Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การปฏิบัติต่อเด็ก เยาวชน สตรี และผู้มีความผิดปกติทางจิต

การปฏิบัติต่อเด็ก เยาวชน สตรี และผู้มีความผิดปกติทางจิต

Published by teaksupara, 2021-03-29 11:12:55

Description: การปฏิบัติต่อเด็ก เยาวชน สตรี และผู้มีความผิดปกติทางจิต

Search

Read the Text Version

๙๒ หากปรากฏวาผูปกครองของเด็กฝาฝนบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง ใหนําบทบัญญัติ มาตรา ๓๙ มาใชบ ังคับโดยอนโุ ลม การวากลาวตักเตือน ทําทัณฑบน และจัดใหเด็กทํางานบริการสังคมหรือทํางาน สาธารณประโยชนต ามวรรคหนงึ่ ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ ôö ในกรณีท่ีปลัดกระทรวงหรือผูวาราชการจังหวัดส่ังใหสงเด็กเขารับ การคุมครองสวัสดิภาพ หรือในกรณีพนักงานเจาหนาท่ีออกขอกําหนดใหเด็กทํางานบริการสังคม หรือทํางานสาธารณประโยชนตามมาตรา ๔๕ หากผูปกครองไมเห็นดวยใหมีสิทธินําคดีไปสูศาล ตามมาตรา ๕ ภายในหนึง่ รอยยส่ี บิ วัน นบั แตว นั รบั ทราบคาํ สั่ง ÁÒμÃÒ ô÷ วธิ ีการดําเนินการคมุ ครองสวสั ดภิ าพเดก็ นอกจากท่บี ัญญตั ิไวใ นหมวดนี้ ใหเปน ไปตามระเบยี บทคี่ ณะกรรมการกําหนด ËÁÇ´ õ ¼Œ¤Ù ØÁŒ ¤ÃͧÊÇÊÑ ´ÀÔ Ò¾à´ç¡ ÁÒμÃÒ ôø ในการดําเนินการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความ ประพฤตแิ กเ ดก็ ตามพระราชบญั ญตั นิ ห้ี รอื กฎหมายอน่ื ถา พนกั งานเจา หนา ทเี่ หน็ วา มเี หตสุ มควรแตง ตง้ั ผคู มุ ครองสวสั ดภิ าพเดก็ เพอ่ื กาํ กบั ดแู ลเดก็ คนใด กใ็ หย นื่ คาํ ขอตอ ปลดั กระทรวงหรอื ผวู า ราชการจงั หวดั แลว แตก รณี ใหแ ตง ตง้ั พนกั งานเจา หนา ท่ี นกั สงั คมสงเคราะห หรอื บคุ คลทสี่ มคั รใจและมคี วามเหมาะสม เปนผูคุมครองสวัสดิภาพเด็ก โดยจะกําหนดสถานที่อยูอาศัยของเด็กที่อยูในการกํากับดูแล ของผคู ุมครองสวสั ดภิ าพเด็กดว ยก็ได กรณีที่เด็กพนจากความปกครองดูแลของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพและสถานพัฒนาและฟนฟูแลว ถามีเหตุผลสมควรก็ใหผูปกครองสวัสดิภาพ ยน่ื คาํ ขอตอ ปลดั กระทรวงหรอื ผวู า ราชการจงั หวดั แลว แตก รณี ใหต งั้ พนกั งานเจา หนา ที่ นกั สงั คมสงเคราะห หรอื บุคคลท่ีสมคั รใจและมคี วามเหมาะสมเปนผคู ุมครองสวัสดิภาพเด็กได การแตง ตั้งผูคมุ ครองสวัสดภิ าพเดก็ ใหมีระยะเวลาคราวละไมเ กินสองป ÁÒμÃÒ ôù ผคู มุ ครองสวัสดิภาพเดก็ มอี าํ นาจและหนา ท่ี ดงั ตอ ไปน้ี (๑) เย่ียมเยียน ใหคําปรึกษา แนะนํา และตักเตือนเก่ียวกับเร่ือง ความประพฤติ การศกึ ษา และการประกอบอาชีพแกเด็กทีอ่ ยใู นการกาํ กบั ดแู ล (๒) เย่ียมเยียน ใหคาํ ปรึกษา และแนะนําแกผูปกครองเก่ียวกับเรื่อง การอบรมสั่งสอนและเล้ยี งดูเดก็ ทอี่ ยูในการกาํ กบั ดแู ล (๓) จัดทํารายงานและความเห็นเกี่ยวกับสภาพความเปนอยูของเด็ก และของผปู กครอง เสนอตอ ปลดั กระทรวง ผวู า ราชการจงั หวดั พนกั งานเจา หนา ท่ี ผปู กครอง สวสั ดภิ าพ คณะกรรมการ คณะกรรมการคุมครองเด็กกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการคุมครองเด็กจังหวัด แลว แตกรณี เพอื่ ดาํ เนินการตอ ไป

๙๓ ÁÒμÃÒ õð หา มมใิ หผ ปู กครองสวสั ดภิ าพหรอื ผคู มุ ครองสวสั ดภิ าพเดก็ เปด เผยชอื่ ตวั ชอ่ื สกลุ ภาพหรอื ขอ มลู ใดๆ เกยี่ วกบั ตวั เดก็ ผปู กครอง ในลกั ษณะทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแกช อ่ื เสยี ง เกียรตคิ ณุ หรอื สิทธปิ ระโยชนอยา งใดอยา งหนง่ึ ของเด็กหรือผปู กครอง บทบญั ญตั ใิ นวรรคหนง่ึ ใหใ ชบ งั คบั แกพ นกั งานเจา หนา ท่ี นกั สงั คมสงเคราะห นกั จติ วทิ ยา และผมู หี นา ทค่ี มุ ครองสวสั ดภิ าพเดก็ ตามมาตรา ๒๔ ซง่ึ ไดล ว งรขู อ มลู ดงั กลา วเนอ่ื งในการ ปฏิบตั หิ นา ท่ีของตนดวย โดยอนโุ ลม หามมิใหผูใดโฆษณาหรือเผยแพรทางสื่อมวลชนหรือส่ือสารสนเทศ ประเภทใด ซง่ึ ขอมลู ทีเ่ ปด เผย โดยฝาฝน บทบญั ญัติในวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ËÁÇ´ ö Ê¶Ò¹ÃºÑ àÅéÂÕ §à´¡ç ʶҹááÃѺ ʶҹʧà¤ÃÒÐˏ ʶҹ¤ØÁŒ ¤ÃͧÊÇÑÊ´ÀÔ Ò¾ áÅÐʶҹ¾Ñ²¹ÒáÅп„œ¹¿Ù ÁÒμÃÒ õñ ปลัดกระทรวงมีอํานาจจัดต้ังสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถาน สงเคราะห สถานคมุ ครองสวสั ดภิ าพ และสถานพฒั นาและฟน ฟู ไดท ว่ั ราชอาณาจกั ร และผวู า ราชการ จังหวัดมีอํานาจจัดต้ังสถานรับเล้ียงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟน ฟูภายในเขตจงั หวัดน้นั หนวยงานอ่ืนของรัฐ นอกจากท่ีมีอํานาจหนาท่ีตามพระราชบัญญัตินี้ อาจจัดต้ังและดําเนินกิจการไดเฉพาะสถานรับเล้ียงเด็ก โดยแจงใหปลัดกระทรวงหรือผูวาราชการ จงั หวดั แลว แตก รณที ราบ และใหป ลดั กระทรวงหรอื ผวู า ราชการจงั หวดั แนะนาํ หรอื สนบั สนนุ การจดั ตง้ั และการดําเนินการดังกลาว ÁÒμÃÒ õò ภายใตบ งั คบั ของมาตรา ๕๑ ผใู ดจะจดั ตง้ั สถานรบั เลย้ี งเดก็ สถานแรกรบั สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟนฟู ตองขอรับใบอนุญาต ตอปลดั กระทรวงหรือผวู าราชการจังหวัด แลวแตก รณี การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอตออายุใบอนุญาต การใหตออายุใบอนุญาต การขอรับใบแทนใบอนุญาตที่สูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุด การออก ใบแทนใบอนญุ าต และการเพกิ ถอนใบอนญุ าต ใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑ วธิ กี าร และเงอื่ นไขทก่ี าํ หนดใน กฎกระทรวงและใหเ สยี คา ธรรมเนียมตามอตั ราท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ õó ใหปลัดกระทรวง ผูวาราชการจังหวัด คณะกรรมการ คณะกรรมการ คมุ ครองเดก็ กรงุ เทพมหานคร และคณะกรรมการคมุ ครองเดก็ จงั หวดั กาํ กบั ดแู ลและสง เสรมิ สนบั สนนุ การดําเนินงานของสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟนฟทู ่ีอยูใ นเขตพนื้ ทีท่ ่ีรบั ผดิ ชอบ

๙๔ ÁÒμÃÒ õô ในสถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ และสถาน พัฒนาและฟนฟู จะตองไมดําเนินกิจการในลักษณะแสวงหากําไรในทางธุรกิจ และตองมีผูปกครอง สวัสดิภาพเปน ผูป กครองดแู ลและบังคบั บญั ชา การดําเนินงานของสถานท่ีตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามระเบียบ ที่ปลัดกระทรวงกําหนด ÁÒμÃÒ õõ ใหปลัดกระทรวงและผูวาราชการจังหวัด มีอํานาจแตงต้ังหรือถอดถอน ผูปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนา และฟน ฟตู ามหลกั เกณฑ วธิ ีการ และเงื่อนไขทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ õö ผูปกครองสวัสดภิ าพของสถานแรกรับมีอาํ นาจและหนาท่ี ดังตอ ไปนี้ (๑) รับตัวเด็กท่ีจําตองไดรับการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพไว เพอ่ื สบื เสาะและพนิ จิ เดก็ และครอบครวั วนิ จิ ฉยั กาํ หนดวธิ กี ารทเี่ หมาะสมในการสงเคราะหห รอื คมุ ครอง สวัสดภิ าพแกเดก็ แตล ะคน ถา จาํ เปน อาจรบั ตวั เด็กไวปกครองดแู ลชั่วคราวไดไมเกินสามเดือน (๒) สืบเสาะและพินิจเก่ียวกับอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหงจิต นิสัย อาชีพ และฐานะของเด็กท่ีจําตองไดรับการสงเคราะห หรือคุมครองสวัสดิภาพ รวมท้ังของผูปกครอง หรือบุคคลท่ีเด็กอาศัยอยูดวย ตลอดจน สิ่งแวดลอมทั้งปวงเกี่ยวกับเด็ก และมูลเหตุท่ีทําใหเด็กตกอยูในสภาวะจําตองไดรับการสงเคราะห หรอื คุมครองสวสั ดภิ าพ เพอื่ รายงานไปยงั หนว ยงานทีเ่ ก่ยี วของ (๓) จัดใหมีการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิต พรอมท้ังดําเนินการ รักษาเยียวยาแกเ ด็กท่อี ยูในความปกครองดแู ล (๔) จดั ทพ่ี กั อาศยั ทหี่ ลบั นอน เครอื่ งนงุ หม ใหเ หมาะสมและถกู สขุ ลกั ษณะ และจดั อาหารใหถ กู อนามยั และเพยี งพอแกเ ดก็ ที่อยใู นความปกครองดแู ล (๕) จดั การศกึ ษา การกฬี า และนนั ทนาการใหแ กเ ดก็ ทอี่ ยใู นความปกครอง ดแู ล ใหเ หมาะสมกบั วัยและสภาพของเด็กแตล ะคน (๖) จัดสงเด็กที่ไดดําเนินการตาม (๑) และ (๒) ไปยังสถานสงเคราะห สถานพัฒนาและฟนฟู โรงเรียน หรือสถานท่ีอ่ืนใดท่ีมีวัตถุประสงคในการสงเคราะห หรือคุมครอง สวสั ดิภาพเดก็ ใหเหมาะสมกบั วัยและสภาพของเดก็ แตล ะคน (๗) มอบตวั เด็กแกผูปกครอง หรอื บคุ คลทีเ่ หมาะสมและยนิ ยอมรับเด็ก ไวอ ปุ การะเลยี้ งดู และถา เหน็ สมควรอาจยน่ื คาํ ขอใหป ลดั กระทรวงหรอื ผวู า ราชการจงั หวดั แลว แตก รณี แตง ตงั้ ผคู มุ ครองสวัสดิภาพแกเ ด็กตามมาตรา ๔๘ (๘) ใหคําปรึกษา แนะนํา และชวยเหลือแกผูปกครอง ในกรณีที่เด็ก จาํ ตอ งไดร ับการสงเคราะห หรือคุมครองสวสั ดิภาพ ผูปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับตองดําเนินการใหเด็กสามารถ กลับไปอยูกับผูปกครองกอน สวนการจัดใหเด็กไปอยูในสถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ หรอื สถานพัฒนาและฟน ฟูใหดาํ เนนิ การเปนวธิ ีสดุ ทาย

๙๕ ÁÒμÃÒ õ÷ ผูรับใบอนุญาตและผูปกครองสวัสดิภาพของสถานสงเคราะหและสถาน คมุ ครองสวัสดิภาพ ท่จี ดั ตัง้ ขึน้ ตามพระราชบญั ญตั นิ ห้ี รอื กฎหมายอ่นื ตองควบคุมดูแลใหม กี ารรับเดก็ ท่ีจาํ ตองไดร บั การสงเคราะหหรอื คมุ ครองสวัสดิภาพทุกคนไวอปุ การะเลยี้ งดู ÁÒμÃÒ õø ผูปกครองสวัสดิภาพของสถานสงเคราะหมีอํานาจและหนาท่ีตาม มาตรา ๕๖ (๑) (๒) (๓) และ (๔) และใหม อี ํานาจและหนา ที่ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) จัดการศึกษา อบรม ส่ังสอน และฝกหัดอาชีพแกเด็กที่อยู ในความปกครองดูแลของสถานสงเคราะหใ หเ หมาะสมกับเดก็ แตล ะคน (๒) จดั บรกิ ารแนะแนว ใหคาํ ปรึกษา และชวยเหลือแกผปู กครอง (๓) สอดสองและติดตามใหคําปรึกษา แนะนํา และชวยเหลือแกเด็ก ที่ออกจากสถานสงเคราะหไปแลว เพ่ือเปนการสงเคราะหหรือคุมครองสวัสดิภาพแกเด็กที่เคยอยูใน สถานสงเคราะหม ิใหก ลับไปสูสภาพเดมิ การสืบเสาะและพินิจตามมาตรา ๕๖(๒) ถาเปนกรณีที่เด็กถูกสงมาจาก สถานแรกรบั ซึง่ มีรายงานการสืบเสาะและพินจิ แลว อาจงดการสืบเสาะและพินิจกไ็ ด ÁÒμÃÒ õù ผูปกครองสวัสดิภาพของสถานคุมครองสวัสดิภาพมีอํานาจและหนาท่ี ดังตอ ไปน้ี (๑) ปกครองดแู ลและอปุ การะเลยี้ งดเู ดก็ ทอี่ ยใู นสถานคมุ ครองสวสั ดภิ าพ (๒) จัดการศึกษา อบรม และฝกอาชีพแกเด็กที่อยูในสถานคุมครอง สวัสดภิ าพ (๓) แกไ ขความประพฤติ บาํ บดั รกั ษาและฟน ฟสู มรรถภาพทงั้ ทางรา งกาย จิตใจแกเ ดก็ ที่อยใู นสถานคุม ครองสวสั ดภิ าพ (๔) สอดสองและติดตามใหคําปรึกษา แนะนํา และชวยเหลือแกเด็ก ที่ออกจากสถานคุม ครองสวัสดิภาพ ไปแลว ÁÒμÃÒ öð ผูปกครองสวัสดิภาพของสถานพัฒนาและฟนฟูมีอํานาจและหนาท่ี ดังตอ ไปนี้ (๑) รับเด็กท่ีจําตองไดรับการบําบัดฟนฟูสมรรถภาพดานรางกาย หรือจติ ใจไวปกครองดูแล (๒) ทําการสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวเพ่ือกําหนด แนวทางการพัฒนาและฟน ฟูเด็กแตล ะคน (๓) จัดการศึกษา ฝกอบรม ส่ังสอน บําบัดรักษา แนะแนว และฟนฟู สภาพรา งกายและจติ ใจใหเ หมาะสมแกเ ดก็ แตละคนทอ่ี ยรู ะหวางการปกครองดูแล ÁÒμÃÒ öñ หา มมใิ หเ จา ของ ผปู กครองสวสั ดภิ าพ และผปู ฏบิ ตั งิ านในสถานรบั เลย้ี งเดก็ สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุม ครองสวสั ดิภาพ และสถานพฒั นาและฟน ฟู ทาํ รายรา งกาย หรือจิตใจ กักขัง ทอดท้ิง หรือลงโทษเด็กที่อยูในความปกครองดูแลโดยวิธีการรุนแรงประการอื่น เวน แตกระทําเทาทสี่ มควรเพอื่ อบรมส่ังสอนตามระเบยี บท่ีรัฐมนตรีกาํ หนด

๙๖ ÁÒμÃÒ öò ในการปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี หรอื ตามทไ่ี ดร บั มอบหมายจาก ปลดั กระทรวงหรอื ผวู าราชการจงั หวัด ใหผูปกครองสวัสดิภาพเปน เจา พนกั งานตามประมวลกฎหมาย อาญา ËÁÇ´ ÷ ¡ÒÃʧ‹ àÊÃÔÁ¤ÇÒÁ»ÃоÄμ¹Ô ¡Ñ àÃÂÕ ¹áÅÐ¹Ñ¡È¡Ö ÉÒ ÁÒμÃÒ öó โรงเรยี นและสถานศกึ ษาตอ งจดั ใหม รี ะบบงานและกจิ กรรมในการแนะแนว ใหค าํ ปรกึ ษาและฝก อบรมแกน กั เรยี น นกั ศกึ ษา และผปู กครอง เพอื่ สง เสรมิ ความประพฤตทิ เ่ี หมาะสม ความรับผิดชอบตอสังคม และความปลอดภัยแกนักเรียนและนักศึกษา ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ öô นักเรียนและนักศึกษาตองประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรียน หรือสถานศกึ ษาและตามทก่ี ําหนดในกฎกระทรวง ÁÒμÃÒ öõ นกั เรยี นหรอื นักศึกษาผูใดฝาฝน มาตรา ๖๔ ใหพนักงานเจา หนาทีป่ ฏิบัติ ตามระเบียบท่ีรัฐมนตรีกําหนด และมีอํานาจนําตัวไปมอบแกผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาของ นักเรียนหรือนักศึกษานั้น เพือ่ ดําเนนิ การสอบถามและอบรมสงั่ สอนหรือลงโทษตามระเบยี บ ในกรณี ทีไ่ มส ามารถนาํ ตัวไปมอบไดจะแจงดวยวาจาหรอื เปนหนงั สอื ก็ได เม่ือไดอบรมสั่งสอนหรือลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาแลว ใหพนักงาน เจาหนาท่ีหรือผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาแจงใหผูปกครองวากลาวตักเตือนหรือส่ังสอนเด็ก อีกชั้นหนง่ึ การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาใหกระทําเทาที่สมควรเพ่ือการอบรม ส่ังสอนตามระเบยี บทีร่ ฐั มนตรีกาํ หนด ÁÒμÃÒ öö พนักงานเจาหนาที่ตามหมวดนี้มีอํานาจดําเนินการเพ่ือสงเสริม ความประพฤตนิ กั เรียนและนักศกึ ษา ดังตอ ไปน้ี (๑) สอบถามครู อาจารย หรอื หวั หนา สถานศกึ ษาเกย่ี วกบั ความประพฤติ การศึกษา นิสัย และสติปญ ญาของนักเรยี นหรือนักศึกษาท่ฝี า ฝนมาตรา ๖๔ (๒) เรียกใหผูปกครอง ครู อาจารย หรือหัวหนาสถานศึกษาที่นักเรียน หรอื นักศึกษาน้ันกําลังศกึ ษาอยู มารับตัวนกั เรียนหรือนักศกึ ษา เพ่ือวากลา วอบรมส่ังสอนตอไป (๓) ใหคําแนะนําแกผูปกครองในเร่ืองการอบรมและส่ังสอนนักเรียน หรือนักศกึ ษา (๔) เรียกผูปกครองมาวากลาวตักเตือน หรือทําทัณฑบนวาจะปกครอง ดแู ลมิใหน กั เรียนหรือนักศกึ ษาฝาฝนมาตรา ๖๔ อกี

๙๗ (๕) สอดสองดูแล รวมทั้งรายงานตอคณะกรรมการเกี่ยวกับพฤติกรรม ของบคุ คลหรือแหลงท่ีชกั จูงนกั เรียนหรอื นักศึกษาใหประพฤติในทางมชิ อบ (๖) ประสานงานกับผูบริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา ครู ผูปกครอง ตาํ รวจ หรอื พนกั งานเจา หนา ทอ่ี ่ืน เพื่อดาํ เนินการใหเปนไปตามหมวดนี้ ÁÒμÃÒ ö÷ ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยวามีการฝาฝนกฎหมายหรือระเบียบเก่ียวกับ ความประพฤติของนักเรียนหรือนักศึกษา ใหพนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจเขาไปในเคหสถาน สถานที่ หรือยานพาหนะใดๆ ในระหวางเวลาพระอาทิตยขึ้นถึงพระอาทิตยตก หรือในระหวางเวลาทําการ เพือ่ ทาํ การตรวจสอบการฝาฝนดังกลาวได ในการปฏิบัติหนาท่ีตามวรรคหน่ึง พนักงานเจาหนาที่ตองแสดง บัตรประจาํ ตัวกอน และใหบคุ คลทีเ่ กยี่ วของอํานวยความสะดวกตามสมควร บัตรประจําตัวพนักงานเจาหนาที่ ใหเปนไปตามแบบที่รัฐมนตรีกําหนด โดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ËÁÇ´ ø ¡Í§·Ø¹¤ŒØÁ¤Ãͧà´ç¡ ÁÒμÃÒ öø ใหร ฐั บาลจดั สรรงบประมาณเพอ่ื จดั ตง้ั กองทนุ ขนึ้ กองทนุ หนงึ่ ในสาํ นกั งาน ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย เรียกวา “กองทุนคุมครองเด็ก” เพื่อเปน ทุนใชจายในการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็ก รวมท้ังครอบครัว และครอบครวั อุปถัมภของเด็กตามพระราชบัญญัติน้ี ÁÒμÃÒ öù กองทนุ ประกอบดว ย (๑) เงนิ ทนุ ประเดมิ ทรี่ ัฐบาลจัดสรรให (๒) เงินท่ีไดรับจากงบประมาณรายจา ยประจําป (๓) เงนิ หรอื ทรัพยสนิ ทีม่ ผี บู รจิ าคหรอื มอบให (๔) เงินอดุ หนุนจากตา งประเทศหรอื องคก ารระหวา งประเทศ (๕) เงนิ หรอื ทรพั ยส นิ ทตี่ กเปน ของกองทนุ หรอื ทก่ี องทนุ ไดร บั ตามกฎหมาย หรือโดยนติ กิ รรมอ่ืน (๖) เงนิ ทรี่ บิ จากเงนิ ประกนั ของผปู กครองทผ่ี ดิ ทณั ฑบ นตามมาตรา ๓๙ (๗) ดอกผลท่ีเกิดจากเงินหรอื ทรพั ยสนิ ของกองทุน ÁÒμÃÒ ÷ð เงินและดอกผลท่ีกองทุนไดรับตามมาตรา ๖๙ ไมตองนําสงกระทรวง การคลงั เปน รายไดแผน ดิน

๙๘ ÁÒμÃÒ ÷ñ ใหม คี ณะกรรมการบริหารกองทนุ คณะหนง่ึ ประกอบดว ย ปลดั กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย เปนประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผูแทนสํานักงบประมาณ ผูแทนกรมบัญชีกลาง และผูทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการแตงต้ังไมเกินสามคน ในจํานวนน้ีตองเปนผูแทนจากภาคเอกชน ซึ่งเก่ียวของกับ งานดานสวัสดิการเด็กอยางนอยหนึ่งคนเปนกรรมการ และใหรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม และความม่นั คงของมนุษยซึง่ ปลดั กระทรวงมอบหมายเปน กรรมการและเลขานกุ าร ÁÒμÃÒ ÷ò ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ มาใชบ ังคับกับการดาํ รงตาํ แหนง การพนจากตําแหนง และการประชุม ของคณะกรรมการบริหารกองทุน และการแตงต้ังคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการบริหารกองทุน โดยอนุโลม ÁÒμÃÒ ÷ó ใหคณะกรรมการบริหารกองทุนมีอาํ นาจหนาท่ี ดงั ตอ ไปน้ี (๑) บริหารกองทุนใหเ ปน ไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกาํ หนด (๒) พิจารณาอนุมัติการจายเงินเพื่อการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพ และสงเสริมความประพฤติเด็ก รวมท้ังครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภของเด็กตามระเบียบ ทค่ี ณะกรรมการกําหนดหรือตามคาํ สัง่ ศาล (๓) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนตอคณะกรรมการ ตามระเบียบทค่ี ณะกรรมการกาํ หนด ÁÒμÃÒ ÷ô การรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน และการจดั การกองทนุ ใหเปน ไปตามระเบียบท่คี ณะกรรมการกาํ หนด ÁÒμÃÒ ÷õ ใหมีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดําเนินงานของกองทุน จาํ นวนหา คน ประกอบดว ย ประธานกรรมการและกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ ซงึ่ คณะกรรมการแตง ตงั้ จาก ผูซ่ึงมีความรูความสามารถและประสบการณดานการเงิน การสวัสดิการเด็กและการประเมินผล และใหรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมาย เปนกรรมการและเลขานกุ าร ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และ มาตรา ๑๓ มาใชบงั คบั กับการดาํ รงตาํ แหนง การพน จากตาํ แหนง และการประชมุ ของคณะกรรมการ ติดตามและประเมินผลตามวรรคหน่งึ โดยอนุโลม ÁÒμÃÒ ÷ö คณะกรรมการติดตามและประเมินผลตามมาตรา ๗๕ มีอํานาจหนาที่ ดังตอ ไปนี้ (๑) ตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดาํ เนินงานของกองทนุ (๒) รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านพรอ มท้ังขอเสนอแนะตอคณะกรรมการ (๓) มอี าํ นาจเรยี กเอกสารหรอื หลกั ฐานทเ่ี กย่ี วขอ งกบั กองทนุ จากบคุ คลใด หรือเรยี กบคุ คลใดมาชแ้ี จงขอ เท็จจรงิ เพ่ือประกอบการพจิ ารณาประเมินผล

๙๙ ÁÒμÃÒ ÷÷ ใหค ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ จดั ทาํ งบดลุ และบญั ชี ทาํ การสง ผสู อบบญั ชี ตรวจสอบภายในหนึง่ รอยยส่ี บิ วนั นบั แตวันส้ินปบญั ชีทุกป ใหส าํ นกั งานการตรวจเงนิ แผน ดนิ เปน ผสู อบบญั ชขี องกองทนุ ทกุ รอบปแ ลว ทํารายงานผลการสอบและรับรองบัญชีและการเงินของกองทุนเสนอตอคณะกรรมการภายใน หนึ่งรอยหาสบิ วันนับแตว ันส้นิ ปบัญชี เพือ่ คณะกรรมการเสนอตอคณะรัฐมนตรเี พอ่ื ทราบ รายงานผลการสอบบญั ชตี ามวรรคสองใหร ฐั มนตรเี สนอตอ นายกรฐั มนตรี เพอ่ื นําเสนอตอ รฐั สภา เพื่อทราบและจดั ใหม กี ารประกาศในราชกิจจานุเบกษา ËÁÇ´ ù º·กาํ ˹´â·É ÁÒμÃÒ ÷ø ผูใดฝาฝนมาตรา ๒๖ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามเดือน หรือปรับ ไมเ กนิ สามหม่ืนบาท หรอื ทัง้ จาํ ทง้ั ปรบั ÁÒμÃÒ ÷ù ผใู ดฝาฝนมาตรา ๒๗ มาตรา ๕๐ หรอื มาตรา ๖๑ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกนิ หกเดือน หรือปรบั ไมเ กินหกหมน่ื บาท หรือทัง้ จําท้ังปรบั ÁÒμÃÒ øð ผใู ดขัดขวางไมใหพนักงานเจา หนาทีป่ ฏิบัตติ ามมาตรา ๓๐ (๑) หรอื (๕) หรือไมยอมสงเอกสารหรือสงเอกสารโดยรูอยูวาเปนเอกสารเท็จแกพนักงานเจาหนาท่ีเม่ือถูกเรียก ใหสงตามมาตรา ๓๐ (๔) ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท หรือท้ังจาํ ทงั้ ปรบั ผูใดไมยอมมาใหถอยคํา ไมยอมใหถอยคําโดยไมมีเหตุอันสมควร หรอื ใหถ อ ยคาํ อนั เปน เทจ็ ตอ พนกั งานเจา หนา ทซ่ี งึ่ ปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ ามมาตรา ๓๐ (๓) ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนงึ่ หมนื่ บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั แตถ า ผใู หถ อ ยคาํ กลบั ใหข อ ความจรงิ ในขณะทกี่ ารใหถ อยคาํ ยงั ไมเสรจ็ ส้นิ การดาํ เนนิ คดีอาญาตอบคุ คลนนั้ ใหเปนอันระงับไป ÁÒμÃÒ øñ ผใู ดฝา ฝน ขอ กาํ หนดของศาลในการคมุ ความประพฤติ หา มเขา เขตกาํ หนด หรอื หา มเขา ใกลต วั เดก็ ตามมาตรา ๔๓ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื น หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนงึ่ หมนื่ บาท หรอื ทงั้ จําทง้ั ปรบั ÁÒμÃÒ øò ผูใดจัดต้ังหรือดําเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถาน สงเคราะห สถานคมุ ครองสวสั ดภิ าพ หรอื สถานพฒั นาและฟน ฟตู ามมาตรา ๕๒ โดยมไิ ดร บั ใบอนญุ าต หรือใบอนุญาตถูกเพิกถอนหรือหมดอายุ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกิน หน่งึ หม่ืนบาท หรือท้ังจําทง้ั ปรบั ถาผูฝาฝนบทบัญญัติในวรรคหนึ่งไดย่ืนคําขออนุญาตหรือยื่นคําขอตอ ใบอนุญาตภายในระยะเวลาที่พนักงานเจาหนาที่กําหนด การดําเนินคดีอาญาตอบุคคลนั้นใหเปน อันระงับไป

๑๐๐ ÁÒμÃÒ øó เจาของหรือผูปกครองสวัสดิภาพของสถานรับเล้ียงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห สถานคุมครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟนฟู ผูใดไมปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือระเบยี บท่ีออกตามความในพระราชบัญญัตนิ ้ี ตอ งระวางโทษ จาํ คกุ ไมเ กินหนึ่งเดอื น หรือปรบั ไมเกนิ หนึง่ หมื่นบาท หรือทั้งจาํ ทั้งปรับ ถาผูฝาฝนบทบัญญัติในวรรคหน่ึงไดดําเนินการแกไขหรือปฏิบัติตามคําแนะนําของ พนักงานเจาหนาที่หรือผูมีหนาที่คุมครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ แลว การดําเนินคดีอาญา ตอ บุคคลนนั้ ใหเ ปน อันระงบั ไป ÁÒμÃÒ øô ผใู ดกระทาํ การเปน ผปู กครองสวสั ดภิ าพของสถานแรกรบั สถานสงเคราะห สถานคมุ ครองสวสั ดภิ าพ และสถานพฒั นาและฟน ฟโู ดยมไิ ดร บั แตง ตงั้ ตามมาตรา ๕๕ ตอ งระวางโทษ จาํ คุกไมเกนิ หนึ่งเดือน หรือปรับไมเกนิ หนงึ่ หมืน่ บาท หรือท้งั จาํ ทง้ั ปรับ ÁÒμÃÒ øõ ผใู ดกระทาํ การอนั เปน การยยุ ง สง เสรมิ ชว ยเหลอื หรอื สนบั สนนุ ใหน กั เรยี น หรือนกั ศึกษาฝา ฝนบทบัญญตั ิตามมาตรา ๖๔ ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกนิ สามเดือน หรือปรบั ไมเ กิน สามหมืน่ บาท หรือท้ังจาํ ทงั้ ปรับ ÁÒμÃÒ øö ผูใดไมอํานวยความสะดวกแกพนักงานเจาหนาที่ที่ปฏิบัติหนาที่ตาม มาตรา ๖๗ ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเกินหนึง่ เดอื น หรือปรบั ไมเกนิ หนึ่งหมน่ื บาท หรือทัง้ จาํ ทงั้ ปรบั º·à©¾ÒСÒÅ ÁÒμÃÒ ø÷ ใหส ถานรบั เลย้ี งเด็ก สถานแรกรบั สถานสงเคราะห และสถานคุมครอง สวัสดิภาพเด็กของหนวยราชการ หรือของเอกชนที่ไดรับอนุญาต ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ.๒๕๑๕ ท่ีดําเนนิ กจิ การอยจู นถงึ วันทพี่ ระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับเปนสถานรับเล้ียงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห และสถานคุมครองสวัสดิภาพ ตามพระราชบัญญัตนิ ี้ ÁÒμÃÒ øø บรรดากฎกระทรวง ขอ บงั คบั ระเบยี บ ประกาศ หรอื คาํ สงั่ ทอี่ อกโดยอาศยั อํานาจตามความในประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี ๒๙๔ ลงวนั ท่ี ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๑๕ และ ประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบบั ที่ ๑๓๒ ลงวนั ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๕ ใหค งใชบงั คับตอไปไดเ ทา ที่ ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัตินี้ จนกวาจะมีการออกกฎกระทรวง ขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรอื คําส่ังตามพระราชบัญญตั ินี้ ผรู บั สนองพระบรมราชโองการ พันตาํ รวจโท ทกั ษณิ ชนิ วัตร นายกรฐั มนตรี

๑๐๑ ËÁÒÂàËμ:Ø - เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๑๓๒ ลงวนั ท่ี ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๕ และประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ที่ ๒๙๔ ลงวันท่ี ๒๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ.๒๕๑๕ ใชบงั คบั มาเปนเวลานาน สาระสาํ คญั และรายละเอยี ดเกี่ยวกับวิธกี าร สงเคราะห คมุ ครองสวสั ดภิ าพ และสง เสรมิ ความประพฤตเิ ดก็ ไมเ หมาะสมกบั สภาพสงั คมปจ จบุ นั สมควร กาํ หนดขน้ั ตอนและปรบั ปรงุ วธิ กี ารปฏบิ ตั ติ อ เดก็ ใหเ หมาะสมยง่ิ ขน้ึ เพอ่ื ใหเ ดก็ ไดร บั การอปุ การะเลย้ี งดู อบรมสง่ั สอน และมพี ฒั นาการทเี่ หมาะสม อนั เปน การสง เสรมิ ความมน่ั คงของสถาบนั ครอบครวั รวมทง้ั ปอ งกนั มใิ หเ ดก็ ถกู ทารณุ กรรม ตกเปน เครอื่ งมอื ในการแสวงหาประโยชนโ ดยมชิ อบ หรอื ถกู เลอื กปฏบิ ตั ิ โดยไมเปนธรรม และสมควรปรับปรุงวิธีการสงเสริมความรวมมือ ในการคุมครองเด็กระหวาง หนว ยงานของรฐั และเอกชนใหเ หมาะสมยงิ่ ขน้ึ เพอื่ ใหส อดคลอ งกบั รฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาติ และอนสุ ญั ญาวา ดว ยสทิ ธเิ ดก็ จงึ จาํ เปน ตอ งตราพระราชบญั ญตั นิ ี้

๑๐๒ ¡®¡ÃзÃǧ กาํ ˹´à´¡ç ·Õàè ÊèÂÕ §μÍ‹ ¡ÒáÃÐทํา¼´Ô ¾.È. òõôù อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติคุมครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ อนั เปน กฎหมายทมี่ บี ทบญั ญตั บิ างประการเกย่ี วกบั การจาํ กดั สทิ ธแิ ละเสรภี าพของบคุ คล ซง่ึ มาตรา ๒๙ ประกอบกบั มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตาม บทบัญญัติแหงกฎหมาย รัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย ออกกฎกระทรวงไว ดังตอ ไปนี้ ¢ÍŒ ñ เด็กท่ีประพฤติตนไมสมควร ไดแก เด็กท่ีมีพฤติกรรมอยางหนึ่งอยางใด ดังตอ ไปนี้ (๑) ประพฤติตนเกเรหรอื ขมเหงรงั แกผอู ืน่ (๒) ม่วั สุมในลักษณะที่กอ ความเดือดรอนราํ คาญแกผอู ่ืน (๓) เลน การพนันหรอื มั่วสุมในวงการพนัน (๔) เสพสุรา สูบบุหร่ี เสพยาเสพติดใหโทษหรือของมึนเมาอยางอ่ืน เขาไปในสถานท่ี เฉพาะ เพอ่ื การจาํ หนา ยหรือดืม่ เคร่อื งดื่มทม่ี แี อลกอฮอล (๕) เขา ไปในสถานบรกิ ารตามกฎหมายวาดว ยสถานบรกิ าร (๖) ซ้ือหรือขายบริการทางเพศ เขาไปในสถานการคาประเวณีหรือเกี่ยวของกับการคา ประเวณี ตามกฎหมายวาดวยการปอ งกันและปราบปรามการคา ประเวณี (๗) ประพฤติตนไปในทางชสู าว หรอื สอไปในทางลามกอนาจารในทสี่ าธารณะ (๘) ตอ ตา นหรอื ทา ทายคาํ สัง่ สอนของผปู กครองจนผปู กครองไมอ าจอบรมส่งั สอนได (๙) ไมเขาเรียนในโรงเรียนหรือสถานศึกษาตามกฎหมาย วาดวยการศกึ ษาภาคบังคบั ¢ŒÍ ò เดก็ ทป่ี ระกอบอาชพี ทนี่ า จะชกั นาํ ไปในทางกระทาํ ผดิ กฎหมายหรอื ขดั ตอ ศลี ธรรม อันดี ไดแ ก เด็กทีป่ ระกอบอาชีพ ดังตอ ไปนี้ (๑) ขอทานหรือกระทําการสอไปในทางขอทาน โดยลําพังหรือโดยมีผบู งั คับ ชักนํา ยยุ ง หรอื สงเสริม หรอื

๑๐๓ (๒) ประกอบอาชพี หรอื กระทาํ การใดอนั เปน การแสวงหาประโยชนโ ดยมชิ อบดว ยกฎหมาย หรือขดั ตอ ศีลธรรมอันดี ¢ÍŒ ó เดก็ ทค่ี บหาสมาคมกบั บคุ คลทนี่ า จะชกั นาํ ไปในทางกระทาํ ผดิ กฎหมายหรอื ขดั ตอ ศลี ธรรมอันดี ไดแก เด็กท่คี บหาสมาคมกบั บคุ คล ดงั ตอไปนี้ (๑) บุคคลหรือกลุมคนที่รวมตัวกันม่ัวสุม เพื่อกอความเดือดรอนรําคาญแกผูอ่ืน หรือ กระทําการอันขัดตอ กฎหมายหรอื ศีลธรรมอนั ดี หรอื (๒) บุคคลทป่ี ระกอบอาชพี ท่ขี ดั ตอกฎหมายหรอื ศีลธรรมอนั ดี ¢ŒÍ ô เด็กท่ีอยูในสภาพแวดลอมหรือสถานที่อันอาจชักนําไปในทางเสียหาย ไดแก เดก็ ท่ีอยูในสภาพแวดลอมหรอื สถานที่ ดงั ตอไปน้ี (๑) อาศยั อยกู บั บคุ คลทมี่ พี ฤตกิ รรมเกยี่ วขอ งกบั ยาเสพตดิ ใหโ ทษหรอื ใหบ รกิ ารทางเพศ (๒) เรร อ นไปตามสถานที่ตา งๆ โดยไมม ที ่ีพักอาศัยเปน หลักแหลง ทแี่ นน อน หรือ (๓) ถูกทอดท้ิงหรือถูกปลอยปละละเลยใหอยูในสภาพแวดลอมอันอาจชักนําไปในทาง เสยี หาย ใหไ ว ณ วนั ท่ี ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ วัฒนา เมอื งสุข รฐั มนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย ËÁÒÂàËμØ :- เหตผุ ลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยท่มี าตรา ๔ แหงพระราชบัญญัติ คมุ ครองเดก็ พ.ศ. ๒๕๔๖ บญั ญตั ใิ หเ ดก็ ทเี่ สย่ี งตอ การกระทาํ ความผดิ หมายความถงึ เดก็ ทป่ี ระพฤตติ น ไมส มควร เด็กทป่ี ระกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลทีน่ า จะชักนําไปในทางกระทําผิดกฎหมาย หรือขัดตอศีลธรรมอันดี หรืออยูในสภาพแวดลอมหรือสถานที่อันอาจชักนําไปในทางเสียหายตามท่ี กําหนดในกฎกระทรวง จงึ จําเปน ตอ งออกกฎกระทรวงนี้

๑๐๔ ตัวอยาง บนั ทึกการจับกมุ ผตู อ งหาท่ีเปนเด็กหรอื เยาวชน สถานทท่ี าํ บันทกึ ..................................................................................................................................................... วัน/เดือน/ป ทบ่ี ันทกึ ...................................................................................................................................................... วัน/เดอื น/ป ทจ่ี บั กุม ...................................................................................................................................................... สถานที่จับกุม ...................................................................................................................................................... เจาหนา ทีต่ าํ รวจผูจบั ...................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ไดแจงแกผ ูท ถี่ ูกจับตามรายชอ่ื ขา งลางวา เขาตองถกู จับ ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ไดแจง ใหผ ูถูกจบั ทราบวา ๑. ผูถกู จบั มสี ิทธทิ จี่ ะไมใ หการหรือใหการก็ได ๒. ถอ ยคําของผูถูกจับนั้นอาจใชเ ปนพยานหลกั ฐานในการพิจารณาคดไี ด ๓. ผูถูกจบั มีสทิ ธจิ ะพบและปรึกษาทนายหรือผูซงึ่ จะเปนทนายความ ๔. ถาผูถูกจับประสงคจะแจงใหญาติ หรือผูซ่ึงตนไววางใจทราบถึงการจับกุม ทส่ี ามารถดาํ เนนิ การไดโ ดยสะดวกและไมเ ปน การขดั ขวางการจบั หรอื การควบคมุ ถกู จบั หรอื ทาํ ใหเ กดิ ความไมปลอดภัยแกบุคคลหน่ึงบุคคลใด เจาพนักงานสามารถอนุญาตใหผูถูกจับดําเนินการไดตาม สมควรแกกรณี (ส. ๕๖ - ๒๘)

๑๐๕ ผถู ูกจบั รบั ทราบสิทธแิ ลว ( ) ไมขอดาํ เนนิ การตามขอ ๔ ( ) ขอดาํ เนนิ การตามขอ ๔ และไดด ําเนินการเรยี บรอ ย ( ) ขอใหก ารรบั วา เปน บคุ คลตามหมายจบั และยงั ไมเ คยถกู ดาํ เนนิ คดนี มี้ ากอ น ในการจับกุมผูตอ งหาครัง้ นี้ เจา หนา ท่ตี ํารวจชดุ จับกุมไดกระทาํ ไปตามอํานาจและหนา ที่ โดย มีหมายจบั มคี าํ สงั่ ศาล กระทาํ ความผดิ ซ่ึงหนา ดังไดบ ัญญัติไวในมาตรา ๘๐ มพี ฤตกิ ารณอ นั ควรสงสยั วา ผนู นั้ นา จะกอ เหตรุ า ยใหเ กดิ ภยนั ตรายแกบ คุ คล หรอื ทรพั ยส นิ ของผอู นื่ โดยมเี ครอ่ื งมอื อาวธุ หรอื วตั ถอุ ยา งอนื่ อนั สามารถอาจใชใ นการกระทาํ ความผดิ เมื่อมีเหตทุ จี่ ะออกหมายจบั บคุ คลนน้ั ตามมาตรา ๖๖ (๒) แตม คี วาม จําเปนเรง ดว นท่ไี มอ าจขอใหศาลออกหมายจับบคุ คลน้นั ได เปนการจับกุมผูตองหาหรือจําเลยท่ีหนีหรือจะหลบหนีในระหวาง ถูกปลอยชั่วคราว ตามมาตรา ๑๑๗ การปฏิบัตขิ องเจาพนักงานผจู ับตอ เด็กหรือเยาวชนผถู ูกจับ กระทําโดย (ม.๖๙) แจง แกเ ดก็ หรอื เยาวชนวาเขาตอ งถกู จบั แจง ขอกลา วหารวมทงั้ สิทธติ ามกฎหมายใหทราบ กรณมี หี มายจบั ไดแ สดงตอผถู ูกจบั นําตวั ไปยงั ที่ทาํ การของพนักงานสอบสวนแหงทอ งทท่ี ่ีถกู จบั ทนั ที แจง เหตแุ หง การจบั กมุ ใหบ ดิ า มารดา ผปู กครอง บคุ คลหรอื ผแู ทนองคก าร ซ่งึ เด็กหรือเยาวชนอาศัยอยูดว ย กรณีอยูด วยในขณะจับกุม / ในโอกาสแรกเทา ท่สี ามารถทาํ ได ทําบันทึกการจับกุม โดยแจงขอกลาวหาและรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแหงการจับ ใหผ ถู กู จบั ทราบ และไดก ระทาํ ตอ หนา ผปู กครอง บคุ คลหรอื ผแู ทนองคก าร ซงึ่ เดก็ หรอื เยาวชนอยดู ว ย ในกรณที ีข่ ณะทาํ บนั ทึกมบี คุ คลดงั กลาวอยูดวย ในการจบั กมุ และควบคมุ ไดก ระทาํ โดยละมนุ ละมอ ม โดยคาํ นงึ ถงึ ศกั ดศิ์ รคี วามเปน มนษุ ย และไมเ ปน การประจานมไิ ดใ ชว ธิ กี ารเกนิ กวา ทจี่ าํ เปน เพอื่ ปอ งกนั การหลบหนหี รอื เพอ่ื ความปลอดภยั ของเดก็ หรือเยาวชนผถู กู จับหรอื บคุ คลอน่ื และมไิ ดใ ชเคร่ืองพนั ธนาการแกเ ดก็ เจา หนา ทต่ี าํ รวจผจู บั ไดอ า นบนั ทกึ ใหผ ถู กู จบั ฟง แลว และผถู กู จบั ไดอ า นดว ยตนเองแลว รบั วา ถูกตองและไดมอบสาํ เนาบนั ทึก การจบั กมุ ใหแกผูถกู จับเรยี บรอ ย จึงใหลงลายมือช่ือไวเ ปนหลกั ฐาน (ลงชอื่ ).....................................................ผตู องหา (ลงชือ่ ).....................................................ผูป กครอง (ถา มี) (ลงชือ่ )......................................ผูจบั กมุ (ลงชอื่ )......................................ผจู บั กมุ (ลงชอื่ )......................................ผูจ บั กมุ (ลงช่อื )......................................ผูจบั กมุ (ลงชือ่ )......................................ผูจ บั กมุ (ลงชอื่ )......................................ผจู บั กุม/บนั ทึก (ส. ๕๖ - ๒๘)

๑๐๖ º¹Ñ ·¡Ö ¡ÒÃÊͺ¶ÒÁàºÍ×é §μ¹Œ สถานทบี่ ันทกึ .......................................................... วันเดือนปท ีบ่ ันทึก................................................... บนั ทกึ นที้ าํ ขนึ้ เพอ่ื แสดงวา (ยศ ชอื่ ชอ่ื สกลุ ตาํ แหนง ).................................................... พนกั งานสอบสวน ไดส อบถาม..............................ด.ช./ด.ญ.........................(เดก็ หรอื เยาวชน ผตู อ งหา) ในเบอื้ งตน โดยมี (ชอ่ื ชอื่ สกลุ )....................................................................ทอ่ี ยเู ลขท.ี่ .................... ซอย....................................ถนน...........................หมทู .่ี ..................แขวง (ตาํ บล)................................. เขต (อําเภอ).................................จังหวัด........................................เปนลามแปล หรือไดจัดหา เทคโนโลยี ส่ิงอํานวยความสะดวกหรือความชวยเหลืออื่นใดใหตามกฎหมายวาดวยการสงเสริม และพฒั นาคุณภาพชีวิตคนพกิ ารแลว ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกบั เด็กเยาวชนผูตองหา ดงั น้ี ๑. ชอื่ ตวั .....................................ชอื่ สกลุ ................................อาย.ุ ..............ป สญั ชาต.ิ ................. ๒. ถน่ิ ทอ่ี ยู เลขท.ี่ ...................ซอย................................ถนน..................................หมทู .ี่ ............... แขวง (ตาํ บล)..................................เขต/อาํ เภอ................................จงั หวดั ............................... ๓. สถานทเ่ี กดิ เลขท.ี่ ...............ซอย................................ถนน..............................หมทู .ี่ ................. แขวง (ตาํ บล)...............................เขต/อาํ เภอ................................จงั หวดั .................................. ๔. อาชพี ของเดก็ หรอื เยาวชนผตู อ งหา............................................................................................ ๕. รายละเอยี ดเก่ียวกับบิดาของเด็กหรอื เยาวชนผูตองหา ชอ่ื ตวั ...............................................................ชอื่ สกลุ ............................................................ ทอ่ี ยเู ลขท.ี่ ..................ซอย....................................ถนน.....................................หมทู .่ี ............... แขวง (ตาํ บล).................................เขต/อาํ เภอ.................................จงั หวดั .............................. อาชพี ...............................................................หมายเลขโทรศพั ท. ..........................................

๑๐๗ ๖. รายละเอยี ดเกยี่ วกับมารดาของเดก็ หรอื เยาวชนผูตอ งหา ชอื่ ตวั ...............................................................ชอ่ื สกลุ ............................................................ ทอี่ ยเู ลขท.่ี ..................ซอย....................................ถนน.....................................หมทู .ี่ ............... แขวง (ตาํ บล).................................เขต/อาํ เภอ.................................จงั หวดั .............................. อาชพี ...............................................................หมายเลขโทรศพั ท. .......................................... ๗. รายละเอยี ดเกี่ยวกับผูปกครองของเด็กหรือเยาวชนผตู องหา ชอื่ ตวั ...............................................................ชอ่ื สกลุ ............................................................ ทอี่ ยเู ลขท.่ี ..................ซอย....................................ถนน.....................................หมทู .่ี ............... แขวง (ตาํ บล).................................เขต/อาํ เภอ.................................จงั หวดั .............................. อาชพี ...............................................................หมายเลขโทรศพั ท. .......................................... ๘. รายละเอยี ดเกี่ยวกับบุคคลทเี่ ด็กหรอื เยาวชนผูตอ งหาอาศยั อยดู ว ย ชอ่ื ตวั ...............................................................ชอ่ื สกลุ ............................................................ ทอ่ี ยเู ลขท.ี่ ..................ซอย....................................ถนน.....................................หมทู .่ี ............... แขวง (ตาํ บล).................................เขต/อาํ เภอ.................................จงั หวดั .............................. อาชพี ...............................................................หมายเลขโทรศพั ท. .......................................... ๙. รายละเอยี ดเกยี่ วกับองคการที่เดก็ หรือเยาวชนผตู อ งหาอาศัยอยูดวย ชอ่ื ตวั ...............................................................ชอื่ สกลุ ............................................................ ทอี่ ยเู ลขท.ี่ ..................ซอย....................................ถนน.....................................หมทู .ี่ ............... แขวง (ตาํ บล).................................เขต/อาํ เภอ.................................จงั หวดั .............................. อาชพี ...............................................................หมายเลขโทรศพั ท. .......................................... และไดแ จง ขอ หาใหเ ดก็ หรอื เยาวชนผตู อ งหาทราบวา ................................................................. ............................................................................................................................................... ไดอานบันทึกนี้ใหเด็กหรือเยาวชนผูตองหาฟงแลวรับวาถูกตอง จึงใหลงช่ือ ไวเปน หลักฐาน (ลงชอื่ ).................................................เดก็ หรือเยาวชนผตู องหา (ลงชือ่ ).................................................ลามแปล (ลงชอ่ื ).................................................พยาน (ลงชอ่ื ).................................................พนักงานสอบสวน/บันทกึ /อา น

๑๐๘ ท.่ี ...................... สถานตี าํ รวจ................................ วนั ท.่ี ........เดอื น............................พ.ศ. ............... เรื่อง แจง การดาํ เนนิ คดกี บั ............................................................................................................. (แจงขอหาโดยไมม ีการจับกมุ และควบคุมตัว) เรียน ผูอาํ นวยการสถานพินจิ และคุมครองเด็กและเยาวชน ดวยพนักงานสอบสวน.....(หนวยงานพนักงานสอบสวน).....ไดสอบถามปากคําเบ้ืองตน และสอบสวนดําเนินคดีกับเด็กหรือเยาวชนดังรายละเอียดขางลางนี้แลว และเด็กหรือเยาวชนนี้ เปนผูท่ีจะตองไดรับการพิจารณาพิพากษาในศาลเยาวชนและครอบครัว จึงแจงมาเพ่ือทราบถึง การดําเนนิ คดกี บั เด็กหรอื เยาวชน ดังนี้ ๑. ชอื่ เดก็ หรอื เยาวชน......................................................................เพศ.................. ๒. เกดิ เมอื่ วนั ท.่ี ....................................................................อาย.ุ ........................ป ๓. เชอ้ื ชาต.ิ ................................สญั ชาต.ิ ...........................ศาสนา............................ ๔. ชอื่ บดิ ามารดา....................................................................................................... ๕. เวลาน้ีอยูในความปกครองของใคร และเกี่ยวของกับเด็กหรือเยาวชน อยา งไร................................................................................................................ ๖. ทอ่ี ยปู จ จบุ นั ........................................................................................................ ๗. อาชพี ของเดก็ หรอื เยาวชน และ ของบดิ ามารดาหรอื ผปู กครอง............................. ๘. การศกึ ษาอบรม ยงั ศกึ ษาอยใู นโรงเรยี นใดหรอื ออกจากโรงเรยี นแลว ..................... ๙. ครง้ั นตี้ องหาวา กระทาํ ผิดในความผดิ ฐานใด เมือ่ ใด ท่ไี หน................................... ๑๐. ครง้ั นกี้ ระทาํ ผดิ รว มกบั ใครหรอื ไม. ...................................................................... ๑๑. พฤตกิ ารณแ หง คด.ี ............................................................................................. ......................................................................................................................... (ส. ๕๖ - ๖๗)

๑๐๙ (ดา นหลัง) ๑๒. ถกู ดาํ เนนิ คดโี ดยแจง ขอ หาใหท ราบ เมอ่ื วนั เวลาใด และทไี่ หน.............................. (ลงชอ่ื )............................................พนกั งานสอบสวน/บันทึก (........................................) ตําแหนง......................................... พฤตกิ ารณแ หง คดโี ดยละเอยี ด......................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... การกระทาํ ของผตู อ งหาเปน ความผดิ ตามกฎหมายใด........................................................................ (ลงชือ่ )............................................พนักงานสอบสวน/บันทกึ (........................................) ตําแหนง......................................... (ส. ๕๖ - ๖๗)

๑๑๐ ท.ี่ ....................... สถานตี าํ รวจ/หนว ยงาน........................................ วนั ท.่ี ........เดอื น..............................พ.ศ. .............. เร่อื ง แจง การจบั กมุ ....................................................................................................................... เรียน ผอู าํ นวยการสถานพนิ จิ และคมุ ครองเดก็ และเยาวชน............................................................... ดวย........................................................................ไดทําการจับกุมและพนักงาน สอบสวนไดส อบถามปากคาํ เดก็ หรอื เยาวชนดงั รายการละเอยี ดขา งลา งนแ้ี ลว และเดก็ หรอื เยาวชนนเ้ี ปน ผูท่ีจะตองไดรับการพิจารณาพิพากษาในศาลเยาวชนและครอบครัว จึงแจงมาเพ่ือจัดการรับตัวเด็ก หรอื เยาวชนผูตองหามาควบคุมไวย งั สถานพินจิ ตอ ไป ๑. ชอ่ื เดก็ หรอื เยาวชน..................................................................เพศ........................ ๒. เกดิ เมอื่ วนั ท.่ี .......................................................................อาย.ุ .....................ป ๓. เชอื้ ชาต.ิ ....................................สญั ชาต.ิ ...........................ศาสนา........................ ๔. ชอ่ื บดิ ามารดา....................................................................................................... ๕. เวลาน้ีอยูในความปกครองของใคร และเก่ียวของกับเด็กหรือเยาวชน อยา งไร................................................................................................................ ๖. ทอี่ ยปู จ จบุ นั ......................................................................................................... ๗. อาชพี ของเดก็ หรอื เยาวชน และ ของบดิ ามารดาหรอื ผปู กครอง............................... ๘. การศกึ ษาอบรม ยงั ศกึ ษาอยใู นโรงเรยี นใดหรอื ออกจากโรงเรยี นแลว ..................... ๙. ครง้ั นต้ี อ งหาวา กระทาํ ผดิ ในความผดิ ฐานใด เมอ่ื ใด ทไี่ หน.................................... ๑๐. ครง้ั นกี้ ระทาํ ผดิ รว มกบั ใครหรอื ไม. ...................................................................... ๑๑. พฤติการณแหงการจับกุม กลาวคอื ..................................................................... ถามปากคาํ ในเบอื้ งตน แลว ผตู อ งหาใหก าร........................................................... ๑๒. ถกู ควบคมุ แตว นั เวลาใด และทไ่ี หน...................................................................... (ส. ๕๖ - ๖๘) (ลงช่ือ)............................................พนักงานสอบสวน/บนั ทกึ (........................................) ตาํ แหนง.........................................

๑๑๑ ท่.ี ................... สถานตี าํ รวจ/หนว ยงาน........................................ ........................................................................... เรอื่ ง แจง การจบั กมุ ........................................................................................................................ แจง ความมายงั ................................................................................................................................ ดวย...........................................................ซึ่งเปน.................................................... ไดถ กู จบั กมุ โดยตอ งหาวา ................................................................................................................. เหตุเกิดที่............................................................................เมื่อวันท่ี............................................ เวลา......................................................นาฬก า เวลานถ้ี กู ควบคมุ ตวั อยทู .่ี ........................................ ฉะน้นั จึงแจงมาใหทราบ ขอแสดงความนับถือ (ลงชือ่ )............................................ (พนักงานผจู บั กุมหรอื พนักงานสอบสวน) หมายเหตุ แบบน้ีเปนแบบพนักงานผูจับกุมหรือพนักงานสอบสวนแจงไปยังบิดามารดา ผูปกครอง หรือ ผทู เี่ ดก็ หรือเยาวชนอาศัยอยตู ามความในมาตรา ๒๔ พ.ร.บ.วธิ พี ิจารณาคดเี ด็กฯ (ส. ๕๖ - ๖๙)

๑๑๒ คํารอ ง คดีหมายเลขดาํ ที่......../๒๕........ ตรวจสอบการจบั ศาลเยาวชนและครอบครัวจงั หวัด วนั ท.ี่ ..........เดอื น............................พ.ศ. ............. ¤ÇÒÁÍÒÞÒ {ระหวา ง พนักงานสอบสวนสถานีตํารวจภธู ร...............................................ผรู อง ...................................................................................................ผตู อ งหา ขาพเจา............................................พนักงานสอบสวนสถานีตํารวจ........................... ขอยืน่ คาํ รองมีขอ ความตามทจ่ี ะกลาวตอไปน้ี คอื ขอ ๑ ดว ยเมอื่ วนั ท.ี่ ..............เดอื น...............................พ.ศ. ............เวลา...............น. เจาหนาที่ตํารวจประจําสถานีตํารวจ.....................................ประกอบดวย............................... ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................................... ไดรวมกันจับกุม เด็ก เยาวชน ชื่อ....................................สกุล................................... อายุ................ป................เดือน สัญชาติ................................................................................. ที่อยู................................................................................................................................... อาชีพ...................................................หมายเลขโทรศัพท................................................... บิดาช่ือ........................................สกุล...............................................อายุ..........................ป อาชีพ..........................................เลขประจําตัวประชาชนหมายเลข....................................... ที่อยู...................................................................................................................................... หมายเลขโทรศพั ท. ........................................................................................................................... มารดาชื่อ.........................................สกุล...........................................อายุ..........................ป อาชีพ...........................................เลขประจําตัวประชาชนหมายเลข...................................... ที่อยู..................................................................................................................................... หมายเลขโทรศพั ท. ...........................................................................................................................

๑๑๓ ผูปกครองชื่อ........................................สกุล........................................อายุ...........................ป อาชีพ..............................................เลขประจําตัวประชาชนหมายเลข....................................... ที่อยู......................................................................................................................................... หมายเลขโทรศพั ท. ............................................................................................................................ พรอ มของกลาง คอื ......................................................................................................................... ........................................................................................................................................................ โดยกลาวหาวา............................................................................................................................ นําสงพนักงานสอบสวนดําเนินคดี สงถึงที่ทําการของพนักงานสอบสวนสถานีตํารวจ........................ เมอ่ื วนั ท.ี่ .................เดอื น............................................พ.ศ. ..................... เวลา............................น. พฤตกิ รรมแหง คดนี ี้ คอื ............................................................................................... ...................................................................................................................................................... เหตุเกิดที่................................................................................................................ ........................................................................................................................................................ การกระทําของผูตองหาน้ีเปนความผิดตาม.............................................................. ...................................................................................................................................................... พนกั งานสอบสวนผรู บั ผดิ ชอบไดร บั ตวั ผตู อ งหา..................................................... เมอื่ .....................................................................................................เวลา...................................น. โดยใชเวลาเดินทางมาศาลระหวางเวลา.................................น. ถึงเวลา...............................น. รวม..................................ชัว่ โมง...............................นาที ในกรณีผูตองหา ถูกเรียกมา สงตัวมา เขาหาพนักงานสอบสวนเอง และ มีผูปกครอง ขาพเจาไดมอบตัวใหแกผูปกครองไปปกครองดูแล และไดสั่งใหนําตัวผูถูกจับมายังศาล ภายในวันที่....................................................เวลา............................น. ขอ ๒ พนักงานสอบสวนไดสอบถามเบ้ืองตนและแจงขอกลาวหาใหผูถูกจับทราบ และสอบถามเจาพนักงานผูจบั แลว มีรายละเอียดตามเอกสารท่แี นบมาพรอ มคํารอ ง ดังน้ี ¡ÒèºÑ ¡ØÁ ผูถกู จับยอมรับวาเปนบคุ คลผูถกู กลาวหาวา กระทําความผิดฐาน จริง การจับกุมเด็ก (ม.๖๖) กระทําความผดิ ซง่ึ หนาดังไดบญั ญตั ไิ วในมาตรา ๘๐ มีหมายจบั มีคาํ ส่ังศาล การจบั กมุ เยาวชน มพี ฤตกิ ารณอ นั ควรสงสยั วา เยาวชนนา จะกอ เหตรุ า ยใหเ กดิ ภยนั ตราย (ตาม ป.วิ.อาญา ม.๗๘) แกบุคคลหรือทรัพยสินของผูอ่ืน โดยมีเคร่ืองมือ อาวุธ หรือวัตถอุ ยางอ่นื

๑๑๔ เม่อื มเี หตุท่ีจะออกหมายจับตามมาตรา ๖๖(๒) แตมีความจําเปน เรง ดว นทไี่ มอาจขอใหศ าลออกหมายจับบคุ คลนน้ั ได เปน การจบั กมุ ผตู อ งหาหรอื จาํ เลยทห่ี นหี รอื จะหลบหนี ในระหวา ง ถูกปลอยช่วั คราวตามมาตรา ๑๑๗ ¡Òû¯ÔºμÑ ¢Ô ͧà¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹¼Ù¨Œ ѺμÍ‹ à´ç¡ËÃÍ× àÂÒǪ¹¼ÙŒ¶¡Ù ¨Ñº (Á.öù) กระทาํ โดยละมนุ ละมอม และคาํ นงึ ถงึ ศกั ดิศ์ รคี วามเปนมนษุ ย แจงเหตุการจับแกบิดา มารดา ผูปกครอง บุคคลหรือผูแทนองคการ ซึ่งเด็ก หรือเยาวชนอาศัยอยูดวย แสดงตนเปนเจาพนักงาน และแจงขอกลาวหาใหผูตองหาทราบโดยชัดแจง แสดงหมายจบั ตอผถู ูกจับ/ผูป กครอง/บุคคล หรือผูแทนองคกรซึง่ เดก็ หรือเยาวชน อาศัยอยดู วย แจง สิทธิใหผ ถู กู จับทราบแลวตามกฎหมาย บันทึกการจับกุม โดยแจงขอกลาวหาและรายละเอียด หนาผูปกครอง บุคคล หรอื ผแู ทนองคก าร ซงึ่ เดก็ หรอื เยาวชนอยดู ว ย กรณมี ผี ปู กครองบคุ คลหรอื ผแู ทนองคก าร ซึง่ เด็กหรอื เยาวชนอาศัยอยดู ว ย ขณะจัดทําบนั ทกึ การจบั กุม มไิ ดใ ชว ธิ กี ารเกนิ กวา ทจ่ี าํ เปน เพอ่ื ปอ งกนั การหลบหน/ี เพอื่ ความปลอดภยั ของเดก็ / เยาวชนผูถูกจบั /บุคคลอ่นื àÍ¡ÊÒÃṺ·ŒÒÂคําÌͧ สําเนาภาพถายบนั ทึกการจบั กมุ ของเจาพนกั งานผูจ ับ สาํ เนาหมายจบั สําเนาภาพถายผูถูกจับรับรองสําเนาถกู ตองโดยเจาพนักงานผจู บั สาํ เนาภาพถา ยบตั รประจําตวั ประชาชนผูถกู จบั สาํ เนาภาพถายทะเบียนราษฎรผ ูถูกจับ สาํ เนาภาพถา ยบตั รประจําตัวประชาชนผูปกครอง สําเนาภาพถายทะเบยี นราษฎรผปู กครอง เอกสารอนื่ ๆ (โปรดระบ)ุ ...................................................................................... .......................................................................................................................... บนั ทึกคาํ ใหก ารพนกั งานสอบสวน

๑๑๕ อน่ึง หากผูตองหาย่ืนคํารองขอปลอยช่ัวคราว ขอใหอยูในดุลพินิจของศาล / ไมค ดั คา น / ขอคดั คา น เนอ่ื งจาก...................................................................................................... ขอศาลไดโปรดพิจารณาตรวจสอบการจับและมีคําส่ังตามมาตรา ๗๓ แหง พระราชบญั ญัตศิ าลเยาวชนและครอบครวั และวิธีพจิ ารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.๒๕๕๓ ควรมิควรแลวแตจะโปรด ลงชือ่ ..............................................ผรู อ ง (...........................................) คํารอ งฉบับนี้ ขาพเจา..............................................เปนผเู รียง/พมิ พ ลงชอ่ื ..............................................ผเู รยี ง/พมิ พ (............................................)

๑๑๖ ¾ÃÐÃÒªºÞÑ ÞÑμÊÔ ¢Ø ÀÒ¾¨Ôμ ¾.È. òõõñ ÀÁÙ ¾Ô ÅÍ´ØÅÂà´ª ».Ã. ใหไว ณ วนั ที่ ๑๓ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๕๑ เปน ปท่ี ๖๓ ในรชั กาลปจ จุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหป ระกาศวา โดยทเ่ี ปนการสมควรมีกฎหมายวา ดวยสุขภาพจิต พระราชบญั ญตั นิ ม้ี บี ทบญั ญตั บิ างประการเกยี่ วกบั การจาํ กดั สทิ ธแิ ละเสรภี าพของบคุ คล ซงึ่ มาตรา ๒๙ ประกอบกบั มาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ิ ใหก ระทําไดโดยอาศยั อาํ นาจตามบทบัญญัตแิ หง กฎหมาย จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหต ราพระราชบญั ญตั ขิ น้ึ ไวโ ดยคาํ แนะนาํ และยนิ ยอมของ สภานิติบัญญัตแิ หง ชาติ ดังตอไปน้ี ÁÒμÃÒ ñ พระราชบัญญัตนิ ้เี รียกวา “พระราชบัญญัตสิ ุขภาพจติ พ.ศ. ๒๕๕๑” ÁÒμÃÒ ò พระราชบญั ญตั นิ ใ้ี หใ ชบ งั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปนตนไป ÁÒμÃÒ ó ในพระราชบญั ญตั ิน้ี “ความผดิ ปกตทิ างจติ ” หมายความวา อาการผดิ ปกตขิ องจติ ใจทแี่ สดงออกมาทางพฤตกิ รรม อารมณ ความคดิ ความจาํ สติปญญา ประสาทการรบั รู หรือการรูเ วลา สถานท่ี หรือบคุ คล รวมทง้ั อาการผิดปกติของจติ ใจทเ่ี กดิ จากสรุ าหรอื สารอ่ืนทอ่ี อกฤทธ์ิตอจติ และประสาท “แพทย” หมายความวา ผูประกอบวิชาชพี เวชกรรมตามกฎหมายวา ดวยวชิ าชีพเวชกรรม “จิตแพทย” หมายความวา แพทยซึ่งไดรับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติเปนผูมีความรู ความชาํ นาญ ในการประกอบวชิ าชพี เวชกรรม สาขาจติ เวชศาสตรห รอื สาขาจติ เวชศาสตรเ ดก็ และวยั รนุ

๑๑๗ “พยาบาล” หมายความวา ผูประกอบวิชาชีพการพยาบาลตามกฎหมายวาดวยวิชาชีพ การพยาบาล และการผดุงครรภ “ผปู วย” หมายความวา บคุ คลทม่ี คี วามผิดปกติทางจิตซงึ่ ควรไดร บั การบําบดั รกั ษา “ผปู ว ยคดี” หมายความวา ผป ู ว ยท่ีอยรู ะหวา งการสอบสวน ไตส วนมูลฟองหรือพจิ ารณา ในคดีอาญา ซึ่งพนักงานสอบสวนหรือศาลสั่งใหไดรับการตรวจหรือบําบัดรักษารวมท้ังผูปวยท่ีศาล มคี ําสั่งใหไ ดร ับการบําบดั รกั ษาภายหลงั มคี าํ พิพากษาในคดีอาญาดวย “ภาวะอันตราย” หมายความวา พฤติกรรมที่บุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิตแสดงออก โดยประการท่นี าจะกอ ใหเกดิ อันตรายรายแรงตอ ชวี ติ รางกาย หรือทรพั ยส ินของตนเองหรอื ผูอ ่ืน “ความจําเปนตองไดรับการบําบัดรักษา” หมายความวา สภาวะของผูปวยซ่ึงขาด ความสามารถในการตดั สนิ ใจใหค วามยนิ ยอมรบั การบาํ บดั รกั ษาและตอ งไดร บั การบาํ บดั รกั ษาโดยเรว็ เพอื่ ปอ งกนั หรอื บรรเทามใิ หค วามผดิ ปกตทิ างจติ ทวคี วามรนุ แรง หรอื เพอ่ื ปอ งกนั อนั ตรายทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ กบั ผปู ว ยหรอื บคุ คลอื่น “การบําบัดรักษา” หมายความรวมถึง การดูแลชวยเหลือผูปวยทางการแพทยและทาง สงั คม “สถานบาํ บัดรักษา” หมายความวา สถานบาํ บดั รักษาทางสุขภาพจติ ที่รัฐมนตรปี ระกาศ กาํ หนดตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี “คมุ ขงั ” หมายความวา การจาํ กดั สทิ ธเิ สรภี าพของบคุ คลดว ยอาํ นาจของกฎหมายโดยการ คมุ ตัว ควบคุม กัก กกั กนั ขงั กกั ขงั จําขงั และจําคกุ “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการสุขภาพจิตแหง ชาติ “คณะกรรมการสถานบําบัดรักษา” หมายความวา คณะกรรมการสุขภาพจิตระดับ สถานบาํ บดั รักษา “พนกั งานเจา หนา ท”ี่ หมายความวา ผซู ง่ึ มคี ณุ สมบตั ติ ามระเบยี บทค่ี ณะกรรมการกาํ หนด และรัฐมนตรแี ตงตัง้ ใหปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ินี้ “อธบิ ดี” หมายความวา อธิบดกี รมสุขภาพจิต “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรผี รู ักษาการตามพระราชบัญญตั นิ ้ี ÁÒμÃÒ ô ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และใหมีอํานาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาท่ี กับออกระเบียบและประกาศเพ่ือปฏิบัติการตามพระราช บญั ญตั นิ ี้ ระเบียบและประกาศนนั้ เม่อื ไดป ระกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใชบังคบั ได

๑๑๘ ËÁÇ´ ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡Òà ʋǹ·Õè ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃ梯 ÀÒ¾¨μÔ áË‹§ªÒμÔ ÁÒμÃÒ õ ใหม คี ณะกรรมการสุขภาพจติ แหง ชาติ ประกอบดวย (๑) นายกรฐั มนตรหี รอื รองนายกรฐั มนตรที นี่ ายกรฐั มนตรมี อบหมายเปน ประธานกรรมการ (๒) รฐั มนตรีวา การกระทรวงสาธารณสุข เปนรองประธานกรรมการ (๓) ปลัดกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย ปลดั กระทรวงมหาดไทย ปลดั กระทรวงยตุ ธิ รรม ปลดั กระทรวงแรงงาน ปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ปลดั กระทรวงสาธารณสขุ อยั การ สงู สุด ผูบญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธมิ นษุ ยชนแหงชาติ เปนกรรมการ (๔) ผแู ทนองคก รภาคเอกชนทเ่ี ปน นติ บิ คุ คลและมวี ตั ถปุ ระสงคเ กยี่ วกบั การคม ุ ครองดแู ล บคุ คลท่มี คี วามผิดปกติทางจิต ซึง่ เลือกกนั เองจํานวนส่ีคน เปน กรรมการ (๕) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหกคน ซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูเชี่ยวชาญที่มีประสบการณ และมผี ลงานเปนท่ีประจกั ษใ นสาขาการแพทยจิตเวช จิตวทิ ยาคลินกิ สงั คมสงเคราะหท างการแพทย การพยาบาลสขุ ภาพจิตและจิตเวช กิจกรรมบาํ บัด และกฎหมายสาขาละหนึ่งคน เปนกรรมการ ใหอ ธบิ ดเี ปน กรรมการและเลขานุการ และขาราชการของกรมสุขภาพจติ ซึ่งอธบิ ดีแตงตัง้ จาํ นวนไมเ กินสองคนเปนผชู ว ยเลขานกุ าร การเลือกและการแตงตั้งกรรมการตาม (๔) และ (๕) ใหเปนไปตามระเบียบท่ีรัฐมนตรี ประกาศกําหนด ÁÒμÃÒ ö กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) ตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ ตอ งหาม ดังตอไปนี้ (๑) มสี ญั ชาตไิ ทย (๒) มีอายุไมต า่ํ กวา ย่สี บิ ปบ รบิ ูรณ (๓) ไมเ ปนคนไรค วามสามารถหรอื คนเสมือนไรความสามารถ (๔) ไมเคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับ ความผดิ ท่ีไดกระทําโดยประมาทหรอื ความผิดลหโุ ทษ (๕) ไมเ ปน ผดู าํ รงตาํ แหนง ทางการเมอื ง สมาชกิ สภาทอ งถน่ิ หรอื ผบู รหิ ารทอ งถนิ่ กรรมการ หรอื ผูด ํารงตําแหนง ซ่ึงรบั ผิดชอบในการบรหิ ารพรรคการเมอื ง ทีป่ รึกษาพรรคการเมอื งหรอื เจา หนา ที่ พรรคการเมอื ง

๑๑๙ ÁÒμÃÒ ÷ กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) มวี าระการดาํ รงตาํ แหนง คราวละสามป และจะดาํ รงตําแหนง เกนิ สองวาระตดิ ตอกนั ไมไ ด ในกรณที ก่ี รรมการตามวรรคหนง่ึ พน จากตาํ แหนง ตามวาระ ใหด าํ เนนิ การแตง ตงั้ กรรมการ ขน้ึ ใหมภ ายในเกา สบิ วนั ในระหวา งทย่ี งั มไิ ดม กี ารแตง ตง้ั กรรมการขน้ึ ใหม ใหก รรมการซง่ึ พน จากตาํ แหนง ตามวาระนนั้ อยูในตาํ แหนง เพือ่ ดําเนินงานตอไปจนกวากรรมการซ่ึงไดรับแตงต้ังใหมเ ขา รบั หนาที่ ในกรณที กี่ รรมการตามวรรคหนง่ึ พน จากตาํ แหนง กอ นครบวาระ ใหม กี ารแตง ตงั้ กรรมการ แทนภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตําแหนงน้ันวางลง และใหผูท่ีไดรับการแตงตั้งอยูในตําแหนงเทากับ วาระท่เี หลอื อยูของกรรมการซง่ึ ตนแทน ในกรณที วี่ าระของกรรมการตามวรรคหนง่ึ ทพ่ี น จากตาํ แหนง กอ นครบวาระเหลอื อยไู มถ งึ เกา สบิ วนั จะไมแ ตง ตงั้ กรรมการแทนตาํ แหนง ทวี่ า งนน้ั กไ็ ด และในกรณนี ใ้ี หค ณะกรรมการประกอบดว ย กรรมการที่เหลอื อยู ÁÒμÃÒ ø นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) พน จากตาํ แหนง เมอื่ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการมีมติไมนอยกวาสองในสามของจํานวนกรรมการท้ังหมดเทาที่มี อยูใหออก เน่อื งจากบกพรองตอหนาที่ มคี วามประพฤติเสอ่ื มเสีย หรือหยอ นความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบตั หิ รือมลี กั ษณะตอ งหามตามมาตรา ๖ ÁÒμÃÒ ù การประชมุ คณะกรรมการตอ งมกี รรมการมาประชุมไมนอ ยกวา กง่ึ หนึ่งของ จาํ นวนกรรมการทั้งหมดจึงเปน องคประชุม ใหประธานกรรมการเปนประธานในท่ีประชุม ในกรณีท่ีประธานกรรมการไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหรองประธานกรรมการเปนประธานในที่ประชุม หากรองประธานไมมา ประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดใหกรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหน่ึงเปนประธาน ในท่ีประชุม การวนิ จิ ฉยั ชขี้ าดของทป่ี ระชมุ ใหถ อื เสยี งขา งมากของกรรมการทม่ี าประชมุ กรรมการคนหนงึ่ ใหมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากันใหประธานในท่ีประชุมออกเสียงเพ่ิมข้ึน อีกเสียงหน่ึง เปนเสยี งชขี้ าด ÁÒμÃÒ ñð คณะกรรมการมอี าํ นาจและหนาท่ี ดังตอ ไปนี้ (๑) กําหนดนโยบาย และมาตรการในการคุมครองสิทธิของบุคคลท่ีมีความผิดปกติ ทางจิต และการเขาถงึ บรกิ ารดานสขุ ภาพจิตรวมทงั้ การอยูร ว มกันในสงั คม (๒) วางหลักเกณฑและวิธีการในการใหคําปรึกษา แนะนํา และประสานงานกับ หนว ยงานของรฐั และเอกชนเกย่ี วกบั การคมุ ครองสทิ ธขิ องบคุ คลทม่ี คี วามผดิ ปกตทิ างจติ การใหบ รกิ าร ดา นสขุ ภาพจติ และการอยูรวมกนั ในสงั คม

๑๒๐ (๓) ตรวจสอบและติดตามการดาํ เนินงานของคณะกรรมการสถานบาํ บดั รักษา (๔) กําหนดแบบหนังสอื ใหความยนิ ยอมรับการบําบัดรกั ษาตามมาตรา ๒๑ (๕) กาํ หนดหนวยงานดา นสงเคราะหและสวัสดิการตามมาตรา ๔๐ (๒) (๖) วางระเบียบหรือประกาศเกีย่ วกบั การปฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ (๗) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอ่ืนหรือตามที่ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ÁÒμÃÒ ññ คณะกรรมการมอี าํ นาจแตง ตง้ั ทปี่ รกึ ษา หรอื คณะอนกุ รรมการเพอื่ ปฏบิ ตั กิ าร ตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย ใหนําความในมาตรา ๖ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ มาใชบังคับกับที่ปรึกษาและ คณะอนกุ รรมการ โดยอนโุ ลม ʋǹ·èÕ ò ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃʶҹบาํ ºÑ´ÃÑ¡ÉÒ ÁÒμÃÒ ñò สถานบําบัดรักษาแตละแหงใหมีคณะกรรมการสถานบําบัดรักษาซ่ึงอธิบดี แตงตั้ง ประกอบดวย จติ แพทยประจาํ สถานบําบดั รกั ษาหน่งึ คน เปน ประธานกรรมการ แพทยหนึง่ คน พยาบาลจิตเวชหน่ึงคน นักกฎหมายหน่ึงคน และนักจิตวิทยาคลินิกหรือนักสังคมสงเคราะห ทางการแพทยหนง่ึ คน เปน กรรมการ ÁÒμÃÒ ñó คณะกรรมการสถานบําบัดรกั ษามีอํานาจหนาท่ดี งั ตอ ไปนี้ (๑) ตรวจวนิ ิจฉัย ประเมินอาการและมีคําส่งั ตามมาตรา ๒๙ (๒) พิจารณา ทําความเห็นเก่ียวกับการบําบัดรักษาและผลการบําบัดรักษาตาม พระราชบัญญตั ิน้ี ÁÒμÃÒ ñô ใหนาํ ความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๑ มาใชบ ังคบั กับคณะกรรมการสถานบาํ บดั รักษาโดยอนุโลม ËÁÇ´ ò ÊÔ·¸Ô¼ÙŒ»†Ç ÁÒμÃÒ ñõ ผปู ว ยยอ มมีสทิ ธิดงั ตอไปน้ี (๑) ไดรับการบําบัดรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย โดยคํานึงถึงศักดิ์ศรี ความเปน มนุษย (๒) ไดรับการปกปดขอมูลเก่ียวกับการเจ็บปวยและการบําบัดรักษาไวเปนความลับ เวน แตมีกฎหมายบัญญัติไวใหเ ปด เผยได

๑๒๑ (๓) ไดรบั การคมุ ครองจากการวจิ ยั ตามมาตรา ๒๐ (๔) ไดรับการคุมครองในระบบประกันสุขภาพและประกันสังคม และระบบอื่น ๆ ของรัฐ อยา งเสมอภาคและเทาเทยี มกัน ÁÒμÃÒ ñö หา มมใิ หผ ใู ดเปด เผยขอ มลู ดา นสขุ ภาพของผปู ว ยในประการทน่ี า จะทาํ ใหเ กดิ ความเสยี หายแกผ ปู ว ย เวน แต (๑) ในกรณีทอ่ี าจเกดิ อนั ตรายตอ ผปู ว ยหรือผูอืน่ (๒) เพื่อความปลอดภัยของสาธารณชน (๓) มีกฎหมายเฉพาะบัญญัติใหต อ งเปด เผย ÁÒμÃÒ ñ÷ การบําบัดรักษาโดยการผูกมัดรางกาย การกักบริเวณ หรือแยกผูปวย จะกระทาํ ไมไ ด เวน แตเ ปน ความจาํ เปน เพอื่ ปอ งกนั การเกดิ อนั ตรายตอ ผปู ว ยเอง บคุ คลอน่ื หรอื ทรพั ยส นิ ของผอู ่ืน โดยตอ งอยูภ ายใตก ารดแู ลอยางใกลช ิดของผบู าํ บดั รักษาตามมาตรฐานวิชาชพี ÁÒμÃÒ ñø การรักษาทางจิตเวชดวยไฟฟา การกระทําตอสมองหรือระบบประสาท หรอื การบาํ บดั รกั ษาดว ยวธิ อี น่ื ใด ทอี่ าจเปน ผลทาํ ใหร า งกายไมอ าจกลบั คนื สสู ภาพเดมิ อยา งถาวรใหก ระทาํ ได ในกรณีดังตอไปนี้ (๑) กรณีผูปวยใหความยินยอมเปนหนังสือเพื่อการบําบัดรักษานั้น โดยผูปวยไดรับ ทราบเหตผุ ลความจาํ เปน ความเสยี่ งทอ่ี าจเกดิ ภาวะแทรกซอ นทเี่ ปน อนั ตรายรา ยแรง หรอื อาจเปน ผล ทําใหไ มส ามารถแกไ ขใหรางกายกลับคนื สูส ภาพเดิม และประโยชนข องการบําบดั รักษา (๒) กรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือมีความจําเปนอยางย่ิง เพื่อประโยชนของผูปวยหากมิได บาํ บดั รกั ษาจะเปน อนั ตรายถงึ แกช วี ติ ของผปู ว ย ทง้ั น้ี โดยความเหน็ ชอบเปน เอกฉนั ทข องคณะกรรมการ สถานบําบดั รกั ษา ใหนําความในมาตรา ๒๑ วรรคสาม มาใชบังคับกับการใหความยินยอมตาม (๑) โดยอนโุ ลม ÁÒμÃÒ ñù การทาํ หมนั ผูปวยจะกระทําไมได เวนแตไดป ฏบิ ัตติ ามมาตรา ๑๘ (๑) ÁÒμÃÒ òð การวจิ ยั ใด ๆ ทก่ี ระทาํ ตอ ผปู ว ยจะกระทาํ ไดต อ เมอื่ ไดร บั ความยนิ ยอมเปน หนงั สอื จากผปู ว ย และตอ งผา นความเหน็ ชอบของคณะกรรมการทด่ี าํ เนนิ การเกยี่ วกบั จรยิ ธรรมการวจิ ยั ในคนของหนวยงานท่ีเก่ียวของ และใหนําความในมาตรา ๒๑ วรรคสาม มาใชบังคับกับการให ความยนิ ยอมโดยอนุโลม ความยินยอมตามวรรคหน่ึงผปู วยจะเพิกถอนเสยี เม่อื ใดกไ็ ด

๑๒๒ ËÁÇ´ ó ¡ÒÃบําº´Ñ Ã¡Ñ ÉÒ·Ò§ÊØ¢ÀÒ¾¨Ôμ ʋǹ·èÕ ñ ¼Ù»Œ †Ç ÁÒμÃÒ òñ การบําบัดรักษาจะกระทําไดตอเมื่อผูปวยไดรับการอธิบายเหตุผล ความจาํ เปน ในการบาํ บดั รกั ษา รายละเอยี ดและประโยชนข องการบาํ บดั รกั ษาและไดร บั ความยนิ ยอม จากผปู ว ย เวนแตเปน ผูป วยตามมาตรา ๒๒ ถาตองรับผูปวยไวในสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบําบัดรักษา ความยินยอมตาม วรรคหนึง่ ตองทําเปน หนงั สือ และลงลายมือชื่อผปู ว ยเปน สําคญั ในกรณีท่ีผูปวยมีอายุไมถึงสิบแปดปบริบูรณ หรือขาดความสามารถในการตัดสินใจ ใหความยินยอมรบั การบําบัดรักษา ใหค สู มรส ผูบุพการี ผสู บื สนั ดาน ผปู กครอง ผูพทิ กั ษ ผอู นุบาล หรือผซู ่ึงปกครองดูแลบคุ คลน้นั แลว แตกรณี เปนผใู หค วามยินยอมตามวรรคสองแทน หนังสือใหค วามยินยอมตามวรรคสองและวรรคสาม ใหเปนไปตามแบบที่คณะกรรมการ กําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ÁÒμÃÒ òò บคุ คลทมี่ คี วามผดิ ปกตทิ างจติ ในกรณใี ดกรณหี นง่ึ ดงั ตอ ไปนเ้ี ปน บคุ คลทตี่ อ ง ไดรบั การบําบดั รกั ษา (๑) มภี าวะอันตราย (๒) มีความจําเปน ตอ งไดร ับการบาํ บัดรักษา ÁÒμÃÒ òó ผูใดพบบุคคลซึ่งมีพฤติการณอันนาเช่ือวาบุคคลน้ันมีลักษณะตาม มาตรา ๒๒ ใหแ จง ตอ พนกั งานเจาหนาที่ พนกั งานฝา ยปกครองหรอื ตํารวจโดยไมชักชา ÁÒμÃÒ òô เมื่อพนักงานเจาหนาที่ พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจไดรับแจงตาม มาตรา ๒๓ หรอื พบบคุ คลซงึ่ มพี ฤตกิ ารณอ นั นา เชอื่ วา บคุ คลนนั้ มลี กั ษณะตามมาตรา ๒๒ ใหด าํ เนนิ การ นําตัวบุคคลน้ันไปยังสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบําบัดรักษาซึ่งอยูใกลโดยไมชักชา เพ่ือรับการ ตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการเบอ้ื งตน ตามมาตรา ๒๗ ทง้ั น้ี โดยจะมผี รู บั ดแู ลบคุ คลดงั กลา วไปดว ย หรือไมก็ได การนําตัวบุคคลตามวรรคหน่ึงไปยังสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบําบัดรักษา โดยการผูกมัดรางกายบุคคลดังกลาวจะกระทําไมได เวนแตเปนความจําเปนเพื่อปองกันการเกิด อันตรายตอ บคุ คลนน้ั เอง บคุ คลอ่นื หรือทรัพยส ินของผูอน่ื ÁÒμÃÒ òõ เม่ือผูรับผิดชอบดูแลสถานท่ีคุมขังหรือสถานสงเคราะห หรือพนักงาน คุมประพฤติ พบบุคคลท่ีอยูในความดูแลรับผิดชอบตามอํานาจหนาที่ มีพฤติการณอันนาเชื่อวา

๑๒๓ บคุ คลนนั้ มลี กั ษณะตามมาตรา ๒๒ ใหด าํ เนนิ การสง ตวั บคุ คลนนั้ ไปยงั สถานพยาบาลของรฐั หรอื สถาน บาํ บดั รกั ษาซง่ึ อยใู กลโ ดยไมช กั ชา เพอื่ รบั การตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการเบอ้ื งตน ตามมาตรา ๒๗ การสง ตวั บคุ คลตามวรรคหน่ึง ใหเ ปนไปตามระเบียบท่คี ณะกรรมการกาํ หนด ÁÒμÃÒ òö ในกรณีฉุกเฉิน เมื่อพนักงานเจาหนาท่ี พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจ ไดรับแจงตามมาตรา ๒๓ หรือพบบุคคลซึ่งมีพฤติการณอันนาเช่ือวาบุคคลนั้นเปนบุคคลที่มี ความผิดปกติทางจิตซึ่งมีภาวะอันตรายและเปนอันตรายท่ีใกลจะถึง ใหมีอํานาจนําตัวบุคคลนั้น หรือเขาไปในสถานที่ใด ๆ เพ่ือนําตัวบุคคลนั้นสงสถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบําบัดรักษา ซ่งึ อยูใ กลโดยไมชกั ชา เพือ่ รบั การตรวจวินิจฉยั และประเมนิ อาการเบ้ืองตนตามมาตรา ๒๗ ถาบุคคลน้ันขัดขวางหรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ใหพนักงานฝายปกครอง หรือตํารวจมีอํานาจใชวิธีการเทาที่เหมาะสมและจําเปนแกพฤติการณในการนําตัวบุคคลนั้นสง สถานพยาบาล ของรัฐหรือสถานบําบัดรกั ษาตามวรรคหนึง่ การสง ตัวบคุ คลตามวรรคหน่งึ ใหเ ปนไปตามระเบียบทค่ี ณะกรรมการกาํ หนด ÁÒμÃÒ ò÷ ใหแพทยอยางนอยหนึ่งคนและพยาบาลอยางนอยหนึ่งคนที่ประจําสถาน พยาบาลของรัฐ หรือสถานบําบัดรักษา ตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องตนบุคคลที่มีการนําสง ตามมาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ หรือมาตรา ๒๖ ใหแลวเสร็จโดยไมชักชา ทั้งนี้ ตองไมเกินสี่สิบแปด ชว่ั โมงนบั แตเ วลาทบ่ี คุ คลนนั้ มาถงึ สถานพยาบาลของรฐั หรอื สถานบาํ บดั รกั ษา การตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการเบอื้ งตน ตามวรรคหนงึ่ ใหแ พทยม อี าํ นาจตรวจวนิ จิ ฉยั และบําบดั รกั ษาเพียงเทาท่จี ําเปนตามความรุนแรงของอาการเพื่อประโยชนแกสุขภาพของบคุ คลนน้ั ในกรณที ผ่ี ลการตรวจตามวรรคหนงึ่ ปรากฏวา บคุ คลนน้ั จาํ เปน ตอ งไดร บั การตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมินอาการโดยละเอียดจากคณะกรรมการสถานบําบัดรักษาใหพนักงานเจาหนาที่สงตัว บคุ คลนนั้ พรอ มกบั รายงานผลการตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการเบอ้ื งตน เพอ่ื เขา รบั การตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมนิ อาการโดยละเอยี ดตามมาตรา ๒๙ หลักเกณฑและวิธีการในการรายงานผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบื้องตน ตามวรรคสาม ใหเปนไปตามระเบยี บทคี่ ณะกรรมการกาํ หนด ÁÒμÃÒ òø กรณที แ่ี พทยต รวจพบวา บคุ คลใดมลี กั ษณะตามมาตรา ๒๒ ใหส ง ตวั บคุ คลนน้ั พรอมกับรายงานผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการเบ้ืองตน เพื่อเขารับการตรวจวินิจฉัย และประเมินอาการโดยละเอียดตามมาตรา ๒๙ และใหนําความในมาตรา ๒๗ วรรคสองและวรรคสี่ มาใชบังคับโดยอนโุ ลม ÁÒμÃÒ òù เมื่อสถานบําบัดรักษารับบุคคลท่ีพนักงานเจาหนาที่นําสงตามมาตรา ๒๗ วรรคสาม หรือแพทยนําสงตามมาตรา ๒๘ แลวแตกรณี ใหคณะกรรมการสถานบําบัดรักษา ตรวจวินิจฉัยและประเมินอาการบุคคลนั้นโดยละเอียดภายในสามสิบวันนับแตวันท่ีรับตัวบุคคลน้ันไว ในกรณีท่ีคณะกรรมการสถานบําบัดรักษาเห็นวาบุคคลน้ันมีลักษณะตามมาตรา ๒๒ ใหมีคําสั่ง อยา งใดอยางหนึง่ ดงั ตอ ไปนี้

๑๒๔ (๑) ใหบ คุ คลน้นั ตอ งเขา รับการบําบดั รักษาในสถานบําบดั รักษา (๒) ใหบุคคลน้ันตองรับการบําบัดรักษา ณ สถานที่อื่นนอกจากสถานบําบัดรักษา เม่ือบุคคลนั้นไมมีภาวะอันตราย ทั้งนี้ จะกําหนดเงื่อนไขใดๆ ที่จําเปนเก่ียวกับการบําบัดรักษา ใหบุคคลน้ัน หรือผูรบั ดแู ลบคุ คลน้ันตอ งปฏบิ ตั ดิ วยกไ็ ด ใหนาํ ความในมาตรา ๒๗ วรรคสอง มาใชบ ังคับกับการตรวจวนิ จิ ฉยั และประเมินอาการ ตามวรรคหนึง่ โดยอนโุ ลม หลักเกณฑและวิธีการในการพิจารณาและมีคําสั่งตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามที่ คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ÁÒμÃÒ óð คําส่ังรับผูปวยไวบําบัดรักษาตามมาตรา ๒๙ (๑) ใหคณะกรรมการสถาน บําบัดรักษากําหนดวิธีการและระยะเวลาการบําบัดรักษาตามความรุนแรงของความผิดปกติทางจิต แตทั้งนี้ตองไมเกินเกาสิบวันนับแตวันท่ีมีคําส่ัง และอาจขยายระยะเวลาไดอีกครั้งละไมเกินเกาสิบวัน นับแตว ันทีม่ คี าํ สั่งครัง้ แรกหรือครั้งถดั ไป ใหคณะกรรมการสถานบําบัดรักษาพิจารณาผลการบําบัดรักษาเพ่ือมีคําส่ังตาม มาตรา ๒๙ (๑) หรอื (๒) แลว แตก รณี กอ นสน้ิ กาํ หนดระยะเวลาบาํ บดั รกั ษาในแตล ะครง้ั ตามวรรคหนงีึ่ ไมนอ ยกวาสบิ หาวัน ÁÒμÃÒ óñ ในระหวางการบําบัดรักษาตามมาตรา ๓๐ วรรคหน่ึง เมื่อแพทยผูบําบัด รักษา เห็นวา ผูปวยไดรับการบําบัดรักษาจนความผิดปกติทางจิตหายหรือทุเลาและผูปวยไมมีภาวะ อนั ตรายแลว ใหแ พทยจ าํ หนายผปู ว ยดงั กลา วออกจากสถานพยาบาลและรายงานผลการบําบดั รักษา และการจาํ หนา ยผปู ว ยใหค ณะกรรมการสถานบาํ บดั รกั ษาทราบโดยไมช กั ชา ทง้ั นี้ ใหแ พทยต ดิ ตามผล การบําบดั รักษาเปนระยะ หลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารในการรายงานผลการบาํ บดั รกั ษา การจาํ หนา ยผปู ว ยและการตดิ ตามผล การบําบัดรกั ษาตามวรรคหนึ่ง ใหเ ปนไปตามระเบียบทีค่ ณะกรรมการกาํ หนด ÁÒμÃÒ óò ในกรณีท่ีผูปวยหรอื ผรู ับดูแลผปู วยไมป ฏิบัตติ ามมาตรา ๒๙ (๒) หรือการ บาํ บดั รกั ษาไมเ ปน ผล หรอื พฤตกิ ารณท เ่ี ปน เหตใุ หม กี ารออกคาํ สง่ั ตามมาตรา ๒๙ (๒) เปลยี่ นแปลงไป คณะกรรมการสถานบําบัดรักษาอาจแกไขเพิ่มเติมหรือเพิกถอนคําส่ังหรือมีคําส่ังใหรับผูปวย ไวบาํ บดั รกั ษาตามมาตรา ๒๙ (๑) ก็ได ในกรณีผูปวยตามมาตรา ๒๙ (๒) ดูแลตนเองไมไดและไมมีผูรับดูแล ใหนําความใน มาตรา ๔๐ (๒) มาใชบงั คับ ÁÒμÃÒ óó ในกรณีที่ผูปวยหลบหนีออกนอกเขตสถานพยาบาลของรัฐหรือสถาน บําบัดรักษา ใหพนักงานเจาหนาท่ีประสานงานกับพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจและญาติ เพื่อติดตามบุคคลน้ันกลับมาที่สถานพยาบาลของรัฐหรือสถานบําบัดรักษา ทั้งน้ีมิใหนับระยะเวลา ทบ่ี คุ คลนน้ั หลบหนเี ขา ในกาํ หนดระยะเวลาตามมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๙ หรอื มาตรา ๓๐ แลวแตก รณี

๑๒๕ ใหนําความในมาตรา ๔๖ มาใชบังคับกับการติดตามผูปวยท่ีหลบหนีตามวรรคหน่ึง โดยอนุโลม ÁÒμÃÒ óô เพ่อื ประโยชนใ นการบาํ บดั รกั ษาผูปว ย ใหค ณะกรรมการสถานบําบดั รักษา มีอํานาจสั่งยายผูปวยไปรับการบําบัดรักษาในสถานบําบัดรักษาอื่นได ตามระเบียบที่คณะกรรมการ กาํ หนด ÊÇ‹ ¹·èÕ ò ¼»ŒÙ dž ¤´Õ ÁÒμÃÒ óõ ภายใตบังคับมาตรา ๑๔ วรรคหน่ึง แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ใหพนักงานสอบสวนหรือศาลสงผูตองหาหรือจําเลยไปรับการตรวจที่สถานบําบัดรักษา พรอ มท้ังรายละเอียดพฤติการณแ หง คดี เม่ือสถานบําบัดรักษารับผูตองหาหรือจําเลยไวแลว ใหจิตแพทยตรวจวินิจฉัยความผิด ปกติทางจิต และทําความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานสอบสวนหรือศาลวาผูตองหา หรือจําเลย สามารถตอสูคดีไดหรือไม แลวรายงานผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินความสามารถ ในการตอ สคู ดใี หพ นกั งานสอบสวนหรอื ศาลทราบภายในสส่ี บิ หา วนั นบั แตว นั ทไ่ี ดร บั ผตู อ งหาหรอื จาํ เลยไว และอาจขยายระยะเวลาไดอ ีกไมเกนิ ส่สี ิบหาวนั เพือ่ ประโยชนในการประเมนิ ความสามารถในการตอสคู ดี ใหสถานบาํ บัดรกั ษามอี ํานาจ เรียกเอกสารที่เก่ยี วขอ งกบั ผตู องหาหรือจาํ เลยจากสถานพยาบาลอน่ื ได ใหน าํ ความในมาตรา ๒๗ วรรคสอง มาใชบ งั คบั กบั การตรวจวนิ จิ ฉยั ความผดิ ปกตทิ างจติ ตามวรรคสองโดยอนุโลม ในกรณีท่ีผูตองหาหรือจําเลยถูกคุมขัง และมีความจําเปนตองรับผูตองหาหรือจําเลย ไวในสถานบําบัดรักษาเพื่อการสังเกตอาการตรวจวินิจฉัย บําบัดรักษาและประเมินความสามารถ ในการตอสูคดี สถานบําบัดรักษาอาจขอใหพนักงานสอบสวนหรือศาลกําหนดวิธีการ เพื่อปองกัน การหลบหนี หรอื เพ่อื ปองกันอนั ตรายก็ได หลักเกณฑและวิธีการในการรายงานผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินความสามารถ ในการตอสูคดตี ามวรรคสอง ใหเปน ไปตามระเบยี บที่คณะกรรมการกําหนด ÁÒμÃÒ óö ภายใตบังคับ มาตรา ๑๔ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ใหสถานบําบัดรักษารับผูตองหาหรือจําเลยไวควบคุมและบําบัดรักษาโดยไมตองไดรับ ความยนิ ยอมจากผตู อ งหาหรอื จาํ เลย จนกวา ผตู อ งหาหรอื จาํ เลยจะหายหรอื ทเุ ลาและสามารถตอ สคู ดไี ด เวน แตพ นักงานสอบสวนหรือศาลจะมคี ําสั่งหรอื มกี ฎหมายบญั ญตั ิไวเ ปนอยา งอน่ื

๑๒๖ ใหจิตแพทยผูบําบัดรักษาทํารายงานผลการบําบัดรักษาสงใหพนักงานสอบสวนหรือศาล ภายในหนง่ึ รอยแปดสบิ วัน นบั แตวันทไ่ี ดรบั ผตู องหาหรือจาํ เลยไว ในกรณที ่จี ติ แพทยเ ห็นวา ผูตองหา หรอื จาํ เลยยงั ไมส ามารถตอ สคู ดไี ด ใหร ายงานผลการบาํ บดั รกั ษาทกุ หนง่ึ รอ ยแปดสบิ วนั เวน แต พนกั งาน สอบสวนหรือศาลจะมคี ําสั่งเปนอยางอืน่ ในระหวางการบําบัดรักษา เม่ือจิตแพทยผูบําบัดรักษาเห็นวา ผูตองหาหรือจําเลยไดรับ การบําบัดรักษาจนความผิดปกติทางจิตหายหรือทุเลา และสามารถตอสูคดีไดแลวใหรายงานผลการ บาํ บัดรกั ษาตอพนกั งานสอบสวนหรือศาลทราบโดยไมชักชา หลักเกณฑและวิธีการในการรายงานผลการบําบัดรักษาตามวรรคสองและวรรคสาม ใหเ ปน ไปตามระเบียบทีค่ ณะกรรมการกําหนด ÁÒμÃÒ ó÷ ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งใหสงผูปวยคดีไปคุมตัวหรือรักษาไวในสถานพยาบาล ตามมาตรา ๔๘ และมาตรา ๔๙ วรรคสอง แหงประมวลกฎหมายอาญา หรือตามมาตรา ๒๔๖ (๑) แหง ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา ใหศ าลสง สาํ เนาคาํ สง่ั ไปพรอ มกบั ผปู ว ยคดี และใหส ถาน บาํ บัดรกั ษาผปู ว ยคดีไวค วบคุม และบําบดั รักษาโดยไมต อ งไดร บั ความยินยอมจากผป ู ว ยคดี ใหจิตแพทยผูบําบัดรักษารายงานผลการบําบัดรักษาและความเห็นตอศาลภายใน หนึ่งรอยแปดสิบวัน นับแตวันที่ไดรับผูปวยคดีไว ในกรณีที่จิตแพทยเห็นวามีความจําเปนตองบําบัด รักษาผูปวยคดีตอไป ใหรายงานผลการบําบัดรักษาและความเห็นตอศาลทุกหน่ึงรอยแปดสิบวัน เวนแตศาลจะมคี าํ ส่งั เปนอยางอนื่ ในการควบคมุ และบาํ บดั รกั ษา สถานบาํ บดั รกั ษาอาจขอใหศ าลกาํ หนดวธิ กี ารเพอื่ ปอ งกนั การหลบหนหี รือเพอื่ ปอ งกนั อนั ตรายก็ได หลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารในการรายงานผลการบาํ บดั รกั ษาและการทาํ ความเหน็ ตามวรรคสอง ใหเ ปน ไปตามระเบียบท่ีคณะกรรมการกาํ หนด ÁÒμÃÒ óø ในระหวา งการบาํ บดั รกั ษาตามมาตรา ๓๗ เมอื่ จติ แพทยผ บู าํ บดั รกั ษาเหน็ วา ผูปวยคดีไดรับการบําบัดรักษาจนความผิดปกติทางจิตหายหรือทุเลาและไมมีภาวะอันตรายแลว ใหจิตแพทยรายงานผลการบําบัดรักษาและความเห็นเพ่ือจําหนายผูปวยคดีดังกลาวออกจาก สถานพยาบาลตอศาลโดยไมชักชา และรายงานผลการบําบัดรักษาและความเห็นดังกลาวให คณะกรรมการสถานบําบัดรกั ษาทราบ หลักเกณฑและวิธีการในการรายงานผลการบําบัดรักษาและการทําความเห็นตาม วรรคหนง่ึ ใหเ ปนไปตามระเบยี บทค่ี ณะกรรมการกําหนด ÁÒμÃÒ óù ในกรณีที่ศาลกําหนดเงือ่ นไขตามมาตรา ๕๖ วรรคสอง (๔) แหงประมวล กฎหมายอาญา ใหศ าลสง ผูปวยคดพี รอมทัง้ สาํ เนาคาํ พพิ ากษาไปยงั สถานบาํ บดั รกั ษา ใหจ ติ แพทยผ บู าํ บดั รกั ษารายงานผลการบาํ บดั รกั ษาและความเหน็ ตอ ศาลภายในเกา สบิ วนั นับแตวันที่ไดรับผูปวยคดีไว ในกรณีท่ีจิตแพทยเห็นวามีความจําเปนตองบําบัดรักษาผูปวยคดีตอไป ใหร ายงานผลการบาํ บัดรักษาและความเหน็ ตอ ศาลทุกเกาสบิ วนั เวน แตศาลจะมีคาํ ส่ังเปนอยา งอืน่ ใหน าํ ความในมาตรา ๓๗ วรรคสามและวรรคสี่ และมาตรา ๓๘ มาใชบ ังคับโดยอนุโลม

๑๒๗ ÊÇ‹ ¹·Õè ó ¡Òÿ¹„œ ¿ÊÙ ÁÃöÀÒ¾ ÁÒμÃÒ ôð ในกรณีท่ีคณะกรรมการสถานบําบัดรักษามีคําส่ังตามมาตรา ๒๙ (๒) ใหหัวหนาสถานบําบัดรักษามหี นาท่ี ดงั น้ี (๑) แจง ใหผรู ับดแู ลผูปวยรบั ตัวผปู วยไปดูแล (๒) ในกรณีที่ไมมีผูรับดูแลใหแจงหนวยงานดานสงเคราะหและสวัสดิการท้ังภาครัฐ และเอกชนตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (๓) แจงใหพ นักงานเจาหนา ท่ีติดตามดแู ล ประสานงานและชว ยเหลอื ในการดาํ เนนิ การ ฟนฟูสมรรถภาพผูปวยตาม (๑) และหนวยงานตาม (๒) แลวรายงานใหคณะกรรมการสถานบําบัด รกั ษาทราบ ÁÒμÃÒ ôñ เมอ่ื ผถู กู คมุ ขงั ซง่ึ ไดร บั การบาํ บดั รกั ษาในระหวา งถกู คมุ ขงั ถงึ กาํ หนดปลอ ยตวั ใหหวั หนา สถานที่คุมขงั มหี นาทีด่ ําเนินการตามมาตรา ๔๐ ËÁÇ´ ô ¡ÒÃÍ·Ø ¸Ã³ ÁÒμÃÒ ôò ในกรณีท่ีคณะกรรมการสถานบําบัดรักษา มีคําส่ังตามมาตรา ๒๙ (๑) หรือ (๒) หรือมีคําสั่งใหขยายระยะเวลาการบําบัดรักษาตามมาตรา ๓๐ ใหผูปวยหรือคูสมรส ผูบุพการี ผูสืบสันดาน ผูปกครอง ผูพิทักษ ผูอนุบาล หรือผูซึ่งปกครองดูแลผูปวย แลวแตกรณี มีสิทธิอุทธรณ เปนหนังสือตอคณะกรรมการอุทธรณภายในสามสิบวันนับแตวันท่ีไดรับหนังสือแจง คําสงั่ ดังกลาว การอุทธรณตามวรรคหน่ึงไมเปนเหตุทุเลาการบังคับตามคําส่ัง เวนแตคณะกรรมการ อทุ ธรณจ ะเห็นสมควรใหม กี ารทเุ ลาการบังคบั ตามคําส่งั น้นั ไวชัว่ คราว ใหค ณะกรรมการอทุ ธรณพ จิ ารณาอทุ ธรณใ หแ ลว เสรจ็ ภายในสามสบิ วนั นบั แตว นั ทไี่ ดร บั อุทธรณคาํ วินิจฉัยของคณะกรรมการอทุ ธรณใหเ ปน ที่สุด หลักเกณฑและวิธีการในการย่ืนอุทธรณ และวิธีพิจารณาอุทธรณใหเปนไปตามระเบียบ ทค่ี ณะกรรมการกําหนด ÁÒμÃÒ ôó ใหมคี ณะกรรมการอทุ ธรณ ประกอบดว ย (๑) อธิบดี เปน ประธานกรรมการ (๒) ผแู ทนองคก รภาคเอกชนทเี่ ปน นติ บิ คุ คลและมวี ตั ถปุ ระสงคเ กยี่ วกบั การคมุ ครองดแู ล บุคคลทมี่ คี วามผดิ ปกติทางจิต ซึง่ เลอื กกนั เองจาํ นวนสามคน เปน กรรมการ

๑๒๘ (๓) ผูทรงคุณวุฒิจํานวนหาคน ซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูท่ีมีความรูและประสบการณ ในสาขาการแพทยจิตเวช จิตวิทยาคลินิก สังคมสงเคราะหทางการแพทย การพยาบาล สุขภาพจิต และจิตเวช และกฎหมาย สาขาละหนึ่งคน เปน กรรมการ ใหรองอธบิ ดหี รอื หัวหนาสถานบําบัดรกั ษา ซ่งึ อธบิ ดีแตงตั้งเปนกรรมการและเลขานกุ าร การเลอื กและการแตงตง้ั กรรมการตาม (๒) และ (๓) ใหเ ปน ไปตามระเบียบทรี่ ัฐมนตรีประกาศกําหนด ÁÒμÃÒ ôô คณะกรรมการอุทธรณมีอาํ นาจหนา ทด่ี ังตอไปนี้ (๑) พิจารณาอุทธรณต ามมาตรา ๔๒ (๒) รายงานผลการดาํ เนนิ การใหค ณะกรรมการทราบอยางนอ ยปล ะคร้งั ÁÒμÃÒ ôõ ใหนาํ ความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๑ มาใชบังคบั กับคณะกรรมการอทุ ธรณโดยอนโุ ลม ËÁÇ´ õ ¾¹Ñ¡§Ò¹à¨ŒÒ˹Ҍ ·Õè ÁÒμÃÒ ôö ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี ใหพนักงานเจาหนาที่มีอํานาจ ดงั ตอไปนี้ (๑) เขา ไปในเคหสถาน หรอื สถานทใี่ ด ๆ ในระหวา งพระอาทติ ยข นึ้ และตกเพอ่ื นาํ บคุ คล ซึ่งมีพฤติการณอ นั นาเช่ือวา มลี ักษณะตามมาตรา ๒๒ ไปรบั การบําบัดรกั ษาในสถานพยาบาลของรัฐ หรือสถานบําบัดรักษา เม่ือมีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรวาบุคคลดังกลาวอยูในเคหสถาน หรอื สถานทนี่ นั้ ประกอบกบั มเี หตอุ นั ควรเชอื่ วา เนอ่ื งจากการเนน่ิ ชา กวา จะเอาหมายคน มาไดบ คุ คลนน้ั จะหลบหนีไป หรือกรณีมีเหตฉุ ุกเฉินเนอ่ื งจากบคุ คลนน้ั มีภาวะอันตรายและเปน อนั ตรายทใ่ี กลจะถงึ (๒) ซกั ถามบุคคลใด ๆ เพื่อทราบขอ มลู เก่ยี วกบั สุขภาพ ความเจ็บปว ย พฤตกิ รรมและ ความสัมพันธใ นครอบครัวและชุมชนของบคุ คลตาม (๑) (๓) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใด ๆ มาเพ่ือใหถอยคํา สงคําช้ีแจงเปนหนังสือ หรอื สง เอกสารหรือหลักฐานท่เี กยี่ วขอ งมาเพ่อื ตรวจสอบหรอื เพอื่ ประกอบการพิจารณา การดาํ เนนิ การตาม (๑) พนกั งานเจา หนา ทอ่ี าจรอ งขอใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจ ใหความชว ยเหลอื อกี ได ทัง้ น้ี ใหพนกั งานเจาหนาท่ีปฏบิ ตั ติ ามระเบียบทค่ี ณะกรรมการกําหนด ÁÒμÃÒ ô÷ ในการปฏบิ ตั หิ นา ทตี่ ามพระราชบญั ญตั นิ พ้ี นกั งานเจา หนา ทต่ี อ งแสดงบตั ร ประจาํ ตวั ตอบุคคลทเี่ ก่ียวของ บตั รประจําตวั พนกั งานเจา หนาทใ่ี หเปน ไปตามแบบท่รี ฐั มนตรีประกาศกาํ หนด ÁÒμÃÒ ôø ในการปฏิบัติหนาท่ีของพนักงานเจาหนาท่ีตามมาตรา ๔๖ ใหบุคคลที่ เกย่ี วของอํานวยความสะดวกตามสมควร

๑๒๙ ÁÒμÃÒ ôù ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพนักงานเจาหนาที่เปน เจา พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา ËÁÇ´ ö º·กาํ ˹´â·É ÁÒμÃÒ õð ผูใดฝาฝนมาตรา ๑๖ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงป หรือปรับไมเกิน สองหมื่นบาท หรือทั้งจาํ ทั้งปรับ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ไดก ระทาํ โดยการโฆษณาหรอื เผยแพรท างสอื่ มวลชน หรือสื่อสารสนเทศใด ๆ ผูกระทาํ ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเ กนิ สองป หรอื ปรบั ไมเกนิ สห่ี ม่ืนบาท หรือ ทง้ั จําทั้งปรบั ÁÒμÃÒ õñ ผูใดแจงขอความอันเปนเท็จตอพนักงานเจาหนาที่ พนักงานฝายปกครอง หรือตํารวจตามมาตรา ๒๓ โดยมีเจตนากลั่นแกลงใหเกิดความเสียหายแกผูหนึ่งผูใดตองระวางโทษ จําคกุ ไมเ กินหนึง่ ป หรือปรบั ไมเ กินสองหมื่นบาท หรือทง้ั จําทัง้ ปรับ ÁÒμÃÒ õò ผูใดไมปฏิบัติตามหนังสือของพนักงานเจาหนาท่ีตามมาตรา ๔๖ (๓) โดยไมม เี หตอุ ันสมควร ตองระวางโทษจําคุกไมเ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเกนิ หนง่ึ หมื่นบาท หรือทงั้ จํา ท้งั ปรบั ÁÒμÃÒ õó ผูใดไมอํานวยความสะดวกตามสมควรแกพนักงานเจาหนาท่ีในการปฏิบัติ หนาท่ีตามมาตรา ๔๘ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเกินหน่ึงหมื่นบาท หรอื ทงั้ จําท้งั ปรบั º·à©¾ÒСÒÅ ÁÒμÃÒ õô ในวาระเร่ิมแรก ใหคณะกรรมการประกอบดวยกรรมการตามมาตรา ๕ (๑) (๒) (๓) และอธบิ ดี และใหป ฏิบตั ิหนา ที่คณะกรรมการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ีไปพลางกอ นจนกวา จะมี กรรมการตามมาตรา ๕ (๔) และ (๕) ซงึ่ ตอ งไมเ กนิ หนง่ึ รอ ยยสี่ บิ วนั นบั แตว นั ทพ่ี ระราชบญั ญตั นิ ้ี ใชบ งั คบั ผูร บั สนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ จลุ านนท นายกรัฐมนตรี

๑๓๐ ËÁÒÂàËμØ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี คอื โดยทป่ี ระชาชนสว นใหญย งั ขาดความรู ความเขาใจและมีทัศนคติดานลบตอบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต ทําใหบุคคลดังกลาวไมไดรับ การบาํ บดั รกั ษาอยา งถกู ตอ งและเหมาะสม เปน เหตใุ หค วามผดิ ปกตทิ างจติ ทวคี วามรนุ แรงขนึ้ จนกอ ใหเ กดิ อันตรายรายแรงตอชีวิต รางกาย หรือทรัพยสินของตนเองหรือผูอื่น สมควรมีกฎหมายวาดวย สุขภาพจิต เพ่ือกําหนดกระบวนการในการบําบัดรักษาบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต อันเปนการ คุมครองความปลอดภัยของบุคคลน้ันและสังคม รวมท้ังกําหนดกระบวนการในการบําบัดรักษา บุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิต ซึ่งอยูระหวางการสอบสวน การไตสวนมูลฟองหรือการพิจารณา หรือภายหลงั ศาลมีคําพิพากษาในคดีอาญา จึงจาํ เปน ตอ งตราพระราชบัญญตั ินี้

๑๓๑ เอกสารอางองิ กาญจนา โชคเหรยี ญสขุ ชัย “¡ÒÃÊ×èÍÊÒÃàªÔ§ÍÇѨ¹ÀÒÉÒû٠ẺáÅСÒÃ㪔Œ กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั วี.พรนิ้ ท (๑๙๙๑) จาํ กดั , ๒๕๕๐ ธานิศ เกศวพทิ ักษ “คาํ ͸ԺÒ»ÃÐÁÇÅ¡®ËÁÒÂÇ¸Ô ¾Õ Ô¨ÒóҤÇÒÁÍÒÞÒ” กรงุ เทพฯ : สาํ นกั พิมพกรุงสยาม พบั ลิชช่ิง จาํ กัด, ๒๕๕๗ นครินทร เมฆไตรรัตนและคณะ “¡ÒûÃѺà»ÅÕ蹡Åä¡ Ê¶ÒºÑ¹à¾×èÍàÊÃÔÁÊÌҧÊÁÃö¹Ð 㹡ÒÃทํา§Ò¹´ÒŒ ¹à´ç¡¢Í§Í§¤¡Òû¡¤ÃͧÊÇ‹ ¹·ŒÍ§¶èÔ¹ มปม., ๒๕๕๓ มลู นธิ สิ ทิ ธมิ นษุ ยชนและการพฒั นา “¤ÁÙ‹ Í× ½¡ƒ ͺÃÁ¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ㹡Òë¡Ñ ¶ÒÁ¼àŒÙ ÊÂÕ ËÒ¨ҡ¡Òà ¶¡Ù ÅÇ‹ §ÅÐàÁ´Ô ·Ò§à¾È” (มปท.มปป.) (อัดสําเนา) วรณัฐ วรชาตเิ ดชา พ.ต.อ.หญงิ “¢ŒÍá¹Ðนําสาํ ËÃѺ਌Ҿ¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨ㹡ÒäŒØÁ¤Ãͧà´ç¡” มปท., ๒๕๕๘ อรอุมา วชริ ประดิษฐพร “ÊÒàËμ¡Ø ÒáÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ¢Í§à´¡ç áÅÐàÂÒǪ¹¡ÑºÁÒμáÒÃᡌä¢àª§Ô Ã¡Ø ” เอกสารวชิ าการหลกั สตู รผพู พิ ากษาผบู รหิ ารในศาลชน้ั ตน รนุ ที่ ๑๐ สถาบนั พฒั นาขา ราชการ ฝา ยตุลาการศาลยุตธิ รรม สาํ นกั งานศาลยตุ ธิ รรม, ๒๕๕๕ (อัดสาํ เนา) Ê׺¤Œ¹·Ò§Í͹䬏 คาํ แนะนําการปฏบิ ตั ติ าม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ พ.ศ.๒๕๕๓. สืบคนจาก www.demo.thaipolicedb.com/download/download-id ht. (สบื คน ๑๗ มี.ค. ๒๕๕๘) ˹ѧÊ×Í à¡ÂÕ Ãμ¢Ô ¨Ã วจั นะสวสั ด.ิ์ (๒๕๖๒).คํา͸ºÔ Ò¡®ËÁÒÂÍÒÞÒ ÀÒ¤ ñ àÅÁ‹ ñ.(พมิ พค รงั้ ท่ี ๑๑) กรงุ เทพมหานคร : กรงุ สยาม พับลิชชิ่ง.

๑๓๒ ธานิศ เกศวพิทักษ.(๒๕๖๑).คาํ ͸ԺÒ»ÃÐÁÇÅ¡®ËÁÒÂÇÔ¸Õ¾Ô¨ÒóҤÇÒÁÍÒÞÒ ÀÒ¤ ñ - ò (มาตรา ๑ - ๑๕๖).(พิมพครัง้ ท่ี ๑๔) กรงุ เทพมหานคร : เนตบิ ัณฑิตยสภา. สหรัฐ กิติ ศุภการ.(๒๕๖๑).ËÅÑ¡áÅÐคํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ¡®ËÁÒÂÇÔ¸Õ¾Ô¨ÒóҤÇÒÁÍÒÞÒ.(พิมพคร้ังท่ี ๑๐). กรุงเทพมหานคร : อมรนิ ทรพ รน้ิ ตงิ้ แอนดพับลชิ ช่งิ สหรัฐ กิติ ศุภการ.(๒๕๖๒).คาํ ͸ԺÒ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔÈÒÅàÂÒǪ¹áÅÐÇÔ¸Õ¾Ô¨ÒóҤ´ÕàÂÒǪ¹ áÅФÃͺ¤ÃÇÑ ¾.È. òõõò.(พมิ พค รง้ั ที่ ๓).กรงุ เทพมหานคร : อมรนิ ทรพ ริน้ ติ้งแอนด พบั ลิชช่งิ อรรถพล แชมสุวรรณ.(๒๕๔๖).¹μÔ ÇÔ Ô·ÂÒÈÒÊμÏ ñ à¾Íè× ¡ÒÃÊ׺Êǹ.(พิมพครั้งที่ ๓).กรุงเทพมหานคร : ทซี จี ี พร้ินติ้ง. Ê×èÍÍÔàÅç¡·Ã͹¡Ô ʏ - การปองกันและรักษาสถานที่เกิดเหตุ สืบคนจาก http://www.forensicrpca.com/ data/article/pcs.pdf เมือ่ วันที่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๖๒ - แนวทางการนาํ สงบุคคลท่ีมีความผิดปกติทางจิตสาํ หรับตํารวจ สืบคนจาก http:// www.policehospital.org/ckfinder/userfiles/images_pghfiles/เมื่อวนั ท่ี ๕ เม.ย. ๒๕๖๒ - อนุสัญญาวาดวยสิทธิเด็ก สืบคนจาก http://humanrights.mfa.go.th/th/kids72/ เมื่อวนั ที่ ๑๒ ก.พ. ๒๕๖๒

๑๓๓

๑๓๔ จัดพมิ พโ ดย โรงพิมพต าํ รวจ ถ.เศรษฐศริ ิ ดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘

“เปนองคกรบังคับใชกฎหมายที่นําสมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพ�อใหประชาชนเช�อมั่นศรัทธา” พลตํารวจเอก สุวัฒน แจงยอดสุข ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