Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนจัดการเรียนรู้ ภาษาพาที บทที่ ๓ ป่านี้มีคุณ

แผนจัดการเรียนรู้ ภาษาพาที บทที่ ๓ ป่านี้มีคุณ

Description: แผนจัดการเรียนรู้ ภาษาพาที บทที่ ๓ ป่านี้มีคุณ

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรยี นรู้ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรื่อง ปา่ น้ีมคี ุณ นางเย็นฤดี ค้มุ สพุ รรณ โรงเรยี นพิณพลราษฎร์ ต้งั ตรงจิตร ๑๒ สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต ๒

กาหนดการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ชดุ ภาษาพาที หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๓ เร่ือง ป่านีม้ คี ุณ เวลา ๙ ชว่ั โมง จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา ๙ ช.ม ๑. ฟังเองแล้วเลา่ เรอ่ื งได้ * การฟงั เรื่อง ๒. นักเรียนจับใจความเรื่องท่ีฟงั ได้ * การอา่ นคิดวเิ คราะห์ ๑ ๓. นักเรียนตอบคาถามเรอื่ งที่ฟังได้ * คาศัพทใ์ นบทเรยี น ๑ ๔. นักเรียนตัง้ คาถาม – ตอบคาถามเร่ืองที่อ่านได้ * การอา่ นเสรมิ บทเรยี น ๑ ๕. นักเรียนแสดงเหตุผลในการตอบคาถามได้ * มาตราตัวสะกด แมก่ ง แมก่ น ๑ ๖. นักเรียนสรุปข้อคิดท่ีได้จากการอ่านได้ ๑ ๗. นักเรยี นอา่ นแจกลูกสะกดคาได้ * มาตราตวั สะกด แมก่ ม แม่เกย ๑ ๘. นกั เรยี นบอกความหมายของคาในบทเรยี นได้ แมเ่ กอว ๙. นักเรียนใช้คาได้ถูกต้องตามบรบิ ท ๑ ๑๐. อ่านและเกบ็ ใจความสาคญั ของเรือ่ งได้ * มาตราตวั สะกด แมก่ ก และ ๑๑. นักเรียนคดิ วเิ คราะหส์ รปุ เรื่องราวที่อ่าน แม่กด ๑ ๑๒. บอกพยัญชนะทใี่ ช้เปน็ ตวั สะกดในมาตราแม่กง * คาทีไ่ มม่ ตี ัวสะกด (แม่ ก กา) และแมก่ บ ๑ และ แม่กน ได้ * คาที่มคี วามหมายเหมือนกัน ๑๓. บอกพยญั ชนะทใี่ ช้เปน็ ตัวสะกดในมาตราแม่เกอว และตรงข้ามกัน แม่กม และ แม่เกย ๑๕. บอกคาที่มีตัวสะกดในมาตราแมก่ ก และ แม่กด ได้ ๑๖. บอกคาที่มตี ัวสะกดในมาตราแมก่ บและคาในแม่ ก กา ๑๗. บอกคาท่มี ีความหมายเหมือนกันได้

แผนการจดั การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๓ เรื่อง ปา่ น้มี คี ณุ เวลา ๙ ชัว่ โมง แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ เรอ่ื ง การฟงั เร่อื ง เวลา ๑ ช่วั โมง วันที่ ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพื่อนาไปใชต้ ัดสินใจแกป้ ัญหา ในการดาเนินชวี ิต และมีนสิ ยั รักการอ่าน ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป.๓ / ๔ ลาดบั เหตกุ ารณ์และคาดคะเนเหตุการณ์จากเร่อื งที่อ่านโดยระบเุ หตุผลประกอบ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. ฟังเร่อื ง “ปา่ น้มี ีคณุ ” แล้วตอบคาถามและเล่าเร่ืองได้ถูกต้อง ๒. นกั เรยี นจบั ใจความเรอ่ื งท่ีฟงั ได้ ๓. นกั เรียนตอบคาถามเร่ืองที่ฟงั ได้ สาระสาคัญ การฟงั เร่ือง เป็นการสร้างประสบการณ์ทางเน้ือหา ผู้ฟังต้องมีสมาธใิ นการฟังจงึ จะชว่ ยให้เกิดทกั ษะ ในการจับใจความสาคญั ของเรอ่ื ง สาระการเรยี นรู้ ๑. เรอื่ งเล่าส้ันๆ ๒. ฟงั เร่ือง “ปา่ นี้มคี ณุ ” ๓. การตอบคาถามจากเรื่อง สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. รกั ความเปน็ ไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มีจิตสาธารณะ ๔. มวี ินยั

๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง ชิ้นงาน / หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้ ๑. การทาแบบทดสอบก่อนเรียน ๒. การทาใบงาน กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. ครชู แ้ี จงความสาคญั ของภาษาไทย ลาดับข้นั ตอนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ และสิ่งที่ นักเรยี นต้องเตรียม ในชัว่ โมงนี้ให้นักเรียนรบั ทราบ ๒. นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น บทที่ ๓ ปา่ นมี้ ีคุณไว้ (ท้ายแผน) จานวน ๑๕ ขอ้ เสร็จแลว้ ครู ตรวจสอบและประกาศผลเป็นคะแนนตามจานวนข้อทีท่ าถูก โดยทย่ี งั ไม่ต้องเฉลย ๓. นกั เรยี นอ่านบทร้อยกรองนาเรอื่ ง แลว้ รว่ มกนั สนทนาเก่ียวกับความสาคญั ของบทร้อยกรองใน หนงั สือเรยี นภาษาพาทีช้ัน ป.๓ หน้า ๓๓ ครูสมุ่ ให้นักเรียน ๒ – ๓ คน บอกใจความสาคัญของบทรอ้ ยกรอง ชมเชยนักเรียนทีบ่ อกใจความสาคัญของบทร้อยกรองได้ดี ๔. นกั เรยี นอ่านบทร้อยกรองในหนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ หนา้ ๓๓ “ปา่ นมี้ คี ุณ” แล้วรว่ มกนั สนทนาถงึ เนื้อหาและความสาคัญ ๕. ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับช่ือเรอ่ื ง “ปา่ นีม้ คี ุณ”วา่ มีลักษณะอย่างไร โดยครใู ช้คาถามนาดงั น้ี * ใครเคยเห็นบงึ นา้ บ้าง * ใครเคยไปเทีย่ วป่าบา้ ง และเม่ือไปแล้วมีความร้สู กึ อย่างไร * นกั เรียนคดิ ว่าบึงน้าและปา่ มคี วามสาคัญอยา่ งไร ๖. นักเรยี นดภู าพตวั ละครในเรือ่ ง เช่น ครอู ารี ฟ้าใส และเด็กๆ นกั เรยี นแล้วร่วมกันสนทนาเกย่ี วกบั ภาพโดยตอบคาถามว่า ใครทาอะไร ที่ไหน อยา่ งไร เหตุการณต์ อนนี้เปน็ อยา่ งไรเพราะเหตใุ ด ๗. นกั เรยี นฟงั ครูอา่ นเรอ่ื งหรือเล่าเรอ่ื ง“ปา่ น้มี คี ุณ”จากบทเรียนโดยเนน้ มารยาทในการฟังแลว้ นกั เรียนตอบคาถามปากเปล่า ดังน้ี * เรือ่ ง“ป่านม้ี คี ณุ ” มตี ัวละครกี่ตัว * ใครชนะเลิศในการประกวดการคดั ลายมือ * ครอู ารใี หเ้ ด็กคน้ คว้าหาความรเู้ ร่ืองอะไร * อารีนอนหลับฝนั เกี่ยวกบั เร่ืองอะไรบ้าง * เร่อื งนี้ให้ข้อคดิ อะไรกับนักเรยี นบ้าง ๘. นักเรยี นฝึกเล่าหรอื ทานายเรอ่ื งจากภาพว่าน่าจะมเี หตกุ ารณอ์ ยา่ งไรนกั เรยี นช่วยกนั เล่าเรือ่ งที่ฟัง ถ้าเลา่ ไม่ได้ครูถามนาแล้วใหน้ ักเรยี นตอบ ๙. นักเรยี นทาใบงานท่ี ๑ ( ท้ายแผน ) ชดุ ตอบคาถามท่ีกาหนดให้ จากนั้นนาสง่ ครู ครเู ฉลยนกั เรยี น แลกเปลีย่ นกันตรวจสอบความถูกต้อง

ส่ือ / แหล่งเรียนรู้ / บคุ คล ลาดับท่ี รายการสอื่ กจิ กรรมท่ใี ช้ แหล่งท่ไี ดม้ า ๑ ใบความรู้ เรอื่ งมารยาทในการฟงั และ ครูใชป้ ระกอบคาอธบิ าย ครจู ัดเตรียม การพดู ครจู ัดทา ครูจัดทา ๒ ใบงาน ชุดที่ ๑ นกั เรยี นทาใบงาน ครูจดั ทา ครูจดั ทา ๓ แบบทดสอบก่อนเรียน นักเรยี นทาแบบทดสอบ ครูจัดทา ครูจัดทา ๔ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจสอบความถูกต้อง ๕ เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมิน ๖ แบบประเมนิ ผลงานรายกลุม่ ประเมนิ ผลงานรายกลมุ่ ๗ แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรม บนั ทึกการสังเกตพฤติกรรม และแบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล และบันทึกผลงานรายบคุ คล วดั ผลประเมินผล เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ น วธิ กี ารประเมนิ เกณฑ์การประเมิน การประเมิน สังเกตรายบุคคล กจิ กรรมทป่ี ระเมิน ๘ - ๑๐ = ดมี าก ๑. สังเกตพฤติกรรมด้าน แบบประเมนิ การสังเกต ๖ – ๗ = ดี พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๕ = พอใช้ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ผลงาน ต่ากวา่ ๕ = ปรับปรุง ๒. นักเรยี นร่วมกจิ กรรม แบบประเมนิ การสงั เกต สงั เกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรมและแบบประเมิน ตรวจงานรายบคุ คล ๖ – ๗ = ดี ๓. นกั เรียนทาใบงาน ชดุ ท่ี ๑ ผลงาน ตรวจงานรายบคุ คล ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรับปรุง ๔. นักเรยี นทาแบบทดสอบ แบบประเมินการสังเกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก ก่อนเรียน พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรับปรุง แบบประเมินการสังเกต ๑๒ - ๑๕ = ดมี าก พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๑๐ – ๑๑ = ดี ผลงาน ๘ – ๙ = พอใช้ ตา่ กว่า ๘ = ปรบั ปรุง

การประเมิน ดา้ นทักษะ / กระบวนการ ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) สรปุ เนื้อหาได้กระชับ สรปุ เน้อื หาได้กระชับ สรปุ เนือ้ หาได้ไม่กระชับ ทกั ษะการสรุปเน้ือหา ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถว้ น สามารถสื่อใหผ้ ู้อื่นเขา้ ใจ สามารถสือ่ ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อนื่ เข้าใจ ได้ง่าย ได้ ไดน้ ้อย สามารถพดู รายงานได้ดี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพูดรายงานไดด้ ี พดู เสียงดังฟังชดั ไดส้ าระ พูดน้าเสียงชัดเจน พดู นา้ เสยี งไมช่ ดั เจน ไม่ การรายงานหน้าชั้น ชัดเจน วางบคุ ลกิ ในการ สอดคล้องกับเน้ือหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกบั เนื้อหา พดู ได้ดมี าก พดู วางบุคลิกในการพูด ทพี่ ดู วางบุคลกิ ในการ ได้ดี พดู ไมค่ ่อยดี การปฏิบัติงานตาม มที กั ษะการปฏิบตั งิ าน มีการปฏิบตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏบิ ตั งิ าน ข้นั ตอน ตามขั้นตอน ได้อยา่ ง ขัน้ ตอนไดต้ ามลาดับ ตามขัน้ ตอนได้ ถกู ต้องและเหมาะสม ความคิดสรา้ งสรรค์ มคี วามคิดสร้างสรรค์ดี พอมีความคิดที่ ยงั ขาดความคิดท่ี สร้างสรรคอ์ ยบู่ ้าง สร้างสรรค์ ความเปน็ ระเบียบ มีทกั ษะสามารถสร้างงาน สามารถสรา้ งงานท่ีสวน ไมม่ ีความสวยงาม และไม่ เรียบรอ้ ยของการทา ท่สี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ประณตี ใบงาน ประณีตดี ความประณีตในบางส่วน

การประเมิน ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน ซอ่ื สัตย์สุจริต มีวนิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐) ใฝเ่ รยี นรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มีจิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรับใน ตรงมา ไม่ยอมรับใน ตรงมา ไม่ยอมรับใน ข้อผิดพลาดและ ขอ้ ผิดพลาดและ ขอ้ ผิดพลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสงิ่ ทต่ี นมี พอใจในสงิ่ ท่ตี นมี คอ่ ยพอใจในสงิ่ ท่ตี นมี ร้จู กั ควบคุมอารมณ์ รูจ้ กั ควบคมุ อารมณ์บา้ ง ไมร่ ู้จักควบคุมอารมณ์ ปฏบิ ัติตนอยู่ในระเบียบ ปฏบิ ัตติ นอยู่ในระเบียบ ปฏิบตั ติ นอยู่ในระเบียบ วินยั แต่งกายถกู ตอ้ ง วินยั การแต่งกายไม่ค่อย วนิ ัยน้อยไม่ค่อยแตง่ กาย ตามระเบียบของ ถกู ต้องตามระเบียบของ ถูกต้องตามระเบยี บของ โรงเรียนตลอดเวลา โรงเรียน โรงเรยี น มคี วามมานะม่งุ มัน่ ใน มคี วามมานะมุ่งม่นั ใน ไม่มีความมานะมุ่งมนั่ ใน การทางานทไ่ี ด้รับ การทางานที่ไดร้ บั การทางานท่ไี ดร้ ับ มอบหมาย ศกึ ษาค้นควา้ มอบหมาย ศกึ ษาค้นคว้า มอบหมาย ไม่ค่อยศึกษา ด้วยตนเองทางานเสรจ็ ด้วยตนเองเป็นบางคร้งั คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง ทนั เวลาและถูกต้อง ทางานเสรจ็ ทันเวลาเปน็ ทางานเสร็จไม่ทนั เวลา บางครั้ง ใชว้ ัสดุอุปกรณก์ ารเรยี น ใช้วสั ดุอปุ กรณก์ ารเรยี น ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ ารเรยี น ที่ราคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ท่ีราคาค่อนขา้ งแพงและ ท่รี าคาค่อนข้างแพงและ ค้มุ คา่ ใช้จนหมดแล้ว ใชอ้ ย่างคุ้มคา่ ใชจ้ นหมด ใชอ้ ยา่ งคุ้มคา่ ใช้ไมห่ มด ค่อยซ้ือใหม่ แลว้ ซอื้ ใหม่ มีความเสียสละเพอื่ มคี วามเสยี สละเพ่อื ไม่ค่อยเสียสละเพอ่ื สว่ นรวม ไม่เอาเปรยี บ ส่วนรวมเป็นบางครง้ั ส่วนรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เห็นแกต่ วั ช่วยเหลือ ไมเ่ อาเปรยี บไมเ่ หน็ แก่ คนอ่ืน ค่อนข้างเห็นแก่ หมู่คณะได้เป็นอย่างดี ตัว ไมค่ ่อยช่วยเหลอื ตวั ไม่ค่อยช่วยเหลอื หมู่คณะ หมคู่ ณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ

ใบความรู้ เร่ือง ข้อปฏิบตั ิในการฟังและการพูด การฟงั เป็นการไดย้ ินเรื่องราวให้เกิดความเข้าใจในเรอื่ งที่ได้ยนิ และ นามาพจิ ารณาวา่ เรอ่ื งราวน้นั ๆ ควร เช่ือได้หรือไม่ นาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้เพียงใด ขอ้ ควรปฏบิ ตั ใิ นการฟัง ๑. ต้งั ใจฟัง ไม่พูดหรอื สนทนากันขณะฟงั ผ้อู ื่นพูด ๒. คิดตดิ ตามเรือ่ งฟังวา่ เร่ืองทฟ่ี ังเกี่ยวกับอะไร มคี วามถูกต้องเชอื่ ถือไดห้ รือไม่ ๓. การฟังคาบรรยายควรจดข้อความสาคัญท่ีไดจ้ ากการฟังไว้ มารยาทในการฟัง ๑. ตัง้ ใจฟัง มองผูพ้ ูด ๒. ไม่คุยหรือเลน่ ขณะฟงั ผู้อื่นพดู ๓. ไมส่ ่งเสยี งดังหรือทาความราคาญใหผ้ ู้อื่น ๔. ถา้ จะถามควรขออนุญาตก่อน หรือให้ผูพ้ ดู หยุดพดู กอ่ น ไม่ควรถามขณะผพู้ ูดยังพดู ไม่จบ การพูด เป็นการแสดงความคิดเห็นหรอื บอกเล่าเรื่องราวโดยการพูดใหผ้ อู้ น่ื ฟงั ผูพ้ ดู ต้องมีความคิด มี เรอ่ื งราวท่จี ะพูด และตอ้ งจดั ลาดับความคดิ หรือเร่ืองราวที่จะพดู ไม่ใหส้ ับสน เพอ่ื ผู้ฟงั จะได้เกิด ความเขา้ ใจชัดเจน ผู้พดู ต้องพดู ใหช้ ดั เจน ใชภ้ าษาท่ถี ูกต้อง ข้อปฏบิ ตั ิในการพูด ๑. จะพูดเรื่องอะไร ตอ้ งมคี วามรู้ในเรอ่ื งน้ันโดยการอ่าน การซักถาม ผอู้ ่นื ใหเ้ ข้าใจก่อน ๒. ใชภ้ าษาพูดท่ถี กู ต้อง สภุ าพ ๓. พูดใหเ้ สียงดัง ฟงั ชัด แต่ไม่ใช่ตะโกน ๔. พดู ใหช้ ดั เจน ใชค้ าแทนช่อื ใหถ้ ูกตอ้ ง ๕. มองผู้พูด ๖. ขณะพูดตอ้ งนั่งหรือยืนตวั ตรงในทา่ สบาย ๗. ไม่เอามือลว้ ง ควัก แกะ เกา ขณะพดู หรือยืนเอามือไขว้หลัง มารยาทในการพูด ๑. ใชน้ า้ เสยี งนุ่มนวล ไม่พูดกระโชกโฮกฮาก ๒. ใชถ้ ้อยคาสุภาพ ๓. พูดดว้ ยใจจริงและยกย่องผู้ฟัง ๔. ไมน่ นิ ทาผู้อื่นหรือพูดวา่ ร้ายผู้อน่ื ๕. ไมแ่ สดงความโกรธเคืองผู้ฟัง ๖. รอจังหวะในการพดู ซกั ถาม ไมพ่ ูดสอดขณะผอู้ ่นื กาลงั พดู

แบบทดสอบ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ เรื่อง ปา่ นม้ี ีคุณ ช้แี จง ให้นักเรยี นกาเครื่องหมาย  ทบั ตัวอกั ษรหนา้ ขอ้ ท่ถี ูกต้อง ๑. “ป่านีม้ ีคณุ ” หมายความว่าอยา่ งไร ก. ปา่ แหง่ น้ีชอื่ ปา่ คุณ ข. ป่าไมม้ คี ุณประโยชน์ ค. ป่าที่มตี น้ คณู ง. ปา่ ที่มีแตไ่ ม้ดีๆ ๒. ในความฝันของอารี สตั ว์ชนิดใดมีประโยชนม์ ากท่ีสุด ก. ผง้ึ ข. หิง่ หอ้ ย ค. กบ ง. สตั วท์ ุกชนิด ๓. ทาไมปา่ ชายเลนจึงมคี วามสาคญั ก. เป็นท่ีเพาะพันธ์สุ ตั วน์ า้ ข. เป็นทีอ่ ยู่อาศัยของสัตวน์ ้า ค. เปน็ ทีเ่ กบ็ รักษาอาหาร ง. ถกู ทกุ ข้อ ๔. ป่าชายเลนมอี ยบู่ รเิ วณใดบ้าง ก. ภาคใต้ ข. แถบฝ่ังทะเลภาคตะวันออก ค. ภาคกลาง ง. ถกู ทุกข้อ ๕. ครูอารีให้นักเรยี นไปศึกษาค้นคว้าหาความรูเ้ กี่ยวกบั เร่ืองใด ก. ป่า ข. ปา่ ดงดบิ ค. อทุ ยานแหง่ ชาติ ง. ป่าชายเลน ๖. ทาไมครูอารจี งึ พานกั เรียนไปทัศนศกึ ษาที่ป่าชายเลน ก. เพื่อศึกษาธรรมชาติ ข. เพ่ือศึกษาธรรมชาติของสัตว์นา้ ค. เพื่อศึกษาธรรมชาติของต้นไม้ ง. ถูกทุกข้อ ๗. นกร้องเพลงเกี่ยวกบั อะไร ก. รอ้ งเพลงกลอ่ มโลก ข. จิกแมลงเป็นอาหาร ค. รว่ มแรงรว่ มใจ ง. ทานา้ หวาน ๘. กบร้องเพลงเก่ียวกบั อะไร ก. ร้องเพลงกล่อมโลก ข. หาจบั แมลงเปน็ อาหาร ค. ร่วมแรงรว่ มใจ ง. ทานา้ หวาน ๙. ลกู มดร้องเพลงเกีย่ วกบั อะไร ก. รอ้ งเพลงกล่อมโลก ข. จิกแมลงเป็นอาหาร ค. รว่ มแรงรว่ มใจ ง. ทานา้ หวาน

๑๐. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งส่ิงมชี ีวติ กับถิน่ ท่ีอยู่และส่ิงแวดลอ้ ม หมายถงึ อะไร ก. ระบบนเิ วศ ข. ทรัพยากรธรรมชาติ ค. การรักษาให้คงเดิม ง. ป่าชายเลน ๑๑. คาว่า “อนรุ ักษ์” มีตวั สะกดในมาตราใด ก. แมก่ ด ข. แม่กบ ค. แมก่ ก ง. แม่กบ ๑๒. ส่วนประสม ล + โ – ะ + ม เกิดคาใดขน้ึ ก. ส้ม ข. ลม ค. ลม ง. ลอม ๑๓. ขอ้ ใดสะกดดว้ ยตวั ย ก. ใบเตย ข. เสีย ค. ไทย ง. อธปิ ไตย ๑๔. “แม่ตดั กระดาษสแี สด” ประโยคนี้มคี าทอี่ ยู่ในมาตรา แม่กด ก่ีคา ก. ๓ คา ข. ๔ คา ค. ๕ คา ง. ๖ คา ๑๕. คาใดมีความหมายเหมอื นกบั คาว่า “ ไพร ” ก. ธารา ข. ธรณี ค. พนา ง. ชายเลน

เฉลยแบบทดสอบ หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๓ เรื่อง ปา่ นมี้ ีคณุ ๑. ข ๒. ง ๓. ง ๔. ง ๕. ง ๖. ง ๗. ก ๘. ข ๙. ค ๑๐. ก ๑๑. ค ๑๒. ข ๑๓. ก ๑๔. ก ๑๕. ค

ใบงาน ชุดที่ ๑ คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนตอบคาถามต่อไปน้ี ๑. เร่อื ง“ปา่ น้ีมีคุณ” มตี ัวละครกตี่ ัว ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................... .............................................. ๒. ใครชนะเลิศในการประกวดการคดั ลายมือ .................................................................................................................................................................... .......... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๓. ครอู ารีใหเ้ ด็กค้นควา้ หาความรู้เรื่องอะไร .................................................................................................................................................. ............................ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ๔. อารนี อนหลบั ฝนั เกย่ี วกับเร่อื งอะไรบ้าง …………………………………………………………………………………………………………………………………............................ ……………………………………………………………………………………………………………………………………......................... ๕. ในความฝันของอารี ฝนั ถึงสัตวช์ นิดใดบ้าง ................................................................................................................................................................... ......... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๖. ในความฝันของอารี สตั วช์ นดิ ใดมีประโยชน์มากทีส่ ุด .......................................................................................................................................................... .................... .............................................................................................................. ................................................................ ๗. ผ้ึงมปี ระโยชน์อยา่ งไรบ้าง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๘. ลูกนกมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................ ๙. นักเรียนคดิ ว่าสตั ว์ประหลาดในฝนั ของอารีมคี ุณธรรมข้อใด ............................................................................................................................. ................................................ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๐. นักเรยี นได้ขอ้ คิดอย่างไรกบั การอา่ นเรื่องนี้ ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ............................................ ช่ือ..............................................................เลขท่ี ..................... ชัน้ ...............

แผนการจดั การเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ เรื่อง ป่าน้ีมีคุณ เวลา ๙ ชว่ั โมง แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ เร่ือง การอ่านคิดวิเคราะห์ เวลา ๑ ชั่วโมง วนั ท่ี ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวดั มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคิดเพอื่ นาไปใชต้ ัดสนิ ใจแกป้ ัญหา ในการดาเนินชีวิต และมนี สิ ยั รกั การอา่ น ตัวช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๓ / ๓ ตั้งคาถามและตอบคาถามเชงิ เหตผุ ลเก่ยี วกบั เรอ่ื งทอ่ี า่ น จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นักเรียนตั้งคาถาม – ตอบคาถามเรื่องที่อา่ นได้ ๒. นักเรียนแสดงเหตผุ ลในการตอบคาถามได้ ๓. นกั เรียนสรปุ ข้อคิดท่ีได้จากการอา่ นได้ สาระสาคญั การวเิ คราะห์เรื่องเปน็ การพิจารณาเร่ืองราวตา่ ง ๆ อย่างละเอียดตั้งแตต่ ้นจนจบเพ่ือแยกแยะ ขอ้ เท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็ มีการใชเ้ หตุผลในการแยกส่วนดี ส่วนบกพร่องของเรื่องนนั้ ๆ การจะย่อความและ วเิ คราะหเ์ รอ่ื งได้ดีนอกจากจะเปน็ คนชอบอ่านแลว้ ยังตอ้ งหมนั่ ฝึกการย่อความและวเิ คราะหเ์ ปน็ ประจาด้วย ดังนน้ั จะต้องเรยี นร้แู ละนาไปใชใ้ หถ้ ูกต้อง จึงจะถือวา่ ประสบความสาเรจ็ ในการเรียนภาษา สาระการเรยี นรู้ การอ่านจบั ใจความจากสอ่ื ตา่ งๆ เช่น นทิ านหรือเรื่องเกย่ี วกบั ทอ้ งถิ่น การอา่ นคดิ วิเคราะห์ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๑. รกั ความเป็นไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มจี ิตสาธารณะ ๔. มวี ินยั ๕. อย่อู ย่างพอเพยี ง

ช้ินงาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบนั ทึกผลการประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละผลงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ทบทวนเน้อื หาที่เรยี นในช่ัวโมงทแี่ ลว้ ดว้ ยการใหน้ ักเรียนนาใบงานชุดท่ี ๑ มารว่ มกันตรวจสอบ และเฉลยอีกครงั้ ๒. แบง่ นกั เรยี นออกเป็นกลมุ่ กล่มุ ละ ๔ – ๕ คน ให้แตล่ ะกลุ่มเลือกประธานกลุ่ม รองประธานกล่มุ และเลขานุการกลุ่ม ครูอธบิ ายบทบาทและหน้าทีข่ องสมาชิกทกุ คนในกลุ่มให้นกั เรียนทราบ ๓. ใหน้ กั เรียนแต่ละกล่มุ อา่ นออกเสียงเนื้อหาบทเรยี น จากหนงั สือภาษาไทยชุดภาษาพาที ชั้นประถม ศึกษาปีท่ี ๓ บทที่ ๓ “ ป่านม้ี คี ุณ” จากหนา้ ๓๓ ถงึ หนา้ ๓๘ กล่มุ ละ ๑ ยอ่ หน้า จากนั้นทกุ กลุ่มอา่ นพร้อม กนั อีกคร้งั ๔. ครูตง้ั คาถามต่อไปน้ใี หน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ตอบ * เหตใุ ด บทเรียนน้ีจึงตง้ั ชื่อว่า “ ป่านม้ี คี ุณ” * สิง่ ใดสาคญั ทส่ี ดุ ในเร่ืองน้ี * สตั วป์ ระหลาดในความฝันของอารนี ่าจะหมายถึงสิง่ ใด * นกั เรยี นคดิ วา่ เพราะเหตใุ ด สตั วป์ ระหลาดจงึ ไม่กินสตั วต์ า่ งๆ * นกั เรยี นไดข้ ้อคิดอย่างไรในการอา่ นเรื่องนี้ ให้แต่ละกลุ่มชว่ ยกันเขียนคาตอบลงในแผน่ กระดาษ จากน้ันสง่ ตัวแทนออกมาอา่ นคาตอบทห่ี น้าช้นั เรยี น ครชู มเชยกลุ่มทีต่ อบได้ดี ๕. รวมกนั สนทนาถงึ เนอ้ื หาของเรอ่ื ง “ป่าน้ีมีคณุ ” ครซู กั ถามนักเรียนวา่ นักเรียนได้อะไรบ้างจากการ อา่ นเรื่องน้ี ๖. นักเรียนทาใบงานที่ ๔ (ท้ายแผน) ชุด เขยี นอธบิ ายรูปภาพท่กี าหนดให้เสรจ็ แลว้ ให้แต่ละคนอา่ น คาอธิบายรูปภาพของตนเองที่หน้าชนั้ เรียน รว่ มกันตดั สินผ้ทู ่ีเขยี นอธิบายได้ดีทส่ี ุด นาผลงานไปติดไว้ท่ีป้าย นเิ ทศหนา้ ช้นั ๗. นักเรยี นทาใบงานท่ี ๕ (ท้ายแผน) ชดุ บอกสง่ิ ท่ีไดจ้ ากการอา่ นเร่อื ง“ปา่ นมี้ คี ณุ ” ถา้ ไม่เสรจ็ ไปทา เปน็ การบา้ น

สอ่ื / แหล่งเรยี นรู้ / บคุ คล ลาดับท่ี รายการสื่อ กจิ กรรมท่ใี ช้ แหล่งทไี่ ด้มา ๑ รปู ภาพ ครใู ช้ประกอบคาอธบิ าย ครูจดั เตรยี ม ๒ ใบงาน ชุดท่ี ๒ – ๓ นกั เรียนทาใบงาน ครูจัดทา ๓ แถบประโยคคาถาม นกั เรียนฝกึ ทักษะการตอบคาถาม ครจู ัดทา ๔ หนังสือเรยี นรายวชิ าพื้นฐานภาษาไทย นกั เรยี นอ่านเรื่อง ครูจดั ทา ชุดภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ป.๓ ๕ เกณฑ์การประเมนิ (Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมิน ครูจัดทา ๖ แบบประเมนิ ผลงานรายกลมุ่ ประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ครูจดั ทา ๗ แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรม บันทกึ การสังเกตพฤติกรรม และ ครจู ดั ทา และแบบประเมินผลงานรายบุคคล บนั ทึกผลงานรายบุคคล วดั ผลประเมนิ ผล กิจกรรมท่ปี ระเมิน เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ น วิธกี ารประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ การประเมิน ๑. สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบประเมินการสงั เกต สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พฤติกรรมและแบบประเมิน ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรงุ ๒. นกั เรียนร่วมกจิ กรรม แบบประเมินการสังเกต สังเกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรมและแบบประเมนิ ตรวจงานรายบคุ คล ๖ – ๗ = ดี ๓. นกั เรยี นทาใบงาน ผลงาน ตรวจงานรายบคุ คล ๕ = พอใช้ ชดุ ท่ี ๒ ตา่ กวา่ ๕ = ปรบั ปรุง แบบประเมนิ การสงั เกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๓. นกั เรยี นทาใบงาน พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๖ – ๗ = ดี ชดุ ท่ี ๓ ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรับปรงุ แบบประเมินการสังเกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรมและแบบประเมิน ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรับปรุง

การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการ สรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั ิงานตาม ข้ันตอน สามารถส่อื ใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบียบ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟงั ชัด ได้สาระ พดู น้าเสียงชดั เจน พูดนา้ เสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลิกในการพดู ท่ีพูด วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบัตงิ าน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขัน้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน

การประเมิน ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ซือ่ สัตย์สจุ ริต มีวนิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐) ใฝ่เรียนรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพียง มจี ิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรับใน ตรงมา ไมย่ อมรับใน ขอ้ ผิดพลาดและ ขอ้ ผดิ พลาดและ ข้อผิดพลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสง่ิ ทตี่ นมี พอใจในสิง่ ท่ตี นมี คอ่ ยพอใจในส่งิ ทต่ี นมี รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รู้จกั ควบคุมอารมณ์ บ้าง ไม่รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู นระเบียบ ปฏบิ ัติตนอยู่ในระเบียบ ปฏิบตั ติ นอย่ใู นระเบยี บ วนิ ัย แต่งกายถกู ต้อง วนิ ยั การแตง่ กายไม่ค่อย วินยั นอ้ ยไม่คอ่ ยแต่งกาย ตามระเบยี บของ ถูกต้องตามระเบยี บของ ถูกต้องตามระเบียบของ โรงเรยี นตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรียน มีความมานะม่งุ มน่ั ใน มีความมานะมงุ่ มน่ั ใน ไมม่ ีความมานะมงุ่ มัน่ ใน การทางานทไ่ี ดร้ บั การทางานทไ่ี ด้รับ การทางานที่ได้รบั มอบหมาย ศกึ ษาคน้ ควา้ มอบหมาย ศกึ ษาคน้ คว้า มอบหมาย ไมค่ ่อยศกึ ษา ดว้ ยตนเองทางานเสร็จ ดว้ ยตนเองเป็นบางครงั้ คน้ คว้าด้วยตนเอง ทนั เวลาและถูกต้อง ทางานเสรจ็ ทันเวลาเป็น ทางานเสรจ็ ไม่ทนั เวลา บางครง้ั ใช้วัสดุอปุ กรณ์การเรียน ใช้วสั ดุอุปกรณ์การเรียน ใช้วสั ดอุ ุปกรณ์การเรยี น ทรี่ าคาถูกและใช้อยา่ ง ที่ราคาค่อนข้างแพงและ ท่รี าคาค่อนข้างแพงและ คุม้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ใช้อย่างคุ้มค่าใชจ้ นหมด ใช้อยา่ งคุ้มคา่ ใช้ไม่ ค่อยซ้ือใหม่ หมดแล้วซื้อใหม่ มคี วามเสยี สละเพ่อื มีความเสยี สละเพอื่ ไมค่ ่อยเสียสละเพ่อื สว่ นรวม ไมเ่ อาเปรยี บ ส่วนรวมเปน็ บางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เหน็ แก่ตัวชว่ ยเหลือ ไม่เอาเปรยี บไมเ่ หน็ แก่ คนอื่น ค่อนข้างเห็นแก่ หมคู่ ณะได้เป็นอยา่ งดี ตัว ไมค่ อ่ ยชว่ ยเหลอื หมู่ ตวั ไม่คอ่ ยช่วยเหลอื หมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -

ใบงาน ชดุ ท่ี ๒ คาช้แี จง ให้นักเรียนเขียนอธบิ ายรูปภาพตอ่ ไปนี้ ตามจินตนาการ คาอธบิ ายรปู ภาพ ใบงาน ชุดที่ ๒ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................................. ............. ...................................................................................................................... ........................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................................... ....................... ............................................................................................................ .................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................. ................................. .................................................................................................. ............................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................... ........................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. . ชอื่ ....................................................................เลขที่ ..................... ชัน้ ...............

ใบงาน ชดุ ท่ี ๓ คาช้แี จง ให้นักเรยี นบอกส่งิ ท่ีไดจ้ ากการอ่านเรือ่ ง “ ป่านี้มีคุณ” โดยเขียนลงในแผนภาพตอ่ ไปน้ี สิ่งทไ่ี ดจ้ ากการอา่ นเรอื่ ง “ป่านี้มคี ณุ ” ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ชั้น...............

แผนการจัดการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ เร่ือง ปา่ นีม้ ีคุณ เวลา ๙ ชว่ั โมง แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๓ เร่ือง คาศพั ทท์ ่ใี นบทเรยี น เวลา ๑ ชั่วโมง วันท่ี ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วดั มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใชต้ ัดสินใจแก้ปัญหา ในการดาเนนิ ชีวติ และมีนิสัยรักการอา่ น ตัวชวี้ ดั ท ๑.๑ ป.๓ / ๑ อา่ นออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสนั้ ๆ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ได้ถูกต้อง คลอ่ งแคลว่ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนอ่านแจกลูกสะกดคาได้ ๒. นักเรยี นบอกความหมายของคาในบทเรยี นได้ ๓. นกั เรียนใชค้ าไดถ้ ูกต้องตามบรบิ ท สาระสาคญั การเรียนร้คู า ผู้เรยี นตอ้ งเรยี นรูท้ งั้ ในดา้ นองคป์ ระกอบ หลักการอ่านแจกลูกสะกดคา ความหมาย และหลักการใช้ จงึ จะสามารถนาคาไปใช้ไดถ้ ูกต้องตามสถานการณ์ สาระการเรียนรู้ การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ที่ ประกอบดว้ ยคาพืน้ ฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ คา รวมทั้งคาที่เรียนรู้ในกล่มุ สาระการเรียนรู้อ่ืน การอา่ นและสะกดคา ความหมายของคายากในบทเรยี น สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รกั ความเปน็ ไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มีจิตสาธารณะ ๔. มวี ินยั ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง

ชน้ิ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบันทึกผลการประเมิน กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ทบทวนเน้ือหาที่เรยี นในช่ัวโมงทแี่ ล้วดว้ ยการให้นกั เรยี นนาใบงานชุดท่ี ๒ – ๓ มาร่วมกนั ตรวจสอบและเฉลยอกี คร้ัง ๒. แบง่ นักเรยี นออกเปน็ กลมุ่ กล่มุ ละ ๔ – ๕ คน จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มเล่นเกม “ ใครหายไป ไหน” ซึ่งวธิ ีการเล่นอย่ทู ้ายแผน ๓. ครใู ชร้ ูปภาพชูให้นกั เรยี นดูเพอื่ อธบิ ายความหมายของคาว่า“กระแสพระราชดารสั , เกสร, ขมขี มนั , ทะเลสาบ, ระบบนเิ วศ, ริบหรี่, เลน, วันเฉลิมพระชนมพรรษา. อนรุ ักษ์, ออกอบุ าย, อ่าวฯลฯ ” ใหน้ กั เรียน ฝกึ อ่านออกเสยี งและแจกลกู สะกดคา ๔. นักเรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกนั คน้ หาความหมายของคาเหลา่ นีจ้ ากพจนานุกรมแลว้ ส่งตวั แทนออกมา อ่านคาและความหมายท่ีหนา้ ชั้นเรียน ๕. นักเรียนทาใบงานท่ี ๔ (ท้ายแผน) ชดุ เขียนคาอ่านจากคาทก่ี าหนดให้ จากนั้นนาส่งครู ครเู ฉลย และตรวจสอบความถูกต้อง ๖. นักเรยี นทาใบงานที่ ๕ (ทา้ ยแผน) ชดุ บอกความหมายของคาที่กาหนดให้ เสร็จแล้วนาสง่ ครู ตรวจสอบความถูกตอ้ ง สอื่ / แหล่งเรยี นรู้ / บคุ คล ลาดบั ท่ี รายการสอ่ื กจิ กรรมทีใ่ ช้ แหลง่ ที่ได้มา ๑ ครจู ัดเตรยี ม ๒ รปู ภาพ ครใู ช้ประกอบคาอธบิ าย ครจู ดั ทา ๓ นกั เรียนทาใบงาน ครูจดั ทา ๔ ใบงาน ชดุ ที่ ๔ – ๕ นักเรียนฝึกทักษะการอ่าน ครูจดั ทา นักเรียนอา่ นเรื่อง ๕ บตั รคา ครูจดั ทา ๖ สร้างกฎของการประเมนิ ครจู ัดทา ๗ หนังสอื เรียนรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย ประเมินผลงานรายกลุ่ม ครูจดั ทา ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ชั้น ป.๓ บนั ทึกการสงั เกตพฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) และบันทึกผลงานรายบคุ คล แบบประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรม และ แบบประเมินผลงานรายบคุ คล

วดั ผลประเมินผล เคร่อื งมอื ทใ่ี ชใ้ น วธิ กี ารประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ การประเมิน สงั เกตรายบคุ คล กิจกรรมทีป่ ระเมิน ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๑. สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบประเมินการสังเกต ๖ – ๗ = ดี พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๕ = พอใช้ คุณลกั ษณะอันพงึ ผลงาน ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรงุ ประสงค์ แบบประเมินการสงั เกต สงั เกตรายกลมุ่ ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๒. นกั เรียนรว่ มกจิ กรรม พฤติกรรมและแบบประเมิน ตรวจงานรายบุคคล ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ตรวจงานรายบุคคล ๕ = พอใช้ ๓. นักเรยี นทาใบงาน ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง ชุดท่ี ๔ แบบประเมนิ การสงั เกต ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๖ – ๗ = ดี ๓. นักเรยี นทาใบงาน ผลงาน ๕ = พอใช้ ชุดท่ี ๕ ต่ากว่า ๕ = ปรับปรงุ แบบประเมนิ การสงั เกต ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรับปรุง

การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการสรุป เนือ้ หา ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) การรายงานหนา้ ช้ัน สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เน้ือหาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การปฏบิ ตั งิ านตาม ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน ข้ันตอน ความคิดสรา้ งสรรค์ สามารถส่อื ใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความเป็นระเบยี บ เรียบรอ้ ยของการทา ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟงั ชัด ได้สาระ พดู น้าเสียงชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลิกในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบัตงิ าน มีการปฏิบตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขัน้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณีตดี ความประณตี ในบางส่วน

การประเมิน ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ซือ่ สัตย์สจุ ริต มีวนิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐) ใฝ่เรียนรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพียง มจี ิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรับใน ตรงมา ไมย่ อมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ขอ้ ผิดพลาดและ ขอ้ ผิดพลาดและ ข้อผดิ พลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสงิ่ ทตี่ นมี พอใจในสง่ิ ที่ตนมี ค่อยพอใจในสิง่ ท่ตี นมี รู้จกั ควบคุมอารมณ์ ร้จู ักควบคมุ อารมณ์บา้ ง ไมร่ ูจ้ กั ควบคมุ อารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู นระเบยี บ ปฏิบัติตนอยู่ในระเบยี บ ปฏิบตั ิตนอยใู่ นระเบียบ วนิ ัย แต่งกายถกู ตอ้ ง วินยั การแตง่ กายไม่คอ่ ย วินัยนอ้ ยไม่ค่อยแต่งกาย ตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบียบของ โรงเรยี นตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรียน มีความมานะม่งุ มัน่ ใน มีความมานะมุ่งมั่นใน ไม่มีความมานะมงุ่ มน่ั ใน การทางานทไ่ี ด้รบั การทางานท่ีได้รบั การทางานทไ่ี ด้รับ มอบหมาย ศกึ ษาคน้ คว้า มอบหมาย ศึกษาค้นคว้า มอบหมาย ไมค่ ่อยศกึ ษา ดว้ ยตนเองทางานเสรจ็ ด้วยตนเองเป็นบางคร้งั คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง ทนั เวลาและถูกต้อง ทางานเสรจ็ ทนั เวลาเปน็ ทางานเสร็จไม่ทนั เวลา บางครง้ั ใช้วัสดุอปุ กรณ์การเรียน ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การเรียน ใช้วัสดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ทรี่ าคาถูกและใช้อย่าง ทีร่ าคาค่อนข้างแพงและ ทร่ี าคาค่อนขา้ งแพงและ คุม้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ใช้อยา่ งคุ้มคา่ ใชจ้ นหมด ใช้อย่างคุ้มคา่ ใช้ไมห่ มด ค่อยซ้ือใหม่ แล้วซ้ือใหม่ มคี วามเสยี สละเพ่อื มคี วามเสียสละเพือ่ ไม่ค่อยเสียสละเพ่ือ สว่ นรวม ไมเ่ อาเปรียบ ส่วนรวมเปน็ บางครง้ั ส่วนรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เหน็ แก่ตัวชว่ ยเหลือ ไม่เอาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ คนอนื่ ค่อนข้างเหน็ แก่ หมคู่ ณะได้เป็นอยา่ งดี ตวั ไมค่ ่อยช่วยเหลือหมู่ ตวั ไมค่ ่อยช่วยเหลือหมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -

เกม ใครหายไปไหน จดุ ม่งุ หมาย ๑. เพื่อใหน้ ักเรียนสามารถจัดลาดับของพยัญชนะได้ ๒. เพือ่ ให้นกั เรียนสามารถเขียนและสะกดคาตามความหมายทค่ี รูบอกให้ สอ่ื กระดาษซึ่งเขียนพยัญชนะไว้เปน็ กลมุ่ โดยขาดตวั นนั้ บ้างตัวน้ีบ้าง และมคี าส่งั ประกอบว่าให้นา พยญั ชนะตัวที่หายไปมาประกอบกันเปน็ คาตามความหมายท่ีระบุไว้ ตัวอย่าง ๑. เธอรไู้ หมว่าพยญั ชนะต่อไปนี้ตวั ใดหายไป ขอบอกใบ้ใหว้ า่ หายไป ๓ ตวั ถ้าเธอเอามารวมกันจะ ไดค้ าคาหนง่ึ ซึ่งหมายถงึ เครอ่ื งมอื ที่ใชใ้ นการจับปลา กขฃคฆงจฉชซฌญฎฏฐฑฒณดตถทธบปผฝพฟภมยรลศษสหฬ ฮ (เฉลย = อวน) ๒. เธอรไู้ หมวา่ พยญั ชนะต่อไปน้ีตัวใดหายไป ขอบอกใบ้ให้ว่าหายไป ๒ ตวั ถา้ เธอเอามารวมกันจะได้ คาคาหนึ่ง ซงึ่ หมายถึงดนตรีชนิดหนึ่ง กขฃคฅฆงฉชฌฎฏฐฑฒณดตถทธนบปผฝพฟภมยรลวศษสหฬฮ (เฉลย = ซอ) ๓. เธอรไู้ หมวา่ พยญั ชนะต่อไปนี้ตวั ใดหายไป ขอบอกใบ้ใหว้ า่ หายไป ๓ ตวั ถา้ เธอเอามารวมกนั จะ ได้คาคาหนง่ึ ซ่ึงหมายถงึ เครื่องมือในการทาสวน กขฃคฅฆงฉชซฌญฎฏฐฑฒณดตถทฑธ น ปผฝพฟภมยรลวศษสหฬ ฮ (เฉลย = จอบ) วธิ ีดาเนินกจิ กรรม แจกกระดาษซง่ึ เขียนหรือพิมพ์ลาดบั พยัญชนะให้กับผเู้ ลน่ แตล่ ะคนจับเวลาประมาณ ๕ นาที ใหห้ า พยัญชนะท่ีหายไปวา่ จะประกอบเป็นคาใดบา้ ง ใครทห่ี าได้เสร็จกอ่ นก็เปน็ ผู้ชนะ อาจรวมคะแนนเป็นหม่วู า่ หม่ใู ดมผี ู้ทีท่ าเสรจ็ มากทส่ี ดุ และเรว็ ที่สดุ ขอ้ เสนอแนะ ๑. การเลน่ กิจกรรมนี้ ถา้ ใช้ผูเ้ ล่นระดบั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๒ ก็อาจดดั แปลงใหด้ ูภาพสิ่งของ ประกอบพยัญชนะทห่ี ายไปก็ได้ ๒. ในระดบั ชน้ั ทีส่ งู ขึ้น อาจดัดแปลงเพมิ่ เตมิ ตัวพยัญชนะท่ีหายไปให้มากขึน้ แล้วแข่งขนั ว่าใครจะ ประสมคาจากพยัญชนะท่ีหายไปได้มากกว่ากนั ๓. อาจดัดแปลงกิจกรรมนไ้ี ปใช้กับการผันเสียงวรรณยุกต์โดยใหน้ ักเรียนหาเสียงท่ีหายไป เช่น คา (*ขา่ ) คา่ (*ค้า) ขา ขา้ หมายเหตุ (*คอื คาทตี่ ้องการใหห้ า)

ใบงาน ชุดท่ี ๔ คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนเขียนคาอา่ นจากคาท่กี าหนดใหอ้ ย่างถูกต้อง ตัวอยา่ ง สาราญ อา่ นว่า สา – ราน ๑. พระราชดารัส อา่ นวา่ ………………………………….. ๒. เกสร อา่ นวา่ ………………………………….. ๓. ขมีขมนั อา่ นวา่ ………………………………….. ๔.อนุรกั ษ์ อา่ นวา่ ………………………………….. ๕. ประกาศ อ่านว่า ………………………………….. ๖. สัตว์น้า อ่านว่า ………………………………….. ๗. คณุ ค่า อา่ นวา่ ………………………………….. ๘. ประโยชน์ อ่านว่า ………………………………….. ๙. ธรรมชาติ อา่ นว่า ………………………………….. ๑๐.ทัศนศกึ ษา อ่านว่า ………………………………….. ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ชั้น...............

ใบงาน ชุดท่ี ๕ คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นหาความหมายของคาท่กี าหนดให้ต่อไปนี้ ท่ี คา ความหมาย ๑ เกสร ๒ ขมีขมัน ๓ ทะเลสาบ ๔ ระบบนเิ วศ ๕ รบิ หรี่ ๖ อนรุ กั ษ์ ๗ อุบาย ๘ อ่าว ๙ ปแู สม ๑๐ กฎเกณฑ์ ๑๑ ปา่ ชายเลน ๑๒ หง่ิ หอ้ ย ๑๓ ลาพู ๑๔ โกงกาง ๑๕ ประกวด ชื่อ.................................................................เลขท่ี ..................... ชั้น...............

แผนการจดั การเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ เรื่อง ป่านี้มคี ณุ เวลา ๙ ช่ัวโมง แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๔ เรอื่ ง การอ่านบทอา่ นเสรมิ เวลา ๑ ชั่วโมง วนั ท่ี ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้ีวดั มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจแกป้ ัญหา ในการดาเนินชีวิต และมีนิสยั รกั การอา่ น ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป.๓ / ๕ สรุปความรแู้ ละข้อคิดจากเร่ืองทอ่ี า่ นเพื่อนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. นักเรยี นอ่านและเกบ็ ใจความสาคญั ของเร่ืองได้ ๒. นักเรียนคิด วเิ คราะห์สรปุ เรอ่ื งราวทีอ่ ่าน ๓. นักเรยี นต้ังคาถาม – ตอบคาถามเรื่องที่อา่ นได้ สาระสาคญั การอ่านเสรมิ บทเรียนเป็นการเพมิ่ ประสบการณ์ดา้ นการอ่าน ปลูกฝังให้ผ้เู รยี นรักการอ่านและศึกษา หาความร้เู พิ่มเตมิ ขยายขอบเขตการเรียนรู้ใหผ้ เู้ รยี นไดเ้ ปิดโลกทศั น์ที่กว้างไกล รู้จักคดิ วิเคราะห์เร่ืองท่ีอ่าน และนามาปรับใชใ้ นชีวิตประจาวันได้ สาระการเรียนรู้ ข่าวและเหตุการณ์ในชีวิตประจาวันในท้องถนิ่ และชมุ ชน การอา่ นบทอา่ นเสรมิ เรอ่ื ง ป่าชายเลน สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๑. รักความเปน็ ไทย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มจี ิตสาธารณะ ๔. มวี นิ ยั ๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง

ช้นิ งาน / หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบันทึกผลการประเมนิ กจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. ทบทวนเนอ้ื หาทเ่ี รียนในช่ัวโมงทีแ่ ล้วด้วยการให้นักเรยี นนาใบงานชดุ ท่ี ๔ – ๕ มาร่วมกัน ตรวจสอบและเฉลยอีกครั้ง ๒. นกั เรียนเรยี นรู้หรอื อ่านเร่ือง “ปา่ ชายเลน” ในลักษณะเพ่อื นช่วยกนั คือตรวจความถูกตอ้ งกันเอง หากใครมีปัญหาใหค้ นที่เก่งช่วยพาอ่าน และถามตอบกันเองภายในกลมุ่ (เน้นการอ่านออกเสยี ง) ๓. นักเรยี นอา่ นออกเสยี งเรอ่ื ง“ป่าชายเลน”จนคลอ่ งจากนั้นนักเรยี นรว่ มกนั อภิปราย ซกั ถามเนื้อหา สาระการเรียนรู้ โดยนักเรียนต้ังคาถามใหเ้ พ่อื น ๆ ตอบ ตัวอย่างเชน่ * ป่าชายเลน หมายความวา่ อย่างไร * ปา่ ชายเลนมีประโยชนอ์ ย่างไร * เหตุใดเราจงึ ควรช่วยกนั ดแู ลปา่ ชายเลนมใิ ห้เสอื่ มโทรม * สตั ว์ที่อาศยั อยูใ่ นปา่ ชายเลนมอี ะไรบ้าง * จังหวัดทีน่ ักเรยี นอยู่อาศัยมีป่าชายเลนหรอื ไม่ * นกั เรยี นได้ข้อคิดอย่างไรกบั การอา่ นเรื่องปา่ ชายเลนนี้ ๔. นักเรียนทุกคนเขียนคาถามและคาตอบลงในสมดุ (เน้นคัดสวยงาม) นักเรยี นชว่ ยกนั สรุปเน้อื หา สาระการเรียนรูท้ ั้งหมดอกี ครั้งหนง่ึ ๕. นักเรยี นทาใบงานที่ ๖ (ท้ายแผน) ชดุ เขยี นแผนภาพความคดิ เก่ยี วกบั ส่งิ ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านเร่ือง “ ปา่ ชายเลน” ตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนดให้ จากนน้ั นาส่งครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง ๖. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๗ (ทา้ ยแผน)ชดุ ตรวจสอบความเป็นนกั อนุรกั ษ์ของตนเอง เสร็จแล้วนาสง่ ครู ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

สอื่ / แหล่งเรียนรู้ / บคุ คล ลาดับท่ี รายการสื่อ กจิ กรรมทใี่ ช้ แหล่งทไี่ ดม้ า ครูใชป้ ระกอบคาอธิบาย ครจู ดั เตรยี ม ๑ รูปภาพ ๒ ใบงาน ชดุ ที่ ๖ – ๗ นักเรียนทาใบงาน ครจู ัดทา ๓ บตั รคา นักเรยี นฝกึ ทักษะการอา่ น ครูจดั ทา ๔ หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย นักเรยี นอ่านเร่ือง ครูจัดทา ชดุ ภาษาพาที ชัน้ ป.๓ ๕ เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมนิ ครจู ัดทา ๖ แบบประเมินผลงานรายกล่มุ ประเมินผลงานรายกลุ่ม ครูจดั ทา ๗ แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรม บนั ทกึ การสังเกตพฤติกรรม ครจู ัดทา และแบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล และบนั ทึกผลงานรายบคุ คล วดั ผลประเมนิ ผล กจิ กรรมทปี่ ระเมิน เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการประเมนิ วิธีการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน ๑. สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบประเมนิ การสังเกต สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๖ – ๗ = ดี คุณลกั ษณะอันพึง พฤติกรรม และแบบประเมนิ ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง ประสงค์ ผลงาน ๒. นกั เรยี นร่วมกิจกรรม แบบประเมนิ การสงั เกต สงั เกตรายกล่มุ ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรม และแบบประเมนิ ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรุง ๓. นักเรียนทาใบงาน แบบประเมนิ การสงั เกต ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก ชุดที่ ๖ พฤติกรรม และแบบประเมนิ ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรับปรุง ๓. นกั เรียนทาใบงาน แบบประเมินการสงั เกต ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก ชุดท่ี ๗ พฤติกรรม และแบบประเมนิ ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรุง

การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการ สรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเน้ือหาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั ิงานตาม ข้ันตอน สามารถส่อื ใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบียบ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟงั ชัด ได้สาระ พดู น้าเสียงชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลกิ ในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบัตงิ าน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขัน้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน

การประเมิน ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน ซือ่ สัตย์สุจรติ มีวินยั ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐) ใฝเ่ รยี นรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อย่างพอเพียง มจี ติ สาธารณะ ตรงมา ยอมรับใน ตรงมา ไมย่ อมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ข้อผดิ พลาดและ ข้อผิดพลาดและ ขอ้ ผิดพลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในส่ิงท่ตี นมี พอใจในสิ่งทีต่ นมี ค่อยพอใจในสง่ิ ทีต่ นมี รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ บ้าง ไม่ร้จู กั ควบคมุ อารมณ์ ปฏบิ ัตติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏิบัติตนอยใู่ นระเบียบ ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นระเบียบ วินยั แต่งกายถูกตอ้ ง วินยั การแตง่ กายไม่ค่อย วินัยนอ้ ยไม่ค่อยแต่งกาย ตามระเบียบของ ถกู ต้องตามระเบียบของ ถกู ต้องตามระเบียบของ โรงเรียนตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรยี น มคี วามมานะมงุ่ ม่นั ใน มีความมานะมุ่งมน่ั ใน ไมม่ ีความมานะม่งุ ม่ันใน การทางานทไ่ี ด้รับ การทางานท่ีได้รับ การทางานที่ไดร้ บั มอบหมาย ศึกษาค้นควา้ มอบหมาย ศึกษาคน้ คว้า มอบหมาย ไม่ค่อยศึกษา ดว้ ยตนเองทางานเสร็จ ด้วยตนเองเปน็ บางคร้งั คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง ทนั เวลาและถูกตอ้ ง ทางานเสร็จทันเวลาเป็น ทางานเสรจ็ ไม่ทนั เวลา บางครัง้ ใชว้ ัสดุอุปกรณก์ ารเรียน ใช้วัสดอุ ุปกรณ์การเรียน ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การเรยี น ที่ราคาถูกและใช้อย่าง ทร่ี าคาค่อนข้างแพงและ ท่รี าคาค่อนข้างแพงและ คมุ้ คา่ ใชจ้ นหมดแลว้ ใชอ้ ย่างคุ้มค่าใช้จนหมด ใชอ้ ย่างคุ้มคา่ ใช้ไม่ คอ่ ยซื้อใหม่ หมดแล้วซ้ือใหม่ มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสียสละเพ่ือ ไมค่ ่อยเสยี สละเพอ่ื สว่ นรวม ไม่เอาเปรยี บ ส่วนรวมเป็นบางคร้ัง ส่วนรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เห็นแกต่ ัวชว่ ยเหลอื ไม่เอาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ คนอ่นื ค่อนขา้ งเห็นแก่ หมู่คณะไดเ้ ป็นอยา่ งดี ตวั ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื หมู่ ตัว ไม่ค่อยชว่ ยเหลอื หมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -

ใบงาน ชดุ ท่ี ๖ คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นบอกสิ่งทไ่ี ด้จากการอา่ นเร่ือง “ ปา่ ชายเลน” ตามหวั ขอ้ ในแผนภาพความคิด ด้านอารมณ์ ดา้ นคุณธรรม ดา้ นสงั คม ปา่ ชายเลน ด้านความรู้ ชอ่ื .................................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............

ใบงาน ชุดที่ ๗ คาช้แี จง ให้นักเรียนตรวจสอบพฤติกรรมความเป็นนักอนุรกั ษธ์ รรมชาติของตนเองโดยขดี เครื่องหมาย  ในช่องท่ตี รงกับความจรงิ ท่ี รายการ ทา บางคร้งั ไม่เคยทา ‫٭٭٭ ٭٭ ٭‬ ๑ ทิง้ ขยะลงในแมน่ ้าลาคลอง ๒ หักหรอื ตดั ไมเ้ ลน่ ๓ เด็ดดอกไม้มาดเู ลน่ ๔ จบั สตั ว์นา้ ๕ ยิงนก ๖ ตกปลา ๗ ขีดเขยี นตามต้นไม้ ๘ ฉีกปา้ ยประกาศเตอื นตา่ งๆ ๙ หาของป่าไปขาย ๑๐ ไมใ่ ช้ส่งิ ของท่ีทาจากธรรมชาติ รวม แปลผล ‫ = ٭٭٭‬๒ คะแนน ‫ = ٭٭‬๑ คะแนน ‫ ٭‬๐ คะแนน ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ชั้น...............

แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี ๓ เรื่อง ป่านีม้ คี ุณ เวลา ๙ ชว่ั โมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๕ เรอื่ ง มาตราตัวสะกด แม่กง แม่กน เวลา ๑ ช่ัวโมง วันที่ ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลังของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ อง ชาติ ตวั ชีว้ ดั ท ๔.๑ ป.๓ / ๑ เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. บอกพยัญชนะทีใ่ ชเ้ ป็นตัวสะกดในมาตร แม่กง และ แมก่ น ได้ ๒. บอกคาท่ีมีตัวสะกดในมาตรา แม่กง และ แม่กน ได้ ๓. บอกสว่ นประกอบคาในมาตรา มาตราแม่ กน ได้ สาระสาคญั ตัวสะกดในมาตรา แม่ กง คือคาในภาษาไทยท่ีสะกดด้วยตวั ง เพยี งตวั เดยี ว เป็นตัวสะกดที่ตรง ตามมาตราเพราะไมส่ ามารถเอาพยัญชนะตวั อืน่ มาเป็นตัวสะกดแทนได้ ตัวสะกดในมาตราแม่ กน คอื คาทม่ี ตี วั น หนู เป็นตวั สะกด คาเหลา่ น้เี รียกว่าคาที่มีตวั สะกดตรงตาม มาตรา หรอื คาท่มี ี ตัว ญ ณ ร ล ฬ เปน็ ตวั สะกด แตอ่ อกเสียงเหมอื นตวั น หนู สะกด เรยี กว่า ตวั สะกดไม่ ตรงตามมาตรา ส่วนมากจะเป็นคาท่มี าจากภาษาอน่ื สาระการเรียนรู้ ๑. มาตราตวั สะกดทตี่ รงตามมาตราและไมต่ รงตามมาตรา ๒. ตัวสะกดมาตรา แม่กง แม่กน สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. รกั ความเป็นไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้

๓. มจี ิตสาธารณะ ๔. มวี นิ ัย ๕. อยู่อยา่ งพอเพียง ช้นิ งาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบนั ทึกผลการประเมิน กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ทบทวนเนือ้ หาท่ีเรียนในชัว่ โมงทีแ่ ล้วด้วยการให้นกั เรยี นนาใบงานชดุ ท่ี ๖ – ๗ มาร่วมกัน ตรวจสอบและเฉลยอกี ครั้ง ๒. นกั เรียนรบั ใบความรู้ เร่ือง“มาตราตวั สะกด แม่กง และแมก่ น” (ทา้ ยแผน) จากครูจากนนั้ ให้แต่ ละกลมุ่ หาคาท่มี ตี ัวสะกดในมาตรา แม่กง และ แม่กนจากบทอา่ นเสริม “ปา่ ชายเลน”ใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ เขียนลงใน แผ่นกระดาษ สง่ ตวั แทนกลุ่มอ่านคาในมาตรา แม่กง และ แมก่ น ทชี่ ่วยกนั หามาท่ีหนา้ ชั้นเรียน ๓. นักเรยี นฟงั ครูอ่านคาในมาตรา แม่กง ๑๐ คา และ แม่กน ๑๐ คา และใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ส่ง ตัวแทนครั้งละ ๑ คน ออกไปแขง่ ขันการเขียนตามคาบอก ทีก่ ระดานดา ๔. นกั เรียนทกุ คนคัดลอกคาที่กล่มุ ตนเองช่วยกันหาลงในสมุด (เน้นคัดสวยงาม) นกั เรียนชว่ ยกนั สรุป เนอ้ื หาสาระการเรยี นรูท้ ง้ั หมดอีกครัง้ หน่งึ ๕. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๘ (ท้ายแผน) ชุด เรียงคาจากสว่ นท่ีกาหนดให้จากนั้นนาส่งครู ครเู ฉลยและ นักเรียนแลกเปลีย่ นกนั ตรวจสอบความถูกต้อง ๖. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๙ (ท้ายแผน)ชดุ หาคาทีม่ ีตัวสะกดในกนจากตารางที่กาหนดให้ เสรจ็ แล้วครู เฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง

ส่ือ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดับที่ รายการสื่อ กจิ กรรมที่ใช้ แหลง่ ท่ีไดม้ า ๑ ใบความร้เู รอื่ ง มาตราตวั สะกดแม่กง และ ครูใชป้ ระกอบคาอธบิ าย ครูจดั เตรียม ครจู ัดทา แม่กน ๒ ใบงาน ชดุ ท่ี ๘ – ๙ นักเรยี นทาใบงาน ๓ บตั รคา นักเรยี นฝึกทักษะการอา่ น ครจู ัดทา ๔ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย นกั เรยี นอ่านเร่ือง ครูจัดทา ชุดภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ป.๓ ๕ เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) สร้างกฎของการประเมิน ครูจัดทา ๖ แบบประเมินผลงานรายกลุม่ ประเมินผลงานรายกล่มุ ครูจดั ทา ๗ แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรม และ บันทึกการสงั เกตพฤติกรรม ครจู ัดทา แบบประเมินผลงานรายบุคคล และบันทึกผลงานรายบคุ คล วดั ผลประเมนิ ผล กิจกรรมทป่ี ระเมิน เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ใน วิธกี ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน การประเมิน ๑. สังเกตพฤติกรรมด้าน แบบประเมนิ การสังเกต สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก คณุ ลกั ษณะอนั พึง พฤติกรรมและแบบประเมิน ๖ – ๗ = ดี ประสงค์ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ ๒. การเขียนตามคาบอก แบบประเมินการสังเกต ตรวจงานรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรมและแบบประเมิน ตรวจงานรายบคุ คล ๖ – ๗ = ดี ๓. นักเรยี นทาใบงาน ผลงาน ตรวจงานรายบุคคล ๕ = พอใช้ ชุดท่ี ๘ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรุง แบบประเมนิ การสังเกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๔. นกั เรยี นทาใบงาน พฤติกรรมและแบบประเมิน ๖ – ๗ = ดี ชดุ ท่ี ๙ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรับปรงุ แบบประเมินการสงั เกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรุง

การประเมนิ ด้านทักษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑ์การใหร้ ะดบั คะแนน ทกั ษะการ สรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรุปเนื้อหาได้กระชับ สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั ิงานตาม ข้ันตอน สามารถสื่อใหผ้ ู้อื่นเข้าใจ สามารถสื่อใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบียบ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพดู รายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟังชัด ได้สาระ พูดนา้ เสียงชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบุคลิกในการ สอดคล้องกบั เนื้อหา คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก ท่พี ูด วางบุคลิกในการ ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ พดู ได้ดี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏบิ ตั งิ าน มีการปฏิบตั งิ านตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขัน้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคดิ สร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรคอ์ ยู่บา้ ง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสรา้ งงานท่ีสวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใช้ได้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณีตในบางสว่ น

การประเมิน ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ซือ่ สัตย์สจุ ริต มีวนิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐) ใฝ่เรียนรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพียง มจี ิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรับใน ตรงมา ไมย่ อมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ขอ้ ผิดพลาดและ ขอ้ ผิดพลาดและ ข้อผดิ พลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสง่ิ ทตี่ นมี พอใจในสง่ิ ที่ตนมี ค่อยพอใจในสิง่ ท่ตี นมี รู้จกั ควบคุมอารมณ์ ร้จู ักควบคมุ อารมณ์บา้ ง ไมร่ ูจ้ กั ควบคมุ อารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ นระเบยี บ ปฏิบัติตนอยู่ในระเบยี บ ปฏิบตั ิตนอยใู่ นระเบียบ วนิ ัย แต่งกายถกู ตอ้ ง วินยั การแตง่ กายไม่คอ่ ย วินัยนอ้ ยไม่คอ่ ยแต่งกาย ตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบียบของ โรงเรยี นตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรียน มีความมานะม่งุ มัน่ ใน มีความมานะมุ่งมั่นใน ไม่มีความมานะมงุ่ มน่ั ใน การทางานทไี่ ด้รบั การทางานท่ีได้รบั การทางานทไ่ี ดร้ ับ มอบหมาย ศกึ ษาคน้ คว้า มอบหมาย ศึกษาค้นคว้า มอบหมาย ไมค่ ่อยศกึ ษา ดว้ ยตนเองทางานเสรจ็ ด้วยตนเองเป็นบางคร้งั คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง ทนั เวลาและถูกต้อง ทางานเสรจ็ ทนั เวลาเปน็ ทางานเสร็จไม่ทนั เวลา บางครง้ั ใช้วัสดุอปุ กรณ์การเรียน ใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์การเรียน ใช้วัสดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ทรี่ าคาถูกและใช้อย่าง ทีร่ าคาค่อนข้างแพงและ ทร่ี าคาค่อนขา้ งแพงและ คุม้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ใช้อยา่ งคุ้มคา่ ใชจ้ นหมด ใช้อย่างคุ้มคา่ ใช้ไมห่ มด ค่อยซ้ือใหม่ แล้วซ้ือใหม่ มคี วามเสยี สละเพ่อื มคี วามเสียสละเพือ่ ไม่ค่อยเสียสละเพ่ือ สว่ นรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเปน็ บางครง้ั ส่วนรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เหน็ แก่ตัวชว่ ยเหลือ ไม่เอาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ คนอนื่ ค่อนข้างเหน็ แก่ หมคู่ ณะได้เปน็ อยา่ งดี ตวั ไมค่ ่อยช่วยเหลือหมู่ ตวั ไมค่ ่อยช่วยเหลือหมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -

ใบความรู้ เร่อื ง มาตราตัวสะกด แม่ กง ตัวสะกดในมาตรา แม่ กง คือคาในภาษาไทยที่สะกดด้วยตัว ง เพยี งตัวเดยี วเปน็ ตวั สะกดทต่ี รงตาม มาตราเพราะไมส่ ามารถเอาพยัญชนะตวั อ่ืนมาเปน็ ตัวสะกดแทนได้ มีข้อควรสังเกตดงั น้ี ๑. ถา้ ประสมด้วยสระเสียงส้ัน ๑๘ รูป ซ่งึ ได้แก่ - ะ , - ั , - ิ , - ึ , - ุ , เ – ะ , แ – ะ เ- าะ , เ – อะ , โ – ะ , เ – ิยะ , -ั วะ , ฤ , ฦ , - ำ , ไ , ใ , เ – า คาเหล่านัน้ จะเปน็ คาตาย เช่น ขงิ , ขึงขงั , แข็ง , งง เป็นตน้ ๒. ถา้ ประสมดว้ ยสระเสียงยาว ๑๔ รปู ซ่งึ ได้แก่ - า , - ี , - ื , - ู , เ – , แ - , เ – ยี , เ – อ, โ - , - วั , - อ , ฤๅ , ฦๅ , - ั ย คาเหลา่ นจ้ี ะเป็นคาเป็นถา้ ประสมกบั อักษรกลางและเปน็ คาในแม่ ก กาจะสามารถผัน กับวรรณยุกต์ได้ครบ ๔ รปู ๕ เสยี ง มาตราสะกด แม่ กง คอื คาทปี่ ระสมกบั สระตา่ งๆ และมี ง เปน็ พยญั ชนะสะกด เชน่ คาง เสียง ของ วิ่ง แรง ตรง ดงั ดัง ด – -ะ – ง ลงิ ล – -ิ – ง ตรง ตร – โ – ะ – ง โค้ง ค – โ – ง – ้ เสยี ส – เ - ี ย – ง ง ของ ข – อ – ง

มาตราตัวสะกดแม่ กน คาท่อี ยใู่ นมาตราตวั สะกด แมก่ ง จะมี ง เปน็ พยัญชนะสะกด เพยี งตัวเดียว ตวั สะกดในมาตราแม่ กน คือคาทีม่ ตี วั น หนู เปน็ ตัวสะกด คาเหลา่ น้ีเรียกวา่ คาท่ีมีตวั สะกดตรงตาม มาตรา หรือ คาท่ีมี ตัว ญ ณ ร ล ฬ เปน็ ตัวสะกด แตอ่ อกเสยี ง เหมือนตวั น หนู สะกด เรียกวา่ ตวั สะกดไม่ตรงตามมาตรา ส่วนมากจะเป็นคาท่ีมาจากภาษาอ่นื นอกจากนยี้ ังมีกลุ่มคาทใ่ี ช้ รร หนั ตวั อยา่ งคาท่ีมีตัวสะกดในมาตราแม่ กน ๑. กล่มุ คาทมี่ ีตัวสะกดใน แม่ กน ตรงตามมาตรา เช่น ลาน ถนน คน แผน่ หนิ เนน่ิ นาน ร้อน เยน็ ดินแดน ตานาน กลา่ วขาน แรมรอน พน้ ผ่าน กระฉ่อน หนนุ เปน็ ตน้ ๒. กล่มุ คาทม่ี ตี ัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา เชน่ กาล โบราณ ตาบล อาหาร บริวาร สญั จร ไพรพ่ ล กุศล บุญคุณ พร เชญิ เจรญิ โอฬาร พระกาฬ สญู ศาล เปน็ ต้น ๓. กลมุ่ คาทใ่ี ช้ตัว รร หนั จะออกเสยี ง สระอะ + น เชน่ สรรเสริญ (สะ+น) อา่ นว่า สัน - เสนิ จรรยา (จะ + น) อ่านว่า จัน – ยา พรรษา (พะ +น ) อ่านว่า พนั – สา บรรทัด (บะ + น) อา่ นวา่ บัน – ทัด วรรณยุกต์ (วะ + นะ) อ่านวา่ วัน – นะ –ยุก สรรพากร (สะ +น) อ่านวา่ สัน –พา –กอน บรรพบุรุษ (บะ + น) อา่ นวา่ บัน –พะ –บุ –หรดุ บรรพชา (บะ +น, บะ +พ) อา่ นว่า บัน – พะ –ชา พรรณนา (พะ + น) อ่านว่า พนั –นะ –นา สรรพางค์ (สะ + น) อา่ นว่า สนั –ระ –พาง บรรยาย อ่านวา่ บัน –ยาย บรรยากาศ อ่านว่า บัน –ยา –กาด ครรลอง อ่านว่า คัน –ลอง กรรแสง อ่านวา่ กนั – แสง บรรลัย อา่ นว่า บัน – ไล ๔. กลุ่มคาทใ่ี ช้ - ั + น ออกเสยี ง สระ อะ + น เช่น บนั ดาล บันได บันทึก บันเทิง บันดล ทัน คนั มัน ฉัน กัน พนั ร้ัน หนั ปัน ห่ัน หวน่ั กลัน่ เป็นต้น ทม่ี า : วิโรจน์ มงั คละมณี , หลักภาษาไทย . ฉะเชิงเทรา : ประสานมติ ร , ๒๕๔๕

ใบงาน ชดุ ท่ี ๘ คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนประสมคาจากพยัญชนะ สระ ตัวสะกดและวรรณยุกตใ์ ห้มคี วามหมาย แล้วเขียนลงในชอ่ งว่าง ตวั อย่าง ง กุ้ ห้ แ ง กงุ้ แห้ง ๑. แ ข็ แ ง ง ร ................................................. ๒. ร เ ย ง บี ะ ... ๓. ง า ก ง มุ้ ................................................. ... ๔. วั ะ ง ร ๕. ต้ั ต่ แ ง ง ................................................. ๖. ร่ เ ริ า ง ... ๗. บุ้ ผั ง ก ................................................. ... ๘. เ น ย ง ตี น อ ................................................. ... ................................................. ... ................................................. ... ................................................. ... ๙. ข้ คี า ย เ ง ง ................................................. ๑๐. สิ่ ข ง อ ง ... ................................................. ... ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ชั้น...............

ใบงาน ชุดท่ี ๙ คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นหาคาทีม่ ตี วั สะกดในมาตราแม่ กน ให้ได้มากทส่ี ดุ โดยการเขียนวงกลมครอบไว้ ก า รุ ณ ฮ ป ฒ ฬ ม ง ค ล โ ฏ ฆ ฯ ญ ฐ ซ ง หกด เ ปฟกทว ร รณกร รมกดกส ธฑฏแผปแอ เ ดวอนภถพก ไๆฮ บ ร ร ท ม ฑ ฌ ฏ ฌ พ ญ ห อ ป ผ ดิ เ ๆ ด ง ฤ ฆ ณ น ร พ ฆ ฆ แ ผ่ น ดิ น ร้ อ น น น ว ส ฮ พ ฌ คุ ส ร ร เ ส ริ ญ ฟ ห ด ห แ อ ส ง ง ผ ป แ ณ อ ท บุ ม ใ ฝ ว ง บั น ไ ด พ ร น ย ค ต ข ช บ ล ญ พ เ ส ท ม ฝ ล า น หิ น ล บ ห ก ด เ อ ส คุ ณ ภ า พ พ ร บั น ไ ด น ย บ ลว ส งดรณจขชหดพอทมฝยรบ ธ บ ริ ว า ร ก ด ท ม บ ร ร จุ พ ร น ย บ ล พณฯญฐฒฬฦฑธณอญฐ โ อฬา รษ ฆ ฏ ด เ ม หั ศ จ ร ร ย์ น ฎ ฑ ธ ณ ญ ฐ ก ด ชือ่ .................................................................เลขที่ ..................... ชน้ั ...............

แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๓ เรื่อง ป่านมี้ คี ุณ เวลา ๙ ชัว่ โมง แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๖ เรือ่ ง มาตราตัวสะกด แมก่ ม แมเ่ กย แม่เกอว เวลา ๑ ชั่วโมง วนั ท่ี ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้ีวดั มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ ตวั ช้วี ดั ป.๓ / ๑ เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. บอกพยญั ชนะท่ีใชเ้ ปน็ ตัวสะกดในมาตรา แมเ่ กอว แม่กม และ แม่เกย ได้ ๒. บอกคาท่ีมตี ัวสะกดในมาตรา แม่เกอว แมก่ ม และ แม่เกย ได้ ๓. บอกส่วนประกอบคาในมาตรา แม่เกอว แมก่ ม และ แม่เกย ได้ สาระสาคัญ มาตรา เกอว หรือที่เรยี กวา่ แม่ เกอว คือมาตราท่มี ีพยญั ชนะ ว เป็นตัวสะกด และจะออกเสยี งเป็น ตวั “ว” คาทม่ี ี ว เป็นตวั สะกด เปน็ คาในมาตรา เกอว หรือ แม่ เกอว ตวั สะกดในมาตรา แม่ กม คือคาในภาษาไทยทสี่ ะกดดว้ ยตวั ม เพียงตัวเดยี ว มาตราเกย หรือท่เี รยี กวา่ แมเ่ กย คอื คาหรือพยางค์ท่มี ี ย เปน็ ตวั สะกด สาระการเรยี นรู้ ๑. มาตราตวั สะกดท่ีตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา ๒. ตัวสะกดมาตรา แม่เกอว แม่กม และ แม่เกย สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคดิ ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. รกั ความเปน็ ไทย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มจี ติ สาธารณะ ๔. มวี นิ ัย ๕. อย่อู ย่างพอเพยี ง

ชนิ้ งาน / หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบันทกึ ผลการประเมิน กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ทบทวนเนื้อหาทเี่ รยี นในชั่วโมงท่ีแลว้ ด้วยการให้นกั เรยี นนาใบงานชุดท่ี ๖ – ๗ มารว่ มกัน ตรวจสอบและเฉลยอกี ครั้ง ๒. นักเรียนรบั ใบความรู้ เรอ่ื ง“มาตราตวั สะกด แมเ่ กอว แม่กม และ แม่เกย” (ท้ายแผน) จากครู จากนนั้ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ หาคาท่ีมีตวั สะกดในมาตรา แม่เกอว แม่กม และ แม่เกย จากบทที่ ๓ “ ปา่ น้ีมคี ุณ” ให้ ได้มากทีส่ ดุ เขยี นลงในแผ่นกระดาษ ส่งตัวแทนกลุ่มอ่านคาในมาตรา แม่เกอว แม่กม และ แมเ่ กย ท่ีชว่ ยกนั หามาท่ีหนา้ ช้นั เรยี น ๓. นกั เรยี นฟงั ครูอา่ นคาในมาตรา แม่เกอว แมก่ ม และ แม่เกย อยา่ งละ ๑๐ คา และใหน้ ักเรยี นแต่ ละกล่มุ ส่งตัวแทนครัง้ ละ ๑ คน ออกไปแข่งขนั การเขยี นตามคาบอกที่กระดานดา ๔. นกั เรยี นทุกคนคัดลอกคาท่ีกลุ่มตนเองชว่ ยกันหาลงในสมุด (เน้นคัดสวยงาม) ครสู รุปเน้ือหาสาระ การเรยี นรทู้ ง้ั หมดอีกครงั้ หน่งึ ๕. นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๑๐ (ท้ายแผน) ชุด จบั คเู่ ชื่อมบัตรคาทกี่ าหนดให้ จากน้ันนาส่งครู ครเู ฉลย และนกั เรยี นแลกเปลีย่ นกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง ๖. นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๑๑ (ท้ายแผน)ชดุ หาคาตอบของข้อความ ท่กี าหนดให้ เสรจ็ แล้วครูเฉลย และตรวจสอบความถูกต้อง ๗. นักเรยี นทาใบงานท่ี ๑๒ (ท้ายแผน)ชดุ ตน้ ไม้ แมเ่ กย เสรจ็ แล้วครูเฉลยและตรวจสอบความ ถกู ต้อง

สอื่ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดบั ที่ รายการส่อื กจิ กรรมทใ่ี ช้ แหลง่ ทีไ่ ด้มา ๑ ครใู ชป้ ระกอบคาอธิบาย ครูจดั เตรยี ม ใบความรู้เรอ่ื ง มาตราตวั สะกด ๒ แม่เกอว แมก่ ม และ แม่เกย นักเรยี นทาใบงาน ครูจัดทา ๓ ใบงาน ชดุ ท่ี ๑๐ – ๑๒ นกั เรียนฝกึ ทักษะการอา่ น ครจู ดั ทา ๔ นกั เรียนอา่ นเรื่อง ครจู ัดทา บัตรคา ๕ สร้างกฎของการประเมิน ครจู ดั ทา ๖ หนังสือเรียนรายวชิ าพื้นฐานภาษาไทย ประเมินผลงานรายกลุ่ม ครูจดั ทา ๗ ชุดภาษาพาที ชั้น ป.๓ บนั ทึกการสงั เกตพฤติกรรม ครูจัดทา เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) และบันทึกผลงานรายบคุ คล แบบประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม แบบประเมนิ การสงั เกตพฤตกิ รรม และแบบประเมินผลงานรายบคุ คล

วัดผลประเมินผล เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ใน วิธีการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน การประเมิน สงั เกตรายบุคคล กิจกรรมท่ปี ระเมิน ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๑. สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบประเมนิ การสงั เกต ๖ – ๗ = ดี พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๕ = พอใช้ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ผลงาน ตา่ กว่า ๕ = ปรับปรุง ๒. การเขยี นตามคาบอก แบบประเมินการสงั เกต ตรวจงานรายกล่มุ ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรมและแบบประเมนิ ตรวจงานรายบุคคล ๖ – ๗ = ดี ๓. นกั เรียนทาใบงาน ผลงาน ตรวจงานรายบคุ คล ๕ = พอใช้ ชดุ ที่ ๑๐ ตรวจงานรายบคุ คล ตา่ กว่า ๕ = ปรับปรุง แบบประเมนิ การสังเกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๔. นกั เรียนทาใบงาน พฤติกรรมและแบบประเมิน ๖ – ๗ = ดี ชดุ ที่ ๑๑ ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรุง ๕. นักเรยี นทาใบงาน แบบประเมนิ การสังเกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก ชดุ ที่ ๑๒ พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี แบบประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรงุ แบบประเมินการสังเกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี แบบประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรุง

การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการ สรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั ิงานตาม ข้ันตอน สามารถส่อื ใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อื่นเข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบียบ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟงั ชัด ได้สาระ พดู น้าเสียงชดั เจน พูดน้าเสียงไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลกิ ในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบัตงิ าน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไม่สามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขัน้ ตอนได้ตามลาดบั ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรค์อยู่บา้ ง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน

การประเมนิ ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน ซ่ือสัตยส์ จุ ริต มีวนิ ยั ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐) ใฝ่เรยี นรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพยี ง มีจิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรับใน ตรงมา ไม่ยอมรับใน ตรงมา ไม่ยอมรับใน ข้อผดิ พลาดและ ข้อผิดพลาดและ ขอ้ ผดิ พลาดและบกพร่อง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง ของตนเองไม่ค่อยพอใจใน พอใจในสง่ิ ทตี่ นมี พอใจในสงิ่ ที่ตนมี สง่ิ ทีต่ นมี รจู้ กั ควบคมุ อารมณ์ รู้จักควบคุมอารมณ์ บ้าง ไม่รู้จักควบคมุ อารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในระเบยี บ ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏิบตั ิตนอยู่ในระเบียบ วินยั แตง่ กายถูกต้อง วินยั การแต่งกายไม่คอ่ ย วนิ ัยนอ้ ยไม่ค่อยแตง่ กาย ตามระเบียบของ ถูกต้องตามระเบียบของ ถกู ต้องตามระเบียบของ โรงเรยี นตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรียน มคี วามมานะม่งุ มัน่ ใน มคี วามมานะมุง่ มั่นใน ไม่มีความมานะมงุ่ ม่นั ใน การทางานที่ไดร้ บั การทางานที่ได้รับ การทางานท่ไี ดร้ ับ มอบหมาย ศึกษาคน้ คว้า มอบหมาย ศึกษาค้นคว้า มอบหมาย ไม่ค่อยศึกษา ดว้ ยตนเองทางานเสร็จ ดว้ ยตนเองเปน็ บางครั้ง ค้นคว้าด้วยตนเองทางาน ทนั เวลาและถูกต้อง ทางานเสร็จทันเวลาเป็น เสร็จไม่ทันเวลา บางครงั้ ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การเรยี น ใชว้ ัสดุอุปกรณ์การเรยี น ใช้วสั ดุอุปกรณ์การเรียนที่ ที่ราคาถูกและใช้อย่าง ทรี่ าคาค่อนขา้ งแพงและ ราคาค่อนขา้ งแพงและใช้ คมุ้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ใช้อยา่ งคุ้มค่าใชจ้ นหมด อย่างคุ้มคา่ ใช้ไมห่ มด แลว้ คอ่ ยซื้อใหม่ ซ้ือใหม่ มีความเสยี สละเพ่ือ มีความเสียสละเพือ่ ไม่ค่อยเสยี สละเพอ่ื สว่ นรวม ไม่เอาเปรียบ สว่ นรวมเป็นบางครัง้ สว่ นรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เหน็ แก่ตัวชว่ ยเหลือ ไม่เอาเปรียบไมเ่ หน็ แก่ คนอ่นื ค่อนขา้ งเห็นแกต่ ัว หมู่คณะไดเ้ ปน็ อย่างดี ตวั ไม่คอ่ ยช่วยเหลือหมู่ ไมค่ ่อยชว่ ยเหลอื หมู่คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -

ใบความรู้ เรื่อง มาตราตวั สะกด แม่ เกอว มาตรา เกอว หรือที่เรียกว่า แม่ เกอว คือมาตราทม่ี ีพยญั ชนะ ว เป็นตัวสะกด และจะออกเสียงเปน็ ตัว “ว” คาท่ีมี ว เปน็ ตัวสะกด เปน็ คาในมาตรา เกอว หรือ แม่ เกอว เชน่ ประโยคที่มคี าในแม่ เกอว * โต้งชอบกนิ ไข่เจยี ว * เดก็ ๆ ใชก้ าวตดิ กระดาษ * นอ้ งทาแก้วแตก * หนูนดิ ทาการบ้านเสรจ็ แลว้ * คณุ พ่อพาลูก ๆ ไปเทย่ี วชายทะเล คาที่มี ว สะกดเปน็ คาในมาตราแม่ เกอว กาว อ่านว่า กอ –อา – วอ – กาว ขาว อ่านวา่ ขอ –อา – วอ – ขาว หวิ อา่ นว่า หอ – อิ – วอ – หวิ สวิ อ่านว่า สอ – อิ – วอ – สิว เร็ว อ่านว่า รอ –เอ – วอ – เร็ว แถว อ่านว่า ถอ –แอ – วอ – แถว เดยี ว อา่ นวา่ ดอ –เอยี – วอ – เดยี ว