แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๖ เรือ่ ง พลงั งานคอื ชีวติ นางเย็นฤดี ค้มุ สพุ รรณ โรงเรยี นพิณพลราษฎร์ ตั้งตรงจิตร ๑๒ สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต ๒
ตารางกาหนดการจดั การเรยี นรู้ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ชดุ ภาษาพาที หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ พลังงานคือชวี ติ เวลา ๘ ช่ัวโมง จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เวลา ๑. อา่ นในใจและเกบ็ ใจความสาคัญของเรื่องได้ การอ่านในใจ ๘ ช.ม ๒. ถา่ ยโอนสาระเรือ่ งราวท่ีอา่ นไปยังผอู้ นื่ ได้ การอ่านคิดวเิ คราะห์ ๓. บอกความหมายของคาใหม่ในบทเรยี นได้ คาศัพทใ์ นบทเรียน ๑ ๔. นักเรยี นตงั้ คาถาม – ตอบคาถามเรือ่ งท่อี ่านได้ อักษรควบกล้า ๑ ๕. นกั เรียนแสดงเหตผุ ลในการตอบคาถามได้ อกั ษรนา ๑ ๖. นกั เรยี นสรปุ ขอ้ คิดที่ไดจ้ ากการอา่ นได้ การอ่านแบบอักษรนา ๑ ๗. นกั เรยี นอ่านออกเสียงคาควบกลา้ ได้ถกู ต้อง คาขวญั ๑ ๘. เขยี นคาควบกล้าได้ถกู ต้อง ๑ ๙. นกั เรียนใชค้ าควบกลา้ ได้ถูกต้องตามสถานการณ์ ๒ ๑๐. อา่ นเขยี นคาทมี่ ีอักษรนาได้ถูกตอ้ ง ๑๑. บอกกฎเกณฑ์เกี่ยวกับอักษรนาได้ ๑๒. บอกคาที่อา่ นแบบเรยี งพยางค์ได้ ๑๓. บอกคาที่อ่านแบบเลียนแบบอกั ษรนาได้ ๑๔. บอกความหมายของคาขวญั ได้ ๑๕. บอกรปู แบบของคาขวัญได้
แผนการจดั การเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๖ เร่อื ง พลังงานคือชีวติ เวลา ๘ ช่ัวโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรอ่ื ง การอ่านในใจ เวลา ๑ ชว่ั โมง วนั ท่ี ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคิดไปใช้ตัดสนิ ใจแก้ปัญหา และสรา้ ง วสิ ยั ทัศน์ในการดาเนินชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอ่าน ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๓ / ๕ สรุปความรู้และข้อคดิ จากเร่ืองที่อา่ นเพ่ือนาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. อา่ นในใจและเกบ็ ใจความสาคญั ของเรอ่ื งได้ ๒. ถ่ายโอนสาระเรื่องราวท่ีอา่ นไปยงั ผอู้ นื่ ได้ ๓. บอกความหมายคาใหม่ในบทเรยี นได้ สาระสาคัญ การอา่ นในใจคือการกวาดสายตาไปยงั ข้อความจากหนังสือ พุ่งความสนใจไปยังสาระท่ีอ่าน แลว้ เกบ็ ใจความสาคญั ของเรอ่ื งทอ่ี ่าน สามารถถา่ ยโอนสาระที่อา่ นไปยงั ผู้อ่นื ไดด้ ้วยท้งั พูดและการเขยี น สาระการเรียนรู้ การอ่านจบั ใจความจากส่อื ต่างๆ เชน่ - นทิ านหรือเร่อื งเกี่ยวกับทอ้ งถน่ิ อา่ นในใจเร่อื ง “พลังงานคือชีวติ ”การตอบคาถามจากเร่ือง สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ ๓. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. รกั ความเป็นไทย ๒. ใฝเ่ รยี นรู้ ๓. มจี ิตสาธารณะ ๔. มวี ินยั ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
ชิ้นงาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. การทาแบบทดสอบก่อนเรียน ๒. การทาใบงาน ๓. แบบบันทึกผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคแ์ ละผลงาน กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. ครูชีแ้ จงความสาคัญของภาษาไทย ลาดบั ข้ันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จุดประสงค์ และสิ่ง ที่นักเรียนต้องเตรยี ม ในชว่ั โมงนี้ใหน้ กั เรยี นรับทราบ ๒. นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน บทที่ ๖ พลงั งานคือชีวิต (ทา้ ยแผน) จานวน ๑๕ ข้อเสร็จ แล้วครตู รวจสอบและประกาศผลเป็นคะแนนตามจานวนข้อทที่ าถกู โดยท่ยี ังไม่ต้องเฉลย ๓. ครเู ขียนคาใหม่บนกระดาน ซงึ่ ไดแ้ ก่ การขนสง่ คมนาคม ประมง เครอ่ื งเลน่ วดี ทิ ศั น์ โทรทัศน์ น้ามนั ดิบ ผลกระทบ ผลติ พลงั งาน พัฒนา รถเมล์ รโี มทคอลโทรล ลฟิ ต์ เศรษฐกิจ สวติ ซ์ ออกอากาศ เอรด็ อร่อยให้นักเรยี นทกุ คนอ่านออกเสยี งตามครูพร้อมกัน จากนัน้ สนทนากันเก่ียวกบั ความหมายของแต่ละคา ๔. ให้นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คนแตล่ ะกลุ่มแต่งตง้ั หวั หน้ากลุ่ม เลขานกุ ารกลุ่ม สมาชิก ในกลมุ่ ทุกคนอา่ นเรื่อง “พลังงานคอื ชีวติ ” ในใจจากน้นั ชว่ ยกนั สรปุ เรอ่ื งเป็นสานวนของตนเอง โดยเลขานุการ กลุ่มเขยี นบทสรุปของเรื่องเพื่อเล่าเรอ่ื งทหี่ น้าชนั้ เรยี น ๕. แตล่ ะกลมุ่ สง่ ตัวแทนเล่าเร่ืองโดยยอ่ ที่หน้าช้นั เรยี นและตั้งคาถามจากเร่ืองให้กลมุ่ อืน่ ตอบ กลมุ่ ละ ๓ คาถาม ๖. รว่ มกันสนทนาเกย่ี วกบั ชื่อเรื่อง “ พลงั งานคือชีวิต” วา่ มลี กั ษณะอยา่ งไรโดยครใู ชค้ าถามนาดังน้ี เร่อื ง“พลงั งานชีวิต” มตี วั ละครกี่ตัว เรอ่ื ง“พลงั งานชวี ติ ” กลา่ วถงึ สถานทใี่ ดบา้ ง เพราะเหตุใด เร่ือง“พลังงานชีวิต” กล่าวถงึ เรอื่ งใดมากที่สดุ ทาไมเราทุกคนจึงต้องชว่ ยกนั ประหยัดพลังงาน เร่ืองน้ีใหข้ ้อคิดอะไรกับนกั เรยี นบ้าง ๗. นักเรยี นทาใบงานที่ ๑ (ท้ายแผน) ชุด ตอบคาถามท่ีกาหนดให้ จากน้นั นาส่งครู ครูเฉลยนกั เรยี น แลกเปล่ยี นกันตรวจสอบความถูกต้อง
สื่อ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดบั ท่ี รายการส่ือ กจิ กรรมท่ีใช้ แหลง่ ทไี่ ดม้ า ๑ บตั รคา นักเรียนฝึกอา่ นและหาความหมาย ครจู ดั เตรียม ๒ ใบงาน ชุดท่ี ๑ นักเรียนทาใบงาน ครจู ัดทา ๓ แบบทดสอบกอ่ นเรียน นกั เรียนทาแบบทดสอบ ครจู ดั ทา ๔ เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ตรวจสอบความถูกต้อง ครจู ดั ทา ๕ เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมนิ ครจู ัดทา ๖ แบบประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ประเมนิ ผลงานรายกลุม่ ครจู ัดทา ๗ แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรม บนั ทกึ การสังเกตพฤติกรรม ครูจัดทา และบนั ทึกผลงานรายบคุ คล และแบบประเมินผลงานรายบคุ คล วดั ผลประเมินผล เครอ่ื งมือทใี่ ช้ใน วิธีการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน การประเมนิ กจิ กรรมทป่ี ระเมนิ สังเกตรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดมี าก ๑. สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบประเมินการสังเกต ๖ – ๗ = ดี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ พฤติกรรม และ ๕ = พอใช้ แบบประเมนิ ผลงาน ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรงุ ๒. นักเรียนสรปุ เร่อื ง แบบประเมินการสังเกต สังเกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี แบบประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรุง ๓. นักเรียนทาใบงานชดุ ท่ี ๑ แบบประเมนิ การสงั เกต ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี แบบประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรับปรงุ ๔. นกั เรยี นทาแบบทดสอบ แบบประเมินการสงั เกต ตรวจงานรายบคุ คล ๑๒ - ๑๕ = ดีมาก ๑๐ – ๑๑ = ดี ก่อนเรยี น พฤติกรรม และ แบบประเมินผลงาน ๘ – ๙ = พอใช้ ต่ากว่า ๘ = ปรับปรุง
การประเมนิ ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การใหร้ ะดบั คะแนน ทักษะการสรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เน้อื หา สรปุ เนอ้ื หาได้กระชับ ใจความครบถ้วน สรุปเนอ้ื หาได้กระชบั สรปุ เน้อื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน สามารถสือ่ ใหผ้ ู้อื่นเข้าใจ ได้ง่าย ใจความเกือบครบถว้ น ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏิบัตงิ านตาม สามารถพูดรายงานได้ดี ข้นั ตอน พดู เสียงดังฟังชัด ไดส้ าระ สามารถสอื่ ให้ผู้อนื่ เขา้ ใจ สามารถสื่อให้ผู้อืน่ เข้าใจได้ ความคิดสรา้ งสรรค์ ชดั เจน วางบคุ ลิกในการ ความเป็นระเบียบ พูดได้ดมี าก ได้ น้อย เรยี บรอ้ ยของการทา ใบงาน มที กั ษะการปฏบิ ตั งิ าน สามารถพดู รายงานได้ดี สามารถพูดรายงานไดด้ ีพดู ตามขน้ั ตอน ได้อยา่ ง ถูกต้องและเหมาะสม พดู นา้ เสยี งชัดเจน นา้ เสยี งไม่ชดั เจน ไม่ค่อย มคี วามคิดสรา้ งสรรคด์ ี สอดคลอ้ งกับเน้ือหาท่ี สอดคล้องกับเน้ือหาที่พูด มที กั ษะสามารถสร้างงาน ทสี่ วยงาม และมีความ พูด วางบคุ ลกิ ในการพูด วางบุคลกิ ในการพดู ไม่คอ่ ยดี ประณตี ดี ไดด้ ี มกี ารปฏบิ ตั งิ านตาม ยังไมส่ ามารถปฏบิ ัติงานตาม ขน้ั ตอนได้ตามลาดับ ขน้ั ตอนได้ พอมคี วามคิดท่ี ยงั ขาดความคดิ ทส่ี ร้างสรรค์ สร้างสรรคอ์ ยู่บา้ ง สามารถสร้างงานทีส่ วน ไมม่ ีความสวยงาม และไม่ งามพอใช้ได้ และมี ประณีต ความประณตี ในบางสว่ น
การประเมิน ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน ซื่อสตั ย์สจุ รติ มีวินยั ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรงุ (๐) ใฝ่เรยี นรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพยี ง มจี ิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรบั ใน ตรงมา ไมย่ อมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ข้อผิดพลาดและ ขอ้ ผิดพลาดและ ขอ้ ผดิ พลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในส่ิงทต่ี นมี พอใจในสิง่ ทต่ี นมี คอ่ ยพอใจในสิ่งทต่ี นมี รจู้ กั ควบคมุ อารมณ์ รู้จักควบคุมอารมณ์บา้ ง ไมร่ ูจ้ ักควบคมุ อารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในระเบยี บ ปฏิบัติตนอยใู่ นระเบยี บ ปฏบิ ัตติ นอย่ใู นระเบียบ วินยั แต่งกายถูกต้องตาม วินัย การแตง่ กายไม่ค่อย วินยั นอ้ ยไม่ค่อยแตง่ กาย ระเบียบของโรงเรยี น ถูกต้องตามระเบียบของ ถูกต้องตามระเบยี บของ ตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรียน มคี วามมานะม่งุ มั่นใน มคี วามมานะมุ่งม่นั ใน ไม่มีความมานะมงุ่ ม่นั ใน การทางานท่ไี ดร้ ับ การทางานที่ได้รบั การทางานทไี่ ดร้ ับ มอบหมาย ศกึ ษาค้นคว้า มอบหมาย ศึกษาค้นคว้า มอบหมาย ไม่ค่อยศึกษา ด้วยตนเองทางานเสรจ็ ด้วยตนเองเป็นบางครั้ง ค้นควา้ ด้วยตนเอง ทันเวลาและถูกตอ้ ง ทางานเสรจ็ ทนั เวลาเปน็ ทางานเสรจ็ ไม่ทนั เวลา บางคร้งั ใช้วัสดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ใช้วัสดุอุปกรณ์การเรียน ใช้วัสดุอปุ กรณ์การเรยี น ท่ีราคาถูกและใช้อยา่ ง ท่รี าคาค่อนข้างแพงและ ทรี่ าคาค่อนขา้ งแพงและ คมุ้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ใช้อย่างคุ้มค่าใชจ้ นหมด ใช้อยา่ งคุ้มค่าใช้ไม่หมด คอ่ ยซื้อใหม่ แล้วซ้อื ใหม่ มคี วามเสยี สละเพ่อื มคี วามเสียสละเพ่ือ ไม่ค่อยเสยี สละเพ่อื ส่วนรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเปน็ บางคร้ัง สว่ นรวม ชอบเอาเปรยี บ ไมเ่ หน็ แกต่ วั ช่วยเหลือ ไม่เอาเปรยี บไม่เห็นแก่ คนอนื่ ค่อนข้างเห็นแก่ หมคู่ ณะได้เปน็ อย่างดี ตวั ไม่คอ่ ยช่วยเหลอื ตัว ไม่ค่อยช่วยเหลือ หมูค่ ณะ หมู่คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -
แบบทดสอบ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๖ เร่อื งพลังงานคอื ชีวิต คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นกาเคร่ืองหมาย ทบั ตวั อกั ษรหนา้ ข้อท่ีถกู ต้อง ๑. ข้อใดเป็นผลกระทบจากท่ีบา้ นเนื่องจากการขน้ึ ราคานา้ มนั ก. พ่อรีบไปเติมน้ามนั ข. แมบ่ ่นกลวั เงนิ ไมพ่ อใช้ ค. พ่อและแม่เดือดร้อน ง. ถูกทกุ ขอ้ ๒. ขอ้ ใดเป็นผลกระทบจากที่ตลาดเน่ืองจากการขน้ึ ราคาน้ามัน ก. ของราคาแพงขึ้นอีก ข. ลกู คา้ บ่นและเดือดร้อน ค. ได้สินค้านอ้ ยลง ง. ข้อ ก และ ข ถูก ๓. ข้อใดเป็นผลกระทบจากที่ร้านอาหารเนอ่ื งจากการขึน้ ราคานา้ มัน ก. เจ้าของร้านอาหารนั่งปรบั ทุกข์กับลูกจ้าง ข. อาหารตอ้ งขน้ึ ราคา ค. กลัวจะไม่มคี นเขา้ รา้ น ง. ถูกทุกขอ้ ๔. ข้อใดเปน็ ผลกระทบจากที่โรงเรยี นเน่อื งจากการขึ้นราคาน้ามัน ก. พ่อกบั แม่ไม่พาไปเทยี่ ว ข. เด็ก ๆ กนิ อาหารไม่อิม่ ค. เดก็ ๆ เดือดร้อน ง. ถกู ทกุ ขอ้ ๕. ผคู้ นทราบข่าวจากส่ือชนิดใดวา่ ในวนั พรงุ่ นรี้ าคานา้ มนั จะข้ึนอกี ลติ รละ ๖๐ สตางค์ ก. วทิ ยุ ข. โทรทัศน์ ค. หนังสอื พิมพ์ ง. หอกระจายข่าว ๖. ผลกระทบท่เี กดิ ข้นึ ปัญหาท่ีทกุ คนพบ มีสาเหตุมาจากอะไร ก. นา้ มัน ข. พลังงานเพื่อชีวิต ค. แกส๊ ง. ไฟฟา้ ๗. พลังงานหลกั ของการคมนาคมขนส่ง คือข้อใด ก. น้ามนั ดิบ ข. น้ามัน ค. พลังงาน ง. ถูกทุกขอ้ ๘. กลุม่ ประเทศใดเป็นผูก้ าหนดราคานา้ มนั ก. ยุโรป ข. อเมริกา ค. ตะวนั ออกกลาง ง. แอฟริกา ๙. วิธกี ารแก้ปัญหานา้ มนั แพง ควรแก้โดยวธิ ีใดบา้ ง ก. ปิดไฟดวงท่ีไม่จาเป็น ข. อยา่ เปิดนา้ ทิ้งไว้ ค. ใชเ้ ครอื่ งใช้ไฟฟา้ เบอร์ ๕ ง. ถกู ทกุ ขอ้
๑๐. เรอื่ งน้ีให้ขอ้ คดิ ในเรื่องใด ข. การดารงชีวติ ก. การใชจ้ ่าย ง. การประหยดั ค. การอยู่การกนิ ข. ทราบ ๑๑. ข้อใดมีคาควบกลา้ แท้ ง. ถนน ก. กราบ ค. จรงิ ข. อกตรม ง. ครบครัน ๑๒. ข้อใดมคี วบกล้าไม่แท้ ก. ทรดุ โทรม ข. สายเคเบล้ิ ค. ตรวจสอบ ง. รีโมทคอนโทรล ๑๓. อปุ กรณค์ วบคุมระยะไกล คืออะไร ก. คอมพิวเตอร์ ค. โมเดม็ ๑๔. การทาใหเ้ จรญิ ขน้ึ ตรงกบั คาใด ก. พัฒนา ข. ประยุกต์ ค. เสรมิ สร้าง ง. สรา้ งสรรค์ ๑๕. คาขวญั ในข้อใดเหมาะสาหรับภาวะโลกร้อนมากทสี่ ดุ ก. สะอาดกายเจริญวยั สะอาดใจเจริญสุข ข. ตน้ ไม่คอื เพ่ือนชีวิต เจา้ ดดู อากาศพษิ แทนขา้ ค. เด็กดี เป็นศรแี ก่ชาติ เดก็ ฉลาดชาติเจริญ ง. ประหยัดน้า ประหยัดไฟ ชว่ ยให้ชาตเิ จริญ
เฉลยแบบทดสอบ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ ๑. ง ๒. ง ๓. ง ๔. ง ๕. ข ๖. ข ๗. ก ๘. ค ๙. ง ๑๐. ง ๑๑. ก ๑๒. ก ๑๓. ง ๑๔.ก ๑๕. ข
ใบงาน ชดุ ท่ี ๑ คาชแี้ จง ให้นกั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ี ๑. จากเรอื่ ง “พลงั งานคือชีวติ ” มตี วั ละครก่ีตวั ใครบ้าง ................................................................................................................................................................... ๒. ผคู้ นทราบขา่ วจากสื่อชนดิ ใดวา่ ในวนั พรุ่งน้ีราคานา้ มันจะขึน้ อีกลิตรละ ๖๐ สตางค์ ............................................................................................................................. ................................................. ๓. ผลกระทบท่เี กดิ ขนึ้ เน่ืองจากการข้ึนราคานา้ มัน มอี ะไรบา้ ง ให้นักเรยี นยกตวั อย่างประกอบ ............................................................................................................................. ................................................. ๔. วธิ กี ารแกป้ ญั หาผลกระทบเนือ่ งจากการข้นึ ราคานา้ มัน ควรทาอย่างไรบา้ ง ............................................................................................................................. ................................................. ๕. นกั เรยี นคิดว่าผลกระทบจากที่ร้านอาหารเนอ่ื งจากการขน้ึ ราคานา้ มนั เป็นอย่างไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................................. ๕. ผลกระทบจากทีโ่ รงเรียนเนื่องจากการขึ้นราคาน้ามนั เปน็ อยา่ งไรบา้ ง ............................................................................................................................. ................................................. ๖. นา้ มันข้นึ ราคามผี ลกระทบต่อใครบ้างในครอบครวั ของนักเรียน ............................................................................................................................. ................................................. ๗. เหตุใดจึงควรเลือกซ้ือเคร่ืองใช้ไฟฟ้า เบอร์ ๕ ...................................................................................................................................... ........................................ ........................................................................................... ................................................................................... ๘. การีดผา้ ควรรดี อย่างไร จึงจะช่วยประหยดั พลงั งาน ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................. ................. ๙. การเดนิ ทางอย่างไรจึงจะชว่ ยประหยดั พลงั งาน .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................ ๑๐. นักเรยี นไดข้ อ้ คิดอยา่ งไรในการเรียนบทเรยี นนี้ ............................................................................................................................. ................................................. ช่อื ..............................................................เลขท่ี ..................... ช้นั ...............
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๖ เรือ่ ง พลังงานคือชีวติ เวลา ๘ ช่ัวโมง แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๒ เรื่อง การอ่านคดิ วเิ คราะห์ เวลา ๑ ชั่วโมง วนั ที่ ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิดเพอื่ นาไปใช้ตัดสินใจแกป้ ญั หา ในการดาเนนิ ชีวิต และมีนสิ ยั รักการอ่าน ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๓ / ๓ ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลเกีย่ วกบั เร่ืองที่อา่ น จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. นกั เรยี นตั้งคาถาม – ตอบคาถามเรื่องท่ีอา่ นได้ ๒. นกั เรียนแสดงเหตุผลในการตอบคาถามได้ ๓. นกั เรียนสรปุ ข้อคดิ ท่ีไดจ้ ากการอา่ นได้ สาระสาคัญ การวเิ คราะห์เร่ือง เป็นการพิจารณาเร่ืองราวตา่ ง ๆ อยา่ งละเอยี ดตั้งแต่ต้นจนจบ เพ่ือแยกแยะ ขอ้ เท็จจริงและข้อคิดเหน็ มกี ารใช้เหตผุ ลในการแยกส่วนดี ส่วนบกพรอ่ งของเรื่องน้นั ๆ การจะย่อความและ วิเคราะหเ์ รือ่ งไดด้ ีนอกจากจะเป็นคนชอบอ่านแลว้ ยังตอ้ งหมัน่ ฝกึ การย่อความและวเิ คราะห์เปน็ ประจาดว้ ย ดงั นนั้ จะต้องเรยี นรู้และนาไปใชใ้ ห้ถูกต้อง จึงจะถือวา่ ประสบความสาเรจ็ ในการเรียนภาษา สาระการเรียนรู้ การอ่านจบั ใจความจากสื่อต่างๆ เช่น นทิ านหรือเรอื่ งเกี่ยวกบั ท้องถน่ิ การอา่ นคิดวเิ คราะห์ การต้ังคาถามเชงิ เหตผุ ล สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. รกั ความเปน็ ไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง ชน้ิ งาน / หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบันทึกผลการประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละผลงาน กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. ทบทวนเนื้อหาท่เี รียนในชั่วโมงที่แล้วดว้ ยการใหน้ กั เรียนนาใบงานชดุ ท่ี ๑ มารว่ มกันตรวจสอบ และเฉลยอีกครงั้ ๒. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ ๔ – ๕ คนใหแ้ ต่ละกลมุ่ เลือกประธานกลุ่ม รองประธานกล่มุ และเลขานุการกลุม่ ครูอธบิ ายบทบาทและหน้าท่ขี องสมาชิกทุกคนในกลุ่มให้นักเรียนทราบ ๓. ให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ อา่ นออกเสยี งเนอ้ื หาบทเรียน จากหนังสอื ภาษาไทยชดุ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓ บทท่ี ๖ “พลงั งานคือชีวิต” จากหนา้ ๗๕ ถึงหนา้ ๗๙ กล่มุ ละ ๑ ย่อหน้าจากนั้นทุก กลุ่มอ่านพร้อมกันอีกคร้ัง ๔. ครตู ้งั คาถามต่อไปน้ีให้นักเรยี นแต่ละกลุม่ ตอบ เหตใุ ด บทเรยี นนีจ้ ึงตั้งชื่อว่า “พลังงานคือชีวติ ” ส่งิ ใดสาคัญทส่ี ดุ ในเร่ืองนี้ เหตุใดเราจึงต้องช่วยกันประหยัดพลงั งาน นกั เรียนคิดวา่ เราไมช่ ่วยกันประหยัดพลังงานจะเป็นอย่างไร นกั เรียนได้ข้อคิดอย่างไรในการอ่านเรื่องน้ี ให้แตล่ ะกล่มุ ช่วยกันเขียนคาตอบลงในแผน่ กระดาษ จากนั้นสง่ ตวั แทนออกมาอ่านคาตอบทหี่ นา้ ชั้นเรยี น ครูชมเชยกลมุ่ ท่ีตอบไดด้ ี ๕. รวมกนั สนทนาถงึ เนื้อหาของเรื่อง “พลงั งานคือชวี ติ ” ครูซกั ถามนักเรยี นวา่ นักเรยี นไดอ้ ะไรบ้าง จากการอา่ นเรอ่ื งน้ี นักเรียนมีวธิ ปี ระยัดพลงั งานอยา่ งไรบา้ ง ๖. นักเรยี นทาใบงานที่ ๔ (ท้ายแผน) ชดุ เขยี นบอกวธิ ีประหยดั พลงั งานท่ีคิดขน้ึ มาเองในแผนภาพ ความคดิ รว่ มกนั ตัดสินผูท้ ี่มีวิธีประหยดั พลงั งานดีที่สดุ นาผลงานไปติดไวท้ ี่ป้ายนเิ ทศหน้าชน้ั ๗. นกั เรียนทาใบงานท่ี ๕ (ท้ายแผน) ชดุ บอกสิ่งท่ไี ดจ้ ากการอา่ นเร่อื ง “พลังงานคือชีวติ ” ถา้ ไม่ เสร็จไปทาเป็นการบา้ น
สอื่ / แหล่งเรียนรู้ / บคุ คล ลาดบั ที่ รายการสื่อ กิจกรรมที่ใช้ แหล่งทไี่ ด้มา ๑ รปู ภาพ ครูใช้ประกอบคาอธิบาย ครูจดั เตรยี ม ๒ ใบงาน ชุดที่ ๒ – ๓ นกั เรยี นทาใบงาน ครูจดั ทา ๓ แถบประโยคคาถาม นักเรียนฝกึ ทักษะการตอบคาถาม ครูจัดทา ๔ หนังสอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย นักเรยี นอา่ นเร่ือง ครูจดั ทา ชุดภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ชนั้ ป.๓ ๕ เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) สร้างกฎของการประเมิน ครูจดั ทา ๖ แบบประเมินผลงานรายกล่มุ ประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ครจู ัดทา ๗ แบบประเมนิ การสงั เกตพฤติกรรม บันทกึ การสงั เกตพฤติกรรม ครูจดั ทา และแบบประเมินผลงานรายบคุ คล และบันทึกผลงานรายบคุ คล วัดผลประเมนิ ผล กจิ กรรมท่ีประเมิน เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ใน วิธกี ารประเมิน เกณฑ์การประเมิน การประเมิน ๑. สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบประเมนิ การสงั เกต สังเกตรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดมี าก คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี แบบประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ ๒. นักเรียนรว่ มกิจกรรม แบบประเมินการสังเกต สงั เกตรายกลุม่ ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี แบบประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรับปรงุ ๓. นกั เรยี นทาใบงาน ชุดท่ี ๒ แบบประเมินการสงั เกต ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี แบบประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรับปรุง ๓. นกั เรียนทาใบงาน ชุดที่ ๓ แบบประเมนิ การสงั เกต ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรม และ ๖ – ๗ = ดี แบบประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ
การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการ สรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั ิงานตาม ข้ันตอน สามารถส่อื ใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบียบ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟงั ชัด ได้สาระ พดู น้าเสียงชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลิกในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบัตงิ าน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขัน้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน
การประเมิน ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ประเด็นการประเมนิ เกณฑก์ ารใหร้ ะดับคะแนน ซ่ือสัตย์สจุ รติ มีวนิ ยั ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐) ใฝเ่ รียนรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพยี ง มีจติ สาธารณะ ตรงมา ยอมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ตรงมา ไมย่ อมรับใน ข้อผิดพลาดและ ขอ้ ผิดพลาดและ ข้อผิดพลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสิ่งทต่ี นมี พอใจในส่ิงท่ตี นมี ค่อยพอใจในส่งิ ทต่ี นมี รจู้ กั ควบคมุ อารมณ์ ร้จู ักควบคมุ อารมณ์บ้าง ไมร่ ้จู ักควบคมุ อารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในระเบยี บ ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ นระเบียบ ปฏิบตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ วินยั แต่งกายถูกต้องตาม วินัยการแต่งกายไม่ค่อย วนิ ัยนอ้ ยไม่ค่อยแต่งกาย ระเบียบของโรงเรยี น ถกู ต้องตามระเบียบของ ถูกต้องตามระเบยี บของ ตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรยี น มคี วามมานะม่งุ ม่ันใน มคี วามมานะมุ่งมั่นใน ไมม่ ีความมานะม่งุ ม่นั ใน การทางานท่ไี ดร้ บั การทางานทไ่ี ด้รับ การทางานทีไ่ ดร้ ับ มอบหมาย ศกึ ษาคน้ ควา้ มอบหมาย ศึกษาค้นคว้า มอบหมาย ไม่ค่อยศกึ ษา ด้วยตนเองทางานเสรจ็ ดว้ ยตนเองเป็นบางคร้งั คน้ ควา้ ด้วยตนเอง ทันเวลาและถูกต้อง ทางานเสรจ็ ทนั เวลาเปน็ ทางานเสร็จไม่ทันเวลา บางครง้ั ใช้วัสดอุ ปุ กรณ์การเรยี น ใช้วัสดุอปุ กรณก์ ารเรยี น ใช้วัสดุอุปกรณก์ ารเรียน ท่ีราคาถูกและใชอ้ ยา่ ง ทร่ี าคาค่อนข้างแพงและ ทร่ี าคาค่อนขา้ งแพงและ ค้มุ ค่าใชจ้ นหมดแล้ว ใช้อยา่ งคุ้มคา่ ใช้จนหมด ใชอ้ ยา่ งคุ้มค่าใช้ไมห่ มด คอ่ ยซื้อใหม่ แล้วซอ้ื ใหม่ มคี วามเสยี สละเพื่อ มคี วามเสียสละเพ่อื ไมค่ ่อยเสียสละเพอ่ื ส่วนรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเปน็ บางครัง้ สว่ นรวม ชอบเอาเปรียบ ไมเ่ หน็ แก่ตวั ช่วยเหลือ ไมเ่ อาเปรยี บไมเ่ ห็นแก่ คนอื่น ค่อนขา้ งเหน็ แก่ หมคู่ ณะได้เปน็ อย่างดี ตัว ไม่คอ่ ยชว่ ยเหลือหมู่ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลือหมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -
ใบงาน ชุดที่ ๒ คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นบอกวิธีประหยดั พลงั งาน ลงใน แผนภาพความคิดนี้ วิธกี ารช่วยประหยดั พลงั งาน ชื่อ..............................................................เลขที่ ..................... ชั้น...............
ใบงาน ชดุ ที่ ๓ คาชแี้ จง ให้นกั เรียนบอกสงิ่ ที่ได้จากการอ่านเรื่อง “ พลังงานคอื ชีวติ ” โดยเขยี นลงในแผนภาพตอ่ ไปน้ี ส่ิงทไ่ี ดจ้ ากการอ่านเรือ่ ง “พลงั งานคอื ชวี ิต” ชอ่ื .................................................................เลขท่ี ..................... ช้นั ...............
