Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 (Assessment for Learning)

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 (Assessment for Learning)

Published by Guset User, 2022-08-17 04:18:36

Description: หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 (Assessment for Learning)

Search

Read the Text Version

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 PPTTemplate download:www.1ppt.com/moban/ industryPPTtemplate:www.1ppt.com/ha ngye/ festivalPPTtemplate:www.1ppt.com/jier i/ PPTFootage download:www.1ppt.com/sucai/ PPTBackground picture:www.1ppt.com/beijing/ PPTChart download:www.1ppt.com/tubiao/ outstandingPPTDownload:www.1ppt.com/xiaza i/ PPTtutorial: www.1ppt.com/powerpoint/ Wordtutorial: www.1ppt.com/word/ Exceltutorial:www.1ppt.com/excel/ Download:www.1ppt.com/ziliao/ PPTCourseware Download:www.1ppt.com/kejian/ Fan Wen Download:www.1ppt.com/fanwen/ Test paper download:www.1ppt.com/shiti/ Lesson Plan Download:www.1ppt.com/jiaoan/ PPTforum:www.1ppt.cn ก า ร ส ร้ า ง เ ค รื่ อ ง มื อ แ ล ะ ก า ร ต ร ว จ ส อ บ คุ ณ ภ า พ ข อ ง เ ค รื่ อ ง มื อ ก า ร ป ร ะ เ มิ น เ พ่ื อ ก า ร เ รี ย น รู้ แ ล ะ ส ม ร ร ถ น ะ ข อ ง ผู้ เ รี ย น

เครื่องมือปรTะHเEมBUนิ LSOเEพGNOEอ่ื SพS Pฒั LAนNาการเรียนรู้ และสมรรถนะของผู้เรียน แบบทดสอบ แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสมั ภาษณ์ แบบประเมนิ แฟม้ สะสมงาน แบบประเมนิ การบา้ นและ แบบประเมินตามกล่มุ ภาคปฏบิ ตั ิ การมอบหมายงาน ผู้มีสว่ นเกีย่ วขอ้ ง

ข้นั ตอนการสรา้ งเครื่องมือ 6. หาคุณภาพของเครื่องมือ 1. กาหนดจดุ มุ่งหมายและสมรรถนะ ท่ีตอ้ งการวัดประเมนิ 5. สรา้ งเครอ่ื งมือวดั และ 06 01 ประเมินตามจุดมงุ่ หมายและ 05 02 2. วิเคราะหส์ มรรถนะและพฤตกิ รรม ที่ต้องการวดั และประเมิน สมรรถนะ 04 03 3. นิยามตวั ช้วี ดั สมรรถนะและ 4. เลือกเครื่องมือวดั และประเมิน พฤตกิ รรมที่ต้องการวดั ประเมิน ใหช้ ดั เจน

LOGO แบบทดสอบTHE BUSENESS PLAN ความหมาย แบบทดสอบ หมายถงึ ชดุ ของคาถามหรือกลุ่มงานทใ่ี ช้เป็นส่ิงเรา้ ในการวดั คุณสมบัติใด คณุ สมบัตหิ น่งึ ของบุคคลทม่ี งุ่ วัดความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถภาพทางสมอง ด้านตา่ ง ๆ ของผ้เู รยี นหลังเกดิ การเรยี นรู้

ประเภทของแบบทดสอบ 1. แบบ 2. แบบ เลือกตอบ เขียนตอบ - รปู แบบของแบบทดสอบแบบเลือกตอบ - รปู แบบของแบบทดสอบแบบเขียนตอบ - หลักในการเขียนแบบทดสอบแบบเลือกตอบ - หลักในการสรา้ งแบบทดสอบแบบเขียนตอบ

1. แบบทดสอบแบบเลอื กตอบ 1.1 รปู แบบของแบบทดสอบแบบเลอื กตอบ 1. แบบคาตอบเดียว 2. แบบหลายคาตอบ 3. แบบเชงิ ซอ้ น (Complex (Multiple Choice : MC) Multiple Choice : CM) (Multiple-selection/Multiple Response : MS) - คาถามทสี่ ถานการณ์เป็นแบบความเรยี ง - คาถามทีไ่ มไ่ ด้กาหนดจานวนคาตอบ แต่ละข้อจะถามให้ผ้ตู อบพจิ ารณาหรือ - คาถามทส่ี ถานการณเ์ ป็นรปู ภาพ ใหผ้ ู้เรยี นตอบ ประเมนิ ว่าเปน็ ข้อคดิ เหน็ หรอื ข้อเท็จจรงิ หรือ - คาถามท่มี ีการกาหนดจานวนคาตอบ ข้อสรุปจากเรอ่ื งท่ีอ่าน ใหผ้ ้เู รยี นตอบ

1. แบบทดสอบแบบเลือกตอบ เขียนขอ้ คาถามหรือตอนนาใหอ้ ยูใ่ นรูปประโยคคาถามท่สี มบูรณ์ เขยี นขอ้ คาถามให้ชัดเจนและตรงจุดที่จะถาม 1.2 หลกั ในการเขยี น ใชภ้ าษาใหเ้ หมาะสมกบั ระดบั ผเู้ รยี น แบบทดสอบแบบ พยายามหลีกเลย่ี งการใช้คาถามปฏเิ สธหรอื ปฏิเสธซอ้ น ถา้ จาเปน็ ตอ้ งใช้ควรขดี เสน้ เลอื กตอบ ใต้หรือพิมพ์ด้วยตัวหนาตรงคาปฏิเสธนน้ั หลักในการเขียนข้อคาถาม ควรถามในเรื่องทีม่ คี ณุ ภาพต่อการวัดจึงจะเป็นประโยชน์ตอ่ การพัฒนาการเรียนการสอน ควรถามในหลกั วชิ านัน้ อยา่ งเดยี ว พยายามหลกี เล่ยี งคาถามที่แนะคาตอบ ควรถามให้ผู้เรยี นไดใ้ ช้ความคิดหรอื พฤติกรรมทางปญั ญาขนั้ สงู ควรใช้รูปภาพประกอบเป็นตัวสถานการณห์ รอื คาถามหรอื ตวั เลอื กจะทาให้นา่ สนใจยง่ิ ขน้ึ

1. แบบทดสอบแบบเลือกตอบ 1.2 หลักใน เขยี นตัวเลือกให้เป็นเร่ืองราวเดียวกนั เอกพนั ธ์กัน หรอื ประเภทเดียวกนั การเขียนแบบทดสอบ เขยี นตวั เลอื กใหม้ ที ศิ ทางเดียวกนั เพอ่ื ความสะดวกและ ง่ายต่อการพิจารณาของผสู้ อบ แบบเลือกตอบ ในแตล่ ะขอ้ ต้องมีคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งเพยี งคาตอบเดยี ว ยกเว้นแบบเลอื กตอบหลายคาตอบ เขียนตัวถกู และตัวลวงให้ถูกหรอื ผิดตามหลกั วชิ า หลักในการเขียนตวั เลอื ก เขียนตวั เลอื กใหเ้ ป็นอิสระจากกัน โดยไมใ่ ห้ตัวเลือกเปน็ ตวั เดียวกนั มีความหมายสืบเน่ือง สัมพนั ธ์กนั หรือครอบคลุมตวั เลือกอนื่ ๆ เรยี งลาดับตัวเลือกท่เี ป็นตวั เลข โดยอาจจะเรียงจากมากไปหาน้อยหรอื จากนอ้ ยไปหา มาก และเรียงลาดบั ของตัวเลือกตามความสน้ั ยาวของตัวเลือก ใช้ตัวเลือกส้ัน ๆ โดยตดั คาซา้ ออกหรือนาคาซา้ ไปไว้ในตัวคาถาม กระจายตาแหนง่ ตัวถูกในตวั เลอื กทกุ ตวั ให้เทา่ ๆ กันในลกั ษณะสุ่ม (Randomly) ไมใ่ ห้ เปน็ ระบบทีผ่ ูส้ อบจะจับแนวทางไดเ้ พ่ือป้องกันการเดาคาตอบ คาตอบทถี่ กู และคาตอบที่ผดิ ต้องไมแ่ ตกต่างกนั ชัดเจนจนเกินไป

2. แบบทดสอบแบบเขยี นตอบ 2.1 รูปแบบของแบบทดสอบแบบเขียนตอบ 1. แบบจากดั คาตอบหรือตอบแบบ 2. แบบไม่จากดั คาตอบ สน้ั (Restricted Response or หรอื ตอบอยา่ งอิสระ (Unrestricted Shot Essay Item) Response) -จากดั กรอบของเนือ้ หาหรอื แนวทาง -ผสู้ อบมอี สิ ระในการตอบโดยต้องอยใู่ นกรอบของคาถามและ คาตอบ และกาหนดขอบเขตของประเดน็ เวลาทก่ี าหนด ใหต้ อบในเนื้อหาทแ่ี คบลงและส้นั -ขอ้ ดวี ดั ความสามารถระดับการวเิ คราะห์ การสงั เคราะหแ์ ละ การประเมินผลไดเ้ ป็นอย่างดี -ขอ้ ดี วดั ความร้คู วามสามารถท่ี -จดุ อ่อนการควบคุมทิศทางการตอบและการตรวจให้คะแนน เฉพาะเจาะจง

2. แบบทดสอบแบบเขยี นตอบ 2.2 หลกั การสรา้ ง เขียนคาช้ีแจงเกยี่ วกับวธิ ีการตอบใหช้ ัดเจน ระบจุ านวนขอ้ คาถาม เวลาทีใ่ ช้สอบและคะแนนเตม็ แบบทดสอบแบบ ของแตล่ ะขอ้ เขียนตอบ ข้อคาถามต้องพจิ ารณาให้เหมาะสมกบั พื้นฐานความรู้ของผูส้ อบ ถามเฉพาะเรือ่ งท่สี าคัญและเป็นเรอื่ งทแ่ี บบทดสอบแบบเลอื กตอบวดั ไดไ้ มด่ เี ทา่ เนอื่ งจากไม่ สามารถถามไดท้ ุกเนอ้ื หาทเี่ รยี น ถามเกี่ยวกบั การนาไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การแสดงความคดิ เหน็ การวิพากษว์ ิจารณ์ เป็นต้น กาหนดขอบเขตของคาถาม เพ่อื ใหผ้ ู้สอบทราบถงึ จุดมุ่งหมายในการวดั สามารถตอบไดต้ รงประเดน็ การกาหนดเวลาในการสอบจะต้องสอดคลอ้ งกับความยาว และลักษณะคาตอบที่ตอ้ งการระดบั ความยากงา่ ยและจานวนข้อสอบ

2. แบบทดสอบแบบเขยี นตอบ ไมค่ วรใหเ้ ลือกตอบเปน็ บางขอ้ เพราะอาจมกี ารได้เปรียบเสยี เปรยี บกนั เนอ่ื งจากแต่ละขอ้ คาถามจะมี ความยากง่ายไมเ่ ท่ากนั และวัดเนอื้ หาแตกตา่ งกนั รวมทง้ั จะไมย่ ุตธิ รรมกับผู้ท่สี ามารถตอบได้ทกุ ขอ้ ซ่ึงมีโอกาสไดค้ ะแนนเทา่ กับผ้ทู ต่ี อบไดเ้ พียงบางขอ้ 2.2 หลักในการสรา้ ง ถามในเร่อื งที่ผูเ้ รียนต้องนาความร้ไู ปใชใ้ นสถานการณ์ใหม่ แบบทดสอบแบบ เขยี นคาถามใหม้ ีจานวนมากขอ้ โดยจากัดใหต้ อบสน้ั ๆ เพื่อจะไดว้ ัดได้ครอบคลุมเนอื้ หา เตรยี มเฉลยคาตอบและกาหนดเกณฑก์ ารให้คะแนนตามขน้ั ตอนและนา้ หนกั ทตี่ อ้ งการเนน้ เขยี นตอบ เรยี งลาดบั จากขอ้ ง่ายไปหายาก

LOGO ตวั อยTH่าEงBUแSENบESบS PLทANดสอบ

แบบคาตอบเดยี ว (Multiple choice : MC)

แบบหลายคาตอบ (Multiple-selection/Multiple Response : MS)

แบบเชงิ ซ้อน (complex multiple choice : CM)

แบบจากัดคาตอบหรอื ตอบสั้น (Restricted Response or Shot Essay : SE)

แบบขยายคาตอบหรอื ตอบอยา่ งอิสระ (Unrestricted Response or extended Essay : EE)

LOGO แบบสังเกตพฤติกรรมTHE BUSENESS PLAN ความหมาย แบบสังเกตพฤติกรรมเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของบุคคล หรือกลุ่มบุคลล โดยอาศัยประสาทสัมผัสท้ัง 5 ของผู้สังเกต ในการติดตามเฝ้าดูปรากฏการณ์ที่เกิดข้ึนอย่างมีระเบียบวิธี เป็นการค้นหาความจริงของพฤติกรรมบุคคลที่เกิดข้นึ ในทันทีทันใด

ประเภทของแบบสงั เกตพฤติกรรม แบบมี เป็ นการสังเกตทม่ี กี ารกาหนดประเดน็ ไว้ล่วงหน้า ตามวิธีการสร้าง มีการตรวจสอบ โครงสร้าง 1 คุณภาพก่อนนาไปใช้ เครอื่ งมอื ทน่ี ิยมใช้ประกอบการสังเกตมี 2 แบบ คือ แบบไมม่ ี - แบบตรวจสอบรายการ (check list) ชดุ ขอ้ ความท่ีบ่งถงึ พฤติกรรมบคุ ลิกลกั ษณะหรือ โครงสรา้ ง 2 กิจกรรมต่างๆ ไว้ โดยใชว้ ิธีการทาเครอ่ื งหมาย ✓หรอื  ลงหนา้ ขอ้ พฤตกิ รรมนน้ั ๆ - มาตราส่วนประมาณค่า(rating scale) ซง่ึ มีลกั ษณะเป็นชดุ ของคาถามหรอื ขอ้ ความ ท่ีบอกระดบั มากนอ้ ย โดยท่วั ไปนิยมใชต้ ง้ั แต่ 3 ระดบั ขนึ้ ไป ซง่ึ ใชป้ ระกอบการสงั เกต โดยผสู้ งั เกตจะเป็นผบู้ นั ทกึ และบนั ทกึ ผลเอง เป็ นการสังเกตทม่ี เี ฉพาะหวั ข้อในการสังเกต ไม่มีรายละเอียด ผู้สังเกตต้องมีความละเอยี ด ในการสังเกต บนั ทกึ รายละเอียดพฤติกรรมท่ีสงั เกตได้  บนั ทกึ ความรูส้ กึ หรอื ความคดิ เห็นของผสู้ งั เกตลงไป ผสู้ งั เกตตอ้ งทาบญั ชีพฤติกรรมท่ีเป็นการรวบรวมพฤตกิ รรมท่ีสะทอ้ นถึงสมรรถนะท่ีตอ้ งการ ประเมนิ เพ่อื นามาสรุปผลและตดั สนิ ผลตามเกณฑก์ ารตดั สินต่อไป

LOGO ตัวอย่างTHE BUSENESS PLAN แบบสังเกตพฤตกิ รรม • แบบตรวจสอบรายการ

สมรรถนะการดา้ นความสามารถในการแกป้ ัญหา

LOGO ตวั อยา่ งTHE BUSENESS PLAN แบบสังเกตพฤตกิ รรม • แบบมาตราส่วนประมาณค่า

สมรรถนะด้านความสามารถในการแก้ปญั หา

LOGO แบบสัมภาษณ์THE BUSENESS PLAN ความหมาย แบบสัมภาษณ์ เปน็ เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการประกอบการสัมภาษณ์ระหว่างบคุ คล เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อเทจ็ จรงิ ความคิดเห็น ทัศนคติตา่ ง ๆ มี 2 ประเภท ดังน้ี 1. แบบสัมภาษณท์ ี่มีโครงสร้าง เปน็ การสมั ภาษณ์ที่มกี ารกาหนดประเดน็ คาถามอย่างละเอียดไว้ลว่ งหน้า เรียงลาดบั ก่อนหลังอยา่ งเป็นข้ันตอน 2. แบบสมั ภาษณท์ ไ่ี ม่มโี ครงสร้าง เป็นการสัมภาษณ์ที่มกี ารกาหนดประเด็นคาถามไวอ้ ย่างกว้าง ๆ เพียงประเด็นหลกั ๆ สว่ นประเด็นอื่น ๆ จะเพม่ิ เตมิ ระหวา่ งการสนทนา ไม่มกี ารเรียงลาดบั กอ่ นหลัง

LOGO ตวั อย่างTHE BUSENESS PLAN แบบสมั ภาษณท์ ี่มีโครงสร้าง

แบบสมั ภาษณผ์ ้เู รียน : แบบมโี ครงสรา้ ง

LOGO ตัวอยา่ งTHE BUSENESS PLAN แบบสัมภาษณท์ ไ่ี ม่มโี ครงสร้าง ประเด็น แนวคาถาม สมรรถนะการใช้ทักษะชีวติ ใหผ้ ูเ้ รยี นเล่ากิจวตั รประจาวนั ในวันหยดุ ของตนเอง รวมทั้งความชอบและ ความสนใจ

แบบสัมภาษณผ์ ้เู รยี น : แบบไมม่ ีโครงสรา้ ง

แบบประTHเEมBULิSนOEGNOแESSฟPLAม้ N สะสมงาน ความหมาย แบบประเมินด้วยแฟม้ สะสมงาน (PORTFOLIO) เป็นเครอื่ งมือเก็บรวบรวมเอกสาร ตวั อย่างช้ินงาน หลักฐาน ทสี่ ะท้อนถงึ ผลสมั ฤทธ์ิ ความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะ จุดเด่น จดุ ดอ้ ย ความพยายาม ความถนัด และพัฒนาการในการเรียนรู้ของผูเ้ รยี นอย่างมี จดุ มุ่งหมาย โดยผูเ้ รียนเปน็ ผ้คู ดั เลือกผลงาน และเรียบเรียงผลงานไวอ้ ยา่ งมรี ะบบ รวมทงั้ มสี ว่ นร่วมในการประเมนิ ผลงานของตนว่าต้องปรบั ปรุงแก้ไขหรอื ไม่อย่างไร

กระบวนการจดั ทาและพัฒนาแฟม้ สะสมงาน 1 กาหนดจดุ มุ่งหมาย และรปู แบบ (project purposes) รวบรวม และจดั ระบบช้นิ งาน (collect and organize) 2 3 การคดั เลอื กชน้ิ งานสาคญั (select key artifacts) และปรับเปลยี่ นชน้ิ งาน (Inject - Eject to update) 4 (กRาeรfสlะeทcอ้t นmคeวtาaมคcoดิ gคnวitาivมeรlสู้ yกึ )ต่อชิ้นงาน การสร้างสรรคผ์ ลงาน (Interject Personality) และ 5 ประเมนิ ช้นิ งาน/ให้คณุ คา่ (Perfect and Evaluation) 6 การแลกเปลยี่ นประสบการณ์ สร้างความสมั พันธ์ (Connect and Conference)

LOGO องค์ประกTHอEBบUSEขNEอSSPงLAแN ฟ้มสะสมงาน - ปก - ข้อมลู ส่วนตัว - คานา - ช้นิ งาน - สารบญั

องคป์ ระกอบของแฟม้ สะสมงาน : ปก

องคป์ ระกอบของแฟม้ สะสมงาน : คานา

องคป์ ระกอบของแฟม้ สะสมงาน : คานา

องคป์ ระกอบของแฟ้มสะสมงาน : สารบญั

องค์ประกอบของแฟม้ สะสมงาน : ขอ้ มูลสว่ นตวั

องคป์ ระกอบของแฟม้ สะสมงาน : ช้นิ งาน

แบบปรTHะEเBUมLSOEGินNOESภS PLาANคปฏิบตั ิ ความหมาย แบบประเมนิ ภาคปฏิบัติ (Performance Assessment)เป็นเครื่องมือในการวดั และประเมนิ ผล ผู้เรยี นตรงตามสภาพจริง (Authentic Assessment) จากกระบวนการปฏบิ ัตงิ าน (Process) คุณภาพผลงาน (Product) หรือผลผลติ ท่เี ปน็ รปู ธรรม ของผเู้ รียนทีส่ ะท้อนความรู้ ความคิดรวบยอด ความคิดระดบั สงู ลักษณะนิสัยของผเู้ รยี น และทักษะการทางาน ท้งั ในสภาพตามธรรมชาติ หรือ สถานการณ์จาลอง

LOGO เกณฑ์กาTรHEใBหU้คSEะNEแSSนPLนAN(Rubrics) เกณฑ์การใหค้ ะแนน เป็นเคร่ืองมือสาคัญที่ใชใ้ นการประเมนิ ภาคปฏิบัติทสี่ ะทอ้ นทักษะเกีย่ วกับการ ปฏบิ ตั งิ าน (Procedure) และผลงานจากการปฏิบัติ (Product) เพอ่ื กาหนดแนวทางในการตัดสิน อย่างยุติธรรม และปราศจากความลาเอยี งจากผ้ตู รวจให้คะแนน

เกณฑ์การให้คะแนนแบบภาพรวม : Holistic Rubrics

เกณฑ์การให้คะแนนแบบแยกสว่ น : Analytic Rubrics

การบ้านแลTHEะBกULSOEาGNOEรSSมPLAอN บหมายงาน ความหมาย การบ้านและมอบหมายงาน เป็นเครือ่ งมอื ในการประเมินงานหรอื กิจกรรมที่ ครมู อบหมายใหผ้ เู้ รียนได้ทานอกเวลาเรยี นเพอื่ เปน็ การฝึกทักษะ ค้นควา้ หาความรเู้ พมิ่ เติม และใชว้ ่างใหเ้ กิดประโยชน์

ขั้นตอนการออกแบบการบ้านและมอบหมายงาน กาหนดรูปแบบของการบา้ นให้ ศกึ ษาหลกั สตู ร แผนการ สอดคลอ้ งกบั เนือ้ หา สมรรถนะ จดั การเรยี นรูแ้ ละสมรรถนะ ระดบั ชนั้ ของผเู้ รยี น สมรรถนะ 6 ดา้ น สรา้ งแบบบนั ทกึ คะแนนจากการตรวจ กาหนดเกณฑก์ ารประเมินของ การบา้ น และการมอบหมายงาน แบบตรวจการบา้ น/มอบหมาย งาน ตามสมรรถนะแตล่ ะขอ้

LOGO ตัวอย่างการบTHา้ EนBUแSENลEะSSกPLาANรมอบหมายงาน สมรรถนะด้านความสามารถ ในการใชท้ กั ษะชีวิต

สมรรถนะด้านความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

LOGO แบบประเมินTตHEาBUมSEกNEลSSมุ่PLAผNูม้ ีสว่ นเกีย่ วข้อง ความหมาย แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ต า ม ก ลุ่ ม ผู้ มี ส่ ว น เ กี่ ย ว ข้ อ ง เ ป็ น เ ค ร่ื อ ง มื อ ใ น ก า ร ป ร ะ เ มิ น โดยผู้ประเมินประเมินตนเอง และประเมินโดยผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ได้แก่ เพื่อน ผู้ปกครอง ร่วมประเมินในหลายช่วงเวลา ซึ่งสะท้อนผลคุณภาพผู้เรียนและ คณุ ภาพการจัดการเรียนการสอน

การสร้างเครอื่ งมอื เคร่อื งมอื ที่ใช้ในการประเมินตนเอง ประเมินโดยเพื่อน และประเมินโดยผู้ปกครอง แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)

LOGO แบบประเมินTHตE BาUSมENกESลS P่มุLANผ้มู ีส่วนเกีย่ วขอ้ ง แบบตรวจสอบรายการ

ตวั อยา่ งแบบตรวจสอบรายการการประเมนิ ตนเอง

ตวั อยา่ งเคร่อื งมือท่ใี ชต้ รวจสอบรายการการประเมนิ โดยเพ่อื นและผู้ปกครอง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook