Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 1 ระบบนิเวศ

แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 1 ระบบนิเวศ

Published by Naiyana Anongchai, 2022-09-17 03:34:48

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 1 ระบบนิเวศ
โดย ครูนัยนา อนงค์ชัย
ครูโรงเรียนบ้านตาพราม
สพป.สร.3

Keywords: ระบบนิเวศ วิทยาศาสตร์

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ (หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบนิเวศ) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 โดย นางนยั นา อนงคช์ ัย ตาแหน่งครู โรงเรยี นบา้ นตาพราม ตาบลเทพรักษา อาเภอสงั ขะ จังหวัดสุรินทร์ สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสุรนิ ทร์ เขต 3

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ชื่อหนว่ ย ระบบนิเวศ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 เวลา 12 ชวั่ โมง 1. ผงั มโนทศั น์ ระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบนิเวศ ความสมั พันธ์ระหว่างสงิ่ มชี ีวิตในระบบนเิ วศ ระบบนิเวศเป็นกลุ่มสงิ่ มีชีวติ ทอ่ี าศัยอยู่ร่วมกันและ ในระบบนิเวศจะมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากอาศัยอยู่ มีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย รวมกัน ซึ่งสิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์กันใน องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต ได้แก่ สารอนินทรีย์ รูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาวะอิงอาศัย (+/0) ภาวะ สารอินทรีย์ และสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และ พ่ึงพากนั (+/+) ภาวะการได้รับประโยชน์ร่วมกัน องค์ประกอบที่มีชีวิต ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และ (+/+) ภาวะปรสิต (+/-) ภาวะล่าเหยื่อ (+/-) ผยู้ อ่ ยสลายสารอินทรยี ์ ภาวะแก่งแย่งแขง่ ขัน (-/-) การถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิตมีการถ่ายทอดพลังงานจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค และจากผู้บริโภคไปยังผู้บริโภคลำดับถัดไป ซึ่งมีลักษณะ เป็นการกินต่อกัน เรียกว่า โซ่อาหาร แต่ในระบบนิเวศมี สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ร่วมกันจำนวนมากจึงมีการถ่ายทอด พลังงานผ่านโซ่อาหารหลายโซ่อาหารและเกี่ยวข้องกัน เรยี กว่า สายในอาหาร 1

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ 2. มาตรฐานการเรยี นรู้ ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไข ปญั หาสง่ิ แวดลอ้ ม รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ 3. ตัวชีว้ ัด ว. 2.1 ม.3/1 อธบิ ายปฏสิ มั พันธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศท่ีไดจ้ ากการสำรวจ ว. 2.1 ม.3/2 อธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่ เดียวกนั ทไี่ ดจ้ ากการสำรวจ ว. 2.1 ม.3/3 สร้างแบบจำลองในการอธบิ ายการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร ว. 2.1 ม.3/4 อธิบายความสมั พนั ธข์ องผ้ผู ลิต ผูบ้ ริโภค และผูย้ ่อยสลายสารอนิ ทรยี ใ์ นระบบนิเวศ ว. 2.1 ม.3/5 อธบิ ายการสะสมสารพษิ ในโซ่อาหาร ว. 2.2 ม.3/6 ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศโดยไม่ทำลาย สมดลุ ของระบบนเิ วศ 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถ่นิ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา สาระการเรียนรแู้ กนกลาง - ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีชีวิต เช่น พืช สัตว์ จุลินทรีย์ และองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต เช่น แสง น้ำ อุณหภูมิ แร่ธาตุ แก๊ส องค์ประกอบ เหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กัน เช่น พืชต้องการแสง น้ำ แร่ธาตุ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในการสร้าง อาหาร สัตว์ต้องการอาหาร และสภาพแวดล้อมท่ี เหมาะสมในการดำรงชีวิต เช่น อุณหภูมิ ความชื้น องค์ประกอบทั้งสองส่วนนี้จะต้องมีความสัมพันธ์ กันอย่างเหมาะสม ระบบนิเวศจึงจะสามารถคงอยู่ ต่อไปได้ - สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบ ต่าง ๆ เช่น ภาวะพึ่งพากัน ภาวะอิงอาศัย ภาวะ เหย่ือกับผูล้ า่ ภาวะปรสติ 2

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา สาระการเรียนร้แู กนกลาง - สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่ อยู่เดยี วกันในช่วงเวลาเดียวกัน เรยี กวา่ ประชากร - กลุ่มสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยประชากรของสิ่งมีชีวิต หลาย ๆ ชนิด อาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่ เดียวกนั - กลุ่มส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศแบง่ ตามหน้าที่ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลาย สารอินทรีย์ สิ่งมีชีวิตทั้ง 3 กลุ่มนี้ มีความสัมพันธ์ กัน ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้างอาหารได้เอง โดย กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ผู้บริโภคเป็น สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง และต้อง กินผู้ผลิตหรือสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร เมื่อผู้ผลิต และผู้บริโภคตายลง จะถูกย่อยโดยผู้ย่อยสลาย สารอินทรีย์ซึ่งจะเปลี่ยนสารอินทรีย์เป็นสาร อนินทรีย์กลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการ หมุนเวียนสารเป็นวัฏจักร จำนวนผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์จะต้องมีความ เหมาะสม จงึ ทำให้กลมุ่ สิ่งมีชวี ิตอยูไ่ ดอ้ ย่างสมดลุ - พลังงานถูกถ่ายทอดจากผู้ผลติ ไปยังผูบ้ ริโภคลำดับ ต่าง ๆ รวมทั้งผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ในรูปแบบ สายใยอาหารที่ประกอบด้วยโซ่อาหารหลายโซ่ที่ สัมพันธ์กัน ในการถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหาร พลังงานที่ถูกถ่ายทอดไปจะลดลงเรื่อย ๆ ตาม ลำดับของการบริโภค - การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ อาจทำให้มี สารพิษสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้ จนอาจก่อให้เกิด อันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และทำลายสมดุลใน ระบบนเิ วศ ดงั นั้น การดแู ลรกั ษาระบบนเิ วศให้เกิด ความสมดลุ และคงอยตู่ ลอดไปจึงเปน็ สิง่ สำคญั 3

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ 3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด กลุ่มสงิ่ มีชีวิตทีอ่ าศัยอย่รู ว่ มกนั ในแหล่งที่อยู่อาศยั หน่ึง ๆ จะมคี วามสมั พนั ธ์กนั อย่างเป็นระบบ และ มคี วามสมั พนั ธ์กบั สงิ่ แวดล้อมโดยรอบ ซึ่งเรยี กว่า ระบบนเิ วศ (ecosystem) โดยระบบนิเวศประกอบด้วย องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต แบ่งออกเป็นสารอนินทรีย์ (น้ำ แร่ธาตุ แก๊ส) สารอินทรีย์ (สารชีวโมเลกุล) และ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ (แสง อุณหภูมิ ดิน ความเป็นกรด-เบสของดินและน้ำ) และองค์ประกอบที่มี ชีวิต ได้แก่ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ซึ่งจะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน ได้แก่ ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเปลี่ยน พลังงานแสงเปน็ พลังงานเคมีแล้วสะสมไว้ในรูปของอาหารหรือกลา่ ววา่ สามารถสร้างอาหารไดเ้ อง ผบู้ ริโภค เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง แต่ต้องบริโภคสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร และผู้ย่อยสลาย สารอินทรยี เ์ ป็นสง่ิ มชี ีวิตท่ีย่อยสลายซากส่ิงมชี ีวติ กลับคืนสู่สงิ่ แวดล้อมซ่ึงพืชจะนำมาใช้ได้อีก ในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ อาจพบสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันอาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกันและใน ชว่ งเวลาเดียวกัน เรียกวา่ ประชากร (population) และมักพบประชากรของส่ิงมีชวี ิตหลายชนิดท่ีอาศัยอยู่ ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกัน เรียกว่า กลุ่มสิ่งมีชีวิต (community) ซึ่งสิ่งมีชีวติ ต่าง ๆ มีความสัมพันธ์กับ สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันและมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชวี ิตชนิดอื่น ๆ โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวมีหลายรูปแบบ ซงึ่ ส่งิ มีชีวิตบางชนดิ อาจไดป้ ระโยชน์ บางชนิดอาจเสยี ประโยชน์ หรือบางชนิดไม่ไดแ้ ละไม่เสยี ประโยชน์ องค์ประกอบที่มีชีวิตในระบบนิเวศจะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถ เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานเคมีแล้วสะสมไว้ในรูปของอาหาร ผู้บริโภคเป็นสิ่งมีชีวิตท่ีไม่สามารถสรา้ ง อาหารได้เอง แต่ต้องบริโภคสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ย่อยสลายซาก ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมซึ่งพืชจะนำมาใช้ได้อีก ซึ่งสิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์ระหว่าง ส่งิ มชี ีวติ ในลกั ษณะการถา่ ยทอดพลงั งานผ่านการกินต่อกันเปน็ ทอด ๆ จากผูผ้ ลติ ไปยงั ผู้บริโภคลำดบั ตา่ ง ๆ เรียกว่า โซ่อาหาร (food chain) โดยพลังงานที่ถ่ายทอดระหว่างโซ่อาหารจะลดลงตามลำดับขั้นซึ่งมี พลังงานบางส่วนถูกถ่ายโอนไปสสู่ ิ่งแวดล้อม โซอ่ าหารหลายโซ่อาหารจะสมั พันธ์กันอย่างซับซ้อนในรูปของ สายใยอาหาร (food web) และนอกจากพลังงานจะถูกถ่ายทอดไปตามลำดับขึ้นของโซ่อาหารแล้ว สารพิษต่าง ๆ จะถูกถ่ายทอดไปเช่นกัน ซึ่งหากสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตปริมาณมากอาจเกิดอันตรายต่อ สง่ิ มชี ีวิตและทำลายสมดุลในระบบนิเวศ 6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน 1. ความสามารถในการสือ่ สาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการสังเกต 2) ทกั ษะการวดั 3) ทักษะการคำนวณ 4) ทักษะการจำแนกประเภท 5) ทกั ษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู 4

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ 6) ทกั ษะการจัดกระทำและส่ือความหมายข้อมูล 7) ทกั ษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป 8) ทักษะการสรา้ งแบบจำลอง 3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต 7. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ มั่นในการทำงาน 8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) - แบบจำลองระบบนิเวศ - ใบกจิ กรรม เรื่อง ระบบนเิ วศจำลอง 5

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบนเิ วศ 9. กจิ กรรมการเรียนรู้ เวลา 4 ชว่ั โมง เรื่องท่ี 1 องค์ประกอบของระบบนเิ วศ วิธีสอนการสอน: แบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ขั้นนำ 1. นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 ระบบนเิ วศ 2. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ รว่ มกันพิจารณาภาพสิง่ มีชีวิตในสง่ิ แวดล้อม 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตกับ ส่งิ แวดลอ้ มในแต่ละภาพ ข้นั สอน 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มวางแผนศึกษาและสำรวจระบบนิเวศตามกิจกรรม เรื่อง สำรวจระบบนิเวศใน ท้องถิน่ 2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการจากสำรวจระบบนิเวศในทอ้ งถิ่น 3. นกั เรียนแต่ละกลุม่ แบ่งหน้าทกี่ นั เพือ่ ศกึ ษา เรอื่ ง องค์ประกอบของระบบนิเวศ 4. ครตู ้งั คำถามใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภปิ รายและตอบคำถามจากกิจกรรมสำรวจระบบนเิ วศในท้องถ่นิ และ จากการศึกษาเรอ่ื งองค์ประกอบของระบบนเิ วศ 5. นักเรียนทำ Exercise 1.1 6. ครตู ง้ั ประเด็นใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกับระบบนิเวศในท้องถน่ิ และองคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ 7. นกั เรียนทำใบงานท่ี 1.1.1 เรื่อง ปฏิสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบของระบบนิเวศ ขัน้ สรปุ 1. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้เกยี่ วกบั องคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ 2. ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ 3. ครตู รวจสอบผลการปฏิบตั กิ ิจกรรม สำรวจระบบนิเวศในท้องถน่ิ 4. ครตู รวจสอบผลการทำใบงานท่ี 1.1.1 เรอ่ื ง ปฏิสมั พนั ธ์ขององค์ประกอบของระบบนิเวศ 5. ครูตรวจ Exercise 1.1 จากส่ือการเรยี นรู้ สมั ฤทธิม์ าตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ม.3 เลม่ 1 6. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรม การทำงานกล่มุ 6

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ เวลา 4 ชัว่ โมง เร่อื งท่ี 2 ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งส่งิ มชี ีวิตในระบบนเิ วศ วิธีสอนการสอน: แบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ข้นั นำ 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดในแหล่งที่อยู่ เพื่อให้นักเรียนนิยามความหมาย ของกลุ่มสิ่งมชี ีวิตและประชากร โดยอาจใช้สื่อต่างๆ เช่น ภาพ วดี ทิ ัศน์ 2. นกั เรียนพิจารณาภาพหรือวีดิทศั น์ว่า ส่ิงมชี วี ิตมคี วามสัมพันธก์ ันอยา่ งไรบา้ ง โดยครตู ั้งคำถามเพอ่ื นำสู่ การคิดและอภิปราย 3. ครนู ำอภิปรายเพ่ือให้นักเรยี นเขา้ ใจวา่ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างสิ่งมชี ีวิตมีหลากหลายรูปแบบ ขั้นสอน 1. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ปฏบิ ัติกิจกรรม เรือ่ ง ความสมั พันธ์ของสง่ิ มชี วี ิตระหวา่ งปลากับสาหร่ายหางกระรอก 2. ครูและนกั เรียนร่วมกันอภปิ รายและสรุปผลการทำกิจกรรม 3. นักเรยี นศกึ ษาความสมั พนั ธร์ ะหว่างสงิ่ มชี ีวติ รปู แบบต่าง ๆ 4. ครูสมุ่ นกั เรยี นออกมานำเสนอผลงาน ความสัมพันธ์ระหวา่ งสิง่ มีชีวิต 5. ครยู กตวั อยา่ งสิ่งมชี ีวติ เปน็ คู่ ๆ ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ แขง่ ขนั กนั ตอบวา่ เปน็ ความสมั พนั ธ์รปู แบบใด 6. นกั เรียนทำ Exercise 2.1 7. นักเรียนแบ่งกลุ่มปฏิบัติกิจกรรม เรื่อง สำรวจรูปแบบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศใน ท้องถ่นิ โดยวเิ คราะห์ข้อมลู และระบรุ ปู แบบความสัมพันธข์ องสิง่ มชี ีวิตจากการสำรวจ 8. นักเรียนนำเสนอผลการสำรวจรูปแบบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศท่ีหน้าชั้นเรียน แล้ว ร่วมกันจัดกลุ่มความสมั พันธท์ ่ีมลี ักษณะคล้ายคลึงกันไวด้ ้วยกัน 9. นกั เรยี นคน้ คว้าเพ่ิมเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสงิ่ มชี วี ิตนอกเหนือจากตัวอย่างในส่ือการเรียนรู้ แลว้ บันทกึ ลงในใบงานท่ี 1.2.1 เร่ือง ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสง่ิ มีชีวิตในระบบนเิ วศ ขนั้ สรปุ 1. นักเรียนร่วมกันสรปุ ความรเู้ กยี่ วกบั ความสัมพันธร์ ะหว่างสิ่งมีชวี ติ ในระบบนเิ วศ 2. ครูตรวจสอบผลการปฏบิ ัติกิจกรรม สำรวจรปู แบบความสมั พนั ธ์ของสิ่งมชี ีวิตในระบบนิเวศในท้องถิ่น 3. ครตู รวจ Exercise 2.1 4. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานท่ี 1.2.1 เรื่อง ความสมั พนั ธร์ ะหว่างส่งิ มชี ีวติ ในระบบนิเวศ 5. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล พฤตกิ รรม การทำงานกลมุ่ และการนำเสนอผลงาน 7

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ เวลา 4 ชว่ั โมง เร่ืองที่ 3 การถ่ายทอดพลังงานในระบบนเิ วศ วธิ ีสอนการสอน: แบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ขนั้ นำ 1. ครูสนทนากับนักเรียน เรื่อง อาหารที่นักเรียนรับประทานในมื้อที่ผ่านมา โดยกล่าวถึงส่วนประกอบ ของอาหารเหล่าน้ัน และถามคำถามเพอ่ื กระตุน้ ความสนใจของนกั เรยี น 2. นกั เรยี นพจิ ารณาภาพโซ่อาหาร แลว้ ครูตง้ั คำถามใหน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น ข้ันสอน 1. นักเรยี นศึกษา เรอื่ ง โซอ่ าหาร และสายใยอาหาร 2. นักเรียนจับคู่กันแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้ศึกษามา ร่วมกันสรุปความรู้ในรูปแบบแผนผังความคิดและ เขียนตวั อย่างสายใยอาหาร 3. ครสู ุม่ นกั เรยี นออกมานำเสนอแผนผงั ความคิดและตัวอยา่ งสายใยอาหาร 4. นักเรยี นรวมกลุม่ กนั ปฏิบตั ิกิจกรรมเรื่อง การถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร 5. นักเรยี นทำ Exercise 3.1 6. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอแบบจำลองสายใยอาหาร 7. ครูต้ังคำถามเกย่ี วกบั โซ่อาหารและสายใยอาหารให้นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเพ่ือหาคำตอบ 8. ครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดต่อยอดของนักเรียนเกี่ยวกับระบบนิเวศและการรักษาสมดุลของ ระบบนิเวศ แล้วร่วมกนั อภิปราย 9. นักเรียนคน้ ควา้ เพิ่มเตมิ เกี่ยวกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ แล้วบันทึกลงในใบงานที่ 1.3.1 เรื่อง แนวทางการรกั ษาสมดลุ ของระบบนเิ วศ Thinking Skill Activity 10. นกั เรียนแบ่งกลุ่มทำกิจกรรมในใบกิจกรรม เรอื่ ง ระบบนเิ วศจำลอง ขั้นสรปุ 1. นกั เรียนรว่ มกันสรุปความรูเ้ กย่ี วกับการถา่ ยทอดพลังงานในระบบนเิ วศ 2. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง ระบบนเิ วศ 3. นกั เรียนทำแบบทดสอบพัฒนาผู้เรียน 4. ครตู รวจสอบผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม การถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร 5. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 1.3.1 เรื่อง แนวทางการรักษาสมดลุ ของระบบนเิ วศ 6. ครตู รวจ Exercise 3.1 7. ครูตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรือ่ ง ระบบนเิ วศ 8. ครตู รวจแบบทดสอบพฒั นาผ้เู รยี น 9. ครูประเมนิ ผล โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤตกิ รรม การทำงานกลมุ่ และการนำเสนอผลงาน 8

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ 10. การวดั และการประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์การประเมนิ 10.1 การประเมินก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมนิ ตามสภาพจริง - แบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - ใบงานที่ 1.1.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - Exercise 1.1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 ก่อนเรยี น - ใบงานท่ี 1.2.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - Exercise 2.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ระบบนิเวศ - ใบงานที่ 1.3.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 10.2 การประเมินระหวา่ ง - Exercise 3.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - แบบประเมินชนิ้ งาน - ระดบั คุณภาพ 2 การจัดกิจกรรม - แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์ 1) องคป์ ระกอบของ - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 การปฏิบตั กิ าร - ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ระบบนเิ วศ - ตรวจ Exercise 1.1 - ผลงานท่นี ำเสนอ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ 2) ความสมั พนั ธ์ - ตรวจใบงานที่ 1.2.1 - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2 การทำงานรายบุคคล ระหว่างส่งิ มชี วี ติ ใน - ตรวจ Exercise 2.1 - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์ การทำงานรายกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ระบบนิเวศ - แบบประเมิน คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์ 3) การถ่ายทอด - ตรวจใบงานที่ 1.3.1 อนั พงึ ประสงค์ - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ พลงั งานใน - ตรวจ Exercise 3.1 - แบบทดสอบหลังเรียน - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ระบบนเิ วศ - ตรวจใบกจิ กรรม เร่อื ง ระบบนเิ วศจำลอง 4) การปฏิบัติการ - ประเมินการปฏิบตั กิ าร 5) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน 6) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม ทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล 7) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม ทำงานรายกลุ่ม การทำงานรายกลุ่ม 8) คุณลกั ษณะอันพึง - สังเกตความมวี นิ ัย ประสงค์ ความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ และมุง่ มั่น ในการทำงาน 10.3 การประเมินหลังเรียน 1) แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลัง หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรยี น เรื่อง ระบบนิเวศ 9

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ รายการวดั วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ 2) ขอ้ สอบวดั ผลสัมฤทธิ์ - ตรวจแบบทดสอบหลัง - แบบทดสอบหลังเรยี น - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ ทางการเรียน เรียน - แบบทดสอบหลังเรยี น - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) ข้อสอบแนว O-NET - ตรวจแบบทดสอบหลัง เรียน 11. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้ 11.1 สอื่ การเรียนรู้ 1) หนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน (ชดุ สัมฤทธ์มิ าตรฐาน) วทิ ยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ระบบนิเวศ 2) แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบนเิ วศ 3) แบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ 4) ใบงานที่ 1.1.1 เรอ่ื ง ปฏิสมั พันธข์ ององค์ประกอบของระบบนเิ วศ 5) ใบงานท่ี 1.2.1 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหวา่ งส่ิงมีชีวติ ในระบบนเิ วศ 6) ใบงานที่ 1.3.1 เรอ่ื ง แนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ 7) บัตรภาพสง่ิ มีชวี ิตในสิง่ แวดล้อม 8) บตั รภาพสิง่ มีชีวติ 11.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) หอ้ งเรยี น 2) ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ 3) อนิ เทอรเ์ น็ต 10

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ แบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนิเวศ คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดให้ความหมายของระบบนิเวศได้ถูกต้อง 4. ปัจจัยทางกายภาพปัจจัยใดที่มีผลทำให้นกบาง ท่ีสดุ ชนิดออกหากินในเวลากลางคนื 1. สถานทีท่ ม่ี สี ง่ิ มชี ีวิตอาศยั อยู่ 1. แสง 2. แรธ่ าตุ 2. สง่ิ ตา่ ง ๆ ท่อี ยรู่ วมกันกับส่ิงมีชวี ิต 3. อุณหภมู ิ 4. ความเป็นกรด-เบส 3. กลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รวมกันใน 5. สิ่งมีชีวิต 2 ชนิด มีความสัมพันธ์กันโดยต่างฝ่าย บริเวณหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์กันและ ต่างได้ประโยชน์ และต้องอาศัยอยู่ร่วมกันตลอด สมั พนั ธ์กบั สงิ่ แวดล้อม ส่งิ มชี ีวติ 2 ชนดิ น้ีมคี วามสมั พันธก์ นั รูปแบบใด 4. ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัย 1. ภาวะอิงอาศัย อยู่ในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ในช่วงเวลา 2. ภาวะพึ่งพากัน เดยี วกนั และได้รับประโยชน์รว่ มกัน 3. ภาวะแกง่ แย่งแขง่ ขัน 2. พิจารณาข้อความต่อไปน้ี 4. ภาวะได้รบั ประโยชนร์ ่วมกนั 1) ส่ิงมีชวี ิต 6. สิ่งมีชีวิตในข้อใดมีความสัมพันธ์กันแบบภาวะ 2) สารอนิ ทรีย์ องิ อาศยั 3) สารอนินทรีย์ 1. ไลเคน 2. กาฝากกบั ต้นไม้ 4) สภาพแวดล้อมทางกายภาพ 3. ควายกับนกเอ้ยี ง 4. กล้วยไมก้ บั ต้นไม้ ขอ้ ใดเป็นองค์ประกอบของระบบนเิ วศ 7. ข้อใดจับคคู่ วามสัมพนั ธ์ของสงิ่ มชี ีวิตได้ถูกต้อง 1. 1), 2) 2. 1), 3) 1. ไลเคน : ภาวะองิ อาศยั 3. 1), 2), 3) 4. 1), 2), 3), 4) 2. ฉลามกบั เหาฉลาม : ภาวะปรสติ 3. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับองค์ประกอบที่มี 3. ควายกบั นกเอี้ยง: ภาวะพ่ึงพากัน ชวี ติ ของระบบนเิ วศ 4. แมลงกบั ดอกไม้ : ภาวะได้ประโยชนร์ ่วมกนั 1. ผู้ผลิตเป็นจุดเริ่มต้นของการถ่ายทอด พลงั งาน 2. ผู้บริโภคสามารถสร้างอาหารเองได้แต่ต้อง อาศัยส่งิ มีชีวติ อ่ืน 3. ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ดำรงชีวิตโดยการ ยอ่ ยสลายซากส่ิงมชี ีวติ 4. ผู้ผลิต ได้แก่ สิ่งมีชีวิตจำพวกพืช สาหร่าย และสง่ิ มีชีวติ เซลล์เดยี วบางชนิด 11

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบนิเวศ คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว พจิ ารณาภาพท่ีกำหนดให้ แลว้ ตอบคำถามขอ้ 8.-10. 9. หากหญ้ามีพลังงานสะสมอยู่ 7,500 กิโลแคลอรี เหยี่ยวจะได้รับพลังงานผ่านโซ่อาหารปริมาณ เทา่ ใด 1. 7.5 2. 750 3. 7,500 4. 75,000 10. หากมีสารพิษสะสมอยู่ในสายใยอาหารนี้ สิ่งมีชีวิตใดจะมีโอกาศได้รับสารพิษปริมาณมาก ทส่ี ุด 1. หญ้า 2. ต๊กั แตน 3. กระตา่ ย 4. สนุ ขั จ้ิงจอก 8. สายใยอาหารนี้ประกอบด้วยโซ่อาหารจำนวนก่ี โซ่อาหาร 1. 5 2. 6 3. 7 4. 8 เฉลย 5. 2 6. 4 7. 4 8. 3 9. 1 10. 4 1. 3 2. 4 3. 2 4. 1 12

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนิเวศ คำช้ีแจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดไม่จดั เปน็ ระบบนิเวศ 5. ความสัมพันธ์ของส่ิงมีชีวิตคู่ใดเหมือนความสัมพันธ์ 1. บอ่ น้ำในสวนสาธารณะ ของแบคทีเรยี ในปมรากถัว่ 2. สนามหญา้ หนา้ โรงเรียน 1. ไลเคน 3. สนามกีฬาในโรงพลศกึ ษา 2. เพลีย้ กับตน้ ไม้ 4. กองวสั ดุเหลอื ทิง้ ทางการเกษตร 3. ควายกบั นกเอ้ียง 2. องค์ประกอบของระบบนิเวศในข้อใดไม่ใช่ 4. กาฝากกบั ตน้ มะมว่ ง ปัจจัยหลักในกระบวนการสังเคราะห์ด้วย 6. มดดำกบั เพลย้ี มคี วามสัมพันธ์กนั ในรปู แบบใด แสง 1. ภาวะปรสิต 1. น้ำ 2. แสง 2. ภาวะอิงอาศัย 3. แก๊ส 4 . อ ุ ณ ห ภ ู มิ 3. ภาวะพงึ่ พากนั 4. ภาวะการไดร้ บั ประโยชนร์ ว่ มกัน 3. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องเก่ยี วกับองค์ประกอบท่ีมี 7. ขอ้ ใดจับคคู่ วามสมั พนั ธ์ของสง่ิ มีชวี ติ ไดถ้ กู ต้อง ชีวติ ของระบบนเิ วศ 1. มดดำกบั เพล้ยี : ภาวะปรสติ 1. เห็ดและราจัดเป็นผู้บริโภคซากสัตว์ใน 2. เพลี้ยกบั ตน้ ไม้ : ภาวะองิ อาศัย ระบบนเิ วศ 3. แบคทีเรียในปมรากถั่ว : ภาวะปรสิต 2. สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวทุกชนิดล้วนเป็น 4. โพรโทซัวในลำไส้ปลวก : ภาวะพึง่ พากัน ผู้ผลติ ในระบบนิเวศ พิจารณาภาพทีก่ ำหนดให้ แลว้ ตอบคำถามขอ้ 8.-9. 3. ผู้ผลิตสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงเป็น พลังงานเคมีในรปู อาหารได้ 4. ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์สร้างอาหารเอง ไดเ้ องผ่านการย่อยสลายซากสิง่ มีชวี ติ 4. การขาดปัจจัยในข้อใดส่งผลต่อการดำรง ชีวิตของพชื ทีเ่ จรญิ ในแหล่งนำ้ ลกึ ๆ 1. แสง 8. สายใยอาหารนี้ประกอบด้วยโซ่อาหารจำนวนกี่โซ่ 2. แรธ่ าตุ อาหาร 3. อณุ หภูมิ 1. 5 2. 6 4. ความเป็นกรด-เบส 3. 7 4. 8 13

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบนเิ วศ แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 9. หากหญ้ามีพลังงานสะสมอยู่ 6,000 กิโลแคลอรี 10. สิ่งมีชีวิตชนดิ ใดมโี อกาสไดร้ ับสารพิษมากท่ีสุดใน นกฮูกจะได้รับพลังงานผ่านโซ่อาหารปริมาณ โซ่อาหารมากทส่ี ดุ เท่าใด 1. ววั 2. หญา้ 1. 0.6 2. 6 ค 3. 60 4. 600 3. สิงโต 4. กระตา่ ย เฉลย 1. 3 2. 4 3. 3 4. 1 5. 1 6. 4 7. 4 8. 2 9. 2 10. 3 14

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 1 องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 เรือ่ ง องคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ เวลา 4 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไข ปญั หาสิง่ แวดลอ้ ม รวมท้งั นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ 2. ตวั ช้วี ดั ว 1.1 ม.3/1 อธบิ ายปฏิสัมพนั ธข์ ององคป์ ระกอบของระบบนิเวศที่ได้จากการสำรวจ 3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธบิ ายปฏิสมั พันธข์ ององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศได้ (K) 2. สงั เกตปฏสิ มั พันธข์ ององค์ประกอบของระบบนิเวศจากการสำรวจได้ (P) 3. เลือกและใช้เครื่องมือเพ่ือวดั ปรมิ าณขององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศได้ (P) 4. รับผิดชอบต่อหนา้ ท่ที ่ไี ดร้ ับมอบหมาย (A) 4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา สาระการเรียนร้แู กนกลาง - ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีชีวิต เช่น พืช สัตว์ จุลินทรีย์ และองค์ประกอบที่ไม่ มีชีวิต เช่น แสง น้ำ อุณหภูมิ แร่ธาตุ แก๊ส องค์ประกอบเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กัน เช่น พืช ต้องการแสง น้ำ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ในการสร้างอาหาร สัตว์ต้องการอาหาร และ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการดำรงชีวิต เช่น อุณหภูมิ ความชื้น องค์ประกอบทั้งสอง ส่วนนี้จะต้องมีความสัมพันธ์กนั อย่างเหมาะสม ระบบนเิ วศจงึ จะสามารถคงอยู่ต่อไปได้ 15

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 1 องค์ประกอบของระบบนเิ วศ 5. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด กลมุ่ สงิ่ มชี ีวิตที่อาศัยอยรู่ ว่ มกันในแหล่งที่อยู่อาศยั หน่งึ ๆ จะมีความสัมพันธ์กนั อย่างเป็นระบบ และ มคี วามสมั พนั ธ์กับสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งเรียกว่า ระบบนิเวศ (ecosystem) โดยระบบนิเวศประกอบด้วย องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต แบ่งออกเป็นสารอนินทรีย์ (น้ำ แร่ธาตุ แก๊ส) สารอินทรีย์ (สารชีวโมเลกุล) และ สภาพแวดล้อมทางกายภาพ (แสง อุณหภูมิ ดิน ความเป็นกรด-เบสของดินและน้ำ) และองค์ประกอบที่มี ชีวิต ได้แก่ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ซึ่งจะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน ได้แก่ ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถเปลี่ยน พลงั งานแสงเป็นพลังงานเคมีแลว้ สะสมไวใ้ นรูปของอาหารหรือกลา่ ววา่ สามารถสรา้ งอาหารไดเ้ อง ผ้บู ริโภค เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง แต่ต้องบริโภคสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร และผู้ย่อยสลาย สารอินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตท่ียอ่ ยสลายซากส่งิ มชี ีวติ กลบั คนื สู่สง่ิ แวดล้อมซ่งึ พืชจะนำมาใชไ้ ดอ้ ีก 6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการวดั 2) ทกั ษะการสงั เกต 3) ทกั ษะการจำแนกประเภท 4) ทกั ษะการจดั กระทำและสอื่ ความหมายข้อมูล 5) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี นิ ัย 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มงุ่ มั่นในการทำงาน 8. คำถามสำคัญ 1. ระบบนิเวศมีองค์ประกอบใดบา้ ง และมีความสำคญั อย่างไร 2. สง่ิ มีชวี ติ มคี วามสมั พนั ธ์กับสง่ิ ไม่มชี ีวติ ในระบบนเิ วศอย่างไร 9. กจิ กรรมการเรยี นรู้  วิธีการสอนโดยเน้นรปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) 16

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 1 องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ ช่ัวโมงท่ี 1-2 ขน้ั นำ ขน้ั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage) 1. นกั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 ระบบนิเวศ 2. ครใู ห้นักเรียน ศึกษา หนังสืออีเลคทรอนิก ( E-book ) เรอื่ ง ระบบนเิ วศ ก่อนทำกิจกรรม https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/86264 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ --4 คน ร่วมกันพิจารณาภาพสิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม (ครูอาจใช้ ภาพทแ่ี นบมาท้ายแผนการจัดการเรียนร)ู้ 17 ∆ ตวั อยา่ งภาพส่ิงมีชวี ติ ในส่ิงแวดลอ้ ม

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 1 องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ 4. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกนั อภิปรายถงึ ความสมั พันธ์ระหวา่ งส่ิงมีชีวติ กับสิง่ มชี ีวิต และสงิ่ มีชีวิต กบั สง่ิ แวดลอ้ มในแตล่ ะภาพ โดยครูอาจใชค้ ำถามนำสู่การอภปิ ราย เช่น - จากภาพสง่ิ แวดล้อมพบส่ิงมชี วี ติ อะไรบ้าง และส่งิ มีชวี ติ เหล่านน้ั มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ: พิจารณาจากคำตอบของนักเรยี น โดยขนึ้ อยู่กบั ภาพที่นกั เรยี นศึกษา เชน่ ภาพ ผึ้งกบั ดอกไม้ โดยผ้งึ ดดู นำ้ หวานจากเกสรดอกไม้ สว่ นดอกไม้ไดผ้ ึ้งชว่ ยถา่ ยเรณู) - จากภาพสิ่งแวดล้อมพบสิ่งไม่มีชีวิตอะไรบ้าง และสิ่งไม่มีชีวิตเหล่านั้นมีความสัมพันธ์กับ ส่ิงมีชวี ติ หรอื ไม่ อย่างไร (แนวตอบ: พจิ ารณาจากคำตอบของนักเรยี น โดยขน้ึ อย่กู บั ภาพทน่ี กั เรยี นศึกษา เชน่ ภาพ ชา้ งและมา้ ลายในทงุ่ หญ้า พบสิ่งทไ่ี ม่มชี ีวิต ไดแ้ ก่ นำ้ แสง และอากาศ ซึง่ ช้างและม้าลาย ใชน้ ้ำด่มื กินและใชอ้ ากาศหายใจ ส่วนพชื ใชแ้ สงและนำ้ ในกระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง) - ส่ิงแวดล้อมแต่ละบริเวณมลี กั ษณะและองค์ประกอบเหมอื นกันหรอื ไม่ อย่างไร (แนวตอบ: พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน เช่น ภาพช้างและม้าลายในทุ่งหญ้ามีแหล่ง น้ำเป็นองค์ประกอบของสิ่งแวดล้อม แต่ภาพอูฐในทะเลทรายไม่มีแหล่งน้ำเป็น องคป์ ระกอบของสิง่ แวดล้อมน้นั ) - ในทอ้ งถนิ่ ของนกั เรียนพบสิ่งแวดลอ้ มลักษณะใดบ้าง (แนวตอบ: คำตอบขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน ซึ่งพิจารณาตามสภาพท้องถิ่นที่ นักเรยี นอาศัยอยู่) 5. ครูนำอภิปรายเพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่าบริเวณต่าง ๆ ที่นักเรียนพิจารณานั่นคือ ระบบนิเวศ ซึ่งเป็นกลุ่มสิ่งมชี ีวิตท่ีอาศยั อยูร่ ว่ มกนั ในบริเวณใดบรเิ วณหน่งึ โดยสิง่ มชี วี ิตมคี วามสมั พันธ์กัน อยา่ งเปน็ ระบบและยังมีความสัมพันธ์กับส่งิ ไม่มชี ีวิตในบริเวณน้ัน ๆ ดว้ ย ข้ันสอน ขน้ั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore) 1. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ วางแผนศึกษาและสำรวจระบบนเิ วศตามกิจกรรม เร่ือง สำรวจระบบนิเวศ ในท้องถิ่น จากสื่อการเรียนรู้ สัมฤทธิ์มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 เพื่ออธิบาย ปฏิสมั พนั ธข์ ององค์ประกอบของระบบนเิ วศท่ีไดจ้ ากการสำรวจ โดยกำหนดให้นักเรียนศึกษา รายละเอยี ดและนำเสนอข้อมูลในประเด็นตา่ ง ๆ ดงั ตอ่ ไปนี้ - สง่ิ ไม่มีชวี ติ โดยวดั และบนั ทกึ ค่าอุณหภมู ิ ความเป็นกรด-เบส (pH) และความเข้มแสง - สิ่งมีชีวิต โดยสงั เกตและบนั ทกึ ชือ่ สิ่งมีชีวติ รปู ร่าง ลักษณะจำนวน แหลง่ ท่พี บ พฤติกรรม ของสงิ่ มชี ีวิต 2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลการจากสำรวจระบบนเิ วศในท้องถิน่ 18

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 1 องค์ประกอบของระบบนิเวศ 3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มแบ่งหน้าที่กันศึกษา เรื่อง องค์ประกอบของระบบนิเวศ ในประเด็นต่าง ๆ ดงั นี้ - องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต แบ่งออกเป็นสารอนินทรีย์ (น้ำ แร่ธาตุ แก๊ส) สารอินทรีย์ (สาร ชีวโมเลกุล) และสภาพแวดล้อมทางกายภาพ (แสง อุณหภูมิ ดิน ความเป็นกรด-เบสของ ดินและน้ำ) - องคป์ ระกอบท่ีมชี วี ิต แบง่ ออกเปน็ ผู้ผลิต ผบู้ ริโภค และผยู้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ์ โดยศึกษาข้อมูลจากสื่อการเรียนรู้ สัมฤทธิ์มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 หรือแหล่ง เรียนรู้อื่น ๆ เช่น สื่อออนไลน์ ห้องสมุด แล้วร่วมกันสรุปความรู้ลงในสมุดประจำตัวของ นักเรียน ชว่ั โมงที่ 3-4 ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain) 4. ครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและตอบคำถามจากที่ได้ทำกิจกรรมสำรวจระบบ นิเวศในท้องถ่นิ และจากการศกึ ษาเรื่อง องค์ประกอบของระบบนเิ วศ เช่น - ชนิดและปริมาณของสิ่งมีชีวิตที่พบในแต่ละบริเวณที่สำรวจเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น (แนวตอบ: ขึ้นอยู่กับบริเวณที่นักเรียนสำรวจ เช่น บริเวณที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน จะพบชนดิ และปริมาณของส่งิ มีชวี ิตแตกตา่ งกัน และถงึ แม้ว่าบริเวณทีส่ ำรวจจะมีลักษณะ คล้ายกันก็อาจพบสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน แต่มีปริมาณแตกต่างกันได้เพราะชนิดและ ปริมาณของสิ่งมีชีวิตขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการดำรงชีวิต ของส่ิงมีชีวติ น้นั ๆ) - นักเรยี นคดิ วา่ ปัจจัยใดบ้างทที่ ำให้ส่ิงมีชีวิตสามารถดำรงชีวิตอยู่ในบริเวณต่าง ๆ ได้ (แนวตอบ: แสง ความชื้น อุณหภูมิ เช่น หากความเข้มแสงเหมาะสมจะทำให้พืช เจริญเติบโตดี แต่ถ้าความเข้มของแสงเปลี่ยนแปลงไปจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำใหพ้ ืชเจริญเติบโตช้าหรอื ไมเ่ จริญเตบิ โต) - สิ่งมีชวี ติ ต่าง ๆ ทพี่ บในบรเิ วณท่ีสำรวจมีความสมั พนั ธก์ ันหรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ: ส่ิงมีชวี ิตท่ีพบในบรเิ วณท่ีสำรวจมคี วามสมั พันธ์กัน เชน่ สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเป็น อาหารของสง่ิ มีชวี ิตอกี ชนดิ หนึ่ง) - สิ่งมีชีวิตที่พบในบริเวณที่สำรวจมีความสัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ดิน น้ำ แสงสว่าง อยา่ งไร 19

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 1 องค์ประกอบของระบบนิเวศ (แนวตอบ: สิ่งมีชีวิตทีพ่ บในบริเวณที่สำรวจมีความสัมพันธ์กับสิ่งไม่มชี ีวิต เช่น พืชใช้แสง แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ และน้ำในการสังเคราะห์ด้วยแสงเพ่ือสร้างอาหาร และใช้แร่ธาตุ ในดินเป็นองค์ประกอบในการสร้างสารต่าง ๆ ส่วนสัตว์ใช้น้ำในการบริโภคและใช้แก๊ส ออกซเิ จนในการหายใจ) 5. ให้นกั เรียนทำ Exercise 1.1 จากสื่อการเรยี นรู้ สมั ฤทธม์ิ าตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ม.3 เลม่ 1 ข้นั ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 6. ครูตั้งประเด็นใหน้ ักเรียนร่วมกนั อภปิ รายว่า เชน่ - หากองค์ประกอบที่ไม่มชี ีวติ ในระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลงไป จะส่งผลต่อองคป์ ระกอบ ทม่ี ีชีวิตหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ: ส่งผล เนื่องจากองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตมีปฎิสัมพันธ์กับองค์ประกอบที่มีชีวิต หากมีการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตย่อมส่งผลต่อองค์ประกอบที่มีชีวิตใน ระบบนิเวศ เช่น อณุ หภมู ิ ในปจั จุบันอณุ หภูมขิ องโลกทเี่ พ่ิมสงู ขน้ึ อย่างมากทำให้เกิดภาวะ โลกรอ้ นซงึ่ สง่ ผลตอ่ ส่ิงมชี วี ติ ต่าง ๆ ในระบบนิเวศ เช่น ส่ิงมชี วี ติ ทอ่ี าศัยบริเวณขวั้ โลก (หมี ขว้ั โลก นกเพนกวนิ ) ขาดแคลนแหลง่ ท่ีอยู่อาศยั และแหล่งอาหารเน่ืองจากการละลายของ นำ้ แขง็ ขว้ั โลก) - หากสิ่งมีชีวิตบางชนิดในระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนไปอย่างมากจะส่งผลต่อ สง่ิ มีชีวติ อ่นื หรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ: ส่งผล เนื่องจากสิ่งมีชวี ติ บางชนดิ เป็นเหยื่อหรือเปน็ ผู้ลา่ ที่จำเพาะต่อสิ่งมีชีวติ อื่น ๆ ซึ่งหากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ลดจำนวนลงอย่างมากหรือสูญพันธ์จะส่งผลกระทบต่อ สิ่งมีชีวิตที่เป็นเหยื่อเนื่องจากขาดผู้ล่าในการควบคุมจำนวนประชากร หรือส่งผลกระทบ ตอ่ ส่ิงมีชวี ติ ท่ีเปน็ ผ้ลู า่ เนอ่ื งจากขาดแคลนอาหาร) 7. ใหน้ กั เรียนทำใบงานที่ 1.1.1 เรอ่ื ง ปฏิสัมพนั ธ์ขององค์ประกอบของระบบนเิ วศ ข้ันสรุป ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบนิเวศ โดยมีแนวการสรุป ดังนี้ “ระบบนิเวศประกอบไปด้วยองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต แบ่งออกเป็นสารอนินทรีย์ (น้ำ แร่ธาตุ แก๊ส) สารอินทรีย์ (คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ลิพิด วิตามิน กรดนิวคลีอิก) และสภาพแวดล้อม ทางกายภาพ (แสง อุณหภูมิ ดิน ความเป็นกรด-เบสของดินและน้ำ) และประกอบด้วย องค์ประกอบที่มีชีวิต ได้แก่ ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารเองได้ ผู้บริโภคเป็น สิ่งมีชีวติ ที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ แต่ดำรงชีวิตโดยบริโภคสิ่งมีชีวติ อื่นเป็นอาหาร และ ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้างอาหารเองได้ แต่ดำรงชีวิตโดยสร้าง 20

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 1 องค์ประกอบของระบบนิเวศ เอนไซม์ออกมายอ่ ยสลายซากสิง่ มชี ีวติ แล้วดดู ซมึ เขา้ สเู่ ซลล์ ซง่ึ องคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของระบบ นเิ วศตอ้ งมีปฏิสมั พันธก์ นั อย่างเหมาะสมเพ่ือทำให้ระบบนเิ วศสามารถดำรงอยู่ได้ 2. ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนิเวศ 3. ครูตรวจสอบผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรม สำรวจระบบนเิ วศในทอ้ งถนิ่ 4. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 1.1.1 เร่อื ง ปฏสิ ัมพนั ธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนิเวศ 5. ครตู รวจ Exercise 1.1 จากสอื่ การเรียนรู้ สมั ฤทธ์ิมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ม.3 เลม่ 1 6. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการนำเสนอผลงาน พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลมุ่ 21

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 1 องค์ประกอบของระบบนิเวศ 10. การวดั และประเมนิ ผล รายการวดั วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน 10.1 การประเมินก่อนเรยี น - แบบทดสอบ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมนิ ตามสภาพ จริง ก่อนเรยี น หนว่ ย ก่อนเรียน การเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง ระบบนิเวศ 10.2 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) องคป์ ระกอบของ - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 - ใบงานที่ 1.1.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ระบบนเิ วศ - ตรวจ Exercise 1.1 - Exercise 1.1 - ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2) การปฏบิ ตั ิ - ประเมินการปฏิบัติ - แบบประเมินการ - ระดบั คุณภาพ 2 กจิ กรรม กิจกรรม ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ผ่านเกณฑ์ 3) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการ - แบบประเมนิ การ - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ นำเสนอ นำเสนอผลงาน - ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ ผลงาน - ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล 5) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ทำงานกล่มุ การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม 6) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมิน อันพึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมน่ั คุณลกั ษณะ ในการทำงาน อันพึงประสงค์ 11. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้ 11.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน (ชุด สัมฤทธิ์มาตรฐาน) วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ 2) ใบงานที่ 1.1.1 เร่อื ง ปฏสิ มั พันธ์ขององค์ประกอบของระบบนิเวศ 3) บตั รภาพสิ่งมีชวี ิตในสงิ่ แวดลอ้ ม 22

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 1 องคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ 11.2 แหล่งการเรยี นรู้ 1) ห้องเรียน 2) สื่อออนไลน์ 23

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 1 องค์ประกอบของระบบนิเวศ ใบงานท่ี 1.1.1 เร่ือง ปฏสิ มั พันธข์ ององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ คำชี้แจง : ให้นกั เรียนสบื คน้ ข้อมูลและยกตัวอยา่ งปฏสิ ัมพันธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ ปฏสิ ัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทมี่ ีชีวติ กบั องค์ประกอบท่ีมชี ีวติ ปฏิสมั พันธ์ระหวา่ งองค์ประกอบท่มี ชี ีวติ กบั องคป์ ระกอบทไี่ มม่ ชี ีวติ 24

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ เฉลย แผนฯ ที่ 1 องคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ ใบงานท่ี 1.1.1 เรอ่ื ง ปฏิสัมพันธ์ขององคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ คำชแี้ จง : ให้นกั เรียนสืบคน้ ขอ้ มลู และยกตวั อยา่ งปฏสิ ัมพันธข์ ององค์ประกอบของระบบนิเวศ ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่างองค์ประกอบที่มีชวี ิตกบั องคป์ ระกอบทีม่ ีชีวติ องค์ประกอบที่มีชีวิตของระบบนิเวศ แบ่งตามบทบาทหน้าที่ได้ 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บรโิ ภค และผูย้ ่อยสลาย ซึ่งมีปฏสิ ัมพันธก์ นั หลายรปู แบบ เชน่ - พืชอาศยั สตั ว์บางชนิด เชน่ ผึ้ง ผเี ส้อื ชว่ ยในการถ่ายเรณู - สัตวก์ นิ พืชเป็นอาหาร - สัตวบ์ างชนิดกินสตั ว์อน่ื เป็นอาหาร เชน่ เสอื กินกวาง งกู ินหนู - ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์อาศยั ซากพืชซากสตั วใ์ นการดำรงชวี ิต - พชื ใชส้ ารอนิ ทรียจ์ ากการยอ่ ยสลายของผ้ยู ่อยสลายสารอินทรีย์ ปฏสิ ัมพันธร์ ะหวา่ งองค์ประกอบทมี่ ีชวี ิตกบั องค์ประกอบทไี่ มม่ ชี ีวติ องค์ประกอบที่ไมม่ ีชีวติ ของระบบนเิ วศ แบ่งได้เปน็ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. สารอนินทรีย์ ได้แก่ น้ำ แร่ธาตุ และแก๊ส 2. สารอนิ ทรีย์ ได้แก่ คารโ์ บไฮเดรต โปรตนี ลิพิด วติ ามิน และกรดนวิ คลอี ิก 3. สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ แสง อุณหภูมิ ดิน และความเป็นกรด-เบส ซึ่งมีปฏิสัมพันธ์กับ สงิ่ มีชีวติ หลายรปู แบบ เชน่ - พชื และสัตวต์ อ้ งการน้ำในการอปุ โภคบริโภค - พืชต้องการแรธ่ าตจุ ากดนิ เพอ่ื ใชใ้ นการสร้างอาหาร - พืชและสัตว์ทุกชนิดตอ้ งการแก๊สออกซิเจนในการหายใจ - พชื ตอ้ งการแสง นำ้ และแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ในการสงั เคราะหด์ ้วยแสง - สัตวต์ ้องการอุณหภูมิที่เหมาะสมในการดำรงชีวติ - สัตวต์ อ้ งการแสงสว่างในการดำรงชวี ติ เช่น ล่าเหย่อื 25

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ  แผนฯ ท่ี 1 องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ บตั รภาพสง่ิ มชี วี ิตในส่งิ แวดลอ้ ม 26

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบนเิ วศ  แผนฯ ท่ี 1 องค์ประกอบของระบบนเิ วศ บัตรภาพสิง่ มีชีวิตในส่ิงแวดลอ้ ม 27

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 1 องค์ประกอบของระบบนเิ วศ 12. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาหรือผูท้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชอ่ื ................................. ( ................................ ) ตำแหน่ง ....... 13. บันทกึ ผลหลงั การสอน  ด้านความรู้  ด้านสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น  ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์  ดา้ นความสามารถทางวิทยาศาสตร์  ดา้ นอ่นื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมทม่ี ปี ญั หาของนักเรียนเป็นรายบคุ คล (ถ้ามี))  ปญั หา/อุปสรรค  แนวทางการแกไ้ ข 28

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 2 ความสัมพนั ธ์ของสงิ่ มชี วี ิตในระบบนเิ วศ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ระหว่างส่ิงมีชีวติ ในระบบนเิ วศ เวลา 4 ชวั่ โมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้ ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไข ปญั หาสงิ่ แวดล้อม รวมทัง้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 2. ตวั ช้ีวดั ว 1.1 ม.3/2 อธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชวี ิตกับสิง่ มีชีวิตรปู แบบต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่ เดียวกัน ทไี่ ด้จากการสำรวจ 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายรูปแบบความสมั พันธร์ ะหว่างสิง่ มีชวี ิตกับส่ิงมชี ีวิตรปู แบบต่าง ๆ ได้ (K) 2. สังเกตรปู แบบความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งส่ิงมชี วี ิตกบั ส่ิงมชี ีวติ รปู แบบตา่ ง ๆ จากการสำรวจได้ (P) 3. สำรวจและจำแนกประเภทโดยจดั กล่มุ ส่ิงมีชีวิตตามความสัมพันธ์ท่มี ีรูปแบบคล้ายคลงึ กันไวด้ ้วยกันได้ (P) 4. รับผิดชอบตอ่ หนา้ ทที่ ีไ่ ด้รับมอบหมายและมงุ่ มนั่ ในการศึกษา (A) 4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง - สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันใน รูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาวะพึ่งพากัน ภาวะอิง อาศยั ภาวะเหยอื่ กับผลู้ า่ ภาวะปรสิต - สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัยอยู่ร่วมกันใน แหล่งที่อยู่เดียวกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน เรยี กวา่ ประชากร - กลุ่มสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยประชากรของ สิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิด อาศัยอยู่ร่วมกันใน แหลง่ ท่ีอยู่เดยี วกนั 27

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 2 ความสมั พนั ธ์ของสิ่งมชี วี ิตในระบบนเิ วศ 5. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด ในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ อาจพบสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันอาศัยอยู่ร่วมกันในแหล่งที่อยู่เดียวกันและใน ชว่ งเวลาเดียวกนั ซ่ึงเรียกว่า ประชากร (population) และมกั พบประชากรของส่ิงมีชวี ติ หลายชนิดที่อาศัย อยู่รว่ มกนั ในแหล่งทอี่ ยูเ่ ดยี วกนั ซงึ่ เรยี กว่า กล่มุ สง่ิ มชี วี ิต (community) ซึง่ สง่ิ มีชีวิตตา่ ง ๆ มคี วามสมั พนั ธ์ กับสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันและมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวมีหลาย รูปแบบ ซึ่งสิ่งมีชีวิตบางชนิดอาจได้ประโยชน์ บางชนิดอาจเสียประโยชน์ หรือบางชนิดไม่ได้และไม่เสีย ประโยชน์ ได้แก่ - ภาวะองิ อาศยั (+/0) เช่น ฉลามกบั เหาฉลาม นกทำรังบนต้นไม้ กล้วยไม้กบั ตน้ ไม้ - ภาวะพ่ึงพากนั (+/+) เชน่ ไลเคน แบคทีเรยี ในปมรากถ่วั โพรโทซวั ในลำไสป้ ลวก - ภาวะการได้รบั ประโยชนร์ ว่ มกนั (+/+) เชน่ ควายกับนกเอยี้ ง มดดำกับเพล้ยี แมลงกับดอกไม้ - ภาวะปรสติ (+/-) เช่น ปรสติ ในรา่ งกายมนษุ ยแ์ ละสตั ว์ เพลีย้ กบั ตน้ ไม้ เห็บและหมัดบนตวั สัตว์ - ภาวะการลา่ เหย่อื (+/-) เชน่ ลงิ โตลา่ ความปา่ นกลา่ ปลา ฉลามลา่ แมวนำ้ - ภาวะการแก่งแย่งแข่งขนั (-/-) เช่น การแก่งแยง่ ซากสัตวข์ องไฮอีนากบั แร้ง 6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน 1. ความสามารถในการส่ือสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสงั เกต 2) ทักษะการจำแนกประเภท 4) ทักษะการลงความเหน็ จากขอ้ มูล 3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 7. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุง่ มั่นในการทำงาน 8. คำถามสำคัญ ส่งิ มีชวี ติ ในระบบนิเวศมีความสัมพนั ธ์กนั อย่างไร 9. กจิ กรรมการเรยี นรู้  วธิ ีการสอนโดยเน้นรปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) 28

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 2 ความสมั พนั ธ์ของสง่ิ มชี ีวิตในระบบนิเวศ ช่วั โมงท่ี 1-2 ข้นั นำ ขน้ั ที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage) 1. ครูสนทนากับนักเรียน ให้นักเรียนศึกษา โดยอาจใช้สื่อต่าง ๆ เช่น E-book วีดิทัศน์ วีดีโอ บัตรภาพ (ท้ายแผนการจัดการเรียนรู้) เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ชนิดที่อาศัยในแหล่งที่อยู่ เดยี วกัน เชน่ https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/86264 29 ∆ ตวั อยา่ งภาพสิ่งมีชวี ติ หลาย ๆ ชนิดที่อาศัยในแหล่งที่อย่เู ดียวกัน

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 2 ความสมั พนั ธข์ องสิง่ มชี วี ิตในระบบนิเวศ เพื่อให้นักเรียนนิยามความหมายของคำวา่ “กลุ่มสิ่งมีชีวิต” และ “ประชากร” โดยใช้คำถาม ดังนี้ - กลมุ่ สิง่ มีชวี ติ กบั ประชากรมีความแตกต่างกนั อยา่ งไร (แนวตอบ กล่มุ ส่งิ มชี ีวติ หมายถึง ประชากรของส่ิงมีชีวิตหลาย ๆ ชนิด ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ในแหล่งที่อยู่เดียวกัน ส่วนประชากร หมายถึง สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ในแหลง่ ทีอ่ ยเู่ ดยี วกันในชว่ งเวลาเดยี วกนั ) - จากภาพที่กำหนดให้ นักเรียนบอกได้หรือไม่ว่า ภาพดังกล่าวแสดงถึงกลุ่มสิ่งมีชีวิตกับ ประชากรอย่างไร (แนวตอบ พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน เช่น ภาพสัตว์ป่าในสะวันนา ประกอบด้วย ประชากรม้าลาย ยีราฟ กวาง และควายป่า ซึ่งเมื่อสัตว์ป่าเหล่านี้อาศัยอยู่รว่ มกันในแหล่ง ท่อี ยูเ่ ดียวกนั จงึ จดั วา่ เปน็ กลุ่มสิง่ มีชวี ติ ) 2. นักเรยี นพิจารณาภาพเดิมวา่ สิ่งมีชวี ิตมีความสัมพันธก์ ันอย่างไรบา้ ง โดยครูตั้งคำถามเพ่ือนำสู่ การคดิ และอภิปราย ดังนี้ - สิ่งมชี วี ติ ใดบ้างมีความสัมพันธ์กนั และสมั พนั ธ์กันอยา่ งไร (แนวตอบ พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน เช่น ภาพสิ่งมีชีวิตในทะเล ปลาอาศัยแหล่ง ปะการังเป็นแหล่งอยู่อาศัยและแหล่งหลบภัย ภาพของผีเสื้อกับดอกไม้ ผีเสื้อดูดน้ำหวาน จากเกสรดอกไม้ สว่ นดอกไม้ได้ผีเสอื้ ช่วยถา่ ยเรณูและผสมเกสร) - ความสมั พนั ธด์ ังกลา่ วมปี ระโยชน์หรอื โทษตอ่ กันและกันหรือไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ พิจารณาจากคำตอบของนักเรียน เช่น ภาพสิ่งมีชีวิตในทะเล ปลาได้ประโยชน์ จากปะการังซึ่งเป็นที่แหล่งอยู่อาศัยและแหล่งหลบภัย ส่วนปะการังไม่ได้และไม่เสีย ประโยชน์ ภาพของผเี สอ้ื กบั ดอกไม้ ทง้ั ผเี สอ้ื และดอกไม้ไดป้ ระโยชนก์ ันทั้ง 2 ฝา่ ย) 3. ครูนำอภิปรายเพื่อให้นักเรียนเข้าใจว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตมีหลาหกลายรูปแบบ ซึ่งนักเรียนจะได้ศึกษาจาการปฏิบัติกิจกรรม เรื่อง สำรวจรูปแบบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ในระบบนิเวศในท้องถิ่น จากนั้นครูแจ้งจดุ ประสงค์การทำกจิ กรรมให้นักเรยี นทราบ ขั้นสอน ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน ศึกษา เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตระหว่างปลากับ สาหรา่ ยหางกระรอก จากส่อื การเรียนรูส้ ัมฤทธ์ิมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ม.3 เลม่ 1 เพ่ืออธบิ าย ความสมั พันธ์ของสิง่ มีชวี ติ ระหว่างปลากับสาหร่ายหางกระรอก 2. ครูถามคำถามท้ายกิจกรรม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น เพ่อื หาคำตอบ ดงั นี้ 30

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 2 ความสมั พนั ธ์ของสิง่ มชี วี ิตในระบบนเิ วศ - เมือ่ เวลาผ่านไปค่า pH ทว่ี ดั ไดจ้ ากชดุ ทดลองทัง้ 4 ชุด เปน็ อยา่ งไร (แนวตอบ ชุดการทดลองที่ 1 และ 3 มีค่า pH ลดลง เนื่องจากปริมาณแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นจากการหายใจของสิ่งมีชีวิต ซึ่งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะ ทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นกรดคาร์บอนิก ส่วนชุดการทดลองที่ 2 และ 4 มีค่า pH ไม่ เปลี่ยนแปลง เนื่องจากสาหร่ายสามารถนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ไปใช้ในกระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสงได้) - ความสมั พนั ธ์ระหว่างปลากับสาหร่ายเปน็ ความสมั พันธร์ ูปแบบใด (แนวตอบ ภาวะพ่ึงพากัน เน่อื งจากสง่ิ มชี วี ิตทง้ั 2 ชนิด ต่างฝา่ ยตา่ งได้ประโยชน์และต้อง อยู่ดว้ ยกนั ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เน่ืองจากปลาต้องใช้แกส๊ ออกซิเจนท่ีได้จากการ สงั เคราะห์ด้วยแสงของสาหร่ายมาใช้ในการหายใจ และจะปล่อยแกส๊ คาร์บอน- ได ออกไซด์ออกมาซง่ึ เป็นปัจจัยในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของสาหร่ายเช่นกัน) 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรม เพื่อให้ได้ข้อสรุป ดังนี้ เมื่อเวลา ผ่านไป 2 ชั่วโมง ชุดการทดลองที่ 1 และ 3 มีค่า pH ลดลง เนื่องจากชุดการทดลองที่ 1 มี ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นจากการหายใจของปลาหางนกยงู ส่วนชุดการทดลอง ที่ 3 สาหร่ายไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จึงเพิ่มขึ้น ซึ่ง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นกรดคาร์บอนิก ทำให้ค่า pH ลดลง สว่ นค่า pH ท่วี ัดได้จากชดุ การทดลองที่ 2 และ 4 ไมเ่ ปล่ยี นแปลง เน่ืองจากสาหร่ายในชุดการ ทดลองที่ 2 ใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์ด้วยแสง และชุดการทดลองที่ 4 สาหร่ายนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการหายใจของปลาหางนกยูงมาใช้ใน การสงั เคราะห์ด้วยแสง และไดผ้ ลผลิตเป็นแกส๊ ออกซิเจนซง่ึ ใชใ้ นการหายใจของปลา 4. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ แบง่ หนา้ ทก่ี ันศกึ ษาความสัมพนั ธร์ ะหว่างสง่ิ มีชวี ติ รปู แบบต่าง ๆ ดังนี้ - ภาวะอิงอาศยั หรอื ภาวะเกือ้ กลู - ภาวะพ่งึ พากนั - ภาวะการได้รบั ประโยชนร์ ่วมกนั - ภาวะปรสิต - ภาวะการล่าเหยอื่ - ภาวะการแกง่ แย่งแข่งขนั โดยศึกษาข้อมูลจากสื่อการเรียนรู้ สัมฤทธิ์มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 หรือแหล่ง เรียนรู้อื่น ๆ เช่น สื่อออนไลน์ ห้องสมุด แล้วนักเรียนแต่ละคนกลับมาร่วมกันสรุปความรู้ เรือ่ ง ความสัมพนั ธร์ ะหว่างส่ิงมชี วี ิต ในรูปแบบท่นี ่าสนใจเพื่อเตรยี มนำเสนอ 31

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 2 ความสมั พนั ธ์ของสงิ่ มชี วี ิตในระบบนิเวศ ช่วั โมงที่ 3-4 ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ (Explain) 6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน โดยระหว่างที่นักเรียนกลุ่มใดกลุ่มหน่ึง นำเสนอ ให้นกั เรยี นกลุม่ อ่นื ๆ และครรู ่วมกันเสนอแนะเพ่อื ใหเ้ กิดความเข้าใจท่ีตรงกนั 7. ครูยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเป็นคู่ ๆ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันตอบว่าสิ่งมีชีวิตคู่นั้นเป็น ความสัมพันธ์รูปแบบใดและมีความสัมพันธ์กันอย่างไร โดยครูอาจมีของรางวัลแจกให้กลุ่มที่ สามารถทำคะแนนในการตอบคำถามได้มากที่สุด เช่น ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด ตัวอย่างคู่ของส่ิงมชี ีวิต เชน่ - เหาฉลามกบั ฉลาม (ภาวะอิงอาศยั ) - โพรโทซวั ในลำไสป้ ลวก (ภาวะพึ่งพากัน) - วาฬเพชฌฆาตกบั แมวนำ้ (ภาวะล่าเหยื่อ) - นกกับต้นไม้ (ภาวะองิ อาศยั ) - ควายกบั นกเอี้ยง (ภาวะไดร้ ับประโยชนร์ ่วมกนั ) - กล้วยไมก้ ับตน้ ไม้ (ภาวะองิ อาศยั ) - เหบ็ กับสนุ ัข (ภาวะปรสิต) - งกู ับกระรอก (ภาวะลา่ เหย่อื ) - แมลงกับดอกไม้ (ภาวะไดร้ บั ประโยชน์ร่วมกัน) - ไลเคน (ภาวะพึง่ พากนั ) - แบคทเี รยี ในปมรากถ่ัว (ภาวะพึง่ พากนั ) - เพลี้ยกับต้นไม้ (ภาวะปรสิต) - มดดำกบั เพล้ีย (ภาวะไดร้ บั ประโยชนร์ ่วมกัน) - พยาธกิ บั มนษุ ย์ (ภาวะปรสติ ) - ไฮอนี ากับแรง้ (ภาวะแกง่ แย่งแขง่ ขัน) 8. นกั เรียนทำ Exercise 2.1 จากส่ือการเรียนรู้ สัมฤทธมิ์ าตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.3 เลม่ 1 ขน้ั ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 9. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ปฏิบัติกิจกรรม เรื่อง สำรวจรูปแบบความสัมพันธ์ของ สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศในท้องถิ่น จากสื่อการเรียนรู้ สัมฤทธิ์มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่ได้จากการสำรวจ โดยกำหนด ขอบเขตของบริเวณท่ีศึกษาให้อยใู่ นโรงเรียน เช่น สระนำ้ สนามหญา้ สวนหย่อม 10. นักเรียนแต่ละกลุม่ วิเคราะห์ข้อมลู และระบรุ ูปแบบความสัมพันธข์ องส่ิงมชี วี ิตจากการสำรวจ แล้วนำเสนอผลการสำรวจหนา้ ชน้ั เรยี น 32

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 2 ความสมั พนั ธข์ องสง่ิ มชี ีวิตในระบบนเิ วศ 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนผลการสำรวจบนกระดานหน้าชั้นเรียน แล้วร่วมกันจัดกลุ่ม ความสัมพันธ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันไว้ด้วยกัน ซึ่งนักเรียนควรได้ความสัมพันธ์ในรูปแบบ ตา่ ง ๆ เช่น - ได้ประโยชน์ทง้ั สองฝ่าย ได้แก่ ภาวะพึง่ พากัน ภาวะไดป้ ระโยชน์รว่ มกนั - ฝ่ายหน่งึ ได้ประโยชน์ แต่อกี ฝา่ ยหนึง่ เสยี ประโยชน์ ไดแ้ ก่ ภาวะปรสิต ภาวะล่าเหย่ือ - ฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ แตอ่ ีกฝ่ายหน่งึ ไมไ่ ดแ้ ละไมเ่ สยี ประโยชน์ ไดแ้ ก่ ภาวะองิ อาศัย - เสียประโยชน์ทัง้ สองฝ่าย ได้แก่ ภาวะแกง่ แย่งแขง่ ขนั 12. นักเรียนแต่ละคนค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตนอกเหนือจาก ตัวอย่างในส่ือการเรียนรู้สัมฤทธิ์มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 แล้วบันทกึ ลงในใบงานที่ 1.2.1 เร่อื ง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสงิ่ มีชีวิตในระบบนิเวศ ขัน้ สรุป ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรเู้ ก่ยี วกับความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสิง่ มชี ีวติ ในระบบนเิ วศ โดยมแี นวการ สรุป ดังนี้ “ในระบบนิเวศจะมีสิง่ มีชีวิตหลายชนดิ อาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งสิ่งมีชวี ิตแต่ละชนดิ จะมี ความสัมพันธ์กัน และมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ด้วย โดยความสัมพันธ์ดังกล่าวนั้นมี หลายรปู แบบ สง่ิ มชี ีวติ บางชนิดอาจไดป้ ระโยชน์ สิง่ มีชวี ติ บางชนิดอาจเสียประโยชน์ สงิ่ มีชีวิต บางชนดิ อาจไม่ได้และไม่เสียประโยชน์” 2. ครูตรวจสอบผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม สำรวจรูปแบบความสัมพันธ์ของสงิ่ มชี ีวิตในระบบนเิ วศใน ท้องถนิ่ 3. ครูตรวจ Exercise 2.1 จากส่ือการเรยี นรู้ สมั ฤทธมิ์ าตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 4. ครตู รวจสอบผลการทำใบงานท่ี 1.2.1 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งส่ิงมีชีวติ ในระบบนิเวศ 5. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม และการนำเสนอผลงาน 33

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 2 ความสมั พนั ธ์ของส่งิ มชี วี ิตในระบบนเิ วศ 10. การวัดและประเมนิ ผล รายการวัด วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ 10.1 ประเมินระหวา่ ง - ใบงานที่ 1.2.1 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ - Exercise 2.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ การจัดกจิ กรรม - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ 2 การเรยี นรู้ ปฏิบัตกิ ิจกรรม ผ่านเกณฑ์ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2 1) ความสมั พนั ธ์ - ตรวจใบงานที่ 1.2.1 การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ ระหว่างสิ่งมชี วี ติ - ตรวจ Exercise 2.1 - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคุณภาพ 2 การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์ ในระบบนิเวศ - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2 คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์ ระบบนเิ วศ อนั พงึ ประสงค์ 2) การปฏิบัติ - ประเมนิ การปฏิบัติ กิจกรรม กิจกรรม 3) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม การทำงาน การทำงานรายบุคคล รายบคุ คล 4) พฤติกรรม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม 5) คณุ ลักษณะ - สงั เกตความมีวินยั อันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มนั่ ในการทำงาน 11. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ 11.1 สือ่ การเรยี นรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน (ชุด สัมฤทธิ์มาตรฐาน) วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ 2) ใบงานที่ 1.2.1 เรอ่ื ง ความสมั พันธ์ระหวา่ งส่งิ มชี ีวิตในระบบนเิ วศ 3) บัตรภาพสิง่ มีชีวิต 11.2 แหลง่ การเรียนรู้ 1) หอ้ งเรยี น 2) อนิ เทอรเ์ นต็ 34

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 2 ความสมั พนั ธ์ของสิง่ มชี วี ติ ในระบบนิเวศ ใบงานท่ี 1.2.1 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสิง่ มชี วี ติ ในระบบนเิ วศ คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นสบื คน้ ข้อมูล ยกตัวอยา่ ง และระบรุ ูปแบบความสมั พนั ธ์ระหว่างสิ่งมชี วี ติ ในระบบนเิ วศ 1) ส่ิงมีชีวิต มคี วามสัมพันธ์กนั อย่างไร 2) ส่ิงมีชีวิต มีความสัมพันธ์กนั อย่างไร 3) สิ่งมีชวี ิต มคี วามสัมพนั ธก์ นั อยา่ งไร 4) สิ่งมีชวี ติ มีความสัมพันธ์กนั อยา่ งไร 35

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ เฉลย แผนฯ ที่ 2 ความสมั พนั ธข์ องสิ่งมชี ีวติ ในระบบนเิ วศ ใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง ความสมั พนั ธ์ระหว่างสิง่ มชี วี ิตในระบบนิเวศ คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นสบื ค้นขอ้ มลู ยกตัวอย่าง และระบรุ ูปแบบความสัมพนั ธร์ ะหว่างส่ิงมีชีวติ ในระบบนิเวศ 1) สิ่งมีชีวิต ผง้ึ กับต้นไม้ มคี วามสัมพันธ์กนั อยา่ งไร มีความสัมพันธ์แบบภาวะอิงอาศัย ซึ่งผึ้งได้ประโยชน์โดย อาศัยต้นไม้ทำรังเพื่ออยู่อาศัย ส่วนต้นไม้ไม่ได้และไม่เสีย ประโยชน์ 2) ส่ิงมีชีวิต กาฝากกับตน้ ไม้ใหญ่ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร มีความสัมพันธ์แบบภาวะปรสิต ซึ่งกาฝากได้ประโยชน์โดย ชอนไชรากเข้าไปภายในกิ่งของต้นไม้เพื่อดูดน้ำและอาหาร จากท่อลำเลียง ทำใหต้ ้นไมใ้ หญเ่ สยี ประโยชน์ 3) ส่ิงมีชีวติ ปลาการ์ตนู กับดอกไม้ทะเล มคี วามสัมพันธก์ นั อย่างไร มคี วามสัมพนั ธแ์ บบภาวะไดป้ ระโยชนร์ ่วมกนั ซ่ึงปลาการต์ ูนใช้ ดอกไมท้ ะเลเป็นที่อยู่อาศัยและกินเศษอาหารจากดอกไม้ทะเล สว่ นดอกไม้ทะเลได้เหย่ือเป็นสัตวต์ ่าง ๆ 4) สิ่งมีชวี ติ เพรียงกับเตา่ มคี วามสัมพนั ธ์กนั อย่างไร มีความสัมพันธ์แบบภาวะอิงอาศัย ซึ่งเพรียงได้ประโยชน์ โดยอาศัยเต่าเป็นที่อยู่อาศัยและได้รับอาหาร ส่วนเต่าไม่ได้ และไมเ่ สยี ประโยชน์ 36

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ  แผนฯ ท่ี 2 ความสมั พนั ธข์ องสิ่งมชี วี ิตในระบบนเิ วศ บัตรภาพสง่ิ มีชีวิต 37

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ  แผนฯ ท่ี 2 ความสมั พนั ธข์ องสิ่งมชี วี ิตในระบบนเิ วศ บัตรภาพสง่ิ มีชีวิต 38

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 2 ความสัมพนั ธ์ของสิ่งมชี วี ติ ในระบบนิเวศ https://app.contentcenter.obec.go.th/#/detail/book/86264 39

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 2 ความสัมพนั ธ์ของสง่ิ มชี ีวติ ในระบบนิเวศ 12. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ................................. ( ................................ ) ตำแหน่ง ....... 13. บันทกึ ผลหลงั การสอน  ด้านความรู้  ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน  ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์  ด้านความสามารถทางวิทยาศาสตร์  ดา้ นอ่ืน ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรือพฤติกรรมที่มปี ญั หาของนกั เรยี นเปน็ รายบคุ คล (ถ้ามี))  ปัญหา/อุปสรรค  แนวทางการแก้ไข 40

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 3 การถ่ายทอดพลังงานในระบบนเิ วศ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 เรอ่ื ง การถา่ ยทอดพลังงานในระบบนิเวศ เวลา 4 ช่วั โมง 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไข ปญั หาสิง่ แวดลอ้ ม รวมทั้งนำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ 2. ตวั ชี้วัด สรา้ งแบบจำลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร อธิบายความสมั พันธ์ของผ้ผู ลิต ผบู้ ริโภค และผยู้ อ่ ยสลายสารอินทรียใ์ นระบบนิเวศ ว 1.1 ม.3/3 อธิบายการสะสมสารพษิ ในส่ิงมชี ีวติ ในโซ่อาหาร ว 1.1 ม.3/4 ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ โดยไม่ทำลาย ว 1.1 ม.3/5 สมดุลของระบบนิเวศ ว 1.1 ม.3/6 3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธิบายความสมั พันธข์ องผู้ผลติ ผบู้ รโิ ภค และผูย้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ์ในระบบนเิ วศได้ (K) 2. อธิบายการสะสมสารพษิ ในสิ่งมีชีวติ ในโซ่อาหารได้ (K) 3. สร้างแบบจำลองอธบิ ายการถา่ ยทอดพลงั งานในสายใยอาหารได้ (P) 4. ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศโดยไม่ทำลายสมดุลของ ระบบนิเวศ (A) 5. รบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ที ี่ได้รบั มอบหมาย และมุ่งม่ันในการศกึ ษา (A) 40

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ระบบนเิ วศ สาระการเรียนร้ทู ้องถ่นิ แผนฯ ท่ี 3 การถ่ายทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา 4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง - กลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศแบ่งตามหน้าที่ได้ เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อย สลายสารอินทรีย์ สิ่งมีชีวิตทั้ง 3 กลุ่มนี้ มี ความสัมพันธ์กัน ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้าง อาหารได้เอง โดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วย แสง ผู้บริโภค เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถสร้าง อาหารได้เอง และต้องกินผู้ผลิตหรือสิ่งมีชีวิต อื่นเป็นอาหาร เมื่อผู้ผลิตและผู้บริโภคตายลง จะถูกย่อยโดยผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ซึ่งจะ เปลี่ยนสารอินทรีย์เป็นสารอนินทรีย์กลับคืนสู่ สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดการหมุนเวียนสารเป็น วัฏจักร จำนวนผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อย- สลายสารอินทรีย์จะต้องมีความเหมาะสม จึงทำให้กลุ่มสง่ิ มีชวี ติ อยไู่ ดอ้ ยา่ งสมดุล - พลังงานถูกถ่ายทอดจากผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค ลำดับต่าง ๆ รวมทั้งผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ใน รูปแบบสายใยอาหารที่ประกอบด้วยโซ่อาหาร หลายโซ่ที่สัมพันธ์กัน ในการถ่ายทอดพลังงาน ในโซ่อาหาร พลังงานที่ถูกถ่ายทอดไปจะลดลง เรื่อย ๆ ตามลำดบั ของการบรโิ ภค - การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ อาจทำให้ มีสารพิษสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตได้ จนอาจ ก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต และทำลาย สมดลุ ในระบบนเิ วศ ดงั น้นั การดูแลรักษาระบบ นิเวศให้เกิดความสมดุล และคงอยู่ตลอดไปจึง เป็นส่งิ สำคญั 41

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 3 การถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ 5. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด องค์ประกอบที่มีชีวิตในระบบนิเวศจะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน ผู้ผลิตเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถ เปลี่ยนพลังงานแสงเปน็ พลังงานเคมีแล้วสะสมไว้ในรูปของอาหาร ผู้บริโภคเป็นสิ่งมีชวี ิตท่ีไม่สามารถสรา้ ง อาหารได้เอง แต่ต้องบริโภคสิ่งมีชีวิตอื่นเป็นอาหาร ผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ย่อยสลายซาก ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดกลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมซึ่งพืชจะนำมาใช้ได้อีก ซึ่งสิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์ระหว่าง ส่ิงมชี วี ติ ในลกั ษณะการถา่ ยทอดพลังงานผ่านการกินตอ่ กนั เปน็ ทอด ๆ จากผูผ้ ลติ ไปยงั ผบู้ ริโภคลำดับต่าง ๆ เรียกว่า โซ่อาหาร (food chain) โดยพลังงานที่ถ่ายทอดไปในโซ่อาหารจะลดลงตามลำดับข้ันซึ่งมีพลังงาน บางส่วนถูกถ่ายโอนไปสู่สิ่งแวดล้อม โซ่อาหารหลายโซ่อาหารจะสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อนในรูปของสายใย อาหาร (food web) และนอกจากพลงั งานจะถูกถา่ ยทอดไปตามลำดับขน้ึ ของโซอ่ าหารแล้ว สารพิษตา่ ง ๆ จะถูกถ่ายทอดไปเช่นกัน ซึ่งหากสะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตปริมาณมากอาจเกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและทำลาย สมดุลในระบบนิเวศ 6. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทกั ษะการสังเกต 2) ทกั ษะการคำนวณ 3) ทักษะการลงความเห็นจากขอ้ มลู 4) ทกั ษะการสรา้ งแบบจำลอง 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน 8. คำถามสำคัญ 1. ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผูย้ ่อยสลายสารอนิ ทรยี ์ มคี วามสัมพันธก์ ันอยา่ งไร 2. โซอ่ าหารและสายใยอาหารมีความสมั พนั ธ์กันอยา่ งไร 42

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 3 การถา่ ยทอดพลังงานในระบบนเิ วศ 9. กิจกรรมการเรียนรู้  วิธีการสอนโดยเนน้ รปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ชั่วโมงที่ 1-2 ข้ันนำ ขั้นที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage) 1. ครูสนทนากับนักเรียน เรื่อง อาหารที่นักเรียนรับประทานในมื้อที่ผ่านมา โดยกล่าวถึง สว่ นประกอบของอาหารเหล่าน้ันว่าประกอบไปด้วย พชื และสตั วช์ นดิ ใดบา้ ง จากนนั้ อภิปราย ถึงแหล่งที่มาของพลังงานในอาหาร ซึ่งพลังงานที่สะสมอยู่ในอาหารจะมีการถ่ายทอดมา ตามลำดับ จากนั้นใช้คำถามเพอ่ื กระตุ้นความสนใจของนักเรียน ดังนี้ - นักเรยี นคดิ วา่ พชื ได้พลงั งานมาจากไหน (แนวตอบ: การสงั เคราะห์ดว้ ยแสงโดยใชแ้ สงและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด)์ 2. นักเรยี นพจิ ารณาภาพโซ่อาหารจากบตั รภาพ เช่น ผบู้ ริโภคลำดบั ท่ี 1 ผ้บู รโิ ภคลำดบั ที่ 2 ผู้ผลิต ผู้บริโภคลำดับที่ 3 ผยู้ อ่ ยสลาย ผู้บรโิ ภคลำดบั สดุ ท้าย หรอื ภาพจากส่ือการเรียนรู้ สัมฤทธ์ิมาตรฐาน วทิ ยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 แลว้ ครูตง้ั คำถามให้ นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ ดังน้ี - ลูกศรในโซอ่ าหารแสดงถงึ ส่งิ ใด (แนวตอบ: ทิศทางการถ่ายทอดพลังงานจากสิง่ มชี วี ติ หนงึ่ ไปยังสิ่งมีชีวิตหนง่ึ ) 43

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 3 การถา่ ยทอดพลังงานในระบบนเิ วศ - สิง่ มีชวิ ิตใดเปน็ ผู้เร่มิ ตน้ การถา่ ยทอดพลังงานในโซอ่ าหาร (แนวตอบ: ตน้ ไม้) - พลังงานถูกถ่ายทอดจากสงิ่ มีชีวติ ใดไปยังสิ่งมีชวี ติ ใดตามลำดับ (แนวตอบ: คำตอบพิจารณาตามภาพที่นำมาประกอบการสอน เช่น ภาพจากสื่อการ เรียนรู้ สัมฤทธิ์มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 มีการถ่ายทอดพลังงานจากสิ่งมีชวี ติ ดังนี้ ต้นไม้ กระรอก งู เหยี่ยว) 3. ตงั้ คำถามให้นักเรยี นร่วมกันวเิ คราะหว์ ่า “ในภาวะปกติของระบบนเิ วศ นกั เรยี นคดิ ว่าส่ิงมชี ีวิต แตล่ ะชนดิ จะมลี ำดับขัน้ การกินในรูปแบบท่แี น่นอนหรือไม่ อยา่ งไร” (แนวตอบ: ในภาวะปกติของระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดจะมีลำดับขั้นการกินในรูปแบบที่ ไมแ่ นน่ อน เนอ่ื งจากผ้ลู า่ ชนดิ หนง่ึ อาจล่าเหย่ือได้หลายชนิดและอาจเป็นเหยื่อของผ้ลู ่าชนิดอื่น ได้เช่นกัน ทำให้ในระบบนิเวศมีลำดับชั้นการกินที่ซับซ้อนและเกี่ยวโยงกันไปมา เรียกว่า สายใยอาหาร) ขั้นสอน ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore) 1. นกั เรยี นศึกษา เรื่อง โซ่อาหาร และสายใยอาหาร จากสื่อการเรยี นรู้ https://youtu.be/RfH95ckvAIM 44

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ที่ 3 การถ่ายทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ https://youtu.be/TREEmirgzJA แล้วสรุปสาระสำคญั ลงในสมดุ ประจำตวั ของนักเรยี น 2. นักเรียนจับคู่กันแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ได้ศึกษามา แล้วร่วมกันสรุปความรู้ในรูปแบบแผนผัง ความคิด พรอ้ มเขยี นตวั อยา่ งสายใยอาหารที่ประกอบด้วยโซ่อาหารอย่างนอ้ ย 5 โซ่อาหาร 3. ครูสุ่มนักเรียนอย่างน้อย 5 คู่ นำเสนอแผนผังความคิดและตัวอย่างสายใยอาหาร โดยให้ นกั เรยี นคนอื่น ๆ รว่ มกนั เสนอแนะเพอ่ื ให้ไดข้ ้อมูลท่ถี กู ต้องตรงกัน 4. ครตู ้ังคำถามเพอ่ื กระต้นุ การคิดของนกั เรียนวา่ “นักเรยี นคดิ วา่ ระบบนิเวศตา่ ง ๆ มี การ ถา่ ยทอดพลงั งานในสายใยอาหารแตกตา่ งกันหรือไม่ อยา่ งไร” (แนวตอบ: แตกต่างกัน เนื่องจากในระบบนิเวศแต่ละประเภทมีสิ่งมีชีวิต พลังงานสะสม ลำดับขั้นการกินที่แตกต่างกัน จึงมีปริมาณพลังงานที่ถ่ายทอดในสายใยอาหารแตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณพลังงานที่ถ่ายทอดจะเป็นไปตามกฎสบิ เปอรเ์ ซ็นต์ ซึ่งพลังงานที่ถกู ถ่ายทอดจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปยังสิ่งมีชีวิตหนึ่งมีประมาณร้อยละ 10 จากพลังงานทั้งหมด สว่ นพลังงานอีกรอ้ ยละ 90 จะสูญสลายไปในรูปอ่นื ๆ ) 45

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ระบบนเิ วศ แผนฯ ท่ี 3 การถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนเิ วศ ชว่ั โมงท่ี 3-4 5. นักเรยี นแบง่ กล่มุ ออกเป็น 7 กล่มุ ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม เร่ือง การถา่ ยทอดพลังงานในสายใยอาหาร จากสื่อการเรียนรู้ เช่น วีดีโอจาก youtube , E-book เพื่ออธิบายการถ่ายทอดพลังงานใน สายใยอาหาร โดยเขียนแผนผังและสร้างแบบจำลองสายใยอาหารที่แสดงความสัมพันธ์ของ สิ่งมีชวี ติ ในระบบนิเวศตา่ งๆ ดงั น้ี - ระบบนเิ วศป่าฝนเขตร้อน - ระบบนิเวศทงุ่ หญา้ เขตรอ้ น - ระบบนเิ วศปา่ ผลดั ใบ - ระบบนิเวศทะเลทราย - ระบบนเิ วศปา่ ชายเลน - ระบบนิเวศนำ้ จืด - ระบบนเิ วศนำ้ เค็ม ขัน้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแบบจำลองสายใยอาหารหน้าชั้นเรียน โดยระหว่างที่นักเรียน นำเสนอใหน้ ักเรยี นกลุ่มอื่นๆ รว่ มกนั เสนอแนะ และครูคอยเพ่ิมเตมิ ประเด็นทขี่ าดหายไป 7. ครูตั้งคำถามเกี่ยวกับโซ่อาหารและสายใยอาหารให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อหาคำตอบ เชน่ - จงอธบิ ายความหมายของโซ่อาหาร (แนวตอบ: โซ่อาหาร (food chain) เป็นลำดับขั้นของการกินต่อกันเป็นทอด ๆ ของ สิ่งมชี วี ิต โดยอาจเริม่ จากผู้ผลิตไปสู่ผบู้ รโิ ภคลำดับท่ี 1 จนถึงผบู้ รโิ ภคลำดบั สดุ ท้าย) - ในระบบนิเวศหน่ึง ๆ จะมโี ซอ่ าหารเพียงโซ่เดยี วหรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวตอบ: ในระบบนิเวศหนึ่ง ๆ จะมีโซ่อาหารหลายโซ่อาหาร เนื่องจากในธรรมชาติ การกินต่อกันเป็นทอด ๆ ของสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันซับซ้อน สิ่งมีชีวิตบาง ชนิดสามารถกินสิ่งมีชีวิตอื่นได้หลายชนิด และสิ่งมีชีวิตบางชนิดก็เป็นอาหารให้สิ่งมีชีวิต อืน่ หลายชนิด) - จงอธิบายความหมายของสายใยอาหาร (แนวตอบ: สายใยอาหาร (food web) เป็นลำดับขั้นของการกินต่อกันเป็นทอด ๆ ของ สง่ิ มีชวี ติ เชน่ เดยี วกบั โซอ่ าหาร แตส่ ายใยอาหารจะประกอบด้วยโซอ่ าหารหลายโซ่อาหาร) 46


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook