รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่เี กีย่ วขอ้ งกับวงงานรัฐสภา กลุ่มงานระเบียบวาระ สานักการประชมุ
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทยพุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั วงงานรัฐสภา จัดทาโดย นิตกิ รชานาญการ วิทยากรชานาญการ นางสาวกรณั ยพร เลขธรากร นติ กิ รปฏิบัติการ นางสาวธัชนนทธ์ ร เหมะจันทร นิติกรปฏิบตั ิการ นางสาวสวรรยา ทองคา นิตกิ รปฏิบัติการ นายอคั รพล ยอดบญุ นางสาวจิรัตนช์ ยา พรฟา้ นิมิต กล่มุ งานระเบียบวาระ สานักการประชมุ
๑ ตารางสรุปรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับการประชมุ สภาผู้แทนราษฎร วฒุ สิ ภา และการประชมุ รว่ มกันของรฐั สภา รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั สว่ นท่ีเก่ียวขอ้ งกบั สว่ นท่ีเก่ียวข้องกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชุมร่วมกนั ของ รฐั สภา หมวด ๑ บทท่วั ไป มาตรา ๓ อำนำจอธิปไตยเป็นของปวงชนชำวไทย พระมหำกษัตริย์ พระมหำกษตั ริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรง พระมหำกษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข พระมหำกษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนำจน้ันทำงรัฐสภำ คณะรัฐมนตรี และศำล ใช้อำนำจนั้นทำงรัฐสภำตำมบทบัญญัติ ทรงใช้อำนำจนั้นทำงรัฐสภำตำม ทรงใช้อำนำจนั้นทำงรัฐสภำตำม ตำมบทบัญญัตแิ หง่ รัฐธรรมนูญ แห่งรัฐธรรมนูญ กำรปฏิบัติหน้ำท่ีของ บทบัญญตั แิ หง่ รฐั ธรรมนูญกำรปฏิบตั ิ บทบัญญตั ิแห่งรฐั ธรรมนญู กำรปฏบิ ัติ รัฐสภำ คณะรัฐมนตรี ศำล องค์กรอิสระ และหน่วยงำนของรัฐ ต้อง รัฐสภำต้องปฏิบัติหน้ำท่ีให้เป็นไปตำม หน้ำที่ของรัฐสภำต้องปฏิบัติหน้ำที่ หน้ำท่ีของรัฐสภำต้องปฏิบัติหน้ำท่ี ปฏิบัติหน้ำท่ีให้เป็นไปตำมรัฐธรรมนูญกฎหมำย และหลักนิติธรรม เพื่อ รัฐธรรมนูญ กฎหมำย และหลักนติ ิธรรม ให้เป็นไปตำมรัฐธรรมนูญ กฎหมำย ให้เป็นไปตำมรัฐธรรมนูญ กฎหมำย ประโยชนส์ ว่ นรวมของประเทศชำตแิ ละควำมผำสุกของประชำชนโดยรวม และหลักนติ ธิ รรม และหลกั นติ ธิ รรม มาตรา ๕ รฐั ธรรมนญู เปน็ กฎหมำยสูงสุดของประเทศ บทบญั ญัติใด รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมำยสูง สุด ของกฎหมำย กฎหรือข้อบังคับ หรือกำรกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อ บทบัญญัติใดของกฎหมำยขัดหรือแย้ง รัฐธรรมนญู บทบัญญัตหิ รอื กำรกระทำนั้นเปน็ อนั ใชบ้ ังคับมไิ ด้ ตอ่ รัฐธรรมนญู เปน็ อนั ใช้บงั คบั มิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญน้ีบังคับแก่กรณีใด ให้กระทำกำร ในกรณีไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ในกรณีไม่มีบทบัญญัติแห่ง ในกรณีไม่มีบทบัญญัติแห่ ง นั้นหรือวินิจฉัยกรณีน้ันไปตำมประเพณีกำรปกครองประเทศไทยในระบอบ บัญญัติไว้ให้กระทำกำรน้ันหรือวินิจฉัย รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ให้กระทำ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ให้กระทำ ประชำธิปไตยอันมพี ระมหำกษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ กรณนี ้ันไปตำมประเพณกี ำรปกครอง กำรนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไป กำรนั้นหรือวินิจฉัยกรณีน้ันไป ตำมประเพณีกำรปกครอง ตำมประเพณกี ำรปกครอง
๒ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นท่ีเกี่ยวข้องกบั สว่ นที่เกย่ี วข้องกบั สว่ นที่เก่ียวข้องกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชมุ รว่ มกนั ของ มาตรา ๑๑ กำรเลือกและแต่งตงั้ องคมนตรหี รือกำรให้องคมนตรีพ้น จำกตำแหนง่ ใหเ้ ป็นไปตำมพระรำชอธั ยำศัย หมวด ๒ พระมหากษตั รยิ ์ รัฐสภา ให้ประธำนรัฐสภำเป็นผู้ลงนำมรับสนองพระบรมรำชโองกำรแต่งตั้ง ประธำนรัฐสภำเป็นผู้ลงนำมรับ ประธำนองคมนตรหี รือให้ประธำนองคมนตรพี น้ จำกตำแหนง่ สนองพระบรมรำชโองกำรแต่งต้ัง ประธำนองคมนตรีหรือให้ประธำน ให้ประธำนองคมนตรีเป็นผู้ลงนำมรับสนองพระบรมรำชโองกำร องคมนตรพี ้นจำกตำแหนง่ แต่งตงั้ องคมนตรีอ่นื หรือให้องคมนตรีอืน่ พน้ จำกตำแหนง่ กำรแต่งต้ังผู้สำเร็จรำชกำรแทน มาตรา ๑๖ ในเมื่อพระมหำกษัตริย์จะไมป่ ระทับอยใู่ นรำชอำณำจักร พระองค์ให้ประธำนรัฐสภำเป็นผู้ หรือจะทรงบริหำรพระรำชภำระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตำม จะทรงแต่งต้ัง ลงนำมรบั สนองพระบรมรำชโองกำร บุคคลคนหน่ึงหรือหลำยคนเป็นคณะข้ึน ให้เป็นผู้สำเร็จรำชกำรแทน พระองค์หรือไม่ก็ได้ และในกรณีที่ทรงแต่งต้ังผู้สำเร็จรำชกำรแทน ในกรณีคณะองคมนตรีเสนอชื่อ พระองคใ์ หป้ ระธำนรฐั สภำเป็นผลู้ งนำมรบั สนองพระบรมรำชโองกำร บุคคลให้เป็นผู้สำเร็จรำชกำรแทน พระองค์แล้วให้แจ้งประธำนรฐั สภำ มาตรา ๑๗ ในกรณีท่ีพระมหำกษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จรำชกำร เพ่ือประกำศในพระปรมำภิไธย แทนพระองค์ตำมมำตรำ ๑๖ หรือในกรณีท่ีพระมหำกษัตริย์ไม่สำมำรถ พระมหำกษัตริย์ แต่งต้ังผู้นั้นขึ้น ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จรำชกำรแทนพระองค์เพรำะยังไม่ทรงบรรลุนิติภำวะ เปน็ ผสู้ ำเรจ็ รำชกำรแทนพระองค์ หรือเพรำะเหตุอ่ืน แต่ต่อมำคณะองคมนตรีพิจำรณำเห็นวำ่ มีควำมจำเปน็ สมควรแต่งต้ังผู้สำเร็จรำชกำรแทนพระองค์และไม่อำจกรำบบังคมทูล ให้ทรงแต่งต้ังได้ทันกำร ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อบุคคลคนหน่ึงหรือ หลำยคนเป็นคณะตำมลำดับท่ีโปรดเกล้ำโปรดกระหม่อมกำหนดไว้ก่อน
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ๓ สว่ นที่เก่ยี วขอ้ งกบั ส่วนที่เก่ียวข้องกบั วฒุ สิ ภา การประชุมร่วมกนั ของ แล้วให้เป็นผู้สำเร็จรำชกำรแทนพระองค์ แล้วแจ้งประธำนรัฐสภำเพื่อ สว่ นท่เี ก่ียวข้องกบั ประกำศในพระปรมำภิไธย พระมหำกษัตริย์ แต่งต้ังผู้น้ันขึ้นเป็นผู้สำเรจ็ สภาผแู้ ทนราษฎร รฐั สภา รำชกำรแทนพระองค์ ผู้สำเร็จรำชกำรแทนพระองค์ มาตรา ๑๙ ก่อนเข้ำรับหน้ำที่ ผู้สำเร็จรำชกำรแทนพระองค์ซ่ึงได้รับกำร ต้ อ ง ป ฏิ ญ ำ ณ ต น ใ น ที่ ป ร ะ ชุ ม แต่งต้ังตำมมำตรำ ๑๖ หรือมำตรำ ๑๗ ต้องปฏิญำณตนในที่ประชุม รัฐสภำก่อนเขำ้ รบั หน้ำท่ี รฐั สภำดว้ ยถ้อยคำ ดงั ตอ่ ไปน้ี เม่ือทรงเห็นชอบและทรงลง “ข้ำพเจ้ำ (ชื่อผู้ปฏิญำณ) ขอปฏิญำณว่ำ ข้ำพเจ้ำจะจงรักภักดีต่อ พระปรมำภิไธยร่ำงแก้ไขเพิ่มเติม พระมหำกษัตริย์ (พระปรมำภิไธย) และจะปฏิบัติหน้ำที่ด้วยควำม กฎมณเฑียรบำลว่ำด้วยกำรสืบ ซื่อสตั ย์สจุ รติ เพ่อื ประโยชน์ของประเทศและประชำชน ทงั้ จะรักษำไว้ รำชสันตติวงศ์แล้ว ให้ประธำน และปฏบิ ัตติ ำมซงึ่ รัฐธรรมนญู แห่งรำชอำณำจกั รไทยทกุ ประกำร” องคมนตรีดำเนินกำรแจ้งประธำน รัฐสภำ เพื่อให้ประธำนรัฐสภำ ผู้สำเร็จรำชกำรแทนพระองค์ซึ่งเคยได้รับกำรแต่งต้ังและปฏิญำณ แจง้ ให้รฐั สภำทรำบ และให้ประธำน ตนมำแล้ว ไม่ตอ้ งปฏญิ ำณตนอีก มาตรา ๒๐ ภำยใต้บังคับมำตรำ ๒๑ กำรสืบรำชสมบัติให้เป็นไปโดยนัย แหง่ กฎมณเฑียรบำลว่ำด้วยกำรสบื รำชสนั ตติวงศ์ พระพุทธศกั รำช ๒๔๖๗ กำรแก้ไขเพ่ิมเติมกฎมณเฑียรบำลว่ำด้วยกำรสืบรำชสันตติวงศ์ พระ พทุ ธ-ศกั รำช ๒๔๖๗ เป็นพระรำชอำนำจของพระมหำกษัตรยิ โ์ ดยเฉพำะ เม่อื มพี ระรำชดำริประกำรใด ใหค้ ณะองคมนตรีจัดทำร่ำงกฎมณเฑยี รบำล แก้ไขเพ่ิมเติมกฎมณเฑียรบำลเดิมขึ้นทูลเกล้ำทูล-กระหม่อมถวำยเพื่อมี พระรำชวินิจฉัยเมื่อทรงเห็นชอบและทรงลงพระ-ปรมำภิไธยแล้ว ให้ ประธำนองคมนตรีดำเนินกำรแจ้งประธำนรัฐสภำ เพื่อให้ประธำน
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๔ สว่ นท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั สว่ นทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั วุฒิสภา การประชมุ รว่ มกันของ รัฐสภำแจ้งให้รัฐสภำทรำบ และให้ประธำนรัฐสภำลงนำมรับสนองพระ ส่วนทเ่ี ก่ียวข้องกบั บรมรำชโองกำรและเม่ือได้ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำแล้ว ให้ใช้ สภาผแู้ ทนราษฎร รฐั สภา บังคับเป็นกฎหมำยได้ รัฐสภำลงนำมรับสนองพระบรม มาตรา ๒๑ ในกรณีที่รำชบัลลังก์หำกว่ำงลงและเป็นกรณีที่ รำชโองกำร พระมหำกษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทำยำทไว้ตำมกฎมณเฑียรบำลว่ำ ด้วยกำรสืบรำชสันตติวงศ์ พระพุทธศักรำช๒๔๖๗ แล้วให้คณะรัฐมนตรีแจ้ง กรณีรำชบัลลังก์ว่ำงลง และ ให้ประธำนรัฐสภำทรำบ และให้ประธำนรัฐสภำเรียกประชุมรัฐสภำเพ่ือ พระมหำกษั ตริ ย์ ไ ด้ ท ร ง แ ต่ ง ต้ั ง รับทรำบและให้ประธำนรัฐสภำอัญเชิญองค์พระรัชทำยำทขึ้นทรงรำชย์เป็น พระรชั ทำยำทไว้ตำมกฎมณเฑียรบำล พระมหำกษัตริย์สืบไป แล้วให้ประธำนรัฐสภำประกำศให้ประชำชน ว่ำด้วยกำรสืบรำชสันตติวงศ์แล้วให้ ทรำบ คณะรัฐมนตรีแจ้งให้ประธำนรัฐสภำ ทรำบ และให้ประธำนรัฐสภำเรียก ในกรณีที่รำชบัลลังก์หำกว่ำงลงและเป็นกรณีท่ีพระมหำกษัตริย์มิได้ทรง ประชมุ รัฐสภำ แต่งต้ังพระรัชทำยำทไว้ตำมวรรคหนึ่ง ให้คณะ-องคมนตรีเสนอพระนำมผู้ สืบรำชสันตติ-วงศต์ ำมมำตรำ ๒๐ ต่อคณะรฐั มนตรี เพ่ือเสนอต่อรัฐสภำเพื่อ กรณีที่รำชบัลลังก์หำกว่ำงลงและ รัฐสภำให้ควำมเห็นชอบ ในกำรน้ี จะเสนอพระนำมพระรำชธิดำก็ได้ เมื่อ พระมหำกษัตริย์มิได้ทรงแต่งต้ังพระ รัฐสภำให้ควำมเห็นชอบแล้ว ให้ประธำนรัฐสภำอัญเชิญองค์ผู้สืบรำชสันตติ รัช-ทำยำทไว้ตำมวรรคหนึ่ง ให้คณะ วงศข์ ึน้ ทรงรำชย์เป็นพระมหำกษัตรยิ ส์ บื ไปแล้วใหป้ ระธำนรัฐสภำประกำศให้ องคมนตรีเสนอพระนำมผู้สืบรำช ประชำชนทรำบ สันตติวงศ์ตำมมำตรำ ๒๐ ต่อ คณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อรัฐสภำ เพ่อื รัฐสภำให้ควำมเหน็ ชอบ
๕ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นที่เก่ียวข้องกบั ส่วนที่เก่ียวข้องกบั ส่วนทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั สภาผูแ้ ทนราษฎร วฒุ ิสภา การประชมุ รว่ มกนั ของ รฐั สภา หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา ๒๖ กำรตรำกฎหมำยที่มีผลเป็นกำรจำกัดสิทธิหรือเสรีภำพ กำรตรำกฎหมำยที่มีผลเป็นกำรจำกัด กำรตรำกฎหมำยท่ีมีผลเป็นกำร กำรตรำกฎหมำยที่มผี ลเป็นกำร ของบุคคลต้องเป็นไปตำมเง่ือนไขท่ีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ สิทธิหรือเสรีภำพของบุคคลต้องเป็นไป จำกัดสิทธิหรือเสรีภำพของบุคคล จำกัดสิทธิหรือเสรีภำพของบุคคล รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมำยดังกล่ำวต้องไม่ขัดต่อหลัก ตำมเงื่อนไขที่บญั ญตั ไิ ว้ในรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นไปตำมเงื่อนไขที่บัญญัติ ต้องเป็นไปตำมเง่ือนไขท่ีบัญญัติ นิติธรรม ไม่เพิ่มภำระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภำพของบุคคลเกิน ไวใ้ นรฐั ธรรมนญู ไวใ้ นรฐั ธรรมนญู สมควรแก่เหตุ และจะกระทบต่อศักดิ์ศรีควำมเป็นมนุษย์ของบุคคล มิได้ รวมทงั้ ต้องระบุเหตผุ ลควำมจำเป็นในกำรจำกัดสิทธิ และเสรภี ำพ ไว้ด้วย กฎหมำยตำมวรรคหน่ึง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นกำรทั่วไป ไม่มุ่งหมำย ให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหน่ึงหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นกำร เจำะจง มาตรา ๓๗ วรรคสาม กำรเวนคืนอสังหำริมทรัพย์จะกระทำมิได้ กำรตรำกฎหมำยเวนคืนอสังหำริมทรัพย์ เว้นแต่โดยอำศัยอำนำจตำมบทบัญญัติแห่งกฎหมำยที่ตรำขึ้นเพื่อกำร จะกระทำมิได้ เว้นแต่เพ่ือกำรอันเป็น อันเป็นสำธำรณูปโภค กำรป้องกันประเทศ หรือกำรได้มำซ่ึง สำธำรณูปโภค กำรปอ้ งกนั ประเทศ หรือ ทรัพยำกรธรรมชำติหรือเพื่อประโยชน์สำธำรณะอย่ำงอ่ืน และต้อง กำรได้มำซ่ึงทรัพยำกรธรรมชำติหรอื เพอื่ ชดใช้ค่ำทดแทนที่เป็นธรรม ภำยในเวลำอันควรแก่เจ้ำของตลอดจนผู้ ประโยชนส์ ำธำรณะอย่ำงอน่ื ทรงสิทธิบรรดำท่ีได้รับควำมเสียหำยจำกกำรเวนคืน โดยคำนึงถึง ประโยชน์สำธำรณะผลกระทบต่อผู้ถูกเวนคืน รวมท้ังประโยชน์ที่ผู้ถูก เวนคนื อำจได้รับจำกกำรเวนคืนนนั้
๖ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั สว่ นท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั ส่วนที่เก่ียวข้องกบั สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา การประชมุ ร่วมกันของ รัฐสภา หมวด ๔ หนา้ ท่ีของปวงชนชาวไทย - (ไมม่ บี ทบญั ญตั ิที่เกี่ยวข้องกับวงงำนรฐั สภำ) – หมวด ๕ หนา้ ทขี่ องรัฐ - (ไม่มีบทบัญญตั ิทเี่ กีย่ วข้องกับวงงำนรัฐสภำ) – หมวด ๖ แนวนโยบายแหง่ รัฐ มาตรา ๗๗ รัฐพงึ จัดใหม้ กี ฎหมำยเพยี งเทำ่ ทจี่ ำเป็น และยกเลิกหรือ ปรับปรุงกฎหมำยท่ีหมดควำมจำเป็นหรอื ไม่สอดคลอ้ งกับสภำพกำรณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อกำรดำรงชีวิตหรือกำรประกอบอำชีพโดยไม่ ชักช้ำเพ่ือไม่ให้เป็นภำระแก่ประชำชน และดำเนินกำรให้ประชำชน เข้ำถึงตัวบทกฎหมำยต่ำง ๆ ได้โดยสะดวกและสำมำรถเข้ำใจกฎหมำยได้ งำ่ ยเพื่อปฏบิ ตั ิตำมกฎหมำยได้อยำ่ งถกู ต้อง ก่อนกำรตรำกฎหมำยทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีกำรรับฟังควำมคิดเห็น ก่อนกำรตรำกฎหมำยทุกฉบับกำหนด ของผู้เกี่ยวข้องวิเครำะห์ผลกระทบที่อำจเกิดข้ึนจำกกฎหมำยอย่ำงรอบด้ำน ให้มีมำตรกำรทั่วไป มำตรกำรก่อนกำร และเป็นระบบ รวมท้ังเปิดเผยผลกำรรับฟังควำมคิดเห็นและกำรวิเครำะห์ ตรำกฎหมำยและมำตรกำรเม่ือกฎหมำย น้ันต่อประชำชน และนำมำประกอบกำรพิจำรณำในกระบวนกำรตรำ มีผลใช้บังคับแล้ว และมำตรกำรควบคุม กฎหมำยทุกข้ันตอน เมื่อกฎหมำยมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มีกำร เนื้อหำของกฎหมำย เพ่ือเป็นแนว ประเมินผลสัมฤทธ์ิของกฎหมำยทุกรอบระยะเวลำท่ีกำหนดโดยรับฟังควำม ทำงกำรจดั ทำและกำรเสนอร่ำงกฎหมำย
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๗ ส่วนที่เกี่ยวขอ้ งกบั สว่ นทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั วฒุ สิ ภา การประชุมรว่ มกนั ของ คิดเหน็ ของผ้เู ก่ียวข้องประกอบด้วยเพอ่ื พัฒนำกฎหมำยทุกฉบับใหส้ อดคล้อง สว่ นท่เี ก่ยี วข้องกบั และเหมำะสมกับบรบิ ทต่ำง ๆ ทเ่ี ปลี่ยนแปลงไป สภาผู้แทนราษฎร รฐั สภา รัฐพึงใช้ระบบอนุญำตและระบบคณะกรรมกำรในกฎหมำยเฉพำะ หมวด ๗ รัฐสภา กรณีท่ีจำเป็นพึงกำหนดหลักเกณฑ์กำรใช้ดุลพินิจของเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ และระยะเวลำในกำรดำเนินกำรตำมข้ันตอนต่ำง ๆ ท่ีบัญญัติไว้ใน รัฐสภำประกอบด้วยสภำผู้แทน- กฎหมำยให้ชัดเจน และพงึ กำหนดโทษอำญำเฉพำะควำมผิดร้ำยแรง รำษฎรและวุฒิสภำ กำรประชุม ย่อมเป็นไปตำมบทบัญญัติแห่ง มาตรา ๗๙ รฐั สภำประกอบดว้ ยสภำผ้แู ทนรำษฎรและวุฒสิ ภำ รัฐธรรมนูญ รัฐสภำจะประชุมร่วมกันหรือแยกกัน ย่อมเป็นไปตำมบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนญู ให้ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรเป็น บคุ คลจะเป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรและสมำชิกวฒุ สิ ภำในขณะเดียวกัน ประธำนรัฐสภำ มิได้ มาตรา ๘๐ ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรเป็นประธำนรัฐสภำ ประธำน ให้ประธำนวุฒิสภำเป็นรอง วุฒิสภำเปน็ รองประธำนรัฐสภำ ประธำนรฐั สภำ ในกรณีท่ีไม่มีประธำนสภำผู้แทนรำษฎร หรือประธำนสภำผู้แทนรำษฎร ไม่อยู่หรือไม่สำมำรถปฏิบัติหน้ำที่ประธำนรัฐสภำได้ให้ประธำน กำรปฏิบัติหน้ำท่ีแทนประธำน วฒุ ิสภำทำหน้ำที่ประธำนรฐั สภำแทน รัฐสภำไม่ว่ำจะเป็นกรณี ประธำน ในระหว่ำงท่ีประธำนวุฒสิ ภำต้องทำหน้ำที่ประธำนรัฐสภำตำมวรรค รั ฐ ส ภ ำ ไ ม่ อ ยู่ ห รื อ ไ ม่ ส ำ ม ำ ร ถ สอง แต่ไม่มีประธำนวุฒิสภำ และเป็นกรณีที่เกิดข้ึนในระหว่ำงไม่มี ปฏบิ ัติหน้ำท่ไี ด้ สภำผู้แทนรำษฎร ใหร้ องประธำนวุฒิสภำทำหน้ำท่ปี ระธำนรฐั สภำ ถ้ำ
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ๘ ส่วนที่เกี่ยวข้องกบั ส่วนที่เกี่ยวข้องกบั วุฒสิ ภา การประชุมรว่ มกันของ ไม่มีรองประธำนวุฒิสภำ ให้สมำชิกวุฒิสภำซึ่งมีอำยุมำกที่สุดใน สว่ นทเ่ี กี่ยวข้องกบั ขณะน้ันทำหน้ำท่ีประธำนรัฐสภำ และให้ดำเนินกำรเลือกประธำน สภาผู้แทนราษฎร รฐั สภา วุฒิสภำโดยเร็ว ร่ำงพระรำชบัญญัติประกอบ ประธำนรัฐสภำมีหน้ำท่ีและอำนำจตำมรัฐธรรมนูญ และดำเนิน รัฐธรรมนูญและรำ่ งพระรำชบญั ญัติ กิจกำรของรัฐสภำในกรณปี ระชมุ ร่วมกนั ให้เป็นไปตำมข้อบงั คับ ท่ีได้รับควำมเห็นชอบของรัฐสภำ แล้วให้นำยกรัฐมนตรีรอไว้ ๕ วัน ประธำนรัฐสภำและผู้ทำหน้ำที่แทนประธำนรัฐสภำต้องวำงตนเป็น นับแต่วันที่ได้รับร่ำงพระรำชบัญญตั ิ กลำงในกำรปฏบิ ัตหิ นำ้ ที่ น้ันจำกรัฐสภำ และถ้ำไม่มีกรณีต้อง ดำเนินกำรตำมมำตรำ ๑๔๘ ให้ รองประธำนรัฐสภำมีหน้ำท่ีและอำนำจตำมรัฐธรรมนูญ และตำมท่ี น ำ ย ก รั ฐ ม น ต รี น ำ ขึ้ น ทู ล เ ก ล้ ำ ประธำนรัฐสภำมอบหมำย ทูลกระหม่อมถวำยเพื่อทรงลงพระ ปรมำภไิ ธย มาตรา ๘๑ ร่ำงพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและร่ำง พระรำชบัญญัติจะตรำขึ้นเป็นกฎหมำยได้ก็แต่โดยคำแนะนำและยินยอม ของรัฐสภำ ภำยใต้บังคับมำตรำ ๑๔๕ ร่ำงพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและ ร่ำงพระรำชบัญญัติที่ได้รับควำม เห็นชอบของรัฐสภำแล้ว ให้ นำยกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้ำทูลกระหม่อมถวำยเพ่ือพระมหำกษัตริย์ ทรงลงพระปรมำภิไธย และเม่ือประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำแล้ว ให้ ใชบ้ งั คบั เป็นกฎหมำยได้
๙ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ส่วนทีเ่ กีย่ วข้องกบั ส่วนท่ีเกีย่ วข้องกบั สว่ นท่เี ก่ียวข้องกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชมุ ร่วมกนั ของ มาตรา ๘๒ สมำชิกสภำผ้แู ทนรำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำ จำนวนไม่ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจำนวนไม่ สมำชิกวุฒิสภำจำนวนไม่น้อย รัฐสภา นอ้ ยกวำ่ หน่งึ ในสิบของจำนวนสมำชิกท้ังหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของแต่ละสภำ น้อยกว่ำ ๑ ใน ๑๐ ของสมำชิกท้ังหมด กวำ่ ๑ ใน ๑๐ ของสมำชิกทั้งหมด มีสิทธิเข้ำช่ือร้องต่อประธำนแห่งสภำที่ตนเป็นสมำชิก ว่ำสมำชิกภำพ ของสมำชิกคนใดคนหน่ึงแห่งสภำน้ันส้ินสุดลงตำมมำตรำ ๑๐๑ (๓) เ ท่ ำ ที่ มี อ ยู่ มี สิ ทธิ เข้ ำช่ื อเสนอต่ อ เท่ำท่ีมีอยู่มีสิทธิเข้ำชื่อเสนอต่อ (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) หรือ (๑๒) หรือมำตรำ ๑๑๑ (๓) (๔) (๕) ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรว่ำสมำชิกภำพ ประธำนวุฒิสภำว่ำสมำชิกสภำพ หรอื (๗) แลว้ แต่กรณีและให้ประธำนแหง่ สภำท่ีได้รับคำร้อง สง่ คำร้อง ของสมำชิกคนใดคนหนึ่งส้ินสุดลง โดย ของสมำชิกคนใดคนหน่ึงสิ้นสุดลง น้ันไปยังศำลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่ำสมำชิกภำพของสมำชิกผู้นั้น ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรจะต้องส่งคำ โดยประธำนวุฒิสภำ จะต้ อง สิน้ สดุ ลงหรอื ไม่ ร้องไปให้ศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และ ส่งคำร้องไปให้ศำลรัฐธรรมนูญ เมื่อได้รับเร่ืองไวพ้ ิจำรณำ หำกปรำกฏเหตุอันควรสงสัยวำ่ สมำชิกผู้ถกู ศำลรัฐธรรมนูญจะมคี ำสง่ั ให้สมำชิกผู้นั้น วินิจฉัย และศำลรัฐธรรมนูญจะมี ร้องมีกรณีตำมที่ถูกร้อง ให้ศำลรัฐธรรมนูญมีคำส่ังให้สมำชิกผู้ถูกร้อง หยุดปฏบิ ตั ิหนำ้ ที่จนกว่ำศำลรฐั ธรรมนูญ คำส่ังให้สมำชิกผู้น้ันหยุดปฏิบัติ หยุดปฏิบัติหน้ำที่จนกว่ำศำลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย และเม่ือศำล จะมคี ำวนิ จิ ฉัย หนำ้ ท่จี นกวำ่ ศำลรฐั ธรรมนญู จะมี รัฐธรรมนญู มคี ำวินจิ ฉัยแล้ว ใหศ้ ำลรัฐธรรมนญู แจ้งคำวินิจฉยั นนั้ ไปยัง ระหว่ำงที่ศำลรัฐธรรมนูญมีคำส่ัง คำวนิ ิจฉยั ประธำนแห่งสภำท่ีได้รับคำร้องตำมวรรคหน่ึง ในกรณีที่ศำล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำสมำชิกภำพของสมำชิกผู้ถูกร้องส้ินสุดลง ให้ผู้ ห้ำมนับสมำชิกผู้น้ันเป็นสมำชิกท้ังหมด ระหว่ำงที่ศำลรัฐธรรมนูญมี นั้นพ้นจำกตำแหน่งนับแต่วันท่ีหยุดปฏิบัติหน้ำที่ แต่ไม่กระทบต่อ เทำ่ ที่มอี ยู่ คำส่ัง ห้ำมนับสมำชิกผู้นั้นเป็น กจิ กำรท่ีผู้น้นั ได้กระทำไปก่อนพ้นจำกตำแหน่ง สมำชิกทง้ั หมดเท่ำทีม่ ีอยู่ มิให้นับสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำซ่ึงหยุดปฏิบัติ หน้ำท่ีตำมวรรคสอง เป็นจำนวนสมำชิกทั้งหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของสภำ ผูแ้ ทนรำษฎรหรอื วฒุ ิสภำ ในกรณีท่ีคณะกรรมกำรกำรเลือกต้ัง เห็นว่ำสมำชิกภำพของ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรหรือสมำชกิ วุฒสิ ภำคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสดุ ลงตำมวรรคหน่งึ ใหส้ ง่ เรื่องไปยงั ศำลรัฐธรรมนูญเพ่อื วินิจฉยั ตำมวรรค หน่ึงไดด้ ้วย
๑๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ส่วนที่เก่ียวข้องกบั ส่วนท่ีเกี่ยวข้องกบั ส่วนท่เี กี่ยวขอ้ งกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วุฒิสภา การประชุมร่วมกันของ มาตรา ๘๓ สภำผู้แทนรำษฎรประกอบด้วยสมำชิกจำนวนห้ำร้อย สภำผู้แทนรำษฎรประกอบด้วย รฐั สภา คน ดงั นี้ (๑) สมำชิกซึ่งมำจำกกำรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ังจำนวนสำม สมำชกิ จำนวน ๕๐๐ คน โดยมำจำกกำร เม่ือมีสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร ร้อยห้ำสิบคน ถึงร้อยละ ๙๕ โดยนับยอดจำก เลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ๓๕๐ คน กำรรำยงำนตัวของสมำชิกที่มำ (๒) สมำชิกซ่ึงมำจำกบัญชีรำยช่ือของพรรคกำรเมืองจำนวนหน่ึง และแบบบัญชรี ำยชือ่ ๑๕๐ คน รำยงำนตัวต่อคณะกรรมกำรกำร เลือกตั้ง หำกมีควำมจำเป็น รอ้ ยห้ำสบิ คน จะต้องเรียกประชุมรัฐสภำ ก็ให้ ในกรณีที่ตำแหน่งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรว่ำงลงไม่ว่ำด้วยเหตุใด ดำเนินกำรเรียกประชุมรัฐสภำได้ และยังไม่มีกำรเลือกต้ังหรือประกำศช่ือสมำชกิ สภำผแู้ ทนรำษฎรขึ้นแทน โดยให้ถือว่ำสภำผู้แทนรำษฎร ตำแหน่งท่ีว่ำง ให้สภำผู้แทนรำษฎรประกอบด้วยสมำชิกสภำผู้แทน ประกอบดว้ ยสมำชกิ เทำ่ ท่มี ีอยู่ รำษฎรเทำ่ ทีม่ อี ยู่ ในกรณมี ีเหตุใด ๆ ทีท่ ำให้สมำชิกสภำผแู้ ทนรำษฎรแบบบัญชีรำยชื่อ มีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยห้ำสิบคน ให้สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรแบบ บัญชรี ำยช่อื ประกอบด้วยสมำชกิ เท่ำทมี่ อี ยู่ มาตรา ๘๔ ในกำรเลือกตั้งทัว่ ไป เมอ่ื มสี มำชิกสภำผู้แทนรำษฎรไดร้ ับ เม่ือมีสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรถึง เลือกตั้งถึงร้อยละเก้ำสิบห้ำของจำนวนสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรท้ัง ร้อยละ ๙๕ โดยนับยอดจำกกำรรำยงำน หมดแล้ว หำกมีควำมจำเป็นจะต้องเรียกประชุมรัฐสภำ ก็ให้ ตัวของสมำชิก ท่ีมำรำยงำนตัว ต่ อ ดำเนินกำรเรียกประชุมรัฐสภำได้ โดยให้ถือว่ำสภำผู้แทนรำษฎร คณะกรรมกำรกำรเลือกต้ัง หำกมีควำม ประกอบด้วยสมำชิกเท่ำท่ีมีอยู่ แต่ต้องดำเนินกำรให้มีสมำชิก จำเป็นจะต้องเรียกประชุมรัฐสภำ ก็ให้ สภำผู้แทนรำษฎรให้ครบตำมจำนวนตำมมำตรำ ๘๓ โดยเร็ว ในกรณี ดำเนินกำรเรียกประชุมรัฐสภำได้ โดยให้ เช่นนี้ ให้สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรดังกล่ำวอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ำ ถือว่ำสภำผู้แทนรำษฎรประกอบด้วย อำยุของสภำผ้แู ทนรำษฎรทเ่ี หลอื อยู่ สมำชิกเทำ่ ท่มี ีอยู่
๑๑ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั ส่วนที่เกี่ยวขอ้ งกบั ส่วนทเ่ี กี่ยวข้องกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชุมร่วมกันของ มาตรา ๘๘ ในกำรเลือกต้ังทั่วไป ให้พรรคกำรเมืองที่ส่งผู้สมัครรับ สภำผแู้ ทนรำษฎรจะต้องพิจำรณำให้ รฐั สภา เลือกตั้งแจ้งรำยชื่อบุคคลซ่ึงพรรคกำรเมืองนั้นมีมติว่ำจะเสนอให้สภำ ควำมเห็นชอบบุคคลท่ีสมควรได้รับ ผู้แทนรำษฎรเพื่อพิจำรณำให้ควำมเห็นชอบแต่งต้ังเป็นนำยกรัฐมนตรี ไม่เกินสำมรำยชื่อต่อคณะกรรมกำรกำรเลือกต้ังก่อนปิดกำรรับสมัคร แต่งต้ังเป็นนำยกรัฐมนตรีตำมมำตรำ รับเลือกต้ัง และให้คณะกรรมกำรกำรเลือกตั้งประกำศรำยชื่อบุคคล ๑๕๙ บุคคลนั้นต้องเป็นบุคคลท่ีพรรค ดังกล่ำวให้ประชำชนทรำบ และให้นำควำมในมำตรำ ๘๗ วรรคสอง กำรเมืองได้เสนอช่ือไว้กับ กกต. ก่อนปิด มำใชบ้ ังคบั โดยอนโุ ลม รับสมัครรับเลือกตั้ง โดยเสนอช่ือได้ไม่ เกินพรรคละ ๓ รำยชื่อ พรรคกำรเมืองจะไมเ่ สนอรำยชื่อบุคคลตำมวรรคหน่ึงก็ได้ มาตรา ๙๙ อำยุของสภำผู้แทนรำษฎรมีกำหนดครำวละสี่ปีนับแต่วัน อำยุของสภำผู้แทนรำษฎรมีกำหนด เลือกตง้ั ครำวละ ๔ ปี นับแต่วนั เลือกตง้ั ในระหว่ำงอำยุของสภำผู้แทนรำษฎร จะมีกำรควบรวมพรรค กำรเมอื งที่มีสมำชิกเปน็ สมำชิกสภำผแู้ ทนรำษฎรมไิ ด้ มาตรา ๑๐๐ สมำชิกภำพของสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรเริ่มตั้งแต่วัน สมำชิกภำพของสมำชิกสภำผู้แทน เลือกตัง้ รำษฎรเร่ิมตั้งแต่วนั เลือกตง้ั มาตรา๑๐๒เมอ่ื อำยุของสภำผู้แทนรำษฎรสิ้นสดุ ลง พระมหำกษตั ริย์จะได้ เมอ่ื อำยุของสภำผ้แู ทนรำษฎรส้ินสุดลง ทรงตรำพระรำชกฤษฎีกำให้มีกำรเลือกต้ังสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรใหม่ พระมหำกษัตริย์จะทรงตรำพระรำช เป็นกำรเลือกตั้งทว่ั ไปภำยในสี่สบิ ห้ำวนั นับแตว่ ันทีส่ ภำผู้แทนรำษฎรสน้ิ อำยุ กฤษฎีกำ ให้มีกำรเลือกต้ังท่ัวไป ภำยใน กำรเลือกตั้งตำมวรรคหนึ่ง ต้องเป็นวันเดียวกันทั่วรำชอำณำจักร ๔๕ วัน นับแต่วันที่สภำผู้แทนรำษฎร ตำมทคี่ ณะกรรมกำรกำรเลอื กตง้ั ประกำศกำหนดในรำชกิจจำนุเบกษำ ส้ินสดุ ลง
๑๒ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนท่ีเกีย่ วข้องกบั ส่วนท่ีเกีย่ วข้องกบั ส่วนทเี่ ก่ียวข้องกบั สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา การประชมุ รว่ มกนั ของ มาตรา ๑๐๓ พระมหำกษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระรำชอำนำจท่ีจะยุบสภำ ภำยใน ๕ วันนับแต่วันที่มีพระรำช รัฐสภา ผู้แทนรำษฎรเพื่อให้มีกำรเลือกต้งั สมำชิกสภำผูแ้ ทนรำษฎรใหม่เป็นกำร กฤษฎีกำยุบสภำผู้แทนรำษฎร ให้ กกต. เลือกตัง้ ทัว่ ไป กำรยุบสภำผู้แทนรำษฎรให้กระทำโดยพระรำชกฤษฎีกำ และให้ ประกำศกำหนดวันเลือกต้ังทั่วไปในรำช กิจจำนุเบกษำ ซ่งึ วนั เลอื กตัง้ พร้อมกันทั่วไป กระทำไดเ้ พยี งครัง้ เดยี วในเหตุกำรณเ์ ดยี วกนั ประเทศน้ันต้องไม่น้อยกว่ำ ๔๕ วันแต่ไม่เกิน ภำยในห้ำวันนับแต่วนั ท่ีพระรำชกฤษฎีกำตำมวรรคหน่ึงใช้บังคับ ให้ ๖๐ วนั นับแต่วนั ทม่ี ีพระรำชกฤษฎีกำ คณะกรรมกำรกำรเลือกต้ังประกำศกำหนดวันเลือกตั้งท่ัวไปในรำช กิจจำนุเบกษำ ซ่ึงต้องไม่น้อยกว่ำส่ีสิบห้ำวันแต่ไม่เกินหกสิบวันนับแต่ วันที่พระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวใชบ้ ังคบั วนั เลอื กต้งั นัน้ ตอ้ งกำหนดเป็น วันเดียวกนั ทวั่ รำชอำณำจกั ร มาตรา ๑๐๕ เม่ือตำแหน่งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรว่ำงลงเพรำะ เม่ือสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรว่ำงลง เหตุอื่นใดนอกจำกถึงครำวออกตำมอำยุของสภำผู้แทนรำษฎร หรือเมื่อ เพรำะเหตุอ่ืนใด นอกจำกเหตุออกตำมอำยุ มีกำรยุบสภำผ้แู ทนรำษฎรใหด้ ำเนินกำร ดงั ตอ่ ไปนี้ สภำฯ หรือมีกำรยุบสภำ ให้ดำเนินกำรตำม (๑) ในกรณีที่เป็นตำแหน่งสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรที่มำจำกกำร บทบญั ญตั ิน้ี เลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ให้ดำเนินกำรตรำพระรำชกฤษฎีกำเพ่ือ จัดให้มีกำรเลือกตั้งสมำชิกสภำผูแ้ ทนรำษฎรขน้ึ แทนตำแหน่งท่วี ำ่ ง เวน้ แต่ อำยุของสภำผู้แทนรำษฎรจะเหลืออยู่ไม่ถึงหน่ึงร้อยแปดสิบวนั และให้ นำควำมในมำตรำ ๑๐๒ มำใชบ้ ังคับโดยอนโุ ลม (๒) ในกรณีที่เปน็ ตำแหน่งสมำชิกสภำผแู้ ทนรำษฎรแบบบญั ชีรำยชื่อให้ ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรประกำศให้ผู้มชี ื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบญั ชรี ำยช่ือ ของพรรคกำรเมื องนั้ นเล่ื อนขึ้ นมำเป็ นสมำชิ ก สภำผู้ แทนรำษฎร แทนตำแหน่งที่ว่ำง โดยต้องประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำภำยในเจ็ดวัน
๑๓ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นท่เี ก่ียวขอ้ งกบั สว่ นที่เก่ียวขอ้ งกบั ส่วนทีเ่ กี่ยวข้องกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชมุ ร่วมกนั ของ รฐั สภา นับแต่วันที่ตำแหน่งน้ันว่ำงลง หำกไม่มีรำยช่ือเหลืออยู่ในบัญชีที่จะ เล่ือนขึ้นมำแทนตำแหน่งท่ีว่ำง ให้สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรแบบบัญชี รำยชื่อประกอบดว้ ยสมำชกิ เทำ่ ที่มอี ยู่ สมำชิกภำพของสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรผู้เข้ำมำแทนตำม (๑) ให้ เร่ิมนับแต่วันเลือกต้ังแทนตำแหน่งที่ว่ำง ส่วนสมำชิกภำพของ สมำชกิ สภำผู้แทนรำษฎรผู้เข้ำมำแทนตำม (๒) ใหเ้ รม่ิ นับแตว่ นั ถัดจำก วันประกำศช่อื ในรำชกิจจำนุเบกษำ และให้สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรผู้ เข้ำมำแทนตำแหน่งที่ว่ำงน้ัน อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ำอำยุของสภำ ผ้แู ทนรำษฎรท่ีเหลอื อยู่ กำรคำนวณสัดส่วนคะแนนของพรรคกำรเมืองสำหรับสมำชิก สภำผู้แทนรำษฎรแบบบัญชีรำยช่ือเมื่อมีกำรเลือกต้ังแทนตำแหน่งที่ ว่ำง ใหเ้ ป็นไปตำมมำตรำ ๙๔ มาตรา ๑๐๖ ภำยหลังท่ีคณะรัฐมนตรีเข้ำบริหำรรำชกำรแผ่นดินแล้ว กำรแต่งต้ังผู้นำฝ่ำยค้ำน ต้องแต่งตั้ง พระมหำกษัตริย์จะทรงแต่งต้ังสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรผู้เป็นหัวหน้ำ หลังจำกท่ีมีคณะรัฐมนตรีเข้ำบริหำร พรรคกำรเมืองในสภำผู้แทนรำษฎรท่ีมีจำนวนสมำชิกมำกท่ีสุด และ รำชกำรแล้ว โดยตอ้ งแต่งตงั้ ดังน้ี สมำชิกมิได้ดำรงตำแหน่งรฐั มนตรีประธำนสภำผแู้ ทนรำษฎร หรือรอง - เปน็ สมำชกิ สภำผู้แทนรำษฎร ประธำนสภำผู้แทนรำษฎร เป็นผนู้ ำฝำ่ ยค้ำนในสภำผู้แทนรำษฎร - เป็นหวั หนำ้ พรรคกำรเมอื งท่ีมจี ำนวน ในกรณีท่ีพรรคกำรเมืองตำมวรรคหน่ึง มีสมำชิกเท่ำกัน ให้ใช้วิธีจับ สมำชิกมำกที่สุด ถ้ำมีสมำชิกเท่ำกันกับ สลำก พรรคอนื่ ให้ใชว้ ธิ จี ับสลำก ให้ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรเป็นผู้ลงนำมรับสนองพระบรมรำช - สมำชิกไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี โองกำรแตง่ ตง้ั ผนู้ ำฝ่ำยค้ำนในสภำผูแ้ ทนรำษฎร ประธำน/รองประธำนสภำผแู้ ทนรำษฎร
๑๔ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ส่วนท่เี กี่ยวข้องกบั ส่วนที่เก่ียวขอ้ งกบั ส่วนท่เี กี่ยวข้องกบั สภาผ้แู ทนราษฎร วุฒสิ ภา การประชมุ รว่ มกันของ ผู้นำฝ่ำยค้ำนในสภำผู้แทนรำษฎรย่อมพ้นจำกตำแหน่งเม่ือขำด ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรเป็นผ้ลู งนำม รัฐสภา คุณสมบัติตำมวรรคหน่ึง หรือเมื่อมีเหตุตำมมำตรำ ๑๑๘ (๑) (๒) (๓) รับสนองพระบรมรำชโองกำรแต่งตั้งผู้นำ หรือ (๔) ในกรณีเช่นน้ีพระมหำกษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งผู้นำฝ่ำยค้ำน ฝำ่ ยคำ้ น ในสภำผแู้ ทนรำษฎรแทนตำแหน่งทีว่ ำ่ ง มาตรา ๑๐๗ วุฒิสภำประกอบด้วยสมำชิกจำนวนสองร้อยคน ซ่งึ มำ ที่มำของสมำชิกวุฒิสภำภำยหลัง จำกกำรเลือกกันเองของบุคคลซ่ึงมีควำมรู้ ควำมเช่ียวชำญ ประสบกำรณ์ ๕ ปีนับแต่รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ นี้ อำชีพ ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงำนหรือเคยทำงำนด้ำน มผี ลบงั คบั ใช้ ต่ำง ๆ ที่หลำกหลำยของสังคมโดยในกำรแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะ ที่ทำให้ประชำชนซ่ึงมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสำมำรถอยู่ในกลุ่มใด กลมุ่ หนึ่งได้ กำรแบ่งกลุ่ม จำนวนกลุ่ม และคุณสมบัติของบุคคลในแต่ละกลุ่ม กำร สมัครและรับสมัคร หลักเกณฑ์และวิธีกำรเลือกกันเอง กำรได้รับเลือก จำนวนสมำชิกวุฒิสภำท่ีจะพึงมีจำกแต่ละกลุ่ม กำรข้ึนบัญชีสำรอง กำรเลื่อนบุคคลจำกบัญชีสำรองขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และมำตรกำร อื่นใดท่ีจำเป็นเพื่อให้กำรเลือกกันเองเป็นไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม ให้เป็นไปตำมพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรได้มำซ่ึง สมำชิกวุฒิสภำ และเพื่อประโยชน์ในกำรดำเนินกำรให้กำรเลือก ดังกล่ำวเป็นไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม จะกำหนดมิให้ผู้สมัครในแต่ ละกลุ่มเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน หรือจะกำหนดให้มีกำรคัดกรอง ผู้สมัครรับเลือกด้วยวิธกี ำรอ่ืนใดที่ผูส้ มัครรับเลือกมีส่วนรว่ มในกำรคดั กรองกไ็ ด้
รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ๑๕ ส่วนท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั ส่วนท่เี กี่ยวข้องกบั วฒุ ิสภา การประชุมรว่ มกนั ของ กำรดำเนินกำรตำมวรรคสอง ใหด้ ำเนินกำรต้งั แตร่ ะดับอำเภอ ระดับ ส่วนทเี่ ก่ยี วข้องกบั จังหวดั และระดบั ประเทศ เพื่อให้สมำชิกวฒุ ิสภำเป็นผแู้ ทนปวงชนชำว สภาผูแ้ ทนราษฎร รฐั สภา ไทยในระดับประเทศ วำระกำรดำรงตำแหน่งของ ในกรณีท่ีตำแหน่งสมำชิกวุฒิสภำมีจำนวนไม่ครบตำมวรรคหน่ึง ไม่ สมำชิกวุฒิสภำมีกำหนดครำวละ ว่ำเพรำะเหตุตำแหน่งว่ำงลง หรือด้วยเหตุอื่นใดอันมิใช่เพรำะเหตุถึง ห้ำปีนับแต่วันประกำศผลกำร ครำวออกตำมอำยุของวุฒิสภำ และไม่มีรำยช่ือบุคคลท่ีสำรองไว้ เลือก เหลืออยู่ ให้วุฒิสภำประกอบด้วยสมำชิกวฒุ ิสภำเท่ำที่มีอยู่ แต่ในกรณี ที่มีสมำชิกวุฒิสภำเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหน่ึงของจำนวนสมำชิกวุฒิสภำ ท้ังหมดและอำยุของวุฒิสภำเหลืออยู่เกินหนึ่งปี ให้ดำเนินกำรเลือก สมำชิกวุฒิสภำขึ้นแทนภำยในหกสิบวันนับแต่วันท่ีวุฒิสภำมีสมำชิก เหลืออยู่ไม่ถึงก่ึงหนึ่ง ในกรณีเช่นว่ำน้ีให้ผู้ได้รับเลือกดังกล่ำวอยู่ใน ตำแหนง่ ได้เพียงเทำ่ อำยขุ องวุฒิสภำทเ่ี หลืออยู่ กำรเลือกสมำชิกวฒุ ิสภำใหต้ รำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ และภำยในห้ำ วันนับแต่วันท่ีพระรำชกฤษฎีกำมีผลใช้บังคับ ให้คณะกรรมกำรกำร เลือกตั้งกำหนดวันเร่ิมดำเนินกำรเพ่ือเลือกไม่ช้ำกว่ำสำมสิบวันนับแต่ วันท่ีพระรำชกฤษฎีกำดังกล่ำวมีผลใช้บังคับ กำรกำหนดดังกล่ำวให้ ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ และให้นำควำมในมำตรำ ๑๐๔ มำใช้ บังคบั โดยอนุโลม มาตรา ๑๐๙ อำยุของวุฒิสภำมีกำหนดครำวละห้ำปีนับแต่วันประกำศผล กำรเลือก สมำชิกภำพของสมำชิกวุฒิสภำเริ่มตั้งแต่วันท่ีคณะกรรมกำรกำร เลือกตง้ั ประกำศผลกำรเลือก
๑๖ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ สว่ นท่ีเกี่ยวข้องกบั สว่ นที่เก่ยี วข้องกบั ส่วนทีเ่ ก่ียวข้องกบั สภาผู้แทนราษฎร วฒุ ิสภา การประชมุ ร่วมกนั ของ เม่ืออำยุของวุฒิสภำส้ินสุดลง ให้สมำชิกวุฒิสภำอยู่ในตำแหน่งเพ่ือ รฐั สภา ปฏบิ ตั ิหนำ้ ทต่ี อ่ ไปจนกว่ำจะมสี มำชกิ วุฒิสภำขึน้ ใหม่ มาตรา ๑๑๐ เมื่ออำยุของวุฒิสภำส้ินสุดลง ให้มีกำรเลือกสมำชิก กรณีอำยุของวุฒิสภำส้ินสุดลง วฒุ สิ ภำใหมต่ ำมมำตรำ ๑๐๗ วรรคห้ำ ให้มีกำรเลือกสมำชิกวุฒิสภำใหม่ ภำยในห้ำวันนับแต่วันที่พระรำช กฤษฎีกำมีผลใช้บังคับ ให้คณะ- กรรมกำรกำรเลือกต้ังกำหนดวัน เริ่มดำเนินกำรเพ่ือเลือกไม่ช้ำกว่ำ สำมสิบวันนับแต่วันที่พระรำช กฤษฎกี ำดงั กลำ่ วมีผลใช้บังคับ มาตรา ๑๑๒ บุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่งสมำชิกวุฒิสภำและสมำชิก สมำชิกวุฒิสภำที่สมำชิกภำพ ภำพสิ้นสุดลงมำแล้วยังไม่เกินสองปี จะเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่ง ส้ินสุดลงมำแล้วยังไม่เกินสองปี ทำงกำรเมอื งมิไดเ้ ว้นแต่เปน็ สมำชกิ สภำท้องถนิ่ หรือผู้บรหิ ำรท้องถนิ่ จ ะ เ ป็ น รั ฐมนตรี หรื อผู้ ด ำรง ตำแหนง่ ทำงกำรเมอื งมไิ ด้ มาตรา ๑๑๓ สมำชิกวุฒิสภำต้องไม่ฝักใฝ่หรือยอมตนอยู่ใต้อำณัติ ของพรรคกำรเมืองใด ๆ กำรใช้หน้ำท่ีและอำนำจของ สมำชิกวุฒิสภำ มาตรา ๑๑๔ สมำชิกสภำผแู้ ทนรำษฎรและสมำชิกวุฒิสภำย่อมเป็น สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรต้องปฏิบัติ สมำชิกวุฒิสภำ ต้องปฏิบัติ ผู้แทนปวงชนชำวไทย ไม่อยู่ในควำมผูกมัดแห่งอำณัติมอบหมำย หรือ หน้ำท่ีด้วยควำมซ่ือสัตย์สุจริตโ ดย หน้ำท่ีด้วยควำมซื่อสตั ย์สจุ รติ โดย ควำมครอบงำใดๆ และต้องปฏิบัติหน้ำท่ีด้วยควำมซื่อสัตย์สุจริตเพื่อ ปรำศจำกกำรขัดกันแห่งผลประโยชน์ ป ร ำ ศ จ ำ ก ก ำ ร ขั ด กั น แ ห่ ง ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชำติและควำมผำสุกของประชำชน ผลประโยชน์ โดยรวม โดยปรำศจำกกำรขดั กันแห่งผลประโยชน์
๑๗ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ สว่ นทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั สว่ นที่เกยี่ วขอ้ งกบั ส่วนท่ีเกี่ยวข้องกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วุฒสิ ภา การประชุมร่วมกันของ รฐั สภา มาตรา ๑๑๕ ก่อนเข้ำรับหน้ำที่ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรและสมำชิก กำรปฏิญำณตน ในที่ประชุมแห่งสภำ กำรปฏิญำณตน ในที่ประชุม วุฒิสภำต้องปฏิญำณตนในที่ประชุมแห่งสภำท่ีตนเป็นสมำชิกด้วย ที่ตนเป็นสมำชิก โดยจะเริ่มดำเนินกำร แห่งสภำท่ีตนเป็นสมำชิก ถ้อยคำ ดังตอ่ ไปน้ี ต้ังแต่วันประชุมครั้งแรกก่อนเข้ำสู่กำร “ข้ำพเจ้ำ (ชื่อผู้ปฏิญำณ) ขอปฏิญำณว่ำ ข้ำพเจ้ำจะปฏิบัติหน้ำที่ด้วย เลือกประธำนสภำผู้แทนรำษฎร ควำมซ่ือสัตย์สุจริต เพ่ือประโยชน์ของประเทศและประชำชน ท้ังจะ รกั ษำไวแ้ ละปฏบิ ัตติ ำมซ่งึ รฐั ธรรมนูญแห่งรำชอำณำจกั รไทยทกุ ประกำร” มาตรา ๑๑๖ สภำผู้แทนรำษฎรและวุฒิสภำแต่ละสภำ มีประธำนสภำ มีประธำนสภำหน่ึงคน และรองประธำน มีประธำนสภำหน่ึงคน และรอง คนหนึ่งและรองประธำนสภำคนหน่ึงหรือสองคน ซึ่งพระมหำกษัตริย์ สภำหน่งึ หรอื สองคนตำมมตขิ องสภำ ประธำนสภำหน่ึงหรือสองคนตำม ทรงแต่งต้งั จำกสมำชิกแหง่ สภำนนั้ ๆ ตำมมติของสภำ มติของสภำ ในระหว่ำงกำรดำรงตำแหน่ง ประธำนและรองประธำนสภำผู้แทนรำษฎร จะเป็นกรรมกำรบริหำรหรอื ดำรงตำแหน่งใดในพรรคกำรเมืองขณะเดียวกัน มไิ ด้ มาตรา ๑๑๙ ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรและประธำนวุฒิสภำมีหน้ำท่ีและ อำนำจและกำรปฏิบัติหน้ำที่ของประธำน อำนำจและกำรปฏิบัติหน้ำที่ของ อำนำจดำเนินกิจกำรของสภำน้ัน ๆ ให้เป็นไปตำมข้อบังคับ รอง และรองประธำนสภำผแู้ ทนรำษฎร ประธำนสภำมีหน้ำที่และอำนำจตำมที่ประธำนสภำมอบหมำย และปฏิบตั ิ ประธำนและรองประธำนวฒุ ิสภำ หน้ำที่แทนประธำนสภำเมื่อประธำนสภำไม่อยู่หรือไม่สำมำรถปฏิบัติ หน้ำท่ไี ด้ ประธำนสภำผู้แทนรำษฎร ประธำนวุฒิสภำ และผู้ทำหน้ำท่ีแทน ตอ้ งวำงตนเปน็ กลำงในกำรปฏิบัตหิ นำ้ ท่ี
๑๘ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนทเี่ กย่ี วข้องกบั ส่วนที่เกีย่ วขอ้ งกบั สว่ นทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั สภาผู้แทนราษฎร วุฒสิ ภา การประชุมร่วมกนั ของ เม่ือประธำนและรองประธำนสภำผู้แทนรำษฎรหรือประธำนและ รฐั สภา รองประธำนวุฒิสภำไม่อยู่ในที่ประชุม ให้สมำชิกแห่งสภำนั้นๆ เลือก กนั เองให้สมำชกิ คนหน่งึ เป็นประธำนในครำวประชมุ น้นั มาตรา ๑๒๐ กำรประชุมสภำผู้แทนรำษฎรและกำรประชุมวุฒิสภำต้องมี องค์ประชุมและกำรออกเสียงลงคะแนน องค์ประชุมและกำรออกเสียง สมำชิกมำประชุมไม่น้อยกว่ำกึ่งหน่ึงของจำนวนสมำชิกท้ังหมดเท่ำท่มี ี ในกำรประชุมสภำผู้แทนรำษฎร อยู่ของแต่ละสภำ จึงจะเป็นองค์ประชุมเว้นแต่ในกรณีกำรพิจำรณำ ลงคะแนนในกำรประชุมวุฒิสภำ ระเบียบวำระกระทู้ สภำผู้แทนรำษฎรหรือวุฒิสภำจะกำหนดองค์ประชุมไว้ ในข้อบงั คับเป็นอยำ่ งอน่ื กไ็ ด้ กำรลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษำใหถ้ ือเสียงข้ำงมำกเป็นประมำณ เว้นแต่ ท่มี ีบัญญตั ิไว้เป็นอย่ำงอน่ื ในรฐั ธรรมนูญ สมำชิกคนหน่ึงย่อมมีเสียงหน่ึงในกำรออกเสียงลงคะแนน ถ้ำมี คะแนนเสียงเท่ำกันให้ประธำนในที่ประชุมออกเสียงเพ่ิมขึ้นอีกเสียง หนึ่งเป็นเสียงช้ีขำด รำยงำนกำรประชุมและบันทึกกำรออกเสียงลงคะแนนของสมำชิกแต่ละ คนต้องเปิดเผยให้ประชำชนทรำบได้ทั่วไป เว้นแต่กรณีกำรประชุมลับ หรือกำรออกเสียงลงคะแนนเปน็ กำรลบั กำรออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือให้ควำมเห็นชอบให้บุคคลดำรง ตำแหน่งใดให้กระทำเป็นกำรลับ เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่ำงอ่ืนใน รัฐธรรมนญู
๑๙ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ สว่ นที่เกี่ยวขอ้ งกบั ส่วนที่เกี่ยวข้องกบั ส่วนทเ่ี ก่ียวข้องกบั สภาผูแ้ ทนราษฎร วุฒิสภา การประชมุ รว่ มกันของ มาตรา ๑๒๑ ภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันประกำศผลกำรเลือกต้ัง วนั เร่ิมสมยั ประชุมสำมัญคร้ังท่ี ๒ ให้ รัฐสภา สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรอันเป็นกำรเลือกต้ังทั่วไป ให้มีกำรเรียก เปน็ ไปตำมท่สี ภำผ้แู ทนรำษฎรกำหนด ประชุมรฐั สภำเพ่ือให้สมำชกิ ได้มำประชุมเป็นครั้งแรก กำรประชุมครั้งแรก กำรกำหนด สมัยประชุม และกำรปิดสมัยประชมุ ในปีหน่ึงให้มีสมัยประชุมสำมัญของรัฐสภำสองสมัย ๆ หนึ่งให้มี กำหนดเวลำหน่ึงร้อยย่ีสิบวัน แต่พระมหำกษัตริย์จะโปรดเกล้ำโปรด วันประชมุ รัฐสภำครงั้ แรกให้ถือ กระหมอ่ มให้ขยำยเวลำออกไปก็ได้ เ ป็ น วั น เ ริ่ ม ส มั ย ป ร ะ ชุ ม ส ำ มั ญ ประจำปีคร้ังท่ี ๑ กำรปดิ สมัยประชุมสำมัญประจำปกี ่อนครบกำหนดเวลำหนึ่งร้อยย่ีสิบวัน จะกระทำได้กแ็ ต่โดยควำมเหน็ ชอบของรฐั สภำ รัฐพิธี กำรเรียกประชุม กำร ขยำยเวลำประชุม และกำรปิด วนั ประชุมคร้งั แรกตำมวรรคหนง่ึ ใหถ้ ือเป็นวนั เร่มิ สมยั ประชมุ สำมัญ ประชุมรฐั สภำ ประจำปีคร้ังที่หนึ่ง ส่วนวันเร่ิมสมัยประชุมสำมัญประจำปีคร้ังที่สอง ให้เป็นไปตำมท่ีสภำผู้แทนรำษฎรกำหนดแต่ในกรณีท่ีกำรประชุมครั้ง แรกตำมวรรคหน่ึงมีเวลำจนถึงสิ้นปีปฏิทินไม่เพียงพอที่จะจัดให้มีกำร ประชุมสมัยประชุมสำมัญประจำปีคร้ังท่ีสอง จะไม่มีกำรประชุมสมัย สำมัญประจำปีครง้ั ท่สี องสำหรับปีนนั้ กไ็ ด้ มาตรา ๑๒๒ พระมหำกษัตริย์ทรงเรียกประชุมรฐั สภำ ทรงเปิดและ ทรงปิดประชุม พระมหำกษัตริย์จะเสด็จพระรำชดำเนินมำทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุม สมัยประชมุ สำมัญประจำปีคร้งั แรกด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้ำ โปรดกระหม่อมให้พระรัชทำยำทซึ่งทรงบรรลุนิติภำวะแลว้ หรือผู้ใดผู้ หน่งึ เปน็ ผแู้ ทนพระองค์ มำทำรัฐพธิ ีก็ได้ เม่ือมคี วำมจำเปน็ เพื่อประโยชนแ์ หง่ รัฐ พระมหำกษตั ริย์จะทรงเรียก ประชมุ รัฐสภำเปน็ กำรประชมุ สมยั วิสำมัญก็ได้
๒๐ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ สว่ นทเี่ กยี่ วข้องกบั สว่ นที่เกีย่ วข้องกบั ส่วนที่เกี่ยวข้องกบั สภาผูแ้ ทนราษฎร วุฒสิ ภา การประชมุ รว่ มกนั ของ ภำยใต้บังคับมำตรำ ๑๒๓ และมำตรำ ๑๒๖ กำรเรียกประชุม กำร ขยำยเวลำประชุม และกำรปิดประชุมรัฐสภำ ให้กระทำโดยพระรำช รัฐสภา กฤษฎีกำ มาตรา ๑๒๓ สมำชิกสภำผ้แู ทนรำษฎรและสมำชิกวฒุ ิสภำทง้ั สองสภำ ก ำ ร ร้ อ ง ข อ ใ ห้ มี ก ำ ร ป ร ะ ชุ ม รวมกันหรือสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร มีจำนวนไม่น้อยกว่ำหน่ึงในสำม รัฐ สภ ำเป็นกำรประชุมสมัย ของจำนวนสมำชิกทั้งหมดเท่ำที่มีอยู่ของทั้งสองสภำ มีสิทธิเข้ำชื่อร้อง วิสำมญั ขอต่อประธำนรัฐสภำให้นำควำมกรำบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมรำช โองกำรประกำศเรยี กประชุมรัฐสภำเปน็ กำรประชุมสมัยวสิ ำมญั ได้ ให้ประธำนรัฐสภำนำควำมกรำบบังคมทูลและลงนำมรับสนองพระบรม รำชโองกำร มาตรา ๑๒๔ ในท่ีประชุมสภำผู้แทนรำษฎร ท่ีประชุมวุฒิสภำ หรือที่ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจะกล่ำว สมำชิกวุฒิสภำจะกล่ำวถ้อยคำ สมำชิกรัฐสภำจะกล่ำวถ้อยคำ ประชุมร่วมกันของรัฐสภำ สมำชิกผู้ใดจะกล่ำวถ้อยคำใดในทำงแถลง ถ้อยคำใดในทำงแถลงข้อเท็จจริง แสดง ใดในทำงแถลงข้อเท็จจริง แสดง ใดในทำงแถลงข้อเท็จจริง แสดง ข้อเท็จจริง แสดงควำมคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอก ควำมคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน คว ำมคิดเห็นหรือ อ อ ก เ สี ย ง สิทธิ์โดยเด็ดขำด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องว่ำกล่ำวสมำชิกผู้นั้น ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขำด ผู้ใดจะ ลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดย คว ำมคิดเห็นหรือ อ อ ก เ สี ย ง ในทำงใด ๆ มิได้ นำไปเปน็ เหตฟุ ้องรอ้ งในทำงใด ๆ มไิ ด้ เด็ดขำด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุ ลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธ์ิโดย ฟอ้ งรอ้ งในทำงใด ๆ มไิ ด้ เด็ดขำด ผู้ใดจะนำไปเป็นเหตุ เอกสิทธ์ิตำมวรรคหน่ึงไม่คุ้มครองสมำชิกผู้กล่ำวถ้อยคำในกำร สมำชิกจะไม่ได้รับเอกสิทธิ์ในกำร ฟอ้ งร้องในทำงใด ๆ มไิ ด้ ประชุมที่มีกำรถ่ำยทอดทำงวิทยุกระจำยเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือ คุ้มครอง หำกถ้อยคำน้ันมีลักษณะเป็น สมำชิกจะไม่ได้รับเอกสิทธิ์ใน ทำงอ่ืนใด หำกถ้อยคำท่กี ลำ่ วในทป่ี ระชุมไปปรำกฏนอกบริเวณรัฐสภำ ค ว ำ ม ผิ ด ท ำ ง อ ำ ญ ำ ห รื อ ล ะ เ มิ ด สิ ท ธิ กำรคุ้มครอง หำกถ้อยคำน้ันมี สมำชิกจะไม่ได้รับเอกสิทธ์ิใน และกำรกล่ำวถ้อยคำน้ันมีลักษณะเป็นควำมผิดทำงอำญำหรือละเมิด ในทำงแพ่งต่อบุคคลอื่นและถ้อยคำนั้น ลักษณะเป็นควำมผิดทำงอำญำ กำรคุ้มครอง หำกถ้อยคำนั้นมี สิทธใิ นทำงแพง่ ต่อบคุ คลอื่นซงึ่ มใิ ช่รฐั มนตรีหรือสมำชิกแหง่ สภำนัน้ ไปปรำกฏนอกบรเิ วณรฐั สภำ หรือละเมิดสิทธิในทำงแพ่งต่อ ลักษณะเป็นควำมผิดทำงอำญำ ในกรณีตำมวรรคสอง ถ้ำสมำชิกกล่ำวถ้อยคำใดท่ีอำจเป็นเหตุให้ บุ ค ค ล อ่ื น แ ล ะ ถ้ อ ย ค ำ นั้ น ไ ป หรือละเมิดสิทธิในทำงแพ่งต่อ บุคคลอื่นซึ่งมิใช่รัฐมนตรีหรือสมำชิกแห่งสภำน้ันได้รับควำมเสียหำย ปรำกฏนอกบรเิ วณรัฐสภำ
๒๑ รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นท่เี กย่ี วข้องกบั ส่วนท่ีเกีย่ วข้องกบั ส่วนท่เี ก่ียวขอ้ งกบั สภาผ้แู ทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชมุ ร่วมกันของ ใหป้ ระธำนแหง่ สภำน้ันจัดให้มีกำรโฆษณำคำชีแ้ จงตำมที่บุคคลนั้นร้อง ขอตำมวิธีกำรและภำยในระยะเวลำที่กำหนดในข้อบังคับกำรประชุม รฐั สภา ของสภำนัน้ ทั้งนี้ โดยไม่กระทบต่อสิทธขิ องบุคคลในกำรฟ้องคดีต่อศำล บุ ค ค ล อื่ น แ ล ะ ถ้ อ ย ค ำ น้ั น ไ ป เอกสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ในมำตรำนี้ ย่อมคุ้มครองไปถึงผู้พิมพ์และผู้ ปรำกฏนอกบรเิ วณรฐั สภำ โฆษณำรำยงำนกำรประชุมตำมข้อบังคับของสภำผู้แทนรำษฎร วุฒิสภำ หรอื รฐั สภำ แลว้ แต่กรณี และคมุ้ ครองไปถงึ บุคคลซ่ึงประธำน ในที่ประชุมอนุญำตให้แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงควำมคิดเห็นในท่ี ประชุม ตลอดจนผู้ดำเนินกำรถ่ำยทอดกำรประชุมสภำทำงวิทยุ กระจำยเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์หรือทำงอ่ืนใดซ่ึงได้รับอนุญำตจำก ประธำนแห่งสภำน้นั ดว้ ยโดยอนุโลม มาตรา ๑๒๕ ในระหว่ำงสมัยประชุม ห้ำมมิให้จับ คุมขัง หรือ ควำมคุ้มกันที่สมำชิกสภำผู้แทน ควำมคุ้มกันที่สมำชิกวุฒิสภำ หมำยเรียกตัวสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำไปทำกำร รำษฎรได้รับในระหวำ่ งสมยั ประชมุ ไดร้ บั ในระหวำ่ งสมยั ประชมุ สอบสวนในฐำนะท่ีสมำชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหำในคดีอำญำ เว้นแต่จะ ได้รับอนุญำตจำกสภำท่ีผู้น้ันเป็นสมำชิก หรือเป็นกำรจับในขณะ กระทำควำมผิด ในกรณีที่มีกำรจับสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำ ในขณะกระทำควำมผิด ให้รำยงำนไปยังประธำนแห่งสภำที่ผู้น้ันเป็น สมำชิกโดยพลัน และเพ่ือประโยชน์ในกำรประชุมสภำ ประธำนแห่ง สภำท่ีผนู้ น้ั เป็นสมำชิกอำจส่งั ใหป้ ล่อยผูถ้ กู จบั เพื่อให้มำประชุมสภำได้ ถ้ำสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำถูกคุมขังในระหว่ำง สอบสวนหรือพิจำรณำอยู่ก่อนสมัยประชุม เม่ือถึงสมัยประชุม พนักงำนสอบสวนหรือศำล แล้วแต่กรณีต้องสั่งปล่อยทันทีถ้ำประธำน
รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ๒๒ ส่วนที่เก่ยี วขอ้ งกบั สว่ นทเ่ี ก่ียวข้องกบั วฒุ ิสภา การประชุมร่วมกันของ แห่งสภำท่ีผู้น้ันเป็นสมำชิกได้ร้องขอ โดยศำลจะสั่งให้มีประกันหรือมี ส่วนที่เก่ยี วขอ้ งกบั ประกนั และหลักประกันด้วยหรอื ไมก่ ็ได้ สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา ในกรณีท่ีมีกำรฟ้องสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำใน ก ร ณี ไ ม่ มี ส ภ ำ ผู้ แ ท น ร ำ ษ ฎ ร คดีอำญำไม่ว่ำจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศำลจะพิจำรณำคดี วุฒิสภำจะประชุมได้เมื่อมีกรณี น้ันในระหว่ำงสมัยประชุมก็ได้แต่ต้องไม่เป็นกำรขัดขวำงต่อกำรท่ี ต้องดำเนินกำรตำม มำตรำ ๑๗ , สมำชกิ ผูน้ ัน้ จะมำประชมุ สภำ ๑๙ , ๒๐ , ๒๑ หรือมำตรำ ๑๗๗ และกรณีที่ต้องพิจำรณำให้บุคคล มาตรา ๑๒๖ ในระหว่ำงท่ีไม่มีสภำผู้แทนรำษฎร ไม่ว่ำด้วยเหตุสภำ ดำรงตำแหนง่ ใดตำมบทบญั ญัตขิ อง ผแู้ ทนรำษฎรสน้ิ อำยุ สภำผูแ้ ทนรำษฎรถูกยบุ หรือเหตอุ ืน่ ใด จะมกี ำร รัฐธรรมนูญ ประชุมวุฒสิ ภำมิได้ เวน้ แต่ (๑) มีกรณีท่ีรัฐสภำต้องดำเนินกำรตำมมำตรำ ๑๗ มำตรำ ๑๙ มำตรำ ๒๐ มำตรำ ๒๑ หรือมำตรำ ๑๗๗ (๒) มีกรณีที่วุฒิสภำต้องประชุมเพื่อทำหน้ำที่พิจำรณำให้บุคคลดำรง ตำแหนง่ ใดตำมบทบัญญัตแิ ห่งรฐั ธรรมนญู เม่ือมีกรณีตำมวรรคหน่ึง ให้วุฒิสภำดำเนินกำรประชุมได้โดยให้ ประธำนวุฒิสภำนำควำมกรำบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมรำชโองกำร ประกำศเรียกประชุมรัฐสภำเป็นกำรประชุมสมัยวิสำมัญ และให้ ประธำนวฒุ สิ ภำเป็นผู้ลงนำมรบั สนองพระบรมรำชโองกำร ในกรณตี ำม (๑) ให้วุฒิสภำทำหน้ำทร่ี ัฐสภำ แต่กำรใหค้ วำมเห็นชอบ ตำมมำตรำ ๑๗๗ ต้องมคี ะแนนเสียงไมน่ ้อยกวำ่ สองในสำมของจำนวน สมำชิกทั้งหมดเทำ่ ทมี่ ีอยู่ของวุฒิสภำ
๒๓ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนท่ีเก่ยี วข้องกบั ส่วนที่เก่ียวขอ้ งกบั สว่ นท่เี กี่ยวขอ้ งกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชุมรว่ มกนั ของ รฐั สภา มาตรา ๑๒๗ กำรประชุมสภำผู้แทนรำษฎร กำรประชุมวุฒิสภำ และกำร ถ้ำสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจำนวน ถ้ำสมำชิกวุฒิสภำจำนวนไม่ ถ้ำสมำชิกของท้ังสองสภำ ประชุมร่วมกันของรัฐสภำ ย่อมเป็นกำรเปิดเผยตำมลักษณะท่ีกำหนด ไม่น้อยกว่ำ ๑ ใน ๔ ของจำนวนสมำชิก น้อยกว่ำ ๑ ใน ๔ ของจำนวน รวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ำ ๑ ใน ไว้ในข้อบังคับกำรประชุมแต่ละสภำแต่ถ้ำคณะรัฐมนตรี หรือสมำชิก ท้ังหมดเท่ำที่มีอยู่ของสภำผู้แทนรำษฎร สมำชิกทั้งหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของ ๔ ของจำนวนสมำชิกท้ังหมด ของแต่ละสภำ หรือสมำชิกของทั้งสองสภำรวมกัน มีจำนวนไม่น้อย รอ้ งขอใหป้ ระชมุ ลบั ก็ใหป้ ระชุมลับ วุฒิสภำร้องขอให้ประชุมลับ ก็ให้ เท่ำท่ีมีอยู่ของทั้งสองสภำ ร้อง กว่ำหน่ึงในส่ีของจำนวนสมำชิกท้ังหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของแต่ละสภำ หรือ ประชมุ ลบั ขอใหป้ ระชุมลบั ก็ใหป้ ระชมุ ลับ จำนวนสมำชิกท้ังหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของท้ังสองสภำ แล้วแต่กรณี ร้อง ขอใหป้ ระชมุ ลับ ก็ให้ประชมุ ลบั มาตรา ๑๒๘ สภำผ้แู ทนรำษฎรและวุฒิสภำมีอำนำจตรำขอ้ บังคบั กำร อำนำจในกำรตรำข้อบังคับกำรประชุม อำนำจในกำรตรำข้อบังคับกำร ประชุมเกี่ยวกับกำรเลือกและกำรปฏิบัติหน้ำที่ของประธำนสภำ รอง ประชุม ประธำนสภำ เร่ืองหรือกิจกำรอันเป็นหน้ำท่ีและอำนำจของคณะ- กรรมำธิกำรสำมัญแต่ละชุด กำรปฏิบัติหน้ำท่ีและองค์ประชุมของคณะ- กรรมำธิกำร วิธีกำรประชุม กำรเสนอและพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญและร่ำงพระรำชบัญญัติ กำรเสนอญัตติ กำรปรึกษำ กำรอภิปรำย กำรลงมติ กำรบันทึกกำรลงมติกำรเปิดเผยกำรลงมติ กำรตั้ง กระทู้ถำม กำรเปิดอภิปรำยทั่วไป กำรรักษำระเบียบและควำมเรียบร้อยและ กำรอ่ืนที่เก่ียวข้อง รวมทั้งมีอำนำจตรำข้อบังคับเก่ียวกับประมวล จริยธรรมของสมำชิกและกรรมำธิกำร และกิจกำรอ่ืนเพื่อดำเนินกำรตำม บทบญั ญัตแิ หง่ รัฐธรรมนญู ในข้อบังคบั ตำมวรรคหนงึ่ ในสว่ นท่เี ก่ยี วกับกำรตง้ั กรรมำธกิ ำรวสิ ำมัญเพ่ือ พิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติท่ีประธำนสภำผู้แทนรำษฎรวินิจฉัยว่ำมี สำระสำคัญเก่ียวกับเด็ก เยำวชน สตรี ผู้สูงอำยุ หรือคนพิกำรหรือทุพพล ภำพ ต้องกำหนดให้บุคคลประเภทดังกล่ำวหรือผู้แทนองค์กรเอกชนที่
๒๔ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั สว่ นท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั สว่ นที่เก่ียวขอ้ งกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วุฒิสภา การประชุมรว่ มกันของ ทำงำนเกี่ยวกับบุคคลประเภทนั้นโดยตรง ร่วมเป็นกรรมำธิกำรวิสำมัญ รัฐสภา ด้วยไม่น้อยกว่ำหนึ่งในสำมของจำนวนกรรมำธิกำรวิสำมัญท้ังหมด และใน ส่วนที่เกี่ยวกับกำรพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติที่ผู้มีสิทธิเลือกต้ังเข้ำช่ือ เสนอ ต้องกำหนดให้ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้ำช่ือเสนอร่ำงพระรำช บัญญัติดังกล่ำวร่วมเป็นกรรมำธิกำรวิสำมัญด้วยไม่น้อยกว่ำหนึ่งใน สำมของจำนวนกรรมำธกิ ำรวิสำมญั ทงั้ หมด มาตรา ๑๒๙ สภำผู้แทนรำษฎรและวุฒิสภำมีอำนำจเลือกสมำชิก กำรตั้งคณะกรรมำธิกำรสำมัญ คณะ- กำรต้ังคณะกรรมำธิกำรสำมัญ ของแต่ละสภำต้ังเปน็ คณะกรรมำธกิ ำรสำมญั และมีอำนำจเลอื กบุคคล กรรมำธิกำรวิสำมัญ กำรต้ัง ค ณ ะ - คณะกรรมำธิกำรวิสำมัญ กำรต้ัง ผู้เป็นสมำชิกหรือมิได้เป็นสมำชิก ต้ังเป็นคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญ หรือ กรรมำธิกำรร่วมกัน และกำหนดให้สภำ คณะกรรมำธิกำรร่วมกัน และ คณะกรรมำธิกำรรว่ มกันตำมมำตรำ ๑๓๗ เพือ่ กระทำกจิ กำรพจิ ำรณำ ผู้แทนรำษฎรเปิดเผยบันทึกกำรประชุม กำหนดให้วุฒิสภำเปิดเผยบันทึก สอบหำข้อเท็จจริง หรอื ศึกษำเร่ืองใด ๆ และรำยงำนให้สภำทรำบตำม รำยงำนกำรดำเนินกำร รำยงำนกำรสอบ กำรประชุม รำยงำนกำรดำเนินกำร ระยะเวลำทีส่ ภำกำหนด หำข้อเท็จจริง หรือรำยงำนกำรศึกษำ รำยงำนกำรสอบหำข้อเท็จจริง กำรกระทำกิจกำร กำรสอบหำข้อเท็จจริง หรือกำรศึกษำตำมวรรคหน่ึง ของคณะกรรมำธิกำร เว้นแต่ว่ำสภำมี หรือรำยงำนกำรศึกษำ ของ ต้องเป็นเร่ืองท่ีอยู่ในหน้ำที่และอำนำจของสภำ และหน้ำท่ีและอำนำจ มติไมใ่ หเ้ ปดิ เผย คณะกรรมำธิกำร เว้นแต่ว่ำสภำ ตำมที่ระบุไว้ในกำรต้ังคณะกรรมำธิกำรก็ดี ในกำรดำเนินกำรของ มีมตไิ มใ่ หเ้ ปดิ เผย คณะกรรมำธกิ ำรกด็ ี ต้องไมเ่ ป็นเร่อื งซ้ำซ้อนกันในกรณีทีก่ ำรกระทำกิจกำร กำรสอบหำข้อเท็จจริง หรอื กำรศึกษำในเร่ืองใดมีควำมเก่ียวข้องกันให้ เป็นหน้ำที่ของประธำนสภำท่ีจะต้องดำเนินกำรให้คณะกรรมำธิกำรที่ เกยี่ วขอ้ งทกุ ชุดร่วมกนั ดำเนินกำร ในกำรสอบหำข้อเท็จจริง คณะกรรมำธิกำรจะมอบอำนำจหรือมอบหมำย ให้บคุ คลหรือคณะบคุ คลใดกระทำกำรแทนมิได้ คณะกรรมำธิกำรตำมวรรคหนึ่งมีอำนำจเรียกเอกสำรจำกบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมำแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงควำมเห็นในกิจกำรท่ี
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ๒๕ สว่ นท่ีเกี่ยวข้องกบั สว่ นท่เี ก่ียวข้องกบั วฒุ สิ ภา การประชมุ ร่วมกนั ของ กระทำหรือในเรื่องที่พิจำรณำสอบหำข้อเท็จจริงหรือศึกษำอยู่น้ันได้ ส่วนท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั แต่กำรเรียกเช่นว่ำน้ันมิให้ใช้บังคับแก่ผู้พิพำกษำหรือตุลำกำรที่ปฏิบตั ิ สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา ตำมหนำ้ ท่ีหรอื ใช้อำนำจในกระบวนวธิ ีพจิ ำรณำพิพำกษำอรรถคดีหรือ กำรบริหำรงำนบุคคลของแต่ละศำล และมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระในส่วนที่เก่ียวกับกำรปฏิบัติตำมหน้ำท่ีและอำนำจโดยตรง ในแต่ละองค์กรตำมบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญหรือตำมพระรำชบัญญตั ิ ประกอบรฐั ธรรมนูญ แลว้ แต่กรณี ให้เป็นหน้ำที่ของรัฐมนตรีท่ีรับผิดชอบในกิจกำรที่คณะกรรมำธิกำร สอบหำข้อเท็จจริงหรือศึกษำ ที่จะต้องส่ังกำรให้เจ้ำหน้ำที่ของรัฐใน สังกัดหรือในกำกับ ให้ข้อเท็จจริงส่งเอกสำร หรือแสดงควำมเห็นตำมที่ คณะกรรมำธิกำรเรียก ให้สภำผู้แทนรำษฎรและวุฒิสภำเปิดเผยบันทึกกำรประชุม รำยงำน กำรดำเนินกำร รำยงำนกำรสอบหำข้อเท็จจริง หรือรำยงำนกำรศึกษำ แล้วแต่ ของคณะกรรมำธกิ ำรให้ประชำชนทรำบ เวน้ แตส่ ภำผู้แทนรำษฎรหรือ วุฒิสภำ แลว้ แต่กรณมี ีมติมใิ หเ้ ปดิ เผย เอกสิทธ์ิที่บัญญัติไว้ในมำตรำ ๑๒๔ ให้คุ้มครองถึงบุคคลผู้กระทำ หนำ้ ทแี่ ละผปู้ ฏิบตั ิตำมคำเรียกตำมมำตรำน้ดี ว้ ย กรรมำธิกำรสำมัญซึ่งต้ังจำกผู้ซึ่งเป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร ทั้งหมด ต้องมีจำนวนตำมหรือใกล้เคียงกับอัตรำส่วนของจำนวน สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรของแต่ละพรรคกำรเมืองท่ีมีอยู่ในสภำ ผู้แทนรำษฎร
๒๖ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนทเ่ี กีย่ วข้องกบั สว่ นที่เกย่ี วข้องกบั สว่ นทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วุฒสิ ภา การประชุมรว่ มกนั ของ ในระหว่ำงท่ียังไม่มีข้อบังคับกำรประชุมสภำผู้แทนรำษฎรตำม รัฐสภา มำตรำ ๑๒๘ ให้ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรเป็นผกู้ ำหนดอตั รำสว่ นตำม วรรคแปด กำรเสนอพระรำช บั ญ ญั ติ มาตรา ๑๓๑ ร่ำงพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะเสนอได้ ผู้มีสิทธิเสนอร่ำงพระรำชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ กแ็ ต่โดย ประกอบรฐั ธรรมนญู (๑) คณะรัฐมนตรีโดยข้อเสนอแนะของศำลฎีกำ ศำลรัฐธรรมนูญ หรือองคก์ รอิสระที่เกยี่ วขอ้ ง (๒) สมำชกิ สภำผูแ้ ทนรำษฎรจำนวนไม่นอ้ ยกว่ำหน่งึ ในสบิ ของจำนวน สมำชกิ ทง้ั หมดเท่ำทีม่ อี ยขู่ องสภำผแู้ ทนรำษฎร มาตรา ๑๓๒ ร่ำงพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นอกจำกที่ บญั ญัตไิ วด้ งั ตอ่ ไปน้ี ให้กระทำเช่นเดยี วกบั พระรำชบญั ญัติ (๑) กำรเสนอร่ำงพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสนอต่อ รัฐสภำและให้รัฐสภำประชุมร่วมกันเพ่ือพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภำยในเวลำหนึ่งร้อยแปดสิบวัน โดย กำรออกเสยี งลงคะแนนในวำระที่สำม ตอ้ งมคี ะแนนเสียงเห็นชอบด้วย มำกกว่ำกึ่งหน่ึงของจำนวนสมำชิกทั้งหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของรัฐสภำ ถ้ำที่ ประชุมร่วมกันของรัฐสภำพิจำรณำไม่แล้วเสร็จภำยในกำหนดเวลำ ดังกลำ่ ว ใหถ้ ือวำ่ รัฐสภำใหค้ วำมเหน็ ชอบตำมร่ำงท่ีเสนอตำมมำตรำ ๑๓๑ (๒) ภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันที่รัฐสภำให้ควำมเห็นชอบร่ำง พระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสภำส่งร่ำงพระรำชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนั้นไปยังศำลฎีกำ ศำลรัฐธรรมนูญหรือองค์กร อิสระที่เก่ียวข้อง เพ่ือให้ควำมเห็น ในกรณีที่ศำลฎีกำ ศำลรัฐธรรมนญู
๒๗ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ส่วนท่ีเกย่ี วข้องกบั สว่ นท่ีเกย่ี วข้องกบั สว่ นท่ีเกี่ยวข้องกบั สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา การประชุมร่วมกนั ของ หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง ไม่มีข้อทักท้วงภำยในสิบวันนับแต่วันท่ี ได้รบั ร่ำงดงั กล่ำว ใหร้ ฐั สภำดำเนินกำรตอ่ ไป ผู้มีสิทธิเสนอรำ่ งพระรำชบัญญัติ รัฐสภา (๓) ในกรณีท่ีศำลฎีกำ ศำลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอิสระท่ีเกี่ยวข้อง เห็นว่ำร่ำงพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่รัฐสภำให้ควำม เห็นชอบมีข้อควำมใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือทำให้ไม่สำมำรถ ปฏิบัติหน้ำท่ีให้ถูกต้องตำมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้ ให้เสนอ ควำมเห็นไปยังรัฐสภำ และให้รัฐสภำประชุมร่วมกันเพื่อพิจำรณำให้ แล้วเสรจ็ ภำยในสำมสบิ วันนบั แตว่ ันท่ไี ด้รับควำมเห็นดงั กลำ่ ว ในกำรน้ี ให้รัฐสภำมีอำนำจแก้ไขเพิ่มเติมตำมข้อเสนอของศำลฎีกำ ศำล รฐั ธรรมนญู หรือองค์กรอสิ ระ ตำมทีเ่ ห็นสมควรได้ และเม่อื ดำเนินกำร เสร็จแลว้ ให้รฐั สภำดำเนนิ กำรต่อไป มาตรา ๑๓๓ ร่ำงพระรำชบัญญัติให้เสนอต่อสภำผู้แทนรำษฎรกอ่ น และจะเสนอไดก้ แ็ ตโ่ ดย (๑) คณะรัฐมนตรี (๒) สมำชกิ สภำผูแ้ ทนรำษฎรจำนวนไม่นอ้ ยกวำ่ ยสี่ บิ คน (๓) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่ำหนึ่งหม่ืนคนเข้ำชื่อเสนอ กฎหมำยตำมหมวด ๓ สิทธิและเสรีภำพของปวงชนชำวไทย หรือ หมวด ๕ หน้ำที่ของรัฐ ทั้งน้ี ตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรเข้ำชื่อเสนอ กฎหมำย ในกรณีที่ร่ำงพระรำชบัญญัติซ่ึงมีผู้เสนอตำม (๒) หรือ (๓) เป็นร่ำง พระรำชบัญญัติเก่ียวด้วยกำรเงิน จะเสนอได้ก็ต่อเม่ือมีคำรับรองของ นำยกรฐั มนตรี
๒๘ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนทเี่ กีย่ วข้องกบั สว่ นท่ีเกี่ยวข้องกบั สว่ นท่ีเกี่ยวข้องกบั สภาผูแ้ ทนราษฎร วุฒิสภา การประชมุ รว่ มกันของ มาตรา ๑๓๔ ร่ำงพระรำชบัญญัติเกี่ยวด้วยกำรเงิน หมำยควำมถึง ลักษณะของร่ำงพระรำชบัญญัติเก่ียว รฐั สภา รำ่ งพระรำชบญั ญตั ิวำ่ ด้วยเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง ดังตอ่ ไปนี้ ด้วยกำรเงนิ (๑) กำรต้ังข้ึน ยกเลิก ลด เปล่ียนแปลง แก้ไข ผ่อน หรือวำงระเบียบ กำรบงั คบั อันเก่ยี วกบั ภำษีหรอื อำกร (๒) กำรจัดสรร รับ รักษำ หรือจ่ำยเงินแผ่นดิน หรือกำรโอนงบประมำณ รำยจ่ำยของแผน่ ดิน (๓) กำรกู้เงิน กำรค้ำประกัน กำรใช้เงินกู้ หรือกำรดำเนินกำรที่ ผูกพันทรัพยส์ นิ ของรัฐ (๔) เงินตรำ มาตรา ๑๓๕ ในกรณีท่ีเป็นที่สงสัยว่ำร่ำงพระรำชบัญญัติใดเป็นร่ำง กำรระงับร่ำงพระรำชบัญญัติเก่ียวด้วย พระรำชบัญญัติเกี่ยวด้วยกำรเงิน ให้เป็นอำนำจของท่ีประชุมร่วมกัน กำรเงิน ของประธำนสภำผู้แทนรำษฎรและประธำนคณะกรรมำธิกำรสำมัญ ของสภำผแู้ ทนรำษฎรทุกคณะเปน็ ผวู้ ินจิ ฉยั ใหป้ ระธำนสภำผแู้ ทนรำษฎรจัดใหม้ ีกำรประชุมรว่ มกนั เพื่อพจิ ำรณำ กรณตี ำมวรรคสอง ภำยในสิบห้ำวันนับแต่วนั ท่มี กี รณีดงั กลำ่ ว มติของที่ประชุมร่วมกันตำมวรรคสอง ให้ใช้เสียงข้ำงมำกเป็น ประมำณ ถ้ำคะแนนเสียงเท่ำกันให้ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรออก เสียงเพิม่ ข้ึนอกี เสยี งหนง่ึ เป็นเสยี งช้ขี ำด มาตรา ๑๓๖ เม่ือสภำผู้แทนรำษฎรได้พิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติ เมื่อสภำผู้แทนรำษฎรมีมติเห็นชอบร่ำง ระยะเวลำท่ีวุฒิสภำต้องพิจำรณำ และลงมติเห็นชอบแล้ว ให้สภำผู้แทนรำษฎรเสนอร่ำงพระรำชบัญญัติ พระรำชบัญญัติแล้วให้เสนอร่ำงน้ันต่อ ร่ำงพระรำชบัญญัติท่ีสภำผู้แทน- นั้นต่อวุฒิสภำ วุฒิสภำต้องพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติที่เสนอมำนั้นให้ วุฒสิ ภำ รำษฎรมีมติเห็นชอบแล้ว ดังนี้ เสร็จภำยในหกสิบวัน แต่ถ้ำร่ำงพระรำชบัญญัติน้ันเป็นร่ำงพระรำชบัญญัติ
๒๙ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนที่เกี่ยวข้องกบั ส่วนที่เก่ียวขอ้ งกบั ส่วนท่เี กี่ยวข้องกบั สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา การประชุมร่วมกนั ของ เก่ียวด้วยกำรเงิน ต้องพิจำรณำให้เสร็จภำยในสำมสิบวัน ทั้งน้ี เว้นแต่ - กรณีพระรำชบัญญัติ ภำยใน รฐั สภา วุฒิสภำจะได้ลงมติให้ขยำยเวลำออกไปเป็นกรณีพิเศษซ่ึงต้องไม่เกิน ๖๐ วนั สำมสิบวัน กำหนดวนั ดงั กล่ำวให้หมำยถึงวนั ในสมัยประชุม และใหเ้ ริ่ม นับแต่วนั ท่ีรำ่ งพระรำชบญั ญัติน้ันมำถึงวฒุ สิ ภำ - กรณีเกี่ยวด้วยกำรเงิน ภำยใน ๓๐ วัน ระยะเวลำในวรรคหนึ่ง ไม่ให้นับรวมระยะเวลำท่ีอยู่ในระหว่ำงกำร พิจำรณำของศำลรัฐธรรมนูญตำมมำตรำ ๑๓๙ แ ต่ วุ ฒิ ส ภ ำ ส ำ ม ำ ร ถ ข อ ขย ำ ย ระยะเวลำออกไปได้ แต่ต้องไม่เกิน ถ้ำวุฒิสภำพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติไม่เสร็จภำยในกำหนดเวลำตำม ๓๐ วัน วรรคหนึง่ ใหถ้ อื วำ่ วุฒสิ ภำไดใ้ ห้ควำมเห็นชอบในรำ่ งพระรำชบัญญัติน้ัน ถ้ำวุฒิสภำพิจำรณำไม่แล้วเสร็จ ในกรณีท่ีสภำผู้แทนรำษฎรเสนอร่ำงพระรำชบัญญัติเกี่ยวด้วย ให้ถือว่ำวุฒิสภำเห็นชอบกับร่ำง กำรเงินไปยังวุฒิสภำให้ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรแจ้งให้วุฒิสภำทรำบ พระรำชบัญญตั ินน้ั และให้ถือเป็นเด็ดขำด หำกมิได้แจ้ง ให้ถือว่ำร่ำงพระรำชบัญญัตินั้นไม่เป็น ร่ำงพระรำชบญั ญัตเิ กีย่ วด้วยกำรเงิน มาตรา ๑๓๗ เมอ่ื วุฒสิ ภำไดพ้ ิจำรณำรำ่ งพระรำชบญั ญตั ิเสรจ็ แลว้ พิจำรณำรำยงำนร่ำงพระรำชบัญญัติท่ี กรณีวุฒิสภำเห็นชอบกับร่ำงที่ (๑) ถ้ำเห็นชอบด้วยกับสภำผู้แทนรำษฎร ให้ดำเนินกำรต่อไปตำม คณะกรรมำธกิ ำรรว่ มกนั พิจำรณำแล้ว สภำผู้แทนรำษฎรมีมติเห็นชอบแล้ว มำตรำ ๘๑ หำกสภำผู้แทนรำษฎรเห็นชอบแต่ ใหด้ ำเนินกำรตำมมำตรำ ๘๑ (๒) ถ้ำไม่เห็นชอบด้วยกับสภำผู้แทนรำษฎร ให้ยับย้ังร่ำง วุฒิสภำไม่เห็นชอบกับรำยงำน ใหย้ ับยงั้ รำ่ ง ถ้ำวุฒิสภำไม่เห็นชอบ ให้ยับยั้ง พระรำชบัญญัติน้ันไว้ก่อนและส่งร่ำงพระรำชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภำ นัน้ ไว้ ร่ำงนั้นไว้และส่งคืนไปยังสภำผู้แทน ผู้แทนรำษฎร หำกสภำผู้แทนรำษฎรและวุฒิสภำ รำษฎร (๓) ถ้ำแก้ไขเพิ่มเติม ให้ส่งร่ำงพระรำชบัญญัติตำมที่แก้ไขเพ่ิมเติม เห็นชอบกับรำยงำนของคณะกรรมำธิกำร ถำ้ แก้ไขเพิม่ เติม ก็ใหส้ ง่ ร่ำงนนั้ ไป น้ันไปยังสภำผู้แทนรำษฎร ถ้ำสภำผู้แทนรำษฎรเห็นชอบด้วยกับกำร ร่วมกันให้ดำเนนิ กำรตำมมำตรำ ๘๑ ยังสภำผู้แทนรำษฎรเห็นชอบด้วย แก้ไขเพิ่มเติม ให้ดำเนินกำรต่อไปตำมมำตรำ ๘๑ ถ้ำเป็นกรณีอื่น ให้ กบั กำรแกไ้ ข แตล่ ะสภำต้ังบคุ คลซง่ึ เป็นหรือมิได้เป็นสมำชิกแห่งสภำนั้น ๆ มจี ำนวน ถ้ำเป็นกรณีอื่นนอกจำกท่ีกล่ำว เท่ำกันตำมท่ีสภำผู้แทนรำษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมำธิกำร มำ ให้ตั้งคณะกรรมำธิกำรร่วมกัน
๓๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ สว่ นทีเ่ ก่ียวข้องกบั สว่ นท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั สว่ นทีเ่ ก่ียวข้องกบั สภาผู้แทนราษฎร วฒุ ิสภา การประชุมร่วมกันของ ร่วมกันเพื่อพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัตินั้น และให้คณะกรรมำธิกำร พิจำรณำร่ำงนั้นและรำยงำนต่อสภำ รัฐสภา ร่วมกันรำยงำนและเสนอร่ำงพระรำชบัญญัติท่ีคณะกรรมำธิกำร ทั้งสอง ร่วมกนั ได้พิจำรณำแล้วต่อสภำท้ังสอง ถำ้ สภำทัง้ สองต่ำงเหน็ ชอบด้วย กับร่ำงพระรำชบัญญัติที่คณะกรรมำธิกำรร่วมกันได้พิจำรณำแล้ว ให้ หำกวุฒิสภำเห็นชอบกับแต่สภำ ดำเนินกำรต่อไปตำมมำตรำ ๘๑ ถ้ำสภำใดสภำหน่ึงไม่เห็นชอบด้วย ผู้แทนรำษฎรไม่เห็นชอบให้ยับย้ัง ไม่ว่ำอีกสภำหนึ่งจะได้พิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัตินั้นแล้วหรือไม่ให้ รำ่ งนั้น ยับย้ังรำ่ งพระรำชบัญญัตนิ ้นั ไวก้ อ่ น ห ำ ก วุ ฒิ ส ภ ำ แ ล ะ ส ภ ำ ผู้ แ ท น กำรประชุมคณะกรรมำธิกำรร่วมกันต้องมีกรรมำธิกำรของสภำทั้ง รำษฎรเห็นชอบกับรำยงำนของ สองมำประชุมไม่น้อยกว่ำก่ึงหนง่ึ ของจำนวนกรรมำธิกำรท้ังหมดจึงจะ คณะกรรมำธิกำรร่วมกันให้ดำเนิน- เป็นองค์ประชุม และให้นำควำมในมำตรำ ๑๕๗ มำใช้บังคับโดย กำรตำมมำตรำ ๘๑ อนุโลม ถ้ำวุฒิสภำไม่ส่งร่ำงพระรำชบัญญัติคืนไปยังสภำผู้แทนรำษฎร ภำยในกำหนดเวลำตำมมำตรำ ๑๓๖ ให้ถือว่ำวุฒิสภำได้ให้ควำม เห็นชอบในร่ำงพระรำชบัญญัติน้ัน และให้ดำเนินกำรตำมมำตรำ ๘๑ ต่อไป มาตรา ๑๓๘ สภำผู้แทนรำษฎรจะยกร่ำงพระรำชบัญญัติท่ีต้อง จะนำร่ำงพระรำชบัญญัติท่ียับย้ังไว้ตำม ยับย้ังไว้ตำมมำตรำ ๑๓๗ ข้ึนพิจำรณำใหม่ได้เมื่อพ้นหน่ึงร้อยแปดสิบ มำตรำ ๑๓๗ มำพิจำรณำใหม่ได้เม่ือพ้น วันนบั แต่ ๑๘๐ วัน สำหรับร่ำงท่ีเก่ียวด้วยกำรเงิน (๑) วันที่วุฒิสภำส่งร่ำงพระรำชบัญญัตินั้นคืนไปยังสภำผู้แทนรำษฎร นำมำพิจำรณำใหม่ได้เม่ือพ้น ๑๐ วัน นับ สำหรบั กรณกี ำรยบั ย้งั ตำมมำตรำ ๑๓๗ (๒) แ ต่ วุ ฒิ ส ภ ำ ส่ ง ร่ ำ ง คื น ก ลั บ ม ำ ยั ง ส ภ ำ (๒) วันท่ีสภำใดสภำหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย สำหรับกรณีกำรยับย้งั ตำม ผู้แทนรำษฎร หรือนับแต่วันที่วุฒิสภำไม่ มำตรำ ๑๓๗ (๓) เห็นชอบกับรำยงำนท่ีคณะกรรมำธิกำร รว่ มกนั พิจำรณำแล้ว
๓๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนที่เกี่ยวขอ้ งกบั ส่วนที่เกยี่ วข้องกบั สว่ นท่เี กี่ยวขอ้ งกบั สภาผูแ้ ทนราษฎร วุฒิสภา การประชุมรว่ มกันของ ในกรณีตำมวรรคหนึ่ง ถ้ำสภำผู้แทนรำษฎรลงมติยืนยันร่ำงท่ีผ่ำน กรณีร่ำงที่สภำผู้แทนรำษฎรพิจำรณำ รฐั สภา กำรพิจำรณำจำกสภำผแู้ ทนรำษฎรหรือร่ำงท่ีคณะกรรมำธิกำรร่วมกัน แล้วหรือร่ำงที่คณะกรรมำธิกำรร่วมกัน พิจำรณำด้วยคะแนนเสียงมำกกว่ำกึ่งหนึ่งของจำนวนสมำชิกท้ังหมด พิจำรณำแล้วหำกสภำผู้แทนรำษฎรมีมติ เท่ำที่มีอยู่ของสภำผู้แทนรำษฎรแล้ว ให้ถือว่ำร่ำงพระรำชบัญญัตินั้น ยืนยันร่ำงด้วยคะแนนเสียงมำกกว่ำกึ่งหน่ึง เป็นอันได้รับควำมเห็นชอบของรัฐสภำ และให้ดำเนินกำรต่อไปตำม ของจำนวนสมำชกิ ท้ังหมดเท่ำท่ีมีอยู่ ให้ถือ มำตรำ ๘๑ วำ่ ได้รับควำมเห็นชอบจำกรัฐสภำแล้ว ภำยใต้บังคับมำตรำ ๑๔๓ วรรคสี่ ระยะเวลำหน่ึงร้อยแปดสิบวัน ตำมวรรคหนง่ึ ให้ลดเหลือสิบวนั ในกรณีรำ่ งพระรำชบัญญัตทิ ี่ต้องยับย้ัง ไว้นน้ั เป็นรำ่ งพระรำชบัญญัติเกยี่ วด้วยกำรเงิน มาตรา ๑๓๙ ในระหว่ำงที่มีกำรยับยั้งร่ำงพระรำชบัญญัติใดตำม ห้ำมพิจำรณำร่ำงที่มีหลักกำรเดียวกัน ห้ำมพิจำรณำร่ำงที่มีหลักกำร มำตรำ ๑๓๗ คณะรฐั มนตรีหรือสมำชิกสภำผู้แทน-รำษฎรจะเสนอร่ำง หรือคล้ำยกันกับร่ำงท่ีถูกยับยั้งไว้ตำม เดียวกันหรือคล้ำยกันกับร่ำงท่ีถูก พระรำชบัญญัติท่ีมีหลักกำรอย่ำงเดียวกันหรือคล้ำยกันกับหลักกำร มำตรำ ๑๓๗ ยับยง้ั ไว้ตำมมำตรำ ๑๓๗ ของร่ำงพระรำชบญั ญัติทีต่ ้องยับย้ังไวม้ ิได้ หำกสงสัยให้ประธำนสภำส่งเรื่องให้ศำล หำกสงสัยให้ประธำนสภำส่งเร่ือง ในกรณีท่ีสภำผู้แทนรำษฎรหรือวุฒิสภำเห็นว่ำร่ำงพระรำชบัญญัติที่ รฐั ธรรมนญู วินจิ ฉัย ให้ศำลรฐั ธรรมนูญวินิจฉัย เสนอหรือส่งให้พิจำรณำน้ัน เป็นร่ำงพระรำชบัญญัติที่มีหลักกำรอย่ำง หำกศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำร่ำงมี หำกศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำ เดียวกันหรือคล้ำยกันกับหลักกำรของร่ำงพระรำชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ หลักกำรเดียวกันหรือคล้ำยกันให้ร่ำงน้ัน ร่ำงมหี ลกั กำรเดียวกันหรือคล้ำยกัน ให้ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรหรือประธำนวุฒิสภำส่งร่ำงพระรำชบัญญัติ เปน็ อันตกไป ให้ร่ำงนนั้ เป็นอันตกไป ดังกล่ำวให้ศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้ำศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำเป็น ร่ำงพระรำชบญั ญตั ิทีม่ ีหลกั กำรอยำ่ งเดยี วกนั หรือคลำ้ ยกนั กับหลักกำร ของร่ำงพระรำชบัญญัติท่ีต้องยับย้ังไว้ ให้ร่ำงพระรำชบัญญัติน้ันเป็น อนั ตกไป
รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ๓๒ สว่ นท่ีเกี่ยวข้องกบั สว่ นทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั วฒุ สิ ภา การประชมุ รว่ มกันของ มาตรา ๑๔๐ กำรจ่ำยเงินแผน่ ดิน จะกระทำได้เฉพำะทีไ่ ด้อนญุ ำตไว้ ส่วนท่ีเกย่ี วข้องกบั ในกฎหมำยว่ำด้วยงบประมำณรำยจ่ำย กฎหมำยว่ำด้วยวิธีกำร สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา งบประมำณ หรือกฎหมำยเก่ียวด้วยกำรโอนงบประมำณ กฎหมำยว่ำ ด้วยเงนิ คงคลงั หรือกฎหมำยว่ำดว้ ยวินยั กำรเงินกำรคลังของรัฐเว้นแต่ กำรจ่ำยเงินแผ่นดินจะกระทำ ในกรณีจำเป็นรีบด่วนจะจ่ำยไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตำมหลักเกณฑ์ ไ ด้ เ ฉ พ ำ ะ ท่ี ไ ด้ อ นุ ญ ำ ต ไ ว้ ใ น และวิธีกำรท่ีกฎหมำยบัญญัติในกรณีเช่นว่ำน้ี ตอ้ งตัง้ งบประมำณรำยจ่ำย กฎหมำยว่ำด้วยงบประมำณรำยจ่ำย ชดใช้ในพระรำชบัญญัติโอนงบประมำณรำยจ่ำยหรือพระรำชบัญญัติ กฎหมำยว่ำด้วยวิธีกำรงบประมำณ งบประมำณรำยจ่ำยเพิ่มเติม หรือพระรำชบัญญัติงบประมำณรำยจำ่ ย หรือกฎหมำยเก่ียวด้วยกำรโอน ประจำปงี บประมำณถัดไป งบประมำณกฎหมำยว่ำด้วยเงิน คงคลัง หรือกฎหมำยว่ำด้วยวินัย มาตรา ๑๔๑ งบประมำณรำยจ่ำยของแผ่นดินให้ทำเป็นพระรำชบัญญัติ กำรเงินกำรคลังของรัฐ ถ้ำพระรำชบญั ญัติงบประมำณรำยจำ่ ยประจำปีงบประมำณออกไม่ทัน ปีงบประมำณใหม่ให้ใช้กฎหมำยว่ำด้วยงบประมำณรำยจ่ำยใน ง บ ป ร ะ ม ำ ณ ร ำ ย จ่ ำ ย ข อ ง ปงี บประมำณปีก่อนนนั้ ไปพลำงก่อน แผน่ ดนิ ใหท้ ำเปน็ พระรำชบญั ญัติ รัฐต้องจัดสรรงบประมำณให้เพียงพอกับกำรปฏิบัติหน้ำท่ีโดยอิสระ ของรฐั สภำ ศำล องคก์ รอสิ ระ และองค์กรอัยกำร ทั้งน้ี ตำมหลกั เกณฑ์ ท่ีบัญญัติไว้ในกฎหมำยว่ำด้วยวินัยกำรเงินกำรคลังของรัฐ ในกรณีที่ เห็นว่ำงบประมำณที่ได้รับจัดสรรอำจไม่เพียงพอต่อกำรปฏิบัติหน้ำที่ รัฐสภำ ศำล องค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยกำรจะยื่นคำขอแปรญัตติต่อ คณะกรรมำธกิ ำรโดยตรงกไ็ ด้
๓๓ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ สว่ นทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั สว่ นท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั ส่วนทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วฒุ ิสภา การประชุมร่วมกันของ รฐั สภา มาตรา ๑๔๒ ในกำรเสนอร่ำงพระรำชบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำย กำรเสนอร่ำงพระรำชบัญญัติ ประจำปีงบประมำณ ต้องแสดงแหล่งที่มำและประมำณกำรรำยได้ งบประมำณรำยจ่ำยประจำปี ผลสัมฤทธ์ิหรือประโยชน์ท่ีคำดว่ำจะได้รับจำกกำรจ่ำยเงิน และควำม งบประมำณต้องแสดงแหล่งที่มำและ สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติและแผนพัฒนำต่ำง ๆ ท้ังนี้ ตำม ประมำณกำรรำยได้ ผลสัมฤทธ์ิ หลักเกณฑ์ที่บญั ญตั ิไวใ้ นกฎหมำยวำ่ ดว้ ยวนิ ยั กำรเงินกำรคลงั ของรัฐ หรือประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ จำกกำรจ่ำยเงินและควำมสอดคล้อง กับยุทธศำสตร์ชำติ มาตรา ๑๔๓ ร่ำงพระรำชบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำยประจำปี สภำผู้แทนรำษฎรจะต้องพิจำรณำร่ำง วุฒิสภำจะต้องให้ควำมเห็นชอบ งบประมำณร่ำงพระรำชบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำยเพ่ิมเติม และร่ำง พระรำชบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำย หรือไม่ให้ควำมเห็นชอบร่ำงพระรำช- พระรำชบัญญัติโอนงบประมำณรำยจ่ำยสภำผู้แทนรำษฎรจะต้อง ประจำปีงบประมำณ ให้แล้วเสร็จภำยใน บัญญัติภำยในยี่สิบวันนับแต่วันท่ี พิจำรณำให้แล้วเสร็จภำยในหนึ่งร้อยห้ำวันนับแต่วันท่ีร่ำงพระรำชบัญญัติ หนง่ึ รอ้ ยห้ำวันนบั แตว่ นั ท่รี ่ำงพระรำชบัญญัติ ร่ำงพระรำชบัญญัตินั้นมำถึงวุฒิสภำ ดงั กล่ำวมำถงึ สภำผแู้ ทนรำษฎร ดังกล่ำวมำถงึ สภำผ้แู ทนรำษฎร โดยจะแก้ไขเพม่ิ เติมใด ๆ มิได้ ถ้ำสภำผู้แทนรำษฎรพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัตินั้นไม่แล้วเสร็จ ถ้ำสภำผู้แทนรำษฎรพิจำรณำร่ำง ถ้ำพ้นกำหนดเวลำดังกล่ำว ให้ถือ ภำยในกำหนดเวลำตำมวรรคหนึ่ง ให้ถือว่ำสภำผู้แทนรำษฎรเห็นชอบ พระรำชบัญญัตินั้นไม่แล้วเสร็จภำยใน ว่ำวุฒิสภำเห็นชอบกับร่ำงพระรำช- กับรำ่ งพระรำชบญั ญตั ินั้น และให้เสนอร่ำงพระรำชบัญญัติดังกล่ำวต่อ กำหนดเวลำดังกล่ำว ให้ถือว่ำสภำผู้แทน บัญญัตนิ ้ัน วฒุ สิ ภำเพอ่ื พิจำรณำ รำษฎรเห็นชอบกับร่ำงพระรำชบัญญัติ ในกำรพิจำรณำของวุฒิสภำ วุฒิสภำจะต้องให้ควำมเห็นชอบหรือ น้ัน ไม่ให้ควำมเห็นชอบภำยในยี่สิบวันนับแต่วันที่ร่ำงพระรำชบัญญัติน้ัน มำถึงวุฒิสภำ โดยจะแก้ไขเพ่ิมเติมใด ๆ มิได้ ถ้ำพ้นกำหนดเวลำ ดังกล่ำว ให้ถือว่ำวุฒิสภำเห็นชอบกับร่ำงพระรำชบัญญัติน้ันในกรณี เช่นน้ีและในกรณีท่ีวุฒิสภำให้ควำมเห็นชอบ ให้ดำเนินกำรต่อไปตำม มำตรำ ๘๑
๓๔ รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ สว่ นท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ส่วนที่เกี่ยวขอ้ งกบั สภาผู้แทนราษฎร วฒุ ิสภา การประชมุ รว่ มกนั ของ ถ้ำวุฒิสภำไม่เห็นชอบด้วยกับร่ำงพระรำชบัญญัติดังกล่ำว ให้นำ ควำมในมำตรำ ๑๓๘ วรรคสอง มำใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้สภำ รฐั สภา ผ้แู ทนรำษฎรยกขน้ึ พจิ ำรณำใหม่ได้ทนั ที ระยะเวลำตำมวรรคหนึง่ และวรรคสำม มิให้นับรวมระยะเวลำที่ศำล รฐั ธรรมนูญพิจำรณำตำมมำตรำ ๑๔๔ วรรคสำม มาตรา ๑๔๔ ในกำรพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติงบประมำณ กำรพิจำรณำร่ ำงพระรำชบั ญญั ติ ในกรณีที่สมำชิกวุฒิสภำ มี กำรแปรญตั ติหรอื กำรกระทำด้วย รำยจ่ำยประจำปี งบประมำณ ร่ำงพระรำชบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำย งบประมำณรำยจ่ำยประจำปีสมำชิก จำนวนไม่น้อยกว่ำหนึ่งในสิบของ ประกำรใด ๆ ท่ีมีผลให้สมำชิก เพิ่มเติม และร่ำงพระรำชบัญญัติโอนงบประมำณรำยจ่ำย สมำชิก สภำผู้แทนรำษฎรจะแปรญัตติเปล่ียน จำนวนสมำชิกท้ังหมดเท่ำที่มีอยู่ สภำผู้แทนรำษฎร สมำชิกวุฒิสภำ สภำผู้แทนรำษฎรจะแปรญัตติเปล่ียนแปลงหรือแก้ไขเพ่ิมเติมรำยกำร แปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรำยกำรหรือ ของวุฒิสภำ เห็นว่ำมีกำรกระทำท่ี หรือกรรมำธิกำรมีส่วนไม่ว่ำโดย หรือจำนวนในรำยกำรมิได้ แต่อำจแปรญัตติในทำงลดหรือตัดทอน จำนวนในรำยกำรมิได้แต่อำจแปรญัตติ ฝ่ำฝืนบทบัญญัติดังกล่ำว ให้เสนอ ทำงตรงหรือทำงอ้อมในกำรใช้ รำยจำ่ ยซ่ึงมิใชร่ ำยจ่ำยตำมข้อผกู พนั อย่ำงใดอย่ำงหน่งึ ดังต่อไปนี้ ในทำงลดหรือตัดทอนรำยจ่ำยซ่ึงมิใช่ ควำมเห็นต่อศำลรัฐธรรมนูญเพ่ือ งบประมำณรำยจำ่ ย จะกระทำมไิ ด้ (๑) เงนิ ส่งใชต้ ้นเงินกู้ รำยจ่ำยตำมข้อผูกพันได้ พจิ ำรณำ (๒) ดอกเบยี้ เงนิ กู้ ในกรณีท่ีสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร มี ในกรณีที่ศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉยั (๓) เงินทกี่ ำหนดให้จำ่ ยตำมกฎหมำย จำนวนไม่น้อยกว่ำหน่ึงในสิบของจำนวน ว่ำมีกำรกระทำท่ีฝ่ำฝนื บทบัญญัติ ในกำรพิจำรณำของสภำผู้แทนรำษฎร วุฒิสภำ หรือคณะกรรมำธิกำร สมำชิกทั้งหมดเท่ำท่ีมีอยู่ ของสภำ ให้ผู้กระทำกำรนั้นส้ินสุดสมำชิก กำรเสนอกำรแปรญัตติหรือกำรกระทำด้วยประกำรใด ๆ ท่ีมีผลให้ ผู้แทนรำษฎร เห็นว่ำมีกำรกระทำท่ีฝ่ำฝืน ภำพนับแต่วันท่ีศำลรัฐธรรมนูญมี สมำชกิ สภำผู้แทนรำษฎร สมำชิกวฒุ ิสภำ หรอื กรรมำธิกำรมีสว่ นไม่ว่ำ บทบัญญัติดังกล่ำว ให้เสนอควำมเห็นต่อ คำวินิจฉัย และให้เพิกถอนสิทธิ โดยทำงตรงหรือทำงอ้อมในกำรใชง้ บประมำณรำยจ่ำย จะกระทำมิได้ ศำลรฐั ธรรมนูญเพือ่ พจิ ำรณำ สมัครรับเลอื กตง้ั ของผู้นั้น ในกรณีที่สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำ มีจำนวนไม่ ในกรณีท่ีศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำมี น้อยกวำ่ หน่งึ ในสิบของจำนวนสมำชิกท้ังหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของแต่ละสภำ กำรกระทำท่ฝี ่ำฝนื บทบญั ญัติใหผ้ ู้กระทำ เหน็ ว่ำมกี ำรกระทำทฝ่ี ่ำฝนื บทบัญญัติตำมวรรคสอง ให้เสนอควำมเห็น กำรนั้นสิ้นสดุ สมำชิกภำพนับแต่วันที่ศำล ต่อศำลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจำรณำ และศำลรัฐธรรมนูญต้องพิจำรณำ รัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และให้เพิกถอน วินจิ ฉัยใหแ้ ลว้ เสร็จภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันที่ได้รับควำมเหน็ ดังกล่ำว สิทธิสมัครรับเลอื กตง้ั ของผู้น้ัน
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ ๓๕ สว่ นที่เกีย่ วข้องกบั สว่ นทีเ่ กี่ยวข้องกบั วุฒสิ ภา การประชมุ รว่ มกันของ ในกรณที ศ่ี ำลรัฐธรรมนูญวนิ จิ ฉัยว่ำมีกำรกระทำท่ีฝ่ำฝนื บทบญั ญัติตำม ส่วนที่เกย่ี วขอ้ งกบั วรรคสอง ให้กำรเสนอ กำรแปรญัตติ หรือกำรกระทำดังกล่ำวเป็นอัน สภาผแู้ ทนราษฎร รฐั สภา สิ้นผล ถ้ำผู้กระทำกำรดังกล่ำวเป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรหรือ สมำชิกวุฒิสภำให้ผู้กระทำกำรนั้นสิ้นสุดสมำชิกภำพนับแต่วันท่ีศำล รัฐธรรมนูญมคี ำวินิจฉยั และให้เพกิ ถอนสิทธิสมคั รรับเลือกต้งั ของผู้น้ัน แต่ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้กระทำกำรหรืออนุมัติให้กระทำกำร หรือรู้ว่ำมีกำรกระทำดังกล่ำวแล้วแต่มิได้ส่ังยับย้ังให้คณะรัฐมนตรีพ้น จำกตำแหน่งทั้งคณะ นับแต่วันที่ศำลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และให้ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ังของรัฐมนตรีที่พ้นจำกตำแหน่งน้ัน เว้น แต่จะพิสูจน์ได้ว่ำตนมิได้อยู่ในท่ีประชุมในขณะที่มีมติและให้ผู้กระทำ กำรดงั กล่ำวตอ้ งรับผิดชดใช้เงนิ นัน้ คนื พร้อมดว้ ยดอกเบ้ยี เจ้ำหน้ำที่ของรัฐผู้ใดจัดทำโครงกำรหรืออนุมัติหรือจัดสรรเงิน งบประมำณโดยรู้ว่ำมีกำรดำเนินกำรอันเป็นกำรฝ่ำฝืนบทบัญญัติตำม วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ถ้ำได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือหรือมี หนังสือแจ้งให้คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตแห่งชำติ ทรำบ ใหพ้ น้ จำกควำมรบั ผิด กำรเรยี กเงินคืนตำมวรรคสำมหรือวรรคส่ี ใหก้ ระทำไดภ้ ำยในยี่สิบปี นบั แตว่ นั ท่มี กี ำรจัดสรรงบประมำณนน้ั ในกรณีท่ีคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริตแห่งชำติ ได้รับแจ้งตำมวรรคส่ี ให้คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำร ทุจริตแห่งชำติดำเนินกำรสอบสวนเป็นทำงลับโดยพลัน หำกเห็นว่ำ กรณีมีมูล ให้เสนอควำมเห็นต่อศำลรัฐธรรมนูญเพื่อดำเนินกำรต่อไป ตำมวรรคสำม และไม่ว่ำกรณีจะเป็นประกำรใด คณะกรรมกำรป้องกัน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ๓๖ ส่วนท่ีเก่ยี วข้องกบั สว่ นที่เกี่ยวขอ้ งกบั วุฒสิ ภา การประชมุ ร่วมกนั ของ และปรำบปรำมกำรทุจริตแห่งชำติและศำลรัฐธรรมนูญหรือบุคคลใด ส่วนท่เี กี่ยวขอ้ งกบั จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกบั ผูแ้ จ้งมไิ ด้ สภาผ้แู ทนราษฎร รฐั สภา มาตรา ๑๔๕ ร่ำงพระรำชบัญญัติท่ีได้รับควำมเห็นชอบของรัฐสภำ ก่อนนำร่ำงพระรำชบัญญัติที่ แล้ว ให้นำยกรัฐมนตรีรอไว้ห้ำวันนับแต่วันที่ได้รับร่ำงพระรำชบัญญัติ ได้รับควำมเห็นชอบของรัฐสภำ นั้นจำกรัฐสภำ ถ้ำไม่มีกรณีต้องดำเนินกำรตำมมำตรำ ๑๔๘ ให้นำขึ้น ขึ้นทูลเกล้ำทูล กระหม่อมให้ ทูลเกล้ำทูลกระหม่อมถวำยภำยในย่ีสิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลำ นำยกรัฐมนตรีรอไว้ห้ำวันนับแต่ ดงั กล่ำว วันท่ีได้รับร่ำงพระรำชบัญญัติน้ัน จำกรัฐสภำ มาตรา ๑๔๖ ร่ำงพระรำชบัญญัติใด พระมหำกษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วย และพระรำชทำนคืนมำยังรัฐสภำ หรือเม่ือพ้นเก้ำสิบวันแล้วมิได้ ร่ำงพระรำชบัญญัติท่ีพระมหำ- พระรำชทำนคืนมำ รัฐสภำจะต้องปรึกษำร่ำงพระรำชบัญญัตินั้นใหม่ถ้ำ กษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบรัฐสภำ รัฐสภำมีมติยืนยนั ตำมเดมิ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกวำ่ สองในสำมของ จะตอ้ งปรึกษำร่ำงพระรำชบัญญัติ จำนวนสมำชกิ ทงั้ หมดเทำ่ ท่มี ีอยู่ของท้งั สองสภำแลว้ ให้นำยกรัฐมนตรี น้นั ใหม่ตำมมตขิ องรัฐสภำ นำร่ำงพระรำชบัญญัตินั้นข้ึนทูลเกล้ำทูลกระหม่อมถวำยอีกคร้ังหนึ่ง เม่ือพระมหำกษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมำภิไธยพระรำชทำนคืนมำภำยใน สำมสิบวันให้นำยกรัฐมนตรีนำพระรำชบัญญัตินั้นประกำศในรำชกิจจำ นุเบกษำใช้บังคับเป็นกฎหมำยได้เสมือนหน่ึงว่ำพระมหำกษัตริย์ได้ทรงลง พระปรมำภิไธยแลว้
๓๗ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ส่วนท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั สว่ นที่เก่ยี วข้องกบั สว่ นทเี่ ก่ียวข้องกบั สภาผ้แู ทนราษฎร วฒุ ิสภา การประชมุ ร่วมกันของ มาตรา ๑๔๗ ในกรณีที่อำยุของสภำผู้แทนรำษฎรสิ้นสุดลงหรือมี ก ำ ร ยุ บ ส ภ ำ ผู้ แ ท น ร ำ ษ ฎ ร ร่ ำ ง รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ แ ก้ ไ ข เพิ่ มเติ มหรื อร่ ำง รัฐสภา พระรำชบัญญัติท่ีรัฐสภำยังมิได้ให้ควำมเห็นชอบ หรือที่รัฐสภำให้ควำม เหน็ ชอบแล้วแต่พระมหำกษตั ริย์ไม่ทรงเหน็ ชอบด้วย หรอื เม่ือพ้นเกำ้ สบิ วัน กำรตกไปของร่ำงรัฐธรรมนูญ แล้วมไิ ด้พระรำชทำนคนื มำใหเ้ ป็นอนั ตกไป แก้ไขเพม่ิ เติมหรือร่ำงพระรำชบญั ญตั ิ บรรดำร่ำงรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือร่ำงพระรำชบัญญัติท่ีรัฐสภำยัง คณะรัฐมนตรีที่ตั้งข้ึนใหม่ภำยหลัง มิได้ให้ควำมเห็นชอบท่ีตกไปตำมวรรคหน่ึง ถ้ำคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ กำรเลือกตั้งท่ัวไปร้องขอเพ่ือให้ ภำยหลังกำรเลอื กตั้งทั่วไปร้องขอต่อรัฐสภำเพื่อให้รฐั สภำ สภำผู้แทนรำษฎร รัฐสภำพิจำรณำร่ำงรัฐธรรมนูญ หรือวุฒิสภำ แล้วแต่กรณี พิจำรณำต่อไป ถ้ำรัฐสภำเห็นชอบด้วยก็ให้ แก้ไขเพิ่มเติมหรือร่ำงพระรำช- รัฐสภำ สภำผู้แทนรำษฎร หรือวฒุ ิสภำ แล้วแต่กรณี พิจำรณำต่อไปได้ บัญญัติที่รัฐสภำยังมิได้ให้ควำม แต่คณะรัฐมนตรีต้องร้องขอภำยในหกสิบวันนับแต่วันเรียกประชุม เห็นชอบต่อไปภำยในหกสิบวันนับ รัฐสภำคร้ังแรกภำยหลังกำรเลอื กตั้งท่วั ไป แต่วนั เรยี กประชมุ รัฐสภำคร้ังแรก มาตรา ๑๔๘ ก่อนที่นำยกรัฐมนตรีจะนำร่ำงพระรำชบัญญัติใดขึ้น สมำชิ กสภำผู้ แทนรำษฎรจ ำนวน สมำชิกวุฒิสภำจำนวนไม่น้อยกว่ำ สมำชิกรฐั สภำจำนวนไมน่ อ้ ยกว่ำ ทลู เกล้ำทลู กระหม่อมถวำยเพื่อพระมหำกษัตรยิ ท์ รงลงพระปรมำภิไธย ไม่น้อยกว่ำ ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมำชิก ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมำชิกทั้งหมด ๑ ใน ๑๐ ของจำนวนสมำชกิ ทัง้ หมด ตำมมำตรำ ๘๑ ท้ังหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของท้ังสองสภำเสนอ เท่ำที่มีอยู่ของทั้งสองสภำเสนอ เท่ำท่ีมีอยู่ของท้ังสองสภำเสนอ (๑) หำกสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร สมำชิกวุฒิสภำ หรือสมำชิกของ ควำมเห็นต่อประธำนรัฐสภำว่ำร่ำงพระรำช- ควำมเห็นต่อประธำนรัฐสภำว่ำร่ำง ควำมเห็นต่อประธำนรัฐสภำว่ำร่ำง ท้ังสองสภำรวมกันมีจำนวนไม่น้อยกว่ำหนึ่งในสิบของจำนวนสมำชิก บัญญัตมิ ขี ้อควำมขัดหรือแยง้ ตอ่ รัฐธรรมนูญ พระรำชบัญญัติมีข้อควำมขัดหรือ พระรำชบัญญัติมีข้อควำมขัดหรือ ท้ังหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของท้ังสองสภำ เห็นว่ำร่ำงพระรำชบัญญัติดังกล่ำวมี หรือตรำขึ้นโดยไม่ถูกต้องตำมบทบัญญัติแห่ง แย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตรำขึ้น แย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตรำข้ึน ข้อควำมขัดหรือแยง้ ต่อรัฐธรรมนูญ หรือตรำขึ้นโดยไม่ถูกต้องตำมบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประธำนส่งควำมเห็นนั้น โดยไม่ถูกต้องตำมบทบัญญัติแห่ง โดยไม่ถูกต้องตำมบทบัญญัติแห่ง แห่งรัฐธรรมนูญ ให้เสนอควำมเห็นต่อประธำนสภำผู้แทนรำษฎร ไปยังศำลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และแจ้งให้ รัฐธรรมนูญ เพ่ือให้ประธำนส่ง รัฐธรรมนูญ เพ่ือให้ประธำนส่ง ประธำนวุฒสิ ภำ หรอื ประธำนรัฐสภำ แลว้ แต่กรณี แล้วใหป้ ระธำนแห่งสภำ นำยกรฐั มนตรีทรำบโดยไมช่ กั ช้ำ ควำมเห็นน้ันไปยังศำลรัฐธรรมนูญ ควำมเห็นนั้นไปยังศำลรัฐธรรมนูญ ท่ีได้รับควำมเห็นดังกล่ำวส่งควำมเห็นน้ันไปยังศำลรัฐธรรมนูญเพื่อ ในระหว่ำงกำรพิจำรณำวินิจฉัยของศำล เพื่อวนิ ิจฉยั และแจ้งให้นำยกรัฐมนตรี เพือ่ วินจิ ฉยั และแจง้ ให้นำยกรัฐมนตรี วินจิ ฉัย และแจ้งใหน้ ำยกรัฐมนตรที รำบโดยไม่ชกั ช้ำ รัฐธรรมนูญ นำยกรัฐมนตรีจะนำร่ำง ทรำบโดยไมช่ ักชำ้ ทรำบโดยไม่ชักชำ้
๓๘ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ส่วนทเี่ กีย่ วข้องกบั ส่วนท่ีเกีย่ วข้องกบั สว่ นที่เกี่ยวข้องกบั สภาผู้แทนราษฎร วุฒสิ ภา การประชุมรว่ มกนั ของ รฐั สภา (๒) หำกนำยกรัฐมนตรีเห็นวำ่ รำ่ งพระรำชบัญญัติดังกล่ำวมีข้อควำม พระรำชบัญญัติดังกล่ำวข้ึนทูลเกล้ำ ในระหว่ำงกำรพิจำรณำวินิจฉัยของ ในระหว่ำงกำรพิจำรณำวินิจฉัยของ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตรำข้ึนโดยไม่ถูกต้องตำมบทบัญญัติแห่ง ทูลกระหม่อมถวำยเพ่ือพระมหำกษัตริย์ ศำลรัฐธรรมนูญ นำยกรัฐมนตรี ศำลรัฐธรรมนูญ นำยกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญ ให้ส่งควำมเห็นเช่นว่ำน้ันไปยังศำลรัฐธรรมนูญเพ่ือวินิจฉยั ทรงลงพระปรมำภไิ ธยมไิ ด้ จะนำร่ำงพระรำชบัญญัติดังกล่ำว จะนำร่ำงพระรำชบัญญัติดังกล่ำว และแจ้งให้ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรและประธำนวุฒิสภำทรำบโดย ถ้ำศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำมีข้อควำม ขึ้นทูลเกล้ำทูลกระหม่อมถวำย ข้ึนทูลเกล้ำทูลกระหม่อมถวำย ไมช่ ักช้ำ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตรำขึ้น เพ่ือพระมหำกษัตริย์ทรงลงพระ เพ่ื อพระมหำกษั ตริ ย์ ทรงลง ในระหว่ำงกำรพิจำรณำวินิจฉัยของศำลรัฐธรรมนูญ นำยกรัฐมนตรี โดยไม่ถูกต้อง และข้อควำมดังกล่ำวเป็น ปรมำภิไธยมไิ ด้ พระปรมำภไิ ธยมิได้ จะนำร่ำงพระรำชบัญญัติดังกล่ำวข้ึนทูลเกล้ำทูลกระหม่อมถวำยเพื่อ สำระสำคัญให้ร่ำงพระรำชบัญญัตินั้น ถ้ำศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำมี ถ้ำศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำมี พระมหำกษัตรยิ ท์ รงลงพระปรมำภิไธยมิได้ เป็นอนั ตกไป ข้อควำมขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ข้อควำมขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ถ้ำศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำร่ำงพระรำชบัญญัตินั้นมีข้อควำมขัด ถ้ำศำลรัฐธรรมนูญวนิ จิ ฉัยว่ำมี หรอื ตรำขึน้ โดยไมถ่ กู ต้องและข้อควำม หรอื ตรำขึน้ โดยไม่ถูกต้องและข้อควำม หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตรำขึ้นโดยไม่ถูกต้องตำมบทบัญญัติแห่ง ขอ้ ควำมขดั หรือแยง้ ตอ่ รัฐธรรมนูญแตม่ ิใช่ ดังกล่ำวเป็นสำระสำคัญให้ร่ำง ดังกล่ำวเป็นสำระสำคัญให้ร่ำง รัฐธ รรมนูญ และข้อคว ำมดังกล่ำวเป็นสำระสำคัญให้ร่ำง พระรำชบัญญตั ินน้ั เป็นอันตกไป พระรำชบญั ญตั ิน้ัน เป็นอันตกไป พระรำชบญั ญัตินน้ั เป็นอันตกไป กรณสี ำระสำคัญ ใหข้ ้อควำมที่ขัดหรือแยง้ ถ้ำศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำมี ถ้ำศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำมี ต่อรัฐธรรมนญู นัน้ เปน็ อนั ตกไป ข้อควำมขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ข้อควำมขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ถ้ำศำลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ำร่ำงพระรำชบัญญัติน้ันมีข้อควำมขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่มิใช่กรณีตำมวรรคสำม ให้ข้อควำมท่ีขัด แต่มิใช่กรณีสำระสำคัญ ให้ข้อควำม หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป และให้นำยกรัฐมนตรี แต่มิใช่กรณีสำระสำคัญ ให้ข้อควำม ที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญน้ัน ดำเนินกำรตอ่ ไปตำมมำตรำ ๘๑ ที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญน้ัน เปน็ อนั ตกไป เปน็ อนั ตกไป มาตรา ๑๔๙ ให้นำควำมในมำตรำ ๑๔๘ มำใช้บังคับแก่ร่ำงข้อบังคับ ร่ำงข้อบังคับกำรประชุมสภำผู้แทนรำษฎร ร่ำงข้อบังคับกำรประชุมวุฒิสภำ รำ่ งข้อบังคับกำรประชุมรัฐสภำ กำรประชุมสภำผู้แทนรำษฎรร่ำงข้อบังคับกำรประชุมวุฒิสภำ และ ที่สภำผู้แทนรำษฎรให้ควำมเห็นชอบแล้ว ที่วุฒิสภำให้ควำมเห็นชอบแล้วให้ ที่รัฐสภำให้ควำมเห็นชอบแล้วให้ ร่ำงข้อบังคับกำรประชุมรัฐสภำที่สภำผู้แทนรำษฎร วุฒิสภำ หรือ ให้รอไว้ ๕ วันนบั แตว่ ันทไ่ี ดร้ บั ร่ำงข้อบังคับ รอไว้ ๕ วันนับแต่วันที่ได้รับร่ำง รอไว้ ๕วันนับแต่วันที่ได้รับร่ำง รัฐสภำแล้วแต่กรณี ให้ควำมเห็นชอบแล้ว ก่อนนำไปประกำศในรำช กำรประชุมจำกสภำผแู้ ทนรำษฎร ข้อบังคบั กำรประชมุ จำกวุฒสิ ภำ ขอ้ บังคบั กำรประชุมจำกรฐั สภำ กจิ จำนุเบกษำดว้ ยโดยอนุโลม
๓๙ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ส่วนที่เก่ียวข้องกบั ส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งกบั สภาผแู้ ทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชมุ ร่วมกนั ของ รัฐสภา มาตรา ๑๕๐ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรหรือสมำชิกวุฒิสภำมีสิทธิตั้ง กำรตั้งกระทู้ถำมรัฐมนตรีจะถำมเป็น กำรตั้งกระทู้ถำมรัฐมนตรีจะ กระทูถ้ ำมรัฐมนตรี ในเร่อื งใดเกย่ี วกบั งำนในหนำ้ ทีโ่ ดยจะถำมเป็นหนังสือ หนังสอื หรือดว้ ยวำจำกไ็ ด้ ถำมเป็นหนังสือหรือด้วยวำจำก็ หรือด้วยวำจำก็ได้ ตำมข้อบังคับกำรประชุม แห่งสภำน้ัน ๆ ซึ่งอย่ำงน้อย ได้ ต้องกำหนดใหม้ ีกำรตงั้ กระทถู้ ำมด้วยวำจำโดยไมต่ ้องแจ้งลว่ งหนำ้ ไวด้ ว้ ย รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิท่ีจะไม่ตอบกระทู้เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่ำเร่ือง นั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพรำะเกี่ยวกับควำมปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญ ของแผน่ ดิน มาตรา ๑๕๑ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ำหน่ึงในห้ำ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจำนวนไม่ ของจำนวนสมำชิกทั้งหมด เท่ำท่ีมีอยู่ของสภำผู้แทนรำษฎร มีสิทธิ น้อยกว่ำหน่ึงในห้ำของจำนวนสมำชิก เข้ำชือ่ เสนอญตั ติขอเปดิ อภปิ รำยท่วั ไปเพื่อลงมติไม่ไวว้ ำงใจรฐั มนตรี เปน็ ท้ังหมดเท่ำที่มีอยู่ของสภำผู้แทนรำษฎร รำยบคุ คลหรอื ทงั้ คณะ เข้ำชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรำยทั่วไป เม่ือได้มีกำรเสนอญัตติตำมวรรคหน่ึงแล้ว จะมีกำรยุบสภำผู้แทนรำษฎร เพ่ือลงมติไม่ไว้วำงใจรัฐมนตรีเป็นรำย มไิ ด้ เวน้ แตจ่ ะมี กำรถอนญัตตหิ รือกำรลงมติน้ันไม่ได้คะแนนเสยี งตำม บุคคลหรอื ทั้งคณะ วรรคสี่ เมอื่ กำรอภิปรำยทว่ั ไปส้ินสดุ ลง โดยมิใชด่ ว้ ยมตใิ หผ้ ำ่ นระเบียบวำระ เปิดอภิปรำยน้ันไป ให้สภำผู้แทนรำษฎรลงมติไว้วำงใจหรอื ไม่ไวว้ ำงใจ กำรลงมติในกรณีเช่นว่ำน้ีมิให้กระทำในวันเดียวกับ วันที่กำรอภิปรำย สิน้ สดุ ลง มติไม่ไว้วำงใจต้องมีคะแนนเสียงมำกกว่ำกึ่งหน่ึงของจำนวนสมำชิก ท้งั หมดเทำ่ ทม่ี อี ยู่ของสภำผู้แทนรำษฎร
๔๐ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ส่วนท่ีเกย่ี วข้องกบั ส่วนท่ีเกี่ยวข้องกบั สว่ นทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั สภาผ้แู ทนราษฎร วฒุ ิสภา การประชุมรว่ มกนั ของ รัฐมนตรีคนใดพ้นจำกตำแหน่งเดิมแต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่ง อื่นภำยหลังจำกวันที่ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรเข้ำชื่อตำมวรรคหน่ึง รฐั สภา หรือพ้นจำกตำแหน่งเดิมไม่เกินเก้ำสิบวันก่อนวันท่ี สมำชิกสภำผู้แทน รำษฎรเข้ำช่ือตำมวรรคหนึ่ง แต่ยังคงเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอ่ืน ให้ รัฐมนตรีคนนั้น ยังคงต้องถกู อภปิ รำยเพ่อื ลงมตไิ มไ่ วว้ ำงใจต่อไป มาตรา ๑๕๒ สมำชกิ สภำผแู้ ทนรำษฎรจำนวนไมน่ ้อยกว่ำหนึง่ ในสิบของ สมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรจำนวนไม่ จำนวนสมำชิกท้ังหมด เท่ำที่มีอยู่ของสภำผู้แทนรำษฎร จะเข้ำชื่อกันเพื่อ น้อยกว่ำหนึ่งในสิบของจำนวนสมำชิก เสนอญัตติขอเปิดอภิปรำยท่ัวไปเพ่ือซักถำมข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะ ท้ังหมดเท่ำท่ีมีอยู่เข้ำช่ือเพื่อเสนอญัตติ ปัญหำตอ่ คณะรฐั มนตรี โดยไม่มีกำรลงมตกิ ็ได้ ขอเปิดอภิปรำยทั่วไป มาตรา ๑๕๓ สมำชิกวุฒิสภำจำนวนไม่น้อยกว่ำหน่ึงในสำมของจำนวน สมำชิกวุฒิสภำจำนวนไม่น้อย สมำชิกทั้งหมดเท่ำที่มีอยู่ ของวุฒิสภำ มีสิทธิเข้ำช่ือขอเปิดอภิปรำย กว่ำหนึ่งในสำมของจำนวนสมำชิก ท่วั ไปในวุฒสิ ภำเพ่อื ใหค้ ณะรฐั มนตรแี ถลงข้อเทจ็ จรงิ หรือชี้แจง ปญั หำ ท้ังหมดเท่ำท่ีมีอยู่เข้ำช่ือขอเปิด สำคัญเกี่ยวกับกำรบรหิ ำรรำชกำรแผน่ ดินโดยไมม่ ีกำรลงมติ อภิปรำยท่ัวไป เพ่ือให้คณะรัฐมนตรี แถลงขอ้ เทจ็ จรงิ มาตรา ๑๕๔ กำรเสนอญัตติขอเปิดอภปิ รำยทัว่ ไปตำมมำตรำ ๑๕๑ มำตรำ ๑๕๒ หรอื มำตรำ ๑๕๓ แล้วแตก่ รณี ให้กระทำได้ปลี ะหนง่ึ ครั้ง กำรเสนอญัตติขอเปิดอภิปรำย ท่ัว ไปเพื่อลง ม ติ ไม่ ไว้ว ำ ง ใ จ ควำมในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่กำรเปิดอภิปรำยทั่วไปตำมมำตรำ รัฐมนตรีเป็นรำยบุคคลหรือท้ัง ๑๕๑ ท่ีส้ินสดุ ลงดว้ ยมติ ให้ผ่ำนระเบยี บวำระเปดิ อภปิ รำยนน้ั ไป คณะใหก้ ระทำได้ปลี ะหนึ่งคร้ัง
๔๑ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นทเ่ี กี่ยวข้องกบั ส่วนท่ีเก่ียวข้องกบั สว่ นทีเ่ ก่ียวข้องกบั สภาผู้แทนราษฎร วฒุ ิสภา การประชมุ ร่วมกนั ของ มาตรา ๑๕๕ ในกรณีท่ีมีปัญหำสำคัญเก่ียวกับควำมมั่นคงปลอดภัย ผูน้ ำฝำ่ ยคำ้ นในสภำผู้แทนรำษฎรแจ้ง รฐั สภา หรือเศรษฐกิจของประเทศ สมควรท่ีจะปรึกษำหำรือร่วมกันระหว่ำง ไปยังประธำนรัฐสภำขอให้มีกำรเปิด รัฐสภำและคณะรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ำยค้ำนในสภำผู้แทนรำษฎรจะแจ้งไปยัง อภิปรำยท่ัวไปในที่ประชุมรัฐสภำ ผู้ น ำ ฝ่ ำ ย ค้ ำ น ใ น ส ภ ำ ประธำนรัฐสภำขอให้มีกำรเปิดอภิปรำยทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภำก็ได้ ประธำนรัฐสภำต้องดำเนินกำรให้มีกำร ผู้แทนรำษฎรแจ้งไปยังประธำน ในกรณนี ี้ ประธำนรัฐสภำ ตอ้ งดำเนนิ กำรให้มีกำรประชุมภำยในสิบห้ำวนั ประชุมภำยในสิบห้ำวันนับแต่วันท่ีได้รับ รัฐสภำขอให้มีกำรเปิดอภิปรำย นับแต่วันที่ไดร้ ับกำรแจ้ง แตร่ ฐั สภำจะลงมตใิ นปัญหำทอ่ี ภปิ รำยมไิ ด้ กำรแจ้ง ทั่วไปในท่ีประชุมรัฐสภำ ประธำน รัฐสภำต้องดำเนินกำรให้มีกำร กำรประชุมตำมวรรคหน่ึงให้ประชุมลับ และคณะรัฐมนตรีมีหน้ำที่ ประชุมภำยในสิบห้ำวันนับแต่ ต้องเขำ้ รว่ มประชุมดว้ ย วันท่ไี ด้รบั กำรแจง้ มาตรา ๑๕๖ ในกรณตี ่อไปนี้ ใหร้ ัฐสภำประชมุ ร่วมกัน กรณีทีร่ ฐั สภำประชมุ รว่ มกัน (๑) กำรใหค้ วำมเห็นชอบในกำรแต่งตั้งผสู้ ำเรจ็ รำชกำรแทนพระองค์ ตำมมำตรำ ๑๗ (๒) กำรปฏิญำณตนของผู้สำเร็จรำชกำรแทนพระองค์ต่อรฐั สภำตำม มำตรำ ๑๙ (๓) กำรรับทรำบกำรแก้ไขเพ่ิมเติมกฎมณเฑียรบำลว่ำด้วยกำรสืบรำช สนั ตตวิ งศ์ พระพุทธศกั รำช ๒๔๖๗ ตำมมำตรำ ๒๐ (๔) กำรรบั ทรำบหรอื ใหค้ วำมเหน็ ชอบในกำรสบื รำชสมบัติตำมมำตรำ ๒๑ (๕) กำรใหค้ วำมเห็นชอบในกำรปดิ สมัยประชุมตำมมำตรำ ๑๒๑ (๖) กำรเปิดประชมุ รฐั สภำตำมมำตรำ ๑๒๒ (๗) กำรพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตำม มำตรำ ๑๓๒
รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ๔๒ ส่วนท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั ส่วนท่ีเกี่ยวข้องกบั วฒุ สิ ภา การประชมุ ร่วมกันของ ( ๘ ) กำรปรึ กษำร่ ำงพระรำชบั ญญั ติ ประกอบรั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ห รื อ ร่ ำ ง ส่วนท่เี กยี่ วขอ้ งกบั พระรำชบญั ญัติใหม่ ตำมมำตรำ ๑๔๖ สภาผ้แู ทนราษฎร รฐั สภา (๙) กำรพจิ ำรณำให้ควำมเหน็ ชอบตำมมำตรำ ๑๔๗ กำรประชุมร่วมกันของรัฐสภำ (๑๐) กำรเปดิ อภิปรำยทั่วไปตำมมำตรำ ๑๕๕ และมำตรำ ๑๖๕ ให้ใชข้ อ้ บังคับกำรประชุมรัฐสภำ (๑๑) กำรตรำขอ้ บงั คับกำรประชมุ รัฐสภำตำมมำตรำ ๑๕๗ (๑๒) กำรแถลงนโยบำยตำมมำตรำ ๑๖๒ (๑๓) กำรใหค้ วำมเหน็ ชอบในกำรประกำศสงครำมตำมมำตรำ ๑๗๗ (๑๔) กำรรบั ฟังคำชีแ้ จงและกำรใหค้ วำมเหน็ ชอบหนงั สือสญั ญำตำม มำตรำ ๑๗๘ (๑๕) กำรแก้ไขเพ่มิ เติมรฐั ธรรมนูญตำมมำตรำ ๒๕๖ (๑๖) กรณีอ่นื ตำมท่บี ัญญัติไวใ้ นรฐั ธรรมนญู มาตรา ๑๕๗ ในกำรประชุมร่วมกันของรัฐสภำให้ใช้ข้อบังคับกำร ประชุมรัฐสภำ ในระหว่ำง ท่ียังไม่มีข้อบังคับกำรประชุมรัฐสภำ ให้ใช้ ขอ้ บงั คบั กำรประชมุ สภำผแู้ ทนรำษฎรโดยอนุโลมไปพลำงกอ่ น ในกำรประชุมร่วมกันของรัฐสภำ ให้นำบทท่ีใช้แก่สภำทั้งสองมำใช้ บังคับโดยอนุโลม เว้นแต่ในเร่ืองกำรตั้งคณะกรรมำธิกำร กรรมำธิกำร ซ่ึงต้ังจำกผู้ซึ่งเป็นสมำชิกของแต่ละสภำจะต้องมีจำนวนตำม หรือ ใกลเ้ คียงกับอตั รำส่วนของจำนวนสมำชิกของแต่ละสภำ
๔๓ รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ สว่ นท่เี กีย่ วขอ้ งกบั ส่วนที่เกย่ี วขอ้ งกบั ส่วนทเ่ี กี่ยวข้องกบั สภาผ้แู ทนราษฎร วฒุ ิสภา การประชมุ รว่ มกันของ รัฐสภา หมวด ๘ คณะรัฐมนตรี มาตรา ๑๕๘ พระมหำกษัตริย์ทรงแต่งต้ังนำยกรัฐมนตรีและ นำยกรัฐมนตรีต้องมำจำกกำรเห็นชอบ รัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสำมสิบห้ำคนประกอบกันเป็นคณะรัฐมนตรี มี ตำมมำตรำ ๑๕๙ และประธำนสภำผู้แทน- หน้ำทบ่ี ริหำรรำชกำรแผ่นดนิ ตำมหลักควำมรับผดิ ชอบรว่ มกัน รำษฎรเป็นผู้ลงนำมรับสนองพระบรมรำช นำยกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจำกบุคคลซ่ึงสภำผู้แทนรำษฎรให้ควำม โองกำรแตง่ ตง้ั เห็นชอบตำมมำตรำ ๑๕๙ ให้ประธำนสภำผู้แทนรำษฎรเป็นผู้ลงนำมรับสนองพระบรมรำช โองกำรแตง่ ตัง้ นำยกรฐั มนตรี นำยกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ท้ังนี้ ไม่ ว่ำจะเป็นกำรดำรงตำแหน่งติดต่อกนั หรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลำ ในระหว่ำงทอี่ ยูป่ ฏิบัติหน้ำทต่ี อ่ ไปหลงั พ้นจำกตำแหนง่ มาตรา ๑๕๙ ให้สภำผู้แทนรำษฎรพิจำรณำให้ควำมเห็นชอบบุคคล พิจำรณำให้ควำมเห็นชอบบุคคลท่ี ซง่ึ สมควรได้รับแต่งต้ังเปน็่ นำยกรฐั มนตรีจำกบุคคลซ่ึงมคี ุณสมบัติและ สมควรได้รับเลือกเป็นนำยกรัฐมนตรี ไม่มีลักษณะต้องห้ำมตำมมำตรำ ๑๖๐ และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชี จำกบัญชีรำยช่ือที่พรรคกำรเมืองแจ้งไว้ รำยชื่อท่ีพรรคกำรเมืองแจ้งไว้ตำมมำตรำ ๘๘ เฉพำะจำกบัญชีรำยช่ือของ ตำมมำตรำ ๘๘ เฉพำะจำกบัญชีรำยช่ือ พรรคกำรเมืองที่มีสมำชิกได้รับเลือกเป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรไม่น้อย ของพรรคกำรเมืองที่มีสมำชิกได้รับเลอื ก กวำ่ ร้อยละห้ำของจำนวนสมำชิกทง้ั หมดเทำ่ ที่มีอย่ขู องสภำผแู้ ทนรำษฎร เปน็ สมำชกิ สภำผแู้ ทนรำษฎรไม่น้อยกว่ำ กำรเสนอช่อื ตำมวรรคหนึ่งตอ้ งมสี มำชิกรับรองไม่นอ้ ยกวำ่ หน่ึงในสิบ ร้อยละห้ำของจำนวนสมำชิกท้ังหมด ของจำนวนสมำชกิ ทงั้ หมดเท่ำทม่ี อี ยขู่ องสภำผ้แู ทนรำษฎร เทำ่ ทีม่ อี ยขู่ องสภำผ้แู ทนรำษฎร
๔๔ รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ส่วนทเ่ี ก่ียวข้องกบั สว่ นที่เกย่ี วขอ้ งกบั ส่วนท่ีเก่ียวข้องกบั สภาผ้แู ทนราษฎร วุฒิสภา การประชุมร่วมกนั ของ มติของสภำผูแ้ ทนรำษฎรทเี่ ห็นชอบกำรแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนำยก กำรเสนอชื่อน้ันจะต้องมีสมำชิก รัฐสภา รฐั มนตรี ตอ้ งกระทำโดยกำรลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียง สภำผู้แทนรำษฎรรับรองไม่น้อยกว่ำ ๑ ใน ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี ต้ อ ง แ ถ ล ง นโยบำยต่อรัฐสภำ ภำยใน ๑๕ มำกกว่ำก่ึงหนึ่งของจำนวนสมำชิกทั้งหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของสภำ ๑๐ ของจำนวนสมำชิกท้ังหมดท่ีมีอยู่ วนั นับแตว่ ันท่ีเขำ้ รับหนำ้ ที่ ผแู้ ทนรำษฎร ของสภำผู้แทนรำษฎร และเป็นกำร ลงคะแนนต้องทำโดยเปิดเผย มติของสภำผู้แทนรำษฎรเห็นชอบ กำรแต่งต้ังบุคคลใดเป็นนำยกรัฐมนตรี ต้ องได้ รั บคะแนนเสี ยงมำกกว่ ำกึ่ งหนึ่ ง ของจำนวนสมำชิกทั้งหมดเท่ำท่ีมีอยู่ของ สภำแทนรำษฎร มาตรา ๑๖๒ คณะรัฐมนตรีที่จะเข้ำบริหำรรำชกำรแผ่นดินต้องแถลง นโยบำยตอ่ รฐั สภำ ซง่ึ ต้องสอดคล้องกบั หน้ำท่ีของรัฐ แนวนโยบำยแห่งรัฐ และยุทธศำสตร์ชำติ และต้องชี้แจงแหลง่ ที่มำ ของรำยได้ที่จะนำมำใชจ้ ่ำย ในกำรดำเนินนโยบำย โดยไม่มีกำรลงมติควำมไว้วำงใจ ทั้งน้ี ภำยใน สบิ หำ้ วัน นบั แต่วันเข้ำรับหนำ้ ท่ี ก่อนแถลงนโยบำยต่อรัฐสภำตำมวรรคหนึ่ง หำกมีกรณีที่สำคัญและ จำเป็นเร่งด่วน ซ่ึงหำกปล่อยให้ เน่ินช้ำไปจะกระทบต่อประโยชน์ สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ำรับหน้ำที่จะดำเนินกำรไปพลำง กอ่ น เพยี งเท่ำทจ่ี ำเปน็ ก็ได้
๔๕ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นที่เกี่ยวขอ้ งกบั ส่วนท่ีเก่ียวขอ้ งกบั สว่ นทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั สภาผูแ้ ทนราษฎร วุฒิสภา การประชมุ ร่วมกันของ มาตรา ๑๖๓ รัฐมนตรีย่อมมีสิทธิเข้ำประชุมและแถลงข้อเท็จจริง รัฐมนตรีมีสิทธิเข้ำร่วมประชุม และ รัฐสภา หรือแสดงควำมคิดเห็น ในที่ประชุมสภำแต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน แถลงข้อเท็จจริง/แสดงควำมคิดเห็นใน รั ฐ ม น ต รี ต้ อ ง ป ฏิ บั ติ ห น้ ำ ท่ี ตำมท่ีได้แถลงไว้ต่อรัฐสภำ และ เว้นแต่เป็นกำรออกเสียงลงคะแนนในสภำผู้แทนรำษฎร ในกรณีท่ี สภำได้ ต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อกำรกำหนด นโยบำยและกำรดำเนินกำรตำม รัฐมนตรีผู้น้ันเป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรด้วย และให้นำเอกสิทธ์ิที่ ห้ำมรัฐมนตรีออกเสียงลงคะแนน เว้นแต่ นโยบำยของคณะรฐั มนตรี บัญญัตไิ ว้ในมำตรำ ๑๒๔ มำใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม รัฐมนตรีผู้นน้ั เปน็ สมำชกิ สภำผูแ้ ทนรำษฎร มาตรา ๑๖๔ ในกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้อง รัฐมนตรีต้องปฏิบัติหน้ำท่ีตำมที่ได้ ดำเนินกำรตำมบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมำย และนโยบำยที่ แถลงไว้ต่อรัฐสภำ และต้องรับผิดชอบ ได้แถลงไวต้ อ่ รัฐสภำ และต้องปฏบิ ัตติ ำมหลกั เกณฑ์ดงั ตอ่ ไปนดี้ ว้ ย ตอ่ หน้ำท่ีของตนในสภำผู้แทนรำษฎร (๑) ปฏิบัติหน้ำที่และใช้อำนำจด้วยควำมซ่ือสัตย์ สุจริต เสียสละ เปิดเผย และมีควำมรอบคอบ และระมัดระวังในกำรดำเนินกิจกำร ตำ่ งๆ เพ่อื ประโยชนส์ งู สุดของประเทศและประชำชนสว่ นรวม (๒) รักษำวินัยในกิจกำรท่ีเก่ียวกับเงินแผ่นดินตำมกฎหมำยว่ำด้วย วนิ ัยกำรเงินกำรคลังของรัฐ อย่ำงเครง่ ครัด (๓) ยึดถือและปฏิบัตติ ำมหลกั กำรบรหิ ำรกจิ กำรบำ้ นเมืองท่ีดี (๔) สร้ำงเสริมให้ทุกภำคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่ำงเป็นธรรม ผำสกุ และสำมคั คีปรองดองกัน รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อสภำผู้แทนรำษฎรในเร่ืองที่อยู่ในหน้ำที่ และอำนำจของตน รวมท้ัง ต้องรับผิดชอบร่วมกันต่อรัฐสภำในกำร กำหนดนโยบำยและกำรดำเนนิ กำรตำมนโยบำยของคณะรฐั มนตรี
รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ๔๖ ส่วนที่เกีย่ วขอ้ งกบั สว่ นท่เี ก่ียวข้องกบั วุฒิสภา การประชุมรว่ มกันของ มาตรา ๑๖๕ ในกรณีที่มีปัญหำสำคัญเก่ียวกับกำรบริหำรรำชกำร ส่วนทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั แผ่นดินท่ีคณะรัฐมนตรี เห็นสมควรจะฟังควำมคิดเห็นของสมำชิก สภาผแู้ ทนราษฎร รัฐสภา สภำผู้แทนรำษฎรและสมำชิกวุฒิสภำ นำยกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยัง ประธำนรัฐสภำขอให้มีกำรเปิดอภิปรำยท่ัวไปในที่ประชุมร่วมกันของ นำยกรัฐมนตรีแจ้งไปยังประธำน รฐั สภำกไ็ ด้ ในกรณีเชน่ วำ่ น้ี รัฐสภำ จะลงมติในปัญหำทีอ่ ภิปรำยมไิ ด้ รัฐสภำขอให้มีกำรเปิดอภิปรำย ท่ัวไปในปัญหำท่ีเกี่ยวกับกำรบริหำร รำชกำรแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้คณะรัฐมนตรีรับฟังควำม คิดเห็นจำกสมำชิกวุฒิสภำและ สมำชิกสภำผ้แู ทนรำษฎร มาตรา ๑๖๗ รฐั มนตรีทั้งคณะพ้นจำกตำแหน่ง เม่อื รัฐมนตรีพ้นจำกตำแหน่ง (๑) ควำมเป็นรัฐมนตรีของนำยกรฐั มนตรีส้ินสุดลงตำมมำตรำ ๑๗๐ - สภำผู้แทนรำษฎรมีมติไม่ไว้วำงใจ (๒) อำยสุ ภำผแู้ ทนรำษฎรสนิ้ สุดลงหรือมีกำรยบุ สภำผูแ้ ทนรำษฎร ทำให้ควำมเป็นรัฐมนตรีของนำยกรัฐมนตรี (๓) คณะรัฐมนตรีลำออก สิ้นสุดลง (๔) พน้ จำกตำแหนง่ เพรำะเหตุตำมมำตรำ ๑๔๔ - อำยขุ องสภำผู้แทนรำษฎรส้นิ สุดลง เม่ือรัฐมนตรีท้ังคณะพ้นจำกตำแหน่งตำม (๑) (๓) หรือ (๔) ให้ดำเนินกำร หรือมีกำรยบุ สภำผู้แทนรำษฎร รฐั มนตรี เพ่ือใหม้ ีคณะรฐั มนตรีขน้ึ ใหม่ ตำมมำตรำ ๑๕๘ และมำตรำ ๑๕๙ ทัง้ คณะพ้นจำกตำแหน่ง - กรณศี ำลรัฐธรรมนญู มีคำวินจิ ฉยั ว่ำมี กำรกระทำที่ฝ่ำฝืนกำรเข้ำไปมีส่วนใน กำรใชง้ บประมำณรำยจำ่ ย หำกผู้กระทำ น้ันเป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎรถือว่ำผู้ น้นั สนิ้ สุดสมำชิกภำพ
๔๗ รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นท่เี กีย่ วขอ้ งกบั ส่วนท่ีเกย่ี วข้องกบั ส่วนทเ่ี กี่ยวข้องกบั สภาผ้แู ทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชมุ รว่ มกนั ของ รัฐสภา มาตรา ๑๖๘ ให้คณะรัฐมนตรีท่ีพ้นจำกตำแหน่งอยู่ปฏิบัติหน้ำที่ ให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจำกตำแหน่ง ตอ่ ไปภำยใต้เง่ือนไข ดงั ตอ่ ไปน้ี ตำม ๑๖๗ (๑)/(๒)/(๓) ยังคงอยู่ปฏิบัติ (๑) ในกรณีพ้นจำกตำแหน่งตำมมำตรำ ๑๖๗ (๑) (๒) หรือ (๓) ให้ หน้ำท่ีต่อไปได้จนกว่ำคณะรัฐมนตรีท่ีตั้ง อยู่ปฏิบัติหน้ำที่ต่อไป จนกว่ำคณะรัฐมนตรีท่ีตั้งข้ึนใหม่จะเข้ำรับหน้ำที่ ขึ้นใหม่จะเข้ำรับหน้ำท่ี แต่รัฐมนตรีที่ เว้นแต่ในกรณีท่ีนำยกรัฐมนตรีพ้นจำกตำแหน่ง ตำมมำตรำ ๑๖๗ (๑) สิน้ สดุ ลงเพรำะขำดคุณสมบตั ิตำมมำตรำ เพรำะเหตุขำดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ำมตำมมำตรำ ๙๘ หรือ ๑๖๐ จะอยู่ปฏบิ ัติหน้ำทีต่ อ่ ไม่ได้ มำตรำ ๑๖๐ (๔) หรือ (๕) นำยกรฐั มนตรีจะอยู่ปฏิบตั หิ น้ำทต่ี ่อไปมิได้ กรณีพ้นจำกตำแหน่งเพรำะศำล (๒) ในกรณีพ้นจำกตำแหน่งตำมมำตรำ ๑๖๗ (๔) คณะรัฐมนตรีท่ีพ้น รัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเพรำะเข้ำไปมี จำกตำแหน่งจะอย่ปู ฏบิ ตั ิ หนำ้ ท่ีต่อไปมไิ ด้ ส่วนในกำรใช้งบประมำณรำยจ่ำย จะไม่ ในกรณีท่ีคณะรัฐมนตรีอยู่ปฏิบัติหน้ำท่ีต่อไปมิได้ตำม (๒) หรือ สำมำรถอยปู่ ฏิบัติหนำ้ ทตี่ อ่ ได้ คณะรัฐมนตรีที่อยู่ปฏิบัติหน้ำท่ีต่อไป ลำออกท้ังคณะ และเป็นกรณีที่ กรณีไม่อำจเลือกบุคคลผู้สมควร ไม่อำจดำเนินกำรตำมมำตรำ ๑๕๘ และมำตรำ ๑๕๙ ได้ไม่ว่ำด้วยเหตุใด ดำรงตำแหน่งนำยกรัฐมนตรีได้หรือยัง หรือยังดำเนินกำรตำมมำตรำ ๑๕๘ และมำตรำ ๑๕๙ ไม่แล้วเสร็จ ดำเนินกำรไม่แล้วเสร็จและไม่มีคณะ- ให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้ำที่แทน รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงน้ัน ๆ รัฐมนตรีอยู่ปฏิบัติหน้ำท่ี ให้ปลัด - เฉพำะเท่ำที่จำเป็นไปพลำงก่อน โดยให้ปลัดกระทรวงคัดเลือกกันเอง กระทรวงปฏิบัติหน้ำที่แทนรัฐมนตรี ให้คนหนึง่ ปฏบิ ัตหิ น้ำทแ่ี ทนนำยกรฐั มนตรี กระทรวงนน้ั ๆ มาตรา ๑๗๐ ควำมเป็นรฐั มนตรีสนิ้ สุดลงเฉพำะตวั เมอื่ หำกสภ ำผู้แทนรำษฎ รมี ม ติ ไ ม่ (๑) ตำย ไว้วำงใจ ควำมเป็นรัฐมนตรีส้ินสุดลง (๒) ลำออก เฉพำะตัวบคุ คลนัน้ (๓) สภำผู้แทนรำษฎรมีมติไมไ่ ว้วำงใจ (๔) ขำดคุณสมบตั ิหรือมีลักษณะต้องห้ำมตำมมำตรำ ๑๖๐
๔๘ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ สว่ นที่เก่ยี วขอ้ งกบั ส่วนท่ีเกีย่ วข้องกบั สว่ นทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั สภาผู้แทนราษฎร วฒุ สิ ภา การประชุมรว่ มกันของ (๕) กระทำกำรอันเป็นกำรตองห้ำมตำมมำตรำ ๑๘๖ หรือมำตรำ ๑๘๗ รฐั สภา (๖) มีพระบรมรำชโองกำรให้พ้นจำกควำมเป็นรัฐมนตรีตำมมำตรำ ๑๗๑ นอกจำกเหตุที่ทำให้ควำมเป็นรัฐมนตรีส้ินสุดลงเฉพำะตัวตำมวรรค หนึ่งแล้ว ควำมเป็นรัฐมนตรี ของนำยกรัฐมนตรีส้ินสุดลงเม่ือครบ กำหนดเวลำตำมมำตรำ ๑๕๘ วรรคส่ี ดว้ ย ให้นำควำมในมำตรำ ๘๒ มำใช้บังคับแก่กำรสิ้นสุดของควำมเป็น รัฐมนตรีตำม (๒) (๔) หรือ (๕) หรือวรรคสอง โดยอนุโลม เพ่ือ ประโยชน์แห่งกำรนี้ ให้คณะกรรมกำรกำรเลือกตั้งมีอำนำจส่งเร่ืองให้ ศำลรัฐธรรมนญู วินิจฉยั ไดด้ ้วย มาตรา ๑๗๒ ในกรณีเพ่ือประโยชน์ในอันท่ีจะรักษำควำมปลอดภัย การอนมุ ตั พิ ระราชกาหนด การอนมุ ัติพระราชกาหนด การอนุมตั ิพระราชกาหนด ของประเทศ ควำมปลอดภัยสำธำรณะ ควำมมั่นคงในทำงเศรษฐกิจของ ถ้ำสภำผู้แทนรำษฎรลงคะแนนไม่เกิน กรณีสภำผู้แทนรำษฎรอนุมัติ ในกรณีเพื่อประโยชน์ในกำร ประเทศ หรือปอ้ งปัดภัยพิบตั ิสำธำรณะ พระมหำกษัตริย์จะทรงตรำพระ กึ่งหน่ึงของจำนวนสมำชิกท้ังหมดท่ีมีอยู่ พระรำชกำหนดแต่วุฒิสภำไม่อนุมัติ รักษำควำมปลอดภัยของประเทศ/ รำชกำหนดใหใ้ ชบ้ ังคบั ดังเช่นพระรำชบญั ญัตกิ ็ได้ ของสภำผู้แทนรำษฎร ถือว่ำพระรำช พระรำชกำหนด ถ้ำสภำผู้แทนรำษฎร สำธำรณะ/ควำมมั่นคงทำงเศรษฐกิจ กำรตรำพระรำชกำหนดตำมวรรคหน่ึง ให้กระทำได้เฉพำะเม่ือ กำหนดนัน้ ตกไป ยืนยันมติด้วยคะแนนเสียงเกิน พระมหำกษัตริย์ จ ะ ท ร ง ต ร ำ คณะรัฐมนตรีเห็นว่ำเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีควำมจำเป็นรีบด่วนอันมิ กรณีสภำผู้แทนรำษฎรอนุมัติพระรำช ก่ึงหน่ึงของจำนวนสมำชิกท้ังหมด พระรำชกำหนดให้ใช้บังคับเช่น อำจจะหลีกเลยี่ งได้ กำหนดแต่วุฒิสภำไม่อนุมัติพระรำช ท่ีมีอยู่ของสภำผู้แทนรำษฎร ถือว่ำ พระรำชบัญญัตกิ ็ได้ ในกำรประชุมรัฐสภำครำวต่อไป ให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระรำช กำหนด ถ้ำสภำผู้แทนรำษฎรยืนยันมติ พระรำชกำหนดนั้นมีผลใช้บังคับ เฉพำะคณะรัฐมนตรีที่เห็นว่ำ กำหนดนั้นต่อรัฐสภำเพ่ือพิจำรณำโดยไม่ชักชำ้ ถ้ำอยู่นอกสมัยประชุม ด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหน่ึงของจำนวน เป็นพระรำชบญั ญัติต่อไป เป็นกรณีฉุกเฉินท่ีมีควำมจำเป็น และกำรรอกำรเปิดสมัยประชุมสำมัญจะเป็นกำรชักช้ำ คณะรัฐมนตรี สมำชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของสภำผู้แทนรำษฎร รีบด่วนทจี่ ะต้องตรำพระรำชกำหนด ต้องดำเนินกำรให้มีกำรเรียกประชุมรัฐสภำสมัยวิสำมัญเพ่ือพิจำรณำ ถือว่ำพระรำชกำหนดน้ันมีผลใช้บังคับ กำรตรำพระรำชกำหนด ให้ อนุมัติหรือไม่อนุมัติพระรำชกำหนดโดยเร็วถ้ำสภำผู้แทนรำษฎรไม่ เปน็ พระรำชบญั ญัติต่อไป คณะรัฐมนตรีเท่ำนั้นเป็นผู้เสนอ
Search