Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การออกแบบและเทคโนโลยี ม.1

การออกแบบและเทคโนโลยี ม.1

Published by Rattana W0ngphunga, 2021-08-24 17:47:25

Description: การออกแบบและเทคโนโลยี ม.1

Search

Read the Text Version

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 วัสดแุ ละอปุ กรณน์ ่ารู้ เรื่องท่ี 5 ร้จู กั สมบัตขิ องวสั ดุ 5 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั นำ (ชวั่ โมงท่ี 1) 3) ครูให้นักเรียนสังเกตและสำรวจสง่ิ ของที่อย่ใู นห้องเรียน เชน่ ดนิ สอ ยางลบ ไมบ้ รรทัด แก้วนำ้ สมุด โตะ๊ เก้าอี้ ฯลฯ และอภิปรายรว่ มกันว่าสงิ่ เหล่านี้ทำจากวัสดุอะไร แนวคำตอบ ดินสอทำจากไม้ ยางลบทำจากยาง ไมบ้ รรทดั ทำจากพลาสตกิ แกว้ นำ้ ทำจาก พลาสตกิ หรือ โลหะ สมุดทำจากกระดาษ โตะ๊ ทำจากไม้ โลหะ เก้าอ้ีทำจากไม้ ขาเก้าอี้ ทำจากไม้ หรือ โลหะ 2) ครแู ละนักเรียนอภปิ รายร่วมกันและประเภทของวสั ดทุ ร่ี ู้จกั แนวคำตอบ ไม้ โลหะ พลาสติก ยาง ขัน้ สอน 3) แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มละ 4 คน ให้แต่ละกลุ่มย่อยศึกษาหัวข้อ วัสดุในชีวิตประจำวัน โดย ศึกษาสมบัติของวัสดุกลุ่มย่อยละประเภท จากนั้นร่วมกันอภิปรายและสรุปสมบัติของวัสดุแต่ละประเภท และ ยกตวั อยา่ งสิ่งของเคร่ืองใช้ท่พี บไดใ้ นชวี ติ ประจำวนั ท่ที ำจากวัสดแุ ต่ละประเภทเพิ่มเติม 4) ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจับสลากเลือกประเภทวัสดุ ได้แก่ ไม้ โลหะ พลาสติก ยาง และสำรวจส่ิงของ เคร่ืองใช้ที่ทำมาจากวัสดุท่ีกลุ่มได้รับมอบหมายบริเวณรอบนอกใกล้ห้องเรียน ภายในเวลา 10 นาที จากน้ันทุก กล่มุ สรปุ ลงในกระดาษปรฟู๊ และนำเสนอรายการสิ่งของเครื่องใชแ้ ละสมบตั ิของวัสดหุ นา้ ช้นั เรยี น ขนั้ สรุป 5) ผู้เรียนทำใบงานที่ 5.1 เรื่อง ประเภทและสมบัติของวัสดุ โดยเลือกสิ่งของเครื่องใช้ภายใน ห้องเรียนอย่างน้อย 3 อย่าง แล้วระบุว่า สิ่งของเคร่ืองใช้นั้นทำมาจากวัสดุประเภทใดบ้าง และวัสดุนั้นมีสมบัติ อยา่ งไร โดยสามารถนำเสนอในรปู แบบต่าง ๆ เชน่ ผงั มโนทศั น์ ตาราง 6) ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันอภิปรายในประเด็นท่ีว่า สิ่งของเคร่ืองใช้รอบตัวเราสร้างมาจากวัสดุ หลากหลายประเภท ซงึ่ วัสดแุ ตล่ ะประเภทมีสมบตั ิทแ่ี ตกต่างกัน ขน้ั นำ (ช่วั โมงท่ี 2) 1) นกั เรยี นรว่ มกันวเิ คราะหเ์ กย่ี วกบั ไม้ “ไม้มีคุณสมบัตทิ ่ดี ีอะไรบา้ ง” แนวคำตอบ สามารถตกแต่งและประกอบเครือ่ งมือ เครือ่ งใช้ไดง้ า่ ย มีความสวยงามของเน้อื ไม้ มี ความแขง็ แรงทนทาน มอี ายกุ ารใช้งานยาวนานในสภาพปกติ มีสภาพเป็นฉนวนไฟฟา้ และความร้อน 2) นกั เรียนร่วมกนั อ่านบตั รคำ จากนน้ั จำแนกประเภทของไม้ลงในตาราง แนวคำตอบ ไมจ้ ากธรรมชาติ ไม้แปรรูป ไมเ้ น้ืออ่อน ไมอ้ ัด ไมเ้ นื้อแข็ง แผน่ ไฟเบอร์ แผน่ ไมแ้ ขง็ 40 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 วัสดแุ ละอุปกรณน์ า่ รู้ ไม้แปรรูป เร่ืองท่ี 5 รู้จกั สมบัติของวสั ดุ แผ่นไม้ออ่ น ไมจ้ ากธรรมชาติ ขน้ั สอน 2) นักเรยี นร่วมกนั อา่ นบัตรคำชนิดของไม้จากธรรมชาติ จากนัน้ ร่วมกันจำแนกประเภทของไม้ บนั ทึก คำตอบลงในตาราง แนวคำตอบ ไม้เนื้อแข็ง ไม้เนื้ออ่อน ไม้เต็ง ไมส้ น ไมส้ ัก ไมโ้ มก ไมพ้ ะยอม ไมย้ าง ไม้พะยูง ข้นั สรปุ 3) นักเรียนและผู้สอนสรุปร่วมกันเก่ียวกับวัสดุและเครื่องมือช่างพื้นฐานว่า วัสดุและเครื่องมือช่าง พื้นฐานมีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีจุดประสงค์ในการนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน ดังน้ันในการสร้าง ชิ้นงานจำเป็นต้องพิจารณาสมบัติของวัสดุให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน รวมถึงควรเลือกใช้เคร่ืองมือช่าง พ้ืนฐานใหเ้ หมาะสมกับประเภทของงาน ใชใ้ หถ้ ูกต้องและคำนึงถงึ ความปลอดภัย 6 การวดั และประเมินผล รายการประเมนิ วิธีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์ 1. บอกประเภทและอธิบายสมบตั ิของวสั ดไุ ด้ ตรวจใบ ใบงานที่ 5.1 เร่ือง คะแนน 5-6 หมายถงึ ดี 2. การอธบิ ายเหตผุ ลทเี่ ลือกใช้วสั ดุให้ กจิ กรรม เหมาะสมกบั ลักษณะของงาน ประเภทและ คะแนน 3-4 หมายถงึ ตรวจใบ กิจกรรม สมบตั ขิ องวสั ดุ พอใช้ คะแนน 1-2 หมายถงึ ปรับปรงุ นกั เรียนได้ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ ถือวา่ ผ่าน 41 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 วัสดแุ ละอุปกรณน์ ่ารู้ เรอื่ งท่ี 5 รู้จกั สมบัตขิ องวสั ดุ เกณฑก์ ารประเมิน ประเด็นการประเมนิ 3 ระดบั คะแนน 1. การบอกประเภทและ บอกประเภทและอธิบาย อธิบายสมบตั ิของวสั ดุ สมบัตขิ องวสั ดไุ ด้ถูกต้อง 21 ใหเ้ หตผุ ลในการใชว้ ัสดุได้ 2. การอธิบายเหตุผล ถูกต้อง บอกประเภทของวสั ดไุ ด้ บอกประเภท อธิบาย ทเี่ ลือกใชว้ ัสดใุ หเ้ หมาะสม ถกู ต้อง แต่อธิบายสมบตั ิ สมบตั ิของวัสดุ และให้ กบั ลกั ษณะของงาน วเิ คราะห์ประเภท สมบัติ ของวสั ดุไม่ถูกต้อง ให้ เหตผุ ลในการใช้วสั ดุได้ ของวสั ดเุ ลอื กใชว้ ัสดแุ ละ เหตุผลในการใชว้ สั ดไุ ด้ ถูกต้องนอ้ ยหรือไม่ถูกตอ้ ง อธิบายเหตผุ ลในการ ถูกต้องนอ้ ยหรือไม่ เลือกใช้ได้ถกู ต้อง ถูกต้อง เหมาะสมกบั ลักษณะของ วเิ คราะหป์ ระเภท สมบัติ วเิ คราะห์ประเภท สมบัติ งาน ของวสั ดไุ ด้ถกู ต้องหรือ ของวัสดุได้ไม่ถกู ต้อง ถูกต้องเปน็ ส่วนใหญ่ อธบิ ายเหตุผลท่ีเลือกใช้ เลือกใช้วัสดุได้ถกู ต้อง แต่ วสั ดไุ มต่ รงประเด็นกบั อธบิ ายหตผุ ลในการ ลกั ษณะของงานหรือ เลือกใชไ้ มถ่ ูกตอ้ ง หรือไม่ อธบิ ายไม่ได้ เหมาะสมกบั ลกั ษณะของ งาน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 9 - 12 ดี 5 - 8 พอใช้ 1 - 4 ปรบั ปรุง 7 ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้ 7.1 สือ่ การเรียนรู้ บทเรยี นบนเว็บ เรื่อง ระบบทางทางโนโลยี gg.gg/wwk123 42 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 วสั ดแุ ละอปุ กรณน์ า่ รู้ เรื่องที่ 5 รู้จกั สมบัติของวสั ดุ ใบงานท่ี 5.1 ประเภทและสมบตั ิของวัสดุ คำชี้แจง ใหน้ ักเรียนเลือกส่ิงของเครื่องใช้ภายในหอ้ งเรียน 3 อยา่ ง และระบุ ว่าส่งิ ของเคร่อื งใช้นั้นทำมาจาก วัสดุประเภทใดบา้ ง และวัสดุนัน้ มสี มบัตอิ ย่างไร แนวคำตอบ ตัวอยา่ งห้องเรยี น 43 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 วสั ดุและอปุ กรณน์ ่ารู้ เร่อื งที่ 5 รู้จกั สมบัตขิ องวสั ดุ ใบงานท่ี 5.2 ประเภทของวสั ดุ คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นระบุ วา่ สิ่งของเครื่องใชน้ ัน้ ทำมาจากวัสดุประเภทใดบา้ ง สง่ิ ของ ประเภทของวัสดุ ลกู กุญแจ ไม้ โลหะ แกว้ ผา้ พลาสตกิ ยาง อ่นื ๆ เสอื้ กนั ฝน ยางลบ เงนิ เหรียญ หม้อ ลูกบอล หนงั สอื ตเู้ สื้อผา้ ลกู โป่ง แก้วนำ้ 44 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 วสั ดแุ ละอปุ กรณน์ า่ รู้ เรือ่ งท่ี 5 รู้จกั สมบตั ิของวสั ดุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทำงานรายบุคคล คำชแี้ จง : ให้ ครู สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในช่อง ท่ตี รงกบั ระดบั คะแนน ลำดบั ช่ือ-สกลุ ความตัง้ ใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลสำเรจ็ รวม ท่ี ของผู้รบั การประเมนิ ในการทำงาน รบั ผิดชอบ เวลา เรยี บรอ้ ย ของงาน 20 คะแนน 43214321432143214321 ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 45 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 วสั ดุและอปุ กรณน์ ่ารู้ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เรอ่ื งท่ี 5 รจู้ กั สมบตั ิของวสั ดุ  ดา้ นความรู้  ดา้ นสมรรถนะสำคัญของนักเรยี น  ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์  ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรอื พฤติกรรมท่มี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )  ปญั หา/อปุ สรรค  แนวทางการแกไ้ ข ลงชอื่ ...............................................ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ (นางสาวรัตนา วงศภ์ งู า) ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงช่ือ (นายนพดล ศรรี ะกจิ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวงั หลวงวิทยาคม 46 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กลไก ไฟฟ้าหรอื อิเลก็ ทรอนิกส์ 2 ชวั่ โมง เรอ่ื งที่ 6 เครอ่ื งมือชา่ งพนื้ ฐาน แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 6 เคร่อื งมือช่างพน้ื ฐาน ว21201 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 1 สาระสำคญั วัสดุมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีสมบัติท่ีแตกต่างกัน การเลือกวัสดุและส่ิงของต่าง ๆ มาใช้งานหรือ สรา้ งส่งิ ของเคร่อื งใชต้ ้องพิจารณาจากสมบตั ิของวสั ดเุ พ่อื ให้เหมาะสมกบั การใช้งานและเพื่อความปลอดภยั การสรา้ งแบบจำลองเก้าอีเ้ พ่อื ใช้งานในสถานท่ีต่าง ๆ ต้องใช้ความรู้เร่ืองสมบัติของวัสดุ เพื่อเลือกใช้วัสดุท่ี เหมาะสมกับการสร้างชิ้นงาน ในการลงมือสร้างช้ินงานต้องเลือกใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมืออย่างเหมาะสมกับ ประเภทของวัสดุใช้อยา่ งถกู ต้อง และคำนงึ ถงึ ความปลอดภัยในการใช้งาน 2 ตัวชีว้ ัดและสาระการเรียนรู้ 2.1 ตัวช้ีวดั ว 4.1 ม.1/2 ใชค้ วามรแู้ ละทักษะเกี่ยวกบั วสั ดุ อปุ กรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟา้ หรือ อิเลก็ ทรอนกิ ส์เพื่อแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภยั 2.2 สาระการเรียนรู้ อุปกรณ์และเคร่ืองมือในการสร้างช้ินงานหรือพัฒนาวิธีการมีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภยั รวมทั้งรู้จกั เก็บรกั ษา 3 จุดประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 วเิ คราะหเ์ ครอ่ื งมือช่างพื้นฐานที่ใชใ้ นการสรา้ งชิ้นงานได้ 3.2 เลือกใชว้ ัสดุและ เครื่องมอื ชา่ งในการสรา้ งช้ินงานไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั ลักษณะของงานและคำนึงถึง ความปลอดภยั ได้ 4 ทักษะและกระบวนการทีเ่ ปน็ จุดเน้น 4.1 ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4.2 ทกั ษะการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ 4.3 ทกั ษะการส่ือสาร 4.4 ทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์ 47 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 กลไก ไฟฟ้าหรืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เร่อื งที่ 6 เครอื่ งมือชา่ งพ้นื ฐาน 4.5 ทกั ษะการทำงานร่วมกบั ผูอ้ ่ืน 5 กิจกรรมการเรียนรู้ ข้นั นำ (ชว่ั โมงที่ 1) 1) นกั เรียนศึกษาบทเรยี นบนเวบ็ หวั ข้อ เรอื่ ง เคร่ืองมือชา่ งพนื้ ฐาน แล้วรว่ มกันอภิปรายถงึ เครื่องมือ ช่างทใ่ี ชใ้ นการสรา้ งโต๊ะเรียนวา่ มีเคร่อื งมอื อะไร ใช้อย่างไร ขัน้ สอน 2) นักเรยี นศึกษาอุปกรณ์และเคร่อื งมือช่างพ้ืนฐานในชวี ติ ประจำวัน ในหัวขอ้ เครือ่ งมือชา่ งพน้ื ฐาน ในบทเรยี นบนเวบ็ ไดแ้ ก่ เครื่องมือสำหรับการวัด การตัด การติดยดึ และการเจาะ จากนั้นครแู ละนักเรียน รว่ มกนั สรุปในประเดน็ ที่ว่า เครื่องมือ ชา่ งพน้ื ฐานมีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีจดุ ประสงค์ในการ นำไปใช้งานท่ีแตกต่างกัน ดังน้นั ในการสร้างช้ินงาน ควรเลือกใช้เครื่องมอื ช่างพืน้ ฐานใหเ้ หมาะสมกบั ประเภท ของงาน ขอ้ ควรระวังในการใช้ และคำนึงถงึ ความปลอดภัย 3) นกั เรยี นวิเคราะหเ์ กา้ อ้ีในช้นั เรยี น และร่วมกนั อภปิ รายในประเด็นตอ่ ไปนี้ • ใชเ้ ครอ่ื งมือชา่ งอะไรบา้ งในการสร้างเก้าอี้ • เครอื่ งมอื ช่างนัน้ ใชง้ านอยา่ งไร • เหตผุ ลทเี่ ลือกใชเ้ คร่ืองมือชา่ งนั้น • ขอ้ ควรระวงั ในการใชเ้ คร่ืองมือชา่ งนนั้ แนวคำตอบ เครื่องมือชา่ งท่ีใช้ ลกั ษณะการใช้งาน เหตผุ ลที่เลอื กใช้ ขอ้ ควรระวัง สว่านไฟฟา้ เจาะรไู มแ้ ละโลหะ ใช้งานสะดวก ช่วยผ่อนแรง ใชด้ อกสว่านให้ถูกประเภท สกรูและนอต ใชย้ ดึ ติดขาเก้าอีแ้ ละที่นัง่ ในการเจาะรูไม้และโลหะ ของวัสดุทีต่ ้องการเจาะ ยดึ ติดโลหะและไมท้ ี่มี ความ ในการขนั เข้าสกรแู ละนอต ไขควง ขันหรอื คลายสกรู แขง็ ได้ ควรวางตำแหนง่ ให้ตรงกัน กอ่ นขนั ใช้งานสะดวกและช่วยผอ่ น เลอื กขนาดและประเภท แรงในการขนั และคลายสกรู ให้เหมาะสมกบั หวั สกรู ขั้นสรุป 4) นักเรียนทำกิจกรรมที่ 6.1 เร่ือง เรียนรู้เคร่ืองมือช่างพ้ืนฐานกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย วเิ คราะหใ์ นประเด็นตอ่ ไปนี้ • เครือ่ งมอื ที่ใชใ้ นการสรา้ ง 48 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 กลไก ไฟฟา้ หรืออิเลก็ ทรอนิกส์ เรือ่ งท่ี 6 เครอ่ื งมือชา่ งพื้นฐาน • เหตุผลท่เี ลือกใช้ • ลักษณะการใชง้ าน • ขอ้ ควรระวงั ในการใช้ ขั้นนำ (ชว่ั โมงที่ 2) 1) ครทู บทวนความรเู้ ก่ยี วกับสมบตั ิของวสั ดุและเครื่องมือช่างพื้นฐาน ขัน้ สอน 2) แบ่งนกั เรียนเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม เพือ่ เลือกวัสดุและเคร่อื งมือช่างพ้ืนฐานในการแก้ปัญหา ตามสถานการณด์ ังต่อไปนี้ “อนันต์เปิดร้านขายสินค้าสำาหรับคนที่มีรูปร่างอ้วน และต้องการผลิตสินค้ารูปแบบใหม่เพ่ือ ตอบสนองความตอ้ งการของลูกคา้ มากข้ึน คอื เก้าอเี้ พื่อใชใ้ นการนงั่ พกั ผ่อน” นักเรียนจะช่วยอนันต์ออกแบบเก้าอ้ีตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างไร ให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม ออกแบบและสร้างแบบจำลองเก้าอ้ี ขนาดไม่เกิน 20 เซนติเมตร x 20 เซนติเมตร x 20 เซนติเมตร โดยให้ สามารถรับน้ำหนกั ไดม้ ากท่สี ดุ และใช้ในการน่ังพักผอ่ นได้สะดวกสบาย 3) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแบบเก้าอ้ี โดยอธบิ ายในประเดน็ ตา่ ง ๆ ดังนี้ 1) แนวคดิ ในการออกแบบ (นำเสนอดว้ ยวาจา) 2) รายละเอียดของแบบร่าง ประกอบด้วย ขนาด มาตราส่วน วัสดุ เคร่ืองมือช่างพ้ืนฐานท่ีใช้และ เปดิ โอกาสให้นักเรียนในช้ันร่วมอภปิ รายหรือซักถามเก่ยี วกับการออกแบบเกา้ อ้ีของกลุม่ ที่นำเสนอ ขน้ั สรปุ 4) นักเรียนทำใบงานที่ 6.2 เร่ือง ช้ันวางหนังสือของฉนั โดยให้นกั เรยี นออกแบบชั้นวางที่สามารถวาง หนงั สือได้ 2 ชั้น เพอื่ ต้งั บนโตะ๊ ในบา้ นของตนเอง และวเิ คราะห์ในประเด็น ต่อไปนี้ • ประเภทและสมบัตขิ องวัสดทุ ี่เลือกใช้ • เหตุผลในการเลอื กใช้วัสดุประเภทน้นั • เครอื่ งมือชา่ งท่ีใชใ้ นการสร้าง • เหตผุ ลในการเลอื กใชเ้ ครอื่ งมือช่าง และข้อควรระวังในการใชง้ าน 4) นักเรียนและครสู รปุ ร่วมกนั เก่ียวกบั วัสดแุ ละเครอ่ื งมอื ชา่ งพ้ืนฐานวา่ วสั ดุและเคร่ืองมอื ชา่ งพน้ื ฐาน มีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีจุดประสงค์ในการนำไปใช้งานที่แตกต่างกัน ดังน้ันในการสร้างชิ้นงาน จำเป็นต้องพิจารณาสมบัติของวัสดุให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน รวมถึงควรเลือกใช้เครื่องมือช่างพื้นฐานให้ เหมาะสมกบั ประเภทของงาน ใชใ้ ห้ถูกต้องและคำนงึ ถึงความปลอดภัย 49 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 กลไก ไฟฟา้ หรืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เรื่องที่ 6 เครอื่ งมือชา่ งพน้ื ฐาน 6 การวดั และประเมินผล รายการประเมนิ วธิ ีการวดั เคร่ืองมอื เกณฑ์ 1. วเิ คราะห์เครอื่ งมือช่าง ตรวจใบกจิ กรรม พนื้ ฐานทใ่ี ชใ้ นการสรา้ งชนิ้ งาน ใบงานท่ี 6.1 เร่ือง คะแนน 5-6 หมายถงึ ดี ได้ ตรวจใบกิจกรรม 2. เลอื กใช้วัสดแุ ละ เคร่ืองมือ เรยี นร้เู ครอื่ งมือช่าง คะแนน 3-4 หมายถงึ พอใช้ ชา่ งในการสร้างชนิ้ งานได้อย่าง เหมาะสมกบั ลกั ษณะของงาน พืน้ ฐานกบั การใช้ คะแนน 1-2 หมายถึง ปรบั ปรงุ และคำนงึ ถึงความปลอดภัยได้ งานในชวี ิตประจำวนั และ ใบงานที่ 6.2 นกั เรยี นได้ระดบั คุณภาพ พอใช้ เร่ือง ชนั้ วางหนังสือ ถือว่าผา่ น ของฉนั เกณฑ์การประเมนิ ระดบั คะแนน ประเด็นการประเมิน 3 21 1. วิเคราะหเ์ ครื่องมือช่าง พ้ืนฐานท่ใี ช้ในการสรา้ ง การวิเคราะหส์ มบัติ จำาแนกประเภท อธิบาย จำาแนกประเภท อธบิ าย ช้นิ งานได้ ของวสั ดุและเคร่ือง มือชา่ งที่ใช้ในการ สมบตั ขิ องวัสดุ และ สมบตั ขิ องวสั ดุ และ สรา้ งชน้ิ งาน เคร่อื งมอื ชา่ งได้ถูกต้อง เครือ่ งมือช่างได้ถูกตอ้ งแต่ เหมาะสมกับการสร้าง ไมเ่ หมาะสมกับการสรา้ ง ชิ้นงาน 7-8 ขอ้ ช้นิ งาน 5-6 ขอ้ 2. เลอื กใช้วัสดุและ การเลอื กใชว้ ัสดุและ ให้เหตผุ ลในการเลือกใช้ ให้เหตผุ ลในการเลือกใช้ เครื่องมือชา่ งในการสรา้ ง เคร่อื งมือช่างในการ วัสดแุ ละเครื่องมือชา่ งได้ วสั ดแุ ละเครอ่ื งมือชา่ ง แต่ ชิ้นงานไดอ้ ย่างเหมาะสมกับ สร้างชน้ิ งานได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสมกบั ไมเ่ หมาะสมกบั ลักษณะ ลักษณะของงานและ เหมาะสมกบั ลักษณะ ลักษณะของงาน และ ของงาน และความ คำนงึ ถึงความปลอดภยั ได้ ของงานและคำนึงถึง ความปลอดภัย ปลอดภัย ความปลอดภัย เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 9 - 12 ดี 5 - 8 พอใช้ 1 - 4 ปรบั ปรงุ 50 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 2 กลไก ไฟฟา้ หรอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรือ่ งท่ี 6 เครอ่ื งมอื ชา่ งพน้ื ฐาน 7 ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ 7.1 ส่อื การเรยี นรู้ บทเรยี นบนเว็บ เรอื่ ง เคร่ืองมือช่างพ้ืนฐาน gg.gg/wwk123 51 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 2 กลไก ไฟฟา้ หรอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรื่องที่ 6 เคร่ืองมอื ชา่ งพน้ื ฐาน ใบงานท่ี 6.1 เรยี นรเู้ ครือ่ งมอื ชา่ งพื้นฐานกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน คำชี้แจง จากรูปกำหนด ใช้เคร่ืองมือช่างใดในการประกอบหรือสร้าง เพราะเหตุใดจึงใช้เครื่องมือช่างน้ัน และมลี ักษณะการใช้งาน และข้อควรระวังในการใชอ้ ย่างไร แนวคำตอบ เคร่ืองมอื ชา่ งที่ใช้ เหตุผลท่ีเลอื กใช้ ลกั ษณะการใชง้ าน ขอ้ ควรระวัง ตลบั เมตร ใช้งานง่าย สายวัดมี ใชว้ ัดขนาดความกว้าง การม้วนสายเขา้ เกบ็ ใน ความยาวมากพอในการ ยาวของโต๊ะ ตลับ ควรใช้มอื จบั ช่วย เล่อื ยลันดา วัดความกวา้ ง ยาวของ ผ่อนแรงไม่ใหส้ ายวัดหมนุ สวา่ นไฟฟ้า โตะ๊ ใช้ตดั ไม้ทว่ั ไปให้มีขนาด เข้าตลับเร็วเกนิ ไป เพราะ ตามตอ้ งการ อาจทำาใหเ้ กิดอันตราย สกรูและนอต เปน็ เคร่อื งมอื สำหรับ ใช้เจาะรโู ลหะหรือไม้ท่ีมี ต่อผู้ใช้ ตัดไม้ไดส้ ะดวก ความแขง็ อันตรายจากฟันเล่อื ย ใช้งานสะดวก ชว่ ย ผ่อนแรงในการเจาะรู ใช้ยึดชน้ิ งานที่เปน็ โลหะ ไม่ควรใชด้ อกสวา่ นผดิ ประเภทเช่น ดอกสว่าน สามารถยึดวสั ดปุ ระเภท เจาะคอนกรีตไม่ควรนำา ไปเจาะเหล็ก เพราะจะ ทำาให้ดอกสวา่ นชำารดุ การขนั สกรเู ขา้ กบั นอต 52 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 กลไก ไฟฟ้าหรอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรื่องท่ี 6 เครื่องมอื ชา่ งพื้นฐาน เครื่องมือชา่ งที่ใช้ เหตุผลท่เี ลือกใช้ ลกั ษณะการใชง้ าน ขอ้ ควรระวัง เขา้ ด้วยกัน โดยเจาะรู ต้องวางตำแหน่งให้ โลหะทีม่ คี วามแขง็ ได้ ช้นิ งานให้มีขนาดพอดกี ับ ตรงกันก่อนขัน สกรูแลว้ ขันสกรแู ละนอต ไขควง ใชง้ านสะดวก ชว่ ยผอ่ น ใช้ขนั หรือคลายสกรูใน เลือกขนาดและประเภท แรงในการขนั หรอื คลาย สกรู งานประเภทสลกั เกลียวที่ ของไขควงใหเ้ หมาะสม ยดึ ไมห้ รอื โลหะ กับหัวสกรู 53 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 กลไก ไฟฟ้าหรอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เร่อื งท่ี 6 เครอ่ื งมือชา่ งพน้ื ฐาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ ครู สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ ลงในช่อง ท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน ลำดบั ชอื่ -สกลุ ความตั้งใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลสำเร็จ รวม ที่ ของผูร้ ับการประเมนิ ในการทำงาน รับผดิ ชอบ เวลา เรียบรอ้ ย ของงาน 20 คะแนน 43214321432143214321 ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครัง้ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครัง้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 54 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 กลไก ไฟฟ้าหรืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เรอื่ งที่ 6 เครือ่ งมือชา่ งพ้นื ฐาน  ด้านความรู้  ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของนักเรยี น  ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์  ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรอื พฤติกรรมท่มี ปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )  ปัญหา/อปุ สรรค  แนวทางการแกไ้ ข ลงชอื่ ...............................................ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ (นางสาวรัตนา วงศภ์ งู า) ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชือ่ (นายนพดล ศรรี ะกจิ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวงั หลวงวิทยาคม 55 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 กลไก ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 2 ช่วั โมง เรื่องท่ี 7 กลไก ลอ้ และเพลา แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 7 กลไก ลอ้ และเพลา ว21201 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 1 สาระสำคญั กลไก คือ ส่วนของอุปกรณ์ท่ีทำหน้าท่ีส่งผ่านการเคลื่อนที่ ทำาให้มีการเปลี่ยนตำแหน่งจากต้นทางไปยัง ปลายทางของการเคลื่อนที่ หรือทำหน้าท่ีเปล่ียนทิศทาง ความเร็ว ลักษณะการเคล่ือนที่ นอกจากนี้ยังช่วยผ่อน แรงให้ทำางานไดง้ ่ายขึน้ มปี ระสิทธิภาพมากขึน้ หรือทำางานไดต้ ามท่เี ราตอ้ งการ ความรเู้ กย่ี วกับกลไก สามารถประยกุ ต์ใชเ้ พอ่ื การสร้างชิ้นงานที่ตอบสนองความต้องการของเราได้ 2 ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรยี นรู้ 2.1 ตัวชี้วดั ว 4.1 ม.1/2 ใชค้ วามร้แู ละทักษะเกยี่ วกับวัสดุ อปุ กรณ์ เครื่องมอื กลไก ไฟฟ้าหรือ อเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ พ่อื แกป้ ัญหาได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย 2.2 สาระการเรียนรู้ การสร้างช้ินงานอาจใช้ความรู้เร่ืองกลไก เช่น ล้อและเพลา ความรู้เร่ืองไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วงจรไฟฟ้า LED บัซเซอร์ มอเตอร์ 3 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 ระบุของเลน่ ของใช้ทใ่ี ช้กลไก ลอ้ และเพลาได้ 3.2 ใหเ้ หตุผลในการออกแบบชน้ิ งานโดยประยุกต์ใช้ความรเู้ รอ่ื งกลไกเบื้องตน้ ได้ 3.3 ประยกุ ต์ใช้กลไก ล้อ และเพลาได้ 4 ทักษะและกระบวนการทเ่ี ปน็ จดุ เนน้ 4.1 ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ 4.2 ทกั ษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 4.3 ทักษะการส่ือสาร 4.4 ทกั ษะความคดิ สร้างสรรค์ 4.5 ทกั ษะการทำงานร่วมกับผู้อ่ืน 56 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรอ่ื งท่ี 7 กลไก ลอ้ และเพลา 5 กิจกรรมการเรียนรู้ ข้นั นำ (ช่วั โมงที่ 1) 1) ครูทบทวนความรู้ก่อนเรียน โดยร่วมอภปิ รายกับนักเรียนในประเด็นต่อไปน้ี วัสดุและเคร่อื งมือช่าง พน้ื ฐานมมี ากมายหลายประเภท แตล่ ะประเภทมจี ุดประสงค์ในการนำไปใช้งานทีแ่ ตกต่างกนั เชน่ เคร่อื งมือท่ี เก่ียวขอ้ งกบั การหมุน ได้แก่ ไขควง สวา่ นมือ สวา่ นไฟฟา้ ดังนนั้ ในการสรา้ งชนิ้ งานจำเป็นต้องพิจารณาสมบตั ิ ของวัสดใุ ห้เหมาะสมกบั การนำไปใช้งาน รวมถงึ ควรเลือกใชเ้ คร่ืองมอื ช่างพน้ื ฐานให้เหมาะสมกบั ประเภทของ งาน ใช้ใหถ้ กู ต้องและคำนึงถึงความปลอดภยั 2) สำรวจความรู้ก่อนเรยี นของนักเรียนเกย่ี วกบั ความหมายของคำวา่ กลไก โดยใชค้ ำถามนำและ บันทึกคำตอบของนักเรียนท่ีกระดาน ดงั น้ี - ในชวี ติ ประจำวนั นกั เรยี นได้ใชส้ ง่ิ อำนวยความสะดวกอะไรบา้ ง แนวคำตอบ กรรไกรตดั กระดาษ ชอ้ น ตะเกียบ แปรงสฟี นั ฯลฯ - นกั เรียนคดิ ว่าสงิ่ อำนวยความสะดวกท่ยี กตวั อยา่ งมาน้ัน มี กลไก หรือไม่ แนวคำตอบ มี หรอื ไม่มี เช่น กรรไกรมีกลไก ช้อนไม่มกี ลไก - นักเรยี นอาจเคยได้ยินหรอื รู้ความหมายของคำว่า กลไก มาบา้ ง นักเรยี นคิดว่ากลไกหมายถึง อะไร แนวคำตอบ ไมม่ ีคำตอบที่ถูกหรือผดิ ครชู มเชยนกั เรยี นท่รี ่วมแสดงความคิดเหน็ ไมว่ า่ ตอบถูก หรอื ผดิ ขน้ั สอน 3) ครูให้นกั เรยี นหาความหมายของ กลไก จากบทเรยี นบนเวบ็ หวั ข้อ กลไก (mechanism) แนวคำตอบ กลไก หมายถึง ส่วนของอุปกรณท์ ่ีทำหน้าที่ส่งผา่ นการเคลื่อนท่ี ทำใหเ้ กดิ การเปลย่ี น ตำแหน่งจากต้นทางไปยังปลายทางของการเคล่ือนที่ นอกจากน้ี ยังทำหน้าท่ีเปล่ียนทิศทาง ความเร็ว ลักษณะ การเคลื่อนที่ และยังชว่ ยผอ่ นแรงให้ทำงานไดง้ ่ายข้ึนหรอื มีประสทิ ธิภาพมากขึ้นอีกด้วย 4) นักเรียนสำรวจและศึกษาไขควงของจริง จากน้ันนักเรียนตอบคำถามชวนคิดว่า ไขควงมีกลไก หรือไมถ่ า้ มี มกี ารทำงานอย่างไร แนวคำตอบ มกี ลไก โดยใช้หลักการลอ้ และเพลา คำถาม คำตอบ แรงทใ่ี ช้ในการขนั สกรูดว้ ยไขควงด้ามใหญ่ แตกต่างกัน การขันสกรูดว้ ยไขควงด้ามใหญ่ กับด้ามเล็ก แตกต่างกนั หรือไม่ อยา่ งไร ใชแ้ รงนอ้ ยกวา่ การขันสกรูดว้ ยไขควงด้ามเล็ก ไขควงถือเปน็ อุปกรณ์ชว่ ยผอ่ นแรงทำาให้ ใช่ ทำให้เราขันสกรูได้งา่ ยขึ้น ทำงานได้ง่ายขึ้น ใชห่ รอื ไม่ อยา่ งไร ไขควงเป็นอปุ กรณท์ ่ีทำาหนา้ ที่ส่งผา่ นการ เป็น โดยเป็นการสง่ ผ่านการเคล่ือนท่ีจากด้าม 57 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ไปยงั ปากไขควง เรอื่ งที่ 7 กลไก ล้อ และเพลา เคล่อื นทห่ี รือไม่ อยา่ งไร ข้ันสรปุ 5) ครูและนักเรียนสรุปร่วมกันว่า ไขควง มีกลไก เพราะเป็นอุปกรณ์ท่ีทำหน้าท่ีส่งผ่านการเคลื่อนที่ จากดา้ มไขควงไปยงั ปากไขควง ซึ่งช่วยผ่อนแรงในการทำงาน ขั้นนำ (ชวั่ โมงที่ 2) 1) .ครนู ำชดุ สาธติ ลอ้ และเพลา มาแสดงหน้าชนั้ โดยอธบิ ายส่วนต่าง ๆ ของชดุ สาธิตลอ้ และเพลา เทียบกบั เน้ือหาลอ้ และเพลา ดังน้ี ลอ้ และเพลา เป็นกลไกอยา่ งงา่ ยทชี่ ่วยผ่อนแรงในการทำงาน ประกอบดว้ ย วัตถุทรงกระบอก 2 อันท่มี ขี นาดแตกต่างกนั และอยู่ตดิ กนั โดยวตั ถทุ ม่ี ีขนาดใหญ่กว่าเรยี กวา่ ลอ้ และวัตถุทมี่ ี ขนาดเลก็ กว่าเรยี กวา่ เพลา เม่อื ล้อหรือเพลาหมนุ จะทำให้อีกสว่ นหมุนตาม (ครสู าธิตการหมุนทเ่ี พลา ให้ นกั เรยี นสงั เกตวา่ ลอ้ หมุนหรอื ไม่ จากน้ันทำการหมุนล้อ แล้วให้นักเรียนสังเกตว่า เพลาหมนุ หรอื ไม)่ ขนั้ สอน 2) ครูให้นกั เรียนคาดคะเนวา่ แรงท่ีใชใ้ นการหมุนล้อ (ฝาวงกลม) กับแรงทีใ่ ช้ในการหมุนเพลา (ดินสอ) เพ่อื ยกใหด้ ินน้ำมนั ลอยขน้ึ แตกต่างกนั หรือไม่ อย่างไร ครบู ันทึกผลการคาดคะเนและจำนวนนกั เรยี นที่ คาดคะเนบนกระดาน ดังตารางต่อไปนี้ การคาดคะเน จำนวนนักเรียน (คน) แรงทใี่ ช้หมุนล้อ มากกว่า แรงท่ใี ชห้ มุนเพลา แรงที่ใช้หมนุ ลอ้ เท่ากับ แรงทใี่ ช้หมนุ เพลา แรงทีใ่ ช้หมุนล้อ น้อยกวา่ แรงที่ใชห้ มนุ เพลา 3) นกั เรยี นทำการทดลองกบั ชุดสาธิตล้อและเพลาโดยสังเกตความยากงา่ ยในการหมุน (แรงทใ่ี ช้) เมื่อ ออกแรงหมนุ ทีล่ ้อ และเพลา แลว้ ตอบคำถามวา่ แรงทใี่ ชใ้ นการหมนุ ที่ลอ้ และหมนุ ท่ีเพลา ต่างกันหรอื ไม่ อยา่ งไร แนวคำตอบ ตา่ งกนั แรงที่ใช้หมนุ ทีล่ ้อนอ้ ยกวา่ แรงที่ใช้หมุนที่เพลา ขน้ั สรุป 4) นักเรียนอภิปรายร่วมกันว่า ไขควง กับ ล้อและเพลา เป็นกลไกประเภทเดียวกันหรือไม่ อย่างไร จากน้ันครนู ำภาพลอ้ และเพลาเปรียบเทยี บกับไขควง มาให้นกั เรยี นพิจารณา 58 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ เรือ่ งที่ 7 กลไก ล้อ และเพลา แล้วอภิปรายร่วมกับนักเรียนว่า จากภาพเปรียบเทียบจะเห็นว่าไขควงท่ียกตัวอย่างมาน้ันมี ลักษณะท่ีคล้ายกับกลไกล้อและเพลาไขควงจึงมีกลไกเหมือนกับล้อและเพลาน่ันเองแต่ไขควงท่ีพบเห็นทั่วไปน้ัน จะมดี า้ มและก้านท่ียาวกว่าไขควงในรปู แต่ใช้กลไกล้อและเพลาเหมือนกัน 6 การวดั และประเมินผล รายการประเมนิ วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์ 1. ระบขุ องเลน่ ของใช้ท่ี ตรวจใบกิจกรรม ใช้กลไก ล้อและเพลาได้ ตรวจใบกจิ กรรม ใบงานที่ 7.1 เรื่อง คะแนน 11-15 หมายถึง ดี 2. ให้เหตุผลในการออกแบบ ตรวจใบกิจกรรม กลไก ล้อ และเพลา คะแนน 6-10 หมายถึง พอใช้ ช้นิ งานโดยประยกุ ต์ใชค้ วามรู้ เรื่องกลไกเบื้องต้นได้ คะแนน 1-5 หมายถงึ ปรับปรงุ 3. ประยกุ ตใ์ ชก้ ลไกล้อ และ เพลาได้ นกั เรียนไดร้ ะดบั คุณภาพ พอใช้ ถอื วา่ ผ่าน 59 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เร่อื งที่ 7 กลไก ล้อ และเพลา เกณฑก์ ารประเมิน ประเด็นการประเมนิ ระดบั คะแนน 32 1 1. ระบขุ องเลน่ ของใชท้ ี่ ระบขุ องเล่นของใชท้ ่ใี ช้ ระบุของเลน่ ของใช้ทีใ่ ช้ ระบุของเลน่ ของใช้ท่ีใช้ ใชก้ ลไก ล้อและเพลา กลไกล้อ และเพลา ได้ กลไกล้อ และเพลา ได้ กลไกล้อ และเพลา ได้ ถกู ต้องทัง้ 4 ตัวอยา่ ง ถูกต้องทัง้ 3 ตวั อยา่ ง ถกู ต้องเพียง 1-2 ตวั อยา่ ง 2. ให้เหตุผลในการ ให้เหตผุ ลในการออกแบบ ให้เหตุผลในการออกแบบ ให้เหตผุ ลในการออกแบบ ออกแบบชน้ิ งานโดย ชิน้ งานไดส้ มเหตุสมผล ชิน้ งานได้สมเหตุสมผล ชิ้นงาน แตไ่ ม่ระบุวสั ดทุ ีใ่ ช้ ประยุกต์ใช้ความร้เู รื่อง และเลอื กใช้วสั ดุได้ถูกต้อง แตเ่ ลอื กใชว้ ัสดุไม่ ในการสร้างชิ้นงานท่ี กลไก ลอ้ และเพลา เบ้ืองต้น เหมาะสมกบั ช้นิ งานที่ เหมาะสมกบั ช้ินงานที่ ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ 3. ประยุกตใ์ ชก้ ลไกล้อ และ ชน้ิ งานที่ออกแบบมีกลไก ชิ้นงานท่อี อกแบบมกี ลไก ชิ้นงานท่ีออกแบบมกี ลไก เพลา ล้อเพลา และอธิบายได้ถูก ลอ้ เพลา แต่อธิบายไมถ่ กู ลอ้ เพลา แต่ไม้อธิบาย ตอ้ งตามหลกั การทำงาน ตอ้ งตามหลักการทำงาน หลักการทำงานของล้อ ของล้อและเพลา ของล้อและเพลา และเพลา เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 11 - 15 ดี 6 - 10 พอใช้ 1 - 5 ปรบั ปรงุ 7 ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้ 7.1 ส่อื การเรยี นรู้ บทเรียนบนเวบ็ เรื่อง เครื่องมือชา่ งพื้นฐาน gg.gg/wwk123 60 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรือ่ งที่ 7 กลไก ล้อ และเพลา ใบงานที่ 7.1 กลไกทีช่ ว่ ยเพิ่มประสทิ ธภิ าพการทำงาน คำชแี้ จง ใหน้ ักเรียนสำรวจสิ่งของเครอื่ งใช้ภายในโรงเรียน และเลือกส่ิงของเครื่องใชท้ ี่นักเรยี นสนใจกลุม่ ละ 1 ชนิด จากน้นั ให้นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายในประเดน็ ดงั ตอ่ ไปนี้ • สิ่งของเคร่อื งใช้ท่สี นใจมีกลไกประเภทใดเปน็ ส่วนประกอบ • หน้าที่และเง่ือนไขการทำงานของกลไกทเี่ ปน็ ส่วนประกอบ • อปุ กรณ์ทไี่ ดร้ บั ผลกระทบจากการทำงานของกลไก ภาพสิง่ ของเคร่ืองใชท้ ี่นักเรียนเลือก ชือ่ ส่ิงของเคร่ืองใช้ : ประเภทของกลไก หนา้ ท่ีและเงื่อนไขการทำงาน อปุ กรณ์ท่ีได้รบั ผลกระทบจาก การทำงานของกลไก รอก พบไดบ้ นยอดเสาธง งานก่อสรา้ งอาคาร ขนาดไม่ใหญม่ ากท่ีต้องลำเลียงวสั ดุ อุปกรณ์ไปยงั ชน้ั อ่ืน รถเครน ฯลฯ เฟือง พบในรถยนต์ รถจักรยาน หุ่นยนตห์ รอื รถของเล่น เครอ่ื งเลน่ ดีวีดี พัดลม ฯลฯ คาน พบได้ทีก่ ระดานโยกเด็กเล่น คันโยกสบู น้ำ กรรไกร คีม เสียม ฯลฯ 61 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เร่อื งท่ี 7 กลไก ลอ้ และเพลา ใบงานท่ี 7.2 ล้อ และเพลา คำชีแ้ จง ให้ผู้เรียนทดลองหมุนล้อและเพลาเพ่ือยกดินน้ำมันจากชุดสาธิตล้อและเพลา และตอบคำถาม ตอ่ ไปนี้ 1. ผู้เรยี นคาดคะเนวา่ แรงท่ีใช้ในการหมนุ ลอ้ (ฝาขวด) กับแรงที่ใชใ้ นการหมุนเพลา (ดินสอ) เพ่ือ ยกให้ดินนำ้ มนั ลอยขึ้น แตกต่างกันหรือไม่ อยา่ งไร  แรงทีใ่ ช้หมนุ ลอ้ มากกว่า แรงที่ใช้หมุนเพลา  แรงท่ีใช้หมนุ ลอ้ เทา่ กับ แรงท่ใี ชห้ มุนเพลา  แรงท่ใี ชห้ มนุ ล้อ น้อยกวา่ แรงทใี่ ช้หมุนเพลา 2. หมุนลอ้ กบั หมนุ เพลา ใช้แรงตา่ งกนั หรือไม่ อยา่ งไร แนวคำตอบ ไม่เท่ากัน แรงท่ีใชใ้ นการหมุนเพลา มากกว่า แรงทใ่ี ชใ้ นการหมุนลอ้ 62 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรือ่ งที่ 7 กลไก ล้อ และเพลา แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบคุ คล คำชแี้ จง : ให้ ครู สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ ง ท่ีตรงกบั ระดบั คะแนน ลำดบั ชือ่ -สกุล ความต้ังใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลสำเรจ็ รวม ท่ี ของผู้รับการประเมนิ ในการทำงาน รับผดิ ชอบ เวลา เรียบร้อย ของงาน 20 คะแนน 43214321432143214321 ลงชือ่ .................................................... ผู้ประเมนิ ................ /................ /................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากว่า 10 ปรบั ปรุง 63 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เรอื่ งที่ 7 กลไก ลอ้ และเพลา  ด้านความรู้  ด้านสมรรถนะสำคญั ของนักเรียน  ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์  ด้านอื่น ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมท่มี ปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )  ปญั หา/อปุ สรรค  แนวทางการแก้ไข ลงชอื่ ...............................................ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ (นางสาวรัตนา วงศภ์ งู า) ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงชือ่ (นายนพดล ศรรี ะกิจ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวงั หลวงวิทยาคม 64 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ 2 ช่วั โมง เรอื่ งท่ี 8 ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 8 ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์ ว21201 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 1 สาระสำคัญ ไฟฟ้า คอื พลังงานรูปแบบหนง่ึ ซง่ึ เกี่ยวขอ้ งกับการเคล่ือนทีข่ องอิเลก็ ตรอนหรือโปรตอน นำมาใช้ ประโยชนโ์ ดยทำให้เปลี่ยนเปน็ พลงั งานรูปแบบอนื่ ๆ ได้ เช่น แสงสวา่ ง ความรอ้ น เสียง ตวั อยา่ งการนำไฟฟ้ามา ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น ทำให้เกิดแสงสว่างด้วยหลอดไฟ ทำให้เกิดความร้อนด้วยเตารีด หม้อหุงข้าว ทำให้เกิดภาพและเสยี งด้วยโทรทัศน์ สมาร์ตโฟน ทำให้เกิดการเคลอ่ื นที่ เช่น การหมุนของมอเตอรท์ ี่อยูใ่ นพัดลม หรือเครือ่ งซกั ผ้า อิเล็กทรอนิกส์ คือ การควบคุมการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าเพื่อให้ได้ปริมาณหรือ ทิศทางการเคล่ือนที่ ของกระแสไฟฟ้าตามท่ีต้องการ การทำงานต่าง ๆ จะต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อควบคุมการเคล่ือนที่ของ กระแสไฟฟ้าน่ันเอง อุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์มีหลายชนิด ท่ีพบท่ัวไป เช่น หลอด LED (ไดโอดเปล่งแสง) ตัว ต้านทาน ความรู้เกี่ยวกับ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สามารถประยุกต์ใช้เพื่อการสร้างช้ินงานท่ีตอบสนองความ ต้องการของเราได้ 2 ตวั ช้วี ดั และสาระการเรียนรู้ 2.1 ตวั ชวี้ ัด ว 4.1 ม.1/2 ใชค้ วามรูแ้ ละทักษะเก่ียวกบั วสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้าหรือ อิเล็กทรอนกิ สเ์ พื่อแกป้ ญั หาได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย 2.2 สาระการเรียนรู้ การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้เร่ืองกลไก เช่น ล้อและเพลา ความรู้เรื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วงจรไฟฟ้า LED บัซเซอร์ มอเตอร์ 3 จุดประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 ระบุของใชท้ ีใ่ ช้อุปกรณไ์ ฟฟา้ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ได้ 3.2 ออกแบบชิน้ งานโดยประยุกต์ใชค้ วามรเู้ รือ่ งวงจรไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บื้องตน้ ได้ 3.3 ใหเ้ หตผุ ลในการออกแบบและการเลือกใชว้ สั ดไุ ด้ 65 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ งที่ 8 ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนกิ ส์ 3.4 ประยุกต์ใช้อุปกรณไ์ ฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ได้ 4 ทักษะและกระบวนการทีเ่ ป็นจดุ เน้น 4.1 ทักษะการคดิ วิเคราะห์ 4.2 ทกั ษะการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ 4.3 ทักษะการสื่อสาร 4.4 ทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์ 4.5 ทกั ษะการทำงานร่วมกับผู้อ่ืน 5 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขัน้ นำ (ชวั่ โมงท่ี 1) 1) ผ้สู อนชวนผเู้ รยี นอภิปรายเก่ยี วกับการที่มนุษยส์ ามารถรบั รู้การเปล่ยี นแปลงของส่งิ ตา่ ง ๆ ท่ีอยู่ รอบตวั ด้วยประสาทสมั ผัส (รูป รส กลิ่น เสียง การสัมผสั ) 2) ผู้สอนยกตวั อยา่ งและตั้งประเด็นคำถามเกย่ี วกบั การนำเซ็นเซอร์ (sensor) มาใช้แทนการรับรขู้ อง มนษุ ย์ เชน่ หากผู้เรียนรู้สกึ เป็นไข้ วดั อุณหภมู ขิ องร่างกายเบอ้ื งต้นไดอ้ ย่างไร มีอุปกรณ์ใดทใ่ี ชว้ ัดความร้อนใน ร่างกายแทนการสัมผัส ข้นั สอน 3) แบ่งกลุม่ ผู้เรียนและใหแ้ ต่ละกลุ่มอภิปรายวา่ เซ็นเซอร์ต้องใชง้ านรว่ มกบั อปุ กรณ์อ่นื ๆ ชนิดใดบ้าง เช่น เซ็นเซอร์ มอเตอร์ ตวั ตา้ นทาน ตวั เก็บประจุ ไดโอด วงจรสำาเร็จรปู แผงควบคุมขนาดเล็ก จากนน้ั แต่ละ กลมุ่ สืบค้นข้อมูลเกยี่ วกบั หลกั การทำงานของอปุ กรณ์เหลา่ นั้น 4) ผ้สู อนและผู้เรียนร่วมกันสรปุ เก่ยี วกบั หลักการทำงานของอปุ กรณ์เหล่าน้นั 5) ผเู้ รยี นแต่ละกลุ่มสำรวจเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าทีพ่ บในชีวิตประจำาวนั ซงึ่ มอี ปุ กรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นส่วนประกอบในระบบ แล้ววเิ คราะห์ในประเด็น ดงั ต่อไปนี้ ชนดิ ของเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ผี ู้เรยี นเลือก และมีจดุ ประสงคใ์ นการใชง้ านอย่างไร เคร่ืองใช้ไฟฟา้ มสี ่วนประกอบของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ประเภทใดบา้ ง เชน่ เซน็ เซอร์ มอเตอร์ ตวั ต้านทาน ตัวเก็บประจุ ไดโอด วงจรสำเร็จรปู แผงควบคมุ ขนาดเล็ก มหี นา้ ที่การทำงานอย่างไรใน เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ชนิดนัน้ จากน้ันบนั ทกึ ในใบงานที่ 8.1 เรื่อง เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าที่พบในชีวติ ประจำวนั ขัน้ สรปุ 6) ผ้สู อนและผู้เรียนรว่ มกนั อภปิ รายและสรปุ ความรู้เกย่ี วกับการนำาอุปกรณ์ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ ท่นี ำามาช่วยอำานวยความสะดวกในการทำงาน ข้ันนำ (ช่วั โมงท่ี 2) 66 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 กลไก ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เรอ่ื งที่ 8 ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 1) ครทู บทวนความรู้ เร่ืองการตอ่ วงจรไฟฟ้าแบบอนกุ รมและวงจรไฟฟ้าแบบขนาน ดังตัวอยา่ ง 2) ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนักเรียน โดยเปิดประเด็นคำถามว่าไฟฟา้ คืออะไร นักเรยี นคิดว่าไฟฟา้ มี ความจำเป็นตอ่ ชวี ติ ประจำวนั หรือไม่ อย่างไร แนวคำตอบ ไฟฟ้า คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งซึ่งเก่ียวข้องกับการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือ โปรตอน ใช้ประโยชน์โดยทำให้เปลี่ยนเป็นพลังงานรูปแบบอื่น ๆ ได้ เช่น แสงสว่าง ความร้อน เสียง ซ่ึงมีความ จำเป็นต่อชีวิตประจำวันเพราะมนุษย์มีการนำไฟฟ้ามาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากมาย เชน่ ทำให้เกิดแสง สว่างจากหลอดไฟ ทำให้เกิดความร้อนจากเตารีด หม้อหุงข้าว ทำให้เกิดเสียงจากโทรทัศน์ วิทยุ ทำให้เกิดการ หมุน เช่น การหมุนของพัดลมหรือเครื่องซักผ้าหากไม่มีไฟฟ้าก็จะเกิดความลำบาก ความไม่สะดวกในการทำ กิจกรรมแต่ละอยา่ งในชวี ติ ประจำวนั ขั้นสอน 3) ครเู ปดิ ประเดน็ คำถามวา่ อิเล็กทรอนกิ สค์ อื อะไร เก่ียวขอ้ งกับไฟฟ้าอย่างไร แนวคำตอบ อิเล็กทรอนิกส์คือ การควบคุมการเคลื่อนท่ีของกระแสไฟฟ้าเพื่อให้ได้ปริมาณหรือทิศ ทางการเคล่ือนท่ีตามท่ีต้องการ โดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตัวต้านทาน ไดโอด ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสิ่งท่ีเกี่ยวข้องกัน กล่าวคือภายในเครื่องใช้ไฟฟ้าจะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ เชื่อมต่อกันอยู่ มีส่วนท่ีให้กระแสไฟฟ้า ผ่าน เรียกว่า วงจรไฟฟ้า ซ่ึงประกอบด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เช่ือมต่อกันด้วยวิธีที่แตกต่างกัน เช่น วงจร ขนาน วงจรอนุกรม ทำหน้าท่คี วบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าเช่น ตัวต้านทาน และควบคุมทิศทางการเคลื่อนท่ขี อง กระแสไฟฟา้ เชน่ ไดโอด ในทางกลับกันหากไม่มีไฟฟ้า อปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ จะไมส่ ามารถทำงานได้ 4) นักเรียนศึกษาเนื้อหาในบทเรยี นบนเว็บ หัวข้อ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น รวมถึงเกรด็ น่ารู้ เกยี่ วกับชนิดของไฟฟา้ ตามแหลง่ กำาเนิดไฟฟา้ 5) นักเรียนศึกษาตัวอย่างวงจรไฟฟ้าของไฟฉายว่า ภายในประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และแต่ละอย่าง ทำหนา้ ท่อี ย่างไร แนวคำตอบ ถ่านไฟฉายหรือแบตเตอร่ี 2 ก้อน ทำหน้าที่กำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง โดยมีสายไฟ หรือ โลหะเป็นตัวเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในวงจร เช่น ขั้วของถ่านไฟฉายกับหลอดไฟ ขั้วของหลอด ไฟกับขาของ 67 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ งที่ 8 ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ สวติ ช์ สว่ นหลอดไฟ ทำหน้าท่ีเปลี่ยนพลงั งานไฟฟ้าเป็นแสงสว่าง และสวิตชท์ ำหน้าทตี่ ัดต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อบงั คับ ให้เกดิ การเคลอ่ื นทหี่ รอื ไมเ่ คลอ่ื นที่ของกระแสไฟฟ้าในวงจร ขัน้ สรปุ 6) ครูชี้ประเด็นว่าไฟฉายเป็นตัวอย่างของอุปกรณ์ที่ใช้วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ในชีวิตประจำวันเราจะ พบการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ มากมาย โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น พลังงานรูปแบบต่าง ๆ เช่น แสง เสียง กล (การเคล่ือนที่) อุปกรณ์ไฟฟ้าในปัจจุบันนิยมใช้ LED ในการให้แสง สวา่ ง ซึง่ การใชง้ าน LED จำเป็นต้องใช้ตวั ต้านทานเพ่ือควบคุมปริมาณกระแสไฟฟา้ ที่ไหลผ่าน LED ด้วยเช่นกัน 7) นกั เรยี นทำใบงานที่ 8.2 เรอ่ื ง กลไกลอ้ และเพลา หรอื อุปกรณไ์ ฟฟ้า อเิ ลก็ ทรอนิกส์ 6 การวัดและประเมนิ ผล รายการประเมนิ วธิ ีการวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์ 1. ระบุของเล่นของใช้ท่ี ตรวจใบกิจกรรม ใช้กลไกล้อและเพลา และ ตรวจใบกจิ กรรม ใบงานที่ 8.1 เร่ือง คะแนน 11-15 หมายถึง ดี อปุ กรณ์ไฟฟา้ อเิ ล็กทรอนิกส์ได้ 2. ออกแบบช้นิ งานโดย ตรวจใบกิจกรรม สมบตั แิ ละหน้าท่ีของ คะแนน 6-10 หมายถงึ พอใช้ ประยกุ ตใ์ ช้ความรเู้ รอ่ื ง ตรวจใบกจิ กรรม กลไกหรือวงจรไฟฟ้าและ ตัวตา้ นทานและ ใบ คะแนน 1-5 หมายถึง ปรับปรงุ อเิ ล็กทรอนกิ ส์เบ้ืองตน้ ได้ 3. ให้เหตุผลในการ งานท่ี 8.2 เร่ือง ออกแบบและการเลือก ใชว้ ัสดุได้ กลไกล้อและเพลา นักเรียนไดร้ ะดับคุณภาพ พอใช้ 4. ประยุกต์ใช้อปุ กรณ์ ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ได้ หรืออปุ กรณ์ไฟฟา้ ถอื วา่ ผา่ น อเิ ล็กทรอนิกส์ เกณฑ์การประเมิน 3 ระดบั คะแนน 1 ประเดน็ การประเมิน 2 ระบขุ องเลน่ ของใช้ทใ่ี ช้ ระบขุ องเลน่ ของใชท้ ใ่ี ช้ 1. ระบุของเลน่ ของใช้ที่ อปุ กรณ์ไฟฟา้ ระบุของเลน่ ของใช้ที่ใช้ อปุ กรณ์ไฟฟา้ ใชอ้ ปุ กรณ์ไฟฟ้า อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า อเิ ล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนกิ ส์ได้ ไดถ้ ูกต้องทงั้ 4 ตัวอย่าง อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ได้ถูกต้องเพยี ง 1-2 ไดถ้ ูกต้อง 3 ตัวอยา่ ง 68 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ งท่ี 8 ไฟฟ้า และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ประเดน็ การประเมนิ ระดับคะแนน 1 32 ตวั อยา่ ง 2. ออกแบบช้ินงานโดย ภาพวาดชนิ้ งานส่ือสาร ประยกุ ตใ์ ช้ความร้เู รอ่ื ง ภาพวาดชิน้ งานส่ือสารได้ ภาพวาดช้ินงานส่ือสาร ได้ไมช่ ัดเจน กลไกหรือวงจรไฟฟา้ และ อิเลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องตน้ ได้ ชัดเจน เข้าใจง่าย ได้บางส่วน 3. ใหเ้ หตผุ ลในการ ออกแบบและการเลือก ให้เหตุผลในการออกแบบ ใหเ้ หตผุ ลในการออกแบบ ใหเ้ หตผุ ลในการออกแบบ ใชว้ สั ดุได้ ชิน้ งานได้สมเหตุสมผล ช้ินงานไดส้ มเหตุสมผล ช้ินงาน แตไ่ ม่ระบวุ ัสดุทใ่ี ช้ และเลือกใชว้ ัสดไุ ดถ้ ูกต้อง แต่เลือกใช้วัสดไุ ม่ ในการสรา้ งชน้ิ งานท่ี เหมาะสมกับชิน้ งานท่ี เหมาะสมกบั ชิน้ งานท่ี ออกแบบ ออกแบบ ออกแบบ 4. ประยกุ ต์ใช้อปุ กรณ์ ใชอ้ ุปกรณ์ไฟฟ้าและ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและ ใชอ้ ุปกรณ์ไฟฟา้ และ ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ได้ อเิ ล็กทรอนิกส์ได้ถูกต้อง อิเล็กทรอนกิ ส์ไดค้ รบถ้วน อิเลก็ ทรอนกิ ส์ได้ถูกตอ้ ง ตามหนา้ ทกี่ ารใชง้ าน 1 อยา่ ง และถูกต้องตามหนา้ ท่ีการ ตามหนา้ ท่กี ารใช้งาน ใชง้ านทง้ั 3 อย่าง 2 อย่าง เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 11 - 15 ดี 6 - 10 พอใช้ 1 - 5 ปรบั ปรุง 7 สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ บทเรยี นบนเวบ็ เรื่อง เครื่องมือช่างพน้ื ฐาน gg.gg/wwk123 69 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ งท่ี 8 ไฟฟ้า และอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ใบงานท่ี 8.1 เคร่อื งใชไ้ ฟฟา้ ทพี่ บในชีวติ ประจำวัน คำช้แี จง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสำรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีพบในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีอุปกรณ์ไฟฟ้าและ อเิ ล็กทรอนกิ สเ์ ปน็ ส่วนประกอบในระบบ แล้ววเิ คราะห์ในประเดน็ ดงั ต่อไปน้ี o ประเภทของเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ทผ่ี ู้เรยี นเลือก และมีจุดประสงค์ในการใช้งานอยา่ งไร o เคร่ืองใช้ไฟฟ้ามีส่วนประกอบของอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ประเภทใดบ้าง เช่น เซ็นเซอร์ มอเตอร์ ตัวต้านทานตัวเก็บประจุ ไดโอด วงจรสำเร็จรูป แผงควบคุมขนาดเล็ก มี หน้าท่กี ารทำงานอยา่ งไรในเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าชนดิ น้ัน ภาพสิง่ ของเครื่องใช้ที่นักเรียนเลอื ก ชือ่ สง่ิ ของเครอ่ื งใช้ สว่ นประกอบของอุปกรณไ์ ฟฟา้ หนา้ ท่ี หลกั การทำงาน และอิเล็กทรอนิกส์ 70 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ งที่ 8 ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนกิ ส์ ใบงานที่ 8.2 สมบตั แิ ละหนา้ ทข่ี องตวั ต้านทาน คำช้ีแจง ให้นักเรียนเปรียบเทียบความสว่างของหลอดไฟเม่ือไม่มีตัวต้านทานอยู่ในวงจร กับความสว่างของ หลอดไฟเมือ่ มีตัวต้านทานอยูใ่ นวงจร และตอบคำถามต่อไปนี้ 1. นักเรยี นคาดคะเนความสว่างของหลอดไฟ หลงั จากน้ันทดลองและบนั ทกึ ผลจากการสังเกต 2. จากผลการทดลองท่ีได้ ปริมาณกระแสไฟฟา้ ทีผ่ า่ นหลอดไฟท่ีมีตัวต้านทานอยใู่ นวงจร เม่อื เทียบ กับปรมิ าณกระแสไฟฟ้าที่ผา่ นหลอดไฟท่ีไมม่ ีตวั ตา้ นทานอยู่ในวงจร เป็นอยา่ งไร ทราบได้อย่างไร แนวคำตอบ ปริมาณกระแสไฟฟ้าท่ีผ่านหลอดไฟทีม่ ตี ัวต้านทานอยู่ในวงจร มีคา่ น้อยกว่า ปริมาณ กระแสไฟฟ้าที่ผ่านหลอดไฟที่ไมม่ ตี ัวตา้ นทานอยู่ในวงจร สงั เกตได้จากความสวา่ งของหลอดไฟทีล่ ดลง 3. สิง่ ท่ีนกั เรยี นได้คาดคะเนไว้ เหมือนหรือแตกตา่ งจากสง่ิ ท่ีสังเกตไดจ้ ากการทดลองอย่างไร และคิด ว่าเปน็ เพราะเหตุใด แนวคำตอบ ข้ึนอยู่กบั นักเรียนแต่ละคน 71 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 กลไก ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรื่องที่ 8 ไฟฟ้า และอเิ ล็กทรอนิกส์ ใบงานที่ 8.3 กลไกลอ้ และเพลา หรอื อปุ กรณ์ไฟฟา้ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ นักเรยี นคิดวา่ สงิ่ ของเครอื่ งใช้ตอ่ ไปนี้ ใช้กลไกล้อและเพลา และอุปกรณ์ไฟฟา้ อิเลก็ ทรอนกิ สห์ รือไม่ ถ้า ใช้ ใหอ้ ธบิ ายวา่ ใช้ท่สี ว่ นใดหรอื อุปกรณ์ใดของส่ิงของเครื่องใช้นั้น รถมอเตอรไ์ ฟฟา้ พดั ลมมอื ถือ สเกตบอรด์ เทียนไฟฟ้า  กลไกล้อและเพลา  กลไกล้อและเพลา  กลไกล้อและเพลา  กลไกลอ้ และเพลา ใชท้ ่ีสว่ นใด ใช้ท่สี ่วนใด ใชท้ ่สี ว่ นใด ใชท้ ส่ี ่วนใด ลอ้ รถ มอเตอร์ มอเตอร์ ลอ้ - โดยมอเตอรจ์ ะหมนุ โดยมอเตอรจ์ ะหมนุ สเกตบอร์ดเคลื่อนท่ีได้ ใบพัดทำใหร้ ถเคลือ่ นท่ี ใบพดั สะดวกโดยใช้ล้อรถ  ไฟฟา้ และ ไปขา้ งหน้าได้สะดวก อเิ ลก็ ทรอนิกส์ โดยลอ้ รถ  ไฟฟ้าและ  ไฟฟา้ และ ใชท้ สี่ ่วนใด  ไฟฟา้ และ อเิ ล็กทรอนิกส์ อิเลก็ ทรอนิกส์ หลอด LED อิเล็กทรอนิกส์ ใชท้ ่สี ว่ นใด ใช้ทส่ี ว่ นใด ใชท้ ่ีสว่ นใด มอเตอร์ - มอเตอร์ 72 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 กลไก ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรือ่ งที่ 8 ไฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทำงานรายบุคคล คำช้ีแจง : ให้ ครู สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในช่อง ท่ตี รงกับระดบั คะแนน ลำดบั ชื่อ-สกลุ ความตั้งใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลสำเร็จ รวม ท่ี ของผูร้ บั การประเมนิ ในการทำงาน รับผดิ ชอบ เวลา เรียบรอ้ ย ของงาน 20 คะแนน 43214321432143214321 ลงชอ่ื .................................................... ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครัง้ ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 73 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 กลไก ไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เรอื่ งที่ 8 ไฟฟ้า และอเิ ล็กทรอนิกส์  ด้านความรู้  ด้านสมรรถนะสำคญั ของนักเรียน  ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ดา้ นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )  ปญั หา/อุปสรรค  แนวทางการแกไ้ ข ลงชอื่ ...............................................ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ (นางสาวรัตนา วงศภ์ งู า) ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงชือ่ (นายนพดล ศรรี ะกจิ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวงั หลวงวิทยาคม 74 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เรอื่ งท่ี 9 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 9 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ว21201 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) 2 ชัว่ โมง 1 สาระสำคัญ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ ระบุปัญหา รวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง กับการแก้ปัญหา ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ทดสอบประเมินผล และปรับปรุง แก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือช้ินงาน และนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือช้ินงาน ซ่ึงการทำงานใน บางครั้งอาจมกี ารย้อนขนั้ ตอนกลบั ไปมาเพื่อพัฒนางานใหม้ ีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 2 ตัวชีว้ ัดและสาระการเรยี นรู้ 2.1 ตวั ชว้ี ดั ว 4.1 ม.1/2 ระบปุ ญั หาหรือความต้องการในชีวิตประจำวัน รวบรวม วเิ คราะห์ข้อมูลและ แนวคดิ ทเ่ี กยี่ วข้องกับปัญหา ม.1/3 ออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา โดยวิเคราะหเ์ ปรยี บเทยี บ และตัดสินใจเลือกข้อมลู ท่ี จำเป็น นำเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจ วางแผนและดำเนินการแกป้ ัญหา ม.1/4 ทดสอบ ประเมินผล และระบุข้อบกพร่องทเี่ กดิ ขึ้น พรอ้ มท้ังหาแนวทางการ ปรบั ปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการแกป้ ัญหา 2.2 สาระการเรียนรู้ 1) ปญั หาหรอื ความต้องการในชวี ิตประจำวันพบได้จากหลายบรบิ ทขน้ึ กับสถานการณ์ท่ีประสบ 2) การแก้ปัญหาจำเป็นต้องสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง เพื่อ นำไปสกู่ ารออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา 3) การวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น โดยคำนึงถึงเง่ือนไขและ ทรพั ยากรท่ีมีอยู่ ชว่ ยใหไ้ ด้แนวทางการแกป้ ัญหาที่เหมาะสม 4) การออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหาทำไดห้ ลากหลายวิธี เชน่ การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ การเขียนผงั งาน 5) การกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อนดำเนินการแก้ปัญหาจะช่วยให้ทำงาน สำาเร็จไดต้ ามเป้าหมาย 6) การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบชิ้นงานหรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตาม วัตถุประสงค์เพื่อหาขอ้ บกพร่อง และดำเนินการปรบั ปรงุ ใหส้ ามารถแกไ้ ขปญั หาได้ 75 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เรอื่ งที่ 9 กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม 7) การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิดเพื่อให้ผู้อ่ืนเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน และชน้ิ งานหรอื วธิ ีการทีไ่ ด้ ซึ่งสามารถทำได้หลายวธิ ี เช่น การเขียนรายงาน การทำแผ่นนำเสนอผลงาน 3 จุดประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 วิเคราะห์ข้นั ตอนการทำงานตามกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมได้ 4 ทักษะและกระบวนการท่ีเปน็ จุดเนน้ 4.1 ทักษะการคิดวเิ คราะห์ 4.2 ทกั ษะการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ 4.3 ทักษะการสื่อสาร 4.4 ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 4.5 ทกั ษะการทำงานรว่ มกบั ผ้อู ่นื 5 กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นำ (ชว่ั โมงท่ี 1) 1) ครทู บทวนความรเู้ ดิมก่อนเรยี นโดยให้ผ้เู รียนบอกเทคโนโลยีรอบตัวที่ส่งผลต่อความสะดวกสบาย ในชวี ติ ประจำวนั ของผ้เู รยี น พร้อมยกตวั อย่างมาพอเข้าใจ ผูส้ อนและผู้เรยี นรว่ มกนั ให้ความหมายของเทคโนโลยี ขนั้ สอน 2) ผูเ้ รียนศึกษากระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมจากบทเรียนบนเว็บ หวั ขอ้ กระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรมหลงั จากน้นั ผู้สอนและผูเ้ รียนร่วมกนั อภิปรายผลการศึกษากระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมโดยมี รายละเอยี ดดังนี้ ข้นั ระบุปญั หา 76 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เรือ่ งท่ี 9 กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม 3) ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำปัญหาที่เลือกมากำหนดขอบเขตของปัญหา โดยใช้ตัวอย่างคำถามในหนังสือ เรยี นมาตั้งคำถามเพื่อนำไปสู่การกำหนดขอบเขตของปัญหาท่ีผู้เรยี นแต่ละกลุ่มได้กำหนดไว้ จากนั้นผู้เรียนแตล่ ะ กลุ่มรว่ มกนั ตอบคำถามและบนั ทึกข้อมลู ลงในใบงานท่ี 9.1 เรอื่ ง วิเคราะห์ปัญหา 4) ครูให้ผู้เรียนทำใบงานที่ 9.2 เร่ือง รวบรวมข้อมูล โดยให้ผู้เรียนกำหนดหัวข้อ ในการรวบรวม ขอ้ มลู เพ่ือแกป้ ัญหาตามท่แี ต่ละกล่มุ ได้ระบุไว้ พรอ้ มถึงระบวุ ิธกี ารหรอื แหลง่ ขอ้ มลู ที่จะสืบค้น ขั้นสรปุ 5) สุ่มตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการวิเคราะห์ปัญหาตามใบงานที่ 9.1 เรื่อง วิเคราะห์ ปัญหา และใบงานท่ี 9.2 เร่ือง รวบรวมข้อมูล จากน้นั ผู้สอนและผ้เู รยี นรว่ มกันสรุปผลการวิเคราะห์ปญั หา ข้ันนำ (ช่ัวโมงท่ี 2) 1) . ผู้เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาหวั ข้อ รวบรวมข้อมลู และแนวคดิ ท่ีเกีย่ วข้องกับปัญหา ผู้สอนให้ ขอ้ แนะนำเพิ่มเติมวา่ นอกจากแหล่งข้อมูลในหนงั สอื เรียนแล้ว ควรมกี ารสบื คน้ ข้อมูลจากวิธกี ารหรอื แนวทางที่ ผอู้ ่นื ได้ศึกษาไวแ้ ลว้ และต้องสบื ค้นจากแหล่งข้อมลู ที่นา่ เชือ่ ถือพร้อมทั้งอา้ งอิงแหลง่ ทีม่ าของข้อมูลด้วย ขนั้ สอน 2) ผูเ้ รยี นศกึ ษาหวั ข้อ วางแผนและดำเนินการแกป้ ญั หา จากนั้นอภปิ รายรว่ มกนั เพ่ือให้ไดข้ ้อสรุปวา่ ก่อนการลงมือปฏิบัติงานควรมีการวางแผนให้ครอบคลุมการปฏบิ ตั งิ าน เชน่ กิจกรรมย่อยทจ่ี ะทำเวลาที่ใช้ วัสดุ อปุ กรณ์ทใี่ ช้ ผรู้ บั ผดิ ชอบในแต่ละกิจกรรมยอ่ ย ซ่งึ สามารถเขียนออกมาเป็นตารางการปฏิบตั งิ าน หรอื เขยี น อธิบายเป็นลำดบั ขั้นตอนก็ได้ 3) ผูเ้ รยี นลงมอื สรา้ งชนิ้ งานตามแผนท่ไี ด้วางไว้ ในการสรา้ งชิ้นงานควรเลือกใชว้ สั ดุให้เหมาะสมกบั ประเภทของงานและอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการทำงานก็ตอ้ งใชใ้ ห้ถูกตอ้ งและคำนงึ ถงึ ความปลอดภัยในการใชง้ าน 4) ผู้เรียนศึกษาหวั ข้อ ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรงุ แก้ไขวธิ ีการแก้ปญั หาหรอื ชิน้ งาน จากนั้น ร่วมกนั อภิปรายเพ่อื ให้ได้ข้อสรุปดังน้ี - การกำหนดประเดน็ ในการทดสอบจะต้องมีความสอดคลอ้ งและสัมพนั ธ์กับขอบเขตของ ปัญหา และสามารถวดั ได้อยา่ งเป็นรูปธรรม - เกณฑ์ที่ใชป้ ระเมนิ ผลการทดสอบจะต้องกำหนดให้เปน็ รปู ธรรม อาจกำหนดเปน็ เชงิ ปริมาณ หรือเป็นการเปรยี บเทียบประสิทธภิ าพกับชน้ิ งานเดิม - ในขณะทดสอบควรมีการบันทกึ ผลการทดสอบในแต่ละประเด็น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ ปรบั ปรุงชน้ิ งานให้มีประสิทธภิ าพ สามารถแกป้ ัญหาไดต้ ามทีก่ ำหนดไว้ ซงึ่ ในบางครง้ั หากผลการทดสอบพบวา่ ชน้ิ งานยงั มีข้อบกพร่อง อาจจะต้องย้อนกลับไปรวบรวมข้อมูลใหม่ หรอื ออกแบบแนวทางการแก้ปญั หาใหม่อีก ครง้ั 5) ผเู้ รยี นศึกษาข้อมูลในหวั ข้อ นำเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหา ผลการแก้ปัญหา หรอื ชนิ้ งานแลว้ นำมา อภิปรายรว่ มกนั ว่ามีวิธีการนำเสนอใดบา้ ง หลงั จากนน้ั ใหผ้ เู้ รียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ออกแบบวิธกี ารนำเสนอ แล้ว 77 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เรื่องท่ี 9 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม บันทึกลงในใบกจิ กรรมที่ 9.5 เรือ่ ง ออกแบบวธิ กี ารนำเสนอข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม ผ้สู อนเสนอแนะเพมิ่ เติมวา่ ให้ ผู้เรียนเลอื กวธิ กี ารนำเสนอข้อมลู โดยคำนึงถึงความเหมาะสมกบั ลักษณะของข้อมูลหรอื เนื้อหา บริบทของ หอ้ งเรยี น สือ่ วสั ดุอุปกรณ์ และความสามารถของผูเ้ รียน ขนั้ สรุป 6) ผู้เรียนและผู้สอนอภิปรายสรุปร่วมกันเก่ียวกับการแก้ปัญหาตามกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม ควรได้ข้อสรุปว่า จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานอย่างเป็นขั้นตอนทำให้การกำหนดปัญหาซึ่งเป็น จุดเร่ิมต้นของการทำงานมีความชัดเจน รวบรวมข้อมูลได้ครอบคลุมและตรงประเด็นมีการวิเคราะห์และ เปรียบเทียบทางเลือกที่เหมาะสมท่ีสุดในการแก้ปัญหา มีการออกแบบเพื่อช่วยสื่อสารให้ผู้ปฏิบัติงานด้วยกัน เข้าใจตรงกัน และยังมีการทดสอบการทำงานเพ่ือให้สามารถปรับปรุงแก้ไขให้ดีข้ึน ซึ่งนอกจากจะช่วยลด ขอ้ ผดิ พลาดแลว้ ยงั ช่วยลดทรัพยากรที่ใช้ในการทำงาน เชน่ เวลา คน วสั ดุ อุปกรณ์ 6 การวดั และประเมนิ ผล รายการประเมนิ วิธกี ารวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์ 1. การวเิ คราะหข์ ้นั ตอนการ ตรวจใบกจิ กรรม กจิ กรรม เรือ่ ง การ คะแนน 3 หมายถึง ดี ทำงานตามกระบวนการ ทำไอศกรีมแท่ง คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้ ออกแบบเชิงวิศวกรรม คะแนน 1 หมายถึง ปรับปรงุ นกั เรยี นได้ระดบั คุณภาพ พอใช้ ถอื ว่าผ่าน เกณฑ์การประเมนิ 3 ระดบั คะแนน 1 ประเดน็ การประเมนิ 2 วเิ คราะห์การทำงานตาม วเิ คราะห์การทำงานตาม 1. วิเคราะห์ขน้ั ตอนการ กระบวนการออกแบบ วเิ คราะห์การทำงานตาม กระบวนการออกแบบ ทำงานตามกระบวนการ เชิงวิศวกรรมได้ถูกต้อง กระบวนการออกแบบ เชงิ วศิ วกรรมได้สอดคลอ้ ง ออกแบบเชงิ วิศวกรรมได้ ชดั เจน สอดคล้องกับ เชิงวศิ วกรรมได้ กบั แนวทางการแก้ปัญหา แนวทางการแกป้ ญั หา สอดคลอ้ งกับแนว ได้ 1-3 ข้ันตอน ครบทงั้ 6 ขนั้ ตอน ทางการแกป้ ัญหา ได้ 4-5 ขั้นตอน 78 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เรือ่ งที่ 9 กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 3 ดี 2 พอใช้ 1 ปรบั ปรงุ 7 ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรยี นรู้ • บทเรียนบนเวบ็ gg.gg/wwk123 • http://stemforlife.ipst.ac.th/2015/12/02/ice-cream-making/ 79 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เร่ืองท่ี 9 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ใบงานที่ 9.1 วิเคราะห์ปัญหา คำชแ้ี จง ให้นักเรียนวิเคราะห์สถานการณ์ตัวอย่างในรูป จากน้ันระบุปัญหาอื่น ๆ ที่พบนอกเหนือจาก ตัวอย่างโดยตั้งคำถาม-ตอบคำถาม เพ่อื นำขอ้ มลู มาประกอบการสรุปเป็นขอบเขตของปัญหา ปญั หาอื่น ๆ ท่ีผ้เู รียนพบ (เลือกมา 1 ปัญหา) คอื หนังสือบนชั้นวางไม่เปน็ ระเบยี บ ล้มระเกะระกะ คำถามเพื่อการกำหนดขอบเขตปญั หา คำตอบ ใครสามารถเก็บหนงั สือได้ ท้งั เด็กและผ้ใู หญ่ หนังสอื นเี้ ก็บท่ีไหน เกบ็ ในบริเวณบ้าน สามารถเก็บหนังสือขนาดใดบ้าง เกบ็ หนังสอื ไดท้ ุกขนาด งบประมาณสำหรับแก้ปัญหานี้มีจำกดั หรือไม่ งบประมาณมจี ำกดั อาจนำวัสดเุ หลอื ใช้มาช่วย แกป้ ญั หา สรปุ ขอบเขตของปัญหา : ต้องการเกบ็ หนงั สอื ในบา้ นใหเ้ ปน็ ระเบียบ ทั้งเด็กและผู้ใหญส่ ามารถหยิบใชไ้ ดง้ ่าย สามารถเก็บหนังสือ ไดท้ ุกขนาด และใช้งบประมาณในการแก้ปญั หาไม่มาก 80 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เรือ่ งที่ 9 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ใบงานท่ี 9.2 รวบรวมขอ้ มูล คำชี้แจง ใหน้ ักเรยี นกำหนดประเด็นในการรวบรวมข้อมลู ทเ่ี กยี่ วข้องกับปัญหาทนี่ ักเรยี นได้กำหนดไว้ในใบงานที่ 9.1 พร้อมระบวุ ิธีการในการรวบรวมขอ้ มลู แต่ละประเดน็ ขอบเขตของปัญหา คือ ต้องการเก็บหนังสอื ในบา้ นใหเ้ ปน็ ระเบยี บ ทง้ั เด็กและผู้ใหญ่สามารถหยบิ ใช้ไดง้ ่าย สามารถเกบ็ หนังสอื ได้ทกุ ขนาด และใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาไม่มาก หวั ข้อในการรวบรวมข้อมูล วิธกี าร/แหลง่ ขอ้ มลู วธิ กี ารเกบ็ หนังสือให้เป็นระเบียบ อนิ เทอรเ์ น็ต ขนาดของหนงั สือ เช่น หนังสือเรียน หนงั สืออา่ นนอก อนิ เทอร์เน็ต/สำรวจและวดั ขนาดหนังสือท่ีพบในบ้าน เวลา นิตยสาร ตวั อย่างที่เก็บหนงั สือทม่ี ีอยูแ่ ลว้ สอบถามจากพ่อแม่/สำรวจในบ้าน วัสดทุ ่ใี ช้สรา้ งทเี่ กบ็ หนังสอื อนิ เทอรเ์ นต็ งบประมาณที่ใช้สร้างท่ีเกบ็ หนังสือ อินเทอรเ์ น็ต ขนาดทเี่ กบ็ หนงั สอื ท่ีเดก็ และผู้ใหญส่ ามารถใช้ได้ อนิ เทอรเ์ น็ต สะดวก 81 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เรอื่ งที่ 9 กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ใบงานท่ี 9.3 ออกแบบช้ินงาน คำชแี้ จง จากปัญหาท่นี กั เรียนได้กำหนดไวใ้ นใบกจิ กรรมที่ 9.1 และ 9.2 ให้นักเรียนออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยเลอื กวิธกี ารออกแบบอย่างใดอยา่ งหนึง่ พร้อมระบรุ ายละเอยี ดของการออกแบบ วิธีการออกแบบ  ภาพ  ผังความคดิ  แผนภาพ  อน่ื ๆ ออกแบบชน้ั วางหนงั สอื ให้มรี ูปทรงทแี่ ปลกใหมแ่ ละปรับองศาของที่กน้ั หนงั สือได้ในกรณีทหี่ นังสอื มี จำนวนน้อยก็ไมท่ ำใหล้ ้ม เพราะมที ่ีกน้ั ความสงู ของแต่ละชั้นสามารถใชว้ างหนังสอื ไดห้ ลายขนาดต้ังแต่หนงั สอื เรียนอ่านนอกเวลาและนติ ยสารท่ีมีขนาดใหญ่ ชั้นวางออกแบบใหส้ ามารถวางได้ 3 ช้ัน เพ่อื ให้เด็กท่ีมคี วามสูง นอ้ ยสามารถใชไ้ ด้สะดวกลกั ษณะการประกอบจะใช้วิธีการเขา้ ไม้ เพื่อให้สามารถถอดเขา้ ออกและปรับระดบั ได้ ง่าย วัสดุที่ใช้ เน่ืองจากชนั้ วางหนังสือนี้ใชว้ างในบ้าน ไมโ่ ดนแดดและฝน จึงเลอื กใช้ไมท้ ่ีมคี วามแขง็ แรง และเป็นไม้ท่ี เหลอื ใชเ้ พื่อลดงบประมาณในการสรา้ ง เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้ ตลับเมตรสำหรบั วัดขนาด เล่ือยสำหรับตัดไม้ ปากกาหรอื ดินสอสำหรบั กำหนดระยะ 82 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เร่ืองท่ี 9 กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ใบงานท่ี 9.4 กำหนดประเด็นการทดสอบ คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนกำหนดประเด็นในการประเมินชน้ิ งาน โดยใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกบั ขอบเขตของปญั หาท่ี นกั เรยี นได้ระบไุ ว้ ขอบเขตของปญั หา คือ ต้องการเกบ็ หนงั สือในบ้านให้เป็นระเบียบ ทั้งเด็กและผูใ้ หญส่ ามารถหยบิ ใช้ไดง้ ่าย สามารถเกบ็ หนังสือ ได้ทุกขนาด และใชง้ บประมาณในการแกป้ ัญหาไม่มาก  สามารถเกบ็ หนงั สือไดเ้ ป็นระเบยี บ โดยไมล่ ้มระเกะระกะ  ท้งั เด็กและผ้ใู หญ่สามารถใชไ้ ด้สะดวก หยิบหนังสือใชไ้ ด้งา่ ย  วางหนงั สอื เก็บได้หลายขนาด เช่น หนังสอื เรียน หนังสอื อ่านนอกเวลา นิตยสาร  ใช้วัสดเุ หลอื ใชซ้ ึง่ ช่วยประหยัดงบประมาณ         83 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เรอ่ื งท่ี 9 กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม ใบงานที่ 9.5 ออกแบบวธิ ีการนำเสนอ คำช้แี จง ให้นักเรียนรว่ มกันออกแบบการนำเสนอวิธีแกป้ ญั หาตามท่ีนักเรยี นระบุไว้ โดยเลอื กวิธีใดวธิ หี นงึ่ หรือ หลายวิธีแล้วบนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในตารางที่กำหนดให้ ตวั อย่าง วิธีการนำเสนอ สื่อประกอบ ขอ้ มูลทน่ี ำเสนอ ผนู้ ำเสนอ นำเสนอดว้ ย 1. คอมพวิ เตอร์ 1. สภาพปญั หา 1. ……………………. PowerPoint 2. เครือ่ งฉายวีดิทศั น์ 2. ข้อมูลท่ีเก่ยี วขอ้ ง 2. …………………… 3. รโี มทเลอ่ื นเฟรม 3. วิธกี ารสบื ค้นขอ้ มูลและ 3. …………………… 4. ลำาโพงขยายเสยี ง แหล่งข้อมูล 4. การออกแบบและ ถา่ ยทอดความคดิ 5. วสั ดุทใ่ี ช้ 6. เครอื่ งมือช่างทจี่ ำเป็น 7. การประกอบชิน้ งาน 8. วิธีการทดสอบและ ปรบั ปรงุ แก้ไข  สาธิตการทำงาน  เขียนรายงาน  แผ่นนำเสนอผลงาน 1. กระดาษสำหรับ 1. ปญั หาที่เลอื ก นำเสนอ 2. ข้อมูลทรี่ วบรวมได้ 2. ปากกาสแี ตกต่างกัน 3. แนวทางการแก้ปัญหา 4. แบบร่างของช้ินงาน 5. การทำงานของชิน้ งาน และวัสดุทีใ่ ช้ 6. ผลการทดสอบและการ ปรับปรุงแก้ไข 7. ผลการทำงานของ ช้นิ งานหลงั การปรบั ปรุง แก้ไข 84 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เรือ่ งที่ 9 กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม วิธีการนำเสนอ สือ่ ประกอบ ขอ้ มูลท่นี ำเสนอ ผู้นำเสนอ  แผน่ พบั ประชาสัมพนั ธ์  เผยแพร่ผ่านส่ือ ออนไลน์  อ่นื ๆ ……………………. 85 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เรอ่ื งที่ 9 กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ใบงานท่ี 9.6 การทำไอศกรีมแท่ง คำช้แี จง ใหน้ ักเรียนศกึ ษาตัวอยา่ งการทำไอศกรีมแท่งต่อไปน้ี แลว้ วิเคราะห์ข้นั ตอนการทำงานตามกระบวนการ ออกแบบเชิงวศิ วกรรมโดยเขียนสรปุ ขัน้ ตอนลงในใบบันทึกกิจกรรม นอ้ ยหนา่ เป็นนักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ในโรงเรียนแหง่ หนึ่ง ในอกี 3 สปั ดาห์ขา้ งหน้า โรงเรยี น ของน้อยหนา่ จะมกี ารแข่งขนั กีฬาสี จากการสอบถามกองเชียร์และนกั กีฬาพบว่าสินค้าท่ีอยากให้มขี ายในงาน กฬี าสีคือไอศกรีมแทง่ หรือทเ่ี รยี กกนั ว่าไอติมหลอด เพ่ือชว่ ยดบั กระหายในระหวา่ งการจัดกจิ กรรมกีฬาสี นอ้ ยหนา่ จึงตัดสนิ ใจทำไอติมหลอดขายในงานรว่ มกับเพ่ือน ๆ ในหอ้ งเรยี น เพ่ือนำเงินทไี่ ด้มาเก็บสะสมเปน็ เงิน ประจำของห้องเรียนสำหรับใชใ้ นกิจกรรมอน่ื ๆ โดยไอติมหลอดท่ีต้องการทำต้องสามารถทำได้เรว็ เพ่อื ให้ขายได้ จำนวนมากและมีรสชาติเป็นท่ีนยิ มของลกู ค้า น้อยหน่าจึงเริม่ ศึกษาวิธกี ารทำไอตมิ หลอดว่ามีวิธกี ารทำและส่วนผสมอะไรบา้ ง ซ่ึงพบว่าสว่ นผสมหลกั ของการทำไอติมหลอดประกอบดว้ ยเกลอื น้ำแข็งบด น้ำเปล่า หรือเครอ่ื งด่มื ท่ตี ้องการผสมเพ่ือให้มีรสชาติต่าง ๆ เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม โดยปกติแล้วการทำเคร่ืองดม่ื ใหเ้ ปน็ ของแข็งโดยนำไปแช่ไว้ในชอ่ งแชแ่ ข็งของตูเ้ ยน็ จะใช้เวลานานและ ไมส่ ะดวกสำหรบั สถานทีท่ ่ีไม่มไี ฟฟา้ ดังน้ันเพื่อลดเวลาและเพ่ิมความสะดวกในการทำไอติมหลอด จงึ ต้องเติม เกลือลงไปในน้ำแขง็ ทแ่ี ชใ่ นถังซงึ่ การเตมิ เกลือลงไปในน้ำแข็งเปน็ การทำใหน้ ำ้ แข็งมจี ดุ หลอมเหลวตำ่ กว่า 0oC เม่ือเอาน้ำหวานหรือน้ำอดั ลมไปแชใ่ นถังแช่ไอตมิ หลอดที่มีน้ำแข็งทีเ่ ติมเกลือจะทำให้น้ำหวานหรอื นำ้ อดั ลม เปล่ยี นสถานะเปน็ นำ้ แขง็ กลายเปน็ ไอติมหลอดได้ ในกรณที ่ีไม่มีอปุ กรณใ์ นการทำสามารถใช้อุปกรณ์อนื่ ๆ ทดแทนได้ เชน่ ถงั พลาสติก หรอื กล่องโฟมที่ใชผ้ ้าหุ้มเป็นฉนวนเพอื่ กนั ความร้อน นอกจากการเติมเกลือแลว้ จะพบว่าพ่อคา้ แมค่ ้าจะเขย่าถงั ไอตมิ หลอดตลอดเวลา การเขย่าถงั ไอตมิ จะ ทำใหเ้ กลือเกดิ การละลายไดด้ ี น้ำแขง็ จงึ มีจดุ หลอมเหลวตำ่ กวา่ 0oC ไดเ้ ร็วขึ้น จงึ ทำให้นำ้ หวานหรือน้ำอัดลม กลายเป็นไอตมิ หลอดได้เรว็ ขึ้น หลงั จากที่เข้าใจถึงวธิ ีการทำไอตมิ หลอดแล้ว นอ้ ยหนา่ จึงมาคดิ วา่ ต้องการทำไอติมหลอดรสชาตใิ ดบา้ ง โดยนอ้ ยหนา่ ได้เลือกน้ำหวานและน้ำอัดลมในรสชาติทีเ่ พือ่ น ๆ ส่วนใหญช่ อบมากที่สุด จากนนั้ นอ้ ยหนา่ ก็เริ่มลง มอื ทำไอติมหลอดตามวธิ ีที่ได้ศึกษามาโดยใช้น้ำหวานและน้ำอัดลมตามรสชาติท่ไี ดเ้ ลือกไว้ น้อยหน่าเติมน้ำหวาน และนำ้ อัดลมลงในแมพ่ ิมพ์ นำไปแช่ในถังน้ำแข็งทเ่ี ติมเกลอื ลงไป จากนัน้ เขย่าและสังเกตผลทีเ่ กิดข้นึ วา่ ได้ไอ ตมิ หลอดตามทต่ี ้องการหรือไม่ ซ่ึงน้อยหนา่ พบวา่ ยงั ไม่ได้ไอตมิ หลอดตามท่ตี ้องการ จึงไดเ้ ตมิ เกลือและเพิ่ม ปริมาณนำ้ แขง็ ควบคู่ไปกับการเขย่าให้นานขึ้น จนในทส่ี ุดน้อยหน่าก็ไดไ้ อตมิ หลอดตามท่ีตอ้ งการ หลงั จากทำไอ ติมหลอดเสรจ็ แลว้ นอ้ ยหนา่ และเพ่ือน ๆ กไ็ ด้นำไปขายในงานกฬี าสี ซงึ่ พบวา่ ขายดีมาก เพอ่ื นสว่ นใหญบ่ อกกับ น้อยหนา่ วา่ ไอตมิ หลอดของน้อยหนา่ มีรสชาตอิ ร่อยและไม่ตอ้ งรอนาน 86 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เรอ่ื งที่ 9 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม สรปุ ขั้นตอนการทำไอศกรีมแท่ง ตามกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม ดังน้ี ระบุปัญหา นอ้ ยหนา่ กับเพือ่ น ๆ ต้องการทำไอตมิ หลอดขายในงานกีฬาสขี องโรงเรยี น เพื่อนำเงินท่ีไดม้ าเกบ็ สะสม เป็นเงินประจำของห้องเรยี นใชใ้ นกจิ กรรมอนื่ ๆ โดยไอติมหลอดท่ีต้องการทำต้องสามารถทำได้เร็วเพื่อให้ขายได้ จำนวนมากและมรี สชาติเปน็ ท่นี ยิ มของผู้ชอ้ื รวบรวมข้อมลู และแนวคิดที่เกย่ี วข้องกับปัญหา นอ้ ยหนา่ ได้ไปรวบรวมวธิ ีการทำไอตมิ หลอด พบว่าสว่ นผสมหลักของการทำไอตมิ หลอดประกอบดว้ ย เกลือน้ำแขง็ บด น้ำเปล่า หรอื เครื่องดื่มที่ต้องการผสมเพ่ือให้มรี สชาติตา่ ง ๆ เช่น น้ำหวาน นำ้ อดั ลม โดยหาก ต้องการทำไอติมหลอดให้ได้เร็วต้องเติมเกลอื ลงไปในน้ำแข็งท่ีแชใ่ นถัง เพือ่ ทำให้น้ำแขง็ มีจุดหลอมเหลวตำ่ กว่า 0 ๐C เมอื่ เอานำ้ หวานหรือนำ้ อัดลมไปแช่ในถังแชไ่ อติมหลอดท่เี ตมิ เกลือจะทำให้น้ำหวานหรอื น้ำอัดลมเปลยี่ นเป็น นำ้ แขง็ กลายเปน็ ไอตมิ หลอดได้ ในกรณีท่ีไม่มีอปุ กรณใ์ นการทำสามารถใช้อุปกรณอ์ นื่ ๆ ทดแทนได้ เช่น ถัง พลาสติก หรอื กลอ่ งโฟมที่ใช้ผ้าหุ้มเป็นฉนวนเพ่ือกนั ความร้อน นอกจากการเตมิ เกลอื แล้วจะต้องเขย่าถงั ไอติมหลอดตลอดเวลา การเขยา่ ถงั ไอตมิ จะทำให้เกลือเกิด การละลายไดด้ ี นำ้ แข็งจงึ มจี ุดหลอมเหลวตำ่ กว่า 0๐C ไดเ้ รว็ ข้ึน จงึ ทำให้น้ำหวานหรอื น้ำอดั ลมกลายเป็นไอติม หลอดได้เรว็ ข้ึน ออกแบบวิธกี ารแกป้ ญั หา นอ้ ยหน่าออกแบบรสชาตขิ องไอติมหลอดโดยเลือกนำ้ หวานและน้ำอัดลมตามรสชาติที่เพอื่ น ๆ ส่วน ใหญช่ อบซึ่งได้ข้อมูลจากการสอบถาม วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา น้อยหน่าลงมือทำไอติมหลอดตามวธิ ที ี่ได้ศึกษามา โดยใช้น้ำหวานและน้ำอัดลมตามรสชาติทีไ่ ดเ้ ลอื กไว้ จากน้ันเติมน้ำหวานและน้ำอัดลมลงในแม่พิมพ์ นำไปแช่ในถังนำ้ แข็งทเ่ี ตมิ เกลอื ลงไปแล้วเขย่าและสงั เกตผลที่ เกิดขนึ้ ว่าไดไ้ อติมหลอดตามที่ตอ้ งการหรือไม่ ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรงุ แกไ้ ขวธิ ีการแกป้ ญั หาหรือช้ินงาน หลงั จากลงมือทำตามวธิ ีท่ีได้ศึกษามาแลว้ น้อยหน่าพบวา่ ยังไม่ไดไ้ อติมหลอดตามทตี่ ้องการ จงึ ได้เติม เกลอื และเพิ่มปริมาณน้ำแข็ง ควบคูไ่ ปกบั การเขย่าใหน้ านข้ึน จนในทีส่ ุดนอ้ ยหนา่ ก็ได้ไอติมหลอดตามท่ตี ้องการ นำเสนอวิธกี ารแก้ปญั หา ผลการแก้ปญั หาหรือชน้ิ งาน น้อยหน่าและเพ่อื น ๆ นำไอตมิ หลอดไปขายในงานกีฬาสี ซึ่งพบว่าขายดมี าก เพื่อนสว่ นใหญบ่ อกกับ น้อยหนา่ วา่ ไอตมิ หลอดของน้อยหน่ามรี สชาตอิ ร่อยและไม่ต้องรอนาน 87 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เรือ่ งที่ 9 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบคุ คล คำช้แี จง : ให้ ครู สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ ง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ชอื่ -สกลุ ความตง้ั ใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลสำเร็จ รวม ที่ ของผรู้ ับการประเมิน ในการทำงาน รับผดิ ชอบ เวลา เรียบร้อย ของงาน 20 คะแนน 43214321432143214321 ลงชอื่ .................................................... ผู้ประเมิน ................ /................ /................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดมี าก ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง 88 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน เรอ่ื งที่ 9 กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม  ด้านความรู้  ดา้ นสมรรถนะสำคัญของนักเรียน  ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์  ด้านอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤติกรรมที่มปี ัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )  ปัญหา/อปุ สรรค  แนวทางการแกไ้ ข ลงชอื่ ...............................................ผปู้ ระเมิน ................ /................ /................ (นางสาวรัตนา วงศภ์ งู า) ความเห็นของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงช่ือ (นายนพดล ศรรี ะกจิ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรยี นวงั หลวงวิทยาคม 89 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook