Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรม.ต้น ปรับปรุง 2564

หลักสูตรม.ต้น ปรับปรุง 2564

Published by j.phimwichai, 2021-10-24 03:55:19

Description: หลักสูตรม.ต้น ปรับปรุง 2564

Search

Read the Text Version

๙๗ ตารางวเิ คราะหก์ ารประเมนิ ผลตัวชี้วดั วิชา สงั คมศกึ ษา ๖ รหสั วชิ า ส๒๓๑๐๓ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ ที่ หน่วยการเรียนรู้ เวลา คะแนนที่ประเมนิ มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้ีวดั /สาระการเรียนรู้ เรียน กอ่ น กลาง หลัง ปลาย รวม ๑ กลไกราคาในระบบ ๑. อธิบายกลไกราคาในระบบเศรษฐกจิ ๖ ๔ ๖ - - ๑๐ ๒ ๓- -๕ เศรษฐกจิ ๒ ๓- -๕ ๒ ๓- -๕ ๒ เศรษฐกิจพอเพียงกับ ๒. มีส่วนร่วมในการแก้ปญั หาและพฒั นาท้องถน่ิ ๖ ๑ ๑- -๒ ๒ ๓- -๕ การพัฒนาประเทศ ตาม ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ๑ ๑- -๒ ๓ ๕- -๘ ๓. วเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธร์ ะหวา่ งแนวคดิ ๓ ๕- -๘ เศรษฐกจิ พอเพยี งกับระบบสหกรณ์ - - ๒๓๕ - - ๑๒๓ ๓ บทบาทของรฐั บาลใน ๔. อธบิ ายบทบาทหนา้ ทขี่ องรัฐบาลในระบบ ๖ - - ๒๓๕ การะพฒั นาประเทศ เศรษฐกิจ - - ๑๒๓ ๕. แสดงความคิดเหน็ ตอ่ นโยบายและกจิ กรรมทาง - - ๒๒๔ เศรษฐกจิ ของรัฐที่มีตอ่ บคุ คล กลมุ่ คนและ - - ๑๒๓ ประเทศชาติ ๖. อภิปรายผลกระทบจากภาวะเงินเฟอ้ เงนิ ฝดื ๗. วเิ คราะหผ์ ลเสียจากการว่างงานและแนว ทางแกไ้ ข ๔ การคา้ และการลงทุน ๘. วิเคราะหส์ าเหตแุ ละวธิ ีการกดี กนั ทางการคา้ ใน ๖ ระหวา่ งประเทศ การค้าระหวา่ งประเทศ ๕ การรวมกลมุ่ ทาง ๙. อภปิ รายบทบาทความสำคัญของการรวมกลมุ่ ๖ เศรษฐกจิ ระหวา่ ง ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ ประเทศ ๖ เครอื่ งมอื ทาง ๑๐. ทตี่ ้งั ขนาด และอาณาเขตของทวีปอเมรกิ า ๓ ภูมศิ าสตร์ เหนือและทวีปอเมรกิ าใต้ ๑๑. การเลือกใช้แผนทเี่ ฉพาะเร่ืองและเครือ่ งมือ ทางภูมศิ าสตรส์ ืบค้นขอ้ มูลลักษณะทางกายภาพ ของทวปี อเมรกิ าเหนือ และทวปี อเมริกาใต้ ๗ ทวปี อเมริกาเหนือ ๑๒.วเิ คราะห์ลักษณะทางกายภาพของทวปี ๑๐ อเมริกาเหนือ อเมรกิ าใตโ้ ดยเลือกใชแ้ ผนท่เี ฉพาะ เรือ่ งและเคร่อื งมือทางภมู ิศาสตรส์ บื ค้นข้อมลู ๑๓. สำรวจและระบุทีต่ ง้ั ของกจิ กรรมทาง เศรษฐกจิ และสงั คมในทวีปอเมรกิ าเหนือและทวปี อเมรกิ าใต้ ๑๔. วิเคราะหป์ ัจจยั ทางกายภาพและปจั จยั ทาง สังคมทสี่ ง่ ผลตอ่ ทำเลท่ตี ้งั ของกิจกรรมทาง เศรษฐกิจและสังคมในทวปี อเมรกิ าเหนือและ อเมริกาใต้ ๑๕. สืบ ค้นอภิปรายปัญหาจากปฏสิ ัมพนั ธ์ ระหวา่ งสงิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพกบั มนุษยท์ ่ี เกิดขึ้นในทวปี อเมรกิ าเหนอื และทวปี อเมริกาใต้

๙๘ ท่ี หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชีว้ ดั /สาระการ เวลา คะแนนทปี่ ระเมิน รวม เรยี นรู้ เรยี น กอ่ น กลาง หลัง ปลาย ๘ ทวปี อเมริกาใต้ ๑๖.วเิ คราะห์ลกั ษณะทางกายภาพของทวปี ๙ - - ๒ ๓ ๕ อเมรกิ าเหนือ อเมริกาใต้โดยเลือกใชแ้ ผนที่ เฉพาะเรื่องและเคร่ืองมอื ทางภูมศิ าสตร์สืบคน้ ขอ้ มูล - - ๒๒ ๔ ๑๗. สำรวจและระบุทต่ี ั้งของกจิ กรรมทาง เศรษฐกิจและสงั คมในทวปี อเมริกาเหนือและ ทวปี อเมรกิ าใต้ ๑๘. วเิ คราะห์ปจั จยั ทางกายภาพและปัจจยั ทาง - - ๒๒ ๔ สังคมที่ส่งผลตอ่ ทำเลท่ตี ง้ั ของกจิ กรรมทาง เศรษฐกจิ และสังคมในทวปี อเมริกาเหนือและ อเมรกิ าใต้ - - ๑๑ ๒ ๑๙. สบื คน้ อภิปรายประเดน็ ปญั หาจาก ปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างสงิ่ แวดล้อมทางกายภาพ กบั มนุษยท์ ี่เกดิ ขน้ึ ในทวีปอเมรกิ าเหนือและ ทวีปอเมรกิ าใต้ ๙ ภัยพิบัตทิ าง ๒๐. วเิ คราะห์สาเหตกุ ารเกิดภัยพิบัตแิ ละ ๔ - - ๑ ๓ ๔ ธรรมชาตใิ น ผลกระทบในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกา ทวปี อเมรกิ าเหนือ ใต้ - - ๑๒ ๓ และ ทวีปอเมรกิ า ๒๑. วเิ คราะหแ์ นวทางการจัดการภยั พบิ ัติ ใต้ และการจดั การ ทรัพยากรและสิง่ แวดล้อมใน ทวปี อเมรกิ าเหนอื และ ทวปี อเมริกาใต้ท่ี ยัง่ ยืน ๑๐ ความร่วมมือ ๒๒. ระบุความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศท่ีมีผล ๔ - - ๒ ๓ ๕ ระหวา่ งประเทศที่ ต่อการจดั การ ทรพั ยากรและสง่ิ แวดลอ้ ม มผี ลต่อการจัดการ ทรัพยากรและ ส่งิ แวดลอ้ ม รวม ๖๐ ๒๐ ๓๐ ๒๐ ๓๐ ๑๐๐ การประเมินในรายวชิ านี้ประกอบดว้ ย ๑๐๐ คะแนน ๑. ประเมนิ ผลตามตัวชวี้ ัด ๑๐๐ คะแนน ๒. ประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑๐๐ คะแนน ๓. ประเมนิ ผล การอา่ น เขยี น คิด วเิ คราะห์

๙๙ คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน ส๒๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ............................................................................................................................. ........................................... ศึกษาวเิ คราะห์ เร่ืองราวเหตุการณส์ ำคญั ทางประวัติศาสตร์ การใชว้ ิธีการทางประวัติศาสตร์ ศกึ ษาพฒั นาการทางสังคม เศรษฐกิจและ การเมือง ของภูมิภาคตา่ งๆในโลก วิเคราะห์ผลการเปลยี่ นแปลงท่ีนำไปส่คู วามร่วมมือและความขดั แยง้ ในครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี ๒๐ ตลอดจน ความพยายามในการขจัดปัญหาความขดั แย้ง โดยใช้ กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการคิด กระบวนการสบื คน้ ข้อมลู กระบวนการทางประวัตศิ าสตร์ กระบวนการ ทางสงั คม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปญั หา กระบวนการกลุม่ และโครงงาน เพ่อื ใหม้ คี วามรู้ ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี และมที ักษะในการปฏิบตั งิ าน มคี วามรัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง มุง่ ม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ ทกั ษะการคิดขั้นสูง มีคณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษาชาติ สามารถแข่งขนั ไดใ้ นประชาคมอาเซียน เพอื่ มุ่งสูค่ วามเปน็ มาตรฐานสากล รหสั ตวั ชว้ี ัด ส ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒ ส ๔.๒ ม.๓/๑, ม.๓/๒ รวมท้งั หมด ๔ ตัวช้วี ัด

๑๐๐ โครงสร้างรายวชิ า ส ๒๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๕ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ลำดับที่ ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด เวลา น้ำหนัก (ช่ัวโมง) คะแนน ๑ วิธีการทางประวตั ิศาสตรก์ บั เหตุการณ์ ส ๔.๑ ม.๓/๑ สำคญั ของไทย ส ๔.๑ ม.๓/๒ ๖ ๓๐ ๒ พัฒนาการทางสงั คม เศรษฐกิจและ ส ๔.๒ ม.๓/๑ ๙ ๓๕ การเมืองของภูมิภาคต่างๆในโลก ๓ การเปลี่ยนแปลงทน่ี ำไปส่คู วามรว่ มมอื ส ๔.๒ ม.๓/๒ ๕ ๓๕ และความขัดแยง้ ในคริสตศ์ ตวรรษที่ ๒๐ รวมทั้งส้นิ ตลอดภาคเรียน ๒๐ ๑๐๐

๑๐๑ โครงสรา้ งหนว่ ยการเรียนรู้ รายวชิ า ส๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๕ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ลำดับ ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระการเรยี นรู้ เวลา ที่ ตัวชว้ี ัด (ชว่ั โมง) ๑ วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ ๑.วิเคราะหเ์ รือ่ งราว ๑. ขัน้ ตอนของวธิ กี ารทาง ๖ กบั เหตกุ ารณ์สำคัญของ เหตุการณ์สำคัญทาง ประวตั ิศาสตร์ สำหรบั ศกึ ษา ไทย ประวัตศิ าสตรไ์ ด้อยา่ ง เหตกุ ารณท์ างประวัติศาสตร์ท่ี มีเหตุผลตามวธิ กี าร เกดิ ขึน้ ในท้องถนิ่ ของตน ทางประวัตศิ าสตร์ ๒.นำวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์มา ๒.ใชว้ ิธีการทาง ใชใ้ นการศึกษาเรื่องราวท่ี ประวตั ศิ าสตร์ใน เกี่ยวข้องกบั ตนเอง ครอบครัว การศึกษาเรื่องราว และท้องถ่ินของตน ตา่ งๆท่ตี นสนใจ ๓. วเิ คราะหเ์ หตกุ ารณส์ ำคัญใน สมัยรตั นโกสนิ ทรโ์ ดยวธิ ีการทาง ประวัตศิ าสตร์ ๒ พัฒนาการทางสงั คม ๑.อธบิ ายพฒั นาการ ๑. ทต่ี ้งั และสภาพทางภมู ิศาสตร์ ๙ เศรษฐกจิ และการเมอื ง ทางสังคม เศรษฐกิจ ของภูมิภาคตา่ งๆของโลก(ยกเวน้ ของภูมิภาคต่างๆในโลก และการเมืองของ เอเชีย)ที่มีผลต่อพัฒนาการ ภูมภิ าคต่างๆในโลก โดยสังเขป โดยสงั เขป ๒.พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจและการเมืองของ ภูมภิ าคต่างๆ ของโลก(ยกเวน้ เอเชยี ) โดยสงั เขป ๓.อิทธพิ ลของอารยธรรม ตะวนั ตกที่มผี ลต่อพัฒนาการและ การเปลีย่ นแปลงของสังคมโลก โดยสงั เขป ๓ การเปลี่ยนแปลงท่ี ๑.วิเคราะห์ผลการ ๑.ความรว่ มมือและความขดั แย้ง ๕ นำไปสู่ความร่วมมือและ เปลีย่ นแปลงท่ีนำไปสู่ ในคริสตศ์ ตวรรษท่ื ๒๐ เชน่ ความขดั แย้งใน ความร่วมมือและความ สงครามโลกคร้ังท่ี ๑ คร้งั ที่ คริสตศ์ ตวรรษที่ ๒๐ ขดั แย้งใน “สงครามเยน็ องค์กรความ ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี ๒๐ ร่วมมอื ระหว่างประเทศ ตลอดจนความ พยายามในการขจัด ปัญหาความขัดแยง้ รวม ๒๐

๑๐๒ ตารางวิเคราะหก์ ารประเมินผลตัวชี้วดั รายวชิ า ประวัติศาสตร์ ๕ รายวชิ า ส๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๕ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๑ ชัว่ โมง/สปั ดาห์ ๒๐ ช่ัวโมง/ภาคเรยี น จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ คะแนน ๗๐/๓๐ ที่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั เวลา คะแนนประเมินผล รวม ระหว่าง กลาง ปลาย ๑๕ ๑ วธิ กี ารทาง ๑.วเิ คราะหเ์ ร่อื งราว ๓ เรียน ภาค ๓ ๑๕ ประวตั ศิ าสตร์กับ เหตกุ ารณ์สำคัญทาง ๙ ๕ ๕๕ ๓๕ ๕ เหตกุ ารณส์ ำคัญ ประวตั ิศาสตรไ์ ด้อย่างมี ๕ ๕๕ ๓๕ ๒๐ ๑๕ ๑๐ ๑๐ ของไทย เหตุผลตามวิธกี ารทาง ๑๐๐ ๒๕ - ๑๐ ประวัติศาสตร์ ๕๐ ๒๐ ๓๐ ๒.ใชว้ ธิ กี ารทาง ประวัตศิ าสตรใ์ นการศึกษา เรอื่ งราวตา่ งๆที่ตนสนใจ ๒ พฒั นาการทาง ๓. อธิบายพัฒนาการทาง สงั คม เศรษฐกิจ สงั คม เศรษฐกจิ และ และการเมอื งของ การเมืองของภมู ภิ าคตา่ งๆใน ภมู ภิ าคต่างๆใน โลกโดยสงั เขป โลก ๓ การเปล่ียนแปลงท่ี ๔.วิเคราะห์ผลการ นำไปส่คู วาม เปลี่ยนแปลงท่ีนำไปสู่ความ รว่ มมือและความ ร่วมมอื และความขัดแย้งใน ขัดแย้งใน ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ ๒๐ ครสิ ต์ศตวรรษที่ ตลอดจนความพยายามใน ๒๐ การขจัดปัญหาความขดั แย้ง รวม การประเมินในรายวิชานป้ี ระกอบดว้ ย ๑๐๐ คะแนน ๑. ประเมินผลตามตวั ชว้ี ัด ๑๐๐ คะแนน ๒. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑๐๐ คะแนน ๓. ประเมนิ ผล การอา่ น เขียน คิด วิเคราะห์

๑๐๓ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ส๒๓๑๐๔ วชิ า ประวัติศาสตร์ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกติ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------ ศกึ ษา พัฒนาการชนชาติไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ เก่ยี วกับปัจจัยที่ส่งผลตอ่ ความม่ันคงและความ เจริญรงุ่ เรอื ง พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกจิ และความสัมพันธก์ ับต่างประเทศใน ชว่ งเวลายคุ ปฏิรูปบ้านเมือง การเข้ารว่ มสงครามโลกครั้งที่ ๑ ครง้ั ท่ี ๒ ของประเทศไทย วิเคราะห์ ภูมปิ ญั ญาและวฒั นธรรมในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ ทมี่ ีอิทธพิ ลต่อการพัฒนาชนชาตไิ ทย จนถึง ปัจจุบนั โดยใช้ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมลู กระบวนการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการ ทางสังคม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์และแกป้ ัญหา กระบวนการกลมุ่ และโครงงาน เพ่ือให้มีความรู้ ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี และมีทักษะในการปฏิบัตงิ าน มีความรัก ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่อื สตั ย์ สุจริต มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง ม่งุ มั่นในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มี จิตสาธารณะ ทักษะการคดิ ขั้นสูง มีคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาชาติ สามารถแขง่ ขันไดใ้ นประชาคมอาเซยี น เพ่ือมงุ่ สู่ความเป็นมาตรฐานสากล รหสั ตัวช้ีวัด ส ๔.๓ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓,ม.๓/๔ รวมท้ังหมด ๔ ตวั ชี้วดั

๑๐๔ โครงสรา้ งรายวิชาพน้ื ฐาน รายวชิ า ส๒๓๑๐๔ วชิ าประวัตศิ าสตร์ ๖ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ลำดบั ท่ี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด เวลา นำ้ หนัก คะแนน (ชว่ั โมง) ๓๐ ๑ พัฒนาการชนชาตไิ ทยสมัยกรุง ส ๔.๓ ม.๓/๑ ๕ ๓๐ รตั นโกสนิ ทร์ ๒๐ ๒๐ ๒ ความม่ันคงของกรงุ รตั นโกสินทร์ ส ๔.๓ ม.๓/๒ ๕ ๑๐๐ ๓ ประชาธิปไตยของไทยสมยั รัตนโกสินทร์ ส ๔.๓ ม.๓/๔ ๕ ๔ ภมู ปิ ัญญาไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร์ ส ๔.๓ ม.๓/๓ ๕ รวม ๒๐

๑๐๕ โครงสร้างหน่วยการเรยี นรู้ รหัสวิชา ส๒๓๑๐๔ ประวตั ิศาสตร์ ๖ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ลำดบั ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรู้ เวลา ที่ วิเคราะหพ์ ฒั นาการของไทย (ชวั่ โมง) ๑ พัฒนาการชนชาตไิ ทย สมยั รัตนโกสนิ ทร์ในดา้ น ๑.การสถาปนากรุงเทพมหานครเปน็ ราชธานี สมยั กรงุ รตั นโกสนิ ทร์ ตา่ งๆ ของไทย ๕ ๒. พฒั นาการของไทยในสมัยรตั นโกสนิ ทร์ ๒ ความม่นั คงของกรงุ วเิ คราะหป์ ัจจัยทสี่ ่งผลตอ่ ทางดา้ นการเมอื ง การปกครอง สงั คม ๕ รตั นโกสินทร์ ความมั่นคงและความ เศรษฐกิจและความสัมพนั ธ์ระหวา่ งประเทศ เจรญิ ร่งุ เรืองของไทยในสมยั ตามชว่ งสมัยต่างๆ ๕ ๓ ประชาธปิ ไตยของไทย รตั นโกสินทร์ ๑.ปัจจยั ทสี่ ง่ ผลตอ่ ความมน่ั คงและความ ๕ สมยั รตั นโกสินทร์ เจรญิ รงุ่ เรืองของไทยในสมยั รตั นโกสินทร์ วิเคราะหบ์ ทบาทของไทยใน ๒.บทบาทของพระมหากษตั รยิ ์ในราชวงศจ์ ักรี ๒๐ ๔ ภมู ปิ ัญญาไทยสมยั สมัยประชาธิปไตย ในการสร้างสรรค์ความเจรญิ และความม่นั คง รตั นโกสินทร์ วิเคราะหภ์ มู ิปญั ญาและ ของชาติ วัฒนธรรมไทยสมยั ๓. เหตุการณส์ ำคญั สมยั รตั นโกสนิ ทรท์ ่มี ีผล รตั นโกสินทร์และอทิ ธิพลต่อ ตอ่ การพฒั นาชาติไทย เชน่ การทำ การพัฒนาชาติไทย สนธิสญั ญาเบาว์รงิ ในสมัยรัชกาลท่ี ๔ การ ปฏริ ปู ประเทศในสมยั รัชการที่ ๕ การเขา้ ร่วม รวม สงครามโลกครั้งท่ื ๑ และครั้งที่ ๒ โดย วเิ คราะหส์ าเหตปุ จั จยั และผลของเหตกุ ารณ์ ตา่ งๆ ๑.บทบาทของไทยต้ังแตเ่ ปล่ียนแปลงการ ปกครองจนถงึ ปัจจุบันในสงั คมโลก ๑.ภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยในสมยั รัตนโกสินทร์ท่มี ีอทิ ธพิ ลตอ่ การพฒั นาชาติ ไทยจนถึงปัจจบุ นั โดยเฉพาะพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช มหติ ลาธิ เบศร รามาธบิ ดี จกั รนี ฤบดินทร สยามินทราธิ ราช บรมนาถบพติ รและสมเด็จพระนางเจ้า สริ ิกติ ิ์ พระบรมราชินีนาถ

๑๐๖ ตารางวิเคราะห์การประเมินผลตวั ชี้วดั รหสั วิชา ส๒๓๑๐๔ ประวัตศิ าสตร์ ๖ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ลำดบั ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชวี้ ดั เวลา น้ำหนกั คะแนน รวม ท่ี เรยี นรู้ (ช่วั โมง) ระหว่าง กลาง ปลาย ๓๐ ๑ พัฒนาการชน ๑.วเิ คราะห์พัฒนาการของไทย ชาตไิ ทยสมัย สมยั รัตนโกสนิ ทร์ในด้านต่างๆ เรียน ภาค ภาค ๓๐ กรงุ รตั นโกสินทร์ ๕ ๑๕ ๑๐ ๕ ๒๐ ๒ ความมัน่ คง ๒๐ ของกรุง ๒.วเิ คราะหป์ ัจจัยท่ีส่งผลตอ่ ๕ ๑๕ ๑๐ ๕ รัตนโกสนิ ทร์ ความมั่นคงและความ ๕ ๑๐ - ๒๐ ๑๐๐ เจรญิ รุ่งเรืองของไทยในสมัย ๑๐ - ๑๐ ๓ ประชาธิปไตย รตั นโกสนิ ทร์ ๕๐ ๒๐ ๓๐ ของไทยสมัย รัตนโกสนิ ทร์ ๔.วิเคราะหบ์ ทบาทของไทยใน สมัยประชาธิปไตย ๔ ภูมปิ ัญญาไทย สมยั ๓.วเิ คราะห์ภูมิปัญญาและ ๕ รตั นโกสินทร์ วัฒนธรรมไทยสมยั ๒๐ รตั นโกสนิ ทรแ์ ละอทิ ธพิ ลต่อการ พฒั นาชาติไทย รวม การประเมินในรายวิชานีป้ ระกอบดว้ ย ๑๐๐ คะแนน ๑. ประเมนิ ผลตามตวั ชว้ี ัด ๑๐๐ คะแนน ๒. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ๑๐๐ คะแนน ๓. ประเมนิ ผล การอา่ น เขยี น คดิ วเิ คราะห์

ส่วนที่ ๔ รายวชิ าเพ่มิ เตมิ หนา้ ที่พลเมือง

๑๐๘ คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม ส ๒๑๒๓๑ หน้ำที่พลเมอื ง ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนร้สู งั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปี ที่ ๑ ภำคเรยี นท่ี ๑ ๐.๕ หน่วยกิต ………………………………………………………………………………………………………………… มสี ว่ นร่วมอนุรกั ษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแตง่ กาย การมสี มั มา คารวะ แสดงออกถงึ ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่และเสยี สละตอ่ สงั คม เหน็ คณุ ค่าและอนุรกั ษข์ นบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ในเร่อื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทนใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอย่างของความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ใน ศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเรอ่ื งมเี หตผุ ล รอบคอบ หลกั การทรงงานในเร่อื งการใช้ ธรรมชาตชิ ่วยธรรมชาติ การปลกู ป่าในใจคน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี วนิ ยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ และตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนแกป้ ัญหา กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสรา้ งคา่ นิยม และกระบวนการสรา้ งเจตคติ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทย ภาคภูมใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ และมวี นิ ยั ในตนเอง ผลกำรเรยี นรู้ 1. มสี ว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์มารยาทไทย 2. แสดงออกถงึ ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผแ่ ละเสยี สละต่อสงั คม 3. เหน็ คุณคา่ และอนุรกั ษข์ นบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภูมปิ ัญญา 4. เป็นแบบอย่างของความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ 5. ประยุกตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 6. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

๑๐๙ มำตรฐำนกำรเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรยี นรู้ รำยวิชำ หน้ำท่ีพลเมือง ๑ รหสั วิชำ ส๒๑๒๓๑ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ที่ ๑ อตั รำส่วนคะแนนระหว่ำงภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล ก่อน กลาง หลงั ปลาย รวม ๑๕ ๑ มสี ว่ นร่วมในการอนุรกั ษม์ ารยาทไทย ๑๕ ๑๕ ๒ แสดงออกถงึ ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผแ่ ละเสยี สละ ๑๕ ๓๐ ตอ่ สงั คม ๑๕ ๓ เหน็ คุณคา่ และอนุรกั ษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ๓๐ ๑๕ ศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย ๑๐ ๑๐๐ ๔ เป็นแบบอยา่ งของความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนา ๑๕ และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ๕ ประยกุ ตแ์ ละเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท ๑๕ หลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๖ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ๑๐ รวม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐

๑๑๐ คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม ส๒๑๒๓๒ หน้ำที่พลเมือง ๒ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๑ ภำคเรียนที่ ๒ ๐.๕ หน่วยกิต ………………………………………………………………………………………………………………… ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ในการมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมตา่ งๆ ของสงั คม การ ตดั สนิ ใจโดยใชเ้ หตุผล มสี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น ตรวจสอบขอ้ มลู เพอ่ื ใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมตา่ งๆ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเอง ในเร่อื ง ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการ กระทาของตนเอง ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมและวฒั นธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ในเรอ่ื งวถิ ี ชวี ติ วฒั นธรรม ศาสนา สง่ิ แวดลอ้ ม อย่รู ่วมกนั อย่างสนั ตแิ ละพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรม ดว้ ยความเคารพซง่ึ กนั และกนั ไมแ่ สดงกริ ยิ าและวาจาดูหมนิ่ ผอู้ น่ื ชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั แบง่ ปัน มสี ว่ น รว่ มในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี ในเร่อื งการทะเลาะววิ าท ความคดิ เหน็ ไม่ตรงกนั ดว้ ยการ เจรจาไกลเ่ กลย่ี การเจรจาต่อรอง การระงบั ความขดั แยง้ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ในเร่อื งความ ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทย่ี อมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสรา้ ง คา่ นยิ ม และกระบวนการสรา้ งเจตคติ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเป็นพลเมอื งดใี นระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข มสี ว่ น รว่ มทางการเมอื งการปกครอง อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื อย่างสนั ติ จดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ แี ละมวี นิ ยั ใน ตนเอง ผลกำรเรียนรู้ 1. ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย 2. มสี ว่ นร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจตรวจสอบขอ้ มลู เพอ่ื ใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจใน กจิ กรรมต่างๆ 3. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คม วฒั นธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ และอยู่ ร่วมกนั อย่างสนั ติ และพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั 4. มสี ว่ นร่วมในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี 5. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

๑๑๑ มำตรฐำนกำรเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรยี นรู้ รำยวิชำ หน้ำท่ีพลเมือง ๒ รหสั วิชำ ส๒๑๒๓๒ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๑ อตั รำส่วนคะแนนระหว่ำงภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล ก่อน กลาง หลงั ปลาย รวม ๑๕ ๑ ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ๑๕ ๑๕ ๒ มสี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจ ๑๕ ๓๐ ตรวจสอบขอ้ มลู เพอ่ื ใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจใน ๓๐ ๑๐ กจิ กรรมต่างๆ ๑๐๐ ๓ ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวฒั นธรรมใน ๓๐ ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตแ้ ละอย่รู ่วมกนั อยา่ งสนั ตสิ ขุ และพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั ๔ มสี ว่ นรว่ มในการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ติ ๓๐ วธิ ี ๕ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ๑๐ รวม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐

๑๑๒ คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเติม ส ๒๒๒๓๓ หน้ำที่พลเมือง ๓ กลุม่ สำระกำรเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ที่ ๒ ภำคเรยี นท่ี ๑ จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ………………………………………………………………………………………………………………… มสี ว่ นร่วมและแนะนาผอู้ น่ื ใหอ้ นุรกั ษม์ ารยาทไทย ในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแตง่ กาย การมสี มั มาคารวะ แสดงออกและแนะนาผอู้ ่นื ใหม้ คี วามเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ และเสยี สละตอ่ สงั คม เหน็ คณุ ค่าอนุรกั ษแ์ ละสบื สานขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี วนิ ยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และยอมรบั ผลท่ี เกดิ ขน้ึ จากการกระทาของตนเอง ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอย่าง และแนะนาผอู้ ่นื ใหม้ กี ารปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ใน ศาสนาและเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ประยุกต์ และเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท ในเร่อื งการมสี ติ ความขยนั อดทน หลกั การทรงงาน ในเร่อื งภูมสิ งั คม ขาดทุนคอื กาไร และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองในเร่อื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ และตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสรา้ ง คา่ นยิ มและกระบวนการสรา้ งเจตคติ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทย ภาคภูมใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ และมวี นิ ยั ในตนเอง ผลการเรยี นรู้ 1. มสี ว่ นรว่ มและแนะนาผอู้ น่ื ใหอ้ นุรกั ษ์มารยาทไทย 2. แสดงออกและแนะนาผอู้ น่ื ใหม้ คี วามเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผ่ และเสยี สละตอ่ สงั คม 3. เหน็ คณุ ค่า อนุรกั ษ์ และสบื สานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภูมปิ ัญญาไทย 4. เป็นแบบอย่างและแนะนาผอู้ น่ื ใหม้ คี วามรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ 5. ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 6. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

๑๑๓ มำตรฐำนกำรเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรยี นรู้ รำยวิชำ หน้ำที่พลเมือง ๓ รหสั วิชำ ส ๒๒๒๓๓ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ที่ ๒ อตั รำส่วนคะแนนระหวำ่ งภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล ก่อน กลาง หลงั ปลาย รวม ๑๕ ๑ มสี ว่ นรว่ มและแนะนาผอู้ ่นื ใหอ้ นุรกั ษม์ ารยาท ๑๕ ๑๕ ๓๐ ไทย ๑๕ ๒ แสดงออกและแนะนาผอู้ น่ื ใหม้ คี วาม ๑๕ ๑๕ เออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผแ่ ละเสยี สละตอ่ สงั คม ๑๐ ๑๐๐ ๓ เหน็ คุณค่า อนุรกั ษ์และสบื สานขนบธรรมเนียม ๓๐ ประเพณีศลิ ปวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย ๔ เป็นแบบอยา่ งและแนะนาผอู้ ่นื ใหม้ คี วามรกั ชาติ ๑๕ ยดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ๕ ประยุกตแ์ ละเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท ๑๕ หลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๖ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ๑๐ รวม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐

๑๑๔ คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเติม ส๒๒๒๓๔ หน้ำที่พลเมอื ง ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนร้สู งั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๒ ภำคเรียนท่ี ๒ ๐.๕ หน่วยกิต ………………………………………………………………………………………………………………… ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ในเร่อื งการตดิ ตามข่าวสารบา้ นเมอื ง ความกลา้ หาญทางจรยิ ธรรม การเป็นผนู้ า และการเป็นสมาชกิ ทด่ี ี มสี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจตอ่ กจิ กรรมชองหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น ตรวจสอบขอ้ มลู เพอ่ื ใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจในกจิ กรรมตา่ งๆและ รทู้ นั ขา่ วสาร ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองในเร่อื ง ความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ อดทน ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี ใฝ่หาความรู้ และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง เหน็ คณุ ค่าของการอย่รู ่วมกนั ในภูมภิ าคเอเชยี อย่างสนั ติ และพง่ึ พาอาศยั ซง่ึ กนั และกนั โดย คานงึ ถงึ ความหลากหลายทางสงั คม วฒั นธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ในเร่อื งวถิ ชี วี ติ วฒั นธรรม ศาสนา สงิ่ แวดลอ้ ม การอย่รู ว่ มกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรมและการพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั ในเร่อื งการเคารพซ่งึ กนั และ กนั ไมแ่ สดงกริ ยิ าและวาจาดหู มนิ่ ผอู้ ่นื ชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั แบ่งปัน มสี ว่ นร่วมและเสนอแนวทางใน การแกป้ ัญหาในความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ เี กย่ี วกบั การละเมดิ สทิ ธิ การใชข้ องสว่ นรวม ดว้ ยการเจรจาไกล่ เกลย่ี การเจรจาต่อรอง การระงบั ความขดั แยง้ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเองในเร่อื งความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง โดยการใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสรา้ งค่านิยม และกระบวนการสรา้ งเจตคติ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเป็นพลเมอื งดใี นระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข มสี ว่ น รว่ มทางการเมอื งการปกครอง อย่รู ว่ มกบั ผอู้ น่ื ไดอ้ ยา่ งสนั ติ จดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ ี และมวี นิ ยั ใน ตนเอง ผลการเรยี นรู้ 1. ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย 2. มสี ว่ นร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจ ตรวจสอบขอ้ มลู เพอ่ื ใชใ้ นการประกอบการตดั สนิ ใจ ในกจิ กรรมตา่ งๆและรทู้ นั ขา่ วสาร 3. เหน็ คุณคา่ ของการอย่รู ว่ มกนั ในภูมภิ าคเอเชยี อย่างสนั ติ และพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั 4. มสี ว่ นร่วมและเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี 5. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

๑๑๕ มำตรฐำนกำรเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรยี นรู้ รำยวิชำ หน้ำท่ีพลเมอื ง ๔ รหสั วิชำ ส๒๒๒๓๔ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๒ อตั รำส่วนคะแนนระหว่ำงภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล รวม กอ่ น กลาง หลงั ปลาย ๑๕ ๑ ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ๑๕ ๑๕ ๒ มสี ว่ นร่วมและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจ ๑๕ ๓๐ ตรวจสอบขอ้ มลู เพอ่ื ประกอบการตดั สนิ ใจใน ๓๐ กจิ กรรมตา่ งๆและรทู้ นั ขา่ วสาร ๓๐ ๓ เหน็ คุณคา่ ของการอย่รู ว่ มกนั ในภูมภิ าคเอเชยี ๓๐ อยา่ งสนั ตแิ ละพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั ๑๐ ๔ มสี ว่ นร่วมและเสนอแนวทางแกป้ ัญหาความ ๑๐ ๑๐๐ ขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ ี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐ ๕ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวม

๑๑๖ คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเติม ส๒๓๒๓๕ หน้ำที่พลเมอื ง ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ที่ ๓ ภำคเรียนที่ ๑ ๐.๕ หน่วยกิต ………………………………………………………………………………………………………………… มสี ว่ นรว่ มแนะนาผอู้ ่นื ใหอ้ นุรกั ษ์ และยกยอ่ งผมู้ มี ารยาทไทย ในเร่อื งการแสดงความเคารพ การ สนทนา การแต่งกาย การมสี มั มาคารวะ การแสดงออก แนะนาผอู้ ่นื และมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมเกย่ี วกบั ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผ่และเสยี สละตอ่ สงั คม เหน็ คณุ คา่ อนุรกั ษ์ สบื สาน และประยุกตข์ นบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเองในเร่อื งความซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอยา่ งและมสี ว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรมทแ่ี สดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ใน ศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเรอ่ื งการเสยี สละ ความซ่อื สตั ย์ หลกั การทรงงาน ในเรอ่ื งศกึ ษาขอ้ มลู อยา่ งเป็นระบบ แกป้ ัญหาทจ่ี ุดเลก็ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ ี วนิ ยั ในตนเองในเรอ่ื งความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ ขยนั หมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ และตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการสรา้ ง คา่ นยิ ม และกระบวนการสรา้ งเจตคติ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมลี กั ษณะทด่ี ขี องคนไทย ภาคภูมใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ และมวี นิ ยั ในตนเอง ผลการเรยี นรู้ 1. มสี ว่ นร่วม แนะนาผอู้ ่นื ใหอ้ นุรกั ษ์ และยกย่องผมู้ มี ารยาทไทย 2. แสดงออก แนะนาผอู้ ่นื และมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมเกย่ี วกบั ความเออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ และเสยี สละ 3. เหน็ คุณคา่ อนุรกั ษ์ สบื สาน และประยกุ ตข์ นบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ิ ปัญญาไทย 4. เป็นแบบอยา่ งและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรมทแ่ี สดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ 5. ประยกุ ตแ์ ละเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 6. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

๑๑๗ มำตรฐำนกำรเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรยี นรู้ รำยวิชำ หน้ำที่พลเมอื ง ๕ รหสั วิชำ ส๒๓๒๓๕ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๓ อตั รำส่วนคะแนนระหวำ่ งภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล ก่อน กลาง หลงั ปลาย รวม ๑๕ ๑ มสี ว่ นรว่ ม แนะนาผอู้ น่ื ใหอ้ นุรกั ษแ์ ละยกย่องผมู้ ี ๑๕ ๑๕ มารยาทไทย ๓๐ ๒ แสดงออก แนะนาผอู้ ่นื และมสี ว่ นรว่ มใน ๑๕ ๑๕ กจิ กรรมเก่ยี วกบั ความเออ้ื เฟ้ือเผ่อื แผแ่ ละ ๑๕ เสยี สละ ๑๐ ๑๐๐ ๓ เหน็ คณุ ค่า อนุรกั ษ์ สบื สานและประยกุ ต์ ๓๐ ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรมและ ภูมปิ ัญญาไทย ๔ เป็นแบบอยา่ งและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรม ๑๕ ทแ่ี สดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ ๕ ประยุกตแ์ ละเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท ๑๕ หลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๖ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ๑๐ รวม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐

๑๑๘ คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม ส๒๓๒๓๖ หน้ำท่ีพลเมอื ง ๖ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ที่ ๓ ภำคเรียนที่ ๒ ๐.๕ หน่วยกิต ………………………………………………………………………………………………………………… ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ในเรอ่ื งการใชส้ ทิ ธแิ ละหน้าท่ี การใชเ้ สรภี าพอย่าง รบั ผดิ ชอบ การมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมการเลอื กตงั้ การมสี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจตอ่ กจิ กรรมของหอ้ งเรยี นและโรงเรยี น ตรวจสอบขอ้ มลู ตรวจสอบการทาหน้าทข่ี องบคุ คลเพอ่ื ใช้ ประกอบการตดั สนิ ใจ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ขยนั หมนั่ เพยี ร ใฝ่หา ความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของตนเอง เหน็ คณุ คา่ ของการอย่รู ว่ มกนั ในภูมภิ าคเอเชยี อย่างสนั ติ พง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั ท่ามกลางความ หลากหลายทางสงั คมวฒั นธรรมในภมู ภิ าคตา่ งๆของโลก ในเร่อื งวถิ ชี วี ติ วฒั นธรรม ศาสนา สงิ่ แวดลอ้ ม การอย่รู ว่ มกนั ในสงั คมพหุวฒั นธรรมและพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั ในเรอ่ื งการเคารพซง่ึ กนั และกนั ไม่แสดง กริ ยิ าและวาจาดหู มนิ่ ผอู้ ่นื ช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั แบง่ ปัน มสี ว่ นร่วมและเสนอแนวทางในการป้องกนั ปัญหาความขดั แยง้ ในเรอ่ื งทศั นคติ ความคดิ ความเช่อื ชสู้ าว ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ในเรอ่ื ง ความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ อดทน ใฝ่หาความรู้ ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ จากการกระทาของ ตนเอง โดยใชก้ ระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ กระบวนการสรา้ งความตระหนกั กระบวนการ สรา้ งค่านิยม และกระบวนสรา้ งเจตคติ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเป็นพลเมอื งดใี นระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข มสี ว่ น ร่วมทางการเมอื งการปกครอง อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่นื อยา่ งสนั ติ จดั การความขดั แยง้ ดว้ ยสนั ตวิ ธิ ี และมวี นิ ยั ใน ตนเอง ผลกำรเรียนรู้ 1. ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย 2. มสี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจ ตรวจสอบขอ้ มลู ตรวจสอบการทาหน้าทข่ี องบคุ คล เพอ่ื ใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจ 3. เหน็ คณุ ค่าของการอย่รู ่วมกนั ในภูมภิ าคตา่ งๆของโลกอยา่ งสนั ติ และพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั 4. มสี ว่ นรว่ มและเสนอแนวทางการป้องกนั ปัญหาความขดั แยง้ 5. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

๑๑๙ มำตรฐำนกำรเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรียนรู้ รำยวิชำ หน้ำที่พลเมอื ง ๖ รหสั วิชำ ส๒๓๒๓๖ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ที่ ๓ อตั รำส่วนคะแนนระหว่ำงภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล รวม กอ่ น กลาง หลงั ปลาย ๑๕ ๑ ปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ๑๕ ๑๕ ๒ มสี ว่ นรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สนิ ใจ ๑๕ ๓๐ ตรวจสอบขอ้ มลู ตรวจสอบการทาหน้าทข่ี อง ๓๐ บุคคลเพอ่ื ใชป้ ระกอบการตดั สนิ ใจ ๓๐ ๓ เหน็ คุณคา่ ของการอย่รู ว่ มกนั ในภูมภิ าคตา่ งๆ ๓๐ ของโลกอยา่ งสนั ตแิ ละพง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั ๑๐ ๔ มสี ว่ นร่วมและเสนอแนวทางการป้องกนั ปัญหา ๑๐ ๑๐๐ ความขดั แยง้ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐ ๕ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวม

๑๒๐ มำตรฐำนกำรเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรียนรู้ รำยวิชำ หน้ำที่พลเมอื ง ๑ รหสั วิชำ ส๓๐๒๓๑ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ที่ ๔ อตั รำส่วนคะแนนระหว่ำงภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ชอ่ื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา คะแนน ระหวา่ งภาค ปลายภาค ๑.งามอย่าง มสี ว่ นร่วมและแนะนา มารยาทไทย ๓ ๑๕ - - การแสดงความเคารพ ๕ ๒๕ ไทย ผอู้ ่นื ใหก้ ารอนุรกั ษแ์ ละ - การสนทนา ๖ ๒๕ - การแต่งกาย ๒๕ ๑๐ เผยแพร่มารยาทไทย - การมสี มั มาคารววะ ๖ - ขนบธรรมเนียมประเพณี ๑๐๐ สสู่ าธารณะและปฏบิ ตั ิ - ศลิ ปวฒั นธรรม - ภูมปิ ัญญาไทย ตนเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง - การปฏบิ ตั ติ นทส่ี ดงออก ๒. มรดกไทย เหน็ คุณคา่ อนุรกั ษ์สบื สาน ๑. ความรกั ชาติ ๒. การยดึ มนั่ ในศาสนา ประยุกตแ์ ละเผยแพร่นบธรรม ๓. การเทดิ ทนู พระมหา- เนียมประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม กษตั รยิ ์ และภมู ปิ ัญญาไทย ปฏบิ ตั เิ ป็นผู้ ๑. พระบรมราโชวาท - การมรี ะเบยี บวนิ ยั มวี นิ ยั ในตนเอง - ความสามคั คี ๒. หลกั การทรงงาน ๓.ชาตศิ าสน์ -เป็นแบบอย่าง มสี ว่ น - ระเบดิ จากขา้ งใน - ไม่ตดิ ตารา กษตั รยิ ์ รว่ มในการจดั กจิ กรรม -บรกิ ารรวมทจ่ี ุดเดยี ว และสนบั สนุนใหผ้ อู้ น่ื -ใชธ้ รรมปราบอธรรม แสดงออกถงึ ความรกั ชาตยิ ดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทนู พระมหา กษตั รยิ แ์ ละปฏบิ ตั ติ นเป็น ผมู้ ี วนิ ยั ในตนเอง ๔. ตามรอย เป็นแบบอย่างประยกุ ต์ พอ่ และเผยแพรพ่ ระบรม ราโชวาทหลกั การทรง งานและปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี งและ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวม

๑๒๑ มำตรฐำนกำรเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรยี นรู้ รำยวิชำ หน้ำที่พลเมอื ง ๑ รหสั วิชำ ส๓๐๒๓๑ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ที่ ๔ อตั รำส่วนคะแนนระหวำ่ งภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล กอ่ น กลาง หลงั ปลาย รวม ๓๐ ๑ มสี ว่ นรว่ มและแนะนาผอู้ ่นื ใหก้ ารอนุรกั ษ์และ ๓๐ ๓๐ ๓๐ เผยแพรม่ ารยาทไทยสสู่ าธารณะและปฏบิ ตั ิ ๑๐ ตนเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ๑๐๐ ๒ เหน็ คุณค่าอนุรกั ษ์สบื สาน ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่ ๓๐ ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย ปฏบิ ตั เิ ป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ๓ เป็นแบบอย่าง มสี ว่ นรว่ มในการจดั กจิ กรรม ๓๐ และสนบั สนุนใหผ้ อู้ ่นื แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มนั่ ในศาสนาและเทดิ ทูนพระมหากษตั รยิ แ์ ละ ปฏบิ ตั ติ นเป็น ผมู้ วี นิ ัยในตนเอง ๔ เป็นแบบอย่างประยกุ ตแ์ ละเผยแพรพ่ ระบรม ๑๐ ราโชวาทหลกั การทรงงานและปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี งและปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐

๑๒๒ มำตรฐำนกำรเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรยี นรู้ รำยวิชำ หน้ำท่ีพลเมือง ๒ รหสั วิชำ ส๓๐๒๓๒ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ที่ ๕ อตั รำส่วนคะแนนระหว่ำงภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล รวม กอ่ น กลาง หลงั ปลาย ๑๕ ๑ เป็นแบบอย่างและสง่ เสรมิ สนบั สนุนใหผ้ อู้ ่นื เป็น ๑๕ ๑๕ พลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ๑๕ ๓๐ ๒ มสี ่วนรว่ มในการตดั สนิ ใจตรวจสอบขอ้ มลู ๓๐ ๓๐ ตรวจสอบการทางานหน้าทข่ี องบุคคลเพ่อื ใช้ ๓๐ ๑๐ ประกอบการตดั สนิ ใจ ๑๐๐ ๑๐ ๓ เหน็ คณุ ของการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐ และพง่ึ พาอาศยั ซง่ึ กนั และกนั ๔ มสี ่วนร่วมในการแกไ้ ขปัญหาเมอ่ื เกดิ ความ ขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ แี ละสรา้ งเครอื ขา่ ยการป้องกนั ปัญหาความขดั แยง้ ๕ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง รวม

๑๒๓ มำตรฐำนกำรเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรยี นรู้ รำยวิชำ หน้ำท่ีพลเมอื ง ๒ รหสั วิชำ ส๓๐๒๓๒ ชนั้ มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๕ อตั รำส่วนคะแนนระหวำ่ งภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ ชวั่ โมง น้าหนกั คะแนน ๑. การดาเนินชวี ติ ตาม ๑. เป็นแบบอย่างและสง่ เสรมิ พลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย วถิ ปี ระชาธปิ ไตย สนบั สนุนใหผ้ อู้ ่นื เป็นพลเมอื งดตี ามวถิ ี - การเป็นผนู้ าและการเป็นสมาชกิ ทด่ี ี ๔ ๒๐ ประชาธปิ ไตย - การใชส้ ทิ ธแิ ละหน้าท่ี - การใชเ้ สรภี าพอยา่ งรบั ผดิ ชอบ ๔ ๒๐ ๒. การมสี ว่ นร่วม ๒. มสี ว่ นร่วมในการตดั สนิ ใจ - ความกลา้ หาญทางจรยิ ธรรม ๔ ๒๐ ทางการเมอื งการ ตรวจสอบขอ้ มลู ตรวจสอบการทางาน - การเสนอแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ๔ ๒๐ ปกครอง หน้าทข่ี องบคุ คลเพอ่ื ใชป้ ระกอบการ สงั คมต่อสาธารณะ ๔ ๒๐ ตดั สนิ ใจ - การตดิ ตามและประเมนิ ขา่ วสารทาง ๓. การอยรู่ ่วมกนั ใน การเมอื งและการรเู้ ท่าทนั ส่อื ๑๐๐ สงั คมแหง่ ความ ๓. เหน็ คุณของการ - การมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมทางการเมอื ง หลากหลาย อยรู่ ว่ มกนั อย่างสนั ติ การมสี ่วนร่วมและตดั สนิ ใจเลอื กตงั้ อยา่ ง และพง่ึ พาอาศยั ซง่ึ กนั มวี จิ ารณญาณ และกนั การอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมพหวุ ฒั นธรรมและการ ๔. การขจดั ความ ๔. มสี ่วนร่วมในการแก้ พง่ึ พาซง่ึ กนั และกนั ขดั แยง้ ไขปัญหาเม่อื เกดิ ความ -เคารพซง่ึ กนั และกนั และสนั ตวิ ธิ ี ขดั แยง้ โดยสนั ตวิ ธิ แี ละ -ไมแ่ สดงกริ ยิ าและวาจาดถู กู ผอู้ น่ื สรา้ งเครอื ขา่ ยการป้องกนั ปัญหาความ -ช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั แบง่ ปัน ๕. การมวี นิ ัยในตนเอง ขดั แยง้ การแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ โดยสนั ติ วธิ ี – การเจราจาไกล่เกลย่ี ๕. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ัย ในตนเอง - การเจราตอ่ รอง - การระงบั ความขดั แยง้ การป้องกนั ปัญหาความขดั แยง้ คุณลกั ษณะของผทู้ ม่ี วี นิ ัยในตนเอง - ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ - ขยนั หมนั ่ เพยี ร - อดทน - ใฝ่หาความรู้ - ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการกระทาของตนเอง รวม

๑๒๔ โครงสร้ำงรำยวิชำเพิ่มเติม ส ๓๐๒๓๓ หน้ำท่ีพลเมือง ๓ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปี ที่ ๕ ภำคเรยี นที่ ๒ หน่วยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ ชวั่ โมง น้าหนกั คะแนน ๑.ลกั ษณะทด่ี ขี อง ๑.มสี ว่ นร่วมและแนะนาผอู้ น่ื มารยาทไทย ๔ คนไทย ๔ ๒๐ ใหอ้ นุรกั ษแ์ ละเผยแพรผ่ มู้ ี -การแสดงความเคารพ ๔ ๒.ศลิ ปวฒั นธรรม ๔ ๒๐ และประเพณี มารยาทไทย -การสนทนา ๔ ๒๐ ๓.ความรกั ชาติ -การแต่งกาย ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๒๐ -การมสี มั มาคารวะ ๔.พระบรม ๑๐ ราโชวาทและ ๒.เหน็ คุณคา่ อนุรกั ษ์ สบื สาน ศลิ ปวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณี หลกั การทรงงาน ๑๐ และประยุกต์ และเผยแพร่ ของไทยในแตล่ ะภมู ภิ าค ๕.การมวี นิ ยั ใน ๑๐๐ ตนเอง ขนบธรรมเนียมประเพณี -ภาคเหนือ ศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญา -ภาคใต้ ไทย -ภาคกลาง -ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ๓.เป็นแบบอยา่ ง มสี ว่ นร่วมใน การปฏบิ ตั ติ นทแ่ี สดงออกถงึ การจดั กจิ กรรมและสนบั สนุน -ความรกั ชาติ ใหผ้ อู้ น่ื แสดงออกถงึ ความรกั -ยดึ มนั ่ ในศาสนา ชาติ ยดึ มนั ่ ในศาสนาและ -เทดิ ทนู พระมหากษตั รยิ ์ เทดิ ทนู พระมหากษตั รยิ ์ ๔.เป็นแบบอยา่ ง ประยกุ ตแ์ ละ พระบรมราโชวาท เผยแพร่พระบรมราโชวาท -การมรี ะเบยี บวนิ ยั หลกั การทรงงานและหลกั -ความสามคั คี ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง หลกั การทรงงาน -ระเบดิ จากขา้ งใน -ไมต่ ดิ ตารา -บรกิ ารรวมทจ่ี ุดเดยี ว -ใชธ้ รรมะปราบอธรรม ๕.ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ใน คุณลกั ษณะของผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ตนเอง -ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ -ขยนั หมนั ่ เพยี ร -อดทน -ใฝ่ หาความรู้ -ตงั้ ใจปฏบิ ตั หิ น้าท่ี -ยอมรบั ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการกระทาของตนเอง ปลายปี/ปลายภาค(ทดสอบคุณลกั ษณะ) รวม

๑๒๕ มำตรฐำนกำรเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรียนรู้ รำยวิชำ หน้ำท่ีพลเมอื ง ๓ รหสั วิชำ ส๓๐๒๓๒ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปี ที่ ๕ ภำคเรยี นท่ี ๒ อตั รำส่วนคะแนนระหว่ำงภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล กอ่ น กลาง หลงั ปลาย รวม ๑๕ ๑ มสี ่วนร่วมและแนะนาผอู้ ่นื ใหอ้ นุรกั ษแ์ ละเผยแพร่ผมู้ ี ๑๕ ๑๕ มารยาทไทย ๓๐ ๒ เหน็ คุณค่าอนุรกั ษ์ สบื สาน และประยุกต์ และเผยแพร่ ๑๕ ๓๐ ๑๐ ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญา ๑๐๐ ไทย ๓ เป็นแบบอยา่ ง มสี ่วนรว่ มในการจดั กจิ กรรมและ ๓๐ สนบั สนุนใหผ้ อู้ ่นื แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ มนั ่ ใน ศาสนาและเทดิ ทนู พระมหากษตั รยิ ์ ๔ เป็นแบบอย่าง ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท ๓๐ หลกั การทรงงานและหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๕ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ วี นิ ยั ในตนเอง ๑๐ รวม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐

๑๒๖ มำตรฐำนกำรเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรียนรู้ รำยวิชำ หน้ำท่ีพลเมอื ง ๔ รหสั วิชำ ส๓๐๒๓๔ ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปี ที่ ๖ อตั รำส่วนคะแนนระหวำ่ งภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ลาดบั หน่วยการเรยี นรู้ ผลการ สาระการเรยี นรู้ ชวั่ โมง น้าหนกั ท่ี เรยี นรู้ คะแนน พลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยคอื ความ ๑ แบบอย่างพลเมอื งดี ๑ คาดหวงั ทส่ี งั คมมตี อ่ เยาวชน พลเมอื งดี ๑๐ ๓๐ ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยจะทาใหส้ งั คม มี ๒ รทู้ นั ขา่ วสารและ ๒,๓,๔ คณุ ภาพ สมควรทเ่ี ยาวชนจะเรยี นรปู้ ฏบิ ตั ิ ๔ ๒๐ นโยบายสาธารณะ และเป็นแบบอยา่ งใหผ้ อู้ น่ื ต่อไป ๕ ในยุคแห่งขา่ วสาร การวพิ ากษแ์ ละคดั ๔ ๒๐ ๓ วจิ ารณาญาณ ๖ กรองขอ้ มลู เป็นทกั ษะทส่ี าคญั อยา่ งยง่ิ กบั การเลอื กตงั้ ๗ ทจ่ี ะสรา้ งพลเมอื งใหเ้ ป็นบคุ คลทม่ี ี บรู ณาการ ๒๐ คุณภาพ มเี หตุผล อนั จะเป็นประโยชน์ บูรณาการ ๑๐ ๔ วนิ ัยในตนเอง ตอ่ ทงั้ การดารงชวี ติ การอย่รู ่วมกบั ผอู้ น่ื ๕ วนิ ัยในสถานศกึ ษา และการมสี ว่ นร่วมทางการเมอื งทงั้ ใน ๑๐๐ ปัจจบุ นั และอนาคต การเลอื กตงั้ เป็นกระบวนการอยา่ งหน่งึ ท่ี สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ สทิ ธิ และความเทา่ เทยี ม กนั ของคนในสงั คม การเขา้ รว่ ม กจิ กรรมน้อี ยา่ งมวี จิ ารณญาณจงึ เป็นสงิ่ ทพ่ี ลเมอื งดตี อ้ งปฏบิ ตั ิ ความขยนั หมนั ่ เพยี ร อดทน และตงั้ ใจ ปฏบิ ตั หิ น้าท่ี อยา่ งสม่าเสมอและต่อเน่อื ง เป็นปัจจยั สาคญั อยา่ งยงิ่ ตอ่ ความสาเรจ็ ในการทางานและดารงชวี ติ การเคารพกฎระเบยี บส่วนรวมเป็นสงิ่ ทจ่ี ะ ทาใหก้ ารอยรู่ ว่ มกนั เป็นไปดว้ ยความ สงบเรยี บรอ้ ย รวม

๑๒๗ มำตรฐำนกำรเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั /ผลกำรเรียนรู้ รำยวิชำ หน้ำท่ีพลเมือง ๔ รหสั วิชำ ส๓๐๒๓๔ ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปี ท่ี ๖ อตั รำส่วนคะแนนระหว่ำงภำคต่อปลำยภำค ๙๐: ๑๐ ขอ้ ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้ การประเมนิ ผล ก่อน กลาง หลงั ปลาย รวม ๑๕ ๑ แบบอย่างพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตยทท่ี าใหส้ งั คม ๑๕ ๑๕ คณุ ภาพ เรยี นรปู้ ฏบิ ตั แิ ละเป็นแบบอย่างใหผ้ อู้ ่นื ๓๐ ๓๐ ๒ รทู้ นั ขา่ วสารและนโยบายสาธารณะ มที กั ษะการ ๑๕ วพิ ากษแ์ ละคดั กรองขอ้ มลู อนั จะเป็นประโยชน์ตอ่ ทงั้ ๑๐ ๑๐๐ การดารงชวี ติ การอย่รู ว่ มกบั ผอู้ น่ื และการมสี ่วนรว่ ม ทางการเมอื งทงั้ ในปัจจบุ นั และอนาคต ๓ มวี จิ ารณญาณกบั การเลอื กตงั้ ทส่ี ะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ สทิ ธิ ๓๐ และความเทา่ เทยี มกนั ของคนในสงั คม ๔ วนิ ัยในตนเองปฏบิ ตั หิ น้าท่ี อยา่ งสม่าเสมอและต่อเน่อื ง ๓๐ เป็นปัจจยั สาคญั อยา่ งยง่ิ ตอ่ ความสาเรจ็ ในการทางานและดารงชวี ติ ๕ วนิ ัยในสถานศกึ ษา เคารพกฎระเบยี บสว่ นรวมเป็นสงิ่ ท่ี ๑๐ จะทาใหก้ ารอย่รู ว่ มกนั เป็นไปดว้ ยความสงบเรยี บรอ้ ย รวม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๑๐

สว่ นท่ี ๕ ภาคผนวก

1 คำสง่ั โรงเรยี นรอ้ ยเอ็ดวิทยาลยั ท่ี 42 /2564 เรอื่ ง แตง่ ต้ังคณะอนกุ รรมการปรบั ปรุงพัฒนาหลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ) ปกี ารศกึ ษา 2563 .............................. อาศัยอำนาจตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. 293/2551 เร่ือง ให้ใชห้ ลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และการกระจายอำนาจให้สถานศึกษากำหนดหลักสตู รสถานศึกษาข้ึนใช้ เอง เพื่อให้สอดคล้องกบั คำสั่งดงั กลา่ ว กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรยี นร้อยเอ็ด วิทยาลัย ขอปรับปรงุ หลกั สตู รกล่มุ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ในระดบั มัธยมศึกษา ตอนตน้ (มธั ยมศึกษาปที ี่ 2) และระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย (มธั ยมศึกษาปีท่ี 6) ในสว่ นทเ่ี ป็นโครงสร้างหน่วย การเรียนรู้ โดยเพ่ิมหลักสูตรต้านทจุ รติ ศึกษา (Anti-Corruption Education) ในรายวชิ า สงั คมศกึ ษา 3 รหสั วชิ า ส22101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และรายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวชิ า ส31101 ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อใหก้ ารปรบั ปรุงและพัฒนาหลักสูตรของกล่มุ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม มคี วามสอดคล้องกับหลกั สูตรต้านทุจริตศกึ ษา (Anti-Corruption Education) ตามมติของ คณะรัฐมนตรี และความเหน็ ชอบของสำนักงานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติ รว่ มกับ สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน โรงเรียนร้อยเอด็ วทิ ยาลยั จงึ ขอแต่งตั้งคณะอนกุ รรมการปรับปรุง พฒั นาหลกั สตู รของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ดังน้ี 1. คณะกรรมการอำนวยการ ประกอบด้วย 1. นายศิริ ธนะมลู ประธานกรรมการ 2. นางสาวพศิ มยั แสงจนั ทร์เทศ รองประธานกรรมการ 3. นายสเุ พียบ สอนใจ กรรมการ 4. นายวลั ลภ เฉลิมแสน กรรมการ 5. นางสาวกชพรรณ นาเสถียร กรรมการ 6. นางสุกญั ญา ไชยคริ นิ ทร์ กรรมการและเลขานุการ 7. นายวรี ศกั ดิ์ บุญวิเศษ กรรมการและผูช้ ว่ ยเลขานุการ มหี นา้ ท่ี ให้คำปรึกษา เสนอแนะ ให้ข้อคิดเหน็ แก้ไขปัญหาอุปสรรค และอำนวยการให้การดำเนนิ การ เป็นไปดว้ ยความเรยี บร้อย

2 2. คณะอนุกรรมการปรับปรงุ พัฒนาหลกั สูตรมัธยมศกึ ษาตอนต้น ประกอบด้วย 1. นายวรี ศกั ด์ิ บญุ วเิ ศษ ประธานกรรมการ 2. นางปราณี พน้ื แสน รองประธานกรรมการ 3. นางนิภาศิริ กาฬอ่อนศรี กรรมการ 4. นางสุคนธ์ บุญวิเศษ กรรมการ 5. นายประกอบ เหง้าชยั ภูมิ กรรมการ 6. นางจรัสศรี ศรสทุ ธ์ิ กรรมการ 7. นายเดน่ พงษ์ ใจหาญ กรรมการ 8. นางสาวจริ าพร พมิ พว์ ิชยั กรรมการ 9. นางเบญจพร แก้วมนตรี กรรมการ 10. นางสาวประกายดาว ล้วนชา กรรมการ 11. นางสิรินชุ สุจรติ กรรมการและเลขานุการ 12. นางพศิ มัย สงิ ห์เสนา กรรมการและผู้ช่วยเลขานกุ าร มีหน้าที่ ศึกษาวเิ คราะหห์ ลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 และหลกั สูตรต้านทุจรติ ศกึ ษา (Anti-Corruption Education) เพื่อปรบั ปรุงและพัฒนาหลักสตู รกล่มุ สาระฯ สงั คมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ในระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น (มธั ยมศึกษาปีที่ 2) ในวนั ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 13.00 – 15.30 น. ณ ห้องศรมี งคล โรงเรยี นรอ้ ยเอด็ วิทยาลัย และจัดทำรปู เล่มใหเ้ รียบรอ้ ยสมบูรณ์ 3. คณะอนกุ รรมการปรับปรุงพฒั นาหลักสูตรมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ประกอบด้วย 1. นายวฒุ นิ นั ท์ โคตรทิพย์ ประธานกรรมการ 2. นายนิยม ทิพจกั ร รองประธานกรรมการ 3. นางสุกญั ญา ไชยคริ ินทร์ กรรมการ 4. นางปยิ นนั ท์ รนิ ทา กรรมการ 5. นายประคัลภ์ นันตะเวช กรรมการ 6. นางเพยี งจันทร์ อะทาโส กรรมการ 7. นายอาคม ศรีสขุ กรรมการ 8. นายเพ่มิ พูน สิงหจ์ ันทร์ กรรมการ 9. นางสาวสิรพิ ร สุวรรณา กรรมการ 10. นายภาณุวตั ร บวั สอน กรรมการ 11. นายธรี วุฒิ หอมอินทร์ กรรมการและเลขานุการ 12. นายยทุ ธกรณ์ กอ่ ศลิ ป์ กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ มหี นา้ ที่ ศกึ ษาวิเคราะห์หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และหลกั สูตรตา้ นทจุ รติ ศึกษา (Anti-Corruption Education) เพอื่ ปรบั ปรงุ และพัฒนาหลกั สูตรกลมุ่ สาระฯ สงั คมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีท่ี 4) ในวันท่ี 24 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 เวลา 13.00 – 15.30 น. ณ หอ้ งศรมี งคล โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลยั และจัดทำรูปเล่มให้เรียบรอ้ ยสมบรู ณ์

3 ใหผ้ ู้ทไี่ ดร้ ับการแตง่ ต้ังตามคำสง่ั นี้ ปฏบิ ตั หิ น้าทีใ่ นงานท่ไี ด้รบั มอบหมาย ใหเ้ ปน็ ไปดว้ ยความเรียบรอ้ ย และเกิดผลดแี ก่ทางราชการต่อไป สัง่ ณ วันที่ 8 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564 (นายศิริ ธนะมลู ) ผู้อำนวยการโรงเรียนรอ้ ยเอ็ดวิทยาลยั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook