Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เรื่องด่วน เล่มที่ 2

เรื่องด่วน เล่มที่ 2

Published by agenda.ebook, 2021-02-04 08:17:44

Description: เรื่องด่วน เล่มที่ 2 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564

Search

Read the Text Version

ภำคผนวก ๑ รำยกำรผลติ ภัณฑ์ยำนยนต์ภำยใตข้ อบขำ่ ยของข้อตกลงฉบับนี รำยกำรของผลิตภัณฑ์ยำนยนตส์ ำหรบั หมวดหมู่ M1, N1 และ L ท่ีอยู่ในขอบเขตของข้อตกลงฉบับน้ี มดี งั นี:้ เลขที่ ผลิตภณั ฑย์ ำนยนต์ กฎระเบียบทำง มอก. เทคนคิ ของ ๑ ระบบห้ำมลอ้ ของรถยนต์ สหประชำชำติ 1466 ๒ ระบบห้ำมล้อสำหรบั รถยนต์น่ัง R13 2305 ๓ จดุ ยดึ เข็มขัดนิรภยั R13H 1467 ๔ เข็มขัดนริ ภยั สำหรับรถยนต์ R14 721 ๕ ทีน่ ั่ง จุดยดึ ท่ีนงั่ และพนักพงิ ศีรษะของยำนยนต์ R16 896 ๖ พนกั พงิ ศีรษะสำหรบั ใชใ้ นรถยนต์ R17 714 ๗ อุปกรณส์ ญั ญำณเสียงเตอื นสำหรบั ยำนยนต์ R25 771 ๘ ยำงล้อแบบสบู ลมสำหรบั รถยนตแ์ ละสว่ นพ่วง R28 2718 ๙ มำตรควำมเรว็ สำหรบั ยำนยนต์ R30 2308 ๑๐ สำรมลพษิ จำกเครื่องยนต์ R39 2915 ๑๑ มลพษิ ทำงเสยี งทีเ่ กิดจำกรถจักรยำนยนต์ R40 2355 ๑๒ กระจกนริ ภัยสำหรับยำนยนต์ R41 2602 ๑๓ กระจกมองหลงั R43 954 ๑๔ สำรมลพิษจำกเครื่องยนต์ R46 2315, 2320 ๑๕ มลพิษทำงเสยี งทเี่ กดิ จำกยำนยนตต์ ั้งแต่ 4 ล้อขึ้นไป R49 2264 ๑๖ ยำงล้อแบบสบู ลมรถยนต์เชิงพำณิชย์และส่วนพ่วง R51 2719 ๑๗ ยำงลอ้ แบบสูบลมสำหรบั รถจักยำนยนตแ์ ละโมเปด R54 2720 ๑๘ อปุ กรณ์เลีย้ วสำหรับยำนยนต์ R75 1471 ๑๙ สำรมลพิษจำกเคร่ืองยนต์ R79 2540,2550,2555 R83 ๑๐ (คำแปลอยำ่ งไม่เป็นทำงกำร โดยสำนกั งำนมำตรฐำนผลติ ภัณฑอ์ ุตสำหกรรม)

ภำคผนวก ๒ กำรแตง่ ตงั และขอ้ กำหนดของหนว่ ยบรกิ ำรทำงเทคนคิ ก. กำรแตง่ ตังหนว่ ยบริกำรทำงเทคนคิ ๑. หน่วยงำนผู้แต่งต้ัง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบต้องแต่งต้ังหน่วยบริกำรทำงเทคนิคให้สอดคล้องกับ บทบัญญัตขิ องภำคผนวกน้ี ๒. หน่วยบริกำรทำงเทคนิคต้องดำเนินกำรทดสอบด้วยตนเองหรือดำเนินกำรควบคุม สำหรับกำรทดสอบ ที่ขอขึน้ บัญชีหรือกำรตรวจที่ระบไุ ว้ในกฎระเบียบท่ีเกยี่ วข้อง เว้นแตไ่ ดม้ กี ำรระบเุ ป็นอย่ำงอื่น ๓. หน่วยบริกำรทำงเทคนิคต้องได้รับกำรจัดแบ่งเป็นประเภทใดประเภทหน่ึงหรือมำกกว่ำ จำกกำรดำเนิน กิจกรรมสี่ประเภท ข้นึ อยู่กับสำขำควำมเชยี่ วชำญของหน่วยบริกำรทำงเทคนิค (ก) ประเภท ก (๑) หนว่ ยบริกำรทำงเทคนคิ ซึง่ ดำเนินกำรทดสอบในสถำนท่ตี ้ังของตนเองตำมที่อำ้ งถงึ ใน กฎระเบียบ (๒) ISO/IEC 17025 - ข้อกำหนดทั่วไปว่ำด้วยควำมสำมำรถของห้องปฏิบัติกำรทดสอบและ สอบเทียบ (ข) ประเภท ข (๑) หน่วยบริกำรทำงเทคนิคซ่ึงดำเนินกำรควบคุมกำรทดสอบตำมที่อ้ำงถึงในกฎระเบียบ ที่ดำเนนิ กำรในสถำนท่ตี ง้ั ของผผู้ ลติ หรือสถำนท่ีต้ังของบคุ คลทสี่ ำม (๒) ISO/IEC 17020 - กำรตรวจสอบและรับรอง - ขอ้ กำหนดทว่ั ไปสำหรบั หน่วยตรวจ (ค) ประเภท ค (๑) หนว่ ยบริกำรทำงเทคนิคซ่งึ ดำเนินกำรตรวจประเมนิ และเฝ้ำระวงั กำรดำเนนิ กำรของผู้ผลิต สำหรับกำรควบคมุ ควำมสอดคลอ้ งในกระบวนกำรผลติ (๒) ISO/IEC 17021 – กำรตรวจสอบและรับรอง – ข้อกำหนดสำหรับหน่วยตรวจประเมิน และให้กำรรับรองระบบกำรจัดกำร (ง) ประเภท ง (๑) หน่วยบริกำรทำงเทคนิคซึ่งควบคุมหรือดำเนินกำรทดสอบหรือตรวจตำมกรอบของ กำรตรวจตดิ ตำมควำมสมำ่ เสมอในกระบวนกำรผลิต (๒) ISO/IEC 17020 - กำรตรวจสอบและรับรอง - ขอ้ กำหนดทั่วไปสำหรับหน่วยตรวจ ๔. หน่วยบริกำรทำงเทคนิคต้องแสดงทักษะที่เหมำะสม ควำมรู้ทำงเทคนิคเฉพำะด้ำนและประสบกำรณ์ ท่ีผ่ำนกำรพิสูจน์แล้วในสำขำเฉพำะภำยใต้กฎระเบียบทำงเทคนิคของสหประชำชำตินอกจำกน้ีหน่วยบริกำร ทำงเทคนิคต้องได้รับกำรรับรองตำมบทบัญญัติใน มำตรำ ๙ ของข้อตกลงฉบับน้ี ซ่ึงเกี่ยวข้องกับ กำรดำเนินงำนของหน่วยบรกิ ำรทำงเทคนคิ ๕. หน่วยควบคุมกฎระเบียบอำจทำหน้ำที่เป็นหน่วยบริกำรทำงเทคนิคได้ โดยสำมำรถดำเนินกิจกรรม ประเภทใดประเภทหน่ึงหรือมำกกว่ำตำมท่ีอ้ำงถึงในวรรค ๓ ของภำคผนวกน้ี ในกรณีที่หน่วยควบคุม กฎระเบียบทำหน้ำที่เป็นหน่วยบริกำรทำงเทคนิคได้รับแต่งตั้งโดยกฎหมำยระดับประเทศ หน่วยบริกำร ทำงเทคนิคน้ันตอ้ งเป็นไปตำมบทบัญญัติของภำคผนวกน้ี หรือกฎระเบียบทีเ่ ทียบเทำ่ กับบทบัญญัตใิ นวรรคยอ่ ย ๑๑ (คำแปลอยำ่ งไม่เป็นทำงกำร โดยสำนักงำนมำตรฐำนผลติ ภณั ฑอ์ ุตสำหกรรม)

(ก) (ข) (ค) และ (ง) และภำคผนวกว่ำด้วยกระบวนกำรสำหรับกำรประเมินหน่วยบริกำรทำงเทคนิค (“ภำคผนวก”) หรือกฎเกณฑอ์ ื่นทเี่ ทียบเทำ่ ต้องประกันได้ว่ำผลกำรดำเนินกำรและควำมเปน็ อสิ ระอยู่ในระดับเดียวกัน ๖. ผู้ผลิตหรือผู้แทนท่ีทำหน้ำท่ีในนำมของผู้ผลิตอำจได้รับแต่งต้ังให้เป็นหน่วยบริกำรทำงเทคนิคสำหรับ กำรดำเนินงำนประเภท ก ตำมกฎระเบียบท่ีได้แสดงไว้ในบทบัญญัติสำหรับกำรแต่งต้ังเท่ำน้ัน หน่วยงำน ผู้แต่งตั้ง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบควรใช้มำตรกำรท่ีเหมำะสมเพื่อทำให้แน่ใจว่ำผลกำรตรวจสอบและรับรอง เชอ่ื ถอื ได้ เช่น กำรเฝำ้ ดกู ำรทดสอบ ๗. หน่วยงำนผู้แต่งตั้ง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบต้องให้ควำมสำคัญมำกเท่ำท่ีเป็นไปได้ในกำรใช้และ กำรแต่งต้ังหน่วยบริกำรทำงเทคนิคที่มีที่ตั้งอยู่ในอำณำเขตอำเซียน ในกรณีที่ไม่มีหน่วยบริกำรทำงเทคนิค ภำยในอำณำเขตอำเซียน และจำเป็นต้องใช้บริกำรจำกหน่วยงำนนอกอำณำเขตอำเซียน หน่วยงำนผู้แต่งต้ัง/ หน่วยควบคุมกฎระเบียบอำจพิจำรณำใช้หน่วยบริกำรทำงเทคนิคนอกอำณำเขตอำเซียน ตำมเง่ือนไขข้อใด ข้อหนึ่ง ดงั ตอ่ ไปน้ี (ก) หน่วยบริกำรทำงเทคนิคท่ีได้รับกำรรับรองระบบงำนตำมบทบัญญัติของมำตรำ ๙ ของขอ้ ตกลง ฉบับน้ี (ข) หน่วยบริกำรทำงเทคนิคที่ได้รับข้ึนบัญชีภำยใต้ควำมตกลง ๑๙๕๘ ซ่ึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับ กิจกรรมทดี่ ำเนนิ กำร ๘. หน่วยบริกำรทำงเทคนิคท่ีมีท่ีต้ังอยู่นอกอำณำเขตอำเซียนท่ีต้องกำรกำรยอมรับตำมเงื่อนไขที่ระบุ ไว้ในวรรค ๗ ของภำคผนวกนี้ ต้องย่ืนคำขออย่ำงเป็นทำงกำรต่อหน่วยงำนผู้แต่งตั้ง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบ ดังรำยละเอียดเอกสำรกำรย่ืนคำขอตำมวรรค ๘ ของส่วนเพิ่มเติม กำรยอมรับหน่วยบริกำรทำงเทคนิคท่ีอยู่ นอกอำณำเขตอำเซียนภำยใต้วรรคนี้มีวตั ถุประสงค์เพื่อกำรใช้งำนท่ีเฉพำะเจำะจงและเป็นกำรช่ัวครำว ซง่ึ ต้อง ได้รับกำรปฏิบตั อิ ยำ่ งเทียบเท่ำกับหน่วยบริกำรทำงเทคนิคอื่นที่ไดร้ บั กำรแตง่ ตั้งจำกอำเซยี น ๙. คณะกรรมกำรยำนยนต์ของอำเซียนต้องพิจำรณำควำมสำมำรถของหน่วยบริกำรทำงเทคนิคท่ีเสนอข้ึน บัญชีจำกใบรับรองระบบงำน หรือใบรับรองกำรแต่งตั้งพร้อมขอบข่ำยท่ีนำมำประกอบเป็นหลักฐำน โดยคณะกรรมกำรยำนยนต์ของอำเซียนต้องขึ้นบัญชีหนว่ ยบริกำรทำงเทคนิคท่ีได้รับกำรยอมรบั เทำ่ นน้ั ๑๐. หน่วยงำนผู้แต่งตั้ง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบของประเทศสมำชิกที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้ำระวังควำมสำมำรถ ของหน่วยบริกำรทำงเทคนิคนอกอำเซียนที่ได้รับกำรยอมรับอย่ำงสม่ำเสมอ ในกรณีท่ีพบควำมไม่สอดคล้อง ตำมข้อกำหนด หน่วยงำนผู้แต่งต้ัง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบของประเทศสมำชิกท่ีเก่ียวข้องอำจพักใช้หรือ เพิกถอนกำรยอมรับดังกลำ่ ว ตำมมำตรำ ๑๐ ข. กำรประเมนิ ควำมเชย่ี วชำญของหนว่ ยบรกิ ำรทำงเทคนคิ ๑๑. หน่วยรับรองระบบงำนจะออกใบรับรองระบบงำนเพื่อใช้แสดงถึงทักษะของหน่วยบริกำรทำงเทคนิค ทีอ่ ้ำงถึงในวรรค ๔ ของภำคผนวกนี้ ๑๒. กำรตรวจประเมินใบรับรองระบบงำนที่อ้ำงอิงในวรรค ๘ หน่วยบริกำรทำงเทคนิคท่ีมีที่ตั้งอยู่ นอกอำณำเขตอำเซียนต้องได้รับกำรดำเนินกำรตำมบทบัญญัติของส่วนเพ่ิมเติมนี้ ซึ่งใบรบั รองระบบงำนต้องได้รับ กำรทบทวนไม่เกนิ สำมปีหลงั จำกไดร้ ับใบรับรองดังกล่ำว ๑๓. หน่วยบริกำรทำงเทคนิคต้องนำส่งใบรับรองระบบงำนให้กับคณะกรรมกำรยำนยนต์ของอำเซียนและ หน่วยงำนผู้แต่งตั้ง/หนว่ ยควบคมุ กฎระเบียบเมื่อไดร้ ับกำรร้องขอ ๑๔. หน่วยควบคุมกฎระเบียบที่ทำหน้ำที่เป็นหน่วยบริกำรทำงเทคนิคต้องแสดงควำมสอดคล้องตำม ข้อกำหนดผ่ำนเอกสำรหลักฐำนต่ำงๆ ซ่ึงรวมถึงกำรตรวจประเมินท่ีดำเนินกำรโดยผู้ตรวจประเมินที่เป็นอิสระ ๑๒ (คำแปลอย่ำงไม่เป็นทำงกำร โดยสำนักงำนมำตรฐำนผลิตภณั ฑ์อุตสำหกรรม)

ในกิจกรรมที่ตรวจประเมินดังกล่ำว ทั้งนี้ ผู้ตรวจประเมินอำจมำจำกหน่วยงำนเดียวกันโดยต้องแสดงให้เห็นว่ำ เปน็ อิสระตอ่ กิจกรรมทผี่ ู้ได้รับกำรตรวจประเมนิ ดำเนินกำรอยู่ ๑๕. ผู้ผลิตหรือผู้แทนที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหน่วยบริกำรทำงเทคนิคต้องปฏิบัติตำมบทบัญญัติท่ีเก่ียวข้อง ในขอ้ ข. ของภำคผนวกน้ี ค. กระบวนกำรแจ้ง ๑๖. ประเทศสมำชิกต้องแจ้งให้คณะกรรมกำรยำนยนต์ของอำเซียนทรำบช่ือ ท่ีอยู่ อีเมล และประเภท กิจกรรมของแต่ละหน่วยบริกำรทำงเทคนิคท่ีได้รับกำรแต่งตั้งผ่ำนสำนักเลขำธิกำรอำเซียน และต้องแจ้ง กำรเปลย่ี นแปลงขอ้ มูลใดๆ ทเี่ กิดขน้ึ ภำยหลังดว้ ย ๑๗. กำรแจ้งตอ้ งระบุกฎระเบยี บท่หี น่วยบริกำรทำงเทคนิคนั้นไดร้ ับกำรแต่งตั้ง ๑๘. หน่วยบริกำรทำงเทคนิคอำจดำเนินกิจกรรมตำมที่ระบุไว้ในข้อ ก. ของภำคผนวกนี้เพ่ือวัตถุประสงค์ กำรรับรองแบบ ก็ต่อเม่อื ไดแ้ จง้ คณะกรรมกำรยำนยนต์ของอำเซียนแล้วเท่ำนั้น ๑๙. หน่วยบริกำรทำงเทคนิครำยเดียวกันอำจได้รับแต่งต้ังและได้รับแจ้งจำกหน่วยงำนผู้แต่งตั้ง/หน่วยงำน ควบคุมกฎระเบียบหลำยแห่งได้ โดยไม่คำนึงถึงประเภทกำรดำเนินกิจกรรมของหน่วยบริกำรทำงเทคนิค ดังกล่ำว ๒๐. ในกรณีท่ีกำรใช้กฎระเบียบท่ีต้องใช้หน่วยงำนเฉพำะหรือหน่วยงำนที่มีควำมสำมำรถที่มีกิจกรรม ไม่ครอบคลุมตำมที่ระบุในข้อ ก. ของภำคผนวกน้ี หน่วยงำนผู้แต่งตั้ง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบต้องแต่งตั้ง หน่วยงำนนั้นเพื่อให้เป็นไปตำมกฎหมำยท่ีควบคุมดงั กลำ่ ว กำรแจ้งดงั กลำ่ วต้องดำเนินกำรตำมบทบญั ญตั ิของข้อนี้ ๑๓ (คำแปลอยำ่ งไม่เป็นทำงกำร โดยสำนกั งำนมำตรฐำนผลติ ภณั ฑอ์ ุตสำหกรรม)

ส่วนเพ่ิมเติม กระบวนกำรสำหรับกำรตรวจประเมินหน่วยบรกิ ำรทำงเทคนคิ ก. ข้อกำหนดทั่วไป ๑. หน่วยรับรองระบบงำนที่เป็นสมำชิกภำยใต้ข้อตกลงยอมรับร่วมขององค์กำรระหว่ำงประเทศว่ำด้วย กำรรับรองห้องปฏิบัติกำร และ/หรือ ข้อตกลงกำรยอมรับร่วมขององค์กำรระหว่ำงประเทศว่ำด้วยกำรรับรอง ระบบงำน ต้องดำเนินกำรตำมเง่ือนไขท่ีกำหนดในส่วนเพ่ิมเติมนี้ ทั้งนี้ ประเทศสมำชิกใดยังไม่ได้แต่งต้ัง หน่วยรบั รองระบบงำนของตน อำจแนะนำใหห้ น่วยบรกิ ำรทำงเทคนิคของตนยื่นขอรบั กำรรับรองระบบงำนจำก หน่วยรับรองระบบงำนของประเทศสมำชิกอน่ื ๒. ข้อกำหนดเหล่ำนี้ต้องบังคับใช้โดยอนุโลมกับหน่วยบริกำรทำงเทคนิคท้ังหมด โดยไม่คำนึงถึงสถำนะ ทำงกฎหมำย (องค์กรอสิ ระ ผู้ผลิต หรือหน่วยควบคมุ กฎระเบยี บท่ที ำหน้ำทใ่ี นฐำนะหนว่ ยบริกำรทำงเทคนิค) ข. หลักกำรสำหรับกำรตรวจประเมิน ๓. กำรตรวจประเมนิ ทเ่ี ช่อื ถอื ได้มหี ลักกำร ดงั น้ี (ก) ควำมเปน็ อสิ ระ ซ่งึ เป็นพ้ืนฐำนสำหรบั ควำมเปน็ กลำงและขอ้ สรปุ ทีเ่ ป็นรปู ธรรม (ข) กำรตดั สนิ จำกหลักฐำนที่พบ ซง่ึ ประกนั ควำมน่ำเชื่อถอื และข้อสรุปจำกกำรเกิดซ้ำหลำยครั้ง (ค) ควำมโปร่งใสและตรวจสอบได้ ๔. ผู้ตรวจประเมินต้องแสดงควำมน่ำเชื่อถือและควำมซื่อตรงและต้องคำนึงถึงควำมลับและกำรใช้ ดุลยพินจิ รวมถึงตอ้ งรำยงำนสิ่งท่ีตรวจพบและกำรสรุปผลกำรตรวจประเมนิ ตำมควำมจริงและเที่ยงตรง ค. ทักษะทจี่ ำเปน็ ของผู้ตรวจประเมนิ ๕. กำรตรวจประเมินอำจมีกำรดำเนินกำรโดยผู้ตรวจประเมินท่ีมีควำมรู้ทำงด้ำนเทคนิคและกำรบริหำร จดั กำรท่จี ำเป็นขึ้นกับวตั ถุประสงค์ของกำรตรวจประเมนิ นนั้ ๖. ผ้ตู รวจประเมินต้องได้รับกำรฝกึ อบรมเฉพำะด้ำนสำหรับกิจกรรมของกำรตรวจประเมิน นอกจำกน้ีต้อง มีควำมรทู้ ำงเทคนคิ เฉพำะดำ้ นในสำขำทหี่ น่วยบรกิ ำรทำงเทคนิคดำเนนิ กำร ๗. โดยไม่กระทบถึงบทบัญญัติของวรรค ๕ และวรรค ๖ ข้ำงต้น กำรตรวจประเมินที่อ้ำงถึงในวรรค ๑๑ ตอ้ งดำเนินกำรโดยผู้ตรวจประเมินทเี่ ปน็ อสิ ระจำกกิจกรรมที่ขอรับกำรตรวจประเมนิ ง. กำรยน่ื ขอรบั กำรแตง่ ตงั ๘. ผู้รับมอบอำนำจของหน่วยบริกำรทำงเทคนิคต้องยื่นคำขออย่ำงเป็นทำงกำรต่อหน่วยงำนผู้แต่งต้ัง/ หน่วยควบคมุ กฎระเบียบ รวมถงึ เอกสำร ดงั ตอ่ ไปนี้ (ก) ข้อมูลสำคัญทั่วไปของหน่วยบริกำรทำงเทคนิค ประกอบด้วย หนังสือจดทะเบียน ช่ือบริษัท ทีอ่ ยู่ สถำนะทำงกฎหมำย บคุ ลำกร และทรัพยำกรทำงเทคนคิ (ข) ข้อมูลท่ัวไปเกี่ยวกับหน่วยบริกำรทำงเทคนิค เช่น กิจกรรมกำรดำเนินงำน ควำมสัมพันธ์กับ บรษิ ทั แม่ (ถ้ำมี) และทอ่ี ยู่ของท่ีตัง้ ทั้งหมดท่ีอยูภ่ ำยใต้ขอบข่ำยทีข่ อรบั กำรแต่งตัง้ (ค) ข้อตกลงท่ีแสดงว่ำเป็นไปตำมข้อกำหนดของกำรแต่งต้ังและพันธกรณีอ่ืนๆ ของหน่วยบริกำร ทำงเทคนคิ ๑๔ (คำแปลอยำ่ งไม่เปน็ ทำงกำร โดยสำนักงำนมำตรฐำนผลิตภัณฑอ์ ุตสำหกรรม)

(ง) คำบรรยำยลักษณะของกำรดำเนินกิจกรรมกำรตรวจสอบและรับรอง ขอบข่ำยของกฎระเบียบ ทำงเทคนิคที่สำมำรถปฏิบัติได้ และรำยกำรที่หน่วยบริกำรทำงเทคนิคได้รับกำรแต่งต้ัง รวมถึง ข้อจำกดั ของขีดควำมสำมำรถทจี่ ะปฏิบตั ิได้ (จ) สำเนำใบรับรองระบบงำนของหน่วยบรกิ ำรทำงเทคนิค ๑๐. หน่วยงำนผู้แต่งตั้ง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบต้องทบทวนควำมครบถ้วนของข้อมูลท่ีหน่วยบริกำร ทำงเทคนคิ นำสง่ จ. กำรทบทวนทรพั ยำกร ๑๐. หน่วยรับรองระบบงำนต้องทวนสอบควำมสำมำรถของตนในกำรดำเนินกำรตรวจประเมินหน่วยบริกำร ทำงเทคนคิ ในดำ้ นนโยบำย ควำมสำมำรถ และควำมพรอ้ มของผตู้ รวจประเมินและผเู้ ชี่ยวชำญทเ่ี หมำะสม ฉ. กำรจำ้ งเหมำช่วงกำรตรวจประเมิน ๑๑. หน่วยรับรองระบบงำนอำจทำสัญญำจ้ำงเหมำช่วงกำรตรวจประเมนิ กับหน่วยรับรองระบบงำนอ่ืน หรือ ขอรับกำรสนับสนุนจำกผู้เชย่ี วชำญทำงเทคนิคจำกหน่วยงำนอ่ืนท่ีมีควำมสำมำรถ ผู้รับจ้ำงช่วงและผู้เช่ียวชำญ ต้องได้รบั กำรยอมรับจำกหนว่ ยบริกำรทำงเทคนิคท่ีย่ืนขอ ๑๒. หน่วยงำนผู้แต่งตั้ง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบต้องพิจำรณำใบรับรองระบบงำนท่ีมีขอบข่ำยเพียงพอ เพ่อื ทำกำรตรวจประเมนิ หนว่ ยบรกิ ำรทำงเทคนิคใหเ้ สร็จสมบูรณ์ ช. กำรเตรยี มกำรสำหรับกำรตรวจประเมิน ๑๓. หน่วยรบั รองระบบงำนต้องแต่งต้ังคณะผู้ตรวจประเมินอย่ำงเป็นทำงกำร ในกำรแต่งต้ังต้องทำให้แน่ใจว่ำ มีผเู้ ช่ยี วชำญได้รบั กำรแตง่ ตง้ั ในแต่ละครั้งอย่ำงเหมำะสม โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในภำพรวมของคณะผู้ตรวจประเมนิ (ก) ต้องมีควำมรู้ในขอบข่ำยเฉพำะด้ำนอย่ำงเหมำะสมตำมท่ีหน่วยบริกำรทำงเทคนิคได้ยื่นคำขอรับ กำรแตง่ ตง้ั (ข) ตอ้ งมคี วำมเข้ำใจเพียงพอท่ีจะทำให้เชื่อถือไดว้ ่ำกำรตรวจประเมินควำมสำมำรถของหน่วยบริกำร ทำงเทคนคิ ดำเนินกำรภำยใต้ขอบข่ำยทยี่ ่นื ขอรับกำรแต่งตั้ง ๑๔. หน่วยรับรองระบบงำนต้องมอบหมำยงำนและหน้ำที่ของคณะผู้ตรวจประเมินให้ชัดเจน โดยมี วตั ถปุ ระสงค์เพ่ือกำรทบทวนเอกสำรท่ีได้รับจำกหน่วยบรกิ ำรทำงเทคนิคท่ียื่นขอรับกำรแต่งตั้ง และดำเนินกำร ตรวจประเมิน ณ สถำนที่ทปี่ ฏิบัติงำน ๑๕. หน่วยรับรองระบบงำนพร้อมด้วยหน่วยบริกำรทำงเทคนิคและคณะผู้ตรวจประเมินท่ีได้รับมอบหมำย ต้องเห็นชอบวัน เวลำ และกำหนดกำรของกำรตรวจประเมิน อย่ำงไรก็ตำมหน่วยรับรองระบบงำนจะคง ควำมรับผิดชอบในส่วนของวันตรวจประเมินตำมแผนกำรตรวจติดตำมและแผนกำรตรวจประเมินเพื่อต่ออำยุ กำรรับรอง ๑๖. หน่วยรับรองระบบงำนต้องทำให้ม่ันใจว่ำคณะผู้ตรวจประเมินได้รับเอกสำรหลักเกณฑ์ที่เหมำะสม บันทกึ ผลกำรตรวจประเมินคร้งั ท่ผี ำ่ นมำ เอกสำร และบันทึกทเ่ี กีย่ วขอ้ งของหน่วยบริกำรทำงเทคนิค ซ. กำรตรวจประเมนิ ณ สถำนท่ีที่ปฏิบตั งิ ำน ๑๗. คณะผู้ตรวจประเมินต้องดำเนินกำรตรวจประเมิน ณ สถำนท่ีต้ังของหน่วยบริกำรทำงเทคนิค หรือที่ตั้ง ท่ีดำเนินกิจกรรมหลัก และต้องเฝ้ำดูกำรดำเนินกำรในที่ต้ังท่ีสุ่มเลือกหำกหน่วยบริกำรทำงเทคนิคมี กำรดำเนนิ งำนในที่ต้ังอื่น ๑๕ (คำแปลอย่ำงไม่เปน็ ทำงกำร โดยสำนกั งำนมำตรฐำนผลิตภัณฑ์อุตสำหกรรม)

ณ. กำรวิเครำะห์ส่ิงทพ่ี บและรำยงำนกำรตรวจประเมิน ๑๘. คณะผู้ตรวจประเมินตอ้ งวเิ ครำะห์ข้อมูลและหลักฐำนทัง้ หมดท่ีได้รวบรวมจำกกำรทวนสอบเอกสำรและ บันทึกทเี่ ก่ียวขอ้ ง และจำกกำรตรวจ ณ สถำนท่ีท่ีปฏิบตั ิงำน ในกำรวิเครำะหน์ ้ีต้องมขี ้อมูลเพียงพอที่จะให้คณะ ผู้ตรวจประเมินตัดสินขอบเขตควำมสำมำรถและควำมสอดคล้องตำมข้อกำหนดของหน่วยบริกำรทำงเทคนิค สำหรับกำรแต่งตั้ง ๑๙. หน่วยรับรองระบบงำนต้องทำใหม้ ่นั ใจวำ่ กระบวนกำรรำยงำนผลเป็นไปตำมข้อกำหนด ดังตอ่ ไปนี้ (ก) มีกำรประชุมระหว่ำงคณะผู้ตรวจประเมินและหน่วยบริกำรทำงเทคนิคก่อนกำรเดินทำงไปตรวจ ประเมิน ณ สถำนท่ีท่ีปฏิบัติงำนและในกำรประชุมดังกล่ำว คณะผู้ตรวจประเมินต้องจัดให้มี กำรรำยงำนท่ีเป็นลำยลักษณ์อักษรและ/หรือรำยงำนทำงวำจำในส่ิงที่พบซึ่งได้จำกกำรวิเครำะห์ คณะผู้ตรวจประเมินต้องเปิดโอกำสให้หน่วยบริกำรทำงเทคนิคตั้งคำถำมที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่พบ รวมถงึ ควำมไมส่ อดคล้องตำมข้อกำหนด (ถ้ำม)ี หรอื คำถำมอน่ื ที่เกย่ี วข้อง (ข) ตอ้ งจัดสง่ รำยงำนผลกำรตรวจประเมินเป็นลำยลักษณ์อักษรให้หน่วยบริกำรทำงเทคนิคพิจำรณำ โดยทันที และรำยงำนกำรตรวจประเมินดังกล่ำวต้องระบุข้อคิดเห็นเก่ียวกับควำมสำมำรถและ ควำมสอดคล้อง และต้องระบุควำมไม่สอดคล้อง (ถ้ำมี) เพ่ือให้หน่วยบริกำรทำงเทคนิคสำมำรถ ดำเนินกำรแก้ไขให้สอดคลอ้ งกบั ข้อกำหนดสำหรับกำรแตง่ ตง้ั และ (ค) หน่วยบริกำรทำงเทคนิคต้องตอบสนองต่อรำยงำนกำรตรวจประเมิน และอธิบำยได้ว่ำ มีกำรดำเนินกำรหรือวำงแผนกำรดำเนินงำนข้ันต่อไป เพื่อท่ีจะแก้ไขควำมไม่สอดคล้องท่ีเกิดขึ้น ภำยในระยะเวลำทีก่ ำหนด ๒๐. หน่วยรับรองระบบงำนต้องทำให้ม่นั ใจวำ่ กำรตอบสนองของหน่วยบรกิ ำรทำงเทคนคิ ทจ่ี ะกำรดำเนินกำร แก้ไขควำมไม่สอดคล้องตำมข้อกำหนดได้รับกำรทบทวนเพื่อติดตำมว่ำมีกำรดำเนินงำนอย่ำงเพียงพอและ มีประสิทธิภำพ ถ้ำพบว่ำกำรตอบสนองของหน่วยบริกำรทำงเทคนิคไม่เพียงพอ ต้องร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม นอกจำกน้ีอำจร้องขอหลักฐำนกำรปฏิบัติกำรแก้ไขท่ีมีประสิทธิภำพ หรืออำจดำเนินกำรตรวจติดตำม กำรปฏบิ ตั ิกำรเพอื่ ทวนสอบประสิทธภิ ำพของกำรปฏิบตั ิกำรแก้ไขดังกล่ำว ๒๑. รำยงำนกำรตรวจประเมนิ อยำ่ งน้อยทีส่ ุดต้องประกอบด้วย ดงั น้ี (ก) ชอื่ หน่วยบริกำรทำงเทคนิค (ข) วนั ที่ทีท่ ำกำรตรวจประเมนิ ณ สถำนที่ท่ีปฏิบตั ิงำน (ค) รำยช่อื ผตู้ รวจประเมินและ/หรอื ผ้เู ช่ยี วชำญท่เี กยี่ วขอ้ งในกำรตรวจประเมนิ (ง) ระบุสถำนท่ที ่ที ำกำรตรวจประเมนิ (จ) ขอบข่ำยกำรรับรองระบบงำนท่ียื่นขอ (ฉ) ข้อควำมที่แสดงถึงควำมพร้อมภำยในองค์กร และกระบวนกำรที่หน่วยบริกำรทำงเทคนิคนำมำใช้ เพ่ือให้มีควำมม่ันใจในควำมสำมำรถของหน่วยบริกำรทำงเทคนิค ซึ่งกำรบรรลุผลนี้ได้รับ กำรตรวจสอบตำมข้อกำหนดสำหรบั กำรรับรองระบบงำน (ช) ขอ้ มูลกำรแก้ไขควำมไม่สอดคลอ้ งทัง้ หมด และ (ซ) ข้อแนะนำว่ำหน่วยบริกำรทำงเทคนิคท่ียื่นขอควรได้รับกำรรับรองระบบงำนหรือกำรยืนยัน สถำนะให้เป็นหน่วยบริกำรทำงเทคนิค และหำกได้รับกำรรับรองดังกล่ำวต้องมีขอบข่ำยของ กำรรับรองระบบงำน ๑๖ (คำแปลอยำ่ งไม่เป็นทำงกำร โดยสำนกั งำนมำตรฐำนผลิตภณั ฑอ์ ุตสำหกรรม)

ญ. กำรให้กำรรับรอง/กำรยืนยันกำรแตง่ ตงั ๒๒. หน่วยงำนผู้แต่งต้ัง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบต้องพิจำรณำตัดสินว่ำจะให้กำรรับรอง กำรยืนยัน หรือ ขยำยเวลำกำรแตง่ ต้งั บนพื้นฐำนของใบรับรองระบบงำน และข้อมูลทเ่ี กี่ยวข้องโดยไมล่ ำ่ ช้ำ ๒๓. หน่วยงำนผู้แต่งต้งั /หนว่ ยควบคุมกฎระเบียบตอ้ งจดั เตรียมใบรับรองกำรแต่งต้ังหน่วยบริกำรทำงเทคนิค โดยในใบรบั รองต้องระบุข้อมูล ดงั น้ี (ก) ชอ่ื และเครื่องหมำยของหนว่ ยงำนผู้แต่งตง้ั /หนว่ ยควบคมุ กฎระเบยี บ (ข) ชอ่ื ของหนว่ ยบริกำรทำงเทคนิค (ค) วันท่มี ีผลบงั คับใช้ และวันหมดอำยุ (ง) รำยละเอียดแบบย่อ หรือกำรอ้ำงอิงข้อมูล ขอบข่ำยกำรแต่งตั้ง (กฎระเบียบที่นำมำใช้หรือ บำงสว่ นของกฎระเบยี บ) และ (จ) ข้อควำมแสดงควำมสอดคล้องและกำรอำ้ งองิ กบั เอกสำรปจั จุบัน ฎ. กำรตรวจประเมนิ ต่ออำยุและกำรตรวจตดิ ตำม ๒๔. กำรตรวจประเมินต่ออำยุกำรรับรองมีลักษณะคล้ำยกับกำรตรวจประเมินครั้งแรก ควำมเข้มงวดของ กำรตรวจประเมินต่ออำยุใบรับรองขึ้นกับกำรพิจำรณำผลกำรดำเนินกำรท่ีได้รับจำกกำรตรวจประเมินท่ีผ่ำนมำ และกำรตรวจติดตำมผลกำรรับรอง ณ สถำนที่ทีป่ ฏิบัติงำน ๒๕. หน่วยรับรองระบบงำนต้องวำงแผนกำรตรวจประเมินต่ออำยุกำรรับรองและกำรตรวจติดตำมผล กำรรบั รองสำหรับแต่ละหน่วยบรกิ ำรทำงเทคนิคทีไ่ ด้รบั กำรรับรอง เพื่อให้กำรสุ่มตรวจของขอบข่ำยกำรรับรอง ท่ีขอรับกำรตรวจประเมนิ ครอบคลมุ ขอบขำ่ ยกำรให้กำรรบั รองอยำ่ งสม่ำเสมอ ๒๖. ชว่ งเวลำระหว่ำงกำรตรวจประเมิน ณ สถำนที่ทปี่ ฏิบัติงำนไม่ว่ำจะเป็นกำรตรวจประเมินต่ออำยุกำรรับรอง หรือกำรตรวจติดตำมผลกำรรับรอง ขึ้นอยู่กับกำรพิสูจน์ให้เห็นถึงควำมเสมอต้นเสมอปลำยของหน่วยบริกำร ทำงเทคนคิ ๒๗. ในระหว่ำงกำรตรวจติดตำมหรือกำรตรวจประเมินต่ออำยุกำรรับรอง หำกตรวจพบควำมไม่สอดคล้อง หน่วยรับรองระบบงำนต้องกำหนดกรอบระยะเวลำแล้วเสร็จในกำรปฏิบัติกำรแก้ไข โดยท่ีผู้ตรวจประเมิน และผรู้ บั กำรตรวจประเมินได้เหน็ ชอบร่วมกัน ๒๘. เม่ือกำรปฏิบัติกำรแก้ไขไม่แล้วเสร็จตำมระยะเวลำที่กำหนด หรือเห็นว่ำระยะเวลำมีไม่เพียงพอ หน่วยรับรองระบบงำนต้องใช้มำตรกำรท่ีเหมำะสม เช่น กำรตรวจประเมินเพิ่มเติม หรือกำรพักใช้/เพิกถอน กำรให้กำรรบั รองสำหรบั หนึ่งกิจกรรมหรือมำกกวำ่ สำหรบั หน่วยบรกิ ำรทำงเทคนิคท่ไี ด้รับกำรรบั รอง ๒๙. เม่ือหน่วยรับรองระบบงำนตัดสินใจพักใช้หรือเพิกถอนกำรรับรองหน่วยบริกำรทำงเทคนิค หน่วยรบั รองระบบงำนต้องแจง้ กำรเพิกถอนหน่วยบริกำรทำงเทคนคิ อยำ่ งเปน็ ทำงกำรผ่ำนไปรษณยี ์ลงทะเบยี น ไม่ว่ำจะกรณีใดๆก็ตำมหน่วยรับรองระบบงำนต้องใช้ทุกมำตรกำรท่ีจำเป็นเพื่อทำให้ม่ันใจว่ำกิจกรรมท่ีได้ กระทำไปแล้วโดยหน่วยบริกำรทำงเทคนิค ยังคงมีกำรดำเนินงำน และต้องแจ้งกำรตัดสินใจต่อหน่วยงำน ผู้แตง่ ตง้ั /หน่วยควบคุมกฎระเบียบ ฏ. บนั ทกึ ของหนว่ ยบรกิ ำรทำงเทคนิคทไ่ี ดร้ ับกำรแต่งตงั ๓๐. หน่วยงำนผู้แต่งต้ัง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบต้องเก็บรักษำบันทึกของหน่วยบริกำรทำงเทคนิคที่แสดง ให้เห็นว่ำมีกำรดำเนนิ กำร และมคี วำมสำมำรถเป็นไปตำมขอ้ กำหนดกำรแต่งตง้ั ได้อย่ำงมีประสิทธิผล ๑๗ (คำแปลอยำ่ งไม่เป็นทำงกำร โดยสำนักงำนมำตรฐำนผลิตภณั ฑ์อุตสำหกรรม)

๓๑. หน่วยงำนผู้แต่งต้ัง/หน่วยควบคุมกฎระเบียบต้องเก็บรักษำบันทึกของหน่วยบริกำรทำงเทคนิคให้ปลอดภัย เพื่อให้แนใ่ จว่ำเปน็ ควำมลับ ๓๒. บันทึกของหน่วยบรกิ ำรทำงเทคนิคอย่ำงน้อยทีส่ ุดต้องประกอบด้วย (ก) ขอ้ มลู กำรติดตอ่ ประสำนหนว่ ยงำนที่เก่ียวข้อง (ข) ใบรบั รองกำรตรวจประเมินรับรองระบบงำน และ (ค) สำเนำใบรับรองกำรแตง่ ต้ัง ๑๘ (คำแปลอย่ำงไม่เป็นทำงกำร โดยสำนกั งำนมำตรฐำนผลติ ภัณฑอ์ ุตสำหกรรม)



สรุปสาระสาคญั ของความตกลงหนุ้ ส่วนทางเศรษฐกจิ ระดบั ภูมิภาค (RCEP) 1. ความเปน็ มา 1.1 ในการประชมุ สุดยอดอาเซียน ครัง้ ที่ 21 เม่ือวันท่ี 20 พฤศจิกายน 2555 ณ กรุงพนมเปญ ผู้นา ของสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศและคู่เจรจาอาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย และนิวซีแลนด์ ได้ออกปฏิญญาร่วมเพ่ือประกาศให้มีการเริ่มเจรจาจัดทาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับ ภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) อย่างเป็นทางการในปี 2556 โดยมี เปา้ หมายให้เป็นความตกลงการค้าเสรี (FTA) ท่ีทันสมัยและมีคุณภาพสูงบนพ้ืนฐานของผลประโยชน์ร่วมกันรอบ ด้าน ตามหลักการทั่วไปและวัตถุประสงค์ของการเจรจา (Guiding Principles and Objectives for Negotiating the Regional Comprehensive Economic Partnership) ซ่ึงคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมอ่ื วนั ที่ 28 สิงหาคม 2555 โดยในชว่ งปี 2556-2563 สมาชกิ อาเซยี นและคเู่ จรจาอาเซียนได้เข้าร่วมประชุม เจรจาจัดทาความตกลง RCEP ในระดับผู้นา 4 คร้ัง ระดับรัฐมนตรี 24 คร้ัง และระดับคณะกรรมการเจรจา (เจ้าหนา้ ทอี่ าวโุ ส) 56 ครั้ง 1.2 ในการประชุมสุดยอด RCEP ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ผู้นาของสมาชิก RCEP 16 ประเทศร่วมประกาศแถลงการณ์ โดยมีสาระสาคัญ คือ สมาชิก RCEP 15 ประเทศ ได้ข้อสรุปการเจรจา จัดทาความตกลงทั้ง 20 บท และการเจรจาเปิดตลาดในส่วนที่สาคัญทุกประเด็นแล้ว และมอบให้คณะเจรจาไป เร่มิ ขัดเกลาถ้อยคาทางกฎหมาย เพื่อลงนามความตกลงในปี 2563 โดยอินเดียยังมีประเด็นคงค้างสาคัญท่ียังไม่ สามารถหาขอ้ สรปุ ได้ ประเทศสมาชิกจะทางานรว่ มกันเพื่อหาข้อยตุ ิในประเดน็ คงคา้ งเหล่าน้ีให้เป็นท่ีพอใจร่วมกัน ซึง่ การตดั สินใจขน้ั สดุ ทา้ ยของอนิ เดียจะขนึ้ อยกู่ ับการหาทางออกทน่ี า่ พอใจในประเด็นคงค้างเหลา่ นั้น 1.3 คณะรัฐมนตรีมีมติเม่ือวันท่ี 10 พฤศจิกายน 2563 เห็นชอบร่างความตกลง RCEP ตามที่ กระทรวงพาณิชย์เสนอในเรื่องการเข้าเป็นภาคีความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และเมื่อ ลงนามรา่ งความตกลง RCEP แล้ว ให้กระทรวงพาณิชย์ส่งความตกลงดังกล่าวให้คณะกรรมการประสานงานสภา ผู้แทนราษฎรพิจารณา แล้วเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทย 1.4 ในการประชุมสุดยอด RCEP ครั้งที่ 4 เมื่อวันท่ี 15 พฤศจิกายน 2563 ผู้นาของสมาชิก RCEP 15 ประเทศได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลง RCEP ของรัฐมนตรี RCEP ผ่านระบบการประชุม ทางไกล และมอบหมายให้เจ้าหน้าท่ีเร่งกระบวนการการให้สัตยาบันความตกลงเพ่ือให้ความตกลงมีผลใช้บังคับ โดยเร็ว รวมท้งั ยนื ยนั วา่ ความตกลง RCEP ยังคงเปิดให้อินเดียกลับมาเข้าร่วมความตกลงในฐานะประเทศสมาชิก ดั้งเดิม โดยสมาชิก RCEP จะเริ่มการเจรจากับอินเดียเม่ืออินเดียยื่นแสดงเจตนารมณ์เป็นลายลักษณ์อักษร และ เปิดให้อินเดียเข้าร่วมการประชุม RCEP ในฐานะผู้สังเกตการณ์และเข้าร่วมกิจกรรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ตามเงื่อนไขท่ีจะกาหนดโดยรัฐผู้ลงนามความตกลง ทั้งน้ี ความตกลง RCEP จะมีผลใช้บังคับ 60 วันหลังจากที่ สมาชิกอาเซยี น 6 ประเทศและประเทศคู่เจรจา 3 ประเทศสง่ สัตยาบนั สารใหส้ านักเลขาธิการอาเซยี น 2. สาระสาคัญของความตกลง RCEP ความตกลง RCEP ประกอบด้วย 20 บท และ 4 ภาคผนวกแนบท้าย คือ อารัมภบท (1) บทบัญญัติ เบ้ืองต้นและคานิยามท่ัวไป (2) การค้าสินค้า (3) กฎถิ่นกาเนิดสินค้า (4) พิธีการศุลกากรและการอานวยความ สะดวกทางการค้า (5) มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (6) มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และ กระบวนการตรวจสอบและรับรอง (7) การเยียวยาทางการค้า (8) การคา้ บริการ (9) การเคล่ือนย้ายชั่วคราวของ บุคคลธรรมดา (10) การลงทุน (11) ทรัพย์สินทางปัญญา (12) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (13) การแข่งขันทาง การค้า (14) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (15) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (16) การจัดซ้ือ จัดจ้างโดยรัฐ (17) บทบัญญัติท่ัวไปและข้อยกเว้น (18) บทบัญญัติเก่ียวกับสถาบัน (19) การระงับข้อพิพาท (20) บทบัญญัติสุดท้าย โดยมีข้อผูกพันการเปิดตลาดด้านสินค้า บริการ การลงทุน และการเคล่ือนย้ายช่ัวคราว ของบคุ คลธรรมดา เป็นภาคผนวกแนบท้ายความตกลง

-2- 2.1 การคา้ สินคา้ ไทยไดผ้ ูกพนั เปิดตลาดสินคา้ ใหก้ ับภาคี RCEP แตกต่างกนั เพ่ือรักษาความสมดุลการ เปิดตลาดสนิ คา้ กบั แตล่ ะภาคี ดงั นี้ หน่วย: รอ้ ยละของจานวนรายการสนิ ค้าท้งั หมด ภาคี RCEP ทนั ที สนิ คา้ ทน่ี ามายกเลิกภาษี สินค้าทีน่ ามาลดภาษี สินค้าท่ีไม่ รวม ออ่ นไหว๑ อ่อนไหวสงู ๒ รวม ผูกพันภาษี ภายใน ภายใน ภายใน ๑๐ ปี ๑๕ ปี ๒๐ ปี อาเซี ยน/ออสเตรเลี ย/ 66.3 13.4 8.9 2.6 91.3 1.5 2.6 ๔.๑ ๔.๖ นิวซีแลนด์ เกาหลี 66.3 13.3 8.6 2.1 90.3 1.5 2.6 ๔.๑ ๕.๖ ญปี่ นุ่ 66.3 11.3 8.4 2.4 88.5 1.5 2.6 ๔.๑ ๗.๔ จีน 66.3 11.4 6.2 ๑.3 85.2 1.5 2.6 ๔.๑ ๑๐.๗ หมายเหตุ ๑) ไทยนามาลดภาษีลงรอ้ ยละ ๑๐ หรอื ๑๕ ภายใน ๒๐ ปแี ตไ่ ม่ลดต่ากว่ารอ้ ยละ ๕ ๒) ไทยคงอตั ราภาษีฐานการเจรจาไว้เทา่ เดมิ ประเทศคเู่ จรจาอาเซียน ไดแ้ ก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลี ญ่ีปุ่น และจีน ได้ผูกพันเปิดตลาด สนิ ค้าใหอ้ าเซยี นเหมือนกันสาหรับสมาชกิ อาเซียนทกุ ประเทศ สรุปดังน้ี หนว่ ย: รอ้ ยละของจานวนรายการสินค้าทง้ั หมด ประเทศคูเ่ จรจา สินคา้ ทนี่ ามายกเลกิ ภาษี สนิ ค้าทน่ี ามาลดภาษี สินค้าทไ่ี ม่ อาเซียน ทนั ที ภายใน ภายใน ภายใน ๑๐ ปี* ๑๕ ปี* ๒๐ ป*ี รวม ออ่ นไหว* ออ่ นไหวสงู * รวม ผกู พนั ภาษี ออสเตรเลยี 75.3 14.7 1.9 - 92.0 6.3 1.1 7.3 0.7 นิวซแี ลนด์ 65.4 15.9 10.5 - 91.8 4.9 3.2 8.2 - เกาหลี 64.1 16.1 9.9 0.6 90.7 1.4 4.3 5.7 3.6 จีน 67.9 12.7 3.0 6.9 90.5 3.9 1.5 5.4 4.1 ญป่ี นุ่ 75.6 5.2 9.5 0.02 90.4 0.6 3.7 4.4 5.3 2.2 กฎถ่ินกาเนิดสินค้า ภาคี RCEP ตกลงใช้เกณฑ์การได้ถิ่นกาเนิดสินค้า ได้แก่ (1) เกณฑ์การผลิต หรอื ได้มาท้ังหมดภายในประเทศภาคี (Wholly Obtained: WO) ซงึ่ ใช้กับสินค้าที่ผลิตขึ้นหรือได้มาจากภาคีใดภาคี หนึ่งเพียงประเทศเดียว โดยไม่มีการใช้วัตถุดิบจากภาคีอ่ืนหรือนอกภาคี (2) เกณฑ์กระบวนการผลิตทั้งหมด ภายในประเทศภาคจี ากวัตถุดิบทไี่ ด้ถ่ินกาเนิด (Produce Exclusively: PE) ซ่ึงให้สิทธิถิ่นกาเนิดกับสินค้าที่ผลิตขึ้น โดยใช้วัตถุดิบท่ีได้ถิ่นกาเนิดจากภาคีหลาย ๆ ประเทศมารวมกัน และ (3) กฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules: PSRs) ซึ่งกาหนดเกณฑ์ถ่ินกาเนิดสินค้าสาหรับสินค้าที่ผลิตข้ึนโดยใช้วัตถุดิบจากนอกภาคี สาหรับสินค้าทุกรายการ (5,205 รายการท่ีพิกัดศุลกากรระดับ 6 หลัก ในระบบ HS 2012) ท้ังน้ี จะมีการ ทบทวนเรื่องการขยายการสะสมถิ่นกาเนิดที่ให้นับรวมกระบวนการผลิตและการเพ่ิมมูลค่าสินค้าทุกรูปแบบท่ี เกิดขึ้นภายในภาคี (full cumulation) เม่ือภาคีทุกประเทศได้ใช้บังคับความตกลงแล้ว โดยให้พิจารณาเสร็จสิ้น ภายใน 5 ปี 2.3 การค้าบริการ ภาคี RCEP มีข้อผูกพันเปิดตลาดบริการแยกเป็นรายประเทศ ซ่ึงในภาพรวมไทย เสนอผูกพันในระดับที่สูงกว่าความตกลงระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจา (อาเซียน+1) ที่ผ่านมา ท้ังในจานวนสาขาท่ี ผูกพันและสัดส่วนการถือหุ้น แต่ยังอยู่ในระดับเทียบเท่ากับข้อผูกพันเปิดตลาดบริการชุดที่ 9 ของไทยภายใต้ กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (AFAS) โดยคงเง่ือนไขอ่ืน ๆ ตามข้อผูกพันเปิดตลาดบริการภายใต้ ความตกลงอน่ื ๆ เชน่ กาหนดประเภทนิตบิ คุ คลทีอ่ นญุ าตใหเ้ ข้ามาจดั ตัง้ ในไทย โดยให้เฉพาะบริษัทจากัดที่เข้ามา ดาเนินธุรกิจภายใต้การร่วมทุน (Joint venture) และไม่อนุญาตให้ต่างชาติถือครองท่ีดิน พร้อมทั้งยังต้องปฏิบัติ ตามมาตรา 5 ของพระราชบญั ญัตกิ ารประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 คือ การอนุญาตให้คนต่างด้าว ประกอบธรุ กจิ ใหพ้ ิจารณาโดยคานึงถงึ ผลดแี ละผลเสียต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ การพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ทั้งน้ี ข้อผูกพันของไทย อนุญาตให้ผู้ให้บริการของภาคีเข้ามาให้บริการในไทย

-3- โดยผูกพัน (1) การให้บริการข้ามพรมแดน (Mode 1) จานวน 56 สาขาย่อย (2) การบริโภคในต่างประเทศ (Mode 2) จานวน 97 สาขาย่อย (3) การจัดตั้งธุรกิจ (Mode 3) จานวน 117 สาขาย่อย โดยผู้ให้บริการของ ภาคีสามารถถือหุ้นในกิจการได้ร้อยละ 25 ใน 2 สาขาย่อย คือ บริการประกันชีวิต และบริการประกันวินาศภัย รอ้ ยละ 49 ใน 57 สาขาย่อย เช่น บริการด้านกฎหมาย บริการด้านบัญชี บริการด้านวิศวกรรม ร้อยละ 51 ใน 10 สาขาย่อย เช่น บริการติดตั้งสัญญาณเตือนภัยสาหรับโรงงานอุตสาหกรรม บริการให้คาปรึกษาทาง วทิ ยาศาสตร์โดยนกั คณติ ศาสตร์และนักสถิติ รอ้ ยละ 70 ใน 46 สาขาย่อย เช่น บริการด้านพยากรณ์อากาศและ อุตุนิยมวิทยา บริการให้คาปรึกษาเก่ียวกับการติดต้ังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บริการด้านการวิจัยและพัฒนา และ ร้อยละ 100 ใน 2 สาขาย่อย คือ บริการระดับอุดมศึกษาเฉพาะคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมใน หลักสูตรภาษาอังกฤษ และบริการด้านบริษัทหลักทรัพย์ และ (4) การให้บริการโดยบุคคลธรรมดา (Mode 4) จานวน 67 สาขายอ่ ย อกี ท้ังได้ผูกพันหลักการให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนของภาคีโดยอัตโนมัติ คือ Ratchet1 จานวน 10 สาขาย่อย เช่น บริการออกแบบอุตสาหกรรม บริการเกี่ยวกับการผลิตเคร่ืองจักรและอุปกรณ์ และ MFN2 จานวน 5 สาขาย่อย เช่น บริการให้คาปรึกษาเก่ียวกับการติดต้ังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บริการสนับสนุน การใชง้ านซอฟทแ์ วร์ ในขณะท่ีประเทศคู่เจรจาอาเซียนมีการผูกพันเปิดตลาดสาขาบริการเพิ่มเติมจากความตกลงท่ี อาเซียนและไทยเป็นภาคีอยู่ ดังนี้ จีน (เช่น บริการซ่อมและบารุงอุปกรณ์ บริการด้านสังคมสาหรับผู้สูงอายุ) เกาหลี (เช่น บริการด้านการรักษาความปลอดภัย บริการเกมส์ออนไลน์) ญี่ปุ่น (บริการขนส่งทางอากาศ การ ให้บริการอุตสาหกรรมทางอวกาศ) ออสเตรเลีย (เช่น บริการด้านการวิจัยและพัฒนา บริการมัคคุเทศก์) นวิ ซีแลนด์ (เชน่ บรกิ ารซ่อมและบารุงรักษาอากาศยาน บริการคลังสินค้า) 2.4 การลงทนุ ภาคี RCEP มขี อ้ ผูกพันเปิดเสรกี ารลงทุนแยกเป็นรายประเทศ ซึ่ง RCEP เป็นความตกลง ฉบบั แรกท่ีมกี ารเปิดเสรีการลงทุนระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจา (อาเซียน+1) ในภาพรวมไทยผูกพันเปิดเสรีในระดับ ท่ีน้อยกว่าที่ไทยเปิดเสรีให้อาเซียนภายใต้ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน (ACIA) ท้ังในจานวนสาขาที่ผูกพัน และสัดสว่ นการถือหุ้น โดยไทยเปิดเสรีให้แก่นักลงทุนของภาคีเข้ามาประกอบธุรกิจโดยถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49 ในสาขาการเกษตร 2 สาขาย่อย คือ การเพาะพันธุ์เมล็ดหัวหอมใหญ่ และการเลี้ยงโค กระบือ ม้า แพะ แกะ สาขา เหมืองแร่ 2 สาขาย่อย คือ การทาเหมืองหินอ่อน และการผลิตน้ามันและก๊าซ โดยต้องได้รับสัมปทานจากรัฐบาล ไม่เกินร้อยละ 51 ในสาขาประมง 2 สาขาย่อย คือ การเพาะเลี้ยงปลาทูน่าในกระชังน้าลึก และกุ้งมังกร 6 สาย พันธุ์ และร้อยละ 100 ในสาขาการผลิต 23 สาขาย่อย เช่น การผลิตรถยนต์ สิ่งทอ (ยกเว้น ผ้าไหม) ผลิตภัณฑ์ พลาสติก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสาขาที่ไทยเปิดเสรีการลงทุนใน RCEP ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการใน ประเทศ เนื่องจากระดับการผูกพันเปิดเสรีของไทยใน RCEP ไม่เกินกว่ากรอบกฎหมายในปัจจุบันท่ีอนุญาตให้ นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาประกอบกิจการได้ นอกจากน้ี ไทยได้ผูกพันหลักการให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุน ของภาคโี ดยอัตโนมตั ิ คือ Ratchet โดยจะมีผกู พันในอีก 5 ปี หลงั จากความตกลงมีผลใช้บังคับ ใน 11 สาขาย่อย เช่น การผลิตไพ่ การผลิตบุหรี่ การเพาะพันธ์ุเมล็ดหัวหอมใหญ่ และ MFN ใน 3 สาขา คือ การเกษตร (เฉพาะ ปศุสัตว์) การผลิต และเหมืองแร่ ทั้งนี้ ไทยได้สงวนสิทธิในการใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ไทยยังสามารถใช้ มาตรการเหล่านั้นได้ หรืออาจมีการปรับมาตรการเหล่านั้นในอนาคต เช่น มาตรการท่ีเป็นไปเพ่ือความมั่นคงและ ปลอดภัยของประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรการในเรื่องการถือครองและการใช้ที่ดิน มาตรการภายใต้ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ในเร่ืองความมั่นคงและปลอดภัยและการขอรับ ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองและการกาหนดเงินทุนข้ันต่าในการประกอบธุรกิจ การกาหนดให้มีการถ่ายทอด เทคโนโลยี 1 Ratchet คือ การใหส้ ิทธิประโยชน์กับนักลงทุนของภาคีโดยอัตโนมัติ หากมีการปรับปรุงกฎหมายให้เสรีมากย่ิงขึ้นจากปัจจุบัน แต่ไม่สามารถแก้ไข กฎหมายใหเ้ ข้มงวดกว่าเดิมได้ (ดงั นัน้ หากไม่มีการแกไ้ ขกฎหมายภายในในอนาคต กจ็ ะไม่มกี ารเปดิ เสรีเพ่มิ ข้ึนแตอ่ ยา่ งใด) 2 MFN คอื การให้สิทธปิ ระโยชนก์ ับนักลงทุนของภาคโี ดยอัตโนมัติ หากมีการขยายสทิ ธปิ ระโยชน์ทีด่ ีกว่าให้กับประเทศนอกภาคีในอนาคต และไม่รวม การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในอาเซยี น

-4- ในขณะที่ประเทศคู่เจรจาอาเซียนมีการเปิดเสรีการลงทุนเพิ่มเติมจากที่ไทยมีความตกลงอยู่แล้ว ดังน้ี จีน (เช่น เกษตร ป่าไม้) เกาหลี (เช่น เกษตร (ยกเว้นการปลูกข้าว และฟาร์มปศุสัตว์) ป่าไม้ เหมืองแร่) ญี่ปุ่น (เช่น เกษตร การผลิต (ยกเว้นธนบัตร เหรียญกษาปณ์ ยาสูบ)) ออสเตรเลีย (เช่น เกษตร ประมง ป่าไม้) นิวซีแลนด์ (เช่น เหมืองแร่ ป่าไม)้ 2.5 การเคลอื่ นยา้ ยชว่ั คราวของบคุ คลธรรมดา ไทยอนญุ าตการเข้าเมืองเป็นการช่ัวคราวให้แก่บุคคล ธรรมดาของภาคีอ่ืน สาหรับบุคคลธรรมดา 2 ประเภท คือ ผู้เย่ียมเยือนทางธุรกิจ (Business Visitor) โดย อนุญาตให้เข้ามาพานักในไทยได้ไม่เกิน 90 วัน และผู้โอนย้ายภายในบริษัท (Intra-Corporate Transferee) ใน ระดับผู้จัดการ ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญ โดยอนุญาตให้เข้ามาพานักในไทย คร้ังแรกไม่เกิน 1 ปี และอาจขยาย เวลาไดไ้ มเ่ กิน 3 ครั้ง ครัง้ ละ 1 ปี 2.6 ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา มวี ตั ถุประสงค์หลักเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการคุ้มครองและการบังคับใช้สิทธิ ในทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา และอานวยความสะดวกการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างภาคี โดยครอบคลุม ทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภทภายใต้ความตกลงทริปส์ขององค์การการค้าโลก รวมท้ังประกอบด้วยข้อบทเพ่ือ การส่งเสริมความร่วมมือและความโปร่งใสด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างสมาชิก และการกาหนดให้ประเทศ สมาชกิ เข้าเปน็ ภาคคี วามตกลงระหว่างประเทศดา้ นทรัพย์สนิ ทางปญั ญาขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกที่จะ สร้างมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในภูมิภาค และตอบรับการพัฒนาของเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดย ไม่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยาของประชาชน และไทยไม่ต้องเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศเพ่ือการ คุ้มครองพันธ์ุพืชใหม่ (UPOV 1991) ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคประชาสังคมให้ความสาคัญ อย่างไรก็ดี ไทยจะต้อง พิจารณาเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธ์ิขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WCT) และ สนธิสัญญาว่าด้วยการแสดงและส่ิงบันทึกเสียงขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WPPT) รวมทั้งปรับปรุง กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาท่ีเกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับความตกลงทั้งสองฉบับดังกล่าว พร้อมท้ังปรับปรุง กระบวนการบริหารจัดการ คาขอรับสิทธิบัตร และการดาเนินการกับสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในคดีแพ่ง ให้สอดคล้องกับข้อบทของความตกลง RCEP ซ่ึงเป็นไปตามนโยบายการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของ ประเทศไทยในปจั จบุ ัน 2.7 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กาหนดให้มีกฎเกณฑ์เพื่อส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และสร้าง สภาพแวดล้อมทเ่ี อ้ือตอ่ การใชพ้ าณชิ ย์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ระหวา่ งกนั โดยใหภ้ าคี (1) พยายามยอมรับผลทางกฎหมาย ของเอกสารการดาเนินการทางการคา้ ทสี่ ง่ ทางอเิ ล็กทรอนกิ สใ์ ห้เท่าเทียมกับเอกสารฯ ในรูปแบบกระดาษ (2) ให้มี กฎหมายและกฎระเบียบในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์จากการกระทาท่ีฉ้อฉลและหลอกลวง การคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลออนไลน์ การจัดการกับข้อความอิเล็กทรอนิกส์เชิงพาณิชย์ท่ีไม่พึงประสงค์ และการกากับดูแล ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยคานึงถึงกฎหมายแม่แบบที่เก่ียวข้อง (3) ให้ภาคียกเว้นภาษีศุลกากรสาหรับการ ส่งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ตามท่ีกาหนดไว้ภายใต้องค์การการค้าโลก และ (4) ให้มีการส่งเสริมพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน โดยไม่กาหนดตาแหน่งอุปกรณ์สารสนเทศไว้ในประเทศ และไม่ขัดขวางการโอน ข้อมูลขา้ มพรมแดนดว้ ยวธิ ีทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ โดยไมร่ วมถึงสาขาบริการทางการเงินและมีข้อยกเว้นเพ่ือการบรรลุ วัตถุประสงคใ์ นการดาเนนิ นโยบายสาธารณะที่สมเหตผุ ล 2.8 การแขง่ ขันทางการคา้ ใหม้ ีการตระหนกั ถงึ อานาจอธิปไตยและระดับการพัฒนาของนโยบายและ กฎหมายด้านการแข่งขันทางการค้าของแต่ละประเทศ กาหนดให้มีหน่วยงานท่ีกากับและบังคับใช้กฎหมายและ กฎระเบียบเกยี่ วกบั การแข่งขนั ทางการค้าท่ีมีประสทิ ธภิ าพ ไม่มีการตดั สนิ ทเี่ ป็นการกีดกันเน่ืองจากสัญชาติ มีการ แจ้งเหตผุ ลของการตัดสนิ และเปดิ โอกาสให้มีการช้ีแจง สามารถอุทธรณ์ได้ และเปิดโอกาสให้มีกระบวนการหารือ หากมกี รณีที่ส่งผลกระทบตอ่ การค้าและการลงทนุ ของภาคี 2.9 บทอ่ืน ๆ เช่น ให้มีการเผยแพร่กฎหมายและกฎระเบียบการจัดซ้ือจัดจ้างโดยรัฐ โดยพยายาม จัดทาข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษและในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีการแบ่งปันข้อมูลท่ีภาคีเห็นว่ามีประโยชน์ต่อ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและจัดตั้งช่องทางการส่ือสารที่เข้าถึงโดยสาธารณะ ให้มีการดาเนินกิจกรรม ความร่วมมือตามแผนงาน เพ่อื ลดช่องว่างการพฒั นาระหวา่ งภาคี

-5- 3. ผลกระทบ 3.1 ข้อผูกพันของไทยภายใต้ความตกลง RCEP ไม่มีผลให้ไทยต้องแก้ไขกฎหมายภายในประเทศเพิ่มเติม จากท่ีอยู่ระหว่างดาเนินการหรือมีนโยบายท่ีจะดาเนินการ และไม่มีข้อบทที่ส่งผลกระทบต่อไทยในประเด็นท่ีเป็น ข้อห่วงกังวลของภาคประชาสังคม ท้ังเร่ืองการขยายระยะเวลาการคุ้มครองสิทธิบัตรเพื่อชดเชยความล่าช้าในการ จดทะเบียน การผูกขาดข้อมูลการทดสอบยาที่อาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยา และการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ค.ศ. 1991 (UPOV 1991) ท่ีอาจส่งผลกระทบต่อราคาเมล็ดพันธ์ุ สาหรับเกษตรกร นอกจากน้ี ยังยืนยันสิทธิของไทยในการใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตรยา (CL) ทส่ี อดคล้องกับกฎหมายทเ่ี กี่ยวขอ้ งของไทยในปจั จุบัน 3.2 ไทยจะได้รบั ประโยชน์จากความตกลง RCEP ดังน้ี 3.2.1 ตลาดขนาดใหญ่ ประเทศสมาชิก RCEP จะเป็นตลาดการคา้ การลงทนุ ท่ีมีขนาดใหญ่ท่ีสุดใน โลก ประกอบด้วย 15 ประเทศ มีประชากรรวมกันเกือบ 2,252 ล้านคน (คิดเป็นร้อยละ 30.2 ของประชากร โลก) มี GDP กว่า 26.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณร้อยละ 30 ของ GDP โลก) มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 10.4 ล้านลา้ นเหรียญสหรฐั ฯ (คดิ เปน็ ร้อยละ 27.4 ของมูลค่าการค้าโลก) สาหรับการค้าและการลงทุนของไทย กว่าคร่ึงพึ่งพาตลาดขนาดใหญ่ของสมาชิก RCEP ท้ัง 15 ประเทศ โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างไทย-RCEP ในปี 2562 จานวน 2.75 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (คิดเป็นร้อยละ 57 ของการค้ารวมของไทย) โดยไทยส่งออกไปยัง สมาชิก RCEP จานวน 1.33 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (คิดเป็นร้อยละ 54 ของการส่งออกไทยไปโลก) และนาเข้า จากสมาชิก RCEP 1.41 แสนลา้ นเหรียญสหรัฐ (คดิ เปน็ รอ้ ยละ 60 ของการนาเข้าไทยจากโลก) 3.2.2 โอกาสสินค้าของไทย ประเทศคเู่ จรจาอาเซียนได้เปิดตลาดสินค้าเพ่ิมเติมจากความตกลงท่ีมี อยกู่ ับอาเซียน ทาให้สนิ คา้ ของไทยมีโอกาสเขา้ สู่ตลาดและสามารถแข่งขันในตลาดของประเทศคู่เจรจาอาเซียนได้ มากข้นึ ไดแ้ ก่ (๑) เกาหลี ๔๑๓ รายการ เช่น ผักผลไม้แปรรูปและไม่แปรรูป น้ามันท่ีได้จากพืช ของปรุงแต่งจาก ธัญพืช แป้งมันสาปะหลัง สินค้าประมง พลาสติก เครื่องแก้ว ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ด้ายทาด้วยยางวัล แคไนซ์ รถจกั รยาน เครือ่ งยนตแ์ ละสว่ นประกอบ กระเบอ้ื ง ซีเมนต์ โดยเกาหลีกาหนดยกเลิกภาษีส่วนใหญ่ภายใน ๑๕ ปี (๒) ญ่ีปุ่น ๒๐๗ รายการ เช่น สินค้าประมง ผลไม้และลูกนัตปรุงแต่ง แป้งสาคู น้ามันถั่วเหลือง กาแฟค่ัว นา้ ผลไม้ ผกั ปรงุ แต่ง โดยญี่ป่นุ กาหนดยกเลิกภาษีสว่ นใหญ่ภายใน ๑๖ ปี และ (๓) จีน ๓๓ รายการ เช่น พริกไทย สับปะรดแปรรูป น้ามะพร้าว ตัวรบั สัญญาณโทรทัศน์ สไตรีน เครอื่ งเสยี ง อุปกรณ์ให้แสงสว่าง เครื่องยนต์ กระดาษ โดยจีนกาหนดยกเลกิ ภาษีส่วนใหญภ่ ายใน ๒๐ ปี 3.2.3 ขยายห่วงโซ่อุปทานจากการสะสมถ่ินกาเนิดในภูมิภาค เพ่ิมช่องทางเลือกในการส่งออก และเลือกใช้วัตถุดิบทาให้ได้ถ่ินกาเนิดง่ายข้ึน ความตกลง RCEP กาหนดเกณฑ์ถ่ินกาเนิดสินค้าท่ีเปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้แหล่งวัตถุดิบท่ีหลากหลายมากขึ้นจากท้ังในและนอกภาคี โดยอนุญาตให้ภาคี สามารถนาวัตถุดิบที่ได้ถ่ินกาเนิดภายใต้ความตกลง RCEP มาสะสมถ่ินกาเนิดสินค้าต่อได้ ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ สาคัญของความตกลง RCEP เม่ือเปรียบเทียบกับความตกลงการค้าเสรีอาเซียนและอาเซียน+1 ท่ีภาคีสามารถ สะสมถน่ิ กาเนดิ สินค้าร่วมกนั ไดเ้ พียง 10-12 ประเทศเท่าน้นั จะชว่ ยเพ่ิมโอกาสในการผ่านเกณฑ์ถิ่นกาเนิดสินค้า ซึ่งจะส่งผลให้การค้าและการลงทุนในภูมิภาคขยายตัวเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน สินค้าจากภาคีอื่นก็มีโอกาสได้ ถ่ินกาเนิดง่ายขึ้นเช่นกัน นอกจากน้ี RCEP จะเป็นความตกลงการค้าเสรีฉบับแรกของอาเซียนที่มีการจัดทา กฎเฉพาะรายสินค้า (PSRs) สาหรับสินค้าทุกรายการ โดยไม่มีการใช้กฎท่ัวไป (General Rules: GR)3 ส่งผลให้ เกณฑ์ถ่นิ กาเนดิ สนิ ค้าภายใต้ความตกลง RCEP มีความสอดคล้องกับความต้องการวัตถุดิบและกระบวนการผลิตท่ี แทจ้ ริงของสนิ คา้ มากกว่าความตกลง FTA อื่น ๆ ของไทยและของอาเซียนท่ีใช้กฎทั่วไปร่วมกับกฎเฉพาะรายสินค้า 3 กฎทวั่ ไป (General Rules: GR) เป็นการจัดทาเกณฑ์ถ่ินกาเนิดสินค้า เป็นเกณฑ์กลางเพื่อใช้กับสินค้าจานวนมาก (1 เกณฑ์ ต่อสินค้าหลายรายการหรือทั้งหมด) ขณะท่ีกฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules: PSRs) เป็นการจัดทาเกณฑ์ ถน่ิ กาเนดิ สนิ คา้ เป็นการเฉพาะสาหรบั สนิ คา้ แต่ละรายการ (1 เกณฑ์ ต่อ 1 รายการสินค้า)

-6- โดยสินค้าท่ีคาดว่าไทยจะได้ประโยชน์เพิ่มข้ึนจากกฎว่าด้วยถ่ินกาเนิดสินค้าภายใต้ความตกลง RCEP อาทิ อาหารปรุง แต่ง อาหารสัตว์เลยี้ ง รองเท้า และเหล็กและผลติ ภณั ฑ์จากเหลก็ 3.2.4 โอกาสบริการและการลงทุนของไทย ความตกลง RCEP มีการลดหรือยกเลิกกฎระเบียบ และมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของภาคบริการหรือการลงทุนที่ไม่ใช่ภาคบริการ จะช่วยส่งเสริมให้การ ออกกฎระเบียบและมาตรการด้านการลงทุนมีความโปร่งใสมากยิ่งข้ึนและไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนจนเกิน จาเป็น ทาให้นักลงทุนสามารถจัดตั้งกิจการในประเทศของสมาชิกได้รวดเร็วย่ิงข้ึน อีกทั้งการเปิดตลาดของภาคี RCEP จะชว่ ยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในภาคี RCEP ในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ ก่อสร้าง ธุรกิจเก่ียวเนื่องด้านสุขภาพ ธุรกิจเก่ียวเน่ืองกับภาพยนตร์และบันเทิง ประเภทเทคนิคตัดต่อภาพและเสียง การ ผลติ แอนิเมช่ัน ค้าปลีก ในขณะเดียวกัน ไทยมีการเปิดตลาดโดยมีจุดประสงค์เพ่ือเปิดรับการลงทุนคุณภาพที่ไทย ยังมีความต้องการในสาขาท่ีใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ ๆ ท่ีต้องการได้รับการพัฒนา know how และการ บริหารจัดการที่มีมาตรฐาน เพื่อเป็นพ้ืนฐานในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ่ืนในประเทศ และต่อยอดเป้าหมายการ สง่ เสริมอุตสาหกรรม S-curve ตามนโยบายรัฐบาล เชน่ การวิจัยและพัฒนา ส่ิงแวดล้อม ICT การศึกษา การซ่อม บารุงรักษาชิ้นส่วนอากาศยาน เพ่ือท่ีไทยจะได้เป็นศูนย์กลางรับการลงทุน และส่งออกต่อไปยังประเทศอ่ืนใน ภูมิภาค ซ่ึงอาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติมากข้ึน อย่างไรก็ดี ไทยมีการระบุ เงอื่ นไขทีเ่ ปดิ กวา้ งใหร้ ฐั ออกมาตรการเพือ่ ปกป้องดแู ลผลประโยชนช์ าตแิ ละผู้ประกอบการในประเทศ 3.2.5 อานวยความสะดวกทางการค้าการลงทุน ความตกลง RCEP จะช่วยลดความซ้าซ้อนเร่ือง กฎถ่ินกาเนิดสินค้า มีการปรับพิธีการศุลกากรให้มีความชัดเจน รวดเร็ว โปร่งใส ปรับประสานกฎระเบียบและ มาตรการทางการค้า ซ่ึงจะทาให้มีการยอมรับกฎเกณฑ์ด้านมาตรฐานต่าง ๆ ระหว่างกันมากข้ึน การสร้าง มาตรฐานด้านทรัพย์สินทางปัญญาของภูมิภาคจะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทาง ปัญญาอย่างเหมาะสม และมีการอานวยความสะดวกการจดทะเบียนต่าง ๆ ในภาคี RCEP ให้ง่ายขึ้น ซ่ึงจะช่วย กระตุ้นการสร้างสรรค์และใช้นวัตกรรมในการประกอบธุรกิจ อีกทั้งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอ้ืออานวยต่อการ พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทาให้เกิดความคล่องตัวในการทาธุรกิจ รวมถึงเพ่ิมช่องทางให้กับ SMEs ในการ ได้รับข้อมูล ประสบการณ์และความรู้ที่จาเป็นต่อการเข้าถึงตลาดของภาคี RCEP ได้มากข้ึน ซึ่งจะนาไปสู่การ ขยายตัวทางการค้าและการลงทุนของไทยตลอดจนภายในภูมิภาคด้วย อย่างไรก็ดี การปรับกฎระเบียบมาตรฐาน ดังกล่าวทาให้หน่วยงานต้องมีการปรับตัวในกระบวนการทางานตามพันธกรณี รวมถึงการดาเนินงานให้มีความ โปร่งใส มีการเผยแพร่ข้อมูลกฎหมายและกฎระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง และมีการตอบข้อซักถามการร้องขอข้อมูล เพ่ิมเตมิ จากภาคซี ึง่ ตอ้ งดาเนินการภายในระยะเวลาทกี่ าหนดไว้ในความตกลง 3.2.6 พัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสมาชิก มีการพัฒนาและยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบทางการค้าให้มีความสากล สร้างเสริมศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากความตกลง โดยเฉพาะส่งเสริม ความร่วมมือให้ SMEs สามารถเช่ือมโยงเข้าเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค เปิดให้มีการเผยแพร่กฎหมายและ กฎระเบียบดา้ นการแขง่ ขันทางการคา้ การคุ้มครองผู้บริโภค การจัดซ้ือจัดจ้างโดยรัฐ ทรัพย์สินทางปัญญา เพ่ือให้ มคี วามโปร่งใส งา่ ยตอ่ การเข้าถงึ ของผู้ประกอบการ รวมถึงความรว่ มมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การเปลี่ยนแปลง กฎหมาย และการพัฒนาขดี ความสามารถที่เก่ยี วข้อง 3.3 ผลกระทบ สินค้าของประเทศคู่เจรจาอาเซียนมีโอกาสเข้ามาแข่งขันเช่นกัน เนื่องจากไทยได้เปิด ตลาดสินค้าเพิ่มเติมจากความตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่ เพ่ือตอบสนองการเปิดตลาดของประเทศคู่เจรจาอาเซียน ยกตัวอย่างเช่น (๑) เกาหลี 456 รายการ เช่น ช้ินส่วนยานยนต์ ปลาสด/แช่เย็น/แช่แข็ง ช้ินส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ท่ีทาด้วยเหล็ก รถบรรทุก สิ่งทอและเคร่ืองแต่งกาย (๒) ญี่ปุ่น 10 รายการ โดยเป็นสินค้าชิ้นส่วน ยานยนต์เพื่อนามาเข้ามาใช้ในการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น เพลาส่งกาลัง ส่วนประกอบเคร่ืองยนต์ และ (๓) จีน 59 รายการ เช่น เมล็ดพืช หินทรายและหินอื่น ๆ ใช้ในการก่อสร้าง กระดาษหนังสือพิมพ์ ท่อนเหล็ก ท่อนทองแดง ช้ินส่วนและอุปกรณ์ไฟฟ้า ท้ังนี้ สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนท่ีไทย ต้องการนามาใช้ในการผลิตสินค้าภายในประเทศ รวมท้ังมีระยะเวลายกเลิกภาษีภายใน ๑๕ ปี ซึ่งกระทรวง

-7- พาณิชย์ได้มีการหารือกับภาคส่วนที่เก่ียวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเน่ือง โดยภาคเอกชนมี ข้อเสนอแนะสาหรบั หน่วยงานท่เี ก่ียวข้องนาไปพจิ ารณาดาเนนิ การ เชน่ (1) ปรับปรุงโครงสร้างอากรศุลกากรของไทยให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับโครงสร้างการ ผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการในประเทศสามารถแข่งขันได้ เน่ืองจากในปัจจุบันไทยยังมีการกาหนดภาษีศุลกากรใน สนิ ค้าวตั ถุดิบบางชนิดท่สี ูงกวา่ สินคา้ สาเร็จรูป (2) ให้ความรู้แก่ภาคเอกชนในเรื่องการใช้มาตรการปกป้อง และมาตรการตอบโต้การ ทุ่มตลาดและการอุดหนุน รวมท้ังภาครัฐควรสนับสนุนกลไกท่ีจะอานวยความสะดวกภาคเอกชนในการติดตาม รวบรวม ข้อมูลและสถิติการค้า ที่จะใช้ประกอบการยื่นขอใช้มาตรการ ตลอดจนตรวจสอบความผิดปกติและ ป้องกนั ประเทศคู่ค้าบดิ เบอื นหรือหลกี เลย่ี งมาตรการดังกล่าว (3) พัฒนาการเพาะเลี้ยงปลาในประเทศไทยอย่างย่ังยืน ตามแนวทางข้อเสนอของสมาคม ผู้เพาะเลี้ยงปลาไทยโดยปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพของ ภาคการผลิตของไทยภายในระยะเวลา 10-15 ปที ่จี ะต้องยกเลกิ ภาษีนาเข้า นอกจากน้ี ปัจจุบันรัฐยังมีมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ได้แก่ (1) กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพ่ือเพ่ิมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ภายใต้ ความรบั ผดิ ชอบของสานักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ (2) โครงการช่วยเหลือเพ่ือ การปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าภายใต้ความรับผิดชอบของ กรมการคา้ ตา่ งประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการจัดตั้ง “กองทุน ชว่ ยเหลือเพ่อื การปรับตัวของภาคการผลติ และภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า” เพ่ือเป็น กลไกถาวรในการให้ความช่วยเหลือเยียวยา ตลอดจนเตรียมความพร้อมผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี ทางการค้าใหส้ ามารถปรบั ตัวและมีศักยภาพในการแขง่ ขนั 4. การดาเนนิ การรับฟงั ความคดิ เหน็ ตามมาตรา 178 วรรคส่ี ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ดาเนินการเผยแพร่ข้อมูลความเป็นมาและ สาระสาคัญของร่างความตกลง RCEP และเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการแสดง ความคดิ เห็น โดยดาเนินการต้ังแต่ปี 2561 ในรูปแบบของงานสัมมนาทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด และ การจดั สัมมนาออนไลน์รวมทั้งส้นิ 14 ครง้ั รวมถงึ การนาเสนอข้อมลู ต่อคณะกรรมาธิการท่เี ก่ียวข้อง ดังน้ี o จัดการสัมมนาเร่ือง \"รู้รอบ ASEAN รอบรู้ RCEP\" เม่ือวันท่ี 13 ธันวาคม 2561 ณ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ (อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวง อุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และภาคเอกชน (อาทิ สมาชิกของสภา อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ธนาคาร พาณิชย์ ภาคอุตสาหกรรมของไทยและญ่ปี ุน่ ท่ีลงทุนในประเทศไทย) โดยจากการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วน ต่าง ๆ เห็นว่า ความตกลง RCEP จะเป็นโอกาสทางการตลาดให้กับภาคเอกชนและผู้ประกอบการของไทย ซึ่ง ภาคเอกชนได้มีการเตรียมความพร้อมเพ่ือเข้าสู่ความตกลง RCEP ดังน้ี (1) เสนอข้อมูลแก่ภาครัฐ เพื่อให้ภาครัฐ ใช้ประกอบการเจรจา RCEP และ (2) การจัดทา workshop กับประเทศสมาชิก RCEP เพ่ือระดมสมองในการ ขบั เคล่อื นการเจรจาบนพนื้ ฐานการเอื้อประโยชนก์ ับประเทศสมาชกิ RCEP o จัดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นเร่ือง “ก้าวต่อไปของไทยหลังปิดดีล RCEP” ในส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาค ตลอดจนถ่ายทอดสดการสัมมนาฯ ผ่านช่องทาง Facebook Live ของกรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ ได้แก่ คร้ังที่ 1 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ วันท่ี 16 ธันวาคม 2562 ครงั้ ที่ 2 ณ โรงแรมวนิ ทรี ซติ ี้ รีสอรท์ จังหวัดเชยี งใหม่ วันท่ี 20 มกราคม 2563 ครั้งที่ 3 ณ โรงแรมบางแสน เฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี วันท่ี 28 กุมภาพันธ์ 2563 คร้ังที่ 4 ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คสี ์ ควีนส์ปาร์ค กรงุ เทพฯ วันท่ี 13 สิงหาคม 2563 (Facebook Live) คร้ังที่ 5 ณ โรงแรมอวานี ขอนแก่น แอนด์ คอนเวนช่ัน เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น วันที่ 11 กันยายน 2563 (Facebook Live) ครั้งที่ 6 ณ โรงแรม

-8- ที อาร์ ร็อคฮิล จังหวัดสงขลา วันท่ี 17 กันยายน 2563 (Facebook Live) ท้ังนี้ ในการสัมมนาแต่ละครั้ง ประกอบด้วยภาคธุรกิจ กลุ่มเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และ ประชาชนทั่วไปในแต่ละพื้นที่ โดยจากการรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ เห็นว่า ความตกลง RCEP มี ความสาคัญอย่างมากท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเม่ือความตกลง RCEP มีผลใช้ บังคับ จะทาให้เกิดการค้าระหว่างไทยกับสมาชิก RCEP มากข้ึน ตลอดจนเห็นว่าความตกลง RCEP จะสร้าง โอกาสให้กับสินค้าไทยในการส่งออกไปยังตลาด RCEP โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าที่ประเทศไทยมี ศักยภาพ ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนเพ่ือเป็นการ เยียวยา/รองรับผลกระทบท่ีอาจเกิดขึ้นจากความตกลง RCEP อาทิ การให้สินเช่ือ กองทุน การส่งเสริมการลงทุน การอบรมและพัฒนาทักษะแรงงาน o จัดสัมมนาออนไลน์ (Webinar) เร่ือง “RCEP the Series: ครบเครื่อง เร่ือง RCEP” โดย ถ่ายทอดสดการสัมมนาฯ ผ่านช่องทาง Facebook Live ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และช่องทาง Youtube “DTNChannel” จานวน 6 ตอน ไดแ้ ก่ EP.1 ตอน รู้รอบข้อตกลง RCEP วันท่ี 21 กรกฎาคม 2563 EP.2 ตอน รู้ลึกการค้าสินค้าใน RCEP วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 EP.3 ตอน ติดอาวุธ เสริมเกราะเจาะตลาด RCEP วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 EP.4 ตอน RCEP เชื่อมไทยสู่โลก สู้โควิด วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 EP.5 ตอนโอกาสบริการลงทุนใน RCEP: ทาอย่างไรให้ปัง! วันท่ี 30 กรกฎาคม 2563 EP.6 ตอน ถอดรหัส! ทรพั ย์สินทางปัญญา ใน RCEP วนั ที่ 6 สิงหาคม 2563 o จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และความเข้าใจเก่ียวกับความตกลงลง RCEP แก่กลุ่มเป้าหมาย ต่าง ๆ อาทิ พาณิชย์จังหวัด (วันที่ 23 ธันวาคม 2563) เครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club ประเทศไทย (วันที่ 22 ธันวาคม 2563) สภาอุตสากรรมแห่งประเทศไทย (วันที่ 15 ธันวาคม และวันท่ี 24 ธันวาคม 2563) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (วันท่ี 18 ธันวาคม 2563) ตลอดจนส่งข้อมูลเก่ียวกับความตกลงลง RCEP ใหก้ บั สานกั งานสง่ เสรมิ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสมาพันธ์เอสเอม็ อีไทย เพ่ือเผยแพร่ให้แก่เครือข่าย ผปู้ ระกอบการ SMEs o ชี้แจงต่อรัฐสภาผ่านการนาเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมาธิการการ ต่างประเทศ (วันท่ี 3 กันยายน 2563) คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา (วันท่ี 8 กันยายน 2563) คณะกรรมาธกิ ารการพาณชิ ย์และการอุตสาหกรรม วุฒสิ ภา (วันที่ 20 ตุลาคม 2563) คณะกรรมาธิการ การพัฒนาเศรษฐกิจ (วันที่ 21 ตุลาคม 2563) คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา (วันที่ 28 ตุลาคม 2563) คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม (วันท่ี 25 พฤศจิกายน 2563) คณะกรรมาธิการความ มัน่ คงแหง่ รฐั กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตรช์ าตแิ ละการปฏิรูปประเทศ (วนั ท่ี 23 ธันวาคม 2563) o เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความตกลง RCEP พร้อมคาแปลอย่างไม่เป็นทางการ และสรุปสาระสาคัญ ของความตกลง RCEP ผ่านเว็บไซต์ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (www.dtn.go.th) ทันทีที่มีการ ลงนามความตกลงฯ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 รวมถึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อความตกลง RCEP ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมฯ ตั้งแต่วันท่ี 23 พฤศจิกายน 2563 o จัดการสัมมนาประชาพิจารณ์ เร่ือง “เจาะลึกความตกลง RCEP และการเตรียมใช้ประโยชน์- ปรับตัว” เม่ือวันที่ 16 ธันวาคม 2563 ณ โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมการสัมมนาฯ ท้ังจากภาค ธรุ กจิ กลมุ่ เกษตรกร ภาครฐั รฐั วสิ าหกิจ ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป รวม 152 คน โดยจากการตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเข้าเป็นภาคีความตกลง RCEP ของไทย และเห็นว่า ความตกลง RCEP มีประโยชน์ในการขยายโอกาสและสร้างแต้มต่อทางการค้า ทาให้การค้ามีความสะดวกมาก ย่ิงข้ึน เน่ืองจากมีการประสานกฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานร่วมกัน เพ่ิมมูลค่าการส่งออกสินค้าของไทย โดยเฉพาะ สินค้าเกษตร และเพ่ิมตัวเลือกในการนาเข้าวัตถุดิบเพื่อนามาผลิตภายในประเทศ เกิดการจ้างงาน ตลอดจน ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดการค้าโลก ทาให้เศรษฐกิจในภาพรวมของ ประเทศดีข้ึน ในขณะเดียวกัน ความตกลง RCEP จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เนื่องจากมีสินค้าและบริการให้ เลอื กบริโภคมากข้ึน

-9- 5. ความเห็นหนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้อง 5.1 กระทรวงพาณชิ ย์ได้จัดประชุมเพ่ือจัดทาท่าทีของไทยและร่วมเจรจากับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ (กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และกรมอาเซียน) กระทรวงการคลัง (กรมศุลกากร สานักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมบัญชีกลาง และกรมสรรพากร) กระทรวง อุตสาหกรรม (สานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และสานกั งานมาตรฐานผลติ ภัณฑ์อตุ สาหกรรม) กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ (สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร และสานกั งานมาตรฐานสนิ ค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ) กระทรวง ดิจิทลั เพ่อื เศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน (กรมการจัดหางาน) สานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สานักงานคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สานักงาน คณะกรรมการกากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) สานกั งานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กจิ การโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ สานักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สานักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา โดยได้มีการหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคม ธนาคารไทย และภาคประชาสังคม ทงั้ ก่อนและหลงั การเจรจามาโดยตลอด 5.2 กระทรวงพาณิชย์ได้สอบถามหน่วยงานที่เก่ียวข้องถึงกระบวนการภายในประเทศท่ีต้องดาเนินการ เพ่อื ปฏบิ ตั ติ ามพันธกรณขี องความตกลง มี 4 หน่วยงานท่แี จง้ ว่าจะดาเนินการในส่วนท่รี ับผิดชอบตอ่ ไป ดังนี้ 5.2.1 กรมศุลกากร ไดแ้ ก่ (1) การปรับพิกัดอัตราศุลกากรจาก HS 2012 เป็น HS 2017 และออก ประกาศกระทรวงการคลังเพ่ือยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสาหรับสินค้าที่ผูกพันการลดภาษีภายใต้ ความตกลง RCEP และ (2) การออกประกาศกรมศุลกากร และคาสั่งทั่วไปกรมศุลกากร เพื่อกาหนดหลักเกณฑ์ และพิธีการศุลกากรสาหรับการยกเว้นอากรและลดอตั ราอากรศุลกากรภายใต้ความตกลง RCEP 5.2.2 สานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม การดาเนินการออกประกาศกระทรวงเพื่อปฏิบัติตาม พันธกรณีในตารางข้อผูกพันทางภาษี (ภาคผนวก 1) เรื่องเงื่อนไขการนาเข้าสินค้าช้ินส่วนยานยนต์ (Original Equipment Manufacturing: OEM) ทจ่ี ะนาเขา้ ภายใตค้ วามตกลง RCEP จานวน 125 รายการ 5.2.3 กรมการค้าต่างประเทศ ได้แก่ (1) การออกหนังสือรับรองถ่ินกาเนิดสินค้า หลังจากท่ีภาคี RCEP เจรจาแนวทางการปฏิบัติในการออกหนังสือรับรองถ่ินกาเนิดสินค้าและรูปแบบหนังสือรับรองถ่ินกาเนิด สินค้าภายใต้ความตกลง RCEP แล้วเสร็จ (2) การนาข้อมูลกฎถ่ินกาเนิดสินค้าเข้าในฐานข้อมูลระบบตรวจ คุณสมบตั ขิ องสินค้าทางด้านถิ่นกาเนิด และ (3) การออกกฎระเบียบท่ีเก่ียวข้องกับหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ การขึ้น ทะเบียน และจัดทาระบบอิเล็กทรอนิกส์สาหรับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาตในการออกใบรับรอง ถ่นิ กาเนดิ สนิ ค้าดว้ ยตนเอง 5.2.4 กรมทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ระหว่างดาเนินการเพื่อแก้ไขกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาท่ี เกยี่ วขอ้ งเพื่อปฏบิ ัติตามพันธกรณี (1) การเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธ์ิและสนธิสัญญาว่าด้วยการแสดง และสิ่งบนั ทกึ เสยี งขององค์การทรพั ย์สินทางปัญญาโลก (2) สิทธแิ ตเ่ พียงผู้เดยี วของนักแสดง (3) สิทธิในการได้รับ ค่าตอบแทนสาหรับการแพร่เสียงแพร่ภาพในส่วนที่เก่ียวกับนักแสดง (4) การประกาศโฆษณาคาขอรับสิทธิบัตร เมื่อพ้นระยะเวลา ๑๘ เดือนนับจากวันยื่นคาขอ และ (5) การทาลายของกลางละเมิดลิขสิทธ์ิและเคร่ืองหมาย การคา้ ในคดแี พง่ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายในการพฒั นาระบบทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาของไทย 5.3 กระทรวงการตา่ งประเทศ และสานกั งานกฤษฎกี าพจิ ารณาแล้วเหน็ วา่ 5.3.1 ความตกลง RCEP มีการใช้ถ้อยคาท่ีแสดงถึงความมุ่งหมายที่จะก่อให้เกิดผลผูกพันทาง กฎหมายระหว่างกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ จึงเข้าลักษณะเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของ รัฐธรรมนญู ฯ และโดยท่เี น้อื หาของรา่ งความตกลงเป็นเร่ืองท่ีเกี่ยวกับการค้าเสรีอันเข้าลักษณะเป็นหนังสือสัญญาท่ี อาจมผี ลกระทบต่อความม่ันคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้า หรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวางตามที่มี การกาหนดขอบเขตและความหมายไวใ้ นมาตรา 178 วรรคสองและวรรคสาม ของรัฐธรรมนูญฯ จึงต้องได้รับความ เห็นชอบของรัฐสภา ดงั นั้น กระทรวงพาณิชย์จึงต้องเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบและขออนุมัติ

- 10 - การลงนามในร่างความตกลงฯ พร้อมท้ังขอให้คณะรัฐมนตรีเสนอขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาในคราวเดียวกัน โดย เมอ่ื คณะรัฐมนตรีเหน็ ชอบตามทีเ่ สนอและให้ขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาแล้ว กระทรวงพาณิชย์สามารถดาเนินการ ให้มีการลงนามได้ เม่ือลงนามแล้วจึงเสนอเรื่องต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเมื่อรัฐสภาให้ความ เห็นชอบแล้ว จึงจะดาเนินการแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันตามข้อ 20.6 ของร่างความตกลงฯ ได้ ท้ังนี้ เป็นไปตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการเสนอหนังสือสัญญาตาม บทบัญญัตมิ าตรา 178 ของรฐั ธรรมนูญฯ 5.3.2 ตามมาตรา 178 วรรคส่ีของของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กาหนดให้มีกฎหมาย กาหนดวิธีการที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและได้รับการเยียวยาท่ีจาเป็นอันเกิดจาก ผลกระทบของการทาหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 วรรคสามของรัฐธรรมนูญฯ อย่างไรก็ดี ในขณะท่ีการจัดทา กฎหมายดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ จึงเห็นสมควรให้กระทรวงพาณิชย์ดาเนินการให้ประชาชนเข้ามาส่วนร่วมในการ แสดงความคดิ เหน็ และได้รบั การเยียวยาตามแนวทางทป่ี ฏบิ ตั อิ ยู่หรอื ตามทเ่ี หน็ สมควร 5.3.3 กระทรวงพาณิชย์ต้องขอความเห็นชอบบุคคลที่จะเป็นผู้ลงนาม ซึ่งหากไม่ใช่นายกรัฐมนตรี หรอื รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทาหนังสือมอบอานาจเต็ม (Full Powers) เว้นแต่จะเป็นที่ยอมรับระหว่างคู่ภาคีว่าไม่จาเป็นต้องแสดงหนังสือมอบอานาจเต็มก็ให้ส่วนราชการ เจ้าของเร่ืองแจ้งคณะรฐั มนตรที ราบดว้ ย ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2556 เรื่องหลักเกณฑ์ และแนวทางปฏบิ ัตเิ กี่ยวกบั การออกหนงั สอื มอบอานาจเตม็ 5.3.4 กระทรวงการต่างประเทศจะดาเนินการจัดทาหนังสอื แจง้ การมผี ลใช้บังคับของร่างความตกลง RCEP เม่ือ (1) รัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างความตกลง RCEP และ (2) กระทรวงพาณิชย์ได้มีหนังสือแจ้งยืนยันว่า ฝา่ ยไทยได้ดาเนนิ กระบวนการตา่ ง ๆ ทจ่ี าเปน็ สาหรบั การมีผลใช้บงั คับของร่างความตกลง RCEP เสร็จสิน้ แลว้ 6. สรปุ สาระสาคญั ของความตกลง RCEP รายบท โครงสร้างความตกลง RCEP ประกอบด้วย 20 บท (17 ภาคผนวกแนบท้ายบท) คือ อารัมภบท (1) บทบญั ญตั เิ บ้ืองตน้ และคานิยามทว่ั ไป (2) การค้าสินค้า (3) กฎถ่ินกาเนิดสินค้า (4) พิธีการศุลกากรและการ อานวยความสะดวกทางการคา้ (5) มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (6) มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง (7) การเยียวยาทางการคา้ (8) การคา้ บริการ (9) การเคล่ือนย้ายช่ัวคราว ของบุคคลธรรมดา (10) การลงทุน (11) ทรัพย์สินทางปัญญา (12) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (13) การแข่งขัน ทางการค้า (14) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ (15) วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (16) การ จัดซ้ือจัดจ้างโดยรัฐ (17) บทบัญญัติทั่วไปและข้อยกเว้น (18) บทบัญญัติเก่ียวกับสถาบัน (19) การระงับข้อ พิพาท (20) บทบัญญัติสุดท้าย และ 4 ภาคผนวกแนบท้ายความตกลง คือ ภาคผนวก 1 ตารางข้อผูกพันทาง ภาษี ภาคผนวก 2 ตารางข้อผูกพันเฉพาะสาหรับบริการ ภาคผนวก 3 ตารางข้อสงวนและมาตรการที่ไม่ สอดคล้องกับพันธกรณีสาหรับบริการและการลงทุน และภาคผนวก 4 ตารางข้อผูกพันเฉพาะในการเคลื่อนย้าย ชวั่ คราวของบุคคลธรรมดา อารัมภบท ความตกลง RCEP ซึ่งได้มีการประกาศเริ่มเจรจาเมื่อวันท่ี 20 พฤศจิกายน 2555 เป็นความตกลงท่ีมุ่ง ให้เกิดการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่กว้างและลึกย่ิงข้ึน เสริมสร้างการเจริญเติบโตและการพัฒนาทาง เศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม และพัฒนาความร่วมมอื บนความเช่ือมโยงทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ระหว่างภาคี โดยจะมีการ กาหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนเพื่ออานวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ซ่ึงคานึงถึงระดับของการพัฒนาที่ แตกตา่ งกนั ระหว่างภาคี การไดร้ ับการปฏิบตั ทิ ี่พเิ ศษและแตกตา่ ง โดยเฉพาะกับกัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา และ เวียดนาม ในระดับท่ีเหมาะสม รวมถึงความยืดหยุ่นเพิ่มเติมสาหรับภาคีที่เป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุด โดยให้ ความสาคัญกับการมีธรรมาภิบาลที่ดีและการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใสและมั่นคง รวมถึงสิทธิของ ภาคที ่จี ะออกกฎระเบียบเพือ่ วตั ถปุ ระสงคส์ าธารณะ

- 11 - บทท่ี 1 บทบัญญตั ิเบอื้ งตน้ และคานยิ ามทั่วไป บทบัญญตั ิเบื้องตน้ และคานิยามทั่วไป ประกอบดว้ ย 3 ขอ้ บท 1.1 ภาคจี ัดต้งั ความตกลง RCEP ให้เป็นเขตการค้าเสรี โดยสอดคล้องกับข้อ 24 ของความตกลงทั่วไปว่า ด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (General Agreement on Tariff and Trade: GATT 1994) และความตกลงท่ัวไป วา่ ด้วยการคา้ บริการ (General Agreement on Trade in Services: GATS) ขององค์การการค้าโลก (WTO) 1.2 กาหนดคานยิ ามทัว่ ไปท่ใี ชใ้ นความตกลง 1.3 ระบวุ ัตถุประสงค์ของการจัดทาความตกลง RCEP คือ ให้เป็นกรอบหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ทันสมัย ครอบคลมุ คุณภาพสูง และเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าและการลงทุนในภูมิภาค และการพัฒนาของเศรษฐกิจโลก โดยคานึงถงึ ระดับการพัฒนาและความตอ้ งการของภาคี โดยเฉพาะภาคีประเทศ พัฒนาน้อยท่ีสุด อกี ทั้งให้มกี ารเปดิ เสรีการคา้ สนิ ค้า การคา้ บริการ และการลงทนุ ระหว่างกัน บทที่ 2 การคา้ สนิ ค้า บทการคา้ สนิ คา้ ประกอบด้วย 21 ข้อบท (แบ่งเป็น 2 ส่วนสาคัญ คือ บทบัญญัติท่ัวไปและการเข้า สตู่ ลาดของสินค้า และมาตรการท่ไี มใ่ ชภ่ าษี) 2.1 ภาคีจะตอ้ งลดหรือยกเลกิ ภาษีสินคา้ ตามตารางขอ้ ผูกพันทางภาษี (ภาคผนวก 1) และหากอัตราภาษี ท่วั ไปทเ่ี รียกเก็บจริง (MFN applied rate) ต่ากว่าอัตราภาษีท่ีระบุไว้ตารางข้อผูกพันทางภาษี ผู้นาเข้ามีสิทธิ์ขอใช้ อตั ราภาษี MFN ทีม่ อี ตั ราตา่ กวา่ ได้ รวมท้ังให้ผนู้ าเข้าอาจสามารถขอคืนภาษสี ่วนที่จ่ายเกินได้ หากผู้นาเข้าไม่ได้ขอ ใช้ภาษี MFN ทม่ี ีอตั ราตา่ กวา่ ตอนนาเขา้ สนิ คา้ โดยข้ึนอยกู่ ับกฎหมายและระเบียบขอ้ บังคับของแตล่ ะภาคี 2.2 ภาคีมีการกาหนดอัตราภาษีท่ีแตกต่างกันให้กับบางภาคี โดยภาคีผู้นาเข้าจะให้สิทธิประโยชน์ทาง ภาษีที่กาหนดไว้ให้กับภาคีผู้ส่งออกสาหรับสินค้าที่มีการกาหนดอัตราภาษีแตกต่างกัน ก็ต่อเม่ือภาคีผู้ส่งออกเป็น ประเทศถิ่นกาเนิดตามเงื่อนไขถ่ินกาเนิดสินค้าเพิ่มเติมจากที่กาหนดไว้ในบทท่ี 3 (กฎถ่ินกาเนิดสินค้า) ดังน้ี (1) สินค้าที่ผลิตจากวัตถุดิบท่ีมีถ่ินกาเนิดสินค้าภายในประเทศภาคีทั้งหมด (produced exclusively: PE) จะตอ้ งมกี ระบวนการผลิตในภาคีผ้สู ่งออกเกนิ กว่ากระบวนการอยา่ งง่าย (2) สนิ คา้ ทถ่ี กู ระบไุ วใ้ นเอกสารแนบท้าย ของตารางข้อผูกพันทางภาษีจะต้องมีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มภายในประเทศของภาคีผู้ส่งออกไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าสินค้า ทั้งน้ี กรณีท่ีภาคีผู้ส่งออกไม่สามารถทาตามเงื่อนไขดังข้างต้น ภาคีผู้นาเข้าจะใช้อัตราภาษีท่ี กาหนดไว้ให้กับภาคีท่ีมีสัดส่วนมูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกาเนิดสินค้าสูงที่สุดที่ใช้ในการผลิตแทน นอกจากนี้ ผู้นาเข้า อาจขอเลือกใช้ระหว่าง (1) อัตราภาษีสูงสุดที่ภาคีผู้นาเข้าเรียกเก็บกับภาคีที่มีส่วนในวัตถุดิบท่ีได้ถ่ินกาเนิดสินค้า ที่ใช้ในการผลิตของสินค้านาเข้า หรือ (2) อัตราภาษีสูงสุดท่ีภาคีผู้นาเข้าเรียกเก็บกับภาคีใด ๆ ใน RCEP ไม่ว่า ภาคีผสู้ ง่ ออกจะเป็นประเทศถนิ่ กาเนดิ หรอื ไม่ก็ตาม 2.3 หากภาคีปรับปรุงหรือเร่งระยะเวลาการปฏิบัติตามข้อผูกพันทางภาษี สิทธิประโยชน์จากการ ปรบั ปรุงดงั กล่าวจะต้องใหก้ ับทุกภาคี 2.4 ภาคีสามารถแก้ไขหรือถอนข้อผูกพันออกจากตารางข้อผูกพันทางภาษีของตนได้ โดยต้องได้รับ ความเห็นชอบจากภาคีอื่นที่มีส่วนได้ส่วนเสียและเป็นไปตามมติของคณะกรรมการร่วม RCEP และต้องมีการ เจรจาชดเชยให้กบั ภาคีที่เก่ยี วขอ้ ง 2.5 ภาคียกเว้นภาษีนาเข้าสาหรับสินค้านาเข้าชั่วคราวเพื่อที่จะส่งออกกลับไปภายในระยะเวลาที่ กาหนด รวมท้ังระบุเงื่อนไขที่ภาคีสามารถกาหนดได้สาหรับสินค้านาเข้าช่ัวคราวที่ได้รับการยกเว้นภาษี ซ่ึงรวมถึง การจัดเก็บค่าประกันที่มีจานวนไม่เกินกว่าภาษีและค่าธรรมเนียมท่ีเรียกเก็บในกรณีนาเข้าสินค้า นอกจากนี้ ภาคี ยกเว้นภาษีให้กับคอนเทนเนอร์และพาเลทท่ีนาเข้ามาชั่วคราวและตัวอย่างสินค้าที่ ไม่มีมูลค่าทางการค้าตามท่ี กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของแตล่ ะภาคีกาหนดไว้ 2.6 ห้ามภาคีใช้มาตรการห้ามหรือจากัดการนาเข้าหรือส่งออกสินค้า นอกเหนือจากมาตรการทางภาษี และคา่ ธรรมเนียม โดยภาคีท่ใี ช้มาตรการฯ จะตอ้ งแจ้งภาคีอนื่ หากมกี ารรอ้ งขอ และเปิดโอกาสในการหารือให้กับ ภาคที ่ีอาจไดร้ บั ผลกระทบรนุ แรงจากมาตรการดงั กล่าว

- 12 - 2.7 ภาคีสามารถร้องขอให้มีการหารือทางเทคนิคกับภาคีอื่น หากเห็นว่า มาตรการของภาคีนั้นส่งผล กระทบเชงิ ลบต่อการคา้ ของตน เพือ่ หาข้อสรปุ อันเป็นท่พี ึงพอใจร่วมกนั 2.8 ภาคีจะตอ้ งแจง้ กระบวนการใหใ้ บอนญุ าตนาเข้าของตนให้ภาคอี ่ืนทราบ โดยสาหรับกระบวนการให้ ใบอนุญาตใหม่หรือท่ีปรับแก้ไขภายหลังความตกลงมีผลใช้บังคับ ภาคีจะต้องแจ้งว่า มีเงื่อนไขตามรายการที่ กาหนดไว้หรือไม่ในการพิจารณาให้ใบอนุญาตนาเข้า เช่น การเป็นสมาชิกของสมาคม ความเห็นชอบจากสมาคม อุตสาหกรรมในการขอใบอนุญาตนาเข้า ประวัติการนาเข้าสินค้า กาลังการผลิตขั้นต่า ทุนจดทะเบียนข้ันต่า นอกจากน้ี ภาคีจะต้องแจ้งภาคีอ่ืนเกี่ยวกับกระบวนการให้ใบอนุญาตใหม่หรือท่ีจะมีการปรับแก้ไขให้เร็วที่สุด เทา่ ที่จะเป็นไปได้ภายใน 30 วนั ก่อนที่กระบวนการใหม่จะมีผลใช้บังคับ แต่ไม่เกิน 60 วันหลังจากวันท่ีประกาศ เผยแพร่กระบวนการดังกล่าว รวมทั้งให้มีการเผยแพร่กระบวนการใหม่หรือท่ีปรับแก้ไขบนเว็บไซต์ทางการของ รฐั บาลอยา่ งนอ้ ย 21 วนั กอ่ นท่ีกระบวนการใหม่จะมผี ลใชบ้ ังคับ 2.9 ภาคีสามารถริเร่ิมจัดทาแผนงานเก่ียวกับมาตรการท่ีมิใช่ภาษีในสาขาเฉพาะ โดยจะอยู่ภายใต้การ กากับดูแลของคณะกรรมการด้านสินค้า ทั้งนี้ ภาคีจะต้องพยายามจัดทาแผนงานดังกล่าวให้เสร็จสิ้นไม่ช้าไปกว่า 2 ปีภายหลงั ที่ได้ริเริม่ แผนงาน บทท่ี 3 กฎถิ่นกาเนดิ สินค้า บทกฎถิ่นกาเนิดสินค้า ประกอบด้วย 35 ข้อบท (แบ่งเป็น 2 ส่วนสาคัญ คือ กฎถิ่นกาเนิดสินค้า และระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองถ่ินกาเนิดสินค้า) ภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะรายสินค้า) และ ภาคผนวก 3 บี (ขอ้ กาหนดเร่อื งขอ้ มูลขัน้ ตา่ ) 3.1 อนุญาตให้มีการสะสมถ่ินกาเนิดสินค้า โดยภาคีสามารถนาสินค้าที่ได้ถ่ินกาเนิดในภูมิภาค RCEP แล้ว มาสะสมถิน่ กาเนดิ สินคา้ ต่อได้ โดยถือเสมอื นว่าสนิ คา้ ดังกล่าวมถี นิ่ กาเนิดในประเทศภาคนี ัน้ ๆ 3.2 กาหนดเกณฑ์การได้ถ่ินกาเนิดสินค้า ได้แก่ (1) เกณฑ์การผลิตหรือได้มาทั้งหมดภายในประเทศ ภาคี (Wholly Obtained: WO) ซ่ึงใช้กับสินค้าทีผ่ ลติ ขน้ึ หรือได้มาจากภาคีใดภาคีหนึ่งเพียงประเทศเดียว โดยไม่ มีการใชว้ ัตถดุ บิ จากภาคีอ่นื หรือนอกภาคี (2) เกณฑ์กระบวนการผลิตท้ังหมดภายในประเทศภาคีจากวัตถุดิบท่ีได้ ถิ่นกาเนิด (Produce Exclusively: PE) ซึ่งให้สิทธิถ่ินกาเนิดกับสินค้าที่ผลิตข้ึน โดยใช้วัตถุดิบท่ีได้ถ่ินกาเนิดจาก ภาคีหลาย ๆ ประเทศมารวมกัน และ (3) กฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules: PSRs) ซึ่งกาหนด เกณฑ์ถ่ินกาเนิดสินค้าสาหรับสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบจากนอกภาคี สาหรับสินค้าทุกรายการ (5,205 รายการท่ีพิกัดศุลกากรระดับ 6 หลัก ในระบบ HS 2012) ตามตารางที่ระบุไว้ในภาคผนวก 3 เอ (กฎเฉพาะราย สินค้า) และจะตอ้ งมีการแปลงพิกัดศลุ กากรสาหรบั ตาราง PSRs ใหท้ ันสมัยตามทม่ี ีการเปล่ียนแปลงในแต่ละรอบ 3.3 อนญุ าตให้มีการรับรองถิน่ กาเนดิ สินค้าได้ 3 รูปแบบ คือ (1) หนังสือรับรองถิ่นกาเนิดสินค้าที่ออก โดยหน่วยงานออกหนังสอื รบั รองถน่ิ กาเนิดสินค้า (Issuing Authority) (2) คารับรองถ่ินกาเนิดสินค้าโดยผู้ส่งของ ออกรับอนุญาต (Declaration of Origin by Approved Exporters) หรือ (3) คารับรองถน่ิ กาเนิดสินค้าโดยผู้ส่ง ของออกหรือผู้ผลิต (Declaration of Origin by Exporter or Producer) โดยภาคีต้องเริ่มใช้การรับรองถ่ิน กาเนดิ สินค้าในรูปแบบท่ี (3) ภายใน 10 - 30 ปี หลงั จากทค่ี วามตกลงมผี ลใช้บังคบั 3.4 จะมีการทบทวนเร่อื งการขยายการสะสมถ่ินกาเนิดทใี่ หน้ ับรวมกระบวนการผลติ และการเพิ่มมูลค่า สินคา้ ทุกรปู แบบที่เกดิ ขึ้นภายในภาคี (full cumulation) เม่ือรัฐผู้ลงนามท้ังหมดได้ใช้บังคับความตกลงแล้ว โดย ใหพ้ จิ ารณาเสร็จส้นิ ภายใน 5 ปี 3.5 กาหนดระเบียบปฏิบัติในการรับรองถิ่นกาเนิดสินค้า (Operational Certification Procedures) ที่ระบุเงื่อนไขเพ่ือขอรับสิทธิประโยชน์ โดยจะมีการหารือในรายละเอียดเก่ียวกับรูปแบบของเอกสารรับรองถ่ิน กาเนิดสินค้าหลังจากท่ีมีการลงนามแล้ว อีกทั้งมีการระบุรายการของข้อมูลที่จาเป็นสาหรับหนังสือรับรองถ่ิน กาเนิดสินค้า (Certificate of Origin) หรือการรับรองถ่ินกาเนิดสินค้าด้วยตนเองโดยผู้ส่งออก/ผู้ผลิต (Declaration of Origin) เช่น ช่ือและท่ีอยู่ของผู้ส่งออก ชื่อและท่ีอยู่ของผู้นาเข้า พิกัดศุลกากรและรายละเอียด

- 13 - ของสินค้า เกณฑ์ถิ่นกาเนิดสินค้าท่ีใช้เพ่ือให้ได้รับสิทธิถ่ินกาเนิด ประเทศถ่ินกาเนิดสินค้า มูลค่า FOB ของสินค้า ปรมิ าณของสินคา้ ตามทีร่ ะบุไวใ้ นภาคผนวก 3 บี (ขอ้ กาหนดเร่อื งขอ้ มลู ข้ันตา่ ) 3.6 จะตอ้ งมีการทบทวนเก่ียวกับหลกั ฐานการรบั รองถ่ินกาเนิดสินค้าหลังจากความตกลงมีผลใช้บังคับ กับรฐั ผลู้ งนามทัง้ หมด และจะตอ้ งสรุปผลการทบทวนภายใน 5 ปี เวน้ แต่ภาคีตกลงเปน็ อยา่ งอนื่ 3.7 จะต้องมีการทบทวนเก่ียวกับข้อมูลท่ีต้องการสาหรับตัวอย่างลายมือช่ือของหน่วยงานผู้ออก หนังสอื รบั รองถน่ิ กาเนดิ สินค้าภายใน 3 ปีหลงั จากความตกลงมผี ลใชบ้ ังคับกบั รฐั ผลู้ งนามทั้งหมด 3.8 อนญุ าตให้ย่นื ขอใช้สทิ ธิประโยชน์ทางอากรศลุ กากรสาหรับสนิ ค้าที่ไดถ้ ิ่นกาเนดิ ภายหลังการนาเข้า เพอื่ ขอรับคืนภาษสี ่วนเกิน หรอื เงินประกัน ภายในระยะเวลาท่กี าหนดในกฎหมายของตน 3.9 กาหนดขั้นตอนกระบวนการตรวจสอบและระยะเวลาในการตอบกลับภายใน 30-90 วัน และ พยายามทจ่ี ะมคี าตดั สนิ ผลการตรวจสอบภายใน 90-180 วันนับตงั้ แตว่ นั ทไ่ี ด้ข้อมลู ที่จาเปน็ ครบถ้วนสาหรับการ ตัดสิน ในกรณที มี่ กี ารรอ้ งขอจากภาคีผนู้ าเข้า 3.10 ให้มีการกาหนดจุดติดต่อ (contact point) เพ่ือประสานงาน จานวน 1 จุด หรือมากกว่า และ แจ้งให้ภาคีอื่นทราบ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ ท้ังนี้ จะต้องแจ้งทันทีหากมีการ เปล่ียนแปลง บทที่ 4 พธิ กี ารศุลกากรและการอานวยความสะดวกทางการคา้ บทพิธีการศุลกากรและการอานวยความสะดวกทางการค้า ประกอบด้วย 21 ข้อบท และภาคผนวก 4 เอ (ระยะเวลาในการปฏิบัตติ ามพนั ธกรณี) 4.1 หน่วยงานศุลกากรของภาคีจะต้องปฏิบัติและใช้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับทางศุลกากรให้ สอดคล้องกัน 4.2 ภาคีจะต้องทาให้มั่นใจถึงการคาดการณ์ได้ ความสอดคล้อง และความโปร่งใสในการใช้กฎหมาย และระเบียบข้อบงั คับทางศุลกากรของภาคีแตล่ ะฝ่าย 4.3 จะต้องมีการเผยแพร่ข้อมูล (เช่น กระบวนการในการนาเข้า ส่งออก การผ่านแดนซ่ึงจะต้องระบุ ขั้นตอนและเอกสารทีต่ ้องใช้ของแต่ละทา่ เรือ ท่าอากาศยาน หรอื จดุ ผา่ นแดนของสนิ ค้า กระบวนการอุทธรณ์และ ทบทวนสาหรับการนาเข้า ส่งออก และผ่านแดนของสินค้า) โดยทันทีในลักษณะที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย และ จะตอ้ งเผยแพรท่ างอนิ เทอร์เน็ตหากมกี ารเปลยี่ นแปลงขอ้ มลู กฎหมายและกฎระเบยี บทีเ่ กี่ยวข้อง 4.4 ภาคีสามารถย่ืนเอกสารและขอ้ มลู การนาเข้าสินค้ากอ่ นทสี่ นิ คา้ มาถึงในรูปแบบอิเล็กทรอนิกสไ์ ด้ 4.5 ภาคีแต่ละฝ่ายต้องจัดทาคาวินิจฉัยล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรให้กับผู้นาเข้า ผู้ส่งออก หรือ บุคคลใด ๆ ที่มีเหตุอันควร หรือผู้แทน ที่ได้ยื่นคาร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรซ่ึงประกอบด้วยข้อมูลท่ีจาเป็น ท้ังหมด และภาคีผู้ออกคาวินิจฉัยล่วงหน้าจะต้องดาเนินการออกคาวินิจฉัยล่วงหน้าภายใน 90 วันหากผู้ร้องขอ ยื่นเอกสารทคี่ รบถว้ นสมบรู ณ์ และคาวนิ จิ ฉยั ล่วงหน้ามผี ลในการใช้บังคบั หรอื มีอายอุ ยา่ งน้อย 3 ปี 4.6 กรณีเป็นไปได้ หน่วยงานของภาคีจะต้องทาการตรวจปล่อยสินค้าภายในระยะเวลาที่กฎหมาย กาหนด หรอื ภายใน 48 ชัว่ โมงนับแต่สินค้าน้ันมาถึง และกาหนดให้มีการตรวจปล่อยสินค้าเร่งด่วนภายใน 6 ช่ัวโมง นับแตส่ ินค้านนั้ มาถงึ 4.7 ให้แสดงรายละเอียดที่เป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนเก่ียวกับการอุทธรณ์หรือการทบทวน เช่น เหตุผลที่ใช้ในการตดั สิน ระยะเวลาในการตดั สนิ การปฏิบตั ติ ามคาตัดสิน 4.8 ภาคีอาจร้องขอคาปรึกษาจากอีกภาคีหนึ่งได้ โดยจะต้องดาเนินการผ่านจุดติดต่อ (Contact point) ของภาคีภายในเวลา 30 วันนับแต่วันท่ีได้รับการร้องขอ หากการหารือไม่เป็นผล ภาคีผู้ร้องขออาจยื่น เรอื่ งไปยังคณะกรรมการดา้ นสนิ ค้า 4.9 กาหนดใหม้ ีจดุ ตดิ ต่อ (contact point) เพื่อประสานงาน จานวน 1 จุด หรือมากกว่า และแจ้งให้ ภาคีอื่นทราบ ภายใน 30 วนั นับต้งั แต่วันที่ความตกลงมีผลใช้บังคบั ท้ังนี้ จะต้องแจ้งทนั ทีหากมีการเปล่ยี นแปลง

- 14 - 4.10 กาหนดให้มีจุดตอบข้อซักถาม (enquiry point) จานวน 1 จุด หรือมากกว่า เพื่อตอบคาถามผู้ที่ สนใจและอานวยความสะดวกในการเข้าถงึ เอกสารท่ีเก่ยี วขอ้ ง 4.11 ให้มีระยะเวลาปรับตัวในการปฏิบัติตามบางพันธกรณี สาหรับบรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา จีน อนิ โดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซยี เมียนมา และเวียดนาม ตามท่ีระบุไว้ในภาคผนวก 4 เอ (ระยะเวลาในการปฏิบัติ ตามพันธกรณ)ี บทท่ี 5 มาตรการสขุ อนามยั และสุขอนามยั พชื บทมาตรการสขุ อนามยั และสขุ อนามยั พชื ประกอบดว้ ย 17 ข้อบท 5.1 ยืนยนั ถึงสทิ ธแิ ละพันธกรณีภายใต้ความตกลงว่าด้วยการใช้บังคับมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัย พชื (Agreement on the Application of Sanitary and Phytosanitary Measures: SPS) ภายใต้ WTO 5.2 สง่ เสรมิ ใหม้ ีความร่วมมอื ในการยอมรับมาตรการทเ่ี ท่าเทยี มกนั 5.3 ส่งเสริมใหม้ คี วามร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิ หลักการการปรับให้เข้ากับสภาพของภูมิภาค รวมทั้ง พ้ืนที่ปลอดศัตรูพืชหรือโรค และพ้ืนที่ที่มีความแพร่หลายของศัตรูพืชหรือโรคต่า การวิเคราะห์ความเส่ียงต้อง สอดคล้องกับความตกลง SPS โดยมิให้กระทบต่อมาตรการฉุกเฉิน ภาคีทุกประเทศต้องไม่ระงับการนาเข้าสินค้า ของภาคีอีกฝ่าย ด้วยเหตุผลเพียงว่าภาคีผู้นาเข้ากาลังทบทวนมาตรการ SPS ของตนอยู่ หากภาคีผู้นาเข้าได้ อนญุ าตให้มีการนาเข้าสินคา้ ดังกล่าวแล้วจากภาคีอนื่ เมื่อขณะท่เี ริ่มการทบทวนมาตรการดงั กลา่ ว 5.4 การตรวจสอบต้องดาเนินการเป็นระบบ และดาเนินการเพื่อประเมินประสิทธิภาพในการควบคุม กากับดูแลของหน่วยงานผู้มีอานาจ และต้องให้โอกาสภาคีผู้ส่งออกในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการ ตรวจสอบ และนาขอ้ คิดเหน็ ดงั กลา่ วมาพิจารณาก่อนทาการสรปุ และดาเนนิ การใด ๆ 5.5 กาหนดการออกใบรบั รองทแี่ สดงให้เห็นถึงข้อกาหนดด้านสุขอนามัยของภาคีผู้นาเข้าและออกโดย หน่วยงานผ้มู อี านาจของภาคผี สู้ ่งออกเป็นภาษาองั กฤษ 5.6 การตรวจสอบการนาเข้าต้องอยู่บนพ้ืนฐานความเส่ียงด้าน SPS ที่เก่ียวกับการนาเข้า โดยเป็นไป ตามระเบยี บขอ้ บังคบั และกฎหมายของภาคผี ู้นาเข้า ผลการตัดสนิ หรือการดาเนินการสุดท้ายที่เกี่ยวกับการนาเข้า ของสินค้าทีไ่ มเ่ ป็นไปตามขอ้ กาหนดของภาคผี ู้นาเขา้ ต้องมีความเหมาะสมตอ่ ความเสีย่ งด้าน SPS 5.7 กาหนดให้มีการทบทวนมาตรการฉุกเฉินภายในช่วงระยะเวลาที่สมเหตุสมผล รวมถึงการ แลกเปลี่ยนข้อมูลเพ่ือช่วยในการทบทวนมาตรการฉุกเฉินดังกล่าว โดยอยู่บนพื้นฐานข้อมูลล่าสุดที่สามารถหาได้ และต้องสามารถอธิบายเหตผุ ลของการยังคงใช้มาตรการฉุกเฉินนั้นต่อไป หากมีการรอ้ งขอ 5.8 ในการแจ้งมาตรการ SPS ต้องเปดิ โอกาสให้ภาคีได้ให้ข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 60 วัน หลังจากดาเนินการแจ้งมาตรการ หากมีการร้องขอ ต้องให้เอกสารหรือสรุปเอกสารท่ีอธิบายข้อกาหนดของ ร่างมาตรการ SPS ทแ่ี จง้ ตอ่ องค์การการคา้ โลกเปน็ ภาษาองั กฤษแก่ภาคีท่ีรอ้ งขอ ภายใน 30 วัน 5.9 สนับสนุนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของภาคีในการแบ่งปันแลกเปล่ียนข้อมูลและประสบการณ์ ความร่วมมือในสาขาที่มคี วามสนใจร่วมกัน การยกระดับความรว่ มมอื ในการพัฒนาและปรับปรุงมาตรการ SPS ระหวา่ งกัน 5.10 ใหม้ ีการกาหนดจุดติดต่อ (contact point) เพื่ออานวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร จานวน 1 จุด หรือมากกว่า และแจ้งภาคีอ่ืนทราบ ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ อีกทั้งจะต้องแจ้ง รายละเอียดของหน่วยงานผู้มีอานาจ ผ่านจุดติดต่อดังกล่าว ท้ังนี้ จะต้องแจ้งหากมีการเปลี่ยนแปลงจุดติดต่อและ หนว่ ยงานผู้มีอานาจ รวมถงึ ปรบั ปรงุ ขอ้ มูลใหท้ นั สมัยอยเู่ สมอ 5.11 จะไม่มีการนาบทการระงับข้อพิพาทมาใช้กับบทนี้ จะมีการทบทวนหลังความตกลงมีผลใช้บังคับ แลว้ 2 ปี โดยในระหว่างการทบทวนจะมกี ารพจิ ารณานาบทการระงับข้อพิพาทมาใช้กับทั้งหมดหรือบางส่วนของ บทนี้ การทบทวนจะต้องแลว้ เสร็จภายใน 3 ปีนับจากวันท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ โดยจะมีการบังคับใช้กับภาคี ทมี่ ีความพร้อม สาหรับภาคีท่ียังไม่มีความพร้อม จะหารือกับภาคีอื่นและอาจมีการนามาบังคับใช้เม่ือเข้าร่วมเป็น ภาคอี น่ื ท่มี พี นั ธกรณีท่คี ลา้ ยคลงึ กนั

- 15 - บทที่ 6 มาตรฐาน กฎระเบยี บทางเทคนคิ และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง บทมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง ประกอบดว้ ย 14 ขอ้ บท 6.1 ให้ความสาคัญกับมาตรฐาน แนวทาง และข้อแนะนาระหว่างประเทศที่มีต่อการปรับประสาน กฎระเบยี บทางเทคนิค กระบวนการตรวจสอบและรับรอง มาตรฐานแห่งชาติและการลดอปุ สรรคตอ่ การค้าทไ่ี ม่จาเป็น 6.2 การจัดทา การนามาใช้ และการใช้มาตรฐานต้องเป็นไปตามภาคผนวก 3 ของความตกลงว่าด้วย อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Technical Barriers to Trade Agreement: TBT) ภายใต้ WTO และสนับสนุน ใหห้ น่วยงานให้ความรว่ มมอื และแบง่ ปนั ขอ้ มลู เก่ยี วกับการกาหนดมาตรฐานใหภ้ าคีรับทราบ 6.3 ภาคีตอ้ งใช้มาตรฐานระหว่างประเทศหรอื สว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ งเป็นพ้ืนฐานในการกาหนดกฎระเบียบทาง เทคนิคตามขอบเขตที่กาหนดไว้ในวรรค 4 ของข้อ 2 ของความตกลง TBT โดยไม่เป็นการจากัดทางการค้าเกิน กว่าความจาเปน็ รวมท้งั ต้องพิจารณาเพ่อื เปน็ ผลในการยอมรบั ความเทียบเท่าของกฎระเบียบทางเทคนิคของภาคี อ่ืน แม้ว่ากฎระเบียบเหล่าน้ันจะมีความแตกต่างจากกฎระเบียบของประเทศตน ระยะเวลาระหว่างการประกาศ กฎระเบยี บทางเทคนิคและการบงั คับใชต้ ้องสมเหตผุ ลหรือไมน่ อ้ ยกวา่ 6 เดอื น ยกเวน้ ในกรณีท่ีเกิดปัญหาเร่งด่วน เก่ียวกับความปลอดภัย สุขภาพ การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม หรือความม่ันคงของประเทศหรือถูกคุกคามว่าจะเกิด ปัญหา และการจัดทาและการประกาศใช้กฎระเบียบทางเทคนิคต้องใช้รูปแบบเดียวกันอย่างสม่าเสมอท่ัวท้ัง อาณาเขตของตน 6.4 ภาคีต้องใช้มาตรฐานระหว่างประเทศหรือส่วนที่เก่ียวข้องเป็นพื้นฐานในการกาหนดกระบวนการ ตรวจสอบและรับรอง รวมทงั้ ให้ความสาคัญในการยอมรับผลของกระบวนการตรวจสอบและรับรอง และส่งเสริม ความร่วมมือระหว่างหน่วยตรวจสอบและรับรองของตน รวมถึงต้องอนุญาตให้ภาคีอีกฝ่ายมีส่วนร่วมใน กระบวนการตรวจสอบและรับรองของตน โดยภาคีต้องให้คาอธิบายในกรณีไม่ยอมรับผลการตรวจสอบและรับรอง และต้องใหค้ าอธิบายเมื่อปฏเิ สธการเข้ารว่ มดาเนินการของหนว่ ยตรวจสอบรบั รองของภาคีอ่ืน เมือ่ ไดร้ บั การร้องขอ 6.5 สนบั สนนุ ความรว่ มมือระหว่างหนว่ ยงานของภาคใี นการแบ่งปันแลกเปลย่ี นขอ้ มลู และประสบการณ์ ความร่วมมือในสาขาที่มีความสนใจร่วมกัน การยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐาน กฎระเบยี บทางเทคนคิ และกระบวนการตรวจสอบรับรอง 6.6 ภาคีสามารถร้องขอให้มีการหารือทางเทคนิคเพ่ือแก้ไขปัญหาที่เก่ียวข้องกับการค้าและบทบัญญัติ ภายใต้บทนี้ โดยใหเ้ ริ่มดาเนินการภายใน 60 วันเมอ่ื ไดร้ ับการร้องขอเปน็ ลายลักษณ์อักษร 6.7 ภาคีต้องให้เอกสารฉบับเต็มหรือสรุปกฎระเบียบทางเทคนิคและกระบวนการตรวจสอบและรับรอง หากมีเอกสารเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว หากไม่มี ต้องสรุปข้อกาหนดกฎระเบียบและกระบวนการตรวจสอบและ รับรองที่มีการแจ้งเป็นภาษาอังกฤษให้แก่ภาคีท่ีร้องขอ เม่ือได้รับการร้องขอภายใน 30 วัน และมีการกาหนด ระยะเวลา 60 วัน ในการเปดิ รับข้อคิดเห็นจากภาคีต่อกฎระเบียบทางเทคนิคใหม่นับจากวันที่แจ้ง WTO และหาก สินค้าโดนกักที่จุดนาเข้าเนื่องจากไม่เป็นไปตามกฎระเบียบหรือกระบวนการตรวจสอบรับรองให้ภาคีผู้นาเข้าแจ้ง เหตผุ ลกบั ผู้ประกอบการหรอื ผแู้ ทน และมีกาหนดเวลา 60 วนั ในการใหข้ ้อมูลหรือคาอธิบายให้กับภาคีทรี่ ้องขอ 6.8 ให้มีการกาหนดจุดติดต่อ (contact point) เพื่ออานวยความสะดวกในการแลกเปล่ียนข้อมูล จานวน 1 จดุ หรอื มากกว่า และแจง้ ให้ภาคอี ่ืนทราบ ภายใน 30 วัน นับต้งั แตว่ ันท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ท้ังนี้ จะตอ้ งแจง้ ทันทหี ากมกี ารเปล่ยี นแปลง 6.9 ภาคีต้องไม่นาบทการระงับข้อพิพาทมาใช้กับบทน้ี โดยภาคีต้องทบทวนการไม่ใช้บทการระงับข้อ พิพาทหลังความตกลงมีผลใช้บังคับแล้ว 2 ปี โดยในระหว่างการทบทวนจะมีการพิจารณานาบทการระงับข้อ พิพาทมาใช้กับทั้งหมดหรือบางส่วนของบทน้ี การทบทวนจะต้องแล้วเสร็จภายใน 3 ปีนับจากวันท่ีความตกลงมี ผลใช้บงั คบั

- 16 - บทที่ 7 การเยียวยาทางการค้า บทการเยียวยาทางการค้า ประกอบด้วย 16 ข้อบท (แบ่งเป็น 2 ส่วนสาคัญ คือ มาตรการปกป้อง ภายใต้กรอบ RCEP และมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน) และภาคผนวก 7 เอ (วิธีปฏิบัติ เกี่ยวกบั กระบวนการตอบโต้การทุ่มตลาดและการตอบโต้การอดุ หนนุ ) 7.1 อุตสาหกรรมภายในของภาคีสมาชิกยังคงสามารถย่ืนคาขอใช้มาตรการปกป้อง รวมถึงมาตรการ ตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนภายใต้องค์การการค้าโลก หากอุตสาหกรรมภายในของภาคีประสบความ เสียหายอยา่ งร้ายแรงจากการนาเข้าทเ่ี พ่ิมข้ึน หรือความเสยี หายอยา่ งสาคญั จากการท่มุ ตลาดหรือการอดุ หนนุ 7.2 หากอุตสาหกรรมภายในของภาคีได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากการทะลักเข้ามาของสินค้า จากการเปิดตลาดการค้าสินค้าภายใต้ความตกลง RCEP สามารถย่ืนคาขอใช้มาตรการปกป้องในระยะเวลาการ ปรับตัวภายใตก้ รอบ RCEP เพอื่ กาหนดอัตราอากรปกป้องเทยี บเท่าระดบั MFN เป็นระยะเวลาคร้ังละไม่เกิน 3 ปี เว้นแต่กรณีพิเศษท่ีอาจขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการใช้มาตรการปกป้องในระยะเวลา การปรับตัวภายใต้กรอบ RCEP ทั้งหมดรวมแล้วจะต้องไม่เกิน 4 ปี ทั้งน้ี การกาหนดมาตรการปกป้องใน ระยะเวลาปรับตวั ภายใต้กรอบ RCEP จะต้องอยู่ภายในกรอบเวลาที่กาหนด และจะต้องมีการเจรจาชดเชยให้กับ ภาคีผู้ส่งออกที่ได้รบั ผลกระทบจากการบังคบั ใชม้ าตรการดงั กล่าว 7.3 กรณีที่มีความจาเป็นเร่งด่วนซึ่งหากดาเนินการล่าช้าอาจเกิดความเสียหายที่ไม่สามารถเยียวยาได้ ภาคีผู้นาเข้าสามารถกาหนดมาตรการชั่วคราวระหว่างการดาเนินการไต่สวนได้ โดยการบังคับใช้มาตรการ ช่วั คราวจะตอ้ งไมเ่ กิน 200 วัน 7.4 เพื่อยกระดับความความโปร่งใส ได้มีการกาหนดแนวทางการแจ้งข้อมูลของภาคีผู้ไต่สวนมาตรการ ตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน โดยหน่วยงานไต่สวนจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อได้รับคาขอให้ พิจารณากาหนดมาตรการแก่ภาคีทถ่ี ูกร้องว่ามีการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนก่อนการเปิดไต่สวนตามกรอบเวลาท่ี กาหนดไว้ รวมถงึ การเปิดโอกาสใหม้ ีการปรกึ ษาหารือระหวา่ งกนั กรณีการไต่สวนการอดุ หนุน 7.5 จะไมม่ ีการนาบทการระงบั ข้อพิพาทมาใชก้ ับบทนี้ โดยจะนามาพิจารณาในช่วงการทบทวนทว่ั ไป บทท่ี 8 การคา้ บริการ บทการค้าบริการ ประกอบด้วย 25 ข้อบท ภาคผนวก 8 เอ (บริการด้านการเงิน) ภาคผนวก 8 บี (บรกิ ารโทรคมนาคม) และภาคผนวก 8 ซี (บรกิ ารวชิ าชพี ) 8.1 กาหนดพันธกรณีที่ภาคีต้องปฏิบัติในการใช้บังคับมาตรการสาหรับการค้าบริการในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การให้บริการข้ามพรมแดน (Mode 1) การบริโภคในต่างประเทศ (Mode 2) การจัดตั้งธุรกิจ (Mode 3) การให้บริการโดยบุคคลธรรมดา (Mode 4) ท้ังน้ี ไม่รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การอุดหนุนและเงินอุดหนุน การขนส่งทางทะเลในน่านน้าภายในประเทศ บริการท่ีให้จากการใช้อานาจหน้าที่ของรัฐบาล และสิทธิใน การจราจรทางอากาศ 8.2 พนั ธกรณคี รอบคลมุ ประเดน็ เชน่ การไม่เลือกปฏบิ ตั ิตอ่ ผู้ใหบ้ ริการหรือการบริการของภาคีอื่น การ ใหก้ ารปฏิบัตติ ่อผู้ใหบ้ รกิ ารหรือการบริการของภาคอี น่ื ไม่ด้อยไปกว่าผู้ให้บริการหรอื การบริการของภาคีอ่ืนๆ หรือ ประเทศท่ไี มใ่ ชภ่ าคี 8.3 การผูกพนั เปิดตลาดบรกิ ารใหผ้ ใู้ ห้บรกิ ารของประเทศสมาชิกเข้ามาให้บริการ/ลงทุน เพิ่มเติมจากที่ ภาคีผูกพันภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าบริการ (GATS) ขององค์การการค้าโลก และความตกลงการค้าเสรี อาเซียน-คู่เจรจา (อาเซียน+1) โดยจัดทาข้อผูกพันในรูปแบบ Positive List Approach4 หรือ Negative List 4 การจดั ทาตารางขอ้ ผูกพนั ซง่ึ ระบสุ าขาบริการท่ผี ูกพนั เปดิ ตลาดและระบขุ ้อจากดั ดา้ นการเขา้ สูต่ ลาด และการประติบัติเยี่ยงคน ชาติ (หากมี)

- 17 - Approach5 ณ วันท่ีได้มีการลงนามความตกลง RCEP ท้ังน้ี สาหรับภาคีที่จัดทาข้อผูกพันแบบ Positive List Approach จะตอ้ งเปล่ยี นรูปแบบเป็น Negative List Approach ภายใน 6 ปี ภายหลังจากท่ีความตกลง RCEP มผี ลใชบ้ งั คับ (ภายใน 15 ปี สาหรับกมั พชู า สปป.ลาว เมยี นมา) 8.4 การมีกฎระเบียบภายในประเทศท่ีเกี่ยวข้องกับการค้าบริการ ท่ีเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ไมเ่ ลือกปฏบิ ตั ิ และส่งเสริมความโปร่งใสดา้ นกฎระเบยี บ โดยใหม้ ีการเผยแพรม่ าตรการทีเ่ กี่ยวขอ้ งแกส่ าธารณะ 8.5 การมีมาตรการปกป้อง โดยเปิดโอกาสให้ภาคีขอปรึกษาหารือกับภาคีอ่ืนได้ เม่ือเกิดความ ยากลาบาก ในการดาเนนิ การตามข้อผูกพันของบทการคา้ บริการภายหลังจากความตกลงมีผลใช้บังคับ นอกจากนี้ สาหรับกรณีที่ภาคีเห็นว่าถูกผลกระทบจากการใช้มาตรการอุดหนุนท่ีเกี่ยวข้องกับการค้าบริการของภาคีอื่น สามารถร้องขอให้มีการปรึกษาหารือในเรื่องดังกล่าวได้ รวมถึงยังมีการส่งเสริมให้มีความร่วมมือระหว่างภาคีใน สาขาบรกิ ารตา่ งๆ เพ่ือนาไปสู่การเสรมิ สรา้ งประสทิ ธิภาพและการแข่งขนั ภายในประเทศตอ่ ไป 8.6 ผกู พนั หลักการให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนของภาคีโดยอัตโนมัติ คือ (1) Ratchet หมายถึง การ ให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนของภาคีโดยอัตโนมัติ หากมีการปรับปรุงกฎหมายภายในให้เสรีมากยิ่งข้ึนจาก ปัจจุบัน แต่ไม่สามารถแก้ไขกฎหมายให้เข้มงวดกว่าเดิมได้ (ดังน้ัน หากไม่มีการแก้ไขกฎหมายภายในในอนาคต จะไม่มีการเปิดเสรีเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด) และ (2) MFN (Most-Favoured Nation Treatment) หมายถึง การให้ สิทธปิ ระโยชน์กับนกั ลงทุนของภาคีโดยอัตโนมัติ หากมีการขยายสิทธิประโยชน์ท่ีดีกว่าให้กับประเทศนอกภาคีใน อนาคตและไม่รวมการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ในอาเซยี น 8.7 ให้มกี ารกาหนดจดุ ติดตอ่ เพื่ออานวยความสะดวกในการติดตอ่ ส่ือสารระหว่างกลุ่มภาคีเก่ียวกับเร่ือง ทีค่ รอบคลมุ ภายใตบ้ ทน้ี หากมกี ารร้องขอ 8.8 ภาคผนวก 8 เอ บริการด้านการเงนิ ประกอบดว้ ย 14 ขอ้ บท 8.8.1 ภาคีมสี ิทธิใช้มาตรการกากบั ดูแลเสถยี รภาพและความมั่นคงของระบบการเงิน โดยมาตรการ ดังกล่าวจะตอ้ งไม่นามาใช้เพอื่ เปน็ เครื่องมือในการหลีกเลยี่ งการปฏบิ ตั ิตามพนั ธกรณภี ายใตค้ วามตกลงฉบบั น้ี 8.8.2 ภาคีจะพยายามอนุญาตให้สถาบันการเงินของภาคีอ่ืนท่ีเข้ามาจัดตั้งหน่วยธุรกิจในประเทศ ของตน สามารถให้บริการด้านการเงินรูปแบบใหม่ในประเทศของตนเช่นเดียวกับที่อนุญาตให้สถาบันการเงินใน ประเทศของตนใหบ้ ริการได้ โดยไมต่ ้องมีการออกกฎหมายใหมห่ รือแกไ้ ขกฎหมายทม่ี ีอยู่ 8.8.3 ภาคีตระหนักว่ามาตรการกากับดูแลการบริการด้านการเงินที่โปร่งใสมีความสาคัญต่อการ เขา้ สู่ตลาดของภาคีอ่นื 8.8.4 ภาคีจะต้องไม่ใช้มาตรการใด ๆ ที่กีดกันการถ่ายทอดข้อมูลและการประมวลผลข้อมูลของ ผู้ให้บริการทางการเงินในอาณาเขตของตน อย่างไรก็ดี ภาคีมีสิทธิกาหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงินในอาณาเขต ของตนต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในประเทศท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการข้อมูล การเก็บ และการรักษาระบบ ข้อมูล รวมถงึ การกาหนดใหเ้ ก็บสาเนาของขอ้ มูลภายในอาณาเขตของภาคี นอกจากน้ี ภาคีมีสิทธิสงวนข้อมูลด้าน การเงนิ เป็นขอ้ มูลส่วนบุคคล 8.8.5 มีการระบุหน่วยงานด้านการเงินที่เป็นจุดติดต่อ (Contact point) ของแต่ละภาคี ทั้งน้ี จะต้องแจ้งทนั ทีหากมกี ารเปล่ยี นแปลง 8.8.6 สาหรับการระงบั ข้อพิพาท คณะผู้พิจารณาจะต้องมีความเช่ียวชาญท่ีจาเป็นเก่ียวกับบริการ ด้านการเงนิ เป็นการเฉพาะ 8.9 ภาคผนวกบรกิ ารโทรคมนาคม ประกอบดว้ ย 23 ข้อบท 8.9.1 ใช้บังคับกับมาตรการของภาคีท่ีมีผลต่อการค้าบริการโทรคมนาคมสาธารณะ รวมถึงการ เข้าถึงและการใชโ้ ครงข่ายโทรคมนาคมสาธารณะหรือบรกิ ารโทรคมนาคมสาธารณะ แต่ไม่ใช้บังคับกับมาตรการที่ 5 การจัดทาตารางรายการมาตรการท่ีไม่สอดคล้องกับพันธกรณี (Non-Conforming Measures: NCMs) ท่ีระบุสาขาหรือ มาตรการทปี่ ระเทศยังคงตอ้ งการบงั คบั ใช้มาตรการน้นั ๆ อยู่ หรือสงวนสทิ ธใิ นการออกมาตรการใหมๆ่ ในอนาคต

- 18 - มีผลต่อบริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ยกเว้นเพ่ือประกันว่าผู้ให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์สามารถ เขา้ ถงึ และใชโ้ ครงข่ายโทรคมนาคมสาธารณะและบรกิ ารโทรคมนาคมสาธารณะได้ 8.9.2 ภาคีต้องทาให้ม่ันใจว่าผู้ให้บริการของภาคีอื่นสามารถเข้าถึงและใช้บริการโครงข่าย โทรคมนาคมสาธารณะหรือบริการโทรคมนาคมสาธารณะ รวมถึงวงจรเช่าและการให้เช่าพื้นที่เพื่อติดต้ังอุปกรณ์ บนขอ้ กาหนดและเงอ่ื นไข รวมทงั้ อัตราค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผล ไมเ่ ลอื กปฏบิ ตั ิ และโปร่งใส 8.9.3 ภาคแี ต่ละฝ่ายต้องนามาใช้หรือคงไว้ซ่ึงมาตรการท่ีเหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้ผู้ให้บริการซ่ึง เปน็ ผู้ให้บรกิ ารรายใหญ่ โดยลาพงั หรือรว่ มกัน เข้าร่วมหรอื กระทาการอยา่ งต่อเนื่องในพฤตกิ รรมกดี กนั การแข่งขัน 8.9.4 ภาคีแต่ละฝ่ายต้องประกันว่าผู้ให้บริการรายใหญ่ในอาณาเขตของตน จัดให้มีการเช่ือมต่อ โครงขา่ ยโทรคมนาคมสาหรับสิ่งอานวยความสะดวกและอุปกรณ์ของผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมสาธารณะ และผ้ใู หบ้ ริการโทรคมนาคมสาธารณะของภาคีอีกฝ่ายหน่ึง ณ จุดเช่ือมต่อใด ๆ ท่ีมีความเป็นไปได้ทางเทคนิคใน โครงข่ายของผใู้ ห้บรกิ ารรายใหญ่ ซง่ึ การใหเ้ ชื่อมต่อโครงขา่ ยโทรคมนาคมดังกล่าวจะตอ้ งดาเนินการโดยอยู่ภายใต้ ขอ้ กาหนด เง่ือนไข (รวมถงึ มาตรฐานและข้อกาหนดทางเทคนคิ ) และอตั ราคา่ ตอบแทนที่ไมเ่ ลอื กปฏบิ ัติ 8.9.5 ภาคีตอ้ งจัดสรรการใช้ทรัพยากรด้านโทรคมนาคมท่ีมีอยู่จากัด ซ่ึงรวมถึงคล่ืนความถี่ และ เลขหมายโทรคมนาคม อยา่ งมีหลักเกณฑ์ ภายในเวลาอนั สมควร โปรง่ ใส และไม่เลอื กปฏิบัติ 8.9.6 ภาคีแต่ละฝ่ายประกันว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมสาธารณะในอาณาเขตของตนจัดให้มี บริการคงสทิ ธิเลขหมายโทรศัพทเ์ คลื่อนที่ ในขอบเขตที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคและทางเศรษฐศาสตร์ ภายใน เวลาอันสมควร และบนขอ้ กาหนดและเง่อื นไขท่ีสมเหตสุ มผลและไมเ่ ลือกปฏบิ ตั ิ 8.9.7 หากภาคีอนุญาตให้ผู้ให้บริการภายในประเทศประกอบกิจการระบบเคเบิลใต้น้าระหว่าง ประเทศ (Submarine cable system) ในลักษณะท่ีเป็นโครงข่ายโทรคมนาคมสาธารณะหรือบริการโทรคมนาคม สาธารณะ ภาคีน้นั จะตอ้ งประกันว่าผู้ให้บริการดงั กล่าวปฏบิ ัติต่อผู้ให้บริการของภาคีอีกฝ่ายอย่างสมเหตุสมผลและ ไม่เลอื กปฏบิ ตั ิ อย่างไรก็ตาม ภาคอี าจกาหนดจดุ ท่จี ดั ไวใ้ หม้ กี ารเขา้ ถงึ ระบบเคเบิ้ลใต้น้าระหว่างประเทศได้ 8.9.8 ภาคีต้องพยายามทาให้ม่ันใจว่าผู้ให้บริการรายใหญ่ภายในประเทศจัดให้มีการเข้าถึงเสา สาย ท่อ หรือโครงสร้างอื่นใดตามท่ีภาคีกาหนด ซ่ึงเป็นกรรมสิทธ์ิหรือครอบครองโดยผู้ให้บริการรายใหญ่ให้แก่ ผู้ให้บริการของภาคีอีกฝ่ายในเวลาอันสมควร และบนข้อกาหนดและเง่ือนไข และอัตราค่าตอบแทนที่ สมเหตุสมผล ไม่เลือกปฏิบตั ิและโปร่งใส โดยขึ้นอยู่กบั ความเปน็ ไปได้ทางเทคนคิ 8.9.9 ภาคีต้องไม่กีดกันผู้ให้บริการจากการเลือกใช้เทคโนโลยีสาหรับการให้บริการของตน (Flexibility in the choice of technology) 8.9.10 ภาคีต้องทาให้ม่ันใจว่าหน่วยงานกากับดูแลกิจการโทรคมนาคมของตนเป็นอิสระจาก ผ้ใู ห้บริการโทรคมนาคมสาธารณะและต้องไม่รับผิดชอบต่อผูใ้ ห้บริการโทรคมนาคมสาธารณะใด ๆ 8.9.11 ภาคีมีสิทธิที่จะกาหนดประเภทของการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยท่ัวถึงที่จะ ดาเนินการ โดยต้องไม่ถือเป็นการกีดกันการแข่งขัน บนเง่ือนไขท่ีมีการบริหารจัดการที่โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นกลาง และไม่เปน็ ภาระเกนิ ความจาเป็นต่อการใหบ้ ริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทว่ั ถึงตามทก่ี าหนดโดยภาคี 8.9.12 ภาคีต้องเผยแพร่เกี่ยวกับรายละเอียดของการขอใบอนุญาต (หลักเกณฑ์และวิธีการ ระยะเวลาท่ีใช้ในการพิจารณาคาขอ ข้อกาหนดและเงื่อนไขท่ัวไป) และแจ้งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตทราบถึงผลของ การพิจารณาคาขอรับใบอนุญาตทันทีหลังจากส้ินสุดการพิจารณา เมื่อมีการร้องขอ จะต้องแจ้งการปฏิเสธการ ออกใบอนุญาต การปฏเิ สธการต่ออายุใบอนญุ าต หรอื การเพิกถอนใบอนญุ าต 8.9.13 ภาคีต้องพยายามที่จะส่งเสริมความโปร่งใสและอัตราค่าบริการท่ีสมเหตุสมผลในการ ให้บริการโทรศัพท์เคล่ือนที่ข้ามแดนระหว่างประเทศ (International Mobile Roaming) อย่างไรก็ตาม ไม่มี ความใดในข้อน้ีกาหนดให้ภาคีต้องกากับดูแลอัตราค่าบริการหรือเงื่อนไขในบริการโทรศัพท์เคล่ือนที่ข้ามแดน ระหว่างประเทศ

- 19 - 8.10 ภาคผนวกบรกิ ารวิชาชีพ 8.10.1 กาหนดให้ประเทศภาคีหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพ่ือท่ีจะหาสาขาบริการวิชาชีพ ท่ี ภาคีอย่างน้อย 2 ประเทศมีความสนใจร่วมกัน จัดต้ังเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่งเสริมให้มีการเจรจาในการ ยอมรับด้านคุณสมบตั ิวิชาชีพ การออกใบอนุญาต หรือการจดทะเบยี น 8.10.2 ในการพัฒนาข้อตกลงยอมรับร่วมด้านบุคลากรวิชาชีพ ภาคีต้องพยายามส่งเสริมให้ หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้องจดั ทาเกณฑ์และมาตรฐานด้านวชิ าชพี ท่อี า้ งองิ มาจากกรอบปฏบิ ตั ิทีเ่ ป็นสากล 8.10.3 ภาคีอาจพิจารณายอมรับใบอนุญาตของประเทศของผู้ให้บริการต่างชาติ หรือการเป็น สมาชกิ ขององค์กรวชิ าชพี ท่ไี ด้รับการยอมรับ โดยไม่จาเปน็ ต้องมกี ารสอบขอ้ เขยี นเพิ่มเติม 8.10.4 ภาคีจะตอ้ งให้ขอ้ มลู เกี่ยวกับมาตรฐานและหลักเกณฑ์สาหรับการออกใบอนุญาตและการ รบั รองผใู้ หบ้ ริการวิชาชีพ หรือใหข้ อ้ มลู เกีย่ วกับหน่วยงานที่กากบั ดแู ล หากมกี ารร้องขอจากภาคอี กี ฝา่ ย บทที่ 9 การเคลื่อนยา้ ยชวั่ คราวของบคุ คลธรรมดา บทการเคลอ่ื นย้ายช่วั คราวของบคุ คลธรรมดา ประกอบดว้ ย 9 ขอ้ บท 9.1 จะใช้บังคับกับมาตรการท่ีมีผลต่อการเข้าเมืองชั่วคราวของบุคคลธรรมดาในประเภทนักธุรกิจ (Business Visitors: BV) และผู้โอนย้ายภายในบริษัท (Intra-Corporate Transferees: ICT) ทั้งน้ี ข้ึนอยู่กับ เงือ่ นไขภายใต้ตารางขอ้ ผกู พันเฉพาะในการเคลื่อนยา้ ยชั่วคราวของบุคคลธรรมดา (ภาคผนวก 4) ของแต่ละภาคี 9.2 มีพันธกรณีที่สาคัญ ได้แก่ (1) การอนุญาตเข้าเมืองรวมถึงการขยายระยะเวลาพานักอยู่เป็นการ ชวั่ คราว แก่บคุ คลธรรมดาของภาคีอื่น หากได้ดาเนินการตามข้ันตอนและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กาหนด โดย สามารถเก็บคา่ ธรรมเนียมอย่างสมเหตุสมผล (2) การดาเนินการตามคาขอพิธีการเข้าเมือง (application for an immigration formality) ตามข้ันตอนและโปร่งใส โดยอาจยอมรับคาขอในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และยอมรับ สาเนาท่ผี ่านการรับรองแล้วแทนเอกสารฉบับจริง หากกฎหมายภายในประเทศกาหนดใหส้ ามารถทาได้ บทที่ 10 การลงทุน บทการลงทนุ ประกอบดว้ ย 18 ขอ้ บท ภาคผนวก 10 เอ (กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ) และภาคผนวก 10 บี (การเวนคืน) 10.1 กาหนดพันธกรณีที่ภาคีต้องปฏิบัติในการใช้มาตรการสาหรับการลงทุน ท้ังน้ี ไม่รวมการจัดซ้ือจัด จ้างภาครฐั การอุดหนุน การให้บริการของรัฐที่ไม่ได้เป็นไปเพ่ือการพาณิชย์ หรือไม่อยู่ในการแข่งขันกับผู้ให้บริการ รายอื่น โดยบทการลงทุนครอบคลุม 4 องค์ประกอบ คือ การคุ้มครอง การเปิดเสรี การส่งเสริม และการอานวย ความสะดวก 10.2 การคุ้มครองการลงทุน ครอบคลุมพันธกรณีสาคัญ อาทิ (1) การปฏิบัติต่อการลงทุนท่ีได้รับความ ค้มุ ครองและนักลงทนุ ของภาคีอนื่ ไม่ด้อยไปกว่าทใี่ ห้ตอ่ การลงทุนหรอื นักลงทุนชาติตน หรือที่ให้ต่อการลงทุนหรือ นักลงทุนนอกภาคี (2) การปฏิบัติต่อการลงทุนที่ได้รับความคุ้มครองอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมโดยสอดคล้อง กับหลกั กฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ซ่ึงรวมถึงการไม่ปฏิเสธการให้ความยุติธรรมในกระบวนการทาง กฎหมายหรือทางปกครองใด พร้อมท้ังสามารถใช้มาตรการตามที่จาเป็นด้วยความสมเหตุสมผล ตามท่ีระบุใน ภาคผนวก 10 เอ (3) การห้ามกาหนดเงื่อนไขสาหรับการลงทุน เชน่ ตอ้ งสง่ ออกสนิ ค้าในระดับหรือสัดส่วนตามท่ี กาหนด ให้ใช้วัตถุดิบภายในประเทศ หรือกาหนดอัตราหรือมูลค่าของค่าสิทธิ์ภายใต้สัญญาของบริษัทเอกชน (4) การห้ามกาหนดสัญชาติสาหรับตาแหน่งผู้บริหารอาวุโสในนิติบุคคลนั้น (5) การให้มีการโอนท่ีเก่ียวข้องกับ การลงทุนได้อย่างเสรีและไม่ล่าช้า (6) การชดเชยค่าเสียหายจากความขัดแย้งด้วยอาวุธ การจลาจล หรือ สถานการณ์ฉุกเฉนิ โดยต้องชดเชยไมน่ ้อยไปกว่าทใ่ี ห้กบั นักลงทุนและการลงทนุ ของนักลงทุนชาติตนหรือของภาคี อ่ืน (7) การห้ามเวนคืนยกเว้นจะเป็นไปเพ่ือประโยชน์สาธารณะโดยที่ไม่เลือกปฏิบัติ โดยจะต้องชดเชยโดยไม่ ชักช้า และเทียบเท่ามูลค่าตลาดท่ีเป็นธรรมให้แก่การเวนคืนโดยตรงและโดยอ้อมตามที่ระบุในภาคผนวก 10 บี

- 20 - (8) ข้อยกเว้นด้านความม่ันคงให้ภาคีสามารถดาเนินการในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูลที่ตนเห็นว่าจะขัด ตอ่ ผลประโยชนด์ า้ นความมนั่ คงทสี่ าคญั และการบารงุ รกั ษาหรือฟ้นื ฟูสนั ตภิ าพหรอื ความมั่นคงระหวา่ งประเทศได้ 10.3 การเปิดเสรีการลงทุน ให้นักลงทุนของภาคีเข้ามาลงทุนในสาขาที่ไม่ใช่บริการ (non-service sectors) ภายใต้สาขาการเกษตร ประมง เหมืองแร่ ป่าไม้ และการผลิต โดยจัดทารายการข้อสงวนในรูปแบบ Negative List Approach ซึ่งสามารถระบุในส่วนของการสงวนสิทธิของภาคีในการใช้มาตรการของรัฐบาลท่ีไม่ สอดคลอ้ งกบั พันธกรณไี วใ้ นรายการ เอ (List A) และการสงวนสิทธขิ องภาคใี นการปรบั เปลย่ี นมาตรการต่าง ๆ ใน อนาคตไว้ในรายการ บี (List B) และกาหนดให้ผูกพัน (1) กลไก Ratchet หมายถึง การให้สิทธิประโยชน์กับนัก ลงทุนของภาคีโดยอัตโนมัติ หากกฎหมายภายในได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้เสรีมากยิ่งข้ึน ซ่ึงไม่สามารถแก้ไข กฎหมายให้เข้มงวดกว่าที่ระบุไว้ได้ โดยกลไกดังกล่าวจะมีผลผูกพันในอีก 5 ปี หลังจากความตกลงฉบับนี้มีผลใช้ บังคับ สาหรับออสเตรเลีย จีน ญ่ีปุ่น เกาหลี นิวซีแลนด์ บรูไนดารุสซาลาม สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ท้ังน้ี กมั พูชา อนิ โดนเี ซีย ลาว เมียนมา และฟิลิปปนิ ส์ ไม่ผูกพันกลไก Ratchet ซ่ึงจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากกลไกนี้ จากภาคีอื่น และ (2) หลักการการปฏิบัติเย่ียงชาติท่ีได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favoured Nation Treatment: MFN) หมายถึง การให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนและการลงทุนของภาคีโดยอัตโนมัติ หากรัฐได้ ขยายสิทธิประโยชน์ท่ีดีกว่าที่ให้ในความตกลงฉบับนี้แก่การลงทุนและนักลงทุนจากประเทศนอกภาคี โดยภาคีท่ี ผูกพันหลักการน้ี ได้แก่ ออสเตรเลีย จีน ญ่ีปุ่น เกาหลี นิวซีแลนด์ บรูไนดารุสซาลาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลปิ ปนิ ส์ สิงคโปร์ และไทย ทง้ั นี้ สาหรับ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ไม่ผูกพันหลักการนี้และจะไม่ได้รับ การขยายสิทธปิ ระโยชนท์ ภ่ี าคีอ่ืนใหก้ ับประเทศนอกภาคี 10.4 การสง่ เสรมิ การลงทนุ ภาคจี ะต้องพยายามส่งเสริมและร่วมมือกันเพื่อทาให้ภูมิภาคเป็นท่ีรู้จักมาก ขึ้นในฐานะเขตการลงทุนโดยการสง่ เสริมการลงทุนระหว่างกลุ่มภาคี การจัดกิจกรรมการสง่ เสริมการลงทุนร่วมกัน การส่งเสริมงานการจับคู่ธุรกิจ การจัดงานรายงานสรุปและการสัมมนาเกี่ยวกับโอกาสการลงทุน และเกี่ยวกับ กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และนโยบายการลงทุน และการแลกเปล่ียนข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นอื่นที่มีความสนใจ ร่วมกนั 10.5 การอานวยความสะดวกการลงทุน ภาคีจะต้องพยายามอานวยความสะดวกการลงทุนระหว่างกัน โดยการสร้างสภาวะแวดล้อมท่ีจาเป็นสาหรับการลงทุนในทุกรูปแบบ การทาให้กระบวนการสาหรับการย่ืนคาขอ และการอนุมัติการลงทุนของตนง่ายขึ้น การส่งเสริมการเผยแพร่ข้อมูลด้านการลงทุน รวมถึงกฎเกณฑ์ กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ นโยบาย และกระบวนการด้านการลงทุน และการจัดต้ังจุดติดต่อ (contact points) ศูนย์การ ลงทุนแบบเบ็ดเสร็จ (one-stop investment centres) ผู้ประสานงานหลัก (focal point) เพื่อให้ความ ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่นักลงทุน รวมถึงการอานวยความสะดวกเก่ียวกับใบอนุญาตดาเนินงาน และ ใบอนุญาตต่าง ๆ นอกจากน้ี ภาคีอาจให้การช่วยเหลือเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับข้อร้องเรียนหรือปัญหาต่าง ๆ ที่ อาจเกดิ ข้ึนหลงั จากทน่ี กั ลงทนุ ไดเ้ ขา้ ไปลงทุนแล้ว 10.6 ภาคจี ะตอ้ งเขา้ ร่วมหารอื เรื่องการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทนุ กบั รฐั และมาตรการด้านภาษีซ่ึง ถือเป็นการเวนคืน ภายใน 2 ปีหลังจากวันท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ และจะต้องสรุปการหารือภายใน 3 ปี นับ จากวนั ทเี่ ริม่ การหารอื บทท่ี 11 ทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา บททรพั ย์สินทางปญั ญา ประกอบด้วย 83 ข้อบท (แบ่งเป็น 12 ส่วนสาคัญ ได้แก่ บทบัญญัติทั่วไป และหลักการพ้ืนฐาน ลิขสิทธิ์และสิทธิข้างเคียง เคร่ืองหมายการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ สิทธิบัตร การ ออกแบบอุตสาหกรรม ทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการแสดงออกทางวัฒนธรรมด้ังเดิม การ แข่งขันท่ีไม่เป็นธรรม ช่ือประเทศ การบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ระยะเวลาปรับตัวและความ ช่วยเหลอื ทางเทคนิค ประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการ) ภาคผนวก 11 เอ (ระยะเวลาปรับตัวเฉพาะภาคี) และ ภาคผนวก 11 บี (รายการขอ้ เรยี กร้องความชว่ ยเหลอื ทางเทคนคิ )

- 21 - 11.1 บทบัญญัติทั่วไปและหลักการพ้ืนฐาน ระบุวัตถุประสงค์ของบททรัพย์สินทางปัญญา ความสัมพันธ์กับความตกลงทริปส์ รวมทั้งหลักการต่าง ๆ อาทิ การส้ินไปซ่ึงสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การประติบัติเยี่ยงคนชาติ การยืนยันสิทธิการใช้ความยืดหยุ่นตามปฏิญญาโดฮาว่าด้วยความตกลงทริปส์และการ สาธารณสุข นอกจากน้ี ยังกาหนด (1) ความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญาท่ีภาคีจะต้องเข้าเป็น ภาคี ซึ่งได้แก่ อนุสัญญากรุงปารีสว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม (Paris Convention) อนุสัญญา กรงุ เบริ ์นว่าด้วยการคุ้มครองงานวรรณกรรมและศิลปกรรม (Berne Convention) สนธิสัญญาความร่วมมือด้าน สิทธิบัตร (Patent Cooperation Treaty) พิธีสารความตกลงกรุงมาดริดว่าด้วยการจดทะเบียนเคร่ืองหมาย ระหว่างประเทศ (Madrid Protocol) สนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO Copyright Treaty) สนธิสัญญาว่าด้วยการแสดงและสิ่งบันทึกเสียงขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO Performances and Phonograms Treaty) และสนธิสัญญามาร์ราเคชเพ่ืออานวยความสะดวกในการเข้าถึง งานท่ีมีการโฆษณาแล้ว สาหรับคนตาบอด คนพิการทางการเห็น และคนพิการทางสื่อสิ่งพิมพ์ (Marrakesh Treaty) (2) ความตกลงที่ภาคีจะต้องพยายามเข้าเป็นภาคี ซ่ึงได้แก่ สนธิสัญญากรุงบูดาเปสต์ว่าด้วยการยอมรับ ระหว่างประเทศซึ่งการฝากเก็บจุลชีพสาหรับข้ันตอนการจดทะเบียนสิทธิบัตร (Budapest Treaty) และ (3) ความตกลงที่ภาคีสามารถขอความร่วมมือจากภาคีอ่ืนหากประสงค์เข้าเป็นภาคี ซ่ึงได้แก่ อนุสัญญาระหว่าง ประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ปี 1991 (UPOV 1991) กรรมสารกรุงเจนีวาของความตกลงกรุงเฮกว่า ด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ (Hague Agreement) อนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองนักแสดง ผู้ผลิตส่ิงบันทึกเสียง และองค์กรแพร่เสีย งแพร่ภาพ (Rome Convention) และสนธสิ ัญญาสงิ คโปร์ว่าดว้ ยกฎหมายเคร่อื งหมายการค้า (Singapore Treaty) 11.2 ลิขสิทธิ์และสิทธิข้างเคียง เช่น ให้ภาคีให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวแก่ผู้สร้างสรรค์ นักแสดง ผู้ผลิต ส่งิ บนั ทกึ เสียงและองคก์ รแพร่เสยี งแพร่ภาพ ใหส้ ิทธิแก่นักแสดงและผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงในการได้รับค่าตอบแทน สาหรับการแพร่เสียงแพร่ภาพ ให้มีการป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยีและการคุ้มครองข้อมูล บริหารสิทธิ ให้ภาคีมีกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ หรือนโยบายท่ีเหมาะสมในการให้รัฐบาลกลางของตนใช้เพียง เฉพาะซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ไม่ละเมิด ให้ภาคีพยายามส่งเสริมการจัดตั้งองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์และส่งเสริม ให้มีการดาเนินงานท่ีเป็นธรรมและโปร่งใส และให้ภาคีพยายามมีมาตรการเพ่ือคุ้มครองสัญญาณดาวเทียม ถา่ ยทอดรายการท่ถี กู เข้ารหสั ไว้ 11.3 เคร่ืองหมายการค้า เช่น ให้ภาคีให้เคร่ืองหมายหรือกลุ่มของเครื่องหมายท่ีสามารถแสดงได้ว่า สินคา้ และบริการของบุคคลหนึ่งนั้นแตกต่างจากสินค้าและบริการของบุคคลอื่น สามารถเป็นเครื่องหมายการค้าได้ และห้ามภาคีกาหนดเง่ือนไขให้เคร่ืองหมายการค้าที่จะได้รับการจดทะเบียนต้องเป็นเคร่ืองหมายท่ีปรากฏแก่ สายตา หรือปฏิเสธการรับจดทะเบียนเคร่ืองหมายที่ประกอบด้วยเสียงเพียงอย่างเดียว ให้ภาคีมีระบบย่ืนคาขอ อเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละฐานขอ้ มลู เครอ่ื งหมายการค้าออนไลน์ และให้มีกระบวนการจดทะเบียนท่ีรวมถึงโอกาสในการ ยื่นคัดค้านหรือเพิกถอน และโอกาสในการย่ืนอุทธรณ์ ให้ภาคีให้การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียง แพร่หลายท่ัวไป การให้อานาจเจ้าหน้าที่พิจารณาปฏิเสธคาขอหรือเพิกถอนการจดทะเบียนเคร่ืองหมายการค้าที่ ถกู ย่ืนโดยมเี จตนาไม่สุจริตได้ 11.4 สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ครอบคลุมหลักการเร่ืองกระบวนการและความโปร่งใสของการให้ ความคุ้มครอง GI ท้ังผ่านกระบวนการภายในประเทศปกติ อาทิ ให้ภาคีรับคาขอจดทะเบียน GI โดยไม่ต้อง ให้รัฐบาลของภาคีอ่ืนเป็นผู้ย่ืนในนามประชาชนของตน เปิดโอกาสให้มีการคัดค้านคาขออย่างน้อยด้วยเหตุว่า GI น้ันเป็นชื่อสามัญของสินค้า และให้มีกระบวนการเพิกถอนการคุ้มครอง นอกจากน้ี ยังกาหนดเกี่ยวกับความ โปร่งใสของกระบวนการคมุ้ ครอง GI ผ่านความตกลงระหวา่ งประเทศ 11.5 สิทธิบัตร ครอบคลุมพันธกรณีเกี่ยวกับสิ่งที่สามารถจดสิทธิบัตรได้ ข้อยกเว้นการจดสิทธิบัตร สิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตรและข้อยกเว้น การให้ภาคีตระหนักถึงความสาคัญของการพัฒนาคุณภาพและ ประสิทธิภาพของกระบวนการและข้ันตอนการจดสิทธิบัตร รวมทั้งให้มีระบบสิทธิบัตรที่รวมถึงโอกาสในการยื่น คัดค้านและเพิกถอนสิทธิบัตร การส่งเสริมให้ภาคีใช้ระบบรับคาขอแบบอิเล็กทรอนิกส์ การให้ภาคีประกาศ

- 22 - โฆษณาคาขอรับสิทธิบัตรโดยเร็วเมื่อพ้น 18 เดือนนับจากวันย่ืนคาขอ และการให้ภาคีคุ้มครองพันธ์ุพืชใหม่โดย กฎหมายเฉพาะที่มีประสิทธภิ าพ 11.6 การออกแบบอุตสาหกรรม เช่น ให้ภาคีคุ้มครองการออกแบบอุตสาหกรรมซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้น อย่างอิสระที่เป็นแบบใหม่หรือต้นฉบับ และยืนยันการให้ความคุ้มครองการออกแบบบางส่วนหรือให้ผู้ตรวจสอบ พิจารณาส่วนท่ีสาคัญของการออกแบบในการรับจดทะเบียน และให้ภาคีตระหนักว่าข้อมูลที่ปรากฏต่อ สาธารณชนทางอนิ เทอร์เนต็ อาจเป็นส่วนหน่ึงของการออกแบบท่ปี รากฏอย่แู ล้วได้ 11.7 ทรัพยากรพันธุกรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และการแสดงออกทางวัฒนธรรมดั้งเดิม (GRTKF) ระบุว่า ภาคีอาจมีมาตรการท่ีเหมาะสมเพ่ือปกป้อง GRTKF ให้ภาคีเผยแพร่กฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับท่ีเกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการพิจารณาเอกสารและใช้ฐานข้อมูลเก่ียวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ีเก่ียวข้องกับทรัพยากร พันธุกรรม ตลอดจนเปดิ โอกาสใหบ้ คุ คลภายนอกแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบสิทธิบัตรเป็นไป อยา่ งมีคุณภาพ 11.8 การแข่งขันที่ไมเ่ ป็นธรรม ใหภ้ าคีมีการป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมตามอนุสัญญากรุงปารีส ให้ภาคีมีกระบวนการระงับข้อพิพาทเก่ียวกับชื่อโดเมนและการเยียวยากรณีช่ือโดเมนเหมือน หรือคล้ายกับ เคร่ืองหมายการค้าโดยมชิ อบ การค้มุ ครองข้อมลู ท่ไี ม่เปดิ เผยตามความตกลงทรปิ ส์ 11.9 ช่ือประเทศ ให้ภาคีมีวิธีการทางกฎหมายสาหรับผู้มีส่วนได้เสียในการป้องกันการใช้ช่ือประเทศ ของภาคกี ับสินคา้ ในเชิงพาณิชยใ์ นลักษณะทีจ่ ะทาใหผ้ บู้ รโิ ภคหลงผิดในแหล่งกาเนิดของสินคา้ น้นั 11.10 การบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ให้ภาคีมีกระบวนการบังคับใช้สิทธิท้ังทางแพ่งและ อาญา ตลอดจนมาตรการ ณ จุดผ่านแดน รวมท้ังยืนยันว่ามีกระบวนการบังคับใช้สิทธิท้ังทางแพ่งและอาญา สาหรับการละเมิดลิขสิทธ์ิหรือสิทธิข้างเคียงและการละเมิดเคร่ืองหมายการค้าบนสภาพแวดล้อมดิจิทัล เพ่ือให้มี การดาเนนิ การกบั การละเมิดอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยมีกระบวนการท่ีเป็นธรรม ไม่ยงุ่ ยากหรือมีค่าใช้จ่ายเกินควร และให้ภาคีคานึงถึงความได้สัดส่วนระหว่างความร้ายแรงของการละเมิดกับการเยียวยาและโทษ รวมทั้ง ผลประโยชน์ของบคุ คลภายนอก 11.11 ความร่วมมือและการปรึกษาหารือ ให้ภาคีมีความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้ง มีการหารอื และแลกเปล่ียนข้อมูลระหว่างกันเพ่ือการปฏิบัติตามข้อบทอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้มีความร่วมมือ ด้านมาตรการ ณ จุดผ่านแดน เพ่ือกาจัดการซ้ือขายสินค้าระหว่างประเทศท่ีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้ง ให้พยายามมีความร่วมมือด้านการสร้างเสริมการรับรู้เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ความร่วมมือระหว่างสานักงาน สิทธิบัตรของภาคีเพ่ืออานวยความสะดวกการแลกเปล่ียนผลการค้นหาและการตรวจสอบ ความร่วมมือด้านการ แลกเปล่ยี นข้อมูลแนวทางการป้องกนั การละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์และด้านข้อยกเว้นการสูญเสียความใหม่จากการ เปิดเผยสาระสาคัญหรือรายละเอียดของการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตร นอกจากน้ี ภาคีอาจมีความร่วมมือด้าน ระบบการคุ้มครองพันธ์ุพืชใหม่ กระบวนการและขั้นตอนการขอรับสิทธิบัตร ส่ิงบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และการ ฝึกอบรมผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรในการตรวจสอบคาขอท่ีเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถ่ินที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากร พันธกุ รรม 11.12 ความโปร่งใส ให้คาพิพากษาสุดท้ายและคาสั่งทางปกครองท่ีมีผลเป็นการทั่วไปเก่ียวกับสิทธิใน ทรัพย์สินทางปัญญาได้รับการเผยแพร่หรือจัดให้มีไว้แก่สาธารณะ อย่างน้อยในภาษาทางการของภาคี และให้ พยายามเผยแพร่หรือทาให้ปรากฏทางอินเทอร์เน็ตหากกระทาได้ นอกจากนี้ ยังให้ภาคีเผยแพร่ข้อมูลเก่ียวกับคาขอ การขึ้นทะเบียนและสถานะของการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเท่าท่ีจะกระทาได้ภายใต้กฎหมายและระเบียบ ขอ้ บังคับของตน 11.13 ระยะเวลาปรบั ตัวและความชว่ ยเหลอื ทางเทคนคิ 11.13.1 ยืนยันระยะเวลาปรับตัวของภาคปี ระเทศพฒั นาน้อยที่สุด (กัมพูชา สปป. ลาว เมียนมา) ในการปฏบิ ัติตามความตกลงทริปส์ตามที่ได้รับภายใต้ WTO และให้ระยะเวลาปรับตัวสาหรับ กัมพูชา สปป. ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ในการชะลอการปฏิบัติตามบทบัญญัติบางประการ ซ่ึงระบุ ระยะเวลาตั้งแต่ 3 ถึง 15 ปี โดยในส่วนของไทยมีระยะเวลาปรับตัว 3 ปี นับแต่วันท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ

- 23 - สาหรับไทย ในการปฏิบัติตามพันธกรณีเร่ืองการเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยลิขสิทธิ์ขององค์การทรัพย์สินทาง ปัญญาโลก และ 5 ปี นับแต่วันท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับสาหรับไทย ในการปฏิบัติตามพันธกรณีเรื่อง (1) การ เข้าเป็นภาคีสนธสิ ญั ญาว่าด้วยการแสดงและส่งิ บนั ทึกเสยี งขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (2) สิทธิแต่เพียง ผู้เดียวของนักแสดง (3) สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนสาหรับการแพร่เสียงแพร่ภาพ ในส่วนที่เกี่ยวกับนักแสดง (4) การประกาศโฆษณาคาขอรับสิทธิบัตร 18 เดือนนับจากวันยื่นคาขอ และ (5) การทาลายของกลางละเมิด ลิขสิทธ์ิและเครื่องหมายการค้าในคดีแพ่ง ตามท่ีระบุในภาคผนวก 11 เอ (ระยะเวลาปรับตัวเฉพาะภาคี) และให้ ภาคที ่ีขอระยะเวลาปรับตวั แจง้ ความคืบหน้าการดาเนินการตามพนั ธกรณกี ่อนระยะเวลาปรับตวั สิน้ สุดลง 11.13.2 ให้ภาคีให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคท่ีจาเป็นสาหรับการปฏิบัติตามบทบัญญัติบาง ประการในบทนี้แก่ภาคีท่ีแจ้งความประสงค์ไว้ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามที่ระบุใน ภาคผนวก 11 บี (รายการร้องขอความช่วยเหลอื ทางเทคนิค) 11.14 ประเด็นเก่ียวกับกระบวนการ ให้ภาคีตระหนักถึงความสาคัญของการปรับปรุงและพัฒนา กระบวนการด้านทรัพย์สินทางปัญญาและพยายามปรับปรุงกระบวนการสาหรับการบริหารจัดการสิทธิใน ทรัพย์สินทางปัญญา และพยายามปรับปรุงข้อกาหนดเรื่องการรับรองคาแปลสาหรับคาขอรับสิทธิบัตรและการ ยนื ยันลายมือชื่อสาหรบั คาขอรบั สิทธิบตั ร สทิ ธบิ ตั รออกแบบ และเครื่องหมายการค้า บทที่ 12 พาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนิกส์ บทพาณิชยอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ ประกอบด้วย 17 ข้อบท (แบ่งเป็น 5 ส่วนสาคัญ ได้แก่ บทบัญญัติท่ัวไป การอานวยความสะดวกทางการค้า การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอ้ืออานวยต่อพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การ สง่ เสริมพาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน และบทบัญญัตอิ น่ื ๆ) 12.1 มีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื สง่ เสรมิ พาณชิ ย์อิเลก็ ทรอนิกส์และการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน ระหว่างภาคี สร้างสภาพแวดล้อมแห่งความม่ันใจและความเช่ือม่ันในการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และส่งเสริม ความร่วมมือระหวา่ งภาคีเกย่ี วกับการพฒั นาพาณชิ ยอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ 12.2 ให้มีการส่งเสริมการค้าไร้กระดาษ โดยภาคีจะพยายามยอมรับผลทางกฎหมายของเอกสารการ ดาเนินการทางการค้าที่ส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เท่าเทียมกับเอกสารฯ ในรูปแบบกระดาษ และต้องไม่ปฏิเสธผล ทางกฎหมายของลายมือชอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์ และอนญุ าตให้เลือกใช้การระบุตัวบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ีเหมาะสม โดยคานงึ ถงึ บรรทดั ฐานระหวา่ งประเทศ 12.3 ภาคตี อ้ งมกี ฎหมายและกฎระเบียบในเร่ืองการคุม้ ครองผู้บริโภคออนไลน์จากการกระทาที่ฉ้อฉล และหลอกลวง การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออนไลน์โดยคานึงถึงแนวทางระหว่างประเทศ การจัดการกับ ข้อความอิเล็กทรอนิกส์เชิงพาณิชย์ท่ีไม่พึงประสงค์ และการกากับดูแลธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์โดยคานึงถึง กฎหมายแม่แบบท่ีเก่ียวข้อง 12.4 ให้ภาคียกเว้นภาษีศุลกากรสาหรับการส่งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กาหนดไว้ภายใต้ WTO ท้ังนี้ ไม่ได้ห้ามภาคจี ดั เกบ็ ภาษีหรอื คา่ ธรรมเนียมอ่ืน ๆ สาหรบั การสง่ ผา่ นทางอิเลก็ ทรอนิกส์ 12.5 ใหม้ กี ารเผยแพร่กฎระเบียบท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือความโปร่งใส โดยทันทีเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมถึงบน อินเทอรเ์ น็ตหากเป็นไปได้ 12.6 ให้ร่วมกันเสริมสร้างความสามารถของหน่วยงานด้านความม่ันคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงผ่าน การแลกเปล่ียนแนวปฏบิ ตั ิทีด่ เี ลศิ โดยใชก้ ลไกความรว่ มมอื ที่มีอยู่แล้ว 12.7 ให้มกี ารสง่ เสริมพาณิชยอ์ ิเลก็ ทรอนกิ สข์ ้ามพรมแดน โดยภาคีจะต้องไม่กาหนดตาแหน่งอุปกรณ์ สารสนเทศไว้ในประเทศ และไม่ขัดขวางการโอนข้อมูลข้ามพรมแดนด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ มีข้อยกเว้น เพือ่ การบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ในการดาเนนิ นโยบายสาธารณะที่สมเหตผุ ลและไมร่ วมถึงสาขาบริการทางการเงนิ 12.8 ให้มีความร่วมมอื เพอื่ ช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เอาชนะอุปสรรคต่อการใช้ พาณชิ ย์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และแนวปฏบิ ัตทิ ่ีเป็นเลิศ

- 24 - 12.9 ให้มีการหารือกับผู้ที่เก่ียวข้องในเรื่องความร่วมมือ ประเด็นใหม่ ๆ (เช่น การปฏิบัติต่อสินค้า ดจิ ิทัล โคด้ ต้นกาเนดิ ) และเร่ืองอื่น ๆ ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การพฒั นาและการใชพ้ าณชิ ย์อิเล็กทรอนิกส์ (เช่น การปฏิบัติ ที่ไม่สง่ เสรมิ การแข่งขนั การระงบั ข้อพิพาทออนไลน์ และการส่งเสรมิ ทกั ษะท่ีเกย่ี วข้อง) 12.10 ให้มีระยะเวลาปรับตัวในการปฏิบัติตามบางพันธกรณี สาหรับบรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา สปป.ลาว มาเลเซีย และเมยี นมา 12.11 จะยังไม่มีการนาบทการระงับข้อพิพาทมาใช้กับบทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แต่จะมีการทบทวน การนาบทการระงับข้อพิพาทมาใช้กับบทน้ี หลังจากที่มีการทบทวนจนเสร็จสิ้นแล้ว บทการระงับข้อพิพาทอาจ นามาใช้กบั บทน้ี ระหว่างกลมุ่ ภาคที ต่ี กลงจะนามาใช้ บทท่ี 13 การแข่งขนั ทางการค้า บทการแข่งขันทางการค้า ประกอบด้วย 9 ข้อบท ภาคผนวก 13 เอ (การใช้บังคับข้อ 13.3 (มาตรการท่ีเหมาะสมต่อกิจกรรมที่จากัดการแข่งขัน) และข้อ 13.4 (ความร่วมมือ) กับบรูไนดารุสซาลาม) ภาคผนวก 13 บี (การใช้บังคับข้อ 13.3 (มาตรการท่ีเหมาะสมต่อกิจกรรมท่ีจากัดการแข่งขัน) และ ข้อ 13.4 (ความร่วมมือ) กับกัมพูชา) ภาคผนวก 13 ซี (การใช้บังคับข้อ 13.3 (มาตรการที่เหมาะสมต่อ กิจกรรมท่ีจากัดการแข่งขัน) และข้อ 13.4 (ความร่วมมือ) กับสปป. ลาว) และภาคผนวก 13 ดี (การใช้ บังคับข้อ 13.3 (มาตรการที่เหมาะสมต่อกิจกรรมท่ีจากัดการแข่งขัน) และข้อ 13.4 (ความร่วมมือ) กับ เมยี นมา) 13.1 ต้องตระหนักถึงอานาจอธิปไตยและระดับการพัฒนานโยบายและกฎหมายด้านการแข่งขันทาง การค้าของแต่ละประเทศ โดยกาหนดให้มีหน่วยงานที่กากับและบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการ แข่งขันทางการค้าท่ีมีประสิทธิภาพ ไม่มีการตัดสินที่เป็นการกีดกันเน่ืองจากสัญชาติ มีการแจ้งเหตุผลของการ ตดั สนิ และเปดิ โอกาสให้มกี ารช้แี จง สามารถอทุ ธรณไ์ ด้ 13.2 มีความร่วมมือในการแลกเปล่ียนข้อมูล การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย การพัฒนาขีดความสามารถ ทางด้านเทคนคิ สาหรับการพัฒนานโยบายการแขง่ ขนั ทางการคา้ การคุ้มครองผ้บู ริโภค และการบังคับใช้กฎหมาย ท่ีเก่ียวข้อง และข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับการแข่งขันทางการค้าอ่ืน ๆ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายหากมีกรณีท่ีคล้าย หรือเกีย่ วเนือ่ งกนั โดยการแลกเปลยี่ นขอ้ มูลลับต้องเปน็ ไปตามเงือ่ นไขท่ีตกลงรว่ มกนั 13.3 เปดิ โอกาสใหม้ ีกระบวนการหารอื หากมีกรณีทสี่ ง่ ผลกระทบตอ่ การค้าและการลงทุนของภาคี 13.4 ไมส่ ามารถใช้กลไกระงับขอ้ พิพาทของความตกลงกับบทการแข่งขันทางการค้า 13.5 ระบุระยะเวลาปรับตัวในการปฏิบัติตามบางพันธกรณี สาหรับบรูไนดารุสซาลาม (3 ปี) กัมพูชา (5 ปี) สปป. ลาว (3 ป)ี และเมียนมา (3 ปี) ตามท่ีระบุในภาคผนวก 13 เอ-ภาคผนวก 13 ดี บทท่ี 14 วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม บทวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม ประกอบด้วย 5 ข้อบท 14.1 ให้มีการแบ่งปันข้อมูลเก่ียวกับความตกลง และจัดต้ังช่องทางการส่ือสารที่เข้าถึงโดยสาธารณะ รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูลเพ่ือแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ โดยข้อมูลท่ีแลกเปล่ียนกัน ได้แก่ ความตกลงฉบับสมบูรณ์ กฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวกับการค้าและการลงทุน และข้อมูลธุรกิจที่ ภาคเี ห็นว่ามีประโยชน์ต่อ SMEs 14.2 เสริมสร้างความร่วมมือให้มีความเข้มแข็งในเร่ืองการส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎและระเบียบ ข้อบังคับทางการค้าท่ีสะดวกและโปร่งใส การปรับปรุงการเข้าถึงตลาดและการเข้าสู่ระบบห่วงโซ่มูลค่าโลกของ SMEs การสง่ เสริมการใชพ้ าณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ นวตั กรรมและการใช้เทคโนโลยี การใชร้ ะบบทรัพย์สนิ ทางปัญญา การปฏิบัตดิ ้านกฎระเบยี บที่ดี

- 25 - 14.3 ให้มีการกาหนดจุดติดต่อ (contact point) เพื่ออานวยความสะดวกด้านความร่วมมือและการ แบ่งปันข้อมูล จานวน 1 จุด หรือมากกว่า และแจ้งให้ภาคีอื่นทราบ ภายใน 30 วัน นับต้ังแต่วันที่ความตกลงมี ผลใช้บงั คับ ทง้ั นี้ จะต้องแจ้งทนั ทีหากมีการเปลย่ี นแปลง 14.4 ไม่สามารถใช้กลไกระงับข้อพพิ าทของความตกลงกบั บทวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม บทที่ 15 ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ บทความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ ประกอบด้วย 7 ข้อบท 15.1 ให้มีการดาเนินกิจกรรมความร่วมมือตามแผนงาน เพ่ือลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างภาคี โดย มุ่งเนน้ เรอื่ งทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การค้าสนิ คา้ การค้าบรกิ าร การลงทุน ทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การ แขง่ ขันทางการคา้ วสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และอ่นื ๆ ท่ีตกลงรว่ มกัน 15.2 ให้มีการจัดสรรทรัพยากรด้วยความสมัครใจและตามท่ีภาคีตกลงร่วมกัน และพิจารณาการให้ ความรว่ มมือและการสนับสนุนจากประเทศที่ไม่ใช่ภาคีที่สนใจจะพัฒนาความร่วมมือร่วมกัน โดยยึดผลประโยชน์ ร่วมกันเปน็ หลัก 15.3 ให้มีการพัฒนาแผนงานความร่วมมือ โดยให้ความสาคัญกับกิจกรรมการช่วยเหลือด้านเทคนิค และการเสรมิ สร้างศักยภาพสาหรับภาคปี ระเทศกาลังพัฒนาและภาคีประเทศพัฒนาน้อยที่สุด กิจกรรมเพ่ิมความ ตระหนักรแู้ กส่ าธารณะ กจิ กรรมเพิม่ การเข้าถึงข้อมลู ทางธรุ กจิ และกจิ กรรมอนื่ ๆ ตามที่ตกลงรว่ มกนั 15.4 ไมส่ ามารถใชก้ ลไกระงบั ข้อพพิ าทของความตกลงกับบทความรว่ มมือทางเศรษฐกิจและวชิ าการ บทที่ 16 การจัดซอื้ จัดจา้ งโดยรฐั บทการจัดซ้ือจัดจ้างโดยรัฐ ประกอบด้วย 8 ข้อบท และภาคผนวก 16 เอ (เอกสารหรือวิธี อิเลก็ ทรอนิกส์ทีใ่ ช้โดยกล่มุ ภาคีในการเผยแพรข่ ้อมลู ความโปรง่ ใส) 16.1 ส่งเสริมความโปร่งใสของการใช้กฎหมาย กฎระเบียบ และกระบวนการเก่ียวกับการจัดซ้ือจัดจ้าง โดยรัฐ โดยให้มีการเผยแพร่กฎหมายและกฎระเบียบ โดยพยายามจัดทาข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษและในรูปแบบ อิเล็กทรอนิกส์ 16.2 ให้มีความพยายามท่ีจะร่วมมือในการสร้างความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับระบบการจัดซ้ือจัดจ้างโดย รัฐในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การแลกเปล่ียนข้อมูลกฎหมาย กฎระเบียบ และกระบวนการ การฝึกอบรม การ ชว่ ยเหลือทางเทคนิค หรือการเสริมสร้างขดี ความสามารถ การแบ่งปันข้อมูลแนวปฏิบัติที่ดีเลิศ รวมถึงที่เก่ียวข้อง กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมทั้งวิสาหกิจรายย่อย การแบ่งปันข้อมูลระบบการจัดซื้อจัดจ้างทาง อเิ ล็กทรอนิกส์ 16.3 อาจมีการทบทวนภายในระยะเวลาที่กาหนดในข้อ 20.8 (การทบทวนทั่วไป) เพ่ือปรับปรุงใน อนาคต 16.4 ให้มีการกาหนดจุดติดต่อ (contact point) เพ่ืออานวยความสะดวกด้านความร่วมมือและการ แบ่งปันข้อมูล จานวน 1 จุด หรือมากกว่า และแจ้งให้ภาคีอื่นทราบ ภายใน 30 วัน นับต้ังแต่วันที่ความตกลงมี ผลใช้บังคบั ทั้งน้ี จะต้องแจ้งทันทีหากมีการเปล่ยี นแปลง 16.5 ไมส่ ามารถใช้กลไกระงบั ข้อพิพาทของความตกลงกบั บทการจดั ซ้ือจัดจา้ งโดยรฐั บทท่ี 17 บทบญั ญตั ทิ ่ัวไปและขอ้ ยกเวน้ บทบญั ญัตทิ ั่วไปและข้อยกเว้น ประกอบดว้ ย 16 ขอ้ บท 17.1 ความตกลงฉบับนี้จะใช้บังคับในขอบเขตทางภูมิศาสตร์ (geographical scope of application) ซึ่งภาคมี พี ันธกรณีตอ่ อกี ภาคีหน่งึ ภายใตค้ วามตกลง WTO

- 26 - 17.2 ให้มีการเผยแพร่กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ กระบวนการ และคาวินิจฉัยทางปกครองท่ีใช้ โดยทวั่ ไปที่เก่ยี วขอ้ งกบั ความตกลงโดยเรว็ รวมถึงทางอนิ เทอร์เน็ตหากทาได้ และให้มีการเผยแพร่ล่วงหน้ากรณีที่ มีการเสนอท่ีจะนามาใช้ รวมถงึ ให้โอกาสในการแสดงความเห็น 17.3 เมอ่ื มกี ารร้องขอและเห็นว่าอาจกระทบต่อการดาเนินการของความตกลง จะต้องมีการให้ข้อมูล และตอบคาถามโดยเร็วเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ กระบวนการ และคาวินิจฉัยทางปกครองที่ใช้ โดยทั่วไปทมี่ ีอยูใ่ นปจั จุบนั หรือกาลงั เสนออยู่ 17.4 ไม่กาหนดให้ภาคีต้องให้ข้อมูลความลับหากเป็นการขัดต่อกฎหมาย ประโยชน์สาธารณะ หรือ กระทบผลประโยชนเ์ ชงิ พาณชิ ย์ของหน่วยงานภาครฐั หรอื เอกชน 17.5 ในกรณีท่ีบุคคลของภาคีได้รับผลกระทบจากกระบวนการทางการปกครองท่ีเกี่ยวข้องกับ ประเด็นในความตกลงฉบับน้ี จะต้องได้รับการแจ้งข้อมูลประเด็น กฎหมาย และกระบวนการท่ีเก่ียวข้องตาม สมควรตามกระบวนการภายใน และบคุ คลท่ีเกยี่ วข้องมีโอกาสที่สมเหตุสมผลในการเสนอข้อเท็จจริงและเหตุผลที่ เกย่ี วขอ้ งก่อนทจี่ ะมกี ารตัดสนิ 17.6 ภาคีจะต้องมีกระบวนการยุติธรรม หรือกระบวนการเพ่ือการทบทวนและการอุทธรณ์ผลคา ตัดสินของกระบวนการปกครองประเด็นท่ีเกี่ยวข้องกับความตกลงฉบับนี้ โดยจะต้องเป็นหน่วยงานที่มีความเป็น กลางไม่มีส่วนได้ส่วนเสียต่อผลการตัดสินอย่างมีนัยสาคัญ และให้แต่ละฝ่ายสามารถเสนอเหตุผลชี้แจงสนับสนุน ตามสมควร และต้องทาใหม้ น่ั ใจวา่ ผลคาตัดสนิ ดังกล่าวจะไดร้ ับการปฏิบตั ติ าม 17.7 เมื่อมีการให้ข้อมูลที่กาหนดว่าเป็นความลับ จะต้องมีการรักษาความลับของข้อมูลภายใต้ กฎหมายและระเบียบขอ้ บงั คับของตน 17.8 ภาคจี ะตอ้ งมมี าตรการทเ่ี หมาะสมในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต โดยเป็นไปตามกฎหมาย และระเบยี บข้อบังคับของตน ซ่ึงเรื่องน้จี ะไมอ่ ยภู่ ายใตบ้ ทบัญญัตกิ ารระงบั ขอ้ พพิ าท 17.9 ยืนยันสิทธิและพันธกรณีตามอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity) 17.10 การตดั สินโดยหน่วยงานผู้มีอานาจ รวมถึงหน่วยงานด้านการลงทุนของต่างชาติ ในการอนุญาต หรือยอมรับข้อเสนอของการลงทุนตา่ งชาติ ไมอ่ ยู่ภายใตบ้ ทบญั ญตั ิการระงบั ขอ้ พิพาท 17.11 ภาคีมีสทิ ธิที่จะกาหนดนโยบายสาคัญและดาเนินมาตรการที่เป็นประโยชน์สาธารณะ โดยอาศัย ข้อยกเว้นท่ัวไปตามข้อ 20 ของความตกลง GATT 1994 และข้อ 14 ของความตกลง GATS ซึ่งนามาบรรจุใน ความตกลง โดยรวมถึงมาตรการส่ิงแวดล้อมที่จาเป็นต่อการปกป้องชีวิตหรือสุขภาพมนุษย์ สัตว์และพืช และ มาตรการทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั การอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตทิ ีห่ มดไปได้ทัง้ ท่ีมชี ีวิตและไม่มชี ีวิต 17.12 ภาคีสามารถดาเนินมาตรการที่เห็นว่าจาเป็นสาหรับการปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงท่ี จาเป็น (essential security interests) ของตน ได้แก่ เกี่ยวกับวัสดุท่ีสามารถแตกตัวทางอะตอมหรือวัสดุท่ี เกดิ ข้ึนจากวสั ดนุ ้ัน เกี่ยวกับการคา้ อาวธุ ยทุ ธภัณฑ์ และเครื่องมือเก่ียวกับการสงคราม และการค้าสินค้าและวัสดุ อื่น หรือเก่ียวกับการให้บริการ ซึ่งกระทาโดยทางตรงหรือทางอ้อมเพ่ือความมุ่งประสงค์ในการจัดหาให้แก่หน่วย จัดตั้งทางทหาร ดาเนินการเพื่อปกป้องโครงสร้างพ้ืนฐานสาธารณะไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือของเอกชน ซึ่งรวมถึง โครงสร้างพ้ืนฐานด้านการติดต่อส่ือสาร พลังงาน และประปา ดาเนินการในยามฉุกเฉินภายใน หรือในยาม สงคราม หรือในยามฉุกเฉินอื่น ๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือ การปฏิบัติตามพันธกรณีของตน ภายใตก้ ฎบัตรสหประชาชาตเิ พือ่ การดารงไว้ซง่ึ สันติภาพและความม่ันคงระหว่างประเทศ 17.13 ความตกลงฉบับน้ีไม่ใช้บังคับกับมาตรการทางภาษี เว้นแต่ในกรณีที่ความตกลง WTO ได้ กาหนดพันธกรณเี กย่ี วกับมาตรการทางภาษี และสาหรับพนั ธกรณเี รอ่ื งการโอนภายใต้บทการลงทนุ 17.14 อนุญาตให้ภาคอี อกมาตรการปกป้องชัว่ คราวในกรณที ดี่ ุลการชาระเงินเกิดวิกฤติและการเงินการ คลังอยู่ในสถานการณ์ยากลาบากหรือมีภัยคุกคาม โดยจะต้องสอดคล้องกับข้อตกลงว่าด้วยกองทุนการเงิน ระหว่างประเทศ (IMF) และหลีกเล่ียงความเสียหายอันไม่จาเป็นต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเงินของ ภาคีอื่น อีกทง้ั จะตอ้ งแจ้งโดยเรว็ หากมีการเปลี่ยนแปลง

- 27 - 17.15 อนุญาตให้นิวซีแลนด์สามารถออกมาตรการที่ให้การประติบัติที่ดีกว่ากับประชาชนเมารี รวมถึง ภายใต้สนธิสัญญาไวแทงกิของนิวซีแลนด์ หากมาตรการดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติตามอาเภอใจหรือ ข้อจากดั ทางการคา้ สนิ คา้ การค้าบรกิ าร และการลงทุน บทที่ 18 บทบัญญัตเิ กี่ยวกบั สถาบนั บทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบัน ประกอบด้วย 8 ข้อบท และภาคผนวก 18 เอ (หน้าที่ขององค์กรย่อย ของคณะกรรมการร่วมอาร์เซ็ป) 18.1 ให้มกี ารประชมุ ของรฐั มนตรี ภายใน 1 ปี นบั ตง้ั แต่วันท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ และในทุก ๆ ปี หลังจากนนั้ 18.2 ให้มีการจัดต้ังคณะกรรมการร่วม (Joint Committee) ซ่ึงประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ีระดับอาวุโส ของแต่ละภาคี โดยจะต้องมีการประชุมภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ ก่อนการประชุมคร้ัง แรกของรัฐมนตรี และในทุก ๆ ปีหลังจากนั้น โดยมีอานาจหน้าที่ อาทิ การพิจารณาประเด็นใด ๆ เกี่ยวกับการ ดาเนินการตามความตกลง การพิจารณาข้อเสนอการแก้ไขความตกลง การหารือความแตกต่างท่ีเกิดจากการ ตีความบทบัญญัติของความตกลง การจัดตั้ง กากับดูแลและประสานการทางานขององค์กรย่อย การปรับ โครงสร้างและการมอบหมายงานองค์กรย่อย การจัดต้ังและกากับดูแลเลขานุการ RCEP ตามเงื่อนไขท่ีภาคี กาหนดร่วมกัน และการจัดเวทีหารือกับภาคธุรกิจ นักวิชาการ และผู้เช่ียวชาญ ท้ังน้ี คณะกรรมการร่วมจะต้อง ตดั สินใจโดยฉันทามติและกาหนดข้อบังคับการประชุมในการประชุมคร้ังแรก 18.3 ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ 4 คณะ ได้แก่ (1) คณะกรรมการด้านสินค้า รับผิดชอบประเด็น เกี่ยวกับการค้าสินค้า กฎว่าด้วยถ่ินกาเนิดสินค้า พิธีการศุลกากรและการอานวยความสะดวกทางการค้า มาตรการสขุ อนามัยและสุขอนามัยพืช มาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค และกระบวนการตรวจสอบและรับรอง และการเยียวยาทางการค้า (2) คณะกรรมการด้านบริการและการลงทุน รับผิดชอบประเด็นเก่ียวกับการค้า บริการ บริการด้านการเงิน บริการโทรคมนาคม บริการวิชาชีพ การเคลื่อนย้ายชั่วคราวของบุคคลธรรมดา และ การลงทุน (3) คณะกรรมการด้านการเติบโตอย่างย่ังยืน รับผิดชอบประเด็นเกี่ยวกับวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ และประเด็นใหม่ ๆ (4) คณะกรรมการด้านสภาพแวดล้อม ทางธุรกิจ รับผิดชอบประเด็นเก่ียวกับทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การแข่งขันทางการค้า และ การจัดซ้ือจัดจ้างโดยรัฐ โดยคณะกรรมการจะต้องมีการประชุมภายใน 1 ปี นับต้ังแต่วันที่ความตกลงมีผลใช้ บงั คับ และในทุก ๆ ปีหลงั จากน้ัน 18.4 ให้มีการกาหนดจุดติดต่อในภาพรวม (overall contact point) เพ่ืออานวยความสะดวกด้านการ ส่อื สารระหว่างภาคี จานวน 1 จุด และแจ้งให้ภาคอี น่ื ทราบ ภายใน 30 วัน นับตัง้ แต่วนั ทค่ี วามตกลงมีผลใช้บงั คบั บทท่ี 19 การระงับข้อพิพาท บทการระงบั ขอ้ พพิ าท ประกอบด้วย 21 ข้อบท 19.1 กาหนดกระบวนการสาหรับการหารือและระงับข้อพิพาทท่ีมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และ โปร่งใส เพ่ือระงบั ข้อพิพาทที่เกดิ ข้นึ ภายใต้ความตกลง 19.2 ภาคผี ้ถู กู ฟอ้ งตอ้ งเขา้ ส่กู ารปรึกษาหารอื หากภาคผี ู้ฟ้องรอ้ งขอ 19.3 อนุญาตให้ภาคีผู้ฟ้องสามารถขอให้จัดต้ังคณะผู้พิจารณาเพ่ือระงับข้อพิพาท ในกรณีที่ภาคีผู้ถูก ฟ้องไม่ตอบรับการหารือ หรอื การหารือไม่สามารถแกไ้ ขข้อพพิ าทได้ตามกรอบเวลา 19.4 อนุญาตให้ภาคีอื่นท่ีไม่ได้ถูกฟ้องแต่สนใจประเด็นที่เป็นเร่ืองพิพาทสามารถติดตามการระงับข้อ พิพาทได้ โดยเปดิ โอกาสใหป้ ระเทศเหล่านแ้ี สดงความเห็นในข้ันตอนการพิจารณาดว้ ย 19.5 กาหนดรายละเอียดของอานาจหน้าที่ของคณะผู้พิจารณา กระบวนการพิจารณา การปฏิบัติตาม คาตดั สนิ การตดิ ตามการปฏิบตั ติ ามคาตดั สินรวมถงึ การจัดตง้ั คณะผู้พจิ ารณาเพ่ือทบทวนการปฏิบัติตามคาตัดสิน

- 28 - และการชดเชยความเสียหายหรือการถูกระงับสิทธิประโยชน์ในกรณีท่ีไม่มีการปฎิบัติตามคาตัดสิน ท้ังน้ี ยังมี การให้สิทธิพเิ ศษและแตกต่างกบั ภาคปี ระเทศพฒั นาน้อยทส่ี ุดอกี ด้วย 19.6 ให้มีการกาหนดจุดติดต่อ (contact point) และแจ้งให้ภาคีอื่นทราบ ภายใน 30 วัน นับต้ังแต่ วนั ทคี่ วามตกลงมีผลใชบ้ งั คบั ทง้ั นี้ จะต้องแจง้ ทนั ทีหากมีการเปลยี่ นแปลง บทท่ี 20 บทบญั ญตั ิสุดทา้ ย บทบัญญตั ิสุดทา้ ย ประกอบดว้ ย 9 ข้อบท 20.1 กลุม่ ภาคีอาจตกลงเปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษรให้แกไ้ ขความตกลงฉบับนี้ 20.2 ใหค้ วามตกลงมีผลบังคับใช้ 60 วันหลังจากที่สมาชิกอาเซียน 6 ประเทศและคู่เจรจาอาเซียน 3 ประเทศให้สัตยาบนั 20.3 ภาคใี ดอาจถอนตัวจากความตกลงฉบับน้ีโดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้เก็บรักษาความ ตกลง โดยการถอนตัวจะมผี ล 6 เดือนหลังจากวนั ทไ่ี ด้แจ้ง 20.4 กลุ่มภาคีจะต้องทบทวนความตกลงฉบับน้ี เพื่อเสริมสร้างความตกลงและปรับให้ทันสมัย 5 ปี หลังจากวันท่ีความตกลงมผี ลใชบ้ งั คับและทกุ ๆ 5 ปตี ่อจากนนั้ 20.5 ความตกลงฉบับน้ีจะเปิดรับการภาคยานุวัติโดยสมาชิกใหม่ 18 เดือนหลังจากวันที่ความตกลงมี ผลใชบ้ งั คบั โดยการภาคยานุวตั ดิ งั กล่าวจะขน้ึ อยกู่ บั ความยินยอมของกลุม่ ภาคแี ละข้อกาหนดหรือเง่ือนไขใด ๆ ท่ี กลมุ่ ภาคอี าจตกลงกับสมาชกิ ใหม่ ภาคผนวก 1 ตารางข้อผูกพันทางภาษี  ภาพรวม ภาคีตกลงร่วมกันที่จะใช้พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ที่ได้มีการปรับแก้ไขในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ และใช้อัตราภาษีที่เรียกเก็บจริงท่ีมีผลใช้บังคับ ณ วันท่ี ๑ มกราคม ๒๕๕๗ เป็นอัตราฐาน สาหรบั การลดหรือยกเลกิ ภาษี 1.1 ข้อผกู พันการเปิดตลาดสินคา้ ของไทย ไทยได้ผูกพันการเปิดตลาดสินค้าให้แต่ละภาคีแตกต่างกัน โดยไทยเปิดตลาดท่ีดีที่สุดให้กับ อาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มีสัดส่วนการยกเลิกภาษีอยู่ท่ีร้อยละ ๙๑.๓ ของจานวนรายการสินค้า ท้ังหมด (9,558 รายการ) และร้อยละ ๘๙.๑ ของมูลค่าการนาเข้าจาก RCEP ในขณะท่ีไทยยื่นข้อเสนอการเปิด ตลาดให้เกาหลี ญี่ปุ่นและจีน ในสัดส่วนที่น้อยกว่าและแตกต่างกัน โดยไทยมีสินค้าท่ีนามายกเลิกภาษีให้กับ (๑) เกาหลี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๙๐.๓ ของจานวนรายการสินค้าทั้งหมด และร้อยละ ๘๖.๔ ของมูลค่าการนาเข้า จาก RCEP (๒) ญี่ปุ่น ร้อยละ ๘๘.๕ ของจานวนรายการสินค้าท้ังหมด และร้อยละ ๘๗.๓ ของมูลค่าการนาเข้าจาก RCEP และ (๓) จีน ร้อยละ ๘๕.๒ ของจานวนรายการสินค้าทั้งหมด และร้อยละ ๘๑.๓ ของมูลค่าการนาเข้าจาก RCEP เพอ่ื รักษาสมดุลของการเปดิ ตลาดกับภาคีเหล่าน้ี ขอ้ ผูกพนั ทางภาษีของไทยภายใต้ความตกลง RCEP สามารถแบ่งออกเป็น ๓ กล่มุ ดังนี้ (๑) สินค้าท่ีนามายกเลิกภาษี ประกอบด้วยสินค้าที่ไทยผูกพันท่ีจะลดภาษีเป็นศูนย์ทันทีที่ความ ตกลงมผี ลใช้บังคับ ภายใน ๑๐ ปี ภายใน ๑๕ ปี และภายใน ๒๐ ปี นอกจากน้ี มีรายการสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ บางส่วนท่ีไทยได้กาหนดเงื่อนไขการนาเข้า Original Equipment Manufacturing (OEM) ว่า จะต้องนาเข้าโดย ผู้ผลิตยานยนต์หรือช้ินส่วนยานยนต์เพื่อนามาใช้ในการผลิตยานยนต์และช้ินส่วนยานยนต์เท่านั้น ถึงจะสามารถ ได้รบั สทิ ธิประโยชน์ทางภาษีท่ีระบุไวใ้ นตารางขอ้ ผูกพนั ทางภาษี (๒) สินค้าอ่อนไหว ไทยจะลดภาษีลงร้อยละ ๑๐ และ ๑๕ ภายใน ๒๐ ปี โดยเริ่มทยอยลดภาษี ในปีท่ี ๑๑ และอตั ราภาษสี ดุ ทา้ ยจะไมต่ า่ กวา่ ร้อยละ ๕ (เหลือรอ้ ยละ ๕ – ๒๗) (๓) สนิ ค้าอ่อนไหวสูง ไทยจะคงอัตราภาษีไว้เทา่ กับอตั ราภาษฐี านการเจรจา

- 29 - ตารางท่ี ๑ : สัดส่วนการเปดิ ตลาดของไทยให้แต่ละภาคี RCEP หนว่ ยมลู ค่า: ล้านเหรยี ญสหรฐั สนิ ค้าทีน่ ามายกเลิกภาษี สินคา้ ที่นามาลดภาษี สินค้าที่ไมผ่ กู พนั ภาษี ภาคี ร้อยละของ มลู คา่ การ ร้อยละของ ร้อยละของ มลู คา่ การ รอ้ ยละของ ร้อยละของ มูลคา่ การ ร้อยละของ จานวน นาเขา้ จาก มูลค่าการ จานวน นาเขา้ จาก มูลค่าการ จานวน นาเข้าจาก มูลคา่ การ RCEP สนิ คา้ นาเข้าจาก สินค้า นาเขา้ จาก สินคา้ นาเข้าจาก RCEP ทั้งหมด RCEP ทั้งหมด RCEP RCEP RCEP RCEP ทั้งหมด 127,266 ๔.๑ 2,469 ๘๙.๑ ๑.๗ อาเซียน/ 123,495 ๔.๑ 6,240 124,667 ๘๖.๔ ๔.๑ 5,068 ๔.๔ ออสเตรเลีย/ 91.3 116,160 ๘๗.๓ ๔.๑ 13,134 ๙.๒ ๔.๖ 13,575 ๓.๕ ๘๑.๓ ๙.๕ นวิ ซีแลนด์ เกาหลี 90.3 13,134 ๙.๒ ๕.๖ 13,134 ๙.๒ ๗.๔ ญี่ปุ่น 88.5 13,134 ๙.๒ ๑๐.๗ จีน 85.2 ตารางท่ี ๒ : รปู แบบข้อผกู พันทางภาษขี องไทย หน่วย : ร้อยละของรายการสนิ ค้าทัง้ หมด ภาคี RCEP ทันที สนิ ค้าทนี่ ามายกเลิกภาษี สนิ ค้าทนี่ ามาลดภาษี สนิ ค้าที่ไม่ ภายใน ภายใน ภายใน ๑๐ ปี ๑๕ ปี ๒๐ ปี รวม ออ่ นไหว ออ่ นไหวสงู รวม ผกู พันภาษี อาเซยี น/ ออสเตรเลีย/ ๖๖.๓ 13.4 8.9 2.6 91.3 ๑.๕ ๒.๖ ๔.๑ ๔.๖ นวิ ซแี ลนด์ เกาหลี ๖๖.๓ 13.3 8.6 2.1 90.3 ๑.๕ ๒.๖ ๔.๑ ๕.๖ ญป่ี ุ่น ๖๖.๓ 11.3 8.4 2.4 88.5 ๑.๕ ๒.๖ ๔.๑ ๗.๔ จีน ๖๖.๓ 11.4 6.2 1.3 85.2 ๑.๕ ๒.๖ ๔.๑ ๑๐.๗ หมายเหตุ ไทยเปดิ ตลาดสินค้าชน้ิ ส่วนยานยนตภ์ ายใตเ้ ง่อื นไขการนาเข้ามาเพ่ือผลติ ยานยนต์หรอื ชิ้นสว่ นยานยนต์ (OEM) โดยลดภาษีเป็นศูนย์ภายใน ๑๐ หรอื ๑๕ ปี จานวน ๑๒๕ รายการให้กบั อาเซียน ออสเตรเลยี นิวซีแลนด์ และเกาหลี จานวน ๑๘ รายการใหก้ ับจีน และ ๑ รายการใหก้ ับญปี่ ่นุ ไทยได้นาสินค้ามายกเลิกภาษีซ่ึงเป็นการเปิดตลาดเพิ่มเติมจากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ท่ีอาเซียนและไทยมีกับภาคี RCEP บางประเทศ ได้แก่ เกาหลี (ร้อยละ ๔.๘ ของจานวนรายการสินค้าท้ังหมด และร้อยละ ๓.๘ ของมูลค่าการนาเขา้ จาก RCEP) จนี (รอ้ ยละ ๐.๖ ของจานวนรายการสินค้าทั้งหมด และร้อยละ ๑.๘ ของมูลคา่ การนาเขา้ จาก RCEP) และญปี่ ่นุ (ร้อยละ ๐.๑ ของจานวนรายการสินค้าทั้งหมด และร้อยละ ๐.๘ ของมูลค่าการนาเข้าจาก RCEP) ในขณะท่ีไทยยกเลิกภาษีภายใต้ RCEP ให้กับอาเซียน ออสเตรเลียและ นวิ ซแี ลนด์ น้อยกว่าทีไ่ ทยยกเลิกภาษีใหก้ บั ภาคเี หลา่ นภ้ี ายใต้ความตกลงการคา้ เสรที ่ีมอี ยู่ เพ่ือตอบสนองการเปิดตลาดของประเทศคู่เจรจาอาเซียน ไทยได้เปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมจากความ ตกลงการค้าเสรีท่ีมีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น (๑) เกาหลี 456 รายการ เช่น ช้ินส่วนยานยนต์ ปลาสด/แช่เย็น/แช่แข็ง ชิน้ สว่ นอุปกรณ์ไฟฟา้ ผลิตภัณฑท์ ีท่ าด้วยเหล็ก รถบรรทกุ ส่ิงทอและเคร่ืองแต่งกาย (๒) ญ่ีปุ่น 10 รายการ ซ่ึงเป็น สินค้าชิ้นส่วนยานยนต์เพ่ือนามาใช้ในการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น เพลาส่งกาลัง ส่วนประกอบ เครอื่ งยนต์ และ (๓) จนี 59 รายการ เช่น เมลด็ พืช หนิ ทรายและหินอ่ืน ๆ ใช้ในการก่อสร้าง กระดาษหนังสือพิมพ์ ท่อนเหล็ก ท่อนทองแดง ช้ินส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า ท้ังนี้ สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าวัตถุดิบหรือช้ินส่วนท่ีไทยต้องการ นามาใช้ในการผลิตสินค้าภายในประเทศ รวมทัง้ มรี ะยะเวลายกเลิกภาษภี ายใน ๑๐ ปี และภายใน ๑๕ ปี

- 30 - ตารางที่ ๓ : สัดสว่ นการเปดิ ตลาดเพมิ่ เติมจากความตกลงการคา้ เสรที ่ีไทยมีอยู่กับภาคี RCEP หนว่ ยมูลค่า: ลา้ นเหรยี ญสหรัฐ การเปิดตลาดเพมิ่ เตมิ จากความตกลงการคา้ เสรีทมี่ อี ยู่ ภาคี จานวน รอ้ ยละของ มลู ค่าการ รอ้ ยละของมูลค่า ตัวอยา่ งสนิ คา้ ที่ไทยเปิดตลาดเพิ่มเตมิ จากความตกลงการคา้ RCEP รายการ จานวนสินค้า นาเข้าจาก การนาเขา้ จาก เสรีท่ีไทยมีอยกู่ บั ภาคี RCEP สินคา้ ทัง้ หมด RCEP RCEP อาเซยี น/ ออสเตรเลีย ไมม่ ีการเปิดตลาดเพิม่ เติม /นิวซีแลนด์ เครือ่ งยนตแ์ ละส่วนประกอบ สินค้าประมง ชน้ิ ส่วนอปุ กรณไ์ ฟฟ้า เครอ่ื งเพชรพลอยเทยี ม ยางนอกชนิดอดั ลมทห่ี ลอ่ ดอกใหม่หรือที่ เกาหลี ๔๕๖ 4.8 ๕,461 ๓.๘ ใช้แลว้ รถบรรทกุ ผลิตภัณฑ์ที่ทาด้วยเหล็ก เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า (เชน่ ตูแ้ ช่เย็น พดั ลมอ่ืนๆ) สง่ิ ทอและเครอื่ งแตง่ กาย เมล็ดพืช หินทรายและหินอ่ืน ๆ ท่ีใช้ในการก่อสร้าง กระดาษ จีน ๕๙ 0.6 ๒,๕๖๖ ๑.๘ หนงั สือพิมพ์ หนงั สือ เครื่องเพชรพลอยเทียม ท่อนเหล็ก แคโทด ทอ่ นทองแดง เครือ่ งสบู นา้ ช้ินส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า ญ่ีปุ่น ๑๐ 0.1 ๑,๐๙๘ ๐.๘ เพลาสง่ กาลัง สว่ นประกอบเคร่อื งยนต์ (หัวฉดี ) 1.2 ขอ้ ผกู พันการเปดิ ตลาดสนิ ค้าของประเทศคู่เจรจาอาเซยี นทใี่ หก้ ับอาเซียน  ประเทศคเู่ จรจาอาเซยี นได้ผกู พนั การเปิดตลาดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเหมือนกันทุกประเทศ โดยมีสัดส่วนสินค้าท่ีนามายกเลิกภาษีอยู่ระหว่างร้อยละ ๙๐.๔ – ๙๒ ของจานวนรายการสินค้าทั้งหมด และ ร้อยละ ๙๐.๙ – ๙๕.๒ ของมลู ค่าการนาเข้าจาก RCEP  แต่ละประเทศคเู่ จรจาอาเซียนมีการกาหนดรปู แบบข้อผูกพนั ทางภาษีของตนสรุปดงั นี้ (๑) ออสเตรเลีย จะยกเลิกภาษีโดยลดเป็นศูนย์ทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ภายใน ๑๐ ปี (ระหว่าง ๓, ๗ และ ๑๐ ปี) และภายใน ๑๕ ปี ในขณะท่ีจะลดภาษีเป็นศูนย์ภายใน ๒๐ ปีโดยเริ่มลดภาษีในปีที่ ๑๑ สาหรับสินค้าออ่ นไหว และจะลดภาษเี หลอื รอ้ ยละ ๕ ในปีท่ี ๑๐ สาหรับสนิ ค้าอ่อนไหวสูง (๒) นวิ ซแี ลนด์ จะยกเลกิ ภาษีโดยลดภาษเี ปน็ ศนู ยท์ นั ทีท่ีความตกลงมีผลใชบ้ ังคบั ภายใน ๑๐ ปี และภายใน ๑๕ ปี ในขณะทจี่ ะลดภาษลี งรอ้ ยละ ๕๐ ในปีท่ี ๑๑ (เหลอื ร้อยละ ๒.๕ และรอ้ ยละ ๕) สาหรับสินค้า อ่อนไหว และจะลดภาษีลงร้อยละ ๕๐ แต่อัตราภาษีสุดท้ายจะไม่ต่ากว่าร้อยละ ๕ ในปีที่ ๑๖ (เหลือร้อยละ ๕) สาหรบั สินคา้ ออ่ นไหวสูง (๓) เกาหลี จะยกเลิกภาษีโดยลดภาษีเป็นศูนย์ทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ภายใน ๑๐ ปี ภายใน ๑๕ ปีและภายใน ๒๐ ปี ในขณะท่ีจะลดภาษีลงร้อยละ ๕๐ ภายใน ๒๐ ปี (เหลือร้อยละ ๑ – ๑๕ ) สาหรบั สนิ ค้าออ่ นไหว และสาหรับสินค้าอ่อนไหวสงู จะลดภาษีลงร้อยละ ๒๕ ภายใน ๒๐ ปี (เหลือร้อยละ 2.3 – 33.8) หรือคงอตั ราภาษฐี านการเจรจาไว้ (๔) ญ่ีปุ่น จะยกเลิกภาษีโดยลดภาษีเป็นศูนย์ทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ภายใน ๑๑ ปี ภายใน ๑๖ ปีและภายใน ๒๑ ปี ในขณะที่จะลดภาษีตามอัตราภาษีท่ีกาหนดในตารางเหลือร้อยละ ๓.๘ – ๑๐ ทันทีที่ความตกลงมีผลใช้บังคับหรือภายใน ๑๑ ปีสาหรับสินค้าอ่อนไหว และจะคงอัตราภาษีฐานการเจรจา สาหรับสนิ คา้ ออ่ นไหวสูง (๕) จีน จะยกเลิกภาษีโดยลดภาษีเป็นศูนย์ทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ภายใน ๑๐ ปี ภายใน ๑๕ ปีและภายใน ๒๐ ปี ในขณะที่จะลดภาษีเหลือร้อยละ ๑.๕ – ๕ สาหรับสินค้าอ่อนไหว และจะลด ภาษีเหลือร้อยละ ๕.๖ – ๔๘.๘ สาหรับสินค้าอ่อนไหวสูง โดยมีรูปแบบการลดภาษีสาหรับสินค้าอ่อนไหวและ สินค้าอ่อนไหวสูงแบ่งเป็น (๑) ลดภาษีลงเหลือร้อยละ ๕ ตั้งแต่ความตกลงมีผลใช้บังคับ (๒) ลดภาษีตามอัตรา ภาษีทก่ี าหนดไว้ในตารางต้งั แต่ความตกลงมีผลใช้บังคับ (๓) ลดภาษีลงร้อยละ ๒๕ ภายใน ๑๐ ปี (๔) ลดภาษีลง ร้อยละ ๔๐ ตั้งแต่ความตกลงมผี ลใชบ้ งั คับ และ (๕) ลดภาษีลงร้อยละ ๕๐ ตงั้ แต่ความตกลงมีผลใชบ้ ังคบั

- 31 - ตารางท่ี 4 : สดั ส่วนการเปดิ ตลาดของประเทศคู่เจรจาอาเซียนให้กบั อาเซยี น (รวมถึงไทย) หนว่ ยมูลค่า : ลา้ นเหรียญสหรัฐ สนิ คา้ ทน่ี ามายกเลิกภาษี สินค้าทนี่ ามาลดภาษี สนิ คา้ ทไี่ ม่ผกู พนั ภาษี ประเทศ ร้อยละของ มลู คา่ การ ร้อยละของ รอ้ ยละของ มูลค่าการ รอ้ ยละของ รอ้ ยละของ มูลค่าการ ร้อยละของ คเู่ จรจา นาเขา้ จาก นาเข้าจาก นาเข้าจาก อาเซยี น จานวน มลู คา่ การ จานวน มลู คา่ การ จานวน มูลค่าการ RCEP RCEP RCEP ออสเตรเลยี สินค้า นาเขา้ จาก สนิ คา้ นาเข้าจาก สนิ คา้ นาเข้าจาก นิวซีแลนด์ 116,969 9,512 444 เกาหลี ท้ังหมด 19,822 RCEP ท้ังหมด 1,609 RCEP ท้งั หมด - RCEP จีน 208,434 12,644 ญีป่ นุ่ 92.0 592,825 ๙2.2 7.3 27,181 7.5 0.7 5,497 0.3 91.8 386,380 ๙2.5 8.2 9,659 7.5 - 32,274 - 90.7 92.0 5.7 5.6 3.6 9,917 2.4 90.5 90.9 5.4 4.2 4.1 4.9 90.4 95.2 4.4 2.4 5.3 2.4 ตารางที่ ๕ : รปู แบบข้อผูกพันทางภาษีของประเทศคู่เจรจาอาเซยี น หน่วย : รอ้ ยละของรายการสนิ ค้าทง้ั หมด ประเทศ สนิ ค้าท่ีนามายกเลกิ ภาษี สนิ ค้าท่ีนามาลดภาษี สินค้าที่ คเู่ จรจาอาเซยี น ทันที ภายใน ๑๐ ปี ภายใน ๑๕ ปี ภายใน ๒๐ ปี รวม อ่อนไหว อ่อนไหวสงู รวม ไมผ่ ูกพนั ภาษี ออสเตรเลีย 75.3 14.7 1.9 - 92.0 6.3 1.1 7.3 0.7 นิวซีแลนด์ 65.4 15.9 10.5 - 91.8 4.9 3.2 8.2 - เกาหลี 64.1 16.1 9.9 0.6 90.7 1.4 4.3 5.7 3.6 จีน 67.9 12.7 3.0 6.9 90.5 3.9 1.5 5.4 4.1 ญปี่ นุ่ 75.6 5.2 9.5 0.02 90.4 0.6 3.7 4.4 5.3 หมายเหตุ ญี่ปุ่นลดภาษีเป็นศูนย์ภายใน ๑๑ ปี ๑๖ ปี และ ๒๑ ปี  สินค้าท่ีไทยได้รับประโยชน์จากการท่ีประเทศคู่เจรจาอาเซียน (AFPs) นาสินค้ามายกเลิกภาษี เพ่มิ เตมิ จากความตกลงการค้าเสรีท่ปี ระเทศ AFPs มีกับอาเซียนและไทย ได้แก่ เกาหลี (ร้อยละ ๓.๔ ของจานวน รายการสินค้าท้ังหมด และร้อยละ ๓.๒ ของมูลค่าการนาเข้าจาก RCEP) จีน (ร้อยละ ๐.๔ ของจานวนรายการ สินค้าท้ังหมด และร้อยละ ๐.๗ ของมูลค่าการนาเข้าจาก RCEP) และญี่ปุ่น (ร้อยละ ๒.๓ ของจานวนรายการ สินค้าทั้งหมด และร้อยละ ๐.๐๙ ของมูลค่าการนาเข้าจาก RCEP) ในขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีสัดส่วน สินคา้ ท่นี ามายกเลกิ ภาษีใหก้ ับอาเซยี น้อยกว่าทไี่ ดเ้ ปดิ ตลาดให้กบั ไทยแล้วภายใต้ FTA ทีม่ ีอยกู่ ับอาเซยี นและไทย  สินค้าที่ไทยได้รับประโยชน์จากการเปิดตลาดเพ่ิมเติมของประเทศคู่เจรจาอาเซียนยกตัวอย่าง เช่น (๑) เกาหลี ๔๑๓ รายการ เช่น ผักผลไม้แปรรูปและไม่แปรรูป น้ามันที่ได้จากพืช ของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้งมันสาปะหลัง สินค้าประมง พลาสติก เคร่ืองแก้ว ช้ินส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ด้ายทาด้วยยางวัลแคไนซ์ รถจักรยาน เคร่ืองยนตแ์ ละสว่ นประกอบ กระเบ้ือง ซีเมนต์ โดยเกาหลีกาหนดยกเลิกภาษีส่วนใหญ่ภายใน ๑๕ ปี และภายใน ๑๐ ปี ทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับและภายใน ๒๐ ปีบางส่วน (๒) ญ่ีปุ่น ๒๐๗ รายการ เช่น สินคา้ ประมง ผลไมแ้ ละลูกนตั ปรงุ แตง่ แปง้ สาคู น้ามันถั่วเหลอื ง กาแฟค่ัว น้าผลไม้ ผักปรุงแต่ง โดยญี่ปุ่นกาหนด ยกเลกิ ภาษีสว่ นใหญ่ภายใน ๑๖ ปีและภายใน ๑๑ ปีบางส่วน และ (๓) จีน ๓๓ รายการ เช่น พริกไทย สับปะรด แปรรูป น้ามะพร้าว ตัวรับสัญญาณโทรทัศน์ สไตรีน เคร่ืองเสียง อุปกรณ์ให้แสงสว่าง เคร่ืองยนต์ กระดาษ โดย จีนกาหนดยกเลิกภาษีส่วนใหญ่ภายใน ๒๐ ปีและ ๑๐ ปี และลดภาษีเป็นศูนย์ทันทีที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ บางสว่ น

- 32 - ตารางที่ ๖ : สัดสว่ นการเปดิ ตลาดเพิม่ เตมิ จากความตกลงการค้าเสรีทป่ี ระเทศคเู่ จรจาอาเซยี นมีอยู่กับไทย หนว่ ยมลู คา่ : ลา้ นเหรยี ญสหรฐั ประเทศคู่ การเปดิ ตลาดเพม่ิ เตมิ จากความตกลงการค้าเสรที ่ีมีอยู่ เจรจา อาเซียน จานวน ร้อยละของ มลู คา่ การ ร้อยละของ ตวั อยา่ งสินค้าทีป่ ระเทศคู่เจรจาอาเซียนเปดิ ตลาดเพิ่มเตมิ จาก อาเซียน/ ความตกลงการค้าเสรที ม่ี ีอยกู่ ับไทย ออสเตรเลยี รายการ จานวนสินค้า นาเข้าจาก มูลค่าการนาเข้า /นิวซีแลนด์ เกาหลี สินคา้ ทัง้ หมด RCEP จาก RCEP ญี่ปุน่ ไม่มีการเปิดตลาดเพ่มิ เติม จีน เช้ือเพลิงท่ีได้จากแร่ ผักผลไม้สด/แห้ง (อาทิ มังคุด ทุเรียน) ผัก ผลไม้แปรรูป (อาทิ ข้าวโพดหวาน สัปปะรด) เนยแข็ง แชมพู น้ามันท่ีได้จากพืช ของปรุงแต่งจากธัญพืชและแป้ง แป้งมัน ๔๑๓ 3.4 ๗,๒๐๑ 3.2 สาปะหลัง แป้งท้าวยายม่อม พลาสติก เคร่ืองแต่งกาย เคร่ืองแก้ว 207 2.3 ไม้ เครื่องด่ืมท่ีมีและไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารแปรรูป ช้ินส่วน 33 0.4 อุปกรณ์ไฟฟ้า สบู่ เคมีภัณฑ์ ด้ายทาด้วยยางวัลแคไนซ์ สินค้า ประมง รถจักรยาน เคร่อื งยนต์และสว่ นประกอบ กระเบอื้ ง ซีเมนต์ ผลไม้และลูกนัตปรุงแต่ง (อาทิ เชอร์รี่ ส้ม สัปปะรด เกาลัด) สินค้า ประมง แป้งจากมันฝร่ัง แป้งสาคู น้ามันถั่วเหลือง น้ามันจากเมล็ด ๓๖๒ 0.09 ดอกทานตะวนั ผักปรงุ แตง่ (อาทิ มะเขือเทศ ถั่วบีน หน่อไม้ฝรั่ง ผง กระเทียม) ผงโกโก้ กาแฟค่ัว ขนมปังกรอบ น้าส้ม น้าเกรปฟรุต น้า ผลไม้ผสม เคร่อื งดม่ื แอลกอฮอล์ พริกไทย สับปะรดแปรรูป น้ามะพร้าว แผ่นฟิล์ม แผ่นไวแสง ตัวรับ สญั ญาณโทรทศั น์ น้ามันเบาและสิ่งปรุงแต่ง สไตรีน โพลิเอทิลีน สาร ๔,๕๖๗ 0.7 ทาละลาย ฟลิ มเ์ อก็ ซเรย์ เครื่องเสยี ง อปุ กรณ์ให้แสงสว่าง สายไฟที่ ใชใ้ นรถยนต์ เครือ่ งยนต์ ทป่ี รับกระจกในรถยนต์ กระดาษ ๑.๓ ข้อผูกพนั การเปดิ ตลาดสนิ ค้าระหวา่ งประเทศอาเซียนด้วยกนั หากไมร่ วมสิงคโปร์และบรไู นดารุสซาลามซึ่งเปน็ ประเทศท่ีมกี ารคา้ เสรสี ูง รวมทั้งกมั พูชา สปป. ลาว และเมียนมาที่เป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (Least-Developed Countries: LDCs) และได้รับสิทธิการปฏิบัติ เป็นพิเศษและแตกต่าง (Special and Differential Treatment: S&D) ในการกาหนดข้อผูกพันทางภาษีของตน ประเทศอาเซียนที่เป็นคู่แข่งสาคัญของไทย ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ผูกพันการ เปิดตลาดให้กับอาเซียนด้วยกัน (รวมถึงไทย) โดยมีสัดส่วนการยกเลิกภาษีอยู่ท่ีร้อยละ 90 – 92 ของจานวน รายการสินคา้ ทง้ั หมด และร้อยละ 85.4 – 89.1 ของมูลคา่ การนาเขา้ จาก RCEP ประเทศสมาชิกอาเซียนมรี ปู แบบข้อผูกพันทางภาษีสรปุ ดงั นี้ (๑) สิงคโปร์ จะยกเลิกภาษสี าหรับสินคา้ ท้ังหมด โดยลดภาษที นั ทีท่ีความตกลงมีผลใชบ้ งั คบั (๒) บรไู นดารุสซาลาม จะยกเลกิ ภาษโี ดยลดภาษีทนั ทที ่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ภายใน ๑๐ ปีและ ภายใน ๑๕ ปี ในขณะทีจ่ ะลดภาษลี งเหลอื รอ้ ยละ 0 - ๕ ภายใน ๒๐ ปีโดยเริ่มลดภาษีจากปีที่ ๑๐ สาหรับสินค้า อ่อนไหว และจะลดภาษเี หลือรอ้ ยละ ๕ ภายใน ๒๕ ปีโดยเร่ิมลดภาษีจากปที ี่ ๑๕ สาหรบั สนิ ค้าออ่ นไหวสูง (๓) อินโดนีเซีย จะยกเลิกภาษีโดยลดภาษีทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ภายใน ๑๐ ปี ภายใน ๑๕ ปีและภายใน ๒๐ ปี ในขณะที่จะลดภาษีเหลือร้อยละ 2.5 – 15 ภายใน ๒๓ ปีโดยเร่ิมลดภาษีจากปีที่ ๑๐ หรอื ปีที่ ๑๑ สาหรบั สินค้าอ่อนไหว และจะคงอัตราภาษฐี านการเจรจาสาหรบั สนิ คา้ อ่อนไหวสูง (๔) ฟิลิปปนิ ส์ จะยกเลิกภาษโี ดยลดภาษีทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ภายใน ๑๕ ปี และภายใน ๒๐ ปี ในขณะที่จะลดภาษีเหลือร้อยละ 3 – 35 ภายใน ๑๕ ปี สาหรับสินค้าอ่อนไหว และจะลดภาษีเหลือร้อย ละ 15 – 30 ภายใน ๒๐ ปีสาหรับสนิ คา้ ออ่ นไหวสงู

- 33 - (๕) เวยี ดนาม จะยกเลิกภาษีโดยลดภาษีทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ภายใน ๑๐ ปี ภายใน ๑๕ ปีและภายใน ๒๐ ปี ในขณะที่จะลดภาษีลงร้อยละ ๕๐ ในปีท่ี ๒๐ ปี (เหลือร้อยละ ๗.๕ – ๒๒.๕) สาหรับสินค้า อ่อนไหว และจะลดภาษีลงร้อยละ ๒๕ ในปีที่ ๒๕ (เหลือร้อยละ ๓.๘ – ๓๓.๘) หรือคงอัตราภาษีฐานการเจรจา สาหรบั สนิ ค้าอ่อนไหวสงู รวมท้งั มีสนิ ค้าทีอ่ ยู่ภายใตโ้ ควตาอตั ราภาษี (Tariff Rate Quota: TRQ) (๖) มาเลเซีย จะยกเลิกภาษีโดยลดภาษีทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับ ภายใน ๑๐ ปี ภายใน ๑๕ ปีและภายใน ๒๐ ปี ในขณะท่ีจะลดภาษีลงเหลอื รอ้ ยละ ๓ – ๑๕ ภายใน ๒๓ ปีโดยเริ่มลดภาษีในปที ่ี ๑๑ สาหรับ สินค้าอ่อนไหว และคงอัตราภาษีฐานการเจรจาสาหรับสินค้าอ่อนไหวสูง รวมทั้งมีสินค้าที่อยู่ภายใต้โควตาอัตรา ภาษี (Tariff Rate Quota: TRQ) (๗) กัมพูชา เมียนมา และ สปป. ลาว จะยกเลิกภาษีโดยลดภาษีเป็นศูนย์ทันทีท่ีความตกลงมีผลใช้ บังคับ ภายใน ๑๓ ปี ภายใน ๑๕ ปีและ ๒๐ ปี (ลาวเริ่มลดภาษีในปีที่ ๑๖) ในขณะท่ีจะคงอัตราภาษีฐานการ เจรจาสาหรบั สินค้าอ่อนไหวและสินคา้ อ่อนไหวสงู ตารางที่ ๗ : สดั ส่วนการเปดิ ตลาดของประเทศอาเซียนใหก้ บั อาเซียนดว้ ยกนั หนว่ ยมูลค่า : ล้านเหรียญสหรฐั สินค้าที่นามายกเลิกภาษี สินคา้ ทน่ี ามาลดภาษี สินค้าท่ีไมผ่ ูกพนั ภาษี ประเทศอาเซียน ร้อยละของ มูลคา่ การ รอ้ ยละของ รอ้ ยละของ มลู คา่ การ รอ้ ยละของ ร้อยละของ มูลค่าการ ร้อยละของ จานวน นาเข้าจาก มลู คา่ การ จานวน นาเข้าจาก มูลค่าการ จานวน สนิ ค้า นาเขา้ จาก สนิ ค้า นาเข้าจาก สินคา้ นาเข้าจาก มูลคา่ การ ทัง้ หมด RCEP ทั้งหมด RCEP ทงั้ หมด RCEP RCEP RCEP นาเขา้ จาก สิงคโปร์ ๑๐๐ 183,461 ๑๐๐ - - - - - RCEP 207 บรไู นดารสุ ซาลาม 92.5 2,๑๖๖ 91.0 6.5 7 0.3 1.0 6,156 - 861 8.7 อินโดนีเซีย ๙๒.๐ 108,524 ๘๗.๒ 4.6 9,792 7.9 ๓.๕ 6,458 ๔.๙ ๓๘๘ ๒.๔ ฟลิ ิปปนิ ส์ ๙๑.๓ 30,879 ๘๕.๖ ๖.๘ 4,337 12.0 ๑.๙ 3,990 ๗.๓ ๓๐๒ ๐.๕ เวียดนาม ๙๐.๓ 75,097 ๘๕.๔ ๗.๔ 6,386 ๗.๓ 2.3 ๕๑.6 36.7 ๕.๕ มาเลเซีย ๙๐.๐ ๖๒,๙๙๘ ๘๗.๒ ๘.๘ ๘,๘๕๒ ๑๒.๓ ๑.๒ ๑.๖ กมั พชู า ๘๗.๑ ๖,๓๐๕ ๕๗.๙ ๙.๑ 591 ๕.๔ ๓.๘ เมยี นมา ๘๖.๐ ๔,๖๗๔ ๘๔.๖ ๑๒.๐ ๕๔๘ ๙.๙ ๒.๐ สปป. ลาว ๘๖.๐ ๑,๙๖๖ ๖๒.๗ ๑๑.๙ ๑,๑๒๐ ๓๕.๗ ๒.๑ หมายเหตุ มลู คา่ การนาเขา้ จาก RCEP ของมาเลเซยี เป็นมลู ค่านาเขา้ จากประเทศคู่เจรจาอาเซยี นเทา่ นน้ั ตารางท่ี ๘ : รปู แบบข้อผูกพันทางภาษขี องประเทศสมาชิกอาเซียน หน่วย : รอ้ ยละของจานวนรายการสนิ คา้ ทงั้ หมด ประเทศสมาชกิ สินคา้ ที่นามายกเลกิ ภาษี สนิ คา้ อ่อนไหว/ออ่ นไหวสูง สินค้าทีไ่ ม่ผกู พัน อาเซียน ทนั ที ภายใน ภายใน ภายใน รวม อ่อนไหว อ่อนไหวสงู รวม ภาษี ๑๐ ปี ๑๕ ปี ๒๐ ปี สงิ คโปร์ ๑๐๐ - - - ๑๐๐ - - - - บรไู นดารสุ ซาลาม 76.5 7.9 8.1 - 92.5 5.8 0.7 6.5 1.0 อินโดนีเซยี 65.1 15.8 9.7 1.3 ๙๒.๐ 3.7 0.9 4.6 ๓.๕ ฟลิ ปิ ปนิ ส์ 81.6 - 9.3 0.5 ๙๑.๓ 3.4 3.4 ๖.๘ ๑.๙ เวยี ดนาม 65.2 17.4 6.9 0.7 ๙๐.๓ 1.5 6.0 ๗.๔ 2.3 มาเลเซยี 69.9 13.3 6.1 0.7 ๙๐.๐ 2.7 6.1 ๘.๘ ๑.๒ กมั พูชา 29.9 30.0 20.6 6.6 ๘๗.๑ 5.2 3.9 ๙.๑ ๓.๘ เมยี นมา 30.0 30.0 20.0 6.0 ๘๖.๐ 8.0 4.0 ๑๒.๐ ๒.๐ สปป. ลาว 29.9 30.0 19.8 6.2 ๘๖.๐ 8.5 3.5 ๑๑.๙ ๒.๑ หมายเหตุ กัมพูชา เมียนมาและ สปป. ลาว เป็นประเทศพัฒนาน้อยที่สุดท่ีได้รับความยืดหยุ่นโดยสามารถกาหนดยกเลิกภาษีภายใน ๑๓ ปใี นกลุ่มสินคา้ ทน่ี ามายกเลิกภาษี ๑๐ ปี

- 34 - ๑.๔ รายการสินค้าภายใตข้ ้อ ๒.๖ (อตั ราอากรแตกตา่ งกนั ) เน่ืองจากมีภาคีบางประเทศได้ผูกพันการเปิดตลาดสินค้าให้กับแต่ละภาคีแตกต่างกัน และ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิจากการใช้ภาคีอ่ืนเป็นช่องทางในการส่งออกสินค้าท่ีภาคีผู้นาเข้ามีการเปิดตลาดให้ แตกต่างกัน จึงได้จัดทารายการสินค้า (ไม่เกิน ๑๐๐ รายการ) ท่ีภาคีผู้ส่งออกจะต้องพิสูจน์เง่ือนไขกฎเกณฑ์ถิ่น กาเนิดสินค้าเพิ่มเติมจากท่ีกาหนดไว้ในบทกฎถ่ินกาเนิดสินค้าว่า มีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มภายในประเทศไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๒๐ ของมูลค่าสินค้า เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ภาคีผู้นาเข้ากาหนดไว้ให้กับภาคีผู้ส่งออกนั้น ทัง้ น้ี ภาคที ่ไี ดร้ ะบรุ ายการสนิ ค้าดงั กล่าวไวใ้ นเอกสารแนบท้ายของภาคผนวก ๑ (ตารางข้อผูกพันทางภาษี) ได้แก่ ไทย เวียดนาม ฟลิ ปิ ปนิ ส์ อินโดนเี ซีย จีน ญ่ีปุน่ และเกาหลี ภาคผนวก 2 ตารางขอ้ ผูกพนั เฉพาะสาหรบั บริการ 2.1 ขอ้ ผูกพันการเปิดตลาดบริการของไทย 2.1.1 ไทยไม่ได้ผูกพันเปิดตลาดบริการเกินกว่าที่กฎหมายของไทยกาหนด และไม่ได้ส่งผลให้ไทย ตอ้ งแก้ไขกฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง 2.1.2 ไทยได้เสนอผูกพันในระดับท่ีสูงกว่าความตกลงระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจา (อาเซียน+1) ท่ี ผ่านมา ท้งั ในจานวนสาขาที่ผูกพันและสัดส่วนการถือหุ้น โดยคงเง่ือนไขอื่นตามข้อผูกพันเปิดตลาดบริการภายใต้ กรอบความตกลงต่างๆ เชน่ กาหนดประเภทนิติบุคคลท่ีอนุญาตให้เข้ามาจัดต้ังในไทย เฉพาะบริษัทจากัดท่ีเข้ามา ดาเนินธุรกิจภายใต้การร่วมทุน (Joint venture) และไม่อนุญาตให้ต่างชาติถือครองท่ีดิน พร้อมทั้งระบุให้ปฏิบัติ ตามมาตรา 5 ของพระราชบัญญตั ิการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 คือ การอนุญาตให้คนต่างด้าว ประกอบธรุ กิจ ใหพ้ จิ ารณาโดยคานงึ ถงึ ผลดแี ละผลเสยี ต่อความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ การพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2.1.3 ไทยเสนอผูกพัน ตามรูปแบบการให้บรกิ าร ดงั นี้ 1) การใหบ้ ริการข้ามพรมแดน (Mode 1) จานวน 56 สาขายอ่ ย 2) การบริโภคในต่างประเทศ (Mode 2) จานวน 97 สาขาย่อย 3) การจัดต้ังธุรกิจ (Mode 3) จานวน 117 สาขายอ่ ย 3.1) ผู้ให้บริการของภาคีสามารถถือหุ้นในกิจการได้ร้อยละ 25 ใน 2 สาขาย่อย คือ บริการประกนั ชวี ิต และบรกิ ารประกันวนิ าศภยั 3.2) ผู้ใหบ้ รกิ ารของภาคสี ามารถถือหุ้นในกิจการได้ร้อยละ 49 ใน 57 สาขาย่อย อาทิ บริการด้านกฎหมาย บริการดา้ นบญั ชี การตรวจสอบบัญชีและการจัดทาบัญชี บริการด้านวิศวกรรม บริการด้าน สถาปัตยกรรม บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร บริการตัวแทนผู้เป็นนายหน้า บริการด้านการศึกษาระดับ ประถมศึกษา บริการด้านการศึกษาระดับมัธยมศึกษา บริการให้คาปรึกษาด้านประกันภัย บริการให้คาปรึกษา ทางการเงิน บริการโรงแรมและภัตตาคาร (รวมจัดเล้ียง) บริการตัวแทนท่องเท่ียวและจัดการท่องเท่ียว บริการ ด้านการนาเสนอศิลปะการแสดงและการแสดงสดอนื่ ๆ และบริการขนสง่ สนิ คา้ ทางบก 3.3) ผู้ให้บริการของภาคีสามารถถือหุ้นในกิจการได้ร้อยละ 51 ใน 10 สาขาย่อย (1) บริการจัดเตรียมและวางแผนภาษีบุคคลให้กับพนักงานของบริษัทในกลุ่มในเครือ (2) บริการด้านสถาปัตยกรรม ผังเมืองเฉพาะบริการพัฒนาโปรแกรมเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ท่ีดิน การเลือกทาเลที่ต้ัง การควบคุมและใช้ ประโยชน์ ระบบถนนเพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกัน (3) บริการสืบสวนและรักษา ความปลอดภัย:บริการติดต้ังสัญญาณเตือนภัยสาหรับโรงงานอุตสาหกรรม (4) บริการให้คาปรึกษาท่ีเก่ียวกับ เทคนิคและวิทยาศาสตร์: บริการให้คาปรึกษาทางวิทยาศาสตร์โดยนักคณิตศาสตร์และนักสถิติ (5) บริการ โทรศัพท์พ้ืนฐาน (6) บริการฉายวีดิทัศน์ในห้องฉายส่วนบุคคล (ไม่รวมการออกอากาศและโสตทัศน์) (7) บริการ รื้อถอนอาคารเฉพาะการลดระดับความสูงในบริเวณปิด (8) บริการการศึกษาระดับอุดมศึกษาอ่ืนๆ เฉพาะ หลกั สูตรภาษาองั กฤษ (9) บริการกาจัดขยะ (รวมถึงการจัดการและกาจัดของเสียอันตรายและเตาเผาขยะ) และ (10) บรกิ ารด้านสขุ าภิบาล และบรกิ ารด้านสงิ่ แวดลอ้ มอ่นื ๆ

- 35 - 3.4) ผใู้ หบ้ รกิ ารของภาคีสามารถถือหุ้นในกิจการได้ร้อยละ 70 ใน 46 สาขาย่อย อาทิ บริการให้คาปรึกษาในการร่างเอกสารเก่ียวกับกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ (ไม่รวมกฎหมายในประเทศ) บริการด้านพยากรณ์อากาศและอุตุนิยมวิทยา บริการให้คาปรึกษาเกี่ยวกับการติดต้ังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บริการประมวลผลข้อมูล (ไม่รวมการให้บริการบนเครือข่ายโทรคมนาคมสาธารณะ บริการด้านการวิจัยและ พัฒนา เฉพาะวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพที่เป็นการใหบ้ รกิ ารพืน้ ฐานในดา้ นวิศวกรรมและเทคโนโลยี บริการบารุงซ่อม และบารุงรกั ษาอปุ กรณ์ (ไม่รวมเรอื เคร่ืองบิน หรืออุปกรณ์ขนส่งอ่ืนๆ): บริการบารุงซ่อมและบารุงรักษาอุปกรณ์ โดยได้รับค่าตอบแทนหรือสัญญาจ้าง บริการใหเ้ ช่าวงจรที่เป็นเครอื ขา่ ยเฉพาะ บรกิ ารจดั การของเสียอันตรายและ กาจัดขยะ บริการด้านการแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลเอกชนบริการด้านการบันเทิง: สวนสนุก บริการ บารุงรักษาและซ่อมบารุงเรือขนาดมากกว่า 100,000 DWT บริการบารุงรักษาและซ่อมแซมอุปกรณ์การขนส่ง ทางราง และบริการเก็บสนิ คา้ และคลงั สินค้าสาหรบั สินค้าแชเ่ ยน็ และแช่แข็ง 3.5) ผู้ให้บริการของภาคีสามารถถือหุ้นในกิจการได้ร้อยละ 100 ใน 2 สาขาย่อย ได้แก่ บริการระดับอุดมศึกษา: คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (หลักสูตรภาษาอังกฤษ) และบริการ ดา้ นบริษทั หลกั ทรัพย์ 4) การใหบ้ ริการโดยบุคคลธรรมดา (Mode 4) จานวน 67 สาขายอ่ ย 5) ไทยผูกพัน Ratchet6 จานวน 10 สาขาย่อย ได้แก่ (1) บริการออกแบบอุตสาหกรรม (2) บริการด้านการวิจัยและพัฒนา เฉพาะวิทยาศาสตร์กายภาพท่ีเป็นการให้บริการพื้นฐานด้านวิศวกรรมและ เทคโนโลยี (3) บริการให้คาปรึกษาด้านบริหารจัดการด้าน Operation Management/ Supply Chain Management (4) บริการด้านการทดสอบและวิเคราะห์องค์ประกอบ และการทดสอบผลิตภัณฑ์ (5) บริการ เกี่ยวกับการผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ (6) บริการให้คาปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และทางเทคนิคในส่วนท่ี เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน ISO (7) บริการซ่อมบารุงเคร่ืองจักรอุตสาหกรรม (ไม่รวมเคร่ืองจักรอุตสาหกรรมเกษตร และป่าไม้ เหมืองแร่ ประมงและการก่อสร้าง ยาสูบ การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์) (8) บริการค้าส่งท่ีได้รับ ค่าธรรมเนียมหรือตามสัญญา เฉพาะเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร (9) บริการตัวแทนท่องเที่ยว และจดั การท่องเท่ยี ว และ (10) บรกิ ารซ่อมบารุงอากาศยานและส่วนประกอบสาคัญของอากาศยาน และผูกพัน MFN7 จานวน 5 สาขาย่อย ได้แก่ (1) บริการด้านการวิจัยและพัฒนาเฉพาะวิทยาศาสตร์กายภาพที่เป็นการ ให้บริการพ้ืนฐานในด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี (2) บริการให้คาปรึกษาเก่ียวกับการติดต้ังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (3) บริการสนับสนุนการใช้งานซอฟท์แวร์ (4) บริการประมวลผลข้อมูล (ไม่รวมการให้บริการบนเครือข่าย โทรคมนาคมสาธารณะ) และ (5) บรกิ ารระดับอุดมศึกษา: คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (หลักสูตร ภาษาองั กฤษ) 6) ในภาพรวม ข้อเสนอเปิดตลาดบริการของไทยมีระดับเทียบเท่ากับข้อผูกพันเปิดตลาด บริการชุดที่ 9 ของไทยภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน (AFAS) อย่างไรก็ตาม มีบางสาขาที่ ไทยผกู พนั เกินกวา่ AFAS ชดุ ที่ 9 โดยหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวข้องไดใ้ หค้ วามเหน็ ร่วมกนั แล้ว สรุปได้ดังน้ี 6 Ratchet คือ การให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนของภาคีโดยอัตโนมัติ หากมีการปรับปรุงกฎหมายภายในให้เสรีมากยิ่งขึ้นจาก ปจั จบุ นั แต่ไม่สามารถแก้ไขกฎหมายให้เข้มงวดกว่าเดิมได้ (ดังน้ัน หากไม่มีการแก้ไขกฎหมายภายในในอนาคต จะไม่มีการเปิด เสรีเพม่ิ ข้ึนแต่อยา่ งใด) 7 MFN (Most-Favoured Nation Treatment) คือการให้สิทธิประโยชน์กับนักลงทุนของภาคีโดยอัตโนมัติ หากมีการขยายสิทธิ ประโยชนท์ ดี่ ีกว่าใหก้ ับประเทศนอกภาคีในอนาคตและไม่รวมการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจในอาเซียน

ระดับการเปิดตลาด - 36 - สาขาที่ไทยผูกพันเกินกว่า AFAS ชุดที่ 9 สาขาบรกิ าร (สัดส่วนถอื หนุ้ ต่างชาติ) สาขาท่ีไทยขยายสัดส่วนผู้ถือ (1) บริการด้านการบริหารจัดการฟาร์มและบริการให้คาปรึกษา (โค/ หุ้นเกินกว่า AFAS ชุดที่ 9 กระบอื ) (รอ้ ยละ 49) จากร้อยละ 49 เป็นร้อยละ 51 (2) บริการเกมส์ออนไลน์โดยมีจุดประสงคเ์ พื่อการศึกษา (ร้อยละ 49) (3) บริการรื้อถอนอาคารเฉพาะการลดระดับความสูง ภายในบริเวณปิด โดยใช้หลังคาเดิมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Demolition services) (ร้อยละ 51) (4) บริการดา้ นบนั เทงิ (Live Performance) (รอ้ ยละ 49) (5) บริการออกแบบอตุ สาหกรรม (ร้อยละ 49) (6) บรกิ ารด้านการวิจัยและพัฒนา เฉพาะวทิ ยาศาสตร์กายภาพท่ีเป็นการ ให้บรกิ ารพื้นฐานในดา้ นวิศวกรรมและเทคโนโลยี (ร้อยละ 70) (7) การบริหารจัดการการดาเนนิ การและการบริหารจดั การห่วงโซ่อุปทาน ยกเวน้ บริการให้คาปรกึ ษา ดา้ นการบรหิ ารจดั การอนื่ ๆ (ร้อยละ 49) (8) บริการตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบและความบริสุทธ์ิรวมถึงการ ทดสอบผลิตภัณฑเ์ พ่ือรบั ใบรบั รอง (ร้อยละ 49) (9) บริการที่เก่ียวเนื่องกับการผลิต: ผลิตภัณฑ์โลหะพื้นฐาน เคร่ืองจักร และอุปกรณก์ ารผลติ (รอ้ ยละ 49) (10) บริการให้คาปรึกษาท่ีเก่ียวกับเทคนิคและวิทยาศาสตร์: บริการให้ คาปรึกษาทางเทคนิคที่เก่ียวกับมาตรฐานรับรองไอเอสโอ (ร้อยละ 49) (11) บริการซ่อมบารุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องจักรเชิงพาณิชย์และ อุตสาหกรรม (ไมร่ วมเครอื่ งจักรอุตสาหกรรมทางการเกษตรและป่าไม้ เคร่ืองจักรสาหรับการทาเหมืองแร่ การประมงและการก่อสร้าง เครื่องจักรสาหรับการผลิตยาสูบ การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ รถแทรกเตอร์ สาหรับการทาสวนและเครอื่ งตัดหญา้ ) (รอ้ ยละ 49) (12) บริการค้าส่งท่ีได้รับค่าธรรมเนียมหรือตามสัญญา เฉพาะสารเคมีและ ยาทใ่ี ช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร (รอ้ ยละ 49) (1) บรกิ ารโทรศพั ทพ์ ื้นฐาน (2) บริการด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาอื่นๆ เฉพาะหลักสูตร ภาษาองั กฤษ (3) บรกิ ารระบบบาบัดนา้ เสีย (4) การบรกิ ารให้คาปรึกษาดา้ นสงิ่ แวดล้อม (5) การลดมลภาวะทางเสยี ง (6) บรกิ ารปกปอ้ งธรรมชาติและภมู ิทัศน์ (7) การปกปอ้ งส่ิงแวดล้อม (8) บริการบารุงรักษาและซ่อมแซมอากาศยานในสาขาบริการซ่อมบารุง หน่วยซ่อมประเภทที่ 2 สาหรับบารุงรักษาส่วนประกอบสาคัญ และ หน่วยซ่อมประเภทที่ 3 สาหรับการบารุงรักษาบริภัณฑ์และช้ินส่วน ของอากาศยาน

ระดบั การเปดิ ตลาด - 37 - สาขาท่ีไทยขยายสัดส่วนผู้ถือ สาขาบริการ (สดั สว่ นถือหนุ้ ต่างชาติ) หุ้นเกินกว่า AFAS ชุดที่ 9 (1) บริการใหค้ าปรึกษาเก่ยี วกบั การตดิ ตง้ั อปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ จากร้อยละ 49 เป็นร้อยละ (2) บรกิ ารสนับสนนุ การใชง้ านซอฟท์แวร์ 70 (3) บริการประมวลผลข้อมูล (ไม่รวมการให้บริการบนเครือข่าย สาขาที่ไทยขยายสัดส่วนผู้ถือ โทรคมนาคมสาธารณะ) หุ้นเกินกว่า AFAS ชุดท่ี 9 บริการระดับอุดมศึกษา: คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม จากร้อยละ 70 เป็นร้อยละ (หลกั สตู รภาษาอังกฤษ) 1008 2.2 การเปดิ ตลาดบริการของประเทศคู่เจรจาอาเซียน ประเทศคู่เจรจาอาเซยี นผูกพันเปดิ ตลาดสาขาบริการเพ่มิ เติมจากความตกลงทีอ่ าเซยี นและไทย เป็นภาคอี ยู่ ดังน้ี ประเทศ ตัวอยา่ งสาขาบริการ จีน - บรกิ ารซ่อมและบารุงอุปกรณส์ านักงานรวมถึงคอมพวิ เตอร์ - บริการเช่า/เช่าซ้ือโดยไม่มีผู้ดาเนินงาน ท่ีเกี่ยวกับเรือ อากาศยาน อุปกรณ์ขนส่งอื่นๆ เคร่อื งใชแ้ ละอปุ กรณ์อนื่ ๆ - บรกิ ารซอ่ มและบารุงรกั ษาของใช้สว่ นตัว/ของใช้ภายในบา้ น/มอเตอร์ไซค/์ สโนว์โมบิล - บรกิ ารด้านสงั คมสาหรับผสู้ ูงอายุ - บริการตรวจสอบสนิ ค้าทข่ี นสง่ เกาหลี - บริการเชา่ /เช่าซือ้ โดยไม่มผี ู้ดาเนนิ การ - บรกิ ารดา้ นการรักษาความปลอดภยั - บรกิ ารพสั ดุ - บริการดา้ นการศึกษาผใู้ หญ่ - บริการเกมสอ์ อนไลน์ - บรกิ ารใหเชาเรอื พรอมคนประจาเรือภายในประเทศ บริการเรอื ลากจงู ภายในประเทศ - บริการซ่อมและบารุงรักษาอากาศยาน - บริการซ่อมและบารุงรักษาราง บริการทีเ่ กย่ี วเน่อื งกบั การขนส่งทางราง ญี่ปนุ่ - บริการขนสง่ ทางอากาศ อาทิ งานบรกิ ารภาคพนื้ ดนิ - การให้บริการอุตสาหรรมทางอวกาศ (ยกเว้น บริการขนส่งทางอวกาศ บริการซ่อมแซม และบารุง) ออสเตรเลีย - บริการดา้ นการวิจัยและพัฒนา - บริการทดสอบและวเิ คระห์ทางเทคนิค บรกิ ารซอ่ มและบารงุ รกั ษาอุปกรณ์ บริการบรรจภุ ณั ฑ์ - บรกิ ารไปรษณยี ์ - บรกิ ารดา้ นการศึกษาผู้ใหญ่ - บรกิ ารโรงพยาบาล - บริการมัคคุเทศก์ - บรกิ ารดา้ นบันเทงิ 8 ภายใต้ AFAS ชุดที่ 9 ไทยผูกพันบรกิ ารศกึ ษาระดบั อดุ มศึกษา: คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ประเทศ - 38 - นวิ ซแี ลนด์ ตวั อยา่ งสาขาบริการ - บริหารจดั หาและสรรหาบคุ ลากร - บรกิ ารเสริมของการขนส่งทางอากาศ อาทิ บริการซ่อมและบารุงรักษาอากาศยาน บริการ คลังสินค้า บริการสัมภาระ บริการบริหารจัดการสนามบิน บริการตัวแทนจัดเก็บสินค้า บรกิ ารลานจอดในอากาศยาน และบริการสนบั สนนุ อน่ื ๆ เพ่อื การขนสง่ ทางอากาศ (ยกเว้นท่ี เกยี่ วกับการปอ้ งกันและการดับเพลงิ ) ภาคผนวก 3 ตารางขอ้ สงวนและมาตรการท่ไี ม่สอดคลอ้ งกับพันธกรณีสาหรบั บริการและการลงทุน 3.1 การเปดิ เสรีการลงทุนของไทย 3.1.1 ไทยเปดิ เสรีใหแ้ ก่นักลงทุนของภาคีในการประกอบธุรกิจในสาขาย่อยต่าง ๆ ภายใต้ ๔ สาขาที่ ไม่ใช่บริการ (non-service sectors) ได้แก่ การเกษตร ประมง เหมืองแร่ และการผลิต โดยไม่เปิดเสรีป่าไม้ใน ความตกลงฉบับนี้ โดยไทยไดร้ ะบุให้นกั ลงทนุ ของภาคีสามารถเข้ามาลงทุนและถือหุน้ ได้ ดงั นี้ 1) ไม่เกินร้อยละ 49 – สาขาการเกษตร 2 สาขาย่อย (การเพาะพันธุ์เมล็ดหัวหอมใหญ่ และ การเล้ียงโค กระบือ ม้า แพะ แกะ) สาขาเหมืองแร่ 2 สาขาย่อย (การทาเหมืองหินอ่อนและการผลิตน้ามันและ กา๊ ซ โดยตอ้ งได้รบั สมั ปทานจากรฐั บาล) 2) ไม่เกินร้อยละ 51 - สาขาประมง 2 สาขาย่อย (การเพาะเลี้ยงปลาทูน่าในกระชังน้าลึก และกุ้งมงั กร 6 สายพันธ์ุ) 3) ร้อยละ 100 – สาขาการผลิต 23 สาขาย่อย ได้แก่ การผลิตรถยนต์ ส่ิงทอ (ยกเว้นผ้า ไหม) ผลิตภัณฑพ์ ลาสติก อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สานักงาน โทรทัศน์ วิทยุและเครื่องรับ การผลิตหุ่นยนต์ สาหรับอุตสาหกรรม การผลิตอุปกรณ์เคเบิ้ลและลวดที่หุ้มฉนวน การผลิตอุปกรณ์สาหรับต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ และการผลิตผลติ ภัณฑจ์ ากนม แปง้ และผลิตภณั ฑจ์ ากแปง้ มกั กะโรนี และอาหารแปรรปู 3.1.2 ไทยได้สงวนมาตรการต่าง ๆ เพ่ือให้ไทยยังคงใช้มาตรการเหล่าน้ันได้ หรืออาจมีการปรับใน อนาคต เชน่ 1) มาตรการทเ่ี ปน็ ไปเพื่อความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศตามรัฐธรรมนูญ 2) มาตรการในเร่ือง การถือครองและการใช้ที่ดิน 3) มาตรการระดับท้องถ่ิน 4) มาตรการที่เก่ียวข้องกับการลงทุนในรูปแบบ หลกั ทรัพย์ (Portfolio Investment) 5) มาตรการเพื่อป้องกันความผันผวนของค่าเงิน 6) มาตรการเก่ียวข้องกับ ชนกลุ่มน้อย 7) สาขาการลงทุนใหม่ ๆ 8) มาตรการภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ในเรื่อง (1) ความมั่นคงและปลอดภัย และ (2) การขอรับใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองและการ กาหนดเงนิ ทุนขั้นต่าในการประกอบธุรกิจ 9) การกาหนดให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและ 10) การลงทุนในภาค บรกิ าร นอกจากนี้ ไทยสงวนสิทธิในการปรับเพิ่ม แก้ไข มาตรการในรายการข้อสงวนด้านการลงทุนของไทยได้ใน ระยะเวลา 2 ปี นับจากวันท่ีความตกลงมีผลใช้บังคับกับรายการข้อสงวนของไทย โดยมาตรการดังกล่าวเป็น มาตรการท่มี อี ย่ใู นวันทค่ี วามตกลงฉบบั น้ีมผี ลใชบ้ ังคับ 3.1.3 (๑) ไทยผูกพัน Ratchet โดยจะมีผลผูกพันในอีก 5 ปี หลังจากความตกลงมีผลใช้บังคับ ใน 11 สาขาย่อย อาทิ การผลิตไพ่ การผลิตบุหรี่ การเพาะพันธุ์เมล็ดหัวหอมใหญ่ การเล้ียงโค กระบือ ม้า แพะ แกะ ทั้งนี้ หากไม่มีการแก้ไขมาตรการดังกล่าวในอนาคต เท่ากับว่า ไทยได้ผูกพันเท่ากับมาตรการหรือกฎหมาย ปัจจุบันโดยไม่ได้มีการผูกพันเพิ่มข้ึนแต่อย่างใด และ (๒) ไทยผูกพัน MFN สาหรับความตกลงที่ไทยจัดทา ในอนาคต ใน 3 สาขา คือ การเกษตร (เฉพาะปศุสัตว์) การผลิต และเหมืองแร่ ทั้งนี้ ไทยไม่ขยายสิทธิ MFN สาหรับความตกลงที่ไทยมีอยใู่ นปัจจุบนั และความตกลงท่ีไทยจะจัดทาในอนาคตในสาขาการเกษตร (ยกเว้นสาขา ปศุสัตว์) ประมง และป่าไม้ โดยไม่รวมการให้สิทธิประโยชน์ที่ดีกว่าทั้งในความตกลงระหว่างประเทศสมาชิก อาเซียนดว้ ยกนั และความตกลงในกรอบอาเซยี นทง้ั ที่มอี ยู่ในปจั จุบนั และความตกลงในอนาคต

- 39 - 3.2 การเปิดเสรีการลงทุนของประเทศคู่เจรจาอาเซยี นท่ีระบุในรายการข้อสงวนดา้ นการลงทุน ประเทศคู่เจรจาอาเซยี นมีการเปดิ เสรีการลงทุนเพิม่ เติมจากความตกลงท่ีไทยเป็นภาคดี ว้ ยอยแู่ ล้ว ดงั นี้ ประเทศ ตัวอยา่ งข้อผูกพันด้านการลงทุน จนี - สาขาเกษตร ป่าไม้ และการผลติ (ยกเวน้ รถยนต์ และยา) เกาหลี - สาขาเกษตร (ยกเวน้ การปลูกขา้ ว และฟารม์ ปศุสตั ว์) ป่าไม้ เหมอื งแร่ และการผลติ (ยกเว้น อาวธุ หนังสอื พมิ พ์ เคร่ืองดมื่ แอลกอฮอล์) ญี่ปนุ่ - สาขาเกษตร การผลติ (ยกเว้นธนบตั ร เหรยี ญกษาปณ์ ยาสบู ) ออสเตรเลยี - สาขาเกษตร ประมง ปา่ ไม้ นวิ ซแี ลนด์ - สาขาเหมอื งแร่ ปา่ ไม้ ภาคผนวก 4 ตารางข้อผูกพนั เฉพาะในการเคลอื่ นย้ายชวั่ คราวของบคุ คลธรรมดา  ในการผูกพันการเคล่ือนย้ายช่ัวคราวของบุคคลธรรมดา ไทยอนุญาตเฉพาะบุคคลธรรมดา 2 ประเภท ไดแ้ ก่ 1) ผเู้ ย่ยี มเยือนทางธุรกจิ (Business Visitor) โดยอนุญาตใหเ้ ขา้ มาพานักในไทยได้ไม่เกิน 90 วัน และ 2) ผู้โอนย้ายภายในบริษัท (Intra-Corporate Transferee) ในระดับผู้จัดการ ผู้บริหาร และผู้เช่ียวชาญ โดยอนญุ าตให้เข้ามาพานักในไทย คร้ังแรกไม่เกิน 1 ปี และอาจขยายเวลาได้ไม่เกิน 3 ครั้ง คร้ังละ 1 ปี สาหรับ สาขาบริการที่อนุญาตดังกล่าว อาทิ บริการให้คาปรึกษาเกี่ยวกับการติดต้ังอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ บริการข้อมูล ออนไลน์และการสืบค้นฐานข้อมูล บริการงานก่อสร้างด้านอาคาร บริการคุ้มครองส่ิงแวดล้อมและลดปัญหา สิ่งแวดล้อม บริการประกันชีวิต การให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซ่ิงทางการเงิน บริการโรงแรมท่ีพัก บริการขนส่ง ผโู้ ดยสาร บริการเก็บสินคา้ และคลังสนิ ค้าสาหรบั การขนส่งทางทะเล ***************************

ความตกลงห้นุ สว่ นทางเศรษฐกจิ ระดบั ภมู ิภาค (อาร์เซป็ )


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook