วช-ร 03 แผนการจัดการเรียนรู รายวิชา งานสี รหสั วิชา ……… ระดับชั้น มธั ยมศึกษาปที่ 5/3 กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี จัดทาํ โดย นายยศวริศ เพ่ิมบุญ ตาํ แหนง พนักงานราชการ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31ตาํ บลชางเคิ่ง อําเภอแมแจม จังหวัดเชยี งใหม สาํ นักบรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษสํานักงานการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
วช-ร 01 บนั ทกึ ขอ ความสว นราชการ โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 อาํ เภอแมแ จม จังหวดั เชยี งใหมท่ี วนั ท่ี………………………………………………………………………………………………เรอ่ื ง การเสนอแผนการจัดการเรียนรเู พอื่ ขออนญุ าตใชใ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรูเรยี น ผอู าํ นวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31 ขา พเจา ………………………………………………………………………………..………… ตาํ แหนง…………………………………………… กลมุ สาระการเรยี นรู ………………………………….. ไดจ ัดทาํ แผนการจดั การเรยี นรูรายวิชา………………………………………………………….. รหสั วิชา………………………… ช้ัน……………………………………… ภาคเรียนที่…………………ปก ารศึกษา ……………………หนวยการเรียนรทู …ี่ ……. เร่อื ง ………………………………………………….……………………..จํานวน………………..แผน จํานวน………………..ชวั่ โมง รายละเอยี ดดังแนบมาพรอ มน้ี จงึ เรียนมาเพอื่ โปรดทราบและพจิ ารณา ลงช่ือ............................................................ครผู สู อน. (…………………………………………………...) ….……./………………../…………ความเหน็ ของหวั หนา กลมุ /ตัวแทนกลมุ สาระการเรยี นรู ……………………………………………………………..1. สวนประกอบของเอกสารที่ รายการ มี ไมมี หมายเหตุ1 คําอธิบายรายวชิ า2 ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู (ตารางวิเคราะห KPA)3 โครงการสอน/สาระการเรยี นร/ู จํานวน ชม.4 การออกแบบกระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู5 แผนการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู6 รายละเอยี ดแผนการวดั และประเมินการเรยี นรู2. เปน แผนการจดั การเรียนรู ท่ี ( ) ดี ( ) ควรปรบั ปรุง ( ) ดีมาก ( ) พอใช3. เปนแผนการจดั การเรียนรู ท่ี ( ) ท่ีเนนผเู รียนเปนสาํ คัญมาใชใ นการจดั กจิ กรรมไดอ ยา งเหมาะสม ( ) ที่ยังไมเ นน ผเู รียนเปน สาํ คญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป4. เปน แผนการจดั การเรียนรู ท่ี ( ) นําไปใชจ รงิ ( ) ควรปรบั ปรุงกอนนําไปใช5. ขอ เสนอแนะ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ลงชอื่ ………………………………………………………… ( ……………………………………………………. ) หัวหนากลุมสาระการเรียนร/ู ผูแท
ความเห็นของรองผอู ํานวยการกลุมบรหิ ารงานวิชาการ/หวั หนา กลุมบรหิ ารงานวชิ าการ1. เปนแผนการจดั การเรียนรู ท่ี ( ) ดี ( ) พอใช( ) ดีมาก ( ) ควรปรบั ปรงุ2. เปน แผนการจดั การเรยี นรู ที่( ) ที่เนนผเู รยี นเปน สําคญั มาใชใ นการจดั กิจกรรมไดอยา งเหมาะสม( ) ท่ยี ังไมเ นน ผเู รยี นเปน สาํ คญั ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป3. เปน แผนการจดั การเรยี นรู ที่ ( ) ควรปรบั ปรงุ กอ นนาํ ไปใช( ) นาํ ไปใชจริง4. ขอเสนอแนะ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ลงชือ่ ……………………………………………………………. ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) ตาํ แหนง รองผอู ํานวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31ความคิดเห็นของผบู ริหารสถานศกึ ษา ( ) อนุญาตใหใช นาํ แผนการจัดการเรยี นรูน ้ี ไปใชจ ดั กิจกรรมการเรยี นรไู ด ( ) ไมอ นญุ าต เพราะ.................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ……………………………………………………………. (นางวลิ าวัลย ปาลี) ผอู าํ นวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31
คํานํา คมู ือการสอนฉบบั น้ีเปนคูมอื การสอน ทจ่ี ดั ทาํ ข้ึนมาเพอ่ื ใชเ ปนแนวทางในการสอนจริง ของนายยศวรศิ เพิม่ บญุ แผนกวิชาชา งเชอ่ื มโลหะ ดังนั้นจงึ ไดม ีการทําคูมือการสอนน้ี ข้ึนเปนแนวทางในการสอนจริงและการทํางานจริงตอ ไป คูมือการสอนเลมนี้เปนคูมือการสอนรายวิชา งานสี จุดประสงคในการสอนวิชานี้ เพ่ือใหนักเรียนไดปฏิบัติอยางจริงจังทุกประการดังน้ันคูมือการสอนเลมน้ีจึงได รวบรวมรายละเอียดและสวนประกอบหลายๆอยาง ท่ีเก่ียวของในการเรียนการสอน ภายในคูมือเลมนี้จะประกอบไปดวย คูมือวิชาโดยสังเขป แผนการสอนในแตละสัปดาห การเตรียมหนวยการสอน การประเมินผลการเรียนการสอนซ่ึงทุกอยางจะมีรายละเอียดที่ครบถว นเกยี่ วของกบั การสอนใน รายวิชา งานสี ผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา คูมือการสอนเลมน้ีจะทําใหเกิดประโยชนในการสอน ตลอดจน ผูที่มีความสนใจในเรื่องของ งานสี การทําคูมือการสอนเลมน้ีถามีขอผิดพลาดประการใด ทางคณะผูจัดทําตองขออภัยไวณ. ทนี่ ้ดี ว ย ยศวรศิ เพ่ิมบุญ ผูจ ดั ทาํ
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 1รหัสวิชา วชิ า งานสีหนว ยที่ 1 คาบท่ี 1 – 4 ช่อื หนวย คุณสมบตั ิ ชนิดของสี และการใชสี ในงานอตุ สาหกรรมแนวคิด ความปลอดภยั ในการปฏิบัตงิ านเปนส่งิ ที่ตองคํานึงถงึ เปน ลําดบั แรกท้ังเกย่ี วกับสุขภาพรางกายเกี่ยวกับเครือ่ งมอื เก่ยี วกบั ไฟฟา และเกย่ี วกบั สารเคมี สเี ปนสารเคมี มีประโยชนม ากมายทําใหเกิดสวยงาม ปองกันการกดั กรอนสาํ หรบั โลหะ ฯลฯ และสมี ีอทิ ธิพลตอ จิตใจและอารมณ สมี ีสว นประกอบสําคัญอยู 3 สว น คอื เนอื้ สหี รือผงสี เรซินและตัวทาํ ลาย ในการเลือกใชส ีจะตองคาํ นึงถงึ องคประกอบหลายประการเชน คณุ สมบตั ขิ องสี คุณสมบตั ขิ องตวั ทําลาย การแหง ตัวของสีและคณุ สมบัติของสโี ปว เปนตนสาระการเรียนรู 1. ความปลอดภัยในการปฏิบัตงิ านสี 2. ความหมายของการพน สี 3. ประโยชนของสี 4. อิทธพิ ลของสี 5. สว นประกอบของสี 6. คณุ สมบตั ิของตวั ทาํ ละลาย 7. การแหง ตวั ของสี 8. คณุ สมบตั ิของสจี ริง 9. คุณสมบัติของสีพ้นื 10. คณุ สมบตั ิของสโี ปวผลการเรยี นรูทค่ี าดหวัง 1. บอกขอควรระวงั เกยี่ วกบั ความปลอดภัยในงานสีได 2. บอกความหมายของการพนสีได 3. บอกประโยชนของสีได 4. บอกอิทธิพลของสีได 5. อธิบายสวนประกอบของสไี ด 6. อธิบายคุณสมบัตขิ องตวั ทาํ ละลายได 7. อธิบายการแหงตัวของสีได 8. บอกคณุ สมบัติของสจี ริงได 9. บอกคณุ สมบัติของสพี นื้ ได 10. บอกคุณสมบตั ิของสโี ปว ได
กิจกรรมการเรยี นการสอน 1. ผสู อนปฐมนิเทศ วัตถุประสงครายวิชาและการประเมินผล 2. ผเู รียนทําแบบประเมนิ ผลการเรยี นรกู อ นเรียน ขั้นนําเขาสบู ทเรียน 1. ผูส อนถามผูเ รียน บานนกั เรยี นทาสอี ะไร 2. ผเู รียนตอบ สฟี า สนี ้ําตาล ฯลฯ 3. ผูส อนบรรยาย สที ี่ทาภายในกับสีทท่ี าภายนอกจะแตกตา งกันตามระยะการใชงาน ใน ขณะเดยี วกัน สที ่ีใชพ นโลหะ กับสที ใี่ ชพ นไมกม็ คี ุณสมบัตแิ ตกตา งกนั ครบั 4. ผสู อน สรปุ ในสัปดาหน เ้ี ราจะมาศึกษาเก่ยี วกบั คณุ สมบัติ ชนดิ ของสี และการใชสปี ระเภทตา งๆ ขน้ั สอน 1. ผสู อนบรรยายเก่ียวกับ ความปลอดภัยในการปฏบิ ัติงานสี ความหมายของการพนสี ประโยชน ของสี อิทธพิ ลของสี สวนประกอบของสี คุณสมบตั ิของตัวทําละลาย การแหงตัวของสี คุณสมบตั ิ ของสีจริง คุณสมบตั ขิ องสีพืน้ และคณุ สมบัติของสโี ปว 2. ผูเรียนรวมแสดงความคิดเหน็ โดยผสู อนใชคาํ ถามกระตนุ ข้นั สรุปและการประยุกต 1. ผูสอนและผเู รยี นรวมกันสรุปเนื้อหาที่เรียนมา โดยผูสอนช้ีแนะใหผ เู รียนนาํ ความรเู กย่ี วกบั คณุ สมบัติ ของสแี ละชนิดของสีไปประยุกตใ ชในชีวิตประจําวนั 2. ผูเ รียนทําแบบประเมินผลการเรียนรูหลงั เรยี นสื่อการเรียนการสอน 1. หนังสือเรียนวิชา งานสี (2103-2113) ของสาํ นักพิมพศูนยหนังสอื เมอื งไทย 2. แผน ใส 3. ชิน้ งานจริงการวัดและการประเมินผล วิธวี ดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. สงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรหู นวยท่ี 1 4. สงั เกตและประเมินพฤติกรรมดา นคณุ ธรรม จริยธรรม คา นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค เครอื่ งมือวัดผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมินผลการเรยี นรหู นวยท่ี 1 3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คานยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค โดยผสู อนและผเู รียน รว มกนั ประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ ผล 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑผา น ตองไมมชี องปรับปรงุ
2. ผูเรียนตอ งเกิดพฤตกิ รรมทั้ง 5 อยา ง ครบตามแบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม จงึ ถือวา ผาน เกณฑ 3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยที่ 1 เกณฑผ า น ทําถูกตองครึ่งหนึ่ง 4. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค คะแนนข้ึนอยูก บั การ ประเมนิ ตามสภาพจริงบันทกึ หลังสอน
เฉลยใบทดสอบขอท่ี เฉลย ขอ ท่ี เฉลย 1 ก. ปองกนั การเกิดสนมิ 16 ค. ไมน อ ยกวา 30 วนั 2 ข. นาํ มาใชเปนสญั ลกั ษณแสดงความ 17 ค. ตัวรดี วิ เซอรแ ละการทําปฏิกริ ิยา ปลอดภยั ในงานอตุ สาหกรรม ระหวางสกี ับออกซเิ จน 3 ค. ทําความสะอาดไดงา ย 18 ข. นํ้ามนั สน 4 ก. เน้อื สี กาว และตวั ทําละลาย 19 ข. ทาํ หนา ทีเ่ ปน กาว 5 ค. ชว ยละลายสใี หเ หลว 20 ก. ธรรมชาติ 6 ก. ทนิ เนอร 21 ก. สีอคั คดิ อีนาเมล 7 ง. นา้ํ 22 ค. เหล็ก 8 ง. อฐิ คอนกรตี . 23 ข. ตะกั่วโครเบต 9 ก. ยางมะตอย 24 ก. สีไพรเมอร10 ก. ทอ นํ้า 25 ก. 1 ชั่วโมง11 ก. ใชพ น รถยนต 26 ก. สามารถอุดรอยขีดขวนเล็กได12 ก. ทนิ เนอร 24 ค. สโี ป13 ค. 24 ชว่ั โมง 28 ค. ตองมีการเกาะยดึ ระหวา งชั้นสีดี14 ค. สีอีนาเมล หรือวานิช จะเกิดอาการ 29 ค. เนอื้ สี และตวั ทําใหแขง็ 30 ก. สีพ้ืนไพรเมอร ลอกพองออกมา15 ก. เทอรโ มพลาสติก
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 2รหสั วิชา วิชา งานสีหนวยท่ี 2 คาบท่ี 5-8 ชือ่ หนวย การเตรยี มผิวงาน และการโปส ีแนวคิด การเตรียมช้ินงานสําหรับโปวจะตองใหพ้ืนผิวปราศจากคราบไขมัน จารบีหรือฝุนละอองถามีสนิมจะตองขจัดออกใหหมด มีเคร่ืองมือที่ใชชวยเตรียมผิวชิ้นงาน เชน คอนเคาะข้ึนรูป คอนตูและคอนกระตุกเปนตน และจะเรียนรูวิธีการใชเครื่องมือที่ถูกตองดวย ในการผสมสีโปวจะตองมีการผสมตามข้ันตอนที่ถูกตองจนกระท้ังสีโปวท่ีผสมกลมกลืนเปนเน้ือเดียวกันพรอมท่ีจะใชงาน การโปวสีจะใชมีดโปวสีเปนเคร่ืองมือชวย โดยผปู ฏิบัตงิ านจะตอ งควบคุมมมุ ของมดี โปวใหถูกตองและปาดเนื้อสโี ปวจนไดค ุณภาพงานตามตองการสาระการเรยี นรู 1. การเตรียมผิวช้ินงานสําหรบั โปพลาสติกฟล เลอร 2. เครือ่ งมือท่ีใชใ นการเคาะขน้ึ รูป 3. วิธีการใชเคร่ืองมือ เคาะขน้ึ รูป 4. วธิ ีการเคาะข้นึ รูป 5. การผสมสีโป 6. การโปส ี 7. มมุ ของมีดโป 8. ใบงานที่ 1 การเตรยี มผิวงานการโปสี และการโปสี 1.1 การเตรยี มผิวงาน 1.2 การโปส ี 9. ใบงานที่ 1.3 การขดั สีโป 10. สรุปสาระสาํ คัญผลการเรียนรทู ่คี าดหวัง 1. อธบิ ายการเตรียมผวิ ช้ินงานสําหรับการโปพ ลาสตกิ ฟล เลอรได 2. บอกวิธีการใชอปุ กรณเครื่องมือขน้ึ รูปโลหะได 3. บอกข้ันตอนในการผสมสโี ปว ไดอยา งถูกตอง 4. บอกวิธกี ารปาดมีดโปวไดอยางถูกตอง 5. ตระหนักถึงความปลอดภัยในการปฏบิ ตั ิงาน 6. ใชเ ครื่องมือในการรางแบบไดถกู ตอง 7. รางแบบ (Lay-Ouy) ตามใบงานไดถ ูกตอ ง 8. ใชเ คร่อื งมือ และอปุ กรณใ นการปฏิบตั ิงานเคาะข้นึ รูปไดถ ูกตอ ง 9. เตรียมผิวงานกอนเคาะขนึ้ รปู ไดถูกตอง 10. ปฏิบตั ิการเคาะขึน้ รปู ไดถ ูกตอง 11. ใชเครื่องมือ และอุปกรณในการปฏบิ ตั ิงานการโปส ี และขัดสีโปไดถ ูกตอง 12. ผสมสโี ปใหแ ข็งไดถูกตอง 13. ปฏิบัติการโปส ไี ดถ ูกตอง
14. ขัดสไี ปไดอยา งถูกตอ งกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ผเู รยี นทําแบบทดสอบกอนเรียน ข้ันนาํ เขาสบู ทเรยี น 1. ผสู อนบรรยาย การปฏบิ ตั งิ านสีนน้ั สง่ิ ท่ีสาํ คญั ไมนอยไปกวาความรเู ร่ืองสีกค็ ือ การเตรียมผวิ งาน เชน การเคาะแตง พ้ืนผวิ กอ นการพน สีและการโปสี 2. ผสู อนสรปุ ในสัปดาหนี้เราจะมาศึกษาเกี่ยวกบั การเตรียมผวิ งาน ข้ันสอน 1. ผูส อนบรรยายการเตรียมผิวชนิ้ งานสาํ หรบั การโปวพลาสตกิ ฟล เลอร ขน้ั สรุปและการประยกุ ต 1. ผสู อนและผูเรียนรวมกนั สรุปเน้ือหา 2. ผเู รียนทาํ แบบทดสอบหลังเรียนส่ือการเรยี นการสอน 1. หนังสอื เรยี นวชิ า งานสี (2103-2113) 2. ชิ้นงานจรงิการวัดและการประเมินผล วิธวี ดั ผล 1. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. สังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรหู นวยท่ี 2 4. สงั เกตและประเมินพฤติกรรมดา นคณุ ธรรม จริยธรรม คานิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค เครอื่ งมือวัดผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรหู นวยที่ 2 3. ใบบันทึกผล 4. แบบประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน 5. ผูเ รยี นทําแบบทดสอบหลังเรียน 6. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค โดยผูสอนและผูเรยี น รวมกันประเมิน เกณฑก ารประเมินผล 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑผ า น ตองไมม ีชองปรบั ปรุง 2. ผเู รียนตอ งเกดิ พฤติกรรมทงั้ 5 อยาง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม จงึ ถือวา ผา นเกณฑ
3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรหู นวยท่ี 2 เกณฑผ า น ทาํ ถูกตองครง่ึ หนึง่ 4. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยูกบั การ ประเมนิ ตามสภาพจริงบันทึกหลังสอน
เฉลยใบทดสอบขอ ท่ี เฉลย 1 ก. คอ นงอนหรือคอนหวั แพะ 2 ข. คอ นตู 3 ก. คอนกระตกุ 4 ค. จับใหด ามโผลเลยออกมาจากมือประมาณ 10 – 20 มม. 5 ข. จากขอ ศอก 6 ค. เชอื่ มแหวนใหต ิดบริเวณรอยบุบแลว ใชข อเกย่ี วดึง ขณะเคาะ 7 ก. สโี ปพ ลาสตกิ กอ นนํามาใชงานควรคนใหเน้ือสีและ สารละลายภายในกระปองใหเ ปน เนื้อเดียวกันเสียกอน 8 ค. ควรถือมีดโปท ํามมุ ประมาณ 80 กบั ผวิ งาน 9 ก. ควรใชส โี ปแตนอ ย ปาดเพียงบางๆ บนสพี ื้นกอน10 ค. มีดโปย าง
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 3รหสั วชิ า วิชา งานสีหนวยท่ี 2 คาบท่ี 9-12 ชอ่ื หนวย การเตรียมผวิ งาน และการโปส ีแนวคดิ การเตรียมชิ้นงานสําหรับโปวจะตองใหพ้ืนผิวปราศจากคราบไขมัน จารบีหรือฝุนละอองถามีสนิมจะตองขจัดออกใหหมด มีเคร่ืองมือท่ีใชชวยเตรียมผิวชิ้นงาน เชน คอนเคาะขึ้นรูป คอนตูและคอนกระตุกเปนตน และจะเรียนรูวิธีการใชเคร่ืองมือที่ถูกตองดวย ในการผสมสีโปวจะตองมีการผสมตามขั้นตอนท่ีถูกตองจนกระท้ังสีโปวท่ีผสมกลมกลืนเปนเนื้อเดียวกันพรอมที่จะใชงาน การโปวสีจะใชมีดโปวสีเปนเครื่องมือชวย โดยผูปฏิบตั งิ านจะตอ งควบคุมมมุ ของมีดโปว ใหถูกตองและปาดเนื้อสีโปวจนไดค ณุ ภาพงานตามตอ งการสาระการเรียนรู 1. การเตรียมผวิ ชนิ้ งานสําหรบั โปพ ลาสตกิ ฟลเลอร 2. เครื่องมอื ที่ใชใ นการเคาะข้นึ รูป 3. วิธีการใชเคร่ืองมือ เคาะขน้ึ รูป 4. วิธีการเคาะข้ึนรูป 5. การผสมสโี ป 6. การโปสี 7. มมุ ของมดี โป 8. ใบงานที่ 1 การเตรียมผวิ งานการโปสี และการโปส ี 1.1 การเตรยี มผิวงาน 1.3 การโปส ี 9. ใบงานที่ 1.3 การขดั สโี ป 10. สรุปสาระสาํ คัญผลการเรยี นรทู ค่ี าดหวงั 1. อธิบายการเตรียมผวิ ชน้ิ งานสําหรบั การโปพ ลาสตกิ ฟล เลอรได 2. บอกวธิ ีการใชอปุ กรณเครื่องมือข้ึนรูปโลหะได 3. บอกข้นั ตอนในการผสมสีโปว ไดอยางถูกตอง 4. บอกวิธกี ารปาดมีดโปวไดอ ยางถูกตอง 5. ตระหนักถึงความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั ิงาน 6. ใชเ ครื่องมือในการรางแบบไดถกู ตอง 7. รางแบบ (Lay-Ouy) ตามใบงานไดถ ูกตอ ง 8. ใชเครอ่ื งมือ และอุปกรณในการปฏิบตั ิงานเคาะขน้ึ รปู ไดถูกตอ ง 9. เตรียมผิวงานกอนเคาะข้ึนรปู ไดถ ูกตอ ง 10. ปฏิบตั กิ ารเคาะขึน้ รปู ไดถูกตอง 11. ใชเ คร่อื งมือ และอปุ กรณในการปฏิบัติงานการโปส ี และขดั สโี ปไ ดถกู ตอง 12. ผสมสโี ปใหแ ขง็ ไดถกู ตอง 13. ปฏบิ ัติการโปส ไี ดถูกตอง
14. ขดั สีไปไดอ ยา งถกู ตอ งกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ผเู รยี นทาํ แบบทดสอบกอนเรียน ขั้นนาํ เขา สูบทเรยี น 1. ผูสอนบรรยาย การปฏบิ ัตงิ านสีนนั้ สง่ิ ท่สี ําคัญไมน อ ยไปกวา ความรูเร่อื งสีก็คือ การเตรียมผวิ งาน เชน เครือ่ งมือที่ใชใ นการเคาะข้ึนรูป การเคาะแตง พนื้ ผวิ กอนการพน สีและการโปว สี 2. ผูส อนสรุป ในสปั ดาหนเ้ี ราจะมาศึกษาเกีย่ วกบั เครื่องมือในการเคาะข้ึนรูป และการขึ้นรูปชน้ั งาน ข้ันสอน 1. ผสู อนบรรยายและสาธิตเกยี่ วกบั เครื่องมือทีใ่ ชในการเคาะขึ้นรปู วิธีการใชงาน วธิ ีการเคาะขน้ึ รปู 2. ผูสอนสาธิตวิธกี ารเคาะขึ้นรปู ขนั้ สรุปและการประยุกต 1. ผสู อนและผูเรยี นรว มกนั สรุปเนอื้ หาและทกั ษะทไ่ี ดรบั จากการปฏบิ ตั ิ 2. ผูเ รียนทําแบบทดสอบหลังเรียนสื่อการเรียนการสอน 1. หนงั สือเรยี นวชิ า งานสี (2103-2113) 2. ชิน้ งานจรงิการวัดและการประเมนิ ผล วธิ ีวัดผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ 3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรหู นวยท่ี 2 4. สังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค เครื่องมอื วัดผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยท่ี 2 3. ใบบนั ทกึ ผล 4. แบบประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน 5. ผูเรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน 6. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค โดยผูสอนและผูเรยี น รว มกนั ประเมนิ
เกณฑการประเมินผล 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑผาน ตองไมมีชองปรับปรงุ 2. ผเู รียนตองเกดิ พฤตกิ รรมทั้ง 5 อยาง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม จึงถอื วา ผา นเกณฑ 3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรูหนวยท่ี 2 เกณฑผาน ทาํ ถูกตองครง่ึ หน่ึง 4. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยกู บั การ ประเมินตามสภาพจรงิบนั ทกึ หลังสอน
เฉลยใบทดสอบตอนท่ี 1ขอที่ เฉลย ขอ ที่ เฉลย 1 ค. 14.7 ปอนด/ ตารางนิ้ว 16 ง. ตา นทานตอสารทําละลายได (Solvent) 2 ก. เคร่ืองอดั อากาศแบบลกู สูบ 17 ข. ยางบนู า (Buna-N) 3 ข. เครอื่ งอดั อากาศแบบแผน 18 ก. ยางพาราหรือยางธรรมชาติ ไดอะแฟรม (Natural Rubber) 4 ก. ขนาดเล็ก 19 ข. ทองเหลอื 5 ค. จํานวนหรือปรมิ าตรของอากาศ 20 ค. φ 3 น้ิว ทไ่ี หลออกมา 8 6 ก. สถานที่ที่ไมม ีไฟฟาใช 21 ค. 25-50 ฟุต 7 ข. เครื่องอัดอากาศชนิดใช 22 ข. 12 ฟตุ 23 ข. สีแดง พลังงานจากมอเตอร 24 ค. สดี ํา 8 ค. มเี ครื่องกรองอากาศและเครื่อง 25 ข. มคี วามดนั นอยกวา ทท่ี รานส ควบคุมความดันอยูในชุดเดยี วกนั ฟอรเ มอร 9 ก. 30-35 ปอนด/ตารางนว้ิ 26 ก. กาพน สแี บบซักชันฟด 10 ค. 40-45 ปอนด/ตารางนิ้ว 27 ข. กาพนสีแบบเพรสเซอรฟด 28 ค. กาพน สแี บบกราวติ ี 11 ก. 20-25 ปอนด/ตารางนิว้ 29 ง. กาพน สแี บบแอรเลส 12 ง. 45-60 ปอนด/ ตารางน้วิ 30 ค. ขนาดใหญ 13 ข. φ 3 นว้ิ 4 14 ข. ชน้ั สอดใยเชอื ก 15 ข. ทนตอการขดี ขวนไดด ี
ตอนท่ี 2 เฉลย ขอ ท่ี 1 2 (ตอบ มเี ศษสีหรือสง่ิ อดุ ตันทางเดนิ ของอากาศบริเวณหูขา งใดขา ง 3 หนึ่งของฝาครอบ) 4 5 6 (ตอบ มีสาเหตมุ าจากใชความดนั ตาํ่ เกินไป) 7 8 9 10 (ตอบ สีแลกเกอร) 11 12 13 14 (ตอบ ควรพนบริเวณขอบหรือบรเิ วณมมุ ทง้ั หมดกอน หลังจากนัน้ 15 จึงทาํ การพนพน้ื ผิวเรยี บในภายหลงั )
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 4รหัสวิชา วชิ า งานสีหนวยท่ี 2 คาบท่ี 13-16 ชอ่ื หนวย การเตรียมผิวงาน และการโปส ีแนวคิด การเตรียมช้ินงานสําหรับโปวจะตองใหพ้ืนผิวปราศจากคราบไขมัน จารบีหรือฝุนละอองถามีสนิมจะตองขจัดออกใหหมด มีเครื่องมือท่ีใชชวยเตรียมผิวช้ินงาน เชน คอนเคาะข้ึนรูป คอนตูและคอนกระตุกเปนตน และจะเรียนรูวิธีการใชเครื่องมือท่ีถูกตองดวย ในการผสมสีโปวจะตองมีการผสมตามข้ันตอนท่ีถูกตองจนกระท้ังสีโปวที่ผสมกลมกลืนเปนเนื้อเดียวกันพรอมที่จะใชงาน การโปวสีจะใชมีดโปวสีเปนเครื่องมือชวย โดยผปู ฏิบัตงิ านจะตอ งควบคมุ มุมของมีดโปว ใหถ ูกตองและปาดเน้ือสีโปวจนไดคณุ ภาพงานตามตองการสาระการเรียนรู 1. การเตรียมผวิ ชิน้ งานสําหรบั โปพ ลาสตกิ ฟล เลอร 2. เครื่องมือท่ีใชในการเคาะข้นึ รูป 3. วิธกี ารใชเ ครื่องมือ เคาะขน้ึ รูป 4. วิธีการเคาะข้นึ รูป 5. การผสมสีโป 6. การโปส ี 7. มุมของมดี โป 8. ใบงานท่ี 1 การเตรยี มผวิ งานการโปส ี และการโปสี 1.1 การเตรยี มผิวงาน 1.4 การโปส ี 9. ใบงานที่ 1.3 การขดั สีโป 10. สรปุ สาระสาํ คัญผลการเรียนรทู ีค่ าดหวงั 1. อธิบายการเตรยี มผิวช้ินงานสําหรบั การโปพ ลาสตกิ ฟล เลอรได 2. บอกวิธกี ารใชอปุ กรณเคร่อื งมือขึน้ รปู โลหะได 3. บอกข้ันตอนในการผสมสโี ปวไดอ ยางถูกตอง 4. บอกวธิ กี ารปาดมดี โปวไดอยางถูกตอง 5. ตระหนกั ถึงความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั ิงาน 6. ใชเ ครือ่ งมือในการรางแบบไดถูกตอง 7. รางแบบ (Lay-Ouy) ตามใบงานไดถ ูกตอ ง 8. ใชเคร่ืองมือ และอปุ กรณใ นการปฏิบัติงานเคาะขึ้นรปู ไดถ ูกตอง 9. เตรยี มผิวงานกอ นเคาะขนึ้ รปู ไดถ ูกตอง 10. ปฏิบัติการเคาะขึ้นรูปไดถูกตอง 11. ใชเ ครื่องมือ และอุปกรณใ นการปฏบิ ัติงานการโปสี และขดั สีโปไดถูกตอง 12. ผสมสีโปใ หแ ขง็ ไดถูกตอง 13. ปฏิบัตกิ ารโปสไี ดถูกตอง
14. ขดั สีไปไดอ ยา งถกู ตองกิจกรรมการเรยี นการสอน 1. ผเู รยี นทาํ แบบทดสอบกอนเรียน ขนั้ นําเขา สูบ ทเรยี น 1. ผสู อนบรรยาย การปฏิบัติงานสีนนั้ สงิ่ ท่สี าํ คัญไมนอ ยไปกวา ความรเู ร่ืองสีกค็ ือ การผสมสีโปว 2. ผูสอนสรุป ในสปั ดาหน ้ีเราจะมาศกึ ษาเกีย่ วกับการผสมสโี ปว ขนั้ สอน 1. ผสู อนบรรยายและสาธติ เกี่ยวกบั การผสมสีโปว การโปว สีและมุมของมีดโปว 2. ผสู อนสาธิตวธิ ีการผสมสีโปวและการใชมดี โปว ข้ันสรุปและการประยุกต 1. ผูสอนและผเู รยี นรวมกันสรปุ เนอื้ หาและทักษะท่ีไดรับจากการปฏิบตั ิ 2. ผูเ รยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรียนสอื่ การเรียนการสอน 1. หนงั สอื เรียนวิชา งานสี (2103-2113) 2. ช้นิ งานจริงการวัดและการประเมินผล วธิ ีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรหู นวยท่ี 2 4. สงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมดา นคณุ ธรรม จริยธรรม คา นิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค เครื่องมอื วัดผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยที่ 2 3. ใบบันทึกผล 4. แบบประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน 5. ผูเ รยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น 6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค โดยผสู อนและผเู รียน รว มกันประเมิน
เกณฑก ารประเมนิ ผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑผาน ตองไมมีชองปรับปรงุ 2. ผเู รียนตองเกดิ พฤตกิ รรมทง้ั 5 อยาง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม จึงถอื วา ผา นเกณฑ 3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยท่ี 2 เกณฑผาน ทาํ ถูกตองครง่ึ หน่ึง 4. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยกู บั การ ประเมินตามสภาพจรงิบนั ทึกหลังสอน
เฉลยใบทดสอบตอนท่ี 1 เก่ยี วกบั กฎ 8 ขอ สาํ หรับชา งพน สี1. กฎขอ ที่ 1 ทําความสะอาดผวิ งาน (Clean The Surface) ทําใหแ นใจวาผิวหนา งานทีจ่ ะนาํ ไปพนสีตองปราศจากฝุน ผงไขมันตา ง ๆ อยางสิน้ เชงิ ซง่ึ สามารถทาํ ไดโ ดยใชนํ้าสะอาดลางฝนุ ผง ใชน า้ํ ยาลางไขมนั ลางไขมันตา ง ๆ ผิวโลหะจาํ เปนตองทําใหเ ปน รอยขรุขระ เนือ้ สจี ะไดเ กาะฝง ตัวไดแนนมากที่สุด โดยใชส ารจําพวกฟอสเฟท2. กฎขอที่ 3 ใชทินเนอรท ่ีมคี ุณภาพสูง (Top Quality Thinner) การคิดท่ีจะตดั ตน ทนุ ใหต่าํ ลงโดยการใชน ํา้ มนั ผสมสรี าคาถูกหรือชนดิ ทีม่ ีคุณภาพตํา่ เปน การคดิ ผดิ เพราะการใชนาํ้ มันผสมสที ่ีมคี ุณภาพตํา่ จะทาํ ใหเกิดผลเสยี ข้ึนหลังจากการพน สีแลวไมนานนัก และจะไมมี ทางแกได นอกจากวา จะทาํ การพน สีใหมเ ทานน้ั ฉะน้ัน คุณภาพของงานท่ีไดร ับจึงตอ งควบคไู ปกับคุณภาพ ทดี่ ขี องน้าํ มันผสมสี3. กฎขอที่ 5 คนใหเขา กนั ตลอด (Stir Thoroughly) ไมว าจะเปน สชี นดิ ใดกต็ ามทํามาจากโรงงานใดก็แลว แตจ ะเปน สแี ลคเคอร สีอีนาเมล หรอื สพี น้ื ใด ๆ ก็ตามจะตอ งคนหรอื เขยา ใหเ นอื้ สีเรซนิ และน้าํ มันผสมสภี ายในกระปองใหเ ขากันโดยตลอดเสมอกอน การนาํ ไปใช4. กฎขอท่ี 7 วธิ ีการพน สที ถ่ี ูกตอง (Correct Painting Procedure) เทคนคิ ของการพนสี เชน หวั ฉีดของกาพน สจี ะตองอยใู นลักษณะต้งั ฉากกับผิวงานตลอดเวลา มี ระยะหางจากผวิ งานประมาณ 6 – 10 นิ้ว แพ็ทเทินของสที ่ีออกมาจากหัวฉดี ควรเปนรปู วงรกี วา งประมาณ 2 น้ิว ยาวประมาณ 5 – 6 นว้ิตอนท่ี 2 อธิบายถึงสาเหตุของปญ หาท่ีเกิดจากการพน สี และวิธีแกไขในปญหาตอไปนี้1. สเี ย้ิมและไหลยอย ลักษณะสไี มเรยี บแตก ลับไหลยอยเปน ทางลงมา สาเหตเุ กิดจาก 1. ถือปน พนสีใกลช ิ้นงานมากเกินไป 2. เคลอื่ นปนพน สชี า เกนิ ไป 3. ปรบั ปุมปรบั สีใหสอี อกมากไป 4. แรงดนั ลมต่าํ เกินไป 5. ถา เกิดอาการสเี ยิม้ และยอยท่ีสวนกลางของงานอาจเกิดจากระยะถือปนชว งนน้ั ใกลไ ป วิธีแกไข ปรบั ตาํ แหนงตา ง ๆ จากสาเหตทุ เ่ี กิดขึ้นใหม เชน ถา เกดิ จากการถือปน พน สีใกลไป กค็ วรถอื ปนใหห าง ออกมา เคล่ือนปน พนสีใหเ ร็วข้ึนและสงั เกตเวลาพนสีวา เปนปกตหิ รือไม หรอื ในกรณีความดันต่ําควรปรับ ความดนั ใหเ หมาะสม (40 – 45 ปอนด/ตารางนว้ิ ) เปนตน2. ผิวสที ีพ่ น เสรจ็ แลว มีลกั ษณะเปนผิวสม
ลักษณะผิวไมเ รยี บแตก ลับมีลักษณะคลา ยผวิ ของเปลอื กสม สาเหตเุ กิดจาก 1. เกิดจากการเอยี งแพทเทนิ ดานใดดา นหน่งึ เขา ใกลช น้ิ งานไป 2. เกดิ จากสขี นเกินไป วิธีแกไข กรณีที่เกดิ จากแพ็ทเทินก็ใหถือปน พนสใี หตั้งฉากกับงาน สวนกรณที ส่ี ีขนเกินไปควรผสมตวั ทาํ ละลาย เพิ่ม (นํ้ามันสน สําหรับสแี หงชา และ ทนิ เนอร สาํ หรบั สแี หง เรว็ )3. ผวิ สีเปน สีขาวข้นึ ฝา ลกั ษณะเปนสีขาวขนุ หรือบางครั้งคลายสีรุง เกิดหลงั จากการพนโดยมากมักเกดิ กบั สีแลคเคอร สาเหตุเกิดจาก 1. ความชนื้ บริเวณที่พน สีสูง 2. ใชท นิ เนอรหรอื นํ้ามนั สนชนดิ คุณภาพตํ่า วธิ แี กไข ปรบั ปรงุ บริเวณท่ีพนใหลดความชื้นอาจตองใชไฟฟาเพ่ิมอุณหภูมิ หรอื กรณีทนิ เนอร น้าํ มนั สน ควร เลือกใชท ินเนอรและนํ้ามนั สนทม่ี คี ุณภาพสงู4. เกดิ รอยยน ลักษณะยนคลายกับทานา้ํ ยาลอกสี ขณะที่ทําการพน หรอื ขณะทส่ี กี าํ ลังจะแหง สาเหตเุ กดิ จาก 1. สารละลายท่ผี สมสที ับหนา ใหมทาํ ปฏกิ ริ ยิ ากบั สีทบั หนา เดิม 2. ชน้ั ระหวา งการพนสยี ังไมแหงดีพอ (สีอนี าเมล) แลว พน สใี หมทับลงไป 3. ใชทินเนอร หรอื รีดิวเซอรผิด 4. เตรียมพนื้ ผวิ งานไมสะอาดพอ วิธแี กไข ขดั สที ี่ยน ออกจนกระท่ังถงึ สีพ้ืน แลว พิจารณาปญหาท่ีเกดิ ขึ้น และปรบั ปรุงแกไ ขกอนทาํ การพน สีทบั หนาใหม5. สีผอง ลกั ษณะเปน เม็ดพองขนึ้ มาหรือลกั ษณะรอนเปน จดุ ๆ ไมจ บั ชิน้ งาน สาเหตุเกดิ จาก 1. พน้ื งานกอนทําการพน สมี คี วามช้นื เกาะอยู 2. การเตรยี มผิวพืน้ ชิ้นงานไมถ ูกตอ งและพอดี 3. ใชสีชนดิ เลว หรือใชส ีผิดประเภทกบั สีเดมิ ท่เี ปน สีเกา 4. พนสที บั หนา หนาเกินไป 5. ลมท่ีใชพนมีละอองนาํ้ นํา้ มนั ลมสกปรก วธิ ีแกไข ตรวจสอบสาเหตุ และแกไข จากนั้นใชกระดาษทรายขัดสบี ริเวณที่พอง และทาํ การพน สใี หม
6. สีแตกราวเปน รอยที่ผวิ หนาของสี ลักษณะสแี ตกเปน รอย บางครง้ั มลี ักษณะคลา ยดินแตกระแหง สาเหตเุ กดิ จาก 1. พน สที ับหนา หนาเกนิ ไป 2. ผสมสยี ังไมเ ขา เปน เนอ้ื เดียวกัน 3. สีระหวางช้นั ยงั ไมแหง ดีพอ 4. ผวิ พืน้ เตรยี มไวไ มด ี วิธแี กไข ขัดสีทแ่ี ตกออกจนกระทงั่ ถึงสีพืน้ แลว พจิ ารณาปญหาที่เกิดขึ้น และปรบั ปรงุ แกไ ขกอนทําการพน สใี หม
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 5รหสั วชิ า วชิ า งานสีหนว ยที่ 2 คาบที่ 17-20 ชือ่ หนวย การเตรยี มผวิ งาน และการโปส ีแนวคิด การเตรียมชิ้นงานสําหรับโปวจะตองใหพ้ืนผิวปราศจากคราบไขมัน จารบีหรือฝุนละอองถามีสนิมจะตองขจัดออกใหหมด มีเคร่ืองมือที่ใชชวยเตรียมผิวช้ินงาน เชน คอนเคาะข้ึนรูป คอนตูและคอนกระตุกเปนตน และจะเรียนรูวิธีการใชเครื่องมือท่ีถูกตองดวย ในการผสมสีโปวจะตองมีการผสมตามขั้นตอนท่ีถูกตองจนกระทั้งสีโปวที่ผสมกลมกลืนเปนเน้ือเดียวกันพรอมท่ีจะใชงาน การโปวสีจะใชมีดโปวสีเปนเคร่ืองมือชวย โดยผปู ฏิบตั ิงานจะตองควบคมุ มมุ ของมดี โปวใหถกู ตองและปาดเนื้อสโี ปวจนไดค ณุ ภาพงานตามตอ งการสาระการเรียนรู 1. การเตรยี มผวิ ชิ้นงานสําหรบั โปพลาสติกฟล เลอร 2. เครอ่ื งมือท่ีใชใ นการเคาะขนึ้ รูป 3. วธิ กี ารใชเ คร่ืองมือ เคาะขึน้ รูป 4. วธิ กี ารเคาะขึ้นรปู 5. การผสมสีโป 6. การโปส ี 7. มมุ ของมดี โป 8. ใบงานท่ี 1 การเตรียมผิวงานการโปสี และการโปส ี 1.1 การเตรยี มผิวงาน 1.2 การโปส ี 9. ใบงานที่ 1.3 การขดั สีโป 10. สรปุ สาระสําคัญผลการเรียนรทู ่คี าดหวงั 1. อธบิ ายการเตรยี มผวิ ชิน้ งานสาํ หรับการโปพลาสตกิ ฟล เลอรได 2. บอกวธิ ีการใชอุปกรณเครือ่ งมือขน้ึ รปู โลหะได 3. บอกขน้ั ตอนในการผสมสโี ปวไดอยางถูกตอง 4. บอกวิธีการปาดมดี โปว ไดอ ยางถูกตอง 5. ตระหนกั ถึงความปลอดภยั ในการปฏิบัตงิ าน 6. ใชเ ครือ่ งมือในการรา งแบบไดถกู ตอง 7. รา งแบบ (Lay-Ouy) ตามใบงานไดถูกตอ ง 8. ใชเครื่องมือ และอุปกรณในการปฏิบตั งิ านเคาะขน้ึ รูปไดถ ูกตอ ง 9. เตรยี มผวิ งานกอ นเคาะขน้ึ รปู ไดถูกตอง 10. ปฏิบัติการเคาะขึน้ รูปไดถ ูกตอง 11. ใชเครอื่ งมือ และอปุ กรณในการปฏิบัตงิ านการโปสี และขดั สีโปไ ดถ ูกตอง 12. ผสมสโี ปใ หแขง็ ไดถกู ตอง 13. ปฏบิ ัตกิ ารโปส ไี ดถ ูกตอ ง
14. ขดั สีไปไดอยา งถกู ตอ งกิจกรรมการเรยี นการสอนข้นั นําเขา สบู ทเรียน1. ผสู อนทบทวนความรเู ดิม โดยผูเ รยี นแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั ความรแู ละทักษะท่ไี ดร บั เพอ่ื นาํ ประสบการณมาเชอื่ มโยงสคู วามรใู หมขน้ั สอน1. ผูสอนบรรยายและสาธิตเก่ยี วกับการเตรียมผิวงานการโปวสีและสีโปวตามใบงานท่ี 12. ผูเรียนปฏิบัติตามใบงานที่ 1 ขน้ั สรปุ และการประยุกต ผเู รียนแสดงความคิดเหน็ โดยผสู อนใชคําถาม 1. ผสู อนและผูเรยี นรว มกนั สรุปเนื้อหาในบทเรยี น กระตุนสอ่ื การเรยี นการสอน 1. หนงั สือเรียนวชิ า งานสี (2103-2113) 2. ชิน้ งานจริงการวัดและการประเมินผล วิธวี ดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม 3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรูหนวยที่ 2 4. สงั เกตและประเมินพฤติกรรมดา นคณุ ธรรม จริยธรรม คา นิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค เครอ่ื งมือวดั ผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยที่ 2 3. ใบบนั ทึกผล 4. แบบประเมินผลการปฏิบตั งิ านตามใบงานที่ 1 5. ผูเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน 6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม คานิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค โดยผูสอนและผูเรยี น รวมกนั ประเมินเกณฑการประเมินผล1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑผา น ตองไมมชี องปรบั ปรงุ2. ผเู รียนตองเกิดพฤตกิ รรมทั้ง 5 อยา ง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม จงึ ถือวา ผานเกณฑ3. แบบประเมินผลการเรยี นรหู นวยท่ี 2 เกณฑผาน ทําถกู ตองคร่งึ หนง่ึ
4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยูกบั การ ประเมนิ ตามสภาพจริงบันทึกหลังสอน
ตอนท่ี 1 ขอ ท่ี เฉลย 1. ข. ชวงเรง ปฏกิ ริ ยิ าระหวางเนือ้ สี และตวั ทําใหแขง็ 2. ค. ชวงเวลาในการเรงการแหงตวั ของสี 3. ค. 20 – 30 นาที 4. ก. ทาํ การพน สีในฤดหู นาว 5. ข. หลังจากพนสรี องพ้นื เสร็จแลวตอนที่ 2 1. ตอบ ยาขดั สีทําหนา ที่สาํ หรบั ขัดยอดสีแลคเกอรท ่ีพนเสรจ็ แลว ใหเสมอกนั ยง่ิ ขน้ึ ซึ่งมีผล สีชนิ้ มนั เปน แวววาวหรือทําหนา ที่ขัดสีเดิมใหเ ปนสีใหมส ดใสยงิ่ ขึ้น 2. ตอบ มี 2 วธิ ี คือ ขดั ดว ยมือ , ขดั ดวยเครือ่ ง การขัดสีพนใหมด วยมือควรทําดังนี้ 1. สีทพ่ี น เสรจ็ แลวนั้นเปน สีแลคเคอร และสีแหงดีแลว อยา งนอยท่ีสุดถา เปนการพนสรี ถยนต ทงั้ คนั ควรท้งิ ไวจนครบ 24 ชว่ั โมงแลว จึงทําการขดั สี ถา เปนงานซอ มสีเฉพาะแหง (Touch – up) ก็ท้ิงไวป ระมาณ 45 – 60 นาที ก็ทําการขดั เบาได การทต่ี องรอใหส แี หงก็ เพราะจะทาํ ใหก ารขดั สะดวกและสไี มถลอก นอกจากนัน้ เม่อื ขัดเสรจ็ เรยี บรอ ยแลว สีจะไม เกิดการดานขึ้นมาอีก ถาขัดสีท่แี หง ไมส นิทจะกลับดานขนึ้ มาอีกซ่ึงจะทาํ ใหเสยี เวลาในการ ขดั อีกคร้งั หนึ่ง 2. ใชผ าออ นๆ ทําเปนลกู ประคบเปนเคร่อื งมอื ในการขัด (การขัดแบบใชม ือ) จากนัน้ เอายาขัดสี ผสมกับน้ํา 10 – 25% (ตามคาํ แนะนําขางกระปอง) ใชแ ปรงทาสีขนาดกวา ง 3 – 4 นว้ิ ทาบรเิ วณทจ่ี ะทาขัดสี เปน เนือ้ ท่ปี ระมาณ 1 ตารางฟตุ แลวใชล กู ประคบที่ทําขึ้นขัดการ ขดั นี้ขดั ไปตามสวนยาว ไมข ัดขวางกบั ดา นยาว เม่ือขดั ท่วั แลว กเ็ ลือ่ นไปจนทั่วพน้ื ที่ 3. ใชผา นิม่ ๆ เชด็ เอาเศษของยาขัดสีออกใหห มด 4. เวลาขดั สี ถา ขสี้ ีหรือยาขัดสจี ับกันเปนปก กเ็ อาผาไปซักและผึง่ ลมพอหมาดๆ กน็ าํ ไปใชง าน ไดอ ีก 5. เวลาขัดสี อยา ขดั ออกมากเกินไป จะทําใหส ีทะลุถึงสพี นื้ ขดั พอเรยี บเทานั้น มิฉะนน้ั จะทาํ ใหสีบางเกินไปดว ย 6. เวลาขัดตามครบี หรือเสนนนู ตางๆ จงระวังอยาขัดมากเพราะจะทําใหทะลถุ งึ สีพ้ืนไดเพราะ เปน จุดออ นของการขดั สี เพื่อความไมประมาทจะใชกระดาษกาวปด ไวช่วั คราวก็ไดและจดุ น้นั ๆ กจ็ ะมีความเงางามพอควร เพราะเปนสันและครีบซึง่ จะชวยใหขึ้นเงาอยูแลว 7. เมือ่ ขัดเสร็จเรียบรอยแลว ท้งิ ไวป ระมาณ 2 – 3 สัปดาหก ล็ งข้ีผ้งึ
การขดั สีใหมดว ยเครอื่ งขดั1. เคร่ืองขัดควรเปนแบบท่ีมคี วามเร็วรอบตอนาทีนอย (ประมาณ 750 รอบ/นาท)ี จงึ จะดี เพราะจะทําใหสีมโี อกาสไหมยากข้ึน2. เครอ่ื ง Disc Grinder กับ Power Polishing รูปรางคลายกันมากแตรอบตอนาทีผิดกัน มาก เพราะฉะนั้นจงเลอื กใชใ หถูกตองกบั ความมุงหมายของการสรางจะทาํ ใหเราไดรับ ประโยชนเ ต็มทแ่ี ละงานไมเสีย (Disc Grinder , Disc Sander 45000 รอบ / นาท)ี3. กอ นเสยี บปลก๊ั ไฟฟา ควรอาน Name Plate ของเครอ่ื งและใชก ับขนาดแรงดันไฟฟาท่ี ถกู ตอง ( 110 โวลท หรอื 220 โวลท )4. ปลัก๊ ไฟฟาควรมสี ายดิน (Ground) และสายไฟฟา ที่เขา เครือ่ งที่ไมช ํารดุ ปลั๊กไฟฟาอยูใน สภาพดี5. เลอื กยาขัดสีใหถ ูกตอง เพราะยาขัดสีมี 2 ชนิด คือ แบบทใ่ี ชก ับการขัดดว ยมือ (Hand Rubbing Compound) และแบบท่ีใชเครือ่ งขดั ( Machine Rubbing Compound ) จากน้นั ผสม Rubbing Compound กับนํ้าตามคําแนะนาํ กพ็ รอมท่จี ะใชง าน6. เวลาขดั สีดวยเครอื่ งอยาพยายามหยดุ อยูกับที่ จะทาํ ใหส ีไหม จงเคล่อื นท่ีเครอ่ื งขัดสี ตลอดเวลา7. ไมใชแ รงกดใดๆ แกเ ครื่องขัดสี นาํ้ หนกั ของเคร่อื งขดั สีกเ็ พียงพอแลว8. ระวงั จานหมุนไปถกู ครบี สนั ไฟทาย ท่ีปดน้ําฝน และเครื่องประดบั ตา งๆ จะเกิดการ เสียหายข้นึ ได9. ถาครบี สีจบั จานขัดสีมากก็เปลย่ี นโดยเอาจานเกาไปลางนํ้าและตากพอหมาดๆ ก็เอามาใชได อีก10. เลิกใชเ ครอื่ งควรยกออกจากงานสี และหงายเครื่องไว ไมใชวางไปบนพ้นื โดยคว่าํ อยู เพราะ เศษทรายอาตดิ จานขดั สไี ด11. เสรจ็ งานแลว ตอ งทําความสะอาดและเก็บเขาที่12. เมอื่ ขัดดวยเคร่ืองจนทวั่ พืน้ ที่แลว จาํ เปนตองขัดดวยมืออีก เพอ่ื เปนการขจัดรอยหลงและ การขดั คงดําเนนิ แบบเดยี วกบั การขดั ที่กลาวมาแลว แตขดั เสียเวลานอ ยกวา
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 6รหสั วชิ า วชิ า งานสีหนว ยที่ 2 คาบที่ 21-24 ชือ่ หนวย การเตรยี มผวิ งาน และการโปส ีแนวคิด การเตรียมชิ้นงานสําหรับโปวจะตองใหพ้ืนผิวปราศจากคราบไขมัน จารบีหรือฝุนละอองถามีสนิมจะตองขจัดออกใหหมด มีเคร่ืองมือที่ใชชวยเตรียมผิวช้ินงาน เชน คอนเคาะข้ึนรูป คอนตูและคอนกระตุกเปนตน และจะเรียนรูวิธีการใชเครื่องมือท่ีถูกตองดวย ในการผสมสีโปวจะตองมีการผสมตามขั้นตอนท่ีถูกตองจนกระทั้งสีโปวที่ผสมกลมกลืนเปนเน้ือเดียวกันพรอมที่จะใชงาน การโปวสีจะใชมีดโปวสีเปนเคร่ืองมือชวย โดยผปู ฏบิ ัติงานจะตองควบคมุ มมุ ของมดี โปวใหถกู ตองและปาดเนื้อสโี ปวจนไดค ณุ ภาพงานตามตอ งการสาระการเรียนรู 1. การเตรยี มผวิ ชิ้นงานสําหรบั โปพลาสติกฟล เลอร 2. เครอ่ื งมือท่ีใชใ นการเคาะขนึ้ รูป 3. วธิ กี ารใชเ ครอื่ งมือ เคาะขึน้ รูป 4. วธิ กี ารเคาะขึ้นรปู 5. การผสมสีโป 6. การโปส ี 7. มมุ ของมดี โป 8. ใบงานที่ 1 การเตรียมผิวงานการโปสี และการโปส ี 1.3 การเตรยี มผิวงาน 1.4 การโปส ี 9. ใบงานที่ 1.3 การขดั สีโป 10. สรปุ สาระสําคัญผลการเรียนรทู ่คี าดหวงั 1. อธบิ ายการเตรยี มผวิ ชิน้ งานสาํ หรับการโปพลาสติกฟล เลอรได 2. บอกวธิ ีการใชอุปกรณเครือ่ งมือขน้ึ รปู โลหะได 3. บอกขน้ั ตอนในการผสมสโี ปวไดอยางถูกตอง 4. บอกวิธีการปาดมดี โปว ไดอ ยางถกู ตอง 5. ตระหนักถึงความปลอดภยั ในการปฏิบัตงิ าน 6. ใชเ ครือ่ งมือในการรา งแบบไดถกู ตอง 7. รา งแบบ (Lay-Ouy) ตามใบงานไดถูกตอ ง 8. ใชเครื่องมือ และอุปกรณในการปฏิบตั งิ านเคาะขนึ้ รูปไดถ ูกตอ ง 9. เตรยี มผวิ งานกอ นเคาะขน้ึ รปู ไดถูกตอง 10. ปฏิบัติการเคาะขึน้ รูปไดถ ูกตอง 11. ใชเครอื่ งมือ และอปุ กรณในการปฏบิ ัตงิ านการโปสี และขดั สีโปไ ดถ ูกตอง 12. ผสมสโี ปใ หแขง็ ไดถกู ตอง 13. ปฏบิ ัตกิ ารโปส ไี ดถ ูกตอ ง
14. ขดั สไี ปไดอยางถูกตองกจิ กรรมการเรียนการสอนขน้ั นาํ เขา สูบ ทเรียน1. ผสู อนทบทวนความรเู ดิม โดยผเู รยี นแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับความรูและทักษะทไ่ี ดร บั เพือ่ นํา ประสบการณมาเช่อื มโยงสคู วามรูใหมขน้ั สอน1. ผูสอนบรรยายและสาธติ เกย่ี วกบั การขีดสีโปว ตามใบงานท่ี 1.32. ผูเ รยี นปฏิบตั ติ ามใบงานท่ี 1.3 ขนั้ สรปุ และการประยกุ ต ผูเรียนแสดงความคิดเหน็ โดยผสู อนใชคําถาม 1. ผสู อนและผูเ รียนรวมกนั สรปุ เนือ้ หาในบทเรียน กระตุน 2. ผูเรียนทําแบบทดสอบหลงั เรียนสอื่ การเรียนการสอน 1. หนงั สือเรียนวชิ า งานสี (2103-2113) 2. ชิ้นงานจริงการวัดและการประเมนิ ผล วธิ วี ัดผล 1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรหู นวยท่ี 2 4. สงั เกตและประเมินพฤติกรรมดา นคุณธรรม จรยิ ธรรม คานิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคเครอื่ งมือวัดผล1. ใบทดสอบ2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยที่ 23. ใบบนั ทกึ ผล4. แบบประเมินผลการปฏบิ ัติงานตามใบงานที่ 1.35. ผเู รยี นทาํ แบบทดสอบหลังเรียน6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คานยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค โดยผสู อนและผูเรยี น รวมกันประเมิน
เกณฑก ารประเมนิ ผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑผาน ตองไมมีชองปรับปรงุ 2. ผเู รียนตองเกดิ พฤตกิ รรมทง้ั 5 อยาง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม จึงถอื วา ผา นเกณฑ 3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยท่ี 2 เกณฑผาน ทาํ ถูกตองครง่ึ หน่ึง 4. แบบประเมินคณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยกู บั การ ประเมินตามสภาพจรงิบนั ทกึ หลังสอน
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 7รหัสวชิ า วิชา งานสีหนวยท่ี 3 คาบท่ี 25-28 ช่อื หนวย การพน สีพื้นแหงเรว็ หรอื แหง ชาแนวคิด วัสดุอุปกรณที่ใชในงานสี เชน เครื่องอัดอากาศ สายทอชนิดออน เคร่ืองขัดกระดาษทราย การพนสีหรอื ปน พนสีและอปุ กรณป ระกอบอื่นๆ เชนไมคนสี กระปอ งผสมสแี ละฟองนาํ้ เปน ตน การพนสีท่ีใชอยูท่ัวไป มีอยู 4 ชนดิ คอื แบบซกั ชั่นฟด แบบเพรสเซอรฟ ด แบบเกรวิต้ีฟด และแบบแอรเลสส เม่ือใชวัสดุอุปกรณในงานสแี ลว จะตองบาํ รุงหลงั การใชงานใหถ กู ตองกับอปุ กรณน้นั เพื่อใหมอี ายุใชงานไดนานและทนทานสาระการเรยี นรู 1. บอกถงึ วสั ดุ และอุปกรณทใี่ ชใ นงานสีไดอ ยางถูกตอ ง 2. อุปกรณทใ่ี ชง านสี 3. การบาํ รงุ รกั ษาอุปกรณการพนสี 4. เทคนคิ การพนสี 5. ใบงานท่ี 2 การพน สีพน้ื แหงเรว็ หรือแหงชา 6. ใบงานที่ 2.1 การพนสพี น้ื แหงเร็ว 7. ใบงานท่2ี .2 การพนสีพื้นแหงชาผลการเรียนรูทีค่ าดหวงั 1. บอกถงึ วัสดุ และอุปกรณท่ใี ชใ นงานสีไดอ ยางถูกตอ ง 2. อธบิ ายเทคนิคการพนสพี นื้ แหงเร็ว และแหง ชา ไดอยา งถกู ตอง 3. บอกวิธกี ารบาํ รงุ รักษาอปุ กรณการพน สีได 4. ตระหนักถึงความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงาน 5. ใชอ ปุ กรณเครอ่ื งมือในการพน สีไดถ ูกตองครบถว น 6. ปฏบิ ตั กิ ารพน สีพ้ืนแหงเรว็ หรอื แหง ชาได 7. นาํ เทคนคิ วิธีการพน สีพนื้ แหงเร็วหรือแหงชา มาใชไดอยา งถูกตอง 8. ปองกนั อันตรายจากการพน สีได
กจิ กรรมการเรยี นการสอน 1. ผูเรยี นทําแบบประเมนิ ผลการเรยี นรูก อนเรียน ขั้นนาํ เขา สูบทเรียน 1. ผูสอนถามผูเ รียน ในการพนสจี าํ เปนตอ งใชเ ครื่องมือและอปุ กรณใดบาง 2. ผเู รยี นตอบ กาพน สี ปมลม สี ฯลฯ 3. ผูสอนสรุป ในสัปดาหนเี้ ราจะมาศึกษาเกีย่ วกบั เคร่ืองมือ อุปกรณงานสี และวิธกี ารใชงานขน้ั สอน1. ผูสอนบรรยายและสาธิตเกยี่ วกบั เคร่ืองมือและอปุ กรณง านสี การใชง านและการบาํ รงุ รักษาขัน้ สรุปและการประยกุ ต อุปกรณการ1. ผสู อนและผูเ รียนรว มกนั สรุปเน้ือหาในบทเรยี น และความสาํ คัญของเครื่องมือ บาํ รุงรักษา เพื่อนาํ ไปประยุกตใชในชวี ติ ประจําวันสื่อการเรียนการสอน 1. หนงั สอื เรยี นวชิ า งานสี (2103-2113) 2. ช้นิ งานจริงการวดั และการประเมนิ ผล วธิ ีวดั ผล 1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล 2. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรหู นวยท่ี 3 4. สงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมดา นคุณธรรม จรยิ ธรรม คานิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค เคร่ืองมือวดั ผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรหู นวยท่ี 3 3. ใบบนั ทกึ ผล 4. แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน 5. ผเู รยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค โดยผสู อนและผเู รียน รว มกนั ประเมินเกณฑการประเมนิ ผล1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑผา น ตองไมมีชองปรับปรงุ2. ผเู รียนตอ งเกดิ พฤติกรรมทงั้ 5 อยา ง ครบตามแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ จึงถอื วา ผานเกณฑ3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยท่ี 3 เกณฑผาน ทาํ ถกู ตองคร่ึงหนึ่ง4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค คะแนนข้ึนอยกู บั การ ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
บนั ทกึ หลังสอน
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 8รหัสวชิ า วิชา งานสีหนว ยที่ 3 คาบท่ี 29-32 ช่ือหนวย การพนสีพืน้ แหงเร็วหรือแหงชาแนวคดิ วัสดุอุปกรณที่ใชในงานสี เชน เคร่ืองอัดอากาศ สายทอชนิดออน เคร่ืองขัดกระดาษทราย การพนสีหรอื ปน พนสแี ละอปุ กรณประกอบอนื่ ๆ เชน ไมคนสี กระปอ งผสมสแี ละฟองน้ํา เปน ตน การพนสีท่ีใชอยูทั่วไป มีอยู 4 ชนดิ คือ แบบซักช่นั ฟด แบบเพรสเซอรฟด แบบเกรวติ ี้ฟด และแบบแอรเลสส เมื่อใชวัสดุอุปกรณในงานสีแลว จะตอ งบํารงุ หลังการใชง านใหถ กู ตอ งกับอปุ กรณน ั้นเพื่อใหมอี ายุใชง านไดน านและทนทานสาระการเรียนรู 1. บอกถึงวสั ดุ และอุปกรณทีใ่ ชในงานสีไดอ ยางถูกตอ ง 2. อปุ กรณท่ใี ชงานสี 3. การบํารุงรกั ษาอุปกรณการพนสี 4. เทคนิคการพนสี 5. ใบงานที่ 2 การพน สีพน้ื แหงเรว็ หรือแหง ชา 6. ใบงานที่ 2.1 การพน สพี ืน้ แหงเร็ว 7. ใบงานที2่ .2 การพนสีพืน้ แหง ชาผลการเรียนรูท ่ีคาดหวงั 1. บอกถงึ วัสดุ และอุปกรณทีใ่ ชใ นงานสีไดอยางถูกตอ ง 2. อธบิ ายเทคนิคการพนสพี ้ืนแหงเรว็ และแหง ชา ไดอยางถูกตอง 3. บอกวิธีการบํารงุ รักษาอปุ กรณก ารพนสไี ด 4. ตระหนักถึงความปลอดภัยในการปฏิบตั งิ าน 5. ใชอุปกรณเครื่องมือในการพน สไี ดถกู ตองครบถวน 6. ปฏบิ ตั กิ ารพน สีพืน้ แหงเรว็ หรอื แหง ชาได 7. นําเทคนิควธิ กี ารพนสีพน้ื แหงเรว็ หรือแหง ชา มาใชไดอยางถูกตอง 8. ปอ งกันอนั ตรายจากการพน สีไดกจิ กรรมการเรียนการสอน ขัน้ นําเขา สบู ทเรยี น 1. ผสู อนบรรยาย การพน สีเพอ่ื ใหผลงานออกมาดี สวยงาม ทนทาน นอกจากผูปฏบิ ัตงิ านจะตอ งมี ความรเู รอื่ งสี เครื่องมืออุปกรณแลว ยังมสี ่ิงหนง่ึ ท่ที าํ ใหการพน สีสาํ เร็จตามวตั ถปุ ระสงค กค็ ือ เทคนิคการพน สี 2. ผูสอนสรุป ในสัปดาหน ้ีเราจะมาศึกษาเก่ียวกับเทคนิคการพนสี
ขัน้ สอน 1. ครูบรรยายและสาธิต เกย่ี วกับเทคนิคการพนสี เชน ละอองสีท่ีเหมาะสมกบั ลักษณะการพนสี ระยะหา งที่เหมาะสมระหวางหัวฉีดและผิวงาน การเคล่ือนกาพน สี การพน สีช้นิ งานทเ่ี ปนรูป ทรงกระบอก การพนสชี ้นิ งานท่ีวางอยใู นแนวราบ เปน ตน 2. ผเู รยี นปฏบิ ัตติ ามใบงานท่ี 2 ขน้ั สรปุ และการประยกุ ต 1. ผูสอนและผเู รยี นรวมกนั สรุปเนอ้ื หาในบทเรยี น โดยผสู อนใชคําถามกระตนุ ใหผ เู รยี นตอบสอื่ การเรียนการสอน 1. หนงั สือเรียนวิชา งานสี (2103-2113) 2. ช้นิ งานจรงิการวดั และการประเมนิ ผล วิธวี ัดผล 1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรหู นวยที่ 3 4. สงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา นคุณธรรม จริยธรรม คานิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค เครอื่ งมอื วัดผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยที่ 3 3. ใบบนั ทกึ ผล 4. แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน 5. ผูเรียนทาํ แบบทดสอบหลังเรยี น 6. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คานยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค โดยผูส อนและผูเ รียน รวมกนั ประเมนิ เกณฑก ารประเมินผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑผ า น ตองไมมีชองปรบั ปรุง 2. ผเู รยี นตอ งเกดิ พฤติกรรมทัง้ 5 อยาง ครบตามแบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม จงึ ถือวา ผา นเกณฑ 3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยที่ 3 เกณฑผ า น ทาํ ถกู ตองคร่งึ หนงึ่ 4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยกู บั การ ประเมนิ ตามสภาพจริง
บนั ทกึ หลังสอน
แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี 9รหสั วิชา วชิ า งานสีหนวยที่ 3 คาบท่ี 33-36 ชอ่ื หนวย การพน สีพน้ื แหง เรว็ หรือแหงชาแนวคิด วัสดุอุปกรณท่ีใชในงานสี เชน เคร่ืองอัดอากาศ สายทอชนิดออน เคร่ืองขัดกระดาษทราย การพนสีหรือปนพนสีและอปุ กรณป ระกอบอนื่ ๆ เชน ไมค นสี กระปอ งผสมสีและฟองน้ํา เปน ตน การพนสีท่ีใชอยูท่ัวไป มีอยู 4 ชนิด คอื แบบซกั ชั่นฟด แบบเพรสเซอรฟด แบบเกรวติ ี้ฟด และแบบแอรเลสส เม่ือใชวัสดุอุปกรณในงานสแี ลว จะตอ งบาํ รุงหลงั การใชงานใหถ ูกตองกับอปุ กรณน ้ันเพื่อใหมีอายุใชง านไดนานและทนทานสาระการเรียนรู 1. บอกถงึ วัสดุ และอุปกรณทใ่ี ชใ นงานสไี ดอ ยางถูกตอ ง 2. อุปกรณท่ใี ชง านสี 3. การบํารุงรกั ษาอุปกรณการพนสี 4. เทคนิคการพนสี 5. ใบงานท่ี 2 การพน สีพน้ื แหงเร็ว หรือแหง ชา 6. ใบงานที่ 2.1 การพน สพี นื้ แหงเรว็ 7. ใบงานท่ี2.2 การพนสีพน้ื แหง ชาผลการเรียนรูท ค่ี าดหวัง 1. บอกถงึ วสั ดุ และอุปกรณทใี่ ชใ นงานสีไดอ ยางถูกตอง 2. อธบิ ายเทคนิคการพน สพี ื้นแหง เร็ว และแหง ชาไดอยางถูกตอง 3. บอกวธิ กี ารบาํ รงุ รักษาอปุ กรณการพนสีได 4. ตระหนกั ถึงความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั งิ าน 5. ใชอุปกรณเครอ่ื งมือในการพน สีไดถูกตองครบถว น 6. ปฏิบตั กิ ารพน สีพื้นแหง เร็ว หรือแหง ชาได 7. นําเทคนคิ วิธีการพนสพี ้ืนแหงเรว็ หรือแหง ชามาใชไ ดอยางถูกตอง 8. ปองกันอนั ตรายจากการพน สีไดกจิ กรรมการเรียนการสอน ขั้นนาํ เขาสบู ทเรียน 1. ผูส อนทบทวนความรูเดิม โดยผูเรียนแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั ความรแู ละทักษะท่ีไดร ับ เพื่อนํา ประสบการณมาเชอื่ มโยงสูความรใู หม ขน้ั สอน 1. ผสู อนบรรยายและสาธติ การพน สพี ื้นแหงเรว็ 2. ผูเรียนปฏิบัตติ ามใบงานที่ 2.1ข้ันสรุปและการประยกุ ต1. ผูส อนและผูเรยี นรว มกันสรุปเนอ้ื หาในบทเรียน โดยผสู อนใชคําถามกระตุนใหผ ูเรียนตอบ
สื่อการเรียนการสอน 1. หนังสือเรียนวชิ า งานสี (2103-2113) 2. ชิ้นงานจรงิการวัดและการประเมินผล วธิ ีวดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. สังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรูห นวยท่ี 3 4. สังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดานคุณธรรม จริยธรรม คา นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค เคร่อื งมอื วดั ผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นว ยท่ี 3 3. ใบบันทกึ ผล 4. แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงาน 5. ผูเรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น 6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คานิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค โดยผสู อนและผูเรียน รว มกันประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ ผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑผ าน ตองไมม ชี องปรับปรุง 2. ผูเรยี นตองเกดิ พฤติกรรมท้งั 5 อยา ง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ จงึ ถือวา ผา นเกณฑ 3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรหู นว ยท่ี 3 เกณฑผ า น ทาํ ถูกตองครึง่ หนึง่ 4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยูกับการ ประเมินตามสภาพจริงบันทกึ หลังสอน
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 10รหสั วชิ า วิชา งานสีหนว ยท่ี 3 คาบท่ี 37-40 ชอ่ื หนวย การพน สีพนื้ แหง เร็วหรือแหง ชาแนวคิด วัสดุอุปกรณท่ีใชในงานสี เชน เครื่องอัดอากาศ สายทอชนิดออน เคร่ืองขัดกระดาษทราย การพนสีหรือปนพน สแี ละอุปกรณป ระกอบอน่ื ๆ เชนไมคนสี กระปอ งผสมสแี ละฟองนํา้ เปนตน การพนสีท่ีใชอยูท่ัวไป มีอยู 4 ชนิด คอื แบบซักชน่ั ฟด แบบเพรสเซอรฟด แบบเกรวิต้ีฟด และแบบแอรเลสส เมื่อใชวัสดุอุปกรณในงานสแี ลว จะตองบํารุงหลงั การใชงานใหถ ูกตอ งกับอปุ กรณนนั้ เพื่อใหมอี ายุใชง านไดนานและทนทานสาระการเรยี นรู 1. บอกถึงวสั ดุ และอุปกรณทีใ่ ชในงานสไี ดอยางถูกตอง 2. อุปกรณทีใ่ ชง านสี 3. การบํารุงรกั ษาอุปกรณการพนสี 4. เทคนิคการพนสี 5. ใบงานที่ 2 การพนสีพ้ืนแหงเร็ว หรอื แหงชา 6. ใบงานท่ี 2.1 การพน สีพนื้ แหงเรว็ 7. ใบงานท2ี่ .2 การพน สีพ้นื แหง ชาผลการเรียนรูทคี่ าดหวัง 1. บอกถึงวัสดุ และอุปกรณทใ่ี ชใ นงานสีไดอยางถูกตอง 2. อธบิ ายเทคนิคการพนสีพ้ืนแหงเร็ว และแหง ชาไดอยา งถกู ตอง 3. บอกวธิ กี ารบํารงุ รักษาอปุ กรณก ารพนสไี ด 4. ตระหนักถึงความปลอดภัยในการปฏบิ ตั ิงาน 5. ใชอ ุปกรณเครื่องมือในการพน สไี ดถ กู ตองครบถว น 6. ปฏิบตั ิการพน สีพนื้ แหง เร็ว หรือแหง ชา ได 7. นาํ เทคนิควิธกี ารพนสีพ้ืนแหงเรว็ หรือแหงชามาใชไ ดอยา งถูกตอง 8. ปอ งกันอนั ตรายจากการพนสีไดกิจกรรมการเรยี นการสอน ขน้ั นําเขาสบู ทเรยี น 1. ผูสอนทบทวนความรูเดมิ ในบทเรยี นทผ่ี านมา โดยผูเ รียนแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั ความรูและ ทกั ษะที่ไดร ับ เพื่อเชือ่ มโยงสูความรูใ หมขัน้ สอน1. ผูส อนบรรยายและสาธิตการพนสพี น้ื แหง ชา2. ผูเรยี นปฏบิ ัตติ ามใบงานท่ี 2.2ข้ันสรปุ และการประยกุ ต1. ผสู อนและผเู รียนรว มกันสรุปเนื้อหาในบทเรยี น โดยผสู อนใชคาํ ถามกระตนุ ใหผเู รยี นตอบ2. ผูเรยี นทําแบบทดสอบหลังเรียน
สอ่ื การเรยี นการสอน 1. หนังสือเรียนวิชา งานสี (2103-2113) 2. ชิ้นงานจริงการวดั และการประเมินผล วธิ วี ัดผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรูห นวยท่ี 3 4. สังเกตและประเมินพฤตกิ รรมดานคุณธรรม จริยธรรม คา นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค เคร่อื งมือวดั ผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมินผลการเรยี นรหู นว ยท่ี 3 3. ใบบันทึกผล 4. แบบประเมินผลการปฏิบตั ิงาน 5. ผเู รยี นทําแบบทดสอบหลงั เรยี น 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คานิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค โดยผสู อนและผูเรียน รว มกนั ประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ ผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑผ าน ตองไมม ชี องปรับปรุง 2. ผเู รียนตอ งเกดิ พฤตกิ รรมท้งั 5 อยา ง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ จงึ ถือวา ผา นเกณฑ 3. แบบประเมนิ ผลการเรียนรหู นวยท่ี 3 เกณฑผ าน ทาํ ถูกตองครึง่ หนึง่ 4. แบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยูกับการ ประเมินตามสภาพจรงิบนั ทึกหลังสอน
แผนการจดั การเรียนรูที่ 11รหสั วชิ า วิชา งานสีหนวยที่ 4 คาบที่ 41-44 ชอื่ หนวย การพน สจี ริงแหง เรว็ หรอื แหงชาแนวคดิ กฎพนื้ ฐานสาํ คัญสาํ หรบั ชา งพน คือ ทําความสะอาดผวิ งาน เทคนคิ การใชก ระดาษทราย ใชทินเนอรท่ีมีคุณภาพสูง สวนผสมของทินเนอรคนใหเขากันตลอด ความดันลมท่ีใช วิธีการพนสีที่ถูกตองและการถายเทอากาศ นอกจากกฎพืน้ ฐานสาํ หรับช่เี กิดจากการพน สีและวิธกี ารแกไ ขท่ถี ูกตองสาระการเรียนรู 1. กฎ 8 ขอ สาํ หรับชางพนสี 2. ปญ หาสที เ่ี กิดขึน้ และวิธีการแกไ ข 3. ใบงานที่ 3 การพน สจี รงิ แหงเรว็ หรอื แหง ชา 4. ใบงานท่ี 3.1 การพน สีจรงิ แหงเรว็ 5. ใบงานท่ี 3.2 การพน สจี รงิ แหงชาผลการเรยี นรทู ีค่ าดหวงั 1. บอกถึงกฎพน้ื ฐาน 8 ขอ สําหรบั ชา งพน สไี ดอยา งถูกตอง 2. อธิบายความสาํ คัญของกฎพนื้ ฐานทงั้ 8 ขอได 3. บอกถึงสาเหตปุ ญหาสีทเ่ี กดิ ขึ้น และวิธกี ารแกไขไดอยา งถูกตอ ง 4. ตระหนักถึงความปลอดภยั ในการปฏิบตั งิ าน 5. ใชอุปกรณเ ครอื่ งมือในการพน สไี ดถ กู ตองครบถว น 6. ปฏบิ ัตกิ ารพน สจี ริงแหง เรว็ และพนสจี ริงแหงชา ได 7. นาํ เทคนิควิธีการพนสีจรงิ แหง เร็ว และพน สจี รงิ แหง ชา ไปใชง านไดอยางถูกตอง 8. ปอ งกันอนั ตรายจากการพนสีไดกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ผเู รียนทาํ แบบประเมินผลการเรยี นรูกอนเรยี นขนั้ นําเขา สบู ทเรยี น1. ผสู อนบรรยาย ชา งสที ดี่ ีตอ งปฏบิ ัติตามกฎพน้ื ฐานของชางสี สําหรบั กฎพื้นฐานนม้ี ที ้ังหมด 8 ขอ ผเู รียนทราบหรอื ไมวา กฎ 8 ขอ สาํ หรับชางสนี ัน้ มีอะไรบาง2. ผูเ รยี นตอบ ฯลฯ3. ผูสอนบรรยายปญ หาสีที่เกดิ ขึ้นและวธิ ีการแกไข4. ผูสอนสรุป ในสปั ดาหน ้เี ราจะมาศึกษาเกีย่ วกับกฎพ้นื ฐานของชางสี ปญหาและวธิ ีแกไขท่เี กดิ ขนึ้ข้นั สอน1. ผสู อนบรรยายประกอบการสาธติ เก่ียวกบั กฎพน้ื ฐาน 8 ขอ สาํ หรับชา งสี2. ผสู อนบรรยายประกอบการสาธิตวธิ ีการแกไ ขปญหาที่เกิดขึ้นในการพนสี
ขน้ั สรุปและการประยุกต 1. ผูสอนและผเู รียนรว มกันสรุปเนือ้ หาในบทเรียน โดยผสู อนใชคาํ ถามกระตุนใหผเู รียนตอบสื่อการเรียนการสอน 1. หนังสือเรยี นวิชา งานสี (2103-2113) 2. ชิ้นงานจรงิการวัดและการประเมนิ ผล วธิ วี ดั ผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล 2. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรหู นว ยที่ 4 4. สงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมดา นคุณธรรม จรยิ ธรรม คานิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค เครอ่ื งมือวดั ผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรียนรหู นว ยท่ี 4 3. ใบบนั ทกึ ผล 4. แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน 5. ผเู รยี นทําแบบทดสอบหลังเรียน 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คานิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค โดยผสู อนและผูเรียน รวมกนั ประเมนิ เกณฑการประเมนิ ผล 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑผาน ตองไมม ีชองปรับปรุง 2. ผูเรยี นตอ งเกิดพฤตกิ รรมทงั้ 5 อยา ง ครบตามแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ จึงถอื วา ผา นเกณฑ 3. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นว ยที่ 4 เกณฑผ าน ทําถกู ตองครง่ึ หนึง่ 4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค คะแนนข้ึนอยกู ับการ ประเมนิ ตามสภาพจริงบนั ทึกหลังสอน
รหัสวิชา 2103 - 2113 แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 12 วิชา งานสีหนว ยที่ 4 คาบท่ี 45-48 ชื่อหนวย การพน สีจริงแหงเรว็ หรอื แหงชาแนวคดิ กฎพ้ืนฐานสําคัญสาํ หรบั ชา งพน คอื ทาํ ความสะอาดผิวงาน เทคนิคการใชกระดาษทราย ใชทินเนอรที่มีคุณภาพสูง สวนผสมของทินเนอรคนใหเขากันตลอด ความดันลมท่ีใช วิธีการพนสีท่ีถูกตองและการถายเทอากาศ นอกจากกฎพนื้ ฐานสาํ หรับชี่เกดิ จากการพน สแี ละวธิ กี ารแกไ ขทีถ่ ูกตอ งสาระการเรียนรู 1. กฎ 8 ขอ สําหรับชางพนสี 2. ปญหาสที ีเ่ กิดข้นึ และวธิ กี ารแกไข 3. ใบงานที่ 3 การพนสจี รงิ แหงเร็ว หรือแหง ชา 4. ใบงานท่ี 3.1 การพนสจี รงิ แหงเรว็ 5. ใบงานที่ 3.2 การพนสีจรงิ แหงชาผลการเรียนรทู คี่ าดหวัง 1. บอกถึงกฎพ้ืนฐาน 8 ขอ สาํ หรับชา งพน สไี ดอยา งถูกตอง 2. อธิบายความสําคัญของกฎพื้นฐานทงั้ 8 ขอได 3. บอกถึงสาเหตปุ ญหาสที เี่ กดิ ขึ้น และวธิ กี ารแกไขไดอยา งถูกตอ ง 4. ตระหนกั ถึงความปลอดภยั ในการปฏบิ ตั งิ าน 5. ใชอปุ กรณเ คร่อื งมือในการพนสไี ดถกู ตองครบถวน 6. ปฏิบตั กิ ารพน สีจริงแหงเรว็ และพนสีจริงแหงชา ได 7. นาํ เทคนิควิธกี ารพนสีจรงิ แหงเร็ว และพน สีจริงแหงชา ไปใชง านไดอยางถูกตอง 8. ปองกนั อันตรายจากการพน สีไดกิจกรรมการเรียนการสอนข้นั นาํ เขา สบู ทเรียน1. ผูสอนทบทวนความรูเดิมในบทเรียนทผ่ี านมา โดยผูเรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับความรูและ ทักษะที่ไดร บั เพื่อเช่ือมโยงสูความรูใหมขนั้ สอน1. ผสู อนบรรยายและสาธติ เก่ียวกับขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ านตามใบงานท่ี 32. ผูเรยี นปฏบิ ัตติ ามใบงานท่ี 3ขน้ั สรุปและการประยุกต1. ผสู อนและผูเรียนรว มกนั สรุปเน้อื หาตามที่ไดป ฏิบตั งิ านตามใบงานท่ี 3 โดยผูเรยี นรวมแสดงความ คิดเห็นเมื่อผูสอนใชค ําถามกระตนุสอ่ื การเรยี นการสอน 1. หนงั สือเรยี นวิชา งานสี (2103-2113)
2. ชน้ิ งานจริงการวดั และการประเมินผล วิธีวัดผล 1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล 2. สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ 3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นว ยที่ 4 4. สังเกตและประเมินพฤตกิ รรมดา นคณุ ธรรม จริยธรรม คา นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค เครอื่ งมือวดั ผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมินผลการเรยี นรหู นวยที่ 4 3. ใบบนั ทึกผล 4. แบบประเมินผลการปฏิบตั ิงาน 5. ผเู รียนทําแบบทดสอบหลังเรียน 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค โดยผูสอนและผเู รยี น รว มกันประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ ผล 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑผาน ตองไมม ีชองปรับปรุง 2. ผูเ รียนตองเกดิ พฤตกิ รรมท้งั 5 อยา ง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ จงึ ถอื วา ผานเกณฑ 3. แบบประเมินผลการเรยี นรหู นวยที่ 4 เกณฑผ าน ทาํ ถูกตองครง่ึ หนงึ่ 4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยูกับการ ประเมนิ ตามสภาพจรงิบันทึกหลังสอน
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 13รหสั วชิ า วชิ า งานสีหนวยที่ 4 คาบที่ 49-52 ชอ่ื หนวย การพนสจี ริงแหง เรว็ หรอื แหง ชาแนวคดิ กฎพืน้ ฐานสาํ คัญสําหรับชา งพน คือ ทาํ ความสะอาดผิวงาน เทคนิคการใชก ระดาษทราย ใชทินเนอรที่มีคุณภาพสูง สวนผสมของทินเนอรคนใหเขากันตลอด ความดันลมที่ใช วิธีการพนสีท่ีถูกตองและการถายเทอากาศ นอกจากกฎพืน้ ฐานสําหรบั ช่ีเกดิ จากการพน สแี ละวิธีการแกไขทถี่ ูกตองสาระการเรียนรู 1. กฎ 8 ขอ สําหรับชางพน สี 2. ปญหาสที ่เี กิดขนึ้ และวิธีการแกไ ข 3. ใบงานที่ 3 การพนสจี ริงแหงเร็ว หรือแหง ชา 4. ใบงานที่ 3.1 การพน สีจริงแหงเร็ว 5. ใบงานท่ี 3.2 การพนสีจรงิ แหงชาผลการเรยี นรูท ่ีคาดหวัง 1. บอกถึงกฎพ้ืนฐาน 8 ขอ สําหรับชา งพนสไี ดอยางถูกตอง 2. อธบิ ายความสําคัญของกฎพ้นื ฐานทั้ง 8 ขอ ได 3. บอกถงึ สาเหตุปญ หาสีที่เกิดข้ึน และวธิ ีการแกไขไดอ ยา งถูกตอ ง 4. ตระหนกั ถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน 5. ใชอุปกรณเครื่องมือในการพนสีไดถ ูกตองครบถว น 6. ปฏบิ ัตกิ ารพน สีจรงิ แหง เร็ว และพน สีจริงแหง ชา ได 7. นาํ เทคนิควิธกี ารพน สจี ริงแหงเรว็ และพนสจี ริงแหง ชา ไปใชง านไดอยา งถูกตอง 8. ปองกันอันตรายจากการพน สีไดกจิ กรรมการเรยี นการสอนข้นั นาํ เขา สูบทเรยี น1. ผูสอนทบทวนความรเู ดิมในบทเรียนทีผ่ านมา โดยผูเรยี นแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับความรแู ละ ทกั ษะที่ไดรับ เพ่ือเช่ือมโยงสคู วามรูใหมขน้ั สอน1. ผูส อนบรรยายและสาธิตเกีย่ วกับขน้ั ตอนการปฏิบตั ิงานตามใบงานท่ี 3.12. ผูเรยี นปฏบิ ัติตามใบงานที่ 3.1ข้ันสรปุ และการประยุกต1. ผสู อนและผูเ รียนรวมกันสรุปเนอื้ หาตามท่ีไดปฏบิ ตั ิงานตามใบงานที่ 3.1 โดยผเู รยี นรว มแสดงความ คิดเห็นเม่ือผสู อนใชค ําถามกระตุน2.
ส่ือการเรียนการสอน 1. หนังสือเรียนวชิ า งานสี (2103-2113) 2. ชน้ิ งานจริงการวัดและการประเมินผล วธิ ีวดั ผล 1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. สังเกตพฤตกิ รรมการทํางานกลุม 3. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรหู นว ยท่ี 4 4. สังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดานคุณธรรม จริยธรรม คา นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค เครอ่ื งมอื วดั ผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นว ยที่ 4 3. ใบบันทกึ ผล 4. แบบประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน 5. ผูเรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น 6. แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คานิยม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค โดยผสู อนและผูเรียน รว มกันประเมนิ เกณฑก ารประเมนิ ผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล เกณฑผ าน ตองไมม ชี องปรับปรุง 2. ผูเรยี นตองเกิดพฤติกรรมทง้ั 5 อยา ง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ จงึ ถือวา ผา นเกณฑ 3. แบบประเมินผลการเรียนรหู นว ยท่ี 4 เกณฑผ า น ทาํ ถูกตองครึง่ หนึง่ 4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค คะแนนขึ้นอยูกับการ ประเมินตามสภาพจริงบันทกึ หลังสอน
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 14รหสั วิชา วชิ า งานสีหนว ยท่ี 4 คาบท่ี 53-56 ช่อื หนวย การพน สจี ริงแหงเรว็ หรอื แหงชาแนวคดิ กฎพ้ืนฐานสําคญั สําหรับชา งพนคอื ทาํ ความสะอาดผวิ งาน เทคนิคการใชก ระดาษทราย ใชทินเนอรท่ีมีคุณภาพสูง สวนผสมของทินเนอรคนใหเขากันตลอด ความดันลมท่ีใช วิธีการพนสีที่ถูกตองและการถายเทอากาศ นอกจากกฎพน้ื ฐานสาํ หรับช่ีเกิดจากการพนสีและวธิ ีการแกไขที่ถูกตอ งสาระการเรียนรู 1. กฎ 8 ขอ สาํ หรบั ชางพน สี 2. ปญ หาสีทเ่ี กดิ ขนึ้ และวธิ ีการแกไข 3. ใบงานที่ 3 การพนสีจริงแหงเร็ว หรือแหง ชา 4. ใบงานที่ 3.1 การพนสีจริงแหงเร็ว 5. ใบงานที่ 3.2 การพน สจี รงิ แหงชาผลการเรียนรทู ค่ี าดหวงั 1. บอกถงึ กฎพ้ืนฐาน 8 ขอ สาํ หรับชางพน สไี ดอยางถูกตอง 2. อธบิ ายความสาํ คัญของกฎพืน้ ฐานท้งั 8 ขอได 3. บอกถงึ สาเหตุปญ หาสที ่เี กดิ ข้ึน และวธิ ีการแกไขไดอยางถูกตอง 4. ตระหนกั ถึงความปลอดภัยในการปฏบิ ตั ิงาน 5. ใชอ ปุ กรณเครื่องมือในการพนสีไดถกู ตองครบถว น 6. ปฏบิ ัติการพนสีจรงิ แหงเรว็ และพน สีจริงแหง ชาได 7. นาํ เทคนคิ วิธีการพน สีจริงแหงเรว็ และพนสจี รงิ แหง ชาไปใชง านไดอยางถูกตอง 8. ปอ งกันอันตรายจากการพน สีไดกจิ กรรมการเรียนการสอนขน้ั นาํ เขาสูบทเรยี น1. ผสู อนทบทวนความรูเดิมในบทเรยี นที่ผา นมา โดยผเู รยี นแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั ความรแู ละ ทกั ษะที่ไดรับ เพื่อเชื่อมโยงสูความรูใหมข้นั สอน1. ผูสอนบรรยายและสาธติ เก่ยี วกับขัน้ ตอนการปฏบิ ัตงิ านตามใบงานที่ 3.22. ผเู รียนปฏบิ ตั ติ ามใบงานที่ 3.2ขนั้ สรุปและการประยกุ ต1. ผูสอนและผเู รยี นรวมกันสรุปเนื้อหาตามท่ไี ดปฏบิ ัติงานตามใบงานที่ 3.2 โดยผเู รยี นรวมแสดงความ คดิ เห็นเมื่อผสู อนใชคําถามกระตุน2. ผูเ รยี นทําแบบทดสอบหลงั เรียนส่ือการเรยี นการสอน
1. หนังสอื เรียนวชิ า งานสี (2103-2113) 2. ชิ้นงานจรงิการวดั และการประเมนิ ผล วธิ วี ัดผล 1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ 3. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรหู นว ยท่ี 4 4. สงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดานคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค เคร่ืองมือวัดผล 1. ใบทดสอบ 2. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรหู นวยที่ 4 3. ใบบันทกึ ผล 4. แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน 5. ผเู รยี นทําแบบทดสอบหลงั เรียน 6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค โดยผูส อนและผูเรียน รว มกนั ประเมนิ เกณฑก ารประเมินผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล เกณฑผ า น ตองไมมชี องปรับปรงุ 2. ผเู รียนตองเกิดพฤตกิ รรมทั้ง 5 อยาง ครบตามแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ จึงถือวา ผา นเกณฑ 3. แบบประเมินผลการเรียนรูหนวยท่ี 4 เกณฑผ าน ทาํ ถกู ตองคร่งึ หนงึ่ 4. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค คะแนนขึ้นอยูก ับการ ประเมินตามสภาพจรงิบนั ทึกหลังสอน
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 15รหสั วิชา วชิ า งานสีหนว ยที่ 5 คาบที่ 57-60 ช่ือหนวย การอบและการขัดเงาแนวคดิ การขดั เงาจะใชขาขัดสีทําหนาท่ีเคลือบสีแลกเกอรที่พนเสร็จแลวใหเสมอกันย่ิงขึ้นเปนแวววาวและทําหนาท่ีขัดสีเดิมใหเปนสีใหมสดใสยิ่งข้ึน โดยใชเครื่องมือหรืออุปกรณชวย เชน ยาขัด เครื่องขัด ผาขัด หินขัดและผาสักหลาดเปน ตน การอบสีใหแหงตัวโดยการเรงดวยความรอนจะชวยใหสารละลายในสีระเหยตัวไดเร็วข้ึน และชวงแรงปฏิกิรยิ าระหวางเนอ้ื สแี ละตัวทําแข็ง และพจิ ารณาถึงระยะพกั ตวั ของสีดว ยสาระการเรียนรู 1. อุปกรณทใ่ี ชในการขัดสี 2. การขัดสพี นใหมดว ยมือ 3. การขัดสีใหมดว ยเคร่ืองขดั 4. ใบงานท่ี 4 การขัดเงา 5. ใบงานท่ี 4.1 การขัดหยาบ 6. ใบงานที่ 4.2 การขดั ละเอยี ด 7. ใบงานที่ 4.3 การขดั เงาผลการเรียนรูท่คี าดหวงั 1. อธบิ ายคณุ สมบตั ขิ องการใชย าขดั สไี ด 2. บอกอุปกรณใ นการขดั สีได 3. อธิบายหลักการทํางานของเคร่ืองอบได 4. ใชอุปกรณในการขัดสไี ดอยา งถูกตองครบถวน 5. ปฏบิ ตั กิ ารขดั สใี หม ีความเงามันไดกิจกรรมการเรยี นการสอน 1. ผูเรยี นทําแบบประเมินผลการเรียนรกู อนเรียนขนั้ นําเขา สบู ทเรยี น1. ผูส อนบรรยาย เราไดศ ึกษาเกี่ยวกบั สี คณุ สมบัตขิ องสีชนิดตา งๆ เครอ่ื งมอื และอุปกรณงานสี และวิธีการพน สีมาแลว เมือ่ พนสีเสรจ็ แลว มกี จิ กรรมหลังการพนสที จี่ ะละเลยไมไดน น้ั ก็คือ การอบ สแี ละการขัดเงาสี2. ผูสอนสรุป ในสัปดาหน เ้ี ราจะมาศึกษาเก่ยี วกบั การอบสแี ละการขดั เงาสีขั้นสอน1. ผูส อนบรรยายและสาธิตเกย่ี วกับการอบและการขัดเงา2. ผูเรยี นปฏบิ ตั ิตาม
Search