๑๐๑ ๖. ทักษะทางสังคมและอารมณ์ ได้แก่ ปรับตัวตามสภาพการณ์ ใช้คำพูดเพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งน่งั ไดน้ าน ๕-๑๐ นาที เพื่อฟังเรื่องราวหรือทำกิจกรรม ทำงานจนสำเร็จ ร่วมมือกับคนอื่นและรู้จักผลัดกันเล่น ควบคุม อารมณ์ตนเองได้เมื่อกงั วลหรือตื่นเต้น หยุดเล่นและทำในสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการให้ทำได้ ภูมิใจในความสำเร็จของ ตนเอง ๓. การรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการเป็นการสื่อสารใหพ้ ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับทราบความกา้ วหนา้ ใน การเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินพัฒนาการ และจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครอง ทราบเป็นระยะๆ หรืออยา่ งน้อยภาคเรียนละ ๑ ครง้ั การรายงานผลการประเมินพฒั นาการสามารถรายงานเปน็ ระดับคุณภาพทีแ่ ตกต่างไปตามพฤตกิ รรมท่ี แสดงออกถึงพัฒนาการแต่ละด้าน ที่สะท้อนมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้ง ๑๒ ข้อ ตามหลักสูตร การศึกษาปฐมวยั ๓.๑ จุดม่งุ หมายการรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการ ๑) เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้อง พ่อ แม่ และผู้ปกครองใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริม และ พฒั นาการเรียนร้ขู องเด็ก ๒) เพอื่ ให้ผ้สู อนใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ ๓) เพ่ือเปน็ ข้อมลู สำหรับสถานศึกษา เขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษา และหนว่ ยงานต้นสังกัดใช้ประกอบใน การกำหนดนโยบายวางแผนในการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา ๓.๒ ขอ้ มลู ในการรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการ ๓.๒.๑ ขอ้ มลู ระดับชัน้ เรียน ประกอบด้วย เวลาเรียนแบบบนั ทกึ การประเมนิ พฒั นาการตาม หน่วยการจดั ประสบการณ์ สมุดบนั ทึกผลการประเมนิ พัฒนาการประจำชนั้ และสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน และสารนิทัศน์ที่สะท้อนการเรียนรู้ของเด็ก เป็นข้อมูลสำหรับรายงานให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร สถานศกึ ษา ผูส้ อน และผู้ปกครอง ไดร้ ับทราบความก้าวหน้า ความสำเร็จในการเรียนร้ขู องเด็กเพ่ือนำไปในการ วางแผนกำหนดเปา้ หมายและวธิ ีการในการพัฒนาเด็ก ๓.๒.๒ ข้อมูลระดับสถานศึกษา ประกอบด้วย ผลการประเมินมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ทั้ง ๑๒ ข้อตามหลักสูตร เพื่อใช้เป็นข้อมูลและสารสนเทศในการพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียน การสอนและคุณภาพของเด็ก ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์และแจ้งให้ผู้ปกครอง และ ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูล โดยผู้มีหน้าที่รับผิดชอบแต่ละฝ่ายนำไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาเด็กให้เกิด พฒั นาการอย่างถูกต้อง เหมาะสม รวมทง้ั นำไปจัดทำเอกสารหลักฐานแสดงพัฒนาการของผู้เรยี น ๓.๒.๓ ข้อมูลระดับเขตพื้นที่การศึกษา ได้แก่ ผลการประเมินมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงคท์ ้งั ๑๒ ขอ้ ตามหลักสูตรเป็นรายสถานศกึ ษา เพอ่ื เป็นข้อมูลท่ีศกึ ษานิเทศก์/ผเู้ กย่ี วข้องใช้วางแผนและ ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้เกิดการยกระดับ คณุ ภาพเดก็ และมาตรฐานการศกึ ษา ๓.๓ ลักษณะขอ้ มูลสำหรบั การรายงานผลการประเมินพัฒนาการ
๑๐๒ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการ สถานศึกษาสามารถเลือกลักษณะข้อมูลสำหรับการรายงานได้ หลายรูปแบบใหเ้ หมาะสมกบั วิธีการรายงานและสอดคล้องกบั การให้ระดับผลการประเมนิ พฒั นาการโดยคำนึงถึง ประสิทธิภาพของการรายงานและการนำข้อมลู ไปใช้ประโยชน์ของผู้รายงานแต่ละฝ่ายลักษณะข้อมูลมีรูปแบบ ดงั นี้ ๓.๓.๑ รายงานเป็นตัวเลข หรือคำท่ีเปน็ ตัวแทนระดบั คุณภาพพฒั นาการของเด็กที่เกิดจากการ ประมวลผล สรุปตดั สินขอ้ มูลผลการประเมินพัฒนาการของเด็ก ไดแ้ ก่ - ระดบั ผลการประเมินพฒั นาการมี ๓ ระดบั คอื ๓ ๒ ๑ - ผลการประเมนิ คณุ ภาพ “ด”ี “พอใช้” และ “ควรสง่ เสริม” ๓.๓.๒ รายงานโดยใชส้ ถิติ เปน็ รายงานจากขอ้ มูลที่เป็นตวั เลข หรือข้อความให้เป็นภาพแผนภูมิ หรือเส้นพฒั นาการ ซึง่ จะแสดงให้เหน็ พฒั นาการความก้าวหนา้ ของเดก็ ว่าดขี ึ้น หรอื ควรไดร้ บั การพัฒนาอย่างไร เม่อื เวลาเปลย่ี นแปลงไป ๓.๓.๓ รายงานเป็นข้อความ เป็นการบรรยายพฤติกรรมหรือคุณภาพที่ผู้สอนสังเกตพบ เพื่อ รายงานให้ทราบว่าผู้เก่ยี วข้อง พ่อ แม่ และผปู้ กครองทราบว่าเด็กมีความสามารถ มีพฤตกิ รรมตามคุณลักษณะที่ พงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รอยา่ งไร เช่น - เด็กรบั ลูกบอลทีก่ ระดอนจากพื้นดว้ ยมือท้ัง ๒ ขา้ งไดโ้ ดยไม่ใช้ลำตวั ช่วยและลกู บอลไม่ตกพนื้ - เดก็ แสดงสหี น้า ท่าทางสนใจ และมีความสขุ ขณะทำงานทกุ ชว่ งกจิ กรรม - เดก็ เล่นและทำงานคนเดยี วเป็นส่วนใหญ่ - เดก็ จับหนงั สอื ไม่กลบั หัว เปิด และทำทา่ ทางอ่านหนงั สือและเลา่ เร่อื งได้ ๓.๔ เป้าหมายของการรายงาน การดำเนนิ การจัดการศึกษาปฐมวัย ประกอบด้วย บุคลากรหลายฝา่ ยร่วมมอื ประสานงานกันพัฒนาเด็ก ทางตรงและทางอ้อม ให้มีพัฒนาการ ทักษะ ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะที่พึง ประสงคโ์ ดยผ้มู ีสว่ นร่วมเกีย่ วขอ้ งควรไดร้ บั การายงานผลการประเมินพัฒนาการของเดก็ เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการ ดำเนนิ งาน ดังน้ี กลุม่ เปา้ หมาย การใชข้ อ้ มูล ผู้สอน -วางแผนและดำเนินการปรบั ปรุงแกไ้ ขและพฒั นาเด็ก ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา -ปรบั ปรงุ แกไ้ ขและพัฒนาการจดั การเรยี นรู้ พอ่ แม่ และผปู้ กครอง -ส่งเสรมิ พัฒนากระบวนการจดั การเรียนรรู้ ะดับปฐมวยั ของสถานศกึ ษา -รบั ทราบผลการประเมนิ พัฒนาการของเด็ก -ปรับปรงุ แก้ไขและพฒั นาการเรยี นรขู้ องเด็ก รวมทั้งการดแู ลสขุ ภาพอนามัย ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และพฤติกรรมต่างๆของเดก็ คณะกรรมการ -พฒั นาแนวทางการจดั การศกึ ษาปฐมวยั สถานศกึ ษา สถานศึกษาข้ันพื้นฐาน -ยกระดบั และพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาปฐมวยั ของสถานศึกษาในเขตพน้ื ท่ี สำนกั งานเขตพน้ื ท่ี การศกึ ษา นิเทศ กำกับ ตดิ ตาม ประเมินผลและใหค้ วามช่วยเหลอื การพัฒนา การศึกษา/หน่วยงานต้น คณุ ภาพการศึกษาปฐมวยั ของสถานศกึ ษาในสงั กัด สังกัด
๑๐๓ ๓.๕ วธิ กี ารรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการ การรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการให้ผเู้ กยี่ วขอ้ งรับทราบ สามารถดำเนินการ ไดด้ ังน้ี ๓.๕.๑ การรายงานผลการประเมนิ พัฒนาการในดอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา ขอ้ มลู จากแบบ รายงาน สามารถใชอ้ า้ งอิง ตรวจสอบ และรับรองผลพฒั นาการของเดก็ เชน่ - แบบบันทกึ ผลการประเมนิ พฒั นาการประจำชั้น - แฟม้ สะสมงานของเดก็ รายบุคคล - สมุดรายงานประจำตัวนกั เรยี น - สมุดบนั ทึกสุขภาพเด็ก ฯลฯ ๓.๕.๒ การรายงานคณุ ภาพการศึกษาปฐมวัยให้ผู้เก่ียวข้องทราบ สามารถรายงานได้หลาย วิธี เชน่ - รายงานคุณภาพการศกึ ษาปฐมวัยประจำปี - วารสาร/จุลสารของสถานศกึ ษา -จดหมายส่วนตวั -การให้คำปรกึ ษา -การใหพ้ บครูทีป่ รึกษาหรอื การประชมุ เครอื ขา่ ยผ้ปู กครอง - การใหข้ อ้ มูลทางอนิ เตอร์เน็ตผ่านเวบ็ ไซตข์ องสถานศกึ ษา ภารกจิ ของผ้สู อนในการประเมนิ พฒั นาการ การประเมินพัฒนาการตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพนั้น เกิดขึ้นใน ห้องเรียนและระหวา่ งการจัดกิจกรรมประจำวันและกิจวัตรประจำวัน ผู้สอนต้องไมแ่ ยกการประเมนิ พัฒนาการ ออกจากการจัดประสบการณ์ตามตารางกิจกรรมประจำวัน ควรมีลักษณะการประเมินพัฒนาการในชั้นเรียน (Classroom Assessment) ซึ่งหมายถึง กระบวนการและการสังเกต การบันทึกและรวบรวมข้อมูลจากการ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน/กิจกรรมประจำวันตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ผู้สอนควรจัดทำข้อมูล หลักฐานหรอื เอกสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นร่องรอยของการเจริญเตบิ โตพัฒนาการและ การเรยี นรู้ของเดก็ ปฐมวยั แล้วนำมาวเิ คราะห์ ตีความ บันทึกขอ้ มลู ทไี่ ด้จากการประเมินพัฒนาการว่าเด็กรู้อะไร สามารถทำอะไรได้ และจะทำต่อไปอย่างไร ด้วยวิธีการและเครื่องมอื ที่หลากหลายทั้งทีเ่ ป็นทางการและไม่เปน็ ทางการ ทั้งนั้นการดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน/กิจกรรม ประจำวนั และการจัดประสบการณเ์ รียนรู้ ดังนน้ั ขอ้ มูลทเี่ กดิ จากการประเมินที่มีคุณภาพเท่านัน้ จงึ สามารถนำไปใชป้ ระโยชน์ ตรงตามเป้าหมาย ผู้สอนจำเปน็ ต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในหลักการ แนวคิด วิธีดำเนนิ งานในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ หลักสูตรการจัดประสบการเรียนรู้ เพื่อสามารถนำไปใช้ในการวางแผนและออกแบบการประเมินพฒั นาการได้ อย่างมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานการประเมินพัฒนาการในชั้นเรียนทีม่ ีความถูกต้อง ยุติธรรม เชื่อถือได้ มีความ สมบูรณ์ ครอบคลุมตามจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สะท้อนผลและสภาพความสำเร็จเม่ือ เปรยี บเทียบกับเป้าหมายของการดำเนินการจัดการศึกษาปฐมวัย ท้ังในระดับนโยบาย ระดับปฏิบัติการ และผู้มี สว่ นเกี่ยวข้องตอ่ ไป ๑. ขั้นตอนการประเมินพฒั นาการเด็กปฐมวัย
๑๐๔ การประเมินพัฒนาการเด็กของผู้สอนระดับปฐมวัยจะมีขั้นตอนสำคัญๆคล้ายคลึงกับการประเมิน การศึกษาทั่วไป ขั้นตอนต่างๆอาจปรับลด หรือเพิ่มได้ตามความเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษาและ สอดคลอ้ งกับการจัดประสบการณ์ หรืออาจสลับลำดับก่อนหลังไดบ้ า้ ง ขั้นการประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวยั โดย สรุปควรมี ๖ ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑ การวิเคราะห์มาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพทีพ่ ึงประสงค์ ตัวบ่งช้ี และสภาพท่พี งึ ประสงค์ท่ีสัมพันธก์ ับหนว่ ยการจัดประสบการณ์ต่างๆ อนั จะเป็นประโยชน์ในการดำเนินงานการ ประเมินพฒั นาการอย่างเปน็ ระบบและครอบคลุมทั่วถงึ ขั้นตอนที่ ๒ การกำหนดสิ่งที่จะประเมินและวิธีการประเมิน ในขั้นตอนนี้สิ่งที่ผู้สอนต้องทำคือ การ กำหนดการประเด็นการประเมิน ไดแ้ ก่ สภาพท่ีพึงประสงคใ์ นแตล่ ะวยั ของเดก็ ทเ่ี กดิ จากกาจดั ประสบการณ์ในแต่ การจัดประสบการณ์ มากำหนดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้ จุดประสงค์ย่อยของกิจกรรม ตามตารางประจำวนั ๖กิจกรรมหลกั หรอื ตามรปู แบบการจัดประสบการณท์ กี่ ำหนด ผู้สอนตอ้ ง วางแผนและออกแบบวิธีการประเมินให้เหมาะสมกับกิจกรรม บางครั้งอาจใช้การสังเกตพฤติกรรม การ ประเมินผลงาน/ชิ้นงาน การพูดคุยหรือสัมภาษณ์เด็ก เป็นต้น ทั้งนี้วิธีการที่ผู้สอนเลือกใช้ต้องมีความหมาย หลากหลาย หรือมากว่า ๒ วธิ กี าร ขั้นตอนที่ ๓ การสร้างเครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน ในขั้นตอนนี้ ผู้สอนจะต้องกำหนดเกณฑ์การ ประเมินพัฒนาการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่จะประเมินในขั้นตอนที่ ๒ อาจใช้แนวทางการกำหนดเกณฑ์ท่ี กล่าวมาแล้วข้างต้นในส่วนที่ ๒ เป็นเกณฑ์การประเมินแยกส่วนของแต่ละพฤติกรรมและเกณฑ์สรุปผลการ ประเมิน พร้อมกับจัดทำแบบบันทึกผลการสังเกตพฤติกรรมตามสภาพที่พึงประสงค์ของแต่ละหน่วยการจัด ประสบการณ์น้ันๆ ข้ันตอนที่ ๔ การดำเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เปน็ ขั้นตอนทีผ่ สู้ อนออกแบบ/วางแผนและทำการสังเกต พฤติกรรมของเด็กเป็นรายบุคคล รายกลุ่ม การพูดคุยหรือการสมั ภาษณ์เดก็ หรือการประเมินผลงาน/ชน้ิ งานของ เด็ก อย่างเป็นระบบ เพื่อรวบรวมข้อมูลพัฒนาการของเดก็ ให้ทัว่ ถึงครบทุกคน สอดคล้องและตรงประเด็นการ ประเมินที่วางแผนไว้ในข้ันตอนที่ ๔ บนั ทกึ ลงในเครอ่ื งมอื ที่ผูส้ อนพฒั นาหรอื จดั เตรียมไว้ การบันทึกผลการประเมินพัฒนาการตามสภาพที่พึงประสงค์ของแต่ละหน่วยการจัดประสบการณ์นน้ั ผู้สอนเปน็ ผปู้ ระเมนิ เด็กเป็นรายบุคคลหรอื รายกลุ่ม อาจให้ระดบั คณุ ภาพ ๓ หรือ ๒ หรอื ๑ หรอื ใหค้ ำสำคัญ ทเี่ ปน็ คุณภาพ เช่น ดี พอใช้ และควรสง่ เสรมิ ก็ได้ ทง้ั นี้ควรเปน็ ระบบเดียวกันเพื่อสะดวกในการวิเคราะห์ข้อมูล และแปลผลการประเมินพัฒนาการเด็ก ในระยะต้นควรเป็นการประเมินเพื่อความก้าวหน้าไม่ควรเป็นการ ประเมินเพื่อตัดสิ้นพัฒนาการเด็ก หากผลการประเมินพบว่า เด็กอยู่ในระดับ ๑ พฤติกรรมหนึ่งพฤติกรรมใด ผูส้ อนต้องทำความเขา้ ใจว่าเด็กคนนั้นมพี ฒั นาการเรว็ หรอื ช้า ผู้สอนจะต้องจดั ประสบการณ์สง่ เสรมิ ในหน่วยการ จัดประสบการณ์ต่อไปอย่างไร ดังนั้น การเก็บรวบรวมข้อมูลผลการประเมินพัฒนาการในแต่ละหน่วยการจัด ประสบการณ์ของผู้สอน จึงเป็น การสะสมหรือรวบรวมข้อมูลผลการประเมินพัฒนาการของเด็ก รายบุคคล หรือรายกลุ่มนั่นเอง เมื่อผู้สอนจัดประสบการณ์ครบทุกหน่วยการจัดประสบการณ์ตามที่วิเคราะห์ สาระการเรยี นรู้รายปขี องแตล่ ะภาคเรียน ขั้นตอนท่ี ๕ การวิเคราะหข์ ้อมูลและแปลผล ในขัน้ ตอนนี้ ผ้สู อนทเ่ี ป็นผูป้ ระเมิน ควรดำเนนิ ดาร ดงั นี้ ๑) การวิเคราะห์และแปลผลการประเมินพัฒนาการเมื่อสิ้นสุดหน่วยการจัดประสบการณ์ ผู้สอนจะบันทึกผลการประเมินพัฒนาการของเด็กลงในแบบบันทึกผลการสังเกตพฤติกรรมตามสภาพที่พึง ประสงคข์ องหนว่ ยการจัดประสบการณ์หน่วยที ๑ จนถึงหนว่ ยสดุ ทา้ ยของภาคเรียน
๑๐๕ ๒) การวิเคราะห์และแปลผลการประเมินประจำภาคเรียนหรือภาคเรียนที่ ๒ เมื่อสิ้นปี การศึกษา ผสู้ อนจะนำผลการประเมินพฒั นาการสะสมทรี่ วบรวมไว้จากทุกหนว่ ยการเรยี นรู้สรปุ ลงในสมุดบันทึก ผลประเมนิ พัฒนาการประจำช้ัน และสรุปผลพัฒนาการรายดา้ นท้ังช้ันเรยี น ขั้นตอนที่ ๖ การสรุปรายงานผลและการนำข้อมูลไปใช้ เป็นขั้นตอนที่ผู้สอนซึ่งเป็นครูประจำชั้นจะ สรุปผลเพือ่ ตัดสินพัฒนาการของเด็กปฐมวยั เปน็ รายตัวบ่งช้รี ายมาตรฐานและพัฒนาการทงั้ ๔ ด้าน เพ่อื นำเสนอ ผู้บริหารสถานศึกษาอนมุ ัติการตัดสิน และแจ้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมกับครูประจำช้ันจะ จดั ทำรายงานผลการประเมินประจำตวั นกั เรยี น นำขอ้ มูลไปใชส้ รปุ ผลการประเมินคณุ ภาพเด็ก ของระบบประกัน คุณภาพภายในของสถานศึกษาเมื่อสนิ้ ภาคเรียนที่ ๒ หรอื เมือ่ สน้ิ ปกี ารศึกษา รายละเอียดการดำเนนิ งานแตล่ ะขัน้ ตอน มีดงั น้ี ขน้ั ตอนท่ี ๑ การวเิ คราะห์มาตรฐาน ตัวบ่งช้ี และสภาพทพี่ ึงประสงคต์ ามหลกั สูตรสถานศึกษา โดยนำข้อมูลจาก การวิเคราะห์การเรียนรู้รายปีในหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยมาตรวจสอบความถี่ของตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึง ประสงค์วา่ เกิดข้ึนกบั เด็กตามหน่วยการจดั ประสบการณ์เรียนรู้ใดบา้ ง ขน้ั ตอนท่ี ๑.๑ การวเิ คราะหส์ าระการเรยี นรู้รายปีของโรงเรียน ขน้ั ตอนท่ี ๑.๒ ตรวจสอบความถ่ีเพ่ือตรวจสอบจำนวนคร้ังของตัวบง่ ชี้ สภาพทีพ่ งึ ประสงคว์ ่าวางแผนให้ เกดิ พัฒนาการในหน่วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใดบา้ งจากหลักสตู รสถานศกึ ษา ขน้ั ตอนท่ี ๒ กำหนดสง่ิ ทป่ี ระเมินและวธิ ีการประเมิน โดยกำหนดสภาพทพ่ี ึงประสงค์ทว่ี ิเคราะห์ไว้ใน ขั้นตอนท่ี ๑.๒ มากำหนดจดุ ประสงค์การเรยี นรูใ้ น ๖ กิจกรรมหลัก ๒.๑ การเขยี นหรือกำหนดจุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยการจัดประสบการณ์ ๒.๒ การวางแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู ขั้นตอนที่ ๓ การสร้างเครื่องมือและเกณฑ์การประเมิน ผู้สอนจะต้องกำหนดเกณฑ์การประเมิน พฒั นาการเดก็ ให้สอดคลอ้ งกบั พฤตกิ รรมท่ีจะประเมินตามแผนการจัดกิจกรรม พร้อมทำเกณฑก์ ารประเมินและ สรปุ ผลการประเมิน พรอ้ มจดั ทำแบบบนั ทึกผลหลงั สอนประจำหนว่ ยการจดั ประสบการณ์ ขั้นตอนที่ ๔ การดำเนินการเป็นการรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนนี้ ผู้สอนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินโดยการ สังเกตพฤติกรรมของเด็กรายบคุ คล รายกลุ่ม การพูดคุยหรือสัมภาษณ์เดก็ หรือการประเมินผลงานชิ้นงานของ เดก็ อย่างเปน็ ระบบ ไปพรอ้ มๆกับกิจกรรมใหเ้ ดก็ เพ่อื รวบรวมข้อมูลพฒั นาการของเดก็ ทุกคน และบนั ทึกลงแบบ บันทกึ ผลหลงั สอนประจำหน่วยการจัดประสบการณ์ ที่จัดเตรียมไว้ ขั้นตอนที่ ๕ การวิเคราะห์ข้อมูลและแปลผลเมือ่ สิ้นสุดหน่วยการจัดประสบการณ์ ผู้สอนจะตรวจสอบ ความครบถ้วน สมบูรณ์ของผลการประเมินในแบบบันทึกผลการประเมินพัฒนาการของเด็กหลังการจัด ประสบการณ์ลงในแบบบันทึกผลหลงั การจัดประสบการณป์ ระจำหนว่ ยการจัดประสบการณ์ และเก็บสะสมเพื่อ นำได้สรุปผลในการตัดสินพัฒนาการเด็กในภาพรวมเมื่อสิ้นปีการศึกษา โดยผู้สอนจะนำผลการประเมินพัฒนา สะสมที่รวบรวมไว้ทุกหน่วยการเรียนรู้ มาสรุปลงในสมุดบันทกึ ผลการประเมินพัฒนาการประจำชั้นและสรุปผล พัฒนาการรายด้านทั้งชั้นเรียน ทั้งนี้การสรุปผลการประเมินพัฒนาการ ผู้สอนควรใช้ ฐานนิยม (Mode) จึง เหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั การประเมนิ มากท่สี ุด ตามที่กลา่ วมาแล้วข้างต้น ขั้นตอนที่ ๖ การสรุปรายงานผลและการนำข้อมูลไปใช้ ครูประจำชั้นจะสรุปผลเพื่อพัฒนาการของเด็ก ปฐมวยั เปน็ รายตวั บง่ ช้ี รายมาตรฐานและพฒั นาการท้ัง๔ ดา้ น และรายงานตอ่ ผ้บู ริหารสถานศึกษาอนมุ ัติผลการ ตัดสินและแจ้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมกับครูประจำชั้นจะจัดทำรายงานผลการประเมิน พัฒนาการของเดก็ รายบุคคล รายภาค และรายปีตอ่ ผ้ปู กครองในสมุดรายงานปรำตวั เด็กนักเรียน
๑๐๖ การบริหารจดั การหลกั สตู ร การนำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสู่การปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพตามจุดหมายของ หลักสูตร ผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหลักสูตรในระบบสถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้สอน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และชุมชน มบี ทบาทสำคัญย่งิ ต่อการพัฒนาคุณภาพของเด็ก ๑. บทบาทผู้บรหิ ารสถานศึกษาปฐมวยั การจัดการศึกษาแกเ่ ดก็ ปฐมวัยในระบบสถานศึกษาใหเ้ กดิ ประสิทธิผลสงู สุด ผบู้ ริหาร สถานศกึ ษาควรมบี ทบาท ดงั น้ี ๑.๑ ศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและมีวิสัยทัศน์ด้านการจัดการศึกษา ปฐมวยั ๑.๒ คัดเลือกบุคลากรที่ทำงานกับเด็ก เช่น ผู้สอน พี่เลี้ยง อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึง คุณสมบตั ิหลักของบคุ ลากร ดงั น้ี ๑.๒.๑ มีวุฒิทางการศึกษาด้านการอนุบาลศึกษา การศึกษาปฐมวัย หรือผ่านการอบรม เกย่ี วกับการจัดการศกึ ษาปฐมวัย ๑.๒.๒ มีความรักเด็กจิตใจดี มีอารมณ์ขันและใจเย็น ให้ความเป็นกันเองกับเด็กอย่างเสมอ ภาค ๑.๒.๓ มีบุคลกิ ของความเปน็ ผูส้ อน เข้าใจและยอมรับธรรมชาติของเดก็ ตามวยั ๑.๒.๔ พดู จาสภุ าพเรียบร้อย ชัดเจนเป็นแบบอยา่ งได้ ๑.๒.๕ มคี วามเป็นระเบยี บ สะอาด และรู้จกั ประหยดั ๑.๒.๖ มีความอดทน ขยนั ซ่ือสตั ยใ์ นการปฏบิ ตั ิงานในหนา้ ทแี่ ละ การปฏบิ ัตติ ่อเดก็ ๑.๒.๗ มีอารมณร์ ว่ มกบั เดก็ ร้จู ักรับฟัง พิจารณาเรอ่ื งราวปัญหาต่างๆ ของเด็กและตดั สินปัญหาต่างๆอย่างมีเหตุผลด้วย ความ เปน็ ธรรม ๑.๒.๘ มสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจิตสมบรู ณ์ ๑.๓ ส่งเสริมการจัดบริการทางการศึกษาให้เด็กได้เข้าเรียนอย่างทั่วถึง และเสมอภาค และ ปฏิบตั ิการรบั เด็กตามเกณฑ์ท่ีกำหนด ๑.๔ สง่ เสรมิ ใหผ้ สู้ อนและผทู้ ่ีปฏบิ ัตงิ านกับเดก็ พัฒนาตนเองมีความร้กู ้าวหนา้ อยู่เสมอ ๑.๕ เป็นผู้นำในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโดยร่วมให้ความเห็นชอบ กำหนดวิสัยทัศน์ และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงคข์ องเดก็ ทุกชว่ งอายุ ๑.๖ สร้างความร่วมมอื และประสานกับบุคลากรทกุ ฝ่ายในการจัดทำหลักสตู รสถานศกึ ษา ๑.๗ จัดใหม้ ีขอ้ มูลสารสนเทศเก่ยี วกับตัวเด็ก งานวิชาการหลักสูตร อยา่ งเปน็ ระบบและมีการ ประชาสัมพนั ธ์หลกั สูตรสถานศึกษา ๑.๘ สนบั สนนุ การจดั สภาพแวดลอ้ มตลอดจนส่อื วัสดุ อปุ กรณท์ ่เี อ้อื อำนวยตอ่ การเรียนรู้ ๑.๙ นิเทศ กำกบั ติดตามการใช้หลกั สูตร โดยจัดใหม้ รี ะบบนเิ ทศภายในอยา่ งมรี ะบบ ๑.๑๐ กำกบั ติดตามใหม้ กี ารประเมนิ คุณภาพภายในสถานศึกษาและนำผลจากการประเมินไป ใชใ้ นการพฒั นาคุณภาพเด็ก ๑.๑๑ กำกับ ติดตาม ให้มีการประเมินการนำหลักสูตรไปใช้ เพื่อนำผลจากการประเมนิ มา ปรบั ปรุงและพัฒนาสาระของหลกั สตู รของสถานศึกษาใหส้ อดคล้องกับความตอ้ งการของเดก็ บริบทสงั คมและให้ มีความทันสมัย
๑๐๗ ๒. บทบาทผูส้ อนปฐมวยั การพัฒนาคุณภาพเด็กโดยถอื ว่าเด็กมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริม ให้เดก็ สามารถพฒั นาตนตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการและเตม็ ตามศกั ยภาพ ดงั นนั้ ผ้สู อนจงึ มีบทบาท สำคัญยิ่งที่จะทำให้กระบวนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สอนจึงควรมีบทบาท / หนา้ ท่ี ดังนี้ ๒.๑ บทบาทในฐานะผู้เสริมสร้างการเรยี นรู้ ๒.๑.๑ จัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กที่เด็กกำหนดขึ้นด้วยตัวเด็กเองและ ผูส้ อนกับเด็กร่วมกันกำหนด โดยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กใหค้ รอบคลุมทกุ ดา้ น ๒.๑.๒ ส่งเสริมให้เด็กใช้ข้อมลู แวดล้อม ศักยภาพของตัวเด็ก และหลักทางวิชาการใน การผลิตกระทำ หรือหาคำตอบในส่ิงที่เด็กเรยี นร้อู ยา่ งมเี หตุผล ๒.๑.๓ กระตุ้นให้เด็กร่วมคิด แก้ปัญหา ค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเองด้วยวิธี การศึกษาท่ีนำไปสูก่ ารใฝ่รู้ และพัฒนาตนเอง ๒.๑.๔ จดั สภาพแวดล้อมและสร้างบรรยากาศการเรียนที่สร้างเสริมให้เด็กทำกิจกรรม ไดเ้ ต็มศกั ยภาพและความแตกตา่ งของเด็กแต่ละบคุ คล ๒.๑.๕ สอดแทรกการอบรมด้านจริยธรรมและค่านิยมท่ีพึงประสงค์ในการจัดการ เรียนรู้ และกจิ กรรมต่างๆอยา่ งสม่ำเสมอ ๒.๑.๖ ใชก้ จิ กรรมการเลน่ เป็นส่ือการเรยี นรสู้ ำหรับเดก็ ใหเ้ ปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธิภาพ ๒.๑.๗ ใช้ปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้สอนและเด็กในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการ สอนอย่างสม่ำเสมอ ๒.๑.๘ จัดการประเมนิ ผลการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกบั สภาพจรงิ และนำผลการประเมิน มาปรับปรุงพฒั นาคุณภาพเด็กเตม็ ศกั ยภาพ ๒.๒ บทบาทในฐานะผ้ดู ูแลเดก็ ๒.๒.๑ สังเกตและส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกด้านทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และ สตปิ ญั ญา ๒.๒.๒ ฝกึ ให้เดก็ ช่วยเหลอื ตนเองในชีวติ ประจำวนั ๒.๒.๓ ฝึกให้เดก็ มคี วามเช่ือมน่ั มีความภูมใิ จในตนเองและกล้าแสดงออก ๒.๒.๔ ฝกึ การเรยี นรหู้ น้าท่ี ความมีวินยั และการมนี สิ ัยที่ดี ๒.๒.๕ จำแนกพฤติกรรมเด็กและสรา้ งเสรมิ ลกั ษณะนสิ ยั และแกป้ ัญหาเฉพาะบุคคล ๒.๒.๖ ประสานความร่วมมือระหวา่ งสถานศึกษา บา้ น และชุมชน เพื่อให้เดก็ ได้พัฒนา เตม็ ตามศกั ยภาพและมมี าตรฐานคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ ๒.๓ บทบาทในฐานะนกั พัฒนาเทคโนโลยีการสอน ๒.๓.๑ นำนวัตกรรม เทคโนโลยีทางการสอนมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพ บริบทสังคม ชุมชน และท้องถน่ิ ๒.๓.๒ ใช้เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ในชุมชนในการเสริมสร้างการเรียนรู้ให้แก่เด็ก ๒.๓.๓ จัดทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร / กระบวนการ เรียนรู้ และพฒั นาสือ่ การเรยี นรู้ ๒.๓.๔ พัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคุณลักษณะของผู้ใฝ่รู้มีวิสัยทัศน์ และทันสมยั ทนั เหตกุ ารณใ์ นยคุ ของข้อมลู ข่าวสาร
๑๐๘ ๒.๔ บทบาทในฐานะผูบ้ รหิ ารหลกั สตู ร ๒.๔.๑ ทำหนา้ ทว่ี างแผนกำหนดหลกั สูตร หน่วยการเรยี นรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๒.๔.๒ จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ให้เด็กมีอิสระในการ เรยี นรู้ท้งั กายและใจ เปิดโอกาสให้เดก็ เลน่ /ทำงาน และเรียนรูท้ ้งั รายบุคคลและเปน็ กล่มุ ๒.๔.๓ ประเมินผลการใชห้ ลกั สูตร เพอ่ื นำผลการประเมนิ มาปรับปรุงพฒั นาหลักสูตร ให้ทนั สมัย สอดคล้องกับความต้องการของ ผู้เรยี น ชมุ ชน และทอ้ งถิ่น ๓. บทบาทของพ่อแมห่ รอื ผู้ปกครองเดก็ ปฐมวัย การศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่จัดให้แก่เด็กที่ผู้สอนและพ่อแม่หรือผู้ปกครองต้อง ส่ือสารกนั ตลอดเวลา เพ่ือความเขา้ ใจตรงกันและพร้อมร่วมมือกันในการจัดการศึกษาใหก้ ับเด็ก ดังนั้น พ่อแม่ หรือผปู้ กครองควรมีบทบาทหนา้ ที่ ดังนี้ ๓.๑ มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษาและให้ความเห็นชอบ กำหนด แผนการเรยี นร้ขู องเด็กร่วมกบั ผู้สอนและเดก็ ๓.๒ ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา และกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กตาม ศักยภาพ ๓.๓ เปน็ เครอื ข่ายการเรียนรู้ จัดบรรยากาศภายในบา้ นให้เอ้ือตอ่ การเรยี นรู้ ๓.๔ สนบั สนนุ ทรัพยากรเพ่ือการศึกษาตามความเหมาะสมและจำเปน็ ๓.๕ อบรมเลี้ยงดู เอาใจใส่ให้ความรัก ความอบอุ่น ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการด้าน ตา่ ง ๆ ของเดก็ ๓.๖ ป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ตลอดจนส่งเสริมคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ โดยประสานความรว่ มมอื กบั ผสู้ อน ผู้เกี่ยวขอ้ ง ๓.๗ เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านการปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และมี คุณธรรม นำไปสู่การพัฒนาใหเ้ ปน็ สถาบันแห่งการเรยี นรู้ ๓.๘ มีส่วนร่วมในการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ของเด็กและในการประเมินการจัดการศึกษาของ สถานศกึ ษา ๔. บทบาทของชุมชน การปฏริ ูปการศึกษา ตามพระราชบญั ญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดใหช้ มุ ชนมีบทบาท ในการมีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษา โดยใหม้ กี ารประสานความรว่ มมอื เพ่ือ ร่วมกันพฒั นาผเู้ รียนตามศักยภาพ ดังน้ัน ชุมชนจงึ มีบทบาทในการจัดการศึกษาปฐมวัย ดงั น้ี ๔.๑ มีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา สมาคม / ชมรมผู้ปกครอง ๔.๒ มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการของ สถานศกึ ษา ๔.๓ เป็นศูนย์การเรียนรู้ เครือข่ายการเรียนรู้ ให้เด็กได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จาก สถานการณ์จริง ๔.๔ ใหก้ ารสนับสนนุ การจัดกิจกรรมการเรยี นรขู้ องสถานศกึ ษา
๑๐๙ ๔.๕ สง่ เสรมิ ใหม้ ีการระดมทรัพยากรเพอ่ื การศกึ ษา ตลอดจนวทิ ยากรภายนอก และภูมปิ ัญญา ทอ้ งถนิ่ เพอ่ื เสริมสร้างพัฒนาการของเดก็ ทกุ ด้าน รวมทัง้ สบื สานจารตี ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรมของท้องถิ่นและ ของชาติ ๔.๖ ประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สถานศึกษาเป็นแหล่งวิทยาการ ของชุมชน และมสี ว่ นในการพฒั นาชมุ ชนและท้องถนิ่ ๔.๗ มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ทำหน้าท่ี เสนอแนะในการพัฒนาการจัดการศกึ ษาของสถานศกึ ษา การจัดการศกึ ษาระดับปฐมวยั ( เดก็ อายุ ๓ – ๖ ปี ) สำหรับกล่มุ เป้าหมายเฉพาะ การจัดการศึกษาสำหรบั กลุม่ เป้าหมายเฉพาะสามารถนำหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัยไปปรับใช้ได้ ทั้งในส่วนของโคตร สร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ และการประเมินพัฒนาการให้เหมาะสมกับสภาพ บริบท ความต้องการ และศักยภาพของเด็กแต่ละประเภทเพื่อพัฒนาให้เด็กมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่หลักสูตร การศกึ ษาปฐมวัยกำหนดโดยดำเนินการดงั นี้ ๑. เป้าหมายคุณภาพเด็ก หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั ได้กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ และ สาระการเรยี นรู้ เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เก่ียวขอ้ งใช้ในการพัฒนาเด็ก สถานศึกษาหรือ ผู้จัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ สามารถเลือกหรือปรับใช้ ตัวบ่งชี้และสภาพที่พึงประสงค์ในการ พัฒนาเด็ก เพื่อนำไปทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพพัฒนาการของเด็กทั้งด้าน รา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ๒. การประเมินพัฒนาการ จะตอ้ งคำนึงถงึ ปัจจัยความแตกต่างของเดก็ อาทิ เดก็ ท่พี ิการอาจต้องมีการ ปรบั การประเมนิ พัฒนาการทีเ่ ออ้ื ตอ่ สภาพเด็ก ทง้ั วิธีการเคร่ืองมอื ท่ใี ช้ หรือกล่มุ เด็กท่มี ีจดุ เน้นเฉพาะด้าน การสร้างรอยเช่อื มต่อของการศึกษาระดบั ปฐมวัยกบั ระดับประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ มีความสำคัญอย่างยิ่ง บุคลากร ทุกฝ่ายจะต้องให้ความสนใจต่อการช่วยลดช่องว่างของความไม่เข้าใจในการจัดการศึกษาทั้งสองระดับ ซึ่งจะ ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอน ตัวเด็ก ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาอื่นๆทั้งระบบ การ เชอ่ื มต่อของการศกึ ษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปที ่ี ๑ จะประสบผลสำเร็จได้ต้องดำเนินการดังตอ่ ไปน้ี ๑. ผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการเชื่อมต่อโดยเฉพาะระหว่างหลักสูตร การศึกษาปฐมวัยในช่วงอายุ ๓ – ๖ ปี กบั หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐานในช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ โดย ต้องศึกษาหลักสูตรทั้งสองระดับ เพื่อทำความเข้าใจ จัดระบบการบริหารงานด้านวิชาการที่จะเอื้อต่อการ เชอ่ื มโยงการศกึ ษาโดยการจัดกจิ กรรมเพอ่ื เช่ือมต่อการศึกษา ดงั ตวั อยา่ งกจิ กรรมตอ่ ไปน้ี ๑.๑ จดั ประชมครูระดับปฐมวยั และครรู ะดับประถมศึกษาร่วมกันสร้างรอยเชอ่ื มต่อของหลักสูตรทั้ง สองระดบั ให้เป็นแนวปฏิบัตขิ องสถานศึกษาเพ่อื ครูทั้งสองระดบั จะได้เตรียมการสอนให้สอดคล้องกบั เดก็ วยั น้ี ๑.๒ จัดหารเอกสารด้านหลกั สูตรและเอกสารทางวิชาการของทง้ั สองระดับมาไว้ให้ครูและบุคลากร อืน่ ๆไดศ้ ึกษาทำความเข้าใจ อย่างสะดวกและเพียงพอ
๑๑๐ ๑.๓ จดั กจิ กรรมใหค้ รทู ง้ั สองระดับมโี อกาสแลกเปลี่ยนเผยแพรค่ วามรู้ใหม่ๆ ที่ไดร้ บั จากการอบรม ศึกษาดูงาน ซึ่งไม่ควรจดั ใหเ้ ฉพาะครใู นระดับเดียวกันเทา่ นน้ั ๑.๔ จัดเอกสารเผยแพร่ตลอดจนกิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ผ้ปู กครองและบคุ ลากรทางการศกึ ษาอยา่ งสม่ำเสมอ ๑.๕ จัดให้มีการพบปะ หรือการทำกิจกรรมร่วมกับพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ในระหว่างที่เดก็ อยใู่ นระดบั ปฐมวยั เพอื่ พอ่ แม่ ผ้ปู กครอง จะไดส้ รา้ งความเขา้ ใจและสนบั สนุนการเรยี น การสอน ของบุตรหลานตนไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ๑.๖ จัดกิจกรรมให้ครูทั้งสองระดบั ไดท้ ำกจิ กรรมร่วมกนั กบั พ่อแม่ ผปู้ กครองและเดก็ ในบางโอกาส ๑.๗ จัดกิจกรรมปฐมนเิ ทศพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างน้อย ๒ ครั้ง คือ ก่อนเด็กเข้าเรียนระดับปฐมวยั ศกึ ษาและก่อนเด็กจะเลื่อนขนึ้ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เพือ่ ให้พอ่ แม่ ผู้ปกครองเขา้ ใจ การศกึ ษาทั้งสองระดับและ ใหค้ วามรว่ มมอื ในการชว่ ยเดก็ ใหส้ ามารถปรับตัวเข้ากบั สภาพแวดล้อมใหมไ่ ด้ดี ๒. ครรู ะดบั ปฐมวัย ครูระดบั ปฐมวยั นอกจากจะตอ้ งศกึ ษาทำความเข้าใจหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย และจัดกิจกรรมพัฒนา เดก็ ของตนแลว้ ควรศกึ ษาหลกั สตู รการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน การจัดการเรยี นการสอนในชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๑ และ สร้างความเข้าใจให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรอืน่ ๆ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กในการปรับตวั ก่อนเลือ่ นขึ้นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ โดยครอู าจจัดกิจกรรมดังตวั อยา่ งต่อไปน้ี ๒.๑ เก็บรวบรวมขอ้ มูลเกีย่ วกบั ตวั เด็กเป็นรายบคุ คลเพ่ือส่งต่อครูชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ซงึ่ จะทำให้ ครรู ะดับประถมศึกษาสามารถใช้ข้อมูลนัน้ ชว่ ยเหลือเดก็ ในการปรับตัวเข้ากบั การเรยี นรใู้ หม่ตอ่ ไป ๒.๒ พูดคุยกับเด็กถึงประสบการณ์ที่ดีๆ เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เพ่ือใหเ้ ดก็ เกดิ เจตคตทิ ่ดี ตี อ่ การเรียนรู้ ๒.๓ จัดใหเ้ ด็กได้มโี อกาสทำความรู้จักกับครูตลอดจนสภาพแวดลอ้ ม บรรยากาศของห้องเรียนชั้น ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ท้ังท่อี ยู่ในสถานศกึ ษาเดยี วกันหรือสถานศึกษาอน่ื ๓. ครูระดับประถมศึกษา ครูระดับประถมศึกษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเด็กปฐมวัยและมีเจตคติที่ดีต่อการจัด ประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาจัดการเรียนรู้ในระดับช้ัน ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ของตนให้ตอ่ เนอ่ื งกับการพฒั นาเดก็ ในระดบั ปฐมวยั ดงั ตัวอย่าง ตอ่ ไปน้ี ๓.๑ จัดกิจกรรมใหเ้ ด็ก พ่อแม่ และผู้ปกครอง มีโอกาสได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกบั ครูและห้องเรียน ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ กอ่ นเปิดภาคเรียน ๓.๒ จัดสภาพห้องเรียนให้ใกล้เคียงกบั ห้องเรียนระดับปฐมวัย โดยจัดให้มีมมุ ประสบการณ์ภายใน ห้องเพ่อื ใหเ้ ดก็ ไดม้ ีโอกาสทำกจิ กรรมได้อยา่ งอิสระเช่น มุมหนังสอื มุมของเลน่ มมุ เกมการศกึ ษา เพือ่ ช่วยให้เด็ก ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ไดป้ รับตวั และเรยี นรูจ้ ากการปฏิบัติจรงิ ๓.๓ จดั กิจกรรมรว่ มกันกบั เดก็ ในการสรา้ งขอ้ ตกลงเกยี่ วกับการปฏิบัตติ น ๓.๔ เผยแพรข่ า่ วสารด้านการเรียนรู้และสร้างความสัมพนั ธท์ ่ดี กี ับเดก็ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง และชุมชน
๑๑๑ ๔. พอ่ แม่ ผู้ปกครองและบคุ ลากรทางการศึกษา พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาต้องทำความเข้าใจหลักสูตรของการศึกษาทั้งสองระดับ และเขา้ ใจวา่ ถงึ แมเ้ ด็กจะอยใู่ นระดับประถมศึกษาแล้วแต่เดก็ ยงั ต้องการความรักความเอาใจใส่ การดแู ลและการ ปฏสิ ัมพันธ์ทไ่ี ม่ไดแ้ ตกต่างไปจากระดบั ปฐมวัย และควรให้ความรว่ มมือกับครูและสถานศกึ ษาในการช่วยเตรียม ตวั เด็ก เพื่อใหเ้ ด็กสามารถปรับตวั ได้เรว็ ยิ่งขนึ้ การกำกบั ตดิ ตาม ประเมนิ และรายงาน การจัดสถานศึกษาปฐมวัยมีหลักการสำคัญในการให้สังคม ชุมชน มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและ กระจายอำนาจการศึกษาลงไปยังท้องถิ่นโดยตรง โดยเฉพาะสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็น ผู้จัดการศึกษาในระดับนี้ ดังนั้น เพื่อให้ผลผลิตทางการศึกษาปฐมวัยมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์และสอดคลอ้ งกับความต้องการของชุมชนและสังคมจำเป็นตอ้ งมีระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินและ รายงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษา เห็นความก้าวหน้า ปญั หา อุปสรรค ตลอดจนการให้ความรว่ มมือช่วยเหลือ ส่งเสรมิ สนบั สนุน การวางแผน และดำเนินงานการจัด การศึกษาปฐมวัยใหม้ ีคุณภาพอย่างแท้จริง การกำกับ ติดตาม ประเมินและรายงานผลการจัดการศึกษาปฐมวัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ บริหารการศึกษาและระบบการประกันคุณภาพที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย สร้างความมั่นใจให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยต้องมีการดำเนินการที่เป็นระบบเครือข่าย ครอบคลุมทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกตั้งแต่ระดับชาติ เขตพื้นที่ทุกระดับและทุกอาชีพ การกำกับดูแล ประเมินผลต้องมกี ารรายงานผลจากทุกระดับให้ทุกฝา่ ยรวมทั้งประชาชนทั่วไปทราบ เพื่อนำข้อมูลจากรายงาน ผลมาจัดทำแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของสถานศกึ ษาหรือสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยต่อไป
๑๑๒ ภาคผนวก
๑๑๓ คำสัง่ สำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๗ ท่ี / ๒๕๖๓ เรอ่ื ง แตง่ ตัง้ คณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู รและงานวิชาการสถานศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ********************************* เพื่อให้การบริหารหลักสตู รและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพน้ื ฐานเป็นไปอยา่ งมีประสิทธภิ าพ สอดคล้องกับพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ท่ีกำหนดให้สถานศึกษา ข้นั พื้นฐานมีหน้าท่จี ดั ทำสาระของหลักสตู รเพ่ือความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองทดี่ ขี องชาติ การดำรงชีวิต และ การประกอบอาชีพ ตลอดจนเพ่อื การศึกษาตอ่ ในส่วนที่เกย่ี วกับสภาพของปญั หาในชมุ ชน และสงั คม ภมู ปิ ัญญา ท้องถิน่ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์เพ่ือเปน็ สมาชกิ ทดี่ ีของครอบครัว ชมุ ชน สงั คมและประเทศชาติ และ สอดคลอ้ งกบั ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ ารว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและงานวชิ าการสถานศกึ ษาขั้น พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๔๔ อาศยั อำนาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการ กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๖ และท่แี กไ้ ขเพิม่ เติม จงึ แต่งตัง้ คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู ร และงานวิชาการ สถานศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน โรงเรียนวดั พรหมเทพาวาส ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ ดังนี้ ๑. นายปรินทร์ ศรีษะเนตร ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวดั พรหมเทพาวาส ประธานกรรมการ ๒. นายแสน แยม้ ศรี ประธานกรรมการสถานศึกษาฯ ทป่ี รึกษา ๓. นางสุวารี ไวยวุฒนิ ันท์ ครูชำนาญการพเิ ศษ ผูท้ รงคณุ วฒุ ิ ๔. นางสาวละออง มุง่ แซกกลาง หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กรรมการ ๕. นางสาวจรรยา สวามชี ัย หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ กรรมการ ๖. นางอุไร ภายสันใจ หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ กรรมการ ๗. นางสาวละออง ม่งุ แซกกลาง หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษาฯ กรรมการ ๘. นางสาวศิรกิ าญจน์ ร่งุ เป้า ผชู้ ว่ ยหวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษาฯ กรรมการ ๙. นายสพุ รรณ ตะบุบผา หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษา และพลศกึ ษา กรรมการ ๑๐. นางสาวสวุ ารี ไวยวฒุ ินันท์ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ กรรมการ ๑๑. นายพสิษฐ์ นาหวา่ น หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยี กรรมการ ๑๒. นางสาวธนพร คำสวัสด์ิ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กรรมการ ๑๓. นางสาวจรรยา สวามีชยั หวั หนา้ งานกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน กรรมการ ๑๔. นางสาวสคุ นธลักษณ์ คำไทยหวั หนา้ ครผู สู้ อนระดบั ปฐมวยั กรรมการ ๑๕. นางสาวฑณั ทกิ า อิฐไธสง ผ้ชู ว่ ยครูผู้สอนระดับปฐมวัย กรรมการ ๑๖. นางสาวละออง ม่งุ แซกกลาง หัวหนา้ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ กรรมการและเลขานุการ
๑๑๔ คณะกรรมการดำเนนิ การ มหี น้าท่ีและดำเนินการจดั การตามขั้นตอนทก่ี ำหนด ดังนี้ ๑. วางแผนการดำเนินงานวิชาการ กำหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและแนว ทางการจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) และสภาพเศรษฐกิจ สังคม ศลิ ปวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ๒. จัดทำคู่มือการบริหารหลักสูตร และงานวชิ าการของสถานศกึ ษา นิเทศ กำกับ ติดตาม ใหค้ ำปรึกษา เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวให้สอดคล้อง และเป็นไปตามหลกั สูตรการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน ๓. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกบั การพฒั นาหลักสูตร การจัดกระบวน การเรียนรู้ การวัด และประเมินผลและการแนะแนวใหเ้ ป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดำเนนิ การของหลกั สตู ร ๔. ประสานความรว่ มมือจากบุคคล หนว่ ยงาน องคก์ รต่าง ๆ และชมุ ชน เพอื่ ใหก้ ารใช้หลักสูตรเป็นไป อยา่ งมปี ระสิทธิภาพและมคี ุณภาพ ๕. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องและนำ ขอ้ มูลปอ้ นกลบั จากฝา่ ยต่าง ๆ มาพจิ ารณาเพือ่ ปรับปรุงและพัฒนาหลกั สตู รของสถานศึกษา ๖. สง่ เสริมสนับสนุนการวิจัยเกย่ี วกบั การพฒั นาหลกั สูตร และกระบวนการเรียนรู้ ๗. ติดตามผลการเรียนของนกั เรยี นเปน็ รายบุคคล ระดับช้นั และชว่ งช้ัน ระดับวชิ า กลุ่มวชิ า ในแตล่ ะปี การศึกษา เพือ่ ปรับปรงุ แกไ้ ข และพัฒนาการดำเนินงานดา้ นตา่ ง ๆ ของสถานศึกษา ๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดับ สถานศึกษาในรอบปีทผ่ี ่านมา แลว้ ใชผ้ ลการประเมิน เพ่อื วางแผนพฒั นาการปฏิบัตงิ านของครูและการบริหาร หลกั สูตรปีการศึกษาต่อไป ๙. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนา คุณภาพนักเรยี นต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลกั สตู รระดบั เหนอื สถานศึกษา สาธารณชน และผู้เก่ียวขอ้ ง ๑๐. ให้ดำเนินการประชุมคณะกรรมการอยา่ งน้อยภาคเรียนละ ๒ คร้ัง ทั้งน้ใี หผ้ ไู้ ด้รบั การแตง่ ต้ังปฏบิ ัตหิ นา้ ทที่ ่ีได้รบั มอบหมายอย่างมปี ระสิทธภิ าพ และบรรลุตามวตั ถุประสงค์ ที่ตั้งไว้ ตัง้ แตบ่ ดั น้เี ปน็ ต้นไป สั่ง ณ วนั ที่ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (ลงช่อื ) (นายประกจิ พ่มุ พฤกษ์) ผอู้ ำนวยการสำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต ๗
๑๑๕ แบบตรวจสอบหลักสูตรสถานศกึ ษาระดับปฐมวัยก่อนการนำหลักสตู รไปใช้ โรงเรยี นวัดพรหมเทพาวาส ตำบลหวั ป่า อำเภอพรหมบรุ ี จังหวัดสิงหบ์ ุรี สำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสิงห์บุรี คำช้แี จง แบบตรวจสอบหลักสูตรศึกษาปฐมวัยฉบับนี้ เป็นแบบสำรวจความคิดเห็นที่ใช้เป็นเครื่องมือในการ ตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัยกอ่ นนำหลกั สูตรไปใชแ้ ละให้ผู้มสี ่วนเกยี่ วขอ้ งของสถานศึกษาทำ หน้าที่ตรวจสอบ เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอนปฐมวัย คณะกรรมการสถานศึกษา / คณะกรรมการบริหาร โรงเรยี น ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ผู้แทนผปู้ กครอง และผูแ้ ทนชุมชน เป็นต้น กรณที ีส่ ถานศกึ ษามีความตอ้ งการในการตรวจสอบคุณภาพหลกั สูตร โดยใช้วธิ กี ารในการรวบรวมความ คิดเห็นดว้ ยวิธีการอน่ื ๆ เช่น การประชุมสนทนากลุ่ม การประชมุ กลุ่มยอ่ ย ตอนที่ ๑ ข้อมูลทว่ั ไปของผใู้ หข้ ้อมูล ๑. เพศ ชาย หญงิ ๒. อายุ ๒๐ – ๔๐ ปี ๔๑ – ๕๐ ปี ๕๑ - ๖๐ ปี มากกวา่ ๖๐ ปี ๓. สถานะ/ตำแหนง่ หน้าท่ี ครูปฐมวยั ผแู้ ทนคณะกรรมการสถานศึกษา ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ผู้แทนชุมชน อ่ืนๆ โปรดระบุ................. ผทู้ รงคณุ วุฒิ ผู้แทนผู้ปกครอง ผ้แู ทนครู
๑๑๖ ตอนที่ ๒ การตรวจสอบคุณภาพหลักสตู รศกึ ษาปฐมวัยกอ่ นนำไปใช้ โปรดระบุเครือ่ งหมาย √ ในชอ่ ง ใช่/ไม่ใช่ และบันทึกความคดิ เห็นในขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม ท่ี รายการ ใช่ ไม่ใช่ ข้อเสนอแนะ เพิ่มเตมิ ๑ ปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวยั ของสถานศกึ ษา ๑.๑ แสดงแนวคดิ และความเชื่อในการจัดการศกึ ษาเพื่อพัฒนา เด็กปฐมวยั ชัดเจน ครบถ้วน ๑.๒ มีความสอดคลอ้ งกับหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ๑.๓ มคี วามเช่ือมโยงกบั ความเช่ือในการจัดการศึกษาเพือ่ พฒั นาเด็กปฐมวัย ๑.๔ ผู้มสี ่วนเกี่ยวขอ้ งทกุ ฝา่ ยมีสว่ นร่วมในการกำหนดปรชั ญา การศึกษา วิสัยทัศน์ พนั ธกจิ เป้าหมาย ๒ ๒.๑ มีความชัดเจนและสอดคล้องกบั ปรชั ญาการศึกษาปฐมวัย ของสถานศกึ ษา ๒.๒ แสดงความคาดหวงั และวธิ กี ารพัฒนาเด็กปฐมวยั ใน อนาคตไดช้ ัดเจน ๒.๓ แสดงถงึ จุดเนน้ อัตลักษณ์ เอกลกั ษณ์ ทต่ี ้องการของ สถานศึกษา ๒.๔ ผู้มสี ่วนเก่ยี วข้องทกุ ฝ่ายมีสว่ นรว่ มในการกำหนด ๒.๕ มกี ารกำหนดเปา้ หมายทีต่ อ้ งการใน เชงิ ปรมิ าณหรอื เชิง คณุ ภาพ ๓ จดุ หมาย ๓.๑ มีความสอดคล้องและครอบคลุมจุหมายของหลกั สตู ร สถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ๓.๒ มีความสอดคลอ้ งกบั ปรชั ญา วสิ ยั ทัศน์ การศกึ ษาปฐมวยั ของสถานศึกษา ๓.๓ มคี วามเป็นไปได้ในการนำไปสู่การ ปฏิบัตติ ามจดุ หมายทก่ี ำหนดในหลกั สตู ร
๑๑๗ ท่ี รายการ ใช่ ไมใ่ ช่ ข้อเสนอแนะ เพมิ่ เติม ๔ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๔.๑ นำมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์และสภาพท่ีพงึ ประสงค์ มากำหนดในหลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัยครบถ้วน ๔.๒ นำมาตรฐานคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงค์และสภาพทพ่ี งึ ประสงคม์ าจดั แบ่งกล่มุ อายุเดก็ และระดับช้นั เรียนไดช้ ดั เจน ครบถ้วน ๕ การจัดเวลาเรียน ๕.๑ มีการกำหนดเวลาเรยี นต่อ ๑ ปกี ารศึกษาไม่น้อยกวา่ ๑๘๐ วัน ๕.๒ มีกำหนดเวลาเรียนแตล่ ะวันไมน่ ้อยกวา่ ๕ ช่ัวโมง ๕.๓ มกี ารกำหนดช่วงเวลาการจัดกิจกรรมประจำวนั เหมาะสม กับวัยและความสนใจของเด็ก ๖ สาระการเรียนร้รู ายปี ๖.๑ มีความ สอดคลอ้ งกบั มาตรฐาน ตวั บง่ ช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ ในแต่ละ ชว่ งวยั ๖.๒ มกี ารกำหนดครอบคลมุ ประสบการณ์สำคัญและสาระที่ ควรเรยี นรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ ๖.๓ มกี ารจัดแบง่ สาระการเรยี นรเู้ หมาะสมกบั ชว่ งเวลาในการ จดั หนว่ ยประสบการณ์ ๗ การจดั ประสบการณ์ ๗.๑ มี กำหนดการจัดประสบการณโ์ ดยใช้หลักการบูรณาการผา่ นการ เลน่ ทีส่ อดคลอ้ งกับพฒั นาการตามวยั ของเดก็ ๗.๒ มรี ูปแบบการจัดประสบการณ์สอดคลอ้ งกับปรัชญา วสิ ัยทศั น์ และจุดหมายของการจดั การศกึ ษาปฐมวยั ๗.๓ มกี ำหนการจดั ประสบการณ์แต่ละชว่ งอายุท่ีเหมาะสมกบั วยั และความสนใจของเด็ก
๑๑๘ ท่ี รายการ ใช่ ไม่ใช่ ข้อเสนอแนะ เพม่ิ เติม ๗.๔ มีกำหนดการจัดประสบการณ์เน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติ ริเริม่ และมสี ่วนรว่ มในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ๗.๕ มีกำหนการจัดประสบการณ์เปิดโอกาสให้เด็กมี ปฏสิ มั พนั ธก์ บั บคุ คล สอ่ื และใชแ้ หล่งการเรียนรู้ท่หี ลากหลาย ๗.๖ มกี ำหนดการจัดประสบการณ์ส่งเสริมให้เด็กมีทักษะชีวิต และการปฏิบัติตนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง ๗.๗ มีกำหนการจัดประสบการณ์สง่ เสรมิ การพฒั นาให้เด็กเป็น คนดี มีวนิ ัย และมคี วามเปน็ ไทย ๘ การจดั สภาพแวดลอ้ ม สือ่ และแหลง่ เรียนรู้ ๘.๑ ระบุแนวการจดั สภาพแวดลอ้ มภายในและภายนอกท่ีเอ้ือ ตอ่ การเรยี นรขู้ องเดก็ ๘.๒ มสี อื่ ท่ีหลากหลาย เหมาะสมและเพยี งพอ ๘.๓ มีแหลง่ เรียนรใู้ นและนอกสถานศกึ ษาท่ีสง่ เสริมพัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็ก ๙ การประเมินพัฒนาการ ๙.๑ มีการประเมินพัฒนาการเด็กครอบคลุมมาตรฐาน คุณลักษณะพงึ ประสงค์ ๙.๒ มีการประเมินพัฒนาการตามสภาพจรงิ ๑๐ การบรหิ ารจดั การหลักสตู ร ๑๐.๑ มีความพรอ้ มด้าน ครู บุคลากร และขอ้ มูลสารสนเทศ ๑๐.๒ มงี บประมาณและทรัพยากรสนบั สนุนเพียงพอ ๑๐.๓ มีการวางแผนการประเมินหลักสูตรสถานศึกษา (ก่อน- ระหวา่ ง-หลังการใช)้ ๑๐.๔ มีแผนการนิเทศ ติดตามการนำหลักสูตรสถานศึกษา ปฐมวัยสู่การปฏบิ ัติ
ท่ี รายการ ใช่ ไม่ใช่ ๑๑๙ ๑๑ การเชือ่ มต่อของการศึกษา ขอ้ เสนอแนะ ๑๑.๑ ผู้บริหารมีการวางแผนและสร้างความเข้าใจแก่ ผู้สอน เพิม่ เตมิ ปฐมวยั ผูส้ อนประถมศึกษาทเ่ี กย่ี วขอ้ ง พอ่ แม่ ผ้ปู กครอง และ ชมุ ชนในการสรา้ งรอยเชอื่ มต่อของหลกั สตู รท้ังสองระดับ ๑๑.๒ ครูผู้สอนปฐมวัยและประถมศึกษามีการและเปลี่ยน และกำหนดแนวทางการทำงานรว่ มกนั ๑๑.๓ มีแนวทางการจัดกิจกรรมให้เด็กปฐมวยั มีความพร้อม ในการเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ของครูผู้สอนร่วมกันด้วย วธิ กี ารหลากหลาย ๑๑.๔ มีการจัดเตรียมข้อมูลสารสนเทศของเด็กปฐมวัย รายบุคคลสง่ ตอ่ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๑ เพือ่ การวางแผนพัฒนา เดก็ รว่ มกัน ข้อเสนอแนะ ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. . ลงชื่อ....................................................ผูต้ รวจสอบ (................................................) ตำแหนง่ .................................................. วนั เดือน ป.ี ............................................
๑๒๐ แบบตรวจสอบหลักสตู รสถานศึกษาระดับปฐมวัยหลังการนำหลังสูตรไปใช้ โรงเรยี นวัดพรหมเทพาวาส สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสิงหบ์ ุรี คำช้ีแจง แบบตรวจสอบหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยฉบับนี้ เป็นแบบสำรวจความคิดเห็นที่ใช้เครื่องมือในการ ตรวจสอบคณุ ภาพหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยหลังการนำหลกั สูตรไปใช้และให้ผ้มู ีส่วนเกี่ยวข้องของสถานศึกษา ทำหน้าที่ตรวจสอบ เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอนปฐมวัย คณะกรรมการสถานศึกษา/คณะกรรมการบริหาร โรงเรยี น ผทู้ รงคุณวฒุ ิ ผ้เู ชีย่ วชาญ ผแู้ ทน ผู้ปกครอง และผ้แู ทนชุมชน ตอนที่ ๑ ขอ้ มูลทัว่ ไปของผู้ให้ขอ้ มูล ๑. เพศ ชาย หญงิ ๒. อายุ ๒๐-๔๐ ปี ๔๑-๕๐ ปี ๕๑-๖๐ ปี มากกวา่ ๖๐ ปี ๓. สถานะ/ตำแหน่งหนา้ ที่ ผบู้ ริหารสถานศึกษา ครปู ฐมวยั ผ้ปู กครอง ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ อื่นๆ โปรดระบุ
๑๒๑ ตอนท่ี ๒ การตรวจสอบคุณภาพหลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัยหลังการนำหลกั สูตรไปใช้ โปรดทำเคร่อื งหมาย✓ตามระดบั คณุ ภาพและใหข้ ้อเสนอแนะเพม่ิ เติม เกณฑ์ระดบั คุณภาพ ระดับคุณภาพ ๓ ดี หมายถงึ สามารถนำหลกั สูตรไปใช้ได้ครบถ้วนและเหมาะสม ระดบั คุณภาพ ๒ พอใช้ หมายถงึ สามารถนำหลักสูตรไปใช้ได้แต่บางประเด็นควรปรบั ปรุง ระดับคณุ ภาพ ๑ ปรับปรุงหมายถงึ ไม่สามรถนำไปใช้ได้เปน็ สว่ นใหญ่ ตอ้ งปรับปรงุ แก้ไข ท่ี รายการ ระดับคุณภาพ ข้อเสนอแนะเพื่อ ๓๒๑ การปรับปรงุ ๑ ปรัชญาการศกึ ษาปฐมวัยของสถานศกึ ษา ๑.๑ แนวคิดและความเชือ่ ของปรชั ญาการศกึ ษาปฐมวัย ชดั เจน ครบถว้ น ๑.๒ ส่งเสริมพัฒนาเด็กตามเป้าหมายหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พ.ศ.๒๕๖๐ ๒ วสิ ยั ทศั น์ พันธกจิ เป้าหมาย ๒.๑ บรรลผุ ลปรัชญาการศึกษาปฐมวัยไดช้ ัดเจน ๒.๒ บรรลุผลตามความคาดหวงั ในอนาคตไดช้ ดั เจน ๒.๓ สอดคล้องจุดเน้น อัตลกั ษณ์ ที่ตอ้ งการของสถานศึกษา ๒.๔ บรรลุตามเป้าหมายที่ต้องการในเชิงปริมาณหรือเชิง คณุ ภาพ ๓ จดุ หมาย ๓.๑ มีความสอดคล้องและครอบคลุมจุดหมายของหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๓.๒ มคี วามสอดคล้องปรัชญา วิสยั ทศั น์ การศกึ ษาปฐมวัยของ สถานศึกษา ๓.๓ นำไปสูก่ ารปฏิบตั ิตามจุดหมายทกี่ ำหนดในหลกั สูตรได้ ๔ มาตรฐานคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๔.๑ นำมาตรฐานคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสภาพที่พึง ประสงคไ์ ปใช้ได้ครบถ้วน ๔.๒ นำมาตรฐานคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสภาพที่พึง ประสงคไ์ ปใช้กบั เด็กทุกกลมุ่ อายุและระดบั ชัน้ เรียนได้ครบถว้ น
๑๒๒ ระดบั คณุ ภาพ ข้อเสนอแนะเพื่อ ท่ี รายการ ๓ ๒ ๑ การปรับปรงุ ๕ การจัดเวลาเรียน ๕.๑ กำหนดเวลาเรยี นต่อ ๑ ปกี ารศึกษาไดเ้ หมาะสม ๕.๒ กำหนดเวลาเรยี นแต่ละวันมคี วามเหมาะสม ๕.๓ กำหนดช่วงเวลาการจัดกิจกรรมประจำวันมีความ เหมาะสม ๖ สาระการเรียนรูร้ ายปี ๖.๑ มีความสอดคล้องกับมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึง ประสงค์ ในแต่ละชว่ งวัย ๖.๒ มีความครอบคลุมประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควร เรียนรู้ ตามหลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ ๖.๓ มกี ารจัดแบ่งสาระการเรียนรไู้ ดเ้ หมาะสม ๗ การจัดประสบการณ์ ๗.๑ ใช้หลักการบูรณาการผ่านการเล่นที่สอดคล้องกับการ พัฒนาการตามวัยของเด็ก ๗.๒ มคี วามสอดคลอ้ งปรัชญา วิสัยทศั น์ และจุดหมายของการ จดั ศกึ ษาปฐมวยั ๗.๓ มคี วามเหมาะสมกับวัยและความสนใจของเด็ก ๗.๔ เน้นให้เด็กลงมือปฏิบัติ ริเริ่มและมีส่วนร่วมในการ ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๗.๕ เปิดโอกาสให้เดก็ มีปฏสิ ัมพันธ์กบั บุคคล สื่อ และใช้แหลง่ เรยี นร้ทู ่ีหลากหลาย ๗.๖ ส่งเสริมให้เด็กทีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามแนวหลัก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๗.๗ ส่งเสรมิ การพฒั นาให้เด็กเป็นคนดี มีวินัย และมีความเป็น ไทย ๘ การจัดสภาพแวดลอ้ ม สือ่ และแหล่งเรียนรู้ ๘.๑ มีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสภาพแวดล้อม ทางจติ ภาพที่เออ้ื ตอ่ การเรยี นร้ขู องเดก็ ๘.๒ มีสือ่ ท่หี ลากหลายเหมาะสม เพยี งพอ ๘.๓ มีแหลง่ เรียนรใู้ นและนอกสถานศึกษาเหมาะสม เพียงพอ ต่อการจัดกจิ กรรม
๑๒๓ ท่ี รายการ ระดับคณุ ภาพ ขอ้ เสนอแนะเพอื่ ๓๒๑ การปรบั ปรุง ๙ การประเมนิ พฒั นาการ ๙.๑ มีการประเมินพัฒนาการเด็กครอบคลุมมาตรฐาน คุณลกั ษณะพึงประสงค์ ๙.๒ มกี ารประเมินพฒั นาการตามสภาพจริง ๙.๓ มีรอ่ งรอยการประเมนิ พัฒนาการเด็ก ๙.๔ มกี ารรายงานผลการประเมนิ พฒั นาการแกผ่ บู ริหาร ผู้ปกครอง หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง ๑ การบริหารจดั การหลกั สูตร ๐ ๑๐.๑ มคี วามพร้อมดา้ น ครู บคุ ลากร และข้อมลู สารเทศ ๑๐.๒ มีงบประมาณและทรพั ยากรเพียงพอ ๑๐.๓ มีการประเมนิ หลักสตู รสถานศกึ ษา ๑๐.๔ มรการนเิ ทศ ตดิ ตามการนำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยสู่ การปฏบิ ตั ิ ๑ การเชอื่ มตอ่ ของการศกึ ษา ๑ ๑๑.๑ ผู้บริหารสร้างความเข้าใจในการสร้างรอยเชื่อมต่อของ หลกั สูตรทัง้ สองระดับ ๑๑.๒ ครูผสู้ อยปฐมวัยและประถมศกึ ษามกี ารแลกเปล่ียนและ ทำงานรว่ มกัน ๑๑.๓ มีการจัดกจิ กรรมให้เดก็ ปฐมวัยมีความพรอ้ มในการเรียน ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ของครูผรู้ ว่ มกันด้วยวธิ กี ารหลากหลาย ๑๑.๔ มีการจัดกิจกรรมให้ความรู้และหรือกจิ กรรมสัมพันธ์ให้ พอ่ แม่ ผ้ปู กครองเขา้ ใจการศึกษาท้งั สองระดบั ข้อเสนอแนะอื่นๆ ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ............................................................................................................. ลงชื่อ..................................................ผตู้ รวจสอบ (……...............………………………….) ตำแหน่ง............................................................. วนั เดอื นปี...................................................
๑๒๔ การประเมินพฒั นาการเด็กปฐมวยั ช้ันอนบุ าลปที ่ี ๒ พฒั นาการดา้ นรา่ งกาย 1. กระโดดขาเดยี วอยู่กบั ที่ได้ วิธกี ารประเมนิ 1. อาสาสมัครนำอบอุ่นร่างกาย 2. ครอู ธิบายและสาธิตวิธีการกระโดดขาเดียว โดยเลน่ เกมนายพรานจบั นกเขา ดังนี้ 2.1ครูขีดวงกลมเส้นผ่าศนู ย์กลาง 4 เมตร 2.2เลือกเด็ก 10 คน คนท่ี 1 เลน่ เป็นนายพราน โดยยกขาข้างใดขา้ งหนง่ึ แล้วกระโดดไปแตะตัว เพื่อนเพอื่ นทเ่ี หลอื อีก 9 คน ให้วิง่ หนีไปไม่ใหแ้ ตะได้ แตต่ ้องอยภู่ ายในวงกลม 2.3ครูและเพอ่ื นทีเ่ หลอื คอยดู 2.4ให้เด็กทุกคนทดลองเลน่ โดยผลัดเปลย่ี นกนั เปน็ นายพราน 3. ครูคอยดแู ละสงั เกตพรอ้ มจดบนั ทกึ ประเมินผลเป็นรายบุคคล 4. สนทนาซักถามความรสู้ ึกและให้เล่นอิสระ 5. ทำความสะอาดรา่ งกายและกลับเข้าชัน้ เรียน เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง กระโดดขาเดียวอยู่กบั ท่ไี ด้ โดยไม่เสียการทรงตวั ปานกลาง หมายถึง กระโดดขาเดยี วอยู่กับท่ไี ด้ แต่หยุดพกั บ่อย ควรเสริม หมายถึง กระโดดขาเดียวได้ แต่เสยี การทรงตวั 2. รับลูกบอลได้ดว้ ยมือทงั้ สองข้าง วิธกี ารประเมนิ 1. อาสาสมัครนำอบอุ่นรา่ งกาย 2. ครูอธิบายและสาธิตวิธีรับลกู บอล ดงั น้ี 2.1ใหเ้ ด็กเข้าแถวเป็นรูปวงกลม 2.2ครโู ยนลูกบอลให้อาสาสมัครรบั ดว้ ยมือท้ังสอง 2.3รอบที่ 1 ครโู ยนลกู บอลให้เดก็ ทกุ คนให้เด็กทดลองรบั เป็นรายบคุ คล รอบท่ี 2 ให้เดก็ รับลูกบอลท่ีครูโยน ครูคอยสังเกตความกา้ วหน้าในการรับลูกบอลของเด็ก 2.4ให้เดก็ เลน่ อสิ ระโดยมเี พื่อนคนหนึ่งเปน็ คนโยนลกู บอล ครูคอยดูและสงั เกตพรอ้ มจดบันทกึ ประเมินผลเปน็ รายบคุ คล 3. สนทนาซักถามความรู้สกึ 4. ใหเ้ ดก็ เลน่ อิสระ 5. ทำความสะอาดร่างกาย เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถึง รับลูกบอลด้วยมอื ทงั้ สองได้ 2 – 3 คร้ัง ปานกลาง หมายถงึ รับลกู บอลดว้ ยมือท้ังสองได้ 1 – 2 ครงั้ ควรเสรมิ หมายถงึ รับลูกบอลไมไ่ ด้แมแ้ ต่ครั้งเดยี ว
๑๒๕ 3. เดนิ ขึน้ ลงบันไดสลับเท้าได้ วิธีการประเมิน 1. อาสาสมัครนำอบอุ่นรา่ งกาย 2. ครอู ธบิ ายและให้อาสาสมัครสาธิตการเดนิ ข้ึนลงบันไดสลบั เท้า 2.1อาสาสมัคร 1 คน เดินขึ้นลงบนั ไดสลบั เท้าโดยไม่จับราวบนั ได 2.2ใหเ้ ดก็ ทุกคนทดลองเดิน 2.3ครคู อยสงั เกตการข้ึนลงบนั ไดสลับเท้าของเด็กเป็นรายบุคคล พรอ้ มบันทึก 3. ซักถามความรู้สกึ ใหเ้ ลน่ อสิ ระ 4. ทำความสะอาดร่างกายและกลับเข้าช้นั เรียน เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถึง เดก็ เดนิ ขึ้นลงบันไดสลบั เท้าได้ ปานกลาง หมายถงึ เดก็ เดนิ ขึน้ ลงบนั ไดสลับเทา้ ได้แต่ชา้ ควรเสริม หมายถงึ เดก็ เดนิ ขนึ้ ลงบันไดสลับเท้าไดช้ ้า และต้องพักเท้ากอ่ นกา้ ว เดิน ตอ่ ไป 4. เขยี นรูปสเี่ หลยี่ มตามแบบได้ วิธกี ารประเมนิ 1. ครูและเดก็ ร่วมสนทนาถงึ รูปสี่เหลีย่ ม 2. ให้เดก็ เขียนรปู สี่เหลยี่ มตามแบบ 3. ครคู อยดูและบรกิ ารวสั ดุ อุปกรณ์ เชน่ กระดาษ สีเทยี น ให้เด็ก 4. เดก็ เขียนรปู สี่เหลยี่ มตามแบบได้ เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ ความสามารถในการเขยี นรปู ส่เี หล่ียมตามแบบ มี มุม มดี ้านท่ี ชดั เจน ปานกลาง หมายถึงความสามารถในการเขียนรูปสีเ่ หล่ยี มตามแบบได้ แตม่ ีมุม มีดา้ น ไม่ชดั เจน ควรเสรมิ หมายถึงในการเขยี นรปู ส่ีเหล่ยี มตามแบบได้ มมี มุ มีดา้ น ไมช่ ัดเจน และบอก วา่ ตัวเองทำอะไร 5. ตัดกระดาษเปน็ เส้นตรงได้ วิธกี ารประเมนิ 1. ครูแจกกระดาษขาว A 4 ท่ีทำเปน็ แนวเส้นตรงมรี อยเส้นประ 2. ให้เดก็ ใช้กรรไกรตัดกระดาษแนวเสน้ ตรงทีม่ ีรอยเส้นประเหลา่ นั้น 3. ครคู อยดแู ละสังเกตความสามารถในการตัดกระดาษ 4. บนั ทึกพฤติกรรมประเมนิ ผลเปน็ รายบุคคล 5. เกบ็ วัสดุอปุ กรณ์เข้าท่ีให้เรียบร้อย
๑๒๖ เกณฑก์ ารประเมิน หมายถึง ตดั กระดาษเป็นเสน้ ตรงได้ดี ดี หมายถึง ตดั กระดาษเป็นเส้นตรงได้ แตม่ รี อยหยัก ปานกลาง หมายถงึ ตัดกระดาษเป็นเสน้ ตรงได้บ้าง แตไ่ ม่ตัดตามแนว ปรบั ปรุง เสน้ ท่ีกำหนด 6. ความกระฉับกระเฉงไมอ่ ยเู่ ฉย วิธีการประเมนิ 1. ครูและเดก็ สรา้ งข้อตกลงร่วมกนั ในการเคลื่อนไหวและจงั หวะ 2. เดก็ ปฏิบตั ิตามอยา่ งคล่องแคลว่ ว่องไว 3. ครคู อยดูและสงั เกตการเคลอ่ื นไหวของเด็ก เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถงึ เด็กสามารถเคล่ือนไหวทกุ ๆ ส่วนของรา่ งกายได้อยา่ งคล่องแคล่วว่องไว ปานกลาง หมายถงึ เดก็ สามารถเคลื่อนไหวทุก ๆ สว่ นของรา่ งกายไดแ้ ตช่ า้ ควรเสรมิ หมายถึง เดก็ สามารถเคล่อื นไหวทุก ๆ ส่วนของรา่ งกายไดช้ า้ ตอ้ งให้ครหู รอื เพ่ือน คอยเตอื น
๑๒๗ การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย ชน้ั อนุบาลปีท่ี ๒ พฒั นาการดา้ นอารมณ์และจิตใจ 1. แสดงออกทางอารมณไ์ ดเ้ หมาะสมกบั บางสถานการณ์ วิธีการประเมนิ 1. ครูเลา่ เรอื่ งราวที่เกย่ี วกบั ความรู้สกึ ความต้องการและอารมณ์ เช่น เจ็บ เหนื่อย หวิ งว่ ง เบ่อื ไม่ ชอบ รัก โกรธ กลัว ดีใจ เสยี ใจ ฯลฯ 2. ครคู อยดแู ละสงั เกตพฤตกิ รรม พรอ้ มประเมนิ ผลเป็นรายบคุ คลหลาย ๆ ครง้ั เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึง เดก็ สามารถแสดงออกทางอารมณ์ไดเ้ หมาะสม กับบางสถานการณ์ท่ีกำหนดได้ถูกต้อง ปานกลาง หมายถึง เดก็ สามารถแสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสม กบั บางสถานการณ์ทีก่ ำหนดได้บางเรอื่ ง ปรบั ปรุง หมายถงึ เดก็ แสดงออกทางอารมณ์ไมส่ อดคล้องกับสถานการณต์ ่าง ๆ 2. เร่ิมรสู้ ึกช่ืนชมความสามารถและผลงานของตนเองและผ้อู ืน่ วธิ กี ารประเมนิ 1. ให้เด็กปฏิบัตกิ จิ กรรมเพือ่ แสดงความสามารถของแต่ละบคุ คล เชน่ การวาดภาพระบายสี การปนั้ ดนิ นำ้ การรอ้ ยลกู ปดั การเลน่ ตามมุม 2. ครคู อยดูและสังเกตพฤตกิ รรม ในขณะที่เดก็ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมร่วมกบั เพอื่ น 3. ครูคอยประเมนิ ผล โดยสงั เกตพฤตกิ รรมจากกิจกรรมอน่ื เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถงึ ชืน่ ชม ยอมรับแสดงความภาคภมู ิใจ และชมผลงานของเพอื่ น ดว้ ยตนเอง และผอู้ ื่น ปานกลาง หมายถงึ ชนื่ ชม ยอมรับแสดงความภาคภมู ิใจ และชมผลงานของตนเอง และผ้อู น่ื โดยมเี พ่อื นหรือครคู อยช้นี ำ ปรบั ปรุง หมายถงึ แสดงสีหน้าท่าทางเฉย ๆ ไมแ่ สดงความคดิ เห็นต่อผลงานของตนเอง และผอู้ ื่น 3. ชอบท้าทายผใู้ หญ่ วิธีการประเมิน 1. ครูเปิดโอกาสให้เดก็ สนทนาด้วยความเป็นกันเอง 2. ครูสังเกตพฤติกรรมเดก็ เปน็ รายบุคคลหลาย ๆ คร้งั เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ เดก็ กลา้ แสดงออกและท้าทายผู้ใหญร่ ว่ มกจิ กรรม ด้วยความสนุกสนาน ปานกลาง หมายถึงเด็กกล้าแสดงออก และท้าทายผใู้ หญ่
๑๒๘ ปรบั ปรงุ หมายถึงเด็กไมก่ ลา้ แสดงออก แมค้ รแู ละเพื่อน ๆ จะคอยกระตุ้น 4. ตอ้ งการใหม้ คี นฟัง คนสนใจ วิธกี ารประเมิน 1. ให้เด็กปฏิบัตติ นตามตารางกิจกรรมประจำวนั ตามหน่วยการเรยี น 2. ครูคอยดแู ลและสังเกตพฤตกิ รรมในการเป็นผนู้ ำ เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ เด็กเลน่ และทำกิจกรรมกบั ผูอ้ ่ืนโดยเรยี กรอ้ งความสนใจ ตลอดเวลา ปานกลาง หมายถึงเด็กเล่นและทำกจิ กรรมกบั ผอู้ นื่ โดยเรียกร้องความสนใจ เปน็ บางเวลา ปรับปรุง หมายถงึ เดก็ เลน่ และทำกิจกรรมกับผู้อน่ื โดยแยกตัวตามลำพงั การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวยั ชั้นอนบุ าลปที ี่ ๒ พัฒนาการดา้ นสังคม 1. แตง่ ตวั ได้ดว้ ยตนเอง ไปหอ้ งสว้ มได้เอง วธิ กี ารประเมิน 1. ใหเ้ ด็กปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามตารางกจิ กรรมประจำวัน 2. ครคู อยดูแลสังเกตความสามารถในการปฏบิ ัติกจิ วัตรประจำวนั ด้วยตนเอง เชน่ การแต่งตัว การเขา้ ห้องนำ้ ห้องส้วม การใช้วสั ดุอปุ กรณ์อย่างคล่องแคล่ว การรบั ประทานอาหาร การช่วยเหลือเพื่อน การชว่ ยเหลอื งานครู การแปรงฟนั การปทู ีน่ อน เก็บท่ีนอน ฯลฯ 3. ครูให้เดก็ ปฏิบตั จิ รงิ เกยี่ วกบั การแตง่ ตัว การไปหอ้ งส้วม โดยครดู ูแล แนะนำ เสริมแรงใหเ้ ดก็ ปฏิบัติ ดว้ ยตนเอง 4. ครปู ระเมินผลโดยสังเกตหลาย ๆ คร้งั ก่อนตดั สินผล เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถงึ ความสามารถในการแตง่ ตวั ไปหอ้ งสว้ มได้ดว้ ยตนเอง ปานกลาง หมายถึงความสามารถในการแต่งตัว ไปหอ้ งส้วมไดโ้ ดยครูและเพอื่ น ชว่ ย ปรบั ปรุงหมายถงึ ความสามารถในการแตง่ ตวั ไปหอ้ งส้วมไดโ้ ดยครูและเพื่อน ชว่ ยเหลือบ่อย ๆ และบางกจิ กรรมทำไม่ได้ 2. เล่นรว่ มกบั คนอ่นื ได้ วิธกี ารประเมิน 1. ครแู ละเด็กรว่ มกันรอ้ งเพลง 2. เด็กปฏิบัตกิ จิ กรรมกล่มุ โดยกลุม่ ท่ีรวมกนั จะสลบั กัน โดยการรวมกลุ่มตามความสนใจ ทำกิจกรรมตาม หน่วยการเรียน การปฏิบัตกิ จิ กรรมเคลอื่ นไหวและจงั หวะ สร้างสรรค์ เลน่ อิสระ กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เกมการศกึ ษา
๑๒๙ 3. ครปู ระเมนิ ผลการทำกิจกรรมของเด็กร่วมกบั เพอ่ื นเปน็ รายบคุ คล โดยการสังเกตหลาย ๆ ครัง้ เพื่อให้ เกิดความแนใ่ จ เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ เดก็ เล่นและทำกจิ กรรมรว่ มกบั ผูอ้ ่นื ไดโ้ ดยไม่ขดั แย้งกันในกล่มุ ปานกลาง หมายถงึ เด็กเล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผ้อู ืน่ ไดบ้ างกิจกรรมโดยไม่มี ข้อขัดแย้งกนั ในกลมุ่ ปรับปรงุ หมายถงึ เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อน่ื ได้ในเวลาจำกัดงานจึงไม่สำเรจ็ 3. รอคอยตามลำดบั ก่อน - หลัง วิธกี ารประเมิน 1. ใหเ้ ด็กปฏิบัติกจิ กรรมตารางกิจกรรมประจำวัน 2. ครูและเดก็ ร่วมกนั สนทนาถงึ ระเบียบวินยั ในการอยรู่ ่วมกันในสังคม 3. เด็กและครรู ว่ มกันอภิปรายถงึ เร่อื งการเข้าแถว การแย่งชิง และการรอคอย 4. ครสู ังเกตพฤติกรรมในการทำกิจกรรม เชน่ การดื่มนม การเข้าห้องนำ้ ห้องสว้ ม การใช้วัสดอุ ุปกรณ์ตา่ ง ๆ จนแน่ใจวา่ รู้จักการรอคอยตามลำดับกอ่ นหลงั เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ เดก็ สามารถรอคอยได้ ปานกลาง หมายถึง เดก็ สามารถรอคอยได้บางโอกาส ปรบั ปรงุ หมายถึง เด็กไม่สามารถปฏบิ ัติตนในการรอคอยได้ 4. แบ่งของให้คนอน่ื วิธกี ารประเมิน 1. ใหเ้ ดก็ ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามตารางกิจกรรมประจำวัน 2. ครูดแู ลและสังเกตพฤติกรรมการช่วยเหลอื เพอื่ นและแบ่งปนั สิ่งของของผู้อืน่ จากกิจกรรมเคลอ่ื นไหวและ จงั หวะ สร้างสรรค์ เสรี เสรมิ ประสบการณ์ กลางแจ้ง เกมการศกึ ษา 3. ครดู แู ลและสงั เกตพฤตกิ รรมการแบ่งปนั ใหผ้ ู้อน่ื เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึงแบง่ ปันของใหค้ นอน่ื เปน็ ประจำดว้ ยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ แบ่งปนั ของให้คนอนื่ ได้โดยการชน้ี ำ ขอรอ้ งจากเพ่อื นและครู ปรบั ปรุงหมายถงึ ไม่ยอมแบง่ ปันของใหค้ นอ่นื เลย แม้เพอื่ นและครจู ะขอร้อง 5. เกบ็ ของเลน่ เข้าทไี่ ด้ วธิ ีการประเมนิ 1. ให้เด็กปฏิบัติกิจกรรมตามตารางกจิ กรรมประจำวัน 2. ครูดูแลและสังเกตพฤติกรรมในการปฏิบัตกิ ิจกรรมประจำวัน เช่น การเลน่ การทำงานรายบุคคล รายกลมุ่ วา่ มกี ารเกบ็ ของเขา้ ท่ีจากการทำกิจกรรมหรอื เล่นเสรจ็ แลว้ หลาย ๆ ครง้ั เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ เด็กสามารถเก็บของเล่นเข้าทไ่ี ด้ทกุ ครัง้ ปานกลาง หมายถงึ เดก็ สามารถเกบ็ ของเล่นเข้าท่ไี ดบ้ างครั้ง ปรบั ปรุงหมายถงึ เด็กไมเ่ กบ็ ของเล่นเลย
๑๓๐ การประเมนิ พัฒนาการเดก็ ปฐมวัย ชัน้ อนุบาลปีที่ ๒ พัฒนาการดา้ นสตปิ ญั ญา 1. จำแนกสงิ่ ตา่ ง ๆ ดว้ ยประสาทสมั ผัสท้ังหา้ ได้ วิธกี ารประเมนิ 1. ครนู ำผ้าหอ่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านใี้ หเ้ ดก็ ดมกลน่ิ - มะนาว , มะกรูด , หัวหอม , กระเทยี ม , น้ำหอม , แอมโมเนยี แล้วบอกกลนิ่ 2. ครูนำแถบบนั ทึกเสยี งมาใหเ้ ดก็ ๆ ฟงั แล้วใหเ้ ด็กบอกเสียง ดังน้ี - ฝนตก , แตรรถ , นกหวีด , ไกข่ นั , ฟา้ รอ้ ง , ฟา้ ผา่ , เสยี งกรง่ิ , เสียงโทรศพั ท์ , เสียงประทดั 3. ครูให้เด็กชิมรสนำ้ ตา่ ง ๆ ดังนี้ - นำ้ เปล่า , นำ้ โซดา , น้ำมะนาว , นำ้ เกลอื , น้ำเชือ่ ม 4. ครนู ำของมาให้เด็กดูตาเปลา่ และปดิ ตาแลว้ ตอบคำถาม ดังนี้ - ตุ๊กตา , บลอ็ กไม้ , นกหวดี , ฉงิ่ 5. ครนู ำวัสดุต่อไปนีม้ าให้เดก็ คลำ และจำแนกพืน้ ผิว - ถวั่ เขียว , กอ้ นหนิ , ข้าวเปลือก , สำลี , บลอ็ กไม้ , ฟองนำ้ เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ เด็กสามารถจำแนกสิง่ ต่าง ๆ ดว้ ยประสาทสมั ผัสทั้งหา้ ได้ 4 ลักษณะด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ เดก็ สามารถจำแนกสงิ่ ต่าง ๆ ดว้ ยประสาทสัมผัสทั้งหา้ ได้ 3 ลกั ษณะด้วยตนเอง แตบ่ างกิจกรรมครแู ละเพ่ือนชนี้ ำ ปรับปรุง หมายถึง เด็กสามารถจำแนกส่งิ ตา่ ง ๆ ด้วยประสาทสมั ผัสทั้งห้าได้ 1 – 2 ลกั ษณะด้วยตนเอง บางกิจกรรมครแู ละเพอ่ื นชีน้ ำ บางกิจกรรมทำไมไ่ ด้ 2. บอกชือ่ และนามสกลุ ของตนเองได้ วิธีการประเมนิ 1. ครแู ละเด็กสนทนาเพือ่ สร้างความคุ้นเคยและใหเ้ ด็กบอกชอื่ นามสกุลตนเอง 2. ครูประเมนิ และบันทกึ ผล เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถึง เดก็ บอกชือ่ และนามสกุลของตนเองไดถ้ กู ต้อง ปานกลาง หมายถงึ เดก็ บอกชื่อหรอื นามสกลุ ไดโ้ ดยครูหรอื เพือ่ นชแ้ี นะ ปรบั ปรุงหมายถึง เดก็ ไมส่ ามารถบอกช่ือหรอื นามสกลุ ได้ แมค้ รูหรือเพ่ือนช้แี นะ 3. พยายามแกป้ ญั หาดว้ ยตนเองหลังจากไดร้ ับคำช้แี นะ วิธกี ารประเมนิ 1. ครูและเดก็ สนทนาตามตารางกิจกรรมประจำวัน 2. ประเมินผลความสามารถของเดก็ ในการพยายามแก้ปญั หาดว้ ยตนเองจากตารางกจิ กรรมประจำวนั และ หน่วยการเรยี น โดยผา่ นการสนทนา ซักถาม สัมภาษณ์ความสามารถในการแกป้ ญั หา และตอบคำถาม ดงั นี้ - ถา้ ดนิ สอของเด็ก ๆ หกั เด็ก ๆ จะทำอย่างไร
๑๓๑ - ถ้าเดก็ ๆ ว่ิงชนคุณครู เด็ก ๆ จะทำอย่างไร - เดก็ ๆ ปวดปัสสาวะ อุจจาระ เดก็ ๆ จะทำอย่างไร - ถ้าเดก็ ๆ เก็บสิ่งของได้ เดก็ ๆ จะทำอย่างไร 3. ครูประเมินผลและบนั ทกึ ผล เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถงึ ความสามารถในการแก้ปญั หาของเด็กประสบผลสำเรจ็ ปญั หา หมดไป ทำได้ราบรื่นบอ่ ย ๆ ตง้ั แต่ 5 คร้ังข้นึ ไปด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ ความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กประสบผลสำเรจ็ ปัญหา หมดไป ทำไดร้ าบรืน่ บ่อย ๆ ตัง้ แต่ 3 - 4 ครง้ั ขึ้นไปดว้ ยตนเอง ปรบั ปรุง หมายถึงความสามารถในการแก้ปญั หาของเดก็ ประสบผลสำเรจ็ ดว้ ยการช้ีนำของครูและเพื่อน ๆ หากปล่อยให้คดิ แกป้ ัญหาเอง เดก็ จะทำไมส่ ำเรจ็ 4. สนทนาโตต้ อบ/เล่าเรอ่ื งเป็นประโยคอย่างต่อเนอื่ ง วธิ กี ารประเมิน 1. เดก็ ปฏิบตั กิ จิ กรรมเลา่ ขา่ วและเหตกุ ารณ์ หรอื ปฏบิ ัติกจิ กรรมตามตารางกิจกรรมประจำวัน เช่น วาด ภาพ ปน้ั ดนิ น้ำมนั เลน่ ตามมมุ และใหน้ ำเสนอผลงาน 2. ครูนำสนทนา ใหเ้ ด็กเล่าเร่ืองเปน็ ประโยคอย่างต่อเนอ่ื ง 3. ครูประเมินและบันทกึ ผล เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถึงเด็กสามารถสนทนาโตต้ อบเล่าเร่อื งเปน็ ประโยคตอ่ เนอ่ื งได้ ปานกลาง หมายถงึ เด็กสามารถสนทนาโต้ตอบเล่าเร่อื งเปน็ ประโยคตอ่ เน่ืองได้ โดยครแู ละเพอื่ นคอยชี้แนะ ปรับปรงุ หมายถงึ เดก็ สามารถสนทนาโตต้ อบเล่าเร่อื งเป็นประโยคต่อเนอื่ งได้ เพียงการตอบคำถามเมอื่ ครถู ามและตอบได้โดยการชีน้ ำของ ครหู รอื เพือ่ น 5. สรา้ งผลงานตามความคดิ ของตนเองโดยมีรายละเอยี ดเพิม่ ข้ึน วธิ ีการประเมนิ 1. เดก็ ปฏิบตั ิกจิ กรรมสร้างสรรค์ เช่น วาดภาพ ปั้นดินน้ำมัน พับสี เปา่ สี พับกระดาษ เปน็ ตน้ 2. ครคู อยดแู ลและบนั ทกึ พฤตกิ รรม พร้อมทง้ั จัดแสดงผลงานของเดก็ เป็นรายบุคคล 3. การประเมินผลโดยการเกบ็ ชิ้นงานคร้ังก่อนเปรียบเทยี บผลงานช้ินปัจจุบัน ดูความกา้ วหน้าของผลงาน เปน็ รายบคุ คล และบันทึกผลการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถึงผลงานทเี่ ด็กสร้างขน้ึ มีความกา้ วหนา้ ขึน้ ตามลำดบั ปานกลาง หมายถึงผลงานท่เี ดก็ สรา้ งข้ึนมีความกา้ วหน้าไมส่ มำ่ เสมอ ดขี ึ้น ลดลง สลับกนั ไป ปรับปรงุ หมายถงึ ผลงานอยทู่ ่ีเดมิ ไมม่ ีการพัฒนาผลงานของตนเอง 6. ร้จู ักใชค้ ำถาม “ทำไม”
๑๓๒ วิธีการประเมิน 1. ครูสรา้ งสถานการณ์หรอื เลา่ นทิ านให้เดก็ ฟงั 2. ให้เด็กสนทนาและใช้คำถาม “ทำไม” 3. ครูดแู ลและสังเกตการใช้คำถาม 4. ครบู ันทึกและประเมนิ ผล เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถึงเดก็ ใช้คำถาม “ทำไม” ได้ด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ เด็กใช้คำถาม “ทำไม” ได้โดยครูและเพ่ือนคอยชีแ้ นะ ปรับปรงุ หมายถึงเด็กใช้คำถาม “ทำไม” ไม่ได้ การประเมินพัฒนาการเดก็ ปฐมวัย ชน้ั อนุบาลปีที่ ๓ พัฒนาการด้านรา่ งกาย 1. กระโดดขาเดียวไปข้างหนา้ อยา่ งต่อเน่ืองได้ วธิ กี ารประเมนิ 1. อาสาสมัครนำอบอ่นุ ร่างกาย 2. ครแู ละอาสาสมัครอธบิ ายและสาธิตการกระโดดขาเดยี ว โดยเกมกระตา่ ยขาเดยี ว ดังน้ี 2.1เลือกเด็ก 5 คน คนท่ี 1 เล่นเปน็ กระต่ายขาเดยี ว โดยยกขาข้างใดข้างหนง่ึ กระโดดไปแตะตวั เพ่อื นใหไ้ ด้ เพ่ือนท่เี หลอื วง่ิ หนไี ปใหแ้ ตะไมไ่ ด้ 2.2ครแู ละเพอ่ื นคอยดู 2.3ใหเ้ ด็กทุกคนทดลองเลน่ โดยผลดั เปลีย่ นกันเปน็ กระตา่ ย 3. ครคู อยดูและสงั เกตพรอ้ มจดบนั ทึกประเมินผลเป็นรายบุคคล 4. สนทนาซกั ถามความรสู้ ึกและใหเ้ ลน่ อสิ ระ 5. ทำความสะอาดร่างกายกลับเข้าช้ันเรยี น เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ กระโดดขาเดียวไปขา้ งหน้าอย่างต่อเนือ่ งได้ โดยไมเ่ สียการทรงตวั ปานกลาง หมายถงึ กระโดดขาเดยี วไปขา้ งหนา้ อยา่ งต่อเนอ่ื งได้ แตต่ ้องหยดุ พัก ปรบั ปรุงหมายถึงกระโดดขาเดยี วไปขา้ งหนา้ ไดไ้ ม่ต่อเน่อื ง เสยี การทรงตัว 2. รับลกู บอลทก่ี ระดอนข้ึนจากพื้นไดด้ ว้ ยมอื ทัง้ สอง วธิ ีการประเมิน 1. อาสาสมัครนำอบอุ่นรา่ งกาย 2. ครูและอาสาสมคั รอธบิ ายและสาธิตวธิ รี บั ลกู บอลดว้ ยมือทัง้ สอง 2.1ให้เดก็ เข้าแถวเป็นรปู วงกลม 2.2ครโู ยนลกู บอลลงพนื้ โดยกะให้ลูกบอลกระดอนขึน้ แลว้ เด็กสามารถรบั ไดด้ ว้ ยมือท้ังสอง 2.3รอบที่ 1 ครโู ยนลูกบอลใหก้ ระดอนหนา้ เดก็ ทุกคน ใหเ้ ด็กรองรบั ลูกบอลเป็นรายบคุ คล รอบท่ี 2 ให้เดก็ รบั ลกู บอลที่ครโู ยน ครคู อยสังเกตความกา้ วหนา้ ในการรบั ลูกบอลของเด็ก
๑๓๓ 2.4ใหเ้ ดก็ เล่นอสิ ระโดยมเี พือ่ นคนหนึ่งเปน็ คนโยนลูกบอลให้กระดอนจากพืน้ ครูคอยดแู ละสังเกต พรอ้ มจดบนั ทึกผลเปน็ รายบคุ คล 3. สนทนาซกั ถามความรูส้ กึ 4. ใหเ้ ดก็ เล่นอิสระ 5. ทำความสะอาดร่างกายแล้วกลับเขา้ ชนั้ เรียน เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง รับลกู บอลได้ 3 – 4 ครง้ั ปานกลาง หมายถงึ รับลูกบอลได้ 1 – 2 ครั้ง ปรับปรุงหมายถงึ รับลกู บอลไมไ่ ด้ 3. เดนิ ขึ้นลงบันไดสลับเท้าไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคลว่ วธิ ีการประเมนิ 1. อาสาสมัครนำอบอ่นุ ร่างกาย 2. ครแู ละอาสาสมัครอธิบายและสาธติ วธิ ีเดินขนึ้ ลงบันไดสลับเท้า ดงั น้ี 2.1อาสาสมัคร 1 คน เดินขน้ึ ลงบันไดโดยไมจ่ ับราวบันได ให้เพือ่ นดแู ละสงั เกต 2.2ให้เดก็ ทดลองปฏบิ ตั ิ 2.3ครคู อยสังเกตการเดนิ ขน้ึ ลงบนั ไดสลับเท้าเปน็ รายบุคคล พรอ้ มจดบนั ทกึ 3. สนทนาซกั ถามความรสู้ ึกและให้เล่นอิสระ 4. ทำความสะอาดรา่ งกายและกลับเขา้ ช้ันเรยี น เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถงึ เดินขึ้นลงบนั ไดสลบั เท้าได้อยา่ งคลอ่ งแคล่ว ปานกลาง หมายถงึ เดินขึ้นลงบนั ไดสลับเท้าได้แต่ช้า ปรับปรุงหมายถงึ เดินข้ึนลงบันไดสลับเท้าไม่ได้ ตอ้ งพักคู่ก่อนกา้ วเดนิ ต่อไป 4. เขยี นรปู สามเหลย่ี มตามแบบได้ วธิ กี ารประเมนิ 1. ครแู ละเดก็ ร่วมสนทนาถงึ รูปสามเหลยี่ ม 2. ใหเ้ ดก็ เขยี นรูปสามเหล่ียมตามแบบโดยครูคอยดแู ล และบริการวสั ดุ อปุ กรณ์ เช่น กระดาษ สเี ทยี น 3. เดก็ เขยี นรปู สามเหลี่ยมไดถ้ กู ตอ้ ง เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถึงความสามารถในการเขยี นรูปสามเหลี่ยมตามแบบมีมุมมีดา้ นทช่ี ัดเจน ปานกลาง หมายถงึ ความสามารถในการเขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบไดแ้ ตม่ ีมุมมีดา้ น ไมช่ ดั เจน ปรบั ปรงุ หมายถึงความสามารถในการเขียนรปู สามเหล่ียมตามแบบไดแ้ ตม่ มี ุม มีด้าน ไม่ชัดเจน และบอกไมไ่ ดว้ า่ ตวั เองทำอะไร
๑๓๔ 5. ตัดกระดาษตามแนวเสน้ โคง้ ท่กี ำหนด วธิ กี ารประเมิน 1. ครแู จกกระดาษรูป 2. ใหเ้ ด็กใชก้ รรไกรตัดกระดาษใหเ้ ปน็ รปู ตามแนวเสน้ 3. ครคู อยสงั เกตความสามารถในการตัดกระดาษ 4. บนั ทึกพฤติกรรมและประเมินผลเปน็ รายบคุ คล 5. เกบ็ วัสดุเข้าทใี่ ห้เรียบรอ้ ย เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถึง ตดั ไดต้ ามแนวเส้น โดยไมม่ ีรอยหยกั เส้นที่ตดั แสดงถงึ ความเชือ่ มน่ั ปานกลาง หมายถงึ ตดั ไดต้ ามแนวเส้นแตม่ ีรอยหยกั ปรับปรุง หมายถึง ตัดไดแ้ ต่ไม่ตดั ตามแนวเสน้ ท่กี ำหนด 6. ใช้กล้ามเนอ้ื เล็กไดด้ ี เช่น ติดกระดมุ ผูกโบวท์ ่นี อน ฯลฯ วิธกี ารประเมนิ 1. ครสู รา้ งขอ้ ตกลงในการแตง่ กาย 2. ให้เดก็ ตดิ กระดุมเสื้อ ผกู โบวเ์ พ่ือเก็บท่นี อน 3. ครูคอยดแู ละสงั เกตการใชก้ ล้ามเน้อื เลก็ 4. บันทกึ พฤตกิ รรมและประเมินผลเปน็ รายบคุ คล 5. เก็บวสั ดอุ ปุ กรณเ์ ข้าท่ีใหเ้ รียบรอ้ ย เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึง ใช้กล้ามเนือ้ เลก็ ไดด้ ี คล่องแคลว่ และรวดเร็ว ปานกลาง หมายถงึ ใชก้ ลา้ มเนื้อเลก็ ได้ แต่ไมค่ ลอ่ งแคลว่ ปรับปรุง หมายถงึ ใชก้ ล้ามเน้อื เล็กไมไ่ ด้ 7. ยืดตวั คล่องแคลว่ วธิ กี ารประเมิน 1. อาสาสมัครนำอบอนุ่ ร่างกาย 2. ครแู ละอาสาสมคั รอธบิ ายและสาธติ วิธเี ดนิ ยรี าฟ ดังน้ี 2.1 ให้เดก็ ยนื บนปลายเทา้ ยนื ใหต้ วั ตรง ชมู อื ท้ังสองให้สงู ทำเป็นยีราฟ เดินโหย่ง ๆ ไปข้างหนา้ ดว้ ย ปลายเท้า 2.2 แบง่ กลมุ่ ให้เดก็ ทดลองเล่น 3. สนทนาซกั ถามความรู้สึก และให้เลน่ อิสระ 4. ครคู อยดูและสังเกตการยดื ตวั 5. บันทึกพฤตกิ รรม ประเมินผลเปน็ รายบุคคล เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ ยดื ตวั ได้คล่องแคล่วและรวดเร็ว ปานกลาง หมายถึง ยดื ตัวไดแ้ ต่ไมค่ ล่องแคลว่ ปรับปรงุ หมายถงึ ยืดตัวไม่ได้
๑๓๕ การประเมินพฒั นาการเดก็ ปฐมวัย ช้ันอนุบาลปีที่ ๓ พฒั นาการด้านอารมณ์และจติ ใจ 1. แสดงอารมณไ์ ดส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์อย่างเหมาะสม วธิ ีการประเมนิ 1. ครแู ละเด็กรว่ มกันท่องคำคลอ้ งจอง “นกกระจบิ นกกระจาบ” 2. ครูและเดก็ รว่ มสนทนาเกย่ี วกบั เนอ้ื หาของคำคลอ้ งจอง 3. ครูเล่านทิ านเรือ่ ง “นกกระจิบ นกกระจาบ” ให้เด็กฟงั 4. สนทนาเก่ยี วกบั เนอื้ หาในนิทาน โดยใช้คำถามนำในการสนทนา 5. ครูคอยสงั เกตการตอบคำถามของเดก็ โดยชว่ ยกันตอบคำถาม 6. ครูประเมนิ ผลการตอบคำถามเกยี่ วกับนิทานของเด็กเป็นรายบุคคล เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึงเดก็ แสดงอารมณ์ได้สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์อย่างเหมาะสม ปานกลาง หมายถงึ เด็กแสดงอารมณไ์ ด้สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์เปน็ บางเรอื่ ง ปรับปรงุ หมายถงึ เดก็ แสดงอารมณไ์ ม่ร้เู รื่อง 2. ชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อ่นื วธิ กี ารประเมนิ 1. ใหเ้ ดก็ ปฏบิ ัติกจิ กรรมเพื่อแสดงความสามารถของแต่ละบุคคล เชน่ วาดภาพระบายสี ปัน้ ดนิ น้ำมัน ฉกี ปะกระดาษ พบั กระดาษ รอ้ ยลกู ปดั เล่นตามมมุ เกมการศกึ ษา ฯลฯ 2. ครดู แู ลและสงั เกตพฤตกิ รรม ในขณะทเ่ี ด็กปฏบิ ัติกิจกรรมร่วมกบั ผอู้ ่นื 3. ครูให้เดก็ แสดงความคิดเหน็ ในผลงานของตนเองและผู้อ่ืน เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ ชนื่ ชม ยอมรับ แสดงความภาคภมู ิใจและชมผลงานของตนเองและผอู้ นื่ ปานกลาง หมายถงึ ช่ืนชม ยอมรับ แสดงความภาคภมู ิใจและชมผลงานของตนเอง และผอู้ ่นื โดยมีเพ่อื นหรอื ครคู อยช้ีนำ ปรบั ปรุงหมายถงึ แสดงสีหน้าเฉย ๆ ไม่แสดงความคดิ เหน็ ตอ่ ผลงานตนเองและผูอ้ น่ื 4. ยดึ ตนเองเปน็ ศนู ย์กลางนอ้ ยลง วิธกี ารประเมนิ 1. ให้เด็กปฏบิ ัติตนตามตารางกจิ กรรมประจำวนั ตามหน่วยการเรยี น เพอ่ื ประเมินการยดึ ตนเองเป็น ศูนยก์ ลางนอ้ ยลง เช่น การเล่น การชว่ ยเหลือ การแบง่ ปัน การรอคอย การเสียสละ ฯลฯ 2. ครดู ูแลและสังเกตพฤติกรรมพรอ้ มทั้งประเมินผลเป็นรายบุคคลหลาย ๆ คร้ัง เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึงยึดตนเองเปน็ ศนู ย์กลางน้อยลง ปานกลาง หมายถงึ ยึดตนเองเป็นศูนยก์ ลางนอ้ ยลงแต่ตอ้ งมคี รแู ละเพอ่ื นๆ คอยช้นี ำ ปรับปรุง หมายถึงยึดตนเองเปน็ ศูนย์กลาง ถึงแมว้ า่ ครแู ละเพ่ือนจะเตือน
๑๓๖ คำคล้องจอง นกกระจิบ นกกระจาบ มีนกสองตวั เกาะอยูบ่ นกง่ิ ไม้ ตวั หนึง่ ช่อื นกกระจบิ จิ๊บ ๆ ๆ ตวั หน่ึงชื่อนกกระจาบ จ๊าบ ๆ ๆ บินไปเจา้ นกกระจิบ จบ๊ิ ๆ ๆ บนิ ไปเจา้ นกกระจาบ จ๊าบ ๆ ๆ บินมาเจ้านกกระจบิ จ๊ิบ ๆ ๆ บนิ มาเจา้ นกกระจาบ จ๊าบ ๆ ๆ นิทานเร่อื งนกกระจบิ นกกระจาบ กาลคร้ังหนง่ึ นานมาแลว้ ยงั มนี กสองตวั เปน็ เพอ่ื นกัน ตวั หนงึ่ ชือ่ นกกระจิบ อกี ตวั หนึ่งช่อื นก กระจาบ นกทง้ั สองตัวเป็นเพอ่ื นทร่ี กั กันมากไปไหนมาไหนด้วยกนั เสมอ วนั หน่ึงขณะทีท่ ง้ั สองกำลงั บินเล่นและบินมาเกาะอย่บู นตน้ ไม้ นกทั้งสองตวั ก็พูดคยุ เสียง ดัง จ๊ิบ ๆ ๆ จา๊ บ ๆ ๆ ตามประสาอยา่ งมีความสขุ ก็มเี ดก็ เกเรคนหนงึ่ ถือหนังสตกิ๊ ใส่ก้อนหนิ พรอ้ มทจี่ ะยงิ มาที่ นกท้ังสองตวั นกกระจิบมองเห็นก่อนจึงรีบกระพอื ปีกบอกเป็นสัญญาณให้นกกระจาบรวู้ ่ามคี นจะทำอันตราย นกทั้งสองรบี บินข้ึนเพอื่ จะหนีใหท้ ัน แตเ่ ดก็ เกเรได้ยิงกระสุนถูกนกกระจาบ นกกระจาบจึงบินไมส่ ะดวก พยายามบินดว้ ยความอดทนและความเจ็บปวดจนมาถึงรัง นกกระจบิ ได้เฝา้ ดูอาการเพ่ือนรกั ตลอดเวลา โดย ออกไปหาอาหารมาปอ้ น จนในท่ีสุดนกกระจาบก็หาย นกทั้งสองร้ดู ีวา่ บริเวณทท่ี ัง้ สองเคยไปนนั้ มีอันตราย ก็ไม่บนิ ไปแถวนั้นอกี เลย เพอื่ ที่จะไดห้ า่ ง จากเด็กเกเรคนนัน้ คำถาม 1. มนี กชื่ออะไรบา้ ง 2. นกทง้ั สองตัวเป็นอะไรกนั 3. ทำไมนกกระจาบจงึ บาดเจ็บ 4. นกกระจาบถูกยงิ ทใ่ี ด 5. ถา้ เดก็ ๆ เจบ็ ขาหรอื เท้า การเดินทางจะเปน็ อย่างไร 6. ถา้ เดก็ ๆ เป็นนกกระจาบ เด็ก ๆ จะรู้สึกอยา่ งไร 7. ถา้ เด็ก ๆ เปน็ นกกระจบิ เด็ก ๆ จะรสู้ ึกอย่างไร เม่ือเหน็ เพ่อื นบาดเจ็บ 8. เดก็ ๆ จะเลือกเป็นตัวละครใด 9. ทำไมจึงเลือกเปน็ ตวั ละครนน้ั 10.เด็ก ๆ ชอบเพอื่ นลักษณะใด
๑๓๗ การประเมินพัฒนาการเดก็ ปฐมวยั ชั้นอนบุ าลปีที่ ๓ พัฒนาการดา้ นสงั คม 1. ปฏิบตั กิ ิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง วิธีการประเมิน 1. ให้เดก็ ปฏิบัติกจิ กรรมตามตารางกจิ กรรมประจำวัน 2. ครคู อยดแู ลสังเกตความสามารถในการปฏบิ ตั ิกจิ วัตรประจำวนั ดว้ ยตนเอง เชน่ การเขา้ ห้องน้ำ ห้องสว้ ม การใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์อยา่ งคลอ่ งแคลว่ การรบั ประทานอาหาร การชว่ ยเหลือเพ่ือน การชว่ ยเหลอื งานครู การแปรงฟัน การปูทน่ี อน เก็บท่นี อน 3. ครปู ระเมินผลโดยสงั เกตหลาย ๆ ครั้ง ก่อนตดั สินผล เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึงความสามารถในการชว่ ยเหลือตนเองในการปฏิบตั ิกจิ วัตรประจำวันได้ด้วย ตนเอง ปานกลาง หมายถงึ ความสามารถในการชว่ ยเหลือตนเองในการปฏบิ ัติกิจวัตรประจำวนั โดยครู และเพือ่ นชน้ี ำ ปรับปรงุ หมายถงึ ช่วยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ัตกิ ิจวัตรประจำวนั โดยครูและเพอื่ นเตือนบอ่ ย ๆ และบางกิจกรรมทำไมไ่ ด้ 2. เลน่ หรือทำงานโดยมจี ุดมุ่งหมายร่วมกนั ได้ วิธีการประเมนิ 1. เด็กปฏบิ ัติกิจกรรมกลมุ่ โดยท่ีกลุ่มจะสลับกันไป รวมกลุ่มตามความสนใจ ตามหนว่ ยการเรยี น ฯลฯ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมต่าง ๆ เช่น เคล่ือนไหวและจงั หวะ สรา้ งสรรค์ เลน่ ตามมมุ กลางแจ้ง เสรมิ ประสบการณ์ เกม การศกึ ษา 2. ครปู ระเมินผลการทำกิจกรรมของเด็กเป็นรายบุคคล โดยสังเกตหลาย ๆ ครงั้ เพื่อใหเ้ กิดความแน่ใจ เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ เด็กสามารถเล่นหรอื ทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื ไดท้ ุกกิจกรรมโดยไมม่ ขี อ้ ขัดแยง้ กบั สมาชิก ในกลมุ่ ปานกลาง หมายถึง เดก็ สามารถเล่นหรอื ทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื ไดบ้ างกิจกรรมโดยไม่มขี ้อขัดแย้งกับสมาชิก ในกลุ่ม ปรบั ปรงุ หมายถึง เลน่ หรอื ทำงานร่วมกบั ผ้อู ่ืนไดบ้ างกิจกรรมแตม่ ีขอ้ ขัดแย้งบา้ งทำใหง้ านทีม่ ี จดุ ม่งุ หมายรว่ มกันไมป่ ระสบผลสำเรจ็ 3. พบผใู้ หญร่ จู้ กั ไหวท้ ำความเคารพ วธิ ีการประเมิน 1. ครแู ละเดก็ สนทนาถึงกิจวัตรประจำวนั ทีเ่ ดก็ ดีควรปฏบิ ตั ใิ นแต่ละวัน 2. ครูและเดก็ ร่วมรอ้ งเพลง และสาธิตการไหวท้ ่ีถูกวิธี
๑๓๘ 3. ครูดแู ลและสงั เกตพฤตกิ รรมในขณะอยโู่ รงเรียน ก่อนกลบั บ้าน และติดตอ่ พบปะผใู้ หญ่รู้จกั การไหว้ ทำ ความเคารพ เกณฑ์การประเมิน ดี หมายถึงเดก็ มมี ารยาทในการทำความเคารพ ร้จู ักไหว้ เม่ือพบผ้ใู หญท่ กุ ครัง้ สามารถปฏิบัติได้โดยไมม่ ผี ชู้ นี้ ำ ปานกลาง หมายถึงเดก็ มีมารยาทในการทำความเคารพ รจู้ กั ไหว้ เม่ือพบผู้ใหญ่ เปน็ บางคร้งั โดยมีผู้ชีน้ ำ ปรับปรุงหมายถึงเดก็ ไมท่ ำความเคารพ ตอ้ งอาศัยผู้ช้นี ำทุกคร้งั 4. รจู้ กั ขอบคุณเม่อื รบั ของจากผใู้ หญ่ วิธีการประเมนิ 1. ครูและเด็กสนทนาถึงกจิ วัตรประจำวันทเี่ ด็กดีควรปฏบิ ัติในแต่ละวัน 2. ครแู ละเด็กรว่ มรอ้ งเพลง และสาธติ วธิ ีรบั ของจากผใู้ หญ่ 3. ครูดูแลและสังเกตพฤตกิ รรมในขณะอยูโ่ รงเรยี น ก่อนกลับบ้าน และเมอื่ รบั ของจากผู้ใหญ่กล่าวคำว่า ขอบคณุ เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถึง เดก็ มกี ิรยิ ามารยาทท่ดี ี ร้จู ักใช้คำพูดขอบคุณ เมอื่ รบั ของจากผู้ใหญท่ ุกคร้ัง และสามารถปฏิบัติด้วยตนเองโดยไมม่ ผี ้ชู ี้นำ ปานกลาง หมายถงึ เดก็ มีกริ ยิ ามารยาทท่ีดี รจู้ กั ใชค้ ำพูดขอบคุณ เม่ือรับของจาก ผ้ใู หญ่เปน็ บางครัง้ โดยมผี ชู้ ้นี ำ ปรบั ปรุง หมายถึงเดก็ ไมก่ ลา่ วคำขอบคณุ เมอ่ื รับของจากผู้ใหญ่ ต้องอาศัยผูช้ น้ี ำทกุ ครงั้ 5. รบั ผดิ ชอบงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย การ วธิ กี ารประเมนิ 1. ให้เดก็ ปฏิบตั ิงานตามที่ครมู อบหมายจากกิจกรรมและหน่วยการเรียน เช่น เกบ็ ของเข้าที่ ปฏบิ ตั ิตาม คำส่งั งานกลุ่ม งานรายบุคคล งานที่ครูมอบหมาย ฯลฯ 2. ครคู อยดแู ลและสังเกตพฤตกิ รรมพร้อมประเมินผลเป็นรายบุคคลหลาย ๆ ครัง้ เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ ความสามารถในการรับผิดชอบงานท่ีไดร้ ับมอบหมายทนั เวลา และส่งงานทกุ งานดว้ ยตนเอง ปานกลาง หมายถึงความสามารถในการรบั ผิดชอบงานทไี่ ด้รบั มอบหมายทันเวลา และส่งงานทุกงานแต่ครูและเพ่ือน ๆ คอยชีน้ ำ ปรบั ปรงุ หมายถึงปฏบิ ัตงิ านที่ได้รบั มอบหมายไม่ทันเวลา หรือไม่ยอมสง่ งาน ถึงแม้วา่ ครูและเพอื่ นจะเตือน
๑๓๙ การประเมินพัฒนาการเดก็ ปฐมวยั ชน้ั อนบุ าลปีท่ี ๓ พัฒนาการด้านสตปิ ัญญา 1. บอกความแตกตา่ งของกลน่ิ สี เสียง รส รปู รา่ ง จำแนก และจดั หมวดหมูส่ ่ิงของได้ วธิ กี ารประเมิน 1. ครนู ำผ้าหอ่ ส่ิงต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วใหเ้ ด็กดมกล่นิ - มะนาว , มะกรูด , หัวหอม , กระเทียม , น้ำหอม , แอมโมเนยี แลว้ บอกกล่นิ 2. ครูนำสเี ทยี นมาให้เดก็ แยกสี - แดง , นำ้ เงนิ , เขียวแก่ , เขยี วอ่อน , เหลอื ง , มว่ ง , ชมพู , สม้ , ฟา้ , ขาว , ดำ , เทา 3. ครูนำแถบบนั ทึกเสยี งมาใหเ้ ดก็ ๆ ฟงั แลว้ ให้เดก็ บอกเสียง ดงั น้ี - ฝนตก , แตรรถ , นกหวดี , ไก่ขัน , ฟ้ารอ้ ง , ฟ้าผา่ , เสียงกรง่ิ , เสยี งโทรศัพท์ , เสียงปะทัด 4. ครใู ห้เดก็ ชิมรส ดังน้ี - น้ำเปลา่ , น้ำโซดา , น้ำมะนาว , นำ้ เกลือ , นำ้ เช่อื ม 5. ครนู ำไม้บลอ็ กมาให้เด็กบอกรูปร่าง ดังนี้ - สามเหลี่ยม , สเ่ี หล่ยี ม , วงกลม , วงรี 6. ครนู ำก้อนหนิ ใบไม้ เมล็ดพชื ไมบ้ ลอ็ ก สี ให้เด็กจำแนกและจดั หมวดหมู่ เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถึงเด็กสามารถบอกความแตกตา่ งของกล่ิน สี เสียง รส รปู ร่าง จำแนกและจัดหมวดหม่สู ง่ิ ของได้ 4 ลักษณะ ด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ เดก็ สามารถบอกความแตกตา่ งของกลิ่น สี เสียง รส รูปรา่ ง จำแนกและจัดหมวดหมสู่ ิ่งของได้ 3 ลักษณะ ด้วยตนเองได้ บางกิจกรรมครูและเพ่อื นชี้นำ ปรบั ปรงุ หมายถงึ เด็กสามารถบอกความแตกตา่ งของกลน่ิ สี เสียง รส รปู ร่าง จำแนกและจัดหมวดหมู่สิง่ ของได้ 1-2 ลกั ษณะ ดว้ ยตนเองได้ บางกิจกรรมโดยครแู ละเพ่อื นชนี้ ำ บางกิจกรรมทำไมไ่ ด้ 2. บอกชอื่ นามสกุล และอายุของตนเองได้ วธิ ีการประเมนิ 1. ครูนำสนทนาให้เดก็ ตอบ 2. ครใู ห้เด็กบอกช่ือจรงิ ช่ือเล่น นามสกุล อายุของตนเอง 3. ครูประเมนิ และบันทึกผล เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถึงเด็กบอกช่ือ นามสกุล และอายขุ องตนเองได้ถกู ต้องด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถึงเดก็ บอกช่ือ นามสกลุ และอายุของตนเองได้ถกู ต้อง โดยการชนี้ ำของเพื่อนและครู ปรบั ปรุงหมายถึงเดก็ บอกช่อื นามสกลุ และอายุของตนเองได้ ถ้าเพ่อื นและครู ช้แี นะ จะบอกได้ถูกตอ้ งบางคำเท่านนั้
๑๔๐ 3. พยายามหาวธิ ีแก้ปญั หาด้วยตนเอง วิธีการประเมนิ 1. ครูนำสนทนาให้เด็กตอบ 2. ประเมนิ ผลความสามารถของเด็กในการพยายามแกไ้ ขปญั หาด้วยตนเองจากตารางกิจกรรมประจำวนั และหน่วยการเรยี นเรยี นรู้ โดยผา่ นการสนทนา ซกั ถาม สมั ภาษณ์ ความสามารถในการแกไ้ ขปญั หา ดังนี้ - ถ้าเด็ก ๆ ว่งิ ชนเพื่อน ในขณะเคล่อื นไหวร่างกาย เดก็ ๆ จะทำอย่างไร - ถ้าเดก็ ๆ พบคนแปลกหนา้ จะทำอย่างไร - ถ้าเดก็ ๆ อยากเล่นของกบั เพอื่ นคนอืน่ ๆ เดก็ ๆ จะทำอยา่ งไร - ถ้ากระดานล่นื มคี นเล่นมาก ๆ มวี ธิ กี ารอย่างไรทจ่ี ะทำให้เด็ก ๆ เล่นไดท้ กุ คนและรวดเรว็ - ถ้าเดก็ ๆ ดื่มนมแลว้ ทำนมหก เดก็ ๆ จะทำอยา่ งไร - ถ้าไฟดับ เดก็ ๆ จะต้องเข้าไปในห้อง เดก็ ๆ จะทำอยา่ งไร - ถ้าฝนตก เดก็ ๆ จะกลบั บา้ น เดก็ ๆ จะทำอย่างไร 3. ครูประเมินและบนั ทกึ ผล เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ ความสามารถในการแกป้ ัญหาด้วยตนเองประสบผลสำเร็จ ปัญหาหมดไป ทำได้ราบร่ืนบอ่ ย ๆ ครงั้ ต้งั แต่ 10 ครัง้ ขึ้นไป ด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ ความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยตนเองประสบผลสำเร็จ ปัญหาหมดไป ทำได้ราบรน่ื บ่อย ๆ คร้งั ตงั้ แต่ 7 - 8 ครั้งข้นึ ไป ด้วยตนเอง ปรับปรงุ หมายถึงความสามารถในการแก้ปัญหาดว้ ยตนเองประสบผลสำเร็จ ดว้ ยการชีน้ ำของครแู ละเพือ่ น ๆ หากให้คิดแกป้ ญั หาเอง ไมส่ ามารถทำได้ 4. สนทนาโต้ตอบ/เลา่ เปน็ เร่อื งราวได้ วธิ กี ารประเมนิ 1. เด็กปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเลา่ ข่าวและเหตุการณ์ หรอื ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามตารางกิจกรรมประจำวนั เช่น วาด ภาพ ระบายสี ปั้นดินน้ำมนั เล่นตามมมุ ฯลฯ เดก็ ๆ นำผลงานมานำเสนอ 2. ครูนำสนทนา ให้เดก็ ตอบเรอ่ื งราว 3. ครูประเมินและบันทกึ ผล เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถึงเด็กสามารถสนทนาโต้ตอบ/เลา่ เรอ่ื งราวเกย่ี วกับผลงาน ของตนเองได้ด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถงึ เด็กสามารถสนทนาโตต้ อบ/เล่าเรอ่ื งราวเกีย่ วกับผลงาน ของตนเองไดโ้ ดยครแู ละเพ่อื นคอยชี้นำ ปรบั ปรงุ หมายถึงเด็กสามารถสนทนาโต้ตอบ/เลา่ เร่ืองราวไดเ้ พียงการคอยตอบ คำถามเมอื่ ครถู ามและตอบโตไ้ ด้โดยการชี้นำของเพือ่ นและครู
๑๔๑ 5. สร้างผลงานตามความคิดของตนเอง โดยมีรายละเอียดเพิม่ ข้ึนและแปลกใหม่ วิธีการประเมิน 1. เด็กปฏบิ ตั ิกิจกรรมสรา้ งสรรค์ เช่น วาดภาพดว้ ยสเี ทียน สีน้ำ ป้นั ดนิ น้ำมนั พับกระดาษ ประดิษฐ์เศษ วสั ดุ 2. ครูดแู ลและบนั ทกึ พฤติกรรม พรอ้ มจดั แสดงผลงานของเดก็ เป็นรายบุคคล 3. การประเมนิ ผลโดยการเกบ็ ช้นิ งานคร้งั กอ่ นเปรียบเทยี บกบั ผลงานชนิ้ ปจั จุบนั ดูความกา้ วหนา้ ของผลงาน เปน็ รายบคุ คล บนั ทกึ ผล เกณฑ์การประเมนิ ดี หมายถงึ ผลงานทเ่ี ด็กสร้างข้ึนมคี วามก้าวหนา้ ขึน้ ตามลำดับ ปานกลาง หมายถงึ ผลงานที่เดก็ สรา้ งขน้ึ มีความก้าวหนา้ ไม่สมำ่ เสมอ ดขี น้ึ ลดลง สลบั กนั ไป ปรับปรงุ หมายถงึ ผลงานยำ่ อยู่ทเ่ี ดิม ไม่มีการพัฒนาผลงานของตนเอง 6. รูจ้ ักใชค้ ำถาม “ทำไม” “อยา่ งไร” วธิ กี ารประเมิน 1. ครสู รา้ งสถานการณ์หรือเลา่ นิทานให้เดก็ ฟงั 2. ใหเ้ ด็กสนทนาและใช้คำถาม “ทำไม” “อยา่ งไร” 3. ครดู ูแลและสงั เกตการใช้คำถาม 4. ครูบันทึกและประเมนิ ผล เกณฑก์ ารประเมิน ดี หมายถงึ เด็กใช้คำถาม “ทำไม” “อยา่ งไร” ได้ดว้ ยตนเอง ปานกลาง หมายถึงเดก็ ใช้คำถาม “ทำไม” “อยา่ งไร” ไดโ้ ดยครูและเพอ่ื นคอยชี้นำ ปรับปรงุ หมายถึงเดก็ ใช้คำถาม “ทำไม” “อยา่ งไร” ไม่ได้ 7. เรม่ิ เขา้ ใจสิง่ ท่เี ปน็ นามธรรม วธิ กี ารประเมิน 1. เดก็ ปฏบิ ัติกจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ เช่น สำรวจ ทดลอง ค้นคว้า ทัศนศึกษา ฟังอธิบายจาก วิทยากร เด็ก ๆ เข้าใจสง่ิ ทเี่ ป็นนามธรรม 2. ครดู ูแลและบนั ทึกพฤติกรรม 3. บนั ทกึ ผลความกา้ วหน้าเป็นรายบุคคล เกณฑก์ ารประเมนิ ดี หมายถงึ เดก็ เรมิ่ เข้าใจส่งิ ที่เปน็ นามธรรมด้วยตนเอง ปานกลาง หมายถึงเด็กเรม่ิ เข้าใจสง่ิ ที่เปน็ นามธรรมด้วยตนเอง โดยการชน้ี ำของเพอ่ื น ปรับปรงุ หมายถงึ เด็กไมเ่ ข้าใจส่งิ ท่เี ป็นนามธรรม 8. นบั ปากเปลา่ ได้ถึง 20 วธิ ีการประเมนิ 1. ครปู ระเมินผลความสามารถในการนบั ปากเปลา่ 1 – 20 จากหน่วยการเรียนรู้และกิจกรรมประจำวัน 2. ครจู ดั สถานการณภ์ ายในหอ้ งเรยี น จากเกมศึกษา ในการรบั รแู้ ละนับปากเปลา่ 1 – 20
๑๔๒ 3. ครสู ังเกตและบนั ทกึ ผล หมายถงึ เด็กนบั ปากเปล่า 1 – 20 ไดด้ ว้ ยตนเอง เกณฑก์ ารประเมนิ หมายถงึ เด็กนับปากเปล่า 1 – 20 ได้ด้วยตนเอง โดยครแู ละเพ่อื นคอย ดี ช่วยเหลอื ปานกลาง หมายถงึ เด็กนบั ปากเปล่า ไดไ้ มเ่ กิน 10 ปรับปรงุ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142