Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรวิทยาศาสตร์2565

หลักสูตรวิทยาศาสตร์2565

Published by นนนภรรท โสมณวัฒน์, 2022-08-24 04:16:40

Description: หลักสูตรวิทยาศาสตร์2565

Search

Read the Text Version

๔๕ ชนั้ ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป.๔ ๑. อธิบายแบบรูปเส้นทางการขน้ึ และตกของ • ดวงจันทร์เป็นบรวิ ารของโลก โดยดวงจนั ทร์ ดวงจนั ทร์ โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจักษ์ หมุนรอบตัวเองขณะโคจรรอบโลก ขณะที่โลกก็ หมุนรอบตัวเองด้วยเช่นกัน การหมุนรอบตัวเอง ของโลกจากทศิ ตะวันตกไปทศิ ตะวนั ออกในทิศทาง ทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมองจากขั้วโลกเหนือ ทำให้ มองเห็นดวงจันทร์ปรากฏข้ึนทางดา้ นทิศตะวันออก และตกทางด้านทิศตะวันตกหมุนเวียนเป็นแบบรปู ซ้ำ ๆ ๒. สรา้ งแบบจำลองท่ีอธบิ ายแบบรปู • ดวงจันทร์เปน็ วัตถุท่ีเปน็ ทรงกลม แต่รูปร่างของ ดวงจันทร์ที่มองเห็นหรือรูปร่างปรากฏของดวง การเปลี่ยนแปลงรปู ร่างปรากฏของดวงจนั ทร์ และพยากรณร์ ูปรา่ งปรากฏของดวงจันทร์ จันทร์บนท้องฟ้าแตกต่างกันไปในแต่ละวัน โดยใน แต่ละวันดวงจันทร์จะมีรูปร่างปรากฏเป็นเสีย้ วท่มี ี ขนาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเต็มดวงอีกครั้งการ เปลีย่ นแปลงเชน่ นีเ้ ปน็ แบบรูปซำ้ กันทุกเดือน ๓. สรา้ งแบบจำลองแสดงองค์ประกอบของ • ระบบสุริยะเป็นระบบที่มีดวงอาทิตย์เป็น ระบบสรุ ิยะ และอธบิ ายเปรียบเทยี บคาบการ ศูนย์กลางและมีบริวารประกอบด้วย ดาวเคราะห์ โคจรของดาวเคราะหต์ ่าง ๆ จากแบบจำลอง แปดดวง และบริวาร ซึ่งดาวเคราะห์แต่ละดวงมี ขนาดและระยะห่างจากดวงอาทิตย์แตกต่างกัน และยังประกอบด้วย ดาวเคราะห์แคระ ดาว เคราะห์น้อย ดาวหาง และวัตถุขนาดเล็กอื่น ๆ โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ วัตถุขนาดเล็กอื่น ๆ เมื่อ เข้ามาในชั้นบรรยากาศเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของ โลก ทำให้เกิดเป็นดาวตกหรือผีพุ่งไต้และ อกุ กาบาต ป.๕ ๑. เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของดาว • ดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้าอยู่ในอวกาศซึ่งเป็น เคราะหแ์ ละดาวฤกษ์จากแบบจำลอง บริเวณที่อยู่นอกบรรยากาศของโลก มีทั้งดาวฤกษ์ และดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์เป็นแหล่งกำเนิดแสงจึง สามารถมองเห็นได้ ส่วนดาวเคราะห์ไม่ใช่ แหล่งกำเนิดแสง แต่สามารถมองเห็นได้เนื่องจาก แสงจากดวงอาทิตย์ตกกระทบดาวเคราะห์แล้ว สะทอ้ นเข้าส่ตู า ๒. ใช้แผนท่ดี าวระบตุ ำแหน่งและเสน้ ทางการ • การมองเห็นกลุ่มดาวฤกษ์มีรูปร่างต่างๆ เกิดจาก ขน้ึ และตกของกลุม่ ดาวฤกษบ์ นท้องฟา้ และ จินตนาการของผู้สังเกตกลุ่มดาวฤกษ์ต่างๆที่ อธิบายแบบรูปเส้นทางการขนึ้ และตกของ ปรากฏในท้องฟ้าแต่ละกลมุ่ มดี าวฤกษ์แตล่ ะดวง กลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าในรอบปี

๔๖ ชั้น ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง เรียงกันที่ตำแหน่งคงที่ และมีเส้นทางการขึ้นและ ตกตามเส้นทางเดมิ ทกุ คืน ซ่งึ จะปรากฏตำแหน่ง ป.๕ เดิมการสงั เกตตำแหนง่ และการขนึ้ และตกของดาว (ตอ่ ) ฤกษ์ และกล่มุ ดาวฤกษ์ สามารถทำได้โดยใช้แผนที่ ดาว ซงึ่ ระบุมุมทิศและมุมเงยทก่ี ลุ่มดาวน้ันปรากฏ ผู้สงั เกตสามารถใชม้ ือในการประมาณค่าของมมุ เงย เมอ่ื สงั เกตดาวในท้องฟา้ ป.๖ ๑. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด และ • เมือ่ โลกและดวงจนั ทร์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง เปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและ เดยี วกันกับดวงอาทิตย์ในระยะทางท่ีเหมาะสม ทำ จนั ทรปุ ราคา ให้ดวงจันทร์บงั ดวงอาทิตย์ เงาของดวงจันทร์ทอด มายังโลก ผู้สังเกตที่อยู่บริเวณเงาจะมองเห็น ดวง อาทิตยม์ ดื ไป เกดิ ปรากฏการณ์สุริยุปราคา ซ่งึ มีท้ัง สุริยุปราคาเต็มดวง สุริยุปราคาบางส่วน และ สุรยิ ุปราคาวงแหวน • หากดวงจันทรแ์ ละโลกโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง เดียวกันกบั ดวงอาทิตย์ แลว้ ดวงจนั ทร์เคลอ่ื นท่ผี า่ น เงาของโลก จะมองเห็นดวงจันทร์มืดไปเกิด ปรากฏการณ์จันทรุปราคา ซึ่งมีทั้งจันทรุปราคา เต็มดวง และจันทรุปราคาบางสว่ น ๒. อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ • เทคโนโลยีอวกาศเริ่มจากความต้องการของ และยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยอี วกาศมาใช้ มนุษย์ในการสำรวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตาเปล่า ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน จากข้อมูลท่ี กล้องโทรทรรศน์ และไดพ้ ัฒนาไปสู่การขนสง่ เพื่อ รวบรวมได้ สำรวจอวกาศดว้ ยจรวดและยานขนสง่ อวกาศ และ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการนำ เทคโนโลยีอวกาศบางประเภทมาประยุกต์ใช้ใน ชวี ติ ประจำวนั เช่น การใชด้ าวเทียมเพื่อการสอ่ื สาร การพยากรณ์อากาศ หรือการสำรวจ ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้อุปกรณ์วัดชีพจรและ การเต้นของหวั ใจ หมวกนริ ภัย ชดุ กฬี า

๔๗ สาระท่ี ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ตอ่ ส่ิงมชี ีวิตและสง่ิ แวดล้อม ช้นั ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.๑ ๑. อธิบายลักษณะภายนอกของหิน จาก • หนิ ทอี่ ยู่ในธรรมชาติมลี ักษณะภายนอกเฉพาะตัว ลกั ษณะเฉพาะตวั ทสี่ ังเกตได้ ที่สังเกตได้ เช่น สี ลวดลาย น้ำหนัก ความแข็ง และเนอื้ หิน ป.๒ ๑. ระบุส่วนประกอบของดิน และจำแนกชนิด • ดินประกอบด้วยเศษหิน ซากพืช ซากสัตว์ผสม ของดินโดยใช้ลักษณะเนื้อดินและการจับตัว อยใู่ นเนื้อดนิ มอี ากาศและนำ้ แทรกอยู่ตามช่องว่าง เปน็ เกณฑ์ ในเนื้อดิน ดินจำแนกเป็น ดินร่วน ดินเหนียว และ ๒. อธิบายการใช้ประโยชนจ์ ากดนิ จากข้อมูล ดินทราย ตามลกั ษณะเน้อื ดินและการจบั ตัวของดิน ซ่งึ มผี ลตอ่ การอ้มุ น้ำทแี่ ตกตา่ งกัน ท่รี วบรวมได้ • ดินแต่ละชนิดนำไปใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน ตามลักษณะและสมบตั ขิ องดนิ ป.๓ ๑. ระบุส่วนประกอบของอากาศ บรรยาย • อากาศโดยทั่วไปไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ประกอบด้วย ความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของ แ ก ๊ ส ไ น โ ต ร เ จ น แ ก ๊ ส อ อ ก ซ ิ เ จ น แ ก๊ ส มลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิต จากข้อมูลท่ี คาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สอื่น ๆ รวมทั้งไอน้ำ และ รวบรวมได้ ฝุ่นละออง อากาศมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต หาก ๒. ตระหนักถึงความสำคัญของอากาศ โดย ส่วนประกอบของอากาศไม่เหมาะสม เนื่องจากมี นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนในการลดการ แก๊สบางชนิดหรือฝุ่นละอองในปริมาณมาก อาจ เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ จัดเป็นมลพษิ เกิดมลพษิ ทางอากาศ ทางอากาศ • แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ทางอากาศ เช่น ใช้พาหนะร่วมกัน หรือเลือกใช้ เทคโนโลยีทล่ี ดมลพิษทางอากาศ ๓. อธิบายการเกิดลมจากหลักฐานเชิง • ลม คอื อากาศท่เี คล่ือนที่ เกดิ จากความแตกต่าง ประจักษ์ กันของอุณหภูมิอากาศบริเวณที่อยู่ใกล้กัน โดย อากาศบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจะลอยตัวสูงข้ึน และ อากาศบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจะเคลื่อนเข้าไป แทนที่ ๔. บรรยายประโยชน์และโทษของลม จาก • ลมสามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนใน ข้อมลู ท่ีรวบรวมได้ การผลิตไฟฟ้า และนำไปใช้ประโยชน์ในการทำ กิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ หากลมเคลื่อนที่ด้วย ความเร็วสูงอาจทำให้เกิดอันตรายและความ เสยี หายตอ่ ชีวติ และทรพั ย์สินได้

๔๘ ชนั้ ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ป.๔ - - ป.๕ ๑. เปรยี บเทยี บปรมิ าณนำ้ ในแต่ละแหล่ง และ • โลกมีท้ังน้ำจืดและน้ำเค็มซ่งึ อยู่ในแหลง่ นำ้ ตา่ ง ๆ ระบุปริมาณน้ำที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ ที่มีทั้งแหล่งน้ำผิวดิน เช่น ทะเล มหาสมุทร บึง ประโยชน์ได้ จากขอ้ มูลทร่ี วบรวมได้ แม่น้ำ และแหล่งน้ำใต้ดิน เช่น น้ำในดินและน้ำ บาดาล น้ำทัง้ หมดของโลกแบ่งเป็นนำ้ เคม็ ประมาณ ร้อยละ ๙๗.๕ ซึ่งอยู่ในมหาสมทุ รและแหล่งน้ำอน่ื ๆ และที่เหลืออีกประมาณร้อยละ ๒.๕ เป็นน้ำจืด ถา้ เรยี งลำดับปรมิ าณนำ้ จืดจากมากไปน้อยจะอยู่ท่ี ธารน้ำแข็ง และพืดน้ำแข็ง น้ำใต้ดิน ชั้นดินเยือก แข็งคงตัวและน้ำแขง็ ใต้ดนิ ทะเลสาบ ความชื้นใน ดิน ความชื้นในบรรยากาศ บึง แม่น้ำ และน้ำใน ส่ิงมีชวี ติ ๒. ตระหนกั ถงึ คณุ ค่าของน้ำโดยนำเสนอแนว • นำ้ จืดทมี่ นษุ ยน์ ำมาใชไ้ ดม้ ปี ริมาณนอ้ ยมาก ทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรักษ์ จงึ ควรใช้น้ำอยา่ งประหยดั และร่วมกันอนรุ ักษน์ ้ำ นำ้ ๓. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการหมุนเวียน • วัฏจักรน้ำ เป็นการหมุนเวียนของน้ำที่มีแบบรูป ของน้ำในวฏั จักรน้ำ ซำ้ เดมิ และต่อเนอื่ งระหว่างนำ้ ในบรรยากาศน้ำผิว ดิน และน้ำใต้ดิน โดยพฤติกรรมการดำรงชวี ติ ของ พชื และสัตว์ส่งผลต่อวฏั จักรนำ้ ๔. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก • ไอน้ำในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ น้ำคา้ ง และน้ำคา้ งแขง็ จากแบบจำลอง โดยมลี ะอองลอย เชน่ เกลือ ฝนุ่ ละออง ละอองเรณู ของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้ำ จำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดิน มาก เรียกว่า เมฆ แต่ละอองน้ำที่เกาะกลุ่มรวมกัน อยใู่ กลพ้ ้นื ดิน เรียกว่า หมอก ส่วนไอน้ำท่คี วบแน่น เป็นละอองน้ำเกาะอยู่บนพื้นผิววัตถุใกล้พื้นดิน เรียกว่า น้ำค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้พื้นดินต่ำกว่าจุด เยือกแข็งน้ำคา้ งก็จะกลายเปน็ น้ำคา้ งแขง็ ๕. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ • ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็นหยาดน้ำฟ้าซึ่งเป็นน้ำที่มี และลูกเห็บ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ สถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื้นดิน ฝนเกิดจาก ละอองน้ำในเมฆที่รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถ พยุงไว้ได้จึงตกลงมา หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศ ระเหดิ กลบั เปน็ ผลกึ น้ำแข็ง รวมตัวกนั จนมีน้ำหนัก มากขึน้ จนเกนิ กวา่ อากาศจะพยงุ ไวจ้ ึงตกลงมา

๔๙ ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ป.๕ ลูกเห็บเกิดจากหยดน้ำที่เปลี่ยนสถานะเป็นนำ้ แข็ง (ตอ่ ) แล้วถูกพายพุ ัดวนซ้ำไปซำ้ มาในเมฆฝนฟ้าคะนองที่ มีขนาดใหญ่และอยู่ในระดับสูงจนเป็นก้อนน้ำแข็ง ขนาดใหญ่ขึน้ แลว้ ตกลงมา ป.6 ๑. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอคั นี หนิ • หินเป็นวัสดุแข็งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตะกอน และหินแปร และอธบิ ายวฏั จกั รหิน ประกอบด้วย แร่ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถ จากแบบจำลอง จำแนกหินตามกระบวนการเกิดไดเ้ ป็น ๓ ประเภท ไดแ้ ก่ หนิ อคั นี หนิ ตะกอน และหินแปร • หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของแมกมา เนื้อหินมี ลักษณะเป็นผลึก ทั้งผลึกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก บางชนิดอาจเป็นเนื้อแก้วหรอื มีรูพรนุ • หินตะกอน เกิดจากการทับถมของตะกอนเม่อื ถกู แรงกดทับและมีสารเชื่อมประสานจึงเกิดเป็นหิน เนื้อหินกลุ่มนี้ส่วนใหญม่ ีลักษณะเป็นเม็ดตะกอนมี ท้ังเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด บางชนดิ เป็นเนื้อผลกึ ที่ยึดเกาะกันเกิดจากการตกผลึกหรือตกตะกอน จากน้ำโดยเฉพาะน้ำทะเล บางชนิดมีลักษณะเป็น ช้ัน ๆ จึงเรียกอีกช่อื วา่ หนิ ช้นั •หินแปร เกดิ จากการแปรสภาพของหนิ เดิม ซงึ่ อาจ เป็นหินอัคนี หินตะกอน หรือหินแปรโดยการ กระทำของความร้อน ความดัน และปฏิกิริยาเคมี เนื้อหินของหินแปรบางชนิดผลึกของแร่เรียงตัว ขนานกันเป็นแถบ บางชนิดแซะออกเป็นแผ่นได้ บางชนดิ เปน็ เนือ้ ผลึกที่มีความแข็งมาก • หินในธรรมชาติทั้ง ๓ ประเภท มีการเปล่ียนแปลง จากประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่ง หรือ ประเภทเดิมได้ โดยมีแบบรูปการเปลี่ยนแปลงคงท่ี และต่อเนือ่ งเป็นวฏั จกั ร ๒. บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์ • หนิ และแรแ่ ต่ละชนดิ มีลกั ษณะและสมบัติ ของหินและแร่ในชีวิตประจำวันจากข้อมูลท่ี แตกต่างกนั มนุษยใ์ ชป้ ระโยชนจ์ ากแร่ใน รวบรวมได้ ชวี ติ ประจำวนั ในลกั ษณะต่าง ๆ เชน่ นำแรม่ าทำ เคร่ืองสำอาง ยาสีฟนั เคร่ืองประดบั อุปกรณท์ าง การแพทย์ และนำหนิ มาใช้ในงานกอ่ สรา้ งตา่ ง ๆ เปน็ ต้น

๕๐ ชน้ั ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ป.6 ๓. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดซากดึก • ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการทับถมหรือการ (ต่อ) ดำบรรพ์และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีต ประทับรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีต จนเกิดเป็น โครงสร้างของซากหรือร่องรอยของสิง่ มีชวี ิต ของซากดึกดำบรรพ์ ที่ปรากฏอยู่ในหิน ในประเทศไทยพบซากดึกดำ บรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช ปะการัง หอย ปลา เตา่ ไดโนเสาร์ และรอยตีนสัตว์ • ซากดกึ ดำบรรพส์ ามารถใชเ้ ปน็ หลกั ฐานหนึ่ง ที่ช่วยอธิบายสภาพแวดล้อมของพื้นที่ในอดีตขณะ เกิดส่ิงมีชวี ติ น้นั เช่น หากพบซากดกึ ดำบรรพ์ ของ หอยน้ำจืด สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นอาจเคยเป็น แหล่งน้ำจืดมาก่อน และหากพบซากดึกดำบรรพ์ ของพืช สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นอาจเคยเป็นป่า มาก่อน นอกจากนี้ซากดึกดำบรรพ์ ยังสามารถใช้ ระบุอายุของหินและเป็นข้อมูล ในการศึกษา วิวัฒนาการของส่งิ มชี ีวิต ๔. เปรยี บเทยี บการเกิดลมบก ลมทะเล และ • ลมบก ลมทะเล และมรสมุ เกิดจากพื้นดนิ มรสุม รวมทง้ั อธิบายผลที่มตี อ่ สิ่งมีชวี ติ และ และพื้นน้ำ ร้อนและเย็นไม่เท่ากันทำให้อุณหภูมิ สง่ิ แวดลอ้ ม จากแบบจำลอง อากาศเหนือพื้นดินและพื้นน้ำแตกต่างกัน จึงเกิด การเคลื่อนที่ของอากาศจากบริเวณที่มีอุณหภูมติ ่ำ ไปยังบริเวณท่มี อี ณุ หภมู ิสงู • ลมบกและลมทะเลเปน็ ลมประจำถนิ่ ที่พบบริเวณ ชายฝ่งั โดยลมบกเกดิ ในเวลากลางคืนทำให้มีลมพัด จากชายฝั่งไปสู่ทะเล ส่วนลมทะเลเกิดในเวลา กลางวัน ทำใหม้ ีลมพดั จากทะเลเขา้ สชู่ ายฝงั่ ๕. อธบิ ายผลของมรสุมตอ่ การเกดิ ฤดูของ • มรสุมเป็นลมประจำฤดูเกิดบริเวณเขตร้อนของ ประเทศไทย จากข้อมลู ทีร่ วบรวมได้ โลก ซ่ึงเป็นบรเิ วณกวา้ งระดับภูมิภาค ประเทศไทย ได้รับผลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วง ประมาณกลางเดือนตุลาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เกิดฤดหู นาว และได้รับผลจากมรสมุ ตะวันตก เฉยี งใต้ในชว่ งประมาณกลางเดอื นพฤษภาคมจนถึง กลางเดือนตุลาคมทำให้เกิดฤดูฝน ส่วนช่วง ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์จนถึงกลางเดือน พฤษภาคมเป็นช่วงเปลี่ยนมรสุมและประเทศไทย พฤษภาคมเป็นช่วงเปลี่ยนมรสุมและประเทศไทย อยใู่ กล้เสน้ ศนู ยส์ ูตร แสงอาทติ ย์เกือบตั้งตรงและ

๕๑ ชัน้ ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 ตั้งตรงประเทศไทยในเวลาเที่ยงวัน ทำให้ได้รับ (ต่อ) ความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ อากาศจึง ร้อนอบอา้ วทำใหเ้ กิดฤดูร้อน ๖. บรรยายลักษณะและผลกระทบของน้ำ • น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝัง่ ดินถล่ม แผ่นดินไหว ท่วมการกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และสึนามิ มีผลกระทบต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม สึนามิ แตกต่างกัน ๗. ตระหนักถึงผลกระทบของภัยธรรมชาติ • มนุษย์ควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัย เช่น และธรณพี บิ ัตภิ ยั โดยนำเสนอแนวทางในการ ติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพ เฝ้าระวังและปฎิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัย ให้พร้อมใช้ตลอดเวลา และปฏิบัติตามคำสั่งของ ธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นใน ผ้ปู กครองและเจ้าหนา้ ท่ีอย่าง ทอ้ งถิ่น เครง่ ครดั เมือ่ เกดิ ภยั ธรรมชาติและธรณพี บิ ตั ิภยั ๘. สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ เกิด • ปรากฏการณ์เรือนกระจกเกิดจากแก๊สเรือน ปรากฏการณ์เรือนกระจก และผลของ กระจกในชั้นบรรยากาศของโลกกักเก็บความร้อน ปรากฏการณ์เรือนกระจกตอ่ สิ่งมชี ีวติ แล้ว คายความร้อนบางส่วนกลับสู่ผิวโลก ทำให้ ๙. ตระหนักถึงผลกระทบของปรากฏการณ์ อากาศ บนโลกมีอุณหภูมิเหมาะสมต่อการ เรือนกระจก โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติ ดำรงชวี ติ ตนเพื่อลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือน • หากปรากฏการณ์เรือนกระจกรุนแรงมากขึ้นจะมี กระจก ผลต่อการเปล่ียนแปลงภมู อิ ากาศโลก มนษุ ย์จงึ ควร ร่วมกนั ลดกจิ กรรมท่ีก่อใหเ้ กดิ แกส๊ เรอื นกระจก

๕๒ สาระที่ ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือ พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสม โดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และสิ่งแวดล้อม ชนั้ ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๑ - - ป.๒ - - ป.๓ - - ป.๔ - - ป.๕ - - ป.๖ - - สาระที่ ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคดิ เชงิ คำนวณในการแก้ปัญหาทีพ่ บในชีวิตจริงอย่างเป็นขัน้ ตอน และเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรยี นรู้ การทำงาน และการแกป้ ญั หาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รเู้ ท่าทัน และมีจริยธรรม ช้ัน ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ป.๑ ๑. แกป้ ญั หาอย่างง่ายโดยใชก้ ารลองผิดลอง • การแก้ปัญหาให้ประสบความสำเร็จทำได้โดยใช้ ถกู การเปรียบเทยี บ ข้ันตอนการแก้ปญั หา • ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหาจุด แตกต่างของภาพ การจดั หนงั สอื ใสก่ ระเป๋า ๒. แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการ • การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทำได้โดยการ แกป้ ญั หาอย่างงา่ ยโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรือ เขยี น บอกเล่า วาดภาพ หรือใชส้ ัญลกั ษณ์ ขอ้ ความ • ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหาจุด แตกต่างของภาพ การจดั หนังสอื ใส่กระเปา๋ ๓. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำส่ัง หรอื ส่ือ ใหค้ อมพิวเตอร์ทำงาน • ตวั อย่างโปรแกรม เชน่ เขียนโปรแกรมสั่งให้ ตัวละครย้ายตำแหน่ง ยอ่ ขยายขนาด เปล่ียนรูปรา่ ง • ซอฟต์แวร์หรอื สื่อทีใ่ ช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใชบ้ ัตรคำสงั่ แสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org

๕๓ ชน้ั ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ป.๑ ๔. ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเก็บ เรียกใช้ • การใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยเี บอื้ งต้น เชน่ การใช้ (ต่อ) ข้อมูลตามวตั ถปุ ระสงค์ เมาส์ คีย์บอร์ด จอสัมผัส การเปิด-ปิด อุปกรณ์ เทคโนโลยี • การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเข้าและ ออกจากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การจัดเก็บการ เรียกใช้ไฟล์ ทำได้ในโปรแกรม เช่น โปรแกรม ประมวลคำ โปรแกรมกราฟิกโปรแกรมนำเสนอ • การสร้างและจัดเก็บไฟล์อยา่ งเปน็ ระบบจะทำให้ เรียกใช้ ค้นหาขอ้ มูลได้งา่ ยและรวดเร็ว ๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ รู้จักข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการเผยแพร่ข้อมลู ร่วมกัน ดูแลรักษาอุปกรณ์เบื้องต้น ใช้งาน ส่วนตัว และไม่บอกข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลอ่ืน อยา่ งเหมาะสม ยกเว้นผู้ปกครองหรือครู แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อ ต้องการความชว่ ยเหลือเกยี่ วกบั การใช้งาน • ขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นการใช้งานและการดแู ลรักษาอุปกรณ์ เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ ทำความสะอาดใช้ อุปกรณ์อย่างถูกวธิ ี • การใชง้ านอย่างเหมาะสม เช่น จัดท่าน่งั ใหถ้ กู ต้อง การพักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เป็นเวลานาน ระมดั ระวังอุบตั เิ หตจุ ากการใช้งาน ป.๒ ๑. แสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการ • การแสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา ทำได้โดยการ แก้ปญั หาอย่างงา่ ยโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรือ เขยี น บอกเล่า วาดภาพ หรือใช้สัญลักษณ์ ข้อความ • ปญั หาอยา่ งง่าย เชน่ เกมตวั ต่อ ๖-๑๒ ช้ิน การแตง่ ตัวมาโรงเรียน ๒. เขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมสั่งให้ตัว หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดของ ละครทำงานตามที่ต้องการ และตรวจสอบ โปรแกรม ขอ้ ผดิ พลาด ปรับแก้ไขใหไ้ ด้ผลลพั ธต์ ามทก่ี ำหนด • การตรวจหาข้อผิดพลาด ทำได้โดยตรวจสอบ คำสั่งที่แจ้งข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่เป็นไป ตามท่ตี ้องการให้ตรวจสอบการทำงานทีละคำสง่ั • ซอฟต์แวร์หรอื สือ่ ท่ีใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใชบ้ ตั รคำสงั่ แสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org

๕๔ ช้ัน ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ป.๒ ๓. ใช้เทคโนโลยีในการสร้าง จัดหมวดหมู่ • การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเข้าและ (ต่อ) ค้นหา จัดเก็บ เรียกใชข้ ้อมูลตามวตั ถุประสงค์ ออกจากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การจัดเก็บ การ เรียกใช้ไฟล์ การแก้ไขตกแต่งเอกสาร ทำได้ ใน โปรแกรม เช่น โปรแกรมประมวลคำ โปรแกรม กราฟิก โปรแกรมนำเสนอ • การสร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลี่ยนชื่อ จัด หมวดหมู่ไฟล์ และโฟลเดอร์อย่างเป็นระบบจะทำ ให้เรยี กใช้ คน้ หาขอ้ มูลได้ง่ายและรวดเรว็ ๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้คอมพิวเตอร์ รู้จักข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการเผยแพร่ข้อมูล ร่วมกนั ดูแลรกั ษาอุปกรณ์เบ้อื งต้น ใช้งานอยา่ ง ส่วนตัว และไม่บอกข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลอื่น เหมาะสม ยกเว้นผู้ปกครองหรือครู แจ้งผู้เกี่ยวข้องเม่ือ ต้องการความช่วยเหลอื เก่ียวกบั การใช้งาน • ขอ้ ปฏิบัตใิ นการใชง้ านและการดแู ลรกั ษาอุปกรณ์ เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ ทำความสะอาดใช้ อปุ กรณอ์ ย่างถูกวิธี • การใชง้ านอยา่ งเหมาะสม เชน่ จดั ทา่ นง่ั ใหถ้ ูกตอ้ ง การพักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เป็นเวลานาน ระมัดระวังอุบัติเหตจุ ากการใชง้ าน ป.๓ ๑. แสดงอลั กอริทึมในการทำงานหรอื การ • อัลกอริทมึ เป็นขั้นตอนที่ใชใ้ นการแก้ปญั หา แกป้ ัญหาอย่างงา่ ยโดยใชภ้ าพ สญั ลกั ษณ์ หรอื • การแสดงอลั กอรทิ ึม ทำไดโ้ ดยการเขยี น บอกเล่า ขอ้ ความ วาดภาพ หรอื ใชส้ ัญลกั ษณ์ • ตัวอย่างปญั หา เชน่ เกมเศรษฐี เกมบันไดงู เกม Tetris เกม OX การเดนิ ไปโรงอาหาร การทำความสะอาดห้องเรยี น ๒. เขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำสงั่ หรอื สอ่ื และตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม ใหค้ อมพวิ เตอร์ทำงาน • ตัวอยา่ งโปรแกรม เชน่ เขียนโปรแกรมทส่ี ั่งให้ ตัวละครทำงานซำ้ ไมส่ น้ิ สดุ • การตรวจหาข้อผิดพลาด ทำได้โดยตรวจสอบ คำสั่งที่แจ้งข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธไ์ ม่เป็นไป ตามทีต่ อ้ งการให้ตรวจสอบการทำงานทลี ะคำส่ัง • ซอฟต์แวร์หรือสื่อท่ีใชใ้ นการเขียนโปรแกรม เช่น ใชบ้ ัตรคำสั่งแสดงการเขยี นโปรแกรม, Code.org

๕๕ ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง ป.๓ ๓. ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ • อนิ เทอร์เนต็ เปน็ เครอื ขา่ ยขนาดใหญ่ชว่ ยให้ (ตอ่ ) การติดต่อสื่อสารทำไดส้ ะดวกและรวดเรว็ และเปน็ แหล่งข้อมูลความรู้ที่ช่วยในการเรียน และการ ดำเนินชีวิต • เวบ็ เบราวเ์ ซอร์เปน็ โปรแกรมสำหรบั อ่านเอกสาร บนเวบ็ เพจ • การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ทำได้โดยใช้ เว็บไซต์สำหรับสืบค้น และต้องกำหนดคำค้นท่ี เหมาะสมจงึ จะไดข้ ้อมูลตามต้องการ • ข้อมูลความรู้ เช่น วิธีทำอาหาร วิธีพับกระดาษ เป็นรูปต่าง ๆ ข้อมูลประวัติศาสตร์ชาติไทย(อาจ เป็นความรู้ในวิชาอื่น ๆ หรือเรื่องที่เป็นประเด็นท่ี สนใจในช่วงเวลานน้ั ) • การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยควรอยู่ในการ ดูแลของครู หรือผูป้ กครอง ๔. รวบรวม ประมวลผล และนำเสนอข้อมูล • การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนดหัวข้อท่ี โดยใชซ้ อฟต์แวรต์ ามวตั ถปุ ระสงค์ ตอ้ งการ เตรยี มอุปกรณ์ในการจดบนั ทกึ • การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบ จดั กลมุ่ เรียงลำดับ • การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตามความ เหมาะสม เชน่ การบอกเลา่ การทำเอกสารรายงาน การจัดทำปา้ ยประกาศ • การใชซ้ อฟต์แวรท์ ำงานตามวตั ถปุ ระสงค์ เชน่ ใช้ซอฟต์แวร์นำเสนอ หรือซอฟต์แวรก์ ราฟิก สร้าง แผนภูมิรูปภาพ ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลคำ ทำป้าย ประกาศหรือเอกสารรายงาน ใช้ซอฟต์แวร์ตาราง ทำงานในการประมวลผลขอ้ มลู ๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น ปฏิบตั ติ ามข้อตกลงในการใช้อินเทอร์เนต็ ปกปอ้ งขอ้ มลู ส่วนตัว • ขอความช่วยเหลือจากครูหรือผู้ปกครอง เมื่อเกดิ ปญั หาจากการใชง้ าน เมอ่ื พบข้อมลู หรอื บุคคลที่ทำ ให้ไม่สบายใจ

๕๖ ชั้น ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง ป.๓ • การปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลงในการใชอ้ ินเทอรเ์ น็ต (ต่อ) จะทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่น เช่น ไม่ใช้คำหยาบ ล้อเลียน ด่าทอ ทำให้ผู้อ่ืน เสียหายหรือเสียใจ • ข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสอื่ สาร ป.๔ ๑. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การ • การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ หรอื อธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จาก เงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณาในการ ปญั หาอย่างง่าย แก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน หรอื กาคาดการณ์ ผลลัพธ์ • สถานะเริ่มต้นของการทำงานที่แตกต่างกันจะให้ ผลลัพธท์ แ่ี ตกต่างกัน • ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม OX โปรแกรมที่มีการ คำนวณ โปรแกรมที่มีตัวละครหลายตัว และมีการ สั่งงานทีแ่ ตกต่างหรือมีการสื่อสารระหว่างกัน การ เดินทางไปโรงเรียน โดยวธิ กี ารตา่ ง ๆ ๒. ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดย • การออกแบบโปรแกรมอย่างง่าย เช่น การ ใช้ซอฟต์แวร์หรอื ส่อื และตรวจหาข้อผิดพลาด ออกแบบโดยใช้ storyboard หรือการออกแบบ และแก้ไข อัลกอรทิ มึ • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของคำส่ัง ให้คอมพวิ เตอร์ทำงาน เพ่อื ให้ได้ผลลพั ธต์ าม ความ ต้องการ หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบ การ ทำงานทีละคำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ ไม่ ถูกต้อง ให้ทำการแก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ท่ี ถกู ตอ้ ง • ตัวอยา่ งโปรแกรมทีม่ ีเร่อื งราว เชน่ นทิ านที่มีการ โต้ตอบกับผู้ใช้ การ์ตูนสั้น เล่ากิจวัตรประจำวัน ภาพเคลอ่ื นไหว • การฝกึ ตรวจหาขอ้ ผิดพลาดจากโปรแกรมของ ผูอ้ นื่ จะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตขุ องปญั หา ไดด้ ยี ่ิงขึน้ • ซอฟตแ์ วร์ทใี่ ช้ในการเขียนโปรแกรม เชน่ Scratch, logo

๕๗ ช้ัน ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.๔ ๓. ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ และประเมิน • การใช้คำค้นที่ตรงประเด็น กระชับ จะทำให้ได้ (ต่อ) ความน่าเช่อื ถือของขอ้ มูล ผลลพั ธ์ทร่ี วดเร็วและตรงตามความตอ้ งการ • การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่น พิจารณาประเภทของเว็บไซต์ (หน่วยงานราชการ สำนักข่าว องคก์ ร) ผู้เขียน วันทเี่ ผยแพร่ข้อมลู การ อา้ งอิง • เมอ่ื ไดข้ อ้ มลู ทตี่ ้องการจากเวบ็ ไซต์ต่าง ๆ จะต้อง นำเนื้อหามาพิจารณา เปรียบเทียบ แล้วเลือก ข้อมูลทมี่ คี วามสอดคล้องและสัมพนั ธก์ ัน • การทำรายงานหรอื การนำเสนอขอ้ มลู จะต้อง นำข้อมูลมาเรียบเรียง สรุป เป็นภาษาของตนเอง ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและวิธีการนำเสนอ (บรู ณาการกบั วิชาภาษาไทย) ๔. รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและ • การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนดหัวข้อที่ สารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวรท์ ี่หลากหลาย เพื่อ ต้องการ เตรยี มอปุ กรณใ์ นการจดบันทกึ แก้ปญั หาในชีวิตประจำวัน • การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบ จัดกล่มุ เรียงลำดับ การหาผลรวม วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกที่เป็นไปได้ ประเมนิ ทางเลือก (เปรยี บเทียบ ตดั สนิ ) • การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตามความ เหมาะสม เช่น การบอกเล่า เอกสารรายงาน โปสเตอร์ โปรแกรมนำเสนอ • การใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น การสำรวจเมนูอาหารกลางวันโดยใช้ ซอฟต์แวร์สร้างแบบสอบถามและเก็บข้อมูล ใช้ ซอฟต์แวร์ตารางทำงานเพื่อประมวลผลข้อมูล รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าทางโภชนาการและ สร้างรายการอาหารสำหรับ ๕ วัน ใช้ซอฟต์แวร์ น ำ เ ส น อ ผ ล ก า ร ส ำ ร ว จ ร า ย ก า ร อ า ห า ร ท ี ่ เ ป็ น ทางเลอื กและข้อมลู ด้านโภชนาการ ๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของ เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพในสิทธิของ ผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ ผู้อื่น เช่น ไม่สร้างข้อความเท็จและส่งให้ผู้อื่น ไม่ ไมเ่ หมาะสม สร้าง ความเดือดร้อนต่อผู้อื่นโดยการส่งสแปม ข้อความลูกโซ่ ส่งต่อโพสต์ที่มีข้อมูลส่วนตัวของ

๕๘ ช้นั ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง ผู้อน่ื ส่งคำเชญิ เลน่ เกม ไมเ่ ข้าถึงขอ้ มูลสว่ นตัวหรือ การบ้านของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ใช้ เคร่อื งคอมพวิ เตอร/์ ชอ่ื บัญชขี องผู้อืน่ • การส่อื สารอย่างมมี ารยาทและรกู้ าลเทศะ • การปกปอ้ งข้อมลู ส่วนตวั เชน่ การออกจากระบบ เมื่อเลิกใช้งาน ไม่บอกรหัสผ่าน ไม่บอกเลข ประจำตวั ประชาชน ป.๕ ๑. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การ • การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ อธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จาก หรือเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีมาใชพ้ ิจารณาใน ปญั หาอยา่ งง่าย การแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน หรือการ คาดการณ์ ผลลัพธ์ • สถานะเริ่มตน้ ของการทำงานที่แตกต่างกันจะให้ ผลลัพธท์ ่แี ตกตา่ งกัน • ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม Sudoku โปรแกรม ทำนายตัวเลข โปรแกรมสร้างรูปเรขาคณติ ตามคา่ ข้อมูลเข้า การจัดลำดับการทำงานบ้านในช่วง วันหยุด จัดวางของในครวั ๒. ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใช้ • การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียน เหตผุ ลเชิงตรรกะอย่างงา่ ย ตรวจหาขอ้ ผิดพลาด เปน็ ขอ้ ความหรอื ผงั งาน และแกไ้ ข • การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการ ตรวจสอบเงื่อนไขที่ครอบคลุมทุกกรณีเพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ทถี่ ูกต้องตรงตามความตอ้ งการ • หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละ คำสง่ั เม่อื พบจุดท่ที ำใหผ้ ลลัพธ์ไม่ถกู ต้องให้ทำการ แก้ไขจนกวา่ จะได้ผลลพั ธ์ท่ีถกู ตอ้ ง • การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของ ผู้อนื่ จะชว่ ยพัฒนาทกั ษะการหาสาเหตุของปัญหา ได้ดีย่ิงขึ้น • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมตรวจสอบเลขคู่ เลขคี่ โปรแกรมรับข้อมูลน้ำหนักหรือส่วนสูงแล้ว แสดงผลความสมส่วนของร่างกาย โปรแกรมส่งั ให้ ตัวละครทำตามเงอ่ื นไขที่กำหนด • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, logo

๕๙ ชน้ั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ๕ ๓. ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสาร • การค้นหาข้อมลู ในอินเทอร์เนต็ และการพิจารณา (ตอ่ ) และทำงานร่วมกนั ประเมินความน่าเช่ือถือของ ผลการคน้ หา ขอ้ มลู • การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น อีเมล บลอ็ ก โปรแกรมสนทนา • การเขียนจดหมาย (บรู ณาการกับวิชาภาษาไทย) • การใช้อินเทอร์เน็ตในการติดต่อสื่อสารและ ทำงานร่วมกัน เช่น ใชน้ ดั หมายในการประชุมกลุ่ม ประชาสัมพันธ์กิจกรรมในห้องเรียน การ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นในการเรียน ภายใต้การดแู ลของครู • การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เช่น เปรียบเทียบความสอดคล้อง สมบูรณ์ของข้อมูล จากหลายแหล่ง แหล่งต้นตอของข้อมูล ผู้เขียน วนั ทีเ่ ผยแพร่ข้อมลู • ข้อมูลที่ดีต้องมีรายละเอียดครบทุกด้าน เช่น ข้อดแี ละข้อเสยี ประโยชนแ์ ละโทษ ๔. รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและ • การรวบรวมข้อมูล ประมวลผล สร้างทางเลือก สารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์ ประเมินผล จะทำให้ได้สารสนเทศเพื่อใช้ในการ หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย เพื่อ แกป้ ญั หาหรือการตัดสินใจได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ แก้ปญั หาในชวี ิตประจำวนั • การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตที่ หลากหลายในการรวบรวม ประมวลผลสร้าง ทางเลือก ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้ การ แกป้ ัญหาทำไดอ้ ย่างรวดเรว็ ถูกต้อง และแม่นยำ • ตัวอย่างปัญหา เช่น ถ่ายภาพ และสำรวจแผนท่ี ในท้องถ่ินเพ่ือนำเสนอแนวทางในการจัดการพ้นื ท่ี ว่างให้เกิดประโยชน์ ทำแบบสำรวจความคิดเห็น ออนไลน์ และวิเคราะห์ข้อมูล นำเสนอข้อมูลโดย การใช้ blog หรอื web page ๕. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มี • อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทาง มารยาท เขา้ ใจสิทธิและหน้าที่ของตน เคารพใน อนิ เทอรเ์ นต็ สิทธิของผูอ้ ่ืน แจ้งผู้เก่ียวข้องเมื่อพบข้อมูลหรอื • มารยาทในการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต บคุ คลทไี่ มเ่ หมาะสม (บูรณาการกบั วิชาที่เกี่ยวขอ้ ง)

๖๐ ชัน้ ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง ป.๖ ๑. ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและ • การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้ อ อ ก แ บ บ ว ิ ธ ี ก า ร แ ก ้ ป ั ญ ห า ท ี ่ พ บ ใ น แกป้ ัญหาได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ชวี ิตประจำวัน • การใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ หรอื เงือ่ นไขท่ีครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณา ในการแก้ปัญหา • แนวคิดของการทำงานแบบวนซำ้ และเงือ่ นไข • การพิจารณากระบวนการทำงานที่มีการทำงาน แบบวนซ้ำหรือเงื่อนไขเป็นวิธีการที่จะช่วยให้การ อ อ ก แบบว ิธีการแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมี ประสิทธภิ าพ • ตัวอยา่ งปัญหา เชน่ การค้นหาเลขหน้าทตี่ อ้ งการ ใหเ้ รว็ ท่ีสุด การทายเลข ๑-๑,๐๐๐,๐๐๐ โดยตอบ ให้ถกู ภายใน ๒๐ คำถาม การคำนวณเวลาในการ เดินทาง โดยคำนึงถงึ ระยะทาง เวลา จดุ หยุดพัก ๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย เพอื่ • การออกแบบโปรแกรมสามารถทำได้โดยเขียน แก้ปัญหาในชีว ิตประ จำวัน ตรวจหา เปน็ ข้อความหรือผังงาน ขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรมและแก้ไข • การออกแบบและเขยี นโปรแกรมทมี่ ีการใชต้ ัวแปร การวนซ้ำ การตรวจสอบเง่อื นไข • หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทำงานทีละ คำส่ัง เม่ือพบจดุ ทท่ี ำใหผ้ ลลพั ธ์ไม่ถกู ต้อง ให้ทำการ แก้ไขจนกว่าจะได้ผลลพั ธ์ท่ีถกู ตอ้ ง • การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของ ผู้อื่นจะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปัญหา ได้ดยี ง่ิ ข้นึ • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรม หาคา่ ค.ร.น. เกมฝึกพิมพ์ • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, logo ๓. ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลอย่างมี • การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการค้นหา ประสิทธภิ าพ ข้อมูลที่ได้ตรงตามความต้องการในเวลาที่รวดเร็ว จากแหล่งขอ้ มูลที่น่าเชื่อถอื หลายแหล่ง และข้อมูล มีความสอดคล้องกัน• การใช้เทคนิคการค้นหาขั้น สูง เช่น การใช้ตัวดำเนินการ การระบุรูปแบบของ ข้อมูลหรือชนิดของไฟล์

๖๑ ช้นั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง ป.๖ • การจัดลำดับผลลัพธ์จากการค้นหาของโปรแกรม (ต่อ) ค้นหา • การเรียบเรียง สรุปสาระสำคญั (บูรณาการกบั วิชา ภาษาไทย) ๔. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทำงานร่วมกัน • อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรม อย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตน ทางอนิ เทอรเ์ น็ต แนวทางในการป้องกนั เคารพในสทิ ธิของผอู้ นื่ แจ้งผเู้ กีย่ วข้องเม่ือพบ • วธิ ีกำหนดรหสั ผา่ น ขอ้ มูลหรอื บุคคลทไ่ี มเ่ หมาะสม • การกำหนดสิทธ์ิการใชง้ าน (สทิ ธ์ใิ นการเข้าถงึ ) • แนวทางการตรวจสอบและปอ้ งกนั มลั แวร์ • อันตรายจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่อยู่บน อนิ เทอรเ์ น็ต

๖๒ คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ว 11101 รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ๑ กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1 ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง ศึกษา วิเคราะห์ ระบุชื่อพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณต่างๆในชุมชนวัดคฤหบดี เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร และชื่อพืชและสัตว์ประจำชาติในกลุ่มอาเซียน จากข้อมูลที่รวบรวมได้ บอก สภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมาะสมกบั การดำรงชีวติ ของสตั วใ์ นบรเิ วณทอี่ าศัยอยู่ บรรยายลักษณะและบอกหน้าท่ีของ ส่วนต่างๆของร่างกายมนุษย์สัตว์ และพืช รวมทั้งบรรยายการทำหน้าที่ร่วมกันของ ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มนุษย์ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงความสำคัญของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ตนเอง โดยการดูแลสว่ นต่างๆ อยา่ ถูกต้องให้ปลอดภัย และรกั ษาความสะอาดอย่เู สมอ อธบิ ายสมบัติท่ีสังเกต ได้ของวัสดุท่ีใช้ทำวัตถุ ซ่ึงทำจากวัสดุชนดิ เดียวหรอื หลายชนิดประกอบกัน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุ ชนิดของวัสดุและจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัติที่สังเกตได้ บรรยายการเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนท่ี อธิบาย ลักษณะภายนอกของหินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากลักษณะเฉพาะตัวที่สังเกตได้ ระบุดาวที่ปรากฏบน ท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคนื สาเหตุทมี่ องไม่เหน็ ดาวสว่ นใหญ่ในเวลากลางวนั แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลองผิดลองถูก เปรียบเทียบแสดงลำดับขั้นตอนการทำงาน หรือการ แก้ปญั หาอย่างงา่ ยโดยใช้ภาพ สัญลกั ษณ์ หรือข้อความ เขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใชซ้ อฟต์แวร์หรือสื่อ ใช้ เทคโนโลยีในการสร้าง จัดเกบ็ เรยี กใชข้ ้อมลู ตามวัตถุประสงค์ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติ ตามขอ้ ตกลงในการใช้คอมพวิ เตอร์ร่วมกนั ดแู ลรักษาอุปกรณเ์ บื้องตน้ ใชง้ านอย่างเหมาะสม โดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สารเบอ้ื งตน้ สามารถสอ่ื สารส่ิงที่เรยี นรู้ มคี วามคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานรว่ มกับผูอ้ ืน่ เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่าง สร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นมีจิตวิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมทพ่ี งึ ประสงค์ ตวั ชว้ี ดั ว 1.1 ป.1/1, ป.1/2 ว 1.2 ป.1/1, ป.1/2 ว 2.1 ป.1/1, ป.1/2 ว 2.3 ป.1/1 ว 3.1 ป.1/1, ป.1/2 ว 3.2 ป.1/1 ว 4.2 ป.1/1, ป.1/2, ป.1/3, ป.1/4, ป.1/5 รวม 7 มาตรฐาน 15 ตวั ชี้วัด

๖๓ โครงสร้างรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ๑ รหสั วชิ า ว ๑๑๑๐๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ เวลา ๔๐ ชั่วโมง สัดสว่ นคะแนน / ภาคเรียน 35 : 15 หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั / ท่ี การเรยี นรู้ เรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด คะแนน ๑ สิ่งแวดล้อม ว 1.1 ป.1/๑, (ช่ัวโมง) รอบตัว ป.1/2 ๖ • บริเวณต่าง ๆ ในท้องถิ่น เช่น สนามหญ้า ใต้ ๘ ๒ พชื รอบตัว ว 1.2 ป.1/1 ๗ เรา ตน้ ไม้ สวนหยอ่ ม แหลง่ น้ำ อาจพบพชื และสัตว์ ๖ ๓ สัตว์ ว 1.2 ป.1/1 หลายชนิดอาศัยอยู่ ๖ รอบตัวเรา • บริเวณที่แตกต่างกันอาจพบพืชและสัตว์ ๔ รา่ งกาย ว 1.2 ป.1/1, ของเรา ป.1/๒ แตกต่างกัน เพราะสภาพแวดล้อมของแต่ละ บริเวณจะมี ความเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต ของพชื และสัตว์ ทอ่ี าศยั อยใู่ นแต่ละบรเิ วณ • ถ้าสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พืชและสัตว์ อาศัยอยู่มีการเปลี่ยนแปลง จะมีผลต่อการ ดำรงชวี ติ ของพืชและสัตว์ • พืชมีส่วนต่าง ๆ ที่มีลักษณะและหน้าท่ี ๙ แตกต่างกัน เพอ่ื ใหเ้ หมาะสมในการดำรงชวี ติ โดยทั่วไป รากมีลักษณะเรียวยาว และแตก แขนงเป็นรากเล็กๆ ทำหน้าที่ดูดน้ำ ลำต้นมี ลักษณะเป็นทรงกระบอกตั้งตรงและมีกิ่งก้าน ทำหนา้ ท่ชี กู ิง่ ก้าน ใบและดอก ใบมีลักษณะเปน็ แผ่นแบน ทำหน้าที่สร้างอาหาร นอกจากนี้พชื หลายชนิด อาจมีดอกที่มีสี รูปร่างต่าง ๆ ทำ หน้าที่สืบพันธุ์ รวมทั้งมีผลที่มีเปลือก มีเน้ือ ห่อหุ้มเมล็ดและมีเมล็ดซึ่งสามารถงอกใหม่ได้ เป็นตน้ • สัตว์มีหลายชนิด แต่ละชนิดส่วนต่าง ๆ ที่มี ๖ ลักษณะและหน้าที่แตกต่างกัน เพื่อให้ เหมาะสม ในการดำรงชวี ิต เชน่ ปลามคี รีบเป็น แผ่น ส่วนกบ เต่า แมว มีขา ๔ ขา และมีเท้า สำหรับใชใ้ นการเคล่ือนท่ี • มนุษย์มีส่วนต่าง ๆ ที่มีลักษณะและหน้าท่ี ๖ แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมในการดำรงชีวิต เช่น ตามีหน้าทไ่ี ว้มองดู โดยมีหนังตาและขนตา เพื่อป้องกันอันตรายให้กับตา หูมีหน้าที่รับฟัง เสียง โดยมีใบหูและรหู ู เพอ่ื เป็นทางผา่ นของ

๖๔ หน่วย ชื่อหนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั / ท่ี การเรยี นรู้ เรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด (ชัว่ โมง) คะแนน ๔ เสียงปากมีหนา้ ท่พี ดู กนิ อาหาร มชี ่องปากและ (ต่อ) มรี ิมฝีปากบนลา่ ง แขนและมือมหี น้าท่ยี ก หยิบ จับ มีท่อนแขนและนิ้วมือที่ขยับได้ สมองมี หน้าที่ควบคุมการทำงานของส่วนต่าง ๆ ของ ร่างกาย อยู่ในกะโหลกศีรษะ โดยส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจะทำหน้าที่ร่วมกันในการทำ กจิ กรรมในชวี ติ ประจำวัน • มนุษย์ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายในการทำ กจิ กรรมต่าง ๆ เพือ่ การดำรงชวี ิต มนษุ ยจ์ ึงควร ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ เช่น ใช้ตามองตัวหนังสือในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ดูแลตาให้ปลอดภัยจากอันตราย และรักษา ความสะอาดตาอยู่เสมอ ๕ วทิ ยาการ ว 4.2 ป.1/1, • การแก้ปัญหาให้ประสบความสำเรจ็ ทำไดโ้ ดย ๑๐ ๑๐ คำนวณ ๑ ป.1/2, ป.1/5 ใช้ขนั้ ตอนการแกป้ ญั หา • ปัญหาอย่างง่าย เช่น เกมเขาวงกต เกมหา จดุ แตกตา่ งของภาพ การจัดหนงั สอื ใสก่ ระเป๋า • การแสดงขัน้ ตอนการแก้ปัญหา ทำไดโ้ ดยการ เขยี น บอกเลา่ วาดภาพ หรอื ใชส้ ญั ลกั ษณ์ • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น รู้จักข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการ เผยแพรข่ ้อมลู ส่วนตวั และไม่บอกข้อมลู ส่วนตวั กับบุคคลอื่นยกเว้นผู้ปกครองหรือครู แจ้ง ผู้เกีย่ วขอ้ งเมื่อต้องการความชว่ ยเหลือเก่ียวกับ การใช้งาน • ข้อปฏิบัติในการใช้งานและการดูแลรักษา อุปกรณ์ เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ ทำความ สะอาดใช้อุปกรณ์อยา่ งถูกวิธี • การใชง้ านอยา่ งเหมาะสม สอบปลายภาคเรยี นที่ 1 1 ๑๕ รวม 40 50

๖๕ โครงสร้างรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชาพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ๑ รหัสวชิ า ว ๑๑๑๐๑ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ช่วั โมง สดั สว่ นคะแนน / ภาคเรยี น 35 : 15 หนว่ ย ช่อื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั / ท่ี การเรยี นรู้ เรยี นรู้/ตวั ชวี้ ัด (ชวั่ โมง) คะแนน ๖ ของเลน่ ว 2.1 ป.1/1, • วสั ดุทใี่ ช้ทำวัตถุท่ีเป็นของเล่น ของใช้ มีหลาย ๙ ๕ ของใช้ ป.1/2 ชนิด วัสดแุ ต่ละชนิดมสี มบัติทส่ี ังเกตได้ตา่ ง ๆ • สมบัติที่สังเกตได้ของวัสดุแต่ละชนิดอาจ เหมอื นกัน ซ่ึงสามารถนำมาใช้เป็นเกณฑใ์ นการ จัดกลุ่มวสั ดุได้ • วัสดุบางอย่างสามารถนำมาประกอบกนั เพื่อ ทำเปน็ วตั ถุตา่ ง ๆ ๗ เสียงและ ว 2.3 ป.1/1 • เสียงเกิดจากการสน่ั ของวัตถุ วัตถุท่ีทำให้เกิด ๕ ๕ การ เสยี งเปน็ แหลง่ กำเนดิ เสียง ซึ่งมที งั้ แหลง่ กำเนิด เคล่อื นท่ี เสียงตามธรรมชาติและแหล่งกำเนิดเสียงท่ี มนุษย์สร้างขึ้น เสียงเคลื่อนที่ออกจาก แหล่งกำเนดิ เสียงทกุ ทศิ ทาง ๘ โลกและ ว 3.1 ป.1/1, • บนทอ้ งฟ้ามดี วงอาทติ ย์ ดวงจันทร์ และดาว ๑๐ ๑๐ ท้องฟ้าของ ป.1/2 ซึ่งในเวลากลางวันจะมองเหน็ ดวงอาทติ ย์ และ เรา อาจมองเห็นดวงจันทรบ์ างเวลาในบางวนั แตไ่ ม่ สามารถมองเห็นดาว • ในเวลากลางวันมองไม่เห็นดาวส่วนใหญ่ เนื่องจากแสงอาทิตย์สว่างกว่าจึงกลบแสงของ ดาว ส่วนในเวลากลางคืนจะมองเห็นดาวและ มองเห็นดวงจนั ทร์เกือบทกุ คนื ๙ หิน ว 3.2 ป.1/1 • หินที่อยู่ในธรรมชาติมีลักษณะภายนอก 5 ๕ เฉพาะตัวที่สังเกตได้ เช่น สี ลวดลาย น้ำหนัก ความแขง็ และเน้อื หนิ ๑๐ วทิ ยาการ ว 4.2 ป.1/3, • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของ 10 10 คำนวณ ๒ ป.1/4 คำส่งั ให้คอมพิวเตอร์ทำงาน • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมสั่งให้ ตัวละครย้ายตำแหน่ง ย่อขยายขนาด เปลี่ยน รูปรา่ ง • ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้บัตรคำสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org

๖๖ หน่วย ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั / ท่ี การเรยี นรู้ เรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด (ชัว่ โมง) คะแนน ๑๐ (ตอ่ ) • การใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยีเบื้องต้น เช่น การใช้เมาส์ คีย์บอร์ด จอสัมผัส การเปิด-ปิด อุปกรณ์เทคโนโลยี • การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น เช่น การเข้า และออกจากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การ จัดเก็บการเรียกใช้ไฟล์ ทำได้ในโปรแกรม เช่น โปรแกรมประมวลคำ โปรแกรมกราฟิก โปรแกรมนำเสนอ • การสร้างและจัดเก็บไฟล์อย่างเป็นระบบจะ ทำให้เรยี กใช้ คน้ หาข้อมูลไดง้ า่ ยและรวดเร็ว สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ 1 ๑๕ รวม 40 50

๖๗ โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรู้ รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ๑ รหัสวชิ า ว ๑๑๑๐๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชว่ั โมง หนว่ ย หน่วยการ แผนการจดั การเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นร้/ู เวลา น้ำหนัก ตัวช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน ท่ี เรยี นรู้ ว 1.๑ ป.1/1 ๑ ๖ ๑ ส่งิ แวดล้อม ๑. สิ่งมชี วี ิตรอบตัวเรา ว 1.๑ ป.1/1 ๑ ว 1.๑ ป.1/1 ๑ ๗ รอบตวั ๒. สำรวจส่ิงมชี ีวิตรอบตัวเรา ว 1.๑ ป.1/1 ๑ ว 1.๑ ป.1/๒ ๑ ๓. พชื ในทอ้ งถ่นิ ว 1.1 ป.1/๒ ๑ ว 1.๑ ป.1/๒ ๑ ๔. สัตว์ในท้องถิ่น ว 1.๑ ป.1/๒ ๑ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ๕. พชื และสัตว์ในบริเวณโรงเรยี นฯ 1 ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ๖. พชื และสตั วใ์ นบริเวณโรงเรยี นฯ 2 ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ๗. สภาพแวดล้อมทเี่ ปล่ยี นแปลง ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ๘. บทบาทสมมตุ ิของพชื และสัตว์ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ๒ พชื รอบตัวเรา ๑. ลักษณะภายนอกของพืช ๒. สงั เกตสว่ นประกอบของพืช ๓. ส่วนประกอบท่สี ำคัญของพืช ๔. ลกั ษณะของรากพชื ๕. ลักษณะของลำตน้ พชื ๖. ลักษณะของใบพืช ๗. ลกั ษณะของดอก ๘. รูปร่างลักษณะของผล ๙. ลกั ษณะและหน้าที่ของสว่ นประกอบของ พชื ๓ สัตว์รอบตวั เรา ๑. ลักษณะภายนอกของสัตว์ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑๖ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ๒. อวยั วะภายนอกของสัตว์ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ๓. อวัยวะและหนา้ ทต่ี ่างๆของสตั ว์ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ๔. อวยั วะท่ีสัตว์ใชใ้ นการเคลอื่ นท่ี ว 1.๒ ป.1/๑ ๑๖ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ ๕. การเคลอ่ื นทข่ี องสัตว์ ๖. ประโยชนข์ องการเคล่อื นทีข่ องสตั ว์ ๔ รา่ งกายของเรา ๑. อวยั วะภายนอกทส่ี ำคญั ของมนุษย์ ๒. อวยั วะและหนา้ ทข่ี องสว่ นตา่ ง ๆ ของ อวยั วะ ๓. การทำงานรว่ มกันของสว่ นตา่ ง ๆ ของ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ รา่ งกาย ๑

๖๘ หนว่ ย หน่วยการ แผนการจัดการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู/้ เวลา นำ้ หนกั ท่ี เรยี นรู้ ตวั ชวี้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน ๔ ๔. การทำงานร่วมกันของสว่ นตา่ ง ๆ ของ ว 1.๒ ป.1/๑ ๑ (ต่อ) รา่ งกาย ๒ ๕. ดูแลอวัยวะของเรา ว 1.๒ ป.1/๒ ๑ ๖. การปอ้ งกันอนั ตรายท่เี กดิ กับอวัยวะตา่ ง ๆ ว 1.๒ ป.1/๒ ๑ ของร่างกาย ๕ การแกป้ ญั หา 1. รู้จกั ปญั หา ว 4.2 ป.1/1, ป.1/2 1 ๑๐ 2. การแกป้ ญั หาในชีวติ ประจำวัน ว 4.2 ป.1/1, ป.1/2 1 3. การแกป้ ญั หาหลายวธิ ี ว 4.2 ป.1/1, ป.1/2 1 4. การแกป้ ัญหาโดยการลองผิดลองถูก ว 4.2 ป.1/1, ป.1/2 1 5. การวิเคราะหป์ ญั หา ว 4.2 ป.1/1, ป.1/2 1 6. การแกป้ ัญหาตามลำดับข้นั ตอน ว 4.2 ป.1/1, ป.1/2 1 ข้อมลู และ 1. ความหมายของข้อมูล ว 4.2 ป.1/5 1 เทคโนโลยี 2. ขอ้ มูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ว 4.2 ป.1/5 1 สารสนเทศ 3. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู ว 4.2 ป.1/5 1 4. การนำเสนอข้อมลู ว 4.2 ป.1/5 1 สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ ๑ ๑๕ รวม ๔๐ ๕๐

๖๙ โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรู้ รายวชิ าพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๑ รหัสวิชา ว ๑๑๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง หนว่ ย หนว่ ยการ แผนการจดั การเรยี นรู้ มาตรฐานการเรียนรู/้ เวลา น้ำหนัก ท่ี เรียนรู้ ตัวชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน ๖ ของเล่นของใช้ ๑. ของเล่นและของใช้รอบตวั ว 2.1 ป.1/1 ๑๖ ๒. เกณฑก์ ารจัดกลุม่ ของเล่นและของใช้ ว 2.1 ป.1/1 ๑ ๓. ความหมายของวสั ดุ ว 2.1 ป.1/1 ๑ ๔. วสั ดุทใี่ ช้ทำของเล่นและของใช้ ว 2.1 ป.1/1 ๑ ๕. วสั ดทุ ่ีประกอบเปน็ ของเลน่ และของใช้ ว.2.1 ป.1/1 ๑ ๖. สมบตั ิที่สังเกตไดข้ องวสั ดุ ว.2.1 ป.1/๒ ๑ ๗. การจัดกลุ่มวัสดุโดยใช้สมบัตขิ องวสั ดเุ ป็น ว.2.1 ป.1/๒ ๑ เกณฑ์ ๘. สมบตั ขิ องวสั ดุ ๒ ว.2.1 ป.1/๒ ๑ ๗ เสียงและการ ๑. เสยี งรอบตวั เรา 1 ว 2.3 ป.1/1 ๑๗ เคลอื่ นที่ ๒. เสียงรอบตวั เรา ๒ ว 2.3 ป.1/1 ๑ ๓. การเกิดเสียง 1 ว 2.3 ป.1/1 ๑ ๔. การเกิดเสยี ง 1 ว 2.3 ป.1/1 ๑ ๕. เสยี งพดู ของมนษุ ย์ 1 ว 2.3 ป.1/1 ๑ ๖. เสยี งพูดของมนษุ ย์ ๒ ว 2.3 ป.1/1 ๑ ๗. การเคลอื่ นทขี่ องเสียง 1 ว 2.3 ป.1/1 ๑ ๘. การเคลอ่ื นทขี่ องเสียง ๒ ว 2.3 ป.1/1 ๑ ๘ ทอ้ งฟ้าของเรา ๑. การปรากฏของดาวบนทอ้ งฟา้ ว 3.1 ป.1/๑ ๑๖ ๒. ทอ้ งฟา้ บ้านเรา ว 3.1 ป.1/๑ ๑ ๓. ดวงอาทิตย์ ว 3.1 ป.1/๑ ๑ ๔. ท้องฟ้าในชว่ งเชา้ มดื และใกลค้ ่ำ ว 3.1 ป.1/๑ ๑ ๕. ดวงจนั ทร์ ว 3.1 ป.1/๑ ๑ ๖. แบบจำลองการปรากฏของดาวบนท้องฟ้า ว 3.1 ป.1/๒ ๑ ๗. ดาว ว 3.1 ป.1/๒ ๑ ๙ หนิ 1. การสำรวจและสะสมหนิ 1 ว 3.2 ป.1/1 ๑๖ 2. การศึกษาลกั ษณะภายนอกของหิน ว 3.2 ป.1/1 ๑ 3. สีของหิน ว 3.2 ป.1/1 ๑ 4. ลวดลายของหนิ ว 3.2 ป.1/1 ๑

๗๐ หนว่ ย หนว่ ยการ แผนการจัดการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ เวลา นำ้ หนกั ท่ี เรยี นรู้ ตวั ช้วี ัด (ชัว่ โมง) คะแนน ๙ 5. ลักษณะเน้ือหินและความแข็งของหนิ ชนิด ว 3.2 ป.1/1 ๑ (ต่อ) ตา่ งๆ ๖. นกั ลา่ ของทที่ ำด้วยหิน ว 3.2 ป.1/1 ๑ ๑๐ ความร้เู บ้อื งต้น 1. การใชอ้ ปุ กรณเ์ ทคโนโลยี ว 4.2 ป.1/4, ป.1/5 1 ๑๐ เก่ียวกบั อปุ กรณ์ 2. การใชค้ อมพวิ เตอร์ และซอฟต์แวร์เบอ้ื งตน้ ว 4.2 ป.1/4, ป.1/5 1 เทคโนโลยี 3. การสรา้ งไฟล์และจดั เก็บไฟลอ์ ยา่ งเป็น ว 4.2 ป.1/4, ป.1/5 1 ระบบ 4. ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ ว 4.2 ป.1/4, ป.1/5 1 5. โปรแกรมกราฟิก ว 4.2 ป.1/4, ป.1/5 1 6. โปรแกรมประมวลคำ ว 4.2 ป.1/4, ป.1/5 1 7. โปรแกรมนำเสนอ ว 4.2 ป.1/4, ป.1/5 1 การเขียน 1. โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ว 4.2 ป.1/3 1 โปรแกรม 2. แหล่งเรียนรู้ดา้ นวทิ ยาการคอมพิวเตอร์ ว 4.2 ป.1/3 1 3. โปรแกรมเปลีย่ นรูปร่างและย้ายตัวละคร ว 4.2 ป.1/3 1 สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๒ ๑ ๑๕ รวม ๔๐ ๕๐

๗๑ คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ว 1๒101 รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖5 เวลา ๘๐ ชวั่ โมง สำรวจและอธิบายการเจริญเติบโตของพืชความจำเป็นที่พืชต้องได้รับน้ำและแสง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ จำเป็นตอ่ การดำรงชวี ิตของพืช เปรยี บเทียบลกั ษณะของสิ่งมชี วี ิตและสิ่งไมม่ ชี ีวติ ท่ีอย่บู ริเวณตา่ งๆในชุมชน วดั คฤหบดี เขตบางพลัด กรงุ เทพมหานคร อธบิ ายสมบตั ิท่ีสังเกตได้ของวสั ดุ ระบุชนดิ และเปรยี บเทยี บสมบัติ ของวัสดุที่นำมาทำของเล่นของใช้ในชีวิตประจำวัน สมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุและการนำไปใช้ประโยชน์ เลือกใช้วัสดุและสิ่งของต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย การเคลื่อนที่ของแสง การมองเห็นวัตถุ การ ป้องกันอนั ตรายจากการมองวัตถใุ นบรเิ วณท่ีมีแสงสว่างไมเ่ หมาะสม ระบสุ ่วนประกอบและจำแนกชนิดของดิน รวมถึงการนำใช้ประโยชน์ตามลักษณะและสมบตั จิ ากดนิ เขียนแสดงลำดับขั้นตอนการทำงานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ เขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รอื ส่อื และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดของโปรแกรมใชเ้ ทคโนโลยีในการ สร้าง จัดหมวดหมู่ ค้นหา จัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัตติ ามข้อตกลงในการใชค้ อมพิวเตอร์รว่ มกัน ดูแลรกั ษาอุปกรณเ์ บือ้ งต้นใช้งานเบ้อื งต้น ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขัน้ พ้ืนฐาน ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบอื้ งตน้ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น แสดงขั้นตอนการแก้ปัญหาอย่างง่าย เขยี นโปรแกรม ใช้งานซอฟตแ์ วร์ สร้าง จดั หมวดหมไู่ ฟล์และโฟลเดอร์ ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ในการดำรงชีวิต ตระหนัก ความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนตัว ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ดูแลรักษาอุปกรณ์ คอมพวิ เตอร์ มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม ตวั ชว้ี ัด ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ ว ๑.๓ ป.๒/๑ ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ รวม ๖ มาตรฐาน 1๖ ตวั ชวี้ ัด

๗๒ โครงสรา้ งรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาศาสตร์ ๒ รหสั วิชา ว ๑๒๑๐๑ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง สัดส่วนคะแนน / ภาคเรียน 35 : 15 หน่ว ช่อื หนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั / ยที่ การเรยี นรู้ เรียนรู้/ตัวชว้ี ัด (ชัว่ โมง) คะแนน ๑ ส่งิ แวดล้อม ว ๑.๓ ป.๒/๑ • ส่ิงท่อี ยรู่ อบตัวเรามีทง้ั ทเ่ี ปน็ สิ่งมีชีวิตและ ๑๑ ๑๐ รอบตัว สิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอาหาร มีการ หายใจเจริญเติบโต ขับถ่าย เคลื่อนไหว ตอบสนองต่อสิ่งเร้า และสืบพันธุ์ได้ลูกที่มี ลกั ษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ ส่วนสิ่งไม่มีชีวิตจะ ไม่มลี กั ษณะดงั กล่าว ๒ ชีวติ พชื ว ๑.๒ ป.๒/๑, • พืชตอ้ งการน้ำ แสง เพอื่ การเจริญเตบิ โต ๑๓ ๑๐ ป.๒/๒ ๓ การสืบพนั ธุ์ ว ๑.๒ ป.๒/๓ • พืชดอกเมื่อเจริญเติบโตและมีดอก ดอกจะมี ๕ ๕ 10 ของพืช การสบื พันธุเ์ ปลี่ยนแปลงไปเป็นผล ภายในผลมี เมลด็ เม่ือเมลด็ งอก ต้นอ่อนท่อี ย่ภู ายในเมล็ดจะ เจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่ พืชต้นใหม่จะ เจริญเติบโตออกดอกเพื่อสืบพันธุ์มีผลต่อไปได้ อีกหมุนเวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชีวิตของพืช ดอก ๔ วทิ ยาการ ว ๔.๒ ป.๒/๑, • การแสดงขัน้ ตอนการแก้ปัญหา ทำได้โดยการ 10 คำนวณ 1 ป.๒/๒ เขยี น บอกเลา่ วาดภาพ หรือใชส้ ัญลักษณ์ • ปญั หาอยา่ งงา่ ย เช่น เกมตัวต่อ ๖-๑๒ ช้นิ การแตง่ ตัวมาโรงเรียน • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมสั่งให้ ตัวละครทำงานตามที่ต้องการ และตรวจสอบ ข้อผิดพลาด ปรับแก้ไขให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ กำหนด • การตรวจหาข้อผิดพลาด ทำได้โดยตรวจสอบ คำสั่งที่แจ้งข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่ เป็นไปตามที่ต้องการให้ตรวจสอบการทำงานที ละคำสัง่

๗๓ หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั / ท่ี การเรยี นรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน เรยี นรู้/ตวั ชีว้ ัด ๔ 1 ๑๕ (ตอ่ ) • ซอฟตแ์ วร์หรอื สือ่ ทใ่ี ช้ในการเขยี นโปรแกรม 40 50 เช่น ใช้บัตรคำสง่ั แสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org สอบปลายภาคเรียนท่ี ๑ รวม

๗๔ โครงสรา้ งรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ๒ รหัสวิชา ว ๑๒๑๐๑ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชั่วโมง สดั ส่วนคะแนน / ภาคเรยี น 35 : 15 หน่วย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั / ท่ี การเรียนรู้ เรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด (ชวั่ โมง) คะแนน ๕ วสั ดุ ว ๒.๑ ป.๒/๑, • วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติการดูดซบั น้ำแตกต่าง ๑๒ ๑๐ รอบตัว ป.๒/๒, ป.๒/๓, กัน จงึ นำไปทำวตั ถเุ พื่อใช้ประโยชนไ์ ด้แตกต่าง ป.๒/๔ กนั • วัสดุบางอย่างสามารถนำมาผสมกันซึ่งทำให้ ไดส้ มบัติท่เี หมาะสม เพ่อื นำไปใชป้ ระโยชน์ตาม ตอ้ งการ • การนำวัสดุมาทำเป็นวัตถุในการใช้งานตาม วัตถุประสงค์ขึ้นอยู่กับสมบัตขิ องวัสดุ วัสดุที่ใช้ แลว้ อาจนำกลับมาใชใ้ หมไ่ ด้ ๖ แสงและ ว 2.3 ป.2/1, • แสงเคล่ือนทีจ่ ากแหลง่ กำเนิดแสงทกุ ทิศทาง ๙ ๗ การ ป.๒/๒ เป็นแนวตรง เมื่อมีแสงจากวัตถุมาเข้าตาจะทำ มองเห็น ให้มองเห็นวัตถุนั้น การมองเห็นวัตถุที่เป็น แหล่งกำเนิดแสง แสงจากวัตถุนั้นจะเข้าสู่ตา โดยตรงส่วนการมองเห็นว ัตถุที่ไ ม่ ใช่ แหล่งกำเนิดแสง ต้องมีแสงจากแหล่งกำเนิด แสงไปกระทบวัตถแุ ล้วสะท้อนเข้าตา ถ้ามีแสง ทสี่ ว่างมาก ๆ เข้าสตู่ าอาจเกิดอนั ตรายต่อตาได้ จึงตอ้ งหลกี เลี่ยงการมองหรอื ใช้แผน่ กรองแสงที่ มีคุณภาพเมื่อจำเป็น และต้องจัดความสว่างให้ เหมาะสมกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การ อ่านหนังสือการดูจอโทรทัศน์ การใช้ โทรศพั ท์เคล่ือนท่ีและแท็บเลต็ ๗ ดินใน ว ๓.๒ ป.๒/๑, • ดินประกอบดว้ ยเศษหนิ ซากพชื ซากสตั ว์ผสม ๘ ๘ ทอ้ งถ่ิน ป.๒/๒ อยู่ในเนื้อดิน มีอากาศและน้ำแทรกอยู่ตาม ของเรา ช่องว่างในเนื้อดิน ดินจำแนกเป็น ดินร่วน ดิน เหนียว และดินทราย ตามลักษณะเนื้อดินและ การจับตัวของดินซึ่งมีผลต่อการอุ้มน้ำท่ี แตกตา่ งกัน • ดนิ แตล่ ะชนดิ นำไปใชป้ ระโยชน์ได้แตกต่างกัน ตามลกั ษณะและสมบตั ิของดนิ

๗๕ หน่วย ชื่อหนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั / ท่ี การเรียนรู้ เรียนรู้/ตัวช้วี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน ๘ วิทยาการ ว ๔.๒ ป.๒/๓, • การใชง้ านซอฟต์แวรเ์ บ้อื งตน้ เชน่ การเข้า ๑๐ ๑๐ คำนวณ ๒ ป.๒/๔ และออกจากโปรแกรม การสร้างไฟล์ การ จัดเก็บ การเรียกใช้ไฟล์ การแก้ไขตกแต่ง เอกสาร ทำได้ ในโปรแกรม เช่น โปรแกรม ประมวลคำ โปรแกรมกราฟิก โปรแกรม นำเสนอ • การสร้าง คัดลอก ย้าย ลบ เปลี่ยนชื่อ จัด หมวดหมู่ไฟล์ และโฟลเดอร์อย่างเป็นระบบจะ ทำให้เรียกใช้ ค้นหาขอ้ มลู ไดง้ า่ ยและรวดเร็ว • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น รู้จักข้อมูลส่วนตัว อันตรายจากการ เผยแพรข่ อ้ มูลส่วนตวั และไมบ่ อกขอ้ มลู สว่ นตวั กับบุคคลอื่นยกเว้นผู้ปกครองหรือครู แจ้ง ผ้เู ก่ยี วข้องเม่อื ตอ้ งการความช่วยเหลือเกี่ยวกับ การใชง้ าน • ข้อปฏิบัติในการใช้งานและการดูแลรักษา อุปกรณ์ เช่น ไม่ขีดเขียนบนอุปกรณ์ ทำความ สะอาดใชอ้ ปุ กรณอ์ ยา่ งถูกวิธี • การใช้งานอย่างเหมาะสม เช่น จัดท่านั่งให้ ถูกต้อง การพักสายตาเมื่อใช้อุปกรณ์เป็น เวลานาน ระมดั ระวงั อุบตั เิ หตจุ ากการใชง้ าน สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ 1 ๑๕ รวม 40 50

๗๖ โครงสร้างหน่วยการเรยี นรู้ รายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ๒ รหสั วชิ า ว ๑๒๑๐๑ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง หน่วย หนว่ ยการ แผนการจดั การเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นร้/ู เวลา นำ้ หนกั ท่ี เรยี นรู้ ตัวช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน ๑ สิ่งแวดล้อม ๑. สิ่งแวดลอ้ มรอบตวั เรา ๑ ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๑๐ รอบตัว ๒. สง่ิ แวดล้อมรอบตวั เรา ๒ ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๓. สิง่ มีชวี ิตรอบตวั เรา ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๔. ลักษณะของส่ิงมชี วี ติ ๑ ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๕. ลกั ษณะของสิ่งมีชีวติ ๒ ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๖. สิ่งมีชีวิตในทอ้ งถิน่ รอบตัวเรา ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๗. สิ่งไม่มชี ีวติ รอบตัวเรา ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๘. ลักษณะของส่งิ ไม่มชี ีวิต 1 ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๙. ลกั ษณะของสง่ิ ไมม่ ีชวี ติ ๒ ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๑๐. ส่งิ ไม่มีชีวิตชนิดต่าง ๆ รอบตัวเรา ว 1.3 ป.2/1 ๑ ๑๑. เปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ ง ว 1.3 ป.2/1 ๑ สงิ่ มีชวี ิตกับส่งิ ไมม่ ชี ีวติ ๒ ชีวติ พืช ๑. การเจรญิ เตบิ โตของพชื 1 ว 1.๒ ป.2/1 ๑ ๑๐ ๒. การเจริญเตบิ โตของพชื ๒ ว 1.๒ ป.2/1 ๑ ๓. เมล็ดพชื ว 1.๒ ป.2/1 ๑ ๔. การงอกของเมลด็ พืช 1 ว 1.๒ ป.2/1, ป.2/๒ ๑ ๕. การงอกของเมลด็ พืช ๒ ว 1.๒ ป.2/1, ป.2/๒ ๑ ๖. นำ้ กับการเจริญเติบโตของพชื ว 1.๒ ป.2/1, ป.2/๒ ๑ ๗. แสงกบั การเจริญเติบโตของพืช ว 1.๒ ป.2/1, ป.2/๒ ๑ ๘. อากาศกับการเจริญเติบโตของพืช ว 1.๒ ป.2/1, ป.2/๒ ๑ ๙. พชื ตอ้ งการอะไรอกี เพื่อการเจริญเติบโต ว 1.๒ ป.2/1, ป.2/๒ ๑ ๑๐. ปจั จัยที่จำเปน็ ต่อการเจริญเติบโตและ ว 1.๒ ป.2/1, ป.2/๒ ๑ การดำรงชวี ติ ของพชื ๑๑. การเจริญเติบโตเป็นตน้ พชื ของเมล็ดพืช ว 1.๒ ป.2/1, ป.2/๒ ๑ 2 ชนิด : 1 ๑๒. การเจรญิ เตบิ โตเปน็ ต้นพืชของเมลด็ พืช ว 1.๒ ป.2/1, ป.2/๒ ๑ 2 ชนดิ : ๒ ๑๓. การดูแลพชื ว 1.๒ ป.2/๒ ๑

๗๗ หนว่ ย หน่วยการ แผนการจัดการเรยี นรู้ มาตรฐานการ เวลา นำ้ หนกั ท่ี เรยี นรู้ เรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด (ชวั่ โมง) คะแนน ว 1.๒ ป.2/๓ ๓ การสบื พันธ์ขุ อง ๑. ความหมายและประเภทของการสบื พันธุ์ ๑๕ ว 1.๒ ป.2/๓ พชื ของพชื ว 1.๒ ป.2/๓ ๑ ว 1.๒ ป.2/๓ ๑ ๒. ศึกษาวัฏจกั รชวี ติ ของพชื ดอก 1 ว 1.๒ ป.2/๓ ๑ ว 4.2 ป.2/1 ๑ ๓. ศึกษาวฏั จักรชีวติ ของพืชดอก ๒ ว 4.2 ป.2/1 1 ๑๐ ว 4.2 ป.2/1 1 ๔. วฏั จักรชวี ติ ของพืชดอก 1 ว 4.2 ป.2/1 1 ว 4.2 ป.2/2 1 ๕. วัฏจักรชวี ติ ของพืชดอก ๒ ว 4.2 ป.2/2 1 ว 4.2 ป.2/2 1 ๔ การแก้ปญั หา 1. การคน้ พบปัญหา ว 4.2 ป.2/2 1 อย่างงา่ ย 2. ขัน้ ตอนการแก้ปญั หา ว 4.2 ป.2/2 1 ว 4.2 ป.2/2 1 3. การใช้ขั้นตอนในการแก้ปญั หา 1 4. เกมการแกป้ ัญหา ๑ ๑๕ ๔๐ ๕๐ การเขยี น 1. การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โปรแกรม 2. การเขียนโปรแกรมโดยใช้บตั รคำสั่ง เบอื้ งต้น 3. สนุกกบั การเขียนโปรแกรม 4. การตรวจสอบความผดิ พลาดของโปรแกรม 5. การเขียนโปรแกรมดว้ ย Scratch 6. การเขยี นโปรแกรม Scratch ให้แมวเดนิ ลากเส้นเปน็ รูปแปดเหลีย่ ม สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ รวม

๗๘ โครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ๒ รหสั วิชา ว ๑๒๑๐๑ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง หน่วย หน่วยการ แผนการจัดการเรียนรู้ มาตรฐานการ เวลา นำ้ หนกั เรียนรู้/ตวั ช้วี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน ท่ี เรียนรู้ ว 2.1 ป.2/1 ว 2.1 ป.2/1 ๑ 10 ๕ วสั ดรุ อบตัวเรา ๑. ความหมายการดูดซบั นำ้ ของวสั ดุ ว 2.1 ป.2/1 ๑ ๒. ศกึ ษาสมบตั กิ ารดูดซบั น้ำของวัสดุ ว 2.1 ป.2/1 ๑ ๓. การนำสมบตั ิการดดู ซบั นำ้ ของวัสดุไปใช้ ว 2.1 ป.2/1 ประโยชน์ ๑ ว 2.1 ป.2/1 ว 2.1 ป.2/2 ๔. การนำสมบตั กิ ารดดู ซบั นำ้ ของวัสดุไปใช้ ๑ ประโยชน์ ๒ ว 2.1 ป.2/2 ๕. การดูดซับน้ำของวัสดุ 1 ว 2.1 ป.2/๒ ๑ ว 2.1 ป. 2/2 ๑ ๖. การดูดซับนำ้ ของวัสดุ ๒ ว 2.1 ป.2/๓, ๑ ๗. สมบตั ิของวสั ดุทเ่ี กิดจากการนำวสั ดุมาผสม ป.2/๔ กัน ๑ ว 2.1 ป.2/๓, ๘. สมบัตขิ องวสั ดุทีเ่ กดิ จากการนำวัสดุมาผสม ป.2/๔ ๑ กนั ๒ ว 2.๓ ป.2/1 ว 2.๓ ป.2/1 ๙. ส่งิ ประดษิ ฐจ์ ากวัสดุ ๑ ว 2.๓ ป.2/1 ๑ ว 2.๓ ป.2/1 ๑ ๑๐. ส่ิงประดษิ ฐ์จากวัสดุ ๑ ว 2.๓ ป.2/๒ ๑ ว 2.๓ ป.2/1, ๑๑.ประโยชนข์ องการนำวสั ดกุ ลับมาใชใ้ หม่ ๑ ป.2/๒ ๑๒. ประโยชนข์ องการนำวสั ดกุ ลับมาใช้ใหม่ ๒ ว 2.๓ ป.2/๒ ๑ ว 2.๓ ป.2/๒ ๖ แสงและการ ๑. การเคลือ่ นที่ของแสง ๑ ว 2.๓ ป.2/๒ ๑๗ มองเห็น ๒. การเคลื่อนที่ของแสง ๒ ๑ ๓. แหลง่ กำเนิดแสง 1 ๑ ๑ ๔. แหล่งกำเนดิ แสง ๒ ๑ ๑ ๕. การมองเห็นวัตถุทไ่ี มใ่ ช่แหล่งกำเนดิ แสง ๖. การมองเห็นวัตถุ ๗. ปดิ ตาหาทางออก ๑ ๑ ๘. การปอ้ งกนั และดูแลรักษานัยน์ตา ๑ ๙. แนวทางการปอ้ งกนั อนั ตรายจากการมอง วัตถุ

๗๙ หนว่ ย หน่วยการ แผนการจัดการเรยี นรู้ มาตรฐานการ เวลา นำ้ หนกั ท่ี เรยี นรู้ เรียนร/ู้ ตัวช้วี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน ว 3.2 ป.2/1 ๗ ดินรอบตัวเรา ๑. การเกดิ ดิน ว 3.2 ป.2/1 ๑ ๘ ว 3.2 ป.2/1 ๑ ๒. สว่ นประกอบของดนิ 1 ว 3.2 ป.2/1 ๑ ๓. สว่ นประกอบของดนิ ๒ ว 3.2 ป.2/1 ๑ ว 3.2 ป.2/1 ๔. สว่ นประกอบของดินที่เหมาะแก่การ ว 3.2 ป.2/๒ เพาะปลกู ว 3.2 ป.2/๒ ว 4.2 ป.2/3 ๕. การศกึ ษาชนดิ ของดิน ว 4.2 ป.2/3 ๑ ๑ ๖. ชนดิ ของดนิ ว 4.2 ป.2/3 ๑ ว 4.2 ป.2/3 ๑ ๗. ประโยชนข์ องดนิ 1 ว 4.2 ป.2/3 1 ๑๐ ว 4.2 ป.2/3 1 ๘. ประโยชนข์ องดนิ ๒ ว 4.2 ป.2/3 ว 4.2 ป.2/4 ๘ การใช้ 1. การสร้างเอกสารด้วยโปรแกรมประมวลคำ ว 4.2 ป.2/4 ซอฟตแ์ วร์ใน 2. การสร้างแผ่นพบั โดยใชโ้ ปรแกรม ว 4.2 ป.2/4 การทำงาน ไมโครซอฟตอ์ อฟฟศิ เวิรด์ 3. โปรแกรมกราฟิก 1 1 4. การวาดภาพดว้ ยโปรแกรมระบายสี (Paint) 1 1 5. โปรแกรมนำเสนอ 1 1 6. การนำเสนอข้อมูลแบบมัลตมิ ีเดยี 1 1 7. การจัดการไฟลข์ ้อมูลและการแกไ้ ขไฟล์ ๑ ๑๕ การใช้และ 1. การใชอ้ ปุ กรณเ์ ทคโนโลยี ๔๐ ๕๐ บำรุงรกั ษา 2. วิธีการดูแลรกั ษาอปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ อปุ กรณ์ 3. การใชเ้ ทคโนโลยีอย่างปลอดภัย เทคโนโลยี สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๒ รวม

๘๐ คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ว 1๓101 รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ ปกี ารศึกษา ๒๕๖5 เวลา ๘๐ ช่ัวโมง ศึกษาการเรียนรู้ปัจจยั ในการดำรงชีวติ และการเจริญเตบิ โตของมนุษย์และสัตว์ในบริเวณชุมชนวัด คฤหบดี เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ประโยชน์ขออาหาร น้ำ และอากาศ สร้างแบบจำลองบรรยายวัฏ จกั รชวี ติ ของสตั ว์ ตระหนักถึงคณุ คา่ ของชวี ิตสัตว์ โดยไม่ทำให้วัฏจกั รชีวิตของสัตว์เปลี่ยนแปลง วัตถุประกอบ ขึ้นจากช้ินสว่ นย่อยซงึ่ สามารถแยกออกจากกันและประกอบกันเปน็ วัตถุช้ินใหมไ่ ด้ เมอ่ื ทำให้ร้อนข้ึนหรือทำให้ เย็นลงวัสดุจะเกดิ การเปลี่ยนแปลงได้ ผลของแรงท่ีมีตอ่ การเปลี่ยนแปลง การเคลอื่ นที่ของวตั ถุ แรงสัมผัสและ แรงไมส่ ัมผสั วัสดุที่แม่เหลก็ ดงึ ดูดได้ แรงแม่เหล็ก ขั้วแม่เหลก็ การเปล่ยี นพลังงานหนึง่ ไปเปน็ อีกพลังงานหนึ่ง การทำงานของเครื่องกำเนดิ ไฟฟ้า แหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภยั การเกิดกลางวัน กลางคืน การข้นึ และตกของดวงอาทิตย์ การกำหนดทศิ โดยใชแ้ บบจำลอง สว่ นประกอบของ อากาศ ความสำคัญของอากาศ ผลกระทบของมลพิษ ทางอากาศ การเกดิ ลม ประโยชน์และโทษของลม แกป้ ญั หาโดยใช้เหตุผล เง่ือนไข กฎเกณฑ์ วิธกี าร และการใช้อลั กอริทมึ ในการเรยี งลำดับข้ันตอนของ การแก้ปัญหา การใช้เกมการแก้ปัญหา เพื่อฝึกการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสำหรับการเขียนโปรแกรม การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมการเขียนโปรแกรม การค้นหา ข้อมลู โดยใช้เครอื ข่ายอินเทอรเ์ น็ต การสบื ค้นข้อมูลผ่าน Search Engine การพจิ ารณาขอ้ มูล ความน่าเช่ือถือ เปรียบเทียบข้อมูล การรวบรวมข้อมูล การกำหนดหัวข้อและอปุ กรณ์ในการรวบรวมข้อมูล การใช้ซอฟต์แวร์ นำเสนอข้อมูลในการทำงานต่าง ๆ การใช้ซอฟต์แวร์ประมวลคำ การใช้ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน การใช้ ซอฟต์แวร์ในการนำเสนอข้อมูล และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย โดยคำนึงถึง ประโยชน์และผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและข้อปฏิบัตใิ นการใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสืบเสาะหาข้อมูลเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขนั้ พื้นฐาน ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอื่ สาร เบอ้ื งต้น สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น แสดงขั้นตอนการแก้ปัญหา เขียน โปรแกรมโดยใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ในการค้นหาความรู้ รวบรวม ประมวลผล และนำเสนอข้อมลู ตามวัตถปุ ระสงค์ ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการดำรงชีวิต ตระหนกั ถึงการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของครูหรือผู้ปกครอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม ตวั ชีว้ ัด ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ รวม ๗ มาตรฐาน ๒๕ ตัวช้ีวัด

๘๑ โครงสร้างรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ าพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ ๓ รหัสวิชา ว ๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชวั่ โมง สัดส่วนคะแนน / ภาคเรียน 35 : 15 หนว่ ย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั / ท่ี การเรียนรู้ เรียนรู้/ตัวชว้ี ัด (ชั่วโมง) คะแนน ๑ ชีวิตของ ว ๑.๒ ป.๓/๑, • มนุษย์และสัตว์ต้องการอาหาร น้ำ และ สัตว์ ป.๓/๒, ป.๓/๓, อากาศ เพือ่ การดำรงชีวิตและการเจรญิ เติบโต ๑๐ ๑๐ ป.๓/๔ • อาหารชว่ ยใหร้ ่างกายแข็งแรงและเจริญเติบโต น้ำช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ อากาศ ๙ ๘ ๒ อากาศและ ว ๓.๒ ป.๓/๑, ใช้ ในการหายใจ ลม ป.๓/๒, ป.๓/๓, • สัตว์เมอื่ เปน็ ตัวเต็มวัยจะสืบพันธ์ุมีลูก เม่ือลูก ป.๓/๔ เจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยก็สืบพันธุ์มีลูกต่อไป ได้อีก หมุนเวียนต่อเนื่องเป็นวัฏจักรชีวิตของ สัตว์ซึง่ สัตว์แต่ละชนิด เชน่ ผเี ส้อื กบ ไก่ มนษุ ย์ จะมวี ัฏจักรชีวิตทเี่ ฉพาะและแตกตา่ งกัน • อากาศโดยทว่ั ไปไม่มีสี ไมม่ กี ลิ่นประกอบด้วย แ ก ๊ ส ไ น โ ต ร เ จ น แ ก ๊ ส อ อ ก ซ ิ เ จ น แ ก๊ ส คาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สอื่น ๆ รวมทั้งไอน้ำ และฝุ่นละออง อากาศมคี วามสำคัญตอ่ ส่ิงมชี ีวิต หากส่วนประกอบของอากาศไม่เหมาะสม เนื่องจากมีแก๊สบางชนิดหรือฝุ่นละอองใน ปริมาณมาก อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตชนดิ ตา่ ง ๆ จัดเป็นมลพิษทางอากาศ • แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลดการปล่อย มลพิษทางอากาศ เชน่ ใชพ้ าหนะรว่ มกนั หรือ เลอื กใชเ้ ทคโนโลยที ่ีลดมลพิษทางอากาศ • ลม คือ อากาศที่เคลื่อนที่ เกิดจากความ แตกตา่ งกนั ของอณุ หภมู ิอากาศบรเิ วณท่ีอยู่ใกล้ กนั โดยอากาศบริเวณทมี่ ีอุณหภูมสิ งู จะลอยตัว สูงขน้ึ และอากาศบรเิ วณท่ีมีอุณหภูมิต่ำกว่าจะ เคล่อื นเข้าไปแทนท่ี • ลมสามารถนำมาใชเ้ ปน็ แหล่งพลังงานทดแทน ในการผลิตไฟฟา้ และนำไปใชป้ ระโยชน์ในการ ทำกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ หากลมเคลื่อนที่ ด้วยความเร็วสูงอาจทำให้เกิดอันตรายและ ความเสียหายต่อชวี ิตและทรพั ยส์ ินได้

๘๒ หนว่ ย ช่อื หนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก/ ท่ี การเรยี นรู้ เรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน ๓ การ ว ๒.๑ ป.๓/๑, • วตั ถุอาจทำจากชน้ิ สว่ นยอ่ ย ๆ ซ่งึ แต่ละชนิ้ ๙ ๗ เปลยี่ นแปลง ป.๓/๒ มีลักษณะเหมือนกันมาประกอบเข้าด้วยกัน ของวสั ดุ เมอื่ แยกช้นิ สว่ นยอ่ ย ๆ แต่ละชิน้ ของวัตถุออก จากกัน สามารถนำชิ้นส่วนเหล่านั้นมา ประกอบเป็นวัตถชุ ิน้ ใหม่ได้ เชน่ กำแพงบ้านมี กอ้ นอฐิ หลาย ๆ กอ้ นประกอบเขา้ ด้วยกัน และ สามารถนำก้อนอิฐจากกำแพงบ้านมา ประกอบเปน็ พน้ื ทางเดนิ ได้ • เม่อื ให้ความร้อนหรอื ทำให้วัสดรุ อ้ นข้ึน และ เมื่อ ลดความร้อนหรือทำให้วัสดุเย็นลง วัสดุ จะเกิด การเปลี่ยนแปลงได้ เช่น สีเปลี่ยน รปู ร่างเปล่ยี น ๔ วทิ ยาการ ว ๔.๒ ป.๓/๑, • อัลกอริทึมเป็นขั้นตอนท่ใี ชใ้ นการแกป้ ญั หา 10 10 คำนวณ ๑ ป.๓/๒ • การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดยการเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรอื ใชส้ ญั ลักษณ์ • ตัวอยา่ งปัญหา เชน่ เกมเศรษฐี เกมบนั ไดงู เกม Tetris เกม OX การเดนิ ไปโรงอาหาร การทำความสะอาดหอ้ งเรยี น • การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้างลำดับของ คำส่งั ให้คอมพิวเตอรท์ ำงาน • ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียนโปรแกรมที่ส่ัง ใหต้ วั ละครทำงานซ้ำไม่สน้ิ สุด • การตรวจหาข้อผดิ พลาด ทำไดโ้ ดยตรวจสอบ คำสั่งที่แจ้งข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่ เป็นไปตามที่ต้องการให้ตรวจสอบการทำงาน ทลี ะคำสง่ั • ซอฟต์แวร์หรือสือ่ ท่ีใชใ้ นการเขียนโปรแกรม เช่น ใช้บัตรคำสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org สอบปลายภาคเรียนท่ี ๑ ๑ ๑๕ รวม 40 50

๘๓ โครงสรา้ งรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ๓ รหัสวิชา ว ๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชัว่ โมง สัดส่วนคะแนน / ภาคเรยี น 35 : 15 หนว่ ย ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั / ท่ี เรียนรู้ เรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด (ชั่วโมง) คะแนน ๕ แรงใน ว ๒.๒ ป.๓/๑, • การดงึ หรอื การผลักเป็นการออกแรงกระทำ ๑๑ ๑๐ ชวี ิตประจำวัน ป.๓/๒, ป.๓/๓, ต่อวัตถุ แรงมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ ป.๓/๔ แรงอาจทำให้วัตถุเกิดการเคลื่อนที่โดย เปล่ียนตำแหนง่ จากท่หี นึ่งไปยงั อกี ท่ีหนึ่ง • การเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ ไดแ้ ก่ วตั ถุทอี่ ยู่นิง่ เปล่ียนเป็นเคลอ่ื นท่ี วัตถุท่ี กำลังเคลื่อนทเี่ ปลยี่ นเป็นเคล่ือนท่ีเร็วข้ึนหรือ ช้าลงหรือหยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศทางการ เคลือ่ นที่ • การดึงหรือการผลักเป็นการออกแรงที่เกิด จากวัตถุหน่ึงกระทำกับอีกวัตถหุ น่ึง โดยวัตถุ ทั้งสองอาจสัมผัสหรือไม่ต้องสัมผัสกัน เช่น การออกแรงโดยใช้มือดึงหรอื การผลักโตะ๊ ให้ เคลอื่ นที่เป็นการออกแรงทีว่ ัตถุต้องสัมผัสกัน แรงนี้จึงเป็นแรงสัมผัส ส่วนการที่แม่เหล็ก ดึงดูดหรือผลักระหว่างแม่เหล็กเป็นแรงที่ เกิดขึ้นโดยแม่เหล็กไม่จำเป็นต้องสัมผัสกัน แรงแมเ่ หล็กน้จี ึงเปน็ แรงไม่สมั ผสั • แมเ่ หลก็ สามารถดงึ ดดู สารแมเ่ หลก็ ได้ • แรงแม่เหล็กเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่าง แม่เหล็ก กับสารแม่เหล็ก หรือแม่เหล็กกับ แม่เหล็กแม่เหล็ก มี ๒ ขั้ว คือ ขั้วเหนือและ ขวั้ ใต้ขั้วแม่เหลก็ ชนดิ เดยี วกนั จะผลกั กัน ต่าง ชนดิ กันจะดึงดดู กนั ๖ การ ว ๒.๓ ป.๓/๑, • พลังงานเป็นปริมาณที่แสดงถึงความ ๘ ๘ เปล่ียนแปลง ป.๓/๒, ป.๓/๓ สามารถในการทำงาน พลังงานมีหลายแบบ พลงั งาน เช่น พลังงานกล พลงั งานไฟฟ้า พลงั งานแสง พลังงานเสียง และพลังงานความร้อน โดย พลังงานสามารถเปลี่ยนจากพลังงานหนึ่งไป เป็นอีกพลังงานหน่ึงได้ เช่น การถูมือจนรูส้ กึ ร้อน เปน็ การเปล่ียนพลงั งานกลเป็นพลงั งาน

๘๔ หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก/ ท่ี การเรียนรู้ เรียนรู้/ตวั ชี้วัด (ช่วั โมง) คะแนน ๖ ความร้อน แผงเซลลส์ ุรยิ ะเปล่ียนพลงั งานแสง (ต่อ) เป็นพลงั งานไฟฟา้ หรอื เครื่องใชไ้ ฟฟ้าเปล่ียน พลังงานไฟฟา้ เป็นพลังงานอื่น • ไฟฟ้าผลิตจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าซึ่งใช้ พลังงานจากแหล่งพลังงานธรรมชาติหลาย แหล่ง เช่น พลังงานจากลม พลังงานจากน้ำ พลังงานจากแก๊สธรรมชาติ • พลังงานไฟฟ้ามีความสำคัญต่อชีวิ ต ประจำวันการใช้ไฟฟ้านอกจากต้องใช้อย่าง ถูกวิธี ประหยัด และคุ้มค่าแล้ว ยังต้อง คำนงึ ถึงความปลอดภัยด้วย ๗ การขน้ึ ตก ว ๓.๑ ป.๓/๑, • คนบนโลกมองเห็นดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้น ๙ ๗ ของดวง ป.๓/๒, ป.๓/๓ ทางด้านหนึ่งและตกทางอีกด้านหนึ่งทุกวัน อาทิตย์ หมุนเวียนเป็นแบบรูปซ้ำ ๆ • โลกกลมและหมุนรอบตัวเองขณะโคจรรอบ ดวงอาทิตย์ ทำให้บริเวณของโลกได้รับ แสงอาทิตย์ไม่พร้อมกัน โลกด้านที่ได้รับแสง จากดวงอาทิตย์จะเป็นกลางวันส่วนด้านตรง ข้ามท่ีไม่ไดร้ ับแสงจะเปน็ กลางคนื นอกจากน้ี คนบนโลกจะมองเหน็ ดวงอาทิตยป์ รากฏขน้ึ ทางด้านหนึ่ง ซึ่งกำหนดใหเ้ ป็นทิศตะวันออก และมองเห็นดวงอาทิตย์ตกทางอีกด้านหน่ึง ซ่ึงกำหนดให้เปน็ ทศิ ตะวนั ตก และเมื่อให้ด้าน ขวามืออยู่ทางทิศตะวันออกด้านซ้ายมืออยู่ ทางทิศตะวันตก ด้านหน้าจะเป็นทิศเหนือ และด้านหลังจะเปน็ ทิศใต้ • ในเวลากลางวันโลกจะได้รับพลังงานแสง และพลังงานความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำให้ สง่ิ มีชวี ติ ดำรงชีวิตอยู่ได้ ๘ วทิ ยาการ ว ๔.๒ ป.๓/๓, • อินเทอร์เน็ตเปน็ เครือข่ายขนาดใหญ่ช่วยให้ ๑๐ ๑๐ คำนวณ 2 ป.๓/๔, ป.๓/๕ การติดตอ่ สื่อสารทำไดส้ ะดวกและรวดเรว็ และเป็นแหลง่ ขอ้ มลู ความรู้ที่ช่วยในการเรียน และการดำเนนิ ชวี ติ • เว็บเบราว์เซอร์เป็นโปรแกรมสำหรับอ่าน เอกสารบนเวบ็ เพจ

๘๕ หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั / ท่ี การเรยี นรู้ เรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน ๘ ว ๔.๒ ป.๓/๓, • การสืบค้นขอ้ มูลบนอินเทอร์เน็ต ทำได้โดยใช้ 10 10 (ต่อ) ป.๓/๔, ป.๓/๕ เว็บไซต์สำหรับสืบค้น และต้องกำหนดคำค้นท่ี เหมาะสมจงึ จะไดข้ ้อมูลตามต้องการ • ข้อมูลความรู้ เช่น วิธีทำอาหาร วิธีพับ กระดาษ เป็นรูปต่าง ๆ ข้อมูลประวัติศาสตร์ ชาตไิ ทย(อาจเปน็ ความร้ใู นวชิ าอนื่ ๆ หรือเรื่อง ทเี่ ปน็ ประเด็นทสี่ นใจในชว่ งเวลาน้นั ) • การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยควรอยู่ใน การดแู ลของครู หรอื ผปู้ กครอง • การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดยกำหนดหัวข้อที่ ตอ้ งการ เตรียมอปุ กรณ์ในการจดบนั ทกึ • การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทียบ จดั กลุม่ เรียงลำดับ • การนำเสนอข้อมูลทำได้หลายลักษณะตาม ความเหมาะสม เช่น การบอกเล่า การทำ เอกสารรายงาน การจัดทำปา้ ยประกาศ • การใชซ้ อฟต์แวร์ทำงานตามวตั ถุประสงค์ เชน่ ใช้ซอฟต์แวร์นำเสนอ หรือซอฟต์แวร์กราฟิก สร้างแผนภูมิรูปภาพ ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลคำ ทำป้ายประกาศหรือเอกสารรายงาน ใช้ซอฟต์ แวร์ตารางทำงานในการประมวลผลขอ้ มูล • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เช่น ปกป้องข้อมูลส่วนตัว • ขอความชว่ ยเหลือจากครูหรือผู้ปกครอง เมอ่ื เกิดปัญหาจากการใช้งาน เมื่อพบข้อมูลหรือ บคุ คลท่ที ำให้ไมส่ บายใจ • การปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงในการใช้อินเทอรเ์ นต็ จะทำใหไ้ มเ่ กดิ ความเสยี หายต่อตนเองและผู้อื่น เช่น ไมใ่ ชค้ ำหยาบ ล้อเลยี น ด่าทอ ทำใหผ้ ูอ้ ่ืน เสียหายหรือเสยี ใจ • ขอ้ ดแี ละข้อเสียในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ และการสอ่ื สาร สอบปลายภาคเรียนที่ ๒ 1 ๑๕ รวม 40 50

๘๖ โครงสรา้ งหนว่ ยการเรยี นรู้ รายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ๓ รหสั วิชา ว ๑๓๑๐๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชั่วโมง หน่วย หน่วยการ แผนการจัดการเรยี นรู้ มาตรฐานการ เวลา นำ้ หนกั เรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน ท่ี เรยี นรู้ ว ๑.2 ป.3/1 ว ๑.2 ป.3/1 ๑ ๑๐ ๑ ชวี ติ ของสตั ว์ ๑. ปจั จัยตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของมนษุ ย์ ว ๑.2 ป.3/1 ว ๑.2 ป.3/2 ๑ ๒. ปจั จยั ต่อการเจริญเตบิ โตของสัตว์ ๑ ว ๑.2 ป.3/3 ๑ ๓. ปจั จัยตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของสัตว์ ๒ ว ๑.2 ป.3/3 ๑ ๔. การดูแลตนเองและสัตว์ใหไ้ ดร้ ับปจั จัยอยา่ ง ว ๑.2 ป.3/3 เหมาะสม ว ๑.2 ป.3/3 ๕. วฏั จกั รชวี ิตของสตั ว์ ว ๑.2 ป.3/๔ ๑ ๑ ๖. การสร้างแบบจำลองบรรยายวัฏจักรชวี ติ ว ๑.2 ป.3/๔ ของสตั ว์ 1 ว 3.2 ป.3/1 ว 3.2 ป.3/1 ๗. การสรา้ งแบบจำลองบรรยายวัฏจกั รชีวติ ว 3.2 ป.3/1 ๑ ของสัตว์ ๒ ว 3.2 ป.3/1 ๘. การเปรียบเทียบวฏั จักรชีวติ ของสตั ว์บาง ว 3.2 ป.3/1 ๑ ชนดิ ว 3.2 ป.3/2 ๙. แนวทางการไมท่ ำใหว้ ฏั จกั รชวี ิตของสัตว์ ว 3.2 ป.3/3 ๑ ว 3.2 ป.3/3 เปล่ยี นแปลง ๑ ว 3.2 ป.3/4 ว 3.2 ป.3/4 ๑๐. แนวทางการไม่ทำใหว้ ฏั จักรชีวติ ของสตั ว์ ๑ เปลย่ี นแปลง ๒ ๒ อากาศและลม ๑. ส่วนประกอบของอากาศ ๑ ๑๘ ๑ ๒. ส่วนประกอบของอากาศ ๒ ๑ ๑ ๓. ความสำคญั ของอากาศ ๔. ผลกระทบของมลพษิ ทางอากาศตอ่ สงิ่ มีชวี ิต ๑ ๕. ผลกระทบของมลพษิ ทางอากาศตอ่ ๑ ส่งิ มีชีวิต ๒ ๕. การลดมลพิษทางอากาศ ๑ ๑ ๖. การเกดิ ลม ๑ ๑ ๑ ๗. การเกิดลม ๒ ๑ ๘. ประโยชนข์ องลม ๙. โทษของลม

๘๗ หนว่ ย หนว่ ยการ แผนการจดั การเรียนรู้ มาตรฐานการ เวลา นำ้ หนกั ท่ี เรียนรู้ เรยี นร้/ู ตัวชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน ๓ การ ๑. วัตถแุ ละวัสดุ ว ๒.๑ ป.3/๑ เปลยี่ นแปลง ๒. การทำใหว้ ตั ถแุ ละวสั ดุเกิดการเปลีย่ นแปลง ว ๒.๑ ป.3/๑ ๑ ๗ ของวสั ดุ ๓. การแยกวตั ถแุ ละประกอบใหม่ ๑ ว ๒.๑ ป.3/๑ ๔. การแยกวัตถแุ ละประกอบใหม่ ๒ ว ๒.๑ ป.3/๑ ๑ ๔ อลั กอริทึมและ ๕. การเปลย่ี นแปลงของวสั ดุเม่ือได้รบั ความ ว ๒.๑ ป.3/๒ การแก้ปญั หา รอ้ น ๑ อย่างง่าย ๖. กจิ กรรมความรอ้ นมผี ลตอ่ วัสดอุ ย่างไร ว ๒.๑ ป.3/๒ การเขยี น ๗. การเปลยี่ นแปลงของวัสดเุ มอ่ื ไดร้ บั ความ ว ๒.๑ ป.3/๒ ๑ โปรแกรม เยน็ เบอ้ื งตน้ ๘. กจิ กรรมความเยน็ มผี ลต่อวัสดอุ ยา่ งไร ว ๒.๑ ป.3/๒ ๑ ๙. การเปลย่ี นแปลงจากความร้อนและความ ว ๒.๑ ป.3/๒ เยน็ ๑ 1. การแกป้ ญั หา ว 4.2 ป.3/1 ๑ 2. อลั กอรทิ ึม ว 4.2 ป.3/1 3. เกมการแกป้ ญั หา ว 4.2 ป.3/1 ๑ 1. การทำงานของคอมพิวเตอร์ ว 4.2 ป.3/2 ๑ 2. รู้จักการเขยี นโปรแกรม ว 4.2 ป.3/2 3. สนกุ กับการเขียนโปรแกรม ว 4.2 ป.3/2 1 ๑๐ 4. การตรวจสอบข้อผดิ พลาดของโปรแกรม ว 4.2 ป.3/2 1 5. การเขยี นโปรแกรมด้วย Scratch ให้ตัว ว 4.2 ป.3/2 1 ละครเคล่อื นไหว 1 6. การเขียนโปรแกรมดว้ ย Scratch ใหต้ ัว ว 4.2 ป.3/2 1 ละครเคลอื่ นที่ 1 7. การเขียนโปรแกรมด้วย Scratch ใหต้ ัวละคร ว 4.2 ป.3/2 1 ทำงานซ้ำไม่ส้ินสุด 1 สอบปลายภาคเรยี นที่ 1 1 รวม 1 ๑ ๑๕ ๔๐ ๕๐

๘๘ โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรู้ รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ๓ รหัสวชิ า ว ๑๓๑๐๑ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖5 เวลา ๔๐ ชั่วโมง หนว่ ย หนว่ ยการ แผนการจัดการเรยี นรู้ มาตรฐานการ เวลา นำ้ หนกั ท่ี เรยี นรู้ เรยี นรู้/ตัวชวี้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน ๕ แรงใน ๑. แรงสมั ผสั และแรงไม่สัมผสั ว ๒.๒ ป.๓/๒ ๑ ๑๐ ชีวิตประจำวัน ๒. แรงสมั ผัสกับการเปล่ียนแปลงการเคล่ือนที่ ว ๒.๒ ป.๓/๒ ๑ ของวตั ถุ ๓. แรงกบั การเคลอ่ื นทข่ี องวตั ถุ ว ๒.๒ ป.๓/๑ ๑ ๔. กิจกรรมแรงมผี ลตอ่ การเคลอ่ื นทีข่ องวตั ถุ ว ๒.๒ ป.๓/๑ ๑ อย่างไร ๕. แรงไมส่ ัมผสั กบั การเปลยี่ นแปลงการ ว ๒.๒ ป.๓/๒ ๑ เคลอ่ื นทข่ี องวตั ถุ (๑) ๖. แรงไมส่ มั ผัสกับการเปล่ยี นแปลงการ ว ๒.๒ ป.๓/๒ ๑ เคลอ่ื นที่ของวตั ถุ (๒) ๗. แรงแม่เหล็ก ว ๒.๒ ป.๓/๓ ๑ ๘. ขว้ั แมเ่ หลก็ ว ๒.๒ ป.๓/๔ ๑ ๙. กจิ กรรมข้ัวแมเ่ หลก็ เป็นอย่างไร ว ๒.๒ ป.๓/๔ ๑ ๑๐. แรงระหว่างแมเ่ หล็ก ว ๒.๒ ป.๓/๔ ๑ ๑๑. ประโยชนจ์ ากแรงแม่เหล็ก ว ๒.๒ ป.๓/๒,ป.๓/๔ ๑ ๖ การ ๑. พลังงาน ว ๒.๓ ป.๓/๑ ๑ ๘ เปล่ียนแปลง ๒. การเปล่ยี นรปู พลงั งาน พลังงาน ๓. การทำงานของเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา้ ว ๒.๓ ป.๓/๑ ๑ ว ๒.๓ ป.๓/๒ ๑ ๔. แหล่งพลงั งานในการผลิตไฟฟา้ ๑ ว ๒.๓ ป.๓/๒ ๑ ๕. แหล่งพลงั งานในการผลิตไฟฟา้ ๒ ว ๒.๓ ป.๓/๒ ๑ ๖. ประโยชน์และอันตรายจากการใช้ไฟฟา้ ว ๒.๓ ป.๓/๒ ๑ ๗. วธิ ีการใชไ้ ฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภยั ว ๒.๓ ป.๓/๓ ๑ 1 ๘. วิธีการใชไ้ ฟฟา้ อย่างประหยัดและปลอดภัย ว ๒.๓ ป.๓/๓ ๑ 1

๘๙ หนว่ ย หน่วยการ แผนการจัดการเรยี นรู้ มาตรฐานการ เวลา นำ้ หนกั เรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน ท่ี เรยี นรู้ ว ๓.๑ ป.๓/1 ว ๓.๑ ป.๓/1 ๑ ๗ ๗ การข้นึ ตกของ ๑. ดวงอาทิตย์ ว ๓.๑ ป.๓/๒ ๑ ดวงอาทติ ย์ ๒. ดวงอาทิตยแ์ ละโลก ว ๓.๑ ป.๓/1 ๑ ๑๐ ว ๓.๑ ป.๓/๒ ๑ ๓. การหมนุ รอบตัวเองของโลก ว ๓.๑ ป.๓/๒ ๑ ว ๓.๑ ป.๓/๒ ๑ ๔. การขนึ้ ตกของดวงอาทติ ย์ ว ๓.๑ ป.๓/๓ ๑ ว ๓.๑ ป.๓/๓ ๑ ๕. การเกิดกลางวันกลางคืน ว 4.2 ป.3/3 ๑ ว 4.2 ป.3/3 1 ๖. การกำหนดทิศ ๑ ว 4.2 ป.3/3 1 ว 4.2 ป.3/4 1 ๗. การกำหนดทิศ ๒ ว 4.2 ป.3/4 1 ว 4.2 ป.3/4 1 ๘. ประโยชนข์ องดวงอาทิตย์ ๑ ว 4.2 ป.3/4 1 ว 4.2 ป.3/4 1 ๙. ประโยชนข์ องดวงอาทติ ย์ ๒ ว 4.2 ป.3/5 1 1 ๘ การคน้ หาข้อมลู 1. เครอื ข่ายอนิ เทอร์เนต็ 2. การสืบคน้ ขอ้ มูลโดยใช้ Search Engine 3. ความรู้บนอนิ เทอร์เนต็ การใช้ 1. ข้อมลู และการรวบรวมข้อมลู ซอฟต์แวร์ 2. การนำเสนอข้อมูล นำเสนอขอ้ มลู 3. การใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระมวลคำ 4. การใช้ซอฟตแ์ วร์ตารางทำงาน 5. การใช้ซอฟต์แวรน์ ำเสนอ การใช้ 1. ประโยชน์และผลกระทบจากการใช้ เทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ สารสนเทศ 2. ข้อปฏบิ ัตใิ นการใชอ้ ินเทอร์เนต็ ว 4.2 ป.3/5 1 อยา่ งปลอดภยั สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ ๑ ๑๕ ๔๐ ๕๐ รวม

๙๐ คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ว 1๔101 รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ ปีการศึกษา ๒๕๖5 เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง วเิ คราะห์ จำแนกสงิ่ มีชีวิตเปน็ กลุ่มพชื กลุม่ สัตว์ และกลมุ่ ท่ี ไม่ใชพ่ ชื และสัตว์ การจำแนกพืชออกเป็น พชื ดอกและพชื ไมม่ ดี อกในบริเวณต่างๆในชมุ ชนวัดคฤหบดี เขตบางพลดั กรงุ เทพมหานครการจำแนกสัตว์ ประจำชาติในกลมุ่ อาเซยี น ออกเปน็ สัตว์มกี ระดกู สันหลังและสัตวไ์ ม่มกี ระดกู สันหลงั ลกั ษณะเฉพาะของสัตว์ มกี ระดูกสันหลังในกลมุ่ ปลา กลุ่มสัตว์สะเทินนำ้ สะเทินบก กลมุ่ สตั ว์เล้ือยคลาน กลมุ่ นก และกลุม่ สตั ว์เลี้ยงลูก ด้วยน้ำนม หน้าที่ของ ราก ลำต้น ใบและดอกของพืชดอก สมบัติทางกายภาพ ด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนำความร้อน และการนำไฟฟ้าของวัสดุ การนำสมบัตทิ างกายภาพของวัสดไุ ปใช้ในชีวิตประจำวนั สมบัติ ของสสาร ทั้ง 3 สถานะ ผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อวัตถุ การวัดน้ำหนักของวัตถุ มวลของวัตถุที่มีผลต่อการ เปล่ียนแปลงการเคลอื่ นท่ขี องวตั ถุ และตวั กลางของแสง การขนึ้ และตกและรปู รา่ งดวงจันทร์ และองคป์ ระกอบ ของระบบสุริยะ ใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หา การทำงาน การคาดการณผ์ ลลพั ธจ์ ากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์หรือส่ือ และตรวจหาขอ้ ผิดพลาดและแก้ไข การใช้อินเทอร์เน็ต ค้นหาความรู้ และประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื ของข้อมูล การรวบรวม ประเมนิ นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศโดย ใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวนั การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เข้าใจ สทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องตน การเคารพในสทิ ธิของผอู้ ืน่ แจง้ ผู้เกย่ี วขอ้ งเมือ่ พบข้อมูลหรือบคุ คลที่ไมเ่ หมาะสม ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการ ทาง วทิ ยาศาสตร์ในการดำรงชวี ิต สามารถส่อื สารอย่างมีมารยาทและรูก้ าลเทศะ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ตวั ชวี้ ัด ว ๑.๒ ป.๔/๑ ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป. ๔/๔ ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป. ๔/๔ ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ว ๒.๓ ป.๔/๑ ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป. ๔/๔, ป. ๔/๕ รวม ๗ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชีว้ ัด

๙๑ โครงสรา้ งรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ ๔ รหสั วิชา ว ๑๔๑๐๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖5 เวลา ๖๐ ชวั่ โมง สดั สว่ นคะแนน / ภาคเรยี น 35 : 15 หนว่ ย ช่อื หนว่ ย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั / ท่ี การเรียนรู้ เรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด คะแนน (ชั่วโมง) ๑ ความ ว ๑.๓ ป.๔/๑ ๕ หลากหลาย ว ๑.๒ ป.๔/๑ • สิง่ มชี วี ิตมีหลายชนิด สามารถจดั กลมุ่ ได้ โดย ๖ ของ ส่งิ มีชีวติ ใช้ความเหมือนและความแตกตา่ งของลักษณะ ต่าง ๆ เช่น กลุ่มพืชสร้างอาหารเองได้ และ เคล่อื นทีด่ ว้ ยตนเองไมไ่ ด้ กลุ่มสัตว์กินส่ิงมีชีวิต อื่นเป็นอาหารและเคลื่อนที่ได้ กลุ่มที่ไม่ใช่พืช และสตั ว์ เชน่ เหด็ รา จลุ นิ ทรีย์ ๒ พืชและ ว ๑.๒ ป.๔/๑ • ส่วนตา่ ง ๆ ของพชื ดอกทำหนา้ ท่ีแตกตา่ งกนั ๑๕ ๑๐ สตั ว์ - รากทำหน้าที่ดูดน้ำและธาตุอาหารขึ้นไปยัง ลำต้น - ลำตน้ ทำหน้าทีล่ ำเลยี งนำ้ ต่อไปยังสว่ นต่าง ๆ ของพืช - ใบทำหน้าที่สร้างอาหาร อาหารทพี่ ืชสรา้ งขึ้น คอื น้ำตาลซ่ึงจะเปลีย่ นเป็นแป้ง - ดอกทำหน้าที่สืบพันธุ์ ประกอบด้วย สว่ นประกอบต่าง ๆ ได้แก่ กลบี เลย้ี ง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศเมีย ซึ่งส่วนประกอบ แต่ละส่วนของดอกทำหน้าทีแ่ ตกตา่ งกัน ว ๑.๓ ป.๔/๒, • การจำแนกพืช สามารถใช้การมีดอกเป็น ป.๔/๓, ป. ๔/๔ เกณฑใ์ นการจำแนก ไดเ้ ป็นพชื ดอกและพืชไม่มี ดอก • การจำแนกสัตว์ สามารถใช้การมีกระดูกสัน หลัง เป็นเกณฑ์ในการจำแนก ได้เป็นสัตว์มี กระดกู สนั หลงั และสัตวไ์ มม่ ีกระดูกสนั หลัง • สัตว์มีกระดูกสันหลังมีหลายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม ปลา กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก กลุ่ม สัตว์เลื้อยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลกู ด้วยน้ำนม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีลักษณะเฉพาะที่ สังเกตได้

๙๒ หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก/ ท่ี การเรยี นรู้ เรียนรู้/ตัวช้วี ัด ๓ สมบัติวัสดุ ว ๒.๑ ป.๔/๑, (ช่วั โมง) คะแนน น่ารู้ ป.๔/๒ • วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพแตกต่าง ๑๐ ๕ ๔ สสาร ว ๒.๑ ป.๔/๓, รอบตวั เรา ป. ๔/๔ กัน วัสดทุ ่มี คี วามแขง็ จะทนต่อแรงขดู ขดี วัสดุที่ มสี ภาพยดื หยุ่นจะเปล่ียนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรง มากระทำและกลบั สภาพเดิมได้ วัสดุท่ีนำความ ร้อนจะร้อนได้เรว็ เมือ่ ได้รับความรอ้ นและวัสดุท่ี นำไฟฟ้าได้ จะให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ ดังน้ันจงึ อาจนำสมบัติต่าง ๆ มาพิจารณาเพื่อใช้ใน กระบวนการออกแบบชิ้นงานเพื่อใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน • วัสดุเป็นสสารเพราะมีมวลและต้องการที่อยู่ ๘ ๕ สสารมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส ของแข็ง มีปริมาตรและรูปร่างคงที่ ของเหลวมี ปริมาตรคงที่ แต่มีรูปร่างเปลี่ยนไปตามภาชนะ เฉพาะสว่ นทบี่ รรจุของเหลว ส่วนแก๊สมปี ริมาตร และรูปรา่ งเปล่ยี นไปตามภาชนะท่ีบรรจุ ๕ วิทยาการ ว ๔.๒ ป.๔/๑, • การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์ ๒0 ๑0 คำนวณ ป.๔/๒ หรือเง่ือนไขท่ีครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณา ในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน หรือ การคาดการณ์ผลลัพธ์ • สถานะเริ่มต้นของการทำงานท่แี ตกต่างกันจะ ให้ผลลพั ธท์ ี่แตกต่างกนั • ตัวอย่างปัญหา เช่น เกม OX โปรแกรมที่มี การคำนวณ โปรแกรมที่มีตัวละครหลายตัว และมีการสั่งงานที่แตกต่างหรือมีการสื่อสาร ระหว่างกัน การเดินทางไปโรงเรียน โดยวิธีการ ต่าง ๆ • การออกแบบโปรแกรมอย่างง่าย เช่น การ ออกแบบโดยใช้ storyboard หรือการออกแบบ อัลกอริทึม การเขียนโปรแกรมเป็นการสร้าง ลำดับของคำสั่ง ให้คอมพิวเตอร์ทำงาน เพื่อให้ ไดผ้ ลลพั ธ์ตาม ความต้องการ หากมขี ้อผดิ พลาด ให้ตรวจสอบ การทำงานทลี ะคำส่ัง เมือ่ พบจุดที่ ทำให้ผลลัพธ์ ไม่ถูกต้อง ให้ทำการแก้ไขจนกว่า จะไดผ้ ลลัพธ์ทีถ่ ูกตอ้ ง

๙๓ หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก/ ท่ี การเรยี นรู้ เรยี นรู้/ตวั ชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน ๕ (ตอ่ ) • ตัวอยา่ งโปรแกรมท่ีมีเรื่องราว เช่น นิทานที่มี การโต้ตอบกับผู้ใช้ การ์ตูนสั้น เล่ากิจวัตร ประจำวนั ภาพเคลอ่ื นไหว • การฝกึ ตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของ ผู้อื่นจะช่วยพัฒนาทักษะการหาสาเหตุของ ปญั หาไดด้ ยี ง่ิ ขึน้ • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, logo สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ 1 ๑๕ รวม ๖๐ 50

๙๔ โครงสรา้ งรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ ๔ รหสั วิชา ว ๑๔๑๐๑ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖5 เวลา ๖๐ ชว่ั โมง สัดสว่ นคะแนน / ภาคเรียน 35 : 15 หน่วย ช่ือหน่วย มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั / ท่ี การเรยี นรู้ เรยี นรู้/ตวั ชี้วัด (ช่วั โมง) คะแนน ๖ แรงและ ว ๒.๒ ป.๔/๑, • แรงโน้มถ่วงของโลกเป็นแรงดึงดูดที่โลก ๑๐ ๘ การ ป.๔/๒, ป.๔/๓ กระทำต่อวัตถุ มีทิศทางเข้าสู่ศูนย์กลางโลก เคลื่อนที่ และเปน็ แรงไมส่ ัมผสั แรงดึงดูดทโี่ ลกกระทำกับ วตั ถหุ นงึ่ ๆ ทำใหว้ ัตถุตกลงส่พู ื้นโลก และทำให้ วัตถุมีน้ำหนัก วัดน้ำหนักของวตั ถุไดจ้ ากเคร่อื ง ชั่งสปริง น้ำหนักของวัตถุขึ้นกับมวลของวัตถุ โดยวัตถุที่มีมวลมากจะมีน้ำหนักมาก วัตถุที่มี มวลน้อยจะมนี ำ้ หนักนอ้ ย • มวล คือ ปริมาณเนื้อของสสารท้ังหมดที่ ประกอบกันเป็นวัตถุ ซึ่งมีผลต่อความยากง่าย ในการเปลยี่ นแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ วตั ถุที่ มีมวลมากจะเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ได้ยาก กว่าวัตถุที่มีมวลน้อย ดังนั้นมวลของวัตถุ นอกจากจะหมายถึงเนื้อทั้งหมดของวัตถุน้ัน แล้วยังหมายถึงการต้านการเปลี่ยนแปลงการ เคลอ่ื นทขี่ องวัตถุนน้ั ดว้ ย ๗ แสงและ ว ๒.๓ ป.๔/๑ • เมอ่ื มองสง่ิ ตา่ ง ๆ โดยมีวตั ถตุ ่างชนิดกันมากั้น ๑๐ ๗ ตวั กลาง แสง จะทำให้ลักษณะการมองเห็นสิ่งนั้น ๆ ของแสง ชดั เจนตา่ งกัน จึงจำแนกวัตถุทีม่ ากัน้ ออกเป็น ตัวกลางโปร่งใส ซึ่งทำให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ ชัดเจน ตัวกลางโปร่งแสงทำให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่ชัดเจน และวตั ถุทบึ แสงทำใหม้ องไม่เห็น ส่ิงต่าง ๆ นน้ั ๘ ดวงจนั ทร์ ว ๓.๑ ป.๔/๑, • ดวงจนั ทรเ์ ปน็ บริวารของโลก โดยดวงจนั ทร์ ๑๙ ๑๕ และ ป.๔/๒ , ป.๔/๓ หมุนรอบตัวเองขณะโคจรรอบโลก ขณะที่โลกก็ ดวงดาวใน หมุนรอบตัวเองด้วยเชน่ กนั การหมุนรอบตวั เอง ระบบสุริยะ ของโลกจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกใน ทิศทางทวนเข็มนาฬิกาเมื่อมองจากขั้วโลก เหนือ ทำให้มองเห็นดวงจันทร์ปรากฏข้ึน ท า ง ด ้ า น ท ิ ศ ต ะ ว ั น อ อ ก แ ล ะ ต ก ท า ง ด ้ า น ทิ ศ ตะวันตกหมุนเวยี นเปน็ แบบรปู ซำ้ ๆ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook