Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Unit8 past simple tense

Unit8 past simple tense

Published by kunlathida.s, 2023-07-11 01:28:56

Description: ชุดกิจกรรม Unit8 past simple tense

Search

Read the Text Version

ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาองั กฤษ เรือ่ ง Past Simple Tense ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 นางสาวกลุ ธดิ า สอนมัง นกั ศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู โรงเรยี นสระหลวงพิทยาคม อาเภอเมือง จังหวดั พิจิตร

คำนำ ชุดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ภำษำอังกฤษเพื่อพฒั นำทักษะกำรอ่ำนและกำรเขยี นภำษำอังกฤษ เรอ่ื ง Past Simple Tense ได้จัดทำข้นึ เพอ่ื ใช้ประกอบกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนในรำยวิชำภำษำอังกฤษพื้นฐำน รหัสวชิ ำ อ31102 ชัน้ มัธยมศึกษำปีที่ 4 โดยมเี นือ้ หำควำมรู้ท่สี อดคลอ้ งกับสำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ตำมหลักสตู ร สถำนศกึ ษำ ซึง่ มุ่งเนน้ ใหผ้ เู้ รยี นมคี วำมรู้ควำมเขำ้ ใจในกำรใช้ภำษำใหถ้ กู ต้องตำมหลักไวยำกรณ์ภำษำอังกฤษ และสำมำรถนำควำมรูท้ ี่ได้ไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั และนำไปใช้ในกำรศึกษำต่อในระดบั ท่ีสูงข้ึน ชุดกจิ กรรมกำรเรียนรูภ้ ำษำอังกฤษเพ่ือทักษะกำรอำ่ นและกำรเขียนภำษำองั กฤษ เรื่อง Past Simple Tense เลม่ นี้ เป็นหนว่ ยกำรเรียนร้ทู ่ี 8 Past Simple Tense มีทั้งหมด 5 เรอ่ื ง ใชเ้ วลำในกำรสอน 6 ชัว่ โมง ใชส้ อนเพื่อฝกึ ทักษะกำรอ่ำนและกำรเขียนภำษำอังกฤษของนักเรยี นระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 4 ดงั น้ี กจิ กรรมกำรเรียนรูเ้ ร่ืองที่ 1 Pictures from Africa กจิ กรรมกำรเรียนรู้เรอ่ื งที่ 2 Regular Verb and Irregular Verb กิจกรรมกำรเรยี นรู้เรือ่ งที่ 3 Structure with Past Simple Tense กจิ กรรมกำรเรียนรู้เรื่องที่ 4 My Routine กิจกรรมกำรเรยี นรู้เร่ืองท่ี 5 My Tale ผูจ้ ัดทำหวังเป็นอยำ่ งยิ่งว่ำ ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ภำษำองั กฤษเพ่ือทักษะกำรอ่ำนและกำรเขยี น ภำษำอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense ในระดับชัน้ มธั ยมศึกษำปีที่ 4 จะเป็นประโยชน์ต่อกำรเรียนกำรสอน และสง่ เสริมใหน้ ักเรยี นเกดิ กำรเรยี นรูแ้ ละมีทักษะกำรอำ่ นและกำรเขียนภำษำอังกฤษท่ีดีข้นึ เพรำะในชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นร้ภู ำษำองั กฤษเพ่ือทักษะกำรอ่ำนและกำรเขยี นภำษำอังกฤษ เร่อื ง Past Simple Tense มี เน้อื หำและกจิ กรรมเหมำะสำหรบั ชว่ งวัยของนกั เรียน และเปน็ ประโยชนตอครูผสู้ อนภำษำอังกฤษ และผสู้ นใจ ตอ่ ไป กุลธิดำ สอนมงั ผู้จดั ทำ

สำรบัญ หนำ้ ก เรอื่ ง ข คำนำ 1 สำรบญั 2 องค์ประกอบชดุ กิจกรรมกำรเรียนรภู้ ำษำองั กฤษ 3 ค่มู อื ครู 4 คู่มอื นักเรียน 5 ข้ันตอนกำรใชช้ ุดกจิ กรรมกำรเรยี นร้ภู ำษำองั กฤษ 6 มำตรฐำนกำรเรียนร้แู ละตวั ชี้วัดสำระสำคัญ 6 จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ 6 สำระกำรเรยี นรู้ 7 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 9 แบบทดสอบก่อนเรยี น 12 บตั รเนอื้ หำท่ี 1 15 บตั รเน้อื หำที่ 2 17 บัตรกจิ กรรมที่ 1 18 บัตรแบบฝกึ หัด 1 20 บัตรกิจกรรมที่ 2 22 บตั รแบบฝึกหัดที่ 2 24 บัตรกิจกรรมที่ 3 27 บัตรแบบฝึกหัดท่ี 3 29 บตั รกจิ กรรมที่ 4 30 บตั รแบบฝึกหัดท่ี 4 32 บตั รกจิ กรรมท่ี 5 36 บัตรแบบฝึกหัดที่ 5 38 แบบทดสอบหลงั เรยี น 39 อ้ำงอิง ภำคผนวก

องคป์ ระกอบชดุ กจิ กรรม 1. คำนำ 2. สำรบัญ 3. องคป์ ระกอบชุดกจิ กรรมกำรเรียนรู้ภำษำองั กฤษ 4. ค่มู อื ครู 5. คูม่ ือนักเรยี น 6. ขั้นตอนกำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรยี นรูภ้ ำษำอังกฤษ 7. มำตรฐำนกำรเรยี นรู้และตวั ชว้ี ดั สำระสำคญั 8. จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 9. สำระกำรเรยี นรสู้ มรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น 10. แบบทดสอบกอ่ นเรียน 11. บตั รเน้ือหำท่ี 1 12. บตั รเนื้อหำท่ี 2 13. บัตรกจิ กรรมที่ 1 14. บตั รแบบฝึกหดั 1 15. บัตรกจิ กรรมท่ี 2 16. บัตรแบบฝกึ หัดที่ 2 17. บัตรกจิ กรรมที่ 3 18. บตั รแบบฝึกหดั ที่ 3 19. บตั รกิจกรรมท่ี 4 20. บตั รแบบฝึกหัดที่ 4 21. บัตรกจิ กรรมท่ี 5 22. บตั รแบบฝกึ หัดที่ 5 23. แบบทดสอบหลงั เรยี น 24. อำ้ งอิง 25. ภำคผนวก

คมู่ อื ครู 1. ครคู วรจดั เตรยี มชดุ กิจกรรมกำรเรียนรู้ ซ่ึงประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนเรยี นเฉลยแบบทดสอบ กอ่ นเรียน ใบงำนระหวำ่ งเรียน เฉลยใบงำนระหว่ำงเรยี น แบบทดสอบหลังเรยี น เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน แบบประเมินควำมพอใจชุดกิจกรรม บตั รคำ ตลอดจนบรรยำกำศ สภำพแวดล้อมท่ีพร้อม อุปกรณ์ตำ่ ง ๆ ให้ ครบถว้ น 2. ศกึ ษำแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ สำระกำรเรยี นรู้ จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ กระบวนกำรจัดกำรเรยี นรู้ โดยใช้เทคนิคกำรเรยี นรูแ้ บบรว่ มมือ กำรวดั ผลประเมินผล ตลอดจนส่อื กำรเรยี นรู้ในแต่ละชดุ กิจกรรมกำร เรียนรใู้ หเ้ ขำ้ ใจอยำ่ งชดั เจน 3. ก่อนจดั กจิ กรรมกำรเรียนรู้ ครคู วรช้แี จงบทบำท และกำหนดข้อตกลงร่วมกันในกำรจัดกจิ กรรม กำรเรียนรู้แบบร่วมมือ 4. ครูแจกชดุ กิจกรรมกำรเรียนร้ภู ำษำองั กฤษโดยใชเ้ ทคนคิ กำรเรียนรแู้ บบรว่ มมือใหน้ กั เรยี นศึกษำ และแนะนำวิธีใช้ชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรู้ร่วมกบั กำรแจง้ จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้ 5. ใหน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนในชุดกิจกรรมกำรเรยี นรู้ จำนวน 10 ข้อ 6. ดำเนินกำรสอนตำมกจิ กรรมท่กี ำหนดไวใ้ นแผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ 7. สงั เกตและให้ควำมชว่ ยเหลอื ใหค้ ำช้แี นะแก่นักเรียนทมี่ ีปัญหำขณะทำกิจกรรมและเสริมแรงเชิง บวก 8. หำกมนี กั เรียนบำงคนเรยี นไมท่ นั ครูควรให้คำแนะนำ หรือใช้วธิ เี พ่อื นช่วยเพื่อนอำจมอบหมำยงำน หรือเอกสำรใหศ้ ึกษำเพ่มิ เติมในเวลำวำ่ งทเ่ี หมำะสม 9. หลงั จำกนกั เรยี นศึกษำชดุ กิจกรรมกำรเรียนรภู้ ำษำอังกฤษโดยใชเ้ ทคนิคกำรเรยี นรู้แบบร่วมมือ และทำกจิ กรรมตำมขนั้ ตอนเสร็จเรียบรอ้ ยแล้ว ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกันสรุป และใหน้ กั เรียนทำแบบทดสอบ หลังเรียน 10. ครบู นั ทกึ ผลคะแนนของนักเรียนแต่ละคน จำกกำรทำกิจกรรมในชดุ กิจกรรมกำรเรียนรู้โดยแจง้ ผลคะแนนทันที หำกมีนักเรียนไม่ผ่ำนเกณฑ์ ให้ศึกษำเพิ่มเติม ชว่ ยเหลอื และสร้ำงเจตคตทิ ี่ดตี อ่ กำรเรยี นรดู้ ้วย ชุดกจิ กรรมกำรเรยี นภำษำอังกฤษโดยใช้เทคนคิ กำรเรยี นแบบรว่ มมอื

คู่มอื นกั เรียน 1. อ่ำนคำชีแ้ จงเกีย่ วกบั ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ และคำชแี้ จงสำหรับนักเรียนให้เขำ้ ใจกอ่ นลงมือศึกษำ ชุดกิจกรรมกำรเรยี นรู้ 2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียนในชดุ กิจกรรมกำรเรียนรู้ จำนวน 10 ขอ้ 3. ศึกษำบัตรคำ และตอบคำถำมในใบงำนระหวำ่ งเรียนด้วยควำมตง้ั ใจ และตรวจคำตอบ จำกเฉลย ใบงำนระหว่ำงเรยี น 4. เมื่อศึกษำชดุ กจิ กรรมกำรเรียนรู้จบแล้ว ใหท้ ำแบทดสอบหลังเรยี น จำนวน 10 ข้อ 5. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 6. ทำแบบประเมินควำมพงึ พอใจชุดกจิ กรรม 7. กำรทำกิจกรรมขอให้นกั เรียนต้งั ใจทำอยำ่ งเต็มที่ ตำมควำมสำมำรถของตน และมีควำมซอ่ื สัตยต์ ่อ ตนเอง โดยไม่เปิดดเู ฉลยก่อน

ขัน้ ตอนกำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรภู้ ำษำองั กฤษ ขน้ั ตอนกำรใช้ชดุ กิจกรรมกำรเรยี นร้ภู ำษำองั กฤษเพื่อทักษะกำรอำ่ นและกำรเขียนภำษำอังกฤษ เรื่อง Past Simple Tense ในระดับช้ันมัธยมศึกษำปีที่ 4 อ่ำนคู่มือแนะนำสำหรบั ครู และนักเรยี น ทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 ขอ้ ศึกษำชดุ กิจกรรมโดยปฏิบัตดิ ังนี้ 1. ศกึ ษำคำสั่งของแตล่ ะกิจกรรมใหเ้ ขำ้ ใจ 2. ศึกษำเน้ือหำชดุ กิจกรรมกำรเรยี นรภู้ ำษำองั กฤษ เรื่อง Past Simple Tense 3. ปฏิบัติตำมแผนกำรสอน 5 ขั้น ดังนี้ 3.1 ขัน้ นำ : เล่นเกมจำกบัตรคำ ตอบคำถำม 3.2 ขัน้ สอน : สอนคำศัพท์ โครงสรำ้ งประโยค 3.3 ขน้ั ฝกึ : อำ่ นศัพท์ ฝึกสนทนำ เลม่ เกมจบั คู่คำศพั ท์ 3.4 ขน้ั ปฏบิ ัติ : ลงมอื ทำใบงำนระหวำ่ งเรียน 3.5 ข้นั สรปุ : สรุปกำรสอนกับนกั เรียน 4. ตรวจใบงำนระหว่ำงเรียน ไม่ผำ่ นเกณฑ์ ร้อยละ 60 ทำแบบทดสอบหลงั เรียน จำนวน 10 ขอ้ ผ่ำนเกณฑ์ ร้อยละ 60 ศึกษำชดุ กจิ กรรมใหม่

มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ สาระท่ี 1: ภาษาเพ่ือการส่อื สาร มำตรฐำน ต 1.1 เขำ้ ใจและตีควำมเร่อื งทฟี่ งั และอ่ำนจำกสื่อประเภทต่ำงๆ และแสดงควำมคดิ เห็น อย่ำงมเี หตผุ ล มำตรฐำน ต 1.2 มที ักษะกำรสื่อสำรทำงภำษำในกำรแลกเปลีย่ นข้อมูลข่ำวสำร แสดงควำมรู้สึกและ ควำมคดิ เหน็ อยำ่ งมีประสทิ ธิภำพ มำตรฐำน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่ำวสำร ควำมคดิ รวบยอด และควำมคิดเห็นในเรอ่ื งตำ่ งๆ โดยกำร พดู และกำรเขียน สาระท่ี 2: ภาษาและวฒั นธรรม มำตรฐำน ต 2.2 เข้ำใจควำมเหมือนและควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งภำษำและวัฒนธรรมของเจ้ำของ ภำษำกบั ภำษำและวัฒนธรรมไทย และนำมำใช้อยำ่ งถูกตอ้ งและเหมำะสม สาระที่ 3: ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั กลุม่ สาระการเรียนรอู้ ่นื มำตรฐำน ต 3.1 ใชภ้ ำษำต่ำงประเทศในกำรเชื่อมโยงควำมรู้กับกลุ่มสำระกำรเรียนรู้อ่ืน และเปน็ พน้ื ฐำนในกำรพัฒนำ แสวงหำควำมร้แู ละเปิดโลกทัศน์ของตน ตวั ชีว้ ดั สำระสำคญั ต 1.1 ม.4-6/2 อำ่ นออกเสยี ง ขอ้ ควำม ข่ำว ประกำศ โฆษณำ บทรอ้ ยกรอง และ บทละครสั้น (skit) ถูกต้องตำมหลักกำรอ่ำน ต 1.1 ม.4-6/3 อธิบำยและเขียนประโยคและขอ้ ควำมใหส้ ัมพันธก์ บั สอื่ ที่ไม่ใชค่ วำมเรยี งรูปแบบ ตำ่ งๆ ทีอ่ ่ำน รวมท้ังระบุและเขียนส่ือที่ไมใ่ ชค่ วำมเรยี งรูปแบบตำ่ งๆ ให้สัมพันธก์ ับประโยค และข้อควำมท่ฟี ัง หรืออ่ำน ต 1.1 ม.4-6/4 จับใจควำมสำคญั วิเครำะห์ควำม สรปุ ควำมตคี วำม และแสดงควำมคิดเหน็ จำกกำร ฟังและอ่ำนเร่ืองท่เี ป็นสำรคดีและบันเทงิ คดี พร้อมทั้งใหเ้ หตุผลและยกตัวอย่ำงประกอบ ต 1.2 ม.4-6/1 สนทนำและเขยี นโตต้ อบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเร่ืองต่ำงๆ ใกลต้ วั ประสบกำรณ์ สถำนกำรณ์ ขำ่ ว/เหตุกำรณ์ ประเด็นท่ีอย่ใู นควำมสนใจของสงั คม และส่ือสำรอย่ำงตอ่ เนื่องและเหมำะสม ต 1.3 ม.4-6/1 พูดและเขยี นนำเสนอข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง/ประสบกำรณ์ ข่ำว/เหตุกำรณ์ เรื่อง และประเด็นตำ่ งๆ ตำมควำมสนใจของสังคม ต 2.2 ม.4-6/1 อธิบำย/เปรยี บเทยี บควำมแตกต่ำงระหว่ำงโครงสรำ้ งประโยค ขอ้ ควำม สำนวน คำพงั เพย สุภำษิตและบทกลอนของภำษำ ต่ำงประเทศและภำษำไทย ต 3.1 ม.4-6/1 ค้นควำ้ /สืบคน้ บันทึก สรปุ และแสดงควำมคดิ เห็นเก่ยี วกับข้อมลู ที่เกี่ยวข้องกบั กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้อื่น จำกแหลง่ เรยี นรู้ตำ่ งๆ และ นำเสนอด้วยกำรพูดและกำรเขียน

จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้ 1. นกั เรียนสำมำรถอธิบำยหลักกำรใชโ้ ครงสร้ำง Past Simple Tense ได้ 2. นกั เรียนสำมำรถอ่ำนจับใจควำมสำคญั และวเิ ครำะหข์ ้อมูลจำกบทควำมได้อย่ำงถกู ต้อง 3. นกั เรยี นสำมำรถวิเครำะห์ขอ้ มูลในรูปแบบตำรำงได้อยำ่ งถกู ต้อง 4. นกั เรยี นสำมำรถเขียนคำศัพท์กริยำสำมชอ่ งได้อย่ำงถูกต้อง 5. นกั เรียนสำมำรถเขียนแต่งประโยคบอกเลำ่ ประโยคปฏเิ สธ และประโยคคำถำมตำมโครงสรำ้ ง Past Simple Tense ได้อย่ำงถกู ต้อง 6. นกั เรียนสำมำรถเขียนเติมคำตอบตำมโครงสร้ำง Past Simple Tense ได้อย่ำงถูกต้อง 7. นกั เรียนสำมำรถเขียนประโยคข้อมลู เก่ยี วกับกจิ วตั รประจำวนั ของตนเองไดอ้ ย่ำงถกู ต้อง 8. นักเรียนสำมำรถเขียนบทควำมตำมโครงสรำ้ ง Past Simple Tense ไดอ้ ยำ่ งถูกต้อง 9. นักเรยี นควำมร่วมมือทด่ี ตี ่อกำรเรยี นรวู้ ชิ ำภำษำองั กฤษในชั้นเรยี น สำระกำรเรยี นรู้ กำรเรยี นรูแ้ ละเข้ำใจเกี่ยวกับเนอื้ หำของกำรเลำ่ ถงึ เหตุกำรณห์ รือกำรกระทำทเ่ี กิดขน้ึ ในอดตี อำจเป็น เหตกุ ำรณ์หรือกำรกระทำท่เี กิดขน้ึ ประจำเปน็ นิสยั กำรอ่ำนจับใจควำมสำคัญเกี่ยวกบั ข้อควำม ประสบกำรณ์ เรอ่ื งรำวในอดตี ของตนเองและคนในครบครัว กำรเขียนเกยี่ วกับประสบกำรณ์ เหตกุ ำรณ์ทเี่ กดิ ข้ึนในอดีต โดย ใช้คำศพั ท์ สำนวน โครงสรำ้ งทำงภำษำในกำรสือ่ สำรไดอ้ ย่ำงถกู ต้อง จะเป็นพื้นฐำนในกำรใช้ภำษำใน ชีวิตประจำวนั และกำรศึกษำตอ่ ในระดับสงู ขน้ึ ต่อไป สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชวี ติ ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

แบบทดสอบกอ่ นเรียน Part 1: Choose the correct answer for each question. 1. We ___________ to Vancouver on holiday a. go b. went c. did go d. gone 2. ____________ by the plane? a. Went you b. Did you went c. Did you go d. Do you gone 3. Jack ____________ with us. b. doesn’t comed a. didn’t came c. will not came d. didn’t come 4. Suda _________novels at the library last hours. a. readed b. did read c. read d. reads 5. What ______ you ______ last weekend ? a. did / do b. did / did c. were / do d. do / did Part 2 Directions: Change these sentences to Affirmative, Negative, and Question sentences. 6. Affirmative: She ________________ (go) to the university last week. 7. Negative: He __________________(write) a letter to his boss. 8. Question: ___________ you __________(sleep) well last night? 9. Affirmative: They _______________ (swim) at the pool on last holiday. 10. Negative: David ________________(clean) a sister’s room last Monday.

Name ………………………………………………………………………………………. Class………….….. NO………………. Part 1 Directions: Choose the correct answer for each question. (5 points) ab c d 1. 2. 3. 4. 5. Part 2 Directions: Change these sentences to Affirmative, Negative, and Question sentences. 6. Affirmative: She ________________ (go) to the university last week. 7. Negative: He __________________(write) a letter to his boss. 8. Question: ___________ you __________(sleep) well last night? 9. Affirmative: They _______________ (swim) at the pool on last holiday. 10. Negative: David ________________(clean) a sister’s room last Monday.

บตั รเนือ้ หำที่ 1 What is the past simple tense? Past Simple Tense (อดีตกำล) คืออะไร Past Simple Tense คอื ประโยคท่ีใชอ้ ธิบำยเร่อื งรำวทเ่ี กิดขน้ึ แล้ว และจบลงแล้วในอดีต หลกั กำรใช้ past simple tense 1. ใชก้ ับเหตกุ ำรณ์ทเ่ี กดิ ขึ้นในอดตี และสิ้นสุดลงแลว้ ในอดีต 2. ใชแ้ สดงกำรกระทำทีเ่ คยทำเปน็ นิสัยในอดตี 3. ใช้บรรยำยเหตุกำรณท์ เี่ กิดข้นึ ต่อเน่ืองในอดตี 4. ใช้คูก่ บั Past Continuous Tense คำวิเศษณ์ของเวลำ (Adverb of time) Yesterday แปลวำ่ เมอื่ วำน Last week แปลวำ่ สปั ดำห์ทแ่ี ลว้ Ago แปลวำ่ ทผี่ ำ่ นมำ Previous แปลว่ำ กอ่ นหน้ำ Form of Past Simple Tense รปู แบบของประโยคบอกเล่า (Affirmative Sentence) Subject + V.2 (past form) + Object.

รูปแบบของประโยคปฏิเสธ (Negative Sentence) Subject + did + not + V.inf + Object. รูปแบบของประโยคคาถาม (Question Sentence) Auxiliary verb + subject + V.inf + Object? กำรตอบแบบสนั้ (Short Answer) Tips did สำมำรถลดรปู ไดว้ ำ่ ‘d did not สำมำรถลดรูปไดว้ ่ำ didn’t

Wh - Question with past simple tense What are Wh- questions? Wh-Questions เป็นประโยคคำถำมทีข่ นึ้ ต้นด้วย W ได้แก่ Who, Whom, Whose, Which, What, When, Where, Why, How much / How … เป็นต้น 1. Who (ใคร) ถำมเกี่ยวกับบคุ คลทีเ่ ป็นประธำน 2. Whom (ใคร) ถำมเก่ียวกับบคุ คลที่เปน็ กรรม 3. Whose (ของใคร) ถำมแสดงควำมเปน็ เจ้ำของ 4. Which (สง่ิ ไหน, อนั ไหน) ใช้ถำมไดท้ ัง้ คน สัตว์ สิ่งของ 5. What (อะไร) ใช้กับส่งิ ท่วั ๆไป 6. When (เม่อื ไร) ใช้เม่อื ต้องกำรทรำบเวลำ 7. Where (ที่ไหน) ใช้เมื่อต้องกำรถำมสถำนท่ี 8. Why (ทำไม) ใชเ้ ม่ือตอ้ งกำรทรำบเหตผุ ล Wh- Question with past form รปู แบบโครงสร้ำงประโยคคำถำมเม่อื นำ Wh- questions มำแตง่ ประโยค Wh-question + did + subject + V.inf + Obj.? ตัวอย่ำงเช่น What did you tell him last night? Why did you tell him the truth? How did you cook this food? ** คำว่ำ Who กบั What สำมำรถตำมด้วย กรยิ ำช่อง 2 ในกรณีทใ่ี ช้ Who กับ What เป็นประธำนของประโยค (สังเกตวำ่ ใคร กบั อะไร จะอยหู่ นำ้ ประโยคเม่ือแปลเป็นภำษำไทย) ตัวอยำ่ งเช่น Who ate bananas yesterday? What ate bananas yesterday?

บัตรเนื้อหำที่ 2 Past form คำกริยำส่วนใหญ่ท่มี กั จะพบเจอใน Past Simple Tense มดี ังนี้ 1. Auxiliary verb (กริยำชว่ ย) เชน่ V.to be, V.to have และ V.to do 2. Main verb (กริยำหลัก) กำรเปลี่ยนคำกริยำให้อย่ใู นรูปอดตี (V.2) มีหลกั กำรดังนี้ Auxiliary verb Verb to be V.1 (infinitive form) V.2 (past form) is, am was are were Verb to have V.2 (past form) V.1 (infinitive form) had have had has Verb to do V.2 (past form) did V.1 (infinitive form) did do does

Main verb Regular Verb เปน็ คำกริยำในรูปปกติ (regular verb) คือ กรยิ ำท่ีไมต่ ้องเปล่ยี นรูป กส็ ำมำรถเปน็ ช่อง 2 และ 3 ด้วย กำรเติม - ed ขำ้ งท้ำย มี 4 ลกั ษณะ ดังนี้ 1. คำกริยำทวั่ ไปใหเ้ ตมิ ed ท้ำยคำกริยำเดิม เชน่ work -> worked -> worked clean -> cleaned -> cleaned want -> wanted -> wanted climb -> climbed -> climbed watch -> watched -> watched start -> started -> started 2. คำกรยิ ำที่ลงท้ำยด้วย e อยูแ่ ลว้ ให้เตมิ d ไดเ้ ลย เช่น close -> closed -> closed arrive -> arrived -> arrived move -> moved -> moved dance -> danced -> danced smoke -> smoked -> smoked love -> loved -> loved 3. คำกรยิ ำท่ีมีพยำงคเ์ ดยี ว มีสระตัวเดยี ว และมพี ยัญชนะสะกดตัวเดยี วให้เพม่ิ ตัวสะกดอีก 1 ตัว แลว้ จึงเติม ed เชน่ plan -> planned -> planned hop -> hopped -> hopped plan -> planned -> planned stop -> stopped -> stopped rob -> robbed -> robbed hug -> hugged -> hugged 4. คำกรยิ ำท่ีลงท้ำยดว้ ย y ถำ้ หนำ้ y เปน็ พยญั ชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แลว้ จงึ เตมิ ed เชน่ cry -> cried -> cried study -> studied -> studied hurry -> hurried -> hurried

**ยกเว้น กรณีถำ้ ขำ้ ง y เป็นสระ ให้เติม ed ได้เลย เชน่ enjoy -> enjoyed -> enjoyed play -> played -> played stay -> stayed -> stayed Irregular Verb เป็นคำกริยำที่อปกติ (irregular verb) คือคำกรยิ ำทต่ี ้องเปลย่ี นรปู ท้งั ช่อง 2 และ 3 เชน่ break -> broke -> broken begin -> began -> begun come -> came -> come make -> made -> made write -> wrote -> written see -> saw -> seen กรยิ าทค่ี งรูป คอื คำกริยำที่คงรูปคำเดิม ไม่มกี ำรเปลี่ยนแปลงรูป เชน่ hit -> hit -> hit cut -> cut -> cut read -> read -> read put -> put -> put shut -> shut -> shut hurt -> hurt -> hurt

บัตรกจิ กรรมท่ี 1 ชื่อกจิ กรรม: Picture from Africa จุดประสงค:์ 1. นักเรยี นสำมำรถอธิบำยหลักกำรใช้โครงสรำ้ ง Past Simple Tense ได้ 2. นกั เรียนสำมำรถอำ่ นจบั ใจควำมสำคญั และวเิ ครำะหข์ ้อมูลจำกบทควำมได้อย่ำงถูกต้อง 3. นกั เรียนสำมำรถวเิ ครำะห์ข้อมูลในรปู แบบตำรำงได้อยำ่ งถูกต้อง 4. นักเรียนควำมรว่ มมือทีด่ ตี ่อกำรเรียนรวู้ ชิ ำภำษำองั กฤษในช้ันเรยี น วธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม: ขน้ั นำ (Warm Up) 1. ครใู ห้นกั เรียนสังเกตภำพท่ีกำหนดใหพ้ ร้อมถำมคำถำม Q: What is the picture about? 2. ครูสอบถำมนักเรียนวำ่ กจิ กรรมใดบำ้ งที่ลงุ ไบรอันได้ทำเม่ือวันหยดุ หนำ้ ร้อนท่ผี ่ำนมำ Q: What did Brian do at Africa last summer? ขั้นสอน (Presentation) 3. ครใู หน้ ักเรียนสังเกตบทควำม Pictures from Africa แลว้ ใหน้ ักเรียนเลอื กคำศัพทย์ ำกมำ คนละหนึ่งคำและนำไปเขียนบนกระดำน 4. ครูอธิบำยควำมหมำยคำศัพทย์ ำกเหล่ำนน้ั พร้อมทั้งให้นักเรยี นอ่ำนออกเสยี งตำม 5. ครอู ่ำนบทควำม Pictures from Africa ให้นักเรยี นฟัง และอธบิ ำยควำมหมำยหลงั จำกนน้ั ให้นกั เรียนท้ังห้องอ่ำนออกเสยี งตำม ข้ันฝึก (Practice) 6. ครูให้นักเรยี นอำ่ นออกเสียงบทควำม Pictures from Africa ดว้ ยตนเองอีกครงั้ ขั้นนำไปใช้ (Production) 11. ครูให้นกั เรยี นตอบคำถำม True or False หลงั จำกอ่ำนบทควำมเกีย่ วกับกิจกรรมท่ีจะ ทำในงำนเล้ยี งวันเกิด 12. ครใู หน้ ักเรียนตอบคำถำมแบบส้นั (Short Answer) หลังจำกอ่ำนบทควำม Pictures from Africa ขั้นสรุป (Wrap up) 13. ครตู รวจคำตอบโดยสุ่มให้นักเรียนแตล่ ะคนอำ่ นข้อควำมท่ีกำหนดให้และบอกวำ่ True หรือ False 14. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันอภิปรำยกจิ กรรมในครัง้ นี้

สอ่ื ทใ่ี ช้: Exercise 1 กำรประเมนิ ผล: 1. ตรวจสอบควำมถกู ต้องของกำรอำ่ นจบั ใจควำม เกณฑ์กำรประเมนิ : การอ่านจบั ใจความ เขยี นตอบ True หรอื False ในแต่ละข้อได้ถูกต้อง ไดข้ ้อละ 1 คะแนน เขยี นตอบ True หรอื False ในแต่ละข้อไม่ถูกต้อง ได้ข้อละ 0 คะแนน เกณฑ์กำรผ่ำน 3 คะแนนข้นึ ไป เขยี นตอบแบบสัน้ ในแต่ละข้อไดถ้ ูกต้อง ไดข้ ้อละ 1 คะแนน เขยี นตอบแบบส้ันในแต่ละข้อไม่ถูกตอ้ ง ได้ข้อละ 0 คะแนน เกณฑ์กำรผำ่ น 3 คะแนนข้นึ ไป

Exercise 1 Directions: Read the article and answer. Pictures from Africa My uncle Brian traveled to Africa last summer. He met a lot of people there. He saw a lot of animals, too. He took many pictures of the people and animals. In some pictures, people sang and danced. In other pictures, animals ate and ran on the grass. Uncle Brian told us many interesting stories about the picture. The pictures were beautiful, and the stories were exciting. I want to go there someday myself. True or False _____1. Brian is Sue’s uncle _____2. Brian traveled to London last summer _____3. He saw a lot of wild animals. _____4. The pictures were interesting. _____5. People in Africa danced and sang songs around the campfire. About the article 6. When did Brian travel? ______________________________________ 7. What did he do on this trip? ___________________________ 8. Who did Brian meet last summer? _______________________________ 9. Why these pictures were interesting? __________________________________________ 10. How will the weather be? ___________________________________________

บตั รกิจกรรมที่ 2 ชอื่ กิจกรรม: Regular & Irregular verb in present perfect tense จุดประสงค์: 1. นักเรียนสำมำรถอธิบำยหลักกำรใชโ้ ครงสรำ้ ง Past Simple Tense ได้ 2. นักเรียนสำมำรถเขียนคำศัพท์กริยำสำมชอ่ งได้อยำ่ งถูกต้อง 3. นกั เรยี นควำมร่วมมือทีด่ ตี ่อกำรเรียนรวู้ ชิ ำภำษำองั กฤษในชัน้ เรียน วิธดี ำเนนิ กจิ กรรม: ขน้ั นำ (Warm Up) 1. ครูใหน้ กั เรยี นสังเกตคำศัพท์บนกระดำนพร้อมถำมคำถำม Q: what is different between these two words 2. ครแู จ้งจุดประสงคใ์ นกำรทำกิจกรรมครงั้ น้ี ขนั้ สอน (Presentation) 3. ครใู หน้ ักเรียนศึกษำกำรเปล่ยี นคำศัพท์ประเภทกรยิ ำที่อยใู่ นรูป present simple เปน็ past simple และ past participle 4. ครอู ธบิ ำยควำมแตกต่ำงของคำกริยำแบบ regular verb และ irregular verb 5. ครอู ธบิ ำยกำรเปล่ียนคำกริยำทล่ี งท้ำยดว้ ย y และหนำ้ y เป็นพยัญชนะ ที่อยู่ในรปู present simple เป็น past simple และ past participle พร้อมยกตวั อย่ำงเพิ่มเติม T: We will change -y into -i, then add -ed. example, cry -> cried try -> tried 6. ครอู ธบิ ำยกำรเปลย่ี นคำกริยำทีล่ งทำ้ ยดว้ ย y และหน้ำ y เปน็ พยัญชนะ ท่ีอยูใ่ นรูป present simple เป็น past simple และ past participle 7. ครูอธิบำยกำรเปลย่ี นคำกริยำทล่ี งทำ้ ยดว้ ย -e ทอี่ ยใู่ นรปู present simple เป็น past simple และ past participle 8. ครูอธบิ ำยกำรเปลย่ี นคำกริยำทมี่ ีพยำงคเ์ ดยี ว มสี ระตัวเดียว และมีพยัญชนะสะกดตัวเดียว ทีอ่ ยใู่ นรูป present simple เป็น past simple และ past participle 9. ครูอ่ำนบทควำมจำนวน 4 เรอื่ งให้นกั เรียนฟังจำกนนั้ ให้นักเรียนอำ่ นด้วยตนเอง ขน้ั ฝึก (Practice) 10. ครูให้นักเรียนสงั เกตคำศัพทป์ ระเภทกริยำทีอ่ ยู่ในบทควำมและใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั ตอบวำ่ คำใดคือกริยำ และเปน็ กริยำประเภทใด regular verb หรือ irregular verb

11. ครใู หน้ กั เรียนเปรยี บเทยี บคำตอบกับกับเพื่อนข้ำงๆ 12.. ครูใหน้ ักเรียนเลน่ เกมทุบตัวต่นุ เพอื่ วดั ควำมเขำ้ ใจของกำรจำแนกคำศัพท์ประเภทกริยำ 10. ครใู หน้ กั เรียนอำสำสมคั รออกมำเขียนคำศัพทท์ ีไ่ ด้จำกกำรเล่นเกมส์ทุ่มตวั ตนุ่ ขน้ั นำไปใช้ (Production) 11. ครูใหน้ กั เรยี นทำใบงำน Exercise 2 Part 1 โดยกำรแก้ไขคำกรยิ ำที่อยู่ในบทควำมให้อยู่ ในรูป past form Part 2 ให้นกั เรียนเติมคำศัพท์ลงในชอ่ งวำ่ งใหถ้ กู ต้องโดยคำกรยิ ำต้องอยู่ในรปู อดีค ข้ันสรปุ (Wrap up) 12. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รำยกิจกรรมในคร้งั นี้โดยใชม้ ำยแมพ สื่อทใี่ ช้: Exercise 2, บัตรเนอ้ื หำท่ี 2 กำรประเมนิ ผล: 1. ตรวจสอบควำมถูกต้องของกำรเขียนคำศัพท์ เกณฑ์กำรประเมนิ : การเขียนคาศัพท์ เขียนคำศัพท์ได้ตรงตำมควำมหมำย สะกดคำศัพท์ถกู ทุกตัว ได้ขอ้ ละ 1 คะแนน เขียนคำศัพท์ไมต่ รงควำมหมำย สะกดคำศัพท์ไมถ่ กู ได้ข้อละ 0 คะแนน เกณฑ์กำรผ่ำน 12 คะแนนขน้ึ ไป

Exercise 2



บตั รกจิ กรรมท่ี 3 ช่ือกิจกรรม: Structure with Past Simple Tense จดุ ประสงค:์ 1. นกั เรียนสำมำรถอธบิ ำยหลักกำรใช้โครงสร้ำง Past Simple Tense ได้ 2. นักเรียนสำมำรถเขยี นแตง่ ประโยคบอกเล่ำ ประโยคปฏเิ สธ และประโยคคำถำมตำม โครงสรำ้ ง Future Simple Tense ได้อยำ่ งถูกตอ้ ง 3. นกั เรยี นสำมำรถเขยี นเตมิ คำตอบตำมโครงสร้ำง Future Simple Tense ได้อยำ่ งถูกตอ้ ง 4. นักเรยี นควำมร่วมมือที่ดตี ่อกำรเรยี นรู้วิชำภำษำองั กฤษในช้ันเรียน วธิ ดี ำเนินกิจกรรม: ขน้ั นำ (Warm Up) 1. ครสู อบถำมเนื้อหำครัง้ ที่แล้วว่ำเรียนเก่ยี วกบั เร่อื งใด 2. ครใู ห้นักเรียนทำยว่ำกจิ กรรมคร้งั นีจ้ ะเรียนเกี่ยวกับเร่ืองใด Q: Can you guess? What will we learn today? ขน้ั สอน (Presentation) 3. ครูให้นักเรียนศึกษำบตั รควำมรทู้ ี่ 1 เกยี่ วกบั Past Simple Tense 4. ครูอธบิ ำยหลกั กำรใช้โครงสร้ำงประโยค Past Simple Tense โดยอธบิ ำยว่ำใช้สำหรบั เรอ่ื งรำวท่เี กิดข้ึนแล้ว และจบลงแล้วในอดีต 5. ครูสอนกำรแต่งประโยคบอกเลำ่ ตำมโครงสรำ้ ง Future Simple Tense พร้อมทั้ง ยกตัวอย่ำง 6. ครเู ปรียบเทียบควำมแตกต่ำงของประโยคบอกเลำ่ ระหวำ่ งโครงสร้ำงของ Present Simple Tense และ Past Simple Tense 7. ครูทบทวนเรอื่ งเกย่ี วกบั Verb infinitive เม่ือประโยคอยู่ในรูปปฏเิ สธและคำถำม 8. ครอู ธิบำยกำรแต่งประโยคปฏเิ สธ และประโยคคำถำมตำมโครงสรำ้ ง Past Simple Tense พร้อมท้ังยกตัวอย่ำงบนกระดำน 9. ครสู อนวิธกี ำรตอบแบบส้นั Yes / No question ขนั้ ฝึก (Practice) 10. ครูเขียนประโยคบอกเลำ่ ตำมโครงสรำ้ ง Present Simple Tense แลว้ ทำกำรส่มุ นกั เรยี นออกมำเขียนเปลี่ยนประโยคดงั กลำ่ วใหเ้ ป็นประโยคบอกเลำ่ ประโยคปฏเิ สธ และประโยค คำถำมตำมโครงสร้ำง Past Simple Tense

11. ครูใหน้ ักเรียนเล่มเกม Word wall เพอ่ื วดั ควำมเขำ้ ใจเก่ียวกบั โครงสร้ำงของ Past Simple Tense ขั้นนำไปใช้ (Production) 12. ครูใหน้ กั เรียนทำใบงำน บตั รแบบฝึกหัดท่ี 2 โดย Part 1 Complete the sentences in the past simple about what Uncle Brian did. Part 2 Complete the sentences using was or were. Part 3 Answer the questions using the past simple verb. Part 4 Write sentences about what each person was doing last night at 11.00 p.m. Part 5 Write sentences using the highlighted words and the time expressions in the box. Part 6 Combine the sentences using and. ข้ันสรุป (Wrap up) 13. ครูตรวจคำตอบโดยสุ่มให้นักเรยี นแต่ละคนออกมำเฉลยคำตอบหน้ำช้ันเรยี น 14. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันอภปิ รำยกิจกรรมในครัง้ น้ี สอ่ื ท่ีใช้: Exercise 3, บัตรเนอ้ื หำที่ 1 กำรประเมนิ ผล: 1. ตรวจสอบควำมถกู ต้องของกำรเขยี น เกณฑ์กำรประเมนิ : การเขยี น เขยี นประโยคตำมหลักไวยกรณ์โดยใชค้ ำศัพทท์ ี่กำหนดให้ ไดถ้ กู ต้อง ได้ขอ้ ละ 1 คะแนน เขียนประโยคตำมหลกั ไวยกรณ์โดยใช้คำศัพท์ท่ีกำหนดให้ ไดไ้ ม่ถูกต้อง ได้ข้อละ 0 คะแนน เกณฑ์กำรผำ่ น 18 คะแนนขนึ้ ไป

Exercise 3





บตั รกิจกรรมที่ 4 ช่อื กจิ กรรม: My Routine จุดประสงค์: 1. นักเรยี นสำมำรถอธิบำยหลกั กำรใชโ้ ครงสร้ำง Past Simple Tense ได้ 2. นกั เรยี นสำมำรถเขยี นประโยคข้อมูลเกี่ยวกบั กิจวตั รประจำวันของตนเองไดอ้ ย่ำงถกู ต้อง 3. นักเรยี นควำมรว่ มมือทด่ี ีต่อกำรเรียนรวู้ ชิ ำภำษำองั กฤษในชั้นเรยี น วิธีดำเนินกจิ กรรม: ขั้นนำ (Warm Up) 1. ครทู บทวนโครงสรำ้ งประโยคของ Past Simple Tense 2. ครนู ำเสนอคำศพั ท์เกี่ยวกบั กิจวตั รประจำวนั เช่น wake up, take a bath, have breakfast, etc. ขั้นสอน (Presentation) 3. ครูนำเสนอนำเสนอบทควำมเกี่ยวกับกิจกรรมท่ีทำในกิจวัตรประจำวันพ 4. ครใู หน้ ักเรยี นใชว้ ธิ ี Skim และ Scan ในกำรอำ่ นบทควำม Zara’s routine พร้อมตอบ คำถำมดงั ตอ่ ไปนี้ T: What time did she wake up? T: What did she do at 11.30 am? ขั้นฝกึ (Practice) 5. ครูอำ่ นบทควำม Zara’s routine ใหน้ ักเรยี นฟังหลงั จำกน้ันใหน้ ักเรียนอำ่ นตำม 6. ครสู ุ่มนกั เรียนให้แตล่ ะคนตอบคำถำมดังตอ่ ไปน้ี T: What did you do at 5.00 a.m.? T: What time did you have breakfast? 7. ครูใหน้ ักเรียนจับคู่กับเพื่อนถำม ตอบตำมคำถำมที่ครใู ห้ เพือ่ ให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยน ควำมคดิ เหน็ ซงึ่ กันและกัน ขน้ั นำไปใช้ (Production) 8. ครใู หน้ ักเรียนทำใบงำน Exercise 4 โดยให้นกั เรยี นเขียนกิจกรรมที่ทำในกจิ วัตร ขั้นสรปุ (Wrap Up) 9. ครสู มุ่ ผลงำนนักเรียนมำ 3 คน และให้นักเรยี นนำเสนองำนเขียนเกีย่ วกับกิจวัตรของ ตนเอง

สอื่ ที่ใช้: Exercise 4 กำรประเมนิ ผล: 1. ตรวจสอบควำมถกู ต้องของกำรเขยี น เกณฑ์กำรประเมนิ : การเขยี น ประเดน็ กำรประเมนิ คะแนน ตวั บง่ ชี้ 4 ถูกต้อง ครอบคลมุ ตรงประเดน็ ดำ้ นเนอ้ื หำ 3 ถูกต้อง ไม่ครอบคลุม ขำด 1-2 ประเดน็ 2 ถกู ต้อง ไม่ครอบคลุม ขำด 3-4 ประเดน็ 1 ถกู ต้อง ไม่ตรอบคลมุ ขำดมำกกวำ่ 4 ประเดน็ 4 ใช้คำศัพท์ สำนวนถูกต้อง เหมำะสม ด้ำนคำศัพท์ 3 ใชค้ ำศัพท์ สำนวน ไม่ถูกต้อง 1-2 แห่ง 2 ใช้คำศพั ท์ สำนวน ไมถ่ ูกต้อง 3-4 แหง่ 1 ใช้คำศพั ท์ สำนวนไม่ถูกต้อง มำกกว่ำ 4 แหง่ 4 เขยี นถูกต้องตำมหลักไวยกรณ์ ดำ้ นโครงสร้ำงประโยค 3 เขยี นผิดหลักไวยกรณ์ 2 แห่ง 2 เขยี นผดิ หลกั ไวยกรณ์ 3 แห่ง 1 เขียนผิดหลักไวยกรณ์มำกกว่ำ 3 แหง่ เกณฑ์กำรผ่ำน 8 คะแนนข้ึนไป

Exercise 4 Directions: Write a paragraph about your routine with past simple tense. _________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________

บัตรกจิ กรรมที่ 5 ชื่อกิจกรรม: My Tale จุดประสงค์: 1. นักเรยี นสำมำรถอธบิ ำยหลักกำรใชโ้ ครงสร้ำง Past Simple Tense ได้ 2. นักเรยี นสำมำรถเขยี นบทควำมตำมโครงสรำ้ ง Past Simple Tense ไดอ้ ย่ำงถูกต้อง 3. นกั เรียนควำมร่วมมือท่ีดตี ่อกำรเรียนรวู้ ิชำภำษำองั กฤษในชน้ั เรยี น วธิ ีดำเนนิ กจิ กรรม: ขนั้ นำ (Warm Up) 1. ครแู บง่ นกั เรยี นออกเป็นสำมกลมุ่ กลมุ่ ละเทำ่ ๆ กัน 2. ครทู บทวนคำศัพท์กริยำที่อยู่ในช่องทีส่ อง (past form) ท้ังรปู แบบ Irregular verb และ regular verb ขัน้ สอน (Presentation) 3. ครูนำเสนอบทควำม A Girl in Red Carpet 4. ครูอำ่ นออกเสียงบทควำมหนึ่งคร้งั หลังจำกน้นั ให้นักเรยี นอำ่ นตำม 5. ครูให้นกั เรียนเลอื กวงคำศัพท์ยำกหลังจำกน้ันครูเขยี นควำมหมำยและอธบิ ำยเพิ่มเติม คำศัพท์เหล่ำน้ัน 6. ครูสอบถำมหำกต้องกำรเปล่ียนบทควำม A Girl in Red Carpet ใหเ้ ปน็ อดตี นักเรียนจะ ทำอย่ำงไร 7. ครูใหน้ กั เรียนเปลีย่ นกริยำที่อยู่ในบทควำม A Girl in Red Carpet ใหเ้ ป็นอดตี (past form) ขัน้ ฝึก (Practice) 8. ครแู จกบทควำมใหแ้ ต่ละกลุ่มไม่ซำ้ กัน และให้นกั เรยี นช่วยกันเตมิ กรยิ ำที่อยู่ในรปู อดีต 9. ครใู หน้ ักเรียนภำยในกลุม่ ของตนร่วมกนั อำ่ นบทควำมที่ไดร้ บั พรอ้ มสอบถำมวำ่ เร่ืองที่ ได้รับคือเร่ืองใด ขน้ั นำไปใช้ (Production) 10. ครใู ช้เทคนคิ story chain เพื่อวดั ควำมเข้ำใจและกำรเขยี นของนกั เรียนโดยให้นักเรียน ทำใบงำน Exercise 5 วธิ กี ำรมดี งั นี้ ครเู ขยี นประโยคแรกลงในกระดำษจำกนนั้ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคน ภำยในกลมุ่ เขียนประโยคต่อๆกนั จนเรียบเรยี งเป็นบทควำมโดยใชโ้ ครงสรำ้ ง past simple tense ข้ันสรุป (Wrap Up) 11. ครูนำงำนเขียนของนักเรียนตดิ ท่กี ระดำนหน้ำห้องเรียนใหเ้ พื่อน ๆ ในชัน้ เรียนอ่ำน

12. ครแู ละนักเรียนรว่ มสรปุ กำรใช้ Future Simple Tense เป็นแผนผังมโนทัศน์ สื่อท่ใี ช้: บัตรเนื้อหำ, Exercise 5 กำรประเมนิ ผล: 1. ตรวจสอบควำมถกู ต้องของกำรเขยี น เกณฑ์กำรประเมนิ : การเขียน ประเดน็ กำรประเมิน คะแนน ตัวบง่ ช้ี 4 ถกู ต้อง ครอบคลุม ตรงประเดน็ ด้ำนเนื้อหำ 3 ถกู ต้อง ไม่ครอบคลมุ ขำด 1-2 ประเด็น 2 ถูกต้อง ไม่ครอบคลมุ ขำด 3-4 ประเด็น 1 ถกู ต้อง ไม่ตรอบคลมุ ขำดมำกกว่ำ 4 ประเด็น 4 ใช้คำศัพท์ สำนวนถกู ต้อง เหมำะสม ดำ้ นคำศัพท์ 3 ใชค้ ำศพั ท์ สำนวน ไมถ่ ูกต้อง 1-2 แหง่ 2 ใชค้ ำศพั ท์ สำนวน ไม่ถูกต้อง 3-4 แหง่ 1 ใชค้ ำศพั ท์ สำนวนไม่ถกู ต้อง มำกกว่ำ 4 แหง่ 4 เขยี นถกู ต้องตำมหลกั ไวยกรณ์ ดำ้ นโครงสรำ้ งประโยค 3 เขียนผิดหลักไวยกรณ์ 2 แห่ง 2 เขียนผิดหลกั ไวยกรณ์ 3 แหง่ 1 เขยี นผดิ หลกั ไวยกรณม์ ำกกว่ำ 3 แหง่ เกณฑ์กำรผ่ำน 8 คะแนนขนึ้ ไป

Exercise 5





Directions: Write a story sentence following one another using past simple tense Once upon a time, the prince woke up on a Monday morning.

แบบทดสอบหลังเรยี น Part 1: Choose the correct answer for each question. 1. We ___________ to Vancouver on holiday a. go b. went c. did go d. gone 2. ____________ by the plane? a. Went you b. Did you went c. Did you go d. Do you gone 3. Jack ____________ with us. b. doesn’t comed a. didn’t came c. will not came d. didn’t come 4. Suda _________novels at the library last hours. a. readed b. did read c. read d. reads 5. What ______ you ______ last weekend ? a. did / do b. did / did c. were / do d. do / did Part 2 Directions: Change these sentences to Affirmative, Negative, and Question sentences. 6. Affirmative: She ________________ (go) to the university last week. 7. Negative: He __________________(write) a letter to his boss. 8. Question: ___________ you __________(sleep) well last night? 9. Affirmative: They _______________ (swim) at the pool on last holiday. 10. Negative: David ________________(clean) a sister’s room last Monday.

Name ………………………………………………………………………………………. Class………….….. NO………………. Part 1 Directions: Choose the correct answer for each question. (5 points) ab c d 1. 2. 3. 4. 5. Part 2 Directions: Change these sentences to Affirmative, Negative, and Question sentences. 6. Affirmative: She ________________ (go) to the university last week. 7. Negative: He __________________(write) a letter to his boss. 8. Question: ___________ you __________(sleep) well last night? 9. Affirmative: They _______________ (swim) at the pool on last holiday. 10. Negative: David ________________(clean) a sister’s room last Monday.

อ้ำงอิง ศกึ ษำธิกำร, กระทรวง. (2551). สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ กลมุ่ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำต่ำงประเทศ ในหลักสตู รกำรศึกษำขัน้ พ้นื ฐำน พทุ ธศักรำช 2551. กรุงเทพมหำนคร : โรงพมิ พ์คุรสุ ภำลำดพร้ำว. E.J. Lewis. (20015). Writing Bright 1. Krakow: Compass Publishing Press.

ภำคผนวก

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน Part 1 Directions: Choose the correct answer for each question. (5 points) ab c d 1. 2. 3. 4. 5. Part 2 Directions: Change these sentences to Affirmative, Negative, and Question sentences. 6. Affirmative: She ________________ (go) to the university last week. 7. Negative: He __________________(write) a letter to his boss. 8. Question: ___________ you __________(sleep) well last night? 9. Affirmative: They _______________ (swim) at the pool on last holiday. 10. Negative: David ________________(clean) a sister’s room last Monday.

Key Exercise 1 Directions: Read the article and answer. Pictures from Africa My uncle Brian traveled to Africa last summer. He met a lot of people there. He saw a lot of animals, too. He took many pictures of the people and animals. In some pictures, people sang and danced. In other pictures, animals ate and ran on the grass. Uncle Brian told us many interesting stories about the picture. The pictures were beautiful, and the stories were exciting. I want to go there someday myself. True or False _____1. Brian is Sue’s uncle _____2. Brian traveled to London last summer _____3. He saw a lot of wild animals. _____4. The pictures were interesting. _____5. People in Africa danced and sang songs around the campfire. About the article 6. When did Brian travel? ______________________________________ 7. What did he do on this trip? ___________________________ 8. Who did Brian meet last summer? _______________________________ 9. Why these pictures were interesting? __________________________________________ 10. How will the weather be? ___________________________________________

Key Exercise 2



Key Exercise 3





Key Exercise 4 Directions: Write a paragraph about your routine with past simple tense. _________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________ _______________________________________________________________________


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook