Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนจัดการเรียนรู้ ภาษาพาที บทที่ ๔ อาหารดี ชีวีมีสุข

แผนจัดการเรียนรู้ ภาษาพาที บทที่ ๔ อาหารดี ชีวีมีสุข

Description: แผนจัดการเรียนรู้ ภาษาพาที บทที่ ๔ อาหารดี ชีวีมีสุข

Search

Read the Text Version

แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ เรื่อง อาหารดี ชีวมี ีสุข นางเย็นฤดี ค้มุ สพุ รรณ โรงเรยี นพณิ พลราษฎร์ ต้ังตรงจติ ร ๑๒ สานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต ๒

ตารางกาหนดการจัดการเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓ ชดุ ภาษาพาที หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๔ เรือ่ ง อาหารดี ชีวีมีสขุ เวลา ๘ ชวั่ โมง จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา ๘ ช.ม ๑. ฟังเองแลว้ เลา่ เร่อื งได้  การฟังเร่ือง ๒. นักเรยี นจบั ใจความเร่ืองทฟ่ี งั ได้  การอ่านคิดวเิ คราะห์ ๑ ๓. นักเรยี นตอบคาถามเรอ่ื งทฟี่ ังได้  คาศัพท์ในบทเรียน ๑ ๔. นักเรยี นตงั้ คาถาม – ตอบคาถามเรอ่ื งท่ีอา่ นได้  การอา่ นเสรมิ บทเรยี น ๑ ๕. นกั เรยี นแสดงเหตผุ ลในการตอบคาถามได้  การผนั วรรณยุกต์ ๑ ๖. นกั เรียนสรปุ ขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอ่านได้  คาท่ีประวิสรรชนีย์ ๑ ๗. นักเรยี นอา่ นแจกลกู สะกดคาได้ ๑ ๘. นกั เรียนบอกความหมายของคาในบทเรยี นได้ และไม่ประวสิ รรชนยี ์ ๑ ๙. นกั เรยี นใชค้ าได้ถกู ต้องตามบรบิ ท  ปริศนาคาทาย ๒ ๑๐. อา่ นและเกบ็ ใจความสาคญั ของเร่อื งได้ ๑๑. นักเรียนคดิ วเิ คราะหส์ รุปเรื่องราวทอ่ี ่าน ๑๒. นักเรียนบอกความหมายของอักษรสามหมู่ได้ ๑๓. นักเรียนบอกพยญั ชนะท่ีเปน็ อักษรกลาง อักษรสงู ได้ ๑๔. นักเรียนผันวรรณยุกต์ในคาต่างๆได้ ๑๕. อ่านคาทปี่ ระและไม่ประวสิ รรชนยี ์ได้ ๑๖. เขยี นคาทป่ี ระและไม่ประวิสรรชนยี ์ได้ ๑๗. แตง่ ประโยคคาที่ออกเสียง อะ ท่ีประและ ไมป่ ระวสิ รรชนีย์ได้ ๑๘. บอกความหมายของปริศนาคาทายได้

แผนการจดั การเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๔ อาหารดี ชีวีมีสุข เวลา ๘ ช่วั โมง แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ เรื่อง การฟงั เรือ่ ง เวลา ๑ ช่วั โมง ใชส้ อนวนั ท่.ี ....................................................................................................................................... ******************************************************************************* มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชวี้ ัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ และความรูส้ ึกในโอกาสตา่ งๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ ตัวชี้วัด ท ๓.๑ ป.๓ / ๒ บอกสาระสาคญั จากการฟงั และการดู จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. ฟงั เรอื่ ง “อาหารดี ชีวีมสี ุข” แลว้ ตอบคาถามและเลา่ เรอ่ื งไดถ้ ูกตอ้ ง ๒. นกั เรยี นจับใจความเร่ืองท่ีฟังได้ ๓. นักเรียนตอบคาถามเรื่องท่ีฟงั ได้ สาระสาคัญ การฟังเร่ือง เป็นการสร้างประสบการณ์ทางเน้ือหา ผูฟ้ งั ต้องมีสมาธใิ นการฟงั จึงจะชว่ ยให้เกิดทักษะ ในการจบั ใจความสาคญั ของเรอื่ ง สาระการเรยี นรู้ ๑. การจับใจความและพดู แสดงความคิดเหน็ และความรู้สกึ จากเร่ืองท่ีฟังและดูท้งั ท่ีเป็นความรูแ้ ละ ความบนั เทงิ ๒. ฟงั เร่อื ง “อาหารดี ชวี มี สี ุข” ๓. การตอบคาถามจากเรื่อง สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๑. รักความเป็นไทย ๒. ใฝ่เรยี นรู้ ๓. มจี ิตสาธารณะ ๔. มีวินยั

๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง ช้นิ งาน / หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. การทาแบบทดสอบก่อนเรียน ๒. การทาใบงาน ๓. แบบบนั ทึกผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคแ์ ละผลงาน กจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. ครชู ้ีแจงความสาคัญของภาษาไทย ลาดบั ข้นั ตอนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ จุดประสงค์ และสิง่ ท่ี นักเรียนตอ้ งเตรียม ในชัว่ โมงนี้ให้นักเรียนรบั ทราบ จากนั้นให้นกั เรยี นเล่นเกม “ต่อเติม” ๒. นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน บทท่ี ๔ อาหารดี ชวี ีมีสขุ (ทา้ ยแผน) จานวน ๑๕ ข้อ เสร็จแลว้ ครตู รวจสอบและประกาศผลเป็นคะแนนตามจานวนข้อทีท่ าถูก โดยทยี่ งั ไมต่ ้องเฉลย ๓. นักเรยี นอา่ นบทรอ้ ยกรองนาเรอื่ ง แลว้ ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับความสาคญั ของบทร้อยกรองใน หนังสอื เรียนภาษาพาที ชนั้ ป.๓ หน้า ๔๗ ครูสมุ่ ใหน้ ักเรียน ๒ – ๓ คน บอกใจความสาคญั ของบทร้อยกรอง ชมเชยนกั เรียนทีบ่ อกใจความสาคญั ของบทร้อยกรองไดด้ ี ๔. นกั เรยี นอ่านบทรอ้ ยกรองในหนังสือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาพาที ชั้นประถม ศกึ ษาปีที่ ๓ หนา้ ๔๗ “อาหารดี ชวี ีมสี ขุ ” แลว้ ร่วมกันสนทนาถึงเน้ือหาและความสาคญั ๕. รว่ มกันสนทนาเก่ียวกับช่อื เรอ่ื ง “อาหารดี ชีวีมสี ขุ ” ว่ามีลกั ษณะอย่างไรโดยครูใช้คาถามนาดงั น้ี * จากเร่อื ง “อาหารดีมีคณุ ภาพ” มตี ัวละครกตี่ วั ใครบ้าง * ทุกเชา้ วันอาทิตย์พ่อแม่พาปอและป๋อไปไหน และไปทาไม * ครูพมิ พใ์ จใหป้ อและป๋อชว่ ยทางานอย่างไร * ๑๙๐ เมนชู ูสุขภาพ เปน็ อย่างไร ๖. นักเรียนช่วยกันเล่าเร่ืองที่ฟงั ถ้าเลา่ ไม่ไดค้ รถู ามนาแล้วให้นักเรยี นตอบ ๗. นกั เรียนฝึกเล่าหรือทานายเร่ืองต่อวา่ น่าจะมีเหตุการณ์อยา่ งไรนักเรยี นชว่ ยกันเลา่ เร่ืองที่ฟัง ถ้าเล่า ไม่ไดค้ รถู ามนาแล้วใหน้ ักเรยี นตอบ ๘. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๑ (ท้ายแผน) ชุด ตอบคาถามที่กาหนดให้ จากนั้นนาส่งครู ครเู ฉลยนักเรียน แลกเปล่ียนกนั ตรวจสอบความถูกต้อง

สอื่ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดบั ที่ รายการสอื่ กจิ กรรมทีใ่ ช้ แหลง่ ทไ่ี ด้มา ๑ เกม ต่อเตมิ นกั เรยี นเลน่ เกม ครูจดั เตรยี ม ๒ ใบงาน ชุดท่ี ๑ นกั เรียนทาใบงาน ครูจดั ทา ๓ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น นกั เรยี นทาแบบทดสอบ ครจู ัดทา ๔ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจสอบความถูกต้อง ครูจดั ทา ๕ เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมิน ครจู ดั ทา ๖ แบบประเมินผลงานรายกลุ่ม ประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ครจู ดั ทา ๗ แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรม และ บนั ทึกการสังเกตพฤติกรรม ครูจัดทา แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล และบนั ทึกผลงานรายบคุ คล

วัดผลประเมนิ ผล กิจกรรมที่ประเมิน เคร่ืองมือที่ใช้ใน วิธีการประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ การประเมนิ ๑. สังเกตพฤติกรรมดา้ น ๘ - ๑๐ = ดมี าก คุณลกั ษณะอันพงึ แบบประเมนิ การสังเกต สังเกตรายบุคคล ๖ – ๗ = ดี ประสงค์ พฤติกรรมและแบบประเมิน ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรุง ผลงาน ๒. นักเรียนเล่นเกม ตอ่ เติม แบบประเมนิ การสงั เกต สังเกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรมและแบบประเมิน ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรบั ปรุง ๓. นักเรียนทาใบงาน ชดุ ที่ ๑ แบบประเมนิ การสังเกต ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรมและแบบประเมิน ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ ๔. นักเรยี นทาแบบทดสอบ แบบประเมินการสังเกต ตรวจงานรายบคุ คล ๑๒ - ๑๕ = ดมี าก ก่อนเรยี น พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๑๐ – ๑๑ = ดี ผลงาน ๘ – ๙ = พอใช้ ต่ากวา่ ๘ = ปรบั ปรุง

การประเมนิ ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการสรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรุปเนือ้ หาได้กระชบั สรุปเนือ้ หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั งิ านตาม ข้ันตอน สามารถส่ือใหผ้ ู้อนื่ เขา้ ใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบยี บ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพดู รายงานได้ดี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟังชัด ได้สาระ พดู น้าเสียงชัดเจน พูดน้าเสยี งไมช่ ดั เจน ไม่ ชัดเจน วางบุคลิกในการ สอดคลอ้ งกับเน้ือหาที่ ค่อยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พดู วางบุคลิกในการพูด ที่พดู วางบคุ ลิกในการ ไดด้ ี พดู ไมค่ ่อยดี มีทกั ษะการปฏบิ ัตงิ าน มกี ารปฏิบัตงิ านตาม ยังไมส่ ามารถปฏบิ ัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อยา่ ง ข้นั ตอนได้ตามลาดบั ตามข้ันตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรคด์ ี พอมคี วามคิดท่ี ยงั ขาดความคดิ ท่ี สร้างสรรคอ์ ยบู่ ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานท่ี ไมม่ ีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ สวยงามพอใช้ได้ และมี ไมป่ ระณตี ประณตี ดี ความประณีตในบางสว่ น

การประเมิน ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐) ใฝ่เรียนรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อย่างพอเพยี ง มีจิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรับใน ตรงมา ไม่ยอมรับใน ข้อผิดพลาดและ ข้อผดิ พลาดและ ขอ้ ผิดพลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสง่ิ ทต่ี นมี พอใจในสง่ิ ท่ตี นมี ค่อยพอใจในสิ่งท่ตี นมี ร้จู กั ควบคมุ อารมณ์ รู้จักควบคุมอารมณ์บา้ ง ไม่รูจ้ กั ควบคมุ อารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในระเบยี บ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ วินยั แต่งกายถกู ตอ้ ง วินัย การแต่งกายไม่คอ่ ย วนิ ัยนอ้ ยไม่คอ่ ยแต่งกาย ตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบียบของ ถกู ต้องตามระเบียบของ โรงเรยี นตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรยี น มคี วามมานะมงุ่ มั่นใน มีความมานะมุง่ มัน่ ใน ไม่มีความมานะมุ่งมั่นใน การทางานทไ่ี ด้รบั การทางานที่ได้รบั การทางานทไ่ี ด้รับ มอบหมาย ศกึ ษาค้นคว้า มอบหมาย ศกึ ษาคน้ คว้า มอบหมาย ไมค่ ่อยศึกษา ด้วยตนเองทางานเสร็จ ด้วยตนเองเป็นบางครง้ั คน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง ทนั เวลาและถูกตอ้ ง ทางานเสรจ็ ทันเวลาเปน็ ทางานเสรจ็ ไม่ทนั เวลา บางครัง้ ใชว้ ัสดุอุปกรณ์การเรียน ใช้วสั ดอุ ุปกรณ์การเรียน ใช้วสั ดุอุปกรณ์การเรียน ที่ราคาถูกและใช้อย่าง ที่ราคาค่อนขา้ งแพงและ ทีร่ าคาค่อนขา้ งแพงและ ค้มุ คา่ ใช้จนหมดแลว้ ใช้อย่างคุ้มคา่ ใชจ้ นหมด ใชอ้ ย่างคุ้มคา่ ใช้ไม่หมด ค่อยซ้ือใหม่ แลว้ ซื้อใหม่ มีความเสยี สละเพือ่ มคี วามเสียสละเพอ่ื ไมค่ ่อยเสียสละเพื่อ สว่ นรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเปน็ บางครัง้ สว่ นรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เหน็ แก่ตัวช่วยเหลอื ไม่เอาเปรียบไม่เห็นแก่ คนอนื่ ค่อนข้างเหน็ แก่ หมู่คณะไดเ้ ปน็ อย่างดี ตวั ไมค่ ่อยช่วยเหลอื หมู่ ตวั ไม่คอ่ ยชว่ ยเหลอื หมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ

เกม ตอ่ เต- มิ จุดมงุ่ หมาย ๑. เพ่ือใหน้ ักเรียนสามารถเขียนเรียบเรียงประโยคไดจ้ ากคาตา่ งๆ ๒. เพอ่ื ให้นักเรยี นสามารถต่อคาให้ไดส้ าระใจความอยา่ งรวดเรว็ สอ่ื ๑. ฉลากคาต่างๆ ๒. กระดานดา ชอล์ก ๓. กร่งิ สัญญาณ วธิ ีดาเนินกจิ กรรม แบ่งผู้เล่นเป็น ๒ หมู่ ครูให้นักเรียนจับฉลากว่าใครจะเป็นผู้เล่นเริ่มก่อน ให้ผู้เร่ิมเล่นฝ่ายแรกคิดคา ขน้ึ คาหนึ่งซง่ึ จะเปน็ จุดเริ่มต้นของการแต่งเร่ืองราวต่อไป หรืออาจจับฉลากเอาคาของครูขึ้นต้น แล้วฝ่ายแรก นั้นหาคามาต่ออีก ๑ คา ให้ใจความเข้ากันได้ ครูจะให้เวลาในการติดต่อคาแบบปากเปล่าน้ีประมาณ ๑๕ วินาที เมื่อหมดเวลาครูจะกดกร่ิงสัญญาณ ฝ่ายท่ีต่อไม่ได้ก็จะไม่ได้คะแนน ฝ่ายท่ีเป็นฝ่ายคิดคาจะได้คะแนน แทน แต่ถา้ อกี ฝ่ายหนึง่ ตอ่ ไดท้ ันทีก็จะได้คะแนนทันที การเล่นจะดาเนนิ ไปเรอ่ื ยๆ จนกระทั่งผู้เล่นสามารถฝึกได้ อยา่ งทัว่ ถงึ โดยผลัดกันตอ่ คาไปทลี ะฝ่าย อนึ่ง ในการเลน่ นี้อาจเปลย่ี นแปลงจากการเรยี งความปากเปล่าไปเป็นการเขียนคาต่อกันในกระดานก็ ได้ ตวั อยา่ งฝ่าย ก. เป็นฝา่ ยเร่ิม ฝ่าย ข. เป็นฝ่ายต่อ ๑. ฉนั ๒. เป็น ๓. เด็ก ๔. ที่ ๕. อยู่ ๖. ใน ๗. โอวาท ๘. ของ ๙. พ่อแม่ ๑๐. ทกุ ๑๑. คน ๑๒. ชมเชย ๑๓. วา่ ๑๔ ฉนั ๑๕ .......(ตอ่ ไม่ทนั ) ๑๖. เป็น ๑๗. เด็ก ๑๘. ดี การให้คะแนนจะนบั ตามจานวนคะแนนของฝ่ายท่ีตอบได้เร็วและผิดนอ้ ยทสี่ ดุ ก็จะเป็นฝา่ ยชนะ ขอ้ เสนอแนะ ๑. กิจกรรมนนี้ อกจากจะใช้เป็นพ้ืนฐานของการเรยี บเรยี งใจความและการเขยี นเรยี งความแลว้ ยัง อาจใชเ้ ปน็ กจิ กรรมขนั้ ประเมินผล ทบทวนเน้ือหาวิชาที่เรยี นไปแลว้ โดยให้เรียงความปากเปล่า สรปุ เนือ้ หา สาระต่างๆ ได้ ๒. การตอ่ เร่อื งราวของทงั้ สองฝา่ ยน้ัน อาจเพิม่ จากคาไปเป็นประโยค หรอื ข้อความต่างๆ ตามความ เหมาะสม ทั้งนี้ขนึ้ อย่กู บั ระดับชั้นและความสามารถของผเู้ รยี นด้วย

แบบทดสอบ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๔ อาหารดี ชีวีมีสุข ชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนกาเครื่องหมาย  ทับตวั อักษรหน้าข้อที่ถูกต้อง ๑. สวนสมเด็จยา่ สร้างขึ้นเพื่ออะไร ก. พกั ผอ่ นหย่อนใจ ข. ออกกาลงั กาย ค. อนุสรณแ์ ดส่ มเด็จยา่ ง. ถกู ทุกข้อ ๒. ครอบครัวของปอและป๋อไปออกกาลงั กายทีส่ วนสมเด็จย่า ข้อใดกลา่ วไม่ถกู ต้อง ก. พอ่ ไปว่งิ ข. แม่ไปรามวยจีนจฬุ าโลก ค. ปอไปเต้นแอโรบิก ง. ป๋อเล่นฟตุ บอล ๓. จากข้อ ๒ ครอบครัวของปอและป๋อไปออกกาลังกายในวันใด ก. เย็นวนั ศุกร์ ข. เชา้ วันเสาร์ ค. เช้าวันอาทิตย์ ง. เย็นวันอาทิตย์ ๔. ประชาสงเคราะหม์ หี น้าที่อยา่ งไรบ้าง ก. ช่วยเหลอื คนยากจน ข. ช่วยเหลือคนดอ้ ยโอกาส ค. ชว่ ยเหลือคนตกทุกข์ไดย้ าก ง. ถูกทกุ ข้อ ๕. ครูพิมพใ์ จให้เด็ก ๆ ช่วยทางานอะไร ก. สารวจรายการอาหาร ข. สารวจร้านอาหาร ค. สารวจงาน ง. ขายสินค้า ๖. ข้อใดเป็นลกั ษณะที่เดน่ ของแม่ของปอและป๋อ ก. ชอบออกกาลังกาย ข. ชอบทาอาหาร ค. ชอบชมิ อาหาร ง. ชอบซื้ออาหาร ๗. ประโยชนข์ องสารอาหารจากธาตุเหล็กและวิตามิน คอื อะไร ก. ดวงตาสดใส ข. เรียนเกง่ สมองไว ค. เจริญเติบโต ง. ถูกทุกข้อ ๘. ขอ้ ใดไมเ่ ปน็ อาหารของชาวไทยภาคใต้ ก. ข้าวยาปักษ์ใต้ ข. น้าบดู ู ค. แกงไตปลา ง. ส้มตา ๙. ข้อใดเปน็ กลมุ่ อาหารท่ีให้ใยอาหารสงู ก. ขา้ วยาปักษใ์ ต้ ข. ผัดกะเพรา ค. แกงไตปลา ง. ขนมจีบซาลาเปา ๑๐. กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข แบ่งกลุม่ อาหารออกเป็นกกี่ ลมุ่ ก. ๔ กลมุ่ ข. ๕ กลมุ่ ค. ๖ กลุ่ม ง. ไม่มขี ้อถกู

๑๑. ตัวอักษรกลุ่มใดที่สามารถใชว้ รรณยุกตไ์ ด้ครบ ๔ รูป ๕ เสยี ง ก. อักษรสงู ข. อักษรกลาง ค. อกั ษรต่า ง. อักษรเดยี่ ว ๑๒. คาวา่ “ รถ” มีเสยี งวรรณยกุ ต์ใด ก. เอก ข. โท ค. ตรี ง. สามญั ๑๓. อักษรหมใู่ ดทีม่ ีพนื้ เสยี งเป็นจตั วา ก. อกั ษรสงู ข. อกั ษรกลาง ค. อักษรตา่ ง. อักษรคู่ ๑๔. สี่เหลี่ยมใดมีสองมุม ก. สเ่ี หลี่ยมผืนผ้า ข. สเ่ี หลี่ยมจตั ุรสั ค. สี่เหล่ียมขนมเปียกปูน ง. เวทีมวย ๑๕. คาว่า “ ผลติ ภัณฑ์” อ่านอย่างไร ก. ผะ – ลิด – ตะ – พนั ข. ผะ – หลิด – ตะ – พนั ค. ผลิด – ตะ – พนั ง. ผะ – หลิด – พัน

เฉลยแบบทดสอบ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๔ ๑. ง ๒. ง ๓. ค ๔. ง ๕. ก ๖. ข ๗. ง ๘. ก ๙. ก ๑๐. ก ๑๑. ข ๑๒. ค ๑๓. ก ๑๔.ง ๑๕. ข

ใบงาน ชุดที่ ๑ คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้ ๑. จากเรื่อง “อาหารดี ชวี มี ีสขุ ” มีตวั ละครกี่ตวั ใครบ้าง ............................................................................................................................. ....................................... ๒. ทกุ เช้าวนั อาทติ ยพ์ ่อแม่พาปอและปอ๋ ไปไหน และไปทาไม ............................................................................................................................. ....................................... ๓. ครพู ิมพใ์ จให้ปอและป๋อช่วยทางานอยา่ งไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๔. ๑๙๐ เมนชู ูสุขภาพ เปน็ อยา่ งไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๕. เด็กขาดสารอาหารมีลักษณะอยา่ งไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๖. คปู อง คืออะไร ใช้ได้ในสถานการณ์ใดบ้าง …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๗. นกั เรียนคิดวา่ ร้าน รสแซบ ขายอาหารประเภทใด ............................................................................................................................. ....................................... ๘. ลาบปลาดุก ต้องกนิ กับจึงจะไดร้ สชาติ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๙. ขา้ วยาปักษ์ใต้ ต้องผสมด้วยสงิ่ ใด …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ๑๐. นกั เรยี นได้ข้อคิดอยา่ งไรในการเรยี นบทเรยี นน้ี ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….... ช่อื ..............................................................เลขท่ี ..................... ช้ัน...............

แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๔ อาหารดี ชีวีมสี ุข เวลา ๘ ชั่วโมง แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๒ เรื่อง การอา่ นคิดวเิ คราะห์ เวลา ๑ ช่วั โมง ใชส้ อนวนั ท.ี่ ....................................................................................................................................... ***************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ัด มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพ่อื นาไปใชต้ ัดสินใจแกป้ ญั หา ในการดาเนนิ ชีวิต และมนี สิ ัยรกั การอา่ น ตัวชวี้ ดั ท ๑.๑ ป.๓ / ๓ ตง้ั คาถามและตอบคาถามเชงิ เหตผุ ลเกี่ยวกบั เร่อื งที่อา่ น จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นตัง้ คาถาม – ตอบคาถามเรื่องท่อี ่านได้ ๒. นักเรยี นแสดงเหตผุ ลในการตอบคาถามได้ ๓. นักเรียนสรุปข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอา่ นได้ สาระสาคญั การวเิ คราะห์เร่อื ง เปน็ การพิจารณาเรื่องราวตา่ ง ๆ อยา่ งละเอยี ดตงั้ แต่ต้นจนจบเพื่อแยกแยะ ข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ มีการใช้เหตผุ ลในการแยกส่วนดี สว่ นบกพรอ่ งของเร่ืองนนั้ ๆ การจะย่อความและ วิเคราะหเ์ รอื่ งได้ดีนอกจากจะเป็นคนชอบอ่านแล้วยังตอ้ งหมน่ั ฝึกการย่อความและวเิ คราะหเ์ ป็นประจาด้วย ดังน้นั จะต้องเรยี นรแู้ ละนาไปใชใ้ หถ้ ูกต้อง จงึ จะถือวา่ ประสบความสาเร็จในการเรยี นภาษา สาระการเรียนรู้ การอา่ นจับใจความจากสอ่ื ต่างๆ เช่น นทิ านหรอื เรื่องเกย่ี วกับทอ้ งถิน่ การอา่ นคดิ วิเคราะห์ การตัง้ คาถามเชงิ เหตผุ ล สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. รักความเป็นไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มจี ิตสาธารณะ

๔. มวี นิ ยั ๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง ชนิ้ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบันทึกผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคแ์ ละผลงาน กจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. ทบทวนเนือ้ หาท่เี รียนในช่ัวโมงที่แลว้ ด้วยการให้นักเรยี นนาใบงานชดุ ท่ี ๑ มารว่ มกันตรวจสอบ และเฉลยอีกครั้ง ๒. แบง่ นักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลือกประธานกลุ่ม รองประธานกลมุ่ และเลขานุการกลมุ่ ครูอธบิ ายบทบาทและหนา้ ที่ของสมาชิกทกุ คนในกลุ่มใหน้ ักเรยี นทราบ ๓. ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มอ่านออกเสยี งเน้ือหาบทเรยี น จากหนงั สอื ภาษาไทยชดุ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ บทที่ ๓ “ อาหารดี ชวี มี ีสขุ ” จากหนา้ ๔๘ ถึงหนา้ ๕๒ กล่มุ ละ ๑ ย่อหนา้ จากน้นั ทกุ กลุ่มอา่ นพร้อมกันอีกคร้ัง ๔. ครูต้งั คาถามต่อไปนี้ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มตอบ - เหตใุ ด บทเรียนน้จี งึ ตง้ั ช่ือว่า “ อาหารดี ชีวมี ีสขุ ” - สิ่งใดสาคัญทส่ี ดุ ในเรื่องน้ี - เหตุใดการรับประทานลาบปลาดุก จึงไม่มสี ่วนทาให้อว้ น - นกั เรยี นคิดวา่ ร้านขายอาหารท่มี ชี ่ือ “ รสแซบ” เป็นของคนภาคใด - นักเรยี นไดข้ ้อคดิ อยา่ งไรในการอา่ นเร่ืองน้ี ให้แตล่ ะกล่มุ ช่วยกันเขยี นคาตอบลงในแผ่นกระดาษจากน้ันส่งตัวแทนออกมาอ่านคาตอบทีห่ นา้ ชน้ั เรียน ครูชมเชยกลุ่มท่ีตอบได้ดี ๕. รวมกันสนทนาถงึ เนื้อหาของเรื่อง “อาหารดี ชวี มี ีสขุ ” ครูซกั ถามนกั เรยี นวา่ นักเรียนไดอ้ ะไรบ้าง จากการอ่านเร่ืองนี้ ๖. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๔ (ท้ายแผน) ชุด เขยี นอธิบายรูปภาพท่ีกาหนดใหเ้ สรจ็ แลว้ ใหแ้ ต่ละคนอ่าน คาอธบิ ายรูปภาพของตนเองท่ีหน้าช้ันเรียน ร่วมกันตัดสินผทู้ ่เี ขยี นอธิบายไดด้ ีท่ีสดุ นาผลงานไปตดิ ไว้ท่ปี า้ ย นิเทศหน้าช้นั ๗. นกั เรียนทาใบงานท่ี ๕ (ท้ายแผน) ชุด บอกสิ่งทไี่ ด้จากการอา่ นเรื่อง “ อาหารดี ชวี ีมีสขุ ” ถา้ ไม่ เสร็จไปทาเป็นการบ้าน

สอ่ื / แหล่งเรียนรู้ / บคุ คล ลาดบั ท่ี รายการสือ่ กจิ กรรมที่ใช้ แหล่งที่ไดม้ า ครูจัดเตรียม ๑ รปู ภาพ ครูใชป้ ระกอบคาอธิบาย ครูจัดทา นักเรียนทาใบงาน ครจู ดั ทา ๒ ใบงาน ชดุ ที่ ๒ – ๓ นักเรยี นฝกึ ทักษะการตอบคาถาม ครจู ดั ทา นกั เรียนอ่านเร่ือง ๓ แถบประโยคคาถาม ครจู ัดทา สร้างกฎของการประเมนิ ครจู ัดทา ๔ หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย ประเมินผลงานรายกลมุ่ ครูจัดทา ชุดภาษาเพอื่ ชีวติ ภาษาพาที ช้ัน ป.๓ บันทกึ การสงั เกตพฤติกรรม และ บนั ทกึ ผลงานรายบคุ คล ๕ เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) ๖ แบบประเมินผลงานรายกลมุ่ ๗ แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรม และ แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล วัดผลประเมนิ ผล เครือ่ งมือทใี่ ช้ในการประเมนิ วธิ ีการประเมิน เกณฑ์การประเมนิ กิจกรรมทีป่ ระเมิน แบบประเมินการสังเกต สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๑. สังเกตพฤติกรรมด้าน พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ แบบประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรับปรุง ๒. นกั เรยี นรว่ มกิจกรรม แบบประเมินการสังเกต สงั เกตรายกลุม่ ๘ - ๑๐ = ดมี าก ๓. นักเรียนทาใบงาน พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี ชดุ ที่ ๒ แบบประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ๓. นกั เรียนทาใบงาน แบบประเมนิ การสังเกต ชุดท่ี ๓ พฤติกรรม และ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรุง แบบประเมนิ ผลงาน ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก แบบประเมนิ การสังเกต ๖ – ๗ = ดี พฤติกรรม และแบบประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๖ – ๗ = ดี ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง

การประเมิน ด้านทักษะ / กระบวนการ ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การใหร้ ะดบั คะแนน ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) สรุปเน้ือหาได้กระชับ สรุปเนอ้ื หาได้กระชับ สรปุ เน้ือหาได้ไม่กระชับ ทกั ษะการสรุป ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถว้ น เน้ือหา สามารถส่อื ให้ผู้อนื่ เข้าใจ สามารถสือ่ ใหผ้ ู้อ่ืนเขา้ ใจ สามารถส่อื ให้ผู้อ่นื เข้าใจ ได้งา่ ย ได้ ได้นอ้ ย สามารถพดู รายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพูดรายงานไดด้ ี พดู เสียงดงั ฟังชดั ได้สาระ พูดนา้ เสียงชดั เจน พดู นา้ เสียงไม่ชัดเจน การรายงานหน้าชัน้ ชดั เจน วางบคุ ลิกในการ สอดคล้องกับเนื้อหาที่ ไมค่ ่อยสอดคล้องกบั พูดได้ดมี าก พดู วางบุคลกิ ในการพดู เนอ้ื หาท่ีพูด วางบคุ ลิก ได้ดี ในการพูดไม่คอ่ ยดี การปฏบิ ัตงิ านตาม มีทกั ษะการปฏบิ ตั งิ าน มกี ารปฏบิ ัตงิ านตาม ยังไม่สามารถปฏิบัตงิ าน ขั้นตอน ตามขั้นตอน ได้อย่าง ขน้ั ตอนไดต้ ามลาดบั ตามข้ันตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม ความคดิ สร้างสรรค์ มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ดี พอมคี วามคิดที่ ยังขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรค์อย่บู ้าง สร้างสรรค์ ความเป็นระเบยี บ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานทส่ี วน ไม่มีความสวยงาม และ เรียบร้อยของการทา ทสี่ วยงาม และมีความ งามพอใช้ได้ และมี ไม่ประณตี ใบงาน ประณตี ดี ความประณีตในบางสว่ น

การประเมิน ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน ซ่อื สตั ย์สุจริต มีวินยั ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) ใฝ่เรยี นรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อย่างพอเพยี ง มจี ิตสาธารณะ ตรงมายอมรบั ใน ตรงมาไม่ยอมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ข้อผดิ พลาดและ ขอ้ ผดิ พลาดและ ข้อผิดพลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง พอใจในส่งิ ทตี่ นมี พอใจในส่งิ ท่ีตนมี ไม่ค่อยพอใจในสิง่ ที่ตนมี รจู้ ักควบคมุ อารมณ์ รูจ้ ักควบคุมอารมณ์บา้ ง ไม่รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ ปฏิบัติตนอยใู่ นระเบยี บ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในระเบยี บ ปฏบิ ตั ิตนอยูใ่ นระเบียบ วนิ ยั แต่งกายถูกตอ้ ง วนิ ัย การแต่งกายไม่คอ่ ย วินยั นอ้ ยไม่ค่อยแตง่ กาย ตามระเบยี บของ ถูกต้องตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบยี บของ โรงเรียนตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรยี น มีความมานะมุง่ มั่นใน มคี วามมานะมุ่งม่ันใน ไมม่ ีความมานะมุง่ ม่นั ใน การทางานท่ไี ดร้ บั การทางานท่ไี ดร้ บั การทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ศกึ ษาค้นควา้ มอบหมาย ศึกษาคน้ ควา้ มอบหมาย ไมค่ ่อยศกึ ษา ดว้ ยตนเองทางานเสร็จ ด้วยตนเองเปน็ บางครงั้ ค้นควา้ ดว้ ยตนเอง ทันเวลาและถูกต้อง ทางานเสรจ็ ทนั เวลาเป็น ทางานเสร็จไม่ทันเวลา บางครั้ง ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์การเรียน ใชว้ สั ดุอุปกรณ์การเรยี น ใชว้ ัสดุอุปกรณก์ ารเรียน ทรี่ าคาถูกและใช้อยา่ ง ทรี่ าคาค่อนขา้ งแพงและ ท่ีราคาค่อนข้างแพงและ คมุ้ คา่ ใช้จนหมดแลว้ ใชอ้ ยา่ งคุ้มคา่ ใช้จนหมด ใชอ้ ย่างคุ้มคา่ ใช้ไม่ คอ่ ยซ้ือใหม่ หมดแล้วซ้อื ใหม่ มคี วามเสยี สละเพ่ือ มีความเสยี สละเพื่อ ไม่ค่อยเสยี สละเพ่ือ ส่วนรวม ไม่เอาเปรยี บ สว่ นรวมเปน็ บางครั้ง ส่วนรวม ชอบเอาเปรยี บ ไมเ่ ห็นแกต่ วั ช่วยเหลือ ไม่เอาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ คนอืน่ ค่อนขา้ งเหน็ แก่ หมคู่ ณะไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ตัว ไม่คอ่ ยชว่ ยเหลือหมู่ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลือหมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -

ใบงาน ชดุ ท่ี ๒ คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นอธิบายรูปภาพตอ่ ไปน้ี ตามจนิ ตนาการ คาอธบิ ายรปู ภาพ ใบงาน ชุดที่ ๒ ................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ช่อื ..............................................................เลขท่ี ..................... ชน้ั ...............

