อุทัยธานี Uthai Thani
อุทัยธานี เป็นจังหวัดในภาคกลางอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศ เหนือประมาณ 210 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 7,700 ตารางกิโลเมตร และมีอาณาเขตติดต่อกับบริเวณใกล้เคียง ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดนครสวรรค์ ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัด กาญจนบุรีและสุพรรณบุรีสภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่าและภูเขา มี ความลาดเทจากทิศตะวันตก ลงมาทางทิศตะวันออก โดยทางทิศ ตะวันตกจะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ตอนกลางเป็นที่ดอน สลับพื้นที่ราบแบบลูกคลื่น ทิศตะวันออกของจังหวัด พื้นที่ส่วน ใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม จากลักษณะพื้นที่ดังกล่าวทำให้จังหวัด อุทัยธานี ประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำ ด้านทิศตะวันตก และ หากปีใดมีน้ำมาก หรือน้าหลากจะเกิดน้ำท่วมด้านทิศตะวันออก เป็นประจำ
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เขาสะแกกรัง ตั้งอยู่ที่ตำบลอุทัยใหม่อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เป็นภูเขาที่กั้นเมืองอุทัยใน ด้านตะวันตก ยอดเขาสะแกกรังถือว่าเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอุทัยเลยก็ว่าได้ค่ะ และยังเป็นที่ตั้งของ วัดสังกัสรัตนคีรี วัดเก่า แก่ที่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 โดยวัดนี้จะ ประดิษฐานของ พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ปางมารวิชัย อายุ 600 - 700 ปี ที่เป็นพระคู่ บ้านคู่เมืองของอุทัยธานี มาตั้งแต่สมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น หุบป่าตาด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่ถ้ำหินปูน ขนาดใหญ่เป็นป่าในหุบลึกกลางภูเขา บริเวณเขา ห้วยโศกอำเภอลานสักจังหวัดอุทัยธานี กินพื้นที่ ประมาณ 2 ไร่ เศษ ความพิเศษของป่าเล็กๆ ผืนนี้ อยู่ตรงที่สันนิษฐานกันว่าเคยเป็นถ้ำมาก่อนหาก ส่วนที่เป็นหลังคาได้ยุบตัวลงกลายเป็นหุบหรือบ่อ กลางภูเขา มีทางเข้าออกเพียงช่องทางเดียวทำให้ พื้นที่มีระบบนิเวศน์ค่อนข้างปิด มีความชุ่มชื้น ตลอดทั้งปี ทำให้มีพืชบางชนิดเท่านั้นเติบโตได้ ดี….และพืชชนิดนั้นคือต้นตาด อันเป็นที่มาของชื่อ สถานที่นั่นเอง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หรือที่เราเรียกกันย่อๆ ว่า ห้วยขาแข้ง มีพื้นที่ครอบคลุม 6 อำเภอ 3 จังหวัดด้วยกัน คือ อำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก อำเภอ ห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ซึ่งมีการรวม พื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้วย ทำให้ที่นี่เป็น ผืนป่าอนุรักษ์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียง ใต้สภาพป่าในเขตห้วยขาแข้งนั้นเต็มไปด้วยความหลากหลายทาง ธรรมชาติ โดยประกอบด้วยป่าถึง 5 ใน 7 ชนิด ที่พบในเขตร้อน ชื้น ได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าทุ่งหญ้า ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็ง รัง ก่อให้เกิดความหลากหลายของ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ต่างๆ และ ยังมีแมลงต่างๆ อีกมากมาย น้ำตกผาร่มเย็น เป็นสายน้ำสีขาวทิ้งตัวลงมาในป่าทึบอยู่เบื้องล่าง ชาว อุทัยว่าที่นี่เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในจังหวัด เพราะ สายน้ำที่ ไหลลงมานั้นเป็นสายบาง ๆ ตกลงมาตรง ๆ คล้ายสายฝน สายน้ำสีขาวที่ทิ้งตัวลงมาจากป่าทึบอยู่เบื้องล่าง คือภาพ ความงดงามจากธรรมชาติที่คุณสามารถดื่มด่ำได้จากริม ถนน ซึ่งความชุ่มฉ่ำของน้ำตกผาร่มเย็นแห่งนี้ เกิดจาก สายน้ำที่ไหลลงมาเป็นม่านบาง ๆ ดูคล้ายฝนโปรยลงมา ตามหน้าผาดินเขียวครึ้มด้วยมอสเฟิร์นที่ขึ้นอยู่อย่างหนา แน่น ท่ามกลางผืนป่าบริสุทธิ์ให้ความสดชื่น และด้วยเหตุนี้ เองชาวอุทัยธานีจึงยกย่องว่า ที่นี่คือน้ำตกสวยงามที่สุด ของจังหวัดที่คนรักความชุ่มฉ่ำของสายน้ำ
ถ้ำพุหวาย ถ้ำขนาดใหญ่ในเขตวนอุทยานถ้ำเขาวง ตั้งอยู่บนยอดเขาพุหวาย ที่สูง 700 เมตรจาก ระดับทะเลปานกลาง ภายในถ้ำงดงามไปด้วยหินงอกหินย้อยหลากรูปแบบตามแต่เราจะ จินตนาการ โดยโถงแรกนั้นคุณจะพบกับพระพุทธรูปประดิษฐานท่ามกลางบรรยากาศสงบ เงียบภายในถ้ำ จากนั้นค่อย ๆ เดินชมหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปทรง เช่น รูปเจดีย์ อ่างน้ำ โดยเฉพาะรูปน้ำตกหินปูนสุดอลังการนั้น คือไฮไลต์ของถ้ำพุหวายเลยทีเดียว นอกจากนี้การเดินชมจุดต่าง ๆ ภายในถ้ำยังค่อนข้างสบาย เนื่องจากมีอากาศถ่ายเทได้ สะดวก อีกทั้งยังได้ตื่นตากับค้างคาวซึ่งอาศัยอยู่ภายในอีกด้วย การเดินชมถ้ำนั้นสามารถ ติดต่อคนนำทางได้บริเวณปากถ้ำ โดยใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ทางด้าน หลังของถ้ำพุหวาย ยังมีถ้ำเทพมาลี หรือถ้ำพญานาค ซึ่งเป็นถ้ำขนาดเล็ก ค่อนข้างลึก แต่ ก็มีความสวยงามตามธรรมชาติของหินงอกหินย้อยที่คนรักการผจญภัย
แหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม วัดสังกัสรัตนคีรี หมู่บ้านสะแกกรัง สมัยสุโขทัย เรียกว่าอู่ไทย หมายถึงที่อยู่ของคนไทย เป็น เมืองหน้าด่านสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นสมรภูมิสำคัญในการขับไล่พม่าสมัย กรุงธนบุรี ย้ายเมืองอู่ไทยมาไว้ที่บ้านสะแกกรัง จนกลายเป็นชุมชนเติบโตถึง ปัจจุบัน พ.ศ. 2335 - 2342 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่างๆ เมือง อุทัยธานีได้รับ 3 องค์ พระพุทธรูป องค์ที่ 1 นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดขวิด เป็น พระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นพระเนื้อทองสำริด ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 ฝีมือช่างสุโขทัยยุค 2 มีส่วนเศียรกับ ส่วนองค์พระเป็นคนละองค์ เข้าใจว่าคงซ่อมเป็นองค์เดียวกันก่อนนำมาไว้ที่ เมืองอุทัยธานี ต่อมาเมื่อยุบวัดขวิดไปรวมกับวัดทุ่งแก้ว จึงได้ย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปไว้ที่ วัดสังกัสรัตนคีรี และได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียร พร้อมกับ ถวายนามว่า พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์สร้างมาแล้วนาน 214 ปี วัดจันทาราม หรือ วัดท่าซุง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ทุกวันนี้ เรายังคงเห็นวิหารขนาดเล็กเป็นประจักษ์พยานนั้น ซึ่ง ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพพุทธประวัติฝีมือช่าง พื้นบ้านที่สันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นในภายหลัง รวมทั้ง ธรรมาสน์ที่หลวงพ่อใหญ่ ผู้บูรณะวัดแห่งนี้ในสมัยต้น รัตนโกสินทร์ อย่างไรก็ตาม วัดท่าซุงได้รับการพัฒนาขึ้น มากมาย โดยพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) พระเถระผู้มีชื่อเสียง และมีคุณูปการต่อวัดแห่งนี้ ท่านได้ สร้างอาคารต่าง ๆ เช่น พระอุโบสถหลังใหม่ที่ภายใน ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม มีบานหน้าต่างและประตูด้าน ในเขียนภาพเทวดา
วัดถ้ำเขาวง ตั้งอยู่ในอำเภอไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นวัดสวยสุดอันซีน แห่งอุทัยธานีที่ไม่ควรพลาด จุดเด่น คือ วัดเป็นมีเรีอนไทย ประยุกต์สวยงาม สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ตัววัดตั้งอยู่ติดริมเขา ท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี ทิวทัศน์บริเวณรอบๆ ด้านหลังเป็น ภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ นอกจากนี้หน้าวัดยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ และมีสะพานข้าม มีจุดนั่งและยืนชมวิวที่สามารถมองเห็นตัววัด ได้จากสะพานกลายเป็นภาพที่งดงาม พื้นที่โดยรอบเขียวขจี ต้นไม้และสวนสวยงามอยู่ทั่วบริเวณ
เทสกาลงานประเพณี ประจำ จังหวัด ประเพณีตักบาตรเทโว ถือเป็นประเพณีสำคัญในวันออกพรรษาของจังหวัดอุทัยธานี จัด ขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งในวันงานพระสงฆ์ทุกรูปที่ จำพรรษาในอำเภอเมืองอุทัยธานี ประมาณ 500 รูป จะเดินลงบันได เป็นแถวจากยอดเขาสะแกกรัง นำด้วยพระพุทธรูปปางเสด็จจาก ดาวดึงส์ลงมารับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชนที่ ลานวัด โดยสมมติมณฑปบนยอดเขาสะแกกรังเป็น \"สิริมหามายา กุฎาคาร\" ที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์โปรดพระพุทธมารดาแล้วเสด็จ กลับสู่โลกมนุษย์ลงบันได 449 ขั้น ซึ่งถือเป็นบันไดแก้วสู่สังกัสสะ นคร คือ บริเวณวัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งในวันนั้นประชาชนจะแต่งกาย สวยงามและมาร่วมทำบุญกันอย่างพร้อมเพรียง งานแห่เจ้า ของชาวจีนในอุทัยธานี เป็นประเพณีของชาวจีนใน อุทัยธานีที่จะจัดพิธีแห่เจ้าพ่อและเจ้าแม่ ซึ่งประดิษฐาน อยู่ที่ศาลต่างๆ โดยกำหนดวันแห่ตามการครบปีของ เจ้า แต่ละศาล ซึ่งเจ้าบางองค์ 5 ปีถึงจะมีการแห่ครั้งหนึ่ง บางองค์ 12 ปี และบางองค์ 14 ปี ในการแห่เจ้าพ่อปึง เถ่ากง เจ้าพ่อหลักเมืองอุทัยธานีนี้ ในขบวนแห่จะ มีสาว งามถือธงร่วมขบวน ไปตามถนนรอบเมือง และจะมี สิงโตคณะต่างๆ อวยพรตามร้านค้าคนจีนในตลาด ซึ่ง ทุกร้านจะตั้งโต๊ะบูชาไว้ ถ้าเป็นงานของเจ้าแม่ทับทิม \"จุ้ย บ้วยเนี้ยว\" จะมีพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงเจ้าแม่ เมื่อครบ 12 ปี และเข้าทรงกับทำพิธีลุยไฟ
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: