Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เรื่องด่วน

เรื่องด่วน

Published by agenda.ebook, 2022-02-18 06:09:58

Description: เรื่องด่วน การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 10 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566

Search

Read the Text Version

-6-  พรรคชาตพิ ัฒนา  พรรคชาติไทยพัฒนา  พรรคอนาคตไทย  พรรคภมู ใิ จไทย  พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย  พรรคประชาสามคั คี  พรรคประชาธิปไตยใหม่  พรรคพลังชล  พรรคครูไทยเพื่อประชาชน  พรรคพลงั สหกรณ์  พรรคพลังท้องถนิ่ ไทย  พรรคถ่ินกาขาวชาววิไล  พรรครกั ษผ์ ืนป่าประเทศไทย  พรรคไทรกั ธรรม  พรรคเสรีรวมไทย  พรรครักษธ์ รรม  พรรคเพอ่ื ชาติ  พรรคพลงั ประชาธปิ ไตย  พรรคภราดรภาพ  พรรคพลังไทยรักชาติ  พรรคเพื่อชีวิตใหม่  พรรคก้าวไกล  พรรคทางเลอื กใหม่  พรรคมตปิ ระชา  พรรคประชาภวิ ัฒน์  พรรคพลเมอื งไทย  พรรคสรา้ งอนาคตไทย  พรรคพลังธรรมใหม่  พรรคไทยธรรม  พรรคไทยศรีวิไลย์  พรรครวมพลังประชาชาตไิ ทย  พรรคสยามพัฒนา  พรรคเพอื่ คนไทย  พรรคพลงั ปวงชนไทย

-7-  พรรคเพอ่ื ชาติไทย  พรรคพลงั ชาติไทย  พรรคประชาชาติ  พรรคแผ่นดินธรรม  พรรคคลองไทย  พรรคพลงั ประชารัฐ  พรรคเศรษฐกิจใหม่  พรรคพลังสงั คม  พรรคเพื่อราษฎร  พรรคพลังศรัทธา  พรรคเปน็ ธรรม  พรรคพลงั เพื่อไทย  พรรคประชาไทย  พรรคกรีน  พรรคสามัญชน  พรรคภาคเี ครือข่ายไทย  พรรคราชสีหไ์ ทยดี  พรรคเพอ่ื ไทยพฒั นา  พรรคพฒั นาชาตเิ จรญิ  พรรคคนงานไทย  พรรคสรา้ งชาติ  พรรคเพอื่ อนาคตไทย  พรรคเศรษฐกิจไทย  พรรคเส้นทางใหม่  พรรคกา้ วใหม่  พรรคไทยรวมไทย  พรรคกล้า  พรรครวมพลังคนร่นุ ใหม่  พรรคยุทธศาสตรช์ าติ  พรรคสหประชารัฐ  พรรคพลังสังคมใหม่  พรรคไทยสร้างไทย  พรรคมิติใหม่  พรรครวมไทยสรา้ งชาติ

-8-  พรรคมวลชนสยาม  พรรคเพ่อื ประชาชน  พรรคพลงั สยาม  พรรคไทยรักกัน  พรรคไทยภักดี  พรรคแนวทางใหม่  พรรคเสมอภาค  พรรคไทยชนะ  พรรคเพอ่ื ไทรวมพลัง  พรรคไทยสร้างสรรค์ ๕. สรปุ ผลการรับฟังความคิดเห็น ๕.๑ ข้อมูลทัว่ ไปผรู้ ่วมแสดงความคิดเหน็ จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th จานวน ๐ ราย จากการสง่ ประเดน็ ไปรบั ฟังผทู้ ่เี กย่ี วขอ้ งโดยตรง สว่ นราชการ หน่วยงานของรฐั องคก์ รเอกชน ที่ได้แสดงความคิดเห็นมี จานวน ๕ ราย ประกอบด้วย ๑. สานักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ๒. กระทรวงมหาดไทย ๓. พรรคการเมือง จานวน ๓ พรรคการเมอื ง ๕.๒ ผลการรับฟงั ผลการรับฟังผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th และจาก การสง่ ประเด็นไปรับฟงั ผ้ทู เ่ี กยี่ วข้องโดยตรง สรุปได้เปน็ รายประเด็นดังน้ี ๑. สมควรแก้ไขบทนิยามคาว่า “เขตเลือกต้ัง” เพ่ือให้สอดคล้องกับรูปแบบการเลือกตั้ง หรอื ไม่ สมควรแก้ไข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแกไ้ ข (พรรคเพือ่ ชาติ) เหน็ ด้วย เพือ่ ให้สอดคลอ้ งกับระบบการเลือกตั้งแบบใช้บตั รเลือกตัง้ ๒ ใบ (พรรคเพื่อไทย) ๒. สมควรแกไ้ ขเพ่ิมเติมมาตรา ๑๑ เพ่ือใหส้ อดคล้องกับจานวนสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร แบบแบง่ เขตเลอื กต้งั และแบบบญั ชรี ายชือ่ ท่ีเปลี่ยนแปลง หรอื ไม่ สมควรแก้ไขเพ่มิ เตมิ (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแกไ้ ข (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นด้วย เพื่อใหส้ อดคล้องกบั บทบัญญตั ิที่แก้ไขเพิม่ เติม (พรรคเพื่อไทย) ๓. สมควรแก้ไขเก่ยี วกับการยืน่ บัญชีรายชอื่ ของผู้สมัครแบบบัญชรี ายชื่อ หรอื ไม่ สมควรแกไ้ ข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพื่อชาติ)

-9- เหน็ ดว้ ย เพื่อใหเ้ กดิ ความชดั เจนและสอดคล้องกับบทบัญญตั ิมาตราอน่ื ๆ (พรรคเพอื่ ไทย) ๔. สมควรแก้ไขโดยเพม่ิ คณะกรรมการประจาหน่วยเลอื กต้ัง หรือไม่ สมควรแก้ไข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นด้วย เนื่องจากใช้บัตรเลือกต้ัง ๒ ใบ ต้องแยกนับคะแนนแบบแบ่งเขตและแบบบัญชี รายชอ่ื ออกจากกนั จาเปน็ ตอ้ งเพิ่มกรรมการประจาหนว่ ย (พรรคเพอ่ื ไทย) ๕. สมควรแก้ไขหลักเกณฑ์การคานวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และการแบง่ เขต หรอื ไม่ สมควรแก้ไข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพ่อื ชาติ) เหน็ ดว้ ย เพือ่ ใหส้ อดคล้องกบั บทบญั ญัติของรฐั ธรรมนูญที่แก้ไขเพ่ิมเติม (พรรคเพ่อื ไทย) ๖. สมควรกาหนดใหก้ ารออกเสียงลงคะแนนใชเ้ ขตเลือกตงั้ และท่เี ลือกต้ังของการเลือกตั้ง แบบแบง่ เขต หรือไม่ สมควรกาหนด (กระทรวงมหาดไทย) สมควร (พรรคเพอ่ื ชาติ) เห็นด้วย เน่ืองจากกฎหมายกาหนดให้การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อใช้เขต ประเทศเป็นเขต เลอื กตั้ง การกาหนดใหใ้ ช้เขตเลือกตัง้ และที่เลอื กตั้งของการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตใช้กับการออกเสียงลงคะแนน บญั ชรี ายชื่อดว้ ย ทาใหเ้ กิดความชัดเจน (พรรคเพอ่ื ไทย) ๗. สมควรแกไ้ ขเก่ียวกับการแจ้งรายช่ือผมู้ ีสิทธเิ ลอื กตั้ง หรอื ไม่ สมควรแกไ้ ข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นด้วย เพื่อจะทาให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังทราบถึงสิทธิของตน และตรวจสอบสิทธิ ของตนก่อน การออกเสียงลงคะแนน โดยไม่ต้องระบุเลขประจาตัวประชาชน เพ่ือมิให้บุคคลภายนอกทราบ ข้อมูล (พรรค เพือ่ ไทย) ๘. สมควรแก้ไขเก่ียวกับหมายเลขที่จะใช้ออกเสียงลงคะแนนแบบบัญชีรายชื่อและแบบ แบง่ เขตเลือกตั้งเพ่อื ใหใ้ ช้หมายเลขเดยี วกัน หรือไม่ สมควรแกไ้ ข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพอ่ื ชาติ) เห็นด้วย เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ความสะดวกของ ผู้มีสิทธิ เลือกตั้งในการออกเสียงลงคะแนน และความสะดวกของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการ เลือกตั้ง (พรรคเพอื่ ไทย) ๙. สมควรแก้ไขกรณีมีการเลือกต้ังใหม่ก่อนประกาศผลการเลือกต้ัง เนื่องจากผู้ท่ีได้ คะแนนในลาดับท่ีจะได้รับเลือกต้ังเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกต้ัง โดยตัดเร่ืองการคานวณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชอื่ ออก หรือไม่

