วชิ า สงั คมศึกษาฯ เอกสารประกอบคูม ือครู กลมุ สาระการเรย� นรู้ สงั คมศกึ ษาฯ สาระการเรยี นรหู้ น้าทพี่ ลเมอื งฯ ม.3 ลกั ษณะเดน คมู อื ครู ฉบบั น้ี สาํ หรับครู สวนเสรมิ ดา้ นหน้า การใชว ฏั จกั รการเรยี นรู 5Es : กระบวนการพฒั นาศกั ยภาพการคดิ และการสรางองคความรู การใช้วัฏจกั รการเรยี นรู้ 5Es : กระบวนการพัฒนาศักยภาพการคิด และการสร้างองค์ความรู้ ประกอบด้วย 1. กระตุ้นความสนใจ : Engage รูปแบบการสอนที่สัมพันธ์กับกระบวนการคิดและการท�างานของสมองของผู้เรียนที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย 2. ส�ารวจคน้ หา : Explore ทัง้ ในประเทศไทยและตา่ งประเทศ คือ วฏั จกั รการเรียนร ู้ 5Es ซึ่งผจู้ ดั ทา� คมู่ อื ครูไดน้ า� มาใชเ้ ป็นแนวทางออกแบบ 3. อธิบายความร ู้ : Explain กจิ กรรมการเรยี นการสอนในค่มู อื ครฉู บับนี้ตามลา� ดบั ขัน้ ตอนการเรยี นร ู้ ดงั น้ี 4. ขยายความเขา้ ใจ : Expand 5. ตรวจสอบผล : Evaluate กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate • เปน็ ขนั้ ท่ีผสู้ อนนำ� เขำ้ ส ู่ • เ ป็นข้นั ที่ผ้สู อนเปิด • เปน็ ขน้ั ทผี่ สู้ อนมี • เป็นข้ันทผี่ สู้ อนได้ใช้ • เปน็ ข้ันที่ผู้สอนประเมิน บทเรยี น เพ่อื กระตุน้ โอกำสใหผ้ ู้เรยี นสงั เกต ปฏสิ ัมพันธก์ ับผ้เู รยี น เทคนคิ วธิ กี ำรสอน มโนทัศน์ของผเู้ รยี น ควำมสนใจของนักเรยี น และรว่ มมอื กนั สำ� รวจ เชน่ ให้กำรแนะนำ� ท่ชี ว่ ยพฒั นำผู้เรยี น ดว้ ยเรือ่ งรำว หรอื เพ่ือให้เหน็ ปัญหำ ต้ังคำ� ถำมกระตุ้นให้คดิ ให้น�ำควำมรูท้ เี่ กิดขน้ึ โดยตรวจสอบจำก เหตุกำรณ์ที่นำ่ สนใจ รวมถึงวธิ กี ำรศกึ ษำ เพื่อให้ผเู้ รยี นไดค้ น้ หำ ไปคดิ ค้นตอ่ ๆ ไป ควำมคิดทีเ่ ปลย่ี นไป ค้นควำ้ ข้อมลู ควำมรู้ คำ� ตอบ เพือ่ พัฒนำทกั ษะ และควำมคดิ รวบยอด • ใชเ้ ทคนิควิธกี ำรสอน ทจ่ี ะนำ� ไปสู่ควำมเข้ำใจ กำรเรยี นรู้และ ทีเ่ กิดขึ้นใหม่ ตรวจสอบ และค�ำถำมทบทวนควำมร ู้ ประเด็นปญั หำน้ันๆ • น �ำขอ้ มลู ควำมร้จู ำก กำรท�ำงำนรว่ มกัน ทักษะ กระบวนกำร หรอื ประสบกำรณเ์ ดิม กำรศึกษำค้นคว้ำ เป็นกล่มุ ระดมสมอง ปฏบิ ัต ิ กำรแก้ปญั หำ ของผ้เู รียน เพือ่ เชื่อมโยง • ใ หน้ ักเรียนท�ำควำม ในขนั้ ท ี่ 2 มำวเิ ครำะห ์ เพอื่ คิดสรำ้ งสรรค์ กำรตอบคำ� ถำมรวบยอด ผู้เรยี นเข้ำสบู่ ทเรยี นใหม่ เข้ำใจในประเด็นหวั ขอ้ แปลผล สรุปผล รว่ มกัน และกำรเคำรพควำมคดิ ท่ีจะศกึ ษำคน้ คว้ำ หรอื ยอมรับเหตุผล • ช่วยให้นักเรียนสำมำรถ อยำ่ งถ่องแท้ • น ำ� เสนอผลทไี่ ดศ้ กึ ษำ • น ักเรียนสำมำรถน�ำ ของคนอนื่ เพือ่ กำร สรุปประเดน็ ส�ำคญั ท่เี ป็น แลว้ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ คน้ ควำ้ มำในรปู แบบ ควำมรทู้ สี่ ร้ำงขน้ึ ใหม่ สรำ้ งสรรคค์ วำมรู้ หัวขอ้ กำรเรยี นรขู้ อง เพื่อเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู สำรสนเทศตำ่ งๆ เชน่ รว่ มกัน บทเรียนได้ ควำมรู้ เขยี นแผนภูมิ แผนผัง ไปเช่ือมโยงกบั • นักเรยี นสำมำรถ แสดงมโนทัศน ์ ประสบกำรณ์เดิม ประเมนิ ผลกำรเรียนร ู้ • ส ำ� รวจตรวจสอบ โดยนำ� ขอ้ สรุปทไ่ี ดไ้ ป ของตนเอง เพอื่ สรุปผล โดยวธิ กี ำรต่ำงๆ เช่น เขยี นควำมเรยี ง อธบิ ำยในเหตกุ ำรณ์ ว่ำนักเรียนมคี วำมรู้ สมั ภำษณ์ ทดลอง เขียนรำยงำน เปน็ ต้น ตำ่ งๆ หรือน�ำไปปฏิบัติ อะไรเพิม่ ข้นึ มำบำ้ ง อำ่ นค้นควำ้ ขอ้ มลู มำกนอ้ ยเพียงใด และ จำกเอกสำร แหลง่ ในสถำนกำรณใ์ หม่ๆ จะนำ� ควำมรู้เหล่ำนั้น ข้อมลู ตำ่ งๆ จนได้ ท่เี ก่ียวข้องกบั ชวี ติ ไปประยุกตใ์ ช้ในกำร ขอ้ มูลควำมรู้ตำมท่ี ประจำ� วนั ของตนเอง เรียนร้เู รือ่ งอ่ืนๆ ตง้ั ประเด็นศึกษำไว้ เพ่ือขยำยควำมรู้ ได้อย่ำงไร ควำมเขำ้ ใจให้ • นกั เรียนจะเกิดเจตคติ กวำ้ งขวำงย่ิงข้ึน และเห็นคุณค่ำของ ตนเองจำกผลกำร เรยี นรทู้ ่เี กดิ ขนึ้ ซงึ่ เป็น กำรเรียนรู้ที่มคี วำมสุข อยำ่ งแทจ้ รงิ การจัดกิจกรรมการเรียนรตู้ ามวฏั จกั รการสรา้ งความร้แู บบ 5Es จึงเปน็ รูปแบบการเรยี นการสอนทเ่ี น้นผ้เู รยี น เป็นส�าคัญ สอดคล้องกับบันได 5 ข้ัน ของ สพฐ. โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้กระบวนการสร้างความรู้ด้วยตนเอง และฝึกฝนให้ใช้กระบวนการคิดและกระบวนการกลุ่มอย่างช�านาญ ก่อให้เกิดทักษะท่ีจ�าเป็นในศตวรรษท่ี 21 คือ ทักษะการท�างาน ทกั ษะชีวิต และการเรียนรตู้ ลอดชีวติ อยา่ งมคี ณุ ภาพ ตามเปา้ หมายการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ของกระทรวงศกึ ษาธิการ (พ.ศ. 2556 - 2558) ทกุ ประการ เสริม 2 เนอ้ื หาในเลม กระบวนการจัดการเรยี นรแู บบ 5Es กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล กระบวนการจัดการเรยี นรู้ 5 ขน้ั ตอน เพือ่ พฒั นาการคดิ วิเคราะห์ Explain Expand Evaluate ช่วยเสรมิ สรา้ งทกั ษะการเรยี นรู้ Engage Explore สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ อธบิ ายความรู (ยอจากฉบับนักเรยี น 20%) กระตุน ความสนใจ Explore Explain Expand ตรวจสอบผล ใหกลมุ นักเรยี นศึกษาและอภิปราย Engage Evaluate เร่ือง กระบวนการยุตธิ รรมทางอาญา แลว นํามาเสนอผลการศึกษาและ ตัวอยา ง (ยอจากฉบบั นักเรยี น 20%) สํารวจคนหา ผลการอภิปรายในกลุม ตอ หนา นกั เรยี นคน ควาบทบาทหนา ที่ ชน้ั เรียน ครแู ละนักเรยี นคนอน่ื ๆ ¹ÒÂ˹؋Á¶×Í»„¹¨‹Íä»·èÕ¹Ò§¹Ô´ ·íÒãËŒ¹Ò§¹Ô´µ¡ã¨àÍÒÁ×Í»˜´»„¹ ᵋ»„¹à¡Ô´ÅÑè¹áÅСÃÐÊØ¹¶Ù¡ ๒.๔) การมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักของชาติ โดยรัฐให้การอุปถัมภ์ รว มกนั สรปุ สาระสาํ คัญของเรื่อง ¹Ò§¹´Ô à¢ÒŒ ·èÅÕ Òí µÑÇ ·Òí ãËŒ¹Ò§¹´Ô ä´ÃŒ ѺºÒ´à¨çºÊÒËÑÊ และคมุ้ ครอง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาได้เขา้ มามบี ทบาทตอ่ การกา� หนดค่านิยม ความเชอื่ ของวดั ในสมัยกอ น วา มีอะไรบาง ทีแ่ สดงถงึ การทว่ี ัดเปน ศูนยกลาง ขยายความเขาใจ ¹ÒÂ˹‹ØÁÁ¤Õ ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¡ÃзíÒâ´Â»ÃÐÁÒ· ໚¹à˵Øã˼Œ ÙŒÍ×¹è ä´ÃŒ ÑºÍ¹Ñ µÃÒÂÊÒËÊÑ ของสังคมไทย เพ่อื นาํ ขอมูลท่ีไดมา ครนู ําแผนผงั ทีแ่ สดงถึง แลกเปลย่ี นเรยี นรใู นชัน้ เรียน ตวั อยา ง แนวความคิด รวมถึงบรรทัดฐานทางสังคม กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญามา ¹ÒÂÊԧ˨ش»ÃзѴÂÑ¡ÉáŌǢnjҧÍ͡仹͡ÃÑéǺŒÒ¹ ໚¹àÇÅÒà´ÕÂǡѺ·Õè¹Ò§¾ÔÁà´Ô¹¼‹Ò¹ÁÒ¾Í´Õ สิ่งท่ีเห็นได้ชัดเจนคือ การมีขนบธรรมเนียม อธิบายความรู แสดงใหน กั เรียนดู แลว ใหนกั เรียน ประเพณีที่เก่ียวข้องกับพุทธศาสนา ที่ชาวไทย 1. ครูใหนกั เรยี นชวยกนั เปรยี บเทียบ เขยี นรายงานแสดงความคดิ เหน็ »ÃзѴÂÑ¡ÉÃÐàºÔ´àÊÕ§´Ñ§Ê¹èѹËÇÑè¹äËÇ·íÒãËŒ¹Ò§¾ÔÁµ¡ã¨ÊØ´¢Õ´ ¹Í¡¨Ò¡¹ÕéÊÐà¡ç´»ÃзѴÂÑ¡ÉÂѧ¶Ù¡·èÕ ปฏิบัติกันมาช้านาน ซึ่งในสมัยก่อนวัดเป็น เน้อ� หาชวยครเู ตรียมการสอน หรอื ขอเสนอแนะตางๆ ทเี่ กี่ยวกับ ¢ŒÍà·ÒŒ ¢Í§¹Ò§¾ÔÁ·Òí ãËàŒ ¡Ô´ºÒ´á¼Å ศูนย์กลางในการด�าเนินชีวิตของคนไทย ท�าให้ บทบาทของวดั ในสงั คมไทยสมยั กระบวนการยุติธรรมทางอาญา กอนและสมัยปจจุบัน วา มคี วาม ¹ÒÂÊ§Ô ËÁ Õ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¡ÃзÒí â´Â»ÃÐÁÒ· ໚¹à˵ØãËŒ¼ŒÍÙ ×è¹ä´ŒÃºÑ ÍѹµÃÒÂá¡‹¡ÒÂËÃÍ× ¨Ôµã¨ แตกตางกันอยางไร และความ ตรวจสอบผล แตกตา งนน้ั เปน ผลมาจากปจ จยั ใด ครูตรวจสอบรายงานแสดงความ ๒.๒ กระบวนการยตุ ิธรรมทางอาญา วิถีชีวิตของคนไทยผูกพันกับพระพุทธศาสนา 2. นกั เรยี นวิเคราะหว า เหตใุ ด กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เปนกระบวนการสําหรับการดําเนินคดีอาญาเม่ือมีการ อยา่ งแน่นแฟน้ ในขณะเดียวกัน ศาสนา ลทั ธิ สังคมไทยจงึ ไดช ่อื วา เปนสังคม คดิ เหน็ และขอเสนอแนะของนกั เรียน กระทําผิดทางอาญาแลว และมีวธิ ีการนําตัวผกู ระทาํ ผดิ มาลงโทษ ความเชอื่ อนื่ ๆ เชน่ ศาสนาครสิ ต ์ ศาสนาอสิ ลาม เกษตรกรรม บุคคลท่ีเกี่ยวของในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือ ผูตองสงสัย ผูตองหา จําเลย ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ก็มีบทบาทส�าคัญต่อ 3. นักเรยี นอภิปรายในประเดน็ เกร็ดแนะครู ผเู สยี หาย พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ พนกั งานอยั การ ศาล พนกั งานคมุ ประพฤติ เจา หนา ท่ี สงั คมไทย และท�าใหอ้ ย่รู ่วมกนั อยา่ งมคี วามสุข เหตใุ ดแมสงั คมไทยจะมกี าร จดั กิจกรรมแขง ขันตอบปญหา ราชทณั ฑ และทนายความ ๒.๕) อ า ชี พ เ ก ษ ต ร ก ร ร ม พฒั นาทางอุตสาหกรรมและ กฎหมายระหวา งช้นั เรยี น การเรมิ� ตนของกระบวนการยุตธิ รรมทางอาญาในกรณ�ผูเสียหายแจงความตอ ตํารวจ ประเทศไทยมีท�าเลท่ีต้ังเหมาะสมอย่างมากต่อ เทคโนโลยอี ยางสูง แตก็ยงั มี เกร็ดแนะครู แทรกความร้เู สริม ข้อเสนอแนะ ขอ้ ควรระวัง การเพาะปลูก เน่ืองจากมีดินท่ีอุดมสมบูรณ ์ พระพุทธศาสนาเปนเอกลักษณประจําชาติไทย คนไทย การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ขอ้ สงั เกต และแนวทางการจัดกิจกรรม @ มุม IT มอี ากาศท่ีเหมาะสม และเกดิ ภยั ธรรมชาตนิ ้อย จงึ มวี ิถปี ฏบิ ตั ิท่อี ยบู นแนวทางแหงพทุ ธธรรม จํานวนมากอยู ศึกษาคน ควาขอ มูลเพมิ่ เตมิ ¡ÒÃàÃèÔÁµŒ¹ เกยี่ วกบั กระบวนการยตุ ิธรรม ไดท่ี ¢Í§¡Ãкǹ¡ÒÃÂµØ Ô¸ÃÃÁ·Ò§ ¡Ã³Õ¼ŒÙàÊÕÂËÒÂà਌§¤ÇÒÁµ‹ÍµíÒÃǨ µíÒÃǨÊͺÊǹ¤´Õ สง่ ผลใหเ้ ปน็ ประเทศเกษตรกรรมทม่ี คี วามสมบรู ณ์ ขยายความเขา ใจ http://www.lks.ac.th ÍÒÞÒã¹ÈÒŪ¹éÑ µ¹Œ นักเรยี นวิเคราะหแ ละอภปิ รายถงึ และส�าคัญของโลก ประชากรส่วนใหญ่อาศัย อยู่ในชนบท มีอาชีพเป็นเกษตรกร มีวิถีชีวิต แนวทางในการทีจ่ ะพัฒนาสงั คมไทย ÍÑ¡ÒÃÊè§Ñ ¿‡Í§¼ÙŒµÍŒ §ËÒ ÍÂÑ ¡ÒáŹèÑ ¡Ãͧ¤´Õ àʹÍà˹ç ÊÁ¤ÇÃÊÑè§¿‡Í§ ความเปน็ อยผู่ กู พนั กบั พน้ื ดนิ ทอ้ งทงุ่ และไรน่ า ซ่ึงเปนสงั คมเกษตรกรรม ใหมคี วาม Ê‹§Êíҹǹä»Â§Ñ ÍÂÑ ¡Òà เจริญกา วหนาเทียบเทา กบั ประเทศ ประเพณแี ละวฒั นธรรมของทอ้ งถน่ิ จงึ มพี น้ื ฐาน สากล จากน้ันเขียนบันทกึ สรปุ ผล มาจากการเกษตร อนั เปน็ รากฐานแหง่ ภมู ปิ ญั ญา การวเิ คราะหแ ละแนวทางทไี่ ดลงใน ʧ‹ ¿‡Í§ ทกุ ดา้ นของวถิ ชี วี ติ แมใ้ นปจั จบุ นั จะมปี ระชากร กระดาษ A4 สง ครู ÈÒŪéѹµ¹Œ จ�านวนมากอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในเมือง ÈÒÅÃѺ¿‡Í§ààÅдíÒà¹¹Ô ¡Òà ÈÒž¨Ô ÒóҤ´ÕààÅÐÁ¤Õ Òí ਌Ò˹ŒÒ·ÃèÕ Òª·Ñ³±´íÒà¹¹Ô เพ่ือประกอบอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมและ ¾¨Ô ÒóҤ´ÊÕ ×º¾ÂÒ¹ ¾¾Ô Ò¡ÉÒŧâ·É ¡ÒõÒÁ¤íÒ¾Ô¾Ò¡ÉÒ การบริการ แต่การท�าเกษตรกรรมก็ยังคงเป็น นกั เรียนควรรู อาชีพหลักท่ีสะท้อนความเป็นชาติไทยได้ ขยายความร้เู พม�ิ เติมจากเน�้อหา เพื่อใหค้ รนู า� ไปใช้ ¨íÒàÅÂÊÒÁÒöÁ¤Õ Òí ÍØ·¸Ã³ä »Â§Ñ ÈÒÅÍ·Ø ¸Ã³ààÅÐÈÒŮաҵÒÁÅÒí ´ºÑ อย่างดี อธบิ ายเพ�ิมเตมิ ให้นักเรียน อาชีพชาวนา ถือเปนเอกลักษณทางดานการทํามาหากิน ของคนสวนใหญในประเทศไทย ท่ีแสดงใหเห็นถึงสังคม ๑๘ เกษตรกรรม และความอดุ มสมบรู ณ 18 คูมือครู ๓9 นกั เรียนควรรู @ มมุ IT แนะน�าแหลง่ ค้นควา้ จากเวบ็ ไซต์ บรรทัดฐานทางสังคม คือ บเศูรรณษาฐกกาิจรพอเพยี ง แบบแผนของพฤติกรรมที่สมาชิก อาชพี เกษตรกรรม ถือเปนเอกลักษณของชาติไทยอยางหนึ่ง ทม่ี ีความสําคญั ตอคนไทยท้งั ประเทศ ของสงั คมยดึ ถือเปน แบบแผน และ ดงั นั้นจงึ ควรมีแนวทางทีจ่ ะชวยใหเกษตรกรรมสามารถมีรายไดเ พยี งพอตอการเล้ียงชพี จากนน้ั เปน แนวทางในการปฏบิ ตั ิ เปนสงิ่ ท่ี ใหน กั เรยี นคิดหาวิธีการนาํ หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ นการประกอบอาชีพเกษตรกรรม กําหนดวา พฤตกิ รรมใดถูกตอ งหรือ โดยเขยี นอธิบายสรปุ แนวทางและผลดีที่เกดิ ข้ึนลงในกระดาษ A4 แลวนําสงครผู ูสอน พฤตกิ รรมใดไมถูกตอง คูมอื ครู 39 บูร ณา การ กจิ กรรมเสรมิ สร้างพฤติกรรมและปลกู ฝง ค่านิยม เศ รษฐ กจิ พ อเพยี ง ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง สวนเสริมดา้ นทา้ ย แบบทดสอบวช� า สงั คมศึกษาฯ สาระการเร�ยนรู หนา ทพ่ี ลเมืองฯ ชุดท่ี 1 ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ แบบทดสอบอิงมาตรฐาน โคการรงเรก�ยานรรสู บบู ูรันณได า5กาขรั้น โครงการบรู ณาการ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ¤Ðá5¹0¹ÃÇÁ เนน การคดิ การเรียนรูสูบันได 5 ข้ัน ชือ่ นามสกลุ…………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………….. ● วเิ คราะห์มาตรฐานตวั ช้วี ัด เป็นตัวอยา่ งการจดั ท�า ท่ีสมั พันธก์ บั แบบทดสอบ โครงการ เพ่อื เปน็ แนวทาง เลขประจําตวั สอบ โรงเรียน……………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………. ● วิเคราะหร์ ะดบั พฤตกิ รรม 1. ช่ือโครงการ เยาวชนกับการพฒั นาชมุ ชน ในการนา� ความรู้ท่เี รียน การคิดท่ีสมั พนั ธก์ ับ ไปประยกุ ต์ใช้ สอบวันที่ เดอื น พ.ศ.…………………….. ……………………………………….. แบบทดสอบ 2. หลกั การและเหตผุ ล ………………………………………………… ● มีเฉลยละเอียด เยาวชนเปนผูท่ีมีบทบาทสําคัญในการรวมกันพัฒนาชุมชนของตนใหมีความเจริญกาวหนา ซ�ึงปจจุบันสภาพสังคมไดเปล่ียนแปลงไป โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด อยางรวดเร็ว การดําเนินชีวิตของคนสวนใหญมีความเรงรีบเพ่ือใหกาวทันกับสถานการณโลก มีเทคโนโลยีสมัยใหมเกิดข้ึนมากมายเพ่ือ อาํ นวยความสะดวกใหกับคนในสงั คม จึงเปน เหตุใหค นกับชมุ ชนมคี วามหา งเหนิ กนั มากขึ้น ความรวมมอื รวมใจของคนในชุมชนก็ลดนอย 1ตอนที่ 1. แบบทดสอบฉบบั น�้มีท้งั หมด 40 ขอ 40 คะแนน ¤Ðá¹¹·Õè ä´Œ ลง ซ�ึงเยาวชนในฐานะคนรุนใหมจ ึงควรใหความสําคัญกับการพัฒนาชมุ ชนทต่ี นอาศัยอยู 2. ใหนักเรยี นเลือกคําตอบทีถ่ ูกท่สี ุดเพียงขอเดยี ว ¤Ðá¹¹àµÁç ดังน้ันโครงการน�จ้ งึ นบั เปน สวนหน�งึ ในการสงเสรมิ ใหเ ยาวชนตระหนักถงึ ความสําคญั ของการพัฒนาชมุ ชน เปนการปลกู ฝง ใหเ ยาวชน 40 กลา แสดงออกในสิง� ทถ่ี ูกตอง เพอื่ ยกระดบั ใหเยาวชนเปน ผมู ีจติ สาธารณะในการทําประโยชนใหก บั สังคมสวนรวม 1. ขอใดตอไปน้เี กย่ี วขอ งกับกฎหมายแพง และพาณิชย 4. ขอ ใดตอ ไปน้ีคือลกั ษณะที่สําคัญของกฎหมายอาญา 3. วัตถุประสงคข องโครงการ A 1. ลักทรพั ย D 1. เปน กฎหมายท่ีไมม ีบทกาํ หนดโทษ 2. นติ กิ รรม 1. เพ่ือใหนกั เรียนสามารถวเิ คราะหลกั ษณะทัว่ ไปของชุมชนทีอ่ าศัยอยูห รือชุมชนใกลเ คยี งได 2. เปน กฎหมายที่กาํ หนดความผิดไวโ ดยชดั แจง 2. เพอื่ ใหน ักเรยี นสามารถระบุปญหาและผลกระทบที่เกดิ ข้นึ ในชุมชนได 3. เปน กฎหมายทก่ี ําหนดใหค วามผิดมผี ลยอ นหลงั ได 3. เพ่อื ใหน กั เรยี นสามารถระบแุ นวทางการแกไ ขปญหาและเสนอแนะแนวทางการพัฒนาชุมชนได 4. เปนกฎหมายทค่ี ุม ครองสิทธแิ ละหนาท่ขี องบุคคล 4. เพื่อใหนักเรยี นเลอื กหวั ขอจัดทําโครงการเพอื่ การมีสวนรว มในการแกป ญ หาและพัฒนาชุมชนได โดยทั่วไป 4. เปาหมาย 5. ขอใดเปน ลกั ษณะของการกระทาํ ผดิ โดยประมาท นักเรียนมีสวนรวมในการแกป ญ หาและพฒั นาชมุ ชนที่อาศัยอยูในดา นสงั คม เศรษฐกจิ การมีสว นรว มทางการเมอื งการปกครอง เพ่อื D 1. ชายเอาไมตีหวั เพ่ือนเพราะโมโห รว มกันสรางสงั คมแหง ความสุข ปลูกจิตสํานกึ ในเรอ่ื งจติ สาธารณะ 2. วินแอบขโมยรถจักรยานทจ่ี อดไวไปขเ่ี ลน 5. ข้นั ตอนการจัดกจิ กรรม 3. ออ ดขบั รถดว ยความคกึ คะนองจงึ ชนคนทกี่ าํ ลงั ขา มถนน 4. แดงยึดอาชพี ขายแผนดีวดี ีภาพยนตรเ ถอ่ื น คาํ ชแี้ จง ใหน กั เรยี นแบง กลมุ เทา ๆ กนั โดยใหแ ตล ะกลมุ รว มกนั สาํ รวจชมุ ชนทอี่ าศยั อยหู รอื ชมุ ชนใกลเ คยี งและจดั ทาํ โครงการเยาวชน กับการพัฒนาชุมชน โดยปฏบิ ัตติ ามขั้นตอน ดงั น้ี เพราะรายไดด ี ขัน้ ที่ 1 ต้ังประเด็นคําถาม 6. นกโกรธนดิ ทีไ่ มยอมใหย ืมเงนิ จงึ เอายาพษิ ใสในนํ้าใหน ดิ เปน ขนั้ ทีฝ่ กใหนกั เรยี นรูจกั คิด สงั เกต ต้งั คําถามอยางมีเหตผุ ล และมีความคดิ สรา งสรรค ดังน้นั ครคู วรมบี ทบาทในการ D ด่ืม แตน ิดไมตาย เนอ่ื งจากหมอชวยชวี ิตไวทนั กรณนี ี้ กระตนุ ใหน ักเรยี นเกดิ ความอยากรู อยากเหน็ และกลา แสดงความคดิ เห็นท่ีหลากหลาย จากนน้ั ใหนกั เรียนแตล ะกลุม รวม กันวิเคราะหล ักษณะทว่ั ไปของชมุ ชน เชน ลกั ษณะทางดานสงั คม เศรษฐกิจ ส่งิ แวดลอ ม สภาพปญหาของชมุ ชน พรอ ม นกจะมคี วามผิดในฐานใด กบั ต้งั คาํ ถามเพ่อื กําหนดประเด็นในการศึกษาคนควาและนําขอ มลู มาวางแผนการแกปญ หาและพัฒนาชุมชน 1. ความผิดฐานเจตนาฆา 2. ความผิดฐานพยายามฆา ข้ันท่ี 2 สบื คนความรู 3. ความผิดฐานประมาทฆา เปนขนั้ ที่ฝก ใหนักเรียนมกี ารแสวงหาความรู ขอมลู หรือสารสนเทศเกีย่ วกบั ประเดน็ คาํ ถามท่ีต้ังข้นึ โดยใหนักเรยี นแตละ 4. ความผิดฐานประสงคในการฆา กลมุ สาํ รวจขอมลู สมั ภาษณผนู ําและคนในชมุ ชน เกย่ี วกบั ลกั ษณะทว่ั ไปของชมุ ชนและสืบคนขอ มูลจากแหลงการเรยี นรู ทห่ี ลากหลายเกีย่ วกบั ตวั อยา งปญ หาในชุมชนอ่ืน พรอมแนวทางการปอ งกัน แกไขปญ หาและแนวทางการพฒั นาชุมชน ในรปู แบบตา งๆ เพ่ือสงั คมทีน่ าอยู 3. ประหารชีวิต 4. ไมสามารถยอมความได โครงการบูรณาการ แบบทดสอบ โครงการ ูบรณาการ แบบทดสอบ 2. การซอื้ ขายในขอ ใดไมส ามารถกระทาํ ไดต ามกฎหมายแพง B และพาณิชย 1. นดิ ซอ้ื ทีด่ ินในเขตปา สงวน 2. ปอ มซือ้ รถยนตย ุโรปปายแดง 3. แหวนขายแหวนเพชรใหเพื่อน 4. น้าํ ซ้ือบานพรอ มที่ดนิ ตอ จากพี่ชาย 3. การกระทาํ ในขอ ใดผิดหลักเกณฑก ารกยู มื เงนิ กันตาม D กฎหมาย 1. เพญ็ ผอ นชาํ ระหนเ้ี งินกคู รบแลว จงึ ขอหลักฐานการกู ยมื เงินคืน 2. เอกกยู ืมเงนิ แดง 1,000 บาท โดยท่ีไมไดท ําหนงั สือ สญั ญากันไว 3. จบิ๊ ชาํ ระหนเ้ี งนิ กูบางสว นจึงลงช่อื ในหนังสือสญั ญา พรอ มบอกจํานวนเงนิ ทีช่ าํ ระ 4. กอ ยใหพมิ กเู งิน 50,000 บาท โดยคดิ ดอกเบย้ี รอยละ 20 ตอป และมกี ารทาํ หนังสือสัญญากัน ความรู ความจาํ ความเขา ใจ การนาํ ไปใช การวิเคราะห การสังเคราะห การประเมินคา A B C D E F (3) โครงการวัดและประเมินผล (29) โครงการวัดและประเมินผล ความรู ความจํา ความเขาใจ การนาํ ไปใช การวเิ คราะห การสังเคราะห การประเมนิ คา A B C D E F เสรมิ 1
การใช้วัฏจกั รการเรียนรู้ 5Es : กระบวนการพฒั นาศกั ยภาพการคดิ และการสร้างองค์ความรู้ รูปแบบการสอนท่ีสัมพันธ์กับกระบวนการคิดและการท�ำงานของสมองของผู้เรียนที่นิยมใช้อย่างแพร่หลาย ทัง้ ในประเทศไทยและตา่ งประเทศ คอื วฏั จกั รการเรยี นรู้ 5Es ซง่ึ ผู้จัดทำ� คมู่ ือครูไดน้ ำ� มาใชเ้ ปน็ แนวทางออกแบบ กจิ กรรมการเรียนการสอนในคู่มือครูฉบับนี้ตามลำ� ดับข้ันตอนการเรียนรู้ ดังน้ี กระตนุ้ ความสนใจ สำ� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate • เปน็ ขนั้ ทีผ่ สู้ อนนำ� เขา้ สู่ • เปน็ ข้ันท่ีผู้สอนเปดิ • เป็นขัน้ ทีผ่ ้สู อนมี • เปน็ ขน้ั ท่ีผู้สอนไดใ้ ช้ • เป็นขน้ั ท่ผี สู้ อนประเมนิ บทเรยี น เพ่อื กระตุ้น โอกาสใหผ้ ู้เรยี นสงั เกต ปฏสิ ัมพันธก์ บั ผู้เรียน เทคนิควิธีการสอน มโนทศั นข์ องผู้เรียน ความสนใจของนักเรียน และรว่ มมอื กนั ส�ำรวจ เชน่ ให้การแนะนำ� ท่ีชว่ ยพัฒนาผ้เู รียน ดว้ ยเรื่องราว หรือ เพือ่ ใหเ้ หน็ ปญั หา ต้ังค�ำถามกระตนุ้ ให้คดิ ให้นำ� ความรทู้ ่เี กดิ ข้นึ โดยตรวจสอบจาก เหตุการณ์ทนี่ ่าสนใจ รวมถึงวิธกี ารศกึ ษา เพอื่ ให้ผู้เรยี นได้คน้ หา ไปคดิ คน้ ต่อๆ ไป ความคดิ ที่เปลี่ยนไป คน้ ควา้ ข้อมลู ความรู้ คำ� ตอบ เพื่อพฒั นาทกั ษะ และความคิดรวบยอด • ใช้เทคนิควิธีการสอน ทจี่ ะน�ำไปสู่ความเขา้ ใจ • นำ� ข้อมูลความร้จู าก การเรยี นรูแ้ ละ ที่เกิดขึ้นใหม่ ตรวจสอบ และค�ำถามทบทวนความร ู้ ประเด็นปัญหาน้ันๆ การศกึ ษาคน้ ควา้ การทำ� งานร่วมกนั ทักษะ กระบวนการ หรอื ประสบการณเ์ ดมิ เปน็ กลุม่ ระดมสมอง ปฏิบตั ิ การแกป้ ัญหา ของผเู้ รยี น เพ่ือเช่อื มโยง • ให้นักเรยี นท�ำความ ในขน้ั ท่ี 2 มาวเิ คราะห์ เพอ่ื คดิ สร้างสรรค์ การตอบคำ� ถามรวบยอด ผเู้ รยี นเขา้ ส่บู ทเรยี นใหม่ เขา้ ใจในประเดน็ หวั ขอ้ แปลผล สรปุ ผล รว่ มกัน และการเคารพความคดิ ทจ่ี ะศึกษาคน้ คว้า • นักเรียนสามารถน�ำ หรอื ยอมรับเหตุผล • ชว่ ยใหน้ ักเรียนสามารถ อย่างถอ่ งแท้ • น �ำเสนอผลท่ไี ด้ศกึ ษา ของคนอ่ืนเพ่ือการ สรปุ ประเด็นส�ำคัญท่เี ปน็ แลว้ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ ค้นคว้ามาในรปู แบบ ความรู้ทส่ี ร้างข้ึนใหม่ สร้างสรรคค์ วามร ู้ หัวข้อการเรยี นรู้ของ เพ่อื เก็บรวบรวมขอ้ มูล สารสนเทศตา่ งๆ เช่น ไปเชือ่ มโยงกบั ร่วมกัน บทเรยี นได้ ความรู้ เขยี นแผนภูมิ แผนผัง ประสบการณ์เดิม • น ักเรียนสามารถ แสดงมโนทัศน์ โดยนำ� ขอ้ สรุปท่ีไดไ้ ป ประเมินผลการเรียนรู้ • ส �ำรวจตรวจสอบ เขยี นความเรียง อธบิ ายในเหตุการณ์ ของตนเอง เพอื่ สรปุ ผล โดยวิธกี ารตา่ งๆ เชน่ เขยี นรายงาน เปน็ ตน้ ตา่ งๆ หรอื น�ำไปปฏิบตั ิ ว่านักเรยี นมีความรู้ สมั ภาษณ์ ทดลอง ในสถานการณ์ใหมๆ่ อะไรเพิ่มขน้ึ มาบา้ ง อ่านคน้ ควา้ ขอ้ มลู ท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ชวี ิต มากนอ้ ยเพยี งใด และ จากเอกสาร แหล่ง ประจำ� วันของตนเอง จะน�ำความรเู้ หล่านัน้ ขอ้ มูลตา่ งๆ จนได้ เพอ่ื ขยายความรู้ ไปประยุกต์ใช้ในการ ข้อมลู ความรู้ตามท่ี ความเข้าใจให้ เรียนร้เู รื่องอน่ื ๆ ตัง้ ประเดน็ ศึกษาไว้ กว้างขวางย่ิงขน้ึ ไดอ้ ย่างไร • น กั เรยี นจะเกดิ เจตคติ และเห็นคณุ คา่ ของ ตนเองจากผลการ เรียนรู้ทเี่ กดิ ขนึ้ ซึง่ เป็น การเรียนรู้ที่มคี วามสุข อย่างแท้จรงิ การจัดกิจกรรมการเรียนรตู้ ามวัฏจักรการสรา้ งความรู้แบบ 5Es จงึ เปน็ รปู แบบการเรยี นการสอนท่เี น้นผเู้ รียน เป็นส�ำคัญ สอดคล้องกับบันได 5 ขั้น ของ สพฐ. โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้กระบวนการสร้างความรู้ด้วยตนเอง และฝึกฝนให้ใช้กระบวนการคิดและกระบวนการกลุ่มอย่างช�ำนาญ ก่อให้เกิดทักษะท่ีจ�ำเป็นในศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะการทำ� งาน ทกั ษะชวี ิต และการเรียนรู้ตลอดชีวิต อยา่ งมคี ณุ ภาพ ตามเปา้ หมายการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา ของกระทรวงศึกษาธกิ าร (พ.ศ. 2556-2558) ทุกประการ เสริม 2
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×¹é °Ò¹ ËáŹÐÒŒ ¡·Ò¾Õè ÃÅ´àÒíÁàÍ¹× §¹Ô ªÇÇÕ²Ñ µÔ ¹ã¹¸ÃÊÃ§Ñ Á¤Á Á.ó ª¹éÑ Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ»·‚ Õè ó ¡ÅØ‹ÁÊÒÃСÒÃàÃÕ¹ÃÙŒÊѧ¤ÁÈÖ¡ÉÒ ÈÒÊ¹Ò áÅÐÇѲ¹¸ÃÃÁ µÒÁËÅÑ¡ÊÙµÃ᡹¡ÅÒ§¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ¢éѹ¾×é¹°Ò¹ ¾Ø·¸ÈÑ¡ÃÒª òõõñ ¼àŒÙ ÃÂÕ ºàÃÕ§ È.´Ã. ¡ÃÐÁÅ ·Í§¸ÃÃÁªÒµÔ ÃÈ. ´Ã. ´Òí ç¤ °Ò¹´Õ ¹Ò§Ê¤Ø ¹¸ ÊÔ¹¸¾Ò¹¹· ¼È. ÇªÔ ÂÑ ÀÙ⋠¸¹Ô ¼ŒµÙ ÃǨ ÃÈ. ´Ã. ¨ÒÃÇØ Ãó ¢íÒྪà ¼È. ÀÒÇÔ¹ÂÕ ÁÕ¼´§Ø ¹ÒÂä¾ÈÒÅ ÀäÙ‹ ¾ºÅÙ Â ºÃóҸԡÒà ¹ÒÂÊÁà¡ÕÂÃµÔ À‹ÙÃÐ褃 สงวนลขิ สทิ ธต์ิ ามพระราชบัญญัติ ¾ÁÔ ¾¤Ãéѧ·Õè 11 คณะผจู ดั ทําคมู อื ครู • องั คณา ตติรตั น • ฤดีวรรณ มาดกี ุล ÃËÊÑ ÊÔ¹¤ŒÒ 2343162
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ¤Òí ¹Òí (ยอ จากฉบบั นกั เรยี น 20%) ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒàÃÕ¹ÃÙŒ¡ÅØ‹ÁÊÒÃÐÊѧ¤ÁÈÖ¡ÉÒ ÈÒÊ¹Ò áÅÐÇѲ¹¸ÃÃÁ ÁըشÁØ‹§ËÁÒÂà¾è×ÍãËŒ ¼ÙŒàÃÕ¹ÁÕ¤ÇÒÁࢌÒã¨ã¹¡ÒôíÒçªÕÇÔµ¢Í§Á¹ØÉ ·éѧ㹰ҹл˜¨à¨¡ºØ¤¤ÅáÅСÒÃÍÂًËÇÁ¡Ñ¹ ã¹Êѧ¤Á ¡ÒûÃѺµÑǵÒÁÊÀÒ¾áÇ´ÅŒÍÁ ¡ÒèѴ¡Ò÷ÃѾÂҡ÷èÕÁÕÍÂÙ‹Í‹ҧ¨íÒ¡Ñ´ ࢌÒ㨶֧ ¡ÒþѲ¹Òà»ÅÕè¹á»Å§µÒÁÂØ¤ÊÁÑ µÒÁà˵ػ˜¨¨Ñµ‹Ò§æ à¡Ô´¤ÇÒÁࢌÒã¨ã¹µ¹àͧáÅмٌÍ×è¹ ÁÕ¤ÇÒÁÍ´·¹ Í´¡Åé¹Ñ ÂÍÁÃѺ㹤ÇÒÁᵡµÒ‹ § áÅÐÁ¤Õ ³Ø ¸ÃÃÁ ÊÒÁÒö¹Òí ¤ÇÒÁÃŒÙä»»ÃºÑ ãªŒ 㹡ÒôíÒà¹Ô¹ªÇÕ Ôµ ໹š ¾ÅàÁ×ͧ´¢Õ ͧ»ÃÐà·ÈªÒµáÔ ÅÐÊѧ¤ÁâÅ¡ ·§Ñé ¹ÊéÕ ÒÃз¼Õè àŒÙ ÃÂÕ ¹µÍŒ §È¡Ö ÉÒã¹ÃдºÑ ª¹Ñé Á¸Ñ ÂÁÈ¡Ö ÉÒ ÁÍÕ Â´‹Ù ÇŒ ¡¹Ñ õ ÊÒÃÐ »ÃСͺ´ÇŒ  ● ÈÒÊ¹Ò ÈÕŸÃÃÁ ¨ÃÔ¸ÃÃÁ ● ˹ŒÒ·Õè¾ÅàÁ×ͧ ÇѲ¹¸ÃÃÁ áÅСÒôíÒà¹Ô¹ªÕÇÔµã¹Êѧ¤Á ● àÈÃɰÈÒʵà ● »ÃÐÇѵÈÔ Òʵà ● ÀÁÙ ÈÔ Òʵà 㹡ÒèѴ·íÒ˹ѧÊ×ͨШѴá¡໚¹ÊÒÃÐÅÐ ñ àÅ‹Á à¾×èÍãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁÊдǡ㹠¡Òè´Ñ ¡ÒÃàÃÂÕ ¹¡ÒÃÊ͹ ÊÒí ËÃºÑ ÊÒÃÐ˹Ҍ ·¾Õè ÅàÁÍ× § Ç²Ñ ¹¸ÃÃÁ áÅСÒôÒí à¹¹Ô ªÇÕ µÔ ã¹Ê§Ñ ¤Á ªÑé¹ÁѸÂÁÈÖ¡ÉÒ»‚·èÕ ó àÅ‹Á¹éÕ ä´Œ¨Ñ´·íÒãËŒÊÍ´¤ÅŒÍ§¡ÑºÊÒÃСÒÃàÃÕ¹Ãٌ᡹¡ÅÒ§áÅеÑǪÕéÇÑ´ µÒÁËÅÑ¡ÊÙµÃ᡹¡ÅÒ§¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ¢Ñé¹¾é×¹°Ò¹ ¾Ø·¸ÈÑ¡ÃÒª òõõñ â´Âà¹é×ÍËÒÊÒÃÐà¡èÕÂǡѺ ÅѡɳСÒáÃзíÒ¤ÇÒÁ¼Ô´áÅеÑÇÍ‹ҧ¡ÒáÃзíÒ¤ÇÒÁ¼Ô´·Ò§ÍÒÞÒáÅÐᾋ§ ¤ÇÒÁËÁÒ áÅФÇÒÁÊíÒ¤ÑޢͧÊÔ·¸ÔÁ¹ØÉª¹ ¡ÒÃÁÕʋǹËÇÁ¤ØŒÁ¤ÃͧÊÔ·¸ÔÁ¹ØÉª¹µÒÁÃѰ¸ÃÃÁ¹ÙÞáË‹§ ÃÒªÍҳҨѡÃä·Â ¤ÇÒÁÊíÒ¤ÑޢͧÇѲ¹¸ÃÃÁä·Â ÀÙÁÔ»˜ÞÞÒä·ÂáÅÐÇѲ¹¸ÃÃÁÊÒ¡Å ¡ÒÃÍ¹ÃØ ¡Ñ ÉÇ ²Ñ ¹¸ÃÃÁä·ÂáÅÐÀÁÙ »Ô Þ˜ ÞÒä·Â·àèÕ ËÁÒÐÊÁ ¡ÒÃàÅÍ× ¡ÃºÑ Ç²Ñ ¹¸ÃÃÁÊÒ¡Å·àÕè ËÁÒÐÊÁ »¨˜ ¨ÂÑ ·¡Õè Í‹ ãËàŒ ¡´Ô ¤ÇÒÁ¢´Ñ á§Œ ÊÒà˵»Ø Þ˜ ËÒ椄 ¤Á á¹Ç·Ò§¤ÇÒÁÃÇ‹ ÁÁÍ× ã¹¡ÒÃÅ´¤ÇÒÁ¢´Ñ á§Œ áÅÐÊÌҧ¤ÇÒÁÊÁÒ¹©Ñ¹· »¨˜ ¨ÂÑ ·èÊÕ ‹§àÊÃÁÔ ¡ÒôÒí çªÇÕ ÔµãËÁŒ ¤Õ ÇÒÁÊØ¢ Ãкͺ¡Òû¡¤Ãͧ·èãÕ ªŒ ã¹Âؤ»˜¨¨ØºÑ¹ ¤ÇÒÁᵡµ‹Ò§ ¤ÇÒÁ¤ÅŒÒ¤ÅÖ§¢Í§¡Òû¡¤Ãͧä·Â¡Ñº»ÃÐà·ÈÍ×è¹æ ·ÕèÁÕ¡Òà »¡¤ÃͧÃкͺ»ÃЪҸ»Ô äµÂ º·ºÞÑ ÞµÑ ¢Ô Í§Ã°Ñ ¸ÃÃÁ¹ÞÙ ã¹ÁÒµÃÒµÒ‹ §æ ·àÕè ¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¡ÒÃàÅÍ× ¡µ§Ñé ¡ÒÃÁÊÕ Ç‹ ¹ÃÇ‹ Á áÅСÒõÃǨÊͺ¡ÒÃ㪌ÍíÒ¹Ò¨ÃѰ ÍÒí ¹Ò¨Ë¹ŒÒ·¢èÕ Í§Ã°Ñ ºÒÅ º·ºÒ·ÊíÒ¤Ñޢͧ ÃѰºÒÅ㹡ÒúÃÔËÒÃÃÒª¡ÒÃἋ¹´Ô¹ ¤ÇÒÁ¨íÒ໚¹ã¹¡ÒÃÁÕÃѰºÒŵÒÁÃкͺ»ÃЪҸԻäµÂ »ÃÐà´ç¹»˜ÞËÒáÅмšÃзº·Õè໚¹ÍØ»ÊÃ䵋͡ÒþѲ¹Ò»ÃЪҸԻäµÂ¢Í§»ÃÐà·Èä·Â áÅÐ á¹Ç·Ò§¡ÒÃᡌ䢻˜ÞËÒ ËÇѧ໚¹Í‹ҧÂèÔ§Ç‹Ò˹ѧÊ×ÍàÅ‹Á¹Õé ¨Ð໚¹Ê×èÍ¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ·èÕª‹ÇÂÍíҹǤÇÒÁÊдǡᡋ¤ÃÙ áÅмٌàÃÕ¹ à¾è×ͪ‹Ç¾Ѳ¹ÒÈÑ¡ÂÀÒ¾¢Í§¼ÙŒàÃÕ¹ãËŒºÃÃÅØµÑǪéÕÇÑ´áÅÐÁҵðҹµÒÁ·èÕËÅÑ¡Êٵà ¡Òí ˹´äÇ·Œ Ø¡»ÃСÒà ¤³Ð¼ÙàŒ ÃÕºàÃÂÕ §
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ¤íÒá¹Ð¹íÒ㹡ÒÃ㪌˹ѧÊ×ÍàÃÂÕ ¹ หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน หนาที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดําเนินชีวิตในสังคม เลมนี้ ใชประกอบการเรียนการสอนรายวิชาพื้นฐาน กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี ๓ เนื้อหาตรงตามสาระการเรียนรูแกนกลางข้ันพื้นฐาน อานทําความเขาใจงาย ใหทั้ง ความรูและชวยพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรและตัวช้ีวัด เน้ือหาสาระแบงออกเปนหนวยการเรียนรู สะดวกแกการ จัดการเรียนการสอนและการวัดผลประเมินผล พรอมเสริมองคประกอบอื่นๆ ที่ชวยทําใหผูเรียนไดรับความรูอยาง มีประสิทธภิ าพ ʨѴд¡Çš؋Áá๡Í×é‹¡ËÒÃÒ¨à»Ñ´¹š ¡ËÒ¹ÃàÇ‹ ÃÂÂÕ ¡¹Ò¡ÃÒàÃÃÕÂʹ͹Ì٠ãࡹÃ˹èÔ ¹¹‹ÇíÒÂà·¾¨ÕèèÍ× ÐãËàÃàŒ ÂÕ¢¹ÒŒ 㨶§Ö ÊÒÃÐÊíÒ¤ÑÞ ãà¹Ë×éÍŒ¤ËÇÒÒµÁÃçáŒÙ µÅÒÐÁàÍÊÍé× ÒµÃ͋С¡ÒÒÃÃà¹ÃíÒÕÂä¹»Ããٌ᪡ʌ ¹Í¡¹Åà¾ÒÍ×è§ DÊÇeÂs§igÒÁn ¹ËíÒ¹àŒÒÊṺͺ´ãÇŒ ËÂÁµ‹ ÒÃÒ§ ã˺Œ ÃÃÅØµÇÑ ªéÇÕ ´Ñ áÅÐÊÌҧ¤³Ø ÅѡɳРἹ¼§Ñ á¼¹ÀÙÁÔ ª‹ÇÂãËŒÍÒ‹ ¹ Í¹Ñ ¾Ö§»ÃÐʧ¤ ·Òí ¤ÇÒÁà¢ÒŒ ã¨ä´§Œ Ò‹ ¢é¹Ö ๕หนวยการเรียนรทู ี่ ñเแวทพเตอสทา.มหี่ปจือ่ รถมกํารแคเ่ี ทาบรใะระปปนะียตกÃรีสจทหวือบะตาา บะรนราาาาโÙ»นางวปกอกอจบภะยองจรกตกมเน๑ฎรบากชกงกรชออบามáปวั าะกรปคิานัรทางหพรน.บธกอแืรเรป๑รารธิะทดฏวºไิปมี่มตงแปาเะทูปรกจิปปปมมศชลเิไรบไาุงารนปาºคกหกตไตมืปองมะาสะยแทัตยปกตรคๆาป็ชชยนงกกีงทาิวต¡บาออครยมรรซนาเรคร่ีรงาาะเํงาสอระภธบะกÒพึ่รตงัฐชกกเมนจปอเรบงิปโปามูอเทธาÃขอ่ืาดิมาาบะปรงารวไงหิมนกรชศคะรเรจรยเ»อตแทนนจรขลกปสบสนะณุตคเใยละมอกงบาบงัมช่ิรงา¡อทันดสเไะไภาํราทกนะาทปมอืหดบอปง้ัสาสรนกบ¤าทาอูญา่ีมบนาหลมปงมบนิพนาวงารดหีคปรงใÃักกลบารรบีับปจนถรชใังนวนิหประารรกาัÍจสทญรพสมกนวี าชถยระราาะาะูงบกนติาีัฒีู้มชญสป§เาแรวรปสทรบาขกทุนคธสาแจรตัวบนãุัดตเทก่ีขาาธด่ีิปวบใําลัดศิอนรงิใาไไใ¹หอคิรปมีคือไบนกานวกปไอรบมงแตรปไัญอกสาปใกกาทÂตวงตสอีสยดรรตํปาตรไาราอํามนทยิรทะเงดนดกؤปรรัฐั้งรหปยรชบออะแธแี่เออป็ตบางกปาน»นาลิะเรยบยยจยอาสกาคงปเนชหาะิรแามาชาสลอคดามรอ˜¨ปทูนปรนางงงลรมงอรกางาะรบจโยบี่แ¨ภีสสะองกีปบบธจ่ังบรมามงºØทบรทยยัหิ พปิบปบาง ี่ปนืสบาѹชใกอรูรรไรง่ิรสาิะกะยณาตะแบทบเ¢รใา เวทÍาทนบปหยงอด§นศเ»ก¡รบศสกน»¡ลส¡●Òเเสิ็ÃจัทงกคÃÃมาอÖ§èปมÖè§Á¡ÐÃุท»คะÐา»Õ»Ñºท่ัรวÃมือนอÙ»ª¡Ã¤สมªธรѰอโÃี่ทÐด¤งภ³Òขáปล์ิʸÒงแÐงÃํÐา¸าÒºาÍอ¸ผตกกทÀ¸Ãแ¹เเ»Ôง§คѰº»ÔÒงรÒนคจลลÃลÒÁี่มส¸óäโปีย¹¹ÐäÔºระะใะินดµงัีแµµ´กºรอตภÒหยคÃยกÂÕàน»Âะ´Õ¸วงÍุตอามกñทš¹ÇŒาชวãอาºÔ ºÂงธิค»ขาร¹วั่คาาôกรสáอใรถÐÃชริดจ»µรหําÕÁวเงÐัฐงึ‹äนØ¢ÃมมหมหÃÁปปนº¢บ°Ñ‹µÐคีือรÍนรรÍŒคʺา§ªือวโ§งเะะÃด●ืลÀอÃòปด●Ѱา»ÒเอกชѺÁทเ»ตÒ¢ãÃมÁ¸ย¼น¢ÃปÍุด¾าÃÕ´า«ÃѺÍ●¹ซ´ÔÕ»ÍศัÑว°ÐÐÔ»ÃÒÖèมí§เ§¼ไชร§นมªÃٸЋÁãÁห๨úÃจ»¸ÃÔ´งึ่น¹Ðป¹ÒÍÁä°Ñ»ปÕÐีค¹Ò°Ñนøª¹Ðกแ¹ÔºµไËÒมักÃÂÃáµÔËÃน้ัµตÒÍÒá¡ณ‹âÇกÐÑÒÇดÅ¡บº¹ไÒา¹¸Ð´ºอืÃรµ¡ÁÒÁ¤ÂÐÃÃาๆºดÔÒÕàÂค÷รรÉ‹äÒº¢บº°ÑªØ»¹Ãส»นะ¸´´ÁมãµÒÁµÒѽÃÃับàณร¸ºÔซรšàÕÒ¹ŒÒบ´‹Áํªา§Ãแ¹ÐÃÔËÒ¹†»ห´ก¹ับ¡§ºÔÂÁ¡ÔÕÂÂËÕ¼อ¸งเ่ึÒµš¹คผµุÕคทËҵúÒÇ¢ØลٹÌรªตÃไ»´»àÔสÃÍ‹งÃáҋ½»Ãั»ญน·ÕЌҋคàือÇÃÍ่ีมวá×ือçËÔѹ҆Áิก·Ãิมš¹ทÕäÒíÐÂ°Ñæ¼ºÂÒÐÍ×ลาËèÕ»ÁกµÊ㋹ºาÃàี §ธ¹áÃØ¢·À¹º´Ã¤ÐÅÒŒÒÈิËÔ¡Ô¹ÁÍ·×ÐÒÒ¢ØÕèÁÃÃÕ ระบอบประเชปรายี ธบิปเทไยี ตบยกา๔รปปกระคเรทอศง ในกยาคุรปกปกาจ รคจเรบุมอนอัื งง ๗๔ ราชอาณาจักรไทย รฐั เด่ียว รัฐรวม ๑๓ รฐั มาเลเซยี ประมขุ ของรฐั เรรปัฐะ็นสบปภอราบะมปมีพรุขะรชะามธหิปาไกตษยัตในริยระ์ทบรบง กรระษะบบัตบอรยิรบัฐท์ ปสรรภงะเาชปมา็นีพธปิปรระไะตมมยหขุ ใาน- ตัวชี้วดั นายกรัฐมนตรี ●(เสกส●ว(าน๒ิเแส●รตคอ.วลพ●๒ราร๒แิเขะงะฒัควานก.อใๆมบิ๒เอะรนนาควง.อาหธทร๓ทไยารมะบิบตทปเี่/ปคุาาห.กป๔รา๓ะงยรรปยี่รวยรแห)/ะะกจัวฐจะ๓รชกเัจขบธชสดะา)ไอเบุราปอขบ็ธนปงนัรธบปิรอกรปมิปะกไีบบยั (ญนตไเาสบกกทตยูรญหาาเยศ๒ใขทรารฉชออ.เีปยท(๒บอลงสื่นบ่ีกเอําืปับปมๆนกรค๒รป.นะตะาร.๓จ๒บเจอง้ัทอท/จกรองุ๑ป่ีมุบศมัฐาแบ)สีกไันร.บ๓กทมราใบ/ารยรสีน๒รตคแปว มป)นาลตกากงะรอคตๆวครรมรอาอทงงี่ใช ประมุขของรัฐ ●●●แต●ปน●ปอ ครวรกร●บะทวาอะาเกาชาท●ชดเรําบากงมกาพนน็ปบ●รกป่ยีทธาจคาฒักสตาากปวริปกบําจปควรรทาขรแานญคไหเญัาจแวรรอะผรตปสารนหจอจมปกบญงนะปยําอนสุบงกาาไกแอกดตัรคขรงอทบัันใคแตบะนิะขปิขาับญนี่ขรกชลบอกอกรญอกอาากะเขงองตาเชงงารผธหรอารไบรรรนรเาลปิฐัาทรลียะงปัฐปใงกธไบมชือรยบกนรตกรรัอกอฐีกราะคะรคยารําบตัชลบฐับทมรรขวนแูา้ังปบาปบปอนอาธากรลางงกทกรญูมจิปะปแนลใะคาเ่ีรชคไใปนรรบเตฐัรตากนทละมนอธบากยมเลศาีสอปิงทมตาายราวอปุไศรรตาะนต่ืงคนสไบงะรบยรรทลๆๆบารอวรึตยงิอมหบคขาททบเางอผแ่ี่ีมใรๆงดลชีกกะ็จใทานาก่ีรราàยÁร¼ุคËá´Õ´»Ò¡¹Ã¨çÇŒ¡Ã¡ÒÇÂÇ¡ÁÐÒ¤ÃÁ¡ÒàÍþԴ·Ãѹ¶§»ËѲÈãÖ§¡¹Ãò¢Á¹×ͤÀ»ŒÍÕ¤ÒÍÒØèµÇ»¾Ø´ÐͨҡºÃÁÃØ§ºÁÅÇÐÍ¢¡Ñ¹áÁ§àºÍÒ÷»µáçСÃÈų¤µËÐÇŒµªÍ×·¹ÇÃà‹ÒÒ·ÒàЋҵ§ÍçºÈ§¡¡ÔЧÍõѹºÒàѰºÃ¾Ã‹ÒÍä¡¡Ðà»§è×ͺÁѺҺæã»àÃ×ͻͻ¹»Ã§ÃºÃšÐ¹¢ã¡ÐÒª¹Í¡¤áªÂÒ§âÒú¸Ò»ÅÅÍÃÔ»ºªÃ¡Ð§»¹äÐáãàÁ¡Íµ¹à¼·ÕäÕÂÂ⹫ÅÐÈáôÖ躡§ã¹Åͨ¹¹Ñé͹ЧТ·¡éÕæºÃãÊÖé¹àÕèÒй¡´‹§ºÍëáÒ¹‹¼»ÍÂÖè§ÃµªÅºÙ¶‹¯¡à´Ñ ‹ÅÁµŒÒÑÔººÐ׋ÍÍѵ§Ô ประมุขฝ่ายบรหิ าร นายกรัฐมนตรี µÇÑ ªÇÕé ´Ñ áÅÐÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃáŒÙ ¡¹¡ÅÒ§ µÒÁ·ËèÕ Å¡Ñ ÊµÙ Ã ¡íÒ˹´ à¾×Íè ãË·Œ ÃÒº¶Ö§à»‡ÒËÁÒÂ㹡ÒÃÈÖ¡ÉÒ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร จากการเลือกตั้งระบบเขตเดียวเบอรเ์ ดยี ว ประมุขฝ่ายบริหาร ๓๕๐ คน วาระ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร จากการเลอื กตง้ั โดยตรงจากประชาชน ๕วาระ ปี ปี จากแบบบัญชีรายช่ือ ๒๒๒ ๔๒๔๒๒สมาชกิ วฒฺุ สิ ภา คน คน ๓วาระ ๕๐๐ ๑๕๐ ๔คน จากการเลอื กตัง้ โดยนายกรฐั มนตรี ปี คน คน ๒๐๐ ๒๐๐ใจนารกัฐกธารรรสมรนรญูหาตามกระบวนการ คน คน ๗๐ ๒๖จากการแต่งต้งั โดยสภาแหง่ รัฐ ระบบหลายพรรค มีลกั ษณะเป็นรัฐบาลผสม คน ระบบหลายพรรค มีลักษณะเปน็ รัฐบาลผสม คน (ขอ้ มลู พ.ศ. ๒๕๕๙) สฟาิลธิปารปณนิ รสัฐ์ รัฐเดี่ยว รัฐรวม ๒๙ รัฐ ประมขุ ของรัฐ ประระบธอาบนปารธะบิ ชดาี ธิปไตยในระบบ ปใรนระะรบะธอบาบนบปารรธฐั ะบิสชดภาีาธปิ ไตยสาธารณรัฐอินเดีย นายกรัฐมนตรี ประธานาธบิ ดี ประมุขของรฐั ประมขุ ฝา่ ยบรหิ าร ๒๙๒ ๕๒๘๓๔สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร จากการเลือกตัง้ โดยตรงจากประชาชน ประมขุ ฝ่ายบริหาร จากแบบบญั ชรี ายชือ่ คน ๓วาระ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร จากการเลอื กตงั้ โดยตรงจากประชาชน ๕วาระ คน คน ปี ปี สมาชิกวฺฒุ สิ ภา ๕๔๕ ๕๔๕สมาชกิ วฒฺุ ิสภา จากการเลอื กต้ัง ๖วาระ คน คน ปี จากการเลือกตงั้ โดยอ้อมจากมลรฐั ๒๔ ๒๔คน คน ๒๔๕ ๒๔๕คน ๖วาระ ปี ระบบหลายพรรค มลี ักษณะเปน็ รัฐบาลผสม ระบบหลายพรรค มลี กั ษณะเป็นรฐั บาลผสม คน รปู ของรัฐ มีพระมหากษตั รยิ เ์ ปน็ ประมุขของรฐั ประมขุ ฝ่ายบรหิ าร มปี ระธานาธบิ ดเี ปน็ ประมขุ ของรัฐ àÃÍ×è §¹Ò‹ ÃŒàÙ ¾ÁÔè àµÔÁ¨Ò¡à¹éÍ× ËÒ ÁÕá·Ã¡à»š¹ÃÐÂÐæ àÊÃÔÁÊÒÃШҡà¹×éÍËҹ͡à˹×ͨҡ·ÕèÁÕã¹ ¤íÒ¶ÒÁáÅСԨ¡ÃÃÁÊÌҧÊÃä¾Ñ²¹Ò¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ ÊÒÃСÒÃàÃÕ¹Ãٌ᡹¡ÅÒ§ à¾Íè× à¾ÁèÔ ¾¹Ù áÅÐ ªÇ‹ Âã˼Œ ŒÙàÃÕ¹䴌½¡ƒ ·Ñ¡ÉСÒäԴáÅл¯ÔºµÑ Ô à¾Íè× ãËŒ เต เคพพรอ มผาา�าินจื่อม่ือู้ตพชาุญใศค้อทพิรหา�าางณัณใา้ลผคกตหนกใมาฑ�ลู้าพในคาษหคแา่คี ต์ิจพดคาวดม้ า�นะ่อีอดขาหีพ กีทะศาีอกอารานิพ�าญางาษขะรห�าศาลญหาปอากปนา นจงวราลษ้าัญกโะั้นะ่านจ ทากท็งสเ ห้ันทใจี่คกันา�าหเ าา้กวมามตหจ้หขห ์บร่ือวัาน�าซน้พอคาผรผค้า่งึา้กกิุมจถ้ตูู้ตุกทเทตฎาปแต้อ้อหี่ใรี่รัวต็นหังวนงราณผหผห่ไงือชมกปู้เตาาู้ตาปทาาสหคตห้ัง้อรรณยั ียดทารงะรพ หฑอืมหหีื อนิจขาจขจาแาจ์ าาย้อ�ารห�าัน้ะลยรเตชเเขรตะลคณขล้วีอัือภดอยวยา้ ิตางจแานามมค ก�ายมยขาีคเดเาหจเ้ใงลอวรกี น้าลทยงาจย่ี มหกักงไมาะวทีวนการงเปข้ปใะราี่้าศกนรอ้ บดทร็นาฎะงรสว�าลี่รสโกหะนเืจบาพงหบันมชทกคพิพวกินทาาก์จ่ายรารกยณัะ์รงะากยตา ก่วบนฑษุตร่อมเาวทติธปา์กรสนกรคั้ง่ดอจ็็ูน้คกับรฝดะ�าสดทมาพดเี่แาู้คีกรน่ีปา�ยนลยด็จินเรโ้วักตุนะีโจึกค ดปธิงนิ ทษดากรยรกกี รนาึกลเามป์ใแใษอ่ารนนต็นลวัยใากกหง้ัคะทโกแรจฝาเ้ือนาปณตทร่เาราจ็นตก่ กยเีทย้พาอ่ไ่อจ์ร่ีศคปหน่ือ่�วสาาวตนศเมฟู้ลคาลา้าามกได้อมยทลมับีง ี่่ ¢ÂÒ¤ÇÒÁÃãŒÙ ËŒ¡ÇŒÒ§¢ÇÒ§ÍÍ¡ä» Á¤Õ ³Ø ÀÒ¾µÒÁµÇÑ ªéÇÕ Ñ´ พนกั งานอยั การได้ เรื่องนา่ รู้ àÊÃÔÁÊÒÃÐ จากแนวคดิ สูร ะบอบปกราากรฏเกมารือณงค กอามรปมกวิ นคสิรอตง คÓถามประจÓหนว่ ยการเรียนรู้ ๑ ในปจั จบุ นั โลกใหก้ ารยอมรบั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยเปน็ ระบอบการปกครองทด่ี ี ในกรณีทผี่ ู้กระท�ำควำมผิดเป็นเมเด่อื ก็ เแดล็กะแเยลำะวเชยนาวกชฎนหกมำรยะกท็ไา� ดคแ้ วบาง่ มกผำริดกระท�ำควำมผดิ เอำไว้ โดยจ�ำแนกตำม ทเ่ีปแ1ทนต8ไี่แรมคท-ะร(ไุาํณ1Cบนเดใ9ทกปหบภแoร าารบัคคโmคไารเารดยกาทพนปอศงmสรึดเาียมเงชฏปจลงชรuอามีมวคิวาลพนนnมําิัตตกิวรยี่ดูiนเาปsาคนชิอขดนกสถtนามรนุตวิสอิมรซงงึจับโะาMสชปูตงผลแกอแมเก้นัาแลสกaทลอาตหมรบกใิทคnระกศรีกหเบ็ยมรiธสนแfมคทรรงั้กังeิอถรําระกท.คี่ปาsงแีภศลแมบtรี่รเงลงoก๒.านหใบผกไก๑ะนพ)คน็วมลทลจาเ๘คทขปรสิตันรุนบเ๔รพแอาณอรรจถนมิสลงบีภ๘่ืาองางพึยิีคตคะกกทใกชามรวศกอนฏพพวควรเเาปตมางคตงใรรขรมกรหถวอนมวัคะิบั้นสเลรเงาเอติบวโปพรหรรดามตมนือนอษนื้นาง็นงัขถมินสสมงบกฐอน้ึึงวิตสงาลาเยจคนคัผงขนากูนวสิวครวคอดาากตางมวงมจ็8มร .คทา8ะกเมยาี่ซทามรตน็ .ั่งรลอเคแดงนอือมกวมนาาครกตมวขซุลาิวอมานงคมคยิสคมดิาุคาตใแสรชบคลงปบค.ศกครม.าคอา๑มรมก๙สเอมซอยห๑งปวิุซ็นภ๗แปนรเตบลาบระสิเาพาะอะพกกเตมงตทเเเโิสไ็รไชผทซปทดะศดรถยีใดเศ่ีรรมวควขนาปอตจ็ะะันกีปยีนบย่ืนระกบเเโาคตตาอกทปะวกดาๆุรไย.กคนลัรรคเศลศวเ็ยตไปตทแะเคเาอใี่ย.แรมฉหเชาตทลบวันซศขออ๑หนลอถียววลอมย่ีบี่อัคตากม๙ตลาาบมงงิคัยงนกบายสิแมดวจ๙ใัแงายาแจาใแงบััตเถถงิวะจกนใงบ๑ลงุโผปาปรยคนาลขชเราตๆับะกรวบดปรลคุนปซอกงสิรงัอสเมะกพ็จงนเอปกะ่ึงงตตสมเเเผกไากไนเรเจซรทบาจปะหชีปาบรดดรมาัสจอื่รียอศอวรยถีสภัสนรา็ณเจเบุงแปปรบันกตึงซ้ิรนคเาปงนเักดซกใรจปม็พอิ่ะมียจพอสปทนไะียคานนีวอกีรียรยมุมดโส่ีบกรรนัระตกราซนกวมขยะองราคชอครรเะาอคเเิิูเวงศอเวปอาอววจคแลวกเทนรีงยธปกมรณะมัอิรนกจาิสศตับิปนเเถนฟมมาฉตรปตตลไทรึงกะเยรีินวกตะแยวัม่ีปิกนงบนบเบยดน็วสใาี้กออิสตบายีจลบบคนอดตดบากยตรน้ังลยแอาเาาางลดงงมรงะิมไๆใรคอนวิใยบหู า และเหมาะสมกว่าระบอบการปกครองแบบอน่ื เพราะเหตใุ ด อรใตจำรบัตหถถะกลยจะโล้แึตง้ำใ็อยะุขทอคหกศ้อลดอะษดวบ่งเด้ลำงเว๑๒เวชรำเลดิดมชลดล.ะ�ำม.๓เมำน่ำ๔ำย็กำหรเรเ.ต๒ำ๒ทกดทะ.ะดแม๒็๒นู้ผ๒ตรเต.เ.่ีศันก็ศี่ผล็กยำ๑.ิ๒ดว.วำ.ร๓อ่๔ำอทู้ร๕ะำอำล่สำชำแศลเดลำวอ่ีำวำไถว่สยอตกมกยชำกำสมำ่ทยำน้ว่ำำบำ�ล่กนุไำ�กำ�อย่งุก่สน่ศีศวโหมหหแไหฎตลอบุตทชวมำำโมรเ่นลนัวนำ่ำห่ำทน้ังลตษลกคอื่เเยวะแดสดดมกกษันิเวดทผวตสกุหตดิบเกเ�ำนิำร็กท้ปูสก่ีงซกัิ่ดวงส่ัง็นหยไ็ปพ่อืคนิบก่ีกงำ�ึ่ำ่อเน็กดิบในวีตตนหริพส�ำคป้ัน่ืนหนี้้ใแ่ำ้ังแือดอ้หบิไนรนำีไท้อบลปั้นขตนกงอปนหกดเำ�ะแั้ิไงเดดรใ่ยมงเษพยำ้ดไนมหปดตหะำไปังื่อวปังไ่อืำเ่ปนำทอ่็กวไ้อส้ีกโบวีลจคมงแมยแโน�ำรง่ึย�ำ้สนิุคศดงเุมหคงตำ่ต่เำห้ันู่ำ�กกโสคกเำยใควรม่ไต่หทรรับแี่ยำลหิลนวมำดว่ำ�ืน่ับียรลมษวบำทหม้เำสเ่กำับนคบก้วกกงปุมค่ีจผริบวปขควินำัินบแีกะอืิดปำค่หห้อำทหวลดกลสย็ออผลรมรกำ้ำ่อเรำ�วะบ่ีสิงู้ำนะือหดมเผำ�ปือยำ่เกคพมจบิแ้ันผนห็กิดรผทีสตำ�ก์ใอ่ืปปฤู้ปือไนิิดนนหกชถ่ีเัวำเตมดีดอกลใไดก้ดวรั้นรำนกิเป่ตก็ปนงคงินธะนำ็กดใลดรคกอ้นีทหรีกรอน้นัฝก็กะงจ์ึง่งกอั้น�ำัำทบ้หนึกนรั้นำ�ยดหรำกงระจนิด�ำแนทนิบันั้กังนรสตทำะกลำนวึ่งี่อ่โยจทำมร่งึำำ�ำนใทะ้ีเะอมมอ่ีศมกรนีอหอเษคมันำอำงำำำขบสตวเนิรรรันลย้อกลำรรุรดถอตคุเกมฎยำ้มวหนัำดำร๒ยฎหินห็นูแมบกขห.หหริมจลฎทสึน้สือรมรฉำหเบิมหเี่ือกือดำยัหยรแมคผึ่งสย็กบวน็ือหปู้ปวำถบ่ำนัญถสยรนดกำสญัั้น้ำมบญนคป่งึมศญคไเกญัรทีัตพคดำวไ็อัต่ีญซิเล่ือว้รดงปเิ่ึงรเศดปตัร้ซจ็หนพะูำแเ็นิงึ่ัดป็นควลิบพลคตงัน็ววจดิำวเ้ังำ่ำะคดอำกำขมสมวก็มบ้ึนษมผมำีคนผรเำำมิดคพ�ำดิั้นมรลผสว่ือดงดิเร่ัถงไฝำโดแมพมำ้ทึกใล็กหศ่ใอิพหแษะนหรำบศ้ำลสผอืล้ันก้ ตกำะ่ังู้ผนเ่อกลอัษวสหปู้้ัเน็พไเบอหำ็นดกมหจิรลนตสค็ก่ตมำรงตรุมรนร้อืโอเ้ำอำคดณทั้นงไยมงว็กษมำร่ ยคุ ปจจุบัน ๒ การปกครองระบอบเผด็จการคอมมวิ นิสตม์ ีขอ้ ดี-ข้อเสยี อยา่ งไรบา้ ง ๓ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยฉบับปัจจุบนั มีจุดเด่นในดา้ นใด ๔ จากสถานการณ์การเมืองการปกครองของประเทศไทยในปัจจุบัน นักเรียนจะมีแนวทาง การพฒั นาระบบการเมืองไทยอยา่ งไรบ้าง ๕ สมาชกิ วุฒิสภามีทีม่ าอยา่ งไรและจะต้องมีคณุ สมบตั อิ ยา่ งไร ๖ จงอธิบายการตรวจสอบการใชอ้ า� นาจรฐั มวี ิธีการอย่างไรบา้ ง กิจกรรมสรา้ งสรรคพ์ ัฒนาการเรียนรู้ กิจก๑รรมที่ นักเรียนเลือกท�ารายงานเก่ียวกับระบอบการปกครองระบอบใด กิจก๒รรมท่ี ระบอบหนง่ึ โดยศกึ ษารายละเอยี ด พรอ้ มยกตวั อยา่ งประเทศทม่ี กี าร กจิ ก๓รรมที่ ปกครองในระบอบนั้น นกั เรยี นสบื คน้ ขา่ วจากเรือ่ งตา่ งๆ ทางดา้ นการเมอื งการปกครองท่ี กจิ ก๔รรมที่ แสดงออกถงึ ลกั ษณะการปกครองในระบอบตา่ งๆ โดยเขยี นสรปุ ขา่ ว และระบวุ า่ เปน็ ขา่ วท่เี ก่ยี วกับการปกครองระบอบใด นักเรียนแบ่งกลุ่ม ศึกษาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราช- อาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน แล้วท�าการอภิปรายกันภายในกลุ่มถึง จุดแข็ง-จุดอ่อน นักเรียนแบ่งกลุ่มอภิปรายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในประเด็นต่อไปนี้ ● ที่มาของสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร ● คุณสมบัตขิ องผูส้ มัครรับเลอื กตั้งสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ● คณุ สมบัติของผูไ้ ปใช้สิทธิเลอื กต้ัง ● ผลท่ีได้รบั จากการไมไ่ ปใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate (ยอ จากฉบบั นักเรยี น 20%) ÊÒúÞÑ ñ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ èÕ ¡®ËÁÒÂᾋ§áÅÐÍÒÞÒ ñòòñ ¡®ËÁÒÂᾋ§áÅоҳªÔ  òòòó÷ôóñ ¡®ËÁÒÂÍÒÞÒ ôóóòõö ò˹‹Ç¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ·Õè Ê·Ô ¸ÔÁ¹ÉØ Âª¹ õñ ¤ÇÒÁËÁÒÂáÅФÇÒÁÊÒí ¤ÑÞ¢Í§Ê·Ô ¸ÔÁ¹ÉØ Âª¹ ¡ÒÃÁÕʋǹÃÇ‹ Á㹡Òû¡»‡Í§¤ÁŒØ ¤Ãͧ¼ÙŒÍ×¹è µÒÁËÅÑ¡ÊÔ·¸ÔÁ¹ØÉª¹ ͧ¤¡ ôҌ ¹Ê·Ô ¸ÔÁ¹ØÉª¹ ó˹‹Ç¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙ·Œ Õè Ç²Ñ ¹¸ÃÃÁä·ÂáÅÐÇ²Ñ ¹¸ÃÃÁÊÒ¡Å ÇѲ¹¸ÃÃÁáÅÐÀÙÁÔ»Þ˜ ÞÒä·Â ÇѲ¹¸ÃÃÁÊÒ¡Å ô˹‹Ç¡ÒÃàÃÕ¹ÌٷÕè Êѧ¤Áä·Â õò ÅѡɳТͧÊѧ¤Áä·Â »˜¨¨Ñ·¡èÕ ‹ÍãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁ¢Ñ´á§Œ õô »Þ˜ ËÒ椄 ¤ÁáÅÐá¹Ç·Ò§á¡äŒ ¢ õö á¹Ç·Ò§¤ÇÒÁËÇÁÁÍ× ã¹¡ÒÃÅ´¤ÇÒÁ¢´Ñ áÂŒ§áÅÐÊÃÒŒ §¤ÇÒÁÊÁÒ¹©¹Ñ · öö »¨˜ ¨ÂÑ Ê‹§àÊÃÁÔ ¡ÒôÒí çªÕÇÔµãËŒÁÕ¤ÇÒÁÊØ¢ öø õ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹Ã·ŒÙ Õè ¡ÒÃàÁ×ͧ¡Òû¡¤Ãͧã¹Âؤ»˜¨¨ØºÑ¹ ÷÷ôó ÃٻẺ¡Òû¡¤Ãͧã¹Â¤Ø »¨˜ ¨ØºÑ¹ à»ÃÕºà·ÂÕ º¡Òû¡¤Ãͧ¢Í§ä·Â¡Ñº»ÃÐà·È͹è× ·Õ»è ¡¤Ãͧ Ẻ»ÃЪҸ»Ô äµÂ ø÷ Ã°Ñ ¸ÃÃÁ¹ÙÞ©ººÑ »¨˜ ¨ºØ ѹà¡èÕÂÇ¡ºÑ ¡ÒÃàÅ×Í¡µ§éÑ ¡ÒÃÁÊÕ Ç‹ ¹ÃÇ‹ Á áÅСÒõÃǨÊͺÍÒí ¹Ò¨Ã°Ñ ññððùôò𠻘ÞËÒ·àèÕ »¹š ÍØ»ÊÃäµÍ‹ ¡Òþ²Ñ ¹Ò»ÃЪҸ»Ô äµÂ¢Í§ä·Â á¹Ç·Ò§¡ÒÃᡌ䢻ޘ ËÒáÅСÒþ²Ñ ¹Ò»ÃЪҸ»Ô äµÂ¢Í§ä·Â ºÃóҹءÃÁ ñð÷
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ๑หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ เปา หมายการเรยี นรู กฎแหลมะาอยาแญพาง 1. อธบิ ายกฎหมายแพงท่เี กยี่ วกับ สัญญาซือ้ ขาย การกยู ืม การเชา ตัวช้ีวดั ทรัพย การเชาซื้อ และสามารถ ปฏบิ ัตติ นไดอ ยางถกู ตอ ง ● อธบิ ำยควำมแตกตำ่ งของกำรกระทำ� ควำมผดิ ระหวำ่ งคดอี ำญำและคดีแพง่ (ส ๒.๑ ม.๓/๑) 2. อธบิ ายกฎหมายอาญาที่เก่ยี วกบั ความผดิ เกีย่ วกบั ทรัพย และ สาระการเรียนร้แู กนกลาง ¡Ò÷èÕÁ¹ØÉÂÍÂًËÇÁ¡Ñ¹ã¹Êѧ¤Á䴌͋ҧ໚¹ÃÐàºÕº สามารถปฏิบตั ติ นไดอ ยาง àÃÕºÌ͹¹éÑ Â‹ÍÁµŒÍ§ÁÕ¡® ÃÐàºÂÕ º ໹š ËÅѡ㹡Òû¯ÔºµÑ Ô ถูกตอ ง ● ลกั ษณะกำรกระทำ� ควำมผดิ ทำงอำญำ â´Â੾ÒеŒÍ§ÁÕ¡®ËÁÒÂ໚¹¢ŒÍºÑ§¤ÑºãËŒ·Ø¡¤¹»¯ÔºÑµÔµÒÁ และโทษ ¶ŒÒËÒ¡¼ÙŒã´½†Ò½„¹µŒÍ§ä´ŒÃѺâ·ÉµÒÁ·Õè¡®ËÁÒÂä´ŒºÑÞÞѵÔäÇŒ 3. อธิบายกระบวนการยตุ ธิ รรม «èÖ§¡®ËÁÒ¨ÐÁÕ»ÃÐÊÔ·¸ÔÀÒ¾à¾Õ§㴹éѹ¡ç¢Öé¹ÍÂÙ‹¡Ñº¼ÙŒ·Õè ทางแพงและทางอาญาไดถ ูกตอง ● ลักษณะกำรกระท�ำควำมผิดทำงแพ่งและ º§Ñ ¤ºÑ 㪡Œ ®ËÁÒÂáÅмŒ·Ù ¹èÕ íÒÁÒ»¯ÔºÑµÔ ËÒ¡·¡Ø ¤¹»¯ÔºÑµÔµÒÁ ควำมรบั ผดิ ทำงแพง่ ¡®ËÁÒÂÍ‹ҧà¤Ã‹§¤ÃÑ´ Êѧ¤Á¡ç¨Ðà¡Ô´¤ÇÒÁʧºÊØ¢áÅÐ 4. อธิบายความแตกตา งของการ »Þ˜ ËÒÊѧ¤Á¡¨ç ÐÅ´¹ŒÍÂŧ´ŒÇ กระทําความผดิ ระหวา งคดแี พง ● ตัวอย่ำงกำรกระท�ำควำมผิดทำงอำญำ เช่น และคดีอาญา ควำมผดิ เกย่ี วกับทรัพย์ กระตนุ ความสนใจ ● ตัวอย่ำงกำรกระท�ำควำมผิดทำงแพ่ง เช่น กำรท�ำผดิ สญั ญำ กำรทำ� ละเมดิ กฎหมายมคี วามสําคญั ตอการ ดาํ รงชีวิตประจําวนั ของคนในสงั คม อยางไร (แนวตอบ กฎหมายถือเปน บรรทดั ฐานทางสงั คมอยา งหนงึ่ ที่กาํ หนดขึน้ มาเพ่ือใชเ ปน ระเบียบ ทางสังคม ทําใหค นในสงั คมอยู รว มกนั อยางสงบเรียบรอย) เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรูโดยให นกั เรยี นทํากิจกรรมตอ ไปน้ี • ติดตามเหตกุ ารณข าวสาร ปจจุบนั ที่มีความเกีย่ วของกับ การบงั คบั ใชก ฎหมาย • สบื คนขอมูลทีเ่ ก่ียวกับกฎหมาย ทเ่ี ปน ประโยชนต อ การดาํ เนนิ ชวี ติ ประจําวัน แลวนาํ เสนอขอมลู เพอื่ ทําการแลกเปลยี่ นเรียนรู • จดั เสวนากลมุ ยอ ยเพือ่ ให นักเรยี นแสดงความคิดเห็นหรือ ขอเสนอแนะตางๆ ท่ีเกย่ี วกบั กฎหมาย คูมอื ครู 1
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate กระตนุ ความสนใจ (หนา พมิ พและตัวอักษรในกรอบน้ีมีขนาดเลก็ กวา ฉบับนักเรียน 20%) ครใู หน กั เรยี นดบู ตั รคาํ ดงั ตอ ไปน้ี ๑. กฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์ การซ้อื ขาย การกยู ืม การเชาทรพั ย การเชา ซือ้ การลักทรัพย การวิ่ง โดยทั่วไปกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นกฎหมายที่ใช้บังคับความสัมพันธ์ระหว่างเอกชน ราวทรพั ย การชิงทรพั ย การปลน ด้วยกัน ถือได้ว่าเป็นกฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับชีวิตประจ�าวันเป็นอย่างมาก นับต้ังแต่เกิดจนถึงตาย การฆาคนตาย แลว ใหน กั เรยี น ซ่ึงเราควรให้ความสนใจในข้อบังคับของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงกรณีศึกษาท้ังหลาย แยกแยะวา บตั รคําใดเปน คดแี พง ท่ีมักจะพบเห็นได้จากสื่อต่างๆ หรือประสบการณ์จริง เพราะถ้าหากเราปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ และพาณชิ ย บัตรคําใดเปนคดีอาญา ใหถ้ กู ตอ้ งตามกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย ์ กจ็ ะทา� ใหช้ วี ติ ของเราดา� เนนิ ไปไดอ้ ยา่ งปกตสิ ขุ ประเทศไทย ได้รวมเอากฎหมายแพ่งและพาณิชย์เข้าไว้ด้วยกัน โดยจัดท�าในรูปของประมวลกฎหมายที่มีการ ครูถามคาํ ถามใหนกั เรียนชว ยกัน จดั แบง่ เนอ้ื หาอย่างเป็นระบบ เรียกว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตอบตามประเด็นตอ ไปนี้ ๑.๑ ลักษณะการกระท�าความผิดทางแพ่งและความรับผิดทางแพ่ง • คดแี พง และพาณชิ ย และคดี อาญา มลี กั ษณะท่แี ตกตา งกัน การกระท�าความผิดทางแพ่งเป็นการฝ่าฝืนหรือละเมิดต่อบทบัญญัติของกฎหมายแพ่ง อยางไร และพาณชิ ย ์ ซง่ึ จะเปน็ ลกั ษณะเกย่ี วกบั เรอื่ งบคุ คล ทรพั ย ์ นติ กิ รรม ระยะเวลา อายคุ วาม หน ี้ ละเมดิ (แนวตอบ คดีแพง คอื คดที ่ี เอกเทศสญั ญา ทรพั ยส์ นิ ครอบครวั และมรดก ซง่ึ มรี ายละเอยี ดอยใู่ นประมวลกฎหมายแพง่ และ เก่ยี วกบั ความสัมพันธระหวา ง พาณชิ ย์ บุคคล หรือเอกชนกบั เอกชน ส�าหรับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่นักเรียนควรรู้ ได้แก่ เรื่องนิติกรรมหรือสัญญา คดอี าญา จะเปน คดีที่เก่ียวกบั โดยเฉพาะสญั ญาบางประเภท เช่น ซ้อื ขาย กู้ยืม เชา่ ทรพั ย์ และเช่าซ้อื ความผิดตา งๆ และกาํ หนดโทษ นิติกรรม คือ การที่บุคคลแสดงเจตนากระท�าไปโดยประสงค์จะให้มีผลผูกพันใช้บังคับได้ สาํ หรบั ผกู ระทาํ ผดิ นนั้ ไว และจะ ตามกฎหมาย เปน คดีทเี่ ก่ียวกับความสัมพันธ สญั ญา คอื นติ กิ รรมประเภทหนงึ่ ทเี่ กดิ จากการตกลงกอ่ ความผกู พนั ในทางกฎหมายระหวา่ ง ระหวา งรฐั กบั ประชาชน กลา วคอื บคุ คลตงั้ แตส่ องฝา่ ยขน้ึ ไป ตามปกติบุคคลมีสทิ ธทิ �านิตกิ รรมหรือสัญญาใดๆ ให้มีผลผกู พนั กันได้ แมเ จาทุกขไ มเ อาความ แตรฐั มี ทงั้ สน้ิ นติ กิ รรมหรอื สญั ญานน้ั จะตอ้ งไมม่ วี ตั ถปุ ระสงคเ์ ปน็ การตอ้ งหา้ มชดั แจง้ โดยกฎหมาย หรอื หนาท่ดี าํ เนนิ การใหคดีถงึ ท่สี ดุ ) ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เช่น สัญญาขนยาเสพติด เป็นต้น ซ่ึงสัญญาจะมีลกั ษณะทแ่ี ตกตา่ งกนั ไป ดังน้ี สํารวจคนหา ๑) ซอื้ ขาย เปน็ สญั ญาประเภทหนงึ่ ซงึ่ บคุ คลฝา่ ยหนง่ึ เรยี กวา่ “ผขู้ าย” โอนกรรมสทิ ธิ์ แบงกลมุ นกั เรียนออกเปน 5 กลมุ เพอ่ื แบงกันศกึ ษาตามหัวขอ ดังนี้ ทรัพยส์ ินให้แก่บุคคลอกี ฝ่ายหน่งึ เรยี กวา่ “ผู้ซ้ือ” โดยผซู้ อื้ ได้ใช้ราคาทรัพย์สินน้ันเปน็ เงนิ แกผ่ ู้ขาย เพื่อเปน็ การตอบแทน • สญั ญาซ้ือขาย ๑.๑) ทรัพยส์ ินที่ซือ้ ขายกนั ได ้ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ • การกูยืมเงนิ • การเชาทรพั ยสนิ อสังหาริมทรัพย์ หมายถึง ท่ีดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินท่ีมีลักษณะ • การเชา ซ้ือ เปน็ การถาวรหรือประกอบเป็นอนั เดียวกนั กบั ทดี่ ินนั้น และรวมถงึ ทรัพยส์ ินอันเกีย่ วกบั ทีด่ นิ หรือ • กระบวนการยตุ ธิ รรมทางแพง ทรัพยอ์ ันติดอยู่กบั ที่ดินหรอื ประกอบเป็นอนั เดยี วกนั กบั ท่ดี นิ นั้น เช่น ทด่ี ิน บ้านเรอื น ไมย้ ืนตน้ โดยใหน ักเรียนแตล ะคนในกลมุ และสทิ ธิจา� นองทด่ี ิน เป็นตน้ ชว ยกนั ศกึ ษาหวั ขอ ดงั กลา ว และรว ม อภิปรายตามหัวขอ ที่ไดรบั มอบหมาย 2 แลว สรุปผลการอภปิ ราย เพ่อื เตรียม นาํ เสนอตอไป @ มุม IT ศกึ ษาคน ควาขอ มูลเพม่ิ เตมิ เก่ยี วกับประมวลกฎหมายแพง และพาณิชย ไดที่ http://www.krisdika.go.th 2 คูม อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate กระตนุ ความสนใจ 1. ครูใหน กั เรียนยกตัวอยา งทรพั ยส ิน ที่นักเรียนรูจ กั และคดิ วาเปน ส่ิง ทส่ี ามารถซอื้ ขายกนั ไดมาคนละ หนึ่งตัวอยา ง 2. ครูนําภาพขาว หรอื ส่อื โฆษณา ที่เกีย่ วกับการซ้อื ขายทรพั ยสนิ มาแสดงใหน กั เรียนดู แลว อธบิ าย เกย่ี วกับลักษณะการซื้อขาย ทรัพยสนิ ประเภทน้ันๆ ทรพั ยส์ ินตำ่ งๆ ทั้งท่เี ปน็ อสงั หำรมิ ทรพั ย์และสงั หำริมทรพั ย์ เช่น บ้ำน อำคำร รถยนต์ จักรยำนยนต์ ถือวำ่ เป็นทรพั ยส์ ิน อธิบายความรู ท่สี ำมำรถซอื้ ขำยกันได้ถกู ตอ้ งตำมกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ 1. ใหก ลมุ นกั เรยี นศกึ ษาและอภปิ ราย สังหารมิ ทรัพย์ หมายถึง ทรพั ยส์ ินอ่ืนนอกจากอสงั หารมิ ทรพั ย์ เช่น ช้าง เรอื่ ง สญั ญาซอื้ ขาย แลว นาํ มาเสนอ มา้ โตะ เก้าอ ้ี และหมายความรวมถงึ สิทธิอันเกีย่ วกับทรัพยส์ ินนัน้ เช่น สทิ ธิจ�านา� เปน็ ต้น ผลการศกึ ษาและผลการอภปิ ราย ๑.๒) ทรัพย์สินท่ีซื้อขายกันไม่ได้ ทรัพย์สินโดยท่ัวไปนั้นมักจะท�าการซ้ือขาย ในกลมุ ตอ หนา ชน้ั เรยี น ครแู ละ กันได้ แต่ก็ยังมีทรัพย์สินบางประเภทที่ไม่สามารถจะซ้ือขายกันได้ เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะ นกั เรยี นคนอนื่ ๆ รว มกนั สรปุ สาระ บางอยา่ งซึง่ กฎหมายแพ่งและพาณชิ ยไ์ ดก้ า� หนดเอาไว้ ทรพั ย์สนิ ท่ซี อ้ื ขายกันไมไ่ ด้ เช่น สาํ คญั ของเรอื่ ง ๑. สาธารณสมบัติของแผ่นดิน เช่น ท่ีชายตลิ่ง ทางน้�า ท่ีดินท่ีรัฐบาล หวงห้าม เชน่ ท่ีปา่ สงวน เปน็ ตน้ 2. ครูตง้ั คําถามใหน กั เรียนชว ยกัน ๒. สทิ ธิซง่ึ กฎหมายห้ามโอน เช่น สทิ ธิท่ีจะได้รับมรดกของเจา้ มรดกทย่ี ัง ตอบ มชี วี ิตอยู ่ สิทธิที่จะได้รบั คา่ อุปการะเลีย้ งดู • การซือ้ ขายสามารถกระทําได ๓. ทรพั ยส์ นิ ทกี่ ฎหมายหา้ มมีไวใ้ นความครอบครอง เช่น อาวธุ ปืนเถ่อื น กับทรัพยสินทกุ ชนดิ ใชห รือไม ฝนิ เฮโรอีน กญั ชา เป็นต้น (แนวตอบ การซื้อขายไมสามารถ ๔. ทว่ี ดั และทีธ่ รณสี งฆ์ ทาํ ไดก ับทรพั ยสนิ ทุกชนิด ๕. สทิ ธทิ จ่ี ะได้รบั บา� เหนจ็ บา� นาญ จากทางราชการ มที รัพยสนิ ทีซ่ ้อื ขายไมไ ด เชน ๖. ทรัพย์สินที่ได้มาโดยข้อก�าหนดห้ามโอน เช่น เจ้ามรดกได้โอนท่ีดิน สาธารณสมบตั ิ ทรพั ยสินท่ี แปลงหน่ึงให้แก่นายแดงในขณะท่ียังมีชีวิตอยู่ และได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีว่าห้าม ผิดกฎหมาย เปนตน) นายแดงโอนท่ีดนิ ดังกลา่ วให้แก่ผู้ใดท้ังสิ้น ดงั น้ันท่ีดนิ แปลงนกี้ ไ็ ม่สามารถซื้อขายได้ • ทาํ ไมเม่อื มีการซอื้ ขายทรัพยส ิน บางประเภท ตอ งมกี ารทาํ สญั ญา ตามแบบท่กี ฎหมายกาํ หนด (แนวตอบ เพอ่ื ใหเกิดความเปน ธรรมแกผูซ้อื และผขู าย และเพอื่ ใชเ ปน หลกั ฐานในการดาํ เนนิ การ ตามกระบวนการทางกฎหมาย) ๓ นกั เรียนควรรู ธรณสี งฆ ทธี่ รณีสงฆเ ปน ท่ดี นิ ซึง่ พุทธศาสนิกชนผทู ีม่ ีความศรทั ธายกใหเ ปน ของวดั ถือเปนสมบตั ิและเปนกรรมสทิ ธ์ิของวดั ซ่ึงวัดจะไดร บั ผล ประโยชนจ ากทด่ี ินนนั้ ผูใดจะเขา ยึดครองหรือจะโอนกรรมสทิ ธิ์ใหผ ูอ่ืนไมได นอกจากจะมกี ารออกพระราช บญั ญตั เิ วนคนื คมู ือครู 3
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Expand Explore Explain Evaluate สาํ รวจคน หา (ยอ จากฉบบั นกั เรียน 20%) ใหน กั เรยี นสบื คน สญั ญาการซอื้ ขาย ทรพั ยส นิ ประเภทตา งๆ เชน สญั ญา ซอ้ื ขายบา น สญั ญาซอื้ ขายทดี่ นิ เปน ตน แลว นาํ มาแสดงใหด ใู น ชนั้ เรยี นเพอื่ แลกเปลย่ี นความรกู นั อธิบายความรู วัดและที่ธรณีสงฆเปนทรัพยสินที่ซ้ือขายกันไมได นอกจากน้ียังรวมถึงสาธารณสมบัติทั้งหลาย เชน พ้ืนท่ีปาสงวน ปายบอกทาง ปา ยจราจร สวนสาธารณะ ก็ไมสามารถซอื้ ขายไดเชน กนั 1. นกั เรยี นนาํ สญั ญาการซอื้ ขายชนดิ ตา งๆ มาศกึ ษาเปรยี บเทยี บ แลว ๑.๓) แบบของสัญญาซ้ือขาย โดยปกติกฎหมายไมไดกําหนดแบบของสัญญา อภปิ รายวา มคี วามแตกตา งกนั ซ้ือขาย แตการซ้ือขายทรัพยตอไปน้ีจะตองทําตามแบบ คือ ตองทําเปนหนังสือและจดทะเบียน อยา งไร ตอ พนกั งานเจาหนา ท่ี 2. นกั เรยี นทาํ แผนผงั รปู ภาพ ๑. อสังหารมิ ทรพั ย เชน ท่ดี ิน อาคาร บานเรอื น เปน ตน แสดงการเปรยี บเทยี บระหวา ง ๒. สังหารมิ ทรพั ยช นิดพเิ ศษ เชน เรอื ทมี่ ีระวางต้งั แตหาตนั ข้ึนไป แพที่ อสงั หารมิ ทรพั ย และสงั หารมิ ทรพั ย อยอู าศัย และสตั วพาหนะ เปนตน การซื้อขายทรพั ยท ัง้ ๒ ชนิด คือ อสังหารมิ ทรพั ยแ ละสงั หารมิ ทรพั ยช นิด นกั เรยี นควรรู พิเศษ ถาไมทําตามแบบแลวยอมตกเปนโมฆะ คือ เปนการเสียเปลา เทากับวาไมเคยมีการทํา สัญญากนั เลย จดทะเบยี น ทรัพยสินตอไปนี้ การทาํ สญั ญาซอ้ื ขายอสงั หารมิ ทรพั ย เชน การทาํ สญั ญาจะซอื้ จะขายบา น สามารถจดทะเบยี นได ณ สถานที่ หรือที่ดินจะตองทําสัญญาหรือหลักฐานอยางใดอยางหนึ่ง เปนหนังสือลงลายมือช่ือผูที่อาจตอง ดงั น้ี รับผิดไว หรอื มกี ารวางมัดจาํ ไว หรอื ชาํ ระหนีบ้ างสวนไว มิฉะนน้ั จะฟองรองบงั คับคดีไมไ ด • ท่ีดนิ ➞ สํานักงานท่ดี นิ ๔ • เรือ ➞ กรมเจา ทา • แพ ➞ อาํ เภอ เขต • สัตวพ าหนะ ➞ อําเภอ เขต NET ขอสอบ ป 53 ขอ สอบออกเกย่ี วกบั อสงั หารมิ ทรพั ย โดยถามวาขอ ใดเปน อสังหารมิ ทรพั ย 1. บา น 2. รถยนต 3. สทิ ธิจาํ นํา 4. สทิ ธิจํานอง (วเิ คราะหค าํ ตอบ เมอ่ื พจิ ารณา จากคาํ ถามวา อสงั หารมิ ทรพั ย หมายถงึ ทดี่ นิ ทรพั ยส นิ ตดิ กบั ดนิ หรอื ประกอบเปนอนั เดียว กับทด่ี นิ คาํ ตอบทถี่ ูกตอ ง คอื ขอ 1) 4 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Explain Engage Evaluate ตวั อย่าง อธบิ ายความรู นายไตรขายท่ีดินให้แก่นายวิทย์เป็นจ�านวนเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท นายวิทย์ได้วางเงินมัดจ�าไว้ นักเรียนศกึ ษาคนควา เกี่ยวกับ ๑๐,๐๐๐ บาท ทั้งสองคนนัดกันไปจดทะเบียนซื้อขายต่อเจ้าพนักงานท่ีดิน เม่ือถึงวันนัดนายวิทย์ไม่ไป หนาทแี่ ละความรบั ผดิ ของผูขาย จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานท่ีดิน นายวิทย์ผิดสัญญาซ้ือขายท่ีดิน ดังนั้น นายไตรจึงสามารถริบเงิน แลว ใหน ักเรยี นจดั ทาํ เปน ผังความคิด จ�านวน ๑๐,๐๐๐ บาทได ้ และเรยี กคา่ เสยี หายอยา่ งอ่นื ตามความเป็นจริงได้ เพื่อนํามาแสดงหนาชน้ั เรียนพรอ ม กับการอธบิ ายประกอบ ส�าหรับการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ท่ีมีราคาซ้ือขายเป็นเงินต้ังแต่ เกร็ดแนะครู สองหม่ืนบาทข้ึนไป ต้องมีหลักฐานการซื้อขายเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง และลงลายมือช่ือ ฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ วางมัดจ�า หรือได้ช�าระหนี้บางส่วน ถ้าไม่ได้กระท�าอย่างใดอย่างหนึ่งใน ครูควรเสริมในเรื่องสญั ญาซ้ือขาย สามอยา่ งดังกลา่ วมาแล้ว กฎหมายห้ามไมใ่ ห้ฟ้องร้องคดตี อ่ ศาล แบบตางๆ ดังนี้ ตัวอยา่ ง • สญั ญาซอื้ ขายเสรจ็ เดด็ ขาด หรอื สญั ญาซอ้ื ขายสาํ เรจ็ บรบิ รู ณ หมายถงึ นายบอย ตกลงขายนาฬิกาข้อมือน�าเข้าจากต่างประเทศแก่นายเอก ราคา ๓๐,๐๐๐ บาท ทั้งสอง สญั ญาซ้ือขายที่คสู ญั ญาไดท าํ การ ท�าสญั ญาซ้ือขายไว ้ โดยกา� หนดวันส่งมอบนาฬิกาขอ้ มือ เม่ือถึงวนั ก�าหนดนัด นายบอยเปลยี่ นใจไมย่ อม ตกลงซอ้ื ขายกนั ไดเรียบรอยแลว ขายนาฬกิ าขอ้ มอื เพราะเหน็ วา่ ราคาถกู เกนิ ไป ในกรณนี ถี้ อื วา่ นายบอยผดิ สญั ญา นายเอกสามารถฟอ้ งรอ้ ง ไมมีเรอ่ื งอะไรทคี่ สู ัญญาจะตอ งตกลง บังคบั คดโี ดยใหน้ ายบอยส่งมอบนาฬกิ าตามทไี่ ดต้ กลงกันไว้ได้ กนั อกี แลว เชน ในกรณที ่ีมกี ารซอ้ื ขายรถยนต ผซู อื้ ไดจายเงินครบถว น ๑.๔) หน้าท่แี ละความรบั ผิดของผขู้ าย มีดงั นี้ ในคราวเดียว โดยไมไดใ ชว ธิ ีการผอ น ๑. การส่งมอบทรัพย์สิน ผู้ขายจะต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ขายนั้นให้แก่ ดังนน้ั เมอื่ ผูขายไดร บั เงินครบถวน ผ้ซู ือ้ ตามข้อตกลงในสัญญา ตามราคาของรถยนต การซอื้ ขายจงึ ๒. ถ้าทรัพย์สินที่ซื้อขายช�ารุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใด มีผลท�าให้ เสรจ็ สิน้ สมบูรณ ทรัพยส์ ินเส่ือมราคา หรอื เสื่อมประโยชนใ์ นการใชส้ อย ผขู้ ายจะต้องรับผิด • สญั ญาซอ้ื ขายมเี งอื่ นไข หมายถงึ ตัวอยา่ ง สัญญาซ้ือขายเสรจ็ เด็ดขาดทีค่ ู สญั ญาไดต กลงกนั วา กรรมสทิ ธใิ์ น นางสาวหวาน ซอื้ โทรศพั ทเ์ คลอ่ื นทจ่ี ากรา้ นของนายศร เมอื่ กลบั มาถงึ บา้ นพบวา่ โทรศพั ทเ์ คลอื่ นที่ ทรพั ยส นิ ทซ่ี อื้ ขายกนั นนั้ ยงั ไมโ อน มรี อยแตกรา้ ว ดังน้นั นายศรจึงต้องรบั ผดิ โดยเปลยี่ นโทรศพั ทเ์ คลอ่ื นที่เครอื่ งใหมใ่ ห้แก่นางสาวหวาน ไปยงั ผซู อื้ จนกวา การซอื้ ขายจะเปน ไปตาม เง่อื นไข เชน ในกรณที ่ีมีการ ทง้ั นผี้ ขู้ ายไมจ่ า� เปน็ ตอ้ งรบั ผดิ ในทรพั ยส์ นิ ที่ช�ารดุ บกพรอ่ งในกรณีตอ่ ไปน้ี ซื้อขายรถยนตเงนิ ผอน จะมีการ ● ผู้ซ้ือรู้อยู่แล้วตั้งแต่ในเวลาซื้อขายว่าทรัพย์สินน้ันมีความช�ารุดบกพร่องหรือ กําหนดเงอ่ื นไข คอื กรรมสทิ ธ์ิจะ ยงั ไมเ ปนของผซู อ้ื จนกวาผซู ้อื จะ ควรจะไดร้ แู้ ต่ไม่ไดใ้ ช้ความระมัดระวังอนั บุคคลทั่วไปจะพึงคาดหมายได้ ผอนชําระเงินครบถว นตามทร่ี ะบุ ในสญั ญา http://www.aksorn.com/LC/Civil/M3/01 EB GUIDE @ มุม IT 5 ศึกษาคน ควาขอมูลเพิ่มเตมิ B พน้ื ฐานอาชพี เกยี่ วกบั การจดทะเบยี น ซื้อ ขาย ทดี่ นิ ไดท ่ี http://www.dol.go.th B บทบญั ญัตขิ องกฎหมายท่ีเกี่ยวกบั หนาทแี่ ละความรับผดิ ชอบของผขู าย จะเปน พนื้ ฐานสําคญั คมู ือครู 5 ทีช่ วยในการประกอบอาชีพทเี่ ก่ียวกับการซอ้ื ขายสนิ คา ตา งๆ ซงึ่ ถา หากเราเปน ผขู ายสินคา เราจะทราบถึงบทบาทหนา ทข่ี องเราท่ีจะตอ งปฏบิ ตั ติ อผูซ ือ้ สนิ คา เพ่อื ใหถ กู ตองตามกฎหมาย
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Expand Explore Explain Evaluate สํารวจคนหา (ยอจากฉบบั นักเรยี น 20%) นกั เรียนแบงกลมุ แลวเลือกศกึ ษา ● ความช�ารุดบกพร่องนั้นเห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบ และผู้ซื้อรับเอา คนควา ขอ มูลท่ีเกย่ี วกบั การกยู มื ทรัพย์สนิ นน้ั ไว้โดยไม่ไดอ้ ดิ เออื้ น ในประเด็น หลกั ฐานการกูยมื การชําระหนีก้ ูยมื เงนิ และการคิด ● ทรัพยส์ ินที่ได้ซือ้ ขายมาจากการขายทอดตลาด ดอกเบี้ยการใหกยู ืมเงนิ ๑.๕) หน้าทข่ี องผูซ้ ้อื มีดังนี้ ๑. ผซู้ อื้ จะตอ้ งรบั มอบทรพั ยส์ นิ ทต่ี นไดซ้ อื้ และใชร้ าคาตามสญั ญาซอื้ ขาย อธบิ ายความรู ๒. ถา้ ผซู้ อ้ื พบเหน็ ความชา� รดุ บกพรอ่ งในทรพั ยส์ นิ ซง่ึ ตนไดซ้ อื้ ผซู้ อ้ื มสี ทิ ธิ ทจี่ ะยังไมช่ �าระราคา เว้นแต่ผูข้ ายจะหาประกนั ท่สี มควรมาให้ 1. ใหก ลมุ นกั เรยี นทศี่ กึ ษาและอภปิ ราย เร่อื ง การกยู มื ออกมาเสนอผลการ ๒) กู้ยืม คือ สญั ญาซงึ่ บุคคลหน่งึ เรียกว่า “ผกู้ ”ู้ ได้ขอยืมเงินจา� นวนหนึง่ ตามทไ่ี ด้ ศึกษาและผลการอภิปรายในกลุม ตอ หนา ชัน้ เรยี น ครแู ละนักเรยี น ก�าหนดไว้จากบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า “ผู้ให้กู้” เพื่อผู้กู้จะน�าเงินไปใช้สอยตามท่ีต้องการและ คนอื่นๆ รวมกนั สรุปสาระสาํ คญั ผู้กู้ตกลงคืนเงินจ�านวนดังกล่าวแก่ผู้ให้กู้ตามเวลาที่ก�าหนด พร้อมกับยินยอมเสียดอกเบ้ียให้แก่ ของเร่ือง ผู้ใหก้ ตู้ ามอัตราทต่ี กลงไวเ้ ปน็ การตอบแทน 2. ครตู ง้ั คาํ ถามใหน กั เรยี นชว ยกนั ตอบ ๒.๑) หลกั ฐานในการกยู้ มื การกยู้ มื เกนิ กวา่ สองพนั บาทขนึ้ ไป หากไมม่ หี ลกั ฐาน • ทําไมเมื่อมกี ารกยู ืมเงินจงึ ตอง การกู้ยืมเงินเป็นหนังสือและลงลายมือช่ือผู้กู้เป็นส�าคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ กล่าวคือ ทาํ นิตกิ รรม ในการกู้ยืมเงินเกินกว่าสองพันบาทข้ึนไป ต้องท�าหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือ (แนวตอบ เพื่อใหเกิดความเปน ช่ือผู้กู้ไว้เป็นหลักฐานเพื่อฟ้องร้องบังคับคดี แต่ท้ังนี้กฎหมายไม่ได้ก�าหนดว่าต้องท�าตามแบบ ธรรมทง้ั ฝายเจาหนี้ และลูกหน้ี เพียงแต่มีข้อความที่พอจะให้เข้าใจได้ว่าเป็นหลักฐานท่ีแสดงว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง โดยอาจจะ และเพือ่ สามารถฟอ งรอ งและให เป็นบันทึกข้อความ จดหมาย หรือเอกสารที่แสดงให้เห็นว่ามีการกู้ยืมกันและมีลายมือชื่อผู้กู้ กฎหมายคุมครองได) ก็ใช้ได ้ • ทําไมกฎหมายจึงตองกาํ หนด ในกรณีที่ท�าสัญญากู้ยืมเงินกันโดยท่ีผู้กู้ไม่สามารถเขียนหนังสือได้ จะต้องมี อัตราดอกเบี้ยในการกยู มื เงินไว ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้กู้ประทับในหนังสือดังกล่าวด้วย โดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์ ไมเกนิ รอยละ 15 ตอป นวิ้ มอื ของผู้กอู้ ย่างนอ้ ย ๒ คน เพ่อื ใช้แทนลายมอื ชอ่ื ของผูก้ ู้ (แนวตอบ เพือ่ ปองกันการเอารัด เอาเปรยี บจากเจาหน้ี) ๒.๒) การช�าระหน้ีกู้ยืมเงิน การช�าระหน้ีกู้ยืมเงิน คือ การใช้เงินท่ียืมพร้อม ดอกเบี้ยตามข้อตกลงในสัญญาท่ีผู้กู้จะต้องช�าระให้แก่ผู้ให้กู้ภายในอัตราที่กฎหมายก�าหนด นกั เรียนควรรู กฎหมายไดก้ า� หนดวา่ ในการพสิ จู นว์ า่ ไดม้ กี ารชา� ระหนก้ี ารกยู้ มื เงนิ นน้ั จะตอ้ งมหี ลกั ฐานหรอื มกี าร กระทา� อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ดงั ตอ่ ไปน้ี ขายทอดตลาด คอื การขาย ๑. หลักฐานเป็นหนังสือที่มีข้อความแสดงว่า ผู้ให้กู้ได้รับช�าระหนี้เงินกู้ ทรพั ยส นิ โดยเปด เผยแกบ คุ คลทวั่ ไป จ�านวนน้ันแล้ว พร้อมทั้งลงลายมือช่ือผู้ให้กู้ ดังน้ัน เมื่อผู้กู้ได้ช�าระหนี้แล้ว จ�าเป็นจะต้องขอ ดว ยวธิ เี ปด โอกาสใหผ ซู อื้ สรู าคากนั หลักฐานเป็นหนังสอื ทแี่ สดงว่าผใู้ ห้กูร้ ับเงนิ จากผู้กไู้ ปแลว้ ผใู ดใหร าคาสงู สดุ ผนู น้ั เปน ผซู อื้ ทรพั ยส นิ นน้ั ได 6 @ มุม IT ศึกษาขอมลู เพิม่ เตมิ เกย่ี วกับการกยู มื ไดท ่ี http://www.nps-law.ob.tc/page11.html และ http://www.pcru.ac.th 6 คูมือครู
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Expand Evaluate Explore Explain Engage ๒. มีการเวนคนื เอกสารอันเป็นหลักฐานแหง่ การกยู้ ืมเงิน กลา่ วคือ ผู้ให้ สํารวจคน หา กเู้ งินจะต้องส่งมอบสญั ญากหู้ รอื หลกั ฐานการกยู้ มื เงนิ แก่ผู้กู้ ๓. มีการเพกิ ถอนในเอกสาร กลา่ วคือ มีการบนั ทกึ ข้อความลงในหนงั สอื ใหน ักเรียนสืบคนขอมลู เก่ยี วกับ สัญญากู้หรือผู้ให้กู้บันทึกลงในหลักฐานการกูย้ ืมเงินนนั้ ว่าได้เลิกสัญญากู้ยืมหรือเอกสารน้ันแล้ว อัตราดอกเบ้ียของธนาคารพาณชิ ยว า หรอื ผใู้ หก้ บู้ นั ทกึ วา่ ไดร้ บั การชา� ระหนเี้ งนิ กยู้ มื รายนแี้ ลว้ ตามจา� นวนเงนิ ทกี่ า� หนด โดยมลี ายมอื ชอื่ มอี ตั ราการคิดดอกเบยี้ อยางไร แลว ผใู้ หก้ ู้ นําขอ มลู ท่ีไดมารวมกันศึกษาในหอง ถา้ หากผกู้ ชู้ า� ระเงนิ คนื แตเ่ พยี งบางสว่ น จะตอ้ งใหผ้ ใู้ หก้ บู้ นั ทกึ เปน็ หลกั ฐาน ในหนังสือสัญญากู้ยืมท่ีได้ท�ากันไว้น้ันว่าได้มีการช�าระเงินคืนเป็นจ�านวนเงินเท่าใด โดยผู้ให้กู้ อธิบายความรู ลงลายมือช่ือกา� กบั ไวเ้ ปน็ หลกั ฐาน พรอ้ มทง้ั ลงวัน เดอื น ปี ให้ครบถว้ น นกั เรียนอา นกรณตี ัวอยา งการทํา ๒.๓) การคิดดอกเบยี้ การให้กู้ยืมเงิน ในการกยู้ มื เงินกันน้นั กฎหมายไดก้ า� หนด สญั ญาซื้อขายตอไปน้ี แลว ชว ยกนั วา่ ผูใ้ หก้ ู้คดิ ดอกเบย้ี สูงสดุ ได้ไม่เกนิ รอ้ ยละสบิ ห้าต่อป ี เวน้ แต่ในสว่ นของธนาคาร สถาบนั การเงนิ วเิ คราะห วิจารณ กฎหมายก�าหนดให้คิดดอกเบ้ียได้มากกว่าน้ัน ถ้าในสัญญาผู้ให้กู้คิดดอกเบ้ียเกินกว่าอัตราท่ี กรณีตวั อยา ง กฎหมายก�าหนดจะมีผลให้ดอกเบ้ียเป็นโมฆะทั้งหมด คือ ไม่มีสิทธิได้ดอกเบี้ยเลย ผู้ให้กู้ มาลกี ยู ืมเงินจากมานะ เปน จํานวน มีสิทธิเรียกให้ผู้กู้ช�าระเงินต้นคืนเท่าน้ัน ในกรณีท่ีเขียนอัตราดอกเบ้ียในสัญญากู้ยืมเงินไว้ว่า เงนิ 50,000 บาท โดยกําหนดดอกเบี้ย ให้ดอกเบีย้ ตามกฎหมาย ผู้ให้กู้มีสิทธิเรยี กดอกเบ้ยี ไดใ้ นอัตราร้อยละเจ็ดคร่ึงต่อปี อัตรารอ ยละ 15 ตอป มกี ําหนดเวลาชําระคนื ภายในเวลา ตัวอยา่ ง 6 เดอื น เมอ่ื ถงึ กาํ หนดมาลจี ะตอ ง จา ยเงนิ พรอ มทงั้ ดอกเบย้ี เปนเงินเทาไร นางสาวหวานท�าสัญญากู้ยืมเงินนางสาวส้มเป็นจ�านวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท โดยก�าหนดช�าระเงิน (แนวตอบ มาลจี ะตอ งจา ยเงนิ ทงั้ ตน พร้อมดอกเบย้ี ในวนั ที่ ๓๐ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ดอกเบยี้ อัตรารอ้ ยละ ๑๒ ตอ่ ป ี เมือ่ ถงึ กา� หนดวนั ชา� ระ และดอกเบี้ย เปน เงิน 53,750 บาท เงนิ นางสาวหวานไมย่ อมชา� ระเงนิ ถอื วา่ นางสาวหวานผดิ สญั ญาจะตอ้ งรบั ผดิ โดยคนื เงนิ ตน้ ๒๐,๐๐๐ บาท วธิ คี ดิ มดี งั นี้ พรอ้ มดอกเบ้ยี รอ้ ยละ ๑๒ ตอ่ ป ี ตงั้ แต่วนั ท�าสัญญาจนกว่าจะชา� ระเสรจ็ เงนิ ตน + เงนิ ตน x ปx x อ16ตั 2รxา1ด10อ50กเบย้ี 50,000 + 50,000 = 53,750 บาท ๓) เชา่ ทรัพย ์ คือ สญั ญาซึง่ บคุ คลหน่งึ เรียกวา่ ผใู้ หเ้ ชา่ ตกลงให้บคุ คลอีกคนหนงึ่ นกั เรียนควรรู เรยี กวา่ ผเู้ ชา่ ไดใ้ ช้หรอื ได้รับประโยชน์ในทรัพยส์ นิ อยา่ งใดอย่างหนง่ึ ช่ัวระยะเวลาอันมีจา� กัด และ สถาบนั การเงนิ ในประเทศไทย ผเู้ ชา่ ตกลงจะใหค้ ่าเชา่ แกผ่ ู้ให้เชา่ มสี ถาบันการเงนิ ท่ตี ั้งขนึ้ ตาม กฎหมายทัง้ ส้ิน 12 สถาบนั โดยแบง ๓.๑) หลกั เกณฑก์ ารเชา่ มีดังนี้ ออกเปน หลายประเภท เชน ธนาคาร ๑. การเชา่ สงั หารมิ ทรพั ยไ์ มจ่ า� เปน็ ตอ้ งมหี ลกั ฐานเปน็ หนงั สอื แมจ้ ะเปน็ การ พาณชิ ย บรษิ ัทเงินทุนหลกั ทรพั ย เชา่ สังหาริมทรพั ยช์ นดิ พิเศษ เชน่ เรอื ท่มี รี ะวางต้งั แต่ห้าตนั ขึ้นไป แพ หรือสตั วพ์ าหนะ เปน็ ต้น บรษิ ทั ประกันวินาศภัย เปน ตน ก็ไม่ตอ้ งมีหลกั ฐานการเชา่ เป็นหนงั สือแตอ่ ยา่ งใด ซงึ่ สถาบนั การเงนิ แตล ะแหงตาง ก็ดําเนนิ บทบาททแี่ ตกตา งกนั ไป 7 @ มุม IT ศึกษาคน ควาขอมลู เพ่มิ เตมิ เกยี่ วกับซ้ือขายอสังหารมิ ทรัพย ไดท ่ี http://lpn.nfe.go.th/web_ lpn2/unit1_3.htm คูมอื ครู 7
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage EExxpaanndd Explore Explain Evaluate สํารวจคนหา (ยอจากฉบับนกั เรยี น 20%) นกั เรียนสาํ รวจคน ควาเกี่ยวกบั ตวั อยา่ ง หนา ทีข่ องผูใหเชาและผูเชา จากนนั้ ทําเปนผังความคดิ แลว นําเสนอ นายรามเช่ามา้ ของนายลกั ษณ์ เพือ่ น�าไปเป็นม้าแขง่ เป็นเวลา ๒ ป ี นายลักษณ์มอบมา้ ใหแ้ ก่นายราม ผลงานหนา ชัน้ เรียน เม่ือครบก�าหนด ๒ ปี นายรามส่งคืนม้าแข่งให้นายลักษณ์ แต่ไม่ยอมช�าระค่าเช่า ถือว่านายรามเป็น ฝ่ายผดิ สญั ญา จะตอ้ งรับผิดต่อนายลักษณ ์ คอื ตอ้ งชา� ระคา่ เช่าให้แกน่ ายลักษณ์ อธิบายความรู ๒. การเช่าอสังหาริมทรัพย์ จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือช่ือ 1. ใหก ลุมนกั เรียนศึกษาและอภปิ ราย ผ้ตู ้องรับผิด มิฉะนั้นจะฟอ้ งร้องกันไม่ได ้ และถ้าเปน็ การเช่าอสงั หารมิ ทรัพยท์ ่มี ีระยะเวลาเกินกวา่ เร่ือง การเชาทรพั ยส นิ แลว นาํ สามปขี น้ึ ไป หรอื ตลอดอายขุ องผเู้ ชา่ หรอื ผใู้ หเ้ ชา่ จะตอ้ งทา� เปน็ หนงั สอื และจดทะเบยี นตอ่ พนกั งาน มาเสนอผลการศกึ ษาและผลการ เจา้ หนา้ ท ่ี มิฉะน้ันจะฟอ้ งรอ้ งกันได้เพียงสามปี อภิปรายในกลุมตอหนาชนั้ เรียน ครแู ละนกั เรยี นคนอนื่ ๆ รวมกนั ตวั อย่าง สรปุ สาระสําคญั ของเรื่อง นางสาวจันทร์ตกลงเช่าห้องพักของนางดาวเป็นเวลา ๓ ปี ท�าหนังสือสัญญาเช่ากันเอง ไม่ได้ไป 2. ครตู งั้ คาํ ถามใหน กั เรยี นชว ยกนั ตอบ จดทะเบยี นตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ท ี่ โดยตกลงชา� ระคา่ เชา่ เปน็ รายเดอื น เดอื นละ ๓,๐๐๐ บาท นางสาวจนั ทร์ • การเชา สังหารมิ ทรัพย ชา� ระคา่ เชา่ ทกุ เดือนเป็นเวลา ๖ เดอื น แล้วไมช่ า� ระอีกเลย ถือวา่ นางสาวจนั ทรผ์ ิดสญั ญา นางดาวมสี ทิ ธิ และอสงั หารมิ ทรพั ย บอกเลกิ สัญญา นางสาวจันทร์จะต้องรับผิดในคา่ เชา่ ท่คี า้ งชา� ระตอ่ นางดาว มคี วามแตกตา งกนั อยางไร (แนวตอบ การเชา สังหารมิ ทรพั ย ๓.๒) หน้าทแี่ ละความรับผดิ ของผูใ้ ห้เช่า ได้แก่ ไมจ าํ เปนตองมหี ลกั ฐานเปน ๑. ผ้ใู หเ้ ช่าตอ้ งสง่ มอบทรพั ย์สนิ ซึง่ ให้เช่าในสภาพทซ่ี ่อมแซมดีแลว้ หนงั สือ แมจะเปนการเชา ๒. ถ้าผู้ให้เช่าส่งมอบทรัพย์สิน ซึ่งให้เช่าโดยสภาพไม่เหมาะสมแก่การใช้ สังหารมิ ทรพั ยช นดิ พิเศษ เชน ประโยชนข์ องผู้เช่า ผู้เชา่ จะบอกเลกิ สญั ญาก็ได้ เรือกาํ ปน เรอื กลไฟ แตการ ๓. ผใู้ หเ้ ชา่ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบในความชา� รดุ บกพรอ่ ง ซง่ึ เกดิ ขนึ้ ในระหวา่ งเวลาเชา่ เชา อสังหารมิ ทรพั ยจะตองมี โดยผู้ให้เช่าต้องจัดการซ่อมแซมในสิ่งจ�าเป็น เว้นแต่ว่าการซ่อมแซมน้ันมีกฎหมาย หรือจารีต หลักฐานเปนหนงั สือลงลายมอื ประเพณวี า่ ผ้เู ช่าตอ้ งซ่อมแซมเอง ชื่อผูร บั ผดิ ชอบ และถาเปน การเชาอสงั หาริมทรพั ยทมี่ ี ๓.๓) หน้าท่แี ละความรบั ผดิ ของผเู้ ช่า ไดแ้ ก่ ระยะเวลาเกนิ กวา สามปข น้ึ ไป ๑. ผู้เช่าจะใช้ทรัพย์สินท่ีเช่าในกิจการอื่น นอกจากท่ีใช้กันตามประเพณี หรือตลอดอายุของผเู ชา จะตอ ง นิยมปกตหิ รือในกิจการทกี่ า� หนดไว้ในสญั ญานั้นไมไ่ ด้ ทาํ เปน หนังสือและจดทะเบียน ๒. ผู้เช่าจะต้องสงวนทรัพย์สินท่ีเช่าน้ันเช่นเดียวกันกับทรัพย์สินของตนเอง ตอ พนักงานเจาหนาท่ี มฉิ ะน้ัน และต้องบา� รุงรกั ษาทัง้ ท�าการซ่อมแซมเลก็ น้อยดว้ ย จะฟองรอ งใหบงั คบั คดไี ดเพียง ๓. ผเู้ ชา่ จะตอ้ งใหผ้ ใู้ หเ้ ชา่ หรอื ตวั แทนของผใู้ หเ้ ชา่ ตรวจดทู รพั ยส์ นิ ทเี่ ชา่ เปน็ สามป) คร้งั คราวในเวลาและระยะอันเหมาะสม ๔. ถ้าผเู้ ชา่ ไมช่ �าระค่าเช่า ผู้ให้เชา่ จะบอกเลกิ สญั ญาได้ นักเรยี นควรรู 8 ทาํ เปน หนงั สอื นติ กิ รรมสญั ญา @ มุม IT ทต่ี อ งมกี ารทาํ เปน หนงั สอื และจด ทะเบยี นตอ พนกั งานเจา หนา ที่ เชน ศกึ ษาคนควา ขอมลู เพ่มิ เตมิ เกย่ี วกับการเชา อสังหารมิ ทรพั ย ไดท ี่ สัญญาซอื้ ขาย สญั ญาแลกเปลี่ยน http://www.fpmconsultant.com สญั ญาจาํ นอง สญั ญาเชา สญั ญา คาํ้ ประกนั เปน ตน 8 คมู อื ครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Expand Explain Evaluate ๔) เช่าซ้ือ คือ สัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่าและให้ค�ามั่นว่าจะขาย อธบิ ายความรู ทรพั ยส์ นิ นน้ั หรอื วา่ จะใหท้ รพั ยส์ นิ นนั้ ตกเปน็ สทิ ธแิ กผ่ เู้ ชา่ โดยเงอ่ื นไขทผ่ี เู้ ชา่ ไดใ้ ชเ้ งนิ เปน็ จา� นวน ครูตง้ั คาํ ถาม เทา่ นนั้ เท่านีค้ ราว ทรัพย์สินที่เชา่ ซื้อนั้นได้แกท่ รพั ย์สินทกุ ประเภท • การเชาทรพั ย และการเชา ซ้อื สัญญาเช่าซ้ือจะตอ้ งท�าเป็นหนังสือ มฉิ ะนนั้ จะเป็นโมฆะ กล่าวคือ คูส่ ัญญาจะ ตา งกันอยา งไร ต้องลงลายมือชอื่ ในสญั ญาทงั้ สองฝาย การเชา่ ซ้ืออสังหาริมทรัพย์ กรรมสิทธ์ิจะโอนไปยังผู้เช่าซ้ือได้ ก็ต่อเม่ือผู้ให้ (แนวตอบ สญั ญาเชาทรพั ย เช่าซ้ือได้ท�าหนังสือและจดทะเบียนการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี ถ้าผู้ให้เช่าซื้อผิดสัญญา 1. การเชา ทรพั ยเ ปน การใชท รพั ยส นิ ไม่ยอมไปจดทะเบียนการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี ผู้เช่าซ้ือมีสิทธิฟ้องต่อศาลเพื่อบังคับให้ ผใู้ ห้เช่าซ้อื ไปจดทะเบยี นการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได ้ ของผอู น่ื ชวั่ คราว ทรพั ยส นิ ไมต ก เปน ของผเู ชา ตัวอย่าง 2. เจา ของทรพั ยม ีกรรมสทิ ธิใ์ น ทรพั ยน้นั อยู นายอัครเดชน�าบ้านพร้อมที่ดิน ñ แปลง ให้นายÈุÀชัยเช่า«éือในราคา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท 3. การเชาอสังหารมิ ทรัพยต ง้ั แต นายÈุÀชยั ได้ช�าระเงินคา่ เชา่ «อืé ครบ ñ๐ งวด งวดละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แตน่ ายอคั รเดชไม่ยอมไปท�าหนงั สือ 3 ปขึ้นไปตอ งทาํ หนงั สือสัญญา และจดทะเบยี นการโอนบ้านพรอ้ มท่ีดนิ ให้แกน่ ายÈุÀชยั ถอื วา่ นายอคั รเดชผดิ สญั ญา ดงั นéนั นายÈÀุ ชัย สัญญาเชา ซ้ือ มีสทิ ธิ¿‡องรอ้ งต่อÈาลเพ่อื บังคบั ใหน้ ายอัครเดชไปจดทะเบียนการโอนได้ 1. เปนการเชาสวนหนึง่ และ ทรพั ยน้นั จะตกเปน กรรมสิทธ์ิ ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ใช้เงินสองคราวติดต่อกัน หรือกระท�าผิดสัญญาใน ของผเู ชา ภายหลัง ขอ้ ท่ีเปน็ ส่วนสา� คัญ เจ้าของทรัพยส์ ินจะบอกเลกิ สัญญาก็ได้ และเงนิ ที่ไดช้ �าระมาแล้ว ให้รบิ เป็น 2. กรรมสิทธย์ิ งั เปน ของผูใหเ ชา ของเจ้าของทรพั ย์สิน และเจ้าของทรัพยส์ ินสามารถทีจ่ ะกลบั เขา้ ครองทรพั ย์สนิ นนั้ ไดด้ ว้ ย ซื้ออยู หากผูเชาซือ้ ยงั ผอ น ชําระเงินไมค รบตามจาํ นวน ตวั อย่าง 3. การเชาซ้ือตองทาํ เปนสญั ญา เสมอ) นายเขตเช่า«ืéอรถยนต์จากบริษัทยานยนต์ จ�ากัด เป็นเงิน õ๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีข้อตกลง ในสญั ญาว่าจะช�าระเงนิ จ�านวน ๒õ งวด งวดละ ๒๐,๐๐๐ บาท นายเขตช�าระเงนิ แก่บรษิ ทั ยานยนต์ จา� กดั นักเรยี นควรรู ไปแล้ว ๒๐ งวด แตป่ ราก¯วา่ ไม่มีเงินไปช�าระในงวดท่ ี ๒ñ และงวดที่ ๒๒ บริษทั ยานยนต ์ จา� กดั จงÖ บอก เลิกสัญญา และเรียกรถยนต์คืนพร้อมริบเงินท่ีนายเขตช�าระมาแล้วจ�านวน ๒๐ งวดไว้ นายเขต«่Öงเป็น กรรมสิทธ์ิ คือ สิทธทิ ี่ไดร บั การ ผÙเ้ ชา่ «éอื จะตอ้ งคืนรถยนตใ์ ห้แก่บรษิ ทั ยานยนต์ จา� กัด รบั รอง โดยระบุวาผเู ปนเจา ของมี สิทธิจากการเปนเจาของวา มสี ิทธิ ประเด็นส�าคญั ของการเชา่ ซ้อื คือ สญั ญาเช่าซ้ือ จะต้องทา� เป็นหนังสือ คสู่ ัญญา ในการไดรับประโยชนและมีขอจาํ กัด จะตอ้ งลงลายมือช่ือในสัญญาทัง้ สองฝา ย กรรมสทิ ธิ์ในทรัพย์สินยงั เปน็ ของผูใ้ ห้เช่าซื้ออยู่ ในการใชท รัพยากรหรอื ทรพั ยส ินนั้น อยางไรบา ง http://www.aksorn.com/LC/Civil/M3/02 EB GUIDE นกั เรยี นควรรู ๙ การโอน กฎหมายไดก ําหนดแบบ และวธิ ีการโอนเอาไว โดยตองทําเปน หนังสือ และจดทะเบยี นตอพนักงาน เจา หนาที่ ไมอยางนน้ั การโอนกจ็ ะ ไมม ีผลผกู พนั กบั ผรู บั โอน และตก เปน โมฆะ คูมอื ครู 9
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Expand Explore Explain Engage Evaluate สํารวจคน หา (ยอ จากฉบบั นักเรียน 20%) นักเรียนชว ยกนั สืบคน ตวั อยา ง ËÅѡࡳ±¢Í§ÊÑÞÞÒઋҪÍ×é สัญญาเชาทรพั ย และสัญญาเชา ซอ้ื จากน้นั นําตวั อยา งสัญญามาแสดงใน ผู้ใหเ้ ช่าซือ้ ผู้เช่าซื้อ ช้นั เรียนเพ่อื เปรยี บเทียบรายละเอยี ด ของสัญญาแตล ะชนดิ • • เ ผ ปใ้Ùน็ หเจเ้ ช้าขา่ อ«งอืé กตรรอ้ มงสเปิทน็ธใìิเนจทา้ ขรพัอยง์ทกีใ่รหรเ้มชส่าทิ ธใìิ นทรพั ย์ • ต อ้ งชา� ระเงนิ ตอบแทนใหแ้ กผ่ ใ้Ù หเ้ ชา่ จนครบถว้ นตาม • ที่ใหเ้ ช่า จ�านวนทไี่ ดต้ กลงกันไว้ อธบิ ายความรู • มผ อÙ้ใบหท้รเชพั ย่าส์ «ินéือใหน้ผ�าÙ้เทชา่ รนัพา� ไยป์สใชิน้ปใรหะโ้ผยÙ้ชเชน์่าน�าไปใช้ • จะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหน่งÖ กçได ้ โดยมอบ นักเรยี นนําสัญญาซอื้ ขายที่คน หา ประโยชน์ ได มาแสดงหนา ชัน้ พรอมทงั้ อธิบาย ทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของ รายละเอยี ดตางๆ ทป่ี รากฏใน • • ทผผ ใ้ÙใรหÙ้ใหัพห้ท้เยชเ้ร์สา่ชพัิน«่ายนือé «ใéนั์สอืéหตินใค้ กหน�าเค้มนัéปั่นน็�าตวมกก่ารั่นเจรปวะม็น่าขสจากิทยะรธทขขìิรรมอาพั งยสยผททิ ส์้Ùเชรธินา่พั ìขิหยอรือ์สงใผนิ หÙเ้ห้ชร่าือ ตนเอง หนงั สือสัญญา • ใ นกรณที ผี่ เ้Ù ชา่ «อืé ไมช่ า� ระเงนิ งวดสองคราวตดิ ตอ่ กนั นักเรยี นควรรู ผใ้Ù หเ้ ชา่ «อืé มสี ทิ ธทิ จี่ ะบอกเลกิ สญั ญากไç ด ้ และมสี ทิ ธิ ทจี่ ะรบิ เงนิ ทไี่ ดใ้ ชม้ าแลว้ พรอ้ มกบั มสี ทิ ธทิ จ่ี ะกลบั เขา้ ประมาทเลนิ เลอ หมายถงึ ครองทรพั ยส์ นิ ทใ่ี หเ้ ชา่ «อéื นนéั ได้ การกระทาํ ใดๆ โดยปราศจาก ความระมดั ระวงั หรอื ละเลยในสงิ่ ที่ •ÊÔ§è ·èÕ·Ñé§Êͧ½†Òµ͌ §·íÒÃÇ‹ Á¡Ñ¹ ¤Í× ควรกระทาํ µÍŒ §·Òí ໹š ˹§Ñ ÊÍ× áÅÐŧÅÒÂÁÍ× ªÍè× ¢Í§¤Ê‹Ù ÞÑ ÞÒ·§Ñé Êͧ½Ò†  B พน้ื ฐานอาชีพ สัญญาเช่าซื้อมีความแตกต่างจากสัญญาซื้อขายเงินผ่อน คือ สัญญาซ้ือขาย เงินผอ่ นเปน็ การซ้ือขายเสรจ็ เด็ดขาด โดยมขี อ้ ตกลงเร่ืองการช�าระราคาวา่ ผขู้ ายยินยอมให้ผ้ซู ้ือ B ผอ่ นชา� ระราคาเปน็ งวด ดงั นน้ั ถา้ เปน็ สญั ญาซอ้ื ขายเงนิ ผอ่ น กรรมสทิ ธใ์ิ นทรพั ยส์ นิ โอนไปยงั ผซู้ อื้ หลกั เกณฑข องสัญญาเชา ซ้อื ทันทีเมื่อตกลงซ้ือขายกัน ส่วนสัญญาเช่าซื้อน้ันเป็นเพียงการที่เจ้าของเอาทรัพย์สินให้ผู้อ่ืนเช่า จะมปี ระโยชนอ ยางยิง่ สําหรบั โดยมีค�ามั่นว่าเม่ือผู้เช่าช�าระค่าเช่าครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินน้ันตกเป็น ผูป ระกอบการทเ่ี กีย่ วกบั การขาย ของผเู้ ชา่ ดงั น้นั สัญญาเชา่ ซื้อ กรรมสทิ ธ์ยิ งั อยทู่ ี่ผใู้ หเ้ ชา่ ผู้เช่าซอ้ื คงมเี พียงแตส่ ทิ ธิครอบครอง สนิ คา ทงั้ ที่เปนสังหาริมทรัพยแ ละ ในระหวา่ งการเช่าเทา่ นัน้ อสังหารมิ ทรพั ย เชน ผูที่ทําโครงการ กลา่ วไดว้ า่ ถา้ ผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามสญั ญาซอื้ ขาย กยู้ มื เชา่ ทรพั ย ์ เชา่ ซอ้ื ดงั ตวั อยา่ ง บา นจัดสรร หรือผูทีข่ ายรถยนต ทก่ี ล่าวไปแลว้ น้ัน ถอื ว่าผู้น้นั ผดิ สญั ญาต้องชดใชค้ ่าเสียหายท่ีเกิดขึ้น ซงึ่ จะตอ งมกี ารทําสญั ญาเชา ซอ้ื จากกรณที ไ่ี ดย้ กตวั อยา่ งมานนั้ เปน็ ลกั ษณะการทา� ผดิ สญั ญาตา่ งๆ ซง่ึ ในกฎหมาย ตามแตกรณีทีต่ กลงกนั แพง่ และพาณิชย์นน้ั ยังมลี ักษณะการทา� ผิดท่ีน่าสนใจ คอื การท�าละเมดิ การท�าละเมดิ หมายถงึ การกระทา� ทจี่ งใจหรอื ประมาทเลินเลอ่ กระทา� ต่อผอู้ ื่น โดยผิดกฎหมายใหเ้ ขาเสยี หายถึงแกช่ วี ติ ร่างกาย อนามยั เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสทิ ธอิ ยา่ งหนึง่ อยา่ งใด ลกั ษณะของการเยยี วยาความเสยี หายทเี่ กดิ จากการทา� ละเมดิ จะแบง่ ออกไดเ้ ปน็ ๓ ลกั ษณะ ๑๐ คือ ชดใชโ้ ดยให้กระท�าการ ชดใชโ้ ดยงดเวน้ กระท�าการ และชดใชค้ า่ สนิ ไหมทดแทน 10 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Expand Evaluate Explain ตัวอยา่ ง กระตนุ ความสนใจ นายจอ้ นจอดรถจกั รยานยนตเ์ พอื่ ซอื้ อปุ กรณก์ ารเรยี นทหี่ นา้ รา้ นคา้ แหง่ หนงึ่ นายโฉมขบั รถยนตม์ าดว้ ย 1. ครนู าํ ขาวจากสื่อตา งๆ ท่เี ปน ความเร็วสูง พุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของนายจ้อนได้รับความเสียหาย เสียค่าซ่อมรถเป็นเงินจ�านวน เหตุการณเ กยี่ วกับกระบวนการ ๑๐,๐๐๐ บาท การกระทา� ของนายโฉมเปน็ การละเมดิ เพราะเปน็ การกระทา� โดยประมาททา� ใหร้ ถจกั รยานยนต์ ยตุ ธิ รรมทางแพง มาแสดงให ของนายจอ้ นเสียหาย นายโฉมจะต้องชดใชค้ ่าเสียหายให้แก่นายจอ้ น อนั ไดแ้ ก ่ ค่าซ่อมรถจกั รยานยนต ์ นักเรียนดู แลว ใหน กั เรียนแสดง และอ่นื ๆ ซึ่งเสยี หายเนือ่ งจากการไม่มีรถจกั รยานยนต์ใช้ ความคดิ เห็นเกี่ยวกับขาวนน้ั ตวั อยา่ ง 2. ครูและนกั เรียนสนทนาถึงการ เริ่มตน กระบวนการยุติธรรม เดก็ ชายเกง่ ชกตอ่ ยเดก็ ชายจอ้ นจนไดร้ บั บาดเจบ็ เปน็ การทา� ละเมดิ ตอ่ เดก็ ชายจอ้ น เดก็ ชายเกง่ จะตอ้ ง ทางแพง รับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่เด็กชายจ้อน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าพาหนะในการเดินทางไป รักษาพยาบาล (ในกรณีนี้เด็กชายเก่งเป็นผู้เยาว์ ดังน้ันบิดามารดา หรือผู้ปกครองของเด็กชายเก่ง สาํ รวจคนหา จะต้องร่วมรบั ผดิ กับเด็กชายเกง่ ด้วย) นกั เรยี นชวยสืบคน ขา วจากสอ่ื ตัวอย่าง ตา งๆ ที่แสดงใหเ ห็นถงึ กระบวนการ ยุติธรรมทางแพง แลวนําขา วมา นายชัยเอาก้อนอิฐขว้างปาหลังคาบ้านนางตาล ท�าให้กระเบื้องหลังคาบ้านแตกเสียหาย เป็นการท�า วเิ คราะหแ ละมาเลา สรปุ หนาชน้ั เรยี น ละเมิดต่อนางตาล นายชัยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นางตาลเป็นค่ากระเบื้องหลังคาบ้านท่ี แตกเสยี หาย รวมทง้ั คา่ จ้างให้ผอู้ ่นื มาซอ่ มหลงั คาใหเ้ หมือนเดมิ นกั เรียนควรรู ๑.2 กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง ผูร อ ง หรอื ผูย่นื ฟอง คดแี พง มี 2 ลกั ษณะ คอื คดีมีขอพิพาท และคดี กระบวนการยุตธิ รรมทางแพ่งเรมิ่ ด้วยคู่ความฝ่ายโจทก ์ ผรู้ ้อง หรือผ้ยู ่นื ฟอ้ ง เสนอ ไมมขี อพิพาท ค�าฟ้องต่อศาล ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายแพ่ง คู่ความในคดีแพ่งซ่ึงเป็นผู้ยื่นฟ้อง เรียกว่า โจทก ์ สว่ นผทู้ ีถ่ กู ฟอ้ ง เรียกวา่ จ�าเลย คดมี ีขอ พิพาท เปนคดีทมี่ คี ูความ กลาวคอื เม่อื ผถู กู ละเมดิ สทิ ธทิ ราบวา ในการด�าเนินคดีทางแพ่งนั้น กฎหมายยินยอมให้ตัวความคือโจทก์และจ�าเลย ตนมีความเสียหายทีจ่ ะตอ งไดรบั การ มอบหมายใหผ้ อู้ น่ื ด�าเนินการแทนได ้ เชน่ มอบหมายให้ทนายความซึง่ เป็นบุคคลที่ไดร้ ับอนญุ าต ชดใชค า สนิ ไหมทดแทนจากผทู าํ การ ให้มีสิทธิประกอบอาชีพทนายความ ดังน้ัน คู่ความทั้งโจทก์และจ�าเลยจึงอาจตั้งทนายความ ละเมดิ โดยไดทาํ การทวงถามแลว เป็นตัวแทนในการว่าคดีหรือแก้คดีแทนตนได้ แต่ต้องท�าหนังสือลงลายมือชื่อคู่ความและ แตกลบั ถูกคูก รณีปฏเิ สธ ผูถ ูกละเมดิ ทนายความเป็นหลกั ฐานยื่นต่อศาล จงึ หาพยานหลกั ฐาน เมอ่ื มพี ยาน หลกั ฐานเพยี งพอทจี่ ะใชส ทิ ธทิ างศาล กระบวนการยุติธรรมทางแพ่งจึงเริ่มต้นจากโจทก์เสนอค�าฟ้องต่อศาล ศาลก็จะ ผูเ สียหายกจ็ ะนําคดีฟอ งตอ ศาล ท�าการพิจารณาพิพากษาคดี โดยมีการสืบพยานทั้งทางฝ่ายโจทก์และจ�าเลย ต่อจากนั้นศาลก็ โดยทาํ เปน “คําฟอง” จะมีค�าพิพากษาหรือการตัดสินดคี โดยอาจมีการบังคับคดีให้เป็นไปตามค�าพิพากษาของศาล โดยเจ้าหน้าท่ีกรมบังคับคดีซ่ึงมีหน้าท่ีด�าเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามค�าส่ังหรือค�าพิพากษา คดไี มมีขอ พิพาท เปน คดที ไี่ มมี ของศาล เช่น การยึดทรัพย์ การน�าทรัพย์สินของจ�าเลยตามค�าพิพากษาออกขายทอดตลาด จาํ เลย แตเปนคดีทผี่ รู อ งมคี วาม เพือ่ น�าเงินมาชา� ระหน้ใี ห้ฝ่ายโจทก ์ เปน็ ต้น จําเปน จะตอ งใชส ิทธทิ างศาล ๑๑ เพื่อแตงตั้งใหตนมอี าํ นาจกระทาํ บางอยา งตามกฎหมาย เชน รองขอ ใหศาลสัง่ ใหเ ปน ผูจ ัดการมรดก รอ งขอใหบิดามารดา สามี หรือญาติ เปนคนสาปสูญ คูม ือครู 11
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate อธิบายความรู (ยอ จากฉบบั นกั เรียน 20%) ใหนักเรยี นดูแผนภมู ิกระบวนการ กลา่ วไดว้ า่ บคุ คลทเี่ กย่ี วขอ้ งในกระบวนการยตุ ธิ รรมทางแพง่ คอื คคู่ วามซง่ึ เปน็ โจทก์ ยตุ ธิ รรมทางแพง แลวชวยกัน และจา� เลยรวมถึงทนายความ ศาล เจา้ พนักงานบังคับคดี วเิ คราะหว า กระบวนการยุติธรรม กระบวนการยตุ ธิ รรมทางแพง่ ทางแพงมีหนว ยงานและบุคคลที่ เก่ียวของ อยางไร การเรม่ิ µน้ ⨷¡à ʹͤíҿ͇ §µÍ‹ ÈÒÅ ศาลพิจารณารบั ค�าฟอ้ ง (แนวตอบ กระบวนการยุติธรรม ของกระบวนการÂØµิ¸รรมทาง ทางแพง มหี นวยงานและบคุ คล ท่เี กีย่ วขอ ง ดงั นี้ คคู วาม คือ แพ่งãนÈาลªัéนµ้น ผเู ปน โจทก จําเลย ทนายความ คือ บุคคลซ่งึ ไดจ ดทะเบียนอนุญาต ศาลพิจารณาคดี ศาลนัดสืบพยาน ศาลนัดพจิ ารณาคดี ใหม สี ทิ ธปิ ระกอบอาชพี ทนายความได และมีค�าพพิ ากษา พยานฝ่ายจา� เลย สืบพยานฝ่ายโจทก์ เปนบคุ คลทค่ี ูความไดมอบหมาย ใหฟอ ง หรือตอสูคดีแทนคูความ โจทก์หรือจา� เลยอาจอทุ ธรณค์ �าพิพากษาของศาลชั้นต้น เจ้าพนักงานบงั คับคดีทา� หนา้ ทบี่ ังคบั ศาล คอื ผมู อี าํ นาจหนา ทพ่ี พิ ากษาคดี ต่อศาลอุทธรณ ์ ศาลฎีกาตามลา� ดับ คดีตามค�าพิพากษาหรอื คา� สั่งศาล เจา พนกั งานบงั คบั คดี คอื เจา พนกั งาน ของศาล หรือเจา พนกั งานอน่ื ทเ่ี ปน ò. ¡®ËÁÒÂÍÒÞÒËมาÂเ赯 : กรณีการเสนอคดีเป็นค�าร้อง เช่น กรณผี ู้จัดการมรดก ผมู อี าํ นาจตามกฎหมายทจี่ ะปฏบิ ตั ิ ตามคําส่งั ศาล เพอ่ื คุมครองสทิ ธิ กฎหมายอาญา เป็นกฎหมายที่ต้องก�าหนดว่าการกระท�าใดเป็นความผิดโดยชัดแจ้ง ของคคู วาม) และกา� หนดบทลงโทษทางอาญาสา� หรบั ความผดิ น้ัน ซงึ่ บทบัญญตั ิว่าด้วยการกระทา� ผิดทางอาญา และบทลงโทษน้ัน จะอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติอื่นๆ ท่ีก�าหนดโทษทาง นกั เรียนควรรู อาญาส�าหรับการฝา ฝนพระราชบัญญตั นิ ้ันๆ เช่น พระราชบัญญตั ิการพนัน พระราชบัญญัติจราจร ทางบก พระราชบัญญัติยาเสพตดิ ให้โทษ เปน็ ตน้ พระราชบัญญัติ คอื บทกฎหมายท่ี ใชบ งั คับอยูเปนประจําตามปกติเพอื่ ลักษณะส�าคัญของกฎหมายอาญา มีดังนี้ เปนระเบียบบงั คบั ความประพฤติของ ๑. เป็นกฎหมายที่ต้องก�าหนดว่าการกระท�าใดเป็นความผิดไว้โดยชัดแจ้ง ในขณะกระท�า บคุ คล องคกร และเจา หนาท่ขี องรัฐ ถือเปนบทบญั ญตั แิ หงกฎหมายทมี่ ี ความผิด ต้องมีกฎหมายบัญญัติไว้แล้วอย่างชัดแจ้งว่าการกระท�านั้นเป็นความผิด เจ้าหน้าที่จะ ฐานะสูงกวา บทกฎหมายอน่ื ๆ รอง ออกกฎหมายใหมข่ น้ึ มาใชบ้ งั คบั แกป่ ระชาชนคนใดคนหนงึ่ โดยเฉพาะไมไ่ ด ้ เชน่ กฎหมายบญั ญตั วิ า่ จากรฐั ธรรมนูญ “การลกั ทรพั ยเ์ ปนความผดิ ” ดงั นน้ั ผู้ใดลกั ทรพั ย์ก็ย่อมมีความผิดเช่นเดียวกัน ๒. เป็นกฎหมายที่ไม่มีผลย้อนหลัง ถ้าหากในขณะท่ีมีการกระท�าส่ิงใดๆ ก็ตามท่ียังไม่มี @ มุม IT กฎหมายบญั ญตั วิ า่ เปน็ ความผดิ แมต้ อ่ มาภายหลงั จะมกี ฎหมายบญั ญตั วิ า่ การกระทา� อยา่ งเดยี วกนั นั้นเป็นความผิด ก็จะน�ากฎหมายท่ีบัญญัติขึ้นมาภายหลังน้ันมาใช้กับผู้กระท�าไม่ได้ เว้นแต่เป็น ศกึ ษาคน ควาขอ มูลเพิม่ เตมิ กฎหมายทเี่ ปน็ คณุ แก่ผ้กู ระท�าความผิด เกย่ี วกับกระบวนการยุติธรรม ไดท ่ี http://www.coj.go.th ๑2 และ http://www.tdri.or.th 12 คูม ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ตัวอยา่ ง กระตนุ ความสนใจ นายตั้มมีต้นสักขนาดใหญ่อยู่ในที่ดิน ซ่ึงเป็นกรรมสิทธิìของเขา นายต้ัมได้ตัดต้นสักเล่ือยแปรรูปเก็บ 1. ครูใหน กั เรยี นดภู าพการกระทํา เอาไว้ ก่อนที่จะมพี ระราชบัญญัติป่าไม ้ พ.ศ. ๒๔ù๔ ฉบบั ท่ ี ๓ ออกมาบงั คบั ใช้ แมจ้ ะถือว่าไม้สกั เปน็ ไม้ ผดิ ทางอาญาในหนา 13 แลว ถาม หวงห้ามตามพระราชบัญญัติน้ีก็ตาม นายต้ัมก็ไม่มีความผิด เพราะจะใช้กฎหมายใหม่ย้อนหลังลงโทษ วา การกระทาํ ผิดตามภาพมผี ล ทางอาญาไม่ได้ กระทบตอใครบาง สรางปญหา ใหส งั คมและประเทศชาตอิ ยา งไร 2.๑ ลกั ษณะการกระทา� ความ ผดิ ทางอาญาและความ 2. ครูอาจสรุปใหเหน็ วา การกระทํา รบั ผดิ ทางอาญา ผิดทางอาญา นอกจากจะมผี ลตอ เมื่อบุคคลได้กระท�าความผิดทางอาญา ผูถูกกระทําแลว ยังมีผลกระทบที่ กฎหมายอาญาไดม้ กี ารบญั ญตั บิ ทลงโทษไวต้ าม เสยี หายตอ สังคมอกี ดวย ลกั ษณะของการกระท�าความผดิ ซ่งึ การลงโทษ จะหนักหรือเบานั้น ก็จะต้องพิจารณาจากการ สาํ รวจคนหา กระทา� ของบุคคลน้นั ๆ แบง กลมุ นกั เรยี นออกเปน 3 กลมุ ๑) ความรับผิดทางอาญาและ เพือ่ ศกึ ษาและอภปิ รายตามหวั ขอ โทษทางอาญา บุคคลจะต้องรับผิดในทาง กำรกระท�ำควำมผิดทำงอำญำมีบทลงโทษท่ีแตกต่ำงกันไป ดงั น้ี อาญา เมอื่ มกี ารกระท�า ดังนี้ ตำมลกั ษณะของกำรทำ� ผิด 1. ความรับผิดทางอาญา ๑.๑) กระทา� โดยเจตนา เปน็ การกระทา� โดยผู้กระทา� รูส้ า� นกึ คือ ผู้กระท�ารู้ส�านึก 2. ความผดิ เกยี่ วกบั ทรัพยสนิ ในการเคลื่อนไหวร่างกายของตนเอง ในขณะเดียวกันผู้กระท�าประสงค์ต่อผลที่เกิดตามท่ีคิดไว้ 3. ความผิดเกีย่ วกับชวี ิตและ หรอื ผูก้ ระทา� ย่อมเลง็ เห็นผลในการกระทา� นั้น รา งกาย ตัวอย่าง อธบิ ายความรู นายเข้มและนางส้ม เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง และถึงข้ันท�าร้ายร่างกายกัน นางส้ม เห็นว่าตัวเองไม่สามารถที่จะสู้แรงของนายเข้มได้ จึงได้คว้ามีดปลายแหลมท่ีอยู่ข้างๆ แทงนายเข้ม ใหก ลุม นกั เรยี นศึกษาและอภิปราย ทท่ี อ้ งจา� นวน ๕ ครง้ั นายเขม้ ถึงแกค่ วามตายทนั ที เรอื่ ง ความรับผิดทางอาญา แลว นาํ นางส้มมคี วามผดิ ฐานฆ่านายเข้ม มาเสนอผลการศกึ ษาและผลการ อภปิ รายในกลุมตอ หนา ชน้ั เรียน ครแู ละนักเรียนคนอ่นื ๆ รวมกนั สรุป สาระสําคญั ของเร่อื ง ตวั อยา่ ง @ มมุ IT นางสาวเกกŽ บั นางสาวกุ้งเปน็ เพื่อนกัน นางสาวเกŽพูดจาต่อว่านางสาวกงุ้ ทไ่ี ปเท่ยี วกับนายเอกชายหนุ่ม ศกึ ษาคนควาขอ มูลเพม่ิ เตมิ คนรกั ของนางสาวเกŽ นางสาวกุ้งโกรธมากจงึ ใชร้ องเทา้ สน้ สูงของเธอฟาดศีรษะของนางสาวเกŽจนเลือดไหล เก่ียวกบั ความรบั ผดิ ทางอาญา ไดท ี่ นางสาวกุ้งมคี วามผดิ ฐานท�ารา้ ยร่างกายนางสาวเกŽ http://www.lawreform.go.th ๑๓ คูม อื ครู 13
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explain Expand Evaluate Engage Explore อธบิ ายความรู (ยอ จากฉบบั นักเรยี น 20%) ครูนําภาพขา วจากหนงั สอื พมิ พ อุบัติเหตุทำงจรำจรถือเป็นกำรกระท�ำโดยประมำท ๑.๒) กระท�าโดยประมาท เป็นการ ทเี่ กี่ยวของกับการกระทาํ ความผดิ ลกั ษณะหนง่ึ กระท�าความผิดโดยไม่เจตนา แต่กระท�าโดย ทางอาญา เสนอใหนกั เรยี นชวยกนั ปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะ วิเคราะห วาเปน ความผิดทางอาญา เช่นน้ันจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และ ลกั ษณะใด จากนัน้ ครูอธบิ ายให ผู้กระท�าอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้แต่ นักเรยี นเขา ใจ หาไดใ้ ช้ใหเ้ พยี งพอไม่ การกระทา� โดยประมาท แมจ้ ะเกดิ ขนึ้ ขยายความเขา ใจ โดยไม่เจตนา แต่ถ้าหากการกระท�านั้นส่ง ผลกระทบต่อผู้อ่ืนหรือสร้างความเสียหายก็จะ ครูใหน ักเรียนแสดงความคดิ เหน็ ตอ้ งได้รบั โทษตามกฎหมาย เกีย่ วกับแนวทางการลดการกระทํา ความผดิ ทางอาญาในลกั ษณะตางๆ ตวั อย่าง โดยเขียนเปน รายงาน สงครู นายตรนี า� มดี คตั เตอรอ์ อกมาเลน่ โดยแกวง่ โยนเลน่ ไปมาหยอกลอ้ กบั นายโท ซงึ่ เปน็ เพอ่ื นรกั แตน่ ายตรี ตรวจสอบผล ไม่ระมดั ระวังเป็นเหตุให้มีดคัตเตอรไ์ ปถูกแขนนายโทเปน็ แผลกว้าง นายตรมี ีความผดิ ฐานประมาท ท�าให้ผอู้ ่นื ไดร้ ับอนั ตรายแก่กาย ใหน กั เรยี นนาํ ขาวที่เกย่ี วกบั ความผดิ มาวเิ คราะหว าเปนความผดิ ๑.๓) กระท�าโดยไม่เจตนา เป็นการกระท�าโดยรู้ส�านึก แต่ผู้กระท�าไม่ประสงค์ ประเภทใด ผดิ อยา งไร มผี ลเสยี ตอ ต่อผล หรอื ไม่อาจเล็งเห็นผลของการกระท�าว่าจะเกิดขึ้น ผูกระทาํ สงั คม และประเทศชาติ อยางไร ตวั อย่าง นักเรียนควรรู นายปอใชก้ า� ลังชกต่อย เตะ นายปา่ นถูกบรเิ วณหน้านายป่าน ทา� ให้นายปา่ นล้มหงาย หมดสติ ศีรษะ ฟาดพน้ื ถนนแขง็ กระโหลกศีรษะแตกตายในวนั รงุ่ ขึ้น โทษทางอาญา คอื การกระทาํ นายปอมคี วามผิดฐานฆา่ คนตายโดยไมเ่ จตนา ความผดิ ทางอาญา มี 2 ลกั ษณะ ส�าหรับโทษทางอาญาน้ันมีระดับ โทษทางอาญา ระดบั ที่ ñ ประหารชวี ิต 1. ความผดิ ตอ แผนดนิ หมายถึง ของการลงโทษหนกั เบาแตกตา่ งกนั ไปขน้ึ อยกู่ บั ระดับท่ี ò จา� คุก ความผดิ ในทางอาญาที่มีผลตอตัว ลักษณะการกระท�าความผิด รวมถึงปัจจัยท่ีน�า ระดับที่ ó กักขัง ผูรบั ผลรา ยและมีผลกระทบตอ สังคม มาประกอบในหลายๆ ดา้ น ซงึ่ จะมกี ระบวนการ ระดับที่ ô ดวย ความผดิ ประเภทน้ียอมความ พิจารณาตามข้ันตอนที่ถูกต้อง โดยโทษสูงสุด ระดบั ที่ õ ปรับ ไมไ ด รัฐจะตองเขาไปดาํ เนินคดี ทางอาญา คอื ประหารชีวติ และมีโทษในระดบั รบิ ทรัพยส์ ิน ฟองรอ งเอาตัวผูกระทําผดิ มาลงโทษ อืน่ ๆ ท่ีรองลงมา ดังน้ี ใหไ ด เชน คดีทํารายรางกายผูอื่น ๑๔ 2. ความผดิ อันยอมความกนั ได เปนความผิดทางอาญาซง่ึ ไมไดม ี @ มมุ IT ผลรายกระทบตอ สงั คมโดยตรง หากผูเสียหายไมตดิ ใจเอาความแลว ศึกษาคนควา ขอมูลเพมิ่ เติมเกยี่ วกบั ความรบั ผิดทางอาญา ไดท ่ี http://www.wikipedia.org รัฐก็ไมอ าจเขามาดาํ เนินคดีกบั ผกู ระทาํ ความผิดได เชน ความผิด ฐานหมนิ่ ประมาท 14 คูมอื ครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Expand Explore Explain Evaluate ๒) ลักษณะต่างๆ ของการกระท�าความผิดทางอาญา การกระท�าความผิด สาํ รวจคน หา ทางอาญา มีหลายลักษณะซึ่งแบง่ ออกได้ตามลกั ษณะการกระทา� ความผดิ ทส่ี า� คัญ เชน่ ใหน ักเรยี นหาขาวจากสื่อตางๆ ๒.๑) ความผดิ เก่ียวกับทรัพย์สิน การกระท�าผดิ เก่ียวกบั ทรพั ย์สินท่คี วรร้ ู มีดังน้ี ท่ีแสดงถึงลักษณะของการกระทาํ ความผิดทางอาญา แลว นําขาวนัน้ ๑. ลักทรัพย์ คือ การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป โดยที่เจ้าของไม่ยินยอม มาติดลงในกระดาษและเขยี นสรปุ แม้ต่อมาเจ้าของทรัพย์จะสงสารไม่ติดใจเอาความ ก็ยังคงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์เพราะเป็น ขาวถงึ การกระทาํ ผิดทางอาญานนั้ ๆ ความผิดอาญาทีไ่ ม่สามารถยอมความกันได้ อธบิ ายความรู ตัวอยา่ ง 1. ใหกลมุ นกั เรียนศึกษาและอภปิ ราย นางแกว้ เปน็ หญงิ หมา้ ย สามีเสียชวี ิตด้วยโรคมะเร็ง ตอ้ งหารายไดม้ าเลยี้ งลกู ๆ ทัง้ ๖ คน วันหนึง่ เร่อื ง ความผดิ เกีย่ วกับทรพั ย แลว นางแก้วไปตลาดเห็นกล้วยหอมสกุ งอมวางอย่ ู จงึ หยิบเอาไป ๑ หว ี โดยไม่ได้รับอนญุ าตจากเจา้ ของ นาํ มาเสนอผลการศกึ ษาและผลการ นางแก้วมคี วามผิดฐานลกั ทรพั ยถ์ ึงแม้เจา้ ของจะไมต่ ดิ ใจเอาความกต็ าม อภปิ รายในกลุม ตอหนาชนั้ เรียน ครแู ละนักเรียนคนอ่นื ๆ รว มกนั ๒. ว่ิงราวทรพั ย ์ คือ การลักทรัพยโ์ ดยฉกฉวยเอาซงึ่ หนา้ เป็นการเอาไป สรปุ สาระสําคญั ของเร่อื ง ต่อหน้าโดยไม่มีความเกรงกลัว ในการว่ิงราวทรัพย์น้ันไม่จ�าเป็นว่าเมื่อลกั ทรพั ยแ์ ลว้ จะตอ้ งวง่ิ หนี เสมอไป อาจเปน็ การเดนิ หนขี น้ึ รถไปกจ็ ดั วา่ เปน็ การวง่ิ ราวทรพั ยเ์ ชน่ กนั 2. ครใู หน กั เรียนชว ยกันอภปิ รายถึง ความแตกตางระหวา ง การกระทํา ตัวอย่าง ผิดฐานลักทรพั ย วิง่ ราวทรัพย ชิงทรัพย และปลน ทรพั ย นางแอนกับนางรุ่งยืนรอรถประจ�าทางเพื่อจะกลับบ้าน นายทองเห็นนางแอนสะพายกระเป๋า จงึ กระชากกระเป๋า แล้วขรี่ ถจักรยานยนต์หนไี ป ท่ามกลางความตกใจของนางแอนกับนางรุ่ง ในขณะน้นั นักเรียนควรรู มตี า� รวจขบั รถผา่ นมา จงึ สามารถจับกมุ นายทองได้ นายทองมีความผดิ ฐานวิง่ ราวทรพั ย์ ความผดิ เก่ียวกับทรพั ยสนิ ประกอบไปดวย ๓. ชิงทรพั ย ์ คือ การลกั ทรพย์ของผูอ้ ่ืนโดยการใชก้ า� ลงั หรืออาวธุ ทา� ร้าย เจา้ ของทรพั ย์หรือขู่วา่ จะใชก้ �าลังหรืออาวุธท�าร้ายเจ้าของทรัพย์ เพื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง ต่อไปน้ี 1. บกุ รกุ การเขาเคหะสถานผอู น่ื โดยไมไดรับอนญุ าต ● ให้ความสะดวกแก่การลักทรพั ยห์ รอื การพาทรพั ย์น้ันไป ● ให้ยน่ื ทรพั ย์นั้น 2. กรรโชกทรพั ย การขมขู ● ยึดถือทรพั ย์นั้นไว้ ขม ขืนใจผูอ่ืนใหยินยอมใหตนหรือ ● ปกปิดการกระทา� ความผดิ น้นั ผอู นื่ ไดประโยชน หรอื อาจใชก ําลัง ● ใหพ้ น้ จากการจับกมุ ประทษุ รา ย หรอื ขเู ข็ญวา จะทาํ อันตรายตอ ชวี ติ รางกาย เสรีภาพ ๑5 ชอื่ เสยี ง หรือทรพั ยส ินของผูถกู ขมขู 3. รบั ของโจร การรบั ซ้อื รบั จํานํา รบั ไว ชวยซอนเรน ปกปด ความจริง ของทรัพยท ่ไี ดม าโดยผดิ กฎหมาย คูมือครู 15
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Explain Engage อธิบายความรู (ยอ จากฉบบั นักเรียน 20%) 1. ใหกลมุ นักเรยี นศึกษาและอภปิ ราย ตวั อยา่ ง เร่อื ง ความผิดเก่ยี วกบั ชีวติ และ รางกาย แลว นํามาเสนอผลการ นายแอด้ ใช้ปนื ขู่นายปู ใหส้ ง่ นาฬกิ าขอ้ มือมาใหต้ น โดยบอกวา่ ถา้ ไมส่ ่งมาให้จะใชป้ ืนยงิ นายปู ศึกษาและผลการอภิปรายในกลมุ นายแอ้ดมีความผดิ ฐานชิงทรัพย์ ตอหนาช้ันเรียน ครูและนกั เรยี น คนอืน่ ๆ รว มกันสรปุ สาระสําคญั ๔. ปล้นทรัพย์ คือ การท่ีคนตั้งแต่สามคนขึ้นไปร่วมมือกันชิงทรัพย์ ของเรอื่ ง ของผู้อ่นื 2. ครูใหน กั เรยี นวเิ คราะหกรณี ตัวอยา่ ง ตวั อยางในหนังสือกรณีความผดิ ฐานฆาคนตาย แลวต้ังคาํ ถามให นายหนึง่ นายตัม้ และนายเอก รว่ มกันชกต่อยนายศรนั ย ์ เพอ่ื แย่งเอาสรอ้ ยคอทองค�าจากนายศรันย ์ นักเรียนชว ยกันวเิ คราะหใ นหวั ขอ แล้วพากนั หลบหนไี ป ตอไปนี้ นายหนง่ึ นายตั้ม และนายเอกมคี วามผดิ ฐานปล้นทรัพย์ - องคประกอบของการกระทาํ ความผิดฐานฆาคนตาย ๓) ความผิดเก่ียวกับชีวิตและร่างกาย การกระท�าความผิดเกี่ยวกับชีวิตและ โดยเจตนา (แนวตอบ 1. องคป ระกอบของ ร่างกายท่คี วรร ู้ มีดงั นี้ การกระทําความผิดฐานฆา คน ๓.๑) ความผิดฐานท�าให้คนตาย การท�าให้คนตายไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ตายโดยเจตนา • มกี ารกระทําคือ การฆา ย่อมมีความผิดท้ังสิ้น ซ่ึงโทษที่ได้รับนั้นจะมากหรือน้อยก็ข้ึนอยู่กับว่าเป็นการท�าให้คนตาย • มีผถู กู กระทาํ คอื ผูถูกฆาเปน โดยเจตนาหรือท�าร้ายผู้อนื่ ถงึ ตายโดยไม่มเี จตนาฆา่ ผอู ่นื • มีเจตนา) ตัวอย่าง - องคประกอบของการกระทํา ความผิดฐานฆา คนตายโดย นายหาญยิงปนื เข้าไปในรถโดยสารประจา� ทาง กระสุนปนื ไปถูกนางสาวแววถงึ แก่ความตาย ไมเจตนา นายหาญมีความผดิ ฐานฆ่าคนตาย (แนวตอบ 2. องคประกอบของ การกระทําความผดิ ฐานฆาคน ตัวอยา่ ง ตายโดยไมเจตนา • มกี ารทํารายผอู ่ืน นายเชิดต่อสายไฟเข้ากับรั้วบ้านแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าเพ่ือหวังท่ีจะให้ผู้ท่ีจะมาบุกรุกเกิดอาการเจ็บ • เปน เหตใุ หผูถูกทาํ รา ย ปวดเพราะถกู ไฟฟา้ ดดู แลว้ ตกใจหนไี ป ในเวลาตอ่ มา มเี ดก็ ละแวกบา้ นเลน่ ซนไปจบั ถกู รวั้ บา้ นของนายเชดิ ถึงแกค วามตาย และถกู ไฟดูดจนเสียชีวติ • มีเจตนาทาํ รายแตไมม ีเจตนา นายเชดิ มคี วามผดิ ฐานท�าร้ายผูอ้ นื่ ถงึ แก่ความตายโดยไม่มีเจตนาฆ่า ฆา) ๓.๒) ความผดิ ฐานทา� รา้ ยรา่ งกาย คอื การทา� รา้ ยจนเปน็ เหตใุ หผ้ อู้ นื่ ไดร้ บั อนั ตราย ตอ่ รา่ งกายหรอื จติ ใจ ถอื เปน็ ความผดิ แตอ่ าจไดร้ บั โทษแตกตา่ งกนั ไป แลว้ แตร่ ะดบั ของความหนกั เบาหรืออันตรายทีผ่ ูอ้ ่นื ไดร้ ับ เชน่ ได้รับอนั ตรายสาหัสหรือไมส่ าหัสและยงั ต้องดอู งคป์ ระกอบของ ความผดิ ด้วยว่าเปน็ การกระทา� โดยเจตนาหรือไม่เจตนา นักเรียนควรรู ๑6 ความผดิ ฐานทาํ รา ยรา งกาย แมผ เู สยี หายจะยอมความแตก ไ็ มม ผี ล ใหค ดยี ตุ ิ เพราะการทาํ รา ยรางกาย ถอื เปนความผิดอาญาแผน ดิน ซง่ึ เปนการกระทาํ ความผิดท่ีรัฐเปน ผูเสยี หาย 16 คูมือครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explain Explore Expand Evaluate ความผดิ ฐานทา� รา้ ยร่างกายผอู้ นื่ จนเป็นเหตุใหไ้ ด้รับอนั ตรายสาหสั เชน่ ตาบอด อธบิ ายความรู หูหนวก ลิ้นขาด เสียฆานประสาน (ความรู้สึกทางกล่ิน) เสียอวัยวะสืบพันธุ์หรือความสามารถ สืบพันธ ์ุ เสยี แขน ขา มอื เทา้ หรืออวยั วะอ่ืนใด ใบหน้าเสียโฉมอย่างตดิ ตัว แท้งลูก จติ พิการอย่าง ครูใหนักเรียนวิเคราะหกรณี ติดตัว ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บเร้ือรังซึ่งอาจถึงตลอดชีวิต หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนา ตวั อยา งทเี่ ก่ยี วกับความผิดฐาน เกนิ กว่าย่สี ิบวัน หรอื จนประกอบกรณียกจิ ตามปกติไมไ่ ดเ้ กนิ กวา่ ย่สี บิ วนั ทํารายผอู ่ืน แลวตัง้ คําถามให นักเรยี นชวยกนั วเิ คราะหในหัวขอ ตวั อย่าง ตอ ไปน้ี นายจอมแกล้งหลอกผีนายเลก็ จนนายเล็กตกใจเป็นลมหมดสตแิ ละท�าให้ได้รบั ความกระทบกระเทอื น - องคป ระกอบของการกระทาํ ทางจติ ใจ ความผดิ ฐานทาํ รายรางกาย นายจอมมีความผิดฐานท�ารา้ ยผู้อื่น ผูอน่ื (แนวตอบ 1. องคประกอบของ ตัวอยา่ ง การกระทําผิดฐานทาํ ราย รางกายผอู น่ื นายหนุ่ยผลักนายกรล้มลง ท�าให้ขาของนายกรเกิดอาการบวมช�้าจนต้องนอนพักรักษาตัวเป็นเวลา • มกี ารกระทาํ คอื การทาํ ราย สิบสองวันจึงจะหายเปน็ ปกต ิ ผูอน่ื นายหนยุ่ มีความผิดฐานทา� รา้ ยรา่ งกาย • จนเปนเหตใุ หเ กดิ อนั ตราย แกกายหรอื จิตใจของผูถ กู ตวั อย่าง ทาํ รา ย • กระทําโดยเจตนา คอื เจตนา นายเจตและนายอ๊ีดรุมกระทืบนายแสงจนท�าให้นายแสงหน้าบวมและซ่ีโครงหัก จนต้องนอนรักษาตัว ทํารา ย) เปน็ เวลาหกสบิ วัน นายเจตและนายอ๊ดี มีความผดิ ฐานท�ารา้ ยร่างกาย จนเปน็ เหตุให้ผ้ถู กู ท�ารา้ ยได้รบั อนั ตรายสาหัส - องคประกอบของการกระทํา โดยประมาท ๓.๓) ความผิดท่ีกระท�าโดยประมาทต่อชีวิตและร่างกาย การกระท�าความผิด (แนวตอบ 2. องคประกอบของ โดยประมาท สามารถแบ่งออกได้เป็นสามลักษณะ คือ การกระท�าโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อ่ืน การกระทําโดยประมาทตอ ชวี ิต ถึงแก่ความตาย การกระท�าโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส และการกระท�าโดย และรางกาย ประมาทเปน็ เหตุใหผ้ อู้ ื่นรับอันตรายแก่รา่ งกายหรอื จติ ใจ ขน้ึ อยกู่ บั ผลของการกระทา� ความผิด • กระทาํ ดวยประการใดๆ • เปน เหตใุ หผ อู น่ื ถงึ แกค วามตาย) ตัวอย่าง นกั เรียนควรรู นายป้อมขับรถมาด้วยความเร็วสูง เม่ือถึงส่ีแยกนายป้อมเล้ียวรถทิ้งโค้งอย่างแรงโดยที่ไม่ทันเห็น รถจกั รยานยนต ์ รถของนายป้อมจึงพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนตอ์ ย่างแรง ทา� ให้ผขู้ รี่ ถจกั รยานยนตเ์ สยี ชวี ิต ทุพพลภาพ คือ การสูญเสยี อวยั วะ ในทเ่ี กดิ เหตุทันที สูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ หรือ นายปอ้ มมคี วามผดิ ฐานขับรถโดยประมาทเปน็ เหตุใหผ้ ูอ้ ื่นถงึ แก่ความตาย สูญเสียสภาวะปกตขิ องจิตใจ จนไม สามารถทาํ งานได ๑7 คูม อื ครู 17
กระตุน ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explain Expand Evaluate Engage Explore อธิบายความรู (ยอจากฉบบั นักเรียน 20%) ใหกลุม นักเรียนศกึ ษาและอภิปราย ตัวอยาง เร่ือง กระบวนการยุติธรรมทางอาญา แลวนาํ มาเสนอผลการศึกษาและ ¹ÒÂ˹؋Á¶×Í»„¹¨‹Íä»·èÕ¹Ò§¹Ô´ ·íÒãËŒ¹Ò§¹Ô´µ¡ã¨àÍÒÁ×Í»˜´»„¹ ᵋ»„¹à¡Ô´ÅèѹáÅСÃÐÊØ¹¶Ù¡ ผลการอภิปรายในกลมุ ตอ หนา ¹Ò§¹Ô´à¢ŒÒ·ÕèÅíÒµÑÇ ·Òí ã˹Œ Ò§¹Ô´ä´ŒÃѺºÒ´à¨çºÊÒËÑÊ ชั้นเรียน ครแู ละนกั เรยี นคนอน่ื ๆ รวมกันสรุปสาระสําคัญของเรือ่ ง ¹ÒÂ˹؋ÁÁÕ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¡ÃзíÒâ´Â»ÃÐÁÒ· ໹š àËµãØ ËŒ¼ÙÍŒ è¹× ä´ŒÃÑºÍ¹Ñ µÃÒÂÊÒËÊÑ ขยายความเขา ใจ ตวั อยา ง ครนู าํ แผนผังที่แสดงถึง ¹ÒÂÊԧ˨ش»ÃзѴÂÑ¡ÉáŌǢnjҧÍ͡仹͡ÃéÑǺŒÒ¹ ໚¹àÇÅÒà´ÕÂǡѺ·èÕ¹Ò§¾ÔÁà´Ô¹¼‹Ò¹ÁÒ¾Í´Õ กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญามา »ÃзѴÂÑ¡ÉÃÐàºÔ´àÊÕ§´Ñ§Ê¹èѹËÇÑè¹äËÇ·íÒãËŒ¹Ò§¾ÔÁµ¡ã¨ÊØ´¢Õ´ ¹Í¡¨Ò¡¹éÕÊÐà¡ç´»ÃзѴÂÑ¡ÉÂѧ¶Ù¡·Õè แสดงใหน กั เรียนดู แลว ใหน ักเรยี น ¢ÍŒ à·ÒŒ ¢Í§¹Ò§¾ÔÁ·íÒãËàŒ ¡´Ô ºÒ´á¼Å เขยี นรายงานแสดงความคิดเห็น หรือขอเสนอแนะตา งๆ ที่เก่ียวกับ ¹ÒÂÊ§Ô ËÁ Õ¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹¡ÃзíÒâ´Â»ÃÐÁÒ· ໚¹à˵ØãËŒ¼ÍŒÙ ×è¹ä´ŒÃÑºÍ¹Ñ µÃÒÂá¡¡‹ ÒÂËÃÍ× ¨Ôµã¨ กระบวนการยุตธิ รรมทางอาญา ๒.๒ กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ตรวจสอบผล กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เปนกระบวนการสําหรับการดําเนินคดีอาญาเม่ือมีการ ครูตรวจสอบรายงานแสดงความ กระทาํ ผดิ ทางอาญาแลว และมวี ิธีการนาํ ตวั ผกู ระทาํ ผดิ มาลงโทษ คดิ เห็นและขอเสนอแนะของนกั เรียน บุคคลที่เก่ียวของในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา คือ ผูตองสงสัย ผูตองหา จําเลย เกร็ดแนะครู ผเู สยี หาย พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ พนกั งานอยั การ ศาล พนกั งานคมุ ประพฤติ เจา หนา ที่ ราชทัณฑ และทนายความ จดั กจิ กรรมแขงขนั ตอบปญหา การเรม�ิ ตนของกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาในกรณ�ผูเสียหายแจงความตอตํารวจ กฎหมายระหวา งช้ันเรยี น ¡ÒÃàÃèÔÁµŒ¹ ¡Ã³Õ¼ÙŒàÊÂÕ ËÒÂà਌§¤ÇÒÁµ‹ÍµÒí ÃǨ µÒí ÃǨÊͺÊǹ¤´Õ @ มมุ IT ¢Í§¡Ãкǹ¡ÒÃÂµØ Ô¸ÃÃÁ·Ò§ ศึกษาคน ควาขอมลู เพ่ิมเตมิ เกีย่ วกับกระบวนการยุตธิ รรม ไดท ี่ ÍÒÞÒã¹ÈÒŪ¹éÑ µ¹Œ http://www.lks.ac.th ÍÂÑ ¡ÒÃÊè§Ñ ¿‡Í§¼ŒÙµŒÍ§ËÒ ÍÂÑ ¡ÒáÅè¹Ñ ¡Ãͧ¤´Õ àʹÍàËç¹ÊÁ¤ÇÃʧÑè ¿Í‡ § ʧ‹ Êíҹǹä»ÂѧÍÂÑ ¡Òà ʋ§¿‡Í§ ÈÒŪéѹµ¹Œ ÈÒÅÃºÑ ¿‡Í§ààÅдíÒà¹¹Ô ¡Òà ÈÒžԨÒóҤ´àÕ àÅÐÁÕ¤Òí ਌Ò˹Ҍ ·èÕÃÒª·Ñ³±´íÒà¹Ô¹ ¾Ô¨ÒóҤ´ÕÊº× ¾ÂÒ¹ ¾Ô¾Ò¡ÉÒŧâ·É ¡ÒõÒÁ¤Òí ¾Ô¾Ò¡ÉÒ ¨Òí àÅÂÊÒÁÒöÁ¤Õ íÒÍ·Ø ¸Ã³ä»ÂѧÈÒÅÍ·Ø ¸Ã³à àÅÐÈÒŮաҵÒÁÅíÒ´ºÑ ๑๘ 18 คูมือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Expand Engage Evaluate การเร�มิ ตน ของกระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญาในกรณ�ผูเสยี หายฟอ งคดีตอ ศาล อธิบายความรู ¡ÒÃàÃÔèÁµ¹Œ ¡Ã³¼Õ ŒÙàÊÕÂËÒ¿‡Í§¤´Õµ‹ÍÈÒÅ ÈÒŨÐÊèѧäµÊ‹ ǹÁÙſ͇ § ใหน กั เรียนยกตวั อยางกรณศี ึกษา ซง่ึ อาจเปนเหตุการณจริงหรือเปน ¢Í§¡Ãкǹ¡ÒÃÂØµÔ¸ÃÃÁ·Ò§ เหตุการณส มมติ ทน่ี ักเรยี นคิดขึ้นท่ี เกยี่ วกบั การเร่ิมตน ของกระบวนการ ÍÒÞÒã¹ÈÒÅªÑ¹é µŒ¹ ทางอาญา แลวเขียนบนั ทึกเร่อื งราว และนาํ มาอภิปรายหนา ช้ันเรียน ÈÒžԨÒóҤ´Õ ¤´ÕÁÕÁÅÙ ¤´ÕäÁÁ‹ ÁÕ ÙÅ ขยายความเขา ใจ Ê׺¾Âҹ⨷¡ ãËÈŒ ÒÅ ÈÒž¾Ô Ò¡ÉÒ ÈÒžԨÒóҤ´Õ »ÃзºÑ ¿Í‡ § นักเรยี นนาํ ประเดน็ กระบวนการ Ê׺¾ÂÒ¹¨íÒàÅ ¡¿Í‡ § เร่มิ ตนทางอาญามาวเิ คราะหเพื่อ ÈÒÅÁÕ¤Òí ¾Ô¾Ò¡ÉÒ หาจดุ เดน จดุ ดอ ย จากนน้ั แสดง ŧâ·É¨Òí àÅ ความคดิ เหน็ ภายในกลุม แลว จดั ทาํ ਌Ò˹ŒÒ·èÕÃÒª·³Ñ ± รายงานขอสรปุ สง ครู ´Òí à¹¹Ô ¡ÒõÒÁ¤íÒ¾¾Ô Ò¡ÉÒ นักเรยี นควรรู ⨷¡áÅШíÒàÅÂÊÒÁÒÃ¶Í·Ø ¸Ã³¤íÒ¾¾Ô Ò¡ÉÒä»ÂѧÈÒÅÍ·Ø ¸Ã³áÅÐÈÒŮաҵÒÁÅÒí ´Ñº ศาลฎีกา เปนศาลยตุ ธิ รรมช้นั กระบวนการยตุ ธิ รรมทางอาญา เรมิ่ จากเมอ่ื มผี เู สยี หายหรอื ผมู อี าํ นาจจดั การแทนผเู สยี หาย สงู สดุ มีเขตอาํ นาจท่ัวราชอาณาจักร ไปรอ งทกุ ขห รอื แจง ความตอ ตาํ รวจหรอื เจา หนา ทขี่ องรฐั ใหด าํ เนนิ คดกี บั ผกู ระทาํ ความผดิ ตาํ รวจ มีอํานาจพจิ ารณาพพิ ากษาบรรดาคดี จะเปน เจา หนา ทชี่ น้ั ตน ทรี่ บั ผดิ ชอบในการดาํ เนนิ คดอี าญา ตาํ รวจจะรบั แจง ความ จบั กมุ ผตู อ งสงสยั ท่อี ุทธรณคําพพิ ากษา หรือคาํ สงั่ ของ คน ตวั บคุ คลและสถานที่ ควบคมุ ผตู อ งหาระหวา งสอบสวน สอบสวนผตู อ งหา ผเู สยี หาย และพยาน ศาลอุทธรณ และศาลอุทธรณภ าค เตรยี มพยานหลกั ฐานตา งๆ แลว ทาํ ความเหน็ ตามสาํ นวนวา ควรสง่ั ฟอ งหรอื ไมค วรสงั่ ฟอ งผตู อ งหา ภายใตเ งื่อนไขของกฎหมาย วา ดว ย ตอ จากนน้ั สง สาํ นวนการสอบสวนไปยงั พนกั งานอยั การในกรณที เ่ี สนอความเหน็ ควรสงั่ ฟอ ง พรอ ม การฎีกา และมีอาํ นาจพจิ ารณา ทง้ั สง ตวั ผตู อ งหา เวน แตผ ตู อ งหานนั้ ถกู ขงั อยแู ลว ตอ จากนน้ั พนกั งานอยั การซง่ึ เปน เจา หนา ทข่ี อง พพิ ากษาคดี ท่อี ุทธรณค ําพพิ ากษา รัฐ จะพิจารณากล่ันกรองดูตามหลักฐานในสํานวนการสอบสวน และถาเห็นสมควรสั่งฟองก็จะ หรอื คาํ สง่ั ของศาลชนั้ ตน โดยตรงตอ ดําเนินการฟอ งผูตอ งหาตอ ศาล โดยถือวาพนกั งานอยั การมอี าํ นาจหนาทใี่ นการดําเนนิ คดใี นนาม ศาลฎกี า ไมต อ งผา นศาลอทุ ธรณห รอื ของรฐั ทําหนาท่เี ปน โจทก เปรยี บเสมอื นเปนทนายของแผน ดิน ในกรณีท่ผี ูเสยี หายไมประสงคจ ะ ศาลอุทธรณภ าคตามกฎหมายเฉพาะ ใหเ จาหนา ที่ดาํ เนินการให ผเู สยี หายก็อาจดําเนนิ การฟองรองคดีเองได @ มุม IT ๑๙ ศกึ ษาคน ควา ขอมูลเพมิ่ เติม เก่ียวกับศาลอทุ ธรณ ไดที่ http://www.coj.go.th คูม อื ครู 19
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Expand Engage Evaluate สาํ รวจคนหา (ยอจากฉบับนกั เรยี น 20%) นกั เรียนคน หาขาวจากส่อื ตางๆ ในคดีอาญาน้ัน เม่ือผู้ต้องหาหรือจ�าเลยมีความประสงค์จะต่อสู้คดีก็จะปรึกษาทนายความ ท่ีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนกระทํา เพื่อให้ค�าแนะน�าปัญหาข้อกฎหมาย ข้อขัดแย้งทางกฎหมาย เป็นท่ีปรึกษาในการต่อสู้คดี ความผิด แลวนํามาเลาใหเ พ่ือนฟง ตามค�ากลา่ วหาของโจทก ์ ซ่ึงเป็นไปตามข้นั ตอนของกระบวนการยตุ ธิ รรม หนาชน้ั เรียน ผู้พิพากษาจะท�าหน้าที่ในการพิจารณาคดี มีการสืบพยานทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจ�าเลย เมือ่ ศาลมีค�าพิพากษาให้จา� คกุ หรือประหารชีวติ เจา้ หนา้ ทรี่ าชทัณฑก์ จ็ ะดา� เนินการให้เป็นไปตาม อธิบายความรู คา� พพิ ากษาของศาล เจา้ หนา้ ทรี่ าชทณั ฑจ์ ะเขา้ มาเกยี่ วขอ้ งกบั กระบวนการยตุ ธิ รรมตง้ั แตก่ อ่ นศาล พิจารณาคดี ระหว่างการพิจารณาคดี และภายหลังที่ศาลพิพากษาคดีแล้ว กล่าวคือเจ้าหน้าท่ี นกั เรียนรวมกันศึกษาลักษณะ ราชทัณฑ์จะท�าหน้าท่ีควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือจ�าเลยไว้ในระหว่างการด�าเนินคดี ในกรณีท่ีศาลไม่ การกระทาํ ความผิดของเดก็ และ อนุญาตใหม้ กี ารประกันตัวผูต้ อ้ งหาหรือจา� เลย เยาวชนรวมถึงการรบั โทษ แลว นาํ ส่งิ ในคดีอาญาน้ัน หากตัวผู้เสียหายต้องการจะเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการเพื่อฟ้อง ที่ศึกษามารวมกนั อภปิ รายในกลุม ผู้ต้องหาต่อศาล ก็สามารถแต่งต้ังทนายความในการด�าเนินการต่อสู้คดีโดยเป็นโจทก์ร่วมกับ พนกั งานอยั การได้ ขยายความเขา ใจ เรอื่ งนา่ รู้ จากการอภปิ รายในกลมุ ใหน กั เรยี น เมื่อเด็กและเยาวชนกระทา� ความผดิ แสดงความคิดเห็นถึงความเหมาะสม ในกรณีทผ่ี ้กู ระทำ� ควำมผดิ เป็นเด็กและเยำวชน กฎหมำยกไ็ ดแ้ บ่งกำรกระทำ� ควำมผิดเอำไว้ โดยจ�ำแนกตำม ในกระบวนการลงโทษเดก็ และเยาวชน อำยุของเดก็ และเยำวชน ดงั นี้ และชวยกนั เสนอแนะสิง่ ทีเ่ ปน ๑. เดก็ อำยไุ ม่เกนิ สบิ ปี กระท�ำควำมผิด เด็กไม่ตอ้ งรบั โทษเลย ประโยชน แลว จัดทําเปนบันทึก ๒. เด็กอำยุกว่ำสิบปี แต่ยังไม่เกินสิบห้ำปี กระท�ำกำรอันกฎหมำยบัญญัติเป็นควำมผิด เด็กนั้นก็ไม่ต้อง ขอสรุปประจาํ กลมุ รบั โทษเชน่ กนั แต่กฎหมำยใหอ้ �ำนำจศำลท่ีจะด�ำเนนิ กำร ดงั นี้ นกั เรียนควรรู ๒.๑ ว่ำกล่ำวตักเตือนเด็กน้ันแลว้ ปล่อยตัวไป ๒.๒ ถ้ำศำลเห็นว่ำบิดำ มำรดำ หรือผู้ปกครองสำมำรถดูแลเด็กนั้นได้ ศำลจะมีค�ำสั่งมอบตัวเด็กน้ัน พนักงานอัยการ มอี ํานาจหนา ที่ ให้แก่บิดำ มำรดำ หรือผ้ปู กครองไปโดยวำงขอ้ ก�ำหนดใหบ้ ิดำ มำรดำ หรอื ผู้ปกครองระวังเดก็ นน้ั ไมใ่ หก้ ่อเหตุรำ้ ย ตามที่กฎหมายบัญญตั ไิ ว ดงั นี้ ตลอดเวลำทศ่ี ำลกำ� หนด ซงึ่ ตอ้ งไมเ่ กนิ สำมปแี ละกำ� หนดจำ� นวนเงนิ ตำมทเี่ หน็ สมควร ซง่ึ บดิ ำ มำรดำ หรอื ผปู้ กครอง จะต้องชำ� ระต่อศำลไม่เกินคร้ังละหนึง่ หม่นื บำท เมอ่ื เดก็ น้ันก่อเหตุร้ำยข้นึ 1. อํานวยความยตุ ิธรรม ๒.๓ กำ� หนดเง่ือนไขเพ่อื คมุ ควำมประพฤตเิ ด็กน้นั 2. รักษาผลประโยชนข องรฐั ๒.๔ มอบตัวเด็กนั้นให้อยู่กับบุคคลหรือองค์กำรที่ศำลเห็นสมควร เพื่อดูแล อบรม และสั่งสอนตำม 3. คุม ครองสิทธิและเสรภี าพของ ระยะเวลำทีศ่ ำลก�ำหนดก็ได้ในเมือ่ บคุ คลหรอื องค์กำรน้นั ยนิ ยอม ประชาชน ๒.๕ ส่งตัวเด็กน้ันไปยังโรงเรียน หรือสถำนฝึกและอบรม หรือสถำนท่ีซึ่งจัดต้ังขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก 4. หนาทอ่ี น่ื ตามท่ีกฎหมายบัญญัติ ตลอดระยะเวลำทศี่ ำลกำ� หนด แตอ่ ยำ่ ใหเ้ กนิ กว่ำท่ีเดก็ นน้ั จะมีอำยคุ รบสิบแปดปี ๓. เยำวชนอำยกุ วำ่ สบิ หำ้ ปี แตต่ ่ำ� กวำ่ สบิ แปดปี กระทำ� กำรอนั กฎหมำยบญั ญตั เิ ปน็ ควำมผดิ ใหศ้ ำลพจิ ำรณำ @ มมุ IT ถึงควำมรู้ผิดชอบและสิ่งอ่ืนท้ังปวงเก่ียวกับผู้น้ัน ในอันท่ีจะควรวินิจฉัยว่ำสมควรพิพำกษำลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้ำศำลเห็นว่ำไม่สมควรพิพำกษำลงโทษ ก็อำจใช้วิธีกำรตำมข้อ ๒. หรือถ้ำศำลเห็นว่ำสมควรพิพำกษำลงโทษ ศกึ ษาคน ควา ขอ มลู เพม่ิ เตมิ เกยี่ วกบั กใ็ ห้ลดมำตรำสว่ นโทษท่ีก�ำหนดไวส้ ำ� หรบั ควำมผิดลงกงึ่ หนึ่ง กฎหมาย เด็ก และเยาวชน ไดท ี่ ๔. ผู้ทีอ่ ำยตุ ้งั แต่สิบแปดปี แต่ไมเ่ กนิ ยส่ี บิ ปี กระท�ำกำรอนั กฎหมำยบญั ญัติเป็นควำมผิด ถ้ำศำลเหน็ สมควร http://www.powerjustice.com จะลดมำตรำส่วนโทษท่กี ำ� หนดไว้ส�ำหรบั ควำมผดิ นั้นลงหนงึ่ ในสำมหรอื ก่ึงหน่ึงกไ็ ด้ 20 20 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explain Expand Evaluate Engage Explore ๒.๓ ความแตกต่างของการกระทา� ความผดิ ทางแพ่งและทางอาญา ขยายความเขาใจ การกระท�าความผิดทางแพ่งและทางอาญามีความแตกต่างกัน โดยสามารถแยกออกเป็น 1. นกั เรียนนาํ ความรูท่ไี ดจ ากการ ประเด็นได ้ ดงั นี้ ศกึ ษาเรื่องกฎหมายแพง และ อาญา มาวิเคราะหพ ิจารณาเพอื่ ประเดน็ คดีแพง่ คดอี าญา นาํ มาใชใ หเ กิดประโยชนตอ การ ดําเนนิ ชีวติ ประจาํ วัน การกระทำา การกระท�าผิดกฎหมายเอกชนที่เป็น การกระท�าผิดกฎหมายซึ่งก�าหนดความ ความผิด ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเอกชนและเอกชนใน สัมพันธ์ ระหว่างเอกชนกับรัฐที่ปกครอง 2. ครูใหนกั เรียนเขียนแสดงความ ทางแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งจะมีการก�าหนด ประชาชนภายในอาณาเขต โดยจะต้องมี คิดเหน็ เก่ียวกับแนวทาง ที่จะ หลักเกณฑ์เอาไว้ในประมวลกฎหมายแพ่ง ตัวบทกฎหมายท่ีเป็นลายลักษณ์อักษร ชว ยใหคนในสงั คมปฏิบัติตาม และพาณชิ ย์ หรอื กฎหมายอื่น แต่ในกรณี ก�าหนดความผิดและโทษไว้อย่างชัดเจน กฎหมายแพงและอาญา ที่ไม่มีตัวบทกฎหมายก�าหนดไว้เป็นลาย- ซงึ่ โทษทจ่ี ะไดร้ บั จะตอ้ งเปน็ โทษทกี่ ฎหมาย ลักษณอ์ กั ษร ศาลสามารถตดั สินข้อพพิ าท ก�าหนดไว้ในขณะกระท�าผิดจะอาศัยจารีต ตรวจสอบผล โดยใช้หลักจารีตประเพณีแห่งท้องถ่ินที่ ประเพณี หลักกฎหมายใกล้เคียง หรือ ใกล้เคยี งอย่างย่ิงมาใชบ้ ังคบั หลักกฎหมายท่ัวไปมาใช้ลงโทษผู้กระท�า ครตู รวจสอบความรคู วามเขาใจ ผิดไมไ่ ด้ ของนักเรียนจากการวิเคราะหแ ละ การเขยี นแสดงความคิดเห็นของ ผลกระทบจาก การกระท�าความผิดน้ันจะมีผลกระทบ การกระท�าผิดนั้นก่อให้เกิดผลเสียหาย นกั เรียน ทเ่ี กย่ี วกับกฎหมายแพง และ การกระทำาผิด ระหวา่ งเอกชนกบั เอกชนคกู่ รณเี ทา่ นน้ั โดย ไม่เพียงแต่เอกชนหรือแต่ละบุคคลเท่าน้ัน อาญา ถอื เปน็ ความเสยี หายตอ่ สว่ นตวั ของเอกชน หากแต่เสียหายต่อความสงบเรียบร้อย หรือแต่ละบุคคล มิได้เป็นการกระทบต่อ รวมถึงความมน่ั คงของสงั คมสว่ นรวม นักเรียนควรรู สังคมส่วนรวม การกระทําความผดิ ลักษณะของโทษท่ี ศาลจะพพิ ากษาใหผ้ แู้ พค้ ดชี า� ระหนเ้ี ปน็ เงนิ ศาลจะพิพากษาให้ผู้กระท�าผิดรับโทษตาม ความผดิ ทางอาญา เปน การกระทาํ จะลงแกผ่ กู้ ระทาำ สง่ มอบทรพั ย์สิน กระท�าการตา่ งๆ หรอื ระดับของการกระท�าผิดภายในขอบเขต ทก่ี อ ใหเกิดผลเสยี หายหรอื เกิดความ ความผิด งดเวน้ การกระท�าอยา่ งหนงึ่ อย่างใดได้ ที่กฎหมายก�าหนดไว้ มี ๕ ระดับ คือ หวาดหวน่ั แกบ ุคคลทัว่ ไป ความผิด ประหารชวี ติ จา� คุก กักขงั ปรบั และริบ ทางอาญาสวนใหญจ ึงถอื วาเปน ทรพั ย์สนิ ความผดิ ตอแผนดนิ หรอื ประขาชน ทว่ั ไป กล่าวสรุปไดว้ า่ ความผิดทางแพง เปนเรอ่ื ง ระหวางเอกชนตอ เอกชนดวยกัน การท่ีจะอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีระเบียบเรียบร้อย สมาชิกในสังคมจะต้องเคารพ ไมม ผี ลเสียหายตอ สงั คมแตอ ยา งใด และปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ฝ่าฝืน ละเมิด ซึ่งท้ังกฎหมายแพ่งและอาญาต่างก็มีลักษณะ การกระท�าผิดและมีบทลงโทษส�าหรับผู้ท่ีฝ่าฝืนแตกต่างกันไป สิ่งที่ส�าคัญคือเราจะต้อง @ มุม IT ตระหนกั ถงึ ความสา� คญั ของกฎหมายและปฏบิ ตั ติ ามอยา่ งเครง่ ครดั จงึ จะทา� ใหส้ งั คมอยรู่ ว่ มกนั ได้อยา่ งมีความสขุ ศกึ ษาคน ควา ขอ มลู เพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั การรับผิดทางแพง และอาญา ไดท ี่ ๒1 http://www.dean-lawkku.com คูมือครู 21
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explain Engage Explore Expand Evaluate เกร็ดแนะครู (ยอ จากฉบบั นกั เรยี น 20%) (แนวตอบ คําถามประจําหนว ย ¤Ó¶ÒÁ»ÃШÓ˹Nj ¡ÒÃàÃÂÕ ¹ÃÙŒ การเรยี นรู ๑ ในชีวิตประจําวนั ของนกั เรียนจะตองเก่ียวขอ งกบั กฎหมายประเภทใดบาง จงยกตวั อยาง 1. ในชีวติ ประจาํ วัน เรามักมี ๒ ลกั ษณะสําคัญของกฎหมายอาญาเปนอยางไร ความเกยี่ วของกบั กฎหมายแพง ๓ การกระทําความผิดทางแพง และอาญาแตกตา งกันอยางไร และพาณิชย เชน การซ้อื รถ ซอ้ื บา น ๔ กฎหมายแพงและพาณิชย และกฎหมายอาญามีความสําคัญตอการดําเนินชีวิตในสังคม 2. เปน กฎหมายทม่ี กี ารกําหนด อยางไร วาการกระทาํ ใดผิด และความผดิ นน้ั ๕ หากในสงั คมไมมกี ฎหมายบงั คบั ใชจ ะสง ผลอยางไรบา ง มีบทลงโทษทางอาญาทช่ี ดั เจน ๖ พนักงานฝา ยปกครองหรือตาํ รวจ ตามประมวลวธิ พี จิ ารณาความอาญาไดแ กบคุ คลใดบาง 3. การกระทําความผดิ ทางแพง ¡Ô¨¡ÃÃÁÊÃÒŒ §ÊÃä¾ Ѳ¹Ò¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ เปน ลักษณะของความสัมพนั ธ ระหวา งเอกชนกบั เอกชน สวนการ กจิ ก๑รรมท่ี นกั เรียนแบงกลุม กลุมละ ๕ คน คน ควาขา วทีเ่ กีย่ วกับการกระทําผิด กระทาํ ความผิดทางอาญาเปน ทางแพงและทางอาญาและวิเคราะหลักษณะของการกระทําความผิด ลักษณะความสมั พันธร ะหวา งเอกชน กจิ กรรมที่ และการรับผิด กบั รัฐ นักเรียนจัดปายนิเทศตัวอยางท่ีเก่ยี วกับการกระทําความผิดทางแพง ๒ หรอื ทางอาญา 4. ทัง้ กฎหมายแพงและอาญาตา ง นักเรียนศึกษาความรูเก่ียวกับกฎหมายแพงและกฎหมายอาญา ก็มคี วามสาํ คญั ในลกั ษณะของการ กิจกรรมที่ จากบุคคลท่ีมีความรูในแหลงเรียนรูตางๆ เชน สถาน�ตํารวจ ศาล เปน ระเบียบหรอื ขอบังคบั ซึง่ ถาหาก สํานกั งานอยั การสงู สดุ สาํ นักงานทนายความ เปนตน สมาชกิ ของสงั คมปฏิบตั ติ ามอยาง ๓ เครง ครดั กจ็ ะชวยใหอ ยรู วมกนั อยาง มีความสุข 5. สังคมจะไรความเปนระเบยี บ เกิดความวนุ วายไมสงบสขุ 6. พนกั งานฝายปกครอง เชน ผวู า ราชการจังหวดั นายอําเภอ ปลดั อาํ เภอ กํานนั ผใู หญบาน มอี าํ นาจหนาทใี่ นการสอบสวน จบั กมุ ปองกัน ปราบปรามผูกระทาํ ผดิ สวนตาํ รวจ มีหนาท่สี บื สวน จับกมุ สอบสวน เปรียบเทยี บปรบั แตไมม ีอํานาจหนา ที่ในการจับกมุ หรือควบคมุ บุคคลทีท่ าํ ความผดิ ทางแพง) หลกั ฐาน ๒๒ แสดงผลการเรยี นรู รายงานเก่ียวกบั แนวทางปองกัน ตนเอง ไมใหกระทําผิดทางแพงและ อาญา 22 คูมือครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ๒หน่วยการเรียนรู้ท ่ี เปา หมายการเรยี นรู สทิ ธมิ นษุ ยชน 1. อธบิ ายความหมาย ความสาํ คญั และบทบัญญัตเิ กยี่ วกบั สทิ ธิ มนษุ ยชนได 2. สามารถเขา ไปมสี ว นรว มใน การปกปองคมุ ครองผูอ นื่ ตาม หลักสทิ ธมิ นษุ ยชน 3. เขา ใจบทบาทของหนว ยงาน ทั้งภายในประเทศและ ตา งประเทศ ทีม่ บี ทบาทดาน สทิ ธิมนษุ ยชน ตวั ชี้วดั กระตุน ความสนใจ ● มีสวนรวมในการปกปองคุมครองผูอื่นตาม ครยู กประเด็นทางสงั คมทเี่ ก่ยี วกับ หลักสิทธมิ นุษยชน (ส ๒.๑ ม.๓/๒) สทิ ธิมนุษยชน มาเลาใหน กั เรียนฟง จากนัน้ ใหนักเรียนยกตวั อยา งหลกั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สิทธิมนษุ ยชนที่นกั เรยี นรจู กั คนละ 1 ตัวอยาง ● ความหมายและความสาํ คญั ของสทิ ธมิ นษุ ยชน ● การมีสวนรวมคุมครองสิทธิมนุษยชนตาม เกร็ดแนะครู รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยตามวาระ ครูควรจดั การเรียนรโู ดยให และโอกาสทีเ่ หมาะสม นกั เรยี นทาํ กิจกรรมตอไปน้ี Á¹ÉØ Â· àèÕ ¡´Ô ÁÒã¹Ê§Ñ ¤Á¹¹éÑ ÂÍ‹ ÁÁ¤Õ ÇÒÁᵡµÒ‹ §¡¹Ñ ä» • คน ควา ขอมลู ท่ีเกี่ยวกบั หลกั การ äÁ‹Ç‹Ò¨Ð໚¹°Ò¹Ð àª×éÍªÒµÔ ÈÒÊ¹Ò ¤ÇÒÁ¤Ô´ ¤ÇÒÁàª×èÍ คมุ ครองสทิ ธิมนุษยชน ᵋäÁ‹Ç‹Ò¨ÐÁÕ¤ÇÒÁᵡµ‹Ò§¡Ñ¹à¾Õ§㴠Á¹ØÉ·ء¤¹Â‹ÍÁ ÁÕÊÔ·¸Ô àÊÃÕÀÒ¾ áÅÐÈÑ¡´ÔìÈÃÕ¤ÇÒÁ໚¹Á¹ØÉ «Öè§àÃÕÂ¡Ç‹Ò • รว มกนั แสดงความคดิ เหน็ และ Ê·Ô ¸ÁÔ ¹ÉØ Âª¹ ã¹»¨˜ ¨ºØ ¹Ñ àÃÒ¨Ðà˹ç ä´ÇŒ Ò‹ ÁËÕ ¹Ç‹ §ҹ·§éÑ ÀÒ¤Ã°Ñ ขอเสนอแนะทีเ่ กีย่ วกบั สทิ ธิ áÅÐàÍ¡ª¹·Õ衋͵éѧ¢éÖ¹à¾è×Í·íÒ˹ŒÒ·èÕ»¡»‡Í§ ¤ØŒÁ¤ÃͧÊÔ·¸Ô มนุษยชน Á¹ØÉª¹ ໚¹¡Òê‹ÇÂãËŒÁ¹ØÉÂÁդسÀÒ¾ªÕÇÔµ·Õè´Õ¢Öé¹áÅÐ Í‹ÃÙ Ç‹ Á¡¹Ñ ä´ŒÍÂÒ‹ §Ê¹Ñ µÔÊØ¢ • มสี ว นรวมทาํ กิจกรรมทีส่ งเสริม หลกั สทิ ธมิ นุษยชน คูม ือครู 23
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate กระตนุ ความสนใจ (ยอ จากฉบับนักเรียน 20%) ครูนาํ ขาวเกี่ยวกับการละเมดิ สิทธิ ๑. ความหมายและความสำคัญของสิทธิมนุษยชน มนษุ ยชนในดา นตา งๆ เชน การละเมดิ สิทธิเด็ก การละเมดิ สิทธิสตรี มาให ๑.๑ ความหมายของสทิ ธมิ นษุ ยชน นกั เรียนศกึ ษา จากนน้ั ต้งั คาํ ถาม เชน การละเมดิ สิทธิมนุษยชน แนวความคดิ เรื่อง สทิ ธิมนษุ ยชน ไดถ้ กู น�ามาใชเ้ ปน็ กลไกหนง่ึ ใน “กฎบัตรสหประชาชาติ” ตามขาว สงผลเสียตอ ตนเอง สงั คม (พ.ศ. ๒๔๘๘) เพ่ือปกป้องคุม้ ครองมใิ ห้เกดิ โศกนาฏกรรมซ้า� ขน้ึ มาอกี หลงั จากท่ีมนุษยชาติตอ้ ง และประเทศชาติอยา งไร และเรามี สงั เวยชีวติ ไปจ�านวนมหาศาลกว่า ๕๐ ล้านคน ในชว่ งสงครามโลกครงั้ ท ่ี ๒ แนวทางอยา งไรท่จี ะลดการละเมดิ คา� ว่า สิทธิมนษุ ยชน จงึ ปรากฏอยใู่ นค�าปรารภ ความมุ่งหมาย และหลักการของกฎบัตร สทิ ธิมนษุ ยชน สหประชาชาติหลายมาตราท่ีรัฐสมาชิกองค์การสหประชาชาติได้ให้การรับรองไว้ เช่น ในความ มงุ่ หมายประการหนึ่ง คือ “เพอื่ ทา� การรว่ มมือระหว่างประเทศในอันท่ีจะแกป้ ัญหาระหวา่ งประเทศ สาํ รวจคนหา ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และมนุษยธรรม และสง่ เสริมสนับสนนุ การเคารพสทิ ธิมนุษยชน” อยา่ งไรกต็ าม แมก้ ฎบตั รสหประชาชาตไิ ดก้ ลา่ วถงึ สทิ ธมิ นษุ ยชนไวใ้ นหลายมาตรา แตม่ ไิ ด้ ครูใหนกั เรียนไปคนควาหาความ ให้ความหมายของคา� ว่าสทิ ธมิ นุษยชนไว้ หมายของคาํ วา สิทธิมนุษยชน จาก ในเวลาต่อมาเมื่อมีค�าประกาศ “ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” แหลงขอมูลตางๆ เชน หอ งสมุด (พ.ศ. ๒๔๙๑) ซง่ึ ถอื วา่ เปน็ เอกสารแมบ่ ทของสทิ ธมิ นษุ ยชน กม็ ไิ ดใ้ หค้ วามหมายคา� วา่ สทิ ธมิ นษุ ยชน อนิ เทอรเนต็ จากนั้นใหนักเรยี นนํา ไว้แต่ประการใด มาแสดงและแลกเปลย่ี นกันศึกษา ปฏญิ ญาสากลฯ จดั ไดว้ า่ เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ขิ องสทิ ธมิ นษุ ยชน โดยมสี ทิ ธ ิ เสรภี าพ ทสี่ า� คญั ของมนุษย์ระบุไว้ เช่น สิทธิต่อชีวิต เสรีภาพและความปลอดภัยของบุคคล ความเสมอภาค นักเรียนควรรู การศึกษา เสรภี าพทางความคดิ มโนธรรมและศาสนา เสรภี าพแหง่ ความคิดเห็น การแสดงออก การมีงานท�า สิทธิการมีส่วนร่วมในรัฐบาลของประเทศตน การแสวงหา และได้รับการล้ีภัยใน กฎบตั รสหประชาชาติ คอื ขอ ตกลง ประเทศอ่ืน เปน็ ต้น ทบี่ รรดาประเทศผูกอ ตงั้ และรวมเปน แนวทางปฏบิ ตั ใิ นปฏญิ ญาสากลฯ นนั้ อาจกลา่ วไดว้ า่ เปน็ การใหค้ วามหมายคา� วา่ สทิ ธมิ นษุ ยชน สมาชิกองคก ารสหประชาชาติ ไดใ ห ไวแ้ บบความหมายกว้างเป็นสา� คญั ส�าหรับให้รฐั สมาชกิ ทใ่ี ห้การรับรองปฏิญญาสากลฯ น�าไปเปน็ สัตยาบันเขา ผูกพัน โดยมีเนื้อหา แนวทางปฏิบตั ิ ซึ่งประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๔๘ ประเทศแรกของโลกทีล่ งคะแนนเสยี งรบั รอง และ เก่ยี วกับวัตถุประสงคแ ละหลักการ ใหค้ วามสา� คญั ตอ่ สิทธิมนุษยชน ตลอดจนกระบวนการดําเนนิ งาน ในรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๐ ไดร้ เิ รมิ่ ใหม้ สี าระสา� คญั ทมี่ งุ่ เนน้ และการบรหิ ารงานตางๆ ของ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของประชาชนชาวไทย และเป็นแนวทางพื้นฐานทางด้านสิทธิมนุษยชน องคการสหประชาชาติ ถือเปน แหง่ ราชอาณาจกั รไทย จนถงึ ปจั จุบนั ดงั เชน่ การออกพระราชบญั ญตั คิ ณะกรรมการสทิ ธมิ นษุ ยชน กฎหมายระหวางประเทศและเปน แหง่ ชาต ิ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยในมาตรา ๓ ไดใ้ หค้ วามหมายวา่ “สทิ ธมิ นษุ ยชน หมายความวา่ ศักดิ์ศรี ตราสาร กอต้งั สถาปนาองคก ารให ความเปน็ มนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รบั การรับรองหรอื คมุ้ ครองตาม เกิดข้ึนอยา งเปน ทางการ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาท่ีประเทศไทยมี พันธกรณีทีจ่ ะตอ้ งปฏบิ ัตติ าม” @ มุม IT 24 ศกึ ษาคนควา ขอมูลเพิม่ เติม เกีย่ วกบั ปฏญิ ญาสากลวาดว ย สิทธมิ นุษยชนแหง สหประชาชาติ ไดท ่ี http://www.mfa.go.th 24 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ๑.2 ความสําคญั ของสิทธิมนุษยชน กระตุนความสนใจ ในยุคปัจจุบัน ทั่วโลกได้ให้ความส�าคัญต่อสิทธิมนุษยชน มีความพยายามที่จะก�าหนด มาตรฐานท่เี กย่ี วกับสทิ ธิมนษุ ยชน เพอ่ื ให้มนษุ ย์ได้รบั การปกปอ้ งและคมุ้ ครองอยา่ งเทา่ เทยี มกนั ครแู ละนกั เรยี นจดั สมั มนากลมุ ยอ ย นอกจากนี้ ยังมีการด�าเนนิ การด้านตา่ งๆ ที่จะช่วยใหป้ ระเทศต่างๆ ในโลกมีการพฒั นาทางด้าน ในเรอ่ื ง ความสาํ คญั ของสทิ ธมิ นษุ ยชน สิทธิมนุษยชนให้ดียิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าเร่ืองสิทธิ ในสงั คมไทย เพอ่ื ใหน กั เรยี นไดร ว มกนั มนุษยชนกลายเป็นประเดน็ ส�าคัญระดับโลก ซงึ่ แสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ดงั กลา ว สามารถสรุปความส�าคัญของสิทธิมนุษยชนได้ ดงั นี้ สํารวจคนหา ๑) มนษุ ยท์ กุ คนไดร้ บั การปฏบิ ตั ิ ใหน ักเรยี นสบื คน ประเดน็ ปญหา ด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกัน มนุษย์มี ทางดา นสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย ศกั ดศิ์ รคี วามเปน็ มนษุ ยแ์ ละความเสมอภาค ซงึ่ วามีปญหาในดานใดบางที่ควรเรง จะต้องได้รับการดูแลจากรัฐอย่างเท่าเทียมกัน แกไ ข ไมม่ ีการแบ่งแยกเช้ือชาต ิ เพศ อายุ และอ่ืนๆ นกั เรียนควรรู ๒) มนษุ ยไ์ ดร้ บั การปฏบิ ตั อิ ยา่ ง มนุษยจําเปนที่จะตองไดรับการพัฒนาตามความสามารถ ยตุ ธิ รรม จะตอ้ งไดร้ บั การพจิ ารณาคดอี ยา่ งเปน็ และทักษะของตนเองอยางเหมาะสม สทิ ธบิ ัตร คอื หนงั สือสําคญั ทีร่ ัฐ ออกใหเ พื่อคมุ ครองการประดษิ ฐ ธรรมจากศาล และต้องได้รับการปฏิบัติอย่าง หรอื การออกแบบผลติ ภัณฑ ท่มี ี เสมอภาคในขัน้ ตอนกระบวนการยตุ ิธรรม ลักษณะตามที่กฎหมายกําหนด เปนสทิ ธพิ ิเศษ ทใ่ี หผูประดิษฐคิดคน ๓) สง่ เสรมิ ใหม้ นษุ ยม์ คี วามเปน อยแู่ ละคณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ขี นึ้ โดยการทไี่ ดร้ บั สทิ ธิ หรือผอู อกแบบผลติ ภัณฑ มสี ทิ ธทิ ี่ ต่างๆ ที่เหมาะสม ไมว่ ่าจะเปน็ สทิ ธิในทรัพย์สนิ สทิ ธิในมาตรฐานการครองชพี สิทธิในการประกนั จะผลติ และจาํ หนายสินคาแตเพียง การว่างงาน สิทธใิ นการรับคา่ จา้ งทเี่ พียงพอตอ่ การยังชีพ สทิ ธิในการเขา้ ถงึ บรกิ ารสาธารณสขุ ท่ีมี ผูเดยี ว ในชวงระยะเวลาหน่ึง ซ่งึ มาตรฐาน สิทธิในการศึกษา การได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์และสิทธิบัตร รวมถึงสิทธิในการเข้า สิง่ ประดษิ ฐท่ีสามารถจดสทิ ธบิ ัตรได รบั การพัฒนาในดา้ นต่างๆ ทจี่ �าเป็นตอ่ การดา� รงชีวติ เปน็ ตน้ จะตองเปนสิ่งประดษิ ฐใหม เปน สิ่งประดษิ ฐทม่ี ีเทคโนโลยีสูงข้ึน ๔) ให้โอกาสแก่ทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ทางสังคม โดยได้รับการ และสามารถนําไปใชในการผลติ สนับสนนุ ใหเ้ ข้าไปมีสว่ นรว่ มในการคดิ แสดงความเห็น หรือการตัดสินใจ ในกจิ กรรมทางสงั คม ทางอตุ สาหกรรม หัตถกรรม เช่น สิทธิในการชมุ นุมทางการเมอื ง สิทธใิ นการเสนอแนวทางแกไ้ ขปญั หาสังคม เป็นต้น เกษตรกรรม และพาณิชยกรรม ๕) ทําให้มนุษย์มีอิสระ เสรีภาพ ในการดําเนินชีวิต โดยทุกคนสามารถท�า @ มมุ IT กิจกรรมตา่ งๆ ทไี่ มข่ ัดตอ่ กฎหมายไดอ้ ยา่ งเสรี เช่น มสี ทิ ธิเสรีภาพในชีวติ และร่างกาย มีเสรีภาพ ทางความคิด ความเช่อื หรอื การนบั ถือศาสนา มีสิทธิเสรีภาพในการเลอื กถิ่นท่อี ยู่ เป็นตน้ ศกึ ษาคนควา ขอมูลเพิม่ เตมิ เกี่ยวกบั สิทธิบตั ร ไดท่ี 2๕ http://www.ipthailand.go.th B พน้ื ฐานอาชพี B ผปู ระกอบการหรือเจา ของธุรกิจตางๆ จําเปน จะตองศกึ ษาหลักสิทธิมนุษยชน เพอื่ ที่จะได นํามาใชเ ปนแนวทางปฏบิ ัตกิ บั ลกู จา ง เพือ่ ใหม ีคณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ีซง่ึ จะสงผลดีตอ ประสทิ ธิภาพ ในการทํางานของบุคลากร คมู ือครู 25
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Engage Expand Evaluate สาํ รวจคน หา (ยอจากฉบบั นกั เรยี น 20%) ครใู หนักเรยี นแบง กลมุ ออกเปน ๖) มนษุ ย์ทกุ คนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มนษุ ย์สามารถแสดงออก 7 กลมุ แลว จบั สลากเลอื กสนธสิ ญั ญา ดานสทิ ธิมนษุ ยชน จากนั้นใหแตละ ในดา้ นต่างๆ ได้อยา่ งเทา่ เทยี ม โดยปราศจากการกีดกัน แต่จะต้องเคารพสิทธขิ องผู้อืน่ กลมุ สืบคนขอมูลเก่ยี วกบั สนธสิ ญั ญา สิทธิมนุษยชนมีความส�าคัญต่อประชากรโลก องค์การสหประชาชาติในฐานะองค์การ ทกี่ ลุม ตนเองจบั สลากได แลว จดั ทาํ ระหว่างประเทศได้ให้ความส�าคัญต่อสิทธิมนุษยชน พยายามเรียกร้องและด�าเนินการจัดท�าสนธิ เปน รูปเลม รายงานสง ครู สัญญาหลักดา้ นสทิ ธมิ นษุ ยชนมาเปน็ ลา� ดบั จา� นวน ๗ ฉบับ ซึง่ มีผลด�าเนินการสา� หรับรฐั สมาชิก สหประชาชาติในปัจจบุ นั ดงั นี้ อธบิ ายความรู สนธิสัญญาดา้ นสทิ ธิมนษุ ยชน ๗ ฉบบั ฉบบั ท่ี ๒ 1. ใหนักเรยี นแตล ะกลุมออกมาสรปุ ฉบับท่ี ๑ ผลการสบื คนขอ มูลของกลมุ และ อนุสญั ญาว่าด้วยการขจัดการเลอื ก ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ใหเ หน็ ถงึ ความ อนุสัญญาวา่ ดว้ ยสิทธิเด็ก ปฏิบัตติ อ่ สตรีในทกุ รปู แบบ จาํ เปนของสนธิสญั ญาแตละฉบบั ฉบบั ท่ี ๓ ฉบบั ที่ ๔ 2. ใหแตล ะกลุมชวยกันตอบคําถาม ดังน้ี กติการะหวา่ งประเทศวา่ ด้วย กติการะหวา่ งประเทศว่าดว้ ยสทิ ธิ • สิทธิมนุษยชนมีความสําคญั ตอ สิทธพิ ลเมอื งและสิทธทิ างการเมือง ทางเศรษฐกจิ สังคม และวฒั นธรรม การดํารงอยูข องมนษุ ยอ ยา งไร (แนวตอบ สิทธิมนษุ ยชนมคี วาม ฉบบั ท่ี ๕ ฉบับท่ี ๖ สําคัญในฐานะท่ีเปนแนวปฏิบตั ิ ของมนุษยทมี่ ตี อกันในฐานะ อนสุ ัญญาวา่ ด้วยการขจัดการเลอื ก อนสุ ญั ญาว่าดว้ ยการตอ่ ตา้ นการทรมาน ของความเปนมนุษย วาเปน ปฏบิ ตั ทิ างเชอื้ ชาติในทกุ รปู แบบ และการปฏิบตั ิหรอื การลงโทษท่ีโหดรา้ ย บคุ คลทีม่ คี ุณคา มปี ระโยชน มศี ักดศ์ิ รี ) ฉบับท่ี ๗ ไร้มนุษยธรรม หรือย�่ายศี กั ด์ศิ รี • สิทธิมนุษยชนมีความสัมพันธ ทเี่ ชือ่ มโยงกับการเมือง อนสุ ัญญาวา่ ดว้ ยสทิ ธขิ องคนพกิ าร การปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอยา งไร ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาแล้วทั้ง ๗ ฉบับ ซ่ึงสะท้อนให้เห็นเจตนารมณ์อย่าง (แนวตอบ สิทธิมนุษยชนเปน ชัดเจนของประเทศที่ร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศระดับสากล ในการส่งเสริมและคุ้มครอง หลกั ประกนั ความเปนมนษุ ย สิทธมิ นุษยชน โดยใน พ.ศ. ๒๕๕๓ ประเทศไทยได้รับเลือกจากประเทศสมาชิกให้ดา� รงตา� แหน่ง ในเร่ืองสิทธเิ สรภี าพ และ “ประธานคณะมนตรสี ทิ ธมิ นษุ ยชนแหง่ สหประชาชาต”ิ ซง่ึ มหี นา้ ทรี่ บั คา� รอ้ งเรยี นจากบคุ คลในเรอ่ื ง ความเทาเทียมกันในสังคม การละเมดิ สิทธิมนุษยชน สอดส่องดูแลกตกิ าสากลเรอื่ งสทิ ธิพลเมืองและการเมอื ง ซึง่ เปน หลกั สําคญั ของ สิทธิมนุษยชนมีความสัมพันธ์ที่เช่ือมโยงกับการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย การปกครองในระบอบ เนอ่ื งจากแนวคดิ และการปฏบิ ตั ดิ า้ นสทิ ธมิ นษุ ยชนเปน็ การวางรากฐานไปสคู่ วามเปน็ ประชาธปิ ไตย ประชาธปิ ไตย) และถือเป็นตัวช้ีวัดความเป็นประชาธิปไตยในแต่ละประเทศ เพราะเมื่อมีสิทธิมนุษยชน ก็จะเกิด ท้ังหน้าที่ของผู้ปกครองหรือรัฐบาล และหน้าท่ีมนุษยชนที่จะต้องเอ้ือเฟื้อเก้ือกูลกันด้วยความ เมตตากรุณา การปลกู ฝังเร่ืองนจ้ี งึ เป็นสิ่งจา� เป็น 26 @ มุม IT ศกึ ษาคน ควา ขอ มลู เพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั สนธสิ ญั ญาหลักสิทธิมนษุ ยชน ไดท่ี http://www.kullawat.net และ http://worrawat.exteen.com 26 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ò. การมÕส‹วนร‹วมãนการ»ก»‡องคุ้มครอง¼Ù้อè×นµามหลักสิทธิ กระตุนความสนใจ มนษุ ยชน ครูต้งั คําถามเกี่ยวกับการมสี วน รวมทางดานสทิ ธิมนษุ ยชนใน เรอ่ื งสทิ ธิมนุษยชนในโลกยุคปจ จุบนั มคี วามเปลย่ี นแปลงไป คอื มิใช่เปน็ ภารกิจของรฐั บาล ประเด็นตอ ไปน้ี ฝ่ายเดียวเทา่ น้นั องค์กรพฒั นาเอกชนและภาคประชาสังคมทางด้านสทิ ธมิ นษุ ยชน ในประเทศและ ตา่ งประเทศไดเ้ ขา้ มามสี ว่ นรว่ มมากขน้ึ โดยมศี กั ยภาพในการดา� เนนิ งานการมสี ว่ นรว่ มขององค์กรฯ • การมสี วนรว มในการปกปอง และภาคประชาสังคม มีศักยภาพพอๆ กับประสิทธิภาพของรัฐบาล ซ่ึงมีอิทธิพลต่อความเห็น คมุ ครองผอู ่นื ตามหลกั สิทธิ ของสาธารณชนมากพอสมควร มนษุ ยชน กอ ใหเ กดิ ผลดอี ยา งไร (แนวตอบ ทาํ ใหส ังคมเกิดความ โดยหลักการแล้ว สิทธิมนุษยชนขึ้นอยู่กับการรับรองหรือการประกันสิทธินั้นโดยกฎหมาย รกั สามัคคี และอยรู ว มกันได หากกฎหมายได้รับการตราไว้อย่างเป็นธรรม และได้รับการปฏิบัติอย่างเที่ยงธรรม ประชาชนก็ อยางมีความสุข) ไมถ่ กู ละเมดิ สทิ ธิไดง้ า่ ย แตท่ ั้งน ี้ ประชาชนควรมสี ่วนรว่ มในการรบั รู้ด้านสทิ ธิมนุษยชน และนา� ไป ปฏิบัติเพ่ือสร้างสรรค์ความดีงามในทุกด้านของชีวิตตามหลักสิทธิมนุษยชน ท้ังทางกายและทาง • ในฐานะที่นกั เรยี นเปนเยาวชน จติ วญิ ญาณ ซงึ่ สงั คมไทยมพี ระพทุ ธศาสนาเปน็ ทนุ ทางสงั คมดา้ นสทิ ธมิ นษุ ยชนอยแู่ ลว้ เชน่ ศลี ๕ คนหนึง่ นักเรียนสามารถมี การแผ่เมตตา การไม่เบียดเบียนผู้อน่ื เป็นต้น สวนรว มในการปกปองคุม ครอง นอกจากนี้ สื่อท้ังหลายก็คอยเฝ้าติดตามบทบาทภาครัฐและภาคประชาสังคมอย่างใกล้ชิด ผูอ่นื ตามหลักสทิ ธิมนษุ ยชนได ซง่ึ ในสว่ นของภาครฐั บาล มบี ทบาท หน้าท่ใี นการส่งเสรมิ หลักสิทธมิ นุษยชน เช่น ค้มุ ครองและ อยางไรบาง พฒั นาเดก็ และเยาวชน สง่ เสรมิ ใหเ้ อกชนและชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาสขุ ภาพและจดั บรกิ าร (แนวตอบ ชว ยสอดสอ ง ดูแล สาธาณสขุ รฐั ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามสนธสิ ญั ญาดา้ นสทิ ธมิ นษุ ยชนทปี่ ระเทศไทยเปน็ ภาค ี เปน็ ตน้ อกี ทง้ั ยงั พฤตกิ รรมท่สี อไปในทางละเมดิ กา� หนดใหม้ อี งคก์ รตามรฐั ธรรมนญู คอื คณะกรรมการสทิ ธมิ นษุ ยชนแหง่ ชาตทิ ม่ี ใิ ชส่ ว่ นราชการบรหิ าร สิทธมิ นุษยชน แลว แจง ใหผทู ่ี รว่ มกบั องคก์ รภาคประชาชน เพอ่ื เปน็ องคก์ รทมี่ อี า� นาจอสิ ระในการปกปอ้ งคมุ้ ครองสทิ ธมิ นษุ ยชน มีหนา ทรี่ ับผิดชอบจัดการ) 2.๑ การมสี ว่ นรว่ ม “รบั ร”ู้ สํารวจคน หา การมีส่วนร่วมรับรู้จะช่วยให้เราทราบถึง สิทธิอันพึงมีของตนเองและผู้อื่น ซึ่งในฐานะท่ี นักเรียนสบื คนขอมูลทเี่ ปน เราเปน็ คนไทย ควรมีสว่ นรว่ มรบั รูส้ ิทธเิ สรภี าพ แนวทางในการชว ยปกปองผูอ ื่น ของตนเองตามท่ีรัฐธรรมนูญก�าหนดไว้ ซ่ึง ตามหลกั สทิ ธิมนษุ ยชนวา มวี ธิ ีหรือ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย มบี ทบญั ญตั ิ แนวทางอยา งไรบา ง จากนนั้ ให ที่ให้ความส�าคัญในเร่ืองสิทธิมนุษยชนโดยแยก นักเรียนนาํ ขอมูลท่หี าได มาศึกษา ออกเป็นส่วนต่างๆ ท่ีเราทุกคนควรมีส่วนร่วม และแลกเปลยี่ นความรรู ว มกัน ในการรับรู้ เพ่ือน�าไปสู่การปฏิบัติอย่างถูกต้อง วิถีชาวพุทธมีแนวคิดและหลักการปฏิบัติท่ีสอดคลองกับ แนวทางดานสิทธิมนุษยชน คือการไมเบียดเบียนตนเอง นักเรียนควรรู และตรงตามเป้าหมายของรัฐธรรมนญู มดี ังน้ี และผอู ่ืน การมสี ว นรวม เปน ส่ิงที่มคี วาม 2๗ สาํ คัญตอ การสงเสริมสิทธิมนุษยชน อยา งมาก ซึง่ คนในสังคมจะตอ งมี ความตระหนักและเห็นความสาํ คญั ของหลกั สิทธมิ นษุ ยชน จึงจะนาํ ไปสู การปฏบิ ัตทิ ี่ถูกตอ ง คมู ือครู 27
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate กระตุนความสนใจ (ยอ จากฉบบั นกั เรียน 20%) 1. ครใู หน ักเรยี นชวยกันยกตัวอยา ง ๑) สทิ ธเิ สรภี าพสว่ นบคุ คล เปน็ การระบถุ งึ สทิ ธเิ สรภี าพทว่ั ไป ซง่ึ เปน็ พน้ื ฐานสา� คญั เกยี่ วกบั สิทธแิ ละเสรภี าพ ทเ่ี กีย่ วขอ งกบั เร่ืองสทิ ธิมนษุ ยชน ที่ประชาชนชาวไทยพงึ มี เช่น บุคคลยอ่ มมสี ทิ ธเิ สรีภาพในชีวติ และรา่ งกาย เสรภี าพในเคหสถาน ตามรัฐธรรมนูญ เพ่อื เปน การ การทรมาน ทารุณกรรม หรอื ลงโทษดว้ ยวธิ กี ารโหดรา้ ยหรอื ไรม้ นษุ ยธรรมจะกระท�ามิได้ แต่การ ตรวจสอบความรูเกยี่ วกับ ลงโทษตามค�าพิพากษาของศาลหรือตามที่กฎหมายบัญญัติ ไม่ถือว่าเป็นการลงโทษด้วยวิธีการ สิทธิมนุษยชนของนกั เรยี น โหดร้ายหรอื ไร้มนุษยธรรม เปน็ ต้น 2. ครูอธบิ ายใหนักเรยี นทราบถึง ๒) สิทธิในความเท่าเทียมกัน ประชาชนชาวไทยทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพและ ความสําคญั ของการมสี วนรว ม รบั รู เพอื่ ใหทราบถึงประโยชนใ น ได้รบั ความค้มุ ครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสทิ ธิเท่าเทียมกนั การเลือกปฏบิ ัติ การปกปอ งสิทธิของตนเอง และมี โดยไมเ่ ปน็ ธรรมต่อบุคคล ไมว่ า่ ด้วยเหตคุ วามแตกต่างในเรือ่ งถิ่นก�าเนดิ เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สว นรวมในการปกปองคุมครอง ความพกิ าร สภาพทางกายหรอื สขุ ภาพ สถานะของบคุ คล ฐานะทางเศรษฐกจิ หรอื สงั คม ความเชอ่ื ผอู ่นื ตามหลักสทิ ธิมนุษยชน ทางศาสนา การศกึ ษาอบรม หรอื ความคดิ เหน็ ทางการเมอื ง อนั ไมข่ ดั ตอ่ บทบญั ญตั แิ หง่ รฐั ธรรมนญู หรือเหตุอ่ืนใดไมส่ ามารถท�าได้ สาํ รวจคนหา ๓) สทิ ธใิ นกระบวนการยตุ ธิ รรม เชน่ บคุ คลไมต่ อ้ งรบั โทษอาญา เวน้ แตไ่ ดก้ ระทา� นกั เรยี นแบงกลุมแลวเลอื กศกึ ษา คนควาสทิ ธเิ สรภี าพของชนชาวไทย การอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาท่ีกระท�าน้ันบัญญัติเป็นความผิดและก�าหนดโทษไว้ และโทษที่จะ กลมุ ละ 1 ดา น จากนั้นจัดทําเปน ลงแก่บุคคลน้ันจะหนักกว่าโทษที่ก�าหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาท่ีกระท�าความผิดมิได้ รูปเลม รายงานนาํ สงครู ในคดีอาญาจึงต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจ�าเลยไม่มีความผิดไม่ได้ ดังน้ันก่อนมี คา� พพิ ากษาอนั ถงึ ท่ีสดุ แสดงวา่ บคุ คลใดได้กระทา� ความผดิ และหา้ มปฏบิ ัตติ อ่ บคุ คลน้ันเสมอื นเปน็ อธบิ ายความรู ผู้กระท�าความผิด 1. ครูสุมนกั เรยี นออกมาอธิบายสรุป ๔) สิทธิในทรัพย์สิน เช่น สิทธิของบุคคลในทรัพย์สินย่อมได้รับการคุ้มครอง เร่อื งที่ศกึ ษาหนาชั้นเรียน 2-3 กลมุ แตละกลมุ ชวยกันเพมิ่ เตมิ ในส่ิงที่ ขอบเขตแห่งสิทธิและการจ�ากัดสิทธิเช่นว่านี้ย่อมเป็นไปตามท่ีกฎหมายบัญญัติ การสืบมรดก เพ่ือนขาด ย่อมได้รบั ความคุ้มครอง สิทธขิ องบคุ คลในการสืบมรดกย่อมเป็นไปตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ 2. ครถู ามคาํ ถามใหน ักเรยี นชว ยตอบ ๕) สิทธิและเสรีภาพในการ ในประเดน็ ตอ ไปนี้ ประกอบอาชีพ เช่น บุคคลย่อมมีเสรีภาพใน • นกั เรยี นมแี นวทางในการ ปกปองสทิ ธมิ นุษยชนของ การประกอบอาชีพและมีสิทธิได้รับหลักประกัน ตนเองอยางไร ความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการท�างาน (แนวตอบ นกั เรยี นควรศกึ ษาให รวมทงั้ หลกั ประกนั ในการดา� รงชพี ทงั้ ในระหวา่ ง เขาใจและรบั ทราบวา ตนเองมี การท�างานและเม่ือพ้นภาวะการท�างาน ท้ังนี้ สิทธขิ ้ันพน้ื ฐานอะไรบาง เชน ตามทีก่ ฎหมายบญั ญตั ิ สทิ ธิในชีวิตและรา งกาย สทิ ธิในการนับถือศาสนา) ๖) สิทธิในข้อมูลข่าวสารและ การร้องเรียน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ได้รับหลัก ไทยไดบ้ ญั ญตั ไิ วอ้ ยา่ งชดั เจนวา่ บคุ คลและชมุ ชน ประกนั ในความปลอดภยั ดา้ นการทา� งาน และการดา� รงชวี ติ ยอ่ มมสี ทิ ธทิ จี่ ะไดร้ บั ทราบและเขา้ ถงึ ขอ้ มลู หรอื 28 นักเรยี นควรรู หลกั ประกนั คือ ส่งิ ท่ปี ระชาชนไดพง่ึ พงิ ยึดถอื เพือ่ ความมนั่ คงในชีวติ โดยทกุ คนในประเทศมีสิทธิท่จี ะไดร บั หลักประกันจากรัฐอยางเทาเทียมกัน 28 คูม ือครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Evaluate Explain Expand Engage Explore ข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ เสนอเรื่องราว อธิบายความรู รอ้ งทกุ ขต์ อ่ หนว่ ยงานของรฐั และไดร้ บั แจง้ ผลการพจิ ารณาโดยรวดเรว็ และสามารถฟอ้ งหนว่ ยงาน ของรัฐให้รบั ผดิ ชอบเนื่องจากการกระทา� หรอื การละเว้นการกระท�าของข้าราชการ พนักงาน หรือ ครสู ุมเลือกนกั เรียนใหอ อกมา ลกู จา้ งของหนว่ ยงานของรัฐ หนาช้ัน จากนนั้ ครูเลือกประเด็นสิทธิ ของชนชาวไทยตามรฐั ธรรมนญู ๗) สิทธิของผู้บริโภคย่อมได้รับความคุ้มครอง บุคคลย่อมมีสิทธิร่วมกันจัดต้ัง ดา นใดดา นหน่งึ แลว ใหน กั เรยี น อธิบายความเขาใจ องค์กรของผู้บริโภคเพื่อคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค และผู้บริโภคมีสิทธิร่วมกันจัดตั้ง องค์กรท่ีมีความเป็นอิสระ เพื่อให้เกิดพลังในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค โดยได้รับ ขยายความเขาใจ การสนบั สนุนจากรฐั ใหน ักเรยี นทําผงั ความคดิ ๘) สิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ บุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับบริการ โดยนําเสนอถึงการปฏบิ ตั ิตนหรือ การกระทาํ ตา งๆ ของนกั เรยี น สาธารณสขุ ของรฐั โดยไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย รวมไปถงึ บคุ คลซง่ึ มอี ายเุ กนิ หกสบิ ปแี ละไมม่ รี ายไดเ้ พยี งพอ ทแ่ี สดงใหเ หน็ ถงึ สทิ ธติ ามรฐั ธรรมนญู แกก่ ารยงั ชพี และบคุ คลผยู้ ากไร้ ยอ่ มมสี ทิ ธไิ ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื ทเี่ หมาะสมจากรฐั ตามทก่ี ฎหมาย แหงราชอาณาจักรไทย บญั ญตั ิ และบคุ คลยอ่ มมสี ทิ ธไิ ดร้ บั การปอ้ งกนั และขจดั โรคตดิ ตอ่ อนั ตรายจากรฐั โดยไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย นอกจากนย้ี งั มสี ทิ ธขิ องมารดาในชว่ งระหวา่ งกอ่ นและหลงั การคลอดบตุ รยอ่ มไดร้ บั ความคมุ้ ครอง NET ขอ สอบ ป 52 และช่วยเหลอื ตามทกี่ ฎหมายบญั ญัติ ขอ สอบออกเกย่ี วกับลักษณะการ ๙) สทิ ธทิ เี่ กย่ี วกบั ชมุ ชน วฒั ธรรม และสง่ิ แวดลอ้ ม บคุ คลและชมุ ชนยอ่ มมสี ทิ ธิ กระทาํ ทเี่ ปน การละเมดิ สทิ ธมิ นษุ ยชน โดยถามวา การกระทาํ ขอใดเปน การ ในการอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟู หรอื สง่ เสรมิ ภมู ปิ ญั ญา ศลิ ปะ วฒั นธรรม ขนบธรรมเนยี ม และจารตี ประเพณี ละเมิดสิทธิมนษุ ยชน อันดีงามทั้งของท้องถ่ินและของชาติ รวมไปถึงสามารถจัดการบ�ารุงรักษา และใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและย่ังยืนตาม 1. แมคา ช่ังผลไมใ หลูกคา ไมครบ วิธีการท่ีกฎหมายบัญญัติ และเข้าช่ือเพ่ือเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐให้ด�าเนินการใดอันจะ ตามนาํ้ หนักทเ่ี ลอื กซ้อื เป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือชุมชน หรืองดเว้นการด�าเนินการใดอันจะกระทบต่อความเป็นอยู่ อย่างสงบสขุ ของประชาชนหรือชุมชน และได้รบั แจง้ ผลการพจิ ารณาโดยรวดเรว็ ท้งั นห้ี น่วยงาน 2. ตาํ รวจจบั กมุ ผขู บั ขจ่ี กั รยานยนต ของรฐั ตอ้ งพจิ ารณาขอ้ เสนอแนะนนั้ โดยใหป้ ระชาชนทเ่ี กย่ี วขอ้ งมสี ว่ นรว่ มในการพจิ ารณาตามวธิ กี าร ที่ไมสวมหมวกกันนอ็ ค ทกี่ ฎหมายบัญญัติ และมสี ทิ ธใิ นระบบสวัสดกิ ารของชมุ ชน 3. นายจา งทบุ ตีลกู จา ง เพ่ือลงโทษ ๒.๒ การมสี ่วนร่วม “ปฏบิ ตั ิ” แทนการหกั คา จาง นอกจากการมสี ว่ นรว่ มรบั รู้ การมสี ว่ นรว่ มปฏบิ ตั กิ ม็ คี วามสา� คญั เชน่ กนั เพราะถา้ หากคนใน 4. ผจู ดั การโรงเรียนเอกชนใหครู สังคมมีส่วนร่วมในการรับรู้เพียงอย่างเดียว การปกป้องคุ้มครองทั้งตนเองและผู้อ่ืนตามหลัก ออกจากงานเนื่องจากขาดงานบอ ยๆ สิทธิมนุษยชนก็ไม่เกิดผล การมีส่วนร่วมปฏิบัติท่ีจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม สามารถทา� ได้ หลายวธิ ี ดังน้ี (วิเคราะหค าํ ตอบ เมื่อพิจารณาจาก คาํ ถามจะพบวา การทุบตลี ูกจางนนั้ ๑) การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น คือ การที่คนในสังคมต่างแสดง ขดั กับหลกั การสทิ ธิมนษุ ยชน คาํ ตอบท่ีถกู ตอ ง คอื ขอ 3) ความคิดเหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล อกี ท้ังยอมรับฟังความคิดเห็นของผ้อู ืน่ เพื่อให้ได้แนวทางเสริมสรา้ ง คุณค่าของชีวิตและชุมชน โดยไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ และปกป้องรักษาสิทธิ @ มุม IT เสรภี าพ เกียรตยิ ศ ชื่อเสยี ง สิทธใิ นครอบครวั หรือความเป็นอยู่สว่ นตวั ของบุคคลอ่ืน ศึกษาคนควาขอ มลู เพมิ่ เติม ๒9 เกี่ยวกบั การมสี วนรว มของประชาชน ไดท ่ี http://www.pcd.go.th นักเรียนควรรู คมู อื ครู 29 ชมุ ชน คือ สวนยอยสว นหนงึ่ ของสังคมแมว าจะเปนสว นเลก็ ๆ แตถ อื เปน สว นทีส่ ําคัญ การท่ี สมาชกิ ในชมุ ชนมีสว นรว มในกิจกรรมชมุ ชนตา งๆ เชน การพัฒนาชุมชน การรกั ษาเอกลกั ษณ ของชมุ ชน เปน ส่งิ ที่จะชวยทาํ ใหช ุมชนเขม แขง็ สังคมกจ็ ะอยูร วมกันอยา งมคี วามสุข ซ่ึงถอื เปน สทิ ธิอยางหน่ึงของคนในชุมชน
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate สาํ รวจคนหา (ยอจากฉบับนักเรยี น 20%) นักเรียนสํารวจเพอ่ื นในหอง ๒) การมีส่วนร่วมช่วยเหลือผู้ยากไร้ แม้ว่าบุคคลจะมีความแตกต่างกันเพียงใด หรอื บุคคลรอบขา ง ทมี่ ีพฤตกิ รรมที่ ถอื ไดว า เปน ผมู สี ว นรวมปฏิบตั ใิ น แต่ทุกคนย่อมมศี กั ดศ์ิ รคี วามเปน็ มนษุ ยเ์ ท่าเทียมกนั โดยเฉพาะอย่างย่งิ ผ้ยู ากไร ้ ผพู้ ิการ ผสู้ ูงอาย ุ การปกปอ งคุมครองผูอืน่ ตามหลัก ผู้อยู่ในสภาวะยากล�าบาก และผู้ด้อยโอกาส ก็จะต้องได้รับสิทธิต่างๆ ตามหลักสิทธิมนุษยชน สิทธิมนษุ ยชน เราสามารถมีส่วนร่วม เชน่ ให้ความช่วยเหลือ เอือ้ อ�านวยความสะดวกตามความเหมาะสม หรือ มสี ่วนรว่ มในการเสนอหรอื ผลักดนั กฎหมายที่จะทา� ให้คณุ ภาพชวี ิตของบุคคลเหล่าน้นั ดีขึ้น อธบิ ายความรู ๓) การมีส่วนร่วมสนับสนุนเด็กและเยาวชน เริ่มต้ังแต่การมีส่วนร่วมสนับสนุน นกั เรียนรวมกนั ประชุมกลุมยอย เพื่อแสดงความคดิ เหน็ ถึงความ ให้เด็กมีสิทธิอยู่รอดและได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา และต้องค�านึงถึง จําเปน ท่คี นในสงั คมจะตอ งมี การมสี ว่ นรว่ มในการทา� กิจกรรมท่ีสรา้ งสรรค์ของเด็กและเยาวชนเปน็ สา� คัญ สวนรว มในการปกปอ งคุม ครองผอู น่ื ตามหลักสิทธมิ นุษยชน ๔) การสร้างความเปนเอกลักษณข์ องชุมชน ชุมชนแตล่ ะแหง่ ตา่ งมีเอกลกั ษณ์ ขยายความเขาใจ ท่ีดีงามเป็นของตนเอง เช่น มีภูมิทัศน์ท่ีสวยงาม มีแนวคิด หรือวัฒนธรรมเฉพาะตัว เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นส่ิงที่มีคุณค่าของชุมชน ดังน้ัน สมาชิกในชุมชนจึงควรมีส่วนร่วมในการ นกั เรยี นชว ยกนั ยกตวั อยา งถึง สร้างเสริม รกั ษา ถา่ ยทอดเอกลกั ษณข์ องชุมชนสู่สาธารณชน และอนรุ ักษส์ บื สานให้คงอยู่ต่อไป ผลดที จ่ี ะเกิดข้นึ จากการทที่ กุ ๆ คน เพราะเป็นสิ่งทีแ่ สดงถึงการเป็นชมุ ชนเข้มแขง็ และมีความสขุ ชว ยกนั ปกปอ งคุมครองผูอ่ืนตาม หลักสิทธมิ นุษยชน แลวเขียนบนั ทึก ๕) การมสี ว่ นรว่ มในการใหค้ วามเมตตา คอื การทค่ี นในสงั คมอยรู่ ว่ มกนั ดว้ ยการ ลงในกระดาษ A4 สง ครู ให้อภัย มีความเอื้ออาทร ไม่เบียดเบียน หรือเอารัดเอาเปรียบผู้อ่ืน มีความเคารพในชาติพันธุ์ นักเรียนควรรู ของบคุ คล ความเคารพในชาตพิ นั ธุ คนในสงั คม ๖) การมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ อาจอยู่ในรูปแบบของการรวมกลุ่มกันจัดต้ังเป็น ทอ่ี ยรู ว มกนั มกั มคี วามแตกตา งกัน ในแตล ะดา น ความแตกตา งใน องค์กรเครือข่ายงาน เพื่อด�าเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ทางด้านสิทธิมนุษยชนด้านต่างๆ เช่น ชาตพิ ันธุก็เปน สิ่งหนึ่งเราจะตอ ง การจัดการฐานทรัพยากรเพื่อความยงั่ ยืน การรวมกล่มุ และการมีส่วนร่วมในการปกครองท้องถ่นิ ใหค วามสาํ คัญ ถงึ แมวาจะมีความ แตกตา งกันแตก ็ตอ งใหค วามเคารพ การควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามหลักการ ซงึ่ กนั ละกัน ถอื เปน การปฏบิ ัตติ าม พัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงการก�าจัดมลพิษท่ีมีผล แนวทางของสทิ ธิมนษุ ยชน ตอ่ สขุ อนามัยชมุ ชน เป็นตน้ อยา งหน่งึ ๗) การประชาสัมพันธ์และ เผยแพร ่ การที่คนในสังคมจะมีความตระหนัก และเห็นความส�าคัญต่อการปกป้องคุ้มครอง ตนเองและผู้อ่ืนตามหลักสิทธิมนุษยชนได้นั้น ส่งิ หนึง่ ทม่ี ีความส�าคัญคอื การชว่ ยกนั เผยแพร่ ขา่ วสารขอ้ มลู ดา้ นสทิ ธมิ นษุ ยชน ทง้ั ในโรงเรยี น กิจกรรมพัฒนาชุมชนเปนลักษณะของการมีสวนรวมอยาง และชุมชน โดยใช้สื่อรูปแบบต่างๆ ให้เป็น สรา งสรรคร ปู แบบหนึ่งทีส่ มาชิกชุมชนควรใหค วามสนใจ ประโยชน์ ๓๐ นักเรียนควรรู ความตระหนัก คือ ความรสู กึ ทเ่ี ห็นคณุ คา ความสําคัญตอการปฏิบตั ใิ นสิ่งตางๆ ซ่งึ ถา หากคนทกุ คนในสงั คมมคี วามตระหนักในการปกปอ งคุมครอง ตนเองตามหลกั สทิ ธิมนุษยชน กจ็ ะทาํ ใหส ังคมไทยมีการพัฒนาทางดา นสิทธมิ นุษยชน 30 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ๓. องคก์ รด้านสิทธมิ นษุ ยชน ๓๑ สาํ รวจคน หา สิทธมิ นษุ ยชนเปน็ หลกั การสากลทท่ี ่ัวโลกก�าลังใหค้ วามสนใจ การเคารพสทิ ธมิ นษุ ยชนจงึ มี ความสา� คญั เหนอื ไปกวา่ การปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑ์ ขอ้ บงั คบั ของสงั คม หรอื กฎหมาย การดา� เนนิ การ นกั เรยี นแบงกลมุ กลุมละ 3-5 คน ดา้ นสทิ ธมิ นษุ ยชนมไิ ดเ้ ปน็ หนา้ ทข่ี องรฐั บาลเพยี งฝา่ ยเดยี วเทา่ นน้ั หากแตเ่ ปน็ หนา้ ทขี่ องหนว่ ยงาน แลว ไปคนควา หาขอมลู ขององคกร องค์กร หรอื กลมุ่ ตา่ งๆ ทางสงั คม ทดี่ ําเนินงานทางดา นสทิ ธมิ นุษยชน จากน้นั นําขอ มูลมาอภปิ รายหนา ช้นั ปัจจุบันองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนท้ังภายในประเทศและต่างประเทศมีอยู่เป็นจ�านวนมาก ใหเ พือ่ นฟง ซง่ึ เข้ามามบี ทบาทและมสี ่วนรว่ มในการคมุ้ ครองสิทธมิ นุษยชน อธิบายความรู ๓.๑ องคก์ รสทิ ธิมนษุ ยชนแห่งชาติ นักเรียนชวยกนั วิเคราะหบ ทบาท ประเทศไทยถือได้วา่ เป็นประเทศหน่งึ ทีเ่ หน็ ความส�าคญั ในเรือ่ งสิทธมิ นษุ ยชน ดงั จะเห็นได้ หนาท่ีสาํ คัญของคณะกรรมการสิทธิ จากการท่มี ีองคก์ รหรือหนว่ ยงานภาครฐั ต่างๆ ท่ีดแู ล รับผิดชอบเก่ยี วกบั สิทธิมนษุ ยชน ดงั น้ี มนุษยชนแหงชาติ แลวจัดทําเปนผงั ความคดิ เพื่อนาํ เสนอหนาชน้ั เรียน ๑) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีอ�านาจหน้าท่ีตามที่รัฐธรรมนูญ NET ขอ สอบ ป 52 บัญญตั ิไว้ เชน่ ๑. ตรวจสอบและรายงานการกระทา� หรอื การละเลยการกระทา� อนั เปน็ การละเมดิ ขอสอบออกเก่ยี วกบั ทม่ี าของ สทิ ธมิ นุษยชน หรืออันไม่เป็นตามพันธกรณรี ะหวา่ งประเทศ คณะกรรมการสิทธมิ นุษยชน ๒. เสนอเร่ืองพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีท่ีเห็นชอบตามที่ แหงชาติ โดยถามวาขอใดกลาว มีผู้รอ้ งเรยี นวา่ บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกระทบต่อสทิ ธิมนุษญชน ถูกตองเก่ียวกบั การแตง ต้งั ๓. เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง ในกรณีท่ีเห็นชอบตามท่ีมี คณะกรรมการสทิ ธิมนษุ ยชน ผู้ร้องเรียนวา่ กฎ คา� สง่ั หรอื การกระท�าอน่ื ใดในทางปกครองกระทบตอ่ สิทธมิ นษุ ยชน แหง ชาตติ ามรัฐธรรมนูญแหง ราช- ๔. ฟอ้ งคดตี อ่ ศาลยตุ ธิ รรมแทนผเู้ สยี หาย เมอื่ ไดร้ บั การรอ้ งขอจากผเู้ สยี หายและ อาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช 2550 เป็นกรณที ี่เหน็ สมควรเพ่อื แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธมิ นษุ ยชนเป็นส่วนรวม 1. พระมหากษตั รยิ ท รงแตงตัง้ ๒) หนว่ ยงานบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ มหี ลายหนว่ ยงานทดี่ แู ล รบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั ตามคาํ แนะนําของวุฒสิ ภา เร่อื งสิทธมิ นุษยชน เช่น 2. รฐั สภาแตง ตงั้ ตามความเหน็ ชอบ กระทรวงพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย ์ ทา� หนา้ ทเี่ กย่ี วกบั การพฒั นาสงั คม ของสภาผูแ ทนราษฎรและวุฒสิ ภา สรา้ งความเปน็ ธรรมและความเสมอภาคในสงั คม การสง่ เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพและความเสมอภาค 3. สภาผแู ทนราษฎรมมี ติแตง ต้งั ในสงั คม การส่งเสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพและความม่นั คงในชีวติ สถาบนั ครอบครวั และชุมชน ตามคาํ แนะนําของคณะกรรมการ สรรหา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร รบั ผิดชอบในการจดั การด�าเนินการ และการให้บรกิ ารทางการ ศกึ ษาสา� หรับสาธารณชน เพ่อื ให้พลเมอื งทุกคนไดร้ บั การศกึ ษาตามสมควรแก่ความสามารถและ 4. คณะรัฐมนตรีมมี ตแิ ตงตงั้ ตาม ฐานะของบคุ คล คําแนะนําของกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมน่ั คงของมนุษย การคมุ้ ครองสทิ ธแิ ละเสรภี าพ รับผดิ ชอบเก่ียวกบั สิทธแิ ละเสรภี าพท่ปี ระชาชนพึงได้ รับตามกฎหมาย โดยการจดั วางระบบและส่งเสริมใหป้ ระชาชนมคี วามรูเ้ กย่ี วกับกรมคุ้มครองสิทธิ (วิเคราะหคาํ ตอบ เมื่อพจิ ารณาจาก และเสรีภาพตลอดจนการด�าเนินการให้พยาน ผู้เสียหาย และจ�าเลยในคดีอาญา ได้รับความคุ้ม คาํ ถามจะพบวา รฐั ธรรมนูญฉบบั ครองชว่ ยเหลอื เยียวยาในเบอื้ งต้น พทุ ธศกั ราช 2550 ไดบญั ญัติเกีย่ วกับ คณะกรรมการสทิ ธมิ นษุ ยชนแหง ชาติ ไวใ นมาตรา 256 และ มาตรา 257 คําตอบที่ถกู ตอง คือ ขอ 1) @ มมุ IT ศกึ ษาคนควา ขอ มูลเพ่มิ เตมิ เก่ียวกับคณะกรรมการสิทธิมนษุ ยชนแหง ชาตติ ามรัฐธรรมนูญ แหง ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2550 ไดท ่ี http://www.nhrc.or.th คมู ือครู 31
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Expand Explore Explain Engage Evaluate สํารวจคนหา (ยอ จากฉบบั นกั เรียน 20%) นักเรียนเลอื กสบื คน องคก รพฒั นา ๓.2 องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสทิ ธิมนุษยชน เอกชนดา นสทิ ธมิ นุษยชน เชน มูลนธิ ิ เดก็ คณะกรรมการรณรงคเ พือ่ สทิ ธิ นอกจากหน่วยงานภาครัฐแล้ว ยังมีหน่วยงานเอกชนท่ีด�าเนินการเก่ียวกับสิทธิมนุษยชน มนุษยชน มูลนธิ เิ พื่อนหญงิ โดยเลือก ในรปู แบบตา่ งๆ ดังน้ี สืบคน คนละ 1 องคกร แลว นาํ ขอ มลู ท่ีไดมาศึกษาโดยละเอียด ๑) มูลนิธิเด็ก เป็นหน่วยงานทางด้านสิทธิมนุษยชนที่มีวัตถุประสงค์หลักในการ อธบิ ายความรู จดั ตง้ั ดังนี้ ๑. ช่วยหลือเด็กด้านปัจจัยพื้นฐาน นกั เรยี นนาํ ความรูท ไ่ี ดจากการ การด�าเนินชีวิต และสวัสดิการต่างๆ ให้เด็กมี ศึกษาเร่ืององคก รพัฒนาเอกชน พฒั นาการทเ่ี หมาะสมทงั้ ทางรา่ งกาย สตปิ ญั ญา ดา นสทิ ธมิ นุษยชน มาอภิปราย และจติ ใจ หนาช้นั เรยี น ๒. ค้นหาทางเลือกทางการศึกษาท่ี เหมาะสม ให้เด็กใช้สิทธิเสรีภาพในการรับฟัง นักเรียนควรรู ความคิดเหน็ ๓. ค้นหางานศิลปะ ดนตรี นิทานที่ มลู นธิ เิ พอื่ นหญงิ กอ ตง้ั ข้นึ เมือ่ สง่ เสริมจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ให้ ปลายป พ.ศ. 2523 ภายใตชือ่ “กลุมเพือ่ นหญิง” ไดร ับการจด เด็กในสังคมจะตองไดรับการฟนฟูทางดานรางกาย และ เดก็ ในสังคม ทะเบียน โดยกรงุ เทพมหานคร มี จิตใจ เพอื่ ใหส ามารถดํารงชวี ติ ในสังคมไดอ ยา งปกตสิ ุข ๔. ช่วยเหลือเด็กท่ีถูกละเมิดสิทธิ บทบาทพทิ ักษสทิ ธิและใหค วามชวย ให้พน้ จากความทุกขท์ รมาน เช่น ถูกทารณุ ถกู ทอดท้ิง การใช้แรงงานทผี่ ดิ กฎหมาย และเปน็ เหลอื สตรีทต่ี กอยูในภาวะวิกฤต เชน โสเภณเี ดก็ ให้มโี อกาสดสี �าหรบั ชวี ิตในอนาคต จากภยั คุกคามทางเพศ ตัง้ ครรภไ ม ๕. สง่ เสริมบทบาทของครอบครวั ให้เปน็ รากฐานท่ีดแี ก่ชวี ติ เดก็ พึงประสงค สามีทอดทงิ้ ทาํ รายทบุ ตี ๖. กระตุ้นเตือนสาธารณชนให้ตระหนักและให้ความส�าคัญในเรื่องการพิทักษ์สิทธิของเด็ก ถูกลอลวงและบังคบั คา ประเวณี และปญั หาเด็กไทย เปนตน นอกจากน ี้ มลู นธิ เิ ดก็ ยงั ไดด้ า� เนนิ การเพอื่ สนบั สนนุ ปฏญิ ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ดก็ ของ องค์การสหประชาชาติ เช่น ช่วยเด็กทุกข์ยากและถูกทอดทิ้งให้มีการพัฒนาการอย่างสมบูรณ์ @ มมุ IT ทัง้ ด้านร่างกายและจติ ใจ ศึกษาคน ควาขอ มูลเพ่มิ เตมิ ๒) คณะกรรมการรณรงคเ์ พอื่ สทิ ธมิ นษุ ยชน (ครส.) เปน็ องคก์ รภาคประชาสงั คม เก่ยี วกบั องคกรดา นสทิ ธมิ นษุ ยชน ไดท่ี http://www.nhrc.or.th ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ซึ่งท�างานด้านนโยบายสังคม กฎหมาย และการสร้างสรรค์ พน้ื ฐานด้านสทิ ธิมนษุ ยชน รว่ มกับเครอื ข่ายองคก์ รสทิ ธมิ นษุ ยชนระหว่างประเทศ ๓) มลู นธิ เิ พอื่ นหญงิ เปน็ องคก์ รพฒั นาเอกชนซง่ึ มฐี านะเปน็ นติ บิ คุ คลและมบี ทบาท พทิ กั ษส์ ทิ ธแิ ละใหค้ วามชว่ ยเหลอื สตรที ต่ี กอยสู่ ถานการณอ์ นั เลวรา้ ยหรอื ภาวะวกิ ฤต เชน่ ภยั คกุ คาม ทางเพศ ตงั้ ครรภไ์ มพ่ งึ ประสงค ์ ถกู ทา� รา้ ย นอกจากนยี้ งั มบี ทบาทในการผลกั ดนั นโยบายในการ ๓2 คมุ้ ครองสทิ ธสิ ตรี 32 คูมือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explain Expand Evaluate Engage Explore ๓.๓ องคก์ รระหวา่ งประเทศดา้ นสิทธมิ นษุ ยชน อธิบายความรู ในหลายๆ ประเทศได้จัดตัง้ องค์กรดา้ นสทิ ธิมนษุ ยชนขน้ึ มากมาย ซ่งึ หน่วยงานทมี่ ีบทบาท นกั เรยี นจับกลมุ อภปิ ราย เพ่ือ เด่นชัด มีดงั นี้ เปรียบเทยี บบทบาทหนา ทร่ี ะหวาง องคกรภายในประเทศ และองคก ร ๑) คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The United Nations ระหวางประเทศดา นสิทธิมนุษยชน Human Rights Council : UNHRC) เปน็ องคก์ รหลกั ทเ่ี ปน็ สว่ นหนง่ึ ขององคก์ ารสหประชาชาติ ขยายความเขาใจ มีบทบาทหนา้ ทใ่ี นการตดิ ตาม ตรวจสอบ ใหค้ า� แนะนา� และดา� เนนิ กจิ กรรมเกีย่ วกับสิทธิมนุษยชน มสี �านกั งานใหญอ่ ยทู่ ่นี ครเจนวี า ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึง่ ในป ี พ.ศ. ๒๕๕๓ ประเทศไทยได้รับ ครใู หนกั เรียนนําความรูท ไี่ ด เลอื กจากประเทศสมาชิกใหด้ า� รงต�าแหนง่ “ประธานคณะมนตรีสทิ ธมิ นุษยชนแห่งสหประชาชาต”ิ จากการศึกษาเรอื่ งสทิ ธิมนษุ ยชน มาวเิ คราะหห าแนวทางในการพฒั นา ๒) องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ (United Nations สังคมไทยทางดา นสทิ ธมิ นษุ ยชนให Children’s Fund : UNICEF) เปน็ หนว่ ยงานของสหประชาชาตทิ ใี่ หก้ ารดแู ลใหค้ วามชว่ ยเหลอื มีความกาวหนาตอ ไป โดยจัดทําเปน ผังความคดิ ดา้ นมนุษยชน พฒั นาการ สุขภาพ รวมถึงความเป็นอยู่ของเดก็ ทั่วโลก ดูแลพฒั นาการการศึกษา พ้ืนฐาน ความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ การปกป้องเด็กจากความรุนแรง การทารุณท�าร้ายเด็ก ตรวจสอบผล การใช้แรงงานเด็ก โรคติดต่อถึงเด็ก รวมถงึ การพิทกั ษส์ ทิ ธิของเดก็ ครูตรวจสอบความถูกตอ งของ ๓) องค์การแรงงานระหว่างประเทศหรอื ไอ แอล โอ (International Labour ผงั การวเิ คราะหแ นวทางการพฒั นา Organization : ILO) ก่อต้งั ข้นึ กอ่ นทจ่ี ะมอี งค์การสหประชาชาติ และถือเปน็ องคก์ ารแรกท่ีเขา้ สงั คมไทยในดา นสทิ ธมิ นุษยชน อยู่ในเครือสหประชาชาติ ซึง่ ประเทศไทยมีสว่ นร่วมในฐานะผรู้ เิ รม่ิ กอ่ ตง้ั องค์การนม้ี ภี ารกจิ หลกั เกรด็ แนะครู คือ ช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานท่ัวโลกให้ได้รับความยุติธรรมจากสังคม มีคุณภาพชีวิตและสภาพ การท�างานท่ดี ี มรี ากฐานแนวคิด คือ ความเคารพในสิทธิมนุษยชน ถอื เป็นองคก์ ารท่มี สี ่วนช่วย ครคู วรกาํ หนดใหนกั เรยี น เสริมสร้างความม่นั คงทางเศรษฐกจิ นําผลการสืบคน มาจัดทาํ ปา ยนิเทศ ๔) องค์การนริ โทษกรรมสากล (Amnesty International : AI) เปน็ องค์การ @ มมุ IT เอกชนท่ีมีจุดประสงค์ในการค้นคว้า ด�าเนินการป้องกัน และยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน ศกึ ษาคน ควา ขอ มูลเพ่มิ เติม เพือ่ แสวงหาความยตุ ิธรรมสา� หรบั ผ้ทู ่ีถูกละเมิดสทิ ธิ ตั้งอยใู่ นกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เก่ยี วกบั คณะมนตรสี ิทธมิ นุษยชน แหง สหประชาชาติ องคก ารเพ่ือเด็ก กลา่ วสรปุ ได้ว่า แหงสหประชาชาติ องคการแรงงาน ระหวา งประเทศ องคก ารนริ โทษกรรม ในโลกยุคปจั จุบัน เร่ืองสทิ ธมิ นษุ ยชนถือเปน็ ประเดน็ ทม่ี คี วามสา� คญั โดยเฉพาะอย่างยง่ิ สากล ไดท่ี ในประเทศสังคมแบบประชาธิปไตย ท่ีมีการรวมกลุ่มจัดต้ังเป็นหน่วยงานหรือองค์กรเพ่ือ http://www.unhcr.org ดา� เนนิ การพฒั นาเรอ่ื งสทิ ธมิ นษุ ยชน ซงึ่ ในประเทศไทยกไ็ ดใ้ หค้ วามสา� คญั ในเรอื่ งสทิ ธมิ นษุ ยชน http://www.unicef.org เชน่ กนั ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากบทบญั ญตั หิ ลายมาตราทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั สทิ ธมิ นษุ ยชน การทเี่ ราเปน็ สมาชกิ http://www.ilo.org ของสงั คมประชาธปิ ไตยคนหนงึ่ เราจงึ ควรมคี วามตระหนกั ในเรอื่ งสทิ ธมิ นษุ ยชน และมสี ว่ นรว่ ม และ http://www.amnesty.org ในการสง่ เสรมิ ด้านสิทธมิ นุษยชน เพ่ือทีม่ นษุ ยจ์ ะได้อย่รู ว่ มกนั อย่างมีความสุข ๓๓ คมู อื ครู 33
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate เกร็ดแนะครู (ยอ จากฉบบั นกั เรยี น 20%) (แนวตอบ คาํ ถามประจําหนว ย คÓ¶าม»ระ¨Óหน‹วยการàรยÕ นรÙ้ การเรียนรู ๑ การดา� รงชีวิตโดยค�านงึ ถงึ หลักสิทธิมนษุ ยชนก่อใหเ้ กิดประโยชน์อยา่ งไร 1. การทคี่ นในสงั คมคํานึงถงึ หลัก ๒ ปจั จุบนั ประเทศไทยมกี รณใ� ดบา้ งที่เป็นการละเมิดสทิ ธิมนุษยชนทีพ่ บเหน็ ไดบ้ อ่ ยคร้ัง สิทธมิ นษุ ยชน จะชวยใหส ังคมไทยมี ๓ นกั เรียนมีแนวทางอย่างไรบ้างทีจ่ ะชว่ ยลดการละเมิดสทิ ธิมนษุ ยชน ความเอือ้ เฟอ ตอกัน ลดความขัดแยง ๔ นกั เรยี นสามารถเขา้ ไปมสี ่วนรว่ มในการส่งเสรมิ เรือ่ งสิทธิมนษุ ยชนได้อยา่ งไรบ้าง สามารถแกป ญ หาตา งๆ ภายในสงั คม ๕ การปฏบิ ตั ิตามหลักศาสนาเป็นการสง่ เสรมิ สิทธิมนุษยชนอย่างไร ไดโดยใชเ หตุผล สังคมก็จะเกดิ ความสงบเรยี บรอย กิ¨กรรมสร้างสรรค¾์ ั²นาการàรÕยนร้Ù 2. การใชแรงงานเด็ก การใชค วาม กิ¨กรรมสรา้ งสรรค์¾ั²นาการàรÕยนรÙ้ รนุ แรงกบั สตรี การลว งละเมดิ ทางเพศ การไมไ ดร ับความปลอดภยั ในการ กิจกรรมที่ นกั เรยี นแบง่ กล่มุ ทา� การศกึ ษาค้นคว้า หน่วยงาน ท่มี ีบทบาททาง ทํางาน ด้านสิทธิมนุษยชน ท้ังภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเลือก ๑ ศึกษา ๑ หน่วยงาน และจัดท�าเป็นรูปเล่มรายงาน แล้วน�าเสนอ 3. ชวยรณรงคสง เสรมิ แนวคิดทาง หนา้ ชนั้ เรยี น ดานสิทธมิ นษุ ยชน ชว ยกันเผยแพร กิจกรรมที่ นักเรียนหาข่าวที่เกี่ยวกับเร่ืองสิทธิมนุษยชนจากสื่อต่างๆ แล้ว ความรูด านสิทธมิ นษุ ยชนใหแก ท�าการเขียนสรุปขา่ ว ในประเด็นที่สา� คัญ รวมถงึ แสดงความคิดเห็น คนท่ัวไป และปฏบิ ัตติ นตาม ๒ ที่มตี อ่ ข่าวนน้ั ๆ แนวทางสทิ ธิมนษุ ยชน กิจก๓รรมที่ นกั เรยี นเลา่ ประสบการณจ์ รงิ ทเ่ี คยพบเหน็ เกย่ี วกบั เรอ่ื งสทิ ธมิ นษุ ยชน คนละ ๑ เรื่อง 4. ปฏบิ ัติตนตามหลัก กจิ กรรมท่ี นกั เรยี นศกึ ษาคน้ ควา้ องคก์ รเอกชนอน่ื ทม่ี บี ทบาทดา้ นสทิ ธมิ นษุ ยชน สทิ ธมิ นุษยชนอยา งเครง ครดั ๔ 5. ศาสนาสอนใหคนรจู กั เสียสละ และมคี วามเมตตาตอ ผูอ ื่น ซ่งึ สอดคลองกับการนํามาใชใ นการ สงเสริมเรอื่ งสิทธิมนษุ ยชน) หแสลดกั งฐผานลการเรียนรู ผังความคดิ การวเิ คราะห แนวทางการพัฒนาดา นสทิ ธิ มนุษยชน ๓4 34 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ๓หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ เปา หมายการเรยี นรู แวลฒั ะนวธฒั รนรสมธาไรทกรมยล 1. วเิ คราะหค ุณคา ความสาํ คญั ของ วฒั นธรรมไทย ภมู ปิ ญญาไทย ตัวช้วี ดั และวัฒนธรรมสากล ● อนรุ กั ษว ฒั นธรรมไทยและเลอื กรบั วฒั นธรรม 2. เห็นคณุ คาความสําคัญและ สากลท่ีเหมาะสม (ส ๒.๑ ม.๓/๓) ตระหนกั ถึงการอนุรกั ษว ฒั นธรรม ไทยและภูมปิ ญญาไทย สาระการเรียนร้แู กนกลาง 3. บอกความหมาย ความสําคญั ● ความสาํ คญั ของวฒั นธรรมไทย ภมู ปิ ญ ญาไทย และที่มาของวัฒนธรรมสากลได และวัฒนธรรมสากล 4. วิเคราะหอ ทิ ธิพลของวฒั นธรรม ● การอนรุ กั ษว ฒั นธรรมไทยและภมู ปิ ญ ญาไทย สากล ทีม่ ตี อการดําเนินชีวิตใน ท่เี หมาะสม สังคมไทย ● การเลอื กรบั วฒั นธรรมสากลที่เหมาะสม 5. บอกแนวทางการเลอื กรับ วฒั นธรรมสากลอยา งเหมาะสม ÇѲ¹¸ÃÃÁ¤×ÍÊÔè§·èÕÁ¹ØÉÂ㪌à¾×è͵ͺʹͧ¤ÇÒÁ µÍŒ §¡ÒôŒÒ¹µÒ‹ §æ 㹡ÒôíÒà¹Ô¹ªÇÕ µÔ »ÃШÒí Ç¹Ñ Í¡Õ ·§éÑ Â§Ñ à»¹š กระตุนความสนใจ ÊÔè§·ÕèáÊ´§¶Ö§¤ÇÒÁà¨ÃÔÞ¡ŒÒÇ˹ŒÒ¢Í§Á¹ØÉÂªÒµÔ ÇѲ¹¸ÃÃÁ ä·Â¡çહ‹ ¡Ñ¹ ໹š Êè§Ô ·èÕº§‹ ºÍ¡¶§Ö Ç¶Ô ªÕ ÕÇµÔ áÅÐÅ¡Ñ É³ÐÍ¹Ñ ´§Õ ÒÁ ครูนาํ ภาพวฒั นธรรมและ ¢Í§ª¹ªÒµÔä·Â ¨Ö§¤ÇÃ͹ØÃÑ¡ÉÇѲ¹¸ÃÃÁä·ÂãËŒ¤§ÍÂÙ‹µ‹Í ภมู ปิ ญญาไทยในดานตา งๆ ä»áÅÐã¹ÍÕ¡·Ò§Ë¹Öè§¡çÊÒÁÒöàÅ×Í¡ÃѺÇѲ¹¸ÃÃÁÊÒ¡Å·èÕ มาใหน กั เรียนดู เชน ภาพศลิ ป- ࢌÒÁÒµÒÁ¡ÒÃà»ÅèÕ¹á»Å§·Ò§à·¤â¹âÅÂÕ áŌǻÃѺ㪌㹠วฒั นธรรม ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ¡ÒôíÒà¹Ô¹ªÕÇµÔ ¤Çº¤Ù‹¡Ñ¹ä»ä´ŒÍ‹ҧàËÁÒÐÊÁ ภาพขนบธรรมเนยี มประเพณตี า งๆ แลว ใหน กั เรยี นคดิ วเิ คราะหวา เปน ภาพอะไร มคี ณุ คา และความสาํ คญั อยางไร รวมถงึ มีแหลงทีม่ าอยา งไร เกรด็ แนะครู ครคู วรจดั การเรียนรโู ดยให นกั เรียนทาํ กิจกรรมตอไปนี้ • สาํ รวจคนควาขอมลู ที่เกย่ี วกบั วัฒนธรรมไทยและวฒั นธรรมสากล • รวมกนั แสดงความคิดเห็น เก่ยี วกับการอนุรกั ษว ัฒนธรรม และภูมปิ ญ ญาไทย • จดั ประชุมกลมุ ยอ ย ในประเดน็ การเลือกรบั วัฒนธรรมสากลอยาง เหมาะสม คูม ือครู 35
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate กระตนุ ความสนใจ (ยอ จากฉบับนกั เรียน 20%) 1. ครูเลา ถงึ ความเปนมาของ ñ. Ç²Ñ ¹¸ÃÃÁáÅÐÀÁÙ Ô»˜ÞÞÒä·Â วฒั นธรรมไทยและภูมิปญญาไทย แลว ถามคําถาม วฒั นธรรมไทยมีความหมายครอบคลุมไปถงึ สง่ิ ตางๆ ไมว า จะเปน ขนบธรรมเนียม ประเพณี • วฒั นธรรมไทยท่ีมคี วามโดดเดน ภาษา มารยาท อาหาร การประกอบอาชพี สถาปต ยกรรม ความคดิ ความเช่ือ รวมไปถงึ วัตถสุ งิ่ ของ เปน ที่ยอมรบั ไปทว่ั โลกมอี ะไร ตา งๆ ที่คนไทยไดสรางสรรคข้ึน ผา นการขดั เกลาและแตงเตมิ จนเปนส่ิงที่ดีงามเพื่อนํามาใชในการ บา ง ดาํ รงชีวิต และมกี ารสืบทอดจากรนุ สูร นุ อีกทัง้ ยงั แสดงถึงเอกลกั ษณข องชาติไทย (แนวตอบ วัฒนธรรมดานอาหาร เชน ตมยํากุง วัฒนธรรมดา น ภมู ปิ ญั ญาไทย หมายถงึ ความร ู้ ความสามารถ ทกั ษะตา่ งๆ ทค่ี นไทยสงั่ สมจากประสบการณ์ การแตงกาย เชน ชดุ ผา ไหม) และน�ามาใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ตอ่ การดา� เนนิ ชีวิตตามวิถไี ทยไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ซง่ึ มคี วามครอบคลมุ • ภูมิปญ ญาไทยสามารถสะทอ น ในหลายๆ ด้าน เช่น ความเช่ือ อาหาร สมุนไพร การรักษาโรค ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ใหเ หน็ ถงึ สง่ิ ใดไดบ าง ความสมั พนั ธก์ บั ธรรมชาตแิ ละสภาพแวดลอ้ ม อาชพี หตั ถกรรม เปน็ ตน้ (แนวตอบ สะทอ นใหเหน็ ถงึ วิถี ๑.๑ ความสา� คญั ของวัฒนธรรมและภมู ิปญญาไทย ชีวิตด้ังเดิมของคนไทย เชน ชนชาตไิ ทยไดส้ รา้ งสรรคว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทยมาตง้ั แตอ่ ดตี จนถงึ ปจั จบุ นั แสดงให้ กระเด่อื งตําขา วของชาวบา น เห็นว่าวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยมีความเก่าแก่และมีพัฒนาการไปตามยุคสมัย อีกทั้งยัง ในชนบท ก็สะทอนใหเห็นถึงวถิ ี ด�ารงอยู่ควบคู่กับการด�าเนินชีวิตของคนไทยซ่ึงไม่อาจจะแยกออกจากกันได้ วัฒนธรรมและ ชวี ติ ท่ีผกู พันกบั การเกษตรและ ภมู ปิ ญั ญาไทยมคี วามส�าคญั ดังนี้ การพ่ึงพาตนเอง) ๑) ประโยชน์ต่อการด�ารงชีวิต ตัวอย่างท่ีเห็นได้ชัด คือ วัฒนธรรมทางวัตถุที่ คนไทยสร้างข้ึน เพ่ือตอบสนองความต้องการ หรือช่วยให้ท�าสิ่งต่างๆ ได้สะดวกสบายยิ่งขึ้น 2. นักเรียนรวมกลุมกันรวมแสดง ไม่วา่ จะเปน็ เครือ่ งทอผ้า เครอื่ งสีข้าว เครอ่ื งมอื เหลา่ นสี้ ะทอ้ นถงึ วถิ ีการดา� รงชพี ของคนไทย ความคดิ เหน็ ถงึ คณุ คา ความสาํ คญั ๒) ท�าหน้าท่ีหล่อหลอมบุคลิกภาพให้กับสมาชิกของสังคม เช่น การมีนา�้ ใจ ของวัฒนธรรมและภมู ปิ ญ ญาไทย มคี วามออ่ นนอ้ มถอ่ มตน รกั สงบ ประกอบอาชพี สจุ รติ มคี ตเิ ตอื นใจทว่ี า่ ซอื่ กนิ ไมห่ มดคดกนิ ไมน่ าน รกั ความยตุ ธิ รรม ขยนั หมนั่ เพยี รในการทา� งาน และ สํารวจคนหา ปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทมี่ คี ณุ คา่ ตอ่ สงั คม เปน็ ตน้ นกั เรยี นสบื คน ขอ มลู เกยี่ วกบั สงิ่ ๓) ช่วยสร้างเสริมความเป็น ทเี่ ปน วฒั นธรรมและภมู ปิ ญ ญาไทย ปกแผ่น การด�าเนินชีวิตตามวัฒนธรรมไทย คนละ 1 อยา ง เขยี นอธบิ ายลงใน ส่งผลให้คนในสังคมมีลักษณะคล้ายคลึงกัน มี กระดาษ A4 พรอ มทงั้ หารปู ภาพ ความเปน็ อนั หนง่ึ อนั เดยี วกนั เชน่ คา่ นยิ ม กจิ กรรม มาตดิ ใหส วยงาม ทางศาสนา การเคารพเทดิ ทนู พระมหากษตั ริย ์ การใชภ้ าษาไทย เปน็ ตน้ กอ่ ใหเ้ กดิ ความผกู พนั นักเรยี นควรรู สามารถพึ่งพาอาศัยกันได้ มีจิตส�านึกรู้สึกเป็น เครื่องมือเคร่ืองใชในการดําเนินชีวิต สะทอนใหเห็นถึง พวกเดียวกัน ตลอดจนร่วมกันอนุรักษ์และ เครอื่ งสีขาว ในชนบทของไทย ภูมิปญญา เชน ครกกระเด่ืองตําขาว สะทอนถึงวิถีชีวิต สืบสานวัฒนธรรมของตนให้อยู่รอดและพัฒนา สมยั กอ น มีการใชเครอื่ งสีขา วทส่ี รา ง ของคนชนบทในอดตี ท่เี นนการพงึ่ พาตนเอง ข้นึ จากภูมปิ ญ ญาไทย โดยในการ ๓๖ ก้าวหน้าตอ่ ไป สีขาวนัน้ จะใชแรงงานคนซ่งึ เปน กระบวนการอยางงาย ไมซบั ซอน @ มุม IT แสดงใหเ หน็ ถงึ ภูมิปญญาไทย อันชาญฉลาดที่มมี าแตโ บราณ ศึกษาคน ควาขอมลู เพิ่มเติมเก่ียวกบั วฒั นธรรมและภมู ปิ ญ ญาไทย ไดท ี่ http://www.report-easy.blogspot.com 36 คูมอื ครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Engage Expand Evaluate ๔) เป็นองค์ความรู้ท่ีมีคุณค่าของสังคม ภูมิปัญญาไทยเกิดจากการสั่งสม สาํ รวจคน หา ประสบการณ์ตา่ งๆ ทไ่ี ดจ้ ากการดา� เนนิ ชวี ิต ผา่ นกระบวนการคดิ วเิ คราะห ์ พจิ ารณา เกดิ เปน็ องค์ ความร้ซู งึ่ สามารถน�าไปพฒั นาตอ่ ยอด เพอ่ื สรา้ งส่งิ ท่ีเป็นประโยชน์และมีคุณคา่ ตอ่ สงั คมไทย เชน่ นักเรียนต้ังขอสังเกตวา วัฒนธรรม การนวดแผนไทย ยาสมุนไพร เปน็ ส่งิ สา� คญั ท่ชี ว่ ยให้สงั คมไทยมกี ารพัฒนาไปไดอ้ ย่างยัง่ ยนื และภมู ิปญญาไทยในแตล ะภมู ิภาค มคี วามเหมอื นหรอื แตกตา งกัน ๑.๒ การจา� แนกวฒั นธรรมและภูมิปญ ญาไทย อยา งไร และมีปจจยั ใดบางทส่ี ง ผล สามารถจา� แนกวฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทยออกเปน็ ๒ ระดบั ดังนี้ ตอความเหมือนและแตกตา งทาง วฒั นธรรมนน้ั ๆ ๑) วัฒนธรรมและภูมิปัญญาพ้ืนบ้าน หมายถึง วัฒนธรรมของประชาชน ตามท้องถิ่นและภูมิภาคต่างๆ ท่ีชนแต่ละกลุ่มได้สร้างขึ้นและใช้เป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ อธิบายความรู ในกลมุ่ ของตน นอกจากนวี้ ฒั นธรรมยงั เปน็ เครอ่ื งมอื ในการแกป้ ญั หา และตอบสนองความตอ้ งการ ของสงั คมพนื้ บา้ น ทอ่ี ยใู่ นรปู แบบของภมู ปิ ญั ญา 1. นกั เรยี นอธบิ ายถงึ ปจ จยั ตา งๆ ทส่ี ง ชาวบา้ น เชน่ การทอผา้ ไหมลายขิด การผลิต ผลตอ ความแตกตา งทางวฒั นธรรม เครอื่ งปนั ดนิ เผา การใชว้ สั ดจุ ากธรรมชาตมิ าทา� และภมู ปิ ญ ญาไทยในแตล ะภมู ภิ าค เครื่องจักสาน เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเรียกช่ือ โดยจดั ทาํ เปน ผงั ความคดิ แลว ออก วัฒนธรรมเหล่าน้ันตามช่ือสังคมท้องถิ่น หรือ มานาํ เสนอหนา ชนั้ เรยี น เรียกเป็นวัฒนธรรมย่อยตามแหล่งที่ต้ัง เช่น การตีกลองสะบัดชยั 2. ครยู กตวั อยา งวฒั นธรรมดา น วัฒนธรรมล้านนา วฒั นธรรมอีสาน วฒั นธรรม อาหารทมี่ คี วามแตกตา งกนั ภาคกลาง วฒั นธรรมภาคใต ้ และวฒั นธรรมภาค ในแตล ะภมู ภิ าควา มอี ะไรบา ง และ ใต้ตอนล่างซ่ึงต้ังอยู่ในจังหวัดชายแดนที่ผู้คน อธบิ ายถงึ สง่ิ ทส่ี ะทอ นใหเ หน็ ถงึ การ สว่ นใหญ่นบั ถอื ศาสนาอิสลาม เป็นตน้ ดาํ เนนิ ชวี ติ ของคนในภมู ภิ าคนนั้ นอกจากนี้ในแต่ละภูมิภาค ก็จะมี งานบญุ บงั้ ไฟ @ มมุ IT วัฒนธรรมแยกย่อยไปตามกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น วัฒนธรรมไทยมอญ วัฒนธรรมไทยล้ือ ศกึ ษาคนควาขอ มลู เพ่ิมเตมิ วัฒนธรรมไทยโคราช วัฒนธรรมไทยพวน เกยี่ วกบั ภมู ิปญญาไทย ไดท ี่ เป็นต้น ซ่ึงแต่ละกลุ่มจะมีประวัติความเป็นมา http://www.m-cuture.go.th ภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณี รวมท้ังมี การละเลน เตน กา� ร�าเคยี ว นักเรียนควรรู ภูมิปัญญาที่เด่นเฉพาะกลุ่ม ถึงแม้ว่าจะเป็น วัฒนธรรมทม่ี คี วามแตกตา่ งกนั แต่ก็สะท้อนถงึ มอญ ชาวมอญเปน ชนชาติที่มี คุณค่าอันดีงาม และเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงถึง อารยธรรมเกา แก อาศยั อยใู น ความเป็นคนไทยที่เราทุกคนควรมีความภูมิใจ ประเทศพมา แตในภายหลัง และชว่ ยกันอนุรักษส์ บื ทอดใหค้ งอยู่ต่อไป การร�าโนรา ชาวมอญจาํ นวนมากไดอ พยพเขา มา วัฒนธรรมทั้ง ๔ ภาค ท่ีสะทอนถึงวิถีชีวิตของคนไทย ต้งั ถน่ิ ฐานในประเทศไทย เนอ่ื งจาก ในแตล ะทองถน่ิ ที่มเี อกลกั ษณเฉพาะตวั ๓๗ ประเทศไทยมีความอุดมสมบรู ณ ในปจ จุบนั มชี ุมชนชาวมอญกระจาย B พนื้ ฐานอาชีพ อยูทัว่ ไป เชน ชุมชนมอญปากเกรด็ จังหวัดนนทบุรี ซึง่ แสดงใหเ ห็นถงึ B การอยรู ว มกันอยางสันติสุข ครใู หนกั เรยี นสืบคน ภมู ปิ ญญาพ้นื บา นของไทยทน่ี าสนใจ นาํ มาสรา งเปนชิ้นงานทจ่ี ะสามารถ นาํ ไปเปนสินคาเพ่อื เพม่ิ รายไดใ หก ับตนเอง คมู อื ครู 37
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate กระตุนความสนใจ (ยอจากฉบับนกั เรียน 20%) 1. ครยู กตวั อยา งวฒั นธรรมประจาํ ชาติ ๒) วัฒนธรรมประจําชาติ เรอ่ื งนารู และอธิบายถึงความสาํ คัญให หมายถึง วัฒนธรรมท่ีรัฐบาลกําหนดและ พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา นักเรยี นฟง ประกาศใหคนไทยในชาติประพฤติและปฏิบัติ พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ล รว มกนั ทุกหมูเ หลา ทงั้ นี้ วฒั นธรรมไทยไดร บั อดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๔ 2. ครแู ละนักเรียนรว มกนั กาํ หนด ประเดน็ ในการเรียน เร่ือง การสรางสรรคจากบรรพบุรุษทั้งทางตรงและ วฒั นธรรมประจําชาตใิ น ทางออม แมจะมีบางอยางท่ีรับวัฒนธรรมจาก แตล ะดาน ภายนอกเขา มากต็ าม แตก ็ไดผ า นกระบวนการ เลอื กสรรและประยกุ ตใ หเ หมาะกบั สภาพแวดลอ ม สาํ รวจคนหา ทางธรรมชาติ ทางสงั คม และคา นยิ ม จนตกผลกึ เปนแกนของสังคมไทย วัฒนธรรมของชาติมี ครแู ละนกั เรยี นรว มกันตงั้ คําถาม พัฒนาการตอเนื่องมาตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน วันจันทรท่ี ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เปนวัน เพอื่ รวมกนั หาคาํ ตอบ เชน ยงั คงมี มหามงคลย่ิง เน่ืองในวโรกาสท่ีพระบาทสมเด็จ พระราชพิธใี ดบางท่ีสบื ทอดมาถงึ ยุค ซง่ึ มลี ักษณะสําคัญที่เปนเอกลกั ษณ ดงั นี้ พระมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ทรงมี ปจจบุ นั โดยใหนกั เรยี นสืบคน ขอ มลู ๒.๑) การมีพระมหากษัตริย พระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา โดยในวนั นน้ั ทรงเสดจ็ ออก จากแหลง ตางๆ ณ มขุ เดจ็ พระทนี่ งั่ จกั รมี หาปราสาท และไดท รงมพี ระราช ทรงเปน ประมขุ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ด าํ รงอยู ดํารัสแกประชาชนชาวไทย โดยมีใจความสําคัญตอนหน่ึง อธบิ ายความรู ควบคกู บั สงั คมไทยมาเปน เวลาชา นานนบั ตง้ั แต วา เริ่มตนเปนชาติไทย จึงถือเปนศูนยรวมจิตใจ 1. ใหน กั เรยี นชวยกนั ยกตวั อยาง “ทา นทั้งหลายในทีน่ ้ี ผูอยใู นตาํ แหนงหนา ทสี่ ําคญั ถึงวิถชี ีวติ และบุคลกิ ภาพ ทีเ่ ปน ทั้งฝายพลเรือนและทหาร ยอมทราบแกใจอยูทั่วกันวา เอกลกั ษณโ ดดเดน ของคนไทย เปน ทย่ี ดึ เหนย่ี วของประชาชนทง้ั ชาติ พสกนกิ ร ความมั่นคงของประเทศชาตินั้นจะเกิดมีขึ้นได ก็ดวย ทกุ หมเู หลา ตา งใหค วามเคารพ เทดิ ทนู อยา งสงู ประชาชนในชาตอิ ยดู มี สี ขุ ไมม ที กุ ขย ากเขญ็ ดงั นน้ั การใด 2. นกั เรียนจัดประชุมกลมุ ยอย โดย ที่เปนความทุกขเดือดรอนของประชาชน ทุกคนทุกฝาย อภปิ รายเกีย่ วกับสง่ิ ท่หี ลอหลอม พระราชกรณยี กจิ และพระราชพธิ ดี า นตา งๆ จงึ ได จึงตองถือเปนหนาที่ที่จะตองรวมมือกันปฏิบัติแกไขให ใหเ กดิ วถิ ีการดาํ เนินชวี ติ และ รบั การสบื ทอดมาจนถงึ ปจ จบุ นั เชน พระราชพธิ ี เตม็ กาํ ลงั ” บคุ ลกิ ภาพของคนไทย จากน้นั ฉัตรมงคล พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัล สรุปประเดน็ ท่ไี ดจากการอภปิ ราย ถอื เปน พระราชดาํ รสั ทเี่ ปน ประโยชนอ ยา งยง่ิ ทปี่ ระชาชน สง ครู ชาวไทยทุกคนควรนอมรับไปปฏิบัติ เพื่อใหเกิดความสุข อยา งยงั่ ยนื นกั เรยี นควรรู แรกนาขวัญ เปนตน ๒.๒) ภาษาไทย คนไทยมีภาษาและตัวอักษรของตนเองสําหรับใชสื่อสาร ภาษาไทย เปน สง่ิ ทแ่ี สดงถงึ ภาษาไทยภาคกลางเปนภาษาประจําชาติและเปนภาษาราชการที่คนไทยท่ัวประเทศสามารถพูด เอกลกั ษณข องความเปน ไทย ประเทศ ทําความเขาใจและเขียนอานได ภาษาไทยจึงเปนตัวเชื่อมโยงใหคนในชาติติดตอส่ือสารและสราง ไทยมภี าษาเปน ของตนเองตง้ั แตส มยั ความผูกพนั ตอกัน อีกท้ังยังชวยใหเ ขาใจวัฒนธรรมหลักและวฒั นธรรมของภูมิภาคตาง ๆ ไดด ี สโุ ขทยั โดยพอ ขนุ รามคาํ แหงมหาราช ๒.๓) วถิ กี ารดาํ เนนิ ชวี ติ และบคุ ลกิ ภาพ เอกลกั ษณโ ดดเดน อยา งหนงึ่ ของคนไทย ทรงประดษิ ฐข ึ้นตั้งแต พ.ศ. 1826 คอื ความออ นนอ มถอ มตน ยม้ิ แยม แจม ใส เคารพผอู าวโุ ส เออื้ เฟอ เผอื่ แผ เมตตากรณุ า เออื้ อาทร ลักษณะสําคัญของภาษาไทย ตอ กนั และผกู พนั กบั ครอบครวั นอกจากนี้ คนไทยยงั ใหค วามสาํ คญั กบั การคบเพอื่ นและเอาใจเขา จะประกอบไปดวยสว นสาํ คัญ มาใสใ จเรา ใหเ กียรตติ อกนั หรือทเ่ี รยี กวา ความเกรงใจ ซ่ึงลักษณะดังกลาวไดร บั การหลอหลอม 3 ประการ คอื ภาษาพดู อักษร จากกระบวนการขัดเกลาทางสังคม ท้ังทางตรง เชน จากครอบครัว กลุมเพ่ือน โรงเรียน และ และตวั เลข ทางออ ม เชน สภุ าษติ สอนใจ คาํ พังเพย ปรศิ นาคําทาย การละเลนพน้ื บาน เปนตน ๓๘ 38 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Expand Engage Evaluate ๒.๔) การมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักของชาติ โดยรัฐให้การอุปถัมภ์ สาํ รวจคน หา และคมุ้ ครอง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนาได้เข้ามามีบทบาทต่อการก�าหนดคา่ นิยม ความเชื่อ แนวความคิด รวมถึงบรรทัดฐานทางสังคม นักเรียนคนควา บทบาทหนา ท่ี สิ่งท่ีเห็นได้ชัดเจนคือ การมีขนบธรรมเนียม ของวดั ในสมยั กอน วา มีอะไรบาง ประเพณีท่ีเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ที่ชาวไทย ทแ่ี สดงถึงการท่วี ัดเปนศูนยกลาง ปฏิบัติกันมาช้านาน ซึ่งในสมัยก่อนวัดเป็น ของสงั คมไทย เพ่อื นําขอ มลู ท่ไี ดมา ศูนย์กลางในการด�าเนินชีวิตของคนไทย ท�าให้ แลกเปล่ียนเรียนรูใ นชนั้ เรยี น วิถีชีวิตของคนไทยผูกพันกับพระพุทธศาสนา อย่างแน่นแฟน้ ในขณะเดียวกนั ศาสนา ลทั ธ ิ อธิบายความรู ความเชอ่ื อน่ื ๆ เชน่ ศาสนาครสิ ต ์ ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ก็มีบทบาทส�าคัญต่อ 1. ครใู หน ักเรียนชว ยกนั เปรยี บเทียบ สงั คมไทย และทา� ให้อย่รู ว่ มกนั อย่างมีความสุข บทบาทของวดั ในสังคมไทยสมยั ๒.๕) อาชีพเกษตรกรรม กอ นและสมัยปจจบุ นั วา มคี วาม ประเทศไทยมีท�าเลท่ีตั้งเหมาะสมอย่างมากต่อ แตกตางกนั อยางไร และความ การเพาะปลูก เนื่องจากมีดินท่ีอุดมสมบูรณ์ พระพุทธศาสนาเปนเอกลักษณประจําชาติไทย คนไทย แตกตา งนน้ั เปน ผลมาจากปจ จยั ใด มีอากาศท่เี หมาะสม และเกดิ ภยั ธรรมชาตนิ อ้ ย จงึ มวี ถิ ีปฏิบัติท่อี ยูบนแนวทางแหง พุทธธรรม 2. นกั เรียนวเิ คราะหว า เหตุใด สง่ ผลใหเ้ ปน็ ประเทศเกษตรกรรมทมี่ คี วามสมบรู ณ์ สังคมไทยจงึ ไดช อื่ วา เปน สงั คม และส�าคัญของโลก ประชากรส่วนใหญ่อาศัย เกษตรกรรม อยู่ในชนบท มีอาชีพเป็นเกษตรกร มีวิถีชีวิต ความเปน็ อยผู่ กู พนั กบั พนื้ ดนิ ทอ้ งทงุ่ และไรน่ า 3. นกั เรียนอภปิ รายในประเดน็ ประเพณแี ละวฒั นธรรมของทอ้ งถนิ่ จงึ มพี นื้ ฐาน เหตุใดแมสังคมไทยจะมีการ มาจากการเกษตร อนั เปน็ รากฐานแหง่ ภมู ปิ ญั ญา พัฒนาทางอตุ สาหกรรมและ ทกุ ดา้ นของวถิ ชี วี ติ แมใ้ นปจั จบุ นั จะมปี ระชากร เทคโนโลยอี ยางสูง แตก ย็ ังมี จ�านวนมากอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในเมือง การประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพื่อประกอบอาชีพทางด้านอุตสาหกรรมและ จาํ นวนมากอยู การบริการ แต่การท�าเกษตรกรรมก็ยังคงเป็น อาชีพหลักท่ีสะท้อนความเป็นชาติไทยได้ ขยายความเขา ใจ อย่างดี อาชีพชาวนา ถือเปนเอกลักษณทางดานการทํามาหากิน นกั เรียนวเิ คราะหและอภปิ รายถงึ ของคนสวนใหญในประเทศไทย ท่ีแสดงใหเห็นถึงสังคม แนวทางในการท่ีจะพฒั นาสงั คมไทย เกษตรกรรม และความอุดมสมบูรณ ซง่ึ เปน สังคมเกษตรกรรม ใหม คี วาม เจรญิ กาวหนาเทยี บเทา กับประเทศ สากล จากนัน้ เขียนบันทึกสรปุ ผล การวิเคราะหแ ละแนวทางทไ่ี ดลงใน กระดาษ A4 สงครู ๓9 นกั เรียนควรรู เบศูรรณษาฐกกาิจรพอเพยี ง บรรทัดฐานทางสังคม คือ แบบแผนของพฤติกรรมท่ีสมาชกิ ครูอธบิ ายวาอาชีพเกษตรกรรม ถอื เปนเอกลกั ษณข องชาตไิ ทยอยางหน่งึ ทม่ี ีความสาํ คญั ตอคนไทย ของสงั คมยึดถือเปน แบบแผน และ ทง้ั ประเทศ ดงั นน้ั จึงควรมแี นวทางทีจ่ ะชวยใหเ กษตรกรสามารถมีรายไดเ พยี งพอตอ การเลีย้ งชพี จากนน้ั เปน แนวทางในการปฏบิ ัติ เปน ส่ิงท่ี ใหนกั เรยี นคดิ หาวิธีการนําหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชในการประกอบอาชพี เกษตรกรรม กาํ หนดวา พฤตกิ รรมใดถกู ตองหรือ โดยเขียนอธิบายสรุปแนวทางและผลดีทเ่ี กิดขน้ึ ลงในกระดาษ A4 แลว นาํ สงครูผูสอน พฤตกิ รรมใดไมถ ูกตอง คูมือครู 39
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate สํารวจคนหา (ยอจากฉบับนักเรียน 20%) นกั เรยี นชว ยกันสืบคนขอ มูลจาก ๒.๖) อาหารไทยและสมุนไพร อาหารไทยเปน ท่ีรจู ักและนิยมกันทัว่ โลก เพราะ แหลง ตา งๆ ท่แี สดงใหเหน็ ถงึ การที่ มลี กั ษณะพิเศษ คือ มรี สจดั โดยเฉพาะอยา งยงิ่ รสเผด็ อกี ท้งั มีสมุนไพรจํานวนมากเปนเครอื่ งปรงุ ประเทศทวั่ โลกตา งยอมรบั และนิยม ซึ่งแสดงถึงภูมิปญญาของคนไทย ในการปรุงอาหารที่มีประโยชน ใหคุณคาทางอาหารอยาง ในอาหารไทย ครบถวน และยังแสดงถึงความมีศิลปะ ความ ประณตี ในการตกแตงอาหารทส่ี วยงาม อธิบายความรู ๒.๗) วันสําคัญและเทศกาลสําคัญ มีตลอดทั้งป ซึ่งมักจะมีความเกี่ยวของกับ นกั เรียนวิเคราะหถึงคุณคา ของ พระมหากษัตริย วันนักขัตฤกษ และวันสําคัญ อาหารไทยและลักษณะเดน ทีท่ ําให ของชาตทิ ีค่ นทั่วทุกภูมิภาคเฉลิมฉลอง เชน อาหารไทยเปน ทีย่ อมรับของคน ๑. วันสําคัญท่ีเก่ียวของกับ ท่ัวโลก พระมหากษัตริย เชน วันจักรี วันปยมหาราช วันฉัตรมงคล วันคลายวันพระราชสมภพ ขยายความเขาใจ พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร เปนตน นักเรยี นจดั กลมุ ประชมุ ยอ ย อาหารไทยมีช่ือเสียงโดงดังไปท่ัวโลก เน่ืองจากมีรสชาติ ๒. วนั นกั ขตั ฤกษแ ละประเพณี เพ่อื สนทนาแลกเปลย่ี น และแสดง อรอย อุดมไปดว ยสมนุ ไพรและเครอื่ งเทศ ความคิดเห็นเกยี่ วกับการหา เชน วันขึ้นปใหม วันครอบครัว วันสารทไทย แนวทางเพือ่ สงเสรมิ ใหว ัฒนธรรม วนั ครู วนั สงกรานต วนั ลอยกระทง วนั ศลิ ปนแหง ชาติ วันเดก็ แหง ชาติ วนั พชื มงคล เปน ตน หรอื ประเพณีไทยเปนท่ียอมรบั ของ ๓. วันสําคัญที่เกี่ยวเน่ืองกับ ประเทศสากล พระพทุ ธศาสนา และศาสนาอนื่ เชน วนั วสิ าขบชู า วนั มาฆบชู า วนั เขา พรรษา เปน ตน ซง่ึ วนั สาํ คญั นักเรยี นควรรู เหลานี้ศาสนิกชนก็จะไปประกอบพิธีกรรมทาง ศาสนา เชน ทาํ บญุ ไหวพ ระ ฟง ธรรม เปน ตน อาหารไทย เปน ทยี่ อมรบั จากคน ซึ่งการเขารว มประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธ- ท่ัวโลกในดา นรสชาติและคณุ คา ศาสนา ไดกลายเปนเอกลักษณอันดีงามอยาง ทางอาหาร โดยเวบ็ ไซต CNN travel หนึ่งของชาวไทย นอกจากน้ียังมีวันสําคัญ ไดจ ดั อนั ดบั 50 สดุ ยอดอาหารของ ทางศาสนาอ่ืนผสมผสานอยูในสังคมไทย เชน โลก (พ.ศ. 2561) ซง่ึ เมนแู กงมสั มน่ั ไก วนั ครสิ ตม าส วนั ขอบคณุ พระเจา ในศาสนาครสิ ต ของไทย ตดิ อนั ดบั 1 เปน อาหารที่ ประเพณีลอยกระทงเปนประเพณีและวัฒธรรมอันดีงาม วันทีปาวลีในศาสนาพราหมณ เดือนรอมฎอน อรอ ยทสี่ ดุ ในโลก นอกจากนก้ี ย็ งั มี ของไทย เพอื่ ขอขมาพระแมค งคาและตระหนกั ถงึ ความสาํ คญั ในศาสนาอิสลาม เปน ตน อาหารไทยชนดิ อน่ื ๆ ทต่ี ดิ อนั ดบั ไดแ ก ตม ยาํ กงุ ตดิ อนั ดบั 8 และ ของแหลงนํ้าท่ีหลอ เล้ยี งชวี ิตเรามาชา นาน สม ตาํ ตดิ อนั ดบั 46 ๔๐ @ มมุ IT ศกึ ษาคน ควาขอมูลเพ่มิ เติม เกย่ี วกบั อาหารไทย ไดท ่ี http://www.kasetsomboon.org และ http://www.samunpri.com 40 คมู ือครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Evaluate Explore Explain Expand Engage ๑.๓ การอนุรกั ษวัฒนธรรมและภมู ปิ ญ ญาไทย สาํ รวจคนหา สงั คมและวัฒนธรรมน้ันไม่ได้หยุดนง่ิ อยู่กบั ที่ แตเ่ ปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ซึง่ เป็นผล มาจากปจั จยั ภายในและภายนอกทเี่ ขา้ มากระทบ นกั เรยี นสืบคนขาวสารท่ีเก่ียวกบั ดังนั้น วัฒนธรรมอาจเหมาะกับสภาพสังคมใน การอนุรักษวฒั นธรรมและภูมิปญ ญา ยุคหน่งึ แตอ่ าจไม่สอดคลอ้ งกับการด�าเนินชวี ติ ไทย จากแหลง ตา งๆ เชน หนงั สอื พมิ พ ของคนในสังคมอีกยุคหน่ึง อย่างไรก็ตาม อินเทอรเ นต็ แลวนํามาแสดงพรอ ม การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายถึงการละทิ้ง อธบิ ายหนาชั้นเรียน วัฒนธรรมของตนไปอยา่ งสิน้ เชิง หรือหันไปรบั วัฒนธรรมของสังคมอ่ืนมาใช้ทั้งหมด ท้ังนี้ อธิบายความรู เพราะรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยได้สร้างและ สั่งสมให้สอดคล้องกับสังคมไทยมาช้านาน นกั เรยี นศึกษาถึงการอนรุ ักษ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจาก วัฒนธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย ลักษณะบางอย่างไม่ตอบสนองความต้องการ จากนั้นจัดทําเปนผังความคดิ ของสมาชิกในยุคปัจจุบัน จึงได้น�าส่ิงประดิษฐ์ เพอ่ื อธิบายถึงความสาํ คญั ของการ คดิ คน้ ใหมม่ าใชท้ ดแทน และมกี ารพฒั นาตอ่ ยอด การทําเครื่องปนดินเผาเปนภูมิปญญาอยางหน่ึงที่มี อนรุ กั ษว ัฒนธรรมและภมู ิปญญาไทย วฒั นธรรมใหเ้ หมาะกบั กาลสมัย การส่งั สมและสืบทอดกนั มาจากรนุ สรู ุน ขยายความเขา ใจ ดังน้ัน จึงมีความจ�าเปน็ ทจ่ี ะตอ้ งอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมไทย เพราะหากไม่มกี ารอนรุ กั ษแ์ ล้ว วฒั นธรรมของสงั คมอนื่ กจ็ ะเขา้ มาครอบงา� สง่ ผลใหต้ กเปน็ เมอื งขน้ึ ทางวฒั นธรรมของสงั คมอน่ื ไป นกั เรยี นเขยี นแนวทางการอนุรักษ การอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมไทย อาจมองได ้ ๒ ระดบั ระดบั ทห่ี นง่ึ คอื การอนรุ กั ษ ์ วฒั นธรรม วฒั นธรรมและภูมปิ ญ ญาไทยอยาง ท่ีดีงามของไทยให้คงอยู่ตลอดไป ระดับท่ีสอง คือ คนไทยจะต้องพัฒนาต่อยอดวัฒนธรรมและ ย่ังยืนลงในกระดาษ A4 แลวนําสงครู ภูมปิ ัญญาให้ทันสมัย สอดคลอ้ งกับสภาพสงั คมในยคุ ปจั จุบนั วฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาของไทย เปน็ สงิ่ ทบี่ รรพบรุ ษุ ไดส้ รา้ งสรรคแ์ ละสงั่ สมมานานจน NET ขอ สอบ ป 52 เป็นมรดกมาสู่อนชุ นร่นุ หลัง และเป็นส่วนหนง่ึ ของวถิ ีการดา� เนินชีวิตในสังคมไทย คนไทยทกุ คน จึงมีหน้าท่ีในการช่วยกันอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย เพื่อด�ารงไว้ให้เป็นมรดก ขอ สอบออกเกย่ี วกบั การอนรุ กั ษ ของชาติสืบไป ภมู ปิ ญ ญาไทย โดยถามวา ภมู ปิ ญ ญา การร่วมมือในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยสามารถแบ่งออกเป็นระดับได ้ ไทยเปนสมบัติของชาตทิ ่ีคนไทย ดงั น ี้ ทุกคนจะตอ งอนรุ กั ษ สง เสริมและ เผยแพรใ หค นในชาตไิ ดเ รียนรู ๑) ระดับชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ซ่ึงเป็นองค์กรของรัฐมีหน้าท่ีรับผิดชอบ เนอ่ื งจากเหตุผลในขอ ใด ต่องานเอกลักษณข์ องชาติโดยตรง ไดม้ ีการก�าหนดนโยบายใหก้ ารสนับสนุน ส่งเสรมิ การอนรุ กั ษ์ และสืบสานวัฒนธรรมของชาติ ส่วนสถาบันการศึกษาและสื่อมวลชนท�าหน้าท่ีในการเผยแพร่ 1. เปน ของเกา แกต กทอดมาชา นาน ประชาสมั พันธใ์ หเ้ หน็ คณุ คา่ และความส�าคญั ตอ่ วฒั นธรรมของชาติ 2. เปน สว นหนง่ึ ของประวตั ศิ าสตร 4๑ ชาตไิ ทย 3. เปนหนา ทีต่ ามกฎหมายของคน @ มุม IT นักเรยี นควรรู ไทย 4. เปนมรดกทรัพยส ินทางปญ ญา ศกึ ษาคน ควาขอ มูลเพ่ิมเตมิ เครอื่ งปน ดนิ เผา ประเทศไทยมแี หลง อารยธรรม ของชาติ เกี่ยวกบั กระทรวงวฒั นธรรม ไดท ่ี เครอื่ งปน ดนิ เผาทมี่ คี วามเปน มายาวนาน ซง่ึ ในปจ จบุ นั กย็ งั http://www.m-culture.go.th คงมแี หลง เครอ่ื งปน ดนิ เผาทส่ี าํ คญั เชน ตาํ บลดา นเกวยี น (วเิ คราะหค าํ ตอบ เมื่อพจิ ารณา จงั หวดั นครราชสมี า ซงึ่ มชี อ่ื เสยี งอยา งมาก เพราะเปน จากคําถาม จะพบวา ภมู ปิ ญญาไทย แหลง ผลติ เครอ่ื งปน ดนิ เผาทมี่ คี ณุ ภาพ คอื สมบตั ิของชาติที่บรรพบรุ ษุ สงั่ สม และถา ยทอดใหค นรุน หลงั เปน มรดก ทรพั ยสินทางปญ ญาของชาติ คาํ ตอบทีถ่ กู ตอ ง คือ ขอ 4) คมู อื ครู 41
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate กระตุนความสนใจ (ยอ จากฉบับนกั เรยี น 20%) ครยู กตวั อยางวัฒนธรรมสากล ๒) ระดับท้องถ่ิน องค์กรในท้องถ่ินต้องให้การส่งเสริมประชาชนให้เห็นคุณค่า ทเ่ี ปน ทีน่ ิยมแพรหลาย เชน ของเอกลักษณ์ไทย ช่วยกันคิดค้น เผยแพร ่ การแตง กาย เทคโนโลยตี า งๆ และน�าภูมิปัญญาของท้องถิ่นออกมาใช้ให้เป็น จากนั้นใหน ักเรียนออกมาเขียน ประโยชน์ อีกทั้งยกย่องผู้ทรงภูมิปัญญาหรือ วฒั นธรรมสากลที่นกั เรียนรูจ ัก ปราชญ์ท้องถ่ิน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คน บนกระดาน คนละ 1 อยา ง ทวั่ ไป สาํ รวจคน หา ๓) ระดับบุคคล นักเรียนและ ประชาชนทุกคนสามารถช่วยกันสอดส่องดูแล นกั เรยี นเลือกวัฒนธรรมทางวตั ถุ ถาวรวัตถตุ ่างๆ เช่น โบราณสถาน โบราณวัตถุ ทเี่ ปนวัฒนธรรมสากลมา 1 อยาง วัดวาอาราม เป็นตน้ ซงึ่ ถือเปน็ สมบตั ขิ องชาติ แลวทาํ การคนควาหาประวตั ิ ไม่ให้ถูกท�าลาย ช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าท ่ี ความเปน มา และจดุ กาํ เนดิ เพอ่ื เตรยี ม รวมทงั้ มพี ฤตกิ รรมทเี่ ปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี โดยการ ออกมาอภปิ รายหนา ชัน้ เรียน ใช้ของไทย พูดและเขียนภาษาไทยให้ถูกต้อง ในทองถิ่นแตละภาคมีวัฒนธรรมและภูมิปญญาท่ีมีคุณคา ส่งเสริมของไทย อีกท้ังส่งเสริมชาวต่างชาติ อธิบายความรู มากมาย เชน ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ท่ีมกี ารทอผา ไหม ใหเ้ รยี นรวู้ ฒั นธรรมไทยอยา่ งกวา้ งขวาง มัดหมที่ ่ขี ึ้นชื่อ นกั เรียนนาํ ขอมูลที่ไดจากการ คน ควา เร่ืองวฒั นธรรมสากลออกมา ò. Ç²Ñ ¹¸ÃÃÁÊÒ¡Å อภปิ รายหนาชั้นเรยี น ระบบอินเทอรเน็ต เปนวัฒนธรรมสากลท่ีคนท่ัวโลก วฒั นธรรมสากลหรอื วฒั นธรรมนานาชาติ นกั เรยี นควรรู ตางยอมรับ และนํามาใชประโยชนทางการสื่อสารและ หมายถึง วัฒนธรรมท่ีเปนท่ียอมรับกันท่ัวไป การสบื คนขอ มลู อยางกวางขวางหรือเปนอารยธรรมท่ีไดรับการ ผา ไหมมัดหมี่ มคี วามโดดเดนท่ี ปฏิบัตติ ามกนั ท่ัวโลก เชน การแตงกายชดุ สากล ลวดลายอันสวยงาม ซ่งึ สรางขนึ้ จาก การใชภ าษาองั กฤษเปน ภาษากลางในการตดิ ตอ มอื ผาไหมมดั หม่ถี ือเปนภูมิปญญา สอื่ สาร การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย การ เกาแกท ี่ถา ยทอดสืบตอ กันมา คาเสรี การใชเครื่องจักรกล ระบบการสื่อสารที่ มากกวา 200 ป และในปจจุบนั ทันสมัย ความรูทางวิทยาศาสตร และมารยาท ไดร ับการยอมรบั จากชาวตา งชาติ ในการสมาคม เปนตน ในหลายประเทศ วัฒนธรรมสากลส่วนใหญ่มีถิ่นก�าเนิดใน @ มุม IT ทวปี ยโุ รปและอเมรกิ า ซง่ึ เปน็ แหลง่ ทมี่ กี ารพฒั นา วิทยาการและเทคโนโลยีมานาน ต้ังแต่คริสต์ ศึกษาคนควา ขอมลู เพิม่ เตมิ ศตวรรษท ี่ ๑๗-๑๘ หรอื ราว ๓๐๐-๔๐๐ ปมี าแลว้ เกี่ยวกับระบบอนิ เทอรเ นต็ ไดท ี่ http://www.bcoms.net 4๒ 42 คูมอื ครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ตอมาชาวตะวันตกไดติดตอคาขายและขยายอิทธิพลไปยังภูมิภาคอ่ืนท่ัวโลกรวมท้ัง สํารวจคน หา ประเทศไทย เราจึงไดรับวัฒนธรรมเหลานี้เขามาเปนสวนหน่ึงของสังคมไทย กอใหเกิดการ ผสมผสานและประยกุ ตใ หส อดคลอ งเหมาะสมกบั สภาพแวดลอ มทางธรรมชาติ สงั คม และคา นยิ ม ครใู หนักเรียนแบง กลุม เพื่อ ของคนไทย วัฒนธรรมจากภายนอกจึงกลายเปน สวนหนึง่ ในการดาํ เนนิ ชีวิตของคนไทย ชว ยกนั คนหาขอ มลู วา ในอดตี ประเทศไทยไดมกี ารตดิ ตอ คาขาย ๒.๑ ความสําคญั ของวฒั นธรรมสากล กบั ชาติตะวนั ตกชาตใิ ดบาง และ ชาตไิ ทยไมไ ดต งั้ อยอู ยา งโดดเดยี่ ว แตผ กู พนั เกย่ี วขอ งกบั สงั คมเพอ่ื นบา น สงั คมตา งภมู ภิ าค แตละประเทศมีการตดิ ตอซ้อื ขาย และสงั คมตา งทวปี มานาน สาํ หรบั ชาตติ ะวนั ตก ชาวโปรตเุ กสเปน ชาตแิ รกทตี่ ดิ ตอ กบั ประเทศไทย สินคา อะไร ในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยไดนําปนไฟและกระสุนดินดํามาใชเม่ือประเทศไทยทําสงครามกับ ประเทศพมา ใน พ.ศ. ๒๐๘๑ สมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช การใชปนไฟเปนอาวุธเพราะ อธบิ ายความรู มีอํานาจทะลุทะลวงและมีความแมนยําในการสังหารศัตรูสูงกวาการใชดาบ ของาว และกระบอง นับแตนน้ั มาปนไฟจึงเปน อาวุธของทหารไทยในการทําศึกสงคราม นกั เรยี นนําความรูท่ีไดจากการ ตอ มาในสมยั ตน รตั นโกสนิ ทร พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยหู วั ทรงตกลงทาํ สนธสิ ญั ญา คน ควา เรื่องการทาํ การคา ระหวา ง เบาวริงกับประเทศอังกฤษใน พ.ศ. ๒๓๙๘ กอใหเกิดการคาเสรีกับตางประเทศข้ึน (ในอดีตน้ัน ประเทศไทยกบั ประเทศตะวันตก ประเทศไทยมีการผูกขาดการคากับตางประเทศโดยกรมพระคลังสินคา) และตอมาประเทศตางๆ มาอธิบายในประเด็นวา จากการ ในยุโรปก็เขามาทําสนธิสัญญากับประเทศไทยในลักษณะเดียวกัน กอใหเกิดความสัมพันธทาง คาขายในอดีตนั้น สงผลอยางไรตอ การทตู และการคา ของไทยเปน ไปอยา งกวา งขวาง วัฒนธรรมและการดาํ เนินชีวิตของ ดงั นั้น ประเทศไทยจึงนําศลิ ปะ วทิ ยาการแขนง คนไทย ตา งๆ จากยโุ รปเขา มาใชใ นการปฏริ ปู ประเทศให เกดิ ความทนั สมยั ทง้ั นส้ี ว นหนงึ่ เพอ่ื ใหป ระเทศ ขยายความเขา ใจ มคี วามเจรญิ รงุ เรือง ไมตกเปนอาณานิคมของ มหาอํานาจตะวันตกเฉกเชนประเทศเพื่อนบาน นกั เรยี นวิเคราะหถงึ แนวทาง ท่ียังคงยึดติดกับวัฒนธรรมและประเพณีด้ังเดิม ในการเชื่อมโยงการทาํ การคา กับ จนเปนเหตุใหประเทศตะวันตกเขายึดครองได ชาวตา งชาติ ควบคกู บั การเผยแพร โดยงาย วฒั นธรรมไทย เพือ่ ใหชาวตางชาติ ตวั อยา งสาํ คญั ของการนาํ ศลิ ปะ วทิ ยาการ ยอมรบั และมีความนยิ ม โดยจัดทํา และเทคโนโลยีจากประเทศตะวันตก หรือที่ เปนผงั ความคิดเพอ่ื นําเสนอหนา เรียกวา วัฒนธรรมสากล มาใชในการปฏิรูป ชั้นเรยี น ประเทศในยุครชั กาลที่ ๔ และรัชกาลท่ี ๕ แหง หลังจากที่ประเทศไทยมีการคาเสรีระหวางประเทศในสมัย กรงุ รตั นโกสินทร เชน รัชกาลที่ ๔ นับเปนจุดเริ่มตนในการรับเอาวิทยาการท่ี @ มุม IT ทนั สมยั จากตา งประเทศมาใชอ ยา งแพรห ลายจนถงึ ปจ จบุ นั ศึกษาคน ควา ขอมูลเพิม่ เตมิ เก่ียวกบั สนธิสญั ญาเบาวรงิ ไดที่ http://www.m-culture.go.th ๔๓ คมู ือครู 43
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116