Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

Description: งานวิจัย

Keywords: การเม,ืองการปกครอง

Search

Read the Text Version

33 เหตผุ ล มเี มตตาธรรม มคี วามเสมอภาคในสังคมมนษุ ย์ ด้วยเหตุน้ีแนวคดิ ประชาธิปไตยของพุทธเจ้าจึง สรุปไดว้ ่า ประชาธปิ ไตยต้องมธี รรมควบคูก่ ันไปดว้ ยจึงจะเปน็ ประชาธิปไตยท่ีสมบรู ณ์ 2.6 สภาพพน้ื ทศ่ี ึกษา 2.6.1 หลกั เกณฑก์ ารจัดต้ังเทศบาล โกวิทย์ พวงงาม (2552, หน้า 190) เทศบาลถือว่าเป็นหน่วยงานการปกครองท้องถ่ิน ท่จี ดั ตง้ั ขึน้ ในเขตชุมชนท่ีมีความเจริญและใช้ในการบริหารเมืองเป็นหลัก ในประเทศไทยเทศบาลเป็น รูปแบบการบริหารราชการส่วนท้องถ่ินในเขตชุมชนเมืองที่ใช้มาต้ังแต่ พ.ศ. 2476 และถูกปรับปรุง เปล่ียนแปลงมาตลอดจนกระทั่งหลักเกณฑ์ในการจัดต้ังเทศบาลในปัจจุบันคือ พระราชบัญญัติ เทศบาล (ฉบบั ท่ี 10) พ.ศ. 2542 โดยเทศบาลเมอื งมีหลกั เกณฑ์การจัดตงั้ ดังน้ี 1. ท้องถิ่นที่เป็นท่ีตั้งศาลากลางจังหวัดทุกแห่ง ให้ยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองได้โดยไม่ต้อง พิจารณาถึงหลกั เกณฑ์อ่นื ๆ ประกอบ 2. ส่วนท้องท่ีที่มิใช่เป็นท่ีต้ังศาลากลางจังหวัดจะยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง ต้องประกอบ ด้วยหลักเกณฑ์ ดังนี้ 2.1 เป็นท้องทท่ี ่มี ีพลเมอื งตั้งแต่ 10,000 คนข้นึ ไป 2.2 ราษฎรอยู่กันอย่างหนาแน่นไมต่ า่ กวา่ 3,000 คนต่อตารางกิโลเมตร 2.3 มีรายได้พอแก่การปฏบิ ตั หิ น้าท่อี นั ต้องทาตามที่กฎหมายกาหนดไว้ 2.4 มีพระราชกฤษฎกี ายกฐานะเป็นเทศบาลเมอื ง 2.6.2 ประวตั เิ ทศบาลเมอื งชุมแพ เทศบาลตาบลชุมแพได้ยกฐานะมาจากสุขาภิบาลชุมแพ โดยพระราชกฤษฎรีกาการจัดต้ัง เทศบาลตาบลชมุ แพ จงั หวดั ขอนแก่น พ.ศ. 2525 ไดป้ ระกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 102 ตอนท่ี 146 ลงวันท่ี 14 ตุลาคม 2528 จึงถือว่าเทศบาลตาบลชุมแพได้ดาเนินกิจการเทศบาลมาตั้งแต่วันท่ี 15 ตุลาคม 2528 เปน็ ตน้ มา ซงึ่ เปน็ วันที่พระ ราชกฤษฎีกามีผลบงั คับ และตอ่ มาเทศบาลตาบลชุมแพ ได้ยกฐานะจากเทศบาลตาบลชุมแพเป็นเทศบาลเมืองชุมแพ เมื่อวันท่ี 3 พฤศจิกายน 2547 ซ่ึงนายกเทศมนตรปี จั จุบันคือนายสมเกียรติ ดีบุญมี ณ ชุมแพ ได้รับการเลือกต้ังเป็น นายกเทศมนตรี โดยตรง เมือ่ วันท่ี 23 มกราคม 2548 มีพ้ืนท่ีประมาณ 24.55 ตารางกิโลเมตร รวม 3 ตาบล ตาบลชุมแพ ตาบลหนองไผ่ และ ตาบลไชยสอ ประกอบด้วยชมุ ชนเขตเทศบาลเมอื งชุมแพ ท้งั หมด 38 ชมุ ชน 1. ชมุ ชนกดุ ชมุ แพ 2. ชมุ ชนพรานราษฎร์ 3. ชุมชนนครชยั 1

34 4. ชุมชนนครชัย 2 5. ชุมชนหนองผือ 6. ชุมชนหนองทุ่ม 7. ชุมชนบ้านชุมแพ 8. ชมุ ชนตลาดเหนือ 9. ชมุ ชนตลาดใต้ 10. ชมุ ชนศรมี งคล 11. ชมุ ชนหนองใส 12. ชมุ ชนไผก่ ุดหิน 1 13. ชุมชนไผ่กุดหนิ 2 14. ชุมชนหนองหวา้ 15. ชุมชนใหม่สามคั คี 16. ชมุ ชนหนองโพนทอง 17. ชุมชนโคกสูง 18. ชุมชนหนองขาม 1 19. ชมุ ชนหนองขาม 2 20. ชุมชนหนองโดน 21. ชุมชนโนนแหลมทอง 22. ชุมชนโนนสาราญ 23. ชุมชนหนองคะเน 1 24. ชมุ ชนหนองคะเน 2 25. ชมุ ชนโชคชยั 26. ชมุ ชนมีชัย 27. ชมุ ชนหวั หนอง 28. ชุมชนสนั ติสุข 29. ชมุ ชนสวา่ งวารี 1 30. ชุมชนสวา่ งวารี 2 31. ชุมชนโนนศิลา 32. ชุมชนนาโพธ์ิ 33. ชมุ ชนนาโพธ์ิ 2 34. ชมุ ชนหนองตาไก้

35 35. ชมุ ชนหนองตาไก้ 2 36. ชมุ ชนบา้ นม่นั คงสวา่ งรม่ เย็น 37. ชุมชนโนนโพธ์ทิ องพัฒนา 38. ชุมชนหนองผอื พฒั นา 2.6.3 ทีต่ ั้งและอาณาเขต ทิศเหนือ จรดกบั เทศบาลตาบลหนองไผ่ ทิศใต้ จรดกับ องคก์ ารบริหารสว่ นตาบลชุมแพ ทิศตะวนั ตก จรดกับ เทศบาลตาบลหนองไผ่ และองค์การบริหารสว่ นตาบลชมุ แพ ทศิ ตะวนั ออก จรดกบั องค์การบริหารสว่ นตาบลไชยสอ 2.6.4 ประชากรทง้ั หมด สถิติประชากรจากทะเบียนบ้านของข้อมูลท้องถิ่นเทศบาลเมืองชุมแพ ของเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 พบว่ามจี านวนประชากรทั้งหมด 31,359 คน แบง่ เปน็ ประชากรชาย 15,281 คน ประชากรหญงิ 16,078 คน

36 2.7 งานวจิ ยั ทเ่ี ก่ียวข้อง ยทุ ธพงษ์ เข่ือนแก้ว (2559) ได้ศึกษา เร่ือง ความรู้ความเข้าใจด้านประชาธิปไตย ความรู้ ความเข้าใจ ทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ อยู่ในระดับปานกลาง ตอบถูกค่าเฉลี่ย 215 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 58.6 ตอบผดิ คา่ เฉล่ีย 152 คน คิดเป็นร้อยละ 41.4 สังเกตได้จากผู้ตอบแบบ สอบถามโดยส่วนใหญ่ตอบคาถามถูกต้องจานวน 6 ข้อ และ ตอบคาถามผิดจานวน 4 ข้อคาถาม คือ ข้อที่ 3 การปกครองระบอบประชาธิปไตย ของไทยได้รับอิทธิพลมากจากประเทศสหรัฐอเมริกาข้อท่ี 4 หัวใจสาคัญของประชาธิปไตย อยู่ที่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ข้อท่ี 6 การออกเสียงแสดง ประชามติเป็น การสนับสนุนแนวคิดเร่ืองการรวมอานาจให้ประชาชนปกครองตนเอง และข้อที่ 9 ประชาธิปไตยทางตรงหรือประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมเร่ิมขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ซ่ึงผู้ตอบแบบ สอบถามยังมีความสาคญั ผดิ หรือเข้าใจผิดในหลักการประชาธิปไตย อยู่บางประการ เช่น หัวใจสาคัญ ของหลกั การประชาธิปไตย มไิ ดอ้ ยทู่ ร่ี ัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่ การเปดิ โอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทางการเมืองและการลงคะแนนเสียง เลือกตั้ง ส่วนในด้านการออกเสียงลงประชามติน้ันมิใช่เป็นการ สนับสนุนแนวคิดการรวม อานาจให้ประชาชนปกครองตนเอง แต่การออกเสียงประชามติเป็นการลง คะแนนเลอื ก ในสิ่งท่รี ัฐบาลเสนอให้แกป่ ระชาชน มลี ักษณะคล้ายกับการเลือกต้ัง ในด้านความรู้ความ เข้าใจทางการเมืองด้านรัฐธรรมนูญ พบว่า นักศึกษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธ์ุมีความรู้อยู่ในระดับดี ตอบถูกค่าเฉล่ีย 209 คน คิดเป็นร้อยละ 56.9 ตอบผิดค่าเฉล่ีย 158 คน คิดเป็นร้อยละ 43.1 สังเกต ได้จากผู้ตอบแบบสอบถาม โดยส่วนใหญ่ตอบคาถามถูกต้องจานวน 7 ข้อ และตอบคาถามผิดจานวน 3 ข้อ คอื ขอ้ ที่ 1 รฐั ธรรมนูญ 2550 เป็นรฐั ธรรมนญู ทีใ่ ห้อานาจแก่ประชาชนในการเข้ามามี ส่วนร่วม ทางการเมืองมากท่ีสุด ต้ังแต่เคยมีรัฐธรรมนูญมาในประเทศไทย ข้อที่ 4 ปัจจุบันประเทศไทยมี รัฐธรรมนญู มาแล้วทงั้ หมด 18 ฉบบั และข้อที่ 7 สมาชิกวฒุ ิสภา มีอานาจถอดถอนนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรี ที่มีพฤติกรรมร่ารวยผิดปกติ เป็นท่ีน่า สังเกตว่า ผู้ตอบคาถามมีความเข้าใจผิดในลาย ละเอยี ดเกย่ี วกบั รัฐธรรมนญู อยู่บา้ ง เชน่ การใหอ้ านาจให้ประชาชนเขา้ มามีสว่ นรว่ มทางการเมือง เร่ิม มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 โดยในปัจจุบันประเทศไทยอยู่ ระหว่าง การบังคับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่ง เป็น รัฐธรรมนูญฉบับที่ 19 และในความรู้ความรู้ความเข้าใจทางการเมืองด้านการเมือง และองค์กรทาง การเมืองในปัจจุบัน นักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มีความรู้ความเข้าใจอยู่ในระดับ พอใช้ ตอบถูก ค่าเฉลี่ย 195 คน คิดเป็นร้อยละ 53.1 ตอบผิดค่าเฉลี่ย 172 คน คิดเป็นร้อยละ 46.9สังเกตได้จาก ผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่ตอบคาถามถูกต้อง จานวน 5 ข้อ และตอบคาถามผิดจานวน 5 ข้อ คือ ข้อท่ี 1 นางสาวย่ิงลักษณ์ ชินวัตร คือ นายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย ข้อที่ 2 หัวหน้า คณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) คือ พลเอกประยุทธ์ สุนทรเวช ข้อท่ี 3 คณะกรรมการการ เลือกตั้ง คือ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2550 ข้อที่ 9 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คือนายก

37 รัฐมนตรีคนท่ี 28 และขอ้ ท่ี 10 รัฐมนตรีว่ากระทรวงการศึกษาธิการคนปัจจุบัน คือ นายชัชชาติ สิทธิ พนั ธุ์ ทัง้ นี้ สังเกตไดว้ ่า ผู้ตอบคาถามด้านการเมืองและองค์กร ทางการเมืองยังขาดข้อมูล ความรู้และ ความเขา้ ใจในเนอ้ื หาสว่ นน้พี อสมควร ซึง่ ทจี่ รงิ นนั้ นางสาวยิ่งลกั ษณ์ ชินวัตร คือ นายกรัฐมนตรีคนท่ี 28 ของประเทศไทย และ ปัจจุบัน พลเอกประยุทธ์ จันทรโ์ อชา ดารงตาแหน่งนายกรฐั มนตรี คนท่ี 29 และดารงตาแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในส่วนขององค์กรทางการเมืองคณะกรรม การการเลือกต้ัง ได้ก่อตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และพลเอก ดาวพ์ งษ์รัตนสวุ รรณ คือ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการ ศึกษาธิการคนปัจจบุ นั วราพรรณ สมีกลาง (2556) ได้ศึกษา เรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยของประชาชนคลองเตย ชุมชนแฟลต 1-10 กรุงเทพมหานคร” พบว่า ประชาชนเขต คลองเตย ชมุ ชนแฟลต 1-10 กรุงเทพมหานครมสี ่วนร่วมทางการเมืองโดยรวมอยู่ระดับปานกลาง เม่ือ พิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการเมืองภาคประชาชน และด้านท่ีมี ค่าเฉล่ียต่าสุด ได้แก่ ด้านการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยเรียงลาดับมากไปน้อย ได้แก่ ด้าน การเมืองภาคประชาชน ด้านการดาเนินกิจกรรมทางการเมือง ด้านการมีส่วนร่วมเป็นผู้ชักนาผู้อ่ืน สนทนาทางการเมือง และด้านการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ประชาชนเขตคลองเตยที่มีเพศ และอายตุ ่างกนั มีสว่ นรว่ มทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแตกต่างกัน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ท่ีระดับ 0.05 แต่ที่มีระดับการศึกษาและอาชีพต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชา- ธิปไตย ไม่แตกต่างกันประชาชนเขตคลองเตยได้เสนอปัญหา คือ 1) ด้านการแสดงความคิดเห็นทาง การเมือง พบวา่ มีความรู้สึกเบื่อหน่ายต่อนักการเมือง จึงมีข้อเสนอแนะ คือ การแสดงความคิดเห็นมี ความเสรีและยังคงด้วยกฎหมาย ไม่กล่าวร้ายผู้อื่น รัฐบาลต้องมาจากการเลือกตั้งไม่ใช่มาจากการยึด อานาจ 2) ดา้ นการมสี ่วนร่วมเป็นผ้ชู ักนาผู้อ่ืนสนทนาทางการเมือง พบว่า มีความรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อ ตนเอง จงึ มขี อ้ เสนอแนะ คอื ผู้ชักนาต้องแนะนาสร้างความเข้าใจการออกไปใช้สิทธ์ิเลือกบุคคลที่ดี 3) ดา้ นการดาเนินกิจกรรมทางการเมือง พบว่า การดาเนินกิจกรรมจะมีตอนนักการเมืองหาเสียงเท่าน้ัน จึงมีข้อเสนอแนะ คือ การรณรงค์ในการเลือกตั้งเม่ือสิ้นสุดแล้ว นักการเมืองที่ได้ตาแหน่งควรเข้ามา ดูแลประชาชนท่ีให้นโยบายไว้ 4) ด้านการเมืองภาคประชาชน พบว่า ความสาคัญของการมีส่วนร่วม ในทางการเมอื ง มีความรู้สกึ ร่วมกนั วา่ การมีส่วนร่วมในทางการเมอื งเปน็ พันธกิจที่สาคญั ครองชัย ภูริเมธางกูร (2555) ได้ศึกษา เรื่อง การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยระดับท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาลตาบลหนองโก อาเภอกระนวน จังหวัด ขอนแกน่ 1) เพอื่ ศกึ ษาการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยระดับท้องถ่ินของประชาชน ในเขตเทศบาลตาบลหนองโก อาเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น 2) เพื่อเปรียบเทียบการมีส่วนร่วม ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยระดับท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาลตาบลหนองโก อาเภอ กระนวน จังหวัดขอนแก่น 3) เพ่ือศึกษาข้อเสนอแนะเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบ

38 ประชาธิปไตยระดับท้องถ่ินของประชาชนในเขตเทศบาลตาบลหนองโก อาเภอกระนวน จังหวัด ขอนแกน่ เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม เก็บรวบรวมข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนท่ีมี สิทธิในการเลือกต้ัง และอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตาบลหนองโก อาเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น จานวน 371 ราย ซึ่งกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของเครซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) โดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งช้ัน สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลมี 2 ประเภท ได้แก่ สถิติพรรณนา คือ คา่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลีย่ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และสถติ ิเชงิ อนุมาน คือ การทดสอบค่าที (t- test) และการทดสอบความแปรปรวนแบบทางเดยี ว (One-Way ANOVA or F-test) ผลการวจิ ยั พบวา่ 1) การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยระดับท้องถ่ินของประชาชนในเขต เทศบาลตาบลหนองโก อาเภอกระนวน จงั หวดั ขอนแก่น ทั้ง 4 ด้าน โดยรวมอยู่ในระดับปานกลางแต่ เม่ือแยกออกเป็นรายด้าน พบวา่ ด้านการมสี ว่ นรว่ มในการไปใชส้ ทิ ธิเลือกต้ัง อยู่ในระดับมากท่ีสุดจาก ด้านอ่ืน ๆ ด้านการมีส่วนร่วมเป็นผู้นาชักชวนผู้อื่นสนทนาด้านการเมือง อยู่ในระดับปานกลาง ด้าน การมีส่วนรว่ มแสดงความคิดเห็นทางการเมือง และด้านการมีส่วนร่วมในการรวมกลุ่มดาเนินกิจกรรม ทางการเมือง อย่ใู นระดบั น้อย 2) ผลการเปรียบเทียบพบว่า ประชาชนท่ีมี เพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ ต่างกัน จะมีการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยระดับท้องถิ่นโดยรวมทั้ง 4 ด้านแตกต่างกัน อย่างมีนยั สาคัญทางสถิติท่รี ะดับ 0.05 3) ประชาชนในเขตเทศบาลตาบลหนองโก อาเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ได้เสนอ แนะเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยระดับท้องถิ่นสามารถแยกเป็นด้าน มีราย ละเอียดดังนี้ คือ (1) ด้านการมีส่วนร่วมในการไปใช้สิทธ์ิเลือกต้ัง คือ เทศบาลตาบลหนองโก ควรประชาสัมพันธ์ชักชวนให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกต้ังให้ท่ัวถึง (2) ด้านการมีส่วนร่วมแสดง ความคิด เห็นทางการเมือง คือ เทศบาลตาบลหนองโก ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิด เห็นมากกว่าน้ี (3) ด้านการมีส่วนร่วมเป็นผู้นาชักชวนผู้อ่ืนสนทนาด้านการเมือง คือ เทศบาลตาบล หนองโก ควรส่งเสริมให้ประชาชนชักชวนผู้อ่ืนให้ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองในทาง สร้างสรรคใ์ ห้มากข้ึน (4) ด้านการมสี ่วนรว่ มในการรวมกลุ่มดาเนินกิจกรรมทางการเมือง คือ เทศบาล ตาบลหนองโก ควรสง่ เสรมิ ให้ประชาชนสง่ เสริมกิจกรรมให้เกิดความยั่งยืนมีจิตใจอาสาพัฒนาท้องถ่ิน อยา่ งแทจ้ รงิ นิฤบล รูปเร่ียม (2555) ได้ทาการศึกษาความเข้าใจของประชาชนต่อการปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตาบลธาตุ อาเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร การวิจัยคร้ังน้ีมีจุดมุ่งหมายของ การวิจัย ดังนี้ 1) เพ่ือศึกษาความเข้าใจของประชาชนต่อการปกครองท้องถ่ินองค์การบริหารส่วน ตาบลธาตุอาเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร 2) เพื่อเปรียบเทียบความเข้าใจของประชาชนต่อการ

39 ปกครองท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนตาบลธาตุ อาเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ตามคุณลักษณะ ส่วนบุคคล และ 3) เพื่อศึกษาถึงแนวทางในการพัฒนาความเข้าใจของประชาชนต่อการปกครอง ทอ้ งถิ่นองคก์ ารบริหารสว่ นตาบลธาตุ อาเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร กลุม่ ตวั อยา่ งทใ่ี ชใ้ นการวิจยั ได้แก่ ประชาชนท่ีมีอายุต้ังแต่ 18 ปีบริบูรณ์ข้ึนไปในเขตพ้ืนที่ องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลธาตุ ซึ่งผู้วิจัยได้กาหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้การคานวณของ ทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) ได้จานวน 400 คน และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างข้ึนแบบมาตราส่วนประมาณค่า ของลิเดิร์ท (Likert) มีค่าความเช่ือม่ันของแบบสอบถามเท่ากับ .96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบ่ียงเบนมาตรฐาน การทดสอบสมมติฐานใช้สถิติ t-test และ วิเคราะหค์ วามแปรปรวน โดยใช้สถิติ F-test หรอื One way ANOVA และการเลือกการเปรียบเทียบ โดยวธิ ีของ Scheffe ผลการวจิ ัยพบวา่ 1. ระดับความเข้าใจของประชาชน ต่อการปกครองท้องถ่ินองค์การบริหารส่วนตาบลธาตุ อาเภอวานรนวิ าส จงั หวดั สกลนคร โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และเมอื่ พิจารณาเป็นรายด้าน เรียง ลาดับจากมากไปหาน้อย คือ ประชาชนมีความเข้าใจในด้านโครงสร้างขององค์การบริหารส่วนตาบล มากที่สุด รองลงมาคือด้านบทบาทหน้าที่ด้านการบริหารจัดการ และน้อยที่สุดคือด้านการมีส่วนร่วม ของประชาชน 2. ผลการเปรียบเทียบความเข้าใจของประชาชนต่อการปกครองท้องถิ่นองค์การบริหาร ส่วนตาบลธาตุ อาเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ตามคุณลักษณะส่วนบุคคล ด้านเพศ อายุ ช่อง ทางการรับรู้ขอ้ มูลข่าวสาร พบวา่ ไม่แตกต่างกัน ส่วนด้านการศึกษา อาชีพ ตาแหน่งทางสังคม พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ดังนี้ ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาที่สูงจะมีความ เข้าใจต่อการปกครองท้องถ่ินมากกว่าการศึกษาที่ต่ากว่า อาชีพรับราชการมีความเข้าใจต่อการ ปกครองท้องถิ่นมากกว่าอาชีพเกษตรกรรม และตาแหน่งผู้นาหมู่บ้านมีความเข้าใจต่อการปกครอง ทอ้ งถิน่ มากกวา่ ตาแหนง่ สมาชิกประชาคมหมบู่ ้าน 3. ได้แนวทางการพัฒนาความเข้าใจของประชาชนต่อการปกครองท้องถิ่นองค์การบริหาร สว่ นตาบลธาตุ อาเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร โดยเน้นด้านการบรหิ ารจดั การองค์การบริหารส่วน ตาบล และการพัฒนาด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนี้ ด้านการบริหารจัดการองค์การบริหาร ส่วนตาบล ควรเสริมสร้างความเข้าใจของประชาชนโดยการประชาสัมพันธ์ ผ่านกระบวนการการ ประชาคม และสื่ออื่น โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการรอนุมัติโครงการ และพิจารณาข้อบัญญัติงบ ประมาณรายจ่ายข้อมูลและกระบวนการจัดทาแผนพัฒนาตาบล ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน องค์การบริหารส่วนตาบลควรเสริมสร้างความเข้าใจเก่ียวกับสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนใน

40 ดา้ นการตรวจสอบ การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตาบล การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารการจัดซ้ือ จัดจ้างตามโครงการ รวมทั้งสิทธิการฟ้องร้ององค์การบริหารส่วนตาบล การถอดถอนสมาชิกและ ผบู้ รหิ าร นิคม คมชยหยก (2553) ได้ศึกษาความเข้าใจของทหารที่มีต่อการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย : ศึกษาเฉพาะกรณีกองร้อยมณฑลทหารบกท่ี 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ สาร นิพนธ์น้ีมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1) เพ่ือศึกษาความเข้าใจของทหารท่ีมีต่อการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยของทหารกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ 2) เพื่อเปรียบ เทียบความเข้าใจของทหารท่ีมีต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ของทหารกองร้อยมณฑล ทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ ที่มี อายุ เงินเดือน และวุฒิการศึกษาสูงสุดที่แตกต่างกัน 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเก่ียวกับปัญหาและแนวทางส่งเสริมความเข้าใจของทหารกองร้อยมณฑล ทหารบกท่ี 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามจากกลุ่ม ตัวอย่างจานวน 175 คน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Sampling) สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล คือ ค่าความถ่ี ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน คือ การทดสอบความแปร ปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA) หากพบความแตกต่างจะทดสอบเป็นรายคู่ด้วยวิธีของ เซฟเฟ่ (Scheffe) แลว้ นามาวิเคราะห์และประมวลผลดว้ ยคอมพวิ เตอร์ ผลการวจิ ยั พบวา่ 1) ทหารกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ มีความเข้าในการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยรวมทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก แต่เม่ือแยกเป็นรายด้านพบว่า ด้านรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ซึ่งมีค่าแปลผลอยู่ในระดับมากอันดับ รองลงมาคือด้านวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยซึ่งมีค่าแปลผลอยู่ในระดับมาก และอันดับสุดท้ายคือด้าน อุดมการณ์แบบประชาธปิ ไตยมีค่าเฉลย่ี ต่าสุด ซึง่ มคี า่ แปลผลอยู่ในระดับมาก 2) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ทหารที่มีอายุ และเงินเดือนต่างกัน มีความเข้าใจการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยรวมท้ัง 3 ด้านไม่แตกต่างกัน แต่ทหารท่ีมีวุฒิการศึกษาสูงสุด ตา่ งกันมคี วามเขา้ ใจการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย โดยรวมท้งั 3 ด้านแตกต่างกนั 3) ปัญหาจากผู้ตอบแบบสอบถามพบว่า ทหารท่ีมียศต่า มักถูกปิดก้ันจากผู้บังคับบัญชา ในการแสดงออกทางการคิด วินัยของทหารทาให้ชีวิตประจาวันไม่เอ้ือต่อประชาธิปไตย ทหารถูกปิด กันจากผบู้ ังคับบัญชาไมส่ ามารถแสดงออกทางการเมืองได้ 4) แนวทางส่งเสริมพบว่า ควรให้ได้แสดงออกทางด้านความคิดโดยเฉพาะทางการเมือง มากขึ้น ควรส่งเสริมการเรียนรู้ประชาธิปไตยจากข่าว การส่ือต่าง ๆ ทุกวัน ควรปลูกฝัง ให้ทหารได้มี ความเขา้ ใจรปู แบบการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยท่ีถกู ต้องยิง่ ข้นึ

41 สุเมธ โยทุม (2552) ได้ศึกษาเรื่อง ความรู้ความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตย ของนกั เรียนอาชีวศึกษา : ศึกษาเฉพาะกรณี วิทยาลัยการอาชีพด้านซ้าย อาเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สารนิพนธ์น้ีมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพ่ือศึกษาความรู้ความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตย ของนักเรยี นอาชวี ศกึ ษา 2) เพ่อื เปรียบเทียบความรคู้ วามเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยของ นักเรียนอาชีวศึกษาที่มีเพศ อายุ และประเภทวิชาต่างกัน และ 3) เพ่ือศึกษาข้อเสนอแนะเก่ียวกับ ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา ความรู้ความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยของนักเรียน อาชีวศึกษา เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ โดยการศึกษาข้อมูลจากเอกสาร ตารา บทความ งานวิจัยท่ี เก่ียวข้อง ประชากรท่ีใช้ในการศึกษา คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรช้ันสูง ปีการศึกษา 2552 ท่ี กาลังศึกษาอยู่ในวิทยาลัยการอาชีพด่านซ้าย จานวน 70 คน โดยวิธีการเปรียบเทียบจากตารางเครซ่ี มอร์แกนและคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คอื แบบสอบถาม วิเคราะห์ขอมูลด้วยโปรแกรมสาเรจ็ รปู SPSS สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าความถ่ี ค่า ร้อยละ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความสัมพันธ์ตัวแปรอิสระหรือปัจจัยส่วนบุคคลกับการ วัดความรูค้ วามเขา้ ใจของนกั ศกึ ษา โดยใช้สถิติ F-test, T-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยส่วนบุคคลของนักศึกษาที่มีความรู้ความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตย สว่ นใหญเ่ ป็นเพศหญงิ มอี ายุเฉลี่ย 20 ปี และส่วนใหญ่ศึกษาอย่ใู นประเภทวชิ าบรหิ ารธุรกจิ 2) ปัจจัยที่มีผลต่อระดับความรู้ความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตย อยู่ในระดับ มากมี 2 ด้าน คือ ด้านความรู้ความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตย และด้านหลักการสาคัญ ของประชาธิปไตย และอยู่ในระดับปานกลางมี 2 ด้าน คือ ด้านรูปแบบการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย และด้านทฤษฎกี ารเมอื งการปกครอง 3) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาความรู้ความเข้าใจการปกครอง ระบอบประชาธปิ ไตย พบว่า นักศึกษามีข้อเสนอแนะให้วิทยาลัยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความ คิดเห็นได้อย่างอิสระ กว้างขวาง ควรมีการสนับสนุนส่งเสริมการจัดกิจกรรมเก่ียวกับประชาธิปไตย อย่างจรงิ จงั ควรบรรจุกิจกรรมเก่ียวกับประชาธิปไตยไว้ในแผนปฏิบัติการประจาปีของวิทยาลัยอย่าง ชัดเจน ควรมีการประชาสัมพนั ธก์ ารจดั กิจกรรมประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องก่อนการจัดกิจกรรม และ ควรมีการเชิญวิทยากรมาใหค้ วามรูเ้ กยี่ วกบั การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย 4) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลกับความรู้ความเข้าใจการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยของนักศึกษาอาชีวศึกษา พบว่าท้ัง 3 ปัจจัย คือ เพศ อายุ และประเภทวิชา มีความ สัมพันธ์กับระดับความรู้ความเข้าใจการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ ระดบั .05

42 กาวี สารบุตร (2551) ได้ศึกษาเร่ือง ความเข้าใจหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย ของนักเรยี นในชว่ งชน้ั ที่ 2 : ศกึ ษาเฉพาะกรณี โรงเรยี นบ้านหนองเหล็ก ตาบลโพธชิ์ ัย อาเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) ศึกษาความรู้ความเข้าใจหลักการปกครองระบอบประชา- ธิปไตยของนักเรียนในช่วงช้ันที่ 2 : ศึกษาเฉพาะกรณี โรงเรียนบ้านหนองเหล็ก ตาบลโพธ์ิชัย อาเภอ พนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด 2) เปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย ของนักเรยี นในช่วงชั้นที่ 2 : ศกึ ษาเฉพาะกรณี โรงเรยี นบา้ นหนองเหลก็ ตาบลโพธิช์ ยั อาเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4-6 จานวน 65 คน เครื่องมือท่ีใช้เก็บ รวบรวมข้อมูลเป็นข้อสอบวัดความรู้ ความเข้าใจหลักการ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย จานวน 21 ขอ้ มคี า่ ความเช่อื มัน่ ทง้ั ฉบบั เทา่ กบั .61 วิเคราะห์ขอ้ มลู โดยใชค้ ่ารอ้ ยละและค่าเฉลย่ี ผลการวิจยั พบว่า 1. นักเรียนช่วงชั้นท่ี 2 โรงเรียนบ้านหนองเหล็ก ตาบลโพธิ์ชัย อาเภอพนมไพร จังหวัด ร้อยเอ็ดมีความรู้ความเข้าใจหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระดับน้อย เม่ือพิจารณาเป็น ระดับชั้นทั้งสามช้ันพบว่า นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 มีความรู้ความเข้าใจระดับปานกลาง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 มีความรู้ในระดับน้อย นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 มีความรู้ใน ระดับนอ้ ย 2. ตามค่าเฉล่ียนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความรู้ความเข้าใจหลักการปกครอง ระบอบประชาธปิ ไตยมากกวา่ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โดย ท่ีนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4 มคี วามรู้ความเขา้ ใจมากกว่านกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 2.8 กรอบแนวคดิ ท่ีใช้ในการวจิ ัย กรอบแนวคิดการวิจัยเพื่อแสดงความสัมพันธก์ นั ระหวา่ งปจั จัยส่วนบคุ คลกับความคิดเห็นที่ มีต่อพฤติกรรมทางการเมืองในระบอบประชาธปิ ไตย ตวั แปรต้น ไดแ้ ก่ ปจั จยั ส่วนบุคคล ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ ความเขา้ ใจทางการเมืองในระบอบประชาธปิ ไตย จากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เก่ียวข้องผู้วิจัยได้นาแนวคิดของ ยุทธพงษ์ เข่ือนแก้ว (2559) เรื่อง ได้ศึกษา เร่ือง ความรู้ความเข้าใจด้านประชาธิปไตย ความรู้ความเข้าใจ ทางการเมืองของนกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลยั กาฬสินธุ์ ได้ปรากฏตามแผนภูมิที่ 2.1 ดงั น้ี

ตัวแปรอสิ ระ 43 (Independent Variables) ตัวแปรตาม ปจั จัยส่วนบุคคล (Dependent Variables) - เพศ ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย - อายุ – ของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ - การศึกษา ชุมแพ จังหวดั ขอนแก่น - อาชีพ 1) ด้านหลกั การของระบอบประชาธปิ ไตย 2) ด้านพฤตกิ รรมเก่ียวกับวฒั นธรรมทางการเมือง 3) ด้านความสนใจบทบาททางการเมือง แผนภมู ทิ ่ี 2.1 แสดงสรปุ กรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย

บทท่ี 3 วิธดี ำเนินกำรวิจยั การดาเนินการศึกษาค้นคว้าคร้ังนี้ เป็นการศึกษาความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นผู้ศึกษาได้ กาหนดวธิ กี ารดาเนินการศึกษาตามลาดบั หวั ขอ้ ดังตอ่ ไปน้ี 3.1 ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง 3.2 เทคนิควธิ กี ารสุ่มตัวอย่าง 3.3 เคร่อื งมือทใี่ ชใ้ นการวจิ ัย 3.4 การสรา้ งและตรวจสอบเคร่ืองมือ 3.5 การเก็บรวบรวมขอ้ มลู 3.6 การวิเคราะห์ข้อมลู และประมวลผล 3.7 สถิติทใี่ ช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู 3.1 ประชำกรและกลมุ่ ตัวอยำ่ ง 3.1.1 ประชำกร ได้แก่ ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในเขตท้องที่เทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จังหวดั ขอนแกน่ จานวน 24,800 คน 3.1.2 กล่มุ ตวั อย่ำง ได้แก่ ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในเขตท้องท่ีเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จงั หวดั ขอนแก่นจานวนท้ังสิ้น 394 คน 3.2 เทคนคิ วิธีกำรสุ่มตัวอยำ่ ง ในการศึกษาครั้งน้ี ได้กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยการสูตรของทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane)ในการสุ่มตัวอย่างจากจานวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ ท่ีมีอายุ 18 ปีข้ึนไป จานวน 24,800 คน ได้กลุ่มตัวอย่างจานวน 394 คน เพื่อใช้ในการวิจัยครั้งน้ี โดยใช้ วิธกี ารส่มุ ตัวอย่าง ดังน้ี 3.2.1 ใช้วิธกี ำรสุ่มตัวอย่ำง โดยการหาค่าสัดส่วนของจานวนประชากรจานวน 24,800 คน ต่อจานวนขนาดของกลุ่ม ตวั อยา่ ง 394 คน โดยใชส้ ตู รการสมุ่ ตัวอย่าง ดังนี้

45 N= ( )2 = ( )2 = ( )2 = = 394 คน n แทน ขนาดของกลุม่ ตวั อยา่ ง N แทน ขนาดของประชากรผ้มู สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ทัง้ หมดในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ e แทน ความคลาดเคลื่อนของการสมุ่ ตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่าง จานวน 394 คน แล้วนามาหาอัตราส่วนของประชากร (Proportional to Size) เพือ่ หากลุม่ ตัวอยา่ ง โดยใช้ชมุ ชนเป็นเกณฑ์ ตามสตู รดังนี้ n1 = โดย n1 = จานวนตัวอย่างโดยแบ่งตามสัดสว่ นประชาชน N1 = จานวนประชาชนในแต่ละชุมชน n = จานวนกลุม่ ตัวอย่างท้งั หมด N = จานวนประชาชนท้ังหมด จงึ ทาให้ไดก้ ลุ่มตัวอยา่ งในการศกึ ษา ดังรายละเอยี ดทป่ี รากฏในตารางที่ 3.1 ตำรำงท่ี 3.1 แสดงกำรคำนวณหำ สถำนท่ี ประชำกร (คน) วิธีกำรหำสัดส่วน จำนวนกลมุ่ ตวั อยำ่ ง (N) (n) ชมุ ชนบ้านชุมแพ ชุมชนตลาดเหนอื 2,496 40 ชมุ ชนตลาดใต้ ชมุ ชนหวั หนอง 1,252 20 ชุมชนโนนศิลา 499 8

46 ตำรำงที่ 3.1 (ตอ่ ) ประชำกร (คน) วิธีกำรหำสดั ส่วน จำนวนกลุ่มตัวอยำ่ ง (N) (n) สถำนที่ 1,012 16 ชุมชนสันติสขุ 986 16 ชมุ ชนสว่างวารี 1 ชุมชนสว่างวารี 2 1,927 31 ชมุ ชนกุดชุมแพ ชมุ ชนพรานราษฎร 1,258 20 ชุมชนนาโพธ์ิ 1 ชมุ ชนนาโพธิ์ 2 375 6 ชมุ ชนโนนโพธ์ทิ องพฒั นา ชุมชนศรีมงคล 1,591 25 ชุมชนหนองตาไก้ 1 1,034 16 ชมุ ชนหนองตาไก้ 2 855 13 ชมุ ชนบ้านมนั่ คงสวา่ งรม่ เยน็ 1,498 24 ชมุ ชนนครชัย 1 ชมุ ชนนครชยั 2 1,351 21 ชมุ ชนโคกสงู 681 11 ชมุ ชนหนองขาม 1 738 12 ชมุ ชนหนองขาม 2 672 11 ชมุ ชนหนองผอื ชมุ ชนหนองทุ่ม ชมุ ชนหนองผือพัฒนา ชุมชนหนองโดน ชุมชนโนนแหลมทอง ชุมชนโนนสาราญ

47 ตำรำงท่ี 3.1 (ต่อ) ประชำกร (คน) วิธกี ำรหำสัดสว่ น จำนวนกลุ่มตวั อยำ่ ง สถำนท่ี (N) (n) ชมุ ชนหนองคะเน 1 1,360 22 ชมุ ชนหนองคะเน 2 ชมุ ชนโชคชยั 693 11 ชุมชนมีชัย 768 12 872 14 ชมุ ชนหนองใส 1,221 19 ชุมชนไผ่กดุ หิน 1 ชุมชนไผ่กดุ หิน 2 468 7 ชุมชนหนองหวา้ 858 - 14 ชมุ ชนใหมส่ ามัคคี 335 5 ชุมชนหนองโพนทอง 24,800 394 รวม 3.2.2 ใช้วิธีกำรสุ่มตัวอย่ำงแบบแบ่งช้ัน (Stratified Random Sampling) ตามชุมชน ต่าง ๆ จากนั้นทาการสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) โดยวิธีจับสลากแบบไม่แทนที่ จน กวา่ จะครบตามจานวนทีก่ าหนด 3.3 เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ้ นกำรวิจยั เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคร้ังนี้ ได้แก่ แบบสอบถาม (Questionnaire) ผู้วิจัยสร้างข้ึนจาก การทบทวนเอกสารและงานวจิ ัยท่ีเกยี่ วข้อง โดยแบง่ โครงสรา้ งของแบบสอบถามออกเปน็ 3 ตอน ดังนี้ ตอนท่ี 1 ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นแบบตรวจเช็ครายการ (Check List) ประกอบดว้ ย เพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพจานวน 4 ข้อ ตอนที่ 2 ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ในเขตเทศบาล เมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นแบบทดสอบที่ใช้ในการศึกษาวิจัย มีลักษณะคาถามแบบ เลอื กตอบ 2 ตวั เลือก คอื เขา้ ใจ ไมเ่ ขา้ ใจ กาหนดการศกึ ษาจานวน 3 ดา้ น ได้แก่

48 1) ดา้ นหลกั การของระบอบประชาธิปไตย จานวน 10 ขอ้ 2) ดา้ นพฤติกรรมเกย่ี วกับวฒั นธรรมทางการเมอื ง จานวน 10 ขอ้ 3) ดา้ นความสนใจบทบาททางการเมือง จานวน 10 ขอ้ โดยเป็นแบบสอบถามเก่ียวกับความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ ประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพลักษณะของแบบสอบถามฉบับน้ีเป็นแบบมาตราส่วนประมาณ ค่า (Rating Scale) มีการพจิ ารณา 5 ระดับ และมเี กณฑ์ให้คะแนนดังน้ี คือ ระดบั ควำมเขำ้ ใจ ระดบั คะแนน มากทส่ี ุด ให้ 5 คะแนน มาก ให้ 4 คะแนน ปานกลาง ให้ 3 คะแนน นอ้ ย ให้ 2 คะแนน น้อยท่ีสุด ให้ 1 คะแนน โดยผวู้ ิจยั กาหนดเกณฑ์การแปรผลความเข้าใจทางการเมืองในระบบประชาธิปไตย โดยนา ค่าคะแนนเฉลยี่ มาพิจารณา โดยยึดตามเกณฑ์ชว่ งคะแนนเฉลย่ี ได้ 5 ระดับ โดยใชส้ ตู รดังน้ี คะแนนสูงสดุ -คะแนนตา่ สดุ ระดับ - = = 0.08 มคี วามเขา้ ใจน้อยทสี่ ดุ มีชว่ งคะแนนระหว่าง 1.00-1.49 มคี วามเขา้ ใจนอ้ ย มีช่วงคะแนนระหว่าง 1.50-2.49 มีความเขา้ ใจปานกลาง มชี ว่ งคะแนนระหว่าง 2.50-3.49 มีความเขา้ ใจมาก มชี ว่ งคะแนนระหวา่ ง 3.50-4.49 มีความเขา้ ใจมากท่ีสุด มีชว่ งคะแนนระหวา่ ง 4.50-5.00 ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะเก่ียวกับความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ ประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ลักษณะของแบบสอบถามเป็น แบบปลายเปิด (Open-ended) 3.4 กำรสรำ้ งและตรวจสอบคณุ ภำพเคร่ืองมือวิจัย การสร้างและตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัย ได้ดาเนินการตามลาดับขั้นตอน ดงั น้ี

49 3.4.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎี หลักการและงานวิจัยผู้เก่ียวข้องกับระดับความเข้าใจทาง การเมอื งในระบอบประชาธิปไตย และที่เก่ียวข้องกับการวจิ ัย 3.4.2 นาความร้ทู ี่ได้จากการค้นคว้ามากาหนดกรอบแนวคิดเก่ียวกับระดับความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยใชแ้ นวคิดตามทฤษฎีความเขา้ ใจทางการเมืองในระบอบประชา- ธปิ ไตย นาไปเป็นประเดน็ ในการจัดขอ้ คาถาม และสรา้ งแบบสอบถาม 3.4.3 นาเคร่ืองมือที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเสนออาจารย์ที่ปรึกษาสารนิพนธ์ เพ่ือแก้ไข ปรับปรุงใหถ้ ูกตอ้ งและชดั เจนเหมาะสมท้ังเน้ือหา การใช้ถ้อยคาสานวนภาษา และการวัดผลประเมิน ผลแล้วนามาจดั ทาเปน็ แบบทดสอบ 3.4.4 นาเคร่ืองมือท่ีแก้ไขเรียบร้อยแล้ว เสนอผู้เชี่ยวชาญ จานวน 5 ท่าน เพ่ือตรวจสอบ หรือปรับปรุงแก้ไขความถูกต้องของเนื้อหาให้ได้แบบทดสอบท่ีมีความตรงตามเนื้อหาและความ เหมาะสมของคาถาม 1. รองศำสตรำจำรย์ ดร.ภำสกร ดอกจนั ทร์ ตำแหน่งปจั จบุ ัน อาจารย์มหาวทิ ยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลยั 2. ผู้ชว่ ยศำสตรำจำรย์ ดร.บุรินทร์ ภสู่ กลุ ตำแหน่งปจั จุบนั อาจารย์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัดขอนแก่น 3. ดร.ทองแพร ไชยตน้ เชอื ก ตำแหนง่ ปจั จบุ นั อาจารยม์ หาวิทยาลยั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ จงั หวดั ขอนแก่น 4. ดร.วินจิ ผำเจริญ ตำแหน่งปัจจุบนั อาจารยม์ หาวิทยาลยั แมโ่ จ้ จังหวดั เชยี งใหม่ 5. ดร.พลู สวัสด์ิ นำทองคำ ตำแหน่งปจั จุบัน นายกเทศมนตรตี าบลร่องคา จังหวดั กาฬสินธ์ุ 3.4.5 นาแบบทดสอบท่ีผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญมาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Obiective Congruence : IOC) ของแบบทดสอบตามสูตร ดังน้ี IOC คอื IOC = R คอื ดชั นีความสอดคล้อง ∑R คือ คะแนนการพิจารณาของผูเ้ ช่ียวชาญ N คือ ผลรวมของคะแนนการพจิ ารณาของผูเ้ ชี่ยวชาญ จานวนผู้เช่ียวชาญ

50 โดยเลือกข้อคาถามท่ีมีค่าตั้งแต่ 0.05 ข้ึนไป จากข้อคาถามทั้งหมด จานวน 30 ข้อ ใช้ได้ จานวน 30 ข้อ ซงึ่ ขอ้ คาถามทใี่ ชไ้ ดม้ ีคา่ IOC อย่ใู นชว่ ง 0.6-0.8 3.4.6 ปรับปรุงแบบทดสอบ ตามข้อเสนอแนะของผู้เช่ียวชาญเสนอต่ออาจารย์ท่ีปรึกษา สารนิพนธ์ ตรวจสอบความถกู ต้อง 3.4.7 นาแบบทดสอบท่ปี รบั ปรงุ แกไ้ ขแลว้ ไปทดลองใช้ (Try out) กับผู้ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง แตม่ ีคณุ ลกั ษณะคล้ายกันกับกลุ่มตัวอย่าง จานวน 30 คน เพ่อื วิเคราะห์คุณภาพเครอื่ งมือ ดงั น้ี 3.4.8 นาแบบทดสอบไปหาความเชื่อมนั่ โดยการหาค่าคงท่ีภายในเนื้อหาเพื่อให้มีประสิทธิ ภาพยิ่งขึ้น โดยคานวณหาค่าประสิทธ์ิแอลฟา (Alpha Coefficient) โดยการใช้สูตรของ Cranbach ได้ค่าประสิทธแิ์ อลฟา (Alpha Coefficient) เทา่ กบั 0.985 3.4.9 นาเครอ่ื งมอื ทดลองใชแ้ ลว้ นาผลการทดสอบแบบสอบถามปรึกษาอาจารย์สารนิพนธ์ กอ่ นนาเครอ่ื งมือไปเก็บรวบรวมขอ้ มูล 3.5 กำรเก็บรวบรวมข้อมูล การดาเนินการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ผู้วจิ ยั ดาเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยดาเนนิ การดงั น้ี 3.5.1 ประสานงานกับบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขต ศรีล้านช้าง โดยทาหนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บข้อมูลถึงนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ เพื่อ ให้ผู้วิจัยได้ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาวิจัย ได้ตอบแบบทดสอบ ในการวจิ ยั ครง้ั น้ี 3.5.2 ติดต่อกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน นัดหมายวัน เวลาท่ีจะนาแบบทดสอบไปเก็บ ข้อมูล 3.5.3 จัดเตรียมแบบทดสอบให้เพียงพอกับจานวนผู้ตอบแบบทดสอบ โดยดาเนินการ เก็บรวบรวมขอ้ มลู ตั้งแตเ่ ดือนตลุ าคม 2559 ถงึ 30 กรกฎาคม 2560 ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัย ได้เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู โดยใช้แบบสอบถามจานวน 394 ชดุ 3.5.4 ผู้วิจัยดาเนินการเก็บข้อมูลจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยมีหนังสือถึงนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองชุมแพ เพ่ือให้ได้ข้อมูล ท่ีสมบูรณ์โดยใช้เวลา จานวน 2 เดือน ในการตอบแบบทดสอบทั้งหมด 394 ชุด ได้จานวน 394 ชุด คดิ เปน็ 100 เปอรเ์ ซน็ ต์ 3.6 กำรวิเครำะหข์ อ้ มลู การวเิ คราะห์ข้อมูลและการประมวลผลในการวิจัยคร้ังนี้ ได้ดาเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดย ใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์สาเรจ็ รปู ทางสถิติ ซึง่ แยกวเิ คราะหต์ ามลาดบั ดงั นี้

51 3.6.1 ปัจจัยส่วนบุคคลโดยจาแนกกลุ่มตัวอย่างตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ให้ การแจกแจงค่าความถี่ (Frequency) และหาคา่ ร้อยละ (Percentage) 3.6.2 ความเขา้ ใจทางการเมืองในระบอบประชาธปิ ไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมือง ชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยวิธีหาค่าเฉล่ีย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) แลว้ นาเสนอในรปู ตารางประกอบคาบรรยาย 3.6.3 ทดสอบสมมติฐาน ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ท่ีมี เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ต่างกนั โดยใชก้ ารทดสอบคา่ ที (t-test) และการทดสอบความแปรปรวนทางเดียว ด้วย F-test (One- Way ANOVA) 3.6.4 ข้อเสนอแนะเก่ียวกับความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ ประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยการแจกแจงความถี่ (Frequency) และนาเสนอในรูปตารางประกอบคาบรรยาย 3.7 สถติ ทิ ่ใี ชใ้ นกำรวจิ ยั ผู้วิจัยดาเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ประมวลผลด้วยเคร่ืองคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมทาง สงั คมศาสตร์ ใชส้ ถติ ิในการวิเคราะห์ข้อมลู และใชส้ ูตรการหาคา่ สถติ ทิ ใี่ ช้ในการวจิ ัย ดังนี้ 3.7.1 สถิติทใ่ี ช้ในกำรวิเครำะห์ขอ้ มูล สถิตทิ ใ่ี ช้สาหรบั การวิเคราะหข์ อ้ มูล ไดแ้ ก่ 1) สถิติกำรบรรยำย (Descriptive Statistics) เพ่ืออธิบายข้อมูลเก่ียวกับปัจจัย สว่ นบุคคลของกล่มุ ตัวอยา่ งทศ่ี กึ ษา ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ ข้อมูล คือ การแจกแจงความถ่ี (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 2) สถติ ิเชิงอนมุ ำน (Inferential Statistics) เพือ่ อธบิ ายถงึ ความแตกต่างระหว่าง ตัวแปรต้นกับตัวแปรตามจากสมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ และตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา โดยใช้สถิติ วิเคราะห์ความแตกต่างของค่าเฉล่ียประชากร (Independent t-test) และวิเคราะห์ความแปรปรวน ทางเดียว (One-Way ANOVA) หรือ F-test ทดสอบความแตกตา่ งของค่า โดยใช้วิธี Scheffe 3.7.2 สถติ ใิ นกำรหำคณุ ภำพเคร่อื งมอื 1) หาคา่ อานาจจาแนกของแบบสอบถามเปน็ รายข้อโดยใช้ Item-total Correlation 2) หาความเช่ือม่ันของแบบสอบถามโดยหาค่าสัมประสิทธ์ิแอลฟา (α- Coefficient) ของ Cronbach โดยใช้สตู ร

52 α= เมอื่ α = ค่าสัมประสิทธิค์ วามเช่อื มั่น K = จานวนข้อของเครอ่ื งมือวัด = ผลรวมความแปรปรวนของแตล่ ะขอ้ = ความแปรปรวนของคะแนนรวม 3.7.3 สถติ พิ ืน้ ฐำนท่ใี ช้ในกำรวเิ ครำะหข์ ้อมูล 1) การแจกแจงความถ่ี (Frequency) 2) หาค่ารอ้ ยละ เพอื่ วเิ คราะห์ข้อมูลทั่วไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม โดยใชส้ ูตร สตู ร = x 100 เมื่อ = คา่ ร้อยละ = ความถ่ที ีต่ ้องการแปลงให้เป็นรอ้ ยละ = จานวนความถี่ทง้ั หมด 3) การหาคา่ เฉลย่ี (Mean) ใชส้ ตู ร สูตร เมือ่ = ค่าเฉลีย่ = ผลรวมของคะแนนท้งั หมดในกลมุ่ = จานวนคะแนนในกลุม่ 4) ค่าส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใชส้ ูตร สตู ร S = เมื่อ S = สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน X = คะแนนแตล่ ะตวั = ค่าเฉลย่ี N = จานวนคะแนนในกลุม่ = ผลรวม

53 3.7.4 สถติ ทิ ี่ใชใ้ นกำรอนุมำน 1) การทดสอบสมมตฐิ าน (t-test) ใช้สูตร D สูตร t = เมื่อ t = ค่าสถิตทิ ี่จะใชเ้ ปรยี บเทียบกับคา่ วิกฤตเพื่อทราบความมีนยั สาคญั D = คา่ ผลต่างระหวา่ งคู่คะแนน n = จานวนกลุ่มตวั อยา่ งหรอื จานวนคู่คะแนน df = ความเปน็ อสิ ระมีค่าเทา่ กับ N-1 2) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (ONE-WAY ANOVA) หรือ (f-test) ใช้ สูตร สตู ร เม่ือ = ค่าความแปรปรวนทม่ี คี า่ มากกว่า = คา่ ความแปรปรวนท่ีมคี า่ น้อยกวา่ F = คา่ สถิตทิ ใี่ ช้เปรยี บเทียบคา่ วกิ ฤติ

บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล การวิจัย เร่ือง ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขต เทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นผู้วิจัยได้ดาเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามข้ันตอน ดงั ตอ่ ไปนี้ 4.1 สัญลักษณ์ทใี่ ช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู 4.2 ขั้นตอนการวเิ คราะหข์ ้อมลู 4.3 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล 4.1 สัญลักษณท์ ่ใี ชใ้ นการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู ผู้วิจัยได้กาหนดความหมายของสัญลักษณ์เพ่ือให้เกิดความเข้าใจในการแปลความหมาย และการเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล ดังนี้  แทน คา่ เฉล่ยี (Mean) S.D. แทน คา่ สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) n แทน กลมุ่ ตัวอย่าง (Sample Size) t แทน ค่าที่พิจารณาใน t-distribution F แทน ค่าทใ่ี ช้พจิ ารณาใน F-distribution SS แทน ผลบวกกาลงั สองของคะแนน (Sum of squares) MS แทน คา่ คะแนนเฉลี่ยของผลบวกกาลงั สองของคะแนน (Mean of squares) df แทน ระดับช้นั แห่งความเป็นอิสระ (Degree of Freedom) sig แทน ระดบั นัยสาคญั ทางสถติ ิ (Significant) * แทน มนี ัยสาคัญทางสถติ ทิ ่ีระดับ .05 Scheffé แทน การเปรียบเทยี บความแตกตา่ งรายคู่

55 4.2 ขนั้ ตอนการวิเคราะหข์ ้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลคร้ังนี้ ผู้วิจัยได้ดาเนินการวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูปวิเคราะห์ ตอ่ ไปน้ี ตอนที่ 1 ผลการวเิ คราะหป์ จั จยั สว่ นบุคคลของผ้ตู อบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมอื งชุมแพ อาเภอชมุ แพ จังหวดั ขอนแก่น ตอนท่ี 3 ผลการเปรียบเทียบความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ ประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ที่มี เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชพี ต่างกนั ตอนที่ 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อเสนอแนะเก่ยี วกับความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชา- ธปิ ไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชมุ แพ อาเภอชมุ แพ จังหวดั ขอนแกน่

56 4.3 ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ตอนท่ี 1 ผลการวิเคราะหป์ ัจจัยสว่ นบคุ คลของผูต้ อบแบบสอบถาม ผลการวิเคราะหป์ รากฏตามตารางท่ี 4.1-4.4 ตารางท่ี 4.1 แสดงจานวน และร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามเพศ เพศ จานวน รอ้ ยละ ชาย 173 43.91 หญงิ 221 56.09 394 100.00 รวม จากตารางที่ 4.1 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จานวน 221 คน คิด เป็นรอ้ ยละ 56.09 เปน็ เพศชาย จานวน 173 คน คิดเป็นร้อยละ 43.91 ตารางที่ 4.2 แสดงจานวน และร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามอายุ 18 - 30 ปี อายุ จานวน รอ้ ยละ 31 - 40 ปี รวม 49 12.44 41 - 50 ปี 114 28.93 51 - 60 ปี 103 26.14 61 ปขี ้นึ ไป 97 24.62 31 7.87 394 100.00 จากตารางท่ี 4.2 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุ 31-40 ปี จานวน 114 คน คิด เป็นร้อยละ 28.93 รองลงมา มีอายุ 41-50 ปี จานวน 103 คน คิดเป็นร้อยละ 26.14 อายุ 51-60 ปี จานวน 97 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 24.62 อายุ 18-30 คน จานวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 12.44 และอายุ 61 ปีขึ้นไป จานวน 31 คน คิดเปน็ ร้อยละ 7.87

57 ตารางที่ 4.3 แสดงจานวน และรอ้ ยละของผูต้ อบแบบสอบถาม จาแนกตามระดบั การศกึ ษา การศกึ ษา จานวน ร้อยละ ประถมศกึ ษา 61 15.48 มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 46 11.68 มธั ยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. 49 12.44 อนปุ ริญญาตรี/ปวส. 102 25.89 ปรญิ ญาตรหี รือสงู กวา่ 136 34.52 394 100.00 รวม จากตารางท่ี 4.3 พบวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือ สูง กว่า จานวน 136 คน คิดเป็นร้อยละ 34.52 รองลงมา ระดับอนุปริญญาตรี/ปวส. จานวน 102 คน คิดเป็นร้อยละ 25.89 ระดับประถมศึกษา จานวน 61 คน คิดเป็นร้อยละ 15.48 ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย/ปวช. จานวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 12.44 และระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น จานวน 46 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 11.68 ตารางท่ี 4.4 แสดงจานวน และร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จาแนกตามอาชพี อาชพี จานวน ร้อยละ รับราชการ/รฐั วสิ าหกิจ 114 28.93 รับจา้ ง/เกษตรกรรม 135 34.26 ค้าขาย/ธุรกจิ สว่ นตัว 102 25.89 แมบ่ า้ น/นกั ศกึ ษา 43 10.91 394 100.00 รวม จากตารางท่ี 4.4 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง/เกษตรกรรมจานวน 135 คน คิดเป็นร้อยละ 34.26 รองลงมา อาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจ จานวน 114 คน คิดเป็น ร้อย ละ 28.93 อาชีพค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว จานวน 102 คน คิดเป็นร้อยละ 25.89 และอาชีพแม่บ้าน/ นกั ศกึ ษา จานวน 43 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 10.91

58 ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของประชาชน ในเขตเทศบาลเมอื งชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ผลการวิเคราะหป์ รากฏตามตารางที่ 4.5-4.8 ตารางท่ี 4.5 แสดงค่าเฉลี่ย (  ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชมุ แพ จงั หวดั ขอนแก่น โดยรวมและรายดา้ น ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ระดบั ความเขา้ ใจ ในเขตเทศบาลเมอื งชุมแพ อาเภอชมุ แพ จงั หวัดขอนแก่น  S.D. แปลผล 3.78 .90 มาก 1. ด้านหลกั การของระบอบประชาธิปไตย 3.63 .91 มาก 2. ด้านพฤตกิ รรมเกี่ยวกบั วัฒนธรรมทางการเมือง 3.58 .94 มาก 3. ด้านความสนใจบทบาททางการเมอื ง 3.67 .86 มาก รวม จากตารางที่ 4.5 พบว่า ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมท้ัง 3 ด้านอยู่ในระดับมากเมื่อ พิจารณารายด้าน โดยเรียงตามค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ด้านที่มีค่าเฉล่ียมากท่ีสุด คือ ด้านหลักการ ของระบอบประชาธิปไตย รองลงมาได้แก่ ด้านพฤติกรรมเก่ียวกับวัฒนธรรมทางการเมือง ส่วนด้าน ที่มีคา่ เฉลี่ยน้อยทีส่ ดุ คอื ด้านความสนใจบทบาททางการเมอื ง ตามลาดับ

59 ตารางท่ี 4.6 แสดงค่าเฉล่ีย (  ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชมุ แพ จังหวัดขอนแก่น ดา้ นหลกั การของระบอบประชาธปิ ไตย ที่ ด้านหลักการของระบอบประชาธิปไตย ระดบั ความเขา้ ใจ  S.D. แปลผล 1. ท่านมีความเข้าใจในอานาจนิติบัญญัติ อานาจบริหาร และ อานาจตุลาการตอ้ งมกี ารถ่วงดลุ ซง่ึ กันและกนั 3.86 1.08 มาก 2. ท่านมีความเข้าใจในการให้ประชาชนมีอานาจในการเลือกผู้ ปกครองอาจทาใหไ้ ดผ้ ปู้ กครองท่ีไมด่ ี เพราะมีการซ้ือสิทธิขาย เสียงกนั มาก 3.86 1.00 มาก 3. ท่านมีความเข้าใจในการเลอื กต้ังเปน็ การแสดงออกซ่ึงเสรีภาพ ในทางการเมืองของประชาชนในการเลอื กผนู้ าประเทศ 3.86 1.05 มาก 4. ท่านมีความเข้าใจในการมีเสรีภาพในการเลือกผู้ปกครอง ประชาชนท่ีด้อยการศึกษาอาจเลือกคนไม่ดีมาเป็นผู้ปกครอง จงึ ไม่ควรให้เสรภี าพประชาชนในการเลอื กผปู้ กครอง 3.76 1.04 มาก 5. ท่านมีความเข้าใจในความเสมอภาคการปกครองประเทศ จาเปน็ ตอ้ งใช้ความรูค้ วามสามารถ ดังนนั้ คนดอ้ ยการศึกษาจึง ไม่ควรเป็นสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร 3.82 1.06 มาก 6. ทา่ นมีความเข้าใจในนโยบายรัฐบาลควรให้ความเสมอภาคใน การสนับสนุนประชาชนทุกคนได้มีโอกาสในการศึกษาอย่าง เท่าเทียมกันแม้จะต้องส้ินเปลืองทรัพยากรและงบประมาณ แผ่นดนิ จานวนมากกต็ าม 3.75 1.07 มาก 7. ท่านมีความเข้าใจในการมีส่วนร่วมรณรงค์ให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ในระดับใด 3.73 .98 มาก 8. ท่านมคี วามเข้าใจในหลักการท่วี ่า “ชนช้ันใดบัญญัติกฎหมายก็ เพ่ือประโยชน์ของชนช้ันน้ัน” เป็นหลักการที่ไม่สอดคล้องกับ ความเป็นจริง เพราะคนจนและไร้การศึกษาย่อมไม่มีความรู้ท่ี จะบัญญัติกฎหมาย จึงไม่สมควรให้โอกาสบุคคลเหล่านี้มีส่วน ร่วมในการบัญญัติกฎหมาย 3.72 1.01 มาก

60 ตารางท่ี 4.6 (ต่อ) ท่ี ด้านหลักการของระบอบประชาธปิ ไตย ระดบั ความเข้าใจ  S.D. แปลผล 9. ทา่ นมีความเข้าใจในเร่ืองที่รัฐบาลได้รับเสียงข้างมากแสดงว่า ไดร้ บั ฉันทาอนุมัติจากประชาชนในทุกกรณีรัฐบาลจึงสามารถ ตัดสินใจได้โดยไม่ต้องฟงั เสยี งจากฝา่ ยค้านแต่อย่างไร 3.66 1.01 มาก 10. ท่านมีความเข้าใจในกาหนดให้ผู้ปกครองคนเดียวมีอานาจ ในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดจะทาให้การบริหารประเทศมี ประสิทธิภาพสูงสุด เพราะการฟังเสียงส่วนใหญ่อาจทาให้ล่า ชา้ เปล่าประโยชน์ 3.82 1.03 มาก รวม 3.78 .90 มาก จากตารางท่ี 4.6 พบว่า ประชาชนมีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ ประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านหลักการของระบอบประชา- ธิปไตยโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าอยู่ในระดับมากทั้ง 10 ข้อ เช่นเดียวกัน โดย ข้อที่มีเฉลี่ยมากท่ีสุด คือ ข้อ 1, 2 และ 3 ที่ว่าท่านมีความเข้าใจในอานาจนิติบัญญัติ อานาจบริหาร และอานาจตุลาการต้องมีการถ่วงดุลซ่ึงกันและกันท่านมีความเข้าใจในการให้ประชาชนมีอานาจใน การเลือกผู้ปกครองอาจทาให้ได้ผู้ปกครองที่ไม่ดี เพราะมีการซ้ือสิทธิขายเสียงกันมาก และท่านมีความ เข้าใจในการเลือกต้ังเป็นการแสดงออกซึ่งเสรีภาพในทางการเมืองของประชาชนในการเลือกผู้นา ประเทศรองลงมาคือ ข้อ 5, 10 ที่ว่าท่านมีความเข้าใจในความเสมอภาคการปกครองประเทศจาเป็น ตอ้ งใช้ความรูค้ วามสามารถ ดังนนั้ คนด้อยการศึกษาจึงไม่ควรเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านมีความ เข้าใจในกาหนดใหผ้ ู้ปกครองคนเดียวมีอานาจในการตัดสินใจอยา่ งเด็ดขาด จะทาให้การบริหารประเทศ มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะการฟังเสียงส่วนใหญ่อาจทาให้ล่าช้าเปล่าประโยชน์ท่านมีความเข้าใจใน กาหนดให้ผู้ปกครองคนเดียวมีอานาจในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด จะทาให้การบริหารประเทศมี ประสิทธิภาพสูงสุด เพราะการฟังเสียงส่วนใหญ่อาจทาให้ล่าช้าเปล่าประโยชน์ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อย ท่ีสุด คือ ข้อ 9 ที่ว่าท่านมีความเข้าใจในเรื่องที่รัฐบาลได้รับเสียงข้างมากแสดงว่า ได้รับฉันทาอนุมัติ จากประชาชนในทกุ กรณี รฐั บาลจึงสามารถตัดสนิ ใจได้โดยไมต่ ้องฟังเสยี งจากฝา่ ยค้านแต่อยา่ งไร

61 ตารางท่ี 4.7 แสดงค่าเฉล่ีย (  ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จงั หวดั ขอนแกน่ ดา้ นพฤติกรรมเกยี่ วกับวัฒนธรรมทางการเมอื ง ที่ ด้านพฤติกรรมเก่ียวกับวัฒนธรรมทางการเมอื ง ระดับความเข้าใจ  S.D. แปลผล 1. ท่านมคี วามเข้าใจการมีส่วนร่วมในการสนทนาหรือแสดงความ 3.65 .98 มาก คดิ เหน็ ทางการเมอื งกับบุคคลในครอบครวั 3.65 1.00 มาก 3.68 1.00 มาก 2. ทา่ นมีความเข้าใจการมสี ่วนรว่ มในการติดตามการอภิปรายไม่ 3.68 1.00 มาก ไวว้ างใจรัฐบาล 3.63 1.03 มาก 3. ทา่ นมีความเข้าใจการมีส่วนร่วมในการติดตามผลการเลือกตั้ง 3.65 1.09 มาก สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร (ส.ส.) 3.61 1.05 มาก 4. ท่านมีความเข้าใจในการเห็นคุณค่า ความสาคัญในการรับฟัง 3.60 รายการสนทนา พดู คยุ ทางการเมืองผา่ นสือ่ 1.02 มาก 5. ท่านมีความเข้าใจในการเห็นคุณค่าความสาคัญของการไปใช้ สิทธเิ ลือกตง้ั ประธานชุมชน คณะกรรมการชุมชน 3.59 1.02 มาก 6. ท่านมีความเข้าใจในวัฒนธรรมทางการเมืองของชนช้ันกลาง 3.60 1.05 มาก ในการเข้าช่ือถอดถอนผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองออกจาก 3.63 .91 มาก ตาแหนง่ ทป่ี ฏิบัติหนา้ ทีโ่ ดยมิชอบ 7. ท่านมีความเข้าใจในวัฒนธรรมทางการเมืองของชนชั้นกลาง ในการตรวจสอบทางการเมือง โดยการนาประชาพิจารณ์ซ่ึงมี ประโยชนต์ อ่ กระบวนการตัดสินในกาหนดนโยบายของชาติ 8. ท่านมีความเข้าใจการกล่อมเกลาทางการเมืองท่ีเก่ียวข้องกับ ระบอบการปกครองของประเทศเราในปัจจุบันเหมาะสมกับ เรามากท่สี ดุ ถงึ แมว้ ่าจะมีความบกพรอ่ งอยู่บา้ งก็ตาม 9. ท่านมีความเข้าใจการกล่อมเกลาทางการเมือง ในการสนับ สนุนต่อระบบการเมือง ท่ีท่านสามารถไว้วางใจคนมาเป็น รัฐบาลเพอื่ ใหท้ าในส่งิ ทถ่ี ูกตอ้ ง 10. ท่านมีความเข้าใจการกล่อมเกลาทางการเมืองในความซับ ซ้อนของการเมืองการปกครองจนยากที่จะเข้าใจประชาชน ธรรมดาอยา่ งเราไม่มีอิทธพิ ลใด ๆ ตอ่ การทางานของรัฐบาล รวม

62 จากตารางท่ี 4.7 พบว่า ประชาชนมีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ของ ประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชมุ แพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรม ทางการเมืองโดยรวมอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณารายข้อพบว่า อยู่ในระดับมาก ท้ัง 10 ข้อ เช่นเดียว กัน โดยข้อที่มีเฉลี่ยมากที่สุด คือ ข้อ 3, 4 ที่ว่าท่านมีความเข้าใจการมีส่วนร่วมในการติดตามผลการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ท่านมีความเข้าใจในการเห็นคุณค่า ความสาคัญในการรับฟัง รายการสนทนา พูดคุยทางการเมืองผ่านส่ือรองลงมาคือ ข้อ 1, 2 และ 6 ท่ีว่าท่านมีความเข้าใจการ มีส่วนร่วมในการสนทนาหรือแสดงความคิดเห็นทางการเมืองกับบุคคลในครอบครัวท่านมีความเข้าใจ การมสี ว่ นรว่ มในการติดตามการอภิปรายไม่ไวว้ างใจรัฐบาลท่านมีความเข้าใจในวัฒนธรรมทางการเมือง ของชนชั้นกลาง ในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองออกจากตาแหน่งท่ีปฏิบัติหน้า ท่ีโดยมิชอบส่วนข้อท่ีมีค่าเฉล่ียน้อยที่สุด คือ ข้อ 9 ท่ีว่าท่านมีความเข้าใจการกล่อมเกลาทางการเมือง ในการสนับสนุนต่อระบบการเมือง ทีท่ ่านสามารถไวว้ างใจคน มาเป็นรัฐบาลเพื่อใหท้ าในสิง่ ทีถ่ ูกต้อง

63 ตารางที่ 4.8 แสดงค่าเฉล่ีย (  ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความสนใจบทบาททางการเมอื ง ท่ี ด้านความสนใจบทบาททางการเมอื ง ระดบั ความเข้าใจ  S.D. แปลผล 1. ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมือง ท่ีจะ 3.69 1.07 มาก เปน็ สมาชกิ พรรคการเมอื งระดับชาติ 3.70 1.02 มาก 2. ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมือง ท่ีจะ 3.67 2.03 มาก เปน็ แกนนากลุม่ การเมอื งระดบั ทอ้ งถิ่น 3.71 1.04 มาก 3.65 1.08 มาก 3. ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมืองทางอ้อม 3.62 1.05 มาก โดยเป็นผู้รณรงค์ทางการเมือง ได้เชิญชวนให้ไปมีส่วนกิจ 3.48 1.08 มาก กรรมการลงคะแนนเลือกตัง้ 3.38 1.09 ปานกลาง 3.51 1.14 มาก 4. ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมืองท่ีจะเข้า 3.38 1.16 ปานกลาง ร่วมกบั กลมุ่ การเมอื งระดบั ท้องถ่ิน 3.58 .94 มาก 5. ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมืองที่จะ สมัครเปน็ สมาชกิ สภาท้องถิ่น 6. ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมือง ท่ีจะ สมคั รเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมอื งชมุ แพ 7. ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมืองที่จะ สมคั รเป็นสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร 8. ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมืองท่ีจะ สมัครเป็นสมาชิกวุฒสิ ภา 9. ท่านมีความเข้าใจในบทบาททางการเมืองที่จะเข้าร่วมชุมนุม เรยี กรอ้ งทางการเมือง 10. ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมืองที่จะ สมัครเป็นผูน้ ากลุ่มการเมอื ง รวม

64 จากตารางที่ 4.8 พบว่า ประชาชนมีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ใน เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความสนใจบทบาท ทางการเมืองโดย รวมอยใู่ นระดับมาก เมอื่ พิจารณารายข้อพบว่า อยู่ในระดับมาก ทั้ง 8 ข้อ โดยข้อที่มีเฉล่ียมากที่สุด คือ ข้อ 4 ท่ีว่า ท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมืองที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มการเมืองระดับ ท้องถิ่นรองลงมาคือ ข้อ 1 ท่ีว่าท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททางการเมือง ท่ีจะเป็นสมาชิก พรรคการเมืองระดับชาติ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ ข้อ 8, 10 ท่ีว่าท่านมีความเข้าใจในความ สนใจบทบาททางการเมืองที่จะสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาท่านมีความเข้าใจในความสนใจบทบาททาง การเมอื งทจี่ ะสมัครเป็นผนู้ ากลุ่มการเมือง

65 ตอนท่ี 3 ผลการเปรียบเทียบความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิป- ไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ที่มี เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา อาชพี ตา่ งกัน ผลการเปรียบเทยี บปรากฏตามตารางท่ี 4.9-4.52 ระหว่างกลุ่มตัวอย่างท่ีมีเพศต่างกัน โดย ใชส้ ถติ ิ t-test และกลุม่ ตวั อย่างทีม่ ี อายุ ระดบั การศึกษา และอาชีพตา่ งกัน ใช้ F-test ตารางท่ี 4.9 แสดงค่าเฉลี่ย (  ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จังหวดั ขอนแก่น โดยรวม จาแนกตามเพศ เพศ n  S.D. แปลผล ชาย หญิง 173 3.67 0.86 มาก รวม 221 3.66 0.86 มาก 394 3.67 .86 มาก จากตารางที่ 4.9 พบว่า ประชาชนทั้งเพศชายและเพศหญิง มีความเข้าใจทางการเมือง ใน ระบอบประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ตารางที่ 4.10 แสดงผลการเปรียบเทียบความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม ท่ีมี เพศตา่ งกนั เพศ n  S.D. t Sig ชาย 173 3.67 0.86 .138 .890 หญงิ 221 3.66 0.86 จากตารางที่ 4.10 พบว่า ประชาชนท่ีมีเพศต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธปิ ไตย ในเขตเทศบาลเมอื งชุมแพ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแก่น โดยรวมไมแ่ ตกตา่ งกนั

66 ตารางที่ 4.11 แสดงค่าเฉลี่ย (  ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมอื งในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชมุ แพ จงั หวัดขอนแก่น ด้านหลักการของระบอบประชาธปิ ไตย จาแนกตามเพศ เพศ n  S.D. แปลผล ชาย หญงิ 173 3.80 0.92 มาก รวม 221 3.77 0.88 มาก 394 3.78 .90 มาก จากตารางท่ี 4.11 พบว่า ประชาชนท้ังเพศชายและเพศหญิง มีความเข้าใจทางการเมืองใน ระบอบประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านหลักการของ ระบอบประชาธปิ ไตย อยู่ในระดบั มาก ตารางท่ี 4.12 แสดงผลการเปรียบเทียบความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชมุ แพ อาเภอชมุ แพ จังหวัดขอนแก่น ด้านหลักการ ของระบอบประชาธปิ ไตย ทีม่ เี พศต่างกัน เพศ n  S.D. t Sig ชาย 173 3.80 0.92 .324 .746 หญิง 221 3.77 0.88 จากตารางที่ 4.12 พบว่า ประชาชนที่มีเพศต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านหลักการของระบอบ ประชาธปิ ไตย ไมแ่ ตกตา่ งกัน

67 ตารางที่ 4.13 แสดงค่าเฉลี่ย (  ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมอื งในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางการเมือง จาแนก ตามเพศ เพศ n  S.D. แปลผล ชาย หญิง 173 3.64 0.93 มาก รวม 221 3.63 0.89 มาก 394 3.63 0.91 มาก จากตารางที่ 4.13 พบว่า ประชาชนทง้ั เพศชายและเพศหญิง มีความเข้าใจทางการเมืองใน ระบอบประชาธปิ ไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเก่ียว กับวัฒนธรรมทางการเมือง อยใู่ นระดบั มาก ตารางที่ 4.14 แสดงผลการเปรียบเทียบความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติ กรรมเกีย่ วกบั วฒั นธรรมทางการเมอื ง ท่ีมเี พศต่างกนั เพศ n  S.D. t Sig ชาย 173 3.64 0.93 .130 .897 หญิง 221 3.63 0.89 จากตารางท่ี 4.14 พบว่า ประชาชนท่ีมีเพศต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเกี่ยวกับ วฒั นธรรมทางการเมอื ง ไม่แตกตา่ งกัน

68 ตารางท่ี 4.15 แสดงค่าเฉลี่ย (  ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมอื งในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จงั หวดั ขอนแกน่ ด้านความสนใจบทบาททางการเมือง จาแนกตามเพศ เพศ n  S.D. แปลผล ชาย หญงิ 173 3.58 0.92 มาก รวม 221 3.58 0.95 มาก 394 3.58 0.94 มาก จากตารางที่ 4.15 พบว่า ประชาชนทั้งเพศชายและเพศหญิง มีความเข้าใจทางการเมืองใน ระบอบประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความสนใจบท บาททางการเมือง อยูใ่ นระดับมาก ตารางที่ 4.16 แสดงผลการเปรียบเทียบความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของ ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความ สนใจบทบาททางการเมอื ง ที่มเี พศตา่ งกัน เพศ n  S.D. t Sig ชาย 173 3.58 0.92 .055 .956 หญิง 221 3.58 0.95 จากตารางที่ 4.16 พบว่า ประชาชนท่ีมีเพศต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมอื งชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความสนใจบทบาททาง การเมืองไมแ่ ตกตา่ งกนั

69 ตารางที่ 4.17 แสดงค่าเฉลี่ย (  ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมอื งในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จงั หวัดขอนแกน่ โดยรวม จาแนกตามอายุ อายุ n  S.D. แปลผล รวม 18 - 30 ปี 49 3.02 1.01 ปานกลาง 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 114 3.72 .74 มาก 51 - 60 ปี 61 ปขี ้นึ ไป 103 3.87 .76 มาก 97 3.90 .73 มาก 31 3.09 1.01 ปานกลาง 394 3.67 .86 มาก จากตารางท่ี 4.17 พบว่า ประชาชนท้ังห้าช่วงอายุ มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม อยู่ในระดับมาก เม่ือ พิจารณาเป็นรายช่วงอายุ พบว่า อยู่ในระดับมาก ลาดับจากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ อายุ 51- 60 ปี อายุ 41-50 ปี และอายุ 31-40 ปีส่วนช่วงอายุท่ีอยู่ในระดับปานกลาง ลาดับค่าเฉลี่ยจากมากไป หาน้อย คือ อายุ 61 ปีข้ึนไป และอายุ 18-30 ปี ตารางที่ 4.18 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม ทมี่ อี ายตุ ่างกนั แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหวา่ งกลุ่ม 40.69 4.00 10.17 15.77 .000* ภายในกลุ่ม 250.90 389.00 0.64 291.59 393.00 รวม จากตารางท่ี 4.18 พบว่า ประชาชนท่ีมีอายุต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมแตกต่างกันอย่างมี นยั สาคญั ทางสถิติทร่ี ะดับ .05 จงึ ได้ทาการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ ด้วยวิธีการของ Scheffe’ ปรากฏผลดังตารางท่ี 4.19

70 ตารางท่ี 4.19 แสดงการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแกน่ โดยรวม จาแนกตามอายุ ด้วยวิธกี ารของเชฟเฟ่ (Scheffe’) อายุ  18 - 30 ปี 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 60 ปีข้ึนไป 18 - 30 ปี 31 - 40 ปี 3.20 - .70* .86* .88* .08 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 3.72 - .16 .18 .62* 60 ปขี ึ้นไป 3.87 - .02 .78* 3.90 - .80* 3.09 - * มนี ยั สาคญั ทางสถิติท่รี ะดับ .05 จากตารางท่ี 4.19 พบว่า ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยรวมทั้ง 3 ด้าน แตกต่างกัน จงึ ได้พิจารณาความแตกต่างรายคู่ ด้วยวิธขี อง Scheffe’ พบวา่ มีจานวน 6 คู่ ได้แก่ คู่ท่ี 1 ประชาชน ท่ีมอี ายุ 18-30 ปี กบั ประชาชนทม่ี ีอายุ 31-40 ปี ค่ทู ี่ 2 ประชาชนที่มีอายุ 18-30 ปี กับประชาชนท่ีมี อายุ 41-50 ปี ค่ทู ่ี 3 ประชาชนทม่ี ีอายุ 18-30 ปี กบั ประชาชนท่ีมีอายุ 51-60 ปี คู่ที่ 4 ประชาชนที่มี อายุ 31-40 ปี กับประชาชนท่ีมีอายุ 60 ปีขึ้นไป คู่ท่ี 5 ประชาชนท่ีมีอายุ 41-50 ปี กับประชาชนที่มี อายุ 60 ปีข้ึนไป และคู่ท่ี 6 ประชาชนที่มีอายุ 51-60 ปี กับประชาชนที่มีอายุ 60 ปีข้ึนไป นอกนั้นไม่ พบรายคทู่ ี่แตกตา่ ง

71 ตารางที่ 4.20 แสดงค่าเฉลี่ย (  ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมอื งในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชมุ แพ จังหวดั ขอนแกน่ ด้านหลกั การของระบอบประชาธิปไตย จาแนกตามอายุ อายุ n  S.D. แปลผล รวม 18 - 30 ปี 49 3.10 1.01 ปานกลาง 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 114 3.76 .74 มาก 51 - 60 ปี 61 ปีข้ึนไป 103 3.97 .78 มาก 97 4.11 .79 มาก 31 3.28 .1.13 มาก 394 3.78 .90 มาก จากตารางที่ 4.20 พบว่า ประชาชนท้ังห้าช่วงอายุ มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธปิ ไตย ในเขตเทศบาลเมอื งชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความสนใจบทบาททาง การเมือง อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายช่วงอายุ พบว่าอยู่ในระดับมาก มี 4 ช่วงอายุ ลาดับ จากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ อายุ 51-60 ปี อายุ 41-50 ปี อายุ 31-40 ปีและอายุ 61 ปีขึ้นไป ส่วนชว่ งอายุทพี่ บวา่ อยใู่ นระดับปานกลาง มี 1 ช่วงอายุ คอื อายุ 18-30 ปี ตารางที่ 4.21 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านหลกั การของระบอบประชาธปิ ไตย ทีม่ อี ายตุ ่างกัน แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหวา่ งกลุ่ม 44.93 4.00 11.23 16.071 .000* ภายในกลมุ่ 271.86 389.00 0.70 316.79 393.00 รวม จากตารางท่ี 4.21 พบว่า ประชาชนท่ีมีอายุต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความสนใจบทบาท ทางการเมอื ง แตกตา่ งกนั อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่รี ะดบั .05 จึงได้ทาการทดสอบความแตกต่างเป็น รายคู่ ด้วยวธิ ีการของ Scheffe’ ปรากฏผลดังตารางที่ 4.22

72 ตารางท่ี 4.22 แสดงการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น ดา้ นหลกั การของระบอบประชาธิปไตย จาแนกตามอายุ ด้วยวิธีการของ เชฟเฟ่ (Scheffe’) อายุ  18 - 30 ปี 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 60 ปีขึน้ ไป 18 - 30 ปี 31 - 40 ปี 3.10 - .66* .87* 1.01* .18 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 3.76 - .20 .35 .48 60 ปขี ึ้นไป 3.97 - .14 .69* 3.11 - .83* 3.28 - * มนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดับ .05 จากตารางท่ี 4.22 พบว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ด้านหลักการของระบอบประชา- ธิปไตยแตกตา่ งกนั จึงได้พจิ ารณาความแตกตา่ งรายคู่ ดว้ ยวิธีของ Scheffe’ พบว่า มีจานวน 5 คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีมีอายุ 18-30 ปี มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแตกต่างกันกับ ประชาชนท่ีมีอายุ 31-40 ปี อายุ 41-50 ปี และอายุ 51-60 ปี ประชาชนท่ีมีอายุ 41-50 ปี มีความ เขา้ ใจทางการเมอื งในระบอบประชาธิปไตยแตกต่างกนั กบั ประชาชนท่ีมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และประชาชน ที่มีอายุ 51-60 ปี มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแตกต่างกันกับประชาชนท่ีมีอายุ 60 ปขี นึ้ ไป นอกนน้ั ไม่พบรายคทู่ ี่แตกตา่ ง

73 ตารางที่ 4.23 แสดงค่าเฉล่ีย (  ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางการเมือง จาแนก ตามอายุ อายุ n  S.D. แปลผล รวม 18 - 30 ปี 49 2.92 1.02 ปานกลาง 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 114 3.70 .76 มาก 51 - 60 ปี 61 ปขี น้ึ ไป 103 3.82 .83 มาก 97 3.91 .77 มาก 31 3.00 1.03 ปานกลาง 394 3.63 .91 มาก จากตารางที่ 4.23 พบว่า ประชาชนทั้งห้าช่วงอายุ มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเก่ียวกับ วัฒนธรรมทางการเมือง อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายช่วงอายุ พบว่าอยู่ในระดับมาก มี 3 ช่วง อายุ ลาดับจากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ อายุ51-60 ปี อายุ 41-50 ปี และอายุ 31-40 ปี อยู่ ระดับปานกลาง มี 2 ช่วงอายุ ลาดับจากค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อยคือ อายุ61 ปีขึ้นไป และอายุ 18- 30 ปี ตารางที่ 4.24 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ดา้ นพฤตกิ รรมเกีย่ วกับวฒั นธรรมทางการเมือง ท่ีมอี ายตุ ่างกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกล่มุ 48.67 4.00 12.17 17.322 .000* ภายในกลุ่ม 273.22 389.00 0.70 321.88 393.00 รวม จากตารางที่ 4.24 พบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเก่ียวกับ วัฒนธรรมทางการเมืองแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 จึงได้ทาการทดสอบความ แตกต่างเป็นรายคู่ ดว้ ยวธิ กี ารของ Scheffe’ ปรากฏผลดังตารางท่ี 4.25

74 ตารางที่ 4.25 แสดงการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเก่ียวกับวัฒนธรรมทางการเมือง จาแนกตามอายุ ด้วย วิธกี ารของเชฟเฟ่ (Scheffe’) อายุ  18 - 30 ปี 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 60 ปีขึ้นไป 18 - 30 ปี 31 - 40 ปี 3.92 - .70* .86* .88* .08 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 3.70 - .16 .18 .62* 60 ปขี ้นึ ไป 3.82 - .02 .78* 3.91 - .80* 3.00 - * มีนัยสาคญั ทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางท่ี 4.25 พบว่า ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จงั หวดั ขอนแก่น มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ด้านพฤติกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรม ทางการเมือง แตกต่างกัน จึงได้พิจารณาความแตกต่างรายคู่ ด้วยวิธีของ Scheffe’ พบว่า มีจานวน 6 คู่ ได้แก่ คู่ที่ 1อายุ 18-30 กับ อายุ 31-40 ปี คู่ที่2 อายุ 18-30 กับ อายุ 41-50 ปี คู่ท่ี 3 อายุ 18-30 กับ อายุ 51-60 ปี คทู่ ี่ 4 อายุ 31-40 ปี กับ อายุ 60 ปขี ้นึ ไป คู่ท่ี 5 อายุ 41-50 ปี กับ อายุ 60 ปีข้ึนไป และคทู่ ี่ 6 อายุ 51-60 ปี กบั อายุ 60 ปขี ึ้นไป นอกนนั้ ไมพ่ บรายคูท่ แี่ ตกตา่ ง

75 ตารางที่ 4.26 แสดงค่าเฉล่ีย (  ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชมุ แพ จงั หวดั ขอนแกน่ ด้านความสนใจบทบาททางการเมือง จาแนกตามอายุ อายุ n  S.D. แปลผล รวม 18 - 30 ปี 49 3.02 1.12 ปานกลาง 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 114 3.68 .85 มาก 51 - 60 ปี 61 ปขี ้ึนไป 103 3.82 .79 มาก 97 3.66 .86 มาก 31 3.00 1.04 ปานกลาง 394 3.58 .94 มาก จากตารางที่ 4.26 พบว่า ประชาชนทั้งห้าช่วงอายุ มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมอื งชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความสนใจบทบาททาง การเมือง อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายช่วงอายุ พบว่าอยู่ในระดับมาก มี3 ช่วงอายุ ลาดับ จากค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย คือ อายุ 41-50 ปี อายุ 31-40 ปีและอายุ 51-60 ปีอยู่ในระดับปาน กลาง มี 2 ชว่ งอายุ ลาดับจากค่าเฉลีย่ จากมากไปหานอ้ ย คอื อายุ 18-30 ปี และอายุ 61 ปีขน้ึ ไป ตารางที่ 4.27 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความสนใจบทบาททางการเมือง ทมี่ อี ายตุ า่ งกนั แหลง่ ความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหวา่ งกลมุ่ 33.78 4.00 8.45 10.588 .000* ภายในกลุม่ 310.28 389.00 0.80 344.06 393.00 รวม จากตารางที่ 4.27 พบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านความสนใจบทบาททาง การเมืองแตกตา่ งกนั อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 จึงได้ทาการทดสอบความแตกต่างเป็นราย คู่ ด้วยวธิ กี ารของ Scheffe’ ปรากฏผลดงั ตารางท่ี 4.28

76 ตารางที่ 4.28 แสดงการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น ด้านความสนใจบทบาททางการเมือง จาแนกตามอายุ ด้วยวิธีการของ เชฟเฟ่ (Scheffe’) อายุ  18 - 30 ปี 31 - 40 ปี 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 60 ปีขึน้ ไป 18 - 30 ปี 31 - 40 ปี 3.02 - .70* .86* .88* .08 41 - 50 ปี 51 - 60 ปี 3.68 - .16 .18 .62* 60 ปีขนึ้ ไป 3.82 - .02 .78* 3.66 - .80* 3.00 - * มีนัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 จากตารางที่ 4.28 พบว่า ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น มีความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ด้านความสนใจบทบาททาง การเมืองแตกต่างกัน จึงได้พิจารณาความแตกต่างรายคู่ ด้วยวิธีของ Scheffe’ พบว่า มีจานวน 6 คู่ ได้แก่ คู่ที่ 1 อายุ 18-30 ปี กับ อายุ 31-40 ปี คู่ที่ 2 อายุ 18-30 ปีกับ อายุ 41-50 ปี คู่ที่ 3 อายุ 18-30 ปี กับ อายุ 51-60 ปี คู่ท่ี 4 อายุ 31-40 ปี กับ อายุ 60 ปีขึ้นไป คู่ท่ี 5อายุ 41-50 ปี กับ อายุ 60 ปขี น้ึ ไป และค่ทู ี่ 6 อายุ 51-60 ปี กบั อายุ 60 ปขี ึ้นไป นอกนน้ั ไมพ่ บรายคู่ท่ีแตกตา่ ง

77 ตารางที่ 4.29 แสดงค่าเฉล่ีย (  ) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จังหวดั ขอนแก่น โดยรวม จาแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา n  S.D. แปลผล ประถมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนตน้ 61 2.93 1.01 ปานกลาง มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. อนุปริญญา/ปวส. 46 3.56 .76 มาก ปรญิ ญาตรหี รอื สูงกวา่ 49 3.49 .79 มาก รวม 102 3.78 .73 มาก 136 4.01 .72 มาก 394 3.67 .86 มาก จากตารางที่ 4.29 พบว่า ประชาชนท่ีมีการศึกษาแต่ละระดับ มีความเข้าใจทางการเมืองใน ระบอบประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาเป็นรายช่วงอายุ พบว่า อยู่ในระดับมาก มี 4 ระดับ ลาดับจากค่าเฉล่ียจากมากไปหา น้อย คือ ระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าระดับอนุปริญญาตรี/ปวส. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/ปวช. อยใู่ นระดบั ปานกลาง มี 1 ระดบั คอื ระดับประถมศึกษา ตารางท่ี 4.30 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวม ที่มรี ะดับการศึกษาตา่ งกนั แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลมุ่ 51.99 4.00 13.00 21.101 .000* ภายในกลมุ่ 239.60 389.00 0.62 291.59 393.00 รวม จากตารางที่ 4.30 พบว่า ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยรวมแตกต่าง กนั อยา่ งมนี ัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงได้ทาการทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ ด้วยวิธีการของ Scheffe’ ปรากฏผลดงั ตารางท่ี 4.31

78 ตารางที่ 4.31 แสดงการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแกน่ โดยรวม จาแนกตามระดบั การศกึ ษา ดว้ ยวธิ กี ารของเชฟเฟ่ (Scheffe’) ระดับการศึกษา  ประถม มธั ยมศึกษา มธั ยมศึกษา อนุปรญิ ญา/ ปริญญาตรี ศึกษา ตอนต้น ตอนปลาย/ ปวส. หรือสูงกวา่ ประถมศึกษา 2.93 มัธยมศกึ ษาตอนตน้ 3.56 ปวช. มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/ - .62* .56* .85* 1.07* ปวช. 3.49 อนปุ รญิ ญา/ปวส. 3.78 - .09 .22 .45* ปรญิ ญาตรีหรือสูงกวา่ 4.01 - .29 .52* - .22 - * มีนยั สาคญั ทางสถติ ทิ ีร่ ะดบั .05 จากตารางที่ 4.31 พบว่า ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นโดยรวมทั้ง 3 ด้าน มีความแตกต่างกัน จึงได้ พิจารณาความแตกต่างรายคู่ ด้วยวิธีของ Scheffe’ พบว่า มีจานวน 6 คู่ ได้แก่ คู่ท่ี 1 จาแนก ตาม ประถมศึกษา กับ มัธยมศึกษาตอนปลาย คู่ที่ 2 ประถมศึกษากับ มัธยมตอนปลาย /ปวช. คู่ที่ 3 ประถมศึกษากับ กับ อนุปริญญา/ปวส. คู่ที่ 4 ประถมศึกษากับ ปริญญาตรีหรือสูงกว่า คู่ที่ 5มัธยม ศกึ ษาตอนต้น กับ ปริญญาตรีหรือสูงกว่า และคู่ที่ 6 มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. กับ ปริญญาตรีหรือ สงู กว่า นอกน้ันไมพ่ บความแตกต่างรายคู่

79 ตารางที่ 4.32 แสดงค่าเฉล่ีย (  ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมอื งในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชมุ แพ จงั หวัดขอนแกน่ ด้านหลกั การของระบอบประชาธิปไตย จาแนกตามระดับ การศกึ ษา ระดบั การศกึ ษา n  S.D. แปลผล ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 61 3.00 1.06 ปานกลาง มัธยมศกึ ษาตอนปลาย/ปวช. อนุปรญิ ญา/ปวส. 46 3.67 .68 มาก ปรญิ ญาตรหี รอื สงู กว่า 49 3.51 .77 มาก รวม 102 3.83 .75 มาก 136 4.24 .73 มากท่ีสดุ 394 3.78 .90 มาก จากตารางที่ 4.32 พบว่า ประชาชนท้ังห้าระดับการศึกษา มีความเข้าใจทางการเมืองใน ระบอบประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านหลักการของ ระบอบประชาธิปไตย อยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาเป็นรายช่วงระดับการศึกษา พบว่าอยู่ในระดับมาก ทสี่ ดุ คือ ระดับปรญิ ญาตรหี รอื สงู กว่า อยูใ่ นระดับมากมี 3 ระดับ เรียงลาดับจากค่าเฉล่ียจากมากไปหา นอ้ ย คือ ระดับอนุปริญญาตรี/ปวส. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. และอยใู่ นระดบั ปานกลาง คือ ระดับประถมศกึ ษา ตารางท่ี 4.33 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ดา้ นหลักการของระบอบประชาธปิ ไตย ทีม่ รี ะดบั การศึกษาตา่ งกัน แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุ่ม 69.36 4.00 17.34 27.261 .000* ภายในกลุ่ม 247.43 389.00 0.64 316.79 393.00 รวม จากตารางท่ี 4.33 พบว่า ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านหลักการของ ระบอบประชาธิปไตยแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จึงได้ทาการทดสอบความ แตกตา่ งเปน็ รายคู่ ดว้ ยวธิ กี ารของ Scheffe’ ปรากฏผลดังตารางที่ 4.34

80 ตารางท่ี 4.34 แสดงการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแกน่ ด้านหลกั การของระบอบประชาธปิ ไตย จาแนกตามระดับการศึกษา ด้วย วิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’) ระดับการศกึ ษา  ประถม มธั ยมศกึ ษา มัธยมศึกษา อนุปรญิ ญา/ ปริญญาตรี ศึกษา ตอนต้น ตอนปลาย/ ปวส. หรือสูงกว่า ประถมศึกษา 3.00 มัธยมศึกษาตอนต้น 3.67 ปวช. มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/ - .66* .51* .82* 1.23* ปวช. 3.51 อนปุ รญิ ญา/ปวส. 3.83 - .16 .16 .57* ปรญิ ญาตรหี รอื สงู กว่า 4.24 - .32 .72* - .41* - * มีนัยสาคัญทางสถติ ทิ ี่ระดับ .05 จากตารางท่ี 4.34 พบว่า ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นด้านหลักการของระบอบประชาธิปไตย จาแนกตามระดับการศึกษา พบว่าคู่ที่แตกต่างกัน จึงได้พิจารณาความแตกต่างรายคู่ ด้วยวิธีของ Scheffe’ พบว่า มจี านวน 7 คไู่ ด้แก่ คทู่ ่ี 1 ประศึกษาประถมศึกษา กับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น คู่ท่ี 2ประศึกษาประถมศึกษา กับ มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. คู่ที่ 3 ประศึกษาประถมศึกษา กับ อนุปริญญา/ปวส. คู่ท่ี 4 ประศกึ ษาประถมศึกษา กับ ปริญญาตรีหรือสูงกว่า คู่ท่ี 5 ศึกษามัธยมศึกษา ตอนตน้ กบั ปริญญาตรีหรือสงู กว่า คทู่ ี่ 6 มัธยมศกึ ษาตอนปลายกับ ปรญิ ญาตรหี รือสูงกว่า และคู่ท่ี 7 ศกึ ษาอนปุ ริญญา/ปวส. ศกึ ษาปรญิ ญาตรหี รือสูงกวา่ นอกน้นั ไม่พบความแตกตา่ งเปน็ รายคู่

81 ตารางท่ี 4.35 แสดงค่าเฉล่ีย (  ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และระดับความเข้าใจทาง การเมอื งในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอ ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเก่ียวกับวัฒนธรรมทางการเมือง จาแนก ตามระดับการศกึ ษา ระดับการศึกษา n  S.D. แปลผล ประถมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 61 2.85 1.01 ปานกลาง มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/ปวช. อนปุ ริญญา/ปวส. 46 3.51 .82 มาก ปรญิ ญาตรีหรอื สงู กวา่ 49 3.49 .87 มาก รวม 102 3.80 .76 มาก 136 3.95 .76 มาก 394 3.63 .91 มาก จากตารางที่ 4.35 พบว่า ประชาชนท้ังห้าระดับการศึกษา มีความเข้าใจทางการเมืองใน ระบอบประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเก่ียว กับวัฒนธรรมทางการเมือง อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาเป็นรายช่วงระดับการศึกษา พบว่าอยู่ใน ระดับมาก มี 4 ระดับ ลาดับจากค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าระดับ อนุปริญญาตรี/ปวส. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. อยู่ในระดับ ปานกลาง คอื ระดบั ประถมศึกษา ตารางท่ี 4.36 แสดงผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤตกิ รรมเก่ยี วกบั วัฒนธรรมทางการเมือง ทม่ี รี ะดับการศกึ ษาต่างกนั แหล่งความแปรปรวน SS df MS F Sig ระหว่างกลุม่ 56.13 4.00 14.03 20.540 .000* ภายในกลมุ่ 265.75 389.00 0.68 321.88 393.00 รวม จากตารางที่ 4.36 พบว่า ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีความเข้าใจทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ด้านพฤติกรรม เกี่ยวกับวัฒนธรรมทางการเมืองแตกต่างกนั อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 จึงได้ทาการทดสอบ ความแตกต่างเป็นรายคู่ ดว้ ยวธิ ีการของ Scheffe’ ปรากฏผลดังตารางที่ 4.37

82 ตารางที่ 4.37 แสดงการวิเคราะห์ความแตกต่างเป็นรายคู่ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบ ประชา ธิปไตยของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัด ขอนแก่น ด้านพฤติกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมทางการเมือง จาแนกตามระดับ การศึกษา ด้วยวธิ ีการของเชฟเฟ่ (Scheffe’) ระดับการศกึ ษา  ประถม มัธยมศกึ ษา มธั ยมศึกษา อนุปริญญา/ ปริญญาตรี ศึกษา ตอนตน้ ตอนปลาย/ ปวส. หรอื สูงกวา่ ประถมศกึ ษา 2.85 มธั ยมศึกษาตอนต้น 3.51 ปวช. มัธยมศกึ ษาตอนปลาย/ - .70* .86* .88* .08 ปวช. 3.49 อนปุ ริญญา/ปวส. 3.80 - .16 .18 .62* ปรญิ ญาตรหี รอื สูงกว่า 3.95 - .02 .78* - .80* - * มนี ยั สาคัญทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ .05 จากตารางที่ 4.37 พบว่า ความเข้าใจทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่นด้านพฤติกรรมเกี่ยวกับวัฒนธรรมทาง การเมือง จาแนกตามระดับการศึกษาแตกต่างกัน จึงได้พิจารณาความแตกต่างรายคู่ ด้วยวิธีของ Scheffe’ พบว่า มีจานวน 6 คู่ ได้แก่ คู่ที่ 1 ประถมศึกษากับ มัธยมศึกษาตอนต้น คู่ท่ี 2 ประถมศึกษา กับ มัธยมศึกษาตอบปลาย /ปวส. คู่ที่ 3 ประถมศึกษากับ การศึกษาระดับอนุปริญญา/ปวส. คู่ที่ 4 ประถมศกึ ษากับปริญญาตรีหรือสูงกว่า คู่ที่ 5 มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. กับ ปริญญาตรีหรือสูงกว่า และคูท่ ี่ 6 อนปุ ริญญา/ปวส. กบั ปริญญาตรหี รอื สูงกว่า นอกน้ันไมพ่ บความแตกต่างเป็นรายคู่