ดา้ น คอื สมรรถนะดา้ นความรู้ สมรรถนะด้านทักษะ และสมรรถนะดา้ นเจตคตแิ ละคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม จากการศกึ ษากรอบสมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ จากแนวคดิ การพฒั นาสมรรถนะครมู าตรฐานวชิ าชพี ไดแ้ ก่ มาตรฐานวชิ าชพี ครตู ามขอ้ บงั คบั ครุ สุ ภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชพี พ.ศ. 2556 มาตรฐานวชิ าชพี ครตู ามขอ้ บงั คบั ครุ สุ ภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชพี พ.ศ. 2562 มาตรฐานการดำ� เนนิ งานศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ ขององคก์ รปกครองทอ้ งถนิ่ พ.ศ. 2559 มาตรฐานวิชาชพี ครูการศึกษาปฐมวยั สาํ นกั งานเลขาธกิ ารครุ ุสภา พ.ศ. 2554 กรอบสมรรถนะ ของครูแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในศตวรรษท่ี 21 และงานวิจัยเร่ืองการพัฒนารูปแบบสมรรถนะ ทีจ่ �ำเปน็ สาํ หรับครใู นสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐานเพ่อื รองรับการกา้ วส่ปู ระชาคมอาเซียนของ Parkpoom (2013) พบว่า สมรรถนะในด้านความรู้ท่ีส�ำคัญได้แก่ ความรู้เก่ียวกับปรัชญาการศึกษาวิชาชีพครู ความรู้เก่ียวกับ การศกึ ษาปฐมวยั ความรเู้ ก่ยี วกบั มาตรฐานวชิ าชีพครู ความรู้เก่ยี วกบั ประชาคมอาเซียน และความรูเ้ กย่ี วกบั สิทธิเด็ก สมรรถนะด้านทักษะท่ีส�ำคัญได้แก่ ทักษะการใช้ภาษาและการสื่อสารโดยใช้ภาษาไทยและภาษา องั กฤษ การออกแบบการจดั การเรยี น การวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรม การแสวงหาความรแู้ ละการใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศ การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ชุมชน การแสวงหาเครือข่ายและการท�ำงานเป็นทีม ส่วนสมรรถนะด้านคุณลักษณะท่ีส�ำคัญได้แก่ ความเป็นครู การมีจรรยาบรรณวิชาชีพครู ความรับผิดชอบ ต่อหน้าท่ีพลเมืองไทยและอาเซียน เป็นผู้มีบุคลิกภาพดี มีความเป็นผู้น�ำปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มคี วามพอเพียง ภาคภมู ใิ จในความเป็นไทยและวิชาชพี (Royal Thai Government Gazette, 2013; Royal Thai Government Gazette, 2019; Department of Local Administration, Ministry of the Interior, 2017; The Teachers’ Council of Thailand, 2011; Bureau of International Cooperation Office of the Permanent Secretary Ministry of Education, 2009 and Parkpoom, 2013) ในการพัฒนาสมรรถนะนอกจากการวิเคราะห์งานแล้วการศึกษาความต้องการจ�ำเป็นขอ งกลมุ่ เปา้ หมายทคี่ วรไดร้ บั การพฒั นามคี วามสำ� คญั ดงั นนั้ การประเมนิ ความตอ้ งการจำ� เปน็ จงึ เครอ่ื งมอื ทส่ี ามารถ น�ำมาใช้เพ่ือทราบถึงความจ�ำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาสมรรถนะได้ ซึ่งการประเมินความต้องการจําเป็น ตามแนวคิดของ Wongwanich (2015) ระบุว่าการจัดเรียงลําดับความสําคัญของความต้องการจ�ำเป็น เป็นการหาความแตกต่างระหว่างสภาพที่มุ่งหวังกับสภาพที่เป็นอยู่จริง โดยวิธีวิเคราะห์ค่าดัชนีลําดับ ความสาํ คญั ของความตอ้ งการจาํ เปน็ โดยใชส้ ตู ร Priority Needs Index (PNI) และ Modified Priority Needs Iกnับdคeวxา(มPNตI้อMงodกifiาedร)ขซอง่ึ งเมผอ่ืู้รทับรกาาบรคพวัฒามนตาอ้ในงกกาารรจวำ�ิจเัยปคน็ รแั้งลนว้ ี้จผะู้วทิจำ� ัยใหจท้ึงนรา�ำบหถลงึ ักคกวาารมวจัดำ� สเปมน็ รเรรถง่ ดนว่ะนตอายมา่ แงนสวอคดิดคขลออ้ งง McClelland รว่ มกบั แนวคดิ การประเมินความต้องการจำ� เปน็ มาใชใ้ นการศึกษาสมรรถนะครูผู้ดูแลเดก็ สังกดั กรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถ่นิ กรอบแนวคดิ ผู้วิจัยได้ศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพ่ือเข้าสู่ ประชาคมอาเซยี น จากการสังเคราะหเ์ อกสารหลัก 6 รายการ ไดแ้ ก่ มาตรฐานวิชาชพี ครูตามขอ้ บังคับครุสภา ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556 มาตรฐานวิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2562 มาตรฐานการดำ� เนนิ งานศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ ขององคก์ รปกครองทอ้ งถน่ิ พ.ศ. 2559 กรอบสมรรถนะ ปที ี่ 16 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 27
ของครูแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในศตวรรษท่ี 21 งานวิจัยเร่ืองการพัฒนารูปแบบสมรรถนะที่จ�ำเป็น สําหรับครูในสถานศึกษาข้ันพื้นฐานเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของ Parkpoom (2013) และ มาตรฐานวชิ าชีพครกู ารศกึ ษาปฐมวัย พ.ศ. 2554 ไดอ้ งคป์ ระกอบสมรรถนะครผู ูด้ แู ลเดก็ เพอ่ื เขา้ สู่ประชาคม อาเซียน ประกอบดว้ ย 3 สมรรถนะหลกั และ 12 สมรรถนะรอง ดงั น้นั ผู้วจิ ัยจึงได้กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย เรื่อง การศึกษาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินเพ่ือเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ดังภาพท่ี 1 สมรรถนะ ความรูเ้ กย่ี วกบั การศึกษาปฐมวัย ด้านความรู้ ความรเู้ ก่ยี วกบั มาตรฐานวชิ าชีพครู ความรูเ้ ก่ยี วกบั อาเซยี นดา้ นการเมอื งและ สมรรถนะครูผ้ดู แู ลเดก็ สมรรถนะ ความมนั่ คง เศรษฐกจิ สังคมและวัฒนธรรม เพอื่ เขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น ดา้ นทักษะ ความรเู้ กี่ยวกบั สทิ ธิเดก็ สมรรถนะ ทักษะการใชภ้ าษาและการส่ือสารโดยใช้ ด้านคุณลักษณะ ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ การออกแบบการจัดการเรียน การวจิ ยั และ พัฒนานวตั กรรม การแสวงหาความรแู้ ละการใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศ การสรา้ งความสมั พันธ์กับผู้ปกครอง ชมุ ชน การแสวงหาเครอื ข่ายและการท�ำงานเปน็ ทีม ความเปน็ ครู การมจี รรยาบรรณวชิ าชีพครู ความรบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าทีพ่ ลเมอื งไทย และอาเซียน เป็นผมู้ ีบคุ ลิกภาพดี มีความเปน็ ผนู้ �ำ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างท่ดี ี มคี วามพอเพียง ภาคภมู ใิ จในความเปน็ ไทย และวชิ าชีพ ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิด 28 บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต
ระเบยี บวิธวี ิจยั การวิจัยน้ีเป็นการวิจัยแบบผสมโดยใช้การเก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยมีวิธีดําเนิน การวจิ ยั ดงั นี้ 1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง ในการวจิ ัยครงั้ นี้ แบ่งเปน็ 2 กล่มุ ได้แก่ 1.1 ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ งในการสำ� รวจความตอ้ งการจำ� เปน็ และการวเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบ เชิงยืนยัน ได้แก่ นักศึกษาโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสวนดุสติ ท้งั หมด 15 ศนู ย์ รวมจ�ำนวนประชากรท้ังสิ้น 2,644 คน โดยได้สุ่มตวั อย่างจาก ประชากร ด้วยวิธกี ารสุ่มแบบแบง่ กลุม่ ตามหอ้ งเรยี น จากศูนยก์ ารศึกษาทั้งหมด 15 ศูนย์ ได้กล่มุ ตัวอยา่ งครู ผดู้ ูแลเดก็ ท้งั สิน้ 641 คน 1.2 ผใู้ หข้ อ้ มลู ในการสมั ภาษณ์ ไดแ้ ก่ ผเู้ ชย่ี วชาญจาํ นวน 5 คน ซง่ึ ไดม้ าจากการเลอื กแบบเฉพาะ เจาะจงโดยกําหนดคุณสมบัติของผู้เช่ียวชาญ ต้องเป็นผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้องในการพัฒนาครูและบุคลากรทาง การศึกษาด้านปฐมวัย และเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน และมีประสบการณ์ในการท�ำงาน เก่ียวกบั การขับเคลื่อนการศึกษาเพ่อื ก้าวส่ปู ระชาคมอาเซียน 2. การสรา้ งและตรวจสอบคุณภาพของเครือ่ งมือ มขี นั้ ตอน ดงั น้ี 2.1 การศึกษาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพ่ือเข้าสู่ประชาคม อาเซยี น ผวู้ จิ ยั ดำ� เนนิ การสรา้ งเครอื่ งมอื โดยนำ� ตารางการสงั เคราะห์ เอกสาร ทฤษฎี งานวจิ ยั เกยี่ วกบั สมรรถนะ ทสี่ รา้ งขน้ึ ไปใหอ้ าจารยท์ ป่ี รกึ ษาวทิ ยานพิ นธต์ รวจสอบและใหข้ อ้ เสนอแนะ เพอื่ ปรบั ปรงุ แกไ้ ขใหม้ คี วามเหมาะสม หลังจากน้ันจงึ นำ� ไปสงั เคราะหเ์ อกสารเพือ่ สรุปเปน็ องค์ประกอบสมรรถนะและท�ำการวิเคราะหอ์ งคป์ ระกอบ เชงิ ยนื ยนั เพอื่ หาองคป์ ระกอบสมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถน่ิ เพอื่ เขา้ สปู่ ระชาคม อาเซียน 2.2 การสร้างแบบการประเมินความต้องการจําเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถนิ่ เพือ่ เข้าสู่ประชาคมอาเซียน ผู้วิจัยใช้ขอ้ มูลทไี่ ด้จากการศึกษาเอกสาร ทฤษฎี และงานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ้ งกบั สมรรถนะครูผดู้ ูแลเด็กและสมรรถนะอืน่ ๆ อันเปน็ ผลจากการศกึ ษาองค์ประกอบ สมรรถนะครผู ูด้ แู ลเด็กในข้อ 2.1 มาวเิ คราะห์เพอ่ื ก�ำหนดเป็นขอ้ คำ� ถามในแบบประเมนิ ความตอ้ งการจ�ำเปน็ จากนน้ั จงึ ตรวจสอบคณุ ภาพของเครอ่ื งมอื ดา้ นความตรงเชงิ เนอื้ หา (Content validity) โดยผเู้ ชย่ี วชาญ 5 คน ได้ข้อค�ำถามที่มีความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์กับข้อค�ำถามรายข้อ (ค่า IOC) มากกว่า 0.6 ทุกข้อ อีกทั้งได้ท�ำการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือด้านความเช่ือมั่น (Reliability) ได้ค่าความเช่ือมั่น แบบความสอดคล้องภายใน (Cronbach’s alpha เทา่ กับ 0.98) 2.3 การศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพ่ือเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจากการสัมภาษณ์ผู้เช่ียวชาญ ผู้วิจัยน�ำข้อมูลท่ีได้จากการวิเคราะห์ค่าดัชนีล�ำดับ ความส�ำคัญของความตอ้ งการจำ� เปน็ เรียงลำ� ดับความจำ� เป็นในล�ำดับทีม่ ากทสี่ ดุ ท้งั 3 สมรรถนะหลกั มาสรา้ ง เป็นขอ้ ค�ำถามเกยี่ วกับแนวทางการพัฒนาสมรรถนะดังกลา่ ว 3. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล 3.1 การศึกษาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อเข้าสู่ประชาคม ปีท่ี 16 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 29
อาเซียน ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสังเคราะห์เนื้อหา แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยในอดีต แลว้ น�ำมาสงั เคราะห์เปน็ องคป์ ระกอบสมรรถนะหลกั สมรรถนะรอง และสมรรถนะย่อย จากนน้ั ไดร้ ะบุนิยาม องคป์ ระกอบกอ่ นนำ� ไปวิเคราะห์องคป์ ระกอบเชงิ ยืนยนั 3.2 การประเมินความต้องการจําเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริม การปกครองท้องถ่ินเพอ่ื เข้าส่ปู ระชาคมอาเซียน ผูว้ ิจัยได้ติดตอ่ ไปยงั ผู้ประสานงานดูแลโครงการความรว่ มมือ ทางวชิ าการระหวา่ งกรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถน่ิ กบั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนดสุ ติ เพอื่ ขออนญุ าตเกบ็ ขอ้ มลู จากครูผู้ดูแลเด็กซึ่งเป็นนักศึกษาจากโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตทั้งหมด รุ่น 2 ทั้งหมด 15 ศูนย์ ได้กลุ่มตัวอย่างท้ังหมด 641 คน ผวู้ จิ ยั ไดส้ ง่ แบบประเมนิ ความตอ้ งการจำ� เปน็ ไปยงั ศนู ยก์ ารศกึ ษาและขอความอนเุ คราะหผ์ ปู้ ระสานงานชแ้ี จง การตอบแบบประเมนิ ความตอ้ งการจ�ำเป็นแก่นักศึกษาและติดตามแบบประเมินกลับคืน โดยมอี ัตราการตอบ กลับคดิ เป็นร้อยละ 100 3.3 การศึกษาแนวทางการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพอ่ื เขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากการสมั ภาษณผ์ เู้ ชยี่ วชาญ โดยผวู้ จิ ยั ไดต้ ดิ ตอ่ เพอ่ื สมั ภาษณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้วยตนเอง เพ่ือใช้ในการสัมภาษณ์ผู้เช่ียวชาญท้ังหมด 5 คน การสัมภาษณ์ในการวิจัยใช้วิธี การบนั ทึกเทป และจดบนั ทึกประเดน็ จากการสัมภาษณ์ ซง่ึ ไดร้ ับความยนิ ยอมจากผเู้ ช่ยี วชาญ 4. การวเิ คราะหข์ ้อมลู และสถิติทใ่ี ช้ 4.1 ในการศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็ก ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ ขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพดว้ ยการวเิ คราะหเ์ นอื้ หา (Content Analysis) โดยใชห้ ลกั ความเปน็ เหตเุ ปน็ ผล ความเชอื่ มโยง สอดคล้องกันระหว่างเน้ือหาข้อมูลในเอกสาร เพื่อสรุปเป็นองค์ประกอบสมรรถนะหลัก องค์ประกอบ สมรรถนะรอง องคป์ ระกอบสมรรถนะยอ่ ย และไดท้ ำ� การระบนุ ยิ ามขององคป์ ระกอบ จากนน้ั ไดท้ ำ� การวเิ คราะห์ องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory factor analysis: CFA) เพ่ือตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดล การวดั สมรรถนะครูผ้ดู ูแลเด็กกับข้อมลู เชงิ ประจกั ษ์ โดยใช้การวเิ คราะห์ด้วยโปรแกรม LISREL 4.2 การประเมินความต้องการจําเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริม การปกครองทอ้ งถน่ิ เพอ่ื เขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น ผวู้ จิ ยั ดำ� เนนิ การวเิ คราะหข์ อ้ มลู จากการประเมนิ ความตอ้ งการ จำ� เปน็ โดยพจิ ารณาขอ้ มลู จากการสำ� รวจสมรรถนะตามสภาพจรงิ และสมรรถนะทค่ี าดหวงั โดยใชส้ ถติ บิ รรยาย ได้แก่ ค่าเฉล่ียเลขคณิต (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และค่าดัชนีล�ำดับ คคววาามมตส้อ�ำงคกัญาขรจอำ� งเคปว็นาใมนตก้อารงพกฒัารนจา�ำสเปมร็นรถ(นPNะแI ตแล่ ละะดา้ PนNIModified) จากนั้นจึงท�ำการวิเคราะห์เพื่อเรียงล�ำดับ 4.3 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู จากการสมั ภาษณผ์ เู้ ชย่ี วชาญ ผวู้ จิ ยั วเิ คราะหข์ อ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการสมั ภาษณ์ ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั แนวทางการพฒั นาสมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถน่ิ เพอื่ เขา้ สู่อาเซยี นของผู้เชี่ยวชาญจ�ำนวน 5 คน โดยใชก้ ารวิเคราะหเ์ นอ้ื หา (Content Analysis) เพ่อื นำ� มาสรุปเป็น ประเด็นแนวทางการพัฒนาครูผู้ดูแลเดก็ สงั กัดกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิน่ เพ่ือเขา้ สู่ประชาคมอาเซยี นใน แต่ละสมรรถนะ 30 บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต
ผลการศกึ ษา 1. ผลการศกึ ษาองคป์ ระกอบสมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถนิ่ เพอื่ เขา้ สู่ ประชาคมอาเซียน 1.1 ผลการศกึ ษาองคป์ ระกอบสมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถนิ่ เพอื่ เขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น พบวา่ องคป์ ระกอบสมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถนิ่ เพอ่ื เขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น ประกอบด้วย 3 องคป์ ระกอบหลักไดแ้ ก่ สมรรถนะด้านความรู้ สมรรถนะด้านทักษะ และสมรรถนะด้านคณุ ลกั ษณะ องคป์ ระกอบสมรรถนะครผู แู้ ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถน่ิ เพอ่ื เขา้ สปู่ ระชาคม อาเซยี นด้านความรู้ มี 20 องค์ประกอบย่อย ประกอบดว้ ย 1) การมคี วามรูเ้ ก่ยี วกบั ประเทศในกลุม่ อาเซยี น ด้านการเมืองความมนั่ คง เศรษฐกิจ สังคมและวฒั นธรรม 2) การมีความร้เู กีย่ วกับเอกลกั ษณข์ องประเทศใน กลุ่มอาเซียน 3) การมีความรู้เก่ียวกับสาระท่ีควรเรียนรู้ในระดับการศึกษาปฐมวัย 4) การมีความรู้เก่ียวกับ อาชีพทีเ่ ปน็ ความเชี่ยวชาญของประเทศในกลุ่มอาเซยี น 5) การมีความรแู้ ละเขา้ ใจวตั ถุประสงค์ของการกอ่ ต้งั ประชาคมอาเซียนและความสัมพันธ์ระหวา่ งประเทศสมาชิก 6) การมีความรู้ตามมาตรฐานวชิ าชพี ครเู ก่ียวกบั คา่ นยิ มและคณุ ลกั ษณะความเปน็ ครู 7) การมคี วามรตู้ ามมาตรฐานวชิ าชพี ครเู กย่ี วกบั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ จรรยาบรรณ 8) การมคี วามรตู้ ามมาตรฐานวชิ าชพี ครเู กย่ี วกบั ปรชั ญาการศกึ ษา 9) การมคี วามรตู้ ามมาตรฐาน วชิ าชพี ครเู กี่ยวกับศาสตร์การสอน และการพฒั นาผูเ้ รียน 10) การมีความร้ตู ามมาตรฐานวิชาชีพครเู ก่ียวกบั ภาษาและวัฒนธรรม 11) การมคี วามร้ตู ามมาตรฐานวชิ าชีพครูเก่ียวกับจติ วทิ ยาสำ� หรบั ครู 12) การมีความรู้ ตามมาตรฐานวชิ าชพี ครเู กยี่ วกบั การพฒั นาหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั 13) การมคี วามรตู้ ามมาตรฐานวชิ าชพี ครูเก่ียวกับการจัดการเรียนรู้และการจัดการในช้ันเรียน 14) การมีความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูเก่ียวกับ การวจิ ัยเพอื่ พัฒนาการเรียนรู้ 15) การมคี วามรตู้ ามมาตรฐานวิชาชพี ครูเกี่ยวกับสอ่ื การเรียนรนู้ วตั กรรม และ เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา 16) การมีความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูเก่ียวกับการวัดและการประเมิน ผู้เรียน 17) การมีความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา 18) การมีความรู้ เกย่ี วกบั การสง่ เสรมิ พฒั นาการของเดก็ ปฐมวัย 4 ดา้ น (ร่างกาย อารมณ์ สงั คม สตปิ ญั ญา) 19) การมีความรู้ เกย่ี วกบั ขา่ วสารเหตกุ ารณป์ จั จบุ นั ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ประเทศในกลมุ่ อาเซยี น และการเปลย่ี นแปลงของบรบิ ทโลก 20) การมคี วามร้เู ก่ยี วกบั สิทธเิ ดก็ สิทธมิ นุษยชน ตามหลกั กฎหมายของไทย และบทบัญญัติในสนธิสญั ญาว่า ด้วยสทิ ธิมนุษยชนท่ีไทยเปน็ ภาคี องคป์ ระกอบสมรรถนะครผู แู้ ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถนิ่ เพอื่ เขา้ สปู่ ระชาคม อาเซียนด้านทกั ษะ มี 18 องคป์ ระกอบย่อย ประกอบด้วย 1) การใชภ้ าษาและการส่อื สารโดยใช้ภาษาอังกฤษ 2) การวิจัย การสร้างสื่อ นวัตกรรม และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือการศึกษา 3) การออกแบบและ พัฒนาแผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ใหผ้ ูเ้ รียนมที กั ษะการคิดและสร้างสรรค์ 4) การบรหิ ารจดั การชั้นเรียน 5) การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมอันพึงประสงค์ และการจัดประสบการณ์บ่มเพาะผู้เรียน 6) การสังเกต การวิเคราะห์ผเู้ รียน และน�ำผลมาใช้เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น 7) การกระตุน้ สร้างแรงจงู ใจให้ ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้ในทุกสถานการณ์ 8) การบูรณาการความรู้เรื่องประชาคมอาเซียนในการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ 9) การบริหารความขดั แย้งและการแกป้ ัญหาอย่างสนั ติวิธี 10) การพัฒนาทักษะชวี ิตผูเ้ รียนและ ปีท่ี 16 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 31
ทักษะอาชีพ 11) การใช้แหล่งเรียนรู้ทห่ี ลากหลายในชุมชนในการพัฒนาตนเองและวิชาชพี 12) การแสวงหา ความรู้ การศึกษาหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพ่ือพัฒนาผู้เรียน ตนเอง และวิชาชีพ 13) ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ 14) ความสามารถในการท�ำงานเป็นทีมและร่วมมือกับบุคลากรใน สถานศกึ ษาและชมุ ชนอยา่ งสรา้ งสรรค์ 15) การสรา้ งความสมั พนั ธก์ บั ผปู้ กครอง/ชมุ ชน เพอ่ื สนบั สนนุ การเรยี น ให้มีคุณภาพ 16) การอ�ำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ในส่ิงที่ผู้เรียนสนใจศึกษาเพิ่มเติม 17) การแสวงหา เครอื ขา่ ยในประเทศ เพอื่ ความรว่ มมอื ทางวชิ าการระหวา่ งสถานศกึ ษา 18) การจดั กจิ กรรมและสรา้ งบรรยากาศ การเรยี นรใู้ หผ้ เู้ รียนมคี วามสขุ ในการเรยี น โดยตระหนกั ถงึ สขุ ภาวะของผเู้ รียน องคป์ ระกอบสมรรถนะครผู แู้ ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถนิ่ เพอ่ื เขา้ สปู่ ระชาคม อาเซียนด้านคุณลักษณะ มี 22 องค์ประกอบย่อย ประกอบดว้ ย 1) มีความรัก ความศรทั ธา และรบั ผดิ ชอบใน วิชาชพี ครู 2) มีวนิ ยั ซือ่ สัตย์สุจริต 3) ยึดม่นั ในอุดมการณ์ ปกปอ้ งเกียรติ และศักด์ิศรวี ิชาชพี ครู 4) มคี วาม เสียสละและอทุ ิศตนเพื่อประโยชนต์ ่อวิชาชีพครู 5) มคี วามเปน็ ผู้น�ำ ปฏิบัตติ นเป็นแบบอย่างท่ดี ี ทง้ั กาย วาจา จิตใจ 6) เคารพและยอมรับความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรมทหี่ ลากหลาย 7) มีบุคลกิ ภาพของครทู ี่ดี 8) สุภาพ ออ่ นโยน มีสมั มาคารวะ 9) ใหค้ วามกรณุ า เมตตา ช่วยเหลอื เกือ้ กูลแก่ผู้เรียน และเพื่อนร่วมวิชาชพี 10) ยุติธรรม ปฏบิ ตั กิ ับผูเ้ รยี นอยา่ งเสมอภาค 11) มีจติ บริการ จรงิ ใจต่อนกั เรียนและผรู้ บั บริการ 12) ยึดมั่น ในระบบคุณธรรม จรรยาบรรณครู มีธรรมาภบิ าล 13) รูร้ ัก สรา้ งสามคั คใี นหมู่คณะ 14) การมเี ปา้ หมายใน ชีวิต และก�ำกับตนเองให้ไปสู่เป้าหมาย 15) เคารพและปฏิบัติตาม กติกาของสังคม รักษาผลประโยชน์ของ สว่ นรวม 16) เหน็ คณุ คา่ ภาคภมู ใิ จในความเปน็ ไทยและความเปน็ ประชาคมอาเซยี น 17) สง่ เสรมิ อนรุ กั ษว์ ฒั นธรรม และภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ 18) มสี ว่ นร่วมรับผิดชอบตอ่ ประชาคมอาเซยี น 19) เคารพในหลกั เสรีภาพ อสิ รภาพ และความเสมอภาคตามหลักประชาธิปไตย 20) ด�ำเนินชีวิตโดยอยู่บนความพอเพียงอย่างมีเหตุผล และมี ภมู ิคมุ้ กัน 21) การแสดงบทบาทผนู้ ำ� และผู้ตามที่ดีในสถานการณต์ ่าง ๆ 22) ความเข้าใจในบริบทของชมุ ชน และสามารถอยรู่ ่วมกนั บนพ้ืนฐานความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม 1.2 ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของโมเดลการวัดสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัด กรมส่งเสริมกรมปกครองท้องถน่ิ เพ่อื เขา้ สปู่ ระชาคมอาเซียน ซ่ึงวัดไดจ้ ากองคป์ ระกอบหลัก 3 องคป์ ระกอบ คอื สมรรถนะดา้ นความรู้ สมรรถนะดา้ นทกั ษะ และสมรรถนะดา้ นคณุ ลกั ษณะ โดยสมรรถนะหลกั ดา้ นความรู้ วดั ได้จากสมรรถนะรอง 4 ดา้ น ค่าน�ำ้ หนักองค์ประกอบมคี า่ อย่รู ะหว่าง 0.62-0.93 โดยสมรรถนะด้านความรู้ เกี่ยวกับมาตรฐานวิชาชีพครูมีค่าน�้ำหนักองค์ประกอบสูงสุด (ค่าน้�ำหนักองค์ประกอบ 0.93) รองลงมาคือ สมรรถนะความรเู้ กย่ี วกบั การศกึ ษาปฐมวยั (คา่ นำ้� หนกั องคป์ ระกอบ 0.91) สมรรถนะดา้ นความรเู้ กยี่ วกบั สทิ ธิ เด็ก (คา่ น้ำ� หนกั องค์ประกอบ 0.81) และสมรรถนะดา้ นความรเู้ ก่ียวกับอาเซียนด้านการเมืองและความม่นั คง เศรษฐกจิ สังคมและวัฒนธรรม (คา่ นำ้� หนกั องค์ประกอบ 0.62) ตามล�ำดบั สมรรถนะหลกั ด้านทกั ษะซึ่งวัดได้ จากสมรรถนะรอง 4 ด้าน มีค่าน้�ำหนักองค์ประกอบอยู่ระหว่าง 0.52-0.96 โดยองค์ประกอบท่ีมีน�้ำหนัก ความสำ� คญั มากทส่ี ดุ ในการวดั สมรรถนะดา้ นทกั ษะ คอื สมรรถนะดา้ นการแสวงหาความรแู้ ละการใชเ้ ทคโนโลยี สารสนเทศ (ค่าน�้ำหนักองค์ประกอบ 0.96) รองลงมาคือ สมรรถนะด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ การวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรม (คา่ นำ�้ หนกั องคป์ ระกอบ 0.93) สมรรถนะดา้ นการสรา้ งความสมั พนั ธก์ บั ผปู้ กครอง ชุมชน การแสวงหาเครือข่ายและการท�ำงานเป็นทีม (ค่าน้�ำหนักองค์ประกอบ 0.92) และสมรรถนะด้าน การใช้ภาษาและการสื่อสารโดยใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (ค่าน้�ำหนักองค์ประกอบ 0.52) ตามล�ำดับ 32 บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ
ส่วนสมรรถนะหลักด้านคุณลักษณะซ่ึงวัดได้จากสมรรถนะรอง 4 ด้าน มีค่าน�้ำหนักองค์ประกอบอยู่ระหว่าง 0.86-1.00 โดยองคป์ ระกอบทม่ี นี ำ้� หนกั ความสำ� คญั มากทสี่ ดุ ในการวดั สมรรถนะดา้ นคณุ ลกั ษณะ คอื สมรรถนะ ด้านความเป็นครูและการมีจรรยาบรรณวิชาชีพครู (ค่าน�้ำหนักองค์ประกอบ 1.00) รองลงมาคือ สมรรถนะ ด้านความรับผิดชอบต่อหน้าท่ีพลเมืองไทยและอาเซียน และสมรรถนะด้านเป็นผู้มีบุคลิกภาพดี มีความเป็น ผู้น�ำปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างท่ีดี ซ่ึงมีค่าน้�ำหนักองค์ประกอบเท่ากัน (ค่าน้�ำหนักองค์ประกอบ 0.98) และ สมรรถนะดา้ นความพอเพยี ง ภาคภมู ใิ จในความเปน็ ไทยและวชิ าชพี (คา่ นำ�้ หนกั องคป์ ระกอบ 0.86) ตามลำ� ดบั ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันโมเดลการวัดดังกล่าวโดยใช้โปรแกรม LISREL พบว่า โมเดลการวัด สมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ มคี วามสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู เชงิ ประจกั ษโ์ ดยมคี า่ ไค-สแควร์ (Chi-Square) เทา่ กบั 25.81 คา่ องศาอสิ ระ (df) เท่ากบั 20 ความนา่ จะเปน็ (p) เทา่ กบั 0.172 ดชั นีวดั ระดับความกลมกลนื (GFI) เท่ากับ 0.99 ดัชนวี ดั ระดับความกลมกลนื ที่ปรบั แก้แล้ว (AGFI) เทา่ กับ 0.97 ค่าดัชนรี ากของก�ำลงั สองเฉลี่ยของเศษ (RMR) เทา่ กบั 0.017 และคา่ รากทสี่ องของคา่ เฉลยี่ ก�ำลงั สองของการประมาณค่า (RMSEA) เท่ากบั 0.021 จากคา่ สถติ ดิ งั กลา่ วแสดงใหเ้ หน็ วา่ โมเดลการวดั สมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ กรมปกครองทอ้ งถนิ่ ตามทฤษฎมี ีความสอดคล้องกบั ข้อมลู เชงิ ประจกั ษ์ 2. ผลการประเมินความต้องการจ�ำเป็นองค์ประกอบสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริม การปกครองทอ้ งถิน่ ในการเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียน การประเมินความต้องการจ�ำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริม การปกครองทอ้ งถน่ิ เพอ่ื เขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี น โดยใชแ้ บบประเมนิ ความตอ้ งการจำ� เปน็ สำ� รวจครผู ดู้ แู ลเดก็ จำ� นวน ใทนั้งกสา้ินรพ6ัฒ41นาคสนมรกราถรนจะัดทเร้ังีย3งล�ำดด้าับนคไวดา้แมกส่ �ำสคมัญรขรอถงนคะวดา้ามนตค้อวงากมารรู้ จส�ำมเปร็นรถโนดะยดด้าูจนาทกักคษ่าะPแNลIMะoสdifมiedรรแถลนะะดP้าNนI คุณลักษณะ พบว่า สมรรถนะด้านความรู้ของครูตามสภาพจริง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.77 อยู่ในระดับมาก สเท่วา่นกสบั มร0ร.1ถ9นะแดล้าะนคPวNาIมเรทู้ ่าคกรบั ผู ดู้ 3แู .1ล3เดจ็กึงทถ่ีคอื าไดดหว้ ่าวกงั เาทรา่พกัฒับน4าส.4ม7รรอถยนู่ใะนดรา้ะนดคับวมาามกร้เู พพิจอื่ าเรขณา้ สาูป่ จราะกชคาา่ คPมNอาIMเoซdียifieนd เป็นความต้องการจ�ำเป็นล�ำดับแรกของ ครูผู้แลเด็ก รองลงมาคือ สมรรถนะด้านทักษะ โดยสมรรถนะ ดา้ นทกั ษะตามสภาพจรงิ มคี า่ เฉลย่ี เทา่ กบั 3.86 อยใู่ นระดบั มาก สว่ นสมรรถนะดา้ นทกั ษะทค่ี าดหวงั มคี า่ เฉลยี่ เมทีค่าวกาบั ม4ต.้อ56งกเามร่ือพพัฒจิ านราณสามจรารกถคน่าะPดN้าIMนoทdifักiedษซะ่งึ เเพท่ือา่ เกขบั ้าส0.ู่ป1ร8ะแชลาะคPมNอIาเเทซ่าียกนบั เป3็น.1ล9�ำจดงึ ับสทรุปี่สไอดง้ว่ากคารรผู ปู้ดรูแะลเเมดินก็ ความต้องการจ�ำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะดา้ นคณุ ลักษณะพบว่า สมรรถนะดา้ นคณุ ลกั ษณะตามสภาพจรงิ มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.33 อยู่ในระดับมาก ส่วนสมรรถนะด้านคุณลักษณะที่คาดหวังมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.73 อมยคี ใู่วนารมะตด้อับงกมาารกพทฒัี่สดุนาพสิจมารรรณถานจะาดก้าคนา่ คุณPNลIกัMoษdณifiedะเเปทน็า่ กลบัำ� ด0บั .ท09ีส่ าแมละมีรPาNยIลเะทเอ่ากียบัดด1ัง.ต8า8ราสงรทปุ ี่ ไ1ดว้ า่ ครูผดู้ ูแลเดก็ ปีที่ 16 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 33
ตารางท่ี 1 ผลการประเมินความต้องการจ�ำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริม ตารางที่ 1 กอสผทมลาา้อเรกรงซรปถาียถร่ินกนปนเคพะรจระห่ืออำ�เลเมแงขกั นิทน้าคสก้อวู่ปตงาถรามะม่ินตชสเ้อาพมงค่ือรกมรเาอขถรา้าจนเสาซะเู่ปีหยปรน็นละักใPชนNากคIาMรมoพdอifัฒiาedเนซดาียสานนมรคPรวถNานมIMะรoคูเdพรifiืู่ผอedูด้รอูแดงลารเนดับ็กคปสวรงัาะกมชดั รากคูเพรมม่ืออสราง่ อเเซสงียรรนัมิบกปจาารรแะปนชกกาคคตรามอมง สมรรถนะครูผ้ดู ูแลเด็ก สมรรถนะครูผู้ดูแลเดก็ สมรรถนะครผู ดู้ ูแลเดก็ PNImo PNI ลาดับ ตามสภาพจรงิ ท่คี าดหวงั X แปลผล X แปลผล สมรรถนะด้านความรู้ 3.77 มาก 4.47 มาก 0.19 3.13 1 สมรรถนะดา้ นทักษะ 3.86 มาก 4.56 มากที่สุด 0.18 3.19 2 สมรรถนะดา้ นคุณลักษณะ 4.33 มาก 4.73 มากทส่ี ุด 0.09 1.88 3 รวม 4.00 มาก 4.59 มากที่สุด 0.15 2.71 การประเมินความต้องการจาเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครอง ทอ้ งถิ่นเพก่ือาเรขปา้ รสะู่ปเรมะนิ ชคาวคามมอตาอเ้ ซงยี กนาดรา้จนำ� คเปวน็ามในรจู้กาาแรนพกฒั รานยาอสงมคร์ปรรถะนกะอคบรพผู บดู้ วแู า่ ลเดมอ่ืก็ เสรงัยี กงดัลากดรับมคสวง่ าเสมรตมิ ้อกงกาารรปจกาคเปรน็อใงน ทก้อางรถพ่ินัฒเนพาื่อสเขม้ารสรถู่ปนระดช้านคคมวอาามเรซู้ียอนงคด์ป้านระคกวอาบมทรู้จ่ีม�ำีคแวนามกตร้อายงกอางรคจ์ปารเปะ็นกอในบกาพรบพวัฒ่านาเมล่ือาดเรับียแงรลก�ำดไดับ้แคกว่ ากมารตม้อีคงกวามรรู้ จเำ�กเยี่ ปวน็ กใบั นอกาาชรพี พทฒั เี่ ปน็นาคสวมารมรเถชนย่ี วะชดาา้ ญนขคอวงาปมระู้ อเทงคศป์ในรกะลกุ่มออบาทเซม่ี ียคี นวาโดมยตมอ้ คีง่ากเาฉรลจ่ียำ� สเปมรน็ รใถนนกะาตราพมฒั สนภาลพำ�จดริงบั เแทรา่ กับได3แ้ .4ก5่ กอายรู่ใมนีครวะาดมับรปู้เกานี่ยวกกลับางอาแชลีพะสทมี่เปรร็นถคนวะาทมี่คเชาี่ยดวหชวาังญเทข่าอกงับป4ระ.3เ2ทศอใยนู่ใกนลระุ่มดอับาเมซาียกนเมโื่อดพยิจมาีคร่าณเฉาลจ่ียากสมคร่ารPถNนIะMตoาdiมfied สซภ่ึงาเพท่าจกรงิับเท0า่ .2ก5บั แ3ล.4ะ5PอNยIใู่ เนทร่าะกดับบั ป3.า7น4กจลึงาถงือแไลดะ้วส่ามกรารรถพนัฒะนทาคี่ ใาหด้มหีคววงั าเทมา่รกู้เกบั ่ียว4ก.3ับ2ออาชยีพใู่ นทรี่เะปด็นบั คมวาากมเเชม่ียอื่ วพชจิ าาญรณขอาง เเสมจอคลจขปสจเเซอปปมาึงม�าำ่าาทกึง่มีา้าคยรร็นสกเเกดี่รย่าเซใะฉกะู่รใวทรคครับกวจนเรเชลียาคุปถา่มทว่ากับวทถมรานีย่่ากไานัอ่ืบศัตนะคี่สตดเPบั3มะอพทถขPะโดม้ออ้วN.เดตาท5่Nดาุปจิั่า0บชองา่งIเยวา4กา้ั้Mาง.กIรซค่ีายป2สมนมนoรบัะMลเาียรวอ4าdซาณสนคีร้ีoส�นูผำiชนยfรdเียi4จภแโ้ีeา่ดงมู้ดเiาาู่ใเfกดdนป.าiลเคหนาeัจบญ่ื3แูอฉยลเdแะน็พซ์ขราตป6ลถปลมขาลคซกะึง่อจุก็Pนเัดย่ีงรีคออเะดดว่ึคงงราNทใะมสวงคายแเกั็กบงินรา่ Iาเทป่ามามเวใู่ลณมามมกมเPทกคน่รตารารทะินคีาาต์ปNับรา่มืกอะอ้รกสา่กรวคอ้กถัจัเะIสงบก่อพมMาทงว0กนบัจดกัใมับoตมกัฒรนาศ.าุ0บdะับาพ2ั้างร3ตมiรขfอ3.นรตัiนรปม5ัถนe2.จอ้ต.ณม5าdจาา6ทาน3ราธง้อเล0มซีแาค4กะเะี่์เรซกะปงเกาลงแ่ึสวทะชอปียทาจกดเเี่็นยาะภลหี่สายทรม็นนึง่ีคาับวมละคาพถวมใู่่ือใรา่เาPขทานรพน่ปาือมรกจัฒพดด้อNPู้เง้ารลรไจ็นอาบักหัจิบปNงดยนIะถาเราคี่กยาวป้วแสรIด0ดนาเงิเัวบรวั่ทางะรุซดเส็.บัเนบัะ2ทาณเเทกกเปา่ียไมปทททใปทม4่ดับา่ากนรนารน็สี่่ี่รคาศาต้กกแะแับขจรกอกแาคานส้อักับบเลถา่ามางดัลบวทกมง่3กละวนราหะคศ3กล3า.สงคพม4ะ7Pคววช.ใาา.มา5่า.ตั5ดฒนัง4าNวิ3งรการ4มอ้6ม้ากาจP4คIนแเจนงีโครมหเล�ำNอือดลจากทงึอู้ด่านเสุ่มตยสึIะยงาถปเา้่กยMา้โีัมอฉุรกู่ใสมสมอืกoด็นู่านในจพาลdารนมรีครไบัยลกiเารf่ียุรดปันรมi่ซรารeมเา�ำะณเ3ถdว้ปเีคระธีไยรทดีคฉด.ด่านถว์รด็นซนส6์ป่ัาบวลบัก้านวะะับ่ลึง่4งกาัจี่ยแมาม่โาหเเดะาัมบมดจทสสจรรรคาด้ทวาาตพุบยร้แูกงึม่ากรับน4่าคี่กิถม้อลมกรัูนฒัผง.ทคาใ3อืพะรรงีคบัปู้เทดน่ีดสนว6กถอเมไ่ัาฒูรขแี่เดาอขหา0นาื่งเอกะอ้ามฉนลงว้ใณรล.วะพ่ียใเ2ยหลา่รจาเงัทงจลตะดิว3จู่ใเู้ก้มี่ยเ�ำมวาปนาศสททข็ากเาสีคัตดามแปรสน็มร้อา่่สีรมมคถวับสละณมกน็รขคงมีคาุปรือถดภะรกอบัาวใมรราวรัดับถนาชางับรถจPระากม4พเมนมิกลถนา้เูปสมNดา.ากจาตะำ�3นกงะ็รกคตรIก่ียรดโทอ้4คะตมคะปือ้เอดิงวบั์ขงที่คทาเ่เีคาอฐงยเกมกทกอทมทรา่ค่ีวกมยมบัPื่อาางูกศผส่สี่าาาใู่วากรรีคNพอู้นับกดใภมดาัยรมจา่านIาิจัมูบแรรพาหใรำคี�เชM3นากะพู้แฉลกเัวฒวoร3.พีปดลดลลเ5่อจงัdาณ.ดนi้นท็ุาบั่มมม5ะต6f่ีรยi็eกนาิง0าร้ัี่ีงdู้ ร่างกาย ทอั้งานรมี้ ณเม์่ือสปังคระมเมแินละคสวตามิปตัญ้อญงากาโรดจย�ำมเีคป่าน็ ใPนNกI าMรoพdifัฒiedนเาทส่ามกรับร0ถ.น1ะ2ดแา้ ลนะควPาNมI รเทู้ ส่ากมับรร2ถ.น30ะทเนีค่ ่ือรผูงจู้ดาแู กลสเภดา็กพ มจีครวิงาในมปตัจ้อจงุบกันารคจร�ำูผเปู้ดูแ็นลในเดก็กาสร่วพนัฒใหนญา่ไลด�ำ้รดับับกทา้ราพยสัฒุดนไาดใ้แหก้ม่ีคควาวมามรู้ใรนู้ดด้า้านนกกาารส่งเสริมพัฒฒนนาากกาารรขขอองงเดเด็ก็กปปฐมฐมวัยวทัย้ัง ใสส4นภภดดาาา้ พพนจทรทรเ่ีา่ ั้งปิงงจใน็กานจากปยรกงิัจอาแจราลุบเระรมันสียณภนคา์ สกพรงัาูผทครู้ดค่ี อมาูแบดแลรหลเมดวะัง็กแสนลสตอ้ ะ่วปิ ยกนญั ามใญรหรี ทาญาายโ่ไงลดดาะยน้รเมอใับนยีคี กศดา่ าูนผรPลยพNก์พัฒIาMัฒรoนdปนiาfiราeใะdเหดเเม้็กทินเีคา่ ลคกว็กวบัาอามยม0ร่าต.ู1้ใง้อน2ตงด่อกแ้าเลนนระ่ือจกPงาาอเNรปยสI็นู่แเ่งดทลเงัสา่้วตกรจาบัิมรึงพาม2งีผัฒ.ท3ลนี่0ต2าเ่านกงรอื่าะรงหจขาวอก่างง เด็กปฐมวัยท้งั 4 ดา้ นท้ังจากการเรยี น การอบรม และการท�ำงานในศูนย์พัฒนาเดก็ เลก็ อยา่ งตอ่ เน่อื งอยูแ่ ล้ว จงึ มผี ลตา่ งระหวา่ งสภาพทเี่ ปน็ จรงิ และสภาพทค่ี าดหวงั นอ้ ย มรี ายละเอยี ดผลการประเมนิ ความตอ้ งการจำ� เปน็ ดงั ตารางท่ี 2 34 บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต
ตตาราารางงทที่ 2่ี 2 ผกทผาลล้อรกกงปาถากรร่นิ คปปเพรรรอ่ือะะเงเเมขทม้านิ อ้ินสคงปู่ควถรวา่ินะมาเชตมพา้อต่ือคง้อเมกขงอา้ากราสจเาซู่ปารียเรจปนะ�ำน็ ชเดใปาน้าค็นนกมคใาอนรวาพากเมัฒาซรรียนู้ พนาัสฒดมนา้รนารสถคนมวะารคมรรถรูผู้น้ดู ะูแคลรเดูผ็กู้ดสูแังลกเัดดก็กรสมสังก่งเัดสกริมรกมาสร่งปเกสครริมอง สมรรถนะครูผู้ดแู ลเดก็ สมรรถนะครูผดู้ แู ลเดก็ สมรรถนะครูผูด้ ูแลเดก็ PNImo PNI (ดา้ นความร)ู้ ทีค่ าดหวงั 0.25 3.74 Xตามสภาพแจปรลงิ ผล X แปลผล การมีความรู้เกี่ยวกับอาชีพท่ีเป็นความเชี่ยวชาญของ 4.32 มาก ประเทศในกลุ่มอาเซียน 3.45 ปานกลาง การมีความรู้และเข้าใจวัตถุประสงค์ของการก่อต้ัง 3.50 ปานกลาง 4.34 มาก 0.24 3.64 ประชาคมอาเซียนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สมาชกิ การมีความรู้เก่ียวกับข่าวสารเหตุการณ์ปัจจุบันที่ 3.54 มาก 4.36 มาก 0.23 3.56 เก่ียวข้องกับประเทศในกลุ่มอาเซียน และการ เปลีย่ นแปลงของบรบิ ทโลก การมีความรู้เก่ียวกับการส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก 4.08 มาก 4.58 มากท่สี ดุ 0.12 2.30 ปฐมวัย 4 ดา้ น (ร่างกาย อารมณ์ สังคม สตปิ ญั ญา) การปกระารเมปนิระคเวมาินมคตวอ้ างมกตา้อรงจกำ� าเรปจน็ าใเนปก็นาในรพกาฒั รนพาัฒสนมารสรมถรนระถคนระผู คดู้ รแูผลู้ดเูแดลก็ เดส็กงั กสดังกกัดรกมรสมง่ สเส่งรเสมิ รกิมากราปรกปคกรคอรงอง ทท้ออ้งถงถ่ิน่นิ เพเพื่อ่ือเเขข้าา้ สสู่ประชาคมมออาาเเซซียียนนดด้า้านนททักักษษะจะาจแ�ำนแกนรการยาอยงอค์ปงคระ์ปกรอะบกอพบบวพ่าบเมวอ่ืาเรเียมง่ือลเารดียบังลค�ำวดามับตคอ้ วงากมาตรจ้อางเกปา็นรใน จำ�กเาปรน็พใัฒนนกาสรมพรฒั รนถนาสะมด้ารนรถทนักะษดะา้ อนงทคกั ์ปษระกอองบคทป์ ่ีมรีะคกวาอมบตท้อม่ี งคีกวาราจมาตเอ้ปง็นกใานรกจาำ� รเพปัฒน็ ในนากลารดพับฒัแรนกาลไดำ� ้ดแกบั ่แกรากรใไชด้ภแ้ ากษ่ า กาแรลใะชกภ้ าารษสาื่อแสลาะรโกดายรใสชอื่ ้ภสาาษราโอดังยกใฤชษภ้ าโษดายอมงัีคก่าฤเฉษลโี่ยดสยมมรคีราถ่ เนฉะลตย่ี าสมมสรภราถพนจะรติงาเทม่าสกภบั าพ3จ.3ร2งิ เอทยา่ ู่ใกนบั ระ3ด.3ับ2ปอานยใกู่ นลราะงดแบั ละ จไสเเดปเ0ททปดงึจิัน.M3คล4พสสรา3็นา่า่้วสทอิo..นมมาวตจิ67กกd2่ารคดางลรัรากิวi03fเบับัปุมลiับรวรรเeปิธลพแdถตถณาไงอจถีา็น4ด4มนอมื่ลน้อึซงัดยโงา.ค.้วดถกงะตาะ4ะง่ึู่มใจ5ก่านวเืคทอาแยต9้อาา2ทคาราืรไลมคกอคี่าPงา่รศดมรใะมกคอืะาีคอNกทจอผูก้ึกวดตดส่สาาย่าาับย้ังกI่าษ้ดูาับห้อรภเมเ่ใูนPกใู่ารฉปแูาจนวเ0มงานรี้รNาวทลล็นำ�กงัพ.เรราบโรร2ิจมIเเี่ยเใ่าดะกาถจทพะปร1ดัMนยื่อสรกดยนริหด่าัoฒน็็กใปลจแิมงมับัdบกกะนาบัมาลเรi�ลำนfรคีรับททมาiขดมeะเคีำ�ะรคา่ารdป4่าาณ่คีับเดา4วถเกวสมกกPฉ.ซ็านกทบั.าานะ6า3ิรันบNทลด่งึมมลสี่รแท้0ะ7าเเคย่ีIหสี่าขใตท�ำม3รง่ีตสชสวเมอดุวดัดส้อก.่าื่อทจมาา6้มภยังกแับ่ืองพม่ามึงร9เรรเใู่าบัยกกททมถรสตนิจรอษน้งอาับถถืื่อ่า่ี้สอภอาร0แงารวยนกนะรพงอล.ไาลแ3พัต2ู่ใกดณดบัะะพงงนะลิจ.2กฒั5าับทตม้กวระาจาร7รล4าแม่ีาคนะา่รจากรจรม.คลร�ำาณดาจกาาิงา3มาแกสดะดอืเังึกสบราเ7าทกภสับปหสมคแมรเPจกป้่ารมาื่อ็นอถวลพา่ราNาุปกาพัญ่ือังกสรัยดใะกัฒIรPับไเนจพถาหู่ใปมคทดเวแNรนกรทิจนนาิจา้ว่าร่าลงิ3โาาIรอ่าะาา่คกัยะMเดะรร.กะทยคPดกo7ัยือบยสณพบัdดกา่า่รNา้3ุากใiมfัฒงกูผับาาi4นชรeกIต3สรMจบัรdู้ด.้มอภนในาร.์5ันใoสา6ูแชซชยาdาถราโ้ี2กต30รลiด้กสษfภ้บง่ึเู่ในi.คิวา้eทเนอ6เยมจdาะราดธิงทา่ 9เคยรอมรึงิทหีษสก็มซา่โถPู่ะใรโังคีี่คือ่ดมาออ่ืานกน่ึงถืNอดกวรยาีคแยเพบัรนโไฤับนIทดาคมวใ่ดลูะลจิMะษมนวมหาว่าีค0ว้ดยะoาดตัมตกราาวา่า่.dัีบดรก2้าะมตกกiเัเงับ้อเfณิฉiจปมนป2าดeเ้อรขงทdิลทาน็รท็บนัราใกง0ัดแา่กย่ีนซสักคลจมักมคา.แกลส2ทงึ่่ืาวขอาษเราวัยบเพะมแ1ราี่กสกจณาทสะ้งพมรล่ือุดมคำ�4่าาPแะรแตแสัฒะเกตก่า.รNถปลท4เลลอ้มปาบั้อมนโน9ะI็นะะPี่สงรรดรงื่อาะกกเสร0NใมศะกใสยทพตนPาถาม.อยึรกาI3มใรา่MิาจรNนลรยรรกุช2ษรจกมoแาระำ�จถIู่ใdรต้าภาสรับถนแกดiทานถfเเ์ใiณภนeาลปรเท้ปับชโี่คนะdป3ษะาดะะน็าา่้เัญรทะท.็พนดททซยจ6ากูผลดPีส่่ีคหับจลงึ่าคคมี่อ0ู้าดับา้NาาเรกาามดาีโนัคูงแทมIดงิจนดอดับาคก่3นลาเเ่าหึงับกหโทยท่าทเ.ฤเโี้กถล5ฉดวดแ่วา่าา่สี่ษเับPอืย7ลัง็กกงงักยมรอNีี่ยับกมมับ่ืองIีี ความต้อทง้ังกนา้ีรจเมา่ือเปป็นรใะนเกมาินรคพวัฒานมาต้อลงากดาบั รทจ้า�ำยเสปุด็นไใดนแ้ กกา่ กรพารัฒสรน้าางสคมวรารมถสนัมะพดัน้าธน์กทับผักปู้ษกะครสอมงรแรลถะนชะมุ ทชี่คนรเพูผื่อู้ดสูแนลับเดส็กนุน มกีคาวราเมรตยี น้อใงหก้มารีคจุณ�ำภเปาพ็นใโนดกยามรีคพ่าัฒPนNาI Mลod�ำifดieับd ทเท้า่ายกสับุดไ0ด.1้แ5กแ่ กลาะรPสNรI้าเงทค่าวกาับมส2ัม.7พ2ันเธน์ก่ือับงจผาู้ปกกสคภราอพงจแรลิงะในชปุมัจชจนุบเพันื่อครู ใสนนผพปู้ดบััฒูแัจสนลจนาเุบนุดเดันก็ ็กสาเค่วรลนเร็กรใูผยีหูซ้ดนญึ่งูแใม่ไหลดีโ้มเ้รอดีคับก็กุณกาสาสภ่วรไาพนดพ้ัฒพใหบนโญดปายใ่ไะหดมพ้มคี้รูดีทับ่าคักกPุยษาNกะรับIกพMผาoัฒdรู้ปifสiนeกรdาค้าเใงรทหคอ่า้มวงกาอีทับมยักสู่ตษ0ัมล.ะพ1อก5ันดาธแร์กแลสับละรผะ้าู้ปกPงากNครคIวทรเาทอามกงา่ สิจกชัมกับุมพรช2รันนม.ธ7รท์2ก่วั้งับมจเนผากื่อกู้ปันกงกรจาะคราหรทกวอาส่างงภงาาโนชรพใุมงนจเชรศรนียูงินนย์ ทผง้ั จูป้ ากกคกราอรงทชำ� มุ งชานนใจนงึ ศมนู ผี ยลพ์ตา่ฒั งนระาหเดวก็า่ งเลสก็ภาซพงึ่ ทมเ่ีโี ปอน็กจารสิงไแดลพ้ ะบสปภะาพพทดู ี่คคายุ ดกหบั วผงั ปู้นก้อยครมอีรงาอยยลตู่ะลเออียดดแดลงั ตะากราารงทำ�ี่ 3กจิ กรรม ร่วมกันระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน จึงมีผลต่างระหว่างสภาพที่เป็นจริงและสภาพท่ีคาดหวังน้อย มีรายละเอียดดังตารางที่ 3 ปที ี่ 16 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2563 35
ตตาารราางงทที่ ี่33 ผผสผูด้ลัลงกแูกกดัลาากรรเดวรวเิ็กมิเคคสสรร่งังาาเกะสะดัหรหกมิ์ค์ครกามาดาดรสชั ปัชนง่ กเนลี สคาีลรรดํามิ อบั ดกงคับทาวร้อคาปงวมถกาส่ินมคาเครสพอัญําอื่ งคขเทขัญอ้า้องขสงคอปู่ถวงรน่ิาคะมเชพวตาาอ่ื้อคมงเมขกตอ้าา้อสารงเจปู่ ซการยีาเะปนรชน็จดา�ำใา้คนเนปมกท็นาอรักาใพษนเซัฒะกยี านนราพสดมัฒ้ารนนรทถาักนสษมะคะรรรูผถู้ดนแู ะลคเดรู็ก สมรรถนะครูผดู้ ูแลเด็กฯ สมรรถนะครผู ดู้ ูแลเด็ก สมรรถนะครผู ูด้ ูแลเดก็ PNImo PNI (ด้านทกั ษะ) ตามสภาพจริง ที่คาดหวงั 0.32 4.60 การใชภ้ าษาและการส่อื สารโดยใช้ภาษา องั กฤษ X แปลผล X แปลผล 3.32 ปานกลาง 4.37 มาก การวิจัย การสร้างสื่อ นวัตกรรม และประยุกต์ใช้ 3.69 มาก 4.49 มาก 0.22 3.60 เทคโนโลยดี ิจทิ ลั เพือ่ การศึกษา การบริหารความขัดแยง้ และการแก้ปัญหาอยา่ งสันตวิ ธิ ี 3.73 มาก 4.52 มากท่สี ดุ 0.21 3.57 การสร้างความสัมพั นธ์กับผู้ปกครอง/ชุมชน เพ่ือ 4.02 มาก 4.61 มากทส่ี ุด 0.15 2.72 สนบั สนนุ การเรยี นใหม้ คี ุณภาพ การปกราะรเมปนิระคเวมาินมคตวอ้างมกตา้อรงจกำ� าเรปจน็ าใเปน็นกใานรกพาฒั รพนัฒาสนมารสรมถรนระถคนระผูคดู้รูผแู้ดลูแเดลก็ เดส็กงั สกังดกกัดรกมรสมง่ สเส่งเรสมิ รกิมากราปรกปคกรคอรองง ทท้อ้องงถถ่ิน่ินเพ่ือเขขา้ ้าสสู่ปู่ประรชะาชคามคอมาอเซาียเซนียดน้านดค้าุณนลคักุณษลณักะษจณาแะนจก�ำรแายนอกงรคา์ปยรอะงกคอ์ปบรพะบกวอา่ บองพคบ์ปวระ่ากอบงทคี่ม์ปีครวะากมอตบ้อทงก่ีมาีร คจวาเมปต็นอ้ ใงนกกาารรจพำ� ัฒเปนน็ าใลนากดาับรพแรฒั กนไาดล้แำ� กด่บั กแารกมีสไ่วดนแ้ รก่ว่ มกราับรมผิดสี ว่ชนอรบว่ ตม่อรปบั รผะดิ ชชาอคบมตออ่าปเซรียะนชาโคดมยอมาีคเ่าซเยี ฉนล่ียโสดมยรมรคี ถา่ นเฉะลตยี่าม สสมภรารพถจนระิงตเทาม่ากสับภา4พ.1จ6ริงอเยทู่ใ่านกรับะดั4บ.ม1า6ก อแยลู่ใะนสรมะรดรับถนมะาทกี่คแาดลหะวสังมเทรร่าถกนับะ4ท.6ี่ค9าดอหยู่วในังรเทะ่าดกับับมา4ก.ท6่ีส9ุดอเมย่ือู่ในพริจะาดรณับา คกอมโอแดปจแสเ4กเลายยุณาดทย.าลาถรกระู่ใู่ใ2็ก่ลกรานนมแะาะท6มดPกคักนสีคชรรี่สPีคาัNอ่าบษะะกดา่าNุดเวยดดคIานเงณPทาIฉ4ูใ่ รเบับบัมนิNมนเทเั้งละณ.ทมทอชมม7Iตนรา่่ียส์า่่ืวีอตาMะ4าาบ้อกี้ ส่วกิตเเทoกก่ดาพงาับซมนdมอับโงกบัทั้งทiิจีดยfอ่ื รรนiยาแe2มสี่ๆาผ2ยนปร่รdวู่ี้ลใ.ารดุ.้นูอเจถ3นม0รโซะกมณจยาด1ำ�นะ0รรึง่แสื่อึเงู่บแแยาเเับะะปลมลเปทมลลจนมปตดผ็นะร�ำร่ินาะะาีคค็านัิบดดใรมะกสกคผนว่ามถคเบัชีคับมมคาูต้เวมกสนวฉอ่าถมารา่าิานา0ภาะลรบดักพมมรP.คมาที่ถย1พมPทตตอทNวตพน3ส่คี Nาเัฒ่ี้อ่อาส่ีดI้พอะมจMาคมแงุIปดนีใทงMยีดรoรกอืนตลdกราoริงง่ีคหาiะ้โอdสfละอาเถiกาieดรวทfงาถรiชdยนดePาจกงัยดจd่าาา่ารหNะเเำ� ามับกนงาททคดตวเIซรมเีัทบปกา่�ำมา่งัาจปเึ่งPีเทเกา้เก็นามหอาเ็ทนNนยท่าร4บับัเสใตาา่ลIปนิสกณน.่าภเผุก2Mาุด็นับ0ซชกก4ลต์าบั6oดไ.ใีีวยับ.าdพ1ด่า2น7ับติiแนร4f0งอ.จ้แi4กe4แลพโ.0dร7กยดา7ๆแะรจฒั.ิง3่อูร่ใเย1กมลมเึงนทดพยโทน3ออีภะคีเดัง่รราัใู่ฒป่าายยมูวนนะอยกPกแส่ใู็ูบ่นานิคน้ัดมงัรนบัNบลมมนุม้คาละับีครระกรIสกวคงด4ะ0ม่าักราเมมนัาดว.บัท.เถราP21รฉมาคาับพมก่าน5โNร1คลมตวดมกัาฒถะIืาอ่ียพอ้อยากบัแแนดมนสยกเมงอทลลกะทา้ศามู่กใท2ีคเะนดี่สาะนรใพ่าร.าา่ส่ี หสรัท0้าดุคกรรเรยีุดPแน้มมฉ0ธะุณับถจงNสลคีาโครดแนอ�ำดลดI่ยีรณุุณับลเแ2ยะยักถเปสงะมล.ลทา่ลตบมษ4มนม็นะางักัก่าาี7ทรณะคีมกรลษมษกPรับทบ่าีเ�ำณสะัถณบNแดหผ่ีาคดPภนลังะIตสะิดทาMับN2ะนาะสผุมชดoผตแIส.พสั้น่วd3ลอรู้หนiMามรนfมจiรบ1eมoาวกรแรรรdกถdใแังสร่วรลิงiลนfานเiลถเภมเถeระทรวาททะdนะอารนมชิพด่า่าทา่พับเผะงะาภีักทบกัฒกค่ีู้ลทตผจชทับูมา่บั ถบั รริงพีนดี่าค่ีคกคิัดิงูผมมชรคาาบั เ404ุ้มู้ดูมผาอทใทรด...หกคู้แูด0ูบ127าี่า่ดหโนั.้มืูลอแกค513ตดีใ1วนัลบืี่ออยัง0 เดม็กีคม่าคี PวNาIมMตo้อdiงfieกdาเรทจ่า�ำกเับปน็ 0ใ.0น8กาแรลพะฒัPNนIาเลท�ำ่าดกบั ับท1้า.ย6ส6ุดเไนด่ือ้แงกจ่ามกคี สวภาามพรจกั ริงคใวนาปมัจศจรุบทั ันธคารแูผลู้ดะูแรลบั เดผ็กดิ สช่วอนบใใหนญว่ิชราักชแีพละ คสเเ่วรชหูนอ่ื็นโใมดคหน่ั ยวญามศ่มีครรสัท่าักาธแคPาลัญใNนะขIวเMอชิชoง่ือdาวifชมiิeชพีdั่นาคชเรศทีพู ร่าคเอัทกราธูับแใาลจใใะ0นสร.ว0่ใักนิช8ษหาานชแชีพ้าล่ือทะคเปี่สPรฏียูNเงบิ Iอขัตาเองิทใงาจ่าวนใกิชใสนับา่ใชหนีพ1นหค.้าน6ทร6้าูอี่ ทมยเี่ปีคูเนสวฏ่ือมาิบงมอจัตราจับิงกาึงผมนสดิ ีผใภชนลอาหตพบ่านแจง้าลรรทะิงะซใ่ีหนม่ือวปตีค่ารัจงวงสาจตภมุบ่อราันกพับคาผทริดปี่เูผปชฏู้ด็นอิบูแจบัตลริหแเิงดลนแ็กะ้าลทะี่ ซสื่อภตารพงทต่ีคอากดาหรวปงั ฏนิบ้อยัติหซึง่นม้าีรทา่ียเลหะ็นเอคียวดาดมงั สต�ำาคราัญงทข่ีอ4งวิชาชีพครูและรักษาช่ือเสียงของวิชาชีพครูอยู่เสมอ จึงมี ผลต่างระหว่างสภาพทเี่ ป็นจริงและสภาพท่คี าดหวังน้อย ซง่ึ มรี ายละเอียดดงั ตารางท่ี 4 ตารางที่ 4 ผลการวิเคราะหค์ าดชั นลี าดบั ความสาคัญของความต้องการจาเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูผ้ดู แู ลเด็ก สังกดั กรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถ่ินเพ่ือเขา้ สูป่ ระชาคมอาเซยี น ด้านคณุ ลกั ษณะ สมรรถนะครูผดู้ ูแลเดก็ สมรรถนะครูผูด้ แู ลเด็ก สมรรถนะครผู ดู้ ูแลเด็ก PNImo PNI (ดา้ นคณุ ลักษณะ) ตามสภาพจริง ที่คาดหวัง X แปลผล X แปลผล มสี ว่ นรว่ มรบั ผดิ ชอบตอ่ ประชาคมอาเซยี น 4.16 มาก 4.69 มากทส่ี ุด 0.13 2.47 การแสดงบทบาทผู้นาและผู้ตามท่ีดีในสถานการณ์ 4.25 มาก 4.74 มากที่สดุ 0.11 2.31 ตา่ ง ๆ ดาเนินชีวิตโดยอยู่บนความพอเพียงอย่างมีเหตุผล 4.26 มาก 4.72 มากที่สุด 0.11 2.16 และมีภูมคิ มุ้ กนั 36 มบัณวี ินฑัยิตวซทิ ่อืยาสลัตยั ยม์สหจุ ารวติทิ ยาลยั สวนดสุ ิต 4.38 มาก 4.70 มากทส่ี ดุ 0.07 1.48
เดก็ มีความต้องการจาเป็นในการพัฒนาลาดับทา้ ยสดุ ได้แก่ มีความรัก ความศรัทธา และรับผิดชอบในวชิ าชพี ครู โดย มีค่า PNI Modified เท่ากับ 0.08 และPNI เท่ากับ 1.66 เน่ืองจากสภาพจริงในปัจจุบันครูผู้ดูแลเด็กส่วนใหญ่ รักและ เช่ือมนั่ ศรัทธาในวิชาชีพครู เอาใจใส่ในหน้าที่ปฏบิ ัติงานในหน้าท่ี มีความรบั ผดิ ชอบและซ่ือตรงต่อการปฏิบัติหนา้ ที่ เห็นความสาคัญของวิชาชีพครูและรักษาชื่อเสียงของวิชาชีพครูอยู่เสมอ จึงมีผลต่างระหว่างสภาพท่ีเป็นจริงและ สภาพทีค่ าดหวงั น้อย ซงึ่ มีรายละเอยี ดดงั ตารางท่ี 4 ตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์คาดัชนีลําดับความสําคัญของความต้องการจ�ำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครู ตารางที่ 4 ผผสดู้ ังลกูแกดัลากรเดวรเิก็มคสสร่งังาเกะสดัหรกมิค์ รกามดารสชั ปนง่ กเลี สคารรดมิ อบั กงคทาวรอ้ าปงมถกสิ่นคาเครพอัญือ่ งขเทขอา้้องสงคปู่ถวริ่นาะมเชพตาือ่้อคงเมขกอ้าาสารเจปู่ ซารยี เะปนช็นดาใ้าคนนมกคาอณุราพเลซัฒกั ยี ษนนาณสดะมา้ รนรคถณุนะลคักรษูผณ้ดู ูแะลเด็ก สมรรถนะครผู ้ดู ูแลเดก็ สมรรถนะครผู ู้ดูแลเดก็ สมรรถนะครูผู้ดูแลเดก็ PNImo PNI (ด้านคณุ ลกั ษณะ) ตามสภาพจรงิ ท่คี าดหวงั 0.13 2.47 มสี ่วนร่วมรับผิดชอบต่อประชาคมอาเซียน X แปลผล X แปลผล 4.16 มาก 4.69 มากทส่ี ุด การแสดงบทบาทผู้นาและผู้ตามที่ดีในสถานการณ์ 4.25 มาก 4.74 มากที่สดุ 0.11 2.31 ตา่ ง ๆ ดาเนินชีวิตโดยอยู่บนความพอเพียงอย่างมีเหตุผล 4.26 มาก 4.72 มากท่สี ดุ 0.11 2.16 และมีภมู ิคมุ้ กนั มวี ินัย ซอื่ สัตยส์ จุ รติ 4.38 มาก 4.70 มากที่สุด 0.07 1.48 3. แนวทางการพัฒนาดสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินเพื่อเข้าสู่ ประชาคมอาเซยี น บัณฑิตวิท ยาลผัยลมกหาวรทิสยัมาภลยัาสษวณนด์ผุสูเ้ติ ช่ียวชาญ พบวา่ ผเู้ ชย่ี วชาญสว่ นใหญเ่ปหีท็น่ี 1ส6อฉดบคับลท้อ่ี 2งเวด่าอื แนนพฤวษทภาางคใมน-กสงิาหราพคมัฒ2น5า63 ครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินควรเป็นการด�ำเนินการอย่างต่อเน่ืองด้วยวิธีการที่ หลากหลาย ได้แก่ การศึกษาพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น การศึกษาจากแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ หลากหลาย ศึกษาความรู้โดยผ่านทางส่ือออนไลน์ ศึกษาเรียนรู้พัฒนาตนเองด้วยการปฏิบัติ และศึกษา พัฒนาเรียนรู้ด้วยวิธีการวิเคราะห์ตัวเองเพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อบ่งพร่องของตนเอง นอกจากน้ันยังอาจใช้ กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process) ในการแสวงหาเครือข่ายเพื่อพัฒนา องค์ความรู้ร่วมกัน จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากบุคคลหรือหน่วยงานที่ประสบความส�ำเร็จ รวมถึง การสร้างบทบาทสมมุติเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ อีกท้ังส่งเสริมให้ผู้ที่มีความเช่ียวชาญลงไปเป็นโค้ชกับครูผู้ดูแล เดก็ ในพืน้ ที่ เพ่อื ทจ่ี ะเสนอแนวทางการแกไ้ ขและผทู้ ีเ่ รียนรกู้ ็สามารถซักถามขอคำ� ปรึกษาอย่างใกลช้ ดิ อภปิ รายผล 1. การศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถ่ินเพื่อเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนพบว่า องคป์ ระกอบสมรรถนะประกอบดว้ ย 3 สมรรถนะหลัก 12 สมรรถนะรอง และ 60 สมรรถนะย่อย ซึ่งจะเห็นได้ว่าองค์ประกอบที่เก่ียวข้องกับวิชาชีพครูจะเป็นองค์ประกอบที่ส�ำคัญในการวัด สมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ สงั กัดกรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถิ่นเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซยี น เชน่ สมรรถนะด้าน ความรู้เก่ียวกับมาตรฐานวิชาชีพครู ซึ่งผลการวิจัยพบว่า มีค่าน�้ำหนักองค์ประกอบสูงที่สุด ผลการวิจัย แสดงใหเ้ หน็ วา่ การพฒั นาสมรรถนะครเู ปน็ กระบวนทเ่ี กดิ จากการพฒั นาวชิ าชพี ครอู ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ควบคกู่ นั ทงั้ ใน ดา้ นความรู้ ทกั ษะ และคณุ ลกั ษณะ ดงั ที่ McClelland (1973) ไดก้ ลา่ วถงึ สมรรถนะทเ่ี ปน็ คณุ ลกั ษณะภายใน ของบุคคลที่ประกอบไปด้วยสิ่งท่ีแสดงออกเป็นพฤติกรรม การพัฒนาสมรรถนะจึงต้องอยู่บนฐานความรู้ การปฎบิ ตั อิ ยา่ งสมำ�่ เสมอจนเกดิ เปน็ ทกั ษะความเชยี่ วชาญและหลอ่ หลอมเจตคติ ความเชอื่ จากการปฎบิ ตั วิ ชิ าชพี จนเป็นคุณลักษณะภายใน นอกจากน้ัน ผลการศึกษาการพัฒนารูปแบบสมรรถนะที่จ�ำเป็นสําหรับครูใน ปที ่ี 16 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2563 37
สถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของ Parkpoom (2013) ยังให้ผลการวิจัยท่ี สอดคลอ้ งกนั กลา่ วคือ การพฒั นารปู แบบสมรรถนะทจี่ �ำเปน็ ส�ำหรบั ครใู นสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐาน เพอ่ื รองรบั การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนประกอบด้วยสมรรถนะด้านความรู้ สมรรถนะด้านทักษะ และสมรรถนะ ด้านคุณลกั ษณะ นอกจากนัน้ ยังพบวา่ ผลวจิ ยั ดังกลา่ วสอดคล้องกบั การวเิ คราะหอ์ งคประกอบสมรรถนะของ ครผู สู อนตามแนวสะเตม็ ศกึ ษา สงั กดั สาํ นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา มธั ยมศกึ ษา เขต 19 ของ Kraipol, Ardkaew and Srijumnong (2018) ที่ศึกษาพบว่า องคประกอบสมรรถนะของครูผูสอนตามแนวสะเต็มศึกษา มี 3 องคป ระกอบ คือ ดานความรู ดานทักษะ และดา นคุณลกั ษณะ มีคา น�ำ้ หนกั องคประกอบคอื 0.26, 0.27 และ 0.28 ตามลาํ ดบั ดังน้ันในการวัดสมรรถนะครูจงึ ควรวัดจากทั้ง 3 องคป์ ระกอบดังกล่าว 2. การประเมินความต้องการจําเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริม การปกครองท้องถ่นิ เพอ่ื เขา้ สู่ประชาคมอาเซียน พบวา่ สมรรถนะครูผูด้ ูแลเดก็ สงั กัดกรมสง่ เสริมการปกครอง ทอ้ งถิ่นดา้ นความรเู้ กยี่ วกับอาชีพทเ่ี ป็นความเชย่ี วชาญของประเทศในกลุ่มอาเซยี น มคี วามต้องการจ�ำเปน็ ใน การพฒั นาลำ� ดบั แรก เหตผุ ลอาจเกดิ จากครผู ดู้ แู ลเดก็ ยงั ขาดความรใู้ นเรอื่ งอาเซยี น ประกอบกบั นโยบายของรฐั บาล ทต่ี อ้ งการสนบั สนนุ ใหค้ รมู คี วามรเู้ กยี่ วกบั การประชาคมอาเซยี น จงึ มคี วามจำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งสง่ เสรมิ และพฒั นา ครผู ดู้ ูแลเดก็ ใหม้ คี วามรู้เก่ยี วกับอาเซยี นทงั้ ดา้ นการเมอื งและความมน่ั คง ดา้ นเศรษฐกิจ ด้านสงั คมวฒั นธรรม ตลอดจนสง่ เสรมิ ความรเู้ กยี่ วกบั อาชพี ทเ่ี ปน็ ความเชย่ี วชาญของกลมุ่ ประเทศอาเซยี นใหค้ รไู ดร้ บั ทราบมากขนึ้ ในขณะทค่ี วามตอ้ งการจำ� เปน็ เกย่ี วกบั ความรดู้ า้ นการสง่ เสรมิ พฒั นาการของเดก็ ปฐมวยั 4 ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ สงั คม และสตปิ ญั ญา เปน็ สมรรถนะทค่ี รผู ดู้ แู ลเดก็ มคี วามตอ้ งการจำ� เปน็ ในการพฒั นาลำ� ดบั ทา้ ยสดุ เนอื่ งจาก สภาพจริงในปจั จบุ นั ครูผ้ดู แู ลเดก็ ส่วนใหญ่ไดร้ ับการพัฒนาให้มีความรู้ในด้านการสง่ เสรมิ พฒั นาการของเด็ก ปฐมวัยทั้ง 4 ด้านทัง้ จากการเรียน การอบรม และการทำ� งานในศูนย์พัฒนาเดก็ เล็กอยา่ งตอ่ เนอ่ื งอยู่แลว้ จงึ มี ผลต่างระหว่างสภาพท่ีเป็นจริงและสภาพท่ีคาดหวังน้อย สอดคล้องกับบทความวิชาการของ Bunjongjit, Wongwanich and Khemtong (2015) ซึง่ ท�ำการศกึ ษาสมรรถนะและความตอ้ งการสมรรถนะที่จำ� เป็นต่อ การเตรยี มความพรอ้ มของการกา้ วเขา้ สปู่ ระชาคมอาเซยี นของครปู ระเภทวชิ าบรหิ ารธรุ กจิ วทิ ยาลยั เทคโนโลยี หมบู่ า้ นครู กรงุ เทพมหานคร ทพ่ี บวา่ สมรรถนะดา้ นความรขู้ องครทู สี่ ำ� คญั คอื ความรเู้ กย่ี วกบั วธิ กี ารจดั กจิ กรรม ท่ีเตรียมความพร้อมของนักเรียนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียน ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ เช้ือชาติ ศาสนา การเป็นพลเมืองอาเซียน ครูและบุคลากรทาง การศึกษา ซึง่ เป็นความรทู้ ีค่ รมู ีความต้องการพัฒนาในระดับมากทสี่ ดุ เมื่อพิจารณาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อเข้าสู่ประชาคม อาเซยี นด้านทักษะ ผลการวิจยั พบวา่ การใช้ภาษาและการสอ่ื สารโดยใช้ภาษาองั กฤษ มีความต้องการจ�ำเป็น ในการพัฒนาล�ำดับแรก เพราะครูผู้ดูแลเด็กส่วนใหญ่เห็นว่าตนเองยังขาดทักษะภาษาอังกฤษ อาจเกิดจาก การมีทัศนคติที่มองว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยาก จึงขาดการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างจริงจังจึงเป็นผลให้ทักษะ การใชภ้ าษาองั กฤษอยใู่ นระดบั ปานกลางถงึ ตำ�่ สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ Kulrattanarak and Chaiyoopatham (2017) ทศ่ี กึ ษา แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสาขาวชิ าครศุ าสตร์/ศึกษาศาสตร์ตามกรอบสมรรถนะของครใู น เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในศตวรรษท่ี 21 พบว่า นักศึกษาครูมีความต้องการจ�ำเป็นในการพัฒนาภาษา ตา่ งประเทศเพอื่ การสอื่ สารมากเปน็ ลำ� ดบั ตน้ ๆ นอกจากนนั้ เมอ่ื พจิ ารณาสมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ สงั กดั กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถน่ิ เพอ่ื เข้าสปู่ ระชาคมอาเซียนด้านคุณลักษณะ ผลการวิจัยพบว่า การมีสว่ นร่วมรับผิดชอบ 38 บัณฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต
ต่อประชาคมอาเซียนเป็นความต้องการจ�ำเป็นในล�ำดับแรก เพราะครูผู้ดูแลส่วนใหญ่มีความเข้าใจในเรื่อง เกี่ยวกับความตระหนักเรื่องของความรับผิดชอบในการประชาคมอาเซียนน้อย สอดคล้องกับการวิจัยของ Thongprayoon (2015) ที่ท�ำการศึกษาคุณลักษณะบัณฑิตไทยท่ีพึงประสงค์ในบริบทอาเซียน ซึ่งพบว่า คุณลักษณะบัณฑิตไทยที่พึงประสงค์ในบริบทอาเซียนประกอบด้วย ลักษณะภายในทางความคิด คือ เปน็ ผมู้ คี วามรเู้ ทา่ ทนั รอบรขู้ า่ วสารอาเซยี น เขา้ ใจความแตกตา่ งระหวา่ งประเทศไทยกบั อาเซยี นในดา้ นสงั คม เศรษฐกิจ การเมือง ศาสนา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และกฎระเบียบ รู้ข้อดีและข้อด้อยของไทย ในการเขา้ สู่อาเซยี น และปฏิบัตติ นเปน็ พลเมอื งอาเซียนที่ดี 3. แนวทางในการพัฒนาสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นสอดคล้องว่าแนวทางในการพัฒนาครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริม การปกครองท้องถ่ินเพ่ือเข้าสู่ประชาคมอาเซียนคือการศึกษาพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านแพลตฟอร์ม การเรยี นรทู้ หี่ ลากหลาย ศกึ ษาความรโู้ ดยผา่ นทางสอ่ื ออนไลน์ เรยี นรพู้ ฒั นาตนเองดว้ ยการปฏบิ ตั ิ และวเิ คราะห์ ตนเองเพื่อปรบั ปรุงแก้ไขข้อบกพรอ่ ง นอกจากน้ีอาจอาศยั กระบวนการจดั การความรู้ การแสวงหาเครอื ขา่ ย เพ่ือพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน จัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากบุคคลหรือหน่วยงานที่ประสบความส�ำเร็จ การสร้างบทบาทสมมุติเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ท้ังน้ันหน่วยงานต้นสังกัดอาจส่งเสริมให้ผู้ที่มี ความเช่ียวชาญลงไปเป็นพี่เล้ียงให้กับครูผู้ดูแลเด็กในพื้นท่ี เพื่อท่ีจะเสนอแนวทางการแก้ไขและผู้ที่เรียนรู้ กส็ ามารถซกั ถามใหค้ ำ� ปรกึ ษาอยา่ งใกลช้ ดิ สอดคลอ้ งกบั การวจิ ยั ของ Jomjantakarn and Chaemchoy (2018) ซ่ึงท�ำการศึกษาการพัฒนาสมรรถนะครูมัธยมศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน พบว่าการพัฒนาสมรรถนะครู มัธยมศึกษาสู่ประชาคมอาเซียนมีวิธีการที่เหมาะสม 6 วิธีการได้แก่ การสร้างเครือข่าย การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและนวัตกรรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็น ฐาน และการคิดสร้างสรรค์คิดวิจารณญาณ ดังนั้นหน่วยงานต้นสังกัดและผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวกับการบริหาร สมรรถนะครูผู้ดูแลเด็ก จึงควรให้ความส�ำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของครูผู้ดูแลเด็ก อย่างต่อเนอื่ ง ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการน�ำผลการวิจยั ไปใช้ 1. องค์การบริหารส่วนต�ำบลและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของครู ผู้ดูแลเด็ก และสถาบันอุดมศึกษาท่ีจัดการเรียนการสอนให้กับครูผู้ดูแลเด็ก สามารถน�ำผลการศึกษา องค์ประกอบสมรรถนะครูผู้ดูแลเด็กสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและผลการประเมินความต้องการ จำ� เปน็ มาวางแผนพัฒนาบคุ ลากรครูผู้ดูแลเด็กให้มีสมรรถนะการปฎิบตั งิ านท่ีพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2. การพฒั นาสมรรถนะครผู ้ดู แู ลเดก็ เปน็ กระบวนการทต่ี อ้ งทำ� อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยเฉพาะการสง่ เสรมิ ใหค้ รูผู้ดแู ลเด็กเกิดการเรยี นรตู้ ลอดชีวติ (Lifelong Learning) โดยเฉพาะในดา้ นมาตรฐานวชิ าชพี ครู การใช้ ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร การแสวงหาความรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการพัฒนาความเป็นครู ซ่ึงเป็นผลจากการวิเคราะห์องค์ประกอบและเป็นความต้องการจ�ำเป็นในปัจจุบันของครูผู้ดูแลเด็ก ดังน้ัน ปีที่ 16 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 39
หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องจึงควรพัฒนาระบบส่งเสริมการเรียนรู้ส�ำหรับครูผู้ดูแลเด็กให้มีความหลากหลายโดย ผสมผสานด้านเนื้อหาในประเด็นท่ีกล่าวมา ตลอดจนแสวงหาวิธีการ เครื่องมือ สิ่งอ�ำนวยความสะดวก ทจี่ ะน�ำมาใชใ้ นการแสวงหาความรู้ เพ่ือครูจะไดเ้ กิดการพฒั นาสมรรถนะอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ขอ้ เสนอแนะส�ำหรับการวิจัยครง้ั ตอ่ ไป 1. ควรมกี ารศกึ ษาจากสมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ ทงั้ 3 ดา้ น ไดแ้ ก่ สมรรถนะดา้ นความรู้ สมรรถนะดา้ น ทักษะ และสมรรถนะด้านคุณลักษณะ โดยท�ำการวิเคราะห์ว่าสมรรถนะใดเป็นสมรรถนะหลัก (Core Competency) และสมรรถนะใดเปน็ สมรรถนะประจำ� สายงาน (Functional Competency) เพ่ือหน่วยงาน ท่ีเก่ียวข้องจะได้น�ำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาและประเมินผลการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและครอบคลุม สมรรถนะทสี่ �ำคญั 2. ควรนำ� แนวทางการพฒั นาสมรรถนะทผี่ เู้ ชย่ี วชาญไดเ้ สนอไว้ ไปพฒั นาเปน็ โปรแกรมหรอื หลกั สตู ร การพฒั นาสมรรถนะครผู ดู้ แู ลเดก็ โดยทดลองนำ� ไปปฏบิ ตั แิ ลว้ ศกึ ษาผลทเ่ี กดิ ขน้ึ อยา่ งเปน็ ระบบ เพอ่ื ตรวจสอบ ว่าวธิ ีการใดเปน็ วิธกี ารทไ่ี ด้ผลดี (Good Practices) ในการพัฒนาสมรรถนะครูผูด้ ูแลเดก็ ในแต่ละด้าน เอกสารอ้างอิง กมลชนก ภาคภูมิ. (2556). การพฒั นารปู แบบสมรรถนะท่ีจำ� เปน็ สาํ หรับครูในสถานศึกษาขน้ั พ้นื ฐานเพ่ือ รองรบั การกา้ วสปู่ ระชาคมอาเซยี น. วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาปรชั ญาดษุ ฎบี ณั ฑติ สาขาวชิ าพฒั นศกึ ษา ภาควชิ าพ้ืนฐานทางการศกึ ษา บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร. กรมสง่ เสริมการปกครองท้องถนิ่ กระทรวงมหาดไทย. (2560). มาตรฐานการด�ำเนนิ งานศูนยพ์ ฒั นาเดก็ เล็ก ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ประจำ� ปงี บประมาณ พ.ศ. 2559. [Online]. Available: http:// www.dla.go.th/upload/ebook/column/2017/4/2199_5930.pdf [2560, กรกฎาคม 20]. จันทนา ทองประยรู . (2558). คณุ ลักษณะบณั ฑิตไทยท่พี ึงประสงค์ในบรบิ ทอาเซยี น. วารสารมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธริ าช, 5 (1): 91-110. จุฬาลกั ษณ ไกรพล, จุไรรตั น อาจแกว และจฑุ ามาส ศรจี าํ นงค์. (2561). การวเิ คราะหองคประกอบสมรรถนะ ของครูผูสอนตามแนวสะเต็มศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 19. วารสารมนษุ ยศาสตรและสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั พะเยา, 6 (2): 29-44. เพียงพศิ บรรจงจิตต์, เมธินี วงศ์วานิช รมั ภกาภรณ์ และพนิต เข็มทอง. (2558). สมรรถนะและความตอ้ งการ สมรรถนะท่ีจ�ำเป็นต่อการเตรียมความพร้อมของการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของครูประเภท วิชาบริหารธุรกิจวิทยาลัยเทคโนโลยีหมู่บ้านครูกรุงเทพมหานคร สังกัดส�ำนักงานคณะกรรมการ สง่ เสรมิ การศกึ ษาเอกชน (สช.). วารสารศึกษาศาสตรป์ รทิ ศั น์ มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, 30 (3): 150-157. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (2557). สำ� นักงานกลางโครงการความรว่ มมือทางวชิ าการ. โครงการความรว่ มมอื ในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระหว่างกรมส่งเสริม การปกครองท้องถ่ิน กบั มหาวิทยาลยั สวนดุสิต. 40 บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ
มัลลิกา จอมจันทรกานต์ และสุกัญญา แช่มช้อย. (2561). การพัฒนาสมรรถนะครูมัธยมศึกษาสู่ประชาคม อาเซยี น. วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลยั ฟารอ์ สี เทอรน์ , 12 (4): 67-81. ราชกิจจานุเบกษา. (2556). ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556. (4 ตุลาคม 2556). เล่ม 130 ตอนพเิ ศษ 130 ง. ราชกจิ จานเุ บกษา. (2561). ข้อบงั คับครุ สุ ภาว่าดว้ ยมาตรฐานวิชาชพี (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2561. (4 ตุลาคม 2561). เล่ม 135 ตอนพิเศษ 247 ง. ราชกิจจานุเบกษา. (2562). ขอ้ บังคับครุ สุ ภาว่าดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพ (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2562. (20 มีนาคม 2562). เล่ม 136 ตอนพเิ ศษ 68 ง. ลขิ ิตกุล กุลรัตนรักษ์ และอจั ฉรา ไชยูปถมั ภ.์ (2560). แนวทางการพฒั นาหลักสูตรสาขาวิชาครศุ าสตร/์ ศึกษา ศาสตร์ตามกรอบสมรรถนะของครใู นเอเซยี ตะวันออกเฉยี งใตใ้ นศตวรรษที่ 21. วารสารคุรุศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , 44 (3): 176-193. ส�ำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ ส�ำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2552). กรอบสมรรถนะของครูแห่ง เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตใ้ นศตวรรษท่ี 21. [Online]. Available: https: //www.moe.go.th/ moe/ upload/news2/FileUpload/13037-7931.pdf. [2559, กรกฎาคม 4]. ส�ำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2554). รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่อง มาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษา ปฐมวัย. กรงุ เทพฯ: ส�ำนักงานเลขาธิการครุ ุสภา. ส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 (พิมพ์ครั้งท่ี 1). กรุงเทพฯ: พรกิ หวานกราฟฟิค. สวุ มิ ล วอ่ งวาณชิ . (2558). การวจิ ยั ประเมนิ ความต้องการจ�ำเป็น (พมิ พค์ รัง้ ที่ 3). กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั . Reference McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for “intelligence.”. American Psychologist, 28: 1-14. Translated Thai References Bunjongjit, P., Wongwanich, M. R. and Khemtong, P. (2015). Competencies and Needed Competencies for ASEAN Community Preparation of Business Teachers in Mubankru Technological College in Bangkok under Office of the Private Education Commission. Kasetsart Educational Review, 30 (3): 150-157. (in Thai) ปีท่ี 16 ฉบับท่ี 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 41
Bureau of International Cooperation Office of the Permanent Secretary Ministry of Education. (2009). Southeast Asia Teachers Competency Framework. [Online]. Available: https://www.moe.go.th/moe/upload/news2/FileUpload/13037-7931.pdf. [2016, July 20]. (in Thai) Department of Local Administration, Ministry of the Interior. (2017). Standards of Child Development Center of Local Administrative Organization Operations. B.E. 2016. [Online]. Available: http://www.dla.go.th/upload/ebook/column/ 2017/4/2199_5930.pdf [2017, July 20]. (In Thai) Jomjantakarn, M. and Chaemchoy, S. (2018). The Competency Development of Secondary School Teachers for ASEAN Community. FEU Academic Review, 12 (4): 67-81. (in Thai) Kraipol, J., Ardkaew, J., and Srijumnong, J. (2018). Factor analysis of STEM education teacher competencies under the secondary educational service area office 19. Journal of Humanities and Social Sciences University of Phayao, 6 (2): 29-44. (in Thai) Kulrattanarak, L. and Chaiyoopatham, A. (2017). Proposed Guidelines for Development of a Teacher Education Curriculum Based on the Competency Framework for Southeast Asian Teachers of the 21st Century. Journal of Education Studies, Chulalongkorn University, 44 (3): 176-193. (in Thai) Office of the Education Council. (2017). National Education Plan 2017-2036 (1st edition). Bangkok: Prigwhan Graphics Company limited. (in Thai) Parkpoom, K. (2013). The development of the essential competency model for teachers in basic education schools to prepare for ASEAN Community. Thesis Ph.D., Silapakorn University. (in Thai) Royal Thai Government Gazette. (2013). Regulations governing teachers’professional standards. B.E. 2013. (October 4, 2013). Vol.130, issue 130D. (in Thai) Royal Thai Government Gazette. (2018). Regulations governing teachers’ professional standards. B.E. 2018. (October 4, 2018). Vol.135, issue 247D. (in Thai) Royal Thai Government Gazette. (2019). Regulations governing teachers’ professional standards. B.E. 2019. (March 20, 2019). Vol.136, issue 68D. (in Thai) Suan Dusit University. (2014). Central Office for Academic Cooperation Project. The academic cooperation project between the Department of Local Administration and Suan Dusit University. (in Thai) The Teachers’ Council of Thailand. (2011). Early childhood teachers’ professional standards. (Research Report). Bangkok: The Teachers’ Council of Thailand. (In Thai) 42 บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
Thongprayoon, C. (2015). Challenges for Thai qualifications framework in distance education and ASEAN context. STOU Journal, 5 (1): 91-110. (in Thai) Wongwanich, S. (2015). Needs assessment research (3rd ed.). Bangkok: Chulalongkorn University Printing. (in Thai) คณะผเู้ ขยี น นางสาววชริ าภรณ์ สมุ่ เขม็ ทอง บัณฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชริ าลงกรณ เลขที่ 145/9 ถนนสโุ ขทยั เขตดสุ ติ กรงุ เทพมหานคร 10300 e-mail: [email protected] ดร. ภิรดี วชั รสนิ ธุ์ อาจารย์ประจ�ำหลักสูตรการวิจัยและประเมนิ ทางการศึกษา บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ 145/9 ถนนสโุ ขทัย เขตดสุ ิต กรงุ เทพมหานคร 10300 ปีท่ี 16 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2563 43
ความตระหนกั รถู้ งึ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของพนกั งาน บรษิ ทั เอม็ .เอส. เฟรสิ ท์ เอน็ เตอรไ์ พรส์ จำ� กดั Awareness of Safety and Occupational Health of Employees of M.S. First Enterprise Company Limited กมลทิพย์ เสงี่ยมชื่น* และสุรมงคล นม่ิ จติ ต์ คณะบริหารธรุ กจิ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี Kamontip Sangiamchuen* and Suramongkol Nimchit Faculty of Business Administration, Rajamangala University of Technology Thanyaburi Received: November 7, 2019 Revised: January 2, 2020 Accepted: February 17, 2020 บทคดั ยอ่ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพ่ือเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลท่ีมีต่อพฤติกรรมด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัยของพนักงาน 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประสบการณ์ด้านความปลอดภัยท่ีมีต่อพฤติกรรม ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงาน และ 3) เพ่ือศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความตระหนักรู้ กับพฤติกรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงาน ประชากรของการวิจัยครั้งนี้เป็นพนักงาน ฝ่ายผลิตและฝ่ายคลังสินค้า บริษัท เอ็ม.เอส.เฟริสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จ�ำกัด ท้ังหมดจ�ำนวน 100 คน ใชแ้ บบสอบถามในการรวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะหข์ อ้ มลู ดว้ ย ความถ่ี รอ้ ยละ คา่ เฉลย่ี คา่ สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบ และสถิติทดสอบเอฟ และค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์เพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า พนักงาน ฝา่ ยผลิตและฝ่ายคลงั สินค้าส่วนใหญ่เปน็ เพศหญงิ มสี ถานภาพสมรส ยังไม่มบี ตุ ร มอี ายุอยู่ระหวา่ ง 31-40 ปี มกี ารศึกษาในระดบั มธั ยมต้น มีประสบการณท์ �ำงาน 3-5 ปี มีอายุการท�ำงาน 5 ปีข้ึนไป เคยผา่ นการเข้าฝึก อบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการท�ำงาน และไม่เคยประสบอุบัติเหตุจากการท�ำงาน ผลการทดสอบ สมมุติฐานพบว่า พนักงานท่ีมี เพศ สถานภาพ สังกัดฝ่าย และประวัติการประสบอุบัติเหตุจากการท�ำงาน แตกต่างกัน มีพฤติกรรมด้านความปลอดภัยไม่แตกต่างกัน ท่ีระดับนัยส�ำคัญ .05 และความตระหนักรู้กับ พฤติกรรมด้านความปลอดภัยมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกัน แต่อยู่ในระดับปานกลางและค่อนข้างต่�ำ ที่ระดับนยั สำ� คญั ท่ี .05 ค�ำสำ� คัญ: ความตระหนักรู้ ความปลอดภยั และอาชวี อนามัย พฤติกรรมด้านความปลอดภัย * กมลทิพย์ เสง่ียมชืน่ (Corresponding Author) ปีที่ 16 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 45 e-mail: [email protected]
Abstract The purposes of this research were 1) to compare the safety and occupational health behavior of employees with different demographic factors 2) to compare the safety experience with safety and occupational health behavior of employees and 3) to study the relationship between safety and occupational health behavior of employees and their awareness. The population of this study was one-hundred staffs from production and warehouse departments of MS First Enterprise Company Limited. The questionnaire was used for data collection. The data analysis were frequency, percentage, mean, standard deviation, t-test, F-test, and Pearson correlation coefficient. The study indicated that most of the samples were female, married, with no children and aged between 31-40 years old. Their level of education was Junior high school and most of them had 3-5 years of work experience. Those with over 5 years of work experience received the training on work safety and had not encountered accidents at work. The results of hypotheses testing revealed that the employees with difference in genders, marital status, departments and experiences of work-related accidents had indifferent safety and occupational health behavior at the significance level of .05. The awareness and safety behavior were also related in the same direction; however, it was at the medium to low level at the significance level of .05. Keywords: Awareness, Safety and Occupational Health, Safety Behavior บทนำ� การเกิดอุบัติเหตุกับการประกอบอาชีพน้ัน โดยท่ัวไปมักจะมีสาเหตุน�ำมาจากความผิดพลาดของ การบรหิ ารจดั การและมสี ภาวะทางรา่ งกายและจติ ใจของพนกั งานทไ่ี มเ่ หมาะสม แลว้ กอ่ ใหเ้ กดิ สาเหตทุ างตรง คอื การปฏบิ ตั งิ านอยา่ งไมป่ ลอดภยั ซง่ึ อนั ตรายทเี่ กดิ ขน้ึ นนั้ อาจเกดิ จากการไมส่ วมใสอ่ ปุ กรณป์ อ้ งกนั สว่ นบคุ คล ของพนักงาน เชน่ การสญู เสยี การได้ยิน จากการไมใ่ ช้ทอี่ ดุ หแู ละอยู่ในบรเิ วณทม่ี ีเสยี งดังเกนิ 85 เดซิเบล เปน็ เวลานาน การบาดเจ็บบริเวณดวงตาและใบหน้าจากการไม่สวมใส่แว่นตาป้องกันและผ้าปิดปากและจมูก ขณะปฏิบัติงานกับสารเคมี และการบาดเจ็บที่บริเวณเท้าจากการกระแทกเพราะไม่ได้สวมใส่รองเท้าป้องกัน (Safety Shoe) เป็นตน้ นอกจากนี้ ผลของการเกิดอุบัตเิ หตุ ยงั กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสียหายต่อชวี ติ และทรัพยส์ ิน ทง้ั ขององคก์ ารและของตวั พนกั งานเอง ดงั นน้ั การทพี่ นกั งานปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความตระหนกั รถู้ งึ ความปลอดภยั ว่าการท�ำงานนัน้ มคี วามเส่ียงและมีผลเสียใด ประกอบกบั การปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บด้านความปลอดภยั อย่าง เครง่ ครดั กจ็ ะสามารถลดอตั รา การเกดิ อบุ ตั เิ หตแุ ละการสญู เสยี จากการทำ� งานไดเ้ ปน็ อยา่ งดี (Kongcharoen, 2014) จากสถติ กิ ารประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ปว่ ยเนอื่ งจากการทำ� งานจำ� แนกตามระดบั ความรนุ แรง ระหวา่ ง ปี 2556-2560 ของ Compensation fund office (2017) พบว่า การประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ป่วย เนื่องจาก การทำ� งานและหยดุ งาน ประเภทตา่ ง ๆ มแี นวโน้มลดลงอยา่ งตอ่ เน่ือง ดงั แสดงในภาพท่ี 1 46 บัณฑติ วิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ
และมีผลเสียใด ประกอบกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถลดอัตรา การเกดิ อุบัตเิ หตุและการสญู เสยี จากการทางานได้เป็นอย่างดี (Kongcharoen, 2014) จากสถิติการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทางานจาแนกตามระดับความรุนแรง ระหว่างปี 2556-2560 ของ Compensation fund office (2017) พบว่า การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เนื่องจาก การทางานและหยดุ งาน ประเภทต่าง ๆ มแี นวโนม้ ลดลงอยา่ งต่อเนือ่ ง ดังแสดงในภาพที่ 1 ภาพท่ี 1ภสาถพิตทกิ่ี 1าสรถปิตริกะาสรบปรอะันสทตบมี่รอาันาทยต: ม่ีรหสาาร�ำย:ือนหสเกัราจอืนง็บเกัาจปงน็บาว่กปนยอ่วกเยองนเทงนอ่ืทนุ่อื นุงงเจเจงงาาินินกกททกกดดาาแรแรททททนานง�ำปางนีปา2นีจ52า5จแ56น�ำ-52แก65ตน-62าก0ม5ตค6าว0ามมครวุนาแมรงรนุปแี 2ร5ง56ป-2ี 2565056-2560 แมแ้กม้รกะระนน้นั ั้นจจาากกรราายยงงาานนสสถถิตติ ิกกิ าารรเเกกิดิดออุบบุ ัตัติเหเิ หตุตในใุ นโรโงรงงางนาตน้ังตแ้งัตแ่ปตี 2่ป5ี 5265ถ5ึง62ถ5ึง602ข5อ6ง0บขริษอัทงบเรอิษ็ม.ัทเอเสอ.เ็มฟ.รเอิสสท.์ เฟเรอิส็นบทเัณต์ เฑออิตรน็ว์ไทิ พเยตราอสลัยร์ จไ์มพาหการัวดสิท์ยซจา่ึงำ�ลดัยกาสดั เวนนซิดนงึุ่สธดิตุรำ� กเิจนในิ ธกรุลกุ่มจิสใุขนภกาลพุ่มแสละขุ คภวาาพมแงาลมะขคอวงาปไมทีท่ีงย1า6กมฉลขบับอบั พทงี่ไบ2ทวเดย่าอื กจนพาลนฤบั ษวพภนาบกคมวา-ร่าสเงิกจหิด�ำาคนอมุบว2ันต5ิเก6ห3าตรุจเกากิด อแนุบกอวัตานั โรเิตนหทร้มาตางยกุจาจานาารกขกเอกกกงาาิดพรรอทนทักาุบ�ำงงัตงาานานิเหนขมอตีแขงนุหอสวรงาโพนือนกัอนม้ งันเกัาพนตง่มิ ากรสนอาูงงยขมทนึ้จีแนุ อานเยกงว่านิ กโงทนาตดรอ่้มแทเเนทพำ� ื่อนงิม่งาสดนูงังขขทอ่ีแึ้นงสอสดย�ำง่าในนงกัภตงาอ่ าพเนนทก่ีอ่ื 2องซงดึง่ทสงันุ วทนเง่แี ทินสาทงดกดงบั ใแนแทนภนวาโนพ้มทกี่ า2รเซกิดึง่ อสุบวัตนเิ ทหตาุหงกรือบั ภาพภทาี่ พ2ทกี่ 2ารกเากริดเกอิดุบอบุตั ัตเิ หิเหตตุใใุ นโรรงงงงาานนปปี 2ี525565-625-620560 ท่มี า:ทม่ีบาร:ิษบทัริษเทั อ็มเอ.ม็เอ.เสอส.เ.ฟเฟรริสสิ ทท์์ เเออ็น็นเตเตอรอไ์ รพ์ไรพสร์ จสา์ กจดั �ำกดั โดยผ้วูแใสจิลอ่ ะยั นปุ เแจกอลา้ รกหะณนจเน์ปจา้าอ้อท้ากกงห่ฝี จกน่านาันยั้นกา้สบนทว่ ุคเั้นน่ีฝคมบลเา่ื่อมุคยรสื่อคบะสลังหคุังเแเวกคกลา่ ตลตงะเพพแดรสฤฤือะดตนตหงิกพิพกรวฤฤรร่าษมตรงภกิกเมาดารกครรือปมมานทฏร2พี่เปิบ5สฤัต6ฏยี่ ิง0ษงิบาตภถนัตอ่ งึาขกิงเคอดาางอืรมนพนนขนาส2ไักองิ5ปหงง6สาาพก0ู่นคานฝมรถ่าักเ2ยงึกง5เผิดดา6ลอ0นอืิตุบนแฝพัตลิเส่บาหะยวิงตพ่าหผุจนาพลาักคกนิตงกมกัาแานงรลา2คทนะล5าจพัง6งาสา0นนินนวักคไพนด้างหเ้บาปโนวดนน็ ง่ึ ่ายปไคมผรลพู้วส่ะังิจวนจสัยมาักินงคาน้า จ�ำนวซน่ึงหในนกึ่งรไะมบ่สววนมกใาสร่อผลุปิตกรพณนัก์ปง้อานงตก้อันงสป่วฏนิบบัติุคงาคนลกับแเคลระื่อแงสจักดรงแพลฤะตมีโิกอรกรามสทสัมี่เสผี่ยัสงกตับ่อสการาเรคนมี�ำจไึงปอสาจู่กจาะรทเกาใิดหอ้เกุบิดัติเหตุ จากกอารุบทัติเำ� หงตาุอนันไดตรเ้ ปายน็ จปารกะกจารำ� ทซางึ่งใานนกแกร่พะบนักวงนากนาไดร้ผเชล่นติ กพานรกัหยงาอนกลต้ออ้ กงันปรฏะบิหตัว่างิ งาปนฏกิบบั ัตเิงคารนอ่ื กงาจรกั กราแรจลัดะวมาโี งอชกิ้นางสานสมั ผสั ไม่เปน็ ระเบียบ เป็นต้น อบุ ัติเหตแุ ดลงัะนพ้ันฤหตากิ กรพรมนทักี่จงะานนาในไปบสรอู่ิษุบัทัตมิเีคหวตาุจมาตกรกะาหรทนาักงราูถ้ นึงลคดวลางมไปดล้ ทอาดใภหัย้ผปแู้วที ลจิ ่ี 1ะยั 6อสฉานบชใับจีวทศอ่ี ึกน2ษาปมราะถัยจึงำ�กปเด็จัจอื ะจนทยัพาทฤษใีม่ หภคี ้สาวคถมาิตม-ิกสสาัมิงรหพาเกคนั มิดธ์2563 47 กบั ความพฤติกรรมด้านความปลอดภัยและอาชวี อนามัยของพนักงานบริษัท เอ็ม.เอส.เฟริสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จากัด เพ่ือนาผลท่ีได้ไปใช้ในการป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทางานของบริษัทและเป็นแนวทางให้แก่
กับสารเคมี จงึ อาจจะทำ� ใหเ้ กดิ อุบัตเิ หตอุ ันตรายจากการทำ� งานแกพ่ นกั งานได้ เชน่ การหยอกล้อกันระหวา่ ง ปฏบิ ตั ิงานการ การจดั วางชน้ิ งาน ไมเ่ ปน็ ระเบยี บ เปน็ ต้น ดังนั้นหากพนักงานในบริษัทมีความตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ก็จะท�ำให้สถิติ การเกดิ อบุ ตั เิ หตแุ ละพฤตกิ รรมทจ่ี ะนำ� ไปสอู่ บุ ตั เิ หตจุ ากการทำ� งานลดลงได้ ทำ� ใหผ้ วู้ จิ ยั สนใจศกึ ษาถงึ ปจั จยั ท่ี มีความสัมพันธ์กับความพฤติกรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของพนักงานบริษัท เอ็ม.เอส.เฟริสท์ เอน็ เตอรไ์ พรส์ จำ� กดั เพอื่ นำ� ผลทไ่ี ดไ้ ปใชใ้ นการปอ้ งกนั และลดอตั ราการเกดิ อบุ ตั เิ หตจุ ากการทำ� งานของบรษิ ทั และเปน็ แนวทางใหแ้ กอ่ งค์การอื่น ๆ ตอ่ ไป วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลที่มีต่อพฤติกรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของ พนกั งานบริษัท เอ็ม.เอส.เฟรสิ ท์ เอ็นเตอรไ์ พรส์ จำ� กัด 2. เพ่ือเปรียบเทียบประสบการณ์ด้านความปลอดภัยที่มีต่อพฤติกรรมด้านความปลอดภัยและ อาชวี อนามัยของพนักงานของบรษิ ัท เอ็ม.เอส.เฟริสท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จ�ำกดั 3. เพอื่ ศกึ ษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความตระหนกั รกู้ บั พฤตกิ รรมดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของพนักงาน บริษทั เอ็ม.เอส.เฟรสิ ท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำ� กัด แนวคดิ ทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้อง ความปลอดภยั หมายถงึ สภาพการทำ� งานซงึ่ ปลอดจากเหตอุ นั จะทำ� ใหเ้ กดิ อบุ ตั เิ หตแุ ละความเจบ็ ปว่ ย หรือโรคจากการท�ำงาน การเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงานอันมีสาเหตุมาจากสภาพแวดล้อมการท�ำงานที่ เป็นอันตราย การเคล่ือนไหวร่างกายในการทำ� งานท่ีไม่เหมาะสม (Kawari, 2018) อาชวี อนามยั หรอื Occupational Health มาจากคำ� 2 ค�ำ คอื อาชีวะหรอื อาชีพ (Occupational) และอนามยั (Health) ซง่ึ งานอาชวี อนามยั เปน็ ศาสตรเ์ กย่ี วกบั การดแู ลสขุ ภาพอนามยั อาชพี ใหม้ คี วามสมบรู ณ์ ท้งั ทางร่างกาย จติ ใจ สังคม ให้มคี วามปลอดภยั จากสิง่ แวดล้อม จากการท�ำงาน (Thetkathuek, 2008) แนวความคิดเกี่ยวกับความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของ Pimnamyen (2010) ได้กล่าวว่า “ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ” เปน็ ศาสตรแ์ ละศลิ ปะทเี่ กยี่ วกบั การปอ้ งกนั สง่ เสรมิ คมุ้ ครองและรกั ษาไว้ เพอื่ ใหผ้ ปู้ ระกอบอาชพี ทกุ อาชพี จะไดม้ สี ภาวะความสมบรู ณท์ ง้ั รา่ งกาย จติ ใจ สงั คม และชวี ติ ความเปน็ อยขู่ อง พนักงานโดยปราศจากภัย อนั ตราย การบาดเจ็บ เสียงดังและการสูญเสยี อนั เน่ืองมาจากการประกอบอาชพี และ Lertwisuthipaibun (2014) ไดก้ ล่าววา่ ความปลอดภัยและอาชวี อนามัย เป็นการดูแลสุขภาพอนามัย ของผปู้ ระกอบอาชพี ซง่ึ รวมถงึ การปอ้ งกนั อนั ตรายและสง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามยั เพอื่ คงไวซ้ ง่ึ สภาพรา่ งกายและ จิตใจท่ีสมบูรณ์ตลอดจนสถานะความเป็นอยู่ที่ดีของผู้ประกอบอาชีพท้ังมวล ส่วน Mengesha Admassu (2006) ได้กลา่ ววา่ ความปลอดภยั และอาชีวอนามัย เปน็ การปอ้ งกนั และสง่ เสรมิ สุขภาพของผูป้ ระกอบอาชพี โดยการกำ� จดั ปจั จัยเสยี่ งทเี่ ปน็ อนั ตรายตอ่ สุขภาพและความปลอดภัยในการท�ำงาน Rongsawat (2011) ได้กลา่ วว่า พฤติกรรม หมายถึง การกระท�ำทุกอยา่ งของมนุษยไ์ ม่วา่ การกระท�ำ นั้นผู้กระท�ำจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าคนอื่นจะสังเกตการกระท�ำน้ันได้หรือไม่ก็ตามและไม่ว่าการกระท�ำนั้น 48 บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ
จะพึงประสงคห์ รือไม่พงึ ประสงคก์ ต็ าม ดังนนั้ การเดนิ การยนื การน่ัง การคิด การตดั สินใจการปฏบิ ตั ติ าม หนา้ ทก่ี ารละทง้ิ หนา้ ทเ่ี ปน็ พฤตกิ รรมทง้ั สนิ้ และ Sakulthaw (2016) ไดก้ ลา่ ววา่ พฤตกิ รรม หมายถงึ การกระทำ� ท่ีเกิดข้ึนได้ท้ังที่ผู้กระท�ำรู้สึกตัวและไม่รู้สึกตัวในขณะที่กระท�ำรวมถึงการกระท�ำท่ีสังเกตได้และสังเกตไม่ได้ ดังน้ัน พฤติกรรม หมายถึง การกระท�ำหรือการแสดงออกของบุคคลภายใต้สถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ทง้ั ทส่ี งั เกตไดโ้ ดยตรงและสงั เกตไมไ่ ดโ้ ดยตรงซงึ่ สามารถใชเ้ ครอ่ื งมอื วดั การแสดงออกได้ และ Simarut (2012) ไดก้ ล่าววา่ พฤตกิ รรม หมายถึง สงิ่ ทบี่ คุ คล กระทำ� แสดงออก ตอบสนอง หรือไดต้ อบสนองต่อส่ิงหนึง่ ส่งิ ใด ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หน่ึง สามารถสังเกตได้อีกท้ังวัดได้ตรงกันด้วยเครื่องมือท่ีเป็นวัตถุวิสัย ไม่ว่า การแสดงออกหรอื การตอบสนองนน้ั จะเกิดขน้ึ ภายในหรอื ภายนอกรา่ งกาย Meepradit (2010) ความตระหนกั รู้ หมายถงึ การแสดงออกถงึ ความรสู้ กึ การรบั รู้ การคดิ ได้ สามารถ มองเหน็ ประโยชนแ์ ละความสำ� คญั โดยการแสดงออกมาในทศิ ทางทตี่ อ้ งการตามประสบการณห์ รอื เปน็ การรบั รู้ ฉุกคิดหรือมีความรู้สึกต่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หน่ึงท่ีจะเกิดขึ้นหรือส�ำนึกถึงบางสิ่งบางอย่างของ ประสบการณค์ วามตระหนักรทู้ ่ีจะเกิดข้ึนเมื่อมเี หตกุ ารณ์ สภาพแวดล้อมในสงั คมหรอื สิง่ เรา้ ต่าง ๆ ท่เี กิดข้ึน จากภายนอกมากระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้และสะท้อนให้เห็นทางพฤติกรรมและ Yaiwong (2007) ความตระหนักรู้ หมายถึง การที่บุคคลฉุกคิดได้หรือเกิดขึ้นในความรู้สึกว่ามีส่วนหน่ึงเหตุการณ์หนึ่งหรือ สถานการณห์ นงึ่ ซงึ่ การรสู้ กึ วา่ การไดฉ้ กุ คดิ ถงึ สง่ิ ใดสงิ่ หนงึ่ เปน็ ความรสู้ กึ ทเี่ กดิ ในสภาวะของจติ ใจและความคดิ แตไ่ ม่ไดห้ มายความวา่ บคุ คลนัน้ สามารถจาํ ได้หรือระลึกไดถ้ งึ ลักษณะบางอย่างของส่งิ น้นั ใด ๆ แนวความคิดเกี่ยวกับความตระหนักรู้ของ Kawphong (2008) ได้กล่าวว่า ความตระหนักรู้เป็น สถานการณ์มผี ลให้เกิดความรู้สกึ การรบั รูม้ งุ่ สู่สภาวะจิตแหง่ ตน คอื ทัศนคติ ความคดิ ความเชอ่ื ความสนใจ และอารมณ์ อนั จะกอ่ ใหเ้ กดิ ความตระหนกั รแู้ ละจติ สาํ นกึ และ Chalermklin (2008) ไดก้ ลา่ ววา่ ความตระหนกั รู้ เปน็ พฤตกิ รรมทแ่ี สดงถงึ ความรบั ผดิ ชอบหรอื เหตกุ ารณใ์ ดเหตกุ ารณห์ นง่ึ เปน็ อารมณค์ วามรสู้ กึ ดา้ นทศั นคติ ค่านิยม ความชอบหรือไม่ชอบดีหรือไม่ดีที่ได้จากการประเมินส่ิงเร้าและ Butsabasri (2012) ได้กล่าวว่า ความตระหนัก หมายถึง การมีความส�ำนึกในบางสิ่งบางอย่างหรือเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงการรับรู้และ พิจารณาใคร่ครวญเหตุการณ์ ประสบการณ์ วัตถุหรือเหตุการณ์ที่ด�ำเนินไปบางอย่าง การใช้ความคิดจดจ่อ เตอื นตนเองไดไ้ ม่ว่าจะอยู่ในสถานการณใ์ ด Chitworakrai (2011) ศกึ ษาความตระหนกั รู้ดา้ นความปลอดภยั ในการทาํ งานของพนกั งาน บรษิ ัท เบสท์ เพอฟอร์ แมนซ์ เอ็นจิเนียริ่ง จํากัด มีวัตถุประสงค์ เพ่ือศึกษาพฤติกรรมและความตระหนักรู้ด้าน ความปลอดภัยในการทํางานของพนักงาน รวมทั้งความคิดเห็นของพนักงานต่อการส่งเสริมความตระหนักรู้ และพฤติกรรมความปลอดภัยในการทาํ งาน เปน็ พนกั งานบรษิ ทั เบสท์ เพอเฟอร์ แมนซ์ เอ็นจเิ นยี รง่ิ จาํ กดั จํานวน 61 คน ใช้แบบสอบถามเปน็ เครือ่ งมือเกบ็ รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะหผ์ ล สถติ ิท่ีใช้ ค่าร้อยละ คา่ เฉล่ยี และเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งตวั แปรโดยกาํ หนดความแตกตา่ ง คา่ เฉลย่ี ตงั้ แต่ 0.15 ขน้ึ ไป ผลการศกึ ษา มีดังน้ี พนกั งานมอี ายุ 26-35 ปี กวา่ ครง่ึ หน่ึงเปน็ โสด ส่วนใหญจ่ บการศึกษาระดบั อนุปริญญา/ปวส. ทํางาน ในตําแหน่งช่างสี/ช่างพ่น ช่างประกอบ ลักษณะเป็นงานประจํา ทํางานวันละ 8 ชั่วโมงในอาคารโรงงาน มอี ายกุ ารทาํ งานนาน 1-5 ปี มรี ายได้ ระหวา่ ง 6,000-10,000 บาท ผทู้ เี่ คยประสบอบุ ตั เิ หตจุ ากการทาํ งานมไี มถ่ งึ 1 ใน 3 ซงึ่ ไมต่ อ้ งหยดุ งานและไมต่ อ้ งพบแพทย์ ในดา้ นพฤตกิ รรมความปลอดภยั ในการทาํ งาน พบวา่ พนกั งาน มีการปฏิบัติเป็นปกติทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือ-เครื่องจักรท่ีถูกต้องตามประเภทของงานท่ี ปีท่ี 16 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 49
อายุ 26-35 ปี กว่าครึ่งหน่ึงเป็นโสด ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับอนุปริญญา/ปวส. ทางานในตาแหน่งช่างสี/ช่างพ่น ชา่ งประกอบ ลกั ษณะเปน็ งานประจา ทางานวันละ 8 ชวั่ โมงในอาคารโรงงาน มีอายุการทางานนาน 1-5 ปี มรี ายได้ ระหว่าง 6,000-10,000 บาท ผู้ท่ีเคยประสบอุบัติเหตุจากการทางานมีไม่ถึง 1 ใน 3 ซึ่งไม่ต้องหยุดงานและไม่ต้อง พบแพทย์ ในด้านพฤติกรรมความปลอดภัยในการทางาน พบว่า พนักงาน มีการปฏิบัติเป็นปกติทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือ-เคร่ืองจักรท่ีถูกต้องตามประเภท ของงานท่ีน่าสนใจมาก คือ พนักงานมีระดับ น่ากสานรใตจรมะาหกนักครือู้ มพากนใักนงกาานรตมรีรวะจดสับอกบาเครตร่ือรงะมหือน-เักครรู้มอื่ างกจใักนรกกาารรตปรฏวิบจัตสติ อาบมเรคะรเ่ือบงียมบือข-เ้อคบรงั ่ือคงบั จักรารวกาางรแปผฏนิบกัตาริตทาามงาน ระเแบลยี ะบกาขรอ้ ปบรงั ับคปบั รกุงาซร่อวมางแแซผมนเคกรา่ือรงทมาํ ืองเาคนรแ่ือลงะจกั ารรลปักรษบั ณประงุขอซอง่ อมุบแัตซิเมหเตคุแรลอ่ื ะงมลัอืกเษคณรอื่ะงกจากัรบราลดกั เษจ็บณมะีคขวอางมอสบุ ัมตั พเิ หันตธ์กุ ับ แลกะาลรักวษางณแผะนกกา่อรบนกาดารเทจ็บางมาีคนวราวมมสทัม้ังชพ่ัวันโธม์งกกับารกทารงาวนามงแีคผวานมกส่อัมนพกันาธร์กทับํากงาารนใช้เรควรม่ืองทมั้งือช-ั่วเคโมร่ืองกงจาักรรทผําิดงปารนะมเภี ท ควเาปม็นสทัม่ีนพ่านั สธัง์กเกบั ตกวา่ารลใักชษ้เคณร่ือะขงมออืงอ-เุบคัตริเอื่ หงตจุทกั ่ีตร้ผอดิงไปมร่ตะ้อเงภหทยุดเปงาน็ นทมน่ี ีค่าสวางั มเกสตัมวพา่ ันลธัก์กษับณกะาขรตอรงะอหุบนตั ักเิ หรตู้ในทุ คีต่ ว้อางมไมป่ตล้อดงภัย หยทดุ กุงดานา้ นมคี วามสมั พนั ธ์กบั การตระหนกั รใู้ นความปลอดภยั ทกุ ดา้ น กรกอรบอแบแนนววคคดิ ดิ ตัวแปรต้นf ตัวแปรตาม 1. ฝ่าย/แผนก ลกั ษณะสว่ นบคุ คล 2. เพศ 5. ระดบั การศึกษา 3. สถานภาพ 6. ประสบการณ์การทางานต้งั แต่เร่ิมต้น 4. อายุ 7. อายกุ ารทางานจากบรษิ ทั ปัจจบุ ัน ความตระ พฤตกิ รรม หนักรูถ้ งึ ความปลอดภัยและอาชวี อนามัยด ด้านความปลอดภยั 1. การตรวจสอบเครอ่ื งมอื -เคร่ืองจกั ร 2. การปฏบิ ตั ติ ามระเบียบข้อบังคบั 3. การวางแผนการทางาน 4น1..วกกวธิาารรจปฝปิตึกรรตับอะ์วบปสรรรไบมกุงกเรซกาอ่(รย่ี 2ณมว5กแท์5ับซ4ามค)งเวดคา้ารมนอื่ ปคงลมวอือาดม-เภปคัยรลใ่อื อนงดกจภาักรยัรทางาน ของพนกั งาน 2. การประสบอบุ ัติเหตจุ ากการทางานของพนกั งาน ภาพภทาพี่ 3ทก่ี 3รอกบรอแบนแวนควดิ คิด สมบมัณตฑิฐิตวาทิ นยากลาัยรมวหิจาวัยิทยาลัยสวนดสุ ติ ปีท่ี 16 ฉบบั ท่ี 2 เดือนพฤษภาคม-สงิ หาคม 2563 1. ปจั จยั สว่ นบคุ คลทแ่ี ตกตา่ งกนั มผี ลตอ่ พฤตกิ รรมดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของพนกั งาน บริษทั เอ็ม.เอส.เฟรสิ ท์ เอน็ เตอรไ์ พรส์ จ�ำกัด ที่แตกตา่ งกัน 2. ประสบการณค์ วามปลอดภยั ทแ่ี ตกตา่ งกนั ทม่ี ผี ลตอ่ พฤตกิ รรมดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของพนกั งาน บรษิ ทั เอ็ม.เอส.เฟรสิ ท์ เอ็นเตอรไ์ พรส์ จ�ำกดั ทีแ่ ตกต่างกัน 3. ความตระหนกั รู้ มีความสมั พนั ธก์ บั พฤติกรรมดา้ นความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของพนักงาน บรษิ ทั เอม็ .เอส.เฟริสท์ เอ็นเตอรไ์ พรส์ จ�ำกดั 50 บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต
ระเบยี บวิธวี ิจยั การศกึ ษาเรอ่ื ง “ความตระหนักรู้ถงึ ความปลอดภัยและอาชวี อนามัยของพนักงาน บริษทั เอม็ .เอส. เฟิรสท์ เอ็นเตอรไ์ พรส์ จ�ำกดั ” เป็นการวจิ ัยเชงิ ปริมาณ (Quantitative Research) โดยใชก้ ารเก็บขอ้ มูลด้วย แบบสอบถาม (Questionnaire) ซงึ่ ผวู้ จิ ยั ไดก้ ำ� หนดแนวทางในการวจิ ยั ตามและระเบยี บวจิ ยั ในดา้ นการกำ� หนด ประชากร การวิจยั การเก็บรวบรวมข้อมลู การจดั ท�ำและวเิ คราะห์ข้อมลู ประชากรที่จะใช้ศกึ ษาวจิ ยั ครั้งนี้ ไดแ้ ก่ พนักงานฝา่ ยผลติ และพนักงานคลงั สินคา้ บริษัท เอม็ .เอส. เฟริ สท์ เอน็ เตอรไ์ พรส์ จ�ำกดั คลอง 9 ลำ� ลกู กา จงั หวดั ปทุมธานี (คลังสนิ คา้ คลอง 9) จำ� นวนทง้ั หมด 100 คน เครอื่ งมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมลู ครั้งนี้ คอื แบบสอบถามท่ผี ่านการออกแบบและทดสอบ คณุ ภาพ ของเครอื่ งมือแล้ว โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. ศกึ ษาแนวคดิ และทฤษฎงี านวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วกบั เรอื่ งความตระหนกั รแู้ ละพฤตกิ รรมความปลอดภยั ซง่ึ พบวา่ มผี วู้ จิ ยั หลายคนใชท้ ฤษฎคี วามเสย่ี ง เปน็ แนวทางในการกำ� หนดขอบเขตเนอื้ หาในการสรา้ งแบบสอบถาม 2. สร้างแบบสอบถามโดยแบ่งขอ้ ค�ำถามออกเปน็ 4 ตอน ดังน้ี ตอนที่ 1 ขอ้ ค�ำถามเก่ียวกบั ลกั ษณะสว่ นบุคคล ประกอบด้วย เพศ อายุ ระดับการศกึ ษาและอายุ การท�ำงาน ข้อค�ำถามเป็นแบบปลายปดิ (Closed ended question) ตอนท่ี 2 ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ประสบการณด์ า้ นความปลอดภยั คอื การฝกึ อบรมเกยี่ วกบั ความปลอดภยั ในการท�ำงาน ประสบการณ์ทเ่ี คยประสบอบุ ัติเหตุจากการท�ำงาน ตอนท่ี 3 ขอ้ คำ� ถามเพอ่ื วดั ความตระหนกั รถู้ งึ ความปลอดภยั และอาชวี อนามยั ของพนกั งานจำ� นวน 11 ข้อ โดยขอ้ คำ� ถามมลี ักษณะเป็นมาตรวัดประมาณคา่ (Rating scale) โดยไดก้ �ำหนดเกณฑ์การวัดเปน็ 3 ระดบั ตอนที่ 4 ข้อคำ� ถามเพอ่ื วัดพฤติกรรมดา้ นความปลอดภยั จ�ำนวน 8 ข้อ โดยขอ้ ค�ำถามมีลักษณะ เปน็ มาตรวดั ประมาณค่า (Rating scale) โดยได้ก�ำหนดเกณฑ์ การวดั เปน็ 5 ระดับ การตรวจสอบคณุ ภาพ โดยผู้เช่ยี วชาญและผทู้ รงคณุ วุฒิ จำ� นวน 3 ท่าน พิจารณาความเทีย่ งตรงของ เนอื้ หาของแบบสอบถาม โดยใชด้ ชั นคี วามสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ คำ� ถามและวตั ถปุ ระสงค์ (The Index of Item Objective Congruence) หรอื คา่ IOC พบวา่ ผเู้ ชย่ี วชาญประเมนิ สงู กวา่ 0.5 ทกุ ขอ้ คำ� ถาม และความเชอ่ื มน่ั ของแบบสอบถามโดยใช้สูตรการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า (Alpha coefficient) ซึ่งพบว่า ค่าความเที่ยง ของแบบสอบถามทีไ่ ด้ เท่ากบั 0.82 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ในการวิจยั คร้งั นีไ้ ด้ด�ำเนินการเกบ็ รวบรวมข้อมูล เพียงครั้งเดยี ว ระหว่างชว่ งเดอื นมีนาคม ปี พ.ศ. 2562 โดยการสง่ แบบสอบถามไปยังพนกั งานฝ่ายผลิตและ พนกั งานคลงั สินคา้ ท้ังหมดของบริษทั เอม็ . เอส. เฟรสิ ท์ เอน็ เตอรไ์ พรส์ จำ� กดั ด้วยตนเอง จำ� นวน 100 ชดุ และรอรบั แบบสอบถามกลบั ด้วยตนเอง วเิ คราะห์ข้อมูลด้วย ความถ่ี ร้อยละ คา่ เฉล่ีย ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t การทดสอบค่า F และค่าสมั ประสิทธิส์ หสัมพนั ธเ์ พียรส์ นั ผลการศึกษา จากการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามท้ังหมดจำ� นวน 100 คน ส่วนใหญ่เป็นพนักงานฝ่ายผลิต ปที ่ี 16 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2563 51
สินค้า จำ� นวน 60 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 60.0 เป็นเพศหญงิ จ�ำนวน 59 คิดเป็นร้อยละ 59.0 มีสถานภาพสมรส จ�ำนวน 55 คน คิดเป็นร้อยละ 55.0 เป็นพนักงานไม่มีบุตร จ�ำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 38.0 มีอายุ อยู่ระหว่าง 31-40 ปี จ�ำนวน 46 คน คิดเปน็ ร้อยละ 46.0 มรี ะดบั การศึกษาในชนั้ มธั ยมตน้ จ�ำนวน 54 คน คคนดิ เคปิดน็ เรปอ้ ็นยรล้อะยล5ะ4.055ม.0ปี รเปะส็นบพกนาักรงณานก์ ไามร่มทีบำ� ุงตารนจตางั้ นแวตนเ่ ร3ม่ิ 8ตน้คทนำ� คงาิดนเป(็นรวรม้อทยลกุ ะสถ3า8น.0ปรมะีอกาอยุบอยกู่ราะรห) 3ว-่า5ง ป3ี1จ-ำ� 4น0วปนี จ4า9นวคนน4ค6ิดคเปน็นคริด้อเยปล็นะร้อ4ย9ล.0ะ 4ม6ีอ.า0ยมุกีราะรดทับ�ำงกาานรกศับึกษบารใิษนัทช้ัน5มัธปยีขมึ้นตไ้นป จจา�ำนนววนน5742คนคนคิดคเิดปเ็นปร็น้อรย้อลยะละ547.02.ม0ี ปมรพี ะนสกับงกาานรเณคย์กผารา่ ทนากงาารนฝตกึ ้ังอแบตร่เมร่ิมเกตย่ี ้นวทกาบั งคานวา(มรปวมลทอุกดสภถยั าในกปารระทกำ�องบากนาจรำ�) น3ว-5นป9ี4จคานวคนดิ 4เป9น็ ครนอ้ ยคลิดะเป9็น4ร.0้อยและ 4ไ9ม.่เ0คยมปีอารยะุกสาบรอทุบาัตงาิเหนตกจุับาบกรกิษาัทรท5ำ� ปงาีขน้ึนไจปำ� นจาวนว6น47ค2นคนคดิ คเิดปเ็นปร็น้อรย้อลยะละ647.20.0 มีพนักงานเคยผ่านการฝึกอบรม เก่ียวกับคเวมาอ่ื มพปจิ ลาอรณดภารัยะใดนบักคารวทามาตงารนะหจนากันรวถู้ นงึ ค9ว4ามคปนลคอิดเภปยั ็นแรล้อะยอลาะชวี 9อ4น.0ามแยั ลขะอไงมพ่เคนยกั ปงารนะฝสา่บยอผุบลัตติ ิเแหลตะุจคาลกงั กสานิ รคทา้าพงาบนวา่จาโนดวยนรว6ม4มครี ะนดคบั ดิ กเปาร็นตรร้อะยหลนะกั 6ร4ใู้ .น0ระดบั ปานกลาง โดยมคี วามตะหนกั รใู้ นระดบั สงู วา่ การใชอ้ ปุ กรณ์ พหกอชปกรลกเปรเคอคคาายฎลบรู้ใ�าำวฏรรงนร่รืาอรอรวดาลุดปบิ งือ่่ือะเร่าปดมับไงเคฏตังงเะปรภฏมปโบแมรมิบติดกด็นัายิบื่ลอียรือือตัาับ็ตยคกใจสเสอตับงกมเิงหมนราือมาคจาาำ�าติดอกวมรรอ่ื รกหาักหกนรราภมยลฎือพะพาอ่ืรกรนรมอ่ามดัยเดรรอนจิบั ทงบัา้อคงขงคีระแใับาจยักพรเ่ีชยพลรนน้ัะวเตรคกัเส่างบฤท่ือาดางณปฤรต่งรางูรงรตมมงี่สยีับกะต่นงอรไชาุดจิกเุดบซรคาาดกียกิรนมสำ� เัรกยก่ึคงรอาะับบปรรียี่คแกรพรทัด็รตดือรยดุ งเส็มนตวาทตท่ีรจนามบัใา่กเารูคง่ยกนัดรปี่ชมะังียกคคมปาังวาะกเก�ำชน็พบงมวซวรราคฏรหารุม่าวาะมาีคกแ่ึงนผเรริบุดนนมยเพมดพป่าาตลง่เหักัตเักตปจกเับปิ่รคมลนปข่งฉงมรรงิะดิ้อลกรอลคกาอัลก็นาู้าะใใองดดั ดานนอวาะี่ยงหนหงกกบุ รคจภปายดรสามอ้นนคาันตตั ะวมะนัยมภทยัจีครกัวอ้ ครเิาชดเแูใ่กจจเหยั่ีวารระสยมวนพว่ับลับัยมะัู้ถาดแตหี่ายทเยระิ่ปมมใสงึกสสลจุกมะนงีส่ปอหคคา่วราาาี่ยะใุเดมักดุานอ้วส้นกคระนควองบั ชเราปงี่กกยาดัใวกญหบาแู้เวีปมกนมลาฏงฉาับาชอุคมตปกานัใรกมาเลริบวี กนนนคย่ัาสบทลงคเาี่ยสอัตาากะกังกลอี่ยากรว�โำนนิงมรมิลงสดาแดงดเาาคาต้อกาัยารีคใาภอมรลยมนนัญนมขยเงรดิ า่จุบะยัมกกเะอสยักเสอัแดกแพีคัิตัดบฉหงุดขาย่ีบุตเัลบวิฤอเพลกกรอวนงห่พะตัากุตบ่ียน็เบ่าาใงมอักตนเิกานิกอักตรกัพหสาตรุใัิดกรกรปยาิเงช่ิงนตนู้เะจหงอารรา่ใูฉขวีฏจุหกากั ันดแนมตุบรออลนิาบานงจใเเุจดรัตนงี่ยกกกนราใััก้งตะาแ้าหิเานนทกดิ็บภหรหกดินงลม้คใ้อาาอู้ใาัวสากบัตคัยะนนวรงพหยบุน่ิงาขุกใปวาาทภรรขสรนนตั มอานาะาว�ำาทอุด้าเิแกมรงสดนไมงพหงาพงวทดาตปาัาบการงตแ่ารพน้คาน่พลสนาลวรจุลกทคัญักบนงูอมาเนอาะา�ำมวงววงกดกงัรกากงาพพ่า่ืา่อับลภนแกามกงาพนบมงกนัยฝจาาราสมักบวีรารนรา่ข้ทงไะา่ะงารดเทยใหอใอ�ำคาชปดคผ้มหำ�ัวคงานร้อบัือฏรลงพรีหด้คื่อวรุปอาพกิติบะเนานงับวนกงปแาฤดัตมมาัก้ารลรรลต็นบัิตืพอสมู้งใงณปงะิกนาลพาเาะนสมคฏครม์เนานรอฤค�กัำาลรริบขดะเตาคครมงื่งัอม้ันัดับตพื่ดอาสกิือัคญงื่อัตบิตแนงนิเบจรวกปพอกมมรารัารกควานกืัมอบ็นบัมบามา้ร่าร พนักงานจทาี่มกีฝก่าายร/เแปผรนียกบเทเพียศบผสลถขาอนงภปาัจพจัยแสล่วะนปบรุคะคสลบแกลาะรพณฤ์กตาิกรรปรรมะดส้าบนอคุบวัตาิมเหปตลุจอาดกภกัยารขทอ�ำงพงานนักแงตากนตพ่างบกวัน่า พปนรัะกสงาบนกทาี่รมณีฝ่าก์ ยา/รแทผ�ำนงากนเพแลศะสอถายานุกาภราทพ�ำงแาลนะไปมรแ่ ะตสกบตกา่ งากรนัณ์กทา่รี ระปดรับะนสัยบสอ�ำุบคัญติเทห่ี ต.0ุจ5ากการทางานแตกต่างกัน ประสบกากรณารก์ วาิจรัยทคารงาั้งนี้ผแู้วลิจะัยอไาดย้ศกุ ึการษทาาองิทานธิผไมล่แขตอกงตปา่ ัจงจกนัยปทรี่ระะชดาับกนรยั ศสาาสคตัญรท์ ่ีม.0ีต5่อพฤติกรรมด้านความปลอดภัย และ อาชกีวาอรนวาิจมัยัยครดั้งังนแ้ีผสู้วดิจังยผไดล้ศกึกาษรศาอึกิทษธาิผตลาขมอตงาปรัจาจงทัยปี่ 1ระชากรศาสตร์ที่มีต่อพฤติกรรมด้านความปลอดภัยและ อาชวี อนามัย ดังแสดงผลการศกึ ษาตามตารางที่ 1 ตตาารราางงทท่ี 1่ี 1เปเปรยีรบียเบทเียทบียคบา่ คเฉ่าลเฉีย่ ลพี่ยฤพตฤิกตรริกมรดรา้มนดคา้ วนาคมวปาลมอปดลภอัยดจภาัยแนจก�ำตแานมกปตจั าจมยั ปสจั่วนจยับสคุ ว่คนลบุคคล ปัจจัยสว่ นบคุ คล การทดสอบ ค่าสถติ ิ ค่า p value แปลผล ฝ่าย/แผนก t 1.955 .053 ไม่มีความแตกตา่ ง เพศ t -1.952 .054 ไม่มีความแตกตา่ ง สถานภาพการสมรส F 0.458 .617 ไมม่ ีความแตกตา่ ง ชว่ งอายุ F 2.960 .036 มคี วามแตกต่าง ระดับการศกึ ษา F 0.049 .999 ไมม่ ีความแตกตา่ ง ประสบการณ์ทางานรวม F 1.327 .270 ไมม่ ีความแตกตา่ ง อายุงานกบั บริษทั t 0.981 .329 ไม่มีความแตกตา่ ง จากตารางท่ี 1 ผลการทดสอบสมมติฐานด้วยค่าสถิติที่ระดับนัยสาคัญทางสถิติ .05 พบว่า โดยภาพรวม พนักงานที่มีฝ่าย/แผนก เพศ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา ประสบการณ์ทางานรวม และอายุงานร่วมกับ 52 บรบัณิษฑัทติ แวิทตยากลตัย่ามหงากวันิทยามลยัีพสฤวนตดิสุกติ รรมด้านความปลอดภัยท่ีไม่แตกต่างกัน แต่พนักงานที่มีช่วงอายุแตกต่างกันจะมี พฤติกรรมแตกต่างกนั และสามารถแสดงความแตกตา่ งรายคไู่ ดด้ ังตารางท่ี 2
จากตารางท่ี 1 ผลการทดสอบสมมตฐิ านดว้ ยคา่ สถติ ทิ รี่ ะดบั นยั สำ� คญั ทางสถติ ิ .05 พบวา่ โดยภาพรวม พนักงานที่มีฝ่าย/แผนก เพศ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา ประสบการณ์ท�ำงานรวม และอายุงาน รว่ มกบั บรษิ ทั แตกตา่ งกนั มพี ฤตกิ รรมดา้ นความปลอดภยั ทไี่ มแ่ ตกตา่ งกนั แตพ่ นกั งานทมี่ ชี ว่ งอายแุ ตกตา่ งกนั จะมีพฤติกรรมแตกตา่ งกัน และสามารถแสดงความแตกตา่ งรายคูไ่ ดด้ ังตารางที่ 2 ตตาราารงาทงี่ท2่ี 2กากราเปรรเปียรบยี เทบยี เทบยีพบฤตพิกฤรตริกมรดรา้ มนดคา้วนามคปวลามอดปภลยัอขดอภงยัพขนอักงงพานนกั จงาาแนนกจตำ� าแมนอกาตยาุ มอายุ 50 ปีข้นึ ไป ตาราพงตพทฤรา่ ฤี่ตระก2ตะิกดวิกกดร่าับรราับอ2รมรอา1มเดายปดา้ยปุร้านุียี นคบควเทวาามียมบปปพลลอฤอตดM4ดMิกภe.ภ0รัยeaร0ยั anมnด้านควตาตม่าา่ปกก4วล4ว.า่อ-0.า่ ด0020ภ21ัย1ปขปีอีงพน2ัก2103ง1-.า31.3-8น.43085605จปาปี แี นกต3า3ม1031-อ.30.4-9า.4909ย0500ุ ปปี ี 5(((000(((00000003...000...0003...467.ป...000-2010674.8052ีข10059658507305569***ึน้ 370)))***ไ)))ป ต2่า1ก-ว3า่02ป1ี ปี 34.8.050 - 0.146 -00.0.05915 - - 3211-4-300ปปี ี 33.9.805 -- -0.051 5031ป-ีข4นึ้ 0ไปปี 33.2.950 -- -- - - - -- 5จจ0าากปกตขีตา้ึนราไารปงาทงี่ท2ี่ ผ2ลกผาลรกทาดร3สท.2อด5บสรอาบยครดู่าย้วยควู่ดิธ้วีกยา-วริธขีกอางรLขSอDงทL่รี SะDด-ับทนัยี่รสะาดคับญั นทัยาสง�ำส-คถัญติ ิที่า.0ง5สถพิตบิทว่ีา.พ0-น5ักงพาบนวท่าี ทไพพมอผมมพผไอพดโพตพแลาีอี่รนนมดม่ลาียอนนะล่�า้ำตานนักักม่ยยแีปุตานดกยกัั่ะกางงกััก2ปีุรยต่รางุับวางาคงไ21งง5วรขงะุมานากน่าน1วา-า5ข0ะมนสอน3่มตท-นายัน0สอพ3บนงจท02ปมา่ีป่ีมสจทพบคงจจ0พาบปก1อ้ม่ีงีปอีาขรคปาาา่าบี่มกกาวบีอีขยคปา้ึนกะกา่ลเีการวกีอป่านัฉา้ึนยมกัญวเีสกไตอรณก่าฉยมาาลปุีา่ทีผไวพณบาาทด3ารยลปุีผกโ์่ียพา่ลรรี่รพ3นร1กี่เภดมก์ี่ยุลาพเา.ตะปเน1เ-กัมท0นา5ยาปเีรคยังตป4่าดน-กัทร5งรีรคเ่ทา0กัผ4่โา่า0รงกรีับยางกัเ่ณากด่าเ0ขง่ีงยีลกดียานดิฉกบ2งนปัเบขยาปอบนตดิ์ังกฉบอทลาปับนเอีัยรงแผีขอท่ลาทเานดุบ0ี่เยี่ผีคงวททสสล้ึนงดุบร0่ียี่ผว้.ียัตคขทา่ม่า7ำ�ดขผกี่ียเ้ว.ยยตัขไ่านอบิเ่าเ7ก่อี5นคงปหอยาา่บฉนผอบเิเงแ5ผ0ใิดาหรฉัญนอ้ผลงตลผพงแนผ0ลยทลอลตคลยพแ่ียมุจรตลลทตฤะลุขดยีุุ่จบรตอ่ากเาลีคา่ฤะขาไต่ี2ขทอสอเากเ่างงมั.วตะไรต่าทอิฉก10อกา่ลของงมงก่าาผ่ไเิเิกงา่ร-กล5ลขงกปฉอมหงบาผ่งพ่า3รปกรปับอมงี่ยทารงลรผ่่รานต0นรดมับมรรคทงารเนาะี่่ียา่มกุจ0ทังดคท3ักะามะ่ายาสนกขป0แาดา.ม้่าาเสงา่างีคสค6บาฉรก.อก้สาเีนาางีคก6บ0า่ดู่บฉรฝลกานามนงนกดค0่าเับ3ฝ้วกลึกกนรย่ีพฉาคผีเา3งทวยึกจ่ยีาฉฝอาเลรแใรฤวลาทจวี่ม0อระเลรแนกบึณ่ียลทามทตตธิะณา่ม.อีบณี่ยลอมรขตะ7ีกป�ำ์ิา่มกก่าดีพารขะมมบอปด์า์5งกดางลับีพ้รายมมอฤดราีงครข0า้รลบั้ารนอฤุดตพีงคานข้านมา่0อนอ3มดคตพ้างนิก่า0อเฤ.รดคดง1คดฉ4ภนทกิวเฤร.คงตอจคฉา้4-ภว8ลว้าารัยรคตี่4วิกะงนLา่8ลา7า3นัียยมรมโวิาก0ลรมเSม7ย่ีมคดมขโดปคามฉรรงDดีพขปยดปวมอปา้รลวปมลยอาร้านงลฤปมลาทีีย่ดลอารมนพงวดอคตมดลอเีร่้อมาดพวมปคทฤว้วดิก้อาปะดนดมีคภฤนวยตาลนา่ดดภรภคลภน่าัตยาม้อิผกอคับรภวัยัอยเัยม้อิกแปยรลับมดฉวานยัแดแปยรรลกลตามแลภดยัลรลภกมละมวแอ0ลา่ปี่ย้ายสัมะะวดอ่าัยพลดปงะ.นขลาดพ่6าพพด้าแขโะภพลฤคอคพ้าด0นภฤนลพอฤยัอตญันดนงว3นยคตยัะัตกงนแดิกพักภาคทรัวกคแพกิิงกลักภรงมแัยวฤาวาางลา่ระรนางรัยามโปลงามนตเะารนอรมดมกสัโฉนปะนิลกทนอมมดาทยดถปงลทมลอารช่ีทม้อดยดาร่เี้ิตาลี่ยชอ่ีมีครคีวดีอรย่ีเน้าว้านิทอเคีวมดอีอยา่วนมาภนกททค่ีดอยเภนมดมาย.นควคัยฉา่เี่0วภนมยนายัุีปต้าค่าอกวแวล5าาัยุีมปตนโ่้อารพยายาับมลย่ีมดโัย่ารกะพยคมมกดนปขะยัยกไสวกบ0วปปียมักอไอรสวล่าบวา่.มวรวล่แรล่าง4างบอ่าพมก่าวแ่มะ2ตาพอชอ8พดกพมาปน2ต1นสนกีดวด7ฤาภนร1นนักกลบอ้ตทอภภรตปณัักยกัอ้ตงอยา่กปณนี่มััยิกยางขงแ์ย่างกดโาีาีาอนขราขแ์กงดอลกโวรภนมนรกาดอทอลนัยวะง่าณมทัยยัยทันยงะงี่่าุ์่ี่ี ตตทตกกปกากกปา่ีรราาาาลระาาารรรลรอารรงฝทปดปาอดงทปฝปึกบัรางดรภทึกร่ีงะอทระนภ3ยัา่ีะอสะบสัย่ี3ยันแสบสบ3บผรสแลบบผรมอลปากละผมอลปบุเกคขาะลอกลุบเขาอญัลัตรอกอาี่ยขอตัรณงเิอาชีย่ดทวหอณปงเิชดีววกหภ์ดี่ปตงรวี.อกภด์บั้า0ตัยประจุอนบัา้ยัน5คะุจสารนนาคสคาวกะบดามควกาบวสกมังยัามวากแบายัมามารสกมรณดาณงรด์ ใ์ดณ้านา้นตด์นคาา้กควรนกาวาาารคามงรทมทวปทttดปาี่ลtt3ดมสลอสอปอดอบดลภบภอัยัยดแแลภละยั คะ-พ0แ1ค-พา่0ฤ.1ล.8่าส5ฤ.ต.8ะส45ถ8ติก4พ8ถ89ติกิร89ิตฤิรริตรมมิกดดรา้ ้านรนมคvคดวค..va13วาคา้..่าa13lาม19น่าulม9158pปuคe85pปลeวลอาอดมดภปภยั ลัยขอขอดองภพงไไพยันมมไไนมมขม่่มัก่ม่มักองคคีี แางคีคีงววแานปพววาานปาามมลนมมลแแผักแแผตตลงตตลกกากกตตนตตาา่่ าา่่งงงง การทางจาานกการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความตระหนักรู้ถึงความปลอดภัย และพฤติกรรมด้านความ มปกกปีคาลารลวอรตาอดตมรดภรวสภวจัยมั จัยสพขสจขออันอาบองธกบงพเ์กคกพเับนครานพัร่ืกอรั่ืกอฤวงงตมงิงาเคมานกิือนรือรพ-าเรพ-คบเะมคบรหวดร่ือว่า์้าคื่อง่ากนวจงกาคาจัการวมักรรตาสรตมกรัมกรปะาพะารลหัรนหปอนปรธดนักรั์บรภักรับะปยัรู้วปหู้รว่าดรุงว่าตงัุงซ่าต้แอซ่งอ้อสง่อคมงปดมวแปงฏาแซใฏมินซบมิบตมตัตเคัตราเิตคระริตาาร่ือหามงื่องนมทกมงักก่ีมฎือ4ฎรือ-รู้ถเ-ระคเึงะคเรคบปเร่ือบทีวียื่องี่าีย1บจงม6บจักขฉปักขร้บอลร้ับอบแทอบแัลี่งด2ัลงคะภปคะับครััยบคะวจกวแาำ�กาเมาลดมารอืตะนรตวรพพวาระฤฤางะหษตงแหภนแิกาผนัคกผรนมักรนรกร-ู้ใมกนสู้ใางินดาภรห้ภารทาาคนทาพามพคางร2งาวร5วา6นวาม3นมม 53 มีความสมั พนั ธ์กบั พฤติกรรมด้านความปลอดภยั ดังแสดงในตารางท่ี 4
จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยและพฤติกรรม ด้านความปลอดภัยของพนักงานพบว่าการตระหนักรู้ว่าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ การวางแผน การทำ� งาน การตรวจสอบเครอื่ งมอื -เครอ่ื งจกั ร การปรบั ปรงุ ซอ่ มแซมเครอ่ื งมอื -เครอ่ื งจกั ร และความตระหนกั ร้ใู นภาพรวม มคี วามสัมพันธ์กับพฤตกิ รรมด้านความปลอดภัย ดงั แสดงในตารางที่ 4 ตารางท่ี 4 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยกับพฤติกรรมด้าน ต ารางที่ 4 การคววเิ าคมราปะลหอค์ ดวภามัยสมั พันธ์ระหว่างความตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยกับพฤตกิ รรมดา้ นความปลอดภยั ความตระหนกั รู้ พฤติกรรมดา้ นความปลอดภยั การปฏิบตั ติ ามระเบยี บขอ้ บงั คับ 0.308** Sig.(2-tailed) 0.002 การวางแผนการทางาน 0.435* Sig.(2-tailed) 0.000 การวางแผนการทางาน 0.221* Sig.(2-tailed) 0.027 การตรวจสอบเครอ่ื งมอื -เครือ่ งจกั ร 0.219* Sig.(2-tailed) 0.029 การปรับปรุงซอ่ มแซมเครื่องมือ-เคร่อื งจกั ร 0.200* Sig.(2-tailed) 0.046 ความตระหนักรู้ในภาพรวม 0.258** Sig.(2-tailed) 0.010 **มนี ัยสาคญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดับ .001 คคววาามมปปลลอจอจดาดาภกกภัยตตัยขาาขรอรอางางงพงทพทนี่นี่ัก44ักงางกกนาาานดรร้วดววยิเ้วิเคคกยรรากาาราะะทรหหดท์ค์คสดววอสาาบอมมคบสส่าัมคัมสพ่าพัมสันปันัมธรธป์ะร์ระสะรหิทหะสวธว่์ิสาิา่ทงงหธคคสิ์สววัมหาาพสมมันัมตตธพรร์ขะะันอหหธงนน์ขเพัักกอียรรงู้ถู้ถรเพ์สึึงงคคันียววรทาา์สม่ีรมันะปปดลลทับออี่รนดดะัยภภดสัยัับยาแแนคลลัยัญะะสพพ.�ำ0ฤคฤ5ตตัญิกิพกรรบ.0รรวม5ม่า คพวบาวม่าตรคะหวานมักตรู้ถรึงะคหวนามักปรลู้ถอึงดคภวัยาใมนปภลาอพดรวภมัยมใีคนวภามาพสัมรพวมันมธ์ใีคนวทาิศมทสาัมงเพดันียธวก์ในั กทับิศพทฤาตงิกเดรีรยมวคกวันากมับปลพอฤดตภิกัยรขรอมง พคนวาักมงาปนลรอะดดภับยั คขอ่ อนงขพ้านงนกั ้องยานดรว้ ะยดคบั ่าคสอ่ัมนปรขะา้ สงนิทอ้ธิ์เยทด่ากว้ ับยค0า่ .2ส5มั 8ปรเมะ่อืสพทิ ิจธาเ์ิ ทรณา่ กาบัรา0ย.ด2้า5น8พเบมวอ่ื ่าพกจิ ารรปณฏาิบรัตายิตดามา้ รนะพเบียวบา่ ขก้อาบรปังคฏับิบมัตีคิตวาามรสะัมเพบันียธบ์ใขน้อทบิศังทคาับงเมดีคยวากมันสกัมบพันฤตธิก์ในรรทมิศคทวาางมเปดลียอวกดภันัยกขับอพงฤพตนิกักรงรามนคมวากามทป่ีสุดลออดยภู่ในัยรขะอดงับพคน่อักนงขา้านง นมอ้ากยทดี่ส้วุดยคอา่ สยมัู่ในประดสิทบั ธค์ิเอ่ทนา่ กขบัา้ ง0น.้อ30ย8ดรว้อยงลคงา่ มสามั คปอื รกะสาริทวธา์เิงทแ่าผกนับกา0รท.3า0ง8านรมอีคงล่าสงมั ปาคระือสิทกธา์ิเรทว่าากงบัแผ0น.4ก3า5รทลา�ำดงาับนท่ี 3มีคคา่ือสกัมาปรรวะาสงแทิ ผธน์เิ ทกา่ารกทับาง0า.น43ม5ีคล่าส�ำัมดปับรทะ่ี ส3ทิ คธอืิเ์ ทก่าการับว0า.ง2แ2ผ1นลกาาดรบั ทท�ำี่ง4านคือมกีคาา่ รสตมั รปวจระสสอทิบเธคเ์ิ รทอื่ า่ งกมับอื -0เค.2ร2อ่ื 1งจลกั ำ� รดมบั ีคท่าี่ 0สซ4.มัอ่2คปม0อื ร0แะซกสมาิทเรธคตเ์ิรทรือ่ วา่ งจกมสับอื อ0-บเ.ค2เค1ร่ือร9อื่งแจงลมกั ะือรล-มาเคดคี รับ่าื่อสสงุดมั จทปกั ้ารรยะคมสือคีิทา่ธกส์ิเาทมัร่าปปกรรับับะปส0รทิ .ุง2ธซ0์ิเ่อท0ม่าแกซับมเ0ค.2ร่ือ1ง9มอืแ-ลเคะลรื่อ�ำงดจับกั สรุดมทีค้าา่ ยสคัมือปรกะาสริทปธรเ์ิ ับทป่ากรับงุ ออภภปิ ปิ รรายาผย1ลผ. จลากผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อพฤติกรรมด้านความปลอดภัยของพนักงาน บริษัท เอ็ม.เอส.เ1ฟ.ิร สจทา์กเผอล็นกเตาอรรว์ไจิ พยั รพสบ์ ควืาอ่ ชป่วจั งจอยั าสยวุ่ นนอบกคุ จคาลกทนมี่ั้นผี เลชต่นอ่ เพพฤศตรกิ ะรดรับมดกา้ รนศคึกวษามาปปลรอะดสภบยักขารอณงพ์กนารกั ทงางนาบนรอษิ าทั ยุ กเอาม็รท.เอางสา.เนฟจริ สะมทีผ์ เลอตน็ ่อเตพอฤรต์ไิกพรรรสม์ ดค้าือนชค่ววงาอมาปยลุ นออดกภจัยาไกมน่แั้นตกเตช่านงกเพันศซร่ึงสะดอดับคกลา้อรศงกึ ับษงาานปวริจะัยสขบอกงารPณha์กoาmรทu�ำeงaาnนg (2011) ศึกษาพฤติกรรมความปลอดภัยในการทางานของพนักงานฝ่ายผลิต บริษัท ซีทีเอส อิเล็กทรอนิกส์ 54 คบอณั รฑเ์ ปิตวอทิ รย์เา2รล.ชัยจั่นมาห(ากปวผทิ รยละากลเทัยาสศรววนไทดิจสุ ยัยิต)พพบบวว่าา่ ปอราะยสุทบี่แกตากรตณา่ ์คงกวนัามทปาลใหอ้มดพีภฤัยตกิกับรพรฤมตคิกวรามรมปดล้าอนดคภวยั าใมนกปาลรอทดาภงาัยนไทด่ีแ้แตกก่ ตก่าางรกเขัน้า ฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทางาน จะมพี ฤติกรรมด้านความปลอดภัยท่ีไม่แตกต่างกัน และการประสบ
อายุการท�ำงาน จะมีผลต่อพฤติกรรมด้านความปลอดภัยไม่แตกต่างกัน ซ่ึงสอดคล้องกับงานวิจัยของ Phaomueang (2011) ศึกษาพฤติกรรมความปลอดภัยในการท�ำงานของพนักงานฝ่ายผลิต บริษัท ซีทีเอส อิเล็กทรอนิกส์ คอร์เปอร์เรช่ัน (ประเทศไทย) พบว่า อายุท่ีแตกต่างกัน ท�ำให้มีพฤติกรรมความปลอดภัย ในการทำ� งานทแ่ี ตกตา่ งกัน 2. จากผลการวิจัยพบว่า ประสบการณ์ความปลอดภัยกับพฤติกรรมด้านความปลอดภัย ได้แก่ การเขา้ ฝกึ อบรมเกยี่ วกบั ความปลอดภยั ในการทำ� งาน จะมพี ฤตกิ รรมดา้ นความปลอดภยั ทไี่ มแ่ ตกตา่ งกนั และ การประสบอุบัติเหตุจากการท�ำงาน จะมีพฤติกรรมด้านความปลอดภัยท่ีไม่แตกต่างกัน ซ่ึงสอดคล้องกับ งานวจิ ยั ของ Chitworakrai (2011) ศกึ ษาความตระหนกั ดา้ นความปลอดภยั ในการทำ� งานของพนกั งานบรษิ ทั เบสท์ เพอฟอร์แมนซ์ เอ็นจิเนียร่ิง จ�ำกัด พบว่า การเข้าฝึกอบรมเก่ียวกับความปลอดภัยที่แตกต่างกัน มีพฤติกรรมความปลอดภัยในการท�ำงานของพนักงานที่ไม่แตกต่างกันและประสบอุบัติเหตุจากการท�ำงานท่ี ไมแ่ ตกตา่ งกัน มีพฤติกรรม ความปลอดภัยในการทำ� งานของพนักงานทไี่ มแ่ ตกตา่ งกนั อย่างมรี ะดับนัยสำ� คญั ที่ .05 3. จากผลการวิจัยพบว่า มีความสัมพันธ์กันความตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยและพฤติกรรม ความปลอดภยั ของพนกั งาน ทร่ี ะดับนัยสำ� คัญ .001 นอกจากนน้ั พบวา่ ความตระหนักร้ถู ึงความปลอดภยั ใน ภาพรวมมีความสมั พนั ธใ์ นทศิ ทางเดียวกันกับพฤตกิ รรมความปลอดภยั ของพนกั งาน แต่มรี ะดบั ความสัมพันธ์ คอ่ นขา้ งนอ้ ย เมอื่ พจิ ารณารายดา้ นพบวา่ การปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บขอ้ บงั คบั มคี วามสมั พนั ธใ์ นทศิ ทางเดยี วกนั กบั พฤตกิ รรมความปลอดภยั ของพนกั งานมากทสี่ ดุ อยใู่ นระดบั คอ่ นขา้ งนอ้ ย รองลงมาคอื การวางแผนการทำ� งาน มี ลำ� ดับท่ี 3 คือ การวางแผนการท�ำงาน ลำ� ดับที่ 4 คือ การตรวจสอบเคร่อื งมือ-เครอ่ื งจกั ร และลำ� ดับสดุ ท้าย คอื การปรบั ปรุงซ่อมแซมเครื่องมือ-เคร่ืองจักร สอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ Sasom (2008) ศกึ ษาพฤติกรรม มนุษย์และ ความปลอดภัยในการทาํ งาน กรณีศึกษา บริษัท แมทเทล กรุงเทพ จํากัด พบว่า ทัศนคติเร่ือง การป้องกันอันตรายจากการท�ำงานกับพฤติกรรมการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยในการป้องกันตนเองจาก การท�ำงานมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติท่ีระดับ .001 และพบว่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ ทัศนคติเร่ืองการป้องกันอันตรายจากการท�ำงานกับพฤติกรรมการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยในการป้องกัน ตนเองจากการทำ� งาน ซ่งึ เป็นไปตามสมมตฐิ านการวจิ ัย ซึง่ อาจจะเกิดจากจ�ำนวนของพนักงานทไี่ ม่เท่ากนั ข้อเสนอแนะ 1. ส่ิงทคี่ น้ พบคือ อายุ ผ้ทู ่มี ีพฤติกรรมด้านความปลอดภยั ดังนัน้ ใหฝ้ า่ ยท่ีเก่ียวข้อง คือ ฝ่าย Safety และ หัวหน้างาน เช่น การดูแลเอาใจใส่ ให้ความรู้กับพนักงานท่ีมีอายุน้อย หรือกลุ่มวัยรุ่น ให้มากข้ึน การฝึกอบรมเกย่ี วกับความปลอดภยั สอนการปฏิบัติงานและวิธกี ารทำ� งานท่ีถูกต้อง เป็นต้น 2. ควรใหม้ กี ารฝกึ อบรมและคมู่ อื การทำ� งานหรอื เอกสารใหค้ วามรเู้ รอ่ื งความปลอดภยั ในการทำ� งาน ที่สามารถอ่านแล้วเข้าใจง่าย เพราะพนักงานไม่สามารถมานั่งอ่านได้ จึงอยากให้หัวหน้างานน�ำคู่มือท่ีได้มา ท�ำการติดวิธีการใช้งานไว้ท่ีเครื่องจักรแทน จะท�ำให้พนักงานเข้าใจได้ง่ายมากกว่าเดิม และลดการประสบ อุบัตเิ หตุจากการท�ำงานเมอ่ื รูว้ ธิ ีในการปฏบิ ตั งิ านแลว้ ปีท่ี 16 ฉบับที่ 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2563 55
เอกสารอา้ งอิง กติ ตภิ มู ิ มปี ระดษิ ฐ.์ (2553). ความตระหนกั ในคณุ คา่ ของการจดั การและการตลาดในโลกยคุ ใหม.่ การคน้ ควา้ อิสระปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการท่ัวไป คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย ศรปี ทุม. ชนกานต์ สกุลแถว. (2559). ปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความปลอดภัยในการใช้ห้อง ปฏบิ ตั กิ ารเคมี ของนักศึกษาชนั้ ปที ่ี 1 ระดับปรญิ ญาตร.ี การค้นควา้ อสิ ระปริญญาสาธารณสขุ ศาสตรมหาบณั ฑติ สาขา การจดั การอนามยั สงิ่ แวดลอ้ มและความปลอดภยั คณะสาธารณสขุ ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์. ธรรมรกั ษ์ ศรมี ารตุ . (2555). ปจั จยั ทม่ี ผี ลตอ่ พฤตกิ รรมความปลอดภยั ใน การปฏบิ ตั งิ านของพนกั งานระดบั ปฏบิ ตั กิ ารฝา่ ยผลติ บรษิ ทั สยาม เมทลั เทคโนโลยี จำ� กดั จงั หวดั ระยอง. การคน้ ควา้ อสิ ระปรญิ ญา บรหิ ารธรุ กจิ มหาบณั ฑติ สาขาการจดั การทวั่ ไป คณะบรหิ ารธรุ กจิ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสนุ นั ทา. ธีรวิโรจน์ เทศกะทกึ . (2551). อาชวี อนามยั และความปลอดภยั (พมิ พค์ ร้งั ท่ี 3). กรงุ เทพฯ: โอ.เอส.พริน้ ตงิ้ เฮา้ ส.์ นคร สะสม. (2551). พฤตกิ รรมมนษุ ยแ์ ละความปลอดภยั ในการทาํ งาน กรณศี กึ ษา บรษิ ทั แมทเทล กรงุ เทพ จํากัด. วทิ ยานพิ นธว์ ิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจดั การส่งิ แวดลอ้ ม คณะพฒั นาสงั คมและ สง่ิ แวดลอ้ ม สถาบันบณั ฑิตพัฒนบรหิ ารศาสตร.์ นววิธ จิตต์วรไกร. (2554). ความตระหนักด้านความปลอดภัยในการท�ำงานของพนักงาน บริษัท เบสท์ เพอฟอร์แมนซ์ เอ็นจิเนียร่ิง จ�ำกัด. การค้นคว้าอิสระปริญญาพัฒนาแรงงานและสวัสดิการ มหาบัณฑิต สาขาพัฒนาแรงงานและสวัสดิการ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร.์ เบญจวรรณ ก้องเจริญ. (2557). ปัจจัยท่ีส�ำคัญของการเกิดการประสบอันตรายจากการประกอบอาชีพ. [Online]. Available: http://jorpo- safety.blogspot.com/2014/08/1.html [2561, ธนั วาคม 23]. ปารวรี ์ บุษบาศร.ี (2555). ความตระหนักร้แู ละทัศ นคตขิ องผู้บรหิ ารและพนักงานต่อการประชาสัมพันธ์ ภายในของบรษิ ัทจัดการและพฒั นาทรัพยากรน้�ำภาคตะวนั ออก จำ� กดั (มหาชน). การคน้ คว้า อสิ ระปรญิ ญานเิ ทศศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาการสอื่ สารเชงิ กลยทุ ธ์ คณะนเิ ทศศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั หอการค้าไทย. พงษ์ชยั เฉลมิ กลิน่ . (2551). ความตระหนกั ของพนกั งานนคิ มอตุ สาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ตอ่ ลกั ษณะปัญหา ส่ิงแวดล้อม. การค้นคว้าอิสระปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการส่ิงแวดล้อม คณะพฒั นาสงั คมและสงิ่ แวดล้อม สถาบนั บัณฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร.์ รุ่งทพิ ย์ กาวาร.ี (2561). ความร้เู กี่ยวกับความปลอดภัยในการทำ� งานและบทบาทหนา้ ทข่ี องหัวหน้างาน. เจา้ หนา้ ทคี่ วามปลอดภยั ในการทำ� งาน ระดบั หวั หนา้ งาน. การคน้ ควา้ อสิ ระปรญิ ญาวทิ ยาศาสตร มหาบัณฑติ สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้. 56 บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ
วีระชน ขาวผ่อง. (2551). ความรู้ การมีส่วนร่วม และความตระหนักต่อระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ของพนกั งานในองคก์ รทไี่ ดร้ บั การรบั รองมาตรฐานระบบการจดั การสงิ่ แวดลอ้ ม (ISO 14001): ศึกษากรณี บริษัทจันทบุรีซีฟู้ดส์ จํากัด และบริษัท จันทบุรีโฟรเซ่นฟู้ด จํากัด. วิทยานิพนธ์ ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการสิ่งแวดล้อม คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบนั บัณฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร์. สุดาว เลิศวิสุทธิไพบูลย์. (2557). ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และส่ิงแวดล้อมในอุตสาหกรรม หนว่ ย ท่ี 1-7 (พิมพค์ ร้ังท่ี 4). นนทบรุ ี: มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธิราช. สุธาทิพย์ รองสวัสด์ิ. (2554). ปัจจัยการรับรู้เร่ืองความปลอดภัยในการท�ำงานที่มีผลต่อพฤติกรรม ในการท�ำงานของพนักงานระดับปฏิบัติการ ประจ�ำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.เชียงใหม่. วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาบรหิ ารธรุ กจิ มหาบณั ฑติ สาขาการจดั การทวั่ ไป คณะบรหิ ารธรุ กจิ มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพ. ส�ำนักงานกองทุนเงินทดแทน. (2560). สถิติการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเน่ืองจากการท�ำงานจ�ำแนก ตามความรนุ แรงและสงิ่ ที่ทำ� ให้ประสบอนั ตราย ปี 2559. [Online]. Available: http://www. sso.go.th/ wpr/category.jsp?lang=th&cat=938 [2561, ธันวาคม 24]. สมพงษ์ ใหญ่วงค์. (2550). ความตระหนักของประชาชนในการอนุรักษ์แม่น้�ำแม่ยางมิ้น: ศึกษากรณี ตำ� บล ศรถี ้อย อำ� เภอแมส่ รวย จังหวัดเชียงราย. วทิ ยานพิ นธ์ปริญญาบรหิ ารธุรกจิ มหาบัณฑิต สาขาการจัดการท่ัวไป คณะบรหิ ารธุรกิจ มหาวทิ ยาลัยกรุงเทพ. เสาวณยี ์ เผา่ เมือง. (2554). พฤตกิ รรมความปลอดภัยในการท�ำงานของพนักงานฝ่ายผลิต บริษัท ซีทีเอส อิเล็กทรอนกิ ส์ คอรเ์ ปอรเ์ รช่ัน (ประเทศไทย). การค้นคว้าอิสระปริญญาบรหิ ารธรุ กิจมหาบัณฑติ สาขาการจดั การวศิ วกรรมธุรกจิ คณะบรหิ ารธรุ กิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ .ี สุเวช พิมน�้ำเย็น. (2553). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัย. เอกสารประกอบ การบรรยาย. วชิ าอาชีวอนามัยและความปลอดภยั . วิทยาลยั เชียงราย. Reference Mengesha Admassu. (2006). Occupational Health and Safety. [Online]. Available: http:// www.cartercenter.org/resources/pdfs/health/ephti/library/lecture_notes/envhealth_ science_students/ln_occ_health_final.pdf. [2018, August 12]. Translated Thai References Butsabasri, P. (2012). Awareness and Attitude of Executives and Employees Towards Public Relations. Internal of Eastern Water Resources Development and Management Public Company Limited. Strategic Communication Faculty of Communication Arts University of the Thai Chamber of Commerce. (in Thai) ปที ี่ 16 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2563 57
Chalermklin, P. (2008). Awareness of Gateway City Industrial Estate Staff on Characteristics of Environmental Problems. Master of Science Environmental Management Faculty of Social and Environmental Development National Institute of Development Administration. (in Thai) Compensation fund office. (2017). Statistics of occupational hazards or illness classified by violence and hazards in 2016. [Online]. Available: http://www.sso.go.th/wpr/ category.jsp?lang=en&cat=938. [2018, December 24]. (in Thai) Jitworakrai, N. (2011). Work Safety Awareness of Employees Best Performance Engineering Company Limited. Master's Workforce Development and Welfare Labor and Welfare Development Program Faculty of Social Sciences Thammasat University. (in Thai) Kawari, R. (2018). Knowledge about work safety and roles of supervisors. Supervisor level. Master of Science Biotechnology Faculty of Science Maejo University. (in Thai) Kawphong, W. (2008). Knowledge, participation and awareness of the environmental management system of employees in an organization that has been certified for the environmental management system standard (ISO 14001): a case study of Chanthaburi Seafood Company Limited and Chanthaburi Frozen Food Company Limited. Environmental Management Faculty of Social and Environmental Development National Institute of Development Administration. (in Thai) Kongcharoen, B. (2014). Important Factors of Occupational Accidents. [Online]. Available: http://jorpo-safety.blogspot.com/2014/08/1.html [2018, December 23]. (in Thai) Lertwisuthipaibun, S. (2014). Safety and occupational health and the environment in industry, Unit 1-7 (4th edition). Nonthaburi: Sukhothai Thammathirat Open University. (in Thai) Meepradit, K. (2010). Awareness of the value of management and marketing in the modern world. Master of Business Administration General management branch Faculty of Business Administration Sripatum University. (in Thai) Phauangmuang, S. (2011). Working Safety Behavior of CTS Electronics Company Production Staff. Corporation (Thailand). Master of Business Administration Faculty of Business Engineering Management, Faculty of Business Administration Rajamangala University of Technology Thanyaburi. (in Thai) PimNamyen, S. (2010). General knowledge about occupational health and safety. Handout Occupational Health and Safety. Chiang Rai College. (in Thai) 58 บัณฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ
Rongsawat, S. (2011). Perception Factors of Safety at Work Affecting Working Behavior of Operational Level Employees. Provincial Electricity Authority, Chiang Mai Province. Master of Business Administration General management branch Faculty of Business Administration Bangkok University. (in Thai) Sakunthaw, C. (2016). Factors Related to Safety Behavior in Using Chemistry Laboratory. Of 1st year undergraduate students Master of Public Health Environmental Health and Safety Management Faculty of Public Health Thammasat University. (in Thai) Sasom, N. (2008). Human behavior and work safety. Case study: Mattel Bangkok Company Limited. Master of Science Environmental Management Faculty of Social and Environmental Development National Institute of Development Administration. (in Thai) Srimarut, T. (2012). Factors affecting safety behavior in Performance of Production Operation Staff at Siam Metal Technology Company Limited, Rayong Province. Master of Business Administration General management branch Faculty of Business Administration Suan Sunandha Rajabhat University. (in Thai) Thetkathuek, T. (2008). Occupational health and safety (3rd edition). Bangkok. Publisher O.s. Printing House. (in Thai) Yaiwong, S. (2007). Public Awareness of Mae Yang Min River Conservation: A Case Study of SiThoi Subdistrict, Mae Suai District, ChiangRai Province. Master of Science Environmental Management Faculty of Social and Environmental Development, National Instituteof Development Administration. (in Thai) คณะผเู้ ขยี น นางสาวกมลทพิ ย์ เสงยี่ มชืน่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี 39 หมู่ 1 ถนนรังสติ -นครนายก ต�ำบลคลองหก อำ� เภอคลองหลวง จังหวดั ปทุมธานี 12110 e-mail: [email protected] ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สรุ มงคล นมิ่ จติ ต์ คณะบรหิ ารธุรกจิ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลธญั บรุ ี 39 หมู่ 1 ถนนรงั สติ -นครนายก ต�ำบลคลองหก อำ� เภอคลองหลวง จงั หวัดปทุมธานี 12110 ปีที่ 16 ฉบับที่ 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 59
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการท�ำงานของบุคลากรมหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ Factors Influencing Workplace Happiness of Suan Dusit University’s Staff พนั ชยั เม่นฉาย1 วชิ ญา ติยะพงษป์ ระพนั ธ*์ 2 ปารฉิ ัตร ปติ สิ ุทธ3ิ ธารทิพย์ แก้วเจริญ4 ณัฐณชิ า มีงาม2 และสุขมุ าลย์ หนกหลงั 5 1คณะวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ 2สถาบันวจิ ัยและพัฒนา มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ติ 3คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลกรุงเทพ 4คณะครุศาสตรอ์ ุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ 5คณะครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย Phanchai Menchai1 Witchaya Tiyapongphaphan*2 Parichat Pitisutti3 Thanthip Kaewjaroen4 Natnicha Mengam2 and Sukumarn Noklang5 1Faculty of Science and Technology, Suan Dusit University 2Research and Development Institute, Suan Dusit University 3Faculty of Home Economics Technology, Rajamangala University of Technology Krungthep 4Faculty of Technical Education Rajamangala University of Technology Krungthep 5Faculty of Education, Chulalongkorn University Received: February 12, 2020 Revised: April 21, 2020 Accepted: April 30, 2020 บทคัดย่อ การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการท�ำงานของบุคลากร มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ ตวั อยา่ งวจิ ยั คอื บคุ ลากรมหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ สายวชิ าการ 235 คน และสายสนบั สนนุ 192 คน รวมท้ังส้ิน 427 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายข้ันตอน เคร่อื งมือท่ใี ช้ในการวิจัย คอื แบบสอบถาม ความสุข ในการท�ำงานของบุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ประกอบด้วย สวัสดิการ ความสุขในการท�ำงาน สภาพแวดล้อม และคุณภาพชีวิตในการท�ำงาน โดยเคร่ืองมือมีลักษณะมาตรประมาณค่า 5 ระดับ คา่ ความเชอ่ื มน่ั ของแบบสอบถามทงั้ ฉบบั เทา่ กบั 0.98 สถติ ทิ ใี่ ชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มลู คอื รอ้ ยละ สมั ประสทิ ธ์ิ สหสมั พนั ธ์เพียร์สัน และการวเิ คราะห์ การถดถอยพหุคณู โดยวธิ ีการคัดเลอื กตวั แปรแบบข้ันตอน ผลการวิจัย พบวา่ ปจั จยั ทงั้ หมดสามารถรว่ มกนั พยากรณค์ วามสขุ ในการทำ� งานอยา่ งมนี ยั สำ� คญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดบั .05 โดย ปจั จยั ดา้ นคณุ ภาพชวี ติ ในการทำ� งานมคี า่ อทิ ธพิ ลมากทสี่ ดุ รองลงมา คอื ปจั จยั ดา้ นสภาพแวดลอ้ ม และปจั จยั * วิชญา ติยะพงษ์ประพนั ธ์ (Corresponding Author) ปที ่ี 16 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 61 e-mail: [email protected]
ด้านสวัสดิการ มีค่าสัมประสิทธ์ิของตัวแปรพยากรณ์ในรูปแบบมาตรฐาน เท่ากับ .265, .254 และ .212 ตามลำ� ดบั คำ� ส�ำคญั : ความสขุ ในการทำ� งาน สภาพแวดลอ้ ม สวสั ดิการ คุณภาพชีวิตในการท�ำงาน Abstract This research aimed to study factors that influenced workplace happiness of Suan Dusit University’s staff. 235 academic staffs and 192 support staffs totaling 427 samples were selected as the samples in this research by multi-stage sampling. The questionnaire of workplace happiness of Suan Dusit University’s Staff was used as the research tool which consisted of welfare, workplace happiness, environment and quality of working life. The questionnaire used 5-point rating scales with a reliability coefficient of 0.98. The statistical analysis including percentage, Pearson Product Moment Correlation Coefficient and Stepwise Multiple Regression Analysis were used to analyze the data. The results of this research showed that all factors predicted workplace happiness at the statistical significance level of .05. The quality of working life influenced the workplace happiness the most followed by environment and welfare. The standardized beta coefficient (β) of these predictors were .265, .254 and .212, respectively. Keywords: Workplace Happiness, Environment, Welfare, Quality of Working Life บทน�ำ ในยุคปัจจุบัน ปัญหาการลาออกจากงานของบุคลากรเป็นส่ิงท่ีองค์กรส่วนใหญ่ล้วนให้ความสำ� คัญ เน่ืองจากท�ำให้องค์กรต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการสรรหาบุคลากรใหม่เข้ามาทดแทนบุคลากรท่ีเกิด การผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่เสมอ ตลอดจนต้องใช้เวลาในการเริ่มต้นสอนงานใหม่ ซ่ึงก่อให้เกิด ความไม่ต่อเน่ืองของงาน และอาจส่งผลเสียต่อการด�ำเนินงานองค์กรตามมาในที่สุด จากผลส�ำรวจของ Her Group Thailand Company พบว่า เหตผุ ลของบคุ ลากรท่ีลาออกจากงานเรียงล�ำดับสงู สุดจากมากไป หาน้อย ได้แก่ ไม่พึงพอใจในงานที่ท�ำอยู่ ร้อยละ 54 ไม่มีโอกาสก้าวหน้าในการท�ำงานร้อยละ 45 ได้รับ ค่าตอบแทนที่ต�่ำกว่าร้อยละ 39 ไม่ชอบผู้บังคับบัญชาเพราะถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมร้อยละ 37 และ ไมไ่ ดร้ บั การขนึ้ เงนิ เดอื นรอ้ ยละ 28 ตามลำ� ดบั (Suwanpairoj & Jarunratanakul, 2017) ดงั นน้ั องคก์ รตา่ ง ๆ จงึ ไดใ้ หค้ วามสำ� คญั เปน็ อยา่ งยง่ิ กบั การสรา้ งความสขุ ในการทำ� งานของบคุ ลากร เนอื่ งจากเมอื่ บคุ ลากรในองคก์ ร เกดิ ความสขุ ในการท�ำงาน ย่อมจะสง่ ผลให้เกดิ ความรกั ในงานและรักในองค์กรของตนเอง จึงพร้อมทจี่ ะท่มุ เท แรงกายและแรงใจในการทำ� งาน เพ่ือใหอ้ งคก์ รสามารถบรรลไุ ปสู่เปา้ หมายท่ีต้ังเอาไว้ไดส้ �ำเรจ็ แต่ในทางกลบั กัน หากบุคลากรไม่เกิดความสุขในการท�ำงาน จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกไม่รักในงานที่ท�ำอยู่ คิดว่าตนเอง 62 บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต
ไม่เหมาะสมกับองค์กรน้ัน ๆ (Kawchaisa, Hemrungrojn & Buathong, 2018) ดังน้ัน ถ้าองค์กรไม่ให้ การสนับสนุนหรือไม่มีการสร้างขวัญและก�ำลังใจให้แก่บุคลากร ย่อมท�ำให้เกิดความผิดหวัง ท้อแท้ ส่งผลให้ ไม่สามารถปฏิบัติงานส�ำเร็จได้ด่ังที่มุ่งหวังไว้ และรู้สึกไม่พอใจกับงานท่ีได้รับมอบหมาย เกิดความคับข้องใจ อึดอัด จนกลายเป็นความเครียดได้ และหากไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะท�ำให้บุคลากรนั้นเกิดความเบื่อหน่าย ขาดแรงจงู ใจในการทำ� งาน ขาดประสทิ ธภิ าพในการทำ� งาน และหาทางหลกี เลยี่ งงานดว้ ยวธิ กี ารตา่ ง ๆ จนอาจ ถงึ ขนั้ ลาออกจากงานได้ในที่สดุ (Sanguansat, 2014; Wongloei, 2008) เพ่ือให้เกดิ ความสขุ ในการท�ำงานขององคก์ ร องคก์ ารอนามัยโลกไดใ้ หข้ อ้ เสนอแนะเอาไวว้ ่า องคก์ ร ทจี่ ะท�ำให้บคุ ลากรมคี วามสขุ ได้นั้น ควรเปน็ องค์กรสขุ ภาวะหรอื Healthy workplace หมายถึง องคก์ รทีม่ ี การป้องกนั ส่งเสริม สนับสนุนในดา้ นร่างกาย จิตใจ และความเปน็ อยทู่ ดี่ ขี องบุคลากร โดยได้เสนอแนวทาง การสร้างสุขภาวะ ในองค์กร 4 ประการ ได้แก่ (1) การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เช่น การจัด สงิ่ อำ� นวยความสะดวก ในทที่ ำ� งาน การจดั การกบั สง่ิ กอ่ สรา้ งอากาศ เครอื่ งจกั ร เฟอรน์ เิ จอร์ ผลติ ภณั ฑ์ สารเคมี วัสดุ และกระบวนการผลิต ซึ่งมีผลกระทบต่อความปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ ก่อให้เกิดความเจ็บป่วย การบาดเจบ็ พกิ ารหรอื เสยี ชวี ติ รวมทงั้ สง่ ผลตอ่ ความเปน็ อยใู่ นการประกอบอาชพี และการใชช้ วี ติ ของบคุ ลากร ตลอดช่วงเวลาของการท�ำงาน (2) การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางจิตสังคม เช่น การสร้างบรรยากาศใน การทำ� งาน การสรา้ งวฒั นธรรมองคก์ ร ทศั นคติ ความเชอ่ื คา่ นยิ ม และการปฏบิ ตั ซิ งึ่ ปรากฏขนึ้ ในองคก์ รทเ่ี ออ้ื ตอ่ ความสุขในการท�ำงาน (3) การพฒั นา สิง่ เอ้อื อ�ำนวยสุขภาพอนามยั ในที่ท�ำงาน ได้แก่ การจัดสงิ่ สนับสนนุ และ การจดั บรกิ ารดา้ นสขุ ภาพ เชน่ ข้อมูลขา่ วสาร บุคคลตน้ แบบ อุปกรณ์ การสรา้ งโอกาสที่บรษิ ัทจดั เตรียมไว้ สง่ิ สนับสนนุ ตา่ ง ๆ การปรับปรงุ หรอื คงไวซ้ ่ึงวธิ ปี ฏิบัติในการดำ� เนนิ ชีวิตทคี่ ำ� นงึ ถงึ สขุ ภาพกายและสุขภาพใจ และ (4) การพัฒนาความรว่ มมือกบั ชมุ ชน เชน่ การสรา้ งกจิ กรรมขององคก์ รทสี่ รา้ งใหเ้ กดิ ความสัมพันธอ์ นั ดี ระหว่างองค์กรกับชุมชนท้ังทางกายภาพและสังคม ซ่ึงส่งผลดีต่อความปลอดภัย สุขภาพทางกายและ สขุ ภาพทางใจ รวมท้งั ความผาสุกของบุคลากรและครอบครัวที่อาศยั อยใู่ นชมุ ชน (Burton, 2010) อยา่ งไรกต็ าม จากรายงานการวจิ ยั เกี่ยวกบั ความสขุ ในองค์กรท่ีผ่านมาพบวา่ นอกเหนือจากปจั จัยที่ ปรากฏในแนวทางการสรา้ งสขุ ภาวะในองคก์ รขององคก์ ารอนามยั โลกดงั กลา่ วแลว้ ยงั มปี จั จยั อกี หลายประการ ที่สามารถส่งผลต่อการสร้างความสุขและความพึงพอใจในการท�ำงานให้แก่บุคลากรในองค์กรได้เช่นกัน ดงั รายงาน การวิจยั ของ Bassi, Bacher, Negri & Delle Fave (2013) พบว่า ปัจจัยท่ีสามารถเสรมิ สร้าง ความสขุ ของบคุ ลากรในการทำ� งานมหี ลายประการ เชน่ ความมนั่ คง ความกา้ วหนา้ ในหนา้ ท่ี ความสมั พนั ธก์ บั เพอ่ื นรว่ มงาน ผลตอบแทนและสวสั ดกิ ารขององคก์ ร องคก์ รและสภาพแวดลอ้ มในองคก์ ร วฒั นธรรมในองคก์ ร ภาวะผู้น�ำ การจัดการระบบ การรับรู้ส่วนบุคคล ความรู้ความเข้าใจ และลักษณะของส่วนบุคคล เป็นต้น นอกจากปจั จยั ดงั กลา่ วแลว้ Thongtanunam, Thummakul, Prasertsin, Cheunsirimongkol & Kruttakart (2015) ยังได้รายงานการทบทวน งานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับองค์กรแห่งความสุขในบริบทองค์กรภาครัฐพบว่า ปัจจยั พัฒนาความสขุ ของคนในองคก์ รภาครัฐและน�ำไปสู่องค์กรแหง่ ความสุขนั้น ประกอบไปดว้ ย (1) ปัจจยั ด้านภาวะผ้นู �ำ ได้แก่ ภาวะผู้นำ� การเปลย่ี นแปลง การบรหิ ารความแตกต่าง และการเปน็ แบบอย่างทด่ี ขี อง ผู้น�ำองค์กรและการให้การสนับสนุน (2) ปัจจัยด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ การมอบหมายงานทเี่ หมาะสมกบั ความต้องการและสภาพร่างกาย การให้รางวลั และคา่ ตอบแทนทเี่ หมาะสม และเปน็ ธรรม การลดและปอ้ งกนั การลาออก ความกา้ วหนา้ ในวชิ าชพี ของบคุ ลากร ความพงึ พอใจในการทำ� งาน ปีท่ี 16 ฉบบั ที่ 2 ประจำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2563 63
ของบุคลากร (3) ความผูกพันต่อองค์กร และ (4) พฤติกรรมการเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กร นอกจากนี้ Rungmatekul (2017) ศกึ ษาระดบั ปจั จยั ท่ีมีอิทธพิ ลต่อความสขุ ในการท�ำงานพบวา่ พนักงานมีความคดิ เห็น เก่ียวกับปัจจัยที่มีผลต่อความสุขในการท�ำงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาตามรายด้าน พบว่า พนักงานใหค้ วามสำ� คญั กับปจั จัยที่เกี่ยวกับสภาพแวดลอ้ มในการท�ำงานมากทส่ี ุด รองลงมา คือ ปัจจยั ทเี่ กยี่ วกบั ตัวของงานล�ำดับถัดมา คอื ปจั จยั ทเี่ ก่ยี วกบั คน และสัมพนั ธภาพระหวา่ งบคุ คลและปจั จยั ท่เี กย่ี วกบั ตนเอง และ Manakarn, Saksri & Chunin (2018) ได้รายงานวา่ ปจั จยั ดา้ นครอบครวั ก็มผี ลต่อความสขุ ในการท�ำงานได้เช่นกัน โดยหากบุคคลเกิดความขัดแย้งระหว่างงานกับครอบครัว จะส่งผลต่อการขาดงาน อตั ราการออกจากงาน ประสทิ ธภิ าพในการทำ� งานลดลง สขุ ภาพทางดา้ นรา่ งกายและจติ ใจยำ่� แย่ ไมม่ คี วามสขุ ในการท�ำงาน เป็นต้น ดังน้ัน จะเห็นได้ว่า มีปัจจัยเป็นจ�ำนวนมากที่ส่งผลต่อความสุขใน การท�ำงานของ บคุ ลากร และมีความแตกตา่ งกันตามแต่กรณศี ึกษา ท้ังน้ี ในการท่ีจะระบุวา่ ปัจจัยใดมีอิทธิพลต่อความสขุ ใน การทำ� งานของบคุ ลากรในองคก์ รมากทส่ี ดุ นนั้ จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารดำ� เนนิ การศกึ ษาคน้ ควา้ เฉพาะในแตล่ ะองคก์ ร น้ัน ๆ โดยอาจไม่สามารถน�ำปัจจัยดังกล่าวมาเทียบเคียงกันระหว่างองค์กรได้ท้ังหมด เนื่องจากทุกองค์กร ยอ่ มมบี รบิ ทขององคก์ ร วฒั นธรรม ตลอดจนลกั ษณะของบคุ ลากรและสภาพแวดลอ้ มในการทำ� งานทแี่ ตกตา่ ง กันออกไป มหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต เปน็ องคก์ รภาครัฐทม่ี ีลกั ษณะการบรหิ ารจัดการและวัฒนธรรมในการท�ำงาน ทม่ี ลี กั ษณะเฉพาะตวั มปี รชั ญาในการดำ� เนนิ งาน คอื มหาวทิ ยาลยั ทส่ี ามารถสรา้ งความเขม้ แขง็ ในการอยรู่ อด ได้อย่างย่ังยืน บนพ้ืนฐานของการจัดการคุณภาพ (Sustainable Survivability Based on Quality Management) และมวี สิ ยั ทศั น์ ความวา่ “มหาวทิ ยาลยั เฉพาะทางทม่ี อี ตั ลกั ษณโ์ ดดเดน่ ดา้ นอาหาร การศกึ ษา ปฐมวัย อุตสาหกรรมบริการ และการพยาบาลและสุขภาวะ ภายใต้กระบวนการพัฒนาเพื่อความเป็นเลิศ บนพื้นฐานของการจัดการคุณภาพ โดยมีพันธกิจ 4 ประการ ไดแ้ ก่ การผลติ บณั ฑติ การพัฒนานวัตกรรมและ งานวิจัย การท�ำนุบ�ำรุงศิลปวัฒนธรรม และการบริการวิชาการ (Suan Dusit University, 2016) ท้ังนี้ ในการบริหารงานด้านบุคลากรของมหาวิทยาลัย ได้ให้ความส�ำคัญกับการสร้างความสุขในการท�ำงานของ บุคลากรในองค์กร ดังปรากฏในแผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2561-2564 ยุทธศาสตร์ท่ี 5 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรสู่ความเป็นเลิศ มีเป้าประสงค์คือ บุคลากรที่มีคุณภาพ ท�ำงานอย่างมีความสุข มีความมั่นคงในอาชีพ และมุ่งม่ันสร้างผลงานที่มีคุณค่าแก่มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยทุ ธท์ ี่ 1 พฒั นาระบบการบรหิ ารบคุ ลากรทส่ี นบั สนนุ ตอ่ ทศิ ทางการพฒั นามหาวทิ ยาลยั กลยทุ ธท์ ่ี 2 พฒั นา สมรรถนะบุคลากรให้พร้อมส�ำหรับโลกอนาคต กลยุทธ์ท่ี 3 ส่งเสริมความรักและผูกพันต่อองค์กรเพื่อรักษา บคุ ลากรคณุ ภาพ (Suan Dusit University, 2018) ถึงแม้มหาวิทยาลัยสวนดุสิตจะตระหนักและให้ความส�ำคัญต่อความสุขในการท�ำงานของบุคลากร ดังปรากฏในแผนกลยุทธ์ดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่ทั้งน้ี ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาโดยเฉพาะว่าองค์กรแห่ง ความสุขในบริบทของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตควรมีปัจจัยใดเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าองค์กรนี้เป็นองค์กรแห่ง ความสขุ หรอื ไม่ ดงั นน้ั คณะผวู้ จิ ยั จงึ มคี วามเหน็ วา่ ควรทำ� การศกึ ษาปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ ความสขุ ในการทำ� งานของ บุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เพ่ือค้นหาปัจจัยที่สัมพันธ์กับองค์กรแห่งความสุขในบริบทของมหาวิทยาลัย สวนดุสิตที่อาจมีความแตกต่างหรือมีความเฉพาะตามลักษณะวัฒนธรรมขององค์กร ส�ำหรับเสนอเป็นข้อมูล ตอ่ มหาวทิ ยาลยั ในการกำ� หนดเปน็ นโยบายสง่ เสรมิ ความสขุ ในการทำ� งานแกบ่ คุ ลากรของมหาวทิ ยาลยั ใหเ้ กดิ 64 บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั สวนดุสติ
ความรกั ในการทำ� งาน มคี วามรกั และผกู พนั ตอ่ องคก์ ร มคี วามตง้ั ใจและทมุ่ เทแรงกายและแรงใจในการทำ� งาน สามารถขบั เคลอื่ นการทำ� งานใหบ้ รรลไุ ปสเู่ ปา้ หมายของหนว่ ยงานตน้ สงั กดั ตลอดจนเปา้ หมายของมหาวทิ ยาลยั ได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพต่อไป วตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื ศกึ ษาปัจจยั ทสี่ ง่ ผลต่อความสขุ ในการทำ� งานของบคุ ลากรมหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ แนวคิดทฤษฎที ่เี กยี่ วข้อง ในการวิจัยเร่ือง ปัจจัยท่ีส่งผลต่อความสุขในการท�ำงานของบุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ขอน�ำ สาระสำ� คญั ทเี่ ปน็ แนวคดิ การศกึ ษาวจิ ยั ครงั้ นมี้ านำ� เสนอดงั นี้ 1) สภาพแวดลอ้ ม 2) สวสั ดกิ าร และ 3) คณุ ภาพ ชวี ิตในการท�ำงาน โดยมรี ายละเอียดดังน้ี สภาพแวดลอ้ ม หมายถึง สง่ิ ทอ่ี ยู่รอบตวั และเออื้ อำ� นวยใหบ้ คุ ลากรท�ำงานไดอ้ ยา่ งมีคณุ ภาพ เปน็ ส่ิง ที่สะท้อนถึงความรู้สึกของบุคลากรท่ีมีต่อการท�ำงานและเพ่ือนร่วมงาน โดยสภาพแวดล้อมท่ีดีจะส่งผลต่อ บคุ ลากรใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ ทอ่ี ยากทำ� งาน ทมุ่ เทกำ� ลงั กายและกำ� ลงั ใจ มคี วามคดิ ทจี่ ะรว่ มกนั ชว่ ยกนั แกไ้ ขปญั หา ในการทำ� งาน การทำ� งานก็จะมีคณุ ภาพเพ่ิมข้ึน (Songkiatsak, 2015) สวัสดิการ หมายถึง ผลประโยชน์ตอบแทน การบริการหรือกิจกรรมใด ๆ ที่องค์กรจัดให้มีเพ่ือให้ บุคลากรในหน่วยงานให้ได้รับความสะดวกสบายในการท�ำงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของบุคลากร มคี วามม่ันคงในอาชพี มีหลักประกันที่แนน่ อนในการดำ� เนินชวี ิต หรอื ได้รับประโยชน์อืน่ ใดนอกเหนอื จากเงนิ เดอื น หรอื คา่ จา้ งทไ่ี ดร้ บั อยเู่ ปน็ ประจำ� ซงึ่ ผลประโยชนต์ อบแทนและบรกิ ารนนั้ กอ่ ใหเ้ กดิ ความมนั่ คงปลอดภยั และสะดวกสบายใน การท�ำงาน และการด�ำรงชีวิต อันจะช่วยเสริมสร้างขวัญก�ำลังใจให้กับบุคลากรมี ความพึงพอใจในการท�ำงานหรือความสุขในการท�ำงาน และจงรักภักดีต่อองค์การ รวมถึงเป็นสิ่งจูงใจให้ ผู้ปฏิบัติงานมีขวัญและก�ำลังใจท่ีดี เพื่อจะได้ใช้ก�ำลังกาย ก�ำลังใจ และสติปัญญาความสามารถของตน ในการปฏิบตั งิ านอยา่ งเตม็ ท่ี ท้งั นไ้ี ดร้ ะบุการจัดสวัสดิการโดยท่ัวไปมี 3 ประเภท คอื เศรษฐกิจ นันทนาการ และสิ่งอ�ำนวยความสะดวก (Kongeaid, 1998; Pimsiri, 2012) คณุ ภาพชีวติ ในการทำ� งาน หมายถึง ความรู้สึกของบคุ คลหรือกระบวนการทอี่ งค์การก�ำหนดข้นึ โดย มีจุดประสงคเ์ พ่อื ใหบ้ คุ ลากรแสดงออกถงึ ความสุขและความพงึ พอใจในงาน มีความรสู้ ึกมสี ว่ นร่วมในองคก์ าร มีขวัญและก�ำลังใจที่ดี มีความกระตือรือร้นอยากจะท�ำงานให้ส�ำเร็จตามเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซ่ึงเป็นความรู้สึกที่ได้รับจากประสบการณ์ในการท�ำงาน และกลไกจากกระบวนการต่าง ๆ ท่ีองค์การได้ให้การส่งเสริมสนับสนุน และตอบสนองต่อความต้องการท้ังทางร่ายกายและจิตใจของบุคลากร (Wongsureerat, 2011; Sakunmerit, 2008) ถา้ หากบคุ ลากรมคี วามพงึ พอใจในงานทท่ี ำ� กจ็ ะสง่ ผลใหบ้ คุ ลากร ต้องการปรับปรุงศักยภาพของตนเพื่อท�ำงานให้ดีข้ึน และเป็นกลไกให้องค์การบรรลุเป้าหมายตามไปด้วย ซ่ึงจะน�ำไปสคู่ วามผกู พนั ต่อองคก์ ารดว้ ย (Dabsungnoen, 2011) ความสุขในการท�ำงาน หมายถึง เป็นการแสดงพฤติกรรมและอารมณ์หรือความรู้สึกในเชิงบวก ท่ีเกิดข้ึนภายในจิตใจของบุคคลท่ีตอบสนองต่อเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นในการทำ� งานหรือเกิดข้ึนภายใต้แรงจูงใจ ปีที่ 16 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2563 65
คแในซตดวตก่งึังาา่ลคนมมาะวั้นปรพาบทครงึมุะคว�ำพสสางคอุขมบาลใสนก(จทTุขาหใaี่แรขนรnณอสกือcง์ดขาhตบอรงaาุคปงiอมsคบฏaอปลุคkบิกรเ,คกตัะม2ลิดสิงา0ใขานบ1ึ้นน7กดกมก)าังาารจ็ นรจทะณ้ันาานกงค์ขำ� าคอวมนวางาาบมซซม่ึงุคส่งึพสคุคขึง่ิงวพลขเหาใออมนลใงจส่ากบนใุขานุค้ีจรช(ะคทTีวแลa�ำิตสnเงหดกาcางินดhกใขหaบซi้ึ้เนุคsหึ่งaคม็นสkลาถ่ิง,มจเึง2หีคพา0วลกฤ1า่าตค7มนกิ ว)พร้ีจาึงระมพมแพอขสใึงอจดพงใงแนอใตกหใ่ลจา้เะรหใบปน็นุคฏชถคิบีวึงลัติพตทิงหฤาี่แตนาสกิกกด็จรบงอระุคมนอคกาขลมมอมาางี กกรรออบบแแนนววคคิดดิ สภาพแวดลอ้ ม - ด้านลกั ษณะงาน - ดา้ นความสมั พันธ์กบั เพื่อนรว่ มงาน สวสั ดกิ าร ความสขุ ในการทางาน - ดา้ นสุขภาพอนามัย - ดา้ นความพงึ พอใจในชีวิต - ดา้ นเศรษฐกิจ - ดา้ นความพงึ พอใจในการทางาน - ดา้ นสงั คมและนันทนาการ - ดา้ นอารมณท์ างบวก - ดา้ นการศึกษา - ด้านอารมณ์ทางลบ คณุ ภาพชีวติ ในการทางาน - ด้านประโยชนเ์ ก้ือกลู - ดา้ นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย - ดา้ นความสมดุลระหวา่ งชีวิต ในการทางาน ภภาพาพทที่ 1ี่ 1กกรรออบบแแนนววคคดิดิ รระะเเบบียียบบววธิ ิธวี วีิจยัจิ ยั ทมกแสอ2กมรใบำว�ห่เี ชห้อ8หาทิหนบา้วรย8มธานดวิธสกลวิพาิทกีดสุคอาะทิะลาิตคยหนบยสรเ41าา่นทถาสกม0เขล.1ดลน่า า่มุ-าจนัย.ขก6ยัมื่อแปร�ำสา0นับสงปกบปนรดวจาว�ำบ(ะรรว.นอดPนา0หะชหะนกตทlิดด5มoนชาลัวงุสธุส2กpาาราดาอพิติิตณกยะ8aรนขยลดขnว8รวจา่นรจเนั้ิจวับtิงจา้อทาhคิ�ำจใัยตนคัยดยชiา่นนัยnอววอ้โกตลควา,นนป่ืนคบัเะัวอืมน2นรืออ(ตๆเ0แM.อื่ชบ40ยวั1ตกบอ่ืงท0อu5ุค่า2รัวจุมค-ยlง่ีเ)ลมอรt6กาใั่นล่าiเากะย-ช0ก็บพงราsกดาว่า้โงtอ้ขื่อกรรปบัaิจง(า้อยชรคPสวgยันรคลสดมาelาิจแววoนะเาูคลยัยชกจิาRยpวือกว9ยมรัยaณวaับชิค0อมnบเอิชnชาขกือัตdกุคนื่าคtกนอล่ืรoกลาhวาุ่มาามบรๆmาาาiรกดnตน่ัคกุคมราต,ทัวรรแำ�คลSรวัแอสอ้น่ีเaล2ลตาอกลยายmวก0ะาอยยบ็ะ่าดลณส1รบ่าpงวสขเะส2างกจชิlคขา้อสiย)าละn9าลยนามยสกบัมg0่ือเสเาวูลพน)ารีอผนนดคิชร็จกดบัู้วอ่ืัตรัตบวราังบัิจแช้อรสาัวูปสกนัยากลยดนมอนา้ีจกะลลGเคนุยรุงึนชาสะุ่ม*ลกา่ทรยทาตแงาาตP5สี่ยอี่สสหดวัลoอสังัตไังำ�อนเะwบกดนกครเยดส้รัดขกeับัาดล่าขาจ็นลrอกสออ่ืงยนรับายVานยจนสาปูดรeข่ใูุนู่ใะรดนนตตนrอขมอ้Gตsัับวคอคงอiยีอัว*oอแบณสณงอลตัnยบมPนกยะะระ่าบหo3ุนลา่างหห5าสงw.ทบักข1รรเวอไี่เปาอผeอืือิทดหกบรน็งวู้rหหยข้มาตถมจิVหนานนา4อาหยัลeะน่ว่ว5ามบจัยาrสยย0ดดปsกวงึสมงงคตiรกคิทoลวาาจ่าวัะนำ�นนับnนยาขอมหดนาขนขขโยา3นสุลดวอาออณา่.ิตนดัยยด1งงงง ขนาดตัวอย่าง1เป.1็น ข4้ัน5ต0อคนนที่ โ1ดหยนใช่วยว้ ิธกกีาราเรลสอื ุม่ กแคบือบปหรละาเยภขท้นัสตายองนาน(Mมหuาlวtiิท-sยtาaลgัยeสวRนaดnุสdิตomไดแ้ Sกa่ mสาpยlวinชิ าgก) าดรงั นแลี้ ะ สายสนับ สนุน1.1 ขั้นตอนที่ 1 หน่วยการเลือก คอื ประเภทสายงานมหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต ไดแ้ ก่ สายวชิ าการ และสายสนบั ส1น.2ุน ข้ันตอนที่ 2 การสุ่มสังกัด ใช้การสุ่มอย่างง่าย ซึ่งตัวอย่างท่ีได้คือ คณะวิทยาศาสตร์ คณะ พยาบาล ศาส1ต.2ร ์ คขณั้นตะคอรนุศทาี่ส2ตรก์ โารรงเสรุ่มียนสักงการัดเรือใชน้กสาถราสบุ่มันอวยิจ่าัยงแงล่าะยพัฒซน่ึงตาัวสอายน่ัากงงาทนี่ไมดห้คาือวิทคยณาละัยวิทแยละาสศถาาสบตันร์ ภาษาศลิ ปะและวฒั นธรรม 1.3 ข้ันตอนที่ 3 การสุ่มบุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดุสิต สุ่มตัวอย่างอย่างง่ายจากสังกัดตัวอย่าง 66 บขณััน้ ฑติตอวิทนยทาล่ี ัย2มจหาาวกทิ ทยา่ผี ลวู้ ยั จิสวยั นกดาสุ ติหนดขนาดตัวอยา่ งท้งั ส้นิ 450 คน ทั้งนจ้ี ากการเก็บรวบรวมขอ้ มูลจากตวั อยา่ งวิจัยพบว่า บัณฑิตวทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ ปีที่ 16 ฉบบั ท่ี 2 เดอื นพฤษภาคม-สงิ หาคม 2563
คณะพยาบาลศาสตร์ คณะครศุ าสตร์ โรงเรียนการเรอื น สถาบนั วจิ ยั และพัฒนา สำ� นักงานมหาวิทยาลยั และ สถาบันภาษาศลิ ปะและวัฒนธรรม 1.3 ข้นั ตอนท่ี 3 การสมุ่ บุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ สุม่ ตวั อย่างอยา่ งงา่ ยจากสังกดั ตวั อยา่ ง ขน้ั ตอนท่ี 2 จากทผี่ วู้ จิ ยั กำ� หนดขนาดตวั อยา่ งทง้ั สนิ้ 450 คน ทง้ั นจี้ ากการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากตวั อยา่ งวจิ ยั พบวา่ บุคลากรมหาวทิ ยาลยั สวนดุสิตทเ่ี ปน็ ตวั อยา่ งวจิ ยั ท้งั หมด จ�ำนวน 427 คน (ร้อยละ 94.88) ในภาพรวม ขบ้อุคมลู าพกนื้ รฐมาหนาขวอิทงยบาคุลัยลสากวนรพดุสบิตวท่า่ีเบปคุ็นลตาัวกอรยส่า่วงนวิจใหัยทญ้ังเ่ หปมน็ ดเพจศาหนญวนงิ จ4�ำ2น7วคนน3(1ร9้อยคลนะ(ร9อ้ 4ย.8ล8ะ) 7ใน4.ภ7า1พ)รอวยมู่รขะ้อหมวูลา่ ง อพาย้ืนุฐ4า1น-ข4อ5งบปุคี จล�ำานกรวพนบ9ว7่า คบุนคล(ารก้อรยสล่วะนใ2ห2ญ.7่เป2น็) เพปศ็นหบญุคิงลจาากนรวทน่ีจบ31ก9ารคศนกึ (ษร้อายระลดะบั 7ป4.ร7ิญ1)ญอายตู่รระมีหาวก่างทอ่ีสาดุยุ 4จ1ำ� -น4ว5น 1ป9ี2จาคนนวน(ร9อ้ 7ยลคะน 4(ร4อ้ .9ยล6ะ) ร2า2ย.7ล2ะ)เเอปีย็นดบดุคังลตาากรราทงีจ่ทบ่ี 1การศึกษาระดับปริญญาตรีมากที่สุด จานวน 192 คน (ร้อยละ 44.96) รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 1 ตตาารราางงทที่ ี่ 11 ขขอ้้อมมลูลู ทท่วั ั่วไไปปขขอองกงกลุ่มลตมุ่ วัตอัวยอา่ ยงจา่ างแจนำ� แกตนากมตปารมะปเภรทะตเภาแทหตน�ำง่แหน่ง ประเภทตาแหนง่ ขอ้ มลู พน้ื ฐาน สายวิชาการ สายสนบั สนนุ รวม n% n% n% เพศ ชาย 50 21.28% 58 30.21% 108 25.29% อายุ หญิง 185 78.72% 134 69.79% 319 74.71% 235 100.00% 192 100.00% 427 100.00% ระดับการศกึ ษา รวม 29 12.34% 16 8.33% 45 10.54% ตา่ กว่า 25 ปี 33 14.04% 22 11.46% 55 12.88% 26-30 24 10.21% 31 16.15% 55 12.88% 31-35 45 19.15% 42 21.88% 87 20.37% 36-40 49 20.85% 48 25.00% 97 22.72% 41-45 33 14.04% 15 7.81% 48 11.24% 46-50 11 4.68% 15 7.81% 26 6.09% 51-55 11 4.68% 3 1.56% 14 3.28% มากกวา่ 55 ปีขน้ึ ไป 235 100.00% 192 100.00% 427 100.00% 4 1.70% 5 2.60% รวม 9 2.11% ต่ากว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี 84 35.74% 108 56.25% 192 44.96% ปริญญาโท 87 37.02% 77 40.10% 164 38.41% ปรญิ ญาเอก 60 25.53% 2 1.04% 62 14.52% รวม 235 100.00% 192 100.00% 427 100.00% ใตสนมใลข่งอนก้ักผาอนกตาษลมทารรูตณล่ีปรท่อทะ1ทร�ำ่ัค2วขะางไ.ว2้อขมาง ป.าานค้อาเมนณคามเเลปถสครูลคไกัาร็ุขนื่อด่าทมื่อษใงล้แั่วนเง5มณักปกมไกือปรษ็่นือะาสะทแณทขรดภเบ่ีใอ้่ีใทปัะบชชาบค�ำแ็พน้ใ้ใมทำ�นงนบลแถาา้ังกกบัวกนตนาาาดเษมี้รผรลรลปเู้วเไณือกเปด้อิจรก็บกะน็ะัย้แม็บตรแมไกแวดรอสบาบ่ บว้มณบวบสบบรีกัสภคเวม(ารดลC่มาาราวิกือhพขตตม5ากe้อรแรขรcตรวมปว้อkะจอูลแดรlมดสiบลsะลคัอบูลtะม้อือ)บค(าตมตCคคุแณณออุณhือบนสภคนeบภทวา่าทแcสาัสี่พk่ีบพ35อด2lชบบขiิกแsรีวแอถสtบะาิตบง)าอรดบใเมบคนบตับสซแสรกอถอึ่ง่ือตลอาบนแางะอบรมบถทมคทนถ่างซือ่ี ุณเามทาึ่งว2ปงมเแ่ีิจภ็นกา3เัยบแนี่กายจ3แบ่งพี่วยาลเบกบวตชปกักับบกอีวสผ็นษัปบนิสตอู้เชณัจอคใบ3ป่ียนจบวะถวรัยกาถขาตชะทมา้าอมกาอร่ีสสมญคอเนท่งุกขเบาจผก�ำใี่ยถดานลปง่ยี วาน้วาตกวรกมยวน่อกะาับนเครปตับกคลทวอ3็อนปวาักานบแัจทามงษทบจมด่าาสณ่ียันนบ้สุวข1ทยุขะ่ี โดยใช้ดัชนี IOC (Index of Item-Objective Congruence) เพ่ือนาผลท่ีได้มาปรับปรุงแก้ไขก่อนนาไปใช้จริง โดย ค่า IOC ที่ได้จากการตรวจสอบมีค่าเกิน 0.5 ข้ึนไป ซึ่งถือว่าข้อคาถามนั้นปีทม่ี ีค16วฉาบมับเทที่ 2่ียงปตระรจง�ำ เเดชอื ิงนเพนฤื้อษหภาาคมแ-ลส้วงิ หจาึงคนมา2ไ5ป63 67 ทดสอบหาความเชอื่ ม่ัน (Reliability) โดยการทดลองเกบ็ ขอ้ มลู ก่อนนาไปใช้จริง (Try-out) จากผ้ตู อบแบบสอบถาม ท่ีไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจานวน 30 คน ผลการตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถามโดยใช้สูตรสัมประสิทธ์ิความเที่ยง
ข้อค�ำถามเป็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ท้ังนี้ผู้วิจัยได้มีการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือวิจัยจาก ผู้เชี่ยวชาญจ�ำนวน 3 ท่าน โดยใช้ดัชนี IOC (Index of Item-Objective Congruence) เพื่อน�ำผลท่ีได้ มาปรบั ปรุงแกไ้ ขกอ่ นนำ� ไปใชจ้ ริง โดยคา่ IOC ทไ่ี ดจ้ ากการตรวจสอบมีค่าเกิน 0.5 ข้ึนไป ซง่ึ ถอื วา่ ขอ้ ค�ำถาม น้ันมีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา แล้วจึงน�ำไปทดสอบหาความเช่ือม่ัน (Reliability) โดยการทดลองเก็บข้อมูล ก่อนน�ำไปใช้จริง (Try-out) จากผู้ตอบแบบสอบถามท่ีไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจ�ำนวน 30 คน ผลการตรวจสอบ คณุ ภาพของแบบสอบถามโดยใชส้ ตู รสมั ประสทิ ธค์ิ วามเทยี่ งของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) 0.98 ซึ่งผา่ นเกณฑท์ ง้ั หมด โดยต้องมีคา่ มากกว่า 0.70 (Kamkate, 2008) จึงถอื วา่ ผา่ นเกณฑส์ ามารถน�ำไป ใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มูลได้ 3. วธิ ีการเก็บรวบรวมขอ้ มลู โดยมีวิธกี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลดงั นี้ 3.1 ติดต่อขอรายละเอียดเก่ียวกับข้อมูลตัวอย่างวิจัยของหน่วยงานมหาวิทยาลัยสวนดุสิตแต่ละ หน่วยงานเพ่ือไปใช้ในการส่มุ ตวั อยา่ งและเกบ็ รวบรวมข้อมลู 3.3ว.ิธ2กี าทร�ำเกห็บนรังวสบือรขวมอขค้อวมาลูมรโ่วดมยมมวีือิธใกีนากราเกรท็บร�ำววบิจรัยวโมดขย้อเสมนูลดองัไนป้ียังหน่วยงานที่เป็นตัวอย่างวิจัยให้ตอบ แบบสอบถาม3.1 ติดต่อขอรายละเอียดเก่ียวกับข้อมูลตัวอย่างวิจัยของหน่วยงานมหาวิทยาลัยสวนดุสิตแต่ละ หน่วยงา4น.เ พส่อื ถไปิตใิทช่ีใ้ ชน้ใกนารกสามุ่รตวิเวั คอรยา่ ะงแหล์ขะ้อเมกบ็ูลรวคบือรวสมถขิต้อิพมูลื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐาน แล3ะ.ส2ถทิตาิทห่ีใชน้เังพส่ือทขอดคสอวาบมปรัจ่วจมัยมดือ้าในสกภาราทพาแววิจดัยลโ้อดมยเสปนัจอจไัยปดย้าังนหสนว่วัสยดงิกาานรที่เแปล็นะตปัวัจอจยัย่าดงว้าินจัยคใุณหภ้ตาอพบ ชแวี บติ บในสกอาบรถทาำ�มงานทม่ี ผี ลตอ่ ความสขุ ในการทำ� งาน ไดแ้ ก่ การวเิ คราะหค์ า่ ถดถอยพหคุ ณู (Multiple Regression Aแnลaะlสysถiติs)ิท4ี่ใ.ช้เสพถื่อติททิ ดี่ใสชอใ้ นบกปาัจรจวยั ิเคดร้านาะสหภข์ า้อพมแูลวดคลือ้อสมถปติ ัจพิ จ้ืนัยฐดาา้นนไสดว้แสั กด่ ิกคาา่ รเฉแลลี่ยะคป่าัจรจอ้ ยั ยดลา้ ะนคแุณละภสา่วพนชเบีวิตีย่ ใงนเบกนารมทาตางราฐนาทน่ี ผมลผี กลตาอ่รคศวึกาษมสาุขในการทางาน ไดแ้ ก่ การวิเคราะหค์ ่าถดถอยพหคุ ูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการศกึกาษรานำ� เสนอขอ้ มลู สว่ นนผี้ วู้ จิ ยั แบง่ ออกเปน็ 3 ตอน ประกอบดว้ ย การวเิ คราะหค์ วามสขุ ในการทำ� งาน และปัจจัยกทาี่สร่งนผาลเสตน่ออคขว้อามมลู สสุข่วในนนกีผ้ า้วู ริจทยั �ำแงบา่งนอขออกงเปบน็ุคล3าตกอรนมหปารวะิทกอยบาลดัยว้ ยสวกนาดรวุสิเิตครากะาหรค์ววิเคามราสะุขหใน์คก่าาสรัมทปางราะนสแิทลธะิ์ สปหัจสจมั ัยพทันี่สธ่งผ์เพลยีตร่อ์สคนัวาแมลสะุขกในากรวารเิ คทราางะานหข์กอางรบถุคดลถาอกยรพมหุคาวูณิทยมารี ลาัยยสลวะนเดอุสยี ิตดดกงั านรี้วิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ เพยี ร์สัน1แ. ละกกาารรววิเเิคคราะห์ก์คาวราถมดสถุอขยในพกหาุครณู ทม�ำงรี ายนลแะลเอะียปดัจดจงั ัยนท้ี ่ีส่งผลต่อความสุขในการท�ำงานของบุคลากร มหาวิทยาล1ยั. สกวานรดวสุิเคติ ราะห์ความสุขในการทางานและปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการทางานของบุคลากร มหาวิทยาลัยสวนดุสติ ตตาารราางงทที่ ่ี22แแสสดดงงคคา่ ่าเเฉฉลลย่ีีย่ แแลละะสส่วว่ นนเเบบีย่ ย่ี งงเเบบนนมมาาตตรรฐฐานานขของอคงวคาวมาสมขุ สใขุนใกนากรทาราทงาำ� นงบานคุ บลาคุ กลรามกหรามวหิทายวาทิลยยั าสลวนยั สดสุวนติ ดสุ ติ ประเด็น mean S.D. ระดับความคดิ เหน็ ความสุขในการทางาน 3.34 1.15 ปานกลาง 1. ดา้ นความพึงพอใจในชีวิต 3.66 1.06 มาก 2. ดา้ นความพงึ พอใจในการทางาน 3.85 1.00 มาก 3. ดา้ นอารมณท์ างบวก 3.68 1.07 มาก 4. ด้านอารมณท์ างลบ 2.16 1.47 นอ้ ย จากการวิเคราะห์ความสุขในการทางานของบุคลากรมหาวิทยาลยั สวนดุสติ พบว่า ในภาพรวมอยใู่ นระดับ ปานกลาง (mean 3.34, S.D. 1.15) เม่ือพิจารณาเป็นรายด้านเรียงลาดับจากมากไปหาน้อยได้แก่ ด้านความพงึ พอใจใน การทางานอยู่ในระดับมาก (mean 3.85, S.D. 1.00) ด้านด้านอารมณ์ทางบวกอยู่ในระดับมาก (mean 3.68, S.D. 68 1บัณ.0ฑ7ิต)วทิดย้าานลัยคมวหาามวิทพยึงาลพยั อสวในจดใสุนติ ชีวิตอยู่ในระดับมาก (mean 3.66, S.D. 1.06) และด้านอารมณ์ทางลบอย่ใู นระดบั น้อย (mean 2.16, S.D. 1.47) ตามลาดบั
ความสขุ ในการทางาน 3.34 1.15 ปานกลาง 1. ด้านความพงึ พอใจในชวี ติ 3.66 1.06 มาก 2. ดา้ นความพงึ พอใจในการทางาน 3.85 1.00 มาก 3. ดา้ นอารมณท์ างบวก 3.68 1.07 มาก 4. ดา้ นอ ารมจณา์ทกากงาลรบวิเคราะห์ความสุขในการท�ำงานของบุคลากรม2ห.1า6วิทยาล1ัย.4ส7วนดุสิตพบว่าน้อใยนภาพรวม อยู่ในระดับจปากากนากรลวาิเคงร(าmะหea์คnวา3ม.ส3ุข4ใ,นSก.Dาร.ท1า.1งา5น) ขเมออ่ืงบพุคิจลาารกณรามเหปาน็ วริทายยาดล้ายั นสเวรนียดงุสลติ ำ� พดบั วจ่าากในมภากาพไปรวหมาอนยอ้ ใู่ ยนไรดะ้แดกับ่ ดป้าานนคกวลางมพ(mึงeพaอnใ3จ.ใ3น4,กSา.รDท. 1�ำ.ง1า5น) เอมยอ่ื ู่ใพนิจราะรณดับาเมปา็นกราย(mด้าeนaเรnียงล3า.8ด5ับ,จาSก.มDา.กไ1ป.0ห0าน) ้อดย้าไดน้แดก้า่ ดน้าอนาครวมาณมพ์ทงึ าพงอบใจวใกน อกยาใู่ รนทราะงดาบันมอยาู่กใน(รmะดeับanมา3ก.6(8m,eSa.Dn.31.8.057,)Sด.Dา้ .น1ค.0ว0า)มดพ้างึ นพดอ้าในจอในารชมวี ณติ อ์ทยางใู่ นบวรกะอดยบั ู่ใมนารกะด(mับมeาaกn(3m.6e6a,nS3.D.6.81,.0S.6D). แ1ล.ะ07ด)า้ ดน้าอนาครวมาณม์ทพึงาพงลอบใจอใยนใู่ชนีวริตะอดยับู่ในนรอ้ ะยดับ(mมาeกan(m2e.a1n6,3S.6.D6,. S1..D4.71).0ต6า)มแลล�ำะดดบั ้านอารมณ์ทางลบอยู่ในระดับน้อย (mean 2.16, S.D. 1.47) ตามลาดบั ตตาารราางงทท่ี ี่33 แมแมสสหหดดาาวงงวทิคคทิ ่า่ายยเเาาฉฉลลลลัยยั่ียี่ยสสแแววลลนนะะดดสสุสสุว่่วิตนนิตเเบบยี่ี่ยงงเเบบนนมมาาตตรรฐฐาานนขขอองงปปจััจจจยััยททสี่่ีสง่่งผผลลตตอ่่อคคววาามมสสขุุขใในนกกาารรททำ�างงาานนขขอองงบบคุุคลลาากกรร ประเดน็ mean S.D. ระดับความคิดเห็น 1. สวสั ดิการ 3.60 0.96 มาก 3.44 1.13 ปานกลาง 1.1 ด้านสุขภาพอนามัย 3.96 0.80 มาก 1.2 ดา้ นสังคมและนันทนาการ 3.37 0.91 ปานกลาง 1.3 ดา้ นเศรษฐกิจ 3.61 0.98 มาก 1.4 ดา้ นการศกึ ษา 4.02 0.89 มาก 2. สภาพแวดลอ้ ม 3.85 0.77 มาก 2.1 ด้านลักษณะงาน m4e.1a8n 1S.0D0. ระดับคมวากมคดิ เหน็ 2.2 ด้านความสมั พนั ธ์กับปเพรอื่ะนเดรน็่วมงาน 33ป..87ที 52ี่ 16 ฉบบั00ท..79่ี 273เดอื นพฤษภาคมมม-าาสกกิงหาคม 2563 3บณั. ฑ3คติ .ณุ1วทิ ภดยาา้าพนลัยปชรวีมะหิตโาใยวนิทชกยนาา์เรลกทยั ื้อสากวงลูนาดนุสติ 3.37 1.18 ปานกลาง 3.2 ด้านสภาพแวดล้อมท่ีปลอดภยั 3.95 0.85 มาก 3.3 ดา้ นความสมดุลระหวา่ งชวี ิตในการทางาน จจากากการารววิเคิเครราาะะหหป์ ์ปจั ัจจจัยัยททสี่ ี่ส่ง่งผผลลตต่อ่อคคววาามมสสุขุขใในนกกาารรทท�ำางงาานนขขอองงบบุคุคลลาากกรรมมหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ เเมมอ่ื อ พพจิ ิจาารรณณาาเปเปน็ ็นรราายยปปจั ัจจจยั ัยเรเรยี ียงงลลำ� าดดบั ับจจาากกมมาากกไไปปหหาานนอ้ ้อยยพพบบววา่ ่าสสภภาาพพแแววดดลลอ้ ้อมมออยยใู่ ู่ในนรระะดดบั ับมมาากก(m(meeaann44.0.022,,SS..DD.. 00.8.899))คคุณุณภภาาพพชชวี ีวิติตในในกกาารรทท�ำางางานน(m(meeaann33.7.722,,SS.D.D..00..9933) ดด้า้านนสสววสั ัสดดกิ ิกาารรออยยู่ใู่ในนรระะดดบั ับมมาากก(m(meeaann33.6.600,,SS..DD.. 00.9.966))ตตาามมลล�ำาดดับบั รตโชคดมมทชสอีววัือีวภคีีย้ังคงิแตหิตสลา่าตปวใเใมพนภงัาวทรนมดแกามแท่ากมาพวกาปส 2งั้าคคีดรบัแหัร.2มรือ ่าลททว.มทพอ0้อกจ�ำดาดี่ย.สมักจมานาง5งลม่รูภกีาาราคาก6ธอ้ะคีกรนวนต7าับ์วมมหวเิตา่พวัาสคาิเดผวอัวแผคมแมวก่รางัลแยปรลัสวสแงคีาทกปรู่ากดรดะสัมา่0าะ่ีะสรทิกาหดลเร.พหหทุท5ดรง้ัางอ้ว์ค์คัน้ัง6วใหวา่ริเมวนหวค7คา่กิเธมากมคาตง-มรืบัอ์ม0ดมมีคบัราาด0.าสสะร่าา7ส40ค.กาัม5เะ4หมั2.ุวณทตง5ท6พห2์พคัสทต่าว6ั7ภัน่ี่สา์คดันกตัว่ีแ7-ส4ธุด่าาิกัแบัว0ธปัร์มสพแด์รปา.ะร7ป0ัมประคังชรห2.ไรแหปรือี6วดว2ไะมทส8วิรดต่าแ้สีคดกุตา่2งะค้แใกิทตา่งคงวัสนกุณ่แตเธวัใสมู่แิท่ทกนล์ิสแวัสภวีคปธา่าะหปตแสัววาร์ิสกรสราัสปสาดทพทหับ่วรมัมดรกิ กุชนาสาสิกพาคงี0วตงััมมารันทมู่ิ.าตัวรพพ6ธคี่แนคีใัน8์4รันควนปวกะ2ธาวธารกับอ์หมา์รทมาแยมวสสะ่ีสมรา่ล่าสหขุวีมงัคทงะุขัสใมวตวพ�นสำใ่าดีนัวานงน่วักงิมแัยกากนตาธปสสนาารอ์ตัวาัมรรรทกแยวัคทพพัำบ�แา่ปญัมาันงงปบสีรงคทาธมาวรว่นา์กานีน่าทพัสงเันสยัทสม่ีบดคสนภสถ่าีควิกวภ้อำ�ติากาว่าาายคพิทมัาบรพทญัรี่สแมคแ่ีสะัมว0สวทมวุดดดพา.มัีาคด7ับคมลันงพล่า2ืออ้สสธ.้อนัเ20มถัทม์รมสธ5ะติพร่าภแ์กหแโทิอกันลันาดลวร่ีังพบะธนย่าะะลค์รแตง้อคดงะตณวุ0วัยุณมบัดหัวแ.ทภ7แาภลปว.สี่า20คป้อาร่าพดุ52ืพทอมงรี่ ตารางที่ 4 คา่ เฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และคา่ สัมประสทิ ธสิ์ หสมั พันธแ์ บบเพยี รส์ ัน ตวั แปร 1 2 34 1. สวสั ดกิ าร 1.000 2. ความสขุ ในการทางาน 0.577** ปที ่ี 16 ฉบบั ท1่ี 2.0ป0ระ0จำ�เดอื นพฤษภาคม - สิงหาคม 2563 69 3. สภาพแวดลอ้ ม 0.682** 0.567** 1.000 4. คุณภาพชีวิตในการทางาน 0.722** 0.580** 0.635** 1.000
ชีวิตในการทางาน ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ทั้งหมดมคี ่าอยู่ระหว่าง 0.567-0.722 ตัวแปรทกุ คู่มีความสัมพนั ธ์อย่างมีนัยสาคัญทางสถติ ิทร่ี ะดับ .05 โดยตัวแปรที่ มีความสัมพันธ์มากที่สุด คือ คุณภาพชีวิตในการทางานกับสวัสดิการ มีค่าเท่ากับ 0.722 รองลงมาคือ สภาพแวดล้อมกับสวัสดิการ มีค่าเท่ากับ 0.682 และส่วนตัวแปรที่มีความสัมพันธ์กันน้อยท่ีสุดคือ สภาพแวดล้อม มีคา่ เท่ากับ 0.567 ดงั แสดงในตารางที่ 4 ตารางท่ี 4 ค่าเฉล่ีย สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน และคา่ สัมประสิทธิ์สหสมั พันธแ์ บบเพียรส์ ัน ตารางท่ี 4 ค่าเฉลยี่ ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และค่าสมั ประสิทธ์สิ หสมั พันธ์แบบเพยี รส์ นั ตวั แปร 1 2 3 4 1. สวัสดกิ าร 1.000 2. ความสขุ ในการทางาน 0.577** 1.000 3. สภาพแวดล้อม 0.682** 0.567** 1.000 4. คุณภาพชวี ิตในการทางาน 0.722** 0.580** 0.635** 1.000 mean 2.883 3.715 3.195 3.101 St. Deviation 0.969 0.818 0.726 0.989 หมายเหตุ: * มีนยั สาคญั ทางสถติ ทิ ี่ระดับ .05 33. . กกาารรววิเิเคราะห์คคา่ า่ ถถดดถถออยยพพหหคุ ูณคุ ณู กกาารรตตรรววจจสสออบบขขอ้ ตกลงเบอ้ื งต้นว่า ตัวแปรอิสระะไไมม่มม่ ีคคี ววาามมสสัมมั พพันนั ธธ์กก์ ันนั เอเองงในในรระะดดับบั ทท่ีสสีู่งมงู มากาก(ไ(มไม่เกเ่ กิดดิ MMuulticolliinneeaarirtiyty) )ททา�ำกกาารรตตรวจจ MMulticolllinineeaarirtiytyจ ะจะใชใช้ ค้ค่ า่า VVaariraiannceceInIfnlaftliaotnioFnacFtaocr t(oVrIF)(VแIFล)ะแคล่ าะ คTา่ oTleorlaenrcaencโดeยโมดเี ยกมณเี ฑกณก์ าฑรตก์ ราวรจตสรอวบจดสังอนบ้ี ดVIงั Fนที้ Vี่ไIมF่เหทมไ่ี มาะเ่ หสมมไามะ่คสวมรไเมกค่ินว1ร0เกหนิ าก1เ0กินหกากว่าเกนนิ้ีแสกดวงา่ วนา่ แี้ ตสวัดแงปวรา่ อติสวั รแะปมีร Mแนอจกขคสวมาบิส้อเิั้วuีนวจวคกรบ่าาัยาlสตระผtมนขท0าดอiมลcสว้ันะ.ิี่นกส2ีคoกนัมหตุาดวlา แพ์จ(lอร3าSรiสะัnนนมtว.ดพ(ปe5eดธิเสXงดpคบัจ์ก9aงั(วัม3ังSwจรวนั)rน7า่นพit่าัายtตอiน้ัเesน้ัyนัอะวัคeซยจคpจหงแธ่่าึ่าางือาใwMป์ก์จกนงไกVนัรiะมปมuผผรsIอFพเีlัจะe่ลนลตอtสิ จดiกบกัส�่ำยpรงัยัMาบูงากะใวสlรดeสนรไส่าวuาวมุ้ดวารูง่คิเRาlนม่เิทคะมคtคeัญีคiครด่ีไา่าpg0รดาวุณกับทrlา.ะ้าeeV2สมะาภมหแsIหีคูงงsสาFล์พRiมแส่าพพ์oัมะบeาสถnสพชหบ2วgกิตดีูวง.ันา่าวr0Aสิิตeทงกธา่9ใแnุดใว์กsมน่ีร2ใaลนsนั่ทาีนภะlะiกซTyตใo่ีไาดภหนาsึ่งoดพัnวัiบารไราsl้รมแeพทะ)กมวA่เrป.ดาพรมก0aมีคnงับวรnินีบ5ปา่าaมสอTcนจัวl1ูงปeo(ิส่จyา2Fห0จัl(ยัsร.<Xeรป0i=จทแะsอื1rั9จ0ยัลัง้))aไไ12จ.มมทะnป240พัยคเ่่งั้cมัจ2กแซบตท่าeจ.ี4คดิ ส3่ึงัว่ีวสัยTวไตด7่า<Mาดเoมามงวั6ม้าlu่เมวปื่อe,0กนาเl่าใrสมtั.จpรินสaชเ2iัcอื่มถกจnภ้ว=oิพใดัยพcิธ1แาชleีวทยพl0.ัสนMว้i0ิเnา่ีสแคดทธิ0ธuกeแวรางวี)่ีม์กlaราดมวลเิtีคโัrนคะณi่าลดะาic่าtหรเใ้รอoคy์นยคกนา์กถมl่า้อมวิดะlารพiยาีnครห(ะTมยทXถMe่าก์ดoาสด2่ีสaาu)ับกlRุrถุดขรeiแltอรใสtถyr=ล.นณiย5aูงดcะพกจ9nหo.ถ์คป67าาหclอรวัจ4กlรุคeืซiอายจท9nผูณม่ึงพไัยลeาทไมสแแดหมงกa่ีมบุ่ขลเา้า่ตrคุากีiคนบนใะร่าtณู นิดy่า แกRบลาัณ=ระฑทปติ.�ำ6ัจวงิท4จาย9ัยนาดลแมยั้าลนจีมะำ�หสนาวRววัสทิ-นsดยqาิก3ลuาัยaรสปrวeจั น(Xจด=ยั3ุส)ติ ค.อ4อื ย21่าปงัจมซจีงึ่นัยอัยดธสบิ้า�ำนาคยคัญไณุ ดทภว้ าา่างพสปถชจั ิตีวจติิทัยใี่รนตะา่กดงาับรๆท.0ำ� สปง5าาีทมนี่ (1าF6ร(Xฉถ=บ1อ)บั ธ1ทปบิ0่ี ัจ2า2จยเ.ด3ยักือ7ดาน6า้รพ,นเฤปสษpลภภ่ียา=าคนพมแ.-แ0สปวงิ0ลหด)างลคคโอ้มดวมยา25มม(6Xสีค32ขุ่า) ในการทำ� งานได้รอ้ ยละร้อยละ 42.10 แสดงเปน็ สมการได้ดงั นี้ Y = 1.604 + .219 (X1) +.286 (X2) + .179 (X3) เมือ่ พิจารณาคา่ สัมประสิทธกิ์ ารถดถอยของตัวพยากรณ์พบวา่ ปัจจัยดา้ นคณุ ภาพชวี ิตในการทำ� งาน (สXภ1า)พสแาวมดาลรอ้ถมพย(Xา2ก)รโณดย์คมวคีามา่ สβุขเใทน่ากกาับรท.2�ำง5า4นแไดละ้สปูงสจั ุดจัยโดดา้ ยนมสีคว่าสั ดβิกาเรท่า(Xก3ับ) .265 รองลงมาคือ ปัจจัยด้าน โดยมีค่า β เท่ากับ .212 70 บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต
สกกสภาภารารทาพทพาแางแวงาวดานดนลล(อ้ X(อ้ มXเ1มมเ)1ม()่ือXส(่ือXสา2พ)า2พมิ)จมโิาจดโาารดายรรถยรถมณพมณพคี ยคีาา่ยาา่าคากคβ่ากβร่าสรณเสณัทเมัค์ทม่า์คปวา่กปวากรบั ารมับะมะส.ส2ส.สุข2ิท5ุขิใท54นใธ4นธิ์กกแ์ิกกแาาลาารลระรทระถปทถปาดจัางดจั จงาถจาถัยนอัยนดอไยดดไา้ยด้าขน้สขน้สอูงสอูงสสวงสวุงดสัตุดัสตดัวโดัวกิดโพกิดพายยายรมยรามีค(ากXีค(่ากX3่รา)3รβณ)βโณดโ์ เพด์ยทเพยทบม่าบม่ากีควกีควับ่่าาับ่า่าβ.ปβ2.ป2ัจ6เัจ6ท5เจท5จา่ัยร่าักยรอดกับอดง้ับาง้ลา.นล2ง.น2คง1มค1ม2ุาณ2ุาณคคภือภือาปาพปจัพจัชจชจีวยั ีวัยิตดิตด้าใา้ในนนน ตตาารรราาางงงททท่ี ่ี5ี่ 55กกกาารารวรวเิวคิเิเครคราราะาะหะห์กหก์ าก์ารราถถรดดถถถดออถยยพอพยหหพุคุคณูหณู ุคูณ pp. . TTCoCooloellelrlilarniannenecaceareirtityySSttaatVtiVsIiFstIFticicss ตตัววั แแปปรร BB SS.E.E. . β ....0000....000000000000******** ...545...545937739876687 211211...860...860769976276762 1(C(.Coคonวnาssมttaสanขุ ntใt)น)การทางาน (Y) 0.0.01.0.0..105534..553486098690 β 2433214... ....สสคคคสสภวุณภววุณัสาภัสาาดพภมดาพิกแาพสกิ แาพวุขชารวดชรใวีดลน(วี ิตXล(อ้ิตกXใ้อ3มนใา)3มน)รก(ทกXา(Xาาร2รง)ท2)ทาานางงา(านYน)(X(X1)1) 00100001....2621....12268017807196499469 ...222...222561156254254 หหมมาายยเหเหตต:ุ :ุ AAddjujussteteddRR22==.4.42211,,RR==.6.64499,, FF==110022.3.37766,,**pp<<.0.055 อกใรสชสตอกกบบนฝกขคตใLกตสทไอชใอนสอตสใฝกนชกบกกรบอนนมะุ่่นวาาานาภาาoออรรขวีุานอาุ่ณาานภะ่นุ่วาาานาภกาาออรรดรรรกจย่นรรรมกจงกลิตเรปิดงภuงเกดรรรจยนรรรอทททปิาภกลเิปยยัทดเบทาอกัเทะาีจฝกคใครmอทททาาปๆยยัทเรบทปงัระจาาาาากนครรงาอปาาปาราุงร่นพ�รำงทกลาาาาา็นกกทงงงาอปาานา็พงใกทงmยายอทกกลเา็าูนงมสกกงงงาาาเ็้ลาอหใกงาาายเอปาำ�านนเปเผงาาานภชเ็้า�ำาาอหนนนนยาาังงเสีาศศป 1จนะนนงปงน้เผจ1aนนนนนน็ร้ีงนร็นงาลคศศวีกกกางซน้เื่ซจ1อากว่ททผ.าอ.ีร้นาr็อ่ืน็าลคมปูกเคกนาซท่ืซอกิตตททยสณลิดอนk.ึ่งั่ึงาดนชงกัมปูกคเบ นใี่่ีเองลนสีตณลือิดผแึ่่ึงชมงเันปอากำ�บมใหนปใน้าใ่ีี่เคยน่ซสีกกอืชสผมแหะงเ(องามหปนนนนาบ้คเลน่งงีค้อืกสาหออค้2จััวะจงูงกึ่่ให�าภำาบาว่เลากมงคี้ือาาทคอ้คัวแบจกตกกจวอหนมาาภาว0จกกจกราสนรสนยจซตาแบตจาวนรอาาสวกจืมอร่าาสนากอำ�าารคศตีาั0ยัศยจรารจาพอทะาวุใสึ่ังกรม่าากมอารกศนงัมรใรยจทสาพาคะหึวุใเวะกรา1ดดมกกึาิแเสจกมดนงแมหทำ�สางสหคหทกทึรเกาวพดกุหขิแ่ีบกาจมเแวษด้เก)้สกาา้หักษกวยรภใาควกพุขใสาบี่กกย้เเวลษต้เม้ใำ�ำ�กาัางึานวยคุหมกนนชนัใสดกบา่กทากยนลลคตขนลาใายีางึาติดนพคุุ่มุงนงอชมรสด่กาคคี้ขผทช้นาียาาเล้คติดดิคพท้ีุ่มม่ญัุรผุพปีก่ออมงคอ้าาก่อคคี้ผททกช้ตาอำาล�ครรัญรลีวละองอ้ฤกุอ่คกณบณุนตนลาตอลงฤรงกาวณจาแรคลอีวลู้อัสใวดิป้อฤุี่กิตบณจกแงมษกาวจาอกู้จอรัใสวาปกวัรนา่ษติามเจยอวญักาึภมษกภคฏขดัาSจราุาคนะกราเมทเยอใฎราวอึภรบักากฏขัดดSา่ยีผกแาฎนรuชอขรมทาเนวใบิฎารศอกท่ืกคอ่กไา่ยยวาแรงีวยคuอาขรงานเ่บิลาลศลวพลทื่งnาอพอม่นคีไงาึตังียวคกามงงร่า่าวลลลาศาาาวพาุ่งงnณอมแิจะงึมัต้อาตกมงgงา่สางาลชศมณุา่งิงชุงณรษากจินแรมิาจะงจาgนตสัส่ยงาชมtบิงบงนแงมสาษาา่อรมมีาภวกามใมปวีนตสััยยhาtอวาับดนาภารล่วมีขภเนมวนกวานใสุิขุตจhรคดคอใาติาปศล่วกอขขiเขนจินงวฏนสัซุแิเะตจ้มสาคดนpใาาใากปรางใขiพลุใงควสัซววใะแ้มั้า็นทนงpนยัา้าหดใงึ่กงบาิกพลบนพถุลนใาคกยกวานแั้น็ในา่าหลดงึ่ลวงชบลตจงร(ถนบขกกกิาเีเ่้มพนึงเใคุรใ่ะาาลกลา2ักชตชปมลตจ(บาส่อกติกีม้วพาทกะหา้นนงึนคุรลาอลา2ทกรปีครค้ืสกชนัี0กวาทาะา้วีปินงัจริลตกใาียทารือ้ร้นคีรรคร้ืี่าชักมทกพนัต0กงาวาัีวลจิตกรรวานารษ1ติฐสู้รรี่วจรกัมทพผจใัยงวอารีวลพษรงีาาษ1าติตุฐอบททวศจจซัสนSนผใย0มาทใักยึกณษงีลาจาาาตศติบมรทงำ�จซนณ0ม่ากอะบันยณึ่งuาอวนดทลาาาำ�ก)ถมกดนงขาายทำ�ักณ่กนอะึคกึ่งวนมะาก)แาถ่กจาดนกงงาnกกวาแกิึงนาะาคใี่ร้ท:งาขมะอาดแา่ำา�ลกงรวษงปีาตางึนาะาสห้:ทเากขาร่าศาาสgนาทลาลรรกองปี่งปีาตทางไา้นส่อยนานรศเสนกรรทถรกาอtนรปี่ทาร่ิง้คทศาไาดอ่ชคนะงบนาน�ำเกัรจรทถางhตะทื่ปอ่ิงทศตดแาขชทคศงนนาาตึัก่ทีจ้วรา่นงซุงศณรตะมงทตจคุแาคมซเนาตi่อึ่าก่ีทวง้งร่นัจัุ้ศานณตปมนpำา�ปดาาจษวาเึง่ึวันีกัอยาวงคณางุาึ่งปดอีเมนภทรปดากษงมาจนึวังมนีกงัอยจเ็รนพมชงาราดกภทิทนมทษงม(นาวอลลงทินเ็รนาาาีท่าาีแัยริามกิภ2ทพนทาษขนะท่าถอลัน้ืนนานท่ีาแีี่มีปมขเนิมธ้งนาอพพทรจะอสทธาทกันา0ปนย่ีมขเอาน่นีธ้งาอึึงพพงใอิสพอปีาฐทผมถอางปรากยขงพิบมชณมี่ีน่แหผใ1พุิพี่มพน็หสอปกีผมงอางกางบชณงสาและัยหอกงึลจุจำ�ีน็หวอกแลีวาีต0ลลเ้าตมงสตตถีผลนัยงชอาลจอจนีวลวล่าหวเตื่งิาตเ้จตลม่าะตตสงนWงา)าอ่กตดาวก์นน้่าหตน่ืลาใมิีาตจา่งตใ่าากะกัW่:อัมาใ่ยกัอากก์้นงนทชใอม่างจWกมากอ่งนบน็ตๆ่บิอัมีคนตนใ่เยaกอนนชษอคสาามทงคบๆบเ้ษภอโีคทนรกaไใ่ีนีคาคุคlใคุวาททค่อาพกะคใี้เ้รยภโทวมวaดนtคีเณศ่ีวุlนคสุวิปงรคพ่ีกไาะวหณา้ีรยมวชลวจoสtเาคคา่งัาี่วยีี่นทสิปlเ่ีดไาศว้าใงท่กชลึมารงจoสการคังาียtาสรน่ดะงดัม้ามเมดnางลหว่มามะงำ�า�้รำรมผกoึสร่นาดปดัาปมษมnเมทำ�ากงลอพสมสล้สรคีมาผามนันพบปงงยส้เทกสออษพลแnส(รงลสลรรสาดนัาบรห่งิมอยสุสข1สาวาอลแ(้ัาผุนลเขยขุราีทุปดาลรตนอุสะอขงา1รแคขุปกั้ผุ9นนใขนาขุ(สมพปุมลอตนลนองรงใาคะรไเกปก1่9นำ�ดอใั้ยนมวลใ7มลานใาวน็ขุะรมพไกมเกภ่ไานนู้ดบอั้นอมลงร7น9าภนจดุักวกครมม้อ3กดไนลู้คอหมะปใกม่ราบีาคภอณกปิยีครมอ้3วใด7ลกกจย)ัาีลงกม่นคตว้าาณยีครลนสนใเีาากรู่ย)ัาา่ววดใรีงค้ก3รราสยใัร์าใานเีอ้าวไกใโู่วรดกนใ่อกมไรดิามาใเรนาสใน์ใังทาหวับม)รคโมบชียรานทคมไดมาทเนนานมังทหบนบัยงส้มาคยียากาคใมดทามนท่งรมส้โรนคุเ่ส้สรี่าอตกาสนดนดLามนแ้ีาภงณคุปรผงารปสรม้าเ่งสือ่ีดำ�ุาสนทLข้ีลภง่งงารปoมน่ืัวกาสา้้ารสบงส่อืลดดนุสคลาน็ขลงมเงงoผมสาารงสบใานำ�นวนสuดาน็ยีาดภมงพกะมาา้สารคไลนใอนนนอดวา่uงดลกงาภพกๆมศmลุรคงสดนอนนน้วลดาา่มืองวแผานันนไุางลกมmอดลุตรร้วาาือกนทวพแผภนัง้ดไุงลกมตสามคแีคลวนตmใัน้กบนาทนเกาพดภงอ่ดตาับแพลวมตm้แนท่ีแใชา่าผาดามวางวรรกับพไจรมกคนัง้้ัแน่ีแไัา่ผยดaชงงพรสกาบรกวนมกไน่ชาาไ�ำาลทกทดนอู้aชงาวสกาบววนrมชมาีวนดลดทย่มมทีวงม่มแเทๆว้kอrาากวีนนี่้ยรปดส้ียา่มวิตไีวม่เๆวคี้ตkาลอิทตแ้อ่ดสาาีก่ีวปสสรวิตงมส่ีมับลนตุูใ่ลิทดต(ัขจ่ดเากีนอ่้วองมกกีุ่ปุดค2ลลามไลุโนดป(ัมขจดุเทา่สอ่เ้คออจกีย้่ีุค2ลลามาสปคอม0น่่น่ิทรอลปาาคกด(อจก็นสดสุัขาุกมงยณ0นังม่นิ่รอมา่ขุ(ป(B0กะน็รยทรนเอ้ขุัางยาณรลุ็ตนBตภงขุุสลB0คใะรทหานเสภ1ขทกeีหางตา่ัจตรง่ีปภณมขอคกนหนร้นeภ1ทeอหอรกุาณรม่ี)ปภสtมขอลากงทานว้นจ้าะลุณงาทากมเ)atพtกาทาันดับ์วพม็นงท้าร่นาล่ิองดาาาทงภเัยaaยพคหอพเน็งทาป่ี่าา�อำาทงภแคง้เงตายีคพอคชก่ี=งอคเลุาคาภาดรรรนชงเวเง=อชหหี่กา=งลงวาลับาภลวปรดีใวรพนรชเใูช่ทงามสุณภา่ีนาวอีวบัล.หพปใมพอดนนู่าาา่งมส้อิต่ือ2ดภน็ีนา.วอีวั.ชหงยสีงิิตำต�ัยขไ2ยา่ 2ด้เวน็มภยดลบัชย6ชีสดงงิ่ขิวงตชตักยตขมไยีกวว่งใ้เวอใใใู่ใ6ว6่วกตกม5ตีภกอสมอ้ว่วานในวีิสาวออนใวนตีันใน้ใู่นนใ่มิดวด่าง55นนิ)นนตัน้นนนพ่มิดับดบติัุข่นมอือยัติ่่าาง่งงี ))ี ผลงานที่ค่อนข้างเร่งด่วน นอกจากน้ีรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกัน และการจัดสรรเวลา บใบนัณณั กฑฑาิติตรววิทวทิ ยาย2างาล.แ ลัยผัยปมนมัหจเหาวจาวลัยวทิ าิทดยกยา้าาลานลยัรัยสสทสวภำ�วนนางดดาพสุ สุนติ แติ ขวอดงลต้อนมเอมงกีอ็เิทปธ็นิพสลาตเห่อตคใุ วหา้เมกสดิ ุขคใวนามกไามปรป่สีททที ่ีม�ำ1่ี 1ดง66าลุ ฉนฉใบนบอับับชทยท่ีีวู่ใ2่ี นติ2เกรดเดะือาอืนรดนพทับพฤ�ำสฤษงษูงภาภานาค(Bคมเมe-ปส-tส็นงิ aหงิ ตหา้นาค=คมม.22255566343) ซง่ึ สภาพแวดลอ้ มนนั้ มสี ว่ นสำ� คญั ทที่ ำ� ใหบ้ คุ ลากรมคี วามสขุ ในการทำ� งาน เนอื่ งจากการมสี มั พนั ธภาพกบั บคุ คล อ่ืน ๆ ท้ังภายใน และภายนอกหน่วยงานที่ท�ำอยู่ การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การท�ำงานเป็นทีมร่วมกัน การท�ำงาน โดยการมีส่วนร่วมหรือมีความเก่ียวข้องในงาน มีเพื่อนร่วมงานคอยเป็นก�ำลังใจให้การสนับสนุน ปีท่ี 16 ฉบบั ท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 71
และมกี ารสนบั สนนุ การทำ� งานจากหวั หนา้ งาน ยอ่ มทำ� ใหเ้ กดิ ความพงึ พอใจ นำ� ไปสคู่ วามสขุ ในการทำ� งาน และ สง่ ผลให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของงานดีทต่ี ามมา ดังท่ี Diener (cited in Lertwiboonmongkol & Aungsuroch, 2004) กล่าววา่ ผูท้ ี่มสี ัมพันธภาพท่ดี ีต่อบุคคลจะประสบความส�ำเร็จในการท�ำงาน และมี ความสขุ มากกวา่ ผู้ทีข่ าดสัมพันธภาพในการท�ำงาน อกี ท้งั พบว่า ผทู้ มี่ ีแรงจูงใจใฝส่ มั ฤทธ์ใิ นการท�ำงาน เพอ่ื ไป สู่จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ จะมีความสามารถในการตัดสินใจและมีความสุขมากกว่าผู้ท่ีไม่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ในการทำ� งาน สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ยั ของ Rattananakintra (2014) ทำ� การศกึ ษาเรอื่ งปจั จยั แวดลอ้ มในการทำ� งาน ท่ีมีผลต่อความสุขในการท�ำงานของเภสัชกรโรงพยาบาลในสังกัดส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผลการวจิ ยั พบวา่ ปจั จยั ดา้ นแวดลอ้ มใน การทำ� งาน ไดแ้ ก่ ดา้ นลกั ษณะงาน ดา้ นความสมั พนั ธก์ บั เพอื่ นรว่ มงาน ด้านคุณภาพชีวิตในการท�ำงาน และด้านผู้น�ำ มีผลต่อความสุขในการท�ำงาน นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ Herzberg (1959) กล่าวว่า หากผู้ปฏิบัติงานเกิด ความพอใจในการท�ำงาน มีแรงจูงใจภายในที่เกิดจาก การท�ำงาน ความส�ำเร็จของงาน ความก้าวหน้า การยอมรับนับถือ ความรับผิดชอบ และลักษณะของงาน ที่ปฏิบัติจะท�ำให้ผู้ปฏิบัติงานน้ันเกิดความสุขและความพึงพอใจใน การท�ำงาน สอดคล้องกับ Mahidol University and Suan Dusit University (2018) พบวา่ สภาพแวดล้อมทด่ี ีในการทำ� งานขององคก์ รกเ็ ปน็ สว่ นสำ� คญั ทสี่ ง่ ผลตอ่ ใหบ้ คุ ลากรมคี วามสขุ ในการทำ� งาน หากองคก์ รมกี ารปรบั ปรงุ สภาพแวดลอ้ มการทำ� งาน ท่ีดีก็จะส่งผลให้บุคลากรมีความสุขในการทำ� งาน เน่อื งจากสภาพแวดล้อมในการทำ� งานมสี ว่ นท�ำใหบ้ คุ คลน้ัน มีสุขภาพจิตท่ีดีระหว่างการท�ำงาน ลดความเบ่อื หนา่ ยจากการท�ำงาน 3. ปัจจยั ด้านสวสั ดกิ าร มอี ทิ ธพิ ลต่อความสขุ ในการท�ำงานอย่ใู นระดับสงู (Beta = .212) เนื่องจาก สวสั ดกิ ารเปน็ ผลประโยชนท์ บ่ี คุ ลากรไดร้ บั เพมิ่ เตมิ นอกเหนอื จากเงนิ เดอื น และสามารถชว่ ยลดรายจา่ ยในชวี ติ ประจำ� วนั ได้ เชน่ คา่ รักษาพยาบาลทไี่ มส่ ามารถคาดเดาไดว้ า่ ต้องจ่ายเมอ่ื ไร มากน้อยเพยี งใด หากองคก์ รให้ อัตราเงินเดือนท่ีน้อยกว่า แต่มีสวัสดิการให้กับบุคลากรท่ีดีกว่า ก็สามารถส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าทำ� งานใน องคก์ รนน้ั ได้ แตห่ ากองคก์ รไมจ่ ดั สรรสวสั ดกิ ารทดี่ ใี หก้ บั บคุ ลากร กอ็ าจทำ� ใหเ้ กดิ ความเสย่ี งในการเปลยี่ นงาน สูงเช่นกัน เพราะบุคลากรจะรู้สึกว่าตนเองได้รับสิทธิประโยชน์น้อย และไม่ได้รับการดูแลจากองค์กรท่ีดีพอ สอดคลอ้ งกบั Kongeaid (1998) และ Pimsiri (2012) ที่ระบุว่า สวัสดกิ ารที่ดสี ามารถช่วยเสริมสร้างขวญั ก�ำลังใจให้กับบุคลากรมีความพึงพอใจในการท�ำงานหรือความสุขในการท�ำงาน และจงรักภักดีต่อองค์การ รวมถงึ เปน็ สงิ่ จงู ใจใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านมขี วญั และกำ� ลงั ใจทด่ี ี เพอ่ื จะไดใ้ ชก้ ำ� ลงั กาย กำ� ลงั ใจ และสตปิ ญั ญาความสามารถ ของตนในการปฏบิ ัติงานอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับ Pholpuntin, Tiyapongphaphan, Utakud & Mengam (2019) พบวา่ บคุ ลากรมี ความพึงพอใจในด้านคา่ ตอบแทนและสวันดกิ าร โดยมหาวทิ ยาลยั ไดม้ ีคา่ ใชจ้ ่ายที่ เหมาะสมกบั ตำ� แหนง่ หนา้ ท่ี และวฒุ กิ ารศกึ ษาของบคุ ลากร อาทิ เงนิ เดอื น เงนิ ประจำ� ตำ� แหนง่ และคา่ ตอบแทน ต่าง ๆ และสอดคล้องกับงานวิจยั ของ Mahidol University and Suan Dusit University (2018) ที่พบวา่ บุคลากรมีความพึงพอใจกับสวัสดิการที่องค์การจัดให้ นอกจากน้ีบุคลากรได้สะท้อนว่ามหาวิทยาลัยได้มี การพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ทักษะ ความสามารถต่าง ๆ ท่ีจะปฏิบัติงาน ภาระหน้าท่ีของตนได้อย่าง มีประสิทธิภาพ และความเชีย่ วชาญท่ีเกี่ยวกบั ตำ� แหนง่ หนา้ ที่ อยา่ งตอ่ เน่ืองในรปู แบบทหี่ ลากหลาย 72 บัณฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต
ขอ้ เสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการน�ำผลการวิจัยไปใช้ การจดั การคณุ ภาพชีวติ ในการทำ� งานใหเ้ หมาะสม เนอื่ งจากผลการวจิ ัยพบวา่ มีอทิ ธิพลตอ่ ความสขุ ในการท�ำงาน โดยผู้บริหารต้องให้การสนับสนุนในการท�ำงานขององค์กรดังน้ี 1) จัดสถานท่ีท�ำงานให้ เหมาะแก่การปฏิบตั ิงาน และรวมถงึ สถานที่ท�ำงานมีความปลอดภยั ไม่เป็นอันตรายต่อสขุ ภาพ 2) ด้านสภาพ แวดล้อมในเรอ่ื งความสัมพนั ธ์ระหว่างเพอื่ นรว่ มงาน องค์กรควรสร้างบรรยากาศในการทำ� งานระหวา่ งบุคคล ท�ำงานร่วมกันเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ในการท�ำงานท่ีดี และมีการท�ำงานเป็นทีมเพ่ือเกิดแรงกระตุ้นให้เกิด ปฏิสมั พันธท์ ดี่ รี ะหว่างเพือ่ นรว่ มงาน ซงึ่ สงิ่ เหลา่ น้กี ่อใหเ้ กดิ อนั นำ� มาซง่ึ ความสมั พันธอ์ ันดีในองคก์ ร ข้อเสนอแนะสำ� หรับการวจิ ัยคร้งั ตอ่ ไป 1. การศึกษาคร้ังต่อไป ควรศึกษาคุณภาพชีวิตในการท�ำงานของบุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยจ�ำแนกตามประเภทตำ� แหน่ง เช่น ฝา่ ยวชิ าการ และฝา่ ยสนบั สนนุ 2. ควรมีการศึกษาปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อความสุขในการท�ำงานของบุคลากร เช่น สวัสดิการ ความผูกพันต่อองค์กร ค่าตอบแทนของพนักงานทุกระดับ เป็นต้น เนื่องจากยังมีอีกหลายปัจจัยท่ีมีผลต่อ ความสขุ ในการทำ� งาน เอกสารอา้ งอิง จงจติ เลิศวิบลู ย์มงคล และยุพนิ องั สุโรจน.์ (2547). ปัจจัยสว่ นบคุ คล การได้รับการเสรมิ สรา้ งพลงั อำ� นาจใน งาน แรงจงู ใจใฝส่ มั ฤทธกิ์ บั ความสขุ ในการทำ� งานของพยาบาลประจำ� การ โรงพยาบาลมหาวทิ ยาลยั ของรัฐ. วารสารสภาการพยาบาล, 19 (2): 26-38. จารุพรรณ สุวรรณไพโรจน์ และประพมิ พา จรลั รตั นกลุ . (2560). ความสัมพันธร์ ะหวา่ งการรับรู้ความยุติธรรม ในองค์การโดยรวมและความผกู พันท่บี ุคลากรมีตอ่ องค์การ หัวหนา้ และกลมุ่ เพือ่ นรว่ มงาน โดยมี วัฒนธรรมระยะห่างอ�ำนาจเป็นตัวแปรก�ำกับ. วารสารวิจัย มสด สาขามนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์, 13 (3): 61-80. ฌานิกา วงษ์สุรยี ์รตั น.์ (2554). ความสมั พนั ธ์ระหว่างคณุ ภาพชวี ติ การท�ำงาน ความสุขในการท�ำงานโดยมี ความเพลินเป็นตัวแปรก�ำกับความสัมพันธ์ : กรณีศึกษาบริษัทวิศวกรรมก่อสร้างนอกชายฝั่ง แห่งหนึง่ ในกรงุ เทพมหานคร. กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์ ณชิ ารยี ์ แกว้ ไชยษา, โสฬพทั ธ์ เหมรัญช์โรจน์ และณภัควรรต บวั ทอง. (2561). ความสุขในการทำ� งานและ ความผกู พนั ตอ่ องคก์ รของพนกั งานในบรษิ ทั นำ� เขา้ และจดั จำ� หนา่ ยสนิ คา้ . Chula Med J, 6 (62): 987-999. ดามรศั ม์ รัตนนาคินทร์. (2557). ปัจจัยที่มผี ลต่อความสขุ ในการทำ� งานของเภสัชกรโรงพยาบาลในสงั กดั ส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารสุข. วิทยานิพนธ์ปริญญาเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การจดั การทางเภสัชกรรม บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร. ปที ่ี 16 ฉบับท่ี 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 73
ดารณี คงเอียด. (2541). คุณภาพการให้บริการด้านสวัสดิการต่อบุคลากร: กรณีศึกษามหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี. วิทยานพิ นธ์ปริญญาบรหิ ารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการท่วั ไป คณะบรหิ ารธรุ กจิ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุร.ี เทพรัชต์ สกุลมีฤทธิ์. (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพชวี ิตในการท�ำงาน ความสามารถในการเผชญิ และฟันฝ่าอุปสรรค และจริยธรรมในการท�ำงานของเจ้าหน้าที่ต�ำรวจ ในสถานีต�ำรวจ สังกัด กองบัญชาการต�ำรวจนครบาล. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจิตวิทยา อตุ สาหกรรมและองคก์ าร คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์ ธญา เรืองเมธีกุล. (2560). ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อความสุขในการทางานของพนักงานธนาคารกสิกรไทยใน เขตจงั หวดั นครสวรรค.์ รายงานสบื เน่ืองจากการประชุมวชิ าการระดับชาติ คร้ังท่ี 4 สถาบนั วจิ ัย มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั กำ� แพงเพชร. นงนุช สงวนสัตย์. (2557). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเครียดในการท�ำงานของพนักงานบัญชีบริษัทเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ บณั ฑิตวทิ ยาลัยมหาวิทยาลยั นานาชาตแิ สตมฟอรด์ . นริศรา วงศ์เลย. (2551). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเครียดในการท�ำงานของบุคลากรในเรือนจ�ำกลาง เชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ บณั ฑติ วิทยาลัยมหาวทิ ยาลัยเชียงใหม.่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (2559). การปรับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: กราฟฟิคไซท์. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (2561). แผนกลยุทธ์มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2561-2564. กรุงเทพฯ: กองนโยบายและแผน สำ� นักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ . มชั ฌิมา พมิ พ์ศริ ิ. (2555). ความพึงพอใจดา้ นสวสั ดิการท่มี ผี ลตอ่ ความผกู พันต่อองค์กรของบริษัทเดน็ โซ่ ประเทศไทย จำ� กดั . วทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาบรหิ ารธรุ กจิ มหาบณั ฑติ สาขาการจดั การ บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ. ยุพาวรรณ ทองตะนุนาม, ดวงเนตร ธรรมกุล, อจั ศรา ประเสรฐิ สนิ , จริยา ชื่นศริ มิ งคล และศริ พิ ร ครุฑกาศ. (2558). ปัจจัยพัฒนาองค์กรแห่งความสุข (ภาครัฐ): การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารวจิ ยั ทางวทิ ยาศาสตร์สุขภาพ, 1 (9): 52-61. ยวุ พนิ ผลพนั ธนิ . (2555). บทบาทการสง่ ผา่ นของความเชอ่ื ในประสทิ ธภิ าพของตน ความเหนอ่ื ยหนา่ ย และ ความพึงพอใจในงาน ในโมเดลผลการปฏิบัติงานของครู. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร ดุษฎีบณั ฑิต สาขาวิธวี ทิ ยาการวจิ ัยการศกึ ษา คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย. มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต. (2561). การขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่ง ความสุขสอู่ งค์กรสุขภาวะอยา่ งยง่ั ยืน. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต ลดาวัลย์ รวมเมฆ. (2544). ผู้บริหารการพยาบาล: บรรยากาศท่ีเป็นสุขในงานบริการพยาบาล. วารสาร พยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , 13 (1): 17-23. 74 บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ
วรันธร ทรงเกียรติศักด์ิ. (2558). ปัจจัยสภาพแวดล้อม ปัจจัยความปลอดภัย และปัจจัยแรงจูงใจ ในการทำ� งานทม่ี ผี ลตอ่ คณุ ภาพชวี ติ ในการทำ� งานของพนกั งานโรงงานและหนว่ ยสนบั สนนุ ของ โรงงานนำ้� ตาล สหเรือง จ�ำกัด จงั หวดั มกุ ดาหาร. วิทยานิพนธ์ปรญิ ญาบรหิ ารธุรกิจมหาบณั ฑิต สาขาบริหารธุรกจิ บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยกรุงเทพ. วรรณี แกมเกตุ. (2551). วิธีวทิ ยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. กรงุ เทพฯ: จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั . วารุณี แดบสูงเนิน. (2554). คณุ ภาพชีวติ การท�ำงาน ความผกู พันต่อองคก์ าร การเสรมิ สรา้ งพลงั ในงาน และคุณภาพการให้บริการของพยาบาลระดับปฏิบัติการ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและ องค์การ คณะศลิ ปศาสตร์มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร.์ ศิโรจน์ ผลพนั ธิน, วชิ ญา ติยะพงษป์ ระพนั ธ,์ นงนุช อตุ คุด, และณฐั ณิชา มงี าม (2562). ความสุขในการทำ� งาน ของบุคลากรมหาวิทยาลัยสวนดุสิต. โครงการประชุมวิชาการวิจัยระดับชาติส�ำหรับบุคลากร สายสนับสนุนวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา คร้ังที่ 11. ณ ส�ำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัย เชยี งใหม่ จังหวดั เชียงใหม่. หน้า 441-450. สพลกติ ต์ิ สงั ขท์ พิ ย.์ (2553). ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ ความสขุ ในการทางานของครู สงั กดั สำ� นกั งานคณะกรรมการ การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน: การประยกุ ตใ์ ชโ้ มเดลสมการโครงสรา้ ง. วทิ ยานพิ นธค์ รศุ าสตรมหาบณั ฑติ สาขาวธิ วี ทิ ยาการวิจัยการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อนิตย์สรา มานะการ, สุนทรี ศักดิ์ศรี และมานพ ชูนิล. (2561). การปั้นแต่งทางอารมณ์และความขัดแย้ง ระหว่างงานกับครอบครัวที่พยากรณ์ความเครียดในการท�ำงานของพนักงานบริการลูกค้าของ ธนาคาร. วารสารวจิ ยั มสด สาขามนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร,์ 14 (2): 50-66. References Bassi, M., Bacher, G., Negri, L. & Delle Fave, A. (2013). The contribution of job happiness and job meaning to the well-being of workers from thriving and failing companies. Applied research in quality of life, 8 (4): 427-448. Burton, J. (2010). WHO Healthy Workplace Framework and Model: Background and Supporting Literature and Practices. Geneva: WHO Headquarters. Herzberg, D. (1959). The motivation to work. New York: McGraw-Hill. Tanchaisak, K. (2017). The Mediating Role of Worker’s Happiness on the Relationship between Leadership Styles and Worker’s Performance: An Analysis via Structural Equation Modeling. SDU Research Journal Humanities and Social Sciences, 13 (3): 207-230. Walton, R. E. (1973). Quality of Work Life: What is it?. Sloan Management Review, 15 (1): 11-21. ปีท่ี 16 ฉบบั ที่ 2 ประจ�ำ เดอื นพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 75
Translated Thai References Dabsungnoen, W. (2011). Quality of work life, organizational commitment, work empowerment and quality of service of the operative professional nurses. Thesis’s Master, Thammasat University, Bachelor of Arts, Industrial and Organizational Psychology, Faculty of Liberal Arts. (in Thai) Kamkate, W. (2008). Research methodology in behavioral sciences. Bangkok: Chulalongkorn University Printing House. (in Thai) Kawchaisa, N., Hemrungrojn, S. & Buathong, N. (2018). Work Happiness and Organizational Commitment in one Import and Distribution Company. Chula Med J, 6 (62): 987- 999. (in Thai) Kongeaid, D. (1998). Services Quality of Personel Welfare: A case Study of Rajamangala University of Technology Thanyaburi. Thesis’s Master, Rajamangala University of Technology Thanyaburi. Business Administration, General Management, Faculty of Business Administration. (in Thai) Lertwiboonmongkol, J. & Aungsuroch, Y. (2004). Personal Factors, Work Empowerment, Achievement Motivation, and Work Happiness of Staff Nurses, Governmental University Hospitals. The Thai Journal of Nursing Council, 19 (2): 26-38. (in Thai) Loummark, L. (2001). Nursing administrators: happy atmosphere in nursing services. Journal of Nursing Chulalongkorn University, 13 (1): 17-23. (in Thai) Mahidol University and Suan Dusit University. (2018). Driving strategy-Happy University to Sustainable Health Organization. Bangkok: Suan Dusit University. (in Thai) Manakarn, A., Saksri, S. & Chunin, M. (2018). Emotional Tricks and Work-Family Conflicts that Predict Job Stress of Bank Customer Service Employees. SDU Research Journal Humanities and Social Sciences, 14 (2): 50-66. (in Thai) Pholpuntin, S., Tiyapongphaphan, W., Utakud, N. & Mengam, N. (2019). Workplace Happiness of Suan Dusit University’s Employees. 11th National Research Conference for Non- Academic Personnel in Higher education institution, Office of Academic Services, Chiang Mai: Chiang Mai University, pp. 441-450. (in Thai) Plopanthin, Y. (2012). The madiating roles of self-efficacy, burnout and job satisfaction in a teacher’s job performance model. Thesis’s Doctor, Chulalongkorn University, Educational research science methodology, Program of Educational research science methodology, Faculty of Education. Program in Educational Research Methodology. (in Thai) 76 บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ
Pimsiri, M. (2012). Welfare satisfaction that affects the organization commitment of Denso Thailand Co., Ltd. Thesis’s Master, Srinakharinwirot University, Business Administration, Program of Management, Graduate School. (in Thai) Rattananakintra, D. (2014). Factors affecting working happiness of hospital pharmacists under The Office of Permanent Secretary of Ministry of Public Health. Thesis’s Master, Pharmacy, Program in Pharmacy Management Graduate School. (in Thai) Rungmatekul, T. (2017). Factors Affectted to Kasikorn Bank Employees’Job Happiness,in Nakhon Sawan Province. Report from the 4th National Academic Conference, Research Institute, Kamphaeng Phet Rajabhat University. (in Thai) Sakunmerit, T. (2008). The relationships between quality of work life, adversity quotient and work ethics of the police officers in police stations under the Metropolitan Police Division. Thesis’s Master, Thammasat University. Bachelor of Arts, Industrial and Organizational Psychology, Faculty of Liberal Arts. (in Thai) Sanguansat, N. (2014). Factors Contributing to stress of Accountant in Private Companies in Bangkok Metropolitan. Thesis’s Master, Stamford International University, Business Administration, Program of Business, Graduate School. (in Thai) Songkiatsak, W. (2015). Atmosphere Safety and Work Motivation Factors AffectingEmployees’ Core and Supporting Departments of Saharueng Mukdaharn Co, Ltd Sugar Cane Factory. Thesis’s Master, Bangkok University, Business Administration, Program of Business, Graduate School. (in Thai) Suan Dusit University. (2016). Strategic adjustment of Suan Dusit University (Eds.2). Bangkok: Graphic site. (in Thai) Suan Dusit University. (2018). Strategic Plan, Suan Dusit University 2018-2021. Bangkok: Suan Dusit University. (in Thai) Sungthip, S. (2010). Factors affecting teachers’ work happiness Under the Office of Basic Education Commission: Application of Structural Equation Modeling. Thesis’s Master, Chulalongkorn University, Educational research science methodology, Program of Educational research science methodology, Faculty of Education. Program in Educational Research Methodology. (in Thai) Suwanpairoj, J. & Jarunratanakul, P. (2017). Relationship between Employee’s Perceptions of Overall Organizational Justice and Organizational, Supervisor and Workgroup Commitment with Power Distance as a Moderator. SDU Research Journal Humanities and Social Sciences, 13 (3): 61-80. (in Thai) ปที ี่ 16 ฉบับท่ี 2 ประจำ�เดือนพฤษภาคม - สงิ หาคม 2563 77
Thongtanunam, Y., Thummakul, D., Prasertsin, U., Cheunsirimongkol, J. & Kruttakart, S. (2015). The Development Factor of Happiness Organization (Government): Systematic Review of Literature. Journal of Health Science Research, 1 (9): 52-61. (in Thai) Wongloei, N. (2008). Factors influencing the job stress of Chiang Mai Central Prison Staff. Thesis’s Master, Chiang Mai University, Pubic Administration, Program of Pubic, Graduate School. (in Thai) Wongsureerat, J. (2011). The relationship between quality of work life Happiness at work with pleasure as a relationship variable: a case study of an offshore construction engineering company in Bangkok. Bangkok: Thammasat University. (in Thai) คณะผเู้ ขียน ดร. พันชยั เมน่ ฉาย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต เลขที่ 228-228/1-3 ถนนสริ นิ ธร แขวงบางบำ� หรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700 e-mail: [email protected] นายวชิ ญา ติยะพงษป์ ระพันธ์ สถาบนั วจิ ัยและพัฒนา มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต เลขท่ี 295 ถนนนครราชสีมา เขตดสุ ิต กรุงเทพมหานคร 10300 นางสาวปารฉิ ัตร ปิตสิ ทุ ธิ คณะเทคโนโลยคี หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลกรงุ เทพ เลขท่ี 2 ถนนนางลิน้ จี่ แขวงทงุ่ มหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 นางสาวธารทพิ ย์ แกว้ เจรญิ คณะครุศาสตรอ์ ุตสาหกรรม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เลขท่ี 2 ถนนนางล้นิ จ่ี แขวงทุง่ มหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 นางสาวณฐั ณิชา มีงาม สถาบันวิจัยและพฒั นา มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ เลขที่ 295 ถนนนครราชสมี า เขตดสุ ติ กรุงเทพมหานคร 10300 นางสาวสุขมุ าลย์ หนกหลงั คณะครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวนั กรุงเทพมหานคร 10330 78 บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269