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๖ เรื่อง พลังงานคอื ชีวติ เวลา ๘ ช่ัวโมง แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๓ เรือ่ ง คาศพั ทท์ ี่ในบทเรยี น เวลา ๑ ชวั่ โมง วนั ท่ี ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสนิ ใจแก้ปัญหา ในการดาเนินชวี ิต และมีนสิ ัยรกั การอา่ น ตวั ช้วี ดั ท ๑.๑ ป.๓ /๑ อ่านออกเสยี งคา ข้อความ เร่ืองสั้นๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ยๆ ได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นอ่านแจกลกู สะกดคาได้ ๒. นกั เรียนบอกความหมายของคาในบทเรียนได้ ๓. นักเรยี นใช้คาได้ถูกต้องตามบริบท สาระสาคญั การเรยี นรคู้ า ผูเ้ รยี นตอ้ งเรียนรู้ทัง้ ในด้านองค์ประกอบ หลกั การอ่านแจกลูกสะกดคา ความหมาย และหลกั การใช้ จึงจะสามารถนาคาไปใชไ้ ดถ้ ูกต้องตามสถานการณ์ สาระการเรียนรู้ การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองงา่ ยๆ ท่ี ประกอบด้วยคาพ้ืนฐานเพ่ิมจาก ป.๒ ไมน่ ้อยกว่า ๑,๒๐๐ คา รวมท้ังคาที่เรียนร้ใู นกลุ่มสาระการเรยี นรู้อื่น การอา่ นและสะกดคา ความหมายของคายากในบทเรียน สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ๑. รักความเป็นไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มีจติ สาธารณะ ๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู่ ย่างพอเพยี ง ช้ินงาน / หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้ ๑. การทาใบงาน ๒. แบบบนั ทึกผลการประเมิน กจิ กรรมการเรียนรู้ ๑. ทบทวนเนอื้ หาทเี่ รยี นในช่ัวโมงทีแ่ ล้วดว้ ยการใหน้ กั เรยี นนาใบงานชดุ ที่ ๒ – ๓ มารว่ มกนั ตรวจสอบและเฉลยอีกคร้ัง ๒. แบ่งนักเรียนออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ ๔ – ๕ คน จากน้ันใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ เล่นเกม “ ใครหายไปไหน” ซ่ึงวธิ ีการเลน่ อย่ทู า้ ยแผน ๓. ครูใช้บัตรคาจากคาศัพท์ในบทเรียนชูใหน้ กั เรียนดูเพอื่ อธบิ ายความหมายของคา ใหน้ กั เรยี นฝกึ อา่ นออกเสยี งและแจกลกู สะกดคา ๔. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ค้นหาความหมายของคาเหลา่ นี้จากพจนานุกรมแลว้ สง่ ตัวแทนออกมา อ่านคาและความหมายทีห่ นา้ ชน้ั เรียนและคัดลอกลงในสมุด ๕. นักเรียนทาใบงานท่ี ๔ (ท้ายแผน) ชุด เขียนคาอา่ นจากคาทกี่ าหนดให้ จากนั้นนาสง่ ครู ครูเฉลย และตรวจสอบความถูกต้อง ๖. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๕ (ท้ายแผน) ชุด เขยี นคาจากคาอ่านท่ีกาหนดให้ เสรจ็ แล้วนาสง่ ครู ตรวจสอบความถูกตอ้ ง สอ่ื / แหล่งเรียนรู้ / บคุ คล ลาดบั ที่ รายการสอื่ กจิ กรรมทใ่ี ช้ แหล่งท่ีได้มา ๑ ๒ รูปภาพ ครใู ชป้ ระกอบคาอธิบาย ครจู ดั เตรียม ๓ นกั เรยี นทาใบงาน ครูจัดทา ๔ ใบงาน ชดุ ท่ี ๔ – ๕ นักเรียนฝึกทักษะการอ่าน ครูจดั ทา นักเรยี นอ่านเรื่อง ครจู ดั ทา ๕ บัตรคา ๖ สร้างกฎของการประเมิน ครูจดั ทา ๗ หนงั สอื เรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน ประเมินผลงานรายกลุม่ ครูจัดทา ภาษาไทย ภาษาพาที ชัน้ ป.๓ บันทึกการสังเกตพฤติกรรม และ ครูจดั ทา เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) บนั ทึกผลงานรายบุคคล แบบประเมินผลงานรายกลุ่ม แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรม และแบบประเมินผลงานรายบคุ คล
วัดผลประเมินผล เคร่อื งมอื ท่ีใช้ใน วธิ ีการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน การประเมนิ กจิ กรรมที่ประเมิน สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก ๑. สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบประเมินการสังเกต สังเกตรายกลมุ่ ๖ – ๗ = ดี พฤติกรรม และแบบ ตรวจงานรายบุคคล ๕ = พอใช้ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประเมินผลงาน ตรวจงานรายบุคคล ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรุง ประสงค์ แบบประเมินการสงั เกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๒. นักเรยี นร่วมกิจกรรม พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ๓. นักเรียนทาใบงาน ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรุง ชุดท่ี ๔ แบบประเมินการสงั เกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ๓. นักเรยี นทาใบงาน ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ชดุ ที่ ๕ ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรุง แบบประเมนิ การสงั เกต ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรับปรุง
การประเมนิ ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน ทักษะการ สรปุ ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เน้อื หา สรปุ เนอ้ื หาได้กระชับ ใจความครบถ้วน สรุปเนือ้ หาได้กระชบั สรปุ เน้อื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหน้าช้ัน สามารถสือ่ ใหผ้ ู้อื่นเข้าใจ ได้ง่าย ใจความเกือบครบถว้ น ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏิบตั งิ านตาม สามารถพูดรายงานได้ดี ข้นั ตอน พดู เสียงดังฟังชัด ไดส้ าระ สามารถสอื่ ให้ผู้อนื่ เขา้ ใจ สามารถสื่อให้ผู้อืน่ เข้าใจได้ ความคิดสรา้ งสรรค์ ชดั เจน วางบคุ ลิกในการ ความเป็นระเบียบ พูดได้ดมี าก ได้ น้อย เรยี บรอ้ ยของการทา ใบงาน มที กั ษะการปฏบิ ตั งิ าน สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพูดรายงานไดด้ ีพดู ตามขน้ั ตอน ได้อยา่ ง ถูกต้องและเหมาะสม พดู น้าเสยี งชัดเจน นา้ เสยี งไม่ชดั เจน ไม่ค่อย มคี วามคิดสรา้ งสรรคด์ ี สอดคล้องกับเน้ือหาท่ี สอดคล้องกับเน้ือหาที่พูด มที กั ษะสามารถสร้างงาน ทสี่ วยงาม และมีความ พูด วางบคุ ลกิ ในการพูด วางบุคลกิ ในการพดู ไม่คอ่ ยดี ประณตี ดี ได้ดี มกี ารปฏบิ ตั งิ านตาม ยังไมส่ ามารถปฏบิ ัติงานตาม ขัน้ ตอนไดต้ ามลาดับ ขน้ั ตอนได้ พอมคี วามคิดท่ี ยงั ขาดความคดิ ทส่ี ร้างสรรค์ สรา้ งสรรคอ์ ยู่บา้ ง สามารถสร้างงานทีส่ วน ไมม่ ีความสวยงาม และไม่ งามพอใช้ได้ และมี ประณีต ความประณตี ในบางสว่ น
การประเมนิ ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน ซ่อื สตั ย์สุจรติ มวี นิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐) ใฝเ่ รียนรู้ ทางานอย่าง ทางานอย่าง ทางานอย่างตรงไปตรงมา อยู่อย่างพอเพยี ง มจี ิตสาธารณะ ตรงไปตรงมา ยอมรบั ตรงไปตรงมา ไม่ ไมย่ อมรบั ในข้อผดิ พลาด ในข้อผิดพลาดและ ยอมรับในขอ้ ผิดพลาด และบกพร่องของตนเองไม่ บกพร่องของตนเอง และบกพร่องของตนเอง คอ่ ยพอใจในสิ่งที่ตนมี พอใจในสิง่ ท่ีตนมี พอใจในส่ิงท่ตี นมี รจู้ ักควบคมุ อารมณ์ รจู้ กั ควบคมุ อารมณ์บ้าง ไมร่ จู้ กั ควบคุมอารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในระเบียบ ปฏิบตั ติ นอย่ใู นระเบยี บ ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ นระเบยี บ วนิ ัย แต่งกายถกู ตอ้ ง วนิ ัย การแต่งกายไม่ วินยั น้อย ไม่ค่อยแตง่ กาย ตามระเบียบของ ค่อยถูกต้องตามระเบยี บ ถูกต้องตามระเบียบของ โรงเรียนตลอดเวลา ของโรงเรียน โรงเรยี น มีความมานะม่งุ มัน่ ใน มีความมานะมุ่งมั่นใน ไมม่ ีความมานะม่งุ ม่นั ใน การทางานท่ีได้รับ การทางานท่ีไดร้ ับ การทางานทีไ่ ด้รับ มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ศึกษา มอบหมาย ไมค่ ่อยศึกษา ค้นคว้าดว้ ยตนเอง คน้ คว้าด้วยตนเองเปน็ ค้นควา้ ด้วยตนเองทางาน ทางานเสรจ็ ทนั เวลาและ บางครั้ง ทางานเสรจ็ เสร็จไมท่ นั เวลา ถูกต้อง ทันเวลาเปน็ บางครง้ั ใช้วัสดอุ ปุ กรณ์การเรยี น ใชว้ สั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรียน ใช้วัสดุอุปกรณก์ ารเรียนที่ ที่ราคาถูกและใช้อย่าง ทรี่ าคาค่อนข้างแพงและ ราคาค่อนข้างแพงและใช้ คมุ้ คา่ ใช้จนหมดแล้ว ใช้อยา่ งคุ้มคา่ ใช้จนหมด อย่างคุ้มคา่ ใช้ไม่หมดแลว้ ค่อยซื้อใหม่ ซ้ือใหม่ มีความเสยี สละเพ่ือ มีความเสยี สละเพอ่ื ไม่ค่อยเสยี สละเพ่อื ส่วนรวม ส่วนรวม ไมเ่ อาเปรยี บ สว่ นรวมเปน็ บางคร้งั ชอบเอาเปรยี บคนอ่นื ไมเ่ หน็ แกต่ วั ชว่ ยเหลอื ไมเ่ อาเปรยี บไมเ่ หน็ แก่ คอ่ นข้างเหน็ แก่ตวั ไมค่ ่อย หมู่คณะได้เป็นอย่างดี ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลือหมู่ ชว่ ยเหลอื หมู่คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -
เกม ใครหายไปไหน จุดมุ่งหมาย ๑. เพือ่ ให้นกั เรียนสามารถจดั ลาดบั ของพยญั ชนะได้ ๒. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนสามารถเขียนและสะกดคาตามความหมายท่ีครูบอกให้ สอ่ื กระดาษซ่ึงเขยี นพยญั ชนะไว้เปน็ กลมุ่ โดยขาดตวั น้ันบา้ งตัวนบี้ ้าง และมีคาสง่ั ประกอบว่าให้นา พยัญชนะตัวท่หี ายไปมาประกอบกนั เป็นคาตามความหมายทรี่ ุบุไว้ ตวั อย่าง ๑. เธอรไู้ หมว่าพยญั ชนะต่อไปนต้ี วั ใดหายไป ขอบอกใบใ้ หว้ า่ หายไป ๓ ตัว ถ้าเธอเอามารวมกนั จะ ไดค้ าคาหน่งึ ซ่งึ หมายถงึ เครอื่ งมือที่ใชใ้ นการจับปลา กขฃคฆงจฉชซฌญฎฏฐฑฒณดตถทธบปผฝพฟภมยรลศษสหฬ ฮ (เฉลย = อวน) ๒. เธอรูไ้ หมว่าพยัญชนะต่อไปน้ตี วั ใดหายไป ขอบอกใบ้ใหว้ ่าหายไป ๒ ตวั ถ้าเธอเอามารวมกนั จะได้ คาคาหนงึ่ ซง่ึ หมายถึงดนตรชี นิดหน่ึง กขฃคฅฆงฉชฌฎฏฐฑฒณดตถทธนบปผฝพฟภมยรลวศษสหฬฮ (เฉลย = ซอ) ๓. เธอรู้ไหมว่าพยัญชนะต่อไปนต้ี ัวใดหายไป ขอบอกใบ้ให้ว่าหายไป ๓ ตวั ถ้าเธอเอามารวมกนั จะ ได้คาคาหนง่ึ ซง่ึ หมายถึงเครื่องมือในการทาสวน กขฃคฅฆงฉชซฌญฎฏฐฑฒณดตถทฑธ น ปผฝพฟภมยรลวศษสห ฬ ฮ (เฉลย = จอบ) วิธีดาเนนิ กิจกรรม แจกกระดาษซง่ึ เขียนหรือพิมพ์ลาดบั พยัญชนะให้กบั ผูเ้ ล่นแต่ละคนจับเวลาประมาณ ๕ นาที ใหห้ า พยญั ชนะทห่ี ายไปวา่ จะประกอบเป็นคาใดบา้ ง ใครท่ีหาได้เสร็จกอ่ นก็เป็นผชู้ นะ อาจรวมคะแนนเปน็ หมูว่ า่ หมใู่ ดมีผู้ที่ทาเสร็จมากที่สดุ และเร็วท่ีสดุ ข้อเสนอแนะ ๑. การเล่นกจิ กรรมน้ี ถ้าใชผ้ ู้เล่นระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๒ ก็อาจดดั แปลงใหด้ ภู าพส่ิงของ ประกอบพยัญชนะทหี่ ายไปก็ได้ ๒. ในระดับชั้นทสี่ ูงขนึ้ อาจดัดแปลงเพม่ิ เติมตัวพยัญชนะที่หายไปใหม้ ากขึ้น แล้วแข่งขนั วา่ ใครจะ ประสมคาจากพยัญชนะทหี่ ายไปได้มากกว่ากนั ๓. อาจดดั แปลงกจิ กรรมนไี้ ปใช้กบั การผันเสียงวรรณยกุ ต์โดยให้นักเรยี นหาเสียงท่ีหายไป เช่น คา (*ข่า) คา่ (*ค้า) ขา ขา้ หมายเหตุ (*คอื คาท่ีต้องการให้หา)
ใบงาน ชดุ ท่ี ๔ คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนเขยี นคาอา่ นจากคาท่ีกาหนดให้อยา่ งถกู ต้อง ๑. พลงั งาน อ่านวา่ ………………………………….. ๒. วีดทิ ศั น์ อา่ นวา่ ………………………………….. ๓. โทรทัศน์ อา่ นวา่ ………………………………….. ๔. คมนาคม อา่ นว่า ………………………………….. ๕. เศรษฐกิจ อ่านวา่ ………………………………….. ๖. สวติ ซ์ อา่ นว่า ………………………………….. ๗. ลฟิ ต์ อา่ นวา่ ………………………………….. ๘. ผลิต อา่ นวา่ ………………………………….. ๙. วทิ ยุ อา่ นว่า ………………………………….. ๑๐. เอร็ดอรอ่ ย อ่านวา่ ………………………………….. ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ชน้ั ...............
ใบงาน ชดุ ที่ ๕ คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนเขียนคาจากคาอ่านท่ีกาหนดให้ต่อไปนอ้ี ยา่ งถูกต้อง ตัวอยา่ ง เถา - วัน เขยี นเป็น เถาวัลย์ ๑. อะ-เหร็ด-อะหร่อย เขยี นเป็น………………………………….. ๒. อัด-ตะ-โน-มัด เขยี นเปน็ ………………………………….. ๓. ออก-อา-กาด เขียนเป็น………………………………….. ๔. รี - โหมด เขียนเปน็ ………………………………….. ๕. ลบิ เขยี นเปน็ ………………………………….. ๖. กุน - แจ เขียนเป็น………………………………….. ๗. สง - สาน เขียนเปน็ ………………………………….. เขียนเป็น………………………………….. ๘. โอด - ครวน ๙. รด - เม เขยี นเปน็ ………………………………….. ๑๐.เสด –ถะ - กิด เขียนเป็น………………………………….. ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๖ เรอื่ ง พลังงานคอื ชีวิต เวลา ๘ ชั่วโมง แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๔ เรอื่ ง อกั ษรควบกลา้ เวลา ๑ ชวั่ โมง วนั ท่ี ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวดั มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ ตวั ชีว้ ัด ท ๔.๑ ป.๓ / ๑ เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นอา่ นออกเสียงคาควบกลา้ ได้ถกู ต้อง ๒. เขียนคาควบกลา้ ได้ถกู ต้อง ๓. นักเรียนใช้คาควบกลา้ ได้ถูกต้องตามสถานการณ์ สาระสาคญั คาควบกลา้ คือคาท่ีออกเสยี งพยญั ชนะต้นพรอ้ มกันท้ัง ๒ คา หรือออกเสียงเปน็ เสียงพยัญชนะตวั อื่น ผู้เรยี นตอ้ งเรยี นรเู้ รื่องการออกเสยี งและการเขียนคาควบกล้าท่ถี กู ต้องเพ่ือเป็นพืน้ ฐานในการใช้ภาษาและทาให้ การสือ่ สารมปี ระสทิ ธภิ าพ สาระการเรยี นรู้ คาที่มีพยัญชนะควบกลา้ การอ่านเขียนคาควบกลา้ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคดิ ๓. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ๑. รกั ความเป็นไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มีจติ สาธารณะ ๔. มวี นิ ยั ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
ชน้ิ งาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์และแบบประเมนิ ผลงาน ๒. การทาใบงาน กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑. ทบทวนเนื้อหาทเี่ รยี นในชั่วโมงทแ่ี ล้วดว้ ยการให้นกั เรียนนาใบงาน ท่ที าในชว่ั โมงที่แลว้ มารว่ มกัน ตรวจสอบและเฉลยอกี ครั้ง ๒. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ออกเป็นกลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน แตล่ ะกลุ่มประกอบไปดว้ ยนักเรียนท่ีมีระดบั ภมู ิ ปัญญาสูง กลาง และตา่ ให้แตล่ ะกล่มุ เลือกหัวหนา้ กล่มุ รองหัวหน้ากลุ่ม และเลขานุการกลุ่ม ควรใช้กล่มุ เดมิ ตลอดบทท่ี ๖ ๓. ครูแขวนแผนภูมิเพลง “ คาควบกลา้ ” (ทา้ ยแผน) ไว้บนกระดาน นกั เรยี นอ่านเนอ้ื เพลงพรอ้ ม กนั ครูร้องเพลงท้ัง ๒ เพลง นานกั เรียนฝึกร้องตาม จากนน้ั นกั เรียนรอ้ งกนั เอง พร้อมกับแสดงทา่ ทาง ประกอบ ๔. ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเรื่อง คาควบกล้าจากใบความรู้ ( ท้ายแผน ) จากน้ันครเู ขยี นควบกลา้ บน กระดานใหน้ ักเรยี นอ่านทลี ะคน คนละ ๕ คา ๕. นักเรียนทกุ คนอ่าน “อธิบายเพม่ิ เติมความรู้” จากหนังสือเรยี นภาษาพาที ชั้น ป.๓ หน้า ๘๔ – ๘๕ ให้นักเรียนสงั เกตพยัญชนะท่เี ป็นพยัญชนะต้น ๒ ตัว ทีใ่ ชเ้ ป็นคาควบกล้า ๖. นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๗ ( ทา้ ยแผน ) ชดุ อา่ นบทร้อยกรองคาควบกลา้ โดยให้หัวหนา้ กล่มุ แต่ละ กล่มุ ดูแลสมาชกิ ในกลมุ่ อ่านใหถ้ กู ต้องและให้ความช่วยเหลอื ๗. นักเรียนทาใบงานที่ ๘ ( ทา้ ยแผน ) ชุด เปลยี่ นคาในวงเล็บใหถ้ ูกต้อง เสรจ็ แล้วนาส่งครูครเู ฉลย และตรวจสอบความถกู ต้อง
สื่อ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดบั ที่ รายการสือ่ กจิ กรรมทใ่ี ช้ แหล่งท่ไี ด้มา ๑ เกม นกั เรียนเลน่ เกม ครจู ัดเตรยี ม ๒ ใบงาน ชดุ ที่ ๗ – ๘ นกั เรียนทาใบงาน ครูจดั ทา ๓ บัตรคา นกั เรยี นฝึกทักษะการอ่าน ครจู ัดทา ๔ หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานภาษาไทย นกั เรียนอา่ นเรื่อง ครูจัดทา ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ป.๓ ๕ เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมนิ ครจู ดั ทา ๖ แบบประเมินผลงานรายกลมุ่ ประเมินผลงานรายกลมุ่ ครจู ดั ทา ๗ แบบประเมินการสงั เกตพฤตกิ รรม และ บนั ทกึ การสงั เกตพฤติกรรม ครจู ัดทา แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล และบันทึกผลงานรายบคุ คล วัดผลประเมินผล กิจกรรมทป่ี ระเมนิ เคร่อื งมือที่ใช้ใน วธิ ีการประเมนิ เกณฑ์การประเมิน การประเมนิ ๑. สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบประเมนิ การสังเกต สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก ๖ – ๗ = ดี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ พฤติกรรม และแบบ ประสงค์ ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรุง ๒. การเลน่ เกม แบบประเมินการสังเกต สงั เกตรายกล่มุ ๘ - ๑๐ = ดมี าก พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ๓. นกั เรียนทาใบงาน ประเมินผลงาน ชดุ ที่ ๗ ๕ = พอใช้ แบบประเมินการสังเกต ๔. นกั เรียนทาใบงาน พฤติกรรม และแบบ ต่ากว่า ๕ = ปรับปรงุ ชุดที่ ๘ ประเมินผลงาน ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดมี าก แบบประเมนิ การสงั เกต ๖ – ๗ = ดี พฤติกรรม และแบบ ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรุง ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก ๖ – ๗ = ดี ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรุง
การประเมิน ดา้ นทักษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหร้ ะดบั คะแนน ทักษะการสรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนอื้ หา สรปุ เน้ือหาได้กระชับ สรปุ เน้ือหาได้กระชบั สรปุ เนื้อหาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถ้วน ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏิบัติงานตาม ข้ันตอน สามารถส่ือให้ผู้อ่นื เข้าใจ สามารถสื่อให้ผู้อน่ื เขา้ ใจ สามารถส่อื ให้ผู้อน่ื เขา้ ใจได้ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบียบ ได้ง่าย ได้ นอ้ ย เรยี บร้อยของการทา ใบงาน สามารถพดู รายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพูดรายงานได้ดีพดู พูดเสียงดังฟงั ชดั ไดส้ าระ พดู น้าเสียงชัดเจน นา้ เสียงไม่ชดั เจน ไม่ค่อย ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาที่ สอดคล้องกับเน้ือหาท่ีพดู พดู ได้ดมี าก พดู วางบุคลิกในการพูด วางบคุ ลกิ ในการพูดไม่ค่อย ได้ดี ดี มที กั ษะการปฏบิ ัตงิ าน มกี ารปฏบิ ัติงานตาม ยงั ไม่สามารถปฏิบตั ิงาน ตามขั้นตอน ได้อยา่ ง ขั้นตอนไดต้ ามลาดบั ตามข้ันตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคดิ สร้างสรรคด์ ี พอมคี วามคิดท่ี ยังขาดความคิดที่ สร้างสรรคอ์ ยู่บ้าง สร้างสรรค์ มที กั ษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสรา้ งงานท่ีสวน ไม่มีความสวยงาม และไม่ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ประณตี ประณตี ดี ความประณตี ในบางสว่ น
การประเมิน ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การใหร้ ะดับคะแนน ซือ่ สัตย์สจุ ริต มีวนิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรบั ปรุง (๐) ใฝ่เรียนรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่าง อยู่อยา่ งพอเพียง มจี ิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรับใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ตรงไปตรงมา ไม่ยอมรบั ขอ้ ผิดพลาดและ ข้อผิดพลาดและ ในขอ้ ผดิ พลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสง่ิ ทตี่ นมี พอใจในสง่ิ ท่ตี นมี ค่อยพอใจในส่งิ ที่ตนมี รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รูจ้ กั ควบคุมอารมณ์ บ้าง ไมร่ ู้จักควบคุมอารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู นระเบยี บ ปฏิบตั ิตนอยใู่ นระเบียบ ปฏิบตั ิตนอยู่ในระเบยี บ วนิ ัย แต่งกายถกู ตอ้ ง วินยั การแตง่ กายไม่คอ่ ย วนิ ยั น้อยไม่ค่อยแต่งกาย ตามระเบยี บของ ถูกต้องตามระเบยี บของ ถูกต้องตามระเบยี บของ โรงเรยี นตลอดเวลา โรงเรียน โรงเรยี น มีความมานะม่งุ มัน่ ใน มคี วามมานะม่งุ ม่นั ใน ไม่มีความมานะม่งุ มนั่ ใน การทางานทไ่ี ด้รบั การทางานทไ่ี ด้รับ การทางานท่ไี ดร้ ับ มอบหมาย ศกึ ษาคน้ คว้า มอบหมาย ศึกษาคน้ ควา้ มอบหมาย ไมค่ ่อยศึกษา ดว้ ยตนเองทางานเสรจ็ ดว้ ยตนเองเป็นบางครั้ง ค้นควา้ ด้วยตนเอง ทนั เวลาและถูกต้อง ทางานเสร็จทนั เวลาเป็น ทางานเสรจ็ ไม่ทันเวลา บางครั้ง ใช้วัสดุอปุ กรณ์การเรียน ใช้วสั ดุอปุ กรณก์ ารเรียน ใช้วสั ดุอปุ กรณ์การเรียน ทรี่ าคาถูกและใช้อย่าง ท่ีราคาค่อนข้างแพงและ ทร่ี าคาค่อนข้างแพงและ คุม้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ใชอ้ ยา่ งคุ้มค่าใชจ้ นหมด ใชอ้ ย่างคุ้มค่าใช้ไม่ ค่อยซ้ือใหม่ หมดแลว้ ซื้อใหม่ มคี วามเสยี สละเพ่อื มคี วามเสยี สละเพื่อ ไมค่ ่อยเสียสละเพ่ือ สว่ นรวม ไมเ่ อาเปรียบ ส่วนรวมเป็นบางครงั้ สว่ นรวม ชอบเอาเปรยี บ ไม่เหน็ แก่ตัวชว่ ยเหลือ ไมเ่ อาเปรยี บไมเ่ ห็นแก่ คนอ่นื ค่อนข้างเหน็ แก่ หมคู่ ณะได้เป็นอยา่ งดี ตวั ไมค่ อ่ ยชว่ ยเหลือหมู่ ตวั ไมค่ อ่ ยช่วยเหลือหมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -
เพลง คาควบกล้า ควายไล่ขวดิ ข้างขวา เขวยี้ งขวานมาไล่ขว้างควายไป ควายขวางวง่ิ วนขวักไขว่ ควายขวางวิ่งวนขวักไขว่ กวัดแกวง่ ขวานไล่ลม้ คว่าขวางควาย เพลง กลุ้มใจไม่มี ร เรือ เนื้อรอ้ ง สุจริต เพียรชอบ ทานอง กลมุ้ ใจไมม่ ี ล ลงิ กลมุ้ ใจไม่มี ร เรอื กล้มุ ใจมากเหลอื ร เรอื ไปไหน สอนเธอเพียงไมท่ ันไร มนั นา่ กล้มุ ใจ ร เรอื ไม่มี ไม่มี ร เรอื รา้ ยแรง คลุมเครือ เรดิ รา้ งห่างหาย นั่งเรียนกนั อย่เู รียงราย ออกเสยี งทีไรไม่มี ร เรอื ฝกึ หัดออก ร เรือ เรงิ ร่ารถร้ือ โรงเรยี นเรยี บรอ้ ย รักร้างงใหพ้ ี่ต้องคอย จิตใจเลื่อนลอย ร เรือ รา้ งลา
ใบความรู้ เรื่อง คาควบกล้า คาควบกล้า แบ่งออกเป็น ๒ ชนดิ คือ คาควบแทแ้ ละคาควบไม่แท้ คาควบแท้ คอื คาทม่ี าจากพยญั ชนะ ๒ ตัว ท่อี อกเสยี งเปน็ พยางค์เดียว และพยัญชนะตวั ท่ีต้อง เป็น ร ล ว เชน่ กราบกราน คลมุ้ คล่ัง ขวาง ควาย คาควบไม่แท้ คือ คาท่ีเกดิ จากพยัญชนะต้นควบกลา้ กับตัว ร แต่อ่านออกเสยี งพยัญชนะตัวหน้า เพยี งตัวเดียว หรอื บางตวั ออกเสียงเปลี่ยนไปเปน็ เสียงพยัญชนะตัวอ่นื เชน่ แสรง้ ทราย ศรี คาควบแทแ้ บง่ ออกเปน็ ๓ ประเภท คือ ๑. พยญั ชนะตัวแรก คือ ตวั ก ข ค ต ป พ ควบกล่ากับตัว ร ได้แก่ กร เชน่ กริ่ง กรงุ กรม ขร เชน่ ขรขุ ระ ขรวั ขรึม คร เช่น ครู ครุ ครมี ครึม ครยุ ตร เชน่ ตรึง ตรวจ ตรี ตราชู ตระแบก ตรม ตระกูล ปร เชน่ ปรอื ปรายปราณบรุ ี ปล้น ปล้อง ปลี ปลุก พร เชน่ พรา พรอ้ ง กระพรบิ รูพรุน พราน พราหมณ์ ๒. พยัญชนะตวั แรก คือ ก ข ค ป ผ พ ควบกลา่ กับตัว ล ได้แก่ กล เช่น กลาย กลาง กลอง กลุ้ม กล้าม กลวั ขล เช่น ขลุก ขลาด ขลกุ ขลิก ขลยุ่ คล เชน่ คละคลมุ่ คล่มุ คลัง่ คลัง คลาด คลางแคลง คลี ปล เชน่ ปลอก ปล้น ปลูก ปลอด ปลากัด ปลากรด ผล เชน่ ผลุด ผลาญ ผลกึ ผลผี ลาม พล เช่น พลัง พลุ พลยุ้ พลูโต พลาด พล่อย ๓. พยัญชนะตวั แรก คือ ก ข ค ป ผ พ ควบกลา่ กบั ตัว ว ได้แก่ กว เช่น กวัด กวาด กวน กว้าง กวัดแกว่ง กวี ขว เชน่ ขวา ขวาก แขวอ ขวิด คว เชน่ ควาย คว่า คว้า ควา้ ง ควินนิ ควบ ความ คาควบไมแ่ ท้ คือ คาที่เกิดจากพยัญชนะตน้ ควบกลา้ กับตัว ร แตอ่ า่ นออกเสียงพยัญชนะตวั หนา้ เพยี ง ตวั เดียว หรอื บางตัวออกเสียงเปลยี่ นไปเป็นเสยี งพยัญชนะตัวอน่ื ดงั นี้ พยญั ชนะตวั แรก คือ ตัว จ ซ ศ ส ควบกับตวั ร จะออกเสียงพยัญชนะตัวหน้าเทา่ นัน้ ไมม่ ีเสยี ง ร ควบ กลา้ เช่น จลาจร อ่านว่า จะ-รา-จอน โซรม อา่ นวา่ โซม ศรัย อ่านวา่ สัย
สรง อ่านว่า สง สร้าง อ่านวา่ สา้ ง พยญั ชนะตัวแรก คอื ตัว ท ควบกลา้ กับตัว ร จะออกเสียงเปน็ ซ ทรวง อา่ นว่า ซวง ทรวดทรง อ่านวา่ ซวด-ซง พทุ รา อา่ นวา่ พดุ – ซา ทรัพย์ อา่ นวา่ ซบั
ใบงาน ชดุ ท่ี ๗ คาชี้แจง ใหห้ ัวหน้ากลมุ่ แตล่ ะกล่มุ ดูแลให้สมาชกิ ทุกคนอา่ นบทร้อยกรองต่อไปน้ีทลี ะคน บทร้อยกรองคาควบกล้า เกดิ เปน็ ชายชาตรีอย่าขี้ขลาด บรรยากาศปลอดโปร่งโล่งสมอง หยิบน้าปลาตราสับปะรดใหท้ ดลอง ไหนเล่านอ้ งครมี นวดหน้าทาใหท้ ี เน้อื นน้ั มีโปรตีนกินเข้าไว้ คนเคราะหร์ ้ายคลมุ้ คล่งั เร่ืองหนังผี ใช้นา้ คลองกรองเสียก่อนจงึ จะดี เหน็ มาลีคีบ่ านหน้าบ้านเอย เรยี มคลงั่ ไคล้ กวดั แกวง่ ไกวเกลยี วกลม ไขว่ควา้ ตรอมตรม อกระบมหมองมวั ปกครองปอ้ งกัน ปราบปราม ผิดความ เคลอ่ื นคลาด หวาดกลวั อกสั่นระรัว รา้ งแรมห่างไกล โอ้แม่ขวัญใจ เคลยี คลอ คาควบกลา้ น้หี นอ ขอเราชว่ ยกนั จรรโลงใหด้ ี
ใบงาน ชุดท่ี ๘ คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนเปลีย่ นคาหนา้ วงเลบ็ ท่ขี ดี เสน้ ใต้ ใหเ้ ป็นคาควบกล้าทีถ่ ูกต้อง เชา้ นอี้ ากาศปอดโปรง่ (๑…………………….) ท้องฟ้าแจ่มใส พลอยกบั พรง้ิ ชวนกนั ไปตลาดถือ ตะกร้าไปด้วย ระหวา่ งทางได้ทาย ปิศนา (๒………………...) กันอย่างสนุกสนาน พร้งิ คิดหาคาถาม พกิ แพง (๓………….………..) มาถามพลอย พลอยต้องคดิ ใค่ควญ (๔…………………..) ก่อนจึงตอบได้ ทั้งสอง ผดั เปี่ยน (๕…………………..) กันถามตลอดทาง แลว้ พลอยก็ถามพริ้งว่า อะไรเอ่ย ตัวสีดาชอบนอน เกือกกิ้ง (๖………….…….) กบั โคลนตม พรง้ิ เมื่อได้ฟงั ก็ตอบอย่างผผี าม (๗…………………..) ออกมาทนั ทีว่า “ควาย” ทันใดนัน้ เอง รถยนต์คนั หนง่ึ แล่น ปดู๊ ป๊าด (๘………..………..) มาดว้ ยความเรว็ สูง เสยี หลักชนต้นไม้เสยี งดงั โคมคาม (๙…………………..) ใบไมบ้ นตน้ กัดแก่ง (๑๐……….……..) ไปมา แล้วรว่ งลงสู่พน้ื ดนิ เก่อื นกาด (๑๑…………………..) เขารสู้ ึก เศา้ ส้อย (๑๒…..……………..) ช่ือ..............................................................เลขท่ี ..................... ชน้ั ...............
แผนการจัดการเรยี นรู้ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๖ เรื่อง พลังงานคือชีวิต เวลา ๘ ช่ัวโมง แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๕ เรอ่ื ง คาทเ่ี ป็นอักษรนา เวลา ๑ ช่ัวโมง วันที่ ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วัด มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ ตวั ช้ีวดั ท ๔.๑ ป.๓ / ๑ เขยี นสะกดคาและบอกความหมายของคา จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นักเรยี นอ่านเขยี นคาท่ีมีอักษรนาได้ถกู ตอ้ ง ๒. นักเรยี นบอกกฎเกณฑ์ทางหลักภาษาเก่ยี วกับอักษรนาได้ สาระสาคัญ อกั ษรนาคือกฎเกณฑ์ทางหลกั ภาษาอีกประเภทหนึ่ง ทที่ าใหก้ ระบวนการอา่ นเกิดการเปล่ยี นแปลง ไปจากรปู ลักษณ์อักษรทป่ี รากฏ ผู้เรียนต้องเรียนรู้กฎเกณฑ์เหลา่ นอี้ ยา่ งละเอยี ด เพื่อเพ่มิ ประสทิ ธิภาพในการ ส่ือสาร สาระการเรียนรู้ คาท่มี ีอักษรนา การอา่ น เขียนคาท่มี อี ักษรนา สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๑. รกั ความเปน็ ไทย ๒. ใฝ่เรยี นรู้ ๓. มีจิตสาธารณะ ๔. มวี นิ ยั ๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
ชิ้นงาน / หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์และแบบประเมินผลงาน ๒. การทาใบงาน กิจกรรมการเรยี นรู้ ๑. นักเรยี นแบ่งกลุม่ ออกเปน็ กลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน แต่ละกล่มุ ประกอบไปด้วยนักเรียนที่มรี ะดับภมู ิ ปญั ญาสงู กลาง และต่า ให้แตล่ ะกลมุ่ เลือกหัวหนา้ กลุ่ม รองหัวหนา้ กลุ่ม และเลขานุการกลมุ่ ควรใช้กลุ่ม เดิมตลอดบทที่ ๖ ๒. ครเู ขียน หนา หง - หน - หม - หย - หร - หล ตดิ ไวบ้ นกระเป๋าผนงั ใหน้ ักเรยี นอ่าน ออกเสียง คาต่อไปนี้ หง - หงอน เหงอื ก หน - หนอน หนวด หม - หมอก หมอน หย - หยอด หยวก หล - หลอด เหลอื หร - หรอก หรือ นกั เรียนนาคามาแตง่ ประโยคจากคาที่ครูกาหนดให้ ดงั ตัวอย่าง ครู : หงอนไก่ นักเรยี น : แมป่ ลกู ดอกหงอนไก่ นักเรียนแตล่ ะกลุ่มเลอื กคามาแต่งประโยคกลุ่มละ ๕ คา และเปลี่ยนกันตรวจผลงาน ๓. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรุปหลักเกณฑ์ ดังน้ี อักษรนา หมายถึง พยญั ชนะสองตัวเรยี งกัน ประสมด้วยสระเดียวกัน มีหลกั การอ่านออก เสียง ดังน้ี ๑. ตัวแรกเป็นอกั ษรสูง หรืออักษรกลาง ให้อา่ นพยญั ชนะตัวหลงั มีเสียงวรรณยกุ ต์ตาม พยญั ชนะตวั แรก เช่น สนาม ขยาย ตวาดเป็นต้น ๒. ห นาอกั ษรตัวเดยี ว ไม่ออกเสียง ห เช่น หนา ญ เชน่ หญา้ หมู หวานเปน็ ต้น ๔. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั หาคาท่เี ปน็ อักษรนาในบทเรยี นท่ี ๔ ให้ ไดม้ ากทีส่ ดุ เขียนใสแ่ ผ่นกระดาษแล้วสง่ ตัวแทนรายงานหน้าชน้ั เรยี น ๕. นกั เรยี นทาใบงานท่ี ๗ ( ท้ายแผน ) ชดุ เขยี นคาอา่ นของคาที่กาหนดให้ จากนั้นนาส่งครู ครู เฉลยและนักเรยี นแลกเปล่ียนกันตรวจสอบความถูกต้อง ๖. นักเรียนทาใบงานท่ี ๘ ( ทา้ ยแผน ) ชดุ เขียนคาจากคาอ่านที่กาหนดให้ เสร็จแล้วนาส่งครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง
ส่อื / แหล่งเรยี นรู้ / บุคคล ลาดบั ที่ รายการสือ่ กจิ กรรมทใี่ ช้ แหล่งที่ได้มา ๑ รูปภาพ ครูใชป้ ระกอบคาอธิบาย ครูจัดเตรียม ๒ ใบงาน ชดุ ที่ ๙ – ๑๐ นกั เรยี นทาใบงาน ครจู ัดทา ๓ บัตรคา นักเรยี นฝกึ ทักษะการอ่าน ครูจดั ทา ๔ หนังสอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย นักเรยี นอา่ นเร่ือง ครูจดั ทา ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ช้ัน ป.๓ ๕ เกณฑ์การประเมนิ ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมนิ ครูจดั ทา ๖ แบบประเมินผลงานรายกลมุ่ ประเมินผลงานรายกลุ่ม ครูจดั ทา ๗ แบบประเมนิ การสังเกตพฤตกิ รรม และ บนั ทึกการสงั เกตพฤติกรรม ครูจดั ทา แบบประเมินผลงานรายบุคคล และบันทึกผลงานรายบุคคล วัดผลประเมนิ ผล กจิ กรรมทปี่ ระเมนิ เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ น วิธกี ารประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน การประเมิน ๑. สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบประเมินการสงั เกต สงั เกตรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๖ – ๗ = ดี คุณลักษณะอนั พึง พฤติกรรม และแบบ ประสงค์ ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรบั ปรุง ๒. การหาคาทีม่ ีอกั ษรนา แบบประเมนิ การสังเกต สังเกตรายกลุ่ม ๘ - ๑๐ = ดีมาก พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กว่า ๕ = ปรับปรุง ๓. นกั เรียนทาใบงาน แบบประเมนิ การสังเกต ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดมี าก ชดุ ท่ี ๙ พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ต่ากว่า ๕ = ปรับปรงุ ๓. นักเรยี นทาใบงาน แบบประเมนิ การสงั เกต ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก ชดุ ท่ี ๑๐ พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรุง
การประเมิน ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการ สรปุ ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั ิงานตาม ข้ันตอน สามารถส่อื ใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบียบ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสียงดงั ฟงั ชัด ได้สาระ พดู น้าเสียงชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลิกในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลิกในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบัตงิ าน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขัน้ ตอน ได้อย่าง ขัน้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรค์ดี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สรา้ งสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน
การประเมิน ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การใหร้ ะดบั คะแนน ซือ่ สัตย์สจุ ริต มีวนิ ัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐) ใฝ่เรียนรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป อยู่อยา่ งพอเพียง มจี ิตสาธารณะ ตรงมา ยอมรบั ใน ตรงมา ไมย่ อมรบั ใน ตรงมา ไม่ยอมรบั ใน ขอ้ ผิดพลาดและ ขอ้ ผดิ พลาดและ ขอ้ ผดิ พลาดและ บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเองไม่ พอใจในสง่ิ ทตี่ นมี พอใจในส่ิงทีต่ นมี คอ่ ยพอใจในส่งิ ที่ตนมี รู้จกั ควบคุมอารมณ์ รู้จกั ควบคมุ อารมณ์ บ้าง ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู นระเบียบ ปฏบิ ตั ิตนอยู่ในระเบียบ ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบ วนิ ัย แต่งกายถกู ต้อง วินยั การแต่งกายไม่คอ่ ย วินยั น้อยไม่ค่อยแตง่ กาย ตามระเบยี บของ ถูกต้องตามระเบียบของ ถกู ต้องตามระเบยี บของ โรงเรยี นตลอดเวลา โรงเรยี น โรงเรียน มีความมานะม่งุ มน่ั ใน มีความมานะมุ่งม่นั ใน ไม่มีความมานะมุ่งมัน่ ใน การทางานทไ่ี ดร้ บั การทางานทีไ่ ดร้ บั การทางานที่ได้รับ มอบหมาย ศกึ ษาคน้ ควา้ มอบหมาย ศึกษาคน้ คว้า มอบหมาย ไมค่ ่อยศึกษา ดว้ ยตนเองทางานเสร็จ ด้วยตนเองเปน็ บางครั้ง คน้ คว้าด้วยตนเอง ทนั เวลาและถูกต้อง ทางานเสร็จทันเวลาเป็น ทางานเสร็จไม่ทันเวลา บางครัง้ ใช้วัสดุอปุ กรณ์การเรียน ใช้วสั ดุอปุ กรณก์ ารเรียน ใชว้ สั ดอุ ุปกรณก์ ารเรยี น ทรี่ าคาถูกและใช้อยา่ ง ที่ราคาค่อนข้างแพงและ ทร่ี าคาค่อนขา้ งแพงและ คุม้ ค่าใชจ้ นหมดแลว้ ใช้อย่างคุ้มคา่ ใชจ้ นหมด ใชอ้ ยา่ งคุ้มคา่ ใช้ไม่ ค่อยซ้ือใหม่ หมดแลว้ ซอ้ื ใหม่ มคี วามเสยี สละเพ่อื มคี วามเสยี สละเพือ่ ไม่ค่อยเสยี สละเพ่ือ สว่ นรวม ไมเ่ อาเปรยี บ สว่ นรวมเปน็ บางครั้ง สว่ นรวม ชอบเอาเปรียบ ไม่เหน็ แก่ตัวชว่ ยเหลือ ไมเ่ อาเปรียบไมเ่ หน็ แก่ คนอื่น ค่อนขา้ งเหน็ แก่ หมคู่ ณะได้เป็นอยา่ งดี ตวั ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื หมู่ ตัว ไมค่ อ่ ยช่วยเหลอื หมู่ คณะ คณะ ๑๐. กิจกรรมเสนอแนะ -
ใบความร้เู ร่ือง อักษรนา คาทมี่ อี ักษรนา อกั ษรนา คือคาที่มีพยญั ชนะตน้ ๒ ตวั ประสมสระเดียวกนั ออกเสียงเป็น ๒ พยางค์ พยางค์ หน้าออกเสียงพยัญชนะตวั หน้าคล้ายประสมสระอะ (ออกเสยี ง อะ เพยี ง ครึ่งเดียว) พยางค์หลังออกเสยี ง พยัญชนะตวั ทสี่ องประสมกับสระและพยญั ชนะสะกดตามท่ีปรากฏ โดยออกเสียงวรรณยกุ ต์ตามเสียง พยญั ชนะตวั หน้า เช่น พยัญชนะตัวหน้าเปน็ อักษรสูงนาพยญั ชนะตัวหลงั ง น ม ย ร ล ว เช่น สงบ อา่ นว่า สะ –หงบ ไม่อ่านวา่ สะ –งบ สนุก อา่ นวา่ สะ – หนุก ไมอ่ ่านวา่ สะ –นุก สมอง อ่านวา่ สะ –หมอง ไมอ่ ่านว่า สะ –มอง ขยาย อ่านวา่ ขะ –หยาย ไมอ่ ่านว่า ขะ –ยาย ฝร่งั อา่ นวา่ ฝะ –หรั่ง ไมอ่ ่านวา่ ฝะ –รั่ง ฉลาด อา่ นว่า ฉะ –หลาด ไมอ่ ่านวา่ ฉะ –ลาด ถวาย อ่านว่า ถะ –หวาย ไมอ่ ่านวา่ ถะ –วาย พยญั ชนะตัวหน้าเป็นอกั ษรกลางนาพยญั ชนะตัวหลัง ง น ม ร ล ว เช่น องนุ่ อา่ นว่า อะ – หง่นุ ไม่อ่านว่า อะ –งุ่น กนก อ่านว่า กะ – หนก ไม่อ่านวา่ กะ – นก จมูก อา่ นวา่ จะ –หมูก ไม่อ่านว่า จะ –มูก จรติ อ่านว่า จะ –หริด ไมอ่ ่านวา่ จะ –ริด ตลก อ่านว่า ตะ –หลก ไมอ่ ่านว่า ตะ –ลก ตวาด อา่ นวา่ ตะ –หวาด ไมอ่ ่านวา่ ตะ –วาด คาทีม่ ีพยญั ชนะต้น ๒ ตัว ประสมสระตวั เดยี วกนั พยัญชนะตวั หน้าเปน็ ห พยญั ชนะตัวหลังเปน็ อักษรตา่ เดี่ยว หรอื พยัญชนะตัวหน้าเปน็ อ พยญั ชนะตัวหลงั เปน็ ย ออกเสยี งพยางคเ์ ดียว ไม่ออกเสียง ห หรอื อ แตเ่ สียงวรรณยุกต์ของพยางค์เปน็ ไปตามเสียงตวั ห หรือ อ ทน่ี า ห นา เชน่ หวงั ใหญ่ หนง่ึ หมาย หยดุ หรอื หลับ ไหว้ อ นา เชน่ อยา่ อยู่ อยา่ ง อยาก
คาทค่ี วรสงั เกต ๑) คาบางคาพยญั ชนะตัวหนา้ เป็นอักษรสงู พยัญชนะตัวหลังเปน็ ม ไม่อ่านออกเสยี งอย่างอกั ษรสูงนา เช่น สมาธิ อ่านวา่ สะ – มา – ทิ สมาทาน อา่ นวา่ สะ –มา –ทาน ๒) คาบางคาพยัญชนะตวั หนา้ เป็นอกั ษรสงู พยญั ชนะตัวหลงั เป็นอกั ษร กลางหรอื อกั ษรต่าคู่ ไม่อ่านอยา่ งอกั ษรสูงนา แต่อา่ นเรยี งพยางค์ เชน่ แสดง อา่ นวา่ สะ – แดง ผกา อา่ นวา่ ผะ – กา ไผท อา่ นวา่ ผะ – ไท ๓) คาบางคาไม่มอี ักษรนา แต่อา่ นออกเสยี งอย่างอักษรนา เช่น ประโยชน์ อา่ นว่า ประ – โหยด วาสนา อ่านวา่ วาด – สะ – หนา รษิ ยา อา่ นวา่ ริด – สะ – หยา ศกั ราช อา่ นว่า สัก –กะ –หราด
ใบงาน ชุดที่ ๙ คาอา่ น คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนเขยี นคาอ่านของคาต่อไปนี้ ขอ้ คา ๑ สนกุ ๒ ขยบั ๓ ผลิต ๔ องุน่ ๕ ถวลิ ๖ ตลาด ๗ ถลอก ๘ เขยก ๙ ไถล ๑๐ จมูก ช่ือ..............................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............
ใบงาน ชดุ ที่ ๑๐ คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นคาจากคาอา่ นที่กาหนดให้ต่อไปนีอ้ ย่างถูกต้อง ข้อ คา คาอา่ น ๑ อะ-เหร็ด-อะหร่อย ๒ ถะ – หนน ๓ จะ – หริด ๔ สะ – หลบ ๕ ๖ สะ – หนบั – สะ – หนนุ ๗ สะ – แหลง ๘ ผะ – หวา ๙ ๑๐ ฉะ – หวัด – ฉะ – เหวียน ปะ – หรกั ถะ – หล่ม ชื่อ.................................................................เลขที่ ..................... ช้ัน...............
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๖ เรอ่ื ง พลังงานคอื ชีวิต เวลา ๘ ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๖ เร่อื ง การอ่านคาเรียงพยางค์และแบบอักษรนา เวลา ๑ ชั่วโมง วันท่ี ........................................................................................................................................ ********************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้ีวดั มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของ ภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ ตวั ช้วี ดั ท ๔.๑ ป.๓ / ๑ เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. นกั เรยี นบอกคาที่อ่านแบบเรียงพยางค์ได้ ๒. นกั เรียนบอกคาที่อา่ นแบบเลียนแบบอกั ษรนาได้ สาระสาคญั คาบางคามพี ยัญชนะตน้ ๒ ตัวแต่อ่านแบบเรียงพยางค์ ได้แก่คาทพ่ี ยัญชนะตัวหน้าเป็นอักษรตา่ นา ด้วยพยญั ชนะตัวหลังท่ีเปน็ อักษรเดี่ยวด้วยกนั ให้ออกเสียง อะ ที่พยางค์หน้าครง่ึ เสยี ง คาบางคาพยางค์หลงั ออกเสียงวรรณยกุ ตต์ ามเสยี งพยญั ชนะต้นของพยางค์หนา้ ซ่งึ เป็นอักษรสูงหรอื อักษรกลาง สาระการเรียนรู้ คาท่ีมอี ักษรนา การอา่ นคาแบบเรยี งพยางค์ การอา่ นคาเลียนแบบอักษรนา สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคดิ ๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. รักความเป็นไทย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มจี ติ สาธารณะ ๔. มวี นิ ัย ๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
ชนิ้ งาน / หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้ ๑. แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงคแ์ ละแบบประเมินผลงาน ๒. การทาใบงาน กิจกรรมการเรียนรู้ ๑. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเป็นกลมุ่ ละ ๔ – ๕ คน แตล่ ะกลมุ่ ประกอบไปดว้ ยนกั เรียนที่มรี ะดับภูมิ ปญั ญาสูง กลาง และตา่ ให้แต่ละกลุ่มเลือกหวั หนา้ กล่มุ รองหัวหน้ากลมุ่ และเลขานุการกลมุ่ ควรใช้กลุ่ม เดิมตลอดบทที่ ๖ ๒. ใหน้ กั เรียนทกุ คนเปิดหนังสือเรยี นภาษาไทย ชดุ ภาษาพาที ป.๓ หน้า ๘๖ – ๘๗ อา่ นศึกษา ให้ นกั เรียนอ่านคาพร้อมกนั ทงั้ การอา่ นคาแบบเรยี งพยางค์และการอ่านคาแบบเลียนแบบอักษรนา ๓. ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุม่ ชว่ ยกนั หาคาท่ีอา่ นคาแบบเรยี งพยางค์ จากเร่อื งพลังงานคือชวี ิต กลมุ่ ละ ๕ คา และหาคาที่อ่านแบบเลียนแบบอกั ษรนา กล่มุ ละ ๕ คาเม่ือได้แล้วให้เลขานุการกลุ่มคัดลอกลงใน แผน่ กระดาษ สง่ ตัวแทนอ่านให้เพ่ือฟงั ท่ีหน้าช้ันเรยี น รว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง ๔. นกั เรยี นทาใบงานที่ ๑๑ (ทา้ ยแผน) ชดุ เขยี นคาอ่านของคาท่ีกาหนดให้ จากนนั้ นาสง่ ครู ครูเฉลย และนกั เรียนแลกเปลีย่ นกนั ตรวจสอบความถูกต้อง ๕. นกั เรียนทาใบงานท่ี ๑๒ (ทา้ ยแผน ) ชุดเขยี นคาจากคาอา่ นที่กาหนดให้ เสร็จแล้วนาส่งครคู รูเฉลย และตรวจสอบความถูกต้อง ส่ือ / แหล่งเรียนรู้ / บุคคล ลาดบั ท่ี รายการสอ่ื กจิ กรรมท่ีใช้ แหล่งทไี่ ดม้ า ๑ รูปภาพ ครใู ชป้ ระกอบคาอธบิ าย ครูจดั เตรยี ม ๒ ใบงาน ชดุ ท่ี ๑๑ – ๑๒ นกั เรียนทาใบงาน ครูจัดทา ๓ บตั รคา นกั เรยี นฝกึ ทักษะการอา่ น ครจู ดั ทา ๔ หนังสือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐาน นักเรียนอา่ นเรื่อง ครจู ัดทา ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ป.๓ ๕ เกณฑ์การประเมิน ( Rubric ) สรา้ งกฎของการประเมนิ ครูจดั ทา ๖ แบบประเมินผลงานรายกลุม่ ประเมนิ ผลงานรายกลุ่ม ครจู ดั ทา ๗ แบบประเมินการสงั เกต บนั ทึกการสงั เกตพฤติกรรม ครูจดั ทา พฤติกรรม และแบบประเมนิ ผลงาน และบันทึกผลงานรายบุคคล รายบุคคล
วดั ผลประเมินผล กจิ กรรมที่ประเมนิ เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้ใน วิธกี ารประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ ๑. สังเกตพฤติกรรมด้าน การประเมิน สังเกตรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก คณุ ลกั ษณะอันพึง แบบประเมินการสังเกต ๖ – ๗ = ดี ประสงค์ พฤติกรรม และแบบ ๕ = พอใช้ ประเมินผลงาน ต่ากวา่ ๕ = ปรบั ปรงุ ๒. การหาคาทกี่ าหนดให้ แบบประเมินการสังเกต สังเกตรายกล่มุ ๘ - ๑๐ = ดมี าก ๓. นักเรียนทาใบงาน พฤติกรรม และแบบ ๖ – ๗ = ดี ชดุ ท่ี ๑๑ ประเมินผลงาน ๕ = พอใช้ ๓. นักเรียนทาใบงาน แบบประเมนิ การสังเกต ชดุ ท่ี ๑๒ พฤติกรรม และแบบ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรงุ ประเมนิ ผลงาน ตรวจงานรายบคุ คล ๘ - ๑๐ = ดีมาก แบบประเมินการสงั เกต ๖ – ๗ = ดี พฤติกรรม และแบบ ประเมนิ ผลงาน ๕ = พอใช้ ตา่ กวา่ ๕ = ปรับปรงุ ตรวจงานรายบุคคล ๘ - ๑๐ = ดีมาก ๖ – ๗ = ดี ๕ = พอใช้ ต่ากวา่ ๕ = ปรับปรุง
การประเมิน ด้านทักษะ / กระบวนการ ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้ระดบั คะแนน ทกั ษะการสรุป ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐) เนือ้ หา สรุปเนื้อหาได้กระชบั สรปุ เนอื้ หาได้กระชบั สรุปเนอ้ื หาได้ไม่กระชบั การรายงานหนา้ ช้ัน ใจความครบถว้ น ใจความเกือบครบถ้วน ใจความและไม่ครบถ้วน การปฏบิ ตั งิ านตาม ข้ันตอน สามารถส่อื ใหผ้ ู้อื่นเข้าใจ สามารถสอ่ื ให้ผู้อน่ื เข้าใจ สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อ่นื เขา้ ใจ ความคิดสรา้ งสรรค์ ความเป็นระเบยี บ ไดง้ า่ ย ได้ ได้นอ้ ย เรียบรอ้ ยของการทา ใบงาน สามารถพูดรายงานไดด้ ี สามารถพูดรายงานได้ดี สามารถพดู รายงานไดด้ ี พูดเสยี งดงั ฟงั ชัด ไดส้ าระ พูดน้าเสียงชดั เจน พูดน้าเสยี งไม่ชัดเจน ไม่ ชัดเจน วางบคุ ลกิ ในการ สอดคลอ้ งกบั เนื้อหาท่ี คอ่ ยสอดคล้องกับเน้ือหา พูดได้ดีมาก พูด วางบคุ ลิกในการพดู ท่ีพดู วางบคุ ลกิ ในการ ไดด้ ี พูดไม่ค่อยดี มีทกั ษะการปฏิบตั ิงาน มีการปฏบิ ตั ิงานตาม ยงั ไมส่ ามารถปฏิบัติงาน ตามขั้นตอน ได้อย่าง ขนั้ ตอนได้ตามลาดับ ตามข้นั ตอนได้ ถูกต้องและเหมาะสม มีความคิดสร้างสรรคด์ ี พอมีความคิดท่ี ยงั ขาดความคิดท่ี สร้างสรรค์อยู่บ้าง สรา้ งสรรค์ มีทักษะสามารถสรา้ งงาน สามารถสร้างงานที่สวน ไม่มีความสวยงาม และ ทส่ี วยงาม และมีความ งามพอใชไ้ ด้ และมี ไม่ประณีต ประณตี ดี ความประณตี ในบางส่วน
การประเมนิ ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ประเด็นการประเมนิ เกณฑ์การให้ระดบั คะแนน ซอื่ สตั ย์สุจริต มวี ินัย ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรุง (๐) ใฝเ่ รยี นรู้ ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไป ทางานอย่างตรงไปตรงมา อยู่อยา่ งพอเพยี ง มีจติ สาธารณะ ตรงมา ยอมรบั ใน ตรงมา ไมย่ อมรับใน ไม่ยอมรบั ในข้อผดิ พลาดและ ข้อผดิ พลาดและ ข้อผดิ พลาดและ บกพร่องของตนเองไมค่ ่อย บกพร่องของตนเอง บกพร่องของตนเอง พอใจในสงิ่ ที่ตนมี พอใจในสง่ิ ทต่ี นมี พอใจในสงิ่ ทตี่ นมี รู้จักควบคมุ อารมณ์ ร้จู กั ควบคมุ อารมณ์ บ้าง ไม่รู้จักควบคมุ อารมณ์ ปฏิบตั ิ ปฏิบตั ติ นอยูใ่ นระเบยี บ ปฏิบัติตนอยใู่ นระเบยี บ ตนอยใู่ นระเบยี บวินยั นอ้ ย วนิ ยั แต่งกายถูกตอ้ ง วินยั การแตง่ กายไม่คอ่ ย ไมค่ ่อยแต่งกายถูกต้องตาม ตามระเบยี บของ ถกู ต้องตามระเบยี บของ ระเบยี บของโรงเรียน โรงเรียนตลอดเวลา โรงเรียน มคี วามมานะม่งุ มัน่ ใน มคี วามมานะมงุ่ มน่ั ใน ไมม่ ีความมานะมุ่งม่นั ในการ การทางานท่ีไดร้ บั การทางานท่ีได้รบั ทางานท่ีไดร้ บั มอบหมาย มอบหมาย ศึกษาค้นควา้ มอบหมาย ศึกษาคน้ คว้า ไมค่ ่อยศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ย ด้วยตนเองทางานเสร็จ ด้วยตนเองเป็นบางครง้ั ตนเองทางานเสรจ็ ไม่ทันเวลา ทนั เวลาและถูกต้อง ทางานเสร็จทันเวลาเป็น บางครั้ง ใช้วัสดอุ ุปกรณก์ ารเรียน ใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์การเรียน ใช้วัสดุอปุ กรณก์ ารเรียนท่ี ทรี่ าคาถูกและใชอ้ ย่าง ทรี่ าคาค่อนข้างแพงและ ราคาค่อนข้างแพงและใช้ คุ้มค่าใชจ้ นหมดแลว้ ใช้อย่างคุ้มค่าใชจ้ นหมด อย่างคุ้มค่าใช้ไม่หมดแล้วซ้ือ ค่อยซ้ือใหม่ ใหม่ มีความเสยี สละเพอ่ื มคี วามเสยี สละเพอื่ ไมค่ ่อยเสียสละเพ่ือสว่ นรวม สว่ นรวม ไม่เอาเปรียบ ส่วนรวมเปน็ บางครั้ง ชอบเอาเปรยี บคนอ่นื ไมเ่ หน็ แกต่ ัวช่วยเหลือ ไมเ่ อาเปรยี บไมเ่ ห็นแก่ คอ่ นข้างเหน็ แก่ตวั ไม่ค่อย หมูค่ ณะได้เป็นอยา่ งดี ตวั ไม่ค่อยชว่ ยเหลอื หมู่ ชว่ ยเหลอื หมคู่ ณะ คณะ ๑๐. กจิ กรรมเสนอแนะ -
Search