Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรสถานศึกษา รูสะมิแล

หลักสูตรสถานศึกษา รูสะมิแล

Description: หลักสูตรสถานศึกษา รูสะมิแล

Search

Read the Text Version

๔๘ คำอธบิ ายรายวิชา รหสั วิชา พ ๑๔๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง คำอธบิ ายรายวิชา ศึกษาการเจริญเติบโตและพัฒนาการร่างกายและจิตใจตามวัย ความสำคัญของกล้ามเน้ือ กระดูก และข้อท่ีมีผลต่อสุขภาพการเจริญเติบโตและพัฒนาการ วิธีดูแลกล้ามเน้ือ กระดูกและข้อให้ทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพคุณลักษณะของความเป็นเพ่ือนและสมาชิกท่ีดีต่อครอบครัว และประเทศสมาชิกอาเซียน พฤติกรรมที่เหมาะสมกับเพศของตนตามวัฒนธรรมไทย วิธีการปฏิเสธการกระทำที่เป็นอันตรายและไม่ เหมาะสมในเร่ืองเพศ ควบคุมตนเองเม่ือใช้ทักษะการเคลื่อนไหวในลักษณะผสมผสานได้ทั้งแบบอยู่กับที่ เคลื่อนที่และใช้อุปกรณ์ประกอบ กายบริหารท่ามือเปล่าประกอบจังหวะเล่นเกมเลียนแบบและกิจกรรมแบบ ผลัด เล่นกีฬาพื้นฐานอย่างน้อย ๑ ชนิด ออกกำลังกาย เล่นเกมและกีฬาท่ีตนเองชอบ การเล่นเกมและกีฬา พ้ืนเมืองของท้องถ่ิน และการละเล่น เกม กีฬา ของประเทศสมาชิกอาเซียน วิเคราะห์ผลพัฒนาการของ ตนเองตามตัวอย่างและแบบปฏิบัติของผู้อ่ืน ปฏิบัติตามกฎ กติกาการกีฬาท่ีเล่น ความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ สภาวะอารมณ์ ความรู้สึกที่มีต่อสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลบนฉลากอาหารและ ผลติ ภัณฑ์สุขภาพเพื่อการเลือกบรโิ ภค ทดสอบและปรบั ปรุงสมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย ความสำคัญของการใช้ยาและใช้ยาอย่างถกู วิธี แสดงวิธีปฐมพยาบาลเมอ่ื ได้รับอันตรายจากการใช้ยา ผิด สารเคมี แมลงสัตว์กัดต่อยและการบาดเจบ็ จากการเล่นกีฬา วิเคราะห์ผลเสียของการสูบบุหรี่และการด่ืม สรุ าทีม่ ผี ลตอ่ สุขภาพและการปอ้ งกัน โดยการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ สืบค้น อภิปราย สรุป เสนองาน จัดป้ายนิเทศ กิจกรรม โครงงาน ร่วมกจิ กรรมกบั โรงเรยี นและชุมชนตามโอกาส เพ่อื ใหม้ คี วามรคู้ วามเข้าใจ นำความร้ไู ปใช้ปฏบิ ตั ิ เหน็ คณุ ค่าของตนเอง ครอบครัว มีทักษะในการดำเนินชีวิต ทักษะการเคล่ือนไหว ทักษะในการเสริมสร้างสุขภาพ การป้องกันโรค รักการออก กำลังกาย มีวนิ ัย มีน้ำใจเป็นนกั กฬี า ช่ืนชมในสนุ ทรียภาพการกฬี า รหัสตัวช้ีวัด พ ๒.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๓ พ ๑.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๓ พ ๓.๒ ป.๔/๑ - ป.๔/๒ พ ๓.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๔ พ ๕.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๓ พ ๔.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๔ รวม ๑๙ ตัวชี้วัด

๔๙ คำอธิบายรายวิชา รหัสวชิ า พ๑๕๑๐๑ รายวชิ าพนื้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง คำอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาความสำคญั ของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทมี่ ีผลต่อการเจรญิ เตบิ โต วิธดี ูแลระบบยอ่ ย อาหารและระบบขับถ่าย การเปล่ียนแปลงทางเพศ ความสำคัญของการมีครอบครัวและกลุ่มเพ่ือน การเป็น เพื่อนท่ีดีและเป็นสมาชิกท่ีดีในประชาคมอาเซยี น รูปแบบการเคล่ือนไหวแบบผสมผสานและควบคุมตัวเองเม่ือ ใช้ทักษะการเคล่ือนไหวตามแบบที่กำหนด การเล่นเกมนำไปสู่กีฬาที่เลือกและกิจกรรมการเคลื่อนไหวแบบ ผลัด การควบคุมการเคลื่อนไหวในเรื่องการรับแรง การใช้แรง และความสมดุล แสดงทักษะกลไกในการ ปฏิบัติกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมอย่างละ ๑ ชนิด หลักการและเข้าร่วมกิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย ๑ กิจกรรม ออกกำลังกายอย่างมีรูปแบบ การเล่นที่ใช้ ทักษะการคิดและตัดสินใจ การเล่นเกมเบด็ เตล็ด การเล่นเลยี นแบบ เกมนำและการละเล่นพ้นื เมอื ง เล่นกฬี า ท่ีตนชอบอย่างสม่ำเสมอโดยใช้ทางเลือกในวิธีปฏิบัติตนเองอย่างหลากหลายและมีน้ำใจนักกีฬา การปฏิบัติ ตามกติกา การเล่นเกมกีฬาไทยและกีฬาสากล โดยเฉพาะของประเทศสมาชิกอาเซียน การแสดงพฤติกรรมท่ี เห็นความสำคัญของการปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติแห่งชาติ ค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้สร้างเสริมสุขภาพ การ วิเคราะห์สื่อโฆษณาในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์ สุขภาพอย่างมีเหตุผล การป้องกันโรคท่ีพบ บอ่ ยในชีวิตประจำวัน การทดสอบและปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย การวเิ คราะห์ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการใช้ สารเสพติด ผลกระทบของการใช้ยาและหลีกเล่ียงสารเสพติด อิทธิพลของส่ือที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพ การปฏิบัตติ นเพอ่ื ป้องกันอันตรายจากการเลน่ กีฬา โดยการศึกษาวเิ คราะห์ สืบคน้ สำรวจ สอบถาม ปฏิบัติ อภิปราย สรุป รายงาน จัดป้ายนเิ ทศ กิจกรรม โครงงาน รว่ มกิจกรรมโรงเรียนและชมุ ชนตามโอกาส เพือ่ ใหม้ คี วามรูค้ วามเข้าใจ นำความรู้ไปใชป้ ฏิบัติ เหน็ คุณค่าของตนเอง ครอบครวั มีทักษะในการดำเนินชีวิต ทกั ษะการเคล่ือนไหว ทักษะในการเสริมสร้างสุขภาพ การป้องกันโรค รกั การออก กำลังกาย มวี ินยั มนี ้ำใจเป็นนกั กีฬา ช่นื ชมในสุนทรียภาพการกีฬา รหัสตัวช้ีวดั พ ๒.๑ ป.๕/๑ - ป.๕/๓ พ ๑.๑ ป.๕/๑ - ป.๕/๒ พ ๓.๒ ป.๕/๑ - ป.๕/๔ พ ๓.๑ ป.๕/๑ - ป.๕/๖ พ ๕.๑ ป.๕/๑ - ป.๕/๕ พ ๔.๑ ป.๕/๑ - ป.๕/๕ รวม ๒๕ ตวั ชว้ี ดั

๕๐ คำอธิบายรายวิชา รหสั วชิ า พ ๑๖๑๐๑ รายวิชาพ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง คำอธิบายรายวิชา ศึกษาความสำคัญวิธีดูแลรักษาระบบสืบพันธ์ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบหายใจท่ีมีต่อสุขภาพ การเจรญิ เตบิ โต พฤติกรรมเส่ียงที่อาจนำไปสู่การมีเพศสมั พันธ์ตดิ เชื้อเอดสแ์ ละตัง้ ครรภก์ ่อนวยั อนั ควร ทกั ษะ การเคล่ือนไหวร่วมกับผู้อ่ืนแบบผลัด เล่นกีฬาไทย กีฬาสากล โดยเฉพาะของประเทศสมาชิกอาเซียน ท้ัง ประเภททีมและประเภทบุคคลอย่างละ ๑ ชนิด มีน้ำใจนักกีฬา การปฏิบัติตนตามกติกา เกมกีฬาพื้นบ้าน เช่น การเล่นว่าววงเดือน (วาบูแล สิละ) กีฬาสากล การค้นหาข้อมูลข่าวสารเพ่ือใช้สร้างเสริมสุขภาพ การ วิเคราะห์สื่อโฆษณาในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างมีเหตุผล การปฏิบัติตนในการ ป้องกันโรคที่พบบ่อยในชวี ิตประจำวนั ทดสอบและปรบั ปรุงสมรรถภาพ ปัจจัยท่ีมีอิทธิผลต่อการใช้สารเสพติด ผลกระทบของการใช้ยาและสารเสพติดท่ีมีผลต่อร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ความปลอดภัย จากการใช้ยาและการหลีกเลี่ยงยาเสพติด อิทธิพลของส่ือที่มีผลต่อพฤติกรรมสุขภาพ ร่วมกิจกรรม นันทนาการการอย่างน้อย ๑ กิจกรรม หลักการออกกำลังกายเพ่ือสุขภาพ สมรรถภาพทางกายและการสร้าง เสริมบุคลิกภาพ การเล่นเกมท่ีใช้ทักษะ การวางแผนการเพิ่มพูนทักษะ การออกกำลังกายและการเคล่ือนไหว อยา่ งเป็นระบบ จำแนกกลวธิ ีการรุกการปอ้ งกันในการ เลน่ กฬี าด้วยความสามัคคีและมีน้ำใจเป็นนกั กีฬา การ ฝึกทักษะ การประสานงาน และการเข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อนอาเซียน ภัยธรรมชาติ ปัญหาส่ิงแวดล้อม ปัญหาโรคระบาด โรคติดตอ่ ปัญหาสิ่งเสพตดิ และทสี่ ่งผลต่อสขุ ภาพ โดยการศึกษาวเิ คราะห์ สืบค้น อภิปราย สำรวจ สอบถาม ปฏิบัติ นำเสนอ จัดป้ายนเิ ทศ หรือจัดเชิญ วทิ ยากร ศกึ ษานอกสถานท่ี กจิ กรรมโครงงาน จดั บอรด์ รว่ มกจิ กรรมโรงเรียนและชุมชน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และประยุกต์ใช้ มีทักษะในปฏิบัติกิจกรรม เห็นคุณค่าของตนเอง ครอบครัว มีทักษะในการดำเนินชีวิต ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะในการเสริมสร้างสุขภาพการป้องกันโรค รกั การออกกำลังกาย มวี นิ ยั มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ชื่นชมในสนุ ทรียภาพการกีฬา รหสั ตัวชี้วัด พ ๒.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๒ รหสั ตัวช้วี ัด พ ๓.๒ ป.๖/๑ - ป.๖/๖ พ ๑.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๒ พ ๕.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๓ พ ๓.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๕ พ ๔.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๔ รวม ๒๒ ตวั ชวี้ ัด

๕๑ คำอธบิ ายรายวิชา รหสั วชิ า ศ ๑๑๑๐๑ รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ศิลปะ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา 4๐ ชว่ั โมง คำอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาศิลปะอย่างบูรณาการ ประกอบด้วย รูปร่าง ลักษณะ ขนาด การเคลื่อนไหว ท่าทาง ส่ิงต่างๆ รอบตัวเรา ทั้งที่เป็นสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรม ท้องถิ่น สื่ออุปกรณ์ในการเรียนศิลปะ งานศิลป์ในชีวิตประจำวัน การวาดภาพ เห็ด เป็ดไก่ และผักสวนครัว การระบายสีดอกไม้ประจำชาติและธงชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน การกำเนิดเสียง ลักษณะของเสียง ดัง- เบา ช้า-เร็ว ของจังหวะ บทกลอนประกอบจังหวะ ร้องเพลง กิจกรรมดนตรี เพลงท่ีใช้ในชีวิตประจำวัน บท เพลงประกอบการเล่น ดนตรีและเพลงอาเซียนง่ายๆ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญ เพลงในท้องถิ่นและที่มา การ เลียนแบบธรรมชาติ คน สัตว์ สิ่งของ ภาษาท่า การแสดงประกอบเพลง วิธีการเล่นของเด็กไทย การละเล่น ของเดก็ อาเซียน การแสดงนาฏศิลป์ การเป็นผู้ชมท่ีดี โดยการสังเกต ดู และฟัง วเิ คราะห์ เปรยี บเทียบ เลียนแบบ ปฏิบตั ิ สรา้ งสรรค์ วาดภาพระบายสี รอ้ ง เพลง แสดงท่าทางประกอบ สอบถาม รวบรวม ท่องบทกลอนง่ายๆ มีส่วนรว่ มในกจิ กรรม เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจในความเป็นมา หลัก วิธีการ และวัสดุอุปกรณ์ของศิลปะ ปฏิบัติและ สร้างสรรค์ผลงานง่ายๆ มีความชื่นชม รัก หวงแหน ประทับใจ และเห็นคุณค่าศิลปะทั้งสาระแกนกลาง และ สารท้องถนิ่ มมี ารยาทในการชมงานศลิ ปะ รหัสตัวช้ีวัด ศ ๑.๒ ป.๑/๑ ศ ๑.๑ ป.๑/๑ - ป.๑/๕ ศ ๒.๒ ป.๑/๑ - ป.๑/๒ ศ ๒.๑ ป.๑/๑ - ป.๑/๕ ศ ๓.๒ ป.๑/๑ - ป.๑/๒ ศ ๓.๑ ป.๑/๑ - ป.๑/๓ รวม ๑๘ ตวั ชว้ี ัด

๕๒ คำอธิบายรายวชิ า รหสั วิชา ศ ๑๒๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ศิลปะ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา 4๐ ชั่วโมง คำอธบิ ายรายวชิ า ศกึ ษาศิลปะอย่างบูรณาการ ครอบคลุม ลักษณะรปู ร่าง รูปทรง เส้นสี งานป้ันและงานพิมพ์ภาพ ภาพ ปะติ การวาดภาพ เห็ด เป็ดไก่ และผกั สวนครวั การวาดภาพระบายสีธงและสญั ลักษณ์ของอาเซียน เน้ือหา เร่อื งราวทางศิลปะ วัสดุอปุ กรณ์ งานโครงสร้างเคล่ือนไหว งานประดษิ ฐแ์ ละสร้างสรรค์ การสรา้ งงานและวัสดุ อปุ กรณ์ งานทัศนศิลปใ์ นทอ้ งถนิ่ แหล่งกำเนิดเสียง คุณสมบัติของเสยี ง เพลงปลุกใจ เพลงสอนใจ บทเพลงใน ทอ้ งถ่ิน ทั้งเสยี งรอ้ งและเครอื่ งดนตรี การละเล่นพ้ืนบ้าน การร้องเพลงและการเคลื่อนไหวให้สอดคลอ้ งกับเพลง ของประเทศสมาชิกอาเซียน การเชื่อมโยงสิ่งที่พบเห็นในการละเล่นของเด็กไทยกับเด็กอาเซียน การเรียนรู้ นาฏศิลปอ์ ยา่ งมีรปู แบบ ภาษาทา่ นาฏยศพั ท์ ท่าทางประกอบจังหวะ โดยสังเกต ดู และฟัง เลียนแบบ ทำท่าทางประกอบ ฝึกปฏิบัติตามแบบ วิเคราะห์ เปรียบเทียบ หา ความสมั พันธ์ สรา้ งงานศิลป์ เข้าร่วมกิจกรรมในวันสำคัญหรอื ตามโอกาส เพื่อให้มคี วามรู้ความเขา้ ใจในหลักวธิ ีการ และอุปกรณ์ของงานศิลปะ วิเคราะห์ท่ีมา องค์ประกอบและ ความสัมพนั ธ์ สรา้ งสรรคโ์ ดยอิสระ เข้ารว่ มกิจกรรมในโอกาสต่างๆ มีความ ช่ืนชม รัก ประทับใจ และเห็นคุณค่าของงานศิลปะ ท้ังสาระแกนกลางและสาระท้องถ่ิน มีมารยาทในการชม งานศิลปะ รหสั ตัวช้ีวดั ศ ๑.๒ ป.๒/๑ - ป.๒/๒ ศ ๑.๑ ป.๒/๑ - ป.๒/๘ ศ ๒.๒ ป.๒/๑ - ป.๒/๒ ศ ๒.๑ ป.๒/๑ - ป.๒/๕ ศ ๓.๒ ป.๒/๑ - ป.๒/๓ ศ ๓.๑ ป.๒/๑ - ป.๒/๕ รวม ๒๕ ตัวชี้วัด

๕๓ คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ศ ๑๓๑๐๑ รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ศิลปะ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา 4๐ ช่ัวโมง คำอธบิ ายรายวิชา ศึกษาศิลปะอย่างบูรณาการ ครอบคลุมรูปร่าง รูปทรง ทัศนธาตุ สีและพ้ืนผิว วัสดุอุปกรณ์และ เคร่ืองมือ งานวาด การวาดภาพ เห็ด เป็ดไก่ และผักสวนครัว งานปั้น งานพิมพ์ภาพ การออกแบบงาน งาน ศิลปะในท้องถิ่นและที่มา วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการสร้างงานทัศนศิลป์ในท้องถ่ิน การวาดภาพระบายสแี ผน ท่ีอาเซียน เคร่ืองแต่งกายและชุดประจำชาติของประเทศสมาชิกอาเซียน เอกลักษณ์ของดนตรีในท้องถิ่น เคร่ืองดนตรี เสียงเคร่ืองดนตรี สัญลักษณ์แทนรูปแบบ จังหวะ เพลงสำคัญ การขับร้องเดี่ยวและหมู่ การ บรรเลงเครื่องดนตรีประกอบเพลง การเคล่ือนไหวตามอารมณ์และรูปแบบต่างๆ การร้องเพลงและการ เคล่ือนไหวท่าทางที่สอดคล้องกับอารมณ์ของเพลงอาเซียน การแสดงนาฏศิลป์ ทั้งสาระแกนกลางและสาระ ท้องถิน่ ภาษาท่า ท่านาฏยศัพท์ การเล่าถึงการแสดงนาฏศลิ ปท์ ีเ่ คยเหน็ ในอาเซียน โดยอ่าน ดู ฟัง สังเกต สอบถาม รวบรวม สรุปความรู้ ฝึกปฏิบัติ แสดงท่าทางประกอบ วาดภาพ ระบายสี รอ้ งเพลง วิเคราะห์ เขา้ รว่ มกิจกรรมในวันสำคญั หรอื ตามโอกาสต่างๆ เพื่อให้รู้และเข้าใจหลักความรู้ ที่มา และองค์ประกอบของศิลปะ มีทักษะในการปฏิบัติ มีความสุขใน การเรียน เห็นคุณค่า รัก ชื่นชม และหวงแหนศิลปะ ท้ังตามสาระแกนกลางและสาระท้องถ่ิน มีมารยาทในการ ชมงานศิลปะ รหสั ตัวชี้วดั ศ ๑.๒ ป.๓/๑ - ป.๓/๒ ศ ๑.๑ ป.๓/๑ - ป.๓/๑๐ ศ ๒.๒ ป.๓/๑ - ป.๓/๒ ศ ๒.๑ ป.๓/๑ - ป.๓/๗ ศ ๓.๒ ป.๓/๑- ป.๓/๓ ศ ๓.๑ ป.๓/๑ - ป.๓/๕ รวม ๒๙ ตวั ชวี้ ัด

๕๔ คำอธบิ ายรายวิชา รหัสวชิ า ศ ๑๔๑๐๑ รายวชิ าพน้ื ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ศิลปะ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง คำอธบิ ายรายวิชา ศึกษา ปฏิบัติ สรา้ งสรรค์ เก่ียวกับสีวรรณะอุ่น วรรณะเย็น ทัศนธาตุ รูปรา่ ง รูปทรง พื้นผิว และพ้ืนท่ี ว่าง วัสดุอุปกรณก์ ารปั้น การพิมพแ์ ละวาด ภาพปลาดุก พชื ไร้ดนิ นำ้ ยาล้างจาน มะนาววงบอ่ แกว้ มังกร และ หลุมพอเพียง การจัดภาพ ระยะความลึก น้ำหนัก งานทัศนศิลป์จากวัฒนธรรมต่างๆ และวัฒนธรรมท้องถิ่น งานทัศนศิลป์ในวัฒนธรรมท้องถิ่น การละเล่นที่เก่ียวกับงานทัศนศิลป์ที่มาจากวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก อาเซียน บทเพลง ประโยคเพลง ประเภทและเสียงของเคร่ืองดนตรี ประเภทเครื่องคนตรีของประเทศสมาชิก อาเซียน จังหวะทำนอง โน้ตสากลเบื้องต้น โน้ตเพลงไทย การร้องเพลงในบันไดเสียง เนื้อหาเพลงกับวิถีชีวิต การใช้ภาษาท่า ท่านาฏยศัพท์ประกอบเพลงปลุกใจ เพลงพระราชนิพนธ์ ศัพท์ทางละคร ความเป็นมาของ นาฏศิลป์และการแสดง นาฏศิลป์จากวัฒนธรรมอ่ืน โดยเฉพาะการแสดงนาฏศิลป์อาเซยี นแบบเป็นคู่และเป็น หมู่ โดยศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ ฝึกปฏิบัติ อภิปราย คิดประดิษฐ์ออกแบบสร้างสรรค์ การจัด แสดงและเข้าร่วมกิจกรรมในโอกาสต่างๆ เพ่อื ใหม้ คี วามรูค้ วามเขา้ ใจในเรอื่ งความเปน็ มา องคค์ วามรู้ และหลกั ปฏิบตั ทิ ่ีสำคญั มีทกั ษะปฏบิ ตั ิ การสร้างสรรค์งาน เหน็ ความสำคัญและประโยชน์ท่มี ตี ่อวิถีชีวิตไทย ชมุ ชนและประเทศชาติ มี มารยาทในการชมงานศิลปะ รหัสตวั ช้ีวดั ศ ๑.๒ ป.๔/๑ - ป.๔/๒ ศ ๑.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๙ ศ ๒.๒ ป.๔/๑ - ป.๔/๒ ศ ๒.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๗ ศ ๓.๒ ป.๔/๑ - ป.๔/๔ ศ ๓.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๕ รวม ๒๙ ตวั ชีว้ ดั

๕๕ คำอธบิ ายรายวชิ า รหสั วชิ า ศ ๑๕๑๐๑ รายวชิ าพน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕ เวลา ๘๐ ชั่วโมง คำอธิบายรายวชิ า ศึกษา ปฏิบัติ สร้างสรรค์ เร่ืองจังหวะตำแหน่งของส่ิงต่างๆ ในส่ิงแวดล้อมและงานศิลป์ แสง เงา น้ำหนัก และวรรณะสีกับการวาดภาพ ปลาดุก พืชไร้ดิน น้ำยาล้างจาน มะนาววงบ่อ แก้วมังกร และหลุม พอเพียง ผลงานที่ใช้อุปกรณ์และวิธีการต่างกัน จินตนาการในงานป้ัน การจัดตำแหน่งในงานพิมพ์ภาพ ลักษณะรูปแบบของงานทัศนศลิ ป์ งานทัศนศิลป์ทสี่ ะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถ่นิ อภปิ รายเก่ียวกับ งานทัศนศิลป์ที่สะท้อนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของอาเซียน จังหวะและทำนองกับอารมณ์ของบทเพลง เสียงดนตรีและเสียงนักร้องประเภทต่างๆ โน้ตดนตรีไทยและสากล ๕ ระดับเสียง การบรรเลง ร้องเพลงไทย สองชั้น เพลงสากลหรือไทยสากล เพลงประสานเสียง การร้องเพลงอาเซียนที่เหมาะสม องค์ประกอบและ ทา่ ทางประกอบเพลง การแสดงนาฏศิลป์ ภาษาท่า ท่านาฏยศัพทก์ ับศิลปะ และศลิ ปะทีม่ าจากท่ีต่างกนั การ บอกประโยชนท์ ่ีไดร้ บั จากการชมการแสดงของอาเซียน โดยการศึกษา ค้นคว้า สังเกต วิเคราะห์ สังเคราะห์ อภิปราย ฝึกปฏิบัติ สร้างสรรค์งาน ออกแบบ ประสมประสานทัศนศิลป์ ดนตรแี ละนาฏศิลป์ การจดั กจิ กรรมในวันสำคญั และโอกาสต่างๆ เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นความสำคัญและประโยชน์ของศิลปะ ฝึกปฏิบัติและออกแบบ สร้างสรรค์งาน เกิดความตระหนัก และร่วมกันรักษาศิลปะของชาติและท้องถิ่นไว้อย่างยั่งยืน มีความรู้และมี มารยาทในการชมงานศลิ ปะ รหัสตวั ช้ีวัด ศ ๑.๒ ป.๕/๑- ป.๕/๒ ศ ๑.๑ ป.๕/๑- ป.๕/๗ ศ ๒.๒ ป.๕/๑- ป.๕/๒ ศ ๒.๑ ป.๕/๑- ป.๕/๗ ศ ๓.๒ ป.๕/๑- ป.๕/๒ ศ ๓.๑ ป.๕/๑- ป.๕/๖ รวม ๒๖ ตวั ชีว้ ัด

๕๖ คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ศ ๑๖๑๐๑ รายวชิ าพนื้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ศิลปะ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง คำอธบิ ายรายวชิ า ศึกษา ปฏิบัติ สร้างสรรค์ เกี่ยวกับสีธรรมชาติและสีคู่ตรงข้าม หลักการจัดขนาด สัดส่วน ความ สมดุล ในการวาดภาพปลาดุก พืชไร้ดิน น้ำยาล้างจาน มะนาววงบ่อ แก้วมังกร และหลุมพอเพียง การเพิ่ม และลดในการสร้างสรรค์งาน รูปแบบงาน ๒ มิติ ๓ มิติ รูปแบบพ้ืนท่ีว่าง การบรรยายบทบาทของงาน ทศั นศิลป์ของอาเซยี นท่สี ะท้องชีวิตและสงั คม องค์ประกอบของดนตรี และศัพทส์ ังคตี เคร่อื งดนตรใี นและภาค บทบาทหน้าท่ีและประเภทของเครื่องดนตรีไทยและสากล การจำแนกประเภทและบทบาทหน้าท่ีเคร่ืองดนตรี อาเซียน โน้ตเพลง เรื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี การร้องเพลงประกอบดนตรี รูปแบบจังหวะและ ทำนอง ดนตรีไทยในประวัติศาสตร์ ลีลาและอารมณ์เพลงปลุกใจ เพลงพ้ืนเมือง การแสดงพื้นเมืองที่ สะท้อนถึงวัฒนธรรมและประเพณี เคร่ืองแต่งกาย อุปกรณ์และฉาก รำวงมาตรฐาน ระบำ ฟ้อน ละคร สร้างสรรค์บุคคลสำคัญ คุณค่า ประวัติความเป็นมาและองค์ประกอบทางนาฏศิลป์และการละคร การ ออกแบบเครอื่ งแต่งกายหรืออุปกรณ์ประกอบการแสดงอาเซียนอย่างง่ายๆ หลกั การชมการแสดง บทบาทของ งานศิลป์ในชีวิตประจำวัน อิทธิพลของศาสนา วัฒนธรรมท่ีมีต่องานศิลปะ วัฒนธรรมในท้องถิ่นและศาสนามี อิทธิพลตอ่ งานทัศนศลิ ป์ในทอ้ งถิ่น โดยการศกึ ษา ค้นควา้ สงั เกต วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ออกแบบ ประดิษฐ์ และสร้างสรรค์งาน ฝกึ ปฏิบตั ิ แสดงผลงาน บรรยายความรสู้ กึ ความคดิ เห็น จัดกิจกรรมบรู ณาการศิลปะ เขา้ ร่วมแสดงในโอกาสตา่ งๆ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะความสามารถในการคิด สร้างสรรคง์ านศิลปะ มกี ติกามารยาทใน การชมงานศิลปะ มีใจเปิดกว้างในการรับการติชม เห็นคุณค่าของศิลปะท้ังระดับท้องถ่ิน ประเทศ และศิลปะ นานาชาติ คิดรักษาไว้ให้ย่ังยืน รหัสตัวชี้วดั ศ ๑.๒ ป.๖/๑ - ป.๖/๓ ศ ๑.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๗ ศ ๒.๒ ป.๖/๑ - ป.๖/๓ ศ ๒.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๖ ศ ๓.๒ ป.๖/๑ - ป.๖/๒ ศ ๓.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๖ รวม ๒๗ ตวั ช้วี ัด

๕๗ คำอธบิ ายรายวิชา รหสั วชิ า ง ๑๑๑๐๑ รายวชิ าพืน้ ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนการงานอาชีพ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง คำอธบิ ายรายวิชา บอกวธิ ีการทำงานเพือ่ ตนเอง เช่น การแต่งกาย การเก็บของใช้ การหยบิ จบั และใช้ของใชส้ ว่ ยตัว การ จัดโตะ๊ ตู้ ชนั้ ใช้วสั ดอุ ุปกรณ์และเคร่ืองมือง่ายๆ ในการทำงานอยา่ งปลอดภัย เช่น การทำความค้นุ เคยกบั การ ใช้เครอ่ื งมือ การรดนำ้ ต้นไม้ การถอนและเกบ็ วชั พชื การพับกระดาษเป็นของเลน่ เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการทำงาน ทกั ษะการจดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการ ทำงานร่วมกนั และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม มีลักษณะนิสัยในการทำงาน กระตือรือร้น ตรงเวลา ประหยัด สะอาดและปลอดภัย รหสั ตัวชี้วดั ง ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒, ป.๑/๓ รวม ๓ ตวั ชวี้ ดั

๕๘ คำอธิบายรายวชิ า รหัสวชิ า ง ๑๒๑๐๑ รายวชิ าพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นการงานอาชีพ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง คำอธบิ ายรายวิชา บอกวิธีการและประโยชน์การทำงานเพ่ือตนเองและครอบครัว เช่นบทบาทและหน้าท่ีสมาชิกในบ้าน การจัดวาง เก็บเส้อื ผา้ รองเท้า การช่วยเหลอื ครอบครัว เตรยี มประกอบอาหาร การกวาดบ้าน การล้างจาน ใช้ วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือให้เหมาะสมกับงาน ช่วยให้ประหยัดและปลอดภัย เช่น การเพาะเมล็ด การดูแปลง เพาะกล้า การทำของเลน่ การประดษิ ฐ์ของใชส้ ว่ นตวั เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในการทำงาน มีความคดิ สร้างสรรค์ ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการ แก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม มีลักษณะนิสัยในการทำงาน กระตอื รือร้น ตรงตอ่ เวลา ประหยัด สะอาดและปลอดภัย รหสั ตัวช้ีวดั ง ๑.๑ ป.๒/๑- ป.๒/๓ รวม 3 ตัวชว้ี ดั

๕๙ คำอธบิ ายรายวชิ า รหสั วชิ า ง ๑๓๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นการงานอาชีพ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง คำอธบิ ายรายวชิ า อธบิ ายวธิ ีการและประโยชนก์ ารทำงานเพอื่ ตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม เชน่ การเลือกใช้เสื้อผา้ การจดั เตรยี มอุปกรณก์ ารเรยี น การทำความสะอาดรองเท้า กระเป๋านักเรียน การกวาด ถู ปัดกวาด เช็ดถู บา้ นเรอื น การทำความสะอาดหอ้ งเรยี น ใช้วสั ดุ อุปกรณแ์ ละเคร่อื งมืออย่างเหมาะสม ประหยัดและปลอดภยั เช่น การปลูกผักสวนครวั การบำรงุ รักษาของเล่น การซ่อนแซมของใช้ส่วนตวั การประดิษฐ์ของใช้ในโอกาส ต่างๆ โดยใช้วสั ดุในท้องถิ่น เพือ่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการจดั การ ทกั ษะกระบวนการ แกป้ ัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มคี ุณธรรม มีลักษณะนิสยั ในการทำงาน มี จิตสำนกึ ในการใชพ้ ลงั งานและอนรุ ักษ์สง่ิ แวดล้อม รหสั ตวั ชี้วัด ง ๑.๑ ป.๓/๑- ป.๓/๓ รวม 3 ตัวชี้วัด

๖๐ คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา ง ๑๔๑๐๑ รายวชิ าพืน้ ฐาน กล่มุ สาระการเรยี นการงานอาชพี ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา 4๐ ชั่วโมง คำอธบิ ายรายวชิ า อธิบายเหตุผลในการทำงาน ให้บรรลุเป้าหมายในการทำงานตามลำดับอย่างเป็นขั้นตอนตาม กระบวนการทำงาน เช่น การดูแลรักษาของใช้ส่วนตัว การจัดตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือและกระเป๋านักเรียน การปลกู ไม้ดอก หรือไมป้ ระดับ การซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องมือ เครือ่ งใช้ ของตกแตง่ จากใบตอง และกระดาษ ฝึกปฏิบัติมารยาทในการปฏิบัติตน เช่น การต้อนรับบิดามารดา หรือผู้ปกครอง ในโอกาสต่าง ๆ การ รับประทานอาหาร การใช้ห้องเรียน ห้องน้ำและห้องส้วม อธิบายความหมายและความสำคัญของอาชีพ ใช้ พลังงานและทรัพยากรในการทำงานอยา่ งประหยดั และคุ้มคา่ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ ความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการในการทำงาน ทักษะการ จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม มี ลักษณะนิสัยในการทำงาน เช่น ความขยัน อดทน ความรับผดิ ชอบ ความซื่อสัตย์ มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน และทรัพยากรในการทำงานอยา่ งประหยัดและคุ้มคา่ เน้นคุณธรรมในการทำงาน มีเจตคติทดี่ ีต่ออาชพี รหัสตัวช้ีวดั ง ๑.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๔ ง ๒.๑ ป.๔/๑ รวม 5 ตวั ชวี้ ดั

๖๑ คำอธิบายรายวชิ า รหสั วชิ า ง ๑๕๑๐๑ รายวชิ าพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นการงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา 4๐ ชว่ั โมง คำอธิบายรายวชิ า อธิบายเหตุผลข้นั ตอนการทำงานแตล่ ะข้นั ตอนถกู ตอ้ งตามกระบวนการทำงาน เชน่ การ ซอ่ มแซม ซัก ตาก เกบ็ รีด การพับเส้ือผ้า การปลกู พชื การทำบัญชคี รัวเรอื น ฝกึ ปฏิบัตทิ ักษะ การจัดการในการ ทำงานอย่างเป็นระบบประณีตและมีความคิดสร้างสรรค์ เช่น การจัดโต๊ะอาหาร ตู้อาหาร ตู้เย็นและห้องครัว การทำความสะอาดห้องน้ำและห้องส้วม การซ่อมแซมอุปกรณ์ของใช้ในบ้าน การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่ง จากวัสดุเหลือใช้ทีม่ ีอยูใ่ นท้องถนิ่ การจัดเก็บเอกสารสำคัญ การดูแลรักษาและใช้สมบัติส่วนตวั สำรวจข้อมูลที่ เก่ยี วกบั อาชีพตา่ งๆ ในชมุ ชนเพ่ือระบคุ วามแตกตา่ งและข้อควรคำนึงเกีย่ วกับอาชีพ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการในการทำงาน ทักษะการจัดการ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน ทกั ษะการแสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมในการดำรงชีวิตและ ครอบครวั รหสั ตัวชี้วัด ง ๑.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๔ ง ๒.๑ ป.๔/๑ - ป.4/2 รวม 6 ตัวชวี้ ดั

๖๒ คำอธบิ ายรายวชิ า รหัสวิชา ง ๑๖๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน กล่มุ สาระการเรยี นการงานอาชพี ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา 4๐ ชั่วโมง คำอธิบายรายวิชา อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรับปรุงการทำงานแตล่ ะขน้ั ตอน มีการแก้ไขปรับปรุงผลงาน เช่น การดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน การปลูกไม้ดอก หรือไม้ประดับ หรือปลูกผัก หรือเล้ียงปลาสวยงาม การบนั ทึกรายรับ รายจ่ายของห้องเรียน การจัดเก็บเอกสารการเงิน ฝึกทักษะการจัดการในการทำงาน และ มีทักษะการทำงานร่วมกัน เช่น การเตรียม ประกอบ จัดอาหารให้สมาชิกในครอบครัว การติดต้ัง ประกอบ ของใช้ในบ้าน การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่งให้สมาชิกในครอบครัว หรือเพ่ือนในโอกาสต่าง ๆ ฝึกปฏิบัติ มารยาทในการทำงานกับสมาชิกในครอบครัวและผู้อ่ืน สำรวจตนเพ่ือวางแผนในการเลือกอาชีพตามความสนใจ ความสามารถ และทักษะ มีคุณธรรมในการประกอบอาชีพ เช่น ความซื่อสัตย์ ความขยัน อดทน และความ ความรับผิดชอบ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการในการ ทำงาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหา ความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมใน การดำรงชวี ิตและครอบครวั รหสั ตวั ช้ีวัด ง ๑.๑ ป.๕/๑ - ป.๕/3 ง ๒.๑ ป.๕/๑ - ป.๕/2 รวม 5 ตวั ชวี้ ดั

๖๓ คำอธบิ ายรายวชิ า รหสั วิชา อ ๑๑๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา 12๐ ชว่ั โมง คำอธบิ ายรายวิชา ศึกษาเกี่ยวกับคำส่ังท่ีใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร อักษรที่มีเสียงแตกต่างจากอักษรไทย สระ การสะกดคำ การอ่านออกเสียง คำ กลุ่มคำ บทอ่าน บทสนทนา ประโยค บอกความต้องการ ข้อความท่ี ใช้ในการพูด ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว คำท่ีมีความหมายสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว อาหาร เครื่องด่ืม เกี่ยวกับท้องถิ่น วัฒนธรรมเจ้าของภาษา แสดงกิริยา การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนำตนเอง คำศัพท์เกี่ยวกบั เทศกาลเจ้าของภาษา และเทศกาลตามวัฒนธรรมอิสลามในอาเซียน เช่น การละหมาด ถือ ศีลอด วันฮารีรายอ คำศัพท์เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่านใน สถานการณ์ท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียน รวบรวมคำศัพท์ท่ีเก่ียวข้องใกล้ตัว โดยเฉพาะท่ีมีประจำในชุมชนและถิ่น ภาคใต้ ทงั้ สตั ว์ พืช ผกั ผลไม้ ส่งิ ของ ประมวลคำศพั ท์พน้ื ฐานท่เี ปน็ รูปธรรม ๑๕๐-๒๐๐ คำ โดยสร้างความพร้อมพ้ืนฐาน ฝึกฟัง พูด และอ่าน ฝึกออกเสียง ปฏิบัติตามคำส่ัง ฝึกสนทนาง่ายๆ พูด ให้ข้อมูล ร้องเพลง เล่นเกม เล่านิทาน วาดภาพ เล่นบทบาทสมมติ ร่วมกิจกรรมทางภาษา ทำกิจกรรม ประกอบทา่ ทาง เพื่อให้รู้และเข้าใจในหลักการและกฎเกณฑ์ทางภาษา มีทักษะการส่ือสาร สามารถใช้คำศัพท์และ สนทนาง่ายๆได้ มีความเพลิดเพลิน สนุกสนาน มีเจตคติที่ดี เห็นประโยชน์และคุณค่าในการเรียน ภาษาองั กฤษ รหสั ตวั ชี้วัด อ ๑.๒ ป.๑/๑ - ป.๑/๔ อ ๑.๑ ป.๑/๑- ป.๑/๔ อ ๒.๑ ป.๑/๑ - ป.๑/๓ อ ๑.๓ ป.๑/๑ อ ๓.๑ ป.๑/๑ อ ๒.๒ ป.๑/๑ อ ๔.๒ ป.๑/๑ อ ๔.๑ ป.๑/๑ รวม ๑๖ ตัวชว้ี ัด

๖๔ คำอธบิ ายรายวิชา รหสั วิชา อ ๑๒๑๐๑ รายวชิ าพนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา 12๐ ชวั่ โมง คำอธิบายรายวชิ า ศึกษาเกี่ยวกับคำส่ัง คำขอร้อง ที่ใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร และเสียงที่แตกต่างจาก อักษรไทย สระ การสะกดคำ การอา่ นออกเสยี งคำ กลมุ่ คำ บทอา่ น บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง คำส่ัง คำขอร้องที่ใชใ้ นห้องเรียน ข้อความทใี่ ช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและ เรื่องใกล้ตัว คำที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม วัฒนธรรมเจ้าของภาษา แสดงกิริยา การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนำตนเอง คำศัพท์เก่ียวกับวัฒนธรรมเจ้าของภาษา และวัฒนธรรมของ ท้องถิ่นและของประเทศอาเซียนบางประเทศ กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง การเล่านิทานประกอบ ท่าทาง คำศัพท์เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่านในสถานการณ์ที่เกิดข้ึน ในหอ้ งเรยี น รวบรวมคำศัพท์ทีเ่ กี่ยวของใกล้ตวั ประมวลคำศัพทท์ เ่ี ป็นรปู ธรรม ประมาณ ๒๕๐-๓๐๐ คำ โดยฝึกทักษะทางภาษาโดยตรง และใช้กิจกรรมอ่ืนๆช่วย เน้นฝึกทักษะการฟัง พูด และอ่าน ฝึกออก เสียง ฝกึ คำส่ัง คำขอรอ้ ง ฝึกสนทนา ฝึกการให้ข้อมูล กจิ กรรมอื่นๆเพิ่ม ร้องเพลง เล่นเกม เลา่ นิทาน วาดภาพ เล่นบทบาท/สถานการณ์สมมติ ทำกจิ กรรมประกอบทา่ ทาง เข้าร่วมทำกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เพ่ือให้รู้และเข้าใจในหลักการและกฎเกณฑ์ทางภาษา สามารถใช้คำ ประโยค บทสนทนาเพ่ือส่ือสาร งา่ ยๆ สอดคล้องกับวฒั นธรรมของภาษา มีความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีเจตคติท่ีดี เห็นประโยชนแ์ ละคุณค่า ในการเรยี นภาษาองั กฤษ รหสั ตัวช้ีวัด อ ๑.๒ ป.๒/๑ - ป.๒/๔ อ ๑.๑ ป.๒/๑ - ป.๒/๔ อ ๒.๑ ป.๒/๑ - ป.๒/๓ อ ๑.๓ ป.๒/๑ อ ๓.๑ ป.๒/๑ อ ๒.๒ ป.๒/๑ อ ๔.๒ ป.๒/๑ อ ๔.๑ ป.๒/๑ รวม ๑๖ ตวั ชว้ี ัด

๖๕ คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา อ ๑๓๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา 12๐ ชวั่ โมง คำอธบิ ายรายวิชา ศึกษาเก่ียวกับ คำสั่ง คำขอร้อง ท่ีใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคำ การอ่าน ออกเสียง คำ กลุ่มคำ บทอ่าน การพูดเข้าจังหวะ บทสนทนา ประโยค การให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เลือกระบุ ภาพ หรอื สัญลักษณต์ รงความหมาย ประโยคบทอา่ น บทสนทนา นิทานงา่ ยๆ ประโยค ให้ขอ้ มูลเก่ียวกับตนเอง และเร่ืองใกล้ตัว จัดหมวดหมู่ คำที่มีความหมายสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม ชื่ออาหารใน ท้องถ่ินและประเทศเพ่ือนบ้านในอาเซียน วัฒนธรรมเจ้าของภาษา แสดงกิริยา การขอบคุณ การขอโทษ การ พูดแนะนำตนเอง คำศัพท์เก่ียวกับวัฒนธรรมเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง การเล่านิทาน ประกอบท่าทาง คำศัพท์เหมาะสมกับวัย คำศัพท์กับกลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ สุข ศึกษา การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่าน ในสถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน รวบรวมคำศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องใกล้ตัว และเรยี นรใู้ นวงคำศพั ทส์ ะสมทีเ่ ป็นรปู ธรรม ประมาณ ๓๕๐-๔๕๐ คำ โดยฝึกทักษะทางภาษาโดยตรง และใช้กิจกรรมอ่ืนๆช่วย เน้นฝึกทักษะการฟัง พูด และอ่าน ฝึกออก เสียง ฝึกการใช้และปฏิบัติตามคำส่ัง คำขอร้อง ฝึกพูดสนทนาโต้ตอบ พูดให้ข้อมูล พูดทำท่าทางประกอบ กจิ กรรมอ่ืน เช่น ร้องเพลง เลน่ เกม เล่านิทาน วาดภาพ เล่นบทสมมติ/สถานการณ์สมมติ ทำกิจกรรมประกอบ ทา่ ทาง เขา้ รว่ มทำกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เพื่อให้รู้และเข้าใจหลักการและกฎเกณฑ์ทางภาษา สามารถฟัง พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่เกิดขึ้นใน หอ้ งเรียน สามารถใช้คำสั่ง คำขอร้อง พูดโต้ตอบ สั้นๆ พูดให้ข้อมลู ทำท่าทางประกอบเพลง สามารถส่ือสาร หัวเรื่องท่ีเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว ส่ิงแวดล้อม อาหาร เคร่ืองด่ืม เวลาว่างและนันทนาการได้ มีเจตคติที่ดี และเห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ รหัสตัวช้ีวดั อ ๑.๒ ป.๓/๑ - ป.๓/๕ อ ๑.๑ ป.๓/๑ - ป.๓/๔ อ ๒.๑ ป.๓/๑ - ป.๓/๓ อ ๑.๓ ป.๓/๑ - ป.๓/๒ อ ๓.๑ ป.๓/๑ อ ๒.๒ ป.๓/๑ อ ๔.๒ ป.๓/๑ อ ๔.๑ ป.๓/๑ รวม ๑๘ ตัวชว้ี ัด

๖๖ คำอธิบายรายวิชา รหัสวชิ า อ ๑๔๑๐๑ รายวชิ าพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ เวลา ๘๐ ช่วั โมง คำอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาและปฏิบัตกิ ารใช้คำส่ัง คำแนะนำ คำขอร้องท่ีใช้ในห้องเรียน การสะกดคำ การอ่านออกเสียง คำ กลุ่มคำ บทอ่าน พูดเข้าจังหวะ บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เลือกระบุภาพ หรือ สัญลักษณ์ตรงความหมาย การตอบคำถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา นิทานง่ายๆ โดยเฉพาะนิทาน พ้ืนบ้าน ประโยค การพูด เขียน ให้ข้อมูลโต้ตอบเก่ียวกับตนเอง สื่อสารระหว่างบุคคล ประโยคบอกความ ต้องการเก่ียวกับตนเอง คำส่ังท่ีใช้ในห้องเรียน ข้อความท่ีใช้ในการพูด เขียน แสดงความต้องการของตนเอง ให้ข้อมูลความรู้สึกเก่ียวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตวั จัดหมวดหมู่ คำท่ีมีความหมายสัมพันธ์กับสิ่งตา่ งๆ ใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองดื่ม วัฒนธรรมเจ้าของภาษา การแสดงกิริยา การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนำตนเอง คำศัพท์เก่ียวกับเทศกาลเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง พูด การวาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของส่ิงต่างๆ การแสดงความคิดเห็นง่ายๆ โดยใช้คำศัพท์เหมาะสมกับวัย คำศัพท์เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ใช้ภาษาในการฟัง พูดทำท่าประกอบอย่างสุภาพ เข้าร่วม กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม อ่าน พูด ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง ใกล้ตัว ในวงคำศัพท์สะสมท่ีเป็นคำศัพท์รูปธรรมและนามธรรม ประมาณ ๕๕๐-๗๐๐ คำ การสืบค้นชื่อเมือง หลวงเปน็ ภาษาองั กฤษของประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยฝึกทักษะทางภาษาโดยตรงและใชก้ ิจกรรมชว่ ยท่ีหลากหลาย ฝกึ ทักษะทง้ั ๔ เน้นการใชภ้ าษาด้วย การพูดและเขียน สามารถพูดโต้ตอบ ขออนุญาต พูดแสดงความรู้สึก แสดงความคิดเห็น ค้นคว้า รวบรวม การนำเสนอด้วยการพูด ฟังและเขียน และใช้ภาษาอังกฤษในการรวบรวมข้อมูล ร่วมทำกิจกรรมในวันสำคัญ และเทศกาลตา่ งๆ เพื่อให้รู้และเข้าใจ ในหลักการใช้ภาษาและวัฒนธรรม มีทักษะในการพูดและการเขียนในสถานการณ์ ต่างๆ ในห้องเรียนและโรงเรียน มเี จตคตทิ ่ีดแี ละเหน็ คุณประโยชนภ์ าษาและวฒั นธรรม รหสั ตัวช้ีวัด อ ๑.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๔ อ ๑.๒ ป.๔/๑ - ป.๔/๕ อ ๑.๓ ป.๔/๑ - ป.๔/๓ อ ๒.๑ ป.๔/๑ - ป.๔/๓ อ ๒.๒ ป.๔/๑ - ป.๔/๒ อ ๓.๑ ป.๔/๑ อ ๔.๑ ป.๔/๑ อ ๔.๒ ป.๔/๑ รวม ๒๐ ตัวช้วี ัด

๖๗ คำอธิบายรายวิชา รหัสวิชา อ ๑๕๑๐๑ รายวชิ าพื้นฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและฝึกปฏิบัติการใช้คำสั่ง คำขอรอ้ ง คำขออนุญาต คำแนะนำง่ายๆ การสะกดคำ การอ่าน ออกเสียง คำ กลุ่มคำ บทอ่าน บทกลอนสั้นๆ บทสนทนา ประโยค ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เครื่องหมายหรือ สัญลักษณ์ การสื่อสารระหว่างบุคคล การเขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิ พูดและเขียนแสดงความต้องการ ความรู้สึกเกี่ยวกับตนเอง วัฒนธรรมเจ้าของภาษา ความเหมือน ความต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่างๆ เคร่ืองหมายวรรคตอน และลำดับคำตามโครงสรา้ งประโยค คำศัพท์เก่ียวกับเทศกาลเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษา การแสดงความคิดเห็นง่ายๆ โดยใช้คำศัพท์เหมาะสมกับระดับช้ัน คำศัพท์ท่ีเก่ียวข้องกับ กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนๆ การใช้ภาษาในการฟัง พูด ทำท่าประกอบอย่างสุภาพ เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรม การอ่าน พดู ในสถานการณท์ ีเ่ กดิ ขึ้นในหอ้ งเรียน รวบรวมคำศพั ท์ท่ีเกีย่ วข้องใกลต้ วั และทเ่ี ป็น ท้องถ่ิน ประมวลคำศัพท์สะสมท่ีเป็นรูปธรรมและนามธรรม ประมาณ ๗๕๐-๙๕๐ คำ การสืบค้นเป็น ภาษาอังกฤษเกีย่ วกับข้อมลู ของประเทศสมาชกิ อาเซียนในด้านจำนวนประชากร ศาสนา และภาษาราชการ โดยฝึกทักษะทางภาษา และใช้กิจกรรม/สถานการณ์ต่างๆ กิจกรรมโครงงาน เน้นการใช้ภาษา ฝึก พูดและเขียน วเิ คราะหใ์ จความสำคัญจากการอ่านและการฟัง การใช้กิจกรรมเสรมิ ตา่ งๆ เพ่ือใหร้ ู้และเข้าใจ สามารถใช้ภาษาได้ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั วัฒนธรรม สามารถคิดวิเคราะห์จับใจความ มีทักษะในการฟัง พดู อา่ น และเขียน มีเจตคตทิ ีด่ ีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ รหัสตัวช้ีวดั อ ๑.๒ ป.๕/๑ - ป.๕/๕ อ ๑.๑ ป.๕/๑ - ป.๕/๔ อ ๒.๑ ป.๕/๑ - ป.๕/๓ อ ๑.๓ ป.๕/๑ - ป.๕/๓ อ ๓.๑ ป.๕/๑ อ ๒.๒ ป.๕/๑ - ป.๕/๒ อ ๔.๒ ป.๕/๑ อ ๔.๑ ป.๕/๑ รวม ๒๐ ตัวชวี้ ดั

๖๘ คำอธบิ ายรายวชิ า รหัสวชิ า อ ๑๖๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง คำอธบิ ายรายวิชา ศึกษาและฝึกปฏิบัติการใช้คำส่ัง คำขอร้อง คำขออนุญาต คำแนะนำง่ายๆ การสะกดคำ การอ่าน ออกเสียง การระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ หรือเคร่ืองหมายตรงความหมายของประโยค ข้อความ การตอบ คำถามจากการฟังและอ่าน การพูด เขียน ให้ข้อมูลโต้ตอบเกี่ยวกับตนเอง สื่อสารระหว่างบุคคล การเขียน ภาพ แผนผัง แผนภมู ิ ตารางแสดงข้อมลู ต่างๆ แสดงความต้องการ ความรู้สึก ความคิดเห็น จัดหมวดหมู่ คำ ที่มีความหมายสัมพันธ์กับส่ิงต่างๆใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองดื่ม วัฒนธรรมเจ้าของภาษา ความเหมือน ความต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และลำดับคำตามโครงสร้างประโยค การตอบรบั /ปฏเิ สธ คำศัพท์เกี่ยวกบั เทศกาลเจ้าของภาษา ใชค้ ำศพั ท์เหมาะสมกับระดับช้นั และ คำศัพท์กลุ่ม สาระการเรยี นร้อู ื่นๆ การทำทา่ ประกอบ และนำเสนอด้วยการพดู เขียน อย่างสุภาพ การเข้ารว่ มกจิ กรรมทาง ภาษา ในสถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน และสถานศึกษา การใช้ภาษาอังกฤษสืบค้นสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ เก่ียวกับอาเซียนตามความสนใจ รวบรวมคำศัพทท์ ี่เกยี่ วข้องใกล้ตัว ประมวลคำท่ีเรียนเป็นคำศัพท์ใกล้ตัวและ ทีเ่ ป็นทอ้ งถิ่น สะสมทงั้ รูปธรรมและนามธรรม ประมาณ ๑๐๕๐ – ๑๒๐๐ คำ โดยฝึกทักษะทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน อย่างบูรณาการ ใช้กิจกรรมต่างๆ เช่น สถานการณ์สมมติ บทบาทสมมติ ตลอดจนสถานการณ์จริง กิจกรรมโครงงาน และกิจกรรมอื่นๆ เช่น กิจกรรมชมรม กิจกรรม ประกวดแข่งขันทางภาษา เป็นตน้ เพื่อให้รู้และเข้าใจหลักการใช้ภาษาและวัฒนธรรม มีทักษะในการฟัง พูด อ่าน และเขียน มีเจตคติ ทด่ี ตี อ่ ภาษาอังกฤษ รหสั ตัวช้ีวดั อ ๑.๒ ป.๖/๑ - ป.๖/๕ อ ๑.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๔ อ ๒.๑ ป.๖/๑ - ป.๖/๓ อ ๑.๓ ป.๖/๑ - ป.๖/๓ อ ๓.๑ ป.๖/๑ อ ๒.๒ ป.๖/๑ - ป.๖/๒ อ ๔.๒ ป.๖/๑ อ ๔.๑ ป.๖/๑ รวม ๒๐ ตวั ชว้ี ดั

๖๙ การจดั การเรียนรู้ หลักสูตรโรงเรียนบ้านรูสะมิแล ได้ยึดการจดั การเรียนรู้ ตามแนวทางเสนอแนะของหลักสูตรแกนกลาง การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน ดังนี้ ๑. หลกั การจัดการเรยี นรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามที่กำหนดไวใ้ นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน โดยยึดหลักวา่ นักเรยี น มีความสำคัญท่ีสุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดจากนักเรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้นักเรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและตามศักยภาพ คำนึงถึง ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลและพัฒนาการทางสมอง เนน้ ให้ความสำคัญทง้ั ความรู้ และคุณธรรม ๒. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนร้ทู ่ีเน้นนักเรยี นเปน็ สำคัญ นักเรยี นจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเคร่ืองมือท่ีจะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับนักเรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Work) กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการเน้นการปฏิบัติ(Active learning) สร้างผังความคิด (Concept Mapping) กระบวนการโดยใช้กิจกรรมสะเต็มศึกษา(STEM Education) กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจยั กระบวนการเรียนรูข้ องตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสยั กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ท่ีนักเรียนควรได้รับการฝึกฝนพัฒนา เพราะ สามารถช่วยให้เกิดการเรยี นรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลกั สูตร ดังนั้นผู้สอนจึงจำเป็นต้องศกึ ษาทำความเข้าใจ ในกระบวนการเรียนรู้ตา่ งๆ เพอ่ื ให้สามารถเลือกใชใ้ นการจดั กระบวนการเรยี นรู้ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ๓. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนะสำคัญ ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้ โดยเลือกใช้วิธีสอนและ เทคนิคการสอน ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผล เพื่อให้นักเรยี นไดพ้ ัฒนาเตม็ ตามศักยภาพและบรรลุ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ซึ่งเป็นเป้าหมายท่ีกำหนด ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนหน้าที่พลเมืองใช้วิธี การบรู ณาการกับรายวชิ าในกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และกจิ กรรมลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารูบ้ รู ณาการกบั ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ๔. บทบาทของครูและนกั เรยี น การจัดการเรียนรมู้ คี ุณภาพตามเป้าหมายของหลักสตู ร ทัง้ ครูและนักเรียนควรมบี ทบาท ดงั น้ี ๔.๑ บทบาทของครู ๑) ศึกษาวเิ คราะหน์ กั เรียนเปน็ รายบุคคล แลว้ นำข้อมูลมาใชใ้ นการวางแผนการ จดั การเรยี นร้ทู ที่ ้าทายความสามารถของนกั เรยี น ๒) กำหนดเป้าหมายทีต่ ้องการให้เกดิ ข้นึ กบั นกั เรยี น ดา้ นความร้แู ละทักษะ กระบวนการ ท่ีเป็นความคดิ รวบยอด หลกั การและความสัมพันธ์ รวมท้ัง คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

๗๐ ๓) ออกแบบการเรยี นรู้และจดั การเรยี นรทู้ ีต่ อบสนองความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล และพัฒนาการทางสมอง เพอ่ื นำนักเรียนไปสเู่ ป้าหมาย 4) จดั บรรยากาศท่เี ออ้ื ต่อการเรยี นรู้ และดแู ลนักเรยี นใหเ้ กิดการเรยี นรู้ 5) จัดเตรียมและเลือกใช้ส่ือให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถ่ิน เทคโนโลยีท่ี เหมาะสมมาประยกุ ต์ใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน 6) ประเมินความก้าวหน้าของนักเรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของ วชิ าและระดับพฒั นาการของนกั เรียน 7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนานักเรียน รวมท้ังปรับปรุงการ จัดการเรยี นการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของนักเรียน ๑) กำหนดเปา้ หมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรยี นรู้ของตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู้ เขา้ ถงึ แหลง่ การเรียนรู้ วเิ คราะห์ สังเคราะหข์ อ้ ความรตู้ ้ัง คำถาม คิดหาคำตอบหรอื หาแนวทางแกป้ ญั หาด้วยวธิ ีการต่างๆ 3) ลงมือปฏบิ ตั ิจรงิ สรุปสงิ่ ที่ไดเ้ รยี นรดู้ ้วยตนเอง และนำความร้ไู ปประยกุ ตใ์ ช้ ในสถานการณต์ า่ งๆ 4) มีปฏสิ ัมพันธ์ ทำงาน ทำกจิ กรรมร่วมกบั กล่มุ และครู 5) ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรียนรขู้ องตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง สื่อการเรยี นรู้ ส่ือการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้นักเรียนเข้าถึงความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่ือการ เรียนรู้มีหลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ ส่ือสิ่งพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่างๆ ที่มีใน ทอ้ งถิ่น การเลือกใช้สอ่ื ควรเลือกให้มีความเหมาะสมกบั ระดบั พัฒนาการและลีลาการเรยี นรู้ที่หลากหลายของ นกั เรยี น การจัดหาส่ือการเรียนรู้ นักเรียนและครูสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้น หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมี คุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ท่ีสามารถส่งเสริมและส่ือสารให้ นักเรยี นเกิดการเรยี นรู้ ซ่งึ โรงเรียนจะดำเนินการ ดงั นี้ ๑. จัดใหม้ ีแหล่งการเรยี นรู้ ศูนยส์ ่ือการเรยี นรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือขา่ ยการเรียนรทู้ ่ี มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปล่ียนประสบการณ์การ เรียนรู้ ระหวา่ งสถานศกึ ษา ทอ้ งถิ่น ชมุ ชน สงั คมโลก ๒. จัดทำและจัดหาส่ือการเรยี นรสู้ ำหรับการศึกษาคน้ คว้าของนกั เรยี น เสริมความรูใ้ หค้ รู รวมท้ังจดั หา สือ่ ทมี่ อี ยใู่ นท้องถ่นิ มาประยุกตใ์ ช้เปน็ สื่อการเรยี นรู้ ๓. เลือกและใช้ส่ือการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการ เรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลของนักเรียน ๔. ประเมนิ คุณภาพของส่อื การเรียนรูท้ ่เี ลือกใช้อยา่ งเปน็ ระบบ ๕. ศกึ ษาคน้ คว้า วิจยั เพ่ือพฒั นาสอ่ื การเรียนรใู้ ห้สอดคล้องกบั กระบวนการเรยี นรู้ของนกั เรยี น

๗๑ ๖. จัดให้มีการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเก่ียวกับสื่อและการใช้สื่อการเรียนรู้ อยา่ งเปน็ ระยะๆ และสมำ่ เสมอ ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพส่ือการเรียนรู้ที่ใช้ โรงเรียนได้คำนึงถึงหลักการ สำคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการ เรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้นักเรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบต่อความม่ันคงของชาติ ไม่ขัดตอ่ ศีลธรรม มีการใชภ้ าษาทถ่ี กู ต้อง รูปแบบการนำเสนอทเี่ ขา้ ใจง่าย และนา่ สนใจ แหลง่ การเรียนรู้ แหล่งการเรยี นร้ทู ี่ผ้เู รยี นสามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมได้ ดงั น้ี ห้องสมุด เป็นแหล่งการเรียนรู้และเป็นหัวใจสำคัญของสถานศึกษาที่ผู้เรียนจะใช้ในการศึกษาค้นคว้า ใช้ในการอ่านเพื่อเพ่ิมพูนความรู้ การจัดห้องวิชาการต่าง ๆ เป็นส่วนหน่ึงของห้องสมุดหรือเป็นแหล่งการ เรียนรู้ในสถานศึกษา จะทำให้ผู้เรียนได้ประโยชน์จากการเรียน และในปัจจุบันการใช้อินเทอร์เน็ตในการ คน้ คว้าหาความรู้มีความสำคัญมากขึน้ สถานศึกษาจำเปน็ ต้องพิจารณาจัดไวใ้ ห้เพียงพอ และอบรมให้มกี ารใช้ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ทรัพยากรบุคคล เช่น ผู้ปกครอง และคนในชุมชนที่มีความรู้ความสามารถด้านภาษาและภูมิ ปัญญาทางภาษา ภาษาถ่ิน เพลงพ้ืนบ้าน พิธีกรรมต่างๆ ครูภาษาไทยควรจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลท่ีมีความรู้ ความสามารถ ซ่งึ สามารถเชิญมาใหค้ วามรใู้ นโรงเรยี น ส่ือการเรียนการสอน เป็นส่ือกลางท่ีทำหน้าที่ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเน้ือหา ประสบการณ์ แนวคิด ทักษะ และเจตคติระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน โดยเน้นบทบาทของผู้เรียน ที่เป็นผู้กระทำหรอื ใช้สื่อ เพอื่ ให้เกิดความรู้ ทกั ษะกระบวนการ และความรู้สึกนกึ คดิ ต่าง ๆ บรรลมุ าตรฐานของการเรียนรู้

๗๒ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนบ้านรูสะมิแล ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ จากประสบการณ์ ตรง ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพ่ิมเติม ตามความสนใจจาก แหล่งเรียนรู้ท่ีหลากหลาย บำเพ็ญประโยชน์เพ่ือสังคม มีทักษะในการดำเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทาง อารมณ์ สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สามารถ วางแผนชีวิตและอาชีพได้อย่าง เหมาะสม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการเรียนรู้อย่าง รอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ท่ีสมบรู ณ์ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสรา้ งให้เป็นผู้มี ศีลธรรม จรยิ ธรรม มรี ะเบียบวนิ ัย ปลูกฝงั ให้สรา้ งจิตสำนกึ ของการทำประโยชน์เพอ่ื สงั คม สามารถจักการ ตนเองไดแ้ ละ อยรู่ ่วมกับผอู้ ่ืนอยา่ งมคี วามสขุ โรงเรียนบ้านรูสะมแิ ล ได้จดั กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดงั น้ี ๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกจิ กรรมที่ส่งเสริมและพฒั นาผู้เรยี นใหร้ ้จู ักตนเอง รรู้ กั ษส์ ง่ิ แวดล้อม สามารถ ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่าง เหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ท้ังยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้ คำปรึกษาแก่ ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ช่ัวโมงต่อปี การศกึ ษา ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามท่ีดี ความ รับผิดชอบ การทำงานร่วมกนั รู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมเี หตุผล การช่วยเหลือ แบ่งปันเอ้ืออาทรและ สมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียนให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเอง ในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมิน และปรับปรุงการทำงานเน้นการ ทำงานรวมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของ ผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษา และท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรม ลูกเสือ เนตรนารี 40 ช่ัวโมงต่อปีและกิจกรรมชุมนุม ชมรม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม ชมรม 30 ชัว่ โมงต่อปีการศกึ ษา ๓. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็น ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม นกั เรยี นทกุ คนตอ้ งเข้ารว่ มกิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชั่วโมงตอ่ ปีการศกึ ษา โครงสรา้ งและอัตราเวลาการจัดกิจกรรม กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ป.1 ระดบั ประถมศึกษา ป.5 ป.6 40 ป.2 ป.3 ป.4 40 40 ๑. กจิ กรรมแนะแนว 40 40 40 ๒. กจิ กรรมนักเรยี น 40 40 40 30 40 40 40 30 30 ๒.๑ ลูกเสือ-เนตรนารี 10 30 30 30 10 10 ๒.๒ กิจกรรมชุมนมุ ชมรม 10 10 10 ๓. กิจกรรมเพื่อสังคม และ 120 120 120 สาธารณประโยชน์ 120 120 120 เวลาเรยี นรวม

๗๓ 1. กจิ กรรมแนะแนว วตั ถุประสงค์ ๑. เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นรู้จกั เขา้ ใจ รัก และเห็นคุณค่าในตนเองและผอู้ ่นื ๒. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นสามารถวางแผนการเรยี น อาชีพ รวมท้งั การดำเนินชีวิตและสงั คม ๓. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถปรับตวั ได้อย่างเหมาะสม และอยูร่ ่วมกบั ผอู้ น่ื ไดอ้ ย่างมีความสุข แนวการจัดกจิ กรรม ๑. ศกึ ษาวิเคราะห์สภาพปญั หา ความตอ้ งการ ความสนใจ ธรรมชาตขิ องผเู้ รยี น ๒. วิเคราะห์สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และ วเิ คราะหข์ ้อมูลของผเู้ รยี นเป็นรายบุคคล ๓. กำหนดสดั สว่ นของกจิ กรรมแนะแนวใหค้ รอบคลุมด้านการศึกษา ด้านอาชพี ดา้ นส่วนตัวและสังคม โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของ ผู้เรียนและเป้าหมายของสถานศึกษา โดยครูผู้ปกครองและผเู้ รียนมสี ว่ นรว่ ม ๔. กำหนดวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมแนะแนวของสถานศึกษา เป็นระดับการศึกษา และชน้ั ปี ๕. ออกแบบการจัดกิจกรรมแนะแนว ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ การจัดกิจกรรม เวลาจัดกิจกรรม หลักฐานการทำกิจกรรม และการประเมินผล ๖. จัดทำแผนการจัดกจิ กรรมแนะแนวรายชว่ั โมง ประกอบด้วย ชอื่ กิจกรรม จุดประสงค์ เวลา เน้ือหา/ สาระ วิธีดำเนินกิจกรรม ส่อื /อปุ กรณ์ และการประเมินผล ๗. จัดกจิ กรรมแนะแนวตามแผนการจัดกิจกรรมแนะแนวและประเมินผลการจัด กจิ กรรม ๘. ประเมินเพ่อื ตัดสนิ ผล และสรปุ รายงาน 2. กิจกรรมนักเรียน 2.1 ลกู เสือ – เนตรนารี วัตถปุ ระสงค์ ๑. ให้มนี ิสยั ในการสงั เกต จดจำ เชือ่ ฟัง และพง่ึ ตนเอง ๒. ให้มคี วามซ่อื สตั ย์สจุ รติ มรี ะเบยี บวินยั และเห็นอกเหน็ ใจผูอ้ ่นื ๓. ให้รู้จกั บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ ๔. ใหร้ จู้ กั ทำการฝีมือและฝึกฝนการทำกจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. ให้ร้จู ักรักษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม และความมั่นคงของประเทศชาติ แนวการจัดกิจกรรม กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓ เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรปุ ผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผเู้ รียนศึกษา และฝึกปฏิบัติดังนี้ ๑. เตรียมลูกเสือสำรอง นิยายเร่ือเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจกรรมลูกเสือสำรอง การ ทำความเคารพ เป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทำความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือ ซ้าย ระเบียบแถวเบื้องต้น คำปฏิญาณ กฎ และคติพจนข์ องลูกเสอื สำรอง ๒. ลูกเสือสำรองดาวดวงท่ี ๑ , ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การ สำรวจ การค้นหา ธรรมชาติ ความปลอดภัย บรกิ าร ธง และประเทศต่างๆ การ ฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูกเง่ือน คำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ ส ารองโดยใช้กระบานการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม

๗๔ กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ ทาง ลูกเสือ กระบวนการทาง เทคโนโลยี และภูมิปัญญาทอ้ งถน่ิ ได้อย่างเหมาะสม เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ ของ ลูกเสือสำรอง มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง ซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็น ใจผู้อ่ืน บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทำการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และ ศีลธรรม ทั้งน้ีโดยไม่ เกี่ยวข้องกับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ กจิ กรรมลกู เสือ - เนตรนารี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔-๖ เปิดประชุมกอง ดำเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดย ให้ผู้เรียนศึกษา และปฏบิ ตั ใิ นเรือ่ ง ๑. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คำปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม กลางแจง้ ระเบียบแถว ๒. ลูกเสือโท การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานท่ีต่างๆ ทักษะ ทางวิชา ลกู เสือ งานอดิเรกและเรอื่ ท่ีน่าสนใจ คำปฏิญาณ และกฎของลกู เสือ ระเบยี บ แถว ๓. ลูกเสือเอก การพึ่งพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว โดยใช้ กระบวนการทำงาน กระบวนการแก้ปัญหา ระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทาง เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถ่ินได้อย่าง เหมาะสม เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคำปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ ของ ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจำ เชอื่ ฟัง และพ่ึงตนเอง ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ ผ้อู ื่น บำเพ็ญตนเพ่ือสารธารณประโยชน์ รจู้ ักทำการฝีมือ พัฒนากาย จติ ใจ และ ศีลธรรม ท้ังน้ีโดยไม่เก่ียวข้อง กับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 2.2 ชุมนมุ ชมรม วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อใหผ้ เู้ รียนไดป้ ฏบิ ัติกจิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน 2. เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิด ประสบการณท์ ง้ั ทางวชิ าการและวชิ าชีพตามศักยภาพ 3. เพอื่ สง่ เสริมให้ผเู้ รียนใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสว่ นรวม 4. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นทำงานรว่ มกับผอู้ ่ืนได้ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย แนวการจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมชุมนุม ชมรมของสถานศึกษา สามารถปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม กับบริบทและ สภาพของสถานศกึ ษา ดังนี้ ๑. สถานศึกษาบริหารการจัดการให้ผู้เรียนดำเนินกิจกรรมได้หลากหลาย ทั้งรูปแบบภายในหรือ ภายนอกห้องเรียน และระยะเวลาการจัดกิจกรรม เชน่ กิจกรรมระยะเวลา ๑ ภาคเรียน กิจกรรมระยะเวลา ๑ ปกี ารศกึ ษา และกจิ กรรมระยะเวลามากกวา่ ๑ ปีการศกึ ษา ๒. กรณีสถานศกึ ษามกี ารจดั ตง้ั ชมุ นุมหรอื ชมรมอยู่แล้ว สถานศึกษาควรสำรวจความ สนใจของผเู้ รียน ในการเลือกเข้าร่วมชมุ นมุ ชมรม

๗๕ ๓. กรณีท่ีสถานศึกษายังไม่มีการจัดต้งั ชุมนุม ชมรม ควรให้ผู้เรียนร่วมกันจดั ต้ังชุมนุม ชมรม และเชิญ ครูเป็นท่ปี รกึ ษา โดยรว่ มกนั ดำเนนิ กจิ กรรมชุมนมุ ชมรม ตามระเบยี บปฏิบตั ิ ที่สถานศกึ ษากำหนด ๔. ครูท่ีปรึกษากระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนมีการถอดประสบการณ์แลกเปล่ียนเรียนรู้ และเผยแพร่ กิจกรรม ๓. กิจกรรมเพ่อื สังคม และสาธารณประโยชน์ วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพ่ือปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้เรียนในการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อ ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาติ ๒. เพ่ือให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและ สาธารณประโยชน์ตาม ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมคั ร ๓. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรู้ คุณธรรมจริยธรรม ตามคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ๔. เพอื่ ให้ผูเ้ รียนมจี ติ สาธารณะและใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ แนวการจดั กิจกรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ผู้เรียนสามารถเลือกจัดกิจกรรมหรือ เข้าร่วม กจิ กรรมได้ ดังนี้ ๑. จัดกิจกรรมภายในโรงเรยี น (กิจกรรมในวิถชี ีวติ โรงเรียนเพอ่ื ปลกู ฝงั จติ อาสา) เป็น กิจกรรมท่ีผู้เรียน และครทู ่ปี รึกษากิจกรรมรว่ มกนั วางแผนปฏิบัติกิจกรรมจติ อาสาในวถิ ชี ีวิตของ ช้ันเรียนและโรงเรยี นจนเกดิ เป็น นิสัยในการสมัครใจทำงานต่าง ๆ เพ่ือประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งงาน เหล่านี้จะขยายขอบเขตจากใกล้ตัวไปสู่ สงั คมที่อยภู่ ายนอกได้ ๒. จัดกิจกรรมภายนอกโรงเรียน (กิจกรรมอาสาสมัครเพ่ือสังคม) เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียน ได้รับการ สนับสนุนตามแผนการจัดกิจกรรม โดยให้ทำกิจกรรมด้วยความสมัครใจที่เป็นประโยชน์ แก่ชุมชนและสังคม โดยรวม แนวการจดั กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ มีแนวการจดั ดงั น้ี ๑. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถ จัดกิจกรรมตาม องคค์ วามรทู้ ่ีได้จากการเรยี นรู้ของแต่กล่มุ สาระการเรยี นรูต้ ามความเหมาะสม ๒. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ/โครงงาน/กิจกรรม หมายถึง กิจกรรมท่ีผู้เรียนนำเสนอ การจัด กิจกรรมต่อโรงเรียนเพื่อขอความเห็นชอบในการจัดทำโครงการหรือโครงงาน หรือกิจกรรม ซึ่งมีระยะเวลา เรม่ิ ตน้ และสนิ้ สุดทช่ี ัดเจน ๓. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอื่น หมายถงึ กิจกรรมท่ีผู้เรียนอาสาสมัครเขา้ ร่วมกจิ กรรม กับหน่วยงาน หรือองค์กรอื่น ๆ ท่ีจัดกิจกรรมในลักษณะเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยผู้เรียน สามารถเลือกเข้าร่วม กิจกรรมได้ ดังนี้ ๑) รว่ มกับหน่วยงานอื่นทเี่ ขา้ มาจดั กิจกรรมในโรงเรียน ๒) รว่ มกบั หน่วยงานอน่ื ท่จี ัดกิจกรรมนอกโรงเรยี น แนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น โรงเรยี นบ้านรสู ะมิแล กำหนดแนวทางในการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนดังน้ี ๑. การประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรียนรายกจิ กรรม มีแนวทางปฏิบตั ิดงั นี้ ๑.๑ การตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียน ตลอดปีการศกึ ษา

๗๖ ๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผู้เรียน ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกผลการเรียนรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรียนรู้ผ่านไม่ น้อย กว่าร้อยละ ๕๐ หรือมีคุณภาพในระดับ ๑ ขึ้นไป ๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียนตาม เกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผูเ้ รียนมีผลการเรียน “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและนำผลการ ประเมิน ไปบนั ทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น ๑.๔ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่เป็นไป ตามเกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ ผู้เรียนทำ กิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” และนำผลการประเมินไปบนั ทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรียน ๒. การประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนเพอ่ื การตัดสนิ มีแนวปฏบิ ตั ิดังนี้ ๒.๑ กำหนดให้ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของ ผูเ้ รยี นทกุ คนตลอดระดบั การศึกษา ๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรปุ และตัดสินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตาม เกณฑท์ ่โี รงเรยี นกำหนด ผูเ้ รียนจะต้องผา่ นกจิ กรรม ๓ กิจกรรมสำคญั ดังน้ี ๒.๒.๑ กจิ กรรมแนะแนว ๒.๒.๒ กิจกรรมนักเรียน ได้แก่ ๑. กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ๒. กิจกรรมชุมนุม ๒.๒.๓ กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๒.๓ การนำเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนา ผ้เู รียน ๒.๔ เสนอผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์ การจบแตล่ ะระดับการศกึ ษา

๗๗ หลกั สูตรตา้ นทจุ ริต หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti – CorruptionEducation) รายวิชาเพิ่มเติม “การป้องกัน การ ทจุ ริต” ประกอบด้วย ๔ หนว่ ยการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ ๑) การคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน และผลประโยชนส์ ่วนรวม ๒) ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ ๓) STRONG : จติ พอเพียง ตา้ นทจุ ริต ๔) พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคมท่ีสถานศึกษาจัดให้กับผู้เรียนเพื่อปลูกฝังและ ป้องกันการ ทุจริตไม่ให้เกดิ ขึ้น โดยเริม่ ปลูกฝงั ผู้เรียนต้งั แต่ช้ันปฐมวยั จนถงึ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ มี ทักษะ กระบวนการ มีสมรรถนะที่สำคัญ และคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ ดงั นน้ั ส่งิ ท่ีผเู้ รยี นต้องเรยี นรใู้ นหลักสูตร ตา้ นทจุ รติ ศึกษา ไดแ้ ก่ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวม ผู้เรียน เรียนรู้เก่ียวกับระบบคิดฐานสิบ ระบบคิดฐานสอง ผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม การคิด แยกแยะ การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ ส่วนรวมในชุมชน สังคม ประเทศชำติและ โลก ความแตกตา่ งระหว่างจริยธรรมและการทุจริต ผลประโยชน์ทับซอ้ น รปู แบบของผลประโยชนท์ บั ซ้อน หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๒ ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต ผ้เู รียนเรยี นร้เู กี่ยวกบั ความหมายของ ความละอาย ความไมท่ นตอ่ การทุจรติ และพฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกถึงความละอายและ ความไม่ทนต่อการทจุ ริต หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๓ STRONG : จติ พอเพียงต้านทุจริต ผู้เรียนเรยี นรู้เก่ียวกบั STRONG : จิตพอเพยี ง ตา้ นทุจรติ ซง่ึ ประกอบด้วย S (Sufficient) : ความพอเพียง หมายถึง ผู้เรียนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง มา ประยุกต์เป็นหลักในการทำงาน การดำรงชีวิต การพัฒนาตนเองและส่วนรวม รวมถึง การป้องกันการทุจริต อย่างย่ังยืน ความพอเพียงต่อส่ิงใดส่ิงหนงึ่ ของมนุษย์ แม้ว่าจะแตกตา่ งกัน ตามพื้นฐาน แตก่ ารตัดสินใจว่าความ พอเพียงของตนเองต้องต้ังอยู่บนความมีเหตุมีผล รวมท้ัง ต้องไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น และส่วนรวม ความ พอเพยี งจงึ เปน็ ภมู ิคุ้มกนั ใหบ้ ุคคลนั้นไม่กระทา การทจุ รติ ซึง่ ต้องใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจและปลุกให้ตืน่ รู้ T (Transparent) : ความโปร่งใส หมายถึง ผู้เรียนต้องปฏิบัติงานบนฐานของ ความโปรง่ ใส ตรวจสอบ ได้ จึงต้องมีและปฏิบัติตามหลักปฏิบตั ิ ระเบียบ ข้อปฏิบัติกฎหมาย ความโปร่งใส ซ่ึงต้องให้ความรู้ความเข้าใจ และปลุกใหต้ ่นื รู้ R (Realize) : ความต่ืนรู้หมายถึง ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและตระหนักรู้ ถึงรากเหง้ำของปัญหา และภัยร้ายแรงของการทุจริตประพฤติมิชอบภายในชุมชน และประเทศ ความต่ืนรู้จะบังเกิดเมื่อได้พบเห็น สถานการณ์ท่ีเส่ียงต่อการทุจริต ย่อมจะมีปฏิกิริยาเฝ้าระวังและ ไม่ยินยอมต่อการทุจริตในท่ีสุด ซึ่งต้องให้ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การทุจริต ที่เกิดข้ึน ความร้ายแรงและผลกระทบต่อระดับบุคคลและ สว่ นรวม O (Onward) : มุ่งไปข้างหน้า หมายถึง ผู้เรียนมุ่งพัฒนาและปรับเปลี่ยนตนเองและ ส่วนรวมให้มี ความเจริญก้าวหน้าอย่างย่ังยืน บนฐานความโปร่งใส ความพอเพียงและร่วมสร้าง วัฒนธรรมสุจริตให้เกิดข้ึน อย่างไมย่ อ่ ท้อ ซึง่ ตอ้ งมคี วามรู้ความเขา้ ใจในประเดน็ ดงั กล่าว N (Knowledge) : ความรู้หมายถึง ผู้เรียนต้องมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถ น ำความรู้ไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินได้อย่างถ่องแท้ ในเร่ืองสถานการณ์การทุจริต ผลกระทบ ท่ีมีต่อตนเองและ สว่ นรวม ความพอเพียงต้านทจุ ริต การแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม ทมี่ ีความสำคัญ ยิ่งต่อการลดการทุจริตในระยะยาว รวมท้ังความละอาย ไม่กล้าทำทุจริต และความไม่ทนเมื่อพบเห็นว่ามีการ ทุจรติ เกดิ ข้นึ เพื่อสร้างสังคมไม่ทนตอ่ การทุจริต

๗๘ G (Generosity) : ความเอ้ืออาทร หมายถึง ผู้เรียนมีความเอ้ืออาทร มีเมตตา มีน้ำใจ ต่อกัน บนฐาน ของจติ พอเพียงต้านทุจรติ ไม่เออ้ื ต่อการรบั หรือการใหผ้ ลประโยชน์หรอื ตอ่ พวกพ้อง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ พลเมืองกับความรับผิดชอบต่อสังคม ผู้เรียนเรียนรู้เกี่ยวกับ หน้าที่ของพลเมือง ความรับผิดชอบของพลเมือง ต่อตนเอง ชุมชน สังคม ประเทศชำติ และโลก การเคารพสิทธิหน้าท่ีของตนเอง และผู้อื่น การปฏิบตั ิตนตามระเบียบ กฎ กติกา กฎหมาย และ การปฏิบัติตนเปน็ พลเมืองท่ีดใี นการป้องกันการ ทุจรติ แนวการจัดกิจกรรม โรงเรียนบ้านรูสะมิแลจัดในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาสู่การปฏิบัติใน กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ตามขั้นตอนได้ ดงั น้ี ๑. ศกึ ษาคู่มือ หลักสูตรต้านทุจริตศกึ ษา ใหม้ ีความรู้ความเข้าใจ ๒. สถานศึกษาจัดประชุมครู ทั้งสถานศึกษาเพื่อช้ีแจงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักสูตรต้านทุจริต ศึกษา ๓. วางแผนการนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปจัดในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งกิจกรรมท่ีสำมารถน ำ หลักสูตรต้านทุจรติ ศึกษาไปจัด ได้แก่ ๓.๑ กจิ กรรมแนะแนว หน่วยการเรียนรูท้ ีค่ วรนำไปจดั ในกิจกรรมแนะแนว ไดแ้ ก่ หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๑ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนและ ผลประโยชน์ส่วนรวม หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ รติ หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ STRONG : จิตพอเพยี งต้านทุจรติ หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๔ พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบต่อสังคม

๗๙ กจิ กรรมเพมิ่ เติม กิจกรรมอาเซยี น จุดประสงค์ 1. เพือ่ ให้ผูเ้ รียนไดป้ ฏบิ ัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน 2. เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทั้งทาง วชิ าการและวชิ าชพี ตามศักยภาพ 3. เพ่ือส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ตอ่ ตนเองและสว่ นรวม 4. เพื่อให้ผู้เรยี นทำงานร่วมกบั ผ้อู นื่ ไดต้ ามวิถปี ระชาธิปไตย กจิ กรรมภาษาองั กฤษเพิ่มเตมิ จุดประสงค์ 1. เพอ่ื ให้ผ้เู รียนมที ศั นคติทด่ี ตี ่อการเรียนภาษาองั กฤษ 2. เพอื่ ให้ผ้เู รยี นรว่ มกิจกรรมภาษาองั กฤษอยา่ งมีความสุข 3. เพื่อใหผ้ ้เู รยี นมคี วามมน่ั ใจกลา้ แสดงออก และสามารถนำภาษาองั กฤษไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้

๘๐ ตอนที่ ๔ เกณฑ์การจบการศกึ ษา

๘๑ การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลการเรยี นรขู้ องนักเรียนตอ้ งอยู่บนหลักพ้ืนฐานสองประการ คือ การประเมินเพ่ือ พฒั นานักเรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนใหป้ ระสบผลสำเร็จน้ัน นักเรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัด เพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อน สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ในทุกระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพนักเรียน โดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและ สารสนเทศทแี่ สดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของนักเรียน ตลอดจนข้อมูลทเ่ี ป็น ประโยชน์ต่อการสง่ เสริมใหน้ กั เรียนเกดิ การพัฒนาและเรยี นรูอ้ ยา่ งเต็มศักยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา และระดับชาติ มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี ๑. การประเมนิ ระดับชน้ั เรยี น เปน็ การวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจดั การเรียนรู้ ครูดำเนินการตามปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจ การบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดย ครูเปน็ ผปู้ ระเมินเองหรือเปิดโอกาสให้นักเรยี นประเมนิ ตนเอง เพือ่ นประเมนิ เพ่อื น ผู้ปกครองรว่ มประเมิน การประเมนิ ระดับช้ันเรยี นเป็นการตรวจสอบวา่ นกั เรยี นมีพฒั นาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อัน เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งท่ีจะต้องได้รับการพัฒนา ปรับปรงุ และส่งเสรมิ ในด้านใด นอกจากนย้ี ังเป็นข้อมูลใหผ้ ู้สอนใช้ปรบั ปรุงการเรียนการสอนของตนดว้ ย ทั้งน้ี โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ช้ีวดั ๒. การประเมนิ ระดับสถานศกึ ษา เป็นการตรวจสอบผลการเรียนของนักเรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และเป็นการประเมินเก่ียวกับการ จัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนตามเป้าหมายหรือไม่ นักเรียนมีสิ่งท่ีต้อง พัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของนักเรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ และระดับเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ผลการประเมินระดบั สถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศ เพ่ือการปรับปรุง นโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา และการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน ผูป้ กครองและชุมชน ๓. การประเมนิ ระดบั เขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา เป็นการประเมินคุณภาพนักเรียนในระดับเขตพื้นท่ีการศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานเพ่ือใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนที่

๘๒ การศึกษา ตามภาระความรับผดิ ชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมนิ คณุ ภาพนกั เรียนด้วยวิธกี ารและเคร่ืองมือ ท่ีเป็นมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษา ในเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา ๔. การประเมินระดบั ชาติ เป็นการประเมินคุณภาพนักเรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้นักเรียนทุกคนท่ีเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปีที ๖ เข้ารับการประเมินผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่างๆ เพ่ือ นำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับ นโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างตน้ เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา คณุ ภาพนักเรยี น ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศกึ ษาทจ่ี ะต้องจดั ระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแกไ้ ข ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างของบุคคลท่ีจำแนกตาม สภาพปญั หาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มนักเรียนท่ัวไป กลมุ่ นักเรียนที่มคี วามสามารถพเิ ศษ กลุ่มนักเรยี นที่ มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ำ กลุ่มนักเรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มนักเรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มนักเรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการ ประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนได้ทันท่วงที เปิดโอกาสให้นักเรียน ไดร้ บั การพฒั นาและประสบความสำเรจ็ ในการเรยี น สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จัดทำระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน ของสถานศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ ง และเปน็ ไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่เี ป็นข้อกำหนดของหลกั สูตรแกนกลาง การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน เพ่อื ใหบ้ ุคลากรทเี่ กยี่ วข้องทกุ ฝ่ายถอื ปฏิบตั ริ ว่ มกัน เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรยี น ๑. การตัดสนิ การให้ระดบั และการรายงานผลการเรยี น ๑.๑ การตดั สินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ครูต้องคำนึงถึงการพัฒนานักเรียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บ ข้อมูลของนักเรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องในแต่ละภาคการเรียนรวมท้ังสอนซ่อมเสริมนักเรียนให้ พัฒนาจนเตม็ ศกั ยภาพ ระดับประถมศกึ ษา ๑) นักเรยี นต้องมีเวลาเรยี นไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทง้ั หมด ๒) นกั เรียนต้องได้รับการประเมินทกุ ตัวชี้วัด และผา่ นตามเกณฑ์ที่โรงเรยี นกำหนด ๓) นกั เรียนตอ้ งได้รบั การตัดสินการเรยี นทกุ รายวชิ า ๔) นักเรยี นตอ้ งได้รบั การประเมนิ และมผี ลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ท่ีโรงเรยี น

๘๓ กำหนด ในการอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกจิ กรรม พฒั นาผู้เรียน การพิจารณาเลื่อนช้ัน ถ้านักเรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และโรงเรียนพิจารณาเห็นว่าสามารถ พัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ให้อยู่ในดุลยพินิจของโรงเรียนให้เล่ือนชั้นได้ แต่หากนักเรียนไม่ผ่านรายวิชา จำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับท่ีสูงข้ึน โรงเรียนตั้งคณะกรรมการพิจารณา ใหเ้ รยี นซ้ำชนั้ ได้ ทงั้ น้ีให้คำนึงถงึ วฒุ ิภาวะและความรู้ความสามารถของนกั เรยี นเปน็ สำคญั ๑.๒ การให้ระดบั ผลการเรยี น ระดับการประถมศึกษา ในการตัดสินเพ่ือใหร้ ะดบั ผลการเรยี นรายวิชา สถานศกึ ษาจดั ระดับผลการเรียนหรอื ระดับคุณภาพการ ปฏบิ ตั ขิ องนกั เรียน เป็นระบบตัวเลข ๘ ระดบั ระดับผลการเรยี น ความหมาย ชว่ งคะแนนเป็นรอ้ ยละ ๔ ผลการเรียนดีเยีย่ ม ๘๐ – ๑๐๐ ๓.๕ ผลการเรียนดมี าก ๗๕ – ๗๙ ๓ ผลการเรียนดี ๗๐ –๗๔ ๒.๕ ผลการเรยี นค่อนขา้ งดี ๖๕ – ๖๙ ๒ ผลการเรียนนา่ พอใจ ๖๐ – ๖๔ ๑.๕ ผลการเรยี นพอใช้ ๕๕ – ๕๙ ๑ ผลการเรียนผ่านเกณฑข์ นั้ ตำ่ ทก่ี ำหนด ๕๐ – ๕๔ ๐ ผลการเรยี นตำ่ กวา่ เกณฑ์ข้นั ต่ำทีก่ ำหนด ๐ – ๔๙ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้มีระดับผลการประเมิน เป็น ดเี ยย่ี ม ดี ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ และไมผ่ ่านเกณฑ์การประเมิน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี นและกิจกรรมเพ่ิมเติม จะต้องพิจารณา ท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของนักเรียน ตามเกณฑ์ท่ีโรงเรียนกำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็น ผ่าน และไม่ผา่ น ๑.๓ การรายงานผลการเรยี น การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครอง และนักเรียนทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ ของนักเรียน ซ่ึงโรงเรียนจะสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ หรือ อย่างนอ้ ยภาคเรยี นละ ๑ ครัง้ การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของนักเรียนที่สะท้อนมาตรฐาน การเรยี นรู้กล่มุ สาระการเรยี นรู้

๘๔ ๒. เกณฑก์ ารจบการศึกษา ๒.๑ เกณฑ์การจบระดบั ประถมศกึ ษา ๑) นักเรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน และรายวิชา/ กิจกรรมเพ่ิมเติมตามท่ีโครงสร้างเวลา เรยี นท่ีหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐานกำหนด ๒) นกั เรยี นตอ้ งมีผลการประเมินรายวชิ าพ้นื ฐาน ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามท่ี โรงเรียนกำหนด ๓) นักเรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การ ประเมินตามท่โี รงเรียนกำหนด ดังนี้ ดเี ยย่ี ม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ที่มี คุณภาพดเี ลิศอยู่เสมอ ดี หมายถึง มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ท่ีมี คุณภาพเปน็ ท่ยี อมรบั ผ่าน หมายถึง ผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ที่มี ข้อบกพร่องบางประการ ไม่ผ่าน หมายถึง ไม่มีผลงานท่ีแสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน หรือ ถา้ มีผลงาน ผลงานนนั้ ยงั มีขอ้ บกพร้องท่ตี อ้ งไดร้ บั การปรับปรุงแก้ไขหลายประการ ๔) นักเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามท่ีโรงเรียนกำหนด ดังน้ี ระดบั ๓ ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคบั ของครอบครัวและโรงเรยี น ปฏิบัติ กจิ กรรม หรอื ทำงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายเสร็จทนั เวลาได้ด้วยตนเอง ระดับ ๒ ปฏิบตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บข้อบงั คบั ของครอบครัวและ โรงเรียนโดยต้องมกี ารเตือนเปน็ บางครงั้ ระดับ ๑ ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บขอ้ บังคับของครอบครัวและ โรงเรียน โดยต้องมีการเตือนเปน็ สว่ นใหญ่ ๕) นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามทโ่ี รงเรียนกำหนด การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น จะต้องพจิ ารณาท้งั เวลาการเข้ารว่ มกิจกรรม การปฏบิ ตั ิ กจิ กรรม และผลงานของผูเ้ รยี นตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากำหนด และให้ผลการประเมินเปน็ ผ่านและไม่ผ่าน กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น มี ๓ ลักษณะ คือ ๑) กจิ กรรมแนะแนว ๒) กิจกรรมนักเรียน ซ่งึ ประกอบด้วย (๑) กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด และผ้บู ำเพ็ญประโยชน์ โดยผเู้ รียนเลอื ก อย่างใดอย่างหน่ึง ๑ กจิ กรรม (๒) กิจกรรมชมุ นุมหรือชมรมอกี ๑ กิจกรรม ๓) กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ใหใ้ ช้ตัวอักษรแสดงผลการประเมิน ดังน้ี

๘๕ “ผ” หมายถึง ผู้เรยี นมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมและมผี ลงานตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนด “มผ” หมายถึง ผ้เู รียนมเี วลาเขา้ ร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ปฏิบัตกิ จิ กรรมและมผี ลงานไมเ่ ป็นไปตาม เกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากำหนด ในกรณที ี่ผเู้ รียนไดผ้ ลของกจิ กรรมเป็น “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสรมิ ใหผ้ ้เู รียน ทำกจิ กรรมในสว่ นท่ผี ้เู รียนไม่ได้เข้ารว่ มหรือไมไ่ ด้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ท้ังนี้ ตอ้ งดำเนนิ การใหเ้ สร็จสิ้นภายในปกี ารศึกษาน้ัน ยกเว้นมีเหตุสุดวสิ ัยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของสถานศกึ ษา 6) นกั เรียนมผี ลการประเมินกิจกรรมเพ่ิมเตมิ ในระดบั ผา่ นเกณฑ์การประเมินตามทโ่ี รงเรียน กำหนด สำหรบั การจบการศกึ ษาสำหรบั กลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาสำหรับผ้มู ีความ สามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส ให้คณะกรรมการของโรงเรียน เขตพื้นท่ี การศึกษา และผู้ท่ีเก่ียวข้องดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามเกณฑ์ในแนวทางปฏิบัติการวัดและ ประเมนิ ผลการเรียนรู้ของหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐานสำหรับกลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะ เอกสารหลกั ฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญท่ีบันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศที่เก่ียวข้อง กับพฒั นาการของนักเรียนในด้านต่างๆแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดงั นี้ ๑. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทก่ี ระทรวงศึกษาธกิ ารกำหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรยี น (ปพ.๑) เป็นเอกสารแสดงผลการเรยี นและรบั รองผลการเรียนของนักเรียนตามรายวชิ า ผลการ ประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียน และผลการ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้ให้นักเรียนเป็นรายบุคคล เมื่อ นักเรียนจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖ ) หรือเม่อื ลาออกจากโรงเรยี นในทกุ กรณี ๑.๒ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.๓) เปน็ เอกสารอนุมตั กิ ารจบหลักสตู รโดยบนั ทึกรายชื่อและข้อมูลของผู้จบการศึกษา ระดับประถมศึกษา (ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ ) ๒. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทสี่ ถานศึกษากำหนด เปน็ เอกสารทจี่ ัดทำขนึ้ เพือ่ บันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และขอ้ มลู สำคญั ทีเ่ กี่ยวกบั นกั เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน (ปพ.๖) แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา (ปพ.๕)ระเบียน สะสม (ปพ.๘)ใบรบั รองผลการเรยี น (ปพ.๗) และเอกสารอ่นื ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการนำเอกสารไปใช้

๘๖ การเทียบโอนผลการเรียน โรงเรียนสามารถเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนในกรณีต่างๆ ได้แก่ การย้ายโรงเรียน การเปลี่ยน รูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก ตา่ งประเทศและการเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่ง การเรียนรู้อื่นๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดย ครอบครัว การเทียบโอนการเรยี น ควรดำเนินการในชว่ งก่อนเปิดภาคเรยี น หรือตน้ ภาคเรียน โรงเรียนรบั ผู้ขอเทียบ โอนเป็นนักเรียน ทั้งน้ีนักเรียนท่ีได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเน่ืองในสถานศึกษาที่รับเทียบ โอนอย่างนอ้ ย ๑ ภาคเรียน โดยโรงเรียนรับนกั เรียนจากการเทยี บโอน ไดก้ ำหนดรายวิชา ทีจ่ ะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม การพิจารณาการเทยี บโอนดำเนนิ การดังน้ี ๑. พจิ ารณาหลกั ฐานการศึกษา และเอกสารอ่นื ๆท่ีให้ข้อมลู แสดงความรู้ ความสามารถของนักเรยี น ๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของนักเรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆทั้งภาคความรู้และ ภาคปฏิบตั ิ ๓. พิจารณาจากความสามารถและปฏบิ ตั ิในสภาพจรงิ การเทียบโอนผลการเรียนเป็นไปตามประกาศ หรือแนวปฏิบัติของกระทรวงศึกษาธิการสำหรับการ เทียบโอนเข้าส่กู ารศึกษาในระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ดำเนินการตามแนวปฏบิ ัติเกี่ยวกับการเทียบโอน ผลการเรยี นเข้าสกู่ ารศึกษาในระบบระดบั การศึกษาข้ันพนื้ ฐาน

๘๗ คำสงั่ โรงเรียนบ้านรสู ะมิแล ท่ี ........../๒๕๕๕ เร่ือง แต่งต้งั คณะทำงานพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านรสู ะมแิ ล --------------------------------------------------------------- กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ โดยใหโ้ รงเรยี นต้นแบบและโรงเรยี นที่มคี วามพร้อมใช้หลกั สูตรในปีการศึกษา ๒๕๕๒ โรงเรยี นทว่ั ไปใช้ หลักสตู รในปกี ารศึกษา ๒๕๕๓ ตามคำส่ังกระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ. ๒๙๓ / ๒๕๕๑ ลงวันท่ี ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ และโรงเรียนได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านรูสะมแิ ลขึน้ นำไปใช้ต้งั แต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วน้นั บัดนีส้ ภาพสงั คมได้เปล่ยี นไปกอปรกบั กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายใหม่ๆเพิ่มขึ้น ดังน้ัน โรงเรียนบา้ นรสู ะมิแลจึงแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียน บ้านรสู ะมิแลให้สอดคล้องกับสภาพการดังกล่าว ดังน้ี ท่ปี รึกษา ๑. นางนันทา แววสง่า ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะทำงาน ๑. นางอมั พกา จัวนาน ครชู ำนาญการพเิ ศษ ๒. นางเสาวลักษณ์ ณ สงขลา ครชู ำนาญการ ๓. นางสมทรง ศรีวรเดชไพศาล ครชู ำนาญการพิเศษ ๔. นางวนิดา ใจแกว้ ๕. นางจริ าพร มีทอง ครชู ำนาญการ ๖. นางทิพวัลย์ พวงจิตร ครูชำนาญการ ๗. นางสมใจ คงสขุ ครูชำนาญการ ๘. นางบุษบา เจ๊ะเละ ครูชำนาญการ ๙. นางสาวละไม ไชยรัตน์ ครชู ำนาญการ ๑๐. นางสุภาพร กเู ดรด์ าเก็ง ครชู ำนาญการ ๑๑. นางแวนรู ียะห์ แวดอเลาะ ครูชำนาญการ ๑๒. นายประเสรฐิ อิบรอเห็น ครชู ำนาญการ ๑๓. นางณัฐนี หะยสี ะอิ ครชู ำนาญการ ๑๔. นางสาวชมฟา้ จันทวเิ ศษ ครชู ำนาญการ ครูชำนาญการ

๘๘ ๑๕. นางสาวเกลียวขวญั ศรสี ังข์ ครูชำนาญการ ๑๖. นางสาวนันทวรรณ อัมภรัตน์ ครู ๑๗. นางซลั มา หมี อะดำ้ ครผู ้ชู ว่ ย ๑๘. นายซาการยี า ลาเต๊ะ พนักงานราชการ ๑๙. นายศิลปชยั สจุ ิวรรณ พนกั งานราชการ ๒๐. นายสะมาแอ อาแว พนักงานราชการ ๒๑. นายเจะฮสั มุลเลาะห์ เจ๊ะมามะ ครูอตั ราจ้าง ๒๒. นายอบั ดุลเลา๊ ะ สนโิ ช ครูอัตราจา้ ง ๒๓. นางซารูนี ลาเตะ๊ ครอู ตั ราจ้าง ๒๔. นางสาวนูรฮูดา มามะ ครูอัตราจ้าง ๒๕. นางสาวอนสิ เจะมะ ครอู ัตราจ้าง ขอใหบ้ ุคคลท่ีได้รับการแตง่ ตั้ง ปฏิบัติหนา้ ทท่ี ไี่ ด้รับมอบหมายให้เปน็ ไปตามวัตถุประสงคด์ ้วย ความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดกบั ทางราชการ หากมีปัญหา ประการใดแจง้ ผูบ้ รหิ ารทราบในทนั ที ทัง้ นต้ี ้งั แตว่ นั ท่ี ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ สงั่ ณ วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ลงช่อื (นางนันทา แววสง่า) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านรูสะมแิ ล

๘๙ คำสั่งโรงเรียนบา้ นรูสะมแิ ล ท่.ี ........... / ๒๕๕๕ เร่อื ง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบองคป์ ระกอบของหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านรูสะมแิ ล --------------------------------------------------------------- สบื เนื่องจากกระทรวงศกึ ษาธิการ ได้ประกาศใชห้ ลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ตามคำสง่ั ที่ สพฐ. ๒๙๓ / ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ โรงเรียน บ้านรูสะมิแลจงึ ได้ดำเนนิ การพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสตู รแกนกลางและสาระการ เรียนรูท้ อ้ งถิ่น และนำไปใช้ต้ังแตป่ กี ารศึกษา ๒๕๕๓ แลว้ นั้น อยา่ งไรก็ตาม ตอ่ มาสภาพสงั คมไดเ้ ปลี่ยนไป กอปรกบั กระทรวงศึกษาธกิ ารได้มีนโยบายใหม่ๆเพ่ิมข้ึน โรงเรยี นบา้ นรูสะมแิ ลจงึ ไดป้ รบั ปรงุ หลักสตู รอีกครงั้ หนง่ึ ดงั นน้ั เพื่อให้หลักสูตรท่พี ัฒนาข้ึนมคี ุณภาพตามท่ีกระทรวงศึกษาธิการกำหนด จึงแตง่ ตัง้ คณะกรรมการ ตรวจสอบองค์ประกอบของหลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านรูสะมแิ ล ดงั มรี ายชือ่ ต่อไปนี้ ๑. นางอัมพกา จวั นาน ประธานคณะกรรมการ ๒. นางวนดิ า ใจแก้ว กรรมการ ๓. นายประเสริฐ อิบรอเห็น กรรมการ ๔. นางเสาวลักษณ์ ณ สงขลา กรรมการ ๕. นางแวนรู ียะห์ แวดอเลาะ กรรมการ ๖. นางสมใจ คงสุข กรรมการและเลขานกุ าร ให้คณะกรรมการท่แี ต่งตัง้ ข้นึ มหี น้าทปี่ ระเมนิ ตรวจสอบหลักสตู รให้เสร็จส้นิ ภายใน วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ และนำเสนอข้อมลู ที่ไดต้ ่อผู้อำนวยการโรงเรียน เพ่ือจะได้ใชข้ ้อมลู ใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาหลักสูตรให้มีคุณภาพดยี งิ่ ข้นึ ตอ่ ไป สั่ง ณ วันท่ี ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ลงช่ือ (นางนนั ทา แววสงา่ ) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นรูสะมแิ ล

๙๐