ใบงาน ชุดที่ ๓ คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นบอกสงิ่ ทไี่ ดจ้ ากการอา่ นเรื่อง “ อาหารดี ชีวีมสี ุข” โดยเขียนลงในแผนภาพ ต่อไปน้ี สิ่งทไ่ี ด้จากการอา่ นเร่อื ง “อาหารดี ชีวีมีสขุ ” ช่อื .................................................................เลขท่ี ..................... ชน้ั ...............

แผนการจดั การเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๔ อาหารดี ชวี ีมสี ขุ เวลา ๘ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรื่อง คาศัพทใ์ นบทเรยี น เวลา ๑ ช่ัวโมง ใชส้ อนวันท.่ี ....................................................................................................................................... ***************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวช้ีวัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพ่อื นาไปใชต้ ัดสินใจแก้ปญั หา ในการดาเนินชวี ติ และมีนิสัยรกั การอา่ น ตวั ช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๓ / ๑ อา่ นออกเสยี งคา ข้อความ เร่อื งส้นั ๆ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ได้ถูกต้อง คล่องแคลว่ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นักเรียนอ่านแจกลูกสะกดคาได้ ๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคาในบทเรียนได้ ๓. นักเรยี นใช้คาได้ถูกต้องตามบรบิ ท สาระสาคญั การเรียนรคู้ า ผเู้ รียนต้องเรียนรทู้ งั้ ในด้านองค์ประกอบ หลักการอา่ นแจกลูกสะกดคา ความหมาย และหลกั การใช้ จึงจะสามารถนาคาไปใช้ได้ถูกต้องตามสถานการณ์ สาระการเรียนรู้ การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของคา คาคลอ้ งจอง ข้อความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ท่ี ประกอบดว้ ยคาพื้นฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไม่น้อยกวา่ ๑,๒๐๐ คา รวมท้ังคาที่เรยี นรใู้ นกลุ่มสาระการเรยี นร้อู ่ืน * การอา่ นและสะกดคา * ความหมายของคายากในบทเรียน สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. รักความเปน็ ไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มีจิตสาธารณะ

๔. มวี นิ ยั ๕. อยู่อยา่ งพอเพยี ง ชิน้ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบนั ทกึ ผลการประเมิน กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ทบทวนเนอื้ หาท่เี รียนในช่ัวโมงท่แี ลว้ ดว้ ยการใหน้ ักเรียนนาใบงานชดุ ที่ ๒ – ๓ มาร่วมกัน ตรวจสอบและเฉลยอีกคร้ัง ๒. แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ ๔ – ๕ คน จากนั้นให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ เล่นเกม “ ใครหายไปไหน” ซึ่งวธิ กี ารเล่นอยูท่ า้ ยแผน ๓. ครูใช้บตั รคาชใู ห้นักเรียนดเู พือ่ อธิบายความหมายของคาว่า “ คูปอง , แคลเซี่ยม , ธาตุเหล็ก, ผลิตภณั ฑ์ , เมนู , รสแซบ , วตั ถุดบิ , อบุ ตั ิเหตุ , แอโรบกิ , อโุ บสถ ,ฯลฯ ” ใหน้ ักเรียนฝกึ อ่านออกเสียงและ แจกลูกสะกดคา ๔. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ช่วยกันคน้ หาความหมายของคาเหลา่ น้ีจากพจนานุกรมแลว้ สง่ ตัวแทนออกมา อา่ นคาและความหมายทีห่ นา้ ช้ันเรยี นและคัดลอกลงในสมุด ๕. นกั เรียนทาใบงานท่ี ๔ (ท้ายแผน) ชุดเขยี นคาอ่านจากคาที่กาหนดใหจ้ ากนน้ั นาสง่ ครู ครเู ฉลย และตรวจสอบความถูกต้อง ๖. นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๕ (ท้ายแผน) ชุดบอกความหมายของคาทก่ี าหนดให้ เสรจ็ แล้วนาสง่ ครู ตรวจสอบความถูกตอ้ ง สอ่ื / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดบั ที่ รายการสอ่ื กิจกรรมทีใ่ ช้ แหล่งที่ไดม้ า ๑ รปู ภาพ ครูใช้ประกอบคาอธบิ าย ครูจดั เตรียม ๒ ใบงาน ชดุ ท่ี ๔ – ๕ นักเรียนทาใบงาน ครจู ดั ทา ๓ บัตรคา นักเรยี นฝกึ ทักษะการอา่ น ครูจัดทา ๔ หนังสอื เรียนรายวชิ าพน้ื ฐานภาษาไทย ชดุ นักเรียนอา่ นเร่ือง ครจู ัดทา ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ช้ัน ป.๓ ๕ เกณฑ์การประเมนิ (Rubric) สรา้ งกฎของการประเมนิ ครจู ัดทา ๖ แบบประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ประเมินผลงานรายกลมุ่ ครจู ัดทา ๗ แบบประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรม และ บันทกึ การสงั เกตพฤติกรรม ครจู ดั ทา แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล และบันทึกผลงานรายบคุ คล

วัดผลประเมนิ ผล กจิ กรรมที่ประเมนิ เครอ่ื งมือที่ใชใ้ น วธิ กี ารประเมิน เกณฑ์การประเมนิ การประเมนิ ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๑. สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบประเมนิ การสงั เกต สงั เกตรายบุคคล ๖ – ๗ = ดี คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ พฤติกรรมและแบบประเมนิ ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรุง ผลงาน ๒. นักเรียนรว่ มกิจกรรม แบบประเมนิ การสงั เกต สงั เกตรายกลมุ่ ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรมและแบบประเมิน ๖ – ๗ = ดี ๓. นักเรียนทาใบงาน ชดุ ที่ ๔ ผลงาน ๕ = พอใช้ ๓. นักเรยี นทาใบงาน ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรงุ ชดุ ที่ ๕ แบบประเมนิ การสังเกต ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ แบบประเมนิ การสงั เกต ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรุง

การประเมนิ ด้านทกั ษะ / กระบวนการ ประเด็นการประเมิน ดี (๒) เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน ปรับปรงุ (๐) พอใช้ (๑) ทกั ษะการสรุป สรุปเน้อื หาได้กระชบั สรปุ เน้ือหาได้กระชับ สรุปเนือ้ หาได้ไม่กระชับ เนอ้ื หา ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถว้ น ใจความและไม่ครบถว้ น สามารถสอื่ ให้ผู้อ่ืนเขา้ ใจ สามารถส่ือใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจได้ สามารถสอ่ื ให้ผู้อนื่ เข้าใจ ได้ง่าย ไดน้ ้อย การรายงานหนา้ ช้ัน สามารถพดู รายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ีพดู สามารถพูดรายงานไดด้ ี พดู เสียงดงั ฟงั ชัด ไดส้ าระ น้าเสยี งชัดเจน สอดคลอ้ ง พดู น้าเสยี งไมช่ ดั เจน ไม่ ชัดเจน วางบุคลกิ ในการ กบั เนอ้ื หาท่ีพดู วางบคุ ลิก คอ่ ยสอดคล้องกับเนื้อหา พดู ได้ดีมาก ในการพูดไดด้ ี ทพ่ี ดู วางบุคลกิ ในการ พดู ไมค่ ่อยดี การปฏิบัติงานตาม มีทกั ษะการปฏบิ ตั ิงาน มกี ารปฏิบัติงานตาม ยังไมส่ ามารถปฏบิ ตั งิ าน ขน้ั ตอน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ข้ันตอนได้ตามลาดับ ตามข้ันตอนได้ ถกู ต้องและเหมาะสม ความคดิ สรา้ งสรรค์ มีความคิดสร้างสรรคด์ ี พอมีความคิดทสี่ ร้างสรรค์ ยังขาดความคิดท่ี อยบู่ ้าง สร้างสรรค์ ความเป็นระเบยี บ มที กั ษะสามารถสร้างงาน สามารถสร้างงานทีส่ วนงาม ไมม่ ีความสวยงาม และไม่ เรยี บรอ้ ยของการทา ท่สี วยงาม และมีความ พอใช้ได้ และมีความ ประณีต ใบงาน ประณีตดี ประณีตในบางสว่ น

การประเมิน ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต มีวินยั ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) ใฝ่เรยี นรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพยี ง มจี ิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรบั ใน ตรงมา ไมย่ อมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรับใน ขอ้ ผดิ พลาดและ ขอ้ ผดิ พลาดและ ข้อผิดพลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสิง่ ทตี่ นมี พอใจในสิง่ ท่ีตนมี คอ่ ยพอใจในสิ่งที่ตนมี รจู้ ักควบคุมอารมณ์ รู้จักควบคุมอารมณ์บา้ ง ไมร่ ู้จักควบคมุ อารมณ์ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏิบตั ติ นอยู่ในระเบยี บ วินัย แต่งกายถูกตอ้ ง วนิ ยั การแต่งกายไม่ค่อย วินัยน้อยไม่ค่อยแต่งกาย ตามระเบยี บของ ถูกต้องตามระเบียบของ ถูกต้องตามระเบียบของ โรงเรียนตลอดเวลา โรงเรียน โรงเรยี น มคี วามมานะมุง่ มั่นใน มีความมานะมุ่งมน่ั ใน ไม่มีความมานะมงุ่ ม่นั ใน การทางานทีไ่ ดร้ ับ การทางานทไี่ ดร้ ับ การทางานท่ไี ด้รบั มอบหมาย ศึกษาคน้ คว้า มอบหมาย ศึกษาค้นควา้ มอบหมาย ไมค่ ่อยศึกษา ด้วยตนเองทางานเสรจ็ ดว้ ยตนเองเป็นบางคร้ัง ค้นควา้ ด้วยตนเอง ทันเวลาและถูกต้อง ทางานเสรจ็ ทนั เวลาเป็น ทางานเสรจ็ ไม่ทันเวลา บางครั้ง ใช้วัสดุอุปกรณ์การเรยี น ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรยี น ใช้วสั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ที่ราคาถูกและใช้อย่าง ท่ีราคาค่อนข้างแพงและ ทร่ี าคาค่อนขา้ งแพงและ คุ้มค่าใช้จนหมดแลว้ ใช้อย่างคุ้มคา่ ใช้จนหมด ใชอ้ ย่างคุ้มค่าใช้ไม่ ค่อยซื้อใหม่ หมดแลว้ ซื้อใหม่ มคี วามเสียสละเพอ่ื มคี วามเสียสละเพอื่ ไม่ค่อยเสียสละเพื่อ สว่ นรวม ไม่เอาเปรยี บ ส่วนรวมเป็นบางครั้ง ส่วนรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เห็นแกต่ วั ชว่ ยเหลอื ไม่เอาเปรียบไมเ่ ห็นแก่ คนอ่ืน ค่อนข้างเห็นแก่ หมูค่ ณะได้เป็นอยา่ งดี ตวั ไมค่ อ่ ยชว่ ยเหลือหมู่ ตวั ไมค่ อ่ ยชว่ ยเหลือหมู่ คณะ คณะ ๑๐. กจิ กรรมเสนอแนะ -

เกม ใครหายไปไหน จุดมงุ่ หมาย ๑. เพื่อใหน้ ักเรยี นสามารถจัดลาดับของพยัญชนะได้ ๒. เพอื่ ให้นักเรยี นสามารถเขียนและสะกดคาตามความหมายที่ครูบอกให้ สอ่ื กระดาษซึ่งเขียนพยัญชนะไว้เปน็ กลุม่ โดยขาดตัวนัน้ บา้ งตวั นี้บ้าง และมคี าส่ังประกอบว่าให้นา พยญั ชนะตัวทห่ี ายไปมาประกอบกันเป็นคาตามความหมายที่รุบุไว้ ตวั อย่าง ๑. เธอรไู้ หมว่าพยญั ชนะต่อไปน้ีตัวใดหายไป ขอบอกใบใ้ หว้ ่าหายไป ๓ ตัว ถ้าเธอเอามารวมกันจะได้ คาคาหนึง่ ซง่ึ หมายถงึ เครื่องมือที่ใชใ้ นการจบั ปลา กขฃคฆงจฉชซฌญฎฏฐฑฒณดตถทธบปผฝพฟภมยรลศษสหฬ ฮ (เฉลย = อวน) ๒. เธอรไู้ หมวา่ พยัญชนะต่อไปนต้ี ัวใดหายไป ขอบอกใบ้ใหว้ า่ หายไป ๒ ตัว ถ้าเธอเอามารวมกันจะได้ คาคาหนง่ึ ซ่ึงหมายถึงดนตรีชนดิ หนงึ่ กขฃคฅฆงฉชฌฎฏฐฑฒณดตถทธนบปผฝพฟภมยรลวศษสหฬฮ (เฉลย = ซอ) ๓. เธอรไู้ หมวา่ พยญั ชนะต่อไปนีต้ ัวใดหายไป ขอบอกใบใ้ ห้ว่าหายไป ๓ ตวั ถ้าเธอเอามารวมกันจะได้ คาคาหน่ึง ซ่งึ หมายถงึ เครอ่ื งมอื ในการทาสวน กขฃคฅฆงฉชซฌญฎฏฐฑฒณดตถทฑธ น ปผฝพฟภมยรลวศษส ห ฬ ฮ (เฉลย = จอบ) วิธีดาเนนิ กิจกรรม แจกกระดาษซงึ่ เขยี นหรือพิมพล์ าดบั พยัญชนะให้กับผู้เล่นแต่ละคนจบั เวลาประมาณ ๕ นาที ใหห้ า พยญั ชนะทหี่ ายไปว่าจะประกอบเป็นคาใดบ้าง ใครที่หาได้เสร็จก่อนก็เป็นผู้ชนะ อาจรวมคะแนนเปน็ หม่วู า่ หมใู่ ดมผี ู้ทท่ี าเสรจ็ มากทีส่ ุดและเรว็ ทีส่ ดุ ขอ้ เสนอแนะ ๑. การเลน่ กจิ กรรมนี้ ถา้ ใชผ้ ู้เลน่ ระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑ – ๒ ก็อาจดดั แปลงใหด้ ภู าพส่ิงของ ประกอบพยัญชนะที่หายไปก็ได้ ๒. ในระดับช้ันทส่ี ูงขึน้ อาจดัดแปลงเพ่ิมเตมิ ตวั พยัญชนะที่หายไปให้มากขึน้ แล้วแข่งขนั วา่ ใครจะ ประสมคาจากพยัญชนะท่หี ายไปได้มากกวา่ กัน ๓. อาจดัดแปลงกจิ กรรมนี้ไปใชก้ บั การผันเสยี งวรรณยุกต์โดยใหน้ กั เรียนหาเสียงทหี่ ายไป เชน่ คา (*ขา่ ) คา่ (*คา้ ) ขา ขา้ หมายเหตุ (*คอื คาทต่ี ้องการใหห้ า)

ใบงาน ชดุ ท่ี ๔ คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเขยี นคาอ่านจากคาท่ีกาหนดให้อย่างถกู ต้อง ๑. นาฬิกา อา่ นวา่ …………………………………………………….. ๒. อนสุ รณ์ อา่ นวา่ ……………………………………………………………… ๓. อบุ ัติเหตุ อ่านวา่ …………………………………………………… ๔.จกั รยาน อา่ นว่า …………………………………..………………… ๕. แอโรบิก อา่ นวา่ …………………………………..………………… ๖. ผลติ ภัณฑ์ อ่านว่า …………………………………………………….. ๗. โบสถ์ อา่ นว่า …………………………………………………….. ๘. วรรณยุกต์ อ่านว่า ………………… ………………………………….. ๙. อโุ บสถ อ่านว่า …………………………………………………….. ๑๐. ธาตุเหล็ก อ่านวา่ ........... …………………........................................

ใบงาน ชดุ ที่ ๕ คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนหาความหมายของคาท่ีกาหนดใหต้ อ่ ไปน้ี ท่ี คา ความหมาย ๑ อนุสรณ์ ๒ คปู อง ๓ ธาตุเหลก็ ๔ อโุ บสถ ๕ อุบตั ิเหตุ ๖ ผลติ ภณั ฑ์ ๗ วัตถุดิบ ๘ รสแซบ ๙ แคลเซี่ยม ๑๐ สุขภาพ ๑๑ แอโรบิก ๑๒ ทอ้ งผูก ๑๓ ไขมันต่า ๑๔ จักรยาน ๑๕ เหวอะหวะ ชอ่ื .................................................................เลขที่ ..................... ชัน้ ...............

แผนการจดั การเรยี นรู้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ อาหารดี ชีวีมสี ุข เวลา ๘ ชั่วโมง แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔ เร่อื ง การอา่ นบทอ่านเสริม เวลา ๑ ช่ัวโมง ใชส้ อนวันท.่ี ....................................................................................................................................... ***************************************************************************** มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรู้และความคิดเพื่อนาไปใชต้ ัดสนิ ใจแกป้ ญั หาในการ ดาเนนิ ชวี ติ และมนี ิสยั รกั การอ่าน ตวั ช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๓ / ๕ สรุปความรู้และขอ้ คดิ จากเร่ืองท่ีอา่ นเพื่อนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นอา่ นและเก็บใจความสาคัญของเร่ืองได้ ๒. นกั เรียนคดิ วเิ คราะห์สรุปเรอ่ื งราวท่ีอ่าน ๓. นักเรยี นต้งั คาถาม – ตอบคาถามเรื่องท่อี า่ นได้ สาระสาคญั การอ่านเสริมบทเรยี นเปน็ การเพิ่มประสบการณ์ด้านการอ่าน ปลกู ฝงั ให้ผ้เู รยี นรกั การอ่านและศึกษา หาความรู้เพิ่มเตมิ ขยายขอบเขตการเรยี นรใู้ ห้ผู้เรียนได้เปิดโลกทศั นท์ ก่ี วา้ งไกล รูจ้ ักคดิ วเิ คราะหเ์ รื่องที่อา่ น และนามาปรับใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้ สาระการเรียนรู้ ข่าวและเหตุการณ์ในชวี ติ ประจาวนั ในทอ้ งถน่ิ และชุมชน การอ่านบทอา่ นเสริม เรื่อง อาหารเพ่อื สุขภาพ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคดิ ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. รกั ความเปน็ ไทย ๒. ใฝเ่ รยี นรู้ ๓. มจี ิตสาธารณะ ๔. มีวนิ ยั

๕. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง ช้ินงาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบันทึกผลการประเมิน กจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. ทบทวนเนือ้ หาที่เรยี นในช่ัวโมงทแี่ ล้วดว้ ยการใหน้ กั เรียนนาใบงานชุดที่ ๔ – ๕ มาร่วมกัน ตรวจสอบและเฉลยอกี ครั้ง ๒. นักเรยี นเรียนรู้หรืออ่านเร่ือง “ อาหารเพ่ือสุขภาพ” ในลกั ษณะเพ่ือนชว่ ยกนั คือตรวจความถกู ต้องกันเอง หากใครมปี ัญหาให้คนท่เี กง่ ช่วยพาอ่าน และถามตอบกันเองภายในกลมุ่ (เนน้ การอ่านออกเสียง) ๓. นกั เรยี นอา่ นออกเสียงเรื่อง“อาหารเพื่อสุขภาพ” จนคลอ่ ง จากน้นั นักเรียนร่วมกันอภปิ ราย ซกั ถามเนอื้ หาสาระการเรียนรู้ โดยนักเรยี นตั้งคาถามให้เพื่อน ๆ ตอบ ตวั อย่าง เช่น  อาหารเพ่ือสุขภาพ หมายความวา่ อยา่ งไร  อาหารเพื่อสขุ ภาพมีประโยชน์อยา่ งไร  เหตุใดเราจงึ ต้องเลอื กรับประทานทม่ี ีคณุ ค่า  ถา้ เรารับประทานอาหารท่ไี ม่มคี ณุ ภาพจะส่งผลใดต่อเราบ้าง  กลมุ่ อาหารทีใ่ ห้ใยอาหารสงู จะมปี ระโยชนต์ อ่ รา่ งกายอย่างไร  นักเรยี นได้ขอ้ คดิ อย่างไรกับการอา่ นเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพนี้ ๔. นกั เรียนทุกคนเขยี นคาถามและคาตอบลงในสมดุ (เนน้ คดั สวยงาม) นักเรยี นช่วยกนั สรปุ เนือ้ หา สาระการเรยี นรทู้ ั้งหมดอีกคร้ังหนง่ึ ๕. นักเรียนทาใบงานท่ี ๖ ( ทา้ ยแผน ) ชุด เขียนแผนภาพความคดิ เก่ียวกบั สิง่ ที่ได้จากการอ่านเร่ือง “ อาหารเพ่อื สุขภาพ” ตามหวั ข้อทก่ี าหนดให้ จากน้นั นาส่งครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ต้อง ๖. นักเรียนทาใบงานที่ ๗ (ท้ายแผน) ชดุ ตรวจสอบความเป็นนักบริโภคท่ดี ีของตนเอง เสรจ็ แลว้ นาส่ง ครูตรวจสอบความถูกต้อง

สือ่ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดับที่ รายการสื่อ กจิ กรรมที่ใช้ แหลง่ ทีไ่ ดม้ า ครูจดั เตรียม ๑ รูปภาพ ครใู ชป้ ระกอบคาอธบิ าย ครจู ดั ทา ครูจดั ทา ๒ ใบงาน ชุดท่ี ๖ – ๗ นกั เรียนทาใบงาน ครูจดั ทา ๓ บตั รคา นกั เรยี นฝึกทักษะการอ่าน ครูจัดทา ครูจดั ทา ๔ หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน นกั เรยี นอ่านเร่ือง ครจู ดั ทา ภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวิต เกณฑก์ ารประเมิน ภาษาพาที ชนั้ ป.๓ ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๖ – ๗ = ดี ๕ เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) สร้างกฎของการประเมนิ ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ ๖ แบบประเมนิ ผลงานรายกล่มุ ประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ๗ แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรม บันทกึ การสังเกตพฤติกรรม และแบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล และบนั ทึกผลงานรายบคุ คล วดั ผลประเมินผล กจิ กรรมทีป่ ระเมนิ เคร่อื งมอื ท่ีใช้ใน วธิ กี ารประเมนิ การประเมิน สังเกตรายบุคคล ๑. สังเกตพฤติกรรมด้าน แบบประเมนิ การสงั เกต คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ พฤติกรรมและแบบ ประเมนิ ผลงาน ๒. นกั เรยี นร่วมกจิ กรรม แบบประเมนิ การสงั เกต สงั เกตรายกลมุ่ ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ๓. นกั เรยี นทาใบงาน ประเมินผลงาน ชุดที่ ๖ ๕ = พอใช้ แบบประเมินการสังเกต ๓. นกั เรียนทาใบงาน พฤติกรรมและแบบ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรุง ชดุ ที่ ๗ ประเมนิ ผลงาน ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก แบบประเมนิ การสงั เกต ๖ – ๗ = ดี พฤติกรรม และแบบประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรงุ ๘ - ๑๐ = ดมี าก ตรวจงานรายบุคคล ๖ – ๗ = ดี ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรุง

การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการสรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั งิ านตาม ข้ันตอน สามารถส่อื ใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบยี บ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟงั ชัด ได้สาระ พดู น้าเสียงชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลิกในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบัตงิ าน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขัน้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน

การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน ซอ่ื สตั ยส์ ุจริต มวี ินยั ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐) ใฝเ่ รยี นรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไปตรงมา อยู่อย่างพอเพียง มจี ิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรบั ใน ตรงมา ไมย่ อมรบั ใน ไมย่ อมรบั ในข้อผดิ พลาด ขอ้ ผิดพลาดและ ขอ้ ผดิ พลาดและ และบกพรอ่ งของตนเองไม่ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง คอ่ ยพอใจในสิ่งที่ตนมี พอใจในสิง่ ทต่ี นมี พอใจในสง่ิ ทต่ี นมี รู้จักควบคุมอารมณ์ รู้จกั ควบคมุ อารมณ์ บ้าง ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ ปฏบิ ัตติ นอยูใ่ นระเบียบ ปฏิบัตติ นอยูใ่ นระเบยี บ ปฏิบตั ติ นอยู่ในระเบียบ วนิ ยั แต่งกายถกู ต้อง วนิ ยั การแต่งกายไม่คอ่ ย วนิ ัยน้อยไม่ค่อยแตง่ กาย ตามระเบยี บของ ถูกต้องตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบยี บของ โรงเรยี นตลอดเวลา โรงเรียน โรงเรยี น มีความมานะม่งุ ม่ันใน มคี วามมานะมุ่งมัน่ ใน ไม่มีความมานะม่งุ มัน่ ใน การทางานทไี่ ดร้ ับ การทางานทไ่ี ดร้ ับ การทางานทีไ่ ดร้ ับ มอบหมาย ศกึ ษาคน้ คว้า มอบหมาย ศกึ ษาคน้ ควา้ มอบหมาย ไม่ค่อยศึกษา ดว้ ยตนเองทางานเสรจ็ ด้วยตนเองเปน็ บางคร้งั คน้ คว้าด้วยตนเองทางาน ทันเวลาและถูกต้อง ทางานเสร็จทนั เวลาเป็น เสรจ็ ไม่ทันเวลา บางคร้ัง ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ใชว้ สั ดุอปุ กรณ์การเรยี น ใช้วสั ดุอุปกรณก์ ารเรยี นท่ี ทรี่ าคาถูกและใช้อยา่ ง ทีร่ าคาค่อนข้างแพงและ ราคาค่อนข้างแพงและใช้ คุม้ ค่าใชจ้ นหมดแล้ว ใช้อยา่ งคุ้มคา่ ใช้จนหมด อยา่ งคุ้มค่าใช้ไมห่ มดแล้ว ค่อยซื้อใหม่ ซอ้ื ใหม่ มีความเสยี สละเพือ่ มคี วามเสยี สละเพือ่ ไม่ค่อยเสยี สละเพือ่ ส่วนรวม ไมเ่ อาเปรียบ ส่วนรวมเป็นบางครง้ั ส่วนรวม ชอบเอาเปรยี บ ไมเ่ หน็ แกต่ วั ชว่ ยเหลอื ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ หน็ แก่ คนอน่ื ค่อนขา้ งเหน็ แก่ตัว หมคู่ ณะไดเ้ ป็นอย่างดี ตวั ไมค่ ่อยช่วยเหลือหมู่ ไม่ค่อยช่วยเหลือหมคู่ ณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -

ใบงาน ชดุ ท่ี ๖ คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นบอกช่ืออาหาร ตามกลุม่ ที่กาหนดให้ โดยเขียนลงในแผนภาพความคดิ ให้แคลเซ่ียมสูง ใหใ้ ยอาหารสูง มีไขมนั ตา่ กล่มุ อาการ ให้วติ ามนิ เอและธาตุเหล็ก ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ชนั้ ...............

ใบงาน ชุดที่ ๗ คาช้แี จง ใหน้ ักเรยี นตรวจสอบพฤติกรรมความเปน็ นักบริโภคทด่ี ีของตนเองโดยขดี เคร่ืองหมาย  ในชอ่ งท่ี ตรงกับความจรงิ ท่ี รายการ ทา บางคร้ัง ไมเ่ คยทา ‫٭٭٭ ٭٭ ٭‬ ๑ เลอื กกินอาหารท่ีตนเองชอบ ๒ บรโิ ภคอาหารสาเรจ็ รูป ๓ กินขนมกรบุ กรอบ ๔ กินอาหารท่มี ีสีฉดู ฉาด ๕ กนิ ขนมที่มีสฉี ดู ฉาด ๖ ซ้อื ของท่รี าคาถูก ไม่ใสใ่ จเรอ่ื งคุณภาพ ๗ ไมค่ านึงถงึ คุณค่าทางโภชนาการในการเลอื กซ้ืออาหาร ๘ ด่ืมนา้ อดั ลม ๙ กนิ อาหารไมเ่ ปน็ เวลา ๑๐ กนิ อาหารรสจดั รวม แปลผล ‫ = ٭٭٭‬๒ คะแนน ‫ = ٭٭‬๑ คะแนน ‫ ٭‬๐ คะแนน ช่ือ....แ..บ...บ..บ...ัน..ท...ึก..ผ...ล..ก..า..ร..ป...ร..ะ..เ.ม..นิ...ก..า..ร..เ.ร..ีย..น...ร..ู้ ....กเลลขุม่ ทสา่ี .ร..ะ..ก..า..ร..เ.ร..ีย...น..ร..ูภ้ ชาั้นษ.า..ไ.ท...ย......ช..้ันประถมศึกษาปี ท่ี ๓

แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๔ อาหารดี ชวี ีมสี ขุ เวลา ๘ ชัว่ โมง แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๕ เร่อื ง การผันวรรณยุกต์ เวลา ๑ ช่ัวโมง ใชส้ อนวนั ที่........................................................................................................................................ ***************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ ตวั ชีว้ ัด ท ๔.๑ ป.๒ / ๑ บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นักเรียนบอกความหมายของอักษรสามหมไู่ ด้ ๒. นกั เรยี นบอกพยัญชนะที่เป็นอกั ษรกลาง อักษรสงู ได้ ๓. นกั เรียนผันวรรณยุกตใ์ นคาต่างๆได้ สาระสาคัญ พยญั ชนะในภาษาไทยแบง่ ตามระดบั เสยี งเปน็ ๓ กลุ่ม คือกลมุ่ ทมี่ เี สยี งสูง กลุ่มทมี่ ีเสียงตา่ และ กลุม่ ทมี่ เี สยี งต่า เรยี กวา่ อักษรสูง อักษรกลาง และอักษรต่า ทเ่ี ราเรียกว่าอักษรสามหมู่ สาระการเรียนรู้ ๑. พยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ ๒. อกั ษรกลาง อักษรสูง ๓. การผนั วรรณยกุ ต์ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. รกั ความเปน็ ไทย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มีจิตสาธารณะ ๔. มีวนิ ยั

๕. อยู่อย่างพอเพยี ง ช้ินงาน / หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงคแ์ ละแบบประเมินผลงาน ๒. การทาใบงาน กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ทบทวนเน้ือหาทีเ่ รียนในชั่วโมงที่แล้วดว้ ยการใหน้ กั เรยี นนาใบงานชดุ ท่ี ๑๐ – ๑๑ ที่ทาในชวั่ โมงท่ี แลว้ มาร่วมกนั ตรวจสอบและเฉลยอกี ครั้ง ๒. แบ่งนกั เรยี นออกเปน็ กลุ่ม กล่มุ ละ ๔ – ๕ คน ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เลือกประธานกลุ่ม รองประธานกลมุ่ และเลขานุการกลุ่ม ครูชี้แจงบทบาทและหน้าที่ของสมาชิกในกลุม่ ให้นกั เรยี นรบั ทราบ ๓. ครูอธิบายระดบั เสยี งของพยญั ชนะในภาษาไทยท้ัง ๔๔ ตัวว่ามรี ะดับเสยี งไม่เทา่ กนั และมี ๓ ระดบั พยัญชนะท่ีมีระดับเสยี งทีต่ า่ งกนั นเี้ รยี กวา่ อักษรสามหมู่ ได้แกอ่ ักษรสงู อักษรกลางและอักษรต่า ๔. นักเรยี นศึกษาใบความรเู้ รื่องอักษรสามหมู่ (ท้ายแผน) จากน้ันให้แต่ละกลมุ่ จับสลากทอ่ งชอ่ื พยญั ชนะทเ่ี ป็นอักษรกลาง อักษรสูงและอกั ษรต่า ๕. นักเรียนทุกคนอ่าน “อธิบายเพม่ิ เติมความรู้” จากหนงั สือเรียนภาษาพาที ชัน้ ป.๓ หนา้ ๕๙ ให้ นกั เรยี นสงั เกตพยญั ชนะทเี่ ป็นอักษรกลาง อักษรสงู และอักษรตา่ และการผันวรรณยกุ ต์ ๖. นักเรยี นทาใบงานที่ ๑๒ (ท้ายแผน) ชุด ระบายสคี าท่ีมีพยญั ชนะต้นเปน็ อักษรกลางและอักษรสูง จากนั้นนาสง่ ครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง ๗. นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๑๓ (ทา้ ยแผน) ชดุ บอกส่วนประกอบของคาท่กี าหนดให้ เสรจ็ แล้วนาส่งครู ตรวจสอบความถูกต้อง ส่อื / แหล่งเรียนรู้ / บคุ คล ลาดบั ท่ี รายการสอ่ื กิจกรรมทใ่ี ช้ แหลง่ ทไ่ี ด้มา ๑ ๒ ใบความรู้เรอื่ ง อักษรสามหมู่ ครูใช้ประกอบคาอธิบาย ครูจัดเตรยี ม ๓ ใบงาน ชุดที่ ๘ – ๙ นกั เรยี นทาใบงาน ครูจัดทา ๔ บตั รคา นักเรียนฝึกทักษะการอ่าน ครจู ดั ทา หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย นกั เรยี นอ่านเร่ือง ครจู ัดทา ๕ ชดุ ภาษาเพอ่ื ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ป.๓ ๖ เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมนิ ครูจดั ทา ๗ แบบประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ประเมนิ ผลงานรายกลมุ่ ครจู ัดทา แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรม บันทึกการสังเกตพฤติกรรม และ ครูจัดทา และแบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล บันทกึ ผลงานรายบคุ คล

วัดผลประเมินผล กจิ กรรมที่ประเมนิ เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการประเมนิ วธิ ีการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน ๑. สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบประเมินการสงั เกต สังเกตรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ พฤติกรรม และแบบประเมินผล ๖ – ๗ = ดี งาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรงุ ๒. การท่องชื่อพยญั ชนะท่ี แบบประเมนิ การสงั เกต ตรวจงานรายกลุม่ ๘ - ๑๐ = ดมี าก เป็นอักษรสูง กลาง และ พฤติกรรมและแบบประเมิน ๖ – ๗ = ดี ตา่ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรบั ปรงุ ๓. นกั เรยี นทาใบงาน แบบประเมนิ การสังเกต ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดมี าก ชุดท่ี ๘ พฤติกรรม และแบบประเมนิ ผล ๖ – ๗ = ดี งาน ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ ๓. นกั เรียนทาใบงาน แบบประเมนิ การสงั เกต ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก ชุดท่ี ๙ พฤติกรรม และแบบประเมินผล ๖ – ๗ = ดี งาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรับปรุง

การประเมนิ ดา้ นทักษะ / กระบวนการ ประเด็นการประเมนิ ดี (๒) เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน ปรบั ปรุง (๐) พอใช้ (๑) สรุปเน้อื หาได้กระชับ สรปุ เนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนื้อหาได้ไม่กระชบั ทักษะการ สรปุ ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถว้ น เน้ือหา สามารถสอ่ื ให้ผู้อ่ืนเขา้ ใจ สามารถสอื่ ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสื่อให้ผู้อนื่ เขา้ ใจได้ ได้งา่ ย ได้ นอ้ ย สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพูดรายงานไดด้ พี ดู พดู เสียงดังฟังชัด ไดส้ าระ พูดน้าเสียงชดั เจน น้าเสยี งไมช่ ัดเจน ไม่ค่อย การรายงานหน้าชน้ั ชัดเจน วางบุคลกิ ในการ สอดคล้องกบั เนื้อหาที่พดู สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาที่พูด พดู ได้ดีมาก วางบคุ ลกิ ในการพดู ได้ดี วางบุคลิกในการพูดไม่คอ่ ย ดี การปฏบิ ตั ิงานตาม มีทกั ษะการปฏบิ ตั งิ านตาม มีการปฏบิ ัติงานตาม ยังไม่สามารถปฏบิ ตั ิงาน ขัน้ ตอน ขั้นตอน ได้อย่างถกู ตอ้ ง ข้นั ตอนได้ตามลาดับ ตามขน้ั ตอนได้ และเหมาะสม ความคดิ สร้างสรรค์ มีความคดิ สรา้ งสรรคด์ ี พอมคี วามคิดทส่ี ร้างสรรค์ ยงั ขาดความคดิ ท่สี รา้ งสรรค์ อยบู่ ้าง ความเป็นระเบียบ มที ักษะสามารถสร้างงาน สามารถสรา้ งงานทีส่ วน ไมม่ ีความสวยงาม และไม่ เรยี บร้อยของการทา ที่สวยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมีความ ประณตี ใบงาน ประณีตดี ประณตี ในบางส่วน

การประเมิน ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ มีวนิ ยั ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐) ใฝ่เรียนรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไปตรงมา ทางานอย่างตรงไป มจี ติ สาธารณะ ตรงมายอมรับ ใน ไมย่ อมรับในข้อผิดพลาด ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ขอ้ ผิดพลาดและ และบกพร่องของตนเอง ขอ้ ผิดพลาดและบกพร่อง บกพร่องของตนเอง พอใจในสง่ิ ท่ตี นมี ของตนเองไมค่ ่อยพอใจ พอใจในสงิ่ ทีต่ นมี ในสิ่งที่ตนมี รจู้ ักควบคุมอารมณ์ รจู้ กั ควบคมุ อารมณ์ บ้าง ไมร่ ้จู กั ควบคมุ อารมณ์ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบียบ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ ปฏิบตั ิตนอยใู่ นระเบยี บ วินัย แตง่ กายถูกตอ้ ง วนิ ัย การแต่งกายไม่คอ่ ย วินยั นอ้ ยไม่คอ่ ยแตง่ กาย ตามระเบียบของ ถูกต้องตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบียบของ โรงเรียนตลอดเวลา โรงเรียน โรงเรียน มีความมานะมุ่งมนั่ ใน มคี วามมานะมงุ่ มั่นในการ ไมม่ ีความมานะม่งุ ม่นั ใน การทางานท่ีได้รับ ทางานที่ได้รบั มอบหมาย การทางานทไ่ี ดร้ ับ มอบหมาย ศึกษาคน้ คว้า ศึกษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง มอบหมาย ไม่ค่อยศกึ ษา ด้วยตนเองทางานเสรจ็ เปน็ บางครง้ั ทางานเสร็จ ค้นควา้ ด้วยตนเองทางาน ทนั เวลาและถูกต้อง ทันเวลาเป็นบางคร้งั เสร็จไม่ทนั เวลา ใช้วสั ดุอุปกรณ์การเรียน ใช้วัสดุอปุ กรณก์ ารเรยี นที่ ใชว้ ัสดอุ ุปกรณก์ ารเรียน ทร่ี าคาถูกและใช้อย่าง ราคาค่อนขา้ งแพงและใช้ ทีร่ าคาค่อนขา้ งแพงและ คุ้มค่าใช้จนหมดแลว้ อยา่ งคุ้มคา่ ใช้จนหมด ใช้อย่างคุ้มคา่ ใช้ไม่หมด คอ่ ยซ้ือใหม่ แล้วซอื้ ใหม่ มีความเสยี สละเพือ่ มคี วามเสยี สละเพ่อื ไม่ค่อยเสียสละเพ่ือ สว่ นรวม ไมเ่ อาเปรยี บ ส่วนรวมเป็นบางครั้ง ส่วนรวม ชอบเอาเปรยี บ ไมเ่ ห็นแก่ตวั ช่วยเหลอื ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ตัว คนอนื่ ค่อนข้างเห็นแก่ หมู่คณะได้เป็นอย่างดี ไม่ค่อยชว่ ยเหลือหมคู่ ณะ ตัว ไม่คอ่ ยชว่ ยเหลอื หมู่ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -

ใบความรู้ เรื่องอักษรสามหมู่ อักษรสามหมู่ พยัญชนะไทย มีทั้งหมด ๔๔ ตัว แบ่งตามระดับเสียงออกเป็น ๓ กลุ่ม เพ่ือสะดวกในการผันเสียง วรรณยกุ ต์ เรยี กว่า อักษร ๓ หมู่ หรือไตรยางศ์ ได้แก่ อักษรสูง อกั ษรกลาง และอกั ษรตา่ อกั ษรสูง มี ๑๑ ตัว คอื ข ฃ ฉ ธ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห อกั ษรกลาง มี ๙ ตัว คือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ การผนั วรรณยุกตก์ บั อักษรกลาง แบง่ ออกเป็น ๒ ลกั ษณะ คอื ๑. แบบไมมตี ัวสะกด ผนั ได้ครบ ๕ เสยี ง เช่น ๒. แบบมตี ัวสะกด แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ ไดแ้ ก่ - คาอักษรกลางท่ใี ช้มาตราตวั สะกดแม่กง กน กม เกย เกอว จะผันได้ ๕ เสียง เช่น - คาอักษรกลางที่ใช้มาตราตวั สะกดแม่ กก กด กบ จะผนั ได้ ๔ เสียง (ไม่มีเสยี งสามัญ) เชน่

การผนั วรรณยุกตก์ บั อักษรสูง ๑) อกั ษรสูง มี ๑๑ ตัว คือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห ๒) อักษรสูงที่เป็นคาเป็นมีพ้ืนเสยี งเป็นเสียงจัตวา และคาตายมีพนื้ เสียงเป็นเสียงเอก ๓) การผนั อักษรสูง แบง่ เปน็ ๒ แบบ คอื คาเป็นผันได้ ๓ เสยี ง และใชร้ ูปวรรณยุกตต์ รงกบั เสียง คือ เสียงเอก เสยี งโท และเสยี งจัตวา (ไม่มรี ปู วรรณยุกต์) คาตายผนั ได้ ๒ เสียง และใช้รปู วรรณยกุ ต์ตรงกบั เสียง คอื เสยี งเอก (ไมม่ ีรูปวรรณยกุ ต์) และเสียงโท ๔) คาเปน็ หมายถึง คาในแม่ ก กา ที่ประสมด้วยสระเสยี งยาว และคาทีม่ ีตัวสะกดแม่กง กน กม เกย เกอว ๕) คาตาย หมายถึง คาในแม่ ก กา ทปี่ ระสมดว้ ยสระเสยี งสัน้ และคาที่มีตวั สะกดแม่กก กด กบ คา สามญั วรรณยุกต์ จัตวา เอก โท ตรี เขา เสือ เขา - เขา่ เขา้ - เสอื - เสื่อ เสือ้ - แบบมีตวั สะกด แบง่ ออกเปน็ ๒ ลักษณะ ได้แก่ ๑. คาอักษรสงู ท่ีใชม้ าตราตวั สะกดแม่ กง กน กม เกย เกอว จะผันได้ ๓ เสยี ง คือ เอก โท และจตั วา เช่น คา สามญั วรรณยกุ ต์ ตรี จตั วา หาม - เอก โท - หาม ผง - หา่ ม หา้ ม - ผง ผ่ง ผ้ง ๒. คาอักษรสูงทีใ่ ช้มาตราตวั สะกดแม่ กก กด กบ จะผนั ได้ ๒ เสียง คอื เอก โท เช่น คา สามญั วรรณยุกต์ จตั วา เอก โท ตรี - - ขดั - ขัด ขด้ั - ฉก - ฉก ฉ้ก -

ใบงาน ชุดที่ ๘ คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนอา่ นคา แล้วเลอื กระบายสแี ดง ในคาท่ีมพี ยญั ชนะตน้ อย่ใู นอักษรกลาง สเี ขยี วในคาท่มี ี พยญั ชนะตน้ อยู่ในอักษรสูง ชือ่ ..............................................................เลขที่ ..................... ชั้น...............

ใบงาน ชดุ ท่ี ๙ คาชี้แจง ให้นักเรยี นเขียนแจกลกู สะกดคาในคาท่ีกาหนดใหต้ อ่ ไปน้ี ขอ้ คา พยัญชนะ สระ ตัวสะกด เสยี งวรรณยกุ ต์ ตน้ ๑ เขียว ๒ พบ ๓ ย้มิ ๔ มอง ๕ ฟาก ๖ เล้า ๗ ฝ้าย ๘ พรวด ๙ รัก ๑๐ ร้อง ช่อื ....................................................................เลขที่ ........................... ชั้น.....................

แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๔ อาหารดี ชวี ีมสี ขุ เวลา ๘ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๖ เรื่อง คาทป่ี ระวสิ รรชนีย์และไม่ประวสิ รรชนยี ์ เวลา ๑ ชว่ั โมง ใชส้ อนวันท.่ี ....................................................................................................................................... ***************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวช้วี ัด มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ขิ องชาติ ตวั ชี้วดั ท ๔.๑ ป.๓ / ๑ เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. อา่ นคาท่ที ปี่ ระและไม่ประวสิ รรชนยี ์ได้ ๒. เขียนคาทท่ี ่ีประและไม่ประวิสรรชนยี ์ได้ ๓. แต่งประโยคคาท่ีออกเสยี ง อะ ท่ปี ระและไมป่ ระวิสรรชนยี ์ได้ สาระสาคัญ การอา่ นและเขยี นท่ถี ูกต้องเป็นการเพ่ิมประสิทธภิ าพในการส่อื สารให้สงู ข้นึ การอ่านการเขยี นแตง่ ประโยคคาท่ีออกเสยี ง อะ ทป่ี ระและไม่ประวิสรรชนยี เ์ ปน็ พน้ื ฐานท่สี าคญั ในการใช้ภาษาไทย สาระการเรียนรู้ ๑. มาตราตัวสะกดท่ีตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา ๒. การอา่ นและเขยี นคาทไี่ ม่ประวิสรรชนยี ์ ๓. การแตง่ ประโยคด้วยคาทไ่ี ม่ประวิสรรชนยี ์ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. รกั ความเปน็ ไทย ๒. ใฝ่เรยี นรู้ ๓. มจี ิตสาธารณะ ๔. มวี นิ ัย

๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง ช้นิ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบนั ทึกผลการประเมนิ กจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. ทบทวนเน้อื หาที่เรยี นในชั่วโมงที่แลว้ ด้วยการให้นกั เรยี นนาใบงานชดุ ที่ ๘ – ๙ มารว่ มกัน ตรวจสอบและเฉลยอีกครั้ง ๒. แบง่ นักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน ให้แตล่ ะกลมุ่ เลือกประธานกลุ่ม รองประธานกลุ่ม และเลขานุการกลมุ่ ครชู แี้ จงบทบาทและหน้าท่ีของสมาชกิ ในกล่มุ ใหน้ ักเรียนรับทราบ ๓. ทบทวนความเดิมเก่ยี วกับอกั ษรสามหมู่ ให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ท่องจาชื่อพยญั ชนะทีเ่ ป็นอกั ษร กลาง อกั ษรสูง ทีละกลุ่ม จากนัน้ ครเู ขียนคา ๑ พยางค์ท่ีมีพยญั ชนะตน้ เป็นอักษรกลางและอักษรสูง ๑๐ คา บนกระดาน ใหน้ ักเรียนผนั กับวรรณยกุ ตท์ ลี ะกลมุ่ ๔. นกั เรียนดูแผนภมู เิ พลง“ วสิ รรชนยี ”์ ท่ีครตู ิดบนกระดานดา (ทา้ ยแผน) ฟังครูหรือฟังเทป / ซีดี จากน้นั นกั เรยี นร้องตาม ฝึกร้องเอง และรอ้ งทลี ะกลุ่ม ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มคดิ ท่าทางประกอบเพลงและแสดงท่าทางประกอบเพลงท่หี น้าชน้ั เรยี นทลี ะกลมุ่ จากนนั้ ร่วมกันวิจารณ์และประเมนิ ผลการแสดงทีละกลุ่ม ๖. นักเรียนศึกษาเร่ือง “คาที่ไม่ประวิสรรชนยี ์” จากใบความรู้ (ท้ายแผน ) จากนั้นใหแ้ ต่ละกลมุ่ หาคา ที่ไม่ประวสิ รรชนียจ์ ากบทเรยี น “อาหารดี ชีวมี สี ุข” ให้ได้มากที่สดุ ส่งตัวแทนออกมาอ่านทห่ี น้าช้นั เรียน ๗. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๑๐ (ท้ายแผน) ชุดจบั คูเ่ ชื่อมบัตรคาที่กาหนดให้ จากนัน้ นาสง่ ครู ครูเฉลย และนกั เรยี นแลกเปลี่ยนกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ๘. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๑๑ (ท้ายแผน)ชุด หาคาตอบของข้อความ ท่กี าหนดให้ เสร็จแล้วครเู ฉลย และตรวจสอบความถกู ต้อง

สอื่ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดบั ท่ี รายการสื่อ กิจกรรมที่ใช้ แหลง่ ท่ีไดม้ า ๑ ใบความรเู้ รอ่ื ง คาท่ีไม่ประวสิ รรชนีย์ ครใู ช้ประกอบคาอธิบาย ครูจดั เตรียม นกั เรยี นทาใบงาน ครูจดั ทา ๒ ใบงาน ชุดที่ ๑๐ – ๑๑ นกั เรียนร้องเพลง ครูจดั ทา นักเรียนอ่านเร่ือง ครจู ัดทา ๓ เพลง ประวสิ รรชนยี ์ ๔ หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานภาษาไทย สร้างกฎของการประเมนิ ครูจดั ทา ชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ป.๓ ประเมนิ ผลงานรายกลมุ่ ครจู ัดทา บนั ทึกการสังเกตพฤติกรรม และ ครจู ดั ทา ๕ เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) บันทึกผลงานรายบคุ คล ๖ แบบประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ๗ แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรม และ แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล วัดผลประเมนิ ผล เคร่อื งมอื ท่ีใชใ้ นการประเมนิ วธิ กี ารประเมิน เกณฑ์การประเมิน กจิ กรรมทปี่ ระเมนิ ๑. สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบประเมินการสงั เกต สังเกตรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ พฤติกรรม และแบบประเมิน ตรวจงานรายกลุ่ม ๖ – ๗ = ดี ผลงาน ตรวจงานรายบคุ คล ๕ = พอใช้ ๒. การหาคาท่ไี ม่ ตรวจงานรายบคุ คล ต่ากว่า ๕ = ปรับปรุง ประวิสรรชนีย์ แบบประเมินการสังเกต พฤติกรรม และแบบประเมนิ ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๓. นกั เรยี นทาใบงาน ผลงาน ๖ – ๗ = ดี ชดุ ท่ี ๑๐ ๕ = พอใช้ แบบประเมนิ การสังเกต ต่ากว่า ๕ = ปรับปรงุ ๔. นักเรยี นทาใบงาน พฤติกรรม และแบบประเมิน ๘ - ๑๐ = ดมี าก ชดุ ท่ี ๑๑ ผลงาน ๖ – ๗ = ดี ๕ = พอใช้ แบบประเมนิ การสังเกต ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรงุ พฤติกรรม และแบบประเมิน ๘ - ๑๐ = ดมี าก ผลงาน ๖ – ๗ = ดี ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรุง

การประเมิน ด้านทักษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการ สรุป เนือ้ หา ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) การรายงานหนา้ ช้ัน สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การปฏบิ ตั ิงานตาม ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน ข้ันตอน ความคิดสรา้ งสรรค์ สามารถส่อื ใหผ้ ู้อ่นื เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความเป็นระเบียบ เรียบรอ้ ยของการทา ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟงั ชัด ได้สาระ พูดน้าเสียงชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลกิ ในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลิกในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบตั ิงาน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขนั้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรคด์ ี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สร้างสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน

การประเมิน ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน ซ่ือสตั ย์สุจรติ มวี นิ ยั ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐) ใฝเ่ รียนรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพยี ง มีจติ สาธารณะ ตรงมา ยอมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรับใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ขอ้ ผดิ พลาดและ ข้อผดิ พลาดและ ข้อผิดพลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสิง่ ท่ตี นมี พอใจในสง่ิ ที่ตนมี ค่อยพอใจในส่ิงทต่ี นมี รูจ้ กั ควบคมุ อารมณ์ รู้จกั ควบคุมอารมณ์ บ้าง ไมร่ ูจ้ กั ควบคุมอารมณ์ ปฏิบตั ติ นอยู่ในระเบียบ ปฏิบัตติ นอยใู่ นระเบยี บ ปฏบิ ัติตนอยู่ในระเบียบ วินัย แต่งกายถูกตอ้ ง วนิ ยั การแต่งกายไม่ วนิ ัยน้อยไม่คอ่ ยแต่งกาย ตามระเบยี บของ คอ่ ยถูกต้องตามระเบียบ ถูกต้องตามระเบยี บของ โรงเรียนตลอดเวลา ของโรงเรยี น โรงเรียน มคี วามมานะมุ่งมน่ั ใน มีความมานะมุ่งมน่ั ใน ไม่มีความมานะมงุ่ มนั่ ใน การทางานท่ไี ดร้ ับ การทางานท่ไี ด้รับ การทางานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ศกึ ษาคน้ คว้า มอบหมาย ศกึ ษาค้นควา้ มอบหมาย ไม่ค่อยศึกษา ด้วยตนเองทางานเสรจ็ ดว้ ยตนเองเปน็ บางคร้งั คน้ คว้าดว้ ยตนเอง ทันเวลาและถูกตอ้ ง ทางานเสร็จทันเวลาเปน็ ทางานเสร็จไม่ทนั เวลา บางคร้ัง ใชว้ สั ดุอปุ กรณก์ ารเรียน ใช้วัสดุอปุ กรณ์การเรียน ใช้วัสดุอุปกรณก์ ารเรยี น ที่ราคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ท่รี าคาค่อนขา้ งแพงและ ทีร่ าคาค่อนขา้ งแพงและ คุ้มค่าใช้จนหมดแล้ว ใช้อย่างคุ้มคา่ ใช้จนหมด ใช้อยา่ งคุ้มค่าใช้ไม่หมด ค่อยซ้ือใหม่ แลว้ ซ้ือใหม่ มคี วามเสียสละเพอ่ื มีความเสยี สละเพื่อ ไม่ค่อยเสยี สละเพ่อื สว่ นรวม ไมเ่ อาเปรียบ ส่วนรวมเปน็ บางครั้ง สว่ นรวม ชอบเอาเปรยี บ ไมเ่ หน็ แก่ตัวชว่ ยเหลือ ไมเ่ อาเปรยี บไมเ่ ห็นแก่ คนอืน่ ค่อนขา้ งเห็นแก่ หมู่คณะไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ตัว ไม่คอ่ ยช่วยเหลือหมู่ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลอื หมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -

เพลง วสิ รรชนยี ์ คำรอ้ ง ผศ.ประคอง สทุ ธสำร ทำนอง พม่ำกลองยำว (ระบำยอดหญ้ำ) มาเรว็ เร็วไวไว วสิ รรชนีย์ (ซ้า) จงดดู ูใหด้ ีมีเสยี งอะ (ซ้า) คาไทย แขก พม่า นน่ั อย่าละ ทั้งจนี ฝร่ัง ญวน ญี่ปนุ่ นะ คานีต้ อ้ งประวสิ รรชนีย์ เชน่ กะลาสี สบั ปะรด ชะตาดี อีกฉะน้ี และชะลอม โจะ๊ พรึม พรึมโจะ๊ พรึม พรมึ (ซา้ ) ขะมุขะมอม คะนึงและคะนอง กบั ฉะน้นั และชนี โจ๊ะพรมึ พรมึ โจ๊ะ พรึม พรึม ( ซ้า ) มาเร็วเร็วไวไว วสิ รรชนีย์ (ซา้ ) จงดูดใู หด้ มี เี สียงอะ (ซา้ ) อกั ษรนา คาโบราณ คาแผลงนะ หลายคาทีค่ ุณหนตู อ้ งจานะ คาท่ีไม่ประวสิ รรชนีย์ เช่นคา ทนาย กบฎ ชโลมใจ สนุกไซร้ และแสดง โจ๊ะพรมึ พรึมโจ๊ะ พรมึ พรึม ( ซา้ ) เราไม่หนา่ ยแหนง ชอมุ่ และทแยง ขมกุ ขมวั และขโมย โจ๊ะพรมึ พรึมโจะ๊ พรมึ พรมึ ( ซา้ )