46 ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 การวเิ คราะห์และทํา วเิ คราะห์ผใู้ ช้ วเิ คราะหผ์ ใู้ ช้ วิเคราะห์ผ้ใู ช้ ระบุผ้ใู ช้หรอื ผทู้ ่ี ความเขา้ ใจเกย่ี วกับ ผทู้ ่เี กีย่ วข้องกับ ผู้ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั ผู้ทเี่ กย่ี วข้องกบั เกี่ยวขอ้ งกับ ผู้ใช้และผูท้ ่ี การสรา้ งสนาม การสรา้ งสนาม การสร้างสนาม การสรา้ งสนาม เกี่ยวขอ้ ง เดก็ เล่นได้ เดก็ เล่นได้ เด็กเลน่ ได้ เดก็ เลน่ ได้ ครบถว้ นรวบรวม ครบถ้วนรวบรวม ครบถ้วน แตไ่ มค่ รบถว้ น ข้อมูลพน้ื ฐาน ขอ้ มลู พื้นฐานและ แต่รวบรวมขอ้ มลู ขอ้ จาํ กัดและความ ความต้องการของ พื้นฐานทีเ่ ก่ียวข้อง ต้องการของบุคคล บคุ คลซึ่งจาํ กับบคุ คลดังกลา่ ว ท่จี ํา เป็นตอ่ การ เป็นตอ่ การ ได้ไม่ครบถ้วน แกป้ ญั หาได้หลาก ออกแบบสนาม หลากครบถว้ น เดก็ เลน่ ได้ พอเพียงต่อ ครบถว้ น การนําไปพฒั นา แนวคิดในการ ออกแบบสนาม เดก็ เล่น
47 ประเด็นการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 32 การรวบรวมขอ้ มลู ท่ี สบื คน้ และ สบื คน้ และ สบื คน้ และ สบื คน้ และ จาํ เป็นตอ่ การ รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มลู แกป้ ัญหา ความรูท้ ่เี ก่ียวขอ้ ง ความรูท้ ่เี ก่ียวขอ้ ง ความรูท้ ่เี ก่ียวขอ้ ง ความรูท้ ่เี ก่ียวขอ้ ง กบั การออกแบบ กบั การออกแบบ กบั การออกแบบ กบั การออกแบบ สนามเด็กเลน่ สนามเดก็ เลน่ จาก สนามเด็กเลน่ สนามเด็กเลน่ ดว้ ยวธิ ีการท่ี แหลง่ ขอ้ มลู ท่ี จากแหลง่ ขอ้ มลู ท่ี แตแ่ หลง่ ขอ้ มลู ท่ี หลากหลายจาก นา่ เช่ือถือ นา่ เช่ือถือไดข้ อ้ มลู สบื คน้ แหลง่ ขอ้ มลู ท่ี ไดข้ อ้ มลู ท่ถี กู ตอ้ ง ท่ถี กู ตอ้ ง ไม่นา่ เช่ือถือได้ นา่ เช่ือถือ เพียงพอตอ่ การ แตไ่ ม่เพยี งพอ ขอ้ มลู ท่ไี ม่ถกู ตอ้ ง ไดข้ อ้ มลู ท่ถี กู ตอ้ ง แกป้ ัญหา ตอ่ การแกป้ ัญหา ไม่สอดคลอ้ ง เพยี งพอตอ่ การ กบั ปัญหา แกป้ ัญหา
48 ประเด็นการประเมิน ระดบั คะแนน 4 32 1 ประเมินและ การประเมินและ ประเมินและ ประเมินและ ประเมินและ ตดั สนิ ใจเลอื ก ขอ้ มลู ความรูไ้ ม่ ตดั สนิ ใจเลอื ก ตดั สนิ ใจเลอื ก ตดั สนิ ใจเลอื ก ตดั สนิ ใจเลอื ก สอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู ความรูท้ ่ีจาํ ขอ้ มลู ความรูไ้ ด้ ขอ้ มลู ได้ ขอ้ มลู ความรูไ้ ด้ การออกแบบ สนามเด็กเลน่ เป็นตอ่ สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกบั สอดคลอ้ งกบั การออกแบบ การออกแบบ การออกแบบ การออกแบบ สนามเดก็ เลน่ สนามเด็กเลน่ สนามเด็กเลน่ สนามเด็กเลน่ อยา่ งเป็นระบบ อยา่ งเป็นระบบ ไดข้ อ้ มลู ถกู ตอ้ ง ไดข้ อ้ มลู ถกู ตอ้ ง และสามารถ และสามารถ กาํ หนดขอ้ มลู กาํ หนดขอ้ มลู ท่ี ความรูท้ ่ตี อ้ งการ ตอ้ งการสบื คน้ สบื คน้ เพ่มิ เติมได้ เพ่มิ เติมได้ โดยรวบรวม ขอ้ มลู ท่จี าํ เป็น ตอ่ การกป้ ัญหา ไดค้ รบถว้ น
49 ประเด็นการประเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 32 การพจิ ารณา พฒั นาแนวคดิ ใน พฒั นาแนวคดิ ใน พฒั นาแนวคิดใน พฒั นาแนวคิดใน องคป์ ระกอบท่จี าํ การออกแบบ การออกแบบ การออกแบบ การออกแบบ เป็นและการ สนามเด็กเลน่ ได้ สนามเดก็ เลน่ สนามเด็กเลน่ สนามเด็กเลน่ พฒั นาแนวคิดใน อยา่ งหลากหลาก ได้ 2-3 แนวคิด ได้ 1 แนวคิดโดย ได้ 1 แนวคดิ โดย การออกแบบ มีความเป็นไปได้ โดยมี มีรายละเอียด ไมม่ ีรายละเอียด สนาม ในการนาํ ไปใช้ รายละเอียดของ ขององคป์ ระกอบ ขององคป์ ระกอบ เดก็ เลน่ แกป้ ัญหาโดยมี องคป์ ระกอบท่ี ท่จี าํ เป็นตอ่ การ ท่จี าํ เป็นตอ่ การ รายละเอียดของ จาํ เป็นตอ่ แกป้ ัญหาอยา่ ง แกป้ ัญหาอยา่ ง องคป์ ระกอบท่ี การแกป้ ัญหา ชดั เจน ชดั เจน จาํ เป็นตอ่ การ อยา่ งชดั เจนและ แกป้ ัญหาอยา่ ง เลอื กแนวคดิ ใน ชดั เจนและเลอื ก การแกป้ ัญหาได้ แนวคิดใน สอดคลอ้ งกบั แกป้ ัญหาได้ ผใู้ ช้ ผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ ง สอดคลอ้ งกบั และขอบเขต ผใู้ ช้ ผทู้ ่ีเก่ียวขอ้ ง ของปัญหา และขอบเขตของ ปัญหา
50 ประเดน็ การประเมนิ ระดบั คะแนน 4 32 1 เขียนภาพรา่ ง การเขยี นภาพรา่ ง เขยี นภาพรา่ ง เขยี นภาพรา่ ง เขียนภาพรา่ ง หรอื แผนภาพ ของแนวคิดใน หรอื แผนภาพ หรอื แผนภาพ หรอื แผนภาพ หรอื แผนภาพ การออกแบบ สนามเด็กเลน่ แสดงรายละเอียด แสดง แสดง แสดง ไม่ละเอียด ขาดขอ้ มลู เป็น ของแนวคิดใน รายละเอียดของ รายละเอียดของ รายละเอียดของ สว่ นใหญ่และ ไมส่ ามารถ การออกแบบ แนวคิดในการ แนวคดิ ในการ แนวคดิ ในการ สอ่ื สารใหผ้ อู้ ่ืน เขา้ ใจตรงกนั สนามเด็กเลน่ ออกแบบสนาม ออกแบบสนาม ออกแบบสนาม เด็กเลน่ ไดอ้ ยา่ ง เด็กเลน่ ได้ เดก็ เลน่ ละเอียดแสดง สามารถสอ่ื สาร แตย่ งั ขาดขอ้ มลู ขอ้ มลู ครบถว้ น ใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจ บางสว่ นและไม่ สามารถส่อื สาร ตรงกนั สามารถสอ่ื สาร ใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจ ใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ใจ ตรงกนั ตรงกนั เกณฑ์การตดั สนิ ระดับคณุ ภาพ คะแนน 31-40 คะแนนหมายถึง ระดับคณุ ภาพ ดีมาก คะแนน 21-30 คะแนนหมายถึง ระดบั คณุ ภาพ ดี คะแนน 11-20 คะแนนหมายถึง ระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนน 1-10 คะแนนหมายถงึ ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ หมายเหตุ เกณฑ์การวดั และประเมินผลสามารถปรบั เปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม 10. สือ่ และแหล่งขอ้ มลู 10.1 เว็บไซตข์ องสาํ นกั งานนวัตกรรมแหง่ ชาติ https://www.nia.or.th/ 10.2 เว็บไซต์ของ TCDC (Thailand Creative & Design Center) https://web.tcdc.or.th/th/Home/ 10.3 เวบ็ ไซตข์ อง Design Council https://www.designcouncil.org.uk/ 10.4 เว็บไซตข์ องทเ่ี กี่ยวข้องกบั design thinking ของ IDEO https://designthinking.ideo.com/ 11. ข้อเสนอแนะ ในการวดั และประเมนิ ผล จุดประสงค์การเรยี นรู้ การวเิ คราะหส์ ถานการณ์หรือความต้องการ ท่คี ํานึงถงึ ผูใ้ ชด้ ้วยการคิดเชงิ ออกแบบและความรู้จากศาสตรต์ ่าง ๆ ซ่งึ เปน็ การแกป้ ัญหาดว้ ยการคดิ เชิงออกแบบ ซึ่งประกอบดว้ ย 3 กระบวนการย่อย (การระบุและตีความปัญหา การพฒั นาแนวคิด และการสร้างแนวทางการแกป้ ัญหา) ผสู้ อนสามารถวดั และประเมนิ ผลการแก้ปัญหาด้วยการคดิ เชงิ ออกแบบโดยใชก้ จิ กรรมท่ีแนะนาํ ไว้ในหนงั สือเรยี นตามความเหมาะสม เช่น วดั และประเมิน กระบวนการย่อยของการคดิ เชิงออกแบบในเรอ่ื งการพฒั นาแนวคิดจากกิจกรรม 1.1 ช่วยคุณสมารท์ หาจุดค้มุ ทนุ การวดั กระบวนการย่อยของการคดิ เชงิ ออกแบบในเรอ่ื งการสรา้ งแนวทางการแกป้ ญั หา จากกจิ กรรม 1.2 ช่วยคุณสมารท์ วางระบบนํ้า หรือจะวดั และประเมินผลการแกป้ ัญหาด้วยการคิดเชิง
51 11. ขอ้ เสนอแนะ ในการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ การวิเคราะห์สถานการณ์หรือความต้องการท่ี คํานึงถึงผู้ใช้ด้วยการคิดเชิงออกแบบและความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาด้วยการคิดเชิง ออกแบบ ซึ่งประกอบด้วย 3 กระบวนการย่อย (การระบุและตีความปัญหา การพัฒนาแนวคิด และการ สรา้ งแนวทางการแก้ปัญหา) ผสู้ อนสามารถวดั และประเมนิ ผลการแกป้ ญั หาดว้ ยการคิดเชิงออกแบบโดยใช้ กจิ กรรมทแี่ นะนาํ ไวใ้ นหนังสือเรียนตามความเหมาะสม เชน่ วัดและประเมินกระบวนการย่อยของการคิด เชิงออกแบบในเรื่องการพัฒนาแนวคิดจากกิจกรรม 1.1 ช่วยคุณสมาร์ทหาจุดคุ้มทุนการวัดกระบวนการ ย่อยของการคิดเชงิ ออกแบบในเร่ืองการสร้างแนวทางการแก้ปัญหาจากกิจกรรม 1.2 ช่วยคุณสมาร์ทวาง ระบบน้ํา หรอื จะวดั และประเมนิ ผลการแกป้ ัญหาด้วยการคดิ เชงิ ออกแบบท้ังกระบวนการด้วยกิจกรรม 1.3 ความรู้กับการออกแบบสนามเด็กเลน่ หรือกิจกรรมท้ายบท โดยเลือกเพียงกิจกรรมใดกจิ กรรมหนึง่
52
53 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 เรื่อง โครงงานกับการแก้ปัญหา
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2 54 กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) สาระท่ี 4 เทคโนโลยี หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 เรือ่ ง โครงงานกบั การแก้ปญั หา ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 เรื่อง โครงงานกบั การแกป้ ัญหา เวลาเรียน 20 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและเป็นระบบใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทาํ งาน และการแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ รู้เท่า ทนั และมจี รยิ ธรรม ตัวชวี้ ัด ประยุกต์ใช้ความรแู้ ละทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมทงั้ ทรพั ยากรในการทําโครงงานเพ่ือแกป้ ัญหา หรอื พฒั นางาน 2. สาระการเรยี นรู้ 1) การทําโครงงาน เป็นการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ และทกั ษะจากศาสตร์ต่างๆ รวมท้งั ทรัพยากรในการ สรา้ งหรอื พฒั นาชน้ิ งานหรอื วธิ กี าร เพื่อแกป้ ญั หาหรืออํานวยความสะดวกในการทาํ งาน 2) การทาํ โครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี สามารถดําเนนิ การได้ โดยเริ่มจากการสํารวจ สถานการณป์ ัญหาท่ีสนใจ เพ่อื กาํ หนดหัวข้อโครงงาน แลว้ รวบรวมข้อมูลและแนวคดิ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา วางแผน และดาํ เนินการแก้ปญั หา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรงุ แก้ไขวธิ ีการ แกป้ ัญหาหรือชน้ิ งาน และนําเสนอวธิ ีการแก้ปัญหา 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ พัฒนาโครงงานเพ่อื แก้ปัญหาด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม 4. ทกั ษะและกระบวนการ 1. กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม 2. ทักษะการคิดอยา่ งมวี จิ ารญาณ 3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4. ทกั ษะการคิดสร้างสรรค์ 5. ทักษะการสอ่ื สาร 6. ทกั ษะการทาํ งานร่วมกบั ผอู้ ่นื
55 5. ความรู้เดมิ ทีน่ ักเรียนตอ้ งมี ผู้เรียนควรมีความรู้ท่ีเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา เช่น ความรู้พ้ืนฐานที่ประกอบด้วยความรู้ทาง คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการวิเคราะห์ประเด็นท่ีเกี่ยวข้องกับสถานการณ์และการแก้ปัญหาด้วยการคิดเชิงออกแบบหรือ กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมโดยคํานึงถึงผู้ท่ีเกี่ยวข้องกับปัญหา ความรู้และแนวคิดเหล่าน้ีสามารถ นํามาใชพ้ ัฒนาโครงงาน 6. สาระสาํ คญั โครงงาน เปน็ การศึกษาท่เี ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นศึกษาคน้ ควา้ หาความรแู้ ละลงมือปฏิบตั ดิ ้วยตนเองใน เร่ืองใดเรอ่ื งหน่งึ ทีต่ ้องการร้คู ํา ตอบให้ลึกซงึ้ โดยใชก้ ระบวนการหรือวิธีการที่มีระบบ ภายใต้การดูแลและให้ คาํ ปรึกษาของครูหรือผเู้ ชีย่ วชาญตัง้ แต่การเลอื กหวั ขอ้ เรือ่ งทจี่ ะทําโครงงาน การกําหนดขอบเขตการวางแผน ดําเนินงานและขัน้ ตอน และลงมอื ปฏิบตั ิตามแผนทีว่ างไว้ จนไดข้ อ้ สรปุ ที่เป็นคาํ ตอบในเรื่องน้ันๆ การทําโครงงานเพ่ือแก้ปัญหาด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมีจุดเน้นในด้านของการนํา แนวคิด หลักการหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และความรู้จากศาสตร์อ่ืนๆ มาบูรณาการเพ่ือ พัฒนาสิ่งของเครื่องใช้หรือวิธีการเพื่อการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของมนุษย์ ผ่านกระบวนการ ออกแบบเชิงวศิ วกรรม โดยสาํ รวจสถานการณ์ปัญหาที่สนใจ เพื่อกําหนดปัญหาหรือความต้องการเป็นหัวข้อ โครงงาน แล้วรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เก่ียวข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา ที่มีการวาง แผนการทํางานอย่างเป็นข้ันตอนเพ่ือแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือ ชน้ิ งาน และนาํ เสนอวธิ กี ารแก้ปัญหา
56 7. ส่อื และอุปกรณ์ เรอื่ ง เวลา(นาที) 7.1 ใบกจิ กรรม การวเิ คราะหโ์ ครงงาน 120 ใบกิจกรรมที่ การตัดสนิ ใจเลือกปญั หา กจิ กรรม 2.1 จากสถานการณท์ ่สี นใจ 120 เพอ่ื พฒั นาโครงงาน กิจกรรม 2.2 กาํ หนดกรอบแนวคดิ และขอบเขตของ 120 ปญั หาในการทําโครงงาน กิจกรรม 2.3 การรวบรวมขอ้ มลู 120 ท่เี กย่ี วขอ้ งกบั โครงงาน 120 กจิ กรรม 2.4 การออกแบบวธิ ีการแกป้ ญั หา 240 กจิ กรรม 2.5 การวางแผนและดําเนนิ การแกป้ ัญหา กิจกรรม 2.6 การทดสอบ ประเมนิ ผล 120 และปรบั ปรุงแก้ไขวิธกี าร กิจกรรม 2.7 แก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 120 การนาํ เสนอโครงงาน 120 กิจกรรม 2.8 (วิเคราะหแ์ ละนาํ เสนอผลงาน กจิ กรรมทา้ ยบท ของนกั เรยี น) 7.2 อ่ืน ๆ 1. ตัวอยา่ งโครงงานวทิ ยาศาสตร์ โครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี โครงงานสะเต็มศกึ ษา เช่น โครงงานที่สบื ค้นจากเวบ็ ไซต์ https://www.scimath.org/project 2. เว็บไซตท์ เ่ี กยี่ วขอ้ งกับนวตั กรรม ชนิ้ งาน เช่น สาํ นกั งานนวตั กรรมแหง่ ชาติ (http://www.nia.or.th/) 3. เวบ็ ไซตก์ ฎหมายที่เก่ียวขอ้ งกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ หรอื นวตั กรรมดิจทิ ัลเทคโนโลยี เช่น กระทรวงดิจิทัลเพอื่ เศรษฐกจิ และสงั คม(http://www.mdes.go.th/view/1/home) 4. สอื่ อิเลก็ ทรอนิกสอ์ ่ืน ๆ เชน่ ภาพมัลติมเี ดีย วดี ทิ ศั น์ เว็บบล็อก
57 8. แนวทางการจดั การเรยี นรู้ 1) ผูส้ อนนําเข้าสูบ่ ทเรียนโดยใชค้ าํ ถามในกิจกรรม 2.1 การวเิ คราะหโ์ ครงงาน และอภิปราย รว่ มกบั ผู้เรียนเกี่ยวกบั โครงงาน ทผ่ี เู้ รยี นเคยปฏบิ ตั ใิ นชัน้ เรียนท่ผี า่ นมาหรอื เคยศึกษา และให้ผู้เรยี นช่วยกนั วิเคราะห์โครงงานน้ันโดยใช้ประเด็นคํา ถาม เช่น 1. โครงงานมีเปา้ หมายในการศึกษาหรอื แกป้ ัญหาอะไร 2. โครงงานน้ันมวี ธิ ีการดาํ เนินการอย่างไร 3. ผลการดาํ เนินงานของโครงงานเป็นอย่างไร ขณะทผี่ เู้ รียนทาํ กจิ กรรม 2.1 ให้ศกึ ษาเนอ้ื หา หัวข้อ 2.1 การแก้ปญั หาด้วยการทําโครงงาน ประกอบการทํากิจกรรม จากนั้นผสู้ อนใชต้ ัวอย่างโครงงานที่ผเู้ รียนนาํ เสนอประกอบการอภปิ รายและ วิเคราะห์โครงงาน โดยให้พิจารณารายละเอียดของโครงงานตามประเดน็ คํา ถามท่ีกาํ หนดไว้ ซ่ึงอาจนาํ เสนอผลการวเิ คราะห์โครงงานในรปู แบบตาราง โดยโครงงานท่ีผูเ้ รียนยกตัวอย่างอาจมลี กั ษณะในการศกึ ษาทแี่ ตกตา่ งกัน วธิ ีการทําโครงงานลักษณะการทดลอง กําหนดปัญหา กาํ หนดตวั แปร ตั้งสมมตฐิ าน (คาดการณ์ ผลทเี่ กิดข้ึน) ออกแบบการทดลอง ดาํ เนนิ การทดลอง รวบรวมข้อมูล แปลผล และสรปุ ผลการศึกษา วธิ กี ารทําโครงงานลกั ษณะสํารวจ กาํ หนดประเด็นที่ต้องการสํารวจ วางแผนออกแบบ การสํารวจเลือกวิธกี ารดําเนนิ การ สรปุ ผลและอภิปรายผลจากการสาํ รวจ วิธกี ารทาํ โครงงานลกั ษณะสิ่งประดษิ ฐ์ กําหนดความตอ้ งการส่งิ ประดษิ ฐ์ วางแผนออกแบบ สง่ิ ประดษิ ฐ์ เลือกวัสดุ ลงมือประดษิ ฐต์ ามทไ่ี ดอ้ อกแบบไว้ ทดสอบประสิทธภิ าพของสิง่ ประดษิ ฐ์ สํารวจ ความพึงพอใจต่อการใช้สง่ิ ประดิษฐ์ และสรปุ ผลการศึกษา (ผู้สอนสามารถสบื ค้นโครงงานที่นา่ สนใจได้จาก https://www.scimath.org/project) 2) ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มนาํ เสนอผลการวิเคราะห์โครงงานตามตาราง และอภปิ รายประเดน็ เกี่ยวกบั จดุ เด่น จุดดอ้ ย และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาโครงงานต่อไป 3) ผ้เู รียนรว่ มกนั อภิปรายหลกั การและประโยชนข์ องการทําโครงงาน เพื่อใหไ้ ด้ข้อสรปุ ว่า การทําโครงงานเกิดจากปัญหาหรือความตอ้ งการทผ่ี ู้เรียนสนใจ โดยมกี ารศึกษาคน้ ควา้ ข้อมลู และวาง แผนการดาํ เนนิ การอย่างเปน็ ระบบ การทาํ โครงงานเปน็ กระบวนการหน่ึงทีผ่ เู้ รียนสามารถนํามาใช้แกป้ ัญหา ศกึ ษาค้นคว้าในเรอ่ื งท่ีต้องการรอู้ ย่างลกึ ซ้ึง และลงมือปฏบิ ัตดิ ว้ ยตนเอง นอกจากนีก้ จิ กรรมการวเิ คราะห์ โครงงานทําให้ทราบถงึ แนวทางการทําโครงงานในลกั ษณะต่างๆ ชว่ ยให้สามารถตรวจสอบ ความสอดคล้อง ของแต่ละข้นั ตอน และติดตามความสําเรจ็ ของโครงงานได้ เพอ่ื ให้ไดผ้ ลลพั ธท์ ี่มคี ณุ ค่าและนา่ เช่อื ถือ 4) ผู้สอนนําเขา้ สูบ่ ทเรียน หัวข้อ 2.2 การพฒั นาโครงงานโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม โดยใช้คําถามชวนคดิ “นักเรียนเคยทํา โครงงานทใี่ ช้กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมในการ
58 ทํางานหรือไม่ นกั เรียนคิดวา่ โครงงานดังกล่าวควรมลี กั ษณะอย่างไร” ให้ผู้เรียนศึกษาเน้ือหาหัวข้อ 2.2 จากน้ันผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรุปเก่ียวกับลักษณะของโครงงานที่ใช้กระบวนการ ออกแบบเชิงวศิ วกรรมในการแก้ปัญหา แนวคาํ ตอบ โครงงานทใ่ี ช้กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมในการปัญหา เป็นโครงงานทีม่ ีจดุ เน้น ในด้านการนํา แนวคิด หลักการหรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และความรู้จากศาสตร์อ่ืนๆ มา บรู ณาการเพ่ือพฒั นานวัตกรรมในรูปแบบชิ้นงานหรือวิธีการ ในการแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการ ของมนุษย์ ซึ่งอาจนํา ไปต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ ในการแก้ปัญหาน้ันดําเนินการโดยผ่านข้ันตอนของ กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม 5) ให้ผู้เรียนศึกษารูปที่ 2.2 แสดงขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมซึ่งสัมพันธ์กับ ระยะการดําเนินงานของโครงงาน โดยพิจารณาข้ันตอนแต่ละระยะของการทําโครงงาน และร่วมกันสรุป ขั้นตอนการทาํ โครงงานโดยใช้กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม ดงั นี้ แนวคาํ ตอบ การพฒั นาโครงงานโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ไดแ้ ก่ 1. ระยะเรม่ิ ต้นของโครงงาน 2. ระยะพฒั นาโครงงาน 3. ระยะนําเสนอโครงงาน 1. ระยะเริม่ ตน้ โครงงาน ประกอบด้วย การสํารวจสถานการณข์ องปญั หา 2. ระยะพฒั นาโครงงาน ประกอบดว้ ย ขัน้ ระบปุ ญั หา ขน้ั รวบรวมขอ้ มูลและแนวคดิ ท่ีเกยี่ วข้อง กับปัญหา ขั้นออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ขั้นวางแผนและดําเนินการแก้ปัญหา และข้ันทดสอบประเมินผล และปรับปรงุ แก้ไขวิธกี ารแก้ปัญหาหรอื ชิน้ งาน 3. ระยะนําเสนอโครงงาน ประกอบด้วย ข้ันการนําเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือ ชน้ิ งาน
59 6) ผู้สอนนําเข้าสู่การทําโครงงาน ในหัวข้อ 2.2.1 ระยะเริ่มต้นโครงงาน โดยให้ผู้เรียนช่วยกัน ยกตัวอย่างสถานการณ์ปัญหาที่น่าสนใจในปัจจุบัน โดยผู้สอนแนะนํา ผู้เรียนว่าสถานการณ์ปัญหาที่จะ พัฒนาเป็นหวั ขอ้ โครงงานอาจไดจ้ ากการสาํ รวจสถานการณ์ในสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน บ้าน หรือชุมชน หรอื สถานการณ์ท่เี ก่ียวข้องกับผู้เรียนเอง รวมทั้งอาจได้จากการสืบค้นจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น หนังสือ วารสาร บทความ ข่าว แหลง่ เรียนรอู้ อนไลน์ แหลง่ เรยี นร้ทู ้องถน่ิ ตวั อย่างสถานการณป์ ัญหา o ต้นไม้ในสวนสาธารณะของชมุ ชนแหง้ ตายเปน็ จาํ นวนมาก o ถนนในชุมชนขา้ งโรงเรยี นมีลกั ษณะมดื และเปล่ียว o แหล่งนา้ํ ในชุมชนเนา่ เสียและมกี ลิน่ เหม็น o ไม่มีใครรดนาํ้ ต้นไม้ที่โรงเรียนในช่วงวันหยดุ o กอ๊ กนํ้าถูกเปิดใหน้ ํา้ ไหลทิง้ ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายถึงการเลือกสถานการณ์ที่เป็นปัญหา เพื่อพัฒนาเป็นหัวข้อ โครงงานอาจพิจารณาจากความนา่ สนใจ ความสําคัญของสถานการณ์ที่เป็นปัญหา ผลกระทบท่ีเกิดขึ้นหาก ไม่แก้ไขดังตัวอย่างสถานการณ์ การท่ีพ่อค้าในตลาดไม่รับซื้อมะม่วงน้ํา ดอกไม้ท่ีชาวสวนปลูก ทํา ให้ ชาวสวนสญู เสียรายได้เปน็ เงนิ จํานวนมาก มะมว่ งนา้ํ ดอกไม้เปน็ ผลผลิตสําคัญของชุมชนและสร้างรายได้ให้ ชุมชนมานานอกี ทง้ั เปน็ สินค้าส่งออกที่สามารถทํารายได้ให้แก่ประเทศไทยปีละหลายล้านบาท ดังน้ัน หาก สามารถแกป้ ญั หาการไมร่ บั ซ้ือมะมว่ งนํา้ ดอกไม้ของพ่อคา้ ไดก้ จ็ ะชว่ ยแก้ปัญหาของเกษตรกรรายอื่นๆ ดว้ ย 7) ผู้เรียนศกึ ษาเน้ือหา หวั ขอ้ 2.2.2 ระยะพัฒนาโครงงาน: ข้นั ระบุปัญหา จากตัวอย่างสถานการณ์ ปัญหาในหนังสือเรียนเกี่ยวกับพ่อค้าในตลาดไม่รับซ้ือมะม่วงนํ้า ดอกไม้ โดยผู้สอนตั้งคําถามว่าจาก สถานการณ์ดงั กลา่ วจะสามารถระบปุ ัญหาที่เกีย่ วขอ้ งกับสถานการณ์ และตดั สนิ เลือกปญั หาจากสถานการณ์ ได้อย่างไร แนวคําตอบ จากตัวอย่างสถานการณ์พ่อค้าในตลาดไม่รับซื้อมะม่วงนํ้าดอกไม้ เพ่ือให้ได้แนวคิด เก่ียวกับการระบุปัญหาจากสถานการณ์ปญั หา จึงต้องทาํ ความเข้าใจกับประเด็นต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับปัญหา อย่างรอบด้าน เช่น สาเหตุ สาระสําคัญ เหตุการณ์ และบุคคลท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อนํา ไปสู่การระบุปัญหาท่ี เกย่ี วข้องกบั สถานการณ์ ตวั อย่างการระบปุ ญั หาจากสถานการณ์ 1) ผลมะม่วงนํ้าดอกไมท้ เี่ ก็บเก่ียวมาเกดิ การสุก เน่าเสยี ระหว่างเกบ็ รกั ษาและรอการขนสง่ 2) มะม่วงนํา้ ดอกไม้ผลหน่ึงเกิดการสุก ทาํ ใหม้ ะม่วงท่ีเก็บรกั ษาในทเ่ี ดียวกนั เกิดการสุกตาม 3) ผลมะมว่ งนา้ํ ดอกไม้สกุ ชํา้ งา่ ยเวลาขนส่ง
60 8) ผู้สอนนําอภิปรายในการตัดสินใจเลือกปัญหา ควรใช้ความรู้จากศาสตร์ต่างๆ และปัจจัยท่ี เกี่ยวข้องเพอื่ นาํ มาวเิ คราะหป์ ัญหา ดงั ตัวอย่างการวิเคราะห์ปัญหาในหนังสือเรียน โดยพบว่าทั้ง 3 ปัญหา เกี่ยวข้องกับการสุกของผลมะม่วงที่เกิดจากการกระตุ้นโดยเอทิลีนที่เกิดข้ึนในผลมะม่วงเอง และตัดสินใจ เลือกปัญหาโดยพิจารณาจากความเก่ียวข้องและผลกระทบของปัญหา เช่น จากสถานการณ์ตัดสินใจเลือก แก้ปัญหาท่ี 1 คือ ผลมะม่วงน้ําดอกไม้ที่เก็บเกี่ยวมาเกิดการสุก จนเน่าเสียระหว่างเก็บรักษาและรอการ ขนส่ง โดยปัญหาท่ี 1 เป็นปัญหาท่ีก่อให้เกิดปัญหาท่ี 2 และปัญหาท่ี 3 ซ่ึงหากแก้ปัญหาที่ 1 ได้ จะเป็น ปจั จัยหนง่ึ ทชี่ ว่ ยลดการเกดิ ปญั หาที่ 2 และ 3 ไปด้วย 9) ผ้เู รียนปฏิบัติกจิ กรรม 2.2 การตัดสนิ ใจเลือกปัญหาจากสถานการณ์ที่สนใจเพ่ือพัฒนาโครงงาน โดยใหผ้ เู้ รยี นสํารวจสถานการณท์ ีส่ นใจใหม่ ระบปุ ัญหา และตัดสนิ ใจเลือกปญั หาทผี่ เู้ รียนสนใจโดยพิจารณา ปัจจัยด้านต่าง ๆ ประกอบการตัดสินใจ เช่น ความสนใจ ผลกระทบของปัญหา ความเป็นไปได้ในการ แก้ปญั หา ความพร้อมของทรพั ยากรหรอื เคร่อื งมอื ทใี่ ชใ้ นการแก้ปญั หา 10) ผเู้ รียนศึกษาตัวอยา่ งจากเน้อื หาในหนงั สอื ทเ่ี กย่ี วกับการกํา หนดขอบเขตของปัญหา เพอ่ื กาํ หนดแนวทางการแกป้ ัญหาท่ตี ดั สนิ ใจเลือกให้ชัดเจน โดยอาจนําเทคนิคการวเิ คราะห์ต่างๆ มาช่วย เช่น เทคนิคการตั้งคําถาม 5W1H เทคนิคการวิเคราะห์ด้วยผังก้างปลา (fishbone diagram) โดยผู้สอนนําอภิปรายเพ่ือให้ได้ตัวอย่างแนวทางการสรุปกรอบแนวคิดและขอบเขตของปัญหา จากตัวอย่างสถานการณ์ปัญหาในหนังสือเรียน คือ “ต้องการชะลอการสุกของผลมะม่วงท่ีเกิดจากแก๊สเอ ทิลนี ในชว่ งเกบ็ รักษาและขนสง่ เปน็ เวลาอย่างนอ้ ย 25 วัน” 11) ผเู้ รยี นปฏิบัตกิ ิจกรรม 2.3 กาํ หนดกรอบแนวคดิ และขอบเขตของปัญหาในการทําโครงงาน ใน ประเด็นปัญหาที่สนใจจากกิจกรรม 2.2 นํามาวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ที่เหมาะสมและกําหนด กรอบแนวคิดและขอบเขตของปญั หาทต่ี นเองสนใจใหม้ คี วามชัดเจน 12) ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนําเสนอข้อมูลผลการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาท่ีสนใจและการตัดสินใจ เลือก (กิจกรรม 2.2) และการกํา หนดกรอบแนวคิดและขอบเขตของปัญหา (กิจกรรม 2.3) เพื่อจะใช้เป็น ประเดน็ การพฒั นางานโครงงาน และเปิดโอกาสใหม้ กี ารอภปิ รายซักถามเก่ียวกับข้อมูลของแต่ละกลุ่มในชั้น เรียน 13) ผู้เรียนศึกษาเน้ือหาในหนังสือ หัวข้อขั้นการรวบรวมข้อมูลและแนวคิดท่ีเกี่ยวข้องกับปัญหา ของระยะพฒั นาโครงงาน และรว่ มกันสรปุ หลักการในการรวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหาว่า “เป็นการรวบรวมข้อมูลและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี หรือศาสตร์อ่ืนๆ ท่ี เกี่ยวข้องกับแนวทางการแก้ปัญหาและประเมินความเป็นไปได้ ข้อดีและข้อจํากัด เพื่อตัดสินใจเลือกแนว ทางการแก้ปญั หาที่เหมาะสม และนําไปออกแบบวธิ กี ารแก้ปญั หา”
61 14) ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรม 2.4 การรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน และรวบรวมข้อมูลท่ี เก่ยี วข้องกบั การทําโครงงาน ผ้สู อนใหข้ อ้ เสนอแนะในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม ดงั นี้ o กําหนดประเด็นในการรวบรวมข้อมูลก่อน อาจใช้การระดมสมองของสมาชิก โดยหัวข้อหรือ ประเด็นในการรวบรวมข้อมูลตอ้ งแสดงได้ชัดเจนวา่ ตอ้ งการรวบรวมหรอื ศกึ ษาในประเด็นใด เมื่อ ไดป้ ระเดน็ จงึ ไปดําเนนิ การสืบคน้ ข้อมลู o สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานหรืองานวิจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุแหล่งที่มาของข้อมูลตาม รปู แบบการเขยี นอา้ งองิ เช่น รูปแบบการอ้างองิ แบบ APA o แนะนําแหล่งสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่นักเรียน เช่น แหล่งข้อมูลออนไลน์ ห้องสมุด โรงเรียน/ ห้องสมุดประจําจงั หวดั ภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ ผเู้ ชีย่ วชาญ การสังเกตหรือการสัมภาษณ์ผู้ใช้งาน และ การศึกษาดูงานจากสถานทีจ่ รงิ o วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล เช่น แหล่งข้อมูลออนไลน์ ควรมีท่ีมาจากผู้เขียนหรือ หน่วยงานทเ่ี ปน็ ท่รี จู้ กั และได้รบั การยอมรบั ขอ้ มูลท่ีอ้างอิงไมค่ วรนานเกินกว่า 10 ปี o จดบนั ทึกผลการรวบรวมข้อมูลท้ังหมดไว้ โดยอาจบันทึกลง log book หรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูล อื่นๆ พรอ้ มระบทุ ี่มาของขอ้ มูล 15) ผู้เรียนสรุปข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นที่จําเป็นต่อการแก้ปัญหาโครงงาน ในรูปผังกราฟิก หรือ แผนทค่ี วามคิดโดยผู้สอนอาจแนะนํา เพิ่มเติมว่าปัจจุบันมีโปรแกรมซอฟต์แวร์ช่วยในการสร้างผังกราฟิกได้ ผูเ้ รยี นสามารถใชโ้ ปรแกรมเหล่านช้ี ว่ ยในการสรปุ ข้อมลู ท่ีรวบรวมมาในรปู แบบท่ีน่าสนใจได้ 16) ผูเ้ รยี นศึกษาเน้อื หาในหนงั สือเรียน หวั ขอ้ ข้นั การออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา โดยใช้สถานการณ์ ตัวอยา่ งจากหนงั สอื เรียน ประเดน็ ต้องการชะลอการสุกของผลมะม่วงที่เกดิ จากแก๊สเอทลิ ีนในช่วงเก็บรักษา และขนส่งเป็นเวลาอยา่ งน้อย 25 วัน 17) ผูเ้ รยี นและผูส้ อนร่วมกนั อภปิ รายหลกั การขน้ั ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา เพ่ือให้ได้ข้อสรุปว่าใน ขั้นตอนนีส้ ามารถออกแบบการแก้ปญั หาไว้หลายแนวทางก่อน แล้ววิเคราะห์ปัจจัยท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือตัดสินใจ เลือกแนวทางการแก้ปญั หา โดยมีการประเมนิ ความเป็นไปไดใ้ นการทํางาน จากปจั จัยด้านต่างๆ ที่เก่ียวข้อง ทั้งทางด้านทรัพยากรทางเทคโนโลยี ความปลอดภัย การบํารุงรักษา ความสะดวกสบายในการใช้งาน ผลกระทบ ขึ้นอยู่กับลักษณะของแนวทางการแก้ปัญหา อาจใช้ตารางช่วยประเมินเพ่ือตัดสินใจเลือกโดย พจิ ารณาเลือกจากค่าผลรวมของเง่ือนไขการตดั สินใจทมี่ ีค่าคะแนนมากที่สุด ซ่ึงแนวทางหรือวิธีการดังกล่าว มีความสอดคล้องและความเหมาะสมสาํ หรับใชแ้ กป้ ัญหาหรอื สนองความตอ้ งการมากทสี่ ุด
62 ตวั อยา่ งตารางการประเมินเพ่อื ตัดสินใจเลือกวิธีการแกป้ ญั หา เง่ือนไขการตัดสนิ ใจ แนวทางการ วัสดุและ งบประมาณ ความ การบํารงุ ความ การ การ แก้ปญั หา วธิ กี ารสรา้ ง ปลอดภยั รักษา สะดวกสบาย ปอ้ งกัน ปอ้ งกนั ผลรวม ในการใชง้ าน แมลง บาดแผล (คะแนน) มี = 1 ถกู = 1 ปลอดภัย = 1 งา่ ย = 1 สะดวก = 1 มี = 1 มี = 1 ไมม่ ี = 0 แพง = 0 ไม่ปลอดภยั = 0 ยาก = 0 ไม่สะดวก = 0 ไมม่ ี = 0 ไม่มี = 0 แนวทาง 1 ผงถ่านกัมมันต์มา 1 1 1 1 1 00 5 บรรจุในถงุ ผ้า แนวทาง 2 แทง่ ผงถ่านกัม 1 1 1 1 1 00 5 มันตผ์ สมตวั กลาง แนวทาง 3 กลอ่ งกระดาษ 1 1 1 1 1 11 7 ผสมผงถา่ นกมั มันต์ 18) ผู้สอนแนะนําผู้เรียนหลังจากตัดสินใจเลือกแนวทางในการแก้ปัญหา ควรพัฒนาแนวทางการ แก้ปัญหาให้มีความชัดเจน รวมท้ังหลักการออกแบบเบ้ืองต้น และการถ่ายทอดแนวความคิดของวิธีการ แกป้ ัญหาเพ่อื ให้นกั เรียนสามารถสอื่ สารให้ผ้อู ่ืนเข้าใจและมองเห็นภาพชัดเจนข้ึนโดยใช้ภาพร่างหรือวิธีการ อนื่ ที่เหมาะสม เชน่ ภาพ 2 มิติ 3 มติ ิ ภาพฉาย ผังงาน แผนภาพ และการใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ ดงั เชน่ ตัวอย่างการออกแบบและพัฒนาบรรจุภณั ฑ์เพ่ือเก็บรักษามะม่วง ในหนังสอื เรียน 19) ผูเ้ รยี นปฏบิ ตั กิ ิจกรรม 2.5 การออกแบบวิธีการแกป้ ญั หา โดยสร้างทางเลือกแนวทางแก้ปัญหาจาก ปญั หาทเี่ ลือกในกจิ กรรม 2.2 และ 2.3 และอาศยั ขอ้ มลู ทีไ่ ดจ้ ากการรวบรวมในกิจกรรม 2.4 เป็นแนวทางใน การออกแบบวิธกี ารแกป้ ญั หา แล้วตัดสนิ เลือกแนวทางทเ่ี หมาะสม
63 20) ผเู้ รยี นจดั ทาํ เค้าโครงโครงงาน โดยอาศัยความรู้และข้อมูลจากการศึกษาและทํากิจกรรมท่ี 2.2- 2.5 ประกอบการเขียนเค้าโครงโครงงาน โดยศึกษาหัวข้อการเขียนจากหนังสือเรียน และผู้สอนอธิบาย เพิ่มเตมิ ในแตล่ ะหัวขอ้ ดังนี้ การเขยี นเค้าโครงโครงงาน • ชอ่ื โครงงาน ชือ่ โครงงานควรเปน็ ข้อความท่กี ระชับ ชดั เจน สือ่ ความหมายตรงประเดน็ เฉพาะเจาะจงและ สอดคล้องกบั แนวทางการเลือกวิธีการแก้ปัญหา • รายชือ่ คณะผู้ทํา โครงงาน • ชอื่ ครทู ่ีปรึกษา • ท่มี าและความสาํ คญั นําขอ้ มลู จากขัน้ ระบุปญั หาในกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ซง่ึ ประกอบด้วยระบปุ ญั หา จากสถานการณ์ปญั หา วิเคราะหแ์ ละสงั เคราะห์ข้อมูลท่เี ก่ยี วข้องกบั ปญั หา เพือ่ ตัดสินใจเลอื ก ปัญหาจากสถานการณ์ แลว้ กําหนดกรอบแนวคิดและขอบเขตของปัญหา ในการเขยี นท่ีมาและ ความสาํ คญั ควรมสี ว่ นสําคญั 3 สว่ น คอื 1) ส่วนนาํ หรอื ภาพรวม 2) เนือ้ หา 3) ส่วนสรุปถงึ แนว ทางการเลือกปญั หา กรอบแนวคิดและขอบเขตของปัญหา โดยเขียนเนื้อหาทง้ั หมดเปน็ ความเรียง • จดุ ประสงค์ของโครงงาน เขียนจุดประสงค์ให้สอดคลอ้ งกบั แนวทางการแกป้ ัญหา ซึ่งตอ้ งเขียนให้ชดั เจนและตรงประเดน็ กับปญั หา • ข้อมูลทเี่ กย่ี วขอ้ ง นําขอ้ มูลและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี หรอื ศาสตร์อ่ืน ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง กับปัญหา แนวทางการแกป้ ัญหาซง่ึ ได้ดําเนนิ การในขั้นรวบรวมขอ้ มลู มาประเมินความเปน็ ไปได้ ข้อดแี ละข้อจาํ กัด นาํ ไปสูก่ ารเลอื กแนวทางแก้ปัญหา เพ่ือการพฒั นาหรือออกแบบวธิ กี าร แกป้ ญั หา • แผนผังหรอื ภาพรา่ งของแนวทางแกป้ ญั หาและวธิ ดี ําเนินงาน ผลท่ไี ดจ้ ากการดําเนินงานในขน้ั ออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หา อาจเปน็ ภาพร่างหรือภายฉายของ ชนิ้ งานท่นี าํ มาใช้ในการแก้ปญั หาพรอ้ มรายละเอียดขั้นตอนในการสรา้ ง หรอื แผนผงั แสดงลําดับ ขั้นตอนการแกป้ ัญหา โดยระบุชนิดและจาํ นวนของวัสดุ อุปกรณ์ทใ่ี ช้ • แผนดําเนินงานและงบประมาณ นาํ เสนอข้นั ตอนในการดาํ เนนิ งานซ่งึ มีกําหนดเวลาเร่ิมตน้ และเวลาเสร็จของงานในแตล่ ะข้ันตอน และงบประมาณทใี่ ช้ • ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะได้รบั นําเสนอส่ิงทคี่ าดว่าจะได้รับจากผลของการดําเนินโครงงาน • บรรณานุกรม เอกสารทใ่ี ช้เปน็ ขอ้ มลู โดยเขียนอา้ งอิงตามหลกั การเขยี นบรรณานกุ รม
64 21) ผเู้ รียนแตล่ ะกลุ่มนําเสนอเคา้ โครงโครงงานในช้ันเรียนเพ่ือร่วมกันเสนอแนะและอภิปรายแนว ทางการพัฒนาและปรับปรุงการดําเนินงานโครงงานต่อไป โดยให้สมาชิกในช้ันเรียนมีส่วนร่วมในการ ประเมนิ ให้คะแนนการนํา เสนอเคา้ โครงโครงงานของเพื่อนแต่ละกลุ่ม โดยใช้แบบประเมินการนําเสนอเค้า โครงโครงงาน 22) ผเู้ รยี นศึกษาเนอ้ื หาในหนังสือเรียน หัวข้อ ข้ันวางแผนและดําเนินการแก้ปัญหา โดยผู้สอนยํ้า ใหผ้ เู้ รยี นวเิ คราะห์และศกึ ษารายละเอียดให้ชดั เจนเก่ียวกับการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่ผู้เรียนเลือกแล้ว เพ่อื นํามากําหนดแนวทางการลงมือปฏิบัติการพัฒนาวิธีการแก้ปัญหา รวมทั้งวางแผนการปฏิบัติงานอย่าง เปน็ ขั้นตอน โดยศึกษาตวั อยา่ งจากหนงั สอื เรียนตามแผนภาพข้นั ตอนการพัฒนาบรรจุภณั ฑเ์ พื่อรักษามะม่วง น้าํ ดอกไม้ และตวั อยา่ งแผนปฏิบตั ิงานสร้างกลอ่ งบรรจุภณั ฑ์เกบ็ รกั ษามะม่วงน้าํ ดอกไม้ 23) ผเู้ รียนปฏิบัติกิจกรรม 2.6 การวางแผนและดําเนินการแก้ปัญหา โดยกําหนดลําดับขั้นตอนใน การพัฒนางาน ระบุเคร่ืองมือวัสดุ อุปกรณ์ท่ีเหมาะสมกับงาน เขียนแผนปฏิบัติงานโดยกําหนดเวลาให้ เหมาะสมกับงานและลงมือปฏิบัติในการแก้ปัญหาหรือสร้างช้ินงานตามแผนปฏิบัติงาน โดยผู้สอนย้ํา ให้มี การบันทกึ ข้อมลู รูปภาพแต่ละขัน้ ตอนในการลงมือปฏิบัติและสร้างช้ินงาน 24) ผ้เู รียนศึกษาเนื้อหาในหนงั สอื เรยี น หวั ขอ้ ขนั้ ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการ แกป้ ญั หาหรือช้ินงาน และนาํ ความรู้มากาํ หนดเกณฑ์การทดสอบวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงานของกลุ่มโดย ปฏิบัติกิจกรรม 2.7 การทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน กรณีที่ ผูเ้ รียนไดด้ าํ เนินการสรา้ งชิ้นงานหรือแกป้ ญั หาเสรจ็ ผู้สอนให้ผู้เรียนทดสอบและประเมินผลการทํางานของ ช้ินงานหรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามจุดประสงค์ที่กําหนดไว้หรือไม่ หากยังมีข้อบกพร่องหรือไม่ สามารถแกป้ ญั หาได้ตามวัตถุประสงค์ควรนํา ผลการทดสอบมาวิเคราะห์ และหาวิธีการปรับปรุงแก้ไขโดย เสนอแนวทางการแกไ้ ข หรอื ทาํ การปรบั ปรุงแกไ้ ขหากดาํ เนินการได้ 25) ผสู้ อนและผู้เรยี นร่วมกนั สรุปหลกั การการดาํ เนินโครงงาน ระยะพัฒนาโครงงาน โดยใช้ โครงงานทผี่ ้เู รยี นทําประกอบการอภปิ รายและสรปุ ความรู้ท่ีเกีย่ วขอ้ งกับโครงงานแต่ละขัน้ ตอน 26) ผู้สอนนําเข้าสู่บทเรียน หัวข้อ ระยะนําเสนอโครงงาน โดยนําภาพตัวอย่างหรือวีดิทัศน์ การจัดนิทรรศการโครงงาน หรือ การนําเสนอ/ประกวดผลงานโครงงานจากแหล่งเรียนรู้แบบออนไลน์ให้ ผู้เรียนดู และร่วมกันอภิปรายจุดประสงค์ของการนําเสนอผลงานต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปเก่ียวกับการ นําเสนอผลงานว่า “เป็นการเผยแพร่ หรือส่ือสารผลการทําโครงงานของนักเรียนให้ผู้อ่ืนเข้าใจเก่ียวกับ ภาพรวมของกระบวนการทํางาน ตั้งแต่แนวคิดในแก้ปัญหา ข้ันตอนการแก้ปัญหา รวมทั้งผลของการ แก้ปญั หาและแนวทางการปรับปรุงแกไ้ ขให้มีประสทิ ธภิ าพมากข้ึน” โดยการนําเสนอผลงานมีหลายวิธี เช่น การเขียนรายงานโครงงาน การนําเสนอด้วยโปสเตอร์ การนําเสนอด้วยซอฟต์แวร์นํา เสนอ หรือ การ นําเสนอผา่ นสือ่ ออนไลน์
65 27) ใหผ้ เู้ รียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรม 2.8 การนาํ เสนอโครงงาน โดยใหผ้ เู้ รียนนําเสนอผลงาน ในช้นั เรียนใน รูปแบบทเี่ หมาะสม เชน่ การจดั ทํารายงาน การทาํ แผน่ พบั การนาํ เสนองานโดยใชโ้ ปรแกรมประยุกต์และให้ ผู้สอนและผู้เรียนมีส่วนร่วมในการซักถาม ให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นรวมทั้งการประเมินผล การนําเสนอ ผลงานของผเู้ รียน โดยผู้สอนอาจกาํ หนดรูปแบบกิจกรรมการนาํ เสนอตามบริบทของสถานศกึ ษาและผู้เรียน เช่น การนาํ เสนอหนา้ ช้ันเรียนกับสมาชิกในห้อง เชิญคณะผู้บริหารและครูในโรงเรียนเข้าร่วมเปิดโอกาสให้ นักเรยี นในโรงเรียนท่สี นใจเข้าร่วมชมการนําเสนอ หรอื จดั เปน็ นิทรรศการนําเสนอผลงานนักเรียน 28) ผู้เรียนและผู้สอนสรุปร่วมกันถึงการทําโครงงาน และให้ข้อเสนอแนะกับผู้เรียนในเร่ืองการ ทาํ งาน เช่น ระยะเวลาในการทํางานโครงงานควรเหมาะสมกับเวลา ความรู้พื้นฐานของผู้เรียนมีส่วนสําคัญ ต่อการทาํ โครงงานใหป้ ระสบความสาํ เรจ็ งบประมาณควรมีการจัดสรรและใช้อย่างคุ้มค่า รวมท้ังกระตุ้นให้ ผเู้ รียนคดิ ว่าโครงงานของผ้เู รยี นท่ที ํา ขึ้นจะมแี นวทางในการสรา้ งประโยชน์จากผลงานของตนเองได้อย่างไร 9. การวดั และประเมนิ ผล รายการประเมนิ วิธกี ารวัด เครื่องมือทใี่ ชว้ ัด เกณฑ์การประเมินการผ่าน 1. การวิเคราะหโ์ ครงงาน ตรวจใบกิจกรรม 2.1 ใบกิจกรรม 2.1 คะแนน 4 หมายถึง ดมี าก คะแนน 3 หมายถงึ ดี คะแนน 2 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1 หมายถงึ ปรับปรงุ ผู้เรยี นไดร้ ะดบั คณุ ภาพ พอใช้ ขึ้นไปถอื ว่าผา่ น
66 การพัฒนาโครงงานดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รายการประเมิน วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื ที่ใชว้ ัด เกณฑ์การประเมินการผา่ น 2. การตดั สนิ ใจเลือกปญั หาจาก ตรวจใบกิจกรรม 2.2 ใบกจิ กรรม 2.2 คะแนน 55-72 หมายถงึ ดมี าก คะแนน 37-54 หมายถงึ ดี สถานการณ์ท่สี นใจ คะแนน 19-36 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 1-18 หมายถงึ ปรบั ปรุง เพือ่ พัฒนาโครงงาน ผูเ้ รียนได้ระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปถือวา่ ผ่าน 3. กํา หนดกรอบแนวคิดและ ตรวจใบกจิ กรรม 2.3 ใบกจิ กรรม 2.3 คะแนน 13-16 หมายถงึ ดมี าก ขอบเขตของปัญหา คะแนน 9-12 หมายถงึ ดี คะแนน 5-8 หมายถึง พอใช้ ในการทาํ โครงงาน คะแนน 1-4 หมายถึง ปรับปรงุ ผ้เู รียนไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ดี 4. การรวบรวมขอ้ มูลที่ ตรวจใบกิจกรรม 2.4 ใบกิจกรรม 2.4 ขึน้ ไปถือว่าผา่ น เก่ยี วขอ้ งกับโครงงาน 5. การออกแบบวธิ กี าร ตรวจใบกจิ กรรม 2.5 ใบกจิ กรรม 2.5 แกป้ ัญหา 6. การวางแผนและดาํ เนนิ ตรวจใบกจิ กรรม 2.6 ใบกิจกรรม 2.6 การแกป้ ญั หา 7. การทดสอบ ประเมนิ ผลและ ตรวจใบกิจกรรม 2.7 ใบกจิ กรรม 2.7 ปรบั ปรงุ แก้ไขวิธกี ารแก้ปัญหา หรอื ชน้ิ งาน 8. ความสําเร็จของช้ินงานหรือ ประเมนิ ช้นิ งานหรือ แบบประเมนิ ช้ินงาน วิธีการแก้ปญั หา วธิ กี ารแกป้ ัญหา หรือวิธกี ารแกป้ ัญหา การนําเสนอโครงงาน 9. การนําเสนอผลงาน ประเมนิ แบบประเมิน การนําเสนอผลงาน
67 รายการประเมนิ วธิ กี ารวดั เคร่ืองมือทีใ่ ชว้ ัด เกณฑ์การประเมินการผา่ น 10. รายงานโครงงาน ประเมนิ รายงาน แบบประเมิน คะแนน 22-28 หมายถึง ดีมาก 11. แผ่นนําเสนอโครงงาน ประเมนิ แผน่ คะแนน 15-21 หมายถึง ดี (โปสเตอร์) นาํ เสนอโครงงาน คะแนน 8-14 หมายถึง พอใช้ ทกั ษะการคิดอย่าง (โปสเตอร์) มวี ิจารญาณ คะแนน 1-7 หมายถงึ ปรบั ปรงุ ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ สงั เกตพฤตกิ รรม ทกั ษะการคดิ สร้างสรรค์ สังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ผู้เรยี นไดร้ ะดับคณุ ภาพ ดี ทกั ษะการสอ่ื สาร สงั เกตพฤติกรรม ข้ึนไปถือวา่ ผ่าน ทักษะการทาํ งานรว่ มกบั ผ้อู ืน่ สงั เกตพฤติกรรม สงั เกตพฤติกรรม คะแนน 4 หมายถงึ ดมี าก คะแนน 3 หมายถึง ดี คะแนน 2 หมายถงึ พอใช้ คะแนน 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ แบบประเมินทักษะ ผเู้ รยี นไดร้ ะดับคุณภาพ พอใช้ ขึ้นไปถอื ว่าผา่ น แบบประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมินทักษะ ผเู้ รียนได้ระดบั คณุ ภาพ ดี แบบประเมนิ ทักษะ ขึ้นไป ถือวา่ ผา่ น แบบประเมินทักษะ (ดเู กณฑ์การประเมินในภาคผนวก)
68 เกณฑ์การวดั และประเมินผล ประเด็นการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1 32 วิเคราะห์รายละเอียด 2.1 การวเิ คราะหโ์ ครงงาน วิเคราะห์ วเิ คราะห์รายละเอียด วเิ คราะหร์ ายละเอยี ด ปญั หาวิธีดาํ เนนิ การ และผลการ รายละเอยี ดปัญหา ปญั หา ปญั หาวธิ ีดาํ เนนิ การ ดําเนนิ การของ โครงงานได้ วิธีดาํ เนินการ วิธีดําเนินการ และผลการ ไม่ครบถ้วน และผลการ และผลการ ดาํ เนนิ การของ และไมถ่ ูกต้องบางส่วน ดาํ เนนิ การของ ดําเนินการของ โครงงานไดค้ รบถ้วน โครงงานได้ โครงงานไดค้ รบถว้ น แตไ่ มถ่ กู ต้องบางส่วน ครบถว้ น ถูกต้อง ถกู ตอ้ ง และชัดเจน
69 ประเด็นการประเมิน 4 ระดับคะแนน 2 1 3 การใชก้ ระบวนการออกแบบเซิงวศิ วกรรมในการพัฒนาโครงงาน 2.2 การตดั สนิ ใจเลือก ปัญหาจากสถานการณ์ ที่สนใจเพื่อพฒั นาโครงงาน 2.2.1 การวเิ คราะห์ วเิ คราะห์ปัญหาหรือ วเิ คราะหป์ ญั หาหรือ วเิ คราะหป์ ญั หา วเิ คราะหป์ ัญหา องคป์ ระกอบปญั หาจาก การตงั้ คาํ ถาม 5W1H ความตอ้ งการจาก ความต้องการจาก หรอื ความตอ้ งการ หรือความต้องการ 2.2.2 การหาสาเหตแุ ละ สถานการณโ์ ดยใช้ สถานการณ์โดยใช้ จากสถานการณ์โดย จากสถานการณ์โดย ปจั จัยของปัญหา โดยการวิเคราะห์ การตงั้ การตง้ั คําถาม ใช้การตง้ั คําถาม ใชก้ ารต้ังคาํ ถาม ดว้ ยผงั กา้ งปลา คําถาม 5W1H 5W1H 5W1H ไดแ้ ต่ 5W1H ไดเ้ พยี ง 2.3 กําหนดกรอบ แนวคิดและขอบเขตของ ท่ีสอดคล้องกบั ได้แตส่ อดคลอ้ งกับ สอดคล้องกบั 1 ดา้ นหรอื ไม่ ปัญหาในการทาํ โครงงาน ประเด็นปญั หาได้ ประเดน็ ปัญหา ประเดน็ ปญั หา สอดคลอ้ งกับ ครบถว้ น เพยี ง 4-5 ดา้ น เพยี ง 2-3 ดา้ น ประเด็นปัญหา ท้งั 6 ดา้ น ใชผ้ งั ก้างปลา ใช้ผงั กา้ งปลา ใชผ้ ังกา้ งปลา ใช้ผังก้างปลา เพ่ือระบุสาเหตุและ เพือ่ ระบุสาเหตุและ เพื่อระบสุ าเหตุและ เพอ่ื ระบุสาเหตแุ ละ ปัจจัยไดส้ อดคล้อง ปัจจยั ไดส้ อดคลอ้ ง ปัจจยั ไดส้ อดคลอ้ ง ปจั จัยไดไ้ ม่ กบั ครอบคลมุ กบั และครอบคลมุ กับ และครอบคลมุ กบั ครอบคลมุ กับ ปญั หา มีความ ปญั หา มคี วาม ปญั หา แตข่ าด ปญั หาและขาด ถกู ต้อง ชัดเจน ถูกต้อง ความถกู ตอ้ ง ความถูกตอ้ ง บางส่วน บางสว่ น กําหนดกรอบแนวคิด กําหนดกรอบแนวคิด กําหนดกรอบ กาํ หนดกรอบ และขอบเขตของ และขอบเขตของ แนวคิดและ แนวคิดและ ปญั หาได้สอดคล้อง ปญั หาไดส้ อดคล้อง ขอบเขตของปัญหา ขอบเขตของปญั หา กบั สถานการณ์ที่ กบั สถานการณท์ ี่ ได้สอดคล้องกับ ท่ีตอ้ งการแก้ไขได้ สนใจได้ครบถว้ น สนใจไดค้ รบถ้วน สถานการณ์ทีส่ นใจ สอดคลอ้ งบางสว่ น ชัดเจน เป็นส่วนใหญ่แต่ และขาดความ ขาดความชดั เจน ชดั เจนเป็นส่วนใหญ่ บางส่วน
70 ประเด็นการประเมิน 4 ระดับคะแนน 1 32 2.4. การรวบรวมขอ้ มลู กาํ หนดประเดน็ เพื่อ กํา หนดประเดน็ ท่เี กี่ยวขอ้ งกบั โครงงาน ใชร้ วบรวมขอ้ มลู ได้ กาํ หนดประเดน็ เพอ่ื กํา หนดประเด็น เพ่ือใช้รวบรวม 2.4.1 การกาํ หนดประเดน็ ตรงตามปญั หาหรอื ข้อมลู ได้ แต่ไม่ตรง เพ่อื รวบรวมขอ้ มลู ความต้องการได้ ใช้รวบรวมขอ้ มูลท่ี เพ่อื ใช้รวบรวม กับประเด็นปัญหา อยา่ งครบถ้วน เป็นสว่ นใหญ่ 2.4.2 การรวบรวมและ สมบรู ณ์ ตรงตามปญั หาหรือ ข้อมูลทตี่ รงตาม สรุปขอ้ มูลทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั รวบรวมขอ้ มูลตาม ประเดน็ ปัญหา รวบรวมข้อมลู ตาม ความตอ้ งการได้ ปัญหาหรือความ ประเดน็ ท่ีกาํ หนดไว้ ประเด็นที่กาํ หนดไว้ และสรปุ ในรูปแบบ 2.4.3 วเิ คราะหข์ ้อดี ได้ขอ้ มูลถูกตอ้ ง ตอ้ งการ แต่ขาด แผนทค่ี วามคิดได้ ขอ้ จํากัดของแนวทางแก้ไข สมบรู ณ์ สามารถ แตค่ วามสมั พนั ธข์ อง ปญั หาทีร่ วบรวมไว้ สรปุ ในรปู แบบแผนท่ี ความชดั เจน ขอ้ มลู ขาดความ ความคิดไดโ้ ดยแสดง ถกู ตอ้ งเปน็ ส่วนใหญ่ 2.4.4 การเลือกแนวทาง ให้เห็นความสมั พันธ์ บางสว่ น ในการแกป้ ญั หา ของขอ้ มูลอย่าง วิเคราะห์ขอ้ ดี ถูกตอ้ ง ครบถว้ น รวบรวมขอ้ มูลตาม รวบรวมข้อมลู ตาม ข้อจํากดั จากขอ้ มลู วเิ คราะหข์ ้อดี ของชิ้นงานหรือ ขอ้ จํากัดจากขอ้ มลู ประเด็นท่ีกาํ หนดไว้ ประเด็นท่กี าํ หนดไว้ วธิ ีการที่สามารถ ของชน้ิ งานหรือ นาํ มาใชเ้ พอ่ื แกไ้ ข วธิ ีการที่สามารถ ได้ข้อมูลถูกตอ้ ง และสรปุ ในรูปแบบ ปัญหาท่สี นใจได้ นํามาใชเ้ พื่อแก้ไข แตข่ าดความถูกต้อง ปัญหาท่ีสนใจได้ สมบูรณ์ สามารถ แผนทคี่ วามคิดได้ เป็นส่วนใหญ่ อย่างถูกตอ้ งสมบูรณ์ สรปุ ในรปู แบบแผนที่ โดยแสดงใหเ้ ห็น ตัดสินใจเลือก ตัดสนิ ใจเลอื ก แนวทางในการ แนวทางในการ ความคดิ ได้ โดย ความสัมพันธข์ อง แกป้ ัญหาหรอื ความ แก้ปญั หาไดโ้ ดยใช้ ตอ้ งการของตนเอง ข้อมูลและเหตผุ ล แสดงใหเ้ หน็ ขอ้ มลู แตข่ าดความ ได้ อยา่ งสมเหตสุ มผล แต่ไม่ได้ใชข้ ้อมลู และเป็นไปตาม ความสมั พนั ธข์ อง ถกู ตอ้ งบางส่วน และเหตุผลเพ่อื ขอ้ เท็จจริง พจิ ารณาความ ข้อมลู อย่างถกู ตอ้ ง เป็นไปได้ วิเคราะหข์ ้อดี วิเคราะห์ข้อดี ข้อจํากัดจากข้อมลู ข้อจํากัดจากขอ้ มูล ของชิ้นงานหรือ ของชนิ้ งานหรือ วิธีการที่สามารถ วธิ ีการท่สี ามารถ นํามาใช้เพ่อื แกไ้ ข นาํ มาใชเ้ พ่ือแก้ไข ปัญหาทีส่ นใจได้ ปญั หา อยา่ งถกู ตอ้ ง ท่ีสนใจได้แตข่ าด ความถกู ตอ้ ง บางสว่ น ตัดสินใจเลอื ก ตัดสนิ ใจเลอื ก แนวทางในการ แนวทางในการ แก้ปัญหาไดโ้ ดยใช้ แก้ปัญหาได้แตใ่ ช้ ข้อมลู และเหตุผล ข้อมลู และเหตผุ ล อยา่ งสมเหตสุ มผล เพียงบางส่วนเพอ่ื พจิ ารณาความ เปน็ ไปได้
71 ประเดน็ การประเมิน 4 ระดับคะแนน 1 32 2.5. การออกแบบวิธกี าร แกป้ ญั หา 2.5.1 การสรา้ งทางเลอื กใน สร้างทางเลือกในการ สรา้ งทางเลือกในการ สรา้ งทางเลอื กใน สรา้ งทางเลือกใน การแกไ้ ขปญั หา แก้ไขปัญหาได้อยา่ ง แกไ้ ขปัญหา การแก้ไขปัญหา การแกไ้ ขปัญหา หลากหลายได้ ได้ 3 แนวทาง ได้ 2 แนวทาง ได้ 1 แนวทาง มากกวา่ 3 แนวทาง 2.5.2 เปรยี บเทยี บและ เปรยี บเทยี บผลดี เปรียบเทยี บผลดี เปรียบเทียบผลดี เปรียบเทียบผลดี ตดั สินใจเลือกวิธีการ ผลเสยี และตัดสนิ ผลเสยี และตดั สิน ผลเสียและตดั สิน ผลเสีย และตัดสนิ แก้ปญั หา เลือกวธิ กี ารแกป้ ญั หา เลือกวิธกี ารแกป้ ัญหา เลือกวิธกี าร เลอื กวธิ กี าร สอดคล้องกับปัญหา สอดคล้องกบั ปัญหา แก้ปญั หาสอดคล้อง แกป้ ัญหาภายใต้ ภายใต้ ภายใต้ กบั ปญั หาภายใต้ จาํ กัดท่มี อี ยู่ ขอ้ จาํ กดั ทม่ี อี ยู่อยา่ ง ข้อจํากดั ท่มี อี ยอู่ ย่าง ขอ้ จํากดั ท่มี อี ยู่ แต่ขาดความ สมเหตสุ มผลและ เหมาะสม แตข่ าดความ สมเหตผุ ลและความ เปน็ ไปตาม สมเหตสุ มผลหรือ เปน็ ไปได้ ขอ้ เทจ็ จริง ความถกู ตอ้ ง บางส่วน 2.5.3 การออกแบบและ ออกแบบโดย ออกแบบโดย ออกแบบโดย ออกแบบโดย ถ่ายทอดความคดิ ของ ถ่ายทอดความคดิ ถ่ายทอดความคดิ ถา่ ยทอดความคดิ ถา่ ยทอดความคดิ ชนิ้ งานหรอื วิธีการในการ วธิ ีการแก้ปญั หาหรือ วธิ ีการแก้ปัญหาหรือ วธิ กี ารแกป้ ญั หาหรอื วธิ ีการแก้ปญั หาหรือ แกไ้ ขปัญหา สนองความตอ้ งการ สนองความต้องการ สนองความตอ้ งการ สนองความตอ้ งการ เป็น เป็น เปน็ เป็น ภาพ 2 มติ ิ ภาพ 2 มติ ิ ภาพ 2 มิติ ภาพ 2 มิติ ภาพ 3 มิติ ภาพ 3 มติ ิ ภาพ 3 มิติ ภาพ 3 มิติ ภาพฉายแผนภาพ ภาพฉายแผนภาพ ภาพฉายแผนภาพ ภาพฉายแผนภาพ หรอื ผังงาน หรอื ผงั งานได้ หรือผงั งานได้ หรอื ผงั งานไม่ ได้อยา่ งละเอียดและ แต่ยังขาดข้อมูล แตย่ งั ขาดขอ้ มูล ละเอยี ดขาดข้อมูล แสดงขอ้ มลู ครบถว้ น บางสว่ น บางส่วนและไม่ เป็นสว่ นใหญแ่ ละไม่ สามารถสอื่ สารให้ แตส่ ามารถสอ่ื สารให้ สามารถสื่อสารให้ สามารถสือ่ สารให้ ผอู้ ืน่ เข้าใจตรงกนั ผู้อนื่ เขา้ ใจตรงกนั ผู้อน่ื เขา้ ใจตรงกนั ผู้อนื่ เข้าใจตรงกนั
72 ประเดน็ การประเมนิ ระดับคะแนน 4 321 2.6 การวางแผนและ ดําเนินการแกป้ ญั หา วางแผนเพอ่ื ให้การ วางแผนเพอ่ื ใหก้ าร วางแผนเพอื่ ให้การ วางแผนเพื่อให้การ 2.6.1 การวางแผน ทํางานเปน็ ไปตาม ทํางานเป็นไปตาม ทาํ งานเปน็ ไปตาม ทํางานเปน็ ไปตาม การทาํ งาน เปา้ หมาย เปา้ หมาย เป้าหมาย เปา้ หมาย และระยะเวลาท่ี และระยะเวลาที่ และระยะเวลาท่ี และระยะเวลา 2.6.2 การสรา้ งผลงาน กาํ หนด สามารถ กําหนด สามารถ กําหนด สามารถ ท่กี ําหนดแตไ่ ม่ ปฏิบัตติ ามแผนที่วาง ปฏิบตั ิตามแผนทีว่ าง ปฏบิ ตั ิตามแผนที่ สามารถปฏบิ ัติตาม ไว้ไดค้ รบถ้วน ไว้ได้ครบถว้ นแต่ตอ้ ง วางไว้ได้ครบถว้ นแต่ แผนทวี่ างไวไ้ ด้ มีการปรบั ตอ้ งมีการปรบั ครบถว้ น สรา้ งผลงานได้ตรง เปล่ยี นแผน เปลีย่ นแผนการ ตามแนวคิดที่ การทํางานเพยี ง ทาํ งาน สร้างผลงานได้ ออกแบบไว้ เลก็ นอ้ ย ไมต่ รงตามแนวคดิ ท่ี สรา้ งผลงานไดต้ รง สร้างผลงานไดต้ รง ออกแบบไว้ ตามแนวคิดที่ ตามแนวคิดที่ ออกแบบไว้เป็นสว่ น ออกแบบไวไ้ ดเ้ พียง ใหญ่ บางส่วน
73 ประเดน็ การประเมนิ 4 ระดับคะแนน 1 32 2.7 การทดสอบประเมินผล และปรับปรงุ แก้ไขวิธีการ แกป้ ญั หาหรือช้นิ งาน 2.7.1 การกําหนดประเด็น กาํ หนดประเดน็ กาํ หนดประเด็น กาํ หนดประเด็น กําหนดประเด็น ในการทดสอบผลงาน ในการทดสอบผลงาน ในการทดสอบผลงาน ในการทดสอบ ในการทดสอบ ท่จี าํ เปน็ ตอ่ การ ท่ีจําเปน็ ตอ่ การ ผลงานทจ่ี าํ เปน็ ต่อ ผลงานท่จี าํ เป็นต่อ แกป้ ัญหาตามที่ แกป้ ัญหาตามท่ี การแก้ปัญหาตามที่ การแกป้ ญั หาตามที่ กําหนดไว้อย่าง กาํ หนดไว้ กาํ หนดไว้ กําหนด ครบถ้วนและสามารถ ไดเ้ ป็นสว่ นใหญ่ ได้บางส่วน โดยขาดความ ใชท้ ดสอบชนิ้ งานได้ สามารถใช้ทดสอบ สอดคล้อง จรงิ ชน้ิ งานได้จริง เปน็ ส่วนใหญ่ 2.7.2 การสร้างทางเลอื กใน สร้างทางเลอื กในการ สร้างทางเลือกในการ สรา้ งทางเลือกใน สร้างทางเลอื กใน การปรบั ปรงุ แกไ้ ขผลงาน ปรับปรงุ แกไ้ ขผลงาน ปรับปรงุ แกไ้ ขผลงาน การปรับปรุงแกไ้ ข การปรบั ปรงุ แกไ้ ข ได้เหมาะสมกบั ไดเ้ หมาะสมกบั ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานยังไม่ ขอ้ บกพรอ่ งท่พี บ ขอ้ บกพรอ่ งที่พบและ ข้อบกพรอ่ งที่พบ สอดคล้องกบั อย่างหลากหลายและ สามารถนาํ บางส่วน ข้อบกพร่องท่ีพบ สามารถนาํ ไปใชป้ รบั ปรงุ ผล ไปใชป้ รบั ปรงุ ผล งานได้บางส่วน งานได้
74 ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 32 2.8 ความสาํ เรจ็ ของช้นิ งาน ชิ้นงานหรอื วิธกี าร ชิ้นงานหรือวธิ ีการ หรอื วธิ กี ารแก้ปัญหา สามารถแก้ปญั หาได้ ชน้ิ งานหรือวิธกี าร ชน้ิ งานหรอื วิธีการ ไมส่ ามารถแกป้ ญั หา 2.8.1 ชิน้ งานหรือวธิ กี าร สมบูรณ์ ได้ สามารถแกป้ ัญหาได้ ประยกุ ตใ์ ชช้ ้ินงาน สามารถแกป้ ญั หาได้ สามารถแกป้ ญั หาได้ ไม่สามารถ หรอื วิธีการใหเ้ กิด ประยกุ ต์ใช้ชน้ิ งาน 2.8.2 ชิ้นงานหรอื วิธีการ ประโยชนใ์ น เปน็ สว่ นใหญ่ บางสว่ น หรือวธิ ีการใหเ้ กดิ สามารถนําไปประยุกต์ใชไ้ ด้ ชวี ิตประจําวนั ประโยชนใ์ น ในชีวติ ประจาํ วัน ได้เป็นอย่างดี ประยุกตใ์ ช้ชนิ้ งาน ประยุกตใ์ ชช้ ้ินงาน ชวี ิตประจําวันได้ ชนิ้ งานมีความ ชน้ิ งานไม่มคี วาม 2.8.3 ชนิ้ งานหรอื วิธีการมี ปลอดภยั มีความ หรอื วธิ กี ารให้เกดิ หรือวิธีการให้เกดิ ปลอดภัย ความปลอดภัย เหมาะสมกบั ผูใ้ ช้งาน ไมเ่ หมาะสมกับ มคี วามเหมาะสมกับ และคาํ นึงถึง ประโยชนใ์ น ประโยชน์ใน ผใู้ ชง้ านและ ผใู้ ช้งานและคาํ นงึ ถึง สง่ิ แวดล้อม ไมค่ ํานงึ สิ่งแวดล้อม สิง่ แวดล้อม (ครบ 3 ข้อ) ชีวิตประจําวนั ชวี ติ ประจาํ วนั ช้ินงานหรอื วิธกี าร ช้ินงานหรือวิธีการ 2.8.4 ความคิดสรา้ งสรรค์ แก้ปญั หาแสดงให้ ได้เปน็ สว่ นใหญ่ ได้บางสว่ น แก้ปญั หา ของชนิ้ งานหรอื วิธีการ เหน็ ความคดิ ริเริ่ม ลอกเลียนแบบจาก แก้ปัญหา สร้างสรรค์ ชิ้นงานมคี วาม ชิ้นงานมคี วาม ชิ้นงานหรือวธิ ีการที่ มีผทู้ ํามาแลว้ ปลอดภัย หรือ ปลอดภยั หรือ มีความเหมาะสมกบั มคี วามเหมาะสมกบั ผ้ใู ช้งาน หรอื คาํ นงึ ถึง ผู้ใช้งาน หรือ สิ่งแวดล้อม คาํ นงึ ถงึ สิ่งแวดล้อม (มี 2 ขอ้ ) (มี 1 ขอ้ ) ชนิ้ งานหรอื วธิ กี าร ช้ินงานหรือวิธีการ แก้ปญั หาปรบั ปรุงมา แกป้ ญั หาปรับปรงุ จากช้ินงานหรอื มาจากชนิ้ งานหรอื วธิ กี ารทมี่ ผี ้ทู ํา วธิ กี ารที่มผี ูท้ ํา มาแลว้ บางสว่ น มาแลว้ เป็นส่วนใหญ่
75 ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 การนาํ เสนอโครงงาน 32 2.9 การนําเสนอผลงาน นาํ เสนอเป็น นําเสนอไม่เป็น 2.9.1 รปู แบบการ ลําดับข้นั ตอน นาํ เสนอเปน็ นาํ เสนอเปน็ ลําดบั ขน้ั ตอน นําเสนอ มคี วามน่าสนใจ ลาํ ดบั ขน้ั ตอน ลําดับขัน้ ตอน ไมน่ ่าสนใจ และเข้าใจงา่ ย หรือมีความ หรอื มคี วาม และเขา้ ใจยาก 2.9.2 เน้อื หาทน่ี าํ เสนอ (ครบ 3 ขอ้ ) น่าสนใจ หรือ น่าสนใจหรอื เข้าใจ เขา้ ใจงา่ ย เน้ือหาโดยสว่ น 2.9.3 การอธิบาย เนือ้ หาถูกตอ้ งตรง งา่ ย (มี 2 ข้อ) (มี 1 ข้อ) ใหญไ่ ม่ถกู ตอ้ ง ความร้ทู เี่ กี่ยวขอ้ งและ ประเด็นและ เน้อื หาถูกตอ้ งตรง เน้ือหาบางสว่ น และไม่ เช่ือมโยงกบั การ มีรายละเอยี ด ประเด็นแต่มี ไมถ่ ูกตอ้ งและ ครอบคลมุ แกป้ ญั หาได้ถูกต้อง ครอบคลุม รายละเอยี ด ไม่ครอบคลมุ ชดั เจน บางส่วนไม่ ไม่สามารถ อธบิ ายความรูท้ ี่ ครอบคลุม อธบิ ายความร้ทู ่ี 2.9.4 การนําเสนอ เก่ยี วขอ้ งและ อธิบายความรูท้ ี่ อธิบายความรทู้ ่ี เก่ยี วข้องไม่ ผลงานตามเวลาที่ เชื่อมโยงกับการ เกย่ี วข้องและ เก่ียวข้องและ เช่ือมโยงกับการ กาํ หนด แกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ ง เช่อื มโยงกบั การ เชื่อมโยงกับการ แกป้ ญั หา ถกู ต้องชดั เจน แก้ปญั หาได้อย่าง แก้ปญั หาได้อยา่ ง ไม่ถกู ต้องและ และสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ งและชดั เจน ถูกตอ้ งและ ไม่ชดั เจน เปน็ สว่ นใหญ่ ชัดเจนไดบ้ างส่วน นาํ เสนอผลงาน นําเสนอผลงาน เกินเวลาท่ี ภายในเวลาท่ี นําเสนอผลงาน นําเสนอผลงาน กาํ หนดตงั้ แต่ 5 กาํ หนด เกนิ เวลาท่กี าํ หนด เกนิ เวลาทีก่ าํ หนด นาที แตไ่ ม่เกิน 2 นาที แต่ไม่เกนิ 5 นาที ขึ้นไป
ประเด็นการประเมนิ 76 2.10 รายงานโครงงาน ระดับคะแนน 2.10.1 องคป์ ระกอบของ 4 3 21 เลม่ รายงานและเนื้อหา สาระ องค์ประกอบของเลม่ องคป์ ระกอบของเลม่ องคป์ ระกอบของ องค์ประกอบของ 2.10.2 ท่ีมาและความ รายงานถกู ตอ้ ง รายงานถูกตอ้ ง เลม่ รายงานถกู ตอ้ ง เลม่ รายงานไม่ สําคญั เนอ้ื หาถูกต้อง เนอ้ื หาถกู ตอ้ ง เนือ้ หาถกู ต้อง ถูกตอ้ ง เน้อื หา สอดคลอ้ งกับเรื่อง สอดคลอ้ งกบั เรื่อง สอดคล้องกับเรื่อง ไม่ถกู ตอ้ งและ ครบถ้วน และเป็นไป ครบถว้ น แตก่ าร แตไ่ มค่ รบถว้ นและ ไม่ครบถว้ น ตามรปู แบบท่ีกาํ หนด เรยี งลําดบั หรอื การเรยี งลาํ ดบั หรอื และแตกต่างจาก รูปแบบไม่เป็นไป รปู แบบไมเ่ ป็นไป รูปแบบทกี่ ําหนด ตามท่ีกําหนด ตามทกี่ าํ หนด บางส่วน บางสว่ น ระบุปญั หาจาก ระบุปัญหาจาก ระบปุ ัญหาจาก ระบุปญั หาจาก สถานการณไ์ ดอ้ ยา่ ง สถานการณ์ได้อย่าง สถานการณไ์ ดแ้ สดง สถานการณ์ได้ ชดั เจน ชัดเจนแสดงการ การวเิ คราะห์และ ไม่ชัดเจน แสดง แสดงการวเิ คราะห์ วเิ คราะหแ์ ละ สงั เคราะห์ขอ้ มูลท่ี การวิเคราะหแ์ ละ และสังเคราะหข์ อ้ มลู สงั เคราะห์ข้อมูลท่ี เกีย่ วกบั ปัญหาและ สังเคราะหข์ ้อมูล ทเี่ กี่ยวกบั ปญั หาและ เกย่ี วกบั ปัญหาและ ตัดสินใจเลือกปัญหา ทเี่ กีย่ วกับปญั หา ตัดสนิ ใจ ตดั สินใจเลือกปญั หา โดยขาดเหตุผลที่ ได้ไม่ชัดเจน เลือกปญั หาอยา่ งเปน็ อย่างเปน็ เหตุเปน็ ผล ชัดเจนบางส่วน ตัดสนิ ใจเลอื ก เหตเุ ป็นผลแลว้ แต่กาํ หนดกรอบ กําหนดกรอบ ปญั หาโดยขาด กาํ หนดกรอบแนวคิด แนวคิดและขอบเขต แนวคดิ และขอบเขต เหตผุ ล กาํ หนด และขอบเขตของ ของปัญหายังขาด ของปญั หาขาดความ กรอบแนวคิดและ ปญั หาไดอ้ ย่างชัดเจน ความชัดเจนบางสว่ น ชัดเจนบางสว่ น ขอบเขตของ ปญั หาไดไ้ ม่ชัดเจน
77 ประเด็นการประเมนิ ระดับคะแนน 2.10.3 จดุ ประสงค์ของ 4 3 21 โครงงาน เขียนจดุ ประสงค์ได้ เขยี นจุดประสงค์ได้ เขยี นจดุ ประสงค์ได้ เขียนจุดประสงค์ 2.10.4 ข้อมูลที่เกย่ี วข้อง กับโครงงาน ตรงประเดน็ ตรงประเด็น ตรงประเด็น ไมต่ รงประเด็น 2.10.5 วธิ ีดาํ เนินการ กับปัญหา กับปญั หา กับปัญหา กับปัญหา แก้ปัญหา และสอดคลอ้ งกับ และสอดคลอ้ งกับ แตร่ ะบแุ นวทางการ และไมส่ อดคล้อง แนวทางการ แนวทางการ แกป้ ญั หาได้ไม่ กบั แนวทางการ แก้ปัญหาไดอ้ ยา่ ง แก้ปญั หาแต่ขาด ชดั เจน แก้ปญั หา ชัดเจน ความชดั เจนบางส่วน มีการศกึ ษาคน้ ควา้ มกี ารศึกษาคน้ ควา้ มกี ารศกึ ษาค้นคว้า ไม่มกี ารศึกษา หลกั การทฤษฎี และ หลักการทฤษฎีและ หลกั การทฤษฎี และ คน้ ควา้ หลักการ งาน งานที่เก่ยี วข้อง งาน ทฤษฎี และงาน ท่ีเกย่ี วขอ้ งสอดคลอ้ ง สอดคล้องกบั ที่เก่ยี วข้อง ท่ีเก่ียวขอ้ ง หรอื กบั โครงงาน และ แต่ไม่สมบูรณ์ มีการศกึ ษาแต่ โครงงาน และ นําขอ้ มลู มาวิเคราะห์ และนําข้อมูลมา นอ้ ยมาก และ นาํ ข้อมลู มาวิเคราะห์ และประเมนิ ความ วเิ คราะหแ์ ละ ไมไ่ ดน้ ําข้อมลู และประเมินความ เปน็ ไปได้ ข้อดี ประเมนิ ความ มาวเิ คราะห์และ เป็นไปได้ ขอ้ ดี ขอ้ จาํ กดั เป็นไปได้ ข้อดี ประเมนิ ความ ขอ้ จาํ กัด เพอื่ เลอื กแนวทาง ขอ้ จํากัด เป็นไปได้ ข้อดี เพอ่ื เลอื กแนวทาง การแกป้ ัญหา เพอ่ื เลือกแนวทาง ขอ้ จาํ กดั การแกป้ ญั หาท่ี แต่ยงั ขาดความ การแกป้ ัญหายังขาด เพ่ือเลือกแนวทาง ชดั เจน ชดั เจนบางส่วน ความชดั เจน การแก้ปัญหา บางส่วน แสดงการพฒั นา แสดงการพัฒนา แสดงการพฒั นา แสดงการพฒั นา แนวทางในการ แนวทางในการ แนวทางในการ แนวทางในการ แกป้ ญั หาขน้ั ตอนการ แก้ปัญหาขนั้ ตอนการ แก้ปัญหา ข้นั ตอน แกป้ ัญหา และ แก้ปัญหาได้อย่าง แกป้ ญั หาไดอ้ ย่าง การแก้ปัญหาได้ ขน้ั ตอนการ ครบถ้วนสมบูรณ์ ครบถว้ น ครบถว้ นเป็น แกป้ ัญหาได้ แตข่ าดรายละเอียด สว่ นใหญ่ และขาด ไมค่ รบถ้วนและ ทช่ี ดั เจน รายละเอียด ไม่ไดแ้ สดง ที่ชดั เจน รายละเอียด
ประเด็นการประเมนิ ระดบั คะแนน 2.10.6 การนําเสนอผลการ 4 32 1 แกป้ ัญหาและสรปุ ผล นาํ เสนอผลการ นําเสนอผลการ นาํ เสนอผลการ นําเสนอผลการ 2.10.7 การใช้ภาษา แก้ปญั หาและสรุปผล แก้ปญั หาและ ไดถ้ กู ต้องและ แก้ปญั หาและสรปุ ผล แกป้ ัญหาและ สรปุ ผลไดไ้ มถ่ กู ต้อง 2.11 แผน่ นําเสนอโครงงาน สอดคล้องกับขอ้ มลู และไม่สอดคลอั งกบั (โปสเตอร์) ได้ถูกตอ้ งและ สรปุ ผลขาดความ ขอ้ มลู เลือกใช้คาํ ถูกต้อง ตามหลักไวยากรณ์ สอดคลอ้ งกับข้อมูล ถกู ต้องบางส่วนและ เลอื กใช้คําไม่ถกู ตาม กระชับ รดั กุมเขา้ ใจ หลักไวยากรณ์ งา่ ย เป็นส่วนใหญ่ สอดคลอ้ งกับขอ้ มลู ขาดความกระชบั สอ่ื ความหมายได้ รดั กมุ และไม่ ชดั เจน เปน็ ส่วนใหญ่ สามารถสอื่ ความหมาย แผ่นนําเสนอ เลอื กใชค้ ําถกู ต้อง เลอื กใช้คําถูกตอ้ ง ไดช้ ดั เจน โครงงานขนาด แผ่นนาํ เสนอ ถกู ตอ้ งตามท่ี ตามหลกั ไวยากรณ์ ตามหลักไวยากรณ์ โครงงานผดิ ขนาด กาํ หนด นาํ เสนอ นาํ เสนอเนื้อหาที่ เน้ือหาทส่ี ําคญั กระชับ รัดกุม แต่ขาดความกระชับ สําคัญไม่ถกู ตอ้ งและ ถูกต้อง ครบถ้วน ไมค่ รบถว้ น ออกแบบไดน้ า่ สนใจ แตส่ ่อื ความหมายไม่ รัดกมุ หรอื ไม่ ออกแบบ และเขา้ ใจงา่ ย ไม่นา่ สนใจ ชดั เจนบางส่วน สามารถ และเขา้ ใจยาก ส่ือความหมายได้ ชัดเจนบางส่วน แผ่นนําเสนอ แผ่นนาํ เสนอ โครงงานขนาด โครงงานขนาด ถกู ตอ้ งตามทีก่ ําหนด ถูกตอ้ งตามที่ นาํ เสนอเนอ้ื หาท่ี กาํ หนด นําเสนอ สําคัญถกู ตอ้ ง เน้ือหาทสี่ ําคญั ครบถว้ นแต่ออกแบบ ถูกตอ้ ง แตข่ าด ไดน้ ่าสนใจ แต่เขา้ ใจ ความชัดเจน ไดย้ ากบางส่วน บางส่วน หรอื ออกแบบขาดความ น่าสนใจหรอื เขา้ ใจ ได้ยากบางส่วน หมายเหตุ เกณฑ์การวดั และประเมินผลสามารถปรบั เปล่ียนไดต้ ามความเหมาะสม
78 10. ส่ือและแหล่งขอ้ มลู 9.1 คลงั ความรู้ สสวท. http://www.scimath.org/ 9.2 แอนิเมชันอธิบายกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม https://www.youtube.com/watch?v=80gWU-AJwF0&t=107s 11. ข้อเสนอแนะ 10.1 ผู้สอนควรแนะนํา เร่ืองทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธ์ิ หรือสิทธิบัตร กฎหมายเกี่ยวกับสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล และแหล่งข้อมูลท่ีนํามาใช้ในการ อ้างอิงควรเปน็ แหลง่ ขอ้ มลู ทมี่ ีความน่าเชื่อถือ 10.2 ผลงานของผู้เรียนอาจมีความหลากหลาย หากผู้เรียนทําได้เกินกว่าจุดประสงค์การเรียนรู้ ผ้สู อนกาํ หนดเกณฑ์การประเมนิ ใหส้ อดคล้องกบั ภาระงาน 10.3 ผู้สอนสามารถเลือกใช้เทคนิค แผนภาพกราฟิก ซอฟต์แวร์อื่น ๆ ท่ีช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล หรือออกแบบชิน้ งานไดต้ ามความเหมาะสม
79 แบบประเมินเค้าโครงโครงงาน ภาคเรียนท่ี.......................ปกี ารศึกษา......................................... เรือ่ ง.......................................................................................................................................................... รายช่อื นกั เรียนที่ทํา โครงงาน 1. ....................................................................................................... ช้นั .........../............ เลขท.่ี .............. 2. ....................................................................................................... ชน้ั .........../............ เลขท.ี่ .............. 3. ....................................................................................................... ชน้ั .........../............ เลขท่ี............... 4. ....................................................................................................... ชน้ั .........../............ เลขท.่ี .............. ลําดบั ท่ี รายการ ระดับประเมิน ขอ้ เสนอแนะใน ผา่ น ไมผ่ ่าน การปรับปรุงแก้ไข 1 ชอ่ื โครงงานเป็นขอ้ ความท่กี ระชับ ชัดเจน สอ่ื ความหมายตรงประเดน็ 2 3 ระบปุ ัญหาจากสถานการณไ์ ดช้ ัดเจน 4 5 วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมลู เพ่อื ตดั สินเลอื กปัญหาไดช้ ัดเจน 6 กําหนดกรอบแนวคดิ และขอบเขตของปญั หาไดช้ ัดเจน เขยี นจุดประสงค์ของโครงงานได้สอดคล้องกบั แนวทางการแกป้ ัญหา 7 ชดั เจนและตรงประเดน็ กบั ปญั หา อ้างองิ ความร้แู ละแนวคิดท่เี ก่ยี วข้องในการพฒั นาหรอื ออกแบบวิธีการ 8 แกป้ ัญหา ไดถ้ กู ต้องและชดั เจน 9 แสดงภาพร่างหรือภาพฉายของชน้ิ งานท่นี าํ มาใชใ้ นการแก้ปัญหา 10 พร้อมรายละเอียดขน้ั ตอนในการสร้าง หรือแผนผังแสดงลําดับขั้นตอน 11 การแกป้ ญั หา โดยระบุชนดิ และจาํ นวนวสั ดุ อุปกรณท์ ใี่ ช้ ไดช้ ัดเจน ครบถ้วน และถกู ต้อง กํา หนดแผนปฏบิ ตั ิงานเป็นขั้นตอนทชี่ ัดเจน มคี วามเป็นไปไดใ้ นเรอื่ ง เวลาและงบประมาณที่ใช้ ผลท่ไี ดร้ บั คาดว่าเปน็ ประโยชน์ มกี ารอ้างอิงเอกสารที่ใช้เปน็ ขอ้ มลู และเขียนอ้างองิ ถูกตอ้ งตามหลกั การเขียน องค์ประกอบของเคา้ โครงโครงงาน ครบถว้ นและถูกต้อง
80 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 เรื่อง การสร้างประโยชน์จากผลงาน
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 3 81 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) สาระที่ 4 เทคโนโลยี หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอื่ ง การสร้างประโยชนจ์ ากผลงาน ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 เรือ่ ง การสรา้ งประโยชน์จากผลงาน เวลาเรียน 12 ชว่ั โมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและเป็นระบบใช้ เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทาํ งาน และการแก้ปญั หาได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ รู้เท่า ทนั และมจี รยิ ธรรม ตวั ช้วี ัด ประยกุ ตใ์ ช้ความรูแ้ ละทักษะจากศาสตรต์ า่ ง ๆ รวมทั้งทรัพยากรในการทาํ โครงงานเพือ่ แก้ปัญหา หรอื พฒั นางาน 2. สาระการเรยี นรู้ การทาํ โครงงานเปน็ การประยุกต์ใช้ความรูแ้ ละทกั ษะจากศาสตรต์ ่างๆ รวมท้ังทรัพยากรในการสรา้ ง หรือพัฒนาช้นิ งานหรือวิธีการ เพ่ือแก้ปญั หาหรืออาํ นวยความสะดวกในการทํางาน 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ประยุกต์ใชค้ วามรูแ้ ละทกั ษะจากศาสตรต์ า่ ง ๆ รวมทั้งทรัพยากรเพือ่ สรา้ งหรอื พัฒนาผลงาน 4. ทักษะและกระบวนการ 1. ทักษะการสอ่ื สาร 2. ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ 3. ทักษะการคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ 4. ทกั ษะการคิดเชิงระบบ 5. ทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ 6. ทกั ษะการทํางานร่วมกับผู้อื่น
82 5. ความรู้เดิมท่นี ักเรียนตอ้ งมี ผู้เรยี นควรมคี วามร้แู ละทักษะในเรอื่ งการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้จากศาสตร์ตา่ ง ๆ กระบวนการในการ แก้ปญั หา เช่น กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (engineering design process) การคิดเชิงออกแบบ (design thinking) การวิเคราะห์ปัญหาตามบริบท สามารถออกแบบแนวทางเพื่อแก้ปัญหาได้โดย ประยุกต์ใช้ทักษะต่างๆ ได้แก่ การส่ือสาร การคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การคิดเชิงระบบ ความคดิ สร้างสรรค์ และการทํางานรว่ มกบั ผู้อ่ืน รวมทั้งควรมีความรู้ในการปฏิบัติงานโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (problem-based) และโครงงานเป็นฐาน (project-based) เพ่ือแก้ปัญหาเฉพาะด้านที่สนใจ หรือสนอง ความตอ้ งการในชวี ิตประจําวนั ไดอ้ ย่างเหมาะสม 6. สาระสําคัญ การสร้างประโยชน์จากผลงาน เป็นการพัฒนาผลงานทั้งท่ีเป็นช้ินงาน (ผลิตภัณฑ์) หรือที่เป็น วธิ กี ารในการแก้ปญั หา ศึกษา คน้ ควา้ วิจยั และพัฒนา คิดสร้างสรรค์ โดยบูรณาการความรู้ทาวิทยาศาสตร์ รว่ มกบั ศาสตรต์ ่าง ๆ เพื่อให้ผลงานมีมูลค่าเพ่ิมขึ้น คํา ว่า “มูลค่า” นอกจากจะหมายถึงราคาของส่ิงของ น้ันแล้วในทางการตลาดยังหมายถึงคุณค่าทางจิตใจที่ได้จากการประเมินค่าส่ิงใดสิ่งหน่ึง หากผลงานที่ พฒั นาข้นึ นนั้ มคี วามแปลกใหม่ และไม่เคยมีผู้ใดคิดทาํ มากอ่ น ผู้สร้างก็จะได้ผลงานใหม่ท่ีเรียกว่านวัตกรร รมซึ่งเปน็ ทรพั ย์สนิ ทางปัญญาของผสู้ รา้ ง และไดร้ ับความค้มุ ครองตามกฎหมาย นอกจากนีย้ งั สามารถสร้าง ประโยชน์ด้วยการนําเสนอผลงานต่อสาธารณะเพ่ือพัฒนาต่อยอดผลงานในเชิงพาณิชย์ หรือเพ่ือการ ประกอบอาชีพในอนาคต
83 7. ส่อื และอปุ กรณ์ 7.1 ใบกจิ กรรม เรอ่ื ง เวลา(นาที) ใบกจิ กรรมที่ การเพิม่ มลู คา่ และการสร้างมลู ค่า 30 กิจกรรม 3.1 การสรา้ งประโยชนจ์ ากผลงาน 30 กิจกรรม 3.2 30 กจิ กรรม 3.3 สิทธแิ ละการคมุ้ ครองผลงาน 30 กิจกรรม 3.4 การนําเสนอผลงานอย่างมอื อาชพี การวิเคราะห์การสรา้ งประโยชนจ์ าก 60 กิจกรรมท้ายบท ผลงานของนกั เรียนและการนําเสนอ การนาํ เสนอผลงานของนกั เรียน 60 กจิ กรรมทา้ ทายความคิด อย่างมอื อาชพี 7.2 อืน่ ๆ o เอกสารการขอรับสิทธิบัตร/อนุสทิ ธบิ ตั ร http://www.ipthailand.go.th/images/005/person/new/person-a-_.pdf o เว็บไซต์ของกรมทรพั ย์สนิ ทางปัญญา http://www.ipthailand.go.th/th/home.html o วดี ิทัศน์ เร่ือง นาํ เสนอมพี ลงั อยา่ งมอื อาชพี (5of11) https://www.youtube.com/watch?v=BxWxQx5oh9s o วดี ทิ ัศน์ เร่อื ง วธิ ี Pitch Problem/Solution สาํ หรบั สตาร์ทอัพ https://www.youtube.com/watch?v=KGcwyaQ_ybE o วดี ทิ ัศน์ เรือ่ ง หอ้ งเรยี นผปู้ ระกอบการ: เปดิ โลก Startup” ตอนท่ี 12 Pitch Perfect https://www.youtube.com/watch?v=R0_ACWs9Z4o o วีดิทัศน์ เรอ่ื ง Startup Thailand Pitching Challenge 2017 @ Chonburi https://www.youtube.com/watch?v=YYwg1oJIBso o ใบความรู้ เรือ่ ง จุดคมุ้ ทุน o ใบความรู้ เรอ่ื ง การเสนองานในรปู แบบ Pitch (Pitch Presentation)
84 8. แนวทางการจัดการเรยี นรู้ 1) ในกรณีท่ีผู้เรียนยังไม่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับการทํา โครงงานและกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมผู้สอนอาจทบทวนความรู้เดิมของผู้เรียนเกี่ยวกับการนําความรู้และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมท้ังทรัพยากรเพื่อนํามาแก้ปัญหาผ่านการทําโครงงานโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม จาก ตัวอย่างกรณีศึกษาโครงงานของผู้เรียนหรือผู้ท่ีเรียนสนใจ ให้ผู้เรียนช่วยกันวิเคราะห์และสรุปร่วมกันใน ประเด็น “ปัญหาคืออะไร” “ชิ้นงานหรือวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างไร” ตามข้ันตอนของกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี้ ตวั อยา่ ง กรณศี ึกษาที่ 1 โครงงานการออกแบบและเทคโนโลยีเรอื่ ง “เกา้ อี้ชว่ ยพยุงสําหรับผ้สู งู อายุ โรงเรยี นยุพราชวิทยาลยั ” สถานการณ์ ปัจจุบันนี้ ประชากรสูงอายุหรือมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีจํานวนและสัดส่วนต่อ ประชากรรวมเพิ่มข้ึน โดยมีแนวโน้มที่จํานวนและสัดส่วนน้ันจะเพิ่มข้ึนอีกในอนาคต ประชากรสูงอายุจะ เพิ่มจากประมาณ 5 ล้านคนในปัจจุบันเป็นประมาณ 10 ล้านคนในอีก 20 ปีข้างหน้า เป็นท่ีน่าสังเกตว่า อตั ราการเพิม่ ประชากรสงู อายุทผี่ ่านมา จะเร็วกวา่ ประชากรโดยรวม จากตวั อยา่ งกรณศี กึ ษาโครงงานดงั กล่าว สามารถวิเคราะห์เกี่ยวกบั การแก้ปญั หาผา่ นกระบวนการ ออกแบบเชงิ วิศวกรรมได้ดังตอ่ ไปน้ี 1. ระบุปัญหา ผู้สูงอายยุ ่อมมภี าวะความเสอ่ื มของรา่ งกายมากกว่าคนอายุน้อย เช่น ระบบสมอง ระบบประสาท ทํางานชา้ ลง มวลกล้ามเนื้อนอ้ ยลง ทํา ให้การทรงตัวไม่ดีเวลายืน เดิน หรือลุกขึ้นยืนแล้วอาจเสียหลักง่าย ทั้งนี้อาจเกิดจากโรคประจําตัวของผู้สูงอายุได้ เช่น โรคสมองและระบบประสาท โรคความดัน อย่างไรก็ ตามการระบุปญั หาในเรือ่ งนีจ้ ะมงุ่ แกป้ ัญหาการเสียการทรงตวั ของผสู้ ูงอายุเม่ือนงั่ เก้าอ้ีแล้วลุกขน้ึ ยืน 2. รวบรวมข้อมูลและแนวคดิ ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั ปญั หา (หวั ข้อท่ีนกั เรียนควรหาความรู้เพมิ่ เติม) แรงและการเคลื่อนที่ การทํางานของระบบกล้ามเนื้อ การใช้โปรแกรมช่วยในการออกแบบ การสืบคน้ ขอ้ มูลสารสนเทศ กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม การออกแบบผลติ ภัณฑ์ วสั ดุและเคร่ืองมือ ท่ใี ชส้ ร้างช้ินงานเพ่ือแก้ปัญหา การคํานวณพ้ืนท่ี มาตราส่วน ต้นทุนการผลิตช้ินงานเพื่อแก้ปัญหา การใช้ ประโยชน์ทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาของผู้สร้าง ตลอดจนแนวทางการเผยแพรผ่ ลงาน การผลติ ชิน้ งานจํานวนมาก กําไรและจดุ ค้มุ ทุนในการจําหน่าย
85 3. การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา ร่างแบบชิน้ งานเพอื่ แกป้ ญั หา ไดแ้ ก่ เกา้ อี้ชว่ ยพยุงผสู้ งู อายทุ ี่มีองศาความลาดเอียงของส่วนท่ีรองน่ัง ตามท่ีต้องการ เพ่ือลดการบาดเจ็บหรืออันตรายจากการล้มของผู้สูงอายุ และเพ่ือให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ได้ ดว้ ยตนเองอย่างสะดวกสบายและปลอดภัย สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ที่มีปัญหาการลุกน่ังหรือ พยงุ ตวั ขนึ้ ยนื จากการนั่งเป็นเวลานานๆ ได้ 4. การวางแผนดําเนินการสรา้ งช้ินงานหรือวิธีการ ดาํ เนินการสร้างตามแผนงานทว่ี างไว้ และบนั ทึกผลการปฏบิ ัติงาน ข้อบกพรอ่ งต่าง ๆ 5. การทดสอบ ประเมินผล ปรับปรุงแกไ้ ขวธิ ีการแก้ปญั หาหรือช้นิ งาน ปรบั องศาความลาดเอยี งของเกา้ อี้ เนอื่ งจากมกี ารโนม้ เอียงไปข้างหนา้ มากเกินไป อาจเกดิ อนั ตราย ได้ โดยปรบั ให้พอดกี ับการพยุงตัวข้ึนในระดับทีเ่ หมาะสมกับสรรี ะ มีการปรบั ปรงุ ระดบั ความลาดเอียงหลาย คร้งั จนไดร้ ะดบั ที่เหมาะสม 6. การนําเสนอวิธีการแก้ปัญหา ผลการแกป้ ัญหาหรอื ชนิ้ งาน นาํ เสนอแนวคิดเปน็ ระยะ ๆ ตัง้ แตข่ ้ันที่ 1-5 เพอื่ หาแนวทาง/วธิ ีการทเ่ี หมาะสมเปน็ ไปได้ และนําเสนอชิน้ งานในชั้นเรียนจดั ทาํ รายงานผลการดําเนนิ งานโครงงาน และบันทึกรายงานโครงงานในสือ่ บันทึกขอ้ มลู ดจิ ิทัล รูป 3.1 เกา้ อี้พยุงตัวสําหรับผ้สู งู อายุ (ก) เกา้ อป้ี กติสําหรับนง่ั (ข) เมอื่ ตอ้ งการลุกจะมีแผน่ ไม้ กระดกมารองรับน้าํ หนักไว้ จากการกดทีท่ า้ วแขน ท่มี า : โครงงานเร่ืองเก้าอี้ช่วยพยุงสาํ หรบั ผู้สงู อายุ โรงเรยี นยุพราชวิทยาลยั
86 7) ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม 4-5 คน ศึกษาเนื้อหาในส่วนบทนํา และหัวข้อ 3.1 การสร้างประโยชน์ ใน หนงั สอื เรียน ความหมายของคําว่า “ประโยชน์” “มูลค่า” และ “คุณค่า” จากน้ันผู้สอนใช้คําถามชวนคิด “นกั เรียนคดิ วา่ การสรา้ งประโยชน์จากผลงานคืออะไร และสามารถทํา ไดด้ ้วยวิธใี ดบ้าง” แนวคําตอบ การสรา้ งประโยชน์จากผลงานเปน็ การประยุกตใ์ ชค้ วามคิดสร้างสรรค์เพ่ือต่อยอดหรือ พฒั นาผลงานซ่ึงทาํ ได้ในสองแนวทาง ได้แก่ การสร้างสรรค์ผลงานโดยผู้สร้างต้ังแต่แรกเร่ิม และการพัฒนา ต่อยอดผลงานของผู้อ่ืนโดยอ้างอิงผลงานน้ันอย่างชัดเจน แนวทางการสร้างประโยชน์จากผลงานสามารถ ทําได้ด้วยวิธีการเพ่ิมมูลค่าและการสร้างมูลค่าให้กับผลงาน ซ่ึงมูลค่านั้นสามารถเป็นได้ทั้งท่ีเป็นราคาและ เปน็ มูลคา่ ทางจติ ใจ 3) ผู้สอนให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแนวการสร้างประโยชน์จากผลงานท่ีต้องประยุกต์ใช้ ความคดิ สร้างสรรค์เพ่ือต่อยอดหรือพัฒนาผลงานซึ่งทํา ได้ในสองแนวทาง แนวทางแรกคือการสร้างสรรค์ ผลงานโดยผ้สู ร้างตั้งแต่แรกเรม่ิ อกี แนวทางหนงึ่ คือโครงงานทนี่ ักเรยี นเคยทํา และการพัฒนาต่อยอดผลงาน ของผูอ้ ่ืนโดยอา้ งองิ ผลงานนั้นอยา่ งชัดเจน เชน่ ผลงานของผอู้ ื่นทม่ี ีประโยชน์ น่าสนใจและสามารถใช้ในการ แกป้ ัญหาต่าง ๆ จากนัน้ ผู้สอนใชค้ ําถาม ชวนคดิ “ทาํ ไมจึงตอ้ งเพ่มิ มูลค่าและสร้างมูลค่าให้ผลงาน” แล้ว วิเคราะหส์ รุปร่วมกัน แนวคําตอบ ผลงานได้แก่ชิ้นงาน (ผลิตภัณฑ์) หรือวิธีการในการแก้ปัญหาแต่ละอย่างนั้น อาจมี มลู ค่าแตกต่างกนั ขึน้ อยู่กับบรบิ ทตา่ ง ๆ ได้แก่ สภาพแวดลอ้ ม วฒั นธรรม จริยธรรม หรือแม้แต่กระทั่งความ เช่ือของแต่ละบุคคล ผลงานชนิดเดียวกันจึงอาจมีมูลค่าแตกต่างกันได้ในแต่ละสถานที่ ดังน้ัน การเพม่ิ มูลค่าและการสร้างมูลค่าของผลงานจงึ เป็นการเพม่ิ ความแตกตา่ งของผลงานใหต้ รงกบั ความต้องการ ของแต่ละบคุ คลในแต่ละบรบิ ท 4) ผู้สอนให้ความรูเ้ กย่ี วกบั การสร้างประโยชน์จากผลงานโดยการเพ่ิมมูลค่าและการสร้างมูลค่าให้ ผลิตภัณฑ์ เช่น การใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่สําคัญอย่างหนึ่ง คือ ส่วนประสมทางการตลาด (marketing mix) 4P: Product ผลิตภัณฑ์ Price ราคา Place สถานท่ีจํา หน่าย และ Promotion กลยุทธ์ส่งเสริมการ ขายจากน้ันผู้สอนยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือวิธีการในการแก้ปัญหาท่ีมีการเพ่ิมมูลค่าหรือสร้างมูลค่า เช่น การขายผลไม้หลายชนดิ ไดแ้ ก่ กลว้ ยหอมขายเปน็ หวี ทเุ รียนขายเป็นลูก กล้วยตากขายรวมหลายผล แล้วใช้ คาํ ถามชวนคดิ “ผู้ขายประสบปัญหาอยา่ งไรบ้างจากการขายแบบน้ี” ผเู้ รยี นควรวิเคราะห์ประเด็นต่างๆเช่น ราคาที่ผู้ขายกําหนด ปริมาณผลไม้ท่ีขายได้ ราคาและปริมาณท่ีผู้ซื้อต้องการ ผลไม้เก็บได้นานหรือไม่ผู้ซื้อ รบั ประทานหมดหรือไม่ ผู้ขายจะมวี ิธกี ารใดบ้างท่ีจะทาํ ใหผ้ ซู้ ื้อซื้อสินค้าได้ตรงความตอ้ งการ แนวคาํ ตอบ การขายแบบเดิมผู้ซือ้ อาจเห็นว่าผลไม้มีราคาสูงเกินไป หรือซ้ือไปแล้วจะรับประทาน ไม่หมด หรอื ผลไม้อาจเนา่ เสยี กอ่ น จึงไม่อยากซอื้ ผ้ขู ายอาจใช้ความคดิ สร้างสรรคร์ ่วมกับกลยุทธ์ 4P ได้แก่ 1. Product การปรับปรุงรสชาติและบรรจุภัณฑ์ใหม่ การแยกบรรจุภัณฑ์ผลไม้ เช่น หน่ึงห่อต่อ กลว้ ยหอมหนง่ึ ผล หน่ึงหอ่ ตอ่ ทุเรียนหนง่ึ พู หนึ่งหอ่ ตอ่ กลว้ ยตากหนึ่งลกู 2. Price การกําหนดราคาใหม่ซงึ่ จะทาํ ให้ราคาขายต่อชิ้นลดลง 3. Place การเปล่ยี นสถานท่ขี ายใหม่ 4. Promotion การแถม การให้บรกิ าร
87 หลังการขายจึงเป็นการเพ่ิมมูลค่าให้ผลไม้ ทํา ให้ขายได้ง่ายขึ้นเนื่องจากบรรจุภัณฑ์สวยงาม ปรับปรุงรสชาติใหม่ราคาลดลง และตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนควรวิเคราะห์ว่า วิธีการแยกบรรจุภัณฑ์จะเหมาะสมหรือไม่สําหรับผลิตภัณฑ์หรือผลไม้บางชนิดที่มีขนาดเล็กหรือเป็นพวง เชน่ องุน่ ลาํ ไย 5) ผสู้ อนให้ความรู้และยกตวั อย่างการสรา้ งมูลค่าใหผ้ ลิตภณั ฑ์ โดยอาจทํา ได้ 2 แนวทาง คอื 1. การพัฒนาต่อยอดผลติ ภณั ฑเ์ ดมิ หรือการสรา้ งผลติ ภัณฑใ์ หม่ เช่น การนําผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่น มาปรับปรุงให้เป็นผลิตภัณฑ์ประจําท้องถ่ินน้ัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์หน่ึงตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอทอป (One Tambon One Product: OTOP) ผลิตภัณฑ์ท่ีมีสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI-product) เครื่องหมายการค้า (trade mark) เพ่ือให้ผลิตภัณฑ์นั้นเป็นที่จดจําของผู้บริโภค และมีความ แตกต่างจากผลิตภณั ฑ์อ่นื ๆ ในทอ้ งตลาดเพอ่ื ปอ้ งกนั การลอกเลียนแบบ 2. การขยายตลาดหรอื การหากลมุ่ เป้าหมายใหม่ เช่น ผู้บริโภคที่รักสุขภาพจะเลือกรับประทาน อาหารที่ไม่ผ่านการใช้สารเคมีในปุ๋ยหรือสารปราบศัตรูพืช ผู้บริโภคกลุ่มนี้จะเหมาะกับผลิตภัณฑ์ประเภท อาหารท่ีผลิตได้จากธรรมชาติ ได้แก่ พืช ผัก ผลไม้ปลอดสารพิษและสารเคมี จากนั้นผู้ผลิตจึงสร้างหรือ จัดหาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมานําเสนอแก่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ ผลิตภัณฑ์ประเภทเคร่ืองกีฬา เส้ือผ้า รองเท้าและ เคร่ืองออกกําลังกาย จักรยาน ฯลฯ จะเหมาะสําหรับผู้บริโภคท่ีรักการออกกําลังกาย ผลิตภัณฑ์ประเภท เอาทด์ อร์ (outdoor products) เชน่ เตน็ ท์ เก้าอ้ีสนาม เตาสนาม เส้ือผ้า รองเท้าสําหรับเดินป่า จะเหมาะ สาํ หรบั ผ้บู รโิ ภคทรี่ ักการท่องเท่ียว การทํากิจกรรมกลางแจ้ง การผจญภัย นอกจากน้ี ผลิตภัณฑ์เกม ดนตรี ภาพยนตร์ก็จะเหมาะสําหรับผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มเช่นเดียวกัน ดังนั้น ผู้ผลิตจึงสามารถสร้างหรือจัดหา ผลิตภณั ฑ์เพื่อมาตอบสนองความต้องการของผบู้ รโิ ภคเฉพาะกลุ่มได้ ท้งั นีเ้ ปา้ หมายของการสรา้ งมูลค่าคือ การทําความเข้าใจข้ันพ้ืนฐานของผู้บริโภค ปัญหา สิ่งคับข้อง ใจ ตลอดจนความคาดหวังของผู้บริโภค จากน้ันผู้ผลิตจึงใช้ความคิดสร้างสรรค์ร่วมกับ การนําเสนอคุณค่า (value proposition) ดงั กลา่ วให้แก่ผูบ้ ริโภค ซึง่ เปน็ การตอบสนองความตอ้ งการ บรรเทา แกไ้ ขและปอ้ งกัน ปัญหา ตลอดจนสร้างความประทบั ใจที่เกินความคาดหวังผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตาม การเพิ่มมูลค่าและการ สรา้ งมลู คา่ น้ันตา่ งก็เปน็ การสรา้ งประโยชนจ์ ากผลงานท้งั ส้นิ การเพ่ิมมูลค่าหรือสร้างมูลค่าสามารถสร้างสีสัน และจุดดึงดูดสินค้าหรือบริการใหม่ๆ เพื่อดึงดูด ลูกค้าให้มาสนใจสนิ คา้ หรือบรกิ าร โดยการใสเ่ รื่องราวท่ีนา่ สนใจ ยกตัวอยา่ งเช่น เรื่องราวท่ีมาที่ไปของแหล่ง วัตถดุ ิบ หรือการออกแบบใหม่ทม่ี แี รงบนั ดาลใจ หรือการให้บริการรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการมองเห็นคุณค่า และความต้องการท่ลี กู ค้าเองก็ยงั คาดไม่ถงึ สง่ิ ต่างๆ เหลา่ น้ี จะช่วยเพิม่ ท้ังมูลค่าและจุดดึงดูดการสร้างมูลค่า โดยการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ทางธุรกิจ ลูกค้าสามารถท่ีจะเข้าถึงผลิตภัณฑ์และได้รับความรู้ บางส่วนก่อนทําการติดต่อสอบถามมายังผู้ประกอบการ เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของ ผู้บรโิ ภคทีม่ คี วามเปลยี่ นแปลงอยา่ งรวดเร็วไดท้ ันเวลา โดยสามารถโต้ตอบระหวา่ งผู้ขายและผู้บริโภคอย่างมี ประสทิ ธิภาพ และยงั เป็นเคร่ืองมอื ในการสร้างความสัมพนั ธ์อันดีรวมถงึ การสรา้ งความเช่อื ม่นั ให้กบั ผบู้ รโิ ภค
88 6) ผเู้ รยี นทาํ กิจกรรม 3.1 เรอ่ื ง การเพม่ิ มูลคา่ และการสร้างมลู คา่ นกั เรยี นเลือกผลงานของผู้อื่นท่ี สนใจโดยอ้างอิงแหลง่ ทมี่ าให้ชดั เจน แล้ววเิ คราะห์ถงึ วธิ ีการท่แี สดงถึงการเพ่ิมมูลค่าและการสร้างมูลค่าจาก ผลงานนั้น จากน้ันนําเสนอ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวคาํ ตอบ ผู้สอนอาจใช้แนวคําตอบในใบกจิ กรรม 3.1 ใช้กรณศี ึกษาหรือผลติ ภณั ฑ์อ่ืนๆ เป็นแนว คําตอบ จากนั้นผู้สอนสรุปความแตกต่างของแนวทางการเพิ่มมูลค่าและการสร้างมูลค่าจากผลงานโดยที่ ผลงานช้ินเดยี วอาจจะเป็นทั้งแบบเพ่ิมมูลคา่ และสร้างมลู คา่ กไ็ ด้ 7) ผู้เรียนศึกษาเพ่ิมเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (disruptive technology) ตัวอย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (artificial intelligence: AI), อินเทอร์เน็ตในทุกส่ิงหรือไอโอที (Internet of Things: IoT) แล้วระดมความคดิ ในกลมุ่ วา่ จะนาํ เทคโนโลยดี ังกล่าวมาช่วยในการสร้างประโยชน์ให้ผลงานได้ อย่างไรบา้ ง จากนัน้ ผูเ้ รยี นแต่ละกลมุ่ นาํ เสนอและอภิปราย 8) ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติมเก่ียวกับการคํา นวณต้นทุนการผลิตผลงานของผู้เรียน การกําหนดราคา จาํ หนา่ ย การคํา นวณจุดคุ้มทุน (break even point: B.E.P.) และกําไร จากใบความรู้ที่ให้ เพ่ือนําไปใช้ใน การวางแผนประกอบการลงทุนผลิตและการจํา หน่ายผลงานของผู้เรียน โดยต้องคํานึงถึงค่าตอบแทนของ ตนเองท่ีชัดเจน คํานวณค่าใช้จา่ ยต่าง ๆ เชน่ ต้นทนุ คงท่ี ตน้ ทนุ ผนั แปร 9) ผู้สอนเชื่อมโยงกระบวนการแก้ปัญหา เช่น การคิดเชิงออกแบบท่ีผู้เรียนได้ศึกษามาแล้วในบทที่ 1 กับความคิดสร้างสรรค์โดยใช้คําถามชวนคิดว่า “ปัจจัยท่ีทํา ให้เกิดผลงานใหม่ๆ และมีความ หลากหลายคืออะไรบา้ ง ใหเ้ หตผุ ลประกอบ” แนวคําตอบ ข้อบกพร่องของผลงานเก่า ความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง ความก้าวหน้าของศาสตร์ ต่างๆ ความรู้ ประสบการณ์ ความเช่ือ ตลอดจนความคิดสรา้ งสรรค์ การเปล่ยี นแปลงของส่ิงแวดล้อม สภาพ เศรษฐกิจสังคม วัฒนธรรม ทรัพยากร ความเข้าใจในเรื่องวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ และความเข้าใจ เรื่อง เทคโนโลยีเปล่ียนโลก 10) ผู้เรยี นแต่ละกลมุ่ ทํา กจิ กรรม 3.2 เรอื่ ง การสร้างประโยชน์จากผลงานนักเรียน การออกแบบ แนวทางการสร้างประโยชน์จากผลงานของผเู้ รียน ที่แสดงถึงการเพ่ิมมูลค่า การสร้างมูลค่า และใช้ความคิด สร้างสรรคผ์ ู้เรยี น รวมทัง้ วเิ คราะหต์ น้ ทุนการผลิต จุดคุม้ ทนุ ช่องทางการจาํ หน่าย และผลตอบแทน จากนั้น นําเสนอแลกเปลีย่ นเรียนรู้ แนวคาํ ตอบ ผสู้ อนอาจใชแ้ นวคาํ ตอบจากใบกจิ กรรม 3.2 โดยศกึ ษาเพิ่มเตมิ จากใบความรู้ เร่อื ง จุดคมุ้ ทุน 11) ผูส้ อนนาํ ผูเ้ รียนเข้าสู่เน้ือหาเรื่องสิทธิและการคุ้มครองผลงานโดยใช้คําถามชวนคิด “นักเรียน คิดว่าการจดทะเบียนคุ้มครองผลงานกับการไม่จดทะเบียนคุ้มครองผลงาน มีข้อดีและข้อจํา กัดอย่างไร อภิปราย” แนวคาํ ตอบ คาํ ถามน้ีไม่ได้เน้นที่คําตอบใดถูกหรือผิดทั้งหมด ผู้สอนควรเน้นให้ผู้เรียนแสดงความ คดิ เห็น เหตุผลและการอภิปรายเพ่อื สนับสนุนแนวคิดของตนเองหรือของกลุ่มมากกว่าการเน้นหาคําตอบท่ี ถกู หรือผิดเทา่ นน้ั
89 จากนั้นผู้สอนตั้งคําถามเพ่ือสร้างความตระหนักในการคุ้มครองผลงานของผู้เรียน เช่น ผลงานของ ผ้เู รยี นสามารถมีผู้อื่นลอกเลียนแบบได้หรือไม่ ถ้ามี ผู้เรียนจะมีแนวทางในการป้องกันการลอกเลียนแบบได้ อย่างไร แนวคาํ ตอบ ผู้เรียนสามารถป้องกันการลอกเลียนแบบผลงานของตัวเองได้โดยการนําผลงานไปจด ทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อให้มีผลการคุ้มครองทางกฎหมาย ยกเว้นผลงานท่ีเป็นลิขสิทธิ์จะได้รับการ คุ้มครองทันทีแต่ต้องมีหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างผลงานน้ันด้วย จากนั้นพิจารณาเลือกประเภทการจด ทะเบียนความคุ้มครองให้ตรงกับลักษณะของผลงาน และในขณะเดียวกันผู้สอนควรให้ผู้เรียนแสดงความ ตระหนกั และไมล่ ะเมิดทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาของผอู้ นื่ ดว้ ย เชน่ เมื่อพบว่าผลงานของผู้เรียนนั้น มีผู้จดทะเบียน ทรัพยส์ นิ ทางปัญญาแล้ว หากผู้เรียนต้องการนําผลงานน้ันมาพัฒนาต่อยอด สามารถทําได้เฉพาะส่วนท่ีไม่มี ความคุม้ ครองเท่านน้ั 12) ผู้เรียนศึกษาเนื้อหาจากหนังสือเรียนหัวข้อ 3.2 สิทธิและการคุ้มครองผลงาน และอภิปราย ร่วมกันเก่ียวกบั การให้ความสาํ คญั ในการพัฒนานวัตกรรมและจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งในหัวข้อนี้ จะยกตัวอย่าง เฉพาะสิทธิบัตร สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ และอนุสิทธิบัตร โดยเชื่อมโยงกับคําถาม ชวนคิดว่า “สทิ ธิบัตรสําหรบั การออกแบบผลติ ภัณฑค์ รอบคลุมผลิตภณั ฑช์ นิดใดบ้าง” แนวคําตอบ การออกแบบผลิตภัณฑ์ท่ีสามารถขอสิทธิบัตรได้ เช่น สลาก สิ่งประดิษฐ์ แผนผังของ วงจร รวมท้ังเครื่องหมายการค้าและเคร่ืองหมายอื่นๆ สามารถขอสิทธิบัตรได้ โดยย่ืนแบบฟอร์มที่กรอก รายละเอยี ดผลิตภัณฑพ์ ร้อมแบบรา่ งหรอื รปู ถา่ ยของผลิตภณั ฑน์ น้ั ๆ สทิ ธบิ ัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ครอบคลมุ การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกชนิด ยกเว้นการออกแบบ ผลิตภัณฑ์บางชนิด เช่น สิ่งของเครื่องใช้ทั่วไป ส่ิงผิดศีลธรรมจารีตประเพณี สิ่งท่ีเป็นภัยต่อความสงบ เรียบร้อยของบ้านเมือง โดยสามารถศึกษาตัวอย่างคํา ขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร จากการประดิษฐ์/การ ออกแบบผลิตภัณฑ์ประเภทกระเป๋าhttp://www.ipthailand.go.th/images/005/person/new/person- a-_.pdf 13) ผู้สอนใช้คําถามชวนคิด นักเรียนคิดว่าสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และการออกแบบผลิตภัณฑ์มี ความเหมือนหรือแตกต่างกันอยา่ งไร ให้เหตผุ ลและอภิปราย เพื่อสรปุ ความรู้ทผี่ ้เู รยี นได้เรยี นรใู้ นหัวข้อน้ี แนวคําตอบ สิ่งท่ีเหมือนกันระหว่างสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรคือด้านการคุ้มครองลักษณะ องค์ประกอบ โครงสร้างหรือกลไกภายในผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิต การรักษาหรือปรับปรุง คุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีข้ึน สิ่งที่ต่างกันคืออนุสิทธิบัตรจะพิจารณาการประดิษฐ์ท่ีมีการปรับปรุงแก้ไข ผลิตภัณฑ์เพยี งเลก็ นอ้ ยและมปี ระโยชนใ์ ช้สอยมากข้ึน ในขณะท่ีสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะคุ้มครอง รปู ร่างหรือรปู ทรงภายนอกผลิตภัณฑ์ รวมถึงลวดลายหรือสีของผลิตภัณฑ์ รายละเอียดศึกษาได้จากเว็บไซต์ https://www.ipthailand.go.th/th/ความเหมือนและความแตกต่างของสิทธิบตั ร-อนุสิทธบิ ัตร-สทิ ธิบัตรการ ออกแบบ.html
90 14) ผู้เรยี นศกึ ษาเพิ่มเติมเกีย่ วกบั ทฤษฎี แนวคดิ ตลอดจนแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานจํานวนมาก ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมท้ังผลงานท่ีพระองค์ท่านได้ทรงจดสิทธิบัตร ประเภทต่างๆ ไว้ จากน้ันผเู้ รยี นเลือกผลงานใดผลงานหน่ึงของพระองค์ท่าน แล้วระดมความคิดในกลุ่มว่าจะ สามารถพฒั นาต่อยอดผลงานนน้ั ไดอ้ ย่างไร และเพอ่ื แกป้ ญั หาอะไร 15) ผู้เรียนทํากิจกรรม 3.3 เรื่อง สิทธิและการคุ้มครองผลงาน โดยให้ผู้เรียนวิเคราะห์ผลงานของ ตนเองว่าเปน็ ทรัพย์สินทางปญั ญาหรอื ไม่ อย่างไร ใหเ้ หตุผลและอภิปราย แนวคาํ ตอบ ผสู้ อนอาจใช้แนวคํา ตอบในใบกิจกรรม 3.3 16) ผู้สอนเชื่อมโยงเน้ือหาเข้าสู่การนํา เสนอผลงาน โดยใช้คําถามชวนคิดว่า “เม่ือนักเรียนจะ เผยแพร่ผลงานของตนเองต้องคํานึงถึงอะไรบ้าง” แลว้ ให้ผู้เรยี นอภิปรายรว่ มกัน แนวคําตอบ ชื่อผลงาน ผู้พัฒนาหรือเจ้าของผลงาน การเตรียมความพร้อมของผู้นําเสนอผลงาน ขอ้ มูลท่เี กี่ยวข้องกับผลงาน เชน่ ใชแ้ ก้ปัญหาอะไร ทาํ งานอย่างไร ใครคือลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ความแตกต่าง ของกล่มุ ลกู ค้าแตล่ ะกลุ่ม วิธีการนาํ เสนองานท่ีดึงดูดความสนใจ และสิ่งจูงใจให้ซื้อผลงาน (ถ้ามี) 17) ผู้เรียนบางคนอาจเล่าหรือแชร์ประสบการณ์เก่ียวกับการนําเสนอผลงานระดับภาค ระดับชาติ หรือระดบั นานาชาติ โดยผู้สอนเน้นยํ้าถึงระยะเวลาในการนําเสนอว่าแต่ละระดับมีความแตกต่างกันอย่างไร และมีความสาํ คญั อยา่ งไร ผ้ฟู งั แต่ละกลุ่มมีข้อจํากดั เรอ่ื งเวลาอย่างไรบ้าง ผู้เรยี นแต่ละกลมุ่ อภปิ ราย ต่อมาผเู้ รียนศึกษาเพมิ่ เตมิ เก่ยี วกับทกั ษะการนํา เสนองานอย่างมืออาชีพและดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับซีรี่ย์ วีดิทัศน์การสอนวิชาการนําเสนอมีพลังอย่างมืออาชีพ หรือ HIPS (High Impact Presentations) (ท้ังหมด 11 ตอน หรอื เลอื กเฉพาะตอนท่ี 5) https://www.youtube.com/watch?v=BxWxQx5oh9s โดยอาจารย์ เกรียงศกั ดิ์ นริ ัติพฒั นะศยั และอาจารยช์ ยั รตั น์ วงศจ์ ินดานนท์ จากเดอะโคช้ /TheCoach จากน้ันให้ผ้เู รียนเตรียมตวั ล่วงหน้าสําหรับคาบต่อไปเพื่อทํากิจกรรม 3.4 เรื่องการนําเสนอผลงาน อย่างมืออาชีพ นักเรียนเลือกศึกษาหัวข้อผลงานของผู้อื่นท่ีสนใจโดยอ้างอิงข้อมูลเจ้าของผลงานให้ชัดเจน แล้ววิเคราะห์ว่าผลงานน้ันใช้แก้ปัญหาอะไร มีการเพ่ิมหรือสร้างมูลค่าอย่างไร มีการคุ้มครองทรัพย์สินทาง ปัญญาอย่างไร จะนาํ เสนอขายผลงานน้ันไดอ้ ยา่ งไร และจะปรับปรุงการนํา เสนอไดอ้ ย่างไรบ้างอภปิ ราย แนวคําตอบ ผู้สอนอาจใชแ้ นวคําตอบในใบกจิ กรรม 3.4 ผู้เรียนแตล่ ะคนควรฝกึ นํา เสนอผลงานโดยใหค้ รอบคลมุ ทุกประเด็นขา้ งต้น ภายในเวลาที่กําหนดเช่น 3-5 นาที จากนน้ั ผูเ้ รยี นอภิปรายกับเพื่อน วา่ จะปรับปรงุ การนําเสนอของตนเองอย่างไรบ้าง (ผู้สอนอาจทําใบ กจิ กรรมให้ผเู้ รียนนาํ เสนอตามประเด็นดงั กล่าว)
91 18) ผเู้ รยี นศึกษาใบความรู้เร่ืองการเสนองานในรปู แบบ Pitch (ปฐมสุดา อินทปุ ระภา http://www.tistr.or.th/tistrblog/?p=3004) และดูวีดิทศั น์ เร่อื ง วธิ ี Pitch Problem/Solution สําหรับ สตารท์ อพั (เวอรช์ ่นั ไทย) https://www.youtube.com/watch?v=KGcwyaQ_ybE โดยแซม สไตลฮันท์ และบรรยายไทยโดย มิรา มาริสรา จากนนั้ ผ้เู รยี นทาํ กิจกรรมท้ายบท ผเู้ รียนลงมอื ปฏบิ ตั ิในการสรา้ งประโยชน์จากผลงาน ของผู้เรียน โดยใช้ความรูท้ ไ่ี ด้เรียนมา แล้วนาํ เสนอผลงาน วเิ คราะหว์ า่ จะนําเสนออยา่ งไรภายในเวลาทีก่ าํ หนดในประเดน็ ต่อไปน้ี ผลงานของผู้เรยี นชอ่ื อะไร ใช้แกป้ ญั หาอะไร มีการเพ่ิมหรอื สรา้ งมูลคา่ อยา่ งไร มกี ารคุ้มครองทรัพยส์ นิ ทางปญั ญาอย่างไร จะนําเสนอขายผลงานนั้นได้อยา่ งไร และจะปรับปรงุ การนาํ เสนอได้อยา่ งไรบ้าง โดยผสู้ อน ควรใหผ้ ู้เรียนทุกคนมีโอกาสนําเสนอผลงาน จากนนั้ ผเู้ รียนอภปิ รายกับเพือ่ นว่าจะปรับปรงุ การนาํ เสนอของ ตนเองอยา่ งไรบ้าง แนวคําตอบ ผูส้ อนอาจใชแ้ นวคําตอบในใบกจิ กรรมทา้ ยบท 19) ผเู้ รียนดูวีดิทศั นเ์ รื่อง “ห้องเรียนผูป้ ระกอบการ: เปิดโลก Startup” ตอนท่ี 12 Pitch Perfect โดยคณุ ยอด ชินสุภคั กลุ CEO และผูก้ ่อตัง้ Wongnai https://www.youtube.com/watch?v=R0_ACWs9Z4o และ https://www.bharatgrouponline.com/blogs/presenta -tion/11-key-points-of-a-pitching- presentation-specifically-for-investors.html และให้ผู้เรียนดูวดี ิทศั นเ์ พมิ่ เติมเกยี่ วกับการแขง่ ขนั การ นําเสนอผลงาน ในงาน Startup Thailand Pitching Challenge2017 จงั หวดั ชลบุรี (https://www.youtube.com/watch?v=YYwg1oJIBso) 20) ผเู้ รียนทํากิจกรรมท้าทายความคิด โดยใช้สถานการณ์จํา ลองในเวทีการนําเสนอผลงานเพ่ือให้ ผู้ฟังตัดสินใจซ้ือผลงานของผู้เรียน โดยมีเวลาในการนําเสนอไม่เกิน 5 นาที วิเคราะห์ว่าจะนําเสนออย่างไร ภายในเวลาท่ีกําหนด ในประเด็นต่อไปน้ี กระบวนการพัฒนาผลงาน ผลงานน้ันใช้แก้ปัญหาอะไร บอกรายละเอียดและประเภทการจดทะเบยี นคมุ้ ครองทรัพย์สินทางปัญญา ผลงานได้รับรางวัลอะไรบ้าง จาก เวทีใดจะนาํ เสนอขายผลงานได้อย่างไร และเมื่อนํา เสนอจบแล้ว มีผู้ฟังตัดสินใจซ้ือผลงานของผู้เรียนหรือไม่ เพราะเหตใุ ด รวมท้งั จะปรบั ปรุงการนาํ เสนอได้อย่างไรบา้ ง แนวคําตอบ ผ้สู อนอาจใชแ้ นวคําตอบในใบกิจกรรมท้าทายความคดิ ผู้สอนและ/หรือผู้เรียนอาจกาํ หนดบทบาทสมมตุ สิ าํ หรับผู้ฟัง เช่น นักประดิษฐ์ นักวิจัย แพทย์วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ ศิลปิน ปราชญ์ชาวบ้าน บุคลากรทางการศึกษา นักธุรกิจ นักลงทุน นักการตลาดพนักงาน ธนาคาร (ผู้ให้สินเชื่อ) ส่ือมวลชน ฯลฯ โดยผู้ฟังแต่ละอาชีพควรให้เหตุผลในการซื้อหรือไม่ซ้ือผลงานของ ผู้เรยี น 21) กจิ กรรมเสนอแนะ ผูส้ อนอาจจัดกิจกรรมพิเศษหรืองานโรงเรยี นประจํา ปีเพือ่ เป็นเวทใี หผ้ เู้ รยี น นําผลงานมานําเสนอแกผ่ ู้ที่ประกอบอาชพี จริงจากขอ้ 20
92 9. การวัดและประเมนิ ผล รายการประเมิน วธิ กี ารวัด เคร่ืองมือทใ่ี ช้วัด เกณฑ์การประเมนิ การผ่าน ประยุกตใ์ ช้ความรูแ้ ละทักษะจากศาสตรต์ ่าง ๆ รวมทงั้ ทรัพยากรเพอื่ สรา้ งหรือพัฒนาผลงาน การวิเคราะหว์ ิธีการสรา้ ง ตรวจใบกิจกรรม ใบกิจกรรม 3.1 คะแนน 13-16 หมายถึง ดีมาก ผลประโยชน์จากผลงานโดย สงั เกตพฤติกรรม คะแนน 9-12 หมายถึง ดี การเพิม่ มลู ค่าหรอื สรา้ งมูลคา่ คะแนน 5-8 หมายถงึ พอใช้ การออกแบบแนวทางการ ตรวจใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรม 3.2 คะแนน 1-4 หมายถงึ ปรับปรงุ สรา้ งประโยชน์จากผลงาน สังเกตพฤติกรรม ใบกจิ กรรม 3.3 การวิเคราะห์สิทธิและการ ตรวจใบกิจกรรม ผู้เรียนได้ระดับคุณภาพ ดี คุ้มครองผลงาน สังเกตพฤติกรรม ขึน้ ไปถอื วา่ ผา่ น การนาํ เสนอผลงานอย่างมือ ใบกิจกรรม 3.4 อาชีพ ตรวจใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรมท้ายบท สงั เกตพฤตกิ รรม ใบกิจกรรมท้าทาย ความคิด ทกั ษะการสอื่ สาร สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผูเ้ รยี นไดร้ ะดบั คุณภาพ ดขี ้ึนไปถือ ทักษะการคดิ วิเคราะห์ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม วา่ ผ่าน ทกั ษะการคดิ อยา่ งมี สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม (ดูเกณฑก์ ารประเมนิ ในภาคผนวก) วจิ ารณญาณ ทักษะการคดิ เชงิ ระบบ สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ความคดิ สรา้ งสรรค์ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ทกั ษะการทาํ งานรว่ มกับผู้อื่น สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม
93 ตัวอย่างประเดน็ การประเมนิ และระดับคะแนน ประเดน็ การประเมิน 4 ระดบั คะแนน 1 การวเิ คราะห์วธิ ีการ วเิ คราะหว์ ธิ ีการ 32 วเิ คราะหว์ ธิ กี าร สรา้ งประโยชน์จาก สร้างประโยชน์ วเิ คราะหว์ ิธกี าร วเิ คราะห์วิธกี าร สร้างประโยชนจ์ าก ผลงานโดยการเพม่ิ จากผลงาน สรา้ งประโยชน์ สร้างประโยชน์จาก ผลงานได้ไม่ครบ มลู คา่ หรอื สรา้ งมลู คา่ ไดค้ รบถ้วน จากผลงานได้ ผลงานไดไ้ ม่ครบ ตามประเด็นที่ สมบรู ณท์ ุก ครบถ้วนสมบูรณ์ ตามประเดน็ ท่ี กําหนด และสรุป การออกแบบแนวทาง ประเดน็ ท่ี ตามประเดน็ ที่ กาํ หนด การเพม่ิ มูลค่าหรอื การสร้างประโยชนจ์ าก กําหนดและ กาํ หนดแต่สรปุ แต่สามารถสรปุ สร้างมลู คา่ ใหก้ บั ผลงาน สามารถสรุป การเพ่ิมมลู ค่าหรือ วิธีการเพิ่มมลู คา่ ผลงานไดไ้ ม่ชัดเจน วธิ กี ารเพม่ิ สร้างมูลคา่ ใหก้ ับ หรอื สร้างมูลคา่ มูลค่าหรอื สรา้ ง ผลงานได้ไม่ ใหก้ ับผลงานได้ ออกแบบแนวทาง มลู คา่ ให้กับ ชัดเจน ชัดเจน การสรา้ งประโยชน์ ผลงานไดช้ ดั เจน จากผลงานของ ออกแบบ ออกแบบแนวทาง ออกแบบแนวทาง ตนเอง โดยอธิบาย แนวทางการ การใชค้ วามคดิ สร้างประโยชน์ การสรา้ ง การสร้างประโยชน์ สรา้ งสรรคใ์ น จากผลงานของ การเพม่ิ มลู ค่าสร้าง ตนเอง โดย ประโยชนจ์ าก จากผลงานของ มูลคา่ วเิ คราะห์ อธิบายการใช้ ต้นทุนการผลิต ความคิด ผลงานของตนเอง ตนเอง โดยอธิบาย จดุ คมุ้ ทุน สร้างสรรคใ์ น ชอ่ งทางการ การเพิ่มมลู ค่า โดยอธบิ ายการใช้ การใช้ความคดิ จําหน่ายและผล สร้างมลู คา่ ตอบแทนได้แต่ วเิ คราะห์ต้นทุน ความคดิ สร้างสรรคใ์ น ไมช่ ัดเจน การผลิต จดุ คุ้มทนุ สรา้ งสรรคใ์ น การเพิม่ มลู คา่ สร้าง ชอ่ งทางการ จาํ หนา่ ยและผล การเพิม่ มูลค่า มูลคา่ วเิ คราะห์ ตอบแทนได้ ถกู ต้อง สรา้ งมลู ค่า ต้นทุนการผลิต ครบถ้วน วเิ คราะห์ต้นทนุ จุดค้มุ ทนุ การผลิต จดุ คมุ้ ทุน ชอ่ งทางการ ชอ่ งทางการ จําหนา่ ยและผล จําหนา่ ยและผล ตอบแทนได้ ตอบแทนได้เป็น บางส่วน สว่ นใหญ่
94 ประเดน็ การประเมนิ ระดับคะแนน วเิ คราะห์สิทธิและ การคุ้มครองผลงาน 4 32 1 การนําเสนอผลงานอยา่ ง วเิ คราะหส์ ิทธิ วิเคราะหส์ ทิ ธิ วิเคราะหส์ ทิ ธิ วเิ คราะห์สทิ ธิ มอื อาชพี ประเภทการ คุ้มครองผลงาน ประเภทการ ประเภทการคมุ้ ครอง ประเภทการคุ้มครอง ของตนเองและ อธบิ ายเหตผุ ลใน คมุ้ ครองผลงานของ ผลงานของตนเองได้ ผลงานของตนเอง การคุ้มครอง ผลงานได้ถูกตอ้ ง ตนเองและอธบิ าย ถูกตอ้ ง สมบูรณ์หรอื และอธบิ ายเหตผุ ลใน สมบรู ณ์ นําเสนอผลงานท่ี เหตุผลในการ อธบิ ายเหตุผลในการ การคุ้มครองผลงาน สนใจโดยอ้างองิ ขอ้ มลู เจ้าของ คมุ้ ครองผลงานได้ คุ้มครองผลงาน ได้แตไ่ มถ่ ูกต้อง ผลงานอย่าง ชดั เจน ถูกต้องเปน็ สว่ น ไดถ้ กู ต้อง สมบูรณ์ หรอื ไมช่ ัดเจน และนาํ เสนอ ครบถว้ นสมบรู ณ์ ใหญ่ ทกุ ประเด็น นําเสนอผลงานที่ นําเสนอผลงานท่ี นาํ เสนอผลงานที่ สนใจโดยอา้ งองิ สนใจโดยอา้ งองิ สนใจโดยอ้างองิ ข้อมูลเจ้าของ ขอ้ มูลเจ้าของผลงาน ขอ้ มลู เจา้ ของผลงาน ผลงานไมช่ ัดเจน อยา่ งชัดเจน ไม่ชัดเจน และ แตน่ าํ เสนอ แต่นาํ เสนอไม่ครบ นําเสนอไมค่ รบทกุ ครบถ้วนสมบรู ณ์ ถ้วนทุกประเดน็ ประเด็น ทุกประเด็น เกณฑก์ ารตดั สินระดับคณุ ภาพ คะแนน 13-16 คะแนน หมายถงึ ระดับคุณภาพ ดีมาก คะแนน 9-12 คะแนน หมายถึง ระดบั คณุ ภาพ ดี คะแนน 5-8 คะแนน หมายถงึ ระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนน 1-4 คะแนน หมายถงึ ระดับคุณภาพ ปรับปรงุ หมายเหตุ เกณฑก์ ารวัดและประเมินผลสามารถปรบั เปลีย่ นไดต้ ามความเหมาะสม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120