Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือ คำพ่อ คำแม่

หนังสือ คำพ่อ คำแม่

Published by Linkage Tech Corporation Limited, 2022-07-19 06:45:49

Description: กรมกิจการสตรีและครอบครัว

Search

Read the Text Version

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ทำสง่ิ ท่ีไม่เสีย ลกู รัก... ปกติคนเราเมื่อจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งก็มักจะคิดว่าเม่ือทำแล้วจะได้ผล ตอบแทนอยา่ งไร จะเสยี หายหรอื ไม่ เปน็ ตน้ กถ็ กู ตอ้ งอยู่ เพราะแสดงถงึ ความรอบคอบ คิดหน้าคิดหลัง หากไม่คิดเสียก่อนอาจผิดพลาดเสียหาย ไม่ได้ประโยชน์อะไรก็ได้ ในแวดวงของศาสนา ทา่ นแนะนำไว้เชน่ นีเ้ หมือนกนั วา่ “พึงออ่ นน้อมต่อผูท้ ่ีออ่ นน้อมด้วย พงึ คบหากบั ผทู้ ีเ่ ต็มใจจะคบหาด้วย พึงชว่ ยทำกจิ แก่คนที่หมนั่ ทำกิจ ไมพ่ งึ ทำประโยชน์แกผ่ ูไ้ มต่ อ้ งการประโยชน์ อย่าสมาคมกับคนท่ไี ม่เต็มใจจะสมาคมดว้ ย” คำแนะนำนใี้ หข้ อ้ คดิ ทด่ี มี ากเลยลกู เอย๋ ชดั เจนดจี นแทบจะไมต่ อ้ งอธบิ ายเลย เปน็ คำแนะนำทปี่ อ้ งกนั มใิ หค้ นเราเสยี เวลาไปทำสงิ่ ทไ่ี มเ่ กดิ ประโยชน์ ทำตามคำแนะนำ น้ีไดเ้ ราจะไมเ่ สยี เวลาเสียเรยี่ วแรง และจะไม่เสยี ใจภายหลงั ด้วย เช่น เราไปออ่ นนอ้ ม ถ่อมตนต่อคนที่เขาแข็งกระด้าง ไปยกมือไหว้คนท่ีเขาไม่ยอมรับไหว้ก็เสียมือเปล่า หรือเราไปช่วยเหลือช่วยทำกิจต่าง ๆ แก่เขา แต่เขาไม่เห็นความมีน้ำใจของเรา กป็ ว่ ยการเปลา่ อยเู่ ฉย ๆ ดกี วา่ ลกู เอย๋ คนเราไมเ่ หมอื นกนั ลกู อยา่ ไปคดิ วา่ เขาเหมอื นเรา หรอื เราเหมอื นเขา เราคดิ อยา่ งหนง่ึ เขาคดิ อยา่ งหนง่ึ ดใู หด้ คี ดิ ใหด้ กี อ่ นทจ่ี ะตง้ั ความหวงั หรือคิดจะทำอะไรให้แก่ใคร จะได้ไม่เสียใจและเสียดายในภายหลัง ทำอะไรโดย ไม่คดิ หนา้ คดิ หลงั ให้รอบคอบก็อาจจะเสียได้ คำพ่อ คำแม่ 43 พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ภมู ิต้านทานทกุ ข์ ลูกรัก... ร่างกายที่แข็งแรงย่อมไม่ถูกโรคภัยเบียดเบียนได้ง่าย เรียกว่ามีภูมิต้านทาน หรอื มภี มู คิ มุ้ กนั ดี ภมู ติ า้ นทานแบบนเี้ ปน็ ภมู ติ า้ นทกุ ขท์ างกาย ทำใหก้ ายเปน็ สขุ ทำนอง เดยี วกนั หากไมต่ อ้ งการใหใ้ จมที กุ ขก์ ต็ อ้ งสรา้ งภมู ติ า้ นทานทกุ ขท์ างใจไวใ้ หด้ ี ความจรงิ ทุกข์ทางใจน้ันมีสาเหตุมาจากการนกึ คดิ ปรุงแตง่ ของใจเองเปน็ สำคญั คอื ใจไปเก็บเอา เรอ่ื งราวตา่ ง ๆ จากทไ่ี ดเ้ หน็ บา้ งไดย้ นิ บา้ งมานกึ คดิ แลว้ ปรงุ แตง่ ใหเ้ ปน็ อยา่ งนน้ั อยา่ งน้ี ตามความรสู้ กึ ของตวั เอง สง่ิ ทน่ี กึ คดิ นน้ั ถา้ ตวั เองรสู้ กึ ชอบกจ็ ะเกดิ ความสขุ ใจ ถา้ ตวั เอง รสู้ กึ ไมช่ อบกจ็ ะเกดิ ความทกุ ขใ์ จ เรอ่ื งอยา่ งเดยี วกนั แท้ ๆ อาจทำใหค้ นหนง่ึ เกดิ ความสขุ ใจ แตท่ ำใหอ้ ีกคนหนง่ึ เกดิ ความทกุ ขใ์ จก็ได้ มันอยู่ทีก่ ารนกึ คิดปรงุ แต่งของแตล่ ะคน ดงั นน้ั เมอ่ื ลกู ไมต่ อ้ งการใหท้ กุ ขม์ ารมุ เรา้ ลกู กค็ วรพยายามสรา้ งภมู ติ า้ นทานไว้ คือต้องตง้ั สติให้ดเี มอื่ ประสบเรอ่ื งอะไรกแ็ ล้วแต่ ทิ้งไดก้ ็ท้ิง วางไดก้ ็วาง อย่าเก็บเอามา คิดปรุงแต่งคืออย่าเอามาเป็นอาภรณ์ ถ้าจะคิดปรุงแต่งก็ต้องคิดอย่างมีสติ รอบคอบ คิดให้ถ่ีถ้วนก่อน อย่าด่วนตัดสินใจง่าย ๆ ว่าเป็นอย่างน้ันเป็นอย่างนี้ แล้วมาน่ัง ไม่สบายใจไปตามความคดิ ใจหนักแน่นเข้าไวเ้ ป็นดี ใจท่ีหนกั แนน่ มสี ติ และมีปัญญา พจิ ารณานน่ั แหละเป็นภมู ิตา้ นทานทุกข์ได้อยา่ งดี แตก่ ไ็ ม่ง่ายนกั ที่จะทำได้ ต้องฝกึ ฝน กันบ่อย ๆ และนาน ๆ จึงจะเห็นผล เหมือนร่างกายน่ันแหละกว่าจะแข็งแรงจนมี ภูมิตา้ นทานโรคได้ก็ต้องลงทุนลงแรงกนั มากโขอยู่ 44 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ร้หู น้าไม่รู้ใจ ลกู รัก... มภี าษติ กลา่ วไวว้ า่ “คนเรารหู้ นา้ ไมร่ ใู้ จ” เปน็ คำทใี่ ชไ้ ดต้ ลอดกาล โดยเฉพาะ สมัยนค้ี อ่ นข้างจะเหน็ ชัด สร้างภาพลวงตาเกง่ ดูข้างนอกกส็ ดใสมีเมตตา แต่ข้างในคดิ ไปอีกอย่างหน่ึง เหมือนภาพท่ีเขียนกับตัวจริงย่อมผิดกัน ภาพเขียนมักจะสวยงาม น่าชมกว่าตัวจริงเพราะมีการแต่งแต้มสีให้สดใสลงไป คนที่สร้างภาพตัวเองให้ดูเด่น กจ็ ำเปน็ ตอ้ งแตง่ แตม้ สสี นั ใหใ้ บหนา้ กริ ยิ าทา่ ทางและการแสดงออกอน่ื ๆ ใหด้ ดู ี นา่ นยิ ม ชมชอบแก่ผู้พบเห็นเข้าไว้ เพ่ือปกปิดภายในซ่ึงไม่งดงามอย่างน้ัน จึงเกิดคำพูดท่ีว่า รหู้ นา้ ไมร่ ใู้ จขน้ึ คอื เรารไู้ ดแ้ ตห่ นา้ ตาภายนอกของเขา แตใ่ จของเขานน้ั ยากทจ่ี ะหยง่ั รไู้ ด้ เพราะอาจผดิ เพ้ียนไปไดเ้ หมอื นภาพวาดกบั ตวั จริง ดังน้นั เมอื่ ลกู จะคบกบั ใคร จะไวว้ างใจใคร หรือทำกจิ การร่วมกบั ใคร จงึ ควร ดูให้ดี ดูให้นาน ๆ อย่าดูเพียงหน้าภายนอกซ่ึงอาจเป็นภาพลวงตาก็ได้ ต้องดูไปถึง การกระทำและความคิดความอ่านของเขา ดูท้ังต่อหน้าและลับหลัง หากลูกไม่ดูให้ดี หลงั ไปคบหาหรอื ไวว้ างใจใหค้ วามเคารพนบั ถอื เขา้ อาจตอ้ งชอกชำ้ ภายหลงั ได้ คนอน่ื มาทำ ใหเ้ ราผดิ หวงั เรากแ็ คเ่ ดอื ดรอ้ นเทา่ นน้ั แตค่ นทเ่ี รารกั ไวว้ างใจหรอื คนทเ่ี ราเคารพนบั ถอื มาทำให้เราผิดหวังน้ันมันทำให้เราเจ็บปวดและชอกช้ำใจยิ่งนัก เพราะฉะนั้นท่านจึง สอนวา่ “อยา่ ไวใ้ จทาง อยา่ วางใจคน จะจนใจเอง” จะไวใ้ จใครกอ็ ยา่ ถงึ กบั วางใจเลย จะรักจะนับถือใครก็เผ่ือใจไว้ผิดหวังบ้าง จะได้ไม่เสียใจมากนักเมื่อผิดหวัง คืออย่า ทุม่ เทใจไปรักนบั ถือหรือยอมรบั ใชใ้ ครแบบยอมตายถวายชวี ิตให้ เผอื่ ขาดเผื่อเหลือไว้ บา้ งเป็นดี คำพอ่ คำแม่ 45 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ใจเขาใจเรา ลกู รกั ... การอยรู่ ว่ มกบั คนอน่ื ไมว่ า่ จะอยกู่ นั แบบสามภี รรยา แบบครอบครวั พอ่ แมล่ กู แบบญาตมิ ติ ร แบบเพอ่ื นรว่ มงาน เพอ่ื นบา้ น หรอื เพอื่ นรว่ มโลก การคำนงึ ถงึ ความรสู้ กึ ของคนอ่ืนเป็นส่ิงสำคัญมาก จะอยู่กันได้นานหรือไม่นาน จะอยู่กันอย่างสงบสุขหรือ อย่างอยู่ร้อนนอนทุกข์ ก็อยู่ท่ีจุดน้ีเป็นสำคัญ การเอาใจเขามาใส่ใจเราและเอาใจเรา ไปใส่ใจเขา เป็นเรื่องท่ีควรทำ หมายความว่า เราจะทำอะไรก็ตามก็ต้องคำนึงถึง ผลกระทบที่จะเกิดแก่คนอื่นด้วย บางคร้ังเราคิดว่าเราทำแล้วเราจะได้ผลประโยชน์ แต่คนอนื่ เขาอาจเดอื ดรอ้ นเพราะการกระทำของเราก็ได้ จึงควรหลกี เล่ียงขอ้ น้ใี ห้มาก ไม่ควรสร้างความสำเร็จบนความเดือดร้อนของคนอ่ืน เราไม่ชอบให้ใครมาทำให้เรา เดือดร้อน คนอ่ืนก็ไม่ชอบให้เราไปทำให้เขาเดือดร้อนเหมือนกัน นึกถึงอกเขาอกเรา เปน็ ใช้ได้ คนทค่ี ดิ เอาแตไ่ ด้ เขาเรียกวา่ คนเห็นแกต่ วั ลูกเอ๋ย เกิดเป็นคนนะลูก เมื่อเราอิ่มก็ควรนึกถึงคนท่ีเขาอดบ้าง เมื่อเราสุข กค็ วรคดิ ถงึ คนทเี่ ขาทกุ ขบ์ า้ ง เมอ่ื เรามกี ค็ ดิ ถงึ คนทเี่ ขาจนบา้ ง ลกู คดิ ไดอ้ ยา่ งนี้ ลกู จะเปน็ นักเสียสละ เห็นใจคนอื่น ช่วยเหลือคนอ่ืนได้และจะเป็นท่ีรักนับถือของคนท่ัวไป หากลกู เป็นคนเห็นแกต่ ัว ลูกจะอยูโ่ ดดเดยี่ ว เวลาลกู เดือดรอ้ นจะไม่มีใครแยแสลูกเลย จำไว้เถิดลูก 46 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development คดิ ก่อนพูด ลูกรกั ... ปากคนนนั้ นำสขุ มาใหก้ ไ็ ด้ นำทกุ ขม์ าใหก้ ไ็ ด้ มคี ำเตอื นมากมายเกย่ี วกบั ปาก เชน่ วา่ “พดู ไปสองไพเบยี้ นงิ่ เสยี ตำลงึ ทอง” เมอื่ ลกู คบหากบั ใคร ทำงานทไ่ี หนกต็ าม สิง่ ที่ตอ้ งระวังใหม้ ากคอื ปาก ท่านกลา่ วว่า “จงเก็บปากไว้ท่ีใจ อยา่ เกบ็ ใจไวท้ ป่ี าก” คอื อยากพดู อะไรกเ็ กบ็ ไวใ้ นใจ อยา่ พดู ทกุ อยา่ งตามทใ่ี จคดิ พดู มากโอกาสพลาดกม็ มี าก พดู น้อยก็พลาดนอ้ ย เมอ่ื จำเป็นตอ้ งพูดก็ควรพดู อยา่ งมสี ติ พดู พอประมาณ พูดอยา่ ง สรา้ งสรรค์ ถูกธรรม และประกอบดว้ ยประโยชน์ ท่านบอกไวว้ ่า “คำพดู ทด่ี งั เกนิ ไป คำพูดทแ่ี รงกินไป คำพูดทเี่ กนิ ความจรงิ ลว้ นฆา่ คนพดู ผู้โงเ่ ขลาได้ท้งั ส้ิน” คนสมัยนี้พูดเก่งและพูดได้มาก แต่ลูกพิจารณาดูให้ดี คนที่พูดเก่งอย่างนั้น มีสักกี่คนที่พูดแบบสร้างสรรค์ ทำให้เกิดความสมานสามัคคี ทำให้ทุกฝ่ายเกิดความ สบายใจ แตเ่ ราจะไปหา้ มเขาไมใ่ หพ้ ดู กไ็ มไ่ ด้ เขาจะพดู ดไี มด่ อี ยา่ งไร พดู กา้ วรา้ ว เสยี ดสใี คร เป็นสิทธิส่วนตัวของเขา เขาพูดเขาก็ต้องรับผิดชอบเอง สำคัญลูกอย่าไปพูดอย่างเขา กแ็ ลว้ กนั คดิ ใหด้ กี อ่ นพดู เสมอ ยง่ิ พดู ถงึ บคุ คลอน่ื ดว้ ยแลว้ ยง่ิ ตอ้ งระวงั เพราะเราไมร่ จู้ กั เขาดีพอ ไม่รู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเขาดีเท่ากับตัวเขาหรอก เราจะไปคาดเอาเอง ว่าเขาเป็นอย่างน้ันเป็นอย่างนี้แล้วไปพูดทำให้เขาเสียหายดูจะไม่ยุติธรรมนัก ดีท่ีสุด คือไม่พูดถึงคนอ่ืนโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงดีพอ แม้จะรู้จริงก็ไม่ควรพูด ถ้าจำเป็นต้องพูด กค็ วรพดู อยา่ งมสี ตพิ ดู ดว้ ยความระมดั ระวงั เพราะการพดู ถงึ คนอน่ื นน้ั เสย่ี งตอ่ ความเปน็ ศตั รูกันและจะเป็นบาปกรรมดว้ ย ระวังไว้เป็นดที ่สี ุด คำพอ่ คำแม่ 47 พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th หกลม้ ต้องลุก ลกู รกั ... ในการดำเนนิ ชวี ติ นน้ั ใชว่ า่ จะราบรน่ื ไปเสยี ทกุ อยา่ ง ชวี ติ มขี น้ึ มลี ง มสี ขุ มที กุ ข์ ควบคู่กันไปตลอดเวลา โดยเฉพาะในการทำงาน ยิ่งเป็นงานใหญ่ยิ่งมีอุปสรรคมาก หากลูกทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งที่ลูกคิดรอบคอบแล้วว่าเป็นงานที่ดี เป็นงานที่จะทำ ให้ก้าวหน้าได้ แต่เม่ือทำไป ๆ งานนั้นเกิดสะดุดข้ึน ไม่เป็นไปอย่างท่ีคิดไว้เรียกว่า มอี ปุ สรรคขดั ขอ้ ง ลกู กต็ อ้ งฟนั ฝา่ อปุ สรรคนนั้ ไปใหไ้ ดด้ ว้ ยสตปิ ญั ญา ดว้ ยความรอบคอบ อย่าบุ่มบา่ มหรือหนุ หันพลันแลน่ ค่อยคิดคอ่ ยแก้ไข อยา่ ท้อแทห้ มดกำลงั ใจเสียก่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดยามที่เราพบปัญหา อุปสรรคในชีวิตก็คือกำลังใจ อย่าให้ กำลังใจตก การงานการเงินจะตกหรือสะดุดอย่างไรก็ช่าง อย่าให้กำลังใจของเราตก ตามไปด้วย ต้องประคับประคองกำลังใจเข้าไว้ โบราณสอนว่า “หกล้มต้องหกลุก” หมายความว่า เมื่อหกล้มหรือพลาดไปก็ต้องลุกข้ึนมาสู้ใหม่ คนท่ีลุกขึ้นมาสู้ต่อไป เท่านั้นจึงจะถึงจุดหมายปลายทางได้ เหมือนเราหกล้มบนถนน ทำไมเราจะต้องนอน กลิ้งเกลือกแช่อยู่บนถนนน้ัน ทำไมเราไม่รีบลุกขึ้นมาแล้วเดินต่อไป เช่นเดียวกัน เม่อื เรามีอุปสรรคหรือพบกบั ความผิดหวัง ทำไมเราจงึ ไม่ประคบั ประคองใจให้เขม้ แขง็ ดึงตัวเองออกมาจากความผิดหวังน้ันแล้วลุกข้ึนยืน หายใจให้เต็มปอด ก้าวเดินต่อไป ดว้ ยความมนั่ ใจ ดว้ ยสตปิ ญั ญา และดว้ ยความรอบคอบกวา่ เกา่ ใชข้ อ้ ผดิ พลาดบกพรอ่ ง ท่ีผ่านมาเป็นครูคอยเตือนใจ มาเป็นบทเรียนเพื่อมิให้เกิดผิดพลาดแบบนั้นอีก พร้อมกา้ วไปขา้ งหนา้ ด้วยความมน่ั ใจและด้วยกำลงั ใจที่เขม้ แข็งเล่า 48 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development รกั ยาวให้บัน่ รักสั้นใหต้ อ่ ลูกรัก... คนเก่าเล่าขานกันมาว่า “รกั ยาวให้บน่ั รกั สนั้ ใหต้ อ่ ” เห็นวา่ มีความหมายดี ก็เลยนำมาบอกลูก คือถ้าเราอยากมีอนาคตที่ดี มีชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขตลอดไป กต็ อ้ งบน่ั คอื ตดั ขาดสง่ิ ทจ่ี ะมาทำลายอนาคตทำลายชวี ติ ของตนเสยี อยา่ เขา้ ใกลส้ ง่ิ เหลา่ นน้ั เช่น อบายมุข ยาเสพติด ความเกียจคร้าน ความสุรุ่ยสุร่าย ความหุนหันพลันแล่น เหล่าน้ีเป็นส่ิงที่คอยบ่ันทอนอนาคตท้ังสิ้น ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม ถ้าบ่ันออกจากชีวิต เราได้ อนาคตก็รงุ่ เรืองสดใสได้ไมย่ าก แตถ่ า้ เราคิดสั้น ๆ คิดเอาเฉพาะหนา้ หวงั สนกุ สขุ สบายเฉพาะหนา้ มชี วี ติ ไปวนั ๆ อนาคตจะเปน็ อยา่ งไรกช็ า่ ง กใ็ หเ้ สพอบายมขุ ตอ่ ไป เกียจครา้ นตอ่ ไป สุรยุ่ สรุ ่ายต่อไป อนาคตกจ็ ะค่อย ๆ วูบลงและดบั ไปในที่สดุ ตัวอยา่ ง แบบนลี้ กู กค็ งจะเหน็ มาบา้ ง บางคนเบอื้ งตน้ ชวี ติ กล็ ำบากยากจน แตด่ ว้ ยความมมุ านะ รจู้ กั ทำงาน รจู้ กั เกบ็ ออม รจู้ กั กนิ ใช้ ไมแ่ ตะตอ้ งอบายมขุ และสง่ิ เสพตดิ ตา่ ง ๆ ไมน่ านก็ ตงั้ ตวั ได้ อนาคตสดใส ชวี ติ สขุ สบาย แตบ่ างคนเบอื้ งตน้ ชวี ติ สขุ สบาย พอ่ แมห่ าเงนิ ทอง ไว้ใหเ้ ปน็ กา่ ยเป็นกอง แต่คิดสั้น ๆ เอาแตต่ ามใจตวั เอง ไมร่ จู้ ักคุณค่าของทรัพยส์ มบตั ิ ท่ีพ่อแม่ยกให้ กินใช้อย่างฟุ่มเฟือย ไม่ช้านานก็หมดตัว ชีวิตต้องลำบากลำบน หมดอนาคตไป น่าเสียใจแทนพ่อแม่ของเขา สู้อุตส่าห์หามาเกือบตลอดชีวิตแต่ลูก กลับมาผลาญเสียไม่ก่ีปี อบายมุขไม่เข้าใครออกใครหรอกลูกเอ๋ย มันทำลายอนาคต ของทุกคนนัน่ แหละ ถ้าไปหลงติดมันเขา้ ทำตามคำโบราณทว่ี า่ “รักยาวให้บัน่ รักส้นั ใหต้ ่อ” เป็นดที ส่ี ดุ คำพอ่ คำแม่ 49 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th เลยี้ งลูกให้โต ลกู รกั ... ลกู ออกจากอกพ่ออกแมไ่ ปแล้ว ลกู กต็ ้องมคี รอบครวั และมีลกู มีเต้าทจี่ ะตอ้ ง รับผิดชอบ ลูกเป็นดวงตาดวงใจของพ่อแม่ เป็นทุกส่ิงทุกอย่างของพ่อแม่ ข้อนี้ลูกคง จะเข้าใจลึกซึ้งดีแล้ว จึงควรเล้ียงลูกให้ดี ให้เขามีอนาคต เพ่ือลูกเองจะได้สบายตา สบายใจในอนาคต ไมต่ อ้ งมานงั่ เสยี ใจเพราะเขาทำไมถ่ กู ใจหรอื ทำไมถ่ กู ตอ้ ง การเลย้ี งลกู ท่ีถูกต้องมีอยู่ ๒ แบบ คือ เล้ียงลูกให้โต กับ เลี้ยงลูกให้ดี การเลี้ยงลูกให้โตคือ เล้ียงให้เขาเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ แต่การเลี้ยงลูกให้ร่างกายเขาเจริญเติบโต แข็งแรงและสมบูรณ์พูนสุขนั้นไม่พอ ต้องเลี้ยงจิตใจเขาให้เข้มแข็งด้วย หากว่าจิตใจ เขาไมเ่ ขม้ แขง็ เขาจะกลายเปน็ ลกู แหงท่ ไ่ี มร่ จู้ กั โต พง่ึ ตวั เองไมไ่ ด้ ทำอะไรไมเ่ ปน็ ตลอดไป การฝึกให้เขาเป็นตัวของตัวเอง ฝึกให้เขาเลือกและตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง ให้เขาทำอะไรเปน็ คอื ฝึกให้เขาชว่ ยตวั เองไดใ้ นทุก ๆ เรือ่ ง โดยมเี ราคอยดูอยู่ห่าง ๆ คอยเปน็ พเ่ี ลย้ี งแนะนำเขา มใิ ชค่ อยควบคมุ เขา นแ่ี หละคอื การเลย้ี งลกู ใหโ้ ตอยา่ งถกู ตอ้ ง เขาจะทำอะไรผดิ พลาดบกพรอ่ ง เจบ็ เนอ้ื เจบ็ ตวั หรอื ทำอะไรไมถ่ กู ใจเราบา้ ง กต็ อ้ งยอมทน เอาหน่อย นานเข้าเขาก็จะเป็นตัวของตัวเองได้ ช่วยตัวเองได้ ไปไหนมาไหนได้ โดยลำพงั เราก็จะสบายใจหายหว่ ง หากเลยี้ งเขาแบบลูกแหง่หรอื แบบลกู บงั เกดิ เกล้า ทำอะไรให้เขาทุกอย่าง คิดแทนเขาทุกอย่าง นำทางเขาทุกเรื่อง ไม่ปล่อยให้เขาเป็น ตัวของเขาเองบ้าง เอาแต่กลัวว่าเขาจะลำบาก กลัวเขาจะผิดพลาด อย่างน้ีเม่ือไร เขาจะโตสกั ที เมอ่ื เขายงั เปน็ ลูกแหงอ่ ยู่ ในอนาคตเราจะพง่ึ เขาไดอ้ ยา่ งไร ขนาดเขาเอง ยังแทบจะเอาตวั ไม่รอดเลย ไฉนจะสามารถมาเลี้ยงดูเราได้เล่า 50 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development เลย้ี งลูกให้ดี ลูกรัก... การเลย้ี งลกู ทถ่ี กู ตอ้ งอกี แบบหนง่ึ คอื เลย้ี งลกู ใหด้ นี นั้ หมายความวา่ ตอ้ งใหเ้ ขา เป็นคนดีทั้งจิตใจและการกระทำ ความจริงพ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกเป็นคนดีท้ังนั้น แต่ลูกจะเป็นคนดีตามท่ีต้องการได้ทุกคนก็หาไม่ ข้อน้ีขึ้นอยู่กับเราผู้เป็นพ่อแม่ด้วย คือเราต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกเป็นอันดับแรก เราอยากให้ลูกของเราดีอย่างไร ดีทางไหน เราก็ต้องทำให้เขาเห็นหรือพาเขาไปดูแบบอย่างที่ดีตามที่เราต้องการ เช่น อยากใหล้ กู มนี ำ้ ใจ มเี มตตากรณุ า เราตอ้ งทำตวั ใหเ้ ปน็ คนมนี ำ้ ใจมเี มตตากรณุ าใหเ้ ขาเหน็ เป็นประจำ เราอยากให้ลกู ขยันหมนั่ เพียร ซอื่ สตั ย์สจุ ริต มคี วามกตัญญู เรากต็ อ้ งทำ อยา่ งน้ันเปน็ แบบอย่าง การเอาแตส่ อนเอาแต่บอกให้ลกู ขยนั ซ่อื สตั ย์ กตัญญู จะเกิด ประโยชน์น้อย ส้ทู ำให้เขาเหน็ เป็นแบบอย่างไมไ่ ด้หรอก เล้ยี งลกู ให้ดี อกี ทางหนึ่งคือ สนับสนุนส่งเสรมิ ให้เขามนี ้ำใจชว่ ยเหลือคนอื่น ชว่ ยคนทล่ี ำบากยากจน อยา่ งนก้ี ็เปน็ การฝึกใหเ้ ขาเปน็ คนดีไดเ้ หมอื นกัน คนเรานน้ั อยากดดี ว้ ยกนั ทกุ คน แตท่ ด่ี ไี มไ่ ดก้ เ็ พราะคนใกลต้ วั บา้ ง สง่ิ แวดลอ้ มบา้ ง เหตุการณ์บังคับบ้าง ไม่มีโอกาสทำความดีบ้าง หากเราจะให้ลูกของเราดีตามที่เรา ตอ้ งการเรากต็ อ้ งเปน็ สง่ิ แวดลอ้ มทด่ี ขี องเขากอ่ น เราตอ้ งมศี ลิ ปะในการเลย้ี ง คอ่ ย ๆ ปน้ั คอ่ ย ๆ แต่ง คอ่ ย ๆ แนะนำชกั นำเขาไปในทางที่ดี เขากจ็ ะเปน็ ได้อยา่ งทีเ่ ราต้องการ การเล้ียงลูกให้ดีน้ีค่อนข้างยาก ต้องทำติดต่อเรื่อยไป อย่าด่วนเหน่ือยหน่ายเสียก่อน ป้นั ลูกให้เป็นคนดีนัน้ ยากกว่าป้ันโอง่ ปั้นไหหลายร้อยหลายพนั เทา่ นกั ขอใหล้ กู ยดึ ถอื คตทิ วี่ า่ “ถา้ อยากใหล้ กู ดี กต็ อ้ งทำดใี หล้ กู ด”ู รบั รองไมผ่ ดิ หวงั ในตัวลูกแน่ คำพอ่ คำแม่ 51 พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th หัดให้มากกวา่ หัดขอ ลูกรกั ... คำทพี่ ระทา่ นวา่ “ผใู้ หย้ อ่ มเปน็ ทร่ี กั ผขู้ อยอ่ มเปน็ ทร่ี งั เกยี จ” เปน็ ความจรงิ แทท้ เี ดยี ว ดตู วั เรากไ็ ด้ หากมคี นมาขออะไรเรา ครงั้ แรกกไ็ มค่ อ่ ยรสู้ กึ แตพ่ อมาขอบอ่ ยเขา้ แมจ้ ะเปน็ เรอื่ งจำเปน็ เรากจ็ ะเรม่ิ รสู้ กึ ไมค่ อ่ ยชอบใจ แตต่ รงกนั ขา้ ม หากมใี ครเอาอะไร มาให้เราบ่อย ๆ เรากลับชอบ แม้ของน้ันจะเล็กน้อย ไม่มีราคาค่างวดอะไรมากนัก เราก็พอใจ ตามนยั นี้ หากลกู ทำตวั เป็นผใู้ หม้ ากกวา่ เปน็ ผู้ขอไดล้ กู กจ็ ะเปน็ ที่รักนบั ถอื ของผคู้ นในทน่ี นั้ ๆ เขาจะไมร่ งั เกยี จลกู เลย ลกู จะมพี วกพอ้ งมาก เขาจะยอมรบั ลกู และ บางทีเขาจะยกให้ลูกเป็นใหญ่เป็นผู้นำพวกเขา ท้ังจะไม่ถูกข่มเหงรังแก จะมีคน คอยชว่ ยเหลือเม่อื มีกจิ จะไมถ่ ูกโดดเด่ยี วใหอ้ ยู่ตามลำพงั ที่ถูกการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่เป็นคณะต้องคิดว่า “เราจะให้อะไรเขาได้บ้าง” มากกว่าที่จะคิดว่า “เราจะได้อะไรจากเขาบ้าง” เร่ิมคิดเร่ิมทำบ่อย ๆ นานเข้าก็จะ เกิดความเคยชิน จะชว่ ยอะไรคนอ่นื จะใหอ้ ะไรคนอ่นื ก็ทำได้อยา่ งสะดวกใจไมต่ ดิ ขดั จะคิดถึงคนอ่ืนมากกว่าตัวเอง คนที่คิดและทำได้อย่างนี้แหละลูกที่จะได้รับผลอย่าง ท่ีกล่าวไว้ในตอนตน้ ตรงกันข้าม หากทำตัวเป็นคนขี้ขอ ชอบรับมากกว่าชอบให้ จะกลายเป็น คนใจแคบ เป็นคนเห็นแก่ตัว คนที่เห็นแก่ตัวชอบแต่ขออย่างนี้ จะเป็นท่ีรังเกียจ ของคนทว่ั ไป หาพวกพอ้ งไดย้ าก แมจ้ ะมคี นมาคบหาดว้ ยกม็ าเพยี งเพอ่ื ไดผ้ ลประโยชน์ ของเขาเท่าน้นั แต่จะหาความจรงิ ใจด้วยไมค่ ่อยได้ 52 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development อยา่ เพ่ิงสนิ้ หวงั ลกู รัก... ทุกคนมีความหวังและต่างก็อยู่ด้วยความหวังทั้งนั้น แม้จะทุกข์เข็ญอย่างไร กย็ งั หวงั วา่ สกั วนั หนง่ึ คงสมหวงั ไดล้ มื ตาอา้ ปากกบั เขาบา้ ง หากยงั มหี วงั อยู่ แมจ้ ะรอคอย นานเท่าไรก็รอได้ แต่กว่าจะสมหวังก็อาจเลือดตาแทบกระเด็นหากลูกหวังอะไรไว้ แต่ไม่ได้สมหวังดังท่ีคิดก็อย่าท้อแท้ส้ินหวังเสียก่อน คนที่เขาสมหวังนั้นเพราะเขา ไมส่ น้ิ หวงั ไมท่ อ้ แทถ้ อยหลงั เสยี กอ่ น เดนิ หนา้ ไปหาความหวงั เรอ่ื ยไป เขาจงึ ไดส้ มหวงั ลกู คงเคยไดย้ นิ มาบา้ ง คำพระทว่ี า่ “คนเราจะลว่ งทกุ ขไ์ ดเ้ พราะความเพยี ร” นั่นแหละจริงแท้ละลูกเอ๋ย ความผิดพลาด ความล้มเหลวที่ประสบอยู่ มิใช่ว่าจะทำ ใหห้ มดหวงั เสยี ทเี ดยี ว ตราบใดทเี่ รายงั ไมส่ น้ิ หวงั กค็ งมสี กั วนั หนง่ึ ทจี่ ะสมหวงั ถา้ สน้ิ หวงั เสยี แลว้ กจ็ ะหมดหวงั โดยสน้ิ เชงิ พลาดแลว้ กแ็ กต้ วั ใหม่ ลม้ แลว้ กล็ กุ มาตอ่ สใู้ หม่ อยา่ งที่ เคยบอกลกู มาแล้ววา่ หกลม้ แลว้ ต้องหกลุก พลาดบ่อย ๆ ล้มบอ่ ย ๆ แมจ้ ะทำให้เจ็บตัว และทอ้ แท้ แตก่ ท็ ำใหเ้ ราแกรง่ ขน้ึ เมอื่ แกรง่ ขนึ้ แลว้ ตอ่ ไปกจ็ ะพลาดยากลม้ ยาก ตงั้ ตวั ได้ ม่ันคง ตัง้ ใจไว้ ต้ังสติไว้ ท่องคาถาว่า “สู้ สู้ สู้” เข้าไว้ ใจก็จะเข้มแข็งขนึ้ เมอื่ ใจเข้มแขง็ แล้วรา่ งกายกพ็ ร้อมทจ่ี ะสู้ เดนิ หนา้ สคู่ วามหวังไดเ้ รอ่ื ยไป สักวันหนงึ่ กจ็ ะถึงจดุ หมาย ปลายทางเองเม่อื เราก้าวไมห่ ยดุ หากเรายังหวังและก้าวเดินเรือ่ ยไป ไฉนจะไม่สมหวงั เขา้ สักวนั เล่า ตอ่ สู้ต่อไปเถอะลูกเอย๋ คำพอ่ คำแม่ 53 พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th จงใช้เงนิ อยา่ ใหเ้ งินใช้ ลกู รกั ... สมัยนีใ้ คร ๆ ก็เหน็ เงินเป็นพระเจ้ากนั ท้ังนั้น เพราะเหน็ ว่าเงินเปน็ สงิ่ บันดาล ทกุ สิง่ ทกุ อย่างให้ได้และซื้อไดแ้ ม้กระทงั่ ใจคน คนทุกวันน้ีจงึ มุ่งแต่หาเงนิ กนั ทุกวถิ ที าง แม้จะต้องทำชั่วทำผิด แม้จะประกอบกรรมทำเข็ญให้คนอื่นเดือดร้อนก็ยอมทำกัน เพ่ือให้ได้เงินมา โลกจึงร้อนจนแทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้ว เงินสำคัญก็จริงหรอกลูก แต่อย่าให้ความสำคัญแก่เงินจนลืมความดี ลืมคุณธรรม และลืมข้อเท็จจริง เมื่อเรา ใหค้ วามสำคญั แกเ่ งนิ มากไป เงนิ กจ็ ะมาเปน็ นายเรา เมอ่ื เปน็ นาย เงนิ กจ็ ะใชเ้ ราบงั คบั เรา ให้ทำโน่นทำน่ี ลูกดูตัวเองก็ได้ เวลาเงินไม่มี ลูกก็ไม่คิดอยากจะได้อะไรมากนัก อยากได้ อยากกิน อยากซ้ือเฉพาะของท่ีจำเป็นเท่าน้ัน แต่พอมีเงินมากเข้าก็เริ่ม อยากกิน อยากใชข้ องท่ดี ี ๆ แปลก ๆ ถกู เงินบงั คบั จนหัวหมุนไปโดยไม่ร้ตู วั คนเราตอนไมม่ เี งิน มีเวลานอนพักผ่อนสบายทั้งคืน ตอนมีเงินกลบั ไม่มเี วลา จะนอน พักผ่อนกน็ อ้ ย แม้จะหาเวลาทานอาหารใหส้ ุขสบายกท็ ั้งยาก ตอนมเี งินน้อย มีเวลาอยู่กับครอบครัว แต่พอมีเงินมากเข้ากลับไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว ทำให้ ครอบครัวขาดความอบอุ่นนี่แหละลูกเอ๋ย เงินมันใช้เราเพราะเราไปหลงมัน บางคน พอมีเงินเข้าก็คดิ การใหญ่ สง่ั ฆ่าคนบ้าง เลย้ี งนกั เลงบ้าง ทำตวั เป็นเจ้าพอ่ บ้าง นอกใจ ค่คู รองของตัวเองบา้ ง เงินมนั ใช้ให้ทำท้ังนัน้ หากไมม่ เี งนิ เขาอาจไมค่ ิดจะทำอยา่ งนั้น หรืออาจทำไม่ได้ด้วย ดังนั้น ลูกอย่าให้เงินมาเป็นนายใช้เรา เราต้องเป็นนายของมัน เปน็ คนใชเ้ งนิ และใชใ้ นทางทถี่ ูก จะไดไ้ ม่เดือดร้อนภายหลัง 54 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ความถกู ต้อง ลกู รัก... คนเราถงึ จะยากดมี จี นอยา่ งไร ถงึ จะลำบากลำบนอยา่ งไร ชวี ติ กต็ อ้ งดน้ิ รนกนั ไป แมจ้ ะนงั่ อยบู่ นกองเงนิ กองทอง ชวี ติ กม็ ที กุ ขเ์ ชน่ เดยี วกนั คนยากจนคนมงั่ มลี ว้ นมที กุ ข์ ด้วยกันทั้งน้ัน เป็นแต่มีทุกข์กันละแบบเท่านั้น และทุกคนก็ต้องประกอบกิจต่าง ๆ ด้วยกัน ดีบ้างไม่ดีบ้างคละเคล้ากันไป แต่ขอให้ลูกจำไว้ว่า ในช่วงชีวิตของเรานั้น อยา่ ทำแตส่ งิ่ ทเี่ ลวรา้ ยเปน็ ภยั แกต่ วั เองและสงั คมตลอดไป ควรทำสง่ิ ทถี่ กู ตอ้ งและควร รกั ษาความถกู ตอ้ งไวบ้ า้ ง การทำสงิ่ ทถ่ี กู ตอ้ งและการรกั ษาความถกู ตอ้ งจดั เปน็ ความดี การทำความดอี ยา่ งนแี้ มจ้ ะมอี ปุ สรรคและมอี นั ตรายมากมาย แมบ้ างครงั้ จะถกู ขดั ขวาง ทำใหเ้ กดิ ความทอ้ แทห้ มดกำลงั ใจทจ่ี ะทำตอ่ ไปกค็ วรจะเสยี สละ ตง้ั สตติ งั้ ใจใหแ้ นว่ แน่ ฟันฝา่ อปุ สรรคไปให้ได้ เพ่ือใหค้ วามถูกต้องดำรงอยู่ ใหส้ ิง่ ทถี่ กู ต้องนั้นสำเร็จผล ชั่วชีวิตคนเราแม้จะประกอบกรรมทำเข็ญไว้มาก แม้จะถูกสังคมประณาม หยามเหยียดว่าเป็นคนชั่วเป็นคนเลว หรือเป็นคนต่ำต้อยด้อยฐานะอย่างไร ก็น่าจะมี สักครั้งหน่ึงที่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ได้รักษาความถูกต้องไว้ ทำได้แม้ครั้งเดียวก็ยัง นับได้ว่ามีความดีอยู่บ้าง มิใช่เลวไปเสียท้ังหมด และหากส่ิงที่ทำน้ันเป็นสิ่งสูงค่าก็ย่ิง น่าสรรเสริญนัก อาจถึงลบภาพความต่ำต้อยเก่า ๆ ลงได้ส้ินเชิง ดังน้ันขอให้ลูกจำไว้ กแ็ ล้วกนั เม่อื มโี อกาสทำส่ิงท่ีถูกต้องได้กท็ ำ แมจ้ ะลำบากอย่างไร ต้องเสียสละอยา่ งไร กพ็ ยายามทำเขา้ ไว้ เพอ่ื เป็นอาภรณป์ ระดบั กายประดับใจ ทำให้ใจเปน็ สขุ เมอื่ ได้ทำ คำพอ่ คำแม่ 55 พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th อย่าแลง้ น้ำใจ ลกู รัก... เขาวา่ มนษุ ยต์ อ้ งอยรู่ วมกนั เปน็ หมเู่ ปน็ พวก ลกู เองกต็ อ้ งอยกู่ บั คนอน่ื ๆ ตอ้ งมี พวกพ้องคอยชว่ ยเหลือกัน เม่อื ลกู อยู่กับคนอืน่ ลกู ก็อยา่ เป็นคนแลง้ น้ำใจ คอื อย่าเป็น คนเหน็ แกไ่ ดฝ้ า่ ยเดยี ว ทำอะไรทเ่ี ปน็ การชว่ ยเหลอื คนอนื่ ไดก้ ท็ ำ ขอใหล้ กู ถอื คตโิ บราณ ทีส่ อนไวว้ า่ “อยบู่ ้านทา่ นอยา่ นง่ิ ดดู าย ป้ันวัวป้นั ควายใหล้ กู ทา่ นเล่น” คติน้ีท่านแนะนำให้เป็นคนดีมีน้ำใจ อย่านิ่งเฉยดูดายโดยเห็นว่าธุระไม่ใช่ คนแลง้ นำ้ ใจนน้ั จะชว่ ยเหลอื เกอ้ื กลู และทำประโยชนอ์ ะไรใหแ้ กค่ นอน่ื และสงั คมไมค่ อ่ ยได้ ท้ังที่เป็นเร่ืองเล็กน้อยและทำได้ง่าย แต่ก็ไม่ทำ จะมุ่งเอาแต่รัดเอาเปรียบคนอื่นและ จะไมย่ อมเสยี เปรยี บใคร สว่ นคนมนี ำ้ ใจจะตรงกนั ขา้ มเลย คอื จะเปน็ คนไมต่ ระหนแ่ี รง ช่วยอะไรเขาได้กช็ ว่ ย แมจ้ ะดูเสยี เปรียบบา้ งก็ไมค่ ดิ อะไรมาก เกิดเปน็ คนอยู่ในสงั คมนะลูก เราตอ้ งฝึกใหเ้ ปน็ คนมีนำ้ ใจเขา้ ไว้ อยา่ เป็นคน แลง้ น้ำใจ เชน่ เหน็ อะไรตกหลน่ เกะกะขวางทางเดนิ เด็กเล็กผคู้ นอาจชนอาจเหยียบ เปน็ อนั ตรายได้ ก็หยิบวางขวา้ งท้ิงให้พน้ ทางเสยี นคี่ ือความมนี ้ำใจ ขบั รถอยตู่ ามถนน เหน็ รถคนั อน่ื เขาจะเลย้ี วเขา้ ซอยกห็ ยดุ ใหเ้ ขาเลย้ี วไป เหน็ คนกำลงั เดนิ ขา้ มถนนกห็ ยดุ ใหเ้ ขาเดนิ ไปกอ่ น นกี่ เ็ ปน็ ความมนี ำ้ ใจ เรอ่ื งเลก็ ๆ นอ้ ย ๆ อยา่ งนท้ี ำไดไ้ มย่ ากเยน็ อะไรเลย แตท่ ่ไี มท่ ำกันเพราะแล้งน้ำใจใช่ไหม นยี่ กตวั อยา่ งให้ลกู เหน็ 56 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ทาสอารมณ์ ลูกรกั ... ใจคนเรานนั้ มกั หนุ หนั พลนั แลน่ บมุ่ บา่ มไมค่ อ่ ยคดิ หนา้ คดิ หลงั เอาแตใ่ จตวั เอง เปน็ สำคัญ จงึ มักทำอะไรตามใจชอบ ทำตามอารมณ์ หากทำบอ่ ย ๆ เขา้ กจ็ ะกลายเปน็ คนเจ้าอารมณ์และเป็นทาสอารมณ์ในท่ีสุด เมื่อเป็นทาสของอารมณ์แล้วก็ถูกอารมณ์ บงการอยู่ตลอดเวลา หาความสุขสงบในชีวิตไม่ค่อยได้ คนที่เป็นทาสอารมณ์นั้น มักจะคิดว่าตัวเองเท่านั้นทำถูกคิดถูก คนอ่ืนผิด คนอื่นสู้ตัวเองไม่ได้ ไม่ยอมฟังใคร หรือมักคิดว่าไม่มีใครทำให้ถูกใจได้เลย จึงต้องทำงานคนเดียว คนอื่นทำด้วยไม่ได้ ไมถ่ กู ใจไปเสยี ทง้ั นนั้ นสิ ยั อยา่ งนแี้ หละลกู ทเ่ี รยี กวา่ เปน็ ทาสอารมณ์ เปน็ นสิ ยั ทต่ี อ้ งทงิ้ เสียให้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะหาความสุขสงบทางใจไม่ได้เลย จะมีแต่ความว้าวุ่น ขนุ่ เคอื งตลอดไป คำพอ่ คำแม่ 57 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ทำใจไดก้ ็ไม่เดอื ดรอ้ น ลูกรัก... เวลาทเี่ ราเกดิ ความทกุ ข์ เกดิ ความไมส่ บายใจ หรอื มปี ญั หาชวี ติ เกดิ ขนึ้ วธิ แี ก้ ท่ีดีท่ีสุดซ่ึงต้องทำให้ได้เป็นอันดับแรกก็คือ “ทำใจ” เราต้องทำใจให้ได้ก่อน แลว้ คอ่ ยไปคดิ แกไ้ ขปญั หาตา่ ง ๆ ภายหลงั บางเรอ่ื งแคพ่ อทำใจไดเ้ ทา่ นน้ั ทกุ อยา่ งกจ็ บสน้ิ ถ้าเรายังทำใจไม่ได้ก็ป่วยการท่ีจะมาคิดแก้ปัญหา อาจยิ่งแก้ยิ่งยุ่งก็ได้ วิธีทำใจก็คือ ตัง้ สติใหด้ ี ผ่อนคลายอารมณเ์ ครียดลง พจิ ารณาใหถ้ อ่ งแท้ ทบทวนเรอื่ งทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหด้ ี สาวให้ถึงปมของเร่อื ง มองให้เห็นความจริงวา่ เรือ่ งหรอื ปัญหาทีเ่ กดิ ขนึ้ น้ันมันเกดิ ข้นึ แก่เรา มีเฉพาะแกเ่ ราคนเดยี วเท่านน้ั หรอื เกดิ ข้ึนแกค่ นอนื่ มแี ก่คนอนื่ ด้วย คดิ ให้ถึงว่า คนอน่ื เขามเี รอ่ื งมปี ญั หาอยา่ งเราไหม หนกั หนาสาหสั กวา่ เราไหม เรอื่ งอยา่ งนเี้ ปน็ เรอื่ ง ปกติธรรมดาของทุกชีวิตใช่หรือไม่ ถ้าเราคิดทบทวนให้ถ่องแท้อย่างน้ี ก็จะมองเห็น ความจรงิ และเมอื่ พบความจรงิ ดว้ ยตวั เองแลว้ กค็ อ่ ย ๆ ทำใจได้ เมอ่ื ทำใจได้ เรอื่ งใหญ่ กจ็ ะกลายเปน็ เรอื่ งเลก็ เรื่องเล็กก็จะกลายเปน็ เรือ่ งท่ไี ม่เปน็ เรื่อง แล้วเรากจ็ ะสบายใจ เพราะสามารถแกไ้ ขปัญหาได้ด้วยความคิดและสติปัญญาตนเอง ลูกเอ๋ย อันความทุกข์น้ันมันเกิดข้ึนในใจ ใจเราไปยอมรับและยึดมันไว้ ทุกข์จึงอาศัยใจเราอยู่อย่างสบาย แต่ใจเราเองกลับเป็นทุกข์ เพราะไปแบกทุกข์ไว้จน หนักอ้ึง ถ้าใจเราไม่ยอมรับ ไม่แยแส และไม่แบกมันไว้ ใจเราจะเป็นทุกข์ได้อย่างไร 58 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development การเลอื กคบคน ลกู รกั ... อันการคบหากันน้ันเป็นเร่ืองธรรมดา คนเราต้องคบหาเป็นเพ่ือนกัน จะได้ ช่วยเหลือเก้ือกูลกัน แต่คนที่เราจะคบหาด้วยน้ันจะต้องเลือกให้มาก ดูให้ละเอียด ดนู สิ ยั ใจคอ อารมณ์ ความคดิ กริ ยิ ามารยาท เมอ่ื เหน็ วา่ ดจี รงิ จงึ คอ่ ยคบหาเปน็ เพอ่ื นสนทิ หากวา่ เขาบกพรอ่ งไปบา้ งจะคบหาเพยี งรจู้ กั กนั ธรรมดากค็ งไมเ่ ปน็ ไร การคบกบั คนนนั้ จะต้องรู้และแยกแยะใหเ้ ปน็ คนบางคนคบได้แค่เป็นเพื่อนร่วมงานในทีท่ ำงานเทา่ นนั้ บางคนคบได้แค่เดินด้วยกันตามถนน บางคนคบได้แค่ประตูบ้าน บางคนคบได้แค่ ห้องรับแขก บางคนคบได้ถึงหอ้ งนอน นอนดว้ ยกนั ได้ ลกู จะคบใครชอบใคร จะคบกนั แบบไหนกเ็ ปน็ สทิ ธขิ องลกู แตท่ า่ นเตอื นไวว้ า่ “คบคนเชน่ ใด จะเปน็ คนเชน่ นน้ั ” และวา่ “คบคนดเี ปน็ ศรแี ก่ตัว คบคนช่วั พากันอปั รีย”์ ลูกพิจารณาดูเองก็แลว้ กัน คำพอ่ คำแม่ 59 พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ความสุจริต ลกู รกั ... เวลานี้มีสิ่งท่ีหาได้ยากยิ่งขึ้นทุกวันในโลกของเราเหมือนกับงมหาเข็ม ในมหาสมทุ ร สง่ิ นน้ั คอื ความสจุ รติ ในทกุ วงการในทกุ สงั คมตา่ งกต็ อ้ งการและแสวงหา ความสจุ รติ กันท้งั นัน้ แตค่ วามสุจริตกย็ ังหาไดย้ ากเต็มที เม่ือหาได้ยากความเดือดร้อน จงึ เกิดขน้ึ ทกุ หย่อมหญ้า ความหวาดระแวง ความเอารัดเอาเปรียบกันจงึ ระบาดไปท่วั ทุกหนทุกแห่ง สำหรับคนที่ยังม่ันอยู่ในความสุจริตน้ันต่างอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว อยอู่ ยา่ งไมส่ บายใจนกั ตอ้ งถกู กระแนะกระแหน กา้ วรา้ วใหห้ มดกำลงั ใจไปเรอ่ื ย ๆ โดย ไม่มีทางตอบโต้ จนคนสุจริตบางคนทนสภาพไม่ไหวต้องยอมเป็น “หมาหางด้วน” ไปกะเขาดว้ ยอย่างนา่ เสยี ดาย คงเหลือแตค่ นท่ีจิตใจมนั่ คงจริง ๆ เท่าน้นั จึงจะครอง ความสุจริตไว้ได้ คนอย่างน้ีแหละลูกเอ๋ยท่ีน่ายกย่องแท้จริง ไหว้ได้เต็มมือ นับถือได้ เตม็ ใจ แตก่ ห็ ายากเสยี จรงิ ขอใหล้ กู ยดึ ถอื คนอย่างนเ้ี ปน็ แบบเถดิ แมเ้ ขาจะดูดอ้ ยศักด์ิ จะดูซอมซอ่ และยากจน แตก่ ็มศี ักด์ิศรีสงู ส่ง เคารพนับถือได้สนิทใจ แทจ้ รงิ ความสจุ รติ นนั้ เปน็ เกราะปอ้ งกนั ตวั เราได้ คอื ปอ้ งกนั เรามใิ หต้ กไปใน บ่วงแห่งความชั่วทุจริต มิให้ตกอยู่ในวังวนแห่งความเลวร้ายในสังคม ทำให้ปลอดภัย จากการถกู กลา่ วหา ถกู ใสร่ า้ ยปา้ ยสี หรอื ถกู ลงโทษ ผมู้ น่ั คงอยใู่ นสจุ รติ ธรรมยอ่ มไดร้ บั ความนับถือจากคนท่ัวไป ไปไหนมาไหนก็ไม่ต้องหวาดระแวง ทำมาหากินอะไร กท็ ำไดโ้ ดยเปดิ เผย ความสจุ รติ เปน็ เหตใุ หค้ นเราเปน็ อยอู่ ยา่ งปกตสิ ขุ ไมมเี วรมภี ยั กบั ใคร ความสุจริตดอี ย่างน้ี ลูกจึงควรยดึ ไวใ้ หม้ น่ั แมจ้ ะตอ้ งฝนื ใจและอดทนประพฤติกค็ ุม้ 60 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ภยั ๓ อยา่ ง ลกู รกั ... ผหู้ ลกั ผใู้ หญส่ อนกนั มาวา่ คนทก่ี ำลงั สรา้ งเนอ้ื สรา้ งตวั หรอื ทก่ี ำลงั ตง้ั หลกั ฐานนน้ั จะต้องระวังภัย ๓ อย่าง คอื ระวังไฟไหม้ ระวงั นำ้ ท่วม และระวงั ผหี ลอก ความจรงิ ท่านสอนเป็นปรศิ นาเขา้ ไว้ มิใช่ให้ระวงั ไฟ ระวงั น้ำ หรอื ระวังผีธรรมดา ปริศนาทที่ า่ น ว่าไวค้ ือ ไฟหมายถึงบหุ รี่ น้ำหมายถึงสรุ า ผีหมายถงึ การพนัน ท่านใหร้ ะวงั ไฟไหม้คือ อยา่ สบู บหุ ร่ี ระวงั นำ้ ทว่ มคอื อยา่ ดม่ื สรุ า ระวงั ผหี ลอกคอื อยา่ เลน่ การพนนั ภยั ทง้ั ๓ อยา่ ง นี้เป็นตัวบั่นทอนอนาคตของคน เพราะเป็นเหตุให้เสียเงินทองโดยใช่เหตุ แม้จะดู ไมม่ าก แต่ถา้ เสียทุกวัน ๆ เงินทองท่ีหาไดก้ ็หมดไปโดยไม่จำเปน็ ทกุ วัน จึงทำให้ตั้งตัว ได้ช้าหรอื อาจจะไม่ได้เลย นำ้ ท่ซี ึมออกจากโอ่งทีร่ ั่ว แมจ้ ะดูมาก แต่ซมึ อยตู่ ลอดเวลา ทกุ วนั ๆ ไมน่ านนำ้ กห็ มดโอง่ ไดฉ้ นั ใด เงนิ ทองทไ่ี หลออกโดยไมจ่ ำเปน็ ทกุ วนั ไมช่ า้ นาน ก็หมดไปไดฉ้ นั นั้น ภัย ๓ อย่างน้ีแม้เพียงอย่างเดียวก็ทำให้เสียผู้เสียคนหรือเสียอนาคตได้แล้ว ไม่จำต้องกล่าวถึงทำครบ ๓ อย่างเลย แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังยินดีให้ภัยเหล่านี้เข้ามา ครอบงำทำลายตวั เองอยูไ่ ด้ทกุ เมื่อเชอื่ วนั โดยไมร่ ูส้ ึกตวั หรือบางคนอาจรู้สกึ ตวั แตก่ ็ ถอนตัวไม่ได้ ปล่อยให้เป็นทาสของมันไป ต้องเหน่ือยยากหามันมาปรนเปรอชีวิต ชา่ งน่าอนาถนกั แลว้ ลกู เอย๋ ลูกทราบดงั นแ้ี ลว้ ก็ขอให้ระวงั ภยั ๓ อยา่ งน้ีให้ดกี ็แล้วกัน คำพอ่ คำแม่ 61 พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th พิษภัยจากบหุ ร่ี ลกู รัก... เมอ่ื พดู ถงึ บหุ รแ่ี ลว้ ยอ่ มทราบกนั ดอี ยวู่ า่ เปน็ สงิ่ มพี ษิ ในปจั จบุ นั ผคู้ นสว่ นใหญ่ เร่ิมรังเกียจ ไม่ยอมให้ใครมาสูบบุหร่ีกันตามใจชอบเหมือนเมื่อก่อน ถึงกับออกกฎ ออกระเบียบห้ามสูบบุหรี่ในท่ีบางแห่ง ซ่ึงจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนอื่น ข้อน้ที ำใหค้ นสูบบุหร่เี ดือดรอ้ นพอสมควร คนท่ีไม่สูบบุหรี่เห็นว่าคนสูบเป็นผู้ก่อพิษภัยให้แก่เขา แต่คนสูบเห็นว่าเป็น สิทธสิ ว่ นตวั ของเขาดงั นี้จึงยงั สมัครใจสบู กนั อยู่ ทั้งท่รี ถู้ งึ โทษและพิษภัยของมันดี ทัง้ ที่ ทราบว่าบุหร่ีเป็นตัวผลาญเงินทองแบบผ่อนส่ง ทำลายสุขภาพ และจะทุกข์ทรมาน ก่อนตาย แต่ก็ท้ิงมันไม่ได้เพราะติดเสียแล้ว ลูกเองก็อย่าให้บุหรี่มาทำลายลูกได้ หากยังไม่ติดก็อย่าริอ่านไปติดมันเข้า ถ้าติดอยู่แล้วก็พยายามเลิกให้ได้ การไม่ติด บุหรเ่ี ลยนน้ั ทำให้มีอิสระเปน็ ตัวของตัวเอง และไม่เสยี บุคลิกด้วย 62 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ดี – ชัว่ ลูกรกั ... เม่ือเราต้องการให้ชีวิตของเราดำเนินไปด้วยดี มีผู้คนนับถือ อยู่เย็นเป็นสุข ในสงั คม โดยทสี่ ดุ ตอ้ งการใหค้ รอบครวั เราสงบอบอนุ่ กจ็ ำตอ้ งทำตวั เราเองใหด้ ไี วก้ อ่ น เราจะทำดไี ดก้ ต็ อ่ เมอ่ื เรารวู้ า่ อะไรดี จงึ จะทำดถี กู ทำนองเดยี วกนั เราตอ้ งรวู้ า่ อะไรชว่ั ดว้ ย จะไดไ้ มท่ ำ เรอ่ื งดชี ว่ั นเ้ี ปน็ เรอ่ื งสำคญั ในชวี ติ อะไรดอี ะไรชว่ั ตอ้ งแยกแยะใหอ้ อก แยกแยะ ให้เป็น ถ้าแยกแยะไม่ออกจะทำให้สำคัญผิดไปได้ คือเห็นดีเป็นชั่ว เห็นชั่วเป็นดีไป ซงึ่ กม็ อี ยมู่ ากทเี่ หน็ อยา่ งนี้ จงึ ทำใหห้ ลงผดิ ไป ทำใหช้ วี ติ ตอ้ งผนั แปรไป ทำใหค้ รอบครวั ขาดความอบอนุ่ ถงึ ลม่ สลายกม็ ี ทำใหผ้ ู้คนรงั เกยี จทจ่ี ะคบหากม็ าก อนั ทจ่ี รงิ ความดี ความชว่ั คนดี คนชว่ั เรอ่ื งดี เรอ่ื งชว่ั อยใู่ กลช้ ดิ กนั มาก บางที อยู่ในตัวคนเดียวกันเสียด้วยซ้ำ แต่ตรงกันข้ามกันโดยส้ินเชิง เหมือนเหรียญสองหน้า แม้แต่ละหน้าจะอยู่ใกล้ชิดติดกันและอยู่ในเหรียญเดียวกันก็ไม่ปนกัน เข้ากันไม่ได้ ดชี ว่ั กเ็ ชน่ กนั บางทกี แ็ ยกแยะแทบไมอ่ อก แตก่ ต็ อ้ งพยายามแยกแยะใหอ้ อก ไมอ่ ยา่ งนน้ั จะเหน็ ดเี ป็นชวั่ เห็นชั่วเป็นดีไป การเห็นอยา่ งน้ีโบราณเขาเรยี กวา่ “เหน็ กงจกั รเปน็ ดอกบวั ” เพราะแยกไมอ่ อกวา่ กงจกั รเป็นอยา่ งไร ดอกบวั เปน็ อยา่ งไร คำพอ่ คำแม่ 63 พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ชว่ ยเหลือตัวเอง ลกู รัก... การชว่ ยเหลอื ตัวเองเปน็ เรอื่ งดี ลูกควรพยายามทำอะไรด้วยตวั เอง ขา้ วของ เคร่ืองใช้ส่วนตัว ที่อยู่ส่วนตัว ถ้าซักล้างทำความสะอาดด้วยตัวเองได้ก็ควรทำ การหุงหาอาหาร การไปไหนมาไหน และแม้งานการต่าง ๆ ถ้าทำได้เองก็เป็นการดี ฝกึ ใหเ้ ปน็ เขา้ ไวก้ อ่ น เมอื่ ตวั เราเปน็ แลว้ ตอ่ ไปจะใชใ้ หค้ นอนื่ ทำ ใหค้ นอน่ื รบั ภาระไปกไ็ ด้ ขอให้เราทำเป็นไว้ก่อน หากเม่ือใดไม่มีคนจะมาทำให้เรา เราก็ทำของเราเองได้ ชว่ ยเหลือตัวเองได้ ไมต่ ้องเดือดรอ้ นน่งั รอนอนรอให้คนอน่ื มาช่วย การช่วยตัวเองได้เป็นการแสดงถึงความสามารถข้ันพื้นฐานของคนเรา แค่ช่วยตัวเองยังไม่ได้จะไปช่วยคนอื่นอย่างไรได้ คนเราจำเป็นต้องฝึกฝนทำอะไรด้วย ตวั เองไวก้ อ่ นในทกุ เรอ่ื ง โดยเฉพาะเรอื่ งกจิ วตั รสว่ นตวั หาไมแ่ ลว้ จะตอ้ งยมื จมกู คนอนื่ มาหายใจอยู่เรื่อย การยืมจมูกคนอ่ืนมาหายใจน้ันย่อมสะดวกเป็นบางครั้งบางคราว เทา่ นนั้ หากไมม่ จี มกู คนอน่ื มาหายใจและจมกู ตวั เองกห็ ายใจไมส่ ะดวก ผลทตี่ ามมากค็ อื ตวั เองนน้ั แหละ จะเดอื ดรอ้ นและหงดุ หงดิ การชว่ ยเหลอื ตวั เองอยา่ งนท้ี างพระเรยี กวา่ “พึ่งตัวเอง” ท่านสอนว่า “ตนแลเป็นที่พึ่งของตน” คือพยายามพ่ึงตัวเองให้ได้ อย่าไปคิดพ่ึงแต่คนอื่นเพียงอย่างเดียว ลูกเองก็ต้องพยายามทำอะไรให้เป็นเข้าไว้ พง่ึ ตวั เองใหไ้ ด้ ไมไ่ หวจรงิ ๆ จงึ คอ่ ยไปพงึ่ คนอน่ื และอยา่ ไปพง่ึ เขาทกุ เรอื่ ง แลว้ ลกู กจ็ ะโต และยืนหยดั ต่อสกู้ ับโลกไดท้ กุ รปู แบบ 64 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development การบริหารเวลา ลกู รัก... เวลาทผ่ี า่ นไปนนั้ ไมส่ ามารถเรยี กกลบั คนื มาไดอ้ กี ผา่ นแลว้ กผ็ า่ นเลย หมดแลว้ ก็หมดเลย แต่เวลาที่ผ่านไปน้ันมิได้ผ่านไปเฉย ๆ มันได้พาชีวิตของเราให้ล่วงกาล ผา่ นวยั ไปดว้ ย คอื ชวี ติ ของเรากล็ ว่ งเลยไปทกุ เวลา เดนิ หนา้ ทกุ เวลาไมถ่ อยกลบั คนฉลาด เขาจะรจู้ กั คณุ คา่ ของเวลามาก รจู้ กั ใชเ้ วลาใหเ้ ปน็ ประโยชน์ ใหไ้ ดผ้ ลคมุ้ คา่ อยา่ งทช่ี อบ พูดกันว่าเวลาเป็นเงินเป็นทองน่ันแหละ ในบางครั้งหากเราไม่รู้จักคุณค่าของเวลา หรอื บรหิ ารเวลาไมเ่ ปน็ เวลาทผ่ี า่ นเลยไปนน้ั อาจเปน็ ความสญู เสยี โอกาสอนั สำคญั ในชวี ติ ที่เราพึงไดร้ ับผลตอบแทนอย่างคมุ้ คา่ กไ็ ด้ แต่เรากใ็ หผ้ า่ นไปเฉย ๆ อยา่ งน่าเสียดาย ทกุ คนมเี วลาและไดเ้ วลาเทา่ กนั หมด ไมว่ า่ จะเปน็ นาที เปน็ ชว่ั โมง หรอื เปน็ วนั เป็นเดือนได้รับจำนวนเท่ากัน ไม่มีใครได้เวลามากเป็นพิเศษกว่าใคร จึงข้ึนอยู่กับว่า ผู้ใดจะใชเ้ วลาและบรหิ ารเวลาดกี วา่ กนั ผทู้ ี่ใช้เวลาเปน็ และบริหารเวลาไดด้ กี ม็ ีโอกาส ไดร้ บั ความสำเรจ็ สมหวงั ในสงิ่ ทป่ี รารถนาไดม้ ากกวา่ คนอนื่ เวลามคี า่ จงึ ควรใชใ้ หค้ มุ้ คา่ และใช้ให้เกิดคุณค่าแก่ตัวให้มากท่ีสุดเท่าที่จะมากได้ ในทางศาสนาท่านก็สอนไว้ เสมอวา่ “อยา่ ใหเ้ วลาลว่ งเลยไปโดยเปลา่ ประโยชน์ เรง่ ทำสง่ิ ทค่ี วรทำเสยี แตว่ นั น”้ี ดังนีเ้ ปน็ ต้น เทา่ กับแนะนำใหบ้ ริหารเวลาให้เป็นนัน่ เอง คำพ่อ คำแม่ 65 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th คาถาประทบั ใจ ลูกรัก... “อยู่ให้เขารกั จากให้เขาอาลยั อยใู่ หเ้ ขาไว้ใจ ไปให้เขาคิดถึง” คำพูดขา้ งต้นนี้เป็นคาถามหาเสน่หส์ ำหรบั สร้างความประทบั ใจแก่คนท่ัวไป เราจะอย่ทู ไ่ี หน อยู่กับใคร ทำงานท่ีไหน ทำงานกบั ใคร จะนานหรอื ไมน่ าน กต็ ามที สง่ิ แรกทเี่ ราควรทำคอื สรา้ งความประทบั ใจไว้ อยา่ งสรา้ งความเดอื ดรอ้ นวนุ่ วาย อยา่ สรา้ งความหนกั ใจไวใ้ หค้ นทเ่ี ราไปพกั หรอื ไปทำงานดว้ ย ถา้ เราสรา้ งความประทบั ใจ ไวใ้ ห้เขาได้ เราก็จะอยู่อย่างสบาย จะมีแตค่ นรัก มแี ต่มิตร ไมม่ ีศตั รู ตรงกันข้ามถ้าเรา สรา้ งความหนกั ใจไว้ให้เขา ก็จะมแี ตค่ นรังเกยี จ อยูไ่ ม่เปน็ สุข วิธีสร้างความประทับใจก็คือความเสียสละ ไม่เห็นแก่ได้ พูดจาให้ดีเข้าไว้ ช่วยเหลือเขา เป็นกันเองกับทุกคน ไม่ถือเน้ือถือตัว เสงี่ยมเจียมตน มีกิริยามารยาท เรียบร้อย รักษาสมบัติผู้ดี ทำได้อย่างนี้จะอยู่ท่ีไหนก็อยู่ได้สบาย ทำงานท่ีไหนก็ ทำงานได้สบาย ถึงคราวจะต้องจากกัน เขาก็จะอาลัยและคิดถึง เข้าทำนอง “อยเู่ ขากร็ กั จากเขากค็ ดิ ถงึ ” สำคญั กค็ อื เราจะไดพ้ วกไดเ้ พอ่ื นทม่ี คี วามจรงิ ใจมากขน้ึ หากเราเป็นคนใจแคบ ไม่เสยี สละ เราก็จะอยลู่ ำบาก ขาดพวกขาดเพอื่ นทแ่ี ท้ จำคาถา มหาเสนห่ ข์ า้ งต้นไว้แลว้ ทำให้ได้ เรากจ็ ะกลายเป็นคนมเี สนห่ ์ไปโดยปริยาย 66 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development คนที่รกั เราจริง ลูกรัก... คนทจ่ี ะรกั เราจรงิ หรอื ไมจ่ รงิ นนั้ อยา่ ดแู คค่ ำพดู ของเขาเทา่ นน้ั คำพดู เปน็ เพยี ง ลมปากซ่งึ อาจผันผวนเปลีย่ นแปลงได้ คนที่พร่ำว่ารักเราเห็นอกเหน็ ใจเรา หรอื เคารพ นับถือเราน้ัน อาจเป็นเพียงลมปากหรือยาหอมที่โชยมาให้เราช่ืนใจเท่านั้น ใจจริงเขา อาจเกลยี ดเราก็ได้ แต่เพอื่ ประโยชนบ์ างอยา่ งจงึ ทำให้เขาพดู หรือแสดงอย่างนั้น คนท่ี ไม่เคยพูดว่ารักเราเลยสักครั้ง ไม่เคยชมเราเลยสักหนเขาอาจเป็นคนท่ีรักเราจริง ซ่ือสัตย์ต่อเราจริงก็ได้เช่นกัน แต่ก็มิได้แปลว่าคนท่ีบอกว่ารักเราจะมิได้รักเราจริง หรอื คนทไ่ี มเ่ คยบอกวา่ รกั เราจะรกั เราจรงิ เพยี งตอ้ งการบอกใหร้ วู้ า่ ใครจะรกั เราหรอื ไมร่ กั เรามใิ ชอ่ ยทู่ ค่ี ำพดู มใิ ชด่ กู นั แคล่ มปาก แตอ่ ยทู่ ก่ี ารกระทำอยทู่ ก่ี ารแสดงออกของเขาดว้ ย ต้องดูควบคู่กันไปท้งั คำพดู และการกระทำ คนทด่ี ตี อ่ เราทงั้ ตอ่ หนา้ และลบั หลงั คอยชว่ ยเหลอื เรา สนบั สนนุ เรา ปกปอ้ งเรา และยกย่องเราทั้งต่อหน้าลับหลัง ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรเขาก็ยังเสมอต้นเสมอปลาย นน่ั แหละเรยี กวา่ รกั เราจรงิ เขาจะพดู วา่ รกั เราหรอื ไมพ่ ดู ไมส่ ำคญั สว่ นคนทด่ี แี ตต่ อ่ หนา้ ลบั หลงั นนิ ทาเรา ไมส่ นบั สนนุ ยกยอ่ งเราจรงิ พดู จาดตี อ่ เราเพยี งเพอ่ื จะใชเ้ รา ประเภท ปากอย่างใจอย่าง ปากกับใจไม่ตรงกัน นั่นแหละคือผู้ไม่รักเราจริง ถึงปากจะบอก ว่าเราดีอย่างนั้นอย่างนี้ก็เชื่อไม่ได้ ในเรื่องน้ีเราต้องระวังใจของเราเอง อย่าหลงใหล ได้ปลื้มไปกบั คารมของใครง่าย ๆ จะเสยี แรงและเสียใจไปเปลา่ ๆ คำพอ่ คำแม่ 67 พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th เหน็ กงจักรเปน็ ดอกบัว ลกู รกั ... ลกู คงจะเคยไดย้ นิ คำวา “เหน็ กงจกั รเปน็ ดอกบวั ” มาบา้ ง คำนมี้ าจากตำนาน ทางพระพุทธศาสนาความเดิมมีว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งขออนุญาตแม่ไปค้าขาย ทางทะเล แม่ไม่อนุญาตเพราะเห็นว่าทะเลมีอันตรายจึงห้ามปราม เขาไม่พอใจจนถึง ผลักแม่ล้มกระเด็นไป แล้วก็ออกเดินทาง ต่อมาเรือที่เขาโดยสารไปน้ันเกิดอับปางลง เขาว่ายน้ำไปจนถึงเกาะแห่งหนึ่ง เกาะแห่งนั้นเป็นเกาะนรก เป็นสถานท่ีลงโทษคนท่ี ทบุ ตพี อ่ แม่ สตั วน์ รกบนเกาะนนั้ จะถกู กงจกั รหมนุ บดศรี ษะ ไดร้ บั ความเจบ็ ปวดทรมาน อยตู่ ลอดเวลา ตายแลว้ กเ็ กดิ ใหมเ่ รอ่ื ยไป ชายผนู้ น้ั เหน็ กงจกั รนน้ั เปน็ ดอกบวั ทส่ี วยงาม ไปดว้ ยบาปกรรมทท่ี ำรา้ ยแม่ จงึ เขา้ ไปขอกงจกั รจากสตั วน์ รกผหู้ นง่ึ สตั วน์ รกนนั้ คดิ วา่ คนผนู้ คี้ งจะทุบตีพ่อแม่มาเหมอื นตน จงึ ได้เหน็ กงจักรเปน็ ดอกบวั ไปและจะมารบั โทษ ต่อจากตน จึงยกกงจักรให้ เขาถกู กงจกั รบดศรี ษะจงึ รู้วา่ เปน็ กงจักรแต่กส็ ายเสยี แล้ว คนไทยเรารู้เร่ืองน้ีดีจึงส่ังสอนกันมาแต่โบราณว่า “อย่าเห็นกงจักร เปน็ ดอกบวั ”คอื อยา่ เปน็ คนดอื้ รนั้ ถอื แตค่ วามเหน็ ของตวั ใครวา่ ใครสอนไมฟ่ งั แมผ้ สู้ อน จะเป็นพอ่ เปน็ แม่ อยา่ เปน็ คนเหน็ ผดิ เปน็ ชอบ เหน็ ชว่ั เป็นดี เห็นผิดเป็นถกู คนทเี่ ห็น กงจักรเป็นดอกบัวนั้นจะเห็นผิดแผกไปจากคนดีท่ัวไป คนทั่วไปเห็นว่าสิ่งน้ีไม่ดีไม่ถูก เป็นเรื่องเสียหาย แต่เขากลับเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดี เป็นเรื่องถูก ไม่เสียหายอะไร ความเห็นของคนท่ัวไปไม่ถูก แล้วก็หลงตัวไปทำเข้ากว่าจะรู้ว่าตัวเองเห็นผิดก็มัก จะสาย แกต้ ัวไม่ไดแ้ ลว้ คำโบราณคำนีม้ ีคา่ ย่ิงนักแล้วลูกเอ๋ย 68 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ช้าเสียการ นานเสียกิจ ลกู รกั ... คำว่า “ช้าเสียการ นานเสียกจิ ” เปน็ คำสำหรับเตือนใจคนทำงาน คืองาน บางอยา่ งตอ้ งรบี ทำ ชา้ ไมไ่ ด้ตอ้ งทำแขง่ กบั เวลาหรอื ตอ้ งใชเ้ วลาไมม่ าก ชา้ ไปจะไมท่ นั การ หรือทำให้เสียหายได้ ถ้าทำพอดีกับเวลาจึงจะสำเร็จเป็นผลดี เช่น การเก็บเก่ียว พืชผลต้องรีบเร่งทำตามกำหนดได้อายุได้ขนาดแล้วหรือสุกแล้วก็ต้องรีบจัดการเก็บ เกย่ี วใหเ้ สรจ็ โดยเรว็ ปลอ่ ยทง้ิ เกนิ เวลาไปกจ็ ะเนา่ เสยี หรอื รว่ งหลน่ ไปโดยไมไ่ ดป้ ระโยชน์ แมง้ านอน่ื ท่ีตอ้ งรีบเรง่ กเ็ ชน่ เดียวกัน ที่กล่าวมาน้ีก็เพื่อให้ลูกรู้จักใช้เวลาให้เหมาะกับงาน ให้รู้จักคุณค่าของเวลา บริหารเวลาให้ดี เพราะเวลามีค่า ในทำนองเดียวกันก็เพื่อให้รู้จักงานที่ทำด้วยว่า ควรใชเ้ วลาทำเทา่ ไรกะเวลาใหถ้ กู หรอื ใหใ้ กลเ้ คยี งทส่ี ดุ จะไดไ้ มเ่ สยี เวลาเกนิ ความจำเปน็ ผทู้ ส่ี ามารถทำงานสมั พนั ธก์ บั เวลาไดย้ อ่ มไดเ้ ปรยี บคนอน่ื มากงานอยา่ งเดยี วกนั ทำพรอ้ มกนั บางคนทำเสรจ็ เรว็ บางคนทำเสรจ็ ชา้ สว่ นหนงึ่ เปน็ เพราะการบรหิ ารเวลานแ่ี หละ ขอยำ้ ให้ลูกเห็นความสำคัญของเวลาไว้อีกครั้งหน่ึงว่า เงินทองนั้นผ่านมือไปแล้วอาจเรียก คืนหรือหาใหม่ได้ ส่วนเวลานั้นผ่านแล้วก็ผ่านเลย เรียกคืนมาไม่ได้ แม้จะมีวันเวลา ต่อไปก็เป็นวันเวลาใหม่ซึ่งควรจะเป็นเวลาทำงานอย่างอ่ืน แต่ยังต้องใช้เวลาใหม่น้ัน ทำงานเกา่ อยชู่ ่อื วา่ ขาดทนุ เวลาไปแล้ว คำพ่อ คำแม่ 69 พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ชา้ เปน็ การ นานเปน็ คณุ ลกู รัก... มอี ีกคำหน่งึ สำหรบั เตือนใจคนทำงาน คอื คำวา่ “ช้าเปน็ การ นานเป็นคุณ” ซึ่งคู่กับคำว่า “ช้าเสียการ นานเสียกิจ” ดังได้บอกลูกไว้แล้วคำว่าช้าเป็นการ นานเป็นคุณนี้ หมายความว่างานบางอย่างจะต้องทำด้วยความรอบคอบ ต้องทำไป ตามระยะเวลา จะรีบเร่งทำไม่ได้ เพราะถ้ารีบเร่งทำอาจจะทำให้ผิดพลาดบกพร่อง หรือล้มเหลวได้ ต้องทำแบบใจเย็น ๆ ต้องรอเวลาด้วยว่างานบางอย่างต้องรอเวลา ขึ้นอยู่กับเวลา มีการกำหนดเวลาเข้าไว้ เช่น ในยามเจ็บป่วยหมอบอกว่าต้องพักฟ้ืน หา้ มทำงานหนกั หา้ มเดนิ ทางเทา่ นน้ั เทา่ นว้ี นั กต็ อ้ งพกั ตอ้ งหยดุ ไปตามนนั้ แมว้ า่ เราจะ รสู้ กึ วา่ ตอนนส้ี บายดแี ลว้ สามารถทำไดเ้ ดนิ ทางได้ กต็ อ้ งรอจนครบวนั ตามทห่ี มอกำหนด หากเราใจร้อนขืนไปทำงานหนักหรือเดินทางเข้า อาจเกิดความเสียหายแก่สุขภาพได้ ความเจ็บไข้อาจกลับมาและรุนแรงกว่าเก่าก็ได้ รอสักหน่อย ช้าไปสักนิด คงไม่ทำ ใหเ้ สยี การหรอื เกดิ โทษ ตรงขา้ มกลบั ทำใหเ้ ปน็ การคอื เกดิ คณุ แกต่ วั เอง คอื ทำใหห้ ายโรค ได้เดด็ ขาด ดว้ ยเหตนุ ท้ี า่ นจงึ เตอื นสตเิ ตอื นใจไวว้ า่ ถงึ คราวชา้ กต็ อ้ งชา้ ถงึ คราวรอกต็ อ้ งรอ ถึงคราวเร่งก็ต้องเร่ง ในบางครั้งเราอาจเกิดความรำคาญ เมื่อเห็นคนอื่นทำงาน อืดอาดยืดยาดไม่ทันใจ แต่เราอาจไม่ทราบว่างานที่เขากำลังทำอยู่น้ันเป็นงานที่ต้อง ใช้เวลาเพือ่ พจิ ารณา เพือ่ ไตรต่ รองให้รอบคอบ เพื่อมใิ หเ้ กิดความผดิ พลาด เขาจงึ ทำ อยา่ งใจเย็น ดว้ ยถอื คตวิ า่ “ชา้ เป็นการ นานเป็นคณุ ” น่าเอาอยา่ งเสยี ดว้ ยซ้ำไป 70 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ใจงาม ลูกรัก... คนเราถงึ รปู จะไมง่ ามกอ็ ยา่ เสยี ใจ เพราะรปู รา่ งเปน็ เรอ่ื งทเ่ี หนอื อำนาจของเรา เกิดมาเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเปล่ียนแปลงได้ยาก ถึงจะตบแต่งเพ่ิมเติมอย่างไร ก็เอาดีตามที่ต้องการไม่ได้ เมื่อรูปไม่งามเราก็สามารถสร้างงามอีกอย่างหน่ึงขึ้นมา ทดแทนได้ คือสร้างใจให้งาม เพราะงามมี ๒ อย่างคือ งามนอกกับงามใน งามนอก คือรูปงาม งามในคือใจงาม รูปงานเป็นเร่ืองของบุญเก่า ส่วนใจงามเป็นเรื่องบุญใหม่ สามารถทำให้เกดิ ขึ้นได้เอง เกิดเป็นคนแม้หากรูปไม่งามก็อย่าเป็นคนใจไม่งามตามไปด้วย จะไม่มีดี อะไรเลย ทำตัวให้เป็นคนใจงามเข้าไว้ก่อนแหละดี คนใจงามก็คือคนที่มีน้ำใจ มจี ติ ใจออ่ นโยน เหน็ อกเหน็ ใจคนอน่ื ไมถ่ อื สาเมอ่ื ผอู้ น่ื ผดิ พลาด ไมโ่ กรธเคอื งเมอื่ คนอนื่ ล่วงเกิน ไม่เก็บเรื่องไร้สาระมาเป็นอารมณ์ ปล่อยวางได้ ไม่คิดอาฆาตมาดร้าย และไมน่ ำเร่ืองไมด่ ขี องคนอน่ื มานนิ ทาว่ารา้ ยใหเ้ ขาเสียหาย กลา่ วโดยรวมกค็ อื เปน็ คน มีความละอายใจ เกรงกลัวบาป มีความอดทน สงบเสงี่ยมเจียมใจ คนใจงามเช่นน้ี แม้รูปร่างจะไม่งาม แม้จะยศน้อยด้อยศักด์ิ ก็เป็นคนงามเป็นคนเด่น พอที่จะคบหา สมาคมและเคารพนับถือได้สนิทใจ ขอให้ลูกรู้ไว้ว่า รูปงามดึงดูดตา ใจงามดึงดูดจิต รูปงามอยู่ได้ชั่วคราว ใจงามอยู่ได้ตลอดกาล ท้ังนี้เพื่อจะได้ปรับแต่งตัวเองให้เป็น คนใจงามควบคกู่ ันไปกบั แตง่ ใหร้ ปู งาม คำพอ่ คำแม่ 71 พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ความจงรักภกั ดี ลกู รกั ... เมอ่ื ลกู เปน็ ขา้ ราชการสง่ิ แรกทล่ี กู ควรปลกู ฝงั ใหแ้ นน่ แฟน้ คอื ความจงรกั ภกั ดี ตอ่ เจา้ นาย ข้อน้ีสำคัญมาก ความซือ่ สตั ย์ ความซื่อตรง เป็นคุณธรรมทีด่ ี และเปน็ ส่งิ ที่ ข้าราชการต้องมีเป็นประจำอยู่แล้ว ข้าราชการที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความซ่ือตรง นับว่าเป็นขา้ ราชการที่ดี แตถ่ ้ามีความจงรักภกั ดตี อ่ เจ้านายดว้ ยกย็ ่งิ ประเสรฐิ มากข้ึน อันความซ่ือสัตย์ซ่ือตรงนั้นเป็นเร่ืองของหน้าท่ี เป็นเร่ืองที่จะต้องมีต้องทำ แตค่ วามจงรกั ภักดเี ป็นเร่ืองของจิตใจ เป็นเรอ่ื งนอกเหนอื ไปจากหน้าท่ี และบงั คบั กนั ให้มีไม่ได้ ความจงรักภักดีเกิดจากจิตใจที่ศรัทธาและรัก เคารพเจ้านายด้วยใจจริง และเมื่อมีความจงรักภักดีแล้วก็เป็นเหตุให้เกิดความซ่ือสัตย์และซ่ือตรงต่อเจ้านาย ด้วยใจจริงอีกชั้นหนึ่ง นอกเหนือไปจากทำตามหน้าท่ี ดังนั้น ผู้ท่ีมีทั้งความซ่ือสัตย์ ความซื่อตรง และความจงรักภักดีต่อเจ้านายน้ัน นับได้ว่าเป็นลูกน้องที่ประเสริฐ หาไม่ไดง้ า่ ยนัก เม่ือลูกทำงานอยู่กับใคร หากเขาเป็นเจา้ นายท่ีดี มีเมตตากรุณา เป็นผู้ใหญ่ ท่ีเคารพนับถือได้อย่างเต็มภาคภูมิ ก็ขอให้ลูกซ่ือสัตย์ ซื่อตรง และจงรักภักดี ยอมมอบกายปฏิบัติหน้าท่ีรับใช้เขาให้ดีเถิด แล้วลูกจะไม่ผิดหวัง ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสตั ย์ ซื่อตรง และจงรักภกั ดนี น้ั จะตกนำ้ ไมไ่ หลตกไฟไมไ่ หม้ จะได้รบั การ ยกย่องและสนับสนุนให้สงู ขนึ้ เรือ่ ย ๆ แนน่ อน 72 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development เวรกรรมมีจรงิ ลูกรกั ... เรอื่ งเวรเร่อื งกรรมน้ันลูกอย่าไดป้ ระมาทเป็นอันขาด และอยา่ คิดว่าเวรกรรม ไมม่ จี รงิ เรอ่ื งอยา่ งนม้ี ใิ ชจ่ ะลอ้ เลน่ กนั ไดง้ า่ ย ๆ ใครจะเชอ่ื หรอื ไมเ่ ชอ่ื กต็ าม เมอ่ื ถงึ คราวแลว้ เวรกรรมนน้ั กจ็ ะใหผ้ ลทนั ที เหมอื นยาพษิ คนจะรจู้ กั หรอื ไมร่ จู้ กั กต็ าม ดม่ื กนิ เขา้ ไปแลว้ เป็นตอ้ งตายท้ังสิ้น เวรกรรมเป็นเร่ืองที่เราทำไว้ จงใจบ้าง ไมจ่ งใจบ้าง ทำบ่อยครง้ั เขา้ กส็ งั่ สมไว้ นานเขา้ กส็ ง่ ใหผ้ ทู้ ำไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ น บางครงั้ ทำใหว้ บิ ตั เิ สยี หาย บางคราว ทำให้เสียชวี ติ ไปเลย เหมอื นคนท่บี รโิ ภคอาหารทมี่ สี ารพษิ เขา้ ไป ตอนแรกกไ็ มร่ ู้สกึ ตัว แต่นานเข้าบ่อยเข้าพิษท่ีสะสมอยู่ในร่างกายน้ันจะค่อย ๆ ออกฤทธ์ิทำให้ผู้บริโภค ไดร้ ับอนั ตรายตา่ ง ๆ ดังทรี่ ู้เห็นกันอยู่ เวลาท่ีเวรกรรมออกฤทธ์ิทำให้ผู้ทำเวรกรรมน้ันประสบอันตรายหรือได้รับ ความทกุ ขว์ บิ ตั ิตา่ ง ๆ เจ้าตวั มักจะไม่รตู้ ัวว่าท่เี ป็นดังนีเ้ พราะผลเวรผลกรรมทต่ี นทำไว้ หรอื อาจไมย่ อมรับความจรงิ ข้อนี้ กลับโทษโน่นโทษนีไ่ ปตามเร่อื ง ด้วยเหตุดังน้ีแหละ จึงทำให้คนทั่วไปไม่อายช่ัวกลัวบาปกันนัก จึงได้ประกอบกรรมทำเข็ญกันไปต่าง ๆ โดยไม่กลัวเกรงอะไร เช่ือเถิดลูกเอ๋ยเวรกรรมมีจริง อย่าได้ประมาท อย่าไปสร้าง เวรกรรมไว้ จะได้ไมต่ ้องมาเสียใจเมอ่ื ถึงคราวหายนะ เพราะเวรกรรมน้นั ใหผ้ ล คำพ่อ คำแม่ 73 พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ความใฝฝ่ ัน ลูกรกั ... ทกุ คนย่อมเคยใฝ่ฝนั กนั มา โดยเฉพาะสมัยเปน็ เดก็ มักจะใฝ่ฝันอยากเปน็ นั่น เป็นน่ี ความใฝ่ฝนั เป็นเร่ืองดี คนทไ่ี ม่ใฝฝ่ ันอะไรเสียอกี ออกจะไม่คอ่ ยดี ความใฝ่ฝนั นัน้ เป็นการจุดประกายและเป็นแรงกระตุ้นให้คนเรามีความมุมานะ มีความมุ่งม่ัน พยายามเพ่ือให้ความใฝ่ฝันเป็นความจริง คนที่ใฝ่ฝันแรงกล้ามักจะแข็งแกร่งและเป็น นักสู้ชีวิตท่ีไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ คนท่ีได้รับความสำเร็จในชีวิตนั้นส่วนใหญ่เร่ิมต้นมาจาก ความใฝฝ่ นั ทง้ั สน้ิ ตรงกนั ขา้ ม คนทไ่ี มค่ ดิ ใฝฝ่ นั อะไรเลยมกั จะเปน็ คนเฉอ่ื ยชา ขาดชวี ติ ชวี า เพราะขาดแรงกระตนุ้ ทำอะไรกท็ ำแบบไรจ้ ดุ หมายปลายทาง จงึ ไดร้ บั ความสำเรจ็ นอ้ ย หรอื ไมก่ ล็ ้มเหลวไปเลย แต่ความใฝฝ่ ันของคนเรานนั้ ก็มขี ้อควรระวังอยู่ คอื หากความ ใฝ่ฝันนั้นเป็นเพียงความเพ้อฝันหรือความทะเยอทะยาน ก็อาจทำให้ผิดหวังเสียแรง เปล่าได้ หรอื อาจเปน็ แรงกระตุน้ ใหท้ ำในส่ิงทผ่ี ดิ เพือ่ ให้สำเรจ็ ตามทตี่ ้องการกไ็ ด้ ดังน้ัน เม่ือเราจะใฝ่ฝันเร่ืองอะไรก็ควรมีขอบเขต ดูความเป็นไปได้ และ ดูฐานะภาวะของตัวเองควบคู่ไปด้วย หากใฝ่ฝันจนเกินวิสัยหรือเกินภาวะของตัว กอ็ าจกลายเป็นเรอ่ื งเพ้อฝนั หรือความทะเยอทะยานไปได้ เมอ่ื เป็นเร่ืองเพ้อฝันโอกาส ที่จะสมหวังก็มีน้อย เมื่อไม่สมหวังก็อาจทำให้เกิดความท้อแท้ในชีวิตได้ ถึงกระน้ัน ก็ตามเราก็ควรสร้างความใฝ่ฝันไว้ เพราะส่ิงที่ใฝ่ฝันไว้นั้นจะเป็นเสมือนจุดหมาย ในการดำเนินชีวิตให้เรา เป็นเป้าหมายให้เราเดินไปหา ดีกว่าเดินไปโดยไร้จุดหมาย ไร้ทศิ ทาง สำคัญอยา่ ใหค้ วามใฝ่ฝันเป็นเรอ่ื งเพอ้ ฝันไป 74 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development สขุ ภาพร่างกาย ลกู รกั ... คนเราทกุ คนยอ่ มตอ้ งการมอี ายยุ นื และความไมม่ โี รคภยั ดว้ ยกนั ทง้ั นน้ั แตอ่ ายุ จะยืนและโรคภัยจะไม่มีได้นั้น ส่วนหน่ึงเกิดจากการดูแลสุขภาพร่างกายดี มิใช่เพียง แค่ต้องการแล้วก็ปลอ่ ยปละละเลยสุขภาพร่างกายไปตามยถากรรม คนท่ดี ูแลสขุ ภาพ ร่างกายดีย่อมมีโอกาสมีอายุยืนและไม่มีโรคภัย มากกว่าคนท่ีไม่ได้ดูแล ลูกเองก็ควร ระวังสุขภาพร่างกายให้ดี ดูแลสุขภาพให้ดี อย่าโหมทำงานหนักจนเกินไปจนร่างกาย ไม่ได้พักผ่อน อย่าปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรมหรือปรนเปรอจนอ่ิมหนำสำราญเกินไป เพราะนนั้ เปน็ ทางให้เกิดโรคได้ง่าย เป็นแลว้ กร็ ักษายาก ในเรื่องการดูแลสุขภาพน้ีทำตามท่ีหมอแนะนำเป็นดีท่ีสุด เช่น ทานอาหาร ท่ีมีประโยชน์ ออกกำลังบ้าง นอนในท่ีที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก รักษาจิตใจและ อารมณ์ใหแ้ จม่ ใส ไมเ่ ครียด ไมห่ งุดหงดิ งา่ ย ไม่ทำงานหักโหม ไม่ดมื่ สรุ าติดยาเสพตดิ ไม่อดนอนบ่อย ดังนเ้ี ปน็ ตน้ เม่ือทำไดส้ ขุ ภาพร่างกายกจ็ ะแข็งแรง สู้กบั โรคภัยได้ และ จะมีอายุยืน คนเราถ้ามสี ขุ ภาพดีเสยี แล้วกเ็ ท่ากับมตี น้ ทนุ ในการดำเนินชีวิต สามารถ ทำอะไรได้ด้วยตนเอง คล่องแคล่วว่องไว ทำมาหากินได้สะดวก หากสุขภาพร่างกาย ออ่ นแอสามวนั ดสี วี่ ันไข้ เท่ากบั มีอุปสรรคใหญ่ จะไมส่ ามารถตอ่ ส้กู บั งานได้ บางครั้ง ก็ทำให้ท้อแท้ปล่อยวาง และหมดอาลัยตายอยากในชีวิตได้ รักษาสุขภาพร่างกายไว้ ให้ดีตลอดไปกท็ ำให้อะไรดีขึ้นได้มาก คำพอ่ คำแม่ 75 พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th สุขภาพจิตใจ ลูกรัก... เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพ เรามักจะนึกถึงแต่สุขภาพร่างกาย นึกถึงแต่ความ แข็งแรง ความไม่มีโรคของร่างกาย ความจริงสุขภาพจิตก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกับ สุขภาพร่างกาย จิตใจที่มีสุขภาพดีก็จะปลอดโปร่ง แจ่มใส ไม่ขุ่นมัว ไม่หงุดหงิด และฟุง้ ซ่าน ซง่ึ สมยั นี้เขาเรียกวา่ ไม่เครียด การรกั ษาสุขภาพจติ ให้ดีจึงจำเปน็ มาก สุขภาพจติ จะได้ดีก็ดว้ ยการรกั ษาอารมณ์ใหด้ ี อย่าให้อารมณ์เสยี สงิ่ ที่จะทำ ให้อารมณ์เสียนั้นมีมาก ผ่านมาทางตาบ้าง ทางหูบ้าง ทางความคิดบ้าง วันหนึ่ง ๆ คนเรามักจะรับอารมณ์รา้ ย ๆ ร้อน ๆ เขา้ ไปไว้ในจิตใจกนั คนละมาก ๆ แล้วเกบ็ สง่ั สม ไวเ้ รอ่ื ย ๆ จนกลายเปน็ กองขยะ อารมณอ์ ยใู่ นจติ ใจ คนทม่ี ขี ยะอารมณอ์ ยมู่ ากสขุ ภาพจติ กจ็ ะเสยี ไปมาก คนทม่ี สี ขุ ภาพจติ เสยี มากกม็ กั จะอารมณเ์ สยี บอ่ ย หงดุ หงดิ งา่ ย กลายเปน็ คนเจ้าอารมณไ์ ปโดยไมร่ ตู้ วั วิธีป้องกันมิให้สุขภาพจิตเสียก็คืออย่าไปรับรู้เร่ืองภายนอกให้มากนัก หากจำเปน็ ตอ้ งรกู้ อ็ ยา่ ไปรบั มาเกบ็ เปน็ อารมณท์ ง้ั หมด รกู้ ท็ ำเปน็ ไมร่ เู้ สยี บา้ ง เหน็ กท็ ำเปน็ ไม่เห็นเสียบ้าง เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสียบ้าง ทำแบบที่ท่านสอนไว้ว่า “ปิดตาท้ังคู่ ปิดหูสองขา้ ง ปดิ ปากเสียบา้ ง นอนนงั่ สบาย” ก็ได้ ทำได้ดงั นจ้ี ิตใจกจ็ ะปลอดโปร่ง เพราะปลอดมลพิษ อารมณ์ภายนอกก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเราไม่ใส่ใจเก็บเอามา เป็นอารมณ์ สุขภาพจิตกจ็ ะดเี พราะไมเ่ ครียด ไม่วติ กกังวลอะไร 76 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development สง่ิ แวดลอ้ ม ลกู รกั ... คนเรานอกจากควรดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้ดีแล้ว ส่ิงแวดล้อม ก็สำคัญท่ีเราต้องดูแลและให้ความสนใจ เพราะส่ิงแวดล้อมจะทำให้สุขภาพกายและ สุขภาพจิตของเราดีไปดว้ ย สิ่งแวดลอ้ มมีท้งั ทม่ี ีอยแู่ ลว้ ตามธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ ภเู ขา แมน่ ำ้ ลำคลอง อากาศ และทเ่ี ราสรา้ งขน้ึ มาเอง เชน่ ทอี่ ยอู่ าศยั บรเิ วณบา้ น สง่ิ ปลกู สรา้ ง ถนนหนทาง สิ่งแวดล้อมเหล่านี้ล้วนให้คุณให้โทษแก่คนเราได้ท้ังสองทาง ถ้าเราดูแล จัดการดีกใ็ หค้ ุณ ถา้ เราดแู ลจดั การไม่ดกี ใ็ ห้โทษ ดังนั้น ลูกควรดูแลจัดการสิ่งแวดล้อมให้ดีเพ่ือประโยชน์แก่ตัวลูกเองและ คนข้างเคียง โดยเริม่ ตงั้ แตท่ ่อี ยอู่ าศยั หอ้ งนอน ห้องครัว ห้องนำ้ จดั การดูแลใหส้ ะอาด ปราศจากกล่นิ และอับทบึ อย่าให้รกรุงรงั เปน็ แหลง่ เช้อื โรค บริเวณบ้านดูแลให้สะอาด ปลกู ไมด้ อกไมใ้ บไวใ้ หร้ ม่ รนื่ กำจดั แหลง่ ทเ่ี ปน็ ทอ่ี ยอู่ าศยั ของยงุ ทง้ิ ขยะใหเ้ ปน็ ทเี่ ปน็ ทาง ไมท่ ง้ิ ขยะ เศษอาหาร และสงิ่ สกปรกลงในแมน่ ำ้ คลอง ไมต่ ดั ตน้ ไมท้ ำลายปา่ รวมไปถงึ การไม่ทำอะไรท่ีทำให้เกิดมลพิษคือเกิดฝุ่นเกิดควัน เกิดเสียงดัง หรือเกิดกลิ่นเหม็น ให้เป็นที่เดือดร้อนคนอื่น การดูแลรักษา การปรับปรุงส่ิงแวดล้อมให้ดี และไม่ทำ ส่ิงแวดล้อมให้เสียหาย ล้วนเป็นประโยชน์แก่ตัวเราท้ังน้ัน เมื่อจัดการส่ิงแวดล้อมดี บ้านก็จะน่าอยู่ บริเวณบ้านก็จะสวยงาม ถนนหนทางก็จะร่มรื่น แม่น้ำลำคลองก็จะ สะอาด บ้านเมอื งกจ็ ะปลอดมลพิษทง้ั ปวง เป็นเรื่องดีท้ังนน้ั ตรงกนั ข้ามถา้ เราไมด่ แู ล จดั การส่ิงแวดลอ้ มใหด้ ี มีแตท่ ำลายส่ิงแวดลอ้ มทด่ี ีลงทุกวนั คนท่จี ะเดือดร้อนจริง ๆ เพราะถกู สงิ่ แวดล้อมลงโทษก็คือตัวเราน่เี อง คำพอ่ คำแม่ 77 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th อา่ นตัวใหอ้ อก ลูกรกั ... มหี ลกั ในการพฒั นาใหต้ วั เองกา้ วหนา้ เบอ้ื งตน้ อยู่ ๓ ประการ ซง่ึ ขอบอกลกู ไว้ คอื อา่ นตวั ใหอ้ อก บอกตวั ใหไ้ ด้ ใชต้ วั ใหเ้ ปน็ ประการแรก “อา่ นตวั ใหอ้ อก” หมายความวา่ จะต้องศึกษาตัวเองสำรวจตัวเองเพื่อให้รู้จักภาวะท่ีแท้จริงของตัวเอง คือจะต้องรู้จัก ตวั เองให้ดวี า่ ตัวเองมคี วามรคู้ วามสามารถ มีสตปิ ญั ญาแค่ไหน มสี ภาพอย่างไร มกี ำลงั มีเร่ียวแรงเท่าไร ที่สำคัญที่สุดต้องรู้ใจตัวเองว่าต้องการอะไรกันแน่ ต้องอ่านตัวเอง ใหอ้ อกเหมอื นอา่ นหนังสือ ต้องเขา้ ใจตัวเองให้ปรุโปรง่ เหมือนคนเดินทางไกลดูแผนที่ ออกอย่างปรุโปร่งหรือเหมอื นช่างก่อสรา้ งบ้าน ดแู บบแปลนออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ฉะนั้น การดำเนินชีวิตหรือการดำเนินงานอย่างใดอย่างหนึ่งก็เช่นเดียวกับ การเดินทางหรอื การสร้างบา้ นน่ันแหละ อา่ นตัวออกได้ชดั เจนเท่าไรยิง่ ดี ชีวติ และงาน จะดำเนนิ ไปไดด้ ว้ ยดี และความสำเรจ็ จะเกดิ ไดง้ า่ ยและรวดเรว็ ไมผ่ ดิ พลาด ถา้ แมต้ วั เอง ก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง ยังไม่รู้จักตัวเองดีพอ ไปทำงานอะไรก็จะเปะปะจับทางไม่ถูก เหมอื นคนเดนิ ทางโดยไรแ้ ผนที่ เหมอื นคนสรา้ งบา้ นโดยไรแ้ บบแปลน แมจ้ ะไปไดท้ ำได้ ก็เอาดีไม่ค่อยได้ ทั้งจะเสยี เวลา เสียแรงและทนุ รอนมากกว่าด้วย ดังนั้นก่อนทจ่ี ะทำ กิจการใดควรศึกษาตัวเองให้ถ่องแท้จนอ่านตัวเองออกชัดเจนเสียก่อนค่อยทำ ความบกพร่องผดิ พลาดจะไดไ้ มเ่ กดิ ข้นึ เสียแต่เริม่ แรก 78 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development บอกตัวให้ได้ ลกู รกั ... หลักในการพัฒนาตัวเองประการที่สองคือ “บอกตัวให้ได้” หมายความว่า ตามปกติคนเรามักไม่ค่อยได้สอนตัวเองหรือเตือนตัวเองกัน สอนคนอื่นเตือนคนอื่น ได้สารพัด สอนใหเ้ ขาทำอย่างน้นั เตือนใหเ้ ขาปฏิบัติอย่างนี้ สอนได้ เตือนได้ แตพ่ อถึง คราวตวั เองบา้ งกลบั ไมย่ อมสอนไมย่ อมเตอื น จงึ ไดผ้ ดิ พลาดบกพรอ่ ง ประสบทกุ ขย์ าก กันร่ำไป แท้ท่ีจริงตัวเราเองนี่แหละท่ีสอนยากเตือนยากที่สุด ฝึกก็ยาก ดัดก็ยาก ดงั นน้ั ท่านจงึ เตอื นใจไวว้ า่ จงเตือนตนของตนใหพ้ ้นผิด ตนเตือนจติ ตนไดใ้ ครจะเหมอื น ตนเตือนตนไม่ได้ใครจะเตอื น ตนแชเชอื นใครจะเตือนใหป้ ่วยการ ธรรมดาของการทำงานย่อมผิดพลาดบกพร่องได้ และแต่ละคนย่อมจะมีข้อ ผดิ พลาดบกพรอ่ งกนั ได้ทกุ คน แตเ่ มอื่ พบขอ้ ผิดพลาดบกพร่องแล้วกส็ อนตัวเองเตอื น ตวั เองวา่ ไมค่ วรทำอยา่ งนน้ั อกี หมน่ั เตอื นตวั เองบอ่ ย ๆ กจ็ ะทำใหค้ ดิ แกไ้ ข ปรบั ปรงุ งาน ปรับปรุงตัวให้ดีให้ถูกต้อง เป็นทางให้เกิดความสำเร็จในโอกาสต่อไปได้ ตรงกันข้าม หากคนอนื่ เขาไมเ่ ตอื นไมส่ อน และตวั เองกส็ อนหรอื เตอื นตวั เองไมไ่ ด้ หรอื ไมย่ อมสอน ไม่ยอมเตือนเพราะคิดว่าตัวเองฉลาดแล้วก็คงกู่ไม่กลับแล้วมีแต่จะมุ่งหน้าสู่หายนะ ท่าเดียว น่ากลัวเสียจริง ๆ ลูกควรจะฝึกเตือนตัวเองไว้เป็นประจำ จะรอให้คนอ่ืน เขามาเตือนนั้นเห็นจะไม่เข้าที ใครเขาจะมาคอยจ้ำจ้ีจ้ำไชเราเล่า เตือนตัวเองได้ นัน่ แหละเปน็ ดที ่ีสุด คำพ่อ คำแม่ 79 พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ใชต้ ัวให้เป็น ลูกรกั ... หลักในการพัฒนาตัวเองประการที่สามคือ “ใช้ตัวให้เป็น” หมายความว่า คนเราต่างชอบให้คนอ่ืนมานิยมยกย่องตนกันท้ังน้ัน แต่คนท่ีจะมีคนรักนับถือ และยกย่องน้ันจะต้องเป็นคนมีเสน่ห์ในตัว คนขาดเสน่ห์จะมีใครมารักมานับถือเล่า วธิ สี รา้ งเสนห่ ใ์ หค้ นรกั อยา่ งหนงึ่ กค็ อื ใชต้ วั ใหเ้ ปน็ นเี่ อง การใชต้ วั ใหเ้ ปน็ กค็ อื การกระตนุ้ เตือนตัวเองให้ทำงาน และทำตัวให้เป็นประโยชน์ด้วยตัวเอง คิดทำงานเอง คิดช่วย คนอน่ื เองโดยไมต่ อ้ งรอใหใ้ ครมาใช้ ไมต่ อ้ งใหใ้ ครมาสงั่ ถงึ จะทำ ตวั เองเหน็ เหมาะเหน็ ควร อย่างไรก็ทำไปเลย ในเม่ือเห็นว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้องและเป็นประโยชน์ ก็ทำ การใช้ตัวให้เป็นน้ีนอกจากจะเป็นการพัฒนาตัวเองแล้ว ยังเป็นการสร้างเสน่ห์ ให้ตัวเองอกี สว่ นหนึ่งดว้ ย คนที่ใช้ตัวเองเป็นอย่างนี้แหละที่เรียกว่าเป็นคนพัฒนาตัวเอง คนอย่างนี้ จะไมย่ อมอยนู่ งิ่ ไมย่ อมอยเู่ ปลา่ เหน็ คนอนื่ ทำงานอะไร ชว่ ยไดก้ จ็ ะเขา้ ชว่ ยทนั ที หากวา่ ลกู ตอ้ งการความสำเรจ็ และเปน็ คนมเี สนห่ ก์ ต็ อ้ งใชต้ วั ใหเ้ ปน็ แบบน้ี อยา่ นง่ิ ดดู ายในการ ชว่ ยเหลอื เกอื้ กลู คนอน่ื ดว้ ยนำ้ ใจ อยา่ เปน็ คนแลง้ นำ้ ใจ อยา่ เปน็ คนเหน็ แกไ่ ดฝ้ า่ ยเดยี ว คนแลง้ นำ้ ใจคดิ เอาแตไ่ ดเ้ ขาเรยี กวา่ เปน็ คนมเี สนยี ด ไมน่ า่ นบั ถอื แตเ่ ปน็ คนนา่ รงั เกยี จ สำหรบั คนทว่ั ไป สรา้ งเสน่ห์ดกี วา่ สร้างเสนยี ด สรา้ งเสน่หน์ ้นั ไม่ยากนักดอก เพียงคอย เตือนใจตวั เองอย่างให้เปน็ คนน่งิ ดดู าย ใช้ตวั ให้เปน็ เทา่ น้นั เสนห่ ์กจ็ ับไปท้ังตวั แล้ว 80 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development กตัญญูคือยาชูกำลงั ลูกรกั ... อันพ่อแม่ทุกคนยอ่ มปรารถนายง่ิ นกั ท่จี ะเหน็ ลกู ของตนเป็นคนดี มคี วามสุข มคี วามกา้ วหนา้ และไมม่ ีทกุ ข์ภยั เม่อื เหน็ ลูกได้รบั ความสำเร็จสมหวงั อยู่เย็นเปน็ สุข กันแล้ว พ่อแม่ก็สบายใจหายห่วง แต่น่ันก็เป็นเพียงความสบายใจเท่าน้ัน หาได้เป็น เคร่ืองชูกำลังให้พ่อแม่ได้ช่ืนอกชื่นใจและปลาบปลื้มไม่ เคร่ืองชูกำลังหรือยาชูกำลัง ทที่ ำใหพ้ อ่ แมท่ กุ คนอยากจะมชี วี ติ อยเู่ พอ่ื ดลู กู หลานของตวั เองนาน ๆ กค็ อื ความกตญั ญู ที่ลูกมีต่อพ่อแม่อย่างเดียว ลูกที่ได้รับความสำเร็จ ก้าวหน้า มีเกียรติ มีหน้ามีตา ในสงั คม สงั คมยกยอ่ ง ถ้าลูกคนนั้นไมม่ ีความกตัญญูต่อพอ่ แมข่ องตน พอ่ แม่ของเขา จะแช่มช่ืนเบิกบานสักเท่าไร ลูกที่ยากจน ไร้เกียรติ แต่มีความกตัญญู รักพ่อรักแม่ เช่ือฟังและดูแลเอาใจใส่พ่อแม่ ย่อมทำให้พ่อแม่ปล้ืมใจและมีเรี่ยวแรงมีกำลังใจ มากกวา่ ลกู เอ๋ย อันพอ่ แมน่ ้ันถงึ จะอดอยากปากแห้ง ถงึ จะลำบากอยา่ งไร หากมลี ูก ทกี่ ตญั ญูรูค้ ณุ คอยดูแลปรนนิบตั ิใกลช้ ดิ คอยถามสขุ ทุกข์ ทำสง่ิ ท่ดี งี าม ไม่ขดั ใจ เท่าน้ี ก็ทำให้พ่อแม่อายุยืนได้แล้ว ตรงกันข้ามพ่อแม่ที่มีลูกอกตัญญูไม่รู้คุณ มีลูกที่ไม่ดูดำ ดูดี ทอดทิง้ ใหว้ า้ เหว่ มลี ูกอย่างนีก้ เ็ หมือนไมม่ ี นบั วา่ เปน็ โชคร้ายของผเู้ ปน็ พ่อแมแ่ ท้ ทีเดียว พ่อแม่ที่มีลูกอย่างนี้จะท้อแท้ซึมเศร้า ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ ความอกตัญญู ของลกู นน้ั เปน็ ยาพษิ สำหรบั พอ่ แม่ สว่ นความกตญั ญขู องลกู เปน็ ทง้ั ยาบำรงุ หวั ใจ เปน็ ยา บำรงุ กำลงั และเปน็ ยาชกู ำลงั ขนานเอกสำหรับพ่อแมแ่ ท้ทีเดยี ว คำพอ่ คำแม่ 81 พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th เลือกแตท่ ด่ี ี ลกู รัก... มีสุภาษิตเก่าอยู่บทหน่ึงความว่า “อย่ารักเหากว่าผม อย่ารักลมกว่าน้ำ อย่ารักถ้ำกว่าเรือน อย่ารักเดือนกว่าตะวัน” สุภาษิตบทนี้เป็นข้อเตือนสติสอนใจ ใหร้ จู้ กั เลอื กในสง่ิ ทดี่ กี วา่ และมปี ระโยชนก์ วา่ คอื ผมดกี วา่ เหา นำ้ ดกี วา่ ลม เรอื นดกี วา่ ถำ้ ตะวันดีกว่าเดือน ในเรื่องของการเลือกนี้ลูกอาจจะได้ประสบสักวันหน่ึง คือจะต้องตัดสินใจ เลือกเอาอย่างใดอย่างหน่ึง การตัดสินใจน้ันก็เป็นความลำบากใจอย่างหนึ่ง การที่จะ ตัดสินใจเลือกให้ถูกต้องไม่ผิดพลาดน้ันเป็นเรื่องของความฉลาดและประสบการณ์ คนฉลาดน้ันก่อนท่ีจะเลือกเขาจะพิจารณาประเมินค่าและให้น้ำหนักเสียก่อนว่าสิ่งใด มปี ระโยชน์ สงิ่ ใดไม่มปี ระโยชน์ ส่งิ ใดดีสงิ่ ใดเลวกว่ากัน และรจู้ กั ตดั สนิ ใจว่าอะไรควร ไมค่ วรอยา่ งไร เขาจะรอบคอบ ไมใ่ จเรว็ ดว่ นได้ คดิ หนา้ คดิ หลงั เลอื กกอ่ นตดั สนิ ใจเสมอ เพราะฉะน้ัน คนฉลาดจึงเลือกไม่ค่อยผิดพลาด ตรงกันข้าม ผู้ไม่ฉลาดมักจะด่วน ตดั สินใจเลือก ไมพ่ จิ ารณาให้ถ้วนถก่ี ่อน มองไม่ออกวา่ สิ่งใดดี สิ่งใดเลว จงึ ผดิ พลาด บกพร่องอยู่เสมอ ข้อนี้ลูกระวังเข้าไว้เป็นดี ถือคติโบราณข้างต้นไว้เป็นไม่เสียหาย ไม่ขาดทุนแน่ แต่ถ้าลูกใจเร็วด่วนได้ นอกจากจะไม่ได้ดีแล้วยังจะพาให้เสียใจ เมอ่ื เลือกผดิ อกี ดว้ ย 82 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development บอ่ เกดิ กำลงั ใจ ลกู รัก... เคยบอกลูกมาบ้างแล้วว่ากำลังใจเป็นกำลังภายในที่ทำให้คนเราเกิดความ เขม้ แขง็ อดทน ไมท่ อ้ แทแ้ ละหมดเรย่ี วแรง พรอ้ มทจี่ ะสตู้ อ่ ไปดว้ ยความมงุ่ มนั่ หากคนเรา หมดกำลงั ใจหรอื มกี ำลงั ใจตกเสยี แลว้ บางครง้ั ถงึ กบั ไมอ่ ยากมชี วี ติ อยตู่ อ่ ไป อยากตาย ไปเสยี ใหพ้ น้ ๆ แมค้ นทแ่ี ขง็ แกรง่ หากหมดกำลงั ใจเสยี แลว้ มอื เทา้ และสมองกจ็ ะพลอย อ่อนปวกเปียกหมดกำลังใจไปด้วย อาจถึงกับคิดฟุ้งซ่านไปว่าจะทำไปทำไม ทำไป ก็ไม่ได้ดิบได้ดีอะไรทำนองนี้ คนท่ีเจ็บป่วยอยู่หากมีกำลังใจดีก็สามารถหายได้เร็ว แตพ่ อหมดกำลงั ใจกพ็ าลจะตายเอาดอ้ื ๆ เมอ่ื รอู้ ยา่ งนแ้ี ลว้ กค็ วรทจ่ี ะหาทางเพม่ิ กำลงั ใจ ใหแ้ ก่ตวั เองไวเ้ รอ่ื ย ๆ อนั กำลงั ใจนเ้ี กดิ ได้ ๒ ทางคอื ตวั เองทำใหเ้ กดิ กบั คนอน่ื ทำใหเ้ กดิ ในสองทางน้ี ตัวเองสามารถสร้างกำลังใจด้วยตัวเองได้โดยเพ่ิมความรู้ความสามารถให้แก่ตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง จะทำให้เกิดความมั่นใจและศรัทธาในตัวเอง ความมั่นใจและ ศรัทธาในตัวเองนี้จะทำให้เกิดกำลังใจท่ีจะต่อสู้ด้วยลำแข้งของตัวเอง นอกจากนั้น ควรฝกึ ทำความดี ทำสง่ิ ทม่ี คี ณุ ประโยชนไ์ วม้ าก ๆ ความเปน็ คนดแี ละเปน็ คนมปี ระโยชน์ จะทำให้เราคิดว่าเราก็ไม่ด้อยไปกว่าคนอ่ืน ทำไมจะต้องมาท้อแท้หรือสิ้นหวัง หมดกำลงั ใจ เพยี งเพราะความผดิ พลาด ทำงานไมส่ ำเร็จแคน่ ี้ อะไรทำนองน้ี เมื่อมัน่ ใจ และคดิ ไดอ้ ยา่ งนกี้ จ็ ะเกดิ กำลงั ใจทจ่ี ะทำงานและทำความดตี อ่ ไปเรอ่ื ย ๆ โดยไมต่ อ้ งรอ ใหค้ นอ่นื มาใหก้ ำลงั ใจกไ็ ด้ เรียกวา่ สามารถเปน็ ตวั ของตวั เองไดเ้ ลยทีเดยี ว คำพ่อ คำแม่ 83 พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ความยึดตดิ ลูกรกั ... ชีวิตของแต่ละคนน้ันย่อมประสบกับความเดือดร้อนมากมายหลายอย่าง ในจำนวนความเดอื ดรอ้ นนน้ั มคี วามเดอื ดรอ้ นเพราะความยดึ ตดิ ของเราเองรวมอยดู่ ว้ ย ความยึดติดที่ว่านี้ก็คือการท่ีคนเราไปยึดถือส่ิงใดสิ่งหน่ึงจนเกินไป เช่นยึดถือในคน ในสิ่งของ ในหน้าท่ีการงาน ในความรู้ ตลอดถึงในความคิดของตัวเองจนเกินไป โดยยึดถือว่าคนน้ีเป็นลูกของเรา คนน้ีเป็นภรรยาของเรา หรือของส่ิงน้ีเป็นสมบัติ ของเรา ดังน้ีเป็นต้น ความยึดติดเช่นน้ีแหละท่ีเป็นตัวนำความเดือดร้อนมาให้คนเรา ยึดติดอะไรก็จะทุกข์เดือดร้อนเพราะอันน้ัน หากไม่ยึดติดอะไรเลยก็จะไม่ทุกข์ ไม่เดือดรอ้ นเลย หากลกู ตอ้ งการจะมชี วี ติ อยอู่ ยา่ งเปน็ สขุ จรงิ ๆ กต็ อ้ งพยายามปลอ่ ยวางอะไร ๆ ลงบา้ งอย่าไปแบกภาระอะไรไวม้ ากนัก มันหนักแรงและเดอื ดรอ้ นด้วย ธรรมดาภาระ ที่แบกไว้บนบ่ามันจะหนักเรื่อย ๆ แต่พอวางลงเสียได้ก็จะหายหนักและหายเหน่ือย สว่ นภาระทใ่ี จแบกไวห้ รอื ยดึ ตดิ ไวน้ สี่ มิ นั วางไดย้ าก วางไมล่ ง มนั จงึ ทำใหห้ นกั อกหนกั ใจ และเดือดร้อนอยู่ร่ำไป ถ้าแม้ว่ามีภาระหรือแบกภาระอะไรอยู่ แต่ไม่ยึดติดกับภาระ น้ันมาก เวลาไหนควรปลอ่ ยก็ปลอ่ ยบ้าง เวลาไหนควรวางก็วางบา้ ง เวลาไหนควรแบก ก็แบกกันไป ทำได้อย่างนี้ก็จะพอทำให้หายใจหายคอสะดวกขึ้น มีความปลอดโปร่ง โลง่ ใจขนึ้ และมคี วามสขุ ในชวี ติ ประจำวนั ไดบ้ า้ ง ดกี วา่ ไปแบกหรอื ยดึ ตดิ อยตู่ ลอดเวลา วางได้บ้างก็จะมีสุขได้บ้าง วางได้หมดก็จะเป็นสุขได้ท้ังหมด น่ีแหละคือสัจธรรม ละลกู เอ๋ย 84 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ความเย่อหยง่ิ ถอื ตวั ลูกรกั ... อนั ความเยอ่ หยงิ่ ถอื ตวั นน้ั เคยบอกลกู มาบา้ งแลว้ แตก่ อ็ ยากพดู ซำ้ อกี กลา่ วคอื ลกู ตอ้ งระวงั อยา่ เปน็ คนเยอ่ หยง่ิ ถอื ตวั อยา่ ดถู กู ดหู มน่ิ คนอน่ื โดยเฉพาะกบั เพอื่ นรว่ มงาน และคนที่เราติดต่อด้วย รวมถึงคนท่ีอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน เพราะความเย่อหยิ่ง ถือตวั เป็นกิรยิ าทไ่ี มง่ ามเลย ไม่มใี ครดอกทจ่ี ะชอบคนทเ่ี ยอ่ หยงิ่ ถอื ตัว แมแ้ ตต่ วั เราเอง ก็ไมช่ อบคนท่ีทำเช่นนนั้ กริ ยิ าทถี่ อื วา่ เปน็ ความเยอ่ หยง่ิ ถอื ตวั กค็ อื การทชี่ อบยกตวั ขม่ ผอู้ น่ื ชอบคดิ วา่ ตัวเองดีกว่า เด่นกว่าเขา มีความรู้ มีหน้าท่ีการงาน มีฐานะทางการเงินดีกว่าเขา แลว้ ชอบวางตวั อยเู่ หนอื คนอน่ื ดถู กู ดหู มน่ิ หรอื แสดงกริ ยิ าทา่ ทางรงั เกยี จคนทด่ี อ้ ยกวา่ เป็นต้น คนท่ีแสดงกิริยาอย่างนี้ออกมา ผู้คนรอบข้างจะรังเกียจ ไม่อยากเข้าใกล้ และไม่อยากคบหาดว้ ย คนเยอ่ หย่งิ ถือตัวมกั จะถูกโดดเดย่ี วและต่อสูต้ ามลำพงั ในเมอื่ เดอื ดรอ้ นอะไรขน้ึ มา ความรกู้ ด็ ี ยศศกั ดก์ิ ด็ ี เงนิ ทองกด็ ใี ชจ่ ะชว่ ยเหลอื คนเราใหร้ อดตวั หรอื พน้ ภยั ไดท้ กุ อยา่ งและทกุ คราวไม่ บางครง้ั สง่ิ เหลา่ นก้ี ไ็ มส่ ามารถชว่ ยอะไรเราไดเ้ ลย ไมตรีจิต ความเป็นเพ่ือน และความไม่ถือตัวต่างหากที่สามารถช่วยเราได้ในทุกกรณี อย่างน้อยก็ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ คนเราจึงไม่ควรไปก่อความรังเกียจให้เกิดขึ้น แกค่ นรอบขา้ งด้วยการไปดูหมิน่ ดแู คลนเขาหรือไปเหยียดหยามเขา “สรา้ งมติ รดกี ว่า สร้างศตั รู” คำนเี้ ขาสอนกันมานานแล้วแหละลูก คำพอ่ คำแม่ 85 พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th เอาชนะกันด้วยเหตผุ ล ลูกรกั ... การเอาชนะคะคานกันด้วยคำพูดหรือด้วยการทุ่มเถียงกันแม้จะเป็นไปด้วย เหตุผล บา้ งคร้งั กไ็ มอ่ าจทำให้เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ดีขนึ้ ได้ อาจทำใหเ้ สยี เวลาและรังแต่ จะทำให้แตกร้าวกนั ย่ิงขึ้นเสียดว้ ยซ้ำ คำพดู ทีม่ ีเหตุผลมิใช่จะใช้ได้ทุกคราวทุกกรณีไป โดยเฉพาะในการอยรู่ ว่ มกนั เปน็ ครอบครวั ความเขา้ ใจตรงกนั ความผอ่ นหนกั ผอ่ นเบา ความนงิ่ ฟงั ดว้ ยความอดทน กส็ ามารถแกป้ ญั หาครอบครวั ไดเ้ หมอื นกนั แมด้ จู ะไมค่ อ่ ย มีเหตุผลเอาเสียเลยก็ตาม แต่เม่ือต่างฝ่ายต่างก็ยอมเข้าใจกันและรอมชอมตกลงกัน ได้โดยสนั ติวิธี ไมแ่ ตกร้าวหรอื เลกิ รา้ งกนั ไป อยา่ งนี้ไมต่ อ้ งใชเ้ หตผุ ลกไ็ ด้ มีสามภี รรยา หลายคทู่ ต่ี อ้ งแยกทางกนั เดนิ เพราะตา่ งกย็ ดึ ถอื เหตผุ ลมงุ่ เอาชนะคะคานกนั ดว้ ยเหตผุ ล ถอื วา่ เหตผุ ลของตวั เองถกู ตอ้ ง อกี ฝา่ ยไมม่ เี หตผุ ลยอมใหไ้ มไ่ ดท้ า้ ยทส่ี ดุ กต็ อ้ งแยกทางกนั เหตุผลนัน้ เป็นของดีแตต่ อ้ งใช้ให้เหมาะสมกบั กรณีและกาลเวลาดว้ ย ในเมอื่ อยรู่ ว่ มกนั หรอื ทำงานดว้ ยกนั การใหอ้ ภยั กนั การยอมรบั ฟงั ความเหน็ ของอกี ฝา่ ยหนง่ึ ดว้ ยความอดทนอดกลนั้ การไมถ่ อื สาในเรอื่ งเลก็ นอ้ ย แมจ้ ะดไู มถ่ กู ตอ้ ง และไม่สมเหตุสมผลก็ตาม แต่ถ้าสามารถประสานความสามัคคีและป้องกัน ความแตกรา้ วได้ กย็ งั ดกี วา่ การใชเ้ หตผุ ลแตท่ ำใหแ้ ตกรา้ วขน้ึ ในเรอ่ื งความรกั และในการ ครองเรอื นนน้ั บางทกี น็ ำเหตผุ ลมาใชไ้ มไ่ ด้ บางครงั้ มนั อยเู่ หนอื เหตผุ ล ความเขา้ ใจตรงกนั และยอมรับกันได้เป็นดีท่ีสุด หากจะผิดพลาดอะไรไปจะได้ไม่มาน่ังโทษกันหรือ ถกเถยี งกันวา่ ใครผดิ ใครถูก เพราะต่างเหน็ ดีเหน็ งามด้วยกนั แล้ว 86 คำพอ่ คำแม่ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development สตนิ ำ ปัญญาตาม ลกู รัก... เมื่อเราไม่ต้องการความผิดพลาด ไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายในสิ่งท่ีทำ หรอื ทพ่ี ดู ไป กต็ อ้ งคดิ กอ่ นทำคดิ กอ่ นพดู เสมอไป การคดิ กอ่ นทำคดิ กอ่ นพดู เพอ่ื ปอ้ งกนั ความผิดพลาดน้ันเป็นความหมายของคำว่า “สติ” สติ หมายถึงความพินิจไตร่ตรอง ความนึกข้ึนได้ไม่หลงลืม สติน้ีเป็นส่ิงจำเป็นท่ีสุดในการดำเนินชีวิต คนเราต้องมีสติ อยู่เสมอ คนที่เผลอสติหรือขาดสติจะทำอะไรพูดอะไรก็มักจะผิดพลาดเผลอไผล ลืมโน่นลืมน่ี เม่ือขาดสติก็ทำให้เสียหายร่ำไป ต้องมาเสียเวลาแก้ตัวหรือแก้ปัญหา ภายหลัง ทำให้ยุ่งยากมากขึ้น การมีสติเท่ากับมีเครื่องป้องกันความผิดพลาดและ ความเสียหายไว้ชัน้ ตน้ สตินั้นจะต้องนำปัญญาคือความรู้ความสามารถ ปัญญาจะต้องมีสติ คอยควบคุมอีกชน้ั หนง่ึ สติต้องเป็นตัวนำปญั ญาเป็นตัวตาม คนทมี่ ปี ัญญาฉลาดรอบรู้ สารพดั แตข่ าดสตกิ ม็ ักจะทำอะไรผลผี ลาม ไมท่ นั คิดหรอื ไมไ่ ด้คดิ ดันทุรงั ไปข้างหน้า เรื่อยไป พอเกิดผิดพลาดหรือเสียหายข้ึนมาก็มักจะบ่นเสียใจภายหลังว่ารู้อย่างนี้ ไม่ทำเสียดีกว่าอะไรทำนองน้ี ประเภทน้ีเรียกว่ามีปัญญานำ สติตาม ถ้ามีสตินำ ปญั ญาตาม ทกุ อย่างกจ็ ะไมเ่ กิดความยุ่งยากเสยี หาย จะสำเร็จเรยี บรอ้ ยดว้ ยดี ดงั นั้น จึงกลา่ วไดว้ า่ สตกิ บั ปญั ญาเป็นส่ิงที่มีอปุ การะมากในการทำงานทกุ อย่าง และจะต้อง ให้มีคู่กันไป มสี ตแิ ต่ขาดปัญญา หรือมีปัญญาแตข่ าดสติ ก็เอาดีไดย้ าก คำพ่อ คำแม่ 87 พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th การให้กำลงั ใจกัน ลูกรกั ... ในยามที่คนเราได้รับความผิดหวัง เกิดความท้อแท้ หรือกำลังเผชิญกับ เหตุการณ์ที่หนักอกหนักใจ ส่ิงต้องการมากที่สุดในขณะน้ันก็คือกำลังใจจากคนอื่น โดยเฉพาะจากคนใกล้ชดิ กำลงั ใจเปน็ ยาบำรงุ จิตขนานวิเศษ เป็นยากระตุน้ ให้คนเรา เกิดพลังท่ีจะต่อสู้ชีวิตต่อไป ทำให้ความท้อแท้ส้ินหวังหมดไปได้ เราเองยังต้องการ กำลังใจจากคนอื่น แม้คนอ่ืนก็ต้องการกำลังใจจากเราเช่นกัน ฉะน้ัน คนเราจึงควร ให้กำลังใจแก่กันและกัน มิใช่คอยแต่จะรับกำลังใจจากคนอ่ืน การให้กำลังใจ แก่คนอื่นน้ันเป็นเรื่องดีเป็นเร่ืองควรทำเป็นอย่างย่ิง ควรฝึกทำให้เคยชินโดยเฉพาะ กับคนใกล้ตัว คนท่ีเขาดีต่อเราช่วยเหลือเรา และมีน้ำใจต่อเรา เราต้องให้กำลังใจ เขาสมำ่ เสมอ อยา่ ให้ขาด การให้กำลังใจกันนั้นทำได้หลายอย่าง เช่น ให้ของกินของใช้ ให้ของขวัญ รางวลั แต่การใหก้ ำลงั ใจท่สี ำคัญและดที ส่ี ดุ ก็คอื คำพูด การพูดจาดี พดู ชมเชยยกย่อง เม่ือเขาทำดีทำถูกถือว่าดีที่สุด หากเขาทำผิดพลาดไป การพูดให้โอกาสแก่เขาใหม่ ไมด่ ุดา่ วา่ กล่าวให้ได้อาย แตแ่ นะนำวธิ ที ำที่ถกู ตอ้ งแกเ่ ขา อยา่ งนก้ี ็ถือได้วา่ ให้กำลงั ใจ เหมือนกัน รวมไปถึงเมื่อเขาเกิดความผิดหวังท้อแท้ เกิดความเสียใจ ก็พูดปลอบใจ ใหก้ ำลงั ใจเขาแสดงความเหน็ อกเหน็ ใจ ทำตวั เปน็ เพอ่ื นทกุ ขข์ องเขากเ็ ปน็ เหตใุ หไ้ ดไ้ มตรี ต่อกัน ผิดกับการบั่นทอนกำลังใจคนอื่นด้วยคำพูดซ่ึงเป็นการไม่สร้างสรรค์สิ่งดีเลย มีแต่สรา้ งศัตรอู ยา่ งเดียว ให้กำลงั ใจคนจึงดีกว่าบน่ั ทอนกำลงั ใจคนแน่แท้ 88 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development กตญั ญตู อ่ ตัวเอง ลกู รัก... ลูกคงเคยได้ยินพระท่านสอนให้คนเราเป็นคนกตัญญูรู้คุณคน เช่น กตัญญู ต่อพอ่ แม่ กตญั ญตู อ่ ครอู าจารย์มาบา้ ง ท่านวา่ ความกตัญญูเปน็ เครอ่ื งหมายของคนดี คนดีเขาประพฤติปฏิบัติกันเป็นปกติ แต่ความกตัญญูน้ันจะควรทำแก่คนอ่ืนเท่านั้น ก็หาไม่ หากแต่ควรทำแก่ตัวเองด้วย คือเราต้องกตัญญูต่อตัวเราเองด้วย กล่าวคือ อวยั วะทกุ สว่ นในร่างกายของเราไม่ว่ามือ เท้า แขน ขา ตา หู รวมไปถงึ หัวใจ ล้วนมี บญุ คณุ ต่อตัวเราทัง้ สิ้น เราใชง้ านเขา เราอาศัยเขาไปไหนมาไหน เขาชว่ ยเหลอื เรามา ตลอดตงั้ แตเ่ กิด เราจงึ ควรกตญั ญูตอ่ อวยั วะเหลา่ นดี้ ้วย ความกตญั ญตู อ่ อวยั วะรา่ งกาย เราสามารถทำไดโ้ ดยการไมใ่ ชเ้ ขาจนเกนิ กำลงั ให้เขาได้พักผ่อนบ้าง ดูแลเอาใจใส่เขาอย่างดี บำรุงเล้ียงเขาให้เติบโตแข็งแรงเข้าไว้ หากเขาผิดปกติหรือเจ็บป่วยลงต้องรีบรักษา อย่าปล่อยให้เขาเจ็บปวดทุกข์ทรมาน โดยขาดการเอาใจใส่ เขาจะได้อยู่รับใช้เรานาน ๆ ไม่พิกลพิการหรือทรุดโทรมลง กอ่ นเวลา และอยา่ ทำรา้ ยเขาดว้ ยการเสพของมนึ เมาและยาเสพตดิ อนั เปน็ การบน่ั ทอน กำลงั เขา จะทำให้เขาอ่อนแอทรดุ โทรม อยา่ นำเขาไปเท่ียวเตร่หามรงุ่ หามค่ำจนไมไ่ ด้ พกั ผอ่ นอยา่ งเพยี งพอ เปน็ การทรมานเขา การทที่ ำใหอ้ วยั วะตา่ ง ๆ ออ่ นแอ ทรดุ โทรม ไม่ได้รับการพักผ่อน ไม่ดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร อย่างน้ีช่ือว่าไม่กตัญญูต่อสังขาร ไม่กตัญญูต่อตัวเอง คนที่ไม่กตัญญูต่อตัวเองเช่นน้ีจะมีอายุไม่ยืนและจะถูกโรคภัย เบียดเบียนใหต้ ้องเจบ็ ป่วยอยเู่ สมอ ลว้ นทำใหต้ วั เองเดอื ดรอ้ นทงั้ นั้น คำพอ่ คำแม่ 89 พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th การตอบแทนบุญคณุ ลกู รัก... การตอบแทนบญุ คณุ คนทม่ี พี ระคณุ นน้ั เปน็ สง่ิ ควรทำ เปน็ ความดี ผคู้ นยกยอ่ ง สรรเสริญแต่การตอบแทนบญุ คุณนนั้ ตอ้ งเปน็ ไปโดยชอบธรรมถกู ตอ้ ง และไม่ก่อทกุ ข์ ก่อเวรให้แก่ตนเองและผู้อื่น เช่น ต้องการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่โดยการไปปล้นจี้ หรือฉ้อโกงเขาเพื่อนำเงินและสิ่งของมาให้พ่อแม่ โดยอ้างว่าทำเพื่อตอบแทนพระคุณ พ่อแม่ หรือยอมทำชั่วทำผิดเพื่อทดแทนบุญคุณกันโดยให้การสนับสนุนหรือทำผิด ระเบียบต่าง ๆ ตามที่ผู้มีพระคุณขอร้องให้ช่วย อย่างน้ีเรียกว่าตอบแทนพระคุณ โดยไม่ถูกธรรม ไม่น่านิยมยกย่องและไม่ควรทำ เพราะการตอบแทนคุณคนท่ีไม่ดี แต่มีบุญคุณกันด้วยการยกย่องสนับสนุนหรือยอมให้ได้เป็นใหญ่มีอำนาจจะกลายเป็น การส่งเสริมใหเ้ ขาไปกอ่ ความเดือดร้อนให้แกค่ นอนื่ ไป การทเ่ี ราจะตอบแทนบุญคุณใครอยา่ งไรจะตอ้ งพจิ ารณาดใู หด้ ี ถ้าตอบแทน ในทางที่ถูกตอ้ งกม็ ีคุณ ตอบแทนในทางทไ่ี ม่ถกู ตอ้ งกม็ โี ทษ อย่เู ฉย ๆ ไมต่ อบแทนเสยี เลยดีกว่า แม้จะไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ขาดทุน หาทางตอบแทนเขาทางอื่นท่ีไม่ผิดดีกว่า การตอบแทนโดยวธิ ที เี่ ขาได้ แตต่ วั เราตอ้ งมารบั กรรมหรอื คนอน่ื ตอ้ งมาเดอื ดรอ้ นดว้ ย ย่อมไมส่ มควรแน่นอน การตอบแทนบุญคุณกันนัน้ ใช่วา่ จะทำได้คร้ังสองครัง้ ทำได้แค่ วนั สองวนั หรอื ทำไดแ้ คว่ ธิ เี ดยี ว ตราบใดทเ่ี รายงั มลี มหายใจอยู่ เรากส็ ามารถจะตอบแทน บุญคณุ เขาได้หลาย ๆ คร้ัง หลาย ๆ วธิ ี ขอใหก้ ารตอบแทนนน้ั ไมผ่ ิดธรรมเป็นใชไ้ ด้ 90 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สรุ เตโช ป.ธ.๙, ราชบณั ฑติ )

ก ร ม กิ จ ก า ร ส ต รี แ ล ะ ส ถ า บั น ค ร อ บ ค รั ว Department of Women’s Affairs and Family Development ทำดีได้ แต่อยา่ ใหเ้ ด่น ลูกรัก... เมอื่ ทำงานอยกู่ บั ใครไมว่ า่ เปน็ งานราชการหรอื งานเอกชน ขอใหล้ กู พยายาม ศึกษานิสัยใจคอของผู้ใหญ่หรือเจ้านายให้ดี ท้ังน้ีเพราะผู้ใหญ่แต่ละคนไม่เหมือนกัน ประเภทน้ำน่ิงไหลลึกก็มี ประเภทปากหวานก้นเปรี้ยวก็มี ประเภทปากปราศรัย ใจเชอื ดคอกม็ ี ประเภทพดู จากบั เราดี ชมเราตลอดเพอ่ื หลอกใชเ้ ราทำงานให้ แตว่ า่ ไมเ่ คย ให้อะไรเอาเป็นช้ินเป็นอันก็มี ถ้าเราหลงลมปากคนอย่างน้ีเราจะเหนื่อยตลอดไป แตข่ องดี ๆ เขาจะใหแ้ กพ่ วกพอ้ งหรือคนใกลช้ ิดของเขาหมด แล้วมาพูดให้กำลงั ใจเรา ให้ทำดีต่อไป อย่าท้อแท้อะไรทำนองน้ี ประเภทปากหวานก้นเปรี้ยวอย่างน้ีแหละ ร้ายนกั ละลกู เอ๋ย ส่วนประเภทนำ้ น่งิ ไหลลึกน้ันต้องดไู ปนาน ๆ จงึ จะร้วู ่าดีจริงหรือไม่ ดทู กี่ ารกระทำ เขาอาจจะไมช่ มเราแตพ่ อถงึ เวลาอาจใหบ้ ำเหนจ็ รางวลั เรากไ็ ด้ ประเภท ปากรา้ ยใจดนี นั้ ขอให้เราอดทนเขาใหไ้ ด้เท่านนั้ แหละเปน็ ไดด้ ที กุ รายไป หากลกู ไดท้ ำงานกบั ผใู้ หญท่ ีป่ ากหวานก้นเปรยี้ ว ไมม่ คี วามยุตธิ รรม มคี วาม ลำเอียงและหูเบา ก็ต้องระวังตัวระวังใจ ทำงานเพ่ืองาน ทำไม่ให้ผิดพลาดบกพร่อง เท่าน้ันก็พอแล้ว อย่าไปหวังอะไรมาก ท่ีเตือนลูกอย่างน้ีมิใช่จะสอนลูกให้เป็นคน เห็นแก่ตัว แต่เตือนเพ่ือให้ลูกป้องกันตัวไว้ ไม่ต้องเหน่ือยและทุ่มเทกับงานเกินไป แตผ่ ลทไ่ี ดร้ บั กลบั เปน็ ความชำ้ ใจและขมขนื่ เพราะผใู้ หญไ่ มย่ ตุ ธิ รรม ภาษติ ทกี่ ลา่ วไวว้ า่ “ทำดไี ดแ้ ตอ่ ยา่ เดน่ จะเปน็ ภยั ไมม่ ใี ครอยากเหน็ เราเดน่ เกนิ ” นน้ั ยงั เปน็ อมตะอยเู่ สมอ การทำความดนี ั้นเป็นสิง่ ทถ่ี ูกตอ้ ง แต่ทำดีต้องใหถ้ ูกบุคคลด้วยจึงจะได้ผลดจี ริง คำพอ่ คำแม่ 91 พระธรรมกติ ตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑิต)

ทุ ก วั น...เ ป็ น วั น ข อ ง ค ร อ บ ค รั ว www.dwf.go.th ชีวติ มคี ่า ลกู รัก... ลกู รไู้ หมวา่ สง่ิ ทม่ี คี า่ ทสี่ ดุ คอื ชวี ติ ไมว่ า่ ของเราหรอื ของใครลว้ นมคี า่ ทง้ั สนิ้ มคี า่ ทั้งแก่ตวั เองและแกค่ นอน่ื ดว้ ย ดงั นน้ั ในศลี ๕ ทา่ นจงึ ยกเรือ่ งการเวน้ จากการฆา่ สตั ว์ ไว้เป็นข้อต้นเพราะเห็นว่าชีวิตสำคัญน่ันเอง จึงไม่ควรฆ่าไม่ควรเบียดเบียนชีวิตกัน เมื่อลูกรู้ว่าชีวิตมีค่าอย่างน้ีแล้วจึงควรรักษาและทะนุถนอมชีวิตให้ดี การกตัญญู ต่อตัวเองตามที่บอกมาแล้ว เป็นการถนอมชีวิตอย่างหน่ึง อีกอย่างหนึ่งคือพยายาม ใชช้ วี ติ ใหม้ คี า่ ดว้ ยการทำสง่ิ ทเ่ี ปน็ ประโยชนท์ ง้ั แกต่ นเองและคนอน่ื ใหม้ ากทสี่ ดุ อยา่ งน้ี จึงจะเรียกว่าใช้ชีวิตคุ้มค่า มิใช่ใช้ชีวิตแบบฟุ่มเฟือย เที่ยวเตร่หาความสำราญ หรอื สำมะเลเทเมา หาแกน่ หาสาระชวี ติ ไมไ่ ด้ แลว้ บอกวา่ ใชช้ วี ติ คมุ้ คา่ มใิ ชอ่ ยา่ งนน้ั เลย ใชช้ วี ติ คุ้มค่าทีถ่ กู คือใช้ชีวติ ไปทำประโยชน์ต่างหาก 92 คำพ่อ คำแม่ พระธรรมกติ ติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙, ราชบัณฑติ )


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook