โครงการพัฒนาทักษะการคิดสาํ หรับผู้เรียนในศตวรรษที 21 (ภายใต้โครงการบูรณาการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ ตลอดชีวิตสาํ หรับการเรียนรู้ในศตวรรษที 21) ทั ก ษ ะ ก า ร ว า ง แ ผ น ชี วิ ต ด้ ว ย ห ลั ก ก า ร ท ร ง ง า น บู ร ณ า ก า ร กั บ แ ผ น ที ชี วิ ต “THE ROOTS OF EDUCATION ARE BITTER, BUT THE FRUIT IS SWEET.” – ARISTOTLE คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุ ดรธานี
1 รายงานผลการอบรมเชิงปฏบิ ัติการ “ทกั ษะการวางแผนชวี ิตดวยหลกั การทรงงาน บรู ณาการกบั แผนท่ีชวี ิต” โครงการพัฒนาทกั ษะการคิดสำหรบั ผเู รียนในศตวรรษท่ี 21 (ภายใตโ ครงการบรู ณาการยกระดบั คุณภาพการศกึ ษาและ การเรียนรตู ลอดชีวิตสำหรบั การเรียนรูในศตวรรษที่ 21) จัดทำโดย คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภฏั อดุ รธานี
ก คำนำ รายงานผลการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะการวางแผนชีวิตดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับ แผนที่ชีวิต”ของโครงการพัฒนาทักษะการคิดสำหรับผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (ภายใตโครงการบูรณาการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิตสำหรับการเรียนรูในศตวรรษที่ 21) เลมนี้จัดทำขึ้น เพื่อรายงานผลการอบรมเชิงปฏิบัติการดังกลาว ซึ่งเปนกิจกรรมที่พัฒนาทักษะการคิด การวางแผนของ ผเู รยี น และไดนอมนำหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 9 เขามาเปนแนวทางใน การพัฒนาผูเรยี น คณะทำงาน คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ไดจัดทำรายงานประเมินผลโครงการ พฒั นาทักษะการคิดสำหรับผูเรียนในศตวรรษท่ี 21 ฉบบั นเ้ี พ่อื เปนการประเมินผลการดำเนินโครงการเพ่ือ ไดทราบแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงาน และขอเสนอแนะในการจัดโครงการ ในรายงานศึกษา คณะผูจดั ทำหวงั เปนอยางยิง่ วารายงานฉบับนี้จะเปนประโยชนใ นการจัดการโครงการอบรมในครงั้ ตอ ไป คณะผจู ัดทำ โครงการพัฒนาทักษะการคดิ สำหรับผเู รียนในศตวรรษที่ 21 คณะครุศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี พฤษภาคม 2562
ข บทสรุปสำหรบั ผูบริหาร คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ดำเนินการการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะการ วางแผนชีวิตดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผนที่ชีวิต” ตามโครงการพัฒนาทักษะการคิดสำหรับ ผูเรียนในศตวรรษที่ 21 (ภายใตโครงการบูรณาการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิต สำหรับการเรียนรูในศตวรรษที่ 21) มีวัตถุประสงคดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาความสามารถในการวางแผนชีวิต ดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผนที่ชีวิตของนักเรียน 2) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน และ 3) เพ่อื แนวทางจัดการเรียนการสอนดว ยกิจกรรมการวางแผนชวี ติ ดว ยหลักการทรงงาน บูรณาการกบั แผนทีช่ ีวิต จากผลการอบรมเชิงปฏิบตั ิการ “ทกั ษะการวางแผนชวี ติ ดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผน ที่ชีวิต” พบวา 1) ความสามารถในการวางแผนชีวิตดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผนที่ชีวิตของ นักเรียน ในภาพรวมมีคุณภาพอยูในระดับชดั เจนมาก นกั เรยี นจดั ทำแผนที่ชีวติ ไดครอบคลมุ ทุกองคประกอบ โดย มีการระบุจุดเริ่มตนชีวิตและจุดสิ้นสุดของชีวิต กำหนดชวงเวลา ระบุเหตุการณสำคัญในอดีต ระบุ เหตุการณภาพ ณ. ปจ จุบนั ระบุเหตกุ ารณส ำคัญ สง่ิ ทค่ี าดหวงั ในอนาคต ระบตุ ัวเลขกำกับตามเหตกุ ารณสำคญั กำหนดสัญญาลักษณหรือรูปวาดประกอบเหตุการณสำคัญ ระบุบุคคลที่สำคัญ ที่มีบทบาตอชีวิต และ ระบุ สถานทสี่ ำคญั ทีม่ ีผลตอชวี ติ โดยแผนทช่ี วี ิตทีน่ กั เรยี นสรา งขึ้นมกี ารวางเปา หมายชวี ิตที่มคี วามเฉพาะเจาะจง (การเรยี น การงาน ครอบครัว การดำเนินชวี ิต) เห็นภาพแผนการเปลีย่ นแปลงชวี ติ ทุกดา น การเรียน การ งานการเงิน ครอบครัว ความรัก การใชชีวิตทั่วไป เห็นภาพทิศทาง เสนทางการดำเนินชีวิต เปาหมาย ชีวิตที่กำหนดไวส ามารถวดั และตรวจสอบไดใ นชว งเวลา และสามารถปฏบิ ัติได หรอื ทำใหบ รรลุผลได 2) ผลการประเมินทักษะการคิดในศตวรรษที่ 21 ของนกั เรยี น ในภาพรวมมีทักษะการคิดในศตวรรษที่ 21 อยู ในระดับสูงกวามาตรฐาน โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห และการคิดสรางสรรค มีคุณภาพอยูในระดับสูงกวา มาตรฐาน สวนการคดิ เชงิ ระบบ มีคณุ ภาพอยใู นระดบั สงู กวา มาตรฐาน ซ่งึ ผลการประเมนิ สะทอ นใหเห็นวา นักเรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห คิดสรางสรรคแ ละการคิดเชิงระบบที่ไดม าตรฐาน ซึ่งเปนทักษะการคดิ ท่ี จำเปนในการดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 จากการถอดบทเรียนสะทอนใหเห็นวานักเรียนไดบูรณาการ หลักการทรงงานไปใชใ นการปฏิบัติตามแผนทชี่ ีวิต นกั เรยี นสว นใหญนำหลักการเขาใจ เขา ถึง พัฒนา ใน การพัฒนาตนเอง ใชหลักการอดทน-มุงมั่น และความตั้งใจจริงและมีความเพียร มาใชในการกำกับใน การดำเนนิ ชวี ิตตามแผนท่ีชีวิต 3) แนวทางจัดการเรียนการสอนดวยกิจกรรมการวางแผนชีวิตดวยหลักการ ทรงงานบูรณาการกับแผนที่ชีวิต เปนนวัตกรรมหนึ่งที่สามารถนำไปพัฒนาทักษะชีวิต และทักษะการคิด ของนกั เรียน โดยสามารถจัดเปน กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น หรอื บูรณาการในรายวิชาพ้นื ฐาน หรอื รายวิชาเพ่ิม รวมถึง นักศึกษาครู สามารถจัดเปนกิจกรรมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม หรือบรรจุเปนรายวิชาการเรียนการ สอนสำหรับนักศกึ ษาครูไดเ รียนสำหรบั ไปออกแบบการสอน บทสรปุ การพัฒนา“ทักษะการวางแผนชีวิตดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผนที่ชีวิต” ครงั้ น้ี มีประสิทธิผลและสามารถนำไปใชไดจริง สามารถนำกิจกรรมนี้ไปใชพัฒนาทักษะชีวิตทักษะการคิดใน ศตวรรษที่ 21 ของนักเรยี นได
ค ปญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน การพัฒนา“ทักษะการวางแผนชีวิตดว ยหลกั การทรงงาน บูรณาการกับแผนทชี่ ีวิต”อปุ สรรคในการ ดำเนนิ งานเปนเร่ืองของกระบวนการนเิ ทศตดิ ตามผล เน่อื งจากเวลาระหวางโรงเรียน ครู และคณะทำงาน ไมสอดคลอ งกนั จึงทำใหก ารนิเทศติดใหคำปรึกษาไมครอบคลมุ
ง สารบญั คำนำ.................................................................................................................................................. ก บทสรุปผูบริหาร .................................................................................................................................ข สว นที่ 1 บทนำ .................................................................................................................................. 1 1. กำหนดการโครงการพฒั นาทักษะการคิดสำหรับผเู รียนในศตวรรษที่ 21.................................. 1 สวนท่ี 2 ระเบยี บและวิธีการประเมินผล ............................................................................................. 4 สว นที่ 3 ผลการศึกษา …………………………………………………………..…………..…….………..…..…………. 6 ภาคผนวก ………………………………………………………………………………………..………………….………….. 22 1. แบบฟอรม ทใ่ี ชใ นการประเมิน ……………………………………………………………………………. 23 2. ตวั อยา งสำเนาเอกสารหนังสือตาง ๆ ทใ่ี ชในโครงการ .................................................... 29 3. ประมวลภาพกิจกรรม ………………………………………………………………………………………. 34
จ สารบัญตาราง ตารางที่ 1 คาเฉล่ยี และสว นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ผลประเมินทักษะการวางแผนชีวิตดวยการทำ แผนทช่ี วี ิตของนักเรียน ......................................................................................................... 6 ตารางท่ี 2 คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลประเมินทกั ษะการคิดในศตวรรษท่ี 21 ผานช้นิ งาน แผนท่ชี วี ติ ของนกั เรียน ........................................................................................................... 8
1 สว นที่ 1 บทนำ การอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ ารโครงการพฒั นาทกั ษะการคิดสำหรับผเู รยี นในศตวรรษท่ี 21 (ภายใตโครงการบูรณาการยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาและการเรียนรูตลอดชวี ติ สำหรับการเรียนรูในศตวรรษท21) หลักสตู รพัฒนาทกั ษะการวางแผนชีวิตดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกบั แผนท่ชี วี ิต ระหวางวันเสารที่ 25 – วันจันทรท ี่ 27 พฤษภาคม 2562 ณ โรงเรยี นเจด็ สวี ิทยาคาร อำเภอเซกา จงั หวดั บึงกาฬ วันท่ี 1 (วันท่ี 25 พฤษภาคม 2562) เวลา 08.00 – 08.30 น. ลงทะเบยี น เวลา 08.30 – 10.00 น. กิจกรรมการเรยี นการสอนทกั ษะการคิดที่สงเสริมผเู รยี นในศตวรรษที่ 21 วทิ ยากร: อาจารยรุงทิวา จันทนว ฒั นวงษ วทิ ยากรประจำกลุม กลุมท่ี 1 ผศ.ดร.สุนิสา วงศอ ารีย/ อาจารยภวศิ า พงษเล็ก กลุมท่ี 2 อาจารยท รรศนีย วนั ชาด/ี ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลุมที่ 3 อาจารยพ รพสิ ทุ ธิ์ ดวงเงนิ / อาจารยชาครยิ า พนั ธทอง เวลา 10.00 – 12.15 น. กิจกรรม “ออกแบบกิจกรรมการสอนทักษะการคิดในรายวิชา/กิจกรรม” วทิ ยากร : อาจารยรงุ ทิวา จันทนวฒั นวงษ วิทยากรประจำกลุม กลมุ ท่ี 1 ผศ.ดร.สนุ สิ า วงศอ ารยี / อาจารยภ วิศา พงษเ ล็ก กลุม ท่ี 2 อาจารยท รรศนีย วนั ชาดี/ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลุม ที่ 3 อาจารยพรพสิ ทุ ธ์ิ ดวงเงนิ / อาจารยชาคริยา พันธทอง เวลา 12.15 – 13.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวัน เวลา 13.00 - 15.00 น. กิจกรรม “ออกแบบกิจกรรมการสอนทักษะการคดิ ในรายวชิ า/กิจกรรม” (ตอ ) วทิ ยากร : อาจารยรุงทิวา จันทนว ฒั นวงษ วทิ ยากรประจำกลุม กลุมท่ี 1 ผศ.ดร.สนุ ิสา วงศอารยี / อาจารยภวิศา พงษเลก็ กลมุ ที่ 2 อาจารยทรรศนีย วนั ชาด/ี ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลมุ ท่ี 3 อาจารยพรพิสุทธิ์ ดวงเงิน/ อาจารยชาครยิ า พนั ธทอง เวลา 15.00 – 16.30 น. กจิ กรรม นำเสนอกิจกรรมตัวอยา งการพฒั นาทักษะการคิด วิทยากร : อาจารยรงุ ทวิ า จนั ทนวฒั นวงษ วทิ ยากรประจำกลุม กลุม ที่ 1 ผศ.ดร.สนุ สิ า วงศอ ารยี / อาจารยภ วิศา พงษเ ล็ก
2 กลมุ ที่ 2 อาจารยท รรศนยี วนั ชาด/ี ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลมุ ท่ี 3 อาจารยพ รพิสทุ ธิ์ ดวงเงิน/ อาจารยชาครยิ า พันธท อง วนั ท่ี 2 (วันที่ 26 พฤษภาคม 2562) เวลา 08.00 – 08.30 น. กิจกรรม Brain Gyms โดย อาจารยพรพิสุทธิ์ ดวงเงิน เวลา 08.30 – 12.15 น. กจิ กรรมการจัดทำแผนท่ชี ีวติ สำหรับการจัดการเรยี นการสอน วทิ ยากร: อาจารยพรพสิ ุทธิ์ ดวงเงนิ วทิ ยากรประจำกลุม กลุมท่ี 1 ผศ.ดร.สนุ ิสา วงศอารีย/อาจารยภ วศิ า พงษเลก็ กลมุ ท่ี 2 อาจารยท รรศนยี วนั ชาดี/ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลุมท่ี 3 อาจารยร งุ ทิวา จันทนว ฒั นวงษ/ อาจารยชาครยิ า พันธท อง เวลา 12.15 – 13.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวนั เวลา 13.00 - 14.00 น. กจิ กรรม “ปลุกโลกการสอนคดิ สูห อ งเรยี นแหง ศตวรรษใหม” วทิ ยากร : อาจารยร ุงทวิ า จันทนว ฒั นวงษ วทิ ยากรประจำกลุม กลมุ ท่ี 1 ผศ.ดร.สนุ ิสา วงศอารยี / อาจารยภ วศิ า พงษเ ล็ก กลมุ ที่ 2 อาจารยท รรศนยี วันชาดี/ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลมุ ที่ 3 อาจารยพ รพิสุทธิ์ ดวงเงนิ /อาจารยชาครยิ า พันธทอง เวลา 14.00 – 15.00 น. กจิ กรรม “หลกั การทรงงานกับเคร่อื งมอื ช้ีนำการคดิ ” วทิ ยากร : อาจารยรุงทิวา จันทนวฒั นวงษ วิทยากรประจำกลุม กลุม ที่ 1 ผศ.ดร.สนุ สิ า วงศอารยี / อาจารยภ วิศา พงษเลก็ กลุมท่ี 2 อาจารยทรรศนยี วนั ชาด/ี ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลุมท่ี 3 อาจารยพ รพสิ ทุ ธ์ิ ดวงเงิน/อาจารยชาครยิ า พันธทอง เวลา 15.00 – 16.30 น. กจิ กรรม “Design Thinking กระบวนการสรา งสรรคน วตั กรรม ปฏิบัติการใช -วางแผนออกแบบสูการพฒั นานักเรยี น” วทิ ยากร : อาจารยร งุ ทวิ า จันทนวัฒนวงษ วทิ ยากรประจำกลุม กลมุ ท่ี 1 ผศ.ดร.สนุ ิสา วงศอารีย/ อาจารยภวิศา พงษเล็ก กลุมที่ 2 อาจารยท รรศนยี วันชาด/ี ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลุม ท่ี 3 อาจารยพรพิสุทธ์ิ ดวงเงนิ /อาจารยชาคริยา พนั ธท อง วันท่ี 3 (วันที่ 27 พฤษภาคม 2562) เวลา 08.00 – 08.30 น. กิจกรรม Brain Gyms โดย อาจารยพรพิสุทธ์ิ ดวงเงิน เวลา 08.30 – 12.15 น. กิจกรรมการจดั ทำแผนทีช่ ีวติ - ตนเอง วทิ ยากร: อาจารยพรพสิ ุทธิ์ ดวงเงิน
3 วทิ ยากรประจำกลุม กลมุ ที่ 1 ผศ.ดร.สุนสิ า วงศอ ารยี /อาจารยภ วิศา พงษเลก็ กลุม ท่ี 2 อาจารยทรรศนีย วนั ชาด/ี ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลมุ ท่ี 3 อาจารยรุงทวิ า จันทนวฒั นวงษ/ อาจารยช าคริยา พันธท อง เวลา 12.15 – 13.00 น. พกั รับประทานอาหารกลางวนั เวลา 13.00 - 14.00 น. กิจกรรม “แผนท่ชี วี ิต – แผนทช่ี มุ ชน” วิทยากร : อาจารยรงุ ทิวา จันทนวัฒนวงษ วทิ ยากรประจำกลุม กลุมที่ 1 ผศ.ดร.สนุ สิ า วงศอ ารีย/อาจารยภวศิ า พงษเลก็ กลมุ ท่ี 2 อาจารยทรรศนีย วันชาด/ี ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลมุ ที่ 3 อาจารยพรพสิ ทุ ธิ์ ดวงเงิน/อาจารยชาครยิ า พนั ธทอง เวลา 14.00 – 15.00 น. กจิ กรรม “หลกั การทรงงานกับเครอ่ื งมือชีน้ ำการคิด” วทิ ยากร : อาจารยร ุงทวิ า จันทนวัฒนวงษ วทิ ยากรประจำกลุม กลุมท่ี 1 ผศ.ดร.สุนสิ า วงศอ ารยี /อาจารยภ วิศา พงษเ ล็ก กลุมที่ 2 อาจารยท รรศนีย วนั ชาด/ี ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลุมที่ 3 อาจารยพรพสิ ุทธ์ิ ดวงเงนิ /อาจารยชาครยิ า พันธทอง เวลา 15.00 – 16.30 น. กจิ กรรม “Design Thinking กระบวนการสรางสรรคนวัตกรรม ปฏบิ ัตกิ ารใช –วางแผนออกแบบสูการพฒั นาตนเอง” วทิ ยากร : อาจารยร งุ ทวิ า จันทนวฒั นวงษ วิทยากรประจำกลุม กลุมที่ 1 ผศ.ดร.สุนิสา วงศอ ารยี /อาจารยภ วิศา พงษเ ลก็ กลุมที่ 2 อาจารยทรรศนยี วันชาด/ี ผศ.ดร.พวงทอง เพชรโทน กลุมท่ี 3 อาจารยพ รพิสุทธิ์ ดวงเงิน/อาจารยชาคริยา พันธทอง หมายเหตุ 1) เวลา 10.30 – 10.45 น. และ เวลา 14.30 – 15.00 น. พกั รบั ประทานอาหารวา ง 2) กจิ กรรม เวลา อาจมีการเปลี่ยนแปลงไดต ามความเหมาะสม
4 สว นที่ 2 ระเบียบและวิธีการประเมินผล การอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร “ทักษะการวางแผนชีวิตดวยหลกั การทรงงาน บรู ณาการกบั แผนท่ชี ีวิต” มีขน้ั ตอนการดำเนินงาน ดังน้ี 1. กลุมเปาหมาย 2. เคร่อื งมอื ที่ใชใ นการพัฒนา 3. วธิ ีดำเนนิ การพฒั นา กลมุ เปา หมาย การอบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการ“ทักษะการวางแผนชวี ติ ดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผนท่ชี ีวิต”ไดแ ก นกั เรยี นระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 โรงเรียนเจด็ สวี ทิ ยาคาร อำเภอเซกา จังหวดั บึงกาฬ จำนวน 98 คน เคร่ืองมือท่ีใชในการพฒั นา เครือ่ งทใี่ ชในการพฒั นา ชุดกิจกรรม“ทักษะการวางแผนชวี ติ ดว ยหลักการทรงงาน บรู ณาการกับแผนท่ีชีวิต” เปนกิจกรรมการจัด คา ย เครอื่ งมอื เก็บขอมลู 1. แบบประเมินแผนท่ีชีวติ ของนักเรยี น 2. แบบประเมนิ ทักษะการคิดในศตวรรษที่ 21 ผา นช้ินงานแผนทช่ี วี ติ ของนกั เรยี น 3. แบบสอบถาม สำหรับถอดบทเรียน /สะทอ นบทเรยี น วธิ ดี ำเนินการพัฒนา 1. เตรียมวิทยากรผชู ว ย โดยการจดั อบรมเชงิ ปฏิบัติการการจัดทำแผนทีชีวิต ใหแ กน ักศึกษาชั้นปท ี่ 4 หลักสูตรครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย 2. จัดทำหลักสตู รกจิ กรรมทักษะการวางแผนชีวติ ดว ยหลกั การทรงงาน บูรณาการกับแผนท่ีชีวติ 3. เตรียมวัสดุ อุปกรณ ในการจัดกิจกรรมทักษะการวางแผนชีวติ ดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกบั แผน ท่ชี ีวติ 4. ประชมุ คณะครเู พื่อสรางความเขา ใจในหลักสตู รกิจกรรมทักษะการวางแผนชวี ิตดว ยหลักการทรงงาน บรู ณาการกับแผนทีช่ ีวติ รวมกนั กำหนดกลุมเปา หมาย และปฏิทินในการพัฒนานักเรียน 5. จดั อบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร ทกั ษะการวางแผนชีวติ ดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผนท่ีชวี ติ ให กลมุ เปา หมาย 6. คณะทำงานและครูรว มกนั ประเมนิ ชิ้นงาน แผนทชี่ ีวิตนักเรียน 7. นกั เรยี นนำความรูไปสกู ารปฏิบตั ิ โดยคณะทำงานดำเนนิ การนิเทศ ตดิ ตาม
5 8. จดั กจิ กรรมถอดบทเรียน 9. สรุปรายงาน
6 สวนที่ 3 ผลการศกึ ษา การอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะการวางแผนชีวิตดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผนที่ชีวิต” มีผล การวิเคราะหแ ละนำเสนอเปน 3 ตอน ประกอบดวย ตอนที่ 1 ผลการพฒั นาทักษะการวางแผนชีวติ ดว ยการทำแผนทีช่ ีวติ ของนักเรียน 1.1 ผลการประเมนิ ความสามารถในการจัดทำแผนทีชีวติ ของนักเรยี น 1.2 ผลการประเมนิ ทกั ษะการคิดในศตวรรษท่ี 21 ผา นช้ินงานแผนท่ีชีวิตของนักเรยี น ตอนท่ี 2 ผลการตดิ ตามนำแผนท่ชี วี ติ ไปสูการปฏิบัติ ผลการถอดบทเรยี นของผูเ รยี น ตอนที่ 3 แนวทางจัดการเรียนการสอนดว ยกิจกรรมการวางแผนชวี ติ ดว ยหลกั การทรงงานบรู ณาการกับ แผนที่ชีวิต ตอนท่ี 1 ผลการพฒั นาทักษะการวางแผนชีวติ ดว ยการทำแผนที่ชวี ิต ของนักเรยี น 1.1 ผลการประเมินทกั ษะการวางแผนชีวิตดวยการทำแผนท่ชี ีวิต ของนักเรียน ไดจากการประเมินชิ้นงานแผนที่ชีวิตของนักเรียนที่ผานการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ทักษะการ วางแผนชวี ติ ดวยหลกั การทรงงาน บรู ณาการกับแผนท่ชี วี ิต” จำนวน 98 คน โดยมชี น้ิ งาน จำนวน 98 ชิน้ ผลการ วเิ คราะหข อมูล รายละเอียดปรากฏดังตารางท่ี 1 ตารางที่ 1 แสดงคาเฉล่ีย และสวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ผลประเมินทักษะการวางแผนชวี ติ ดวยการทำ แผนทีช่ ีวิตของนักเรียน รายการ ระดบั คุณภาพ (N=98) องคป ระกอบแผนท่ีชวี ติ S.D. แปลผล 1. ระบจุ ดุ เร่มิ ตนชวี ติ และจุดส้ินสดุ ของชวี ติ 2.99 0.16 ชดั มาก 2. กำหนดชวงเวลา 3.00 0.00 ชัดเจนมาก 3. ระบเุ หตกุ ารณส ำคญั ในอดีต 3.00 0.00 ชดั เจนมาก 4. ระบเุ หตกุ ารณภ าพ ณ. ปจจุบัน 3.00 0.00 ชัดเจนมาก 5. ระบุเหตกุ ารณสำคัญสิ่งท่ีคาดหวงั ในอนาคต 3.00 0.00 ชัดเจนมาก 6. ระบุตัวเลขกำกับตามเหตุการณส ำคญั 3.00 0.00 ชัดเจนมาก 3.00 0.00 ชัดเจนมาก
7 ตารางที่ 1 แสดงคาเฉลย่ี และสวนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ผลประเมนิ แผนทชี่ ีวติ ของนักเรียน (ตอ ) รายการ ระดบั คุณภาพ (N=98) S.D. แปลผล 7. กำหนดสญั ลกั ษณห รือรูปวาดประกอบเหตุการณสำคญั 3.00 0.00 ชัดเจนมาก 8. ระบบุ ุคคลทส่ี ำคญั ทมี่ บี ทบาทตอ ชีวิต 3.00 0.00 ชดั เจนมาก 9. ระบสุ ถานทีส่ ำคัญ ทมี่ ีผลตอ ชีวิต 3.00 0.00 ชัดเจนมาก 10. มกี ารบรรยายขยายความ ในเหตกุ ารณสำคัญ 2.86 0.48 ชัดเจนมาก การวางแผนชวี ติ ดวยการทำแผนทชี่ วี ติ 2.85 0.95 ชัดเจนมาก 1. เปา หมายชีวิตมีความเฉพาะเจาะจง 3 0.00 ชดั เจนมาก 2. เปา หมายชีวิตสามารถวัดและตรวจสอบไดในชว งเวลา 2.95 0.49 ชัดเจนมาก 3. เปา หมายชีวิตสามารถปฏบิ ตั ิได หรอื ทำใหบ รรลผุ ลได 2.78 0.49 ชัดเจนมาก 4. เปาหมายชวี ติ เกี่ยวขอ งกบั ชีวติ /อยบู นพืน้ ฐานความเปน จริง 2.89 0.35 ชดั เจนมาก 5. เปา หมายชวี ิตมีขอบเขตของเวลาในการปฏิบัติแตละเปาหมาย 2.90 0.30 ชัดเจนมาก 6. การเรียงลำดับความสำคญั ของแตล ะเปาหมาย 2.82 0.48 ชดั เจนมาก 7. เหน็ ภาพแผนการเปล่ยี นแปลงของชวี ิตสูเปาหมายตามลำดับ 2.92 0.28 ชัดเจนมาก 8. เห็นภาพแผนการเปลีย่ นแปลงชวี ิตทุกดา น การเรียน การงาน 3 0.00 ชดั เจนมาก การเงนิ ครอบครวั ความรกั การใชชีวิตทว่ั ไป 2.96 0.20 ชดั เจนมาก 9. เห็นภาพทศิ ทาง/เสนทางการดำเนนิ ชวี ติ 2.33 0.95 ชดั แจน 10. มีแผนสำรองในการดำเนินชวี ิต 2.92 0.35 ชดั แจน รวมเฉลี่ย มาก จากตารางที่ 1 พบวา ทกั ษะการวางแผนชีวิตดว ยการทำแผนทีช่ ีวิตของนักเรยี นในภาพรวมมคี ุณภาพอยูใน ระดับชัดเจนมาก ( =2.92) พบวา มีคาเฉลี่ยอยูในระดับชัดเจนมาก ทั้ง 2 องคประกอบ คือ องคประกอบแผนที่ ชีวติ ( =2.99 ) คา เฉล่ยี มากทสี่ ดุ รองลงมา คือ การวางแผนการทำแผนทีช่ ีวติ ( =2.85) เม่อื พิจารณาเปนรายขอตามองคประกอบโดยเรยี งจากองคประกอบทม่ี ีคาเฉลี่ยสูงสุด คอื ดานองคประกอบแผนที่ชีวิต พบวา มีคะแนนเฉลี่ยอยูในระดับชัดเจนมาก 9 รายการ คือ มีการระบุ จุดเริ่มตนชีวิตและจุดสิ้นสุดของชีวิต กำหนดชวงเวลา ระบุเหตุการณสำคัญในอดีต ระบุเหตุการณภาพ ณ. ปจจุบัน ระบุเหตุการณสำคัญสิ่งที่คาดหวังในอนาคต ระบุตัวเลขกำกับตามเหตุการณสำคัญ กำหนดสัญลักษณหรือรูปวาด ประกอบเหตุการณสำคัญ ระบุบุคคลที่สำคัญ ที่มีบทบาทตอชีวิต และ ระบุสถานที่สำคัญ ที่มีผลตอชีวิต มีคาเฉลี่ย เทา กัน ( =3.00) ดานการวางแผนการดว ยการทำแผนที่ชวี ติ พบวา คะแนนเฉลย่ี อยูในระดับชดั เจนมาก 9 รายการ คอื มี คาเฉลี่ยสูงสุด คือ เปาหมายชีวิตมีความเฉพาะเจาะจง และ เห็นภาพแผนการเปลี่ยนแปลงชีวิตทุกดาน การเรียน การงานการเงิน ครอบครัว ความรัก การใชชีวิตทั่วไป มีคาเฉลี่ยเทากัน ( =3.00) รองลงมา คือ เห็นภาพ ทิศทาง/เสนทางการดำเนินชีวิต ( =2.96) เปาหมายชีวิตสามารถวัดและตรวจสอบไดในชวงเวลา ( =2.95)
8 เหน็ ภาพแผนการเปล่ียนแปลงของชวี ติ สเู ปาหมายตามลำดบั ( =2.92) เหน็ ภาพแผนการเปลย่ี นแปลงของชีวิตสู เปาหมายตามลำดับ ( =2.90) เปาหมายชีวิตเกี่ยวของกับชีวิต /อยูบนพื้นฐานความเปนจริง ( =2.89) การ เรียงลำดบั ความสำคัญของแตล ะเปาหมาย ( =2.82) และ เปา หมายชีวติ สามารถปฏบิ ตั ไิ ด หรือทำใหบรรลุผลได ( =2.78) 1.2 ผลการประเมนิ ทักษะการคดิ ในศตวรรษที่ 21 ผา นช้นิ งานแผนที่ชวี ติ ของนักเรียน ไดจ ากการประเมินช้ินงานแผนทช่ี ีวติ ของนักเรียนท่ีผา นการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการ “ทกั ษะการ วางแผนชีวติ ดว ยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผนท่ีชวี ติ ” จำนวน 98 คน โดยมชี น้ิ งาน จำนวน 98 ชน้ิ ผลการ วเิ คราะหข อมูล รายละเอียดปรากฏดังตารางท่ี 2 ตารางที่ 2 แสดงคา เฉลย่ี และสว นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ผลประเมนิ ทกั ษะการคิดในศตวรรษท่ี 21 ผา นช้ินงาน แผนที่ชวี ิตของนกั เรียน รายการ ระดับคุณภาพ (N=98) S.D. แปลผล การคิดสรา งสรรค 3.69 0.56 สูงกวามาตรฐาน 1. สรางแนวคิดใหมแ ละมีความสำคัญทัง้ ทเี่ ปนแนวคิดในเชงิ 3.69 0.66 สูงกวา มาตรฐาน การปรับปรุงและการเปลีย่ นแปลง 2. ใหรายละเอียด วเิ คราะหและประเมินแนวคดิ ตนเองเพอื่ ใช 3.65 0.00 สูงกวา มาตรฐาน ปรับปรุงและเพ่ิมขยายเชิงสรา งสรรค 3. แสดงใหเ หน็ ถงึ ความรเิ ร่ิมและความสรางสรรคใ นงานและเขา ใจ 3.72 0.45 สูงกวา มาตรฐาน ถึงขอจำกดั ในการใชแ นวคิดใหมตามความเปน จรงิ ของตน 3.78 0.49 สูงกวามาตรฐาน การคดิ วเิ คราะห 3.81 0.40 สูงกวา มาตรฐาน 4. แจกแจงองคป ระกอบแผนทีช่ วี ิต ครอบคลุม 10 องคประกอบ 3.78 0.42 สูงกวามาตรฐาน 5. แสดงความสัมพนั ธของเปา หมาย เหตกุ ารณ สถานท่ี บคุ คล 3.74 0.44 สงู กวามาตรฐาน เวลา 6. แสดงจดั ลำดับเหตกุ ารณ สะทอนเชิงเหตผุ ล
9 ตารางที่ 2 แสดงคา เฉลีย่ และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลประเมนิ ทกั ษะการคดิ ในศตวรรษท่ี 21 ผา นชิ้นงาน แผนที่ชีวิตของนกั เรียน (ตอ ) รายการ ระดับคุณภาพ (N=98) S.D. แปลผล การคดิ เชิงระบบ 3.49 0.78 ไดม าตรฐาน 7. จำแนกองคป ระกอบ แผนที่ชีวิตเปนระบบ (ระยะเร่มิ ตน ระยะ 3.51 0.78 สูงกวา มาตรฐาน กลาง และระยะสนิ้ สดุ ) 3.49 0.75 ไดมาตรฐาน 8. เชื่อมโยงความสัมพันธของสว นตางๆ ที่เปน องคป ระกอบของ 3.43 0.80 ไดม าตรฐาน แผนท่ชี ีวิต 3.54 0.80 สูงกวามาตรฐาน 9. แสดงวฏั จกั รของเหตปุ จ จัย และการสง ผลยอ นกลบั 10. แสดงกระบวนการเปล่ียนแปลง และปจ จยั ตางๆ ท่ีเอื้อตอ 3.64 0.64 สูงกวา มาตรฐาน ระบบ รวมเฉลยี่ จากตารางที่ 2 พบวา ประเมินทกั ษะการคิดในศตวรรษที่ 21 ผานช้ินงานแผนท่ีชวี ิตของนักเรียน ใน ภาพรวมมีคุณภาพอยูในระดับสงู กวา มาตรฐาน ( =3.64 ) พบวา มคี าเฉลย่ี อยูในระดบั สูงกวา มาตรฐาน ทงั้ 2 ทกั ษะ คือ การคดิ วิเคราะห ( = 3.78 ) การคดิ สรางสรรค ( =3.69) สว นการคิดเชิงระบบ มีคาเฉลยี่ อยูในระดบั ไดมาตรฐาน ( =3.49) เม่ือพจิ ารณาเปนรายขอ ตามองคประกอบโดยเรยี งจากองคป ระกอบที่มคี าเฉลยี่ สงู สดุ คอื ดานการคิดวิเคราะห พบวา มีคะแนนเฉลี่ยอยูในระดับสูงกวามาตรฐานทุกรายการ โดย เรียงจากคาเฉล่ีย สูงสุด ไดแก แจกแจงองคประกอบแผนที่ชีวิต ครอบคลุม 10 องคประกอบ ( = 3.81 ) แสดงความสัมพันธของ เปาหมาย เหตุการณ สถานที่ บุคคล เวลา ( = 3.78 ) แสดงจัดลำดับเหตุการณ สะทอ นเชงิ เหตผุ ล ( = 3.74 ) ดา นการคิดสรางสรรค พบวา มคี ะแนนเฉล่ยี อยูในระดับสูงกวามาตรฐานทุกรายการ โดย เรียงจากคาเฉลี่ย สูงสุด ไดแก แสดงใหเห็นถึงความริเริ่มและความสรางสรรคในงานและเขาใจถึงขอจำกัดในการใชแนวคิดใหมตาม ความเปน จรงิ ของตน ( = 3. 78) สรางแนวคดิ ใหมและมีความสำคญั ทั้งที่เปนแนวคดิ ในเชงิ การปรับปรุงและการ เปลี่ยนแปลง ( = 3.69) ใหรายละเอียด วิเคราะหและประเมินแนวคิดตนเองเพื่อใชปรับปรุงและเพิ่มขยายเชิง สรา งสรรค ( = 3.65) ดานการคดิ เชิงระบบ พบวา มคี ะแนนเฉล่ยี อยูในระดบั สงู กวา มาตรฐาน 1 รายการ คอื แสดง กระบวนการเปล่ียนแปลง และปจจัยตา งๆ ท่เี อื้อตอ ระบบ ( = 3.54 ) รองลงมาคอื ไดค า เฉล่ียอยูในระดบั ได มาตรฐาน เช่อื มโยงความสมั พันธของสว นตา งๆ ที่เปนองคป ระกอบของแผนทีช่ วี ิต ( = 3.49 ) แสดงวฏั จักรของ เหตปุ จ จัย และการสงผลยอ นกลับ ( = 3.43 )
10 ตอนท่ี 2 ผลการตดิ ตามนำแผนทีช่ วี ติ ไปสกู ารปฏิบัติ ผลการถอดบทเรียนของผูเรยี น ไดจากการถอดบทเรียนจากตัวแทนนักเรยี นที่ผา นการอบรมเชิงปฏิบตั กิ าร “ทักษะการวางแผน ชีวิตดวยหลกั การทรงงาน บูรณาการกบั แผนทชี่ วี ิต” จำนวน 25 คน และคณะครู 15 คน โดยสรุปผลการสะทอ น การเรียนรดู งั น้ี จากการสะทอนผลของนักเรียนที่ผานการเรียนการพัฒนา “ทักษะการวางแผนชีวิตดวยหลักการ ทรงงาน บูรณาการกับแผนที่ชีวิต” นักเรียนแสดงความคิดเห็น ดังนี้ (วันที่ 24 กรกฎาคม 2562) โดยนำเสนอ ประเดน็ 1.ประสบการณเรยี นรู นกั เรียนสว นใหญกลาวไดสอดคลอ งกันวา 1.1 ไดประสบการณในการวางแผนชีวิต ทำใหม องเหน็ วาสงิ่ ใดสำคัญตอตวั เอง รูวิธกี าร วางแผนชวี ิตท่มี ีทิศทางและจะทำตามเปาหมายหมายทตี่ ั้งไว อยา งนอ ยการกำหนดเปา หมายตองชัดเจน สามารถ นำไปปฏบิ ตั ิได บนพื้นฐานความสามารถของตนเอง 1.2 ไดป ระสบการณในทำแผนทีช่ วี ติ วาดภาพเสน ทางชีวติ 1.3 ไดม มุ มองเกย่ี วกับคณุ คาความสำคัญของต้ังเปา หมายชีวติ ทัง้ การเรียน การปฏบิ ตั ิตน ครอบครวั ความรกั และสขุ ภาพ 1.4 ไดรับประสบการณแปลงใหมจากแผนที่ชีวติ เพอื่ นๆ และเขา ใจเพอื่ นมากข้ึน 1.5 ไดป ระสบการณใ นการวิเคราะหภาพตวั เองในอดีต ปจ จบุ ัน และอนาคต 1.6 ไดแ นวคิดจากพๆ่ี คุณครใู นนำหลกั การทรงงานมาใชในการกำกบั ชวี ิต (จากแบบสอบถาม) 2. การเรียนรูสิ่งใหม นกั เรียนสว นใหญส ะทอ นวาไดรับความรเู กี่ยวกับทำ “แผนทช่ี วี ติ ” 2.1 ไดรูว ิธีการกำหนดเปา หมายในชวี ติ ทถี่ กู ตอง 2.2 ไดร ับรูข อ มูลเก่ียวกับ การเรียนตอ จากรนุ พ่ี 2.3 ไดอ อกแบบ เสน ทางชวี ติ ดวยตวั เอง ครัง้ แรก 2.4 ไดฝ กการคดิ วางแผน ไดว เิ คราะหตวั เองวาอยา งเปน อะไร ทำอะไร ในอนาคต 2.5 ไดรวมแลกเปลย่ี นวธิ ีคดิ การวางอนาคตกับเพ่ือน และพ่ีๆ ชวี ิต ทช่ี ดั เจน 3. การนำไปใชป ระโยชน อนาคต นกั เรียนสวนใหญเห็นวา ตนเองนำไปใชประโยชนด งั นี้ 3.1 ใชเ ปนเครื่องในการวางแผนชวี ติ ตนเอง ท้งั ดานการเรยี น การงาน ครองครวั และการใช 3.2 ใชทบทวน และตรวจสอบตนเองเกี่ยวกับสิ่งใหควรทำ สิ่งไหนไมควรทำใหอดีตและ 3.3 เปน ขอมลู ในการทำความเขาใจกบั พอแม คณุ ครู เพือ่ นและตนเอง 3.5 เปนเคร่ืองมอื ทำใหร จู กั ตนเองมากขนึ้ รคู วามสามารถตนเอง
11 3.6 ฝก การสรางระเบียบวินัยใหต นเอง 3.7 การทำแผนทช่ี ีวิตทำใหเห็นภาพอนาคตตนเองกอ ใหเ กิดแรงบนั ดาลใจ ใหต วั เอง 3.8. เปนแนวทางในการแสวงหาวิธีการไปสูเ ปาหมาย ครผู ูส อน ครูไดแผนท่ชี ีวติ ของนกั เรยี นนำไปใชป ระโยชนดังนี้ 1. ใชเ ปน ขอมลู พื้นฐานในการแนะแนว การเรียน อาชพี และอ่ืนๆ สำหรับนักเรียน 2. ใชเ ปนขอมูลในการสื่อสารทำความเขา ใจกบั ผเู รียน 3. ใชเปนเครอื่ งมอื ในการสรา งความรว มมอื ระหวา งนกั เรยี นกบั ครูในการกำหนด เปาหมายในการเรียน การดำเนนิ ชวี ติ และการแกป ญหา ผลจากการปฏิบัติตามแผนทชี่ วี ิตของนักเรียน นักเรยี น 008 : “……ผมตงั้ เปาหมายในแผนที่ชวี ิตวา จะลดการเทย่ี วตอนกลางคืน…. ผมทำ ไดผมลดการเที่ยวตอนกลางคืนลงและเพื่อนที่เปนดวยกันก็ทำไดเชนกัน…พอแม...ดีใจ….กับการลดการเที่ยวของ ผม” นักเรียน 025 : “…..หนูตัง้ เปาหมายไวในเรือ่ งการใชเงิน เนนความพอเพียง...เดิมหนอู ยาก ซื้ออะไรหนูก็ซื้อตามความอยากได...หนูตั้งเปาไววาหนูจะใชเงินซื้อของกินของใชตามความจำเปน….ตอนนี้หนูลด การใชเงนิ ไดม าก หนูจะซอ้ื ของใช ของเกินเทา ทจี่ ำเปน และตอนนจี้ ะซือ้ อะไรหนจู ะตรวจสอบดูวา ...แมม ีเงินหรอื มี สงิ่ ทตี่ องใชอะไรหรอื ไม. ..หนดู ใี จ..ภูมิใจ..กบั ตนเอง..” นกั เรียน 043 : “…. แตก อ นหนไู มไดใสใ จเร่ืองเวลาในแตล ะวันเทาไหร พอหนูไดวางแผนใน การอา นหนังสอื เพื่อไปสอบเรยี นตอมหาวิทยาลัยใหตนเอง ปรากฏกวาหนูจัดการเวลาไมถกู ตองจึงทำใหหนูหาเวลา อานหนังสือเพื่อการเตรียมตวั ไมไ ด ….หนูจึงหันกลบั มาวางแผนเวลาเรียน เวลาชวยงานบาน เวลาทำการบานใหม ..ทำใหหนูเหน็ การวางแผนชีวิตตองวางแผนเวลา และหาวิธใี หไปถงึ เปาหมายดวย ทำใหก ารจดั การชีวิตท่ีบานและ โรงเรยี นดวย...” นักเรียน 077 : “…. จากการเขาอบรม..ชวงทำแผนท่ีชีวิตไดพูดคยุ แลกเปลี่ยนกับพี่ๆ ….ทำ ใหเ หน็ รปู แบบการเรยี นของพ่ๆี ….ลองนำไปใชด …ู .ปรากฏวา ผม ไมค างงานคุณครูสกั วชิ าเลย.....” นกั เรียน 082 : “......หนชู อบการทำแผนท่ีชีวิต ...ทำใหหนเู ห็นสงิ่ ทหี่ นูตอ งทำกอนหลัง และ ทำใหห นรู ูว าวางแผนไวตองทำทันที ถึงจะทำใหสำเร็จ....เชน หนจู ะไมเลน โทรศัพทกอนทำการบาน...หนูทำได...แม ชม..” นักเรียน 084 : “.....การทำแผนที่ชีวิต...หนูเห็นวาตองมองความตองการและความพรอม ของครอบครัวดวย เพราะหนูวางแผนในแผนที่วาจะเขามหาวิทยาลัย...มาคุยกับพอแม.. แผนที่ชีวิตหนูก็ ปรบั เปล่ียนไป..แตก เ็ ปนส่งิ ท่ีดี เพราะไดทำรว มกับพอแม. ...” ผลการประเมนิ ดงั กลาวแสดงใหเห็นวา การพัฒนา“ทกั ษะการวางแผนชวี ิตดว ยหลักการทรงงาน บรู ณา การกับแผนที่ชีวิต” ครั้งนี้มีประสิทธิผลและสามารถนำไปใชไดจริง สามารถนำกิจกรรมนี้ไปใชพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะการคิดในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนได ดูจากผลการประเมินทักษะการวางแผนชีวิตดว ยการทำแผนทีช่ วี ิต ของนักเรียนในภาพรวมมีคุณภาพอยูในระดับชัดเจนมาก ประเมินทักษะการคิดในศตวรรษที่ 21 ผานชิ้นงานแผนที่
12 ชีวิตของนักเรียน ในภาพรวมมีคุณภาพอยูในระดับสูงกวามาตรฐาน สะทอนใหเห็นวานักเรียนมีทักษะการคิด วเิ คราะห คดิ สรางสรรคและการคิดเชงิ ระบบ ซง่ึ เปนทักษะการคิดที่จำเปนในการดำเนินชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 นอกจากนยี้ ังสะทอ นใหเ ห็นวา นกั เรียนไดบ รู ณาการหลักการทรงงานไปใชในการปฏบิ ัติตามแผนท่ีชีวิต นกั เรียนสวนใหญนำหลักการเขาใจ เขาถึง พัฒนา การพัฒนาในดานตางๆ ตองเขาใจตนเอง บริบทของตนเอง ศักยภาพตนเอง เขาใจหลักปฏิบตั ิตามเปา หมายทตี่ นเองวางแผนไว รวมถงึ การยึดหลักการดำเนินชีวติ ทง้ั ดานการ เรียนดวยความเพียร มีความมุงมั่นและความมีความตั้งใจในการทำงาน อดทน-มุงมั่น ใหรูจักการอดทน ทำจน เปนนิสัย ความตั้งใจจริงและมีความเพียร ทำงานตองมีความตั้งใจ อยาทำงานไปวันๆ ตั้งใจทำงานจะทำใหมี แรง มีกำลังใจ และตองขยันหมน่ั เพยี ร งานบางอยางยาก แตก ็ตอ งฟนฝาไปใหไ ด ตอนที่ 3 แนวทางจัดการเรียนการสอนดว ยกิจกรรมการวางแผนชีวติ ดว ยหลักการทรงงานบรู ณาการ กับแผนที่ชวี ติ การพฒั นา“ทักษะการวางแผนชวี ิตดวยหลกั การทรงงาน บูรณาการกับแผนท่ีชีวิต” คณะทำงานเห็น วากิจกรรมดังกลาวถือวาเปนนวัตกรรมหนึ่งที่ใชเปนแนวทางในการเรียนการสอนหรือเสริมสรางทักษะชีวิตและ ทกั ษะการคดิ ในศตวรรษท่ี 21 ได โดยมแี นวทางการนำไปใชดังน้ี กลมุ เปา หมายทใี่ ชในการพัฒนา 1. นักเรียนระดับการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน 2. นกั ศึกษาครู เปา หมายในการพฒั นา (ทักษะที่ตอ งการพฒั นา) 1. พัฒนาทักษะชวี ติ ฝก การวางแผนชีวิต ดว ยแผนที่ชีวิต ทงั้ ระยะส้นั ระยะกลาง ระยะยาว 2. พฒั นาทกั ษะกาคิดในศตวรรษท่ี 21 คอื ทักษะการคดิ วิเคราะห คิดสรา งสรรค คดิ เชงิ ระบบ และทักษะการส่ือสาร การจดั กิจกรรรมพฒั นา โรงเรียนระดบั การศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ควรนำกิจกรรมดงั กลา วไปจดั การเรยี นการสอน 1. จัดในกิจกรรมพฒั นาผูเ รียน เชน กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรยี นคือ ชมุ นมุ /ชมรม 2. จดั ทำเปน กจิ กรรมในรายวิชาเพิม่ เติม 3. จัดกิจกรรมบรู ณาการในวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ สาระการเรียนรสู ุขศึกษาพลศกึ ษา หรอื กลมุ สาระ การเรียนรูการงานอาชีพ หรือ กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม คณะครุศาสตร ควรนำกิจกรรมดังกลาวไปจัดการเรยี นการสอน ทงั้ นี้เพือ่ พฒั นาใหน กั ศึกษา 1. บรรจเุ ปนกจิ กรรมปฐมนิเทศนักศกึ ษาใหม เพือ่ ใหน กั ศกึ ษาใหมไ ดเ รยี นรกู ารวางแผนชีวติ เพอื่ เพมิ่ ทกั ษะชวี ิต ตลอดการเรียนรูในมหาวทิ ยาลัย หรอื 2. บรรจใุ นรายวิชาวิชาชีพครู เชน รายวชิ าออกแบบการเรยี นการสอน สำหรบั เปน บทเรยี นให นกั ศกึ ษาไดเ รียนรเู พื่อนำไปจัดกจิ กรรมสำหรับนกั เรยี น หรอื 3. จดั อบรมเชิงปฏบิ ตั กิ ารตามความเหมาะสมหรือโอกาส
13 เนอื้ หาการพฒั นา 1. หนวยการเรียนรู วางแผนชวี ติ 2. หนวยการเรยี น แผนท่ีชวี ิต 3. หนวยการเรียนรู หลักการทรงงานกบั การดำเนนิ ชวี ิต การวดั และประเมินผล 1. ประเมนิ ช้ินงาน แผนทช่ี วี ติ 2. ประเมินทกั ษะการคิด ผานชิ้นงานแผนที่ชวี ิต 3. สมั ภาษณ หรอื ถอดบทเรียน
14 ตอนที่ 4 รายชอื่ ผเู ขารว มโครงการอบรมเชงิ ปฏิบตั ิการ
15
16
17
18
19
20
21
22 ภาคผนวก แบบฟอรม ประเมนิ ตัวอยา งสำเนาเอกสารหนังสือตา ง ๆ ที่จำเปนสำหรบั การจดั โครงการ ตวั อยา งผลงานผูเ ขา รว มการอบรม ประมวลภาพกจิ กรรม
23 แบบประเมินแผนท่ีชีวิตของนักเรียน “ทักษะการวางแผนชวี ติ ดวยหลักการทรงงาน บูรณาการกับแผนที่ชวี ิต” ของโครงการพัฒนาทักษะการคิดสำหรับผูเรยี นในศตวรรษที่ 21 ภายใตโ ครงการบูรณาการยกระดับคุณภาพการศกึ ษาและการเรียนรูต ลอดชีวติ สำหรบั การเรยี นรูในศตวรรษที่ 21 คำช้แี จง แบบประเมนิ แผนทช่ี วี ิตของนกั เรยี นฉบบั เปนแบบประเมินสำหรับครหู รอื ทีมวิจยั ใชใ นการประเมิน ชนิ้ งานการจดั ทำแผนทีชวี ติ (Roadmap) ของนกั เรยี น โดยพจิ ารณาตามรายงการประเมนิ โปรดทำเครื่องหมาย ลงในชอ งวา งที่ตรงกบั ระดับความคิดเหน็ ของทา นมากที่สดุ ไดค ะแนน 3 หมายถงึ ชัดเจนมาก (คลอบคลมุ องคประกอบ สมบรู ณ มองเหน็ ปฏบิ ัตไิ ดเ ปน รปู ธรรม ไดคะแนน 2 หมายถงึ ชดั เจนบางสวน (ครอบคลมุ องคป ระกอบ มองเปนการปฏบิ ัติไมช ัดเจน) ไดคะแนน 1 หมายถงึ ตองปรบั ปรุง (ลกั ษณะกำหนดไดไมครอบคลุมองคประกอบ) รายการประเมนิ ระดบั ความคิดเหน็ 321 องคป ระกอบแผนที่ชวี ิต 1. ระบจุ ุดเริม่ ตน ชีวติ และจดุ สน้ิ สุดของชวี ิต 2. กำหนดชวงเวลา 3. ระบเุ หตุการณส ำคญั ในอดีต 4. ระบุเหตกุ ารณภ าพ ณ. ปจจบุ ัน 5. ระบเุ หตกุ ารณส ำคญั สงิ่ ทคี่ าดหวงั ในอนาคต 6. ระบุตัวเลขกำกบั ตามเหตกุ ารณส ำคญั 7. กำหนดสัญญาลักษณหรือรปู วาดประกอบเหตุการณส ำคัญ 8. ระบุบคุ คลทสี่ ำคัญ ท่ีมีบทบาทตอ ชีวิต 9. ระบุสถานท่ีสำคญั ทมี่ ผี ลตอ ชวี ิต
24 รายการประเมนิ ระดบั ความคิดเหน็ 321 10. มีการบรรยายขยายความ ในเหตุการณสำคัญ สาระของแผนที่ชีวติ 1. เปา หมายชีวิตมีความเฉพาะเจาะจง 2. เปา หมายชีวิตสามารถวดั และตรวจสอบไดในชว งเวลา 3. เปาหมายชีวิตสามารถปฏบิ ตั ไิ ด หรือทำใหบ รรลผุ ลได 4. เปา หมายชีวิตเกีย่ วของกบั ชีวติ /อยบู นพ้ืนฐานความเปน จริง 5. เปาหมายชีวิตมิ ขี อบเขตของเวลาในการปฏิบตั แิ ตละ เปา หมาย 6. การเรียงลำดับความสำคัญของแตล ะเปา หมาย 7. เห็นภาพแผนการเปลยี่ นแปลงของชวี ติ สูเปาหมาย ตามลำดบั 8. เห็นภาพแผนการเปลี่ยนแปลงชีวติ ทุกดา น การเรียน การ งานการเงนิ ครอบครัว ความรัก การใชช วี ติ ทั่วไป 9. เห็นภาพทศิ ทาง/เสนทางการดำเนินชวี ติ 10. เห็นแผนสำรองในการดำเนินชีวิต ความสรางสรรคข องผลงาน ขอคดิ เห็นอืน่ …………………………………………………………………………………………………………………….................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
25 แบบประเมินทักษะการคิดในศตวรรษท่ี 21 ผา นชิ้นงานแผนที่ชีวิตของนกั เรียน “ทักษะการวางแผนชวี ติ ดวยหลกั การทรงงาน บรู ณาการกับแผนที่ชีวติ ” ของโครงการพฒั นาทกั ษะการคดิ สำหรบั ผเู รียนในศตวรรษที่ 21 ภายใตโ ครงการบรู ณาการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวติ สำหรับการเรยี นรใู นศตวรรษท่ี 21 คำช้ีแจง แบบประเมินทักษะการคิดในศตวรรษท่ี 21 ผา นชน้ิ งานแผนท่ชี ีวติ ของนักเรียน ฉบบั นี้ เปนแบบประเมนิ สำหรับครหู รอื ทมี วจิ ัย ใชในการประเมนิ ทักษะการคดิ ผานชนิ้ งานการจดั ทำแผนที ชวี ิต (Roadmap) ของนักเรยี น โดยพจิ ารณาตามรายงการประเมนิ โปรดทำเคร่ืองหมาย ลงใน ชอ งวา งทต่ี รงกบั ระดับความคิดเห็นของทา นมากทีส่ ุด ระดบั คุณภาพ รายการประเมิน 4321 การคิดสรา งสรรค สูงกวา ได ใกล ไมไ ด มาตรฐาน มาตรฐาน มาตรฐาน มาตรฐาน 1.สรางแนวคิดใหมแ ละมีความสำคญั ท้งั ที่เปนแนวคดิ ในเชงิ การปรับปรงุ และการเปลี่ยนแปลง 2. ใหรายละเอยี ด วิเคราะหและประเมนิ แนวคดิ ตนเองเพ่ือ ใชป รบั ปรุงและเพ่มิ ขยายเชิงสรา งสรรค 3. แสดงใหเหน็ ถึงความรเิ ริ่มและความสรางสรรคในงาน และเขาใจถึงขอจำกัดในการใชแ นวคิดใหมตามความเปน จรงิ ของตน การคิดวิเคราะห 4. แจกแจงองคประกอบแผนท่ชี ีวติ ครอบคลมุ 10 องคประกอบ
26 ระดบั คณุ ภาพ รายการประเมิน 4321 5. แสดงความสมั พนั ธข องเปาหมาย เหตุการณ สถานท่ี สงู กวา ได ใกล ไมได บคุ คล เวลา มาตรฐาน มาตรฐาน มาตรฐาน มาตรฐาน 6. แสดงจดั ลำดับเหตกุ ารณ สะทอ นเชิงเหตผุ ล 7. จำแนกองคประกอบ แผนที่ชีวติ เปน ระบบ (ระยะเริม่ ตน ระยะกลาง และระยะส้นิ สดุ ) การคดิ เชงิ ระบบ 7. จำแนกองคป ระกอบ แผนท่ชี วี ิตเปน ระบบ (ระยะเรม่ิ ตน ระยะกลาง และระยะส้นิ สุด) 8. เชื่อมโยงความสมั พันธของสวนตา งๆ ทเี่ ปน องคป ระกอบ ของแผนทชี่ วี ิต 9. แสดงวัฏจักรของเหตุปจ จัย และการสงผลยอ นกลับ แสดงกระบวนการเปล่ยี นแปลง และปจจัยตา งๆ ทเ่ี อ้ือตอ ระบบ ขอ คดิ เห็นอ่ืน …………………………………………………………………………………………………………………….................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… .……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ….……………………………………………………………………………………………………………………………
27 ขอ คำถามสำหรับถอดบทเรียน การพัฒนา“ทักษะการวางแผนชีวิตดวยหลกั การทรงงาน บูรณาการกับแผนท่ีชีวติ ” ของโครงการพัฒนาทักษะการคดิ สำหรับผเู รียนในศตวรรษที่ 21 ภายใตโครงการบูรณาการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรยี นรูต ลอดชีวติ สำหรับการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 คำชแี้ จง ผูดำเนินการถอดบทเรยี นดำเนนิ การต้ังคำถามกับผูร วมถอดบทเรียน หรือใหผ ูรว มถอดบทเรยี นตอบขอ คำถาม 1. คณุ คดิ วา”ประสบการณเรยี นร”ู ท่ีทา นไดรบั ครั้งน้ีเปนอยางไร …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. คุณเห็นวา “การเรยี นรูใหมท ีเ่ กิดขนึ้ ในครง้ั น้ีสำหรบั ทา นมอี ะไรบาง” …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. คณุ ไดนำความรแู ละแผนทชี่ ีวิตทีไ่ ดจัดทำในการอบรมครงั้ นี้ เกดิ ประประโยชนอะไรตอ คณุ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. อ่นื ๆ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………
28 ตวั อยา งสำเนาเอกสารหนงั สอื ตา ง ๆ ท่จี ำเปน สำหรับการจัดโครงการ
29
30 เอกสารประกอบการอบรม หลักการทรงงาน ในหลวงรัชกาลท่ี 9 ทรงเปนพระมหากษตั รยิ ท ่นี อกจากจะทรงดวยทศพิธราชธรรมแลว ทรงยังเปน พระราชาทเี่ ปนแบบอยา งในการดำเนนิ ชีวติ และการทำงานแกพสกนกิ รของพระองคแ ละนานาประเทศอีกดว ย ผคู นตา งประจักษถงึ พระอจั ฉริยภาพของพระองค และมีความสำนึกในพระมหากรุณาธคิ ุณเปนลน พนอนั หาท่สี ดุ มไิ ด ซึ่งแนวคิดหรือหลกั การทรงงานของในหลวงรชั กาลท่ี 9 มีความนาสนใจที่สมควรนำมาประยุกตใชกบั ชวี ติ การ ทำงานเปน อยา งย่งิ
31 หลกั การทรงงานในพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู ัว เปน องคค วามรดู า นเทคนคิ กระบวนการพฒั นาตามวิธี ทรงงานของพระองค เรียกวา หลักการทรงงาน “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” ซึ่งประกอบดวยวิธีการทรง 23 วิธี จำ แตกเปนหลกั การทรงงาน 3 ขนั้ ตอนหลัก คอื หลกั คดิ 1. ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เปนแนวทางการดำเนินชีวิต เพ่อื สรางความเขมแข็งหรือภมู คิ มุ กนั ทุก ดา น 2. ภมู ิสงั คม ตองคำนึงถงึ ภมู ปิ ระเทศของบริเวณนั้น และสังคมวทิ ยาของคนทีน่ ั่น 3. องคร วม มวี ธิ ีคิดอยา งองคร วม มองอยา งครบวงจร และมองเหตกุ ารณทเี่ กดิ ขนึ้ และแนวทางแกไขอยา ง เชอื่ มโยง 4. ยดึ ประโยชนสวนรวม การทำเพือ่ สวนรวม ไมใชเปน การทำใหแตเพียงผอู ื่นเทานน้ั แตเ ปนการทำเพอ่ื ตนเองใหส ามารถอยูรวมกับสังคมท่ีอาศยั อยูได 5. การมีสว นรวม รูจักเปดกวาง รับฟงความคิดเหน็ จากผูอน่ื แมก ระท่ังคำวิพากษว จิ ารณแ ละนำมาปรับใช อยางฉลาด 6. เขา ใจความตองการของประชาชน การใหค วามชว ยเหลือประชาชน ตอ งชวยเขาเพ่ือใหเขาสามารถ ชวยตนเองได 7. รับฟงความคดิ เห็นของผอู ื่นและเคารพความคดิ ทีแ่ ตกตาง ใชวิธีท่เี รยี บงา ยและตรงไปตรงมาในการ ทำงาน รบั ฟงความคิดเหน็ และความตองการของผูท่ีจะไดรับประโยชนและผทู ่ตี องเสียประโยชน 8. การพึง่ ตนเอง ตอ งแกไขปญ หาเฉพาะหนา เพอ่ื ใหแ ขง็ แรงพอท่จี ะดำรงชวี ติ ไดตอไป และพัฒนาให สามารถอยใู นสังคมไดต ามสภาพแวดลอ ม และพึ่งตนเองไดใ นทีส่ ดุ 9. พออยพู อกนิ ตอ งทำใหตนเอง “พออยูพ อกิน” เสยี กอน แลว จึงคอ ยขยับขยายใหม ขี ีดสมรรถนะที่ กาวหนา ตอไป 10. ปลูกปาในใจคน การที่จะฟน ฟูทรพั ยากรธรรมชาติใหกลับคนื มาจะตอ งปลูกจติ สำนกึ ใหคนรกั ธรรมชาตเิ สยี กอน 11. รู-รกั -สามคั คี เพ่ือทำงานใหสำเรจ็ และเพื่อการคบหาสมาคมกนั การเอื้อเฟอ ซ่ึงกนั และกัน สังคมใดก็ตาม ถามคี วามเอื้อเฟอ เกือ้ กลู กนั ดวยความมงุ ดมี ุงเจริญตอ กนั สังคมน้นั ยอมเต็มไปดวยไมตรจี ิต มิตรภาพ มีความรมเย็นเปนสุขนาอยู 12. ความซื่อสัตย สจุ ริต จรงิ ใจตอกัน ผูทีม่ ีความสจุ รติ และบริสุทธิใ์ จ แมจ ะมีความรนู อ ยกย็ อม ทำประโยชนใหแกสวนรวมได มากกวาผทู มี่ ีความรูม ากแตไมมีความสุจริต ไมม คี วามบริสุทธใิ์ จ 13. สง เสรมิ คนดีและคนเกง ควรใหก ารสนับสนนุ สง เสรมิ ผปู ฏบิ ัตงิ าน เพราะคนดี คนเกง จะเปน กำลังสำคัญในการพัฒนาความเจรญิ ในดานตา งๆ ไดเ ปนอยางดี หลกั วชิ า 1. ทำงานอยางผรู ูจรงิ ใหศึกษางานทีจ่ ะทำใหดี อยาผลผี ลาม ความรจู ะหยดุ น่ิงไมได ตองขวนขวาย ตอ งเก็บ บันทึกไว แลวนำกลบั มาใชประโยชน “ความร”ู ตองพฒั นาอยเู รื่อยๆ ตอ งรูหมดและ รูอยา งแทจ ริง 2. ไมตดิ ตำรา ไมผ ูกมัดกบั วชิ าการและเทคโนโลยที ไ่ี มเหมาะสมกับสภาพชีวิตความเปน อยทู ี่แทจ รงิ 3. ใชธรรมชาติชว ยธรรมชาติ ในบางครั้งหากตองการแกไ ขธรรมชาติ อาจใชธ รรมชาติเขาชว ยเหลอื
32 โดยใหธ รรมชาตเิ ปน ผูแ กไ ขและฟน เอง ตามกาลเวลา 4. ใชอ ธรรมปราบอธรรม นำความจริงในเรือ่ งความเปน ไปแหงธรรมชาตแิ ละกฎเกณฑของธรรมชาติมา เปน หลกั การ และแนวปฏิบตั ิที่สำคญั ในการแกปญ หาและปรบั ปรุงเปล่ียนแปลงสภาวะท่ีไมป กตเิ ขา สรู ะบบท่เี ปน ปกติ เชน การใชผ กั ตบชวาบำบัดนำ้ เสียโดยดูดซึมส่ิงสกปรกปนเปอ นในนำ้ หลกั ปฏิบตั ิ 1. เขา ใจ เขาถึง พฒั นา การพัฒนาในดานตางๆ ตองเขา ใจภมู ิประเทศ เขา ใจคน เขาใจหลกั ปฏบิ ัติ และทีส่ ำคัญ เราเขาใจเขาและจะตองทำอยา งไรใหเขาเขา ใจเราดวย 2. ประหยดั เรียบงา ย ไดป ระโยชนส งู สดุ การแกไขปญหาใหยดึ หลัก ความเรยี บงา ยและประหยดั ทำไดเ อง หาไดในทองถน่ิ และประยุกตใ ชส ิง่ ทมี่ ีอยใู นชุมชนนั้นๆ มาแกไขปญ หา โดยไมตองลงทนุ สงู หรือใช เทคโนโลยที ไ่ี มย งุ ยากนัก 3. ออนนอ ม ถอ มตน และประหยัด มีความออนนอ ม ถอมตนรูจ กั ใชของใหคมุ คาและเกิดประโยชนส งู สดุ 4. ทำใหง าย ทำสิง่ ยากใหก ลายเปน งาย ทำสิง่ ทีส่ ลับซบั ซอนใหเ ขา ใจงา ย 5. พจิ ารณาตามลำดบั การพฒั นาตอ งเร่ิมจากพฒั นาในสิง่ ที่มีความจำเปนสูงสุดกอ น และคอยพิจารณา เร่ืองอืน่ ตามมาเปนลำดับ 6. บริการที่จดุ เดียว“ศูนยศึกษาการพฒั นาอันเนื่องมาจากพระราชดำร”ิ ท้งั 6 แหง เปน ตนแบบ ในการบรหิ ารรวมที่จดุ เดียว เพ่ือประโยชนตอ ประชาชนทจี่ ะมาใชบรกิ าร จะไดประหยดั เวลาและคาใชจ า ย โดยมี หนวยงานราชการตางๆ มารว มดำเนนิ การและใหบริการประชาชน ณ ที่แหงเดยี ว 7. แกป ญหาที่จดุ เลก็ มองปญ หาในภาพรวมกอนเสมอ แตก ารแกปญ หาจะเรม่ิ จากจุดเลก็ ๆ คอื การแกไขปญ หาเฉพาะหนา ที่คนมักจะมองขาม 8. กาแฟตน เดียว : กาวแรกทก่ี ลา กา ว เปน ตวั อยา งหนึ่งของการพฒั นาชาวเขา เพราะเม่ือมกี ารปลูก กาแฟแทนการปลูกฝน มีเพยี งกาแฟตนเดยี วเทานัน้ ทร่ี อด แตถ ือวา เปนส่ิงดี ทีอ่ ยา งนอ ยกม็ ี 1 ตนท่รี อด ซ่ึงสงิ่ ที่ ตองทำตอไป คือ ทำอยางไรใหกาแฟรอดมากกวา 1 ตน คือ ตอ งมีความมานะพยายามจนผลสุดทายความเพียร สามารถปลูกกาแฟขายไดเงินจำนวนมาก 9. ขาดทุนคอื กำไร หลกั การคือ “การให” และ “การเสียสละ” เปนการกระทำอนั มผี ลเปน กำไร คอื ความอยูดมี สี ุข 10. ความเพยี ร มีความมุงมน่ั และความมีความต้ังใจในการทำงาน 11. อดทน-มุงม่ัน ใหร ูจักการอดทน ทำจนเปนนิสยั ไมว าสงิ่ ดีๆ ทีเ่ ขา มา ทุกขท่เี ขามา สุขที่เขา มา เราก็รับดวยใจสงบ ไมต่ืนเตนหรือกงั วลกบั สิ่งท่ีเกดิ ข้นึ กบั ตัวเรา 12. ความต้งั ใจจริงและมคี วามเพียร ทำงานตองมีความต้งั ใจ อยา ทำงานไปวันๆ ต้ังใจทำงานจะ ทำใหม ีแรง มกี ำลังใจ และตองขยันหมัน่ เพียร งานบางอยา งยาก แตก ็ตอ งฟน ฝาไปใหไ ด 13. ทำงานอยางมคี วามสุข การทำงานใหม ีความสุข ควรเริม่ จากตนเองที่จะตองมคี วามสุขกับ งานทที่ ำ และจะทำใหผ ูอ ืน่ รูสึกมคี วามสุขไปดว ยที่ไดทำงานรวมกบั เรา
33 สรปุ แนวคดิ สามารถนำหลกั การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัว มาเปน แนวทางในการปฏิบัติงานไดดงั นี้ เปนแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน ใหสามารถอยูรวมกับคนในหนวยงานไดอยางมีความสุข ยึด ความประหยัด ตัดทอนคาใชจายที่ไมจำเปน ลดความฟุมเฟอย รูจักคำวา “พอ” โดยไมเบียดเบียนทั้งตนเอง และผูอ่ืน มคี วามสุขและความพอใจกบั งานท่ีปฏบิ ัติ กับชวี ิตที่พอเพียง ยดึ ทางสายกลางในการดำเนนิ ชีวิต พยายามใชท รัพยากรทเ่ี กีย่ วของกบั การปฏบิ ัตงิ าน และชวี ติ ประจำวันอยา งประหยดั เพื่อใหเกดิ ประโยชนมาก ทส่ี ดุ ควรมีการวางแผนการทำงานประจำวันใหดี โดยพิจารณาถึงงานที่คางจากวันกอน งานที่ยังไมเสร็จใน วันน้ี และงานท่ีตอ งทำในวนั ตอไป โดยใหม กี ารเขียนรายการของงานท่ีตองปฏิบัติลงในแผนกระดาษ หรอื สมุด บนั ทกึ ประจำวนั ทั้งน้คี วรระบุใหช ัดเจน วามงี านอะไรบางทตี่ อ งทำใหวันน้ันๆ ควรมกี ารบริหารเวลาโดยจดั ลำดับความสำคญั ของงาน ซงึ่ ในแตละวันมีงานหลายอยาง ดงั นน้ั ควร จัดลำดบั ความสำคัญของงานวา จะทำอะไร กอน – หลงั เพื่อใหมีความเหมาะสมกับเวลา หลกั การทรงงานบรู ณาการกระบวนการคิดเชิงออกแบบท่เี นน ชุมชนเปน ฐาน เปน ขน้ั ตอนทีน่ ักเรียนประยุกตค วามรูเกย่ี วกับหลักการทรงงาน ในการ“ออกแบบชีวิต” “ออกแบบ ชมุ ชน” “ออกแบบผลติ ภณั ฑ” โดยยดึ หลักการทรงเปน ตัวกำกับแนวคิด หลกั การปฏบิ ตั ิงานตามขน้ั ตอน กระบวนการคดิ เชิงออกแบบ (Design Thinking) และลงพ้ืนท่ปี ฏบิ ัตจิ รงิ ในโรงเรียนและชมุ ชน แนวคดิ ของรูปแบบ 1. ใชการพฒั นานกั เรียนไดโ ดยตรงในลกั ษณะการจัดกิจกรรม ท้ังในและนอกเวลาเรียน 2. เปน รูปแบบกิจกรรมทีเ่ นนใหผเู รยี นไดเรยี นรผู า น กจิ กรรม สถานการณ ปญหาทเ่ี กดิ ข้นึ ใน ชมุ ชนอันเปนวิถชี ีวติ ของเขาเองเปน บทเรียน (เนน ลงภาคสนาม โดยลงชมุ ชน) 3. เปนรูปแบบกิจกรรมท่ีเนนใหผ เู รียนการใช Design Thinking ในการแกป ญ หา การการ
34 ออกแบบนวัตกรรม ผานการเขา ใจปญ หาใหถ กู ตอ ง, การคิดแบบไมม ีกรอบ และ การเรยี นรูผา นการทดลองลง มอื ทำโดยใชห ลักการทรงงานเปนตัวกำกับการเรยี นรู การทำงาน ใช Thinking Tools ในการชน้ี ำการคดิ ขนั้ ตอนการพฒั นาทักษะการคดิ เชงิ ออกแบบ (Design thinking) ดวย DT by King’s work principle ขนั้ ที่ 1 เขา ใจ เปน กระบวนการทน่ี กั เรียนทำความเขาใจบริบทโรงเรยี น ชมุ ชน สถานที่ สภาพแวดลอ มอยา งแทจ ริง เรมิ่ จากการทำขอตกลง รวบรวมขอ มูลท่ีเก่ียวของ รว มทัง้ บุคคล สภาพแวดลอม เพื่อ นำขอ มลู มาวเิ คราะห วนิ ิจฉยั ทง้ั น้ีเพื่อหาประเดน็ ปญ หา ความตอ งการของกลมุ เปา หมาย กอนจะเขา ไปนำขอมูล ความตอ งการมา“ออกแบบชีวติ ” “ออกแบบชมุ ชน” “ออกแบบผลติ ภณั ฑ” ที่สอดคลองกบั ความตองการขอ ง กลุม เปา หมาย ขั้นนี้ นกั เรยี นนำหลกั การทรงงานมาใชในการกำกับการปฏิบัติงานในการเขา ใจบรบิ ทของโรงเรียน คือ “หลกั คดิ ” ไดแก ศึกษาขอมูลอยางเปนระบบ ภูมสิ งั คม คดิ อยางองคร วม เขา ใจความตองการของประชาชน รับฟงความคิดเหน็ ของผูอื่นและเคารพความคิดท่แี ตกตาง 1.1 เขา ใจปญ หา (Empathize ) เปน การลงพนื้ ท่ีศึกษา คน หา เก็บรวบรวมขอมูลจากผูที่ เกยี่ วขอ งโดยเฉพาะกลมุ เปา หมาย เพือ่ ใหเขาใจเกีย่ วกบั สภาพ ปญ หา ความตองการ ความจำเปน ในการดำเนิน ชีวิต การประกอบอาชีพ การทอ งเทยี่ ว การคาขายเปน ตน รวมถงึ สภาพสังคม สภาพทางภูมศิ าสตรของโรงเรยี น และชุมชนประกอบเพอ่ื ใหไดปญหาและความตอ งการที่ถกู ตอง ดว ยวธิ ีการ สอบถาม สมั ภาษณ สงั เกตพฤติกรรม 1.2 ระบุความตองการ (Define) เปน การตคี วามวิเคราะหน ำขอมลู ท่ีไดเรียนรจู ากข้นั ตอน การทำความเขาใจปญหาของกลุมเปาหมาย เพื่อระบปุ ญหาความตองการท่ีแทจรงิ คืออะไร โดยใชขอ มลู ภาพรวม และมมุ มองของกลุมเปาหมายมาจัดกลมุ และหาความสัมพันธในแตละกลมุ กอน เพ่ือใหงายตอ การวเิ คราะห จงึ ทำ สรุปปญหาหรอื ความตองการที่สำคัญเก่ียวกบั สาระการเรยี นรู วิธีการเรียนรู ศาสตรพระราชา เพื่อนำไปหาแนว ทางการ“ออกแบบชีวิต” “ออกแบบชมุ ชน” “ออกแบบผลติ ภณั ฑ” ขั้นที่ 2 เขา ถึง เปน ข้นั ตอนการวเิ คราะหปญ หาและความตองการของกลุมเปา หมาย และผูที่ เกย่ี วขอ งมีสว นรว มในกระบวน การพฒั นามากท่ีสดุ ขัน้ นี้นกั เรียนนำหลักการทรงงานมาใชใ นการกำกับการ ปฏบิ ัตงิ านในการเขาถึง แนวคดิ วธิ กี ารออกแบบพัฒนาหลักสูตรรายวชิ าเพิ่มเตมิ ศาสตรพระราชา คือ “หลกั วชิ า” ไดแก ทำงานอยา งผรู ูจรงิ ไมติดตำรา ใชธ รรมชาติชว ยธรรมชาติ และใชอธรรมปราบอธรรม โดยขนั้ ตอนดงั น้ี 2.1 หาแนวทางแกป ญ หา (Ideate) เปน การระดมแนวคิด วธิ กี าร“ออกแบบชวี ติ ” “ออกแบบ ชมุ ชน” “ออกแบบผลติ ภณั ฑ” จากหลากหลายแนวทาง เพ่อื ใหทีมงานไดเ ห็นและนำมาจัดกลมุ ความคิด และ รวมกนั เลอื กส่งิ ทท่ี มี งานคดิ วานำไปสกู ารสรางตน แบบ“ออกแบบชีวิต” “ออกแบบชมุ ชน” “ออกแบบ ผลิตภัณฑ” ในขนั้ ตอ ไป ขนั้ ท่ี 3 พัฒนา เปนขัน้ ตอนการลงมอื กระทำ การ“ออกแบบชวี ิต” “ออกแบบชุมชน” “ออกแบบ ผลติ ภณั ฑ” ขัน้ น้นี ักเรยี นนำหลกั การทรงงานมาใชใ นการกำกบั การปฏบิ ัตงิ านใน 2 หลกั ควบคูก ันคอื “หลัก วชิ า” และ”หลกั ปฏิบัติ” หลักวชิ า ไดแก ทำงานอยางผูร ูจรงิ ไมต ิดตำรา ใชธรรมชาตชิ วยธรรมชาติ และใชอ ธรรม ปราบอธรรมและ หลักปฏบิ ตั ิ ไดแ ก ประหยดั เรยี บงา ย ไดประโยชนสงู สุด พิจารณาตามลำดับ บรกิ ารทีจ่ ุดเดยี ว แกป ญ หาท่จี ุดเลก็ ขาดทนุ คือกำไร ความเพียร อดทน-มุง มั่น ความตงั้ ใจจริงและมีความเพียร และทำงานอยา งมี ความสุข 3.1 พัฒนาตน แบบ (Prototype) เปน การนำแนวคิดและวธิ ีการทไ่ี ดมาพจิ ารณาเลือก แนวคิด รูปแบบ องคป ระกอบ วัสดุอุปกรณ วธิ ีการพัฒนา “ออกแบบชวี ิต” “ออกแบบชมุ ชน” “ออกแบบผลติ ภณั ฑ”
35 ทสี่ อดคลองเหมาะสมกบั กลมุ เปา หมาย พรอมลงมือดำเนนิ การยกราง“ออกแบบชวี ิต” “ออกแบบชมุ ชน” “ออกแบบผลติ ภณั ฑ” ตามองคประกอบ และนำไปตรวจสอบคณุ ภาพเบ้ืองตน โดยผรู ูห รือผูเชี่ยวชาญ หรอื กลมุ เปา หมาย กอนนำไปศึกษาความเปน ไปไดโ ดยการทดลองในขั้นตอไป 3.2 ทดสอบ (Test) เปนการนำตน แบบ “ออกแบบชวี ติ ” “ออกแบบชุมชน” “ออกแบบ ผลิตภณั ฑ” ท่สี รางขน้ึ ไปใชก ับกลมุ เปาหมายเพื่อศึกษาความเปนไปได หลังการทดลอง นำขอ มลู มาพิจารณา ขอบกพรองของตนแบบหลกั สูตรและนำมาปรบั ปรุงแกไขตนแบบ“ออกแบบชีวิต” “ออกแบบชุมชน” “ออกแบบ ผลติ ภัณฑ” เพ่ือใหไดหลักสูตรที่สมบูรณ
พัฒนาทกั ษะการคดิ เชงิ ออกแบบ (Design t principl หลักคิด - สมั ภาษณ – สอบถาม - สังเกตการณ - มีสว นรวม - ไมต ดั สิน -ต้งั คำถามที่ถกู ตอง EMPATHIZE IDE เขา ใจปญหา หาแน เขาถึงผคู น แกป และพ้นื ที่ DEFINE - กำหนดกรอบปญหาสำคัญ ระบุความตองการ - กำหนกลุมเปา หมาย - มองเห็นความสมั พนั ธ หลักคดิ - ระบคุ วามตองการ - หลกั ปฏิบ
thinking) ดวย DT by King’s work 20 le. หลักวิชา - แลกเปลี่ยนแนวคดิ - - ทุกแนวคดิ มีคา EATE - คดิ ตา ง คิดเหมือน -สรางแบบจำลอง นวทาง - คดิ ตางจากแนวคดิ เดิม ปญหา – เรยี บงาย หลักวิชา - ประหยัด - ทำไดจริง หลกั ปฏบิ ตั ิ PROTOTYPE พัฒนาตนแบบ - เขาใจการนำไปใช TEST ทดสอบ – งานอะไรบา ง - ปรับแกท ันที บตั ิ - ระบุความตอ งการ - สอบถามกลุมเปาหมาย
21 การวางแผนชีวิตดวยแผนที่ชวี ติ การควบคุมหรือวางแผนชวี ิตของตัวเองน้นั ถอื วา เปน กาวสำคญั อีกกา วหนง่ึ ของชีวิตเลยกว็ า ได เพราะมนั คอื การที่คุณตดั สนิ ใจในสงิ่ ท่ตี ัวเองตอ งการ และมองหาวา ส่งิ ใดสำคัญตอ ตวั คุณ รวมถงึ วางแผนที่จะทำตามเปา หมาย ท่ีต้ังไวจนทำใหคุณสามารถใชชวี ติ ของตวั เองไดอยา งเต็มที่ ถา เปน อยางงนั้ คณุ ลองมาเรยี นรูวิธีการวางแผนชีวิต ของตวั เองดสู ิ คณุ จะไดส ามารถทำตามเปาหมายและความตองการของตวั เองได วธิ กี ารสรางแผนชีวติ ใหต ัวเอง 1. 1. เขียนแผนชีวิตออกมา แผนชวี ิต คอื แผนทม่ี ีหลกั การและถกู เขยี นออกมาเปนลายลักษณอ ักษร ซ่งึ คุณสามารถ นำไปใชเ พื่อวางแผนใหกบั ดานตา งๆ ของชีวติ ได ไมวาจะเปนในเรอื่ งของอาชีพการงาน สถานท่ๆี คุณอาศยั อยู คน ที่คุณเกีย่ วขอ งดว ย และวธิ กี ารใชเ วลาของตัวเอง ซ่ึงการเขียนแผนชีวิตน้นั จะชว ยทำใหคุณสามารถระบุไดว ามีดาน ไหนของชีวิตตัวเองบา งทีค่ ณุ ตองการจะเปลี่ยนแปลง หรือตองการทีจ่ ะทำใหบรรลุเปา หมาย แผนชวี ิตอาจจะชวยทำใหคุณมองเห็นชวี ิตตวั เองในทางทแ่ี ตกตางออกไป และการไดเหน็ มมุ ตางๆ ของสงิ่ เหลา น้ันจากแผน กระดาษอาจจะชว ยคุณจัดลำดบั ความสำคัญและปรบั ปรุงไอเดียตา งๆ ของตัวเองได การเขยี นแผนชีวิตของตัวเองลงกระดาษนัน้ อาจจะชว ยใหคณุ มองเหน็ เปาหมายตางๆ ที่มคี วามคลายกนั และมองเหน็ ความตองการท่ตี ัวเองมี หรือแกไ ขปรบั ปรงุ ส่งิ ทไี่ มเหมาะหรือไมเ ขา กับแผนชีวิตของตวั เองได
22 2. ดวู า คณุ ตองการจะปรบั เปลยี่ นสวนไหนของชีวติ ตวั เอง การมแี ผนชีวิตของตัวเองนนั้ ไมไ ดห มายความวา คุณจะตองเปล่ยี นแปลงทุกดา นของชวี ิตไปซะเดีย๋ วนั้นเลย แตจริงๆ แลว มันหมายถึงจุดเริ่มตน ที่จะเปลี่ยนแปลงส่งิ ตางๆ ตา งหาก ซ่ึงบางทีอาจจะมีหลายดานในชีวติ คณุ ท่ีคุณพอใจแลว เชน สถานท่ีๆ คุณอาศัยอยู แตก ็อาจจะยังมี บางดา นของชีวติ ท่ีคุณตอ งการจะปรบั เปลีย่ น เชน การหาอาชีพท่ีตรงใจของตวั เองมากกวา เดมิ และนอกจากน้ีก็ อาจจะมีอีกหลายดา นของชวี ิตที่คุณตองการจะวางแผนอกี แตถ า หากคุณอยากจะเร่มิ ตนปรับเปล่ียนบางอยา ง ให คุณพยายามเลือกสว นทดี่ ูสำคัญสำหรบั ตัวคุณที่สดุ มา 1 อยางก็พอ ตัดสินใจวาดา นไหนของชวี ติ ที่คุณตองการจะเร่มิ ตน ปรบั เปลยี่ น เชน อาชีพ กลุม สังคม งานอดเิ รก หรือ อ่ืนๆ ซ่ึงตวั อยางของดานตางๆ ในชีวิตที่คณุ อาจจะอยากเปลีย่ นก็อาจจะมที งั้ ในดานการงาน การศกึ ษา หรือรายไดและการวางแผนทางการเงนิ หรอื อาจจะเปน ในดานของทัศนคติ มุมมองชวี ิต การสรา งสรรคส ่ิง ตางๆ หรือเปา หมายของการพักผอ น หรือไมก ็อาจจะเปน ในดานของครอบครวั และเพอื่ น การวางแผน สำหรับลกู ๆ การสนับสนนุ ทางสงั คมท่ีมีอยา งแนนหนา หรือการเปน อาสาสมัครใหกับกิจกรรมทีม่ ุงเนนการ ชวยเหลือคนอนื่ หรือบางทีก็อาจจะเปาหมายดานรางกายและสุขภาพกไ็ ด ถามตัวเองวา จะมีอะไรดๆี ตามมาบา งหากคุณปรับเปลี่ยนดานหนง่ึ ของชีวิตตัวเองไป คุณจะไดชดั เจนกับ ตัวเองวาทำไมคุณถึงเลือกทจี่ ะเปล่ียนแปลงดานนั้นของชวี ิต ถามตวั เองวาการเปล่ียนแปลงในดานไหนเปน ส่งิ ทีย่ ากที่สดุ สำหรับคณุ เมื่อคณุ รูแลววาสิง่ ไหนเปนส่งิ ทย่ี าก ที่สุด คุณกจ็ ะสามารถเตรยี มความพรอ มใหตวั เองเม่ือคุณตองพบเจอกบั ความยากลำบากเหลา น้ันได ตวั อยางเชน สำหรับตวั คณุ สวนทย่ี ากท่ีสุดของการปรบั เปลี่ยนดานหนึ่งของชวี ิตก็คอื การเรม่ิ ตน นั่นเอง และถา หากคุณรูแลววานค่ี ือส่ิงที่ยากทีส่ ดุ สำหรบั คณุ คุณก็จะสามารถขอแรงสนบั สนุนจากคนอน่ื ใหม า ชว ยคุณเรมิ่ ตนอีกแรงได
23 3. รวบรวมแรงสนบั สนนุ และขอมลู ตา งๆ การมีเครือขา ยสนบั สนนุ หรือมีคนคอยชวยคณุ เม่ือคุณตอ งการน้นั เปน สิ่งทส่ี ำคญั มาก เม่ือใดก็ตามท่ีคณุ กำลังพยายามท่จี ะปรับเปล่ียนชีวิตตวั เอง ซง่ึ สวนหนึง่ ของการวางแผน ปรบั เปลยี่ นชีวติ กค็ อื ตองรวู าใครที่คุณจะสามารถขอความชวยเหลอื หรือขอการสนับสนนุ เม่อื ตองเจอกับความ ยากลำบาก ดังน้นั บอกกบั คนท่ีคุณสนิทที่สุดเกีย่ วกบั แผนชวี ติ คณุ และบอกกบั พวกเขาวา คณุ ตอ งการจะ ปรบั เปล่ียนอะไร โดยใหเขียนลสิ ตชือ่ คนรูจักของคุณที่คุณคิดวาตัวเองสามารถพึ่งพาไดหากตอ งเจอกับอปุ สรรค บางอยาง รวบรวมขอมลู เกยี่ วกับสิ่งทีค่ ุณจะปรับเปลี่ยนในชวี ติ ใหเ ยอะทสี่ ดุ เทาที่จะทำได โดยใหคุณลองฟงเรอ่ื งราว ความสำเรจ็ จากคนอ่ืน หรือมีสวนรวมในกลมุ ทม่ี ีเปา หมายในการพฒั นาตนเองและพฒั นาความสำเร็จ และถามคนอนื่ ๆ วาพวกเขาใชวธิ ีการอะไรในการวางแผนหรอื ปรบั เปลี่ยนชีวิต และถามพวกเขาวา ตัวคุณ เองควรจะเตรียมการตั้งรับตออุปสรรคแบบไหนไว
Search