Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย

เครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย

Published by Thanwarat Piklom, 2023-08-11 14:54:02

Description: เครื่องดนตรีและวงดนตรีไทย
จัดทำโดย...นางสาวธัญวรัตม์ ปิกลม ม.6/6 เลขที่ 27

Search

Read the Text Version

คำถำมชวนคิด นักเรียนรู้จักวงดนตรีไทยหรือไม่ ? วงดนตรีไทยมีกี่ประเภท ?

วงดนตรีไทย ประเภทและรปู แบบของวงดนตรไี ทย วงดนตรไี ทยมีอยดู่ ้วยกัน 3 ประเภท วงปี่พาทย์ วงเครือ่ งสาย วงมโหรี

วงปี่พาทย์ • วงดนตรีไทยประเภทหน่ึงซึ่งประกอบด้วยเครื่องเป่า คือ ปี่ ผสมกับเคร่ืองตี ได้แก่ระนาดและฆ้องวงชนิดต่างๆ เป็นหลัก และยงั มเี ครอ่ื งกากบั จังหวะ เช่น ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง ตะโพน กลองทัด กลองแขก และกลองสองหน้า ปี่พาทย์น้ีบางสมัย เรยี กว่า “พณิ พาทย\"์ วงป่ีพาทย์อาจจาแนกประเภทแตกตา่ งกันไป มที งั้ สิ้น 8 วง ไดแ้ ก่ • วงปพี่ าทยเ์ ครอ่ื งหา้ วงปพี่ าทยเ์ ครอ่ื งคู่ วงป่ีพาทย์เคร่ืองใหญ่ วงป่พี าทย์นางหงส์ วงปพ่ี าทย์มอญ วงปพี่ าทย์ชาตรี วงปี่พาทย์ ดึกดาบรรพ์ วงปีพ่ าทยเ์ สภา

วงปี่พาทย์เคร่ืองห้า • วงปี่พาทยเ์ ครอ่ื งหา้ เป็นวงปี่พาทย์ท่เี ป็นวงหลกั มจี านวนเครอ่ื งดนตรีน้อยชน้ิ ทสี่ ดุ ดงั นี้ ปใี่ น 1 เลา ระนาดเอก 1 ราง ฆ้องวงใหญ่ 1 วง กลองทดั 2 ลูก ตะโพน 1 ลกู ฉง่ิ 1 คู่ (ในบางกรณอี าจใช้ ฉาบ กรบั โหมง่ ดว้ ย)

วงป่ีพาทย์เคร่ืองคู่ • วงปพ่ี าทยเ์ คร่อื งคู่ เปน็ วงปี่พาทยท์ ีป่ ระกอบด้วยเครอื่ งทาทานองเป็นคูเ่ นอ่ื งดว้ ยในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระนั่งเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว ได้มีผู้คิดเครื่องดนตรีเพ่ิมขึ้นอีก 2 อย่าง คือ ระนาดทุ้มกับฆ้องวงเล็ก และนาเอาป่ีนอกซึ่งใช้ในการบรรเลงป่ีพาทย์สาหรับการ แสดงหนงั ใหญ่สมยั โบราณมารวมเข้ากับวงป่ีพาทย์เครื่องห้าที่มีอยู่เดิมวงป่ีพาทย์เคร่ืองคู่มีเคร่ืองดนตรีดังน้ี ป่ี 1 คู่ คือ ป่ีในและ ปี่นอก ระนาด 1 คู่ คือ ระนาดเอกและระนาดทุ้ม ฆ้องวง1คู่ คือ ฆ้องวงใหญ่และฆ้องวงเล็ก กลองทัด 1 คู่ ตะโพน 1 ลูก ฉ่ิง 1 คู่ ฉาบเล็ก 1 คู่ ฉาบใหญ่ 1 คู่ โหม่ง 1 ใบ กลองสองหน้า 1 ลูก (บางทีใช้กลองแขก 1 คู่ แทน) และในบางกรณี อาจใช้กรบั ดว้ ย

วงป่ีพาทย์เคร่ืองใหญ่ • วงปพี่ าทยเ์ คร่อื งใหญ่ เป็นวงปีพ่ าทยเ์ ครื่องค่ทู เี่ พม่ิ ระนาดเอกเหลก็ กบั ระนาดทุม้ เหล็ก บางวงก็เพ่มิ กลองทัดรวมเป็น 3 ใบ บ้าง 4 ใบบา้ ง ส่วนฉาบใหญ่นามาใช้ในวงป่พี าทย์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วงปี่พาทย์ท้ังเคร่ือง ห้า เคร่อื งคู่ และเครอ่ื งใหญ่ ถา้ มีการบรรเลงเพลงภาษาจะใช้เครื่องดนตรีกากับจังหวะของภาษานั้นๆ ด้วย เช่น ภาษาเขมร ใช้ โทน ภาษาจีน ใช้ กลองจีน กลองต๊อกแต๋ว ภาษาฝรั่ง ใช้ กลองมริกัน (อเมริกัน) หรือกลองแตร็ก ภาษาพม่าใช้ กลองยาว ภาษามอญ ใช้ ตะโพน เปิงมาง

วงปี่พาทย์นางหงส์ • วงป่ีพาทย์นางหงส์ เป็นวงป่ีพาทย์ธรรมดาซึ่งใช้บรรเลงทั่วไป แต่เมื่อนามาใช้ประโคมในงานศพ จะนาวงบัวลอยซ่ึง ประกอบดว้ ยปี่ชวา 1 เลา กลองมลายู 1 คู่ และเหมง่ 1 ใบ ที่ใช้ประโคมในงานศพเขา้ มาผสม (ดภู าพวงบัวลอย ประกอบ) โดยตัดปี่ใน ตะโพน และกลองทัด ออก ใช้ป่ีชวาแทนปี่ใน ใช้กลองมลายูแทนตะโพนและกลองทัด ส่วนเหม่งน้ันมีเสียง ไม่เหมาะกับวงปี่พาทย์จึงไม่นามาใช้ ใช้แต่โหม่งซึ่งมีอยู่เดิม เรียกว่า \"วงป่ีพาทย์นางหงส์\" วงปี่พาทย์นางหงส์ใช้บรรเลง เฉพาะในงานศพมาแต่โบราณก่อนวงป่ีพาทย์มอญ สาเหตุที่เรียกว่า ปี่พาทย์นางหงส์ ก็เพราะใช้เพลงเรื่องนางหงส์ สองช้ัน เป็นหลักสาคัญในการบรรเลง นอกจากนย้ี ังมวี วิ ัฒนาการไปใช้บรรเลงเพลงภาษาต่างๆ เรยี กวา่ \"ออกภาษา\" ด้วย

วงป่ีพาทย์มอญ • วงปพ่ี าทยม์ อญ ประกอบด้วยเคร่ืองดนตรีท่ีได้อิทธิพลมาจากมอญ เช่น ฆ้องมอญ ปี่มอญ ตะโพนมอญ และเปิงมางคอก ปจั จบุ นั วงป่ีพาทยม์ อญมี 3 ขนาด ไดแ้ ก่ วงปพี่ าทย์มอญเครื่องห้า ประกอบด้วยปมี่ อญ ระนาดเอก ฆ้องมอญ ตะโพนมอญ เปงิ มางคอก และเครอ่ื งกากบั จังหวะ ได้แก่ ฉง่ิ ฉาบ โหมง่ วงปีพ่ าทยม์ อญเครือ่ งค่มู ีลักษณะเดียวกบั วงปี่พาทย์มอญเคร่อื งห้าแต่เพิ่มระนาดทุ้มและฆ้องมอญวงเลก็ วงป่ีพาทย์มอญเครอื่ งใหญ่ มีลักษณะเดียวกบั วงปพี่ าทย์มอญเครือ่ งคู่แต่เพิม่ ระนาดเอกเหล็กและระนาดทุ้มเหลก็

วงปี่พาทย์ชาตรี • วงปี่พาทย์ชาตรี เป็นวงดนตรีเก่าแก่ท่ีมีมาแต่โบราณ ใช้บรรเลงประกอบการแสดงโนราห์ชาตรีและหนังตะลุง ทางภาคใต้ของไทย เรียกว่า “วงปี่พาทย์ชาตรี”และที่เรียกว่า “วงป่ีพาทย์เครื่องเบา” เพราะเรียกชื่อให้ตรงกันข้ามกับ “ป่ีพาทย์เคร่ืองหนกั ” (ปี่พาทย์ไมแ้ ข็ง) ท้ังนี้เพราะเคร่ืองดนตรีในวงปี่พาทย์ชาตรีมีน้าหนักเบากว่าเคร่ืองดนตรีในวงป่ีพาทย์ ไม้แขง็ ปพี่ าทยช์ าตรปี ระกอบดว้ ยเครื่องดนตรดี งั นี้ ปน่ี อก โทนชาตรี กลองชาตรี(กลองตกุ๊ ) ฆอ้ งคู่ ฉง่ิ กรบั

วงป่ีพาทย์ดึกดาบรรพ์ • วงปพี่ าทย์ดกึ ดาบรรพ์ เป็นวงปี่พาทยป์ ระสมชนิดหนึ่ง มีต้นเคา้ สบื เนอ่ื งมาจากละครดึกดาบรรพ์ ซึ่งเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) และสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟา้ กรมพระยานรศิ รานุวัตติวงศ์ ร่วมกันปรับปรุงข้ึนโดยอาศัยแนวอุปรากร(Opera)ของตะวันตกเข้ามาประกอบละครนี้ ไดช้ อ่ื ตามโรงละคร ซ่ึงเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ต้ังชื่อว่า “โรงละครดึกดาบรรพ์” ละครก็เรียกว่า “ละครดึกดาบรรพ์” วงป่ีพาทย์ที่บรรเลงในการเล่น ละครคร้งั นี้จึงมีช่ือวา่ “ป่ีพาทย์ดกึ ดาบรรพ์”สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจ้าฟา้ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ได้ทรงคัดเลือกเครื่องดนตรีที่มีเสียงทุ้มนุ่มนวล ประสมเข้าด้วยกันให้เหมาะสมกับการแสดงละครดึกดาบรรพ์ คือ ระนาดเอก(ใช้ไม้นวม) ระนาดทุ้ม ระนาดทุ้มเหล็ก ฆ้องวงใหญ่ ฆ้องหุ่ย 7 ใบ มีเสียง เรียงลาดับกัน 7 เสียง ขล่ยุ เพยี งออ ตะโพน กลองตะโพน ฉง่ิ ซออู้ (เพม่ิ ขึ้นภายหลังเม่อื แสดงเรอื่ งสงั ข์ศิลปช์ ยั ไดท้ รงบรรจุเพลงสงั ขาราซ่งึ ต้องใชซ้ ออู้สี ประกอบ) ขลุ่ยอู้ (มีผู้คิดเพ่ิมในภายหลัง) วงป่ีพาทย์ดึกดาบรรพ์นี้นอกจากจะเปลี่ยนแปลงการประสมเครื่องดนตรีต่างไปจากวงป่ีพาทย์เดิมแล้วยังได้ เปล่ยี นแปลงวธิ ีการตัง้ เครอ่ื งดนตรอี ีกดว้ ยโดยตง้ั ระนาดเอกไวก้ ลาง ระนาดทุ้มอยู่ขวา ระนาดทุ้มเหล็กอยู่ซ้าย ฆ้องวงใหญ่อยู่หลังระนาดเอก ส่วนระเบียบ วิธกี ารบรรเลงนนั้ กม็ ีแบบแผนเฉพาะตัว ไมเ่ หมอื นกับการบรรเลงในการแสดงโขนละครโดยทัว่ ไป

วงป่ีพาทย์เสภา • วงปี่พาทยเ์ สภา มรี ปู แบบเหมอื นวงปพี่ าทยไ์ ม้แขง็ แต่ใช้กลองสองหน้ากากับจังหวะหน้าทบั แทนตะโพนและ กลองทดั เริ่มนามาบรรเลงร่วมกบั การเลน่ เสภาในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้านภาลยั

วงเครื่องสาย • วงดนตรีไทยประเภทหน่ึงซึ่งเคร่ืองดนตรีส่วนใหญ่ในวงจะประกอบด้วยเคร่ืองดนตรีท่ีใช้สายเป็นต้นกาเนินของเสียงดนตรี เชน่ ซอด้วง ซออู้ จะเข้ แมว้ า่ เคร่อื งดนตรีทน่ี ามาบรรเลงน้ันจะมวี ิธบี รรเลงแตกตา่ งกัน เชน่ สี ดดี หรือตีก็จึงเรียกวงดนตรี ประเภทนี้วา่ \"วงเครอ่ื งสาย\" วงเคร่อื งสายอาจมีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า เช่น ขลุ่ย หรือเครื่องกากับจังหวะ เช่น ฉ่ิง กลองบรรเลงดว้ ยกถ็ ือวา่ อยูใ่ นวงเครื่องสายเช่นกันเพราะมีเป็นจานวนน้อยท่ีนาเข้ามาร่วมบรรเลงด้วยเพื่อช่วยเพิ่มรสในการ บรรเลงด้วยเพ่ือช่วยเพ่ิมรสในการบรรเลงให้นา่ ฟงั มากยิง่ ขึน้ วงเคร่ืองสายเกิดข้ึนในสมัยอยุธยา ซ่ึงมีเครื่องสี คือ ซอ เคร่ือง ดดี คือ จะเข้ และกระจบั ปี่ ผสมในวง ปจั จบุ ันวงเครอื่ งสายมีทัง้ สนิ้ 4 แบบ ได้แก่ วงเคร่ืองสายไทยเครอื่ งเดย่ี ว วงเคร่ืองสายไทยเครอื่ งคู่ วงเครือ่ งสายผสม วงเครอ่ื งสายปช่ี วา

วงเคร่ืองสายไทยเคร่ืองเด่ียว • วงเครื่องสายไทยเครื่องเดี่ยว เป็นวงเครื่องสายที่มีเคร่ืองดนตรีผสมเพียงอย่างละ 1 ช้ิน เรียกอีกอย่างว่า วงเคร่ืองสายไทยวงเล็ก เคร่ืองดนตรีที่ผสมอยู่ในวงเคร่ืองสายไทยเคร่ืองเดี่ยวนี้นับว่าเป็นส่ิงสาคัญและถือเป็นหลัก ของ วงเคร่ืองสายไทยที่จะขาดส่ิงหน่ึงส่ิงใดเสียมิได้ เพราะแต่ละส่ิงล้วนดาเนินทานองและมีหน้าท่ีต่างกัน เม่ือผสมเป็นวงขึ้น แล้วเสียงและหน้าท่ีของเครื่องดนตรีแต่ละอย่างก็จะประสมประสานกันเป็นอันดี เคร่ืองดนตรีที่ผสมอยู่ในวงเคร่ืองสายไทย เคร่ืองเด่ียวซง่ึ ถอื เป็นหลกั คอื ซอดว้ ง ซออู้ จะเข้ ขลยุ่ เพียงออ โทนและรามะนา ฉิ่ง

วงเคร่ืองสายไทยเคร่ืองคู่ • วงเคร่ืองสายไทยเครื่องคู่ คาว่า เคร่ืองคู่ ย่อมมีความหมายชัดเจนแล้วว่าเป็นอย่างละ 2 ชิ้น แต่สาหรับการผสม วงดนตรีจะต้องพิจารณาใคร่ครวญถึงเสียงของเครื่องดนตรีท่ีจะผสมกันน้ันว่าจะบังเกิดความไพเราะ หรือไม่อีกด้วย เพราะฉะนั้นวงเครื่องสายไทยเคร่อื งคู่จงึ เพิ่มเคร่ืองดนตรีในวงเครอ่ื งสายไทยเครื่องเด่ียวขึ้นเป็น 2 ชิ้น แต่เพียงบางชนิด คือ ซอดว้ ง 2 คนั ซออู้ 2 คนั จะเข้ 2 ตวั ขลุ่ยเพยี งออ ขลุ่ยหลิบ โทน รามะนา ฉ่งิ และเครื่องประกอบจังหวะ

วงเคร่ืองสายผสม • วงเคร่ืองสายผสม เป็นวงเครื่องสายที่นาเอาเครื่องดนตรีต่างชาติเข้ามาร่วมบรรเลงกับเครื่องสายไทย การเรียกช่ือวง เครื่องสายผสมน้ันนิยมเรียกตามชื่อของเคร่ืองดนตรีต่างชาติท่ีนาเข้ามาร่วมบรรเลงในวง เช่น นาเอาขิมมาร่วมบรรเลงกับ ซอดว้ ง ซออู้ ขลุย่ และเคร่อื งกากบั จังหวะตา่ งๆ แทนจะเข้ ก็เรียกว่า “วงเครื่องสายผสมขิม” หรือนาเอาออร์แกนหรือไวโอลิน มาร่วมบรรเลงด้วยก็เรียกว่า “วงเครื่องสายผสมออร์แกน” หรือ “วงเครื่องสายผสมไวโอลิน” เคร่ืองดนตรีต่างชาติที่นิยม นามาบรรเลงเปน็ วงเครื่องสายผสมน้ันมีมากมายหลายชนิด เชน่ ขมิ ไวโอลินออรแ์ กน เปียโน แอกคอรเ์ ดียน กู่เจิง เป็นต้น

วงเคร่ืองสายป่ีชวา • วงเคร่ืองสายป่ีชวา เป็นวงเคร่ืองสายไทยทั้งวงบรรเลงประสมกับวงกลองแขก โดยไม่ใช้โทนและรามะนา และใช้ขลุ่ยหลีบ แทนขล่ยุ เพยี งออกเพือ่ ให้เสยี งเข้ากบั ปชี่ วาได้ดี เดิมเรียกว่า วงกลองแขกเครอื่ งใหญ่ วงเครื่องสายป่ีชวาเกิดข้ึนในปลายรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวการบรรเลงเครื่องสายป่ีชวาน้ัน นักดนตรีจะต้องมีไหวพริบและความเช่ียวชาญในการ บรรเลงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะฉ่ิงกากับจังหวะจะต้องเป็นคนท่ีมีสมาธิดีท่ีสุดจึงจะบรรเลงได้อย่างไพเราะ เพลงท่ีวงเครื่องสาย ปี่ชวานิยมใช้บรรเลงเป็นเพลงโหมโรง ได้แก่ เพลงเร่ืองชมสมุทร เพลงโฉลก เพลงเกาะ เพลงระกา เพลงสะระหม่าแล้วออก เพลงแปลง เพลงออกภาษา แล้วกลบั มาออกเพลงแปลงอกี ครงั้ หน่งึ

วงมโหรี • วงมโหรี เป็นวงดนตรที ่ีใชส้ าหรับขบั กลอ่ มนยิ มใชบ้ รรเลงในงานมงคล โดยเฉพาะงานมงคลสมรสแต่โบราณใช้บรรเลงกล่อม พระบรรทมสาหรับพระมหากษัตริย์ เคร่ืองดนตรีที่ใช้บรรเลงในวงน้ีประกอบด้วยเคร่ืองดนตรีในวงป่ีพาทย์และวงเครื่องสาย หากแต่เครื่องดนตรีในวงปี่พาทย์ท่ีนาเข้ามาผสมในมโหรีน้ีได้ ลดขนาดให้เล็กลง เพ่ือให้มีเสียงพอเหมาะกับเครื่อง ดนตรี ในวงเคร่ืองสาย และใช้ซอสามสายเข้ามาร่วมบรรเลง วงมโหรีนี้มีมาแต่โบราณและได้มีการพัฒนาในเร่ืองการผสมวง แตเ่ ดมิ มีวงมโหรเี ครอ่ื งสี่ วงมโหรีเครื่องหก ปจั จบุ ันวงมโหรไี ด้มพี ฒั นาและเพม่ิ เคร่อื งดนตรีเป็นวงมาตรฐานแบ่งได้ 3 ขนาด ไดแ้ ก่ วงมโหรีเคร่ืองเดี่ยว วงมโหรเี คร่ืองคู่ วงมโหรีเครอ่ื งใหญ่

วงมโหรีเคร่ืองเด่ียว • วงมโหรีเครื่องเดี่ยว หรือ มโหรีเคร่ืองเล็ก คือ วงมโหรีท่ีได้เพ่ิมเคร่ืองดนตรีและเปลี่ยนแปลงมาโดยลาดับตั้งแต่สมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น คร้ังแรกเพ่ิมระนาดเอกและฆ้องวง ต่อมาจึงได้เพ่ิมซอด้วงและซออู้ ส่วนกระจับปี่น้ันเปล่ียนเป็นใช้จะเข้ แทน เน่ืองจากเวลาบรรเลงจะเข้วางราบไปกับพ้ืน ซึ่งต่างกับกระจับปี่ที่ต้องตั้งดีด ทั้งนมที่ใช้รองรับสายและบังคับเสียงก็ เรียงลาดับมีระยะเหมาะสมกว่ากระจับปี่ เวลาบรรเลงจึงทาให้ใช้นิ้วดีดได้สะดวกและแคล่วคล่องกว่า นอกจากน้ีจะเข้ยัง สามารถทาเสียงได้ดังและทาเสียงได้มากกว่ากระจับป่ี ปัจจุบันเครื่องดนตรีในวงบรรเลงประกอบด้วย ซอสามสาย ซอด้วง ซออู้ จะเข้ ขลยุ่ เพียงออ ระนาดเอกมโหรี ฆอ้ งกลาง โทน-รามะนา 9ฉ่ิง

วงมโหรีเคร่ืองคู่ • วงมโหรีเครื่องคู่ คือ วงมโหรีเครื่องเดี่ยวที่ได้เพ่ิมระนาดทุ้มและฆ้องวงเล็กเข้าในวง ทั้งนี้เน่ืองด้วยในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว วงปี่พาทย์ได้เพิ่มระนาดทุ้มและฆ้องวงเล็กรวมเรียกว่า วงปี่พาทย์เครื่องคู่ วงมโหรีจึงเพิ่มเคร่ืองดนตรีดังกล่าวบ้าง นอกจากน้ันยังเพ่ิมซอ ด้วงและซออู้ข้ึนเป็นอย่างละ 2 คัน เพ่ิมจะเข้เป็น 2 ตัว ขลยุ่ นน้ั เดมิ มีแตข่ ลุ่ยเพียงออ จึงเพิม่ ขล่ยุ หลีบอีก 1 เลา ส่วนซอสามสายก็เพ่ิมซอสามสายหลีบอีก 1 คัน และ เพิม่ ฉาบเลก็ อกี 1 คู่ด้วย ปัจจุบันเคร่ืองดนตรีในวงบรรเลงประกอบด้วย ซอสามสาย ซอสามสายหลิบ ซอด้วง 2 คัน ซออู้ 2 คัน จะเข้ 2 ตัว ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ ระนาดเอกมโหรี ระนาดทุ้มไม้มโหรี ฆ้องกลาง ฆ้องวงเล็กมโหรี โทน-รามะนา ฉิ่ง ฉาบเล็ก

วงมโหรีเคร่ืองใหญ่ • วงมโหรีเครื่องใหญ่ คือ วงป่ีพาทย์เครื่องใหญ่ผสมกับวงมโหรีเครื่องคู่ นิยมบรรเลงเป็นวงมหาดุริยางค์ ซึ่งมีจานวนคนและ เคร่อื งดนตรีเยอะ มเี คร่ืองดนตรใี นวงบรรเลง ประกอบดว้ ย ซอสามสายซอสามสายหลิบ ซอดว้ ง 2 คนั ซออู้ 2 คัน จะเข้ 2 ตัว ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลิบ ระนาดเอกมโหรี ระนาดทุ้มไม้มโหรี ระนาดเอกเหล็กมโหรี ระนาดทุ้มเหล็กมโหรี ฆ้องกลาง ฆอ้ งวงเลก็ มโหรี โทน- รามะนา ฉงิ่ ฉาบเลก็ โหม่ง

คำถำมทบทวนควำมรู้ วงดนตรีไทยมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook