๙๖ แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทำงานกลุ่มของนกั เรียน คำชแี้ จง ใหท้ ำเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ ง ความ การมี ความคดิ เลขที่ ช่อื - นามสกลุ ถูกตอ้ ง สว่ นร่วม สรา้ งสรรค์ การตรงตอ่ รวม ชดั เจนของ สรา้ งสรรค์ ในการ เวลา เนอ้ื หา งานกลมุ่ นำเสนอ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑๒ ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม : ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ เกณฑการประเมนิ ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ๙ – ๑๒ คะแนน ระดับดี ๒ หมายถงึ พอใช้ ๕ – ๘ คะแนน ระดับพอใช้ ๑ หมายถึง ปรบั ปรุง ๑ – ๔ คะแนน ระดับปรบั ปรุง ลงช่ือ............................................................ผูป้ ระเมิน (........................................................) ............../.................../...............
๙๗ รายละเอยี ดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นของนกั เรยี นรายกลมุ่ ประเด็นการประเมนิ ๓ เกณฑ์การให้คะแนน ๑ ๒ ความถูกตอ้ งชัดเจนของ เนื้อหาที่นำเสนอมคี วาม เนื้อหาทนี่ ำเสนอมคี วาม เนอ้ื หาทน่ี ำเสนอขาด เนอ้ื หาที่นำเสนอ ถกู ต้อง ชัดเจน ในทุก ถูกต้อง ชัดเจน แต่มี ความถกู ต้อง ชดั เจน ประเด็นมีรายละเอยี ด ขอ้ ผดิ พลาดบา้ ง ๑-๒ และมีข้อผิดพลาด ๓ ครบถ้วน ประเดน็ ประเด็นข้นึ ไป การมสี ว่ นร่วมสรา้ งสรรค์ สมาชิกมีส่วนร่วมใน การ สมาชกิ ส่วนใหญ่มสี ว่ น สมาชิกส่วนใหญ่มสี ว่ น งานกล่มุ สร้างสรรค์งานกลมุ่ โดย รว่ มในการสรา้ งสรรค์ รว่ มในการสร้างสรรค์ ยอมรับฟัง ความคดิ เห็น งานกลุ่ม แตม่ สี มาชกิ ใน งานกลุ่ม แตม่ สี มาชกิ ใน ของผู้อ่นื และแสดง กลมุ่ ทไ่ี ม่มสี ว่ นรว่ ม กลมุ่ ทไี่ ม่มสี ว่ นร่วม ความ คดิ เหน็ ทุกครัง้ สรา้ งสรรคง์ านบ้าง สรา้ งสรรคง์ าน ๓ คน ๑– ๒ คน ขึน้ ไป ความคิดสร้างสรรค์ใน มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ ใน ขาดความคิดสรา้ งสรรค์ ขาดความคดิ สรา้ งสรรค์ การนำเสนอ การนำเสนอ ผลงานที่ ในการนำเสนอผลงาน ในการนำเสนอผลงาน แปลกใหม่ นา่ สนใจ และ แตเ่ ป็นผลงานทม่ี ีคุณค่า และผลงานไม่มีคุณคา่ มีคุณคา่ ผลงานไม่มี คุณค่า การตรงต่อเวลา งานของกลุ่มเสร็จ ตาม งานของกลมุ่ เสร็จตาม งานของกลุ่มเสรจ็ ไม่ กำหนดเวลาและงานมี กำหนดเวลาแต่งานไมม่ ี ทนั เวลาท่กี ำหนดและ คณุ ภาพดี คุณภาพ งานไม่มคี ุณภาพ
๙๘ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม (ในช้ันเรียน) คำช้ีแจง ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการสงั เกตพฤตกิ รรมท่ีนักเรียนปฏบิ ัติ รายการ เข้ารว่ ม เลขที่ ชอ่ื - สกุล ร่วมมอื ในการ กล้าออกมา กจิ กรรมด้วย สรปุ ผล ทำกจิ กรรม แสดง ความ การประเมนิ ความสามารถ สนกุ สนาน เพลดิ เพลนิ ผา่ น ไม่ผ่าน ผ่าน ไมผ่ ่าน ผ่าน ไมผ่ ่าน ผ่าน ไม่ผ่าน เกณฑก์ ารประเมนิ ผา่ นตั้งแต่ ๒ รายการ ถอื ว่า ผา่ น ผา่ น ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน ลงชอื่ ....................................................... ผปู้ ระเมนิ (.......................................................) ............../.................../...............
๙๙ แบบประเมินการนาํ เสนอผลงาน คาํ ชี้แจง : ใหผ้ ู้สอนประเมนิ การนาํ เสนอผลงานของนักเรียนตามรายการที่กาํ หนดให้ แล้วขีด √ ลงในช่องที่ ตรงกบั ระดบั คะแนน ลําดับท่ี รายการประเมิน ๔ ระดับคุณภาพ ๑ (ดมี าก) ๓๒ (ปรับปรุง) (ด)ี (พอใช)้ ๑ เนอื้ หาละเอยี ดชดั เจน ๒ ความถูกตอ้ งของเน้อื หา ๓ ภาษาท่ีใช้เขา้ ใจง่าย ๔ ประโยชน์ทีไ่ ดจ้ ากการนาํ เสนอ ๕ วิธกี ารนาํ เสนอผลงาน รวม เกณฑการตัดสนิ คณุ ภาพ ระดับคุณภาพ ดมี าก ชวงคะแนน ดี ๑๘ – ๒๐ พอใช้ ๑๔ – ๑๗ ปรบั ปรุง ๑๐ – ๑๓ ต่ำกวา ๑๐ ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ (.......................................................) ............../.................../...............
๑๐๐ แบบประเมินใบงาน ชือ่ -สกลุ ................................................................................................ ชัน้ /หอง................... เลขท่.ี ................... คำชี้แจง ใหค้ รูผสู้ อนประเมินใบงานของนกั เรยี นแล้วให้ทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดบั ประเดน็ การประเมิน คณุ ภาพการปฏบิ ตั งิ าน ๔ (ดมี าก) ๓ (ด)ี ๒ (พอใช้) ๑ (ปรบั ปรุง) ๑ เนื้อหาสอดคลอ้ งกับหัวข้อ ๒ ความถูกต้อง ๓ ความเป็นระเบียบเรยี บร้อย ๔ ความตรงต่อเวลา รวม เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ๑๖-๒๐ ดมี าก ๑๑-๑๕ ดี ๖-๑๐ พอใช้ ๐-๕ ปรบั ปรุง ลงชอ่ื ....................................................... ผปู้ ระเมนิ (.......................................................) ............../.................../...............
๑๐๑ เกณฑก์ ารให้คะแนนใบงาน ประเดน็ การประเมนิ ๔ (ดมี าก) คะแนน ๑ (ปรบั ปรุง) ๓ (ด)ี ๒ (พอใช้) ๑. เนอื้ หาสอดคล้องกับหัวข้อ ผลงานสอดคล้อง ผลงานสอดคล้อง ผลงานไมค่ ่อย ผลงานไม่ กบั หวั ข้อหรือ กบั หวั ขอ้ หรือเรื่อง สอดคล้องกับหัวข้อ สอดคล้องกับ เรือ่ งท่ีกำหนด ทกี่ ำหนดบางส่วน หรือเร่อื งท่กี ำหนด หวั ข้อหรือเร่ืองท่ี กำหนด ๒. ความถูกต้อง เนือ้ หาสารถกู ตอ้ ง เนอ้ื หาสาระ เนอื้ หาสาระถูกต้อง เน้ือหาสาระ ครบถว้ น สมบูรณ์ ถูกต้องเปน็ สว่ น บางประเดน็ ไมถ่ ูกต้อง ใหญ่ ๓. ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย ผลงานมีความ ผลงานมีความเปน็ ผลงานมคี วามเป็น ผลงานไมม่ ี เป็นระเบยี บ ระเบียบเรียบร้อย ระเบยี บเรยี บร้อย ความเปน็ ระเบยี บ เรยี บร้อย น่าอา่ น นา่ อ่าน แต่ยังมี แต่ยงั มขี ้อบกพร่อง เรียบร้อย ขอ้ บกพร่อง เลก็ นอ้ ย บางสว่ น ๔. ความตรงต่อเวลา ส่งงานตรงเวลามี รบั ผิดชอบในงาน ทำงานที่ได้รับ ทำงานท่ีได้รบั ความรับผิดชอบ ท่ีได้รับมอบหมาย มอบหมายได้ มอบหมายไม่ครบ ในงานทไี่ ดร้ บั ส่งงานตรงเวลา ทกุ สว่ น มอบหมาย บางครัง้
๑๐๒ แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ชอ่ื -สกุล................................................................................................ ช้ัน/หอง................... เลขท.ี่ ................... คาํ ชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียน แลวขีด √ ลงในช่องให้ตรงกบั ระดับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๓๒๑๐ ๑. ความสามารถ ๑.๑ มีความสามารถในการรบั – ส่งสาร ในการสื่อสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของ ตนเองโดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม ๒. ความสามารถ ๑.๓ ใช้วธิ ีการส่อื สารทเ่ี หมาะสม ในการคดิ ๑.๔ วเิ คราะห์แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ๒.๑ มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ๓. ความสามารถ ๒.๒ มที ักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ ในการแกป้ ญั หา ๒.๓ สามารถคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ ๒.๔ มีความสามารถในการคิดอยา่ งมรี ะบบ ๔. ความสามารถ ๒.๕ ตดั สินใจแก้ปญั หาได้ ในการใช้ทักษะ ๓.๑ สามารถแก้ปญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ทีเ่ ผชิญได้ ชวี ติ ๓.๒ ใช้เหตผุ ลในการแก้ปญั หา ๓.๓ เข้าใจความสัมพันธแ์ ละการเปล่ียนแปลงในสงั คม ๕. ความสามารถ ๓.๔ แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา ในการใช้ ๔.๑ สามารถทำงานกลมุ่ รว่ มกบั ผู้อ่นื ได้ เทคโนโลยี ๔.๒ ปฏบิ ัติตามบทบาทหน้าที่ ๔.๓ ให้ความร่วมมือในการทำงาน ๔.๔ รว่ มกิจกรรมสม่ำสมอ ๔.๕ หลีกเลีย่ งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ทีส่ ่งผลกระทบตอตนเอง ๕.๑ เลอื กและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย ๕.๒ มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี ๕.๓ ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแก้ปัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ๕.๔ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยี รวม รวมคะแนน/เฉล่ีย
๑๐๓ หมายเหตุ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………................................... เกณฑก์ ารใหคะแนนระดับคุณภาพ ให้ ๓ คะแนน ดีมาก – พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ ๒ คะแนน คะแนน ๕๐ – ๖๖ ระดบั คุณภาพดีเยี่ยม ให้ ๑ คะแนน ดี - พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ชิ ดั เจนและบ่อยคร้ัง ให้ ๐ คะแนน คะแนน ๔๐ – ๕๙ ระดับคุณภาพดี พอใช้ - พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิบางครงั้ คะแนน ๒๐ – ๓๙ ระดบั คุณภาพพอใช้ ต้องปรบั ปรงุ - ไมเ่ คยปฏบิ ตั พิ ฤติกรรม คะแนน ๐ – ๑๙ ระดับคุณภาพปรบั ปรุง สรุปผลการประเมนิ ระดับ ด่ีเยย่ี ม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ลงชื่อ............................................................ผู้ประเมนิ (........................................................) ............../.................../...............
๑๐๔ แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๓
๑๐๕ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๔ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๓ เรอ่ื ง รอ้ ยเรียงสำเนยี งเปลง่ ภาษา เวลา ๙ ชั่วโมง ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชว้ี ัด มาตราฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ ตัวชว้ี ัด ท ๕.๑ ม.๑/๕ ทอ่ งจำบทอาขยานตามท่กี ำหนดและบทร้อยกรองที่มีคณุ คา่ ตามความสนใจ ๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) - นักเรยี นสามารถอธิบายหลักการทอ่ งจำบทอาขยานตามทกี่ ำหนดได้ - นกั เรยี นสามารถเลอื กทอ่ งจำบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจได้ ดานทักษะ/กระบวนการ (P) - นกั เรยี นสามารถท่องจำบทอาขยานตามทกี่ ำหนดได้ - นกั เรียนสามารถท่องจำบทร้อยกรองทม่ี ีคุณค่าตามความสนใจได้ ด้านเจตคติ (A) - นกั เรียนเห็นคุณคา่ ในท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคณุ คา่ ตามความสนใจ ๓. สาระสำคญั การท่องจำบทอาขยานหรือบทร้อยกรองที่มีคุณค่า ส่วนใหญ่เป็นการท่องออกเสียง ที่อาศัยการท่อง เป็นทำนองเสนาะ อ่านให้ถูกต้องตามหลักการท่องจำบทอาขยานจะช่วยให้บทอาขยานนั้นมีความไพเราะ ผู้ท่องเกิดความสนใจจดจำบทอาขยานได้ดี การท่องจำบทอาขยานช่วยจรรโลงใจ ทำให้จิตใจเบิกบาน เป็นเคร่อื งเตอื นใจ รวมถงึ ให้คณุ คา่ ในหลากหลายด้าน ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การท่องจำบทอาขยานและบทร้อยกรองทม่ี ีคุณคา่ ๒. บทอาขยานตามทก่ี ำหนดจากวรรณคดีเรื่องกาพย์แหช่ มเครื่องคาวหวาน ๓. บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ
๑๐๖ ๕. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น (เฉพาะที่เกดิ ในหน่วยการเรยี นรู้นี้) ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ๖. ทักษะของผ้เู รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L) ทักษะการอ่าน (Reading) ทักษะการเขยี น (Writing) ทักษะการคิดคำนวณ (Arithmetic) ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical thinking and problem solving) ทักษะด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation) ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, teamwork and leadership) ทกั ษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding) ทักษะด้าน การสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (Communication information and media literacy) ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร (Computing) ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change) ทกั ษะการเปล่ียนแปลง (Change) ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills) ภาวะผูน้ ำ (Leadership) ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน ๗.๑ ใบงานท่ี ๑ เรื่อง “บทอาขยาน” ๗.๒ ใบงานท่ี ๒ เร่ือง “บทอาขยานหลกั ” ๗.๓ ใบงานที่ ๓ เรอื่ ง “บทอาขยานทม่ี ีคณุ คา่ ” ๗.๔ ใบงานที่ ๔ เรื่อง “บทอาขยานตามที่กำหนด
๑๐๗ ๘. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยยอ่ ยท่ี ๑ เรื่อง การท่องจำบทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ณุ ค่า ชว่ั โมงที่ ๑ (ใชร้ ูปแบบการเรยี นรู้แบบใช้ชุดการสอน) ขั้นท่ี ๑ ข้ันทดสอบกอ่ นเรยี น ๑. ครูกล่าวทักทายนกั เรียน ๒. ครูให้นักเรยี นยกตวั อย่างบทร้อยกรองทเี่ คยได้เรียนมาคนละ ๑ บท พร้อมระบชุ อื่ และประเภทของ บทรอ้ ยกรองดังกล่าว ข้ันที่ ๒ ข้ันนำเข้าสู่บทเรยี น ๑. ครใู ช้สือ่ การเรยี นการสอน PowerPoint ในหัวขอ้ “บทอาขยาน” ๒. ครอู ่านบทอาขยานจำนวน ๒ บท ให้นักเรยี นฟงั และใหน้ กั เรยี นรว่ มกันบอกชื่อบทอาขยานมีช่ือว่า อะไร ดังนี้ วิชาเหมอื นสนิ ค้า อนั มคี ่าอยเู่ มืองไกล ต้องยากลำบากไป จงึ จะไดส้ นิ คา้ มา จงตง้ั เอากายเจ้า เป็นสำเภาอนั โสภา ความเพยี รเป็นโยธา แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ ๓. ครูซักถามนักเรียนบทอาขยานวิชาเหมือนสินค้า ว่าการท่องจำบทอาขยานมีวิธีการอย่างไร และมี ประโยชนอ์ ะไรแกน่ ักเรยี นบ้าง ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภิปราย ข้ันที่ ๓ ข้นั ประกอบกจิ กรรม ๑. ครใู ห้นกั เรยี นศกึ ษาใบความรทู้ ี่ ๑ เรอ่ื ง ความรู้ท่วั ไปของบทอาขยาน ๒. ครูสุ่มเรยี กชอื่ นักเรียนเพอ่ื ทำการถามตอบ ว่า “นกั เรียนรูจ้ ักบทอาขยานหรอื ไม่ ?” “บทอาขยาน คืออะไร” “อาขยาน คืออะไร” “การอา่ นบทอาขยานให้ถกู ต้อง ทำอย่างไร” ๓. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ที่ ๒ เรื่อง หลักการท่องบทอาขยาน โดยมีครูเป็นผู้อธิบายเนื้อหา เพ่ิมเตมิ ๔. ครูให้นกั เรยี นชว่ ยกันอธิบายหลกั การท่องบทอาขยานที่ถกู ต้อง ๕. ครูสนทนากับนักเรียนว่าบทอาขยานที่ให้นักเรียนท่องจำน้ัน คือบทอาขยานที่เป็นบทหลักหรือบท ร้อยกรองที่มีคุณค่า จากเนื้อหาวรรณคดีเรื่องโคลงโลกนิติท่ีได้รับคัดเลือกใช้เป็นบทอาขยานสำหรับนักเรียน ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ เนอ่ื งจากเป็นวรรณคดีที่มคี ุณคา่ ๖. ครใู หน้ กั เรยี นช่วยกันแบ่งวรรคในการอา่ นโคลงสีส่ ภุ าพให้ถกู ต้อง แลวทุกคนอ่านพร้อมกนั ดังน้ี
๑๐๘ พระสมุทรสดุ ลึกล้น คณนา สายดง่ิ ท้ิงทอดมา หยง่ั ได้ เขาสูงอาจวดั วา กาํ หนด จติ มนษุ ยน์ ไี้ ซร้ ยากแทห้ ยงั่ ถงึ ฯ พระสมทุ ร/สดุ ลกึ ล้น คณนา สายด่งิ /ทิง้ ทอดมา หยง่ั ได้ เขาสูง/อาจวัดวา กาํ หนด จิตมนุษย/น้ไี ซร้ ยากแท/้ หย่งั ถงึ ๗. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม เพื่อฝึกแบ่งวรรคการอ่าน และอ่านบทอาขยานโคลงโลกนิติ พร้อมกัน โดยมีครเู ป็นผู้แนะนําติชมเป็นรายกลุ่ม ข้นั ที่ ๔ ขน้ั สรุปและขั้นทดสอบหลังเรยี น ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสาระความรู้เกี่ยวกับการท่องจำบทอาขยานและบทร้อย กรองที่มีคุณค่า เพื่อทบทวนความจำ ความเข้าใจของนักเรียนและให้ทำใบงานที่ ๑ เรื่อง เรื่อง บทอาขยานโดยเป็นใบงานท่ใี ห้ นักเรียนอ่านเนื้อหาจากใบความรู้ที่ ๑ และใบความความรู้ที่ ๒ และตอบคำถามตามที่ครูกำหนด แล้วเขียน คำตอบลงในใบงาน ข้นั ที่ ๕ ขั้นประเมนิ ผลการเรียน ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ ๒ เรื่อง “บทอาขยายที่มีคุณค่า” โดยให้นักเรียนฝึกท่องจำบนอาขยาน แล้วสอบทอ่ งอาขยานกบั ครูผู้สอน เพื่อเปน็ การประเมนิ ผลความเขา้ ใจหลงั จากการจัดการเรยี นการสอน หน่วยย่อยที่ ๒ เรื่อง บทอาขยานตามท่ีกำหนดจากวรรณคดเี รอ่ื งกาพยแ์ ห่ชมเคร่ืองคาวหวาน ช่ัวโมงท่ี ๔-๖ (ใช้รปู แบบการเรยี นรู้แบบใชช้ ุดการสอน) ขน้ั ที่ ๑ ขนั้ ทดสอบก่อนเรยี น ๑. ครูกล่าวทักทายนักเรียน ๒. ครูเปิดวดิ ีทัศน์การอา่ นทำนองเสนาะให้นักเรยี นฟัง ๑ เรื่อง ๓. ครูสอบถามนกั เรียนเกยี่ วกบั วิดีทัศน์ทีไ่ ด้ฟงั วา่ เป็นบทอาขยานประเภทใด ขน้ั ที่ ๒ ข้ันนำเขา้ ส่บู ทเรียน ๑. ครูสนทนากับนักเรียนว่าบทอาขยานที่ให้นักเรียนท่องจำนั้น คือบทอาขยานที่เป็นบทรองหรือบท อาขยานทก่ี ำหนด จากเนอื้ หาวรรณคดีเร่ืองกาพยเ์ ห่ชมเครื่องคาวหวานท่ีไดรับคัดเลือกใชเปน็ บทร้อยกรองท่ีมี ลักษณะตรงตามหลักเกณฑก์ ารคัดเลือกบทอาขยาน ๒. ครูซักถามนักเรียนเกี่ยวกับบทอาขยานกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ว่ามีลักษณะตรงตาม หลักเกณฑก์ ารคดั เลอื กบทอาขยานอยา่ งไร ๓. ครอู ่านทำนองเสนาะเรือ่ งกาพย์เหช่ มเครือ่ งคาวหวานให้นกั เรยี นฟังจำนวน ๒ บท ดังนี้
๑๐๙ ตับเหล็กลวกหลอ่ นตม้ เจอื น้ำส้มโรยพริกไทย โอชาจะหาไหน ไม่มีเทยี บเปรียบมอื นาง หมแู นมแหลมเลิศรส พรอ้ มพรกิ สดใบทองหลาง พศิ ห่อเห็นรางชาง หา่ งห่อหวนป่วนใจโหย ฯลฯ ๔. ครซู ักถามนักเรยี นเกยี่ วกับบทอาขยานเรื่องกาพย์เห่ชมเคร่ืองคาวหวาน วา่ การทอ่ งจำบทอาขยาน มีการแบง่ วรรคในการอา่ นอย่างไร ขนั้ ที่ ๓ ข้นั ประกอบกิจกรรม ๑. ครูสาธิตการท่องจำบทอาขยานจากวรรณคดีเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานจำนวน ๒ บท โดยอ่านแบบรอ้ ยแกว้ ๒ ครั้ง และใหน้ ักเรยี นอ่านตาม ดงั นี้ มสั มน่ั แกงแกว้ ตา หอมยีห่ รา่ รสรอ้ นแรง ชายใดได้กลนื แกง แรงอยากใหใ้ ฝ่ฝนั หา ยำใหญใ่ ส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลอื ตรา รสดีดว้ ยน้ำปลา ญีป่ ุ่นล้ำยำ้ ยวนใจ ฯลฯ ๒. ครูสาธิตการท่องจำบทอาขยานจากวรรณคดีเรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานจำนวน ๒ บท โดยอา่ นแบบทำนองเสนาะ ๒ ครงั้ และให้นกั เรียนอ่านตาม ดังน้ี มสั มนั่ แกงแก้วตา หอมย่หี ร่ารสรอ้ นแรง ชายใดไดก้ ลืนแกง แรงอยากใหใ้ ฝ่ฝนั หา ยำใหญใ่ ส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลอื ตรา รสดดี ว้ ยนำ้ ปลา ญีป่ ุ่นล้ำย้ำยวนใจ ฯลฯ ๓. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน และให้ตวั แทนกลุ่มหยบิ หัวข้อบทอาขยาน ๑ เรื่อง ๔. หลังจากที่แต่ละกลุ่มได้บทอาขยานกลุ่มละ ๑ เรื่องแล้ว ครูให้เวลา ๑๕ นาที และให้นักเรียนฝึก ทอ่ งจำบทอาขยาน เพอ่ื ออกมาท่องอาขยานหน้าชั้นเรยี นเป็นรายกลมุ่ ๕. ครใู หน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมาทอ่ งอาขยานหน้าชัน้ เรยี น ตามลำดับ ขัน้ ท่ี ๔ ขัน้ สรปุ และขั้นทดสอบหลงั เรียน ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมว่า หลังจากที่นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาท่องอาขยานแล้วได้ อะไรจากกจิ กรรม และสรปุ ความร้เู ก่ยี วกับการทอ่ งอาขยาน หวั ข้อ “ทอ่ งจำบทอาขยานท่ีกำหนดอยา่ งไรให้ไพเราะ” ๒. ครูให้ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมาพูดสรุปความรูแ้ ละบอกคุณคา่ ท่ไี ด้จากการทอ่ งบทอาขยาน ขั้นท่ี ๕ ขนั้ ประเมินผลการเรยี น ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ ๓ เรื่อง “บทอาขยานตามที่กำหนด” โดยให้นกั เรยี นฝกึ ท่องจำบทอาขยาน แล้วสอบท่องอาขยานรายบุคคลกับครูผู้สอน เพื่อเป็นการประเมินผลความเข้าใจหลังจากการจัดการเรียน การสอน
๑๑๐ หน่วยย่อยที่ ๓ เร่ือง บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ ชว่ั โมงที่ ๗-๙ (ใชร้ ปู แบบการเรียนร้แู บบใชช้ ุดการสอน) ขัน้ ท่ี ๑ ขั้นทดสอบก่อนเรียน ๑. ครูกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น ๒. ครูสอบถามนกั เรียนเก่ยี วกบั บทอาขยานทเ่ี ปน็ บทเลือกอิสละ ว่ามีลกั ษณะอยา่ งไร ขั้นท่ี ๒ ขนั้ นำเข้าส่บู ทเรยี น ครูนำตัวอย่างบทอาขยานที่เป็นบทเลือกอิสละมาให้นักเรียนศึกษา จากนั้นอธิบายการแบ่งวรรคใน การอา่ นใหน้ กั เรียนฟงั ข้นั ท่ี ๓ ขน้ั ประกอบกจิ กรรม ๑. ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะคนเลือกสรรบทอาขยานตามความสมคั รใจ หรือดว้ ยความชื่นชอบคนละ๑ เร่ือง ๒. เมือ่ นักเรยี นได้บทอาขยานแลว้ ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละคนบอกเหตุผลว่าทำไมถึงนำบทอาขยานนั้นมา ทอ่ งจำเป็นบทอาขยานของตวั เอง ๓. ครูใหเ้ ลือกนักเรียน ๕-๘ คน ทอ่ งบทขยานทต่ี นเองเลอื กมา หน้าช้ันเรยี น ๔. นักเรียนทกุ คนต้องจับประเด็นบทอาขยานทีเ่ พื่อนออกมาท่อง ขน้ั ท่ี ๔ ข้นั สรุปและขนั้ ทดสอบหลังเรยี น ๑. ครูให้ตัวแทนเลือกบทอาขยานของเพื่อนที่มีความน่าสนใจ อย่างน้อย ๕ คน จากนั้นให้เจ้าของ บทอาขยานออกมาท่องบทอาขยานที่ตนเองเลอื กมาหนา้ ชน้ั เรียน ๒. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกบั สาระความรู้ คณุ คา่ และขอ้ คิดท่ีได้จากการท่องบทอาขยาน ขัน้ ที่ ๕ ขน้ั ประเมินผลการเรยี น ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ ๔ เรื่อง “บทอาขยานเลือกอิสละ” ตามที่ครูกำหนด โดยให้นักเรียนฝึก ทอ่ งจำบทอาขยาน แล้วสอบท่องอาขยานรายบุคคลกับครผู ู้สอนให้ถกู ต้อง ๙. สอ่ื การสอน ๙.๑ วีดทิ ัศนป์ ระกอบการเรียนการสอนเรอ่ื ง “การอา่ นทำนองเสนาะ” ๙.๒ ใบความรู้ ๙.๓ กิจกรรม “ทอ่ งจำบทอาขยานท่ีกำหนดอย่างไรให้ไพเราะ” ๙.๗ สื่อการเรยี นการสอนประกอบการนำเสนอ power point ๑๐. แหลง่ เรยี นร้ใู นหรอื นอกสถานท่ี ๑๐.๑ ห้องสมุด ๑๐.๒ อินเทอรเ์ น็ต
๑๑๑ ๑๑. การวดั และประเมินผล จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีวดั เครอ่ื งมือวัด เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ าร ๑. ดา้ นความรู้ (K) ประเมนิ ๑.๑ นกั เรียนสามารถ ตรวจใบงานท่ี ๑ ใบงานท่ี ๑ ๑๖-๒๐คะแนนระดบั ดมี าก ผ่านเกณฑ์ บทอาขยาย ๑๑-๑๕คะแนน ระดับดี การประเมิน อธบิ ายหลกั การทอ่ งจำ บทอาขยาย ๖-๑๐ คะแนนระดบั พอใช้ ระดบั ดขี น้ึ ไป ใบงานที่ ๔ ๐-๕คะแนนระดับปรบั ปรุง บทอาขยานตามที่ บทอาขยานเลอื ก ๑๖-๒๐คะแนนระดบั ดมี าก ผ่านเกณฑ์ อิสละ ๑๑-๑๕ คะแนนระดับดี การประเมนิ กำหนดได้ ๖-๑๐ คะแนนระดบั พอใช้ ระดับดขี ึ้นไป แบบประเมนิ การ ๐-๕คะแนนระดบั ปรบั ปรงุ ๑.๒ นักเรียนสามารถ ตรวจใบงานท่ี ๔ ทอ่ งบทอาขยาน รายกลมุ่ เลอื กท่องจำบทร้อย บทอาขยานเลือก กรองทม่ี ีคุณคา่ ตาม อิสละ ความสนใจได้ ๒. ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) ๒.๑ นักเรียนสามารถ ประเมนิ จากการ ๑๗-๑๘คะแนนระดับดมี าก ผ่านเกณฑ์ ท่องจำบทอาขยาน ท่องบทอาขยาน ๑๕–๑๖คะแนนระดับดี การประเมนิ ตามทีก่ ำหนดได้ รายกลุม่ และ ๑๓–๑๔คะแนนระดับพอใช้ ร้อยละ ๘๐ รายบุคคล ๐–๑๒ คะแนน ขนึ้ ไป (๑๕ ระดับปรบั ปรงุ คะแนน ขึน้ ไป) ๒.๒ นกั เรียนสามารถ ประเมนิ จากการ แบบประเมนิ การ ๑๐-๑๕คะแนนระดับดีมาก ผ่านเกณฑ์ ทอ่ งจำบทร้อยกรองที่มี ทอ่ งบทอาขยาน ทอ่ งบทอาขยาน ๗–๙คะแนนระดบั ดี การประเมิน คุณค่าตามความสนใจ รายบคุ คล รายบคุ คล ๔–๖คะแนนระดับพอใช้ รอ้ ยละ ๖๐ ข้ึนไป ได้ ๑–๓คะแนนระดับปรบั ปรงุ ๓. ด้านเจตคติ (A) แบบประเมนิ การ ๑๐-๑๕คะแนนระดับดีมาก ผ่านเกณฑ์ ๓.๑นกั เรยี นเหน็ คณุ คา่ ใน สังเกตจาก ท่องบทอาขยาน ๗–๙คะแนน ระดับดี การประเมิน ท่องจำบทอาขยานตามท่ี พฤติกรรมการ รายบคุ คล ๔–๖คะแนนระดับพอใช้ ร้อยละ ๖๐ ขนึ้ ไป กำหนดและบทรอ้ ยกรองที่ เรียนของนักเรยี น ๑–๓คะแนนระดบั ปรบั ปรุง มคี ณุ คา่ ตามความสนใจ รายบคุ คล แบบสังเกต พฤตกิ รรมการเรยี น ๙-๑๒ คะแนนระดับดี ผ่านเกณฑ์ ของนักเรียน ๕-๘ คะแนนระดับพอใช้ การประเมิน รายบุคคล ๑-๔คะแนนระดบั ปรบั ปรงุ รอยละ ๘๐ ขน้ึ ไป
๑๑๒ จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีวดั เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก์ าร ประเมิน ๓. ดา้ นเจตคติ (A) ผ่านตั้งแต่ ๒ ๓.๑ นกั เรยี นเห็น สงั เกตจาก แบบสังเกต ผา่ นตงั้ แต่ ๒รายการ รายการขึ้นไป คณุ ค่าในท่องจำบท อาขยานตามท่ีกำหนด พฤติกรรมการเข้า พฤติกรรมการเข้า ถอื ว่า ผา่ น และบทร้อยกรองท่ีมี คณุ คา่ ตามความสนใจ ร่วมกจิ กรรม รว่ มกจิ กรรม ผา่ น ๑รายการ (ต่อ) (ในช้ันเรยี น) (ในชัน้ เรยี น) ถือว่า ไมผ่ ่าน สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน วธิ วี ดั เครื่องมอื วดั เกณฑ์การให้ เกณฑ์การ คะแนน ประเมนิ ๑. ความสามารถในการ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต ผา่ นเกณฑ์ต้ังแต่ สือ่ สาร การปฏบิ ัติงาน พฤตกิ รรมการ ตารางเกณฑก์ ารให้ ระดับปานกลาง รายบคุ คล ปฏบิ ตั งิ ารายบุคคล คะแนนสมรรถนะ ข้ึนไป ๒. ความสามารถในการคิด สังเกต แบบประเมนิ ของผูเ้ รยี น ผ่านเกณฑต์ ้ังแต่ ใบงาน ตารางเกณฑก์ ารให้ ระดับปานกลาง คะแนนสมรรถนะ ข้นึ ไป ของผูเ้ รียน ๑๒. กิจกรรมเสนอแนะ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๓. บนั ทึกผลหลงั การสอน สรุปผลการเรยี นการสอน นกั เรียนทัง้ หมดจำนวน.....................คน จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ขอ้ ท่ี จำนวนนักเรียนท่ีผ่าน จำนวนนักเรียนท่ีไม่ผา่ น จำนวน (คน) ร้อยละ จำนวน (คน) ร้อยละ
๑๑๓ ๑๕. ปญั หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ้ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๑๖. ขอ้ เสนอแนะ .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................ .............. ลงชอ่ื ................................................................ (...............................................................) ตำแหนง่ ครูวทิ ยฐานะ ...................................... ลงชอ่ื ................................................................ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ (...............................................................) ลงชอ่ื ................................................................ รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารวิชาการ (...............................................................) ความเห็นของหัวหน้าสถานศกึ ษา ไดท้ ำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ......................................................................แล้วมคี วามคดิ เหน็ ดังนี้ ๑. เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรงุ ๒. การจัดกจิ กรรมไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้ เน้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม ยงั ไมเ่ น้นผ้เู รียนเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ่ ไป ๓. ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ............................................................................... (................................................................................) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………………………..
๑๑๔ ใบความรู้
๑๑๕ ใบความรูท้ ี่ ๑ เร่ือง ความรู้ท่ัวไปของบทอาขยาน บทอาขยาน ๑.๑ ความหมายของบทอาขยาน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พุทธศักราช ๒๕๔๒ ให้นิยามคำ “อาขยาน” ไว้ว่า บทท่องจำ การบอกเล่า การบอก การสวด เรื่องนิทาน ที่แฝงข้อคิดคติสอนใจต่าง ๆ “อาขยาน” อา่ นออกเสียงได้ ๒ อยา่ ง คอื อา – ขะ –หยาน หรือ อา – ขะ – ยาน ๑.๒ ประเภทของบทอาขยาน บทอาขยานที่ให้นักเรียนท่องจำนั้น แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ บทอาขยานที่เป็นบทหลัก บทรอง และบทเลือกอสิ ระ บทหลัก หมายถึง บทอาขยานที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำหนดให้นักเรียนนำไปท่องจำเพื่อ ความเปน็ อนั หนึ่งอันเดยี วกันท่วั ประเทศ บทรอง หมายถึง บทอาขยานที่ครูผู้สอนหรือสถานศึกษาเป็นผู้ท่ีกำหนดให้นักเรียนท่องจำเสริม จากบทอาขยานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด (บทหลัก) เป็นบทร้อยกรองที่มีลักษณะตรงตาม หลักเกณฑ์การคัดเลือกบทอาขยาน อาจเป็นบทร้อยกรองที่แสดงภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น เพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเดก็ คา่ วซอพญา เพลงชานอ้ ง เพลงเรือ บทกวีร่วมสมัยทมี่ ีคณุ ค่า บทเลือกอิสระ หมายถึง บทอาขยานที่นักเรียนแต่ละคนเลือกสรรมาท่องจำเองด้วย ความสมัครใจ หรือด้วยความชื่นชอบ อาจเป็นบทร้อยกรองที่มีผู้แต่งไว้ หรือเป็นบทร้อยกรอง ที่นักเรียนแต่งขึ้นเอง หรือผู้ปกครองเป็นผู้แต่งขึ้นก็ได้ แต่ต้องบอกได้ว่ามีเหตุผลอย่างไรจึงเลือกบทร้อย กรองนน้ั ๆ มาท่องจำเปน็ บทอาขยานของตนเอง โดยความเห็นชอบของครูผู้สอนหรอื สถานศึกษา บทร้อยกรองทจ่ี ะคัดเลือกใหเ้ ปน็ บทรองและบทเลอื กอิสระ ควรมีลักษณะดังนี้ ๑. มเี น้อื หา ความยากงา่ ยเหมาะสมกบั วยั ๒. มคี วามยาวพอเหมาะ พอควร ๓. มคี ณุ ธรรม คติธรรม ให้แนวทางการดำเนินชวี ิตทด่ี ีงาม ๔. มีสุนทรียภาพทางภาษา ๕. มีความถูกตอ้ งตามฉนั ทลกั ษณ์ ๖. มรี ปู แบบทหี่ ลากหลาย
๑๑๖ ใบความรทู้ ่ี ๑ (ตอ่ ) เรอื่ ง ความรู้ท่ัวไปของบทอาขยาน ๑.๓ ประโยชน์และคุณคา่ ของการทอ่ งบทอาขยาน ๑. ฝึกความจำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะมนุษย์ต้องอาศัยความจำ เพื่อเป็นเครื่องมือ ในการคิดวิเคราะหค์ ดิ สงั เคราะห์ ๒. เปน็ การฝึกวินยั เพราะการจะท่องให้จำได้ต้องมวี นิ ัย หมั่นฝึก หม่นั ท่องอยู่เสมอ ๓. เปน็ การใช้เวลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์ ๔. อนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมไทย ทางดา้ นภาษาใหค้ งอย่ตู ลอดไป ๕. ได้รับคติสอนใจจาก บทคำประพนั ธต์ า่ ง ๆ ทท่ี อ่ ง ๖. ทำใหเ้ ปน็ คนอารมณด์ ี จากความงามของบทประพนั ธท์ ที่ อ่ ง ๗. เพือ่ ตระหนักในคณุ คา่ ของภาษาไทย และซาบซ้งึ ในความไพเราะของบทร้อยกรอง ๘. เพื่อใหเ้ กิดความภาคภมู ิใจในความสามารถของกวีไทย ๙. เพื่อเปน็ พน้ื ฐานในการแต่งคำประพันธ์ ๑๐. เพ่อื ใช้เปน็ ส่ือถ่ายทอดคุณธรรมจริยธรรม และนำข้อคิดที่เป็นประโยชน์ไปใช้ใน
๑๑๗ ใบความรูท้ ี่ ๒ เรือ่ ง หลักการท่องบทอาขยาน หลกั การทอ่ งบทอาขยาน การท่องอาขยานทำได้ ๒ แบบ คือ การอ่านบทอาขยานตามหลักทั่วไป หรือออกเสียงแบบ ร้อยแกว้ และการอา่ นแบบทำนองเสนาะ ดงั นี้ ๒.๑ การทอ่ งบทอาขยานตามหลักการท่ัวไป การท่องบทอาขยานส่วนใหญ่เป็นการท่องออกเสียง คือ ผู้ท่องเปล่งเสียงออกมาดัง ๆ ในขณะที่ใช้สายตากวาดไปตามตัวอักษรยึดหลักการออกเสียงเหมือนหลักการอ่านท่ัวไป เพื่อให้การออก เสยี งมี ประสทิ ธภิ าพ ควรฝึกฝนดงั น้ี ๑) ฝึกเปล่งเสียงให้ดังพอประมาณ ไม่ตะโกน ควรบังคับเสียง เน้นเสียง ปรับระดับ เสียงสงู – ตำ่ ใหส้ อดคลอ้ งกับจงั หวะลีลา ท่วงทำนอง และความหมายของเนอื้ หาที่อา่ น ๒) ท่องด้วยเสียงที่ชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ มีกระแสเสียงเดียว ไม่แตกพร่า เปล่งเสียง ออกจากลำคอโดยตรงดว้ ยความม่นั ใจ ๓) ทอ่ งออกเสยี งใหถ้ ูกอักขรวธิ ี และตอ้ งเข้าใจเนือ้ หาของบทอาขยานน้ีก่อน ๔) ออกเสียง ร ล คำควบกล้ำให้ถูกต้องชัดเจน ๕) ท่องให้ถูกจังหวะ และวรรคตอน ๖) ท่องให้ไดอ้ ารมณแ์ ละความรสู้ กึ ตามเนื้อหา ๒.๒ การอา่ นแบบทำนองเสนาะ การท่องบทอาขยานเป็นทำนองเสนาะช่วยให้บทอาขยานนั้นมีความไพเราะ ผู้ท่องเกิด ความสนใจจดจำบทอาขยานได้ดี และสนุกสนานยิ่งขึ้น การฝึกอ่านทำนองเสนาะมีขั้นตอนดังนี้ ๑. ท่องเป็นร้อยแก้วธรรมดาให้ถูกต้องชัดเจน ตามอักขรวิธีก่อน ทั้ง ร , ล ตัวควบกลำ้ อ่านออกเสียงใหต้ รงตามเสียงวรรณยกุ ต์ ๒. ท่องใหถ้ กู จังหวะวรรคตอน การอ่านผิดวรรคตอนทำใหเ้ สยี ความ ๓. ทอ่ งใหส้ ัมผัสคลอ้ งจองกันเพ่อื ความไพเราะ ๔. ท่องให้ถูกทำนองและลีลาของคำประพันธ์แต่ละชนิด คำประพันธ์แต่ละชนิดจะมี บังคบั จำนวนคำสัมผัส หรอื คำเอก คำโท แตกต่างกนั การอา่ นทำนองเสนาะจึงต้องอ่านให้ถูกท่วงทำนอง และลลี าของคำประพนั ธ์แตล่ ะชนิด ๕. ท่องโดยใช้น้ำเสียงให้เหมาะสมกับเนื้อหาและอ่านพยางค์สุดท้ายของวรรคด้วยการ ทอดเสยี ง แลว้ ปล่อยให้หางเสียงผวนขนึ้ จมูก
๑๑๘ ใบงาน
๑๑๙ ใบงานที่ ๑ เรื่อง บทอาขยาน คำชแี้ จง ให้นกั เรียนตอบคำถามต่อไปนใี้ หถ้ ูกต้อง ๑. บทอาขยาน หมายถึง ............................................................................................................................. .......................................................... ....................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ๒. ประเภทของบทอาขยานมีก่ีประเภท อะไรบ้าง อธบิ ายพอสงั เขป ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................................................................ ........... ....................................................................................................................... ................................................................ ............................................................................................................................. .......................................................... .................................................................................................................................... ................................................... ....................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... .................................................................................................................................................................... ................... ............................................................................................................... ........................................................................ ๓. บทรอ้ ยกรองที่จะคดั เลือกให้เปน็ บทรองและบทเลอื กอิสระ ควรมีลักษณะอยา่ งไร ............................................................................................................ ........................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ....................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... .......................................................................................................................................................................................
๑๒๐ ใบงานที่ ๑ (ต่อ) เรอื่ ง บทอาขยาน คำชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนใ้ี หถ้ กู ต้อง ๔. ให้นกั เรียนอธิบายประโยชน์และคณุ ค่าของการท่องบทอาขยาน อย่างน้อย ๕ ข้อ ............................................................................................................................. .......................................................... .................................................................................................................................................. ..................................... ............................................................................................. .......................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... .................................................................................................................................................................................. ..... ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... .......................................................................................................................................... ............................................. ๕. จงอธิบายการทอ่ งบทอาขยานตามหลักการท่วั ไป มาพอสังเขป ............................................................................................................................. .......................................................... ....................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... .............................................................................................................................................................. ......................... ......................................................................................................... .............................................................................. ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ....................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ............................................................................................................................. .......................................................... ....................................................................................................................................................... ................................ .................................................................................................. ..................................................................................... ............................................................................................................................. ..........................................................
๑๒๑ ใบความรู้ที่ ๒ เร่ือง บทอาขยานที่มคี ณุ ค่า คำช้แี จง ใหน้ กั เรยี นฝกึ ท่องบทอาขยานตอ่ ไปนี้ แลว้ ให้สอบท่องอาขยานกบั ครผู ู้สอน โคลงโลกนิติ พระสมทุ รสุดลึกล้น คณนา สายดงิ่ ทงิ้ ทอดมา หย่ังได้ เขาสูงอาจวัดวา กำหนด จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแทห้ ยงั่ ถงึ ก้านบวั บอกลึกตื้น ชลธาร มารยาทสอ่ สนั ดาน ชาตเิ ช้อื โฉดฉลาดเพราะคำขาน ควรทราบ หยอ่ มหญ้าเหย่ี วแห้งเรอ้ื บอกร้ายแสลงดิน โคควายวายชีพได้ เขาหนงั เปน็ สิง่ เปน็ อนั ยงั อยูไ่ ซร้ คนเด็ดดบั สญู สัง- ขารร่าง เปน็ ชอื่ เปน็ เสียงได้ แตร่ ้ายกบั ดี เพ่ือนกิน สนิ้ ทรัพย์แลว้ แหนงหนี หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้ เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี- วาอาตม์ หายาก ฝากผไี ข้ ยากแทจ้ ักหา (สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดศิ ร)
๑๒๒ ใบงานที่ ๓ เรอ่ื ง บทอาขยานตามทกี่ ำหนด คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นฝึกท่องบทอาขยานตอ่ ไปน้ี แล้วให้สอบท่องอาขยานรายบุคคลกับครผู ู้สอน กาพยเ์ ห่เรอื ชมเคร่ืองคาวหวาน มสั มน่ั แกงแกว้ ตา หอมย่ีหร่ารสรอ้ นแรง ชายใดได้กลืนแกง แรงอยากให้ใฝฝ่ ันหา ยำใหญใ่ สส่ ารพดั วางจานจดั หลายเหลอื ตรา รสดีดว้ ยน้ำปลา ญป่ี ุ่นลำ้ ยำ้ ยวนใจ ตับเหล็กลวกหลอ่ นต้ม เจือนำ้ สม้ โรยพริกไทย โอชาจะหาไหน ไมม่ เี ทียบเปรียบมอื นาง หมูแนมแหลมเลศิ รส พรอ้ มพรกิ สดใบทองหลาง พิศห่อเห็นรางชาง หา่ งหอ่ หวนปว่ นใจโหย กอ้ ยกุ้งปรุงประท่นิ วางถึงลิ้นดนิ้ แดโดย รสทิพยห์ ยิบมาโปรย ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ เทโพพนื้ เนอ้ื ท้อง เป็นมันยอ่ งลอ่ งลอยมัน นา่ ซดรสครามครนั ของสวรรค์เสวยรมย์ ความรกั ยักเปลยี่ นท่า ทำน้ำยาอย่างแกงขม กลออ่ มกล่อมเกล้ียงกลม ชมไมว่ ายคลา้ ยคล้ายเห็น ข้าวหงุ ปรงุ อย่างเทศ รสพิเศษใส่ลูกเอน็ ใครหงุ ปรุงไม่เปน็ เชน่ เชงิ มติ รประดษิ ฐท์ ำ เหลอื รู้หมปู า่ ตม้ แกงค่ัวส้มใส่ระกำ รอยแจ้งแหง่ ความขำ ชำ้ ทรวงเศรา้ เจ้าตรากตรอม ช้าชา้ พล่าเน้อื สด ฟ้งุ ปรากฏรสหื่นหอม คิดความยามถนอม สนิทเนื้อเจอื เสาวคนธ์ ฯลฯ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลัย รชั กาลที่ ๒
๑๒๓ ใบงานที่ ๔ เรื่อง บทอาขยานเลอื กอิสละ คำช้ีแจง ให้นักเรยี นฝกึ ท่องบทอาขยานตอ่ ไปน้ี แล้วให้สอบท่องอาขยานรายบคุ คลกับครูผูส้ อน นริ าศภูเขาทอง มาถึงบางธรณีทวีโศก ยามวิโยคยากใจใหส้ ะอน้ื โอ้สุธาหนาแน่นเปน็ แผน่ พื้น ถึงสหี่ มน่ื สองแสนท้งั แดนไตร เมอ่ื เคราะหร์ ้ายกายเราก็เทา่ นี้ ไม่มีทพ่ี สธุ าจะอาศยั ลว้ นหนามเหน็บเจบ็ แสบคบั แคบใจ เหมอื นนกไร้รังเร่อยู่เอกา ถึงเกร็ดย่านบ้านมอญแต่กอ่ นเกา่ ผหู้ ญงิ เกล้ามวยงามตามภาษา เดีย๋ วน้ีมอญถอนไรจกุ เหมือนตุ๊กตา ทง้ั ผดั หน้าจบั เขม่าเหมือนชาวไทย โอ้สามัญผนั แปรไม่แท้เท่ียง เหมือนอยา่ งเย่ยี งชายหญิงท้ิงวสิ ยั น่ีหรอื จติ คิดหมายมหี ลายใจ ที่จติ ใครจะเป็นหนง่ึ อย่าพงึ คิด ถึงบางพดู พูดดีเปน็ ศรีศกั ด์ิ มคี นรกั รสถ้อยอร่อยจติ แมน้ พดู ชั่วตวั ตายทำลายมติ ร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา พระสุนทรโวหาร (ภู่)
๑๒๔ แบบประเมนิ การท่องบทอาขยานแบบทาํ นองเสนาะของนักเรียนรายบคุ คล ชอื่ -สกลุ ................................................................................................ ช้นั /หอง................... เลขท่ี..................... คําช้ีแจง ครูประเมินพฤติกรรมของนักเรยี นรายบุคคลในการอ่านออกเสียง (บทร้อยกรอง) และให้คะแนนลง ในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมของนกั เรียน รายการประเมนิ ระดบั คะแนน รวม ๑. อ่านออกเสียง ร ล และ คำควบกลำ้ ร ล ว ๓ (ดีมาก) ๒ (ด)ี ๑ (พอใช้) ๑๕ คะแนน ถูกต้อง ๒. การเออ้ื น การทอดเสยี งถูกตอ้ ง ตามประเภทของ คำประพันธ์ ๓. การเวน้ วรรคตอน ถกู ต้อง ๔. น้ำเสียง ไพเราะ สละสลวยและลีลาทา่ ทาง ในการอ่านเหมาะสม ๕ . ความคล่องแคลว่ และแม่นยำ เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ (รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์) ๑๐ – ๑๕ คะแนน ระดับ ดมี าก ๗ – ๙ คะแนน ระดบั ดี ๔ – ๖ คะแนน ระดับพอใช้ ๑ – ๓ คะแนน ระดับปรบั ปรงุ ลงชอื่ ............................................................ผู้ประเมิน (........................................................) ............../.................../...............
๑๒๕ รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินการท่องบทอาขยานแบบทํานองเสนาะ ของนกั เรยี นรายบุคคล รายการประเมิน คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ ระดบั คะแนน ๑. อา่ นออกเสียง ร ล และ คำควบกล้ำ ร ล ว ถูกตอ้ ง ดี (๓) ดี (๓) ดี (๓) ๒. การเอ้อื น การทอดเสยี ง อา่ นออกเสียง ร ล และ อา่ นออกเสียง ร ล อ่านออกเสียง ร ล ถกู ต้อง ตามประเภทของ คำประพันธ์ คำควบกล้ำ ร ล ว และคำควบกลำ้ ร ล ว และคำควบกลำ้ ๓. การเวน้ วรรคตอนถูกต้อง ถกู ต้องชดั เจน ไม่ถูกตอ้ ง ๒ คร้งั ร ล ว ไมถ่ ูกตอ้ ง ๔. น้ำเสยี ง ไพเราะสละสลวย เกิน ๒ ครง้ั และลลี าทา่ ทาง ในการอ่านเหมาะสม การเอื้อน การทอดเสยี ง การเอื้อน กาทอดเสยี ง การเอื้อน ๕ . ความคล่องแคล่วและ ถกู ต้องตามจังหวะ หรือ จงั หวะทำนอง การทอดเสียงหรอื แมน่ ยำ ทำนองถูกต้อง ตามประเภทของ จังหวะทำนองตาม ตามประเภทของ คำประพนั ธ์ ประเภทของ คำประพันธ์ ผดิ ๒ ครง้ั คำประพันธ์ ผิดเกนิ ๒ ครงั้ อา่ นเวน้ วรรคตอน อ่านเวน้ วรรคตอน อา่ นเวน้ วรรคตอน ไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจน ไม่ถูกต้อง ๒ ครงั้ ไมถ่ ูกตอ้ งเกิน ๒ ครง้ั อา่ นเสียงดงั ชดั เจน อา่ นเสยี งดัง ชัดเจน อา่ นเสียง ไม่ชัดเจน น้ำเสียงและลลี า น้ำเสียงแตล่ ีลาท่าทาง นำ้ เสยี ง และลลี า เหมาะสมกับ ไมเ่ หมาะสมกบั ท่าทาง ไมเ่ หมาะสม บทรอ้ ยกรองที่อา่ น บทรอ้ ยกรองท่ีอ่าน อ่านออกเสียงบท อา่ นออกเสยี งบทร้อย อา่ นออกเสยี ง ร้อยกรองดว้ ย กรองไมค่ ล่องแคล่ว บทร้อยกรอง ความคล่องแคลว่ ไมแ่ มน่ ยำ ขาดความ ไมค่ ล่องแคลว่ และ และแม่นยำ มั่นใจ ๒ ครั้ง ไม่แมน่ ยำ มคี วามมั่นใจสูง ไม่มีความมน่ั ใจ
๑๒๖ แบบประเมนิ การท่องบทอาขยานแบบทาํ นองเสนาะของนกั เรียนรายกลุ่ม คาํ ช้ีแจง ครปู ระเมนิ พฤติกรรมของนักเรียนรายกล่มุ ในการอา่ นออกเสยี ง (บทร้อยกรอง) และให้คะแนนลงใน ชอ่ งท่ีตรงกับพฤติกรรมของนักเรยี น ่อานออกเสียง ร ล และคําควบก ้ลำ ร ล ว ูถก ้ตอง รวม สรุปผล การเ ือ้อน การออกเ ีสยง ูถกต้องตามคำประ ัพนธ์ การประเมิน เลขที่ ช่ือ-นามสกุล การเว้นวรรคตอน น้ำเ ีสยงไพเราะสละสลวย และ ีลลาท่าทางในการ ่อานเหมาะสม ความพร้อมเ ีพยงในการ ่อาน ความคล่องแค ่ลวและแ ่มนยำ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๓ ๑๘ ผ่าน ไม่ ผ่าน เกณฑการประเมิน รอยละ ๘๐ ขน้ึ ไป (๑๕ คะแนนขึ้นไป) ๑๗ – ๑๘ คะแนน ระดบั ดีมาก ๑๕ – ๑๖ คะแนน ระดับ ดี ๑๓ – ๑๔ คะแนน ระดบั พอใช้ ๐ – ๑๒ คะแนน ระดับ ปรับปรงุ ลงชื่อ............................................................ผ้ปู ระเมิน (........................................................) ............../.................../...............
๑๒๗ รายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ การท่องบทอาขยานแบบทาํ นองเสนาะ ของนกั เรยี นรายกลมุ่ ประเด็นการประเมนิ ๓ (ด)ี เกณฑ์การให้คะแนน ๑ (ปรบั ปรุง) ๒ (พอใช้) อ่านออกเสียง ร ล และ ๑. อ่านออกเสยี ง ร ล และ อ่านออกเสยี ง ร ล คาํ ควบกลำ้ ร ล ว อ่านออกเสยี ง ร ล และ ไมถ่ ูกตอ้ งเกนิ ๒ ครงั้ คาํ ควบกลำ้ ร ล ว ถกู ตอ้ ง และคําควบกลำ้ ร ล ว คํา ควบกล้ำ ร ล ว การเอ้ือน การทอดเสยี ง ไม่ถูกตอ้ ง ๒ ครง้ั หรือจังหวะทาํ นอง ถูกต้องชดั เจน การเอ้ือน การทอดเสียง ตามประเภทของ หรอื จังหวะทาํ นอง คาํ ประพันธ์ ๒. การเอือ้ น การเอ้ือน การ ตามประเภทของ ผดิ เกิน ๒ คร้ัง คาํ ประพนั ธ์ ผดิ ๒ คร้ัง อ่านเว้นวรรคตอน การทอดเสียงถูกต้อง ตาม ทอดเสียง ถูกต้องตาม ไมถ่ ูกตอ้ งเกนิ ๒ ครงั้ อา่ นเวน้ วรรคตอน อ่านเสียง ไม่ชดั เจน ประเภทของ จงั หวะ ทาํ นองถูกต้อง ไมถ่ ูกตอ้ ง ๒ ครงั้ นำ้ เสยี ง และลลี าท่าทาง อ่านเสยี งดัง ชดั เจน ไม่เหมาะสม คําประพนั ธ์ ตามประเภทของ นำ้ เสียง แตล่ ลี าทา่ ทาง ไม่เหมาะสม กบั บท อา่ นออกเสียงบทรอ้ ย คาํ ประพันธ์ ร้อยกรองที่อา่ น กรองไม่พรอ้ มเพียง อ่านออกเสียงบทรอ้ ย ไม่ถูกตอ้ ง ไมช่ ดั เจน ๓. การเวน้ วรรคตอน ถกู ต้อง อ่านเวน้ วรรคตอน กรองดว้ ยความพร้อม ทกุ คำ ทุกข้อความ เพียง ได้ถกู ต้อง ทุกประโยค ไดถ้ ูกตอ้ งชัดเจน แตไ่ ม่ชัดเจนทุกคำ ทุกข้อความ อ่านออกเสยี ง ๔. นำ้ เสียง ไพเราะ สละสลวย อา่ นเสียงดังชัดเจน ทุกประโยค บทรอ้ ยกรอง อ่านออกเสียงบท ไมค่ ล่องแคล่วและ และลีลา ท่าทางในการอา่ น น้ำเสียงและลีลา ร้อยกรอง ไม่แม่นยํา ไมค่ ล่องแคลว่ ไมม่ ีความมัน่ ใจ เหมาะสม เหมาะสมกับ ไม่แมน่ ยํา ขาดความม่นั ใจ ๒ คร้ัง บทรอ้ ยกรองที่อา่ น ๕. ความพร้อมเพยี งในการ อ่านออกเสียงบทร้อย อา่ น กรองด้วยความพร้อม เพยี งไดถ้ กู ตอ้ ง ชัดเจน ทกุ คาํ ทุกข้อความ ทกุ ประโยค ๖. ความคล่องแคล่ว อ่านออกเสยี งบท และแม่นยำ ร้อยกรองด้วย ความคล่องแคลว่ และ แมน่ ยาํ มคี วามม่นั ใจสูง
๑๒๘ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนของนกั เรียนรายบคุ คล คำช้ีแจง ใหท้ ำเคร่ืองหมาย √ ลงในช่อง คุณธรรม การมีส่วน ความ ในการเรยี น รว่ มในการ รับผิดชอบ ความสนใจ ทำกจิ กรรม ต่องาน เชน่ กระตอื รือรน้ เชน่ ตอบ ที่ไดร้ ับ เลขที่ ชอ่ื -สกุล ในการเรียน คำถาม มอบหมาย ความขยนั รวม ความ ซ่อื สตั ย์ มีจิต- สาธารณะ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓ ๑๒ ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม : ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ เกณฑการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ๙ – ๑๒ คะแนน ระดบั ดี ๒ หมายถึง พอใช้ ๕ – ๘ คะแนน ระดบั พอใช้ ๑ หมายถงึ ปรับปรงุ ๑ – ๔ คะแนน ระดับปรับปรุง ลงชอื่ ............................................................ผูป้ ระเมนิ (........................................................) ............../.................../...............
๑๒๙ รายละเอยี ดเกณฑก์ ารให้คะแนนแบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นของนกั เรยี นรายบคุ คล ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ๑ ๒๓ ๑. ความสนใจ มีความสนใจและ มีความสนใจและ ขาดความสนใจและ กระตือรือรน้ กระตือรือร้นในการเรียน กระตือรือร้นในบางเวลา ความกระตอื รือร้น ในการเรยี น ตลอดเวลา พดู คุยนอกเรื่องบางครง้ั พดู คุยนอกเรื่องบ่อยครงั้ ในคาบ หรอื เปน็ ประจำ ๒. การมสี ่วนรว่ มใน มีส่วนรว่ มในการทำ มีส่วนร่วมในการททำ ขาดการมีส่วนรว่ มใน การทำกจิ กรรม เช่น กจิ กรรมสมำ่ เสมอตลอด ตอบคำถาม คาบ ตอบคาํ ถามทุกคร้งั ที่ กิจกรรมสม่ำเสมอตลอด การทำกจิ กรรม ไมต่ อบ ครถู าม ๓. ความรบั ผิดชอบ มีความรับผิดชอบตองานที่ คาบ ตอบคาํ ถามท่ีครถู าม คาํ ถามทีค่ รูถาม ตอ่ งานที่ได้รับ ไดร้ ับมอบหมายอยา่ งดี มอบหมาย ทำงานเสร็จและส่งตาม บ่อยครง้ั เวลาทกุ ครั้ง มีความรับผดิ ชอบต่อ ขาดความรับผดิ ชอบตอ งานที่ได้รบั มอบหมายแต่ งานท่ีได้รับมอบหมาย ทำงานไมเ่ สรจ็ และสงไม่ ทำงานไม่เสรจ็ และสงไม่ ทันเวลาบางครงั้ ทันเวลาบ่อยคร้งั หรือ ทกุ คร้ัง ๔. คุณธรรมในการ มคี ณุ ธรรมในการเรียน มีคณุ ธรรมในการเรยี น ขาดคุณธรรมในการ เรยี น เชน่ โดยมีความขยัน ซื่อสตั ย์ ความขยัน และมจี ิตสาธารณะต่อครู โดยมีความขยนั ซ่ือสัตย เรียนโดยไม่ขยันเรียน ความซ่ือสัตย์ และเพื่อนทุกครั้งทม่ี โี อกาส มจี ติ สาธารณะ และมีจติ สาธารณะต่อครู ไมซ่ ่ือสัตย์และไม่มี และเพื่อนบ้างบางครั้ง จติ สาธารณะต่อครูและ เพื่อน
๑๓๐ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม (ในชั้นเรียน) คำช้แี จง ใหท้ ำเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งรายการสงั เกตพฤตกิ รรมทนี่ ักเรยี นปฏิบัติ รายการ เข้าร่วม เลขที่ ชือ่ - สกุล รว่ มมอื ในการ กล้าออกมา กิจกรรมดว้ ย สรปุ ผล ทำกจิ กรรม แสดง ความ การประเมิน ความสามารถ สนกุ สนาน เพลดิ เพลนิ ผ่าน ไมผ่ า่ น ผา่ น ไมผ่ า่ น ผา่ น ไมผ่ า่ น ผา่ น ไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมนิ ผา่ นตง้ั แต่ ๒ รายการ ถือวา่ ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถอื วา่ ไม่ผ่าน ลงชื่อ ....................................................... ผปู้ ระเมิน (.......................................................) ............../.................../...............
๑๓๑ แบบประเมินใบงาน ชือ่ -สกลุ ................................................................................................ ชัน้ /หอง................... เลขท่.ี ................... คำชี้แจง ใหค้ รูผสู้ อนประเมินใบงานของนกั เรยี นแล้วให้ทำเคร่ืองหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดบั ประเดน็ การประเมิน คณุ ภาพการปฏบิ ตั งิ าน ๔ (ดมี าก) ๓ (ด)ี ๒ (พอใช้) ๑ (ปรบั ปรุง) ๑ เนื้อหาสอดคลอ้ งกับหัวข้อ ๒ ความถูกต้อง ๓ ความเป็นระเบียบเรยี บร้อย ๔ ความตรงต่อเวลา รวม เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ๑๖-๒๐ ดมี าก ๑๑-๑๕ ดี ๖-๑๐ พอใช้ ๐-๕ ปรบั ปรุง ลงชอ่ื ....................................................... ผปู้ ระเมนิ (.......................................................) ............../.................../...............
๑๓๒ เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน ประเดน็ การประเมนิ ๔ (ดีมาก) คะแนน ๑ (ปรบั ปรุง) ๓ (ด)ี ๒ (พอใช้) ๑. เนอื้ หาสอดคล้องกับหัวข้อ ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานสอดคลอ้ ง ผลงานไมค่ ่อย ผลงานไม่ กบั หวั ขอ้ หรือ กับหัวขอ้ หรือเรือ่ ง สอดคล้องกับหัวข้อ สอดคล้องกับ เรอื่ งที่กำหนด ทก่ี ำหนดบางส่วน หรือเร่อื งท่กี ำหนด หวั ข้อหรือเร่ืองท่ี กำหนด ๒. ความถูกต้อง เนือ้ หาสารถูกต้อง เน้อื หาสาระ เนอ้ื หาสาระถูกต้อง เน้ือหาสาระ ครบถ้วน สมบูรณ์ ถกู ต้องเป็น บางประเดน็ ไมถ่ ูกต้อง ส่วนใหญ่ ๓. ความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย ผลงานมีความ ผลงานมีความเป็น ผลงานมคี วามเป็น ผลงานไมม่ ี เปน็ ระเบียบ ระเบยี บเรียบร้อย ระเบยี บเรยี บร้อย ความเปน็ ระเบยี บ เรียบร้อย น่าอา่ น น่าอา่ น แตย่ ังมี แต่ยงั มขี ้อบกพร่อง เรียบร้อย ข้อบกพร่อง เลก็ นอ้ ย บางสว่ น ๔. ความตรงต่อเวลา สง่ งานตรงเวลามี รับผดิ ชอบในงาน ทำงานที่ได้รับ ทำงานท่ีได้รบั ความรบั ผิดชอบ ทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย มอบหมายได้ มอบหมายไม่ครบ ในงานทไ่ี ด้รับ ส่งงานตรงเวลา ทกุ สว่ น มอบหมาย บางครัง้
๑๓๓ แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ชอ่ื -สกุล................................................................................................ ช้ัน/หอง................... เลขท.ี่ ................... คาํ ชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียน แลวขีด √ ลงในช่องให้ตรงกบั ระดับคะแนน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน ๓๒๑๐ ๑. ความสามารถ ๑.๑ มีความสามารถในการรบั – ส่งสาร ในการสื่อสาร ๑.๒ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของ ตนเองโดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม ๒. ความสามารถ ๑.๓ ใช้วธิ ีการส่อื สารทเ่ี หมาะสม ในการคดิ ๑.๔ วเิ คราะห์แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล ๒.๑ มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ๓. ความสามารถ ๒.๒ มที ักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ ในการแกป้ ญั หา ๒.๓ สามารถคดิ อย่างมวี ิจารณญาณ ๒.๔ มีความสามารถในการคิดอยา่ งมรี ะบบ ๔. ความสามารถ ๒.๕ ตดั สินใจแก้ปญั หาได้ ในการใช้ทักษะ ๓.๑ สามารถแก้ปญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ทีเ่ ผชิญได้ ชวี ติ ๓.๒ ใช้เหตผุ ลในการแก้ปญั หา ๓.๓ เข้าใจความสัมพันธแ์ ละการเปล่ียนแปลงในสงั คม ๕. ความสามารถ ๓.๔ แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา ในการใช้ ๔.๑ สามารถทำงานกลมุ่ รว่ มกบั ผู้อ่นื ได้ เทคโนโลยี ๔.๒ ปฏบิ ัติตามบทบาทหน้าที่ ๔.๓ ให้ความร่วมมือในการทำงาน ๔.๔ รว่ มกิจกรรมสม่ำสมอ ๔.๕ หลีกเลีย่ งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ทีส่ ่งผลกระทบตอตนเอง ๕.๑ เลอื กและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย ๕.๒ มที ักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี ๕.๓ ใชเ้ ทคโนโลยใี นการแก้ปัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ๕.๔ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยี รวม รวมคะแนน/เฉล่ีย
๑๓๔ หมายเหตุ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………................................... เกณฑก์ ารใหคะแนนระดับคุณภาพ ให้ ๓ คะแนน ดีมาก – พฤติกรรมท่ีปฏิบตั ิชดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ ๒ คะแนน คะแนน ๕๐ – ๖๖ ระดบั คุณภาพดีเยี่ยม ให้ ๑ คะแนน ดี - พฤตกิ รรมทป่ี ฏิบตั ชิ ดั เจนและบ่อยคร้ัง ให้ ๐ คะแนน คะแนน ๔๐ – ๕๙ ระดับคุณภาพดี พอใช้ - พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิบางครงั้ คะแนน ๒๐ – ๓๙ ระดบั คุณภาพพอใช้ ต้องปรบั ปรงุ - ไมเ่ คยปฏบิ ตั พิ ฤติกรรม คะแนน ๐ – ๑๙ ระดับคุณภาพปรบั ปรุง สรุปผลการประเมนิ ระดับ ด่ีเยย่ี ม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง ลงชื่อ............................................................ผู้ประเมนิ (........................................................) ............../.................../...............
๑๓๕ บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๖๐). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ฉบับปรังปรุง ๒๕๖๐. [ออนไลน์]. แหล่งทม่ี า https://drive.google.com/file/d/1mKyU6tkVWlL5b6vfwHNEzqkcqVXf_H-m/view [สืบคน้ เม่อื ๓ มีนาคม ๒๕๖๔]. __________ . (๒๕๖๐). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตาม หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑. [ออนไลน์]. แหลง่ ท่มี า https://drive.google.com/file/d/0B9t56k6dmUe5TUZwdE5nRDJ1dDg/view [สืบค้นเม่อื ๑๐ มนี าคม ๒๕๖๔]. ณฐั ณิชา ศรสี ขุ สวัสดิ์. (ม.ป.ป.) แบบฝึกทักษะ ชุดที่ ๔ เรอื่ ง ถอ้ ยคำและสำนวน. [ออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า https://www.kroobannok.com/news_file/p16925872125.pdf [สืบคน้ เม่ือ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔]. พัชรญดา โอบเอื้อ. (๒๕๖๒). การออกแบบการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. [ออนไลน์]. แหลง่ ท่มี า https://pubhtml5.com/ndbs/sdyl [สืบคน้ เม่ือ ๑๑ มนี าคม ๒๕๖๔]. พพิ ฒั น์ ทัพเจริญ. (๒๕๖๓). ภาษาไทยใส่ไขใ่ สน่ ม. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา https://phasathaikruphiphat.school.blog/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0 %B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8% B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0 %B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9/%E0%B8% AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0 %B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87- %E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9- %E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%94/ [สบื คน้ เม่อื ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔]. ภาคภูมิ คล้ายทอง. (๒๕๖๓). แผนการสอนรายวชิ าภาษาไทย ม.๑ เทอม ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓. [ออนไลน์]. แหลง่ ทีม่ า http://elsd.ssru.ac.th/paakpoom_kl/enrol/index.php?id=39 [สบื คน้ เมื่อ ๑๑ มนี าคม ๒๕๖๔].
๑๓๖ มลู นิธกิ ารศกึ ษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมชูปถัมภ์. (๒๕๖๓). คมู่ อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู้ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ภาคเรียนที่ ๑. [ออนไลน์]. แหลง่ ที่มา https://www.dltv.ac.th/teachplan/lists/7/1000/MjU2MyAvIDE= [สืบค้นเมื่อ ๓ มีนาคม ๒๕๖๔]. __________ . (๒๕๖๓). คูม่ อื ครแู ละแผนการจัดการเรยี นรู้ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น ภาคเรยี นท่ี ๒. [ออนไลน์]. แหลง่ ทมี่ า https://www.dltv.ac.th/teachplan/lists/7/1000/MjU2MyAvIDI= [สืบคน้ เมื่อ ๓ มนี าคม ๒๕๖๔]. __________ . (๒๕๖๓). ภาษาไทย มัธยมศึกษาปที ่ี ๑. [ออนไลน์]. แหล่งท่มี า https://www.dltv.ac.th/teachplan/episode/10190[สืบคน้ เมอ่ื ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔]. ยุพาพร สิงคห์ วงศ์. ๒๕๕๗. นวตั กรรมแบบฝึกเสรมิ ทักษะ ชุดการแต่งกาพย์ยานี ๑๑. [ออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า http://hanpho.ac.th/html/chapter4-test.html [สืบคน้ เมอ่ื ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔]. วยรุ ี วงคส์ มศรี. (๒๕๖๐). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรูว้ ิชาภาษาไทย สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้ 5 ข้ัน (5 STEPs). ๑. [ออนไลน์]. แหลง่ ที่มา http://kham.ac.th/kham2013/files/Wayuree_kkn.pdf [สบื คน้ เม่อื ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔]. วัลภา หงส์วเิ ศษ. (๒๕๖๒). แผนวิชาภาษาไทย ป.๖. (ม.ป.ท., ม.ป.พ.)) อพิชญา ตาชชู าติ และคณะ. (๒๕๖๑). การท่องบทอาขยาน. [ออนไลน์]. แหลง่ ทม่ี า https://sites.google.com/a/htp.ac.th/512_phasa-thiy-3-th32101/1-4-kar-suxsar-laea- karna-senx-xyang-mi-prasiththiphaph-learning-to-communicate [สบื คน้ เมื่อ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔]. (ม.ป.ป.) บทท่ี 2 สำนวนสุภาษติ ไทย. [ออนไลน์]. แหลง่ ทมี่ า https://sites.google.com/site/phasathiym1/bth-thi-2-kar-xan [สืบค้นเม่ือ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔]. __________ . วเิ คราะหค์ วามแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขยี น. [ออนไลน์]. แหล่งท่มี า https://sites.google.com/site/thaiinnovationm13/radab-chan-m-1/wikheraah-khwam- taek-tang-khxng-phasa-phud-laea-phasa-kheiynn [สบื คน้ เมื่อ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔]. __________ . ตวั อยา่ งการเปล่ียนคำทีเ่ ป็นภาษาพดู ใหเ้ ปน็ ภาษาเขยี นภาษาพูด ภาษาเขยี น. [ออนไลน์]. แหล่งทม่ี า https://www.facebook.com/Rakphasathai/posts/1335784563204995/ [สืบคน้ เมอื่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔]. __________ . ความหมายของการฟงั และการดู. [ออนไลน์]. แหล่งทีม่ า https://sites.google.com/site/thaiforcareersterm1/bth-thi9kar-fang-laea-kar-du-xyang- mi-wicarnyan/khwam-hmay-khxng-kar-fang-laea-kar-du [สืบคน้ เมื่อ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔].
๑๓๗ (ม.ป.ป.) หลักการดู. [ออนไลน์]. แหลง่ ที่มา https://fernbudsayamad.wordpress.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B9%80%E0 %B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8% 84%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0 %B8%B3%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C/900-2/ [สบื ค้นเมือ่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔]. True ปลูกปญั ญา. (๒๕๖๑). ภาษาไทย ม. 1 เรื่อง การแต่งคำประพันธ์. [ออนไลน์]. แหลง่ ทีม่ า https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/31461-044059 [สืบค้นเม่อื ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔].
๑๓๘
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144