Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มัธยมต้น

มัธยมต้น

Published by Library Online, 2021-08-25 07:30:35

Description: มัธยมต้น

Search

Read the Text Version

คมู อื การจดั การเรียนรสู ิทธิมนษุ ยชนศึกษา • ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ใบกจิ กรรมที่ 4.2 การด สถานภาพ กจิ กรรม ใครไดใ ครเสยี เดก็ พระสงฆ คนพกิ าร ผสู งู อายุ เพศทสี่ าม แรงงานตางดาว 50

คูมือการจดั การเรยี นรสู ทิ ธิมนษุ ยชนศกึ ษา • ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 สทิ ธมิ นุษยชนท่ีเก่ยี วของกับการเมอื งการปกครอง กจิ กรรมการเรยี นรูที่ 5 เร่อื ง “Voice Kids” จาํ นวน 2 ช่วั โมง แนวคิดสาํ คัญ สิทธิมนุษยชนเปนสิทธิขั้นพ้ืนฐานท่ีมนุษยทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงออก แลกเปล่ียน ขอมูลขาวสาร และแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการแสดงออกเปนพ้ืนฐานของความเจริญของสังคม และความงอกงามของปจเจกบุคคล คุณภาพการศึกษา และการเขาถึงความยุติธรรม ลวนมีพ้ืนฐาน จากการที่บุคคลทุกคนในสังคมมีเสรีภาพที่จะพูด เขียน แลกเปล่ียน หรือถกเถียงความคิดความเห็น ตา ง ๆ ในพืน้ ที่สาธารณะ เพอ่ื ใหความคิดเหลาน้ันพัฒนาตอ ยอดนาํ ไปสูก ารแกปญหาและความเจรญิ รงุ เรอื ง ของชุมชน สงั คม และประเทศชาติ ปฏญิ ญาสากลวา ดวยสทิ ธมิ นษุ ยชนที่เก่ียวขอ ง ขอ 19 ทุกคนมีสิทธิในอิสรภาพแหงความเห็นและการแสดงออกสิทธิน้ีรวมถึงอิสรภาพ ในการท่ีจะถือเอาความคิดโดยปราศจากความแทรกสอดและที่จะแสวงหา รับและแจกจายขาวสาร และความคิดเห็นไมว าโดยวิธใี ด ๆ และโดยไมคาํ นงึ ถงึ เขตแดน มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวช้วี ัด มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมท่ีดีงาม และธาํ รงรักษา ประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดาํ รงชีวิตอยรู ว มกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา งสันติสขุ ตวั ชวี้ ดั ม.1/1 ปฏิบตั ติ ามกฎหมายในการคมุ ครองสทิ ธิของบคุ คล จุดประสงค ผูเรยี นสามารถ 1. อธบิ ายความสาํ คญั ของสทิ ธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการมสี วนรวมได 2. วิเคราะหสถานการณหรือประเดน็ ตาง ๆ ของปญหาที่เกิดข้นึ ได 3. เสนอแนวทางในการแกไ ขปญ หาทเ่ี กดิ ข้ึนภายในโรงเรียนได 51

คูม ือการจดั การเรียนรสู ิทธมิ นษุ ยชนศกึ ษา • ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน ขั้นตอนการดาํ เนินกจิ กรรม ขนั้ นาํ เขา สกู ิจกรรม 1. ผูสอนแสดงภาพที่สะทอนถึงปญหาการศึกษาไทย จํานวน 4-5 ภาพ พรอมท้ังต้ังคําถาม เพอื่ นาํ เขาสกู จิ กรรม ดังน้ี 1.1 ผเู รยี นคิดวาภาพดงั กลา วสะทอ นถงึ ปญหาใด (แนวคําตอบ : ภาพท่ี 1 ปญ หาการทะเลาะ ววิ าท/ปญ หาการทาํ รา ยรา งกาย ภาพที่ 2 ปญ หาการศกึ ษา ภาพท่ี 3 ปญ หาความไรร ะเบยี บวนิ ยั /ความสกปรก ภาพท่ี 4 ปญ หาความเหลอื่ มลํ้าทางการศกึ ษา/วสั ดุสือ่ และอุปกรณตา ง ๆ ของผูเรยี นมไี มเพยี งพอ) 1.2 ผูเรยี นเคยพบเห็นหรอื ประสบกบั ปญ หาเหลา นหี้ รอื ไม อยา งไร (แนวคาํ ตอบ : ข้นึ อยกู บั แนวคําตอบของผเู รียน) 1.3 ผเู รียนคดิ วา ปญ หาดงั กลาวเกดิ จากสาเหตุใด (แนวคาํ ตอบ : ครอบครวั ขาดความอบอุน งบประมาณมไี มเ พยี งพอ ขาดความรบั ผิดชอบ เปนตน) 2. ผูส อนสมุ ผเู รยี นออกมาแสดงความคดิ เหน็ เพ่อื เชือ่ มโยงเขา สขู น้ั ดาํ เนินกิจกรรม ขั้นดาํ เนินกิจกรรม 1. ผูสอนแจกใบกิจกรรมท่ี 5.2 ผังกราฟฟกกระบวนการแกปญหาในโรงเรียนใหกับผูเรียน คนละ 1 แผน จากนั้นใหผูเรียนสํารวจสภาพปญหาภายในโรงเรียนของตนเองวามีปญหาใดบาง คนละ 2-3 ปญ หา โดยเขยี นปญ หาดงั กลาวลงในกระดาษท่ีแจกให 2. เมอื่ ผเู รยี นดาํ เนนิ การขน้ั ตอนท่ี 1 เสรจ็ สนิ้ แลว ใหผ เู รยี นสาํ รวจคาํ ตอบของตนเองวา สอดคลอ ง กับประเด็นสภาพปญหาภายในโรงเรียนที่ผูสอนกําหนดใหประเด็นใดบาง โดยใหผูเรียนเลือกเขากลุมได 1 ประเด็น (จาํ นวนการเขา กลุม น้ันจะตองคละกลุม โดยใหผ ูเรยี นแตล ะกลมุ มจี ํานวนใกลเ คียงกัน) ซึง่ ผสู อน กาํ หนดประเด็นปญ หาที่เกดิ ขน้ึ ภายในโรงเรียนท่ตี า งกนั ท้ังหมด 5 ประเดน็ ดังนี้ ประเดน็ ที่ 1 ปญหาการจัดการเรียนการสอนและการจดั กิจกรรมตา ง ๆ ประเดน็ ที่ 2 ปญ หาอาคารสถานที่และสิ่งแวดลอ มของโรงเรยี น ประเดน็ ที่ 3 ปญ หากฎระเบียบและขอบังคบั ของโรงเรียน 52

คูมอื การจดั การเรียนรูสิทธิมนษุ ยชนศกึ ษา • ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน ประเด็นที่ 4 ปญ หาของกระบวนการบรหิ ารจดั การภายในโรงเรยี นทม่ี คี วามเกยี่ วขอ งกบั ผสู อน และผูบริหาร ประเดน็ ที่ 5 ปญ หาของเพือ่ นภายในชนั้ เรยี นและตา งชั้นเรียน 3. เมอ่ื ผเู รยี นเขา กลมุ ตามประเดน็ ทคี่ รกู าํ หนดใหต ามขนั้ ตอนท่ี 2 เสรจ็ สนิ้ แลว ผสู อนแจกกระดาษ ฟลิปชารทใหผ ูเรียน กลมุ ละ 1 แผน โดยบอกกตกิ าและดําเนินกิจกรรม ดงั น้ี 3.1 ผสู อนใหผ เู รยี นแตล ะคนภายในกลมุ รว มกนั เลา ปญ หาทเ่ี กดิ ขนึ้ ภายในโรงเรยี นตามประเดน็ ทต่ี นเองเขยี นไวใ หส อดคลอ งกบั ประเดน็ ปญ หาทเี่ กดิ ขน้ึ ภายในโรงเรยี นทก่ี ลมุ ของตนเองไดร บั โดยเขยี นปญ หา ของสมาชกิ แตล ะคนในกลมุ ลงในกระดาษฟลปิ ชารท ทผี่ สู อนแจกให 3.2 เมอ่ื สมาชกิ ทกุ คนในกลมุ เลา ประเดน็ ปญ หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายในโรงเรยี นตามประเดน็ ทก่ี าํ หนด ใหเ สร็จสนิ้ แลว หลังจากนัน้ ผูสอนใหผูเรยี นภายในกลุม รวมกนั อภปิ รายสาเหตุของปญ หาดงั กลา วทเ่ี กดิ ข้ึน 3.3 เม่ือผูเรียนภายในกลุมรวมกันอภิปรายสาเหตุของปญหาเสร็จสิ้นแลว ผูสอนใหผูเรียน แตละกลุมออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน กลุมละ 3-5 นาที โดยเม่ือผูเรียนแตละกลุมนําเสนอเสร็จสิ้นแลว ผูสอนตดิ กระดาษฟลปิ ชารทของผูเรยี นรอบหอ งเรยี น 4. เม่อื ดําเนินกิจกรรมตามขั้นตอนท่ี 3 เสร็จส้นิ แลว ผูสอนใหผูเรยี นทั้งหมดนั่งลอมวงเปน วงกลม และดาํ เนินกิจกรรม ดงั น้ี 4.1 ผูสอนใหผูเรียนรวมกันสรางขอเสนอในการแกไขบันทึกที่บุคคลในใบกิจกรรมที่ 5.2 ปญหาภายในโรงเรียน โดยใหผูเรียนรวมกันแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับเพ่ือนขางขวาหรือขางซายของตน เมื่อดําเนินการเสร็จส้ินแลวผูสอนสุมผูเรียนแสดงความคิดเห็น โดยผูสอนเขียนขอเสนอในการแกไขปญหา ภายในโรงเรียนลงบนกระดาน 4.2 เมื่อสรางขอเสนอในการแกไขปญหาภายในโรงเรียนเสร็จส้ินแลว ผูสอนตั้งคําถาม ดังประเด็นตอ ไปนี้ 4.2.1 ขอเสนอในการแกไขปญหาภายในโรงเรียน ประเด็นใดบางที่นักเรียนสามารถ แกไขเองได ประเด็นใดบา งที่ตองใหผูสอน ผูบ รหิ ารโรงเรียน ผปู กครอง ภาครฐั ภาคเอกชนหรอื หนว ยงาน ภายนอกแกไ ขปญ หา 53

คมู ือการจัดการเรยี นรูสทิ ธิมนษุ ยชนศึกษา • ระดับมัธยมศึกษาตอนตน 4.2.2 เม่ือปญหาเหลาน้ีผูเรียนไมสามารถแกไขปญหาเองได ผูเรียนจะมีวิธีการหรือ แนวทางอยา งไรใหป ญหาเหลา นไี้ ดร ับการแกไข 4.2.3 ผสู อนและผเู รียนรวมกันอภปิ รายประเด็นดังกลาว ขั้นสรปุ กจิ กรรม 1. ผูสอนใหผูเรียนยืนแลวจับมือเปนวงกลม โดยรอบท่ี 1 ผูสอนเปนคนในการกําหนดสุมเลือก ผูเรยี นจาํ นวน 10 - 12 คน ในวงกลมใหยืนเอนหลงั โดยมีกตกิ าวา “ระหวางทผ่ี ูเรียนเอนหลังนั้น หามลม และหา มปลอ ยมือออกจากกนั ” 2. เมื่อผูเรียนดําเนินกิจกรรมตามขอ 1 เสร็จส้ินแลว รอบที่ 2 ผูสอนใหผูเรียนสมาชิกในกลุม รวมกันกําหนดวางแผนเปนคนสุมเลือกสมาชิกในวงกลมเองจํานวน 10 - 12 คน ในวงกลมใหยืนเอนหลัง โดยมีกติกาเชนเดียวกับข้นั ตอนท่ี 1 3. เมื่อผูเรียนดําเนินกิจกรรมเสร็จสิ้นแลว ผูสอนตั้งคําถาม โดยใหนักเรียนเขียนคําตอบลงใน กระดาษทแ่ี จกให โดยมปี ระเด็นคําถาม ดงั น้ี 3.1 การทาํ กิจกรรมท้งั สองรอบนั้น มีความเหมอื นหรือแตกตา งกนั อยางไร (แนวคําตอบ : แตกตางกัน เมื่อผูสอนเปนคนกําหนดสมาชิกในกลุมใหยืนเอนหลัง ทําใหสมาชิกในกลุมวงกลมลมไดงาย แตเมื่อใหผูเรียนในกลุมเปนคนวางแผนกําหนดสมาชิกในกลุม ใหยืนเอนหลังเอง ทาํ ใหใ นวงกลมนั้นลม ไดค อนขางยาก) 3.2 ผเู รยี นไดข อ คิดหรือประเดน็ ใดบางจากกิจกรรมดงั กลาว (แนวคําตอบ: การมีสวนรวมและการมีสิทธิเสรีภาพ โดยไมถูกละเมิด การวางแผน การทํางานเปนทีม) 3.3 ผูสอนสรุปประเด็นและผลท่ีเกิดขึ้นจากกิจกรรมโดยการเปรียบเทียบวงกลมของผูเรียน เปนโรงเรียน สังคม หรือประเทศ การที่ผูสอนเปนคนกําหนดใหผูเรียนเปนคนเอนหลังเองเปรียบเสมือน การจํากัดสทิ ธิเสรีภาพในการมสี วนรวมและแสดงความคดิ เหน็ และการที่ผสู อนเปดโอกาสใหผ ูเรยี นทัง้ หมด เปนคนวางแผนและกําหนดสมาชิกของตนเองเปนคนเอนหลังเองเปรียบเสมือนการใหสิทธิเสรีภาพในการ มสี วนรวม 54

คูม ือการจัดการเรยี นรสู ทิ ธิมนษุ ยชนศกึ ษา • ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน 3.4 ผูสอนมอบหมายใหผูเรียนวาดรูปท่ีแสดงใหเห็นถึงผลที่เกิดข้ึนจากการใหสิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นและการมีสวนรวม และการจํากัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการมสี วนรว มเพือ่ นาํ ไปสูขอสรุปรว มกนั สอื่ /แหลง การเรียนรู 1. ใบกิจกรรมที่ 5.1 ภาพทส่ี ะทอนถึงปญ หาการศึกษาไทย 2. ใบกิจกรรมท่ี 5.2 พงั กราฟฟกกระบวนการแกไขปญหาในโรงเรยี น 3. ใบงานสาํ หรบั วาดภาพ 4. ดินสอหรือปากกาสําหรับใชใ นการบนั ทกึ ของนกั เรียนแตล ะคน 5. ปากกาเขยี นกระดาษฟลปิ ชารท 6. กระดาษฟลปิ ชารท 7. กระดาษ A4 8. กาวสองหนา 9. กระดาษวาดรูป 55

คูมือการจัดการเรียนรูส ิทธมิ นษุ ยชนศกึ ษา • ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน การวัดและประเมินผล จุดประสงค วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑการประเมิน 1. ผูเรียนสามารถอธิบาย การเขยี นขอ คดิ แบบประเมิน ดี : อธิบายพรอมยกตัวอยาง ขอคิดและ ความสําคัญของสิทธิและ และประเด็น การเขียนขอคิด ประเดน็ ตา ง ๆ ทแ่ี สดงใหเ หน็ ถงึ ความสาํ คญั เสรีภาพในการแสดงความ ที่ ไ ด  รั บ จ า ก และประเด็น ของสิทธิแลเสรีภาพในการแสดงความคิด คดิ เหน็ และการมสี ว นรว มได กิจกรรม ท่ี ไ ด  รั บ จ า ก เหน็ และการมสี ว นรว มได และอธบิ ายเหตผุ ล กิจกรรม ไดช ดั เจน สัมพนั ธกนั พอใช : อธบิ ายพรอ มยกตวั อยา ง ขอ คดิ และ ประเดน็ ตา ง ๆ ทแ่ี สดงใหเ หน็ ถงึ ความสาํ คญั ของสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความ คิดเห็นและการมีสวนรวมไดบางสวน และ อธบิ ายเหตผุ ลไดช ดั เจน สมั พนั ธก นั สว นใหญ 2. ผูเรียนสามารถวิเคราะห การทาํ ผงั ความ แบบประเมนิ ผงั ดี : วิเคราะหสถานการณ ประเด็นตาง ๆ สถานการณหรือประเด็น คิด ความคดิ ของปญหาไดอยา งชดั เจน สมั พันธกัน ตาง ๆ ของปญหาท่ีเกิดข้ึน พอใช : วิเคราะหสถานการณ ประเด็น ได ตา ง ๆ ของปญ หาไดช ดั เจนบางสว น สมั พนั ธ กนั สวนใหญ ปรบั ปรุง : วิเคราะหส ถานการณ ประเดน็ ตาง ๆ ของปญหาไมชัดเจนและ/หรือไม สมั พันธกนั 3. ผูเรียนสามารถเสนอ การตอบคาํ ถาม แบบประเมิน ดี : เสนอแนวทางในการแกไขปญหาท่ี แนวทางในการแกไขปญหา ในช้ันเรยี น การตอบคาํ ถาม เกิดขึ้นภายในโรงเรียนไดอยางชัดเจน ท่ีเกิดขึน้ ภายในโรงเรียนได ในชั้นเรยี น สมั พันธกนั พอใช : เสนอแนวทางในการแกไขปญหา ที่เกิดข้ึนภายในโรงเรียนไดชัดเจนบางสวน สัมพนั ธก นั สวนใหญ ปรบั ปรงุ : เสนอแนวทางในการแกไ ขปญ หา ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนไดไมชัดเจนและ/ หรือไมสัมพันธกัน 56

คมู ือการจัดการเรียนรสู ทิ ธิมนษุ ยชนศกึ ษา • ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ขอ เสนอแนะ 1. ในข้ันนําสูกิจกรรม ผูสอนสามารถปรับเปลี่ยนตัวอยางภาพหรือขาวท่ีสะทอนถึงปญหา และคณุ ภาพของการศึกษาไทย ใหสอดคลองกบั บริบท สภาพแวดลอมและความแตกตา งของผเู รียนได 2. ในขั้นดําเนินกิจกรรม ผูสอนสามารถปรับเปลี่ยนปญหาที่สะทอนถึงปญหาภายในโรงเรียน ตามบริบทของโรงเรียนตนเองได ทั้งน้ีปญหาภายในโรงเรียน ผูสอนอาจจะเปนผูใหผูเรียนรวมกัน กาํ หนดได 3. การที่ผูเรียนสํารวจสภาพปญหาภายในโรงเรียนของตนเองสามารถใชวิธีระบุปญหา ประกอบกับแผนท่ีของโรงเรียน เพื่อใหภาพของปญหาที่ชัดเจนและชวยใหเห็นปจจัยตาง ๆ ท่ีชวยนําไปสู การคิดแกปญหา ผูสอนอาจสรุปประเด็นปญหาทั้งหมดภายในโรงเรียน เพ่ือใหเห็นถึงสภาพปญหาและ แนวทางแกไ ขอยางชดั เจน ความรสู าํ หรับผูสอน สิทธิในเสรีภาพการพูดไดรับการยอมรับเปนสิทธิมนุษยชนภายใตขอ 19 แหงปฏิญญาสากล วาดวยสิทธิมนุษยชน และไดรับการยอมรับในกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหวางประเทศในกติกา ระหวา งประเทศวา ดว ยสิทธิพลเมืองและสทิ ธิทางการเมอื ง ขอ 19 แหงกตกิ าฯ บญั ญตั ิวา “ทกุ คนจักมสี ิทธิ ออกความเห็นโดยไมถูกแทรกแซง” และ “ทุกคนจักมีสิทธิในเสรีภาพการพูด สิทธินี้จักรวมไปถึง เสรีภาพในการแสวงหาไดรับและสงตอขอสนเทศและความคิดในทุกรูปแบบ โดยไมคํานึงถึงขอบเขต ไมวาจะโดยการพูด การเขียนหรือการพิมพในรูปของศิลปะ หรือผานส่ืออ่ืนใดท่ีเปนทางเลือกของเขา” ขอ 19 ยังบัญญัติตอไปวาการใชสิทธิเหลานี้ มี “หนาท่ีและความรับผิดชอบพิเศษ” และอาจจะตอง ถูกจํากัดบาง เมื่อจําเปน “เพื่อความเคารพถึงสิทธิหรือชื่อเสียงของคนอื่น” หรือ “เพ่ือคุมครอง ความมัน่ คงของชาติหรอื ความสงบเรียบรอ ย หรอื การสาธารณสุข หรอื ศีลธรรม” 57

คมู ือการจัดการเรียนรสู ทิ ธมิ นุษยชนศกึ ษา • ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ใบกจิ กรรมที่ 5.1 ภาพท่ีสะทอ นปญหาของการศึกษาไทย ภาพที่ 1 ปญ หาการทะเลาะววิ าท/ ภาพท่ี 2 ปญ หาการศึกษา ปญ หาการทาํ รายรา งกาย ภาพท่ี 3 ปญ หาการขาดความมรี ะเบยี บ ภาพที่ 4 ปญหาความเหลื่อมลํ้าทาง วนิ ยั / ปญ หาความสกปรก การศึกษา/วัสดสุ ่ือ และอุปกรณตา ง ๆ ของผูเรยี นมไี มเ พยี งพอ 58

คมู ือการจดั การเรยี นรูส ิทธิมนุษยชนศกึ ษา • ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ใบกจิ กรรมที่ 5.2 ผงั กราฟฟกกระบวนการแกปญ หาในโรงเรียน สถานการณ ปญ หาที่เกดิ ขนึ้ แนวทางท่ี 1 แนวทางแกไ ขปญ หา แนวทางที่ 3 จุดเดน จุดดอย แนวทางท่ี 2 จดุ เดน จุดดอ ย จุดเดน จุดดอย ขอ สรปุ แนวทางแกไ ขปญ หาทด่ี ที ่สี ดุ 59

คูม ือการจัดการเรยี นรสู ิทธมิ นุษยชนศกึ ษา • ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน หนวยการเรียนรูท่ี 4 สทิ ธมิ นุษยชนทเี่ ก่ียวขอ งกับเศรษฐกิจ กจิ กรรมการเรียนรทู ี่ 6 เร่อื ง ของของใคร ใครก็หวง จํานวน 2 ช่ัวโมง แนวคิดสาํ คัญ มนุษยทุกคนมีสิทธิในการครอบครองทรัพยสินสวนบุคคล รวมไปถึงการครอบครองทรัพยสิน สาธารณะรว มกบั ผอู ่ืนในสงั คม ทกุ คนจึงตองเรยี นรทู ่จี ะปกปอ งทรพั ยสนิ ของตนเองและทรัพยสินสาธารณะ โดยไมไ ปละเมิดทรพั ยสินของผูอ นื่ และสาธารณะอนั จะนําไปสกู ารสรา งความเสียหายใหแ กบคุ คลอ่ืน ปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชนท่เี กีย่ วขอ ง ขอ 17 (1) ทกุ คนมสี ทิ ธทิ ี่จะเปนเจา ของทรัพยสินโดยลําพังตนเองเชนเดยี วกบั โดยรว มกบั ผูอ่นื (2) บุคคลใด ๆ ท่จี ะถกู รบิ ทรัพยสนิ โดยพลการไมได มาตรฐานการเรียนรู/ตัวช้วี ัด มาตรฐาน ส 2.1 เขา ใจและปฏบิ ัตติ นตามหนา ทขี่ องการเปนพลเมืองดี มีคา นยิ มท่ดี งี ามและธาํ รง รกั ษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดาํ รงชวี ติ อยูร วมกนั ในสังคมไทยและสังคมโลกอยา งสันตสิ ขุ ตวั ชว้ี ดั ม.1/1 ปฏิบัตติ ามกฎหมายในการคุมครองสทิ ธขิ องบคุ คล จดุ ประสงค ผเู รียนสามารถ 1. อธบิ ายความหมายของทรัพยส นิ สว นบุคคลและทรัพยส ินสาธารณะได 2. วิเคราะหผลกระทบจากการละเมิดทรพั ยส นิ สวนบคุ คลของผูอื่นและทรพั ยสินสาธารณะได 3. เสนอแนวทางในการปกปองทรพั ยสนิ สวนบคุ คลและทรัพยส ินสาธารณะได 60

คูมอื การจดั การเรียนรสู ทิ ธมิ นษุ ยชนศึกษา • ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน ข้ันตอนการดาํ เนินกิจกรรม ข้นั นาํ เขาสกู จิ กรรม 1. ผูสอนนํารูปภาพโทรศัพทมือถือ ปาไม โรงเรียน บาน หองสมุด กระเปา ถนน ฯลฯ มาใหผูเรยี นชวยกันจาํ แนกวา สิ่งใดเปน ทรัพยสินสว นบคุ คล และทรัพยสนิ สาธารณะ 2. ผูสอนและผูเรียนรวมกันอภิปรายความหมายและลักษณะของทรัพยสินสวนบุคคล และทรพั ยส ินสาธารณะจากกิจกรรมขางตน 3. ผูสอนนําภาพโรงงานอุตสาหกรรมปลอยของเสียลงแมน้ําลําคลอง จากน้ันใหผูเรียนวิเคราะห และอภิปรายดว ยคาํ ถาม ดงั ตอไปน้ี 3.1 จากภาพผเู รยี นคิดวา สิ่งใดคือทรพั ยส ินสวนบคุ คล และทรัพยสินสาธารณะ (แนวคาํ ตอบ : โรงงานอุตสาหกรรม คือ ทรพั ยส นิ สว นบคุ คล, แมน ้าํ ลาํ คลอง คอื ทรพั ยส ินสาธารณะ 3.2 ผูเรียนคิดวาการกระทําของเจาของโรงงานถือเปนการละเมิดทรัพยสินสาธารณะหรือไม เพราะเหตใุ ด? (แนวคําตอบ : เปนการละเมิด เน่ืองจากการปลอยของเสียลงแมนํ้าลําคลองทําให น้ําเนาเสีย สง ผลกระทบตอสวนรวม จนทําใหป ระชาชนไมสามารถใชน า้ํ ในการอปุ โภคบริโภคได) 3.3 ผูเรียนคิดวาผลกระทบที่เกิดข้ึนจากโรงงานอุตสาหกรรมปลอยของเสียลงแมนํ้าลําคลอง มอี ะไรบา ง และมีใครบา งท่ไี ดผลกระทบดงั กลา ว (แนวคาํ ตอบ: เกดิ มลพษิ ทางนาํ้ ปลาตาย นา้ํ สง กลน่ิ เหมน็ สง ผลตอ สขุ ภาวะของประชาชน และทําใหไ มส ามารถใชนํ้าในการอุปโภคบรโิ ภคได สวนผูไดร ับผลกระทบ ไดแก ชมุ ชนทีอ่ าศยั อยูรมิ แมน า้ํ ผูคนทีส่ ัญจรทางนาํ้ เกษตรกร ชาวประมง ฯลฯ) ขัน้ ดําเนินกจิ กรรม 1. ใหผ เู รียนจบั กลมุ กลมุ ละ 5 - 6 คน จาํ นวน 6 กลมุ จากน้ันผสู อนแจกกระดาษหนงั สอื พิมพ ใหแตล ะกลุม เพ่อื นําไปสรา งเปนอาณาเขตของกลมุ ตนเอง 2. ผูสอนใหแตละกลุมระดมความคิดกันเพ่ือสราง “บาน” ดวยการปูกระดาษหนังสือพิมพ ลงบนพนื้ ใหเ รยี บรอยทีส่ ุด เพอื่ ใหส มาชิกในกลุมทกุ คนไดน ั่งลงในอาณาเขตบา นของตนเอง 3. ผสู อนแจกลกู บอลพลาสติกจาํ นวนกลุมละ 10 ลูก จากนนั้ อธิบายกตกิ า ดังตอ ไปน้ี 61

คมู อื การจัดการเรยี นรสู ิทธิมนษุ ยชนศึกษา • ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 3.1 แตละกลุมจะตองโยนลูกบอลไปยังพื้นที่อ่ืนหรือกลุมอ่ืนจํานวนสามรอบ จํากัดเวลา รอบละ 10 วินาที โดยมเี งื่อนไข คอื แตละรอบจะไมร ะบจุ าํ นวนลูกบอล ขึ้นอยูกับการบรหิ ารจดั การลกู บอล ของแตล ะกลมุ 3.2 ในขณะที่กําลังโยนลูกบอล แตละกลุมจะทําหนาท่ีในการปกปองบานของตนเอง ดว ยการกาํ จดั ลูกบอลใหอยูในอาณาเขตของกลุมตนเองใหนอ ยทสี่ ุด 4. หลงั จากดาํ เนนิ กจิ กรรมแลว ผสู อนตั้งคาํ ถามเพื่อชวนวเิ คราะหในประเดน็ ดงั ตอไปน้ี 4.1 ผเู รยี นมีวธิ กี ารใดบาง ในการปกปอ งบานของตนเองใหม ลี ูกบอลเหลืออยูนอยทสี่ ดุ (แนวคาํ ตอบ : ข้นึ อยูกับคําตอบของผูเ รยี น) 4.2 หากบานของแตละกลมุ คอื ทรพั ยสนิ สวนบคุ คล ลกู บอลเปนขยะทที่ กุ กลมุ ตอ งการกาํ จัด ผูเ รยี นคิดวาวธิ ีการปาลกู บอลไปยงั บา นของกลมุ อ่ืน เปน วธิ กี ารทีเ่ หมาะสมหรือไม อยางไร (แนวคําตอบ : ไมเหมาะสม เนื่องจากการปาลูกบอลไปยังพ้ืนท่ีของกลุมอ่ืน ถือเปน การละเมิดสิทธิในทรัพยส นิ สว นบคุ คลของผอู ่ืน) 4.3 หากบา นของแตล ะกลมุ คอื ทรพั ยส นิ สว นบคุ คล ลกู บอลเปน ขยะทที่ กุ กลมุ ตอ งการกาํ จดั สว นนอกอาณาเขต คือ ทรพั ยสินสาธารณะ เชน ถนน แมน ้าํ ลําคลอง ผเู รียนคิดวาวธิ กี ารปาลูกบอลไปยงั พื้นท่นี อกอาณาเขตบานของตนเอง เปน วิธีการท่ีเหมาะสมหรอื ไม อยางไร (แนวคาํ ตอบ : ไมเ หมาะสม เน่อื งจากการปาลูกบอลไปยังพืน้ ทนี่ อกอาณาเขต ถือเปน การละเมิดสิทธใิ นทรพั ยสนิ สาธารณะ) 4.4 การทท่ี ุกกลุมตองการกาํ จัดขยะในบา นของตนเอง ดวยการปาขยะไปยังบานของกลุมอืน่ และพน้ื ที่นอกอาณาเขต ผูเรียนคิดวา การกระทําดงั กลา วจะสงผลกระทบอยา งไรบา ง (แนวคําตอบ : เกิดผลกระทบตาง ๆ ดังน้ี 1) การปาขยะไปยังบานของกลุมอื่น สงผล ใหทรัพยสินสวนบุคคลของผูอื่นไดรับความเสียหาย และเกิดความรําคาญใจตอเจาของทรัพยสิน 2) การ ปาขยะไปยังพื้นท่ีนอกอาณาเขต สงผลใหทรัพยสินสาธารณะเสื่อมโทรมลง ซ่ึงทําใหประชาชนขาดโอกาส ในการเขาถึงทรพั ยส นิ สาธารณะท่มี ีคณุ ภาพ) 62

คมู ือการจัดการเรยี นรสู ทิ ธมิ นษุ ยชนศึกษา • ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 4.5 การกระทําดงั กลาวถอื เปน การละเมิดสทิ ธหิ รอื ไม อยางไร (แนวคําตอบ : เปนการละเมิดสิทธิ เนื่องจากการกระทําดังกลาว สงผลกระทบใหผูอื่น ไดรับความเดอื ดรอน) 4.6 หากเลนกิจกรรมดังกลาวอีกรอบ ผูเรียนจะปรับเปล่ียนวิธีการกําจัดลูกบอลอยางไร ใหสง ผลกระทบตอสวนรวมนอยทีส่ ุด? (แนวคาํ ตอบ : ขึ้นอยูกับคําตอบของผูเรยี น) 5. ผสู อนใหผเู รยี นเดนิ เกบ็ ลกู บอลทั้งหมดในหอ งเรียน ภายในเวลา 5 วนิ าที จากน้นั ชวนอภปิ ราย ดว ยคาํ ถาม ดังตอไปนี้ 5.1 ในขณะท่ีเก็บลกู บอล ผเู รียนรสู ึกอยางไร (แนวคําตอบ : ระหวางทํากิจกรรมคาดคะเนไดวา ผูเรียนอาจรูสึกต่ืนเตน วิตกกังวลวา จะเก็บลกู บอลไมเสรจ็ ทันตามเวลา) 5.2 ในขณะที่เกบ็ ลกู บอล ผเู รยี นไดเรียนรอู ะไรบาง (แนวคาํ ตอบ : ขนึ้ อยูก บั คําตอบของผเู รยี น) 6. ผูสอนอภิปรายเชื่อมโยงจากกิจกรรมวาลูกบอลก็เปรียบเสมือนขยะ ของเสียที่ทุกคน รวมกันสรางขึ้นมา ยิ่งขยะมีจํานวนมากข้ึนเทาไหร การกําจัดก็จะย่ิงยุงยากมากขึ้นเทานั้น ซึ่งเปนส่ิงท่ี ทกุ คนจะตองรับผดิ ชอบรวมกนั 7. ผูสอนและผูเรียนรวมกันอภิปรายวา “เราจะใชทรัพยสินสวนบุคคลและทรัพยสินสาธารณะ อยางมีความรบั ผดิ ชอบไดอ ยางไร” (แนวคําตอบ : ใชท รัพยสินอยา งรูค ุณคา ระมดั ระวังการกระทําของตนเองไมใหไ ปละเมิดสิทธิ ในทรพั ยสนิ ของผอู ืน่ และสว นรวม) 63

นอกอาณาเขตคูมอื การจดั การเรียนรสู ทิ ธมิ นุษยชนศึกษา • ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน นอกอาณาเขต นอกอาณาเขต ภาพจาํ ลองหลงั จากโยนลูก ขนั้ สรปุ กจิ กรรม 1. ผสู อนและผเู รียนสรุปส่ิงท่ีไดเ รียนรรู ว มกนั 2. ผูสอนใหผ เู รยี นเขยี นสะทอ นสิ่งทไ่ี ดเรยี นรูในคาบเรียนน้ีลงในกระดาษฟลิปชารท ส่อื /แหลง การเรียนรู 1. การดคาํ ทรัพยส นิ ตา ง ๆ เชน แมนํ้า โทรศัพทม ือถอื โรงเรยี น บาน หองสมุด กระเปา ฯลฯ 2. หนังสอื พิมพ 3. ลูกบอลพลาสติก 4. กระดาษฟลิปชารท 64

คูมือการจัดการเรยี นรสู ิทธิมนุษยชนศึกษา • ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน การวัดและประเมนิ ผล จุดประสงค วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑการประเมิน 1. ผูเรียนสามารถ การตอบคําถาม แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ดี : อธบิ ายความหมายยกตวั อยางทรพั ยสนิ สวน อธิบายความหมาย ในชน้ั เรียน การตอบคําถาม บุคคล และทรัพยสินสาธารณะไดชัดเจนและ ของทรัพยสินสวน ในชั้นเรยี น สมั พันธกนั บคุ คลและทรพั ยส นิ พอใช : อธิบายความหมายยกตัวอยางทรัพยสิน สาธารณะได สวนบุคคลและทรัพยสินสาธารณะไดชัดเจน บางสวนและสมั พันธกันบางสวน ปรับปรุง : อธิบายความหมาย ยกตัวอยาง ทรัพยสินสวนบุคคลและทรัพยสินสาธารณะ ไมช ัดเจนและไมสัมพันธก นั 2. ผูเรียนสามารถ การเขยี นประเดน็ แบบประเมนิ การ ดี : วิเคราะห ผลกระทบจากการละเมิด วเิ คราะหผ ลกระทบ ท่ีไดเรียนรูจาก เขียนประเด็น ทรัพยสินสวนบุคคลของผูอ่ืนและทรัพยสิน จ า ก ก า ร ล ะ เ มิ ด กจิ กรรม ท่ีไดเรียนรูจาก สาธารณะไดอยางชดั เจนสัมพนั ธกนั ท รั พ ย  สิ น ส  ว น กิจกรรม พอใช : วิเคราะห ผลกระทบจากการละเมิด บุคคลของผูอ่ืนและ ทรัพยสินสวนบุคคลของผูอ่ืนและทรัพยสิน ทรัพยสินสาธารณะ สาธารณะไดอยางชัดเจนบางสว นและสัมพันธกัน ได บางสวน ปรับปรุง : วิเคราะห ผลกระทบจากการละเมิด ทรัพยสินสวนบุคคลของผูอ่ืนและทรัพยสิน สาธารณะไดไ มช ดั เจนและไมส ัมพันธกัน 3. ผูเรียนสามารถ การเขยี นประเดน็ แบบประเมนิ การ ดี : เสนอแนวทางในการปกปองทรัพยสินสวน เสนอแนวทาในการ ที่ไดเรียนรูจาก เขียนประเด็น บุคคลและทรัพยสินสาธารณะได อยางชัดเจน ปกปองทรัพยสิน กจิ กรรม ที่ไดเรียนรูจาก และสัมพนั ธก ัน ส  ว น บุ ค ค ล แ ล ะ กจิ กรรม พอใช : เสนอแนวทางในการปกปอ งทรพั ยส นิ สว น ทรัพยสินสาธารณะ บคุ คลและทรพั ยส นิ สาธารณะได อยา งชดั เจนบาง สว นและสมั พนั ธก ันบางสว น ปรบั ปรุง : เสนอแนวทางในการปกปองทรพั ยส นิ สวนบุคคลและทรัพยสินสาธารณะได ไมชัดเจน และไมสัมพนั ธก นั 65

คมู อื การจดั การเรียนรสู ทิ ธมิ นษุ ยชนศึกษา • ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน ขอ เสนอแนะ 1. สามารถใชวัสดอุ น่ื ๆ แทนลกู บอลพลาสติกได 2. สามารถใชวัสดุอุปกรณที่แทนหนังสือพิมพได เชน นําผาผืนขนาดใหญ เชือก หรืออุปกรณ ทสี่ ามารถกนั้ อาณาเขตบานได 3. จํานวนลกู บอลในการโยนแตละคร้ัง สามารถปรบั เปล่ยี นไดต ามความเหมาะสม 4. กอนทํากิจกรรม ผูสอนควรกําชับใหผูเรียนระมัดระวังในการปาลูกบอล อาจมีการกําหนด กตกิ าเพ่มิ เติมเพือ่ ควบคมุ สถานการณไ ดตามความเหมาะสม อภธิ านศพั ท 1. ทรัพยสินสวนบุคคล คือชื่อเรียกทางกฎหมายของความเปนเจาของในทรัพยสินของ นิติบุคคล ทรัพยสินสวนบุคคลแตกตางจากทรัพยสินสาธารณะที่เปนของรัฐ ทรัพยสินสวนบุคคล อาจเปนไดท้ังสังหาริมทรัพยสวนตัว (สินคาบริโภค) หรือสินคาประเภททุน ทรัพยสินสวนบุคคล เปนแนวคิดทางกฎหมาย ท่อี ธบิ ายและบังคับใชใ นระบบการเมืองของประเทศ 2. ทรัพยสินสาธารณะ หมายถึง ทรัพยสินของรัฐมีไวเพื่อประโยชนรวมกันของประชาชน เชน ถนนสาธารณะ แมน าํ้ ลําคลอง สอ่ื และแหลง การเรยี นรู ขาวผลกระทบส่ิงแวดลอม เชน การปลอยนํ้าเสียลงแมน้ํา สืบคนจากออนไลน 66

คมู อื การจัดการเรยี นรูสทิ ธมิ นษุ ยชนศกึ ษา • ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 สทิ ธิมนุษยชนท่ีเกี่ยวขอ งกับเศรษฐกจิ กิจกรรมการเรียนรูท ่ี 7 เร่อื ง คนคน แรงงาน จํานวน 2 ชัว่ โมง แนวคดิ สาํ คญั มนษุ ยม สี ทิ ธไิ ดร บั ความเปน ธรรมในการทาํ งาน ทง้ั ในเรอ่ื งคา จา ง ชวั่ โมงการทาํ งาน ความปลอดภยั คณุ ภาพชวี ติ และสทิ ธใิ นการเรยี กรอ งหากไมไ ดร บั ความเปน ธรรม เพอ่ื ใหม นษุ ยไ ดร บั ศกั ดศ์ิ รคี วามเปน มนษุ ย อยา งเสมอภาค ไมถ ูกเอาเปรียบ ไมถกู เลือกปฏบิ ัติ และเกดิ การเคารพอยา งเทาเทยี มกนั ปฏญิ ญาสากลวา ดว ยสิทธิมนษุ ยชนท่ีเกีย่ วของ ขอ 23 (1) ทุกคนมีสิทธิในการงาน ในการเลือกงานโดยอิสระในเง่ือนไขอันยุติธรรม และเปนประโยชนแ หงการงาน และการคุม ครองแหงการวางงาน (2) ทุกคนมสี ทิ ธทิ ่ีจะไดร บั เงนิ คาจางเทา เทยี มกันสําหรบั งานเทาเทียมกนั โดยปราศจาก การเลอื กปฏิบตั ิใด ๆ (3) ทุกคนที่ทํางานมีสิทธิท่ีจะไดรับคาจางที่ยุติธรรมและเปนประโยชน ท่ีจะใหประกัน แกตนเองและครอบครัวแหงตน ซึ่งความเปนอยูอันคูควรแกเกียรติศักด์ิของมนุษย และถาจําเปนก็จะตอง ไดร ับวิถีทางคมุ ครองทางสงั คมอ่นื ๆ เพิม่ เติมดว ย (4) ทุกคนมีสิทธิท่ีจะจัดต้ัง และที่จะเขารวมสหพันธกรรมกรเพ่ือความคุมครอง แหงประโยชนของตน มาตรฐานและตวั ชว้ี ัดทเ่ี กี่ยวขอ ง มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาท่ีของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธาํ รงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดํารงชวี ิตอยรู วมกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยางสนั ตสิ ขุ ตัวช้ีวัด ม. 2/1 อธิบายและปฏิบัติตนตามกฎหมายที่เก่ียวของกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศ ตวั ชวี้ ัด ม. 3/2 มสี ว นรวมในการปกปอ งคมุ ครองผอู ่ืนตามหลักสทิ ธิมนษุ ยชน 67

คูมือการจดั การเรียนรสู ิทธิมนษุ ยชนศกึ ษา • ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน จุดประสงค ผเู รียนสามารถ 1. อธบิ ายการละเมดิ สิทธิมนษุ ยชนในการทํางานได 2. เสนอแนวทางคมุ ครองสทิ ธกิ ารทาํ งานภายใตหลกั สทิ ธิมนุษยชนได ข้ันตอนดําเนนิ กิจกรรม ขน้ั นาํ เขา สกู ิจกรรม 1. สนทนากับผูเรียนเก่ียวกับชีวิตการทํางานของครอบครัวตนเองวาเปนอยางไรตามใบตาราง สาํ รวจ 2. ผูสอนตั้งคําถามเพื่อแลกเปล่ียนกับผูเรียนตอไปวา “ชีวิตแรงงานที่ทํางานอยูในโรงเรียน ผูเรยี นคดิ วา ตางหรอื เหมือนกบั ชวี ติ การทาํ งานของครอบครัวตนเองหรือไม อยา งไร” 3. ผูสอนใหผูเรียนสํารวจชีวิตแรงงานในโรงเรียน เพ่ือสํารวจและศึกษาถึงชีวิตการทํางาน โดยใชใ บตารางสาํ รวจดงั ตอ ไปนี้ 4. หลังจากการสํารวจและศึกษาชีวิตแรงงาน ผูสอนและผูเรียนรวมกันแลกเปลี่ยนวา “ชวี ติ แรงงานคนใดบา งท่ีถกู ละเมดิ สิทธิมนษุ ยชน และถูกละเมดิ สิทธิมนษุ ยชนอยางไร” ขั้นดําเนนิ กจิ กรรม 1. ผูสอนสรางสถานการณจําลองชีวิตแรงงาน โดยสมมุติใหผูเรียนจําลองเปนแรงงาน ทจี่ ะตองทํางานในโรงงาน ซึ่งมีโรงงานใหเ ลือกสาํ หรบั การทํางาน 4 อยูแ หง ตามใบกิจกรรมท่ี 7.2 2. หลังจากนั้นทําการเลือกโรงงาน แลวใหผูเรียนทําการแลกเปล่ียนกับเพื่อนรวมกลุม (รวมโรงงาน) ในประเดน็ ตอ ไปนี้ 1. เพราะเหตใุ ดจึงเลอื กโรงงานดังกลา ว 2. ผูเรียนคดิ วาโรงงานที่ตนเลอื กกาํ ลงั ละเมิดสทิ ธมิ นษุ ยชนหรือไม เพราะอะไร 3. จากขอ 2 หากมกี ารละเมิดสทิ ธิมนุษยชนเกิดข้นึ ผเู รยี นในฐานะแรงงาน คนหนงึ่ จะมีขอเสนอแนวทางคมุ ครองสทิ ธิการทํางานภายใตหลักสทิ ธมิ นุษยชน อยางไรบาง 68

คูมือการจัดการเรียนรสู ิทธมิ นุษยชนศกึ ษา • ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน 3. เมอื่ ผูเรียนแลกเปล่ยี นแลว แตล ะกลุม (โรงงาน) ทาํ การนาํ เสนอผานชนิ้ งาน (โปสเตอร คลิป) ใหเพอ่ื นกลุมอนื่ ไดฟงและรว มต้งั ขอ คาํ ถามหรือขอ สงสัยเพ่ิมเติม ขัน้ สรุปกจิ กรรม ผูสอนและผูเรียนรวมสรุปการเรียนรูท่ีเกิดข้ึนวา “จากกิจกรรมที่ผูเรียนไดเรียนรูที่ผานมา มีความเกยี่ วขอ งกบั ตวั ผูเรียนอยา งไร” สื่อ/แหลงการเรยี นรู 1. ใบกิจกรรมที่ 7.1 การสํารวจชีวติ แรงงานในโรงเรยี น 2. ใบกจิ กรรมท่ี 7.2 สถานการณจ ําลองชีวติ แรงงาน 3. บคุ ลากรในโรงเรยี น 4. โปสเตอรรับสมคั รงาน 4 โรงงาน 69

คูมือการจัดการเรียนรสู ทิ ธิมนุษยชนศึกษา • ระดับมัธยมศึกษาตอนตน การวัดประเมินผล จดุ ประสงค วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑการประเมนิ 1. ผูเรียนสามารถ ดูจากการท่ีผูเรียน ตารางเปรียบเทียบชีวิต ดี : ผูเรียนสามารถอธิบายการ อธิบายการละเมิด สามารถอธิบายตาราง แรงงานในโรงเรยี น ละเมิดสิทธิมนุษยชนในการทํางาน สทิ ธมิ นษุ ยชนในการ เ ป รี ย บ เ ที ย บ ชี วิ ต โดยมีการอางขอมูลจากการสํารวจ ทํางาน แรงงานในโรงเรียน มาสนบั สนนุ ไดค รบถว น พอใช : ผูเรียนสามารถอธิบาย การละเมิดสิทธิมนุษยชนในการ ทํางาน โดยมีการอางขอมูลจาก การสาํ รวจมาสนบั สนุนได ปรับปรุง : ผูเรียนสามารถอธิบาย การละเมิดสิทธิมนุษยชนในการ ทํางาน 2. ผูเรียนสามารถ ดู ช้ิ น ง า น แ น ว ท า ง ชนิ้ งานแนวทางคมุ ครอง ดี : ผูเรียนสามารถสรางช้ินงาน เ ส น อ แ น ว ท า ง คุ  ม ค ร อ ง สิ ท ธิ ก า ร สิทธิการทํางานภายใต นําเสนอแนวทางคุมครองสิทธิการ คุมครองสิทธิการ ทํางานภายใตหลัก หลกั สิทธิมนุษยชน ทํางานภายใตหลักสิทธิมนุษยชน ทํางานภายใตหลัก สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น จ า ก ไดครอบคลมุ ทง้ั 4 ขอ สทิ ธิมนุษยชน สถานการณจ าํ ลองชวี ติ พอใช : ผูเรียนสามารถสราง แรงงานในโรงงานของ ช้ินงานนําเสนอแนวทางคุมครอง ผเู รียน สิทธิการทํางานภายใตหลักสิทธิ มนษุ ยชนได 2-3 ขอ ปรับปรุง : ผูเรียนสามารถสราง ชิ้นงานนําเสนอแนวทางคุมครอง สทิ ธกิ ารทาํ งานไดอยางนอย 1 ขอ 70

คมู ือการจัดการเรียนรูส ิทธมิ นษุ ยชนศึกษา • ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ขอเสนอแนะ 1. ในการสํารวจชีวิตแรงงานในโรงเรียน ผูสอนสามารถมอบหมายใหผูเรียนทําเปนการบาน นอกเวลาเรยี นได 2. แนวทางการประเมินการเรียนรู สามารถศึกษาเพิ่มเติมไดจากปฏิญญาสากลวาดวย สิทธิมนษุ ยชนท่เี กีย่ วของ 71

คูม ือการจดั การเรยี นรสู ทิ ธิมนษุ ยชนศกึ ษา • ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน ประเดน็ สาํ รวจ ใบกจิ กรรมท่ี 7.1 งานท่ีทํา การสํารวจชีวติ แรงงานในโรงเรียน ชีวิต ชวี ิตของ ชีวิตของ ชวี ิตของ ชวี ิตของ ชวี ิตของ ครอบครัว ตนเอง ............... ............... ............... ............... ............. ลกั ษณะของงาน จาํ นวนคา จา ง/คาตอบทไ่ี ดรับ เวลาเรม่ิ ทํางานและเลิกทาํ งาน ใน 1 วัน จํานวนวันหยดุ ใน 1 สปั ดาห ถกู ละเมดิ สทิ ธมิ นษุ ยชนหรือไม (ถาประเด็นใดถูกละเมดิ ใหใส เครอื่ งหมาย √) 72

คูมือการจดั การเรียนรสู ทิ ธิมนษุ ยชนศึกษา • ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน ใบกจิ กรรมที่ 7.1 สถานการณจาํ ลองชีวิตแรงงาน โรงงานท่ี 1 โรงงานที่ 2 เวลาการทาํ งาน 07.00 - 18.00 น. เวลาการทาํ งาน 08.00 - 16.00 น. กรณเี จบ็ ปวยหรอื โรงงานจะเปน กรณีเจบ็ ปว ยหรือ โรงงานจะชวย เกดิ อบุ ตั เิ หตุ ผูร บั ผดิ ชอบดแู ล เกิดอบุ ตั เิ หตุ 50 เปอรเซน็ ตข อง ทงั้ หมด คา ใชจ า ยทั้งหมด วนั หยุด วันหยุด หยุดวันเสาร หยุดวนั เสาร - อาทิตย ลาคลอด 30 วัน ลาคลอด 60 วัน ทาํ งานลว งเวลา ไดชัว่ โมงละ 30 บาท ทํางานลว งเวลา ไดชัว่ โมงละ 20 บาท โรงงานท่ี 3 โรงงานท่ี 4 เวลาการทาํ งาน 10.00 - 20.00 น. เวลาการทาํ งาน 07.30 - 17.00 น. กรณเี จบ็ ปวยหรอื เกดิ ลกู จางตอ งจา ยเอง กรณีเจ็บปว ยหรือเกิด โรงงานจะเปน อุบตั ิเหตุ อุบัตเิ หตุ ผรู บั ผดิ ชอบดแู ลทงั้ หมด วันหยุด หยดุ วนั เสาร วนั หยดุ หยดุ วันพธุ ลาพกั รอ นได 5 วนั ลาคลอด 90 วัน ลาคลอด 30 วนั ทํางานลวงเวลา ไมม ีคาตอบแทน ทํางานลวงเวลา ไดชัว่ โมงละ 40 บาท 73

คมู ือการจัดการเรียนรูสทิ ธมิ นุษยชนศกึ ษา • ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน หนวยการเรยี นรูท ี่ 5 สิทธมิ นษุ ยชนทเ่ี กย่ี วขอ งกับสงั คมและวัฒนธรรม กิจกรรมการเรียนรทู ่ี 8 เรอื่ ง โรงเรียนในฝน จํานวน 2 ชัว่ โมง แนวคดิ สาํ คัญ การศึกษาเปนรากฐานสําคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยสิทธิและความเสมอภาค ทางการศึกษาเปนสิทธิข้ันพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชนที่จําเปนตองจัดการศึกษาใหกับสมาชิกทุกคน ในสังคมอยางเทาเทียมในการเรียนรูและพัฒนาศักยภาพของตนเองอยางเต็มที่และมีคุณภาพ โดยไมถ กู เลือกปฏบิ ตั เิ พราะความแตกตา ง ปฏิญญาสากลวาดว ยสทิ ธิมนุษยชนทเี่ ก่ยี วของ ขอ 26 (1) ทุกคนมีสิทธิในการศึกษา การศึกษาจะตองใหเปลาอยางนอยในชั้นประถมศึกษา และการศึกษาช้ันหลักมูล การประถมศึกษาจะตองเปนการบังคับ การศึกษาทางเทคนิคและวิชาชีพ จะตองเปนอันเปดโดยท่ัวไป และการศึกษาชั้นสูงสุดข้ึนไป จะตองเปนอันเปดสําหรับทุกคน เขาไดถึง โดยเสมอภาคตามมูลฐานแหง คณุ วุฒิ (2) การศึกษาจะไดจัดไปในทางพัฒนาบุคลิกภาพของมนุษยอยางเต็มท่ีและยังความ เคารพตอสิทธิมนุษยชน และอิสรภาพหลักมูลใหม่ันคงแข็งแรง จะตองสงเสริมความเขาใจ ขันติธรรม และมติ รภาพแหง บรรดาประชาชาติ กลมุ เชอ้ื ชาติ หรอื ศาสนา และจะตอ งสง เสรมิ กจิ กรรมของสหประชาชาติ เพือ่ ธาํ รงไวซ ง่ึ สันตภิ าพ (3) บิดามารดา มีสิทธิเบ้ืองแรกที่จะเลือกชนิดของการศึกษาอันจะใหแกบุตรหลาน ของตน มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้ีวดั มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาท่ีของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมท่ีดีงาม และธํารงรกั ษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดาํ รงชีวติ อยรู ว มกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา งสนั ติสุข ตวั ชวี้ ดั ม.1/1 ปฏิบัติตามกฎหมายในการคมุ ครองสทิ ธขิ องบุคคล 74

คูมือการจัดการเรยี นรสู ิทธิมนษุ ยชนศึกษา • ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน จดุ ประสงค ผเู รยี นสามารถ 1. อธิบายความสําคญั ของสิทธิและความเสมอภาคทางการศกึ ษาได 2. วเิ คราะหก ลมุ คนและประเด็นตาง ๆ ทีเ่ กี่ยวของกับสทิ ธแิ ละความเสมอภาคทางการศกึ ษาได ข้ันตอนการดาํ เนนิ กจิ กรรม ขน้ั นาํ เขาสกู จิ กรรม 1. ผูสอนแจกกระดาษโดยใหผเู รยี นปน ใหกลมหรอื อาจใชลกู บอล แกผ เู รยี นจาํ นวน 5 คน ซ่ึงน่ังอยูในตําแหนงของหองท่ีตางกัน หลังจากน้ันใหปากระดาษลงในตําแหนงที่ผูสอนกําหนด (ผูเรียน ที่อยใู กลต ําแหนง ที่ผสู อนกาํ หนดจะมีโอกาสโยนไดใ กลม ากกวา คนท่ีอยูไ กลตาํ แหนง ) 2. ผสู อนต้ังคําถามจากกจิ กรรม ดงั นี้ 2.1 ผูเรียนคิดวาเพราะเหตุใดเพ่ือนในช้ันเรียนที่ผูสอนกําหนด 5 คน จึงปากระดาษ ไมลงตาํ แหนงทผี่ สู อนกําหนดใหค รบทุกคน (แนวคําตอบ : ระยะทางของตาํ แหนง ในการปาไมเ ทากนั ) 2.2 ผูสอนเปรียบเทียบการปากระดาษกับสิทธิและความเสมอภาคทางการศึกษาวา “การท่ีผูเรียนแตละคนไดรับกระดาษในตําแหนงท่ีตางกันเปรียบเหมือนความไมเสมอภาคทางการศึกษา ท่ีทุกคนจะไดบริการอยางเทาเทียมกัน ผูเรียนที่อยูใกลตําแหนงจุดที่ผูสอนกําหนดเปรียบเหมือนผูเรียน ทไี่ ดร บั โอกาสทางการศกึ ษามากกวา ผูเรียนทีไ่ ดก ระดาษในตาํ แหนงทไ่ี กล” 2.3 ผสู อนตงั้ คําถามเพื่อนําเขาสูบทเรียน ดงั นี้ 2.3.1 นกั เรียนคิดวาสทิ ธแิ ละความเสมอภาคทางการศกึ ษา คืออะไร (แนวคําตอบ : การท่ีบุคคลไมวาจะเพศ เช้ือชาติ ฐานะ อายุใด สามารถ ไดร ับการศกึ ษาอยา งเทา เทียมกัน) 2.3.2 ในประสบการณของผูเรียนเคยประสบ พบเจอหรือเห็นเหตุการณของบุคคล ทข่ี าดสทิ ธแิ ละความเสมอภาคทางการศกึ ษา หรือไม อยา งไร (แนวคําตอบ : ขน้ึ อยกู ับแนวคําตอบของผเู รยี น) 75

คูมอื การจดั การเรยี นรูสทิ ธมิ นษุ ยชนศึกษา • ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 2.3.3 ผูเรียนคิดวายังมีกลุมคนหรือบุคคลใดบางท่ียังขาดสิทธิและความเสมอภาค ทางการศึกษา (แนวคําตอบ : เด็กไรสัญชาติ ผูสูงอายุ คนพิการ เด็กท่ีหลุดจากการศึกษา และเดก็ ทขี่ าดแคลนทนุ ทรพั ย) 2.4 ผูเรยี นรวมกนั แสดงความคดิ เหน็ ขน้ั ดําเนนิ กจิ กรรม 1. ผูสอนแบงผูเรียนเปนกลุมคละความสามารถ แตละกลุมเลือกประธานและเลขานุการกลุม เรียกวา กลุมบา น (Home group) 2. กลุมบาน (Home group) แตละกลุมมอบหมายภาระงานใหสมาชิกแตละคนรับผิดชอบ คนละ 1 กลมุ โดยศกึ ษาทาํ ความเขา ใจ จากกรณีศกึ ษา จํานวน 5 เรอื่ ง ตามใบกิจกรรมท่ี 8.1 - 8.5 กลุม ท่ี 1 ศกึ ษาเรือ่ ง เปด ใจ กลมุ ท่ี 2 ศกึ ษาเร่อื ง เดก็ ยากจน สาวไรสญั ชาติบัณฑิตเกยี รตินยิ ม 1.69 ลานคน พวกเขาและเธอ ผไู รอิสระในการเดนิ ทาง อยทู ไ่ี หน ? สืบคน ขอมลู จากออนไลน สืบคนขอมลู จากออนไลน โดยใชค ําสําคัญในการสบื คน โดยใชคาํ สําคญั ในการสบื คน กลุม ที่ 3 ศกึ ษาเรื่องเปดใจ กลมุ ท่ี 4 ศึกษาเรือ่ งสองเทา ทีฟ่ น ฝา “คุณยาย” วยั 91 ปบณั ฑติ มสธ. จนมาเปนมหาบณั ฑติ ไรแ ขน เรียนอา นใหทันโลก สบื คน ขอมลู จากออนไลน สบื คนขอ มูลจากออนไลน โดยใชค าํ สําคัญในการสบื คน โดยใชคาํ สําคญั ในการสบื คน กลุม ท่ี 5 ศกึ ษาเร่ือง หญงิ ไทยทองวยั เรียนสงู อันดบั 2 อาเซียน พบสว นมากถกู บบี ออกจากโรงเรียน สบื คน ขอ มูลจากออนไลน โดยใชค าํ สาํ คญั ในการสบื คน 76

คมู ือการจัดการเรยี นรูส ทิ ธิมนษุ ยชนศกึ ษา • ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน 3. จัดกลุมเช่ียวชาญ (Expert group) โดยใหผูเรียนกลุมบานของแตละกลุมที่รับผิดชอบ เรื่องเดียวกันไปรวมกลุมใหม แลวศึกษา ฝกฝน ทําความเขาใจเนื้อหา โดยการสืบคนขอมูลจาก แหลงเรยี นรตู าง ๆ เชน โทรศัพทม อื ถือ เปนตน โดยทาํ กจิ กรรมรว มกนั จนมีความเขา ใจในเรอ่ื งนนั้ ๆ อยา งดี พรอมทั้งตอบคําถามลงในกระดาษทคี่ รแู จกใหแตล ะกลมุ ดังประเด็นตอไปน้ี 3.1 เรื่องที่ศกึ ษาดังกลา วเกี่ยวของกบั ประเด็นและกลมุ บุคคลใด 3.2 ปจจัยหรือสาเหตุใดท่ีทําใหเกิดปญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นหรือปจจัยหรือสาเหตุใด ท่ีทําใหช วี ิตประสบความสาํ เร็จ 3.3 สิทธแิ ละโอกาสทางการศกึ ษา มคี วามสาํ คัญตอ กลมุ บคุ คลเหลาน้ีหรือไม อยา งไร 4. กลับกลุมบาน (Home group) โดยผูเรียนแตละคนกลับกลุมเดิม แลวผลัดกันอธิบาย ใหส มาชิกในกลมุ ฟง เรมิ่ จากเร่ืองท่ี 1 2 3 ไปจนครบทกุ คน สมาชิกในกลมุ ซักถามจนเปน ท่ีเขา ใจ 5. ผูสอนแจกกระดาษฟลิปชารทใหกับกลุมบาน (Home group) กลุมละ 1 แผน พรอมทั้ง ปากกาแบบลบไมไ ด โดยใหผูเรียนรว มกนั แลกเปลี่ยนเรยี นรู ในประเดน็ ตามใบกจิ กรรมที่ 8.6 6. ผูสอนใหน กั เรียนแตล ะกลมุ ออกมานําเสนอหนา ชั้นเรยี นเพื่อการแลกเปล่ยี นเรียนรู ข้ันสรุปกิจกรรม 1. ผสู อนแบง ผเู รยี นออกเปน 5 - 6 กลมุ ใหม โดยไมซ าํ้ กบั กลมุ เดมิ โดยผสู อนแจกกระดาษฟลปิ ชารท ใหกบั ผูเ รียน กลมุ ละ 1 แผน ใหผ เู รยี นแตล ะกลุมรวมกนั วาดรูปโดยการสรา งโรงเรยี นในฝนของกลมุ ตนเอง ท่ีแสดงเหน็ ถึงสิทธิและความเสมอภาคในการเขาถึงการศึกษาของบุคคลกลุมตา ง ๆ 2. เม่อื ผูเรยี นในกลมุ วาดรูปโดยการสรางโรงเรียนในฝนเสรจ็ ส้นิ แลว ผสู อนใหแตล ะกลมุ นาํ เสนอ หนาช้นั เรียน 3. ผูสอนสรุปประเด็นขอเสนอของแตละกลุมบนกระดานของโรงเรียนในฝนที่แสดงเห็นถึงสิทธิ และความเสมอภาคในการเขาถึงการศึกษาพรอ มทง้ั เชือ่ มโยงแนวทางการสงเสริม สนบั สนนุ สิทธขิ ัน้ พน้ื ฐาน ของมนุษยในเรอ่ื งของสิทธแิ ละความเสมอภาคทางการศึกษา 77

คูมือการจัดการเรยี นรสู ทิ ธิมนุษยชนศกึ ษา • ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน สือ่ /แหลง การเรยี นรู 1. ใบกิจกรรมท่ี 8.1 เปด ใจ “เพ็ญพร ไมม นี ามสกลุ ” สาวไรส ัญชาตบิ ณั ฑิตเกียรตนิ ิยม ผไู รอ ิสระ ในการเดนิ ทาง 2. ใบกจิ กรรมท่ี 8.2 เด็กยากจน 1.69 ลานคน พวกเขาและเธออยูทไ่ี หน ? 3. ใบกิจกรรมท่ี 8.3 เปด ใจ “คณุ ยาย” วัย 91 ป บัณฑิต มสธ.เรยี นอา นใหทันโลก 4. ใบกจิ กรรมท่ี 8.4 สองเทา ทฟ่ี น ฝา จนมาเปน มหาบณั ฑิตไรแ ขน 5. ใบกจิ กรรมท่ี 8.5 หญงิ ไทยทอ งวยั เรยี นสงู อนั ดบั 2 อาเซยี น พบสว นมากถกู บบี ออกจากโรงเรยี น 6. ใบกิจกรรมท่ี 8.6 ปญ หาการเขา ถึงบรกิ ารทางการศึกษา 7. อุปกรณและเคร่ืองเขียนตาง ๆ ไดแก ดินสอหรือปากกาสําหรับใชในการบันทึกของนักเรียน แตละคน ปากกาเขียนกระดาษฟลิปชารท กระดาษฟลปิ ชารท กระดาษ A4 กาวสองหนา กระดาษวาดรปู สไี มห รือสชี อลค การวดั และประเมนิ ผล จุดประสงค วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑการประเมิน 1.ผูเรียนสามารถ ภาพวาดโรงเรียน แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ดี : อธบิ าย พรอ มยกตวั อยา ง ขอ คดิ และประเดน็ อธบิ ายความสาํ คญั ในฝนและสังเกต ภาพวาดโรงเรียน ตาง ๆ ตลอดจนรูปภาพวาดแสดงเห็นถึงสิทธิ ของสิทธิและความ ประเด็นท่ีไดรับ ในฝนและสังเกต และความเสมอภาคในการเขาถึงการศึกษาได เสมอภาคทางการ จากกจิ กรรม ประเด็นที่ไดรับ ชดั เจน สัมพนั ธกัน ศึกษาได จากกิจกรรม พอใช : อธิบาย พรอมยกตัวอยาง ขอคิด และประเด็นตาง ๆ ตลอดจนรูปภาพวาด แสดงเห็นถึงสิทธิและความเสมอภาคในการ เขา ถึงการศกึ ษาไดบ างสว น และอธิบายเหตผุ ล ไดชัดเจน สมั พนั ธกันสว นใหญ 78

คูมอื การจัดการเรียนรสู ทิ ธิมนุษยชนศกึ ษา • ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน จุดประสงค วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑการประเมนิ ปรับปรุง : อธิบาย พรอมยกตัวอยาง ขอคิด และประเด็นตาง ๆ ตลอดจนรูปภาพวาด แสดงเห็นถึงสิทธิและความเสมอภาคในการ เขาถึงการศึกษาไมถูกตอง และอธิบายเหตุผล ไมชัดเจนและ/หรือไมส ัมพันธกนั 2. ผูเรียนสามารถ กระดาษฟลปิ ชารท แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ดี : วิเคราะห พรอมยกตัวอยาง ขอคิด วิเคราะหกลุมคน การเขาถึงบริการ กระดาษฟลปิ ชารท และประเด็นตาง ๆ ท่ีแสดงเห็นถึงสิทธิ และประเดน็ ตา ง ๆ ทางการศึกษา การเขาถึงบริการ และความเสมอภาคในการเขาถึงการศึกษา ที่เก่ียวของกับสิทธิ ทางการศึกษา ไดช ัดเจน สัมพันธก ัน และความเสมอภาค พอใช : วิเคราะห พรอมยกตัวอยาง ขอคิด ทางการศึกษาได และประเดน็ ตา ง ๆ ทแ่ี สดงเหน็ ถงึ สทิ ธแิ ละความ เสมอภาคในการเขาถึงการศึกษาไดบางสวน และอธิบายเหตุผลไดชัดเจน สัมพันธกัน สวนใหญ ปรบั ปรุง : วิเคราะห พรอมยกตวั อยาง ขอ คิด และประเด็นตาง ๆ ท่ีแสดงเห็นถึงสิทธิ และความเสมอภาคในการเขาถึงการศึกษา ไมถูกตอง และอธิบายเหตุผลไมชัดเจนและ/ หรือไมส มั พันธกัน 79

คมู อื การจัดการเรยี นรูสิทธมิ นุษยชนศึกษา • ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ขอเสนอแนะ 1. ในข้ันดําเนินกิจกรรม ผูสอนสามารถปรับเปล่ียนกลุมคนหรือประเด็นตาง ๆ ในสิทธิ และความเสมอภาคในการเขา ถึงการศกึ ษาเพิ่มเติมได อภิธานศัพท 1. คนไรสัญชาติ (Stateless Person) หมายถึง บุคคลท่ีไมสามารถระบุไดวา เปนผูมีสถานะ ที่เปนสมาชิกของประเทศใด หรือไมมีประเทศใดรับวาเปนสมาชิกหรือเคยเปนสมาชิกของประเทศ ซ่ึงอาจจะมีทั้งคนตางดาว และผูที่มีฐานะทางกฎหมายที่เปนผูมีสัญชาติไทย เพียงแตยังไมมีการพิสูจน หรือไมมีโอกาสพิสูจน หรือไมมีพยานหลักฐานในการพิสูจน ซ่ึงถือวาเปนการลิดรอนสิทธิความเปน ผูมสี ัญชาติไทย ทาํ ใหเ สียสิทธิตา ง ๆ เปน อยางมาก 2. เด็กท่ีหลุดจากการศึกษา หมายถึง เด็กท่ีออกจากโรงเรียนกลางคัน อันเนื่องมาจากสาเหตุ และปญหาที่เกิดขึ้นจากตนเอง ครอบครัว และสังคม เชน ติดสารเสพติด, ต้ังครรภอันไมพึงประสงค, ปญหาทะเลาะเบาะแวงในครอบครัว เปน ตน 3. คนพิการ หมายถึง บุคคลซึ่งมีขอจํากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจําวันหรือเขาไปมี สวนรวมทางสังคม เน่ืองจากมีความบกพรองทางการเห็น การไดยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ พฤตกิ รรม สตปิ ญญาและการเรยี นรหู รอื ความบกพรอ งอื่นใด ประกอบกับมอี ุปสรรคในดานตาง ๆ และมีความจําเปนเปนพิเศษที่จะตองไดรับความชวยเหลือดานหน่ึงดานใด เพื่อใหสามารถปฏิบัติกิจกรรม ในชีวติ ประจําวันหรือเขาไปมีสวนรวมทางสังคมไดอ ยางบคุ คลทว่ั ไป 80

คมู ือการจดั การเรียนรสู ทิ ธิมนุษยชนศึกษา • ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน ใบกิจกรรมท่ี 8.1 เปด ใจ “เพ็ญพร ไมม นี ามสกุล” สาวไรสญั ชาติบัณฑติ เกยี รตนิ ยิ ม ผูไรอิสระในการเดินทาง สบื คน ขอ มูลจากออนไลนโดยใชคาํ สาํ คญั ในการสืบคน ใบกิจกรรมที่ 8.2 เดก็ ยากจน 1.69 ลา นคน พวกเขาและเธออยูท ไี่ หน ? สืบคนขอมลู จากออนไลนโดยใชคําสําคญั ในการสืบคน ใบกจิ กรรมท่ี 8.3 เปด ใจ “คุณยาย” วยั 91 ป บณั ฑิต มสธ.เรยี นอานใหทันโลก สบื คนขอมูลจากออนไลนโดยใชค ําสําคัญในการสบื คน 81

คมู อื การจดั การเรยี นรสู ิทธิมนุษยชนศกึ ษา • ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน ใบกิจกรรมท่ี 8.4 สองเทาทีฟ่ นฝา จนมาเปน มหาบัณฑิตไรแ ขน สืบคน ขอ มูลจากออนไลนโ ดยใชค าํ สําคญั ในการสืบคน ใบกจิ กรรมท่ี 8.5 หญิงไทยทองวัยเรยี นสูงอนั ดบั 2 อาเซยี น พบสว นมากถกู บีบออกจากโรงเรยี น สบื คน ขอมูลจากออนไลนโ ดยใชค าํ สาํ คญั ในการสืบคน 82

คูมือการจัดการเรยี นรสู ิทธมิ นุษยชนศึกษา • ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน ใบกิจกรรมที่ 8.6 ปญ หาการเขา ถึงบรกิ ารทางการศึกษา กลมุ บุคคล ปญ หาการเขา ถงึ บริการทางการศึกษา เด็กไรส ัญชาติ ผูส ูงอายุ คนพกิ าร เดก็ ทหี่ ลดุ จากการศกึ ษา เดก็ ที่ขาดแคลนทุนทรพั ย 83

คูม ือการจดั การเรียนรสู ิทธิมนุษยชนศึกษา • ระดับมัธยมศึกษาตอนตน หนวยการเรยี นรทู ่ี 5 สิทธมิ นษุ ยชนท่ีเก่ียวขอ งกบั สงั คมและวฒั นธรรม กิจกรรมการเรยี นรูท ่ี 9 เร่อื ง แตง งานกนั ไหม จํานวน 2 ชัว่ โมง แนวคิดสําคัญ การสมรสเปนสิทธิข้ันพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน มนุษยทุกคนสามารถทําการสมรสไดอยาง อิสระโดยไมมีขอจาํ กดั จากเพศ เชอื้ ชาติ สัญชาติหรอื ศาสนา ทุกคนจงึ ตองเรยี นรูการสมรสตามบรรทัดฐาน ของสังคม เพ่ือความเขาใจและการอยูรวมกันของคนในสังคมอยางมีความสุข เนื่องจากบริบทสังคม มีความแตกตางและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ปฏญิ ญาสากลวาดว ยสทิ ธิมนษุ ยชนทีเ่ กี่ยวขอ ง ขอ 16 (1) ชายและหญิงท่ีมีอายุเต็มบริบูรณ มีสิทธิที่จะทําการสมรส และจะกอตั้งครอบครัว โดยปราศจากการจํากัดใด ๆ อันเน่ืองจากเชื้อชาติ สัญชาติหรือ ศาสนา ตางมีสิทธิเทาเทียมกัน ในเรอ่ื งการสมรส ระหวางการสมรสและการขาดจากสมรส (2) การสมรสจะกระทํากันก็แตดวยความยินยอมโดยอิสระและเต็มท่ีของผูที่เจตนา จะเปนคูสมรส (3) ครอบครัวเปนหนวยธรรมชาติ และหลักมูลของสังคมและมีสิทธิที่จะไดรับ ความคมุ ครองจากสังคมและรฐั มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ช้วี ัด มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธํารงรกั ษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดาํ รงชีวติ อยรู ว มกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา งสันติสขุ ตัวชี้วัด ม. 2/1 อธิบายและปฏิบัติตนตามกฎหมายท่ีเกี่ยวของกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศ 84

คูมือการจดั การเรยี นรสู ิทธิมนุษยชนศกึ ษา • ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน จดุ ประสงค ผูเรยี นสามารถ 1. วเิ คราะหอ งคป ระกอบของการสมรสผานประเดน็ บรรทัดฐานในสงั คมได 2. เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ิตนเก่ียวกับการสมรสภายใตห ลักสิทธิมนษุ ยชนได ขนั้ ตอนการดําเนนิ กจิ กรรม ขัน้ นาํ เขาสกู ิจกรรม 1. ผูเรียนรวมกันทํากิจกรรม “Will you marry me?” (แตงงานกันไดไหม) โดยผูสอน แจกการดสถานภาพจาํ นวน 5 ใบใหกับผูเ รยี นแตล ะคน ซ่ึงกิจกรรมแบงเปน 5 รอบ ดงั นี้ รอบท่ี 1 เร่ือง อายุ ประกอบดวย อายุ 12 ป 15 ป 16 ป 17 ป 20 ป 35 ป 70 ป 90 ป รอบที่ 2 เรือ่ ง เพศ ประกอบดวย ชาย หญงิ บุคคลท่ีมคี วามหลากหลายทางเพศ (LGBT) รอบที่ 3 เรอ่ื ง สญั ชาติ ประกอบดว ย สญั ชาตไิ ทย สัญชาตลิ าว สญั ชาติเมียนมา สัญชาตอิ นิ เดยี สัญชาติอังกฤษ สัญชาติแอฟรกิ า สญั ชาตอิ ริ ัก สญั ชาตจิ ีน รอบที่ 4 เร่ือง ศาสนา ประกอบดวย ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู ศาสนาสกิ ข และคนทีไ่ มน บั ถอื ศาสนา รอบท่ี 5 เรอ่ื ง เครอื ญาติ ประกอบดว ย พอ แม พชี่ าย นอ งสาว ลกู สาว ลกู ชาย ตา ยาย หลาน 2. กิจกรรมรอบที่ 1 ผูเรียนแตละคนจะไดการดหมายเลข 1 ท่ีเกี่ยวกับอายุ ตามใบกิจกรรม ที่ 9.1 และใหผูเรียนจับคู (สมรส) กับเพื่อน จากน้ันผูสอนและผูเรียนรวมกันอภิปรายจากประเด็น ที่พบจากการจบั คู ดว ยประเด็นคําถาม ดงั นี้ “บุคคลอายุ 12 ป สามารถสมรสกบั บคุ คลอายุ 90 ปไดห รอื ไม เพราะเหตุใด” “ผเู รยี นคิดวา อายเุ ทา ไร จงึ จะสามารถสมรสกันไดตามกฎหมายไทย” 85

คูมอื การจัดการเรยี นรสู ิทธิมนุษยชนศกึ ษา • ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน 3. กิจกรรมรอบที่ 2 ผเู รยี นแตล ะคนจะไดการด หมายเลข 2 ทเี่ กยี่ วกบั เรอ่ื งเพศ ตามใบกิจกรรม ท่ี 9.2 และใหผูเรียนจับคู (สมรส) กับเพ่ือน จากน้ันผูสอนและผูเรียนรวมกันอภิปรายจากประเด็น ที่พบจากการจบั คู ดวยประเดน็ คาํ ถามดังนี้ “เพศเดียวกันสามารถสมรสกนั ไดห รอื ไม เพราะเหตุใด” 4. กิจกรรมรอบท่ี 3 ผูเรียนแตละคนจะไดการดหมายเลข 3 ท่ีเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติ ตามใบกิจกรรมท่ี 9.3 และใหผูเรียนจับคู (สมรส) กับเพ่ือน จากนั้นผูสอนและผูเรียนรวมกันอภิปราย จากประเด็นที่พบจากการจบั คู ดว ยประเดน็ คําถาม ดงั น้ี “บุคคลท่มี ีสัญชาติตางกันสามารถสมรสกันไดหรอื ไม เพราะเหตุใด” 5. กจิ กรรมรอบที่ 4 ผเู รยี นแตล ะคนจะไดก ารด หมายเลข 4 ทเี่ กยี่ วกบั เรอื่ งศาสนา ตามใบกจิ กรรม ท่ี 9.4 และใหผเู รียนจบั คู (สมรส) กับเพ่อื น จากนนั้ ผูส อนและผูเ รียนรวมกนั อภปิ รายจากประเดน็ ทพี่ บจาก การจบั คู ดว ยประเดน็ คําถามดงั น้ี “บคุ คลทน่ี บั ถอื ศาสนาพุทธสามารถสมรสกับบคุ คลท่ีนบั ถอื ศาสนาอสิ ลามไดห รือไม เพราะเหตใุ ด” “บุคคลท่ไี มม ีศาสนาสามารถสมรสกับบคุ คลทม่ี ีศาสนาไดห รือไม เพราะเหตใุ ด” 6. กิจกรรมรอบที่ 5 ผูเรียนแตละคนจะไดการดหมายเลข 5 ท่ีเก่ียวกับเร่ืองเครือญาติ ตามใบกิจกรรมที่ 9.5 และใหผูเรียนจับคู (สมรส) กับเพ่ือน จากน้ันผูสอนและผูเรียนรวมกันอภิปราย จากประเดน็ ที่พบจากการจับคู ดวยประเด็นคาํ ถาม ดังนี้ “บคุ คลทีเ่ ปน พนี่ องกนั จะสมรสกนั ไดห รอื ไม เพราะเหตใุ ด” 86

คูมือการจดั การเรียนรูส ทิ ธิมนษุ ยชนศกึ ษา • ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน ขน้ั ดําเนินกิจกรรม 1. ผูเรียนและผูสอนรวมกันอภิปรายประเด็น “การสมรส” โดยผูสอนทําตารางลงในกระดาษ ฟลิปชารทแลวติดลงบนกระดานหนาชั้นเรียน โดยใหผูเรียนรวมกันวิเคราะหองคประกอบการสมรส 5 ดาน ผานกรอบบรรทัดฐานในสังคมประกอบดวย วิถีประชา จารีตและกฎหมาย โดยใชประเด็นคําถาม “การสมรสหรือการแตงงานรูปแบบใดบาง สามารถทําไดในสังคมไทย” โดยสุมใหผูเรียนออกมาเขียน แสดงความคดิ เห็นหนา ช้นั เรียน บรรทัดฐาน วถิ ีประชา จารตี กฎหมาย(ไทย) องคป ระกอบ (แนวปฏิบตั พิ ื้นฐาน (เกย่ี วของกับศลี ธรรม (ขอบังคับของรฐั การสมรส ของคนในสังคม) มีบทลงโทษทชี่ ดั เจน) จรยิ ธรรม) 1. อายุ แนวคําตอบ แนวคําตอบ (ไมกําหนดอายขุ ัน้ ต่าํ ) แนวคาํ ตอบ (อายุขน้ั ตา่ํ คือ ชายและหญิง 2. เพศ (ไมก าํ หนดอายุข้ันตํ่า) มีอายุ 17 ปบ รบิ ูรณจ ึงจะ แนวคาํ ตอบ สามารถสมรสกันได หากอายุ (ชายและหญิงเทา นน้ั แนวคาํ ตอบ ตาํ่ กวา 17 ปบ รบิ รู ณสามารถ จึงจะสามารถสมรส (ชายและหญงิ เทาน้ัน รอ งขอตอ ศาลใหเ กดิ กันได) จึงจะสามารถสมรส การสมรสได) กันได) แนวคาํ ตอบ (ชายและหญิงเทานั้นจงึ จะ สามารถสมรสกนั ได) *กฎหมายไทยยังไมอนญุ าต ใหบ คุ คลเพศเดยี วกนั สมรสกนั ได 87

คมู ือการจดั การเรียนรสู ิทธิมนุษยชนศกึ ษา • ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน บรรทดั ฐาน วถิ ปี ระชา จารีต กฎหมาย(ไทย) องคป ระกอบ (แนวปฏิบตั ิพืน้ ฐาน (เกยี่ วของกับศลี ธรรม (ขอบงั คับของรัฐ การสมรส ของคนในสังคม) มีบทลงโทษทช่ี ัดเจน) จริยธรรม) 3. สญั ชาติ แนวคําตอบ แนวคําตอบ แนวคําตอบ 4. ศาสนา (ไมก ําหนดสญั ชาติ) (ไมกาํ หนดสญั ชาต)ิ (ไมกําหนดสัญชาติ 5. เครอื ญาติ บคุ คลตา งสญั ชาติ สามารถ สมรสกนั ได) แนวคําตอบ แนวคําตอบ แนวคาํ ตอบ (ไมกําหนดศาสนา) (ไมก าํ หนดศาสนา) (ไมก ําหนดศาสนา) ยกเวน ศาสนาอสิ ลามทจ่ี ะ ยกเวนศาสนาอสิ ลามทีจ่ ะ กาํ หนดใหศ าสนาอสิ ลาม กําหนดใหศาสนาอิสลาม สมรสดวยกนั เอง สมรสดว ยกนั เอง แนวคําตอบ แนวคําตอบ แนวคําตอบ (ญาติสืบสายโลหติ หรอื (ญาตสิ บื สายโลหิต (ญาตสิ ืบสายโลหิตหรอื พนี่ อ ง ไมสามารถสมรส หรือพี่นอ ง ไมส ามารถ พนี่ อ งไมส ามารถสมรสกนั ได) กันได) สมรสกันได) 88

คูมอื การจัดการเรยี นรูสทิ ธิมนุษยชนศกึ ษา • ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน ขนั้ สรุปกิจกรรม 1. ผูเรียนเสนอแนวทางการปฏิบัติตนเก่ียวกับการสมรส เพ่ือใหเกิดความเทาเทียมตามหลัก สทิ ธมิ นษุ ยชนและสอดคลองกบั สภาพสงั คมในปจ จบุ นั โดยใหม คี าํ วา “เสรภี าพ” “เพศ” และ “อาย”ุ สือ่ /แหลงการเรียนรู 1. การด สถานภาพ กจิ กรรมแตงงานกนั ไหม 1.1 ใบกจิ กรรมที่ 9.1 หมวดอายุ 1.2 ใบกจิ กรรมท่ี 9.2 หมวดเพศ 1.3 ใบกจิ กรรมที่ 9.3 หมวดสญั ชาติ 1.4 ใบกจิ กรรมที่ 9.4 หมวดศาสนา 1.5 ใบกิจกรรมท่ี 9.5 หมวดเครือญาติ 2. ตารางวิเคราะหก ารสมรสผานกรอบบรรทดั ฐานสงั คม 89

คมู อื การจดั การเรียนรสู ิทธมิ นุษยชนศกึ ษา • ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน การวัดและประเมินผล จุดประสงค วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑก ารประเมิน 1 . ผู  เรี ย น ส า ม า ร ถ ประเมินจากตาราง ตารางวิเคราะหประเด็น ดี : วิเคราะหประเด็นการ วิเคราะหองคประกอบ การวเิ คราะหป ระเดน็ การสมรสผานกรอบ สมรสผานกรอบบรรทัดฐาน ข อ ง ก า ร ส ม ร ส ผ  า น การสมรสผานกรอบ บรรทัดฐานสังคม สังคมไดครบทุกประเด็นและ ประเด็นบรรทัดฐานใน บรรทัดฐานสงั คม อ ธิ บ า ย เ ห ตุ ผ ล ป ร ะ ก อ บ ไ ด  สังคมได ชัดเจน พอใช : วิเคราะหประเด็นการ สมรสผานกรอบบรรทัดฐาน สังคมได 2 ประเด็นขึ้นไป และอธิบายเหตุผลประกอบ ไดบางสวน ปรับปรุง : วิเคราะหประเด็น การสมรสผา นกรอบบรรทดั ฐาน สั ง ค ม ไ ด  บ า ง ป ร ะ เ ด็ น แ ล ะ อ ธิ บ า ย เ ห ตุ ผ ล ป ร ะ ก อ บ ไมสมเหตสุ มผล 90

คูม ือการจัดการเรยี นรสู ทิ ธิมนุษยชนศึกษา • ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน จดุ ประสงค วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑการประเมิน 2. ผูเรียนเสนอแนวทาง ก า ร ต อ บ คํ า ถ า ม แบบประเมินการตอบ ดี : เสนอแนวทางการปฏบิ ตั ติ น การปฏิบัติตนเกี่ยวกับ ในชั้นเรยี น คําถามในชนั้ เรียน เก่ียวกับการสมรสภายใตหลัก การสมรสภายใตหลัก สิทธิมนุษยชนไดอยางชัดเจน สิทธมิ นษุ ยชนได สมั พนั ธกัน พอใช : เสนอแนวทางการ ปฏิบัติตนเก่ียวกับการสมรส ภายใตหลักสิทธิมนุษยชนได ชัดเจนบางสวน สัมพันธกัน สว นใหญ ปรับปรุง : เสนอแนวทาง ก า ร ป ฏิ บั ติ ต น เ กี่ ย ว กั บ ก า ร สมรสภายใตหลักสิทธิมนุษยชน ได ไมชัดเจนและ/หรือไม สมั พันธก ัน ขอเสนอแนะ 1. ในขั้นนําสูกิจกรรม ผูสอนสามารถปรับเปล่ียนการดสถานภาพของบุคคล สามารถออกแบบ ไดต ามความเหมาะสมของชน้ั เรยี น 2. ในขั้นดําเนินกิจกรรมผูสอนและผูเรียนควรมีพื้นฐานความรูเร่ืองบรรทัดฐานในสังคม กอนทํากิจกรรม ผสู อนควรคาํ นงึ ถงึ ความแตกตางทางวฒั นธรรมและบรบิ ทในช้นั เรยี น 91

คูมอื การจดั การเรียนรสู ทิ ธมิ นษุ ยชนศึกษา • ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน อภธิ านศพั ท 1. สัญชาติ (nationality) คือ การเปนสมาชิกของประเทศใดประเทศหน่ึงตามกฎหมาย โดยท่ีลักษณะทางชีวภาพและวัฒนธรรมอาจแตกตางกันได การเปนสมาชิกของประเทศยอมหมายถึง การเปนประชาชนของประเทศน้ัน ผูท่ีอพยพมาจากท่ีอื่น เพ่ือมาต้ังถ่ินฐานสามารถโอนสัญชาติมาได ผูท่ีเปลี่ยนสัญชาติ คือ ผูท่ีเปลี่ยนฐานะจากการเปนประชาชนของประเทศหนึ่ง มาเปนประชาชน ของอกี ประเทศหนง่ึ 2. อกั ษรยอ LGBT หมายถึง เลสเบ้ียน เกย คนรักสองเพศ คนขามเพศ และบคุ คลกลุมอน่ื ท่มี เี พศวถิ ีหลากหลาย 3. บรรทัดฐานทางสังคม แบงได 3 ประเภท ไดแก วิถีประชาหรือวิถีชาวบาน (folkways) จารีต หรอื ศลี ธรรม (mores) และกฎหมาย (laws) 4. วิถีประชาหรือวิถีชาวบาน หมายถึง แบบแผนหรือพฤติกรรมที่คนจํานวนมากเห็นวา เหมาะสม ถูกตองในสถานการณน้ัน ๆ วิถีประชาจะครอบคลุมพฤติกรรมดานตาง ๆ ของสังคมไว ซ่ึงเปนพฤติกรรม หรือ การกระทําท่ีปฏิบัติจนเปนความเคยชิน เปนนิสัย เปนประเพณี ไมมีการบังคับ ใหตองปฏิบัติอยางเครงครัดวิถีประชาเปนบรรทัดฐานท่ีมีระดับความสําคัญนอยในสังคม กลาวคือ การกระทาํ ผดิ วถิ ปี ระชานนั้ มผี ลกระทบตอ สว นรวมนอ ยและไมร นุ แรง จงึ ทาํ ใหบ ทลงโทษของการกระทาํ ผดิ ตามวิถปี ระชาไมร ายแรง 5. จารีตหรือศีลธรรม คือ กฎของสังคมท่ีกําหนดวาการกระทําใดถูก การกระทําใดผิด ตองประพฤติหรือปฏิบัติอยางไรจึงเรียกวาทําดีหรือกระทําอยางไรเรียกวาทําช่ัว จารีตเปนบรรทัดฐาน ท่ีมีระดับความสําคัญตอสังคมมาก เน่ืองจากการกระทําผิดจารีตจะมีผลกระทบสมาชิกในสังคม จํานวนมากหรือสังคมโดยสวนรวม ลักษณะสําคัญของจารีต คือ เปนทั้งขอปฏิบัติและขอหามปฏิบัติ แตละสังคมยอมมีจารีตแตกตางกันเพราะเปนคุณคาท่ีแตละสังคมจะยึดถือ และจารีตมักเปล่ียนแปลง ไดยากกวา วถิ ปี ระชา 92

คูมือการจัดการเรยี นรสู ทิ ธมิ นษุ ยชนศกึ ษา • ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน 6. กฎหมาย คือ กฎเกณฑที่ถูกบันทึกไวเปนทางการถึงขอหามไมใหกระทําหรือขอบังคับ ใหทําตาม และมีบทลงโทษตามการกระทําผิดกฎหมายแตละอยางวาจะไดรับโทษสถานใดบาง กฎหมาย เปนสิ่งท่ีจําเปนตองมีในสังคมท่ีซับซอนมากขึ้น เปนบรรทัดฐานที่มีลักษณะเปนทางการมากท่ีสุด เปนอํานาจรัฐ กฎหมายยังมีบทลงโทษท่ีเปนทางการและสามารถควบคุมพฤติกรรมของคนในสังคม ไดอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพ แหลง อา งอิง 1. สารานุกรมไทยสําหรับเยาวชนฯ/เลมที่ 23/เรื่องท่ี 5 ชาติพันธุ, http://kanchana- pisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=23&chap=5&page=t23-5-infodetail01.html [สืบคน เมอ่ื 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562] 2. อัตลักษณและวิถีทางเพศในประเทศไทย : https://www.ilo.org/wcmsp5/groups/ public/---asia/---ro-bangkok/-sro-bangkok/documents/publication/wcms_356948.pdf, หนา 31 [สืบคนเมอื่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562] 3. บรรทัดฐานทางสังคม - โครงการจัดต้ังสายวิชาสังคมศาสตร อ.มานิตา หนูสวัสด์ิ, social.flas.kps.ku.ac.th/file_upload/soc_pol_3.pptx [สบื คน เมื่อ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562] 93

คูมอื การจัดการเรียนรสู ิทธมิ นุษยชนศึกษา • ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน หมวด : อายุ ใบกจิ กรรมที่ 9.1 การดสถานภาพ กิจกรรม แตงงานกนั ไดไหม อายุ 12 ป อายุ 15 ป อายุ 16 ป อายุ 17 ป อายุ 20 ป อายุ 35 ป อายุ 70 ป อายุ 90 ป 94

คมู อื การจัดการเรียนรสู ทิ ธมิ นุษยชนศกึ ษา • ระดับมัธยมศึกษาตอนตน ใบกจิ กรรมท่ี 9.2 หมวด : เพศ การด สถานภาพ กจิ กรรม แตง งานกนั ไดไหม ชาย หญงิ เกย เลสเบย้ี น คนรักสองเพศ คนขา มเพศ คนรักเพศเดียวกนั คนแปลงเพศ 95

คูมอื การจดั การเรยี นรสู ทิ ธิมนษุ ยชนศึกษา • ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน หมวด : สญั ชาติ ใบกจิ กรรมที่ 9.3 การดสถานภาพ กิจกรรม แตง งานกันไดไหม สญั ชาตไิ ทย สัญชาตลิ าว สญั ชาติเมยี นมา สัญชาติอินเดีย สัญชาติองั กฤษ สัญชาติแอฟรกิ าใต สญั ชาตอิ ิรกั สัญชาติจีน 96

คมู ือการจัดการเรยี นรูสทิ ธิมนุษยชนศึกษา • ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน ใบกิจกรรมที่ 9.4 หมวด : ศาสนา การดสถานภาพ กจิ กรรม แตงงานกันไดไ หม ศาสนาพทุ ธ ศาสนาคริสต ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาฮินดู ศาสนาสกิ ข คนไมม ศี าสนา 97

คูมอื การจัดการเรียนรสู ทิ ธิมนษุ ยชนศกึ ษา • ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน หมวด : เครอื ญาติ ใบกิจกรรมท่ี 9.5 การดสถานภาพ กจิ กรรม แตงงานกันไดไ หม พอ แม ลูกชาย ลกู สาว พ่ีชาย นอ งสาว ตา ยาย หลาน 98

คูมือการจัดการเรยี นรูสทิ ธิมนุษยชนศึกษา • ระดับมัธยมศึกษาตอนตน หนว ยการเรียนรูท ่ี 6 สรุปประเดน็ และอภิปรายเกี่ยวกบั สิทธิมนุษยชน กิจกรรมการเรียนรทู ่ี 10 เรอ่ื ง เสียงทไ่ี มไดยนิ จาํ นวน 2 ชว่ั โมง แนวคิดสําคญั สิทธิมนุษยชนเปนเร่ืองท่ีใกลตัวและเกี่ยวของกับทุกคน ในปจจุบันพบวา ประเทศไทยมีปญหา ประเด็นทางสทิ ธิมนษุ ยชนอยูเปนจาํ นวนมาก เราทกุ คนจึงควรศึกษาและทาํ ความเขา ใจปญหาในมติ ิตาง ๆ เพ่อื รวมเปน สว นหนึ่งในและตอสูเ พื่อสง เสริมและปกปอ งสิทธิมนษุ ยชน ปฏญิ ญาสากลวาดวยสิทธมิ นษุ ยชนท่เี ก่ยี วของ ขอ ท่ี 1 มนุษยท้ังหลายเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันในเกียรติศักด์ิและสิทธิ ตางมีเหตุผล และมโนธรรม และควรปฏิบัตติ อ กนั ดวยเจตนารมณแ หง ภารดรภาพ ขอ ที่ 2 (1) ทุกคนยอมมีสิทธิและอิสรภาพบรรดาที่กําหนดไวในปฏิญญานี้ โดยปราศจาก ความแตกตางไมว าชนิดใด ๆ ดังเชน เชอ้ื ชาติ ผวิ เพศ ภาษา ศาสนา การคดิ เห็นทางการเมอื งหรือทางอนื่ เผาพันธุแหงชาติ หรอื สงั คม ทรพั ยสนิ กาํ เนิด หรือสถานะอ่ืน ๆ (2) อนึ่งจะไมมีความแตกตางใด ๆ ตามมูลฐานแหงสถานะทางการเมือง ทางการศาล หรือทางการระหวางประเทศของประเทศหรือดินแดนของบุคคลสังกัด ไมวาดินแดนน้ี เปน เอกราช อยใู นความพทิ ักษไ มไดป กครองตนเอง หรอื อยภู ายใตก ารจํากดั อธปิ ไตยใด ๆ ทง้ั สนิ้ มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวช้ีวดั มาตรฐาน ส 2.1 เขาใจและปฏิบัติตนตามหนาท่ีของการเปนพลเมืองดี มีคานิยมท่ีดีงาม และธาํ รงรกั ษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดํารงชีวิตอยูรว มกันในสงั คมไทยและสงั คมโลกอยา งสันติสขุ ตัวชวี้ ัด ม.1/4 แสดงออกถึงการเคารพในสทิ ธขิ องตนเองและผอู ่นื ม.2/1 อธิบายและปฏบิ ตั ติ นตามกฎหมายท่ีเกย่ี วขอ งกับตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และประเทศ ม.3/2 มีสวนรวมในการปกปองคมุ ครองผูอ ื่นตามหลกั สทิ ธิมนษุ ยชน 99


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook