Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

Published by Teacher Indy, 2021-12-20 04:13:08

Description: หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การหาร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

Search

Read the Text Version

เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน ประเด็นการประเมนิ ระดบั คุณภาพ 1. 1.ความถกู ต้องของ เนอ้ื หา 4 3 21 2. รูปแบบ เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ 3. ความเป็นระเบียบ ผลงานถูกต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น เป็นสว่ นใหญ่ การนำเสนอ การนำเสนอถูกต้อง การนำเสนอ การนำเสนอไม่ น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์ เหมาะสมกบั สถานการณ์ ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ เปน็ ระเบียบ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เป็นระเบียบ เล็กนอ้ ย บางส่วน เกณฑป์ ระเมนิ คณุ ภาพ 10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2 7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ระดับ 1 เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทำงาน ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตผุ ล คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลท่ีปรากฏใหเ้ หน็ 4 : ดีมาก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมเี หตุผล 3 : ดี มีการอ้างอิงทถ่ี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สินใจ 2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ มีความพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ 1 : ควรปรับปรงุ แกไ้ ข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ปรากฏให้เห็น 4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาได้สำเร็จ อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ อธิบายถงึ เหตุผล หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้เข้าใจชดั เจนนำมาซ่ึงคำตอบทถี่ ูกต้อง 3 : ดี ใช้กระบวนการแกป้ ญั หาไดส้ ำเร็จ แต่นา่ จะอธิบายถึงเหตุผล หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดกี ว่านี้ 2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สำเรจ็ เพยี งบางส่วน อธบิ ายถึงเหตผุ ล หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปญั หาได้บางส่วน มีร่องรอยการแกป้ ญั หาบางสว่ น เริ่มคดิ ใช้เหตุผล หลักการและข้ันตอน 1 : ควรปรับปรุงแก้ไข ในการแกป้ ัญหา แล้วหยดุ อธิบายต่อไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ ำเรจ็ ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้ คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเชือ่ มโยงที่ปรากฏใหเ้ ห็น คณุ ภาพ นำความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์ 4 : ดมี าก หรือกิจกรรมท่ีต้องใช้องคค์ วามรูท้ ่ีเรียนได้ถกู ต้องทุกกิจกรรมเพื่อช่วยในการแก้ปัญหา หรอื ประยุกต์ใช้ได้อยา่ งสอดคลอ้ งและเหมาะสม นำความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์ 3 : ดี หรอื กิจกรรมทต่ี ้องใชอ้ งคค์ วามรูท้ ่เี รยี นไดเ้ ป็นส่วนใหญ่ เพือ่ ชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยุกต์ใช้ได้บางสว่ น 2 : พอใช้ นำความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกับสาระคณติ ศาสตรห์ รอื กิจกรรมท่ีต้องใชอ้ งค์ความรูท้ ี่เรยี นได้บางสว่ น 1 : ควรปรับปรงุ นำความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่อื มโยงยงั ไม่เหมาะสม สรุป แกไ้ ข องค์ความรู้ที่ได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝ่เรียนรู้ คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ ห็น คณุ ภาพ 3 : ดีมาก - มีความสนใจ / ความต้ังใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้ 2 : ดี - มีความสนใจ / ความตัง้ ใจเป็นบางครัง้ 1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตง้ั ใจในระยะเวลาส้ันๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมคี วามม่งุ มัน่ ในการทำงาน คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็ คุณภาพ 3 : ดมี าก - สง่ งานก่อนหรือตรงกำหนดเวลานัดหมาย - รับผดิ ชอบในงานท่ีได้รบั มอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเป็นนิสัย 2 : ดี - สง่ งานช้ากวา่ กำหนด แตไ่ ด้มกี ารตดิ ต่อชีแ้ จงผ้สู อน มีเหตุผลทีร่ บั ฟงั ได้ - รับผิดชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเปน็ นิสยั 1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด - ปฏิบตั งิ านโดยต้องอาศัยการชแี้ นะ แนะนำ ตักเตือนหรือใหก้ ำลังใจ

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรยี นรู้ท่ีเกิดข้ึนกับผเู้ รียน 1.1 ผเู้ รียนผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จำนวน.....35........คน คิดเป็นรอ้ ยละ...100....... 1.2 ผเู้ รียนไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จำนวน.......-............คน ได้แก.่ ...................................................................................................................... ................. สาเหตุ ..................................................................................................................................... 1.3 ผ้เู รยี นไดร้ ับความรู้ : ..ผ้เู รยี นได้เรยี นรู้ตามแผนการจัดการเรยี นรตู้ รงตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.4 ผเู้ รียนเกิดทักษะกระบวนการ : การหาผลหารและเศษทต่ี วั ตั้งไมเ่ กนิ ส่ีหลักและตวั หารหนง่ึ หลกั โดยการหารส้ัน 1.5 ผเู้ รียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม :..ผูเ้ รียนมีความตั้งใจในการเรียน ชว่ ยเหลือซ่ึงกันและกนั 2. ปัญหา / อุปสรรค ............................................................................................................................. ... 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ... 4. แผนการจัดการเรยี นรนู้ ใ้ี ช้กบั นกั เรยี น หอ้ ง ป. 3 ในวนั ที่..9....เดอื น. ธันวาคม พ.ศ. 2564 ลงช่ือ................................ผสู้ อน (นายวรพจน์ อย่างดี) คดิ เห็นผบู้ ริหาร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื .......................................................... (นางสาวสพุ รรณิกา สุบรรณาจ) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นประชาสามคั คี

ใบงานที่ 11 เร่อื ง การหาผลหารและเศษท่ตี วั ตั้งไมเ่ กินส่ีหลกั และตวั หารหนึง่ หลักโดยการหารส้นั หาผลหารและเศษโดยการหารสน้ั พร้อมตรวจคำตอบ 1. 4578 ÷ 3 = ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. 2. 8000 ÷ 4 = ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 12 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหัสวชิ า ค 13101 ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 8 เรื่อง การหาร เรอ่ื ง การหาค่าของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลักษณแ์ สดงการหาร เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง สอนวันที่_________เดอื น________________พ.ศ.256_ มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลท่เี กดิ ขึน้ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตวั ช้ีวัด : ค 1.1 ป.3/7 หาค่าของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารท่ีตัวตัง้ ไมเ่ กิน 4 หลัก ตัวหาร 1 หลกั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้สู่ตวั ชี้วัด 1. บอกวิธีหาหาค่าของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารได้ (K) 2. หาคา่ ของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการหารได้ (P) 3. นักเรียนมีความมุ่งในการทำงานและสามารถนำความรู้ที่ไดไ้ ปต่อยอดในการเรียนเรอ่ื งตอ่ ไป (A) สาระสำคัญ การหาค่าของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหาร อาจทำ ได้โดยใช้ความสมั พันธ์ ของการคูณและการหาร สาระการเรยี นรู้ 1.ความรู้ หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการหาร 2.ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด 1.ความสามารถในการส่อื สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2.การเชอื่ มโยง 3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน ชนิ้ งานหรือภาระงาน ใบงานท่ี 12 เรื่อง การหาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหาร

กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ 1.ครูทบทวนการหาผลคูณของจำนวนไมเ่ กนิ 4 หลกั กบั จำนวน 1 หลกั และจำนวน 2 หลกั กับ จำนวน 2 หลัก และทบทวนเรื่องความสมั พนั ธข์ องการคณู และการหาร เช่น จากประโยคสญั ลักษณ์การคูณ 4 × 22 = เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์การหารไดด้ ังน้ี ÷ 4 = 22 หรอื ÷ 22 = 4 หรือจากประโยคสัญลกั ษณก์ ารหาร ÷ 4 = 22 เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์การคูณไดด้ ังน้ี 4 × 22 = หรือจากประโยคสญั ลกั ษณ์การหาร ÷ 22 = 4 เขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณ์การคณู ไดด้ งั นี้ 4 × 22 = 2.จากน้ันยกตวั อยา่ งการหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารท่มี ีตัวไมท่ ราบคา่ เปน็ ตัวตง้ั โดยใช้ความสัมพันธ์ของการคูณและการหารตามหนังสือเรียนหนา้ 37 เช่น ครูทบทวนว่า จำนวนสอง จำนวนคูณกนั ผลคณู ทีไ่ ด้หารด้วยจำนวนใดจำนวนหนึ่ง ในสองจำนวนนั้นผลหารคอื จำนวนอีกจำนวนหนง่ึ เชน่ 4 × 22 = โดยใช้ความสมั พนั ธ์ ของการคูณและการหาร จะได้ ÷ 4 = 22 หรอื ÷ 22 = 4 ถา้ ต้องการหาค่าของตวั ไม่ ทราบคา่ ในประโยคสัญลักษณ์ ÷ 4 = 22 จะใชค้ วามสัมพนั ธ์ของการคูณและการหาร เป็น 4 × 22 = เน่ืองจาก 4 × 22 = 88 ดังน้ัน 88 ÷ 4 = 22 สรุปได้ว่า ตวั ไมท่ ราบค่าทีเ่ ป็นตวั ตั้ง คอื 88 ครูใหน้ ักเรียนตรวจสอบว่า 88 หารด้วย 4 ไดผ้ ลหารเปน็ 22 จริงหรือไม่ นกั เรยี นช่วยกันตรวจสอบจะได้วา่ 88 ÷ 4 = 22 ดังนัน้ 88 เป็นคำ ตอบทถ่ี ูกต้อง จากน้นั ครูยกตัวอยา่ ง ÷ 6 = 27 ในที่น้ตี ัวไมท่ ราบคือตัวต้งั ใหน้ กั เรยี นใช้ความสมั พันธ์ ของการคูณและการหาร โดยการหาว่า 6 × 27 = จะได้วา่ 6 × 27 = 162 ดงั น้นั 162 ÷ 6 = 27 สรปุ ได้ว่า ตวั ตั้ง คือ 162 ครใู หน้ กั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบวา่ 162 หารดว้ ย 6 ได้ผลหารเป็น 27 จรงิ หรือไม่ นักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบจะไดว้ า่ 162 ÷ 6 = 27 ดังนัน้ 162 เปน็ คำ ตอบที่ถกู ต้อง จากนนั้ ครยู กตวั อยา่ งเพิ่มเติมอกี 2-3 ตวั อย่างแลว้ รว่ มกันสรุปวา่ การหาคา่ ของตัวไมท่ ราบคา่ ท่ีเป็น ตวั ต้งั ในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหาร ทำ ไดโ้ ดยนำ ตวั หารคูณกบั ผลหาร ครูให้นักเรียนช่วยกัน หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าทเี่ ป็นตัวตงั้ ในกรอบทา้ ยหนงั สือเรียนหน้า 37 ครูและนักเรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกต้องและตรวจคำตอบ โดยนำตัวตัง้ ท่ีได้หารดว้ ยตัวหารและได้ผลหารตามทกี่ ำหนดหรือไม 3. ครูยกตัวอย่างการหาค่าของตวั ไมท่ ราบค่า ในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการหารท่ีมตี วั ไม่ทราบคา่ เป็นตัวหารตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 38 เชน่

45 ÷ = 15 โดยใช้ความสัมพนั ธข์ องการคณู และการหาร จาก 45 ÷ = 15 เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์การคณู ได้ × 15 = 45 ตอ้ งหาว่า จำนวนใดคูณกบั 15 ได4้ 5 จะได3้ × 15 = 45 ดังนัน้ 45 ÷ 3 = 15 สรปุ ไดว้ า่ ตัวไม่ทราบค่าทเี่ ป็นตัวหาร คอื 3ครูใหน้ ักเรยี นตรวจสอบว่า 45 หารดว้ ย 3 ได้ผลหารเป็น 15 จริงหรือไม่ นักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบจะได้วา่ 45 ÷ 3 = 15 ดังนน้ั 3 เป็นคำตอบท่ถี ูกต้องในการหาค่าของตวั ไม่ทราบค่าโดยหาว่าจำนวนใดคูณกับ 15 ได้45 น้ัน นักเรยี นอาจต้องใช้การลองคูณไปเรื่อย ๆ เช่น 2 × 15 = 30 3 × 15 = 45 ... เม่อื ได้ผลคูณตามต้องการแล้วจงึ นำ ไปแทนคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยค สญั ลักษณ์แสดงการหารตามทีก่ ำหนด พร้อมกบั ตรวจคำตอบเพ่ือความถกู ต้องแม่นยำ มากข้ึน แต่ถ้าเปน็ จำนวนท่มี ากขึ้นนักเรียนอาจตอ้ งใชก้ ารสุ่มจำนวนทีน่ ำมาคูณเพ่ือใหไ้ ดผ้ ลคูณท่ีใกลเ้ คียงก่อน หรอื สร้างสตู รคูณ อยา่ งง่าย เชน่ 1,252 ÷ = 313โดยใชค้ วามสัมพันธข์ องการคูณและการหาร จาก 1,252 ÷ = 313 เขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณก์ ารคูณได้ × 313 = 1,252 ตอ้ งหาว่า จำนวนใดคูณกับ 313 ได้1,252 ซ่ึงผลคูณเป็นจำนวน 4 หลัก ครูอาจแนะนำ ให้นักเรียนสรา้ งสูตรคูณอย่างงา่ ย เช่น 1 × 313 = 313 2 × 313 = 626 3 × 313 = 939 4 × 313 = 1,252 จะได1้ ,252 ÷ 4 = 313 สรุปได้วา่ ตวั หาร คือ 4 หรือครอู าจแนะนำ การสุ่มจำนวนท่จี ะนำ มาคูณกบั 313 แลว้ ไดผ้ ลคณู เป็น 1,252 ครูให้นักเรียนสังเกตหลักหน่วยของ 1,252 จะเห็นวา่ หลกั หน่วยคอื 2 ดงั นนั้ ต้องสุ่มจำนวนทีค่ ูณกับหลกั หนว่ ยของ 313 คอื 3 แล้วไดผ้ ลคณู ที่มหี ลกั หน่วย เปน็ 2 จำนวนนนั้ คอื 4 ดังนน้ั อาจทดลองสมุ่ 4 มาคณู กบั 313 จะได4้ × 313 = 1,252 ซึ่งวิธีน้ี อาจจะหาคำตอบไดร้ วดเร็วและแม่นยำมากข้นึ จากน้ันครูให้นกั เรยี นตรวจสอบวา่ 1,252 หารด้วย 4 ได้ผลหารเปน็ 313 จรงิ หรือไม่ นกั เรยี นช่วยกันตรวจสอบ จะได้ว่า 1,252 ÷ 4 = 313 ดังน้นั 4 เปน็ คำ ตอบที่ ถูกต้อง ครูยกตวั อย่างเพิ่มเติมอกี 2 - 3 ตัวอยา่ ง ครูและนักเรยี นชว่ ยกันสรุปว่า การหาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าท่ี เปน็ ตวั หารในประโยคสัญลักษณ์แสดงการหาร ทำ ไดโ้ ดยการหาวา่ จำนวนใดคณู กบั ผลหารแล้วได้เทา่ กบั ตวั ตง้ั ซ่ึงอาจใชก้ ารสุ่มจำนวนมาลองคูณไปเรื่อย ๆ จนได้ผลคูณตามที่กำหนด ครูให้นักเรยี นช่วยกนั หาคา่ ของตัว ไมท่ ราบคา่ ท่ีเปน็ ตัวหารในกรอบทา้ ยหนงั สือเรียนหนา้ 38 ครแู ละนักเรยี นช่วยกนั ตรวจสอบ ความถูกตอ้ งและตรวจคำ ตอบ โดยนำ ตัวตัง้ ทีไ่ ด้หารดว้ ยตัวหารและไดผ้ ลหารตามทีก่ ำหนดหรอื ไม่ 5.ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยใหน้ กั เรียนหาค่าของตัวไม่ทราบค่าทเี่ ปน็ ตวั ตง้ั หรอื ตัวหารในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการหารตามหนังสือเรียนหน้า 40 โดยใชค้ วามสัมพันธข์ องการคูณและ การหาร ดังน้ี

− ถ้าตวั ไมท่ ราบคา่ เป็นตวั ต้งั หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าโดยนำ ผลหารคณู กบั ตวั หาร − ถา้ ตัวไม่ทราบค่าเป็นตวั หาร หาค่าของตัวไม่ทราบค่าโดยหาจำนวนท่ีมาคณู กับผลหารแลว้ ได้ผลคณู เทา่ กบั ตัวตงั้ จากนัน้ ครูและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้องพร้อมกบั ตรวจคำ ตอบและสรปุ สง่ิ ท่ไี ด้ เรียนรู้ถา้ พบวา่ มนี ักเรยี นที่หาค่าของตวั ไม่ทราบคา่ ไม่ถกู ต้อง ครูให้นักเรียนใบงานเพ่ิมเติม สื่อการเรยี นรู้ 1.หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ ป.3 2. ใบงานท่ี 12 เรือ่ ง การหาค่าของตวั ไมท่ ราบคา่ ในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการหาร การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การ วิธวี ดั เครือ่ งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ เรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 60% ข้นึ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ การประเมนิ 2. ด้านทกั ษะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ดา้ นทกั ษะ คุณภาพดีข้ึนไป กระบวนการ 3. ด้านคณุ ลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดับ ทีพ่ ึงประสงค์ (A) คณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ ดา้ นคุณลกั ษณะ คุณภาพดีขึ้นไป ท่พี ึงประสงค์ เกณฑ์การประเมนิ แบบฝกึ หัด/ใบงาน ประเด็นการประเมนิ ระดบั คุณภาพ 1. 1.ความถกู ต้องของ เนือ้ หา 4 3 21 2. รูปแบบ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ 3. ความเปน็ ระเบยี บ ผลงานถูกต้อง ผลงานถกู ต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เป็นสว่ นใหญ่ การนำเสนอ การนำเสนอถูกต้อง การนำเสนอ การนำเสนอไม่ น่าสนใจและ เปน็ สว่ นใหญ่ ถูกต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์ เหมาะสมกับ สถานการณ์ ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไมม่ ีความ เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบียบ เล็กน้อย บางสว่ น

เกณฑ์ประเมนิ คณุ ภาพ 10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดบั 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2 7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดับ 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1 เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นทักษะและกระบวนการทำงาน ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตผุ ล คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตุผลที่ปรากฏใหเ้ หน็ 4 : ดีมาก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอย่างมเี หตุผล 3 : ดี มกี ารอ้างอิงที่ถูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคดิ ประกอบการตดั สนิ ใจ 2 : พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสนิ ใจ มคี วามพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจ 1 : ควรปรบั ปรงุ แกไ้ ข ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปญั หาท่ปี รากฏใหเ้ หน็ 4 : ดีมาก ใชก้ ระบวนการแก้ปญั หาไดส้ ำเรจ็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ อธิบายถึงเหตุผล หลักการและข้ันตอนในการแก้ปญั หาได้เขา้ ใจชดั เจนนำมาซึ่งคำตอบท่ีถูกต้อง 3 : ดี ใช้กระบวนการแกป้ ัญหาไดส้ ำเร็จ แตน่ า่ จะอธบิ ายถึงเหตุผล หลักการและข้นั ตอนในการแก้ปญั หาได้ดีกว่าน้ี 2 : พอใช้ มกี ระบวนการแก้ปัญหา สำเร็จเพยี งบางสว่ น อธบิ ายถงึ เหตุผล หลักการและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้บางสว่ น 1 : ควรปรับปรุงแก้ไข มีร่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เรม่ิ คดิ ใชเ้ หตุผล หลกั การและข้ันตอน ในการแกป้ ญั หา แลว้ หยดุ อธิบายตอ่ ไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ ำเรจ็

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเช่อื มโยง สรุปองค์ความรู้ คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเช่อื มโยงทปี่ รากฏใหเ้ หน็ คุณภาพ นำความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอื่ มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์ 4 : ดีมาก หรอื กจิ กรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรู้ทีเ่ รยี นได้ถกู ต้องทุกกิจกรรมเพ่ือช่วยในการแกป้ ัญหา หรือประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม นำความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอ่ื มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์ 3 : ดี หรือกจิ กรรมท่ีต้องใชอ้ งคค์ วามรทู้ ี่เรียนไดเ้ ปน็ สว่ นใหญ่ เพื่อชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยกุ ตใ์ ช้ไดบ้ างสว่ น 2 : พอใช้ นำความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงกับสาระคณิตศาสตร์หรือ กจิ กรรมที่ตอ้ งใชอ้ งคค์ วามรทู้ ี่เรยี นได้บางสว่ น 1 : ควรปรบั ปรงุ นำความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชอ่ื มโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ แกไ้ ข องค์ความรทู้ ี่ได้ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : นักเรยี นใฝ่เรยี นรู้ คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ หน็ คุณภาพ 3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้ 2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจเป็นบางคร้ัง 1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตง้ั ใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเล่นในเวลาเรยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรยี นมคี วามมงุ่ ม่นั ในการทำงาน คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะที่ปรากฏให้เหน็ คุณภาพ 3 : ดมี าก - ส่งงานก่อนหรอื ตรงกำหนดเวลานดั หมาย - รับผิดชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเปน็ นสิ ัย 2 : ดี - สง่ งานช้ากว่ากำหนด แตไ่ ด้มีการติดต่อชี้แจงผ้สู อน มีเหตผุ ลท่ีรับฟังได้ - รบั ผดิ ชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเปน็ นิสัย 1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากว่ากำหนด - ปฏบิ ตั งิ านโดยตอ้ งอาศยั การชแี้ นะ แนะนำ ตักเตือนหรือให้กำลงั ใจ

บันทึกผลหลังกระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรยี นรู้ที่เกิดขึน้ กับผู้เรยี น 1.1 ผ้เู รียนผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ จำนวน.....35........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ...100....... 1.2 ผเู้ รียนไม่ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ จำนวน.......-............คน ไดแ้ ก.่ ....................................................................................................................................... สาเหตุ ............................................................................................................................. ........ 1.3 ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ : ..ผู้เรยี นไดเ้ รียนร้ตู ามแผนการจดั การเรียนรตู้ รงตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.4 ผู้เรียนเกดิ ทกั ษะกระบวนการ : การหาคา่ ของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการหาร 1.5 ผู้เรยี นมีคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม :..ผูเ้ รยี นมคี วามตง้ั ใจในการเรยี น ชว่ ยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั 2. ปัญหา / อปุ สรรค นักเรียนบางคนยงั สับสนและยงั ไม่เข้าใจในเรือ่ งวธิ ีการหาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์การ หาร 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข สอนและอธิบายให้ความรู้เพ่มิ เติมในสว่ นทีไ่ มเ่ ข้าใจให้กับนกั เรียนท่ไี มเ่ ข้าใจ 4. แผนการจัดการเรยี นรู้นใ้ี ช้กับนักเรียน ห้อง ป. 3 ในวันท.่ี .12....เดอื น. ธนั วาคม พ.ศ. 2564 ลงช่อื ................................ผสู้ อน (นายวรพจน์ อยา่ งดี) คิดเหน็ ผู้บรหิ าร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชอ่ื .......................................................... (นางสาวสุพรรณกิ า สุบรรณาจ) ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นประชาสามัคคี

ใบงานที่ 12 เรื่อง การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดงการหาร หาตัวต้ังหรือตัวหาร 1. ÷ 3 = 27 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. 2. 800 ÷ = 2 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 13 กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 8 เรอื่ ง การหาร เรอื่ ง โจทยป์ ญั หาการหาร (1) เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง สอนวนั ที่_________เดอื น________________พ.ศ.256_ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตัวชีว้ ดั : ค 1.1 ป.3/7 หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารท่ีตัวตัง้ ไมเ่ กิน 4 หลกั ตัวหาร 1 หลกั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ูต่ ัวชี้วัด 1. บอกวิธีหาเขียนประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารและเขียนแสดงวธิ หี าคำตอบ (K) 2. เขยี นประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารและเขยี นแสดงวิธีหาคำตอบ (P) 3. นกั เรียนมีความมุ่งในการทำงานและสามารถนำความรทู้ ี่ได้ไปต่อยอดในการเรยี นเร่อื งต่อไป (A) สาระสำคัญ การแก้โจทยป์ ญั หาทำ ได้โดยอา่ นทำความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบ ความสมเหตุสมผลของคำตอบ สาระการเรยี นรู้ 1.ความรู้ โจทย์ปัญหาการหาร 2.ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด 1.ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2.การเชอ่ื มโยง 3. การแกป้ ัญหา 3.คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน ชนิ้ งานหรือภาระงาน ใบงานท่ี 13 เรื่อง โจทยป์ ญั หาการหาร

กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ 1.ครูทบทวนเกี่ยวกบั ความหมายของการหารท่เี ป็นสถานการณท์ เี่ กิดขนึ้ ในชวี ติ ประจำ วันง่าย ๆ เชน่ ใบบัวมีขนม 12 ช้ิน จัดใสถ่ าดเป็นแถว แถวละ 6 ชิน้ ได้ทั้งหมดก่ีแถว จากนัน้ ครูยกตัวอยา่ งโจทยป์ ัญหาการหารตามหนังสือเรียนหนา้ 41 แลว้ ใช้คำถามเพื่อใหน้ กั เรียนได้ วิเคราะห์โจทยเ์ ชน่ ปา้ มีดอกบวั 54 ดอก จัดเป็นกำ กำ ละ 3 ดอก ปา้ จัดดอกบัวทัง้ หมดไดก้ ่ีกำ - โจทยถ์ ามอะไร (ป้าจัดดอกบัวท้ังหมดได้กกี่ ำ ) - โจทย์บอกอะไร (ป้ามีดอกบวั 54 ดอก จัดเป็นกำ กำ ละ 3 ดอก) - หาคำ ตอบได้อยา่ งไร (หาคำ ตอบโดยใชก้ ารหาร) - เขียนประโยคสัญลักษณแ์ สดงการหารได้อยา่ งไร (54 ÷ 3 = ) ซ่ึงนกั เรยี นอาจหาคำตอบโดยใชต้ ัวนบั แทนดอกบวั 54 ตัว จากนนั้ จัดเปน็ กอง กองละ 3 ตวั หรอื หาก นักเรยี นยังไม่ทราบวา่ ต้องหาคำ ตอบโดยวธิ ีใด ครอู าจใหน้ ักเรยี นจดั ตัวนบั แล้วให้สงั เกตการจัดตวั นบั วา่ สามารถใช้การหารในการหาคำ ตอบไดจ้ ากน้นั ครูให้นักเรยี นเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์เม่ือนักเรียนเขยี นประโยค สัญลักษณ์ได้แลว้ สามารถหาคำ ตอบโดยใช้สือ่ ของจริงหรอื ใช้การหารยาวหรอื ใช้การหารสั้นตามท่ีได้เรียน มาแล้ว เชน่ ดงั นน้ั ป้าจดั ดอกบัวท้ังหมดได1้ 8 กำ ครูและนกั เรยี นร่วมกนั เขียนแสดงวธิ ีหาคำตอบ ดงั นี้ ใหน้ ักเรียนสังเกตวา่ การเขยี นแสดงวิธหี าคำ ตอบเปน็ ลกั ษณะของการเขียนสว่ นทีโ่ จทย์บอกและสว่ นท่ีโจทย์ ถาม โดยบรรทดั ที่ 1 และ 2 เป็นส่วนทีโ่ จทย์บอก และบรรทัดท่ี 3 เปน็ ส่วนทีโ่ จทย์ถามและคำตอบซง่ึ บรรทัดที่ 3 จะเขยี นแสดงการหาคำ ตอบตามประโยคสัญลักษณ์ แล้วเขยี นคำตอบที่ได้แทนตัวไมท่ ราบคา่ โดยวิธีคิดหา คำตอบจะไม่เขยี นแสดงไวเ้ พราะอาจหาคำ ตอบโดยการหารส้นั หรอื การหารยาวก็ไดเ้ ม่ือได้คำ ตอบแลว้ ครู ควรให้นกั เรยี นตรวจคำ ตอบโดยการคูณ เพื่อตรวจสอบวา่

คำตอบท่ไี ด้ถกู ต้องหรือไม่ ในท่ีนี้ 3 × 18 = 54 ดงั นัน้ 18 เป็นคำตอบทถ่ี ูกต้อง 2.ครยู กตวั อยา่ งโจทยป์ ัญหาการหารท่ใี ช้จำนวนมากขึ้นตามหนังสอื เรียนหนา้ 42 เชน่ นา้ มีดอกมะลซิ ้อน 140 ดอก นำ ทง้ั หมดมาทำ เขม็ กลัดติดเสอ้ื อันละ 5 ดอก น้าทำ เขม็ กลดั ตดิ เสอื้ ได้กี่อัน ให้นกั เรียนอา่ นโจทย์ปญั หาพร้อมกนั ครใู ช้การถาม - ตอบ เพ่ือใหน้ กั เรียนช่วยกัน วิเคราะห์โจทยป์ ญั หา ดงั นี้ − โจทยถ์ ามอะไร (น้าทำ เข็มกลัดติดเสอ้ื ไดก้ ่ีอัน) − โจทยบ์ อกอะไร (น้ามดี อกมะลิซอ้ น 140 ดอกนำ ท้ังหมดมาทำ เข็มกลดั ติดเส้ือ อันละ 5 ดอก) − หาคำ ตอบได้อย่างไร (หาคำ ตอบโดยใช้การหาร) − เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการหารไดอ้ ย่างไร (140 ÷ 5 = ) จากนั้นครแู ละนักเรยี นรว่ มกันเขียนแสดงวิธหี าคำตอบ ดงั น้ี ใหน้ กั เรยี นสังเกตวา่ การเขยี นแสดงวธิ หี าคำ ตอบเป็นลกั ษณะของการเขยี นสว่ นท่โี จทย์บอกและส่วน ที่โจทย์ถาม โดยบรรทัดท่ี 1 และ 2 เปน็ สว่ นท่โี จทย์บอก และบรรทัดท่ี 3 เปน็ ส่วนที่โจทยถ์ ามและคำตอบซงึ่ บรรทดั ท่ี 3 จะเขียนแสดงการหาคำ ตอบตามประโยคสัญลกั ษณ์แล้วเขียนคำ ตอบทไ่ี ด้แทนตวั ไม่ทราบคา่ โดย วิธคี ดิ หาคำ ตอบจะไมเ่ ขียนแสดงไวเ้ พราะอาจหาคำ ตอบโดยการหารสัน้ หรอื การหารยาวก็ไดเ้ ม่ือได้คำ ตอบ แลว้ ครคู วรใหน้ กั เรียนตรวจคำ ตอบโดยการคณู เพื่อตรวจสอบวา่ คำตอบที่ได้ถูกตอ้ งหรือไม่ ในท่นี ้ี 5 × 28 = 140 ดังนั้น 28 เป็นคำตอบทีถ่ ูกต้อง 3. ครูใหน้ กั เรยี นอ่านโจทยป์ ัญหาตามหนังสอื เรยี นหนา้ 43 พร้อมกัน แลว้ ใช้คำ ถามให้นักเรยี นชว่ ยกัน วเิ คราะห์โจทย์ปญั หา เช่น โจทย์ถามอะไร โจทย์บอกอะไรหาคำตอบได้อยา่ งไร เขยี นเป็นประโยค สัญลกั ษณ์ได้อย่างไร จากนนั้ ให้นกั เรยี นช่วยกันหาคำ ตอบของ 900 ÷ 9 = เม่อื ได้คำตอบแลว้ ให้นักเรยี นช่วยกนั เขียนแสดงวธิ หี าคำตอบ ได้ดังนี้

เมอื่ ไดค้ ำตอบแล้วครูควรให้นักเรยี นตรวจคำ ตอบโดยการคูณ เพื่อตรวจสอบวา่ คำตอบท่ีได้ ถูกต้องหรอื ไม่ ตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล โดยให้นกั เรียนเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์และเขยี นแสดงวิธหี า คำ ตอบตามหนังสือเรยี นหนา้ 44 จากนัน้ ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง และสรปุ สิ่งทีไ่ ด้เรียนรู้ การแก้โจทยป์ ัญหาทำ ไดโ้ ดยอา่ นทำ ความเข้าใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคำ ตอบ และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบจากน้นั ให้นักเรยี นทำ แบบฝกึ หัด 8.8 หนา้ 36 – 38 จากนน้ั ใหท้ ำใบงานเพม่ิ เติม ส่อื การเรียนรู้ 1.หนังสือเรียนคณติ ศาสตร์ ป.3 2. ใบงานท่ี 13 เรื่อง โจทยป์ ัญหาการหาร การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ าร วธิ ีวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมิน เรยี นรู้ 1. ดา้ นความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน 60% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผ่านเกณฑ์ การประเมิน 2. ดา้ นทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นได้คะแนนระดบั กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ด้านทักษะ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป กระบวนการ 3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั ท่ีพงึ ประสงค์ (A) คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ ด้านคุณลกั ษณะ คุณภาพดีข้นึ ไป ทพี่ งึ ประสงค์

เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน ประเด็นการประเมนิ ระดบั คุณภาพ 1. 1.ความถกู ต้องของ เนอ้ื หา 4 3 21 2. รูปแบบ เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ 3. ความเป็นระเบียบ ผลงานถูกต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น เป็นสว่ นใหญ่ การนำเสนอ การนำเสนอถกู ต้อง การนำเสนอ การนำเสนอไม่ น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์ เหมาะสมกบั สถานการณ์ ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ เปน็ ระเบียบ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เป็นระเบียบ เล็กนอ้ ย บางส่วน เกณฑป์ ระเมนิ คณุ ภาพ 10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2 7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ระดับ 1 เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทำงาน ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตผุ ล คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลท่ีปรากฏใหเ้ หน็ 4 : ดีมาก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมเี หตุผล 3 : ดี มีการอ้างอิงทถ่ี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สินใจ 2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ มีความพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ 1 : ควรปรับปรงุ แกไ้ ข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ปรากฏให้เหน็ 4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแกป้ ญั หาได้สำเร็จ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ อธบิ ายถงึ เหตผุ ล หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปญั หาได้เข้าใจชดั เจนนำมาซ่ึงคำตอบทีถ่ ูกต้อง 3 : ดี ใช้กระบวนการแกป้ ญั หาไดส้ ำเรจ็ แตน่ า่ จะอธิบายถึงเหตุผล หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดีกว่านี้ 2 : พอใช้ มีกระบวนการแกป้ ัญหา สำเร็จเพียงบางส่วน อธบิ ายถึงเหตผุ ล หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้บางส่วน มีร่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เริ่มคิดใช้เหตุผล หลักการและข้ันตอน 1 : ควรปรับปรุงแก้ไข ในการแกป้ ัญหา แล้วหยดุ อธิบายต่อไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ ำเรจ็ ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้ คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเช่อื มโยงที่ปรากฏใหเ้ ห็น คณุ ภาพ นำความรู้ หลกั การ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ในการเช่ือมโยงกับสาระคณติ ศาสตร์ 4 : ดมี าก หรือกิจกรรมท่ีต้องใช้องคค์ วามรูท้ ่ีเรยี นได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพื่อชว่ ยในการแกป้ ญั หา หรอื ประยุกต์ใช้ได้อยา่ งสอดคลอ้ งและเหมาะสม นำความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเช่ือมโยงกบั สาระคณิตศาสตร์ 3 : ดี หรอื กิจกรรมทต่ี ้องใชอ้ งค์ความรูท้ เ่ี รยี นไดเ้ ป็นส่วนใหญ่ เพือ่ ชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ได้บางสว่ น 2 : พอใช้ นำความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกับสาระคณิตศาสตรห์ รือ กิจกรรมท่ีตอ้ งใชอ้ งค์ความรทู้ ี่เรยี นได้บางสว่ น 1 : ควรปรับปรงุ นำความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอ่ื มโยงยงั ไมเ่ หมาะสม สรุป แกไ้ ข องค์ความรู้ที่ได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ ห็น คณุ ภาพ 3 : ดีมาก - มีความสนใจ / ความต้งั ใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้ 2 : ดี - มีความสนใจ / ความต้งั ใจเปน็ บางครัง้ 1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจในระยะเวลาส้ันๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมีความมุง่ มัน่ ในการทำงาน คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็ คุณภาพ 3 : ดมี าก - สง่ งานก่อนหรือตรงกำหนดเวลานัดหมาย - รับผดิ ชอบในงานที่ได้รับมอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเป็นนิสัย 2 : ดี - สง่ งานช้ากวา่ กำหนด แตไ่ ด้มกี ารตดิ ต่อชีแ้ จงผ้สู อน มีเหตุผลทีร่ บั ฟงั ได้ - รับผิดชอบในงานทีไ่ ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเปน็ นิสยั 1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด - ปฏิบตั งิ านโดยตอ้ งอาศยั การชแี้ นะ แนะนำ ตักเตือนหรือใหก้ ำลังใจ

บันทึกผลหลังกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. ผลการเรยี นรู้ท่เี กิดขนึ้ กับผู้เรียน 1.1 ผ้เู รียนผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ จำนวน.....35........คน คิดเป็นร้อยละ...100....... 1.2 ผู้เรียนไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ จำนวน.......-............คน ได้แก.่ ...................................................................................................................... ................. สาเหตุ ..................................................................................................................................... 1.3 ผู้เรยี นได้รับความรู้ : ..ผเู้ รียนได้เรยี นรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 1.4 ผู้เรยี นเกดิ ทกั ษะกระบวนการ : โจทย์ปญั หาการหาร 1.5 ผู้เรยี นมีคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม :ผู้เรียนมคี วามตัง้ ใจในการเรยี น ช่วยเหลือซึ่งกันและกนั 2. ปัญหา / อุปสรรค นักเรียนบางคนยงั สบั สนและยงั ไม่เข้าใจในการตีความโจทยป์ ญั หาการหารและบอกโจทย์ถามโจทย์บอกยงั ไม่ได้ 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข สอนและอธิบายให้ความรู้เพิ่มเติมในสว่ นทีไ่ ม่เขา้ ใจให้กับนกั เรยี นทีไ่ มเ่ ข้าใจ 4. แผนการจัดการเรียนร้นู ี้ใช้กับนกั เรยี น หอ้ ง ป. 3 ในวนั ท.ี่ .14....เดอื น. ธันวาคม พ.ศ. 2564 ลงช่อื ................................ผสู้ อน (นายวรพจน์ อยา่ งดี) คดิ เห็นผู้บรหิ าร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ .......................................................... (นางสาวสุพรรณกิ า สุบรรณาจ) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นประชาสามคั คี

ใบงานที่ 13 เรอื่ ง โจทย์ปัญหาการหาร เขยี นประโยคสัญลักษณ์และแสดงวิธหี าคำตอบ ครมู ีลูกปัด 1,136 เม็ด แบ่งให้นักเรียน 8 คน คนละเท่า ๆ กัน นกั เรยี นจะไดล้ กู ปดั คนละกีเ่ มด็ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 8 เรอื่ ง การหาร เรอื่ ง โจทยป์ ญั หาการหาร (2) เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง สอนวนั ที่_________เดอื น________________พ.ศ.256_ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตัวชีว้ ดั : ค 1.1 ป.3/7 หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารท่ีตัวตัง้ ไมเ่ กิน 4 หลกั ตัวหาร 1 หลกั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ูต่ ัวชี้วัด 1. บอกวิธีหาเขียนประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารและเขียนแสดงวธิ หี าคำตอบ (K) 2. เขยี นประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการหารและเขยี นแสดงวิธีหาคำตอบ (P) 3. นกั เรียนมีความมุ่งในการทำงานและสามารถนำความรทู้ ี่ได้ไปต่อยอดในการเรยี นเร่อื งต่อไป (A) สาระสำคัญ การแก้โจทยป์ ญั หาทำ ได้โดยอา่ นทำความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแก้ปัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบ ความสมเหตุสมผลของคำตอบ สาระการเรยี นรู้ 1.ความรู้ โจทย์ปัญหาการหาร 2.ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด 1.ความสามารถในการสือ่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2.การเชอ่ื มโยง 3. การแกป้ ัญหา 3.คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน ชนิ้ งานหรือภาระงาน ใบงานท่ี 14 เรื่อง โจทยป์ ญั หาการหาร

กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ 1.ครูยกตัวอยา่ งโจทยป์ ัญหาตามหนังสอื เรียนหนา้ 45 แล้วใหน้ กั เรยี นอา่ นโจทย์พร้อมกนั ครูใชค้ ำ ถามให้นักเรยี นวเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หา เช่น แม่คา้ มขี นมช้ัน850 ชน้ิ ตอ้ งการจัดใสก่ ลอ่ ง กลอ่ งละ 9 ชน้ิ แมค่ ้าจดั ขนมช้นั ใสก่ ล่องไดก้ ี่ กลอ่ ง และเหลอื ขนมชัน้ กชี่ ้ิน − โจทย์ถามอะไร (แมค่ า้ จัดขนมชั้นใส่กล่องได้ก่ีกล่อง และเหลอื ขนมชน้ั ก่ชี ิน้ ) − โจทย์บอกอะไร (แมค่ ้ามีขนมช้ัน 850 ชิ้น ต้องการจัดใส่กลอ่ ง กลอ่ งละ 9 ช้นิ ) − หาคำตอบไดอ้ ย่างไร (หาคำตอบโดยใชก้ ารหาร) − เขียนประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการหารได้อยา่ งไร (850 ÷ 9 = ) ครใู หน้ กั เรยี นสังเกตวา่ ส่วนที่โจทยถ์ ามมี 2 คำถาม คือ แม่ค้าจดั ขนมชัน้ ใส่กล่องได้กี่กล่องและเหลือ ขนมชั้นกี่ช้นิ ดังนนั้ ถา้ หาคำ ตอบโดยใช้การหาร จะเปน็ การหารลงตัวหรอื เปน็ การหารไมล่ งตัว (เป็นการหาร ไมล่ งตวั ) ซ่งึ นักเรยี นอาจหาคำตอบโดยใช้การหารยาวหรือใชก้ ารหารสั้นตามท่ีไดเ้ รยี นมาแลว้ เช่น ดงั นั้น แม่ค้าจดั ขนมช้นั ใสก่ ล่องได้94 กล่อง และเหลือขนมชนั้ 4 ช้นิ ครูและนกั เรียนรว่ มกันเขียนแสดงวธิ ีหาคำตอบ ดงั นี้ 2. ครูใหน้ กั เรยี นสงั เกตวา่ การเขยี นแสดงวธิ ีหาคำ ตอบเป็นลกั ษณะของการเขียนส่วนที่โจทย์บอก และสว่ นทโ่ี จทย์ถาม โดยบรรทัดท่ี 1 และ 2 เป็นส่วนท่ีโจทย์บอก และบรรทดั ที่ 3 เป็นส่วนที่โจทย์ ถามและคำ ตอบซึ่งบรรทัดท่ี 3 จะเขียนแสดงการหาคำ ตอบตามประโยคสัญลักษณ์ แล้วเขยี น คำตอบที่ได้แทนตวั ไม่ทราบค่า โดยวิธีคดิ หาคำตอบจะไมเ่ ขียนแสดงไวเ้ พราะอาจหาคำ ตอบโดยการ หารส้ันหรอื การหารยาวก็ได้เมอ่ื ไดค้ ำ ตอบแล้ว ครูควรให้นกั เรียนตรวจคำ ตอบ เพื่อตรวจสอบว่า คำตอบท่ไี ด้ถูกต้องหรือไม่ ในทน่ี ี(้ 9 × 94) + 4 = 850 ดังน้ัน 94 เศษ 4 เปน็ คำตอบที่ถูกต้อง

3.ครยู กตวั อยา่ งโจทย์ปัญหาการหารทมี่ คี วามซับซ้อนตามหนงั สือเรยี นหน้า 47 เช่น พ่อค้ามีส้ม 106 ผล จดั ใส่กลอ่ ง 4 กล่องกล่องละเท่า ๆ กัน แลว้ เหลอื สม้ 2 ผล พอ่ คา้ จัดสม้ ใส่กล่อง ไดก้ ล่องละก่ผี ลครใู หน้ ักเรียนอา่ นโจทย์พร้อมกัน แล้วใช้คำ ถามให้นักเรยี นวเิ คราะห์โจทยว์ า่ − โจทยถ์ ามอะไร (พอ่ ค้าจดั ส้มใสก่ ล่องได้กลอ่ งละกผ่ี ล) − โจทย์บอกอะไร (พ่อคา้ มสี ้ม 106 ผล จดั ใส่กล่อง 4 กลอ่ ง กล่องละเท่า ๆ กนั แล้วเหลือ สม้ 2 ผล) − ถา้ จดั สม้ แลว้ ยังเหลือ แสดงว่าจัดไดพ้ อดหี รือไม่ (จัดได้ไม่พอดี) − พอ่ ค้ามีส้มทั้งหมดก่ผี ล (106 ผล) − จดั แล้วเหลอื สม้ ก่ีผล (2 ผล) − แสดงว่าส้มทจ่ี ัดใส่กลอ่ งได้พอดีมีกผี่ ล (106 – 2 = 104 ผล) − นำ สม้ ทจี่ ดั ใส่กลอ่ งได้พอดีมาจัดใสก่ ล่อง กล่องละเท่า ๆ กนั ไดก้ ี่กลอ่ ง (4 กล่อง) − แสดงวา่ พอ่ ค้าจดั ส้มใส่กล่อง ได้กล่องละก่ีผล (104 ÷ 4 = 26 ผล) จากนัน้ ครูใหน้ ักเรียนชว่ ยกันเขยี นแสดงวธิ ีหาคำ ตอบและตรวจคำตอบ ดังนี้ 4.ครูให้นกั เรียนตรวจคำ ตอบ จะได้ (4 × 26 ) + 2 = 106 ดงั น้นั 26 เป็นคำตอบที่ถกู ต้อง จากนนั้ ใหน้ ักเรียนช่วยกนั วเิ คราะหโ์ จทยเ์ ขียนประโยคสญั ลักษณ์และเขยี นแสดงวิธหี าคำตอบจาก โจทย์ในกรอบทา้ ยหนังสอื เรียนหน้า 47 เม่ือไดค้ ำ ตอบแลว้ ครคู วรให้นักเรียนตรวจคำตอบ จากนั้น ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง 5.จากนัน้ ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเปน็ รายบุคคล โดยให้เขยี นแสดงวธิ ี หาคำตอบตามหนังสือเรยี นหนา้ 48 จากน้นั ครแู ละนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง และสรุปส่งิ ท่ไี ด้เรียนรู้ การแก้โจทยป์ ัญหาทำ ได้โดยอา่ นทำ ความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแกป้ ญั หา หา คำตอบ และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบจากนน้ั ใหน้ กั เรยี น ทำแบบฝกึ หดั 8.9 หน้า 39 – 41 จากนั้นใหท้ ำใบงานเพิม่ เตมิ ส่อื การเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรียนคณติ ศาสตร์ ป.3 2. ใบงานที่ 14 เร่ือง โจทยป์ ัญหาการหาร

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ าร วธิ วี ัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ เรียนรู้ ใบงาน 60% ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ การประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั ดา้ นทักษะ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป 2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน กระบวนการ กระบวนการ (P) ทกั ษะกระบวนการ แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั ดา้ นคุณลกั ษณะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป 3. ด้านคุณลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น ท่ีพึงประสงค์ ท่ีพึงประสงค์ (A) คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ เกณฑก์ ารประเมินแบบฝึกหัด/ใบงาน ประเด็นการประเมนิ ระดับคุณภาพ 1. 1.ความถูกต้องของ เนือ้ หา 4 3 21 2. รปู แบบ เนือ้ หาสาระของ เน้อื หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เน้อื หาสาระของ 3. ความเป็นระเบยี บ ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเปน็ ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเดน็ เปน็ สว่ นใหญ่ การนำเสนอ การนำเสนอถูกต้อง การนำเสนอ การนำเสนอไม่ นา่ สนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เปน็ ไปตามเกณฑ์ เหมาะสมกับ สถานการณ์ ผลงานมีความ ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ เปน็ ระเบยี บ ขอ้ บกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เป็นระเบยี บ เล็กนอ้ ย บางส่วน เกณฑ์ประเมินคุณภาพ 10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2 7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง ระดบั 1

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านทกั ษะและกระบวนการทำงาน ทักษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตุผลที่ปรากฏให้เห็น 4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจอยา่ งมีเหตุผล 3 : ดี มกี ารอ้างอิงทถ่ี ูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สนิ ใจ 2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ มคี วามพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจ 1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา คะแนน:ระดับคณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปญั หาที่ปรากฏให้เห็น 4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สำเรจ็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ อธบิ ายถึงเหตผุ ล หลกั การและขนั้ ตอนในการแกป้ ัญหาได้เข้าใจชดั เจนนำมาซึ่งคำตอบท่ถี ูกต้อง 3 : ดี ใชก้ ระบวนการแก้ปัญหาได้สำเร็จ แตน่ ่าจะอธบิ ายถึงเหตุผล หลักการและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้ดกี ว่านี้ 2 : พอใช้ มกี ระบวนการแก้ปัญหา สำเร็จเพียงบางสว่ น อธบิ ายถึงเหตผุ ล หลักการและข้นั ตอนในการแกป้ ญั หาได้บางสว่ น มรี ่องรอยการแกป้ ญั หาบางส่วน เริม่ คดิ ใช้เหตุผล หลกั การและขน้ั ตอน 1 : ควรปรับปรุงแกไ้ ข ในการแกป้ ัญหา แล้วหยุด อธบิ ายตอ่ ไม่ได้ แก้ปญั หาไม่สำเร็จ

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเช่อื มโยง สรุปองค์ความรู้ คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเช่อื มโยงทปี่ รากฏใหเ้ หน็ คุณภาพ นำความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอื่ มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์ 4 : ดีมาก หรอื กจิ กรรมทีต่ ้องใช้องคค์ วามรู้ทีเ่ รยี นได้ถกู ต้องทุกกิจกรรมเพ่ือช่วยในการแกป้ ัญหา หรือประยุกตใ์ ช้ได้อย่างสอดคล้องและเหมาะสม นำความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชอ่ื มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์ 3 : ดี หรือกจิ กรรมท่ีต้องใชอ้ งคค์ วามรทู้ ี่เรียนไดเ้ ปน็ สว่ นใหญ่ เพื่อชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยกุ ตใ์ ช้ไดบ้ างสว่ น 2 : พอใช้ นำความรู้ หลักการ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงกับสาระคณิตศาสตร์หรือ กจิ กรรมที่ตอ้ งใชอ้ งคค์ วามรทู้ ี่เรยี นได้บางสว่ น 1 : ควรปรบั ปรงุ นำความรู้ หลักการ และวิธกี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชอ่ื มโยงยังไมเ่ หมาะสม สรปุ แกไ้ ข องค์ความรทู้ ี่ได้ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : นักเรยี นใฝ่เรยี นรู้ คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ หน็ คุณภาพ 3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจตลอดระยะเวลาการเรียนรู้ 2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจเป็นบางคร้ัง 1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตง้ั ใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเล่นในเวลาเรยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรยี นมคี วามมงุ่ ม่นั ในการทำงาน คะแนน : ระดบั คุณลกั ษณะที่ปรากฏให้เหน็ คุณภาพ 3 : ดมี าก - ส่งงานก่อนหรอื ตรงกำหนดเวลานดั หมาย - รับผิดชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเปน็ นสิ ัย 2 : ดี - สง่ งานช้ากว่ากำหนด แตไ่ ด้มีการติดต่อชี้แจงผ้สู อน มีเหตผุ ลท่ีรับฟังได้ - รบั ผดิ ชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเปน็ นิสัย 1 : พอใช้ - ส่งงานช้ากว่ากำหนด - ปฏบิ ตั งิ านโดยตอ้ งอาศยั การชแี้ นะ แนะนำ ตักเตือนหรือให้กำลงั ใจ

บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรยี นรู้ทีเ่ กดิ ข้นึ กับผู้เรียน 1.1 ผู้เรยี นผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จำนวน.....35........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ...100....... 1.2 ผู้เรยี นไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จำนวน.......-............คน ไดแ้ ก.่ ....................................................................................................................................... สาเหตุ ............................................................................................................................. ........ 1.3 ผเู้ รยี นได้รับความรู้ : ..ผูเ้ รยี นไดเ้ รียนร้ตู ามแผนการจัดการเรยี นรู้ตรงตามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1.4 ผู้เรียนเกิดทกั ษะกระบวนการ : โจทย์ปัญหาการหาร 1.5 ผเู้ รยี นมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม :ผู้เรียนมีความตง้ั ใจในการเรยี น ชว่ ยเหลือซึ่งกันและกนั 2. ปัญหา / อุปสรรค ............................................................................................................................. ........... 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ..................................................................................... ................................................... 4. แผนการจัดการเรยี นรู้นี้ใช้กับนกั เรียน หอ้ ง ป. 3 ในวันที.่ .15....เดอื น. ธนั วาคม พ.ศ. 2564 ลงช่อื ................................ผูส้ อน (นายวรพจน์ อยา่ งดี) คิดเหน็ ผบู้ ริหาร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่อื .......................................................... (นางสาวสุพรรณิกา สบุ รรณาจ) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนประชาสามคั คี

ใบงานที่ 14 เรอื่ ง โจทย์ปญั หาการหาร เขยี นประโยคสญั ลักษณ์และแสดงวิธีหาคำตอบ พอ่ คา้ มีขนมปังอบเนย 178 ช้ิน บรรจใุ ส่กล่อง กล่องละ 4 ชิ้น พ่อค้าบรรจุขนมปังอบเนย ไดท้ ้งั หมดกี่กลอ่ ง และเหลอื ขนมปงั อบเนยกี่ชน้ิ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 15 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101 ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 8 เรื่อง การหาร เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง เรอ่ื ง การสร้างโจทยป์ ญั หาการหาร สอนวันที่_________เดือน________________พ.ศ.256_ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผลที่เกิดข้ึนจากการดำเนนิ การ สมบตั ิของการดำเนนิ การ และนำไปใช้ ตัวชี้วัด : ค 1.1 ป.3/7 หาคา่ ของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการหารที่ตวั ตั้งไม่เกิน 4 หลกั ตวั หาร 1 หลกั จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้สู ู่ตวั ช้ีวดั 1. บอกวิธีสร้างโจทยป์ ัญหาการหารไดถ้ ูกตอ้ ง (K) 2. สรา้ งโจทย์ปัญหาการหาร (P) 3. นักเรียนมคี วามมุ่งในการทำงานและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในการเรยี นเรอ่ื งต่อไป (A) สาระสำคัญ การสรา้ งโจทย์ปญั หาต้องมที ั้งสว่ นท่ีโจทยบ์ อกและส่วนที่โจทยถ์ าม นอกจากนีโ้ จทย์ปญั หา ท่ีสร้างตอ้ งมคี วามเป็นไปได้ สาระการเรยี นรู้ 1.ความรู้ การสร้างโจทย์ปัญหาการหาร 2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด 1.ความสามารถในการสอื่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2.การเช่อื มโยง 3. การแก้ปัญหา 4. การให้เหตผุ ล 5. การเช่อื มโยง 3.คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

ช้นิ งานหรอื ภาระงาน ใบงานที่ 15 เร่ือง โจทยป์ ัญหาการหาร กจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ 1.ครกู ำหนดประโยคสัญลกั ษณ์การหารเพือ่ ให้นักเรียนสร้างโจทยป์ ัญหาจากประโยคสญั ลกั ษณ์ที่ กำหนดตามหนงั สือเรียนหนา้ 49 ครใู ห้นักเรยี นพจิ ารณาภาพลกู เสือแตล่ ะหมู่แล้วบอกสิง่ ทเ่ี ห็นจากภาพ เพอื่ เป็นแนวทางในการนำ มาสร้างโจทย์ปัญหาการหารจากประโยคสญั ลกั ษณ์ตามทกี่ ำหนดใหเ้ มือ่ นกั เรียนสรา้ งโจทย์ปญั หาแลว้ ครคู วรใหน้ กั เรยี นอ่านโจทยแ์ ละพิจารณาความเป็นไปไดข้ องโจทย์ปัญหา ทสี่ รา้ ง อาจให้นักเรยี นบอกส่วนทโี่ จทย์ถามและสว่ นท่ีโจทย์บอก และเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์เพอ่ื ตรวจสอบวา่ โจทย์ปัญหาทีส่ ร้างสอดคล้องกับประโยคสญั ลักษณ์ที่กำหนดให้หรือไม่ 2.การสร้างโจทย์ปญั หาการหารจากประโยคสัญลักษณ์ไมจ่ ำ เปน็ ตอ้ งใชภ้ าพประกอบ แต่ถ้ามีนักเรียน ที่ไมส่ ามารถสรา้ งโจทยป์ ญั หาการหารจากประโยคสญั ลกั ษณ์ได้ครอู าจใชภ้ าพประกอบเพ่ือใหน้ ักเรยี นมีข้อมลู และแนวทางการสรา้ งโจทย์ปญั หาได้ เชน่ จากประโยคสญั ลกั ษณ์120 ÷ 8 = และใช้ภาพตาม หนงั สอื เรยี นหน้า 49 ประกอบการสรา้ งโจทยป์ ญั หา นกั เรียนอาจสร้างได้หลากหลาย เช่น ลกู เสอื 120 คน จดั เปน็ 8 กอง กองละเทา่ ๆ กนั แตล่ ะกองมีลกู เสอื ก่ีคน ให้นักเรยี นบอกสว่ นทีโ่ จทยถ์ าม ส่วนที่โจทย์บอก และเขียนประโยคสัญลักษณ์จะได้ว่า สว่ นทโี่ จทย์ถาม (แต่ละกองมลี ูกเสือกคี่ น) ส่วนที่โจทย์บอก (ลกู เสอื 120 คน จดั เปน็ 8 กอง กองละเท่า ๆ กัน) ประโยคสญั ลกั ษณ์ (120 ÷ 8 = ) จะเห็นว่า ส่วนที่โจทย์ถาม ส่วนที่โจทย์บอก และประโยคสัญลักษณ์สอดคล้องกับโจทย์ปัญหาที่สร้าง ดังนั้น โจทย์ปัญหาที่สร้างจึงมีความเป็นไปได้และสามารถหาคำ ตอบได้120 ÷ 8 = 15 คนจากนั้นครูให้นักเรียน ตรวจสอบโจทยป์ ัญหาอื่นทส่ี รา้ งวา่ มคี วามเปน็ ไปได้หรือไม่ และคำ ตอบเป็นเท่าไร อาจมีโจทยป์ ัญหาบางโจทย์ ปญั หาทีส่ รา้ งแลว้ ไม่สอดคล้องกับประโยคสัญลักษณเ์ ช่น ลกู เสอื 120 คน จัดเป็น 8 กอง จัดลูกเสือได้กองละกี่ คน โจทย์ปัญหานี้ไม่สอดคล้องกับประโยคสัญลักษณ์การหารเพราะไม่ได้กำหนดว่าจัดเป็นกอง กองละเท่า ๆ กัน จึงอาจจะไมส่ อดคลอ้ งกับประโยคสัญลกั ษณ์การหาร

3. ครูยกตวั อย่างการสรา้ งโจทยป์ ญั หาการหารจากประโยคสัญลักษณ์ 432 ÷ 6 = ตามหนังสือเรียนหน้า 50 โดยให้นักเรียนพิจารณาว่า จากประโยคสัญลักษณ์สามารถสร้างโจทย์ปัญหาได้ อยา่ งไรบ้างโดยไมใ่ ช้ภาพประกอบ นกั เรยี นอาจสร้างโจทยป์ ญั หาได้หลากหลายมาก ข้ึนอยูก่ ับจินตนาการของ นกั เรียน เช่น − แมค่ า้ มซี าลาเปา 432 ลูก แบง่ ใส่กล่อง กลอ่ งละ 6 ลกู แมค่ า้ จะต้องใชก้ ลอ่ งท้ังหมดกี่กล่อง − มนี ักเรยี น 432 คน จัดเป็นแถวแถวละเท่า ๆ กัน 6 แถว จะจดั นกั เรียนไดแ้ ถวละก่คี น − แม่ซอื้ นมกลอ่ ง 6 แพก็ ราคาแพ็กละเท่า ๆ กนั จ่ายเงินไป 432 บาท นมกล่องแพ็กละกบี่ าท 4.จากน้นั ครูให้นกั เรียนบอกส่วนที่โจทยถ์ ามและส่วนท่ีโจทย์บอก พร้อมทง้ั เขยี น ประโยคสัญลักษณ์เพื่อตรวจสอบว่าโจทย์ปัญหาที่สร้างสอดคล้องกับประโยคสัญลักษณ์ที่กำหนดให้หรือไม่ และช่วยกันหาคำ ตอบจากโจทย์ปัญหาที่สร้างทั้งหมด เมื่อได้คำ ตอบแล้วครูถามนักเรียนว่า จากประโยค สญั ลักษณ์เปน็ การหารลงตัวหรือไมล่ งตวั (ลงตวั ) ดังน้นั ใหน้ ักเรียนสังเกตว่าถา้ เป็นการหารลงตัว การตงั้ คำ ถามในสว่ นที่โจทยถ์ ามจะมีคำ ถามเดียวแต่ถา้ เป็นการหารไมล่ งตัว การต้ังคำ ถามในสว่ นท่ี โจทย์ถามจะมี2 คำ ถาม เช่น ถ้ากำหนดประโยคสัญลักษณ์เป็น 432 ÷ 7 = เนื่องจาก 432 ÷ 7 ได้61 เศษ 5 ซง่ึ เป็นการหารไมล่ งตัว ดงั นนั้ อาจสร้างโจทย์ปญั หาได้ว่า มนี กั เรียน 432 คน จัดเปน็ แถว แถวละเท่า ๆ กัน แถว จะจดั นกั เรยี นไดแ้ ถวละก่ีคน และเหลือนกั เรยี นกคี่ น คอื ต้องเพ่มิ คำ ถามส่วนท่เี หลือนกั เรยี น กค่ี นด้วย จากนั้นครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั สร้างโจทย์ปญั หาอื่น โดยใช้ประโยคสัญลกั ษณ์เดมิ อีก 1 - 2 โจทยป์ ญั หา และพจิ ารณาว่าโจทย์ปญั หาทสี่ ร้างมคี วามเปน็ ไปไดห้ รือไม่ และคำตอบเป็นเทา่ ไร 5.รูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสร้างโจทย์ปัญหาการหา รจากประโยค สญั ลกั ษณ์ท่ีกำหนดให้ตามหนังสือเรยี นหน้า 51 แล้วใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำ เสนอโจทย์ปัญหาที่สร้าง ขึ้น โดยระบุส่วนโจทย์ที่บอก ส่วนโจทย์ที่ถาม เขียนประโยคสัญลักษณ์จากโจทย์ปัญหาที่สร้าง หาคำ ตอบ พร้อมทั้งตรวจสอบคำ ตอบ ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องครูอาจให้นักเรียนสังเกตประโยค สญั ลักษณท์ ีก่ ำหนดใหใ้ นข้อ 2 ซง่ึ เป็นการหารไมล่ งตัว ดงั น้ัน ในการสร้างโจทยป์ ญั หาตอ้ งมสี องคำถามตามทย่ี กตัวอย่างแลว้ ข้างต้น 6.ตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นเปน็ รายบคุ คล โดยให้นักเรียนแตล่ ะคนสร้างโจทย์ปัญหาการหาร จากประโยคสัญลักษณ์ท่ีกำหนดตามหนังสือเรียนหน้า 52 ครูควรให้นักเรียนสร้างโจทย์ปัญหาด้วยตนเองทุก คนจากน้ันครใู ห้นักเรียนช่วยกันพจิ ารณา ความเป็นไปไดข้ องโจทยป์ ัญหาท่ีนักเรียนสร้างขน้ึ ว่ามีความเป็นไป ไดแ้ ละสอดคล้องกับประโยคสัญลักษณ์ท่ีกำหนดให้หรือไม่แลว้ ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องและ สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ การสร้างโจทย์ปัญหาต้องมีทั้งส่วนที่โจทย์บอกและส่วนที่โจทย์ถาม นอกจากนี้โจทย์ ปญั หาท่ีสรา้ งตอ้ งมีความเปน็ ไปได้ จากน้นั ใหท้ ำใบงานเพ่มิ เตมิ สือ่ การเรียนรู้

1.หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร์ ป.3 2. ใบงานท่ี 15 เร่ือง การสรา้ งโจทยป์ ญั หาการหาร การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ าร วิธีวัด เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารประเมิน เรียนรู้ 60% ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์ การประเมิน 1. ด้านความรู้ (K) ตรวจใบงาน ใบงาน นกั เรียนได้คะแนนระดบั คณุ ภาพดีข้นึ ไป 2. ดา้ นทกั ษะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ด้านทกั ษะ นักเรยี นได้คะแนนระดบั กระบวนการ คณุ ภาพดีขึ้นไป 3. ดา้ นคุณลักษณะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบสังเกตพฤติกรรม ท่ีพงึ ประสงค์ (A) คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ ด้านคณุ ลักษณะ ทพี่ ึงประสงค์ เกณฑก์ ารประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน ประเด็นการประเมิน ระดบั คุณภาพ 1. 1.ความถกู ต้องของ เนือ้ หา 4 3 21 2. รปู แบบ เนอ้ื หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ 3. ความเป็นระเบียบ ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกตอ้ ง ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางประเด็น เป็นสว่ นใหญ่ การนำเสนอ การนำเสนอถูกต้อง การนำเสนอ การนำเสนอไม่ นา่ สนใจและ เปน็ สว่ นใหญ่ ถูกต้องบางสว่ น เป็นไปตามเกณฑ์ เหมาะสมกับ สถานการณ์ ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไมม่ ีความ เป็นระเบียบ ข้อบกพร่อง ขอ้ บกพร่อง เปน็ ระเบยี บ เล็กน้อย บางสว่ น เกณฑป์ ระเมินคุณภาพ 10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถึง พอใช้ ระดับ 2 7 - 9 คะแนน หมายถงึ ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง ระดับ 1

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านทกั ษะและกระบวนการทำงาน ทักษะและกระบวนการ: การให้เหตุผล คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตุผลที่ปรากฏให้เห็น 4 : ดมี าก มกี ารอ้างอิง เสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสินใจอยา่ งมีเหตุผล 3 : ดี มกี ารอ้างอิงทถ่ี ูกต้องบางสว่ น และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สนิ ใจ 2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ มคี วามพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจ 1 : ควรปรบั ปรงุ แก้ไข ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา คะแนน:ระดับคณุ ภาพ ความสามารถในการแก้ปญั หาท่ปี รากฏให้เห็น 4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สำเรจ็ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ อธบิ ายถึงเหตผุ ล หลกั การและขนั้ ตอนในการแกป้ ัญหาได้เข้าใจชดั เจนนำมาซึ่งคำตอบท่ถี ูกต้อง 3 : ดี ใชก้ ระบวนการแก้ปัญหาได้สำเร็จ แตน่ ่าจะอธบิ ายถึงเหตุผล หลักการและขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้ดกี ว่านี้ 2 : พอใช้ มกี ระบวนการแก้ปัญหา สำเร็จเพียงบางสว่ น อธบิ ายถึงเหตผุ ล หลักการและข้นั ตอนในการแกป้ ญั หาได้บางสว่ น 1 : ควรปรับปรุงแกไ้ ข มรี ่องรอยการแกป้ ญั หาบางส่วน เริม่ คดิ ใช้เหตุผล หลกั การและขน้ั ตอน ในการแกป้ ัญหา แล้วหยุด อธบิ ายตอ่ ไม่ได้ แก้ปญั หาไม่สำเร็จ

ทกั ษะ และกระบวนการ: การเชือ่ มโยง สรปุ องค์ความรู้ คะแนน:ระดบั ความสามารถในการเชอ่ื มโยงทปี่ รากฏใหเ้ หน็ คุณภาพ นำความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตรใ์ นการเชื่อมโยงกับสาระคณิตศาสตร์ 4 : ดีมาก หรอื กจิ กรรมทต่ี ้องใชอ้ งคค์ วามร้ทู ี่เรียนได้ถูกต้องทุกกิจกรรมเพ่ือช่วยในการแก้ปญั หา หรือประยุกต์ใช้ได้อยา่ งสอดคลอ้ งและเหมาะสม นำความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชอ่ื มโยงกับสาระคณติ ศาสตร์ 3 : ดี หรือกจิ กรรมท่ตี ้องใชอ้ งค์ความรู้ท่ีเรียนได้เป็นส่วนใหญ่ เพื่อชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ไดบ้ างสว่ น 2 : พอใช้ นำความรู้ หลกั การ และวธิ ีการทางคณิตศาสตร์ไปเช่ือมโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์หรือ กจิ กรรมที่ต้องใชอ้ งค์ความรู้ท่ีเรยี นได้บางสว่ น 1 : ควรปรบั ปรงุ นำความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชื่อมโยงยงั ไมเ่ หมาะสม สรปุ แกไ้ ข องค์ความรู้ท่ีได้ เกณฑ์การใหค้ ะแนนดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ : นักเรียนใฝ่เรยี นรู้ คะแนน : ระดบั คณุ ลักษณะท่ีปรากฏให้เห็น คุณภาพ 3 : ดมี าก - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้ 2 : ดี - มคี วามสนใจ / ความตัง้ ใจเป็นบางครง้ั 1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความตั้งใจในระยะเวลาส้นั ๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ : นกั เรยี นมีความมงุ่ ม่นั ในการทำงาน คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ หน็ คุณภาพ 3 : ดมี าก - ส่งงานก่อนหรือตรงกำหนดเวลานัดหมาย - รับผิดชอบในงานท่ไี ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ัติตนเองจนเป็นนิสัย 2 : ดี - สง่ งานช้ากว่ากำหนด แต่ได้มีการตดิ ต่อช้ีแจงผู้สอน มเี หตุผลท่ีรบั ฟงั ได้ - รบั ผดิ ชอบในงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายและปฏบิ ตั ิตนเองจนเปน็ นิสยั 1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด - ปฏบิ ตั ิงานโดยตอ้ งอาศัยการชีแ้ นะ แนะนำ ตักเตือนหรือให้กำลงั ใจ

บนั ทกึ ผลหลงั กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรทู้ ่เี กดิ ขึ้นกับผูเ้ รียน 1.1 ผเู้ รยี นผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ จำนวน.....35........คน คดิ เป็นร้อยละ...100....... 1.2 ผู้เรียนไมผ่ า่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ จำนวน.......-............คน ไดแ้ ก.่ ...................................................................................................................... ................. สาเหตุ ..................................................................................................................................... 1.3 ผูเ้ รียนได้รับความรู้ : ..ผเู้ รยี นได้เรียนรู้ตามแผนการจดั การเรียนร้ตู รงตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.4 ผเู้ รยี นเกิดทกั ษะกระบวนการ : การสร้างโจทยป์ ัญหาการหาร 1.5 ผูเ้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม :ผู้เรียนมีความต้งั ใจในการเรียน ชว่ ยเหลอื ซง่ึ กันและกนั 2. ปญั หา / อุปสรรค นกั เรียนบางคนยังสับสนและยังไมเ่ ข้าใจในการสรา้ งโจทยป์ ัญหาการหารได้ดีเทา่ ทค่ี วร 3. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแก้ไข สอนและอธิบายใหค้ วามรู้เพมิ่ เติมในส่วนท่ไี มเ่ ข้าใจให้กับนักเรียนท่ีไม่เข้าใจ 4. แผนการจดั การเรยี นรู้นใ้ี ช้กับนกั เรยี น ห้อง ป. 3 ในวันท่.ี .17....เดอื น. ธันวาคม พ.ศ. 2564 ลงช่อื ................................ผสู้ อน (นายวรพจน์ อยา่ งดี) คิดเหน็ ผูบ้ รหิ าร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ .......................................................... (นางสาวสุพรรณกิ า สุบรรณาจ) ผอู้ ำนวยการโรงเรียนประชาสามคั คี

ใบงานที่ 15 เรือ่ ง โจทยป์ ัญหาการหาร สร้างโจทยป์ ัญหาจากประโยคสัญลกั ษณ์ 855 ÷ 5 = ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………….………………………................................................................................................................. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 8 เรือ่ ง การหาร เร่ือง กจิ กรรมเติมเลขโดดทหี่ ายไป เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง สอนวนั ท่ี_________เดือน________________พ.ศ.256_ มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้วี ดั มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลทเี่ กิดขึน้ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนินการ และนำไปใช้ ตัวช้ีวดั : ค 1.1 ป.3/7 หาคา่ ของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการหารท่ีตัวตงั้ ไม่เกนิ 4 หลัก ตวั หาร 1 หลกั จุดประสงคก์ ารเรียนรสู้ ู่ตวั ช้ีวัด 1. บอกวธิ ีสร้างโจทยป์ ญั หาการหารไดถ้ ูกต้อง (K) 2. สรา้ งโจทยป์ ัญหาการหาร (P) 3. นักเรยี นมีความมุ่งในการทำงานและสามารถนำความรทู้ ี่ไดไ้ ปต่อยอดในการเรียนเรอ่ื งต่อไป (A) สาระสำคัญ การสร้างโจทย์ปญั หาต้องมที ั้งส่วนที่โจทย์บอกและส่วนท่ีโจทยถ์ าม นอกจากนี้โจทยป์ ญั หา ท่สี ร้างต้องมีความเป็นไปได้ สาระการเรยี นรู้ 1.ความรู้ กิจกรรมเตมิ เลขโดดทีห่ ายไป 2.ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ 1.ความสามารถในการสอื่ สารความหมายทางคณิตศาสตร์ 2.การเช่ือมโยง 3. การแกป้ ัญหา 4. การให้เหตผุ ล 5. การเช่อื มโยง 3.คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี ินัย 2. ใฝเ่ รียนรู้ 3. มุง่ มน่ั ในการทำงาน

วธิ ีจดั กิจกรรม 1 ครแู บ่งนักเรยี นเปน็ กลุม่ แล้วแจกอปุ กรณ์กลุม่ ละ 1 ชุด ประกอบด้วย ปากกาสี 1 ด้าม และใบ กิจกรรม 1 แผน่ 2. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั เขียนเลขโดดใน ลงในใบกิจกรรมพร้อมทั้งตรวจสอบความถกู ต้อง 3. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มนำ เสนอวธิ ีคิด ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องตัวอยา่ งการ นำ เสนอวธิ คี ดิ เชน่ ในขอ้ 1 1) เร่มิ ต้นคดิ จาก 9 คูณจำนวนใดได้49 รอ้ ย แลว้ ต้องเหลอื อกี 4 รอ้ ย เพราะม4ี สแี ดง หน้าตวั เลข 5 ในหลกั สบิ จะได9้ × 5 = 45 และเหลืออกี 4 เป็น 49 ดงั นัน้ จงึ เติม 5 เป็นผลหาร ในหลกั ร้อย 2) หารในหลกั สิบไดผ้ ลหารเป็น 5 3) หารในหลกั หน่วย 9 × 1 = 9 จงึ เตมิ 1 เปน็ ผลหารในหลักหน่วย 4) ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จะได5้ 51 × 9 = 4,959 หากนักเรียนบางกล่มุ นำ เสนอไม่ครบถ้วน ครูอาจเสนอแนะเพ่ิมเติม จากนั้นให้นกั เรียน ทำ แบบฝึกท้าทาย หน้า 43 – 44 ส่ือการเรียนรู้ 1.หนงั สือเรียนคณติ ศาสตร์ ป.3 การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ าร วิธวี ดั เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การประเมิน เรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) กิจกรรมเติมเลขโดดที่ กิจกรรมเติมเลขโดดที่ 60% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่านเกณฑ์ หายไป หายไป การประเมนิ 2. ดา้ นทกั ษะ สังเกตพฤตกิ รรมด้าน แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดับ กระบวนการ (P) ทักษะกระบวนการ ดา้ นทกั ษะ คณุ ภาพดีข้นึ ไป กระบวนการ 3. ด้านคณุ ลักษณะ สงั เกตพฤติกรรมด้าน แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดับ ท่ีพึงประสงค์ (A) คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ ด้านคุณลักษณะ คณุ ภาพดีขน้ึ ไป ท่ีพงึ ประสงค์

เกณฑ์การประเมินแบบฝกึ หัด/ใบงาน ประเด็นการประเมนิ ระดบั คุณภาพ 1. 1.ความถกู ต้องของ เนอ้ื หา 4 3 21 2. รูปแบบ เนอื้ หาสาระของ เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ 3. ความเป็นระเบียบ ผลงานถูกต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถูกต้อง ผลงานไมถ่ ูกต้อง ครบถว้ น สว่ นใหญ่ บางประเด็น เป็นสว่ นใหญ่ การนำเสนอ การนำเสนอถกู ต้อง การนำเสนอ การนำเสนอไม่ น่าสนใจและ เป็นส่วนใหญ่ ถกู ต้องบางส่วน เป็นไปตามเกณฑ์ เหมาะสมกบั สถานการณ์ ผลงานมคี วาม ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมี ผลงานไม่มีความ เปน็ ระเบียบ ขอ้ บกพร่อง ข้อบกพร่อง เป็นระเบียบ เล็กนอ้ ย บางส่วน เกณฑป์ ระเมนิ คณุ ภาพ 10 - 12 คะแนน หมายถงึ ดีมาก ระดับ 4 4 - 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ ระดับ 2 7 - 9 คะแนน หมายถึง ดี ระดบั 3 1-3 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง ระดับ 1 เกณฑก์ ารให้คะแนนดา้ นทกั ษะและกระบวนการทำงาน ทกั ษะและกระบวนการ: การให้เหตผุ ล คะแนน:ระดบั คณุ ภาพ ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลท่ีปรากฏใหเ้ หน็ 4 : ดีมาก มีการอ้างอิง เสนอแนวคิดประกอบการตัดสินใจอย่างมเี หตุผล 3 : ดี มีการอ้างอิงทถ่ี ูกต้องบางส่วน และเสนอแนวคิดประกอบการตดั สินใจ 2 : พอใช้ เสนอแนวคิดไม่สมเหตสุ มผลในการประกอบการตัดสินใจ มีความพยายามเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ 1 : ควรปรับปรงุ แกไ้ ข

ทกั ษะและกระบวนการ : การแก้ปญั หา คะแนน:ระดับคุณภาพ ความสามารถในการแก้ปัญหาทีป่ รากฏให้เห็น 4 : ดีมาก ใช้กระบวนการแก้ปัญหาได้สำเร็จ อย่างมีประสทิ ธิภาพ อธิบายถงึ เหตุผล หลักการและขน้ั ตอนในการแก้ปัญหาได้เข้าใจชัดเจนนำมาซ่ึงคำตอบทถี่ ูกต้อง 3 : ดี ใช้กระบวนการแก้ปญั หาไดส้ ำเร็จ แต่นา่ จะอธิบายถึงเหตุผล หลกั การและขน้ั ตอนในการแกป้ ัญหาได้ดกี ว่านี้ 2 : พอใช้ มีกระบวนการแก้ปัญหา สำเร็จเพยี งบางส่วน อธบิ ายถึงเหตผุ ล หลกั การและขั้นตอนในการแก้ปญั หาได้บางส่วน มีร่องรอยการแก้ปัญหาบางสว่ น เริ่มคดิ ใช้เหตุผล หลกั การและข้ันตอน 1 : ควรปรับปรุงแก้ไข ในการแกป้ ัญหา แล้วหยดุ อธิบายต่อไม่ได้ แกป้ ัญหาไมส่ ำเรจ็ ทักษะ และกระบวนการ: การเชอ่ื มโยง สรุปองค์ความรู้ คะแนน:ระดับ ความสามารถในการเชือ่ มโยงท่ีปรากฏใหเ้ ห็น คณุ ภาพ นำความรู้ หลกั การ และวิธกี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชือ่ มโยงกบั สาระคณติ ศาสตร์ 4 : ดมี าก หรือกิจกรรมท่ีต้องใชอ้ งค์ความรูท้ ่ีเรียนได้ถกู ต้องทุกกิจกรรมเพื่อช่วยในการแก้ปัญหา หรอื ประยุกต์ใช้ได้อย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม นำความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตรใ์ นการเชือ่ มโยงกบั สาระคณิตศาสตร์ 3 : ดี หรอื กิจกรรมทต่ี ้องใชอ้ งค์ความรูท้ ีเ่ รยี นไดเ้ ป็นสว่ นใหญ่ เพือ่ ชว่ ยในการแก้ปญั หาหรอื ประยุกตใ์ ช้ได้บางส่วน 2 : พอใช้ นำความรู้ หลักการ และวิธีการทางคณิตศาสตร์ไปเชือ่ มโยงกับสาระคณติ ศาสตรห์ รอื กิจกรรมท่ีตอ้ งใชอ้ งค์ความรทู้ ี่เรยี นได้บางสว่ น 1 : ควรปรับปรงุ นำความรู้ หลักการ และวธิ กี ารทางคณิตศาสตร์ในการเชือ่ มโยงยงั ไม่เหมาะสม สรุป แกไ้ ข องค์ความรู้ที่ได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ : นักเรยี นใฝเ่ รยี นรู้ คะแนน : ระดับ คณุ ลกั ษณะทปี่ รากฏใหเ้ ห็น คณุ ภาพ 3 : ดีมาก - มีความสนใจ / ความต้ังใจตลอดระยะเวลาการเรยี นรู้ 2 : ดี - มีความสนใจ / ความตงั้ ใจเป็นบางครัง้ 1 : พอใช้ - มคี วามสนใจ / ความต้ังใจในระยะเวลาส้ันๆ ชอบเลน่ ในเวลาเรยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ : นักเรียนมีความมุง่ มัน่ ในการทำงาน คะแนน : ระดบั คณุ ลกั ษณะที่ปรากฏใหเ้ หน็ คุณภาพ 3 : ดมี าก - สง่ งานก่อนหรือตรงกำหนดเวลานัดหมาย - รับผดิ ชอบในงานที่ได้รับมอบหมายและปฏิบตั ติ นเองจนเป็นนิสัย 2 : ดี - สง่ งานช้ากวา่ กำหนด แตไ่ ด้มกี ารตดิ ต่อชีแ้ จงผ้สู อน มีเหตุผลทีร่ บั ฟงั ได้ - รับผิดชอบในงานทีไ่ ด้รบั มอบหมายและปฏบิ ัตติ นเองจนเปน็ นิสยั 1 : พอใช้ - ส่งงานชา้ กวา่ กำหนด - ปฏิบตั งิ านโดยตอ้ งอาศัยการชแี้ นะ แนะนำ ตักเตือนหรือใหก้ ำลังใจ

บันทกึ ผลหลังกระบวนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ผลการเรียนรูท้ ่ีเกดิ ข้ึนกับผเู้ รยี น 1.1 ผู้เรยี นผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จำนวน.....35........คน คดิ เป็นรอ้ ยละ...100....... 1.2 ผู้เรยี นไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จำนวน.......-............คน ได้แก่....................................................................................................................... ................. สาเหตุ ..................................................................................................................................... 1.3 ผเู้ รียนได้รบั ความรู้ : ..ผเู้ รียนไดเ้ รยี นรูต้ ามแผนการจัดการเรียนรตู้ รงตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1.4 ผเู้ รียนเกิดทกั ษะกระบวนการ : การหาคา่ ตวั เลขโดดที่หายไปได้ 1.5 ผเู้ รียนมคี ณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม :ผู้เรียนมีความตั้งใจในการเรียน ชว่ ยเหลอื ซง่ึ กันและกัน 2. ปัญหา / อุปสรรค ............................................................................................................................. ...... 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข ................................................................................................................................... 4. แผนการจดั การเรียนร้นู ี้ใช้กับนักเรียน ห้อง ป. 3 ในวนั ท่ี..20....เดอื น. ธันวาคม พ.ศ. 2564 ลงช่อื ................................ผู้สอน (นายวรพจน์ อย่างดี) คิดเห็นผูบ้ ริหาร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.......................................................... (นางสาวสพุ รรณกิ า สุบรรณาจ) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนประชาสามคั คี

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 17 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ รหสั วชิ า ค 13101 ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 8 เรือ่ ง การหาร เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง เรือ่ ง แบบทดสอบทา้ ยบท สอนวันที่_________เดอื น________________พ.ศ.256_ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผลท่ีเกิดข้ึนจากการดำเนนิ การ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตัวช้วี ัด : ค 1.1 ป.3/7 หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการหารที่ตัวต้ังไมเ่ กนิ 4 หลัก ตวั หาร 1 หลัก จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1.หาผลหารและเศษในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการหารทต่ี ัวต้ังไมเ่ กิน 4 หลกั และตวั หาร 1 หลกั 2.แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาการหาร 3.สรา้ งโจทย์ปัญหาการหาร กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ แบบทดสอบท้ายบท สอื่ การเรยี นรู้ 1.หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร์ การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ จดุ ประสงคก์ าร วธิ ีวดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมิน เรียนรู้ 1. ดา้ นความรู้ (K) ตรวจแบบทดสอบท้ายบท แบบทดสอบท้ายบท 60% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผา่ นเกณฑ์ การประเมิน 2. ด้านทักษะ สังเกตพฤติกรรมด้านทักษะ แบบสงั เกตพฤติกรรมด้าน นักเรยี นได้คะแนนระดับ กระบวนการ (P) กระบวนการ ทักษะกระบวนการ คณุ ภาพดีขนึ้ ไป 3. ด้าน สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรมดา้ น นักเรยี นได้คะแนนระดบั คณุ ลกั ษณะ ที่พึงประสงค์ คณุ ภาพดีข้นึ ไป คุณลักษณะท่พี ึง คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ ประสงค์ (A)

แบบทดสอบทา้ ยหนว่ ย เรือ่ ง การหาร คะแนนเต็ม 30 คะแนน เวลา 60 นาที ............................................................................................................................. ............................. มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผลท่ี เกิดข้ึนจากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้ ตวั ช้วี ดั : ค 1.1 ป.3/7 หาคา่ ของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการหารที่ตวั ตง้ั ไม่เกิน 4 หลกั ตวั หาร 1 หลกั ตอนที่ 1 เลอื ก ก ข หรือ ค ที่เป็นคำตอบทถี่ ูกตอ้ ง

ตอนท่ี 2 เขียนคำตอบ 1. 1,890 ÷ 6 = ตอบ ......................................................................................................................... .............. 2. 9,230 ÷ 9 = ตอบ ....................................................................................................................................... 3. 2,032 ÷ = 508 ตอบ ......................................................................................................................... .............. 4. แมค่ ้ามซี าลาเปา 1,110 ลกู จดั ใส่กลอ่ ง กล่องละ 6 ลูก แมค่ า้ จดั ซาลาเปาใส่กลอ่ งได้ก่ีกล่อง ประโยคสัญลักษณ์ ………………...................…………..............................................………………… วิธที ำ แมค่ า้ มซี าลาเปา …………...................…………................................................... ลูก จัดใสก่ ลอ่ ง กล่องละ …………...................…………............................................. ลูก แมค่ ้าจดั ซาลาเปาใส่กล่องได้.…………............................................................... กล่อง ตอบ ......................................................................................................................... ............ 5. จากประโยคสญั ลกั ษณ1์ ,064 ÷ 7 = สรา้ งโจทยป์ ญั หาการหารและหาคำ ตอบ ............................................................................................................................. .................. ............................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .................. ตอบ .....................................................................................................................................