เคร่อื งดนตรแี ละวงดนตรสี ากล
เครอื่ งดนตรมี ปี ระวัติความเปนมาท่ียาวนาน ในอดตี มนุษยใ ชการตี เกราะเคาะไม ประกอบในการสวดออนวอนเทพเจา ตอมาจงึ เรม่ิ มกี ารดัดแปลง อปุ กรณท ใ่ี ชในการลา สตั วมาเปนเคร่ืองดนตรี ปจจบุ นั เรามเี ครือ่ งดนตรีสากล หลายสกุลและจําแนกไดหลายประเภท รวมทง้ั สามารถนํามาประสมเปนวง ดนตรสี ากลไดหลายรูปแบบตามวตั ถุประสงคของการนําไปใช การเรียนรเู รื่อง เครือ่ งดนตรสี ากลและวงดนตรีสากลจะชวยทําใหเรามีความรู ความเขาใจ ดนตรีสากลมากยงิ่ ข้ึน
ประเภทของเครือ่ งดนตรีสากล เครื่องดนตรีสากลมีมากมายหลายประเภท การแบงประเภทของเครื่อง ดนตรสี ากลนนั้ ผูเชยี่ วชาญทางดานดนตรีอาจแบงประเภทของเครื่องดนตรี แตกตา งกัน โดยทั่วไปแลวเคร่อื งดนตรสี ากลจะแบง ตามหลักการเกิดเสยี ง หรอื วธิ ีการในการบรรเลงท่ีเรียกวา “แบง ประเภทตามสกลุ ” (Family) ของ เคร่ืองดนตรี ซ่ึงสามารถจําแนกได 5 ประเภท ดังน้ี 1.เครอ่ื งสาย (String Instruments) 2.เคร่อื งเปาลมไม (Woodwind Instruments) 3.เคร่ืองเปา ทองเหลือง (Brass Instruments) 4.เครอื่ งประเภทลม่ิ น้ิว (Keyboard Instruments) 5.เครอ่ื งตี (Percussion Instruments)
เครอ่ื งสาย (String Instruments) เครือ่ งดนตรีประเภทน้ที าํ ใหเ กิดเสียงได โดยการสนั่ สะเทอื นของสาย ลวดหรือสายเอ็น นอกจากนั้นแลวยังมกี ลองเสยี งซึ่งใชข ยายเสยี ง ทําให เสียงดงั และมลี ักษณะของเสยี งทแี่ ตกตา งกันไป แบง ตามวธิ กี ารเลน ได 2 ประเภท คือ 1.ประเภทเคร่ืองดดี การดีดอาจใชนวิ้ มอื หรือปค (Pick) ไดแ ก กีตาร (Guitar) แบนโจ(Banjo) แมนโดลิน(Mandolin) ฮารป (Harp) Guitar Mandolin Banjo Harp
เครือ่ งสาย (String Instruments) 2.ประเภทเครอ่ื งสี เครื่องดนตรชี นดิ น้ีใชค นั ชกั ในการทาํ ใหเ กดิ เสยี ง ซง่ึ คนั ชักจะทาํ ดว ยไม และขนหางมา กอนเลน จะตอ งฝนขนหางมา ดวยยาง สน เพื่อทาํ ใหเกิดความฝด นอกจากใชคนั ชกั แลวบางครั้งยังสามารถใชด ีด ไดอีกดวย เครือ่ งดนตรีท่จี ดั อยใู นกลุมนี้ ไดแ ก ไวโอลิน(Violin) วิโอลา (Viola) เชลโล(Cello) ดับเบ้ลิ เบส(Double Bass) Violin Viola Cello Double Bass
เครอ่ื งเปา ลมไม (Woodwind Instruments) เครื่องดนตรีประเภทนแ้ี บงตามกรรมวธิ ีทีท่ ําใหเ กิดเสียงเปน 2 ประเภท 1.เปาลมผานชองลม ลําตัวของเคร่ืองดนตรปี ระเภทนม้ี ีลักษณะเปนทอ เครอ่ื งดนตรีทอ่ี ยูในกลุมนไี้ ดแก รีคอรเดอร(Recorder) ปคโคโล(Piccolo) ฟลตู (Flute) Recorder Piccolo Flute
เครื่องเปาลมไม (Woodwind Instruments) เครอ่ื งดนตรปี ระเภทน้แี บงตามกรรมวิธีท่ีทาํ ใหเ กดิ เสยี งเปน 2 ประเภท 2.เปา ลมผานล้นิ เครอื่ งดนตรปี ระเภทนจี้ ะมลี ิ้นอยทู ส่ี วนของปาก สาํ หรบั เปา ลน้ิ สามารถถอดเปลยี่ นได มที ั้งล้นิ เด่ียว และลิน้ คู เครือ่ งดนตรที ่ี อยใู นกลุมนี้ไดแ ก คลารเิ น็ต แซกโซโฟน โอโบ อิงลิชฮอรน บาสซูน คอ คอนทราบาสซูน Clarinet Saxophone Oboe English Horn Bassoon Contra Bassoon
เคร่อื งเปาทองเหลือง (Brass Instruments) เคร่อื งดนตรปี ระเภทนีท้ าํ ใหเกดิ เสยี งโดยการเปาลมใหผานริมฝปากไป ปะทะกับชองที่เปา (Mouth Piece) ทําใหเกดิ การสัน่ สะเทอื นของมวล อากาศ เคร่อื งดนตรีในกลุมนี้ไดแก คอรเ น็ต ทรัมเปต เฟรนชฮ อรน ทรอมโบน บาริโทน ยโู ฟเนยี ม ทูบา ซซู าโฟน Cornet Trumpet French Horn Trombone
เคร่ืองเปาทองเหลอื ง (Brass Instruments) เครือ่ งดนตรีประเภทน้ีทําใหเ กิดเสียงโดยการเปา ลมใหผ านรมิ ฝป ากไป ปะทะกับชองทเี่ ปา(Mouth Piece) ทาํ ใหเกิดการสนั่ สะเทอื นของมวล อากาศ เครือ่ งดนตรใี นกลุม น้ไี ดแก คอรเ นต็ ทรัมเปต เฟรนชฮอรน ทรอมโบน บาริโทน ยูโฟเนยี ม ทูบา ซูซาโฟน Baritone Euphonium Tuba Sousaphone
เครอ่ื งดนตรปี ระเภทล่ิมนว้ิ (Keyboard Instruments) เครอื่ งดนตรปี ระเภทนมี้ ลี ม่ิ นิ้วเรยี งเปนแผง เวลาเลนใชน ้ิวมือกดลงบน ลิม่ น้ิวของเคร่ืองดนตรี การเกิดเสยี งขน้ึ อยกู ับกลไกภายใน ซ่ึงมีลกั ษณะเปน คอนเลก็ ๆ ตีท่ีเสน ลวดหรือแทงโลหะ หรอื มีลักษณะเปน ทอลมท่ีมที ่ีปด -เปด เครอ่ื งดนตรีทอี่ ยูในกลุมน้ไี ดแก เปย โน ออรแกน เชเลสตา ฮารปซคิ อรด แอคคอรเดยี น เมโลเดียน Melodion Organ Piano Celesta Accoedion Harpsichord
เครื่องดนตรีประเภทล่มิ นวิ้ (Keyboard Instruments) ในปจ จบุ ันเคร่อื งดนตรีประเภทลมิ่ น้ิวไดถ ูกปรับปรงุ ใหท ันสมยั ข้นึ โดย การนําระบบไฟฟามาทาํ ใหเกดิ เสียง เครอ่ื งดนตรีในกลมุ นไ้ี ดแก ออรแกน ไฟฟา อเิ ลก็ โทน เปยโนไฟฟา คียบ อรดไฟฟา Electronic Organ Electronic Piano Electone Electronic Keyboard
เครอ่ื งดนตรปี ระเภทเครือ่ งตี (Percussion Instruments) เครอื่ งดนตรีประเภทน้ใี ชส าํ หรับตีประกอบจงั หวะ บางชนดิ ใชใ นการ บรรเลงทาํ นอง แบงออกตามลกั ษณะของระดับเสยี งได 2 ประเภท ดงั นี้ 1.ประเภทที่มรี ะดับเสียงไมแ นน อน (Indefinite Pitch) เครื่องดนตรี ประเภทนีเ้ ปน เคร่อื งตปี ระกอบจงั หวะที่ไมสามารถตเี ปน ทํานองได แต สามารถคมุ จงั หวะเพ่อื ใหการบรรเลงพรอมเพรียง มีความไพเราะนา ฟง มาก ยิ่งขึน้ ไดแ ก กลองใหญ กลองเทเนอร ทิมปานี กลองสแนร กลองทอ มบา มาราคา แทมบรู นี ทรัยแองเกิ้ล ฉาบ กลองชุด คาวเบลล วูดบล็อก แรทเทลิ บองโก ทอมทอม กรับ กลองฉิ่ง Tenor Drum Timpani Drum Bass Drum Snare Drum
เครอื่ งดนตรปี ระเภทเครอื่ งตี (Percussion Instruments) Maracas Tambourine Triangle Cymbal TomBa Rattle Cowbells Woodblock Tambourine Bongo Tom Tom Drum Castanets Drum Kit
เคร่อื งดนตรีประเภทเครอ่ื งตี (Percussion Instruments) 2.ประเภทที่มรี ะดับเสียงแนนอน (Definite Pitch) เคร่ืองดนตรีประเภทน้สี ามารถไลร ะดบั เสยี ง และสามารถใชบ รรเลงทํานอง ได แตม บี างชนดิ ที่สามารถเลน เปนทาํ นอง เด่ียวๆ ได แตสามารถเทยี บเสียง และตีใหจ ังหวะได ไดแก ไซโลโฟน ไวบราโฟน เบลไลรา ระฆังราว Bell Lyra Xylophone Vibraphone Tubular Bells
วงดนตรีสากล วงดนตรีที่เกดิ ขึ้นในศตวรรษตนๆ จนถึงปจ จุบนั จะมลี กั ษณะการผสม วงที่แตกตา งกัน ทั้งชนิดของเครอื่ งดนตรี และจาํ นวนชิ้นทใี่ ชในการบรรเลง ความหลากหลายของเครือ่ งดนตรี และจํานวนผูเลน ดังกลา วกอใหเกิดวง ดนตรตี ามสมัยนยิ ม ดังน้ี 1.วงแชมเบอรม ิวสิค (Chamber Music) 5.วงโยธวาทติ (Military Band) 2.วงดุรยิ างค (Orchestra) 6.วงแจส (Jazz Band) 3.วงเคร่อื งสาย (String Band) 7.วงคอมโบ (Combo Band) 4.แตรวง (Brass Band) 8.วงสตริงคอมโบ (String Combo)
วงแชมเบอรม ิวสิค เปนลกั ษณะการผสมวงดนตรีแบบงายๆ ตามปกติมีนกั ดนตรตี ง้ั แต 2 – 9 คน มีเครือ่ งดนตรีอยางละช้ิน นักดนตรตี องเปน ผทู ี่มคี วามสามารถสงู จะมชี ื่อทีเ่ รยี กแตกตางไป ตามจํานวนผูเลน ดงั นี้ ผูบ รรเลง 2 คน เรยี กวา ดเู อ็ด (Duet) หรอื ดูโอ (Duo)
วงแชมเบอรมวิ สิค ผบู รรเลง 3 คน เรียกวา ทรีโอ (Trio)
วงแชมเบอรมวิ สิค ผบู รรเลง 4 คน เรียกวา ควอเต็ต (Quartet)
วงแชมเบอรม วิ สคิ ผบู รรเลง 5 คน เรียกวา ควินเตต็ (Quintet)
วงแชมเบอรม วิ สิค ผบู รรเลง 6 คน เรียกวา เซ็กซเตต็ (Sextet)
วงแชมเบอรม ิวสิค ผบู รรเลง 7 คน เรยี กวา เซพเตต็ (Septet)
วงแชมเบอรมวิ สคิ ผบู รรเลง 8 คน เรียกวา ออคเตต็ (Octet)
วงแชมเบอรม ิวสิค ผบู รรเลง 9 คน เรียกวา โนเน็ต (Nonet)
วงดรุ ิยางค (Orchestra) ประกอบดว ยเครอื่ งดนตรกี ลุมใหญ 4 กลุม คือ กลุมเครอื่ งสาย กลุม เคร่ืองเปาลมไม กลมุ เครอ่ื งเปาทองเหลือง และกลุมเครอื่ งดนตรปี ระเภท เคร่ืองตี มีผูอาํ นวยเพลง (Conductor) ถือไมบาตอง (Baton) ยนื อยู ดานหนา วง มีหนา ทคี่ วบคุมการบรรเลงของนักดนตรที ง้ั วง การจดั วงดุรยิ างค -ไวโอลนิ 1 อยดู านซาย ไวโอลิน 2 อยดู า นขวา ของผูอาํ นวยเพลง -ดบั เบลิ้ เบส อยูหลังสดุ -เครอื่ งเปา ลมไมอยูถัดจากแนวเครอ่ื งสาย -เครื่องเปา ทองเหลืองอยถู ดั จากแนวเครอ่ื งเปาลมไม -เคร่ืองดนตรปี ระเภทเครอ่ื งตีอยูหลังเย้ืองกบั เครื่องเปาทองเหลือง
วงดุริยางค (Orchestra) ลกั ษณะการจดั วง
วงดุริยางค (Orchestra) แบงไดห ลายขนาดตามจาํ นวนผูบรรเลง แตล ะขนาดจะเรียกชื่อตางกันดงั น้ี 1.วงดุริยางคซ ิมโฟนี (Symphony Orchestra) เปนวงดนตรขี นาดใหญ ประกอบดวยเคร่ืองดนตรีทกุ ชนิดท้ัง 4 กลุมท่กี ลา วมา ขนาดเล็กมีผูบรรเลง 40-60 คน ขนาดกลางมีผบู รรเลง 60-80 คน ขนาดใหญมผี ูบรรเลง 80-100 คน 2.วงดรุ ิยางคป ระกอบการแสดงอปุ รากรและละคร (Orchestra for Accompaniments of Opera) เปนวงดุรยิ างคเ ชน เดยี วกับวงดุริยางค ซิมโฟนี แตมีขนาดเล็กกวา มนี กั ดนตรปี ระมาณ 60 คน ใชประกอบการแสดง อุปรากร และละครเปนหลัก
วงดรุ ิยางค (Orchestra)
วงเคร่ืองสาย (String Band) มีเครอ่ื งดนตรี 2 ประเภทใหญๆ คือ เครอ่ื งสายที่ใชด ีด ไดแก กตี าร แบนโจ แมนโดลนิ เบส และเครื่องดนตรีประเภทเคร่ืองตหี ลายๆ ช้ินมา รวมเปน ชุดเรยี กวา “กลองชุดหรือกลองแจส” ใชผูบรรเลงไมมาก และไม เปลอื งพืน้ ที่
แตรวง (Brass Band) วงดนตรีประเภทนมี้ ีเครอ่ื งดนตรอี ยู 3 ประเภทใหญๆ คือ -เครอ่ื งเปาลมทองเหลือง ไดแก ทรัมเปต ทรอมโบน และทบู า -เครื่องเปาลมไม ไดแก แซกโซโฟน และคลาริเนต็ -เครอื่ งดนตรีประเภทเครือ่ งตี ไดแก กลองใหญ กลองสแนร ฉาบ และ ไซโลโฟน วงแตรวงเหมาะสาํ หรบั การเดนิ ขบวน เชน การเดินสวนสนามของ ตาํ รวจ ทหาร เปน วงทสี่ รางบรรยากาศใหส ดใส เกิดความฮกึ เหิม กลาหาญ เวลาเดนิ ในขบวนจะมี Drum Mayer เปน คนนาํ หนา คอยใหจงั หวะ โดยใชไ มค ฑาสงสัญญาณใหผ ูบรรเลงไดท ราบ เชน สั่งใหหยดุ บรรเลง สง่ั เปลยี่ นเพลง
แตรวง (Brass Band)
วงโยธวาทติ (Military Band) วงโยธวาทติ มีลกั ษณะคลา ยกับแตรวง เหมาะสําหรบั การบรรเลง กลางแจง วงโยธวาทติ มเี ครอ่ื งดนตรีอยู 3 ประเภทใหญๆ คือ -เครือ่ งเปาทองเหลือง -เครื่องเปาลมไม -เคร่อื งดนตรีประเภทเครือ่ งตี เวลาเดนิ ในขบวนจะมี Drum Mayer เปนคนนาํ หนา คอยใหจงั หวะ โดยใชไ มค ฑาสง สญั ญาณใหผ ูบ รรเลงไดทราบ เชนสง่ั ใหหยดุ บรรเลง สั่งเปล่ยี นเพลง เชน เดียวกบั แตรวง
วงโยธวาทติ (Military Band)
วงแจส (Jazz Band) เปน วงดนตรที ่กี าํ เนิดมาจากชนผิวดาํ ชาวอเมรกิ นั เชื้อสายอัฟริกัน (นโิ กร) สหรฐั อเมรกิ า การบรรเลงในระยะแรกเปนการแสดงสด ไมต องใชโ นต บรรเลงแบบ Improvisation (ผบู รรเลงคดิ ทํานองเพลงขน้ึ มาบรรเลงสดหรอื บรรเลงตอ เติมทํานองเพลงท่ีมีอยแู ลวใหแ ปลกใหมด ว ยตัวเอง) เพลงทบี่ รรเลงเปนเพลงทม่ี ีจังหวะสนกุ สนาน ครกึ ครน้ื เรา อารมณ ผฟู ง ใหคึกคัก เครอ่ื งดนตรีทีน่ ยิ มใชบรรเลงในวงแจส เชน คอรเนต็ ทรัมเปต ทรอมโบน แซกโซโฟน คลาริเนต็ เปย โน แบนโจ ดบั เบิ้ลเบสหรอื กตี า รเบส กลองชุด เปนวงดนตรีขนาดเล็กมผี ูบรรเลงเพยี ง 3–4 คน ตอ มามีการพฒั นา รูปแบบใหมีขนาดใหญขนึ้ มีผูบรรเลงประมาณ 10-20 คน
วงแจส (Jazz Band)
วงคอมโบ (Combo Band) เปน วงดนตรขี นาดเล็ก สําหรับเมืองไทยจะมุงบรรเลงโดยมกี ารขบั รอ ง ประกอบเปน สว นใหญ นยิ มนําไปบรรเลงตามหอ งอาหาร งานมงคลตางๆ มี นักดนตรีจํานวนไมม าก และเครอ่ื งดนตรไี มแ นนอน เคร่อื งดนตรีที่นิยมใช ไดแ ก ทรัมเปต แซกโซโฟน เปยโน กีตารเ บส กลองชดุ การจัดวงขนาดเล็กอาจใชเ ครอ่ื งดนตรีมากกวา 5 ช้ิน
วงคอมโบ (Combo Band)
วงสตริงคอมโบ (String Combo) เปนวงดนตรขี นาดเล็ก งา ยตอการขนยาย ใชบ รรเลงหรือใช ประกอบการรอ งก็ได ประกอบดว ยเครอื่ งดนตรีประเภทกีตารเ บส กีตารค อรด กตี า รโซโล และกลองชดุ บางครงั้ นาํ เอาเครอื่ งดนตรปี ระเภท คยี บอรด เขามาผสมดวย วงสตรงิ คอมโบมกั รูจกั กันอีกช่ือหน่งึ วา “วงชา โดว”
THE END
Search
Read the Text Version
- 1 - 38
Pages: