ทีม่ าของวรรณกรรมแปลและแปลง วรรณกรรมในชว่ งนจ้ี ะอยูร่ ะหวา่ งปลายรชั กาลที่ 5 ถึงสมยั รัชกาลท่ี 6 กลา่ วทางดา้ นสังคมจะเหน็ วา่ สงั คมไทยในชว่ งนมี้ ีการเปล่ยี นแปลงอยา่ งมากมายและรวดเรว็ อนั เป็นผลมาจากการปฏริ ูประบบต่าง ๆ ในสังคมชว่ งตน้ รชั กาลท่ี 5 เชน่ การสรา้ งระบบราชการใหม่ โดยแบ่งส่วนราชการตามแบบตะวันตก การปฏริ ูปการศกึ ษาด้วยการนาแผนการศกึ ษา ด้วยการนาแผนการศึกษาแบบใหม่ ซ่ึงเป็นการศึกษาในระบบโรงเรียนท่ีมีการกาหนดหลักสตู รแน่นอน มาใช้
มกี ารยกเลกิ ระบบไพรแ่ ละเลิกทาส ทาใหป้ ระชาชนบางส่วนมีอิสรภาพมีโอกาสศกึ ษาเลา่ เรยี น และสามารถเปลย่ี นสถานะของตนเองได้ ความเจรญิ ทางด้านการพมิ พ์ มีสว่ นสง่ เสรมิ ความรู้ ความคิดและวทิ ยาการสมยั ใหม่ และเปน็ แหล่งเผยแพรว่ รรณกรรมแบบตะวนั ตกสสู่ ังคมไทย การสง่ นักเรยี นไปศึกษาตอ่ ตา่ งประเทศ บคุ คลเหล่านเ้ี ม่อื กลับมาตา่ งก็มบี ทบาทสาคญั ตอ่ การ พฒั นาประเทศในด้านต่างๆ และรวมไปถึงการน าวรรณกรรมแบบตะวันตกเข้ามาเผยแพร่ ในสงั คมไทยอีกด้วย
รัชกาลที่ 6 สภาพสังคมมลี กั ษณะสบื เนื่องมาจากสมยั รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎ เกล้าเจ้าอยหู่ วั แม้จะทรงเป็นกษัตรยิ ใ์ นระบอบสมบูรณาญาสทิ ธริ าช แต่ในรชั สมัยของพระองค์ สงั คมไทยมลี กั ษณะเป็นประชาธปิ ไตยยงิ่ กวา่ สมัยทผี่ า่ นมา ดังจะเห็นไดจ้ ากทรงเปดิ โอกาส ให้มกี ารเขยี นบทความในหนงั สอื พิมพ์วพิ ากษว์ จิ ารณร์ ะบบการปกครอง การทางานของข้าราชการ ตลอดจนโจมตีพระมหากษตั ริยแ์ ละพระราชวงศ์ รวมถงึ การเรียกร้องให้ใช้รฐั ธรรมในการปกครองประเทศ ไดอ้ ยา่ งเสรภี าพ
ทรงปูพ้นื ฐานการปกครองแบบประชาธปิ ไตยดว้ ยการประกาศใช้ พระราชบญั ญัติ ประถมศึกษา พ.ศ. 2464 สง่ ผลใหห้ ารศกึ ษาภาคบังคับในระบบโรงเรยี นขายส่ปู ระชาชนทวั่ ประเทศ สาหรบั การศึกษาในระดบั สูงโปรดฯ ให้ตัง้ โรงเรียนฝกึ หัดครสู ตรโี รงเรียนฝึกหัดอาชีพจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย อกี ทั้งทรงสนับสนนุ ใหพ้ ระราชวงศต์ ลอดจนสามัญชนได้ไปศกึ ษาวทิ ยาการพัฒนาชวี ติ แก่ประชาชนไดอ้ ยา่ งกว้างขวางและทกุ ระดับ
ด้านบนั เทงิ คดี การแปลบนั เทิงคดีหรือท่ียุคน้ันเรยี กว่า “เรอ่ื งอ่านเลน่ ” เรมิ่ ด้วยการแปล นิทานอสี ป งานแปลทไ่ี ดร้ ับความนยิ มมากในยุคนไ้ี ด้แก่ นวนิยายเรือ่ ง ความพยาบาท ซึง่ แม่วนั (พระยาสุรนิ ทราชา ) แปลจากเรือ่ ง เวนเดต็ ตา (Vendetta) ต่อจากนน้ั ราม จติ ติ (รัชกาลท่ี 6) แปลเร่อื ง แมลงป่องทอง จาก เดอะ โกลเดน้ สคอรเ์ ปี้ยน (TheGolden Scorpion)
นกโนรี (หลวงวลิ าส ปรวิ ตั ร) แปลเรือ่ ง สาวสองพนั ปี จากเรื่อง ชี (she) เป็นต้น ในขณะทมี่ กี ารแปลและแปลง บทละคร และนวนิยาย จากวรรณกรรมตะวนั ตกก็ได้มีการเขียน เรื่องอา่ นเลน่ อย่างทเ่ี ปน็ ของไทยเราเองขึน้ เรมิ่ จาก กรมหลวงพชิ ติ ปรีชากร แตง่ เรือ่ ง สนุกน์ินกึ ครเู หล่ยี ม (หลงวิลาศปริวัตร) ได้เขยี นนวนิยายไทยแทเ้ ร่ืองแรกชอ่ื ความไม่พยาบาท เร่ืองนี้แตง่ ขน้ึ เพอ่ื ใหค้ ู่กบั ความพยาบาทของแม่วนั จากนั้นมาได้มกี ารเขียนนวนิยายไทย ทมี่ เี คา้ โครงเรือ่ งเหมอื นนวนิยายตะวนั ตกทแ่ี ปลมา เชน่ ชดุ นิทานของอนิ ของนายแกว้ นายขวญั (รัชกาลท่ี 6)
ดา้ นสารคดี อทิ ธิพลตะวนั ตกทาใหง้ านเขียนสารคดีมีรปู แบบท่หี ลากหลายมากขน้ึ การเขียนในรูปของจดหมาย บันทกึ ประจาวนั บทวจิ ารณ์ ชีวประวตั ิ หนงั สอื อา้ งอิง สารคดตี า่ ง ๆ เหลา่ น้ี เกดิ ขึ้นจากความเจริญรุ่งเรืองของกจิ การพิมพ์ โดยเฉพาะหนงั สอื พิมพ์ นอกจากรูปแบบทีเ่ พ่มิ ข้ึนแลว้ แนวคดิ ทีป่ รากฏในสารคดยี ังเปลีย่ นไปจากการใหค้ วามรหู้ รือขอ้ เท็จจรงิ เชน่ สารคดีในอดีต มาเปน็ แนวคดิ ทางสงั คมและการเมอื ง ในลกั ษณะวิพากษ์วจิ ารณ์หรอื ใหข้ ้อเสนอแนะ
เช่น ก.ศ.ร. กหุ ลาบ ไดเ้ ขยี นบทความลงในหนังสอื สยามประเภท (พ.ศ. 2440) นอกจากงานเขียน ท่เี สนอข้อมลู ทางประวัตศิ าสตร์และประวตั บิ ุคคลสคญั ซ่งึ ข้อมลู เหล่าน้ีเป็นข้อมลู จากเอกสารตา่ งประเทศ และเอกสารเกา่ ที่หายากแล้ว บทความของเขายงั เนน้ โลกทศั นท์ เ่ี ป็นวทิ ยาศาสตรแ์ ละวิทยาการแผนใหม่ คดั ค้านความเชอ่ื งมงาย และการหลงใหลในไสยศาสตร์ ประมาณ พ.ศ. 2446 ต.ว.ส.วัณณาโภ (เทียนวรรณ วณั ณาโภ) ออกหนังสือพมิ พ์ ตุลวภิ าคพจนกจิ และ ศริ ิพจนภาค ข้อเขียนในหนังสอื ท้งั 2 เลม่ มที ง้ั บทความและคากลอน
ซ่งึ ล้วนแต่เสนอแนวคิดวพิ ากษ์วจิ ารณ์แลว้ ยังได้เสนอแนะแนวทางแกไ้ ขในเรอื่ งต่าง ๆ อกี ด้วย เช่น ใหป้ รบั ปรุงเรื่องความเสมอภาคของหญงิ ชาย การเลกิ ทาส เลกิ บ่อนเบย้ี เลิกการกินสนิ บน เสนอใหม้ กี ารจดั ตัง้ ศาลยตุ ธิ รรม ตง้ั ธนาคารสรา้ งโรงเรยี น โรงพยาบาล สรา้ งถนน และทส่ี าคัญคือ เสนอให้มีรฐั สภา เปน็ ตน้ ดา้ นร้อยกรอง ถงึ แม้วรรณกรรมประเภทร้อยกรองจะเริม่ ลดความนยิ มมาตัง้ แตส่ มยั รชั กาลท่ี 5 แตป่ รากฏวา่ สมยั รชั กาลท่ี 6 งานร้อยกรองกลับเพิ่มจานวนข้ึน ทงั้ นีเ้ น่ืองจากพระมหากษัตริย์ ทรงเปน็ ผู้นาในการแตง่ รอ้ ยกรอง อีกทงั้ ยังส่งเสรมิ การแปลวรรณกรรมสนั สฤตและทรงใหก้ ารสนับสนุน การประพนั ธ์รอ้ งกรองโดยจดั การแขง่ ขนั แต่งโคลงกระทใู้ นหนังสือพมิ พป์ ระตใู หม่ และเดลเิ มล์ เป็นตน้
แมร้ ้อยกรองจะกลบั มาเป็นที่นิยมอีกครั้งในรชั กาลที่ 6 แต่จะพบว่าร้อยกรองในยุคน้ี เปล่ียนแปลงไปจากยคุ กอ่ น ทั้งในดา้ นรปู แบบและเนือ้ หา แมจ้ ะยังใชฉ้ ันทลกั ษณแ์ บบเดมิ อยู่ แตไ่ ด้ลดความประณตี เคร่งครดั ในการใช้คาศัพทส์ งู มาเป็นการใชถ้ อ้ ยคาสามญั งา่ ย ๆ แต่สามารถสื่อความคดิ ไปยงั ผอู้ ่านไดช้ ัดเจนตรงไปตรงมา ส่วนเนื้อหาในวรรณกรรมประเภทเรอ่ื งเลา่ เช่น พระนลคาหลวง สามคั คีเภทคาฉันท์ ก็มขี นาดสนั้ ลง แตท่ ี่นิยมเขียนและอ่านกนั มากขึ้นตามลาดับ คอื ร้อยกรองส้นั ๆ ทเี่ น้น “ขอ้ คดิ ” หรือ “ความคดิ ” ซึ่ง ครเู ทพ (เจา้ พระยาธรรมศกั ดมิ์ นตรี) เปน็ ผรู้ เิ รม่ิ ขึ้นรอ้ ยกรองของครเู ทพ เปน็ รอ้ ยกรองที่มุ่งแสดงแนวคิดในเชิงวจิ ารณส์ ภาพการเมืองเศรษฐกจิ และสงั คมไทย อีกทงั้ ครูเทพยังเป็นกวคี นแรกที่นารปู แบบของเพลงพ้นื บา้ นมาใช้ในการแตง่ บทกวีอีกด้วย
ยคุ รุ่งอรณุ (พ.ศ. 2469 - 2475)
ทมี่ าของวรรณกรรมไทยปัจจุบันสมบรู ณแ์ บบ วรรณกรรมในชว่ งนเี้ รม่ิ ต้งั แต่รชั กาลที่ 7 ขน้ึ ครองราชยจ์ นถึงปจั จบุ ันเปล่ยี นแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475สภาพสังคมไทยในช่วงน้ี ได้รับผลกระทบจากปญั หาเศรษฐกจิ ท้งั ภายในและภายนอกประเทศพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยหู่ ัว ทรงแกไ้ ขปญั หาเศรษฐกิจของประเทศดว้ ยการตัดทอนรายจา่ ยสว่ นพระองค์ ตัดงบประมาณของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เกอื บทกุ กระทรวง นอกจากนย้ี งั ยุบรวมหนว่ ยงาน และปลดขา้ ราชการออก (เรยี กว่า ดุลยภาพ) รวมถึงลดเงินเดือนราชการท้ังพลเรือนและทหาร การดาเนินนโยบายดงั กลา่ ว ทาให้งบประมาณแผ่นดินในปี 2469 สมดุลขนึ้ ทงั้ ที่ก่อนหนา้ นง้ี บประมาณขาดดลุ ทุกปี
อยา่ งไรก็ตาม ปญั หาเศรษฐกจิ ที่คลี่คลายไปไดไ้ มน่ านนกั เพราะในปี พ.ศ. 2473 ได้เกดิ วกิ ฤตการณ์คา่ เงินตกต่าทวั่ โลก จงึ ทรงแก้ปญั หาดว้ ยการประหยดั ตัดรายจ่ายและเพิม่ รายได้ โดยเพ่มิ อตั ราภาษีและจดั ต้งั ภาษีใหม่ เช่น ภาษีคนตา่ งดา้ ว ภาษที ีด่ นิ ภาษเี งินเดือน ฯลฯ การแก้ปญั หาในครง้ั นไ้ี มบ่ ังเกิดผลแต่อย่างใด รายไดข้ องรฐั ยงั คงตกตา่ เนอ่ื งจากการคา้ สง่ ออก ไม่สามารถทารายได้เขา้ ประเทศได้เพราะสินคา้ ของไทยมีราคาแพง และตอ้ งแข่งขันกบั สินค้าของประเทศอน่ื ๆ นอกจากการจัดเก็บภาษจี ะกระทบต่อความเป็นอยขู่ องราษฎรแล้ว การตัดงบประมาณด้านเกษตร และคมนาคมทาให้การพฒั นาประเทศชะงักงัน ซง่ึ เกิดผลกระทบตอ่ ชาวไรช่ าวนาโดยตรง
โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงการปลดข้าราชการ ปรากฏว่าสว่ นใหญ่ปลดแต่ข้าราชการชน้ั ผูน้ อ้ ย และข้าราชการทหารบกเป็นจานวนนบั หม่ืนคน ขา้ ราชการท่ีถูกปลดกลายเปน็ คนไรง้ าน รฐั บาลไม่สามารถ หาอาชพี อ่ืนมาทดแทนใหไ้ ด้ ความตงึ เครยี ดเหล่าน้ีเปน็ ปจั จัยสาคัญทผี่ ลักดนั ให้บุคคลกลมุ่ หน่ึง ประกอบดว้ ยทหารบก ทหารเรอื และข้าราชการพลเรอื นในนามของ “คณะราษฎร์” โดยการนาของ พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาทาการปฏวิ ตั ยิ ดึ อานาจการปกครอง เมอ่ื วนั ท่ี 24 มิถนุ ายน 2475 และเปล่ียนการปกครองจากระบอบสมบรู ณาญาสิทธริ าชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย
แมส้ ภาพทางเศรษฐกิจและการเมอื งจะอยูใ่ นภาวะตึงเครียด แตว่ รรณกรรมไทยในยคุ น้ี กลบั มีพฒั นาการทส่ี งู มาก วรรณกรรมประเภทรอ้ ยแกว้ ได้เข้ามาแทนทร่ี อ้ ยกรองเกอื บจะสิน้ เชิง วรรณกรรมบนั เทงิ คดมี ลี กั ษณะเป็นตัวเองมากขึน้ นับไดว้ ่าเป็นชว่ งแบง่ ยคุ ระหวา่ งวรรณกรรม ที่มลี กั ษณะ “ไทยกึง่ เทศ” กับวรรณกรรมท่ีมีลักษณะเป็นของไทยเราเอง หนงั สือพมิ พใ์ นยุคน้ี ยังคงเจรญิ เฟอ่ื งฟูตอ่ เนื่องจากรัชกาลก่อน และมบี ทบาทสาคัญในการส่งเสรมิ เกดิ พฒั นาการ ทางวรรณกรรมทัง้ ประเภทบนั เมงิ คดแี ละสารคดี
มาถึงยุคน้ีงานประพันธ์ได้กลายเป็น “อาชพี ” และมคี นจานวนไมน่ อ้ ยยดึ อาชีพเป็นนกั ประพนั ธ์ และนักหนงั สือพมิ พ์ โดยเฉพาะ “ชนช้ันกลาง” ซึง่ หมายถงึ สามญั ชนทมี่ ีโอกาสได้รบั การศกึ ษา ในระดับสูง ๆ ไดเ้ จรญิ เติมโตข้ึนและเขา้ มามบี ทบาทในสังคมดา้ นตา่ ง ๆ รวมทง้ั ด้านสรา้ งสรรค์ วรรณกรรมด้วย นักประพนั ธร์ ่นุ ใหมเ่ หลา่ นสี้ ่วนใหญม่ ีความรู้ หรอื มปี ระสบการณ์เกย่ี วกบั วทิ ยาการ ของตะวนั ตก ไดเ้ สนอทรรศนะและขอ้ คิดเหน็ ต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้เกิดการเปล่ยี นแปลงทางสงั คม ผ่านงานเขียนเพ่อื เผยแพร่ต่อสาธารณะชน
นักประพนั ธ์ส่วนใหญ่ในยุคน้นี อกจากจะมกี ารศกึ ษาดี มีความรู้และเป็นนักคดิ แล้วยงั รวมตวั กนั เปน็ กล่มุ เพอ่ื ทาหนงั สอื พิมพ์ เช่น หนงั สือพิมพ์ ไทยเขษม มีนักเขยี นท่เี ปน็ ผคู้ งแก่เรียน มีความรู้ทางอักษรศาสตรเ์ ป็นอย่างดี ได้แก่ เสฐยี ร โกเศศ, นาคะประทปี , สง่า กาญจนาคพันธ,ุ์ ม.ล.บุปผา นมิ มานเหมนิ ทร์ (ดอกไม้สด) หนังสอื พิมพ์ สภุ าพบรุ ุษ เป็นที่รวมของนักเขียนหนุ่มรุ่นใหม่ ทีม่ คี วามคิดทันสมัย นักเขยี นในกลุ่มนีไ้ ดแ้ ก่ กุหลาบ สายประดษิ ฐ์ (ศรีบรู พา) มาลัย ชพู นิ ิจ (แมอ่ นงค์) โชติ แพรพ่ นั ธุ์ (ยาขอบ), อบ ไชยวสุ (ฮวิ เมอริสต)์ การรวมกลุ่มและพบปะสังสรรคก์ นั ของนักเขยี น เป็นปัจจยั หนึ่งทกี่ าหนดทศิ ทางของการสร้างสรรค์วรรณกรรมในยุคน้ี
ดา้ นบันเทิงคดี ในยุคนีม้ ลี ักษณะเดน่ กวา่ ยคุ ใด เพราะนอกจากจะพฒั นาการเขียนจน กลายเป็นวรรณกรรมแบบไทยแท้แล้ว ยังเปน็ งานเขยี นทเี่ สนอความจรงิ ของชีวติ และสงั คมได้อยา่ ง สมจริงและฝากขอ้ คดิ ไว้กบั สงั คม โดยมากเป็นงานนกั เขยี นทีเ่ สนอความจริงของชวี ิตและสงั คมได้ อย่างสมจรงิ และฝากขอ้ คิดไวก้ บั สงั คม โดยมากเป็นงานเขียนของนกั เขียนกลุม่ หน่มุ สาว นักเขยี น สาคญั ในสมยั นี้ได้แก่ ศรีบูรพา, ดอกไมส้ ด, ม.จ. อากาศดาเกงิ รพพี ัฒน,์ สง่ เทภาสติ ฯลฯ
ศรบี ูรพา เขยี นเร่อื ง ลูกผชู้ าย เพื่อเสนอขอ้ คดิ ว่าความเปน็ ลกู ผชู้ ายไม่ได้อยู่ทช่ี าตกิ าเนดิ หรอื ยศศักด์ิ แต่อยู่ทค่ี วามมานะบากบั่นในการสรา้ งตนเองและมคี ุณธรรม ซ่งึ จะทาใหเ้ ขาสามารถเปลย่ี นสถานะ ทางสังคมของตนเองจากสามญั ชนไปสชู่ นช้ันสงู ได้ ในเร่ือง สงครามชีวติ แม้ศรบี รู พาจะได้แรงบันดาลใจ จากนวนิยายของรัสเซยี เรื่อง รกั ของผ้ยู ากไร้ (Poor People) แต่เขาก็มีจุดมุง่ หมายท่จี ะสะท้อน ความเลื่อมล้าตา่ สงู ในสังคมไทย สงครามชวี ิตจงึ เป็นนวนิยายทสี่ รา้ งปรากฏการณใ์ หม่แกว่ งวรรณกรรม ไทย เปน็ นวนยิ ายทก่ี ล้าวจิ ารณ์ในปัญหาสังคมและกล่าวถึงความเสมอภาคของมนุษย์
ดอกไม้สด เขยี นนวนิยายชวี ิตครอบครวั โดยนารายละเอยี ดเกี่ยวกับชวี ติ ความเปน็ อยมู่ าใส่ในงานเขียน เนื้อหาในนวนยิ ายของดอกไมส้ ด จงึ คล้ายคลึงกบั ชีวติ จรงิ ของคนไทยสมัยน้ันมากทสี่ ุด นวนิยายเรือ่ งแรกของดอกไม้สดทล่ี งใน ไทยเขษม คอื ศตั รขู องเจ้าหล่อน ได้เสนอข้อคิดเรื่องความรัก ในทรรศนะใหม่ และต่อต้านประเพณกี ารคลมุ ถุงชน
ม.จ.อากาศดาเกิง รพีพฒั น์ เขียน ละครแห่งชวี ิต ซง่ึ เปน็ นวนิยายประเภทแสดงขอ้ คิดและเป็นนวนิยายไทย เรื่องแรกท่ีใช้ฉากต่างประเทศ นวนยิ ายเรือ่ งนไ้ี ด้รับการกล่าวขวัญถึงมากเร่อื งหนงึ่ ได้รับการตพี มิ พ์ หลายครง้ั และมียอดจาหน่ายสงู สดุ ความนิยมในหมผู่ ้อู า่ นทาให้นวนยิ ายเรื่องนี้ไดร้ บั การวจิ ารณ์ อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกโดย พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ แตเ่ นอื่ งจากการวจิ ารณ์วรรณกรรม เปน็ เรอ่ื งใหม่จึงทาใหผ้ ้ปู ระพันธไ์ ม่พอใจ ถึงขั้นมกี ารเขียนโตต้ อบกันในนวนิยายเร่อื งน้ี ผ้เู ขยี นไดเ้ สนอข้อคดิ เชงิ ปรชั ญาชวี ิต โดยมองวา่ ชีวติ เป็นมายาโลดแลน่ ไปตามโชคชะตา เปรยี บไดก้ บั ละคร ซึ่งประกอบไปด้วยฉากตา่ ง ๆ และส่วนใหญ่มกั เป็นฉากเศร้านอกจากแนวคิดในการเปรยี บเทยี บชวี ติ เหมอื นกับละครแลว้ ผเู้ ขียนยังไดเ้ สนอแนวคดิ เรือ่ งความขดั แยง้ ระหว่างความรักกบั การแตง่ งาน และยังคัดค้านค่านยิ มเกย่ี วกบั การมภี รรยามาก
สง่ เทภาสติ เขียนเรื่องสน้ั น้าใจของนรา โดยให้ตวั เอกของเรือ่ งยินยอมพลีความบรสิ ุทธข์ิ องเธอ แก่หนมุ่ คนรักด้วยความสมคั รใจ ก่อนจากเขาไปเป็นภรรยาน้อยของชายอน่ื ตามหนา้ ทข่ี องลูกกตญั ญู อนั เป็นการเสนอทรรศนะว่า ความรักกบั การแต่งงานเป็นคนละเรอ่ื งกนั
ดา้ นสารคดี ดังไดก้ ลา่ วแล้วว่าหนงั สอื พิมพ์ในยุคนี้เพือ่ เฟอื่ งฟมู าก และมีบทบาทสาคญั ในการเป็นสอ่ื กลางใหน้ ักเขยี นได้เขา้ ไปมสี ่วนรวมสะทอ้ นความคิดเหน็ ของประชาชน ในเร่ืองเกี่ยวกบั สงั คมและการเมืองมากขึ้น ไดม้ ีผู้เขยี นบทความโจมตนี โยบายการบริหารบ้านเมืองและยังกล้า แสดงความคิดเหน็ พาดพิงถงึ สถาบันกษตั ริย์ บทความบางบทเรียกร้องใหม้ กี ารตง้ั รัฐสภา เพื่อประชาชนจะได้มีสว่ นรวมในการปกครองประเทศ การเคลื่อนไหววพิ ากษว์ จิ ารณโ์ จมตรี ัฐบาล และเรียกรอ้ งการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ท่ีดงั จากวงการหนงั สือพมิ พร์ ุนแรงมากข้ึนจนรัฐบาลตอ้ งประกาศเลกิ พระราชบญั ญตั ิวา่ ด้วยสมุดเอกสาร การพมิ พ์ พ.ศ. 2465 และประกาศใช้พระราชบญั ญัตวิ า่ ด้วยสมดุ เอกสารและหนงั สือพิมพ์ พ.ศ. 2470 เพื่อควบคุมหนังสอื พิมพ์ (เสถยี ร จันทมิ าธร, 2525 : 133) มีผลให้หนงั สือพมิ พ์ไทยใหม่ ทล่ี งพมิ พ์บทความ ชื่อ ชวี ิตของประเทศ ของ ศรทอง (พระยาศราภยั พพิ ัฒน์) ในปี พ.ศ. 2470 เพ่อื แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับระบอบประชาธปิ ไตย และ หนังสอื พิมพ์ ศรีกรุง ซง่ึ ตพี ิมพบ์ ทความเรอ่ื ง มนษุ ยภาพ ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ในปี พ.ศ. 2474 เพื่อเรยี กร้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเช่นเดยี วกันถูกปดิ และแท่นพมิ พ์ถกู ล่ามโซ่
ด้านร้อยกรอง ในยคุ นีง้ านร้อยกรองคลายความสาคญั ลงมา เพราะนกั เขยี นนยิ มเลือกรอ้ ยแกว้ เปน็ สือ่ ในการแสดงความคิดเหน็ ของตน จึงไมม่ ีผลงานรอ้ งกรองแบบฉบับทม่ี เี น้ือหาขนาดยาว ดงั เช่นสมยั ก่อน ๆ คงมีแตบ่ ทกวีนิพนธข์ นาดสนั้ ทแ่ี ตง่ ขึ้นเพอ่ื แสดงความคิดเห็นที่มตี อ่ สภาพแวดล้อม ในบ้านเมอื งมากกว่าจะนาเสนอความไพเราะของการใช้ถ้อยคาและโวหาร เชน่ ร้อยกรองในยุคกอ่ น ผู้แต่งรอ้ ยกรองทสี่ าคญั ในยุคน้ี คือ นายชติ บุรทัต และ เจา้ พระยาธรรม ศักดม์ิ นตรี (ครเู ทพ) งานร้อยกรองของนายชิต บรุ ทัต ยงั คงรักษาฉันทลักษณ์ตามแบบฉบบั เดิมอย่างเครง่ ครดั แตก่ ็มีขนาดสัน้ ลง รอ้ ยกรองที่มีช่ือเสยี งคอื สามัคคเี ภทคาฉันท์ สว่ นงานของครเู ทพ เป็นร้อยกรองท่ีม่งุ แสดงความคิดวิพากษว์ ิจารณส์ งั คมโดยเฉพาะความเห็นเรอ่ื งเศรษฐกจิ การเมือง การศกึ ษา
เชน่ บทร้อยกรอง ชอื่ รกุ เงยี บ (พ.ศ. 2471) ครเู ทพ ไดว้ จิ ารณ์การรุกเงยี บของชาวจนี ในไทย ซ่งึ จะเปน็ ผลรา้ ยตอ่ เศรษฐกจิ ของประเทศ ในบทรอ้ ยกรองช่ือ เป็นตัวเราดีกว่า (พ.ศ.2473) ครเู ทพสอนแนวคิดวา่ สงั คมไทยควรมีการเปลยี่ นแปลงอยา่ งชา้ ๆ ตามธรรมชาตมิ ากกว่าจะเปลี่ยนแปลง อยา่ งฉบั พลันแบบการปฏิวัติ นอกจากครเู ทพจะทาให้ร้อยกรองทเ่ี คยเปน็ เพยี งเคร่อื งประเทอื งอารมณ์ มาเปน็ ประเทืองปญั ญาแลว้ ยงั เปน็ ผรู้ เิ ร่มิ นารปู แบบของเพลงพื้นบ้านมาใช้แตง่ แต่เนือ้ หาเป็นการแสดง ทรรศนะต่อสังคม เช่น บทรอ้ ยกรองเรอ่ื ง ประชาสามญั ของเรา (พ.ศ. 2472) ครเู ทพ ไดน้ ารปู แบบ เพลง “พวงมาลยั ” มาใชแ้ สดงสภาพความเป็นอยใู่ นมือของนายทุน ชาวนาต้องทิ้งทีน่ ามาเป็น กรรมกรตามโรงงานในเมอื ง ซง่ึ ครูเทพไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงเชน่ นี้
วรรณกรรมยุครงุ่ อรณุ มลี กั ษณะเป็นตวั ของตวั เองมากขึ้น หนังสอื พิมพ์เข้ามามบี ทบาท ในการสง่ เสริมให้งานประพนั ธร์ อ้ ยแกว้ ทัง้ ประเภทสารคดี เช่น บทความ บทวเิ คราะหว์ ิจารณ์ และ บนั เทงิ คดอี นั ไดแ้ ก่ นวนิยายและเร่อื งสั้นทมี่ ลี ักษณะไทยแท้ แพรห่ ลายไปสปู่ ระชาชนในวงกวา้ ง ซงึ่ งานเหลา่ นีม้ ีส่วนให้การศกึ ษาและเสนอแนวคดิ ตา่ ง ๆ ตอ่ ประชาชน ทาใหเ้ กดิ การวิพากษว์ ิจารณ์ บา้ นเมืองและนาไปส่กู ารเปลย่ี นแปลงการปกครองในท่สี ุด
วรรณกรรมยุคหลังเปลย่ี นแปลงการปกครองถงึ ปัจจุบัน เมื่อมีการเปลยี่ นแปลงการปกครองเกิดขึ้นแล้วนนั้ ย่อมมีผลกระทบตอ่ หลายสง่ิ หลายอยา่ งในสังคม วรรณกรรมเป็นหนึ่งในบรรดาหลายส่งิ หลายอยา่ งทีม่ คี วามเปล่ยี นแปลง ความเปลยี่ นในยคุ หลัง การเปลย่ี นแปลงการปกครองนเ้ี กิดขึ้นทงั้ ในระดับผู้เขียน ผู้อา่ น และผู้จัดจาหนา่ ย ซ่งึ สามารถแบ่ง ออกเป็นยุคตา่ ง ๆ ดงั น้ี
ยคุ เร่มิ ศลิ ปะเพ่ือชีวิตถงึ สมัยชาตนิ ยิ ม (พ.ศ. 2476 - 2488)
หลังการเปล่ยี นแปลงการปกครองแลว้ ชนชนั้ กลางในสังคมไทยมีอานาจควบคุมเศรษฐกิจ การเมือง และสงั คม วรรณกรรมสว่ นใหญใ่ นชว่ งเวลาน้ีจงึ สะท้อนภาพของชนช้นั กลางอยา่ งชดั เจน ทั้งสะท้อนภาพความคดิ แบบเสรนี ยิ ม เนื่องจากหลักประชาธปิ ไตยที่เกิดข้ึนหลงั การเปลีย่ นแปลง การปกครองน้ันเนน้ ความเสมอภาคและเสรภี าพของประชาชนเปน็ หลกั งานวรรณกรรมแทบทกุ ชน้ิ จะปรากฏภาพทีเ่ กดิ ข้นึ ในสงั คม เชน่ ความคิดเรอื่ งความเสมอภาคของคนในสงั คม ความเสมอภาค ระหวา่ งหญงิ ชาย โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งตัวละครผูห้ ญิง
ในวรรณกรรมยคุ นี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างชดั เจน เชน่ ตวั ละคร อนงค์ จากเรื่อง หนึง่ ในรอ้ ย ของดอกไม้สด ทม่ี ีลักษณะของหญิงตามสมยั ไมท่ ิง้ คุณสมบตั กิ ุลสตรไี ทย แตข่ ณะเดียวกันกม็ บี ทบาท ทัดเทียมผู้ชาย มคี วามมั่นใจในตัวเองสมกับเป็นตวั ละครที่เกดิ ในยุคเสรภี าพอย่างย่งิ วรรณกรรมในระยะน้ี สะท้อนความคดิ คา่ นิยมทเ่ี ปล่ยี นแปลงใหม่ แต่บางอย่างกข็ ดั กับค่านยิ มเดมิ มาก ตัวละครในวรรณกรรม บางเร่อื งยงั เปน็ คณุ หลวง และสร้างบรรยากาศเกา่ ๆ อยู่บา้ ง
ในนวนิยายรกั บางเรอ่ื งแสดงออกให้เหน็ การต่อตา้ นการคลมุ ถุงชน การขดั ขืนต่อประเพณโี บราณอยู่บา้ ง ตลอดจนความขดั แย้งทางการเมอื ง การตอ่ สู้เพ่อื ประชาธิปไตยอกี ดว้ ย กลวิธีการเขียนสว่ นใหญ่ในยุคนี้ ใชล้ กั ษณะการสะทอ้ นภาพสมจรงิ มากกวา่ เป็นเรอื่ งจินตนิยม เหตุการณ์สาคัญท่ีมีผลกระทบต่อวงการ การวรรณกรรมไทยในช่วงน้คี อื ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2484 ประเทศไทยตกอย่ใู นภาวะสงครามมหาเอเชียบูรพา ผลกระทบจากสงครามแผ่วงกว้างเห็นได้ชดั ในดา้ นเศรษฐกจิ เกิดความขาดแคลนไปท่ัว ในดา้ นการพิมพ์ กระดาษมีราคาค่อนข้างแพง หนังสือพิมพ์บางเลม่ ต้องปิดตัวลง เช่น เอกชน สวนอกั ษร ฯลฯ
อีกท้งั เหตกุ ารณห์ นง่ึ ทกี่ ระทบตอ่ วงการวรรณกรรมไทยคอื ชว่ งปี พ.ศ. 2485 วรรณคดีสมาคมฟื้นตวั ขน้ึ มาใหม่ พรอ้ มกบั ลทั ธิชาตนิ ิยม และการสง่ เสรมิ วัฒนธรรมและภาษาไทย ของ จอมพล ป. พิบลู สงคราม สง่ ผลใหเ้ กิดการปรับปรุงตวั อักษรไทย และเกิดการวางหลักเกณฑก์ ารเขียนหนงั สือไทยใหม่โดยงดใชส้ ระ พยัญชนะทีม่ ีเสียงซา้ กัน เช่น ฬ ฤ ฤา ภ ฦๅ ซ ต ฆ ฌ กาหนดให้เขียนหนงั สอื ดว้ ยคาไทยแท้ เช่น คาว่า พฤกษา เขียนเป็น พรกึ สา คาวา่ ฤทธ์ิ เขยี นเปน็ รดิ คาว่า เฒา่ เขียนเป็น เธ่า เป็นต้น
วงการการประพันธแ์ ละหนังสอื พิมพจ์ งึ เกิดความป่ันปว่ นอยา่ งยง่ิ เนอ่ื งจากการเปลี่ยนวฒั นธรรมของ จอมพล ป. พบิ ลู สงคราม ทาใหบ้ ทประพันธ์ งานวรรณกรรมในเวลาน้นั จงึ จืดชดื อา่ นยาก กล่าวได้วา่ ภาษา อย่ใู นยคุ “อกั ขรวิบตั ิ” โดยสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามแม้ว่าในยุคนี้จะเกิดเหตุการณ์ที่ล้วนแล้วแตก่ ระทบ ต่อวงการวรรณกรรมมากมาย แตใ่ นยุคนีย้ ังเกดิ นักเขียนกลมุ่ หนุ่มสาวขน้ึ หลายคน และมบี ทบาทมาก ในยคุ ถดั ไป เชน่ อิศรา อมนั ตกุล เสนีย์ เสาวพงศ์ วิลาศ มณวี ัติ อุษณา เพลิงธรรม สุวัฒน์ วรดลิ ก อ.อุดากร เป็นตน้
ยุคกบฏสนั ติภาพ (พ.ศ.2489-2500)
ในยคุ นถ้ี อื เป็นยคุ หลกั สงครามโลกคร้งั ที่ 2 นักเขียนในยคุ นแ้ี บ่งเปน็ 2 กลมุ่ ใหญ่ คอื กลุ่มหนง่ึ มีผลงานหนักไปทางเรือ่ งพาฝนั ในแนวตา่ ง ๆ เรียกว่า “ศลิ ปะเพอ่ื ศิลปะ” นักเขยี นในกลุม่ น้ี ได้แก่ ก.สุรางคนางค์ ทเี่ ปลี่ยนแนวการเขียนมาเปน็ เร่ืองรกั แบบพอ่ แง่แมง่ อน เชน่ เร่อื งดอกฟ้าและโดมผู้ จองหอง เขมรนิ ทร์-อนิ ทริ า บ้านทรายทอง ว.ณ ประมวญมารค เขียนเร่ือง ปรศิ นา เจ้าสาวของอานนท์ เป็นตน้
สว่ นอกี กลุ่มหนง่ึ มผี ลงานหนักไปทางเสนอข้อคดิ เพอ่ื เปลย่ี นแปลงสงั คมไปสู่เปา้ หมายเดิมที่วางไวก้ อ่ น เปลี่ยนแปลงการปกครอง เรยี กว่า “ศิลปะเพ่อื ชวี ติ ” นกั เขียนในกล่มุ หลงั น้ีได้แก่ ศรีบรู พา เขียนเรอื่ งจนกวา่ จะพบกนั อกี และ และไปขา้ งหน้า แมอ่ นงค์ เขยี น ทงุ่ มหาราช ยังมีนักเขียนรุ่นใหม่ ๆ อย่าง เสนยี ์ เสาวพงศ์ ทเ่ี ริม่ เขยี นนิยายรกั ตา่ งแดนดว้ ยเรอื่ ง ชยั ชนะของผแู้ พ้ และ ไมม่ ขี า่ วจากโตเกยี ว จะเห็นได้ว่าวรรณกรรมในช่วงเวลานจ้ี ึงเปน็ เรอ่ื งท่ีหนักไปทางขอ้ คิดและอดุ มการณ์ทางการเมอื ง การเรียกร้องความเสมอภาคและเสรภี าพเพ่อื เปลยี่ นแปลงสงั คมไปส่สู ภาพท่ดี ขี ึน้
ในปี พ.ศ. 2493 เกิดกลุ่มชมรมนักประพันธ์ท่มี ีกาลังสาคญั คือ วิลาศ มณวี ตั ิ และประหยัด ศ.นาคะนาท ชมรมนีเ้ นน้ ใหน้ กั เขียนรับผดิ ชอบต่อผลงานมากย่งิ ขึน้ แต่ต่อมาเกดิ การกวาดล้างบ้านเมอื ง เรยี กว่า “กบฏสันตภิ าพ” ทาให้ชมรมนี้ตอ้ งสลายตวั ไป
ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 ศรบี รู พา หรอื กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้รบั มอบหมายให้เปน็ หวั หนา้ คณะกรรมการคุม้ ครองสทิ ธิและเสรีภาพของหนงั สือพมิ พไ์ ปเจรจากบั มจ.ประสพสุข สขุ สวสั ด์ิ นายกสมาคมหนงั สือพิมพ์ แหง่ ประเทศไทยในขณะน้ัน เพอ่ื ขอร้องรฐั บาลใหย้ กเลิกระบบเซ็นเซอร์ และพระราชบัญญัตกิ ารพิมพป์ ี 2484 ทาให้กหุ ลาบ สายประดิษฐ์ ถูกจับกุมตัวในขอ้ หา “ขบถภายใน และภายนอกราชอาณาจักร” เหตุการณใ์ นคร้งั น้ีทาให้การวรรณกรรมเพื่อชีวิตชะงักตั้งแตบ่ ดั นน้ั เป็นต้นมา อีกทัง้ ยงั ไม่มโี อกาสฟน้ื ตัวตลอดยุคการปกครองของจอมพลสฤษด์ิ ธนะรชั น์
ยคุ มืดทางปญั ญา (พ.ศ. 2501-2505)
ช่วงเวลาน้ีมเี หตกุ ารณส์ าคญั คอื การปฏิวัตริ ัฐประหาร ของ จอมพลสฤษด์ิ ธนะรัชน์ ถงึ 2 ครง้ั ในปี พ.ศ. 2500 – 2501 เหตุการณน์ น้ี อกจากจะลม้ เลิกสถาบันการเมืองท่มี ีอยอู่ ยา่ งสิ้นเชงิ แล้ว ยังมีผลกระทบต่อวงการวรรณกรรมคอ่ นขา้ งมาก ทาให้นักเขยี นกลุ่มก้าวหน้าหรือกล่มุ ศิลปะเพ่อื ชีวิต ที่เริ่มสรา้ งแนวใหมห่ ลังจากถกู จากดั บทบาทในยุคกอ่ นหนา้ น้ี ศรบี ูรพาต้องลีภ้ ัยทางการเมอื งไป อยู่ต่างประเทศ และไมไ่ ด้กลบั มาประเทศไทยอีกเลยกระทั่งเสียชวี ติ ส่วนนกั เขยี นท่านอน่ื ๆ เชน่ เสนยี ์ เสาวพงศ์ หนั ไปเอาดที างรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศและเลิกเขียนหนงั สอื ลาว คาหอม เลิกเขยี นหนงั สอื และเปลี่ยนอาชพี ไปทาไร่
นอกจากเสรีภาพของนักเขยี นจะถูกคุมคามแล้ว ด้านหนงั สือก็ถกู บนั่ ทอนเสรีภาพด้วยเชน่ กนั ดังประกาศของคณะปฏบิ ตั ใิ นยคุ นัน้ ทก่ี ล่าวถึงเสรภี าพของหนงั สอื พมิ พว์ า่ “หนงั สือพิมพ์ไมต่ อ้ งผ่าน การตรวจ แตถ่ า้ หนงั สือพมิ พ์ฉบับใดเสนอขา่ วทไ่ี ม่เปน็ ธรรม เสนอข่าวในทานองเป็นปากเสียงให้ต่างชาติ หรือพยายามยยุ งใหแ้ ตกสามัคคที ง้ั ทางตรงและทางอ้อมจะต้องถูกปราบปรามอยา่ งเด็ดขาด” เหตผุ ลน้จี ึงทาใหห้ นงั สือพมิ พร์ วมถงึ นติ ยสารตอ้ งระมดั ระวงั มิใหข้ อ้ เขยี นไปกระทบกระเทือนต่อรัฐบาล
เม่ือพจิ ารณาแล้วพบว่ายุคนีถ้ อื เปน็ ยุคมืดทางปญั ญาอย่างแทจ้ ริง นักเขียนบางคนเรยี กยุคนี้วา่ “ยคุ แหง่ ความเงยี บ” เหตุการณ์ตา่ ง ๆ ท่ีเกดิ ขน้ึ ส่งผลให้เน้ือหาวรรณกรรมในยุคน้ีมีแนวโนม้ ไป ทางประเทอื งอารมณ์มากกวา่ ประเทืองปัญญา การพัฒนาหยดุ ชะงักตอ่ เนือ่ งเป็นเวลานานทงั้ ดา้ น รปู แบบ แนวคดิ และเน้ือหาการเขยี นบันเทิงคดีในยุคนถ้ี อยหลงั ไปสแู่ นวการเขยี นแบบพาฝนั ท่เี คยนยิ ม ในอดตี การดาเนนิ เรือ่ ง และกลวิธีการแต่งส่วนมากมักลอกเลียนและใชแ้ บบเดียวกันหมด เรยี กได้ว่า เป็นยุคของ “วรรณกรรมนา้ เน่า” อีกท้งั หนังสอื ประเภทกาลงั ภายในยึดครองตลาดหนงั สอื เพราะผู้อ่าน สว่ นใหญไ่ มต่ ้องการยุง่ เกี่ยวกบั เรอื่ งการเมอื ง งานวรรณกรรมทผ่ี ลติ ขึน้ สว่ นใหญจ่ ะเนน้ ความสะดวก มากกวา่ ความประณตี
สุชาติ สวัสด์ิศรี (2518: 29) ไดส้ รุปลกั ษณะของวรรณกรรมท่ีเกิดขน้ึ ในยุคน้ไี ว้ 6 ประการ คอื 1. รกไปดว้ ยเร่อื งผีไรส้ าระ 2. นองไปดว้ ยเรอื่ งสปั ดน 3. คาวไปด้วยเรือ่ งโลกยี ์วิสัย 4. จดั จา้ นไปดว้ ยเร่ืองรักบนฟองสบู่ 5. มากไปด้วยเร่อื งบลู๊ า้ งผลาญและการเมอื งประเภทปลุกผี 6. มบี ้างเล็กนอ้ ยทนี่ ักเขยี นเร่มิ เปน็ ขบถกบั ตัวเอง และสงั คมทีเ่ ขามีชวี ิตอยู่
ในด้านร้อยกรองงานแนวเพ่ือชวี ิตทเี่ คยรุ่งเรืองกห็ ยดุ ชะงกั ไปดว้ ย ช่วงเวลาเดยี วกนั กเ็ กิดชุมนุมวรรณศลิ ป์ ของสถาบนั การศึกษาตา่ ง ๆ จดั พิมพห์ นังสอื เลม่ ละบาทออกจาหน่าย โดยหนงั สือเล่มละบาทนรี้ วมเอาผลงาน ท้ังเรื่องส้ัน และร้อยกรองของสมาชกิ มาตพี ิมพ์ เชน่ อนสุ ารวรรณศลิ ป์ ของจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั เน้นตีพมิ พ์กลอนรกั หวาน ๆ ท่มี ฉี ันทลกั ษณ์ถกู ตอ้ ง ของประยอม ซองทอง จินตนา ป่ินเฉลยี ว ประมวล โกมารทตั ส่วนวรรณศลิ ปข์ องธรรมศาสตร์จะรวบรวมและตีพมิ พ์งานของนภิ า บางย่ีขัน เนาวรตั น์ พงศ์ไพบูลย์ และทวีสขุ ทองถาวร เปน็ ตน้
ในปี 2505 หนงั สอื สงั คมศาสตรป์ รทิ ศั นถ์ ือกาเนิดข้นึ ครั้งแรก และนบั เป็นการปลดแอกฉันทลักษณ์ ในการแตง่ ร้อยกรอง จากบทร้อยกรองชอ่ื ว่า “วกั ทะเล” ของ องั คาร กัลปย์ าณพงศ์ เน่ืองจากการเขียน ทีไ่ ม่ถูกตอ้ งตามฉันทลักษณท์ าให้เกดิ การวิพากษ์ วจิ ารณ์ ในขณะเดยี วกันมีผอู้ ่านบางกลุม่ ยอมรับวา่ ร้อยกรองไมจ่ าเปน็ ตอ้ งเครง่ ครดั ฉนั ลักษณ์มากนกั ก็ได้ อีกทง้ั เน้อื หาในร้อยกรองขององั คาร กัลป์ยาณพงศ์ ยังสะท้อนภาพความขดั แย้งตา่ ง ๆ ในสงั คมไดเ้ ปน็ อยา่ งดแี ละยงั แสดงการเขียนท่ีซอ่ นสญั ลักษณ์ให้ผอู้ า่ น ไดข้ บคดิ และตคี วามอกี ด้วย
ยคุ ฉันจงึ มาหาความหมาย (พ.ศ.2507 – 2516)
ประเทศไทยกเ็ ข้าสู่ยุคจอมพลถนอม กติ ตขิ จร ผู้นาที่นาพาประเทศเขา้ สู่เผด็จการอีกครงั้ ทาให้ประชาชน นักศกึ ษา เรม่ิ รวมพลังเคลื่อนไหวเพ่ือเรียกรอ้ งความเป็นธรรมใหส้ งั คม และเรง่ รดั ใหค้ ณะปฏวิ ตั ิร่างรัฐธรรมนญู ใหเ้ สรจ็ สิ้น ผนู้ าการประทว้ งรัฐธรรมนูญในคร้งั นคี้ อื ธรี ยุทธ บุญมี จนกระทัง่ เกดิ เหตุการณ์นองเลือดขนึ้ ในวันท่ี 14 ตลุ าคม 2516 ทีเ่ รยี กวา่ วันมหาวิปโยค
งานวรรณกรรมในช่วงนส้ี ว่ นใหญ่เกดิ จากการรวมตัวของนกั ศกึ ษาสถาบนั ตา่ ง ๆ ต่อเนอื่ งจาก การพิมพ์หนงั สือเล่มละบาทในยุคก่อนน้ี เกิดชมรม “ปริทศั น์เสวนา” และเวทแี สดงความคิดเหน็ แสดงความสามารถในการประพนั ธข์ องคนรุ่นใหม่ ที่ท าใหเ้ กิดการเปลีย่ นแปลงของวรรณกรรมทั้งดา้ น รปู แบบ เนอ้ื หา และกลวิธกี ารเขียนแบบใหม่ ๆ เชน่ การเขียนแบบบรรยายกระแสสานึก (Stream Of Consciousness) การเขียนประเภทกึง่ สญั ลักษณเ์ หนอื จริง (Semi Surrealism) การเขียนแบบ บรรยายความรู้สึกแล้วจบแบบหกั มุม ดังท่ปี รากฏในงานเขียนเชน่ คนบนต้นไม้ ของ นิคม รายวา ถนนสายท่นี าไปสคู่ วามตายของ ของ วทิ ยากร เชยี งกูล และ รถไฟเดก็ เลน่ ของ สุชาติ สวสั ดิ์ศรี
ดา้ นนวนยิ ายเริ่มคกึ คัก เม่อื มอี งค์กรต่าง ๆ มอบรางวัลนวนยิ ายดเี ดน่ เช่น เรือมนษุ ย์ ของกฤษณา อโศกสิน จดหมายจากเมอื งไทย ของ โบตั๋น เขาชื่อกานต์ ของ สุวรรณี สคุ นธา ได้รับรางวลั นวนิยายดีเดน่ จากองค์การ สปอ. วงเวียนชวี ิต และ ข้าวนอกนา ของ สฟี ้า ได้รับรางวลั นวนิยายดเี ด่นจากสมาคม หอ้ งสมุดแหง่ ประเทศไทย ซ่ึงเป็นที่น่าสงั เกตว่านวนิยายท่ไี ด้รบั รางวัลส่วนใหญน่ น้ั จะมีเน้ือหาสะท้อนสงั คม ทงั้ สิน้ นักเขยี นและนกั วจิ ารณ์ที่มีบทบาทมากในยุคน้ี เชน่ วิทยกร เชยี งกลู สชุ าติ สวัสด์ิศรี เสกสรร ประเสริฐกุล ทรงยศ แววหงส์ วิสา คัญทพั สถาพร ศรีสัจจงั พบิ ลู ย์ศักดิ์ ละครพล ธรี ยทุ ธ บญุ มี จิระนันท์ พิตรปรชี า วาณชิ จรงุ กจิ อนันต์ เป็นตน้
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146