- 10 - สมควรแก้ไข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นด้วย เพ่ือให้สอดคล้องกับระบบการเลือกต้ังและการคานวณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชรี ายช่อื ท่ีแยกจากการคานวณคะแนนจากการเลือกต้งั แบบแบง่ เขต (พรรคเพ่อื ไทย) ๑๐. สมควรแก้ไขกรณีพบเหตุการกระทาตามมาตรา ๕๓ หลงั ประกาศผลการเลอื กต้ังโดย ตดั เร่ืองการคานวณสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบบัญชีรายช่อื ออก หรือไม่ สมควรแกไ้ ข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแกไ้ ข (พรรคเพอ่ื ชาติ) เห็นด้วย เพอื่ ให้สอดคล้องกับระบบการเลือกต้ังแบบใชบ้ ัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ ที่แยกการคานวณ คะแนนออกจากกนั (พรรคเพือ่ ไทย) ๑๑. สมควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๖ เพื่อให้สอดคล้องกับจานวนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบแบง่ เขตเลือกตง้ั และแบบบญั ชีรายชือ่ ทีเ่ ปลี่ยนแปลง หรอื ไม่ สมควรเพิม่ เตมิ สว่ นที่ ๓/๑ มาตรา ๖/๑ และมาตรา ๖/๒ (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพ่อื ชาติ) เห็นดว้ ย เพ่อื ใหส้ อดคล้องกบั บทบญั ญัตขิ องรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพม่ิ เติม (พรรคเพือ่ ไทย) ๑๒.สมควรเพิ่มความเป็นส่วนที่ ๓/๑ มาตรา ๖๑/๑ มาตรา ๖๑/๒ และมาตรา ๖๑/๓ หมายเลขท่จี ะใชอ้ อกเสียงลงคะแนนแบบบญั ชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลอื กต้ัง หรอื ไม่ สมควรแกไ้ ข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรเพม่ิ (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นด้วย เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเลือกต้ังและความเป็นธรรมแก่ทุก พรรคการเมือง (พรรคเพ่อื ไทย) ๑๓.สมควรแกไ้ ขเพม่ิ เตมิ มาตรา ๗๓ เพ่อื ให้สอดคลอ้ งกบั รูปแบบการเลอื กตง้ั หรือไม่ สมควรแกไ้ ขเพิม่ เติม (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพือ่ ชาติ) เหน็ ด้วย เพอื่ ให้สอดคล้องกับระบบการเลือกต้ังแบบใหมท่ ่ีใช้บัตรเลือกต้ัง ๒ ใบ (พรรคเพื่อไทย) ๑๔. สมควรกาหนดให้การออกเสียงลงคะแนนให้ใช้บัตรเลือกต้ังสองใบแยกเป็นบัตร เลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตัง้ และบัตรเลือกต้ังแบบบัญชีรายชอ่ื หรือไม่ สมควรกาหนด (กระทรวงมหาดไทย) สมควร (พรรคเพ่อื ชาติ) เห็นดว้ ย เพื่อใหส้ อดคลอ้ งกบั บทบญั ญัติของรฐั ธรรมนูญที่แก้ไขเพิม่ เติม (พรรคเพ่ือไทย) ๑๕. สมควรกาหนดวิธีการออกเสียงลงคะแนนให้ทาเคร่ืองหมายกากบาท แยกตาม ประเภทของบตั รเลือกตง้ั หรอื ไม่ สมควรกาหนด (กระทรวงมหาดไทย) สมควร (พรรคเพอื่ ชาติ)

- 11 - เห็นด้วย เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั บทบัญญตั ิของรฐั ธรรมนญู ที่แก้ไขเพ่มิ เติม (พรรคเพ่ือไทย) ๑๖. สมควรกาหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังนาบัตรท่ีลงคะแนนแล้วใส่ลงในหีบบัตรตาม ประเภทของบตั รเลอื กตง้ั หรือไม่ สมควรกาหนด (กระทรวงมหาดไทย) สมควร (พรรคเพ่อื ชาติ) เห็นด้วย เพราะการนับคะแนนจะต้องแยกนับระหว่างบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบ บญั ชรี ายชอ่ื (พรรคเพอ่ื ไทย) ๑๗. สมควรแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙๙ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ หรอื ไม่ สมควรแก้ไขเพ่มิ เตมิ (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพอื่ ชาติ) เหน็ ดว้ ย เพ่อื ใหก้ ฎหมายสอดคล้องตอ้ งกัน (พรรคเพือ่ ไทย) ๑๘. สมควรแก้ไขเพ่ิมเติมมาตรา ๑๑๗ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ หรอื ไม่ สมควรแกไ้ ขเพิม่ เติม (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพอ่ื ชาติ) เหน็ ดว้ ย เพื่อใหก้ ฎหมายสอดคล้องตอ้ งกนั (พรรคเพอื่ ไทย) ๑๙. สมควรแก้ไขเกี่ยวกับบัตรดีบัตรเสีย เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้บัตรเลือกต้ังสองใบ หรือไม่ สมควรแก้ไข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแกไ้ ข (พรรคเพ่ือชาติ) เห็นดว้ ย เพอ่ื ใหก้ ฎหมายสอดคลอ้ งต้องกนั (พรรคเพือ่ ไทย) ๒๐. สมควรแกไ้ ขกรณีผลการนับคะแนนไม่ตรงกับจานวนบตั รเลอื กต้ังที่ออกเสยี ง หรือไม่ สมควรแก้ไข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแกไ้ ข (พรรคเพื่อชาติ) เห็นดว้ ย เพื่อให้การนับคะแนนเป็นไปโดยถกู ตอ้ งเปน็ ธรรม (พรรคเพ่ือไทย) ๒๑. สมควรแก้ไขเกี่ยวกับการรวมผลคะแนน การประกาศผลการรวมคะแนน เพ่ือให้ สอดคล้องกับการใช้บัตรเลือกต้งั สองใบ หรือไม่ สมควรแก้ไข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพอื่ ชาติ) เห็นด้วย เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีข้ันตอน ปฏิบัติท่ีชัดเจน (พรรคเพอื่ ไทย)

- 12 - ๒๒. สมควรแก้ไขกรณมี ีการเลือกต้ังใหม่เนื่องจากไม่มีผู้สมัครรายใดได้รบั เลือกต้ัง โดยตัด เรื่องการคานวณสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชื่อออก หรอื ไม่ สมควรแกไ้ ข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นด้วย เพราะระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ได้แยกการคิดคะแนนแบบแบ่งเขต เลือกต้ังและ แบบบัญชีรายช่ือออกจากกัน (พรรคเพอ่ื ไทย) ๒๓. สมควรแก้ไขกาหนดวิธีการคานวณสัดส่วนจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชีรายชือ่ ใหส้ อดคล้องกบั รฐั ธรรมนญู และการใชบ้ ัตรเลือกตง้ั สองใบ หรอื ไม่ สมควรแก้ไข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพ่ือชาติ) เห็นด้วย เพอ่ื ให้สอดคลอ้ งกบั บทบัญญัติของรฐั ธรรมนญู ที่แก้ไขเพิม่ เติม (พรรคเพ่ือไทย) ๒๔. สมควรแก้ไขข้อกาหนดกาหนดเร่ืองการประกาศผลการเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือ หรือไม่ สมควรแกไ้ ข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแกไ้ ข (พรรคเพอ่ื ชาติ) เห็นด้วย เพ่ือให้เป็นไปตามขั้นตอนของการเลือกตั้งและการประกาศผลการเลือกตั้ง (พรรค เพอ่ื ไทย) ๒๕. สมควรแกไ้ ขวธิ ีการคานวณสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชอ่ื ท่เี ปลย่ี นแปลง หรอื ไม่ สมควรแกไ้ ข (กระทรวงมหาดไทย) สมควรแก้ไข (พรรคเพอื่ ชาติ) เหน็ ดว้ ย เพอ่ื ให้สอดคล้องกบั ระบบเลือกต้ังแบบใหม่ท่ีใช้บตั รเลือกต้ัง ๒ ใบ (พรรคเพอื่ ไทย) ๒๖. สมควรยกเลกิ มาตรา ๑๓๑ หรอื ไม่ สมควรยกเลกิ (กระทรวงมหาดไทย) สมควรยกเลิก (พรรคเพื่อชาติ) เห็นดว้ ย เนือ่ งจากไม่มีความจาเปน็ ตอ้ งบญั ญัติไว้ (พรรคเพอ่ื ไทย) ๒๗. สมควรยกเลิกเก่ียวกับการดาเนนิ การกรณีการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยง ธรรม กอ่ นประกาศผลการเลอื กต้ัง หรือไม่ สมควรยกเลกิ และแกไ้ ขใหม่ (กระทรวงมหาดไทย) สมควรยกเลกิ (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นด้วย กับการเปล่ียนแปลงหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๑๓๒ เพ่ือให้อานาจคณะกรรมการการ เลือกตั้งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ หรือการให้คะแนนเสียงท่ีลงให้พรรคการเมืองใดเป็นบัตรเสียและไม่

- 13 - นับเป็นคะแนนของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองท่ีทาให้การเลือกต้ังมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม (พรรค เพอ่ื ไทย) ๒๘. ข้อคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี) ไม่มขี อ้ เสนอแนะแต่ประการใด (สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรเลือกตงั้ ) ร่างมาตรา ๑๒ เห็นด้วยท่ีเม่ือมีการเพิกถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ภายใน ๑ ปี ท่ีปกปิดหรือแจ้งข้อความเท็จ ทาให้การเลือกต้ังมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม ไม่ต้อง คานวณสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรบญั ชีรายช่อื ใหม่ ร่างมาตรา ๑๔ เห็นด้วยกับการท่ีให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตและ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชือ่ ใช้หมายเลขประจาตวั ผ้สู มัครเดยี วกนั ทั้งประเทศ เพ่ือใหป้ ระชาชนผู้ มสี ิทธเิ ลือกต้ังไม่สบั สนในการเลือกต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรแบบแบ่งเขตและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชรี ายช่ือ ร่างมาตรา ๒๔ เห็นด้วยที่ยังให้นาคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อในเขต เลือกตั้งท่ีไม่มีผู้สมัครรายใดไดร้ ับคะแนนเสยี งมากกวา่ คะแนนเสยี งที่ไม่เลอื กผู้ใดเป็นสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ในเขตเลอื กตัง้ นัน้ มาคานวณสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรบญั ชีรายชือ่ ร่างมาตรา ๒๕ เห็นด้วยกับการคานวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่อื โดยให้นา ผลรวมคะแนนทุกพรรคการเมืองที่ได้รับทั้งประเทศหารด้วยหน่ึงร้อย ผลลัพธ์ที่ได้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อ สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎรแบบบัญชรี ายช่ือหนงึ่ คน แต่ถ้าได้จานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือไม่ครบ ๑๐๐ คน ให้เลือกสมาชิก ของพรรคที่ไดค้ ะแนนเศษมากที่สดุ ขึ้นมาเปน็ สมาชิกฯ จนครบ ๑๐๐ คน (พรรคพลงั ปวงชนไทย) ส่วนที่ ๓ รายงานผลการวเิ คราะห์ผลกระทบอนั เกดิ จากรา่ งพระราชบัญญตั ิ ๑. ความเป็นมา สภาพปัญหา ความจาเป็นท่ีจะต้องตราพระราชบญั ญัติ โดยท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๖๔ กาหนดให้มสี มาชกิ สภาผู้แทนราษฎรจานวนหา้ ร้อยคนซ่ึงมาจากการเลอื กต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนสี่ร้อย คนและมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือจานวนหนึ่งร้อยคน โดยใช้บัตรเลือกต้ังแบบละหน่ึงใบ และ เปลย่ี นแปลงหลักเกณฑ์การคานวณจานวนสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชีรายชอื่ ท่ีแต่ละพรรคการเมืองจะ ได้รับให้เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์กันโดยตรงกับจานวนคะแนนรวมท่ีแต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกต้ังรวมกันท้ัง ประเทศ และกาหนดให้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชรี ายชอ่ื การออกเสียงลงคะแนน การนบั คะแนนการรวมคะแนน การประกาศผลการเลือกตั้ง และการอื่น ที่เก่ียวข้องให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสอดคล้องกับบทบัญญัติของ รฐั ธรรมนูญ ๒. ความสอดคล้องของร่างพระราชบัญญัติ

- 14 - รา่ งพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... มีความสอดคลอ้ งกบั รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบั ท่ี ๑) พุทธศักราช ๒๕๖๔ และพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ๓. ประโยชน์ที่ประชาชนและสังคมจะไดร้ บั เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับจะส่งผลให้เกิดการเปล่ียนแปลง หลกั เกณฑ์การคานวณจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือท่ีแต่ละพรรคการเมืองจะไดร้ ับให้เป็น สดั ส่วนที่สมั พันธก์ ันโดยตรงกบั จานวนคะแนนรวมท่แี ต่ละพรรคการเมืองได้รับเลือกตั้งรวมกันทั้งประเทศ ๔. ความสัมพนั ธ์หรือความใกล้เคยี งกบั กฎหมายอ่ืน รา่ งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีความสอดคลอ้ งกบั พระราชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ๕. ผลกระทบโดยรวมทอ่ี าจเกิดขนึ้ จากกฎหมาย ผลกระทบอน่ื ทสี่ าคญั การเปลี่ยนแปลงรูปแบบบัตรเลือกตั้งและกาหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวอันเป็นการ ยอ้ นกลับไปใช้รปู แบบเดิมเม่ือประกาศใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการเลือกตั้งฯ ปี ๒๕๕๔ อาจทา ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกิดความสับสนในการใช้สิทธิเลือกต้ังได้ ดังนั้น สานักงานคณะกรรมการการ เลอื กตั้งและสว่ นราชการอ่นื ที่มหี น้าทเี่ ก่ยี วกับการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งต้องเร่งเสริมสร้าง ความรคู้ วามเข้าใจเพ่ือให้ประชาชนผู้มสี ิทธิเลือกตง้ั ไม่เกิดความสับสนในการไปใช้สิทธเิ ลือกต้ังอย่างคลอบคลุม ในทกุ เขตเลอื กตง้ั ๖. การกาหนดใหม้ ีระบบอนุญาต อนุมัติหรอื การใช้ดุลพินิจของเจา้ หนา้ ที่  มี  ไมม่ ี เหตุผลและความจาเปน็ กรณีมีเหตุท่ีผลการนับคะแนนปรากฏว่าจานวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจานวนบัตร เลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกต้ังประจาเขตเลือกตั้งสามารถพิจารณาสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือสั่งให้ ออกเสยี งลงคะแนนใหม่แบบแบ่งเขตเลือกต้งั หรือแบบบญั ชีรายชอ่ื แลว้ แต่กรณีในหน่วยเลือกตัง้ นั้น กรณีก่อนประกาศผลการเลือกต้ัง ถ้าคณะกรรมการสืบสวนหรือไต่สวนแล้วพบว่าผู้สมัคร กระทาผดิ กฎหมายเลือกต้ัง สมารถสัง่ ระงับสทิ ธิสมัครรบั เลือกต้ังของผู้สมัครท่ีกระทาการเช่นนน้ั ทุกรายไว้เป็น การช่วั คราว และสามารถยกเลกิ การเลอื กตงั้ และให้มกี ารเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกต้ังใหม่ ๗. การกาหนดให้มรี ะบบคณะกรรมการ  มี  ไม่มี เหตุผลและความจาเป็น เพ่ิมเติมให้มีคณะกรรมการประจาหน่วยเลือกต้ัง มีหน้าท่ีเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนน ใ น ท่ี เ ลื อ ก ตั้ ง แ ล ะ นั บ ค ะ แ น น ข อ ง ห น่ ว ย เ ลื อ ก ต้ั ง แ ต่ ล ะ แ ห่ ง เ พ่ื อ ส นั บ ส นุ น ก า ร เ ลื อ ก ต้ั ง ใ น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง คณะกรรมการเฉพาะกิจเทา่ นน้ั ๘. บทกาหนดโทษ  ไมม่ ี

- 15 -  โทษทางอาญา  โทษทางปกครอง  โทษปรับทางพนิ ยั  โทษอปุ กรณ์ เหตุผลและความจาเปน็ กรณีผู้สมัครหรือพรรคการเมืองได้กระทาการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง ให้ คณะกรรมการส่ังระงับสิทธสิ มัครรับเลือกตัง้ ของผู้สมคั รที่กระทาการเช่นนั้นทกุ รายไวเ้ ป็นการชั่วคราว ในกรณี ที่ผู้นั้นได้คะแนนอยู่ในลาดับท่ีจะได้รับการเลือกต้ัง ให้ยกเลิกการเลือกตั้งและให้มีการเลือกต้ังแบบแบ่งเขต เลือกตั้งใหม่ กรณผี สู้ มคั รกระทาการใด ๆ อนั เป็นการกระทาความผิดต่อกฎหมายเลือกต้งั ส่วนที่ ๔ การเปิดเผยรายงานผลการรับฟังความคิดเหน็ และรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบอนั เกดิ จาก รา่ งพระราชบญั ญตั ิ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร รั บ ฟั ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น แ ล ะ วิ เ ค ร า ะ ห์ ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ อ า จ เ กิ ด ข้ึ น จ า ก ร่ า ง พระราชบัญญตั ิท่ีเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไดเ้ ปิดเผยรายงานผลการรบั ฟังความ คิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิดจากร่างพระราชบัญญัติ ทางเว็บไซต์รัฐสภา www.parliament.go.th แลว้ ตัง้ แต่วันท่ี ๒ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๕ คณะกรรมการรับฟังความคดิ เห็นและวิเคราะห์ผลกระทบท่ีอาจเกิดขนึ้ จากร่างพระราชบัญญัติท่ีเสนอโดยสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สานกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร

































รายงานผลการรบั ฟังความคิดเห็นและรายงานผลการวเิ คราะห์ ผลกระทบทอ่ี าจเกดิ จากร่างพระราชบญั ญัติ ส่วนท่ี ๑ ข้อมูลพ้ืนฐานของร่างพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ ๑. รา่ งพระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยพรรคการเมือง (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... กฎหมายใหม่  แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ  ยกเลิก ๒. หลกั การและเหตุผล ๒.๑ หลักการ แกไ้ ขเพิม่ เตมิ พระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖ ๒.๒ เหตผุ ล โดยท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๖๔ กาหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจานวนห้าร้อยคน โดยมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวน สี่ร้อยคนและแบบบัญชีรายช่ือหน่ึงร้อยคน จึงต้องแก้ไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และโดยท่ีพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ มีบทบัญญัติบางประการที่เป็นอุปสรรคและจากัดเสรีภาพ ในการจัดต้ังพรรคการเมืองและการดาเนินกิจกรรมทางการเมืองของบุคคล บางเร่ืองเป็นภาระของพรรค การเมืองเกินสมควร ระยะเวลาที่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเร่ืองการจัดต้ังและเปล่ียนแปลงภายในพรรค การเมืองท่ีส้ันเกินไป ทาให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติแก่พรรคการเมือง การบังคับให้สมาชิกพรรคต้องชาระค่า บารุงพรรคไม่สอดคล้องกับเสรภี าพของบุคคลและมีปญั หาในทางปฏบิ ัติมาก การกาหนดเหตขุ องการยุบพรรค การเมืองท่ีมีมากเกินไป ทั้งที่การกระทาอันเป็นเหตุยุบพรรคน้ันกฎหมายกาหนดเป็นความผิดอาญาและความ รับผิดทางปกครองอยู่แล้ว จึงอาจมีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อยุบพรรคการเมืองได้ง่าย รวมถึง บทบัญญตั หิ ลายมาตราสมควรแก้ไขเพิ่มเติมเพอื่ ให้เกิดความชัดเจน จงึ จาเปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ิประกอบ รฐั ธรรมนูญน้ี ๓. ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ  ประชาชนเขา้ ช่ือเสนอกฎหมาย  สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร กับคณะ เปน็ ผู้เสนอ

-2- ส่วนท่ี ๒ การรับฟงั ความคิดเหน็ และสรุปผลการรับฟงั ความคดิ เห็น ๑. ข้อมูลประกอบการรับฟังความคิดเห็น โดยท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๖๔ กาหนดให้มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจานวนห้าร้อยคน โดยมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจานวนส่ีร้อยคนและ แบบบัญชีรายช่ือหน่ึงร้อยคน จึงต้องแก้ไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และโดยท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ย พรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ มีบทบัญญัติบางประการที่เป็นอุปสรรคและจากัดเสรีภาพในการจัดต้ังพรรค การเมืองและการดาเนินกิจกรรมทางการเมืองของบุคคล บางเรื่องเป็นภาระของพรรคการเมืองเกินสมควร ระยะเวลาที่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเร่ืองการจัดต้ังและเปลี่ยนแปลงภายในพรรคการเมืองท่ีสั้นเกินไป ทาให้เกิดปญั หาในทางปฏบิ ตั ิแก่พรรคการเมือง การบงั คบั ให้สมาชกิ พรรคต้องชาระค่าบารุงพรรคไมส่ อดคล้อง กับเสรีภาพของบุคคลและมีปัญหาในทางปฏิบัติมาก การกาหนดเหตุของการยุบพรรคการเมืองที่มีมากเกินไป ท้ังที่การกระทาอันเป็นเหตุยุบพรรคน้ันกฎหมายกาหนดเป็นความผิดอาญาและความรับผิดทางปกครองอยู่ แล้ว จึงอาจมีการใช้กฎหมายเปน็ เครอ่ื งมือเพ่ือยุบพรรคการเมืองได้ง่าย รวมถึงบทบัญญัติหลายมาตราสมควร แก้ไขเพิ่มเติมเพ่ือให้เกิดความชัดเจน จึงต้องแก้ไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังตอ่ ไปนี้ 1. ยกเลิก (๓) ของมาตรา ๙ เพื่อลดข้อจากัดหรือลักษณะต้องห้ามของบุคคลท่ีจะร่วมกันจัดต้ังพรรค การเมอื งหรอื เป็นสมาชิกพรรคการเมอื งลง (รา่ งมาตรา ๓) ๒. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา (๑๕) ของมาตรา ๑๕ เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกการบังคับให้สมาชิก พรรคต้องชาระค่าบารงุ พรรค (รา่ งมาตรา ๔) ๓. แก้ไขเพ่ิมเติมมาตรา ๑๕ วรรคสี่ โดยไม่บังคับให้พรรคการเมืองต้องเรียกเก็บค่าบารุงพรรคจาก สมาชกิ แต่ให้พรรคการเมอื งอาจเรียกเกบ็ ค่าบารงุ พรรคไดโ้ ดยกาหนดไวใ้ นข้อบังคับ (รา่ งมาตรา ๕) ๔. ยกเลิกวรรคห้าของมาตรา ๑๕ เพอ่ื ใหส้ อดคล้องกับการยกเลิกการบังคับให้สมาชิกพรรคต้องชาระ คา่ บารงุ พรรคการเมอื ง (รา่ งมาตรา ๖) ๕. แก้ไขเพ่ิมเติมวรรคสามและวรรคส่ีของมาตรา ๒๒ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะให้คณะ กรรมการบริหารพรรคพ้นจากตาแหน่งท้ังคณะโดยตัดเรื่องห้ามกรรมการบริหารพรรคที่พ้นจากตาแหน่งดารง ตาแหนง่ ในพรรคการเมอื งเปน็ เวลา ๒- ปีออก (ร่างมาตรา ๗) ๖. ยกเลิกวรรคหกของมาตรา ๒๒ ยกเลิกบทจากัดสิทธิของกรรมการบริหารพรรคการเมืองในกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนญู มีคาส่ังใหพ้ ้นจากตาแหน่ง (รา่ งมาตรา ๘) ๗. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗ วรรคหน่ึง กาหนดวันเริ่มต้นสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรค การเมืองและการส้นิ สมาชกิ ภาพ (รา่ งมาตรา ๙) ๘. เพ่ิมความเป็นวรรคสองของมาตรา ๒๘ กาหนดข้อยกเว้นไม่ให้ถือว่าเป็นการผ่าฝืนมาตรา ๒๘ วรรคหนงึ่ (รา่ งมาตรา ๑๑)

-3- ๙. ให้นาวรรคสองของมาตรา ๒๘ ท่ีแก้ไขเพิ่มเติมใหม่มาใช้กับการกระทาของบุคคลตามมาตรา ๒๔ ด้วย (ร่างมาตรา ๑๑) ๑๐. แก้ไขกาหนดเวลาการแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณีการจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง และการเปลีย่ นแปลงของสาขาพรรคการเมือง จากเดิมภายใน ๑๕ วัน เป็นภายใน ๓๐ วนั (รา่ งมาตรา ๑๒) ๑๑. แก้ไขเพม่ิ เติมวรรคสองของมาตรา ๓ โดยตัดหน้าทีข่ องสาขาพรรคการเมอื งที่ต้องดาเนินการตาม มาตรา ๒๓ ออก เพื่อให้สอดคล้องกบั การยกเลิกมาตรา ๒๓ (รา่ งมาตรา ๑๓) ๑๒. แก้ไขเพ่ิมเติมมาตรา ๓ โดยให้สาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจาจังหวัดมี เขตพ้ืนที่รับผิดชอบทั้งจังหวัด และการจัดต้ังตัวแทนพรรคประจาจังหวัดต้องมีสมาชิกเกิน ๑๐๐ คนรวมกันใน ทุกเขตเลือกต้ังและการจัดต้ังตัวแทนพรรคประจาจังหวัดให้เป็นดุลพินิจของพรรคการเมืองโดยแต่งต้ังในเขต เลือกต้ังของจังหวัดที่ไมได้เป็นท่ีต้ังของสาขาพรรคการเมืองและเพิ่ มระยะการแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง ประจาจงั หวดั ตอ่ นายทะเบียนพรรคการเมอื งจาก ๑๕ วนั เปน็ ๓๐ วัน (ร่างมาตรา ๑๔) ๑๓. แก้ไขเพม่ิ เตมิ วรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๓๘ เกย่ี วกับระยะเวลาการแจ้งมติของที่ประชุม ใหญ่ และการแจ้งการเปลย่ี นแปลงกรรมการบรหิ ารพรรคการเมือง จากเดิมภายใน ๑๕ วัน เปน็ ภายใน ๓๐ วัน (รา่ งมาตรา ๑๕) ๑๔. แก้ไขเพ่ิมเติมวรรคสามของมาตรา ๔๓ เกี่ยวกับระยะเวลาการส่งรายงานการดาเนินกิจการทาง การเมืองตอ่ นายทะเบียน จาก ๑๕ วนั เปน็ ๓๐ วัน (รา่ งมาตรา ๑๖) ๑๕. เพ่ิมความเป็นวรรคสองของมาตรา ๔๕ กาหนดข้อยกเว้นท่ีไม่ให้ถือว่าเป็นการกระทาท่ีฝ่าฝืน มาตรา ๔๕ วรรคหน่ึง (ร่างมาตรา ๑๗) ๑๖. แก้ไขเพ่ิมเติมมาตรา ๔๗ เพื่อให้พรรคการเมืองท่ีมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจา จงั หวดั ในจงั หวดั ใดสามารถส่งผูส้ มัครไดท้ กุ เขตเลอื กต้ังในจงั หวดั น้ัน (ร่างมาตรา ๑๘) ๑๗. ยกเลิกความใน (๒) (๔) (๕) ของมาตรา ๕0 เพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกับจานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (รา่ งมาตรา ๑๙) ๑๘. ยกเลิกมาตรา ๕๗ ท่ีกาหนดรายการท่ีจะต้องแสดงในการกาหนดนโยบายของพรรคการเมือง เนอื่ งจากไม่มคี วามจาเป็นและไม่อาจปฏิบตั ไิ ด้จรงิ (รา่ งมาตรา ๒๐) ๑๙. แก้ไขเพ่ิมเติมวรรคสองของมาตรา ๕๘ โดยตัดเรื่องที่กาหนดให้หัวหน้าสาขาหรือตัวแทนพรรค ประจาจังหวัดท่ีต้องจัดทาบัญชีรายช่ือและท่ีอยู่ของสมาชิก เน่ืองจากเป็นความซ้าซ้อนกับข้อมูลในระบบ ฐานข้อมูลของพรรคการเมือง (ร่างมาตรา ๒๑) ๒๐. แก้ไขเพ่ิมเติมวรรคหน่ึงของมาตรา ๕๙ เพื่อแยกประเภทบัญชีของพรรคการเมืองให้ชัดเจนข้ึน (ร่างมาตรา ๒๒) ๒๑. ยกเลิกมาตรา ๖๘ เนื่องจากการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดมีกาหนดไว้แล้วและ การบังคับให้ผู้สมัครต้องแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังภายใน ๗ วัน เป็นภาระกับทั้งผู้สมัครและ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซง่ึ ไม่มคี วามจาเป็น (รา่ งมาตรา ๒๓)

-4- ๒๒. แก้ไขเพ่ิมเติมวรรคสองของมาตรา ๘๐ โดยให้ผู้แทนพรรคการเมือง ทั้งท่ีมีสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและไม่มีสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรเป็นกรรมการกองทนุ เพ่ือพัฒนาพรรคการเมืองดว้ ย (ร่างมาตรา ๒๔) ๒.๒๕ แก้ไขเพ่ิมเติม (๗) ของมาตรา ๙๑ กาหนดให้ชัดเจนเก่ียวกับการเลิกพรรคการเมืองตามข้อบังคับ โดย ตอ้ งผ่านความเหน็ ชอบโดยมตเิ อกฉนั ทข์ องทปี่ ระชุมใหญ่พรรคการเมืองด้วย (รา่ งมาตรา ๒๕) ๒๓. ยกเลิก (๓) ของมาตรา ๙๒ เก่ยี วกบั บทบัญญัตทิ ่เี ปน็ เหตใุ ห้ยบุ พรรคการเมอื ง (รา่ งมาตรา ๒๖) ๒๔. แกไ้ ขเพม่ิ เติมวรรคสอง ของมาตรา ๙๒ กรณีทศ่ี าลรฐั ธรรมนญู จะมีคาส่ังยบุ พรรคการเมืองต้องมี หลกั ฐานโดยปราศจากข้อสงสัย (ร่างมาตรา ๒๗) ๒. ผ้เู กี่ยวขอ้ งทไี่ ด้รับหรอื อาจได้รับผลกระทบจากรา่ งพระราชบญั ญัติ ๑. พรรคการเมือง ตวั แทนพรรคการเมืองประจาจังหวัดและสมาชิกพรรคการเมอื ง ๒. คณะกรรมการการเลอื กตัง้ ๓. ศาลรัฐธรรมนูญ ๓. ประเดน็ การรับฟงั ความคิดเหน็ ๑. สมควรลดข้อจากัดหรือลักษณะต้องห้ามของบุคคลท่ีจะร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองหรือเป็น สมาชกิ พรรคการเมืองลงหรอื ไม่ ๒. สมควรแก้ไขมาตรา ๑๕ เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกการบังคับให้สมาชิกพรรคต้องชาระ คา่ บารงุ พรรคหรอื ไม่ ๓. สมควรแก้ไขโดยไม่บังคับให้พรรคการเมืองต้องเรียกเก็บค่าบารุงพรรคจากสมาชิก แต่ให้พรรค การเมืองอาจเรียกเก็บค่าบารงุ พรรคไดโ้ ดยกาหนดไว้ในข้อบงั คับหรือไม่ ๔. สมควรยกเลิกวรรคห้าของมาตรา ๑๕ เพ่ือให้สอดคล้องกับการยกเลิกการบังคับให้สมาชิกพรรค ตอ้ งชาระคา่ บารงุ พรรคการเมืองหรอื ไม่ ๕. สมควรแกไ้ ขกรณีท่ีคณะกรรมการการเลือกต้ังจะให้คณะกรรมการบรหิ ารพรรคพ้นจากตาแหน่งทั้ง คณะโดยตัดเร่ืองห้ามกรรมการบริหารพรรคที่พ้นจากตาแหน่งดารงตาแหน่งในพรรคการเมืองเป็นเวลา ๒- ปี ออกหรอื ไม่ ๖. สมควรยกเลิกบทจากัดสิทธขิ องกรรมการบริหารพรรคการเมืองในกรณีที่ศาลรฐั ธรรมนูญมีคาส่ังให้ พน้ จากตาแหน่งหรอื ไม่ ๗. สมควรแก้ไขกาหนดวันเร่ิมต้นสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองและการสิ้นสมาชิก ภาพหรือไม่ ๘. สมควรกาหนดขอ้ ยกเวน้ ไมใ่ หถ้ อื วา่ เปน็ การผ่าฝืนมาตรา ๒๘ วรรคหน่ึงหรอื ไม่ ๙. สมควรกาหนดให้นาวรรคสองของมาตรา ๒๘ ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่มาใช้กับการกระทาของบุคคล ตามมาตรา ๒๔ ดว้ ยหรอื ไม่ ๑๐. สมควรแก้ไขกาหนดเวลาการแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณีการจัดต้ังสาขาพรรค การเมืองและการเปล่ียนแปลงของสาขาพรรคการเมือง จากเดิมภายใน ๑๕ วัน เปน็ ภายใน ๓๐ วันหรอื ไม่

-5- ๑๑. สมควรตัดหน้าท่ีของสาขาพรรคการเมืองที่ตอ้ งดาเนนิ การตามมาตรา ๒๓ ออก เพอ่ื ใหส้ อดคล้อง กบั การยกเลกิ มาตรา ๒๓ หรอื ไม่ ๑๒. สมควรแก้ไขให้สาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจาจังหวัดมีเขตพื้นที่ รับผิดชอบท้ังจังหวัด และการจัดต้ังตัวแทนพรรคประจาจังหวัดต้องมีสมาชิกเกิน ๑๐๐ คนรวมกันในทุกเขต เลือกต้ังและการจัดตั้งตัวแทนพรรคประจาจังหวัดให้เป็นดุลพินิจของพรรคการเมืองโดยแต่งตั้งในเขตเลือกต้ัง ของจังหวัดที่ไมได้เป็นท่ีตั้งของสาขาพรรคการเมืองและเพ่ิมระยะการแจ้งการจัดต้ังพรรคการเมืองประจา จังหวัดต่อนายทะเบยี นพรรคการเมอื งจาก ๑๕ วนั เป็น ๓๐ วนั หรือไม่ ๑๓. สมควรแก้ไขระยะเวลาการแจ้งมติของท่ีประชุมใหญ่ และการแจ้งการเปลี่ยนแปลง กรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื ง จากเดมิ ภายใน ๑๕ วนั เป็นภายใน ๓๐ วนั หรือไม่ ๑๔. สมควรแก้ไขเก่ียวกับระยะเวลาการส่งรายงานการดาเนินกิจการทางการเมืองต่อนายทะเบียน จาก ๑๕ วนั เปน็ ๓๐ วนั หรือไม่ ๑๕. สมควรกาหนดขอ้ ยกเว้นทไี่ ม่ให้ถอื วา่ เปน็ การกระทาที่ฝา่ ฝืนมาตรา ๔๕ วรรคหน่ึง หรือไม่ ๑๖. สมควรกาหนดให้พรรคการเมืองที่มีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจาจังหวัดใน จงั หวัดใดสามารถส่งผสู้ มัครไดท้ กุ เขตเลือกต้ังในจังหวัดนน้ั หรือไม่ ๑๗. สมควรยกเลิกความใน (๒) (๔) (๕) ของมาตรา ๕๐ เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกบั จานวนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร หรอื ไม่ ๑๘. สมควรยกเลิกรายการท่ีจะต้องแสดงในการกาหนดนโยบายของพรรคการเมือง เนื่องจากไม่มี ความจาเปน็ และไมอ่ าจปฏิบัตไิ ดจ้ ริง หรอื ไม่ ๑๙. สมควรตดั เร่อื งท่ีกาหนดให้หัวหน้าสาขาหรือตัวแทนพรรคประจาจังหวัดที่ต้องจัดทาบัญชีรายช่ือ และท่ีอย่ขู องสมาชิก เนอื่ งจากเป็นความซ้าซ้อนกับขอ้ มลู ในระบบฐานข้อมลู ของพรรคการเมือง หรอื ไม่ ๒๐. สมควรแกไ้ ขเพอื่ แยกประเภทบญั ชีของพรรคการเมืองใหช้ ัดเจนขึน้ หรือไม่ ๒๑. สมควรยกเลกิ มาตรา ๖๘ เนอ่ื งจากการบริจาคเงนิ ทรพั ยส์ นิ หรอื ประโยชนอ์ ื่นใดมกี าหนดไวแ้ ล้ว และการบังคับให้ผู้สมัครต้องแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังภายใน ๗ วัน เป็นภาระกับท้ังผู้สมัครและ คณะกรรมการการเลอื กต้งั ซง่ึ ไมม่ คี วามจาเป็น หรอื ไม่ ๒๒. สมควรกาหนดให้ผู้แทนพรรค การเมือง ทั้งท่ีมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและไม่มี สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรเปน็ กรรมการกองทนุ เพือ่ พฒั นาพรรคการเมืองดว้ ย หรอื ไม่ ๒๓. สมควรมีบทบัญญัติกาหนดให้ชัดเจนเกี่ยวกับการเลิกพรรคการเมืองตามข้อบังคับ โดยต้องผ่าน ความเหน็ ชอบโดยมติเอกฉนั ท์ของที่ประชุมใหญ่พรรคการเมืองดว้ ย หรือไม่ ๒๔. สมควรยกเลกิ (๓) ของมาตรา ๙๒ เก่ยี วกับบทบัญญตั ทิ ่เี ป็นเหตุให้ยบุ พรรคการเมอื ง หรอื ไม่ ๒๕.สมควรแก้ไขกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคาสั่งยุบพรรคการเมืองต้องมีหลักฐานโดยปราศจากข้อ สงสัย หรอื ไม่ ๒๖. ข้อคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ (ถา้ มี)

-6- ๔. ระยะเวลาและวิธกี ารการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ๔.๑ ระยะเวลาในการรบั ฟงั ความคิดเห็น ต้ังแตว่ ันที่ ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓ ถึงวนั ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๕ รวมระยะเวลา จานวน ๒๗ วัน ๔.๒ วิธกี ารรับฟงั ความคิดเห็น (๑) ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th (๒) ส่งประเด็นไปรบั ฟงั ผูท้ ี่เกย่ี วข้องโดยตรง ประกอบด้วย ๑. สานกั งานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ๒. ศาลรัฐธรรมนญู ๓. พรรคการเมือง จานวน ๘๔ พรรคการเมือง ประกอบด้วย  พรรคประชาธปิ ตั ย์  พรรคประชากรไทย  พรรคความหวังใหม่  พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย  พรรคเพ่อื ไทย  พรรคเพือ่ แผ่นดนิ ไทย  พรรคชาติพฒั นา  พรรคชาติไทยพฒั นา  พรรคอนาคตไทย

-7-  พรรคภูมิใจไทย  พรรคสงั คมประชาธปิ ไตยไทย  พรรคประชาสามคั คี  พรรคประชาธปิ ไตยใหม่  พรรคพลังชล  พรรคครูไทยเพ่ือประชาชน  พรรคพลงั สหกรณ์  พรรคพลงั ท้องถิ่นไทย  พรรคถ่นิ กาขาวชาววิไล  พรรครักษ์ผืนปา่ ประเทศไทย  พรรคไทรักธรรม  พรรคเสรรี วมไทย  พรรครักษ์ธรรม  พรรคเพอ่ื ชาติ  พรรคพลงั ประชาธิปไตย  พรรคภราดรภาพ  พรรคพลงั ไทยรักชาติ  พรรคเพื่อชีวิตใหม่  พรรคกา้ วไกล  พรรคทางเลือกใหม่  พรรคมตปิ ระชา  พรรคประชาภิวัฒน์  พรรคพลเมืองไทย  พรรคสรา้ งอนาคตไทย  พรรคพลังธรรมใหม่  พรรคไทยธรรม  พรรคไทยศรีวิไลย์  พรรครวมพลงั ประชาชาติไทย  พรรคสยามพัฒนา  พรรคเพื่อคนไทย  พรรคพลังปวงชนไทย  พรรคเพื่อชาติไทย

-8-  พรรคพลงั ชาติไทย  พรรคประชาชาติ  พรรคแผ่นดินธรรม  พรรคคลองไทย  พรรคพลงั ประชารฐั  พรรคเศรษฐกิจใหม่  พรรคพลังสงั คม  พรรคเพ่ือราษฎร  พรรคพลงั ศรทั ธา  พรรคเปน็ ธรรม  พรรคพลงั เพื่อไทย  พรรคประชาไทย  พรรคกรีน  พรรคสามญั ชน  พรรคภาคเี ครอื ข่ายไทย  พรรคราชสหี ไ์ ทยดี  พรรคเพื่อไทยพฒั นา  พรรคพฒั นาชาตเิ จรญิ  พรรคคนงานไทย  พรรคสรา้ งชาติ  พรรคเพอ่ื อนาคตไทย  พรรคเศรษฐกิจไทย  พรรคเส้นทางใหม่  พรรคก้าวใหม่  พรรคไทยรวมไทย  พรรคกลา้  พรรครวมพลงั คนรุ่นใหม่  พรรคยทุ ธศาสตรช์ าติ  พรรคสหประชารัฐ  พรรคพลงั สังคมใหม่  พรรคไทยสร้างไทย  พรรคมิติใหม่

-9-  พรรครวมไทยสร้างชาติ  พรรคมวลชนสยาม  พรรคเพอ่ื ประชาชน  พรรคพลงั สยาม  พรรคไทยรกั กนั  พรรคไทยภกั ดี  พรรคแนวทางใหม่  พรรคเสมอภาค  พรรคไทยชนะ  พรรคเพือ่ ไทรวมพลัง  พรรคไทยสร้างสรรค์ ๕. สรุปผลการรับฟังความคิดเหน็ ๕.๑ ขอ้ มลู ทั่วไปผรู้ ่วมแสดงความคิดเห็น จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th จานวน ๐ ราย จากการส่งประเดน็ ไปรบั ฟงั ผู้ที่เกี่ยวขอ้ งโดยตรง สว่ นราชการ หน่วยงานของรฐั องคก์ รเอกชน ท่ีได้แสดงความคิดเหน็ มี จานวน ๕ ราย ประกอบด้วย ๑. สานักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ๒. พรรคการเมือง จานวน ๔ พรรคการเมือง ๕.๒ ผลการรบั ฟัง ผลการรับฟังผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา www.parliament.go.th และจาก การส่งประเด็นไปรับฟงั ผ้ทู เ่ี กีย่ วข้องโดยตรง สรปุ ไดเ้ ป็นรายประเดน็ ดังนี้ ๑. สมควรลดข้อจากัดหรือลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะร่วมกันจัดต้ังพรรคการเมือง หรือเปน็ สมาชกิ พรรคการเมืองลงหรอื ไม่ เหน็ ดว้ ย (พรรคเพอื่ ชาติ) เห็นด้วยในการลดข้อจากัดหรือลักษณะต้องห้ามของบุคคลท่ีจะร่วมกันจัดตั้ง พรรคการเมือง หรือเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเนื่องจากเสรภี าพในการร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองเป็น เสรีภาพที่รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๕ ได้บัญญัติรับรองและคุ้มครองไว้ ดังน้ัน การตรา กฎหมายเพ่ือจากัด เสรีภาพดังกล่าวจึงควรกระทาเท่าท่ีจาเป็น แต่กฎหมายพรรคการเมืองที่ใช้บังคับอยู่ได้นา ลักษณะต้องห้าม ของบุคคลในการสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาใช้กับลักษณะต้องห้ามของการเป็น สมาชิกพรรคการเมือง ด้วย ทั้งท่ีท้ังสองกรณีมีบทบาทและหน้าท่ีท่ีแตกต่างกัน จึงเห็นว่าลักษณะต้องห้ามของการเป็นสมาชิกพรรค การเมืองในปจั จุบนั เปน็ การจากัดสทิ ธิเสรีภาพของบุคคลเกนิ สมควรแกเ่ หตุ ซ่ึงไมส่ อดคล้องกับรฐั ธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทย มาตรา ๒๖ (เพอ่ื ไทย) ๒. สมควรแกไ้ ขมาตรา ๑๕ เพ่ือใหส้ อดคล้องกับการยกเลกิ การบังคับใหส้ มาชิกพรรคต้อง ชาระคา่ บารงุ พรรคหรอื ไม่

- 10 - สมควรแกไ้ ข (พรรคเพือ่ ชาต)ิ เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา ๑๕ เพ่ือให้สอดคล้องกับการยกเลิกการบังคับให้ สมาชิกพรรค การเมอื งต้องชาระค่าบารุงพรรค เนอ่ื งจากพรรคการเมืองใดจะเรยี กเก็บคา่ บารุงพรรคจาก สมาชกิ พรรคก็ควร ระบุไวใ้ นขอ้ บงั คบั ดว้ ย (เพ่ือไทย) ๓. สมควรแก้ไขโดยไม่บังคับให้พรรคการเมืองต้องเรียกเก็บค่าบารุงพรรคจากสมาชิก แต่ ให้พรรคการเมอื งอาจเรยี กเกบ็ ค่าบารงุ พรรคได้โดยกาหนดไวใ้ นขอ้ บงั คบั หรอื ไม่ ควรยกเลิกคา่ บารงุ พรรคจากสมาชิก ถ้ามใี ห้เกบ็ แบบตลอดชีพ (พรรคเพ่ือชาต)ิ เห็นดว้ ยเนื่องจากการบังคบั ใหส้ มาชิกพรรคต้องชาระค่าบารุงพรรคน้ันเป็น ขอ้ จากัดเสรีภาพ ของบุคคลในการดาเนินกิจกรรมทางการเมือง ควรที่จะให้สิทธิบุคคลได้เป็นสมาชิกพรรค ด้วยความสมัครใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และการบังคับให้ต้องชาระค่าบารุงพรรค ทาให้เป็นภาระแก่พรรค การเมืองท่ีจะต้อง ตรวจสอบสถานภาพของสมาชิกอยู่โดยตลอดเพ่ือมิให้ขาดชาระค่าบารุงพรรค อีกท้ังจะ เป็นการยากในการท่ี จะหาบุคคลมาเป็นสมาชิกพรรคหากมีการเรยี กเก็บคา่ บารุงพรรค (เพื่อไทย) ๔. สมควรยกเลิกวรรคห้าของมาตรา ๑๕ เพ่ือให้สอดคล้องกับการยกเลิกการบังคับให้ สมาชิกพรรคตอ้ งชาระค่าบารุงพรรคการเมืองหรอื ไม่ สมควรยกเลกิ (พรรคเพอ่ื ชาต)ิ สมควรยกเลิกวรรคห้า ของมาตรา ๑๕ เน่ืองจากเม่ือยกเลิกการบังคับให้ สมาชิกพรรคต้อง ชาระค่าบารุงแล้ว บทบัญญัติของวรรคห้าของมาตราดังกล่าวก็ไม่มีความจาเป็นต้องบัญญัติไว้ ส่วนการเรียก เก็บคา่ บารุงพรรคเป็นเรือ่ งที่แต่ละพรรคจะไปดาเนนิ การได้เอง (เพื่อไทย) ๕. สมควรแกไ้ ขกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะให้คณะกรรมการบรหิ ารพรรคพ้นจาก ตาแหน่งทั้งคณะโดยตัดเร่ืองห้ามกรรมการบรหิ ารพรรคท่ีพ้นจากตาแหน่งดารงตาแหน่งในพรรคการเมือง เป็นเวลา ๒- ปีออกหรอื ไม่ สมควรแกไ้ ข (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นด้วย เนื่องจากบทลงโทษคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองดังกล่าวเป็นการลงโทษ บุคคลที่ไม่สอดคล้องกับการกระทา และผลของการลงโทษทาให้กรรมการบรหิ ารพรรคต้องถกู จากัดสทิ ธใิ นการ ดารงตาแหน่งในพรรคการเมืองถึง ๒๐ ปี ซ่ึงการมีคาส่ังเช่นน้ีควรเป็นอานาจตุลาการไม่ใช่อานาจของ คณะกรรมการการเลอื กตง้ั (เพอ่ื ไทย) ๖. สมควรยกเลิกบทจากัดสิทธิของกรรมการบริหารพรรคการเมืองในกรณีที่ศาล รฐั ธรรมนญู มีคาสงั่ ให้พ้นจากตาแหน่งหรอื ไม่ สมควรยกเลกิ (พรรคเพอื่ ชาต)ิ สมควรยกเลิกบทจากัดสิทธิของกรรมการบริหารพรรคการเมืองในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีคาสั่งให้พ้นจากตาแหน่ง เน่ืองจากจะไปกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลในการดาเนิน กิจกรรมทาง การเมืองกับพรรคการเมอื ง (เพ่ือไทย) ๗. สมควรแก้ไขกาหนดวันเร่ิมต้นสมาชิกภาพของการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองและการ สนิ้ สมาชิกภาพหรือไม่ สมควรแก้ไข (พรรคเพอื่ ชาติ) สมควรแก้ไขเน่ืองจากเม่ือยกเลิกการบังคับให้สมาชิกต้องชาระค่าบารุงพรรคแล้ว วันเริ่มต้น และวันสนิ้ สดุ สมาชิกภาพของสมาชกิ จงึ ตอ้ งสอดคล้องกับบทบญั ญัตอิ ่นื ๆ (เพื่อไทย)

- 11 - ๘. สมควรกาหนดข้อยกเวน้ ไมใ่ หถ้ อื ว่าเปน็ การผ่าฝนื มาตรา ๒๘ วรรคหน่งึ หรอื ไม่ สมควรกาหนดขอ้ ยกเวน้ (พรรคเพ่อื ชาต)ิ สมควรกาหนดข้อยกเว้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกับสิทธิเสรีภาพ ในการแสดง ความคิดเห็นของบุคคล และเพ่อื มิให้มีการใช้กฎหมายเป็นเครอ่ื งมือในการกล่นั แกล้งพรรคการเมือง (เพ่อื ไทย) ๙. สมควรกาหนดให้นาวรรคสองของมาตรา ๒๘ ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่มาใช้กับการกระทา ของบคุ คลตามมาตรา ๒๔ ด้วยหรือไม่ สมควรกาหนด (พรรคเพือ่ ชาติ) สมควรนามาใช้ เพ่ือให้กฎหมายมคี วามสอดคล้องต้องกัน (เพอื่ ไทย) ๑๐. สมควรแก้ไขกาหนดเวลาการแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณีการจัดตั้ง สาขาพรรคการเมืองและการเปล่ียนแปลงของสาขาพรรคการเมือง จากเดิมภายใน ๑๕ วัน เป็นภายใน ๓๐ วนั หรือไม่ สมควรแก้ไข (พรรคเพือ่ ชาติ) สมควรแก้ไขเนื่องจากระยะเวลาการแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ๑๕ วัน น้อยเกินไป ทาใหเ้ ปน็ ปัญหาในทางปฏิบัติของพรรคการเมือง (เพ่อื ไทย) ๑๑. สมควรตัดหน้าที่ของสาขาพรรคการเมืองท่ีต้องดาเนินการตามมาตรา ๒๓ ออก เพ่อื ให้สอดคล้องกบั การยกเลกิ มาตรา ๒๓ หรอื ไม่ สมควร (พรรคเพ่ือชาต)ิ สมควรตัดออก เพราะพรรคการเมืองมีหน้าที่ต้องดาเนนิ การตามมาตรา ๒๓ อยู่แล้ว ซ่งึ สาขา พรรคก็เปน็ องคป์ ระกอบส่วนหน่งึ ของพรรคการเมือง จงึ ไม่จาต้องบัญญัติไวอ้ ีก (เพือ่ ไทย) ๑๒. สมควรแก้ไขให้สาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจาจังหวัดมีเขต พืน้ ทรี่ บั ผิดชอบท้ังจังหวัด และการจดั ต้งั ตัวแทนพรรคประจาจังหวัดต้องมีสมาชิกเกนิ ๑๐๐ คนรวมกนั ใน ทุกเขตเลือกต้ังและการจัดตั้งตัวแทนพรรคประจาจังหวัดให้เป็นดุลพินิจของพรรคการเมืองโดยแต่งต้ังใน เขตเลือกตั้งของจังหวัดท่ีไมได้เป็นท่ีต้ังของสาขาพรรคการเมืองและเพิ่มระยะการแจ้งการจัดตั้งพรรค การเมืองประจาจังหวัดต่อนายทะเบยี นพรรคการเมอื งจาก ๑๕ วัน เปน็ ๓๐ วนั หรอื ไม่ สมควร (พรรคเพอื่ ชาต)ิ สมควรแก้ไข ให้สาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจาจังหวัด มีเขตพ้ืนที่ รับผิดชอบทั้งจังหวัด และเม่ือตัวแทนพรรคการเมืองประจาจังหวัดมีเขตรับผิดชอบทั้งจังหวัดแล้ว ก็ควรให้มี สมาชิกพรรคมาจากในทุกเขตเลือกต้ัง ส่วนการแต่งตั้งตัวแทนพรรคประจาจังหวัดไม่ควรเป็นบท บังคับแต่ให้ เป็นดุลยพินิจของแต่ละพรรค และเห็นด้วยกับการเพิ่มระยะเวลาการแจ้งการจัดต้ังสาขาพรรคและตัวแทน พรรคประจาจังหวดั จากเดมิ ๑๕ วัน เป็น ๓๐ วัน (เพือ่ ไทย) ๑๓. สมควรแก้ไขระยะเวลาการแจ้งมติของท่ีประชุมใหญ่ และการแจ้งการเปล่ียนแปลง กรรมการบรหิ ารพรรคการเมือง จากเดมิ ภายใน ๑๕ วนั เปน็ ภายใน ๓๐ วนั หรอื ไม่ สมควรแก้ไข (พรรคเพ่ือชาติ) เห็นด้วย เน่ืองจากระยะเวลาที่กาหนดไว้เดิมภายใน ๑๕ วัน น้อยเกินไป ขณะที่พรรคต้อง จัดทารายงานการประชมุ และมตติ ่าง ๆ (เพ่อื ไทย) ๑๔. สมควรแก้ไขเกี่ยวกบั ระยะเวลาการส่งรายงานการดาเนนิ กิจการทางการเมืองต่อนาย ทะเบียน จาก ๑๕ วัน เป็น ๓๐ วัน หรอื ไม่ สมควรแกไ้ ข (พรรคเพอ่ื ชาต)ิ

- 12 - เห็นด้วย เพอ่ื ใหพ้ รรคการเมอื งมรี ะยะเวลาเพียงพอท่ีจะดาเนินการเรือ่ ง ดงั กล่าว (เพอื่ ไทย) ๑๕. สมควรกาหนดข้อยกเว้นท่ีไม่ให้ถือว่าเป็นการกระทาที่ฝ่าฝืนมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง หรือไม่ สมควรกาหนดข้อยกเว้น (พรรคเพอ่ื ชาต)ิ เห็นด้วย เน่ืองจากกฎหมายมีบทบัญญัติไม่ชัดเจน อาจมีการตีความขยายความ จนส่งผล กระทบต่อสทิ ธแิ ละเสรีภาพของบคุ คล และการดาเนนิ กจิ กรรมทางการเมอื งของพรรคการเมือง (เพอื่ ไทย) ๑๖. สมควรกาหนดให้พรรคการเมืองท่ีมีสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจา จงั หวัดในจังหวดั ใดสามารถส่งผ้สู มคั รได้ทกุ เขตเลอื กตงั้ ในจงั หวัดนั้น หรอื ไม่ สมควร (พรรคเพ่ือชาต)ิ เห็นด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเรื่องเขตพื้นท่ีรับผิดชอบของสาขาพรรค และตัวแทน พรรคประจาจังหวัด และเพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองสามารถส่งผู้สมัครรับเลือกต้ังได้ แม้มี สาขาพรรค หรอื ตวั แทนพรรคในจังหวดั นัน้ เพยี งแหง่ เดยี วกส็ ามารถส่งผู้สมัครได้ทุกเขตเลือกต้งั (เพอ่ื ไทย) ๑๗. สมควรยกเลิกความใน (๒) (๔) (๕) ของมาตรา ๕๐ เพ่ือให้สอดคล้องกับจานวน สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร หรอื ไม่ สมควรยกเลิก (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นดว้ ย เพือ่ ใหก้ ฎหมายมีความสอดคล้องต้องกนั (เพ่ือไทย) ๑๘. สมควรยกเลิกรายการที่จะต้องแสดงในการกาหนดนโยบายของพรรคการเมือง เนอื่ งจากไม่มีความจาเป็นและไมอ่ าจปฏบิ ตั ไิ ด้จรงิ หรอื ไม่ สมควรยกเลกิ (พรรคเพอ่ื ชาติ) เหน็ ด้วย เน่ืองจากทางปฏิบตั จิ รงิ ไมอ่ าจทาได้ เพราะเป็นภาระของพรรคการเมอื ง (เพอ่ื ไทย) ๑๙. สมควรตัดเร่ืองที่กาหนดให้หัวหนา้ สาขาหรือตัวแทนพรรคประจาจังหวัดท่ตี ้องจัดทา บัญชีรายช่ือและท่ีอยู่ของสมาชิก เนื่องจากเป็นความซ้าซ้อนกับข้อมูลในระบบฐานข้อมูลของพรรค การเมอื ง หรอื ไม่ สมควรตดั (พรรคเพอ่ื ชาต)ิ เห็นดว้ ย เพราะระบบฐานข้อมูลสมาชกิ พรรคครอบคลุมสาขาพรรคการเมือง ทกุ สาขาอย่แู ล้ว (เพื่อไทย) ๒๐. สมควรแก้ไขเพ่ือแยกประเภทบญั ชีของพรรคการเมืองใหช้ ัดเจนข้ึน หรือไม่ สมควรแก้ไข (พรรคเพอ่ื ชาติ) เห็นด้วย เพ่ือความสะดวกแก่การจัดทาบัญชีของพรรคการเมืองและการ ตรวจสอบของ คณะกรรมการการเลอื กตง้ั (เพอื่ ไทย) ๒๑. สมควรยกเลิกมาตรา ๖๘ เน่ืองจากการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดมี กาหนดไว้แลว้ และการบังคบั ให้ผ้สู มัครตอ้ งแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกต้งั ภายใน ๗ วนั เปน็ ภาระกับท้งั ผู้สมคั รและคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ซึง่ ไมม่ ีความจาเปน็ หรือไม่ สมควรยกเลกิ (พรรคเพอื่ ชาติ) เห็นด้วย เน่ืองจากไม่มีความจาเป็นต้องบัญญัติไว้ เพราะผู้สมัครมีหน้าที่ในการแจ้งรายรับ และรายจ่ายในการเลือกตั้งอยู่แล้ว ส่วนพรรคการเมืองมีหน้าที่แจ้งเร่ืองการบริจาค ซ่ึงกฎหมายบัญญัติไว้ โดยเฉพาะแลว้ (เพ่ือไทย)

- 13 - ๒๒. สมควรกาหนดให้ผู้แทนพรรคการเมือง ท้ังท่ีมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและไม่มี สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรเป็นกรรมการกองทนุ เพื่อพัฒนาพรรคการเมืองด้วย หรือไม่ สมควร (พรรคเพือ่ ชาต)ิ เห็นด้วย ซึ่งเดิมกฎหมายก็ได้บัญญัติให้มีตัวแทนพรรคการเมืองร่วมเป็น กรรมการกองทุนฯ ซง่ึ จะเปน็ ประโยชน์ทาใหก้ ารจัดสรรเงนิ อุดหนนุ พรรคการเมอื งไดม้ ีส่วนร่วมดว้ ย (เพื่อไทย) ๒๓. สมควรมีบทบัญญัติกาหนดให้ชัดเจนเก่ียวกับการเลิกพรรคการเมืองตามข้อบังคับ โดยตอ้ งผ่านความเห็นชอบโดยมตเิ อกฉันทข์ องท่ีประชุมใหญ่พรรคการเมอื งด้วย หรือไม่ สมควร (พรรคเพือ่ ชาติ) เห็นด้วย เนื่องจากการจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องมีสมาชิกพรรคร่วมกันจานวนมาก และ สมาชิกพรรคทุกคนก็ถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในพรรค การเลิกพรรคการเมืองจึงควรเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีองคป์ ระกอบของสมาชกิ ในสว่ นต่างๆ ตามที่กฎหมายกาหนดไว้เปน็ ผู้ให้ความเหน็ ชอบ (เพือ่ ไทย) ๒๔. สมควรยกเลิก (๓) ของมาตรา ๙๒ เกี่ยวกับบทบัญญตั ิทีเ่ ป็นเหตุให้ยบุ พรรคการเมือง หรอื ไม่ สมควรยกเลิก (พรรคเพอื่ ชาติ) เห็นด้วย เพ่ือให้การยุบพรรคการเมืองจะทาได้ต้องเป็นเร่ืองที่มีความร้ายแรงจริง ๆ เท่าน้ัน (เพ่ือไทย) ๒๕.สมควรแก้ไขกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคาส่ังยุบพรรคการเมืองต้องมีหลักฐานโดย ปราศจากข้อสงสัย หรือไม่ สมควรแกไ้ ข (พรรคเพ่อื ชาต)ิ เห็นด้วย เน่ืองจากบทลงโทษในกรณีท่ีศาลรัฐธรรมนูญมีคาส่ังให้ยุบพรรคมีความร้ายแรงที่ไม่ ต่างกับโทษทางอาญาทาให้กรรมการบริหารพรรคต้องยุติบทบาททางการเมืองเป็น เวลานาน จึงควรใช้ หลักการเดียวกัน (เพอื่ ไทย) ๒๖. ขอ้ คดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี) ไม่มีขอ้ เสนอแนะแต่ประการใด (สานกั งานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ) ร่างมาตรา ๕ ไม่เห็นด้วยท่ีร่างพระราชบัญญัติประกิอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ไม่กาหนด อัตราการเรียกเก็บค่าบารุงพรรคการเมืองจากสมาชิกพรรค เพราะหากสมาชิกพรรคมีการชาระค่าบารุงพรรค ในอัตราท่เี หมาะสมย่อมทาให้สมาชิกพรรคมีสว่ นรว่ มกับพรรคการเมืองอยา่ งแท้จรงิ และเปน็ การหลีกเลย่ี งการ แอบอา้ งชอ่ื บุคคลอ่ืนมาเป็นสมาชกิ พรรคเพื่อหวังเงนิ สนับสนนุ จากกองทนุ เพื่อการพฒั นาพรรคการเมือง ร่างมาตรา ๙ ไม่เห็นด้วยท่ีสมาชิกภาพสมาชิกพรรคมีผลเม่ือนายทะเบียนสมาชิกมีคาส่ัง รับเข้าเป็นสมาชิกพรรคซึ่งอาจทาให้การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองล่าช้า และเก่ียวพันโดยตรงกับการนับอายุ การสมัครเขา้ เป็นสมาชิกพรรคการเมืองของสมาชิก แตกตา่ งจากเงื่อนไขเดมิ ที่นับแตว่ ันชาระเงินค่าธรรมเนียม บารุงพรรคการเมอื ง รา่ งมาตรา ๑๐ เห็นดว้ ยที่ให้บุคคลอื่นทีม่ ใิ ชส่ มาชกิ พรรคการเมือง แตม่ คี วามรู้ ความสามารถ ให้คาปรึกษาและแนะนาประกอบการตัดสินใจของพรรคการเมืองในการดาเนินกิจการของพรรคการเมืองได้ โดยไม่ถอื วา่ เป็นการควบคุม ครอบงา หรอื ช้นี ากจิ การของพรรคการเมอื ง

- 14 - ร่างมาตรา ๑๔ เหน็ ด้วยทใี่ นเขตจงั หวัดใดไม่มีสาขาพรรคการเมืองประจาจังหวัด แต่มสี มาชิก เกิน ๒๕๐ คน พรรคการเมอื งสามารถแตง่ ต้งั สมาชิกซึง่ มภี ูมลิ าเนาอย่ใู นเขตเลือกตงั้ จังหวัดนน้ั อย่างนอ้ ย ๑ คน เป็นตัวแทนพรรคการเมืองในเขตเลือกตง้ั นัน้ เพ่อื ดาเนินกิจกรรมทางการเมอื งในเขตจงั หวดั ท่รี ับผิดชอบได้ ร่างมาตรา ๑๘ เห็นด้วยที่พรรคการเมืองซึ่งประสงค์จะส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตต้องมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจาจังหวัดท่ีมีเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบใน จงั หวดั นัน้ ร่างมาตรา ๒๘ เห็นด้วยว่าในการเลือกตั้งคร้ังแรกหลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยพรรคการเมืองนี้แล้ว พรรคการเมืองใดทีต่ ั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจาจงั หวัดใน เขตเลือกต้ังใด การส่งผู้สมัครและการคัดเลือกผู้สมคั รใหเ้ ป็นไปตามเขตเลือกต้ังที่มีการตั้งตวั แทนพรรคประจา จังหวดั ไว้ (ควรเปดิ ชอ่ งให้ยกฐานะตัวแทนพรรคการเมืองประจาจังหวดั ท่ีอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวใหเ้ ป็นตัวแทน พรรคการเมืองประจาจังหวัดทมี่ เี ขตรับผิดชอบท้งั จังหวดั ได)้ (พรรคพลงั ปวงชนไทย) กาหนดให้ประเทศไทยเป็นเขตเลือกต้ังเดียว ดังน้นั จามี ส.ส. เพียงระบบบัญชรี ายช่ือ ๕๐๐ คน กาหนดให้มบี ตั รเลือกตั้งทีเ่ ลือกได้ ๓ พรรคการเมือง เหตุผลคือเพื่อป้องกันการผูกขาดในการ เป็นรฐั บาลพรรคเดียวและเผด็จการรัฐสภาและบัตรใดไมล่ งคะแนนใหท้ งั้ ๓ พรรคถือเป็นบตั รเสยี ให้สิทธิประชาชนทุกคนท่ีเป็นคนไทย จะสมัคร ส.ส. จังหวัดใดก็ได้ เหตุผลคือเพื่อป้องกัน นักการเมอื งบางพรรคผูกขาดการเลอื กตัง้ ส.ส. ในจงั หวดั นัน้ และทาตัวเป็น ....... ประจาจังหวดั นั้น กาหนดใหพ้ รรคการเมืองจะส่ง ส.ส. ไมเ่ กิน ๕๐๐ คน โดยทุกพรรคการเมืองเสียค่าสมัครโดย เหมารวมพรรคละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่วา่ พรรคการเมืองนน้ั จะสมคั ร ส.ส. กคี่ นกต็ าม กาหนดใหพ้ รรคการเมืองใด ถ้าตั้งมาแลว้ ๑๐ ปี แต่ไม่มี ส.ส. ในรฐั สภา ให้พรรคการเมืองน้ัน ควบรวมกับพรรคอืน่ ภายใน ๓๐ วนั หลงั การประกาศผลการเลอื กตง้ั กาหนดให้ยกเลิกโทษปรับ หรือจาคุกแก่หัวหน้าพรรคการเมือง ในพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐๐ – ๑๕๒ ทุกมาตรา (พรรคคนงานไทย) กฎหมายพรรคการเมือง ควรมีหลักการสาคัญคือ เป็นการให้บุคคลได้เป็นสมาชิกพรรค การเมืองง่ายขึ้น เพื่อจะได้มีส่วนร่วมทางการเมือง และต้องลดภาระของพรรคการเมืองในเร่ืองต่าง ๆ ให้มี น้อยลง การยุบพรรคการเมืองไม่ควรทาได้ง่ายเกินไป อานาจหน้าท่ีของคณะกรรมการการเลือกต้ัง และนาย ทะเบียนพรรคการเมืองควรเป็นเพียงผู้กากับดูแลและไม่ใช่ผู้ควบคุม จึงต้องแก้ไขให้เกิดความเหมาะสมและ ความเป็นธรรมแกพ่ รรคการเมืองและสทิ ธิเสรีภาพของบุคคล (เพื่อไทย)

- 15 - ส่วนที่ ๓ รายงานผลการวิเคราะหผ์ ลกระทบอันเกิดจากรา่ งพระราชบัญญตั ิ ๑. ความเป็นมา สภาพปัญหา ความจาเปน็ ทจี่ ะต้องตราพระราชบัญญัติ โดยท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๑) พุทธศักราช ๒๕๖๔ กาหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจานวนห้าร้อยคน โดยมาจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจานวนสี่ ร้อยคนและแบบบัญชีรายช่ือหนึ่งร้อยคน จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และโดยที่พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ มีบทบัญญัติบางประการท่ีเป็นอุปสรรคและจากัดเสรีภาพใน การจัดตัง้ พรรคการเมืองและการดาเนินกจิ กรรมทางการเมืองของบุคคล บางเรอ่ื งเปน็ ภาระของพรรคการเมือง เกินสมควร ระยะเวลาที่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเรื่องการจดั ตั้งและเปลย่ี นแปลงภายในพรรคการเมืองที่ ส้ันเกนิ ไป ทาใหเ้ กดิ ปญั หาในทางปฏิบัตแิ ก่พรรคการเมือง การบังคับให้สมาชกิ พรรคตอ้ งชาระคา่ บารุงพรรคไม่ สอดคล้องกับเสรีภาพของบุคคลและมีปัญหาในทางปฏิบัติมาก การกาหนดเหตุของการยุบพรรคการเมืองท่ีมี มากเกินไป ทั้งท่ีการกระทาอันเป็นเหตุยุบพรรคน้ันกฎหมายกาหนดเป็นความผิดอาญาและความรับผิดทาง ปกครองอยู่แล้ว จึงอาจมีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเพ่ือยุบพรรคการเมืองได้ง่าย รวมถึงบทบัญญัติหลาย มาตราสมควรแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจน จึงต้องแก้ไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ๒. ความสอดคล้องของร่างพระราชบญั ญตั ิ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... มีความ สอดคล้องกับพระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓. ประโยชน์ทป่ี ระชาชนและสังคมจะได้รบั เมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับจะส่งผลให้สามารถขจัดปัญหาและ อุปสรรคในการจากัดเสรีภาพในการจัดตง้ั พรรคการเมืองและการดาเนินกิจกรรมทางการเมืองของบุคคล ปลด เปลื้องภาระของพรรคการเมือง ระยะเวลาที่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเรื่องการจัดตั้งและเปลี่ยนแปลง ภายในพรรคการเมืองที่มีความเหมาะสม แก้ปัญหาในทางปฏิบัติแก่พรรคการเมือง การบังคับให้สมาชิกพรรค ต้องชาระค่าบารุงพรรคสอดคล้องกับเสรีภาพของบุคคล กาหนดเหตุของการยุบพรรคการเมืองท่ีมีความ เหมาะสม ๔. ความสมั พนั ธห์ รอื ความใกลเ้ คียงกบั กฎหมายอื่น ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... มีความสัมพนั ธก์ ับพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ๕. ผลกระทบโดยรวมท่ีอาจเกดิ ขึ้นจากกฎหมาย ไมม่ ี

- 16 - ๖. การกาหนดใหม้ รี ะบบอนุญาต อนุมตั ิหรือการใชด้ ลุ พินจิ ของเจา้ หน้าท่ี  มี  ไม่มี เหตผุ ลและความจาเป็น กรณสี ั่งให้กรรมการบริหารพรรคการเมอื งพ้นจากตาแหน่งเพราะกระทาความผิด ๗. การกาหนดใหม้ รี ะบบคณะกรรมการ  มี  ไม่มี เหตุผลและความจาเป็น คณะกรรมการบริหารพรรคการเมอื งมีหน้าที่ ๑. ควบคุมและกากับดูแลมใิ หส้ มาชกิ กระทาการอนั เปน็ การฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ๒. ให้ความเห็นชอบในการจดั ทาแผนหรอื โครงการทีจ่ ะดาเนนิ กจิ กรรมทางการเมือง ๓. ดาเนินการเก่ียวกับการสรรหาผู้สมัครรับเลือกต้ังให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กฎหมายกาหนด ๔. บริหารการเงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อ่ืนใดของพรรคการเมือง สาขาพรรคการเมือง และตวั แทนพรรคการเมืองประจาจงั หวดั รวมทงั้ จดั ทาบญั ชใี หถ้ ูกตอ้ งตามความเป็นจรงิ ๕. มีหน้าทตี่ รวจสอบและควบคมุ มใิ ห้ เงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมืองไปใช้จา่ ยนอกจาก ทกี่ าหนดไว้ตามกฎหมาย ๘. บทกาหนดโทษ  ไม่มี  โทษทางอาญา  โทษทางปกครอง  โทษปรับทางพนิ ยั  โทษอปุ กรณ์ เหตุผลและความจาเป็น กรณีการขับสมาชิกออกจากพรรคของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง และกรณี กรรมการบรหิ ารพรรคการเมืองพ้นจากตาแหน่งเพราะกระทาความผดิ

- 17 - สว่ นท่ี ๔ การเปดิ เผยรายงานผลการรับฟังความคดิ เห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิดจาก รา่ งพระราชบญั ญตั ิ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร รั บ ฟั ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น แ ล ะ วิ เ ค ร า ะ ห์ ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ อ า จ เ กิ ด ข้ึ น จ า ก ร่ า ง พระราชบญั ญัติทเ่ี สนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มสี ิทธิเลือกต้ัง ได้เปิดเผยรายงานผลการรับฟังความ คิดเห็นและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบอันเกิดจากร่างพระราชบัญญัติ ทางเว็บไซต์รัฐสภา www.parliament.go.th แล้วตง้ั แตว่ นั ท่ี ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ คณะกรรมการรับฟังความคดิ เหน็ และวเิ คราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขน้ึ จากร่างพระราชบัญญตั ทิ ี่เสนอโดยสมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรหรือผู้มสี ิทธิเลือกตั้ง สานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร














Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook