Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ม.ต้นแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

ม.ต้นแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

Published by 420st0000060, 2022-01-04 14:58:40

Description: ม.ต้นแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นักศึกษาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

Search

Read the Text Version

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้นักศกึ ษาการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ.2554) ชอ่ื กลุ่ม กศน.ตำบลกุฎโง้ง ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ ครผู ้สู อน นางสาวกนกกร ฮกโก้ ครัง้ ท่ี วนั เดือน ปี เวลา เนอ้ื หากิจกรรมทจี่ ัดกจิ กรรมการเรียนรู้ สถานท่ี หมายเหตุ 1 14 มิ.ย. 2564 13.00- - ปฐมนิเทศ กศน.ตำบล จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ผา่ นโปรแกรม (วันจันทร)์ 16.00 น. - ทำบนั ทกึ ข้อตกลงการพบกลุ่ม กุฎโงง้ Google Meet - การวเิ คราะหผ์ ู้เรยี นรายบคุ คล กิจกรรมการเรยี นการสอน - รายวชิ าศาสนาและหนา้ ที่พลเมือง 2 17 ม.ิ ย. 2564 09.00- กจิ กรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล (วนั พฤหัสบดี) 16.00 น. - รายวชิ าศาสนาและหนา้ ท่พี ลเมอื ง กุฎโงง้ - สอบเกบ็ คะแนนระหวา่ งภาคเรียน รายวชิ าศาสนาและหน้าที่พลเมือง ดว้ ย Google Form 3 24 ม.ิ ย. 2564 09.00- กจิ กรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล (วันพฤหสั บดี) 16.00 น. - รายวิชาการพัฒนาตนเอง ชมุ ชนและ กฎุ โงง้ สังคม - สอบเก็บคะแนนระหว่างภาคเรียน รายวิชาการพฒั นาตนเอง ชุมชนและ สงั คม ดว้ ย Google Form 4 1 ก.ค. 2564 09.00- กิจกรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล (วนั พฤหัสบดี) 16.00 น. - รายวชิ าศลิ ปศกึ ษา กุฎโง้ง 5 8 ก.ค. 2564 09.00- กิจกรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล (วันพฤหสั บดี) 16.00 น. - รายวิชาศิลปศกึ ษา กุฎโงง้ - สอบเกบ็ คะแนนระหว่างภาคเรยี น รายวิชาศลิ ปศึกษา ด้วย Google Form 6 15 ก.ค. 2564 09.00- กจิ กรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล (วันพฤหสั บดี) 16.00 น. - รายวิชาภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวัน กฎุ โง้ง 7 22 ก.ค. 2564 09.00- กจิ กรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล (วันพฤหสั บดี) 16.00 น. - รายวิชาภาษาองั กฤษในชีวิตประจำวัน กฎุ โงง้ 8 29 ก.ค. 2564 09.00- กจิ กรรมการเรยี นการสอน กศน.ตำบล (วนั พฤหัสบดี) 16.00 น. - รายวชิ าภาษาอังกฤษในชวี ิตประจำวัน กุฎโงง้

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้นกั ศึกษาการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ.2554) ชอื่ กลุ่ม กศน.ตำบลกุฎโง้ง ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ครผู ู้สอน นางสาวกนกกร ฮกโก้ ครง้ั ที่ วนั เดอื น ปี เวลา เน้อื หากิจกรรมท่จี ดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ สถานที่ หมายเหตุ 9 5 ส.ค. 2564 09.00- กิจกรรมการเรยี นการสอน กศน.ตำบล (วนั พฤหสั บดี) 16.00 น. - รายวชิ าภาษาองั กฤษในชวี ิตประจำวัน กุฎโง้ง 10 12 ส.ค. 09.00- กจิ กรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล 2564 16.00 น. - รายวิชาภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวนั กฎุ โงง้ (วนั พฤหัสบดี) 11 19 ส.ค. 09.00- กจิ กรรมการเรยี นการสอน กศน.ตำบล 2564 16.00 น. - รายวชิ าภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวนั กฎุ โง้ง (วันพฤหัสบดี) 12 26 ส.ค. 09.00- กิจกรรมการเรยี นการสอน กศน.ตำบล 2564 16.00 น. - รายวิชาภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวัน กุฎโงง้ (วันพฤหัสบดี) 13 2 ก.ย. 2564 09.00- กจิ กรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล (วันพฤหัสบดี) 16.00 น. - รายวชิ าภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวนั กฎุ โงง้ 14 9 ก.ย. 2564 09.00- กิจกรรมการเรยี นการสอน กศน.ตำบล (วนั พฤหสั บดี) 16.00 น. - รายวิชาภาษาอังกฤษในชีวติ ประจำวนั กุฎโง้ง - สอบเกบ็ คะแนนระหว่างภาคเรียน รายวชิ าภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวนั ด้วย Google Form 15 15 ก.ย. 09.00- กิจกรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ผ่านโปรแกรม 2564 16.00 น. - รายวชิ าพฒั นาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง กฎุ โงง้ Google Meet (วันพธุ ) 16 16 ก.ย. 09.00- กจิ กรรมการเรยี นการสอน กศน.ตำบล 2564 16.00 น. - รายวชิ าพัฒนาอาชีพใหม้ ีความเข้มแขง็ กฎุ โงง้ (วันพฤหัสบดี) - สอบเก็บคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น รายวิชาพัฒนาอาชพี ใหม้ ีความเข้มแขง็ ด้วย Google Form 17 23 ก.ย. 09.00- กิจกรรมการเรียนการสอน กศน.ตำบล จัดกิจกรรมการเรียนรผู้ ่านโปรแกรม Google Meet 2564 16.00 น. - รายวชิ าการเรียนร้ดู ้วยวธิ โี ครงงาน กุฎโงง้ (วันพฤหัสบดี)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2554) แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้รายสปั ดาหท์ ่ี 1 แผนการจดั การเรียนการสอน ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ เน้อื หาเรอ่ื ง ศาสนา วฒั นธรรมประเพณี จำนวน 40 ชวั่ โมง วันท.ี่ ....14........เดือน......มิถุนายน.........พ.ศ......2564............ เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ รายวิชาศาสนาและหนา้ ที่พลเมอื ง รหัสวชิ า สค21002 1. มคี วามรู้ ความเข้าใจ เหน็ คณุ ค่าและสืบทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณีของประเทศในทวปี เอเชยี 2. มีความรู้ ความเขา้ ใจดำเนินชวี ิตตามวิถีประชาธิปไตย กฎระเบยี บของประเทศเพอ่ื นบ้าน สาระการเรยี นรู้ สาระพฒั นาสังคม รายวิชา รายวิชาศาสนาและหน้าที่พลเมอื ง รหสั วิชา สค21002 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั เพ่อื ใหผ้ ู้เรียนสามารถ 1. อธบิ ายโครงสรา้ งหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) ได้ 2. อธิบายความเป็นมาของศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทยและประเทศในทวีปเอเชียได้ 3. นำหลกั ธรรมสำคัญๆ ในศาสนาของตน มาประพฤติปฏบิ ตั ใิ หส้ ามารถอยู่ร่วมกนั กับศาสนาอ่ืนได้อยา่ งสันติ สุขได้ 4. บอกประโยชนใ์ นการนำหลักธรรมคำสอนในศาสนาทต่ี นนับถือมาประพฤตปิ ฏิบตั ิตน เพอื่ ใหเ้ ป็นคนดใี น สงั คมได้ 5. บอกข้อปฏบิ ัตขิ องบุคคลตัวอยา่ งทีใ่ ชห้ ลักธรรมทางศาสนามาปฏิบัติในชีวิตประจำวันมาใชใ้ ห้เหมาะสมกับวถิ ี ชวี ติ ของตนเองได้ 6. อธบิ ายวัฒนธรรมประเพณขี องประเทศไทยและประเทศในเอเชยี ได้ 7. อธบิ ายความสำคัญในวฒั นธรรมประเพณีของประเทศไทยและประเทศในเอเชียได้ 8. ปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมประเพณีของสงั คมไทยได้ 9. ประพฤติตนตามค่านยิ มจรยิ ธรรมทพี่ งึ ประสงคข์ องสงั คมไทยได้ ตัวชี้วัด 1. อธบิ ายโครงสร้างหลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ ระดบั การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ได้ 2. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับความเปน็ มาของศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทยและประเทศในทวีปเอเชยี 3. นำหลักธรรมสำคัญๆ ในศาสนาของตน มาประพฤติปฏิบตั ิให้สามารถอยรู่ ่วมกันกับศาสนาอนื่ ได้อย่าง สันติสขุ 4. เห็นประโยชน์ในการนำหลักธรรมคำสอนในศาสนาทตี่ นนบั ถือมาประพฤตปิ ฏิบตั ติ น เพ่อื ใหเ้ ปน็ คนดีใน สงั คม 5. นำข้อปฏิบตั ขิ องบคุ คลตวั อย่างท่ีใช้หลักธรรมทางศาสนามาปฏิบัตใิ นชวี ติ ประจำวันมาใช้ใหเ้ หมาะสมกับวิถี ชีวติ ของตนเอง

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) 6. มีความรู้ ความเข้าใจในวฒั นธรรมประเพณขี องประเทศไทยและประเทศในเอเชีย 7. ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ในวฒั นธรรมประเพณีของประเทศไทยและประเทศในเอเชยี 8. มสี ว่ นร่วมในการปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมประเพณขี องสงั คมไทย 9. ประพฤติตนตามค่านิยมจรยิ ธรรมท่พี ึงประสงคข์ องสังคมไทย เนือ้ หา 1. โครงสรา้ งหลกั สูตร 2. การวิเคราะห์ผ้เู รยี นรายบุคคล 3. การจดั กระบวนการเรยี นรู้แบบมีส่วนรว่ ม 4. การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง 5. การวดั ผลประเมนิ ผล 6. การทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวติ 7. การประเมินคุณธรรม 8. การทำบนั ทึกข้อตกลงในการพบกลุ่ม ศาสนา วฒั นธรรมประเพณี 1. ความเปน็ มาของศาสนาในประเทศไทย - พทุ ธ - คริสต์ - อิสลาม - ฮนิ ดู 2. ความเปน็ มาของศาสนาในทวปี เอเชีย - พุทธ - ครสิ ต์ - อิสลาม - ฮนิ ดู 3. หลักธรรมในแตล่ ะศาสนาที่ทำให้อย่รู ว่ มกบั ศาสนาอื่นไดอ้ ย่างมีความสุข - ศาสนาพุทธ คอื พรหมวหิ าร4 ฆราวาสธรรม ฯลฯ - ศาสนาครสิ ต์ - ศาสนาอิสลาม - ศาสนาฮนิ ดู 4.1 หลักธรรมในแตล่ ะศาสนาท่ีทำใหผ้ ู้นำมาประพฤติปฏิบัติเปน็ คนดใี น ศาสนาพุทธคือ เบญจศลี เบญจธรรม พรหมวหิ าร ธรรมทีท่ ำใหง้ าม ศาสนาครสิ ต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮนิ ดู 4.2 กรณตี วั อย่างบุคคลตวั อย่างในแต่ละศาสนา 5. วัฒนธรรมประเพณใี นประเทศไทยและประเทศในเอเชยี - ภาษา - การแต่งกาย - อาหาร - ประเพณี

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรงุ พ.ศ. 2554) ฯลฯ 6. การอนุรักษ์ และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทย และประเทศในเอเชีย(กรณีตัวอย่าง) 7. การประพฤตปิ ฏบิ ัติตน เพ่ือการอนรุ ักษ์ และสืบสาน วฒั นธรรมประเพณีของประเทศไทยและประเทศใน เอเชีย 8. คา่ นิยมทพ่ี ึงประสงค์ของประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในเอเชยี กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขนั้ ที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา (O:Orientation) 1. ครแู ละผ้เู รยี นปฏิบตั ิตามมาตรการตรวจคน คดั กรอง วัดไข้ สวมหนา้ กากอนามยั รักษาระยะห่างระหว่าง กัน 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผู้เรียนในการพบกลมุ่ ครงั้ นี้ 3. ครพู ูดคยุ กับผู้เรียนถงึ การนบั ถือศาสนาของผู้เรยี นแตล่ ะคนในชัน้ เรียน ขั้นที่ 2 แสวงหาขอ้ มลู (N:New way of learning) 1. ครอู ธบิ ายโครงสรา้ งหลกั สูตร รายวชิ าทลี่ งทะเบยี นเรยี น ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 การพบกล่มุ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรรู้ ปู แบบออนไลน์ การทำกิจกรรม กพช. การจัดหาส่ือการเรียน การประเมนิ คณุ ธรรม และการ วัดผล-ประเมนิ ผล 2. ครแู ละผูเ้ รียนร่วมกนั ทำบันทึกข้อตกลงในการจัดกิจกรรมเรียนรรู้ ะหว่างครูและผูเ้ รียนประจำภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 3. ครใู ห้ผเู้ รียนวิเคราะห์ตนเองเพ่ือใช้ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้สำหรับผเู้ รยี น ประจำภาคเรยี นท่ี 2/2563 4. ครแู ละผู้เรยี นร่วมกนั อภปิ รายถึงวิธกี ารจดั การเรียนรดู้ ว้ ยกระบวนการกลมุ่ การแบ่งหนา้ ทก่ี บั รับผิดชอบ การทำงานตามลำดับขนั้ ตอนของกจิ กรรม 5. ครแู ละผเู้ รยี นร่วมกนั อภปิ รายถึงวธิ กี ารแสวงหาความรู้จากแหล่งเรยี นรู้ตา่ ง ๆ ภายในอำเภอพนัสนิคม เชน่ หอ้ งสมดุ ประชาชน กศน.ตำบล วดั และแหล่งเรียนรูอ้ ่นื ๆ 6. ครูแนะนำให้ผู้เรียนสมคั รเป็นสมาชิกห้องสมุดประชาชน “เฉลมิ ราชกมุ ารี” อำเภอพนัสนิคม 7. ครูแบง่ กลมุ่ ผเู้ รยี นออกเป็นกลุ่ม ๆ และให้แตล่ ะกลุ่มศึกษาใบความร้ดู ังนี้ เรือ่ งที่ 1 พทุ ธศาสนา เรื่องท่ี 2 ศาสนาครสิ ต์ เรื่องท่ี 3 ศาสนาอสิ ลาม เรอ่ื งที่ 4 ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และให้แตล่ ะกลุ่มออกมาสรปุ ให้เพือ่ นรว่ มชัน้ เรียนได้เรยี นรู้รว่ มกัน 8. ครูใหผ้ เู้ รียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายในหัวข้อ “พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดชกบั พระพทุ ธศาสนา” และสุ่มตวั อย่างกลุ่มให้ออกมานำเสนอหน้าช้นั เรยี น พร้อมให้เพือ่ นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเพ่มิ ติม 9. ครูให้ผู้เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ในหัวข้อ “บคุ คลท่มี ีชื่อเสียงและมีผลงานในการเผยแพร่ศาสนาครสิ ต์ ในประเทศไทย” พร้อมสรปุ ร่วมกัน 10. ครใู หแ้ ต่ละกลุม่ ร่วมกันยกตวั อย่างบุคคลในประเทศไทยทน่ี ำหลักธรรมทางศาสนามาปฏบิ ัตแิ ละเป็นที่ ยอมรับของสังคมและชุมชน และให้ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน พร้อมท้ังสรปุ รว่ มกนั 11. ครูให้ผเู้ รียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภิปรายถึงแนวทางในการนำหลกั ธรรมศาสนามาแก้ไขปัญหาชวี ิตของตนเอง แลว้ ให้แตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอหนา้ ชัน้ เรยี น และให้เพอ่ื นรว่ มช้ันเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ร่วมกัน 12. ครใู ห้ผเู้ รยี นอา่ นบทความอ่านบทความที่กำหนดให้ พรอ้ มร่วมกันอภิปรายและยกตวั อยา่ งอน่ื ๆ จากหน้า หนงั สอื พิมพ์ท่ีแสดงโทษผิดศีลไม่รักษาศลี 5 และให้ออกมานำเสนอหน้าชน้ั เรียน และใหเ้ พอื่ นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เพ่มิ เติม

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) 13. ครูให้ผู้เรยี นรว่ มกนั อภิปรายถงึ ประโยชนข์ องการมหี ลกั คุณธรรมจริยธรรมประจำใจว่าเกิดผลต่อตนเอง อยา่ งไร และใหอ้ อกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน และให้เพื่อนรว่ มช้ันเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ เพมิ่ เติม 14. ครใู ห้ผเู้ รยี นรว่ มกนั อภปิ รายถึงโทษของการขาดคณุ ธรรมจรยิ ธรรมที่เกิดกับตนเองสงั คมและประเทศชาติ โดยวเิ คราะห์จากสถานการณ์ความเดือดร้อนในปัจจุบนั แล้วนำมาเสนอหน้าช้นั เรียน 15. ครูให้ผูเ้ รียนฝกึ น่ังทำจติ ใจให้สงบ โดยตงั้ มน่ั อยู่กับส่งิ ใดสิ่งหนึ่ง เชน่ ลมหายใจเข้าออก แล้วเปรยี บเทียบ ความรสู้ ึกในขณะที่ทำจติ ใจใหส้ งบ เช่น ความรสู้ ึกในยามท่ีเสยี ใจ หรือดีใจวา่ มีสภาพต่างกนั อยา่ งไร และสภาพจติ ที่ เป็นสมาธิ กบั สภาพจิตของบุคคลท่ีอยใู่ นภาวะเหม่อลอย ต่างกันหรอื เหมือนกนั อยา่ งไร แลว้ สมุ่ ตวั อย่างผู้เรยี นให้ออกมา นำเสนอหน้าชน้ั เรียน 16. ครใู หผ้ ูเ้ รียนเล่าประสบการณ์ เหตุการณ์วิกฤติอันตรายทเ่ี กดิ ขนึ้ กบั ตนเอง และผู้เรียนได้ใช้สตมิ าแกไ้ ขช่วง วกิ ฤตดังกลา่ วอยา่ งไร ถา้ หากขาดสติในชว่ งวกิ ฤตนน้ั จะส่งผลตอ่ ตัวเองอย่างไรในปจั จุบัน 17. ครใู หผ้ ูเ้ รยี นแต่ละกลุ่มศึกษาใบความรู้เก่ียวกบั วฒั นธรรมประเพณีในประเทศไทยและประเทศในเอเชีย 18. ครใู หผ้ ู้เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั คน้ ควา้ วัฒนธรรม ประเพณที ้องถ่นิ ในประเทศไทยแต่ละภาค พร้อมแนวทาง การอนรุ ักษว์ ฒั นธรรม ประเพณีนัน้ ๆ แล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการนำเสนอหน้าชั้นเรยี น แล้วใหผ้ ู้เรียนชว่ ยกนั แสดงข้อคิดเหน็ เพิม่ เติม 19. ครูใหผ้ ้เู รยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ค้นควา้ วัฒนธรรม ประเพณที ี่สำคัญของประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย พร้อมทั้ง แนวทางอนรุ ักษว์ ฒั นธรรม ประเพณีของประเทศนั้น ๆ แล้วนำมาแลกเปลย่ี นเรยี นร้ดู ้วยการนำเสนอหน้าช้นั เรียน แล้วให้ ผู้เรยี นช่วยกันแสดงข้อคิดเห็นเพ่มิ เติม 20. ครูพดู คุยกับผเู้ รียนเกย่ี วกับคา่ นิยมหลักของคนไทย 21. ครใู หผ้ ูเ้ รียนร่วมกันอภปิ รายเกีย่ วกบั ปัญหาค่านยิ มของประเทศ และชุมชน พร้อมท้ังใหข้ ้อเสนอแนะวธิ ีการ สรา้ งเสรมิ ค่านิยม ความซ่ือสัตย์ ความสามัคคี ใหเ้ กดิ ขนึ้ ในชุมชนและสงั คมได้อย่างไร 22. ครใู หผ้ ้เู รียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั พฤติกรรมตามค่านิยมท่ีพึงประสงคข์ องอำเภอพนัสนิคม พร้อมท้งั ร่วมกันนำเสนอแนวทางการอนรุ ักษ์พฤติกรรมตามค่านยิ มดังกลา่ วด้วย 23. ครูมอบหมายให้ผ้เู รียนดำเนินการเรียนรู้ดว้ ยตนเองและศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเตมิ ผ่านระบบออนไลน์ - Youtube - ดจิ ทิ ัลทวี ี จาก ETV ชอ่ ง 52 - PSI ช่อง 110 - True ชอ่ ง 371 - รบั ชมทาง Internet ที่ www.etvthai.tv - ผา่ นโทรศพั ทม์ ือถือ Smartphone ท่ี www.etvthai.tv/m ขั้นที่ 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ตใ์ ช้ (I:Implementation) 1. ผเู้ รียนนำความรทู้ ไ่ี ด้รบั ไปใช้เป็นแนวทางในการเรยี นรขู้ องตนเองต่อไป 2. ผเู้ รียนสามารถนำความรู้ท่ไี ด้รบั ไปใช้ในการปฏบิ ัติตนได้อย่างเหมาะสม ขั้นท่ี 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ (E:Evaluation) 1. ครูและผู้เรียนร่วมกนั สรปุ เก่ยี วกบั ศาสนาต่าง ๆ วัฒนธรรม ประเพณี 2. ครูประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรม 3. ครูให้ผู้เรียนทำใบงาน สอื่ ประกอบการเรียนรู้ 1. หนังสือประกอบการเรยี นรู้รายวิชาศาสนาและหนา้ ท่ีพลเมือง 2. สื่อ Youtube 3. ใบความรู้

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) 4. ใบงาน 5. กระดาษ A4 6. ปากกาสเี มจกิ การวัดผลประเมนิ ผล 1. การสังเกต 1.1 พฤตกิ รรมรายบคุ คล เช่น ความต้งั ใจ ความกระตือรือรน้ การมีส่วนร่วม ความมนี ้ำใจ ความ รบั ผดิ ชอบ ความเปน็ ผนู้ ำและการใชเ้ ทคโนโลยีในการเรยี นรู้ 1.2 พฤติกรรมกลุ่ม เชน่ การทำงานรว่ มกนั ความรบั ผดิ ชอบและความมนี ำ้ ใจ 2. การตรวจสอบผลงาม 2.1 ผลงานรายบุคคล เช่น การตรงต่อเวลา ความถูกต้อง ความสะอาดเรยี บร้อย 2.2 การทำงานดว้ ยกระบวนการกลุ่ม เช่น ความสามัคคี ทักษะการทำงานเป็นกลมุ่ ทักษะการคิด และวเิ คราะห์ 3. การตรวจผลงาน 3.1 การตรวจใบงาน แหลง่ เรียนรู้ 1. ห้องสมดุ ประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอพนัสนิคม 2. หอ้ งสมุดประชาชน อำเภอพนัสนิคม 3. กศน.ตำบลกฎุ โง้ง 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2554) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายสปั ดาห์ที่ 2 แผนการจดั การเรียนการสอน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เนอื้ หาเรอื่ ง หนา้ ท่พี ลเมือง จำนวน 40 ชวั่ โมง วันท่.ี ....17........เดือน......มถิ นุ ายน.........พ.ศ......2564............ เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ รายวชิ าศาสนาและหนา้ ท่ีพลเมือง รหสั วชิ า สค21002 1. มีความรู้ ความเข้าใจ เหน็ คณุ ค่าและสบื ทอดศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีของประเทศในทวีปเอเชีย 2. มีความรู้ ความเข้าใจดำเนินชีวติ ตามวิถีประชาธิปไตย กฎระเบียบของประเทศเพื่อนบ้าน สาระการเรียนรู้ สาระพฒั นาสังคม รายวิชา รายวชิ าศาสนาและหน้าท่ีพลเมือง รหสั วิชา สค21002 ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวงั เพ่ือให้ผ้เู รยี นสามารถ 1. อธิบายความสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทยได้ 2. อธบิ ายหลกั คุณธรรมจริยธรรมของการอยรู่ ว่ มกนั ได้ 3. ปฏิบัตติ นในการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยเ์ ปน็ ประมุขได้ 4. บอกหลักสิทธมิ นุษยชนได้ 5. ปฏบิ ตั ติ นในการมีส่วนร่วมในการคุ้มครองปกปอ้ งตนเองและผู้อ่ืนตามหลกั สทิ ธิมนุษยชนได้ 6. บอกประโยชน์ของการมีส่วนร่วมในการคมุ้ ครองปกป้องตนเอง และผู้อืน่ ตามหลกั สทิ ธิมนุษยชนได้ ตวั ช้ีวดั 1. รูแ้ ละเข้าใจความสำคัญของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย 2. ร้แู ละเข้าใจหลักคุณธรรมจรยิ ธรรมของการอยรู่ ่วมกนั 3. มสี ว่ นรว่ มทางการเมืองการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั ริย์เปน็ ประมขุ 4. รู้และเขา้ ใจหลกั สิทธิมนุษยชน 5. การมีส่วนร่วมในการคมุ้ ครองปกป้องตนเอง และผู้อน่ื ตามหลกั สิทธมิ นุษยชน 6. ตระหนักถึงประโยชน์ของการมสี ว่ นร่วมในการคุ้มครองปกปอ้ งตนเอง และผูอ้ ่ืนตามหลกั สทิ ธิมนษุ ยชน เนอ้ื หา 1. ความเปน็ มา หลกั การเจตนารมณข์ องรฐั ธรรมนญู 2. โครงสร้าง และสาระสำคัญของรัฐธรรมนญู 3. การปฏิรูปการเมอื ง และจุดเด่นของรฐั ธรรมนญู ที่เกย่ี วกับสิทธเิ สรีภาพหนา้ ทขี่ องประชาชน 4. หลักการอยู่รว่ มกันตามวถิ ีทางประชาธปิ ไตยบนพืน้ ฐานของคณุ ธรรมจริยธรรม 5. สถานการณ์ และการมีสว่ นรว่ มทางการเมอื งการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์เปน็ ประมขุ

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) 6. หลักสิทธิมนุษยชน 7. การมสี ว่ นรว่ มในการคุม้ ครองตนเอง และผู้อนื่ ตามหลกั สิทธิมนษุ ยชน 8. ประโยชน์ของการมสี ่วนร่วมในการคุ้มครองฯ (ยกตัวอย่าง) กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขน้ั ที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา (O:Orientation) 1. ครแู ละผเู้ รียนปฏิบตั ติ ามมาตรการตรวจคน คัดกรอง วัดไข้ สวมหนา้ กากอนามัย รกั ษาระยะหา่ งระหว่าง กนั 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผเู้ รยี นในการพบกลุ่มครัง้ น้ี 3. ครพู ดู คุยกับผู้เรยี นเกย่ี วกับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบบั ปัจจุบันของไทย ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาขอ้ มูล (N:New way of learning) 1. ครแู บง่ ผ้เู รยี นออกเป็นกลุ่ม ๆ และให้แตล่ ะกลุ่มศกึ ษาสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2560 พร้อมทง้ั ร่วมกันวเิ คราะห์ผลของการใชร้ ัฐธรรมนูญฉบบั ดังกล่าว ซง่ึ กอ่ ให้เกิดความเปลยี่ นแปลงแก่ สังคมไทย และใหแ้ ตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอหน้าช้ันเรยี น หลงั จากนำเสนอเสรจ็ ส้ินให้ร่วมกันสรุป 2. ครใู หผ้ เู้ รยี นร่วมกนั วิเคราะหว์ ถิ ีชีวิตของผเู้ รยี นวา่ มเี รื่องใดบา้ งในชวี ิตของผู้เรียนทมี่ ีความเกี่ยวขอ้ งกับ บทบัญญัตใิ นรฐั ธรรมนญู ฉบับทใ่ี ช้อยปู่ ัจจบุ นั และความเกี่ยวข้องน้นั เปน็ ส่งิ ท่ผี ู้เรียนมีความพึงพอใจแลว้ หรอื ไม่ ตอ้ งการ ใหม้ กี ารเปล่ียนแปลง อย่างไร และให้แตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอหน้าช้นั เรยี น หลังจากนำเสนอเสรจ็ สิ้นใหร้ ่วมกันสรุป 3. ครใู หผ้ ู้เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ ถ้าหากจะนำหลักการสำคญั ของระบอบประชาธิปไตยมาใชใ้ น ครอบครัว ผเู้ รียนจะนำหลักการน้นั มาใช้ และมวี ิธปี ฏิบัตอิ ย่างไรกบั สมาชิกในครอบครวั จึงจะได้ช่ือว่าเปน็ ครอบครัว ประชาธิปไตยท่ีมองเห็น และสมั ผัสได้อย่างเป็นรปู ธรรม 4. ครใู หผ้ ูเ้ รียนรว่ มกนั วเิ คราะห์บทบาทหน้าทีแ่ ละความรับผิดชอบของผเู้ รยี นทีป่ ฏบิ ตั ติ ่อสมาชิกในครอบครวั ว่า เปน็ ไปตามหลักการของระบอบประชาธปิ ไตยหรือไม่ บทบาทหนา้ ท่ีดงั กลา่ วมเี รอ่ื งใดบ้างทีค่ วรส่งเสรมิ และมีเรอ่ื งใดบ้างท่ี ควรละท้งิ และสรปุ ความรู้ร่วมกนั 5. ครใู หผ้ เู้ รยี นทกุ คนวิเคราะหว์ า่ “ในฐานะท่ผี ้เู รยี นเปน็ หน่วยหน่ึงของสงั คมและประเทศผู้เรียนจะปฏิบตั ติ น อย่างไร จงึ จะได้ชอ่ื วา่ เปน็ พลเมืองดีของประเทศท่ีมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรง เปน็ ประมุข” และสุม่ ตัวอย่างให้ออกมานำเสนอหนา้ ชน้ั เรียน พร้อมท้ังสรปุ ร่วมกัน 6. ครูมอบหมายใหผ้ เู้ รียนศึกษาคน้ ควา้ เกยี่ วกบั หลักสิทธมิ นษุ ยชน 7. ครพู ูดคยุ กบั ผเู้ รียนเกย่ี วกับการได้รบั ความคุ้มครองตามหลกั สิทธิมนษุ ยชนในฐานะเกิดเป็นคนไทย 8. ครใู ห้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั หาตัวอยา่ งการถกู ละเมิดสิทธิมนษุ ยชนกรณบี ุคคลถูกละเมดิ จากเอกชนและ ภาครัฐ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางในการแก้ไข และให้แตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอหน้าชัน้ เรียน หลงั จากนำเสนอเสรจ็ สิน้ ใหร้ ่วมกันสรุป 9. ครูให้ผู้เรียนแตล่ ะกลมุ่ ศึกษากรณีศกึ ษาตามทีม่ อบหมาย และจดั ทำใบงานตามท่ีมอบหมายในแต่ละ กรณีศึกษา และให้แตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรียน หลงั จากนำเสนอเสร็จส้นิ ให้ร่วมกนั สรุป 10. ครใู ห้ผ้เู รยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศึกษา Clip Video จาก Youtube เกยี่ วกบั พฤติกรรมในครอบครัวท่ีถือว่า เป็นการละเมิดสทิ ธิมนษุ ยชนของสมาชิกในครอบครวั พร้อมท้ังร่วมกนั เสนอแนวทางในการแก้ไขปญั หานน้ั และให้แต่ ละกลุม่ ออกมานำเสนอหน้าช้ันเรยี น พร้อมท้ังให้เพ่อื นรว่ มช้นั เรียนช่วยกนั แสดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม และทำการสรุป รว่ มกนั 11. ครใู ห้ผูเ้ รียนแตล่ ะคนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั หลักในการอยูร่ ว่ มกนั ภายในครอบครัวได้อย่างสงบสขุ คน ละ 1 ขอ้ และทำการสรุปร่วมกัน 12. ครมู อบหมายใหผ้ เู้ รยี นดำเนินการเรียนรูด้ ว้ ยตนเองและศึกษาคน้ คว้าเพิ่มเตมิ ผา่ นระบบออนไลน์ - Youtube

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรับปรงุ พ.ศ. 2554) - ดิจทิ ัลทวี ี จาก ETV ชอ่ ง 52 - PSI ช่อง 110 - True ช่อง 371 - รับชมทาง Internet ท่ี www.etvthai.tv - ผา่ นโทรศัพทม์ ือถือ Smartphone ที่ www.etvthai.tv/m ขัน้ ท่ี 3 การปฏบิ ัติและนำไปประยุกต์ใช้ (I:Implementation) 1. ผู้เรียนสามารถปฏิบัตติ ามกฎหมายรัฐธรรมนญู ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 2. ผู้เรียนสามารถดำเนินชีวิตภายในครอบครวั ไดอ้ ย่างสงบสขุ ขัน้ ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้ (E:Evaluation) 1. ครแู ละผเู้ รยี นร่วมกนั สรปุ เกย่ี วกับรฐั ธรรมนูญและการดำเนินชวี ิตตามหลกั สทิ ธมิ นุษยชน 2. ครปู ระเมินผลการจดั กิจกรรม 3. ครูใหผ้ ูเ้ รยี นทำใบงาน 4. ครูใหผ้ ู้เรยี นทำแบบทดสอบกลางภาค ผ่าน Google Form ส่อื ประกอบการเรยี นรู้ 1. หนังสือประกอบการเรียนรรู้ ายวชิ าศาสนาและหน้าที่พลเมอื ง 2. สื่อ Youtube 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน 5. รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 6. บทความตา่ ง ๆ 7. กรณศี ึกษา 8. แบบทดสอบกลางภาค Google Form การวัดผลประเมนิ ผล 1. การสงั เกต 1.1 พฤตกิ รรมรายบคุ คล เช่น ความตงั้ ใจ ความกระตือรอื รน้ การมีสว่ นร่วม ความมนี ้ำใจ ความ รับผดิ ชอบ ความเป็นผนู้ ำและการใชเ้ ทคโนโลยีในการเรยี นรู้ 1.2 พฤตกิ รรมกลุ่ม เช่น การทำงานร่วมกัน ความรบั ผดิ ชอบและความมนี ำ้ ใจ 2. การตรวจสอบผลงาม 2.1 ผลงานรายบุคคล เชน่ การตรงตอ่ เวลา ความถูกต้อง ความสะอาดเรียบร้อย 2.2 การทำงานด้วยกระบวนการกล่มุ เช่น ความสามคั คี ทกั ษะการทำงานเป็นกลุ่ม ทักษะการคดิ และวเิ คราะห์ 3. การตรวจผลงาน 3.1 การตรวจใบงาน แหลง่ เรยี นรู้ 1. หอ้ งสมดุ ประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอพนสั นิคม 2. หอ้ งสมุดประชาชน อำเภอพนัสนคิ ม 3. กศน.ตำบลกฎุ โงง้ 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรรู้ ายสัปดาห์ท่ี 3 แผนการจดั การเรียนการสอน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เนอ้ื หาเรอ่ื ง พฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม จำนวน 40 ชวั่ โมง วันท่.ี ....24........เดอื น......มิถนุ ายน.........พ.ศ......2564............ เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ รายวิชาการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม รหสั วิชา สค21003 มีความรู้ ความเข้าใจ หลกั การพฒั นาชมุ ชน สังคม สามารถวิเคราะห์ ข้อมูล และกำหนดแนวทางการ พัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สงั คม ให้สอดคล้องกบั สภาพการเปล่ยี นแปลงของเหตุการณ์ปจั จุบนั สาระการเรยี นรู้ สาระพัฒนาสังคม รายวิชา รายวิชาการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม รหสั วิชา สค21003 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น ผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวงั เพื่อให้ผเู้ รียนสามารถ 1. อธิบายหลักการพฒั นา ชุมชน สงั คมได้ 2. อธิบายความสำคัญของขอ้ มลู ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สงั คมได้ 3. วิเคราะห์และอธิบายขอ้ มูลได้ 4. ปฏบิ ัตติ นในการมสี ว่ นร่วมในการจดั ทำแผนพัฒนาชุมชน สังคมได้ 5. กำหนดแนวทางการพฒั นา ตนเอง ครอบครัว ชุมชน สงั คมได้ 6. นำศกั ยภาพ ของประเทศไทยใน 5 ดา้ นมาเชอ่ื มโยงส่งู านอาชีพได้ ตัวช้วี ดั 1. กำหนดแนวทางการพัฒนา ตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม 2. นำศกั ยภาพ ของประเทศไทยใน 5 ดา้ นมาเชอื่ มโยงสูง่ านอาชพี 3. มคี วามรู้ ความเข้าใจ หลกั การพัฒนา ชมุ ชน สังคม 4. มคี วามรู้ ความเข้าใจ และเหน็ ความสำคัญของขอ้ มลู ตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม 5. วิเคราะห์และอธบิ ายข้อมูล 6. เกดิ ความตระหนัก และมีสว่ นรว่ มในการจดั ทำแผนพฒั นาชุมชน สังคม เนอ้ื หา 1. เทคนคิ การมสี ่วนร่วมในการจดั ทำแผน เชน่ - การจดั ทำเวทปี ระชาคม การประชมุ กลมุ่ ย่อย - การสัมมนา - การสำรวจประชามติ - การประชาพิจารณ์ ฯลฯ 2. การจัดทำแผน

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) -ทศิ ทาง นโยบาย - โครงการ - ผ้รู บั ผดิ ชอบ - จัดลำดับความสำคญั ฯลฯ 3. การเผยแพรส่ ่กู ารปฏิบัติ - การเขยี นรายงาน - การเขยี นโครงงาน ฯลฯ 4. การพัฒนาอาชพี ในชุมชนและสังคม - อาเซียนกบั การพฒั นาอาชีพ - จดุ เดน่ ของประเทศไทยในการผลกั ดนั เศรษฐกิจสร้างสรรค์ - ศกั ยภาพประเทศไทยกบั การพฒั นาอาชีพ 5. หลกั การพัฒนาตนเอง ชมุ ชนสังคม 6. ความหมาย ความสำคัญ ประโยชน์ ของข้อมลู ดา้ น - ภมู ิศาสตร์ - ประวัตศิ าสตร์ - เศรษฐศาสตร์ - การเมอื งการปกครอง - ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณี - หน้าทพี่ ลเมอื ง - ทรัพยากร สิง่ แวดลอ้ ม - สาธารณสุข - การศกึ ษา 7. วิธีการจัดเกบ็ วเิ คราะห์ข้อมูล ดว้ ยวิธีการท่ีหลากหลาย และเผยแพร่ข้อมูล 8. การมสี ่วนรว่ มในการวางแผนพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชุมชน สงั คม กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปญั หา (O:Orientation) 1. ครูและผูเ้ รยี นปฏิบัตติ ามมาตรการตรวจคน คัดกรอง วัดไข้ สวมหน้ากากอนามยั รกั ษาระยะหา่ งระหว่าง กัน 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผูเ้ รยี นในการพบกลมุ่ คร้งั น้ี 3. ครพู ดู คยุ กับผู้เรยี นเก่ียวกับการพัฒนาตนเองตามแนวความคดิ ของผู้เรียน ขน้ั ท่ี 2 แสวงหาขอ้ มูล (N:New way of learning) 1. ครูแบง่ ผู้เรยี นออกเป็นกลุ่ม ๆ และให้แต่ละกลมุ่ ศกึ ษาใบความรู้ เร่ือง หลกั การพัฒนาตนเอง ชุมชนและ สงั คม และให้ออกมานำเสนอหน้าชัน้ เรียน 2. ครใู ห้ผู้เรยี นทกุ กลุ่มรว่ มกันอภิปรายกลมุ่ ในหวั ข้อตอ่ ไปน้ี - แนวทางในการพัฒนาตนเองให้เปน็ บคุ คลทสี่ งั คมยอมรบั และพึงประสงค์ - แนวทางในการพฒั นาและการปฏิบัติตนเพอ่ื ใหม้ คี รอบครัวที่อบอุ่น

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2554) - แนวทางการพัฒนาชุมชนของตนเองให้เป็นชุมชนทีเ่ ข้มแขง็ และใหท้ ุกกลุม่ ออกมานำเสนอหนา้ ช้นั และรว่ มกันสรุปเป็นองค์ความรู้ 3. ครใู ห้ผเู้ รียนแต่ละกลมุ่ จดั ทำแผนพฒั นาตนเองและครอบครัวตามแนวทางท่ีรว่ มกนั อภปิ รายกลุ่มไว้แล้ว 4. ครูใหผ้ ้เู รยี นศกึ ษาใบความรู้ เรอ่ื ง ข้อมูล และให้ออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรียน 5. ครใู หผ้ เู้ รยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั ออกแบบเครื่องมือ เพ่ือใชใ้ นการสำรวจขอ้ มลู ของเพ่ือนรว่ มช้ันเรียน และ นำมาแลกเปล่ียนเรยี นรู้ภายในกลุ่ม หลงั จากให้ออกมานำเสนอผลการแลกเปลยี่ นเรียนรู้หน้าช้นั เรียน และสรุปเป็นองค์ ความรู้รว่ มกนั 6. ครูแบง่ ผู้เรียนออกเป็น 2 กลมุ่ และใหแ้ ตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั อภิปรายในหวั ขอ้ ต่อไปนี้ เร่อื งท่ี 1 การพฒั นาตนเอง มีวธิ ีการอย่างไร เรอ่ื งที่ 2 การพัฒนาสงั คม มีวธิ ีการอย่างไร โดยใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะกลุ่มศึกษารูปแบบและข้ันตอนในการวางแผน โดยใช้การระดมความคิด อภิปรายรว่ มกนั และทำการ สรุป พรอ้ มทัง้ จัดทำแผนการพฒั นาของผู้เรยี น โดยเนน้ ความเป็นอยูท่ ด่ี ีตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง หลังจากนน้ั ใหอ้ อกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน และให้เพ่ือนรว่ มชนั้ เรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มตมิ และสรปุ รว่ มกนั 7. ครูพูดคยุ กับผ้เู รยี นเก่ยี วกับประสบการณ์ในการทำประชาคมของชุมชน 8. ครใู ห้ผู้เรยี นศึกษากรณตี ัวอยา่ งจาก Youtube ในการมสี ว่ นร่วมของคนในชุมชน ในหวั ข้อต่อไปนี้ เรอ่ื งที่ 1 การจัดทำเวทีประชาคม การประชุมกลุ่มย่อย เรื่องที่ 2 การสมั มนา เร่อื งที่ 3 การสำรวจประชามติ เร่อื งที่ 4 การประชาพจิ ารณ์ 9. ครใู หผ้ ู้เรยี นแต่ละกลุม่ ศึกษารูปแบบและข้นั ตอนในการจัดทำเวทีประชาคม โดยใชก้ ารระดมความคดิ อภปิ รายร่วมกันและทำการสรุป 10. ครใู ห้ผเู้ รียนศึกษากระบวนการในการทำเวทีประชาคมจาก Youtube โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มกำหนดหัวข้อใน การทำเวทีประชาคม ซง่ึ มีเนื้อหาเก่ียวกบั “อาชีพทคี่ วรพัฒนาในชมุ ชนของตนเอง” และนำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น หลังจาก นนั้ ดำเนินการคดั เลอื กหัวข้อในการทำเวทปี ระชาคม เพ่อื นำมาดำเนนิ การทำเวทปี ระชาคมตอ่ ไป 11. หลังจากท่ีได้ดำเนินการทำเวทีประชาคมเรียบร้อยแลว้ ครใู ห้ผู้เรียนแต่ละคนช่วยกันแสดงความคิดเห็น เพม่ิ เติมและสรปุ ร่วมกนั 12. ครใู หผ้ เู้ รยี นทกุ คนศกึ ษาค้นคว้าเก่ยี วกบั “การประกอบอาชพี ในยุคปจั จบุ ันโดยอาศัยหลกั ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง” แล้วใหท้ ุกคนนำมาเขียนรายงานในรูปแบบของการเขียนรายงานค้นคว้าเชิงรวบรวม โดยตอ้ งไม่น้อย กวา่ 1 หนา้ กระดาษ A4 13. ครทู ำการสุ่มตวั อยา่ งให้ผู้เรยี นออกมานำเสนอรายงานของตนเองหนา้ ช้นั เรียน และให้เพ่ือนร่วมชนั้ เรียน ช่วยกนั คดั เลือกรายงานทด่ี ีที่สุดตามลำดบั 14. ครมู อบหมายให้ผู้เรียนดำเนนิ การเรยี นรดู้ ้วยตนเองและศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ผ่านระบบออนไลน์ - Youtube - ดจิ ทิ ัลทวี ี จาก ETV ชอ่ ง 52 - PSI ชอ่ ง 110 - True ชอ่ ง 371 - รบั ชมทาง Internet ที่ www.etvthai.tv - ผา่ นโทรศพั ทม์ ือถือ Smartphone ท่ี www.etvthai.tv/m ขนั้ ท่ี 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ต์ใช้ (I:Implementation) 1. ผูเ้ รียนสามารถนำความรู้ท่ีไดร้ บั ไปใชใ้ นการปฏิบตั ติ นได้อย่างเหมาะสม 2. ผเู้ รียนสามารถนำความรู้ที่ไดร้ บั ไปใชใ้ นการเขา้ รว่ มการทำเวทปี ระชาคมของชุมชนได้อย่างเหมาะสม

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) ขัน้ ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้ (E:Evaluation) 1. ครูและผูเ้ รียนร่วมกันสรุปการใชค้ า่ สถิติในการวิเคราะห์ขอ้ มูล การสว่ นรว่ มในการวางแผน แนวทางในการ พัฒนาตนเองและบทบาท หน้าทข่ี องผู้นำและสมาชิกท่ดี ีของชมุ ชน 2. ครูประเมินผลการจัดกิจกรรม 3. ครูให้ผู้เรียนทำใบงาน 4. ครใู หผ้ เู้ รยี นทำแบบทดสอบกลางภาค ผา่ น Google Form สื่อประกอบการเรยี นรู้ 1. หนงั สอื ประกอบการเรยี นรรู้ ายวิชาการพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม 2. สอ่ื Youtube 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน 5. กระดาษบรู๊ฟ 6. ปากกาเคมี 7. กระดาษ A4 8. แบบทดสอบกลางภาค Google Form การวดั ผลประเมินผล 1. การสังเกต 1.1 พฤตกิ รรมรายบุคคล เชน่ ความตั้งใจ ความกระตือรอื ร้น การมีสว่ นร่วม ความมนี ้ำใจ ความ รบั ผดิ ชอบ ความเป็นผู้นำและการใชเ้ ทคโนโลยใี นการเรียนรู้ 1.2 พฤตกิ รรมกลุ่ม เช่น การทำงานรว่ มกัน ความรับผิดชอบและความมนี ้ำใจ 2. การตรวจสอบผลงาม 2.1 ผลงานรายบคุ คล เชน่ การตรงต่อเวลา ความถกู ต้อง ความสะอาดเรยี บร้อย 2.2 การทำงานดว้ ยกระบวนการกล่มุ เชน่ ความสามัคคี ทักษะการทำงานเปน็ กลุ่ม ทักษะการคดิ และวิเคราะห์ 3. การตรวจผลงาน 3.1 การตรวจใบงาน แหลง่ เรยี นรู้ 1. ห้องสมดุ ประชาชน “เฉลิมราชกมุ าร”ี อำเภอพนสั นิคม 2. หอ้ งสมดุ ประชาชน อำเภอพนัสนคิ ม 3. กศน.ตำบลกฎุ โงง้ 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้รายสัปดาหท์ ่ี 4 แผนการจัดการเรยี นการสอน ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น เนอื้ หาเรื่อง ทัศนศิลป์ไทย จำนวน 30 ชว่ั โมง ดนตรไี ทย จำนวน 20 ชว่ั โมง วนั ท.่ี ......1........เดือน......กรกฎาคม......พ.ศ......2564............ เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ รายวชิ าศิลปศึกษา รหสั วิชา ทช1003 รู้ เขา้ ใจ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ชนื่ ชม เห็นคุณคา่ ความงาม ความไพเราะ ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ มทางทัศนศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์ไทย และสามารถวเิ คราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ ได้อย่างเหมาะสม และสามารถเลอื กนาฏศลิ ป์ไทยเพ่ือ นำไปประกอบอาชีพได้ สาระการเรยี นรู้ สาระการดำเนนิ ชวี ติ รายวิชา รายวชิ าศิลปศกึ ษา รหัสวชิ า ทช1003 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวัง เพื่อใหผ้ เู้ รียนสามารถ 1. อธิบายความสำคัญของงานทัศนศิลปท์ ีใ่ ชข้ องจดุ เสน้ สี แสง-เงา รูปร่าง ในการสร้างงานทศั นศลิ ป์ไทยได้ อย่างเหมาะสม 2. อธิบายความเป็นมาของงานทัศนศลิ ป์ไทยในด้านต่าง ๆ ได้ 3. อธิบาย วเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณค์ วามหมาย และความงามของทศั นศิลป์ไทยที่เกิดจากความงามตาม ธรรมชาติได้ 4. อธบิ าย วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วิจารณ์วิธีการนำความงามจากธรรมชาตมิ าสร้างสรรคจ์ ินตนาการใหอ้ อกมาเป็น ความงามทางทัศนศลิ ป์ไทยได้ 5. อธบิ ายวเิ คราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณค์ ุณคา่ ของงานทัศนศิลป์ไทย เรอื่ งของความงามท่ีเกิดจากความคิด สรา้ งสรรค์ของมนุษย์ได้ 6. อธิบาย วิเคราะห์ วพิ ากษ์ วิจารณ์คุณคา่ ของความซาบซึ้ง ความรกั และความหวงแหนวฒั นธรรม ประเพณี โบราณวตั ถุ และโบราณสถานของชาติได้ 7. อธบิ ายความสำคัญ ความเป็นมาและววิ ฒั นาการของเครอื่ งดนตรไี ทยชนิดต่าง ๆ ได้ 8. อธบิ ายประเภทของดนตรี และเทคนิควิธกี ารเล่นเครอื่ งดนตรีไทยได้ 9. อธิบายวิเคราะห์ วิพากษ์ วจิ ารณค์ ณุ คา่ ของความงามและความไพเราะของเพลงและเคร่อื งดนตรีไทยได้ 10. อธิบายประวัติ ของคุณค่าความรักและความหวงแหน ตลอดจนร่วมสืบสานกระบวนการถ่ายทอดของ ภูมิปัญญา ทางดา้ นเพลงและดนตรีไทยได้ ตัวชว้ี ัด ทศั นศิลป์ไทย 2. อธิบายความสำคัญของงานทัศนศลิ ปท์ ่ีใช้ของจดุ เสน้ สี แสง-เงา รปู ร่าง ในการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ไทยได้ อยา่ งเหมาะสม 2. อธิบายความเปน็ มาของงานทัศนศลิ ป์ไทยในด้านต่าง ๆ 3. อธิบาย วเิ คราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ความหมาย และความงามของทัศนศิลป์ไทยที่เกิดจากความงามตาม

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) ธรรมชาติ 4. อธิบาย วเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วิจารณว์ ิธีการนำความงามจากธรรมชาติมาสร้างสรรคจ์ ินตนาการให้ออกมาเป็น ความงามทางทัศนศลิ ป์ไทย 5. อธบิ ายวเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วิจารณ์คุณคา่ ของงานทัศนศิลปไ์ ทย เรอ่ื งของความงามท่ีเกิดจากความคดิ สรา้ งสรรคข์ องมนุษย์ 6. อธบิ าย วิเคราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณค์ ุณคา่ ของความซาบซ้ึง ความรัก และความหวงแหนวฒั นธรรม ประเพณี โบราณวัตถุ และโบราณสถานของชาติ ดนตรีไทย 1. อธบิ ายความสำคญั ความเปน็ มาและววิ ัฒนาการของเครอื่ งดนตรีไทยชนิดตา่ ง ๆ 2. อธบิ ายประเภทของดนตรี และเทคนิควธิ ีการเล่นเครือ่ งดนตรีไทย 3. อธิบายวิเคราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณค์ ณุ ค่าของความงามและความไพเราะของเพลงและเครื่องดนตรีไทย 4. อธิบายประวัติ ของคุณคา่ ความรักและความหวงแหน ตลอดจนรว่ มสืบสานกระบวนการถ่ายทอดของ ภมู ิปัญญา ทางด้านเพลงและดนตรไี ทย เน้อื หา ทัศนศิลป์ไทย 1. ความสำคัญของทัศนศลิ ป์ทใ่ี ช้ของจุด เส้น สี แสง – เงา รปู ร่างและรูปทรง เพื่อความซาบซง้ึ ในงานทัศนศลิ ป์ ของไทย 2. ความหมาย ความเปน็ มาของทศั นศิลป์ไทยดา้ น - จิตรกรรม - ประตมิ ากรรม - สถาปตั ยกรรม - ภาพพิมพ์ 3. ความงามของทัศนศลิ ป์ไทยท่ีเกิดจากความงามตามธรรมชาติ เชน่ ตน้ ไม้ ทะเล แมน่ ้ำ ลำธาร ภูเขา และสตั ว์ ประเภทตา่ ง ๆ 4. วิธีการนำความงามของธรรมชาตมิ าสรา้ งสรรคง์ าน 5. ความคิดสร้างสรรค์เหมาะสม และความพอดีของการนำวัตถุหรือวสั ดุสิ่งของตา่ ง ๆ มาประดบั ตกแต่งร่างกาย และท่ีอยูอ่ าศยั หรอื ตกแต่งสถานที่ สง่ิ แวดลอ้ มทัว่ ๆ ไป 6. คุณค่าของความซาบซึ้งความดีงามของวฒั นธรรมประเพณี และความสวยงามของวดั โบสถ์ วหิ าร ยคุ ต่าง ๆ ของชาติ ดนตรไี ทย 1. ประวตั ิความเป็นมาและววิ ัฒนาการของเคร่ืองดนตรีไทย 2. เทคนคิ วิธีการเลน่ ของเครื่องดนตรีไทยแต่ละประเภท 3. คุณค่าของความงามและไพเราะของเพลงและเครื่องดนตรไี ทย 4. ประวตั ขิ องคุณค่าความรักและหวงแหน ของภมู ิปญั ญาตลอดจน กิจกรรมกระบวนการถ่ายทอดของ ภมู ิปญั ญาทางด้านเพลงและดนตรไี ทย กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ข้นั ที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา (O:Orientation) 1. ครแู ละผ้เู รียนปฏบิ ตั ติ ามมาตรการตรวจคน คดั กรอง วัดไข้ สวมหนา้ กากอนามยั รกั ษาระยะห่างระหว่าง กัน 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผู้เรยี นในการพบกลุ่มคร้งั นี้

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) 3. ครูพดู คุยกบผ้เู รียนถงึ ความรสู้ ึกท่ีผ้เู รียนมตี ่อเสน้ รปู แบบต่าง ๆ และสตี ่าง ๆ ขัน้ ท่ี 2 แสวงหาขอ้ มลู (N:New way of learning) 1. ครูใหผ้ ู้เรียนทกุ คนศึกษาใบความรู้ เรื่อง ทศั นศิลปไ์ ทย และทำการสมุ่ ตวั อย่างผู้เรียนใหอ้ อกมานำเสนอ หน้าชนั้ เรยี น และใหเ้ พื่อนรว่ มชนั้ เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม และสรุปองค์ความรู้ 2. ครใู ห้ผเู้ รียนดู Clip Vedio จาก Youtube เกี่ยวกับผลงานของทศั นศิลป์ไทยในรูปแบบตา่ ง ๆ 3. ครแู บ่งผ้เู รยี นออกเป็นกลุ่ม ๆ และใหศ้ ึกษาใบความรู้ เร่อื ง จติ รกรรมไทย 4. ครใู ห้ผู้เรยี นแตล่ ะกลุม่ ศึกษาค้นคว้างานจิตรกรรมฝาผนังจาก Internnet แลว้ นำมาอภปิ รายร่วมกัน 5. ครูให้แต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอหน้าชนั้ เรยี น และใหเ้ พ่ือนร่วมช้ันเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เพิม่ เติม และสรุปองค์ความรู้ 6. ครใู ห้ผูเ้ รียนแต่ละกล่มุ ศึกษาใบความรู้ เร่ือง ประตมิ ากรรมไทย 7. ครูใหผ้ ู้เรียนแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาคน้ ควา้ งานประติมากรรมไทยจาก Internnet ในหัวขอ้ ตอ่ ไปนี้ - ประติมากรรมเก่ียวกับพระพุทธรูป - ประตมิ ากรรมเกยี่ วกับสตั ว์หิมพานต์ - ประติมากรรมเก่ยี วกบั ปนู ปั้นลวดลายประดบั แล้วนำมาอภิปรายรว่ มกัน จากน้นั ใหแ้ ต่ละกลุม่ ออกมานำเสนอหนา้ ช้นั เรียน และให้เพื่อนรว่ มช้นั เรยี นร่วมกนั แสดง ความคดิ เห็นเพิ่มเติม และสรุปองค์ความรู้ 8. ครใู หผ้ เู้ รียนแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาใบความรู้ เร่ือง สถาปัตยกรรมไทย 9. ครใู หผ้ ู้เรียนแตล่ ะกลุ่มศึกษาค้นคว้างานประติมากรรมไทยจากวดั ท่ีอยใู่ กล้ กศน.ตำบล ในหวั ขอ้ ต่อไปนี้ - สถาปตั ยกรรมเกย่ี วกับโบสถ์ - สถาปตั ยกรรมเกยี่ วกบั เจดีย์ แลว้ นำมาอภิปรายร่วมกัน จากนน้ั ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอหนา้ ช้นั เรียน และให้เพื่อนร่วมชน้ั เรียนร่วมกันแสดง ความคิดเหน็ เพม่ิ เติม และสรุปองค์ความรู้ 10. ครใู ห้ผเู้ รียนดูแผนภาพเกีย่ วกบั การนำผลงานทัศนศลิ ปไ์ ทยไปสรา้ งสรรค์ประยุกต์ใชก้ ับชีวิตประจำวนั ของ มนุษย์ อาทิ เชน่ เคร่อื งประดบั ร่างกาย เสอื้ ผ้า การประดับตกต่างอาคารสถานทตี่ ่าง ๆ และรว่ มพดู คุยกับผเู้ รยี น 11. ครใู หผ้ ู้เรยี นทุกคนเขยี นบรรยายความรู้สึกท่ีมตี อ่ “วัด” ในหัวข้อ “วนั นคี้ นไทยหายไปไหน เรมิ่ ห่างไกล จากวัดจริงหรอื ไม่” คนละ 1 หนา้ กระดาษ A4 หลังจากน้ันทำการสุ่มตัวอยา่ งผเู้ รยี นให้ออกมานำเสนอหน้าช้นั เรียน 12. ครูใหผ้ เู้ รียนดู Clip Vedio จาก Youtube เก่ยี วกับการทรงดนตรีไทยของ “สมเดจ็ พระเทพรัตน ราชสุดาฯ” 13. ครใู หผ้ ู้เรียนแตล่ ะกลุ่ม ศกึ ษาใบความรู้ เร่ือง ดนตรไี ทย 14. ครูให้ผู้เรยี นทกุ กลุ่มศกึ ษาประวัติของผทู้ ี่มีความสามารถทางดา้ นดนตรไี ทยจาก Youtube แลว้ นำมา อภปิ รายรว่ มกัน จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอหน้าช้นั เรียน 15. ครแู ละผเู้ รียนรว่ มกนั พูดคุย เกยี่ วกบั ภูมิปัญญาไทยทางดา้ นดนตรีไทยที่มคี วามสำคัญต่อวัฒนธรรมไทย 16. ครมู อบหมายใหผ้ เู้ รียนดำเนนิ การเรยี นรดู้ ้วยตนเองและศกึ ษาคน้ ควา้ เพิ่มเตมิ ผ่านระบบออนไลน์ - Youtube - ดิจทิ ลั ทวี ี จาก ETV ช่อง 52 - PSI ชอ่ ง 110 - True ช่อง 371 - รับชมทาง Internet ที่ www.etvthai.tv - ผา่ นโทรศพั ท์มือถือ Smartphone ท่ี www.etvthai.tv/m ข้ันท่ี 3 การปฏบิ ัตแิ ละนำไปประยุกต์ใช้ (I:Implementation) 1. ผเู้ รียนสามารถนำผลงานทัศนศิลป์ไทยไปสรา้ งสรรค์ประยกุ ต์ใช้กบั ชวี ิตประจำวนั ได้

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรงุ พ.ศ. 2554) ขนั้ ที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ (E:Evaluation) 1. ครแู ละผู้เรยี นร่วมกันสรุปเก่ยี วกบั - ทัศนศิลปไ์ ทย - ดนตรีไทย 2. ครูประเมินผลการจัดกิจกรรม 3. ครูให้ผูเ้ รียนทำใบงาน สอ่ื ประกอบการเรียนรู้ 1. หนังสอื ประกอบการเรยี นรู้ศิลปศกึ ษา 2. สือ่ Youtube 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน 5. แผนภาพเก่ยี วกบั การนำผลงานทศั นศิลป์ไทยไปสร้างสรรค์ประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวติ ประจำวันของมนษุ ย์ อาทิ เชน่ เคร่อื งประดับรา่ งกาย เส้อื ผ้า การประดบั ตกตา่ งอาคารสถานที่ตา่ ง ๆ 6. กระดาษ A4 7. ปากกาสีเมจกิ การวดั ผลประเมินผล 1. การสงั เกต 1.1 พฤตกิ รรมรายบคุ คล เช่น ความตั้งใจ ความกระตือรอื ร้น การมีสว่ นร่วม ความมีนำ้ ใจ ความ รบั ผดิ ชอบ ความเปน็ ผนู้ ำและการใช้เทคโนโลยีในการเรยี นรู้ 1.2 พฤตกิ รรมกลมุ่ เชน่ การทำงานรว่ มกนั ความรบั ผิดชอบและความมีนำ้ ใจ 2. การตรวจสอบผลงาม 2.1 ผลงานรายบุคคล เชน่ การตรงต่อเวลา ความถูกต้อง ความสะอาดเรยี บร้อย 2.2 การทำงานด้วยกระบวนการกล่มุ เชน่ ความสามัคคี ทกั ษะการทำงานเปน็ กลุ่ม ทักษะการคดิ และวเิ คราะห์ 3. การตรวจผลงาน 3.1 การตรวจใบงาน แหล่งเรยี นรู้ 1. ห้องสมดุ ประชาชน “เฉลมิ ราชกมุ าร”ี อำเภอพนสั นิคม 2. หอ้ งสมุดประชาชน อำเภอพนสั นคิ ม 3. กศน.ตำบลกุฎโงง้ 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นร้รู ายสปั ดาห์ท่ี 5 แผนการจดั การเรียนการสอน ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ เน้อื หาเร่ือง นาฏศิลปไ์ ทย จำนวน 30 ชวั่ โมง นาฏศิลปไ์ ทยกับการประกอบอาชพี จำนวน 3 ชวั่ โมง วนั ที.่ ......8........เดอื น......กรกฎาคม......พ.ศ......2564............ เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ รายวิชาศิลปศกึ ษา รหสั วชิ า ทช1003 รู้ เขา้ ใจ มีคุณธรรม จริยธรรม ชื่นชม เห็นคุณคา่ ความงาม ความไพเราะ ธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อมทางทศั นศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ไทย และสามารถวเิ คราะห์ วพิ ากษ์ วจิ ารณ์ ได้อย่างเหมาะสม และสามารถเลือกนาฏศิลป์ไทยเพ่อื นำไปประกอบอาชีพได้ สาระการเรยี นรู้ สาระการดำเนินชีวติ รายวิชา รายวิชาศลิ ปศึกษา รหัสวิชา ทช1003 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ ผลการเรียนรูท้ ่ีคาดหวัง เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นสามารถ 1. อธิบายประวตั ิ ความเป็นมา และววิ ฒั นาการในการแสดงนาฏศิลป์ไทยในแต่ละภาคตา่ ง ๆ ได้ 2. บอกรปู แบบ องค์ประกอบ และวธิ กี ารแสดงนาฏศลิ ป์ไทยประเภทต่าง ๆ ได้ 3. แสดงความคิดเห็นและความรู้สกึ ตอ่ การแสดงประเภทต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม 4. บอกประโยชน์และเลือกชมการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยทต่ี นสนใจเพ่อื สร้างความสุขและประโยชนต์ อ่ ตนเองได้ 5. อธบิ ายทา่ รำและสื่อความหมายของนาฏศิลป์ไทยได้ 6. บอกหลักและวิธีการฝึกการใช้ทา่ ทางสอื่ ความหมายได้ 7. บอกประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของนาฏศิลป์และภาษาท่า เพื่อการอนุรกั ษ์ด้านนาฏศิลป์ได้ 8. อธิบายความสมั พันธ์ของประวตั ิความเป็นมา วัฒนธรรม ประเพณที เ่ี กยี่ วขอ้ งกับวิวัฒนาการของรำวง มาตรฐานได้ 9. อธิบายการประยุกตท์ า่ รำวงมาตรฐานไปใชก้ ับเพลงอ่ืน ๆ ในโอกาสตา่ ง ๆ ได้ 10. บอกแนวทางอนรุ ักษก์ ารละเลน่ ตามวฒั นธรรม ประเพณี ภมู ปิ ัญญาตามแนวทางนาฏศิลปไ์ ทยของภาค ตา่ ง ๆ ได้ 11. บอกลกั ษณะอาชีพนาฏศิลปไ์ ทยประเภทต่าง ๆ ได้ 12. บอกขน้ั ตอนและแนวทางในการประกอบอาชพี นาฏศิลป์ไทยได้ ตวั ชวี้ ัด นาฏศลิ ปไ์ ทย 1. อธบิ ายประวัติ ความเป็นมา และวิวฒั นาการในการแสดงนาฏศิลป์ไทยในแต่ละภาคต่าง ๆ 2. บอกรูปแบบ องค์ประกอบ และวิธกี ารแสดงนาฏศลิ ป์ไทยประเภทต่าง ๆ 3. แสดงความคดิ เหน็ และความรสู้ ึกต่อการแสดงประเภทต่าง ๆ 4. บอกประโยชน์และเลือกชมการแสดงนาฏศลิ ป์ไทยทตี่ นสนใจเพอื่ สร้างความสุขและประโยชนต์ ่อตนเอง

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรับปรงุ พ.ศ. 2554) 5. อธิบายทา่ รำและส่ือความหมายของนาฏศลิ ป์ไทย 6. บอกหลักและวิธกี ารฝึกการใชท้ า่ ทางสอ่ื ความหมาย 7. บอกประโยชน์และคุณค่าของนาฏศิลป์และภาษาทา่ เพื่อการอนรุ กั ษ์ด้านนาฏศิลป์ 8. อธิบายความสัมพนั ธ์ของประวตั ิความเปน็ มา วัฒนธรรม ประเพณที ่เี กย่ี วขอ้ งกับววิ ัฒนาการของรำวง มาตรฐาน 9. อธิบายการประยุกต์ทา่ รำวงมาตรฐานไปใชก้ บั เพลงอน่ื ๆ ในโอกาสตา่ ง ๆ 10. บอกแนวทางอนรุ ักษก์ ารละเล่นตามวฒั นธรรม ประเพณี ภมู ปิ ญั ญาตามแนวทางนาฏศลิ ป์ไทยของภาค ตา่ ง ๆ นาฏศิลปไ์ ทยกับการประกอบอาชีพ 1. บอกลกั ษณะอาชีพนาฏศิลป์ไทยประเภทต่าง ๆ 2. บอกข้ันตอนและแนวทางในการประกอบอาชีพนาฏศลิ ปไ์ ทย เนอ้ื หา นาฏศลิ ป์ไทย 1. ประวัติ ความเป็นมา และววิ ฒั นาการของการแสดงนาฏศลิ ป์ไทยประเภทต่าง ๆ 2. รปู แบบ/องค์ประกอบและวธิ ีการแสดงนาฏศิลป์ไทยในแตล่ ะภาคประเภทตา่ ง ๆ 3. การแสดงความคิดเห็นและความร้สู กึ ต่อการแสดงนาฏศลิ ป์ไทยประเภทตา่ ง ๆ 4. ประโยชนแ์ ละวิธีเลอื กชมการแสดงนาฏศิลป์ไทย 5. ท่ารำ และการสื่อความหมายในนาฏศลิ ป์ไทย 6. การใช้ท่าทางสื่อความหมายรวมทัง้ โอกาสที่ใชแ้ สดง 7. ประโยชน์และคุณค่าของนาฏศลิ ปไ์ ทยและภาษาท่าทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับการอนรุ ักษม์ รดกทางวัฒนธรรม 8. ประวัติ ความเป็นมา วิวัฒนาการ ความหมายของเนอ้ื เพลงทใ่ี ชแ้ ละการแตง่ กายประกอบการแสดงรำวง มาตรฐาน 9. การนำทา่ รำวงมาตรฐานไปประยุกต์ใชป้ ระกอบกับเพลงอ่นื ๆ เพ่ือนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวันโดยให้สอดคล้อง กบั วัฒนธรรม 10. การอนรุ กั ษ์ การละเล่นตามวฒั นธรรมประเพณี ของภูมปิ ญั ญาทางนาฏศิลป์ไทยของภาคตา่ ง ๆ นาฏศลิ ปไ์ ทยกับการประกอบอาชีพ อาชีพของนาฏศิลป์ไทย - หนงั ตะลงุ - ลิเก - หมอลำ กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ขัน้ ที่ 1 กำหนดสภาพปญั หา (O:Orientation) 1. ครูและผเู้ รียนปฏิบัติตามมาตรการตรวจคน คัดกรอง วัดไข้ สวมหนา้ กากอนามยั รกั ษาระยะห่างระหวา่ ง กนั 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผูเ้ รยี นในการพบกลมุ่ ครงั้ น้ี ข้นั ท่ี 2 แสวงหาขอ้ มูล (N:New way of learning) 1. ครูให้ผ้เู รียนทกุ คนศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง นาฏศิลปไ์ ทย และทำการสุม่ ตวั อยา่ งผเู้ รียนให้ออกมานำเสนอ หน้าชน้ั เรยี น และใหเ้ พ่ือนรว่ มชนั้ เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเพ่มิ เติม และสรปุ องค์ความรู้ 2. ครูให้ผู้เรียนดู Clip Vedio จาก Youtube เกยี่ วกบั การแสดงโขน

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) 3. ครูให้ผ้เู รียนทุกกล่มุ รว่ มกันอภปิ ราย ในหวั ขอ้ “นาฎศิลป์มีอทิ ธิพลต่อการดำเนินชวี ิตของมนุษย์อย่างไร” 4. ครูใหผ้ ้เู รียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน และใหเ้ พื่อนร่วมชั้นเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ เพ่ิมเติม และสรปุ องคค์ วามรู้ 5. ครใู หผ้ เู้ รยี นดู Clip Vedio จาก Youtube เกี่ยวกับ ละครรำ ละครร้องและละครพูด 6. ครใู ห้ผ้เู รียนศึกษาเพลงท่ีใชป้ ระกอบในการแสดงรำวงมาตรฐาน 7. ครูใหผ้ ูเ้ รยี นแตล่ ะกล่มุ ออกมาแสดงบทบาทสมมติ ในการรำวงมาตรฐาน กลุ่มละ 1 เพลง (หา้ มเพลงซำ้ กัน) 8. ครูให้ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั อภิปรายถึงแนวทางในการสง่ เสริมเพื่อให้มกี ารอนุรักษ์นาฎศิลป์ไทย และให้ ออกมานำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น และสรปุ องค์ความรู้ 9. ครูใหผ้ ้เู รยี นดู Clip Vedio จาก Youtube เกีย่ วกบั หนงั ตะลุง ลเิ ก และหมอลำ 10. ครูใหผ้ เู้ รียนทุกคนศึกษาใบความรู้ เร่อื ง หนงั ตะลงุ ลิเก และหมอลำ และทำการสุ่มตวั อย่างผู้เรียนให้ ออกมานำเสนอหน้าช้ันเรยี น และใหเ้ พื่อนรว่ มชัน้ เรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเพม่ิ เติม และสรปุ องคค์ วามรู้ 11. ครูใหผ้ ้เู รียนรว่ มกนแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับแนวทางในการสง่ เสริมเพ่ือให้มกี ารอนุรักษ์หนังตะลุง ลิเก และหมอลำ 12. ครมู อบหมายใหผ้ เู้ รยี นดำเนนิ การเรียนรู้ดว้ ยตนเองและศกึ ษาค้นคว้าเพ่ิมเติม ผ่านระบบออนไลน์ - Youtube - ดจิ ิทลั ทีวี จาก ETV ชอ่ ง 52 - PSI ช่อง 110 - True ช่อง 371 - รับชมทาง Internet ท่ี www.etvthai.tv - ผ่านโทรศัพท์มือถือ Smartphone ที่ www.etvthai.tv/m ขน้ั ท่ี 3 การปฏบิ ัติและนำไปประยุกตใ์ ช้ (I:Implementation) 1. ผูเ้ รียนสามารถรำวงมาตรฐานได้อยา่ งสวยงาม 2. ผูเ้ รียนเกิดจติ สำนกึ ในการอนุรกั ษห์ นังตะลุง ลเิ ก และหมอลำ ข้นั ที่ 4 การประเมินผลการเรียนรู้ (E:Evaluation) 1. ครูและผเู้ รียนรว่ มกันสรปุ เก่ียวกบั นาฏศลิ ป์ไทยและนาฏศลิ ปไ์ ทยกับการประกอบอาชีพ 2. ครปู ระเมนิ ผลการจดั กจิ กรรม 3. ครใู หผ้ เู้ รยี นทำใบงาน 4. ครใู ห้ผเู้ รียนทำแบบทดสอบกลางภาค ผา่ น Google Form สอื่ ประกอบการเรยี นรู้ 1. หนังสอื ประกอบการเรียนรูร้ ายวิชาศิลปศกึ ษา 2. ส่อื Youtube 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน 5. แบบทดสอบกลางภาค Google Form การวัดผลประเมนิ ผล 1. การสังเกต 1.1 พฤตกิ รรมรายบคุ คล เชน่ ความต้ังใจ ความกระตือรอื รน้ การมสี ว่ นร่วม ความมนี ้ำใจ ความ รบั ผดิ ชอบ ความเป็นผ้นู ำและการใชเ้ ทคโนโลยใี นการเรยี นรู้ 1.2 พฤติกรรมกลุ่ม เช่น การทำงานร่วมกัน ความรับผดิ ชอบและความมีนำ้ ใจ

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรงุ พ.ศ. 2554) 2. การตรวจสอบผลงาม 2.1 ผลงานรายบุคคล เชน่ การตรงตอ่ เวลา ความถูกต้อง ความสะอาดเรยี บร้อย 2.2 การทำงานดว้ ยกระบวนการกลมุ่ เช่น ความสามัคคี ทกั ษะการทำงานเปน็ กลุม่ ทักษะการคดิ และวเิ คราะห์ 3. การตรวจผลงาน 3.1 การตรวจใบงาน แหลง่ เรียนรู้ 1. ห้องสมดุ ประชาชน “เฉลมิ ราชกุมารี” อำเภอพนสั นิคม 2. ห้องสมุดประชาชน อำเภอพนัสนิคม 3. กศน.ตำบลกุฎโงง้ 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2554) แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร้ ายสปั ดาห์ที่ 6 แผนการจดั การเรยี นการสอน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เน้ือหาเรอ่ื ง ภาษาท่าทางในการสอ่ื สารในชวี ติ ประจาวนั จำนวน 18 ชวั่ โมง วนั ที่.......15........เดือน......กรกฎาคม......พ.ศ......2564............ เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ รายวชิ าภาษาอังกฤษในชีวติ ประจำวนั รหสั วิชา พต21001 มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคติเกีย่ วกบั ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ่าน เขยี น ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคที่ซับซ้อนในชวี ติ ประจำวนั และงานอาชีพของตนไดถ้ ูกต้องตามหลกั ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของ เจา้ ของภาษา สาระการเรยี นรู้ สาระความรู้พืน้ ฐาน รายวิชา รายวชิ าภาษาองั กฤษในชีวติ ประจำวนั รหัสวิชา พต21001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ ผลการเรยี นร้ทู ่คี าดหวงั เพ่อื ใหผ้ ูเ้ รียนสามารถอธบิ ายการใช้ภาษาในการสื่อสารในชีวติ ประจำวนั ได้ ตวั ชว้ี ัด เขา้ ใจและใชภ้ าษาในการสอื่ สารในชวี ติ ประจำวัน เนื้อหา 1. ภาษาตามมารยาทสังคมเพ่ือสร้างความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คลในสถานการณต์ ่าง ๆ ดังนี้ 1.1 การทักทาย การกลา่ วลา 1.2 การแนะนำตนเองและผู้อ่ืน 2. ภาษาท่าทางที่ใชใ้ นโอกาสต่าง ๆ ดังนี้ 2.1 ท่าทางท่ีสื่อความหมายทางภาษา 2.2 ทา่ ทางการปฏบิ ัติตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา 2.3 คำศพั ท์ สำนวน ประโยคและท่าทางท่ใี ชส้ ือ่ สารในโอกาสตา่ ง ๆ กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขน้ั ที่ 1 กำหนดสภาพปัญหา (O:Orientation) 1. ครแู ละผเู้ รยี นปฏบิ ัติตามมาตรการตรวจคน คัดกรอง วดั ไข้ สวมหนา้ กากอนามัย รกั ษาระยะหา่ งระหวา่ ง กนั 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผูเ้ รยี นในการพบกลุม่ คร้งั น้ี ข้ันท่ี 2 แสวงหาข้อมูล (N:New way of learning)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรับปรงุ พ.ศ. 2554) 1. ครใู ห้ผเู้ รยี นดู Clip Video จาก Youtube เกยี่ วกบั การสรา้ งความสัมพันธ์ระหวา่ งบคุ คลในสถานการณ์ ตา่ ง ๆ เชน่ การทักทาย การแนะนำตนเอง และการกลา่ วลา 2. ครใู หผ้ ูเ้ รียนจับค่กู ัน และฝึกทกั ษะในการสนทนาเกยี่ วกบั การทักทาย การแนะนำตนเอง และการกล่าวลา 3. ครูใหผ้ เู้ รียนฝึกทักษะในการเขยี นบทสนทนา โดยให้ผูเ้ รยี นกำหนดช่ือผสู้ นทนาด้วยตนเอง เพื่อนำมาใช้ใน การแสดงบทบาทสมมติ 4. ครใู ห้ผเู้ รียนทุกคู่ ออกมาแสดงบทบาทสมมติหน้าช้ันเรียน 5. ครูใหผ้ เู้ รยี นดู Clip Video จาก Youtube เกี่ยวกับการใชภ้ าษาทา่ ทางตา่ ง ๆ ประกอบการสนทนา 6. ครใู ห้ผเู้ รียนทกุ คนฝกึ ทกั ษะในการใชภ้ าษากายในการแสดงความหมายต่าง ๆ หลงั จากนน้ั ให้ผู้เรยี นทุกคน เลือกแสดงท่าทาง คนละ1 ท่าทาง และให้ออกมาแสดงหน้าช้ันเรยี น และใหเ้ พ่ือนร่วมชนั้ เรียนช่วยกนั ตอบให้ถูกต้อง 7. ครมู อบหมายใหผ้ ู้เรียนดำเนินการเรียนรดู้ ว้ ยตนเองและศึกษาคน้ ควา้ เพ่มิ เติม ผา่ นระบบออนไลน์ - Youtube - ดิจทิ ัลทวี ี จาก ETV ช่อง 52 - PSI ชอ่ ง 110 - True ชอ่ ง 371 - รบั ชมทาง Internet ที่ www.etvthai.tv - ผา่ นโทรศพั ท์มือถือ Smartphone ท่ี www.etvthai.tv/m ข้นั ท่ี 3 การปฏบิ ตั ิและนำไปประยกุ ตใ์ ช้ (I:Implementation) 1. ผเู้ รียนสามารถปฏบิ ัตติ นไดอ้ ย่างเหมาะสมตามสถานการณต์ ่าง ๆ ขั้นท่ี 4 การประเมินผลการเรียนรู้ (E:Evaluation) 1. ครแู ละผู้เรยี นรว่ มกนั สรปุ เก่ียวกบั ภาษาตามมารยาทสังคมเพื่อสร้างความสัมพนั ธ์ระหว่างบคุ คลใน สถานการณต์ ่าง ๆ และภาษาท่าทางทใ่ี ช้ในโอกาสตา่ ง ๆ 2. ครูประเมินผลการจัดกจิ กรรม 3. ครูใหผ้ ้เู รยี นทำใบงาน สอื่ ประกอบการเรยี นรู้ 1. หนงั สอื ประกอบการเรียนรู้รายวชิ าภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวัน 2. สือ่ Youtube 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน การวดั ผลประเมินผล 1. การสังเกต 1.1 พฤติกรรมรายบคุ คล เช่น ความตั้งใจ ความกระตือรอื ร้น การมีส่วนรว่ ม ความมนี ำ้ ใจ ความ รบั ผดิ ชอบ ความเป็นผู้นำและการใช้เทคโนโลยีในการเรยี นรู้ 1.2 พฤติกรรมกล่มุ เช่น การทำงานรว่ มกนั ความรับผดิ ชอบและความมีน้ำใจ 2. การตรวจสอบผลงาม 2.1 ผลงานรายบุคคล เชน่ การตรงตอ่ เวลา ความถกู ต้อง ความสะอาดเรียบร้อย 2.2 การทำงานด้วยกระบวนการกลมุ่ เชน่ ความสามัคคี ทกั ษะการทำงานเป็นกล่มุ ทกั ษะการคิด และวเิ คราะห์ 3. การตรวจผลงาน 3.1 การตรวจใบงาน แหล่งเรยี นรู้

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) 1. ห้องสมดุ ประชาชน “เฉลิมราชกมุ ารี” อำเภอพนสั นิคม 2. ห้องสมดุ ประชาชน อำเภอพนัสนคิ ม 3. กศน.ตำบลกุฎโง้ง 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรรู้ ายสปั ดาห์ที่ 7 แผนการจดั การเรียนการสอน ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เนอื้ หาเรื่อง การโต้ตอบโทรศัพท์ จำนวน 8 ชั่วโมง วันท.ี่ ......22.......เดอื น......กรกฎาคม......พ.ศ......2564.......... เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ รายวชิ าภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจำวนั รหสั วิชา พต21001 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ กี่ยวกับ ภาษาท่าทาง การฟัง พดู อ่าน เขยี น ภาษาต่างประเทศ ดว้ ยประโยคทีซ่ บั ซ้อนในชีวติ ประจำวัน และงานอาชพี ของตนได้ถูกตอ้ งตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของ เจ้าของภาษา สาระการเรยี นรู้ สาระความรู้พื้นฐาน รายวชิ า รายวชิ าภาษาองั กฤษในชีวิตประจำวัน รหสั วชิ า พต21001 ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวัง เพือ่ ให้ผู้เรยี นสามารถรับ-ตอบโทรศพั ท์อยา่ งง่าย ๆ ตวั ชว้ี ัด รบั -ตอบโทรศัพทอ์ ย่างงา่ ย ๆ เนอื้ หา 1. คำศัพท์ สำนวน ประโยคต่าง ๆ ท่ใี ชใ้ นการส่ือสารในการรับโทรศพั ท์อยา่ งง่ายรวมกัน การรับฝากข้อความ ทางโทรศัพท์ 2. การรับฝากข้อความทางโทรศพั ท์ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นท่ี 1 กำหนดสภาพปัญหา (O:Orientation) 1. ครแู ละผเู้ รียนปฏบิ ตั ติ ามมาตรการตรวจคน คัดกรอง วดั ไข้ สวมหนา้ กากอนามัย รักษาระยะหา่ งระหวา่ ง กนั 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผู้เรียนในการพบกลุ่มครง้ั นี้ ข้ันท่ี 2 แสวงหาข้อมลู (N:New way of learning) 1. ครูให้ผูเ้ รียนดู Clip Video จาก Youtube เกย่ี วกับการสนทนาทางโทรศัพท์ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ 2. ครูใหผ้ ู้เรียนทกุ คนศึกษาใบความรู้ เรอ่ื ง คำศัพท์ สำนวนและประโยคท่ีใช้ในการสื่อสารทางโทรศัพท์ 3. ครูใหผ้ เู้ รียนจบั ค่กู ัน และฝึกทกั ษะเกี่ยวกับการสนทากันทางโทรศัพท์ในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การใช้ โทรศัพทบ์ ้าน การใช้โทรศพั ทส์ ำนกั งานและการใช้โทรศพั ทเ์ คล่อื นที่ 4. ครูให้ผ้เู รียนแตล่ ะครูออกมานำเสนอหนา้ ช้นั เรยี น โดยครทู ำการสมุ่ ตัวอยา่ งสถานการณใ์ หก้ บั ผู้เรยี น และ ใหเ้ พื่อนรว่ มช้ันเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติม พร้อมทัง้ สรปุ ร่วมกัน

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) 5. ครแู บง่ ผู้เรียนออกเปน็ 3 กลุ่ม โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มแสดงบทบาทสมมตใิ นการสนทนาทางโทรศัพทใ์ น สถานการณด์ ังนี้ - โทรศัพท์บ้าน - โทรศพั ท์สำนกั งาน - โทรศพั ทเ์ คล่ือนที่ 6. ครูให้ผู้เรยี นแต่ละกลุ่ม ออกมาแสดงบทบาทสมมติหนา้ ช้ันเรยี น และใหเ้ พื่อนร่วมชั้นเรียนรว่ มกนั แสดง ความคิดเห็นเพ่ิมเติม พร้อมทัง้ สรปุ ร่วมกนั 7. ครูมอบหมายให้ผู้เรยี นดำเนินการเรียนรดู้ ว้ ยตนเองและศกึ ษาคน้ คว้าเพ่ิมเติม ผ่านระบบออนไลน์ - Youtube - ดจิ ิทลั ทีวี จาก ETV ชอ่ ง 52 - PSI ชอ่ ง 110 - True ช่อง 371 - รบั ชมทาง Internet ท่ี www.etvthai.tv - ผา่ นโทรศพั ท์มือถือ Smartphone ท่ี www.etvthai.tv/m ขัน้ ท่ี 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยุกต์ใช้ (I:Implementation) 1. ผู้เรียนสามารถสนทนาทางโทรศพั ท์ได้อยา่ งเหมาะสมกับสถานการณ์ 2. ผ้เู รยี นสามารถรับประทานอาหารไดเ้ หมาะสมและถกู ต้องตามหลักสุขาภบิ าล 3. ผเู้ รียนสามารถดแู ลตนเองใหป้ ลอดภัยจากโรคระบาดต่าง ๆ ได้ ข้ันที่ 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ (E:Evaluation) 1. ครูและผูเ้ รยี นร่วมกนั สรุปเกย่ี วกับรับ-ตอบโทรศัพทอ์ ย่างงา่ ย ๆ 2. ครูประเมินผลการจัดกิจกรรม 3. ครใู ห้ผูเ้ รยี นทำใบงาน ส่อื ประกอบการเรยี นรู้ 1. หนังสอื ประกอบการเรยี นร้รู ายวชิ าภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวัน 2. สือ่ Youtube 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน การวัดผลประเมนิ ผล 1. การสงั เกต 1.1 พฤติกรรมรายบุคคล เช่น ความต้ังใจ ความกระตือรอื รน้ การมีสว่ นร่วม ความมีน้ำใจ ความ รับผิดชอบ ความเป็นผู้นำและการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ 1.2 พฤติกรรมกลมุ่ เช่น การทำงานร่วมกัน ความรบั ผิดชอบและความมีนำ้ ใจ 2. การตรวจสอบผลงาม 2.1 ผลงานรายบคุ คล เชน่ การตรงตอ่ เวลา ความถกู ต้อง ความสะอาดเรยี บร้อย 2.2 การทำงานด้วยกระบวนการกลมุ่ เช่น ความสามคั คี ทักษะการทำงานเปน็ กลุม่ ทักษะการคิด และวเิ คราะห์ 3. การตรวจผลงาน 3.1 การตรวจใบงาน

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) แหลง่ เรยี นรู้ 1. หอ้ งสมดุ ประชาชน “เฉลมิ ราชกุมารี” อำเภอพนสั นิคม 2. ห้องสมุดประชาชน อำเภอพนสั นิคม 3. กศน.ตำบลกฎุ โง้ง 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรงุ พ.ศ. 2554) แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรรู้ ายสัปดาห์ที่ 8 แผนการจัดการเรียนการสอน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เนอื้ หาเรื่อง การแสดงความร้สู ึกต่าง ๆ จำนวน 8 ชัว่ โมง วันท.่ี ......29........เดือน......กรกฎาคม......พ.ศ......2564.......... เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ รายวิชาภาษาองั กฤษในชวี ิตประจำวัน รหัสวิชา พต21001 มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ ก่ียวกับ ภาษาทา่ ทาง การฟัง พดู อ่าน เขียน ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคท่ซี บั ซ้อนในชวี ิตประจำวนั และงานอาชพี ของตนไดถ้ ูกต้องตามหลักภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของ เจ้าของภาษา สาระการเรียนรู้ สาระความรู้พ้นื ฐาน รายวชิ า รายวิชาภาษาอังกฤษในชีวติ ประจำวัน รหสั วชิ า พต21001 ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ ผลการเรยี นรทู้ ีค่ าดหวัง เพ่อื ให้ผเู้ รียนสามารถใช้ภาษาองั กฤษในการแสดงความรู้สึก(ดีใจ/เสียใจ/เข้าใจ/พอใจ/ไม่พอใจ/ใหก้ ำลังใจ/ สนใจ/ไม่สนใจ)ได้ ตวั ชี้วัด ใชภ้ าษาองั กฤษในการแสดงความรูส้ ึก(ดีใจ/เสยี ใจ/เข้าใจ/พอใจ/ไมพ่ อใจ/ให้กำลังใจ/สนใจ/ไมส่ นใจ) เนอื้ หา 1. คำ วลี ประโยค บทสนทนาท่แี สดงอารมณ์ความรู้สกึ ตา่ ง ๆ 1.1 พอใจ/ไม่พอใจ 1.2 สนใจ/ไม่สนใจ 1.3 ใหก้ ำลงั ใจ/เห็นใจ/ปลอบใจ 1.4 ดีใจ/เสียใจ กระบวนการจัดการเรยี นรู้ ขัน้ ที่ 1 กำหนดสภาพปญั หา (O:Orientation) 1. ครแู ละผเู้ รยี นปฏบิ ตั ติ ามมาตรการตรวจคน คดั กรอง วดั ไข้ สวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่างระหวา่ ง กนั 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผ้เู รียนในการพบกลมุ่ ครง้ั นี้ ขั้นที่ 2 แสวงหาข้อมลู (N:New way of learning) 1. ครใู หผ้ เู้ รยี นดู Youtube เกย่ี วกบั ภาพยนตร์หรือละครทเี่ ป็นท่นี ่าสนใจอยใู่ นขณะน้ัน 2. ครูใหผ้ เู้ รียนทกุ คนศึกษาใบความรู้ เรื่อง คำ วลี ประโยค บทสนทนาท่ีแสดงอารมณ์ความรสู้ ึกตา่ ง ๆ เช่น พอใจ/ไม่พอใจ สนใจ/ไม่สนใจ ให้กำลังใจ/เหน็ ใจ/ปลอบใจ และดใี จ/เสียใจ

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2554) 3. ครูให้ผเู้ รยี นจับค่กู ัน และฝึกทักษะเกีย่ วกบั การสนทนาท่แี สดงอารมณ์ความรู้สกึ ตา่ ง ๆ เชน่ พอใจ/ไม่พอใจ สนใจ/ไมส่ นใจ ให้กำลังใจ/เหน็ ใจ/ปลอบใจ และดีใจ/เสยี ใจ 4. ครใู หผ้ เู้ รียนฝกึ ทักษะในการเขียนบทสนทนาในแตล่ ะสถานการณ์ โดยกำหนดชือ่ และสิ่งทส่ี นทนากันด้วย ตนเอง เพ่ือนำมาใชใ้ นการนำเสนอหน้าชนั้ เรยี น 5. ครใู ห้ผู้เรยี นแต่ละคู่ออกมานำเสนอหน้าชน้ั เรยี น โดยครทู ำการสุม่ ตัวอย่างสถานการณ์ใหก้ บั ผเู้ รยี น และให้ เพื่อนร่วมชน้ั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม พร้อมทั้งสรุปร่วมกัน 6. ครแู บง่ ผู้เรยี นออกเปน็ 2 กลุ่ม และให้ฝกึ ทักษะในการเขยี นบทสนทนา โดยให้กำหนดชือ่ และส่งิ ที่สนทนา กันดว้ ยตนเอง โดยใน 1 บทสนทนาต้องกำหนดใหม้ ีทกุ สถานการณ์ 7. ครใู หผ้ ู้เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมาแสดงบทบาทสมมติหนา้ ช้นั เรียน และให้เพ่ือนร่วมช้ันเรยี นรว่ มกันแสดง ความคดิ เห็นเพิม่ เติม พรอ้ มทง้ั สรุปร่วมกัน 8. ครมู อบหมายใหผ้ เู้ รยี นดำเนินการเรยี นรู้ดว้ ยตนเองและศึกษาคน้ คว้าเพ่มิ เติม ผ่านระบบออนไลน์ - Youtube - ดจิ ิทัลทีวี จาก ETV ช่อง 52 - PSI ชอ่ ง 110 - True ชอ่ ง 371 - รับชมทาง Internet ที่ www.etvthai.tv - ผ่านโทรศัพทม์ ือถือ Smartphone ท่ี www.etvthai.tv/m ขั้นที่ 3 การปฏบิ ตั ิและนำไปประยุกตใ์ ช้ (I:Implementation) 1. ผู้เรียนสามารถสนทนาเพ่ือแสดงอารมณ์ความร้สู กึ ตา่ ง ๆ ได้ ขั้นท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้ (E:Evaluation) 1. ครูและผู้เรยี นร่วมกนั สรปุ เกย่ี วกับการสนทนาท่แี สดงอารมณ์ความรสู้ ึกตา่ ง ๆ เช่น พอใจ/ไม่พอใจ สนใจ/ ไม่สนใจ ให้กำลังใจ/เหน็ ใจ/ปลอบใจ และดีใจ/เสียใจ 2. ครปู ระเมนิ ผลการจัดกจิ กรรม 3. ครูให้ผู้เรียนทำใบงาน สอ่ื ประกอบการเรยี นรู้ 1. หนังสือประกอบการเรยี นรู้รายวชิ าภาษาอังกฤษในชีวติ ประจำวัน 2. สอื่ Youtube 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน การวดั ผลประเมินผล 1. การสังเกต 1.1 พฤติกรรมรายบคุ คล เช่น ความตั้งใจ ความกระตือรือรน้ การมีสว่ นรว่ ม ความมนี ้ำใจ ความ รบั ผดิ ชอบ ความเปน็ ผู้นำและการใช้เทคโนโลยใี นการเรียนรู้ 1.2 พฤติกรรมกลุม่ เช่น การทำงานรว่ มกนั ความรบั ผดิ ชอบและความมนี ้ำใจ 2. การตรวจสอบผลงาม 2.1 ผลงานรายบุคคล เชน่ การตรงตอ่ เวลา ความถกู ต้อง ความสะอาดเรียบร้อย 2.2 การทำงานด้วยกระบวนการกลุม่ เชน่ ความสามคั คี ทกั ษะการทำงานเป็นกลุม่ ทกั ษะการคิด และวิเคราะห์ 3. การตรวจผลงาน

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2554) 3.1 การตรวจใบงาน แหลง่ เรียนรู้ 1. ห้องสมดุ ประชาชน “เฉลิมราชกุมาร”ี อำเภอพนสั นิคม 2. ห้องสมุดประชาชน อำเภอพนสั นคิ ม 3. กศน.ตำบลกุฎโงง้ 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2554) แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรูร้ ายสปั ดาห์ที่ 9 แผนการจดั การเรยี นการสอน ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น เนอื้ หาเร่ือง การพดู แสดงความคดิ รปู แบบต่าง ๆ จำนวน 20 ชว่ั โมง วันที.่ ......5........เดือน......สิงหาคม......พ.ศ......2564............ เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ รายวิชาภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวนั รหัสวิชา พต21001 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคตเิ ก่ียวกบั ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ่าน เขยี น ภาษาต่างประเทศ ด้วยประโยคที่ซับซ้อนในชีวิตประจำวัน และงานอาชพี ของตนไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั ภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของ เจ้าของภาษา สาระการเรยี นรู้ สาระความรู้พ้ืนฐาน รายวิชา รายวิชาภาษาองั กฤษในชีวติ ประจำวัน รหัสวชิ า พต21001 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวงั เพ่อื ให้ผู้เรยี นสามารถพูดแสดงความคิดเห็นและแสดงความต้องการในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้ ตัวชีว้ ดั พูดแสดงความคดิ เหน็ และแสดงความต้องการในสถานการณต์ ่าง ๆ เนอ้ื หา ภาษาเพือ่ แสดงความคิดเหน็ ความต้องการ 1. การแสดงความคิดเห็น (เห็นด้วย/ไม่เหน็ ดว้ ย/ยอมรับ/ไมย่ อมรบั ) 2. การแสดงความต้องการและตอบรบั 3. การแสดงความชว่ ยเหลือและบรกิ ารผูอ้ ืน่ รวมท้ังตอบรับ 4. การกล่าวขอบคณุ และตอบรับ 5. การพูดขออนุญาตและตอบรับ 6. การพดู ขอโทษและตอบรบั 7. การพดู แทรกอย่างสุภาพ กระบวนการจดั การเรียนรู้ ขั้นที่ 1 กำหนดสภาพปญั หา (O:Orientation) 1. ครแู ละผเู้ รียนปฏบิ ตั ิตามมาตรการตรวจคน คดั กรอง วัดไข้ สวมหนา้ กากอนามัย รักษาระยะหา่ งระหวา่ ง กนั 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผเู้ รียนในการพบกล่มุ ครง้ั น้ี ข้ันท่ี 2 แสวงหาข้อมูล (N:New way of learning)

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) 1. ครใู หผ้ ู้เรยี นดู Clip Video จาก Youtube เกย่ี วกบั การพูดแสดงความคิดเหน็ และแสดงความต้องการใน สถานการณ์ต่าง ๆ 2. ครใู หผ้ เู้ รียนทุกคนศึกษาใบความรู้ ดังนี้ 1. การแสดงความคดิ เห็น (เห็นดว้ ย/ไมเ่ หน็ ด้วย/ยอมรับ/ไมย่ อมรับ) 2. การแสดงความต้องการและตอบรบั 3. การแสดงความชว่ ยเหลอื และบริการผู้อื่น รวมท้ังตอบรับ 4. การกลา่ วขอบคุณและตอบรับ 5. การพดู ขออนุญาตและตอบรบั 6. การพูดขอโทษและตอบรับ 7. การพูดแทรกอยา่ งสภุ าพ 3. ครใู หผ้ ูเ้ รยี นจับค่กู นั และฝกึ ทักษะเก่ยี วกับการพดู แสดงความคดิ เหน็ และแสดงความต้องการในสถานการณ์ ต่าง ๆ 4. ครใู หผ้ ู้เรียนแตล่ ะครูออกมานำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน โดยครทู ำการส่มุ ตวั อยา่ งสถานการณใ์ ห้กบั ผเู้ รยี น และ ใหเ้ พอื่ นร่วมชัน้ เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเพิ่มเติม พร้อมทัง้ สรุปรว่ มกัน 5. ครูแบง่ ผเู้ รียนออกเปน็ 2 กลุม่ และให้ฝกึ ทกั ษะในการเขียนบทสนทนา โดยให้กำหนดชือ่ และส่งิ ทสี่ นทนา กันด้วยตนเอง โดยใน 1 บทสนทนากำหนดให้มีการแสดงความรสู้ ึกมากกวา่ 4 เหตกุ ารณ์ 6. ครใู ห้ผเู้ รียนแต่ละกลุ่ม ออกมาแสดงบทบาทสมมตหิ นา้ ชัน้ เรยี น และใหเ้ พื่อนร่วมช้ันเรียนรว่ มกันแสดง ความคดิ เหน็ เพิม่ เติม พรอ้ มท้งั สรุปร่วมกัน 7. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนดำเนนิ การเรียนรู้ด้วยตนเองและศึกษาค้นควา้ เพมิ่ เติม ผา่ นระบบออนไลน์ - Youtube - ดิจิทัลทวี ี จาก ETV ช่อง 52 - PSI ช่อง 110 - True ชอ่ ง 371 - รบั ชมทาง Internet ท่ี www.etvthai.tv - ผ่านโทรศพั ทม์ ือถือ Smartphone ที่ www.etvthai.tv/m ขั้นท่ี 3 การปฏบิ ตั แิ ละนำไปประยกุ ต์ใช้ (I:Implementation) 1. ผูเ้ รียนสามารถการพูดแสดงความคิดเหน็ และแสดงความต้องการในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ขน้ั ท่ี 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ (E:Evaluation) 1. ครแู ละผู้เรียนรว่ มกนั สรปุ เกย่ี วกบั การพูดแสดงความคิดเห็นและแสดงความตอ้ งการในสถานการณ์ต่าง ๆ 2. ครปู ระเมินผลการจดั กจิ กรรม 3. ครใู หผ้ เู้ รยี นทำใบงาน สอ่ื ประกอบการเรยี นรู้ 1. หนังสือประกอบการเรยี นร้รู ายวิชาภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจำวนั 2. ส่ือ Youtube 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน การวดั ผลประเมินผล 1. การสงั เกต 1.1 พฤตกิ รรมรายบคุ คล เชน่ ความตง้ั ใจ ความกระตือรอื ร้น การมีสว่ นรว่ ม ความมีนำ้ ใจ ความ

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2554) รบั ผดิ ชอบ ความเปน็ ผนู้ ำและการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ 1.2 พฤติกรรมกลุม่ เช่น การทำงานรว่ มกัน ความรบั ผิดชอบและความมนี ้ำใจ 2. การตรวจสอบผลงาม 2.1 ผลงานรายบุคคล เช่น การตรงตอ่ เวลา ความถูกต้อง ความสะอาดเรยี บร้อย 2.2 การทำงานด้วยกระบวนการกลุ่ม เช่น ความสามัคคี ทกั ษะการทำงานเป็นกล่มุ ทักษะการคดิ และวเิ คราะห์ 3. การตรวจผลงาน 3.1 การตรวจใบงาน แหล่งเรยี นรู้ 1. หอ้ งสมดุ ประชาชน “เฉลมิ ราชกมุ ารี” อำเภอพนัสนิคม 2. ห้องสมุดประชาชน อำเภอพนสั นิคม 3. กศน.ตำบลกุฎโง้ง 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2554) แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้รายสัปดาห์ท่ี 10 แผนการจดั การเรียนการสอน ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เนอ้ื หาเร่อื ง ประโยคต่าง ๆ ในภาษาอังกฤษ จำนวน 18 ชว่ั โมง วันท่.ี ......12........เดือน......สงิ หาคม......พ.ศ......2564............ เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรียนรู้ รายวชิ าภาษาองั กฤษในชีวิตประจำวนั รหัสวชิ า พต21001 มคี วามรู้ ความเข้าใจ ทักษะและเจตคตเิ กีย่ วกบั ภาษาทา่ ทาง การฟงั พดู อ่าน เขยี น ภาษาตา่ งประเทศ ด้วยประโยคท่ีซบั ซ้อนในชีวติ ประจำวัน และงานอาชีพของตนได้ถูกตอ้ งตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะของ เจา้ ของภาษา สาระการเรียนรู้ สาระความรู้พ้นื ฐาน รายวิชา รายวชิ าภาษาอังกฤษในชวี ติ ประจำวัน รหสั วิชา พต21001 ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนสามารถ 1. บอกลักษณะของประโยคในภาษาอังกฤษ(ประโยคบอกเลา่ /ประโยคคำถาม/ประโยคปฏเิ สธ/ประโยคคำสัง่ / ประโยคอุทาน) ได้ 2. นำไปใช้ในชีวติ ประจำวันได้ ตวั ชว้ี ัด รูจ้ ักลักษณะของประโยคในภาษาอังกฤษ(ประโยคบอกเลา่ /ประโยคคำถาม/ประโยคปฏเิ สธ/ประโยคคำสงั่ / ประโยคอุทาน)และสามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวัน เนอื้ หา 1. ประโยคคำถาม คำทใี่ ชใ้ นการต้งั คำถาม ไดแ้ ก่ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 2. ประโยคปฏิเสธ 3. ประโยคคำสั่ง 4. ประโยคอุทาน กระบวนการจดั การเรียนรู้ ข้ันท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หา (O:Orientation) 1. ครแู ละผู้เรียนปฏิบัตติ ามมาตรการตรวจคน คดั กรอง วดั ไข้ สวมหน้ากากอนามยั รักษาระยะห่างระหว่าง กัน 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผ้เู รียนในการพบกลุม่ ครง้ั น้ี ขั้นท่ี 2 แสวงหาขอ้ มูล (N:New way of learning)

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) 1. ครใู ห้ผเู้ รียนดู Clip Video จาก Youtube เกย่ี วกบั การใชป้ ระโยคตา่ ง ๆ ในแต่ละสถานการณ์ 2. ครูให้ผเู้ รียนทกุ คนศึกษาใบความรู้ ดงั นี้ 1. ประโยคคำถาม คำท่ใี ช้ในการตง้ั คำถาม ไดแ้ ก่ Who, When, Where, Why, What, Whom, How 2. ประโยคปฏิเสธ 3. ประโยคคำสัง่ 4. ประโยคอุทาน 3. ครใู ห้ผู้เรียนจับคู่กัน และฝึกทักษะเกยี่ วกับการใช้ประโยคตา่ ง ๆ ในแตล่ ะสถานการณ์ 4. ครใู หผ้ ู้เรยี นแตล่ ะครูออกมานำเสนอหน้าช้ันเรียน โดยครทู ำการสุ่มตัวอย่างสถานการณใ์ หก้ ับผ้เู รียน และ ใหเ้ พ่อื นร่วมชน้ั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เพ่ิมเติม พร้อมทง้ั สรปุ รว่ มกนั 5. ครูแบง่ ผเู้ รียนออกเป็น 2 กลมุ่ โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มแสดงบทบาทสมมตใิ นการใชป้ ระโยคต่าง ๆ ในแตล่ ะ สถานการณ์ 6. ครูใหผ้ เู้ รียนแตล่ ะกลุม่ ออกมาแสดงบทบาทสมมตหิ นา้ ช้ันเรยี น และใหเ้ พ่ือนรว่ มชน้ั เรยี นร่วมกนั แสดง ความคิดเหน็ เพิ่มเติม พรอ้ มทงั้ สรปุ รว่ มกนั 7. ครมู อบหมายให้ผู้เรยี นดำเนนิ การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองและศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติม ผ่านระบบออนไลน์ - Youtube - ดจิ ทิ ัลทีวี จาก ETV ชอ่ ง 52 - PSI ช่อง 110 - True ชอ่ ง 371 - รับชมทาง Internet ท่ี www.etvthai.tv - ผา่ นโทรศัพท์มือถือ Smartphone ท่ี www.etvthai.tv/m ขัน้ ท่ี 3 การปฏิบตั แิ ละนำไปประยกุ ต์ใช้ (I:Implementation) 1. ผ้เู รียนสามารถใชป้ ระโยคต่าง ๆ ในแตล่ ะสถานการณ์ได้ ขั้นท่ี 4 การประเมินผลการเรยี นรู้ (E:Evaluation) 1. ครูและผูเ้ รยี นรว่ มกันสรุปเกี่ยวกับการใชป้ ระโยคต่าง ๆ ในแต่ละสถานการณ์ 2. ครูประเมนิ ผลการจดั กิจกรรม 3. ครูใหผ้ เู้ รยี นทำใบงาน สือ่ ประกอบการเรยี นรู้ 1. หนงั สือประกอบการเรยี นรรู้ ายวิชาภาษาอังกฤษในชีวติ ประจำวัน 2. ส่ือ Youtube 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน การวัดผลประเมินผล 1. การสังเกต 1.1 พฤตกิ รรมรายบุคคล เชน่ ความต้งั ใจ ความกระตือรือรน้ การมสี ่วนร่วม ความมนี ้ำใจ ความ รับผดิ ชอบ ความเปน็ ผูน้ ำและการใชเ้ ทคโนโลยใี นการเรียนรู้ 1.2 พฤตกิ รรมกลุ่ม เชน่ การทำงานร่วมกนั ความรับผดิ ชอบและความมนี ้ำใจ 2. การตรวจสอบผลงาม

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) 2.1 ผลงานรายบคุ คล เช่น การตรงต่อเวลา ความถูกต้อง ความสะอาดเรียบร้อย 2.2 การทำงานดว้ ยกระบวนการกลุ่ม เช่น ความสามคั คี ทักษะการทำงานเปน็ กลุ่ม ทักษะการคิด และวเิ คราะห์ 3. การตรวจผลงาน 3.1 การตรวจใบงาน แหล่งเรียนรู้ 1. หอ้ งสมดุ ประชาชน “เฉลมิ ราชกมุ ารี” อำเภอพนัสนิคม 2. ห้องสมุดประชาชน อำเภอพนัสนิคม 3. กศน.ตำบลกฎุ โงง้ 4. Internet

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554)

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรรู้ ายสปั ดาห์ท่ี 11 แผนการจดั การเรยี นการสอน ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ เนื้อหาเร่อื ง ประโยคความรวม จำนวน 40 ชว่ั โมง วันที่.......19........เดือน......สงิ หาคม......พ.ศ......2564............ เวลา 09.00 – 16.00 น. *********************************************************************************************************** มาตรฐานการเรยี นรู้ รายวิชาภาษาองั กฤษในชีวิตประจำวนั รหัสวิชา พต21001 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจตคติเก่ียวกบั ภาษาท่าทาง การฟงั พดู อ่าน เขยี น ภาษาตา่ งประเทศ ดว้ ยประโยคทซ่ี บั ซ้อนในชวี ิตประจำวนั และงานอาชีพของตนไดถ้ ูกต้องตามหลกั ภาษาวัฒนธรรม และกาลเทศะของ เจา้ ของภาษา สาระการเรยี นรู้ สาระความรู้พ้ืนฐาน รายวชิ า รายวิชาภาษาองั กฤษในชวี ิตประจำวัน รหัสวิชา พต21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวงั เพื่อใหผ้ ้เู รยี นสามารถ 1. บอกลกั ษณะของ Compound Sentence ได้ 2. สามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ ตวั ชว้ี ดั รูจ้ ักลกั ษณะของ Compound Sentence และสามารถนำไปใช้ในชีวติ ประจำวัน เนอ้ื หา 1. สว่ นประกอบของ Compound Sentence 2. ประโยค 2 ประโยคมารวมกันดว้ ยคำเช่ือมที่เหมาะสม คือ and, but, or 3. การเช่อื มประโยคให้เป็น Compound Sentence โดยใช้เครื่องหมาย/คำเช่ือม ต่อไปนี้ 3.1 , (Comma) + คำสันธาน 3.2 ; (Semicolon) ใช้ในกรณีท่ีมเี คร่ืองหมายอืน่ ๆ อยู่ด้วยหลายแห่ง กระบวนการจดั การเรยี นรู้ ขั้นท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หา (O:Orientation) 1. ครแู ละผู้เรียนปฏิบัติตามมาตรการตรวจคน คัดกรอง วัดไข้ สวมหนา้ กากอนามยั รักษาระยะห่างระหว่าง กนั 1-2 เมตร 2. ครูตรวจสอบผู้เรียนในการพบกลมุ่ ครง้ั น้ี ขน้ั ที่ 2 แสวงหาข้อมูล (N:New way of learning)