ความรู้เกี่ยวกับ ขนมไทย
คำนำ หนั งสืออิเล็กทรอนิ กส์ (E-book) เล่มนี้ มีเนื้ อหาเกี่ยวกับเรื่องของขนมไทย เพื่อนำไปใช้ในการศึ กษา ค้นคว้าหาความรู้และเรียนรู้และเพื่อให้นั กเรียนระดับชั้นประถมศึ กษาปี ที่ ๑-๖ ของโรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านเขาแก้ว) ได้ทราบเรื่องของขนมไทยทั้งประวัติความเป็ นมา ขนมไทยชนิ ดต่างๆ และขั้นตอนวิธีการทำ ขนมไทย การจัดทำหนั งสืออิเล็กทรอนิ กส์เล่มนี้ เพื่อมอบเป็ นสื่ อการเรียน การสอนในรู ปแบบของหนั งสือ อิเล็กทรอนิ กส์ (E-book )ให้นั กเรียนระดับชั้นประถมศึ กษาปี ที่ ๑-๖ ของโรงเรียนเทศบาล ๑ (บ้านเขาแก้ว) เกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนต่อไป จัดทำโดย คณะผู้จัดทำโครงงาน นิ สิตชั้นปี ๔ ปี การศึ กษา ๒๕๖๕ สาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา
สารบัญ ก ข คำนำ ๖ สารบัญ ๘ ประวัติความเป็ นมาของขนมไทย ๙ ขนมทองหยิบ ๑๐ ขนมทองหยอด ๑๑ ขนมฝอยทอง ๑๒ ขนมเม็ดขนุน ขนมถ้วย
สารบัญ ๑๓ ๑๔ ขนมสังขยาฟั กทอง ๑๕ ขนมชั้น ๑๖ ขนมตะโก้ ๑๗ ขนมหม้อแกง ๑๘ ขนมเปี ยกปูน ขนมตาล
สารบัญ ๑๙ ๒๐ ขนมใส่ ไส้ หรือขนมสอดไส้ ๒๑ ขนมข้าวต้มมัด ๒๒ ขนมลูกชุ บ ๒๓ ขนมอาลัว ๒๔ ขนมลอดช่อง ๒๕ ขนมถ้วยฟู ๒๖ ขนมข้าวเหนี ยวสังขยา อ้างอิง
ประวัติความเป็ นมาของขนมไทย ขนมไทย เป็ นเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยที่เป็ นที่รู้จักกันดี เพราะเป็ นสิ่ งที่ แสดงให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนประณีตในการทำตั้งแต่วัตถุดิบ วิธีการทำที่กลมกลืน พิถีพิถันในเรื่องรสชาติ สีสัน ความสวยงาม กลิ่นหอม รู ปลักษณะชวนรับประทาน ตลอดจน กรรมวิธีการรับประทาน ขนมแต่ละชนิ ดซึ่งยังแตกต่างกันไปตามลักษณะของขนมชนิ ดนั้ น ๆ ประเทศไทยครั้งยังเป็ นสยามประเทศได้ติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ เช่น จีน อินเดีย ได้มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศต่าง ๆ จึงได้รับเอาวัฒนธรรมด้านอาหารของชาติ ต่าง ๆ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับวัตถุดิบที่หาได้จนทำให้คนรุ่นหลัง ๆ แยกไม่ออกว่า อะไรคือขนมที่เป็ นไทยแท้ ๆ
ประวัติความเป็ นมาของขนมไทย ขนมไทยที่นิ ยมทำกันทุก ๆ ภาคของประเทศไทยในพิธีการต่าง ๆ เนื่ องในการทำบุญ เลี้ยงพระ ก็คือขนมจากไข่และมักถือเคล็ดจากชื่อและลักษณะของขนมนั้ น ๆ งานศิ ริมงคลต่าง ๆ เช่น งานมงคลสมรส ทำบุญวันเกิด หรือทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะมีการเลี้ยงพระ กับแขกที่มาในงาน เพื่อเป็ นศิ ริมงคลของงานขนมก็จะมี ฝอยทอง เพื่อหวังให้อยู่ด้วยกัน ยืด ยาวมีอายุยืน ขนมชั้นก็ให้ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน ขนมถ้วยฟูก็ขอให้เฟื่ องฟู ขนมทองเอกก็ขอให้ ได้เป็ นเอก เป็ นต้น
ขนมทองหยิบ “ขนมทองหยิบ” เป็ นขนมไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุ งศรีอยุธยา ลักษณะคล้ายดอกไม้สีทอง ทำจากไข่แดงตีจนฟู แล้วนำไปหยอดลงในน้ำเชื่อมเดือด เมื่อสุกแล้วนำมา ใส่ถ้วย จับจีบอย่างประณีตให้เหมือนกลีบดอกไม้ สื่ อความหมายถึง ความมั่งคั่งร่ำรวยทำการงานสิ่ งใดก็จะร่ำรวยมีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือ หยิบเงินหยิบทองสมดังชื่อทองหยิบทองหยิบ
ขนมทองหยอด “ขนมทองหยอด” เป็ นขนมไทยที่มีลักษณะคล้ายหยดน้ำ ทำจากไข่แดงสีเหลือง แล้วนำไป หยอดลงในน้ำเชื่อมเดือด มีความหมายสื่ อถึงทองจึงมักนำมาใช้ประกอบ ในพิธีมงคลต่าง ๆหรือมอบเป็ นของขวัญในโอกาสสำคัญ ๆแทนคำอวยพร ให้ร่ำรวยมีเงินมีทองใช้จ่ายอย่างไม่รู้หมดสิ้น ซึ่งการให้ขนมทองหยอด ก็เปรียบเสมือนให้ทองคำแก่กัน
ขนมฝอยทอง “ขนมฝอยทอง” เป็ นขนมไทยที่ทำจากไข่แดงสีเหลือง มีลักษณะเป็ นเส้นยาว ๆ วางแบบ ทบกันเป็ นแพ มักนำมาใช้ในงานมงคลต่าง ๆโดยเฉพาะงานแต่งงาน ซึ่งขั้นตอนการทำ จะต้องทำเป็ นเส้นยาว ๆ เพื่อสื่ อความหมายถึงการครองรักครองเรือนที่ยาวนาน หรือการอวยพรให้ มีชี วิตที่ ยืนยาวเหมือนเส้ นของฝอยทอง
ขนมเม็ดขนุน “ขนมเม็ดขนุน” เป็ นขนมไทยอีกหนึ่ งในขนมตระกูลทอง เพราะทำมาจากไข่แดงที่ให้ สีเหลืองทอง รู ปร่างลักษณะคล้ายกับเม็ดขนุนสอดไส้ด้านในด้วยถั่วเขียวบดละเอียด รสหวานมัน เชื่อกันว่าชื่อของขนมเม็ดขนุนนี้ เองจะช่วยเสริมความเป็ นสิริมงคล ให้มีคน คอยสนั บสนุน ไม่ว่าจะเป็ นในเรื่องของการดำเนิ นชีวิต หน้ าที่การงาน หรือกิจการต่าง ๆ
ขนมถ้วย “ขนมถ้วย” หรือ “ขนมถ้วยตะไล” เป็ นขนมไทยโบราณที่มีวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก เป็ นขนมไทยที่ทำจากแป้ งข้าวเจ้า กะทิ และน้ำตาลมะพร้าวนึ่ งในถ้วยตะไลซึ่งเป็ น ถ้วยกระเบื้องเล็ก ๆชนิ ดหนึ่ ง ใส่ใบเตยและราดด้วยน้ำกะทิอีกครั้ง บางครั้งอาจผสม เกลือหรือไข่
ขนมสังขยาฟั กทอง “ขนมสังขยาฟั กทอง” เป็ นขนมไทยโบราณที่มีมานานตั้งแต่สมัยรัชสมัยสมเด็จ - พระนารายณ์มหาราช ซึ่งจัดเป็ นขนมไทยอีกหนึ่ งชนิ ดที่ได้รับอิทธิพลมาจากโปรตุเกส โดยการประยุกต์ปรับปรุ งสูตรของต่างประเทศมาเป็ นขนมไทยของ ท้าวทองกีบม้าโดยสังขยาหรือคัสตาร์ดของฝรั่งนั้ นจะใช้นมวัวเป็ นส่วนผสม แต่เมื่อนำมาทำเป็ นขนมไทย จึงได้ใช้กะทิเป็ นส่วนผสมแทน
ขนมชั้น “ขนมชั้น” เป็ นขนมไทยที่จะต้องหยอดเนื้ อขนมให้ได้ ๙ ชั้น ซึ่งเลข ๙ นี้ เองที่สื่ อถึงความ เป็ นเลขมงคล ชั้นของขนมก็เปรียบเสมือนตำแหน่ งชั้นยศที่สูงขึ้นได้รับการเลื่อนขั้นแสดงถึง ความเจริญก้าวหน้ า ทำให้คนนิ ยมทำขนมชั้นให้มี ๙ ชั้น เพื่อเสริมความเป็ นสิริมงคลยิ่ง ๆ ขึ้นไป เมื่อนำไปมอบให้ใครก็นั บเป็ นการอวยพรให้เขาเหล่านั้ นประสบความสำเร็จ
ขนมตะโก้ “ขนมตะโก้” เป็ นขนมที่มีส่วนผสมคือ แป้ งกะทิและน้ำตาลทรายเป็ นหลัก ประกอบด้วย ๒ ส่วน คือ ตัวขนมเป็ นแป้ งและน้ำตาล และส่วนหน้ าขนมเป็ นกะทิ แป้ งและเกลือส่วนผสม ของตัวขนมสามารถผสมวัตถุดิบ อื่นเพื่อให้เกิดรสชาติที่หลากหลาย เช่น แห้วข้าวโพด เผือก หรือจะเพิ่มสีเขียวของใบเตยและมีชื่อเรียกตามวัตถุดิบ ที่ผสมลงไป เช่น ตะโก้แห้ว ตะโก้เผือก เป็ นต้น
ขนมหม้อแกง “ขนมหม้อแกง” เป็ นขนมที่ใช้ไข่ แป้ ง และกะทิเป็ นส่วนประกอบสำคัญ นำผสมกันในถาด ตามสัดส่วนแล้วจึงนำไปอบจนหน้ าของขนมหม้อแกงมีสีน้ำตาลทอง สมัยก่อนจะทำกินกัน เฉพาะในงานสำคัญ เช่น งานบวช หรืองานแต่งงาน ซึ่งขนมหม้อแกงจะถูกอบในเตาถ่านที่ ใช้แผ่นสังกะสีมาคลุมบนถาดขนมแล้วใช้ถ่านหรือกาบมะพร้าวจุดไฟ แล้วเกลี่ยให้ทั่วสังกะสี ขนมหม้อแกงจะได้รับความร้อนทั้งด้านบนและด้านล่าง ทำให้หน้ าของขนมหม้อแกง มีลักษณะเป็ นสีน้ำตาลทอง
ขนมเปี ยกปูน “ขนมเปี ยกปูน” เป็ นขนมไทยประเภทกวน ส่วนผสมในอดีตมีแป้ งข้าวเจ้าหมักทิ้งไว้แล้ว นำมาโม่ด้วยโม่หินให้ละเอียดจนเป็ นน้ำแป้ งผสมน้ำตาลปี๊ บ น้ำตาลทราย ใบตาลเผาไฟ และน้ำปูนใส เมื่อกวนเสร็จนำมาใส่ถาดทรงสี่ เหลี่ยม สมัยโบราณเป็ นถาดโบราณรู ปทรง กลม เมื่อขนมแห้งตึงดีจึงใช้มีดตัดแบ่งออกพอเป็ นคำ ๆ เรียกติดปากว่า \"สี่ เหลี่ยมขนม เปี ยกปูน\" โรยด้วยมะพร้าวอ่อนขูดฝอยเคล้ากับน้ำเกลือหรือเกลือป่ น ส่วนวัตถุดิบใน ปั จจุบัน คือ แป้ ง น้ำตาล และน้ำใบเตยหรือน้ำจากกาบมะพร้าวเผาไฟ
ขนมตาล “ขนมตาล” เป็ นขนมไทยดั้งเดิมหนึ่ งในบรรดาขนมที่เป็ นมงคล เพราะสีและการฟูพอง ของขนมจึงมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง และความก้าวหน้ าในอาชีพตำแหน่ งหน้ าที่ การทำขนมตาลนั้ นเพียงแต่เลือกลูกตาลที่สุกงอมหรือรอให้ตกจากต้นก่อน แล้วจึงนำเอา เนื้ อตาลสีเหลืองจัดมาคั้นกับน้ำและนำน้ำนั้ นมาผสมกับแป้ งข้าวเจ้า กะทิ และน้ำตาล เมื่อผสมเข้ากันแล้วจึงนำไปนึ่ งให้ฟูพอง เนื้ อจะเนี ยนนุ่ ม และมีกลิ่นหอมจะเนื้ อตาล
ขนมใส่ ไส้ หรือขนมสอดไส้ “ขนมใส่ไส้หรือขนมสอดไส้” เป็ นขนมที่ใช้แป้ งข้าวเหนี ยวขาวและแป้ งข้าวเหนี ยวดำ ข้างในเป็ นไส้มะพร้าวเคี่ยวน้ำตาลหยอดด้วยแป้ งข้าวเจ้า กะทิ และเกลือที่กวนสุก แล้วห่อด้วยใบตองให้เป็ นทรงสูงแล้วคาดด้วยทางมะพร้าว ขนมใส่ไส้จะมีกลิ่นหอม ไส้หวานเค็มมันด้วยกระทิที่ข้น เป็ นขนมไทยที่ใช้ในงานมงคลโดยเฉพาะ พิธีงานหมั้นที่ มีการแห่ ขันหมากเพื่อไปสู่ ขอเจ้าสาว
ขนมข้าวต้มมัด “ข้าวต้มมัด” หรือ “ข้าวต้มผัด” เป็ นขนมชนิ ดหนึ่ งที่ทำด้วยข้าวเหนี ยวผัดกับกะทิแล้ว นำไปห่อด้วยใบตองหรือใบมะพร้าวอ่อน ใส่ไส้กล้วยนำไปนึ่ งให้สุก ทางภาคใต้ใช้ข้าว เหนี ยวกับน้ำกะทิห่อด้วยใบพ้อเรียกห่อต้ม ถ้าห่อด้วยใบมะพร้าวและมัดด้วยเชือกเรียก ห่อมัด ซึ่งมีความหมายให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเป็ นคู่รักที่ยั่งยืนตลอด นานอยู่กันเป็ นคู่เหมือนข้าวต้มมัด
ขนมลูกชุ บ “ขนมลูกชุบ” เป็ นขนมประจำถิ่นโปรตุเกสแพร่หลายมาถึงย่านเมดิเตอร์เรเนี ยน แถบฝรั่งเศสตอนใต้ ลูกชุบในภาษาโปรตุเกสเรียกว่า Massapa’es ในประเทศไทย ลูกชุบเป็ นขนมไทยชนิ ดหนึ่ งทำด้วยถั่วเขียวบดกวนปั้ นเป็ นรู ปร่างต่างๆระบายสีแล้วนำ ไปชุบวุ้นให้สวยงาม สีที่ใช้ทำลูกชุบนั้ นนอกจากระบายลงบนถั่วเขียวกวนที่ปั้ นแล้ว ยังใส่ สี ลงในถั่ วกวนโดยตรงได้อีก
ขนมอาลัว “ขนมอาลัว” เป็ นขนมหวานที่ทำจากแป้ ง ผิวด้านนอกจะเป็ นน้ำตาลแข็ง ด้านในเป็ น แป้ งหนื ด มักทำเป็ นอันเล็ก ๆ มีหลายสี มีกลิ่นหอมหวาน ชื่อขนมมีความหมายว่าเสน่ ห์ ดึงดูดใจ มีต้นกำเนิ ดมาจากประเทศโปรตุเกส ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยครั้ง แรกโดยคุณท้าวทองกีบม้า ขนมอาลัวแบ่งได้เป็ นสองชนิ ด คือ อาลัวชาววังและอาลัวจิ๋ว โดยอาลัวชาววังมีขนาดใหญ่กว่าและมีส่ วนผสมของกะทิมากกว่าอาลัวจิ๋ว
ขนมลอดช่อง “ขนมลอดช่อง” เป็ นขนมไทยพื้นบ้านที่ใช้แป้ งข้าวเจ้าเป็ นวัตถุดิบ เป็ นที่นิ ยมแพร่หลาย ในไทยชนิ ดหนึ่ ง มีจุดกำเนิ ดร่วมในทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิ ด มาจากประเทศอินโดนี เซีย มีความหมายให้คู่บ่าวสาวนั้ นมีความรักที่ยืนยาวและจะทำ การใดก็ขอให้ตลอดปลอดโปร่ง ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ เพราะลอดช่องนั้ นมี ลักษณะที่รื่นไหลอาจจะเป็ นลอดช่องใบเตยหรือลอดช่องสิงค์โปร์ก็ได้
ขนมถ้วยฟู “ขนมถ้วยฟู” เป็ นขนมไทยที่มีเนื้ อนุ่ มฟูและกลิ่นหอมอบร่ำของดอกไม้สดอันเป็ น เอกลักษณ์ นิ ยมใช้ประกอบในพิธีมงคลต่าง ๆ ชื่อของขนมถ้วยฟูให้ความหมายเป็ น สิริมงคล สื่ อถึงความเจริญก้าวหน้ า รุ่งเรืองเฟื่ องฟู
ขนมข้าวเหนี ยวสังขยา “ขนมข้าวเหนี ยวสังขยา” เป็ นขนมไทยโบราณได้รับอิทธิพลจากอาหาร โปรตุเกสในสมัยอยุธยา Maria Guyomar de Pinha ซึ่งเป็ นที่รู้จักในนามราชินี แห่ง ขนมไทยได้แนะนำวิธีการปฏิวัติการทำขนมไทยโดยใช้สูตรอาหารจากโปรตุเกส ซึ่ง โดยทั่วไปจะทำจากข้าวเหนี ยว กะทิ เกลือ น้ำตาลปี๊ บ และสังขยามะพร้าว ซึ่งทำมา จากกะทิ น้ำตาลปี๊ บ และน้ำตาลมะพร้าว
อ้างอิง ขนมถ้วย. (2565). สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จากวิกิพีเดีย https://shorturl.asia/JpLgj ขนมไทยชุมชนบ้านหนองกรด จังหวัดนครสวรรค์. (2564). ขนมตาล. สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก https://shorturl.asia/iloru ขนมเปี ยกปูน. (2565). สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จากวิกิพีเดีย https://shorturl.asia/uYcAt ขนมลอดช่อง. (2564). สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จากวิกิพีเดีย https://shorturl.asia/S6nal ขนมหม้อแกง. (2564). สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จากวิกิพีเดีย https://shorturl.asia/dJlwA ข้าวเหนี ยวสังขยา. (2560). สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จากวิกิพีเดีย https://shorturl.asia/R0SLs ขนมอาลัว. (2564). สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จากวิกิพีเดีย https://shorturl.asia/NrJpv ข้าวต้มมัด. (2565). สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จากวิกิพีเดีย https://shorturl.asia/y0lUO ประวัติความเป็ นมาของขนมตะโก้. (2557). [เว็บบล็อก]. สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก http://sinaran025.blogspot.com/2014/12/2-46.htm
อ้างอิง ประวัติและความเป็ นมาของขนมไทย. [ม.ป.ป.]. สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก https://shorturl.asia/wSQe7 เรือนไทยมหานคร. (2565.). ความหมายของอาหารมงคลที่ใช้ในงานสมรส. สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก https://shorturl.asia/Z5q1I 1765 สายด่วนวัฒนธรรม. (2563). ประวัติความเป็ นมา : ขนมใส่ไส้. สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก https://shorturl.asia/ji04F BAKERY LOVER. (2564). สังขยาฟั กทอง ขนมไทยทำง่าย อร่อย และมีประโยชน์ . สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก https://shorturl.asia/VDQei BKK. (2561). ๙ ขนมไทย ความหมายมงคล. สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก https://www.bkkmenu.com/eat/stories/9-good-thai-dessert.html Specialfood. [ม.ป.ป.]. ลูกชุบ…ขนมไทยของคนไทย. สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2565, จาก https://shorturl.asia/i4kf5
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: