ก คานา หนังสือเล่มเล็กสรุปการจัดการองค์ความรู้ของปีการศึกษา 2563 เล่มนี้ เป็นการสรุปองค์ความรู้จากกิจกรรมการแลกเปล่ียน เรียนรู้ระหว่างผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกท่ีมีประสบการณ์ และอาจารย์ใน คณะครุศาสตร์ ท้ังด้านการผลิตบัณฑิตและด้านการวิจัย โดยจะสรุป องค์ความรู้เพ่ือเป็นแนวปฏิบัติจากผู้มีประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ สืบค้นจากเอกสารตารา สอดคล้องกับหลักการจัดการความรู้ ท่ีมีอยู่ใน ตัวบุคคล (Tacit Knowledge) และองค์ความรู้ภายนอก (Explicit Knowledge) สาหรับการจัดการความรู้ในปีการศึกษา 2563 น้ี คณะกรรมการจัดการความรู้ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ลาปาง ได้กาหนดกรอบประเด็นการจัดการความรู้ด้านการผลิตบัณฑิต ในหัวข้อ “วิธีการสอนและการวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะการคิด สู่การ จดั การเรียนรูฐ้ านสมรรถนะ” และดา้ นการวิจัยในหัวข้อ “แนวทางการ พัฒนาเอกสารประกอบการสอน เอกสารคาสอน หนังสือ ตารา เพ่ือ เตรียมความพร้อมเข้าสตู่ าแหน่งวิชาการ” โดยคาดหวงั ว่าหนังสือเล่มเล็กน้ีจะเป็นประโยชน์และเป็นแนว ปฏิบัตทิ ่ดี ใี นการสื่อสารและขยายผลในโอกาสต่อไป คณะกรรมการวิจยั และจัดการความรู้ คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ลาปาง | การจดั การองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ปกี ารศึกษา 2563
ข สารบญั หน้า 1 1. การจดั การความรคู้ ณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ 3 ลาปาง 21 2. การจดั การความรูด้ ้านการผลติ บณั ฑติ ในหวั ข้อ “วธิ ีการ สอนและการวิจัยเพ่ือพฒั นาทักษะการคิด สกู่ ารจดั การ 29 เรียนรู้ฐานสมรรถนะ” 3. การจดั การความรดู้ ้านการวิจยั ในหวั ขอ้ “แนวทางการ พัฒนาเอกสารประกอบการสอน เอกสารคาสอน หนงั สือ ตารา เพื่อเตรยี มความพร้อมเขา้ สตู่ าแหนง่ วิชาการ” เอกสารอ้างองิ | การจดั การองคค์ วามรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปีการศกึ ษา 2563
1 1. การจัดการความร้คู ณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลาปาง คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลาปาง เป็นองค์กรแห่ง การเรียนรู้และนวัตกรรมการศึกษาเพ่ือผลิตและพัฒนาครูให้มี สมรรถนะทางวิชาชีพสู่ทอ้ งถ่ินและสังคมอย่างย่ังยืน มีเป้าหมายในการ พัฒนาด้านการผลิตบัณฑิตและการพัฒนานักศึกษา ด้านวิจัย ด้านการ บริการวิชาการ ด้านการทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม และด้านการ บริหารจัดการตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏ และยังได้กาหนด เป้าประสงค์สาคัญ (Objective) ไว้ 3 ข้อ คือ 1) ผลิตครูนวัตกร 2) พัฒนาอาจารย์ให้มีสมรรถนะนวัตกร และ 3) เป็นศูนย์กลาง นวัตกรรมการเรียนรู้ของท้องถ่ินและสังคม โดยกาหนดผลลัพธ์สาคัญ (Key Result) ไว้หลายข้อ อาทิ อาจารย์มีความรู้ ทักษะการออกแบบ ห้องเรียนนวัตกร ร้อยละ 100 และนักศึกษาทุกคนมีนวัตกรรมทาง การศกึ ษาเพอ่ื พัฒนาท้องถิ่น อย่างน้อย 1 ชน้ิ กอ่ นสาเร็จการศกึ ษา ดังน้ัน เพ่ือให้สอดคล้องกับเป้าหมาย พันธกิจ ยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ และวิสัยทัศน์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏลาปาง เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาสู่องค์กรแห่งการ เรียนรู้ และสืบเนื่องจากการดาเนินการจัดการความรู้ในปีการศึกษา 2562 ประกอบด้วยหัวข้อการพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้ และการ บริหารงานวิจัย ซึ่งได้รับความสนใจจากคณาจารย์เป็นอย่างมาก เน่ืองจากเป็นประเด็นท่ีตรงกับความสนใจและเป็นเร่ืองใหม่ในการ จัดการเรียนร้สู าหรบั นักศกึ ษาครู รวมท้ังการบริหารงานวิจัยซึ่งเป็นการ ทบทวนกระบวนการทาวิจัยเชิงพ้ืนที่ท่ีสอดคล้องกับการศึกษาและ | การจัดการองคค์ วามรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปีการศึกษา 2563
2 บริบทเชิงพ้ืนท่ี คณะกรรมการจัดการความรู้ และคณะกรรมการวิจัย และจัดการความรู้ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลาปาง จึงได้ ทบทวนแผนงานและวิเคราะหป์ ระเด็นการจัดการความรู้ จึงได้ประเด็น หัวข้อการจัดการความในด้านการผลิตบัณฑิต และด้านการวิจัย โดย ดาเนินการตาม 7 ข้ันตอนการจัดการความรู้ โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิท่ี มีประสบการณ์ภายนอก ร่วมกับคณาจารย์ในคณะครุศาสตร์ผู้ที่มี ประสบการณ์ ร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้ตามหัวข้อ และใช้กระบวนการมี ส่วนร่วมของคณาจารย์ในการแลกเปล่ียนประสบการณ์ บทเรียน ข้อ ควรทา และกบั ดักในการดาเนินการท้งั 2 ดา้ น ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้ือโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบ Two way หรือ Face to face จึงต้องใช้ระบบการสื่อสารแบบ Online ในการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกนั ตามประเดน็ /หวั ขอ้ ทกี่ าหนดไว้ | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ปีการศึกษา 2563
3 2. การจัดการความรดู้ ้านการผลติ บณั ฑิตในหัวข้อ “วิธีการสอนและ การวิจัยเพอื่ พฒั นาทกั ษะการคดิ สู่การจัดการเรียนรูฐ้ านสมรรถนะ” 2.1 ทกั ษะการคิด ความหมายของการคิด1 การคิดเป็นกระบวนการทางานของสมอง ที่เป็นไปตาม ธรรมชาติของมนุษย์แต่ละคน อันเป็นผลมาจากประสบการณ์เดิม ส่ิง เร้า และสภาพแวดล้อมทีม่ ากระทบ ส่งผลให้เกิดความคิดในการสามาร แก้ไขปัญหาหรือการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ ตา่ งๆ ทีเ่ กดิ ขึ้น รวมทงั้ สามารถสรา้ งสรรคส์ ิ่งใหมๆ่ ใหเ้ กิดขนึ้ ได้ การคิด เป็นส่ิงที่เป็นนามธรรมเป็นกระบวนการท่ีมีความต่อเน่ืองและเป็น ขั้นตอน การคิดมีหลายลักษณะซ่ึงมีจุดมุ่งหมายและกระบวนการใน การคิดที่แตกต่างกัน ซ่ึงคนทุกคนสามารถฝึกฝนเรียนรู้และพัฒนาได้ ดังนั้น มนุษย์สามารถเรียนรู้ในการพัฒนาการคิดได้อย่างหลากหลาย รูปแบบ ทักษะและกระบวนการคิดจึงมีหลากหลาย สามารถแยกเป็น ทกั ษะย่อยๆ ไดจ้ านวนมาก 1 ประพันธศ์ ริ ิ สเุ รารัจ. (2556). การพฒั นาการคดิ . พมิ พ์ครง้ั ท่ี 5. โรงพมิ พห์ ้าง หุ้นสว่ นจากดั 9119. | การจดั การองค์ความรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปีการศึกษา 2563
4 สมองกบั การเรียนรู้2 สมองมนุษย์ประกอบด้วยเชลล์จานวนมหาศาล เด็กแรกเกิด จากเซลล์สมองประมาณหน่ึงแสนล้านเซลล์ เชื่อมต่อกันด้วยแขนงที่ย่ืน ออกจากตัวเซลล์โยงใยเป็นเครือข่ายร่างแหของวงจรขนาดมหึมา ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ สมองส่วนล่าง สมองส่วนกลาง และสมอง ส่วนบน โ ด ย แ บ่ ง ก า ร ท า ง า น เ ป็ น ส ม อ ง ซี ก ซ้ า ย เ ป็ น ก า ร คิ ด ใ น รายละเอียดและสิ่งท่ีเป็นนามธรรม สมองซีกขวาเป็นการคิดใน ภาพรวมและสามญั สานึก 2 ปญั จนาฏ วรวัฒนชัย. (2559). กลไกสมองสองซีกกบั ความคดิ สรา้ งสรรคข์ อง มนษุ ย์. วารสารสารสนเทศ. 15(2). 1-12. | การจดั การองคค์ วามรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ลาปาง ปกี ารศกึ ษา 2563
5 ระดบั การคดิ การคิดถูกจาแนกตามทฤษฏีการคิดของบลูม (Bloom) 6 ระดบั ซึง่ มกี ารพัฒนาอย่างตอ่ เนอื่ ง ซึ่งถอื วา่ เป็นพื้นฐานของการพัฒนา ความคิดของผู้เรียนไปสู่ความสามารถทางการคิดในระดับสูงได้ ตามลาดับ เพราะผู้เรียนจะมีความรู้ความเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ อย่าง ชัดเจนเมือ่ ผ่านกระบวนการตา่ งๆ ทง้ั 6 ระดบั ทม่ี า: Krathwohl, D. R. (2002). A revision of Bloom’s Taxonomy: An overview. Theory into Practice, 4 (Autumn) | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ลาปาง ปีการศกึ ษา 2563
6 ลกั ษณะการคิดสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 1. คิดจนิ ตนาการ 2. คิดคลอ่ งแคลว่ หรอื การคิดเรว็ 3. ความคดิ ยืดหยนุ่ 4. คดิ ริเร่ิม 5. คิดละเอียดลออ 6. การสังเคราะห์ โดย รศ.ดร.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ ให้ได้นิยามของการคิด สร้างสรรค์ไว้ 4 ข้อ คือ การคิดดี คิดเร็ว คิดต่าง (แปลกใหม่) และคิด ยืดหยนุ่ 2.2 วธิ ีการสอนและการวจิ ัยเพ่อื พฒั นาทักษะการคิด หลักการจัดการเรียนร้หู ลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสาระสาคัญ3 ดงั นี้ 1. มีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ และ สมรรถนะที่สาคัญ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่กาหนดใน หลักสตู ร 2. ยึดหลกั ผู้เรียนเป็นสาคญั ท่ีสดุ 3. เช่ือวา่ ผู้เรียนทกุ คนมีความสามารถเรยี นรแู้ ละพฒั นาได้ 3 ประพนั ธ์ศริ ิ สุเรารัจ. (2556). เรอ่ื งเดิม.หนา้ 265. | การจัดการองคค์ วามรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ลาปาง ปีการศกึ ษา 2563
7 4. กระบวนการเรียนรู้ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตาม ธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ 5. คานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทาง สมอง บทบาทของผสู้ อนในการพฒั นาความคิด 1. ต้องมีความรู้แลทาความเข้าใจเก่ียวกับความคิด นิยาม ของการคิดและมที ักษะในการสอนให้คดิ 2. ต้องกระตุ้นย่ัวยุให้ผู้เรียนเกิดความสงสัย เกิดปัญหาและ อยากคน้ หาคาตอบ 3. เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้เรียนค้นคว้าและแสวงหาคาตอบด้วย ตนเอง 4. สนบั สนุนให้ผู้เรียนคน้ หาความรู้ที่เช่ือถือได้ ให้ผู้เรียนรู้จัก ให้เหตุผล 5. ลดบทบาทในการเป็นผู้สอน ผู้บอก ผู้บรรยาย ผู้เฉลย ผู้ สรุป ให้ผู้เรียนเป็นผู้พบคาตอบด้วยตนเอง แต่ถ้าปัญหาน้ันยากเกินไป ควรใชว้ ธิ ีการแนะนาหรอื บอกใบ้ 6. ให้การเสริมแรงอย่างสม่าเสมอ เป็นผู้ฟังท่ีดี และตั้งใจฟัง คาถามของผูเ้ รียน 7. สร้างความอบอุ่น ความเป็นกันเอง เพื่อให้ผู้เรียนกล้าคิด กลา้ พดู กลา้ ทา 8. ให้โอกาสผู้เรียนคิดอย่างท่ัวถึง โดยใช้วิธีการต่างๆ อย่าง หลากหลาย | การจดั การองค์ความรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปีการศกึ ษา 2563
8 เทคนิคในการสอนให้คิด ผู้สอนควรดาเนินการดังน้ี 1. การใชค้ าถามกระตุ้นเพ่อื ให้คิด และแสวงหาคาตอบ 2. ให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นมากๆ โดยไม่ต้องคานึงถึง ความถูกผดิ 3. ให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติกิจกรรมการคิดแบบต่างๆ (ฝึกสังเกต ฝึกบันทึก ฝึกการฟัง ฝึกการปุจฉา วิสัชนา ฝึกตั้งสมมติฐานหรือตั้ง คาถาม ฝึกค้นหาคาตอบจากแหล่งต่างๆ ฝึกทาโครงงานและวิจัย ฝึก แยกแยะขอ้ มูล) 4. ฝกึ คิดเป็นข้ันตอน 5. ฝกึ คดิ จากงา่ ยไปยาก 6. กระตุ้นและเสรมิ แรงใหผ้ เู้ รยี นคดิ เปน็ ระยะ 7. รับฟังความคิดของผู้เรียนอย่างสนใจ เน่ืองจากอาจมี ความคดิ ที่ดหี รือแปลกแตกตา่ งออกไปแฝงอยู่ 8. ไม่เฉลยคาตอบ แต่จะชี้แนะหรือบอกใบ้ผู้เรียนค้นหา คาตอบเอง 9. จัดแสดงสอื่ อุปกรณ์การฝึกคดิ ทห่ี ลากหลาย และให้ผู้เรียน มีประสบการณต์ รงจากสื่อต่างๆ 10. ปลกุ ใจใหค้ ิดอยู่เสมอ โดยใช้สถานการณ์ในชีวิตประจาวัน และสถานการณ์การปลุกใจให้ผู้เรียนคิดให้เป็นประจาปกติวิสัยและ ต่อเนือ่ ง | การจดั การองคค์ วามรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ลาปาง ปกี ารศึกษา 2563
9 2.3 ถอดบทเรียนการจดั การเรยี นร้ฐู านสมรรถนะ สบื เนอื่ งจากการจัดการความรู้การพัฒนาสมรรนถะการเรียนรู้ ในปีการศึกษา 25624 โดยมุ่งสร้างการเรียนรู้ในการจัดการเรียนรู้ตาม หลักการแนวคิดการสอนสมรรถนะ โดยเร่ิมจากพื้นฐานในการบูรณา การสู่การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะแบบมีส่วนร่วม (Active learning) การเรียนรู้แบบทีมเป็นฐาน (Team-based learning) และ การเรียนรู้แบบการมีปฏิสัมพันธ์ซ่ึงกันและกัน (Interactive action learning) โ ดยมีเป้าหมายให้เกิด Workplace-based learning (WBL) ให้กบั นักศึกษาเพ่ือให้เกิดสมรรถนะที่คาดหวงั ที่มา: เศรษฐวิชญ์ นโชวรรณ. เอกสารประกอบการบรรยายการจัดการความรู้ การสอนฐานสมรรถนะ (2564) 4 คณะกรรมการจัดการความร.ู้ (2562). สรุปองคค์ วามรู้จากการจัดการความรู้ ปี การศึกษา 2562 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลาปาง. | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ปีการศึกษา 2563
10 จากการแลกเปล่ียนประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ฐาน สมรรถนะจากปีการศึกษา 2562 นามาสู่การจัดการความรู้ที่ต่อเน่ือง โดยสรุปความรู้ ดงั นี้ 1. การออกแบบ มคอ.3 ฐานสมรรถนะที่ตอ้ งคานงึ ถึง - เม่ือเรียนวิชานี้จบแล้ว นักศึกษาต้องเกิดสมรรถนะท่ี จาเปน็ อะไรบา้ ง - ประโยชนข์ องสมรรถนะนน้ั คอื อะไร - สมรรถนะนนั้ จะเกดิ ขน้ึ ได้โดยอาศยั เงือ่ นไขอะไร - นกั ศึกษามีสมรรถนะนนั้ แลว้ หรือยัง รู้ได้อย่างไร 2. หวั ขอ้ สาคญั ทีค่ วรมีใน มคอ.3 ฐานสมรรถนะ - ชอ่ื และคาอธบิ ายรายวชิ า - ช่อื ผู้สอน วนั ทจ่ี ดั ทาหรอื ปรับปรงุ ครั้งลา่ สดุ - สมรรถนะประจารายวชิ า (สมรรถนะเฉพาะ) - แผนการสอน กิจกรรม สถานการณท์ จ่ี ดั ขึน้ - แผนการประเมินสมรรถนะ - รายการส่ือหรอื เอกสารประกอบการสอน | การจัดการองคค์ วามรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ปีการศึกษา 2563
3. แนวทางการกาหนดสมรรถนะในรายวิชาก | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาปาง ป
11 การ ปกี ารศึกษา 2563
| การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ป
12 ปกี ารศกึ ษา 2563
4. แนวทางการออกแบบเงื่อนไขใหเ้ กดิ สมรรถ | การจัดการองคค์ วามรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ป
13 ถนะ ปกี ารศกึ ษา 2563
5. ตัวอยา่ งการจัดทาแผนการสอน ในรายวชิ า | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาปาง ป
14 าการวิจยั เพ่ือพฒั นาการเรยี นรู้ ปกี ารศึกษา 2563
| การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ป
15 ปกี ารศกึ ษา 2563
| การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ป
16 ปกี ารศกึ ษา 2563
6. แนวคดิ การบรู ณาการสมรรถนะหลกั : บูรณ ในรายวิชาการวิจยั เพ่อื พัฒนาการเรยี นรู้ | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ป
17 ณาการเน้อื หา ปีการศึกษา 2563
| การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ป
18 ปกี ารศกึ ษา 2563
19 จากข้อเรียนรู้จากกรณีการปรับ มคอ.3 วิชาการวิจัยเพื่อ พัฒนาการเรียนรู้ ในปีการศึกษา 2562 นามาสู่การจัดการความรู้จาก การปฏิบัติการนาไปใช้จริง ค้นพบแนวทางในการออกแบบการจัดการ เรยี นร้ฐู านสมรรถนะจากการลงมือปฏิบัติจากโดยใช้ความรู้ (Literacy) ทักษะ (Skill) และคุณลักษณะ (Character) จากการบูรณาการ รายวิชาที่เก่ียวข้องสู่การพัฒนาสมรรถนะที่คาดหวังได้ อย่างไรก็ตาม จากบทเรียนท่ีเกิดข้ึน นามาสู่ข้อเสนอแนะจากการจัดการความรู้โดย ภาพรวม ไดแ้ ก่ - การจัดทา มคอ.3 ทกุ รายวิชาการควรปรับให้มีการจัดการ เรียนรู้ฐานสมรรถนะ โดยวิเคราะห์สมรรถนะรายวิชา และออกแบบกิจกรรมการเรียนร้ทู เ่ี หมาะสม - การบูรณาการรายวิชาในแต่ละภาคเรียนเพ่ือเสริมสร้าง สมรรถนะให้กบั นกั ศึกษา - ออกแบบรูปแบบของ มคอ.3 รว่ มกนั - มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้เร่ืองการจัดการเรียนรู้ฐาน สมรรถนะอย่างสม่าเสมอ และถอดบทเรียนกระบวนการ และผลการจัดการการเรยี นรฐู้ านสมรรถนะอย่างตอ่ เน่อื ง - ติดตามผลจากนักศึกษา และมีการพัฒนาความรู้ฐาน สมรรถนะทัง้ อาจารยแ์ ละนักศกึ ษา | การจดั การองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ลาปาง ปีการศึกษา 2563
20 2.4 สรุปการจัดการความรู้ด้านการผลิตบัณฑิตในหัวข้อ “วิธีการสอน และการวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะการคิด สู่การจัดการเรียนรู้ฐาน สมรรถนะ” การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเป็นแนวทางในการจัดการ เรียนรู้ที่จะต้องออกแบบกระบวนการโดยการบูรณาการรายวิชา รวมทั้งกิจกรรมการเรียนรู้และการวัดประเมินผล โดยยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง เนื่องจากผู้เรียนมีความชอบ ความสนใจ ความถนัด และ ความสามารถท่ีแตกต่างกัน ดังน้ันการออกแบบการเรียนจัดการเรียนรู้ จึงต้องบูรณาการหลายส่วน ท้ังนี้ การออกแบบการเรียนรู้ได้อย่าง เหมาะสมต้องเขา้ ใจความเฉพาะของผู้เรียน ซ่ึงพ้ืนฐานสาคัญอย่างหน่ึง คอื การคิด ดังนั้นการพัฒนาทักษะการคิดของผู้ออกแบบการเรียนรู้จึง มีความสาคัญที่นาไปสู่การออกแบบการเรียนรู้ได้ รวมทั้งจะต้องเข้าใจ กระบวนการคิด และกระตุ้นการเรียนคิดของผู้เรียน และนาไปสู่การ เรียนรูท้ ีเ่ หมาะสมกบั ผ้เู รยี น | การจดั การองคค์ วามรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ปกี ารศึกษา 2563
21 3. การจัดการความรู้ด้านการวิจัยในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนา เอกสารประกอบการสอน เอกสารคาสอน หนังสือ ตารา เพื่อเตรียม ความพร้อมเข้าสู่ตาแหนง่ วิชาการ” 3.1 ความจาเปน็ ของการสร้างผลงานวิชาการ5 ภารกิจ 4 ประการของสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ การจัดการ เรียนการสอน การทาวิจัย การบริการวิชาการและการทานุบารุง ศิลปวัฒนธรรม ส่งผลให้อาจารย์ซ่ึงเป็นบุคลากรในมหาวิทยาลัยต้อง ดาเนินการเพ่ือตอบสนองภารกิจทั้ง 4 ด้าน และความก้าวหน้าใน วิชาชีพของอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาจะต้องมีผลงานวิชาการ ดังน้ี การผลิตผลงานวิชาการ เอกสารประกอบการสอน เอกสารคาสอน หนงั สอื ตารา ถอื เปน็ ภารกิจหน่ึงของอาจารยใ์ นสถาบันอดุ มศึกษา โดย ถือเป็นการสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์ของอาจารย์ ซ่ึงอาจมา จากประสบการณ์ ผลการวิจัย การจัดการเรียนรู้ที่มีการนาเสนอเชิง ประจักษ์ ประกอบกับสถานการณ์ทางสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ในบริบทเดิมจึงมีความสาคัญท่ี ทาให้อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง นามาสู่การพัฒนาผลงานวิชาการ และเสนอของตาแหน่งทางวิชาการ เพื่อความกา้ วหน้าทางวิชาชีพได้ 5 วรรณดี สุทธนิ รากร,(2564). ชวนครเู ขียนหนงั สอื ส่งดวงดาวไปยงั จักรวาล. บรษิ ัทสานกั พมิ พ์สยามปริทศั น์ จากัด. | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปกี ารศึกษา 2563
22 3.2 จากงานวจิ ัยสผู่ ลงานวิชาการ ผลงานวิชาการตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้ง บุคคลให้ดารงตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และ ศาสตราจารย์ พ.ศ.2560 ได้กาหนดผลงานวิชาการสาหรับการเสนอขอ ตาแหน่งทางวิชาการ โดยจาแนกออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1) งานวิจัย ได้แก่ รายงานวิจัย บทความวิจัย และ monograph 2) ผลงาน วชิ าการในลกั ษณะอื่น 10 ประเภท 3) ผลงานวิชาการรับใช้สังคม และ 4) ตารา หนงั สือ และบทความวิชาการ โดยมีนยิ ามสาคัญ ดงั นี้ เอกสารประกอบการสอน คือ ผลงานทางวิชาการที่เป็น เอกสารท่ีใช้ประกอบในการประเมินผลการสอนวิชาใดวิชาหน่ึงตาม หลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาที่สะท้อนให้เห็นเนื้อหาวิชาและวิธีการ สอนอย่างเป็นระบบ จัดเป็นเคร่ืองสาคัญของผู้สอนในการใช้ ประกอบการสอน เอกสารคาสอน คือ ผลงานทางวิชาการที่ใช้สอนวิชาใดวิชา หนึ่งตามหลักสูตรจองสถาบันอุดมศึกษาท่ีสะท้อนให้เห็นเนื้อหาวิชาท่ี สอนและวิธีการสอนอย่างเป็นระบบ โดยอาจพัฒนาข้ึนจากเอกสาร ประกอบการสอนจนมีความสมบูรณ์กว่าเอกสารประกอยการสอน จดั เปน็ เครื่องมอื สาคัญของผู้เรียนท่ีนาไปศึกษาด้วยตนเองหรือเพ่ิมเติม ขึน้ จากการเรยี นในวิชานนั้ ๆ ตารา คือ งานวิชาการที่ใช้สาหรับการเรียนการสอนท้ังวิชา หรือเป็นส่วนหนึ่งของวิชา ซึ่งเกิดจากการนาข้อค้นพบจากทฤษฎี จาก งานวิจัยของผู้ขอหรือความรู้ท่ีได้จากการค้นคว้าศึกษามาวิเคราะห์ | การจดั การองคค์ วามรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปกี ารศกึ ษา 2563
23 สังเคราะห์ รวบรวมและเรียบเรียง โดยมีมโนทัศน์ท่ีผู้เขียนกาหนดให้ เป็นแกนกลาง ซึ่งสัมพันธ์กับมโนทัศน์ย่อยอื่นอย่างเป็นระบบ มี เอกภาพสัมพันธภาพและสารัตถภาพตามหลักการเขียนท่ีดี ใช้ภาษาที่ เป็นมาตรฐานทางวิชาการ และให้ความรู้ใหม่อันเป็นความรู้สาคัญท่ีมี ผลให้เกิดความเปลยี่ นแปลงตอ่ วงการวิชาการนน้ั ๆ หนังสือ คือ งานวิชาการที่เกิดจากการค้นคว้าศึกษาความรู้ใน เรื่องใดเร่ืองหนึ่งอย่างรอบด้าน ลึกซึ้ง มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์และ เรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยมโนทัศน์ท่ีเป็นแกนกลางและ มโนทัศน์ย่อยที่สัมพันธ์กัน มีความละเอียดลึกซ้ึง ใช้ภาษาท่ีเป็นมาตร ทางวชิ าการ ให้ทัศนะของผู้เขียนท่ีสร้างเสริมปัญญาความคิดและสร้าง ความแข็งแกร่งทางวิชาการให้แก่สาขาวิชาน้ันๆ หรือสาขาวิชาที่ เกี่ยวข้อง เน้ือหาของหนังสือไม่จาเป็นต้องสอดคล้องหรือไปตาม ข้อกาหนดของหลักสูตรหรือของสาขาวิชาใดวิชาหน่ึงในหลักสูตร และ ไม่จาเป็นตอ้ งนาไปใช้ประกอบการเรยี นการอสนในวชิ าใดวิชาหนงึ่ บทความทางวิชาการ คือ งานเขียนทางวิชาการซ่ึงมีการ กาหนดประเดน็ ทีต่ ้องการอธบิ ายหรือวเิ คราะห์อย่างชัดเจน ทั้งน้ี มีการ วิเคราะห์ประเด็นดังกล่าวตามหลักวิชาการ โดยมีการสารวจ วรรณกรรมเพื่อสนับสนุนจนสามารถสรุปผลการวิเคราะห์ในประเด็ น น้ันได้ อาจเป็นการนาความรู้จากแหล่งต่างๆ มาประมวลร้อยเรียงเพื่อ วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยท่ีผู้เขียนแสดงทัศนะทางวิชาการของตน ไว้อย่างชัดเจนด้วย | การจดั การองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปีการศึกษา 2563
24 โดยในการจัดการความรู้ด้านการวิจัยน้ีมุ่งจัดการความรู้ที่ต่อ ยอดจากผลงานวิจัยในเกิดผลงานวิชาการในประเภทตาราและหนังสือ ซึ่งจากนิยามของผลงานวิชาการตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณา แต่งตั้งบุคคลให้ดารงตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ.2560 จะเช่ือมโยงประสบการณ์จากการจัดการ เรียนการสอนและการวิจัย รวมทั้งการบริการวิชาการ นามาร้อยเรียง ตามหลักวิชาการอย่างเป็นระบบ รวมท้ังการความสนใจของอาจารย์ ดว้ ย 3.3 แนวทางการผลติ และพฒั นาการเขียนงานวิชาการ การผลิตผลงานวิชาการ6 แนวทางการผลิตผลงานวิชาการเป็นการตรวจสอบความรู้ของ ตนเองที่มีอยู่เดิม การค้นหาความรู้เพิ่มเติมทั้งจากการอ่าน การวิวาทะ แลกเปล่ียนความรู้ บางคร้ังงานเขียนสามารถใช้วิธีการถอดบทเรียน จากการพดู คุยสนทนาได้ เช่น 1. การถอดบทเรียนด้วยการเรียนจากเพื่อน (Peer Assist- PA) 2. การถอดบทเรียนแบบเล่าเร่ือง (Story Telling) การถอด บทเรียนในลักษณะน้ีเป็นการสกัดความรู้จากเรื่องท่ีเล่ามาว่ามีคุณค่า 6 วรรณดี สุทธินรากร,(2564). เรื่องเดิม. หน้า 43 | การจดั การองค์ความรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั ลาปาง ปีการศกึ ษา 2563
25 และสามารถนามาใช้ประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งไร ไม่ใช่เป็นเพียงการเล่าเรื่องใน อดตี 3. การถอดบทเรียนหลังปฏิบัติการ (After Action Review: AAR) 4. การถอดบทเรียนเม่อื ส้ินสุดโครงการ (Retrospect) 5. การถอดบทเรียนจากวิธีการปฏิบัติท่ีเป็นเลิศ (Best Practice) การถอดบทเรียนเป็นการสรุปความรู้จากการปฏิบัติท่ีสามารถ เชอื่ มโยงไปสกู่ ารอธบิ ายเชงิ ทฤษฎี ซงึ่ จะช่วยให้งานเขียนมสี ีสันมากขึ้น งานเขียนจึงเป็นเส้นทางของการกล่ันกรองประสบการณ์ที่มี พลังและมีความหมายต่อการเช่ือมต่อทฤษฎีและประสบการณ์โดย สามารถต้งั ต้นกลับไปกลับมา ท้ังเร่ิมต้นจากภาคปฏิบัติหรือเร่ิมต้นจาก ทฤษฎี เส้นทางน้ีไม่ใช่เส้นทางที่เป็นเส้นตรง (Linear) แต่เป็นเส้นทาง ของการวนกลบั (Cycle) ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ วงจรทฤษฎีและการปฏบิ ตั ิ ทีม่ า: วรรณดี สทุ ธนิ รากร,(2564). | การจัดการองคค์ วามรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปีการศึกษา 2563
26 แนวทางการเขยี น หลังจากทบทวนแนวทางหรือสไตล์การเขียนที่เหมาะสมกับ ตวั เองแล้ว จะพบลกั ษณะของการเขยี นของตนเอง เช่น 1. การเขียนแบบอธิบายความ การส่ือสารเร่ืองราวตั้งแต่ต้น จนจบผ่านการบอกเล่าไปตามเค้าโครง โดยสามารถเพ่ิมเติมอรรถรส ของเร่ืองราวผ่านคาคม หรือแม้แต่อารมณ์ขันเพื่อความเพลิดเพลินได้ ซึ่งจะส่ือถึงอารมณแ์ ละตวั ตนของผูเ้ รยี นไดด้ ี 2. การตีความ เป็นการเขียนท่ีลึกกว่าการอธิบายความ เพราะการตคี วามคอื การบอกความหมายของเรื่องราว การเขียนชนิดนี้ ผู้เขียนต้องแสดงหลักฐานที่มาของการตีความไว้พร้อมกัน โดยแสดง ข้อความหรือประโยคไว้ภายใต้เคร่ืองหมายคาพูด (Quotation Mark) อันเป็นท่ีมาของการตีความ ท้ังนี้ เน้ือหาของการตีความควรแสดงการ จัดหมวดหมู่ให้เป็นระบบ โดยผู้เขียนนาระบบที่เกิดข้ึนจากการจัด หมวดหมสู่ กู่ ารเล่าเร่อื งแนวตคี วาม 3. การเขียนแบบวิเคราะห์ เป็นการยกระดับการเขียนจาก การตีความ ผู้เขียนจะต้องคลี่คลายเร่ืองราวว่าเกิดอะไร ที่ไหน อย่างไร ต้องตอบคาถามใหไ้ ด้วา่ ทาไม ซ่ึงการวเิ คราะห์ทาได้หลายทาง เช่น การ เปรียบเทียบ การเช่ือมโยงความสอดคล้อง แสดงความแตกต่าง การ อภิปรายเรื่องราวเปรยี บเทียบกบั ทฤษฎี 4. การเขียนแบบสังเคราะห์ เป็นการเขียนที่ยกระดับไปจา กากรวิเคราะห์ ซ่ึงผู้เขียนวิเคราะห์ผลงานอย่างถึงแก่นผ่านการ เชื่อมโยงเรื่องราวกับทฤษฎี การสังเคราะห์จนเกิดแผ่นภาพ ตาราง | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง ปกี ารศึกษา 2563
27 เปรียบเทยี บ หรอื Diagram จะทาให้งานนา่ อา่ นข้ึน เพราะสามาระเขา ถึงเร่ืองราวหรือความรู้ได้ง่าย โดยเน้ือหาจานวนมากถูกสังเคราะห์ใน พ้นื ทีท่ แี่ คบลง การพัฒนาทักษะการเขียน - อ่านข้อมูลที่ไดห้ ลายๆ คร้งั - เขยี นความรทู้ ไี่ ดใ้ นรูปของ mapping - จดั ระบบข้อมูลดว้ ย Mind map - วางเคา้ โครงการเขียน (จดั ระบบข้อมูล) - เรียบเรียงข้อมูลตามเค้าโครงด้วยสานวนของตัวเองและมี การอา้ งองิ ตามเอกสาร 3.4 สรุปการจัดการความรู้ด้านการวิจัยในหัวข้อ “แนวทางการพัฒนา เอกสารประกอบการสอน เอกสารคาสอน หนังสือ ตารา เพ่ือเตรียม ความพร้อมเข้าสู่ตาแหน่งวิชาการ” การพัฒนาเอกสารวิชาการเป็นผลผลิตทางวิชาการของ อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา ในการนาเสนอและเผยแพร่องค์ความรู้ จากการปฏิบัติ และเป็นผลสืบเน่ืองจากการจัดการเรียนการสอน การ วิจัย การบริการวิชาการและทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งสามารถ นาเสนอในรูปแบบของบทความวิจัย บทความวิชาการที่เผยแพร่องค์ ความรู้ได้ นอกจากน้ีตาราและหนังสือ เป็นอีกรูปแบบหน่ึงท่ีสามารถ เผยแพร่ผลงานจากประสบการณ์ของอาจารย์ในฐานะผู้สร้างความรู้ได้ และถือเป็นผลงานทางวิชาการและสามารถเสนอเพื่อขอตาแหน่งทาง | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปีการศกึ ษา 2563
28 วิชาการได้ ซึ่งตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาตาแหน่งฯ จะต้องมี เอกสารประกอบการสอนหรอื เอกสารคาสอนประกอบดว้ ย อย่างไรกต็ าม การเขียนผลงานวิชาการต้องเสริมแรงบันดาลใจ ในการเขียนเพอื่ สะท้อนตัวตนออกมาผา่ นงานเขียนในตาราและหนังสือ ส่วนบทความวิจัยและบทความวิชาการ รวมท้ังเอกสารประกอบการ สอนและเอกสารคาสอนจะมีรูปแบบการเขียนเฉพาะ ดังน้ันการเขียน ผลงานวิชาการตาราและหนังสือ อาจต้องค้นหารูปแบบเฉพาะของ ตนเอง แลว้ ออกแบบลักษณะหรอื สไตล์การเขียนท่เี หมาะสมกับตนเอง | การจัดการองค์ความรู้’63 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปกี ารศึกษา 2563
29 เอกสารอ้าง Krathwohl, D. R. (2002). A revision of Bloom’s Taxonomy: An overview. Theory into Practice, 4 (Autumn) คณะกรรมการจดั การความร้.ู (2562). สรุปองค์ความรจู้ ากการจัดการ ความรู้ ปกี ารศึกษา 2562 คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราช ภฏั ลาปาง. ประพันธศ์ ิริ สเุ รารจั . (2556). การพฒั นาการคดิ . พมิ พ์ครั้งที่ 5. โรง พิมพห์ า้ งหุ้นสว่ นจากดั 9119. ปญั จนาฏ วรวัฒนชัย. (2559). กลไกสมองสองซีกกับความคดิ สร้างสรรคข์ องมนุษย.์ วารสารสารสนเทศ. 15(2). 1-12. วรรณดี สุทธินรากร,(2564). ชวนครูเขยี นหนงั สอื สง่ ดวงดาวไปยัง จักรวาล. บรษิ ทั สานกั พิมพ์สยามปริทัศน์ จากัด. เศรษฐวชิ ญ์ นโชวรรณ. (2564). เอกสารประกอบการบรรยายการ จัดการความรู้การสอนฐานสมรรถนะ, การจัดการความรู้ คณะ ครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาปาง วนั ที่ 29 มถิ นุ ายน 2564. | การจัดการองคค์ วามรู้’63 คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาปาง ปกี ารศึกษา 2563
Search
Read the Text Version
- 1 - 41
Pages: