95 ตัวอย่างรายการประเมนิ และเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนสําหรับการนาํ เสนอผลงาน รายการประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน บุคลิกภาพในการนาํ เสนอ 5 คะแนน = ถา้ มีครบถว้ น สมบรู ณท์ กุ ขอ้ 1. ใชภ้ าษาถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา 4 คะแนน = ถา้ ไม่มีหรอื มีแตไ่ มส่ มบรู ณ์ 1 ขอ้ 2. ใชว้ าจากิรยิ าทา่ ทางเหมาะสม 3 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ มส่ มบรู ณ์ 2 ขอ้ 3. แตง่ กายอยา่ งเหมาะสม 2 คะแนน = ถา้ ไม่มีหรอื มีแตไ่ มส่ มบรู ณ์ 3 ขอ้ 4. มีความม่นั ใจในตนเอง 1 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ ม่สมบูรณ์ 4 ขอ้ 5. นาํ เสนอไดน้ า่ สนใจและตรงเวลา 5 คะแนน = ถา้ มีครบถว้ น สมบรู ณท์ กุ ขอ้ เนือ้ หา 4 คะแนน = ถา้ ไม่มีหรอื มีแตไ่ มส่ มบูรณ์ 1 ขอ้ 1. ทนั สมยั นา่ สนใจ 3 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ ม่สมบรู ณ์ 2 ขอ้ 2. มีความชดั เจน ครบถว้ น สมบูรณ์ 2 คะแนน = ถา้ ไม่มีหรอื มีแตไ่ ม่สมบูรณ์ 3 ขอ้ 3. ถกู ตอ้ งตามทฤษฎี และเอกสารอา้ งอิง 1 คะแนน = ถา้ ไม่มีหรอื มีแตไ่ ม่สมบรู ณ์ 4 ขอ้ ในปัจจุบนั 4. เป็นลาํ ดบั ขนั้ ตอน เขา้ ใจงา่ ย 5 คะแนน = ถา้ มีครบถว้ น สมบรู ณท์ กุ ขอ้ 5. เหมาะสมกบั ระดบั ความรูข้ องผเู้ รยี น 4 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ ม่สมบรู ณ์ 1 ขอ้ 3 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ ม่สมบูรณ์ 2 ขอ้ การอธิบายและตอบข้อซกั ถาม 2 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ ม่สมบรู ณ์ 3 ขอ้ 1. แสดงใหเ้ ห็นถึงความรูแ้ ละความเขา้ ใจในเร่ืองท่ที าํ 1 คะแนน = ถา้ ไม่มีหรอื มีแตไ่ ม่สมบรู ณ์ 4 ขอ้ 2. มีบรู ณาการความรูจ้ ากศาสตรต์ า่ งๆ 3. ตอบคาํ ถามไดต้ รงประเดน็ และมีเหตผุ ล 5 คะแนน = ถา้ มีครบถว้ น สมบรู ณท์ กุ ขอ้ 4. มีความม่นั คงในอารมณ์ 4 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ ม่สมบรู ณ์ 1 ขอ้ 5. แสดงไหวพรบิ ในการแกป้ ัญหา 3 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ ม่สมบรู ณ์ 2 ขอ้ 2 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ มส่ มบรู ณ์ 3 ขอ้ ประโยชนข์ องผลงาน 1 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ มส่ มบูรณ์ 4 ขอ้ 1. สามารถแสดงใหเ้ ห็นการแกป้ ัญหาไดจ้ รงิ 2. แกป้ ัญหาไดต้ รงตามวตั ถปุ ระสงค์ 3. ก่อใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ สงั คมสว่ นรวม 4. คมุ้ คา่ การลงทนุ ผลติ และพฒั นาสเู่ ชิงพาณิชยไ์ ด้ 5. สามารถนาํ ไปพฒั นาตอ่ ยอดได้ ประโยชนข์ องผลงาน 5 คะแนน = ถา้ มีครบถว้ น สมบูรณท์ กุ ขอ้ 1. สามารถแสดงใหเ้ ห็นการแกป้ ัญหาไดจ้ รงิ 4 คะแนน = ถา้ ไม่มีหรอื มีแตไ่ ม่สมบูรณ์ 1 ขอ้ 2. แกป้ ัญหาไดต้ รงตามวตั ถปุ ระสงค์ 3 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ ม่สมบรู ณ์ 2 ขอ้ 3. กอ่ ใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ สงั คมสว่ นรวม 2 คะแนน = ถา้ ไมม่ ีหรอื มีแตไ่ ม่สมบรู ณ์ 3 ขอ้ 4. คมุ้ คา่ การลงทนุ ผลติ และพฒั นาสเู่ ชิงพาณิชยไ์ ด้ 1 คะแนน = ถา้ ไม่มีหรอื มีแตไ่ มส่ มบูรณ์ 4 ขอ้ 5. สามารถนาํ ไปพฒั นาตอ่ ยอดได้
96 10. ส่อื และแหล่งข้อมลู 9.1 ตัวอย่างโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี/โครงงานสะเต็มศึกษาท้ังที่เป็นต้นแบบและ รูปเลม่ รายงาน 9.2 เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม ชิ้นงาน เช่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ สํานักงานนวตั กรรมแห่งชาติ กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 11. ข้อเสนอแนะ ผู้สอนอาจให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับการคํานวณจุดคุ้มทุนและการนําเสนองาน จากใบ ความรู้หรอื แหลง่ ข้อมูลตา่ งๆ เพอื่ ให้ผเู้ รยี นเขา้ ใจมากย่งิ ข้นึ
97 แบบประเมินสังเกตพฤติกรรม การทํางานเป็นกล่มุ คาํ ช้ีแจง การมสี ่วนร่วมในการทํางาน แบ่งเปน็ 4 ระดบั ดงั น้ี • ระดบั คะแนน 4 หมายถงึ สมาชิกมากกวา่ ร้อยละ 79 มสี ว่ นร่วมในการทํางานตามบทบาทหน้าที่ • ระดับคะแนน 3 หมายถงึ สมาชิกร้อยละ 60 - 79 มีสว่ นรว่ มในการทํางานตามบทบาทหน้าท่ี • ระดับคะแนน 2 หมายถึง สมาชกิ ร้อยละ 40 - 59 มสี ่วนร่วมในการทํางานตามบทบาทหนา้ ที่ • ระดบั คะแนน 1 หมายถึง สมาชิกน้อยกวา่ ร้อยละ 40 มีส่วนร่วมในการทาํ งานตามบทบาทหนา้ ท่ี กลมุ่ ท่ี การมีสว่ นรว่ มในการทาํ งาน 4 3 21 สถานภาพของผ้ปู ระเมิน ตนเอง เพื่อน ครู เกณฑ์การประเมนิ คะแนน 4 หมายถงึ ระดบั คุณภาพ ดมี าก คะแนน 3 หมายถึง ระดับคุณภาพ ดี คะแนน 2 หมายถึง ระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนน 1 หมายถงึ ระดับคุณภาพ ปรับปรุง
98 แบบประเมินมาตรประมาณคา่ การตรวจผลงานการเลอื กวิธกี ารสรา้ งชิ้นงาน คําชี้แจง การเลอื กวธิ ีการสร้างช้ินงานเพื่อแกป้ ญั หาหรือสนองความตอ้ งการจากสถานการณท์ ่กี าํ หนด แบ่งเป็น 4 ระดบั ดังนี้ ระดบั คะแนน 4 หมายถึง เลอื กวิธีการแก้ปญั หาหรือสนองความตอ้ งการสอดคลอ้ งกบั ปัญหาหรอื ความต้องการ โดยคํานึงถงึ ทรัพยากรและขอ้ จํากดั ทม่ี ีอย่อู ยา่ งเหมาะสม ระดบั คะแนน 3 หมายถึง เลือกวิธีการแก้ปญั หาหรือสนองความตอ้ งการสอดคลอ้ งกับปัญหาหรอื ความต้องการได้ โดยพจิ ารณาทรพั ยากรแตไ่ มค่ ํานงึ ถงึ ข้อจาํ กดั ท่มี ี ระดบั คะแนน 2 หมายถงึ เลอื กวิธีการแกป้ ญั หาหรอื สนองความต้องการสอดคลอ้ งกบั ปัญหาหรือ ความต้องการโดยไม่ไดพ้ จิ ารณาทรพั ยากรและขอ้ จํากดั ท่มี ี ระดบั คะแนน 1 หมายถึง เลือกวธิ กี ารแกป้ ัญหาหรือสนองความตอ้ งการไมส่ อดคลอ้ งกับปญั หาหรือ ความตอ้ งการ การเลอื กวธิ ีการสรา้ งชิน้ งาน กลมุ่ ท่ี เพ่อื แกป้ ัญหาหรอื สนองความตอ้ งการ 4 3 21 สถานภาพของผู้ประเมิน ตนเอง เพือ่ น พอ่ แม่/ผปู้ กครอง ครู เกณฑก์ ารประเมิน คะแนน 4 หมายถึง ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก คะแนน 3 หมายถงึ ระดบั คณุ ภาพ ดี คะแนน 2 หมายถึง ระดบั คุณภาพ พอใช้ คะแนน 1 หมายถงึ ระดับคุณภาพ ปรบั ปรงุ
99 แบบประเมนิ มาตรประมาณค่า การตรวจผลงานการเลือกวธิ กี ารสรา้ งชนิ้ งาน ชอื่ -สกลุ .............................................................................................. เลขท่ี................ หอ้ ง ............... คําชแี้ จง ใหท้ ําเคร่อื งหมาย ลงใน ท่ตี รงกบั พฤตกิ รรมนกั เรียน ปฏิบัติ ไม่ปฏบิ ตั ิ 1. เลือกเคร่ืองมือเหมาะสมกบั ลกั ษณะและประเภทของงาน 2. ใชเ้ คร่ืองมืออยา่ งถูกวธิ ี 3. ใชเ้ ครื่องมือไดอ้ ยา่ งปลอดภยั 4. ทาํ ความสะอาดเคร่ืองมือหลงั การใชง้ าน 5. จดั เกบ็ เครื่องมือท่ีถูกวิธีหลงั การใชง้ าน สถานภาพของผ้ปู ระเมนิ ตนเอง เพ่ือน พ่อแม่/ผ้ปู กครอง ครู เกณฑ์การประเมนิ แสดงพฤติกรรม 5 ดา้ น หมายถึง ดีมาก แสดงพฤตกิ รรม 3-4 ดา้ น หมายถึง ดี แสดงพฤติกรรม 1-2 ดา้ น หมายถึง พอใช้ แสดงพฤติกรรม 0 ดา้ น หมายถึง ปรับปรุง สรปุ ผลการประเมิน ผ่าน มพี ฤตกิ รรม 3-5 ดา้ น ไม่ผา่ น มีพฤติกรรม 0-2 ดา้ น
100 ภาคผนวก เฉลยแบบทดสอบกอ่ น-หลงั เรยี น โดยเปน็ ข้อสอบแบบสลบั
101 เฉลยแบบทดสอบ บทที่ 1 เรอ่ื ง ความรแู้ ละการคดิ เชงิ ออกแบบเพอ่ื การแกป้ ญั หา 1. ข้อใดเปน็ ทกั ษะต้องใชใ้ นการสรา้ งเทคโนโลยี • ความคดิ สร้างสรรค์ • ทักษะการแก้ปญั หา • ทักษะดา้ นการออกแบบ • ถกู ทกุ ข้อ 2. ขอ้ ใดคือความหมายของนวตั กรรม • เทคโนโลยที เ่ี ปน็ สิง่ ใหม่หรอื แปลกจากเดิม • การคดิ เชิงออกแบบ • กระบวนการออกแบบ • เทคโนโลยที ใ่ี ช้ผลิตกระแสไฟฟา้ 3. การไมล่ ะเมดิ สทิ ธห์ิ รอื ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาของผอู้ นื่ จดั เปน็ สง่ิ ใด • จรยิ ธรรมและความรบั ผิดชอบในการแกป้ ัญหา • ความรู้และทกั ษะในการปฏบิ ัตงิ าน • การคดิ เชงิ ออกแบบกับการแก้ปัญหา • การทางานร่วมกบั ผู้อน่ื 4. ข้อใดไมใ่ ชก่ ระบวนการยอ่ ยของการคดิ เชงิ ออกแบบ • การระบุและตีความปัญหา • การพัฒนาแนวคดิ • การสรา้ งแนวทางการแก้ปัญหา • หาโมเดล 5. ขอ้ ใดไมใ่ ชร่ ะยะของการทาโครงงาน • ระยะเรมิ่ ต้นโครงงาน • ระยะพฒั นาโครงงาน • ระยะนาเสนอโครงงาน • ระยะปรับปรงุ ผลงาน
102 6. ขอ้ ใดไมใ่ ชก่ ระบวนการในขนั้ ระยะพฒั นาโครงงาน • ระบุปัญหา • ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา • วางแผนและดาเนนิ การแกป้ ญั หา • สารวจสถานการณ์ 7. ข้อใดไมใ่ ชส่ ว่ นประกอบของเคา้ โครงโครงงาน • จดุ ประสงค์ • แผนดาเนินงาน • ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะได้รับ • คมู่ อื การใชง้ าน 8. ขอ้ ใดไมใ่ ชล่ กั ษณะของบทคดั ยอ่ ทด่ี ี • สรปุ รายงานโครงงานใหช้ ัดเจนครอบคลมุ เนื้อหาสาคัญของโครงงาน • ควรเขียนเป็นความเรยี งตอ่ เนื่อง • นาเสนอเฉพาะประเด็นสาคัญในลกั ษณะของการสรุป • ความยาวทง้ั หมดควรเกิน 1หนา้ กระดาษ A4 9. การจดั ทาเอกสารขอ้ เสนอโครงงานขอ้ ใดกลา่ วไม่ถกู ตอ้ ง • เป็นการเขียนข้อมลู ทรี่ วบรวมไดก้ ่อนท่จี ะลงมือทาโครงงาน • เปน็ เอกสารทีเ่ ขียนรวบรวมผลการดาเนนิ งานของโครงงาน • มจี ดุ ประสงคเ์ พ่ือขออนมุ ัตหิ รอื ขอทุนสนับสนนุ การทาโครงงาน • เนน้ การเขยี นเก่ยี วกบั ประเดน็ ของปัญหาและแนวทางการแกป้ ัญหา 10. การพัฒนาโครงงานควรเร่มิ ตน้ จากกจิ กรรมใด • กาหนดปญั หา • ศึกษาและกาหนดขอบเขตของปญั หา • การดาเนินงาน • วางแผนและออกแบบโครงงาน
103 เฉลยแบบทดสอบ บทที่ 2 เรือ่ ง โครงงานกับการแก้ปญั หา 1. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งที่สดุ • การทาโครงงานเปน็ การสง่ เสรมิ การทางานเป็นทมี • การทาโครงงานเป็นการเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นไดแ้ สดงความสามารถ • การทาโครงงานเป็นกระบวนการเรียนรู้ทส่ี ามารถนามาใช้เพื่อแก้ปัญหาหรอื พฒั นางานอยา่ งเปน็ ระบบ • การทาโครงงานเปน็ กระบวนการเรยี นรู้เพื่อแก้ปัญหาที่ยุง่ ยากซบั ซ้อนได้อยา่ งเป็น ระบบ 2. ทักษะการคดิ ขอ้ ใดทม่ี คี วามจาเปน็ นอ้ ยทสี่ ดุ ในการทาโครงงาน • การคิดลกึ ซึง้ • การคดิ สร้างสรรค์ • การคดิ วิเคราะห์ • การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ 3. พฤตกิ รรมใดแสดงใหเ้ หน็ วา่ เปน็ การริเรมิ่ แกป้ ญั หาดว้ ยการทาโครงงาน • นาย ก. หาวิธีแก้ปัญหาน้าในคลองเนา่ เสยี • นาย ข เอาอาหารไปเลยี้ งสุนัขในโรงเรยี น • นาย ค. ไปทาความสะอาดวัดช่วงวันหยุด • นาย ง. เลน่ ฟุตบอลกับเพอ่ื นทุกวัน 4. การทาเค้าโครงโครงงานมีประโยชนอ์ ยา่ งไร • สามารถวางแผนการทางานลว่ งหนา้ • สามารถดาเนนิ การเป็นลาดับขัน้ ตอน • สามารถลงมอื ปฏิบัติงานด้วยความมั่นใจ • ถกู ทุกข้อ 5. ขนั้ ตอนใดสาคญั ทสี่ ดุ ในการพฒั นาโครงงานโยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม • สารวจสถานการณ์ • ระบุปญั หา • ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา • วางแผนและดาเนนิ การแกป้ ัญหา
104 6. การพัฒนาโครงงานโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมมีกรี่ ะยะ • 2 ระยะ • 3 ระยะ • 4 ระยะ • 5 ระยะ 7. กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ขัน้ ตอนใดตอ่ ไปนี้ ไมอ่ ยู่ ในระยะพฒั นาโครงงาน • ระบปุ ญั หา • รวมรวมข้อมูล • สารวจสถานการณ์ • ปรับปรุงแกไ้ ขวธิ ีการแกป้ ญั หา 8. นางสาวบปี รบั สตู รขนมเคก้ สมนุ ไพรเพอื่ สขุ ภาพทคี่ ดิ ค้นขนึ้ เองตามผลการสารวจจากผู้ ทดสอบ จดั วา่ อยขู่ น้ั ตอนใด • ดาเนินการแก้ปัญหา • ทดสอบ และประเมนิ ผล • ปรับปรงุ แก้ไขวิธกี ารแก้ปญั หา • ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา 9. นักเรยี นคดิ วา่ ระยะนาเสนอโครงงานมปี ระโยชนข์ อ้ ใดมากท่สี ดุ • เผยแพร่โครงงานใหเ้ ป็นที่รจู้ กั • ทาให้ผ้อู ่นื รบั รูว้ า่ เป็นโครงงานของเรา • เปน็ การเผยแพรแ่ ละต่อยอดความรใู้ หผ้ ้อู น่ื • เปน็ การสรปุ รวมรวมขอ้ มลู การทางานใหเ้ ป็นระบบ 10. เทคนคิ การตง้ั คาถาม 5W1H มีประโยชนใ์ นขน้ั ตอนใด • รวมรวบขอ้ มลู • กาหนดขอบเขตของปัญหา • วางแผนและดาเนินการแกป้ ัญหา • ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรงุ
105 เฉลยแบบทดสอบ บทที่ 3 เร่อื ง การสรา้ งประโยชนจ์ ากผลงาน 1. ขอ้ ใดคอื ความหมายของคาวา่ ประโยชน์ • ค่าของสิง่ ของ ราคาของสง่ ของ • ส่ิงทม่ี มี ูลคา่ สงู • สิง่ ท่ีมีผลใชไ้ ดด้ สี มกับทคี่ ิดมุ่งหมายไว้ • สงิ่ ทีส่ ามารถใช้ได้ 2. ชิน้ งานเรยี กอกี อยา่ งหนง่ึ วา่ อะไร • วธิ ีการ • วทิ ยาการ • ผลิตภณั ฑ์ • อุปกรณ์ 3. ผลงานใหมท่ เี่ กดิ ขนึ้ โดยทย่ี งั ไมม่ ีผู้ใดคดิ ค้นมากอ่ นเรยี กวา่ อะไร • นวตกร • นวัตกรรม • วิธกี รรม • ผลผลติ 4. ผลงานใหมท่ เี่ กดิ ขนึ้ โดยทยี่ งั ไมม่ ผี ้ใู ดคดิ ค้นมากอ่ นเรยี กวา่ อะไร •1 •2 •3 •4 5. ความหมายของคาวา่ value addittion ตรงกับขอ้ ใด • การเพิ่มมลู ค่า • การสรา้ งมูลคา่ • การตลาด • การเสนอขายสนิ ค้า
106 6. ข้อใดไมใ่ ชธ่ รุ กจิ E-Commerce • Lazada • Shopee • มินิมาร์ท • ถูกทง้ั 1 และ 2 7. ขอ้ ใดไมใ่ ชอ่ งค์ประกอบของ 4P • Product • Price • Place • Puma 8. ข้อใดคือความหมายของคาวา่ มลู ค่า • ค่าของสิ่งของ ราคาของส่งของ • ส่งิ ที่มีมูลคา่ สูง • สงิ่ ท่มี ผี ลใช้ไดด้ ีสมกบั ท่คี ิดมงุ่ หมายไว้ • สงิ่ ทสี่ ามารถใช้ได้ 9. ขอ้ ใด คอื การสรา้ งผลติ ภณั ฑท์ ม่ี เี ปา้ หมายเฉพาะกลุม่ วเิ คราะหจ์ ากอะไร • อายุ • เพศ • พฤติกรรม • ถูกทกุ ข้อ 10. ความหมายของคาวา่ value creation ตรงกบั ขอ้ ใด • การเพมิ่ มูลค่า • การสรา้ งมูลคา่ • การตลาด • การเสนอขายสนิ คา้
107
108 ภาคผนวก แบบประเมนิ ioc (Index of Item – Objective Congruence)
109 แบบประเมินความเหมาะสมของชุดกิจกรรม (สาํ หรบั ผ้เู ชยี่ วชาญ) คําช้ีแจง : แบบประเมินความเหมาะสมของชดุ กิจกรรม รายวิชาวิทยาการคาํ นวณ ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดงั นี้ ตอนที่ 1 ข้อมลู สว่ นตัวของผปู้ ระเมนิ ตอนท่ี 2 การประเมินความเหมาะสมของชดุ กิจกรรม รายวิชา วิทยาการคาํ นวณ ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะเพ่มิ เติม .......................................................................................................................................................................... ตอนที่ 1 ข้อมูลสว่ นตัวของผู้ประเมนิ คาํ ชแ้ี จง โปรดกรอกขอ้ ความลงในช่องว่าง 1.ช่อื -นามสกลุ (นาย, นาง, นางสาว) .................................................................................................. 2. ตาํ แหนง่ .......................................................................................................................................... 3. สถานท่ที ํางาน................................................................................................................................. 4. โทรศัพท์.......................................................................................................................................... 5. E-mail............................................................................................................................................
110 ตอนที่ 2 การประเมนิ คณุ ภาพชดุ กจิ กรรม คาํ ชีแ้ จง โปรดเขียนเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอ่ งรายการประเมินตามระดับความเหมาะสมในแต่ละประเด็น โดยกาํ หนดเกณฑใ์ ห้เลอื กดงั น้ี 1 คือ มคี วามเหมาะสม 0 คอื ไมแ่ น่ใจ -1 คือ ไม่เหมาะสม รายการประเมิน ความเหมาะสม คําแนะนาํ 1 0 -1 1.ด้านภาพรวมชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ รายวชิ าเทคโนโลยี (การออกแบบและ เทคโนโลยี) ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1.1 องคป์ ระกอบมคี วามชัดเจน ครบถ้วนเพียงพอ 1.2 สาระการเรยี นรสู้ อดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 1.3 ข้อปฏบิ ตั ใิ นการใช้ชดุ การสอนเขา้ ใจง่ายชัดเจน 1.4 ระบุหนา้ ทข่ี องผูเ้ รยี นได้ละเอียดครบถว้ นเพยี งพอ 1.5 ระบหุ น้าทีข่ องครผู สู้ อนได้ละเอยี ดครบถว้ นเพยี งพอสําหรับการจัดกจิ กรรมการ เรยี นรู้ 1.6 ระบสุ ิ่งทค่ี รูผูส้ อนต้องเตรยี มในการใชช้ ุดการสอนไดล้ ะเอยี ด ครบถ้วน 1.7 ชุดการสอนมีการดาํ เนนิ เรื่องอยา่ งตอ่ เนือ่ งและมีความนา่ สนใจ 2.ดา้ นการจัดการเรยี นรู้ 2.1 แผนการจัดการเรียนรู้แผนท่ี 1 เรอื่ ง ความรแู้ ละการคดิ เชงิ ออกแบบเพ่อื การแกป้ ญั หา - มาตรฐานการเรยี นรูต้ ัวชว้ี ัดและสาระการเรียนรตู้ รงตามหลักสตู รแกนกลาง การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน - สาระการเรยี นรูแ้ ละจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สอดคลอ้ งกบั ตวั ช้วี ัด - กิจกรรมการเรียนรมู้ ีความสอดคลอ้ งตามขน้ั ตอนของกระบวนการการจดั การเรยี นรู้ - ระยะเวลาในการจัดกจิ กรรมเหมาะสมตอ่ การเรียนในเนอื้ หาแต่ละชุดกิจกรรม 2.2 แผนการจัดการเรยี นรแู้ ผนที่ 2 เร่อื งโครงงานกบั การแก้ปญั หา - มาตรฐานการเรยี นรตู้ วั ช้วี ดั และสาระการเรียนรู้ตรงตามหลกั สูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน - สาระการเรียนรแู้ ละจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สอดคลอ้ งกบั ตวั ชีว้ ดั - กจิ กรรมการเรียนรูม้ ีความสอดคลอ้ งตามขัน้ ตอนของกระบวนการการจดั การเรียนรู้ - ระยะเวลาในการจดั กิจกรรมเหมาะสมตอ่ การเรียนในเนื้อหาแตล่ ะชดุ กจิ กรรม
111 รายการประเมิน ความเหมาะสม คําแนะนาํ 1 0 -1 2.3 แผนการจัดการเรยี นรแู้ ผนที่ 3 เร่ือง การสร้างประโยชนจ์ ากผลงาน - มาตรฐานการเรียนรตู้ ัวชว้ี ัดและสาระการเรยี นรตู้ รงตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน - สาระการเรียนรแู้ ละจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สอดคล้องกบั ตัวชวี้ ดั - กิจกรรมการเรียนรู้มีความสอดคล้องตามขั้นตอนของกระบวนการการ จดั การเรียนรู้ - ระยะเวลาในการจดั กิจกรรมเหมาะสมตอ่ การเรียนในเนอ้ื หาแตล่ ะชุดกจิ กรรม 3. ดา้ นการประเมนิ ผล 3.1 การประเมนิ ผลการเรยี นรูแ้ ผนท่ี 1 เร่อื ง ความรู้และการคิดเชงิ ออกแบบเพอ่ื การแกป้ ัญหา วดั ไดค้ รอบคลมุ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ การวัดและประเมนิ ผลตรงกบั ลักษณะของกระบวนการจดั การเรียนรู้ เครือ่ งมอื ท่ใี ชว้ ดั และประเมินผลครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วัดและประเมินผลเน้นการประเมินตามสภาพจรงิ 3.2 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้แผนที่ 1 เรือ่ ง โครงงานกับการแกป้ ัญหา วดั ไดค้ รอบคลมุ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลตรงกับลกั ษณะของกระบวนการจดั การเรียนรู้ เครอื่ งมือทีใ่ ชว้ ดั และประเมินผลครอบคลมุ จุดประสงค์การเรยี นรู้ วดั และประเมินผลเน้นการประเมินตามสภาพจรงิ 3.3 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้แผนท่ี 1 เรื่อง การสร้างประโยชนจ์ ากผลงาน วดั ไดค้ รอบคลมุ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ การวดั และประเมินผลตรงกบั ลกั ษณะของกระบวนการจดั การเรียนรู้ เครื่องมือทใ่ี ช้วดั และประเมนิ ผลครอบคลมุ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วัดและประเมินผลเนน้ การประเมินตามสภาพจรงิ
รายการประเมนิ 112 4. ด้านสื่อการเรยี นรู้ ความเหมาะสม คําแนะนํา 4.1 ดา้ นส่ือคลิปวดิ ีทัศน์ 1 0 -1 1) ด้านการนาํ เสนอเนอื้ หา ความสอดคล้องกับจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ความชัดเจนถกู ตอ้ งของเนอ้ื หา ความนา่ สนใจในการนาํ เสนอ 2) ด้านการออกแบบ การออกแบบเหมาะสมกับระดบั ชั้นผเู้ รียน การออกแบบการเรยี นที่มีความนา่ สนใจ ภาษาท่ใี ช้ถูกต้องเหมาะสมกับผ้เู รยี น 3) ดา้ นกจิ กรรมในบทเรยี น แบบทดสอบมคี วามสอดคล้องกบั เนอื้ หา กิจกรรมในบทเรยี นมคี วามเหมาะสมกบั ระดบั ชน้ั ของผ้เู รยี น 4) ด้านประโยชนข์ องสอื่ สอ่ื ช่วยสร้างความเข้าใจเพิม่ เติมจากกิจกรรมการเรยี นรูใ้ นห้องเรยี นไดเ้ ปน็ อย่างดี
113 ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม (โปรดเขียนขอ้ ความเพอ่ื แสดงขอ้ เสนอแนะ) 1.ดา้ นภาพรวมชดุ กจิ กรรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 2.ด้านแผนการจดั การเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.ด้านการประเมนิ ผล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4.ด้านสื่อการเรียนดจิ ิทัล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5.ด้านสื่อการเรยี นร้ใู บกจิ กรรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 6.ดา้ นอน่ื ๆ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอื่ ..........................................................(ผูเ้ ชยี่ วชาญ) .......................................................................................................
114
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120