บนั ทึกขอ้ ความ สว่ นราชการ โรงเรียนวัดพืชนิมิต (คาสวสั ดริ์ าษฎร์บารุง) ท…ี่ …………………วนั ที่ เดอื น มกราคม พ.ศ.2564 เร่อื ง ขออนญุ าตใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เรียน ผอู้ านวยการโรงเรียนวดั พืชนิมิต (คาสวัสดริ์ าษฎร์บารงุ ) ดว้ ยขา้ พเจ้า นางสาวจีรวรรณ ปฏิวงศ์ ตาแหน่ง ครู โรงเรียนวดั พชื นิมิต (คาสวสั ด์ริ าษฎร์บารงุ ) ไดร้ ับมอบหมายให้ปฏิบัตหิ นา้ ทก่ี ารสอน รายวิชาสังคมศึกษา รหสั วชิ า ส1๑101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปีการศกึ ษา 2563 บัดน้ี ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมการสอน และจัดทาแผนการสอนโดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ อุปนัยข้าพเจ้าจึงขออนุญาตดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งแนบเอกสาร หน่วยท่ี 7 เร่ือง ส่ิงรอบตวั แผนผัง ตาแหน่ง ทิศ เวลาเรียน ๖ ชว่ั โมง มาพร้อมกบั เอกสารนี้ จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบ ลงช่ือ.............................................................. (นางสาวจรี วรรณ ปฏวิ งศ์) ตาแหนง่ ครู ลงชอ่ื .............................................................. (นางสาวจีรวรรณ ปฏวิ งศ์) หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ความเหน็ ผู้อานวยการโรงเรียน อนุญาต ไมอ่ นุญาต เพราะ ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ ( นางสาวกนั ยาภทั ร ภทั รโสตถิ ) ผูอ้ านวยการโรงเรยี นวดั พืชนิมติ (คาสวัสดริ์ าษฎร์บารงุ ) ............./................../.............
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน รหัสวชิ าส๑๑๑๐๑ ชื่อรายวิชาสงั คมศกึ ษา ฯ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา 4๐ ชว่ั โมง ศึกษาพุทธประวัติ พุทธสาวก พุทธสาวิกา ชาดก ศาสนิกชนตัวอย่าง ความหมายความสาคัญ และเคารพพระรัตนตรัย ปฏิบัติตามหลักธรรมโอวาท ๓ พุทธศาสนสุภาษิต ฝึกสวดมนต์และแผ่เมตตาการ บาเพ็ญประโยชน์ต่อวัดหรือศาสนสถาน การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ประวัติโดยสังเขปของวันสาคัญทาง พระพุทธศาสนา การบชู าพระรตั นตรัย การเป็นสมาชิกทด่ี ีของครอบครวั และโรงเรียน ประโยชน์ของการ ปฏิบตั ติ นเปน็ สมาชิกทด่ี ีของครอบครัวและโรงเรยี น ลักษณะความสามารถและลักษณะความดีของตนเองและ ผูอ้ น่ื ผลของการกระทาความดี โครงสร้างของครอบครวั และความสัมพนั ธ์ของบทบาทหน้าท่ขี องสมาชิกใน ครอบครัว โครงสร้างของโรงเรียน ความสมั พนั ธ์ของบทบาท หนา้ ท่ีของสมาชิกในโรงเรียน ความหมายและ ความแตกตา่ งของอานาจตามบทบาท สทิ ธิ หน้าทใ่ี นครอบครวั และโรงเรียน การใช้อานาจในครอบครัวตาม บทบาท สิทธิ หน้าท่ี กิจกรรมตามกระบวนการประชาธิปไตยในครอบครัว กิจกรรมตามกระบวนการ ประชาธิปไตยในโรงเรียน สินค้าและบริการที่ใช้อยู่ในชีวิตประจาวัน สินค้าและบริการที่ได้มาโดยไม่ใช้เงิน ที่ได้มาโดยใช้เงินซ้ือ วิธีการใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการให้คุ้มค่า การใช้จ่ายเงินในชีวิตประจาวันเพ่ือ ซ้ือสนิ คา้ และบริการ ประโยชน์ของการใชจ้ า่ ยเงนิ ที่ไม่เกนิ ตัว ประโยชนข์ องการออม โทษของการใชจ้ ่ายเงิน เกินตัว วางแผนการใช้จา่ ย ทรัพยากรท่ีใช้ในชีวิตประจาวัน ทรัพยากรส่วนรวม วิธีการใช้ทรัพยากร ท้ัง ของส่วนตัวและส่วนรวมอย่างถูกต้อง ประหยัดและคุ้มค่า ความหมาย ประเภท และความสาคัญของการ ทางาน เหตุผลของการทางาน ผลของการทางานประเภท ต่าง ๆ ที่มีต่อครอบครัวและสังคม การทางาน อยา่ งสุจริตทาให้สงั คมสงบสุข สง่ิ ต่างๆ รอบตวั ท่ีเกดิ ขึ้นเองตามธรรมชาตแิ ละที่มนษุ ยส์ ร้างข้ึน ความสัมพันธ์ ของตาแหน่ง ระยะทิศของสิ่งต่างๆ รอบตัว ทิศหลักและที่ตั้งของสิ่งต่างๆ การแสดงตาแหน่งของสิ่งต่างๆ ใน ห้องเรียน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในรอบวัน สิ่งต่างๆ ท่ีเกิดตามธรรมชาติที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ ของมนุษย์ การเปล่ียนแปลงของสภาพแวดล้อมท่ีอยู่รอบตัว การจัดระเบียบสิ่งแวดล้อมท่ีบ้านและช้ันเรียน โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การอธิบาย การวิเคราะห์และ การอภิปราย เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถสือ่ สารส่งิ ท่ีเรยี นรู้ มคี วาม สามารถในการ ใช้ทักษะชีวิต การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจและการแก้ปัญหา เห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจาวัน สามารถปรับตัวเองกับบริบทสภาพแวดล้อม เป็นพลเมืองดี มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสตั ยส์ จุ รติ มวี ินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ และมคี ุณธรรมและคา่ นยิ มที่เหมาะสม รหสั ตวั ช้ีวัด ส1.1 ป1/1 ป1/2 ป1/3 ป 1/4 ส1.2 ป1/1 ป1/2 ส2.1 ป1/1 ป1/2 ส2.2 ป1/1 ป1/2 ป1/3 ส3.1 ป1/1 ป1/2 ป1/3 ส3.2 ป1/1 ส4.1 ป1/1 ป1/2 ป1/3 ส4.2 ป1/1 ป1/2
ส4.3 ป1/1 ป1/2 ป1/3 ส5.1 ป1/1 ป1/2 ป1/3 ป1/4 ส5.2 ป1/1 ป1/2 รวมทั้งหมด 31 ตวั ช้ีวัด
คำนำ การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ต้องพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะแห่งอนาคต เป็นทักษะท่ีจาเป็นต้อง ใช้ในการดาเนินชีวิต เพื่อเตรียมความของผู้เรียนใหใ้ ชช้ วี ติ ในโลกท่ีเป็นจริง เน้นการศึกษาตลอดชีวติ ให้ผู้เรยี น รู้จักการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง การนาทฤษฎีการเรียนรู้ที่ได้รับไปสู่การปฏิบัติ ส่ิงสาคัญคือผู้เรียนจะต้อง เกิดกระบวนการเรียนรู้ ซึง่ ถอื เป็นจุดสาคัญ การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวน Inductive Method วิธีสอนแบบอุปนัย เตรียมความรู้และแนวทาง ในการปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียนด้วยการทบทวนความรู้เดิม กาหนดจุดมุ่งหมาย และอธิบายความมุ่งหมาย นกั เรยี นพจิ ารณาเปรียบเทียบและสรุปกฎเกณฑ์การเสนอตัวอยา่ งควรเสนอหลายๆ ตวั อยา่ งทจ่ี ะสรุปกฎเกณฑ์ ได้ นักเรียนมีโอกาสพิจารณาความคล้ายคลึงกันขององค์ประกอบจากตัวอย่างเพ่ือเตรียมสรุปกฎเกณฑ์ สรุป ข้อสังเกตต่างๆ จากตัวอย่างเป็นกฎเกณฑ์ นิยาม หลักการ ด้วยตัวนักเรียนเอง นักเรียนสามารถสร้างความ เข้าใจในรายละเอียด และหาข้อสรุปได้อย่างชัดเจนจดจานาน นักเรียนได้รับการฝึกทักษะการคิดตามหลักการ เหตุผลนกั เรยี นเขา้ ใจวธิ กี ารในการแก้ปญั หาและสามารถนาไปใช้ในชีวิตประวันได้ดี หวังเปน็ อย่างยิง่ ว่า เอกสารฉบับนี้จะเปน็ ประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการศึกษารปู แบบการจัดการเรยี นรู้ Inductive Method วธิ สี อนแบบอปุ นยั เพ่อื พัฒนาผูเ้ รยี นตอ่ ไป นางสาวจีรวรรณ ปฏวิ งศ์
แผนผังมโนทัศน์เป้ำหมำยกำรเรียนรู้/ หลักฐำนกำรเรยี นรู้ ความรู้ (Knowledge : K) ทักษะ/กระบวนกำร (Process : P) คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. ส่ิงแวดล้อมทม่ี นุษย์สรา้ งขน้ึ 1. การสบื คน้ ข้อมลู 1. ซือ่ สัตยส์ จุ รติ ๒. ส่ิงแวดล้อมทีเ่ กิดขึ้นเองตาม 2. การสงั เกต 2. มวี ินยั 3. การอธบิ าย 3. ใฝเ่ รยี นรู้ ธรรมชาติ 4. การนาความรูไ้ ปใช้ในชีวติ 4. มงุ่ มั่นในการทางาน ๓. มนุษยห์ รอื ผ้คู น ประจาวัน 5. รกั ความเปน็ ไทย ๔. การหาทศิ หลัก 6. มีจติ สาธารณะ ๕. ทศิ หลกั 4 ทศิ เป้ำหมำยกำรเรียน เร่อื ง เรอ่ื ง สิ่งรอบตัว แผนผัง ตาแหน่ง ทิศ หลกั ฐำนกำรเรียนรู้ 1. ใบงาน 2. สอื่ แผนที่ 3. จิกซอร์ 4. รูปภาพ 5. แบบทดสอบก่อนเรยี น - หลังเรียน
แผนผงั มโนทศั นข์ ้ันตอนกำรทำกจิ กรรมประกอบกำรจัดกำรเรียนรูด้ ้วย Inductive Method วิธีสอนแบบอุปนัย ศกึ ษำมำตรฐำนกำรรเรียนรู้ / ตวั ชว้ี ดั และจดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ ทำแบบทดสอบก่อนเรยี น ทำกิจกรรมโดยใชก้ ระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ด้วยกระบวนกำร Inductive Method วธิ สี อนแบบอปุ นยั ขนั้ ที่ 1 ขนั้ เตรยี มควำมรู้ ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ เสนอตัวอย่ำง ข้ันท่ี 3 ขนั้ หาองค์ประกอบรวม ขน้ั ท่ี 4 ข้นั สรุปความรู้ ทดสอบหลังเรียน (ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 60)
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษาฯ วชิ าสงั คมศกึ ษาฯ เวลา ๖ ชว่ั โมง หนว่ ยท่ี 7 เรอื่ ง ส่งิ รอบตวั แผนผงั ตาแหนง่ ทศิ มาตรฐานการเรียนรู้ ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และความสมั พันธข์ องสรรพส่งิ ซ่ึงมผี ลตอ่ กันและกันใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภมู ิศาสตรใ์ นการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใชข้ ้อมูลภูมิ สารสนเทศอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ตวั ช้ีวัด ป.1/1 แยกแยะสิง่ ต่าง ๆ รอบตัวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตแิ ละทม่ี นุษย์สร้างขึน้ ป.1/2 ระบุความสัมพันธ์ของตาแหนง่ ระยะ ทิศของส่ิงตา่ ง ๆ รอบตัว สาระสาคัญ สง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตวั เรารวมเรยี กว่า สิ่งแวดล้อม มที ัง้ ท่เี กดิ ข้ึนเองตามธรรมชาติ และสิ่งทมี่ นษุ ย์สร้างขึ้น ดงั นน้ั เราจึงต้องเรยี นร้แู ละร่วมกนั ดูแลรักษา ดวงอาทติ ย์เปน็ เครื่องหมายทใ่ี ช้สังเกตบอกทิศ ทิศท้งั 4 บอกความสัมพนั ธ์ระหว่างตาแหน่ง ระยะใกล้ ไกลของสิ่งตา่ ง ๆ ท่ีอยูร่ อบตวั สาระการเรียนรู้ ๑. สง่ิ แวดล้อมที่มนษุ ย์สร้างข้ึน ๒. สงิ่ แวดลอ้ มทเี่ กดิ ขน้ึ เองตามธรรมชาติ ๓. มนษุ ย์หรือผูค้ น ๔. การหาทิศหลัก ๕. ทศิ หลัก 4 ทิศ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน มีจิตสาธารณะ สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ความสามารถในการแกไ้ ขปญั หา
ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน ชน้ิ งานที่ 7.1 เรื่อง ทาแผนผงั ห้องเรยี นระบุตาแหน่ง กิจกรรมบรู ณาการ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย - การอ่าน - การแต่งประโยค - การเขียน การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ชวั่ โมงท่ี 1 กิจกรรมท่ี 1 สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเรา 1. ครูแบ่งนักเรยี นออกเปน็ 2 กลุ่ม แบง่ กระดานออกเป็น 2 ด้าน ซ้าย-ขวา จากนัน้ ให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มจาสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตวั ในโรงเรยี น และส่ิงต่าง ๆ รอบตวั ทีบ่ า้ น ชว่ั โมงที่ 2 กิจกรรมท่ี 2 การจาแนกส่ิงต่าง ๆ รอบตัว 2. ครใู ห้นกั เรียนจาแนกส่งิ ต่าง ๆ รอบตัวทีเ่ ปน็ สิ่งมีชีวติ และไม่มชี วี ิตโดยครูสรุปคาตอบของนกั เรียน เปน็ แผนภาพลงบนกระดาน 3. สรุปความรูเ้ ก่ียวกับสงิ่ ต่าง ๆ รอบตัว โดยครสู รปุ วา่ ส่งิ ตา่ ง ๆ รอบตวั ของเรารวมเรยี กวา่ ส่ิงแวดล้อม 4. ครนู าบตั รคาเกีย่ วกับสงิ่ แวดล้อมทเี่ กดิ ขึน้ เองตามธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ มท่ีมนุษย์สรา้ งขึ้น มาให้ นกั เรยี นแบง่ กลุ่มจาแนกบตั รคา 5. ให้นกั เรียนร่วมกนั ยกตวั อย่างสงิ่ แวดล้อมที่เกิดข้นึ เองตามธรรมชาติ และสิง่ ทีม่ นุษยส์ รา้ งขน้ึ 6. สรปุ ความรเู้ กยี่ วกบั ส่ิงแวดล้อม และการปฏิบตั ติ นต่อสงิ่ แวดล้อม 7. นกั เรยี นและครรู ่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ สง่ิ แวดลอ้ ม คอื สิ่งท่อี ยู่รอบ ๆ ตวั เรา ทัง้ ท่เี กดิ ข้ึนเองตามธรรมชาติ และมนุษย์สร้างขึน้ ช่วั โมงที่ 3 กิจกรรมท่ี 3 ตาแหน่งและระยะ 8. ใหน้ กั เรียนสังเกตและบอกตาแหนง่ ทต่ี ้งั และตาแหนง่ ท่ีอยขู่ องสิ่งต่าง ๆ ท่อี ยู่ในห้องเรยี น 9. ให้นกั เรียนรว่ มกนั หาระยะของสิง่ ตา่ ง ๆ ในห้องเรยี นโดยใช้อปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการจดั ระยะและใช้สว่ น ตา่ ง ๆ ของร่างกาย ๑๐. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้เก่ียวกบั ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งตาแหนง่ ทตี่ ั้งและระยะ ชั่วโมงที่ 4 กิจกรรมที่ 4 ตาแหน่ง ระยะ และทศิ ของส่ิงต่าง ๆ รอบตัวเรา ๑๑. ให้นักเรยี นร่วมกนั หาทิศบรเิ วณกลางสนามโดยการยนื หันหนา้ ไปทางทีด่ วงอาทิตยข์ ึ้น ให้นักเรยี น กางแขนท้งั 2 ขา้ งออก จากน้ันให้ระบุทิศ ด้านหนา้ ดา้ นหลงั ด้านซา้ ยมือ ดา้ นขวามือ ๑๒. รว่ มกันสรุปความรเู้ ก่ยี วกับเรอื่ งทิศ
๑๓. ให้นักเรียนบอกทิศทางของส่ิงต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบของตนเอง โดยมีทิศทั้ง 4 เป็นเครื่องหมาย กาหนดทิศทาง ๑๔. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกันระบุทิศแตล่ ะทิศมีอะไรบ้างที่อยู่รอบตนเองตามทิศตา่ ง ๆ โดยให้เขียนลงใน สมดุ ๑๕. สรปุ ความรู้เก่ยี วกับประโยชนข์ องการรู้ทศิ ตา่ ง ๆ ๑๖. นกั เรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้ ทศิ ทาใหท้ ราบด้าน ขา้ ง และจุดหมาย โดยมีทิศหลักท้งั 4 ทิศเปน็ เคร่ืองหมายกาหนดทิศทาง ชั่วโมงที่ 5 กิจกรรมท่ี 5 แผนผังและการใช้แผนผงั 17.ครูและนักเรยี นช่วยกันจัดสถานทีต่ ่าง ๆ ของโรงเรยี นตามขอ้ มูลทส่ี ารวจจากข้อ 1 ลงในตาราง ส่ีเหลยี่ มบนกระดาน โดยครูถามนกั เรยี นและเขียนลงเปน็ แผนผงั ทีละทิศจนครบทกุ ทศิ 18.ครแู บง่ นักเรียนออกเป็น 2 กล่มุ โดยใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ระบสุ ถานที่ตั้งตาแหนง่ ของสถานที่ตา่ ง ๆ ของ โรงเรยี น ตามแผนผังข้อท่ี 1 ลงในกระดาษที่ครูแจกให้ ชว่ั โมงท่ี 6 กิจกรรมที่ 6 แผนผังห้องเรียน 19.ครใู ห้นักเรยี นช่วยกนั สารวจหอ้ งเรียน โดยให้นักเรยี นยนื อยรู่ วมกนั กลางห้องเรยี น ใหค้ รูเขียนรูป เรขาคณติ สี่เหลี่ยมผืนผา้ ลงบนกระดานพร้อมบอกทิศและตาแหน่งของนักเรียน ให้นักเรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้ 20. การใช้แผนผงั ห้องเรียนชว่ ยใหร้ ้ตู าแหน่งและทิศทางของสิง่ ต่าง ๆ ที่อย่ภู ายในห้องเรียน ทาให้ สามารถจัดห้องเรียนให้มีความเป็นระเบียบ นา่ เรียน 21.ให้นกั เรยี นทาชิน้ งานท่ี 7.1 เรอ่ื ง ทาแผนผังห้องเรียนระบุตาแหนง่ การประเมนิ ผล 1. การประเมินผลตัวชว้ี ดั การวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์ 1.ก่อนเรียน แบบทดสอบกอ่ นเรียน คะแนนผ่านร้อยละ 50 2.ระหวา่ งเรียน ใบงานที่ 7.1 เรอ่ื ง การจาแนกสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตวั นักเรยี นทาใบงาน ใบงานท่ี 7.2 เร่ือง ความสมั พนั ธ์ระหว่างตาแหน่ง ระยะ และทิศของส่ิง คะแนนผา่ นร้อยละ 60 ตา่ ง ๆ ท่ีอยรู่ อบตัว ขึน้ ไปถือว่าผา่ นเกณฑ์ 3.หลังเรียน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม นกั เรียนมพี ฤตกิ รรม แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ระดับดขี ้นึ ไป ถือว่าผ่าน แบบประเมินสมรรถนะของผู้เรียน เกณฑ์ แบบประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี น คะแนนผา่ นร้อยละ 60 แบบทดสอบหลังเรียน ชิน้ งานที่ 7.1 เรื่อง ทาแผนผังห้องเรียนระบุตาแหน่ง
ส่อื การเรยี นรู้ ๑. บตั รภาพ สิ่งตา่ ง ๆ รอบตวั ๒. แบบบันทึกระยะห่างของตาแหนง่ ทต่ี ้งั ของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา ๓. อปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการวัดระยะ ๔. บตั รคาทิศท้งั 4
ได_้ ______คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ชือ่ _____________________ นามสกลุ ______________ เลขท_ี่ _______ ชั้น ________ ให้ ×คาตอบทถี่ ูกต้องลงในวงกลมตัวเลอื กใหเ้ ต็มวง 1. การระบทุ ิศในแผนผงั หอ้ งเรยี นมปี ระโยชนอ์ ย่างไร 1 แผนผงั มสี ว่ นประกอบมากข้นึ 2 สามารถหาทิศอื่น ๆ เพิ่มได้อีก 3 ทราบว่าสง่ิ ต่าง ๆ ในหอ้ งเรียนอยูท่ ิศใด 2. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ แผนผังได้ถกู ตอ้ งที่สดุ 1 การวาดภาพเหมือนจรงิ 2 การเขียนย่อหรือขยายสง่ิ ต่าง ๆ 3 การถา่ ยภาพดว้ ยกลอ้ งถ่ายรปู 3. ในแผนผงั หอ้ งเรยี นจะไม่พบสงิ่ ใด 1 โต๊ะของครปู ระจาช้นั 2 กระดาน 3 โตะ๊ อาหาร 4. ถ้านกั เรียนหันหนา้ ไปทางกระดานซึ่งเปน็ ทิศเหนือ ด้านหลงั ของนักเรยี นจะเป็นทศิ อะไร 1 ทศิ ตะวันออก 2 ทศิ ตะวันตก 3 ทศิ ใต้ 5. ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ งท่สี ุด 1 ในแผนผังห้องเรียนจะแสดงสิ่งทเี่ กดิ ขึ้นเองในธรรมชาติ เชน่ ภเู ขา ต้นไม้ 2 ในแผนผงั หอ้ งเรยี นจะแสดงสิ่งทมี่ นษุ ย์สรา้ งข้ึน เชน่ ถนน รถยนต์ 3 ในแผนผงั หอ้ งเรยี นจะแสดงส่ิงทีม่ นษุ ย์สรา้ งขึ้น เชน่ โต๊ะ เก้าอี้ ใหน้ กั เรียนดูแผนผังหอ้ งเรียนของเรา แล้วตอบคาถามข้อ 6-10 6. จากแผนผังข้อใดกลา่ วไม่ถูกต้อง 1 ท่นี ัง่ 16 อยู่ใกลป้ ระตูหลังหอ้ งทสี่ ุด 2 ท่ีนง่ั 1 อยใู่ กล้ชัน้ วางหนังสือทีส่ ดุ 3 ท่ีน่งั 4 อย่ใู กลห้ น้าต่างทสี่ ุด
7. ในแผนผังมที นี่ ่งั นักเรียนทั้งหมดกท่ี ี่ 1 15 ท่ี 2 16 ท่ี 3 17 ที่ 8. เม่ือเดนิ เข้าประตูหน้าหอ้ งจะพบทนี่ ั่งใดกอ่ น 1 ทีน่ ั่ง 1 2 ทีน่ ่งั 4 3 ทีน่ ่งั 16 9. ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ ง 1 ในแผนผังมีหนา้ ตา่ ง 9 บาน 2 ในแผนผงั มปี ระตู 2 บาน 3 ในแผนผังมชี ั้นวางหนังสอื 2 หลงั 10. แผนผังหอ้ งเรียนมปี ระโยชน์อย่างไร 1 ช่วยใหร้ ้ตู าแหนง่ ของสิ่งตา่ ง ๆ รอบ ๆ หอ้ งเรียน 2 ช่วยใหร้ ตู้ าแหนง่ ของส่งิ ตา่ ง ๆ ในห้องเรยี น 3 เปน็ การแสดงถึงความทันสมัยของโรงเรยี น
ได_้ ______คะแนน คะแนนเตม็ 10 คะแนน แบบทดสอบหลังเรียน ชือ่ _____________________ นามสกลุ ______________ เลขท_ี่ _______ ชั้น ________ ให้ ×คาตอบทถี่ ูกต้องลงในวงกลมตัวเลอื กใหเ้ ต็มวง 1. การระบทุ ิศในแผนผงั หอ้ งเรยี นมปี ระโยชนอ์ ย่างไร 1 แผนผงั มสี ว่ นประกอบมากข้นึ 2 สามารถหาทิศอื่น ๆ เพิ่มได้อีก 3 ทราบว่าสง่ิ ต่าง ๆ ในหอ้ งเรียนอยูท่ ิศใด 2. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ แผนผังได้ถกู ตอ้ งที่สดุ 1 การวาดภาพเหมือนจรงิ 2 การเขียนย่อหรือขยายสง่ิ ต่าง ๆ 3 การถา่ ยภาพดว้ ยกลอ้ งถ่ายรปู 3. ในแผนผงั หอ้ งเรยี นจะไม่พบสงิ่ ใด 1 โต๊ะของครปู ระจาช้นั 2 กระดาน 3 โตะ๊ อาหาร 4. ถ้านกั เรียนหันหนา้ ไปทางกระดานซึ่งเปน็ ทิศเหนือ ด้านหลังของนักเรยี นจะเป็นทศิ อะไร 1 ทศิ ตะวันออก 2 ทศิ ตะวันตก 3 ทิศใต้ 5. ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ งท่สี ุด 1 ในแผนผังห้องเรียนจะแสดงสิ่งทเี่ กดิ ขึ้นเองในธรรมชาติ เชน่ ภูเขา ต้นไม้ 2 ในแผนผงั หอ้ งเรยี นจะแสดงสิ่งทมี่ นษุ ย์สรา้ งขนึ้ เช่น ถนน รถยนต์ 3 ในแผนผงั หอ้ งเรยี นจะแสดงส่ิงทีม่ นษุ ย์สรา้ งข้นึ เชน่ โตะ๊ เก้าอี้ ใหน้ กั เรียนดูแผนผังหอ้ งเรียนของเรา แล้วตอบคาถามข้อ 6-10 6. จากแผนผังขอ้ ใดกล่าวไม่ถูกต้อง 1 ท่นี ัง่ 16 อยู่ใกลป้ ระตูหลังหอ้ งทสี่ ุด 2 ท่ีนง่ั 1 อยใู่ กล้ชัน้ วางหนังสือทีส่ ดุ 3 ท่ีน่งั 4 อย่ใู กลห้ น้าต่างทสี่ ุด
7. ในแผนผังมที นี่ ่งั นักเรียนทั้งหมดกท่ี ี่ 1 15 ท่ี 2 16 ท่ี 3 17 ที่ 8. เม่ือเดนิ เข้าประตูหน้าหอ้ งจะพบทนี่ ั่งใดกอ่ น 1 ทีน่ ั่ง 1 2 ทีน่ ่งั 4 3 ทีน่ ่งั 16 9. ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ ง 1 ในแผนผังมีหนา้ ตา่ ง 9 บาน 2 ในแผนผงั มปี ระตู 2 บาน 3 ในแผนผังมชี ั้นวางหนังสอื 2 หลงั 10. แผนผังหอ้ งเรียนมปี ระโยชน์อย่างไร 1 ช่วยใหร้ ้ตู าแหนง่ ของสิ่งตา่ ง ๆ รอบ ๆ หอ้ งเรียน 2 ช่วยใหร้ ตู้ าแหนง่ ของส่งิ ตา่ ง ๆ ในห้องเรยี น 3 เปน็ การแสดงถึงความทันสมัยของโรงเรยี น
เฉลยแบบทดสอบ 1. 3 2. 2 3. 3 4. 3 5. 3 6. 3 7. 2 8. 2 9. 2 10. 2
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษาฯ วชิ าสังคมศึกษาฯ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1 เวลา ๖ ชั่วโมง หนว่ ยท่ี 7 เร่อื ง ส่งิ รอบตัว แผนผงั ตาแหน่ง ทิศ เวลา 1 ชัว่ โมง เรือ่ ง สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเรา มาตรฐานการเรยี นรู้ ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อกันและกันใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ สารสนเทศอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ตัวช้ีวัด ส 5.1 ป.1/1 แยกแยะสิง่ ต่าง ๆ รอบตวั ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนษุ ยส์ ร้างขน้ึ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้สู่ตัวชี้วดั 1. บอกสิ่งแวดล้อมรอบตวั ที่เกิดข้ึนเองตามธรรมชาติและทีม่ นษุ ย์สรา้ งข้ึน (K) 2. มคี วามสามารถในการจาแนกสิ่งต่างๆ รอบตัวทเี่ กิดข้ึนเองตามธรรมชาติและท่ีมนษุ ย์สร้างขึ้น (P) 3. สนใจศกึ ษาเรยี นรสู้ ิ่งตา่ ง ๆ รอบตัว (A) สาระสาคัญ สงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตัวมคี วามสมั พันธ์กัน ทงั้ เปน็ สิง่ ที่มชี วี ติ และไม่มชี วี ิต รวมเรียกวา่ สงิ่ แวดลอ้ ม สาระการเรยี นรู้ ความหมายสงิ่ แวดล้อม คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ช่วั โมงท่ี 1 ข้ันที่ 1 ข้ันเตรยี มนักเรยี น 1. ครูแบง่ นกั เรยี นออกเป็น 2 กลุม่ และแบง่ กระดานออกเปน็ 2 ดา้ น พรอ้ มเขยี นขอ้ ความลงบน กระดานดังน้ี ตวั อย่าง กล่มุ ท่ี 1 กล่มุ ที่ 2 ส่ิงตา่ ง ๆ รอบตวั ในโรงเรียน สิ่งตา่ ง ๆ รอบตวั ที่บา้ น (ครู) (พอ่ แม)่ (เพื่อนนกั เรียน) (พ่ชี าย พสี่ าว) . (โตะ๊ ) (สัตวเ์ ล้ียง) (เกา้ อ้ี) (ตูเ้ ยน็ ) (กระดาน) (โทรทศั น์) จากนั้นครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มคัดเลือกตัวแทน กลุ่มละ 5 คน ยืนเรียงแถวเขียนสงิ่ ตา่ ง ๆ ท่ีเกย่ี วข้อง กับกลมุ่ ตนเองจนครบจานวนคนในกลุม่ กลุ่มใดเขียนเสรจ็ กอ่ นและถูกตอ้ งเปน็ ผู้ชนะ จากนัน้ ครูและนักเรยี นร่วมกันสนทนา โดยครใู ช้คาถาม ดังน้ี สิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ตัวของนักเรียนมีอะไรบ้าง (ตัวอย่างคาตอบอาคาร เรยี น สนามกฬี า ครู เพอ่ื นนกั เรียน โต๊ะ เก้าอี้ กระดาน ปากกา ยางลบ ดนิ สอ สมดุ เปน็ ต้น) ขัน้ ที่ 2 ขั้นเสนอตวั อยา่ ง 2. ครูอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ว่า ส่งิ ต่าง ๆ ทอ่ี ยรู่ อบตัวของนกั เรยี นสามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คอื สิ่งทม่ี ี ชวี ติ และสง่ิ ท่ไี ม่มชี วี ติ จากนั้นครูให้นักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม ส่งผู้แทนนักเรียนท่ียังไม่ได้ออกมาร่วมกิจกรรมในคร้ังแรกออกมาทา กิจกรรมหน้าชั้นเรียน จานวนกลุ่มละ 5 คน โดยให้ยืนเรียงแถวแล้วให้กลุ่มที่ 1 บอกสิ่งต่าง ๆ รอบตัวท่ีเป็น สิ่งมีชวี ติ และกล่มุ ที่ 2 บอกสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตัวที่เปน็ สง่ิ ไมม่ ชี ีวิตคนละ 1 อย่างห้ามซ้ากนั จนครบจานวนคน จากน้ันครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเป็นแผนภาพลงบนกระดาน ดังน้ี ตวั อย่างแผนภาพ บา้ น โรงเรียน ตน้ ไม้ บ่อน้า โตะ๊ เกา้ อ้ี คน สัตว์ พืช สิ่งตา่ ง ๆ ส่ิงไม่มีชีวติ โทรทศั น์ สิ่งมีชีวติ รอบตวั เรา ลูกฟุตบอล สิ่งแวดลอ้ ม
ขนั้ ท่ี 3 ขั้นหาองคป์ ระกอบรวม 3. ให้นักเรียนร่วมกันศึกษาแผนภาพ โดยครูอธิบายสรุปว่า ส่ิงต่าง ๆ รอบตัวของนักเรียน รวม เรียกวา่ สิ่งแวดลอ้ ม ขั้นท่ี 4 ขนั้ สรปุ ความรู้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้ สง่ิ ต่าง ๆ รอบตวั ทัง้ ทีม่ ชี วี ิตและไม่มชี ีวติ มคี วามเกย่ี วเนื่องสัมพันธก์ นั รวมเรียกว่าสิ่งแวดล้อม 4. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี้ สิง่ ต่าง ๆ รอบตวั มคี วามสาคญั ต่อนกั เรยี นอยา่ งไร การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ วธิ ปี ระเมิน เคร่อื งมือ เกณฑ์ 1. บอกสิง่ แวดลอ้ มรอบตวั ที่เกิดขนึ้ แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม เองตามธรรมชาติและที่มนษุ ย์สร้าง (แผนผังความคดิ ลงสมดุ ) (แผนผังความคดิ ลงสมุด) นกั เรียนมพี ฤติกรรม ข้นึ (K) บอกสิ่งแวดล้อม แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม รอบตวั ที่เกิดขึ้นเอง 2. มีความสามารถในการจาแนกส่ิง (แผนผังความคิดลงสมุด) (แผนผงั ความคิดลงสมดุ ) ตามธรรมชาตแิ ละที่ ตา่ งๆ รอบตัวทเี่ กดิ ข้ึนเองตาม มนุษย์สร้างขน้ึ ระดบั ธรรมชาตแิ ละทีม่ นุษยส์ รา้ งขึ้น (P) แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ดขี ้นึ ไป ถือว่าผา่ น เกณฑ์ 3. สนใจศกึ ษาเรียนรสู้ ิ่งตา่ ง ๆ รอบตวั (A) นักเรียนสามารถใน การจาแนกสิง่ ต่างๆ รอบตัวทเี่ กิดขนึ้ เอง ตามธรรมชาติและที่ มนษุ ยส์ ร้างขน้ึ ระดบั 5 ข้อขนึ้ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์ นกั เรยี นมีพฤตกิ รรม ระดับดขี ึน้ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ สื่อการเรยี นรู้ ๑. บตั รภาพ สงิ่ ต่าง ๆ รอบตวั
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1 เวลา ๖ ชั่วโมง หนว่ ยท่ี 7 เรื่อง สิง่ รอบตวั แผนผงั ตาแหนง่ ทิศ เวลา 1 ชั่วโมง เรอื่ ง การจาแนกสิ่งต่าง ๆ รอบตวั มาตรฐานการเรยี นรู้ ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซึ่งมีผลต่อกันและกันใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้ ข้อมูลภูมิ สารสนเทศอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ตวั ชี้วัด ส 5.1 ป.1/1 แยกแยะสิ่งต่าง ๆ รอบตวั ที่เกิดข้นึ เองตามธรรมชาติและที่มนษุ ย์สร้างข้นึ จุดประสงคก์ ารเรยี นรูส้ ู่ตวั ช้ีวัด 1. แยกแยะสิ่งแวดลอ้ มท่ีเกดิ ข้นึ เองตามธรรมชาติและสงิ่ ที่มนุษย์สรา้ งขึน้ (K) 2. จาแนกส่ิงต่าง ๆ รอบตวั ที่เกิดขน้ึ เองตามธรรมชาตแิ ละสงิ่ ทม่ี นุษย์สร้างขนึ้ (P) 3. สนใจศกึ ษาเรียนรู้สิง่ แวดล้อมตา่ ง ๆ ทอ่ี ยรู่ อบตัว (A) สาระสาคัญ สิง่ แวดล้อมท่ีอยรู่ อบตวั มีทั้งสิ่งทีเ่ กดิ ขึน้ เองตามธรรมชาติ และสิง่ ที่มนษุ ย์สรา้ งข้นึ สาระการเรยี นรู้ 1. ส่ิงทเี่ กิดขึน้ เองตามธรรมชาติ 2. สงิ่ ทมี่ นุษย์สรา้ งขน้ึ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั เตรยี มนกั เรยี น 1. ครนู าต้นหญ้าหรือดอกไม้และแกว้ นา้ แสดงให้นักเรยี นดู จากนั้นใหน้ ักเรยี นตอบคาถาม ดังนี้ สง่ิ ที่อยูใ่ นมือครู คอื อะไร (ตน้ หญ้า และแกว้ น้า) ส่งิ ไหนมชี ีวติ และสิ่งไหนไม่มีชีวติ (ตน้ หญา้ เปน็ สิง่ มีชีวติ แก้วนา้ เป็นสงิ่ ไม่มีชวี ติ ) ส่ิงไหนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สิ่งไหนเกิดเพราะมนุษย์สร้างขึ้น (ต้นหญ้าเกิดข้ึนเองตาม ธรรมชาติ แก้วนา้ เกดิ จากมนุษย์สรา้ งขนึ้ ) ข้นั ท่ี 2 ข้นั เสนอตวั อย่าง 2. ครูนาบัตรคาติดบนกระดาน ดงั น้ี แมน่ ้า บา้ น ทะเล เมฆ ฝน โตะ๊ เกา้ อ้ี ถนน โรงเรียน ตน้ ไม้ รถยนต์ สตั วป์ ่ า หลอดไฟ อากาศ จากนั้น ครูให้นักเรียนออกมาเล่นกิจกรรมที่หน้าช้ันเรียนจานวน 12 คน โดยครูแจก บัตรคาที่ครูติด บนกระดานให้นักเรียนคนละ 1 บัตรคา จนครบ จากนั้นครูให้นักเรียนศึกษาดูว่า บัตรคาของตนเองเกี่ยวขอ้ ง กบั สิ่งทเ่ี กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ หรือเป็นส่ิงที่มนุษยส์ ร้างข้นึ ให้ครแู ละนกั เรียนยืนรวมกนั กลางชน้ั เรียนบรเิ วณ หนา้ กระดาน จากนั้นครบู อกใหน้ กั เรียนแยกเป็นกลุ่ม ใครไดบ้ ตั รคาสงิ่ ทเ่ี กิดขึ้นเองตามธรรมชาติให้ไปรวมกลุ่ม ยืนเรียงแถวด้านขวามือครู ใครได้บัตรคาเกี่ยวกับสิ่งที่มนุษย์สร้างข้ึนให้ไปยืนเรียงแถวและแสดงบัตรคาด้าน ซา้ ยมอื ครู โดยครใู ห้ สัญญาณนับ 1-3 กลุ่มไหนยนื เรียงแถวเสรจ็ กอ่ นและถูกตอ้ งเป็นฝ่ายชนะ ขั้นที่ 3 ข้ันหาองคป์ ระกอบรวม 3. ครพู านักเรียนเดนิ สารวจรอบโรงเรยี น - ให้นักเรียนยกตวั อยา่ งสงิ่ แวดลอ้ มที่โรงเรียนทม่ี นุษย์สร้างข้ึน (ตัวอย่างคาตอบ อาคารเรียน เสาธง รว้ั โรงเรยี น ป้ายโรงเรยี น) - ให้นักเรียนยกตัวอย่างสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่โรงเรียน (ตัวอย่างคาตอบ ผีเส้ือ พ้ืนดิน ดอกไม้) - ให้ครูอธิบายถึงประโยชน์และความสาคัญของส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติ ครูยกตัวอย่าง สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติท่ีสาคัญ ได้แก่ อากาศ น้า และดิน โดยครูใช้คาถามให้นักเรียนร่วมกันแสดงความ คดิ เหน็ ดงั นี้ นักเรยี นใช้อากาศทาอะไรบา้ ง (หายใจ) นกั เรียนใชน้ า้ ทาอะไรบา้ ง (อาบนา้ ด่ืม ชาระลา้ ง)
นักเรยี นใชด้ นิ ทาอะไรบา้ ง (ปลูกตน้ ไม้ ทาเครอ่ื งใช้ กอ่ สร้างบา้ นเรือน) เมือ่ สิ่งแวดล้อมมีประโยชน์และมคี วามสาคัญ นักเรียนควรปฏิบัติตอ่ สง่ิ แวดล้อมอย่างไรบ้าง (ครสู รปุ คาตอบของนักเรใยี ชนส้ เิ่ปงแ็นวแดผลนอ้ ภมาอพยลา่ งงบปนรกะรหะยดดั าน) ดูแลรักษาไมท่ าลาย ไมเ่ ปิ ดแอร์ทิ้งไว้ การปฏบิ ตั ิตน ไมท่ ิ้งของเสียหรือ ต่อสิ่งแวดล้อม ส่ิงปฏิกลู ลงแมน่ ้า ใชท้ รัพยากรธรรมชาติ ปลูกตน้ ไมเ้ พิ่ม เทา่ ท่ีจาเป็น เพ่อื ลดภาวะโลกร้อน มนุษย์สร้างส่ิงต่าง ๆ ข้ึนเพื่ออะไร (ตัวอย่างคาตอบ เพ่ืออานวยความสะดวกสบายในการ ดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั เชน่ ผลิตรถยนตเ์ พอ่ื ใหเ้ ดินทางเร็วข้ึน) ข้นั ที่ 4 ขั้นสรุปความรู้ 4. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังน้ี ส่งิ แวดล้อมท่ีอยู่รอบตัว มีทัง้ ส่งิ ทเี่ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาตแิ ละส่งิ ทีม่ นษุ ย์สร้างข้นึ ล้วนมีความเก่ยี วข้องสัมพันธ์กันและมปี ระโยชน์ตอ่ การดารงชวี ติ ของมนุษย์ 5. ให้นกั เรยี นทาใบงานที่ 7.1 เร่อื ง การจาแนกส่งิ ตา่ ง ๆ รอบตัว บูรณาการ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย - การอา่ นคา
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ จุดประสงค์ วิธีประเมนิ เคร่ืองมือ เกณฑ์ 1. แยกแยะสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึน้ เอง ตรวจใบงานที่ 7.1 ใบงานท่ี 7.1 เร่อื ง การ นกั เรียนมพี ฤตกิ รรม ตามธรรมชาตแิ ละสง่ิ ที่มนุษย์สรา้ ง เรอื่ ง การจาแนกสง่ิ ต่าง ขน้ึ (K) ๆ รอบตวั จาแนกสง่ิ ต่าง ๆ รอบตวั แยกแยะสงิ่ ต่าง ๆ รอบตัวทเ่ี กดิ ข้ึนเอง ตามธรรมชาตแิ ละท่ี มนษุ ย์สร้างข้นึ ระดบั ดีขึ้นไป ถือว่าผา่ น เกณฑ์ 2. จาแนกสง่ิ ต่าง ๆ รอบตวั ที่เกดิ ข้ึน แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนสามารถใน เองตามธรรมชาติและส่ิงท่ีมนุษย์ สร้างข้ึน (P) การจาแนกสิ่งต่างๆ รอบตัวท่เี กดิ ขึ้นเอง ตามธรรมชาติและที่ มนุษยส์ ร้างขึ้น ระดบั 5 ขอ้ ข้นึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์ 3. สนใจศึกษาเรียนรสู้ งิ่ แวดล้อมตา่ ง แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นมีพฤตกิ รรม ๆ ท่อี ย่รู อบตวั (A) ระดับดขี ึ้นไป ถือว่า ผ่านเกณฑ์ สอื่ การเรียนรู้ 1. บัตรภาพ สง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตัว
ใบงานที่ 7.1 วชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 5 ภูมิศาสตร์ ส 5.1 ป.1/1 เรอ่ื ง การจาแนกสิ่งตา่ ง ๆ รอบตัว ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 ช่อื ........................................................................................ชั้น.......................เลขที่......................... คาชีแ้ จง : ใหน้ ักเรยี นแยกประเภทของส่ิงแวดล้อมรอบตวั ว่าส่ิงไหนเป็นส่ิงที่เกดิ ขึ้นเองตามธรรมชาติ และส่ิง ไหนทเ่ี ปน็ ส่ิงที่มนุษย์สร้างขนึ้ สง่ิ แวดลอ้ มทเี่ กดิ ขน้ึ เองตาม สงิ่ แวดลอ้ มทมี่ นษุ ยส์ รา้ งขนึ้ ธรรมชาติ
ฉบบั เฉลย ใบงานท่ี 7.1 วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม สาระท่ี 5 ภมู ศิ าสตร์ ส 5.1 ป.1/1 เรอ่ื ง การจาแนกสิ่งตา่ ง ๆ รอบตวั ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 ชอ่ื ........................................................................................ช้นั .......................เลขที่......................... คาชีแ้ จง : ให้นกั เรียนแยกประเภทของส่งิ แวดล้อมรอบตวั ว่าส่ิงไหนเป็นสงิ่ ทเ่ี กดิ ข้นึ เองตามธรรมชาติ และสิ่ง ไหนทีเ่ ปน็ ส่งิ ที่มนษุ ยส์ ร้างขน้ึ สงิ่ แวดลอ้ มทเี่ กดิ ขน้ึ เองตาม สง่ิ แวดลอ้ มทมี่ นษุ ยส์ รา้ งขนึ้ ธรรมชาติ - ป่ าไม้ - รถยนต์ - ทะเล - บา้ น - น้าตก - โรงเรียน - แม่น้า - โทรศพั ท์ - พระอาทิตย์ - โทรทศั น์ - สตั วป์ ่ า - แกว้ น้า - กอ้ นเมฆ - ของเลน่
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษาฯ วิชาสังคมศกึ ษาฯ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 1 เวลา ๖ ช่ัวโมง หนว่ ยท่ี 7 เร่ือง สงิ่ รอบตัว แผนผงั ตาแหนง่ ทิศ เวลา 1 ช่วั โมง เรอื่ ง ตาแหน่งและระยะ มาตรฐานการเรยี นรู้ ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซึ่งมีผลต่อกันและกันใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ สารสนเทศอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตวั ชี้วัด ส 5.1 ป.1/2 ระบคุ วามสัมพนั ธข์ องตาแหนง่ ระยะ ทิศของส่ิงต่าง ๆ รอบตัว จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ส่ตู ัวชี้วัด 1. ระบคุ วามสมั พันธข์ องตาแหนง่ ระยะ ทิศของสงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตวั ได(้ K) 2. หาตาแหน่งและระยะของสิง่ ต่าง ๆ ไดด้ ้วยตนเอง (P) 3. เหน็ ประโยชน์ของการรูต้ าแหน่ง ระยะของสง่ิ ต่าง ๆ (A) สาระสาคญั สิ่งตา่ ง ๆ รอบตัวเรามีท่ตี งั้ และทอี่ ยู่ มีระยะท่ีสมั พันธ์กนั สาระการเรียนรู้ 1. ส่ิงท้งั หลายมีตาแหนง่ 2. สิ่งทั้งหลายสัมพนั ธ์กนั ด้วยระยะ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ มีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่ันในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปญั หา
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ข้นั ท่ี ๑ ขนั้ เตรียมนกั เรียน 1. ให้นักเรียนสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องเรยี น จากนั้นใหน้ ักเรยี นร่วมกนั แสดง ความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถาม ดงั นี้ โตะ๊ ครูตง้ั อยู่ทใ่ี ด (ต้ังอยู่หน้าห้องเรียน) ถังขยะตัง้ อยู่ที่ใด (หลังห้องเรยี น) หนงั สอื เรยี นของนักเรยี นอยทู่ ี่ใด (ในกระเป๋านักเรยี น/บนโตะ๊ เรียน) หอ้ งเรียนต้ังอยู่ทใี่ ด (ต้งั อย่บู นชั้น 2 ของอาคารเรยี น/อยใู่ นโรงเรียน) จากนน้ั ครอู ธบิ ายให้นักเรียนฟงั เพิ่มเตมิ ว่า สิ่งตา่ ง ๆ มีตาแหนง่ ท่ีตง้ั และตาแหน่งทอี่ ยทู่ ้ังส้นิ ขั้นที่ 2 ข้ันเสนอตัวอยา่ ง 2. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับระยะของส่ิงต่าง ๆ โดยยกตวั อย่างของส่ิงต่าง ๆ ใน หอ้ งเรียน ดังนี้ นักเรียนคนใดนงั่ อยู่ใกลค้ รูมากทีส่ ดุ นักเรียนคนใดน่งั อยู่ไกลจากครูมากทสี่ ุด นักเรียนที่นงั่ อยใู่ กล้ครกู บั นักเรียนท่ีนัง่ อยไู่ กลจากครู ถา้ ต้องเดนิ มาหาครู นกั เรียนคนไหน จะถงึ ก่อน เพราะเหตุใด จากน้นั ครูอธิบายให้นกั เรียนฟังเพ่ิมเติมว่า ระยะ คือ ความห่างของตาแหน่งทต่ี ้งั ของสิ่งต่าง ๆ ส่งิ ต่าง ๆ รอบตัวเรามตี าแหน่งท่ตี ้ัง และระยะทแี่ ตกต่างกัน เช่น หอ้ งเรียนอยูไ่ กลจากห้องสมุด ห้องเรยี นอยใู่ กล้ ห้องพยาบาล ดงั นั้น การเดนิ ไปห้องสมุดจึงใช้เวลามากกว่าการเดนิ จากห้องเรียน ไปหอ้ งพยาบาล - ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คาถาม ดงั นี้ นกั เรยี นจะใชอ้ ุปกรณใ์ ดในการวดั ระยะหา่ งของสิ่งต่าง ๆ (ตัวอยา่ งคาตอบ ไม้บรรทดั ตลบั เมตร) ถา้ นกั เรยี นไม่มอี ุปกรณท์ ี่ใชว้ ดั ระยะ นกั เรยี นจะใช้ส่ิงใดแทน (ตัวอยา่ งคาตอบ สว่ นต่าง ๆ ของรา่ งกาย เชน่ ใช้มือในการวัดคบื ใช้แขนในการวัดศอก วดั วา ใช้ขาในการนับกา้ ว) ขน้ั ท่ี 3 ขนั้ หาองค์ประกอบรวม 3. ครูแจกอุปกรณท์ ใี่ ช้ในการหาระยะของสิ่งตา่ ง ๆ แลว้ ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม จดบนั ทกึ ระยะหา่ งของตาแหนง่ ของส่ิงต่าง ๆ รอบตวั ทงั้ การหาระยะโดยใชอ้ ปุ กรณ์และใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ขนั้ ที่ 4 ขั้นสรุปความรู้ 4. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้ ตาแหน่งที่ตั้งของส่ิงตา่ ง ๆ และระยะมคี วามสัมพันธ์กัน ระยะเม่ือใชก้ บั ตาแหนง่ ทต่ี ัง้ จะได้ ระยะทาง ระยะเมื่อเอาไปใช้กับเวลาจะได้ระยะเวลา 5. ให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ชค้ าถามท้าทาย ดงั นี้ การร้ตู าแหนง่ และระยะของสิ่งต่าง ๆ มปี ระโยชน์อย่างไร บูรณาการ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย - การอ่านคา
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ วิธีประเมนิ เครื่องมือ เกณฑ์ 1. ระบคุ วามสมั พันธ์ของตาแหน่ง แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระยะ ทิศของส่ิงต่าง ๆ รอบตัวได(้ K) (แผนผงั ความคิดลงสมดุ ) (แผนผังความคดิ ลงสมุด) นกั เรยี นระบุ ความสัมพันธข์ อง 2. หาตาแหนง่ และระยะของสิง่ ตา่ ง แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ตาแหนง่ ระยะ ทศิ ๆ ได้ดว้ ยตนเอง (P) ของสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตัว แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ได้ ระดบั ดีข้นึ ไป ถอื 3. เห็นประโยชน์ของการรู้ตาแหน่ง วา่ ผ่านเกณฑ์ ระยะของสงิ่ ต่าง ๆ (A) นักเรยี นสามารถหา ตาแหนง่ และระยะ ของสงิ่ ตา่ ง ๆ ไดด้ ว้ ย ตนเอง ระดับ5 ข้อ ขน้ึ ไปถือว่าผ่าน เกณฑ์ นกั เรียนมพี ฤตกิ รรม ระดบั ดีขนึ้ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ สอ่ื การเรียนรู้ 1. อปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการวดั ระยะ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 4 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 เวลา ๖ ช่ัวโมง หนว่ ยที่ 7 เร่ือง ส่ิงรอบตวั แผนผงั ตาแหน่ง ทิศ เวลา 1 ชัว่ โมง เร่อื ง ตาแหน่ง ระยะ และทศิ ของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา มาตรฐานการเรยี นรู้ ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซึ่งมีผลต่อกันและกันใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่ีและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ สารสนเทศอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ตัวช้วี ัด ส 5.1 ป.1/2 ระบคุ วามสัมพันธข์ องตาแหนง่ ระยะ ทศิ ของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว จุดประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ูต่ ัวชี้วัด 1. บอก ตาแหน่ง ระยะ ทิศของสง่ิ ต่าง ๆ รอบตัวได้ (K) 2. แสดงวธิ ีการบอกความสัมพันธ์ระหวา่ งตาแหนง่ ระยะ ทิศของส่งิ ตา่ ง ๆ (P) 3. ใช้ประโยชน์จากการรทู้ ิศตา่ ง ๆ ให้เกดิ ประโยชน์ต่อตนเอง (A) สาระสาคัญ ทิศทง้ั 4 บอกความสัมพันธร์ ะหว่างตาแหน่ง ระยะใกลไ้ กลของสง่ิ ตา่ ง ๆ ท่อี ยู่รอบตวั สาระการเรยี นรู้ ทิศหลักทง้ั 4 ทิศ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ความสามารถในการคิด ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ขัน้ ท่ี ๑ ขน้ั เตรยี มนกั เรียน 1. ครเู ตรียมบัตรคาช่ือทิศตา่ ง ๆ ให้นกั เรยี นฝกึ อา่ นและตอบคาถาม ดงั นี้ ทิศเหนือ ทิศตะวนั ตก ทิศตะวนั ออก ทิศใต้ ทศิ ตะวนั ออกคือ (ทิศท่ีดวงอาทติ ย์ข้นึ ) ทิศตะวันตกคือ (ทศิ ที่ดวงอาทิตยต์ กดิน) ครูอยดู่ ้านทิศใดของนกั เรยี น (ตวั อยา่ งคาตอบ ทิศเหนือ) นกั เรียนอยู่ทางด้านทิศใดของครู (ตวั อยา่ งคาตอบ ทิศใต้) ขั้นท่ี ๒ ขนั้ เสนอตัวอยา่ ง 2. ครูใหน้ กั เรยี นจานวน 5 คน ออกมาหน้าชัน้ เรียน โดยทเ่ี ดก็ นักเรียนหญิง 3 คน นกั เรยี นชาย 2 คน จากนั้นให้นกั เรียนจดั ตาแหน่งตามแผนภาพ ดงั น้ี ทิศเหนือ ทิศตะวนั ตก เดก็ หญิง เด็กชาย เด็กหญิง ทิศตะวนั ออก ง ข จ เด็กหญิง ก เดก็ ชาย ค ทิศใต้
โดยครูให้นักเรียนหันหลังให้กระดานหน้าช้ันเรียน หันหน้าไปทางเพ่ือนในชั้นเรียน จากนั้นให้แต่ละ คนบอกตาแหน่งท่ีอยู่ของตนและตาแหน่งของเพื่อนแต่ละคนอยู่ทางทิศใดของตนเอง และถัดจากเพื่อนไปเปน็ ทิศอะไร จนครบทั้ง 5 คน โดยครูคอยให้การแนะนา ขั้นท่ี 3 ข้ันหาองค์ประกอบรวม 3. ครใู ห้นกั เรียนในช้นั เรยี นเขยี นระบุสิง่ ตา่ ง ๆ รอบตวั ลงในสมุดของตนเอง ว่าแต่ละส่ิงอยู่ทางทิศใดบา้ ง ดังตัวอย่างแผนภาพ ทิศเหนือ ทิศตะวนั ตก นกั เรียน ทิศตะวนั ออก ทิศใต้ จากนั้นครอู ธบิ ายเพ่ิมเติมว่า ทิศทาใหเ้ ราสามารถทราบที่อยูแ่ ละตาแหนง่ ของสิ่งต่าง ๆ บอกระยะใกล้ ไกลได้ - ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกย่ี วกับรอบรูอ้ าเซียน ดังน้ี ประเทศไทย ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพรมแดนติดต่อกับ ประเทศเพ่ือนบ้าน ดังน้ี ทิศเหนือติดกบั ประเทศเมียนมาและประเทศลาว ทิศตะวนั ตกติดกบั ทิศตะวนั ออกติดกบั ทะเลอนั ดามนั และ ประเทศลาว และ ประเทศเมียนมา ประเทศกมั พูชา ทิศใตต้ ิดอ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย ภาพแผนทอี่ าณาเขตประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
ข้นั ที่ ๔ ข้นั สรปุ ความรู้ 4. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้ ทศิ ทาให้บคุ คลสามารถรู้ความสัมพันธ์ระหว่างตาแหน่ง ระยะใกลไ้ กลของสิ่งต่าง ๆ ทอี่ ยรู่ อบตัว ของตนเอง 5. ให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คาถามทา้ ทาย ดังนี้ การรทู้ ิศ ระยะใกลไ้ กลมปี ระโยชน์ต่อการดาเนินชีวิตของนักเรยี นอย่างไร 6. ใหน้ กั เรียนทาใบงานที่ 7.2 เร่อื ง ความสมั พันธร์ ะหว่างตาแหน่ง ระยะ และทศิ ของสง่ิ ต่าง ๆ ที่อยู่ รอบตวั บูรณาการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย - การอ่านคา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ วิธีประเมิน เครือ่ งมอื เกณฑ์ 1. บอก ตาแหน่ง ระยะ ทิศของส่ิง ตรวจใบงานท่ี 7.2 เร่อื ง ใบงานที่ 7.2 เรอ่ื ง นกั เรียนบอก ต่าง ๆ รอบตวั ได้ (K) ตาแหน่ง ระยะ ทิศ ความสมั พันธ์ระหว่าง ความสมั พันธ์ระหวา่ ง ของสิ่งต่าง ๆ รอบตวั ได้ ระดบั ดขี ึน้ ตาแหนง่ ระยะ และทิศ ตาแหน่ง ระยะ และทิศ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ ของสิง่ ต่าง ๆ ท่อี ยู่ ของสิ่งตา่ ง ๆ ทีอ่ ยู่ รอบตัว รอบตัว 2. แสดงวธิ กี ารบอกความสมั พนั ธ์ แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม นกั เรียนแสดงวธิ กี าร ระหวา่ งตาแหน่ง ระยะ ทิศของสิ่ง บอกความสัมพนั ธ์ ตา่ ง ๆ (P) ระหว่างตาแหน่ง ระยะ ทิศของส่งิ ตา่ ง ๆ ระดับ5 ขอ้ ข้ึนไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ 3. ใชป้ ระโยชน์จากการรู้ทิศต่าง ๆ แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม นักเรยี นมีพฤตกิ รรม ให้เกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง (A) ระดบั ดีขนึ้ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ สอ่ื การเรียนรู้ 1. บตั รคาทศิ ทั้ง 4
ใบงานที่ 7.2 วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 5 ภมู ศิ าสตร์ ส 5.1 ป.1/2 เรอ่ื ง ความสัมพนั ธ์ระหว่างตาแหน่ง ระยะ และทศิ ของส่ิงตา่ ง ๆ ทอ่ี ยู่รอบตวั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 ช่ือ........................................................................................ชนั้ .......................เลขที่.........................
ใบงานที่ 7.2 วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 5 ภมู ศิ าสตร์ ส 5.1 ป.1/2 เรอ่ื ง ความสัมพนั ธ์ระหว่างตาแหน่ง ระยะ และทศิ ของส่ิงตา่ ง ๆ ทอ่ี ยู่รอบตวั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1 ช่ือ........................................................................................ชนั้ .......................เลขที่.........................
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 5 กลุ่มสาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 1 เวลา ๖ ช่ัวโมง หนว่ ยท่ี 7 เรอ่ื ง ส่งิ รอบตวั แผนผัง ตาแหนง่ ทิศ เวลา 1 ชวั่ โมง เร่อื ง แผนผังและการใช้แผนผัง มาตรฐานการเรียนรู้ ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อกันและกันใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่ีและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ สารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ตัวช้ีวดั ส 5.1 ป.1/4 ใช้แผนผังงา่ ย ๆ ในการแสดงตาแหนง่ ของสิ่งตา่ ง ๆ ในห้องเรียน จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด 1. อธบิ ายการใชแ้ ผนผงั ง่าย ๆ ในการแสดงตาแหนง่ ของสิ่งตา่ ง ๆ ในหอ้ งเรยี น(K) 2. แสดงวธิ ีการเขยี นแผนผัง (P) 3. สนใจศึกษาเรยี นรู้ และตระหนักนกึ ความสาคัญของการเขียนแผนผัง (A) สาระสาคัญ แผนผงั เป็นเคร่อื งมอื ท่ไี ด้จากการเขยี นย่อ หรือขยายจากของจริงเพอ่ื แสดงให้เหน็ ภาพรวมของสถานท่ี ตา่ ง ๆ สาระการเรียนรู้ การใช้ทิศท้งั 4 กาหนดแผนผัง คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมัน่ ในการทางาน สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ขน้ั ที่ 1 ขนั้ เตรียมนกั เรียน 1. ครเู ขียนแผนภาพ ทิศทั้ง 4 บนกระดาน โดยเขยี นรูปส่เี หล่ียมผนื ผา้ ลงบนกระดาน ทิศเหนือ ทิศตะวนั ตก ภายในบริเวณโรงเรียน ทิศตะวนั ออก ทิศใต้ ขั้นท่ี ๒ ขั้นเสนอตัวอย่าง 2. จากนั้นครใู ห้นักเรียนรว่ มกนั สารวจสถานทตี่ ่าง ๆ ภายในบริเวณโรงเรยี นวา่ แตล่ ะ ทิศ มสี ถานทีส่ าคัญอะไรบ้าง ดงั นี้ ตัวอย่าง ทศิ เหนือ มีอาคารอเนกประสงค์ เสาธง โรงอาหาร ทิศตะวนั ออก มีอาคารเรียน 1 อาคารเรียน 2 สนามเดก็ เลน่ ตรงกลาง มีสนามฟตุ บอล ทิศตะวันตก มหี อประชมุ ท่ีจอดรถ ทิศใต้ มปี ระตเู ขา้ -ออก ของโรงเรียน และรั้วหนา้ โรงเรียน ข้ันท่ี 3 ขั้นหาองค์ประกอบรวม 3. ครแู ละนักเรยี นชว่ ยกนั จัดสถานทตี่ ่าง ๆ ของโรงเรียนตามขอ้ มูลทส่ี ารวจจากข้อ 1 ลงในตาราง ส่ีเหลย่ี มบนกระดาน โดยครูถามนกั เรียนและเขียนลงเป็นแผนผงั ทีละทิศจนครบทกุ ทิศ ตัวอย่างแผนผงั โรงเรยี น เมือ่ ครแู ละนักเรยี นจดั สถานท่ีตา่ ง ๆ ของโรงเรยี นลงในแผนผังเสร็จ ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกันสนทนา โดยครใู ชค้ าถาม ดังน้ี นกั เรยี นมองเห็นภาพโดยรวมของโรงเรยี นตนเองชัดเจนหรือไม่ (ตัวอยา่ งคาตอบ ชดั เจน)
กรอบสเ่ี หลย่ี มบนกระดานบอกสถานท่ตี ่าง ๆ ของโรงเรยี นเรยี กว่า.... (แผนผังของโรงเรียน) สรุปแล้วนักเรียนเข้าใจคาว่า แผนผังว่าอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ แผนผัง คือ การเขียนย่อ สถานท่ตี ่าง ๆ จากของจรงิ ลงเปน็ ภาพเพื่อให้เหน็ ภาพโดยรวมทง้ั หมดของสถานที่นน้ั ๆ หรือสามารถเขียน ขยายจากสง่ิ ของทเ่ี ล็กใหเ้ ห็นชดั เจนข้ึนได้ เชน่ แผนผังของวงจรคอมพวิ เตอร์) นักเรียนสามารถบอกสถานท่ีต่าง ๆ ตามแผนผังของโรงเรียนได้โดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์ (ตัวอย่างคาตอบ ใชท้ ิศท้ัง 4 ระบุตาแหน่งของสถานทน่ี ั้นโดยการดูจากแผนผัง) ดังน้นั การเขียนหรือดแู ผนผงั ทุกครั้งตอ้ งสังเกตจากอะไร (ตัวอยา่ งคาตอบ จากทิศทีต่ ั้งหรือ ตาแหน่งที่อยู่ของสถานท่ี) 4. ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 2 กลุม่ โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มระบุสถานท่ตี ัง้ ตาแหน่งของสถานที่ต่าง ๆ ของ โรงเรียน ตามแผนผังข้อที่ 1 ลงในกระดาษท่ีครแู จกให้ ดงั น้ี สนามฟุตบอลอยู่ทางทิศใดของเสาธง ____________________________________ ท่ีจอดรถอยู่ทางทิศใดของหอประชมุ ____________________________________ อาคารเรยี น 2 อยูท่ างทิศใดของอาคารเรียน 1 ______________________________ โรงอาหารอย่ตู ดิ กับสถานที่ใดบา้ ง ______________________________________ เมื่อกล่มุ ใดชว่ ยกนั ทาเสร็จก่อนหรือตอบถกู ต้องมากที่สดุ ให้เปน็ ผ้ชู นะ โดยครใู ห้คาแนะนาเพ่ิมเติม ข้ันที่ 4.ขน้ั สรปุ ความรู้ 5. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ความรู้ ดังนี้ แผนผังเป็นเครื่องมือเพ่ือแสดงให้เห็นภาพโดยรวมของสถานที่ตา่ ง ๆ โดยการเขียนย่อหรือขยาย จากของจริง 6. ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใชค้ าถามท้าทาย ดังน้ี นักเรยี นจะนาความรู้การใชแ้ ผนผงั ไปใชป้ ระโยชน์อยา่ งไรบ้าง บรู ณาการ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย - การอา่ นคา
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จดุ ประสงค์ วธิ ปี ระเมิน เครือ่ งมือ เกณฑ์ 1. อธิบายการใช้แผนผังง่าย ๆ ใน การแสดงตาแหน่งของส่งิ ต่าง ๆ ใน แบบสงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนอธบิ ายการ ห้องเรยี น(K) (แผนผังความคิดลงสมดุ ) (แผนผังความคิดลงสมดุ ) ใชแ้ ผนผงั ง่าย ๆ ใน 2. แสดงวธิ กี ารเขยี นแผนผงั (P) การแสดงตาแหน่ง ของส่งิ ตา่ ง ๆ ใน หอ้ งเรยี น ระดบั ดขี น้ึ ไป ถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์ แบบสงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี น แสดงวิธีการ เขียนแผนผัง ระดับ5 ขอ้ ขึน้ ไปถือว่าผา่ น เกณฑ์ 3. สนใจศึกษาเรียนรู้ และตระหนกั แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนมพี ฤติกรรม นกึ ความสาคัญของการเขยี นแผนผัง ระดบั ดขี ้ึนไป ถือว่า (A) ผ่านเกณฑ์ สอื่ การเรยี นรู้ ภาพแผนผังสถานศึกษา
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศกึ ษาฯ วิชาสังคมศึกษาฯ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1 เวลา ๖ ช่ัวโมง หนว่ ยที่ 7 เรอื่ ง สิ่งรอบตัว แผนผงั ตาแหน่ง ทิศ เวลา 1 ชว่ั โมง เร่อื ง แผนผังห้องเรยี น มาตรฐานการเรียนรู้ ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อกันและกันใน ระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่ีและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป และใช้ข้อมูลภูมิ สารสนเทศอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ตวั ช้วี ัด ส 5.1 ป.1/4 การใช้แผนผงั งา่ ย ๆ ในการแสดงตาแหนง่ ของสิ่งตา่ ง ๆ ในห้องเรยี น จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้สตู่ วั ช้ีวัด 1. อธบิ ายการใช้แผนผงั งา่ ย ๆ ในการแสดงตาแหนง่ ของสิ่งตา่ ง ๆ ในหอ้ งเรยี น(K) 2. แสดงวิธกี ารใช้แผนผังหอ้ งเรยี นให้เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเอง (P) 3. สนใจเรียนรู้การใช้แผนผังหอ้ งเรยี นใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อตนเอง (A) สาระสาคัญ การใชแ้ ผนผังห้องเรยี น ช่วยใหร้ ตู้ าแหนง่ ทศิ และสิ่งต่าง ๆ ทีอ่ ยู่ภายในห้องเรียน สาระการเรียนรู้ แผนผงั ห้องเรยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ มวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มัน่ ในการทางาน สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นท่ี 1 ขั้นเตรยี มนักเรยี น 5. ครูให้นักเรียนช่วยกันสารวจห้องเรียน โดยให้นักเรียนยืนอยู่รวมกันกลางห้องเรียน ให้ครูเขียนรูป เรขาคณิตสี่เหลย่ี มผนื ผ้าลงบนกระดานพร้อมบอกทิศและตาแหน่งของนกั เรียน ทิศเหนือ ทิศตะวนั ตก นกั เรียน ทิศตะวนั ออก ทิศใต้ จากนั้นใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกครวู า่ แต่ละทศิ ภายในห้องเรยี นมีอะไรบา้ ง ดงั นี้ ตัวอย่าง ทศิ เหนือ มภี าพแผนที่ กระดาน ภาพตัวอกั ษรไทย โตะ๊ ครู ทศิ ตะวนั ออก เปน็ ประตูเข้า-ออก 2 ขา้ ง ทิศตะวันตก มหี น้าต่างระบายอากาศ 5 ช่อง ตรงกลางห้อง มีโต๊ะนักเรยี น 4 แถว แถวละ 3 ตวั ทิศใต้ เปน็ ฝากัน้ ผนงั ห้องเรียน เม่ือสารวจเสรจ็ แล้ว ครูให้นักเรยี นนั่งท่ีนงั่ ของตนเอง ขั้นที่ 2 ขนั้ เสนอตัวอยา่ ง 2. ครแู ละนักเรยี นช่วยกันนาข้อมลู การสารวจห้องเรียนของตนเองจัดลงในตาราง สเ่ี หลี่ยมผืนผ้าที่เขียนไวบ้ นกระดาน ดงั น้ี ตัวอยา่ งแผนผังห้องเรยี น
เมื่อครูจัดแผนผงั ห้องเรียนบนกระดานเสรจ็ ครใู ห้นกั เรียนออกมาชี้ตาแหนง่ ทีต่ นเองอยู่ จนครบจานวน นักเรียน จากนน้ั รว่ มกันสนทนา โดยครูใชค้ าถาม ดงั น้ี นกั เรยี นสามารถบอกตาแหนง่ ของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องเรยี นไดห้ รือไม่ (ตวั อย่างคาตอบ ได้ ครบั /ไดค้ ่ะ) กระดาน ภาพแผนที่ ภาพอักษรไทยอยู่ทางทิศใดของนักเรียน (อยู่ทางด้าน ทิศเหนือของ ห้องเรยี น) ประตู หน้าต่างอยู่ทางทศิ ใดของห้องเรียน (ประตูอยทู่ างทิศตะวนั ออกของห้องเรียน หนา้ ต่างอยู่ทางทศิ ตะวนั ตกของหอ้ งเรยี น) ทิศใต้ด้านหลังนกั เรยี นเป็นอะไร (ฝาผนงั กน้ั หอ้ งเรยี น) ขนั้ ท่ี 3 ขั้นหาองค์ประกอบรวม 3. ครูให้นักเรียนชว่ ยกนั บอกประโยชน์ของการเรยี นรแู้ ผนผังห้องเรียน โดยครูใช้คาถาม ดังน้ี การสารวจและเขียนแผนผงั หอ้ งเรยี นมีประโยชนต์ ่อนักเรยี นอย่างไร (ตัวอยา่ งคาตอบ ชว่ ยให้ มองเห็นภาพรวม ตาแหนง่ และทศิ ทางของสิ่งตา่ ง ๆ ทอ่ี ยภู่ ายในหอ้ งเรียน) นักเรียนจะใช้แผนผังให้เกิดประโยชน์ต่อห้องเรียนของเราอย่างไร (ตัวอย่างคาตอบ จัดวาง สง่ิ ของใหเ้ ป็นระเบยี บและจัดห้องใหน้ ่าเรยี น) ขั้นที่ 4 ขน้ั สรุปความรู้ 4. ให้นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี การใช้แผนผงั ห้องเรยี นช่วยให้รู้ตาแหน่งและทิศทางของส่งิ ต่าง ๆ ทอ่ี ยภู่ ายในห้องเรียน ทาให้ สามารถจัดห้องเรยี นใหม้ คี วามเปน็ ระเบยี บ น่าเรยี น 5. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้ นักเรยี นนาความรู้จากการจัดแผนผังหอ้ งเรยี นไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนต์ ่อตนเองได้อย่างไร ๖. ใหน้ ักเรยี นทาชิน้ งานท่ี 7.1 เรือ่ ง ทาแผนผงั ห้องเรียนระบุตาแหนง่ บูรณาการ กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย - การอา่ นคา
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ จุดประสงค์ วิธีประเมนิ เครอื่ งมือ เกณฑ์ 1. อธบิ ายการใชแ้ ผนผงั ง่าย ๆ ใน การแสดงตาแหน่งของสิ่งตา่ ง ๆ ใน ตรวจชนิ้ งานท่ี 7.1 เร่อื ง ชิ้นงานที่ 7.1 เรอ่ื ง ทา นักเรียนอธิบายการ ห้องเรียน(K) ใชแ้ ผนผังง่าย ๆ ใน ทาแผนผังหอ้ งเรยี นระบุ แผนผังห้องเรยี นระบุ การแสดงตาแหน่ง 2. แสดงวธิ ีการใชแ้ ผนผงั ห้องเรียน ของสิ่งต่าง ๆ ใน ให้เกิดประโยชนต์ ่อตนเอง (P) ตาแหนง่ ตาแหน่ง ห้องเรยี น ระดับดีขึ้น ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ 3. สนใจเรียนรกู้ ารใช้แผนผงั แบบสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ห้องเรยี นใหเ้ กิดประโยชน์ต่อตนเอง นักเรยี นแสดง (A) แบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม วิธกี ารใช้แผนผงั หอ้ งเรียนใหเ้ กิด ประโยชน์ต่อตนเอง ระดับ5 ขอ้ ข้นึ ไปถือ วา่ ผ่านเกณฑ์ นกั เรียนมีพฤตกิ รรม ระดับดขี ึ้นไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ ส่อื การเรยี นรู้ 1. แผนผงั หอ้ งเรยี นบนกระดาน
บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้ สรุปผลหลังการจัดการเรยี นรู้ 1.นักเรียนจานวน ............. คน ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ............ คน คิดเป็นร้อยละ ................ ไม่ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนร.ู้ ...................คน คิดเปน็ ร้อยละ..................... 2. แนวทางแกไ้ ขนกั เรยี นท่ีไม่ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ .......................................................................................................................... .................................. ............................................................................................................................. ............................... 3.คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ไม่ผ่าน............คน ผา่ น............คน ดี...............คน ดเี ยยี่ ม..............คน ระดับดีขึ้นไป ร้อยละ..................... 4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ไม่ผ่าน...........คน ผา่ น............คน ด.ี ..............คน ดีเยยี่ ม.............คน ระดับดขี น้ึ ไป ร้อยละ..................... 5.นกั เรยี นเกดิ ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 ใดบา้ ง ทาเคร่อื งหมาย ในช่องวา่ งที่ตรงกบั ทักษะท่ีเกิด การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ไขปัญหา การสร้างสรรค์ ความเขา้ ใจความตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ การสอื่ สาร ดา้ นความรว่ มมือ การทางานเป็นทีมและภาวะผนู้ า ทกั ษะการเปล่ียนแปลง การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร ทักษะอาชพี และทักษะการ เรียนรู้ ผลการจัดการเรียนการสอน/ปญั หา/ อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 เรอื่ ง สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตวั เรา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ........................................................................................................................................... ............................... แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 เรือ่ ง การจาแนกสงิ่ ต่าง ๆ รอบตัว ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ................................................................................................................................................ ........................... แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 เรือ่ ง ตาแหนง่ และระยะ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. ..............................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 เรื่อง ตาแหน่ง ระยะ และทิศของสิง่ ต่าง ๆ รอบตัวเรา ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 เรอ่ื ง แผนผังและการใช้แผนผงั ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง แผนผงั ห้องเรยี น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ลงช่ือ.................................................. (นางสาวจรี วรรณ ปฏิวงศ์) ตาแหนง่ ครู ความคิดเหน็ หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้/ผทู้ ่ีได้รบั มอบหมาย ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รับรอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื …………………………………………………… (นางสาวจรี วรรณ ปฏวิ งศ์ ) หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ...................../......................./๒๕๖4
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา ตรวจ/นเิ ทศ/เสนอแนะ/รบั รอง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ............................................................................................................................. .............................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ…………………………………………………… (นางสาวกนั ยาภทั ร ภัทรโสตถิ) ผอู้ านวยการโรงเรยี นวดั พืชนิมติ (คาสวัสด์ิราษฎร์บารงุ ) ...................../......................./๒๕๖4
พ.น./วก. 02 แบบประเมินการทากจิ กรรมของนักเรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 เร่อื ง ส่ิงรอบตัว แผนผงั ตาแหนง่ ทิศ วิชา สังคมศึกษา ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 คาชแี้ จง : ให้ครูผู้สอน สงั เกตการปฏิบัติ/ทากิจกรรมของนักเรียน โดยเขียนระดบั คะแนนลงในตาราง ให้ตรงกบั ความสามารถของผู้เรยี น รวม สรุปผลการทา ิกจกรรม และใบงาน การ ่รวม ิกจกรรมกลุ่ม เลขท่ี ชอ่ื -สกลุ การบัน ึทกผลการทา ิกจกรรม การ ัจดกระทา ้ขอ ูมลและการนาเสนอ การสรุปผลการทา ิกจกรรม คะแนนเ ็กบ 20 5 ไม่ คะแนน คะแนน ผา่ น ผ่าน ลงชอ่ื ..................................................................... ผปู้ ระเมิน
โรงเรียนวดั พืชนมิ ติ (คาสวัสดริ์ าษฎรบ์ ารุง) แบบประเมินหน่วยการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 7 เรอื่ ง ส่งิ รอบตัว แผนผัง ตาแหน่ง ทศิ เวลาท่ีใช้ 6 ช่ัวโมง รหัสวชิ า ส 11101 รายวิชา สังคมศึกษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ครผู ู้สอน นางสาวจีรวรรณ ปฏิวงศ์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- -ระดับการประเมิน มคี วามสอดคลอ้ ง/เชอ่ื มโยง/เหมาะสม 5 หมายถงึ มากสุดทส่ี ดุ 4 หมายถงึ มาก 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถงึ นอ้ ย 1 หมายถงึ น้อยทีส่ ดุ ข้อ รายการประเมนิ ระดับคะแนน ท่ี 54321 1 ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรนู้ ่าสนใจ กะทัดรดั ชัดเจน ครอบคลุมเน้อื หาสาระ 2 มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ัด/ผลการเรยี นร/ู้ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคม์ คี วามเชื่อมโยงกนั อยา่ งเหมาะสม 3 ความสอดคล้องของสาระสาคัญ/ความคิดรวบยอดกบั มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวดั /ผล การเรยี นรู้ 4 ความสอดคล้องของสาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอดกบั สาระการเรียนรู้ 5 ความเชื่อมโยงสัมพนั ธ์กันระหวา่ งชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้วี ดั / ผลการเรียนรสู้ าระสาคญั /ความคิดรวบยอดสาระการเรียนรแู้ ละกิจกรรมการเรยี นรู้ 6 กจิ กรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้และสาระการ เรยี นรู้ 7 กิจกรรมการเรียนรูม้ คี วามครอบคลมุ ในการพฒั นาผู้เรียนใหม้ ีความรู้ทักษะ/กระบวนการ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 8 กิจกรรมการเรยี นรมู้ คี วามเหมาะสมสามารถนาผเู้ รยี นไปสู่การสร้างชิน้ งาน/ภาระงาน 9 มีการประเมนิ ผลตามสภาพจริงและสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด/กจิ กรรม การเรยี นรู้ 10 ประเดน็ และเกณฑก์ ารประเมินสามารถสะท้อนคณุ ภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 11 สือ่ การเรียนรูใ้ นแตล่ ะกจิ กรรม มีความเหมาะสมกบั เวลาและการนาไปประยุกต์ใชไ้ ด้จรงิ 12 กาหนดเวลาไดเ้ หมาะสมกบั กิจกรรม และสามารถนาไปปฏบิ ตั จิ รงิ ได้ ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................... ............................................................. ..................................................................................... .............................. ลงช่อื .................................................................. (.................................................................) ผปู้ ระเมิน
พ.น./วก. 03 โรงเรียนวัดพืชนิมติ (คาสวัสดิร์ าษฎรบ์ ารงุ ) สรุปผลการประเมินหน่วยการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 เร่อื ง ส่งิ รอบตัว แผนผัง ตาแหนง่ ทศิ เวลาทีใ่ ช้ 6 ชั่วโมง รหสั วชิ า ส 11101 รายวชิ า สังคมศึกษา ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 ครผู ู้สอน นางสาวจรี วรรณ ปฏิวงศ์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- แบบประเมนิ หน่วยการเรียนรู้ ซงึ่ เปน็ แบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) จานวน 12 ขอ้ มรี ะดับการประเมิน 5 ระดับ คือ 5 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชอ่ื มโยง/เหมาะสม มากที่สุด 4 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชอ่ื มโยง/เหมาะสม มาก 3 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชื่อมโยง/เหมาะสม ปานกลาง 2 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ ง/เชื่อมโยง/เหมาะสม นอ้ ย 1 หมายถงึ มคี วามสอดคล้อง/เชื่อมโยง/เหมาะสม นอ้ ยที่สุด ซ่งึ ถือเกณฑ์ในการแปลความหมายของคา่ เฉล่ีย ดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายความว่า มีความสอดคล้อง/เชื่อมโยง/เหมาะสม มากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายความวา่ มีความสอดคลอ้ ง/เช่ือมโยง/เหมาะสม มาก 2.50 – 3.49 หมายความวา่ มคี วามสอดคล้อง/เชื่อมโยง/เหมาะสม ปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายความว่า มีความสอดคล้อง/เชอื่ มโยง/เหมาะสม นอ้ ย 1.00 – 1.49 หมายความวา่ มคี วามสอดคล้อง/เชอื่ มโยง/เหมาะสม น้อยท่ีสุด คะแนนของผปู้ ระเมนิ คา่ การแปล ขอ้ ท่ี รายการประเมนิ คนท่ี คนที่ คนท่ี เฉล่ยี ความหมา ย 123 1 ชือ่ หน่วยการเรียนรนู้ า่ สนใจ กะทัดรดั ชัดเจน ครอบคลุมเน้ือหา สาระ 2 มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้/สมรรถนะสาคัญของ ผเู้ รยี น และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์มีความเชือ่ มโยงกนั อย่าง เหมาะสม 3 ความสอดคล้องของสาระสาคัญ/ความคิดรวบยอดกบั มาตรฐาน การเรียนรู/้ ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้ 4 ความสอดคล้องของสาระสาคัญ/ความคิดรวบยอดกบั สาระการ เรียนรู้ 5 ความเชอื่ มโยงสมั พันธ์กันระหวา่ งช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ัด /ผลการเรยี นรสู้ าระสาคัญ/ความคิดรวบยอด สาระการเรียนรแู้ ละกิจกรรมการเรียนรู้ 6 กจิ กรรมการเรยี นรสู้ อดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้ีวดั /ผล การเรยี นรแู้ ละสาระการเรยี นรู้
คะแนนของผูป้ ระเมิน คา่ การแปล ขอ้ ที่ รายการประเมิน คนที่ คนที่ คนท่ี เฉล่ยี ความหมาย 123 7 กิจกรรมการเรียนรู้มีความครอบคลมุ ในการพฒั นาผ้เู รยี นให้มี ความรทู้ ักษะ/กระบวนการ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น และ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 8 กจิ กรรมการเรียนรูม้ ีความเหมาะสมสามารถนาผเู้ รยี นไปสู่การ สรา้ งชิน้ งาน/ภาระงาน 9 มีการประเมินผลตามสภาพจริงและสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการ เรียนร้/ู ตวั ชวี้ ดั /กจิ กรรมการเรียนรู้ 10 ประเดน็ และเกณฑก์ ารประเมินสามารถสะท้อนคณุ ภาพผู้เรียนตาม มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้ 11 ส่ือการเรียนรู้ในแตล่ ะกจิ กรรม มีความเหมาะสมกบั เวลาและการ นาไปประยุกต์ใชไ้ ดจ้ ริง 12 กาหนดเวลาไดเ้ หมาะสมกับกิจกรรม และสามารถนาไปปฏิบัตจิ รงิ ได้ ภาพรวม สรปุ ผลการประเมิน ผ่าน (ความสอดคลอ้ ง/เช่ือมโยง/เหมาะสมตง้ั แต่ระดับปานกลางข้นึ ไป) ผ่าน (ความสอดคลอ้ ง/เช่อื มโยง/เหมาะสมต่ากวา่ ระดบั ปานกลาง) ลงช่ือ.......................................... (..........................................) ประธานกรรมการ ลงชือ่ .......................................... ลงชือ่ .......................................... (..........................................) (.........................................) กรรมการ กรรมการ
พ.น./วก. 04 โรงเรยี นวดั พชื นมิ ิต (คาสวัสดิ์ราษฎร์บารงุ ) แบบประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 7 เรือ่ ง สงิ่ รอบตัว แผนผัง ตาแหน่ง ทิศ เวลาท่ใี ช้ 6 ชัว่ โมง รหสั วชิ า ส 11101 รายวิชา สังคมศกึ ษา ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 1 ครผู สู้ อน นางสาวจรี วรรณ ปฏิวงศ์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- -ระดบั การประเมนิ 5 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมในระดับ ดีมาก 4 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมในระดบั ดี 3 หมายถงึ มคี วามเหมาะสมในระดบั ปานกลาง 2 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบั พอใช้ 1 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบั ปรบั ปรุง ข้อท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 54321 1 แผนการจัดการเรยี นรู้สอดคล้องสัมพนั ธ์กบั หน่วยการเรียนรู้ท่กี าหนดไว้ 2 แผนการจัดการเรียนรู้มอี งค์ประกอบสาคญั ครบถว้ นสมั พันธก์ ัน 3 การเขียนสาระสาคัญในแผนถูกต้อง 4 จุดประสงค์การเรียนรู้มีความชดั เจนครอบคลุมเนื้อหาสาระ 5 กาหนดเนื้อหาสาระเหมาะสมกบั เวลา 6 กจิ กรรมการเรยี นรู้สอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์และเน้ือหาสาระ 7 กิจกรรมการเรียนรสู้ อดคลอ้ งกบั จุดประสงค์และระดบั ชนั้ ของนกั เรียน 8 กจิ กรรมการเรยี นรมู้ ีความหลากหลายและสามารถปฏิบัตไิ ดจ้ รงิ 9 กิจกรรมการเรียนรู้เปน็ กิจกรรมทีส่ ่งเสริมกระบวนการคิดของนักเรยี น 10 กิจกรรมการเรยี นรู้สอดคลอ้ งแทรกคุณธรรมและคา่ นยิ มทีด่ ีงาม 11 กจิ กรรมการเรียนรูเ้ นน้ ให้ผ้เู รียนมสี ่วนรว่ มในช้นั เรยี น 12 วัสดอุ ปุ กรณ์ ส่ือ นวตั กรรมและเทคโนโลยีมีความหลากหลาย 13 วัสดุอปุ กรณ์ สอื่ และแหลง่ เรียนร้เู หมาะสมกบั เนอ้ื หาสาระ 14 ส่งเสริมให้ผู้เรียนคน้ คว้าหาความรู้ จากแหลง่ เรยี นร้ตู า่ งๆ 15 มกี ารวดั และประเมินผลทสี่ อดคล้องกบั จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
Search