Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชุดที่ 2 - ระบบย่อยอาหาร

ชุดที่ 2 - ระบบย่อยอาหาร

Published by taweesub23, 2020-06-19 11:53:12

Description: ชุดที่ 2 - ระบบย่อยอาหาร

Search

Read the Text Version

ชดุ กจิ กรรมการเรียนร้ตู ามรูปแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รายวิชาวทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 ระบบต่าง ๆ ของมนุษย์และสตั ว์ ชุดท่ี 2 ระบบยอ่ ยอาหาร นายทวที รพั ย์ สระแก้ว ตาแหน่งครู วิทยฐานะครูชานาญการ โรงเรยี นพรมเทพพทิ ยาคม สานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 33 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ

คานา ชดุ กิจกรรมการเรียนร้ตู ามรปู แบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รายวชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ระบบต่าง ๆ ของมนุษยแ์ ละสัตว์ ชดุ ที่ 2 ระบบยอ่ ยอาหาร เล่มนี้จดั ทาขึ้นเพือ่ ประกอบการเรียน การสอนรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ซง่ึ นาเสนอในรูปแบบ ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้นกั เรยี นได้ฝกึ ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ศกึ ษาหาความรู้ด้วยตนเอง หรือเปน็ กลุม่ รว่ มกับการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนของครูตามรปู แบบกระบวนการ สืบเสาะหาความรู้ (5Es) เมือ่ นกั เรียนศึกษาชดุ กิจกรรมการเรยี นรชู้ ดุ นแ้ี ล้ว นกั เรียนจะมีความรู้ความเขา้ ใจ เพราะไดเ้ รยี นรู้เปน็ ระบบตามขนั้ ตอน สามารถพัฒนาความรู้ความสามารถได้เตม็ ตาม ศักยภาพ และสามารสร้างองคค์ วามร้ไู ด้ดว้ ยตวั เอง ผ้จู ัดทาหวงั เปน็ อย่างย่ิงว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้ชดุ นี้ จะเป็นประโยชน์อยา่ งย่ิง แก่นักเรียน ครูผู้สอน และผทู้ ส่ี นใจสามารถนาไปใช้ในการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน และนาความรูไ้ ปประยุกต์ใช้ในการดารงชีวิตได้อย่างมคี วามสขุ ต่อไป ทวีทรพั ย์ สระแก้ว

สารบญั หน้า คานา.................................................................................................................................. (1) สารบญั ............................................................................................................................... (2) สารบัญภาพ ....................................................................................................................... (3) คาแนะนาการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................. 1 ขั้นตอนการเรียนโดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้................................................................... 2 สาระสาคญั ........................................................................................................................ 3 มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั .............................................................................................. 3 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้........................................................................................................ 4 แบบทดสอบก่อนเรยี น....................................................................................................... 5 บัตรกจิ กรรม ...................................................................................................................... 8 แบบทดสอบหลงั เรยี น........................................................................................................ 17 แบบบันทกึ คะแนนการเรียน.............................................................................................. 21 บัตรความรู้......................................................................................................................... 22 บรรณานกุ รม ..................................................................................................................... 35 ภาคผนวก .......................................................................................................................... 38 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรียน ........................................................................ 39 แนวคาตอบบตั รกจิ กรรม.............................................................................................. 40

สารบญั ภาพ ภาพที่ หนา้ 1 ระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์ .................................................................................. 22 2 ปาก ตอ่ มน้าลาย คอหอย ................................................................................... 25 3 กระเพาะอาหาร..................................................................................................... 26 4 สาไสเ้ ล็ก ................................................................................................................ 27 5 สาไสใ้ หญ่............................................................................................................... 29 6 ระบบทางเดินอาหารของสตั ว์ทมี่ กี ระดูกสนั หลัง................................................... 30 7 ระบบย่อยอาหารสตั ว์ท่ีไม่มกี ระดูกสนั หลงั ท่ีมีทางเดินอาหารไมส่ มบูรณ์ ............. 31 8 ระบบยอ่ ยอาหารของไสเ้ ดือน ตก๊ั แตน ............................................................... 33

คาแนะนาในการใชช้ ุดกจิ กรรม ชดุ กิจกรรมการเรียนรตู้ ามรูปแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รายวชิ าวิทยาศาสตร์พน้ื ฐาน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ระบบต่าง ๆ ของมนุษย์และสตั ว์ ชุดที่ 2 ระบบยอ่ ยอาหาร เปน็ ชุดกจิ กรรมท่มี งุ่ เนน้ ใหน้ ักเรียน ไดส้ ืบค้นข้อมลู และปฏิบัติกจิ กรรมด้วยตนเอง ซ่งึ มีทั้งกิจกรรมแบบกล่มุ และกจิ กรรม แบบเดี่ยว ฉะนั้นให้นักเรียนปฏิบตั ิกจิ กรรม ดงั น้ี 1. ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้เล่มนี้ คือ ชุดที่ 2 ระบบย่อยอาหาร ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 2. อ่านคาชี้แจง คาแนะนา ขั้นตอนการใชช้ ดุ กิจกรรมการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ การเรียนรใู้ ห้เข้าใจ ถ้ายงั ไมเ่ ขา้ ใจใหป้ รกึ ษาครู 3. ทาแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ระบบยอ่ ยอาหาร เพือ่ วดั ความรู้พ้ืนฐาน ของนกั เรยี น 4. ศึกษาบัตรกจิ กรรมต่างๆ ตามขน้ั ตอนรปู แบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รวมท้ังศกึ ษาบัตรความรู้ ด้วยความมงุ่ มัน่ และมีความรบั ผดิ ชอบ 5. เมอ่ื ศกึ ษาบตั รกิจกรรมตา่ ง ๆ ครบทกุ กจิ กรรมแล้ว ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบ หลังเรยี น 6. นักเรยี นต้องมีความซ่ือสตั ย์ต่อตนเอง ไมเ่ ปิดดูเฉลยกจิ กรรมและแบบทดสอบ

2 ข้นั ตอนการเรียนด้วยชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ ศกึ ษาคาแนะนาการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้ ศกึ ษาสาระสาคัญ/มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ดั จุดประสงค์การเรียนรู้/สาระการเรียนร้แู กนกลาง ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามขั้นตอนของชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ ทาแบบทดสอบหลงั เรียน ทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์หิ ลังเรียนในช่วั โมงสุดทา้ ยของหน่วยการเรียนรู้

3 สาระสาคัญ ระบบย่อยอาหาร เป็นกระบวนการแปรรปู อาหารที่ร่างกาย รับเข้ามาให้กลายไปเป็น พลงั งานและสารประกอบสาคัญ สง่ เขา้ สู่กระแสเลือด เพ่อื ให้ร่างกายนาไปใช้ประโยชน์ ในการเสริมสร้างอวัยวะต่าง ๆ เพ่อื ให้ร่างกายสามารถดาเนนิ กิจกรรมต่าง ๆ ไดต้ ามปกติสขุ มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชีว้ ัด มาตรฐาน ว 1.1 เขา้ ใจหน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ทข่ี องระบบตา่ ง ๆ ของสง่ิ มชี ีวิตที่ทางานสัมพันธก์ ัน มีกระบวนการสืบเสาะหา ความรู้ สอ่ื สารส่ิงทเี่ รียนรู้และนาความร้ไู ปใชใ้ นการดารงชวี ิตของตนเองและดแู ลสง่ิ มีชีวิต ม.2/1 อธบิ ายโครงสรา้ งและการทางานของระบบยอ่ ยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบขับถา่ ย ระบบสืบพันธ์ุของมนุษย์และสตั ว์ รวมท้ังระบบประสาท ของมนษุ ย์ มาตรฐาน ว 8.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจติ วทิ ยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่เี กดิ ข้นึ ส่วนใหญ่ มีรปู แบบทแี่ นน่ อน สามารถอธบิ ายและตรวจสอบได้ ภายใต้ขอ้ มลู และเครือ่ งมือทมี่ อี ยู่ ในช่วงเวลานนั้ ๆ เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมและส่ิงแวดล้อม มีความเกี่ยวขอ้ ง สมั พันธก์ ัน ม.1-3/1 ต้งั คาถามที่กาหนดประเดน็ หรอื ตัวแปรท่สี าคญั ในการสารวจ ตรวจสอบ หรือศึกษาค้นควา้ เรอื่ งท่ีสนใจไดอ้ ย่างครอบคลมุ และเช่ือถือได้ ม.1-3/2 สร้างสมมุตฐิ านท่ีสามารถตรวจสอบได้ และวางแผนการสารวจตรวจสอบ หลาย ๆ วิธี ม.1-3/3 เลือกเทคนิควิธีการสารวจตรวจสอบท้ังเชิงปรมิ าณและเชงิ คุณภาพทไ่ี ดผ้ ล เท่ียงตรงและปลอดภยั โดยใชว้ สั ดแุ ละเครื่องมือทเ่ี หมาะสม ม.1-3/4 รวบรวมขอ้ มูล จัดกระทาข้อมูลเชงิ ปรมิ าณและคุณภาพ ม.1-3/5 วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ความสอดคลอ้ งของประจักษ์พยานกบั ขอ้ สรุป ท้ังท่ีสนับสนนุ หรือขัดแย้งกับสมมุติฐานและความผดิ ปกตขิ องขอ้ มูลจากการสารวจตรวจสอบ

4 ม.1-3/9 จดั แสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรอื อธิบายเก่ียวกับแนวคดิ กระบวนการ และผลของโครงงานหรอื ชนิ้ งานใหผ้ ู้อื่นเขา้ ใจ จุดประสงค์การเรียนรู้ หลงั จากเรียนเรอ่ื งนแี้ ลว้ นักเรียนมคี วามรู้ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มท่ีพึงประสงค์ ดงั นี้ 1. ดา้ นความรู้ 1.1 นกั เรียนสามารถอธบิ ายและสรปุ ความสาคญั ของการยอ่ ยอาหารได้ 1.2 นกั เรยี นทดลองและสรุปเกย่ี วกบั การเปล่ียนขนาดอนภุ าคของแป้ง และน้าตาลได้ 1.3 นักเรยี นสามารถบอกโครงสร้างและหนา้ ที่ของทางเดินอาหารของคนได้ 1.4 นักเรียนสามารถระบุอวยั วะและต่อมตา่ ง ๆ ที่ชว่ ยในการย่อยอาหารได้ 2. ด้านทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 2.1 นกั เรียนสามารถวางแผน วเิ คราะห์ สารวจ ตรวจสอบและรวบรวมขอ้ มลู ในประเดน็ ทศี่ กึ ษาได้ 3. ด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและคา่ นยิ มทพ่ี งึ ประสงค์ 3.1 นกั เรยี นมีจติ วิทยาศาสตร์ในการสบื เสาะหาความรู้

5 แบบทดสอบก่อนเรยี น ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ รายวชิ าวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 ระบบต่าง ๆ ของมนษุ ยแ์ ละสัตว์ 10 ชดุ ที่ 2 ระบบยอ่ ยอาหาร นาที คาชี้แจง ให้นกั เรียนทาเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคาตอบตามตัวเลอื กที่ถูกตอ้ ง ทีส่ ุดเพยี งคาตอบเดยี ว (10 คะแนน) 1. ขอ้ ใดเป็นหน้าทีข่ องระบบย่อยอาหาร ก. นาอาหารและแกส๊ ออกซิเจนไปยงั เซลล์ต่าง ๆ ข. ดดู ซมึ อาหารที่ย่อยแล้วเขา้ สกู่ ระแสเลือด ค. นาแกส๊ ออกซิเจนเข้าสู่รา่ งกาย ง. สร้างพลงั งานให้กับเซลล์ 2. อวยั วะท่ีเกย่ี วข้องกบั การยอ่ ยอาหารขอ้ ใดถกู ต้องทั้งหมด ก. ปาก ลาไสเ้ ลก็ มา้ ม ข. กระเพาะอาหาร ลาไส้ใหญ่ หลอดลม ค. ลาไส้เลก็ กลอ่ งเสียง ลาไสใ้ หญ่ ง. ปาก กระเพาะอาหาร ลาไส้เลก็ 3. ลาดับทางเดินอาหารในสัตว์จาพวกปลาเปน็ ไปตามลกั ษณะใด ก. ปาก  คอหอย  หลอดอาหาร  ถุงพักอาหาร ทวารหนัก ข. ปาก  คอหอย  กระเพาะอาหาร  ลาไส้  ทวารหนัก ค. ปาก  หลอดอาหาร  กระเพาะอาหาร  ทวารหนัก ง. ปาก  หลอดอาหาร  ถงุ พกั อาหาร  ทวารหนัก 4. กาหนดให้ 1 = ปาก, 2 = กระเพาะอาหาร, 3 = ลาไสเ้ ล็ก, 4 = ลาไส้ใหญ่, คารโ์ บไฮเดรตถกู ย่อยท่ีบริเวณใดของระบบย่อยอาหารของคน ก. 1, 3 ข. 2, 3 ค. 3, 4 ง. 1, 2

6 5. ระบบยอ่ ยอาหาร หมายถงึ ข้อใด ก. การยอ่ ยอาหารเป็นกระบวนการที่ทาให้อาหารมโี มเลกุลเลก็ ลง ข. ระบบย่อยอาหารของสัตว์ทกุ ชนดิ มีกระบวนการเหมือนกัน ค. การยอ่ ยอาหารในรา่ งกายมนษุ ยเ์ ร่ิมตน้ ท่ีกระเพาะอาหาร ง. การย่อยอาหารจะตอ้ งมเี อนไซมเ์ ขา้ มาเกยี่ วข้องเสมอ 6. เพราะเหตใุ ดเวลาเราเค้ยี วข้าวนาน ๆ จะรู้สกึ ว่าขา้ วนน้ั หวาน ก. เกิดความรูส้ กึ ไปเอง ข. เพราะในข้าวมีน้าตาลปนอยู่ ค. เพราะข้าวถกู เปลย่ี นไปเปน็ น้าตาล ง. ในปากมเี อนไซมท์ ีม่ คี วามหวานอยู่ในตวั แล้ว 7. กระเพาะอาหารมกี ารย่อยอาหารประเภทใด ในภาวะใด ก. แป้ง ภาวะเป็นกรด ข. โปรตีน ภาวะเป็นเบส ค. โปรตีน ภาวะเป็นกรด ง. โปรตนี ภาวะเปน็ กลาง 8. ถา้ ตับอกั เสบสง่ ผลกระทบต่อการย่อยอาหารประเภทใด ก. ไขมนั ข. โปรตนี ค. คาร์โบไฮเดรต ง. วิตามนิ และเกลือแร่ 9. อาการทอ้ งผกู เกดิ จากการทางานผิดปกตขิ องอวัยวะใด ก. กระเพาะอาหาร ข. ทวารหนกั ค. ลาไส้ใหญ่ ง. ลาไสเ้ ล็ก 10. ถา้ กินอาหารไม่เป็นเวลาจะมีอาการอยา่ งไร ก. ท้องผกู ข. ปวดทอ้ งอจุ จาระ ค. ปวดแสบทวารหนกั ง. ปวดแสบทท่ี ้อง

7 กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 ระบบตา่ ง ๆ ของมนุษย์และสตั ว์ ชดุ ท่ี 2 ระบบยอ่ ยอาหาร ชอ่ื ................................................................................ชัน้ ................... เลขท่ี.............. ขอ้ ที่ ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ผลคะแนนทีไ่ ด.้ .........................คะแนน เพ่อื นๆ ตั้งใจทาแบบทดสอบก่อนเรียน นะครับ จะไดร้ ู้ความรพู้ น้ื ฐานของตวั เอง

8 ขน้ั ที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement) บตั รกิจกรรมท่ี 1 10 นาที คาชีแ้ จง ให้นักเรียนดภู าพอาหาร และสนทนาแลกเปล่ียนความคดิ เห็นกบั เพือ่ น เพ่อื ทบทวนความร้เู ก่ียวกับเรื่องสารอาหาร และตอบคาถามที่กาหนดให้ (10 คะแนน) ที่มา : http://www.kangtung.com/สตู รวิธีทา-ขา้ วผดั กุ้ง. สืบคน้ เมอื่ 2 มกราคม 2560 1. จากอาหารในภาพนกั เรยี นคิดว่ามีสารอาหารชนิดใดบ้าง 2. ในแต่ละวันนักเรียนรับประทานอาหารครบ 5 หมูห่ รือไม่ 3. นักเรยี นคิดว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปแลว้ รา่ งกายของเราจะจดั การกับอาหารอยา่ งไร 4. นักเรียนคดิ ว่าระบบอวัยวะใดท่ีทาหน้าท่ีอันดับแรก หลังจากทรี่ ับประทานอาหารเข้าไป

9 บัตรกิจกรรมท่ี 2 30 นาที คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง สังเกตผลการทดลอง บันทกึ ผล และรว่ มกนั อภปิ รายผลการทดลองและสรปุ ผลการทดลงในแบบบนั ทกึ (10 คะแนน) การทดลองย่อยแป้งในปาก อปุ กรณ์ วิธกี ารทดลอง 1. ขา้ วสุก 1 ชอ้ นโตะ๊ 1. แบ่งขา้ วสกุ ประมาณ 1 ชอ้ นโต๊ะออกเปน็ 2 สว่ น 2. สารละลายเบเนดิกส์ 2. นาส่วนท่ี 1 ลงในหลอดทดลองหลอดท่ี 1 3 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร 3. ข้าวสุกส่วนท่ี 2 เคี้ยวใหล้ ะเอยี ดนาน 30 วนิ าที 3. ตะเกียงแอลกอฮอล์ 1 ชดุ แล้วใสล่ งในหลอดทดลองหลอดที่ 2 4. บีกเกอรข์ นาด 250 มิลลลิ ิตร 4. หยดสารละลายเบเนดิกส์ลงในหลอดทดลองท้งั 2 5. หลอดทดลอง 2 หลอด หลอด ๆ ละประมาณ 5–7 หยด 5. นาไปตม้ ในนา้ เดือดประมาณ 2 นาที สงั เกตและ บันทกึ ผล  กาหนดปญั หา  ต้งั สมมุติฐาน

10  ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ผลการเปลยี่ นแปลงท่เี กิดขึ้น หลอดทดลอง กอ่ นตม้ หลังต้ม หลอดท่ี 1 ขา้ วสกุ + สารละลายเบเนดกิ ส์ หลอดท่ี 2 ขา้ วสุกเคย้ี วละเอียด + สารละลาย เบเนดิกส์  สรุปผลการทดลอง  การนาไปใช้ประโยชน์  คาถามหลงั ทากจิ กรรม 1. หลอดทดลองทง้ั 2 หลอด มกี ารเปลีย่ นแปลงเหมือนหรอื แตกต่างกันในลกั ษณะใด 2. สารสีเหลืองทพี่ บในหลอดทดลอง คืออะไร เกิดขนึ้ ได้อย่างไร

11 ขั้นที่ 2 สารวจและค้นหา (Exploration) นกั เรียนศึกษาเนอื้ หาจากบตั รความรู้ หรอื หนงั สือเรยี น Youtube เรอ่ื ง ระบบย่อยอาหารของคน และสัตว์ บตั รกิจกรรมที่ 3 20 นาที คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนเขยี นชอ่ื อวัยวะในระบบย่อยอาหารของคนใหถ้ ูกตอ้ ง รวมทง้ั ตอบคาถามที่กาหนดให้ (10 คะแนน) ปาก ต่อมนา้ ลาย คอหอย ตับ ถุงนา้ ดี หลอดอาหาร ตบั อ่อน กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไส้ใหญ่ ทีม่ า : http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/30588-043066 สืบคน้ เม่อื 2 มกราคม 2560

12 1. การย่อยอาหารมเี ป้าหมายเพอ่ื อะไร เพ่ือแปรสภาพอาหารให้กลายเป็นสารอาหาร จนร่างกายสามารถนาไปใช้เป็นแหลง่ พลังงานได้ 2. การเค้ียวอาหารมคี วามสาคัญต่อการย่อยอาหารอย่างไร การเค้ียวอาหารทาให้ช้ินอาหารมขี นาดเลก็ ลง ซึง่ เป็นการเพ่ิมพนื้ ท่ีผิวของอาหารให้ มโี อกาสสัมผัสกบั เอนไซมม์ ากขน้ึ 3. การย่อยอาหารเชงิ เคมีของโปรตีนเกดิ ขน้ึ ท่บี ริเวณใด กระเพาะอาหารและลาไส้เล็ก 4. เพราะเหตุใด วิตามนิ แรธ่ าตุ น้า จงึ แพรเ่ ขา้ สู่ลาไสเ้ ล็กไดโ้ ดยไม่มีการย่อย เพราะโมเลกุลมีขนาดเล็กพอที่จะแพรเ่ ข้าสเู่ ซลลข์ องผนงั ลาไส้ไดเ้ ลย 5. บรเิ วณใดทม่ี กี ารยอ่ ยอาหารเชิงเคมีทกุ ชนดิ ลาไส้เลก็

13 บัตรกิจกรรมที่ 4 20 นาที คาชี้แจง ให้นกั เรียนเขยี นชอื่ อวัยวะในระบบทางเดินอาหารของปลาใหถ้ กู ต้อง รวมทงั้ ตอบคาถามที่กาหนดให้ (10 คะแนน) ปาก ทวารหนัก กระเพาะอาหาร ลาไสใ้ หญ่ ลาไส้ ตับ ท่ีมา : https://krugolf26.wordpress.com/เอกสารการสอน/science. สืบคน้ เมอ่ื 2 มกราคม 2560 1. ปลากนิ เนอื้ จะมที างเดนิ อาหารแตกต่างจากปลากินพชื อยา่ งไร ปลากนิ เนื้อจะมีทางเดนิ อาหารส้นั กวา่ ปลากินพืช 2. ทางเดนิ อาหารของสัตว์จาพวกแมลงแบง่ ออกเป็นก่ีส่วน อะไรบ้าง แบ่งออกเปน็ สา่ มสว่ น คอื ทางเดนิ อาหารส่วนต้น ส่วนกลาง และส่วนท้าย 3. อวัยวะทไี่ ฮดราใช้ในการนาอาหารเขา้ และขับกากอาหารออกจากตัว คืออวัยวะใด ปาก 4. กระพาะอาหารของสัตวเ์ ค้ียวเอ้ืองแบ่งออกได้เป็นกส่ี ่วน 4 ส่วน คอื รูเมน เรตคิ ิวลัม โอมาซัม และ อโบมาซัม 5. กระเพาะอาหารสว่ นใดของสตั ว์เค้ยี วเอื้องทีท่ าหน้าที่สร้างเอนไซม์ ส่วนที่ 1 คอื กระเพาะผ้าขี้รว้ิ หรอื รูเมน

14 ขนั้ ท่ี 3 อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) บตั รกจิ กรรมท่ี 5 20 นาที คาช้แี จง นักเรียนศึกษาบัตรความรู้ และดูแผนภาพอธิบายขั้นตอนการย่อย อาหาร การดูดซมึ อาหาร ต้ังแตป่ ากจนถึงถวารหนัก จากนั้นเขยี นลาดบั การยอ่ ย และกระบวนการยอ่ ยใหถ้ ูกต้อง (10 คะแนน) ทมี่ า : http://www.ceresproject.org/digestion-illustration_acs.jpg สืบค้นเม่ือ 2 มกราคม 2560

15 ลาดับการย่อยอาหาร 1. ปาก การยอ่ ยเชิงกลโดยฟนั ทาหนา้ ทบ่ี ดเคีย้ วอาหารให้มีขนาดโมเลกุลเล็กลง ส่วนการย่อยเชิงเคมีนา้ ลายทาหน้าทค่ี ลุกเคล้าอาหารให้เปียกช้ืน และมีเอนไซม์ อะไมเลสย่อยแปง้ ใหเ้ ปน็ น้าตาล 2. กระเพาะอาหาร การยอ่ ยเชงิ กลโดยกระเพาะบดี รัดตวั ทาใหอ้ าหารมีสภาพเหมอื นน้าซปุ ส่วนย่อยเชิงเคมี โดยน้ายอ่ ยเพปซนิ ย่อยโปรตีนเป็นกรดอะมิโนและโปรตีน ขนาดเล็กลง 3. ลาไสเ้ ล็ก การยอ่ ยเชิงกล โดยลาไส้บีบรดั ตัว ส่วนการย่อยเชิงเคมี โดยน้ายอ่ ย จากตับอ่อนมายอ่ ยอาหารทกุ ประเภทจนกลายเป็นสารอาหาร และดดู ซึม สารอาหาร 4. ลาไส้ใหญ่ ไมม่ ีการยอ่ ย มแี ตก่ ารดูดซมึ แร่ธาตแุ ละน้า ทาใหก้ ากอาหารมีลกั ษณะแขง็ ขึน้ และมีจุลนิ ทรยี ท์ ่ีมปี ระโยชนเ์ กาะอยู่ทผี่ นังลาไส้ 5. ทวารหนัก กากอาหารเม่ือมาถึงไส้ตรงจะทาให้ร้สู ึกอยากถ่าย ทวารหนกั เป็นทางออกของ กากอาหารหรืออุจจาระ

16 ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration) บตั รกจิ กรรมท่ี 6 20 นาที คาชแ้ี จง ให้นักเรียนสารวจและสบื ค้นขอ้ มลู ที่เก่ยี วกบั ระบบย่อยอาหาร และเขียนตอบคาถามให้ถูกตอ้ ง (10 คะแนน) 1. การพูดคยุ ขณะรบั ประทานอาหารจะทาใหเ้ กิดอันตรายอย่างไร อาจทาใหอ้ าหารตกลงไปในหลอดลม สง่ ผลให้สาลกั อาหารและอาจหายใจไมอ่ อก อาจเสียชีวิตได้ 2. โรคกรดไหลย้อน คอื อะไร ภาวะที่กรดหรือนา้ ยอ่ ยในกระเพาะไหลย้อนมาในหลอดอาหาร ทาให้มีอาการเจบ็ หนา้ อก 3. วธิ ปี ้องกันกรดไหลยอ้ น นกั เรียนจะปฏบิ ตั ติ นอย่างไร ปรบั พฤตกิ รรมการกิน เช่น งดน้าอัดลม สุรา และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ออกกาลังกาย 4. การสูบบุหรี่และด่มื แอลกอฮอล์จะทาให้มโี อกาสเป็นโรคกระเพาะอาหารได้อย่างไร กระตุ้นการหลั่งกรดเกลือ ทาใหก้ ระเพาะเกิดแผลไดง้ า่ ย 5. หากนักเรียนเปน็ โรคกระเพาะอาหาร ควรหลีกเล่ียงอาหารประเภทใด อาหารทม่ี ีรสเผด็ จัด อาหารทีย่ ่อยยาก เชน่ เน้ือสัตว์ งดชา กาแฟ

17 ขั้นที่ 5 ประเมิน (Evaluation) นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน และบันทกึ คะแนนของตนเองในแบบบันทกึ คะแนนการเรยี น แบบทดสอบหลงั เรยี น ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ระบบตา่ ง ๆ ของมนษุ ย์และสัตว์ 10 ชุดที่ 2 ระบบย่อยอาหาร นาที คาชแ้ี จง ให้นักเรียนทาเครอื่ งหมาย X ลงในกระดาษคาตอบตามตัวเลือกท่ีถกู ตอ้ ง ท่ีสดุ เพยี งคาตอบเดยี ว (10 คะแนน) 1. อวัยวะที่เกย่ี วขอ้ งกบั การยอ่ ยอาหารขอ้ ใดถกู ตอ้ งทง้ั หมด ก. กระเพาะอาหาร ลาไสใ้ หญ่ หลอดลม ข. ปาก กระเพาะอาหาร ลาไส้เลก็ ค. ลาไสเ้ ลก็ กล่องเสยี ง ลาไส้ใหญ่ ง. ปาก ลาไสเ้ ลก็ ม้าม 2. ถ้ากินอาหารไม่เป็นเวลาจะมีอาการอยา่ งไร ก. ท้องผกู ข. ปวดแสบที่ท้อง ค. ปวดท้องอจุ จาระ ง. ปวดแสบทวารหนกั 3. ข้อใดเปน็ หน้าท่ขี องระบบย่อยอาหาร ก. สร้างพลงั งานใหก้ บั เซลล์ ข. นาแก๊สออกซเิ จนเข้าสู่ร่างกาย ค. ดูดซึมอาหารที่ยอ่ ยแล้วเข้าสกู่ ระแสเลอื ด ง. นาอาหารและแก๊สออกซิเจนไปยงั เซลล์ต่าง ๆ

18 4. ถ้าตบั อกั เสบส่งผลกระทบตอ่ การย่อยอาหารประเภทใด ก. วติ ามินและเกลอื แร่ ข. คาร์โบไฮเดรต ค. โปรตนี ง. ไขมัน 5. กาหนดให้ 1 = ปาก, 2 = กระเพาะอาหาร, 3 = ลาไส้เล็ก, 4 = ลาไสใ้ หญ่, คาร์โบไฮเดรตถกู ย่อยทบี่ ริเวณใดของระบบย่อยอาหารของคน ก. 1, 3 ข. 1, 2 ค. 2, 3 ง. 3, 4 6. อาการท้องผูกเกดิ จากการทางานผิดปกตขิ องอวัยวะใด ก. ลาไส้ใหญ่ ข. ลาไส้เลก็ ค. ทวารหนกั ง. กระเพาะอาหาร 7. ลาดบั ทางเดินอาหารในสตั วจ์ าพวกปลาเปน็ ไปตามลักษณะใด ก. ปาก  หลอดอาหาร  ถุงพกั อาหาร  ทวารหนัก ข. ปาก  หลอดอาหาร  กระเพาะอาหาร  ทวารหนัก ค. ปาก  คอหอย  กระเพาะอาหาร  ลาไส้  ทวารหนัก ง. ปาก  คอหอย  หลอดอาหาร  ถุงพกั อาหาร ทวารหนัก 8. เพราะเหตุใดเวลาเราเคี้ยวข้าวนาน ๆ จะรู้สกึ ข้าวนั้นหวาน ก. ในปากมีเอนไซม์ทม่ี ีความหวานอยู่ในตัวแลว้ ข. เพราะข้าวถูกเปล่ียนไปเปน็ นา้ ตาล ค. เพราะในขา้ วมนี ้าตาลปนอยู่ ง. เกดิ ความรสู้ กึ ไปเอง

19 9. กระเพาะอาหารมกี ารย่อยอาหารประเภทใด ในภาวะใด ก. แป้ง ภาวะเป็นกรด ข. โปรตนี ภาวะเป็นกลาง ค. โปรตีน ภาวะเปน็ เบส ง. โปรตีน ภาวะเป็นกรด 10. ระบบยอ่ ยอาหาร หมายถงึ ขอ้ ใด ก. การยอ่ ยอาหารจะต้องมีเอนไซม์เขา้ มาเก่ียวขอ้ งเสมอ ข. การยอ่ ยอาหารในรา่ งกายมนษุ ยเ์ ร่มิ ตน้ ทก่ี ระเพาะอาหาร ค. ระบบย่อยอาหารของสัตวท์ กุ ชนิดมีกระบวนการเหมือนกนั ง. การยอ่ ยอาหารเป็นกระบวนการท่ีทาใหอ้ าหารมีโมเลกุลเลก็ ลง

20 กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ รายวชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ระบบตา่ ง ๆ ของมนุษยแ์ ละสัตว์ ชดุ ที่ 2 ระบบย่อยอาหาร ช่ือ................................................................................ชัน้ ................... เลขท่ี.............. ขอ้ ท่ี ก ข ค ง 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ผลคะแนนที่ได้..........................คะแนน หลงั จากทาบตั รกิจกรรมและศึกษาเน้อื หา ความรู้แลว้ เพือ่ น ๆ ตอ้ งตง้ั ใจทาแบบทดสอบ หลงั เรยี นนะครับ และอย่าลมื บันทึกคะแนน ลงในแบบบนั ทกึ ดว้ ยนะครับ

21 แบบบันทึกคะแนนการเรยี น บตั รกิจกรรม คะแนน คะแนน คดิ เปน็ สรปุ ผล ท่ี เต็ม ทีไ่ ด้ ร้อยละ ผา่ นเกณฑ์ ไมผ่ า่ นเกณฑ์ ทดสอบ 10 กอ่ นเรียน 10 1 2 10 3 10 4 10 5 10 6 10 10 ทดสอบ 70 หลงั เรยี น คะแนนรวม เฉลี่ย หมายเหตุ คะแนนรวม หมายถงึ คะแนนทไ่ี ดจ้ ากการทากจิ กรรมจากบัตรกจิ กรรมที่ 1–6 และคะแนนทดสอบหลังเรียน ผ่านเกณฑ์ หมายถงึ นกั เรียนไดค้ ะแนนตง้ั แตร่ อ้ ยละ 70 ของคะแนนเตม็ ข้นึ ไป ไม่ผา่ นเกณฑ์ หมายถึง นกั เรยี นได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเตม็

22 บตั รความรู้ เรือ่ ง ระบบย่อยอาหาร ระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์และสตั ว์ ระบบย่อยอาหารของมนุษย์ ภาพท่ี 1 ระบบยอ่ ยอาหารของมนุษย์ ที่ : http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/30588-043066 สบื คน้ เมอ่ื 2 มกราคม 2560

23 ความสาคญั ของการย่อยอาหาร อาหารทส่ี ิ่งมชี วี ติ บริโภคเข้าไปไมว่ า่ จะเป็นชนดิ ใดกต็ าม จะนาเข้าสูเ่ ซลลไ์ ด้กต็ ่อเมอ่ื อยใู่ นรปู ของสารอาหารที่มีโมเลกลุ ขนาดเลก็ คือ กรดอะมโิ น น้าตาลโมเลกุลเด่ยี ว กลเี ซอรอล และกรดไขมัน น่ันก็คอื อาหารโมเลกุลใหญท่ ี่ส่งิ มีชวี ติ รับประทานเข้าไป จาเป็นตอ้ งแปรสภาพให้มีขนาดเลก็ ลง การแปรสภาพของอาหารดงั กล่าวเกิดจากปฏิกิริยา เคมีทีอ่ าศัยการทางานของเอนไซม์ยอ่ ยอาหาร โดยท่ัวไปเรยี กว่า น้ายอ่ ย จากน้ันโมเลกุล ของสารอาหารจะถกู ดูดซมึ เข้าสเู่ ซลล์ กระบวนการแปรสภาพอาหารท่ีมีโมเลกลุ ใหญใ่ หม้ ี โมเลกุลเลก็ ลง เรยี กวา่ การย่อยอาหาร (Digestion) ระบบยอ่ ยอาหาร (Digestive System) การย่อยอาหาร (Digestion) หมายถงึ กระบวนการสลายอนภุ าคอาหารให้มีขนาด เลก็ สุด จนสามารถดดู ซมึ เขา้ ไปในเซลลไ์ ด้ เมอ่ื มนุษย์รับประทานอาหารเข้าสู่ร่างกาย จะผ่านระบบตา่ ง ๆ ดังนี้ - ปาก - หลอดอาหาร - กระเพาะอาหาร - ลาไส้เลก็ - ลาไสใ้ หญ่ - ของเสยี ออกทางทวารหนกั ข้ันตอนการยอ่ ยอาหาร การยอ่ ยอาหารมี 2 ขัน้ ตอน การยอ่ ยเชิงกล (Mechanical digestion) เป็นกระบวนการทาใหอ้ าหาร มขี นาดเล็กลง เพือ่ สะดวกต่อการเคล่อื นที่และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมตี ่อไป โดยการบดเคย้ี ว รวมทัง้ การบบี ตัวของทางเดนิ อาหาร ยงั ไมส่ ามารถทาใหอ้ าหารมีขนาดเลก็ สุด จงึ ไม่ สามารถดดู ซึมเข้าเซลลไ์ ด้

24 การยอ่ ยทางเคมี (Chemical digestion) เปน็ การยอ่ ยอาหารให้มขี นาดเลก็ ท่ีสดุ โดยการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีระหว่าง อาหารกบั น้า โดยตรง และจะใช้เอนไซม์หรอื นา้ ย่อย เขา้ เรง่ ปฏกิ ริ ยิ า ผลจากการย่อยทางเคมีเมื่อถึงจดุ สุดท้าย จะไดส้ ารโมเลกุลเล็กทส่ี ุดทีส่ ามารถดดู ซึม เขา้ สเู่ ซลลไ์ ด้ ซึง่ อาหารท่ีตอ้ งมกี ารย่อย ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน สว่ นเกลอื แร่ และวติ ามนิ จะดดู ซมึ เขา้ สู่ร่างกายได้โดยตรง อวยั วะที่ช่วยยอ่ ยอาหาร 1. ต่อมนา้ ลาย (Salivary Gland) ผลิตนา้ ย่อยอะไมเลส (Amylase) หรือ ไทยาลิน (Ptyalin) ยอ่ ยแป้งให้เป็นน้าตาลมอลโทส 2. กระเพาะอาหาร (Stomach) ผลิต น้าย่อยเพปซิน ย่อยโปรตนี ให้เป็นโปรตนี สายสั้น (เพปไทด)์ และน้าย่อยเรนนิน ยอ่ ยโปรตนี ในนมใหเ้ ป็นลมิ่ ๆ 3. ลาไส้เล็ก (Small Intestine) ผลิต น้ายอ่ ยมอลเทส ยอ่ ยน้าตาลมอลโทส ให้กลายเปน็ น้าตาลกลูโคส น้าย่อยซเู ครส ย่อยน้าตาลซโู ครสใหเ้ ปน็ น้าตาลกลูโคส และน้าตาลฟรกั โทส น้าย่อยแลกเทส ยอ่ ยน้าตาลแลกโทสใหเ้ ปน็ น้าตาลกลูโคส และน้าตาลกาแลกโตส น้ายอ่ ยอะมิโนเพปทิเดส ย่อยโปรตนี สายส้นั ให้เปน็ กรดอะมโิ น 4. ตบั (Liver) ผลิตน้าดี ยอ่ ยไขมนั ใหเ้ ปน็ ไขมนั แตกตวั เปน็ เมด็ เลก็ ๆ 5. ตบั อ่อน (Pancreas) ผลิตนา้ ย่อยลิเพส ย่อยไขมนั แตกตัวให้เปน็ กรดไขมนั และกลีเซอรอล นา้ ยอ่ ยทริปซนิ ยอ่ ยโปรตีนใหเ้ ป็นพอลิเพปไทดแ์ ละไดเพปไทด์ น้าย่อยคารบ์ อกซิเพปพิเดส ยอ่ ยเพปไทดใ์ ห้เป็นกรดอะมโิ น นา้ ยอ่ ยอะไมเลส ยอ่ ยเช่นเดียวกบั นา้ ย่อยอะไมเลสในปาก การยอ่ ยในปาก เริม่ ต้นจากการเค้ยี วอาหารโดยการทางานรว่ มกนั ของ ฟนั ลิน้ และแก้ม ซ่ึงถือ เปน็ การยอ่ ยเชงิ กล ทาให้อาหารกลายเป็นช้ินเล็ก ๆ มีพน้ื ที่ผิวสัมผสั กับเอนไซมไ์ ด้มากข้นึ ในขณะเดียวกันต่อมนา้ ลายก็จะหล่งั นา้ ลายออกมาช่วยคลุกเคล้าใหอ้ าหารเปน็ กอ้ นลืน่ สะดวกตอ่ การกลืน เอนไซม์ในน้าลาย คือ ไทยาลิน หรืออะไมเลส จะย่อยแปง้ ในระยะเวลาส้นั ๆ ในขณะทอี่ ยใู่ นช่องปากใหก้ ลายเปน็ เดกซท์ รนิ (Dextrin) ซึ่งเปน็ คาร์โบไฮเดรตทมี่ โี มเลกลุ เล็กกวา่ แปง้ แตใ่ หญก่ ว่าน้าตาล และถกู ย่อยตอ่ ไปจนเปน็ น้าตาล โมเลกุลคู่ คอื มอลโตส

25 ต่อมน้าลาย ตอ่ มนา้ ลาย (Silvary Gland) เป็นตอ่ มมีทอ่ ทาหนา้ ท่ีผลิตนา้ ลาย (Saliva) ตอ่ มนา้ ลายของมนุษย์ มีอยู่ 3 คู่ คือ 1. ตอ่ มนา้ ลายใต้ล้ิน (Sublingual Gland) 1 คู่ 2. ต่อมนา้ ลายใตข้ ากรรไกรล่าง (Submandibulary Gland) 1 คู่ 3. ตอ่ มนา้ ลายข้างกกหู (Parotid Gland) 1 คู่ ต่อมน้าลายท้ัง 3 คู่นี้ ทาหน้าที่สร้างน้าลายที่มีเอนไซม์อะไมเลส ซึง่ เปน็ เอนไซม์ ทยี่ ่อยสารอาหารจาพวกแปง้ เท่าน้ัน ความสาคัญของน้าลาย - เปน็ ตัวหลอ่ ลืน่ และทาให้อาหารรวมกนั เปน็ ก้อน เรยี กวา่ โบลสั (Bolus) - ช่วยทาความสะอาดปากและฟนั - มีเอนไซม์ชว่ ยยอ่ ยแปง้ - ช่วยทาให้ปุ่มรับรสตอบสนองต่อรสหวาน รสเคม็ รสเปร้ยี ว และรสขมได้ดี ภาพที่ 2 ปาก ตอ่ มนา้ ลาย คอหอย ท่มี า : http://at-mechanism-live.blogspot.com/2012/08/blog-post_9275.html สืบคน้ เม่ือ 2 มกราคม 2560

26 การย่อยในกระเพาะอาหาร อาหารจะถูกคลกุ เคลา้ อยู่ในกระเพาะดว้ ยการหดตวั และคลายตวั ของกลา้ มเน้ือ ทแี่ ขง็ แรงของกระเพาะ โปรตีนจะถูกย่อยในกระเพาะ โดยน้าย่อยเพปซิน ซึ่งยอ่ ย พันธะบางชนดิ ของเพปไทดเ์ ทา่ นน้ั ดงั น้ันโปรตีนท่ถี ูกเพปซินยอ่ ยส่วนใหญ่จึงเป็น พอลเิ พปไทดท์ สี่ ้นั ลง ส่วนเรนนินช่วยเปลยี่ นเคซีน (Casein) ซึง่ เป็นโปรตีนในน้านม แลว้ รวมกบั แคลเซียมทาให้มีลักษณะเปน็ ลิม่ ๆ จากนั้นจะถกู เพปซนิ ย่อยตอ่ ไป ในกระเพาะอาหาร น้ายอ่ ยลิเพสไมส่ ามารถทางานได้ เนือ่ งจากมสี ภาพเป็นกรด โดยปกติอาหารจะอยู่ในกระเพาะอาหารนาน 30 นาทีถงึ 3 ชัว่ โมง ซง่ึ ขึน้ อยู่กบั ชนดิ ของอาหารนั้น ๆ กระเพาะอาหารก็มีการดูดซึมอาหารบางชนดิ ได้ แตป่ ริมาณน้อยมาก เช่น น้า แร่ธาตุ น้าตาลโมเลกุลเด่ียว กระเพาะอาหารดดู ซึมแอลกอฮอล์ไดด้ ี ภาพท่ี 3 กระเพาะอาหาร ทม่ี า : https://toey999.wordpress.com/อวัยวะตา่ งๆของมนษุ ย์ สืบคน้ เมื่อ 2 มกราคม 2560

27 ลาไสเ้ ล็ก เปน็ ทางเดินอาหารสว่ นทย่ี าวมาก แบง่ เป็น 3 ส่วน คือ ดูโอดีนัม เจจูนัม และไอเลยี ม ทผี่ นังลาไส้เล็กสามารถสร้างน้ายอ่ ยข้ึนมาได้หลายชนดิ นอกจากนน้ั ทลี่ าไสเ้ ลก็ ส่วนดูโอดีนมั ยงั ไดร้ บั น้าย่อยจากตับออ่ น และนา้ ดีมาจากตับ น้ายอ่ ยจากตบั ออ่ นมหี ลายชนดิ ทส่ี ามารถยอ่ ยคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน และไขมนั ได้ ภาพท่ี 4 สาไสเ้ ลก็ ท่มี า : https://sites.google.com/site/kobclassroom/ สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2560 การย่อยอาหารในลาไสเ้ ล็ก 1. ย่อยน้าตาลโมเลกุลคู่ ให้เป็นน้าตาลโมเลกุลเดี่ยว ดังนี้ - มอลโทส โดยเอนไซมม์ อลเทส ได้ กลูโคส 2 โมเลกุล - ซโู ครส โดยเอนไซม์ซูเครส ได้ กลโู คส และฟรักโทส - แลกโทส โดยเอนไซมแ์ ลกเทส ได้ กลโู คส และกาแลกโทส 2. ยอ่ ยสารอาหารโปรตีนต่อจากกระเพาะอาหาร ไดแ้ ก่ ยอ่ ยเพปไทด์ โดยเอนไซมท์ ริปซิน ไดก้ รดอะมิโน ซ่ึงเปน็ โปรตนี โมเลกลุ เดยี่ ว 3. ย่อยไขมนั โดยเอนไซม์ ลิเพส จะยอ่ ยไขมนั โมเลกลุ เลก็ ( emulsified fat ) ให้เป็นไขมันโมเลกลุ เด่ียว ไดแ้ ก่ กรดไขมนั และกลีเซอรอล

28 การดูดซมึ อาหารในลาไสเ้ ล็ก การดูดซึมอาหาร หมายถึง ขบวนการท่นี าอาหารท่ีผ่านการย่อยจนได้เปน็ สารโมเลกุลเด่ยี ว เช่น กลูโคส กรดอะมโิ น กรดไขมนั กลีเซอรอล ผ่านผนัง ทางเดินอาหารเข้าส่กู ระแสเลือดเพ่ือไปส่สู ่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย ลาไสเ้ ล็ก เปน็ บริเวณ ทีด่ ูดซึมอาหารเกอื บท้งั หมดเพราะเปน็ บรเิ วณทม่ี กี ารย่อยอาหารเกดิ ขึ้นอยา่ งสมบูรณ์ และโครงสรา้ งภายในลาไส้เลก็ กเ็ หมาะแกก่ ารดดู ซึม คือ ผนงั ลาไส้เล็กจะยาวพับไปมา และมสี ว่ นยน่ื ของกลุ่มของเซลลท์ เ่ี รยี งตวั เป็นแถวเดยี ว มีลกั ษณะคล้ายนิ้วมือ เรียกว่า วลิ ลสั (Villus) เปน็ จานวนมาก ในแตล่ ะเซลลข์ องวลิ ลัสยงั มสี ว่ นยนื่ ของเยื่อห้มุ เซลล์ ออกไปอกี มากมาย เรียกว่า ไมโครวิลลัส (Microvillus) ในลาไสเ้ ล็กของมนุษย์ มวี ลิ ลสั ประมาณ 20-40 อนั ต่อพนื้ ท่ี 1 ตารางมิลลิเมตร หรือประมาณ 5 ล้านอัน ตลอดผนังลาไสท้ ้ังหมด การดดู ซึมในลาไส้ใหญ่ การดดู ซมึ อาหารท่ียอ่ ยแล้วส่วนใหญเ่ กิดขึ้นทผี่ นงั ลาไสเ้ ลก็ สว่ นอาหารท่ไี มถ่ กู ยอ่ ย หรือย่อยไมไ่ ด้ เช่น เซลลูโลส กจ็ ะถูกสง่ ไปยงั ลาไส้ใหญ่ ส่วนตน้ ของลาไส้ใหญม่ ีไสเ้ ลก็ ๆ ปลายตนั เรียกวา่ ไส้ต่งิ ไสต้ ่งิ ของคนไมไ่ ดท้ าหนา้ ที่อะไรแตก่ อ็ าจเกดิ การอักเสบ ถึงกบั ต้องผา่ ตดั ไสต้ ง่ิ ออกไป ซึง่ อาจเกิดจากการอาหารผ่านชอ่ งเปดิ ลงไป หรอื เสน้ เลอื ด ทไ่ี ปเล้ยี งไส้ต่งิ เกิดการอดุ ตัน อาหารท่ีเหลอื จากการย่อยและดูดซมึ แล้วจะผ่านเข้าสู่ ลาไส้ใหญ่ ลาไส้ใหญ่มีแบคทเี รยี อย่จู านวนมาก ซง่ึ จะใช้ประโยชนจ์ ากกากอาหารนี้ นอกจากน้ันแบคเทเี รยี บางชนดิ ยงั สงั เคราะห์วิตามนิ บางชนดิ เช่น วิตามนิ เค วติ ามินบี 12 เซลลท์ ีบ่ ุผนังลาไสใ้ หญ่ สามารถดูดนา้ แรธ่ าตุ วิตามิน และกลโู คส จากกากอาหารเข้ากระแสเลอื ด ซง่ึ ส่วนใหญจ่ ะเป็นน้า จึงทาใหก้ ากอาหารข้นขนึ้ จนเปน็ กอ้ นกากอาหารจะผา่ นไปถงึ ไส้ตรง ท้ายสดุ ของไส้ตรงเป็นกลา้ มเนอื้ หรู ูดแขง็ แรงมาก มลี กั ษณะเป็นวงรอบปากทวารหนักทาหน้าท่ีบีบตัวในการขับถ่าย และผนังภายในลาไส้ใหญ่ จะขับเมือกออกมาหลอ่ ล่ืนก้อนอาหาร

29 ภาพที่ 5 สาไสใ้ หญ่ ท่มี า : https://sites.google.com/site/giveme20please/digestive/large-intestine สืบคน้ เมื่อ 2 มกราคม 2560 นา้ ดี (Bile) น้าดี (Bile) ถูกสร้างจากตับ (Liver) แลว้ ถกู นาไปเกบ็ ไว้ท่ี ถงุ นา้ ดี (Gall Bladder) ไมถ่ ือวา่ เปน็ เอนไซม์ เพราะจะเปล่ียนสภาพไปจากเดมิ เม่อื ปฏกิ ิริยาสิน้ สดุ ลงแล้ว น้าดี มสี ่วนประกอบ 3 สว่ น คือ 1. เกลอื น้าดี (Bile Salt) มีหน้าทต่ี ใี หไ้ ขมนั (Fat) แตกตวั เปน็ หยดเล็ก ๆ ไขมนั ทถี่ ูกตีใหแ้ ตกตวั เป็นหยดเลก็ ๆ เรียกว่า อีมลั ช่นั (Emulsion) จากนั้นถกู Lipase ย่อยต่อใหเ้ ป็นกรดไขมนั และกลีเซอรอล 2. รงควตั ถุนา้ ดี (Bile Pigment) เกดิ จากการสลายตวั ของฮีโมโกลบนิ (Hemoglobin) โดยตบั เปน็ แหล่งทาลายและกาจดั Hemoglobin ออกจากเซลล์ เม็ดเลอื ดแดงที่หมดอายุ โดยเก็บรวบรวมเข้าไว้เป็นรงควัตถุในนา้ ดี (Bile Pigment) คือ บริ ิรูบิน (Bilirubin) จงึ ทาใหน้ า้ ดมี สี เี หลอื งหรือเขยี วออ่ น และจะถูกเปล่ยี นเป็นสีเหลอื ง แกมนา้ ตาลโดยแบคทีเรียในลาไสใ้ หญเ่ กิดเป็นใสในอุจจาระ 3. โคเรสเตอรอล (Cholesterol) ถ้ามีมาก ๆ จะทาใหเ้ กิดนิ่วในถุงน้าดี เกดิ การ อดุ ตันท่ีทอ่ นา้ ดี เกดิ โรคดซี ่าน (Janudice) มีผลทาให้การยอ่ ยอาหาร ประเภท ไขมนั บกพรอ่ ง

30 ระบบยอ่ ยอาหารของสตั ว์ การยอ่ ยอาหารในสตั ว์มกี ระดกู สนั หลัง สตั ว์มกี ระดูกสนั หลงั ทกุ ชนิด เช่น ปลา กบ กิง้ ก่า แมว จะมรี ะบบ ทางเดนิ อาหารสมบรู ณ์ ซึ่งทางเดินอาหารของสตั วม์ ีกระดกู สันหลงั ประกอบดว้ ย ปาก  หลอดอาหาร  กระเพาะอาหาร  ลาไส้เล็ก  ทวารหนัก ระบบทางเดนิ อาหารของวัว ระบบทางเดนิ อาหารของปลา ภาพที่ 6 ระบบทางเดินอาหารของสตั ว์ทม่ี กี ระดูกสนั หลัง ที่มา : http://www.suwattana.net/bio_technology/page2.html สบื คน้ เมื่อ 2 มกราคม 2560

31 การย่อยอาหารในสัตว์ไมม่ ีกระดูกสนั หลัง 1. การย่อยอาหารในสัตว์ท่ไี ม่มีกระดกู สนั หลังที่มีทางเดินอาหารไม่สมบูรณ์ ระบบย่อยอาหารของฟองน้า ระบบย่อยอาหารของไฮดรา ระบบย่อยอาหารของหนอนตวั แบน ภาพที่ 7 ระบบย่อยอาหารสตั วท์ ไี่ มม่ กี ระดูกสนั หลังที่มที างเดนิ อาหารไม่สมบูรณ์ ทมี่ า : http://janjiranann.blogspot.com/p/blog-page_19.html สบื ค้นเมือ่ 2 มกราคม 2560

32 ชนดิ ของสัตว์ ลกั ษณะทางเดนิ อาหารและการยอ่ ยอาหาร 1. ฟองน้า - ยังไม่มีทางเดินอาหาร แต่มีเซลลพ์ เิ ศษอยู่ผนงั ดา้ นใน 2. ไฮดรา แมงกะพรุน ของฟองน้า เรียกว่า เซลลป์ ลอกคอ (Collar Cell) ซแี อนนีโมนี ทาหนา้ ทจ่ี บั อาหาร แลว้ สรา้ งแวควิ โอลอาหาร (Food Vacuole) เพ่ือย่อยอาหาร 3. หนอนตวั แบน เช่น พลานาเรยี พยาธิใบไม้ - มีทางเดนอาหารไม่สมบูรณ์ มปี าก แตไ่ มม่ ที วารหนกั อาหารจะผา่ นบริเวณปากเขา้ ไปในช่องลาตวั ท่ีเรยี กว่า ช่องแกสโตรวาสคิวลาร์ (Gastro vascular Cavity) ซึง่ จะย่อยอาหารทบ่ี ริเวณช่องน้ี และกากอาหารจะถูกขบั ออกทางเดมิ คือ ปาก - มีทางเดนิ อาหารไม่สมบูรณ์ มีชอ่ งเปิดทางเดยี ว คือ ปาก ซ่ึงอาหารจะเข้าทางปาก และย่อยในทางเดนิ อาหาร แล้วขบั กากอาหารออกทางเดมิ คือ ทางปาก 2. การยอ่ ยอาหารในสัตว์ไม่มีกระดกู สนั หลงั ทม่ี ที างเดนิ อาหารสมบูรณ์ ชนดิ ของสัตว์ ลกั ษณะทางเดนิ อาหารและการย่อยอาหาร 1. หนอนตัวกลม เช่น - เปน็ พวกแรกทมี่ ีทางเดนิ อาหารสมบรู ณ์ คอื มีชอ่ งปาก พยาธไิ สเ้ ดอื น และชอ่ งทวารหนักแยกออกจากกัน พยาธิเสน้ ดา้ ย 2. หนอนตวั กลมมีปล้อง เชน่ - มีทางเดินอาหารสมบรู ณ์ และมีโครงสรา้ งทางเดิน ไส้เดอื นดนิ ปลิงนา้ จดื อาหารทม่ี ีลักษณะเฉพาะแต่ละส่วนมากข้ึน และแมลง

33 ภาพท่ี 8 ระบบย่อยอาหารของไส้เดือน ตก๊ั แตน ทม่ี า : http://janjiranann.blogspot.com/p/blog-page_19.html สืบคน้ เมื่อ 2 มกราคม 2560

34 นกั เรยี นสามารถศกึ ษาข้อมูลระบบย่อยอาหารไดจ้ ากวิดีโอจากลิงค์ขา้ งล่างนาครับ https://www.youtube.com/watch?v=l7D_4UkevEU http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/30588-043066

บรรณานกุ รม

36 บรรณานกุ รม ชาญวิทย์ คาเจริญ. (2554). พชิ ิต O-NET (NT) ใน 30 วนั วทิ ยาศาสตร์ ม.3 ชว่ งชั้นท่ี 3 (ม.1-ม.3). กรงุ เทพฯ : แพนสยาม. ถนดั ศรบี ุญเรือง และคณะ. (มปป). สือ่ การเรียนรู้รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ม.2 เลม่ 1. กรุงเทพฯ : อักษรเจรญิ ทศั น์. นงลกั ษณ์ สุวรรณพนิ ิจ. (2558). เก่งวทิ ยาศาสตร์ ม.1-2-3. กรุงเทพฯ : ไฮเอ็ดพับลิชชงิ . นภาภรณ์ ธัญญา. (2551). ขยันก่อนสอบ วทิ ยาศาสตร์ ม.3. กรงุ เทพฯ : รัตนธ์ นา การพิมพ.์ ปรีชา สวุ รรณพินจิ และคณะ. (2553). คมู่ อื วทิ ยาศาสตร์ ม.1-2-3 ภาคชีววทิ ยา ฉบบั เนน้ ความเป็นเลศิ . กรุงเทพฯ : ไฮเอ็ดพบั ลิชชงิ่ . พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และคณะ. (2555). หนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2. กรงุ เทพฯ : พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ. ไพโรจน์ แก้วมา. (2555). วิทยาศาสตร์ ม.2. กรงุ เทพฯ : แม็คเอ็ดดเู คชน่ั . เสียง เชษฐศิริพงศ.์ (2557). โจทยเ์ จ๋งวิทยาศาสตรเ์ ขา้ เตรียมอดุ ม. นนทบรุ ี : เพิม่ ทรัพย์ การพิมพ.์ จริ นนั ท์ มียง่ิ . การยอ่ ยอาหารของจุลลนิ ทรยี ์และสัตว์. สืบค้นเมอ่ื 2 มกราคม 2560, จาก http://janjiranann.blogspot.com/p/blog-page_19.html. ชาญวิทย์ ปรีชาพาณิชพัฒนา. ระบบยอ่ ยอาหารของมนษุ ย์ (Digestion System). สืบคน้ เมอ่ื 2 มกราคม 2560, จาก https://sites.google.com/site/ akadahtwongrat/1-sing-mi-chiwit-kab-krabwnkar-darng-chiwit/01- rabb-yxy-xahar-khxng-mnusy. ทีมงานทรปู ลูกปัญญา. (2558). ระบบย่อยอาหาร. สบื ค้นเมือ่ 2 มกราคม 2560, จาก http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/30588-043066. ธนาวลยั อรัญญกิ . การย่อยอาหารของสตั ว์บางชนดิ . สบื ค้นเมื่อ 2 มกราคม 2560, จาก http://www.pw.ac.th/main/website/sci/2_data.htm. ปภัสสรา บัวประกอบ. ระบบยอ่ ยอาหารของสตั ว์. สบื ค้นเม่อื 2 มกราคม 2560, จาก https://sites.google.com/site/aapapatsara/hnwy-thi2/2-1-rabb-yxy- xahar-khxng-satw.

37 พิมนุชา อูด๊ เจรญิ . ระบบย่อยอาหารของมนุษย์. สืบคน้ เมอ่ื 2 มกราคม 2560, จาก http://www.sciencebyteacherpimnucha.com/?page_id=82#15134247 96237-dd60b83f-9a24. ศรินญา ภรู โี รจน์. หนอนตวั แบน. สบื คน้ เมอ่ื 2 มกราคม 2560, จาก https://sites.google.com/a/samakkhi.ac.th/thaithaithai/kar-khab-thay- khxng-satw/hnxn-taw-baen. สราวธุ สุธรี วงศ.์ (2558). ระบบย่อยอาหารของคนและสตั ว์. สบื ค้นเมื่อ 2 มกราคม 2560, จาก http://www.krusarawut.net/wp/?p=10514. สวุ ฒั นา ดนั น.์ ชวี ิตสัตว์-ระบบยอ่ ยอาหาร. สืบคน้ เมื่อ 2 มกราคม 2560, จาก http://www.suwattana.net/bio_technology/page2.html. อุทุมพร แสนสี. ระบบยอ่ ยอาหาร. สืบค้นเมือ่ 2 มกราคม 2560, จาก http://www.med.cmu.ac.th/dept/vascular/human/lesson/lesson1.php. อรอนงค์ ไชยปราบ. อวัยวะทางเดนิ อาหาร. สืบค้นเมื่อ 2 มกราคม 2560, จาก https://sites.google.com/site/kobclassroom/xwaywa-thi-pen-thang- dein-xahar/lasilek-small-intestine.

ภาคผนวก

39 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น 1. ข 2. ง 3. ข 4. ก 5. ก 6. ค 7. ค 8. ก 9. ค 10. ง เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น 1. ข 2. ข 3. ค 4. ง 5. ก 6. ค 7. ค 8. ข 9. ง 10. ง

40 แนวคาตอบบตั รกจิ กรรมที่ 1 คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนดภู าพอาหาร และสนทนาแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ กับเพือ่ น เพ่ือทบทวนความรเู้ ก่ียวกับเรอ่ื งสารอาหาร และตอบคาถามท่ีกาหนดให้ (10 คะแนน) ทีม่ า : http://www.kangtung.com/สตู รวิธีทา-ขา้ วผดั ก้งุ . สบื คน้ เมอ่ื 2 กมุ ภาพนั ธ์ 2560 1. จากอาหารในภาพนักเรียนคิดวา่ มีสารอาหารชนิดใดบ้าง คารโ์ ปไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วติ ามิน 2. ในแตล่ ะวนั นกั เรยี นรบั ประทานอาหารครบ 5 หมู่หรือไม่ ครบ/ไมค่ รบ 3. นักเรยี นคิดว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้ว ร่างกายของเราจะจดั การกบั อาหารอย่างไร ระบบยอ่ ยอาหารจะย่อยอาหารและดดู ซมึ สารอาหารเข้าสู่ร่างกาย 4. นักเรียนคิดว่าระบบอวัยวะใดที่ทาหน้าทอ่ี ันดบั แรก หลังจากที่รับประทานอาหารเขา้ ไป ปากเปน็ อวัยวะแรกท่ีทาหนา้ ท่ยี อ่ ยอาหารให้มขี นาดเล็กลงหลงั จากรบั ประทานอาหาร เขา้ ไป (คาตอบขน้ึ อยูก่ บั ดุลยพนิ จิ ของคร)ู

แนวคาตอบบัตรกจิ กรรมที่ 2 คาช้ีแจง ให้นกั เรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมการทดลอง สงั เกตผลการทดลอง บนั ทึกผล และรว่ มกันอภปิ รายผลการทดลองและสรปุ ผลการทดลงในแบบบนั ทกึ (10 คะแนน) การทดลองย่อยแป้งในปาก อปุ กรณ์ วธิ ีการทดลอง 1. ขา้ วสกุ 1. แบ่งขา้ วสกุ ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะออกเปน็ 2 สว่ น 1 ช้อนโตะ๊ 2. นาสว่ นที่ 1 ลงในหลอดทดลองหลอดท่ี 1 2. สารละลายเบเนดิกส์ 3. ข้าวสุกส่วนท่ี 2 เคี้ยวใหล้ ะเอยี ดนาน 30 วินาที 3 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร แล้วใสล่ งในหลอดทดลองหลอดที่ 2 3. ตะเกียงแอลกอฮอล์ 4. หยดสารละลายเบเนดิกสล์ งในหลอดทดลองท้งั 2 1 ชดุ หลอด หลอดละประมาณ 5–7 หยด 4. บีกเกอรข์ นาด 250 มิลลลิ ิตร 5. นาไปต้มในน้าเดือดประมาณ 2 นาที สงั เกตและ 1 ใบ บันทึกผล 5. หลอดทดลอง 2 หลอด  กาหนดปญั หา การย่อยอาหารเกิดข้ึนที่ปากหรอื ไม่  ตง้ั สมมตุ ฐิ าน การยอ่ ยอาหารเร่มิ ต้นท่ีปาก

42  ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ผลการเปล่ยี นแปลงทีเ่ กดิ ขน้ึ หลอดทดลอง กอ่ นต้ม หลังต้ม หลอดที่ 1 ข้าวสกุ + สารละลายเบเนดกิ ส์ สฟี ้า ไมเ่ ปลย่ี นแปลง หลอดท่ี 2 ข้าวสกุ เคย้ี วละเอียด + สารละลาย เบเนดกิ ส์ สฟี ้า สเี หลอื ง  สรุปผลการทดลอง ขา้ วสุกเคี้ยวละเอยี ด + สารละลายเบเนดกิ ส์ หลงั จากต้มแลว้ เปล่ียนจากสฟี ้า เป็นสเี หลืองเนอ่ื งมากจาก ในนา้ ลายมีเอนไซมท์ ี่สามารถเปลย่ี นแปง้ ใหเ้ ปน็ น้าตาลได้  การนาไปใช้ประโยชน์ การยอ่ ยอาหารเรม่ิ ต้นท่ีปาก เพอื่ ช่วยใหก้ ระบวนการย่อยอาหารสมบูรณ์มากขนึ้ เราควรเคยี วอาหารให้ละเอียดก่อนกลนื  คาถามหลงั ทากจิ กรรม 1. หลอดทดลองท้งั 2 หลอด มกี ารเปลย่ี นแปลงเหมอื นหรอื แตกตา่ งกันในลักษณะใด หลอดทดลองท้ัง 2 หลอด มกี ารเปลยี่ นแปลงแตกตา่ งกนั หลงั จากตม้ แลว้ ใน หลอดท่ี 1 พบว่าสารละลายทสี ฟี ้าเหมอื นเดิม ส่วนในหลอดที่ 2 สารละลายเปลยี่ นจาก สฟี ้าเปน็ สีเหลอื ง 2. สารสีเหลอื งทีพ่ บในหลอดทดลอง คอื อะไร เกิดข้นึ ได้อยา่ งไร สารสีเหลืองทีพ่ บ คือ นา้ ตาล ซ่งึ เกดิ จากการย่อยแปง้ ที่เปน็ คาร์โปไฮเดรต โมเลกลุ ใหญใ่ ห้เปน็ น้าตาลทม่ี โี มเลกุลเลก็ ลง โดยในนา้ ลายจะมเี อนไซดท์ ่ีสามารถยอ่ ยแปง้ ได้

43 แนวคาตอบบัตรกิจกรรมท่ี 3 คาช้แี จง ให้นกั เรียนเขียนชอ่ื อวัยวะในระบบย่อยอาหารของคนใหถ้ กู ต้อง รวมทงั้ ตอบคาถามท่กี าหนดให้ (10 คะแนน) ปาก ตอ่ มนา้ ลาย คอหอย ตับ ถงุ นา้ ดี หลอดอาหาร ตบั อ่อน กระเพาะอาหาร ลาไส้เล็ก ลาไสใ้ หญ่ ทม่ี า : http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/30588-043066 สบื คน้ เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2560

44 1. การย่อยอาหารมเี ป้าหมายเพอ่ื อะไร เพ่อื แปรสภาพอาหารใหก้ ลายเป็นสารอาหาร จนรา่ งกายสามารถนาไปใช้เป็นแหล่ง พลงั งานได้ 2. การเคียวอาหารมีความสาคัญตอ่ การย่อยอาหารอยา่ งไร การเค้ียวอาหารทาให้ชิ้นอาหารมขี นาดเลก็ ลง ซึ่งเป็นการเพม่ิ พ้นื ท่ผี วิ ของอาหารให้ มีโอกาสสัมผสั กับเอนไซม์มากข้นึ 3. การยอ่ ยอาหารเชงิ เคมีของโปรตีนเกดิ ขึน้ ทบ่ี ริเวณใด กระเพาะอาหารและลาไสเ้ ลก็ 4. เพราะเหตุใด วิตามนิ แร่ธาตุ น้า จงึ แพรเ่ ข้าสู่ลาไสเ้ ลก็ ไดโ้ ดยไมม่ ีการย่อย เพราะโมเลกลุ มขี นาดเลก็ พอที่จะแพร่เขา้ สเู่ ซลลข์ องผนงั ลาไสไ้ ดเ้ ลย 5. บรเิ วณใดทม่ี กี ารยอ่ ยอาหารเชงิ เคมีทกุ ชนดิ ลาไสเ้ ล็ก

45 แนวคาตอบบตั รกิจกรรมที่ 4 คาชแี้ จง ให้นักเรียนเขียนชือ่ อวัยวะในระบบทางเดินอาหารของปลาให้ถกู ต้อง รวมทง้ั ตอบคาถามท่ีกาหนดให้ (10 คะแนน) ปาก ทวารหนกั กระเพาะอาหาร ลาไสใ้ หญ่ ลาไส้ ตบั ที่มา : https://krugolf26.wordpress.com/เอกสารการสอน/science. สบื คน้ เมอ่ื 2 กุมภาพันธ์ 2560 1. ปลากินเนื้อจะมีทางเดนิ อาหารแตกต่างจากปลากนิ พชื อยา่ งไร ปลากินเน้อื จะมีทางเดนิ อาหารสน้ั กว่าปลากนิ พชื 2. ทางเดนิ อาหารของสัตว์จาพวกแมลงแบ่งออกเป็นก่ีส่วน อะไรบ้าง แบง่ ออกเปน็ สา่ มสว่ น คือ ทางเดินอาหารส่วนต้น ส่วนกลาง และสว่ นท้าย 3. อวยั วะท่ีไฮดราใช้ในการนาอาหารเข้า และขับกากอาหารออกจากตวั คอื อวยั วะใด ปาก 4. กระพาะอาหารของสัตว์เคยี้ วเอ้ืองแบง่ ออกได้เป็นกี่ส่วน 4 สว่ น คอื รูเมน เรติคิวลมั โอมาซมั และ อโบมาซัม 5. กระเพาะอาหารส่วนใดของสัตว์เค้ยี วเอ้ืองทท่ี าหน้าที่สร้างเอนไซม์ สว่ นที่ 1 คอื กระเพาะผ้าข้ีร้วิ หรือรูเมน

46 แนวคาตอบบัตรกิจกรรมท่ี 5 คาชแี้ จง นกั เรียนศึกษาบัตรความรู้ และดูแผนภาพอธบิ ายชั้นตอนการย่อย อาหารการดดู ซึมอาหาร ตง้ั แตป่ ากจนถงึ ถวารหนกั จากน้นั เขียนลาดบั การย่อยและ กระบวนการยอ่ ยให้ถกู ต้อง (10 คะแนน) ท่มี า : http://www.ceresproject.org/digestion-illustration_acs.jpg สืบค้นเมือ่ 2 กมุ ภาพนั ธ์ 2560


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook