240 ของสานักงาน ก.พ.ร. ทุกขอ้ ตกลงหรือสัญญาที่ดาเนินการน้ัน เป็ นไปเพื่อรักษาประโยชน์ของ ภาครัฐอย่างสูงสุด การดาเนินงานตามแผนงาน/ โครงการต่าง ๆ น้ัน จะมีการศึกษาวิเคราะห์บน พ้ืนฐานของหลกั วิชาเพื่อก่อให้เกิด คุณภาพของผลงานในฐานะท่ีเป็ นหน่วยงานกลางในการพฒั นา ระบบราชการ มีผล การดาเนินงานที่สามารถนาไปสู่การปฏิบตั ิไดอ้ ย่างเป็ นรูปธรรม และรักษา มาตรฐาน การทางานและบูรณาการผลประโยชน์ผลงานท่ีมีประโยชน์สูงสุดให้เกิดข้ึนกบั ทุกภาค ส่วน เช่น ในการจดั จา้ งท่ีปรึกษาจะมีการแต่งต้งั คณะกรรมการจดั จ้างเพ่ือศึกษาวิเคราะห์ และ พิจารณาข้อมูล และจะมีการแต่งต้งั คณะกรรมการจดั หาพสั ดุข้ึน จะมีการตรวจสอบ สัญญาที่ ดาเนินการกบั ผลผลิตท่ีไดร้ ับวา่ ตรงตามวตั ถุประสงค์ที่ตอ้ งการหรือไม่ และ ยงั มีการตรวจสอบ ผลงานที่เสนอมาโดยมีการศึกษาผลงานดงั กล่าว และเปรียบเทียบ กบั สัญญาในทุกข้นั ตอนของการ ตรวจรับงาน และยงั มีการรายงานผลการทางานดงั กล่าว ต่อผบู้ ริหารทุกคร้ัง เพ่ือให้ไดผ้ ลงานตรง ตามวตั ถุประสงคท์ ่ีกาหนดไว้ การทบทวนผลการดาเนินการ ในกระบวนการจัดทาแผนยุทธศาสตร์ สานักงาน ก.พ.ร. ได้มีการกาหนด วิสัยทัศน์ เป้ าประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนงาน โครงการ และ กิจกรรมตามลาดับ รวมถึง กาหนดผูร้ ับผิดชอบพร้อมงบประมาณที่ใช้สาหรับการ ดาเนินงาน เพ่ือทาให้มน่ั ใจวา่ สานกั งาน ก.พ.ร. จะสามารถบรรลุวิสยั ทศั นท์ ่ีต้งั ไวไ้ ด้ อยา่ งมีประสิทธิผล ในรายละเอียดของแผนยุทธศาสตร์ และแผนปฏิบตั ิราชการประจาปี ไดก้ าหนดตวั ช้ีวดั ท่ีสาคญั ๆ ไว้ ตามลาดบั ต้งั แต่ตวั ช้ีวดั การบรรลุ เป้ าประสงค์ ท้งั ระยะส้ันและระยะยาว จากเป้ าประสงคด์ งั กล่าวแปลงเป็ นแผนงาน โครงการ และ กิจกรรม ท่ีได้รับการถ่ายทอดเป้ าหมายและตัวช้ีวดั ลงมาตามลาดับตามหลักการ Balanced Scorecard ซ่ึงทาให้ได้ตวั ช้ีวดั ท้งั ท่ีเป็ น Leading Indicators และตวั ช้ีวดั ท่ีเป็ น Lagging Indicators โดยที่กระบวนการถ่ายทอดเป้ าหมายและตวั ช้ีวดั จาก ระดบั สานกั งานลงสู่ระดบั กอง/กลุ่มงาน และ ระดบั บุคคล สานักงาน ก.พ.ร. ไดม้ ี การจดั ทาขอ้ ตกลงว่าดว้ ยผลงานในทุกๆ ระดบั อย่างเป็ นลาย ลกั ษณ์อกั ษรท่ีชดั เจน ผูบ้ ริหารสานักงาน ก.พ.ร. ได้ติดตามและทบทวนผลการดาเนินการใน ภาพรวมของ หน่วยงาน โดยมุ่งเน้นให้ความสาคญั ในการติดตามและประเมินผล การดาเนินการใน 4 ดา้ นหลกั ได้แก่การพฒั นาระบบราชการ การดาเนินโครงการ การใช้งบประมาณ การดาเนินการตามคา รับรอง ท้ังน้ี เพ่ือนาไปใช้ประเมินความสาเร็จ ของการบรรลุเป้ าประสงค์ และประเมิน ความสามารถในการตอบสนองความตอ้ งการ ที่เปล่ียนแปลงไป ผูบ้ ริหารจะใช้ข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ผลการดาเนินงานขององค์กรใน ด้านต่าง ๆ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของผลการดาเนินการเปรียบเทียบกับ แผนปฏิบตั ิงานและเป้ าหมาย
241 ตัวช้ีวดั ร่วมกับการตรวจสอบสภาพแวดล้อมที่อาจ ส่ งผลกระทบต่อการดาเนินการว่ามี การเปล่ียนแปลงไปหรือไม่ อย่างไร หากมี การเปล่ี ยนแปลง จะประเมินความสามารถในการ ตอบสนองต่อความเปล่ียนแปลงน้นั รวมถึงประเมิน ความสามารถในการบรรลุเป้ าประสงค์ท้งั ระยะส้ันและระยะยาว หากพบประเด็นที่ เป็ นโอกาสในการปรับปรุง ผบู้ ริหารจะพิจารณาจดั ลาดบั ความสาคญั ของประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นโอกาสในการปรับปรุง โดยพิจารณาจาก ผลกระทบ การบรรลุ เป้ าหมาย ประโยชน์หรือความเส่ียงท่ีส่งผลเสียที่เกิดข้ึน และผลการวิเคราะห์ SWOT ถึงแรงตา้ น แรงเสริมจากภายในและภายนอก เพ่อื จดั ลาดบั เพอ่ื ดาเนินการตามลาดบั ความรับผดิ ชอบต่อสังคม สานักงาน ก.พ.ร. ให้ความสาคญั กบั ความรับผิดชอบต่อสังคม ท้งั ในระดบั นโยบาย เช่น มีการส่งเสริมและสนับสนุนส่วนราชการให้มีการปรับปรุงการทางาน เพื่อตอบสนองต่อความ ตอ้ งการของผรู้ ับบริการให้สามารถเขา้ ถึงและรับบริการของ ภาครัฐไดง้ ่าย สะดวก และรวดเร็ว มี การเสนอแนวทางเพื่อให้ส่วนราชการสามารถ ให้บริการไดอ้ ย่างต่อเนื่องในสภาวะวิกฤต เป็ นตน้ และระดับปฏิบัติการ เช่น การส่งเสริม ค่านิยม Make Simple, Be Modern โดยให้ส่วนราชการ สามารถปฏิบตั ิงานไดส้ ะดวก ลดภาระ โดยนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเขา้ มาทดแทนการจดั ทา เอกสารจานวนมาก เป็นตน้ นอกจากน้ียงั ไดค้ านึงถึงผลกระทบทางลบต่อสังคมที่อาจเกิดข้ึนจากการ ดาเนินการตาม นโยบายการพฒั นาระบบราชการ ของสานกั งาน ก.พ.ร. ที่เป็ นขอ้ กงั วล ของส่วนราชการ โดยผา่ น กระบวนการบริหารความเส่ียง เพื่อนาไปสู่การกาหนด มาตรการในการแก้ไข หรือป้ องกัน ผลกระทบท่ีอาจเกิดข้ึน โดยมีข้นั ตอนการวเิ คราะห์ และการจดั การผลกระทบทางลบ ดงั ภาพ
242 พนั ธกจิ ขององค์กร วเิ คราะห์ Value Chain การกาหนดนโยบายการพฒั นาระบบราชการ วิเคราะห์ผลกระทบทางลบท่ีเกิดข้ึนในแตล่ ะข้นั ตอน ผลกระทบเชิงรับ ผลกระทบเชิงรุก ศึกษาจากกรณีที่เคยเกิดมาก่อน วเิ คราะห์กรณีท่ีอาจเกิดข้ึนได้ แนวทางการแกไ้ ขบญั หา วเิ คราะห์กาหนดแนวทางป้ องกนั กาหนดเป็นมาตรการการแกไ้ ขผลกระทบทางลบ (เชิงรับ) กาหนดมาตรการป้ องกนั (เชิงรุก) นาเสนอฝ่ ายบริหาร สื่อสารใหข้ า้ ราชการรับทราบ ติดตามผล ทบทวนการดาเนินมาตรการ ภาพท่ี 8.11 กระบวนจดั การผลกระทบทางลบท่ีเกิดข้ึนแก่สังคม ที่มา: กพร.,(2557: 38) กรณีการเริ่มแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมใหม่ ๆ ผูร้ ับผิดชอบจะทาการ วิเคราะห์ Value Chain ของโครงการเพ่ือพิจารณาความเป็ นไปได้ ความคุม้ ค่า ความเส่ียงในการดาเนินโครงการ เม่ือพบวา่ โครงการดงั กล่าวมีความเป็ นไปได้ จะทาการวเิ คราะห์ความเสี่ยงตามกระบวนการบริหาร
243 ความเสี่ยง รวมถึงการวิเคราะห์ และคาดการณ์ถึงผลกระทบทางลบต่อสังคมที่อาจเกิดข้ึนจากการ ดาเนินโครงการ โดยพิจารณารายละเอียดขอ้ มลู ของหน่วยงานและอาศยั กระบวนการมีส่วนร่วมของ ผู้เกี่ยวข้อง หากพบว่าโครงการดังกล่าวอาจเกิดผลกระทบทางลบต่อสังคมข้ึน ระหว่าง การดาเนินการ จะตอ้ งมีการประชุมเชิงปฏิบตั ิการกาหนดมาตรการและวิธีการ ในการรองรับและ ป้ องกนั ความเสี่ยงท่ีอาจเกิดข้ึนจากการดาเนินงานท้งั ในปัจจุบนั และอนาคต แนวทางการแกไ้ ข ปัญหาสาหรับผลกระทบเชิงรับ และกาหนด มาตรการป้ องกนั สาหรับผลกระทบเชิงรุกไวอ้ ย่างดี ท่ีสุด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบทางลบ เกิดข้ึนหรือเกิดผลกระทบทางลบน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็ นไปได้ หลังจากน้ันนาเสนอ การประชุมเชิงปฏิบตั ิการกาหนดมาตรการและวิธีการในการรองรับและ ป้ องกนั ความเสี่ยงท่ีอาจเกิดข้ึนจากการดาเนินงานท้งั ในปัจจุบนั และอนาคตต่อฝ่ ายบริหาร เช่น การจดั ทาคารับรองการปฏิบตั ิราชการ ส่งผลกระทบทางลบโดยเป็ นการสร้างภาระ ให้กับส่วน ราชการในการกรอกขอ้ มูล ส่งผลให้ไม่มีเวลาในการปรับปรุงงานบริการประชาชน โดยมีปัจจยั มา จากการรายงานตวั ช้ีวดั ตามคารับรองการปฏิบตั ิราชการ ซ่ึงส่วนราชการ จงั หวดั ตอ้ งรายงานการ ประเมินผลตนเอง รอบ 6 เดือน 9 เดือน 12 เดือน ผ่านระบบ e-SAR เก่า (ส่ วนราชการ 145 หน่วยงาน จงั หวดั 76 จงั หวดั ) มาตรการ/แนวทางปฏิบตั ิเชิงรุกและเชิงรับต่อผลกระทบทางลบ ไดแ้ ก่ นาระบบ สารสนเทศมาพฒั นาระบบ e-SAR ใหม่ ซ่ึงส่วนราชการไม่ตอ้ งจดั ส่งเอกสารท่ีเป็ น รูปเล่ม ไม่เป็ นภาระในการจดั ทาเอกสาร และต่อไปในการประเมินผลจะตรวจ ประเมินจากระบบ e-SAR ใหม่ ทาให้ลดจานวนเอกสาร และลดข้ันตอนการทางาน การบูรณาการตัวช้ีวดั ของ หน่วยงานกลางเขา้ ดว้ ยกนั เพ่ือลดตวั ช้ีวดั ที่ไม่จาเป็ นลง ซ่ึงได้ มีการพฒั นาระบบบการประเมินผล ภาคราชการแบบบูรณาการ (GES) และมีการแต่งต้งั คณะกรรมการเจรจาขอ้ ตกลงและประเมินผล ทาหนา้ ที่เจรจาความเหมาะสมของ ตวั ช้ีวดั น้าหนกั ค่าเป้ าหมาย และเกณฑ์การใหค้ ะแนน เพื่อใช้ ในการจดั ทาคารับรอง การปฏิบตั ิราชการ โดยการเจรจาขอ้ ตกลงและประเมินผลใน 2 ระดบั คือ การเจรจา ระดบั กระทรวง และการเจรจาระดบั กรม ปัจจัยแห่งความสาเร็จของการนาองค์การของสานักงาน ก.พ.ร. 1. ผูน้ าของสานักงาน ก.พ.ร. เป็ นผูท้ ่ีมีวิสัยทัศน์ มีภาวะผูน้ าสูง และมี การกาหนดทิศ ทางการดาเนินงาน ภายใตก้ รอบทิศทาง OPDC Direction ที่มี ความชดั เจนเป็ นรูปธรรม ถึงแมว้ า่ จะ มีการเปล่ียนแปลงเลขาธิการ ก.พ.ร. แต่การ ประกาศนโยบาย/ทิศทางการดาเนินงานของสานกั งาน ก.พ.ร. น้นั ยงั คงมี ความชดั เจนและบุคลากรภายในทุกคนรับทราบเป็นไปในทิศทางเดียวกนั 2. ระบบการถ่ายทอดส่ือสารภายในของสานักงาน ก.พ.ร. เป็ นระบบที่ ถ่ายทอดจาก ระดบั บนลงสู่ระดบั ปฏิบตั ิการอยา่ งชดั เจน โดยมีผบู้ ริหารระดบั กลาง คือ ผอู้ านวยการกอง เป็ นผทู้ ี่ ทาใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงสาคญั โดยเป็นผถู้ ่ายทอด นโยบาย/แนวทางการดาเนินงานของสานกั งาน
244 ก.พ.ร. ให้แก่บุคลากรภายในกอง ไดร้ ับทราบ พร้อมท้งั มีระบบการเผยแพร่นโยบายหรือภารกิจท่ี สาคญั จากฝ่ ายบริหาร ผ่านทางระบบ Intranet ทุกคร้ัง ทาให้บุคลากรมีความเขา้ ใจท่ีตรงกนั ทว่ั ท้งั สานกั งาน 3. บุคลากรของสานกั งาน ก.พ.ร. มีความรู้ ความสามารถ มีขีดสมรรถนะสูง มีทกั ษะในการ เป็นที่ปรึกษาดา้ นการพฒั นาระบบราชการไดอ้ ยา่ งมืออาชีพ ทางานเป็ นทีม และขบั เคล่ือนสู่การเป็ น องคก์ ารแห่งการเรียนรู้ อีกท้งั ทางานบนฐานขอ้ มูลที่มี ความถูกตอ้ ง ทนั สมยั รวมถึงความร่วมมือ ร่วมใจของบุคลากรภายในสานกั งาน ก.พ.ร. ที่มีความสัมพนั ธ์กนั เป็ นอยา่ งดี มีความเป็ นน้าหน่ึงใจ เดียวกนั ในการส่งเสริม ผลกั ดนั ให้งานของสานกั งาน ก.พ.ร. บรรลุเป้ าหมายท่ีต้งั ไวไ้ ดส้ าเร็จ ไม่วา่ จะเป็นทางดา้ น วชิ าการหรือกิจกรรมเสริมสร้างความผกู พนั ขององคก์ าร ผูน้ ามีทิศทางในการมุ่งเน้นการพฒั นาระบบราชการท่ีชัดเจน มีแผนการดาเนินการอย่าง ต่อเนื่อง การทางานมุ่งเนน้ ผลสัมฤทธ์ิ และเกิดผลลพั ธ์ ท่ีทาให้ระบบราชการมีการพฒั นาดีข้ึน เช่น หน่วยงานภาครัฐมีการยกระดบั และ พั ฒนาคุ ณภาพการบริ หารจั ดการภาครั ฐอยา่ งต่ อเน่ื อง ผล การจั ดอั นดั บความยาก-ง่าย ในการประกอบธุรกิจของประเทศไทย อยูใ่ นกลุ่ม 20 ประเทศแรก จากจานวน 189 ประเทศ ส่วนราชการได้รับรางวลั ในระดับสากล (UN Public Service Awards) อยา่ งตอ่ เนื่องทุกปี ผูน้ ามีการส่ือสารแนวทางการทางานและผลการทางานที่คาดหวงั ไปยงั บุคลากรและ ผรู้ ับบริการ และมีการสร้างแนวทางการทางานที่สอดคลอ้ งกนั โดย การกาหนดปฏิทินการทางานที่ สาคญั ในระดบั องคก์ ารและเชื่อมโยงไปยงั หน่วย งานและมีการติดตามงานเพ่ือนาไปปรับปรุงอยา่ ง สม่าเสมอ ใหค้ วามสาคญั กบั ความรับผดิ ชอบต่อสังคม ท้งั ในระดบั นโยบาย เช่น มี การส่งเสริมและ สนับสนุนส่วนราชการให้มีการปรับปรุงการทางาน เพ่ือตอบสนอง ต่อความต้องการของ ผูร้ ับบริการให้สามารถเขา้ ถึงและรับบริการของภาครัฐได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว มีการเสนอ แนวทางเพ่ือใหส้ ่วนราชการสามารถใหบ้ ริการได้ อยา่ งต่อเนื่องในสภาวะวิกฤต เป็ นตน้ และระดบั ปฏิบัติการ เช่น การส่งเสริม ค่านิยม Make Simple, Be Modern โดยให้ส่วนราชการสามารถ ปฏิบตั ิงานได้ สะดวก ลดภาระ โดยนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเขา้ มาทดแทนการจดั ทา เอกสาร จานวนมาก มีการจดั เกบ็ ขอ้ มูลอยา่ งเป็นระบบ สามารถนามาประมวลผล ไดใ้ นระบบ GES 2. กรณศี ึกษาการบริหารเชิงยทุ ธศาสตร์เพอื่ การพฒั นาจังหวดั ตาก จงั หวดั ตากไดร้ ับรางวลั คคุณภาพการบริหาจดั การภาครัฐในหมวด 2 ด้านการวางแผน ยทุ ธศาสตร์และการสื่อสารเพือ่ นาไปสู่การปฏิบตั ิมีรายละเอียดดงั น้ี จงั หวดั ตากเป็ นกลุ่มจงั หวดั ภาคเหนือตอนล่าง 1 (พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, อุตรดิตถ์, สุโขทัย และตาก) มีพ้ืนท่ีส่วนใหญ่เป็ นที่ราบสูง/ภูเขา และเป็ นจังหวดั ชายแดนติดต่อกับ
245 สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ มีประชากรประกอบไปดว้ ย ประชาชนพ้ืนราบและชนเผ่า 6 ชน เผา่ มีอาชีพหลกั ไดแ้ ก่ เกษตรกรรม และอาชีพรอง ไดแ้ ก่ การคา้ และการบริการ โดยอนาคตเนน้ ให้ เป็ นแหล่งอญั มณีและการเป็ น ศูนยก์ ลางกระจายสินค้าในไทยและประเทศเพ่ือนบา้ นชายแดน จงั หวดั ตากแบ่งเขต การปกครองเป็ น 9 อาเภอดว้ ยคาขวญั จงั หวดั ตาก “ธรรมชาติน่ายล ภมู ิพลเข่ือน ใหญ่ พระเจา้ ตาก เกรียงไกร เมืองไมแ้ ละป่ างาม” ที่สอดคล้องกับ วิสัยทศั น์ ที่กระชบั ชัดเจนว่า “เมืองน่าอยู่ ประตูการคา้ ชายแดน” และ พนั ธกิจ เพอื่ ใหป้ ระชาชน ผดู้ อ้ ยโอกาส มีคุณภาพชีวติ ดีข้ึน เพ่ืออนุรักษแ์ ละพฒั นาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งยงั่ ยนื เพื่อพฒั นาประสิทธิภาพการ ผลิตทางการเกษตรและเพ่ิมมูลค่าสินค้าทางการเกษตร เพ่ือเพ่ิมรายได้จากการท่องเที่ยว สินค้า OTOP และการคา้ ชายแดน ระบบการจดั การ เพ่ือป้ องกนั รักษาความมนั่ คงชายแดน การรักษาความ สงบเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และพฒั นาระบบบริหารจดั การภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โดยที่ผา่ น มาแมว้ ่าจงั หวดั ตาก จะเปล่ียนผูบ้ ริหารระดบั สูงบ่อยแต่วิสัยทศั น์ของจงั หวดั ไม่มีการเปล่ียนไป ผบู้ ริหาร แต่ละท่านไดก้ าหนดทิศทางการบริหารราชการของจงั หวดั ไปในแนวทางเดียวกนั เพ่ือให้ บรรลุวสิ ัยทศั น์ของจงั หวดั ส่งผลทาใหก้ ารพฒั นาจงั หวดั เป็ นไปอยา่ งต่อเน่ือง ท้งั น้ี ในการทบทวน องคก์ ารของจงั หวดั พบความทา้ ทายที่สาคญั คือ การบริหาร ราชการแบบบูรณาการให้ทนั ต่อการ เปลี่ยนแปลงดา้ นนโยบาย การให้บริการที่เป็ น เลิศภายใตข้ อ้ จากดั และการเช่ือมโยงขอ้ มูลในการ ปฏิบตั ิงานร่วมกนั ของทุกภาคส่วน โดยความทา้ ทายในแตล่ ะดา้ นประกอบดว้ ย 1) ดา้ นพนั ธกิจ ไดแ้ ก่ (1.1) การสร้างความปลอดภยั ในชีวติ และทรัพยส์ ิน ไดแ้ ก่ ประชาชน ในจงั หวดั ตากมีคุณภาพชีวิตที่ดีข้ึน มีรายได้เพิ่มข้ึน ปราศจาก ความยากจน ตลอดจนมีความ ปลอดภยั ในชีวิตและทรัพยส์ ิน (1.2) การพฒั นาและ อนุรักษ์ทรัพยากรส่ิงแวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ การเพิ่ม พ้ืนที่ป่ าไมแ้ ละสร้างความยงั่ ยนื ของ ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน (1.3) การพฒั นาแหล่งท่องเที่ยว และขอ้ มูลการทอ่ งเท่ียว ไดแ้ ก่ จงั หวดั มีความพร้อมในการใหบ้ ริการดา้ นการท่องเที่ยว เพือ่ ตอ้ นรับ นักท่องเท่ียว ท้งั ภายในและภายนอกประเทศ (1.4) การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขนั การค้า ชายแดน ไดแ้ ก่ จงั หวดั ตากจะเป็นศนู ยก์ ลางดา้ นการคา้ การลงทุน การอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และ ระบบโลจิสติกส์ท่ีทนั สมยั เพ่ือรองรับนกั ลงทุนท้งั ภายในและภายนอกประเทศ ซ่ึงจะเป็ นเมืองเขต เศรษฐกิจพิเศษของประเทศ ตามเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ ตะวนั ออก – ตะวนั ตก ( East-West Economic Corridor : EWEC ) 2) ด้านปฏิบัติการ ได้แก่ การจดั บริการภาครัฐให้มีความรวดเร็วเป็ นธรรม และท่วั ถึง การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเมืองชนบท และชายแดน พร้อมท้งั การพฒั นาเครือข่าย ชุมชน 3) ดา้ นทรัพยากรบุคคล ไดแ้ ก่ พฒั นาบุคลากรให้เป็ นผชู้ านาญการ สามารถปฏิบตั ิงานได้ อยา่ งมืออาชีพและมีจิตสานึกในการทางานร่วมกบั ประชาชน การสร้างแรงจูงในการปฏิบตั ิงานให้
246 บรรลุผลลพั ธ์ท่ีตอ้ งการ โดยปรับปรุงสภาพแวดลอ้ ม ภายใน และอุปกรณ์ให้เหมาะสมและพอเพียง ในการปฏิบตั ิงาน รวมท้งั จดั ให้มีการ ให้ผลตอบแทนที่เป็ นระบบและเป็ นธรรม การให้สวสั ดิการ และการใส่ใจดูแลที่ดี เพื่อให้บุคลากรมีความรักและผูกพนั ต่อองค์การ พร้อมท้ัง การพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ ใหม้ ีความรู้ความสามารถในการแข่งขนั มีรายไดเ้ พ่มิ ข้ึนและพ่งึ ตนเองได้ การจัดทายทุ ธศาสตร์ จงั หวดั ตากมีกระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์และกาหนดเป้ าหมายที่ชดั เจน โดยการมี ส่วนร่วมของทุกส่วนราชการ ภาคประชาชน และภาคเอกชน ตลอดจนผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย และได้ มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวขอ้ งดาเนินการจดั ทาขอ้ มูลสาคั ญเชิงสถิติเพ่ือให้ไดข้ อ้ มูลอยา่ ง รอบดา้ นในการวางแผน เริ่มต้งั แต่การวางแผนยุทธศาสตร์ (แผนยทุ ธศาสตร์ แผนปฏิบตั ิราชการ 4 ปี และแผนปฏิบตั ิ ราชการประจาปี ) การปฏิบตั ิตามแผนปฏิบตั ิราชการ การติดตามประเมินผล และ การนา ขอ้ มูลการติดตามประเมินผลมาใชพ้ ฒั นาการวางแผนยทุ ธศาสตร์ตอ่ ไป ตารางที่ 8.3 ปัจจยั สาคญั ประกอบการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาจงั หวดั ตาก ปัจจยั ภายใน/ภายนอก วธิ ีการรวบรวม/ ความถี่ เคร่ืองมอื ที่ ผ้ทู เี่ กย่ี วข้อง 1. ทิศทางและ แหล่งข้อมูล อยา่ งนอ้ ย นามาใช้ โครงสร้างขององคก์ ร ปี ละ 1 คร้งั - SWOT ผวจ. - การระดมความ Analysis หวั หนา้ คิดเห็น - Vision Mistion ส่วนราชการ - การสารวจความ Statement กพร. ก.น.จ. คิดเห็น - Strategy Map ก.บ.ก.และ - การประเมินสมั มนา -Benchmarking ก.บ.จ. - เอกสารมติ ก.น.จ. ทุกภาคส่วน - SWOT ผวจ. 2. ลกั ษณเฉพาะท่ีเป็น - การสารวจความ อยา่ งนอ้ ย Analysis หวั หนา้ จุดเด่น คิดเห็น ปี ละ 1 คร้งั - Coe Company ส่วนราชการ ขององคก์ ร - การประชุมสมั มนา - Benchmarking และ ก.บ.จ. 3. กฎหมายท่ีสาคญั - ขอ้ มูลจาก website อยา่ งนอ้ ย - SWOT ก.บ.จ. เก่ียวขอ้ ง ปี ละ 1 คร้งั Analysis - เอกสาร/ส่ิงพิมพ์ - ขอ้ มลู จาก website
247 ตารางที่ 8.3 ปัจจยั สาคญั ประกอบการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาจงั หวดั ตาก (ต่อ) ปัจจยั ภายใน/ภายนอก วธิ ีการรวบรวม/ ความถี่ เคร่ืองมอื ที่ ผ้ทู เี่ กย่ี วข้อง 4. นโยบาย/แผน/ แหล่งข้อมูล อยา่ งนอ้ ย นามาใช้ ก.บ.จ. ยทุ ธศาสตร์ตา่ ง ๆ ท่ีสาคญั ปี ละ 1 คร้งั - SWOT และเก่ียวขอ้ ง - การเขา้ ร่วม อยา่ งนอ้ ย Analysis 5. ความตอ้ งการ/ความ ประชุมสมั มนา ปี ละ 1 คร้งั คาดหวงั ของผรู้ ับบริการ/ผู้ - ขอ้ มูลจาก website - SWOT ผวจ. มีส่วนไดส้ ่วนเสีย -เอกสาร/ส่ิงพิมพ์ อยา่ งนอ้ ย Analysis หวั หนา้ - การประชุม ปี ละ 1 คร้งั -Trend ส่วนราชการ 6. นวตั กรรม/การ ประชาคม/การสมั นา Analysis และทุก เปล่ียนแปลงท่ีสาคญั - การพบปะพดู คุย/ ทุกไตรมาส - Customer หน่วยงาน ทางดา้ นเทคโนโลยแี ละ หารือ/รับฟังความ Retationship ดา้ นอื่น ๆ คิดเห็น/แบบสารวจ Management ผวจ. - SWOT หวั หนา้ 7. ความเสี่ยงในการ - Focus Analysis ส่วนราชการ ดาเนินงาน - Trend และทุก Grop/Interview Analysis หน่วยงาน -Businesss - ศึกษาและคิดตาม Process ความกา้ วหนา้ ทาง Reengineering เทคโนโลย/ี การ เปล่ียนแปลงท่ีสาคญั - Risk ผบู้ ริหาร - การประชุม/สมั มนา Management กพร. และ - การพบปะพดู คุย/ -Internet หน่วยงานที่ หารือ/รับฟังความ Control เก่ียวขอ้ ง คิดเห็น -PDCA -ประเมินความเส่ียง และกิจกรรมการ ควบคุมภายใน -เอกสาร/ความ คิดเห็น/รายงานผล การตรวจเยยี่ มของ คตป. ธรรมาภิบาล หรือหน่วยงานที่ เกี่ยวขอ้ ง
248 ตารางท่ี 8.3 ปัจจยั สาคญั ประกอบการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์การพฒั นาจงั หวดั ตาก (ตอ่ ) ปัจจยั ภายใน/ภายนอก วธิ ีการรวบรวม/ ความถ่ี เครื่องมอื ท่ี ผ้ทู เี่ กย่ี วข้อง 8.ผลการดาเนินงานของ แหล่งข้อมูล - ทุกเดือน นามาใช้ ผบู้ ริหาร องคก์ ร - Trend กพร.และ - รายงานผลการ -อยา่ งนอ้ ยปี ละ Analysis หน่วยงานที่ 9. บุคลากรขององคก์ ร ดาเนินงานโครงการ 1 คร้ัง - Management เกี่ยวขอ้ ง ตามแผนปฏิบตั ิ Cockpit ที่มา: กพร. (2557: 78) ราชการ ผบู้ ริหารและ - รายงานผลการ -อยา่ งนอ้ ยปี ละ - HRScorecard หน่วยงานท่ี ดาเนินงานตามคา 1 คร้ัง - StrategicPMS เกี่ยวขอ้ ง รับรองการปฏิบตั ิ -Competency ราชการ -Career Path - รายงานผลการ -Succession ดาเนินงานตาม Planning PMQA - ทะเบียนประวตั ิ -การพบปะพดุ คุย/ หารือ/รับฟังความ คิดเห็น - แบบสาตรวจ ท้งั น้ี การกาหนดรอบระยะเวลาในการจดั ทาและทบทวนแผนมีปัจจยั ที่ นามาพิจารณา คือ (1) แนวโน้มของสภาพแวดลอ้ มท่ีเปล่ียนแปลงไป (2) นโยบาย และแนวทางในการจดั ทาแผน บริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล แผนพฒั นาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 11 (2555 – 2559) แผนยุทธศาสตร์ของจงั หวดั การจดั ทา คารับรองการปฏิบตั ิราชการประจาปี และเกณฑ์การ ประเมินผลการดาเนินงาน จงั หวดั ตากไดก้ าหนดเป้ าประสงคเ์ ชิงยทุ ธศาสตร์ โดยการจดั ทาแผน ปฏิบตั ิราชการ ซ่ึงได้ กาหนดประเด็นยุทธศาสตร์ไว้ 6 ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้ าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ หลักการพัฒนาจงั หวดั โดยเฉพาะเม่ือมี การเปล่ียนแปลงนโยบายในการบริหารราชการของ ประเทศ จงั หวดั ตากโดยผบู้ ริหาร ไดก้ าหนดวาระสาคญั ไดแ้ ก่ยทุ ธศาสตร์ 3 คืน “คืนธรรมชาติ คืน
249 วัฒนธรรม คืนคนตาก” ใช้เป็ นแนวทางการพัฒนาจังหวัดอย่างเร่ งด่วนในสถานการณ์ ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ ทุกภาคส่วนดาเนินการในแนวทางเดียวกัน โดยยึดหลกั ประชาชนเป็ น ศูนยก์ ลาง และความตอ้ งการของผรู้ ับบริการและผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย กลยทุ ธ์ดงั กล่าวจงั หวดั ตากไดน้ ามาใชใ้ นการกาหนดแผนงาน/ โครงการ และเป้ าประสงค์ เชิงยทุ ธศาสตร์ใหม้ ีความสอดคลอ้ งเช่ือมโยงกนั ท้งั วสิ ยั ทศั น์ ยทุ ธศาสตร์ระยะยาว ระยะปานกลาง และระยะส้นั และตวั ช้ีวดั ความสาเร็จในแตล่ ะ ระยะ โดยมุง่ ดา้ นเศรษฐกิจ ความมนั่ คง และ ส่ิงแวดลอ้ ม ดงั ตาราง ตารางที่ 8.4 ตวั อย่างการกาหนดโครงการและตวั ชี้วดั ระยะส้ัน และระยะปานกลาง จังหวดั ตาก วสิ ัยทศั น์ ยทุ ธศาสตร์ เป้ าประสงค์ โครงการ ตวั ชี้วดั ตาม หน่วยงาน จงั หวดั ระยะส้ัน Action Plan รับผดิ ชอบ ระยะปานกลาง พ้นื ที่ป่ าไมท้ ี่ สานกั งาน เมืองน่าอยู่ คืนธรรมชาติ ไดร้ ับการฟ้ื นฟู โครงการป่ า ระดบั ทรัพยากรธรรมชาติ ประตกู ารคา้ เพม่ิ ข้ึน 5,000 ชุมชนหน่ึง ความสาเร็จ จงั หวดั ตาก ชายแดน คืนวฒั นธรรม ไร่ หม่บู า้ นหน่ึงป่ า จดั ทาโครงการ ชุมชน ป่ าชุมชน สานกั งานพฒั นา รายไดจ้ ากการ โครงการปลกู ชุมชนจงั หวดั ตาก จาหน่ายสินคา้ ป่ าที่ถูกบุกรุก OTOP เพม่ิ ข้ึน โครงการเปิ ด ระดบั ไมต่ ่ากวา่ งานแสดงและ ความสาคญั ใน 50,000 ลา้ น จาหน่ายสินคา้ การจดั งาน บาท OTOP แสดงสินคา้ OTOP
250 ตารางท่ี 8.4 ตัวอย่างการกาหนดโครงการและตัวชี้วดั ระยะส้ัน และระยะปานกลาง จังหวดั ตาก(ต่อ) วสิ ัยทศั น์ ยุทธศาสตร์ เป้ าประสงค์ โครงการ ตวั ชี้วดั ตาม หน่วยงาน จงั หวดั ระยะส้ัน Action Plan รับผดิ ชอบ ระยะปานกลาง การแกไ้ ขปัญหา โครงการแกไ้ ข เมืองน่าอยปู่ ระตู บุคคลไดส้ ญั ชาติ ปัญหาบคุ คลใช้ ระดบั ความสาเร็จ ที่ทาการปกครอง การคา้ ชายแดน คืนคนตาก เพิ่มข้ึนปี ละไมต่ ่า สญั ชาติเฉลิมพระ ในการดาเนินการ จงั หวดั ตาก กวา่ 500 คน เกียรติ 87 พรรษา แกไ้ ขปัญหาบุคคล ดา้ นเศรษฐกิจ รายไดจ้ ากการคา้ โครงการจบั คู่ ไร้สญั ชาติ สานกั งานพาณิชย์ ชายแดนเพิม่ ข้ึนปี ธุรกิจ สร้าง จงั หวดั ตาก ละไมต่ากวา่ ความสมั พนั ธ์ รายไดท้ ี่เพิ่มข้ึน 40,000 ลา้ นบาท ระหวา่ งจงั หวดั ของมลู ค่าการ ตากกบั ประเทศ ชายแดนเกณฑก์ าร ใหค้ ะแนน ระดบั 1 5,000 ลา้ นบาท/ปี ระดบั 2 10,000 ลา้ นบาท/ปี ระดบั 3 20,000 ลา้ นบาท/ปี ระดบั 4 30,000 ลา้ นบาท/ปี ระดบั 5 40,000 ลา้ นบาท/ปี ดา้ นความมน่ั คง ประชาชนมี โครงการแกไ้ ข ร้อยละประชาชนท่ี สานกั งานพฒั นา คุณภาพชีวิตที่ดีข้ึน ปัญหาความ มีรายไดผ้ า่ นเกณฑ์ สงั คมและความ ไมต่ ่ากวา่ ร้อยละ ยากจนในพ้นื ท่ี จปฐ. เกณฑก์ ารให้ มนั่ คงของมนุษย์ 85 ท่ีผา่ นเกณฑ์ ชายแดน คะแนน มาตรฐาน ระดบั 1 ร้อยละ 80 ระดบั 2 ร้อยละ 85 ระดบั 3 ร้อยละ 90 ระดบั 4 ร้อยละ 95 ระดบั 5ร้อยละ 100
251 ตารางที่ 8.4 ตวั อย่างการกาหนดโครงการและตัวชี้วดั ระยะส้ัน และระยะปานกลาง จังหวดั ตาก(ต่อ) วสิ ัยทศั น์ ยุทธศาสตร์ เป้ าประสงค์ โครงการ ตวั ชี้วดั ตาม หน่วยงาน จงั หวดั ระยะยาว ประเดน็ รับผดิ ชอบ ดา้ นเศรษฐกิจ การจดั ทาผงั โครงการจดั ทา ยทุ ธศาสตร์ สานกั งาน เมืองน่าอยู่ เมืองรวมพ้นื ที่ และพฒั นาผงั โยธาธิการและ ประตูการคา้ ดา้ นความมนั่ คง จงั หวดั ตาก เมืองรวม ระดบั ผงั เมืองจงั หวดั ชายแดน จานวน16,406 จงั หวดั ตาก ความสาเร็จใน ตาก ตารางกิโลเมตร การจดั ทาและ การบริหาร โครงการจด พฒั นาผงั เมือง จดั งานจงั หวดั จดั การแรงงาน ทะเบียน รวมจงั หวดั ตาก ตาก จานวน 20,000 แรงงานต่างดา้ ว ราย ระดบั ความสาเร็จใน การจดทะเบียน แรงงานต่างดา้ ว การถ่ายทอดกลยุทธ์หลกั เพอื่ นาไปปฏบิ ตั ิ การถ่ายทอดแผนปฏิบตั ิราชการเพ่ือนาไปสู่การปฏิบตั ินบั เป็ นปัจจยั ความสาเร็จหน่ึงของ จงั หวดั ตาก โดยมีการจดั ทาระบบถ่ายทอดเป้ าหมายระดบั องค์การ สู่ระดบั หน่วยงานและระดับ บุคคล จากบนลงล่างผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การประชุม คณะกรมการจงั หวดั ตาก การจดั กิจรรม จงั หวดั เคล่ือนท่ี การประชุมประจาเดือนของ ส่วนราชการต่าง ๆ การพบปะแลกเปล่ียนความคิดเห็น ในกิจกรรมสภากาแฟเป็ นประจา ทุกเดือน การประชาสัมพนั ธ์ขอ้ มูลข่าวสารผา่ น www.tak.go.th และการจดั รายการวทิ ยผุ วู้ า่ พบประชาชน เป็ นตน้ เพื่อให้มนั่ ใจวา่ สามารถท่ีจะดาเนินงานไดบ้ รรลุ เป้ าหมาย จากน้ันได้ลงนามในคารับรองการปฏิบัติราชการ โดยระดับองค์กรเป็ นการลงนาม ระหวา่ งหัวหน้าส่วนราชการในสังกดั ภูมิภาค 31 ส่วนราชการ กบั ผูว้ า่ ราชการจงั หวดั ตาก ระดบั หน่วยงานเป็ นการลงนามระหวา่ งผบู้ งั คบั บญั ชา หัวหนา้ ส่วนราชการในสังกดั ภูมิภาค กบั หัวหนา้ กลุ่มงาน/ฝ่ าย/กอง ซ่ึงอยู่ใต้บังคับบัญชาตามสายงาน ระดับบุคคล เป็ นการลงนามระหว่าง ผบู้ งั คบั บญั ชากบั ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา โดยมีการติดตามประเมินผลอย่างสม่าเสมอ ในระดบั องค์การ ติดตามประเมินผลเป็ นรายไตรมาส ระดบั หน่วยงาน ติดตามประเมินผล จากแผนงาน/โครงการ สาคญั เป็นรายเดือน สาหรับแผนงาน/โครงการที่สนบั สนุนการพฒั นาจงั หวดั ติดตามประเมินผลเป็ น รายไตรมาส ระดับบุคคลติดตาม ประเมินผลทุก 6 เดือน 12 เดือน เพื่อให้ม่ันใจว่าสามารถ
252 ดาเนินงานได้บรรลุเป้ าหมาย หากมีปัญหาก็สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที และในกรณี มีการ เปล่ียนแปลงที่ส่งผลตอ่ การดาเนินงาน ผรู้ ับบริการหรือผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสียจะไดด้ าเนินการ ดงั น้ี 1. ปรับแผนปฏิบตั ิการระดบั หน่วยงานทนั ทีท่ีมีการเปล่ียนแปลงและเสนอ ผบู้ งั คบั บญั ชาเห็นชอบ 2. ปรับแผนปฏิบตั ิการโดยทบทวนและประเมินผลตาม PDCA 3. ปรับกลยุทธ์ เป้ าหมายและแผนปฏิบตั ิการระยะยาวในการทบทวนจดั ทา แผนปฏิบตั ิ ราชการ 4 ปี และประจาปี ดงั น้นั จงั หวดั จึงมีกลยุทธ์ในการรองรับปัจจยั ท่ีมีผลกระทบต่อการปฏิบตั ิงาน ในลกั ษณะ ที่เกิดจากนโยบายรัฐบาล เช่น กรณีที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาน้าท่วม จงั หวดั ตากได้ออก มาตรการให้ความช่วยเหลือผปู้ ระสบอุทกภยั ในพ้ืนท่ีโดยเร่งด่วน และ ไดจ้ ดั ทา “โครงการบริหาร จดั การน้าและป้ องกนั แกไ้ ขปัญหาอุทกภยั ของจงั หวดั ตาก” ซ่ึงผูป้ ระสบอุทกภยั จะได้รับความ ช่วยเหลือไดท้ นั ทว่ งที และสามารถแกไ้ ขปัญหา ข้นั พ้นื ฐานใหก้ บั ประชาชนในพ้นื ท่ีได้ นอกจากน้ี เพื่อใหเ้ กิดความสอดคลอ้ งเป็ นไปในทิศทางเดียวกนั และมุ่งเนน้ ไป ที่ประเด็น ยุทธศาสตร์ของจงั หวดั ตาก ทาให้สามารถนายุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบตั ิ ไดอ้ ย่างชดั เจน โดยให้ หน่วยงานจดั ทาแผนงาน/โครงการ เพ่ือสอดรับกบั ประเด็น ยุทธศาสตร์ โดยแบ่งเป็ นแผนงาน/ โครงการสาคญั และแผนงาน/โครงการสนบั สนุน ซ่ึงแผนงาน/โครงการท่ีเขา้ ข่ายหลกั เกณฑ์ท้งั 3 ขอ้ คือ พนั ธกิจหลกั นโยบายเร่งด่วน และความตอ้ งการของผูร้ ับบริการ จะถือว่าเป็ นแผนงาน/ โครงการสาคัญต้องได้รับการ จัดสรรทรัพยากรอย่างเพียงพอ เพื่อให้ม่ันใจว่าสามารถท่ีจะ ดาเนินงานไดบ้ รรลุเป้ าหมาย ประกอบดว้ ยปัจจยั สาคญั ไดแ้ ก่ 1) ขอ้ มูลพ้ืนฐานของจงั หวดั ตาก 2) ขอ้ มูลช้ีวดั ระดับ การพัฒนาท่ีสาคญั ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และท่องเท่ียว 3) ข้อมูลการ วเิ คราะห์ ศกั ยภาพจงั หวดั ตาก ปัจจัยความสาเร็จ 1. การนาขอ้ มูลปัจจยั สาคญั และมีผลกระทบต่อการดาเนินงานของจงั หวดั มาใช้ในการ วเิ คราะห์เพ่ือจดั ทาแผนยุทธศาสตร์ แผนปฏิบตั ิราชการ 4 ปี และ แผนปฏิบตั ิราชการประจาปี ของ จงั หวดั ตาก 2. การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนที่เก่ียวขอ้ งในการจดั ทาแผนและกาหนดเป้ าหมาย ตวั ช้ีวดั นอกจากน้ี จงั หวดั ตากไดม้ ีการจดั ต้งั คณะทางาน PMQA ท่ีมาจาก ทุกส่วนราชการสังกดั ภูมิภาคใน จงั หวดั ตาก โดยมีสานกั งานจงั หวดั ตากเป็ นเลขานุการ และทาหนา้ ที่ประสานงานกบั ส่วนราชการท่ี
253 เกี่ยวขอ้ ง ส่งผลใหเ้ กิดการขบั เคล่ือน การทางานใหเ้ กิดคุณภาพท้งั จงั หวดั รวมท้งั กลยทุ ธ์การพฒั นา จงั หวดั ในยุทธศาสตร์ 3 คืน เช่น ในการ “คืนธรรมชาติ” โดยการส่งมอบป่ าให้ภาคเอกชน ไดแ้ ก่ บริษทั ปตท. จากดั (มหาชน) เขา้ มาร่วมสนบั สนุนงบประมาณและจดั การดูแลผนื ป่ า เป็นตน้ 3. การสื่อสารสร้างความเข้าใจให้แก่บุคลากรภายในจงั หวดั และผูเ้ ก่ียวข้อง ทุกระดับ รวมถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยา่ งต่อเน่ืองตลอดเวลาเพ่ือให้การปฏิบตั ิงาน บรรลุเป้ าประสงค์เชิง ยุทธศาสตร์ของจงั หวดั เช่น การศึกษาดูงานท้งั ภาครัฐและเอกชน ท่ีประสบความสาเร็จในการ บริหารจดั การ เพ่ือนาความรู้มาใช้ในการพฒั นาบุคลากรให้มี ความรู้ความสามารถขบั เคล่ือน ยุทธศาสตร์การพฒั นาจงั หวดั รวมถึง การแลกเปลี่ยน เรียนรู้ในคณะกรรมการต่าง ๆ เช่น ศูนย์ อานวยการพลงั แผน่ ดินเอาชนะยาเสพติด แห่งชาติ (ศพส.) จงั หวดั ตาก เพ่ือนาไปสู่การแกไ้ ขปัญหา สังคม (ดา้ นยาเสพติด) คณะกรรมการ กรอ. จงั หวดั ซ่ึงมีผแู้ ทนจากหลายภาคส่วนเขา้ มามีส่วนร่วม ในการ พฒั นาจงั หวดั (เช่น หอการคา้ , สภาอุตสาหกรรม, องคก์ รภาคประชาสังคม และ สถานบนั การศึกษา) เพื่อแกไ้ ขปัญหาและตอบสนองความตอ้ งการความช่วยเหลือ จากภาครัฐด้านการคา้ การลงทุน ซ่ึงเหล่าน้ีมีความสัมพันธ์กับการกาหนดแผนงาน/ โครงการของจงั หวดั และการ สนบั สนุนงบประมาณการพฒั นาจงั หวดั และการติดตาม การปฏิบตั ิงานให้เกิดประสิทธิภาพอยา่ ง ตอ่ เน่ืองเป็นตน้ ความสาเร็จสู่ความเป็ นเมืองน่าอยู่ ประตูการค้าชายแดน อันเกิดจาก การหล่อหลอม วฒั นธรรมให้คนจงั หวดั ตากมีการทางานอยา่ งมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การสื่อสารสร้างความ เขา้ ใจให้ผูเ้ ก่ียวขอ้ งทุกระดบั ตลอดท้งั กระบวนการที่สาคญั ของการจดั ทา ติดตาม และปรับปรุง แผนฯ อยา่ งต่อเนื่อง เพ่ือให้ตอบสนองต่อ สถานการณ์ โดยกาหนดตวั ช้ีวดั ในแต่ละยทุ ธศาสตร์ท้งั ระยะส้ัน ปานกลาง และยาว อยา่ งชดั เจน สมดงั ยทุ ธศาสตร์ 3 คืนของผบู้ ริหารจงั หวดั ตาก “คืนธรรมชาติ : อนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดลอ้ มใหม้ ี ความสวยงาม คืนวฒั นธรรม : ฟ้ื นฟอู นุรักษว์ ฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ีชีวติ ด้งั เดิม คืนคนตาก : สร้างความปรองดอง สมานฉนั ท์ คืนความสงบ สนั ติสุข ใหแ้ ผน่ ดิน” บทสรุป การบริ หารเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาการบริหารยุทธศาสตร์ภาครัฐ (Strategic Management in the Public Sector) เป็ น ก ารบ ริ ห ารท่ี ช่ วยให้ องค์ก ารภ าครัฐตระห นัก ถึ ง ความสามารถขององคก์ าร จุดแขง็ และจุดอ่อนภายในองคก์ าร โอกาสและอุปสรรคท่ีมีผลกระทบมา จากสภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ ผูบ้ ริหารและพนักงานได้มีการตื่นตวั ต่อการเปล่ียนแปลง เห็นโอกาสใหม่ ๆ และขอ้ จากดั ที่อาจเกิดข้ึน เปิ ดโอกาสให้ผูบ้ ริหารและพนกั งานในระดบั ต่าง ๆ
254 มีส่วนร่วมในการบริหาร ทาให้ไดพ้ ฒั นาความคิด และช่วยลดการต่อตา้ นการเปล่ียนแปลงท่ีอาจ เกิดข้ึน ซ่ึงมีสองรูปแบบคือ รูปแบบท่ีหน่ึง จากกลยทุ ธ์สู่วิสัยทศั น์ รูปแบบท่ีสอง จากวิสัยทศั น์สู่ กลยทุ ธ์ อยา่ งไรก็ตามการทาให้องค์การภาครัฐมีความพร้อมในการบริหารสานกั งานพฒั นาระบบ ราชการ (กพร.) จึงจดั ทายทุ ธศาสตร์และการแปลงยทุ ธศาสตร์สู่การปฏิบตั ิเพื่อให้เกิดการบริหารเชิง ยุทธศาสตร์กับการพัฒนาระบบราชการของไทย โดยดาเนินการในการกาหนดยุทธศาสตร์ (Strategy Formulation) นายุทธศาสตร์ไปปฏิบัติ (Strategy Implementation) และการประเมินผล ยุทธศาสตร์ (Strategy Evaluation) โดยเฉพาะการวางยทุ ธศาสตร์ของส่วนราชการ/จงั หวดั คือ การ กาหนดทิศทางที่หน่วยงานตอ้ งการจะไป/เป็ นให้ชดั เจน และเพอ่ื ใหเ้ กิดแรงจูงใจในการดาเนินงาน สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ ไดจ้ ดั ทารางวลั คุณภาพการบริหารจดั การภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award) เป็ นรางวลั ที่มอบให้กบั หน่วยงานภาครัฐที่ดาเนินการ พฒั นาองคก์ ารอยา่ งต่อเน่ือง และมีผลการดาเนินการปรับปรุงองคก์ รตามเกณฑค์ ุณภาพการบริหาร จดั การภาครัฐอยา่ งโดดเด่นและเพ่ือใหก้ ารพฒั นาของส่วนราชการเป็ นไปอยา่ งค่อยเป็ นค่อยไปและ ยง่ั ยนื ซ่ึงไดย้ กกรณีศึกษาหน่วยงานท่ีไดร้ ับรางวลั สองหน่วยงานไดแ้ ก่ สานกั งานคณะกรรมการ พฒั นาระบบราชการและกรณีศึกษาการบริหารเชิงยุทธศาสตร์เพ่ือการพฒั นาของจงั หวดั ตามมาใช้ ในการศึกษาเพื่อใหเ้ ห็นภาพการบริหารเพ่ือการพฒั นายทุ ธศาสตร์ท่ีมีความชดั เจนมากยงิ่ ข้ึน
255 บรรณานุกรม กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย.์ (2549). การนิยามสังคมปลอดภยั ในบริบท สังคมไทยสู่การพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์. กรุงเทพฯ : กระทรวงการพฒั นา สังคมและความมนั่ คงของมนุษย.์ กิตติ บุนนาค. ( 2549). กลยุทธ์การบริหารการเงนิ และการตลาดสาหรับนักบริหารไทย.กรุงเทพฯ : เอส แอนด์ จี กราฟฟิ ค. เกสรี แจ่มสกลุ .(2551). การนาเสนอยุทธศาสตร์การบริหารงานวชิ าการของโรงเรียนในกลุ่ม เครือข่ายโรงเรียนเทพศาลา สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษานครสวรรค์ เขต 2. วทิ ยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครสวรรค.์ คะนึงนิจ ศรีบวั เอ่ียม และคณะ. (2545). รายงานการวจิ ัย เรื่อง แนวทางการเสริมสร้างประชาธิปไตย แบบมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 : ปัญหา อุปสรรค และ ทางออก. นนทบุรี : สถาบนั พระปกเกลา้ . คณะกรรมการปฏิรูป. (2554). แนวทางการปฏิรูปประเทศไทยข้อเสนอต่อพรรคการเมืองและผู้มี สิทธิเลอื กต้งั .พมิ พค์ ร้ังที่2.กรุงเทพฯ: หจก.บางกอกบลอ๊ ก. จิรประภา อคั รบวร (2552) . การบริหารงานภาครัฐในรูปแบบเครือข่าย .กรุงเทพฯ: สานกั งาน คณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ. เฉลียว บุรีภกั ดี. (2546). หลกั การพฒั นาและการสร้างยุทธศาสตร์การพฒั นา. เพชรบุรี: สถาบนั ราชภฎั เพชรบุรี. ชยั อนนั ต์ สมุทวณิช.(2530). ปัญหาการพฒั นาทางการเมืองไทย. กรุงเทพฯ : สานกั พมิ พจ์ ุฬาลงกรณ์ มหาวทิ ยาลยั . ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร. (2546). การบริหารรัฐกจิ เปรียบเทยี บ : การบริหารจัดการในโลกยุคหลงั สงครามเยน็ . พมิ พค์ ร้ังท่ี 3. กรุงเทพฯ : สานกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. ณฏั ฐพนั ธ์ เขจรนนั ทน.์ (2552). การจัดการเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยเู คชนั่ . ติน ปรัชญพฤทธ์ิ.(2527). ทฤษฎอี งค์การ. กรุงเทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช.
256 .(2542). ศัพท์รัฐประศาสนศาสตร์, พิมพค์ ร้ังที่ 4. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพแ์ ห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . .(2544). การบริหารการพฒั นา ความหมาย เนือ้ หา แนวทางและปัญหา. พิมพค์ ร้ังที่ 5. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ทินพนั ธ์ นาคะตะ. (2516). พฒั นาการเมืองบทวิเคราะห์และสารวจเอกสารวชิ าการ. พฒั นาบริหาร ศาสตร์ ปี ท่ี 14 เล่ม 1 (มกราคม). ทศพร ศิริสัมพนั ธ์. (2549). ความรู้เบอื้ งต้นเก่ียวกบั การบริหารราชการแนวใหม่ (Introduction to Modern Public Management). พมิ พค์ ร้ังที่ 2 .กรุงเทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการการ พฒั นาระบบราชการ (ก.พ.ร.). ธตรัฐ ธนะสมบรู ณ์. (2547). โครงการพฒั นายทุ ธศาสตร์กระทรวงอุตสาหกรรม: หลกั และวธิ ีการ จดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์ สอจ. ในรายงานการประชุมโครงการพฒั นายุทธศาสตร์กระทรวง อุตสาหกรรม วนั ท่ี 16-17 ธันวาคม 2547 ณ โรงแรมอุบลบุรีรีสอร์ท จังหวดั อบุ ลราชธานี. ธีระยทุ ธ บุญมี. (2541). ธรรมรัฐแห่งชาติ (Good Governance of Thailand) : ยุทธศาสตร์กู้หายนะ ประเทศไทย. มปท. นิธิ เอี่ยวศรีวงศ.์ (2547). ชาติไทย เมอื งไทย แบบเรียนและอนุสาวรีย์: ว่าด้วยวฒั นธรรม รัฐ และ รูปการจิตสานึก. พมิ พค์ ร้ังที่ 2. กรุงเทพฯ: สานกั พิมพม์ ติชน. บวรศกั ด์ิ อุวรรณโณ และถวลิ วดี บุรีกลุ . (2548). ประชาธิปไตยแบบมสี ่วนร่วม. กรุงเทพฯ: สถาบนั พระปกเกลา้ . ปกรณ์ ปรียากร. (2528). ทฤษฏีและแนวความคดิ เกย่ี วกบั การพฒั นา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ สามเจริญพานิชย.์ . (2543). การวางแผนยุทธศาสตร์ : แนวคดิ และแนวทางเชิงประยกุ ต์ . กรุงเทพฯ: เสมาธรรม. . (2548). การวางแผนกลยทุ ธ์. กรุงเทพฯ: เสมาธรรม. ปฐม มณีโรจน.์ (2518). ทฤษฎแี ละแนวความคิดในการพัฒนาการาบริหาร. กรุงเทพฯ: คณะรัฐ ประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์.
257 . (2538). ปัญหาและแนวโนม้ ของการบริหารรัฐกิจ เปรียบเทียบและการบริหาร การพฒั นา. ใน เอกสารประกอบการสอน วชิ า รศ.650 การบริหารการพฒั นา ฉบบั ท่ี 5. กรุงเทพฯ : โครงการเอกสารและตารา คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริ หารศาสตร์. ประเวศ วสี. (2541). ปาฐกถาพเิ ศษ เรื่อง เศรษฐกจิ พอเพียง : แนวทางการพลิกฟื้ นเศรษฐกจิ สังคม. มปท. ปาริชา มารี เคน. (2555). การบริหารการพฒั นา. มหาสารคาม: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ราชภฏั มหาสารคาม. พสุ เดชะรินทร์. (2547). เส้นทางจากกลยุทธ์สู่การปฎบิ ตั ิด้วย Balanced Scorecard และ Key Performance Indicators. พิมพค์ ร้ังท่ี 12. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . .(2555). มุมมองใหม่สมการความสาเร็จ. กรุงเทพฯ: ซีเอด็ ยเู คชน่ั . พสุ เตชะรินทร์และคณะ. (2548). คู่มือผู้บริหาร. กรุงเทพฯ: ผจู้ ดั การ. พิสณุ ฟองศรี. (2549). การประเมินทางการศึกษาแนวคคิดสู่การปฏิบัติ. พิมพค์ ร้ังที่2 . กรุงเทพฯ: สานกั พิมพเ์ ทียนฝ่ าการพิมพ.์ พิทยา บวรวฒั นา.(2547). รัฐประศาสนศาสตร์ : ทฤษฎแี ละแนวการศึกษา (ค.ศ. 1887-1970), พิมพค์ ร้ังที่ 11 . กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . พลภทั ร บุราคม. (2553). รายจ่ายสาธารณะ : ประสิทธิภาพในการจัดสรรและประสบการณ์ระหว่าง ประเทศ. พมิ พค์ ร้ังท่ี 2. กรุงเทพฯ : คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิต พฒั นบริหารศาสตร์. ไพโรจน์ ภทั รนรากลุ . (2546). ความขัดแย้งกนั ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนแลผลประโยชน์ ส่วนรวม (Conflict of Interests) ศึกษากลุ่มวชิ าชีพข้าราชการและเจ้าหน้าทหี่ น่วยงาน ภาครัฐ. กรุงเทพฯ : สานกั งานขา้ ราชการพลเรือน. พฤทธิสาณ ชุมพลม. (2540). ระบบการเมือง : ความรู้เบือ้ งต้น. พิมพค์ ร้ังท่ี 4. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . มนตรี โสคติยานุรักษ.์ (2548). เศรษฐศาสตร์มหภาควเิ คราะห์ : ทฤษฎแี ละนโยบาย. พิมพค์ ร้ังที่ 7. กรุงเทพฯ : Institute for Economics and Finance (IEF).
258 รังสรรค์ ธนะพรพนั ธุ์.(2528). อทิ ธิพลขององค์การระหว่างประเทศ และรัฐบาลต่างประเทศทมี่ ตี ่อ นโยบายเศรษฐกจิ ไทย : กรณีศึกษาว่าด้วยธนาคารโลก ใน ทฤษฎพี งึ่ พากบั สังคมเศรษฐกจิ ไทย.บรรณาธิการ.กรุงเทพฯ : สานกั พิมพม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. .(2546). กระบวนการกาหนดนโยบายเศรษฐกจิ ในประเทศไทย.กรุงเทพฯ : โครงการจดั พิมพค์ บไฟ. เรวตั ร์ ชาตรีวศิ ิษฏ์. (2553). การจัดการเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: ถงั ทรัพย์ การพมิ พ.์ เรืองวทิ ย์ เกษสุวรรณ.(2555). โลกาภวิ ตั น์กบั ท้องถ่ิน.กรุงเทพฯ : บพิธการพิมพ.์ วฒั นา พฒั นพงศ.์ (2547). BSC และ KPI เพอื่ การเตบิ โตขององค์กรอย่างยงั่ ยนื . พมิ พค์ ร้ังที่ 6. กรุงเทพฯ: วเี อส. วฒั นา วงศเ์ กียรติรัตน์ และคณะ.(2556). การวางแผนกลยทุ ธ์ ศิลปะการกาหนดแผนองค์กร สู่ความเป็ นเลศิ . กรุงเทพ: พมิ พค์ ร้ังที่ 2,บริษทั ซีเอด็ ยเู คชนั่ จากดั (มหาชน) วริ ัช วริ ัชนิภาพรรณ.(2534). การบริหารการพฒั นาชนบทเปรียบเทยี บ การบริหารการพฒั นาชนบท ตามแนวทางแผ่นดนิ ธรรม แผ่นดินทอง ความจาเป็ นพนื้ ฐานและโครงการอสี านเขยี ว. กรุงเทพฯ : สานกั พิมพโ์ อเดียนสโตร์. วโิ รจน์ สารรัตนะ และประยทุ ธ ชูสอน. (2548). นโยบายและการวจิ ัยเชิงนโยบาย. วารสารบริหาร การศึกษา, 1(2), 32-42. วรเดช จนั ทรศร. (2538). การบริหารเปรียบเทียบและการบริหารการพฒั นา. ใน วรเดช จนั ทรศร และ วนิ ิต ทรงประทุม (บรรณาธิการ). การประสานแนวคิดและขอบข่ายของรัฐ ประศาสนศาสตร์. กรุงเทพฯ : โครงการเอกสารและตารา คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์. วรเดช จนั ทรศร และ วนิ ิต ทรงประทุม (บรรณาธิการ). (2538). การประสานแนวคดิ และขอบข่าย ของรัฐประศาสนศาสตร์. โครงการ เอกสารและตารา คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์. สถาบนั พระปกเกลา้ .(2553). ประชาธิปไตยชุมชน: กลไกขบั เคลอ่ื นภาคพลเมืองเข้มแขง็ .กรุงเทพฯ : สถาบนั พระปกเกลา้ . สังศิต พิริยะรังสรรค์ และคณะ.(2547). คอรัปช่ัน : ข้าราชการ นักการเมอื ง และนักธุรกจิ . กรุงเทพฯ : สภาท่ีปรึกษาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ.
259 สุจิตรา บุณยรัตพนั ธ์. (2528). นโยบายสาธารณะและการบริหารพฒั นา. ใน อุทยั เลาหวเิ ชียร (บรรณาธิการ). การบริหาร การพฒั นา. กรุงเทพฯ : คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์. เสรี พงคพ์ ศิ . (2547). ร้อยคาทค่ี วรรู้. กรุงเทพฯ: สานกั พิมพพ์ ลงั ปัญญา. สมชาย ภคภาสน์ววิ ฒั น์. (2546). การบริหารเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์ พบั ลิชช่ิง. สมบตั ิ ธารงธญั วงศ.์ (2545). การเมอื ง : แนวความคดิ และ การพฒั นา. พิมพค์ ร้ังท่ี 12. กรุงเทพฯ : คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์. . (2545). นโยบายสาธารณะ: แนวความคดิ การวเิ คราะห์และกระบวนการ. พิมพค์ ร้ังท่ี 8. กรุงเทพฯ: เสมาธรรม. .(2547).เศรษฐศาสตร์รัฐธรรมนูญ : บทวเิ คราะห์รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 .กรุงเทพฯ: มติชน. สมพร แสงชยั .(2548). การวางแผนเชิงกลยุทธภาครัฐ. กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พโ์ ครงการ บณั ฑิตศึกษาการจดั การส่ิงแวดลอ้ ม สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์. สมศกั ด์ิ สามคั คีธรรม.(2533). แนวคดิ มาร์กซีสต์กบั การศึกษาเร่ือง การเปลยี่ นแปลงในสังคมชาวนา ประเทศโลกทส่ี าม.กรุงเทพฯ : สมาคมสงั คมศาสตร์แห่งประเทศไทย. สานกั งานคณะกรรมการการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ สานกั นายกรัฐมนตรี. (2530). แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2530-2534. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ ยไู นเตด็ โปรดกั ชนั่ . สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ. (2549). รายงาน 4 ปี การพฒั นาระบบราชการไทย. กรุงเทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ. สานกั งานคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ สานกั งาน ก.พ. (2544). วสิ ัยทศั น์และกรอบการ ปฏิรูประบบราชการ. กรุงเทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ สานกั งาน ก.พ. . สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ. (2553). แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และ สังคมแห่งชาตฉิ บบั ที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559). กรุงเทพฯ: สานกั นายกรัฐมนตรี.
260 สานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ.(2557). รางวลั คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ประจาปี พ.ศ. 2557. กรุงเทพฯ: บริษทั วชิ นั่ พริ้นท์ แอนด์ มีเดีย จากดั อนุสรณ์ ลิ่มมณี.(2542).รัฐ สังคม และ การเปลยี่ นแปลง : การพจิ ารณาในเชิงอานาจนโยบายและ เครือข่ายความสัมพนั ธ์.กรุงเทพฯ: โรงพมิ พเ์ ดือนตุลา จากดั . อเนก เหล่าธรรมทศั น์.(2539). มองเศรษกจิ การเมืองไทย ผ่านการเคลอ่ื นไหวของสมาคมธุรกจิ . กรุงเทพฯ: โครงการจดั พมิ พค์ บไฟ. อุทยั เลาหวเิ ชียร. (2528). การบริหาร การพฒั นา. กรุงเทพฯ : คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์ . (2525). แนวการศึกษาวชิ าการบริหารงานบุคคลในความหมายท่ีกวา้ ง. ใน บทความวชิ าการพฒั นาพฒั นบริหารรอบสองศตวรรษรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์. . (2537). การบริหาร การพฒั นา., บรรณาธิการ. กรุงเทพฯ : โครงการเอกสารและ ตารา คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบริหารศาสตร์. เอกชยั บุญญาทิษฐาน. (2553). คู่มือวเิ คราะห์ SWOTอย่างมืออาชีพ.กรุงเทพฯ: ปัญญาชน. Bidhya Bowornwathana.(2009). Big Businessmen at the Helm : The Politics of Conflict of Interest in Thailand in Bureaucracy and Administration, ed. Ali Farazmand (Boca Raton : CRC Press. Bob Jessop.(1982). The Capitalist States.New York : New York University Press. Bryant, Coralie, and White, Louise G. (1982). Managing development in the third world Colorado: Westview Press. Cammack, Paul. (2002). Neoliberaalism, the world bank and the new politics of development. In Kothari, Uma, and Minouge, Martin, eds. Devetopment theory and practice, London: Palgrave. Certo, S. C., & Peter J. P. (1991). Strategic management: Concept and applications. New York: McGraw – Hill. C.H. Lindblom. (1977). Politics and Markets: The World’s Political-Economic System. NY: Basic Books.
261 C. Furtado.(1964). Development and Underdevelopment. Berkeley : University of California Press. C. Furtado.(1976). Economic Development of Latin America : A Survey from Collonial Times to the Cuban Revolution.Cambridge : Cambridge University Press. David, F. R. (1995). Strategic management. New Jersey: Prentice – Hall. Dittmer, Lowell. (2002). Globalization and the twilight of Asian exceptionalism. In Kinnvall, Catarina, and Josson, Kristina, eds. Globalization and democratization in Asia: The construction of identity. London:Routledge. Edward N. Weidner.(1970).The Elements of Development Administration” in Edward W. Weidner (ed.), elopment Administration in Asia (Durham, North Carolina : Duke University Press. Ersson, Svante, and Lane, Jan-Erik.(1996) . Democracy and development: A statistical exploration. In Leftwich, Adrian, ed. Democracy and development: Theory and practice. Cambridge: Polity Press. Fred W. Riggs (ed.). (1970). Frontiers of Development Administration. North Carolina : Duke University Press. Gant, George F.(1979) . Development administration: Concepts, goals, methods. London: The University of Wisconsin Press. Glenn D. Paige. (1970). Some Implications for Political Science of the Comparative Politics of Korea. in Fred W. Riggs (ed.), Frontiers of Development Administration, North Carolina : Duke University Press. George F. Gant.(1979). Development Administration : Concepts Goals, Methods.Madison, Wisconsin : The University of Wisconsin Press. George Honadale and Rudi Klauss (eds.). (1979). International Development Administration : Implementation Analysis for Development Projects. New York : Praeger Publishers. Goulet, Denis. (1973). The cruel choice: A new concept in the theory of development. New York: Atheneum.
262 Goulet, Denis. (1973). The cruel choice: A new concept in the theory of development. New York: Atheneum. Gant, George F.(1979) . Development administration: Concepts, goals, methods. London: The University of Wisconsin Press. Harray J. Friedman. (1970). Administrative Roles in Local Governments. in E. W. Weidner (ed.), Development Administration in Asia, North Carolina : Duke University Press. Howard E. McCurdy.(1977). Public Administration : A Synthesis. Reading, Massachusetts : Cummings Publishing Company, Inc. I. Lakatos and A. Musgrave. (1970). Criticism and the Growth of Knowledge. New York : Cambridge University Press. James M. Cypher and James L. Dietz. (2004). The Process of Economic Development. New York: Routledge. John D. Montgomery and William J. Siffin (eds.). (1966). Approaches to Development : Polities, Administration and Change. New York : Mcgraw-Hill Booke Company. Kothari, Uma, and Minougue, Martin. (2002) . Critical perspectives on development: An introduction. In Kothari, Uma, and Minogue, Martin, eds. Development theory and practice. London: Palgrave. Lucian W. Pye. (1966). The Concept of Political Development. in Aspect of Political Development. Boston and Toronte: Little, Brown and Company. Martin Landau. (1970). Development Administration and Decision Theory. in E. W. Weidner (ed.), Development Administration in Asia. North Carolina : Duke University Press. McGee, Rosemary. (2002). Participating in development. In Kothari, Uma, and Minougue. Martin, eds. Development theory and practice. London: Palgrave. McGrew, Anthony.(1992) . A global society? In Hall, Stuart, Held, David, and McGrew, Anthony, eds. Modernity and its futures. Camgridge: Polity Press.
263 McMichael, Philip. (2000) . Globalization: Myths and realities. In Roberts, J. Timmons, and Hite, Amy, eds. From modernization to globalization: Perspectives on development and social change. Oxford: Blackell Publishers. Michael Lipton. (1976). The Theory of the Optimizing Peasant. Journal of Development Studies.1,2. Minogue, Martin. (2002). Power to the people? Good governance and the reshaping of the state. In Kothari, Uma, and Minouge, Martin, eds. Development theory and practice. London: Palgrave. M. Ravaillon. (1997). Good and Bad Growth: the Human Development Reports. World Development 25 : 631-638. M. Ul-Haq. (1995). Reflections on Human Development. Oxford, UK: Oxford University Press. Nasstar, Jamal R. (2005) . Globalization and terrorism: The migration of dreams and nightmares. New York: Rowman and Littlefield Publishers. Paul M. Romer. (1993). The origins of Endogenous Growth. Journal of Economic Perspectives 8 (winter) : 3-22. Pieterse, J. N. (1998) . My paradigm or yours? Altemative development, post-development, reflexive development. Development and Change. 29(2): 343-373. Portes, Alejandro. (2000). Neoliberalism and the sociology of development Emerging trends and unanticipated facts. In Roberts, J. Timmons, and Hit, Amy, eds. From modernization to globalization: Perspectives of development and social change. Oxford: Blackwell Publishers. Prkash, Aseem, and Hart, Jeffrey a., eds. (2000) . Globlization and governance. London: Routlege. P. Streeten and Richard Jolly (eds.).(1981). Recent Issues in World Development. New York : Pergamon Press. Quinn, J. B. (1990). Developing writing for different purposes. London: Paul Chapman.
264 Ralph C. Chandler and Jack C. Plano. (1982). The Public Administration Dictionary. New York : John Wiley & Sons. R. Eisner. (1989). The Total Incomes System of Accounts. Chicago : University of Chicago Press. R. Jolly. (1988). a. Giovanni and F. Stewart, eds., Adjustment with a Human Face : Protecting the Vulnerable and Promoting Growth. New York: Oxford University Press. Robert A. Dahl. (1971). Polyarchy: Participation and Opposition. New Haven: Yale University Press. Robert A. Packenham. (1964). Approaches to the /study of Political development. World Politics, 17 (October, 1964). Robert E. Lucas. (1971). On the Mechanics of Economic Development. Journal of Monetary Economics 22 (July): 3-42. Robert L. Heibroner. (1986). The Worldly Philosophers. New York : Touchstone Book. Ronald H. Chilcote.(1984).Theories of Development and Underdevelopment.Boulder : Westivew Press. Sanyal, B. S. (1999). Strategic managemant in higher education. Regional workshop by Center for Professional Development in Higher Education, Faculty of Education, Chulalongkorn University and SemeoRihed. Saul M Katz. (1970). Exploring A Systems Approach to Development Administration. in Fred W. Riggs (ed.). Frontiers of Development Administration. North Carolina : Duke University Press. Seymour M. Lipset. (1960). Political Man: The Social Bases of Politics. New York: Doubleday & Company, Inc. Solow Robert. (1956). A Contribution to the Theory of Economic Growth. Quarterly Journal of Economics 70. (February, 1956).
265 T. Dos Santos.(1973).The Crisis of Development Theory and the Problem of Dependence in Latin America. in Henry Bernstien (ed.), Underdevelopment and Development Harmondsworth : Penguin; and F.H. Cardoso and Faletto, Dependency and Development in Latin America Berkeley : University of California Press, 1979 T. Dos Santos.(1973).The Crisis of Development Theory and the Problem of Dependence in Latin America. in Henry Bernstien (ed.), Underdevelopment and Development Harmondsworth : Penguin. Thomas S. Kuhn. (1970). The Structure of Scientific Revolution. Chicago : University of Chicago Press. United Nations Development Program. (1994). Human Development Report. New York : Oxford University Press. Weidner. (1962). Development Administration : A New Focus for Research. in Ferrel Heady andSybil L. Stokes (eds.). Papers in Comparative Public Administration. Ann Arbor, Michigan : Institute of Public Administration. กระจา่ ง พนั ธุมนาวนิ .(2548). การบริหารเชิงกลยทุ ธ์: จากทฤษฎสี ู่การบริหารราชการแผ่นดนิ . 2 กรกฎาคม 2555 จาก http://www.loei.go.th เอกชยั ศรีวลิ าศ. (2548). แนวความคิดทางยทุ ธศาสตร์. 30 มิถุนายน 2555 . http://web.schq.mi.th. http://www.opdc.go.th/oldweb/thai/E_Newsletter/july48/management.htm. ดร.ทศพร ศิริสมั พนั ธ์ (2556). การบริหารเชิงยทุ ธศาสตร์กบั การพฒั นาระบบราชการไทย. http://www.opdc.go.th/oldweb/thai/E_Newsletter/july48/management.htm, 15 กนั ยายน 2555 . องคก์ รท่ีมุ่งเนน้ การบริหารเชิงยทุ ธศาสตร์. http://www.opdc.go.th/oldweb/thai/E_Newsletter/july48/management.htm, 15 กนั ยายน 2555. การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มภายในและภายนอกนาไปสู่การกาหนดกลยทุ ธ์ http://www.opdc.go.th/oldweb/thai/E_Newsletter/july48/management.htm, 15 กนั ยายน 2555. การวางยทุ ธศาสตร์
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277