คำว่ำ “อนิ เดีย” มำจำกภำษำสนั สกฤตว่ำ “สนิ ธุ” ซึง่ เปน็ ช่ือแม่นำสำยสำคัญทำงภำค ตอ./น. ของอนิ เดยี โบรำณ ในสมัยแรกช่ืออนิ เดียใชเ้ รียกเฉพำะดนิ แดนในบรเิ วณ ลุม่ ม.สนิ ธุ ต่อมำจึงใชเ้ รยี กดนิ แดนทเ่ี ปน็ ประเทศทงั หมด นอกจำกนยี งั มชี อื่ อืน่ ๆ อีก เชน่ ในทำงพุทธศำสนำเรียกวำ่ “ชมพูทวีป” สว่ นชำวอนิ เดียเรียกดนิ แดน ของตนว่ำ “ภำรตวรรษ” หมำยถงึ ถิ่นทีอ่ ยขู่ องชำวภำรตะ เปน็ ตน้
ลกั ษณะทำงภูมศิ ำสตร์ของเอเชยี ใต้ ลักษณะทำงภูมศิ ำสตรท์ มี่ อี ิทธพิ ลตอ่ ปวศ.อำรยธรรมเอเชยี ใต้ มดี ังนี 1. ทตี่ ัง แบ่งเปน็ 3 ลักษณะ ดังนี 1.1 ท่ตี ังตำมเสน้ ละตจิ ูดและลองจิจูด - อนิ เดยี โบรำณตงั อยู่ระหวำ่ ง เส้นละตจิ ดู 8 – 37 เหนอื และระหวำ่ งเสน้ ลองจิจูด 60 – 97 ตะวนั ออก
1.2 ที่ตังตดิ ประเทศเพือ่ นบำ้ น - ภำคเหนอื ตดิ กบั จนี - ภำคใตล้ อ้ มรอบดว้ ยทะเล ทงั 2 ด้ำน - ภำค ตต./น. ตดิ กบั อฟั กำนสิ ถำน และ อิหรำ่ น - ภำค ตอ. ติดกับพม่ำหรอื กล่มุ เอเชยี ตอ./ต.
1.3 ทตี่ งั ตดิ ทะเล - ทีต่ งั ของอนิ เดยี มีลักษณะทะเลลอ้ มรอบ 2 ด้ำน คือ ระหว่ำงทะเลอำหรบั กับอำ่ วเบงกอล - ทะเลถือวำ่ เปน็ กำแพงธรรมชำตทิ ี่ชว่ ยปอ้ งกันกำรรกุ รำนของศตั รู ภำยนอก จึงทำให้อนิ เดียสรำ้ งอำรยธรรมทม่ี ลี กั ษณะเฉพำะของตน - ภำยหลงั กำรปฏวิ ตั ิอุตสำหกรรมพบว่ำ มชี ำติมหำอำนำจ ตต.ทังโปรตุเกส ดัตซ์ อังกฤษ และฝรงั่ เศส ต่ำงเขำ้ สู่อนิ เดยี ทำงชำยฝัง่ ทะเล
- ดงั นัน อำรยธรรม ตต. จงึ ปรำกฏตำมเมืองท่ำท่ีสำคญั เช่น กวั เปน็ เขต อิทธพิ ลของโปรตุเกส สว่ นเมืองมัทรำส บอมเบย์ และกัลกัตตำ เปน็ เขตอิทธิพล ของอังกฤษ เปน็ ตน้ 2. ขนำด - อินเดยี โบรำณจัดเป็น ป.ท่มี ีขนำดใหญ่มำกจนไดช้ ่อื ว่ำ “อนทุ วีป” - มีเนือทที่ งั หมดประมำณ 1,575,000 ตร.ไมล์ - เปน็ ป.ท่มี ปี ระชำกรมำกที่สุด ปจั จุบันอนิ เดียมปี ระชำกรมำกเป็น อนั ดับ 2 ของโลก รองจำกจนี
- จำกกำรทอ่ี นิ เดียเปน็ ป.ท่มี ขี นำดใหญม่ ำก ทำให้ตัวแปรด้ำนประชำกร มีควำมหลำกหลำยทงั ทำงดำ้ นเชอื ชำติ ศำสนำ ภำษำ และวรรณะ ส่งผลใหเ้ กิด ควำมแตกสำมัคคี จนเปน็ สำเหตุหน่ึงที่ทำให้อินเดยี ตกเปน็ อำณำนคิ มขององั กฤษ รวมทงั ทำให้อินเดียต้องแยกออกเปน็ ป.ปำกีสถำน และ บังกลำเทศ ในเวลำตอ่ มำ
ควำมหลำกหลำยของอินเดยี โบรำณในดำ้ นตำ่ งๆ 1. ดำ้ นชำติพนั ธ์ุ อินเดียประกอบดว้ ยหลำยเชือชำติ และเผำ่ พนั ธ์ุ จนได้ ชอ่ื ว่ำเปน็ “พพิ ิธภัณฑ์ชำตพิ ันธว์ุ ิทยำ” ดงั นี (1) อำรยนั (Indo-Arayans) เป็นประชำกรส่วน ใหญข่ องอินเดียและปำกีสถำนทส่ี ืบเชือสำยมำจำกพวก อนิ โด-ยูโรเปียน มีลกั ษณะเดน่ คือ มีผวิ ขำว ตัวสูง และ จมกู โดง่ มปี ระมำณ 72%
(2) ทรำวิฑ/ดรำวิเดยี น (Dravidians) เป็นชนพืนเมอื งเดมิ ของอนิ เดีย และเปน็ ผสู้ รำ้ งอำรยธรรมลมุ่ แมน่ ำสนิ ธุ มลี ักษณะ เด่นคือ ผวิ ดำ ตวั เลก็ จมกู กว้ำง หรอื ร้จู ักกนั ในชอ่ื “ทัสยหุ รอื มิลักขะ” ปัจจุบนั อำศัยอยู่ ทำงตอนใต้ของอนิ เดีย และเกำะศรลี งั กำ มี ประมำณ 25%
(3) มองโกลอยด์ (Mongoloids) เป็นพวกผิวเหลืองท่อี พยพมำจำก เอเชยี กลำง และอำศัยอย่ตู ำมแถบ เชิงเขำหมิ ำลยั เชน่ สิขมิ ภฏู ำน อัสสัม ฯลฯ
(4) เติรก์ (Turks) เป็นพวกท่ี อพยพเข้ำสอู่ ินเดยี ในยุคกลำง และ กลำยเป็นประชำกรส่วนใหญ่ของ อฟั กำนสิ ถำน และภมู ิภำค ตต./น.ของ อินเดีย ทงั นเี มอ่ื รวมชำติพนั ธม์ุ องโกลอยด์ เตริ ก์ และชำติพนั ธย์ุ อ่ ยๆ จะมีประมำณ 3%
2. ดำ้ นศำสนำ - เป็นแหล่งกำเนิดของ 4 ศำสนำสำคญั ของโลก ไดแ้ ก่ พรำหมณ์- ฮนิ ดู เชน พุทธ และสกิ ข์ - ในแตล่ ะศำสนำยงั แบง่ ออกเปน็ นกิ ำยยอ่ ยๆ อีก เช่น * พรำหมณ์-ฮินดู แยกเปน็ 2 นิกำย คือ ไวษณพนิกำย (นับถือพระวิษณุเป็นใหญ่) และไศวนิกำย (นบั ถอื พระศวิ ะเป็นใหญ่) * ศำสนำพุทธ แยกเปน็ หินยำน และมหำยำน * ศำสนำเชน แยกเปน็ ทฆิ ัมพร และเศวตมั พร
- อนิ เดยี ยงั ไดช้ ือ่ วำ่ เปน็ ป.ท่ีมีควำมหลำกหลำย ในกำรนบั ถือศำสนำ โดยคิดเป็นอตั รำสว่ น ดงั นี * พรำหมณ-์ ฮินดู 83.5 % * อิสลำม 10.7 % * คริสต์ 2.4 % * สิกข์ 1.8 % * เชน พุทธ โซโรแอสเตอร์ และอืน่ ๆ 1.6 %
3. ด้ำนภำษำ - อนิ เดียมีภำษำพูดมำกกว่ำ 200 ภำษำ เมอ่ื นับรวมกบั ภำษำ ถ่ินดว้ ยจะมีรำว 800 ภำษำ - สำหรับภำษำท่ีใชเ้ ปน็ ภำษำรำชกำรในแตล่ ะสมัยจะต่ำงกนั คอื ในสมัยโบรำณใช้ภำษำสนั สกฤต, สมยั กลำงท่ีเตริ ์กปกครอง ใช้ภำษำเปอร์เซยี , ในสมยั รำชวงศโ์ มกุลใชภ้ ำษำอูรดู และ หลังจำกทีต่ กเป็นอำณำนิคมของอังกฤษ ใช้ภำษำอังกฤษ เร่อื ยมำถึงปัจจุบนั
นักวิชำกำรไดแ้ บ่งภำษำของอินเดีย เปน็ 2 ตระกลู ไดแ้ ก่ (1) ภำษำทรำวฑิ เป็นภำษำของชนพนื เมือง ทีส่ ำคัญมี 4 สำขำ คอื ทมฬิ (เกำ่ แก่สุด) รองลงมำ ได้แก่ เตลูกู กัณณำท และมำลยำลมั ปัจจุบนั ชำวอินเดียประมำณ 1 ใน 4 จะพูดภำษำทรำวิฑ (2) ภำษำอินโด-อำรยันแบง่ ออกเปน็ 3 สมัย ดงั นี - สมัยโบรำณ ไดแ้ ก่ ภำษำ พระเวท มกั ใชใ้ นเรอื่ งศำสนำ ต่อมำ ปำณินไิ ดร้ วบรวมหลกั เกณฑ์ต่ำงๆ
ของภำษำพระเวทให้เป็นหมวดหมู่ และแต่งเป็นตำรำ ไวยำกรณข์ นึ เรำจะเรียกภำษำนีวำ่ “สันสกฤต” ถอื เปน็ ภำษำของผู้ที่มคี วำมรู้ เปน็ ภำษำสูง และภำษำศกั ด์ิสิทธ์ิ - สมยั กลำง ได้แก่ ภำษำปรำกฤต ถือเป็นภำษำ ชำวบำ้ น/ภำษำถิ่นของเผ่ำตำ่ งๆ ทีย่ ังไมไ่ ดจ้ ัดระเบยี บ แบบแผน เช่น ภำษำปรำกฤตของรัฐมหำรำษฎร์ ต่อมำกลำยเป็นภำษำมำรำฐี เปน็ ตน้
- สมยั ใหม่ ไดแ้ ก่ ภำษำตำ่ งๆ ที่ใช้กนั อยูใ่ นอินเดีย ปจั จุบนั ซึ่งถือกำเนดิ มำจำกภำษำสันสกฤต เช่น ภำษำ ฮินดี อรู ดู (เกดิ จำกกำรผสมระหวำ่ งภำษำฮินดีกบั เปอรเ์ ซีย) เบำกำลี มำรำฐี คชุ รตี ฯลฯ ซ่งึ ภำษำฮนิ ดถี อื เป็นภำษำทช่ี ำวอินเดียใช้พูดมำกทีส่ ดุ รองลงมำ ได้แก่ ภำษำอูรดแู ละภำษำองั กฤษ
รฐั ธรรมนูญอินเดยี ฉบับ ค.ศ. 1910 ได้กำหนดภำษำ ประจำชำตขิ องอนิ เดยี 15 ภำษำ ประกอบดว้ ยอินโด- อำรยัน 11 ภำษำ และ ภำษำทรำวฑิ 4 ภำษำ และได้ระบุ ไวว้ ำ่ ให้ใช้ภำษำฮินดีอักษรเทวนำครีเป็นภำษำ รำชกำรของประเทศ
3. ด้ำนวรรณะ - เกดิ ขนึ ครังแรกในยคุ พระเวท มีสำเหตุมำจำก พวกอำรยันรังเกียจสีผิวของพวกทรำวิฑ จนทำให้ผนู้ ำเผำ่ ออกกฎหำ้ มพวกอำรยนั แตง่ งำนกบั พวกทรำวิฑ เพอ่ื รักษำ ควำมบรสิ ทุ ธิ์ของชำติพันธุ์ - เมอ่ื ถงึ ยุคมหำกำพย์ ระบบวรรณะได้แบง่ ชัดเจนมำกขึนในกลุ่มอำรยนั โดยแบ่งเป็น 4 วรรณะ ไดแ้ ก่ พรำหมณ์ กษัตริย์ แพทย์ และศทู ธ
3. รูปร่ำง - รปู รำ่ งของอินเดียโบรำณจะมหี ลำกหลำย ลักษณะ เช่น ในมำคัณฑยิ ำปุรำณ มีรูปร่ำงเหมือน เต่ำหันศรี ษะไปทำง ตอ., ในมหำภำรตะ มีรูปรำ่ ง เหมือนเกวยี นเทยี มวัวหนั หนำ้ ไปทำงทศิ ใต้, นัก ปวศ.จีน มีรปู ร่ำงเหมือนใบหนำ้ ผคู้ นในประเทศ นัน หลวงจีนฟำเหียนบนั ทึกว่ำ มรี ปู รำ่ งเหมือน พระจนั ทร์ครงึ่ ซกี แตน่ กั ภมู ศิ ำสตร์ มองเปน็ รปู สำมเหล่ยี มมฐี ำนอยู่ข้ำงบน
อำรยธรรมอนิ เดยี : ภมู ิศำสตร์กบั กำรตงั ถิ่นฐำน แผนทสี่ งั เขปแสดงลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของเอเชยี ใต้ อ ำ ร ย ธ ร ร ม อิ น เ ดี ย ไ ด้ ก ำ เ นิ ด ขึ น บริเวณลุ่มแม่นำสินธุ ซ่ึงเป็นท่ี รำบ อันกว้ำงใหญ่ เป็นดินแดนท่ีมีควำมอุดม สมบูรณ์และสำมำรถเดินทำงติดต่อกับ ดนิ แดนเมโสโปเตเมียได้ อิ น เ ดี ย มี ท รั พ ย ำ ก ร ที่ ส ำ คั ญ คื อ แร่โลหะจำพวกทองคำและโลหะที่นำมำ ผสมเปน็ สำริด
อินเดียมลี กั ษณะภูมิอำกำศแบบลมมรสมุ ฤดูร้อนมีลมพัด ตำมมหำสมทุ รอินเดีย ทำให้มีฝนตกทำงตอนเหนือ ฤดูหนำว มลี มพดั ผ่ำนมหำสมทุ รอินเดีย ทำให้ทรี่ ำบล่มุ แม่นำคงคำ มีฝนตกชุก สว่ นบริเวณท่ีรำบลุ่มสินธแุ ละท่ีรำบสูง ภำคกลำง มภี ูมิอำกำศแห้งแลง้ นำทใ่ี ชจ้ ำกกำรเกษตรได้จำกแม่นำเป็น หลกั
ลักษณะที่ตังของอินเดียเอือต่อควำมเป็นมำทำงประวัติศำสตร์ อนิ เดีย คอื ทศิ เหนือ มภี เู ขำหิมำลัยขนำนยำวเป็นพรมแดนทำงภำคเหนือ ทศิ ตะวันตกเฉยี งเหนือ มที ีร่ ำบลมุ่ แม่นำสินธแุ ละทะเลทรำยธำร์ ทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื มที ่รี ำบลมุ่ แม่นำคงคำและแม่นำสำขำ ทิศใต้ มลี ุม่ นำสนิ ธเุ ปน็ บริเวณท่ีรำบสงู กวำ้ งใหญ่
- ปัจจยั ทำงภูมิศำสตร์ดังกล่ำว จึง ทำใหอ้ นิ เดียถูกแบง่ เปน็ ส่วนๆ เพรำะกำรตดิ ต่อ มคี วำมยำกลำบำก และเป็นปรำกำรธรรมชำตทิ ่ี ทำใหอ้ ินเดยี สรำ้ งสมอำรยธรรมท่ีมี ลักษณะเฉพำะ - แต่อินเดียก็มักถูกรุกรำนจำกชนชำติอื่น ทำงชอ่ งเขำไคเบอร์ และช่องเขำโบลัน
อำรยธรรมอนิ เดีย: สมัยกอ่ นประวัตศิ ำสตร์ เกดิ ขนึ บริเวณลุ่มแมน่ ำสนิ ธุ/อนิ ดัส บริเวณแคว้นปญั จำบ ตต. ใน ป.ปำกีสถำนปัจจุบัน เช่อื ว่ำมีอำยปุ ระมำณ 3,000 B.C. เป็นชมุ ชนท่ีมคี วำมเจริญรุ่งเรอื งสูงมำก มกี ำรพบซำกเมอื งโบรำณตังเรียงรำยในบริเวณ ตอนลำ่ งของ ม.สินธุ เรียกวำ่ “แควน้ ซนิ ด”์
จนถงึ ตอนบนของลมุ่ ม.สนิ ธุ เรยี กว่ำ “แคว้นปญั จำบ” มีเนอื ท่ี ครอบคลมุ ถงึ 500,000 ตร.ไมล์ ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 20 เซอร์จอหน์ มำร์แชล ชำวอังกฤษได้ขดุ คน้ พบเมอื งฮำรปั ปำ บรเิ วณฝง่ั ม.รำวี ในรฐั ปญั จำบ ตต. และเมืองโมเฮนโจดำโร บรเิ วณฝ่งั ม.อนิ ดัส/สินธุ
สันนษิ ฐำนว่ำเปน็ ซำกเมืองโบรำณสมยั ก่อน ปวศ. เช่อื กันว่ำผ้สู รำ้ ง อำรยธรรมนี คือ พวก ทรำวิฑ ทัง 2 เมอื งอยหู่ ่ำงประมำณ 350 ไมล์ ( 1 ไมล์ = 1.6093 กม.) หรอื 563 กม.
เมอื งโมเฮนโจดำโร และเมอื งฮำรปั ปำ ทงั สองเมอื งมีกำรวำงผงั เมืองอย่ำงเป็นระบบระเบียบ มกี ำรแบ่งเขตภำยในเมืองออกเป็นสดั สว่ น ตัวอำคำรเป็นตกึ และทำจำกอิฐเผำไฟทีม่ คี ณุ ภำพดี มกี ำรจดั ตงั อำคำรสำคญั ๆ ไวเ้ ป็นหมวดหมู่ บำ้ นส่วนใหญม่ สี ง่ิ ทเี่ หมอื นกัน คอื มีบอ่ นำ ห้องอำบนำ และท่อระบำยนำ
มถี นนตัดตรง ขนำนจำกเหนอื ลงมำใต้ และมถี นนตัดขวำงเป็นมมุ ฉำก จำก ตต. ไป ตอ. ถนนสำยสำคญั มีควำมกว้ำงถงึ 33 ฟุต มที ่อระบำยนำสรำ้ งด้วยอิฐฝังลกึ อย่ใู นดิน มีสระนำใหญก่ ่อด้วยอฐิ มซี ำกส่ิงกอ่ สรำ้ งท่ีสนั นิษฐำนวำ่ เป็นยุ้งขำ้ วขนำดใหญ่
ตรงกลำงเมอื งโมเฮนโจดำโรมีสง่ิ ก่อสรำ้ งเปน็ ป้อมปรำกำรมกี ำแพง ล้อมรอบ มหี อคอยสเี่ หลี่ยมเป็นระยะ และมีทำงเข้ำท่ีสรำ้ งอย่ำงใหญโ่ ต ทำง ตอ.ของป้อมปรำกำร เปน็ ทพี่ กั อำศัยของชำวเมอื ง มกี ำรจัดห้องนำแบบยืนตกั อำบ และทำท่อระบำยนำทิง ซงึ่ แสดง ใหเ้ หน็ ถึงลักษณะของสุขำภบิ ำลท่ีดแี ละมีควำมเจริญสงู กวำ่ ดินแดนอืน่ ๆ ในยุคก่อน ปวศ. ยกเวน้ ชุมชนโรมนั สมยั หลังเท่ำนัน
นอกจำกนีทุกบำ้ นมที ำงระบำยนำส่ทู อ่ ระบำยรวมซ่ึงฝงั อยูใ่ ตถ้ นน มีกำรขุดค้นพบเครื่องมือเครอื่ งใชท้ แ่ี สดงถึงรสนยิ มในดำ้ นกำร อนุรกั ษ์นยิ ม ส่วนใหญท่ ำจำกกระดกู สตั ว์ เขำสัตว์ หิน และสมั ฤทธ์ิ แต่ไมพ่ บวตั ถุทที่ ำจำกเหล็ก จำกกำรขุดค้นพบเมอื งโบรำณทงั 2 นแี สดงใหเ้ หน็ ว่ำชำวฮินดมู ี ควำมสำมำรถในดำ้ นวศิ วกรสำรวจ และควำมรู้ทำงดำ้ นเรขำคณิต เบอื งตน้ เป็นอยำ่ งดี
มรดกต่ำงๆ ทอ่ี ำรยธรรมลุ่ม ม.สนิ ธุเหลอื ไวใ้ นอินเดยี มรดกทำงศำสนำ มีดังนี - มกี ำรขดุ พบดวงตรำตำ่ งๆ ซ่งึ มีรปู พระศวิ ะที่ถอื ว่ำเปน็ “เทพเจ้ำแห่ง หมสู่ ตั ว์ (Lord of AnimalS)” น่ังอยู่ ตรงกลำง รวมทงั มีกำรบชู ำศิวลึงค์ ซงึ่ เปน็ ลทั ธิหนงึ่ ในไศวนกิ ำย - มีกำรบูชำตน้ ไมใ้ หญ่ คอื ตน้ ไทร และ ตน้ โพธิ์ รวมทงั มกี ำรนับถอื พญำนำค และดวงอำทิตย์
ตรำประทบั เมืองโมเฮนโจดำโร (ปศบุ ดี) มกี ำรพบดวงตรำทงั ท่ีเป็นรูปส่เี หลย่ี มจัตุรสั และสี่เหลย่ี มผืนผ้ำ มที งั ที่เป็นลวดลำยเป็นรปู คนและสตั ว์ ประมำณ 2,000 ชนิ เข้ำใจว่ำเป็นดวงตรำทพ่ี อ่ คำ้ ใช้ และเป็นดวงตรำ ที่มีลักษณะเดยี วกับทข่ี ุดคน้ ไดใ้ น เมโสโปเตเมีย โดยเฉพำะในแควน้ ซเู มอร์
มรดกทำงวัฒนธรรม มดี งั นี - ชำยชำวอนิ เดยี นิยมไวห้ นวดเครำ - รู้จกั นำผำ้ ฝ้ำยมำทำเปน็ เครอื่ งน่งุ ห่ม โดยชำวสินธนุ ิยมแตง่ กำย ด้วยผ้ำฝำ้ ย 2 ชนิ ทอ่ นบนจะใสเ่ ปน็ เสือเปิดไหล่ขวำ สว่ นท่อนล่ำงจะนงุ่ เปน็ ผ้ำโจงกระเบน หรอื ท่ีชำวอินเดยี ปัจจบุ นั เรียกวำ่ “โธตี” (Dhoti) - มีประเพณีกำรทำศพอยู่ 3 วิธี คอื ฝงั ศพไว้รวมกับ เครื่องใชข้ องผู้ตำย นำศพไปใหน้ กกำกนิ หรือ อำจเผำศพแลว้ เก็บขีเถ้ำ อัฐเิ กบ็ ไว้ในโกศ
- มีกำรเคำรพนับถือววั ตวั ผู้ ปจั จุบันชำวอนิ เดยี จะเคำรพทงั วัวตัวผู้และ ตวั เมีย โดยเคำรพววั ตัวผ้ใู นฐำนะเป็นพำหนะของพระผ้เู ป็นเจำ้ และววั ตัวเมีย ในฐำนะเป็นผู้ให้นม ดงั นันชำวอินเดียสว่ นใหญ่ทีน่ ับถอื ศำสนำฮินดูจงึ ไม่ รับประทำนเนือววั ปจั จยั ทสี่ ำคญั ที่สดุ ทำใหอ้ ำรยธรรมล่มุ ม.สนิ ธเุ สือ่ มลง คือ กำรรกุ รำนของพวกอำรยนั ซงึ่ หลังจำกทอ่ี ำรยันได้ประหำรชำวสนิ ธุ หมดแลว้ ก็ไดข้ ยำยอิทธิพลลงมำทำงใต้ และทำงภำคกลำง ของอนิ เดีย แล้วตงั ชมุ ชนของตนขึนแทน
❖ ❖ ❖ ❖ ❖
ลกั ษณะกำรปกครอง เศรษฐกิจ และสงั คม สำมำรถแยกอธบิ ำยได้ดังนี 1. ด้ำนกำรปกครอง ในสมัยพระเวท พวกอำรยันอยรู่ วมกนั เปน็ เผ่ำ แตล่ ะเผำ่ จะเปน็ อสิ ระไม่ขึนต่อกัน และประกอบด้วยหน่วยทีเ่ ลก็ ทส่ี ุดไปถงึ ใหญ่ท่ีสดุ ดงั นี
(1) กลุ /ครอบครัว เปน็ หน่วยที่เลก็ ท่สี ุดของสงั คม มีพ่อบำ้ นเป็น หัวหน้ำ (2) คำม/หมูบ่ ้ำน เกดิ จำกกำรรวมกนั ของหลำยๆ ครอบครวั มคี ำมณีเปน็ หัวหน้ำ (3) วิศ/ตำบล เกดิ จำกกำรวมกนั ของหลำยๆ หมู่บำ้ น มีวศิ บดีเป็น หวั หนำ้ (4) ชนะ/เผ่ำ เกดิ จำกกำรวมกนั ของหลำยๆ วศิ มีพระรำชำ/กษัตริย์ เป็นหัวหนำ้
กษัตริยจ์ ะเปน็ ผู้นำในกำรปกครอง และ นำทัพใน ยำมศึก โดยมีผู้ช่วยในกำรบรหิ ำร คอื ปโุ รหิต ซึ่งเป็น พรำหมณ์ทีท่ ำหนำ้ ที่ประกอบพระรำชพิธี เปน็ โหร และ เป็นทป่ี รึกษำของกษัตรยิ ์ นอกจำกนียังมีตำแหนง่ เสนำนี ซ่งึ รบั ผิดชอบดำ้ นกำรทหำร สว่ นตำแหน่ง อ่นื ๆ ท่ีสำคัญรองลงมำ คือ ผ้สู อดแนม มำ้ ใช้ ขุนคลงั และสำรถี
2. ดำ้ นเศรษฐกิจ อำชพี ดงั เดิมของชำวอำรยัน คอื กำรปศสุ ตั ว์ เมื่อมำถึงปลำยสมัยพระเวทได้เปลี่ยนเปน็ กำรเพำะปลกู อำชพี รองลงมำ คอื กำรเลยี งสัตว์ ซึง่ นยิ ม เลียง ม้ำ ส่วนสัตว์ทีส่ ำคญั ทส่ี ดุ คอื ววั ตวั เมยี ซึ่งถือว่ำเปน็ หน่วยวัด ควำมมัน่ คง่ั ทำงเศรษฐกจิ อกี ทงั วัวตวั เมียยงั ใหแ้ รงงำน นม-เนย และ ลกู อกี ด้วย
3. ดำ้ นสงั คม ระยะแรกชนชนั ในสังคมมี 3 ชนชัน คอื นกั รบ นกั บวช และสำมัญชน โดยยังไม่มีเรอ่ื งวรรณะ ตอ่ มำ ไดเ้ กิดควำมรสู้ กึ เก่ียวกับวรรณะขนึ ทงั นเี พรำะพวกอำรยันถอื ตวั วำ่ สูงกวำ่ พวกทรำวฑิ และเกรงว่ำพวกตนจะถูกกลนื เผำ่ พนั ธจุ์ ึงออกกฎหำ้ มแตง่ งำน นอกจำกนีสงั คมอำรยนั ยังให้กำรยกยอ่ งเพศชำย แตไ่ มร่ ังเกียจลูกสำว สว่ นประเพณี สตุ ตี ซึง่ ประเพณหี ญิงม่ำยตอ้ งเผำตัวตำยทังเป็นพร้อม ศพสำมยี ังไมเ่ กดิ ขึน
❖ ❖
❖ ❖ ❖ ❖
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113