Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore อุทยานแห่งชาติ ผาแต้ม

อุทยานแห่งชาติ ผาแต้ม

Published by marisa.exo25, 2016-01-29 02:46:14

Description: แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางการเดินทาง ที่พัก

Search

Read the Text Version

อุทยานแห่งชาติผาแตม้ เส้นทางเดินป่ าระยะไกล อุทยานแห่งชาติผาแตม้ เป็นพ้นื ท่ีมีความหลากหลายของนานาชีววทิ ยา มีธรรมชาติท่ี สวยงาม เหมาะแก่การเดินป่ าศึกษาธรรมชาติ โดยมีเส้นทาง ต่อไปน้ี เส้นทางท่ี 1 จากหน่วยพทิ กั ษอ์ ุทยานแห่งชาติผาแตม้ หน่วยท่ี 4 (หว้ ยทราย) ถึงชุด ปฎิบตั ิการพเิ ศษดงนาทาม หน่วยที่ 5 (ดงนาทาม) มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ ถ้าํ ปาฎิหาริย์ หินเต่าชมจนั ทร์ น้าํ ตกกิ้ต น้าํ ตกซะปัน ตาน้าํ ผลาญหินถ้าํ ไฮ เสาเฉลียงคู่ โหง่นแตม้ เนินสนสองใบ ผาชะนะได น้าํ ตกหว้ ยพอก ผากะป่ัน ผาหินแตก ถ้าํ ฝ่ ามือ แดง น้าํ ตกกวางโตน น้าํ ตกซอ้ ย สวนหินภกู ระบอ(มีภาพเขียนสีก่อนประวตั ิศาสตร์) ภู โลง(สถานที่ทาํ พธิ ีศพของมนุษยถ์ ้าํ และโลงศพโบราณ) เส้นทางที่ 2 จากหน่วยพิทกั ษอ์ ุทยานแห่งชาติผาแตม้ หน่วยที่ 3 (คนั ทา่ เกวยี น) ถึงชุด ปฏิบตั ิการพเิ ศษดงนาทาม หน่วยท่ี 5 (ดงนาทาม) มีแหล่งท่องเที่ยวท่ีน่าสนใจ คือ น้าํ ตก แสงจนั ทร์หรือน้าํ ตกลงรู น้าํ ตกทุง่ นาเมือง น้าํ ตกห้วยนาเมืองใหญ่ ภูน้าํ ถ้าํ ผาหินฝน ถ้าํ โบกโลง เสาเฉลียงภจู อ้ มกอ้ ม หินโยกมหศั จรรย์ ผาแดง(มีภาพเขียนสีก่อน ประวตั ิศาสตร์) กจิ กรรม : เดินป่ าศึกษาธรรมชาติ ชมประวตั ิศาสตร์ ขี่จกั รยานศึกษาธรรมชาติ เที่ยวน้าํ ตก  ชมพรรณไม้ ชมทิวทศั น์ เดินป่ าระยะไกล  ดูนก

ด้านธรรมชาติที่สวยงาม แก่งมโนราห์ ขอ้ มูลทวั่ ไป ที่ต้งั ต้งั อยบู่ ริเวณดา้ นทิศตะวนั ออกบา้ นซะซอม หมูท่ ี่ ตาํ บลนาโพธ์ิกลาง อาํ เภอ โขงเจียม จงั หวดั อุบลราชธานี ห่างจากบา้ นซะซอมประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ ในความรับผดิ ชอบดูแลพ้ืนที่ของหน่วยพทิ กั ษอ์ ุทยานแห่งชาติผาแตม้ หน่วย ที่ 4 (หว้ ยทราย) และอยหู่ ่างจากท่ีทาํ การอุทยานแห่งชาติผาแตม้ ประมาณ 37 กิโลเมตร สภาพภมู ิประเทศ สภาพพ้นื ที่ เป็นที่ราบสลบั เนินเขา ความสูงจากระดบั น้าํ ทะเลปานกลาง บริเวณแก่งมโนราห์ อยใู่ นลาํ หว้ ยแสงจนั ทร์ ขนาดของลาํ หว้ ยมีความกวา้ ง เฉลี่ย 8 – 10 เมตร มีแก่งหิน โผล่เป็นระยะความลึกของลาํ หว้ ยสูงสุด ประมาณ 10 เมตร และในบริเวณแก่งมโนราห์มีความลึกประมาณ 2 - 4 เมตร สภาพป่ าบริเวณ ขา้ งเคียงเป็นป่ าเตง็ รัง สลบั พ้นื ท่ีลานหินทราย พนั ธุ์ไมท้ ี่ ข้ึนอยู่ ไดแ้ ก่ เตง็ , รัง, ตะแบก, กระบก, พะยอม, ประดู่, มะค่าแต,้ ฯลฯ สงั คม พชื พ้นื ล่าง ท่ีพบส่วนใหญ่เป็ นจาํ พวก ดอกไมป้ ่ า ตามซอกหิน เช่น เอ็นอา้ บริเวณริมหว้ ยจะมีทุง่ ดอกไมป้ ่ าเกิดข้ึน อยกู่ ระจายทว่ั พ้ืนท่ี ไดแ้ ก่ ดุสิตา สร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน แต่มีจาํ นวนไมามากนกั สภาพภูมิอากาศ อุณหภมู ิในแต่ละฤดูแตกต่างกนั อยา่ งมาก ในฤดูฝนจะมีพายฟุ ้ าคะนอง ในฤดู หนาวอากาศเยน็ จดั ความช้ืนในบรรยายกาศมีนอ้ ย ในฤดูร้อนอากาศร้อนจดั ช่วงฤดูที่เหมาะสมกบั การท่องเท่ียวเป็นช่วงฤดูฝน ต้งั แตเ่ ดือน มิถุนายน - พฤศจิกายน แหล่งท่องเท่ียว ท่ีอยใู่ กลเ้ คียง - อยหู่ ่างจากน้าํ ตกแสงจนั ทร์ ประมาณ 16 กิโลเมตร - อยบู่ ริเวณทางข้ึนผาชะนะได ห่างจาก ผาชะนะได ประมาณ 12 กิโลเมตร จุดเด่นของพ้ืนท่ี เป็นลาํ หว้ ยท่ีมีแก่งหินโผล่เป็ นระยะๆ เม่ือน้าํ ไหลจะกระทบหินก่อใหเ้ กิด

เป็นน้าํ ตกขนาดเลก็ ๆ และสวยงาม ลาํ หว้ ยมีความกวา้ ง และความลึกพอดีที่ จะทาํ การล่องแก่ง และพายเรือยางพจญภยั รวมท้งั สามารถใชห้ ่วงยางเล่นน้าํ ได้ อยา่ งสนุกสนาน ประกอบกบั สถานที่ดงั กล่าวอยตู่ ิดกบั แหล่งทอ่ งที่ยวท่ีมี ชื่อเสียงและกาํ ลงั ไดร้ ับความนิยมของแหล่งท่องเที่ยว เช่น น้าํ ตกแสงจนั ทร์ ป่ าดงนาทาม ผาชะนะได สามารถเดินทางถึงแหล่งท่องเท่ียว ไดโ้ ดยสะดวก กิจกรรมการทอ่ งเท่ียวที่เหมาะสม 1. ล่องแก่ง 2. จกั รยานเสือภูเขา 3. พายเรือยาง (เรือแคน)กจิ กรรม :ข่ีจกั รยานศึกษาธรรมชาติเท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยาเที่ยวน้าํ ตก ชมพรรณไม้ชมทิวทศั น์แคม้ ป์ ปิ้ งชมวฒั นธรรมและประเพณี ดูดาวชมตะวนั ขนึ้ ก่อนใครท่ี ผาชนะไดเป็นป่ าสนสองใบตามธรรมชาติท่ีข้ึนอยบู่ ริเวณหนา้ ผา เมื่อมองทะลุป่ าสนสองใบจะเห็นภูเขาทะมึนสลบั ซบั ซอ้ นของประเทศลาว เป็นฉากอยขู่ า้ งหลงั ตดั กบั ทอ้ งฟ้ าท่ีอยู่ดา้ นบน และลาํ น้าํ โขงท่ีอยดู่ า้ นขา้ ง เป็นจุดพยากรณ์ดวงอาทิตยข์ ้ึน ของกรมอุตุนิยมวทิ ยา อุทยานแห่งชาติผาแตม้ จดั เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไว้ 3 เส้นทางดว้ ยกนั สามารถทอ่ งเที่ยวไดต้ ลอดปี คือ - เส้นทางผาแตม้ – สร้อยสวรรค์ - เส้นทางทุ่งนาเมือง – ผาชะนะได - เส้นทางถ้าํ ปาฏิหารย์ – ผาชะนะได

กจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติขี่จกั รยานศึกษาธรรมชาติเที่ยวถ้าํ /ธรณีวทิ ยาชมทิวทศั น์แคม้ ป์ ปิ้ งเดินป่ าระยะไกล ดูดาวตะวนั ลบั ขอบฟ้ าก่อนใครในสยามอุทยานแห่งชาติผาแตม้ เป็นพ้ืนที่พยากรณ์พระอาทิตยข์ ้ึน และเป็นจุดท่ีพระอาทิตยต์ กก่อนใคร จึงเป็นจุดทอ่ งเท่ียวของดินแดนสุดเขตประเทศไทย เห็นตะวนั ก่อนใครในสยาม นกั ท่องเท่ียวจึงเขา้ มาชมความสวยงามทางธรรมชาติเป็นจาํ นวนมากกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติชมประวตั ิศาสตร์ชมทิวทศั น์แคม้ ป์ ปิ้ ง ดูดาวทุ่งดอกไม้ป่ า บริเวณนํา้ ตกสร้อยสวรรค์ทุง่ ดอกไมป้ ่ าเป็นจุดท่องเท่ียวท่ีสร้างความประทบั ใจในธรรมชาติของพนั ธ์ดอกไมป้ ่ า

พนั ธุ์ต่าง และเป็นดอกไมป้ ่ าที่สมเด็จฯพระนาเจา้ พระบรมราชินีนาถพระราชทานนามดอกไมป้ ่ าไว้ 5 ชนิด ไดแ้ ก่ ดุสิตา สร้อยสุสวรรณา ทิพเกสร มณีเทวา สรัสจนั ทรพนั ธุ์ดอกไมป้ ่ าน้ีจะเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ ในช่วงปลายฝนตน้ หนาว ดอกไมป้ ่ าจะบานเตม็ ที่ ช่วงปลายเดือน พฤศจิกายน ถึงปลายเดือน ธนั วาคม ของทุกปีกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติข่ีจกั รยานศึกษาธรรมชาติเที่ยวน้าํ ตก ชมพรรณไม้ชมทิวทศั น์แคม้ ป์ ปิ้ งเดินป่ าระยะไกลนํา้ ตกทุ่งนาเมืองน้าํ ตกทุ่งนาเมือง ต้งั อยบู่ ริเวณหน่วยพิทกั ษอ์ ุทยานแห่งชาติ ที่ 4 (คนั ท่าเกวยี น)สามารถไปท่องเที่ยวไดโ้ ดยเดินทางไปตามเส้นทางบา้ นทุ่งนาเมือง ต.นาโพธ์ิกลางห่างจากท่ีทาํ การอุทยานแห่งชาติผาแตม้ ประมาณ 40 กิโลเมตร เส้นทางรถยนต์สามารถเขา้ ถึงไดโ้ ดยสะดวกกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติขี่จกั รยานศึกษาธรรมชาติเที่ยวน้าํ ตก ชมพรรณไม้เดินป่ าระยะไกลนํา้ ตกสร้อยสวรรค์ บริเวณห้วยสร้อยจากที่ทาํ การอุทยานแห่งชาติผาแตม้ ไปตามทางหลวงจงั หวดั หมายเลข 2112 อีก

ประมาณ 15 กิโลเมตร กจ็ ะถึงน้าํ ตกสร้อยสวรรค์ เป็นน้าํ ตกท่ีสวยงามมาก เกิดจากลาํธาร 2 สาย คือ แซสร้อย และแซไผ่ ไหลตกลงมาบรรจบกนั ดูลกั ษณะคลา้ ยสายสร้อยบริเวณริมลาํ ธารมีพลาญหินซ่ึงในช่วงปลายฝนตน้ หนาว จะมีดอกไมห้ ลากสีสันออกดอกงดงามเตม็ ลานหินกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติเท่ียวน้าํ ตกนํา้ ตกสร้อยสวรรค์ บริเวณห้วยสะหนมจากแยกทางเขา้ ท่ีทาํ การอุทยานแห่งชาติไปตามทางหลวงจงั หวดั หมายเลข 2112 อีกประมาณ 15 กิโลเมตร กจ็ ะถึงน้าํ ตกสร้อยสวรรค์ เป็นน้าํ ตกท่ีสวยงามมาก เกิดจากลาํธาร 2 สาย คือ แซสร้อย และแซไผ่ ไหลตกลงมาบรรจบกนั ดูลกั ษณะคลา้ ยสายสร้อยบริเวณริมลาํ ธารมีพลาญหินซ่ึงในช่วงปลายฝนตน้ หนาว จะมีดอกไมห้ ลากสีสนั ออกดอกงดงามเตม็ ลานหินกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติเที่ยวน้าํ ตกนํา้ ตกแสงจันทร์อยหู่ ่างจากท่ีทาํ การอุทยานแห่งชาติตามหมายเลขทางหลวงท่ี 2112 ประมาณ 30กิโลเมตร มีทางแยกเขา้ ไปน้าํ ตกทุ่งนาเมือง น้าํ ตกแห่งน้ีมีลกั ษณะพเิ ศษคือ เม่ือสายน้าํตกจากผาลงมาแลว้ จะไหลลบั หายไปในซอกหิน ชาวบา้ นเรียก น้าํ ตกลอดรู ส่วนน้าํ ตกแสงจนั ทร์มีทางเดินเทา้ ไปอีกไม่ไกลนกั สายน้าํ ตกลงมาจากช่องโพรงของเพงิผา บางคนเรียกวา่ น้าํ ตกลงรู

กจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติเที่ยวน้าํ ตกภูกระบอเป็นภูผาหินทราย ที่มีเสาเฉลียงเป็นจาํ นวนมาก ต้งั เรียงรายกระจายทว่ั พ้ืนท่ีดูลกั ษณะคลา้ ยสวนหินกจิ กรรม :เที่ยวถ้าํ /ธรณีวทิ ยาเภาวลั ยกั ษ์ บริเวณนํา้ ตกทุ่งนาเมอื งเถาวลั ยกั ษ์ เป็นความเก่าแก่ของธรรมชาติ ท่ีเกิดข้ึนนาน 400 ปี อยตู่ ิดกบั ทางลงชมน้าํ ตกทุ่งนาเมือง เป็ นความมหสั จรรยท์ างธรรมชาติที่นกั ท่องเท่ียวควรไดส้ ัมพสักจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติเที่ยวถ้าํ /ธรณีวทิ ยาเท่ียวน้าํ ตก ชมพรรณไม้ชมทิวทศั น์แคม้ ป์ ปิ้ งเสาเฉลยี งคู่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ท่ีเกิดจากการกดั เซาะของน้าํ สายลมและแสงแดดมีลกั ษณะเป็นแทง่ หินต้งั ข้ึน มีส่วนบนเป็นแผน่ หินวางอยโู่ ดยไมต่ ิดกนั มองดูคลา้ ยดอกเห็ด อุทยานแห่งชาติมีเสาเฉลียงใหช้ ม 2 จุด จุดที่ชมไดง้ ่ายอยกู่ ่อนถึงผาแตม้ 1

กิโลเมตร กบั เสาเฉลียงท่ีตอ้ งเดินทางข้ึนเหนือไปทางบา้ นผาชนั อีกราว 70 กิโลเมตรกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติเท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยา ชมพรรณไม้ชมทิวทศั น์เสาเฉลยี งใหญ่เสาเฉลียงใหญ่ ต้งั อยทู่ ี่บา้ นผาชนั อาํ เภอโพธ์ไทร เส้นทางถนนหมายเลข 2112 สายโขงเจียม โขงเจียม - เขมราฐ ห่างจากท่ีทาํ การอุทยานแห่งชาติผาแตม้ 50 กิโลเมตรลกั ษณะเป็นหินทรายขนาดใหญ่ มีความสูง 15 เมตร ต้งั วางทบั กนั ที่เกิดจากการกดักร่อนของ ลม น้าํ อากาศ เป็ นอีกสถานท่ีหน่ึงในแหล่งท่องเที่ยวในพ้ืนท่ีอุทยานแห่งชาติผาแตม้กจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติเท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยาหาดวจิ ิตราหาดวจิ ิตตรา เป็นชายหาดท่ีทอดยาวยนื่ ออกไปสู่กลางลาํ น้าํ โขงเป็นหาดทรายสีดาํ มีพ้นื ที่ที่สวยงามในยามเชา้ และช่วงเวลาตะวนั ตกจะมองเห็นววิ เกาะ บวกกบั แสงตะวนั กระทบพ้ืนน้าํ กลางลาํ น้าํ โขง ในช่วงฤดูหนาว ถึงฤดูร้อนจะมีความสวยงามน่าชม พร้อมสัมผสั วถิ ีชีวติ ของชาวบา้ น รอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติผาแตม้ ไดแ้ ก่บา้ นหนองผือนอ้ ย บา้ นกุ่ม และบา้ นตามุย สถานที่ต้งั ห่างจากอุทยานแห่งชาติผแ่ ตม้ 4กิโลเมตร รถยนตส์ ามารถเขา้ ถึงได้ เป็นเส้นทางริมโขง มองจากเส้นทางดา้ นล่างจะเห็นแนวหนา้ ผาจุดชมวิวผาแตม้ นกั ทอ่ งเท่ียวสามารถเขา้ เท่ียวชมหาดไดใ้ นช่วงฤดูหนาว และฤดูร้อนเทา่ น้นั

กจิ กรรม : ล่องแพ/ล่องเรื อ กิจกรรมชายหาดขี่จกั รยานศึกษาธรรมชาติชมทิวทศั น์แคม้ ป์ ปิ้ งหินโยกมหัศจรรย์หินโยกมหศั จรรย์ เป็นแหล่งท่องเท่ียวท่ีมี ชื่อในพ้ืนที่เขตอุทยานแห่งชาติผาแตม้ เป็นหินขนาดใหญห่ นกั ขนาด 50 ตนั และนกั ท่องเที่ยวสามารถโยกไดด้ ว้ ยมือเดียว สถานท่ีต้งั ห่างจากที่ทาํ การอุทยานแห่งชาติผาแตม้ ประมาณ 48 กิโลเมตร และห่างจากหน่วยพทิ กั ษอ์ ุทยานแห่งชาติผาแตม้ (หน่วย คนั ท่าเกวยี น ) ในทางเดินเทา้ ประมาณ 6กิโลเมตร อยใู่ นเขตหมู่บา้ นคนั ท่าเกวยี น อาํ เภอนาโพธ์ิกลาง ตาํ บลหว้ ยไผ่ จงั หวดัอุบลราชธานีกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติขี่จกั รยานศึกษาธรรมชาติเที่ยวถ้าํ /ธรณีวทิ ยาชมทิวทศั น์เดินป่ าระยะไกลแหล่งกาํ เนิดแม่นํา้ โขง แม่น้าํ โขง มีตน้ กาํ เนิดจากบริเวณที่ราบสูงธิเบต แถบเทือกเขาตงั กลุ า (Tanggula) มณฑลชิงไห่ (Qinghai) ประเทศจีน ไหลผา่ นมณฑลยนู านและ ออกจากประเทศจีนท่ีเมืองเชียงรุ้ง (Cheingrong) เป็นเส้นเขตแดนระหวา่ ง ประเทศจีนกบั ประเทศพม่า เป็นเส้นเขตแดนระหวา่ งประเทศพมา่ กบั ประเทศลาว รวมท้งั เป็นเส้นเขตแดนระหวา่ งประเทศไทยกบั ประเทศลาว โดยแบง่ เป็ น 2 ช่วงตอน คือ ช่วงตอนบนก้นั พรมแดนระหวา่ งพ้ืนท่ีจงั หวดั

เชียงรายของประเทศไทยกบั พ้นื ที่แขวงบ่อแกว้ ของประเทศลาว แลว้ ไหลเขา้ประเทศลาวท่ีเมืองหว้ ยทราย แขวงบ่อแกว้ กลบั มาไหลออกจากประเทศลาวอีกท่ีเมืองสานะคาม กาํ แพงนครเวยี งจนั ทน์ และเป็นเส้นก้นั พรมแดนระหวา่ งประเทศไทยกบั ประเทศลาวในช่วงตอนล่าง ซ่ึงก้นั พรมแดนระหวา่ งพ้นื ท่ี 6 จงั หวดั ของประเทศไทยไดแ้ ก่ จงั หวดั เลย จงั หวดั หนองคาย จงั หวดันครพนม จงั หวดั มุกดาหาร จงั หวดั อาํ นาจเจริญ และจงั หวดั อุบลราชธานี กบัพ้นื ท่ีของประเทศลาวไดแ้ ก่ กาํ แพงนครเวยี งจนั ทน์ แขวงบอลิคาํ ไซ แขวงคาํม่วน แขวงสะหวนั นะเขต แขวงสาละวนั และแขวงจาํ ปาสัก จากน้นั ไหลเขา้ไปในประเทศลาวอีกตอนหน่ึงท่ีเมืองปากเซ แขวงจาํ ปาสักแลว้ ไหลออกจากประเทศลาวท่ีเมืองโขง แขวงจาํ ปาสัก เขา้ สู่ประเทศกมั พชู าท่ีจงั หวดั สตึงเตรง (Stung treng) ไหลออกจากประเทศกมั พชู าที่จงั หวดัพนมเปญ (Phanom Phen) เขา้ สู่ประเทศเวยี ดนามและแยกออกเป็ นหลายสายบริเวณท่ีเรียกวา่ ดินดอนสามเหล่ียมปากแม่น้าํ โขง ก่อนท่ีจะไหลลงสู่ทะเลจีนใต้ มีความยาวตลอดสายรวมท้งั สิ้นประมาณ 4,880 กิโลเมตร (จเร ศิลา2537: รายงานการประชุม, สาธารณรัฐประชาชนจีน) โดยมีรายละเอียดดงั น้ี1. อยใู่ นประเทศจีน ประมาณ 2,130 กิโลเมตร2. เป็นเส้นเขตแดนก้นั ระหวา่ งจีน - พมา่ ประมาณ 31 กิโลเมตร3. เป็นเส้นเขตแดนก้นั ระหวา่ งพม่า - ลาว ประมาณ 234 กิโลเมตร4. เป็นเส้นก้นั เขตแดนระหวา่ งไทย - ลาว ประมาณ 955 กิโลเมตร5. อยใู่ นประเทศลาว ประมาณ 789 กิโลเมตร6. อยใู่ นประเทศกมั พชู า ประมาณ 490 กิโลเมตร7. อยใู่ นประเทศเวยี ดนาม ประมาณ 230 กิโลเมตร ปัจจุบนั แมน่ ้าํ โขงเป็นเส้นเขตแดนก้นั ระหวา่ งประเทศไทยกบั ประเทศลาว ซ่ึงแบง่ ออกเป็น 2 ตอนตามท่ีไดก้ ล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ ตอนแรกอยใู่ นพ้นื ที่จงั หวดั เชียงราย ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร และตอนท่ี 2 อยใู่ นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ต้งั แต่จงั หวดั เลยถึงจงั หวดั อุบลราชธานี ระยะทางประมาณ 832 กิโลเมตร รวมระยะทางท้งั สิ้น 917 กิโลเมตรลกั ษณะที่สาํ คญั ของแม่น้าํ โขงน้นั ตล่ิงท้งั สองฝ่ังจะมีความสูงชนั มากกระแสน้าํ จะไหลออกเหนือลงใตต้ ลอดท้งั ปี ระดบั น้าํ ในฤดูแลง้ กบั ฤดูฝนจะมีความแตกต่างกนั มากถึง 14 เมตร ความเร็วของกระแสน้าํ ข้ึนอยกู่ บั ฤดูกาลซ่ึงโดยปกติจะมีความเร็วของกระแสน้าํ ต้งั แต่ 2 - 12 นอต สภาพในลาํ แมน่ ้าํโขงจะมีลกั ษณะเป็นเกาะ หรือดอน หรือสนั ทราย และแก่งหินโขดหิน

ปรากฎอยทู่ วั่ ไป โดยทวขี นาดและเพ่มิ จาํ นวนมากข้ึนในช่วงฤดูแลง้ ซ่ึงดอน เหล่าน้ีในช่วงระดบั น้าํ ลดลงจะเหลือเพยี งทางน้าํ เลก็ ๆ เป็นเส้นก้นั เขตแดน หรือบางแห่งระดบั น้าํ ต้ืนเขินมากจนกลายเป็นผนื ดินติดต่อกนั กบั ฝ่ังไทย โดยไมม่ ีทางน้าํ ใหเ้ ห็นแตอ่ ยา่ งใด กจิ กรรม :  ล่องแพ/ล่องเรื อ ชมทิวทศั น์ ชมวฒั นธรรมและประเพณีด้านประวัติศาสตร์ คอกหนิ กองหินท่ีอยดู่ า้ นหนา้ น้ี มิไดเ้ กิดข้ึนเองตามธรรมชาติ เป็นเกิดจากการนาํ กอ้ นหินมา กองรวมกนั ไวใ้ นลกั ษณะเป็ นวงกลม ซ่ึงพบมานานหลายร้อยปี ส่วนสาเหตุท่ีมีการนาํ กอ้ นหินเหล่าน้ีมากองรวมกนั เป็นวงกลมเช่นน้ี ยงั ไม่มีผทู้ ราบเห๖ยลที่แทจ้ ริง แตม่ ีผู้ สันนิฐานวา่ อาจเป็นฝีมือคนในยคุ ก่อนที่มีความเช่ือเกี่ยวกบั ปรากฏการณ์เหนือ ธรรมชาติหรือเป็นการประกอบพิธีกรรมบางอยา่ ง อาจเป็ นการประกอบพิธีกรรมก่อน การออกล่าสัตวห์ รือหลงั จากประสบผลสาํ เร็จจากการล่าในแตล่ ะคร้ัง หรืออาจเป็น การแสดงความเคารพดวงวญิ ญาณของบรรพบุรุษ เป็ นตน้ คอกหิน เป็ นพ้นื ที่แหล่ง ท่องเท่ียวทางประวตั ิศาสตร์ อีกแหล่งหน่ึง โดยนกั โบราณคดี เช่ือวา่ จะเป็นส่วนหน่ึง ของฝีมือมนุษย์ ท่ีมีความเก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มภาพเขียนสีที่ผาแตม้ และอาจจะเป็นสถานท่ี บชู าส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิ คอกหินน้ีมีลกั ษณะ คลา้ ยวฒั นธรรมหินต้งั อนั เป็รระบบความเช่ือ ดงั่ เดิมที่พบแร่หลายในเอเชียอาคเนยเ์ ก่ียวกบั ความอุดมสมบรู ณ์ และการนบั ถือบรรพ บุรุษ การปักหินต้งั เป็นสัญลกั ษณ์ ของการเช่ือโยงระหวา่ งคนท่ียงั มีชีวติ อยกู่ บั ผทู้ ี่ตาย ไปแลว้ โดยเช่ือวา่ ผทู้ ี่ตายแลว้ มีพลงั ท่ีสามารถบนั ดาลใหเ้ กิดความอุดมสมบูรณ์ และมี คติในเร่ืองความเชื่อทางศาสนาโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ พระพุทธศาสนามาเป็นความเช่ือที่ เกี่ยวกบั การปักเสมาหินเน่ืองจากไดม้ ีการพบกลุ่มเสมาหินมากในภาค ตะวนั ออกเฉียงเหนือ

กจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติชมประวตั ิศาสตร์เท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยา ชมพรรณไม้ ดูนกผาเจ็ก-ผาเมยจากน้าํ ตกสร้อยสวรรคเ์ ดินไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางจะพบทุง่ ดอกไม้งามหลายแห่ง ผาเจก็ -ผาเมย เป็นหนา้ ผาหินที่มีลกั ษณะเหมือนบริเวณ ผาแตม้ และปรากฏภาพเขียนสีโบราณเช่นเดียวกนั ถึงแมว้ า่ ภาพเขียนจะมีจาํ นวนนอ้ ยกวา่ กต็ ามแต่ลกั ษณะภาพเขียนสีที่พบแตกต่างกนั ผสู้ นใจเดินป่ าจากน้าํ ตกสร้อยสวรรคม์ าผาเจก็ ควรติดต่อเจา้ หนา้ ท่ีนาํ ทาง เน่ืองจากเส้นทางไม่ชดั เจนกจิ กรรม :ชมประวตั ิศาสตร์เท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยาผาแต้ม ภาพเขยี นสีก่อนประวตั ศิ าสตร์ 3,000 - 4,000 ปีเม่ือดูจากแมน่ ้าํ โขง จะเห็นเป็ นหนา้ ผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ ในบริเวณที่เป็นหนา้ ผา จะปรากฏภาพเขียนสีโบราณโดยฝีมือมนุษยย์ คุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ 3,000 -4,000 ปี เรียงรายตามความยาวของหนา้ ผาติดต่อกนั ยาวประมาณ 180 เมตร มีไม่ต่าํกวา่ 300 ภาพ ซ่ึงเป็นจาํ นวนภาพเขียนสีโบราณ ที่มากที่สุดเทา่ ท่ีเคยคน้ พบในประเทศไทยและในต่างประเทศ ลกั ษณะของภาพแบง่ ออกไดเ้ ป็ น 5 กลุ่มใหญๆ่ คือ ภาพคนทาํ นา ภาพสตั ว์ ภาพมือ ภาพลายเรขาคณิต และภาพตุม้ (เคร่ืองมือจบั ปลาของชาวประมงริมโขง) ผาแตม้ อยบู่ ริเวณเดียวกนั กบั ท่ีทาํ การอุทยานแห่งชาติ ใกล้ศนู ยบ์ ริการนกั ท่องเท่ียว

กจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติชมประวตั ิศาสตร์ข่ีจกั รยานศึกษาธรรมชาติเท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยาเที่ยวน้าํ ตก ชมพรรณไม้ชมทิวทศั น์แคม้ ป์ ปิ้ งเดินป่ าระยะไกล ดูดาวภาพเขียนสีก่อนประวตั ศิ าสตร์ กลุ่มท่ี 2 (ผาแต้ม)ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 2 ผาแตม้ เป็นภาพเขียนสีกลุ่มท่ีใหญ่อยหู่ ่างจากเขียนกลุ่มผาขาม300 เมตร ภาพเขียนสีในจุดน้ี เป็นกลุ่มภาพเขียนสีที่มีขนาดใหญ่ และ ยาวถึง 180เมตรมีหลากหลายแบบท้งั ภาพคน สตั ว์ และอ่ืนๆ กวา่ 300 ภาพ ปะปนกนั บางภาพก็ซอ้ นทบั กนั อยู่ ภาพที่พบในจุดน้ีจะมีลกั ษณะ สามารถแยกประเภทไดช้ ดั เจนใชส้ ีแดงเป็นส่วนใหญ่ มีการใชเ้ ทคนิคท้งั การลงสี และการทาํ รูปรอยลงในเน้ือหินลกั ษณะเด่นของกลุ่มภาพเขียนสีท่ีผาแตม้ น้ีจะเป็นภาพของฝ่ ามือมนุษย์ แบบทึบ และแบบโปร่งภาพสัตวท์ ี่มีขนาดใหญ่ เห็นไดช้ ดั เจนวา่ เป็ นท้งั สัตวบ์ ก และสตั วน์ ้าํ ภาพเขียนท่ีเป็นสัตวบ์ ก เช่น ชา้ ง ววั หมา และภาพเขียนสีที่เป็นสตั วน์ ้าํ เช่น เต่าหรือตะพาบ ปลาบึก(ซ่ึงเป็นสัตวท์ ่ีมีขนาดใหญ่ท่ีพบในลาํ น้าํ โขง) ลกั ษณะของการวาดภาพมีท้งั การวาดโครงร่าง และการระบายสีทึบ ภาพสตั วต์ ่างๆ ที่ปรากฏอยนู่ ้ีควรเกี่ยวขอ้ งกบั วถิ ีชีวติของมนุษยใ์ นยคุ น้นั การสร้างภาพเขียนสีสร้างโดย 2 เทคนิคใหญ่ๆ คือ 1. การลงสี(Pictograph) หรือการสร้างภาพดว้ ยสี ในวธิ ีตา่ งๆ เช่นวาดดว้ ยสีแหง้ (DrawingWithdraw Pigment) เขียนหรือ ระบายเป็นรูป (Painting) พน่ สี (Stenciling) สะบดั สี(Paint Splattering) การทาบหรือทบั (Imprinting) 2. การทาํ รูปรอยลงในหิน มีวธิ ีตา่ งๆ เช่นฝน จารขดู ขีด แกะหรือ ตอก ฯลฯ การใชส้ ีที่พบจะเป็นสีแดงจะสัมพนั ธ์กบัพธิ ีกรรมที่เกี่ยวกบั ความตาย เพราะตามแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในประเทศไทยมกั จะพบสีแดงหรือสิ่งของ สีแดงในหลุมฝังศพงานศิลปะท่ีผาแตม้ จึงอาจจะมีส่วน

เก่ียวขอ้ งกบั พิธีกรรมท่ีเก่ียวกบั ความตายของผตู้ ายในสมยั น้นั ภาพเขียนสีในอุทยานแห่งชาติ ผาแตม้ ที่พบและมีช่ือเสียงที่สุดในประเทศไทยมีท้งั หมด 4 กลุ่มตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติชื่อวา่ ศิลปะถ้าํ สีท่ีคนในยคุ โบราณมกั ใชใ้ นการวาดคือ หินเทศ ท่ีจริงแลว้ กค็ ือ หินทราย ชนิดหน่ึง มีชื่อหลกั วา่ หินทรายแดง จะพบไดท้ ว่ั ไปในพ้นื ที่ประเทศไทย และจะพบมากในพ้นื ที่ภาคอีสานซ่ึงเตม็ ไปดว้ ยภเู ขาหินทราย หินทรายแดงจะประกอบดว้ ยอนุภาคดินทรายแป้ งที่ความละเอียดมาก สีเทาปนแดง แร่ที่เป็นองคป์ ระกอบหลกั คือแร่ควอตร์และแร่เหลก็ ที่เรียกวา่ hematite คนในยดุ ก่อนรู้จกันาํ เอาหินทรายแดงมาใช้ ประโยชน์โดยเฉพาะตามแหล่งภาพเขียนสีโบราณจะพบวา่มีการนาํ เอาหินทรายแดงหรือหินเทศมาใชเ้ ป็นวตั ถุดิบในการวาดภาพตามผนงั ถ้าํ ตามหนา้ ผา หรือวาดลงบนเครื่องมือเคร่ืองใชต้ า่ งๆกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติชมประวตั ิศาสตร์เท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยา ชมพรรณไม้ภาพเขยี นสีก่อนประวตั ิศาสตร์ กลุ่มท่ี 1 (ผาขาม)ภาพเขียนสีก่อนประวตั ิศาสตร์ กลุ่มท่ี 1(ผาขาม)หรือ ศิลปะถ้าํ คือ ศิลปะหรือภาพที่เกิดจากการวาด/เขียนเป็นสี และทาํ รูปรอยลงบนพ้นื หิน มกั พบตามถ้าํ เพิงผา ผนงั หินกอ้ นหิน ท่ีมกั เรียกรวมๆ กนั ไปวา่ ถ้าํ จึงมกั เรียกงาน ภาพเขียนถ้าํ น้ีวา่ ศิลปะถ้าํ ศิลปะถ้าํ ท่ีสร้างข้ึนดว้ ย 2 เทคนิคใหญ่ๆ คือ 1. การลงสี หรือการสร้างภาพดว้ ยสีในวธิ ีตา่ งๆเช่น วาดดว้ ยสีแหง้ เขียน หรือระบายเป็นรูป พน่ สี สะบดั สี การทาบหรือทบั 2. การทาํรูปรอยลงในหิน มีวธิ ีตา่ งๆ เช่น ฝน จาร ขดู ขีด แกะหรือ ตอก ฯลฯ การใชส้ ีที่พบในเขตพ้ืนท่ีอุทยานแห่งชาติผาแตม้ เป้ นสีแดง จะสมั พนั ธ์กบั พิธีกรรมที่เกี่ยวกบั ความตาย เพราะตามแหล่งโบราณคดีหลายแห่งในประเทศไทยมกั จะเป็นสีแดง หรือสิ่งของสีแดง ในหลุมฝังศพงานศิลปะที่ผาแตม้ จึงอาจจะมีส่วนเกี่ยวขอ้ งกบั พิธีกรรมท่ีเกี่ยวกบั ความตายของผตู้ ายในสมยั น้นั ภาพเขียนสีในอุทยานแห่งชาติผาแตม้ ที่พบและเป็นที่รู้จกั มากที่สุดในประเทศไทย โดยมีกลุ่มภาพเขียน ท้งั หมด 4 กลุ่ม ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ช่ือวา่ \"ศิลปะถ้าํ \" สีที่คนในยคุ น้นั ใช้ จะเป็นสีจากแร่ชนิด

หน่ึง ที่มีชื่อเรียกวา่ เฮมาไทด์ หรือ หินเทศ ภาษาพ้นื บา้ นเรียกชหินชนิดน้ีวา่ ดินลูกรังท่ีจริงแลว้ กค็ ือหินทรายชนิดหน่ึง มีช่ือหลกั วา่ หินทรายแดง จะพบไดท้ ว่ั ไปในพ้นื ท่ีประเทศไทย และจะพบมากในพ้นื ที่ภาคอีสาน ซ่ึงเตม็ ไปดว้ ยภูเขาหินทราย หินทรายแดง ประกอบดว้ ยอนุภาคดินทรายแป้ งที่มีความละเอียดมา มีสีเทาปนแดง แร่ท่ีเป็ นองคป์ ระกอบหลกั คือแร่ควอตร์ และแร่เหล็กท่ีเรียกวา่ เฮมาไทด์ (HEMATITE)ภาพเขียนกลุ่มที่ 1 น้ีเป้ นกลุ่มภาพเขียนสีจุดแรกท่ีอยตู่ ามเส้นทางศึกษาธรรมชาติศิลปะถ้าํ อยดู่ า้ นใตห้ นา้ ผาของผาขามมีความสูงจากยอดเขาถึงทางราบแนวหนา้ ผา260 เมตร ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 1 น้ี อาจจะมองเห็นไม่ชดั เจนมากนกั ตอ้ งสงั เกตตามผนงัหิน จะปรากฏภาพท่ีระบายดว้ ยสีแดงออกคล้าํ คลา้ ยสีน้าํ หมาก ภาพท่ีปรากฏคือ ภาพปลา ภาพสตั ว์ 4 เทา้ ท่ีคอ่ นขา้ งเลือน จาํ นวน 1 ตวั คือ ภาพชา้ ง โดยมีเส้นต้งั เส้นเฉียงและเส้นนอน วาดทบั บนรูปภาพเหล่าน้นั ลกั ษณะของภาพปลา จะเป็นการแสดงภาพแบบโครงสร้างภายใน หรือเรียกวา่ ภาพเอกซเรย์ ขนาดของภาพ จะแตกตา่ งกนั ไปกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติชมประวตั ิศาสตร์เท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยา ชมพรรณไม้ชมทิวทศั น์ภาพเขียนสีก่อนประวตั ศิ าสตร์ กลุ่มที่ 3 (ผาหมอน)เม่ือนกั ท่อเท่ียวเดินตามเส้นทางเรียบหนา้ ผาถดั จากกลุ่มภาพเขียนสีกลุ่มท่ี 2 ผาแตม้ประมาณ 860 เมตร ตามเส้นทางจะมีป้ ายส่ือความหมายธรรมชาติ ตามเส้นทางศิลปะถ้าํ และทา่ นจะพบภาพเขียนสีกลุ่มท่ี 3 ผาหมอนนอ้ ย ภาพที่ปรากฎตามผนงั หนา้ ผา จะมีภาพท่ีเขียนไว้ สูง ประมาณ 6 เมตร ภาพท่ีปรากฏ เป็นลกั ษณะลายเส้น ท่ีขีด เป็นเส้นตรงและจดั เป็ นกลุ่ม แบบรัศมีคร่ึงวงกลม แสดงถึงการดาํ รงชีวติ โดยเพาะปลูกธญั ชืพชนิดหนึงท่ีเหมือนขา้ ว แบบนาเมือง เมือเดินตรงไปอีก 20 เมตร ท่านกจ็ ะพบภาพเขียนสีที่เขียนเป็ นรูปเลขาคณิตสีแดงเป็ นเส้นคู่ตอ่ กนั เป็น ตาข่ายหรือตารางบนแทน่ หินติดกบั ผนงั ท่ียนื่ ออกมาจากผนงั สูง 3 เมตร เม่ือท่านสงั เกตจะเห็นคลาบสีเขียว แมละไคท(์ MALACHLTE) ฉาบอยทู่ ี่รอยแยกของหินทราย ระหวา่ งแนวคราบสี

เขียวมีภาพมือกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติชมประวตั ิศาสตร์ ชมพรรณไม้ภูผาขาม ภูเขาหินทรายขา้ งบนเป็นลานหินเรียบ ดา้ นล่างเป็นบริเวณที่ปรากฏภาพเขียนสีโบราณ เมื่อยนื ดูอยู่ดา้ นบนจะเห็นทิวทศั น์ตามริมแมน่ ้าํ โขงสุดสายตา เป็ นทิวทศั นข์ องป่ าเขาและลาํ น้าํสวยงามมากกจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติชมประวตั ิศาสตร์เท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยาชมทิวทศั น์ ดูดาวภูโลงไดม้ ีการคน้ พบโลงศพของมนุษยอ์ ยภู่ ายในซอกหิน ซ่ึงไม่ถูกแดดไมถ่ ูกฝนอยบู่ นภูโลง เขา้ ใจวา่ เป็ นโลงศพของมนุษยส์ มยั ก่อน ส่วนของกระดูกและส่ิงของภายในโลงหายไปก่อนท่ีจะคน้ พบ ลกั ษณะของโลงใหญ่มาก ไมท้ ี่ใชท้ าํ โลงบางส่วนผพุ งั ไปตามธรรมชาติ แตย่ งั คงสภาพส่วนใหญ่อยู่กจิ กรรม :เดินป่ าศึกษาธรรมชาติชมประวตั ิศาสตร์เท่ียวถ้าํ /ธรณีวทิ ยา

แคม้ ป์ ปิ้ งด้านศึกษาธรรมชาติ เส้ นทางศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติผาแตม้ จดั ทาํ เส้นทางเดินป่ าศึกษาธรรมชาติระยะส้นั เหมาะแก่การ เดินป่ าศึกษาธรรมชาติที่ ตอ้ งการความสวยงานตามธรรมชาติ 3 เส้นทาง ดงั น้ี เส้นทางแมกไมส้ ายธาร เส้นทางศิลปะถ้าํ เส้นทางทุ่งดอกไมป้ ่ าตามรอยเสด็จ กจิ กรรม : เดินป่ าศึกษาธรรมชาติ เสาเฉลยี งผาแต้ม เม่ือประมาณ 4,600 ลา้ นปี ท่ีผา่ นมา ซ่ึงนกั ดาราศาสตร์ สันนิษฐานวา่ เกิดจากการ รวมตวั ของ กลุ่มก๊าซในอวกาศ ดว้ ยความกดดนั ที่สูงมาก และเกิดพลงั งานความร้อน มหาศาลจนมวลสารท่ีรวมตวั กนั หลอมละลาย ซ่ึงใชเ้ วลานบั ลา้ นปี จึงเยน็ ตวั ลงเป็น เปลือกโลก แต่วา่ สภาพบรรยากาศที่ปกคลุมโลกอยู่ เตม็ ไปดว้ ยก๊าซชนิดตา่ ง สภาพลม ฟ้ าอากาศแปรปรวน กา๊ ซท่ีปกคลุมผวิ โลกอยรู่ วมตวั กนั ความหนาแน่นมากข้ึน จน กลน่ั ตวั ลงมาเป็นฝนนานนบั หม่ืนปี เมื่อสิ้นสุดฝนในคร้ังน้นั โลกกเ็ ยน็ ตวั ลง มากข้ึน เกิดผนื น้าํ แม่น้าํ ลาํ ธารมากมาย เกิดการกดั เซาะพงั ทลายของเปลือกโลก (กษยั การ) เกิดวฏั จกั รของหิน ต่อมาเม่ือประมาณ 3,500 ลา้ นปี ท่ีผา่ นมา จึงกาํ เนิดชีวิตแรกใน ทอ้ งน้าํ เป็ นส่ิงมีชีวติ เซลลเ์ ดียว ประเภท โปรคารีโอต ซ่ึงเป็นจุดกาํ เนิดของพืช และ สตั วท์ ุกชนิด ตามสายววิ ฒั นาการ เสาเฉลียง.…เป็นประติมากรรมหินทรายท่ี ธรรมชาติสร้างข้ึนเป็ นหน่วยหิน “ภพู าน” ท่ีเกิดข้ึนในยคุ ครีเตเชียส (Cretaceous Period) เม่ือประมาณ 130 ลา้ นปี เสาเฉลียงประกอบดว้ ย หินสองส่วน หินทรายตน้ ถึง

กลางยคุ หินส่วนบนเกิดจากการสะสมตะกอนของหินทราย ช่วงปลายยคุ ครีเตเชียส โดยผา่ นกระบวนการการกดั กร่อนทางธรรมชาติที่ยาวนานหลายลา้ นปี อนั มีสาเหตุมา จากกระแสน้าํ แรงลม และ ความแปรปรวนของลมหลายลา้ นปี อนั มีสาเหตุมาจาก กระแสน้าํ แรงลมและความแปรปรวนของลมฟ้ าอากาศ กระทง่ั เกิดการเปล่ียนแปลง พ้นื ผวิ ของเปลือกโลกคร้ังสาํ คญั (การเคลื่อนตวั การโก่งตวั และการทรุดตวั ) เป็นผล ใหเ้ กิดการกดั กร่อนของช้นั หินส่วนล่างที่เหลือจากการกดั กร่อนซอ้ นอยใู่ นแนวด่ิง และหินส่วนบนที่เหลือจากการกดั กร่อนซอ้ นอยใู่ นแนวนอน เมื่อมองดูหินท้งั สอง ส่วนประกอบดว้ ยความแตกตา่ งของช่วงเวลาการสะสมของหินทรายท่ีไดส้ ร้าง ประติมากรรมหินทรายอนั ทรงคุณคา่ และน่าท่ึงไวใ้ หเ้ ราไดช้ ื่นชม * หมายเหตุ เสา เฉลียง เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการกดั เซาะของน้าํ สายลม และ แสงแดดต่อเนื่องเป็นเวลาหลายร้อยลา้ นปี มีลกั ษณะเป็นแทง่ หินต้งั ข้ึน มีส่วนบนเป็ น แผน่ หินวางอยโู่ ดยไมต่ ิดกนั มองดูคลา้ ยดอกเห็ดนบั เป็นประติมากรรมชิ้นเอกของ ธรรมชาติ ชาวทอ้ งถ่ินเรียกเสาหินลกั ษณะน้ีวา่ “เสาเฉลียง”ซ่ึงแผลงมาจากคาํ วา่ “สะ เลียง”เป็นภาษาส่วยหมายถึง “เสาหินที่มีลกั ษณะแปลก” นน่ั เอง* กจิ กรรม : เที่ยวถ้าํ /ธรณีวทิ ยา ชมทิวทศั น์สถานที่ติดต่ออุทยานแห่งชาตผิ าแต้มตาํ บลหว้ ยไผ่ อ. โขงเจียม จ. อุบลราชธานี 34220โทรศพั ท์ 0 4525 2581 โทรสาร 0 4525 2581 อีเมล [email protected]การเดินทาง รถยนต์ จากจงั หวดั อุบลราชธานีไปยงั อาํ เภอโขงเจียม ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร แลว้ เดินทางไปตาม เส้นทางยทุ ธศาสตร์สายโขงเจียม-เขมราฐ อีก 15 กิโลเมตร เล้ียวขวาต่อไปอีก 5 กิโลเมตร จะถึงภูผา ขาม ทอ้ งที่บา้ นหนองผอื นอ้ ย ตาํ บลหว้ ยไผ่ อาํ เภอโขงเจียม ซ่ึงที่ทาํ การอุทยานแห่งชาติผาแตม้ ต้งั อยู่ ปัจจุบนั เส้นทางน้ีไปสิ้นสุดบนลานภูผาขาม

ทา่ นสามารถจองท่ีพกั ไดด้ ว้ ยตนเองผา่ นทางอินเตอร์เน็ต www.dnp.go.th ของกรมเท่าน้นั (กรมไมม่ ี ตวั แทนการจองท่ีพกั กบั ภาคเอกชนรายใดท้งั สิ้น) จองล่วงหนา้ ได้ 60 วนั จองต่อเน่ืองไดค้ ร้ังละ 3 วนั กาํ หนดชาํ ระเงินภายใน 2 วนั ทาํ การ ณ เคานเ์ ตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทว่ั ประเทศ เท่าน้นั หรือติดตอ่ เจา้ หนา้ ที่ทาํ การจองใหโ้ ดยโทรมาที่ 0 2562 0760 หรือติดต่อจุดจองที่พกั ในส่วน ภมู ิภาค กรณีท่ีชาํ ระเงินกบั ทางธนาคาร กรมจะทราบขอ้ มูลการชาํ ระเงินไดโ้ ดยออนไลนก์ บั ทางธนาคาร ก็ จะทราบวา่ รายการจองใดไดช้ าํ ระเงินแลว้ จึงไมจ่ าํ เป็นตอ้ งโทรสารเอกสารแสดงการชาํ ระเงินมาท่ี กรมอีก โปรดนาํ หลกั ฐานการจองและเอกสารการชาํ ระเงิน เฉพาะบมจ.ธนาคารกรุงไทย เท่าน้ัน ไปยนื่ แสดงในวนั เขา้ พกั และในกรณีที่ชาํ ระเงินกบั หน่วยงานในสังกดั กรม ให้นาํ ใบเสร็จรับเงินไปยน่ื แสดงในวนั เขา้ พกัแหล่งที่มา http://dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/facilities.asp


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook