91ทําความผิดพลาดเชํนน้ีมากํอน และการกลําวย้ําเชํนน้ีทําให๎ผ๎ูฟังรู๎สึกเสียหน๎าที่ไมํได๎ปรับปรุงแก๎ไขพฤติกรรมให๎ดีข้นึ และถ๎าผ๎ฟู งั มีโอกาสครัง้ ตอํ ไปก็ไมํควรทาํ ความผิดพลาดเชํนนอ้ี ีก 4.1.1.4 การนําผ๎ูฟงั ไปเปรียบเทยี บกบั ผอ๎ู ่ืน การนําผู๎ฟังไปเปรียบเทียบกับผ๎ูอื่น หมายถึง ผู๎วิจารณ๑กลําวถึงความสามารถหรือผลงานของผถู๎ ูกวิจารณ๑มาเปรยี บเทียบกบั ผูอ๎ ่นื ที่ทาํ ไดด๎ กี วาํ เพื่อผ๎ูฟังร๎ูวําตนเองมีข๎อเสีย ข๎อไมํดีหรือขอ๎ บกพรอํ งอยูํตัวอยา่ งที่ 117 ชดุ ของแบงค๑เนยี่ ตามโจทย๑แล๎วมันเป็นออทัมวินเทอร๑นะ โจทย๑ท่ีหน่ึง โจทย๑ท่ีสอง ของแบงคค๑ ือ มนั เป็นผ๎าไทย คือถ๎าให๎พี่มองชุดเธอวํา เป็นผ๎าไทย พี่มองไมํออกนะ ด๎วยการใช๎วัสดุ ซึ่งผ๎าไทยเน่ีย ในขณะท่ีเพื่อนๆ เลือกใช๎ได๎ ในลักษณะท่ีมี ความโดดเดํน (จอ๐ ม-ศริ ชิ ยั ทหรานนท,๑ เดอะดีไซนเ๑ นอร๑, สปั ดาหท๑ ี่ 2) จากตวั อยาํ งที่ 117 ผว๎ู จิ ารณ๑กลําววํา “ขณะเพื่อนๆ ทาํ ไดด๎ ี” ทําให๎วําผู๎ถูกวิจารณ๑ทําผลงานการเลือกผ๎าตดั ชุดของผเ๎ู ข๎าแขงํ ขันคนนน้ั ไมํดี โดยไดเ๎ ปรียบเทียบกับเพือ่ นคนอืน่ ๆ ในทีมที่เลือกผ๎าได๎ดีกวาํ ทาํ ให๎เหน็ วาํ ความสามารถของผ๎เู ข๎าแขํงขนั คนน้ดี ๎อยกวําคนอืน่ ๆ ซ่งึ ทําให๎ผฟ๎ู ังเสยี หนา๎ ได๎ตัวอยา่ งที่ 118 ถ๎าจะเปรียบเทียบพ่ีสาวเน่ียนะ ก็ไมํถึงหรอก ถ๎าจะพูดกันแล๎วนะฮะ ในเรื่องของ การรอ๎ งหรือวาํ หนา๎ ตาหน๎าตาพอกนั นะฮะ (มา๎ -อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สัปดาห๑ท่ี 1, เพลง รกั แทห๎ รอื แคเํ หงา) จากตวั อยํางท่ี 118 ผวู๎ ิจารณไ๑ ด๎นําผูเ๎ ขา๎ แขํงขันไปเปรยี บเทียบ กลําววํา “ถ๎าจะเปรียบเทียบพ่ีสาวเนีย่ นะ ก็ไมํถงึ หรอก” ทาํ ใหเ๎ หน็ วําผ๎ูถูกวิจารณ๑มคี วามสามารถด๎านการรอ๎ งเพลงทด่ี ๎อยกวําพ่ีสาวมาก ซง่ึ อาจทาํ ใหผ๎ ู๎ฟงั เสยี หนา๎ ไดเ๎ พราะแมต๎ นเองจะมคี วามสามารถแตถํ กู มองวาํ ด๎อยกวําพ่ขี องตนเองซ่ึงแม๎จะเกํงกวาํ ผ๎ูเข๎าแขงํ ขันคนอืน่ ๆ กต็ าม 4.1.2 กลวิธคี วามไมสํ ภุ าพแบบอ๎อม จากการศึกษาข๎อมูล ผู๎วิจัยพบวําผ๎ูวิจารณ๑ในรายการเรียลลิตี้โชว๑ภาษาไทยเลือกใช๎กลวิธีความไมํสภุ าพแบบอ๎อม 5 กลวธิ ี ดงั ตอํ ไปน้ี 4.1.2.1 การแนะความให๎ผ๎ฟู งั ร๎วู าํ ตนเองมีขอ๎ ผดิ พลาด 4.1.2.2 การประชดประชนั
92 4.1.2.3 การใชส๎ ํานวนทมี่ ีความหมายในทางลบ 4.1.2.4 การอปุ ลกั ษณ๑ใหเ๎ กดิ ความตลกขบขัน 4.1.2.5 การกลําวโทษผอู๎ น่ื หรือสิง่ อนื่ 4.1.2.1 การแนะความใหผ๎ ูฟ๎ งั รว๎ู าํ ตนเองมขี อ๎ ผิดพลาด การแนะความให๎ผู๎ฟังร๎ูวําตนเองมีข๎อผิดพลาด หมายถึง การกลําวแนะให๎ผ๎ูฟังรู๎วําตนเองมีขอ๎ ผิดพลาดเกิดข้ึนหรือแนะให๎เห็นสิง่ ทคี่ วรทาํ ทผ่ี ู๎วิจารณเ๑ ห็นวาํ ผูเ๎ ข๎าแขํงขนั มีพฤติกรรมท่ีไมํเหมาะสม มีข๎อผิดพลาดในผลงานหรือการกระทํา การใช๎กลวิธีน้ีจะทําให๎ผ๎ูฟังร๎ูตัววําตนเองยังมีข๎อบกพรํองที่ต๎องแก๎ไขอยํางไรบ๎างและอาจชํวยช้ีแนะแนวทางให๎ผ๎ูฟังปฏิบัติตามเพื่อนํามาแก๎ไขปรับปรุงให๎ผลงานหรือการกระทํานั้นดีขึ้น ทั้งนี้ผ๎ูพูดไมํได๎พูดถึงความผิดหรือข๎อบกพรํองนั้นอยํางตรงไปตรงมา แตํกท็ าํ ใหผ๎ ๎ฟู งั เสียหนา๎ ได๎เพราะผฟ๎ู งั ก็จะสามารถตีความรบั ร๎ไู ดว๎ าํ เป็นการกลาํ วถงึ ความผดิ พลาดเกิดขนึ้ หรือมขี ๎อเสีย ขอ๎ บกพรํองบางอยํางทคี่ วรแก๎ไข 1) การแนะให๎ผฟู๎ ังรูถ๎ ึงขอ๎ บกพรอํ งของตนเอง การแนะให๎ผฟ๎ู ังร๎ถู ึงขอ๎ บกพรอํ งของตนเอง หมายถงึ การท่ีผว๎ู ิจารณ๑กลําวถึงข๎อบกพรํองของผลงานหรอื การกระทาํ ของผเ๎ู ขา๎ แขํงขนั ซงึ่ อาจไมํได๎กลําวถึงข๎อบกพรํองโดยตรง แตํผู๎ฟังที่เป็นผู๎เข๎าแขงํ ขนั ก็ร๎วู ําตนเองมีขอ๎ ผดิ พลาดทีค่ วรนําไปแก๎ไข แนวคิดนแี้ ม๎วําผ๎พู ดู วิจารณ๑จะกลําวออ๎ มโดยเลี่ยงท่ีจะกลําวถึงความผิดพลาดโดยตรง แตํผลของการใช๎ภาษาท่ีเกิดข้ึนทําให๎ผู๎ฟังอาจรู๎สึกเสียหน๎าหรือไมพํ อใจได๎ แมว๎ าํ จะมีบางคนทีเ่ ช่ือวําการแนะความเป็นการใช๎ภาษาเพื่อแสดงความสุภาพแตํแนวคิดของคัลเปปเปอร๑ (Culpeper : 1996) เช่ือวาํ เปน็ การแสดงความไมํสภุ าพ ตัวอยําง สถานการณ๑คนขับแท็กซี่ลืมปิดท่ีปัดน้ําฝนขณะที่ฝนไมํได๎ตก และผ๎ูโดยสารได๎พูดขึน้ มาวาํ “Is it raining?” (Culpeper , 1996 : 351) ฝนกาํ ลังตกหรือ? จะเห็นวํา ผู๎พูดไมํได๎กลําวถึงความผิดที่ผู๎ฟังลืมปิดท่ีปัดน้ําฝนแตํผ๎ูฟังก็ร๎ูวําตนเองทําส่ิงที่ผิดพลาดขึ้น ซึ่งอาจทําให๎ผ๎ูฟังเสียหน๎าได๎และในรายการเรียลลิต้ีโชว๑เป็นรายการโทรทัศน๑ดังนั้นผ๎ูวิจารณ๑ไมํเพียงกลําวกับผู๎เข๎าแขํงขันเทําน้ัน แตํยังมีผ๎ูชมที่รับฟังผํานเคร่ืองรับโทรทัศน๑ซึ่งการกลําวถึงข๎อผิดพลาดของผ๎ูเข๎าแขํงขันน้ันอาจทําให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันเสียหน๎าได๎ ผู๎วิจัยจึงจัดวําการแนะความถือเปน็ กลวิธที ีผ่ ว๎ู ิจารณแ๑ สดงความไมํสภุ าพรูปแบบหนง่ึ ตวั อยํางตัวอย่างที่ 119 รปู ลักษณด๑ ีแล๎วมารอ๎ งแบบเนยี้ โห! เร่ืองร๎องนะมาฟังคุณท้ังสองดีกวํานะฮะ ขนาด ดฉิ นั ชาวบ๎านฟงั แล๎วยงั เฮอะ! (ผ๎ูวจิ ารณ๑ถอนหายใจ) ทุเรศ (มา๎ -อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ่ี 6, เพลง รกั )
93 จากตัวอยําง 119 ผ๎ูวิจารณ๑กลําววํา “รูปลักษณ๑ดีแล๎วมาร๎องแบบเนี้ย โห!” ผ๎ูวิจารณ๑ไมํได๎กลําววําผ๎ูเข๎าแขํงขันร๎องเพลงได๎ไมํดีอยํางตรงไปตรงมาแตํจากคําวํา “แบบเน้ีย” และคําอุทานวํา“โห!” ซ่ึงเป็นการแสดงอารมณ๑ความร๎ูสึกไมํพอใจ ทําให๎ผู๎เข๎าแขํงขันร๎ูวําแม๎ตนเองจะมีรูปลักษณ๑ภายนอกดแี ตรํ อ๎ งเพลงได๎ไมํดี ไมมํ ีความไพเราะ เป็นข๎อผิดพลาดท่ีควรนาํ ไปแกไ๎ ขตวั อยา่ งท่ี 120 พวกเราคาดหวงั กับยงั ดไี ซนเ๑ นอร๑ (yong disigner) ทจี่ ะมาประดบั วงการทจ่ี ะมีอะไร ทสี่ ร๎างสรรค๑กวํานแ้ี ตทํ มี คุณภาพรวมกับเพลย๑เซฟ (play save) สรา๎ งความปลอดภยั อยูบํ นพนื้ ฐานเรียบงาํ ย (อารท๑ -อารยา อนิ ทรา, เดอะดีไซนเ๑ นอร,๑ สัปดาหท๑ ี่ 2) จากตวั อยาํ งท่ี 120 ผวู๎ จิ ารณแ๑ สดงออกให๎ผู๎ฟงั ร๎วู าํ ผู๎วจิ ารณไ๑ ด๎ “คาดหวัง” หรือมีเกณฑ๑ของมาตรฐานผลงานทผี่ เู๎ ข๎าแขํงขนั ควรทํา เพือ่ แนะความให๎เห็นวําผลงานหรือการกระทําท่ีจะเกิดผิดไปจากความคาดหวังและไมํสร๎างสรรค๑ซ่ึงเป็นการแนะให๎เห็นข๎อผิดพลาดของผู๎เข๎าแขํงขันท่ียังทําได๎ไมํดีพอตัวอย่างที่ 121 นํ้าเสียงนะครับของทีเข๎ากับเพลงน้ีมาก ทําให๎เห็นบรรยากาศในยุคซิกซ้ี (sixty) แตกํ ารนําเสนอของทีในวันนี้คํอนข๎างเรียบไปสักนิดหนึ่งนะครับ ยังน่ิงอยํู มันจะ ไมคํ ํอยมเี คริ ๑ฟ (curve) ขึ้นเคริ ฟ๑ ลง โอเคตวั เพลงมันเรียบ แตํเราก็สามารถทาํ อะไร ให๎เพลงน้ันมีความนําสนใจขึ้นได๎ บางชํวงนะครับ อาจจะลองเอาไปดูกับโจทย๑ คร้ังตํอไปดแู ล๎วกนั นะครบั คือภาพที่พ่ีคิดในใจตามไปเนี่ย มันมีภาพการยืนดีดนิ้ว การหมุนเปน็ บางชํวงหรอื การอะไรสักอยํางท่ีมันทําให๎บทเพลงมันดูทํามันเข๎ากับ เพลง ลองปรกึ ษาครูเป็ดดแู ล๎วกันวําจะทาํ อะไรกันดี (ฟอร๑ด-สบชัย ไกรยูรเสน, AF6, สัปดาหท๑ ่ี 7, เพลง In The Flesh) จากตัวอยาํ งที่ 121 ผู๎วิจารณ๑กลาํ วถงึ ภาพทอี่ ยํูในใจ คือ “ภาพการยืนดดี น้ิว” ซ่ึงผเู๎ ข๎าแขงํ ขันไมไํ ด๎ทาํ การกลาํ วเชํนนี้ เป็นการกลําวแนะให๎ผู๎ฟังเห็นถึงข๎อบกพรํองของการแสดงท่ีขาดหายไปซ่ึงเป็นภาพทอ่ี ยูํในใจของผวู๎ จิ ารณ๑ท่ีไมํเหน็ ในผลงานของผ๎ูเข๎าแขํงขนั ซึ่งเปน็ สงิ่ ทีค่ วรกระทําตัวอยา่ งท่ี 122 อีกอยํางท่ีพ่ีอยากจะบอก พ่ีอยากจะโทรไปบอกบริษัทที่เค๎าทําตุ๏กตาบลายธ๑ (Blythe) นะครับ ให๎ทําเปน็ หนา๎ ซานิ นะครับ และชุดนี้กส็ วยมากๆ เหมาะสําหรับ แสดงบนเวที แตํเดินท่ัวๆ ไปนี่ไมํได๎นะครับ เพราะถึงบ๎านเน่ีย กระป๋งกระป๋อง ขยะอะไรเตม็ ไปหมดเลย ครับ ขอบคณุ ครบั (ปงั๋ -ประกาศติ โบสวุ รรณ, AF6, สปั ดาหท๑ ี่ 6, เพลง เธอผูไ๎ มแํ พ๎)
94 จากตวั อยํางท่ี 122 ผู๎วิจารณ๑ได๎ชมชุดผู๎เข๎าแขํงขันวําเป็นชุดที่สวยแตํไมํเหมาะกับการใสํในชวี ติ ประจําวนั การทผ่ี วู๎ จิ ารณ๑กลาํ ววํา “กระป๋งกระปอ๋ งขยะเตม็ ไปหมด” ทําให๎เห็นภาพวํา ชุดน้ีเป็นชุดที่ลุํมลํามและเดินลําบาก ซ่ึงแม๎วําจะอยูํบนเวทีได๎แตํก็เห็นถึงความไมํสบายตาถ๎าในโอกาสตํอไปผู๎ฟงั อาจเลีย่ งใสํสุดอ่นื ทท่ี ําใหด๎ ดู ีกวํานีไ้ ด๎ตวั อย่างท่ี 123 (จากปริบทนี้ผู๎วิจารณ๑กลําวถึง ผ๎ูเข๎าแขํงขันที่เลือกเพลงสากลและร๎องได๎ไมํดี) สําหรับผม ผมชอบการที่กล๎าท่ีจะเลือกร๎องเพลงสากล เพราะวําเพลงสากลน้ี เป็นเพลงที่ ถ๎าทําได๎ดีก็ดีไปเลย ถ๎าทําได๎ไมํถึงระดับก็อาจทําให๎ขาดความนําสนใจ ไปนดิ หนึง่ (ต๊ิด -โสฬส ปุณกะบตุ ร, AF6, สปั ดาหท๑ ี่ 1, เพลง IMCA) จากตัวอยํางท่ี 123 ผ๎ูวิจารณ๑กลําวถึงความเห็นสํวนตัววํา ชอบผู๎ท่ีกล๎าร๎องเพลงสากลถ๎ารอ๎ งดีก็ทําเพลงออกมาดีแตํถ๎าไมดํ ีเพลงกอ็ อกมาไมนํ ําสนใจ การกลาํ วเกรนิ่ นาํ เชนํ นเี้ ป็นการแนะให๎ผู๎เข๎าแขงํ ขันรตู๎ ัววําตัวเองเลือกร๎องเพลงสากลแตํผลงานท่ีแสดงออกไปยังไมํดี ผู๎วิจารณ๑เกร่ินนําเข๎าประเด็นโดยไมํได๎กลําวถึงการร๎องเพลงท่ีไมํดีแตํแรก แตํเป็นการกลําวถึงความยากของเพลงและการเลือกเพลงท่ีไมํเหมาะสมกับนักร๎อง เมื่อร๎องแล๎วเพลงไมํนําสนใจ ทําให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันคนน้ันรบั ร๎ไู ด๎วําควรเลือกเพลงท่เี หมาะสมกับความสามารถของตัวเองตวั อยา่ งที่ 124 ภาพรวมของทงั้ ทีมดว๎ ย ความเป็นคอลเลคชั่น (collection) พวกเรามองไมํเห็น (หม-ู พลพฒั นอ๑ ศั วะประภา, เดอะดีไซนเ๑ นอร๑, สปั ดาหท๑ ่ี 3) จากตวั อยาํ งที่ 124 ผวู๎ ิจารณก๑ ลําววํา “พวกเรามองไมํเห็น” แทนการกลําวถึงผลงานที่ออกมาไมํดี แตํผ๎ูเข๎าแขํงขันสามารถตีความได๎วํา ผลงานออกมาไมํดีจนทําให๎ความเป็นภาพรวมของชุดในทีมผ๎ูเขา๎ แขํงขนั หายไปตวั อยา่ งที่ 125 จากอาทิตยท๑ แ่ี ลว๎ เนี้ย เราเป็นคนทีค่ รองเวทีเกือบไว๎ได๎หมด วันนี้เกิดอะไรขึ้น มันมี แตคํ วามวํางเปลํานะครับ แล๎วกม็ ือไมเ๎ ราจะทําเดิมตลอดเลย (ไกํ-สธุ ีร๑ แสงเสรีชน, AF6, สัปดาห๑ท่ี 2, เพลง ทางเดนิ แหงํ รกั ) จากตัวอยํางที่ 125 ผ๎ูวิจารณ๑กลําววํา “วันนี้เกิดอะไรขึ้นมีแตํความวํางเปลําแทนการกลาํ วถึงการแสดงออกมาท่ีไมํดีซึ่งเป็นการบอกข๎อเสียอยํางตรงไปตรงมา แตํผู๎ฟังจะรับร๎ูวําความวํางเปลาํ ที่เกดิ ขน้ึ คือการแสดงทไ่ี มดํ ีและต่าํ กวาํ มาตรฐานจากความสามารถทเ่ี คยทาํ ไดม๎ ากตวั อย่างท่ี 126 ขอเตือนสตไิ ว๎เลยนะ อยํางหลงเด็ดขาดเลยนะ เพราะวันน้ีเน่ียเหมือนแตํงตัวจะไป รบั ปรญิ ญา (ผ๎ูชมสงํ เสียงกรด๊ี ) ดิฉันเช่ือแลว๎ คํะ วาํ คณุ มีทําประจํา หญิงแกํอยาํ งดฉิ ัน จะยอมรับแหละวํา เด็กๆ ทําเนี่ยต๎องการให๎มีทําประจํา นั่นคือ เดินออกมาแล๎ว
95 ชี้หน๎าคนดู อยํางสองทํามือไอเลิฟยู อันที่สามรักผมม้ัยชาวร็อกทุกคน ฉันเข๎าใจ ทกุ อยํางและ ฉันเขา๎ ใจ (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ี่ 3, เพลง คนสดุ ท๎าย) จากตัวอยํางท่ี 126 จะเห็นวํา ผ๎ูวิจารณ๑กลําวถึง ทําทางของผู๎เข๎าแขํงขันท่ีไมํดีคือการทําทําชี้หน๎าผ๎ูชม และกลําววําตัวเองเข๎าใจ ซ่ึงจริงๆ แล๎วผู๎วิจารณ๑อยากจะบอกผู๎เข๎าแขํงขันวําทําทางเชนํ นีเ้ ป็นการแสดงที่ไมดํ แี ละควรแก๎ไข ผู๎วิจารณ๑อาจจะบอกวําเข๎าใจแตํก็ยังรู๎สึกวําเป็นข๎อติของการแสดง การบอกวาํ “ฉันเข๎าใจ” แนะวาํ ส่ิงทีท่ าํ หรือทําทางทท่ี ําอาจจะเป็นสิ่งท่ีคนอ่ืนไมํเข๎าใจหรือไมํเหน็ วาํ ด๎วยเหตใุ ดจึงควรทําเชํนนน้ัตวั อย่างที่ 127 ขอบอกวํามันอาจไมํใชํ มันต๎องใช๎ประสบการณ๑มากๆ แนํๆ การร๎องเพลงร็อก ยากมากมยั้ คะคณุ เพชร (ผ๎วู จิ ารณท๑ ่ีชือ่ เพชรตอบ “จะวํายากก็ยาก จะวํางําย ก็งําย คือจริงๆ แล๎วคือให๎มันมีพลังนั่นแหละคือ ประเด็นหลักแคํนั้นเอง”) แตํดิฉัน ดคู อนเสิรต๑ รอ็ กทีไร นักร๎องเค๎าจะดงึ เราเข๎าไปมสี ํวนรํวมใหไ๎ ด๎ (มา๎ -อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ี่ 3, เพลง เพียงกระซบิ ) จากตัวอยํางท่ี 127 จะเห็นวํา ผู๎วิจารณ๑ไมํได๎กลําววํา ผ๎ูเข๎าแขํงขันคนน้ีร๎องเพลงไมํดีแตํกลําวถามผ๎ูวิจารณ๑อีกคนหน่ึงที่มีความสามารถด๎านดนตรีวําการร๎องเพลงที่ดีเป็นอยํางไรและกลาํ วถงึ การเป็นนกั ร๎องที่ดตี อ๎ งมีพลังคือ ทัง้ พลังเสยี งและการถํายทอดท่นี ําสนใจ จะเห็นวําการกลําวเชํนนีผ้ ๎ฟู ังจะรับรู๎ไดว๎ าํ ตนเองยังรอ๎ งเพลงไดไ๎ มํดีและไมสํ ามารถดึงผ๎ูชมให๎ไปมสี วํ นรวํ มได๎ตัวอยา่ งที่ 128 จากผลงานการออกแบบในคอลเลคช่นั (collection) น้นี ะคะ ชุดพเิ ศษ โอกาสพเิ ศษ สําหรับคนพิเศษ หลายๆ คนมีฝีมือพัฒนาข้ึน หลายๆ คนกําลังอยูํในอาการที่ นาํ เป็นหวํ ง ขอเชิญคณะกรรมการคอมเม๎นคะํ เชิญครูจอ๐ มคะํ (อาร๑ท-อารยา อินทรา, เดอะดีไซนเ๑ นอร๑, สปั ดาหท๑ ่ี 4) จากตัวอยํางท่ี 128 คําวํา “นําเป็นหํวง” หมายถึง เกรงจะได๎รับทุกข๑หรือเป็นอันตราย(นววรรณ พันธุเมธา, 2544 : 74) จะเหน็ ไดว๎ ํา ผลงานหรือการแสดงที่เกิดข้ึน ผ๎ูเข๎าแขํงขันท่ีเคยเห็นข๎อผิดพลาดมากํอน และผ๎ูวิจารณ๑กังวลวํา ในไมํช๎าผลร๎ายก็อาจจะเกิดข้ึนก็คือ การต๎องออกจากการแขํงขัน การกลําวเชํนน้ีทําให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันรู๎วําตนเองมักทําสิ่งท่ีผิดพลาดอยํูเสมอ ซึ่งเป็นข๎อเสียทไ่ี มไํ ดแ๎ กไ๎ ข
96ตวั อย่างท่ี 129 สวัสดีครับน๎องที หลายทีเลยแบบนี้ (ผู๎ชมหัวเราะ) ต๎องนําเห็นใจกํอนเลยนะครับ เพราะเป็นคนแรกต๎องออกมาคนแรก และเพลงของไมเคิลนะครับ คิงอ๏อฟป๊อบ (king of pop) เนี่ย เพลงเร็วเพลงนี้เลยร๎องยากมากๆ เห็นได๎ชัดวํา มีหลายท่ี ที่เพย้ี น (ปง๋ั -ประกาศิต โบสวุ รรณ, AF6, สัปดาหท๑ ่ี 3, เพลง Beat It)ตัวอย่างที่ 130 นํารักมากจ๎า สนุกด๎วย สามารถท่ีจะ เออ ใชํอากัปกิริยา เฉ่ิมๆ เป่ินๆ ไมํได๎เร่ือง ทํากะโหลกกะลาท้ังหลายเอามาเป็นเร่ืองท่ีดูแล๎วสนุกสนาน แล๎วก็เกิด ความเหน็ ใจวาํ เออ โอเควํามนั คงเต๎นไมไํ ดเ๎ รื่องหรอก แตํวํามนั กม็ ีทําอะไรท่ีดู ทําให๎ มีความรู๎สึกวํา เออ ปลํอยให๎มันเป็นไปซะอยํางนั้นอะ ซ่ึงมีความนํารักอยูํในตัว ถือวําเป็นเสนหํ ข๑ องรทิ มากเลยนะคะ แตํวําคุณจะมารงมาร๎องอะไร ก็ลืมๆ ไปเถอะ เออ อยากจะทําอะไรก็ทําไปไอ๎ร๎องอํะนะ แตํโดยรวมท้ังหมดอยากบอกวํานํารัก มากๆ (มา๎ -อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ที่ 5, เพลง รักกนั ม้ยั ) จากตัวอยํางท่ี 129-130 คําวํา “เห็นใจ” หมายถึง ร๎ูสึกถึงความทุกข๑ยากหรือความจําเป็นของผ๎ูอื่น (นววรรณ พันธุเมธา, 2544 : 73) การกลําวเพื่อแสดงความเห็นใจ จากปริบทน้ีจะเห็นวําผู๎วิจารณ๑เห็นความผิดพลาดหรือสิ่งที่ไมํดีท่ีเกิดข้ึนมากํอนหรือมีเหตุท่ีทุกข๑ยากกํอน จนทําให๎ร๎ูสึกสงสารในความทุกข๑ยากนั้น จากปริบทน้ีจะเห็นวํา ผ๎ูวิจารณ๑กลําวแสดงความเห็นใจผ๎ูเข๎าแขํงขันที่ร๎องเพลงได๎ไมํดี สาเหตจุ ากอาการตื่นเต๎น เพราะต๎องออกมาแขํงขันเป็นคนแรกในตัวอยํางท่ี 129และเห็นใจผ๎เู ขา๎ แขํงขนั ที่รอ๎ งเพลงไดไ๎ มดํ เี พราะเพลงที่เลือกมาร๎องยาก จากตวั อยาํ งที่ 130 การเห็นใจแสดงวําผู๎เข๎าแขํงขันทําส่ิงที่ผิดพลาดเกิดข้ึนแล๎วผ๎ูวิจารณ๑จึงเห็นใจที่ทําผิดน้ัน การพูดเชํนนี้ก็คือการกลําวถึงข๎อผิดพลาด แม๎วําจะเห็นใจแตํก็ทําให๎ผู๎ฟังเสียหน๎าได๎หรือผู๎เข๎าแขํงขันอาจจะรู๎สึกไมํต๎องการใหม๎ ากลาํ วถงึ ในลักษณะนี้ นอกจากนก้ี ารกลาํ ววาํ “ก็ลืมๆ ไปเถอะ” เป็นการกลําวโดยอ๎อมวาํ สงิ่ ทีท่ าํ ไมนํ ําจดจําแสดงให๎เห็นวาํ ผลงานไมํนาํ ประทับใจทาํ ได๎ไมดํ พี อตวั อยา่ งท่ี 131 ทนหนํอยนะไอซ๑ ปัญหาของไอซ๑เทําที่ดูเน่ียนะ เป็นเร่ืองงํายๆ เลยนะครับ คอนเซ็ป (concept) มันอยูํที่พลัง พลังไอซ๑ไมํพอนะครับ ไมํพอจริงๆ เอํอ ข้ึนมา ตอนแรกมนั คํอนขา๎ งเพ้ยี นเยอะ โอเค พก่ี พ็ ยายามมองโลกในแงํดวี ํา เออํ เค๎าตื่นเวที ขึ้นมาอะไรแบบเนย่ี แตยํ งั มีประปรายอยใํู นเกณฑ๑ทมี่ ากเกนิ ไป นะครับ แล๎วประเด็น ทีส่ ําคัญทีส่ ดุ พอพลังไมพํ อปุ๊บเน่ีย (เพชร มาร,๑ เดอะสตาร๑ 6, สัปดาห๑ท่ี 3, เพลง เพยี งพอ)
97 จากตัวอยํางที่ 131 คําวํา จากการใช๎คําวํา “พยายามมองโลกในแงํดี” เป็นการแสดงความเห็นใจ เข๎าใจวําความผิดพลาดท่ีเกิดข้ึนน้ีเกิดจากความต่ืนเต๎นของผ๎ูเข๎าแขํงขันท่ีขาดประสบการณ๑ แมว๎ ําผู๎วิจารณ๑จะเห็นใจก็ตาม แตํข๎อผิดพลาดท่ีขึ้นก็มากจนเกินให๎อภัยได๎ ทําให๎หมดความร๎สู ึกเห็นใจนนั้ ไปตวั อย่างท่ี 132 น๎องยอดโยโกะครับ เม่ือสักครูํน้ีน๎องบอกวําอินสไปเรชั่น (inspiration) มาจาก คําวํา สปอร๑ตแวร๑ (sportwear) กับคําวํามินนิสทรี (ministry) พี่ฟอร๑ดอยากจะ ถามกลับไปวํา สปอร๑ต (sport) และก็แวร๑ (where) ของพี่ฟอร๑ดเนี่ย จะสะกดวํา ดับบิว (w) เอ็ช (h) อี (e) อาร๑ (r) อี (e) คือไม่เข้าใจว่า ที่หนูพูดวําสปอร๑ตแวร๑ (sportwhere) กบั มนิ ิสทรี (ministry) เนยี่ ส่อื สารด๎วยอะไร (ฟอรด๑ -กุลวิทย๑ เลาสุขศร,ี เดอะดไี ซน๑เนอร,๑ สัปดาหท๑ ่ี 6) จากตวั อยาํ งท่ี 132 ผูว๎ จิ ารณบ๑ อกวําตนเองไมเํ ข๎าใจท่ผี ๎เู ข๎าแขํงขันกลําวถึงแรงบันดาลใจของผลงานการออกแบบชดุ มาจากคาํ วาํ “สปอร๑ตแวร๑ (sportwear)” กับ “คาํ วํา มนิ นิสทรี (ministry)”ซึง่ ผลงานที่ออกมาไมตํ รงกบั ที่กลําวไว๎ ผวู๎ จิ ารณ๑ทกี่ ลาํ ววํา “คือไมํเข๎าใจวํา” นั้นก็เพ่ือแนะความให๎ผ๎ูเขา๎ แขํงขนั ทราบวําสิ่งทพ่ี ดู กับผลงานนน้ั ไมตํ รงกันตัวอย่างท่ี 133 เออ แลว๎ ทําไมเต๎นไมตํ รงกบั จงั หวะ พ่แี ปลกใจ เออ นะ มันแปลกๆ อยํู (ไกํ-สธุ รี ๑ แสงเสรชี น, AF6, สัปดาห๑ที่ 2, เพลง ซินเดอเรลลา) จากตัวอยาํ งท่ี 133 เซิร๑ล (Searle, 1969 : 66) ได๎กลาํ วถึง เงื่อนไขของวัจนกรรมการถามวําเมื่อผู๎พูดถามนั้น ผู๎พูดต๎องการคําตอบของคําถามนั้นๆ เสมอ การใช๎รูปแบบประโยคคําถามโดยไมํต๎องการคาํ ตอบในตวั อยาํ งท่พี บเปน็ การใชเ๎ พอื่ แนะข๎อบกพรอํ งของผ๎ฟู ัง ผว๎ู ิจารณ๑ไดใ๎ ชป๎ ระโยคคาํ ถามวํา “ทําไมเต๎นไมํตรงกับจังหวะ” ซึ่งในความจริงผู๎พูดไมํได๎ถามเพ่ือต๎องการคําตอบ แตํเพียงจะแนะความใหผ๎ ู๎เข๎าแขํงขนั กลบั ไปดเู ร่อื งการเต๎นท่ียังมีปัญหาไมํตรงกับจังหวะที่ต๎องกลับไปปรับปรุงแก๎ไขให๎ดีขึ้น สอดคล๎องกับสิริลักษณ๑ หํุนศรีงาม (2544) ท่ีศึกษาการใช๎รูปประโยคภาษาไทยที่มีคําวํา“ทาํ ไม” พบวาํ การขึน้ ตน๎ ประโยควํา “ทําไม” น้ันเพ่ือสื่อวัจนกรรมอื่น ๆ ท่ีนอกเหนือจากการถามได๎อกี 7 วัจนกรรม ได๎แกํ การแนะนํา การขอรอ๎ ง การสั่ง การตําหนิ การโต๎แย๎ง การแสดงความรู๎สึกในแงํลบและการชม ถ๎อยคาํ เหลํานีใ้ ชเ๎ พอ่ื ชักจูงหรือผลักดันให๎ผู๎ฟังเห็นวํามีการกระทําอ่ืนที่มีเหตุผลกวาํ และเป็นการเปิดชํองเพอ่ื แสดงความคดิ โต๎แยง๎ อยํางไรก็ตาม การส่ือวัจนกรรมตําง ๆ ด๎วยถ๎อยคําท่ีมีคํา “ทําไม” มีความเส่ียงที่จะทําให๎เกิดความไมํสุภาพข้ึนได๎ จากตัวอยํางนี้จะเห็นวําผ๎ูวิจารณ๑ในรายการเรียลลิตี้ใช๎ประโยคคําถามท่ีขึ้นต๎นวํา “ทําไม” เพื่อแนะความให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันรู๎ถึงข๎อผิดพลาด ที่เกิดข้ึนและนําไปปรับปรุงแกไ๎ ขใหด๎ ขี ้ึน
98ตัวอยา่ งที่ 134 สวํ นพ่ีวัตรไมคํ ํอยเปดิ แมกกาซีนดหู รอื วาํ ตอนน้ีผ๎ูชายเทรนด๑ของผ๎ูชายเค๎าไปถึงไหน กันแล๎วนะครับ ชุดท่ีออกแบบมาเนี่ยมันดูไมํมีท่ีมาที่ไป ดูแล๎วเหมือนขาดๆ เกินๆ ยงั ไงชอบกล (หม-ู พลพัฒน๑ อศั วะประภา, เดอะดีไซนเ๑ นอร๑, สัปดาห๑ที่ 6) จากตวั อยาํ งท่ี 134 ผูว๎ ิจารณ๑กลําวถึง การขาดคุณสมบัติของผู๎เข๎าแขํงขันท่ีควรมีการศึกษาข๎อมูลมาให๎มากกวาํ นี้ จาก “พวี่ ตั รไมคํ อํ ยเปิดแมกกาซีนดูหรือ” เป็นการตาํ หนโิ ดยใช๎ประโยคคําถามซึง่ ผ๎พู ดู ไมํได๎ต๎องการคําตอบจากปริบทน้ี แตํต๎องการกลําวเพื่อช้ีให๎เห็นข๎อบกพรํองของผู๎ฟังท่ีไมํได๎ศึกษาความรเู๎ พมิ่ เตมิ มากอํ น 2) การแนะความใหเ๎ หน็ ส่งิ ทค่ี วรกระทํา การแนะความให๎เห็นสิ่งที่ควรกระทํา หมายถึง การที่ผ๎ูวิจารณ๑แนะให๎เห็นข๎อผิดพลาดของผู๎เข๎าแขํงขันที่เกดิ ข้นึ จากผลงานหรือการกระทาํ เพอ่ื ใหผ๎ ู๎เข๎าแขํงขันรู๎วําต๎องเปล่ียนแปลงการกระทําให๎เป็นไปในทางท่ดี ขี น้ึตวั อยา่ งท่ี 135 ริทคอื อยาํ งง้ีพคี่ ดิ เลนํ ๆ นะวาํ ถ๎าหากวาํ ริทออกมาแล๎วดูจริงจังแล๎วหรือตีหน๎าเศร๎า หรืออนิ กบั เพลงทเ่ี ศร๎าๆ ไดเ๎ นี้ย มันนาํ จะเป็นการเพม่ิ เสนํห๑ให๎กับริทได๎อีกแบบหน่ึง มากกวําเป็นตลกซง่ึ วนั น้ีหมดมุก (เพชร มาร๑, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ที่ 3, เพลง รกั คณุ ยิ่งกวาํ ใคร) จากตวั อยาํ ง 135 ผวู๎ จิ ารณ๑แนะความวํา ผู๎เข๎าแขํงขันคนท่ีชื่อ “ริท” ถ๎าเปลี่ยนจากทําหน๎าตลกสนุกสนานเป็นหนา๎ เศร๎าและทาํ อารมณ๑กับเพลงให๎มากขน้ึ ก็จะเพิม่ เสนํหใ๑ หก๎ ับการร๎องเพลงได๎ตวั อย่างท่ี 136 สวัสดีครับน๎องกุญแจซอล คือ เทําที่ได๎ดูบ๎างท่ีอยํูในบ๎านเหมือนน๎องจะซ๎อม เยอะมาก มากจริงๆ การซ๎อมเยอะในบ๎านก็ไมํใชํผลดีเสมอไป สําหรับการเลํน คอนเสิร๑ต จริงๆ เน้ีย การซ๎อมมากๆ มันจะทําให๎แรงมันหมดกํอน กํอนจะข้ึนเวที แลว๎ ทาํ ให๎ ความกงั วลเวลาซ๎อมมากๆ มนั จะเครียด เครียด เครียด แล๎วเวลาขึ้นเวที มนั จะขาดความสนุก เพราะฉะนน้ั ถา๎ เราไดเ๎ รยี นรจู๎ ากครู จากเพื่อนๆ พี่ๆ ในบ๎านวํา ซอ๎ มแคํไหนดี แคํไหนจะพกั ผอํ น เพอ่ื ความเต็มทต่ี อนอยํูบนเวทมี ากขน้ึ (เอก-อภสิ ทิ ธ๑ พงษ๑ชยั สริ ิกลุ , AF6, สัปดาห๑ที่ 4, เพลง ฉนั เปน็ ดีเจใหเ๎ ธอ) จากตัวอยํางที่ 136 ผ๎ูวิจารณ๑ไมํได๎กลําวถึงข๎อดีข๎อเสียของการร๎องเพลง ท่ีเพิ่งผํานไปของผ๎เู ข๎าแขํงขนั แตํผูว๎ ิจารณก๑ ลําวถึง เรอ่ื งการซอ๎ มรอ๎ งเพลงของผ๎เู ขา๎ แขํงขนั การกลาํ วเชํนนีท้ ําให๎เหน็ วาํผ๎วู ิจารณต๑ ๎องการแนะความใหไ๎ ปปรึกษาครแู ละเพือ่ นๆ เพ่อื ที่จะให๎ผู๎เข๎าแขํงขันเตรียมตัวให๎พอดีเพ่ือการรอ๎ งเพลงท่ีดีข้ึนในโอกาสหนา๎
99ตัวอย่างท่ี 137 หัวประโยคของคําร๎องเพลงต๎องระวังนิดหนึ่งนะครับ น๎องกุญแจซอลเป็นคนที่ ร๎องชดั เจนแตํเพลงนีเ้ ป็นเสียงคํอนขา๎ งตํ่า เพราะฉะน้นั ดชั นีการแสดงความสามารถ ของเรายังไมํถึงจุดก็ได๎ แตํจริงๆ มีนะฮะทํารําหลายทําเป็นท่ีโดนใจหลายคน เราจะตอ๎ งแสดงฤทธ์ิเดชของตวั เองออกมาก ไมํจาํ เปน็ วําเราจะต๎องไปจําจากดั้งเดิม มากไ็ ด๎ ใสคํ วามสามารถของเราก็ได๎ครบั (ติ๊ก ชโี ร-ํ ศิริศักด์ิ นนั ทเสน, AF6, สปั ดาหท๑ ่ี 10, เพลง สปาบา๎ นทํงุ )ตวั อย่างที่ 138 คณุ ยอดโยโกะครับ ด๎วยรูปทรงที่คุณทําเนี่ย วัสดุที่คุณเลือกมา ถือวําตอบโจทย๑ใน เร่อื งของการปลอํ ยรุงํ ริ่ง อะไรอยาํ งเนีย้ อะครับ ก็ถือเป็นอะไรที่ดูรํวมสมัย แตํคุณก็ อยําลืมวําการตัดเย็บเนี่ยก็เป็นส่ิงสําคัญ ในการทําให๎เส้ือคุณเน่ียสํงในการดีไซน๑ นะครับ ตรงนีข้ อฝากดว๎ ย (จ๐อม-ศริ ิชัย ทหรานนท,๑ เดอะดีไซนเ๑ นอร๑, สปั ดาห๑ท่ี 1)ตัวอย่างท่ี 139 น๎องยอดโยโกะเป็นคนเดียวท่ีมีแฟ้ม และในน้ันประกอบไปด๎วยอิลัสเตรชั่น (illustration) แนวความคิดของเค๎ามามีแรงบันดาลใจมาจากอะไร ฝากไว๎นิด นะครับน๎องยอดโยโกะ ชุดท่ีเป็นชุดผ๎าไหมแล๎วก็วาดด๎วยมือและวาดด๎วยตัวเอง อันน้ันสวยนะครับ และจะฝากไว๎ด๎วยวํา แฟชั่นมันจะเกิดอะไรข้ึนกับปัจจุบัน ตัวดีไซน๑เนอร๑ไมํสามารถอยูํด๎วยตัวเอง (ในปริบทน้ีผ๎ูเข๎าแขํงขันใช๎ภาพวาดชุดที่ นางแบบในหนังสอื แสดงชุดในการเดนิ แบบ ซึง่ โดยสํวนใหญดํ ีไซนเ๑ นอร๑จะใชร๎ ปู ถําย) (กลุ วิทย๑ เลาสขุ ศรี, เดอะดไี ซน๑เนอร๑, สปั ดาห๑ท่ี 7) จากตัวอยํางที่ 137-139 จะเห็นการใชว๎ ัจนกรรมการตักเตือนซ่งึ เปน็ วจั นกรรมท่ีผูพ๎ ดู ต๎องการใหผ๎ ฟ๎ู ังหลกี เลยี่ ง ระวังตัว หรอื รู๎ตวั ในเหตกุ ารณท๑ ี่จะเกิดขึ้น (สิทธธิ รรม ออํ งวุฒิวฒั น๑, 2549 : หนา๎ 7)จากปรบิ ทนจี้ ะเห็นวาํ การเตอื นนเี้ พ่อื ตอ๎ งการกลําวถึงขอ๎ บกพรอํ งท่ีผ๎ูฟังจะต๎องระวังไมํให๎เกิดขึ้นอีกจากตวั อยาํ งท่ี 137 ผว๎ู จิ ารณเ๑ ตอื นให๎ระวังเรอ่ื ง หัวเสยี งประโยคคํารอ๎ ง ตวั อยํางท่ี 138 ผู๎วิจารณ๑เตอื นเรื่องการตัดเย็บแสดงวําผ๎ูเข๎าแขํงขันคนน้ีมีปัญหาด๎านการตัดเย็บเส้ือผ๎าที่ไมํคํ อยให๎ความสําคัญซง่ึ ต๎องให๎ความสําคญั มากข้ึน และตัวอยาํ งท่ี 139 ผ๎ูวจิ ารณไ๑ ดเ๎ ตอื นเรื่อง การวาดรูปในเอกสารท่ีแสดงชุดเสื้อผา๎ สาํ หรับการเดินแฟช่ัน ทําให๎ภาพดูไมํสวยงามและดูไมํร๎ูเรื่อง เพราะถ๎าเป็นภาพถํายจะเห็นรูปชุดเสื้อผ๎าได๎ชัดเจนกวําและกลําวเตือนให๎ผู๎เข๎าแขํงขันพ่ึงพาคนอื่นบ๎าง กลําวคือควรหาคนมาถํายรูปใหห๎ ากคดิ วําตัวเองวาดภาพเปน็ และไมํพ่งึ ใครจะใช๎ฝีมือตนเองนั้น อาจจะไมํถูกเพราะถ๎าภาพไมชํ ดั เจนดไู มรํ ู๎เร่ืองคนดกู ็ไมํสนใจ
100ตวั อย่างที่ 140 เสียงร๎องเบาไปนะครับ เสียงร๎องมันจะไมํคํอยได๎ยินเทําไรนะครับ และก็อันน้ี อาจเปน็ ข๎อยากข๎อหน่ึงของการใช๎เอียมอร๑นิเตอร๑ (ear monitor) นะครับ เราร๎อง เราร๎ูสึกสบายเราได๎ยินชัดเจนนะครับแตํการรีเล็กซ๑ (relax) ข๎างนอกกับการได๎ยิน จริงๆ เนีย้ บางครงั้ เราลองศกึ ษาการใช๎เอียมอร๑นเิ ตอร๑ (ear monitor) ดีๆ นะ (ฟอร๑ด-สบชัย ไกรยรู เสน, AF6, สปั ดาหท๑ ี่ 1, เพลง ต๊ิกตอ็ ก) จากตวั อยํางที่ 140 ผ๎วู ิจารณก๑ ลําวให๎ผูเ๎ ขา๎ แขงํ ขันไปศกึ ษาเรอ่ื งเอียร๑มอรน๑ เิ ตอร๑เพื่อเลยี่ งทจี่ ะกลําววํา ผ๎เู ข๎าแขํงขันรอ๎ งเพลงไมํไพเราะ การกลาํ วเชนํ นผี้ ู๎เข๎าแขํงขันจะตอ๎ งกลับไปฝกึ ซอ๎ มและเรียนร๎ูกบั อุปกรณต๑ ํางๆ ใหม๎ ากทีจ่ ะได๎ร๎องเพลงให๎ตรงกับโนต๎ มากขน้ึตวั อย่างที่ 141 คณุ สดู๎ นตรีไมํได๎ เหมอื นกบั คณุ แบกดนตรไี มํไหว พ่ีดูแล๎วเนี่ยร๎ูสึกวํามันนําจะแรงได๎ อีกเนย่ี เทาํ น้ันแหละ โอเคครับ (เพชร มาร๑, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ่ี 3, เพลง เพียงพอ) จากตวั อยาํ ง 141 ผ๎วู จิ ารณ๑แนะให๎ผฟ๎ู ังร๎ูวาํ ท่รี ๎องมายังแรงไมํเพียงพอ ควรนําไปปรับปรุงและสํงพลัง หรือ “แรง” ให๎ถึงเกณฑ๑ท่ีทําให๎การร๎องเพลงออกมาได๎อยํางไพเราะนําฟังมากยิ่ง ข้ึนในการแสดงคร้งั ตํอไป จากตัวอยํางที่ 135-141 ผู๎วิจารณ๑ไมํได๎ส่ังหรือบังคับให๎ผ๎ูฟังแก๎ไขหรือกระทําพฤติกรรมบางอยํางโดยตรง เพียงแตํแนะความให๎ผู๎ฟังเห็นส่ิงที่ควรกระทําและนําไปพิจารณาตํอวําจะนําไปปฏิบัติหรือไมํ เพราะส่ิงท่ีผ๎ูวิจารณ๑แนะนําน้ีเมื่อผู๎ฟังเห็นวําเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน๑และชํวยพัฒนาความสามารถขึน้ ได๎ ผู๎ฟงั กจ็ ะเหน็ ดว๎ ยท่จี ะนาํ ไปปฏิบตั ิตามตํอไป 4.1.2.2 การประชดประชัน การประชดประชนั หมายถงึ การใช๎ถ๎อยคํานัยผกผันเพ่ือโจมตีหรือผู๎เป็นเป้าหมายเจ็บใจ (ณัฐพร พานโพธิ์ทอง 2555 : 119) การประชดประชันที่ผู๎วิจารณ๑ใช๎ในรายการเรียลลิตี้โชว๑ที่ผ๎ูวจิ ัยพบคือ การกลาํ วถงึ ผ๎ูเข๎าแขงํ ขันในด๎านทด่ี ี ไมํวําจะเป็นในด๎านบุคลิกภาพ ความสามารถหรือผลงานตํางๆ หรือกลําวชมแตํไมํได๎ร๎ูสึกช่ืนชมหรือพอใจในการกระทําของผ๎ูฟังน้ัน เป็นการละเมิดเง่ือนไขความจรงิ ใจ เพ่ือแนะความเก่ยี วกบั ข๎อบกพรํองของผ๎ูเขา๎ แขงํ ขนั ซ่งึ ทาํ ใหเ๎ สยี หนา๎ ได๎ตัวอยา่ งที่ 142 ขอช่ืนชมอีกอยํางคือทําทํานองร็อกให๎เป็นเพลงลูกทุํงได๎ เก๐ อันน้ีขอช่ืนชมอํะ (ผ๎ูชมสํงเสียงกร๊ีด) ทําได๎ยังไงอํะ คนร็อกเค๎าไมํทํากันโตโนํทําได๎ ขอให๎โชคดีนะ ไอน๎ ๎อง (โจ-๎ สุธศี ักดิ์ ภักดีเทวา, เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ี่ 3, เพลง คนสดุ ท๎าย)
101 จากตวั อยํางที่ 142 เป็นตวั อยาํ งการชมในสง่ิ ท่ีตนไมํได๎ช่ืนชมยินดีวํา “ขอชื่นชมอีกอยํางคือทําทํานองร็อกให๎เป็นเพลงลูกทํุงได๎” ทําให๎เห็นวํา ผ๎ูวิจารณ๑กลําวไมํได๎ต๎องการชมผู๎เข๎าแขํงขันวําร๎องเพลงได๎ดีตามรูปที่ปรากฏ แตํกลับต๎องการแนะผ๎ูเข๎าแขํงขันวํา ร๎องเพลงไมํเข๎ากับจังหวะและทํานองของเพลงจากแนวร็อกให๎เป็นแนวลูกทงํุ ซ่งึ ผดิ จากที่ควรจะเป็นตวั อย่างที่ 143 เริ่มต๎นเลยทีเดียวเนี่ยนะ เซนออกมาป๊ับ แล๎วก็เร่ิมร๎องเพลง ดูดีมากๆ เลยนะ ดูแล๎วนําจะดี นําจะประทบั ใจ ไปไดเ๎ รอื่ ยๆ พอนานๆ เขา๎ มันดไู ขวๆ๎ เขวๆ แปลกๆ มนั เหมือนกับมีการร๎องอะไรผดิ ๆ บางอยําง อันนี้ชาวบ๎านอยํางดิชั้นฟัง คุณเข๎าใจ มํะ เอ๏! อันนี้มันดูแปลกๆ ยังไงชอบกล ดูทะแมํงๆ แตํถามวํามีเสนํห๑มั้ย มีเสนํห๑ ทเี ดยี วนะคะ แตตํ อนจบมนั ดูประหลาด ทวี่ าํ รอ๎ งเพลงไทยป๊อบ เป็นลูกกรุง แตํวํา โทนจบสุดท๎ายกลายเปน็ ลกู ทุํง เกงํ จริงๆ เลยนะเราอะํ (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ี่ 1, เพลง เจ๎าชายนทิ รา) จากตัวอยาํ งที่ 143 มีการชมในสิ่งที่ตนไมํได๎ช่ืนชมยินดีวํา “ร๎องเพลงไทยป๊อบ เป็นลูกกรุงแตวํ ําโทนจบสดุ ท๎ายกลายเป็นลูกทุํง เกํงจริงๆ เลยนะเราอํะ” ซ่ึงผู๎ฟังนําจะตีความได๎วํา ผู๎พูดไมํได๎หมายความตามน้นั แตตํ ๎องการแนะวําผูฟ๎ งั ยงั มีขอ๎ บกพรอํ งในการรอ๎ งเพลงตัวอยา่ งท่ี 144 คุณสวยจริงๆ เหมาะกับการไปประกวดนางงามจริงๆ ดิฉันขอยืนยัน สวยมากๆ มากถงึ มากทส่ี ดุ ไปเปน็ นางเอกก็ไป จริง อยําร๎องเพลงเลยชวี ติ น้ี (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ที่ 3, เพลง บูมเบอร๑แรง) จากตัวอยํางท่ี 144 เป็นตวั อยาํ งการชมในสง่ิ ทต่ี นไมํได๎ช่ืนชมยนิ ดี จะเห็นวํา “คุณสวยจริงๆเหมาะกบั การไปประกวดนางงาม” ผู๎วิจารณ๑กลําวชมในเรื่องความสวยวําให๎ไปทําอาชีพอื่น ท่ีไมํใชํนักร๎องแตํใช๎ความสวยท่ีมีเป็นอาชีพ ซึ่งจะเป็นหนทางที่ดีกวํา การกลําวเชํนนี้เป็นการแนะวําความสามารถของผเ๎ู ขา๎ แขํงขนั ท่ีขาดคุณสมบตั ิด๎านการรอ๎ งเพลงตัวอยา่ งที่ 145 เออ แล๎วทําไมเต๎นไมํตรงกับจังหวะ พ่ีแปลกใจ เออ นะ มันแปลกๆ อยํู กเ็ ป็นความสามารถพเิ ศษอีกอยาํ งหนึง่ โอเคครบั โชคดีครับที (ไกํ-สธุ ีร๑ แสงเสรีชน, AF6, สัปดาห๑ท่ี 2, เพลง ซนิ เดอเรลลา, ไมตํ อ๎ งรวู๎ าํ เราคบกนั แบบไหน) จากตวั อยาํ งที่ 145 เป็นตัวอยํางการชมในส่ิงท่ีตนไมํได๎ชื่นชมยินดีวํา “ก็เป็นความสามารถพิเศษอีกอยาํ งหน่ึง” ที่ผู๎วิจารณ๑กลําวตํอผู๎ฟังท่ีเป็นผู๎เข๎าแขํงขันน้ัน ไมํได๎ต๎องการชมผ๎ูเข๎าแขํงขันวําเป็นคนมคี วามสามารถพิเศษตามรูปที่ปรากฏ แตํกลับต๎องการแนะวําผ๎ูเข๎าแขํงขันเต๎นไมํเข๎าจังหวะซ่งึ เป็นขอ๎ พลาดของการแสดง
102ตัวอย่างท่ี 146 (ปริบทนี้ผู๎เข๎าแขํงขันแสดงละครเวทีรับบทบาทเป็นตัวอิจฉา ที่มีการตบตีนางเอก ในเร่ือง) เป็นอีกคนท่ีผสมผสานวิธีการร๎องเพลงแบบเกําและแบบใหมํได๎ดีมาก ลักษณะ อีกอยํางหน่ึงเพิ่งร๎ูวําเป็นมือตบ นําจะไปเป็นนักวอลเลํย๑บอลทีมชาติ เหน็ ตบไดด๎ มี าก ขอบคณุ ครับ (ปัง๋ -ประกาศติ โบสุวรรณ, AF6, สปั ดาหท๑ ี่ 11, เพลง คนบา๎ นเดยี วกัน) จากตัวอยํางที่ 146 จะเห็นวํา ผ๎ูวิจารณ๑ชวนผ๎ูเข๎าแขํงขันให๎ไปเป็นนักวอลเลย๑บอลเพราะมีความสามารถด๎านการตบ ขณะท่ีผู๎เข๎าแขํงขันประกวดร๎องเพลงแตํผู๎วิจารณ๑ได๎ชมในเร่ืองของการตบเกํงซ่ึงไมํได๎เกี่ยวข๎องกับการร๎องเพลง จากปริบทนี้จะเห็นวํา ผ๎ูวิจารณ๑ต๎องการพูดถึงการแสดงที่เน๎นด๎านอารมณ๑และแสดงได๎สมบทบาทมากการกลําวเชํนนี้อาจทําให๎ผ๎ูฟังเสียหน๎าได๎เพราะไมไํ ด๎ชมในสิ่งท่คี วรชมคอื ความสามารถดา๎ นการร๎องเพลง 4.1.2.3 การใชส๎ าํ นวนทมี่ ีความหมายในทางลบ สํานวน หมายถึง คติสอนใจ “สุภาษิต” เพ่ือให๎ผู๎ฟังเชื่อถือและปฏิบัติตาม(สทิ ธิธรรม ออํ งวฒุ ิวฒั น๑, 2549 : 91-92) การกลําวสํานวนน้ันมักใช๎เพื่อชํวยให๎ผู๎ฟังเข๎าใจสารท่ีผ๎ูพูดต๎องการสอ่ื สารอยํางเปน็ รูปธรรมมากกวาํ การใช๎ถอ๎ ยคาํ ธรรมดา นอกจากน้สี าํ นวนยงั ใช๎ในความหมายท่ีกว๎างขวางออกไป หมายถึง การรับรู๎ถึงส่ิงหน่ึงเป็นแบบเปรียบและอีกส่ิงหน่ึงเป็นสิ่งท่ีถูกเปรียบซ่งึ ก็คือ การท่ผี ู๎พดู ใชถ๎ ๎อยคําแสดงการเปรียบเทียบของสองส่ิง ส่ิงหน่ึงเป็นสิ่งที่ถูกเปรียบอีกสิ่งหนึ่งเป็นแบบเปรียบและทั้งสองส่ิงต๎องเป็นสมาชิกของกลุํมทางความหมายที่ตํางกัน (Saeed, 1997)สาํ นวนทมี่ ีลกั ษณะนมี้ ีการนาํ ผฟ๎ู ังไปเปรยี บใหม๎ ีความหมายไปในทางลบ เห็นภาพท่ีไมํดีได๎ชัดเจนขึ้นและนอกจากการให๎ภาพของผฟ๎ู ังเปน็ ไปในทางท่ีไมํดีแล๎ว ยังทาํ ให๎ผ๎ูฟังเปน็ ตัวตลกหรือมีการกระทําที่แปลกประหลาดออกไปจากคนปกติ เปน็ การแสดงอาํ นาจ (power) ทเี่ หนือกวําของผู๎พูดท่ีมีสิทธ์ินําผฟ๎ู งั ไปเปรียบกับลกั ษณะบางประการที่ผฟ๎ู ังอาจไมไํ ด๎รูส๎ ึกพอใจ ท่นี าํ ตนเองไปเปรียบเชํนนั้น ซ่ึงอาจทําใหผ๎ ๎ฟู ังเสยี หนา๎ ได๎ตวั อย่างท่ี 147 กนั ตกมา๎ ตายมาก ทาํ ไมหรอ มันมคี วามกดดนั อยํขู า๎ งในรเ๎ู ลย และมนั กม็ คี วามรส๎ู ึกวาํ มันมบี างส่ิงบางอยําง ท่ีไมํทําให๎คนฟังสนุกได๎ มันเหมือนกับมีความไมํมั่นใจอยํูกับ การแสดงครั้งนี้ อยํางแนํนอนร๎อยเปอร๑เซ็นดิฉันมองเห็น เออ เอาลํะ ชาวบ๎าน อยํางดิฉันฟังเนย่ี ร๎องเนี่ยมเี พี้ยนด๎วย และก็เยอะเชยี ว แปลกๆ ไมํร๎ู บอกไมถํ ูก (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ่ี 3, เพลง โปรดสํงใครมารกั ฉนั ที)
103 จากตัวอยํางท่ี 147 “ตกม๎าตาย” แพ๎เร็ว ยุติเร็ว (ราชบัณฑิตยสถาน, 2546 : 412) ปริบทน้ีหมายถึง ผ๎ูเข๎าแขํงขันวันนี้ร๎องเพลงได๎ไมํดี มีข๎อผิดพลาดท่ีมาก ทําให๎อาจแพ๎ผู๎เข๎าแขํงขันคนอ่ืนได๎ซงึ่ การแขงํ ขนั น้เี พิ่งจะเริ่มแขงํ การที่ทําไมดํ ีในวันน้อี าจทาํ ใหต๎ กรอบเร็วกวาํ ทค่ี ดิ ไว๎ตวั อย่างท่ี 148 (พิธกี รเรียกชื่อ พมี่ ๎าครับเพ่อื ให๎ผ๎ูวจิ ารณ๑ทาํ นนพี้ ดู วจิ ารณ)๑ (ผ๎ูชมสงํ เสยี งกรี๊ดตํอจากท่ี กร๊ดี หลงั จากนักวิจารณ๑คนกอํ นหนา๎ พดู จบ) (ม๎า อรนภา สาํ ยหน๎าแล๎วทาํ มอื ชี้ไปทาง ผ๎ูชม) ใครเหยียบหางอํะ (ผูช๎ มสงํ เสยี งกรีด๊ ) (ม๎า-อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สัปดาห๑ที่ 3, เพลง เพยี งกระซบิ ) จากตัวอยํางท่ี 148 “เหยียบหาง” จากปริบทน้ีหมายถึง คนที่สํงเสียงร๎องไมํยอมหยุดเปรียบกับสุนัขที่ถูกเหยียบหาง จากปริบทนี้แม๎วําผ๎ูวิจารณ๑ไมํได๎กลําวถึงผ๎ูฟังที่เป็นผู๎เข๎าแขํงขันแตกํ ลาํ วตําหนผิ ูช๎ มในห๎องบันทกึ รายการ เพ่ือแสดงความไมํพอใจที่ผู๎ชมสํงเสียงดังในขณะที่ผ๎ูวิจารณ๑กําลงั จะพดู อยกํู ารกลําวตําหนิผูช๎ มตํอหนา๎ ผู๎เขา๎ แขํงขัน อาจทาํ ให๎ผเู๎ ขา๎ แขํงขนั เสยี หน๎าได๎เพราะที่ผ๎ูชมสํงเสียงร๎องก็เพอ่ื เป็นกาํ ลงั ใจใหก๎ ับตนเอง 4.1.2.4 การอุปลกั ษณ๑ใหเ๎ กดิ ความตลกขบขนั อุปลักษณ๑ หมายถงึ การท่ผี ูพ๎ ูดใช๎ถ๎อยคําแสดงการเปรียบเทียบของสองสิ่ง ส่ิงหน่ึงเป็นส่งิ ทถี่ ูกเปรียบ อกี สงิ่ หนง่ึ เป็นแบบเปรยี บ และทงั้ สองสิง่ ต๎องเปน็ สมาชิกของกลํุมทางความหมายที่ตํางกัน (Saeed,1997) การใช๎อุปลักษณ๑ที่ทําให๎เกิดความตลกขบขันตํางจากการใช๎สํานวนที่มีความหมายในทางลบ เพราะการพูดในท่ีนี้อาจพูดชมก็ได๎ซ่ึงเมื่อผู๎ฟังตีความแล๎วจะร๎ูวําผ๎ูพูดจงใจกลําวแนะถึงขอ๎ ผดิ พลาดทเี่ กิดข้ึนและอาจนําไปปรับปรงุ แตํการพดู เชํนน้ีกอ็ าจทําใหผ๎ ูฟ๎ งั เสียหนา๎ ได๎ตัวอย่างที่ 149 ฉันนึกวําไปเดินพาเหรด มาร๑ชมาเชียว มามาร๑ชเสร็จแล๎วก็ เต๎นแอร๑โรบิกตํอ หา๎ หก เจ็ด (ม๎า-อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ท่ี 5, เพลง เช๎าไมํกลัวกัน) จากตัวอยํางท่ี 149 ผ๎ูวิจารณ๑กลําวถึง การแสดงของผู๎เข๎าแขํงขันวําเหมือนกับการเดินพาเหรดสวนสนามแบบทหารและเต๎นแอโรบิค ทําให๎เห็นการเต๎นที่เกร็งและไมํเป็นธรรมชาติเห็นทําทางการเต๎นที่ไมดํ ีตวั อยา่ งที่ 150 สํวนของน๎องเบียร๑เนี่ย แว็บแรกที่พ่ีเห็นชุดเราเน่ีย ต้ังแตํสเก็ตแล๎ว พี่บอกแล๎ววํา คนตัวเต้ีย ไมํควรใสํแบบอะไรที่มันโหลดข๎างบน ทําให๎เค๎าดูหนักนะฮะ แล๎วย่ิง การตัดตอํ ลายเส๎นเครฟิ (curve) ท่เี ป็นหัวใจหรือแขนระบายอะไรแบบเนี้ย มันดเู ป็น
104 แฟนตาซไี ปนดิ นึง พน่ี ึกถึงดิสนียแ๑ ลนดผ๑ สมพาวเวอร๑เรนเจอรน๑ ะฮะ นกึ ถึง สโนว๑ไวท๑ แล๎วแปลงการเป็นมนุษย๑ไฟฟ้า อยํางนั่นอํะคือ มันสับสนอํะ แล๎วสีที่ให๎ก็ยังไมํลงตัว ไมํทําใหผ๎ ิวเคา๎ ดสู วยขึ้นเลย (หม-ู พลพัฒน๑ อัศวะประภา, เดอะดีไซนเ๑ นอร๑, สัปดาห๑ที่ 3) จากตัวอยํางท่ี 150 ผ๎ูวิจารณ๑กลําวถึง ผลงานการออกแบบเส้ือผ๎าของผู๎เข๎าแขํงขันคนน้ีเหมือนกบั “ดสิ นีย๑แลนด๑ผสมพาวเวอร๑เรนเจอร๑” และ “สโนว๑ไวท๑แล๎วแปลงการเป็นมนุษย๑ไฟฟ้า”ทาํ ใหเ๎ ห็นภาพชดั วําชุดท่ีออกแบบดูแปลกประหลาดมาก ซ่ึงเป็นความบกพรํองทําให๎เส้ือผ๎าออกมาไมํสวยงามและแปลกกวาํ ที่คนท่วั ไปจะสวมใสํได๎ตัวอย่างท่ี 151 น๎องอั๋นครับ ส่ิงท่ีมีปัญหามากท่ีสุดสําหรับชุดนี้เนี่ย คือเร่ืองของฟินนิชชิ่ง (finishing) ซ่ึงเราได๎พูดแล๎ว ตัวดีไซน๑เนอร๑เองต๎องร๎ูจักประมาณตัวเองวําเรา ทํางานได๎แคํไหน เหมือนเจ๎าสาวท่ีผํานการเป็นเจ๎าสาวมาแล๎วสองสามปีเน่ีย ชุดเน้ีย เก็บไว๎ในตูเ๎ ส้ือผ๎าแล๎วเอาออกมาใสํ (หม-ู พลพัฒน๑ อัศวะประภา, เดอะดไี ซนเ๑ นอร๑, สัปดาห๑ท่ี 4) จากตวั อยํางท่ี 151 ผ๎ูวจิ ารณ๑กลําวเปรียบผลงานชุดที่ผู๎เข๎าแขํงขันออกแบบเหมือนกับชุดท่ีเจ๎าสาวที่ใสํงานแตํงงานมาแล๎วสองสามปีท่ีเก็บเอาไว๎ในต๎ูแล๎วนํากลับเอามาใสํ ผ๎ูวิจารณ๑กลําวเพื่อแสดงให๎เห็นความเชยและการออกแบบที่ไมํทันสมัย ซึ่งทําให๎ชุดไมํนําสวมใสํเป็นการเปรียบเทียบทาํ ให๎เห็นภาพชุดท่ีไมํสวยและเมอ่ื นาํ มาสวมใสแํ ลว๎ ก็ทาํ ให๎นางแบบออกมาดูไมดํ ีตัวอยา่ งที่ 152 สวํ นนางงามมิตรภาพของเรา นอ๎ งเหลมิ ของเรา น๎องเบียร๑นะครับ เข๎าใจวําสัปดาห๑ ท่ีเขา๎ ไปในบ๎าน สปั ดาห๑ที่เส้ือผ๎าผู๎ชายไดบ๎ อกไปแลว๎ วํา น๎องเบยี รไ๑ มํเหมาะกับการทํา เสอ้ื ผา๎ ผูช๎ าย (ฟอรด๑ -กลุ วทิ ย๑ เลาสุขศรี, เดอะดีไซนเ๑ นอร,๑ สปั ดาหท๑ ี่ 7) จากตัวอยํางท่ี 152 ผู๎วิจารณ๑ตั้งใจเรียกผู๎เข๎าแขํงขันวํา “นางงามมิตรภาพ” ซ่ึงเหมือนกับเปรียบวํา ผู๎เข๎าแขํงขันคนน้ีเป็นคนมีจิตใจดี มีความสวยงามเหมือนนางงาม แตํในความจริงแล๎วผ๎ูเข๎าแขํงขันคนนเี้ ป็นสาวประเภทสอง การพูดเชํนนี้อาจทาํ ใหเ๎ หน็ การเปรียบผ๎เู ข๎าแขํงขันท่ีเป็นผู๎ชายแตํแตํงตวั เป็นผ๎ูหญิงทม่ี ากเกนิ ไปตัวอย่าง 153 วันนี้เดี้ยนได๎ดูจําอวดสองเร่ือง เรื่องแรกแสดงโดยเฮํงเจีย เร่ืองที่สองไอ๎บ๎านนอก เขา๎ กรุง เชยซะไมมํ ดี ี (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สัปดาห๑ที่ 2, เพลง เจด็ วนั ทฉ่ี ันเหงา)
105 จากตัวอยํางท่ี 153 ผว๎ู ิจารณก๑ ลําววิจารณ๑การแสดงของผ๎ูเข๎าแขํงขันวําเหมือนดู “จําอวด”เปรียบผ๎ูเข๎าแขํงขันเป็น “เฮํงเจีย” คือ ลิงในตัวละครไซอ๋ิว และ “ไอ๎บ๎านนอก” การกลําวเชํนน้ีเพ่ือชี้ให๎เห็นวํา ผ๎ูฟังแสดงผลงานออกมาได๎ไมํดี กลําววําผ๎ูเข๎าแขํงขันนั้นเหมือนลิงและดูถูกวําผ๎ูเข๎าแขํงขันเป็นคนบ๎านนอก แม๎วําความผิดพลาดท่ีเกิดขึ้นนี้ผ๎ูวิจารณ๑เห็นแล๎วรู๎สึกตลกทําให๎สนุกจนหัวเราะแตํในความเป็นจริงแล๎วผู๎เข๎าแขํงขันมาร๎องเพลงไมํได๎มาแสดงตลก การกลําวเชํนนี้อาจทาํ ให๎ผฟ๎ู ังเสยี หน๎าได๎ตวั อยา่ งที่ 154 เจ็ดสอี ยูํบนตัวแกเน้ยี นะ ฉันนกึ วําตน๎ โพธ์ิ เอาผา๎ เจ็ดสีเจด็ ศอกไปพนั (ม๎า-อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ท่ี 2, เพลง เจ็ดวนั ทีฉ่ นั เหงา) จากตัวอยํางท่ี 154 จากปริบทน้ีผู๎เข๎าแขํงขันนําอุปกรณ๑และผ๎าสีตํางๆ มาใช๎เพ่ือประกอบเพลง เจ็ดวันที่ฉันเหงา ผู๎วิจารณ๑กลําวเปรียบอุปกรณ๑และผ๎าของผู๎เข๎าแขํงขันที่นํามาประกอบการแสดงวํา “นึกวําต๎นโพธิ์” คือ เปรียบผ๎ูเข๎าแขํงขันเป็นต๎นโพธิ์ที่จะมีผ๎าสีตํางๆ มาผูกเพ่ือแสดงความเคารพสักการะกับอุปกรณ๑และผ๎าที่ผ๎ูเข๎าแขํงขันนํามาใสํเพราะมีสีสันตํางๆ การเปรียบเชํนน้ีทําให๎ภาพออกมาไมํนําดูและเห็นข๎อบกพรํองของการแสดงที่ผู๎เข๎าแขํงขันต๎องคิดแ ละเตรียมตัวมาใหด๎ ีกวําน้ีตวั อย่างท่ี 155 ทาํ ไมดผู ใ๎ู หญํขนาดนถี้ งึ ชอบคุณได๎ เพราะดูมีความเลํนปาหี่ สามารถชี้หน๎าดํา คนดู คนดูกเ็ ฮ๎ ช้ีเอาเร่ืองตลอดเวลา (โจ-๎ สธุ ีศักด์ิ ภักดีเทวา, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ี่ 2, เพลง รักแทย๎ งั ไง) จากตัวอยํางที่ 155 ผ๎ูพูดกลําวเปรียบผ๎ูฟังที่เป็นผู๎เข๎าแขํงขันวําเป็น “ปาห่ี” คือ การแสดงตลก การกลําวเชํนน้ีอาจทําให๎ผูฟ๎ ังเสยี หน๎าได๎เพราะไมํได๎ต้ังใจให๎การแสดงออกมาดูตลกแตํก็กลับดูเปน็ การแสดงตลกในความรูส๎ ึกของผ๎ูพดูตวั อยา่ งท่ี 156 ผมวําท้ังสองคนไมํใชํวํานําเป็นหํวงนะครับ หน๎าเป็นสวยครับเสียงเป็นใส สําหรับ นิวต้นี ะครบั ร่วั ดกี ด็ ีใช๎ไดน๎ ะครับ แตํทางกุญแจซอลน้ีร่ัวได๎เจ๐งเป้งเลย ด๎วยทํากิ้งกํา ตะกายตกึ นะครับ แลว๎ กม็ ีทาํ เซง็ เปด็ อกี ทาํ หน่ึงนะครับ มีอีกนิดหนึ่งนะครับ มีเสียง คําวําช๎า เพี้ยนไปนิดหนํอย มีเฮด๎วยอันน้ีใช๎ได๎นะครับ กุญแจซอลนะครับตีตื้นด๎วย ทําเทกระจาด และก็ทําฮูลาฮูปอะไรซักอยําง ก็ดีครับดูแล๎วก็ดูรั่วๆ ดีนะครับใช๎ได๎ ครับ เดยี วก็จะใชไ๎ ปซือ้ ของครบั ใชไ๎ ด๎ (ผ๎ูชมหวั เราะ) (ตกิ๊ ชีโร-ํ ศิรศิ กั ดิ์ นันทเสน, AF6, สปั ดาหท๑ ่ี 7, เพลง อาการนําเป็นหํวง) จากตวั อยํางที่ 156 ผ๎วู จิ ารณก๑ ลําวถึงพฤติกรรมของผู๎เข๎าแขํงขันในทางลบ คําวํา “ร่ัว” น้ีเป็นบคุ ลกิ ท่ไี มดํ ีและยังเปรยี บทําทางใหเ๎ กดิ ความตลกขบขนั วาํ “ทาํ ก้ิงกําตะกายตกึ ” ก็เปรยี บผฟ๎ู งั วําเป็นกิ้งกําทําทําตะกายตึก และการกลําวถึงทําทางตํางๆ ไมํวําจะเป็น “ทําเซ็งเป็ด” “ทําเทกระจาด”
106“ทําฮูลาฮูป” ทําทางเหลําน้ีเป็นทําที่ดูตลกในสายตาผ๎ูพูดและไมํควรเกิดขึ้นในการแสดงซึ่งผู๎ฟังต๎องนาํ ไปปรบั ปรุงตัวอย่างท่ี 157 ถ๎าให๎ดิชั้นพูดกํอน ดิช้ันก็จะพูดคําแรกเลยวํา หน๎าตาดีมาก (ผู๎ชมสํงเสียงกรี๊ด) แตถํ ๎าจะให๎พูดวาํ ณ วนั นท้ี ่ีโตโนํทาํ เนี่ย ไมํชอบมาก (ผช๎ู มหวั เราะ) ดิชั้นไมํชอบคนที่ ครั้งแรกของคนที่มาร๎องเพลงเน่ีย แล๎วคุณมีทําเยอะจนเกินไป (ผ๎ูชมหัวเราะ) คุณไมํจําเป็นต๎องไปชี้หน๎าคนน๎ูน ช้ีหน๎าคนนี้ (ผ๎ูวิจารณ๑ทําทําช้ีหน๎า) คุณไมํต๎อง ทําเป็นอยากฟังคนนู๎น ทําเป็นวํารักผมม้ัย (ผ๎ูวิจารณ๑ทํามือป้องหู) ทําเยอะแยะ มากไปมาตํางๆ นานา คุณรู๎ม้ัยคุณทําในลักษณะแบบน้ี เชยมาก (ผู๎ชมหัวเราะ) เหมอื นอะไรร๎ูมย้ั เหมือนนกั รอ๎ งตามผับแถวตํางจังหวัด (ผ๎ูชมหวั เราะ) (ม๎า-อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหเ๑ ปดิ ตัว, เพลง คอื ฉันรกั เธอ) จากตัวอยาํ งท่ี 157 ผู๎วิจารณ๑เปรียบผ๎ูเข๎าแขงํ ขันวํา “เหมือนนกั รอ๎ งตามผับแถวตํางจังหวัด”ทาํ ใหเ๎ ห็นทาํ ทางการแสดงทด่ี ไู มดํ เี ป็นการพดู อ๎างถึงประวัติผู๎เขา๎ แขงํ ขนั ทีเ่ ป็นคนตาํ งจังหวดั ผ๎ูฟังและผ๎ูวจิ ารณ๑เปน็ การพูดยวั่ ล๎อ เพื่อให๎เกดิ ความตลกในการกลาํ ววจิ ารณ๑เทาํ น้ัน แตกํ เ็ ปน็ การกลําวแนะถึงข๎อเสียของผ๎ูเขา๎ แขงํ ขนัตัวอย่างท่ี 158 โตโนํต๎องสรา๎ งบคุ ลิกใหมํ คุณต๎องปรับปรุงเรื่องทํา เพราะเหมือนพนักงานขายของ จริงๆ ท่ีมาพรีเซนต๑ความมีเสนํห๑วํา ซื้อมั้ย ลด แลก แจก แถม (ผู๎วิจารณ๑และผู๎ชม หวั เราะ) มาดตู อนจบ เอ๎ย! (ผ๎ูวจิ ารณ๑เลยี นแบบทําของผ๎ูเข๎าแขํงขัน) (ผู๎ชมหัวเราะ) เอ๎ย! แบบวาํ นาํ รักตายแหละนะครบั (โจ-๎ สธุ ศี กั ดิ์ ภักดีเทวา, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ี่ 1, เพลง คือฉนั รักเธอ) จากตัวอยํางท่ี 158 ผู๎วิจารณ๑เปรียบผู๎เข๎าแขํงขันวํา “เหมือนพนักงานขายของ”การเปรียบเทียบเชํนน้ีเป็นการวิจารณ๑ผู๎เข๎าแขํงขันแสดงทําทางท่ีไมํเหมาะกับการเป็นนักร๎องแตํในการวิจารณ๑นี้ ผ๎ูวิจารณ๑แม๎จะร๎ูสึกตลกในการทําทําทางของผ๎ูเข๎าแขํงขันและทําให๎ผ๎ูชมหัวเราะแตเํ มอ่ื พจิ ารณาจากปรบิ ทแล๎ว จะเหน็ วําเปน็ การกลาํ วล๎อเลยี นผู๎เขา๎ แขงํ ขันซึ่งอาจทาํ ใหเ๎ สียหนา๎ ได๎ตัวอย่างที่ 159 ยืนร๎องเฉยๆ อยํางเน้ีย ดี (ผ๎ูชมหัวเราะ) จริงๆ ไมํต๎องดิ้นรน คนเรา วันน้ีเนี่ย เราเปดิ มาด๎วยเพลงลกู ทงุํ อลงั การ แล๎วก็มีจําอวดสามสี่ สามฉาก (ผู๎ชมหัวเราะ) นะ มีตลกหนา๎ มาํ น มาจําอวดวํากนั ไป (ผชู๎ มหัวเราะ) แล๎วก็จบท๎ายด๎วยการร๎องเพลง ลกู ทุํงทแี่ สนไพเราะ วนั น้ีเป็นงานสมบูรณ๑แบบเลยทเี ดยี ว (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ี่ 4, เพลง ไมํใชแํ ฟนทาํ แทนไมไํ ด๎) จากตัวอยาํ งท่ี 159 จะเห็นวําผ๎ูวิจารณ๑เปรียบผู๎เข๎าแขํงขันที่แสดงกํอนหน๎านี้วําเป็นจําอวดมาแสดงตลกใหผ๎ ู๎ชมดู ซ่ึงการแสดงที่เกดิ ข้นึ น้ีผูฟ๎ งั ก็ตั้งใจทําเตม็ ที่แลว๎ การเปรียบลักษณะนี้ ผวู๎ ิจารณ๑
107รู๎สึกตลกในการแสดงท่ีออกมาไมํดีท่ีดูแล๎วเหมือนมาเลํนตลกมากกวํามาร๎องเพลง แม๎จะเป็นการพดู เลนํ ที่ทําให๎ผช๎ู มหวั เราะออกมา แตถํ ึงอยาํ งไรการพดู เชนํ นกี้ ็อาจทาํ ให๎ผ๎ูฟงั เสยี หนา๎ ได๎ 4.1.2.5 การกลาํ วโทษผอู๎ นื่ หรอื ส่งิ อื่น การกลําวโทษผู๎อ่ืนหรือส่ิงอื่น หมายถึง การใช๎ถ๎อยคําที่ผู๎พูดกลําวถึงข๎อผิดพลาดผลงานหรอื การกระทาํ ทไ่ี มํดีไมํถูกต๎อง ไมํเหมาะสมของผู๎ฟัง โดยโทษวําความผิดพลาดที่เกิดข้ึนน้ันเป็นผลมาจากการกระทําของบุคคลอื่น หรือส่ิงอ่ืนท่ีไมํใชํความผิดของตัวผู๎เข๎าแขํงขันโดยตรงการกลาํ วเชํนนี้ทาํ ใหผ๎ ฟู๎ งั ร๎วู ําตนมีขอ๎ ผดิ พลาดทีเ่ กิดข้นึ และอาจทาํ ให๎ผ๎ูฟังร๎ูสึกเสยี หนา๎ ได๎ตัวอยา่ งท่ี 160 เพลงน้เี ปน็ เพลงท่ยี าก แม๎วําจะมคี อรต๑ ทน่ี ๎อยก็ตาม แตํเสียงท่ีได๎ยินเน้ีย มันจะชวน ให๎เมโลด้ี (melody) หลักๆ เพี้ยนได๎เยอะ เพราะ(??)มันอยํูในคอร๑ต แม๎จะมีคอร๑ต เดยี วก็ตาม เพลงนีค้ ํอนข๎างยากจรงิ ๆ (ปัง๋ -ประกาศิต โบสวุ รรณ, AF6, สัปดาหท๑ ี่ 4, เพลง Play Girl)ตวั อยา่ งที่ 161 เสียงร๎องเบาไปนะครับ เสียงร๎องมันจะไมํคํอยได๎ยินเทําไรนะครับ และก็อันนี้ อาจเปน็ ข๎อยากข๎อหนึ่งของการใช๎เอียร๑มอนิเตอร๑ (ear monitor) นะครับ เราร๎อง เราร๎ูสกึ สบาย เราไดย๎ นิ ชดั เจนนะครบั แตํการรีเลก็ ซ๑ (relax) ขา๎ งนอก กับการได๎ยิน จรงิ ๆ เนีย้ บางครง้ั เราลองศึกษาการใชเ๎ อียรม๑ อนิเตอร๑ (ear monitor) ดๆี นะ (ฟอรด๑ -สบชยั ไกรยูรเสน, AF6, สปั ดาหท๑ ่ี 1, เพลง ต๊กิ ต็อก) จากตัวอยาํ งที่ 160-161 ผู๎วิจารณ๑กลําวถึง ขอ๎ บกพรอํ งในการรอ๎ งเพลงทเี่ กิดจากเพลงทีเ่ ลือกมาร๎องยากและคอร๑ตท่ีน๎อย ทาํ ให๎ผเู๎ ขา๎ แขํงขันร๎องเพลงเพี้ยน ผว๎ู จิ ารณ๑ไมํได๎ กลําวออกไปโดยตรงวําผู๎เขา๎ แขงํ ขันรอ๎ งเพลงเพยี้ น แตพํ ดู เชอื่ มโยงให๎เห็นวําผเ๎ู ข๎าแขงํ ขนั ได๎เพลงยากทําให๎เกดิ ความผิดพลาดได๎งําย ในตัวอยํางที่ 160 และความผิดพลาดทางอุปกรณ๑ท่ีใช๎สําหรับการฟัง (ear monitor)ในตวั อยํางท่ี 161 โดยเล่ียงที่จะกลาํ วตําหนิ ผูเ๎ ข๎าแขงํ ขนั โดยตรง แตํผ๎ูเข๎าแขํงขันก็สามารถรับรู๎ได๎วําเพลงทร่ี ๎องออกไปน้นั ไมํมคี วามไพเราะ ไมวํ ําจะเป็นผลจากอุปกรณห๑ รอื เพลงท่ยี ากแตํผลงานก็ออกมาไมํดเี กิดความบกพรอํ งในการรอ๎ งเพลงซึง่ อาจทําให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขนั เสยี หนา๎ ได๎ตวั อยา่ งที่ 162 คุณตอ๎ งเขา๎ ใจซวิ าํ ตรงน้นั มันเด็ก มนั ก็เย๎ๆๆ ตรงเนย้ี แกํ เออไมํใชํสิ ตรงเนย้ี เอาผใู๎ หญํ เลยสุภาพ เออ ดกู นั แบบเรยี บรอ๎ ย (เพชร มาร,๑ เดอะสตาร๑ 6, สัปดาห๑ท่ี 3, เพลง รกั คณุ ยิ่งกวําใคร) จากตัวอยํางที่ 162 ผู๎วิจารณ๑กลําวถึงการร๎องเพลงท่ีไมํสนุกของผ๎ูฟังท่ีเป็นผ๎ูเข๎าแขํงขันวํา เกดิ จากวัยของผ๎ูชมแตกตํางกัน คนที่ไมํสนุกคือคนอายุมาก ซ่ึงเป็นเพียงคนบางกลํุมไมํเก่ียวกับการแสดงของผู๎เข๎าแขํงขันท่ีไมํสนุก การกลําวเชํนนี้ผ๎ูเข๎าแขํงขันอาจรู๎สึกวําไมํใชํเป็นความผิดของ
108ตนเองทั้งหมด แตํอยํางไรก็ตามก็รับรู๎และปฏิเสธไมํได๎วํา มีผ๎ูชมบางกลํุมไมํสนุก ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีต๎องกลบั ไปปรับปรงุ แก๎ไข เพราะการเปน็ นักรอ๎ งท่ดี ีตอ๎ งทําให๎ผูช๎ มท้งั หมดสนุกตามไปด๎วยตัวอย่างท่ี 163 วันน้ีมัน มันวันนี้มันต่ําลงไปนิดหน่ึงนะครับ แตํไมํเห็นด๎วยกับพี่เพชรตรงที่ ดูไมํมี ความสขุ เพราะพีเ่ พชร ดูไมมํ คี วามสุขกะใครเลยในการประกวด ฉะน้นั อนั น้นั ไมนํ บั (โจ-๎ สุธีศักดิ์ ภักดเี ทวา, เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ่ี 3, เพลง รกั คณุ ยงิ่ กวาํ ใคร) จากตัวอยํางที่ 163 ผ๎ูวิจารณ๑กลําวโทษตัวผ๎ูวิจารณ๑อีกคนหน่ึงที่ไมํได๎เป็นคนสนุกสนานอยํูแลว๎ เป็นอปุ นิสัยของคนคนนั้นเพอื่ สนับสนนุ ผเ๎ู ข๎าแขํงขนั วาํ รอ๎ งดีอยํูแล๎ว โดยอา๎ งเหตุผลของตัวเองเพือ่ ลบความคิดเหน็ ของคนอน่ื ทค่ี ิดตํางไปจากตน แตํผเ๎ู ขา๎ แขํงขันก็รับร๎ูวําผ๎ูวิจารณ๑ท่ีชื่อเพชรไมํสนุกกบั การแสดงท่เี กิดข้นึ ซงึ่ มีผลสํวนหน่ึงจากผลงานที่ไมํดีของตนเอง จากตัวอยํางที่ 160 –163 ผ๎ูวิจารณ๑แม๎ไมํได๎กลําวถึงข๎อบกพรํองที่เกิดจากตัวผู๎เข๎าแขํงขันโดยตรงก็ตามแตํผ๎ูเข๎าแขํงขันก็รับร๎ูวําผลงานการแสดงท่ีเกิดข้ึนนั้นมีข๎อผิดพลาดเกิดข้ึนอยํู และการกลําวเชํนนี้เป็นการสร๎างกําลังใจให๎กับผู๎เข๎าแขํงขันวําไมํได๎ทําไมํดีไปทั้งหมดสํวนดีที่ผู๎วิจารณ๑เห็นก็มีอยํูบ๎าง ทําให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันเกิดกําลังใจที่อยากจะร๎องเพลงให๎ดีขึ้นเพ่ือแก๎ไขข๎อบกพรํองน้ันให๎หมดไป 4.1.3 ความไม่สุภาพแบบยว่ั ลอ้ คลั เปปเปอร๑ (Culpeper : 1996) ได๎กลําวถงึ ความไมํสุภาพอกี ประเภทหน่ึง เรียกวํา การย่ัวล๎อ(Sarcasm or mock politeness) หรอื การใช๎ถอ๎ ยคําท่ี “ดูเหมือน” ไมํสุภาพ เพ่ือแสดงความสนิทสนมหรอื เป็นกลมุํ เดยี วกนั การกลาํ วย่ัวลอ๎ ทเ่ี กิดข้นึ นี้เปน็ การโต๎ตอบการสนทนาของผู๎ท่ีมีความสนิทสนมกัน เพ่ือใหเ๎ กิดความใกลช๎ ิดกันมากขน้ึ การยวั่ ลอ๎ น้ีจะไมเํ กดิ ความขัดแยง๎ แตํจะเกิดขน้ึ ไดก๎ ับเฉพาะคนที่ไมํสนทิ เชนํ การตํอรองราคาท่ีอาจทําให๎ผูฟ๎ ังไมํพอใจได๎ ตัวอยํางสถานการณ๑ เม่ือคนๆ หน่ึงมางานปาร๑ตี้สายและได๎อธิบายกับเจ๎าของงานวํา“I had mistaken 17.00 hours for 7 o’clock” เพื่อนได๎ตอบกลับไปด๎วยรอยยิ้มวํา “You sillybugger” จากปริบทนี้ผฟู๎ งั รับรูว๎ าํ เปน็ การใชค๎ วามไมํสภุ าพแตกํ ็ไมํได๎ถอื โทษโกรธ เพราะรูว๎ ําผูพ๎ ดู ไมํได๎มเี จตนาหมายถึงความหมายนั้นจริงๆ (Culpeper, 1996: 352) การยั่วลอ๎ ผูว๎ จิ ยั ถือวําเป็นการแสดงความไมสํ ภุ าพเพราะถอื วําการพูดย่วั ลอ๎ ทเี่ กิดข้ึนในปริบทของรายการเรียลลิตี้โชว๑ ผ๎ูพูดไมํใชํพูดแตํเฉพาะผู๎ฟังท่ีเป็นผู๎เข๎าแขํงขันแตํมีผู๎รับร๎ูการส่ือสารอื่นๆอยดํู ว๎ ย เชนํ ผชู๎ มในห๎องบันทกึ รายการ และผ๎ูชมทางบ๎านท่ีรับชมผํานเคร่ืองรับโทรทัศน๑ ผู๎ฟังท่ีเป็นผ๎ูเข๎าแขํงขันอาจร๎ูสึกไมํพอใจท่ีตนเองถูกวิพากษ๑วิจารณ๑ แม๎จะเป็นลักษณะแบบย่ัวล๎อตํอหน๎าผู๎ชมเปน็ จาํ นวนมาก การใช๎ภาษาท่ีเกดิ ข้นึ ในการวิจารณจ๑ ึงแสดงการคุกคามหน๎าผ๎ฟู งั
109 จากการศึกษาข๎อมูล ผู๎วิจัยพบวําผ๎ูวิจารณ๑ในรายการเรียลลิตี้โชว๑ภาษาไทยเลือกใช๎กลวิธีความไมสํ ภุ าพแบบยวั่ ลอ๎ 4 กลวิธี ดังตอํ ไปน้ี 4.1.3.1 การแนะข๎อบกพรอํ งด๎วยน้ําเสียงทเี ลนํ ทจี รงิ 4.1.3.2 การกลาํ วถึงการกระทําที่สื่อในเรอ่ื งเพศ 4.1.3.3 การแสรง๎ พดู ผิดดว๎ ยน้าํ เสียงทเี ลนํ ทีจรงิ 4.1.3.4 การใชค๎ ําหยาบด๎วยนา้ํ เสียงทีเลนํ ทจี ริง 4.1.3.1 การแนะข๎อบกพรํองดว๎ ยน้ําเสียงทเี ลํนทจี รงิ กลวธิ ีน้ใี กล๎เคียงกบั กลวธิ ีแบบออ๎ ม แตแํ ตกตํางกันที่น้ําเสียงของผ๎ูพูดแสดงน้ําเสียงแบบทีเลํนทีจรงิ ซ่งึ ผู๎ฟงั จะรบั รู๎ไดว๎ าํ เปน็ การกลําวถงึ ความผดิ พลาดหรือข๎อบกพรํองแบบทีเลํนทีจริงเป็นกลวธิ ีแสดงความไมํสภุ าพแบบยวั่ ล๎อตวั อยา่ งที่ 164 โตโนํคุณอยําทาํ อะไรทเี ปน็ สเต็บ หนงึ่ ไปสองและสองไปสามและสามไปสี่ ร๎อยหน่ึง สองสามสี่ห๎าหกเจ็ดแปดเกา๎ สิบให๎เป็นหนง่ึ ประโยค ตอนน้ีทําทหี่ น่ึงไปจบทําท่ีสอง พเี่ ดาไดเ๎ ลยวําตอนจบ จะจบทาํ อะไร (ผช๎ู มหวั เราะ) อันนี้เป็นสิ่งที่คนดูจับได๎แล๎ว มันดูตลก นะครับ มาดูตอนจบ เอ๎ย! (ผู๎วิจารณ๑เลียนแบบทําของผู๎เข๎าแขํงขัน) (ผช๎ู มหัวเราะ) เอ๎ย! แบบวาํ นาํ รกั ตายแหละครับ (โจ-๎ สธุ ีศกั ดิ์ ภักดีเทวา, เดอะสตาร6๑ , สัปดาห๑ที่ 1, เพลง คอื ฉันรักเธอ) จากตัวอยาํ งที่ 164 ผู๎วิจารณ๑กลําววํา “นํารักตายแหละ” เป็นการกลําวเพ่ือแนะวําส่ิงที่ทําไมํนํารกั ซ่ึงเป็นการแนะความวําผลงานการแสดงของผ๎ูเข๎าแขํงขันยังทําได๎ไมํดีและต๎องแก๎ไข แตํด๎วยนา้ํ เสียงทเี ลํนทจี ริงและการทาํ ทาํ เลยี นแบบผู๎เข๎าแขํงขันชํวยทําให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันทราบวําสิ่งที่กลําวน้ันเปน็ เพยี งการกลาํ วล๎อเลํนเทําน้ันตวั อยา่ งที่ 165 กํอนอื่นขอทักเร่ืองวิกผม (ผ๎ูวิจารณ๑และผ๎ูชมหัวเราะ) ใครดลบันดาลให๎วิกมันอยูํ ตรงน้นั ได๎ผมมองไปเหน็ หวั คณุ ลอยไปลอยมาตลอดเวลา (วิจารณ๑และผู๎ชมหัวเราะ) ตง้ั แตคํ ุณเดนิ มาจากข๎างบนและมองตลอด (ผ๎วู ิจารณ๑ทําสีหน๎าย้ิมแยม๎ ) (เอก-อภิสทิ ธ๑ พงษ๑ชัยสริ ิกลุ , AF6, สัปดาหท๑ ี่ 1, เพลง IMCA) จากตัวอยํางท่ี 165 ผ๎ูวิจารณ๑ใช๎ประโยคคําถามวํา “ใครดลบันดาลให๎วิกมันอยูํตรงน้ันได๎”ซงึ่ ไมไํ ดต๎ อ๎ งการคาํ ตอบแตํเป็นการวิจารณ๑ความผิดพลาดของคนท่ีดูแลการแตํงตัวทําให๎ภาพลักษณ๑ของผ๎ูเข๎าแขํงขันออกมาดูไมํดี การตําหนิ เร่ืองทรงผมดังกลําวทําด๎วยนํ้าเสียงทีเลํนทีจริง ดังน้ัน
110ผเ๎ู ข๎าแขงํ ขนั ร๎ูไดว๎ าํ เป็นการพดู เลํนไมไํ ดต๎ ้ังใจกลาํ วโทษในความผิดนั้นอยาํ งจรงิ จงั สงั เกตจากเสยี งผช๎ู มที่หวั เราะเมอ่ื ผวู๎ จิ ารณน๑ าํ เรือ่ งน้มี าพดู แสดงให๎เห็นวําผูช๎ มเองก็เข๎าใจวาํ เปน็ ความไมสํ ภุ าพแบบย่วั ลอ๎ตวั อย่างท่ี 166 อยากดูริทเวลาร๎องเพลงเศร๎านะครับ ดูวําน้ําหน๎าอยํางมันจะทําหน๎ายังไง (ผ๎ูชม หัวเราะ) (เพชร มาร,๑ เดอะสตาร6๑ , สัปดาหเ๑ ปดิ ตวั , เพลง เชื่อเถอะครบั ) จากตัวอยํางที่ 166 ผ๎ูวิจารณ๑กลําวสบประมาทอยํางทีเลํนทีจริงด๎วยประโยคคําถามวํา“น้าํ หนา๎ อยํางมันจะทําหน๎ายังไง” โดยที่ไมํได๎อยากร๎ูคําตอบ ผ๎ูวิจารณ๑กลําวเพ่ือแสดงความคิดวําผ๎ูเข๎าแขํงขนั คงไมมํ ีความสามารถทจ่ี ะกระทําสงิ่ น้นั ได๎ เม่ือสังเกตจากปริบทจะรู๎วําผู๎วิจารณ๑รู๎สึกตลกเมือ่ เพลงทร่ี ๎องและบคุ ลิกของผเู๎ ขา๎ แขงํ ขันดูขดั กนั ความผิดพลาดท่ีเกิดขนึ้ นน้ั ถ๎าผ๎ูเข๎าแขํงขันสามารถแก๎ไขได๎ก็จะทําให๎ผลงานออกมาดีขึ้น ถ๎อยคําที่เกิดขึ้นในปริบทนี้จึงเป็นเพียงการพูดแสดงความไมจํ ริงจังเปน็ เพียงการนึกภาพเลํนๆ ของผพ๎ู ูดเทํานนั้ตัวอย่างที่ 167 (ในปริบทผู๎เข๎าแขํงขันร๎องเพลงประกอบกับการแสดงซ่ึงการแสดงท่ีออกไปมี ลักษณะของการแสดงตลก มกี ารทาํ พฤติกรรมแปลกๆ ให๎ผช๎ู มหัวเราะ) ริท ไอ๎ริท ซัมบายดบี ํ (ผ๎ูวจิ ารณร๑ ๎องเป็นทาํ นองเพลง some body) (ผ๎ูชมสํงเสียงกร๊ีด) นี่มัน ไมํใชํ คนธรรมดาท่ีมาน่งั ทาํ อะไรย่ังง้ี ถ๎ามนั ไมํเป็นคนพิเศษ มันก็เป็นคนบ๎า (ผู๎ชม หัวเราะ) (เพชร มาร,๑ เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ่ี 8, มินิคอนเสริต 3 นาที) จากตัวอยาํ งท่ี 167 ผู๎วิจารณ๑ได๎ใช๎คําถามวํา “ซัมบายดีบํ” เป็นภาษาไทยถ่ินอีสาน แปลวํา“สบายดีไหม” ซึ่งเป็นคําถามท่ีผู๎พูดต๎องการคําตอบเก่ียวกับอาการความเป็นอยูํแตํจากปริบทน้ีจะเห็นวํา ผู๎วิจารณ๑ถามในสิ่งที่ตนไมํต๎องการคําตอบใดๆ แตํต๎องการแนะความวําผ๎ูเข๎าแขํงขันมีพฤตกิ รรมบางอยํางทไี่ มปํ รกตเิ พราะกระทาํ พฤตกิ รรมแปลกๆ ลกั ษณะเหมือนคนบ๎า อยํางไรก็ตามผูเ๎ ข๎าแขํงขนั กร็ วู๎ าํ เป็นการพูดตําหนิแบบย่ัวล๎อ จากการพูดเป็นทํานองเพลงเลียนแบบ เพลง somebody ของบ้ี เดอะสตาร๑ ทผี่ ู๎แขํงขนั ใช๎ร๎องประกวดและกลําวเพ่ือสรา๎ งอารมณ๑ขนั ใหแ๎ กผํ ู๎ชมตัวอย่างท่ี 168 วันนี้นอกจากจะผํานร็อกบ๎านนอกมาแล๎ว ยังมีอีกช่ือหน่ึง ไอ๎ร็อกทะเล๎น (ผู๎ชมสํงเสียงกร๊ีด) ริทเป็นคนที่สร๎างเซอไพร๑ (surprise) ให๎กับคนดูนะครับ เออ ทุกอาทิตย๑จริงๆ วําวันนี้เขาจะมีอะไรมาโชว๑ พี่ร๎ูสึกอยํางนั้นจริงๆ นะครับ (ผ๎ูชมสํงเสยี งกรดี๊ ) (ผเ๎ู ข๎าแขํงขันยักค้ิวให๎ผูช๎ ม) เออ ไมํต๎องยักคิ้ว นึกวาํ เจ๐งมากนกั ดิ (ผ๎ูชมหัวเราะ) ริทสร๎างความสนุกให๎คนดูทุกอาทิตย๑ ซ่ึงตรงน้ีพี่ช่ืนชมริท ตรงนี้ มากๆ นะครบั กร็ กั ษาตรงนี้ไว๎แล๎วกนั นะครบั รอ็ กทะเล๎น (เพชร มาร,๑ เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ี่ 3, เพลง เอาอะไรมาแลกกไ็ มยํ อม)
111 จากตัวอยํางที่ 168 ผ๎ูวิจารณ๑ได๎ใช๎กลําววํา “นึกวําเจ๐งมากนักดิ” เพ่ือแนะความให๎เห็นวําผ๎ูเข๎าแขํงขันอาจจะมีความม่ันใจในตนเองมากเกินไปจึงได๎แสดงออกในลักษณะทําทางเชํนน้ีซ่งึ ผู๎เขา๎ แขํงขนั อาจตอ๎ งกลับไปทบทวนและแก๎ไขสวํ นท่ีไมํเหมาะสมตอํ ไปตัวอยา่ งที่ 169 ตกลงเปน็ มินคิ อนเสริ ๑ตหรือทอล๑คโชว๑คะ (ผู๎ชมสํงเสียงกร๊ีด) แถมมีสลับให๎ดูจําอวด ให๎ดูอกี ตาํ งหาก (ผูช๎ มหวั เราะ) (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ่ี 7, มนิ คิ อนเสริต 15 นาที)ตวั อยา่ งท่ี 170 ตกลงเธอมาแขํงขนั รอ๎ งเพลงหรือวําเธอมาทําทอล๑คโชว๑ เลํนจําอวดสลับกันไปมา ตํางๆ นานา คือจริงๆ แล๎วนะ ทั้งหมดท้ังปวงท่ีคิดมา จะบอกวําเลวร๎ายม้ัย มันก็ ไมํเลวรา๎ ยหรอก แตํวํามันเหมอื นกับเป็นการคิดท่ีวํา ไหนๆ กันมันร๎องเพลงดีมาก แล๎ว กกู ็บ๎าไปซะเลยแล๎วกัน (ผู๎ชมหวั เราะ) (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ที่ 8, มนิ ิคอนเสรติ 30 นาที) จากตัวอยํางที่ 169-170 ผู๎วิจารณ๑ได๎ใช๎คําถามวํา “ตกลงเป็นมินิคอนเสิร๑ตหรือทอล๑คโชว๑คะ” ในตวั อยํางที่ 169 “ตกลงเธอมาแขํงขนั รอ๎ งเพลงหรอื วําเธอมาทําทอล๑คโชว๑” ในตัวอยํางท่ี 170เปน็ ประโยคคาํ ถามใหเ๎ ลอื กตอบอยํางใดอยํางหนึ่ง แตํจากปริบทท่ีเกิดขึ้น ในการวิจารณ๑นี้จะเห็นวําผวู๎ ิจารณน๑ น้ั ถามในส่ิงท่ตี นไมตํ ๎องการคําตอบใดๆ แตํเป็นการแนะความแบบทีเลํนทีจริงวํา ผลงานท่ีแสดงออกมานัน้ ไมํดีเป็นการรอ๎ งเพลงทไี่ มํไพเราะ แตํเนน๎ การพูดแบบทอล๑คโชวท๑ ี่มากเกินความจาํ เปน็ตวั อย่างท่ี 171 ตวั เองน้ันเปน็ คนตํางจังหวัดและแสดงอาการรังเกียจความเป็นคนตํางจังหวัด หรือ วัฒนธรรมของตํางจังหวัด เชํน การกินปลาร๎าหรือ การทํานา เป็นต๎น ฟังแล๎ว นําหม่ันไส๎ ด๎วยโครงสร๎างของเพลงนี้คล๎ายๆ กับเพลงสาวบางโพ จริตของเพลงนี้ นะครบั ทําใหน๎ าํ หมั่นไส๎ และกต็ ลกหนํอยๆ แตวํ าํ นอ๎ งแอนทําได๎ดมี ากๆ นะครบั (ต๊ิก ชีโร-ํ ศิรศิ ักดิ์ นันทเสน, AF6, สปั ดาหท๑ ่ี 10, เพลง ดาวมหาลยั ) จากตัวอยํางท่ี 171 ผ๎ูวิจารณ๑กลําววํา “นําหมั่นไส๎” ซึ่งเป็นคําที่ไมํสุภาพกลําวแสดงความไมํพอใจในตัวผ๎ูฟังอยํางตรงไปตรงมาที่ผู๎เข๎าแขํงขันร๎องเพลงดาวมหาลัย ซึ่งมีเน้ือหาเกี่ยวกับการโอ๎อวดตวั เองวําเป็นดาวมหาวิทยาลัยและรังเกียจความเป็นคนตํางจังหวัด แตํจากปริบทน้ี ผู๎ฟังจะรับรไู๎ ดท๎ ันทวี ํา ผ๎ูพดู ไมไํ ด๎มเี จตนากลําวตามถอ๎ ยคาํ ทพี่ ดู น้นั แตํหมายถงึ การแสดงบทบาทประกอบเน้ือหาของเพลงที่แสดงได๎ดีจนทําให๎ผ๎ูวิจารณ๑ร๎ูสึกวําเป็นตัวตนจริงๆ ของผู๎เข๎าแขํงขันและเปน็ การแทรกมุกตลกของผว๎ู ิจารณอ๑ กี ทางหนง่ึ ดว๎ ยตัวอย่างท่ี 172 สวสั ดคี รับนอ๎ งซานิ เห๎ย! แกสวยเป็นเหมือนกันวํะ (ผ๎ูชมหัวเราะ) พ่ีก็กลัววําซานิ จะติดภาพเดิมๆ (เอก-อภิสิทธ๑ พงษ๑ชยั สริ กิ ลุ , AF6, สปั ดาหท๑ ่ี 14, เพลง Girlfriend)
112 จากตวั อยํางท่ี 172 น้ีเป็นการชมแตมํ ีการใช๎คาํ อทุ าน “เห๎ย” และคําลงท๎ายวํา “วํะ” ทําให๎เป็นการชมด๎วยน้ําเสียงทีเลํนทีจริง เพื่อแสดงความประหลาดใจท่ีเห็นวําผู๎เข๎าแขํงขันสวย ซ่ึงผ๎ูฟังอาจตีความได๎วํากํอนหน๎านี้ไมํเคยเห็นสวยมากํอน มีการใช๎คําวํา “สวยเป็นเหมือนกัน” แสดงให๎เห็นวํา ความสวยท่ีเกิดขึ้นนั้นเพ่ิงปรากฏให๎เห็นวันนี้ แสดงการประเมินคําผ๎ูฟังท่ีอาจทําให๎ผู๎ฟังเสยี หนา๎ ไดแ๎ ตจํ ากปริบทนจ้ี ะร๎วู ําผ๎ูวจิ ารณ๑กลําวย่วั ลอ๎ ให๎เกิดความตลกขบขนั ทาํ ให๎ผช๎ู มหวั เราะเทํานน้ั 4.1.3.2 การกลําวถงึ การกระทาํ ท่สี อื่ ในเรื่องเพศ การกลําวถึงการกระทําท่ีส่ือในเรื่องเพศ คือ การใช๎ถ๎อยคําท่ีมีความหมายกํากวมคาํ ผวน หรอื กลําวถึงเร่ืองท่ีสอื่ ในเรื่องเพศของผพ๎ู ูดที่เก่ียวกับผลงานหรือการกระทําของผู๎ฟังท่ีทําให๎ตีความหมายไปในเรื่องเพศได๎ การพูดในเร่ืองที่ส่ือไปในเร่ืองเพศ หรือ เรียกวํา “การพูดสองแงํสองงําม” น้ัน เป็นการพูดคําต๎องห๎าม (taboo words) ในสังคมไทย กลวิธีนี้ตํางจากคําหยาบหรือคําที่มีความหมายรุนแรงเพราะการกลําวถึงการกระทําที่สื่อในเรื่องเพศนี้ไมํจําเป็นต๎องตําหนิหรือกลําวถึงผู๎ฟังในด๎านลบ แม๎จะเป็นการพูดชมแตํก็ถือเป็นการใช๎ความไมํสุภาพเพราะสังคมไทยมีวัฒนธรรมท่ีจะไมํพูดเร่ืองเพศ รวมถึงการพูดคําบางคําที่สามารถผวนเป็นคําลามกหรือคําสองแงํสองงํามอยํางเปิดเผยในทส่ี าธารณะหรือพูดอยํางตรงไปตรงมา การกลําวถึงการกระทําที่ส่ือในเรื่องเพศน้เี ป็นการคุกคามหน๎าของผู๎ฟังเพราะจากปริบทของการสื่อสารที่เกิดข้ึนในรายการเรียลลิตี้โชว๑ผ๎วู ิจารณ๑ไมไํ ด๎กลาํ วกับผ๎เู ข๎าแขํงขนั เพยี งคนเดียว การกลําวถงึ การกระทาํ ที่สอ่ื ในเรอ่ื งเพศนอกจากเปน็การสร๎างความขบขันทางภาษาแลว๎ ยังอาจทําให๎ผู๎ฟังร๎ูสึกเสยี หนา๎ ได๎ตวั อย่างที่ 173 ใชค๎ าํ วาํ บริสุทธ์อิ กี และ (ผชู๎ มสงํ เสียงกร๊ีด) ประเดีย๋ วจะมคี นมาทว๎ งอีกวาํ รไู๎ ดไ๎ งวําเค๎า บริสุทธ์ิก็อยากพิสูจน๑เหมือนกันวําบริสุทธิ์หรือเปลํา (ผ๎ูชมสํงเสียงกร๊ีด) ก็นาํ รกั ออก แบบนจี้ ะไมใํ หพ๎ ูดแบบน้ีได๎ไงคะ (ผู๎ชมสงํ เสียงกรดี๊ ) (ม๎า-อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ี่ 3, เพลง เอาอะไรมาแลกกไ็ มยํ อม) จากตัวอยํางที่ 173 ผู๎วิจารณ๑ใช๎คําวํา “อยากพิสูจน๑เหมือนกันวําบริสุทธิ์หรือเปลํา”เป็นการกลาํ วถงึ เรื่องเพศในลกั ษณะทเี ลํนทีจริงวําผ๎ูวิจารณ๑อยากพิสูจน๑อะไรบางอยํางเพื่อจะได๎รู๎วําผู๎ฟงั ท่ีเป็นผู๎เข๎าแขํงขันคนนี้บริสทุ ธิ์อยูํหรอื ไมซํ ึ่งเป็นคาํ พดู ทสี่ ื่อไปในทางลามก ผ๎ูฟังอาจร๎ูสึกเสียหน๎าแตํจากนํ้าเสียงทีเลํนทีจริงของผู๎วิจารณ๑ก็ทําให๎ผ๎ูฟังตีความได๎วําผ๎ูพูดไมํได๎จะต๎องการทําอยํางท่ีพูดจรงิ ๆ เปน็ เพยี งการลอ๎ เลนํ เทาํ นนั้ ตวั อยา่ งท่ี 174 เรามีความสามารถพเิ ศษอยํางหนึ่งคือนอ๎ งหูดนี ะ (ผชู๎ มหัวเราะ) (ปง๋ั -ประกาศติ โบสุวรรณ , AF6, สปั ดาหท๑ ี่ 3, เพลง Will you be there?)
113 จากตัวอยํางที่ 174 ผู๎วิจารณ๑พูดกํากวม มีการใช๎คําวํา “หูดี” เมื่อพิจารณารูปคําแล๎วก็คงไมํได๎มีความหมายสื่อถึงเร่ืองอะไรท่ีชวนให๎เกิดอารมณ๑ขัน แตํเม่ือพิจารณานํ้าเสียงที่ผู๎วิจารณ๑ใชป๎ ระกอบกับเสียงหัวเราะของผ๎ูชมจะเห็นได๎วําผ๎ูวิจารณ๑ส่ือความกํากวมในเร่ืองเพศเพราะ “หูดี”สามารถผวนคาํ เปน็ คําท่ีมีความหมายหยาบโลนได๎ตวั อยา่ งที่ 175 ถ๎ามองจากคนเหลาํ นั้น ทเี่ ปน็ สามีภรรยากัน แล๎วเง๎างอนแล๎วง๎อคาดวําคืนน้ีมีงาน แนํนอน โกรธกันยังไงคนื นต้ี อ๎ งดกี ันแนนํ อน (ผูช๎ มหัวเราะ) (ชมพู ฟรุต๏ ต,้ี AF6, สปั ดาหท๑ ่ี 5, เพลง พํอแงํแมงํ อน) จากตัวอยํางท่ี 175 ผู๎วิจารณ๑ใช๎ภาษาท่ีกํากวมวํา “คาดวําคืนนี้มีงานแนํนอน” เพื่อสอื่ ความหมายเกี่ยวกบั เรอื่ งเพศในเชิงช๎ูสาวแตํดว๎ ยน้าํ เสียงทส่ี ่ือเจตนาของผูฟ๎ ังวาํ เป็นเพียงการยั่วล๎อผูเ๎ ขา๎ แขํงขนั ทั้งสองคนวําเปน็ ครํู ักจึงทําให๎ผู๎ชมในห๎องหัวเราะออกมาตัวอย่างท่ี 176 การรอ๎ งเพลงของคณุ ทําให๎ฉนั อยากแกผ๎ ๎ามากเลย (มา๎ -อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สัปดาห๑ที่ 5, เพลง ของทเ่ี ธอไมรํ ัก)ตัวอยา่ งท่ี 177 พอข้ึนไปเรือ่ ยๆ นะ ฟงั ไปเรอื่ ยๆ อยากแก๎ผา๎ เลยอํะคนนี้ โอโห! ร๎องอะไรได๎ขนาดนี้ เน่ยี (ผช๎ู มสํงเสยี งกรด๊ี ) (มา๎ -อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ท่ี 7, มินคิ อนเสรติ 15 นาที) จากตัวอยํางที่ 176-177 ผู๎วิจารณ๑กลําววํา “อยากแก๎ผ๎า” ซ่ึงเป็นการแสดงความรู๎สึกในเรื่องเพศอยํางตรงไปตรงมา แตกํ ารกลําวดว๎ ยนาํ้ เสียงแบบทีเลํนทีจริงนี้ ทําให๎ทราบได๎วําผู๎วิจารณ๑ไมไํ ดแ๎ ก๎ผา๎ จริงๆ แตํกลําวชมผู๎เขา๎ แขํงขนั วํารอ๎ งเพลงไดด๎ ีจนทําใหร๎ ๎ูสึกอยากจะแสดง ความเซ็กซ่ีของตนเองออกมาประกอบการร๎องเพลง หากไมํได๎ใช๎น้ําเสียงทีเลํนทีจริงการกลําวเชํนนี้อาจทําให๎ผู๎ฟังเสยี หน๎าไดเ๎ พราะผู๎เข๎าแขงํ ขนั อาจไมไํ ดร๎ ู๎สึกอยากให๎ผู๎วิจารณ๑ชมในลักษณะเชํนนี้เพราะอาจรู๎สึกอายจากการที่ผว๎ู จิ ารณ๑อยากจะมาแกผ๎ ๎าตํอหน๎าตน ซึ่งก็เป็นเรื่องท่ีไมํเหมาะสมและไมํควรกลําวออกไปตํอหนา๎ สาธารณะชน จากตัวอยํางที่ 173-177 จะเห็นได๎วํา การกลําวถึงการกระทําท่ีส่ือในเร่ืองเพศเป็นการใช๎ความไมสํ ุภาพ แตํดว๎ ยการใช๎น้าํ เสียงทเี ลํนทีจรงิ ทาํ ใหล๎ ดความรนุ แรงของถ๎อยคาํ ทกี่ ลาํ วออกไป ทาํ ให๎ผฟ๎ู ังไมํได๎รส๎ู กึ เสยี หน๎า ผ๎ูวจิ ยั มขี ๎อสังเกตวํา กลวธิ ีความไมํสุภาพน้ีชํวยสร๎างสีสันในรายการทําให๎ผ๎ูชมทฟ่ี งั ทง้ั ในห๎องบนั ทกึ รายการและผ๎ชู มทางบ๎านเกิดความร๎สู กึ ตลกและหวั เราะกบั การฟังคําวจิ ารณ๑ด๎วย 4.1.3.3 การแสรง๎ พูดผิดดว๎ ยนํา้ เสียงทีเลนํ ทจี รงิ การแสรง๎ พูดผิดด๎วยนํ้าเสยี งทเี ลํนทีจริง หมายถึง การกลําววิจารณ๑โดยกลําวตําหนิข๎อเสีย ข๎อบกพรํองตํางๆ ของผู๎ฟัง จากน้ันใช๎การอุทานแสดงอารมณ๑ตกใจเชํน “เอ๎ย!” หรือ
114“เฮ๎ย!” ฯลฯ แล๎วตามด๎วยการพูดแก๎ หรือ ใช๎คําวํา “แกล๎ง” ตามด๎วยการแก๎คํากลําววิจารณ๑การกลาํ วเชํนนี้ในตอนแรกอาจทําให๎ผ๎ูฟังเสียหน๎าได๎แตํเม่ือผู๎พูดแก๎คํากลําวด๎วยนํ้าเสียงทีเลํนทีจริงผูฟ๎ งั ก็อาจเข๎าใจได๎วาํ ความไมสํ ภุ าพนน้ั เปน็ แบบยัว่ ล๎อตัวอยา่ งที่ 178 จริงๆ แล๎ววันน้ีเน่ีย เราดูเกํงร๎องเพลงเหมือนกับข๎างในมันมีความกดดันอะไร บางอยําง เรามีความร๎ูสึกวํา ฟังแล๎วมันไมํสบายเหมือนกับคนอื่นท่ี ร๎องมาแล๎ว มนั บอกไมํถูกนะคะ แตํขอบอกวําวันน้ีรูปรําง ลักษณะ หน๎าตาคุณดูเปลี่ยนไปด๎วย เหมอื นกนั ต๎องขอบอก มันเหมอื นกบั วาํ ดแู กลํ ง เอย๎ ! ไมใํ ชสํ ิ (ผ๎ชู มหัวเราะ) ลักษณะ เหมือนกับดโู ตขึ้นนะ ดมู ันเป็นแมนมากขึน้ กวําท่ีแล๎วมาก (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ่ี 1, เพลง ความอํอนแอ) จากตวั อยํางท่ี 178 ผู๎วิจารณก๑ ลาํ วถึง บุคลิกของผ๎ูเข๎าแขํงขันวําดูมีอายุมากขึ้น โดยใช๎คําวํา“ดูแกํลง” แตํตอนหลังเปล่ียนคําพูดวํา “ไมํใชํสิ ลักษณะเหมือนกับดูโตข้ึน” การแก๎ใหมํนี้ชํวยลดนาํ้ หนกั ความรนุ แรงลงและทําให๎ผู๎ฟงั เขา๎ ใจไดว๎ ําทผ่ี ู๎วิจารณต๑ าํ หนิรนุ แรงจริงจังในตอนตน๎ นั้นเป็นเพียงการยั่วล๎อตวั อย่างท่ี 179 ดฉิ นั นกึ วาํ แกม๎ มาประกวดอีกคร้ังหน่ึงนะฮะ เดนิ ออกมา โห! ตกใจ อะไรกันนี่ ทําไม ดํามา (เสียงหัวเราะ) เอ๏ย! ไมํใชํ ทําไมเหมือนกันซะไมํมี ขอบอกนะวํา ถ๎าจะ เปรียบเทียบพี่สาวเนี่ยนะ ก็ไมํถงึ หรอก ถ๎าจะพูดกันแล๎วนะฮะ ในเรื่องของการร๎อง หรือวําหน๎าตา หน๎าตาพอกันนะฮะ (ผ๎ูชมหวั เราะ) (ม๎า-อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหเ๑ ปดิ ตวั , เพลง รกั แทห๎ รือแคเํ หงา) จากตัวอยํางที่ 179 จะเห็นวําผู๎วิจารณ๑จงใจกลําววิจารณ๑ถึงสีผิวของผู๎เข๎าแขํงขันวํา“ทําไมดํามา” เพ่อื วจิ ารณ๑สผี ิวของผเ๎ู ขา๎ แขํงขันและแก๎ใหมํวํา “เอ๏ย” การแสร๎งกลําวผิดและเปลี่ยนถ๎อยคําใหมํ แมว๎ าํ ผู๎ฟังจะรูว๎ ําเป็นการพดู เลํนแตํกอ็ าจทําให๎ผ๎ฟู งั เสียหน๎าได๎ตวั อย่างท่ี 180 หลายรอบท่แี ล๎วลบคาํ สบประมาทของพ่ีไปนะครับ บ๎า แกล๎งประชด (ผ๎ูชมหัวเราะ) (เพชร มาร,๑ เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ่ี 5, เพลง รกั กนั มั้ย) จากตัวอยํางที่ 180 จะเห็นวําผู๎วิจารณ๑จงใจใช๎คําวํา “บ๎า” และ กลําวแก๎คําวิจารณ๑ใหมํวํา“แกล๎งประชด” เพ่ือแก๎คํากลําววิจารณ๑ให๎ผู๎ฟังเข๎าใจวําไมํได๎จงใจกลําวตําหนิวําผู๎ฟังนั้นบ๎าจริงๆซึ่งจากปริบทนี้อาจตีความได๎วําผู๎วิจารณ๑กลําวชมและไมํได๎จริงจังกับคําตําหนิที่กลําววํา “บ๎า”แตํการกลําวนัน้ เพ่อื กลาํ วชมความกลา๎ แสดงออก
115 4.1.3.4 การใช๎คาํ หยาบด๎วยน้ําเสียงทเี ลํนทจี รงิ ในปริบทของสงั คมไทย การใช๎ภาษาจะสมั พนั ธ๑กบั บทบาททางสงั คมระหวํางผูพ๎ ดู กับผฟู๎ ังทีต่ ๎องคํานึงถงึ ความสนทิ สนม ฐานะทางสงั คม และความอาวุโสของคํสู นทนา (อมรา ประสิทธ์ิรัฐสนิ ธุ๑ , 2541 : 104) นอกจากปจั จยั ทางสงั คมดังท่กี ลาํ วแล๎วนน้ั ผู๎พูดภาษาไทยยังต๎องคํานึงถึงปริบทในการสนทนาดว๎ ยในรายการเรียลลิต้ีโชวเ๑ ป็นรายการที่สื่อสารทางโทรทัศน๑การกลําวหยาบคายเป็นความไมํสุภาพแตํเม่ือกลําวด๎วยน้ําเสียงทีเลํนทีจริง ผ๎ูฟังก็รับรู๎ได๎วําเป็นความไมํสุภาพแบบย่ัวล๎อเพอ่ื สร๎างความสนทิ สนมระหวาํ งผูว๎ จิ ารณแ๑ ละผ๎เู ขา๎ แขํงขัน ผู๎วิจารณ๑ในรายการเรียลลิตี้โชว๑ภาษาไทย การใช๎คําหยาบในลักษณะทีเลํนทีจริงผู๎วิจัยจัดได๎เป็น 4 กลํุม ได๎แกํ คําบริภาษ คําบุรุษสรรพนาม คํานําหน๎านาม และคําลงท๎าย มาใช๎เพ่อื แสดงความไมํสุภาพแบบยั่วล๎อ ดงั มรี ายละเอียดดงั ตอํ ไปนี้ 4.1.3.4.1 การใชค๎ ําบริภาษด๎วยนา้ํ เสยี งทีเลํนทจี รงิ 4.1.3.4.2 การใชบ๎ รุ ุษสรรพนามท่ีเป็นคําหยาบด๎วยนํ้าเสยี งทเี ลํนทีจริง 4.1.3.4.3 การใชค๎ ํานาํ หนา๎ นามทเ่ี ป็นคาํ หยาบด๎วยนํ้าเสียงทีเลนํ ทีจริง 4.1.3.4.4 การใชค๎ าํ ลงท๎ายแสดงความไมสํ ุภาพด๎วยนา้ํ เสยี งทเี ลนํ ทีจรงิ 4.1.3.4.1 การใช๎คาํ บรภิ าษดว๎ ยนํา้ เสียงทีเลนํ ทจี รงิ การใช๎คําบริภาษด๎วยนํ้าเสียงทีเลํนทีจริง หมายถึง การใช๎ถ๎อยคําบริภาษซ่ึงได๎แกํคําหยาบและคําท่ีมีความหมายรุนแรงกลําวถึงการกระทําท่ีไมํดี ไมํถูกต๎องตํางๆเป็นการตาํ หนผิ ๎ูฟงั ด๎วยนาํ้ เสยี งทไี่ มจํ รงิ จงั ทาํ ใหเ๎ หน็ วาํ ไมํได๎มเี จตนาตําหนอิ ยํางรนุ แรง แตใํ ชน๎ ํ้าเสยี งที่ฟงั แลว๎ ผ๎ูฟังรบั รว๎ู ําเปน็ การกลาํ วโทษท่ไี มจํ รงิ จังตวั อยา่ งที่ 181 นงั่ ฟัง เอย๎ ! เมื่อไหรํ มนั จะร๎องเพลงซักที ลุน๎ วําเมือ่ ไหรํมันจะร๎องเพลงซักที จะร๎อง เพลงฝรั่ง โหยอินโท (intro) อลงั การ เสือกรอ๎ งเพลงแฮปป้เี บริ ๑ธเดย๑ (ผูช๎ มหัวเราะ) อยํางนอี้ ะํ เคา๎ ไมไํ ด๎เรียกวํา นําอายหรอกนะ เค๎าเรียกวําหน๎าด๎าน (ผู๎ชมหัวเราะ) แตํขอบอกนะ สนกุ ชะมัดเลย (ผ๎ูชมสํงเสยี งกรีด๊ ) (ม๎า-อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ่ี 7, มนิ ิคอนเสรติ 15 นาที) จากตวั อยาํ งที่ 181 จะเหน็ วาํ ผ๎วู จิ ารณ๑ใช๎คาํ วาํ “เสือก” ใน “เสือกร๎องเพลงแฮปป้ีเบริ ๑ธเดย๑”และ“หนา๎ ดา๎ น” ใน “เคา๎ เรยี กวําหน๎าดา๎ น” ซ่ึงเปน็ คําหยาบ คําวํา“เสือก” หมายถึง เข๎าไปจุ๎นจ๎านในเร่ืองของคนอ่ืนโดยมใิ ชหํ น๎าทห่ี รือโดยไมํสมควร (เปน็ คาํ ไมํสภุ าพ) (ราชบณั ฑติ ยสถาน, 2556 : 1268)และ คําวาํ “หน๎าด๎าน” หมายถึง ว. มีสีหน๎าไมํสลดท้ังท่ีควรละอายแตํก็ไมํอาย (ราชบัณฑิตยสถาน,2556 : 1288) จากปริบทน้ีจะเห็นวาํ ผู๎วจิ ารณ๑กลาํ วเพอื่ ความสนกุ สนานสังเกตจากเสยี งหัวเราะของ
116ผช๎ู มและใช๎นาํ้ เสยี งไมํจริงจัง นอกจากนํ้าเสยี งแล๎ว การทผ่ี ู๎วิจารณบ๑ อกวาํ “สนุกชะมัดเลย” ก็ชํวยให๎ผฟู๎ ังตีความไดว๎ ําความไมสํ ุภาพทีป่ รากฏเปน็ แบบยั่วลอ๎ เทาํ นน้ัตวั อย่างที่ 182 ไอ๎บา๎ เอ๏ย มันมนั จริงๆ (ผ๎ูวจิ ารณ๑ ผ๎ูชม และผ๎ูเข๎าแขํงขนั หัวเราะ) (เพชร มาร๑, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ที่ 1, เพลง เจด็ วนั ทฉ่ี นั เหงา) จากตัวอยํางท่ี 182 จะเห็นวําผ๎ูวิจารณ๑กลําววํา “ไอ๎บ๎าเอ๏ย” เป็นการกลําวคําหยาบตําหนิผ๎ูฟังท่ีไมํสุภาพ แตํจากนํ้าเสียงของผ๎ูวิจารณ๑และข๎อความวํา “มันมันจริงๆ” ชํวยแนะความให๎ผ๎ูฟังทราบวําความไมสํ ุภาพที่ปรากฏเปน็ แบบย่ัวล๎อ จะเห็นวํา ผู๎พูดและผู๎ฟังก็รู๎สึกตลกในคําวิจารณ๑และแสดงอาการหวั เราะออกมา 4.1.3.4.2 การใชบ๎ ุรษุ สรรพนามทเี่ ป็นคําหยาบด๎วยนํา้ เสียงทีเลํนทจี รงิ คําบุรุษสรรพนาม คือ คําสรรพนามที่ใช๎แทนคําเรียกชื่อในการพูดจากันโดยแยกออกเปน็ คําสรรพนามบุรษุ ที่ 1 แทนผ๎ูพูด คําสรรพนามบุรุษท่ี 2 แทนผู๎ฟังและคําสรรพนามบุรุษที่ 3 แทน ผ๎ูท่ีถูกกลําวถึง (พระยาอุปกิตศิลปสาร, 2544) การใช๎คําบุรุษสรรพนามน้ันจะต๎องคํานึงถึงสถานภาพระหวํางผู๎พูดและผู๎ฟังที่แตกตํางกัน และสอดคล๎องกับปริบทการสนทนาน้ันๆจากการศกึ ษาพบวํา รายการเรียลลิต้โี ชวภ๑ าษาไทย มีการใชบ๎ ุรษุ สรรพนามทีเ่ ปน็ คําหยาบ แม๎วําผ๎ูพูดอาจใช๎เพือ่ ความสนทิ สนมหรอื สร๎างสมั พนั ธภาพระหวาํ งผพ๎ู ูดและผูฟ๎ ัง แตเํ มอ่ื พิจารณาจากปรบิ ทแล๎วจะพบวาํ ผ๎ูพดู หรือผว๎ู จิ ารณม๑ ิไดก๎ ลําวกับผ๎ูฟังที่เป็นผ๎ูเข๎าแขํงขันเพียงลําพังแตํยังมีผู๎ฟังท่ีเป็นผู๎ชมในห๎องบนั ทกึ รายการและทางบ๎านด๎วย เปน็ การส่อื สารสาธารณะผํานทางโทรทัศน๑ท่ีมีผ๎ูชมหลากหลายท้ังเพศและวัย การใช๎คําบุรุษสรรพนามท่ีเป็นคําหยาบได๎แกํ คําวํา “กู” “มึง” “มัน” “แมํง”จึงไมํสุภาพ แตํเม่ือผ๎ูพูดกลําวด๎วยน้ําเสียงทีเลํนทีจริง ผู๎ฟังจึงตีความได๎วํา ผ๎ูพูดไมํได๎มีเจตนาทําให๎เสยี หนา๎ตัวอย่างที่ 183 ตกลงเธอมาแขํงขันร๎องเพลงหรือวําเธอมาทําทอล๑คโชว๑ เลํนจําอวดสลับกันไปมา ตํางๆ นานา คือจริงๆ แล๎วนะ ทั้งหมดทั้งปวงที่คิดมา จะบอกวําเลวร๎ายม้ัย มันก็ ไมํเลวร๎ายหรอก แตํวํามันเหมือนกับเป็นการคิดท่ีวํา ไหนๆ กันมันร๎องเพลงดีมาก แลว๎ กูก็บ๎าไปซะเลยแล๎วกัน (มา๎ -อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ี่ 8, มนิ คิ อนเสริ ต๑ 30 นาที) จากตัวอยํางที่ 183 ผว๎ู ิจารณเ๑ ลือกใช๎คําบุรุษสรรพนามกลําวถึงเพื่อนผู๎เข๎าแขํงขันวํา “มัน”และแทนตวั ผู๎เข๎าแขงํ ขันทกี่ ําลงั ฟงั อยบูํ นเวทวี ํา “กู” การใช๎คําสรรพนามเชํนเพ่ือล๎อเลียนคําพูดของผ๎ูเขา๎ แขงํ ขนั คนท่กี าํ ลังฟังคําวจิ ารณอ๑ ยํูบนเวทวี าํ จะกลาํ วกบั เพ่ือนอีกคนหน่ึงวําอยํางไร จากตัวอยํางคอื “มนั ร๎องเพลงดีมาก แลว๎ กูก็บา๎ ไปซะเลยแล๎วกัน” เพื่อแสดงความคิดของผู๎เข๎าแขํงขันที่ร๎องเพลงสเ๎ู พอ่ื นไมํได๎ก็แสดงเน๎นด๎านการแสดงตลก การกลําวเชํนน้ีอาจทําให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันท่ีถูกกลําวหาอาจ
117ไมํพอใจได๎เพราะเป็นการอิจฉาท่ีเพื่อนร๎องเพลงดีกวําและคําไมํสุภาพ คําวํา “มึง” และ “กู”ทป่ี รากฏในปริบทน้ีใช๎เพื่อสร๎างความสนิทสนมระหวํางเพื่อนทั้งสองคนซึ่งผ๎ูวิจารณ๑กลําวเพ่ือยั่วล๎อผูเ๎ ข๎าแขงํ ขันคนที่ฟังอยบํู นเวทีตัวอย่างท่ี 184 วนั นร้ี ทิ ทําให๎พี่ผิดหวัง ผิดหวังตรงไหนรู๎ไหม อยากดํามันเยอะๆ แตํวําพ่ีไมํมีแพลน (plan) พ่ีไมํรู๎วําริทเก็บเอาคําพูดอาทิตย๑ท่ีแล๎วไปลองตีหน๎าเศร๎าเอาเพลงให๎อยูํ พอริททาํ แล๎วพก่ี ็ล๎ุนๆ ปนแชํง นะครับ พอแชํงตรงชํวงโซโลํ (solo) ดนตรี เออ มัน ย้ิมหนอํ ยเถอะวะ (เพชร มาร๑, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ท่ี 5, เพลง เธอร๎ูหรือเปลาํ ) จากตัวอยาํ งท่ี 184 ผว๎ู ิจารณเ๑ ลอื กใช๎คาํ บรุ ุษสรรพนามทเ่ี ปน็ คาํ หยาบคําวํา “มัน” แทนผู๎ฟังที่เป็นผู๎เข๎าแขํงขันเพ่ือสร๎างความสนิทสนมเป็นกันเองระหวํางผู๎พูดกับ ผู๎ฟังทําให๎ความไมํสุภาพที่เกิดขึน้ เปน็ เพียงการย่ัวลอ๎ เทํานัน้ 4.1.3.4.3 การใช๎คํานาํ หนา๎ นามทเี่ ปน็ คาํ หยาบด๎วยนาํ้ เสยี งทเี ลนํ ทจี รงิ คํานําหน๎านาม คือ คําที่ปรากฏหน๎าสํวนประกอบอ่ืนของคําเรียกขานคาํ นําหน๎านามบางคําเป็นรูปภาษาท่ีหยาบ แตํสามารถใชเ๎ รยี กเพ่ือแสดงความสนทิ สนมในการสนทนาได๎ เชนํ คาํ วํา “อี” และคํานําหน๎าตามอ่ืนๆ ท่ีเป็นคําหยาบ เชํน “ไอ๎” “อี” “นาง” “นัง” “อีนาง”(วิสันต๑ สุขวิสิทธ์ิ, 2547 : 100) จากข๎อมูลท่ีปรากฏพบคํานําหน๎านามที่เป็นคําหยาบที่ผ๎ูวิจารณ๑รายการเรยี ลลิต้ีโชว๑ภาษาไทย เลือกใช๎เพ่ือเสริมความไมํสุภาพ ได๎แกํคําวํา “ไอ๎” “อี” แตํผ๎ูวิจารณ๑กลําวด๎วยนํ้าเสียงทีเลํนทีจริงจึงทําให๎ผ๎ูฟังตีความได๎วําไมํได๎มุํงทําให๎ผู๎ฟังเสียหน๎า แตํมุํงสร๎างความสนทิ สนมเป็นกันเอง ดังนนั้ จงึ จัดเป็นกลวธิ ีความไมํสุภาพแบบย่ัวล๎อตัวอยา่ งท่ี 185 ไอร๎ ทิ แสดงไมไํ ดเ๎ ร่อื งเลย แล๎วยงั มาทําหนา๎ ตลกอกี (เพชร มาร๑, เดอะสตาร,๑ เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ่ี 2, เพลง 7 วนั ทฉี่ ันเหงา) จากตัวอยํางที่ 185 ผ๎ูวิจารณ๑เลือกใช๎คํานําหน๎านามท่ีเป็นคําหยาบเป็นกลวิธีหนึ่งในการแสดงความไมํสุภาพ กลําวกับผ๎ูฟังท่ีเป็นผ๎ูเข๎าแขํงขัน โดยใช๎คํานําหน๎านามเรียกผู๎ฟังท่ีเป็นผเ๎ู ขา๎ แขงํ ขันวาํ “ไอ๎” ตามด๎วยกลวิธีความไมํสุภาพแบบตรงไปตรงมากลําวถึงการแสดงท่ีออกมาไมํดีของผ๎ูเข๎าแขํงขันวํา “แสดงไมํได๎เรื่องเลย” เหตุที่ใช๎วํา “ไอ๎” โดยใช๎น้ําเสียงทีเลํนทีจริงเพ่ือแสดงความเป็นกันเองและความจริงใจกํอนท่ีจะกลาํ วถงึ ขอ๎ เสียอยาํ งตรงไปตรงมา
118ตัวอย่างท่ี 186 น๎องแอนร๎ูสึกเลือกเสียงท่ีทําให๎เสียงของน๎องรวมสองสํ วนเข๎าหากันได๎ อยํางนําชื่นชม มันเป็นเร่ืองยาก แตํมันไมํได๎ยากเกินกวําการฝึกซ๎อมอะนะครับ มขี อ๎ สงั เกตอกี อันหน่งึ คือ ยายตัวรา๎ ยท่ีออกมาทําให๎เรือ่ งปว่ นคอื อีกญุ แจซอล (ต๎อ-มารุท สาโรวาท, AF6, สปั ดาห๑ท่ี 11, ละครเวที) จากตวั อยํางที่ 186 จะเห็นวํา ผ๎ูวิจารณ๑เลือกใช๎คํานาํ หน๎านามท่ีเป็นคําหยาบเป็นกลวิธีเสริมความไมํสุภาพเรียกผู๎ฟังทีเ่ ป็นผูเ๎ ข๎าแขํงขัน โดยใช๎คาํ นําหน๎านามที่เป็นคําหยาบวํา “อี” เหตุท่ีใช๎คําน้ีเพื่อต๎องการชมเชยผู๎ฟังที่เป็นผู๎เข๎าแขํงขันวําแสดงได๎สมบทบาท จาก “ยายตัวร๎ายที่ออกมาทําให๎เร่ืองปว่ น” โดยใชน๎ าํ้ เสียงทีเลํนทีจริงเพ่ือจะเรียกผ๎ูเข๎าแขํงขันที่ผู๎วิจารณ๑ร๎ูสึกวําเป็นตัวร๎ายในละครนน้ั จริงๆ 4.1.3.4.4 การใช๎คาํ ลงทา๎ ยแสดงความไมํสุภาพดว๎ ยนํา้ เสยี งทเี ลํนทจี รงิ คําลงท๎าย คือ คําท่ีปรากฏในตําแหนํงสุดท๎ายของประโยค หรือตําแหนํงสวํ นทา๎ ยของประโยค มลี กั ษณะพิเศษคือ คาํ แตํละคําอาจมีหลายรูป โดยอาจจะตํางกันในเรื่องเสียงวรรณยุกต๑ความสั้นยาวของเสียงสระ ทําให๎ความหมายของท้ังประโยคเปล่ียนแปลงไป เชํน “คะ”ปรากฏท๎ายประโยคคําถาม “คํะ” ปรากฏท๎ายประโยคบอกเลํา เป็นต๎น (วิจินตน๑ ภาณุพงศ๑, 2538)การใช๎คําลงท๎ายท่ีไมํสุภาพ เชํน วํะ เว๎ย เป็นคําที่แสดงทําทีของผ๎ูพูดตํอผ๎ูฟัง ท่ีผ๎ูพูดไมํยกยํองผู๎ฟังท่ีอาจเป็นเพราะสนิทสนมหรือเป็นเพราะผ๎ูฟังมีฐานะตํ่ากวํา (นววรรณ พันธุเมธา, 2551 : 137)การใช๎คําลงทา๎ ยเหลาํ นด้ี ๎วยน้าํ เสียงทีเลํนทีจริง ผ๎ูฟังจึงจะตีความได๎วําผู๎พูดไมํได๎ต๎องการให๎ผู๎ฟังเสียหนา๎ แตใํ ช๎เพื่อความสนิทสนมจงึ ตคี วามไดว๎ ําเปน็ กลวธิ คี วามไมํสภุ าพแบบยั่วล๎อตัวอยา่ งที่ 187 ริท เกงํ วํะ คือพคี่ ํอนขา๎ งจะคุน๎ กับเพลงพี่เบิร๑ดและจะรูว๎ าํ เพลงนน้ี ะครับ จะไมํอธิบาย จะไมอํ ธบิ ายไปในเทอม (term) ของดนตรี แตวํ ําจังหวะท่ีสบัดร๎องรักกันม้ัย อยํางนี้ ต๎องเป็นคนที่จังหวะคํอนข๎างดี ถึงจะจับตรงนี้ถึงจะร๎องได๎สนุก และอีกอยํางหนึ่ง กว็ ันนี้ตง้ั ใจจะมาดํากผ็ ิดหวงั (เพชร มาร๑, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหเ๑ ปิดตัว, เพลง เนอื้ คํ)ู จากตัวอยํางท่ี 187 ผ๎ูวิจารณ๑เลือกใช๎คําลงท๎ายท่ีแสดงความไมํสุภาพกลําวกับผู๎ฟังที่เป็นผ๎เู ขา๎ แขงํ ขนั โดยใช๎คําลงท๎ายวํา “วํะ” แสดงนํา้ เสยี งท่เี ป็นกนั เองเพือ่ แสดงความสนทิ สนมตัวอย่างที่ 188 ร๎องดีเว๎ย เกตเป็นคนร๎องเพลงได๎ดี ให๎ได๎แบบนี้สิ ถึงจะสมกับที่ครูสอนมา และ กไ็ มเํ สียเช่ือพี่สาวดว๎ ย รอ๎ งดคี รบั ชอบมาก (เพชร มาร,๑ เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ที่ 1, เพลง แสบ)
119 จากตัวอยํางท่ี 188 ผ๎ูวิจารณ๑เลือกใช๎คําลงท๎ายวํา “เว๎ย” เพ่ือสร๎างความเป็นกันเองในการชมผู๎เขา๎ แขํงขันท่ีรอ๎ งเพลงได๎ดี จากตัวอยํางท่ี 187- 188 จะเหน็ วาํ คาํ วาํ “วํะ” และ “เว๎ย” เป็นกลวิธีเสริมความไมํสุภาพแบบย่วั ล๎อ เมอ่ื พิจารณารูปภาษาแลว๎ จะเหน็ วาํ เป็นการใช๎คาํ ที่ไมํสุภาพแตํปรากฏในปริบทในการชมทาํ ใหไ๎ มํไดไ๎ มสํ ภุ าพโดยเนื้อความหรือความหมาย 4.1.4 กลวธิ เี สริมความไมสํ ภุ าพ จากการศกึ ษาขอ๎ มูลพบวาํ ผู๎วิจารณใ๑ นรายการเรียลลิต้ีโชว๑ภาษาไทยใช๎กลวิธีเสริม เพื่อชํวยเสริมการแสดงความร๎ูสึกไมํพอใจหรือตําหนิความผิดพลาดของผู๎ฟัง ผ๎ูวิจัยพบเพียง 1 กลวิธี คือการใชค๎ ําอทุ านท่ีแสดงความรู๎สึกในทางลบ 4.1.4.1 การใชค๎ าํ อทุ านทีแ่ สดงความร๎สู กึ ในทางลบ คําอุทาน หมายถึง คําจําพวกหน่ึงท่ีผู๎พูดเปลํงออกมา แตํไมํมีคําแปลเหมือนคําชนดิ อน่ื แตํให๎ทราบความตอ๎ งการ หรือนิสัยใจคอวําเป็นอยํางนั้นอยํางนี้ (พระยาอุปกิตศิลปสาร,2544 : 109) คําอุทานน้ผี ู๎พูดจะเปลงํ ออกมาเพ่อื แสดงอารมณ๑ความรสู๎ ึกซึ่งผูฟ๎ ังสามารถเข๎าใจทันทีวําผู๎พูดร๎สู ึกเชนํ ไร เชนํ “เอ๏!” “เอ๏ะ!” “อา๎ ว!” แสดงความประหลาดใจ “โอย๏ !” “อ๏ยุ !” “อูย!” แสดงความเจ็บปวด (นววรรณ พนั ธเุ มธา, 2551 : 140) เมื่อผู๎พูดใช๎คําอุทานเพื่อต๎องการแสดงอารมณ๑บางอารมณ๑ก็มีการแสดงความไมํสุภาพด๎วยไมวํ ําจะเป็นความรู๎สึกไมํพอใจในความผิดพลาดตํางๆ ของผู๎ฟัง ความรู๎สึกเหลําน้ีอาจพิจารณาแล๎วผฟ๎ู ังก็จะรับรไ๎ู ด๎วาํ เป็นผลเนือ่ งมาจากผลงานและการกระทาํ ของผู๎ฟงั ท่ไี มํดี ไมํถกู ตอ๎ งเป็นข๎อเสียท่ีทําใหผ๎ พ๎ู ดู ต๎องแสดงความร๎สู ึกออกมาเชนํ นน้ั เพื่อเสริมการแสดงอารมณไ๑ มพํ อใจหรอื เสรมิ ความผดิ พลาดขอ๎ เสยี ตํางๆ ท่ีเกิดมากํอนหน๎านี้ และทําให๎ผ๎ูพูดร๎สู กึ ไมพํ อใจและอยากตาํ หนิในความผิดนัน้ การใช๎คําอุทานเพ่ือแสดงความร๎ูสึกในทางลบนี้ เป็นกลวิธีเสริมความไมํสุภาพเพ่ือแสดงการตําหนิ แสดงอารมณ๑ไมํพอใจ อารมณ๑ผิดหวังกับการกระทําของผู๎ฟัง นอกจากนี้ ยังแสดงออกทางอวัจนภาษา เชํน การถอนหายใจ หรอื การแสดงสีหน๎าเพ่ือบอกอารมณ๑ในทางลบตํางๆ รํวมด๎วยจากการศึกษาข๎อมูลผ๎ูวิจัยพบวํา ผ๎ูวิจารณ๑รายการเรียลลิตี้โชว๑ภาษาไทย ใช๎คําอุทานเพ่ือเสริมการแสดงความไมํสุภาพ โดยตัวอยาํ งดังตํอไปน้ีตวั อย่างท่ี 189 แหม! รูปลักษณ๑ดีมากเลย แสงพอจับไปที่ริทปั๊บนะ พรึ่บมาปั๊บนะ รัศมีออกปุ๊บ! ทนั ทเี ลย (ผ๎วู จิ ารณย๑ ิ้ม) แล๎วพอเร่มิ อ๎าปากร๎องเพลงปั๊บนะ (ผวู๎ ิจารณข๑ มวดค้ิว) ทุเรศ ทันทีเลย โอ๎ย! เป็นอะไรจ๏ะ ควบคุมสติไมํได๎หรอจ๏ะ แตํบอกรูปลักษณ๑ดีมาก รูปลกั ษณ๑ดมี ากๆ ดูมันมีประกายฉายแสงมาก แตกํ น็ ะ มันนําจะทาํ ใหเ๎ รามคี วามหวัง
120 ไปจนกระทง่ั เตม็ ร๎อย ไมํใชํแบบวํา โหย! (ผู๎วิจารณ๑ถอนหายใจ) รูปลักษณ๑ดีแล๎วมา ร๎องแบบเนี้ย โห! เร่ืองร๎องนะมาฟังคุณทั้งสองดีกวํานะฮะ ขนาดดิฉันชาวบ๎าน ฟังแลว๎ ยัง เฮอะ! (ผวู๎ ิจารณถ๑ อนหายใจ) ทเุ รศ (ม๎า-อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ท่ี 6, เพลง รกั ) จากตัวอยํางท่ี 189 ผ๎ูวิจารณ๑ ใช๎ถ๎อยคําวํา “แหม!” “โอ๎ย!” “โหย!” “ โห!” “เฮอะ!”จากปริบทนี้จะเห็นวําเป็นการใช๎คําอุทานเพื่อแสดงอารมณ๑ไมํพอใจและผิดหวังกับการกระทําของผเ๎ู ขา๎ แขํงขัน การใช๎ภาษาเชํนนี้เป็นกลวิธีหนึ่งของการแสดงให๎เห็นวํา ผู๎วิจารณ๑ไมํพอใจผลงานของผ๎ูเข๎าแขํงขัน นอกจากนี้ยังรวมถึงการแสดงออกทางอวัจนภาษา เชํน การถอนหายใจ หรือการขมวดควิ้ กช็ วํ ยเสริมความไมสํ ุภาพให๎มากขึน้ ด๎วยตวั อย่างท่ี 190 ไหนบอกวําซ๎อมแลว๎ แข็งแรง ไอท๎ ีท่ ํอนๆ ร๎อง โด เร มี (ผู๎วิจารณ๑ร๎องเพลงเลียนเสียง ผเู๎ ข๎าแขงํ ขัน) อะไรเนย่ี นะ มันก็โอเคพอฟงั แตํพอเปน็ ทํอนธรรมดา เค๎าเรยี กวําทํอน อะไรนะ เออ มันดูมันเออ เหน่ือยๆ แบบบอกไมํถูกเลยอํะ เฮ๎อ! จะวําไปแล๎ว ไมอํ ยากพูดอะไรมากไปกวาํ นี้ (ม๎า-อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหท๑ ่ี 4, เพลง โดเรม)ี จากตัวอยําง 189-190 ผ๎ูพูดใช๎คําอุทานวํา “เฮอะ!” “เฮ๎อ!” ตามด๎วยอวัจนภาษาคือการถอนหายใจ แสดงความนําเบื่อหนํายออกมา และจากตัวอยํางท่ี 189 ผู๎วิจารณ๑กลําวอุทานคําวํา“โหย!” ตามด๎วยการถอนหายใจ แสดงให๎เห็นความผดิ ของผู๎ฟังที่มีมากจนผู๎พูดเบื่อที่จะอธิบายและเมือ่ พดู จบร๎ูสึกเหน่อื ย เพราะขอ๎ ไมดํ ีมมี ากจนทาํ ให๎ตอ๎ งพูดเยอะจนรสู๎ กึ เหนอื่ ยทจี่ ะพดูตัวอยา่ งท่ี 191 พอลมหายใจไมํดี เซนก็มีเพ้ียนอยํู วันน้ีเซนก็มีเพี้ยนเป็นที่ๆ บางที่ก็ดูเหมือนจะดี บางที่กด็ ูคอํ นขา๎ งแยํ โดยเฉพาะตอนจบเพลงนะครับ เพียงพอ โอ๎โห! อาย พี่แหยง เลยอํะ เพราะพ่ีเป็นคนท่ีจับอะไรเพ้ียนๆ นิดหนึ่ง แล๎วตัวพ่ีจะเกิดอาการ อันนี้ มนั เป็นเร่ืองสํวนตัวทเี่ ป็น พอใครเพ้ยี นจัด แลว๎ พี่จะรส๎ู ึกแหยง นะครบั (เพชร มาร๑, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ที่ 5, เพลง อยําฝากความหวงั , โอล๎ ะหนอ My Love) จากตัวอยํางท่ี 191 จะเห็นวํา ผ๎ูวิจารณ๑ใช๎คําอุทานวํา “โอ๎โห!” เพ่ือแสดงความตกใจท่ีผเู๎ ขา๎ แขํงขันร๎องเพลงเพ้ียนจนตัวเองรู๎สึกตกใจ อาย เพราะแขยงกับความผิดพลาดที่เกิดข้ึน แสดงใหเ๎ หน็ วาํ เปน็ ความผดิ ที่รุนแรงมากจนผว๎ู ิจารณต๑ กใจและรบั ไมไํ ด๎กับความผดิ น้ันตัวอย่างที่ 192 เร่ิมตน๎ เลยทเี ดียวเนยี่ นะ เซนออกมาป๊บั แลว๎ กเ็ ริ่มรอ๎ งเพลง ดูดีมากๆ เลยนะ ดูแล๎ว นําจะดี นําจะประทับใจ ไปได๎เรื่อยๆ พอนานๆ เข๎า มันดูไขว๎ๆ แขวๆ แปลกๆ มันเหมือนกับมีการรอ๎ งอะไรผิดๆ บางอยาํ ง อนั นี้ชาวบา๎ นอยาํ งดชิ ัน้ ฟงั คณุ เขา๎ ใจมํะ
121 เอ๏! อันน้มี ันดูแปลกๆ ยังไงชอบกล ดูทะแมํงๆ แตํถามวํามีเสนํห๑มั้ย มีเสนํห๑ทีเดียว นะคะ แตตํ อนจบมนั ดูประหลาด (ม๎า-อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สัปดาหเ๑ ปิดตวั , เพลง เจา๎ ชายนิทรา)ตัวอยา่ งท่ี 193 เรอ่ื งการรอ๎ งวนั นี้ ไมํนาํ ท่ีจะพลาดได๎ พ่ีเห็นเซนต้ังแตํคัดเลือกมาแล๎ว ชอบ แตํวันนี้ ทําไม เอ๏! วําจะบิ้วให๎ตัวเองชอบ บิ้วไมํขึ้น อวยไมํข้ึนอํะ เพราะวําคุณประมาท ประมาทไมไํ ด๎ เพราะวําคนธรรมดาเปน็ เดอะสตารม๑ าหลายคนแล๎ว งัน้ ประมาทไมํได๎ นะครบั ระวงั ให๎ดีๆ (โจ-๎ สธุ ีศกั ด์ิ ภกั ดเี ทวา, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ่ี 1, เพลง คนธรรมดา) จากตัวอยํางท่ี 192-193 จะเห็นวํา ผู๎วิจารณ๑ใช๎คําอุทานวํา “เอ๏!” เพ่ือแสดงอารมณ๑ประหลาดใจ จากตัวอยํางที่ 192 ผว๎ู ิจารณป๑ ระหลาดใจที่เห็นการแสดงทําให๎รู๎สึกแปลกๆ เพื่อแสดงให๎เห็นวําการแสดงน้ีออกมาไมํดีจนรู๎สึกผิดแปลกไปจากเดิม ตัวอยํางท่ี 193 ผ๎ูวิจารณ๑รู๎สึกประหลาดใจท่ีตนเองร๎ูสึกไมํชอบการแสดงในวันน้ีของผู๎เข๎าแขํงขัน ซึ่งปกติเคยชอบมาตลอดทาํ ให๎เห็นวาํ การแสดงคร้ังนต้ี ํ่ากวาํ มาตรฐานทเ่ี คยทําและออกมาไมดํ เี หมอื นครัง้ กอํ นตัวอย่างท่ี 194 ดีครบั ดีเลย (พิธกี รถามวํา ตัวพํอไดย๎ งั ครบั ) โธเํ อย๎ ! มนั ให๎กนั งํายๆ ไดไ๎ งเลํา มันต๎อง พยายามให๎มากกวาํ นี้ นกึ ออกไหม ทําให๎เห็นอะไรมากกวํานี้ มันถึงจะเอาตัวพํอไป หรอื พวกเออเอ็งเกงํ อะไรพวกน้ี มนั ตอ๎ งใชเ๎ วลานิดหนึ่งนะครบั (เพชร มาร๑, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ่ี 1, เพลง การเปลยี่ นแปลง) จากตวั อยํางท่ี 194 นจี้ ะเห็นวํา ผูว๎ ิจารณ๑ใช๎คําอุทานวํา “โธํเอ๎ย!” แสดงความรู๎สึกเยาะเย๎ยทผ่ี ู๎เขา๎ แขํงขันต๎องผิดหวังเพราะวําวันน้ีผู๎เข๎าแขํงขันยังไมํได๎คําชมวํา “ตัวพํอ” ซึ่งเป็นคําชมสําหรับผ๎ทู ที่ าํ การแสดงได๎ดีท่สี ดุ เปน็ การแสดงความเหน็ ใจวําผ๎เู ขา๎ แขงํ ขนั ต๎องพฒั นาตนเองใหด๎ ีกวําน้ีถึงจะได๎รับคําชม4.2 หน้าที่ของกลวิธคี วามไม่สุภาพในรายการเรียลลิต้ีโชว์ การใชก๎ ลวธิ ีความไมํสุภาพในรายการเรียลลิต้ีโชว๑ทําหน๎าท่ีเกี่ยวกับความรู๎สึกและอารมณ๑ท่ีเกิดข้นึ จากการใชภ๎ าษากลาํ วคือ เมือ่ ผู๎วจิ ารณใ๑ ชค๎ วามไมสํ ุภาพกบั ผ๎เู ข๎าแขงํ ขัน ผเ๎ู ขา๎ แขํงขนั ที่เป็นผ๎รู ับฟังก็จะเกิดความร๎ูสึกหดหํูใจ กดดัน และอยากจะแก๎ไขตนเองให๎ดีข้ึน เพื่อให๎ผู๎วิจารณ๑ช่ืนชมและเห็นความสามารถของตนเองให๎ได๎ ขณะเดยี วกนั ผูฟ๎ ังทเี่ ป็นผ๎ชู มทงั้ ทอ่ี ยูใํ นห๎องบนั ทกึ รายการและผ๎ูชมทางบ๎านตาํ งมคี วามร๎ูสึกรํวมกนั กับผู๎เข๎าแขํงขัน เมื่อได๎ยินผ๎ูวิจารณ๑ตําหนิผ๎ูเข๎าแขํงขันท่ีตนช่ืนชอบก็เกิดความรู๎สึกสงสารเห็นใจทําให๎รายการมีหลากหลายอารม ณ๑ท้ังความสนุกสนานและความเศร๎า
122ความเสียใจ รายการเรียลลิต้ีโชว๑จึงมีสีสันความนําสนใจเพ่ิมข้ึนไปด๎วย ดังนั้น หน๎าที่ของกลวิธีความไมํสุภาพในรายการเรียลลิตี้โชว๑จึงมีด๎วยกัน 2 ประการ คือ 1) เพ่ือชี้ให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันเห็นขอ๎ บกพรอํ งของตนและนาํ ไปปรับปรงุ แกไ๎ ข 2) เพ่ือสร๎างสสี นั ในรายการ 1) เพื่อชใ้ี ห๎ผเู๎ ขา๎ แขํงขนั เห็นขอ๎ บกพรํองของตนและนาํ ไปปรับปรุงแก๎ไข หน๎าที่ของกลวิธีความไมํสุภาพในรายการเรียลลิตี้โชว๑น้ันสํวนหนึ่งมุํงให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันเห็นถึงขอ๎ ผดิ พลาดตํางๆ เห็นปัญหา ส่ิงที่ต๎องแกไ๎ ขอยํางตรงไปตรง ให๎ผูเ๎ ขา๎ แขํงขนั ปรับปรงุ ตนเองได๎ตรงจุดการวิจารณ๑ที่รุนแรงและตรงไปตรงมาโดยใช๎กลวิธีความไมํสุภาพนั้นก็เพ่ือสร๎างความกดดันสรา๎ งแรงขับให๎ผู๎เขา๎ แขํงขันตัง้ ใจปรบั ปรุงแกไ๎ ขขอ๎ บกพรอํ งตํางๆ ให๎ผลงานหรือการแสดงของตนเองออกมาดไี มํให๎ผู๎วิจารณ๑ต๎องกลําวซํ้าอีกและนอกจากประโยชน๑จะเกิดขึ้นกับตัวผู๎เข๎าแขํงขันโดยตรงเพราะทําให๎ผลงานออกมาดีแล๎ว ผู๎ชมหรือคนดูที่คอยติดตามผลงานของผ๎ูเข๎าแขํงขันก็ประทับใจเมื่อผ๎ูเข๎าแขํงขันเสร็จสิ้นจากการประกวด เร่ิมต๎นทํางานจริงจังทักษะความสามารถท่ีเกิดจากการฝึกฝนอยํางเข๎มงวดน้ีก็จะติดตัวไปใช๎ทํางานในอนาคต การกลําววิจารณ๑ที่เกิดขึ้นในรายการเรียลลิต้โี ชวน๑ ้ันไมใํ ชผํ ูว๎ จิ ารณ๑จะกลาํ ววิจารณถ๑ ึงผลงานของผูเ๎ ข๎าแขํงขันอยาํ งเดียวตวั อยา่ งที่ 195 กญุ แจซอลดว๎ ยวัยขนาดน้ที าํ ได๎ขนาดนถี้ ือวาํ ดมี ากเลยนะครับ มนั เหมือนผีเส้ือกําลัง เรงิ รําอยํูนะครับ ซึ่งจริงแล๎วถา๎ ทาํ ให๎ดเี ราหมดซซี น่ั น้ีไปแลว๎ เราลองจับต๎นฉบับ และ ถ๎าน๎องได๎เก็บรายละเอียดเล็กๆ น๎อยๆ จากต๎นฉบับมันจะเป็นประโยชน๑ตํอน๎อง มากเลย (ฟอร๑ด-สบชยั ไกรยรู เสน, AF6, สัปดาหท๑ ี่ 7, เพลง All That Jazz)ตัวอย่างที่ 196 คําชมคําวิจารณ๑ของคณะกรรมการก็เก็บกันไว๎ดีๆ นะคะ เพราะทุกอยํางมัน เป็นบทเรียนของชีวิตทั้งหมด มันมีแคํคนเดียวเทําน้ันท่ีจะชนะในวันน้ี ไมํได๎มี ทุกๆ คน วันนี้อาจไมํใชํวันของพวกเราท้ังสี่คนท่ีเหลือ แตํวันข๎างหน๎ายังมีวันของ พวกคุณอีกมากเพราะพวกคุณยังเด็ก อนาคตของพวกคุณคงอีกยาวไกล ถ๎าให๎ คอมเม๎นต๑คงคอมเม๎นต๑ได๎แคํคําวํา “ปลื้ม” นะคะ และก็แฮบป้ี ( happy ) กับ ทุกคอลเลคช่ัน (collection) และก็ต๎องขอขอบคุณจากใจจริงๆ คํะ ที่ทุกคนตั้งใจ จรงิ ๆ ขอขอบคณุ มากเลยคะํ ทง้ั หา๎ คนเลย (อารท๑ -อารยา อินทรา, เดอะดไี ซนเ๑ นอร,๑ สปั ดาหท๑ ี่ 7)
123 จากตวั อยํางท่ี 195-196 ผู๎วิจารณ๑กลําวถึงการที่ตนเป็นผ๎ูให๎คําแนะนําหรือกลําววิจารณ๑น้ันก็เพ่ือให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันนําไปปรับปรุงแก๎ไขและเป็นประโยชน๑สําหรับการพัฒนาตนเองท่ีจะทํางานในฐานะมอื อาชพี ตํอไป 2) เพือ่ สรา๎ งสีสนั ในรายการ นอกจากรายการจะหาผู๎ชนะเลิศจากการแขํงขันแล๎ว รายการเรียลลิตี้โชว๑ยังมีลักษณะของรายการ “โชว๑” หรือ “การแสดง” วัตถปุ ระสงค๑ของรายการทต่ี ๎องการสร๎างความบนั เทงิ ความสัมพนั ธ๑ระหวาํ งหนา๎ ท่ีกบั กลวธิ ีความไมํสภุ าพในรายการเรียลลติ ้โี ชว๑แสดงให๎เหน็ ได๎ดงั แผนภาพตอํ ไปน้ีผ๎วู ิจารณ๑ ความไมสํ ภุ าพ ผ๎ูเขา๎ แขงํ ขัน ใช๎กลวธิ คี วามไมํสภุ าพเพื่อกดดนั ให๎เกิด การปรับปรุงพัฒนาฝมี ือตนเองให๎ดขี ึ้นผ๎วู ิจารณ๑ ความไมํสุภาพ ผเ๎ู ขา๎ แขํงขัน ใช๎กลวธิ ีความไมํสุภาพเพอื่ ความบนั เทงิ ผ๎ูชม - - สร๎างสสี ันให๎แกรํ ายการแผนภาพท่ี 4 แสดงความสัมพันธ์ระหว่างหน้าท่กี บั กลวธิ ีความไมส่ ุภาพในรายการเรียลลิต้โี ชว์ จากแผนภาพท่ี 4 จะเห็นวําผวู๎ ิจารณ๑กลาํ ววจิ ารณ๑ผ๎ูเข๎าแขํงขันโดยใช๎ความไมํสุภาพในกลวิธีทางภาษาโดยมีหน๎าท่ีที่สัมพันธ๑ระหวํางความไมํสุภาพกับกลวิธีการใช๎ภาษา 2 ประการด๎วยกันคือประการแรก ผูว๎ ิจารณ๑ใชค๎ วามไมสํ ภุ าพตํอผ๎ูเขา๎ แขงํ ขนั เพ่อื ใหค๎ วามไมํสภุ าพทเ่ี กดิ ขนึ้ นน้ั เปน็ แรงกดดนัที่สําคัญ ให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันเกิดการปรับปรุงพัฒนาตนเองให๎มีผลงานที่ดีขึ้น ประการท่ีสอง ขณะที่ผวู๎ ิจารณ๑กลําวแสดงความไมํสุภาพตํอผเู๎ ข๎าแขํงขันนั้น ขณะเดียวกนั ผว๎ู จิ ารณก๑ ค็ ํานึงถึงผู๎ฟังท่ีเป็นผ๎ูชมทั้งในห๎องบันทกึ รายการและผ๎ชู มที่ชมอยูํทางบ๎านด๎วย การใช๎กลวิธีความไมํสุภาพที่เกิดข้ึนจึงใช๎เพ่ือสร๎างความบนั เทิง เพ่มิ สสี ันใหแ๎ กํรายการเรยี ลลิตโ้ี ชว๑มากข้ึนด๎วย การกลาํ ววิจารณก๑ ต็ อ๎ งสร๎างความสนกุ สนานให๎แกํผ๎ชู มดว๎ ย จึงทําให๎ผ๎ูชมอยากฟังคําวิจารณ๑ต้ังแตํต๎นจนจบ มีทั้งเห็นดว๎ ยและไมเํ ห็นด๎วยกับการวิจารณ๑หรอื จากการวจิ ารณท๑ ร่ี ุนแรงตรงไปตรงมาทําให๎ผู๎ติดตามและการวิพากษ๑วิจารณ๑ผ๎ูวิจารณ๑ รายการก็สามารถสร๎างกระแสความนิยมให๎ผ๎ูชมติดตามมากขึ้นอกี ด๎วย
124ตวั อย่างที่ 197 ทะเล๎นได๎ใจ (ผู๎ชมสํงเสียงกรีด๊ ) แตํวนั นีร้ ๎องไมํคอํ ยชัดนะครับ คงเป็นเพราะไอ๎ลวดๆ ท่ีอยูํในปาก จุดเดํนของริทนะครับ อยํูตรงท่ีหน๎าที่รับแขกอยํูตลอดเวลา จําได๎มะ (ผช๎ู มหัวเราะ) อยากดรู ิทเวลาร๎องเพลงเศรา๎ นะครับ ดูวํา นํ้าหน๎าอยํางมันจะทําหน๎า ยังไง (ผู๎ชมหัวเราะ) ลองนึกสถาพนะครับ เกิดเค๎าไปเป็นหมอแล๎ว แล๎วหน๎าแบบนี้ เดนิ เขา๎ หาคนไข๎ แลว๎ บอกวํา “เสียใจดว๎ ยนะครับคณุ เป็นมะเร็ง” คุณอยูํได๎อกี หา๎ เดือน (ผ๎ูชมและผ๎เู ข๎าแขงํ ขนั หัวเราะ) (เพชร มาร,๑ เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหเ๑ ปดิ ตัว, เพลง เชื่อเถอะครบั ) จากตวั อยาํ งที่ 197 ผู๎วจิ ารณก๑ ลําวโดยใช๎มุกตลกลอ๎ เลํนกับผเ๎ู ข๎าแขงํ ขันทเ่ี ปน็ นกั ศึกษาแพทย๑โดยการจําลองเหตกุ ารณเ๑ ม่ือผ๎ูเข๎าแขํงขันคนนี้ต๎องกลําวกับคนไข๎ที่เป็นมะเร็ง การกลําวเชํนน้ีทําให๎ผ๎เู ข๎าแขํงขนั เห็นบุคลิกตนเองวาํ เป็นคนข้ีเลนํ ซ่งึ บางครง้ั ก็ต๎องใชใ๎ ห๎ถูกโอกาสและการทผ่ี ว๎ู ิจารณ๑กลําวย่ัวลอ๎ เชนํ นท้ี ําให๎สรา๎ งสสี ันให๎แกํหอ๎ งบันทึกรายการที่ผ๎ชู มหวั เราะตลกขบขนัตัวอยา่ งท่ี 198 วันนรี้ ิททําให๎พผี่ ดิ หวงั ผดิ หวงั ตรงไหนรู๎ไหม อยากดํามันเยอะๆ แตวํ ําพไ่ี มมํ แี พลน (plan) พ่ไี มรํ ู๎วํารทิ เกบ็ เอาคําพดู อาทิตย๑ท่ีแลว๎ ไปลองตหี น๎าเศรา๎ เอาเพลงให๎อยูํ พอรทิ ทําแลว๎ พี่กล็ ๎ุนๆ ปนแชงํ นะครบั พอแชงํ ตรงชํวงโซโลํ (solo) ดนตรี เออ มัน ยมิ้ หนํอยเถอะวะ วันนี้เร่ืองการควบคุมโน๎ต การควบคมุ โน๎ตรทิ ทําได๎คํอนขา๎ งดีเลย เออพดู คาํ กร๊ดี คํา (ผ๎ชู มสงํ เสียงกรี๊ด) ตาย ถ๎าใหเ๎ ป็นคะแนนให๎ 7 ถงึ 7.5 เพราะวาํ มันมีบางชวํ ง นี้ถือเปน็ พฒั นาการทีด่ ีของรทิ พ่คี อํ นข๎างแฮปป้ี (happy) เลยกบั ริท (เพชร มาร๑, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑ท่ี 5, เพลง เธอรหู๎ รอื เปลาํ ) จากตัวอยํางที่ 198 ผว๎ู จิ ารณก๑ ลาํ ววํา “แชงํ ” ผ๎ูเข๎าแขํงเพราะรู๎วาํ ผ๎เู ขา๎ แขงํ ขันคนน้ีร๎องเพลงไมํเกํง และคิดวําจะร๎องผิดพลาดแตํจากปริบทน้ีจะเห็นวําผ๎ูวิจารณ๑ต๎องผิดหวังเพราะผู๎เข๎าแขํงขันทาํ ได๎ดี การกลาํ วแชงํ ที่เหมอื นเปน็ การตาํ หนิน้จี งึ เป็นการใช๎มุกตลกทที่ าํ ใหผ๎ ๎ูชมสงํ เสยี งกรด๊ี ชอบใจ4.3 การปรากฏรว่ มของกลวิธคี วามไม่สภุ าพ3 ผว๎ู ิจยั พบวําลักษณะการปรากฏของกลวิธีความไมํสุภาพเป็นประเด็นหน่ึงท่ีควรจะกลําวถึงจากการวเิ คราะหข๑ ๎อมูล ผ๎ูวิจยั พบวําผ๎ูวจิ ารณ๑ในรายการเรียลลติ ีโ้ ชว๑มกี ารใช๎กลวิธีความไมํสุภาพแบบตํางๆ แบงํ ได๎เป็น 2 กลมํุ ดังน้ี 4.3.1 การปรากฏรวํ มของกลวิธคี วามไมํสุภาพแบบตํางๆ3 ผู๎วจิ ัยขอกราบขอบพระคณุ ผศ.ดร.ณฐั พร พานโพธิ์ทอง และ อ.ดร.ประไพพรรณ พง่ึ ฉมิ ท่ีให๎คําแนะนาํ อันมีคาํสํงผลตอํ การเพมิ่ เติมเน้ือหาในสํวนนี้
125 4.3.2 การปรากฏรํวมของกลวธิ คี วามไมสํ ุภาพกบั การลดนํ้าหนกั ความรุนแรง 4.3.1 การปรากฏร่วมของกลวิธคี วามไมส่ ุภาพแบบต่างๆ ผ๎วู จิ ยั สงั เกตวาํ การวจิ ารณ๑แตลํ ะครงั้ ผวู๎ ิจารณ๑จะใชก๎ ลวธิ ีความไมํสุภาพหลายๆ แบบสลับกันเพ่ื อ ทํ าให๎ ก าร วิ จ ารณ๑ มี สี สัน ความนํ าส นใจ แล ะอ ย ากให๎ ผ๎ู ชม ฟั ง คํ าวิ จ ารณ๑ ต้ัง แตํต๎น จ นจ บ แล ะขณะเดียวกันก็สร๎างแรงกดดันให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันได๎ประโยชน๑จากการฟังคําวิจารณ๑เพราะเป็นการนําคาํ ตชิ มและขอ๎ เสนอแนะตาํ งๆ ไปปรับปรุงแกไ๎ ขเพื่อพัฒนาตนเองตํอไปตัวอย่างท่ี 199 วันน้ีหลํอมาก ชมกํอน น๎องทีเป็นคนที่พาวเวอร๑ (power) ดี ร๎องแรงเยอะ แตํต๎อง ควบคุมเรื่องของเสียงเหมือนท่ีพ่ีต๊ิดแนะนํานะครับ อีกอยํางเป็นคนขยันตั้งใจดี คราวน้ีติและ คําแรกท่ีรอ๎ งเขา๎ ประโยคเปน็ เสียงสูงและเปน็ เสียงหลบด๎วย จริงๆ เรา ควรวอร๑ม (warm) เสยี งมาใหด๎ กี วาํ นี้นะครับ (ปง๋ั -ประกาศติ โบสวุ รรณ, AF6, สปั ดาหท๑ ี่ 6, เพลง พดู ตรงๆ) จากตัวอยาํ งท่ี 199 ผวู๎ ิจารณก๑ ลาํ วโดยใชก๎ ลวิธีความไมสํ ุภาพแบบอ๎อมในการกลําวแนะนําให๎ทาํ ตามคําแนะนาํ ของผ๎วู จิ ารณ๑ท่ีกลาํ วกอํ นหน๎าและใช๎กลวิธีความไมสํ ภุ าพแบบตรงวาํ “คราวน้ีตแิ ละ”ตามดว๎ ยคาํ วจิ ารณแ๑ บบตรงไปตรงมากลําวถึงข๎อเสียในเรื่องการออกเสยี งและกลาํ วให๎ผู๎เข๎าแขํงขันทําหรือแกไ๎ ขพฤตกิ รรมในเรื่อง “วอร๑ม (warm) เสียง” ท่ีต๎องทําให๎ดีกวํานี้กํอนจะร๎องเพลงในโอกาสตอํ ไปตวั อย่างที่ 200 เสยี งร๎องเบาไปนะครบั เสียงรอ๎ งมันจะไมคํ อํ ยได๎ยินเทาํ ไรนะครับ และก็อันนี้อาจเป็น ข๎อยากข๎อหน่ึงของการใช๎เอยี รม๑ อนเิ ตอร๑ (ear monitor) นะครบั (ฟอร๑ด-สบชยั ไกรยูรเสน ,AF6, สปั ดาหท๑ ่ี 1,เพลง ตกิ๊ ต็อก) จากตัวอยาํ งท่ี 200 ผวู๎ ิจารณใ๑ ช๎กลวิธีแบบตรงในสํวนท่ีขีดเส๎นเด่ียว กลําวถึงข๎อบกพรํองในเรือ่ งของการใช๎เสยี งวาํ “เสียงร๎องเบาไป” และใชก๎ ลวธิ ีแบบอ๎อมตัวอยํางท่ีขีดเส๎นคูํ กลําวโทษส่ิงอ่ืนวาํ “อาจเป็นข๎อยากข๎อหน่ึงของการใช๎เอียร๑มอนิเตอร๑” เป็นการย้ําให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันตรวจสอบความผิดพลาดท่ีอาจเกิดข้ึนได๎จากอปุ กรณ๑หรือจากความผิดพลาดของตนเองที่ตอ๎ งระวังกอํ นทาํ การแสดงตัวอย่างที่ 201 ทะเลน๎ ได๎ใจ (ผูช๎ มสํงเสยี งกรี๊ด) แตํวันนีร้ ๎องไมํคํอยชดั นะครบั คงเป็นเพราะไอ๎ลวดๆ ท่ีอยํูในปาก จุดเดํนของริทนะครับ อยูํตรงที่หน๎าท่ีรับแขกอยูํตลอดเวลา จําได๎มะ (ผ๎ชู มหวั เราะ) อยากดูริทเวลาร๎องเพลงเศรา๎ นะครบั ดวู าํ น้ําหนา๎ อยาํ งมันจะทําหนา๎ ยังไง (ผู๎ชมหัวเราะ) ลองนึกสถาพนะครับ เกิดเค๎าไปเป็นหมอแล๎ว แล๎วหน๎าแบบนี้ เดินเข๎าหาคนไข๎ แล๎วบอกวํา “เสียใจด๎วยนะครับคุณเป็นมะเร็ง” คุณอยํูได๎อีก ห๎าเดือน (ผ๎ชู มและผเู๎ ขา๎ แขํงขนั หัวเราะ) (เพชร มาร,๑ เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหเ๑ ปิดตัว, เพลง เชอ่ื เถอะครบั )
126 จากตัวอยํางที่ 201 ผู๎วิจารณ๑ใช๎กลวิธีความไมํสุภาพแบบตรงในสํวนที่ขีดบางโดยกลําววํา“รอ๎ งไมํคํอยชดั ” และกลําวไมสํ ุภาพแบบย่ัวล๎อในสํวนท่ีขดี เส๎นหนาวาํ “ทะเลน๎ ได๎ใจ” และ “นํ้าหน๎าอยํางมนั จะทาํ หนา๎ ยงั ไง” โดยใชน๎ าํ้ เสียงทีเลํนทีจริงทําให๎ความไมํสุภาพที่เกิดขึ้นเป็นแบบย่ัวล๎อและทาํ ให๎การวจิ ารณ๑มีสีสันผ๎ฟู งั ท้ังผู๎เข๎าแขํงขันและผ๎ูชมในห๎องบันทึกรายการหัวเราะ สร๎างบรรยากาศให๎มคี วามสนกุ สนานในการฟังคําวจิ ารณ๑มากย่ิงข้นึตัวอย่างท่ี 202 สํวนของน๎องเบียร๑เนี่ย แว็บแรกท่ีพี่เห็นชุดเราเนี่ยต้ังแตํสเก็ตแล๎ว พี่บอกแล๎ววํา คนตัวเตี้ยไมํควรใสํแบบอะไรท่ีมันโหลดข๎างบนทําให๎เค๎าดูหนักนะฮะ แล๎วยิ่ง การตดั ตํอลาย เส๎นเคริฟที่เป็นหัวใจหรอื แขนระบายอะไรแบบเน้ีย มันดูเป็นแฟนตา ซีไปนิดนึง พี่นึกถึงดิสน่ีแลนด๑ผสมเพาว๑เวอร๑เลนเจอร๑นะฮะ นึกถึงสโนว๑ไวท๑แล๎ว แปลงกายเป็นมนษุ ยไ๑ ฟฟ้าอยาํ งนน่ั อะํ คอื มนั สบั สนอํะแล๎วสีท่ีให๎ก็ยังไมํลงตัว ไมํทํา ใหผ๎ วิ เค๎าดสู วยขน้ึ เลย (หม-ู พลพัฒน๑ อัศวะประภา,เดอะดไี ซนเ๑ นอร,๑ สัปดาหท๑ ี่ 3) จากตัวอยํางท่ี 202 ผู๎วิจารณ๑ใช๎กลวิธีความไมํสุภาพแบบตรงสํวนท่ีขีดเส๎นเดี่ยววํา “พ่ีบอกแล๎ววํา คนตวั เตย้ี ไมํควรใสแํ บบอะไรที่มนั โหลดขา๎ งบนทาํ ให๎เค๎าดูหนกั นะฮะ” เพอื่ บอกหรอื ห๎ามไมํให๎ผู๎เข๎าแขงํ ขันทํา วํา “ดูเป็นแฟนตาซี” จากน้ันได๎ใช๎กลวิธีแบบอ๎อมในสํวนที่ขีดเส๎นคํูวํา “นึกถึงดิสน่ีแลนดผ๑ สมเพาวเ๑ วอรเ๑ ลนเจอร๑” และ “สโนว๑ไวทแ๑ ลว๎ แปลงกายเปน็ มนษุ ยไ๑ ฟฟ้า” ในการเปรียบเทียบชุดของผู๎เข๎าแขํงขันให๎เห็นภาพในทางลบเพื่อให๎ผู๎เข๎าแขํงขันเห็นข๎อเสียของผลงานตนเองได๎อยํางชัดเจน เหน็ ภาพและนําไปปรบั ปรุงแกไ๎ ขไดถ๎ ูกต๎อง ขณะเดียวกันผ๎ูฟงั ที่เปน็ ผู๎ชมในหอ๎ งบันทึกรายการกเ็ ห็นภาพตามเข๎าใจส่ิงทีผ่ ว๎ู ิจารณ๑กลาํ วได๎มากข้ึน และจาก “คือมันสับสนอํะแล๎วสีท่ีให๎ก็ยังไมํลงตัวไมํทําให๎ผิวเค๎าดูสวยข้ึนเลย” ผู๎วิจารณ๑ใช๎ความไมํสุภาพแบบตรงเพื่อกลําวถึงข๎อบกพรํองของผู๎เข๎าแขํงขนั ท่อี อกแบบเสอื้ ผา๎ ทที่ ําใหส๎ ไี มลํ งตัวและไมทํ าํ ให๎ผ๎เู ขา๎ แขงํ ขนั สวยขึ้น 4.3.2 การปรากฏรว่ มของกลวธิ คี วามไม่สภุ าพกับการลดนา้ หนกั ความรุนแรง การวิเคราะห๑กลวิธีความไมํสุภาพในการวิจารณ๑ในรายการเรียลลิตี้โชว๑ทั้งสามรายการน้ันผู๎วิจัยพบวาํ ลักษณะการปรากฏของกลวิธีความไมํสุภาพเป็นประเด็นหนึ่งท่ีควรจะกลําวถึง กลําวคือในการวิจารณ๑นั้นมีการใช๎กลวธิ ีความไมํสุภาพรวํ มกับการใช๎ถ๎อยคําลดน้ําหนักความรุนแรง ผู๎วิจารณ๑ไมไํ ด๎ใช๎กลวิธคี วามไมํสุภาพเพียงอยํางเดียวตลอดการวิจารณ๑ หากแตํเป็นการใช๎สลับหรือแทรกปนระหวํางการใช๎ถ๎อยคําลดนํ้าหนักความรุนแรงด๎วย ท้ังนี้อาจเป็นเพราะวําหากผ๎ูวิจารณ๑ใช๎แตํกลวิธีความไมํสภุ าพเพยี งอยํางเดียวตลอดการวิจารณ๑ก็อาจจะทําให๎การวิจารณ๑มีความรุนแรงเกินไปและอาจจะขดั แย๎งบรรทัดฐานการปฏสิ ัมพนั ธใ๑ นสงั คมไทยมากเกนิ กวําท่ีสงั คมไทยจะยอมรับได๎ การวจิ ารณ๑ในรายการเรียลลิตี้โชว๑ท่ีปรากฏการใช๎ภาษาแสดงความไมํสุภาพและคําที่แสดงการลดนํ้าหนักความรนุ แรงดว๎ ยกนั น้ันเพ่ือไมใํ ห๎รายการมสี สี ันเพราะรายการเรียลลิตี้เป็น “การโชว๑”หรือ “การแสดง” ด๎วยเหตุน้ีจึงมีการใช๎กลวิธีความไมํสุภาพแทรกในการวิจารณ๑เพื่อชํวยดึงดูด
127ความสนใจจากผชู๎ ม ขณะเดียวกนั การใชภ๎ าษาที่รุนแรงเพือ่ สรา๎ งความไมสํ ภุ าพนนั้ อาจมสี ํวนชวํ ยสร๎างความบันเทิงอีกรูปแบบหน่ึง ทําให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันตกอยูํในฐานะ “ผ๎ูถูกกระทํา” สร๎างความนําสงสารนําเหน็ ใจ ซง่ึ เป็นสํวนสาํ คญั สาํ หรับการสรา๎ งแรงจูงใจให๎ผ๎ูชมรวํ มสงํ คะแนน “โหวต” ให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันท่ีตนชน่ื ชอบอยตํู อํ ไป ทําใหร๎ ายการมีรายไดอ๎ กี ทางหน่งึ ด๎วย ตํอไปน้เี ป็นตัวอยํางแสดงให๎เห็นการปรากฏรํวมของกลวิธีความไมํสุภาพกับการลดน้ําหนักความรุนแรงในรายการเรียลลติ ้โี ชวท๑ ้ังสามรายการตัวอย่างที่ 203 สวัสดีครับน๎องนิก สัปดาห๑ท่ีแล๎วทําได๎ไมํดีเทําท่ีควร แตํสัปดาห๑น้ี แตํสัปดาห๑เน้ีย ผมวําเย่ียมมากนะครับ คือผมน่ังมองภาพรวมๆ นะฮะ ฟังแล๎วก็เคลิบเคลิ้มไปกับ เสียงเพลง ผมมีอะไรจะกลําวนะฮะ แนะนําเพ่ิมเติมอยูํอยํางก็คือ ที่เราใช๎ไมค๑ โครโฟน ทํอนทเ่ี ราใชเ๎ สียงตํ่านะฮะ มนั จะรอ๎ งเบาเราตอ๎ งเอาไมค๑ เข๎าใกลน๎ ดิ หน่งึ ถึง ทอํ นที่ร๎องสูงเน้ีย เอาไมค๑ออกหํางนิดหน่ึง แตํวําวิธีการทําแบบน้ีต๎องลองซ๎อมกับ ของจริง ซ๎อมด๎วยไมค๑ท่ีจะร๎องจริงๆ และก็คนที่นั่งข๎างลํางบอกวําเอาไมค๑เข๎าใกล๎ แคนํ ดี้ ีแล๎ว เอาไมค๑ออกหํางแคํน้ีดีแล๎ว ท่ีร๎องเบาและร๎องดัง ซึ่งอันนี้ก็คงจะเอาไป ปรบั ปรงุ ในโอกาสขา๎ งหนา๎ ครับ (ต๊ดิ -โสฬส ปณุ กะบุตร, AF6, สัปดาหท๑ ่ี 2, เพลง If I Ain't Got You) จากตัวอยํางที่ 203 ผู๎วิจารณ๑กลําวถึงข๎อผิดพลาดในการแสดงและใช๎ถ๎อยคําลดน้ําหนักความรุนแรงจาก คําวํา “เทําท่ีควร” เป็นการลดปริมาณความผิดวําอยํางน๎อยก็ทําได๎ดีในสํวนหน่ึงแม๎วําจะไมํใชํทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบการใช๎การแนะนําเพื่อบอกวิธีการใช๎ไมโครโฟนแทนวิธีการสั่ง ให๎ทําตัวอยา่ งท่ี 204 ฟงั เหมือนคํอนขา๎ งจะอํอนๆ เหย่ี วๆ ไปหนํอยเปน็ เพลงเร็วด๎วย กฤษคอํ นข๎างว่ิงเยอะ และทําทางเยอะ กฤษก็เลยร๎องเพ้ียนคํอนข๎างเยอะและจังหวะก็เลย ไมํคํอยตรง ซ่ึงจรงิ ๆ แล๎วยงั ไงก็แลว๎ แตํ เราก็เป็นนักร๎องเพราะฉะนั้นไงเสียงร๎องต๎องมากํอนนะ ครับ ฝึกร๎องใหม๎ นั ตรงกอํ น ทกุ อยํางให๎มนั เปะ๊ ๆ ให๎มนั เน๎นกอํ น แล๎วคํอยหันมาสํนใจ เรือ่ งทาํ เต๎นหรือการวางตวั อยาํ งไรอกี ที (เอก-อภสิ ิทธ๑ พงษช๑ ยั สริ ิกลุ ด, AF6, สปั ดาห๑ท่ี 1, เพลง YMAC) จากตัวอยํางที่ 204 ผูว๎ ิจารณ๑ใชค๎ ําวาํ “ออํ นๆ เหี่ยวๆ” เพือ่ ช้ีใหผ๎ ๎ูเขา๎ แขํงขันเห็นข๎อบกพรํองของการแสดงท่ีไมํมีชีวิตชีวาเหมือนกับผู๎แสดงไมํมีพลัง ผู๎วิจารณ๑ได๎ช้ีให๎ผู๎เข๎าแขํงขันสนใจในการร๎องเพลงให๎มากขึ้น ซ่ึงเป็นเร่ืองสําคัญของการเป็นนักร๎องมากกวําสนใจเรื่องเต๎น ผู๎วิจารณ๑ใช๎ถอ๎ ยคาํ ลดน้าํ หนกั คําวํา “ไปหนํอย” และ คําวํา “คํอนข๎าง” เพ่ือลดปริมาณความผิดวําผ๎ูเข๎าแขํงขันอาจมีขอ๎ เสยี งเพียงเลก็ น๎อย และ คําวาํ “ไมํคํอย” เพื่อบอกความแนํใจเพ่ือให๎เห็นวําความผิดพลาดที่ลดนอ๎ ยลง แตอํ ยํางไรก็ตามผู๎เขา๎ แขํงขนั กร็ ู๎วาํ ตนมีข๎อผดิ พลาดทต่ี อ๎ งนาํ ไปปรับปรงุ ตนเองให๎ดขี ้ึน
128 การปรากฏรํวมกันของกลวิธีความไมํสุภาพกับถ๎อยคําลดนํ้าหนักความรุนแรงท่ีปรากฏในรายการเรียลลิต้โี ชวน๑ ้ี เพอ่ื ไมํให๎รายการมีการวิจารณท๑ ร่ี นุ แรงเกินไปและผ๎ูวจิ ารณก๑ อ็ ยํูในสังคมไทยท่ีมีกรอบการปฏสิ มั พนั ธ๑กาํ กบั ไว๎ แตํอยาํ งไรกต็ ามผวู๎ จิ ัยก็ยังพบในสํวนนอ๎ ยเมอ่ื เทียบกับการวิจารณ๑แบบตรงไปตรงมาซ่ึงแสดงให๎เห็นวํา รายการเรียลลิตี้โชว๑เน๎นความชัดเจนในการส่ือสารที่ต๎องการกลําวข๎อเสีย ข๎อบกพรํองของผ๎ูเข๎าแขํงขันโดยผู๎วิจารณ๑เลือกที่จะใช๎ความไมํสุภาพแบบตรงซึ่งทําให๎ผ๎เู ข๎าแขํงขันรบั รู๎ไดง๎ าํ ยและชํวยสรา๎ งสีสนั จดุ เดนํ ใหแ๎ กรํ ายการประเภทน้ีไดเ๎ ป็นอยาํ งดี
บทท่ี 5 สรุปและอภปิ รายผล5.1 สรปุ ผลการวจิ ยั งานวิจัยนี้มีวัตถุป ระสงค๑เ พ่ือศึกษาองค๑ประกอบการ ส่ือสารของการ วิจารณ๑ในรายการเรียลลติ โ้ี ชว๑ ตามแนวชาติพนั ธุ๑วรรณนาแหํงการสอ่ื สารและศกึ ษากลวธิ คี วามไมํสุภาพท่ีผ๎ูวิจารณ๑ใช๎ในรายการเรยี ลลติ ี้โชวภ๑ าษาไทย โดยเก็บขอ๎ มลู จากการใชภ๎ าษาจรงิ จากรายการเรียลลิตโ้ี ชว๑ 3 รายการคือ รายการทรูอะคาเดมีแฟนเทเชียร๑ ปีท่ี 6 รายการเดอะสตาร๑ค๎นฟ้าคว๎าดาว ปีที่ 6 และรายการเดอะดีไซน๑เนอร๑ ปีท่ี 1 โดยถํายถอดเป็นถ๎อยคําวิจารณ๑ จํานวนทั้งส้ิน 498 คร้ัง ซ่ึงผ๎ูวิจัยได๎ตอบคําถามในการวจิ ยั ในเบื้องต๎นผู๎วิจัยได๎ศึกษาปริบทการวิจารณ๑ในรายการเรียลลิต้ีโชว๑แล๎วในบทที่ 3วํามีองค๑ประกอบการส่ือสารของการวิจารณ๑อยํางไรบ๎าง จากน้ันได๎ศึกษากลวิธีความไมํสุภาพในบทที่ 4 กลวิธีความไมํสุภาพท่ีปรากฏในรายการเรียลลิตี้โชว๑วํามีกลวิธีอยํางไรบ๎างซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานทีต่ ง้ั ไว๎ ดงั น้ี 5.1.1 การวิเคราะห์ปริบทของการวิจารณ์ในรายการเรียลลิตี้โชว์ตามแนวชาติพันธ์ุวรรณนาแหง่ การส่อื สาร จากการศึกษาปรบิ ทของการวิจารณ๑โดยพิจารณาจากองค๑ประกอบการสื่อสารโดยใช๎กรอบSPEAKING ตามแนวชาติพันธว๑ุ รรณาแหงํ การส่อื สาร ทาํ ให๎ได๎ข๎อสรปุ วาํ องค๑ประกอบการสอ่ื สารมีผลตํอการใชภ๎ าษาแสดงความไมํสภุ าพของผูว๎ จิ ารณ๑รายการเรียลลิต้โี ชว๑ ทั้ง 3 รายการ ดงั นี้ ฉากมคี วามสัมพันธ๑ด๎วยกนั 2 สวํ น คอื 1) ฉากในหอ๎ งบนั ทกึ รายการและ 2) ฉากในการรบั ชมรายการถาํ ยทอดสดทางโทรทศั น๑ 1) ฉากในห๎องบันทึกรายการสัมพันธ๑ในเรื่องการจัดบรรยากาศตามแนวคิดรูปแบบของรายการ คือ รายการทรอู ะคาเดมแี ฟนเทเชยี ร๑ (True Academy Fantasia) ปที ี่ 6 รายการเดอะสตาร๑คน๎ ฟา้ ควา๎ ดาว (The Star) ปที ่ี 6 มีฉากทเี่ น๎นแสงสีและเสียงอยํางมาก รวมทั้งหมอกและควันเพราะเป็นรายการประกวดร๎องเพลงท่ีต๎องสร๎างบรรยากาศให๎คึกคัก สร๎างอารมณ๑ให๎เหมาะกับเพลงที่ผ๎ูเข๎าแขํงขันร๎อง สํวนรายการเดอะดีไซน๑เนอร๑ ปีท่ี 1 (The Designer) จะเน๎นฉากสีขาวเรียบงํายเพ่ือให๎ผลงาน การออกแบบของผู๎เข๎าแขํงขันโดดเดํนที่สุดบนเวที นอกจากนี้การแบํงพื้นที่น่ังของผ๎วู จิ ารณ๑ ผเ๎ู ข๎าแขํงขัน ผู๎ชมและผู๎ท่ีอยูํในห๎องบันทึกรายการทําให๎เห็นบทบาทในการส่ือสารชัดเจนวําใครทาํ หนา๎ ทอ่ี ะไรในรายการ
130 2) ฉากในสํวนของผู๎ชมทางบ๎านที่รับชมรายการผํานการถํายทอดสดทางโทรทัศน๑ทําให๎รายการถาํ ยทอดไปยงั ทุกครวั เรอื น ผู๎ชมสามารถรบั ชมรายการไดง๎ ํายและครอบคลมุ กว๎างไกลมีผลตํอการคํานึงถึงผู๎ชมในสังคมไทยโดยรวมจึงอาจสํงผลตํอบรรทัดฐานการปฏิสัมพันธ๑และการตีความที่ผ๎วู ิจารณไ๑ มํได๎กลําวโดยใช๎กลวิธคี วามไมสํ ุภาพเพียงอยํางเดียวแตยํ ังคงรักษาความสัมพันธ๑ระหวํางกันทีไ่ มเํ พยี งกลาํ วเฉพาะแตเํ รอ่ื งไมดํ หี รอื ขอ๎ บกพรอํ งแตํกลาํ วถงึ สวํ นทีด่ แี ละกลาํ วชมบ๎าง ดังจะเห็นจากกลวิธีการวิจารณท๑ ผี่ ู๎วิจารณเ๑ ลอื กใช๎กลวิธคี วามไมํสุภาพทปี่ รากฏรํวมกับการลดนํ้าหนักความรนุ แรง ผ๎รู วํ มเหตุการณ๑ ไดแ๎ กํ พิธีกรและผว๎ู จิ ารณ๑แตลํ ะรายการจะเลือกบุคคลทีม่ ีช่อื เสยี ง เป็นทีร่ จ๎ู ักของผ๎ชู ม ผ๎เู ข๎าแขงํ ขนั เปน็ ผ๎ทู ี่ประชาชนเลอื กซึ่งเปน็ ขวญั ใจของผู๎ชมที่จะคอยติดตามผลงานหลังจากทีช่ นะการประกวดและจะเขา๎ มาทํางานในวงการที่ตนใฝ่ฝนั ตํอไป ผูช๎ มซงึ่ เป็นกลุํมเป้าหมายหลักของรายการ โดยรายการเรียลลิตี้โชว๑นั้นมีกลวิธีที่ทําให๎ผ๎ูชมรู๎สึกเป็นสํวนหน่ึงของรายการจากการมีปฏิสัมพนั ธ๑ระหวํางรายการคือ การให๎ผ๎ชู มมสี วํ นรวํ มใน “การโหวต” ผู๎ชมท่ัวประเทศซึ่งจะมีอํานาจเลือกผ๎ูเข๎าแขํงขันที่ตนช่ืนชอบให๎อยํูตํอในรายการโดยสํงคะแนนโหวตผํานทางเอสเอ็มเอส ( sms)ซง่ึ เป็นสํวนสําคญั ของการสนับสนุนรายการทําให๎สามารถจัดตํอเนื่องและมีผู๎ชมติดตามชมตลอดไปผช๎ู มจงึ มีความสาํ คญั กับรายการอยํางย่งิ ทเ่ี อ้ือตอํ การสรา๎ งรูปแบบรายการ ในสวํ นของผช๎ู มมีท้ังผ๎ชู มในห๎องบันทึกรายการท่จี ะคอยสํงเสยี งใหก๎ าํ ลงั ใจทําใหบ๎ รรยากาศในหอ๎ งบันทึกรายการสดใส คึกคักและสนกุ สนานมากขึ้น และผ๎ชู มบางบา๎ นท่ีรับชมผํานทางเครื่องรับโทรทัศน๑ที่จะเป็นกลํุมเป้าหมายหลักและมีความสําคญั ตํอรายการที่จะคอยสนบั สนุนให๎รายการอยตํู ํอไปได๎ จุดมุํงหมายของท้ังสามรายการคือ เป็นการจัดประกวดและหาผ๎ูชนะ ในการแขํงขันซง่ึ นอกจากการประกวดแลว๎ แตํละรายการยงั ต๎องสร๎างรูปแบบรายการทเ่ี หมาะกบั ผูช๎ มทุกเพศทุกวัยท่ีต๎องการชมเพื่อความบันเทิงและผํอนคลายความเครียดด๎วย เพราะจะสํงผลให๎รายการมีรายได๎จากการขายโฆษณาซึ่งเป็นธุรกจิ สาํ คัญ ลาํ ดับวัจนกรรมทีใ่ ช๎ในการสื่อสารไมํวําจะกลําวเปิดกลําววิจารณ๑ตลอดจนกลําวปิดวิจารณ๑ผ๎ูวิจ ารณ๑ก็ต๎องคํานึงถึงผู๎ฟังท่ีเป็นทั้งผู๎เข๎าแขํงขันและผ๎ูชมทางบ๎า นท่ีจ ะต๎องส ร๎างความบันเทิงขณะเดยี วกนั กไ็ ดเ๎ นอื้ หาสาระท่มี ีประโยชนใ๑ หผ๎ เ๎ู ขา๎ แขํงขนั นําไปปรับปรงุ ตนเองตํอไปดว๎ ย นํ้าเสียงในการวิจารณ๑ ผ๎ูวิจารณ๑จะเลือกใช๎น้ําเสียงจริงจังเพ่ือให๎ข๎อติติงให๎ความร๎ูและใชน๎ ้ําเสยี งทเี ลนํ ทจี ริงเม่ือต๎องการสร๎างบรรยากาศในห๎องบันทึกรายการให๎ผํอนคลายไมํให๎รายการเครํงเครยี ดจนเกินไป เคร่ืองมือและภาษาที่ใช๎ในการวิจารณ๑ที่สําคัญคือ กลวิธีความไมํสุภาพซึ่งเป็นสวํ นสําคัญท่ที ําใหร๎ ายการเรียลลิตี้โชวต๑ ํางจากการประกวดร๎องเพลงโดยทั่วไปและทําให๎การวิจารณ๑ไดร๎ บั ความสนใจจากผูช๎ ม บรรทัดฐานของการปฏิสัมพันธ๑และการตีความ ถอื วําเป็นองคป๑ ระกอบท่ีสําคัญและสํงผลตํอการใช๎ความไมํสุภาพในรายการมากท่ีสุด เพราะรายการเรียลลิตี้โชว๑ทั้งสามรายการต๎องการสร๎างรายการที่มีผู๎ชมให๎ความสนใจและประเภทของปริจเฉทการส่ือสารท่ีการแสดงความคิดเห็นดังน้ัน “กลวิธีความไมํสุภาพ” ซึ่งตํางไปจากการปฏิสัมพันธ๑โดยท่ัวไปในสังคมไทยที่มีความเกรงใจ“นํ้าขุํนไว๎ในนํ้าใสไว๎นอก” แม๎จะรู๎สึกไมํพอใจก็ไมํพูดออกไปตรงๆ กลวิธีความไมํสุภาพทางรายการเลอื กใชน๎ ้นั จึงใช๎เพือ่ บอกขอ๎ บกพรอํ งตํางๆ อยํางตรงไปตรงมา ให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันเข๎าใจงํายและเป็นไปตามรูปแบบรายการท่ีซ้อื ลขิ สทิ ธม์ิ าจากตาํ งประเทศ “กลวิธีความไมํสุภาพ” ท่ีเกิดขึ้นจึงอยูํในปริบท
131การสอ่ื สารท่เี ฉพาะและมีหลายองคป๑ ระกอบทเี่ ป็นปัจจยั สําคญั เอ้อื ตอํ การใช๎กลวิธคี วามไมํสุภาพดังท่ีกลําวมาแล๎วข๎างต๎น กลวิธีนี้จึงทําให๎คําวิจารณ๑กลายเป็น “พลังขับดัน” อยํางหนึ่งที่สําคัญซึ่งผ๎ูเข๎าแขํงขนั ตอ๎ งเอาชนะและเปล่ียนเปน็ คาํ ชมให๎ได๎จนเกิดการพฒั นาแก๎ไขพฤตกิ รรมและสร๎างผลงานขณะเดียวกนั กส็ ร๎างความบันเทิงใหก๎ บั รายการได๎ดีอีกด๎วย จากผลการวิจัยในบทที่ 3 พบวาํ องคป๑ ระกอบการสอ่ื สารทเี่ ดนํ ชัดทส่ี ุด คือ จุดมุํงหมายและบรรทัดฐานการปฏสิ ัมพันธ๑และการตคี วามทเ่ี อ้อื ให๎มีการใช๎กลวธิ คี วามไมสํ ภุ าพในรายการเรียลลิตี้โชว๑ภาษาไทย จากการศึกษากลวิธีความไมํสุภาพในรายการเรียลลิต้ีโชว๑ภาษาไทยพบวํา กลวิธีความไมํสุภาพที่ผู๎วิจารณ๑ใช๎ในรายการเรียลลิต้ีโชว๑ภาษาไทย ผ๎ูวิจัยกลําวได๎ 4 สํวน คือ 1) กลวิธีความไมํสุภาพท่ีปรากฏในรายการเรียลลิตี้โชว๑ 2) หน๎าท่ีของกลวิธีความไมํสุภาพในรายการเรียลลิต้ีโชว๑ 3) ความสัมพันธ๑ระหวํางการใช๎กลวิธีความไมํสุภาพกับองค๑ประกอบการส่ือสารของรายการเรียลลิตี้โชว๑ และ 4) การปรากฏรวํ มของกลวธิ ีความไมํสภุ าพ 5.1.2 กลวธิ ีความไมส่ ภุ าพในรายการเรยี ลลติ โี้ ชว์ภาษาไทย ผลการศึกษาพบวํา กลวิธีความไมํสุภาพในรายการเรียลลิตี้โชว๑มีหลายกลวิธีซ่ึงจัดได๎ เป็น4 กลมํุ ดังน้ี 1. กลวิธีความไมํสุภาพแบบตรง คือ กลวิธีท่ีผ๎ูพูดกลําวถ๎อยคําที่ทําให๎ผ๎ูฟังเสียหน๎าอยํางชัดเจนตรงไปตรงมา ผ๎ฟู งั รับรไู๎ ด๎ทันทวี ําตนเองมีข๎อเสยี หรือข๎อผิดพลาดท่ีผูพ๎ ูดไมํพอใจ 2. กลวิธีความไมํสภุ าพแบบอ๎อม คือ กลวิธีท่ีผู๎ฟังสามารถร๎ูได๎จากการตีความกํอนถึงจะเห็นความไมสํ ุภาพทผี่ ๎พู ดู กลําวถงึ ความผิดท่ีเกยี่ วขอ๎ งกับผูฟ๎ ังและอาจทาํ ใหผ๎ ๎ูฟงั เสียหน๎าได๎ 3. กลวิธีความไมํสุภาพแบบยั่วล๎อ คือ กลวิธีที่ใช๎ความไมํสุภาพแบบตรงและแบบอ๎อมด๎วยน้ําเสยี งทเี ลนํ ทจี ริงวาํ ผู๎พดู ไมํไดม๎ เี จตนาหมายถงึ ความหมายน้ันจรงิ ๆ 4. กลวธิ เี สริมความไมํสุภาพ คือ กลวิธีแสดงความไมํสุภาพท่ีผ๎ูพูดต๎องใช๎รํวมกับกลวิธีแสดงความไมสํ ภุ าพอื่นๆ โดยแตลํ ะกลวธิ ปี ระกอบด๎วยกลวธิ ยี อํ ยๆ หลายกลวธิ ี ดังนี้ 1) กลวิธคี วามไมสํ ภุ าพแบบตรง พบ 4 กลวธิ ี 1.1) การตําหนิผ๎ูฟัง เป็นการใช๎ถ๎อยคําท่ีมีความหมายในทางลบ การใช๎ถ๎อยคําหยาบคายหรอื ถ๎อยคาํ ที่มีความหมายรนุ แรง การใช๎ถอ๎ ยคาํ สบประมาท กลําวถึงการกระทําพฤติกรรมผลงานที่ไมํดี ไมํถูกต๎อง ไมํเหมาะสม ใช๎เพื่อการตําหนิวํากลําวหรือบอกถึงความไมํพอใจผลงานการกระทําน้นั ๆ 1.1.1) การตําหนิผู๎ฟังอยํางตรงไปตรงมา เป็นการตําหนิผ๎ูฟังอยํางตรงไปตรงมาประกอบดว๎ ยการใช๎คําหยาบ คําท่ีมีความหมายในทางลบและการใช๎ถ๎อยคําสบประมาทผู๎ฟังด๎วย 1.1.2) การตําหนิผ๎ูฟังโดยการใช๎ความไมํสุภาพกับการลดนํ้าหนักความรนุ แรง เปน็ การตาํ หนิผ๎ูฟังโดยการใช๎ความไมํสุภาพกับการลดน้ําหนักความรุนแรง หมายถึง การท่ีผู๎
132วิจารณ๑ตาํ หนผิ ๎ูเขา๎ แขงํ ขันทกี่ ระทาํ พฤติกรรมบางอยาํ งไมํเหมาะสมและเป็นข๎อเสียท่ีต๎องแก๎ไขโดยใช๎ถอ๎ ยคําตาํ หนทิ แ่ี สดงการลดนา้ํ หนักความรุนแรง 1.2) การส่ังใหผ๎ ู๎ฟงั กระทาํ หรอื หยดุ การกระทาํ บางอยาํ ง เป็นการท่ีผพู๎ ดู กลาํ วถ๎อยคําที่มีความหมายแสดงอํานาจเหนอื ผู๎ฟัง เพ่ือใหผ๎ ๎ฟู ังกระทาํ สง่ิ ที่ดีและหยุดหรือแก๎ไขการกระทําบางส่ิงบางอยาํ งทผ่ี ู๎พดู เหน็ วําไมดํ ี ไมถํ กู ตอ๎ ง ไมเํ หมาะสม เพื่อใหผ๎ ๎ูฟงั รูต๎ ัวและนําไปสูกํ ารเปล่ยี นแปลง แก๎ไขการกระทาํ ไมํดีเหลาํ นนั้ การกลาํ วเชํนนี้อาจทําให๎ผฟ๎ู งั เสยี หน๎าไดเ๎ พราะอาจไมํจาํ เปน็ ต๎องเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมตนเองหรืออาจไมํไดย๎ อมรับวาํ สิง่ ทีก่ ระทําน้ันเปน็ ส่ิงทไ่ี มดํ กี ็ได๎ 1.3) การยํ้าความผิด เป็นการกลําวถึงความผิดพลาดของผู๎วิจารณ๑ซํ้าๆ เพื่อยํ้าความผิดทเี่ กิดขน้ึ เป็นเรื่องรุนแรงและไมํควรเกิดขึ้น ทําให๎เห็นข๎อเสียตํางๆ ที่ชัดเจนข้ึน นอกจากนี้การย้ําความผิดยังหมายถึง การกลําวข๎อบกพรํองท่ีเคยเกิดขึ้นในอดีต แตํผ๎ูฟังยังไมํได๎แก๎ไขให๎ดีขึ้นขอ๎ ผิดพลาด ข๎อเสียตํางๆ ยงั ไมถํ กู แก๎ไข และยังกระทําผิดแบบเดิมซ้ําอีก เป็นการช้ีให๎เห็นพฤติกรรมทไี่ มํดี ความผดิ พลาดซ้ําๆ ย้าํ เตือนใจให๎ผ๎ฟู ังยิ่งร๎ูสกึ ผิด ซ่งึ ทําใหผ๎ ู๎ฟังร๎ูสกึ เสียหนา๎ ได๎ 1.4) การนาํ ผูฟ๎ ังไปเปรียบเทียบกับผ๎ูอื่น เป็นการที่ผู๎วิจารณ๑กลําวถึงความสามารถหรอื ผลงานของผ๎ูถูกวจิ ารณม๑ าเปรยี บเทยี บกับผอ๎ู ่นื ทท่ี ําไดด๎ กี วํา เพ่ือผ๎ูฟังร๎ูวําตนเองมีข๎อเสีย ข๎อไมํดีหรอื ข๎อบกพรอํ งอยูํ 2) กลวธิ คี วามไมํสภุ าพแบบออ๎ ม พบ 5 กลวิธี 2.1) การแนะความให๎ผู๎ฟังร๎ูวําตนเองมีข๎อผิดพลาด เป็นการแนะความให๎ผ๎ูฟังรู๎วําตนเองมีข๎อผดิ พลาด หมายถงึ การกลาํ วแนะให๎ผูฟ๎ งั รูว๎ ําตนเองมีข๎อผดิ พลาดเกดิ ขน้ึ หรือแนะใหเ๎ ห็นสิ่งท่ีควรทํา ที่ผ๎ูวิจารณ๑เห็นวําผู๎เข๎าแขํงขันมีพฤติกรรมที่ไมํเหมาะสม มีข๎อผิดพลาดในผลงานหรือการกระทาํ การใช๎กลวิธีนี้จะทาํ ให๎ผ๎ฟู งั ร๎ูตัววาํ ตนเองยงั มขี ๎อบกพรํองท่ีต๎องแก๎ไขอยํางไรบ๎างและอาจชวํ ยช้ีแนะแนวทางใหผ๎ ๎ฟู งั ปฏิบตั ิตามเพ่ือนาํ มาแก๎ไข ปรบั ปรุงให๎ผลงานหรือการกระทํานั้นดีข้ึน ทั้งนี้ผพ๎ู ูดไมํได๎พูดถงึ ความผดิ หรอื ข๎อบกพรอํ งนั้นอยาํ งตรงไปตรงมา แตํก็ทาํ ใหผ๎ ูฟ๎ งั เสยี หนา๎ ไดเ๎ พราะ ผ๎ูฟังก็จะสามารถตีความรับรู๎ได๎วําเป็นการกลําวถึงความผิดพลาดเกิดข้ึน หรือมีข๎อเสีย ข๎อบกพรํองบางอยํางที่ควรแก๎ไข 2.2) การประชดประชัน เป็นการประชดประชัน หมายถึง การใช๎ถ๎อยคํานัยผกผันเพอื่ โจมตีหรอื ผู๎เป็นเป้าหมายเจ็บใจ เชนํ การกลาํ วชมแตํไมํไดร๎ สู๎ ึกช่ืนชมหรือพอใจในการกระทําของผ๎ูฟังน้ัน เป็นการละเมิดเง่ือนไขความจริงใจ เพื่อแนะความเกี่ยวกับข๎อบกพรํองของผ๎ู เข๎าแขํงขันซง่ึ ทําใหเ๎ สยี หน๎าได๎ 2.3) การใช๎สํานวนที่มีความหมายในทางลบ เป็นการใช๎สํานวนที่มีการนําผู๎ฟังไปเปรยี บให๎มคี วามหมายไปในทางลบหรือเห็นภาพทไ่ี มดํ ี 2.4) การอุปลักษณ๑ให๎เกิดความตลกขบขัน เป็นการนําผู๎ฟังไปเปรียบในทางดีหรือไมํดกี ไ็ ดแ๎ ตํภาพที่ออกมาทาํ ให๎ผ๎ฟู งั กลายเป็นเรอ่ื งตลกขบขัน 2.5) การกลําวโทษผ๎ูอื่นหรือส่ิงอื่น เป็นการใช๎ถ๎อยคําที่ผู๎พูดกลําวถึงข๎อผิดพลาดผลงานหรือการกระทาํ ที่ไมํดีไมํถกู ตอ๎ ง ไมํเหมาะสมของผู๎ฟัง โดยโทษวํา ความผิดพลาดท่ีเกิดข้ึนน้ันเป็นผลมาจากการกระทําของบคุ คลอนื่ หรือส่งิ อน่ื ท่ไี มใํ ชํความผดิ ของตวั ผูเ๎ ข๎าแขํงขนั โดยตรง 3) กลวธิ ีความไมสํ ภุ าพแบบยวั่ ล๎อ พบ 4 กลวธิ ี
133 3.1) การแนะข๎อบกพรํองด๎วยน้ําเสียงทีเลํนทีจริง เป็นการกลําวถึงความผิดพลาดหรอื ข๎อบกพรํองของผฟ๎ู ังด๎วยนํา้ เสียงทีเลํนทจี รงิ 3.2) การกลําวถึงการกระทําท่ีส่ือในเร่ืองเพศ เป็นการใช๎ถ๎อยคําท่ีมีความหมายกํากวม คาํ ผวนที่ทําใหต๎ คี วามหมายไปในเรือ่ งเพศได๎ 3.3) การแสร๎งพูดผิดด๎วยน้ําเสียงทีเลํนทีจริง เป็นการกลําวแสร๎งถึงข๎อเสียขอ๎ บกพรํองตํางๆ ของผ๎ฟู ังจากนน้ั จึงเปลย่ี นเปน็ เร่อื งอื่นโดยบอกวาํ ส่งิ ท่กี ลําวกํอนหน๎าผดิ 3.4) การใช๎คําหยาบด๎วยนํ้าเสียงทีเลํนทีจริง เป็นการใช๎คําหยาบ คําไมํสุภาพกลาํ วกบั ผู๎ฟังด๎วยน้าํ เสยี งทีเลํนทีจรงิ 4) กลวธิ เี สริมความไมสํ ภุ าพ พบเพยี ง 1 กลวิธี คอื 4.1) การใช๎คําอุทานท่ีแสดงความร๎ูสึกในทางลบ เป็นการใช๎คําอุทานเพื่อเสริมการแสดงอารมณ๑ไมพํ อใจของผ๎พู ูด 5.1.3 หนา้ ทีข่ องกลวธิ ีความไมส่ ภุ าพในรายการเรยี ลลิตโ้ี ชว์ ผูว๎ ิจยั พบวาํ การใช๎กลวิธีความไมํสุภาพในรายการเรียลลิตี้โชว๑มีหน๎าที่หลัก 2 ประการ คือประการแรกเพอื่ ช้ใี หผ๎ ู๎เข๎าแขํงขนั เหน็ ขอ๎ บกพรอํ งของตนและนําไปปรับปรุงแก๎ไขและประการท่ีสองเพ่ือสร๎างสีสันในรายการ ให๎ผู๎ชมติดตามและวิพากษ๑วิจารณ๑ผู๎วิจารณ๑ ทําให๎รายการสามารถสร๎างกระแสความนยิ มให๎ผชู๎ มไดต๎ ิดตามชมรายการมากขึ้นดว๎ ย 5.1.4 การปรากฏร่วมของกลวิธคี วามไมส่ ุภาพ สํวนสุดท๎ายผ๎ูวิจัยได๎นําเสนอผลงานศึกษาการปรากฏรํวมของกลวิธีความไมํสุภาพผู๎วิจัยพบลักษณะท่นี ําสนใจ 2 ประการ คอื ประการแรกผู๎วจิ ารณ๑มกี ารใช๎กลใชก๎ ลวิธีความไมสํ ภุ าพหลายกลวิธีรํวมกันในการวิจารณ๑ และประการท่ีสองผ๎ูวิจารณ๑มีการใช๎ท้ังกลวิธีความไมํสุภาพรํวมกับการลดนาํ้ หนักความรุนแรง 1) การใชก๎ ลวธิ คี วามไมํสภุ าพหลายกลวธิ ีรวํ มกัน ผวู๎ ิจยั พบการใช๎ความไมสํ ภุ าพหลายกลวิธีใช๎เพ่ือทําให๎การวิจารณ๑มีสีสันความนําสนใจและกลวิธีที่ใช๎ถ๎อยคํารุนแรงกดดันให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันนําคําแนะนําไปปรบั ปรุง ขอ๎ บกพรํองเพ่ือพัฒนาตนเอง 2) การใช๎กลวิธีความไมํสุภาพที่ปรากฏรํวมกับการลดน้ําหนักความรุนแรงท่ีใช๎เพื่อไมํให๎การวิจารณ๑รุนแรงเกินไปและเพ่ือพยายามรักษาความสัมพันธ๑ระหวํางกันของผู๎วิจารณ๑และผู๎เข๎าแขํงขันซึ่งสอดคล๎องกับบรรทัดฐานการปฏิสัมพันธ๑และการตีความและไมํขัดกับ บรรทัดฐานการปฏิสัมพันธ๑ในสังคมไทยมากจนเกินไปที่เน๎นเรื่อง “ความเกรงใจ” และ “การรักษา
134การปฏิสัมพันธ๑” (smooth interpersonal relation) ระหวํางกันทําให๎บรรยากาศในห๎องบันทึกรายการมคี วามราบรื่นไมเํ ครงํ เครียดจนเกินไป5.2 อภปิ รายผลการวิจัย นอกจากผลสรุปข๎างต๎นท่ีทําให๎เห็นถึงองค๑ประกอบการส่ือสารและกลวิธีความไมํสุภาพในรายการเรียลลิตี้โชว๑ภาษาไทยแล๎ว จากผลการศึกษามีประเด็นที่ผ๎ูวิจัยต๎องการอภิปรายข๎อสังเกตทนี่ าํ สนใจเพิม่ เตมิ ดังตํอไปน้ี 5.2.1 ความสัมพันธ๑ระหวํางฉากของท้ังสามรายการ คือ รายการทรูอะคาเดมีแฟนเทเชียร๑(True Academy Fantasia) ปีที่ 6 รายการเดอะสตาร๑ (The Star) ค๎นฟ้าคว๎าดาว ปีที่ 6 และรายการเดอะดีไซน๑เนอร๑ ปีที่ 1 (The Designer) คือ ห๎องบันทึกรายการซ่ึงจัดเตรียมไว๎ โดยใช๎ฉากและเวทเี ดียวกันตลอดจนจบการแขํงขัน อีกองค๑ประกอบหนึ่ง คือ ผ๎ูรํวมเหตุการณ๑ท่ีอยูํในรายการไมํวําจะเปน็ ผ๎วู จิ ารณ๑ ผูเ๎ ขา๎ แขงํ ขนั พธิ ีกรและผ๎ชู มในหอ๎ งบันทึกรายการและผชู๎ มทง้ั ที่ติดตามรายการผาํ นทางโทรทศั น๑ ลักษณะความสัมพันธ๑ที่เกิดขึ้น นอกจากผู๎ชมท่ีติดตามชมผลงานของผ๎ูเข๎าแขํงขันท่ีตนชื่นชอบแล๎วยังสัมพันธ๑กับผ๎ูวิจารณ๑ด๎วย เพราะลักษณะการวิจารณ๑ที่จะกลําวทันทีหลังจากผู๎เขา๎ แขงํ ขนั แสดงผลงานเสรจ็ ผ๎ฟู ังทัง้ ผู๎เขา๎ แขํงขนั และผูช๎ มกจ็ ะรอฟงั คําวจิ ารณ๑กลาํ วถึงภาพรวมของการแขํงขันท้ังดีและไมํดี ผ๎ูเข๎าแขํงขันจะได๎เก็บไปปรับปรุงแก๎ไข สํวนผู๎ชมก็จะแสดงความเห็นด๎วยหรอื ไมเํ ห็นดว๎ ยเกดิ การวิพากษ๑วจิ ารณต๑ าํ งๆ ทตี่ ามมาและการออกอากาศแพรํภาพผํานทางโทรทัศน๑ผร๎ู ับสารอยํูในปรบิ ทของสงั คมไทยดงั นน้ั จึงตอ๎ งระมดั ระวงั และต๎องคาํ นงึ ถึงบรรทัดฐานการปฏสิ มั พันธ๑ที่ต๎องเน๎นเร่ือง “ความสุภาพ” “ความเกรงใจ” และการรักษาความสัมพันธ๑ระหวํางบุคคล กลวิธีความไมํสภุ าพท่ีเกิดขึ้นแม๎จะแตกตํางไปจากการปฏิสัมพันธ๑โดยท่ัวไปในสังคมไทย แตํเมื่อพิจารณาจากวัตถุประสงค๑ของรายการแล๎วเป็นรายการท่ีต๎องการสร๎างความสามารถเพ่ือให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันมีศักยภาพเพียงพอท่ีจะออกมาประกอบอาชีพตํอไปได๎ วัตถุประสงค๑และบรรทัดฐานการปฏิสัมพันธ๑เอ้ือให๎มีการปฏิสัมพันธ๑ท่ีไมํสุภาพแตํก็เป็นการใช๎เฉพาะในรายการซึ่งอยูํในกรอบการปฏิสัมพันธ๑เฉพาะ เมอื่ พิจารณาบรรทดั ฐานการตีความจะเหน็ วํา “ความไมสํ ุภาพ” ที่เกิดขึน้ แมจ๎ ะไมํสภุ าพ แตํก็เป็นความหวงั ดีมํุงให๎เกิดผลดีตํอตัวผ๎ูฟัง (ผู๎เข๎าแขํงขัน) กลําวคือ ความไมํสุภาพที่เกิดข้ึนในรายการเรียลลิตี้โชว๑เป็นกลวิธีที่มีสํวนชํวยสร๎างพลังขับ ดันให๎ผู๎เข๎าแขํงขันเ กิดแรงพัฒนาปรับปรุงตนเองขณะเดยี วกนั คาํ วิจารณ๑กต็ อ๎ งสร๎างความบันเทิงด๎วย การวิจารณ๑ที่ตรงไปตรงมาอาจมีผลให๎ผ๎ูวิจารณ๑ถูกวิพากษ๑วิจารณ๑จากสังคมไทย ทําให๎รายการเกิดกระแส “talk of the town” มีผู๎ชมติดตามชมซ่ึงก็จะย่งิ ชวํ ยสร๎างรายได๎จากการขายโฆษณาใหร๎ ายการมากข้ึน กลําวโดยสรุป กลวิธีความไมํสุภาพในรายการเรยี ลลติ โี้ ชว๑เป็นปรากฏการณ๑การใช๎ภาษารูปแบบหนึง่ ทีน่ ําสนใจในสังคมไทยปจั จบุ ัน 5.2.2 ผู๎วิจัยเห็นความสัมพันธ๑ของกลวิธีความไมํสุภาพในรายการเรียลลิตี้โชว๑เทียบได๎กับการใช๎ความไมํสุภาพท่ีปรากฏในวัจนกรรมอื่นในสังคมไทยที่มีผู๎ศึกษาไว๎แล๎ว เชํน การใช๎ภาษาเพื่อแสดงการตําหนิของคนไทย ของนุชนารถ เพ็งสุริยา (2549) วัจนกรรมการบริภาษของ
135วิสันต๑ สุขวิสิทธ์ิ (2547) และวัจนกรรมการตักเตือนในภาษาไทย : กรณีศึกษาครูกับศิษย๑ของสิทธิธรรม อํองวุฒิวัฒน๑ (2549) ทั้งสามงานวิจัยน้ีพบการใช๎กลวิธีความไมํสุภาพที่ปรากฏในการใช๎ภาษาเชํนเดียวกัน แตํในงานวิจัยทั้งสามผลการวิจัยพบวําผู๎พูดที่ใช๎การตําหนิ การบริภาษและการตักเตือนในภาษาไทยจะเลือกใช๎กลวิธีความสุภาพมากกวํากลวิธีตรง เชํน จากงานวิจัยของสทิ ธธิ รรม อํองวุฒวิ ฒั น๑ (2549) ท่ีกลําวถึงผู๎พดู ซึ่งอยํใู นฐานะ “ครู” ซึ่งกลวิธีการตักเตือนของครูจะเน๎นเรื่องความสภุ าพเพอ่ื รักษาหนา๎ และสัมพนั ธภาพมากกวาํ เลือกวธิ ีกลาํ วตกั เตือนแบบตรงไปตรงมาอยํางไรก็ตามแม๎วําการวิจารณ๑ในรายการเรียลลิต้ีโชว๑จะพบการ ลดน้ําหนักความรุนแรง ที่ปรากฏรํวมกับ การใช๎กลวิธีความไมํสุภาพแตํก็เ พ่ือไมํ ให๎ขัดกั บบรรทั ดฐานการปฏิสัมพันธ๑ในสัง คมไท ยมากเกินไป การใชก๎ ลวธิ ีความไมสํ ุภาพในการวจิ ารณใ๑ นรายการเรยี ลลติ ้ีโชว๑ที่เกิดขึ้นได๎อาจไมํได๎มุํงใช๎เพื่อโจมตีในความผิดของผู๎ฟังโดยตรง แตํด๎วยเพราะรายการมีปริบทเฉพาะ ฉากที่เกิดเหตุการณ๑การส่ือสารเป็นรายการโทรทัศน๑ที่มีการถํายทอดสดผํานเคร่ืองรับโทรทัศน๑ทั่วประเทศไทย ดังนั้นผ๎ูวิจารณ๑ในรายการเรียลลิตี้โชว๑ใช๎กลวิธีเดียวกับครูตักเตือนศิษย๑แล๎ว การตักเตือนหรือการสอนที่เรีย บงํ าย แล ะถ๎ อย คําที่ เน๎ นเ ร่ือ งค วา มสุภาพ อา จ ทํ าใ ห๎ร ายก าร ไมํ นํา ส น ใจ เมื่อ เที ยบ กับ กา รพู ดแบบตรงๆ และใช๎ถ๎อยคํารุนแรง ซ่ึงทําให๎การวิจารณ๑ในรายการเรียลลิต้ีโชว๑ก็เป็นสํวนหน่ึงของ“การโชว๑” ผ๎วู ิจารณ๑มหี นา๎ ทีห่ นง่ึ เพ่อื สร๎างความบนั เทิงและสร๎างความสนใจให๎แกํผู๎ชมมากกวํารักษาหน๎าของผฟู๎ ังทีเ่ ป็นผ๎ูเขา๎ แขงํ ขัน 5.2.3 จากรูปแบบของรายการที่เน๎นสรา๎ งความบนั เทิง ผ๎ูวิจัยพบวํา ผ๎ูวิจารณ๑มีการใช๎ภาษาเพ่ือเพ่ิมความนําสนใจในการวิจารณ๑ด๎วย เชํน การใช๎คําสแลง หรือ ภาษาวัยรํุน การตั้งฉายาการแทรกมุกตลก เป็นการใช๎ภาษาท่ีชํวยสร๎างสีสันให๎แกํการกลําววิจารณ๑มากขึ้น รวมท้ังการสร๎างบุคลิกเฉพาะตัวของผู๎วิจารณ๑ด๎วย กลําวคือ ผ๎ูวิจัยพบวําบางรายการมีการสร๎างบุคลิกของผู๎วิจารณ๑เชํน ในรายการเดอะสตาร๑ค๎นฟ้าคว๎าดาวปีที่ 6 ผู๎วิจารณ๑บางทํานเน๎นการพูดตรง ส้ัน และมักใช๎คาํ ไมสํ ุภาพ และบางคนกม็ กั ใชก๎ ลวธิ ีความไมํสุภาพแบบย่ัวล๎อเพ่ือสร๎างความสนุกสนานในการกลําววจิ ารณ๑สํวนรายการเดอะดีไซน๑เนอร๑ก็พบวํามีผู๎วิจารณ๑บางคนมักจะใช๎กลวิธีความไมํสุภาพแบบตรงนอกจากนจ้ี ากการเกบ็ ขอ๎ มลู ของผวู๎ จิ ัยพบวาํ ยงั มีการสร๎างสีสันและความบันเทิงโดยการพูดโต๎ตอบกันไปมาระหวํางผ๎ูวจิ ารณ๑ด๎วย 5.2.4 ผู๎วิจยั มีขอ๎ สงั เกตวํา บางครั้งอาจจะจงใจเลือกผ๎ูเข๎าแขํงขันผู๎ที่เป็นเป้าในการวิจารณ๑เพอ่ื สร๎างความสงสารและเรยี กรอ๎ งความเห็นใจจากผ๎ชู มซ่งึ จะมีบางสํวนไมเํ หน็ ดว๎ ยและคอยสนับสนนุผู๎เข๎าแขํงขันคนนั้นให๎ได๎เข๎ารอบตํอไปได๎ ผลกระทบหรือปรากฏการณ๑ท่ีเกิดขึ้นจากการกลําวคําวิจารณ๑คือ เมื่อผ๎ูวิจารณ๑กลําวด๎วยถ๎อยคํารุนแรงหรือใช๎ความไมํสุภาพแบบตรงไปตรงมามากๆ
136ในการกลําววิจารณ๑ ผู๎ชมบางกลุํมท่ีคอยติดตามและให๎กําลังใจผ๎ูเข๎าแขํงขันคนที่ถูกตําหนิก็จะกลําวโต๎ตอบผว๎ู จิ ารณ๑ ดงั ทีป่ รากฏในเวบ็ ไซต๑หรอื เว็บบอรด๑ ตํางๆ ในสังคมไทย เชนํ ในเวบ็ ไซตก๑ ระปุกดอดคอม หรือในพันทิป (ภุมรินทร๑ แดงน๎ุย, 2552) และจะมีผู๎มาคอยแสดงความเห็นตอบโต๎ทัง้ เห็นดว๎ ยและไมเํ หน็ ดว๎ ย นอกจากนี้บางคนท่ีอาจไมํเคยชมรายการนี้มากอํ น แตเํ มอื่ เหน็ กระทท๎ู ี่มคี นโต๎ตอบกันหรือกลําวถึงมากก็อาจจะร๎ูสึกอยากชมรายการวําเป็นอยํางท่ีผ๎ูอ่ืนพูดถึงหรือไมํ จนเกิดกระแสวิพากษว๑ ิจารณ๑กันในสงั คมไทยอยํางหลากหลาย ตัวอยําง กรณี ผู๎เข๎าแขํงขัน หมายเลข 7 เกรช-นวกชมณ ช่ืนครองธรรม จากรายการเดอะสตาร๑ค๎นฟา้ ค๎าดาว ปีที่ 6ตัวอย่างที่ 205 ดิชั้นก็ยังยืนยันเหมือนเดิมวําควรจะไปประกวดนางสาวจักรวาล (ผ๎ูชมและ ผู๎เข๎าแขํงขันหัวเราะ) และก็น่ีหรือ คือการที่ครอบครัวเธอพยายามผลักดันให๎ ทั้งร๎อง ท้ังเต๎น นี่เรียนเต๎นมาแล๎ว น่ีเรียนเต๎นมาแล๎ว แคํทําดีดมือ ดีดน้ิวเน่ีย ยังประดับประเดิดเลย (ผ๎ูวจิ ารณท๑ าํ ทําดดี นว้ิ ) ต๎องขอให๎คําเนย้ี มนั ประดดั ประเดดิ บอกไมํถูก เวลาคุณเดินไปเดินมาเนี่ยนะคะ หรือเต๎นไปเต๎นมา มันบอกไมํถูก มนั ดูแลว๎ รูส๎ กึ วาํ ไมํสบายตา ไมํสบายอารมณ๑ นึกออกมั้ยคะ นี่ไมํได๎หมายวํา ดิช้ัน ไมํชอบคุณหรืออะไร เรามองตามเนอ้ื ผ๎า ณ จุดนี้ มันบอกไมํถูกอะนะคะ มันดูแล๎ว รู๎สึกวํา ไมํสดชื่นสบายตา ฉะน้ันคุณต๎องไปจัดการกับตัวเองใหมํ และจบ จบ สดุ ทา๎ ย ก็เป็นนางงามอํะ นึกออกมั้ย ทําสุดท๎ายท่ีจบก็เป็นนางงาม เป็นนางงาม เลยทเี ดยี ว ดชิ ้นั ไมํร๎จู ะวํายังไงแลว๎ การทนี่ ๎องเกรซมาอยํูได๎ในตอนนี้เน่ีย ถ๎าสมมติ วาํ มดี ิชั้นเปน็ กรรมการคนเดียว คณุ ไมํมีทางอยูํได๎หนงึ่ ในแปดน้หี รอกคํะ (มา๎ -อรนภา กฤษฎี, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหเ๑ ปิดตวั , เพลง ไมใํ ชํ ไมํใช)ํ จากตัวอยํางท่ี 205 ผ๎ูวิจารณ๑ที่ชื่อ ม๎า-อรนภา กลําวตําหนิผลงานและการแสดงของผ๎ูเข๎าแขํงขันโดยใช๎ถ๎อยคําที่ทําให๎รู๎สึกวําผู๎เข๎าแขํงขันคนนี้ทําผิดพลาดและมีผลงานท่ีไมํดีมากการใช๎กลวิธีความไมสํ ุภาพอยํางหลากหลาย ทั้ง กลวธิ ีแบบตรง ในสวํ นท่ีขีดเส๎นใต๎ กลวิธีแบบอ๎อมในสํวนขีดเส๎นคํู ในตอนท๎ายผ๎ูวิจารณ๑กลําววํา ถ๎าตนเองเป็นกรรมการตัดสินเพียงคนเดียวก็จะไมํให๎ผ๎ูเข๎าแขํงขันคนน้ีเข๎ารอบมาแตํแรกซึ่งผู๎วิจารณ๑กลําวคําวิจารณ๑โดยใช๎ความไมํสุภาพตําหนิอยํางตรงไปตรงมาซง่ึ เปน็ ถ๎อยคําท่ีมคี วามหมายรุนแรงมาก และอาจทําให๎ผเู๎ ขา๎ แขํงขนั เสียหนา๎ ได๎ตัวอย่างที่ 206 พ่ไี ม่เข้าใจว่าชาตนิ ี้เธอไปทากรรมอะไรกบั ใครไว้ คนดเู คา้ ถึงเกลียดเธอท้ังประเทศ เธอเป็นคนท่ีหน๎าตาดี เป็นคนท่ีสวย เป็นคนเดียวในเดอะสตาร๑ท่ีสร๎างประโยควํา
137 “พี่วําหนูสวยม้ัยคะ” ให๎คนจําได๎ ใครจะทําแบบเธอได๎ (ผ๎ูชมหัวเราะ) ฉันยัง ขอยกยํองความสามารถน้ีเลย ทําไมคนชอบท่ีจะเห็นวําเด็กท่ีมีความกล๎า แสดงออกเป็นเด็กก๎าวร๎าวในประเทศเรา พ่ีไมํเข๎าใจวําทําไมคนท่ีบอกวําสวย แล๎วสวยจริง มาบอกวาํ ตวั เองเปน็ อยํางนนั้ เห๎ย! น่คี ือความจริงของประเทศเราซะที วํา เด็กผ๎ูหญิงคนหน่ึงท่ีมีความต้ังใจ มีความพยายาม แม๎จะไมํเกํง แตํสู๎ด๎วยความ พยายามสิครบั เรามาดูเดก็ ทพ่ี ยายาม จากเดินไมํได๎มาเดินได๎ เต๎นได๎ในที่สุด น่ันคือ เกรซครับ ทําใหไ๎ ดน๎ ะเกรซ (โจ-๎ สุธศี กั ดิ์ ภกั ดีเทวา, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาห๑เปดิ ตวั , เพลง ไมํใชํ ไมํใชํ) จากตัวอยํางที่ 206 เป็นการกลําววิจารณ๑ตํอจากตัวอยํางที่ 205 ของผ๎ูวิจารณ๑ที่ชื่อ โจ๎-สุธีศักด์ิ ภักดีเทวา ผ๎ูวิจารณ๑กลําวถึงผู๎ชมที่ไมํชอบผู๎เข๎าแขํงขันคนนี้วํา “คนดูเค๎าถึงเกลียดเธอท้ังประเทศ” และกลําวให๎เหตุผลคัดค๎านคําพูดนี้วําในความเป็นจริงผ๎ูเข๎าแขํงขันคนน้ี นําสงสารแม๎จะไมํได๎เกงํ มากแตํก็เปน็ คนทีม่ คี วามตงั้ ใจและพยายาม ซึง่ อาจมีผลใหผ๎ ช๎ู มเห็นใจและชํวยกันโหวตผู๎เข๎าแขํงขันใหอ๎ ยตํู ํอไปในสัปดาห๑หนา๎ตัวอย่างที่ 207 ดิชั้นจําได๎เวลาไปงานวัดเน่ีย ก็จะเห็นไอต๏ุกตาท่ีเค๎าเสียบไม๎ แล๎วก็ห๎อยมาขาย เหมือนๆๆ เลยเนย่ี ขายคํูกับไอป๋องแป๋ง (ผูช๎ มหัวเราะ) แล๎วไอท่พี ัดลมอะไรอยําง เนีย่ ก็นํารักสวยงามดี ร๎องไปเหน่ือยไปเป็นอะไร ไหนบอกวําซ๎อมแล๎วแข็งแรง ไอ๎ทํอนที่ร๎อง โด เร มี (ผ๎ูวิจารณ๑ร๎องเป็นเพลง) อะไรเนี่ยนะ มันก็โอเคพอฟัง แตํพอเป็นทํอนธรรมดา เค๎าเรียกวําทํอนอะไรนะ เออ มันดูมันเออ เหน่ือยๆ แบบบอกไมํถูกเลยอํะ หนูควรจะหาทางตัวเองได๎แล๎วแหละ มันเป็นหนทาง สุดท๎ายและ และมันก็นําจะเหนื่อยพอสักทีและ กับสิ่งท่ีทํามา ไม่ใช่ว่าไม่มี ความพยายาม ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาส ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ทุกส่ิงทุกอย่าง มันเป็นไปได้ แต่ว่าเราจะไปต้ือ ไปดันทุรัง ดิฉันว่ามันเหนื่อยแล้วก็เสียเวลา เปลา่ ๆ กล็ องไปคดิ ดูกแ็ ลว้ กนั (มา๎ -อรนภา กฤษฎ,ี เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ี่ 4, เพลง โดเรม)ี จากตัวอยํางท่ี 207 ผ๎ูวิจารณ๑ใช๎กลวิธีความไมํสุภาพอยํางตรงไปตรงมาในสํวนท่ีขีดเส๎นใต๎และใช๎กลวิธีแบบอ๎อมในสํวนที่ขีดเส๎นคูํ กลําวถึงข๎อบกพรํองของผ๎ูเข๎าแขํงขันวําร๎องเพลงได๎ไมํดีแมจ๎ ะพยายามแลว๎ กต็ ามแตํอยาํ งไรความพยายามนัน้ กไ็ มชํ วํ ยทาํ ให๎การร๎องดีขึน้ ซ่ึงยํ้าวําผู๎เข๎าแขํงขันควรไปหาอาชพี อ่นื ทาํ จะดีกวําตัวอย่างท่ี 208 สงสัยเกรซจะเหน่ือยเพราะคาพดู พ่ีม้า เนอะ พ่ีวา่ เหมอื นกับสโนไวท์จะตายไม่เห็น เหมอื นต๊กุ ตาวัดเลย น่ารักจะตาย เออ (ผูช๎ มสํงเสยี งกรี๊ดและปรบมือ) แลว๎ กส็ ง่ิ หนึ่ง ทีท่ ุกคนไมเํ คยพดู ไมํเคยกลําวคอื เพลงโดเรมีมันเป็นเพลงที่ยากคนกจ็ ะเข๎าใจวําเป็น
138 เพลงตลกและงําย แตใํ นทางกลบั กันเกรซเอาเพลงท่ียากมาพสิ ูจน๑ แล้วก็มองไม่เห็น ว่า มันจะไปว่าหนูทาไม นึกไม่ออก เธอมันนางเอกบ้านทรายทองจริงๆ เลยนะ แม้วา่ หมอ่ มพรรณนารายจะดา่ เธอเทา่ ไร่ เธอก็ยืนหยัดและคว้าบ้านทรายทองมา ใหจ้ งได้ ขอใหเ๎ ธอโชคดจี ํะ (ผู๎ชมสํงเสียงกรดี๊ ) (โจ-๎ สุธีศกั ด์ิ ภักดเี ทวา, เดอะสตาร๑ 6, สปั ดาหท๑ ี่ 4, เพลง โดเรม)ี จากตัวอยํางท่ี 208 ผู๎วิจารณ๑กลําววิจารณ๑ตํอจากตัวอยํางที่ 207 ในสํวนที่ทําตัวหนาเป็นการแสดงเหตุผลโต๎ตอบผ๎ูวิจารณ๑ที่ช่ือ ม๎า-อรนภา ท่ีกลําวตําหนิผ๎ูเข๎าแขํงขัน ซึ่งนําจะทําให๎ผ๎ูชมในห๎องบันทึกรายการร๎ูสึกพอใจจึงสํงเสียงกรี๊ดและปรบมือให๎กําลังใจ ผู๎วิจารณ๑และผ๎ูเข๎าแขํงขันเพื่ออาจแสดงความเห็นด๎วยวําผลงานของผู๎เข๎าแขํงขันคนน้ีก็ไมํใชํวําจะไมํดีขนาดน้ัน และสํวนที่ขีดเส๎นใต๎คือ การให๎เหตุผลของผู๎วิจารณ๑เพ่ือแสดงให๎เห็นวําการที่ผ๎ูเข๎าแขํงขันร๎องเพลงน้ีได๎ไมํดีเพราะเป็นเพลงที่ยากซ่ึงต๎องชมผ๎ูเข๎าแขํงขันท่ีกล๎านําเพลงยากมาร๎องแม๎วําจะทําได๎ไมํดีก็ตามซึง่ ผูว๎ จิ ารณ๑กลาํ วชมมากกวําจะมองในด๎านลบ และผูว๎ จิ ารณไ๑ ดก๎ ลาํ วเปรียบผูเ๎ ข๎าแขงํ ขนั กับผ๎วู ิจารณ๑ท่ีช่ือ ม๎า-อรนภา วําผู๎วิจารณ๑ท่ีชอบตําหนิผ๎ูเข๎าแขํงขันวําเป็น “หมํอมพรรณนาราย” ซ่ึงเป็นตัวร๎ายที่จะคอยใสํร๎ายและกลั่นแกล๎งผ๎ูเข๎าแขํงขันที่เป็นนางเอกในละครเรื่องบ๎านทรายทอง ซ่ึงสุดท๎ายนางเอกก็จะได๎บ๎านทรายทองไปครอง เพื่อปลอบใจผู๎เข๎าแขํงขันวํา แม๎จะถูกตําหนิตํอวําแตํถ๎ามีความพยายามและอดทนก็จะทําให๎ประสบความสําเร็จได๎ เพ่ือให๎ผู๎เข๎าแขํงขั นมีกําลังใจในการพัฒนาตนเอง ผู๎วิจัยพบวํา จากตัวอยํางท่ี 205 และ 207 จะเห็นวํา ผ๎ูวิจารณ๑ที่ชื่อ ม๎า-อรนภาจะกลําววิจารณ๑ผู๎เข๎าแขํงขันที่ชื่อ เกรซ ในแตํละสัปดาห๑ ผ๎ูวิจารณ๑ไมํเคยกลําวชมผ๎ูเข๎าแขํงขันคนน้ีเลยแตํผู๎เข๎าแขํงขันคนน้ีก็อยํูตํอมาถึง 4 สัปดาห๑และขณะเดียวกันหลังจากท่ี ม๎า-อรนภา กลําวตําหนิก็จะมีผ๎ูวิจารณ๑ ชื่อ โจ๎ ท่ีจะเป็นผ๎ูวิจารณ๑ที่มีบุคลิกเป็นคนใจดี และจะไมํคํอยตําหนิผู๎เข๎าแขํงขันโดยใ ช๎ถ๎อย คํารุน แรงแ ล ะจ ะเป็น คนหนึ่ งที่คอ ยป ล อบใจ เม่ือมี ผู๎วิจา รณ๑ค นใดตํ าหนิผ๎ู เข๎าแ ขํงขั นอยาํ งตรงไปตรงมา ซงึ่ จะคอยกลําวโต๎แย๎งและให๎เหตุผลสนับสนุนให๎กําลังใจผ๎ูเข๎าแขํงขันคนน้ีเสมอจากตัวอยาํ งท่ี 206 และ 208 ซ่ึงก็มีผู๎ชมบางสํวนก็แสดงความเห็นด๎วยวําผู๎วิจารณ๑ท่ีชื่อ ม๎า วิจารณ๑รุนแรงเกินไป และมีกลุํมแฟนคลับที่ชํวยกันโหวต ตลอดจนการสร๎างเว็บบอร๑ดวิพากษ๑วิจารณ๑คําวจิ ารณ๑ของผ๎วู จิ ารณ๑ท่ีชื่อ ม๎า ซึ่งก็มีผู๎ชมบางสํวนยิ่งเห็นใจและอยากให๎กําลังใจผ๎ูเข๎าแขํงขันคนน้ีเพิม่ มากขึน้ 5.2.5 ผ๎วู จิ ยั พบวาํ สงั คมไทยยังอาจไมํยอมรบั ความไมสํ ุภาพในรายการเรียลลิตี้โชว๑ท่ีใช๎ความไมํสุภาพที่ปรากฏการใช๎ถ๎อยคําวิจารณ๑อยํางตรงไปตรงมา หรือ ถ๎อยคําท่ีรุนแรง ตัวอยํางจากบทความของ เพชร มาร๑ ทีต่ พี ิมพ๑ในนิตยสารสยามดารออนไลน๑ (สยามดารา. (ผ๎ูจัดทํา)) ผ๎ูเขียนถามเพชรวํา “แตํคนไทยรับ ไมํคํอยได๎กับการพูดตรง” และ เพชร ได๎ตอบวํา “มันนําแปลกม้ัยที่เราพูดตรงๆ แตมํ ันนาํ แปลกสําหรับสังคมไทย แตํเวลาผํานไปเร่อื ยๆ คนกเ็ รมิ่ เขา๎ ใจ” สะทอ๎ นให๎เห็นคํานิยมและความรู๎สกึ ของคนไทยตํอการชมรายการเรียลลิตี้โชว๑ท่ีมีการใช๎ความไมํสุภาพในรายการแม๎วําคน
139ไทยในสังคมไทยปัจจุบันอาจจะรับไมํคํอยได๎และมีกระแสวิพากษ๑วิจารณ๑เพชร มาร๑อยํางรุนแรงแตํเพชรก็ยังแสดงความเปน็ ตวั เองและเชื่อวําเวลาผํานไปสังคมไทยก็จะคํอยๆ เข๎าใจและรับได๎มากขึ้นความไมํสภุ าพท่ีเกิดขึน้ ในรายการเรยี ลลติ ี้โชว๑จึงถอื ได๎วําเป็นรปู แบบใหมํของรายการในประเทศไทยท่ีอาจมีคนไทยบางกลํุมทมี่ องวาํ การวจิ ารณ๑เชํนนข้ี ัดกบั บรรทดั ฐานการปฏิสัมพันธ๑ในสังคมไทยแตทํ างรายก็แสดงใหเ๎ ห็นวาํ ไมํได๎ใชค๎ วามไมํสุภาพมากจนเกินไปทําให๎อยํูในขอบเขตที่คนไทยจะยอมรับได๎ตัวอยํางจาก รายการทรอู ะคาเดมแี ฟนเทเชียร๑และรายการเดอะสตาร๑คน๎ ฟา้ คา๎ ดาวทจ่ี ดั ตอํ เน่ืองกันถึง10 ปี ทําให๎เห็นวํา คนไทยยังชมและสนใจรายการเรียลลิต้ีโชว๑อยํางตํอเนื่องและมีแนวโน๎มเพ่ิมขึ้นเร่อื ยๆ5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ศกึ ษากลวิธคี วามไมสํ ุภาพในบทสนทนาในชวี ติ ประจําวัน 5.3.2 ศกึ ษากลวิธีความไมํสุภาพในบทสนทนาท่มี ีวัตถปุ ระสงค๑เฉพาะ เชํน การฝกึ ทหารไทยการสอบปากคําผู๎ตอ๎ งหาของตาํ รวจ การซกั พยานในศาล บทความวจิ ารณก๑ ารเมอื ง
รายการอา้ งอิงกมลวรรณ ปกรณข๑ จรนาวิน. (2549). กลวิธีการถามในปริจเฉทการสัมภาษณ์รายการ \"ถึงลกู ถงึ คน\". วทิ ยานพิ นธป๑ ริญญามหาบญั ฑติ ภาควชิ าภาษาไทย คณะอักษรศาสตร๑ จุฬาลงกรณ๑ มหาวิทยาลยั .กฤษดาวรรณ หงศล๑ ดารมภ๑ และ ธรี นขุ โชคสวุ ณชิ . (2551). วจั นปฏบิ ตั ิศาสตร.์ กรงุ เทพฯ: โครงการ เผยแพรผํ ลงานวชิ าการ คณะอกั ษรศาสตร๑ จุฬาลงกรณม๑ หาวิทยาลยั .จันทมิ า หวงั สมโชค. (2549). กลวธิ กี ารสอ่ื อารมณ์ขันในละครตลกสถานการณ์ของไทย. วทิ ยานิพนธ๑ ปรญิ ญามหาบณั ฑติ สาขาวิชาภาษาศาสตรเ๑ พื่อการส่ือสาร คณะศลิ ปศาสตร๑ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร๑.ณัฐพร พานโพธ์ทิ อง. (2542). หนา๎ ทอ่ี ปุ ลกั ษณ๑จากมมุ มองผพู๎ ูดภาษาไทย วารสารภาษาและวรรณคดี ไทย, 16 (ธนั วาคม), 249-268.ณฐั พร พานโพธิ์ทอง. (2553). เอกสารประกอบการเรยี นวชิ าการวิเคราะห์ภาษาไทยตามแนววจั น ปฏิบตั ิศาสตร์ 2201783. สาขาวิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร๑ จุฬาลงกรณม๑ หาวิทยาลยั .ณฐั พร พานโพธ์ทิ อง. (2555). เอกสารคาสอนรายวิชา 2210 783 การวเิ คราะห์ภาษาไทยตาม แนววจั นปฏิบัตศิ าสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ ). ภาควิชาภาษาไทย คณะอกั ษรศาสตร๑ จฬุ าลงกรณ๑ มหาวทิ ยาลัย. อัดสําเนา.ณัฐพร พานโพธ์ทิ อง. (2556). วาทกรรมวิเคราะหเ์ ชงิ วพิ ากษต์ ามแนวภาษาศาสตร์ : แนวคิดและการ นามาศกึ ษาวาทกรรมในภาษาไทย. กรุงเทพฯ: โครงการเผยแพรผํ ลงานวชิ าการ คณะอกั ษร ศาสตรจ๑ ุฬาลงกรณ๑มหาวิทยาลยั .ทรงธรรม อนิ ทจกั ร. (2553). ความสุภาพ ความเกรงใจ และวจั นปฏิบัติศาสตร์ปลดพันธนาการ. วารสารภาษาและภาษาศาสตร,๑ 29 ( 1 กรกฏรคม - ธนั วาคม 2553) : 17- 39.นฤวร สนั ตมนัสม. (2547). การตอบรบั คาชมในภาษาไทย. วทิ ยานิพนธ๑ปรญิ ญามหาบณั ฑติ , สาขาวชิ าภาษาศาสตร๑ คณะศิลปศาสตร๑ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร๑.นววรรณ พันธเุ มธา. (2544). คลงั คา. กรุงเทพฯ: อมรนิ ทร๑พร้นิ ต้ิงแอนดพ๑ บั ลชิ ชิ่ง.นววรรณ พนั ธเุ มธา. (2551). ไวยากรณ์ไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพแ๑ หงํ จฬุ าลงกรณ๑มหาวทิ ยาลยั .นชุ นารถ เพ็งสรุ ิยา. (2549). การใชภ้ าษาเพื่อแสดงการตาหนขิ องคนไทย. วิทยานิพนธป๑ ริญญา มหาบญั ฑติ สาขาวชิ าภาษาศาสตร๑เพ่อื การสอื่ สาร คณะศิลปศาสตร๑ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร๑.บา๎ นเมอื ง. (ผูจ๎ ดั ทาํ ). (2551). ข่าวAF5 [ออนไลน]๑ . เข๎าถงึ ไดจ๎ าก : http://www.rt9.com/tag/AF5/ สืบคน๎ 20 สิงหาคม 2551.ปนนั ดา เลอเลศิ ยุตธิ รรม. (2549). การศกึ ษาความสภุ าพในการขอร้องและการปฏิเสธในการติดต่อ ธุรกิจทางจดหมายในภาษาไทยตามแนววจั นปฏบิ ัติศาสตร์. วิทยานิพนธ๑ปรญิ ญามหาบณั ฑติ ภาควชิ าภาษาศาสตร๑ คณะอักษรศาสตร๑ จุฬาลงกรณ๑มหาวทิ ยาลยั .ปภงั กร ปา่ สิงห๑. (2550). พฤตกิ รรมการส่อื สารวธิ ีการรวมกล่มุ และการมีส่วนร่วมของกลมุ่ แฟนคลบั รายการเรยี ลลตี โ้ี ชว์ ในเขตกรุงเทพมหานคร กรณศี ึกษารายการ อะคาเดมแี ฟนเทเชยี ปี 1-
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153