณะของประเทศเกินความจาเป็น และแสดงรายการลงทุนในระดับจังหวัดเพื่อแสดงความโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ ควบคู่ไปกับ การเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณต้ังแต่ระดับกระทรวงจนถึงระดับท้องถ่ิน เพ่ือช่วยสร้างงานและ กระตนุ้ การบริโภค โดยจะจัดให้มีระบบและกลไกในการตดิ ตามตรวจสอบไมใ่ ห้มกี ารใชจ้ ่ายทสี่ ญู เปลา่ ขอ้ 10. การส่งเสรมิ การบริหารราชการแผ่นดนิ ท่ีมธี รรมาภิบาลและการป้องกนั ปราบปราม การทจุ ริตและประพฤตมิ ชิ อบในภาครัฐ 10.1 ปรบั ปรงุ ระบบราชการในด้านองคก์ รหรือหนว่ ยงานภาครฐั ทั้งในระดับประเทศ ภมู ิภาค และท้องถ่ิน ทบทวนการจัดโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐที่มีอานาจหน้าท่ีซ้าซ้อนหรือลักล่ันกันหรือมีเส้น การปฏิบัติงานที่ยืดยาว ปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการให้ทันสมัยโดยนาเทคโนโลยีมาใช้ แก้ไขกฎระเบียบ ใหโ้ ปร่งใส ชดั เจน สามารถบรกิ ารประชาชนได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ตลอดจนจดั ระบบอตั รากาลงั และปรับปรุง ค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐให้เหมาะสมและเป็นธรรม ยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี การบริหาร จัดการภาครัฐแบบใหม่การตอบสนองความต้องการของประชาชนในฐานะท่ีเป็นศูนย์กลาง และการอานวย ความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการเพื่อสร้างความเช่ือม่ันวางใจในระบบราชการ ลดต้นทุนดาเนินการของภาคธุรกิจ เพ่ิมศักยภาพในการแข่งขันกับนานาประเทศ และการรักษาบุคลากรภาครัฐท่ีมีประสิทธิภาพไว้ในระบบ ราชการ โดยจะดาเนินการต้ังแตร่ ะยะเฉพาะหน้าไปตามลาดับความจาเป็น และตามท่ีกฎหมายเอ้ือให้สามารถ ดาเนินการได้ 10.3 ยกระดับสมรรถนะของหน่วยงานของรัฐให้มีประสิทธิภาพ สามารถให้บริหารเชิงรุก ทั้งในรูปแบบการเพ่ิมศูนย์รับเร่ืองราวร้องทุกข์จากประชาชนในต่างจังหวัดโดยไม่ต้องเดินทางเข้ามายัง ส่วนกลาง ศูนย์บรกิ ารสาธารณะแบบครบวงจรที่ครอบคลุมการใหบ้ ริการท่หี ลากหลายซึ่งจะจัดต้ังตามที่ชุมชน ต่างๆ เพ่ือให้ประชาชนสามารถเดินทางไปติดต่อขอรับบริการได้โดยสะดวกการให้บริการถึงตัวบุคคล ผ่านระบบศูนย์บริการร่วม ณ จุดเดียว (One Stop Service) และระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ท่ีสมบูรณ์แบบ พัฒนาหน่วยงานของรัฐให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้มีการสร้างนวัตกรรมในการทางานอย่างประหยัด มีประสิทธิภาพ และระบบบรู ณาการ 10.4 เสริมสร้างระบบคุณธรรมในการแต่งต้ังและโยกย้ายบุคลการภาครัฐวางมาตรการ ป้องกันการแทรกแซงจากนักการเมือง และส่งเสริมให้มีการนาระบบพิทักษ์คุณธรรมมาใช้ในการบริหารงาน บุคคลของเจ้าหนา้ ท่ฝี า่ ยตา่ งๆ
10.5 ใช้มาตรการทางกฎหมาย การปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม และจิตสานึกในการรักษา ศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการและความซ่ือสัตย์สุจริต ควบคู่กับการบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับอย่างเคร่งครัด ยกเลิก หรือแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่ไม่จาเป็น สร้างภาระแก่ประชาชนเกินควร หรือเปิดช่องโอกาส การทุจริต เช่น ระเบียบการจัดซ้ือจัดจ้าง การอนุญาต อนุมัติ และการขอรับบรกิ ารของรฐั ซึ่งมีขั้นตอนยืดยาว ใชเ้ วลานาน ซา้ ซอ้ น และเสยี ค่าใช้จา่ ยท้ังของภาครฐั และประชาชน แผนการศึกษาแหง่ ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) วิสัยทัศน์ คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดารงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคลอ้ งกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และการเปลีย่ นแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 พนั ธกิจ 1. พัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่คนไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสในการศึกษาและ เรียนรูต้ ลอดชวี ิต สร้างความเสมอภาคด้านการศกึ ษาแก่ผ้เู รยี นทุกกลุ่มเป้าหมาย ยกระดบั คณุ ภาพและประสิทธิภาพ ของการจัดการศึกษาทุกระดับ และจัดการศึกษาที่สอดคล้องและรองรับกระแสการเปล่ียนแปลงของโลก ศตวรรษที่ 21 2. พัฒนาคุณภาพของคนไทยให้เป็นผู้มีความรู้ คุณลักษณะ และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษ ท่ี 21 สามารถพัฒนาศักยภาพและเรียนรไู้ ด้ดว้ ยตนเองอย่างต่อเนอ่ื งตลอดชวี ิต 3. สร้างความม่ังคงแก่ประเทศชาติ โดยสร้างสงั คมไทยให้เปน็ สังคมแหง่ การเรียนรู้และสังคม คุณธรรม จรยิ ธรรมทีค่ นไทยทกุ คนอยู่ร่วมกนั อยา่ งปลอดภัย สงบสขุ และพอเพยี ง 4. พัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เพ่ือการก้าวข้ามกับดัก ประเทศรายได้ปานกลาง สู่การเป็นประเทศโลกท่ีหน่ึง และลดความเหลื่อมล้าในสังคม ด้วยการเพ่ิมผลิตภาพ ของกาลังแรงงาน (productivity) ให้มีทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และการพฒั นาประเทศ พร้อมรบั การเปลย่ี นแปลงทเ่ี ป็นพลวตั รของโลกศตวรรษท่ี 21 ภายใต้ยคุ เศรษฐกิจและ สังคม 4.0 เปา้ หมายรวม เปา้ หมายดา้ นผู้เรียน (Learner Aspirations) แผนการศึกษาแห่งชาติมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ 21 (3Rs 8Cs) 3Rs ได้แก่ การอา่ นออก (Reading) การเขยี นได้ (Writing) และการคดิ เลขเปน็ (Arithmetics) 8Cs ได้แก่ ทักษะด้านการคิดอย่างมีจิตวิญญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving) ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีมและภาวะผู้นา (Collaboration , Teamwork and Leadership) ทักษะด้านการส่ือสารสารสนเทศ และการรู้เท่าทันส่ือ (Communication , Information and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and IT Literacy) ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills) และความมีเมตตา กรณุ า มีวนิ ยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม (Compassion)
เป้าหมายของการจดั การศกึ ษา (Aspirations) แผนการศึกษาแห่งชาติ ได้กาหนดเป้าหมายของการพัฒนาการศึกษาในระยะ 20 ปี ไว้ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. ประชากรทกุ คนเข้าถงึ การศึกษาทีม่ ีคณุ ภาพและมาตรฐานอยา่ งทั่วถงึ (Access) 2. ผเู้ รียนทุกกลมุ่ เปา้ หมายไดร้ ับบรกิ ารทางการศึกษาอย่างเสมอภาคและเท่าเทยี ม (Equity) 3. ระบบการศึกษาท่ีมีคุณภาพ สามารถพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุขีดความสามารถและเต็มตาม ศกั ยภาพ (Quality) 4. ระบบการบริหารจัดการท่ีมีประสิทธิภาพ เพื่อการพัฒนาผู้เรียนอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ และการลงทุนทางการศกึ ษาท่คี ้มุ คา่ และบรรลเุ ป้าหมาย (Efficiency) 5. ระบบการศึกษาท่ีสนองตอบและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นพลวัตรและบรบิ ท ทเ่ี ปล่ียนแปลง (Relevancy) ยุทธศาสตร์ ยทุ ธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพือ่ ความม่นั คงของสงั คมและประเทศชาติ ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนากาลังคน การวิจัย และนวตั กรรม เพือ่ สรา้ งขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวยั และการสร้างสังคมแห่งการเรยี นรู้ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทยี มทางการศกึ ษา ยทุ ธศาสตร์ท่ี 5 การจัดการศึกษาเพอื่ เสริมสรา้ งคณุ ภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับส่งิ แวดลอ้ ม ยทุ ธศาสตร์ท่ี 6 การพฒั นาประสิทธิภาพของระบบบริหารจดั การศกึ ษา นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน์ มงุ่ พฒั นาผู้เรียนให้มีความรู้คคู่ ณุ ธรรม มีคณุ ภาพชวี ิตท่ดี มี ีความสุขในสังคม พนั ธกิจ 1. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ/ประเทศ สสู่ ากล 2. เสริมสร้างโอกาสเขา้ ถงึ บริการทางการศึกษาของประชาชนอยา่ งท่ัวถงึ เท่าเทยี ม 3. พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การศึกษาตามหลักธรรมาภบิ าล เปา้ ประสงค์ 1. คณุ ภาพการศึกษาของไทยดีขึ้น คนไทยมีคุณธรรมจรยิ ธรรม มภี มู ิคุ้มกันต่อการเปลย่ี นแปลง และการพฒั นาประเทศในอนาคต 2. กาลังคนไดร้ ับการผลิตและพัฒนา เพ่ือเสรมิ สร้างศักยภาพการแขง่ ขันของประเทศ 3. มอี งค์ความรู้ เทคโนโลยี นวตั กรรม สนบั สนนุ การพฒั นาประเทศอยา่ งย่ังยนื 4. คนไทยไดร้ ับโอกาสในการเรยี นรอู้ ยา่ งต่อเนือ่ งตลอดชีวติ 5. ระบบบรหิ ารจดั การศึกษามีประสิทธภิ าพตามหลักธรรมาภบิ าล โดยการมีสว่ นรว่ มจาก ทุกภาคส่วน
ยุทธศาสตร์ 1. พฒั นาหลกั สตู ร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมนิ ผล 2. ผลิต พฒั นาครู คณาจารย์และบคุ ลากรทางการศกึ ษา 3. ผลติ และพัฒนากาลงั คน รวมทง้ั งานวจิ ยั ท่สี อดคล้องกบั ความตอ้ งการของการพฒั นาประเทศ 4. ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศกึ ษาและการเรียนรูอ้ ย่างต่อเน่ืองตลอดชวี ิต 5. ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดจิ ิทลั เพอื่ การศกึ ษา 6. พฒั นาระบบบรหิ ารจัดการและส่งเสริมให้ทุกภาคสว่ นมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ทิศทางการดาเนินงานของสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน วสิ ยั ทัศน์ การศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล บนพ้ืนฐานของ ความเป็นไทย พนั ธกิจ 1. ส่งเสรมิ และสนบั สนุนให้ประชากรวยั เรยี นทุกคน ไดร้ ับการศกึ ษาอย่างท่ัวถึงและมคี ุณภาพ 2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตร และ คา่ นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ 3. พัฒนาระบบบริหารจัดการ ที่เน้นการมีส่วนร่วม เพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อคุณภาพ การศึกษา และบรู ณาการการจดั การศึกษา เปา้ หมาย เพือ่ ใหก้ ารจดั การศกึ ษาขนั้ พื้นฐานของประเทศไทย มีคณุ ภาพและมาตรฐานระดับสากลบนพนื้ ฐาน ของความเป็นไทย สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน จึงกาหนดเปา้ หมาย ดงั นี้ 1. นกั เรยี นระดับก่อนประถมศึกษา และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคน มีพัฒนาการเหมาะสม ตามวัย มคี ณุ ภาพและทักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษที่ 21 2. ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และ เสมอภาค 3. ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีสมรรถนะตรงตามสายงาน และมีวัฒนธรรมการทางาน ที่มงุ่ เนน้ ผลสมั ฤทธ์ิ 4. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และสถานศึกษา มีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่คุณภาพระดับ มาตรฐานสากล 5. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นการทางานแบบบูรณาการ มีเครือข่าย การบริหารจัดการ บริหารแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา กระจายอานาจ และความรับผิดชอบ ส่สู านกั งานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศกึ ษา 6. พื้นท่พี เิ ศษ ได้รบั การพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาและพฒั นารปู แบบการจดั การศกึ ษาท่เี หมาะสม ตามบรบิ ทของพ้นื ที่ 7. หน่วยงานทุกระดับพัฒนาสื่อ เทคโนโลยี และระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการบรหิ ารจัดการศึกษา อย่างมีประสิทธภิ าพ 8. หนว่ ยงานทกุ ระดบั มีงานวจิ ัยที่สามารถนาผลไปใชใ้ นการพัฒนาคุณภาพการจดั การศกึ ษา
ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ท่ี 1 จดั การศึกษาเพ่อื ความมั่นคง ยุทธศาสตร์ท่ี 2 พฒั นาคุณภาพผเู้ รียนและสง่ เสริมการจัดการศึกษาเพ่ือสร้างขดี ความสามารถ ในการแข่งขนั ยุทธศาสตร์ที่ 3 สง่ เสริม สนับสนนุ การพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ยุทธศาสตร์ท่ี 4 ขยายโอกาสการเขา้ ถงึ บริการทางการศกึ ษาและการเรยี นรู้อยา่ งมคี ณุ ภาพ ยุทธศาสตรท์ ่ี 5 จัดการศกึ ษาเพอ่ื เสริมสรา้ งคณุ ภาพชวี ิตทเี่ ป็นมติ รกับสง่ิ แวดลอ้ ม ยุทธศาสตรท์ ่ี 6 พฒั นาระบบบริหารจัดการและส่งเสริมการมสี ว่ นรว่ มในการจดั การศึกษา การขบั เคลือ่ นนโยบายสกู่ ารปฏิบัติ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มีการขับเคล่ือนนโยบายสู่การปฏิบัติ 6 ด้าน ดงั นี้ นโยบายที่ 1 ดา้ นการจัดการศึกษาเพือ่ ความม่นั คง ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 จัดการศึกษาเพ่อื ความม่ันคง 1. เสริมสรา้ งความม่ันคงของสถาบนั หลัก และการปกครองในระบบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ ทรงเปน็ ประมขุ แนวทาง ตวั ชีว้ ดั ความสาเรจ็ 1.1 น้อมนาแนวพระราชดาริ สบื สานพระราชปณิธาน 1. ร้อยละ 100 ของสถานศึกษามกี ารบรู ณาการ และพระบรมราโชบายด้านการศกึ ษาหรือ “ศาสตร์ “ศาสตรพ์ ระราชา” มาใช้ในการจัดกระบวนการ พระราชา” มาใช้ในการจัดกระบวนการเรยี นร้อู ย่าง เรียนรูอ้ ยา่ งยงั่ ยืน ยง่ั ยืน 2. รอ้ ยละ 100 ของสถานศึกษา ปลกู ฝังและ 1.2 ปลูกฝงั และเสริมสรา้ งวถิ ีประชาธปิ ไตย เสรมิ สร้างวถิ ปี ระชาธิปไตย ความสามคั คี ความสามคั คี สมานฉันท์ สนั ติวธิ ี ตอ่ ตา้ นการทุจริต สมานฉันท์ สนั ติวิธี ต่อตา้ นการทุจริตคอรปั ช่นั คอรัปชัน่ และยดึ มน่ั ในการปกครองระบอบ และยึดมนั่ ในการปกครองระบบประชาธปิ ไตย ประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข อนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข 1.3 เสรมิ สรา้ งความรู้ความเข้าใจทีถ่ ูกตอ้ งเกีย่ วกับ 3. ร้อยละ 100 ของผเู้ รียนมีความรู้ความเข้าใจ สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ผ่านหลกั สูตร ทถ่ี ูกต้องเกย่ี วกับสถาบนั ชาติ ศาสนา และกระบวนการเรียนรปู้ ระวตั ิศาสตร์และความเปน็ พระมหากษัตริย์ ผ่านหลกั สูตรและกระบวนการ พลเมือง เรยี นร้ปู ระวตั ศิ าสตร์และความเป็นพลเมือง
2. ปลกู ฝงั ผูเ้ รียนด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมที่พงึ ประสงค์ แนวทาง ตัวชว้ี ดั ความสาเรจ็ 2.1 ส่งเสริมสนบั สนุนการจดั กจิ กรรมทั้งในและนอก 4. รอ้ ยละ 100 ของผูเ้ รยี น มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม หอ้ งเรยี น ท่เี ออ้ื ต่อการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ตามหลกั สตู ร และ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ตามหลกั สูตรและคา่ นยิ มหลกั คา่ นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ ของคนไทย 12 ประการ 2.2 เสริมสรา้ งความรคู้ วามเข้าใจ เก่ียวกบั ภยั คุกคาม 5. รอ้ ยละ 100 ของผู้เรยี นท่ีมีความรู้ความเข้าใจ ในรปู แบบใหม่ เชน่ อาชญากรรม และความรุนแรง เกย่ี วกบั ภยั คุกคามในรปู แบบใหม่ ในรูปแบบต่าง ๆ สงิ่ เสพติด ภัยพิบตั จิ ากธรรมชาติ ภยั จากโรคอบุ ตั ใิ หม่ ภยั จากไซเบอร์ ฯลฯ 3. พัฒนาการจัดการศึกษาโรงเรยี นในเขตพืน้ ท่พี ิเศษให้เหมาะสมกับบริบทของพนื้ ท่ี แนวทาง ตัวชว้ี ัดความสาเรจ็ 3.1 พัฒนาการจัดการศึกษาโรงเรียนในเขตพ้ืนที่พเิ ศษ 6. รอ้ ยละ 80 ของสถานศึกษาในเขตพ้ืนที่พเิ ศษ ให้เหมาะสมตามบริบทของพืน้ ท่ี เช่น เขตพฒั นาพเิ ศษ แต่ละประเภทมกี ารพฒั นาการจัดการศกึ ษาตาม เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภายใต้ เขตระเบียบเศรษฐกจิ บริบทของพื้นที่ เขตสามเหลีย่ มมนั่ คง ม่งั ค่ัง ย่ังยนื เขตพน้ื ท่ชี ายแดน เขตเศรษฐกิจพเิ ศษ นโยบายท่ี 2 ดา้ นการพฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รียน และส่งเสริมการจดั การศึกษาเพื่อสรา้ งขีด ความสามารถ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียนและสง่ เสริมการจัดการศึกษาเพ่ือสร้างขีดความสามารถ ในการแขง่ ขัน 1. เสรมิ สร้างความเข้มแขง็ ในการพฒั นาผ้เู รียนอยา่ งมีคณุ ภาพดว้ ยการปรับหลกั สูตร การวดั และประเมนิ ผลทเ่ี หมาะสม แนวทาง ตัวชว้ี ัดความสาเร็จ 1.1 ปรบั ปรุงหลกั สูตรในระดับปฐมวยั และหลกั สตู ร 1. รอ้ ยละ 100 ของสถานศกึ ษานาหลกั สตู รระดับ แกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน และนาหลกั สูตรไปสู่ ปฐมวยั และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การปฏบิ ตั ิให้เกิดประสทิ ธภิ าพ และจดั การเรียนรู้ ไปส่กู ารปฏิบตั ิใหเ้ กิดประสิทธิภาพ ให้สอดคล้องกับหลักสตู ร ตามความจาเปน็ และ 2. ร้อยละ 100 ของสถานศึกษา จดั การเรยี นรู้ ความตอ้ งการของผู้เรียน ชมุ ชน ท้องถิน่ และสังคม สอดคลอ้ งกับหลักสตู ร ตามความจาเป็นและ ความตอ้ งการของผเู้ รียน ชมุ ชน ท้องถ่ิน และ สังคม
แนวทาง ตวั ชี้วัดความสาเรจ็ 1.2 ส่งเสรมิ การเรียนการสอนให้ผู้เรยี นมีความมัน่ ใจ 3. ร้อยละ 80 ของผูเ้ รยี นผา่ นเกณฑ์การประเมิน ในการสอ่ื สารภาษาองั กฤษ ภาษาประเทศคู่คา้ และ ความสามารถด้านการใชภ้ าษาองั กฤษ ภาษาอาเซยี นอย่างน้อย 1 ภาษา 4. ร้อยละ 80 ของสถานศึกษาจัดการเรียนการสอน ภาษาอาเซยี นอย่างน้อย 1 ภาษา 1.3 พัฒนาระบบการวัดและประเมนิ ผลทุกระดับ 5. ร้อยละ 100 ของสถานศึกษา มีระบบการวัด ใหม้ ีคุณภาพและมาตรฐาน นาไปสู่การพัฒนา และประเมนิ ผล ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน คุณภาพผ้เู รียนเต็มตามศกั ยภาพ 2. พฒั นาคณุ ภาพกระบวนการเรียนรู้ แนวทาง ตวั ชีว้ ัดความสาเร็จ 2.1 พฒั นาผู้เรียนระดบั ก่อนประถมศึกษา ใหม้ ีพัฒนาการ 6. รอ้ ยละ 100 ของผู้เรียนระดับก่อนประถมศึกษา ทางดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปญั ญา มพี ฒั นาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม ให้มีความพรอ้ มเขา้ สู่การเรยี นในระดับทส่ี ูงขึน้ สตปิ ญั ญา และพร้อมเขา้ สู่การเรยี นในระดับ ทส่ี งู ขึ้น 2.2 ส่งเสรมิ สนับสนนุ ใหผ้ ู้เรยี นสามารถอา่ นออกเขียนได้ 7. รอ้ ยละ 100 ของผู้เรยี น มีทักษะการอ่าน ตามช่วงวัย การเขียน ผา่ นเกณฑต์ ามช่วงวัย - ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 อ่านออก เขียนได้ - ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 2 – 6 อ่านคล่อง เขยี นคล่อง 2.3 สง่ เสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนมนี ิสยั รักการอ่าน 8. ร้อยละ 100 ของสถานศกึ ษา จดั กจิ กรรม สง่ เสริมรักการอ่าน 2.4 ส่งเสรมิ การจัดการเรียนรู้ทใ่ี ห้ผู้เรียนไดเ้ รยี นรู้ 9. ผเู้ รยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 มผี ลการทดสอบ ผา่ นกิจกรรมการปฏบิ ัตจิ รงิ (Active Learning) คะแนนความสามารถพน้ื ฐานระดับชาติ (NT) เนน้ ทักษะกระบวนการ ให้เกิดทักษะการคิด วเิ คราะห์ ด้านภาษา ดา้ นคานวณ และด้านเหตุผล คดิ แก้ปัญหา และคดิ สร้างสรรค์ในทกุ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ตั้งแตร่ ้อยละ 50 ขึ้นไป มจี านวนเพิ่มขึ้น ทั้งในและนอกห้องเรยี น จากปีการศึกษาที่ผ่านมา 10. ผเู้ รียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 ชน้ั มธั ยมศกึ ษา ปที ่ี 3 และชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 มีคะแนนสอบ O-NET ต้ังแต่ร้อยละ 50 ขึน้ ไป ในแต่ละกลมุ่ สาระ มจี านวนเพิม่ ขนึ้ จากปีการศึกษาทผี่ ่านมา 11. รอ้ ยละ 70 ของผ้เู รียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดแกป้ ัญหา และคดิ สรา้ งสรรคจ์ ากการเรียนรู้ ผ่านกจิ กรรมการปฏบิ ตั จิ ริง (Active Learning)
แนวทาง ตวั ชว้ี ัดความสาเร็จ 2.5 ส่งเสรมิ ให้ผเู้ รยี นมที กั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษ 12. ร้อยละ 100 ของผูเ้ รยี นมีสมรรถนะสาคัญ ที่ 21 ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน สอดคลอ้ งกบั ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 2.6 ปลูกฝังทักษะกระบวนการวิทยาศาสตรแ์ ละ 13. ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาปลกู ฝังทกั ษะ จิตวิทยาศาสตร์ กระบวนการวิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ ให้กับนกั เรียน 2.7 สนบั สนนุ การผลติ จดั หาและใช้สอ่ื การเรียน 14. ร้อยละ 100 ของสถานศึกษา ผลติ จัดหา การสอน เทคโนโลยี นวัตกรรม และสง่ิ อานวย และใชส้ อื่ การเรียนการสอน เทคโนโลยี นวตั กรรม ความสะดวกทห่ี ลากหลาย รวมทงั้ การพัฒนา หอ้ งสมุดและแหล่งเรียนรู้ ห้องสมุดและแหลง่ เรยี นรภู้ ายในสถานศึกษา ในการจัดการเรยี นรู้ไดท้ ั้งในห้องเรียน และ นอกห้องเรยี น เพ่ือให้ผู้เรยี นได้เรยี นรู้อยา่ งเต็ม ศกั ยภาพ 2.8 ส่งเสรมิ การจดั หลกั สูตรทักษะอาชพี ควบคู่ไปกับ 15. รอ้ ยละ 100 ของสถานศึกษามีหลักสูตร วิชาสามัญ เชน่ ทวิศึกษา (Dual Education) ทักษะอาชีพอย่างน้อย 1 หลักสตู ร หลกั สูตรระยะสน้ั 2.9 สง่ เสริม สนบั สนุนการพัฒนาผู้เรยี นทม่ี ีความ 16. รอ้ ยละ 100 ของผู้เรยี นที่มีความต้องการ ต้องการจาเปน็ พิเศษ (ผู้พิการ ผู้ดอ้ ยโอกาส และ จาเปน็ พิเศษ (ผู้พิการ ผู้ดอ้ ยโอกาส และผู้มี ผูม้ ีความสามารถพเิ ศษ) ใหเ้ ต็มตามศักยภาพ ความสามารถพิเศษ) ได้รบั การส่งเสริม สนับสนุน ดว้ ยรปู แบบที่เหมาะสม และพัฒนาเต็มตามศกั ยภาพด้วยรปู แบบ ท่ีเหมาะสม 2.10 สง่ เสริมสนับสนุนการจัดกิจกรรมแนะแนว 17. ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาจัดกจิ กรรม เพ่ือการศึกษาตอ่ และการประกอบอาชีพอยา่ งเขม้ แข็ง แนะแนวเพื่อการศึกษาต่อและการประกอบอาชพี ต่อเน่อื งและเป็นรปู ธรรม 3. สร้างขดี ความสามารถในการแข่งขนั แนวทาง ตัวชี้วดั ความสาเร็จ 3.1 ยกระดับผลการประเมนิ ระดับนานาชาติ 18. คะแนนเฉล่ยี ผลการประเมินระดับนานาชาติ ตามโครงการ PISA (Programme for International ตามโครงการ PISA (Programme for Student Assessment) International Student Assessment) สูงขนึ้
แนวทาง ตัวชีว้ ดั ความสาเรจ็ 3.2 สง่ เสริมการพัฒนาศักยภาพผเู้ รียนสู่ความเป็นเลิศ 19. ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาส่งเสริมการพัฒนา ในด้านต่าง ๆ ศักยภาพผเู้ รียนสู่ความเป็นเลิศในด้านตา่ ง ๆ 3.3 ส่งเสรมิ การเรียนรูเ้ ชิงบรู ณาการแบบสหวทิ ยาการ 20. ร้อยละ 100 ของสถานศึกษาทจ่ี ัดการเรยี นรู้ เชน่ สะเต็มศกึ ษา (Science Technology ตามแนวทางสะเต็มศกึ ษา (STEM Education) Engineering and Mathematics Education : มีนวัตกรรมเพ่ือสร้างมูลคา่ เพ่ิมสอดคล้องกับ STEM Education) เพ่ือพัฒนากระบวนการคดิ ประเทศไทย 4.0 และการสร้างสรรคน์ วตั กรรมเพอ่ื สร้างมลู คา่ เพิม่ สอดคลอ้ งกบั ประเทศไทย 4.0 4. สง่ เสรมิ สนบั สนุนการทาวจิ ัย และนาผลการวจิ ัยไปใช้พัฒนาคุณภาพการจดั การศึกษา แนวทาง ตวั ชีว้ ดั ความสาเร็จ 4.1 ส่งเสริมการทาวิจัยเพ่ือพัฒนาการบริหาร 21. ร้อยละ 80 ของหนว่ ยงานทกุ ระดับมผี ลงานวิจัย จดั การศึกษา และนาผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการจัด การศึกษา 4.2 สง่ เสริมการทาวจิ ยั เพื่อพัฒนาหลกั สูตร 22. ร้อยละ 100 ของครูและบุคลากรทางการศึกษา กระบวนการเรยี นรู้ การวดั และประเมินผล มวี จิ ยั ในชัน้ เรยี นและนาผลการวิจัยไปใชพ้ ฒั นา โดยเนน้ ให้มกี ารวจิ ัยในชั้นเรียน หลกั สตู ร กระบวนการเรียนรู้ การวดั และ ประเมินผล นโยบายที่ 3 ดา้ นการสง่ เสรมิ พฒั นาครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ยทุ ธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสรมิ สนับสนุนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา 1. พฒั นาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา ใหส้ ามารถจดั การเรยี นรู้อย่างมีคณุ ภาพ ในรูปแบบ ทีห่ ลากหลาย แนวทาง ตัวชี้วดั ความสาเร็จ 1.1 พฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ใหส้ ามารถ 1. รอ้ ยละ 80 ของครุและบคุ ลากรทางการศกึ ษา จัดการเรียนรอู้ ยา่ งมีคุณภาพท้ังระบบ เชื่อมโยงกบั เข้ารบั การพฒั นาผ่านสอ่ื เทคโนโลยีสารสนเทศ การเลอ่ื นวิทยฐานะในรปู แบบทีห่ ลากหลาย เช่น และการสื่อสารทที่ ันสมัย TEPE Online (Teachers and Educational 2. รอ้ ยละ 80 ของครูและบุคลากรทางการศึกษา Personnels Enhancement Besed on Mission ได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้อยา่ งมีคณุ ภาพ And Functional Areas as Majors) ชุมชนแห่ง ในรูปแบบทีห่ ลากหลาย การเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) การเรยี นรผู้ า่ นกจิ กรรม การปฏบิ ัติจริง (Active Learning) ฯลฯ
2. พัฒนาระบบการบรหิ ารงานบุคคลให้มปี ระสทิ ธิภาพ โดยเชือ่ มโยงกับหนว่ ยงานท่ีเก่ยี วขอ้ ง แนวทาง ตัวช้วี ัดความสาเร็จ 2.1 พฒั นาระบบการบริหารงานบคุ คลให้มปี ระสิทธภิ าพ 3. รอ้ ยละ 100 ของสานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษา โดยเชือ่ มโยงกบั หน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งในการกาหนด มแี ผนอตั รากาลังในการสรรหาและบรรจแุ ตง่ ตั้ง แผนอตั รากาลัง การสรรหา การบรรจแุ ต่งตง้ั ตรงความต้องการของสถานศึกษา การประเมนิ และการพัฒนา การสรา้ งแรงจูงใจให้ครู 4. ร้อยละ 100 ของสานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษา และบคุ ลากรทางการศึกษา มีขวญั และกาลังใจ มีระบบการประเมินและการพัฒนาครูผู้ชว่ ย ในการทางาน 5. รอ้ ยละ 100 ของครูและบุคลากรทางการศึกษา มคี วามสขุ ในการปฏิบตั งิ าน นโยบายท่ี 4 ดา้ นโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทยี มการเข้าถึงบริการทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ท่ี 4 ขยายโอกาสการเข้าถงึ บริการทางการศึกษาและการเรยี นรู้อยา่ งมคี ณุ ภาพ 1. เพิม่ โอกาสการเข้าถงึ การศึกษาท่ีมีคุณภาพ แนวทาง ตวั ช้วี ดั ความสาเรจ็ 1.1 ส่งเสรมิ ประชากรวยั เรยี นทุกคนให้ไดร้ บั โอกาส 1. ร้อยละ 100 ของประชากรวัยเรยี นภาคบังคับ ในการเข้ารบั บริการทางการศึกษาอยา่ งท่วั ถึง ได้รับโอกาสในการเขา้ รบั บริการทางการศึกษา มีคณุ ภาพและเสมอภาค อย่างท่ัวถึง มีคุณภาพและเสมอภาค 2. รอ้ ยละ 90 ของประชากรวัยเรยี นไดร้ บั การศึกษา ข้นั พน้ื ฐาน ได้รับโอกาสในการเข้ารับบรกิ าร ทางการศกึ ษา อย่างท่ัวถงึ และเสมอภาค 1.2 สรา้ งความเขม้ แขง็ ของระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรียน 3. รอ้ ยละ 100 ของผู้เรียนได้รบั การพฒั นา ระบบสง่ เสริมความประพฤตินักเรียน ระบบคุ้มครอง เต็มตามศกั ยภาพในระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรียน นกั เรยี น และการสรา้ งภูมิคุม้ กันทางสังคม 4. ร้อยละ 100 ของผเู้ รียนได้รับการพฒั นา เต็มตามศกั ยภาพในระบบสง่ เสรมิ ความประพฤติ นกั เรียน 5. รอ้ ยละ 100 ของผู้เรยี นได้รบั การพัฒนา เต็มตามศักยภาพในระบบคุม้ ครองนักเรยี น 6. รอ้ ยละ 100 ของผู้เรียนได้รบั การพัฒนา เต็มตามศักยภาพในการสร้างภมู คิ ุ้มกันทางสังคม
2. ลดความเหลอื่ มล้าทางการศกึ ษา ตัวชวี้ ดั ความสาเรจ็ แนวทาง 7. ร้อยละ 100 ของผู้เรียนได้รับการสนบั สนุน 2.1 ประสานหน่วยงานที่เกย่ี วข้องในการจดั การศกึ ษา ส่งเสรมิ การจัดการศึกษาท่ีเหมาะสม เต็มตาม ทีเ่ หมาะสม สาหรบั เดก็ ด้อยโอกาส ที่ไม่อยูใ่ น ศกั ยภาพ ทะเบียนราษฎร เชน่ เด็กไรส้ ัญชาติ เดก็ พลัดถน่ิ เดก็ ต่างดา้ ว เด็กไทยทีไ่ ม่มเี ลขประจาตวั ประชาชน เป็นต้น 2.2 สง่ เสริมสนบั สนุนการใช้เทคโนโลยีในการจดั 8. ร้อยละ 100 ของผเู้ รยี นได้รบั การสนับสนุน การศึกษาให้ครอบคลุมพื้นทอ่ี ย่างทว่ั ถึง เช่น การใช้เทคโนโลยีในการจดั การศึกษาอยา่ งท่วั ถึง การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยี สารสนเทศ (Distance learning information technology : DLIT) , การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา ด้วยเทคโนโลยกี ารศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม (Distance Learning Television : DLTV) ฯลฯ นโยบายท่ี 5 ดา้ นการจัดการศกึ ษาเพ่อื สร้างเสรมิ คณุ ภาพชีวติ ท่เี ป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 5 จดั การศึกษาเพอ่ื เสริมสรา้ งคุณภาพชีวติ ที่เป็นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม 1. จดั การศกึ ษาเพื่อสร้างเสริมคณุ ภาชีวติ แนวทาง ตัวชว้ี ัดความสาเรจ็ 1.1 สง่ เสริม สนบั สนุนการสร้างจติ สานึก 1. ร้อยละ 100 ของหนว่ ยงานทุกระดับจัดกจิ รรม รกั ษ์ส่ิงแวดลอ้ ม มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และ ส่งเสริม สนับสนนุ การสรา้ งจิตสานกึ รักษ์สง่ิ แวดล้อม น้อมนาแนวคิดตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งสู่ มคี ุณธรรม จริยธรรม และน้อมนาแนวคดิ ตาม การปฏิบัติในการดาเนนิ ชวี ติ หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 1.2 ส่งเสริม สนบั สนนุ ใหส้ ถานศกึ ษาพัฒนาหลักสูตร 2. รอ้ ยละ 100 ของหนว่ ยงานทกุ ระดับมหี ลกั สตู ร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และส่อื การเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้การสรา้ งเสริมคณุ ภาพชวี ติ ต่าง ๆ ทเี่ ก่ยี วข้องกบั การสรา้ งเสริมคุณภาพชีวิต ทเ่ี ปน็ มิตรกบั สงิ่ แวดล้อม ท่ีเป็นมิตรกับส่งิ แวดลอ้ ม 1.3 สร้างเครอื ข่ายความร่วมมือกับภาคสว่ นตา่ ง ๆ 3. ร้อยละ 100 ของหน่วยงานทุกระดับมเี ครือข่าย ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม ความร่วมมือกับภาคสว่ นต่าง ๆ ในการอนุรักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม อย่างนอ้ ย 1 เครอื ข่ายขึ้นไป
นโยบายที่ 6 ด้านการพฒั นาระบบบริหารจัดการและสง่ เสริมให้ทุกภาคส่วนมสี ่วนร่วม ในการจัดการศกึ ษา ยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาระบบบริหารจดั การและส่งเสรมิ การมสี ่วนรว่ มในการจัดการศึกษา 1. พฒั นาระบบบริหารจดั การใหม้ ปี ระสิทธิภาพ แนวทาง ตัวชี้วัดความสาเร็จ 1.1 พัฒนาระบบการวางแผน การนาแผนไปส่กู ารปฏบิ ัติ 1. รอ้ ยละ 100 ของหน่วยงานทกุ ระดับใชจ้ า่ ย การกากับ ตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผล งบประมาณเพื่อการบรหิ ารจัดการที่มปี ระสิทธภิ าพ เพื่อการบรหิ ารจัดการที่มีประสทิ ธิภาพ โดยยดึ หลกั มกี ารกากับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ธรรมาภบิ าล โดยยึดหลกั ธรรมาภิบาล 1.2 พัฒนาระบบงบประมาณและการสนบั สนนุ 2. ร้อยละ 100 ของหน่วยงานทุกระดับ จดั ทา คา่ ใชจ้ า่ ยเพื่อการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน แผนการใช้จ่ายงบประมาณสอดคล้องแนวทาง การดาเนินงานโครงการสนบั สนนุ ค่าใช้จา่ ย ในการจัดการศกึ ษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบ การศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ.2560 1.3 พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพือ่ การจัดการศึกษา 3. ร้อยละ 100 ของหน่วยงานทกุ ระดับ ไดร้ ับ ท่ีมีมาตรฐานเชื่อมโยงและเข้าถงึ ได้ การพฒั นาระบบเทคโนโลยีดิจทิ ัล เพ่อื การจดั การศกึ ษา 1.4 สร้างความเข้มแขง็ และยกระดับคุณภาพ 4. รอ้ ยละ 80 ของสถานศกึ ษาในเขตพน้ื ที่พิเศษ สถานศกึ ษาตามบรบิ ทของพื้นที่ เชน่ โรงเรยี น แตล่ ะประเภทมกี ารพัฒนาการจดั การศกึ ษา ทปี่ ระสบปัญหาวกิ ฤตทางการศึกษา (ICU) , ตามบรบิ ทของพ้นื ท่ี โรงเรียนประชารฐั (ดใี กล้บา้ น) , โรงเรยี นคุณธรรม โรงเรียนห้องเรียนกีฬา , โรงเรียนมาตรฐานสากล ฯลฯ 1.5 ส่งเสริมระบบประกันคุณภาพภายในของ 5. รอ้ ยละ 80 ของสถานศกึ ษามรี ะบบประกัน สถานศกึ ษาให้เข้มแข็ง คุณภาพภายในทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ 1.6 ยกยอ่ งเชิดชเู กียรติสานักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา 6. ร้อยละ 100 ของหน่วยงานทกุ ระดับ สานักบรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ สถานศึกษา และ มกี ารยกย่องเชดิ ชเู กียรติ หน่วยงาน องค์คณะ องค์คณะบคุ คล ท่ีมีผลงานเชิงประจกั ษ์ บุคคลและบุคลากรท่ีมผี ลงานเชงิ ประจกั ษ์
2. สร้างความเข้มแขง็ ในการบรหิ ารจัดการแบบมีสว่ นรว่ ม แนวทาง ตวั ช้ีวัดความสาเร็จ 2.1 สง่ เสริมการบริหารจดั การเขตพ้ืนที่การศึกษา 1. รอ้ ยละ 100 ของเขตพ้ืนที่การศึกษา โดยใช้พื้นทเี่ ป็นฐาน (Area-base Management) มกี ารบรหิ ารจดั การแบบมสี ่วนร่วมอยา่ งเข้มแข็ง รูแบบการบรหิ ารแบบกระจายอานาจ “CLUSTERs” เป็นต้น 2.2 เขตพืน้ ที่การศึกษาจัดทาแผนบูรณาการ 2. ร้อยละ 100 ของเขตพน้ื ที่การศกึ ษา จดั การศกึ ษารว่ มกับสานักงานศึกษาธิการจังหวดั มแี ผนบรู ณาการจัดการศกึ ษา และสานักงานศกึ ษาธกิ ารภาค 2.3 สรา้ งความเขม้ แข็งในการยกระดับคณุ ภาพ 3. ร้อยละ 100 ของหน่วยงานทุกระดับมเี ครือข่าย การศกึ ษารปู แบบเครอื ขา่ ย เชน่ เครือข่ายสง่ เสริม สรา้ งความเขม้ แข็งในการยกระดบั คณุ ภาพการศึกษา ประสิทธิภาพการจดั การศึกษา ศูนยพ์ ฒั นากลุ่มสาระ อย่างน้อย 1 เครอื ข่ายขน้ึ ไป การเรยี นรู้ สหวทิ ยาเขต กลมุ่ โรงเรยี น ฯลฯ 2.4 ส่งเสรมิ และพัฒนาโรงเรียนด้วยพลงั ประชารฐั 4. รอ้ ยละ 100 ของเขตพ้นื ท่ีการศึกษามีการสรา้ ง อยา่ งต่อเนื่อง และยัง่ ยนื ความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม ดว้ ยพลังประชารฐั 3. สง่ เสรมิ การมสี ว่ นร่วมพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น แนวทาง ตวั ชว้ี ดั ความสาเร็จ 3.1 ส่งเสริม สนับสนุนผูป้ กครอง ชมุ ชน สงั คม และ 1. ร้อยละ 100 ของหนว่ ยงานทุกระดับ สง่ เสรมิ สาธารณชน ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ สร้างความ สนับสนุนผปู้ กครอง ชุมชน สงั คม และสาธารณชน ตระหนักในการจดั การศึกษาขัน้ พื้นฐาน การกากบั ใหม้ คี ามรู้ ความเขา้ ใจ สรา้ งความตระหนัก ดแู ล ตลอดจนมีส่วนรว่ มรบั ผิดชอบในการพัฒนา ในการจัดการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน การกากบั ดูแล คุณภาพผู้เรยี น ตลอดจนมสี ่วนร่วมรับผดิ ชอบในการพัฒนา คุณภาพผู้เรยี น 3.2 ประสานสถาบนั หรือหนว่ ยงานทางการศึกษา 2. รอ้ ยละ 100 ของหน่วยงานทุกระดับ ใหค้ ดั เลือกผูเ้ รียนเขา้ ต่อดว้ ยวิธกี ารท่ีหลากหลาย มีการประสานข้อมูลกบั สถาบันหรอื หน่วยงาน ทางการศกึ ษาในการคดั เลือกผู้เรยี นเข้าศึกษาต่อ ด้วยวิธีการทห่ี ลากหลาย
ทศิ ทางการดาเนินงานของสานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 วสิ ยั ทศั น์ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 จัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานอย่างมีคุณภาพ ตามมาตรฐาน ผู้เรียนดารงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปล่ียนแปลง ของโลกศตวรรษที่ 21 พันธกจิ 1. พัฒนาระบบและกระบวนการจดั การศึกษาท่คี นไทยทุกคนเขา้ ถึงโอกาสในการศึกษาและเรยี นรู้ ขน้ั พ้นื ฐาน สร้างความเสมอภาคดา้ นการศกึ ษาแก่ผู้เรยี นทุกกลุม่ เป้าหมาย ยกระดับคณุ ภาพและประสทิ ธิภาพ ของการจดั การศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน 2. พัฒนาคณุ ภาพของผูเ้ รียนให้เปน็ ผู้ทมี่ ีความรู้ คุณลกั ษณะ และทักษะการเรียนร้ใู นศตวรรษที่ 21 สามารถพัฒนาศกั ยภาพและเรยี นรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเน่ือง 3. สนบั สนุนให้เกิดสังคมแหง่ การเรยี นรูแ้ ละสังคมคุณธรรม จรยิ ธรรม ที่ผู้เรียนทุกคนอยู่ร่วมกัน อยา่ งปลอดภยั สงบสุข โดยนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสู่การจดั การศึกษา 4. จัดการศึกษาขน้ั พื้นฐานที่สอดคล้องและรองรับกระแสการเปล่ียนแปลงของโลกศตวรรษท่ี 21 ภายใต้ยทุ ธศาสตร์การศึกษาประเทศไทย 4.0 เป้าหมาย 1. ประชากรวัยเรียนขั้นพ้ืนฐานทุกคน ได้รับการบรกิ ารทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพและมาตรฐาน อยา่ งท่ัวถึง 2. ผู้เรยี นในระดบั การศึกษาขั้นพ้ืนฐานทุกกลุ่มเปา้ หมาย ไดร้ ับบริการทางการศึกษาอยา่ งเสมอภาค และเท่าเทียม 3. เขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาจดั การศกึ ษาที่มคี ุณภาพ สามารถพัฒนาผ้เู รยี นให้บรรลุขีดความสามารถ และเตม็ ตามศกั ยภาพ 4. เขตพืน้ ที่การศึกษามีการบริหารจัดการท่ีมีประสิทธิภาพ เพ่อื การพัฒนาผู้เรียนให้ท่วั ถึงอย่างมี คุณภาพ บรรลเุ ป้าหมายและคุ้มค่าต่อการลงทุน 5. เขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามีการจัดการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน ท่สี นองตอบและกา้ วทนั การเปล่ยี นแปลง โลกศตวรรษที่ 21 สยู่ ุทธศาสตร์การศึกษาประเทศไทย 4.0 และเป็นมติ รกบั สิ่งแวดลอ้ ม ยุทธศาสตร์ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 จัดการศึกษาเพื่อความม่ันคง ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนและสง่ เสริมการจัดการศึกษาเพื่อสร้างขีดความสามารถ ในการแขง่ ขนั ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 4 ขยายโอกาสการเข้าถงึ บรกิ ารทางการศกึ ษาและการเรียนรู้อย่างมคี ณุ ภาพ ยทุ ธศาสตร์ที่ 5 จดั การศึกษาเพอ่ื เสริมสร้างคณุ ภาพชีวติ ทเ่ี ปน็ มติ รกับสิ่งแวดลอ้ ม ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 6 พฒั นาระบบบรหิ ารจัดการและสง่ เสรมิ การมสี ่วนรว่ มในการจดั การศึกษา
ตัวช้วี ัด ยุทธศาสตร์ท่ี 1 จดั การศกึ ษาเพือ่ ความมั่นคง 1. รอ้ ยละของสถานศกึ ษาในเขตพน้ื ทพ่ี ิเศษมีการพัฒนาการจัดการศึกษาตามบรบิ ทของพืน้ ท่ี 2. รอ้ ยละของนักเรียนไดร้ ับการสรา้ งภมู คิ ุ้มกนั ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา 3. ร้อยละของนักเรียนมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คุณลักษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลกั สูตรและ ค่านิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ 4. ร้อยละของสถานศกึ ษานา “ศาสตรพ์ ระราชา” มาใชใ้ นกระบวนการจดั การเรยี นรู้ ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 พฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รยี นและสง่ เสรมิ การจัดการศกึ ษาเพือ่ สรา้ งขดี ความสามารถในการแข่งขนั 1. ร้อยละของเด็กปฐมวยั มีพัฒนาการสมวัย 2. ร้อยละของสถานศกึ ษาปรับปรงุ หลักสูตรสถานศกึ ษาสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวชี้วดั เกณฑ์การจบการศกึ ษา 3. ร้อยละของผู้เรียนผ่านเกณฑก์ ารประเมินความสามารถด้านการใชภ้ าษาองั กฤษเพ่ือการสอื่ สาร 4. ร้อยละของสถานศึกษามกี ระบวนการวดั และประเมินผลดว้ ยวิธีการท่ีหลากหลาย 5. ร้อยละของนักเรยี นแตล่ ะระดับชั้นอา่ นออกเขยี นได้ตามเกณฑ์ทส่ี านักงานคณะกรรมการ การศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน กาหนด 6. ร้อยละของนกั เรียนอ่านหนงั สือตามเกณฑ์ทส่ี านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน กาหนด 7. รอ้ ยละของผูเ้ รียนมที ักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 จากการเรยี นรใู้ นการปฏิบตั ิจริงตามสภาพ ความตอ้ งการ และบริบทของแต่ละพนื้ ที่ 8. รอ้ ยละของนกั เรียนที่มคี ะแนนการทดสอบการศกึ ษาระดับชติ (O-NET) มากกวา่ ร้อยละ 50 เปรียบเทียบกบั ปกี ารศึกษาทผี่ า่ นมา 9. รอ้ ยละของสถานศกึ ษาท่สี อนนกั เรียนในระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน้ ได้รับการเตรยี มความพร้อม ในการประเมนิ ระดบั นานาชาติ ตามโครงการ PISA ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 สง่ เสริม สนับสนนุ การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 1. จานวนครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาไดร้ บั การพัฒนาตามมาตรฐานวชิ าชีพ 2. ร้อยละของสานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษามรี ะบบการบริหารงานบุคคลทมี่ ีประสิทธภิ าพ ยุทธศาสตร์ท่ี 4 ขยายโอกาสการเขา้ ถึงบรกิ ารทางการศึกษาและการเรียนรู้อยา่ งมีคณุ ภาพ 1. ประชากรวัยเรยี นทกุ คนไดร้ ับการบริการทางการศกึ ษาภาคบงั คับ 2. ประชากรวยั เรียนกลมุ่ ท่ีมีความตอ้ งการพเิ ศษ ไดร้ บั การบรกิ ารทางการศึกษา 3. สถานศึกษามีและใช้แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศที่เปน็ ปัจจุบันและทนั สมัย ยทุ ธศาสตร์ที่ 5 จดั การศกึ ษาเพ่ือเสริมสรา้ งคุณภาพชวี ติ ทเี่ ปน็ มิตรกบั สง่ิ แวดล้อม 1. ร้อยละของผเู้ รยี นระดบั การศึกษามพี ฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงความตระหนักในความสาคัญ ของการดาเนนิ ชวี ติ ท่ีเปน็ มติ รกับส่ิงแวดลอ้ ม คุณธรรม จรยิ ธรรม และการประยกุ ตใ์ ช้ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการดาเนินชีวิตเพมิ่ ขน้ึ ยุทธศาสตรท์ ่ี 6 พัฒนาระบบบรหิ ารจดั การและสง่ เสริมการมสี ่วนร่วมในการจดั การศกึ ษา 1. อตั ราออกกลางคันของผู้เรียนระดบั การศึกษาขั้นพืน้ ฐานลดลง 2. ร้อยละของสถานศึกษาและหนว่ ยงานทุกระดับรว่ มกันส่งเสริมสนับสนุนใหผ้ ู้ปกครอง ชุมชน สงั คม ฯลฯ มีสว่ นร่วมในการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น
สว่ นท่ี 3 โครงการ / กจิ กรรม
ภาคผนวก
คณะผู้จัดทา 1. นายสมบูรณ์ สนั ชุมภู รองผอู้ านวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 2. นายธีรศกั ดิ์ สืบสตุ ิน ผู้อานวยการกลมุ่ นโยบายและแผน 3. นางพยอม รตั นอภิรักษ์กุล นักวิเคราะหน์ โยบายและแผนชานาญการพเิ ศษ 4. นางสุวาริณี ตนั วงศ์ นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการพเิ ศษ 5. น.ส.สุดากานต์ ไชยรุ่งเรอื ง นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผนปฏิบตั ิการ 6. นายนพดล ดว้ งธิวงศ์ นกั วิเคราะหน์ โยบายและแผนปฏบิ ัตกิ าร 7. น.ส.เสาวรีย์ ศรีจันทร์ เจา้ พนักงานธุรการปฏบิ ตั ิงาน 8. นางภาณิณี ใจธรรม เจ้าหนา้ ที่ธุรการ 9. นายอสิ ระ ดมี าก เจ้าหนา้ ทโี่ สตทศั นูปกรณ์ ***********************************
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 จัดการศึกษาเพ่อื ความมั่นคง
โครงการ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์และพัฒนา ค่านยิ ม 12 ประการ หนว่ ยงานรับผิดชอบโครงการ กลมุ่ นเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 ผู้รับผิดชอบโครงการ นายชนินทร์ บุญมี และ นางสาวบรู ณี ภกั ดณี รงค์ ระยะเวลาดาเนินการ พฤษภาคม – กนั ยายน 2561 สอดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ 1 จดั การศึกษาเพอื่ ความม่ันคง 1. หลักการและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ได้กาหนด จุดมุ่งหมายการศึกษา เพ่ือมุ่งพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และ คุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงวัฒนธรรมในการดารงชีวิตและอยู่ในสังคมโลกได้อย่างมี ความสุข จุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานได้กาหนดผู้เรียน มีคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยมท่ีพึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือ ศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทย และพลโลก ยึดม่ันในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และได้กาหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์เพ่ือให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสงั คมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็น พลเมืองไทยและพลโลก ซ่ึงมีความสอดคล้องกับนโยบายของ คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ในเร่ือง คา่ นยิ มหลกั ของไทย โดยกาหนดให้ทางสถานศกึ ษาเน้นการปลกู ฝงั ให้ผูเ้ รียนเกดิ คา่ นยิ มหลัก 12 ประการ สำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำลำปำง เขต 3 มีนโยบำยท่ีจะขับเคลื่อนงำน เป้ำหมำยควำมสำเร็จ เพ่ือให้ผู้เรียนทุกคนได้รับกำรพัฒนำให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกควำมเป็นไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 และรวมถึงกำรสร้ำง คุณลักษณะนิสัยตำมค่ำนิยมพ้ืนฐำน 12 ประกำร ตำมนโยบำยของคณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ (คสช.) เพ่ือ สร้ำงสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง โดยต้องสร้ำงคนในชำติ ให้มีค่ำนิยมท่ีถูกต้อง มีจิตสำนึกควำมเป็นชำติไทย และวิถชี วี ติ ตำมหลกั ปรัชญำเศรษฐกจิ พอเพยี งเพือ่ ให้ตรงกบั ทฤษฎกี ำรทำซำ้ ซำ้ จะเกิดเป็นกำรสรำ้ งนิสัย ให้กับ ตนเองในกำรดำเนินวิถีชีวติ อยำ่ งถำวร 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพ่อื ให้นักเรียนทุกคนในสงั กดั สานักงานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ใหม้ คี ุณธรรม จรยิ ธรรม คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และค่านยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ 2.2 เพื่อการนิเทศ ติดตามการดาเนินงานการดาเนินการด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ โรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา ลาปาง เขต 3
3. เป้าหมาย 3.1 เชงิ ปรมิ าณ (1) พัฒนานกั เรียนทุกคนในสังกัดสานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ให้มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และค่านยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ (2) พฒั นาการดาเนนิ การดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และค่านิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการโรงเรยี นในสงั กัดสานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 3.2 เชงิ คณุ ภาพ (1) นกั เรียนทุกคนในสงั กัด สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 มีคุณธรรม จรยิ ธรรม คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และคา่ นยิ มหลกั ของคนไทย 12 ประการ (2) โรงเรียนในสงั กดั สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 สามารถจดั กิจกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และคา่ นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการอยา่ งมี คุณภาพ 4. วธิ กี ารดาเนนิ งาน ระยะเวลาดาเนนิ งาน ผรู้ ับผดิ ชอบ พ.ค. – ก.ย. 2561 นายชนนิ ทร์ บุญมี ท่ี กิจกรรม/ขน้ั ตอนการดาเนินงาน นางสาวบูรณี ภกั ดีณรงค์ 1 กิจกรรมที่ 1 การนิเทศตดิ ตาม กจิ กรรม ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คุณลกั ษณะ อนั พึงประสงค์และคา่ นิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ของโรงเรียนในสงั กัดสานกั งาน เขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ขั้นตอนการดาเนินงาน 1.1 ขออนุมตั ดิ าเนนิ การตามโครงการกิจกรรม 1.2 ประชมุ ผ้เู ก่ียวข้องเพ่ือเตรยี มการออกนิเทศ 1.3 ออกนิเทศติดตามการดาเนินงานของ โรงเรยี นในสังกดั 1.4 สรุปและรายงานผล 5. ระยะเวลาและสถานท่ดี าเนินการ 5.1 ระยะเวลาดาเนนิ การ พฤษภาคม – กันยายน 2561 5.2 สถานท่ดี าเนินการ โรงเรียนในสงั กดั สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3
6. งบประมาณ งบประมาณ 6.1 งบประมาณจานวน - บาท - 6.2 รายละเอียดการใช้งบประมาณ - กิจกรรม - กจิ กรรมที่ 1 การนเิ ทศตดิ ตาม กิจกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คณุ ลกั ษณะ อันพงึ ประสงค์ และคา่ นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการของโรงเรียนในสงั กดั สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 - การนเิ ทศ ติดตามโรงเรยี นในสังกดั รวม 7. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการ 7.2 ปัจจยั ความเสีย่ ง - ภาระงานและกจิ กรรมต่างๆ ทม่ี จี านวนมากและบุคลากรมจี านวนจากัด อาจทาให้การนิเทศ ตดิ ตามขาดความตอ่ เนอ่ื ง 7.2 แนวทางการบริหารความเสี่ยง - การบรู ณาการร่วมกับการออกนิเทศอื่นๆ ท่กี าหนดไวใ้ นปฏิทินการนิเทศ 8. ตัวช้ีวดั และคา่ เปา้ หมาย ค่าเป้าหมาย รอ้ ยละ 100 ตวั ชี้วดั - รอ้ ยละของโรงเรียนทดี่ าเนินกิจกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และคา่ นิยมหลกั ของคนไทย 12 ประการ 9. ผลทคี่ าดว่าจะไดร้ บั 9.1 นกั เรียนทุกคนในสงั กัดสานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 ไดร้ ับ การพฒั นาให้เปน็ ผู้มคี ณุ ธรรม จริยธรรม คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และคา่ นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการ 2. โรงเรียนในสงั กัดสานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 สามารถจดั กจิ กรรมดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และคา่ นยิ มหลักของคนไทย 12 ประการได้อย่าง มคี ุณภาพ
โครงการ พฒั นาคณุ ภาพโรงเรยี นพืน้ ท่ีสูงในถ่นิ ทรุ กันดาร หนว่ ยงานรบั ผดิ ชอบโครงการ กลมุ่ นโยบายและแผน สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ นายสมบรู ณ์ สันชมุ ภู , นายธรี ศกั ดิ์ สบื สุติน และ นางสวุ ารณิ ี ตันวงศ์ ระยะเวลาดาเนนิ การ ตลุ าคม 2560 – กนั ยายน 2561 สอดคล้องกบั ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพอื่ ความม่ันคง 1. หลกั การและเหตุผล จากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถที่พระองค์ทรงห่วงใย เร่ืองการศึกษาของเด็ก โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส เด็กชาวเขาและเด็กที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ท่ีมีปัญหาความเป็นอยู่ และโอกาสไดร้ ับการศึกษา และพระราชดารสั ของสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารีคราวเสด็จ ทรงบรรยายเรื่อง“การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร” ณ ห้องสมานฉันท์ ชั้น 3สานักงานใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2550 ตอนหนึ่งว่า “...ทาอย่างไรจะให้โรงเรียน ในถิ่นทุรกันดารและเยาวชนท่ีอยู่ในวัยการศึกษาเล่าเรียน มีพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง พร้อมท่ีจะสร้างเสริม สติปัญญาเพื่อการพฒั นาตนเองและเปน็ ประโยชนแ์ กภ่ ูมลิ าเนา สังคมสบื ไป... เรอื่ งการศึกษาต้องเนน้ คุณภาพ และโอกาสในการศึกษาไม่ใช่จะสอนอย่างไรก็ได้โดยไม่มีหลักเกณฑ์...ข้าพเจ้าเชื่อว่าแนวทางที่เราทางาน มาแต่เดิม ไม่ผิดยังใช้ได้ดีโดยเฉพาะในเขตทุรกันดารแต่เราต้องเปลี่ยนความคิดแต่ก่อนคิดว่าให้คนในเขตทุรกันดาร เรียนเพื่อเพียงเพื่อให้อ่านออกเขียนได้เท่านั้นปัจจุบันเขามีสิทธิที่จะเรียนถึงชั้นสูงได้เหมือนลูกค นในเมือง ตอ้ งมียุทธศาสตร์การพฒั นาเพม่ิ มากข้นึ ...” การพัฒนาการจัดการศึกษาให้แก่ประชากรวัยเรียนบนพ้ืนที่สูง ทั้งท่ีมีและไม่มีหลักฐาน ทางทะเบยี นราษฎร์ ใหม้ ีโอกาสทางการศกึ ษาและคุณภาพอยา่ งท่วั ถงึ ดว้ ยรูปแบบท่หี ลากหลาย ตามบริบทของ พื้นท่ีที่สถานศึกษาต้ังอยู่ จะเห็นได้ว่ามีกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเด็กด้อยโอกาสหลายฉบับได้แก่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ท่ีกาหนดให้ความคุ้มครองผู้ด้อยโอกาสและเสียเปรียบ ได้มีโอกาสทางการศึกษาและคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ โดยเน้นความเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ เพราะ กฎแห่งความ แตกต่าง ความเสมอภาคในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี อย่างท่ัวถึง มีคุณภาพ โดยไม่เก็บ ค่าใช้จ่าย นอกจากนี้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ยังไดร้ ะบุไวใ้ นมาตรา 10 เกีย่ วกับการจดั การศึกษา ตอ้ งจัดให้บคุ คลมสี ิทธแิ ละโอกาสเสมอกัน ในการรับการศึกษา ข้ันพื้นฐาน ไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างท่ัวถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และท่ีสาคัญ อีกประการหนึ่งคือประเทศไทยเป็นภาคีขององค์การสหประชาชาติ ได้รับรองอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ.1998(พ.ศ.2532) ที่กาหนดให้รัฐภาคียอมรับสิทธิของเด็กที่จะได้รับการศึกษาบนพ้ืนฐานของโอกาส ที่เท่าเทียมกันและปฏิญญาโลกว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน (Education For All) “ปฏิญญาจอมเทียน” ค.ศ.1990 (พ.ศ.2533) โดยม่งุ เน้นเพ่อื จัดการศึกษาทีต่ อบสนองความต้องการเรียนรูข้ ั้นพนื้ ฐานของปวงชน และเป็นไปอย่างเสมอภาค ทั่วถึง และเป็นธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ากันในระบบการศึกษาระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ เพศ กลุ่มทางสังคม ครอบครัว ระดับรายได้ กลุ่มเชื้อชาติ สัญชาติ กลุ่มเมือง/ชนบท เป็นต้น และ อนุสัญญาว่าดว้ ยการขจัดการเลอื กปฏิบตั ทิ างเชือ้ ชาติในทกุ รปู แบบทไี่ ด้กาหนดสิทธใิ นการไดร้ ับการศึกษา
เนื่องจากสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของโรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ในเขตพื้นที่อาเภอวังเหนือ อาเภอเมืองปาน และอาเภอแจ้ห่ม มีภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ห่างไกล และทุรกันดาร เป็นพื้นที่ป่าไม้ ต้นน้าลาธาร ประชากรที่อาศัยอยู่ในพ้ืนที่บริเวณน้ี มีหลากหลายเผ่าพันธุ์ ได้แก่ ชาวไทยพื้นเมือง ชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ เช่น กะเหรี่ยง อีก้อ (อาข่า) เย้า ม้ง เป็นต้น การตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนจะกระจัดกระจายเป็นหย่อมบ้าน ตามที่ราบเชิงเขา หุบเขา บนเข้า การคมนาคมไม่สะดวก มีวัฒนธรรมความเช่ือที่แตกต่างกันประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทาไร่ทาสวน หาของป่ารับจ้างท่ัวไป มีฐานะจากจน จึงให้ความสาคัญกับการหาเลี้ยงชีพมากกว่าการท่ีจะให้บุตรหลานเข้ารับ การศึกษา และจากการดาเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนในเขตพื้นที่สูงในถ่ินทุรกันดารในปีที่ผ่านมา พบว่าโรงเรียนในโครงการยังมีปัญหาในการจัดการศึกษาอีกมาก ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ยังต้องได้รับการดูแลและ ยกระดับคุณภาพให้ทัดเทยี มกับโรงเรียนอื่น สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 เป็นองค์กรหลักในการจัด การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ได้ตระหนักในหน้าท่ีและเล็งเห็นความสาคัญในการจัดการศึกษาให้ครอบคลุมทุกพื้นท่ีและ ทุกกลุ่มเป้าหมาย จึงได้จัดทาโครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนพ้ืนท่ีสูงในถ่ินทุรกันดาร เพื่อยกระดับและพัฒนา คณุ ภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนพ้ืนที่สูงในถิ่นทุรกันดาร และเป็นการขับเคล่ือนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ไปสกู่ ารปฏิบัติ 2. วตั ถุประสงค์ 2.1 เพอ่ื ทบทวนการจดั ทาแผนและฐานขอ้ มลู โรงเรียนพื้นท่สี ูงในถ่นิ ทุรกันดาร 2.2 เพอ่ื จดั เวทีแสดงผลงานโรงเรียนพ้ืนท่สี งู ในถิ่นทุรกันดาร 2.3 เพ่อื พัฒนาและยกระดบั คณุ ภาพโรงเรียนพื้นทีส่ งู ในถ่ินทรุ กนั ดาร 3. เปา้ หมาย 3.1 เชิงปริมาณ (1) จดั ประชมุ เชงิ ปฏิบตั ิการทบทวนการจัดทาแผนและฐานขอ้ มูลโรงเรยี นพน้ื ทส่ี งู ในถิ่น ทรุ กนั ดาร จานวน 30 โรงเรยี น จานวน 1 คร้ัง (2) จัดเวทแี สดงผลงานโรงเรยี นพน้ื ทสี่ งู ในถ่นิ ทรุ กนั ดาร จานวน 1 คร้งั (3) บริหารจัดการโรงเรยี นพื้นทสี่ ูงในถิ่นทรุ กันดาร ในด้านวชิ าการ ด้านงบประมาณ ด้านการบรหิ ารงานบุคคล และดา้ นการบรหิ ารทว่ั ไป 3.2 เชงิ คุณภาพ (1) สานกั งานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 และโรงเรียนพ้ืนทีส่ งู ในถ่ิน ทุรกนั ดาร จานวน 30 โรงเรยี น มแี ผนและฐานข้อมูลของโรงเรียนท่ีถูกต้องและครบถว้ น สามารถใช้ในการวางแผน การบรหิ ารจัดการศกึ ษาได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ (2) โรงเรยี นพ้นื ทส่ี งู ในถนิ่ ทุรกันดาร จดั แสดงผลงานเพ่ือการแลกเปลยี่ นเรียนรู้ (3) โรงเรียนพื้นท่ีสูงในถนิ่ ทรุ กนั ดาร ไดร้ ับการยกระดับและพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา
4. วิธกี ารดาเนินงาน ที่ กจิ กรรม/ขัน้ ตอนการดาเนนิ งาน ระยะเวลาดาเนนิ งาน ผู้รับผดิ ชอบ 1 กจิ กรรมท่ี 1 การจดั ทาแผน ฐานข้อมูล นายธีรศกั ดิ์ สบื สตุ ิน และเวทีแสดงผลงานโรงเรยี นพ้นื ท่ีสงู นางสวุ ารณิ ี ตนั วงศ์ ในถน่ิ ทรุ กันดาร ข้ันตอนการดาเนินงาน 1.1 แต่งต้งั คณะกรรมการ มี.ค. 2561 1.2 ประชุมคณะกรรมการ มี.ค. 2561 1.3 ประชุมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารจดั ทาแผน ฐานขอ้ มลู เม.ย. 2561 และเวทีแสดงผลงานโรงเรียนพื้นท่สี ูง ในถิน่ ทุรกันดาร 1.4 สรุปและรายงานผลการดาเนนิ งาน พ.ค. 2561 2 กจิ กรรมท่ี 2 การบรหิ ารจดั การและพฒั นา โรงเรียนพ้ืนท่ีสูงในถ่นิ ทุรกันดาร ขั้นตอนการดาเนนิ งาน 2.1 แตง่ ตง้ั คณะกรรมการ ธ.ค. 2560 2.2 ประชมุ คณะกรรมการ ธ.ค. 2560 2.3 สนับสนุนการบรหิ ารจัดการและพัฒนา ต.ค.2560 – ก.ย. 2561 คณุ ภาพโรงเรยี นพ้ืนทสี่ ูงในถ่ินทนุ กนั ดาร - ด้านวชิ าการ - ด้านงบประมาณ - ด้านการบรหิ ารงานบุคคล - ดา้ นการบริหารงานทวั่ ไป 2.4 สรปุ และรายงานผลการดาเนินงาน ก.ย. 2561 5. ระยะเวลาและสถานทีด่ าเนินการ 5.1 ระยะเวลาดาเนนิ การ ตุลาคม 2560 – กนั ยายน 2561 5.2 สถานที่ดาเนินการ - โรงแรมในจงั หวดั ลาปาง - หอ้ งประชุม สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3
6. งบประมาณ งบประมาณ 6.1 งบประมาณจานวน 350,000 บาท 6.2 รายละเอยี ดการใชง้ บประมาณ (200,000) 30,000 กจิ กรรม 24,000 กจิ กรรมท่ี 1 การจัดทาแผนและฐานข้อมูลโรงเรียนพื้นทส่ี ูงในถิ่นทรุ กนั ดาร 12,000 ค่าใชจ้ ่าย 1.1 คา่ อาหารกลางวนั ผู้เขา้ ประชมุ และคณะกรรมการ รวม 40 คน 3 ม้ือ ๆ ละ 250 บาท 48,000 1.2 ค่าอาหารเยน็ ผู้เขา้ ประชมุ และคณะกรรมการ รวม 40 คน 2 มอ้ื ๆ ละ 300 บาท 10,000 1.3 คา่ อาหารวา่ งพรอ้ มเครื่องดมื่ ผู้เขา้ ประชุมและคณะกรรมการ รวม 40 คน 6 ม้ือ 10,000 มอื้ ละ 50 บาท 16,000 1.4 ค่าทพ่ี ักผ้เู ขา้ ประชุมและคณะกรรมการ รวม 40 คน 2 คนื ๆ ละ 600 บาท 50,000 1.5 ค่าวสั ดุประกอบใช้ในการประชมุ เช่น กระดาษเอ 4 , หมึกพิมพ์ ฯลฯ (150,000) 1.6 ค่าเอกสารประกอบการประชมุ จานวน 40 ชุด ๆ ละ 250 บาท 1.7 คา่ วิทยากรและคา่ ใช้จ่ายในการเดนิ ทางของวิทยากร 40,000 1.8 สนับสนนุ งบประมาณให้กบั โรงเรยี นเพ่ือการจดั เวทีแสดงผลงาน 30,000 กจิ กรรมที่ 2 การบริหารจัดการและพัฒนาคณุ ภาพโรงเรียนพ้ืนทีส่ ูงในถิ่นทุรกันดาร 40,000 ค่าใชจ้ า่ ย 40,000 2.1 คา่ ดาเนนิ การพัฒนางานด้านวชิ าการ 350,000 2.2 ค่าดาเนินการพัฒนางานดา้ นงบประมาณ 2.3 ค่าดาเนินการพัฒนางานด้านการบรหิ ารงานบุคคล 2.4 คา่ ดาเนนิ การพัฒนางานดา้ นการบริหารงานทว่ั ไป รวม หมายเหตุ สามารถถัวจ่ายได้ทกุ รายการ 7. การวิเคราะห์ความเส่ียงของโครงการ 7.1 ปจั จยั ความเส่ียง - ขาดการดาเนินงานอยา่ งตอ่ เน่ือง - ขาดการตรวจสอบข้อมูลท่ถี ูกต้องกอ่ นบนั ทึกในโปรแกรม - มีการเปลีย่ นแปลงบคุ ลากรผู้รับผดิ ชอบบ่อยครงั้ ทาใหข้ าดความตอ่ เนื่องในการปฏบิ ตั งิ าน 7.2 แนวทางการบรหิ ารความเสี่ยง - กากับ ตดิ ตามการดาเนนิ งานอยา่ งสม่าเสมอ และตอ่ เน่ือง - แจง้ ใหโ้ รงเรียนตรวจสอบข้อมูลก่อนการบันทึกในโปรกรม - กาหนดบคุ ลากรทาหนา้ ทแ่ี ทน ในกรณบี คุ ลากรผูร้ บั ผดิ ชอบหลกั ไมส่ ามารถปฏบิ ตั ิงานได้ - จัดทาเอกสารคูม่ ือการดาเนนิ งานมอบให้กับโรงเรียน
8. ตัวชี้วดั และค่าเป้าหมาย ค่าเป้าหมาย ร้อยละ 100 ตัวช้วี ัด ร้อยละ 100 - รอ้ ยละของการจดั ทาแผนและฐานขอ้ มลู โรงเรยี นพืน้ ที่สงู ในถ่ินทรุ กนั ดาร - รอ้ ยละของโรงเรียนพ้ืนทสี่ ูงในถนิ่ ทุรกนั ดารทีจ่ ัดเวทีแสดงผลงาน ร้อยละ 100 เพื่อการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ - ร้อยละของโรงเรยี นท่ไี ด้รบั การสนบั สนนุ งบประมาณเพื่อยกระดบั และ พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา 9. ผลท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 โรงเรียนพ้ืนท่ีสูงในถิ่นทุรกันดาร สามารถวางแผนและจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ทาให้ผู้เรียน ได้รับโอกาส ทางการศึกษาตามสภาพและบรบิ ทของโรงเรยี นได้เต็มตามศกั ยภาพ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 พฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รียนและสง่ เสริมการจัดการศกึ ษา เพื่อสรา้ งขดี ความสามารถในการแข่งขัน
โครงการ พัฒนาการเรยี นการสอนภาษาไทย ปกี ารศกึ ษา 2561 หนว่ ยงานรับผดิ ชอบโครงการ กลุม่ นิเทศ ติดตาม และประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษาลาปาง เขต 3 ผู้รบั ผิดชอบโครงการ นายชนินทร์ บญุ มี และ นางสาวบรู ณี ภกั ดณี รงค์ ระยะเวลาดาเนนิ การ พฤษภาคม – กันยายน 2561 สอดคลอ้ งกบั ยุทธศาสตร์ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2 พัฒนาคุณภาพผูเ้ รยี นและส่งเสรมิ การจัดการศกึ ษา เพ่อื สรา้ งขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั 1. หลกั การและเหตผุ ล ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายปฏิรูปการเรียนรู้ทั้งระบบให้สัมพันธ์เช่ือมโยงกัน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยมีความเช่ือมโยงกัน ท้ังหลกั สตู รการเรยี นการสอนให้ก้าวทันการเปลีย่ นแปลงและสอดคล้องกับการเรียนยุคใหม่ โดยจดุ เนน้ ในการพัฒนา ผู้เรียนให้มีความสามารถและทักษะ ได้แก่ นักเรียนช้ัน ป.1 สามารถอ่านออกเขียนได้และนักเรียนชั้น ป.2 สามารถอ่านคล่องเขียนคล่อง เนื่องจากภาษาไทยเป็นพ้ืนฐานของการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระอ่ืน สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ได้เล็งเห็นถึงความจาเป็นดังกล่าวจึงกาหนดโครงการน้ีข้ึน เพื่อให้นักเรียนช้ันประถมศึกษาท่ี 1-6 และช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1-3 สามารถอ่านและเขียนให้ผ่านเกณฑ์ มาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนเพื่อพัฒนายกระดับผลสัมฤทธ์ิการเรียนภาษาไทย ใหเ้ พ่ิมขึน้ อย่างต่อเนือ่ ง ดังนั้น สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 จึงได้จัดโครงการพัฒนา การเรียนการสอนภาษาไทย ปีการศึกษา 2561 เพ่ือแก้ปัญหาการอ่านและการเขียน เพ่ือให้ผู้เรียนได้มีโอกาส เสริมสร้างและพัฒนาตนเองให้เต็มตามศักยภาพของแต่ละบุคคล โดยใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการแสวงหา ความรู้ต่อไป 2. วตั ถุประสงค์ 2.1 เพื่อพฒั นานักเรียนทุกคนในสังกัดสานักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ให้อา่ นออกเขยี นได้ โดยการทดสอบการอา่ นการเขยี นของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1-6 และชนั้ มัธยมศกึ ษา ปีท่ี 1-3 2.2 เพอื่ พัฒนานักเรยี นโดยการคดั เลอื กตวั แทนสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ลาปาง เขต 3 ไปแขง่ ขนั วนั ภาษาไทยแห่งชาตใิ นระดับประเทศ 3. เปา้ หมาย 3.1 เชงิ ปริมาณ (1) พฒั นานักเรียนทุกคนในสังกัดสานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ใหอ้ ่านออกเขยี นได้โดยการทดสอบการอา่ นการเขียนของนักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6 และชน้ั มัธยมศึกษา ปที ี่ 1-3 (2) พัฒนานักเรยี นโดยการคัดเลอื กตัวแทนสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาลาปาง เขต 3 ไปแข่งขันวันภาษาไทยแห่งชาติในระดับประเทศ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155