Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เรื่องด่วน เล่มที่ 2

เรื่องด่วน เล่มที่ 2

Published by agenda.ebook, 2021-02-04 08:17:44

Description: เรื่องด่วน เล่มที่ 2 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564

Search

Read the Text Version

สารบัญ อารัมภบท บทบัญญัติเบอ้ื งต้นและคานยิ ามทัว่ ไป บทท่ี 1 การคา้ สนิ ค้า บทท่ี 2 กฎถิน่ กาเนดิ สนิ คา้ บทที่ 3 ภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสนิ ค้า) บทที่ 4 ภาคผนวก 3 บี (ขอ้ กาหนดเร่อื งขอ้ มลู ขน้ั ตา่ ) บทท่ี 5 พิธีการศุลกากรและการอานวยความสะดวกทางการค้า บทท่ี 6 ภาคผนวก 4 เอ (ระยะเวลาในการปฏิบัตติ ามพนั ธกรณี) บทท่ี 7 มาตรการสุขอนามัยและสขุ อนามัยพืช มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรบั รอง บทท่ี 8 การเยียวยาทางการค้า ภาคผนวก 7 เอ (แนวปฏิบัติในการดาเนินการเกี่ยวกับกระบวนการตอบโต้ บทท่ี 9 การทุม่ ตลาดและการอดุ หนุน) การค้าบรกิ าร ภาคผนวก 8 เอ (บริการดา้ นการเงิน) ภาคผนวก 8 บี (บริการโทรคมนาคม) ภาคผนวก 8 ซี (บรกิ ารวิชาชพี ) การเคลอ่ื นย้ายช่วั คราวของบคุ คลธรรมดา

บทท่ี 10 การลงทนุ บทที่ 11 ภาคผนวก 10 เอ (กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ) บทท่ี 12 ภาคผนวก 10 บี (การเวนคืน) บทที่ 13 ทรัพย์สนิ ทางปัญญา บทท่ี 14 ภาคผนวก 11 เอ (ระยะเวลาปรับตัวเฉพาะภาคี) บทท่ี 15 ภาคผนวก 11 บี (รายการร้องขอความชว่ ยเหลอื ทางเทคนิค) บทที่ 16 พาณชิ ย์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ การแข่งขันทางการคา้ ภาคผนวก 13 เอ (การใช้บงั คบั ขอ้ 13.3 (มาตรการท่ีเหมาะสมต่อกิจกรรม ที่จากดั การแข่งขัน) และข้อ 13.4 (ความร่วมมอื ) กบั บรูไนดารุสซาลาม) ภาคผนวก 13 บี (การใช้บังคับข้อ 13.3 (มาตรการท่ีเหมาะสมต่อกิจกรรม ที่จากัดการแข่งขนั ) และข้อ 13.4 (ความรว่ มมือ) กับ กัมพูชา) ภาคผนวก 13 ซี (การใช้บังคับข้อ 13.3 (มาตรการที่เหมาะสมต่อกิจกรรม ทีจ่ ากัดการแขง่ ขัน) และขอ้ 13.4 (ความร่วมมือ) กับ สปป. ลาว) ภาคผนวก 13 ดี (การใช้บังคับข้อ 13.3 (มาตรการท่ีเหมาะสมต่อกิจกรรม ที่จากัดการแข่งขนั ) และข้อ 13.4 (ความร่วมมอื ) กับ เมยี นมา) วิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวชิ าการ การจัดซ้อื จัดจ้างโดยรัฐ ภาคผนวก 16 เอ (เอกสารหรือวิธีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้โดยกลุ่มภาคีในการ เผยแพร่ขอ้ มลู ความโปรง่ ใส)

บทที่ 17 บทบญั ญตั ิท่ัวไปและขอ้ ยกเว้น บทท่ี 18 บทบญั ญตั ิเกี่ยวกับสถาบนั ภาคผนวก 18 เอ (หน้าที่ขององคก์ รยอ่ ยของคณะกรรมการร่วมอาร์เซ็ป) บทที่ 19 การระงับข้อพพิ าท บทท่ี 20 บทบญั ญตั ิสุดทา้ ย -------------------------- ภาคผนวก 1 ตารางข้อผูกพนั ทางภาษี ภาคผนวก 2 ตารางข้อผกู พันเฉพาะสาหรับบรกิ าร ภาคผนวก 3 ตารางข้อสงวนและมาตรการท่ีไม่สอดคล้องกับพันธกรณีสาหรับบริการ และการลงทุน ภาคผนวก 4 ตารางข้อผกู พนั เฉพาะในการเคลื่อนย้ายช่วั คราวของบุคคลธรรมดา *********

อารัมภบท กลุม่ ภาคแี หง่ ความตกลงฉบับนี้ ระลึกถึง ปฏิญญาร่วมว่าด้วยการริเริ่มการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ที่รับรองโดยประมุขแห่งรัฐหรือหัวหน้ารัฐบาลของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ (ต่อไปในที่น้ีจะเรียกว่า “อาเซียน” ในความตกลงฉบับน้ี) กับออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี และนิวซีแลนด์ ณ กรุงพนมเปญ กัมพูชา เม่ือวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ซึ่งรับรอง หลักการชี้แนะและวัตถุประสงค์ของการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาค ปรารถนา ที่จะขยายและทาให้การรวมตัวของเศรษฐกิจระดับภูมิภาคลึกซ้ึงย่ิงข้ึน เสริมสร้าง การเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม และพัฒนาความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจที่ให้ก้าวหน้าผ่านความตกลงฉบับนี้ ซ่ึงจะต้ังอยู่บนพ้ืนฐานความเช่ือมโยง ทางเศรษฐกิจระหวา่ งกลมุ่ ภาคี ปรารถนา ท่ีจะเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจของกลุ่มภาคี เพื่อสร้างโอกาส ในการจ้างงานใหม่ ๆ ยกระดับมาตรฐานการครองชีพ และปรับปรงุ สวัสดกิ ารทัว่ ไปของประชาชน แสวงหา การกาหนดกฎทช่ี ัดเจนและก่อใหเ้ กิดประโยชน์ร่วมกัน เพื่ออานวยความสะดวกทางการค้า และการลงทุน รวมถึงการมีส่วนรว่ มในห่วงโซอ่ ปุ ทานระดบั โลกและระดับภมู ภิ าค พัฒนาต่อ จากสิทธิและพันธกรณีภายใต้ความตกลงมาร์ราเกชซึ่งจัดตั้งองค์การการค้าโลก ทาข้ึน ณ มาร์ราเกช เม่ือวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1994 และความตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่ ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศหุ้นส่วนการค้าเสรี ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญ่ีปุ่น เกาหลี และนวิ ซีแลนด์ โดยคานึงถึง ความแตกต่างของระดบั การพฒั นาระหวา่ งกลมุ่ ภาคี ความจาเป็นในการมีความยืดหยุ่น ในรูปแบบที่เหมาะสม รวมถึงการให้การปฏิบัติท่ีพิเศษและแตกต่าง โดยเฉพาะสาหรับกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามความเหมาะสม และความยืดหยุ่นเพิ่มเติมสาหรับ ภาคปี ระเทศพฒั นานอ้ ยที่สดุ พิจารณาถึง ความจาเป็นท่ีจะต้องอานวยความสะดวกในการมีส่วนร่วมที่เพ่ิมข้ึนของภาคีประเทศ พัฒนาน้อยท่ีสุดในความตกลงฉบับน้ี เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ความตกลงฉบับน้ี และหาประโยชน์จากผลประโยชน์ความตกลงฉบับนี้ รวมถึงการขยายโอกาสทางการค้า และการลงทนุ และการมีสว่ นรว่ มในห่วงโซอ่ ุปทานระดบั ภมู ภิ าคและระดบั โลก 1

ยอมรับ ว่าธรรมาภิบาลและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่คาดการณ์ได้ โปร่งใส และสม่าเสมอ จะนาไปสู่การปรบั ปรุงประสิทธิภาพทางเศรษฐกจิ และการพฒั นาการคา้ และการลงทนุ ยนื ยันอีกคร้ัง ถึงสิทธิของภาคีแต่ละฝ่ายในการกากับดูแลเพ่ือวัตถุประสงค์ด้านสวัสดิภาพสาธารณะ ท่ชี อบธรรม ยอมรับ ว่าสามเสาหลักแห่งการพัฒนาที่ย่ังยืนมีความพ่ึงพาและสนับสนุนซึ่งกันและกัน และความเป็นหนุ้ ส่วนทางเศรษฐกิจสามารถมีบทบาทสาคญั ในการสนบั สนุนการพัฒนาที่ยัง่ ยนื และ ยอมรับเพ่ิมเติม ผลในเชิงบวกท่ีความตกลงและข้อตกลงการค้าระดับภูมิภาค สามารถเร่งการเปิด เสรีทางการค้าและการลงทุนท้ังระดับภูมิภาคและระดับโลก และบทบาทในการเสริมสร้างระบบ การคา้ พหุภาคที เ่ี ปดิ กว้าง เสรี และตัง้ อย่บู นกฎกตกิ า ได้ตกลงกันดังต่อไปน้ี 2

บทท่ี 1 บทบัญญัติเบ้อื งต้นและคานิยามทั่วไป ขอ้ 1.1: การจดั ตงั้ หุ้นสว่ นทางเศรษฐกิจระดับภมู ภิ าคเปน็ เขตการคา้ เสรี กลมุ่ ภาคีจดั ต้ัง ณ ท่นี ้ีหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภมู ภิ าคเป็นเขตการค้าเสรี โดยสอดคล้องกับข้อ 24 ของแกตต์ 1994 และข้อ 5 ของแกตส์ ตามบทบัญญตั ิของความตกลงฉบบั น้ี ข้อ 1.2: คานยิ ามท่วั ไป เพอื่ ความม่งุ ประสงค์ของความตกลงฉบบั น้ี เว้นแตจ่ ะกาหนดไว้เป็นอยา่ งอน่ื ในความตกลงฉบับน้ี (เอ) ความตกลงเอ ดี หมายถึง ความตกลงว่าด้วยการปฏิบัติตามข้อ 6 ของความตกลง ทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า 1994 ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลง ดบั บลิว ที โอ (บ)ี ความตกลง หมายถึง ความตกลงห้นุ ส่วนทางเศรษฐกจิ ระดบั ภูมิภาค (ซี) ความตกลงว่าด้วยการเกษตร หมายถึง ความตกลงว่าด้วยการเกษตร ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลวิ ที โอ (ด)ี ความตกลงการประเมนิ ราคาศุลกากร หมายถงึ ความตกลงว่าด้วยการปฏิบัติตามข้อ 7 ของความตกลงท่ัวไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า 1994 ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลิว ที โอ (อี) วนั หมายถึง วันตามปฏิทิน ซ่ึงรวมถึงวนั หยุดสดุ สัปดาห์และวนั หยุดนกั ขตั ฤกษ์ (เอฟ) การมอี ยู่ หมายถึง มผี ล ณ วนั ทค่ี วามตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคบั (จ)ี แกตส์ หมายถึง ความตกลงท่ัวไปว่าด้วยการค้าบริการ ในภาคผนวก 1 บี ของความตกลงดับบลวิ ที โอ (เอช) แกตต์ 1994 หมายถึง ความตกลงท่ัวไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า 1994 ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดบั บลวิ ที โอ (ไอ) จี พี เอ หมายถึง ความตกลงว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ในภาคผนวก 4 ของความตกลงดับบลิว ที โอ 1-1

(เจ) ระบบฮาร์โมไนซ์ หรือ เอช เอส หมายถึง ระบบฮาร์โมไนซ์ของคาอธิบายและ การจาแนกพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้า รวมถึงกฎการตีความท่ัวไป หมายเหตุ หมวด หมายเหตุตอน และหมายเหตุประเภทย่อย ซึ่งรับรองและใช้ดาเนินงาน โดยองค์การศุลกากรโลก ระบุในภาคผนวกของอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าดว้ ยระบบฮาร์โมไนซ์ของคาอธิบายและการจาแนกพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้า ทาข้ึนท่ีกรุงบรัสเซลล์ เม่ือวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1983 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม รับรอง และอนวุ ัติการโดยกลุม่ ภาคใี นกฎหมายของตน (เค) ไอ เอม็ เอฟ หมายถงึ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (แอล) ข้อบทของความตกลงไอ เอ็ม เอฟ หมายถึง ข้อบทของความตกลงของกองทุน การเงินระหว่างประเทศ รับรอง ณ เบรตตันวูดส์ เม่ือวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1944 (เอ็ม) ความตกลงการออกใบอนุญาตนาเข้า หมายถึง ความตกลงว่าด้วยวิธีดาเนินการ ออกใบอนุญาตนาเขา้ ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลิว ที โอ (เอน็ ) นติ บิ คุ คล หมายถงึ องคก์ รใด ๆ ที่กอ่ ตัง้ ขึ้นหรือจัดต้ังขึ้นภายใต้กฎหมายท่ีใช้บังคับ ไมว่ ่าจะเพื่อผลกาไรหรอื ไม่ และไม่วา่ จะเป็นของเอกชนหรือเป็นของรัฐบาล รวมถึง บริษัทใด ๆ ทรัสต์ หุ้นส่วน หุ้นส่วนกิจการร่วมค้า กิจการเจ้าของผู้เดียว สมาคม หรอื องค์กรทคี่ ล้ายกนั (โอ) ประเทศพัฒนาน้อยท่ีสุด หมายถึง ประเทศท่ีได้รับการกาหนดจากสหประชาชาติ ว่าเป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และไม่ได้รับการแบ่งชั้นออกจากหมวดหมู่ประเทศ ที่พัฒนานอ้ ยท่ีสดุ (พ)ี ภาคีประเทศพัฒนานอ้ ยท่ีสดุ หมายถงึ ภาคีที่เปน็ ประเทศพัฒนาน้อยท่ีสดุ (ควิ ) มาตรการ หมายถึง มาตรการใด ๆ โดยภาคีไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ กฎ กระบวนการ การตัดสินใจ การกระทาทางปกครอง หรือรูปแบบอื่นใด (อาร)์ ภาคี หมายถงึ รัฐหรอื เขตศลุ กากรอสิ ระใดท่คี วามตกลงฉบบั นีม้ ีผลใชบ้ ังคบั (เอส) สินค้าท่ีเน่าเสียได้ หมายถึง สินค้าท่ีเน่าเสียอย่างรวดเร็วเนื่องจากคุณสมบัติ ตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในกรณีทไ่ี ม่มีการเก็บรักษาอยา่ งเหมาะสม (ท)ี บคุ คล หมายถงึ บุคคลธรรมดาหรอื นิติบคุ คล 1-2

(ยู) ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใด ๆ รวมถึงข้อมูลที่เก่ียวกับบุคคลที่ระบุตัวตน หรอื สามารถระบตุ วั ตนได้ (วี) ความตกลงการตรวจสอบก่อนส่งออก หมายถึง ความตกลงว่าด้วยการตรวจสอบ ก่อนสง่ ออก ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลวิ ที โอ (ดบั บลวิ )อาร์เซ็ป หมายถงึ หุ้นสว่ นทางเศรษฐกิจระดับภมู ิภาค (เอ็กซ์) คณะกรรมการร่วมอาร์เซ็ป หมายถึง คณะกรรมการร่วมอาร์เซ็ปท่ีจัดต้ังตาม ข้อ 18.2 (การจดั ต้ังคณะกรรมการรว่ มอาร์เซป็ ) (วาย) ความตกลงมาตรการปกป้อง หมายถึง ความตกลงว่าด้วยมาตรการปกป้อง ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลวิ ที โอ (แซด) ความตกลงเอส ซี เอ็ม หมายถึง ความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนและมาตรการ ตอบโต้ ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลวิ ที โอ (เอเอ) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หมายถึง วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงวิสาหกิจขนาดย่อย และอาจมีการกาหนดความหมายเพิ่มเติมในกรณีท่ี ใชบ้ งั คับได้ตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ หรือนโยบายระดบั ชาติของภาคีแตล่ ะฝ่าย (บีบ)ี ความตกลงเอส พี เอส หมายถึง ความตกลงว่าด้วยการใช้บังคับมาตรการ สุขอนามัยและสขุ อนามยั พืช ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลิว ที โอ (ซซี )ี ความตกลงที บี ที หมายถึง ความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลิว ที โอ (ดีดี) เอกสารการบริหารการค้า หมายถึง แบบฟอร์มท่ีออกหรือควบคุมโดยภาคี ซ่ึงจะต้องทาให้สมบูรณ์โดยหรือสาหรับผู้นาเข้าหรือผู้ส่งออกในส่วนที่เกี่ยวกับ การนาเข้าหรอื ส่งออกสนิ ค้า (อีอ)ี ความตกลงการอานวยความสะดวกทางการค้า หมายถึง ความตกลงว่าด้วย การอานวยความสะดวกทางการค้า ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลิว ที โอ (เอฟเอฟ)ความตกลงทริปส์ หมายถึง ความตกลงว่าด้วยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ทีเ่ ก่ียวกับการคา้ ในภาคผนวก 1 ซี ของความตกลงดบั บลวิ ที โอ 1-3

(จีจี) ความเข้าใจว่าด้วยบทบัญญัติเก่ียวกับดุลการชาระเงิน หมายถึง ความเข้าใจ ว่าด้วยบทบัญญตั เิ กย่ี วกับดุลการชาระเงินของความตกลงทว่ั ไปว่าด้วยภาษีศุลกากร และการคา้ 1994 ในภาคผนวก 1 เอ ของความตกลงดับบลิว ที โอ (เอชเอช)ดบั บลวิ ที โอ หมายถึง องค์การการคา้ โลก และ (ไอไอ) ความตกลงดับบลวิ ที โอ หมายถึง ความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก ทาขน้ึ ณ มาร์ราเกช เมอ่ื วันท่ี 15 เมษายน ค.ศ. 1994 ข้อ 1.3: วตั ถุประสงค์ ความตกลงฉบบั นม้ี ีวัตถุประสงคเ์ พ่อื (เอ) จัดตั้งกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ทันสมัย ครอบคลุม มีคุณภาพสูง และเป็นประโยชน์ร่วมกัน เพ่ืออานวยความสะดวกการขยายตัวของการค้า และการลงทุนในภูมิภาค และสนับสนุนการเจริญเติบโตและ การพัฒนา ทางเศรษฐกจิ ของโลก โดยคานงึ ถึงระดับการพฒั นาและความตอ้ งการทางเศรษฐกิจ ของกล่มุ ภาคี โดยเฉพาะภาคปี ระเทศพัฒนานอ้ ยท่สี ุด (บี) การเปิดเสรีอย่างก้าวหน้าและอานวยความสะดวกการค้าสินค้าระหว่างกลุ่มภาคี อาทิ การยกเลิกอุปสรรคทางภาษีและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีอย่างก้าวหน้าสาหรับ การค้าสินคา้ เกอื บทั้งหมดระหวา่ งกล่มุ ภาคี (ซ)ี การเปิดเสรีในการค้าบริการอย่างก้าวหน้าระหว่างกลุ่มภาคีโดยครอบคลุมสาขา ส่วนใหญ่ เพ่ือให้บรรลุการยกเลิกข้อกาจัดและมาตรการที่เลือกปฏิบัติที่สาคัญ ในสว่ นทเี่ กยี่ วกับการคา้ บรกิ ารระหวา่ งกลมุ่ ภาคี และ (ด)ี สร้างสภาพแวดล้อมในการลงทุนที่เสรี เอื้ออานวย และสามารถแข่งขันได้ ในภูมิภาค ที่จะเสริมสร้างโอกาสการลงทุน และการส่งเสริม การคุ้มครอง การอานวยความสะดวก และการเปิดเสรขี องการลงทุนระหว่างกลมุ่ ภาคี 1-4

บทท่ี 2 การค้าสินคา้ สว่ น เอ บทบัญญัติท่ัวไปและการเขา้ สูต่ ลาดของสนิ ค้า ขอ้ 2.1: คานยิ าม เพอื่ ความม่งุ ประสงค์ของบทนี้ (เอ) ธุรกรรมด้านกงสุล หมายถึง ข้อกาหนดให้สินค้าของภาคีหน่ึงท่ีมุ่งหมายสาหรับ การส่งออกไปยังดินแดนของภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง ต้องถูกส่งไปอยู่ภายใต้การกากับดูแล ของกงสุลของภาคีผู้นาเข้าในดินแดนของภาคีผู้ส่งออกเป็นลาดับแรก เพ่ือความ มุ่งประสงค์ในการได้รับบัญชีราคาสินค้าทางกงสุลหรือการตรวจลงตราทางกงสุล สาหรับบัญชีราคาสินค้าทางการค้า หนังสือรับรองถิ่นกาเนิดสินค้า บัญชีรายการ สินค้า ใบแจ้งการส่งออกของผู้ขนส่งสินค้า หรือเอกสารศุลกากรอื่นใดที่กาหนด สาหรับหรือที่เก่ียวกับการนาเข้า (บ)ี อากรศุลกากร หมายถงึ อากรศลุ กากรหรืออากรนาเข้าใด ๆ และค่าภาระประเภทใด ๆ ท่ีเรยี กเก็บโดยเกย่ี วเนือ่ งกับการนาเขา้ สินคา้ แตไ่ ม่รวมถงึ (หน่ึง) ค่าภาระใด ๆ ที่เทียบเท่ากับภาษีภายในประเทศ ซ่ึง เรียกเก็บ โดยสอดคลอ้ งกับวรรค 2 ของข้อ 3 ของแกตต์ 1994 (สอง) อากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรืออากรตอบโต้การอุดหนุนใด ๆ ท่ีนามาใช้ โดยสอดคล้องกับข้อ 6 ของแกตต์ 1994 ความตกลงเอ ดี และ ความตกลงเอส ซี เอม็ หรอื (สาม) ค่าธรรมเนียมหรือค่าภาระอื่นใด ๆ ซึ่งเทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายในการ ให้บรกิ าร (ซ)ี ราคาศุลกากรของสินค้า หมายถึง ราคาของสินค้าเพื่อความมุ่งประสงค์ ในการจัดเก็บอากรศลุ กากรแบบตามราคาสาหรับสินค้านาเข้า (ดี) ปลอดอากร หมายถึง ไม่มภี าระอากรศุลกากร 2-1

(อี) กระบวนการออกใบอนุญาตนาเข้า หมายถึง ขั้นตอนทางปกครองที่กาหนดให้ ย่ืนคาขอหรือเอกสารอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กาหนดโดยท่ัวไปเพื่อความมุ่งประสงค์ ในการตรวจผ่านทางศุลกากร ต่อหน่วยงานทางปกครองท่ีเก่ียวข้องของภาคีผู้นาเข้า ซง่ึ เปน็ เงือ่ นไขท่ตี อ้ งกระทากอ่ นการนาเขา้ มาในดินแดนของภาคผี ูน้ าเข้า และ (เอฟ) สินค้าท่ีได้ถ่ินกาเนิด หมายถึง สินค้าท่ีมีคุณสมบัติเป็นสินค้าที่ได้ถ่ินกาเนิดโดยเป็นไป ตามบทที่ 3 (กฎถิน่ กาเนดิ สนิ คา้ ) ขอ้ 2.2: ขอบเขต ยกเว้นจะระบุไวเ้ ป็นอยา่ งอื่นในความตกลงฉบับน้ี บทนจ้ี ะใชก้ บั การค้าสนิ ค้าระหวา่ งกลมุ่ ภาคี ขอ้ 2.3: การประติบัติเยี่ยงคนชาติในการจดั เก็บภาษีและกาหนดระเบยี บข้อบังคับภายใน ภาคีแต่ละฝ่ายจะให้การประติบัติเยี่ยงคนชาติแก่สินค้าของภาคีอ่ืนตามข้อ 3 ของแกตต์ 1994 เพอ่ื การนี้ ให้ขอ้ 3 ของแกตต์ 1994 รวมอยูใ่ นและเป็นส่วนหน่งึ ของความตกลงฉบับนี้โดยอนุโลม ขอ้ 2.4: การลดหรอื ยกเวน้ อากรศลุ กากร 1. ยกเว้นจะระบุไว้เป็นอย่างอ่ืนในความตกลงฉบับน้ี ภาคีแต่ละฝ่ายจะลดหรือยกเว้น อากรศุลกากรของตนสาหรับสินค้าที่ได้ถ่ินกาเนิดของภาคีอ่ืนโดยเป็นไปตามตารางของตนใน ภาคผนวก 1 (ตารางข้อผกู พันทางภาษี) 2. เพ่ือความชัดเจนยิ่งข้ึน โดยเป็นไปตามความตกลงดับบลิว ที โอ สินค้าที่ได้ถิ่นกาเนิด ของภาคีอื่นจะมีสิทธิ์ในช่วงการนาเข้า ท่ีจะใช้อัตราอากรศุลกากรการประติบัติเยี่ยงชาติ ท่ีได้รับความอนุเคราะห์ย่ิงที่ใช้จริงสาหรับสินค้าดังกล่าวในภาคีหน่ึง หากอัตราดังกล่าว ต่ากว่าอัตราอากรศุลกากรท่ีระบุไว้ในตารางของภาคีน้ันในภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพัน ทางภาษี) ของภาคีแต่ละฝ่าย ภายใต้บังคับของกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของภาคีน้ัน ภาคีแต่ละฝ่ายจะระบุให้ผู้นาเข้าอาจย่ืนคาขอรับอากรส่วนเกินท่ีได้ชาระไปคืนสาหรับ สนิ คา้ หน่ึง หากผ้นู าเข้าไม่ได้ยืน่ ขอใช้อตั ราอากรท่ตี ่ากว่าในชว่ งการนาเข้า 3. นอกเหนือจากอนุวรรค 1(บี) ของข้อ 4.5 (ความโปร่งใส) ภาคีแต่ละฝ่ายจะจัดให้มีไว้ แก่สาธารณะการแก้ไขใด ๆ ของอัตราอากรศุลกากรประติบัติเย่ียงชาติที่ได้รับ ความอนุเคราะห์ย่ิงท่ีใช้จริงของตนและอากรศุลกากรล่าสุดโดยเป็นไปตามวรรค 1 ตอ่ สาธารณะโดยเรว็ ท่ีสุดเทา่ ท่ีจะกระทาไดใ้ นทางปฏิบัติแตไ่ มช่ า้ ไปกว่าวันท่ีมีผลใชบ้ ังคบั 2-2

ข้อ 2.5: การเร่งขอ้ ผูกพันทางภาษี1 1. ไม่มีความใดในความตกลงฉบับน้ีจะห้ามมิให้ภาคีแก้ไขความตกลงฉบับน้ีตามข้อ 20.4 (การแก้ไข) เพื่อเร่งหรือปรับปรุงข้อผูกพันทางภาษีท่ีระบุไว้ในตารางของตนในภาคผนวก 1 (ตารางขอ้ ผกู พนั ทางภาษี) 2. ภาคีต้ังแต่สองฝ่ายขึ้นไป2 โดยต้ังอยู่บนพื้นฐานของการยินยอมร่วมกัน อาจปรึกษาหารือ เก่ียวกับการเร่งหรือปรับปรุงข้อผูกพันทางภาษีที่ระบุไว้ในตารางของตนในภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพันทางภาษี) ข้อตกลงท่ีจะเร่งหรือปรับปรุงข้อผูกพันทางภาษีระหว่างภาคี ดังกล่าวจะดาเนินการด้วยการแก้ไขตารางของภาคีน้ันในภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพัน ทางภาษี) โดยเป็นไปตามข้อ 20.4 (การแก้ไข) การเร่งหรือการปรับปรุงข้อผูกพันทางภาษี ดังกล่าวจะขยายใหก้ บั ภาคที ง้ั หมด 3. ภาคีหน่ึงอาจเร่งหรือปรับปรุงข้อผูกพันทางภาษีที่ระบุไว้ในตารางของตนในภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพันทางภาษี) ได้ทุกเมื่อ การเร่งหรือปรับปรุงข้อผูกพันทางภาษีดังกล่าว จะขยายให้กับภาคีทั้งหมดุ ภาคีดังกล่าวจะแจ้งให้ภาคีอ่ืนทราบโดยเร็วที่สุดเท่าที่ จะกระทาได้ในทางปฏิบัติก่อนท่ีอตั ราอากรศุลกากรการประตบิ ตั ิพิเศษจะมีผลใชบ้ งั คบั 4. เพ่ือความชัดเจนย่ิงขึ้น ภายหลังการเร่งหรือปรับปรุงข้อผูกพันทางภาษีฝ่ายเดียวของภาคี หน่ึงตามท่ีอ้างถึงในวรรค 3 ภาคีน้ันอาจยกระดับอากรศุลกากรการประติบัติพิเศษข้ึน ในระดับที่ไม่เกินกว่าอัตราอากรประติบัติพิเศษของอากรศุลกากรน้ันท่ีระบุไว้ในตาราง ของตนในภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพันทางภาษี) สาหรับปีท่ีเก่ียวข้อง ภาคีดังกล่าวจะแจ้ง ให้ภาคีอื่นทราบถึงวันที่อัตราใหม่ของอากรการประติบัติพิเศษจะมีผลใช้บังคับโดยเร็วท่ีสุด เท่าทจี่ ะกระทาไดใ้ นทางปฏิบตั ิก่อนวันที่ดงั กล่าว ขอ้ 2.6: อัตราอากรท่ีแตกตา่ งกัน 1. สนิ คา้ ทไ่ี ดถ้ ิน่ กาเนดิ ทุกรายการทมี่ ีอัตราอากรแตกต่างกัน3จะมีสิทธิได้รับการประติบัติพิเศษ ทางภาษีที่นามาใช้กับสินค้าที่ได้ถ่ินกาเนิดของภาคีผู้ส่งออกตามข้อผูกพันทางภาษีของภาคี ผู้นาเข้าท่ีระบุไว้ในตารางของภาคีผู้นาเข้านั้นในภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพันทางภาษี) ในช่วงการนาเข้า ก็ต่อเม่อื ภาคผี สู้ ่งออกเปน็ ประเทศถิ่นกาเนดิ อาร์เซป็ 1 เพอื่ ความชดั เจนยง่ิ ขึ้น ขอ้ นจ้ี ะใช้กับข้อผูกพันทางภาษีภายใตค้ วามตกลงฉบับนเ้ี ท่านนั้ 2 เพ่อื ความชัดเจนย่ิงข้นึ “ภาคีตงั้ แตส่ องฝา่ ยข้นึ ไป” หมายถึง ภาคีอารเ์ ซ็ปเพยี งบางประเทศ ไม่ใช่ทงั้ หมด 3 ภาคเี ข้าใจว่า “อัตราอากรแตกต่างกัน” หมายถึง การประติบัติทางภาษีที่แตกต่างกันซ่ึงภาคีผู้นาเข้านามาใช้กับ สนิ ค้าที่ได้ถน่ิ กาเนดิ รายการเดยี วกัน 2-3

2. ประเทศถ่ินกาเนิดอาร์เซ็ปสาหรับสินค้าที่ได้ถิ่นกาเนิดคือประเทศที่สินค้าได้รับสถานะ ถ่ินกาเนิดตามข้อ 3.2 (สินค้าท่ีได้ถ่ินกาเนิด) โดยในส่วนของอนุวรรค (บี) ของข้อ 3.2 (สินคา้ ทไ่ี ดถ้ นิ่ กาเนดิ ) ประเทศถ่ินกาเนดิ อาร์เซป็ สาหรับสนิ ค้าท่ีได้ถ่ินกาเนิดหน่ึงจะเป็นภาคี ผู้ส่งออกก็ต่อเมื่อมีกระบวนการผลิตนอกเหนือจากการดาเนินการเพียงเล็กน้อยที่ระบุไว้ ในวรรค 5 สาหรับสนิ คา้ ท่ีไดถ้ นิ่ กาเนิดนน้ั เกิดขนึ้ ในภาคีผูส้ ง่ ออกนนั้ 3. โดยไม่คานึงถึงวรรค 2 สาหรับสินค้าที่ได้ถิ่นกาเนิดท่ีภาคีผู้นาเข้าระบุไว้ในเอกสารแนบท้าย ของตารางของตนในภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพันทางภาษี) ประเทศถิ่นกาเนิดอาร์เซ็ป จะเป็นภาคผี สู้ ่งออกกต็ ่อเมอ่ื สินคา้ นั้นบรรลเุ ง่ือนไขเพิม่ เติมท่ีระบไุ ว้ในเอกสารแนบทา้ ยนั้น 4. ในกรณีที่ภาคผี สู้ ง่ ออกของสนิ คา้ ที่ได้ถิน่ กาเนิดหนงึ่ ไมไ่ ด้ถือวา่ เป็นประเทศถิ่นกาเนิดอาร์เซ็ป ตามวรรค 2 และ 3 ประเทศถ่ินกาเนิดอาร์เซ็ปสาหรับสินค้าที่ได้ถิ่นกาเนิดน้ันจะเป็นภาคี ท่ีสนับสนุนมูลค่าสูงสุดของวัตถุดิบที่ได้ถ่ินกาเนิดที่นามาใช้ในการผลิตสินค้านั้นในภาคี ผสู้ ง่ ออก ในกรณดี ังกลา่ ว สนิ ค้าทไี่ ดถ้ ่นิ กาเนิดน้ันจะมีสิทธิได้รับการประติบัติพิเศษทางภาษี ทน่ี ามาใช้กับสนิ ค้าท่ีได้ถ่ินกาเนดิ นั้นของประเทศถน่ิ กาเนิดอาร์เซป็ 5. เพ่ือความมุ่งประสงค์ของวรรค 2 “การดาเนินการเพียงเล็กน้อย” คือการดาเนินการใด ๆ ทีร่ ะบุไวต้ ามขา้ งล่าง ดังนี้ (เอ) กระบวนการเก็บรักษาเพื่อทาให้แน่ใจว่าสินค้าจะอยู่ในสภาพดีเพื่อวัตถุประสงค์ ในการขนส่งหรือการเก็บรักษา (บ)ี การบรรจุหีบห่อหรอื การนาเสนอสนิ ค้าเพื่อการขนสง่ หรือการขาย (ซี) กระบวนการอย่างง่าย4 ซ่ึงรวมถึงการกรอง การคัดการแยก การแยกประเภท การลับคม การตดั การเฉอื น การบด การดดั การม้วน หรอื การคลายเกลยี ว (ด)ี การติดหรือพิมพ์เครื่องหมาย ฉลาก ตราสัญลักษณ์ หรือท่ีคล้ายกันที่เป็น เครื่องหมายแยกความแตกต่างบนสนิ ค้าหรอื บรรจุภณั ฑ์ของสินคา้ (อี) การเจอื จางดว้ ยนา้ หรือสารอ่ืน ๆ เทา่ น้นั ซ่ึงไม่ทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงลักษณะเฉพาะ ของสินคา้ (เอฟ) การถอดแยกส่วนผลติ ภณั ฑ์ออกเป็นชิ้นสว่ น (จี) การฆา่ สตั ว์5 4 เพื่อความมุ่งประสงค์ของวรรคน้ี “อย่างง่าย” หมายถึง กิจกรรมท่ีไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษ หรือ เคร่ืองจักร เครอื่ งมอื หรอื อุปกรณท์ ่ีจดั ทาขึ้นเฉพาะเพอ่ื การผลิตหรือตดิ ตง้ั เพื่อดาเนินกจิ กรรมดงั กล่าว 2-4

(เอช) การทาสแี ละการขดั อย่างงา่ ย (ไอ) การปอก เอาเมลด็ ออก หรือการกะเทาะเปลอื กอยา่ งงา่ ย (เจ) การผสมอยา่ งง่ายโดยไม่คานึงถงึ ว่าเป็นสนิ คา้ ตา่ งชนดิ กันหรือไม่ หรอื (เค) การรวมกันของกระบวนการสอง (2) กระบวนการหรือมากกว่าท่ีอ้างถึง ในอนุวรรค (เอ) ถึง (เจ) 6. โดยไม่คานึงถึงวรรค 1 และ 4 ภาคีผู้นาเข้าจะอนุญาตให้ผู้นาเข้าย่ืนคาร้องขอสาหรับ การประติบัติพเิ ศษทางภาษีระหวา่ ง (เอ) อัตราสูงสุดของอากรศุลกากรท่ีภาคีผู้นาเข้าใช้กับสินค้าที่ได้ถ่ินกาเนิดรายการ เดียวกันจากภาคีท่ีมีส่วนร่วมในวัตถุดิบท่ีได้ถ่ินกาเนิดที่นามาใช้ในการผลิตสินค้า ดังกล่าว โดยผู้นาเข้าต้องสามารถพิสูจน์การเรียกร้องดังกล่าวได้ เพื่อความชัดเจน ย่ิงขึ้น วัตถุดิบที่ได้ถิ่นกาเนิดหมายถึงวัตถุดิบท่ีได้ถิ่นกาเนิดที่พิจารณาในคาร้องขอ สาหรับสถานะถน่ิ กาเนดิ ของสนิ คา้ ขัน้ สดุ ทา้ ย หรอื (บ)ี อตั ราสงู สุดของอากรศลุ กากรทภ่ี าคีผนู้ าเขา้ นามาใช้กับสินค้าท่ีได้ถิ่นกาเนิดรายการ เดียวกนั จากภาคีใดภาคหี น่งึ 7. โดยไม่คานึงถึงข้อ 20.8 (การทบทวนทั่วไป) ภาคีจะเริ่มทบทวนข้อนี้ภายในสอง (2) ปี นับตั้งแต่วันท่ีความตกลงฉบับน้ีมีผลใช้บังคับ และภายหลังจากน้ัน ทุก ๆ สาม (3) ปี หรือ ตามท่ีภาคีตกลงร่วมกัน เพื่อลดหรือขจัดเง่ือนไขของข้อน้ี รวมท้ังจานวนรายการสินค้า และเง่ือนไขท่ีระบุในเอกสารแนบท้ายของตารางของภาคีหนึ่งในภาคผนวก 1 (ตาราง ขอ้ ผกู พนั ทางภาษี) 8. โดยไมค่ านึงถงึ วรรค 7 สาหรับเอกสารแนบท้ายของตารางในภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพัน ทางภาษ)ี ภาคหี นง่ึ สงวนสิทธิในการแกไ้ ขเอกสารแนบท้ายของตน ซึ่งรวมถึงเง่ือนไขเพิ่มเติม ในเอกสารแนบท้ายนี้ ในกรณีการภาคยานุวัติความตกลงฉบับน้ีของรัฐหรือเขตศุลกากร อิสระอื่น การแก้ไขดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงของภาคีท้ังหมดและจะมีผลใช้บังคับ โดย เปน็ ไปตามข้อ 20.4 (การแกไ้ ข) และข้อ 20.9 (การภาคยานุวตั ิ) ข้อ 2.7: การจาแนกประเภทสนิ คา้ การจาแนกประเภทสินค้าทค่ี ้าขายระหวา่ งภาคจี ะต้องสอดคล้องกับระบบฮารโ์ มไนซ์ 5 เพอ่ื ความมุ่งประสงค์ของวรรคนี้ “การฆ่า” หมายถึง การฆ่าสัตว์เพยี งอย่างเดียว 2-5

ข้อ 2.8: การประเมินราคาศลุ กากร เพื่อความมุ่งประสงค์ในการกาหนดราคาศุลกากรของสินค้าท่ีค้าขายระหว่างภาคี ข้อ 7 ของแกตต์ 1994 รวมทัง้ ตอน 1 และหมายเหตกุ ารตคี วามของภาคผนวก 1 ของความตกลงการประเมินราคาศุลกากร จะนามาใช้โดยอนโุ ลม ขอ้ 2.9: สนิ ค้าผ่านแดน ภาคีแต่ละฝ่ายจะอานวยความสะดวกในการตรวจผ่านศุลกากรของสินค้าผ่านแดนจากหรือสู่ภาคี อีกฝ่ายตามวรรค 3 ของข้อ 5 ของแกตต์ 1994 และบทบัญญัติที่เก่ียวข้องของความตกลง การอานวยความสะดวกทางการคา้ ข้อ 2.10: การอนุญาตใหน้ าสินคา้ เขา้ มาชั่วคราว 1. ภาคีแต่ละฝ่ายจะอนุญาต ตามท่ีระบุไว้ในกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของตน ให้นาสินค้าเข้ามาในเขตศุลกากรของตนโดยยกเว้นการชาระอากรและภาษีนาเข้าท้ังหมด หรอื บางส่วนหากสินคา้ ดงั กลา่ ว (เอ) ถูกนาเข้ามาในเขตศุลกากรเพื่อความมุ่งประสงค์ทเ่ี ฉพาะเจาะจง (บี) มีเจตนาทจ่ี ะส่งกลบั ออกไปภายในระยะเวลาทเ่ี ฉพาะเจาะจง และ (ซ)ี ไม่ได้ผ่านการดาเนินการเปล่ียนแปลงใด ๆ ยกเว้นการเส่ือมราคาและการสูญเสีย ท่เี กิดจากการใช้งานตามปกติ 2. ภาคีแต่ละฝ่ายจะขยายการจากัดระยะเวลา เม่ือบุคคลที่เกี่ยวข้องร้องขอและตามเหตุผล ท่ีหน่วยงานศุลกากรของตนเห็นว่าสมควร สาหรับการอนุญาตให้นาสินค้าเข้ามาช่ัวคราว โดยยกเวน้ อากรตามที่ระบไุ ว้ในวรรค 1 ใหเ้ กินกวา่ ระยะเวลาที่กาหนดไวใ้ นตอนแรก 3. ไม่มภี าคีใดจะต้ังเง่ือนไขการนาสินค้าเข้ามาช่ัวคราวโดยยกเว้นอากรตามท่ีระบุไว้ในวรรค 1 นอกเหนือจากการกาหนดให้สนิ ค้า (เอ) ถูกนามาใช้โดยหรือภายใต้การกากับดูแลของคนชาติหรือผู้พานักอาศัยของภาคี อีกฝ่าย ในการดาเนินกิจกรรมธุรกิจ การค้า การประกอบอาชีพ หรือการกีฬา ของบุคคลนั้นเท่านน้ั (บี) ไมถ่ ูกนามาขายหรอื ปล่อยเชา่ ระหวา่ งทอ่ี ยู่ในดินแดนของภาคนี ั้น 2-6

(ซ)ี มีการวางหลักประกันหรือค้าประกันที่จะปล่อยคืนเม่ือสินค้านั้นถูกส่งออก ในสัดส่วนที่ไม่เกินกว่าอากรศุลกากร ภาษี ค่าธรรมเนียมหรือค่าภาระ ท่ีมิฉะนั้น จะต้องชาระในการเข้ามาหรอื การนาเขา้ ข้ันสุดทา้ ย (ด)ี สามารถทาการระบุไดเ้ ม่อื ถูกนาเข้ามาและส่งออกไป (อ)ี ถูกส่งออกไปเมื่อบุคคลท่ีอ้างถึงในอนุวรรค (เอ) เดินทางออกไป หรือภายใน ระยะเวลาอ่ืนตามความมุ่งประสงค์ของการนาสินค้าเข้ามาช่ัวคราวท่ีภาคี อาจกาหนด ยกเว้นได้มีการขยายระยะเวลา (เอฟ) ยอมรบั ให้นาเขา้ มาในปรมิ าณท่ไี มเ่ กนิ กวา่ ความเหมาะสมตามเจตนาท่จี ะใช้ และ (จ)ี มิฉะนั้น สามารถยอมรับให้นาเข้ามาในดินแดนของภาคีภายใต้กฎหมาย และระเบียบขอ้ บังคบั ของภาคนี ้นั 4. หากมีเง่ือนไขใดเง่ือนไขหนึ่งท่ีภาคีหนึ่งได้กาหนดไว้ในวรรค 3 ไม่สามารถปฏิบัติตาม จนสาเรจ็ ภาคีนั้นอาจจดั เก็บอากรศุลกากรและค่าภาระอ่ืนใดที่ตามปกติจะจัดเก็บกับสินค้า นั้น นอกเหนือจากค่าภาระอื่นใดหรือค่าปรับที่ได้ระบุไว้ในกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ของตน 5. ภาคีแต่ละฝ่ายจะอนุญาตให้สินค้าท่ีถูกนาเข้ามาช่ัวคราวภายใต้ข้อนี้ถูกส่งกลับออกไป ผา่ นท่าศลุ กากร6 อื่นทีไ่ ม่ใช่ท่าศลุ กากรทีส่ ินค้าน้ันไดถ้ ูกนาเข้ามา ข้อ 2.11: การอนุญาตให้นาคอนเทนเนอรแ์ ละพาเลทเข้ามาชัว่ คราว 1. ภาคีแต่ละฝ่ายจะอนุมัติตามท่ีกาหนดไว้ในกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของตน หรือบทบัญญัติ ของความตกลงระหว่างประเทศที่เก่ียวข้องที่ภาคีนั้นเป็นสมาชิก ให้ยกเว้น อากรสาหรับการนาคอนเทนเนอร์และพาเลท ซึ่งนามาใช้หรือจะนามาใช้ในการขนส่งสินค้า ท่ีค้าขายระหว่างประเทศ เข้ามาชั่วคราว ไม่ว่าแหล่งที่มาของคอนเทนเนอร์และพาเลทน้ัน จะเป็นท่ใี ด (เอ) เพ่ือความมุ่งประสงค์ของข้อน้ี “คอนเทนเนอร์” หมายถึง ชิ้นส่วนอุปกรณ์ขนส่ง (ลงั ไม้ แทง๊ ก์ทเี่ คล่อื นย้ายได้ หรือโครงสร้างอื่นทค่ี ลา้ ยคลึง) (หนึง่ ) ประกอบปิดรอบด้านทั้งหมดหรือบางส่วนเพื่อสร้างเป็นช่องสาหรับ การบรรทุกสินค้า 6 สาหรบั สปป.ลาว “ทา่ ศุลกากร” หมายถงึ ทา่ เรือศลุ กากรระหวา่ งประเทศ 2-7

(สอง) มคี วามถาวร แขง็ แรง เหมาะทจี่ ะใช้ไดห้ ลายครงั้ (สาม) ออกแบบเปน็ พเิ ศษเพื่อความสะดวกในการขนส่งสินค้าโดยยานพาหนะแบบหน่ึง แบบใดหรอื หลายแบบ โดยไมต่ ้องมีการรื้อบรรจุใหมร่ ะหวา่ งการขนส่ง (สี่) ออกแบบสาหรับการพรอ้ มเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะเม่ือขนถ่ายจากวิธีขนส่งหน่ึง ไปยงั อกี วธิ หี นึ่ง (ห้า) ออกแบบเพอื่ ให้ง่ายตอ่ การบรรจุของเข้าและนาของออก และ (หก) มพี ้ืนทภี่ ายในตงั้ แตห่ น่ึงลกู บาศก์เมตรขน้ึ ไป “คอนเทนเนอร์” จะรวมถงึ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ของคอนเทนเนอร์ที่เหมาะสม กับประเภทท่ีเก่ยี วขอ้ งหากส่วนประกอบและอุปกรณด์ งั กลา่ วติดมากับคอนเทนเนอร์ด้วย “คอนเทนเนอร์”จะไม่รวมถึงยานยนต์ ส่วนประกอบหรืออะไหล่สารองของยานยนต์ หรือบรรจภุ ัณฑห์ รอื พาเลท “ช้นิ สว่ นทถ่ี อดออกได้”จะถอื ว่าเป็นคอนเทนเนอร์ (บ)ี เพื่อความมุ่งประสงค์ของวรรคนี้ “พาเลท” หมายถึง เครื่องมือแผ่นรองรับ ท่ีสามารถนาสินค้าจานวนหนึ่งมารวบรวมและจัดเรียงไว้บนแผ่นรองรับน้ันให้เป็น หน่วยบรรทุกเดียวเพ่ือความมุ่งประสงค์ในการขนส่งสินค้าดังกล่าว หรือในการ เคลือ่ นย้ายหรือการจัดวางสนิ คา้ เปน็ ชนั้ โดยมเี ครอื่ งมอื จกั รกลชว่ ยเหลือ เครื่องมือนี้ ทาขึ้นจากแผ่นรองรับสองแผ่นท่ีถูกแยกออกจากกันด้วยขายัน หรือแผ่นรองรับ แผ่นเดียวที่ค้ายันด้วยขาตั้ง ความสูงโดยรวมจะทาให้ต่าลงท่ีสุดเพ่ือให้เหมาะกับ การเคลอ่ื นย้ายโดยรถยกหรือรถลากพาเลท โดยพาเลทนั้นอาจมีหรือไม่มีโครงสร้าง ส่วนบนกไ็ ด้ 2. ภายใต้บังคับของบทท่ี 8 (การค้าบริการ) และบทที่ 10 (การลงทุน) ในส่วนของคอนเทนเนอร์ที่ ได้นาเขา้ มาชว่ั คราวตามวรรค 17 (เอ) ภาคีแต่ละฝ่ายจะอนุญาตให้คอนเทนเนอร์ท่ีนามาใช้ในการขนส่งระหว่างประเทศ โดยเข้ามาในดินแดนของตนจากดินแดนของภาคีอีกฝ่าย ออกจากดินแดนของตน ในเส้นทางใด ๆ ที่เหมาะสมในการนาคอนเทนเนอร์ดังกล่าวออกไปอย่างคุ้มค่าทาง เศรษฐกจิ และโดยพลนั 8 7 เพื่อความชดั เจนยิง่ ข้นึ ไม่มีความใดในวรรคน้ีจะกระทบต่อสทิ ธขิ องภาคีหน่งึ ในการนามาใช้หรือคงไว้ซึ่งมาตรการ ตามข้อ 17.12 (ขอ้ ยกเว้นท่ัวไป) หรือข้อ 17.13 (ข้อยกเว้นดา้ นความม่นั คง) 8 เพือ่ ความชดั เจนยงิ่ ขนึ้ ไมม่ ีความใดในอนวุ รรคนห้ี ้ามมิให้ภาคีนามาใช้หรือคงไวซ้ งึ่ มาตรการวา่ ดว้ ยความปลอดภัย ทางถนนและทางรถไฟที่ใช้โดยท่ัวไป หรือห้ามมิให้คอนเทนเนอร์เข้ามาหรือออกจากดินแดนของภาคีน้ันในพ้ืนท่ี 2-8

(บ)ี ไม่มีภาคีใดจะกาหนดให้วางประกันหรือบังคับใช้บทลงโทษใดหรือค่าภาระใด ๆ เพียงเพราะทา่ เรือที่คอนเทนเนอรเ์ ข้ามาแตกต่างจากท่าเรือทค่ี อนเทนเนอร์ออกไป (ซ)ี ไม่มีภาคใี ดจะกาหนดให้ปล่อยคืนของประกนั ท่ภี าคไี ด้กาหนดไว้ในการนาคอนเทนเนอร์ เข้ามาในดินแดนของตน ภายใต้เง่ือนไขว่า คอนเทนเนอร์จะต้องออกไปผ่านท่าเรือ ใดเปน็ การเฉพาะเจาะจง และ (ดี) ไม่มีภาคีใดจะกาหนดให้ผู้ขนส่งที่นาคอนเทนเนอร์จากดินแดนภาคีอีกฝ่ายเข้ามา ในดินแดนของตน จะต้องเป็นผู้ขนส่งคนเดียวกันท่ีนาคอนเทนเนอร์ออกไป สู่ดนิ แดนของภาคีอกี ฝ่าย ข้อ 2.12: การยกเว้นอากรนาเขา้ ตัวอยา่ งสนิ คา้ ทไี่ ม่มีมลู ค่าทางการคา้ ภาคีแต่ละฝ่ายจะยกเว้นอากรนาเข้า ภายใต้บังคับของกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของภาคีน้ัน สาหรับตัวอย่างสินค้าท่ีไม่มีมูลค่าทางการค้าที่นาเข้ามาจากดินแดนของภาคีอีกฝ่าย ไม่ว่าแหล่งท่ีมา ของตวั อย่างสนิ ค้าน้ันจะเปน็ ท่ใี ด ขอ้ 2.13: การอุดหนนุ การสง่ ออกสินค้าเกษตร 1. กลุ่มภาคยี นื ยันข้อผูกพันของตนตามมตริ ฐั มนตรีว่าด้วยการแข่งขันด้านการส่งออกเม่ือวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2015 (ดับบลิว ที/เอ็ม ไอ เอ็น (15)/45, (ดับบลิว ที/แอล/980) รับรอง ณ กรุงไนโรบี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2015 ซึ่งรวมถึงการขจัดสิทธิการอุดหนุน การสง่ ออกสนิ คา้ เกษตรทร่ี ะบุไว้ในตารางข้อลดหย่อน 2. กลุ่มภาคีมีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการขจัดการอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตรในระดับ พหุภาคีและจะทางานร่วมกันเพื่อป้องกันมิให้การอุดหนุนนั้นถูกนากลับมาใช้ ไม่ว่าจะ ในรูปแบบใด ขอ้ 2.14: การแปลงพิกัดศุลกากรในตารางข้อผูกพันทางภาษี ภาคีแต่ละฝ่ายจะทาให้มั่นใจว่า การแปลงพิกัดศุลกากรในตารางของตนในภาคผนวก 1 (ตาราง ข้อผูกพันทางภาษี) เพ่ือท่ีจะบังคับใช้ภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพันทางภาษี) ตามการจาแนกพิกัด ของระบบเอช เอส ท่ีได้ทบทวนในแต่ละรอบแก้ไขระบบเอช เอส จะมีการดาเนินการโดยไม่ส่งผล กระทบเสียหายตอ่ ขอ้ ผกู พันทางภาษที รี่ ะบไุ วใ้ นภาคผนวก 1 (ตารางขอ้ ผูกพนั ทางภาษ)ี ท่ีภาคีไม่ได้มีท่าเรือศุลกากร ภาคีหนึ่งอาจจัดส่งรายการท่าเรือสาหรับการนาคอนเทนเนอร์ออกไปตามกฎหมาย และระเบยี บขอ้ บงั คับของตน ให้แก่ภาคีอ่นื 2-9

ข้อ 2.15: การแกไ้ ขข้อผกู พนั ในสถานการณ์พิเศษ กรณีภาคีหน่ึงประสบความยากลาบากที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ในการปฏิบัติตามข้อผูกพันทางภาษีของตน ภาคีน้ันอาจแก้ไขหรือเพิกถอนข้อลดหย่อนที่ระบุไว้ ในตารางของตนในภาคผนวก 1 (ตารางข้อผูกพันทางภาษี) โดยความเห็นชอบของภาคีอ่ืนที่มี ส่วนได้สว่ นเสียและการตดั สินใจของคณะกรรมการรว่ มอารเ์ ซ็ป ในการท่ีจะได้รับความตกลงดังกล่าว ภาคีที่เสนอแก้ไขหรือเพิกถอนข้อลดหย่อนของตน จะแจ้งคณะกรรมการร่วมอาร์เซ็ปและเร่ิม การเจรจากับภาคีท่ีมีส่วนได้ส่วนเสีย ในการเจรจาดังกล่าว ภาคีท่ีเสนอแก้ไขหรือ เพิกถอน ข้อลดหย่อนของตน จะยังคงระดับข้อลดหย่อนที่ต่างตอบแทนและเป็นประโยชน์ร่วมกันไว้ให้ เป็นการอนุเคราะห์ต่อการค้าของภาคีอ่ืนท่ีมีส่วนได้ส่วนเสียทุกประเทศโดยไม่ด้อยไปกว่าที่ระบุไว้ ในความตกลงฉบับน้ีก่อนการเจรจาดังกล่าว ซ่ึงอาจรวมถึงการแก้ไขเพื่อชดเชยในส่วนของสินค้าอ่ืน ผลลัพธ์ของการเจรจาที่ตกลงร่วมกัน รวมถึงการปรับแก้ไขเพ่ือชดเชย จะสะท้อนในภาคผนวก 1 (ตารางขอ้ ผกู พันทางภาษ)ี ตามขอ้ 20.4 (การแก้ไข) สว่ น บี มาตรการที่มใิ ชภ่ าษี ขอ้ 2.16: การใช้มาตรการทม่ี ิใชภ่ าษี 1. ภาคีหน่ึงจะไม่นามาใช้หรือคงไว้ซ่ึงมาตรการท่ีมิใช่ภาษีเกี่ยวกับการนาเข้าสินค้าจากภาคี อีกฝ่ายหรือการส่งออกสินค้าไปยังดินแดนของภาคีอีกฝ่าย ยกเว้นที่เป็นไปตามสิทธิ และพันธกรณีของภาคีนนั้ ภายใตค้ วามตกลงดับบลิว ที โอ หรอื ความตกลงฉบับนี้ 2. ภาคแี ต่ละฝ่ายจะทาให้มั่นใจถึงความโปร่งใสของมาตรการท่ีมิใช่ภาษีของตนที่ได้รับอนุญาต ตามวรรค 1 ของข้อนี้ และทาให้มั่นใจว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้มีการเตรียมการ นามาใช้ หรือบงั คบั ใช้ เพอ่ื วัตถุประสงค์หรือมีผลกระทบท่ีจะก่อให้เกิดอุปสรรคท่ีไม่จาเป็นต่อการค้า ระหว่างภาคี ขอ้ 2.17: การขจดั ขอ้ จากัดด้านปริมาณโดยท่วั ไป 1. ยกเว้นจะระบุไวเ้ ปน็ อย่างอนื่ ในความตกลงฉบบั น้ี ไมม่ ภี าคใี ดจะนามาใช้หรือคงไว้ซึ่งข้อห้าม หรือข้อจากัด นอกเหนือจากอากร ภาษีหรือค่าภาระอ่ืน ๆ ไม่ว่าจะมีผลใช้บังคับผ่านระบบ โควตา ใบอนุญาตนาเข้าหรือส่งออกหรือมาตรการอ่ืน ในการนาเข้าสินค้าของภาคีอีกฝ่าย หรือการส่งออกสินค้าไปยังดินแดนของภาคีอีกฝ่าย ยกเว้นที่เป็นไปตามสิทธิและพันธกรณี ของภาคีนั้นภายใต้บทบัญญัติท่ีเกี่ยวข้องของความตกลงดับบลิว ที โอ เพื่อการน้ี ให้ข้อ 11 ของแกตต์ 1994 รวมอยู่ในและเป็นส่วนหน่งึ ของความตกลงฉบบั นี้โดยอนโุ ลม 2-10

2. กรณีทภี่ าคหี น่ึงนามาใช้ข้อห้ามหรอื ข้อจากัดในการสง่ ออกตามอนุวรรค 2(เอ) ของขอ้ 11 ของแกตต์ 1994 ภาคนี น้ั จะ เมือ่ มีคาร้องขอ (เอ) แจ้งภาคีอีกฝ่ายหรือกลุ่มภาคีเกี่ยวกับข้อห้ามหรือข้อจากัดดังกล่าว และเหตุผล พร้อมท้ังลักษณะและระยะเวลาที่คาดการณ์ไว้ หรือเผยแพร่ข้อห้ามหรือข้อจากัด ดังกล่าว และ (บ)ี ให้ภาคีอีกฝ่ายท่ีอาจได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง มีโอกาสที่สมเหตุสมผล ในการปรกึ ษาหารือเก่ยี วกับประเดน็ ท่เี กยี่ วเนอ่ื งกบั ข้อห้ามหรือข้อจากดั ดังกลา่ ว ขอ้ 2.18: การปรึกษาหารือทางเทคนคิ เกี่ยวกบั มาตรการท่ีมใิ ชภ่ าษี 1. ภาคหี นงึ่ อาจร้องขอให้มกี ารปรกึ ษาหารือทางเทคนคิ กับภาคีอีกฝ่ายเก่ียวกับมาตรการที่ภาคี น้ันเห็นว่ามีผลกระทบเชิงลบต่อการค้าของตน คาร้องขอจะเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร และระบุมาตรการและข้อกังวลอย่างชัดเจนว่า มาตรการมีผลกระทบเชิงลบอย่างไร ต่อการค้าระหว่างภาคีท่ีร้องขอให้มีการปรึกษาหารือเชิงเทคนิค (ต่อไปในที่นี้จะเรียกว่า “ภาคีผู้ร้องขอ” ในข้อน้ี) และภาคีที่ถูกร้องขอ (ต่อไปในท่ีนี้จะเรียกว่า “ภาคีท่ีได้รับ การร้องขอ”ในข้อน้ี ) 2. ในกรณที ม่ี าตรการอยู่ในขอบเขตครอบคลมุ ของบทอ่นื กลไกการปรึกษาหารือใด ๆ ท่ีระบุไว้ ในบทนั้นจะเป็นกลไกที่นามาใช้ ยกเว้นจะตกลงไว้เป็นอย่างอ่ืนระหว่างภาคีผู้ร้องขอ และภาคที ไี่ ดร้ ับการร้องขอ (ตอ่ ไปในทน่ี ้ี จะเรยี กรว่ มกนั วา่ “ภาคผี ู้ปรกึ ษาหารือ” ในข้อนี้) 3. ยกเว้นที่ได้ระบุไว้ในวรรค 2 ภาคีท่ีได้รับการร้องขอจะตอบกลับภาคีผู้ร้องขอและเข้าสู่ การปรึกษาหารือทางเทคนิคภายใน 60 วันของวันท่ีได้รับคาร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ตามที่อา้ งถงึ ในวรรค 1 ยกเว้นภาคผี ู้ปรึกษาหารือจะกาหนดไว้เป็นอย่างอ่ืน เพื่อหาทางออก อันเป็นที่พึงพอใจร่วมกันภายใน 180 วันของคาร้องขอ การปรึกษาหารือเชิงเทคนิค อาจดาเนินการผ่านวิธีใด ๆ ทภ่ี าคผี ปู้ รึกษาหารือตกลงรว่ มกนั 4. ยกเว้นที่ได้ระบุไว้ในวรรค 2 คาร้องขอให้มีการปรึกษาหารือทางเทคนิคจะถูกเวียนแจ้งภาคี อ่ืนทุกภาคี ภาคีอ่ืนอาจร้องขอเข้าร่วมการปรึกษาหารือ ทางเทคนิคบนพื้นฐาน ของผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในคาร้องขอของตน การเข้าร่วมของภาคีอื่นข้ึนอยู่กับการยินยอม ของภาคีผู้ปรึกษาหารือ ภาคีผู้ปรกึ ษาหารอื จะพิจารณาคาร้องขอดังกล่าวอยา่ งครบถ้วน 5. หากภาคีผู้ร้องขอเห็นว่าเป็นประเด็นเร่งด่วนหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าท่ีเน่าเสียง่าย ภาคีน้ัน อาจรอ้ งขอให้มีการปรกึ ษาหารอื ทางเทคนิคภายในกรอบเวลาที่ส้ันกว่าที่ระบุไว้ในวรรค 3 2-11

6. ยกเว้นท่ีได้ระบุไว้ในวรรค 2 ภาคีแต่ละฝ่ายจะดาเนินการแจ้งรายปีต่อคณะกรรมการ ดา้ นสินค้าเก่ียวกับการใช้การปรึกษาหารือทางเทคนิคภายใต้ข้อน้ี ไม่ว่าจะเป็นภาคีผู้ร้องขอ หรือภาคีที่ได้รับการร้องขอ การดาเนินการแจ้งนี้จะประกอบด้วยบทสรุปของความคืบหน้า และผลลพั ธ์ของการปรึกษาหารอื 7. เพื่อความชัดเจนย่ิงขึ้น การปรึกษาหารือทางเทคนิคภายใต้ข้อน้ีจะไม่ส่งผลเสียหายต่อสิทธิ และพันธกรณีของภาคีหน่ึงที่เก่ยี วกับกระบวนการระงับข้อพิพาทภายใต้บทท่ี 19 (การระงับ ขอ้ พพิ าท) และความตกลงดับบลิว ที โอ ข้อ 2.19: กระบวนการออกใบอนญุ าตนาเข้า 1. ภาคีแต่ละฝ่ายจะทาให้มั่นใจว่า กระบวนการออกใบอนุญาตนาเข้า ท้ังแบบอัตโนมัติและ ไม่อัตโนมัติ จะมีการดาเนินการที่เป็นไปอย่างโปร่งใสและคาดการณ์ได้ และปฏิบัติตาม ความตกลงการออกใบอนุญาตนาเข้า ไม่มีภาคีใดท่ีจะนามาใช้หรือยังคงมาตรการ ท่ไี ม่สอดคล้องกับความตกลงการออกใบอนุญาตนาเขา้ 2. ภาคีแต่ละฝ่ายจะแจ้งภาคีอื่นทันทีภายหลังที่ความตกลงฉบับน้ีมีผลใช้บังคับกับภาคีน้ัน เก่ียวกับกระบวนการออกใบอนุญาตนาเข้าของตนท่ียังคงอยู่ การดาเนินการแจ้งจะ ครอบคลุมข้อมูลท่ีระบุไว้ในวรรค 2 ของข้อ 5 ของความตกลงการออกใบอนุญาตนาเข้า ภาคหี นงึ่ จะถือวา่ ไดป้ ฏบิ ตั ติ ามข้อนแ้ี ล้วหาก (เอ) ภาคีน้ันได้แจ้งกระบวนการต่อคณะกรรมการว่าด้วยการออกใบอนุญาตนาเข้า ภายใต้ดับบลิว ที โอ ตามท่ีระบุไว้ในข้อ 4 ของความตกลงการ ออกใบอนุญาต นาเข้า (ต่อไปในที่น้ีจะเรียกว่า “คณะกรรมการว่าด้วยการออกใบอนุญาตนาเข้า ภายใต้ดับบลิว ที โอ” ในข้อน้ี) พร้อมทั้งข้อมูลท่ีระบุไว้ในวรรค 2 ของข้อ 5 ของความตกลงการออกใบอนญุ าตนาเข้า และ (บี) ในรอบการดาเนินการแจ้งรายปีต่อคณะกรรมการว่าด้วยการออกใบอนุญาตนาเข้า ล่าสุดเพ่ือตอบแบบสอบถามประจาปีในเร่ืองวิธีดาเนินการออกใบอนุญาตนาเข้า ตามที่อธิบายไว้ในวรรค 3 ของข้อ 7 ของความตกลงการออกใบอนุญาตนาเข้า ภาคีนั้นได้แจ้งข้อมูลตามที่กาหนดไว้ในแบบสอบถามน้ันสาหรับกระบวนการ ออกใบอนุญาตท่ียังคงอยู่ 3. ภาคีแต่ละฝ่ายจะแจ้งภาคีอื่นถึงกระบวนการออกใบอนุญาตนาเข้าใหม่และการแก้ไขใด ๆ ต่อกระบวนการออกใบอนุญาตนาเข้าที่ยังคงอยู่ เท่าท่ีจะเป็นไปได้ภายใน 30 วัน ก่อนที่กระบวนการใหม่หรือการแก้ไขจะมีผลใช้บังคับ ไม่มีกรณีใดท่ีภาคีจะดาเนินการ แจง้ ชา้ ไปกว่า 60 วันภายหลังวันทเี่ ผยแพรม่ าตรการ การดาเนินการแจ้งในวรรคน้ีจะรวมถึง ข้อมูลที่ระบุไว้ในข้อ 5 ของความตกลงการออกใบอนุญาตนาเข้า ภาคีหนึ่งจะถือว่าปฏิบัติ 2-12

ตา ม ว ร ร คน้ี ห า ก ภ าคี นั้ น ไ ด้ แ จ้ ง ก ร ะ บ ว น ก า ร อ อก ใ บ อ นุ ญ าต น า เ ข้ าใ ห ม่ ห รื อก า ร แ ก้ ไ ข ต่อกระบวนการออกใบอนญุ าตนาเข้าทย่ี ังคงอยู่ ต่อคณะกรรมการว่าด้วยการออกใบอนุญาตนาเข้า ภายใต้ดับบลิว ที โอ ตามวรรค 1 2 หรือ 3 ของข้อ 5 ของความตกลงการออกใบอนุญาตนาเขา้ 4. ก่อนที่จะใช้บังคับกระบวนการออกใบอนุญาตนาเข้าใหม่หรือกระบวนการออกใบอนุญาต นาเข้าท่ีแก้ไข ภาคีหนึ่งจะเผยแพร่กระบวนการใหม่หรือการแก้ไขบนเว็บไซต์ทางการ ของรัฐบาล ภาคีน้ันจะดาเนินการดังกล่าวเท่าท่ีจะเป็นไปได้อย่างน้อย 21 วัน กอ่ นกระบวนการใหมห่ รอื การแกไ้ ขจะมผี ลใช้บังคบั 5. การดาเนินการแจ้งท่ีกาหนดในวรรค 2 และ 3 จะไม่ส่งผลอคติต่อการพิจารณาว่า กระบวนการออกใบอนุญาตนาเขา้ สอดคล้องกับความตกลงฉบบั น้ีหรอื ไม่ 6. การดาเนินการแจ้งในวรรค 3 จะระบุวา่ มกี ารดาเนินการดังต่อไปนี้หรือไม่ภายใต้กระบวนการที่จะแจง้ (เอ) ใบอนุญาตนาเข้าสาหรับสินค้าใด ๆ มีข้อกาหนดในการจากัดผู้ใช้สินค้าข้ันสุดท้าย ทไ่ี ด้รบั อนญุ าต หรอื (บี) ภาคีกาหนดเง่ือนไขด้านคุณสมบัติท่ีจะได้รับเลือกให้ได้รับใบอนุญาตนาเข้าสินค้า ใด ๆ ดังต่อไปน้ี (หนึง่ ) สมาชิกในสมาคมอตุ สาหกรรม (สอง) การอนุมตั คิ าขอใบอนุญาตนาเขา้ โดยสมาคมอุตสาหกรรม (สาม) ประวัตกิ ารนาเข้าสนิ ค้าหรือสนิ คา้ ท่คี ลา้ ยคลึงกัน (สี่) ศักยภาพการผลติ ขั้นต่าของผ้นู าเข้าหรอื ผู้ใช้สินค้าขน้ั สดุ ทา้ ย (หา้ ) ทุนจดทะเบียนขนั้ ต่าของผนู้ าเข้าหรือผู้ใช้สนิ ค้าขั้นสดุ ท้าย หรอื (หก) ความสัมพันธ์ทางสัญญาหรืออ่ืน ๆ ระหว่างผู้นาเข้าและผู้จาหน่าย ในดนิ แดนของภาคี 7. ภาคีแต่ละฝ่ายจะตอบข้อซักถามอันสมเหตุสมผลจากภาคีอีกฝ่ายเท่าที่จะเป็นไปได้ภายใน 60 วนั เก่ยี วกบั เง่ือนไขทห่ี น่วยงานออกใบอนุญาตนาเข้าของตนนามาพิจารณาในการอนุมัติ หรือปฏิเสธออกใบอนุญาตนาเข้า ภาคีผู้นาเข้าจะเผยแพร่ข้อมูลอย่างเพียงพอสาหรับภาคี อนื่ และผู้ค้าเพือ่ ให้ทราบถงึ พนื้ ฐานในการพิจารณาอนุมัติหรอื จดั สรรใบอนญุ าตนาเขา้ 2-13

8. ไม่มีคาขอใบอนุญาตนาเข้าใดจะถูกปฏิเสธเนื่องจากความผิดพลาดเล็กน้อยทางเอกสาร ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อมูลพื้นฐานที่ระบุไว้ในคาขอน้ัน ความผิดพลาดเล็กน้อยทางเอกสาร อาจรวมถึงความผิดพลาดในรูปแบบ อาทิ ความกว้างของขอบเอกสารหรือตัวอักษรที่ใช้ และความผิดพลาดในการสะกดคาซ่ึงชัดเจนว่าไม่ได้มีเจตนาฉ้อโกงหรือประมาทเลินเล่อ อยา่ งรา้ ยแรง 9. หากภาคีหน่ึงปฏิเสธคาขอใบอนุญาตนาเข้าสาหรับสินค้าหนึ่งของภาคีอีกฝ่าย ภาคีนั้น จะอธิบายแก่ผู้ย่ืนคาขอใบอนุญาตนาเข้าให้ทราบถึงเหตุผลของการปฏิเสธน้ัน เมื่อผู้ย่ืน คาขอใบอนุญาตนาเข้าร้องขอและภายในระยะเวลาอนั เหมาะสมภายหลังท่ไี ด้รบั การรอ้ งขอ ข้อ 2.20: ค่าธรรมเนยี มและพิธกี ารท่ีเกีย่ วเน่ืองกบั การนาเข้าและการสง่ ออก 1. ภาคีแต่ละฝ่ายจะทาให้มั่นใจตามวรรค 1 ของข้อ 8 ของแกตต์ 1994 ว่า ค่าธรรมเนียม และค่าภาระท้ังหมดไม่ว่าจะมีลักษณะใด (นอกเหนือจากอากรนาเข้าหรือส่งออก ค่าภาระ ท่ีเทียบเท่ากับภาษีภายในหรือค่าภาระภายในอื่นใดที่นามาใช้โดยสอดคล้องกับวรรค 2 ของข้อ 3 ของแกตต์ 1994 และภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดและภาษีตอบโต้การอุดหนุน) ที่จัดเก็บหรือเกี่ยวเนื่องกับการนาเข้าหรือการส่งออก จะถูกจากัดในสัดส่วนของค่าใช้จ่าย โดยประมาณของการให้บริการและไม่เป็นไปเพื่อการปกป้องสินค้าภายในประเทศทางอ้อม หรือการเก็บภาษีการนาเขา้ หรอื การส่งออกเพื่อความมุง่ ประสงค์ทางการคลงั 2. ภาคีแต่ละฝ่ายจะเผยแพร่โดยพลันเกี่ยวกับรายละเอียดของค่าธรรมเนียมและค่าภาระ ที่จัดเก็บโดยเกี่ยวเน่ืองกับการนาเข้าหรือการส่งออกและทาให้ข้อมูลดังกล่าวเข้าถึงได้ ทางอินเทอร์เน็ต 3. ไม่มีภาคีใดจะกาหนดให้มีการทาธุรกรรมด้านกงสุล รวมถึงค่าธรรมเนียมและค่าภาระ ที่เกี่ยวข้องโดยเกี่ยวเนื่องกับการนาเข้าสินค้าของภาคีอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่มีภาคีใดจะกาหนดให้ เอกสารศุลกากรท่ีจัดเตรียมโดยเก่ียวเน่ืองกับการนาเข้าสินค้าของภาคีอ่ืน ต้องได้รับ การอนุมัติ รับรอง หรือมิฉะนั้นผ่านการตรวจสอบหรือเห็นชอบโดยผู้แทนภาคีผู้นาเข้า ณ ต่างประเทศ หรือหน่วยงานท่ีมีอานาจในนามของภาคีผู้นาเข้า รวมทั้งจะไม่จัดเก็บ คา่ ธรรมเนยี มหรือคา่ ภาระทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ขอ้ 2.21: การริเริม่ รายสาขา 1. กลุ่มภาคีอาจตัดสินใจริเริ่มแผนการทางานในประเด็นรายสาขา หากกลุ่มภาคีตัดสินใจริเร่ิม แผนการทางานดังกล่าว แผนการทางานนั้นจะจัดทาและกากับดูแลโดยคณะกรรมการ ด้านสินค้า กลุ่มภาคีจะพยายามจัดทาแผนการทางานให้เสร็จส้ินไม่ช้าไปกว่าสอง (2) ปี ภายหลงั ทไี่ ดร้ เิ ร่ิมแผนการทางาน 2-14

2. กลุ่มภาคีจะตกลงสาขาที่จะรวมไวใ้ นแผนการทางาน โดยคานึงถึงประโยชน์ของภาคีทั้งหมด ซง่ึ รวมถงึ สาขาท่กี ลมุ่ ภาคีได้เสนอในระหว่างการเจรจาความตกลงฉบับน้ีหรือสาขาอ่ืนท่ีภาคีหน่ึง อาจระบุ 3. แผนการทางานใด ๆ ท่รี ิเริ่มภายใต้ข้อน้ีควรจะดาเนนิ การเพอ่ื (เอ) ยกระดบั ความเข้าใจของกลมุ่ ภาคใี นประเด็นนน้ั (บ)ี อานวยความสะดวกขอ้ มลู จากภาคธุรกจิ และผูม้ ีส่วนไดส้ ว่ นเสยี ที่เก่ียวขอ้ งอนื่ และ (ซี) สารวจการดาเนินการทเ่ี ปน็ ไปไดข้ องกลมุ่ ภาคที จ่ี ะอานวยความสะดวกทางการค้า 4. บนพื้นฐานผลลัพธ์ของแผนการทางานใด ๆ ท่ีได้ริเร่ิมภายใต้ข้อนี้ คณะกรรมการด้านสินค้า อาจจัดทาขอ้ เสนอแนะเสนอคณะกรรมการรว่ มอาร์เซ็ป 2-15

บทท่ี 3 กฎถิ่นกาเนดิ สินค้า สว่ น เอ กฎถน่ิ กาเนิดสินค้า ขอ้ 3.1: คานิยาม เพื่อความมงุ่ ประสงคข์ องบทนี้ (เอ) การเพาะเล้ียงสิ่งมีชีวิตทางน้า หมายถึง การท้าฟาร์มส่ิงมีชีวิตทางน้า ซึ่งรวมถึง ปลา สตั ว์น้าจา้ พวกโมลลุสก์ สตั วน์ า้ จ้าพวกครสั ตาเซยี สัตว์น้าที่ไม่มีกระดูกสันหลัง อื่น ๆ และพืชน้า จากลูกส่ิงมีชีวิตทางน้า เช่น ไข่ ลูกปลา ปลาเล็ก และตัวอ่อน โดยการเข้าไปมีบทบาทในกระบวนการเลี้ยงดูหรือทำให้เติบโตเพื่อเพิ่มกำรผลิต เชน่ กำรขยำยพันธ์ุ กำรให้อำหำร หรอื กำรปกปอ้ งจำกผ้ลู ่ำ (บี) มูลค่า ซี ไอ เอฟ หมายถึง มูลค่าของสินค้าที่น้าเข้า รวมต้นทุนของค่าประกันภัย และคา่ ระวาง จนถงึ ทา่ เรือหรอื สถานทท่ี ีม่ ีการน้าสินคา้ เขา้ ประเทศผูน้ า้ ของเขา้ (ซี) หน่วยงานผู้มีอานาจ หมายถึง หนว่ ยงานรัฐบาล หรือหน่วยงานทีไ่ ด้รับมอบอ้านาจ ใหก้ ระท้าการจากภาคหี นงึ่ และแจ้งใหก้ ลุ่มภาคีอ่ืน ๆ ทั้งหมดรบั ทราบ (ดี) หน่วยงานศุลกากร หมายถึง หน่วยงานศุลกากรตามท่ีได้นิยามไว้ในอนุวรรค (เอ) ของขอ้ 4.1 (คา้ นยิ าม) (อ)ี มูลค่า เอฟ โอ บี หมายถึง มูลค่าของสินค้า ณ ท่าเรือหรือสถานที่ต้นทางซึ่งรวมค่า ขนส่ง (โดยไม่ค้านึงถึงรูปแบบของการขนส่ง) จนถึงท่าเรือหรือสถานท่ีสุดท้าย ส้าหรับขนสง่ สนิ คา้ ไปต่างประเทศ (เอฟ) สินค้าหรือวัสดุท่ีใช้ทดแทนกันได้ หมายถึง สินค้าหรือวัสดุที่ใช้แทนกันได้ เพอ่ื วตั ถปุ ระสงค์ในเชงิ พาณชิ ย์ ซึง่ มคี ณุ สมบตั หิ ลักเหมอื นกนั (จ)ี หลักการทางบัญชีอันเป็นที่ยอมรับทั่วไป หมายถึง หลักการที่ได้รับการยอมรับ โดยฉันทามติหรือได้รับการสนับสนุนในสาระส้าคัญจากผู้ท่ีเชื่อถือได้ในภาคี หนึ่ง เกี่ยวกับการบันทึกรายรับ รายจ่าย ต้นทุน สินทรัพย์และหนี้สิน การเปิดเผยข้อมูล 3-1

และการเตรยี มงบการเงิน มาตรฐานเหล่าน้ีอาจรวมถึงแนวทางกว้าง ๆ ซึ่งใช้บังคับ เป็นการท่วั ไป และมาตรฐาน การปฏิบัติและขัน้ ตอนที่มีรายละเอยี ดปลกี ย่อย (เอช) สนิ คา้ หมายถึง ส่ิงทซ่ี ้ือขายกนั ผลติ ภัณฑ์ ส่ิงของ หรอื วสั ดุ (ไอ) หน่วยงานออกหนังสือรับรองถ่ินกาเนิดสินค้า หมายถึง หน่วยงานท่ีได้รับ มอบหมายหรือมอบอ้านาจจากภาคีหน่ึงในการออกหนังสือรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้า และแจง้ ใหก้ ลุ่มภาคีอ่นื ๆ ทั้งหมดรับทราบ ตามบทนี้ (เจ) วสั ดุ หมายถึง สินค้าท่ีใชใ้ นการผลติ สินคา้ อกี ชนิดหนึง่ (เค) สินค้าท่ีไม่ได้ถิ่นกาเนิดหรือวัสดุท่ีไม่ได้ถ่ินกาเนิด หมายถึง สินค้าหรือวัสดุท่ีไม่มี คณุ สมบตั ิได้ถ่ินก้าเนดิ ตามบทน้ี (แอล) สินคา้ ทไี่ ดถ้ ่นิ กาเนดิ หรือวสั ดทุ ไ่ี ด้ถ่นิ กาเนิด หมายถึง สินค้าหรือวัสดุที่มีคุณสมบัติ ได้ถ่ินกา้ เนดิ ตามบทนี้ (เอม็ ) ผผู้ ลติ หมายถึง บคุ คลผู้มสี ่วนรว่ มในกระบวนการผลติ สินค้า และ (เอน็ ) การผลิต หมายถึง วิธีการให้ได้มาซ่ึงสินค้า รวมถึง การเพาะปลูก การท้าเหมือง การเก็บเกยี่ ว การท้าฟารม์ การเลย้ี ง การเพาะพนั ธ์ุ การสกัด การรวบรวม การเก็บ การจับ การประมง การเพาะเล้ียงส่ิงมีชีวิตทางน้า การดัก การล่า การผลิต การสร้าง การผา่ นกระบวนการ หรือการประกอบ ขอ้ 3.2: สนิ ค้าทีไ่ ดถ้ ่ินกาเนิด เพ่อื ความมงุ่ ประสงค์ของความตกลงฉบบั นี้ สินคา้ จะถอื ว่าเปน็ สินคา้ ท่ีได้ถ่นิ กา้ เนิด หากสินคา้ นน้ั (เอ) ได้มาท้ังหมดหรือผลิตข้ึนทั้งหมดในภาคีหนึ่ง ตามท่ีก้าหนดไว้ในข้อ 3.3 (สินค้า ทไี่ ด้มาทงั้ หมดหรือผลิตขึ้นทงั้ หมด) (บี) มกี ารผลิตในภาคจี ากวัสดุท่ไี ดถ้ ่ินกา้ เนดิ ของภาคใี ดภาคีหนึ่งหรอื มากกว่าน้ัน หรอื (ซี) มีการผลติ ในภาคี จากวัสดุที่ไม่ได้ถน่ิ ก้าเนิด โดยสินค้าเป็นไปตามข้อก้าหนดที่ก้าหนดไว้ ในภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสินค้า) และเปน็ ไปตามข้อกา้ หนดอน่ื ๆ ท้ังหมดทีใ่ ช้บงั คับในบทนี้ 3-2

ข้อ 3.3: สินคา้ ทไ่ี ดม้ าท้ังหมดหรือผลิตขนึ้ ท้งั หมด เพ่ือความมุ่งประสงค์ของข้อ 3.2 (สินค้าที่ได้ถิ่นก้าเนิด) สินค้าดังต่อไปน้ี ให้ถือว่าเป็นสินค้าท่ีได้มา ท้งั หมดหรอื ผลติ ขน้ึ ทั้งหมดในภาคี (เอ) พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช รวมถึงผลไม้ ดอกไม้ พืชผัก ต้นไม้ พืชจ้าพวกสาหร่าย เห็ดรา และพืชมชี ีวติ ท่ีเพาะปลูกและเกบ็ เกี่ยว เกบ็ หรือรวบรวมได้ในประเทศนั้น (บี) สตั วม์ ีชีวติ ทเี่ กิดและเลีย้ งในประเทศนนั้ (ซี) สินคา้ ท่ไี ด้จากสัตวม์ ีชวี ติ ซึง่ เลย้ี งในประเทศนัน้ (ด)ี สินค้าท่ีได้มาจากการล่า การดัก การประมง การท้าฟาร์ม การเพาะเลี้ยงสิ่งมีชีวิต ทางน้า การรวบรวม หรือการจบั ที่กระทา้ ในประเทศนัน้ (อ)ี แร่ธาตุและสารอ่ืน ๆ ที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ ซึ่งไม่รวมอยู่ในอนุวรรค (เอ) ถึง (ดี) ของข้อนี้ หรือท่ีสกัด หรือได้มาจากผืนดิน น้า พ้ืนใต้ทะเล หรือดินใต้พื้น ใตท้ ะเล (เอฟ) สินค้าอันได้จากการประมงทะเล และสิ่งมีชีวิตทางทะเลอ่ืน ๆ ท่ีได้มาโดยเรือ ของภาคี1 และสินค้าอ่ืน ๆ ที่ได้มาโดยภาคีหรือบุคคลของภาคีนั้น จากน่านน้า พื้นใต้ทะเล หรือดินใต้พ้ืนใต้ทะเล นอกทะเลอาณาเขตของกลุ่มภาคีและประเทศ ที่ไม่ได้เป็นภาคีตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีเงื่อนไขว่า ในกรณีของสินค้า อันได้จากการประมงทะเล และส่ิงมีชีวิตทางทะเลอ่ืน ๆ ที่ได้มาจากเขตเศรษฐกิจ จ้าเพาะของภาคีใดหรือประเทศท่ีไม่ได้เป็นภาคี ซ่ึงภาคีนั้นหรือบุคคลของภาคีน้ัน 1 เพ่อื ความมงุ่ ประสงค์ของข้อน้ี “เรือโรงงานของภาคนี น้ั ” หรือ “เรือของภาคีน้ัน” หมายถึงเรือโรงงานหรอื เรือ (เอ) ซง่ึ จดทะเบยี นในภาคีน้นั และ (บี) ซึง่ มสี ทิ ธิชักธงของภาคีน้ัน โดยไมค่ า้ นงึ ถงึ ประโยคกอ่ นหน้า เรอื โรงงานใดหรอื เรอื ใดที่ปฏิบัติงานภายในเขตเศรษฐกิจจ้าเพาะของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นไปตามนยิ ามของ ‘เรอื ออสเตรเลยี ’ ภายใต้พระราชบญั ญัติการจดั การประมง 1991 (เครือจักรภพ) ซึ่งมีการ ปรับปรุงแก้ไขเป็นคร้ังคราว หรือกฎหมายอื่นใดท่ีมาแทนที่กฎหมายเก่า ให้ถือว่าเป็นเรือโรงงานหรือเรือ ของออสเตรเลีย และเพื่อให้เกิดความชัดเจนย่ิงข้ึน เมื่อเรือโรงงานหรือเรือดังกล่าวมีการปฏิบัติงานนอกเขต เศรษฐกิจจ้าเพาะของออสเตรเลีย จะต้องปฏิบตั ิตามข้อก้าหนดที่ระบไุ วใ้ นอนุวรรค (เอ) และ (บ)ี ของเชิงอรรถนี้ 3-3

มีสทิ ธิในการใช้ประโยชน์2จากเขตเศรษฐกจิ จา้ เพาะนนั้ และในกรณขี องสินค้าอ่ืน ๆ ซึง่ ภาคหี รอื บุคคลของภาคีนั้น มีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากพ้ืนใต้ทะเลและดินใต้พ้ืน ใตท้ ะเลน้ัน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ (จ)ี สินค้าอันได้จากการประมงทะเล และส่ิงมีชีวิตทางทะเลอ่ืน ๆ ท่ีได้มาโดยเรือ ของภาคีนั้น จากทะเลหลวงตามกฎหมายระหวา่ งประเทศ (เอช) สินคา้ ทผ่ี า่ นกระบวนการผลติ หรือทา้ ขึน้ บนเรือโรงงานใด ๆ ของภาคี เฉพาะจากสินค้า ท่รี ะบไุ วใ้ นอนุวรรค (เอฟ) หรอื (จี) (ไอ) สินค้าซง่ึ เป็น (หนงึ่ ) ของที่ใช้ไม่ได้และเศษที่ได้จากการผลิต หรือการบริโภคใน ภาคีน้ัน โดยมีเงื่อนไขว่า สินค้าดังกล่าวเหมาะส้าหรับการก้าจัด การคืนสภาพ ของวัตถุดิบ หรอื เพ่อื วัตถุประสงค์ในการน้ากลบั มาใช้อกี เท่านน้ั หรอื (สอง) สินค้าใช้แล้วซ่ึงเก็บรวบรวมได้ในภาคีน้ัน โดยมีเงื่อนไขว่า สินค้าดังกล่าว เหมาะสมส้าหรับการก้าจัด การคืนสภาพของวัตถุดิบ หรือเพื่อ วัตถุประสงค์ในการนา้ กลับมาใชอ้ ีกเท่านั้น และ (เจ) สินค้าทไี่ ดม้ าหรอื ไดผ้ ลติ ขน้ึ ในภาคีน้นั จากสนิ ค้าทก่ี ล่าวถงึ ในอนุวรรค (เอ) ถึง (ไอ) หรือจากผลติ ภณั ฑ์ของสินคา้ ดังกลา่ วเทา่ น้ัน ขอ้ 3.4: การสะสมถ่นิ กาเนดิ 1. นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอ่ืนในความตกลงฉบับนี้ สินค้าและวัสดุท่ีได้ถิ่นก้าเนิด ตามข้อก้าหนดท่ีระบุไว้ในข้อ 3.2 (สินค้าที่ได้ถิ่นก้าเนิด) และใช้ในภาคีอ่ืนเพ่ือเป็นวัสดุ ในการผลิตสินค้าหรือวัสดุอ่ืน จะได้รับการพิจารณาให้ได้ถิ่นก้าเนิดในภาคีที่มีการจัดท้า หรือการผา่ นกระบวนการผลิตให้เปน็ สินคา้ สา้ เร็จรปู หรือวัสดุไดเ้ กิดขึ้น 2. กลมุ่ ภาคตี อ้ งเรมิ่ ทบทวนขอ้ นี้ในวันท่ีความตกลงมผี ลบงั คบั ใช้กับรัฐผู้ลงนามท้ังหมด ซ่ึงการทบทวน จะพิจารณาขยายขอบเขตของการใช้การสะสมตามวรรค 1 ให้รวมถึงการผลิตทั้งหมด และมูลคา่ เพม่ิ ของสนิ ค้าท่เี กดิ ข้นึ ภายในกลุ่มภาคี ทัง้ นี้ กล่มุ ภาคีต้องสรปุ การทบทวนภายใน หา้ (5) ปี นบั จากวนั ท่เี ร่มิ ทบทวน เวน้ แตก่ ลมุ่ ภาคีจะตกลงเป็นอยา่ งอ่นื 2 เพื่อวัตถุประสงค์ในการก้าหนดถ่ินก้าเนิดของสินค้าอันได้จากการประมงทะเลและส่ิงมีชีวิตทางทะเลอ่ืน ๆ ค้าว่า “สิทธิในการใช้ประโยชน์” ในอนุวรรคน้ี ให้รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรการประมงของรัฐชายฝ่ัง ท่ไี ดร้ ับจากความตกลงหรือขอ้ ตกลงใดระหว่างภาคแี ละรัฐชายฝ่งั 3-4

ข้อ 3.5: การคานวณสดั สว่ นมลู ค่าการผลิตในภมู ิภาค 1. สัดส่วนมูลค่าการผลิตในภูมิภาคของสินค้าที่ระบุใน ภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสินค้า) ต้องถกู คา้ นวณโดยใชส้ ตู รใดสูตรหนึ่งดังตอ่ ไปนี้ (เอ) วธิ ีทางออ้ ม/วิธหี กั ทอน อาร์ วี ซี = เอฟ โอ บี – วี เอ็น เอ็ม x 100 หรอื เอฟ โอ บี (บ)ี วิธที างตรง/วธิ ีค้านวณ ตน้ ทนุ ตน้ ทนุ คำ่ ค่ำแรง ดำเนนิ กำร ตน้ ทนุ อาร์ วี ซี = วี โอ เอ็ม + ทำงตรง + ทำงตรง + กำไร + อน่ื ๆ x 100 เอฟ โอ บี โดย อาร์ วี ซี คือ สดั สว่ นมลู คา่ การผลิตในภูมิภาคของสินคา้ ทีแ่ สดงค่าเป็นร้อยละ เอฟ โอ บี คือ มูลค่า เอฟ โอ บขี องสนิ ค้าตามท่ีก้าหนดไว้ในอนุวรรค (อี) ของข้อ 3.1 (คา้ นิยาม) วี โอ เอ็ม คือ มูลค่าของวัสดุ ช้ินส่วน หรือผลิตภัณฑ์ท่ีได้มาหรือผลิตได้เองท่ีได้ถิ่นก้าเนิด และใช้ในการผลิตสินค้า วี เอน็ เอม็ คือ มลู คา่ ของวสั ดุทไ่ี ม่ไดถ้ ิ่นก้าเนดิ ซึ่งใช้ในการผลติ สินคา้ ต้นทุนคา่ แรงทางตรง รวมถึง ค่าจา้ งแรงงาน คา่ ตอบแทน และสวสั ดิการแรงงานอน่ื ๆ และ ตน้ ทุนค่าดาเนนิ การทางตรง คอื คา่ ใช้จ่ายทีเ่ กย่ี วข้องกับการด้าเนนิ การท้ังหมด 2. มลู ค่าของสินค้าภายใตบ้ ทนี้จะค้านวณโดยอนุโลมตามบทบัญญัติของข้อ 7 ของแกตต์ 1994 และความตกลงการประเมินราคาศุลกากร ต้นทุนทั้งหมดจะต้องถูกบันทึกและเก็บรักษา โดย สอดคลอ้ งกับหลักการทางบญั ชีอันเป็นทยี่ อมรบั ทว่ั ไปท่ีใชใ้ นภาคีที่มีการผลติ สนิ คา้ น้ัน 3-5

3. มูลค่าวสั ดทุ ่ไี ม่ได้ถน่ิ กา้ เนดิ จะตอ้ งเป็นดงั น้ี (เอ) กรณีนา้ เข้าวสั ดุ คือ มูลค่า ซี ไอ เอฟ ของวสั ดุ ณ ขณะนา้ เข้า และ (บ)ี กรณีวัสดุท่ีได้มาจากภายในภาคี คือ ราคาท่ีแน่นอนล่าสุดท่ีได้ช้าระหรือที่สามารถ ชา้ ระได้ 4. วสั ดุทไี่ มท่ ราบถิ่นกา้ เนดิ ใหถ้ ือวา่ เป็นวสั ดทุ ่ไี ม่ไดถ้ น่ิ ก้าเนดิ 5. ค่าใช้จ่ายต่อไปนี้อาจถูกหักออกจากมูลค่าของวัสดุที่ไม่ได้ถิ่นก้าเนิด หรือวัสดุที่ไม่ทราบ ถิ่นก้าเนดิ (เอ) ต้นทุนค่าระวาง ค่าประกันภัย ค่าบรรจุและค่าขนส่งอ่ืน ๆ ที่เกิดจากการส่งสินค้า ไปยังผู้ผลติ (บี) อากร ภาษี และคา่ ธรรมเนียมท่ีเป็นค่านายหน้าทางศุลกากร นอกจากอากรที่ได้รับ การยกเวน้ ไดค้ นื อากร หรอื ได้คนื อากรโดยวิธีอื่น และ (ซี) ต้นทุนท่ีเกิดจากของที่ใช้ไม่ได้และท่ีหกหรือล้นออกมา หักออกจากมูลค่าของเศษ ทีส่ ามารถน้ากลับมาใชใ้ หม่ได้ หรอื ผลพลอยท่ีไดจ้ ากการผลิต หากไม่ทราบค่าใช้จ่ายในอนุวรรค (เอ) ถึง (ซี) หรือไม่มีหลักฐานแน่ชัด จะไม่อนุญาต ให้นา้ คา่ ใช้จา่ ยเหลา่ นมี้ าหกั ออก ข้อ 3.6: การดาเนนิ การและกระบวนการเพยี งเลก็ นอ้ ย โดยไม่ค้านึงถึงบทบัญญัติใดในบทน้ี การด้าเนินการดังต่อไปน้ีกับวัสดุท่ีไม่ได้ถ่ินก้าเนิดท่ีน้ามาผลิต สนิ คา้ จะถือวา่ เปน็ กระบวนการหรอื การแปรสภาพอย่างไมเ่ พียงพอที่ทา้ ให้สินค้านัน้ ได้ถนิ่ กา้ เนดิ (เอ) กระบวนการเกบ็ รกั ษาเพ่ือใหแ้ น่ใจวา่ สนิ คา้ จะอยูใ่ นสภาพดีเพ่ือวัตถุประสงค์ในการขนส่ง หรือการเก็บรักษา (บี) การบรรจหุ บี หอ่ หรอื การน้าเสนอสินค้าเพ่ือการขนสง่ หรือการขาย (ซ)ี กระบวนการอย่างง่าย3 ประกอบด้วยการกรอง การคัดการแยก การแยกประเภท การลบั คม การตัด การเฉอื น การบด การดดั การมว้ น หรอื การคลายเกลียว 3 เพ่ือความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ ค้าว่า “อย่างง่าย” หมายถึง กิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษ หรือ เคร่ืองจักร เคร่อื งมอื หรอื อุปกรณท์ ่ีจดั ทา้ ขนึ้ เฉพาะส้าหรับการผลติ หรือตดิ ต้ังเพือ่ ดา้ เนนิ กิจกรรมดังกลา่ ว 3-6

(ดี) การติดหรือพิมพ์เคร่ืองหมาย ฉลาก ตราสัญลักษณ์ หรือที่คล้ายกันที่เป็น เคร่ืองหมายแยกความแตกตา่ งบนสนิ คา้ หรอื บรรจุภณั ฑ์ของสินค้า (อ)ี การเจือจางด้วยน้าหรือสารอ่ืน ๆ เท่านั้นซึ่งไม่ท้าให้เกิดการเปล่ียนแปลง ลักษณะเฉพาะของสนิ ค้า (เอฟ) การถอดแยกผลติ ภัณฑ์ออกเป็นชน้ิ สว่ น (จี) การฆา่ สตั ว์4 (เอช) การทาสีและการขดั อยา่ งงา่ ย (ไอ) การปอก เอาเมลด็ ออก หรือการกะเทาะเปลอื กอย่างง่าย (เจ) การผสมอย่างง่าย โดยไมค่ ้านึงถงึ ว่าเป็นสินคา้ ตา่ งชนดิ กันหรอื ไม่ หรือ (เค) การรวมกันของกระบวนการสอง (2) กระบวนการหรือมากกว่าท่ีอ้างถึง ในอนวุ รรค (เอ) ถงึ (เจ) ขอ้ 3.7: เกณฑ์ข้นั ต่า 1. สินค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์การเปลี่ยนพิกัดศุลกากร ตามภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสินค้า) จะยังคงเป็นสนิ ค้าที่ได้ถ่ินก้าเนิดถ้าสินค้าน้ันเป็นไปตามข้อก้าหนดอ่ืน ๆ ที่เก่ียวข้องท้ังหมด ในบทนี้ และ (เอ) ส้าหรับสนิ ค้าในตอนที่ 01 ถงึ 97 ของพกิ ดั ศลุ กากรระบบฮาร์โมไนซ์ มูลค่าของวัสดุ ท่ีไม่ได้ถิ่นก้าเนิดท่ีใช้ในการผลิตสินค้าและที่ไม่ผ่านเกณฑ์การเปล่ียนพิกัดศุลกากร ท่ีก้าหนด ไมเ่ กินร้อยละ 10 ของมูลค่า เอฟ โอ บี ของสินค้าน้ัน โดยมูลค่าของวัสดุ ที่ไม่ได้ถ่ินก้าเนิดดังกล่าว จะถูกก้าหนดตามวรรค 3 ของข้อ 3.5 (การค้านวณ สัดสว่ นมูลค่าการผลิตในภมู ภิ าค) หรือ (บ)ี ส้าหรับสินคา้ ในตอนท่ี 50 ถึง 63 ของพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ น้าหนักของวัสดุ ท่ีไม่ได้ถิ่นก้าเนิดทั้งหมดท่ีใช้ในการผลิตสินค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์การเปลี่ยนพิกัด ศลุ กากรที่ก้าหนด ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 10 ของนา้ หนกั รวมของสนิ คา้ น้นั 2. อยา่ งไรกต็ าม มูลค่าของวสั ดทุ ี่ไม่ไดถ้ ่ินกา้ เนดิ ทอี่ ้างถึงในวรรค 1 จะต้องน้ามารวมอยู่ในมูลค่า ของวัสดุที่ไมไ่ ด้ถ่ินกา้ เนิดตามหลกั เกณฑ์การค้านวณสดั ส่วนมลู ค่าการผลติ ในภมู ภิ าคท่ใี ช้ 4 เพอื่ ความมงุ่ ประสงค์ของขอ้ นี้ “การฆ่าสตั ว์” หมายถงึ การฆ่าสตั วอ์ ยา่ งง่าย 3-7

ข้อ 3.8: การปฏบิ ตั ติ ่อวสั ดทุ ใี่ ช้บรรจุหีบหอ่ และบรรจุภัณฑ์ และภาชนะบรรจสุ ินคา้ 1. วัสดุส้าหรับการบรรจุหีบห่อและภาชนะบรรจุสินค้า เพื่อการขนส่งจะไม่น้ามาคิดรวม ในการก้าหนดสถานะในการได้ถนิ่ กา้ เนดิ ของสินค้าใด ๆ 2. วัสดุส้าหรับการบรรจุหีบห่อและภาชนะบรรจุสินค้าเพื่อการขายปลีก ซึ่งจ้าแนกประเภท พกิ ดั เดียวกนั กบั สินค้านนั้ มิให้นา้ มาคิดรวมในการก้าหนดสถานะการได้ถิ่นก้าเนิดของสินค้า โดยมีเง่อื นไขวา่ (เอ) สินค้าน้ันได้มาท้ังหมดหรือผลิตข้ึนท้ังหมดในภาคี ตามที่ระบุไว้ในอนุวรรค (เอ) ของขอ้ 3.2 (สนิ ค้าที่ได้ถ่ินก้าเนิด) (บี) สนิ ค้านนั้ มกี ารผลิตในภาคี จากวัสดุท่ีได้ถ่ินก้าเนิดของภาคีใดภาคีหน่ึงหรือมากกว่าน้ัน ตามทีร่ ะบุไวใ้ นอนุวรรค (บี) ของขอ้ 3.2 (สินค้าทไ่ี ด้ถ่นิ กา้ เนดิ ) หรือ (ซี) สินค้าน้ันอยู่ภายใต้เกณฑ์การเปล่ียนพิกัดศุลกากรหรือเกณฑ์กระบวนการผลิต ทเี่ ฉพาะเจาะจง ตามทร่ี ะบไุ ว้ในภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสนิ คา้ ) 3. ถ้าสินค้าอยู่ภายใต้เกณฑ์สัดส่วนมูลค่าการผลิตในภูมิภาค ให้น้ามูลค่าของวัสดุส้าหรับ การบรรจหุ ีบห่อและภาชนะบรรจุสินค้าเพ่ือการขายปลีกมาพิจารณาเป็นวัสดุท่ีได้ถ่ินก้าเนิด หรือวัสดุท่ีไม่ได้ถิ่นก้าเนิดของสินค้า แล้วแต่กรณีในการค้านวณสัดส่วนมูลค่าการผลิต ในภูมิภาคของสินค้า ข้อ 3.9: อปุ กรณ์ประกอบ อะไหล่ และเคร่อื งมอื 1. เพื่อความมุ่งประสงค์ในการก้าหนดสถานะการได้ถิ่นก้าเนิดของสินค้า ให้ถือว่าอุปกรณ์ประกอบ อะไหล่ เครือ่ งมือ และค่มู ือหรือเอกสารข้อมูลอ่ืน ๆ ท่ีมากับตัวสินค้า ต้องพิจารณาเป็นส่วนหน่ึง ของสินค้าน้ัน และไม่ต้องน้ามาคิดรวมในการก้าหนดว่าวัสดุท่ีไม่ได้ถ่ินก้าเนิดทั้งหมดท่ีใช้ ในการผลิตสินค้าท่ีได้ถิ่นก้าเนิดได้ผ่านเกณฑ์การเปล่ียนพิกัดศุลกากรหรือกระบวนการผลิต เฉพาะตามที่ก้าหนดไว้ในภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสนิ คา้ ) โดยมเี ง่อื นไขว่า (เอ) อุปกรณ์ประกอบ อะไหล่ เคร่ืองมือ และคู่มือหรือเอกสารข้อมูลอื่น ๆ ที่มากับ ตัวสินค้า ไม่ได้มกี ารแยกบัญชีราคาสนิ ค้าตา่ งหากจากตวั สนิ คา้ นัน้ และ (บี) ปริมาณและมูลค่าของอุปกรณ์ประกอบ อะไหล่ เครื่องมือ และคู่มือหรือเอกสาร ข้อมูลอนื่ ๆ ทีม่ ากับตัวสินคา้ เปน็ ไปตามปกติทางการคา้ ของสนิ คา้ น้นั 3-8

2. โดยไม่ค้านึงถึงวรรค 1 ถ้าสินค้าอยู่ภายใต้เกณฑ์สัดส่วนมูลค่าการผลิตในภูมิภาค ให้น้ามูลค่าของอุปกรณ์ประกอบ อะไหล่ เคร่ืองมือ และคู่มือหรือเอกสารข้อมูลอื่น ๆ ท่ีมากบั ตวั สินค้า มาพิจารณาแยกเปน็ วสั ดุท่ไี ด้ถ่ินก้าเนิดหรือวัสดุที่ไม่ได้ถ่ินก้าเนิดตามแต่กรณี ในการค้านวณสดั ส่วนมูลค่าการผลิตในภูมิภาคของสินคา้ โดยมีเงอื่ นไขว่า (เอ) อุปกรณ์ประกอบ อะไหล่ เคร่ืองมือ และคู่มือหรือเอกสารข้อมูลอื่น ๆ ที่มากับ ตัวสนิ ค้า ไม่ไดม้ กี ารแยกบัญชรี าคาสินค้าต่างหากจากตัวสนิ คา้ น้ัน และ (บ)ี ปริมาณและมูลค่าของ อุปกรณ์ประกอบ อะไหล่ เคร่ืองมือ และคู่มือหรือเอกสาร ขอ้ มูลอืน่ ๆ ทีม่ ากบั ตัวสินคา้ เป็นไปตามปกตทิ างการค้าของสินค้านน้ั ขอ้ 3.10: วสั ดุทางออ้ ม 1. ให้ถือว่าวัสดุทางอ้อมเป็นวัสดุท่ีได้ถ่ินก้าเนิดโดยไม่ค้านึงถึงสถานที่ผลิต และมูลค่าของวัสดุ ทางอ้อมนั้น ต้องคิดจากต้นทุนท่ีได้บันทึกไว้ตามหลักการทางบัญชีอันเป็นท่ียอมรับทั่วไป ในระบบบัญชขี องผู้ผลติ สินคา้ 2. เพ่อื ความมุง่ ประสงค์ของข้อน้ี “วัสดุทางอ้อม” หมายถึง สินค้าที่ใช้ในการผลิต การทดสอบ หรือการตรวจสอบสินค้าอื่น ๆ แต่ไม่ได้รวมเข้าเป็นส่วนหน่ึงของสินค้าน้ัน หรือสินค้าที่ใช้ ในการบ้ารงุ รกั ษาอาคาร หรือการทา้ งานของอุปกรณท์ ี่เกีย่ วข้องกบั การผลติ สินค้า ซ่งึ รวมไปถึง (เอ) เชื้อเพลิงและพลังงาน (บี) เครื่องมอื แม่พมิ พ์ และแบบหล่อ (ซ)ี อะไหล่ และสินคา้ ที่ใช้ในการบา้ รุงรกั ษาอปุ กรณแ์ ละอาคาร (ด)ี สารหลอ่ ลืน่ จาระบี สารประกอบ และวสั ดุอน่ื ๆ ที่ใช้ในการผลิตหรือใช้กับอุปกรณ์ และอาคาร (อ)ี ถุงมือ แว่นตา รองเทา้ เสอื้ ผ้า และอุปกรณ์และวัสดุเพอื่ ความปลอดภัย (เอฟ) อุปกรณ์ เครือ่ งมอื และวัสดทุ ่ีใช้สา้ หรบั การทดสอบหรือการตรวจสอบสินคา้ (จี) ตัวเร่งปฏกิ ิริยาและตวั ทา้ ละลาย และ (เอช) สินค้าอ่ืนใดท่ีไม่รวมอยู่ในตัวสินค้า แต่ใช้ในการผลิตสินค้า โดยสามารถอธิบายได้ อย่างสมเหตุผลวา่ การใช้ดังกล่าวเป็นส่วนหน่งึ ของการผลิตน้นั 3-9

ข้อ 3.11: สนิ คา้ หรือวัสดทุ ใ่ี ช้ทดแทนกนั ได้ ในการก้าหนดว่า สินค้าหรือวัสดุที่ใช้ทดแทนกันได้เป็นสินค้าหรือวัสดุท่ีได้ถิ่นก้าเนิดหรือไม่ จะกระท้าโดยการแยกสินค้าหรือวัสดุท่ีใช้ทดแทนกันได้ ทางกายภาพ หรือ ในกรณีของที่ปะปนกัน โดยการจัดการสินค้าคงคลัง ตามหลักการบัญชีที่ได้รับการยอมรับโดยท่ัวไปของภาคีผู้ส่งของออก และควรใชว้ ธิ ีการน้นั ตลอดปบี ัญชีน้ัน ข้อ 3.12: วัสดทุ ่ีใช้ในการผลติ หากวัสดุที่ไม่ได้ถ่ินก้าเนิดผ่านการผลิตเพ่ิมเติม โดยเป็นไปตามข้อก้าหนดของบทน้ี วัสดุนั้นจะถือว่า เปน็ วสั ดุที่ไดถ้ น่ิ ก้าเนดิ เม่อื มกี ารก้าหนดสถานะการได้ถิ่นก้าเนิดของสินค้าที่ต่อมาได้ผลิตข้ึน โดยไม่ค้านึงถึง ว่าวัสดนุ นั้ ถูกผลิตโดยผผู้ ลิตสินค้าน้ันหรอื ไม่ ข้อ 3.13: หน่วยวดั คณุ สมบตั ิ 1. หน่วยวัดคุณสมบัติส้าหรับบทน้ีให้ใช้กับสินค้าท่ีมีลักษณะเฉพาะ ซ่ึงน้าไปพิจารณาในฐาน เป็นหนว่ ยวัดพนื้ ฐาน เมื่อมีการก้าหนดพกิ ดั ศลุ กากรตามระบบฮารโ์ มไนซ์ 2. เม่อื สินคา้ ประกอบดว้ ยสินคา้ ทเี่ หมอื นกันจ้านวนหน่งึ และจา้ แนกอยู่ในประเภทพิกัดศุลกากร เดียวกัน สินค้าแต่ละรายการต้องถูกน้ามาพิจารณาแยกแต่ละรายการว่าเป็นสินค้า ทีไ่ ด้ถิน่ ก้าเนิดหรือไม่ ข้อ 3.14: การปฏบิ ตั ิต่อสินค้าเฉพาะรายการ กลุ่มภาคีและรัฐผู้ลงนามท้ังหมดต้องหารือการปฏิบัติส้าหรับสินค้าเฉพาะรายการภายใต้บทน้ี เมือ่ ภาคีรอ้ งขอและสรปุ ผลการหารือภายในสาม (3) ปีนับตั้งแต่วันทเี่ ริ่มหารือ ซึ่งการปฏิบัติต่อสินค้า เฉพาะรายการภายใตบ้ ทนีจ้ ะขน้ึ อยูก่ บั ข้อตกลงของภาคที ั้งหมด และรัฐผู้ลงนามท้ังหมดโดยฉนั ทามติ ข้อ 3.15: การส่งมอบโดยตรง 1. สินค้าท่ีได้ถิ่นก้าเนิดจะยังคงมีสถานะได้ถิ่นก้าเนิดตามที่ก้าหนดไว้ในข้อ 3.2 (สินค้าท่ีได้ ถนิ่ ก้าเนิด) หากเป็นไปตามเงื่อนไขดงั ตอ่ ไปนี้ (เอ) สินค้าถกู ขนสง่ โดยตรงจากภาคีผูส้ ่งของออกไปยังภาคผี นู้ ้าของเข้า หรือ (บ)ี สนิ ค้าถูกขนส่งผ่านภาคีหน่ึงหรือมากกว่าที่ไม่ใช่ภาคีผู้ส่งของออกและภาคีผู้น้าของเข้า (ต่อไปในที่นี้จะเรียกว่า “ภาคีที่ไม่ใช่ภาคีผู้ส่งของออกประเทศแรก” ในข้อนี้) หรือขนสง่ ผ่านประเทศที่มิไดเ้ ป็นภาคี โดยมีเงื่อนไข 3-10

(หน่งึ ) ไม่ได้ผ่านการด้าเนินการใด ๆ เพิ่มเติม ในภาคีท่ีไม่ใช่ภาคีผู้ส่งของออก ประเทศแรก หรือประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคีน้ัน ยกเว้นกิจกรรมทางด้าน โลจิสติกส์ เช่น การขนถ่ายสินค้าลง การขนถ่ายสินค้าขึ้น การเก็บรักษา หรือการด้าเนินการอื่นใดเพื่อถนอมรักษาสินค้าน้ันให้อยู่ในสภาพที่ดีหรือ เพอื่ ขนสง่ สนิ คา้ นัน้ ไปยังภาคีผู้นา้ ของเข้า และ (สอง) อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานศุลกากรในกลุ่มภาคี หรือ ประเทศ ทไ่ี มไ่ ดเ้ ปน็ ภาคเี หลา่ นนั้ 2. การปฏิบัติตามอนุวรรค 1(บี) ต้องมีหลักฐานให้หน่วยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้า ไมว่ า่ จะเป็นเอกสารทางศุลกากรของภาคีที่ไม่ใช่ภาคีผู้ส่งของออกประเทศแรก หรือประเทศ ท่ีไม่ได้เป็นภาคี หรือเอกสารอื่นใดท่ีเหมาะสม หากมีการร้องขอจากหน่วยงานศุลกากร ของภาคีผูน้ า้ ของเข้า 3. เอกสารท่ีเหมาะสมท่ีอ้างถึงในวรรค 2 อาจรวมถึงเอกสารขนส่งเชิงพาณิชย์หรือเอกสาร การขนส่ง เช่น ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ ใบตราส่งสินค้า เอกสารการขนส่งหลายทอด หรือหลายรูปแบบ ส้าเนาของต้นฉบับบัญชีราคาสินค้าที่เช่ือมโยงกับสินค้า บันทึกทางการเงิน หนังสือรับรองการไม่เปล่ียนแปลงสภาพสินค้า หรือ เอกสารสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่หน่วยงานศลุ กากรของภาคีผนู้ ้าของเขา้ อาจร้องขอ สว่ น บี ระเบียบปฏบิ ัตเิ ก่ียวกับหนงั สือรับรองถน่ิ กาเนดิ สินคา้ ข้อ 3.16: หลกั ฐานการรบั รองถนิ่ กาเนิดสนิ คา้ 1. ขอ้ ใดขอ้ หน่ึงดังต่อไปน้ี ให้ถือวา่ เปน็ หลกั ฐานการรับรองถิน่ กา้ เนิดสินคา้ (เอ) หนังสือรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าที่ออกโดยหน่วยงานออกหนังสือรับรองถิ่นก้าเนิด สินคา้ ตามทีร่ ะบุไว้ในขอ้ 3.17 (หนงั สือรับรองถิน่ กา้ เนดิ สนิ ค้า) (บี) คา้ รับรองถ่ินกา้ เนดิ สนิ ค้าโดยผสู้ ง่ ของออกรับอนุญาตตามท่ีระบุไว้ในอนุวรรค 1(เอ) ของขอ้ 3.18 (ค้ารบั รองถิน่ กา้ เนิดสนิ คา้ ) หรือ (ซี) ค้ารับรองถ่ินก้าเนิดสินค้าโดยผู้ส่งของออกหรือผู้ผลิตตามท่ีระบุไว้ในอนุวรรค 1(บี) ของขอ้ 3.18 (ค้ารับรองถ่ินกา้ เนิดสนิ ค้า) และเป็นไปตามวรรค 2 และ 3 ท้งั น้ี ขึน้ อย่กู บั ขอ้ มลู ทีม่ ีอยู่ซง่ึ ทา้ ใหส้ ินคา้ นั้นได้ถ่ินก้าเนดิ 3-11

2. ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม จีน อินโดนีเซีย ญ่ีปุ่น เกาหลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม จะต้องน้าอนุวรรค 1(ซี) ไปปฏิบัติไม่เกิน 10 ปี หลังจากวันที่ความตกลงฉบับน้ีมีผลใช้บังคับส้าหรับแต่ละภาคี ส้าหรับกัมพูชา สปป.ลาว และเมยี นมา จะตอ้ งนา้ อนุวรรค 1(ซ)ี ไปปฏบิ ตั ิไมเ่ กิน 20 ปี หลังจากวนั ทีค่ วามตกลงฉบับนี้ มผี ลใช้บังคับส้าหรบั แตล่ ะภาคี 3. โดยไม่ค้านึงถึงวรรค 2 ภาคีอาจขยายระยะเวลาได้สูงสุดจนถึง 10 ปี เพื่อน้าอนุวรรค 1 (ซี) ไปปฏบิ ตั ิ โดยแจ้งคณะกรรมการดา้ นสนิ คา้ ถงึ การขยายระยะเวลาน้ี 4. กลุ่มภาคีต้องเร่ิมทบทวนข้อน้ี นับตั้งแต่วันท่ีความตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับกับรัฐผู้ลงนาม ทั้งหมด โดยการทบทวนนี้จะพิจารณาให้ค้ารับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าโดยผู้น้าของเข้าเป็น หลกั ฐานการรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้า ทั้งน้ี กลุ่มภาคีจะต้องสรุปการทบทวนภายในห้า (5) ปี นบั ต้ังแตว่ ันทเี่ ริ่มทบทวน เว้นแต่กลุม่ ภาคจี ะตกลงเปน็ อยา่ งอนื่ 5 5. หลักฐานการรบั รองถ่ินกา้ เนิดสนิ ค้าจะตอ้ ง (เอ) จัดท้าเป็นลายลักษณ์อักษรหรือส่ือกลางอ่ืนใด ซึ่งรวมถึงรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามท่ีไดร้ บั แจง้ จากภาคผี นู้ ้าของเข้า (บ)ี ระบุวา่ สินค้าไดถ้ นิ่ กา้ เนดิ และเป็นไปตามข้อก้าหนดของบทน้ี และ (ซี) มีข้อมูลตามท่ีก้าหนดไว้ในข้อก้าหนดเรื่องข้อมูลข้ันต่้าในภาคผนวก 3 บี (ขอ้ ก้าหนดเรอื่ งข้อมูลขน้ั ตา้่ ) 6. ภาคีแต่ละฝ่ายจะต้องจัดเตรียมหลักฐานการรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้ามีผลใช้ได้หน่ึง (1) ปี นับตง้ั แตว่ ันที่ออกหรอื วนั ทห่ี ลักฐานการรบั รองถนิ่ กา้ เนิดสนิ คา้ ครบถว้ นสมบรู ณ์ ขอ้ 3.17: หนงั สือรบั รองถนิ่ กาเนดิ สนิ คา้ 1. หนังสือรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้าจะต้องออกโดยหน่วยงานออกหนังสือรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า ของภาคีผสู้ ่งของออก ตามคา้ ขอของผู้ส่งของออก ผผู้ ลิต หรอื ตวั แทนรับมอบอ้านาจ 5 โดยไม่ค้านึงถึงวรรคนี้ นับต้ังแต่วันที่ความตกลงฉบับน้ีมีผลใช้บังคับ ญ่ีปุ่นอาจพิจารณาให้ค้ารับรองถิ่นก้าเนิด สินค้าโดยผู้น้าของเข้าเป็นหลักฐานการรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้า และปฏิบัติเฉกเช่นเดียวกับหลักฐานการรับรอง ถิน่ กา้ เนิดสนิ คา้ ภายใต้วรรค 1 ในกรณดี ังกลา่ วญี่ปุ่นจะไม่ด้าเนินกระบวนการตรวจสอบที่อ้างถึงในอนุวรรค 1 (บี) ถึง (ดี) ของข้อ 3.24 (การตรวจสอบ) ส้าหรับค้ารับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าโดยผู้น้าของเข้า ทั้งนี้ ค้ารับรองถ่ินก้าเนิด สนิ คา้ จะต้องกระทา้ โดยผนู้ ้าของเข้าที่มขี ้อมูลเพยี งพอท่จี ะพิสจู นไ์ ด้วา่ สินคา้ นั้นมีคณุ สมบัตเิ ป็นสินค้าทไ่ี ด้ถ่นิ กา้ เนดิ เทา่ น้ัน 3-12

2. ผู้ส่งของออก ผู้ผลิต หรือตัวแทนรับมอบอ้านาจจะต้องยื่นค้าขอหนังสือรับรองถ่ินก้าเนิด สินค้าเป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อหน่วยงานออกหนังสือรับรอง ถิ่นก้าเนิดสินค้าของภาคีผู้ส่งของออกตามที่ก้าหนดในกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และวิธี ปฏิบัติภายในของภาคีผสู้ ่งของออก 3. หนังสอื รับรองถนิ่ กา้ เนิดสินคา้ จะต้อง (เอ) มีรปู แบบตามท่ีก้าหนดโดยกลมุ่ ภาคี (บี) มเี ลขท่ขี องหนงั สือรับรองถ่ินก้าเนดิ สนิ ค้าท่ีไม่ซ้ากนั (ซ)ี เปน็ ภาษาองั กฤษ และ (ด)ี มีลายมือช่ือของผู้มีอ้านาจ และตราประทับของหน่วยงานออกหนังสือรับรอง ถ่ินก้าเนิดสินค้าของภาคีผู้ส่งของออก โดยลายมือชื่อและตราประทับจะกระท้า ดว้ ยตนเองหรือในรปู แบบอิเล็กทรอนกิ ส์ 4. หนงั สอื รับรองถน่ิ ก้าเนิดสนิ คา้ อาจจะ (เอ) ระบบุ ัญชีราคาสินค้าสอง (2) ฉบับหรือมากกว่า ซ่ึงออกส้าหรับการขนส่งสินค้าหน่ึงครั้ง หรอื (บี) มีสินค้าหลายรายการ โดยมีเงื่อนไขว่าสินค้าแต่ละรายการมีคุณสมบัติถูกต้อง ตามเกณฑ์ทีก่ ้าหนดไวข้ องแต่ละสนิ ค้านนั้ 5. ในกรณีท่ีหนังสือรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้ามีข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หน่วยงานออกหนังสือรับรอง ถิ่นก้าเนดิ สนิ คา้ ของภาคีผสู้ ่งของออกอาจจะ (เอ) ออกหนังสือรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าฉบับใหม่และยกเลิกหนังสือรับรองถิ่นก้าเนิด สนิ คา้ ฉบบั เดมิ หรือ (บี) แก้ไขหนังสือรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้าฉบับเดิม โดยขีดฆ่าข้อความท่ีไม่ถูกต้องแล้ว เพมิ่ เติมหรือแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งนี้ การแก้ไขใด ๆ ก็ตามจะต้องรับรองโดยมีลายมือช่ือ ของผู้มีอ้านาจและตราประทับของหน่วยงานออกหนังสือรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า ของภาคีผู้สง่ ของออก 6. ภาคแี ตล่ ะฝ่ายจะต้องใหช้ อื่ ที่อยู่ ตัวอย่างลายมือช่ือ และตราประทับของหน่วยงานออกหนังสือ รับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าแก่กลุ่มภาคีอื่น โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ 3-13

ไปยังส้านักงานเลขาธิการอาร์เซ็ป ท่ีจัดต้ังข้ึนตามอนุวรรค 1(ไอ) ของข้อ 18.3 (หน้าที่ ของคณะกรรมการร่วมอาร์เซ็ป) (ต่อไปในที่น้ีจะเรียกว่า \"ส้านักงานเลขาธิการอาร์เซ็ป\" ในบทนี้) เพ่ือการเผยแพร่ไปยังกลุ่มภาคีอื่น ๆ การเปล่ียนแปลงใด ๆ ในภายหลังจะต้องให้ ข้อมูลแก่ส้านักงานเลขาธิการอาร์เซ็ปโดยพลันในลักษณะเดียวกันกับข้างต้น เพื่อการ เผยแพร่ไปยังกลุ่มภาคีอื่น ๆ ทั้งน้ี ภาคีจะต้องพยายามจัดต้ังเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัยที่ แสดงผลขอ้ มลู ดังกลา่ วยอ้ นหลงั สาม (3) ปี โดยกลมุ่ ภาคอี ่นื ๆ ต้องเขา้ ถงึ เว็บไซตด์ ังกล่าวได้ 7. โดยไม่ค้านึงถึงวรรค 6 ภาคีไม่จ้าเป็นต้องให้ตัวอย่างลายมือช่ือของหน่วยงานออกหนังสือ รับรองถนิ่ ก้าเนดิ สนิ ค้าแก่สา้ นักงานเลขาธิการอาร์เซ็ป เพื่อการเผยแพร่ไปยังกลุ่มภาคีอื่น ๆ ถ้าภาคีน้ันได้จัดตั้งเว็บไซต์ของตนเองที่มีความปลอดภัย ซ่ึงมีข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับหนังสือ รับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าที่ตนเองออก รวมถึงเลขที่หนังสือรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้า พกิ ดั ศุลกากรระบบฮารโ์ มไนซ์ รายละเอยี ดสนิ คา้ ปรมิ าณ วนั ที่ออกหนังสือรับรองถ่ินก้าเนิด สินค้าและช่ือของผู้ส่งของออก ที่สามารถเข้าถึงได้โดยกลุ่มภาคี ท้ังนี้ กลุ่มภาคีจะต้อง ทบทวนข้อก้าหนดเกี่ยวกับการให้ตัวอย่างลายมือช่ือของหน่วยงานผู้ออกหนังสือรับรอง ถ่ินกา้ เนิดสินค้าสาม (3) ปหี ลงั จากความตกลงฉบับน้ีมีผลใช้บงั คับกับรัฐผู้ลงนามทงั้ หมด 8. ในกรณีท่ีหนังสือรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้ามิได้ออกให้ในวันท่ีรับบรรทุกสินค้า อันเน่ืองมาจาก ความผิดพลาด การหลงลืมโดยมิได้ตั้งใจ หรือเพราะสาเหตุอ่ืนอันรับฟังได้ หรือตาม สภาวการณ์ที่อ้างไว้ในอนุวรรค 5(เอ) ในกรณีเช่นน้ี อาจออกหนังสือรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า ย้อนหลงั ได้ แต่ตอ้ งไม่เกินหนึ่ง (1) ปี หลงั จากวนั ทรี่ บั บรรทกุ สนิ ค้า ในกรณดี ังกล่าว หนังสือ รบั รองถ่นิ กา้ เนดิ สินค้า ต้องระบคุ ้าวา่ “ISSUED RETROACTIVELY” 9. ในกรณีที่หนังสือรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าถูกลักขโมย สูญหาย หรือถูกท้าลาย ผู้ส่งของออก ผู้ผลิต หรือตัวแทนรับมอบอ้านาจ อาจย่ืนค้าขอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อหน่วยงาน ออกหนังสือรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้าของภาคีผู้ส่งของออก เพ่ือออกส้าเนาที่ได้รับรอง ความถูกต้องของตน้ ฉบับหนงั สอื รบั รองถน่ิ ก้าเนิดสนิ ค้า ซึง่ ส้าเนารับรองดงั กล่าวจะตอ้ ง (เอ) ออกภายในระยะเวลาไม่เกินหนึ่ง (1) ปี หลังจากวันท่ีออกต้นฉบับหนังสือรับรอง ถนิ่ ก้าเนดิ สนิ ค้า (บ)ี ออกบนพน้ื ฐานของคา้ ขอออกต้นฉบบั หนังสือรบั รองถิน่ กา้ เนิดสนิ ค้า (ซ)ี ระบเุ ลขที่และวันท่ีเหมอื นตน้ ฉบับหนังสือรบั รองถนิ่ ก้าเนิดสนิ คา้ (ด)ี ระบุค้าวา่ “CERTIFIED TRUE COPY” 3-14

ข้อ 3.18: คารบั รองถนิ่ กาเนิดสินค้า 1. ค้ารับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าตามท่ีอ้างถึงในข้อ 3.16 (หลักฐานการรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้า) จะกระท้าโดย (เอ) ผสู้ ง่ ของออกรับอนุญาตตามความหมายของขอ้ 3.21 (ผสู้ ่งของออกรบั อนุญาต) หรือ (บี) ผู้ส่งของออกหรือผู้ผลิตสินค้า ตามที่ระบุไว้ในวรรค 2 และ 3 ของข้อ 3.16 (หลักฐานการรบั รองถนิ่ ก้าเนิดสินค้า) 2. ค้ารับรองถน่ิ ก้าเนดิ สนิ ค้าต้อง (เอ) ครบถว้ นสมบรู ณ์ตามภาคผนวก 3 บี (ข้อกา้ หนดเรือ่ งขอ้ มูลข้ันต่้า) (บ)ี เป็นภาษาอังกฤษ (ซ)ี ระบุช่อื และลายมอื ชอ่ื ของบคุ คลรับอนญุ าต และ (ดี) ระบุวนั ทค่ี า้ รับรองถนิ่ กา้ เนดิ สินค้าครบถว้ นสมบูรณ์ ขอ้ 3.19: หลักฐานการรับรองถิน่ กาเนดิ สินค้าภายใต้เงอ่ื นไข แบค ทู แบค 1. ตามท่ีระบุในข้อ 3.16 (หลักฐานการรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้า) หน่วยงานออกหนังสือรับรอง ถ่นิ ก้าเนดิ สนิ ค้า ผูส้ ง่ ของออกรับอนุญาต หรือผู้ส่งของออกของภาคีที่ไม่ใช่ภาคีผู้ส่งของออก ประเทศแรก อาจออกหลักฐานการรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้า ภายใต้เงื่อนไข แบค ทู แบค โดยมีเงื่อนไขว่า (เอ) มีการแสดงต้นฉบับหรือส้าเนาที่ได้รับรองความถูกต้องของหลักฐานการรับรอง ถิน่ กา้ เนดิ สินค้าทยี่ ังมีผลใช้ได้ (บี) การมีผลใช้ได้ของหลักฐานการรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า ภายใต้เง่ือนไข แบค ทู แบค จะต้องไม่เกินการมผี ลใชไ้ ดข้ องตน้ ฉบับหลักฐานการรบั รองถนิ่ กา้ เนิดสนิ คา้ (ซ)ี หลักฐานการรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า ภายใต้เงื่อนไข แบค ทู แบค ระบุข้อมูล ท่ีเกี่ยวข้องจากต้นฉบับหลักฐานการรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า ตามข้อก้าหนด ในภาคผนวก 3 บี (ข้อก้าหนดเรือ่ งข้อมลู ขนั้ ต้า่ ) 3-15

(ดี) ของทีจ่ ะถูกส่งกลับออกไปโดยใช้หลักฐานการรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า ภายใต้เงื่อนไข แบค ทู แบค จะต้องไม่ผ่านกระบวนการเพิ่มเติมใด ๆ ในภาคีที่ไม่ใช่ภาคีผู้ส่งของ ออกประเทศแรก เว้นแต่เพ่ือการบรรจุหีบห่อใหม่หรือกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ เช่น การขนลง การขนข้ึน การเก็บรักษา การแบ่งแยกสินค้า หรือการติดฉลากตามที่ กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และวิธีปฏิบัติ ค้าวินิจฉัยทางการบริหาร และนโยบาย ของภาคีผู้น้าของเข้า ได้ก้าหนดไว้เท่านั้น หรือการกระท้าอื่นใดท่ีจ้าเป็น เพื่อเก็บรกั ษาสนิ คา้ ให้อยใู่ นสภาพดหี รือเพ่ือขนส่งสินค้าไปยังภาคีผ้นู า้ ของเขา้ (อี) ส้าหรับการส่งออกสินค้าบางส่วน ให้แสดงจ้านวนของสินค้าในส่วนท่ีส่งออก บางส่วนแทนจ้านวนของสินค้าเต็มจ้านวนตามที่ระบุไว้ในต้นฉบับหลักฐาน การรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า และจ้านวนสินค้าท้ังหมดที่ส่งกลับออกไปภายใต้ การส่งออกสินค้าบางส่วนจะไม่เกินกว่าจ้านวนสินค้าทั้งหมดท่ีระบุไว้ในต้นฉบับ หลักฐานการรบั รองถิน่ กา้ เนิดสนิ คา้ และ (เอฟ) ข้อมลู ในหลักฐานการรบั รองถ่ินก้าเนิดสนิ ค้า ภายใต้เงอื่ นไข แบค ทู แบค รวมวันท่ีออก และเลขที่อ้างองิ ของตน้ ฉบบั หลกั ฐานการรบั รองถ่นิ ก้าเนิดสนิ ค้า 2. กระบวนการตรวจสอบตามท่ีได้อ้างถึงในข้อ 3.24 (การตรวจสอบ) จะใช้บังคับกับหลักฐาน การรบั รองถิ่นก้าเนิดสินค้า ภายใต้เงือ่ นไข แบค ทู แบค ดว้ ย ข้อ 3.20: บัญชรี าคาสินค้าทีอ่ อกโดยประเทศทีส่ าม ภาคีผู้น้าของเข้าจะไม่ปฏิเสธการขอรับสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากร ด้วยเหตุผลว่าบัญชีราคาสินค้า ไมไ่ ดอ้ อกโดยผู้ส่งของออกหรือผผู้ ลิตสนิ ค้า โดยมเี งื่อนไขว่าสนิ คา้ เปน็ ไปตามขอ้ ก้าหนดของบทนี้ ขอ้ 3.21: ผสู้ ่งของออกรบั อนุญาต 1. ภาคีแต่ละฝ่ายต้องให้สิทธิแก่ผู้ส่งของออกซ่ึงส่งออกสินค้าภายใต้ความตกลงฉบับนี้เป็น ผู้ส่งของออกรับอนุญาตตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ โดยผู้ส่งของออกท่ีประสงค์จะ ขอรบั สิทธดิ งั กล่าวจะต้องยื่นค้าขอเป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางอิเล็กทรอนิกส์ และต้องให้ การรับประกันท่ีจ้าเป็นในการตรวจสอบถ่ินก้าเนิดของค้ารับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า แกห่ นว่ ยงานผมู้ ีอ้านาจจนพอใจ หน่วยงานผูม้ อี า้ นาจของภาคีผู้ส่งของออกอาจจะให้สถานะ ผ้สู ง่ ของออกรบั อนุญาตภายใต้เงือ่ นไขใด ๆ ทห่ี น่วยงานพิจารณาแลว้ เหน็ สมควร รวมถงึ (เอ) ผู้ส่งของออกได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายและระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของภาคีผู้ส่งของออก (บ)ี ผสู้ ง่ ของออกมคี วามรู้และมคี วามเข้าใจกฎถิ่นกา้ เนดิ สนิ ค้าตามท่ีก้าหนดไว้ในบทน้ี 3-16

(ซี) ผู้ส่งของออกมีประสบการณ์ด้านการส่งออกในระดับท่ีน่าพอใจตามกฎหมาย และระเบยี บข้อบังคับของภาคีผู้ส่งของออก (ด)ี ผู้ส่งของออกมีประวัติดี โดยใช้หลักการบริหารความเส่ียงของหน่วยงานผู้มีอ้านาจ ของภาคีผ้สู ง่ ของออก (อี) ผู้ส่งของออกกรณีที่เป็นผู้ประกอบการค้า ต้องมีค้ารับรองยืนยันสถานการณ์ได้ ถ่ินก้าเนิดของสินค้าจากผู้ผลิต เพ่ือใช้ในค้ารับรองถ่ินก้าเนิดสินค้าโดยผู้ส่งของออก รับอนุญาต และผู้ผลิตต้องมีความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ตามข้อ 3.24 (การตรวจสอบ) และปฏิบตั ิตามขอ้ ก้าหนดทง้ั หมดในบทนี้ และ (เอฟ) ผู้ส่งของออกมีระบบการท้าบัญชีและการเก็บบันทึกที่ได้รับการเก็บรักษาอย่างดี โดยเปน็ ไปตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับของภาคีผู้ส่งของออก 2. หนว่ ยงานผมู้ อี า้ นาจของภาคีผู้ส่งของออกต้อง (เอ) ท้าให้ข้ันตอนและเง่ือนไขการขอเป็นผู้ส่งของออกรับอนุญาตเป็นสาธารณะ และเข้าถึงได้ง่าย (บี) อนุมัตใิ ห้สิทธิผ้สู ง่ ของออกรับอนญุ าตเป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (ซ)ี ให้หมายเลขผู้ส่งของออกรับอนุญาตแก่ผู้ส่งของออกรับอนุญาต ซ่ึงหมายเลข ดงั กลา่ วต้องระบอุ ยู่ในคา้ รับรองถิน่ ก้าเนิดสินค้า และ (ด)ี บรรจุข้อมลู ผู้ส่งของออกรับอนุญาตที่ได้รับการอนุมัติให้สิทธิในฐานข้อมูลผู้ส่งของออก รบั อนุญาตทอ่ี า้ งถึงในวรรค 6 โดยพลนั 3. ผ้สู ง่ ของออกรบั อนุญาตจะมีหน้าท่ดี ังต่อไปนี้ (เอ) อนุญาตให้หน่วยงานผู้มีอ้านาจของภาคีผู้ส่งของออกเข้าถึงบันทึกและสถานท่ีต้ัง เพ่ือวัตถุประสงค์ในการติดตามการใช้สิทธิตามท่ีก้าหนดไว้ในข้อ 3.27 (ข้อก้าหนด ในการเก็บรักษาข้อมลู ) (บี) แสดงค้ารับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าให้ครบถ้วนเฉพาะกับสินค้าที่ผู้ส่งของออกรับ อนุญาตได้รับสิทธิจากหน่วยงานท่ีมีอ้านาจของประเทศภาคีผู้ส่งของออกเท่านั้น และมีเอกสารเกี่ยวข้องท้ังหมดท่ีจะพิสูจน์สถานะการได้ถิ่นก้าเนิดของสินค้าน้ัน ณ ขณะเวลาทจี่ ัดทา้ ค้ารับรองน้นั 3-17

(ซ)ี แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ส้าหรับค้ารับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าที่ได้จัดท้าขึ้น รวมถงึ การนา้ ไปใชใ้ นทางทผี่ ดิ และ (ด)ี แจ้งให้หน่วยงานผู้มีอ้านาจของภาคีผู้ส่งของออกทราบในทันทีถึงการเปล่ียนแปลง ใด ๆ ท่เี กี่ยวข้องกับขอ้ มลู ท่ีอา้ งถงึ ในอนุวรรค (บี) โดยพลัน 4. ภาคีแต่ละฝ่ายจะต้องบรรจุข้อมูลดังต่อไปนี้ของผู้ส่งของออกรับอนุญาตไว้ในฐานข้อมูล ผู้สง่ ของออกรับอนุญาตในทันที (เอ) ชื่อและที่อยตู่ ามกฎหมายของบรษิ ัทผสู้ ง่ ของออก (บ)ี หมายเลขผสู้ ง่ ของออกรับอนญุ าต (ซ)ี วันท่ีอนมุ ัติและวันท่ีส้นิ สดุ การให้สทิ ธแิ ก่ผ้สู ่งของออกรับอนญุ าต หากมี และ (ด)ี รายการของสินค้าที่ได้รับสิทธิ โดยเป็นพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์อย่างน้อย ในระดับตอน การเปล่ียนแปลงใด ๆ ในรายการท่ีอ้างถึงในอนุวรรค (เอ) ถึง (ดี) หรือการเพิกถอน หรือระงบั สทิ ธิทอี่ นมุ ตั ิ จะตอ้ งบรรจขุ อ้ มลู ในฐานข้อมลู ผู้สง่ ของออกรับอนุญาตในทันที 5. โดยไมค่ า้ นึงถงึ วรรค 4 ภาคีไม่ต้องใส่ข้อมูลของผู้ส่งของออกรับอนุญาตท่ีอ้างถึงไว้ในวรรคน้ี ในฐานข้อมูลผู้ส่งของออกรับอนุญาต หากภาคีได้มีการจัดต้ังเว็บไซต์ของตนเองที่มี ความปลอดภัย และประกอบด้วยข้อมลู ข้างตน้ ท่ีกล่มุ ภาคีสามารถเขา้ ถงึ ได้ 6. คณะกรรมการร่วมอาร์เซ็ปอาจมอบหมายผู้ดูแลฐานข้อมูลผู้ส่งของออกรับอนุญาต ซงึ่ สามารถเช่อื มตอ่ ผ่านระบบเครอื ข่ายทางคอมพวิ เตอร์ไดโ้ ดยกลุ่มภาคี 7. หน่วยงานผู้มีอ้านาจของภาคีผู้ส่งของออกต้องติดตามการใช้สิทธิ รวมถึงการตรวจสอบ ค้ารับรองถ่ินก้าเนิดสินค้าโดยผู้ส่งของออกรับอนุญาต และเพิกถอนสิทธิ หากไม่ปฏิบัติตาม ขอ้ กา้ หนดในวรรค 1 8. ผู้ส่งของออกรับอนุญาตต้องเตรียมเอกสารที่เก่ียวข้องท้ังหมดหากมีการร้องขอ จากหนว่ ยงานศลุ กากรของภาคีผู้น้าของเข้า เพ่ือพิสูจน์สถานะในการได้ถ่ินก้าเนิดของสินค้า รวมถึงค้าให้การของผู้จ้าหน่ายหรือผู้ผลิต โดยให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ของภาคีผ้นู ้าของเข้า รวมท้งั ขอ้ กา้ หนดอืน่ ๆ ของบทน้ี 3-18

ขอ้ 3.22: การขอรับสทิ ธพิ เิ ศษทางอากรศลุ กากร 1. ภาคผี ูน้ า้ ของเขา้ จะให้สทิ ธิพิเศษทางอากรศุลกากรตามความตกลงฉบับนี้ กบั สินค้าท่ีได้ถนิ่ ก้าเนิด บนพืน้ ฐานของหลกั ฐานการรบั รองถิ่นกา้ เนิดสนิ ค้า 2. เว้นแต่มีการก้าหนดไว้เป็นอย่างอื่นในบทน้ี เพ่ือวัตถุประสงค์ของการขอรับสิทธิพิเศษ ทางอากรศุลกากร ภาคีผู้น้าของเขา้ ตอ้ งก้าหนดว่าผนู้ ้าของเข้าจะต้อง (เอ) จัดท้าคา้ รบั รองในใบขนสนิ คา้ ขาเข้าของศุลกากรว่าสนิ คา้ เป็นสินค้าท่ีได้ถิน่ กา้ เนดิ (บี) มหี ลักฐานการรับรองถิ่นก้าเนดิ สนิ คา้ ทยี่ ังมผี ลใช้ได้ ณ ขณะที่จัดท้าค้ารับรองท่ีอ้างถึง ในอนุวรรค (เอ) และ (ซี) แสดงตน้ ฉบบั หรือส้าเนาท่ีได้รับรองความถูกต้องของหลักฐานการรับรองถ่ินก้าเนิด สินค้าแกภ่ าคีผนู้ า้ ของเขา้ หากมกี ารร้องขอโดยภาคีผ้นู า้ ของเขา้ 3. โดยไม่ค้านงึ ถงึ วรรค 1 และ 2 ภาคีผู้น้าของเข้าอาจไม่ต้องขอหลักฐานการรับรองถ่ินก้าเนิด สินค้า หาก (เอ) ราคาศุลกากรของการน้าเข้ามีมูลค่าไม่เกิน 200 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมูลค่าเทียบเท่า ตามสกุลเงินของภาคีผู้น้าของเข้า หรือมูลค่าท่ีสูงกว่าตามที่ภาคีผู้น้าของเข้า ได้กา้ หนดไว้ หรือ (บ)ี สินค้าดังกล่าวได้รับการยกเว้นการแสดงหลักฐานการรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า จากภาคผี นู้ ้าของเขา้ โดยมีเงื่อนไขว่าการน้าเข้าไม่ได้มีลักษณะของการด้าเนินการหรือวางแผนเพื่อแบ่งแยก การน้าเข้าเป็นหลายครั้ง เพ่ือวัตถุประสงค์ในการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับของภาคีผู้น้าของเข้า เพ่ือขอรับสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้ ความตกลงฉบับนี้ 4. หน่วยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้าอาจให้ผู้น้าของเข้าแสดงหลักฐานประกอบการ พจิ ารณาวา่ สินค้ามคี ุณสมบัติเปน็ สนิ ค้าท่ไี ด้ถน่ิ กา้ เนิด ตามขอ้ ก้าหนดของบทนี้ 5. ผู้น้าของเข้าต้องแสดงให้เห็นว่าได้ปฏิบัติตามข้อก้าหนดที่อ้างถึงในข้อ 3.15 (การส่งมอบ โดยตรง) และแสดงหลกั ฐานเม่ือมีการร้องขอจากหนว่ ยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้า 3-19

6. ในกรณีที่ยื่นหลักฐานการรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าต่อหน่วยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้า ภายหลังจากการส้ินสุดก้าหนดเวลายื่น หลักฐานการรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้าดังกล่าวอาจยัง สามารถนา้ มาใช้ได้ ในกรณีที่ไม่สามารถด้าเนินการตามช่วงเวลาดังกล่าวได้ อันเน่ืองมาจาก เหตุสุดวิสัยหรือเหตุอ่ืนใดเกินวิสัยการควบคุมของผู้น้าของเข้าหรือผู้ส่งของออกอันรับฟังได้ โดยใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคบั หรอื แนวทางการบรหิ ารของภาคีผู้นา้ ของเข้า ขอ้ 3.23: การขอรับสิทธิพเิ ศษทางอากรศุลกากรภายหลงั การนาเขา้ 1. ภาคีแต่ละฝ่ายต้องให้ผู้น้าของเข้ายื่นขอคืนเงินอากร เงินวางประกัน หรือการันตี ที่ช้าระไว้ เกินเน่ืองจากสินค้าไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายในช่วงเวลาที่ก้าหนดหรือ ภายหลังจากวันท่ีน้าเข้าสินค้า หากสินค้าน้ันเป็นสินค้าที่ได้ถิ่นก้าเนิดและน้าเข้าไปยังภาคี น้ันตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของภาคีน้ัน โดยแสดงเอกสารต่อไปนี้แก่หน่วยงาน ศลุ กากรของภาคีผนู้ ้าของเขา้ (เอ) หลกั ฐานการรบั รองถนิ่ ก้าเนิดสนิ ค้าและหลักฐานอ่ืน ๆ ท่ีแสดงว่าสินค้ามีคุณสมบัติ เปน็ สนิ คา้ ทไี่ ด้ถิ่นกา้ เนิด และ (บ)ี เอกสารอ่ืนที่เกี่ยวข้องกับการน้าเข้าน้ัน ซึ่งหน่วยงานศุลกากรอาจขอเป็นหลักฐาน ในการขอรับสิทธพิ ิเศษทางอากรศุลกากร 2. โดยไม่ค้านึงถึงวรรค 1 ภาคีแต่ละฝ่ายอาจขอให้ผู้น้าของเข้าแจ้งความประสงค์ขอรับสิทธิ พิเศษทางอากรศุลกากรต่อหน่วยงานศุลกากรของภาคี ณ ขณะเวลาที่น้าเข้า ตามที่ กฎหมายและระเบยี บขอ้ บงั คบั ของภาคีน้นั ก้าหนด ขอ้ 3.24: การตรวจสอบ6 1. เพอื่ ความมงุ่ ประสงคใ์ นการพิจารณาวา่ สนิ คา้ ทน่ี า้ เข้ามายังภาคีหนึ่งจากภาคีอีกภาคีหน่ึงนั้น มีคุณสมบัติเป็นสินค้าที่ได้ถ่ินก้าเนิดภายใต้บทนี้ หน่วยงานผู้มีอ้านาจของภาคีผู้น้าของเข้า อาจดา้ เนินการตรวจสอบโดยวิธกี าร ดงั นี้ (เอ) คา้ ร้องเปน็ ลายลกั ษณ์อกั ษรเพ่ือขอข้อมลู เพ่ิมเติมจากผู้นา้ ของเข้า (บ)ี ค้ารอ้ งเป็นลายลกั ษณอ์ ักษรเพื่อขอข้อมูลเพม่ิ เติมจากผู้ส่งของออกหรอื ผู้ผลิต 6 เพ่ือความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ ภาคีอาจก้าหนดหน่วยประสานงานตามท่ีก้าหนดไว้ในข้อ 3.33 (จุดติดต่อ) สา้ หรบั การตรวจสอบสนิ คา้ ท่ีสง่ ออก เพอ่ื เปน็ การอ้านวยความสะดวกในการตรวจสอบ 3-20

(ซี) ค้าร้องเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขอข้อมูลเพ่ิมเติมจากหน่วยงานผู้มีอ้านาจหรือ หนว่ ยงานออกหนังสือรบั รองถนิ่ กา้ เนิดสินคา้ ของภาคีผู้ส่งของออก (ด)ี การเย่ียมชมเพ่ือการตรวจสอบ ณ สถานท่ีของผู้ส่งของออกหรือผู้ผลิตในภาคี ผู้ส่งของออก เพื่อเย่ียมชมสถานที่และกระบวนการผลิตสินค้า และเพื่อทบทวน ขอ้ มลู ทเี่ กยี่ วกับถิ่นกา้ เนดิ สินค้า รวมถึงเอกสารทางบญั ชี7 หรอื (อี) กระบวนการอน่ื ใดแล้วแตภ่ าคที เ่ี ก่ียวขอ้ งจะตกลง 2. ภาคผี นู้ ้าของเขา้ จะต้อง (เอ) เพ่ือความมุ่งประสงค์ของอนุวรรค 1(บี) ส่งค้าร้องเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกับ ส้าเนาหลักฐานการรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า และเหตุผลส้าหรับการร้องขอไปยัง ผ้สู ่งของออก หรือผู้ผลติ และหนว่ ยงานผ้มู อี ้านาจของภาคีผสู้ ง่ ของออก (บ)ี เพ่ือความมุ่งประสงค์ของอนุวรรค 1(ซี) ส่งค้าร้องเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกับ ส้าเนาหลักฐานการรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้า และเหตุผลส้าหรับการร้องขอไปยัง หน่วยงานออกหนังสือรับรองถิ่นก้าเนิดสินค้าหรือหน่วยงานผู้มีอ้านา จของภาคี ผู้สง่ ของออก และ (ซ)ี เพ่ือความม่งุ ประสงคข์ องอนุวรรค 1(ดี) ให้ร้องขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร จากผู้ส่งของออกหรือผู้ผลิตท่ีเป็นเจ้าของสถานที่ท่ีจะไปเยี่ยมชม และหน่วยงาน ผู้มีอ้านาจของภาคีผู้ส่งของออก โดยระบุวันที่และสถานท่ีท่ีคาดว่าจะไปเย่ียมชม และวตั ถุประสงค์ในการเย่ียมชม 3. ตามคา้ รอ้ งขอของภาคีผู้น้าของเข้า การเยี่ยมชมเพ่ือการตรวจสอบสถานท่ีของผู้ส่งของออก หรือผู้ผลิตอาจด้าเนินการ โดยได้รับความยินยอมและความช่วยเหลือจากภาคีผู้ส่งของออก ตามกระบวนการทไ่ี ด้ตกลงกนั ระหว่างภาคีผู้น้าของเขา้ และภาคผี ู้สง่ ของออก 4. สา้ หรับการตรวจสอบภายใตอ้ นุวรรค 1(เอ) ถึง (ด)ี ภาคีผู้น้าของเขา้ จะต้อง (เอ) อนุญาตให้ผู้น้าของเข้า ผู้ส่งของออก ผู้ผลิต หรือ หน่วยงานออกหนังสือรับรอง ถิ่นก้าเนิดสินค้า หรือ หน่วยงานผู้มีอ้านาจของภาคีผู้ส่งของออก ตอบกลับภายใน ระยะเวลาระหว่าง 30 วัน และ 90 วัน นับต้ังแต่วันที่ได้รับค้าร้องเป็นลายลักษณ์ อักษรเพอ่ื ขอขอ้ มูลภายใต้อนวุ รรค 1(เอ) ถึง (ซี) 7 การเย่ียมชมเพ่ือการตรวจสอบภายใต้อนุวรรคน้ีจะด้าเนินการภายหลังการตรวจสอบตามอนุวรรค (ซี) ได้ด้าเนนิ การแลว้ เท่านัน้ 3-21

(บ)ี อนุญาตให้ผู้สง่ ของออก ผผู้ ลิต หรอื หน่วยงานผู้มีอ้านาจ แจ้งความยินยอมหรือการปฏิเสธ ค้าขอ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันท่ีได้รับค้าร้องเป็นลายลักษณ์อักษรส้าหรับ การเยยี่ มชมเพอ่ื การตรวจสอบภายใตอ้ นวุ รรค 1(ดี) และ (ซ)ี พยายามให้ค้าตัดสินในการตรวจสอบภายใน 90 วัน และ 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ ไดร้ บั ขอ้ มูลทีจ่ ้าเปน็ ต่อการตัดสินใจนัน้ 5. เพื่อความมุ่งประสงค์ของวรรค 1 ภาคีผู้น้าของเข้าจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรถึงผล การตัดสินของการตรวจสอบและเหตุผลของการตัดสินน้ัน ให้กับผู้น้าของเข้า ผู้ส่งของออก หรือผู้ผลิตสินค้า หรือหน่วยงานออกหนังสือรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้า หรือ หน่วยงาน ผมู้ ีอ้านาจของภาคีผ้สู ่งของออกท่ีได้รับค้ารอ้ งขอตรวจสอบ 6. หน่วยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้าอาจระงับการให้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากร ในขณะท่ีรอผลการตรวจสอบ ทั้งนี้ ภาคีผู้น้าของเข้าจะอนุญาตให้ตรวจปล่อยสินค้าน้ัน ไปก่อน แตอ่ าจก้าหนดวา่ ให้การตรวจปล่อยดังกล่าวอยู่ภายใต้การวางประกันซ่ึงเป็นไปตาม กฎหมายและระเบยี บขอ้ บังคับของภาคีผ้นู า้ ของเขา้ ข้อ 3.25: การปฏิเสธการใหส้ ทิ ธพิ เิ ศษทางอากรศุลกากร 1. หน่วยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้าอาจปฏิเสธการให้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากร ในกรณีดงั ตอ่ ไปน้ี (เอ) สนิ ค้าไม่เป็นไปตามขอ้ กา้ หนดของบทน้ี หรือ (บ)ี ผู้น้าของเข้า ผู้ส่งของออก หรือผู้ผลิตสินค้า ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อก้าหนด ท่เี กย่ี วข้องใด ๆ ของบทน้ี ส้าหรับการไดส้ ทิ ธิพิเศษทางอากรศุลกากร 2. หากหน่วยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้าปฏิเสธการขอรับสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากร หน่วยงานศุลกากรน้ันจะต้องแจ้งผลการตัดสินเป็นลายลักษณ์อักษรให้ ผู้น้าของเข้าทราบ รวมถึงเหตุผลของการตัดสนิ ดงั กลา่ ว 3. หน่วยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้าอาจพิจารณาว่า สินค้าไม่มีคุณสมบัติเป็นสินค้าที่ได้ ถิน่ ก้าเนิด และอาจปฏเิ สธการใหส้ ิทธิพิเศษทางอากรศุลกากร ในกรณีดังตอ่ ไปนี้ (เอ) หน่วยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้าไม่ได้รับข้อมูลที่เพียงพอที่จะพิจารณาการ ได้ถิ่นกา้ เนดิ ของสินค้า (บ)ี ผู้ส่งของออก ผู้ผลิต หรือหน่วยงานผู้มีอ้านาจ ของภาคีผู้ส่งของออกไม่สามารถ ตอบสนองค้าร้องขอข้อมูลทเี่ ป็นลายลกั ษณ์อักษรตามข้อ 3.24 (การตรวจสอบ) หรือ 3-22

(ซี) การรอ้ งขอสา้ หรบั การเย่ียมชมเพอ่ื การตรวจสอบตามข้อ 3.24 (การตรวจสอบ) ถกู ปฏเิ สธ ขอ้ 3.26: ความแตกตา่ งหรอื ความผดิ พลาดเลก็ น้อย หน่วยงานศุลกากรของภาคีผู้น้าของเข้าจะเพิกเฉยความแตกต่างหรือความผิดพลาดเล็กน้อย เช่น ความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างเอกสาร การละเลยข้อมูล ความผิดพลาดในการพิมพ์ หรือการพิมพ์ ข้อมูลเกินจากช่องท่ีก้าหนด โดยมีเง่ือนไขว่าความแตกต่างหรือความผิดพลาดเล็กน้อยเหล่า นี้ ไมก่ ่อให้เกดิ ความสงสยั ในสถานะการได้ถิ่นก้าเนดิ ของสินค้า ขอ้ 3.27: ข้อกาหนดในการเกบ็ รกั ษาขอ้ มลู 1. ภาคแี ต่ละฝา่ ยจะต้องก้าหนดให้ (เอ) ผู้สง่ ของออก ผ้ผู ลิต หนว่ ยงานผอู้ อกหนังสือรบั รองถ่นิ ก้าเนดิ สินค้า หรือ หน่วยงาน ผู้มีอ้านาจ ต้องเก็บรักษาข้อมูลท่ีจ้าเป็นท้ังหมดส้าหรับการพิสูจน์ว่าสินค้าที่แสดง ในหลกั ฐานการรบั รองถิน่ กา้ เนดิ สินคา้ เป็นสนิ คา้ ท่ีไดถ้ ิ่นก้าเนิด เปน็ เวลาไม่น้อยกว่า สาม (3) ปี นับจากวันท่ีออกหลักฐานการรับรองถ่ินก้าเนิดสินค้านั้นหรือ เป็นระยะเวลาท่ีนานกว่าตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของภาคี ผสู้ ง่ ของออก (บี) ผู้น้าของเข้าต้องเก็บรักษาข้อมูลท่ีจ้าเป็นทั้งหมดส้าหรับการพิสูจน์ว่าสินค้าท่ีขอรับ สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรเป็นสินค้าท่ีได้ถ่ินก้าเนิด เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสาม (3) ปี นับจากวันที่น้าเข้าสินค้า หรือเป็นระยะเวลาท่ีนานกว่าตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบงั คบั ของภาคีผนู้ า้ ของเขา้ 2. ข้อมูลตามที่อ้างถึงในวรรค 1 อาจจะเก็บรักษาไว้ในส่ือกลางใด ๆ ที่อนุญาตให้เรียกดูข้อมูล ไดใ้ นทันที ในรูปแบบดิจิทัล อิเล็กทรอนกิ ส์ แสง แถบแม่เหล็ก หรือลายลักษณ์อักษร โดยให้ เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบขอ้ บังคบั ของภาคีน้นั ขอ้ 3.28: การปรกึ ษาหารือ กล่มุ ภาคีจะตอ้ งปรกึ ษาหารือกนั เมือ่ จา้ เปน็ เพ่ือใหแ้ นใ่ จไดว้ า่ บทนี้จะถูกน้าไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ในแนวทางเดยี วกนั และสมา่้ เสมอ เพื่อใหบ้ รรลเุ จตนารมณแ์ ละวตั ถปุ ระสงคข์ องความตกลงฉบบั น้ี ข้อ 3.29: ระบบอิเล็กทรอนิกสส์ าหรบั การแลกเปลี่ยนขอ้ มลู ถิน่ กาเนดิ 3-23

กลุ่มภาคีอาจพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ส้าหรับการแลกเปล่ียนข้อมูลถ่ินก้าเนิด เพ่ือให้แน่ใจว่า การด้าเนินการตามบทน้ีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในลักษณะที่ได้ก้าหนดร่วมกัน โดยภาคที เ่ี ก่ยี วข้อง ขอ้ 3.30: บทเฉพาะกาลสาหรับสินค้าผ่านแดน ภาคีจะต้องให้สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรแก่สินค้าที่ได้ถ่ินก้าเนิด นับต้ังแต่วันที่ความตกลงฉบับน้ี มผี ลใช้บงั คับส้าหรับภาคีนน้ั เมื่อสินคา้ (เอ) ถูกขนสง่ ไปยังภาคีน้นั โดยเปน็ ไปตามข้อ 3.15 (การสง่ มอบโดยตรง) หรือ (บ)ี ไมไ่ ด้นา้ เขา้ ไปยังภาคีนั้น หากมีการขอรับสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรตามเง่ือนไขและระยะเวลาภายใต้ข้อ 3.22 (การขอรับ สิทธิพิเศษทางอากรศุลกากร) ภายในหน่ึงร้อยแปดสิบ (180) วัน นับตั้งแต่วันที่ความตกลงฉบับนี้ มผี ลใช้บงั คบั กบั ภาคีนั้น ขอ้ 3.31: บทลงโทษ ภาคีแต่ละฝ่ายจะต้องน้ามาใช้หรือรักษาไว้ซ่ึงบทลงโทษที่เหมาะสมหรือมาตรการอื่นใด ต่อการละเมิด กฎหมายและระเบยี บข้อบังคบั ท่เี กยี่ วข้องกับบทน้ี ข้อ 3.32: ภาษาท่ใี ช้ในการสอื่ สาร การสือ่ สารระหวา่ งภาคีผู้นา้ ของเข้าและภาคผี ้สู ่งของออกจะต้องกระท้าเปน็ ภาษาองั กฤษ ขอ้ 3.33: จดุ ติดต่อ ภาคีแต่ละฝ่ายจะต้องก้าหนดจุดติดต่อหน่ึง (1) จุดหรือมากกว่า เพ่ือประสานงานในการน้าบทน้ี ไปปฏิบัติ และแจ้งรายละเอียดการติดต่อของจุดติดต่อหรือจุดติดต่อเหล่านั้น แก่ภาคีอื่น ๆ ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ความตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ภาคีแต่ละฝ่ายจะต้องแจ้งภาคีอ่ืน ๆ ถึงการ เปลยี่ นแปลงใด ๆ ของรายละเอยี ดการตดิ ตอ่ ดงั กล่าวโดยพลนั ขอ้ 3.34: การแปลงพิกัดศุลกากรกฎเฉพาะรายสนิ คา้ 1. ก่อนที่พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ฉบับแก้ไขจะมีผลใช้บังคับ กลุ่มภาคีจะต้องหารือ เพ่ือเตรียมการปรับปรุงบทนี้และภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสินค้า) ที่จ้าเป็นเพื่อการ สะทอ้ นการเปล่ียนแปลงพิกดั ศลุ กากรระบบฮาร์โมไนซ์ 3-24

2. กลุ่มภาคีจะต้องท้าให้แน่ใจว่า การแปลงพิกัดศุลกากรกฎเฉพาะรายสินค้าของภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสินคา้ ) จะดา้ เนนิ การโดยไมท่ า้ ใหก้ ฎเฉพาะรายสนิ คา้ ที่มีอยู่เสียหายและท้าให้ แลว้ เสร็จภายในกา้ หนดระยะเวลาทเี่ หมาะสม 3. การแปลงพิกัดศุลกากรกฎเฉพาะรายสินค้าของภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสินค้า) คือ การปรับพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ตามก้าหนดเวลาในการแก้ไขเพิ่มเติมพิกัด ศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ซึ่งการแปลงพิกัดศุลกากรกฎเฉพาะรายสินค้าน้ันจะต้องได้รับ ความเห็นชอบโดยคณะกรรมการร่วมอาร์เซ็ป ภายใต้ค้าแนะน้าของคณะกรรมการ ด้านสินค้า ทั้งน้ี กลุ่มภาคีจะต้องเผยแพร่การการแปลงพิกัดศุลกากรกฎเฉพาะรายสินค้า ตามภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสินค้า) ตามการปรับพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ดงั กลา่ วในทันที 4. เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ “การแปลงพิกัดศุลกากร” หมายถึง มาตรการท่ีจ้าเป็น ในการสนับสนุนการใช้กฎเฉพาะรายสินค้าท่ีก้าหนดในภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะ รายสินค้า) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสะท้อนการปรับพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ตามกา้ หนดระยะเวลาทีเ่ ป็นปจั จบุ นั ขอ้ 3.35: การแก้ไขเพ่มิ เตมิ ภาคผนวก การแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะที่เก่ียวข้องกับภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสินค้า) และภาคผนวก 3 บี (ข้อก้าหนดเร่ืองข้อมูลข้ันต่้า) อาจรับรองโดยคณะกรรมการร่วมอาร์เซ็ป ท้ังนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมนั้น จะมผี ลใช้บังคับตามที่กา้ หนดในข้อ 20.4 (การแกไ้ ข)8 8 เพื่อความมุ่งประสงค์ของข้อนี้ ส้าหรับญ่ีปุ่น ประโยค “ความครบถ้วนสมบูรณ์ของกระบวนการทางกฎหมาย ที่ใช้บังคับ” ที่อ้างถึงในข้อ 20.4 (การแก้ไข) จะอ่านได้ว่า “ความครบถ้วนสมบูรณ์ของกระบวนการภายใน ของรัฐบาลญป่ี ุ่น” 3-25

ภาคผนวก 3 เอ กฎเฉพาะรายสินคา฾ หมายเหตุเบื้องต฾นของภาคผนวก 1. ตามความในข๎อ 3.2 (สินค๎าท่ีได๎ถิ่นกาเนิด) ภาคผนวกน้ีกาหนดเง่ือนไขในการปฏิบัติ ตํอสนิ ค๎าเพือ่ ใหไ๎ ดถ๎ น่ิ กาเนิด 2. เพื่อความเข๎าใจที่ตรงกัน “เกณฑ์การได๎มาทั้งหมดหรือผลิตข้ึนท้ังหมดในภาคี” และ “เกณฑ์การผลิตข้ึนในภาคีจากวัสดุท่ีได๎ถิ่นกาเนิดของภาคีใดภาคีหนึ่งหรือมากกวําน้ัน” ที่ได๎กาหนดไว๎ในอนุวรรค (เอ) และ (บี) ของข๎อ 3.2 (สินค๎าท่ีได๎ถิ่นกาเนิด) สามารถใช๎ได๎ กับทกุ รายการสินคา๎ 3. เพอ่ื วัตถุประสงค์ในการตีความกฎเฉพาะรายสนิ คา๎ ภายใตภ๎ าคผนวกนี้ (เอ) หมวด หมายถึง หมวดของพกิ ดั ศลุ กากรระบบฮารโ์ มไนซ์ (บ)ี ตอน หมายถึง เลขรหัสสอง (2) หลักแรกของการจาแนกพิกัดศุลกากรภายใต๎ ระบบฮารโ์ มไนซ์ (ซ)ี ประเภท หมายถึง เลขรหัสสี่ (4) หลักแรกของการจาแนกพิกัดศุลกากรภายใต๎ ระบบฮาร์โมไนซ์ และ (ด)ี ประเภทย฽อย หมายถึง เลขรหัสหก (6) หลักแรกของการจาแนกพิกัดศุลกากร ภายใต๎ระบบฮารโ์ มไนซ์ 4. กรณีที่เกณฑ์ถิ่นกาเนิดสินค๎าที่กาหนดไว๎กับสินค๎าเป็นเกณฑ์ทางเลือก สินค๎าจะได๎รับ การพิจารณาวํามีถน่ิ กาเนิดสนิ คา๎ หากผํานเกณฑใ์ ดเกณฑ์หน่งึ ท่ีได๎กาหนดไว๎ 5. การกาหนดเกณฑก์ ารเปล่ียนพกิ ดั ศุลกากร (ตอํ ไปในทน่ี ี้จะเรยี กวํา “ซี ที ซี” ในภาคผนวกน้ี) ใช๎ได๎ เฉพาะวสั ดทุ ่ไี มไํ ด๎ถ่นิ กาเนิด 6. กรณีเกณฑ์การเปล่ียนพิกัดศุลกากรมีการยกเว๎นการเปลี่ยนมาจากพิกัดศุลกากรอ่ืน การยกเวน๎ น้นั ใชไ๎ ดเ๎ ฉพาะกับวสั ดุทไี่ มํได๎ถน่ิ กาเนิด 7. เพอ่ื วตั ถปุ ระสงค์ของภาคผนวกนี้ 3เอ-1


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook