๑ คู่มือประจำฐานถังน้ำมนั รีไซเคลิ
ก คำนำ คู่มือประจำฐาน/กิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ฐานการ เรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงคูม่ ือฐานถังน้ำมันรีไซเคิล เล่มนี้ จัดทำ ขึ้นเพ่ือใช้ประกอบการจดั กิจกรรมการเรียนรตู้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ของ กศน.อำเภอกระสัง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอกระสัง เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ และเป็นคูม่ อื ให้นกั ศกึ ษาไดใ้ ช้ประกอบกิจกรรมการเรียนรู้ในกจิ กรรมการเรยี นรู้ถังน้ำมันรีไซเคลิ ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือฐานการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมการ เรยี นรู้ถังน้ำมนั รีไซเคิล เลม่ นี้ จะเปน็ ประโยชนต์ ่อนักศกึ ษาครูและผู้ทสี่ นใจต่อไป กศน.อำเภอกระสงั
สารบญั ๒ข เร่ือง หน้า คำนำ ก สารบญั ข ผงั โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้ ค รูปแบบการขบั เคล่ือนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสู่ฐานการเรียนรู้ ๑ ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๒ แผนภมู กิ ารขับเคลอ่ื นปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ๓ ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพียง ๔ ศาสตร์พระราชา ๖ ฐานถงั น้ำมันรไี ซเคิล ๑2 ผังการเรยี นรู้ ๑๖ แผนผงั ท่ตี ัง้ ฐานการเรียนรู้ ๑๗ ถอดบทเรียนฐานเรยี นร้ตู ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๑๘ แบบทดสอบกอ่ นเรียน 20 สาระการเรยี นรพู้ ฒั นาสงั คม เรื่องประดษิ ฐช์ ้ันวางของจากถงั น้ำมนั 200 ลติ ร ๒๒ ใบความรู้เรอื่ งท่ี 1 สิ่งประดษิ ฐช์ ้นั วางเอนกประสงคจ์ ากถังน้ำมัน 200 ลติ ร 24 ใบงานเร่ืองที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ชั้นวางเอนกประสงค์จากถงั นำ้ มนั 200 ลิตร 31 แบบประเมินความพึงพอใจ 33 แบบประเมินผลงาน 34 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 35 คณะกรรมการจัดทำฐานการเรียนรู้ 36 คมู่ ือประจำฐานถังนำ้ มันรไี ซเคิล
๑ รูปแบบการขบั เคล่อื นหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ส่ฐู านการเรยี นรู้ รูปแบบการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่ฐานการเรียนรู้ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนกั งาน กศน.) ได้ลงนามบันทึกขอ้ ตกลงความรว่ มมือโดยมีวตั ถุประสงคด์ ้านการรกั ษา ความมั่นคงสถาบัน หลักของชาติ โดยให้บุคลากรในสังกัดสำนักงาน กศน. ทุกระดับ และประชาชนได้ตระหนักรู้และเกิดความ ภาคภูมิใจในการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ เกษตรทฤษฎใี หมส่ ปู่ ระชาชนอยา่ งแพรห่ ลาย และเกดิ ความซาบซ้ึงในสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ของประเทศไทย และให้ความร่วมมือในการส่งเสริมหมู่บ้านเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท และได้กำหนดให้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล ในกศน.ตำบลทุกแห่งทั่วประเทศ รวม ๗,๔๒๔ แห่ง เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้และประสานการทำงานในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งและเกษตรทฤษฎใี หม่ร่วมกับภาคส่วนต่างๆในรปู แบบประชารฐั สถานศกึ ษาและประชาชน ให้เป็นรูปธรรมเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชในโอกาสมหามงคล ทรงครอง สริ ริ าชสมบตั ิครบ ๗๐ ปี ในปีพุทธศกั ราช ๒๕๕๙ สำนักงาน กศน.จังหวดั บุรีรัมย์ มาร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดบุรีรัมย์และ ภาคีเครือข่ายจึงร่วมกันจดั ต้ังศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบลขึ้น ในกศน.ตำบลทุกแห่ง เพื่อให้การดำเนินงานสนับสนุนแนวทางในการเผยแพร่องคค์ วามรู้ตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งและเกษตรทฤษฎีใหม่รวมท้งั หลักการทรงงาน เพ่อื สรา้ งจิตสำนกึ ความหวงแหนสถาบันหลัก ของชาติผา่ นกลไกทางการศกึ ษาของ กศน. และภาคีเครอื ข่ายไปส่นู กั ศกึ ษา กศน. และประชาชน คู่มอื ประจำฐานถังน้ำมนั รีไซเคลิ
๒ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพยี ง คอื พระราชปรชั ญาซึง่ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ทรงพระกรุณาพระราชทาน แก่พสกนิกรชาวไทย เพื่อให้สังคมไทยมีชีวิตดำรงอยู่ได้ อย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่ว่าเมื่อต้องเผชิญกับ วกิ ฤตการณ์ หรือการเปล่ยี นแปลงใดๆ บนพ้นื ฐานวิถีชีวติ ด้งั เดมิ ของสังคมไทยนำมาประยุกตใ์ ช้ เมื่อมีการกล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียง ในฐานะแนวความคิดหรือปรัชญาในการดำรงชีวิต \"ทฤษฎีใหม่\" ก็มักจะได้รับการกล่าวอ้างถึงควบคู่กันเสมอในฐานะตัวอย่างหรือแนวทางในการนำ หลัก เศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติเพราะทฤษฎีใหม่ คือการเลี้ยงตัวเองได้ในระดับชีวิตที่ประหยัด ไม่ว่าจะเป็นใน เรื่องของการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ในการพึ่งพาตนเอง และการแบ่งปัน ตลอดจนการดำเนินชีวิตตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมนำหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่สู่การดำรงชีวิต และเกิดความซาบซึ้งในสถาบัน พระมหากษตั รยิ ์ของประเทศไทย อกี ทั้งยังเปน็ การสร้างความเข้าใจในการดำเนนิ งานการขับเคลอ่ื นศูนย์เรียนรู้ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ สามารถใช้วิธีการและแนวทางการจัดการเรียนการสอน ตามหลักการทรงงานและแนวพระราชดำรินำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ไปใช้ใน วถิ ีชีวติ และขับเคล่ือนศูนยเ์ รียนร้ปู รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหมป่ ระจำตำบลตอ่ ไป รปู แบบหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง คมู่ ือประจำฐานถังน้ำมันรีไซเคิล
๓ แผนภมู ิการขับเคลือ่ นหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง สู่ฐานการเรยี นรู้ กศน.อำเภอกระสัง ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง คณะกรรมการขบั เคล่อื นหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง สาระการเรยี นรู้ ทักษะการเรียนรู้ ความรพู้ ้นื ฐาน การประกอบอาชพี ทักษะการดำเนนิ ชีวติ การพฒั นาสงั คม รายวชิ า ฐานการเรียนรู้ถังน้ำมันรีไซเคลิ นกั ศึกษา คณะกรรมการประเมนิ ผลการจัดกิจกรรม รายงานผลการจดั กจิ กรรม คู่มอื ประจำฐานถังน้ำมันรไี ซเคิล
๔ ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพยี ง (Sufficiency Economy) เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะ แนวทางที่ควรดำรงอยู่และปฏิบัติตนแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๓๐ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤต เศรษฐกิจ ๒๕๕๐ ให้ใช้เป็นแนวทางการแก้ไข เพื่อให้รอดพ้นวิกฤต และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง และ ย่งั ยนื ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ลกั ษณะของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ๑. เป็นวิถีการดำเนนิ ชวี ติ ทีใ่ ช้คุณธรรมกำกบั ความรู้ ๒. เป็นการพัฒนาตัวเอง ครอบครัว องค์กร สังคม ประเทศชาติ ให้ก้าวหน้าไปพร้อมกับความสมดุล ม่ันคง ย่งั ยนื ๓. เปน็ หลกั คดิ และหลกั ปฏิบัติ - เพ่อื ให้คนส่วนใหญพ่ อมีพอกนิ พอใช้ สามารถพึ่งตนเองได้ - เพ่ือใหค้ นกบั คนในสงั คม สามารถอย่รู ว่ มกันอย่างสันตสิ ุข - เพ่อื ใหค้ นกบั ธรรมชาติ อยู่รว่ มกนั อยา่ งสมดุล ยัง่ ยนื และให้แต่ละคนดำรงตนอยา่ งมศี ักดิ์ศรี และ รากเหง้าทางวฒั นธรรม องค์ประกอบปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย ๒ - ๓ – ๔ - 2 ได้แก่ ๒ เงื่อนไข ๓ หลักการ ๔ มิติ 3 ศาสตร์พระราชา โดยมีกระบวนการดังน้ี ๑. ก่อนที่จะลงมือทำกิจกรรมใดๆ นั้นต้องมีเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้การตัดสินใจ และการกระทำ เปน็ ไปพอเพยี ง จะตอ้ งอาศัยท้งั คุณธรรมและความรู้ ดงั นี้ - เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วยการฝึกตนให้มีความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบด้าน มคี วามรอบคอบ และความระมดั ระวงั ทจ่ี ะนำความรตู้ ่างๆ เหล่านน้ั มาพจิ ารณาให้เชือ่ มโยงกัน - เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะตอ้ งสรา้ งเสริมใหเ้ ป็นพืน้ ฐานจิตใจของคนในชาติ ประกอบด้วย ด้าน จิตใจ คือการตระหนักในคุณธรรม รู้ผิดชอบชั่วดี ซื่อสัตย์สุจริต ใช้สติปัญญาอย่างถูกต้องและเหมาะสมในการ ดำเนินชีวิต และด้านการกระทำ คือมีความขยันหมั่นเพียร อดทน ไม่โลภ ไม่ตระหนี่ รู้จักแบ่งปัน และ รบั ผดิ ชอบในการอยู่ร่วมกับผูอ้ ื่นในสงั คม ๒. ระหว่างดำเนนิ การให้ใช้ ๓ หลักการ เปน็ ตัวกำกับในการทำกจิ กรรม คอื - ความพอประมาณหมายถึง ความพอดีต่อความจำเป็น และเหมาะสมกับฐานะของตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และต้องไม่เบียดเบียน ตนเองและผูอ้ ่นื - ความมเี หตผุ ล หมายถึง การตดั สนิ ใจดำเนินการเรื่องตา่ งๆ อยา่ งมีเหตผุ ลตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักศีลธรรมจริยธรรม และวัฒนธรรมที่ดีงาม โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยท่ีเกี่ยวข้อง ตลอดจน คำนงึ ถึงผลที่คาดวา่ จะเกิดขน้ึ จากการกระทำนนั้ ๆ อยา่ งรอบรู้และรอบคอบ - การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับต่อผลกระทบและการ เปลีย่ นแปลงในดา้ นตา่ งๆไมว่ ่าจะเป็นดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม ส่งิ แวดล้อม และวฒั นธรรม เพ่อื ให้สามารถปรับตัว และรบั มือไดอ้ ย่างทันทว่ งที คู่มอื ประจำฐานถังนำ้ มนั รไี ซเคิล
๕ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่เป็นทั้งแนวคิด หลักการ และแนวทางปฏิบัติตนของแต่ละ บุคคล และองค์กร โดยคำนึงถึงความพอประมาณกับศักยภาพของตนเอง และสภาวะแวดล้อม ความมีเหตุมี ผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง โดยใช้ความรู้อย่างถูกหลักวิชาการด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เบียดเบียนกัน แบ่งปัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และร่วมมือ ปรองดองกนั ในสังคม ซึ่งจะช่วยเสรมิ สรา้ งสายใยเชื่อมโยงคนในภาคสว่ นตา่ งๆของสงั คมเขา้ ดว้ ยกัน สร้างสรรค์ พลังในทางบวก นำไปสู่ความสามัคคี การพฒั นาทีส่ มดุลและยั่งยนื พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงภายใต้กระแส โลกาภิวตั น์ได้ การนำเศรษฐกิจพอเพียงไปประยกุ ตใ์ ช้ ต้องคำนงึ ถึง ๔ มติ ิ ดังน้ี ๑.ดา้ นวตั ถุ หมายถึง การลดรายจ่าย / เพิ่มรายได้ / ใช้ชวี ิตอยา่ งพอควร / คดิ และวางแผนอย่างรอบคอบ / มภี มู คิ ุ้มกัน / ไม่เส่ียงเกนิ ไป / การเผ่อื ทางเลอื กสำรอง ๒.ดา้ นสงั คม หมายถึง การชว่ ยเหลือเกอ้ื กลู / รรู้ กั สามคั คี / สร้างความเข้มแข็งใหค้ รอบครวั และชุมชน ๓.ด้านสิ่งแวดล้อม หมายถงึ การรู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ / เลือกใชท้ รัพยากรท่ีมีอยู่อย่างรู้ค่า และเกดิ ประโยชน์สงู สุด / ฟน้ื ฟทู รพั ยากรเพอื่ ใหเ้ กดิ ความยั่งยืนสงู สดุ ๔.ด้านวฒั นธรรม หมายถึง การเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน / เห็นประโยชน์และคุ้มค่าของภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญา ทอ้ งถ่นิ / ร้จู กั แยกแยะและเลือกรับวัฒนธรรมอน่ื ๆ ศาสตร์พระราชาสูก่ ารพัฒนาอยา่ งยงั่ ยืน ประกอบด้วยหลักสำคัญ คอื 1. ศาสตร์พระราชา - หลักการทรงงาน - โครงการในพระราชดำริ - พระบรมราโชวาท / พระราชดำรัส 2. ศาสตรส์ ากล - กลุ่มสาระการเรียนรู้ 3. ศาสตร์ชาวบา้ น / ศาสตรภ์ มู ิปัญญาชาวบ้าน คมู่ ือประจำฐานถังนำ้ มนั รีไซเคิล
๖ ศาสตร์พระราชา หลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว ๒7 ข้อ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่นอกจากจะทรงด้วยทศพิธราชธรรมแล้ว ทรงยังเป็น พระราชาที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต และการทำงานแก่พสกนิกรของพระองค์ และนานาประเทศอีก ด้วย ผคู้ นต่างประจกั ษ์ถึงพระอจั ฉริยภาพของพระองค์ และมีความสำนกึ ในพระมหากรณุ าธิคณุ เป็นล้นพ้น อัน หาที่สุดมิได้ ซึ่งแนวคิดหรือ หลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มีความน่าสนใจ ที่สมควรนำมา ประยุกต์ใช้กบั ชวี ิตการทำงานเปน็ อยา่ งย่ิง หากทา่ นใดต้องการปฏิบัติตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ท่านสามารถ นำหลกั การทรงงานของพระองค์ไปปรบั ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ได้ ดงั นี้ หลกั การทรงงาน ในหลวงรชั กาลท่ี ๙ ๑. จะทำอะไรต้องศึกษาขอ้ มลู ให้เปน็ ระบบ ทรงศกึ ษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเปน็ ระบบจากข้อมูลเบื้องตน้ ท้ังเอกสาร แผนท่ี สอบถามจาก เจา้ หน้าท่ี นักวชิ าการ และราษฎรในพืน้ ทใ่ี ห้ไดร้ ายละเอียดที่ถกู ตอ้ ง เพอื่ นำขอ้ มลู เหลา่ นัน้ ไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ จรงิ อย่างถกู ตอ้ ง รวดเรว็ และตรงตามเปา้ หมาย ๒. ระเบิดจากภายใน จะทำการใดๆ ต้องเร่มิ จากคนทเี่ กย่ี วข้องเสยี กอ่ น ตอ้ งสร้างความเข้มแขง็ จากภายในใหเ้ กิดความเขา้ ใจ และอยากทำ ไม่ใช่การสั่งให้ทำ คนไม่เข้าใจก็อาจจะไม่ทำก็เป็นได้ ในการทำงานน้ันอาจจะต้องคยุ หรือประชมุ กบั ลูกนอ้ ง เพอ่ื นร่วมงาน หรอื คนในทีมเสยี กอ่ น เพ่ือให้ทราบถงึ เป้าหมายและวธิ ีการตอ่ ไป ๓. แกป้ ัญหาจากจดุ เลก็ ควรมองปัญหาภาพรวมก่อนเสมอ แต่เมือ่ จะลงมอื แก้ปัญหานัน้ ควรมองในส่ิงที่คนมกั จะมองขา้ ม แล้ว เร่มิ แกป้ ัญหาจากจุดเล็กๆ เสยี กอ่ น เมอ่ื สำเรจ็ แลว้ จงึ ค่อยๆ ขยับขยายแก้ไปเร่อื ย ๆ ทีละจดุ เราสามารถเอามา ประยุกต์ใช้กับการทำงานได้ โดยมองไปที่เป้าหมายใหญ่ของงานแต่ละชิ้น แล้วเริ่มลงมือทำจากจุดเล็กๆ ก่อน ค่อยๆ ทำ คอ่ ยๆ แก้ไปทีละจุด งานแตล่ ะชน้ิ กจ็ ะลุลวงไปไดต้ ามเปา้ หมายทวี่ างไว้ “ถา้ ปวดหัวคิดอะไรไม่ออก ก็ต้องแก้ไขการปวดหัวนีก้ อ่ น มันไม่ได้แก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปัญหาทีท่ ำให้เราปวดหัวให้ได้เสียกอ่ น เพื่อจะ ใหอ้ ยู่ในสภาพท่ีดีได้…” ๔. ทำตามลำดับข้นั เริ่มตน้ จากการลงมือทำในสิง่ ทีจ่ ำเปน็ ก่อน เมอื่ สำเรจ็ แลว้ กเ็ ริม่ ลงมือสง่ิ ท่ีจำเป็นลำดับต่อไป ด้วยความ รอบคอบและระมัดระวัง ถ้าทำตามหลักนีไ้ ด้ งานทุกสิ่งกจ็ ะสำเร็จได้โดยง่าย… ในหลวงรชั กาลที่ ๙ ทรงเริ่มตน้ จากสิ่งที่จำเป็นที่สุดของประชาชนเสียก่อน ได้แก่ สุขภาพสาธารณสุข จากนั้นจึงเป็นเรื่องสาธารณูปโภคข้ัน พื้นฐาน และสิ่งจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภคบริโภค เน้นการ ปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ราษฎรสามารถนำไปปฏิบัติได้ และเกิดประโยชน์สูงสุด “การพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนสว่ นใหญ่เป็นเบื้องต้น ก่อน ใช้วธิ ีการและอปุ กรณท์ ่ีประหยัด แตถ่ กู ต้องตามหลักวชิ า เมือ่ ไดพ้ ้ืนฐานทีม่ ัน่ คงพร้อมพอสมควร สามารถ ปฏิบัติไดแ้ ล้วจึงค่อยสร้างเสริมความเจรญิ และฐานะเศรษฐกิจขั้นท่ีสูงขึ้นโดยลำดบั ต่อไป…” พระบรมราโชวาท ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เมือ่ วันท่ี ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗ คมู่ ือประจำฐานถังน้ำมนั รีไซเคิล
๗ ๕. ภมู สิ ังคม ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ การพัฒนาใดๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นว่าเป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเกี่ยวกับ ลักษณะนิสัยใจคอคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน “การพัฒนาจะต้อง เป็นไปตามภูมิประเทศทางภมู ิศาสตร์และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ ในสังคมวิทยา คือนิสัยใจคอของคนเรา จะไปบังคับให้คนอื่นคิดอย่างอื่นไม่ได้ เราต้องแนะนำ เข้าไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ แล้วก็อธิบายให้เขา เขา้ ใจหลกั การของการพัฒนาน้กี ็จะเกดิ ประโยชน์อยา่ งยง่ิ ” ๖. ทำงานแบบองคร์ วม ใช้วธิ ีคดิ เพอ่ื การทำงาน โดยวธิ คี ดิ อย่างองคร์ วม คอื การมองสงิ่ ตา่ งๆ ทเี่ กดิ อย่างเป็นระบบครบวงจร ทุกสงิ่ ทุกอยา่ งมีมติ ิเชอื่ มต่อกนั มองสงิ่ ทเ่ี กดิ ขึ้นและแนวทางแก้ไขอยา่ งเชอื่ มโยง ๗. ไม่ตดิ ตำรา เมื่อเราจะทำการใดนัน้ ควรทำงานอย่างยดื หยุ่นกับสภาพและสถานการณ์นั้นๆ ไม่ใช่การยึดติดอยูก่ บั แคใ่ นตำราวชิ าการ เพราะบางท่คี วามรู้ท่วมหวั เอาตวั ไม่รอด บางครัง้ เรายึดติดทฤษฎมี ากจนเกนิ ไปจนทำอะไร ไมไ่ ด้เลย สิง่ ทเ่ี ราทำบางครง้ั ตอ้ งโอบอ้อมต่อสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สงั คม และจิตวิทยาดว้ ย ๘. รูจ้ กั ประหยัด เรยี บงา่ ย ไดป้ ระโยชน์สูงสุด ในการพฒั นาและช่วยเหลือราษฎร ในหลวงรัชกาลท่ี ๙ ทรงใชห้ ลักในการแกป้ ัญหาด้วยความเรยี บงา่ ย และประหยัด ราษฎรสามารถทำได้เอง หาไดใ้ นท้องถน่ิ และประยุกตใ์ ชส้ ง่ิ ทมี่ อี ยใู่ นภมู ภิ าคน้ันมาแก้ไข ปรับปรุง โดยไม่ต้องลงทุนสูงหรือใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากมากนัก ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “…ให้ปลูกป่าโดยไม่ต้อง ปลูกโดยปลอ่ ยใหข้ ึ้นเองตามธรรมชาติจะไดป้ ระหยัดงบประม ๙. ทำใหง้ ่าย ทรงคดิ ค้น ดัดแปลง ปรบั ปรงุ และแก้ไขงาน การพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริไปไดโ้ ดยง่าย ไม่ ยุ่งยากซับซอ้ นและทีส่ ำคัญอย่างย่ิงคอื สอดคลอ้ งกับสภาพความเป็นอย่ขู องประชาชนและระบบนิเวศ โดยรวม “ทำให้งา่ ย” คู่มือประจำฐานถังนำ้ มนั รไี ซเคิล
๘ ๑๐. การมสี ่วนรว่ ม ทรงเป็นนักประชาธิปไตย ทรงเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้มาร่วม แสดงความคดิ เห็น “สำคัญทีส่ ดุ จะตอ้ งหัดทำใจใหก้ วา้ งขวาง หนักแน่น รจู้ ักรบั ฟังความคิดเห็น แมก้ ระทงั่ ความ วิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาดนั้น แท้จริงคือ การระดมสติปัญญาละประสบการณ์อันหลากหลายมา อำนวยการปฏิบัตบิ รหิ ารงานให้ประสบผลสำเร็จที่สมบูรณน์ ัน่ เอง” ๑๑. ตอ้ งยึดประโยชน์สว่ นรวม ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “… ใครต่อใครบอกวา่ ขอใหเ้ สียสละส่วนตวั เพ่อื ส่วนรวม อันนี้ฟงั จนเบื่อ อาจรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอก วา่ ขอให้คดิ ถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยเู่ รือ่ ยแลว้ สว่ นตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เป็น เพ่อื สว่ นรวมน้ัน มไิ ด้ใหส้ ่วนรวมแตอ่ ยา่ งเดียว เปน็ การใหเ้ พอ่ื ตวั เองสามารถท่จี ะมีสว่ นรวมท่ีจะอาศยั ได…้ ” ๑๒. บรกิ ารทีจ่ ดุ เดยี ว ทรงมีพระราชดำริมากว่า ๒๐ ปีแล้ว ให้บริหารศูนย์ศึกษาการพัฒนาหลายแห่งทั่วประเทศโดยใช้ หลักการ “การบริการรวมที่จุดเดียว : One Stop Service” โดยทรงเน้นเรื่องรู้รักสามัคคีและการร่วมมือร่วม แรงรว่ มใจกนั ดว้ ยการปรบั ลดช่องวา่ งระหวา่ งหนว่ ยงานที่เกย่ี วขอ้ ง ๑๓. ใชธ้ รรมชาตชิ ว่ ยธรรมชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชนใกล้ชิดกับ ทรัพยากรธรรมชาติ ทรงมองปัญหาธรรมชาติอย่างละเอียด โดยหากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติจะต้องใช้ ธรรมชาตเิ ข้าชว่ ยเหลอื เราด้วย ๑๔. ใช้อธรรมปราบอธรรม ทรงนำความจริงในเรื่องธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการแนวทางปฏิบัติในการ แก้ไขปญั หาและปรับปรงุ สภาวะท่ีไม่ปกตเิ ข้าสู่ระบบที่ปกติ เช่น การบำบดั นำ้ เน่าเสยี โดยใหผ้ ักตบชวา ซึ่งมีตาม ธรรมชาตใิ ห้ดดู ซึมส่ิงสกปรกปนเปือ้ นในนำ้ คูม่ ือประจำฐานถงั นำ้ มนั รไี ซเคิล
๙ ๑๕. ปลูกป่าในใจคน การจะทำการใดสำเร็จต้องปลูกจิตสำนึกของคนเสียก่อน ต้องให้เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์กับสิ่งที่จะ ทำ…. “เจา้ หน้าท่ีป่าไม้ควรจะปลูกต้นไมล้ งในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านน้ั กจ็ ะพากันปลกู ต้นไมล้ งบนแผ่นดิน และจะรกั ษาตน้ ไม้ด้วยตนเอง” ๑๖. ขาดทนุ คือกำไร หลักการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่มีต่อพสกนิกรไทย “การให้” และ “การ เสยี สละ” เป็นการกระทำอันมผี ลเป็นกำไร คอื ความอย่ดู มี สี ุขของราษฎร ๑๗. การพึ่งพาตนเอง การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพือ่ ให้มีความแขง็ แรงพอทจ่ี ะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขนั้ ต่อไปกค็ อื การพฒั นาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคม ไดต้ ามสภาพแวดลอ้ มและสามารถ พ่ึงตนเองได้ในท่ีสุด ๑๘. พออยพู่ อกนิ ให้ประชาชนสามารถอยูอ่ ยา่ ง “พออย่พู อกิน” ให้ได้เสยี ก่อน แลว้ จงึ คอ่ ยขยับขยายใหม้ ขี ีดสมรรถนะที่ กา้ วหน้าต่อไป ๑๙. เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาทีใ่ นหลวงรัชกาลที่ ๙ พระราชทานพระราชดำรัสชีแ้ นะแนวทางการดำเนินชีวิต ให้ดำเนนิ ไปบน “ทางสายกลาง” เพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และการเปลย่ี นแปลงต่างๆ ซงึ่ ปรัชญาน้ีสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งระดบั บุคคล องคก์ ร และชุมชน ๒๐. ความซื่อสัตยส์ ุจรติ จริงใจตอ่ กนั ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อย ก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้มากกว่าผู้ที่มี ความรมู้ าก แต่ไม่มคี วามสจุ รติ ไม่มคี วามบริสุทธิ์ใจ ๒๑. ทำงานอยา่ งมีความสุข ทำงานต้องมีความสุขด้วย ถ้าเราทำอย่างไม่มีความสุขเราจะแพ้ แต่ถ้าเรามีความสุขเราจะชนะ สนุก กับการทำงานเพยี งเท่านั้น ถือว่าเราชนะแล้ว หรือจะทำงานโดยคำนึงถึงความสุขทีเ่ กดิ จากการได้ทำประโยชน์ ให้กับผู้อื่นก็สามารถทำได้ “…ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกัน ในการทำ ประโยชน์ใหก้ บั ผู้อนื่ …” คูม่ ือประจำฐานถงั นำ้ มนั รไี ซเคิล
๑๐ ๒๒. ความเพียร การเริ่มต้นทำงานหรือทำสิ่งใดนั้นอาจจะไม่ได้มีความพร้อม ต้องอาศัยความอดทนและความมุ่งมั่น ดังเช่นพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” กษัตริย์ผู้เพียรพยายามแม้จะไม่เห็นฝั่งก็จะว่ายน้ำต่อไป เพราะถ้าไม่ เพยี รว่ายก็จะตกเปน็ อาหารปู ปลาและไมไ่ ดพ้ บกบั เทวดาทช่ี ่วยเหลือมิใหจ้ มนำ้ ๒๓. รู้ รกั สามคั คี รู้ คอื รู้ปญั หาและรวู้ ิธีแกป้ ญั หานน้ั รกั คอื เม่ือเรารู้ถึงปัญหาและวธิ ีแกแ้ ล้ว เราต้องมีความรัก ทีจ่ ะลงมือทำ ลงมอื แกไ้ ขปญั หาน้นั สามัคคี คอื การแกไ้ ขปัญหาต่างๆ ไม่สามารถลงมอื ทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยความรว่ มมือรว่ มใจกนั 24. พออยู่พอกิน การดำเนินชีวิตให้พออยู่พอกินนั้น ต้องมีทรัพยากรให้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ต้องอาศัยความอุดม สมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ หากขาดแคลนจะทำให้ไม่เพียงพอ อดอยาก ไม่ มั่นคงในชีวิต จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นทุกวันแต่ทรัพยากรลดลงทุกที ภาวะขาดแคลนย่อมเกิดขึ้น ทรงแก้ไข ปัญหาทุกด้านเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติทรงฟื้นฟูและรักษาความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติที่เสียไปเพือ่ สรา้ งความย่ังยืนใหเ้ กดิ ข้ึน เพราะเปน็ พ้นื ฐานการดำรงชวี ติ ของมนุษย์ 25. บรกิ ารรวมทีจ่ ดุ เดยี ว “...กรม กองต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนทุกด้าน ได้สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปรองดองกัน ประสานกันตามธรรมดาแต่ละฝ่ายตอ้ งมศี ูนยข์ องตน แต่ว่าอาจจะมงี านถือว่าเป็นศูนย์ของตัวเอง คนอื่นไม่เกี่ยวข้อง และศูนย์ศึกษาการพัฒนาเป็นศูนย์ทีร่ วบรวมกำลังทั้งหมดของเจา้ หนา้ ที่ทุกกรม กอง ทั้งใน ด้านเกษตรหรือในด้านสังคม ทั้งในด้านหางาน การส่งเสริมการศึกษามาอยู่ด้วยกัน ก็หมายความว่าประชาชน ซึ่งจะต้องใช้วิชาการทั้งหลายก็สามารถที่จะมาดู ส่วนเจ้าหน้าที่จะให้ความอนุเคราะห์แก่ประชาชนก็มาอยู่ พร้อมกันในที่เดียวกัน เหมือนกัน ซึ่งเป็นสองด้าน ก็หมายถึงว่า ที่สำคัญปลายทางคือประชาชน จะได้รับ ประโยชน์และตน้ ทางของผูเ้ ป็นเจ้าหนา้ ที่จะใหป้ ระโยชน.์ .. 26. ร่าเริง ร่นื เรงิ คกึ คัก ครึกครนื้ กระฉบั กระเฉง มพี ลงั เปน็ ปัจจัยของการทำงานทม่ี ปี ระสิทธิภาพ การทำงานให้สำเร็จและมีประสทิ ธิภาพต้องอาศัยจติ ใจเป็นเรื่องสำคัญ ต้องสร้างบรรยากาศรอบตวั ให้ มีความสุข ไม่เครียด ทรงมีพระราชดำรัสว่า ทำงานต้องสนุกกับงานมิฉะนั้นเราจะเบื่อและหยุดทำงานในระยะ ตอ่ มา ดงั นั้นปัจจยั ของการทำงานทมี่ ีประสิทธภิ าพ คอื รา่ เริง ร่นื เริง คกึ คกั ครึกครื้น 27. ชยั ชนะของการพัฒนา การแก้ไขปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็น เหมอื นการเข้าสู่สงครามทไ่ี มไ่ ด้ใช้อาวธุ ในการแกไ้ ขปญั หา แตใ่ ชก้ ารพฒั นาเป็นเครือ่ งมอื แก้ไขปัญหาต่างๆ และ ทกุ ครงั้ ทีส่ ามารถแกไ้ ขปญั หาได้สำเรจ็ จงึ ถือเปน็ การไดร้ ับชยั ชนะโดยการพฒั นา คูม่ อื ประจำฐานถงั น้ำมันรีไซเคิล
๑๑ ในหลวง รชั กาลท่ี ๙ ทรงงานหนักเพ่ือประชาชน ขอ้ มูลจาก : https://th.jobsdb.com, http://www.crma.ac.th, http://umongcity.go.th ภาพจาก สสส., Twitter.com หลักการทรงงาน 27 ข้อ คู่มือประจำฐานถงั น้ำมนั รีไซเคิล
๑๒ ฐานการเรยี นร้ชู น้ั วางอเนกประสงคจ์ ากถงั น้ำมนั 200 ลิตร ๑. ช่ือครู/วทิ ยากรประจำฐาน ๒. นักศึกษาประจำฐาน 1. นายลักษ์ ชูชี 2. นายคำเภา ผิวคำ 3. นายศักรนิ ทร์ มากรัมย์ ๓. วัตถปุ ระสงค์ของฐานเรียนรู้ 1. เพอ่ื สรา้ งมลู คา่ ถังน้ำมนั และผลงานทางศลิ ปะ 2. เพื่อลดต้นทนุ ในการจัดทำชิ้นงาน 3. เพือ่ ให้เหน็ ความสำคัญในการคดั แยกถงั นำ้ มันเก่าและสามารถนำความรูไ้ ปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้ 4. เพ่อื สรา้ งรายได้ ๔. มาตรฐาน มาตรฐาน การวางแผนพฒั นาครอบครวั 1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจและเห็นความสำคัญของขอ้ มูลตนเอง ครอบครวั สังคม ชุมชน ๕. สาระการเรียนรู้ สาระการพัฒนาสงั คม รายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม ๖. ขอ้ มลู ความรู้ 6.๑ แนะนำวทิ ยากร หรือวิทยากรภูมปิ ญั ญาชาวบ้าน พนื้ ท่ีการเรยี นรู้ แนวปฏิบตั กิ จิ กรรม 6.๒ แจง้ วัตถุประสงค์ของกิจกรรม ขอบเขตเนอ้ื หากิจกรรม และวิธีการเรยี นร้ตู า่ ง ๆ 6.๓ ศึกษาคุณสมบตั ิ คณุ ค่าและประโยชน์ของการคัดแยกถังน้ำมนั เกา่ 6.๔ อธบิ ายและสาธติ การคัดแยกถงั นำ้ มนั เกา่ 6.๕ ผเู้ ขา้ รบั การอบรมฝึกปฏบิ ัตกิ ารคดั แยกถงั น้ำมนั เก่า 6.๖ รว่ มแลกเปลี่ยนเรยี นรเู้ ก่ยี วกบั - แนวทางการคัดแยกถังน้ำมนั เกา่ ไว้ใชใ้ นครอบครัว - แนวการคดั แยกถังนำ้ มนั เก่าเป็นอาชีพเสริมเพอ่ื สรา้ งรายได้ 6.๗ สอบถามและสรุปการเรยี นรู้ ๗. วธิ ีการใชฐ้ าน 1. ศึกษาใบความรู้ 2. ลงมือปฏิบัติ 3. สรุปองค์ความรู้ท่ไี ดร้ บั 4. ทำใบงาน ถอดบทเรยี นฐานการเรยี นรู้ ๘. ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั ๑. นกั ศึกษา/ประชาชน มคี วามรคู้ วามเข้าใจการวางแผนพัฒนาครอบครวั ๒. นกั ศกึ ษา/ประชาชน มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับการนำขยะกลบั มารไี ซเคิล ๓. นกั ศกึ ษา/ประชาชน มีความรคู้ วามเข้าใจและสามารถนำความรู้ไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั คู่มอื ประจำฐานถงั นำ้ มันรีไซเคิล
๑๓ ๙. ตารางการปฏบิ ัติและเวลาทใี่ ช้ การปฏิบัติ เวลาท่ีใช้ ลำดับ ๑ ชแ้ี จงวตั ถุประสงค์และวิธีการใช้ฐานการเรยี นรู้ ๑๐ นาที 3 เรียนรู้หลกั การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม 25 นาที 4 เรียนรู้ทกั ษะการสรา้ งสมั พนั ธภาพทด่ี กี บั ผอู้ ื่น 25 นาที 5 เรยี นรูห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 25 นาที 7 ลงมือปฏบิ ัติ 200 นาที 8 นำเสนอผลการเรียนร้แู ละสรุปผลการเรียน(ถอดบทเรยี น) 15 นาที ๑๐. สอ่ื การเรียนการสอน ๑. ชุดการเรยี นรู้ เรื่อง สิ่งประดิษฐ์ช้นั วางของจากถังนำ้ มัน 200 ลิตร ๒. QR Code ใบความรู้ /แผนการจัดการเรยี นรู้สิ่งประดษิ ฐ์ช้นั วางของจากถงั น้ำมัน 200 ลิตร 3. ใบงาน 4. ถอดบทเรียนฐานการเรยี นรู้ ๑๑. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ๑. สะอาด 2. ขยัน 3. ประหยัด 4. มนี ำ้ ใจ 5. มวี นิ ัย ๑๒. กระบวนการจดั การเรียนร/ู้ วธิ กี ารจดั การเรยี นรู้ ๑. ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น ๒. ขน้ั สอน ๓. ขนั้ สรปุ ขั้นที่ ๑ ขนั้ นำเข้าสู่บทเรยี น 1. ครแู ละผู้เรียนพดู คุยแลกเปลีย่ นขอ้ มูลสภาพความเป็นอย่ขู องตนเองในชุมชนดา้ นต่างๆ ปญั หา ที่ตนเองพบในชุมชน เช่น ปัญหาทรัพยากรสิง่ แวดล้อม ว่ามีปัญหาในด้านใดบ้าง เช่น ปัญหา น้ำเน่าเสีย ปญั หาฝนุ่ ละออง เป็นต้น การประกอบอาชพี ของคนในชมุ ชนสว่ นใหญ่ว่าประกอบ อาชีพอะไรบ้างเหมาะสมกับทรัพยากรที่ชุมชนมีอยู่หรือไม่ เป็นต้น แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัด กลุ่มสภาพปัญหา (ประเด็นสภาพปัญหาที่ครูและผู้เรียนร่วมกันและเปลี่ยนรู้ขึ้นอยู่กับบริบท ของแต่ละกลุ่ม) 2. ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ปัญหาของชุมชนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ร่วมกันสนทนา วิเคราะห์ ถึงบริบท สภาวะแวดลอ้ มของชมุ ชนท่ีต้องการพฒั นา คู่มอื ประจำฐานถงั นำ้ มันรไี ซเคิล
๑๔ ข้ันท่ี ๒ ขน้ั สอน 1. ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้สื่อสิ่งพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ใบความรู้ที่ 1 เรื่องหลักการ พฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม พรอ้ มทง้ั สรุปเนื้อหาสาระสำคญั และทำใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง หลักการ พัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม 2. ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ในใบงานที่2 เรื่องวิธีการจัดเก็บวิเคราะห์ข้อมูลด้วย วิธีการที่หลากหลายและการเผยแพร่ ข้อมูลโดยให้ผู้เรียนกรอกแบบสำรวจข้อมูลตนเอง ตาม ใบบงานที่ 2 เรื่องสำรวจข้อมูลตนเอง วิเคราะห์และอธิบายข้อมูลและให้เรียนร่วมกันสรุป ข้อมูลของทุกคนที่ได้พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน นำมาสรุปผลการสำรวจข้อมูลในใบงาน สรปุ ผลตามแบบฟอร์มใบงานที่ 2 เรือ่ งแบบสำรวจขอ้ มลู ตนเอง 3. ครแู ละผเู้ รียนสรปุ สาระสำคัญ นำความรทู้ ่ไี ด้ไปเป็นแนวทางในการประยกุ ต์ใชใ้ นการมสี ่วน ร่วมในการวางแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม 4. ผู้เรยี นนำแนวทางการมสี ว่ นร่วมในการจดั ทำแผนชุมชนในชุมชนของตนเองสรุป พรอ้ ม นำเสนอในการพบกล่มุ ขัน้ ท่ี ๓ ขนั้ สรปุ ส่ือ/แหลง่ เรียนรู้ 1. ครแู ละผู้เรียนร่วมกันสรุปสาระสำคญั ตามมาตรฐานการเรียนรู้ 2. ประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ๑๓. การวัดผลประเมินผล สิง่ ทีต่ ้องการวัด วิธวี ัด เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ ๑. สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน - การสงั เกต กลมุ่ - แบบสังเกต - ระดับดีข้นึ ไป (รอ้ ยละ ๗๐) - การประเมนิ จาก ๒. ช้ินงานและใบงาน ช้นิ งานและใบงาน พฤติกรรมการทำงาน - การสังเกต ๓. คณุ ลกั ษณะพอเพียง - การทำแบบทดสอบ กลุม่ ๔. พฤตกิ รรมทักษะชวี ติ - แบบประเมิน - ระดับดขี ้นึ ไป (รอ้ ยละ ๗๐) ชนิ้ งาน - แบบประเมนิ - ระดบั ดีข้ึนไป (รอ้ ยละ ๗๐) - แบบทดสอบก่อน - ผา่ น (ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ ๗๐ เรียน - หลงั เรยี น ข้นึ ไป) - ไม่ผา่ น (ไดค้ ะแนนต่ำกวา่ ร้อยละ ๗๐) คูม่ ือประจำฐานถงั น้ำมันรีไซเคลิ
๑๕ ๑๔. ผลการเรยี นร้ทู ค่ี าดหวงั ๑. มีความรู้ ความเข้าใจหลักการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม การประดิษฐ์ชั้นวางของจากถังน้ำมัน 200 ลติ ร ๒. สามารถออกแบบและสร้างสง่ิ ประดิษฐจ์ ากถงั น้ำมนั ได้ ๓. ตระหนักถึงผลกระทบท่ีเกดิ จากของเหลอื ใช้ที่มตี อ่ สง่ิ แวดล้อมและชวี ติ ประจำวนั คูม่ อื ประจำฐานถงั น้ำมันรไี ซเคิล
๑๖ ผงั การเรยี นรู้ ครูแจ้งใหผ้ เู้ รยี นศึกษาผลการเรียนรูท้ คี่ าดหวัง/จุดประสงคก์ ารเรยี นร้แู ต่ละกจิ กรรม ครดู ำเนินการใช้ชุดการเรียนรู้ ๑. ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น - แจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ - บอกสง่ิ ทีน่ กั ศกึ ษาตอ้ งปฏบิ ัติ ๒. ข้ันเรียนรู้ - นกั ศกึ ษาปฏิบตั กิ ิจกรรมตามท่รี ะบุไว้ในใบงาน ๓. ขั้นสรุป - สรปุ อภปิ ราย แลกเปล่ยี นเรียนรู้ ทำใบงาน/ชนิ้ งาน แก้ไข สง่ ใบงาน/ช้ินงาน คณุ ครูตรวจใบงาน/ชนิ้ งาน ผ่าน ส่งใบงาน/ใบงานสำเร็จ หมายเหตุ : ผา่ น หมายถึง ผู้เรียนทำใบงานครบ ทำแบบทดสอบไดร้ อ้ ยละ ๗๐ และสง่ แบบฝกึ หัดครบ คู่มอื ประจำฐานถงั น้ำมันรไี ซเคิล
๑๗ แผนผงั ทตี่ ั้งฐานการเรยี นร้เู ศรษฐกิจพอเพยี ง ฐานการเรียนรู้ สงิ่ ประดษิ ฐช์ นั้ วางของจากถงั นำ้ มนั 200 ลติ ร กศน.อำเภอกระสงั ฐานการเรียนรู้ สงิ่ ประดิษฐ์ช้ัน วางของถังนำ้ มัน 200 ลติ ร ห้องประชุม กศน.อำเภอกระสงั ถอดบทเรยี นฐานเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง คมู่ ือประจำฐานถงั นำ้ มันรไี ซเคลิ
๑๘ 2 เงอื่ นไข เงอื่ นไขคุณธรรม เงอ่ื นไขความรู้ 1. อดทน 2. มีวินัย 1. รปู้ ระเภทและขนาดของถงั นำ้ มนั 3. ขยนั หมนั่ เพียร 2 รู้วิธกี ารเตรยี มถงั นำ้ มัน 4. ความรบั ผดิ ชอบ 3. มีความรเู้ ร่อื งวัสดอุ ปุ กรณ์ในการทำชั้นวางของเอนกประสงค์ 4. รู้วิธกี ารดแู ลรกั ษา 4. ร้วู ิธีใช้หลกั PDCA 5. มีความรู้ในเร่อื งประโยชนแ์ ละโทษของการทำชนั้ วางของเอนกประสงค์ 3 หลกั การ พอประมาณ มีเหตผุ ล มภี ูมคิ มุ้ กนั ในตัวท่ดี ี 1. ใช้วัสดุอุปกรณได้อย่างเหมาะสมกับ 1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความ 1. มีการวางแผนในการเรียน การทำงาน การทำช้ันวางของเอนกประสงค์ เข้าใจในเรื่องวัสดุอุปกรณ์ที่ กลุ่มอยา่ งรอบคอบและเป็นระบบ 2. การทำชั้นวางของเอนกประสงค์ นำมาใช้ 2. ศึกษาหาความรู้ และวิธีการทำงานจาก เหมาะสมกับขนาดของถังน้ำมันและการ 2. เพื่อให้ความรู้ในเรื่องการทำ แหล่งเรียนรู้ต่างๆ นำไปใช้ ชั้นวางของเอนกประสงค์จากถัง 3. ศึกษาวิธีการใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างถูกวิธี 3. ระยะเวลาในการทำชั้นวางของ นำ้ มัน เอนกประสงคม์ คี วามเหมาะสมต่อชิ้นงาน 3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถบริหาร ระมัดระวังและมีการจัดเก็บอย่างถูกต้อง และเป็นระเบยี บ 4. สร้างมูลค่าถังน้ำมันเก่าให้เกิด จดั การเรอ่ื งของเวลา ประโยชน์ 4. เพื่อลดรายจ่ายและสามารถ 4.. แต่งต้งั ผรู้ ับผิดชอบ สร้างรายได้ให้กับตัวเองและ 5. ประชุม PLC กอ่ นดำเนนิ การ ครวั เรือน สมดุลและพรอ้ มรบั ต่อการเปล่ยี นแปลงใน 4 มิติ ดา้ นวัตถ/ุ เศรษฐกิจ ด้านสังคม 1. ได้ชั้นวางของเอนกประสงค์จากถังน้ำมันเก่าไว้ใช้ใน 1. สร้างความสมั พันธ์อันดใี นครัวเรอื น เพอ่ื น ครู และชุมชน ครัวเรือน 2. การทำงานเป็นทมี 2 .เพอ่ื ลดรายจา่ ยและสามารถสร้างรายไดใ้ นครัวเรือน 3. การมีน้ำใจ แบง่ ปนั มคี วามเขม็ แขง็ ในชุมชน 4. มีความสามคั คใี นหมคู่ ณะเป็นสงั คมแหง่ การพอเพยี ง ด้านสง่ิ แวดลอ้ ม ด้านวฒั นธรรม 1. ใชท้ รพั ยากรอย่างประหยัดเกิดประโยชนแ์ ละคุม้ คา่ 1. มีภูมิปัญญามาสอน ในการทำชั้นวางของเอนกประสงค์ 2. นำวสั ดุเหลือใช้ มาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ เช่น ถังนำ้ มนั เก่ามี จากถังน้ำมันเก่า ทำเป็นชนั้ วางของเอนกประสงค์ 2. เหน็ คณุ ค่าส่ิงของเหลือใช้ 3. ใชป้ ระโยชนข์ องภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ 4. ความสะอาด 5. ขจัดมลภาวะ คมู่ อื ประจำฐานถงั นำ้ มนั รีไซเคิล
๑๙ ๓ ศาสตร์ ศาสตร์พระราชา ศาสตร์สากล ศาสตรช์ าวบา้ น / ศาสตร์ ภูมิปญั ญาชาวบ้าน หลักการทรงงาน สืบคน้ ข้อมลู จากอินเตอรเ์ น็ต ปราชญช์ าวบ้าน ขอ้ 12. ประหยัด เรียบง่าย ไดป้ ระโยชน์สงู สุด เรื่องประดิษฐ์ชั้นวางของ 1. นายลกั ษ์ ชูชี ในเรื่องของความประหยัดนี้ ประชาชนชาวไทยทราบ เอนกประสงคจ์ ากถังน้ำมัน 200 2. นายคำเภา ผวิ คำ กันดีว่าเรื่องส่วนพระองค์ทรงประหยัดมากดังที่เราเคย ล ิ ต ร จ า ก เ ว ็ บ ไ ซ ต์ 3. นายศักรนิ ทร์ มากรัมย์ เห็นว่า หลอดยาสีพระทนต์นั้นทรงใช้อย่างคุ้มค่าอย่างไร https://shorturl.asia/JdCUW ที่ให้ความรู้เรื่อง การประดิษฐ์ หรือฉลองพระองคแ์ ต่ละองคท์ รงใช้อยู่เปน็ เวลานาน ชั้นวางของจากถังน้ำมัน 200 ขณะเดียวกันการพัฒนาและช่วยเหลือราษฎรทรงใช้ ลติ ร หลักในการแก้ไขปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด ราษฎรสามารถทำได้เอง หาได้ในท้องถิ่นและประยุกต์ใช้ ส่ิงทม่ี ีอยู่ในภมู ิภาคนน้ั ๆ มาแกไ้ ขปญั หาโดยไม่ต้องลงทุน สูงหรือใช้เทคโนโลยีที่ไม่ยุ่งยากนัก ทรงให้ใช้หลัก Cost Effectiveness (คุ้มค่า ไม่ใช่ (Cost Benefit (คุ้มทุน ( เสมอไป ซึ่งหมายถึงปัญหาของมนุษย์คิดเป็นราคาไม่ได้ อย่าไปเน้นกำไร หากแต่เราต้องจัดการให้ความทุกข์ของ เขาหมดไปใหไ้ ด้ และเน้นความยง่ั ยนื และประโยชน์สขุ โครงการพระราชดำริ - พระบรมราโชวาท...\"พระราชดำรัส/“ คนเราเมื่อมีความสามารถที่ดีเป็นทุนรอนอยู่ก็จะไม่มีวัน อับจนย้อมหาทางสร้างตัวสร้างฐานะให้ก้าวหน้าได้เสมอ ข้อสําคัญในการสร้างตัวฐานะนั้นจะต้องถือหลักค่อยเป็น คอ่ ยได้วยความรอบคอบ ระมัดระวงั และความพอเหมาะ พอดี ไมท่ าํ เกินฐานะ และกําลัง หรอื ทําด้วยความเร่งรีบ” พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของรัชกาลท่ี 10 ด้านที่ 3 มีงานทำ – มีอาชีพ 1. การเล้ียงดูลูกหลานในครอบครวั หรือการฝึกฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็กและเยาวชนรกั งาน สู้งานทำจนงาน สำเรจ็ 2. การฝกึ ฝนอบรมท้งั ในหลักสตู รและนอกหลักสตู รตอ้ งมจี ดุ มงุ่ หมายให้ผเู้ รียนทำงานเปน็ และมีงานทำในท่สี ุด 3. ตอ้ งสนบั สนนุ ผู้สำเรจ็ หลักสตู รมอี าชีพ มงี านทำ จนสามารถเลยี้ งตัวเองและครอบครวั แบบทดสอบกอ่ น-หลังเรียน คู่มอื ประจำฐานถังน้ำมนั รไี ซเคิล
๒๐ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอกระสงั (แบบปรนัย) จงตอบคำถามตอ่ ไปน้ี 1. การพัฒนาตนเองใหป้ ระสบผลสำเร็จ จะต้องมคี วามมุง่ มน่ั มีการวางแผนทดี่ ี สามารถปฏบิ ตั ไิ ด้อย่างไรบ้าง ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 2. สำรวจตนเอง มอี ะไรบ้าง ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 3. การวิเคราะหต์ นแอง คอื ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 4. การกำหนดปัญหาและพฤตกิ รรมเปา้ หมายคอื ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 5. การรวบรวมข้อมลู พนื้ ฐาน คอื ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 6. การเลือกเทคนคิ และวางแผนปรับปรงุ ตนเอง คอื ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... คู่มือประจำฐานถังนำ้ มันรีไซเคิล
๒๑ แบบทดสอบก่อน-หลังเรยี น ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอกระสัง (แบบอัตนยั ) 1. การพฒั นาชมุ ชน หมายถึง ก. การทำใหช้ มุ ชนมกี ารเปล่ียนแปลงไปในทางทดี่ ขี ึ้นหรอื เจริญขึ้น ข. การรักษาระดบั มาตรฐานของชมุ ชน ค. การพฒั นาตนเองให้มกี ารเปลยี่ นแปลงไปในทางทดี่ ขี ึ้นหรอื เจริญขน้ึ ง. การพัฒนาคนในชุมชนใหม้ คี วามรคู้ วามสามารถ 2. การใชช้ วี ติ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องมีความพอดกี ่ีประการ ก. 5 ประการ ข. 8 ประการ ค. 10 ประการ ง. 12 ประการ 3. ขอ้ ใดคอื ความพอดดี า้ นสงั คม ก. รู้รกั สามัคคี ข. รจู้ ักการประนีประนอม ค. นำเทคโนโลยมี าใช้เพือ่ กอ่ ให้เกดิ ประโยชนก์ บั คนหมูม่ าก ง. มีจติ ใจ เออื้ อาทร 4. การนำหลกั เศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้นั้น ขน้ั แรกตอ้ งยึดหลักในขอ้ ใด ก. พง่ึ ครอบครวั ข. พ่ึงตนเอง ค. พึง่ รัฐบาล ง. ปล่อยทกุ อย่างให้เปน็ ไปตามธรรมชาติ 5. ขอ้ ใดไม่ใช่สิ่งท่ีต้องสำรวจตนเอง ก. ภาวะทางอารมณ์และจติ ใจ ข. ประวตั ิศาสตรข์ องชมุ ชน ค. สภาพรา่ งกาย ง. พฒั นาการทางสงั คูม่ ือประจำฐานถงั นำ้ มันรไี ซเคลิ
๒๒ สาระการเรยี นรู้ การพัฒนาสงั คม แผนการจัดการเรยี นรู้ การประดิษฐช์ ัน้ วางของจากถงั นำ้ มนั 200 ลิตร มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชีว้ ดั มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั รายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม หลักการพฒั นชุมชน 1. มคี วามรู้ ความเข้าใจหลกั การพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม สาระสำคัญ การพัฒนาเป็นการทําให้ดีขึ้น ให้เจริญขึ้น เป็นการเพิ่มคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ พัฒนาจาก สิ่งที่มีอยู่ เดิม หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมา ดังนั้น การพัฒนาจึงเริ่มต้นด้วยการพัฒนาตนเอง ต่อจากนั้นเป็นการพัฒนา ชุมชน และท้ายสุดเป็นการพัฒนาสังคม ซึ่งจะต้องเรียนรู้ ความหมาย ความสําคัญ แนวคิด หลักการ วิธีการ พัฒนาตนเอง ชมุ ชนและสังคม จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. เพ่อื สรา้ งมลู คา่ ถงั น้ำมนั และผลงานทางศลิ ปะ 2. เพ่อื ลดตน้ ทุนในการจัดทำช้นิ งาน 3. เพ่ือให้เหน็ ความสำคัญในการคดั แยกถงั น้ำมันเก่าและสามารถนำความร้ไู ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ 4. เพื่อสรา้ งรายได้ ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั ๑. มีความรู้ ความเข้าใจหลักการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม การประดิษฐ์ชั้นวางของจากถังน้ำมัน 200 ลติ ร ๒. สามารถออกแบบและสรา้ งสิ่งประดษิ ฐจ์ ากถงั น้ำมนั ได้ ๓. ตระหนักถงึ ผลกระทบทเี่ กิดจากของเหลือใช้ที่มีต่อส่ิงแวดลอ้ มและชวี ิตประจำวนั สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้ ๑. ใบงาน/ใบความรู้ ๒. หอ้ งสมดุ ประชาชนอำเภอกระสัง https://shorturl.asia/U1w8Q 3. แหล่งข้อมลู สารสนเทศ กลุ่มเปา้ หมาย ๑. นักศกึ ษาและประชาชนทัว่ ไป ๒. ร้อยละ ๗๐ ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีความรู้ ความเข้าใจหลักการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม การประดิษฐ์ชนั้ วางของจากถงั น้ำมนั 200 ลิตร สามารถนำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตประจำวันได้ ตวั ช้ีวัดความสำเร็จ ตัวชวี้ ัดผลผลิต (Output) ร้อยละ ๗๐ ของผู้เข้าร่วมมีความรู้ ความเข้าใจหลักการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม การ ประดิษฐช์ น้ั วางของจากถังน้ำมัน 200 ลิตร สามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวันและขยายผลให้แก่ผู้อ่ืน ได้ คู่มือประจำฐานถังน้ำมนั รไี ซเคิล
๒๓ ตวั ช้ีวดั ผลลพั ธ์ (Outcome) ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ ๗๐ นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และขยายผล ให้แก่ผู้อนื่ ได้ เกษตรพ่ึงตน : ตู้ถัง เกมสก์ ารคดั แยกขยะ คมู่ ือประจำฐานถงั นำ้ มันรีไซเคิล
๒๔ ใบความรูท้ ี่ 1 ส่งิ ประดษิ ฐ์ชัน้ วางเอนกประสงค์จากถงั น้ำมนั 200 ลติ ร อตุ สาหกรรมเฟอรน์ ิเจอร์ ในปัจจุบันอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ได้มีการพัฒนาและมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเริ่มมี บทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการศึกษาถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เฟอร์นิเจอร์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อหาแนวทางและกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์เพื่อรองรับ กระแสการเปลีย่ นแปลงในอนาคต เชน่ การเปล่ียนแปลงกระแสโลกาภิวัตน์กลไกการผลิตและการบรโิ ภคซ่ึง จะ ส่งผลโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอรท์ ้ังด้านการผลิต และรูปแบบสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่เปลี่ยนแปลง อย่าง สรา้ งสรรคโ์ ดยสามารถแบ่งรูปแบบสนิ คา้ เฟอรน์ ิเจอรใ์ นอนาคตได้ 5 ประเภท คือ เฟอร์นิเจอร์เพื่อสิ่งแวดล้อม )Eco - Furniture) – สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกให้ ความ สนใจเนื่องจากปัจจุบันโลกเริ่มประสบปัญหาสภาวะโลกร้อน จึงได้มีการออกมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ที่ เขม้ งวดทงั้ ในการผลิตและการนำเขา้ สินค้ารวมถึงการนำขยะหรอื วสั ดุเหลือใชม้ าผลิตเป็นของใช้เพ่ิมย่ิงขึ้น เพ่ือ ลดปัญหาขยะล้นโลกการวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบการผลิต และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมและ การผลิตเฟอร์นิเจอร์วัสดุรีไซเคิลซึ่งขั้นตอนจะไม่ยุ่งยากซับซ้อนแต่ต้องอาศัยความคิด สร้างสรรค์ในการ ออกแบบเพอ่ื ใหแ้ ปลกใหมม่ ีความนา่ สนใจและสามารถใช้งานไดด้ ี เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ )Multifunction Furniture) แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของประชากร ในเมือง ส่งผลให้วิถใี ชช้ วี ิตของสังคมเปลย่ี นไป มกี ารพักอาศัยในพนื้ ท่คี อ่ นข้างจำกัดเช่น คอนโดมีเนียม บ้านพักอาศัยที่ มีพื้นที่จำกัดเป็นต้น เฟอร์นิเจอร์จะเน้น ด้านประโยชน์ใช้สอยสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่น ได้ หลากหลาย สำหรับพืน้ ที่จำกดั เฟอร์นิเจอร์ผสมผสานวัฒนธรรม )Cultural-mixed Furniture) การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ที่ ผสมผสานทางด้านวัฒนธรรมเช่นผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกเพื่อให้เป็นรูปแบบ เฟอร์นเิ จอร์แบบใหมท่ ่สี ามารถตอบรับความตอ้ งการผบู้ ริโภคทัง้ ตะวันตกและตะวันออกเฟอร์นเิ จอร์ ผสมผสาน วัฒนธรรมจะมรี ูปรา่ งทีแ่ ปลกใหม่ เช่นโตะ๊ ทม่ี ีความสงู ไม่มากนักเมอื่ เปรียบเทียบกบั โตะ๊ ทวั่ ไปการ ใชเ้ ก้าอท้ี ่ีไม่มี พนักพิง เฟอร์นิเจอร์เน้นประโยชน์ใช้สอย )Functionalism Furniture) การออกแบบที่มุ่งเน้น เฉพาะ สิ่งท่ี“ จำเป็น” คอื ส่งิ ทม่ี ีประโยชน์จริงในชวี ิตประจำวันของคนจริงๆ สามารถตอบสนองความต้องการพ้ืนฐานในการ ใช้ชีวิตของคนในแต่ละกลุ่มไดก้ ารออกแบบเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้จะต้องมีการศึกษา การตลาดอย่างจริงจังถึง ความต้องการของผู้บรโิ ภคแตล่ ะกลุ่มเพ่ือใหส้ ามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่าง แทจ้ ริง เช่น ปัจจุบันคนเร่ิม เข้าสู่สังคมเมืองมากขน้ึ พ้นื ท่ีอย่อู าศยั คอ่ นขา้ งเลก็ จงึ มีการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ขนาดเล็กเหมาะสมกับพื้นที่ใช้ สอยในห้องพัก เฟอร์นเิ จอร์เพื่อสขุ ภาพ )Furniture for health) จากแนวโนม้ พฤติกรรมผู้บริโภคทีเ่ ริ่ม ตระหนักให้ ความสนใจด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีมากยิ่งขึ้นส่งผลให้การ ออกแบบ เฟอร์นิเจอร์ต้องคำนึงถึงการใช้งานที่ส่งผลดีสุขภาพเช่นกันเฟอร์นิเจอร์จะปรับใหเ้ข้ากับรูปร่างของ ผู้ใช้งาน ค่มู ือประจำฐานถงั นำ้ มนั รีไซเคิล
๒๕ และออกแบบเพื่อช่วยลดอาการเจ็บ ป่วยการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาผลิตเฟอร์นิเจอร์เพ่ือิ สุขภาพ เช่น โซฟา หมอน ทน่ี อนปอ้ งกนั ไรฝุน่ เปน็ ตน้ ขอ้ มูลเกย่ี วกับผลติ ภัณฑ์ มิติขนาดสัดส่วน ข้อมูลขนาดของร่างกายมีความสำคัญต่อการกำหนดขนาดและลักษณะของ ส่ิงแวดลอ้ มการ ออกแบบเพอื่ ให้ผูใ้ ช้ไดร้ ับความสะดวกสบายทำงานไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพและท่ีสำคัญคือช่วย ลดความเส่ียง ต่อการเกดิ อันตรายนกั ออกแบบจำเป็นตอ้ งทราบขอ้ มูลขนาด สัดสว่ นรา่ งกายของผู้ใช้เป็นเกณฑ์ การใช้ มาตรฐานของต่างประเทศโดยตรงนั้นมีความไม่เหมาะสมกบคนไทยเนื่องจากขนาดร่างกายจะ แปรเปลี่ยนไป ตามลักษณะด้านชาตพิ ันธุ์ แมจ้ ะเป็นชาวเอเชียด้วยกต็ ามในขนาดความสูงท่ีเทา่ กันก็อาจมีขนาด ของอวัยวะ ส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกันในประเทศไทย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวง อตุ สาหกรรม ไดท้ ำการศึกษาและจดั ทำรายงานการสำรวจและวจิ ัยขนาดโครงสรา้ งร่างกายของคนไทย ระยะที่ 3 พ.ศ. 2536-2537 นับเป็นแหล่งขอ้ มลู ท่เี ปน็ ประโยชนต์ อ่ การออกแบบใหเ้ หมาะสมกบั คนไทย แตอ่ ย่างไรก็ ดีขนาด สัดส่วนร่างกายของประชากรมีการเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยทางโภชนาการการออกกำลังกาย ตลอดจน สภาพเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นการใช้ข้อมูลขนาดร่างกาย จึงควรมีการเปลี่ยนแปลงไปตามผลการ สำรวจที่ อยู่ในชว่ งเวลาไม่เกนิ 15 ปี จึงเปน็ ขนาดท่ียอมรบั ได้ สัดส่วนของร่างกายมนุษย์และระยะการเคลื่อนไหวของมนุษย์ สัดส่วนของร่างกายมนุษย์และระยะ การเคลื่อนไหวของมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบเพราะ อิริยาบถต่างๆ ของมนุษย์เป็นสิ่งที่กำหนด เครื่องใช้สอยในชีวิตประจำวัน เช่น การออกแบบตู้เก็บของจะต้อง มีการพิจารณาวาควรใช้บานปิดบานเปิด แบบใด เพื่อให้เหมาระสมกับลักษณะและเนื้อที่ใช้งาน ถ้าเป็นบาน เปิดผู้ใช้งานจะต้องมีระยะถอยสำหรับการ เคล่ือนไหวของร่างกายขณะทำบานเปิดเปดิ ออก ดังน้นั ขนาดของ บานเปิดกบั ระยะถอยของรา่ งกายมนุษย์จึงมี ความสัมพันธ์กัน หรือการเก็บของในแนวดิ่งถ้าเป็นระยะที่สูง เกินคนเอื้อมไปถึงอาจมีปัญหาในการเก็บสิ่งของ ได้ อาจจะต้องมีการออกแบบให้ใช้สอยได้สะดวกขึ้น โดย 6 การทำบันไดช่วยในการขนย้ายสิ่งของออกหรือ การใชร้ าวแขวนผา้ ที่สามารถปรบั ระดับโดยมีอุปกรณ์ช่วยใน การหยบิ เสอ้ื ผ้าได้ง่ายขึน้ เปน็ ต้น สัดส่วนและปริมาณของสิ่งของที่ต้องการจะเก็บ ในการออกแบบตู้โดยทั่วไปจะออกแบบตู้เพื่อเก็บ สัมภาระต่างๆ ดงั นน้ั จงึ มีความจำเปน็ จะต้องรู้ขนาดของส่ิงของที่จะเก็บ เชน่ ขนาดของเส้ือผ้าขณะท่ีอยู่ในไม้ แขวนเส้ือว่ามี ความกวา้ งและยาว เท่าไร ขนาดของหนังสือในลกั ษณะแนวตั้งและนอน เป็นตน้ เพื่อใช้ขนาดได้ เพยี งพอ และเหมาะสมกับความ ต้องการจำนวนของสงิ่ ของกเ็ ปน็ ส่วนสำคญั ในการออกแบบผูอ้ อกแบบจะตอ้ งรู้ ปริมาณของส่ิงของ เพอื่ ท่จี ะ ใช้หาคำนวณพน้ื ทีส่ ำหรับการจัดวางให้พอเพยี งกับที่ตอ้ งการ สัดส่วนมาตรฐานของอาคาร ผู้ออกแบบจะต้องรู้ขนาดมาตรฐานของส่วนประกอบของอาคาร เช่น ความสูงของ อาคาร ขนาด ของประตูทางเข้าออก โครงสร้างของอาคารในกรณี ที่ผู้ออกแบบต้องการ- เฟอร์นิเจอร์ แบบติดตาย เป็นต้น ถ้าขนาดสัดส่วนของอาคารจะทำให้ผู้ออกแบบเข้าใจถึงการเคลื่อนย้าย เฟอร์นิเจอร์เข้าไปในอาคาร การ กำหนดขนาดของเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมกับอาคารการเลือกใช้ โครงสร้าง ของเฟอรน์ เิ จอรท์ เ่ี หมาะสม โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ชนดิ ตดิ ตาย )Built-in)เป็นตน้ อุปกรณ์ของบานตู้ อุปกรณ์บานตู้มีหลายชนิด หลายขนาด และมีวิธีการใช้การติดตั้งที่แตกตา่ งดังนนั้ การออกแบบ บานตู้จะต้องพิจารณาตามลักษณะของงานถ้าบานเปิดขนาดใหญ่ ควรต้องใช้อุปกรณ์ที่แข็งแรง ค่มู อื ประจำฐานถังนำ้ มนั รไี ซเคิล
๒๖ สามารถรับ น้ำหนักตัวบานได้ทนทานต่อการใช้งาน เหมาะสมกบวัตถุประสงค์ 1. บานพับสปริง )Spring Hinges) เป็นอุปกรณ์บานพับผีเสื้อชนิดหนึ่งที่ติดสปริงเพื่อให้ประตูสามารถปิดได้เองทันทีทีป่ ล่อยมือจาก การ เปิดบานประตู จึงทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการปิดบานประตูเอง บานพับนี้จึงเหมาะกับบานประตทู ี่ ต้องการปิด ตลอดเวลา แต่บานพับสปริงไม่เหมาะกับบานประตูขนาดใหญ่เนื่องจากสปริง จะไม่สามารถรับ น้ำหนักของ บานประตทู ีห่ นักมากๆไดส้ ปริงอาจจะตกหรอื ลา้ ได้ ภาพท่ี2.1 แสดงบานพบั สปริง )Spring Hinges) อปุ กรณ์และเครอ่ื งมือในการทำงานชา่ งตกแตง่ ภายใน ประเภทของเครือ่ งมืองานช่าง เครื่องมืองานช่างเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากต่อการปฏิบัติงานช่าง ซ่ึง เครื่องมืองานช่าง จะช่วยให้การ ปฏิบัติงานช่างบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสทิ ธิภาพและช่วยสร้างสรรค์ผลงาน ชา่ งให้มกี ารพัฒนาอยู่อยา่ ง ตอ่ เน่ือง ทนั ต่อการเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ฉะน้นั ในการดำรงชวี ิตของ เรานั้นจำเป็นต้องรู้จัก ชื่อ หน้าที่ วิธีการใช้ และการบำรงุ รักษาเครื่องมือช่าง เครื่องมือที่ใช้ในงานช่างสามารถ จำแนกได้หลาย ประเภท โดยแบง่ ตามลักษณะของการใช้งาน ดงั นี้ เครื่องมอื วดั )Measuring Tool) 2 คอื เครื่องมือสำหรับใช้ในการวัดเพื่อบ่งชี้บอกระยะหรือขนาดในการกำหนดตำแหน่ง ตรวจสอบ ระยะหรือขนาด ความกว้างความยาว ความสูงหรือความหนาของวัสดุชิ้นงาน ฯลฯ เครื่องมือวัดมีหลายชนิด แต่ละชนิดมี ลักษณะ รูปร่างที่แตกต่างกนตามประโยชน์ใช้สอบในทางช่างนั้นๆ สำหรับเครื่องมือวัดที่ใช้ ในทางช่างที่ตัว เครื่องมือวัดมีหน่วยมาตรฐานการวัดมีหน่วยเป็นนิ้วฟุตและหน่วยเมตริกกำกับไว้ในเครื่องมือ วัดชนิดเดียวกน เพ่ือสะดวกในการใช้งาน ภาพที่ 2.แสดงระดับน้ำ 2 ระดับน้ำ )Precision Level หรือ Spirit Level หรือ Bubble Level) คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการวัด ระดับความเอียงของระนาบโดยทว่ั ไประดับน้ำที่เราคุ้นเคยจะเป็นแบบท่ีมีของเหลวบรรจใุ ห้ลอดแก้ว โดยท่ัวไป ของเหลวที่ถูกเลือกมาใช้บรรจุในหลอดแก้วมักจะเป็นเอธานอล เนื่องจากมีจุดเยือกแข็งต่ำ คือ ประมาณ ค่มู ือประจำฐานถังนำ้ มันรีไซเคิล
๒๗ 114˚C เพื่อป้องกนการแข็งตัวของของเหลวที่บรรจุอยู่ภายในจึงมีการออกแบบให้เหลือที่วางให้ สำหรับ ฟองอากาศเพื่อเป็นตัวอ่านค่า ในปัจจุบันได้มีการประดิษฐ์ระดับน้ำแบบอิเล็กทรอนิคส์เพื่อใช้งานที่มี ความ สะดวกมากขึ้นอีกทั้งสามารถใช้งานในพสิ ัยการวัดที่กว้างกวามีความถูกต้องและเที่ยงตรงสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ระดับแบบหลอดแก้วก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันอยู่ เนื่องจากใช้งานง่ายและราคาค่อนข้างถูกเมื่อ เทียบกับระดับน้ำ แบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ภาพที่ 2.แสดงฉากตาย 3 ฉากเหลก็ หรอื ฉากตาย )Try Square)คือเครอ่ื งมือท่ีใช้เพื่อวดั ขนาดการสร้างมมุ ฉาก ตรวจสอบการได้ ฉากของงานชนิดต่าง ๆ หรือใช้วัดขนาดความกว้าง ยาว ลึกของชิ้นงานที่มีขนาดเล็ก มีส่วนประกอบ 2 ส่วน คือ ใบฉาก และด้ามฉาก โดยท้งั 2 สว่ นยึดติดกนั เปน็ มุม 90 องศา ความยาวของใบฉากมีตง้ั แต่6 น้ิวขนึ้ ไป ซึ่ง เป็นขนาดที่นิยมใช้ ท่ใี บฉากทั้งสองด้านทกุ ขนาดมีมาตรสว่ นเปน็ น้ิวและเซนตเิ มตร บอกกำกบั ไว้ เครื่องมือตัด )Cut tools)การตัดเป็นกระบวนการที่ทำให้ชิ้นงานที่เรา ต้องการแยกออกจากกันซึ่งเครื่องมือท่ี สามารถทำใหเ้ หลก็ หรือไม้แยกออกจากกันได้กค็ ือเล่อื ยซ่งึ มดี ว้ ยกัน หลายชนิดคอื เลื่อยทใี่ ช้สำหรับงานไม้ ภาพที่ 2.4 แสดงเครอ่ื งเจียรไฟฟ้า เครื่องเจียร )Grinder) เป็นเครื่องมือไฟฟ้าสำหรับงานช่างที่ใช้ในการ ตัด ลับคม ขัดหรือเจียรตกแต่ง พื้นผิววัสดุที่เป็นเหล็ก สเตนเลส อลูมิเนียม ไม้ ท่อพีวีซี กระเบื้องเซรามิก และแผ่นไซเบอร์ซีเมนต์ เพื่อให้ ชิ้นงานมีความคม เรียบเนียนและสวยงาม ซึ่งปัจจุบันเครื่องเจียรที่นิยมใช้ งานในโรงงานอุตสาหกรรมโลหะ งานก่อสร้าง งานหัตถกรรมและงานช่างทั่วไปจะมีอยู่ด้วยกันหลาย ประเภททั้งเคร่ืองเจียรแบบใช้ไฟฟา้ เครื่อง เจียรแบบใช้ลม เครื่องเจียรตั้งโต๊ะ และเครื่องเจียรตั้งพื้น ซึ่งแต่ ละประเภทจะมีรูปทรงและคุณสมบัติการใช้ คู่มอื ประจำฐานถงั น้ำมันรีไซเคิล
๒๘ งานที่แตกต่างกัน ตัวเครื่องออกแบบมาให้ง่ายต่อการใช้งาน ประกอบด้วยส่วนด้ามจับ ซึ่งจะสามารถจับได้ท่ี ตัวเครื่องหรือมีตำแหนง่ มอื จับทีด่ ้านข้างเคร่ืองพร้อมสวติ ช์ เปิดปิด ทำให้ควบคุมการใช้งานและป-รบั ความเรว็ สูงสำหรับการเจียรได้อย่างสะดวก ส่วนท้ายใช้สำหรับ เชื่อมต่อกับสายไฟ และส่วนหัวเครื่องเป็นตำแหน่งที่ นำมาเชื่อมตอ่ กบั หินเจยี รหรอื ใบตดั ของเครื่องเจียรทมี่ ี อยูม่ ีด้วยกันหลายขนาดหลายประเภททงั้ แบบเรียบและ แบบมซี ฟี่ นั นอกจากนยี้ ังสามารถถอดเปลีย่ นใหม่ได้ เพื่อให้เกดิ ประสิทธิภาพสงู สดุ ในการใชง้ าน เครื่องมือตอก )Hammer tools) เป็นเครื่องมือที่ใช้ตอก ทุบ ตีซึ่ง จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการ ปฏิบัติงานทุกสาขา ค้อนแบ่งตามลักษณะหัวค้อนได้ 3 ชนิดค้อนตีที่ใช้ในงานช่าง มีดัง3นี้ กค้อนไม้หรือ . ) พลาสติกwood Or plastic hammer) ใชส้ ำหรับ ตอกหรือทุบในงานเบาๆ เช่น สังกะสี อะลมู เิ นยี ม เพื่อมิให้ งานน้ันบุบหรอื เกดิ รอยขดี ขว่ น ภาพท่ี 2.แสดงค้อนหงอน 5 คอ้ นหงอน )curved-claw hammer) เป็นเครอื่ งมือทีใ่ ช้ทบุ หรอื ตอกและถอนตะปูในงานไม้ ภาพท่ี 2.6 แสดงไขควงปากแฉก ไขควง )Screw drivers)ไขควงเป็นเครื่องมือสำหรับใช้ไขและขัน สกรูต่างๆ ไขควงที่มีคุณภาพจะทำ จาก เหล็กกล้าหรือเหล็กเครื่องมือใช้วิธีตีขึ้นรูปและชุบเพื่อให้ผิวของไข ควงแข็งใช้งานได้ดี ไขควงมี สว่ นประกอบ 3 ส่วน คอื ปากไขควง กานไขควงและด้ามไขควง ภาพที่2.แสดงคมี 7 ค่มู ือประจำฐานถังนำ้ มันรไี ซเคลิ
๒๙ คีม )PLIERS) เป็นเครื่องมือจับยึดชิ้นงาน หรือตัดชิ้นงาน คีมมี มีหลักการทำงานโดยใช้ด้านทาง วทิ ยาศาสตร์ คอื เม่ือออกแรงบบี หรือกาดา้ มบบี แรงจะสง่ ไปท่ปี ากคมี เพ่ือ จบั หรือตดั ชน้ิ งาน คีมมีหลายชนิ ภาพที่ 2.8 แสดงคมี ล๊อค คีมล็อค เป็นเครื่องมืออเนกประสงค์ที่รวมเอาจุดเด่นของเครื่องมือทั้งสี่ มารวมเข้าไว้ด้วยกัน คีมล็อค จะให้แรงบีบกว่าหนึ่งตันในอุ้งมือของผู้ใช้ทั้งยังสามารถปรับระยะให้บีบวัตถุใดๆ ตั้งแต่เล็กจิ๋วเรื่อยขึ้นไปถึง ขนาด 0 1 ½นว้ิ ฟนั หยักและแรงบีบมหาศาลชว่ ยให้คมี ล็อคสามารถจบั วตั ถทุ ี่มี พ้นื ผิวไมส่ ม่ำเสมอหรือหวั น็อต ที่เยินสิ้นสภาพไปแล้ว กลไกล็อคจะช่วยให้ฟันหยักบีบวัตถุทิ้งคาไว้ได้โดยผู้ใช้ ปล่อยมือไปทำงานอย่างอื่นได้ แรงกดบนดา้ มจะสง่ แรงบีบเพมิ่ ไปหลายเทา่ บนฟนั หยกั ภาพที่ 2.แสดงประแจปากตาย 9 ประแจปากตาย )Open-end wrench) คือประแจประเภทที่มี ปากเป็ดออก ความกวา้ งของปากคงที่ ไมส่ ามารถจะขยายเขา้ หรือออกได้ และเปน็ ประแจที่นิยมใช้งานมาก ท่ีสุดชนิดหนึง่ เพราะมคี วามแขง็ แรง และ มรี าคาถูก คูม่ อื ประจำฐานถงั นำ้ มันรีไซเคิล
๓๐ เครื่องมือเจาะ )DRILL TOOLS) เป็นเครื่องมือท่ีใชส้ ำหรบั เจาะชิ้นงานท่ีเป็น โลหะ หรือไม้ เพื่อใหไ้ ด้รู ตามท่ตี ้องการ ภาพที่ 2.1แสดงสวา่ นไฟฟา้ 0 สว่านไฟฟ้า )ELECTRIC DRILL) เป็นเครื่องมือเจาะแบบเครื่องจักร (MACHINE TOOLS) ใช้กำลังขับ จากมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้ในการเจาะรูในงานโลหะหรืองานไม้ ปัจจุบันสว่าน ไฟฟ้าเป็นที่นิยมและใช้กนมากกว่า สวา่ นชนดิ อื่น ๆ เพราะมีความสะดวกรวดเร็ว ประหยดั เวลา ประสทิ ธภิ าพการทำงานสงู หลักการออกแบบ หน้าที่ใช้สอยหมายถึงการออกแบบเครื่องเรือนให้มีหน้าที่ถูกต้องตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้เพื่อ ตอบสนองความต้องการของผู้พิการทางขาตัวอย่างการออกแบบโต๊ะเรียนสำหรับบุคคลทางขาโดยต้องอาศัย เกาอี้ล้อเลื่อน ความปลอดภัยหมายถึงการออกแบบเครื่องเรือนสำหรบั ผู้พิการควรคำนึงถึงความปลอดภัยของ ผูใ้ ช้ ในเคร่ืองเรอื นน้ันๆ ความแข็งแรง หมายถงึ ความแข็งแรงของเคร่ืองเรือนทไ่ี ด้ออกแบบน้ันควรมีโครงสร้าง ที่แข็งแรง ทนทาน ความสะดวกสบายในการใช้งาน หมายถึง สัดส่วนที่เหมาะสมในการใช้งาน เพราะผู้พิการ ทางขา โดยต้องอาศัยเกาอี้ล้อเลื่อน ย่อมมีขีดจำกัดในการใช้ไม้เหมือนกับบุคคลปกติ ความสวยงามน่าใช้ หมายถึง การออกแบบให้เครื่องเรือนมีรูปร่างขนาดสีสันสวยงามน่าใช้ ราคาไม่แพงมาก หมายถึง นักออกแบบ เครื่องเรือนที่ดที ่ีทำการออกแบบเครือ่ งเรือนให้กบั ผู้พิการ จะต้องคำนงึ ถึงราคาเพราะวัสดทุ ี่นำมาใช้ย่อมพิเศษ กว่าคนปกติโดยทั่วไป การซ่อมบำรุงรักษาง่าย หมายถึง ต้องทำการออกแบบให้สามารถแก้ไขและซ่อมแซมได้ งา่ ย ไมย่ ุงยากเมอื่ มีการชำรดุ เสยี หายขนึ้ ค่มู อื ประจำฐานถงั น้ำมันรไี ซเคิล
๓๑ ใบงานท่ี 1 สิ่งประดิษฐ์ช้ันวางเอนกประสงค์จากถงั น้ำมัน 200 ลิตร ชือ่ .......................................... นามสกุล.................................... ระดับ............... รหสั นักศึกษา........................... ตอนที่ 1 จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้ 1. เฟอรน์ เิ จอรเ์ พอ่ื สง่ิ แวดลอ้ ม )Eco - Furniture) คอื .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 1. เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวัดไดแ้ ก่ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. หลักการออกแบบคือ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. อปุ กรณ์และเครื่องมอื ในการทำงานชา่ งตกแต่งไดแ้ ก่ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. สวา่ นไฟฟ้าเป็นเครื่องมือชนิดใด .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. คมู่ ือประจำฐานถังน้ำมันรไี ซเคลิ
๓๒ ตอนท่ี 2 จงเลอื กคำตอบทีถ่ กู ตอ้ งท่สี ุด 1. อปุ กรณ์ท่ีใชส้ ำหรบั การวดั ระดับความเอียงของระนาบเรยี กว่าอะไร ก. ฉากเหล็ก ข. ฉากตาย ค. ระดบั นำ้ ง. คีม 2. เครอ่ื งมอื ที่สามารถทำใหเ้ หลก็ หรอื ไมแ้ ยกออกจากกันไดค้ ือ ก. เคร่อื งมอื ตดั ข. เครื่องมอื ตอก ค. เครอ่ื งเจยี ร ง. เครื่องมอื เจาะ 3. ภาพดงั กว่าเรยี กวา่ อะไร ก. ประแจปากตาย ข. ฉากตาย ค. ไขควง ง. ระดับนำ้ 4. เคร่ืองมอื ไฟฟา้ สำหรบั งานช่างท่ใี ชใ้ นการ ตดั ลับคม ขัด เรียกว่าอยา่ งไร ก. เครอ่ื งเจยี ร ข. เครือ่ งมือตัด ค. เครื่องมอื ตอก ง. เครื่องเจาะ 5. ภาพดังกวา่ เรียกวา่ อะไร ก. คีม ข. ไขควง ค. คอ้ นหงอน ง. ประแจ ค่มู ือประจำฐานถงั น้ำมนั รีไซเคิล
๓๓ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจการจดั กจิ กรรมฐานการเรียนรตู้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอำเภอกระสงั คำชี้แจง แบบสอบถาม ๑. เพื่อนำผลการดำเนินงานกิจกรรมฐานการเรียนรู้ไปพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง กิจกรรมให้มี ประสิทธิภาพมากขน้ึ ๒. โปรดเตมิ เครือ่ งหมาย ✓และกรอกข้อมูลใหส้ มบูรณ์ ฐานการเรียนรู้ ฐานการเรียนร้ทู ่ี 2 การเรยี นรู้ถงั นำ้ มนั รไี ซเคลิ สว่ นท่ี ๑ ขอ้ มลู ท่วั ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม ๑. เพศ ชาย หญิง ๒. สถานะ นักเรยี น/นักศกึ ษา ครู ผูบ้ รหิ าร ประชาชนทวั่ ไป ส่วนที่ ๒ ความพงึ พอใจตอ่ กิจกรรม ระดบั ๕ = มากทีส่ ุด ๔ = มาก ๓ = ปานกลาง ๒ = นอ้ ย ๑ = น้อยท่ีสดุ รายละเอียด ระดับความพงึ พอใจ ๕๔๓๒๑ ๑. กระบวนการ ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรม ๑.๑ การประชาสัมพันธ์กิจกรรม ๑.๒ การอำนวยความสะดวกการเข้าร่วมกิจกรรม ๑.๓ ความเหมาะสมของระยะเวลาในการจดั กิจกรรม ๑.๔ ความเหมาะสมของการจัดลำดบั ข้ันตอนกิจกรรม ๒. วทิ ยากรประจำฐาน ๒.๑ ความรอบรใู้ นเนอื้ หา ๒.๒ ความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ ๒.๓ การตอบคำถาม ๒.๔ ความเหมาะสมของวทิ ยากรในฐานการเรียนรู้ ๓. การอำนวยความสะดวก (ของฐานการเรยี นร)ู้ ๓.๑ เอกสารเผยแพรค่ วามรู้ ๓.๒ สถานทส่ี ำหรบั จดั กจิ กรรมมคี วามเหมาะสม ๓.๓ มปี า้ ย สญั ลกั ษณ์ แสดงจุดจดั กจิ กรรมอย่างชดั เจน ๔. คุณภาพการจัดกจิ กรรม ๔.๑ ไดร้ ับความรู้ แนวคิด และทกั ษะประสบการณใ์ หม่ ๆ ๔.๒ สิง่ ทไี่ ดร้ ับจากกิจกรรมตรงตามความคาดหวงั ๔.๓ ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั จากกิจกรรม ๕. ความพงึ พอใจของท่านต่อภาพรวมกิจกรรมฐานการเรยี นรู้ ส่วนท่ี ๓ ขอ้ เสนอแนะ คู่มือประจำฐานถงั น้ำมนั รไี ซเคิล
๓๔ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนผลงาน รายการประเมิน ดีมาก (4) ระดับคณุ ภาพ / ระดับคะแนน ปรบั ปรงุ (1) ดี(3) พอใช(้ 2) 1. ผลงานตรงกบั ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานไม่ จดุ ประสงคท์ ่ี กบั จดุ ประสงคท์ กุ กบั จุดประสงคท์ กุ กับ จุดประสงค์ สอดคล้องกับ กำหนด ประเดน็ ประเดน็ เป็นสว่ น บางประเดน็ จุดประสงค์ ใหญ่ 2. ผลงานมคี วาม เน้อื หาสาระของ เน้ือหาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ ถกู ตอ้ ง สมบูรณ์ ผลงาน ถกู ต้อง ผลงาน ถูกต้องเป็น ผลงาน ถกู ตอ้ งเปน็ ผลงาน ไมถ่ กู ต้อง ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น ครบถ้วน 3. ผลงานมี ผลงานแสดงออก ผลงานมีแนนคดิ ผลงานมคี วาม ผลงานไมม่ ีแนวคดิ ความคดิ ถงึ ความคดิ แปลก ใหมแ่ ต่ยังไม่ นา่ สนใจ แต่ยังไม่มี แปลกใหม่ สร้างสรรค์ สรา้ งสรรคแ์ ปลก เปน็ ระบบ แนวคิดแปลก ใหม่ ใหม่ และเป็นระบบ 4. ผลงานมีความ ผลงานมีความเปน็ ผลงานสว่ นใหญม่ ี ผลงานมีความเปน็ ผลงานสว่ นใหญ่ไม่ เปน็ ระเบียบ ระเบียบ แสดงออก ความ เปน็ ระเบยี บ ระเบยี บ แต่มี เป็น ระเบยี บและมี ถงึ ความประณีต ยงั มี ขอ้ บกพรอ่ ง ข้อบกพร่อง ข้อบกพรอ่ ง เล็กน้อย บางสว่ น 5. ผลงานเสร็จ ส่งผลงานตามเวลา ส่งผลงานชา้ กว่า สง่ ผลงานช้ากว่า ส่งผลงานช้ากว่า ตามเวลาทกี่ ำหนด ที่ กำหนด เวลาท่ี กำหนด เวลาที่ กำหนด เวลาท่ี กำหนด 1 – 2 วนั 3-4 วนั 5 วันข้ึนไป เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 4 ดีมาก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ปรบั ปรุง คมู่ ือประจำฐานถงั นำ้ มนั รีไซเคิล
๓๕ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ กล่มุ ที่ (ชอ่ื กลุ่ม).................................................................................................................................... สมาชิกในกลุ่ม 1............................................................................................. 2............................................................................................. 3............................................................................................. 4............................................................................................. 5............................................................................................. คำชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นทำเคร่ืองหมาย / ในชอ่ งทีต่ รงกับความเป็นจรงิ พฤตกิ รรมทส่ี ังเกต คะแนน 1. มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคดิ เห็น 4321 2. มคี วามกระตนื รือร้นในการทำงาน 3. รบั ผดิ ชอบในงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย 4. มขี ้ันตอนในการทำงานอย่างเป็นระบบ 5. ใช้เวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม รวม เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤตกิ รรมทท่ี ำเปน็ ประจำทกุ วนั ให้ 4 คะแนน 3 คะแนน พฤตกิ รรมทที่ ำเปน็ บางครั้ง ให้ 2 คะแนน 1 คะแนน พฤตกิ รรมทท่ี ำน้อยครัง้ ให้ พฤตกิ รรมไมท่ ำ ให้ เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 4 ดีมาก 3 ดี 2 พอใช้ 1 ปรบั ปรุง คู่มอื ประจำฐานถงั น้ำมันรีไซเคิล
๓๖ คณะทำงาน ท่ปี รึกษา ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอกระสงั นางนจุ รีย์ ส่องสพ ครู คศ.1 นางลปิ ิกร ใยรมั ย์ ครู คศ.1 นางสาวศิรลิ กั ษณ์ วนั แก้ว คณะทำงานแผนการจัดการเรยี นรู้ ขยะรีไซเคิล ครอู าสาสมัครฯ นายวฒุ ชิ ัย สุภาพ ครู กศน.ตำบล นางจีรา เจรญิ รมั ย์ ครู กศน.ตำบล นางสาวดวงใจ นารรี มั ย์ ครู ศรช. นางภสั สร ประนางรอง บรรณารกั ษ์ นางสาวเสาวลักษณ์ งามแฉลม้ รวบรวมขอ้ มลู โดย บรรณารักษ์ นางสาวเสาวลักษณ์ งามแฉล้ม ครู ศรช. นางภัสสร ประนางรอง ออกแบบปกโดย บรรณารักษ์ นางสาวเสาวลกั ษณ์ งามแฉลม้ คมู่ ือประจำฐานถงั น้ำมันรไี ซเคลิ
๓๗ คู่มือประจำฐานถงั นำ้ มนั รไี ซเคิล
Search
Read the Text Version
- 1 - 40
Pages: