Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore LE4 _R&D L.E. อาชีวศึกษาเกษตร

LE4 _R&D L.E. อาชีวศึกษาเกษตร

Published by lawanwijarn4, 2021-12-31 03:48:38

Description: LE4 _R&D L.E. อาชีวศึกษาเกษตร

Search

Read the Text Version

L.E.ประสบการณ์เพ่ือการเรียนรู้ เรื่อง การฉดี ฮอรโ์ มนปลาดุกรัสเซยี เนือ้ หาความรู้ วัตถุประสงค์ วตั ถุประสงค์ กจิ กรรมการเรียนรู้ในเนือ้ หาความ การสอน เชงิ พฤตกิ รรม เน้ือหา doing F2.1 : ผสู้ อนอธบิ ายข้ันตอนวธิ ีการฉีดฮอรโ์ มนป วธิ กี ารฉดี ฮอรโ์ มน ทกั ษะพสิ ยั เพ่อื ใหผ้ ้เู รยี น และวีดีโอประกอบคาบรรยายวิธกี ารฉีดฮอร์โมน ปลาดุกรัสเซีย ปฏิบตั ิไดจ้ น สามารถฉดี F1.1: ผสู้ อนแบง่ กลุ่มผเู้ รียน กล่มุ ละ2 คน ใหแ้ ต 1.จบั ปลาท่ีตอ้ งการ คล่อง ฮอร์โมนปลาดุก ขนั้ ตอนการฉีดฮอร์โมนปลาดกุ ฉดี ฮอรโ์ มน ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง F2.2 ผู้สอนอธิบายขนั้ ตอนวธิ กี ารฉีดฮอรโ์ มนปล 2,ฉดี ฮอรโ์ มนโดย เพื่อใหผ้ ูเ้ รียน ตามข้ันตอนดว้ ย วีดีโอประกอบคาบรรยายวิธีการฉดี ฮอร์โมนปลา เอียงเขม็ 30 องศา สามารถฉดี ฮอ ตนเองภายใน F1.2 ผ้สู อนให้ผู้เรยี น ตรวจสอบ“การเรยี งลาดบั บรเิ วณกลา้ มเนอ้ื ใต้ โมนได้อยา่ ง 10 นาทีตอ่ ตัว ดุก”ทผ่ี ู้เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทาให้ถูกตรงตามท่ีผสู้ อน ครีบหลงั เหนอื เสน้ คลอ่ งแคล่ว ข้างลาตัวปลาดกุ F2.3: ผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี นสแกนควิ อาร์โค้ด ภาพน่ิงว 3.คอ่ ยๆ ปลอ่ ย ไวใ้ น smart phone ฮอร์โมนอยา่ งช้าๆ F1.3: ผูส้ อนแจกกระดาษรูปภาพปลาดุกใหผ้ ้เู รีย จนหมด ฉีดฮอร์โมนลงในรปู ปลาดุก 4.ดงึ เขม็ ออกอยา่ ง F2.3 : ผ้สู อนสาธิตการจบั เข็มฉดี ยาโดยใช้ดนิ สอ เบามอื ไม่ให้นา้ ยา F1.3 ผูส้ อนใหผ้ ูเ้ รียน “ฝกึ การจับเขม็ ฉดี ยาโดยใ ยอ้ นกลบั F2.5 :ผู้สอนสาธิต“การใช้นว้ิ คลงึ เบาๆหลงั จากด 5.ใชน้ วิ้ ทถ่ี นัดคอ่ ยๆ F1.5 : ผ้สู อนให้ผู้เรยี นฝกึ “ใชน้ วิ้ มอื ซา้ ยนวดคล คลงึ บรเิ วณตาแหน่ง F2.6: ผู้สอนสาธิตการฉีดฮอรโ์ มนปลาดกุ ให้ผูเ้ ร ทฉี่ ีดอยา่ งเบามอื ปฏิบตั กิ ารฉดี ฮอร์โมนปลาดกุ โดยผู้สอนดแู ลอยา่ 6.ปลอ่ ยปลาลงบ่อ F1.6:ให้ผ้เู รียนแตล่ ะ คน ปฏบิ ัติการฉีดฮอรโ์ มน พกั อย่างนอ้ ย 10 – ตอ่ ตัว 12 ช่วั โมง

42 สถานการณก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมที่ผู้เรียนกระทา สอื่ ช่วยสอน การ มร้ทู ผ่ี สู้ อนสร้างข้ึน ประเมนิ ผล ผเู้ รียนฟงั คาอธบิ าย ดูแผน่ ภาพและวดี ีโอ 1.ภาพขน้ั ตอน ปลาดกุ ประกอบแผ่นภาพ ประกอบคาบรรยายวธิ ีการฉีดฮอรโ์ มน การฉดี ฮอร์โมน ผู้เรียน นปลาดุก ปลาดุก หลังจากนน้ั เรียงลาดบั ภาพ ปลาดกุ สามารถฉีด ต่ละกลุ่มเรียงลาดบั ภาพ ขนั้ ตอนการฉีดฮอร์โมนปลาดกุ 2.วีดีโอประกอบ ฮอรโ์ มนปลา คาบรรยาย ดกุ ได้อยา่ ง ลาดุก ประกอบแผ่นภาพและ ผเู้ รียนฟงั คาอธิบายข้นั ตอนวธิ กี ารฉีด วิธกี ารฉดี ถูกตอ้ งตาม าดกุ : ฮอรโ์ มนปลาดกุ แลว้ ตรวจสอบ“การ ฮอรโ์ มนปลาดุก ข้นั ตอนด้วย บขัน้ วธิ กี ารฉดี ฮอรโ์ มนปลา เรียงลาดบั ขั้นวธิ ีการฉดี ฮอร์โมนปลาดุก” 3.ควิ อาร์โคด้ ตนเอง นสรปุ ที่ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุ่มทา ใหถ้ กู ตรงตามที่ ภาพนงิ่ วิธกี าร ภายใน 10 ผู้สอนสรุป ฉดี ฮอรโ์ มนปลา นาทตี ่อตัว วิธีการฉีดฮอร์โมนปลาดกุ ใส่ ผ้เู รียนแสกนคิวอารโ์ ค้ดภาพนง่ิ วธิ ีการฉดี ดุก ฮอร์โมนปลาดุกใสไ่ วใ้ น smart phone 4. smart ยนทาเครือ่ งหมายตาแหนง่ ท่ี แลว้ ทาเครอื่ งหมายตาแหนง่ ทฉี่ ีดฮอรโ์ มน phone ลงในรปู ปลาดุก 5.รูปภาพปลา อหรือปากกา ดุก ใชด้ นิ สอหรือปากกา” ผเู้ รยี นชมการสาธิต และฝึกการจับเขม็ ฉีด 6.ดนิ สอหรอื ดึงปลายเขม็ ออกจากตัวปลา” ยาโดยใชด้ ินสอหรือปากกา” ปากกา ลงึ บรเิ วณแขนเพอื่ นเบาๆ” 7.ปลาดกุ รสั เซีย รยี นแบง่ กลมุ่ ๆละ 2 คน ผู้เรยี นขมการสาธติ แลว้ ฝกึ “ใช้นิ้วมอื 8.หลอดฉดี ยา างใกลช้ ดิ ซ้ายนวดคลงึ บรเิ วณแขนเพอ่ื นเบาๆ” พร้อมเข็ม นปลาดกุ ภายในเวลา 10 นาที 9.สารละลาย ผู้เรยี นชมการสาธิต แล้วปฏบิ ตั กิ ารฉดี ฮอร์โมน ฮอร์โมนปลาดกุ ตามข้นั ตอนทเ่ี รยี นมา ภายในเวลา 10 นาที

L.E.ประสบการณเ์ พ่ือการเรยี นรู้ เร่ือง วิธกี ารเพาะเล้ียงไรแดง เนอื้ หาความรู้ วตั ถปุ ระสงค์ วตั ถุประสงค์ กิจกรรมการเรยี การสอน เชิงพฤตกิ รรม ทีผ่ สู้ อ เนอ้ื หา doing วิธกี ารเพาะเลี้ยงไรแดง ทกั ษะพิสยั เพื่อใหผ้ ้เู รยี น F2.1 : ผู้สอนอธิบายวธิ กี 1.ตากบอ่ ท้งิ ไว้ 1 วนั ปฏิบตั ิไดภ้ ายใต้ สามารถเพาะเล้ียงไร powerpoint ประกอบวดี 2.เปิดน้าและกรองลงบอ่ ให้ได้ระดับความลึก คาแนะนา แดงได้ F1.1: ผ้สู อนใหผ้ เรยี นตอบ 20เซนติเมตร ปริมาตรนา้ 10 ลกู บาศก์เมตร อย่างถกู ตอ้ งตาม kahoot 3.ละลายอาหารเพาะเลีย้ งไรแดงโดยผา่ นอวนไน เพอ่ื ให้ผู้เรยี น ข้นั ตอน ไม่นอ้ ยกวา่ ล่อนสฟี ้าตามสูตรท่ีกาหนดพร้อมเติมอากาศลง สามารถ 5 กิโลกรมั ในเวลา F2.2: นาผเู้ รยี นทัศนศกึ ษ ในน้า เพาะเลยี้ งไรแดง 1 สปั ดาห์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโน 4.เติมนา้ เขียว (Chlorella sp.)ลงในบ่อ ได้ตาม ประมาณ 1,000ลิตร (1 ตนั ) ทง้ิ ไวป้ ระมาณ 3 คาแนะนา F1.2: ให้ผู้เรยี นแตล่ ะคนเ วัน เพอื่ รอให้ แดงเป็น Flow chart ใน 5.น้ามสี ีเขยี วของChlorella sp.มากขึน้ ใน เรียน พร้อมสลับกนั ตรวจ ระหว่างนค้ี วรคนน้าบอ่ ยๆเพอ่ื ปอ้ งกันการ ตกตะกอน F2.3: ผูส้ อนสาธิตการเพา 6. เติมนา้ สะอาดโดยผา่ นผา้ กรองให้ได้ระดบั F1.3.: ใหผ้ ูเ้ รียนแบง่ กลุม่ ความลึก 40 – 50 เซนตเิ มตร คนน้าในบ่อให้ แดงตามคาแนะนาของคร ท่ัว ท้งิ ไว้ 1 วนั ผู้เรยี นนาเสนอการเพาะเ 7. นาพันธุ์ไรแดงใส่ลงไปบ่อจานวน 2กโิ ลกรัม วดี ีโอ แลว้ นาสง่ ภายใน ทง้ิ ไว้ประมาณ 2วันสามารถเกบ็ เกย่ี วไรแดงได้ 8.เกบ็ เกี่ยวไรแดงโดยใช้ถุงกรอง

43 สถานการณก์ ารเรยี นรู้ การ ประเมนิ ผล ยนรใู้ นเน้อื หาความรู้ กิจกรรมทผี่ ู้เรยี นกระทา สื่อชว่ ยสอน ผู้เรยี นเพาะเลย้ี ง อนสรา้ งขนึ้ 1.powerpoint ไรแดงได้ไมน่ ้อย แสดงข้ันตอนการ กว่า 5 กิโลกรมั การเพาะเลยี้ งไรแดง โดยใช้ ฟัง ดู powerpoint และวีดิทศั น์ เพาะเลย้ี งไรแดง ในเวลา 1 สัปดาห์ 2.คลิปวีดโี อแสดง ดทิ ัศน์ ตอบคาถามจากการเลน่ เกม kahoot ขัน้ ตอน 2 -7 3. ฟาร์มเพาะเลย้ี งไร บคาถามจากการเลน่ เกม แดง 4.โทรศัพท์มอื ถอื ท่ี ษาฟาร์มเพาะเลย้ี งไรแดงของ ทศั นศึกษาฟาร์มเพาะเล้ียงไรแดงของ ถา่ ยวีดีโอ เล่นเกม นโลยนี ครศรธี รรมราช วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี kahoot นครศรธี รรมราช และวธิ กี ารเพาะเล้ยี ง 5 เกม kahoot เขยี นสรุปวธิ กี ารเพาะเลย้ี งไร ไรแดง 6 วัสดุอุปกรณ์ในการ นกระดาษเปล่า A4 สง่ ในคาบ เพาะเลยี้ งไรแดง จ แต่ละคนเขยี นสรุปวิธีการเพาะเลย้ี งไร แดงเปน็ Flow chart ในกระดาษเปล่า าะเลย้ี งไรแดง A4 สง่ ในคาบเรียน พรอ้ มสลบั กนั มๆ 3 คน ทาการเพาะเล้ียงไร ตรวจ รูกลมุ่ ละ 1 บ่อ แลว้ ให้ เล้ยี งไรแดงของกลมุ่ โดยใชค้ ลิป ผ้เู รียนชมการสาธิต การเพาะเลย้ี งไร 3 วัน แดง และแตล่ ะกล่มุ ๆ ทาการเพาะเลย้ี ง ไรแดงตามคาแนะนาของครกู ลมุ่ ละ 1 บ่อ แลว้ นาเสนอการเพาะเลีย้ งไรแดง ของกลมุ่ โดยใช้คลปิ วีดีโอ สง่ ภายใน 3 วัน

L.E. ประสบการณเ์ พ่ือการเรียนรู้ เรอื่ ง วธิ ีการตรวจโรคสัตว์นา้ ท่ีเกดิ จากปรสิตภาย เน้ือหาความรู้ วตั ถุประสงค์ วตั ถุประสงค์ กจิ กรรมการเร การสอน เชงิ พฤตกิ รรม ทผ่ี ูส้ เน้อื หา Doing วิธีการตรวจโรคสตั วน์ ้าทเี่ กดิ จากปรสิต ทกั ษะพสิ ัย เพอื่ ใหผ้ ้เู รียน F2.1 ผสู้ อน อธิบ ภายนอกโดยใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ ปฏิบตั ไิ ดภ้ ายใต้ สามารถตรวจโรค น้าทเ่ี กิดจากปรสติ 1.เก็บตวั อยา่ งปลาทีแ่ สดงอาการของโรค คาแนะนา สตั ว์นา้ ทเี่ กดิ จาก จุลทรรศน์ โดยใช เพือ่ นามาตรวจสอบในหอ้ งปฏบิ ตั ิการ ปรสติ ภายนอก 2. ตรวจสอบภายนอกตวั อยา่ งปลา สงั เกต เพอื่ ใหผ้ ้เู รยี น โดยใช้กล้อง F1.1 ผสู้ อนใหผ้ ้เู รีย ลกั ษณะภายนอกทผี่ ดิ ปกติ สามารถตรวจโรค จลุ ทรรศน์ไดอ้ ยา่ ง ตรวจโรคสตั วน์ ้าท่ีเก 3. เตรียมสไลดแ์ ละใชห้ ลอดหยดนา้ ลงบน สัตว์นา้ ท่ีเกิดจาก ถกู ต้องตาม กล้องจุลทรรศน์ แผน่ ไสลด์ ปรสิตภายนอก ข้ันตอนท่ผี ้สู อน F2.2 ผสู้ อนสาธิตวิธ 4. ตัดชิ้นสว่ นของเหงือกหรอื ใชก้ ระจกปดิ โดยใช้กลอ้ ง กาหนดได้ ภายใน จากปรสติ ภายนอก สไลดข์ ดู ผวิ ลาตัวบรเิ วณทมี่ ีรอยโร5. นาไป จุลทรรศน์ได้ 10 นาที ทดลองตรวจโรคสตั วางบนสไลดท์ ม่ี ีนา้ หยดอยู่ อยา่ ให้มี ภายใตค้ าแนะนา ภายนอกโดยใชก้ ลอ้ ฟองอากาศ F.1.2 ผูส้ อนให้ผูเ้ รีย 6. นาแผน่ สไลด์ไปสอ่ งดใู ตก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์ ปรสติ ภายนอกโดยใ กาลงั ขยาย 40-400 เทา่ เทยี บภาพท่เี ห็นจาก 7. เทยี บภาพท่ีเห็นจากกลอ้ งจลุ ทรรศน์ กบั หนังสือภาพโรคสัตว ภาพหนงั สอื ภาพโรคสตั วน์ า้ ทเ่ี กดิ จากปรสิ ติ บอกชนิดของปรสิต 8. บนั ทึกชนดิ ของปรสิ ิตที่ กล้องจุลทรรศน์ บัน ตรวจพบดว้ ยกล้อง จลุ ทรรศน์ พบดว้ ยกล้องจุลทร ความถูกต้อง

44 ยนอกโดยใชก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์ สถานการณ์การเรียนรู้ การ ประเมนิ ผล รียนรู้ในเนื้อหาความรู้ กจิ กรรมท่ีผู้เรียนกระทา ส่ือช่วยสอน ผเู้ รียนสามารถ สอนสรา้ งข้ึน 1ภาพ ตรวจโรคสตั ว์ เคล่อื นไหว วธิ กี าร นา้ ทเี่ กดิ จาก บาย วิธกี ารตรวจโรคสตั ว์ ผเู้ รยี นฟงั คาอธิบายวธิ ีการตรวจโรคสตั ว์ ตรวจโรคสตั ว์นา้ ที่ ปรสติ ภายนอก เกดิ จากปรสติ โดยใชก้ ลอ้ ง ตภายนอกโดยใช้กลอ้ ง น้าทเ่ี กิดจากปรสิตภายนอกโดยใช้กลอ้ ง ภายนอกโดยใช้ จลุ ทรรศน์ได้ กลอ้ งจุลทรรศน์ อยา่ งถกู ตอ้ ง ช้ภาพเคลอื่ นไหว จุลทรรศน์ โดยใช้ภาพเคลอ่ื นไหว 2. กล้อง ตามข้นั ตอนที่ จุลทรรศน์ ผูส้ อนกาหนดได้ ยนจัดเรยี งภาพขนั้ ตอนวธิ กี าร ผ้เู รยี นเรยี งภาพลาดับขน้ั ตอนวิธกี ารตรวจ 3. สไลดแ์ ละแผน่ ภายใน 10 นาที ปดิ สไลด์ กดิ จากปรสติ ภายนอกโดยใช้ โรคสัตวน์ า้ ทเ่ี กดิ จากปรสติ ภายนอกโดยใช้ 4. หลอดหยด 5. ตัวอย่างปลา กล้องจุลทรรศน์ 6. รูปภาพลาดับ ขนั้ ตอนวิธกี าร ธีการตรวจโรคสัตว์นา้ ท่ีเกิด ผู้เรยี นดกู ารสาธติ วิธีการตรวจโรคสัตวน์ า้ ท่ี ตรวจโรคสตั ว์นา้ ที่ เกดิ จากปรสติ กโดยใชก้ ล้องจุลทรรศน์ และ เกดิ จากปรสิตภายนอกโดยใชก้ ล้อง ภายนอกโดยใช้ กล้องจลุ ทรรศน์ ตว์น้าทีเ่ กิดจากปรสิต จลุ ทรรศน์ องจุลทรรศน์ ยนตรวจโรคสตั วน์ า้ ที่เกดิ จาก ผเู้ รยี นทาการตรวจโรคสตั วน์ า้ ท่ีเกดิ จาก ใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ และ ปรสติ ภายนอกโดยใชก้ ล้องจลุ ทรรศน์ภายใต้ กกลอ้ งจลุ ทรรศน์กบั ภาพใน คาแนะนาและเทียบภาพท่ีเห็นจากกลอ้ ง วน์ า้ ทีเ่ กิดจากปริสิต และ จลุ ทรรศน์กบั ภาพในหนงั สือภาพโรคสตั ว์นา้ ตภายนอกทีต่ รวจพบดว้ ย ทีเ่ กิดจากปรสิ ิต นทึกชนดิ ของปรสติ ที่ตรวจ บนั ทึกชนดิ ของปรสติ ที่ตรวจพบด้วยกลอ้ ง รรศน์ สง่ ผูส้ อนเพือ่ ตรวจสอบ จลุ ทรรศน์ สง่ ผู้สอนเพือ่ ตรวจสอบความ ถูกตอ้ ง

L.E. ประสบการณ์เพอื่ การเรียนรู้ วิธกี ารนบั ปริมาณเซลล์แพลงก์ตอนพืชด้วยสไลด เนอื้ หาความรู้ วัตถปุ ระสง วัตถปุ ระสงคเ์ ชงิ ค์การสอน พฤติกรรม เน เนื้อหา doing ทกั ษะพิสัย ผู้เรียนสามารถนบั วิธีการนบั ปรมิ าณเซลลแ์ พลงก์ตอนพืชด้วยสไลด์ ปฏบิ ัติไดจ้ น ปรมิ าณเซลล์แพลงก์ F2.1 ผสู้ นบั เมด็ เลอื ด (Haemacytometer) คลอ่ ง ตอนพชื ด้วยตนเองได้ เซลลแ์ พ 1. เตรียมตวั อย่างแพลงก์ตอนพืชทีต่ ้องการนบั ถกู ตอ้ ง ตามข้ันตอน เลือด(H 2. วางกระจกปดิ สไลด์บนสไลด์นับเม็ดเลือด ผู้เรียน ภายใน 10 นาที ต่อ powerp บริเวณท่มี กี รดิ (grid) สามารถนบั 1 สไลด์ 3. ดูดตัวอย่างแพลงก์ตอนพืชด้วยปิเปตอัตโนมัติ เซลล์ F1.1 ผู้ส 4. หยดตัวอยา่ งลงในช่อโหลดตัวอยา่ ง (Loading แพลงก์ตอน เขยี นวธิ กี port) พืชได้อย่าง ด้วยสไลด 5. วางแผน่ สไลด์นบั เม็ดเลอื ดที่มตี ัวอย่างแพลงก์ คลอ่ งแคลว่ F2.2 ผู้ส ตอนบนแท่นวางวัตถขุ องกล้องจุลทรรศน์ ปรมิ าณเ กาลงั ขยายสูง (compound microscope) เมด็ เลอื ด 6. เล่อื นแผน่ สไลดใ์ ห้ตรงกบั กริด(grid) F1.2 ผสู้ 7. ปรับความคมชัดของภาพ โดยปรับเลนสใ์ กล้ คน แตล่ วตั ถุขนาด 10 x 8 นบั เซลล์โดยคานงึ ความ “วธิ กี ารน หนาแน่น ดงั น้ี แตล่ ะกล a.กรณีเซลลห์ นาแนน่ (มากกว่า 100 เซลล์)นับใน แพลงกต์ ช่อง Block B F2.3 ผสู้ b.กรณเี ซลลไ์ ม่หนาแนน่ นับในช่อง Block A แพลงกต์ 8.หาคา่ เฉลีย่ การนับปรมิ าณเซลล์คานวณความ F1.3 ผู้ส หนาแน่นของเซลลต์ ามสูตรท่กี าหนด ละ 1 สไ

45 ดน์ ับเม็ดเลือด สถานการณเ์ พือ่ การเรยี นรู้ ส่ือช่วย การ สอน ประเมินผล กจิ กรรมการเรยี นรู้ใน กจิ กรรมทผี่ ู้เรยี นกระทา น้ือหาความรทู้ ี่ผสู้ อนสร้างขึน้ 1.powerpoint ผเู้ รยี นนับ ประกอบ วดี ี ปริมาณ สอนอธบิ าย “วธิ ีการนบั ปรมิ าณ ผเู้ รยี นฟงั คาอธบิ ายพรอ้ มดู ทัศน์ เซลล์แพลงก์ 2. กระดาษเขียน ตอนพืชได้ พลงก์ตอนพชื ด้วยสไลดน์ บั เมด็ ส่อื ช่วยสอนแล้วให้ผเู้ รยี น คาตอบ ถูกตอ้ ง 3. กล้อง ภายใน Haemacytometer) โดยใช้สอ่ื ตอบคาถามด้วยการเลน่ เกม จุลทรรศน์ 10 นาที ต่อ 4.สไลด์นบั 1 สไลด์ point และสอื่ วีดีทศั น์ บิงโก และเขยี นวิธกี ารนบั 5.เครื่องชว่ ยนบั 6สมุดบนั ทกึ สอนให้ผู้เรียน เลน่ เกมบงิ โก และ ปรมิ าณเซลล์แพลงกต์ อน 7. บัตรคาวธิ กี าร นับเซลล์ การนบั ปริมาณเซลลแ์ พลงก์ตอนพืช พืชด้วยสไลดน์ ับเม็ดเลือด ดน์ บั เม็ดเลือดลงบนกระดาษคาตอบ สอนสาธิตพรอ้ มอธบิ ายวธิ ีการนบั ผเู้ รยี นชมการสาธิตและฟัง เซลล์แพลงก์ตอนพืชดว้ ยสไลดน์ บั คาอธบิ ายการนบั ปรมิ าณเซลล์ ด แลว้ เลน่ เกมการเรียงบตั รคา สอนแบ่งผเู้ รียนออกเปน็ กลุ่มๆละ 4 วธิ ีการนบั เซลลต์ ามลาดับ ละกลมุ่ เลน่ เกมการเรยี งบตั รคา หลงั จากนน้ั แตล่ ะกลมุ่ ฝึก นับเซลลต์ ามลาดบั ” และให้ผู้เรยี น ปฏบิ ตั ิการนบั ปรมิ าณเซลล์ ลุ่มฝึกปฏิบตั ิการนบั ปริมาณเซลล์ แพลงก์ตอนพชื ด้วยสไลดน์ บั ตอนพชื ดว้ ยสไลดน์ บั เมด็ เลอื ด เมด็ เลือด สอนสรปุ “วิธีการนับปริมาณเซลล์ ผู้เรยี นฟังการสรุปจากผสู้ อน ตอนพชื ดว้ ยสไลดน์ บั เมด็ เลอื ด แตล่ ะกลุม่ ปฏิบตั ิการนบั เซลล์ สอนให้ผเู้ รียนปฏบิ ตั ิการนบั เซลลค์ น คนละ 1 สไลด์ภายในเวลา 10 ไลด์ ภายในเวลา 10นาที นาที

L.E. ประสบการณเ์ พื่อการเรียนรู้ เรอ่ื ง ขั้นตอนการผลิตอาหารสตั วน์ ้าสาเร็จรูปแบ เน้อื หาความรู้ วตั ถปุ ระสงคก์ าร วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิง ในเ สอน พฤตกิ รรม F2.1: เนื้อหา doing “ข้นั ต ขั้นตอนการผลติ อาหารสัตว์น้าสาเร็จรูปแบบ ทกั ษะพิสัย เพอื่ ให้ ผู้เรยี น จมน้า” จมน้า ปฏิบัตไิ ดจ้ นคล่อง สามารถผลิตอาหาร F1.1: 1. บดวัตถดุ ิบอาหารฯ ใหล้ ะเอยี ดด้วยเครื่อง สัตว์น้าสาเร็จรปู คน แล บดอาหารฯ แบบโรลเลอร์มิลล์ เพ่ือใหผ้ ู้เรยี น แบบจมน้าได้อย่าง “เรียง 2. ชัง่ นา้ หนัก วตั ถดุ ิบอาหารดว้ ยเครอ่ื งช่งั สามารถผลิตอาหาร ถกู ตอ้ งตามข้ันตอน สตั ว์น้า แบบหยาบและแบบละเอียดตามสดั ส่วนท่ี สตั ว์น้าสาเรจ็ รูป ด้วยตนเองได้ กาหนดในสตู รอาหารสัตวน์ า้ แบบจมน้าได้อยา่ ง ภายใน F2.2 ผ 3. ผสมวัตถุดิบอาหารฯ ดว้ ยเครอ่ื งผสม แบบ คลอ่ งแคลว่ 3.0 ชม. อาหาร ถังนอน F1.2 ผ 4. อดั เม็ดอาหารด้วยเคร่ืองอัดอาหารแบบมนิ ปฏิบัต เซอร์ 5. ป่นั เม็ดและลดความชนื้ ในอาหารเมด็ F2.3 ผ สาเรจ็ รูปดว้ ยเครื่องปั่นเม็ดอาหารโดยใช้ความ “ขน้ั ต รอ้ นจากถงั กา๊ ซธรรมชาติ สาเร็จ 6. เคลอื บผวิ ดว้ ยน้ามนั พชื หรอื นา้ มันปลา F1.3 ผ 8. ร่อนแยกส่วนทเี่ ปน็ เศษอาหารออกด้วย อาหาร เครอ่ื งรอ่ นแยกกาก ใหเ้ สร 7. บรรจอุ าหารในถุงฟอยด์ 8. เกบ็ รักษาอาหารในถงั

46 บบจมนา้ สถานการณเ์ พือ่ การเรยี นรู้ ส่ือชว่ ย การ สอน ประเมินผล กิจกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมท่ผี ู้เรียนกระทา เนื้อหาความรู้ทีผ่ ู้สอนสร้างขน้ึ 1. แผ่นภาพ ผู้เรยี น ขนั้ ตอนการผลิต สามารถผลิต ใหผ้ ้เู รียนชมวดี ทิ ัศน์เรื่อง ผเู้ รียนชมวีดิทศั น์ แบง่ อาหารสัตวน์ ้า อาหารสัตว์ สาเรจ็ นา้ สาเรจ็ รปู ตอนการผลติ อาหารสตั วน์ า้ แบบ ผเู้ รยี นเปน็ กล่มุ ๆละ 2 รปู แบบจมน้า แบบจมนา้ ได้ 2. วีดิทศั น์การ อยา่ งถูกตอ้ ง ” คน ตอบคาถาม ในเกม ผลติ อาหาร ตามขน้ั ตอน สัตวน์ ้าสาเร็จรูป ด้วยตนเองได้ ผสู้ อนแบง่ กลุ่มผู้เรียน กลมุ่ ละ 2 เรยี งภาพขนั้ ตอนการ แบบจมน้า ภายใน ลว้ ใหผ้ ู้เรยี นตอบคาถาม ในเกมส์ ผลิตอาหารสัตว์นา้ 3. เครือ่ งมอื 3.0 ชม. งลาดบั ขน้ั ตอนการผลิตอาหาร สาเรจ็ รูปแบบจมนา้ ให้ ผลิตอาหาร าฯ” เสรจ็ ในเวลาทีก่ าหนด สตั ว์นา้ 10 นาที ผสู้ อนสาธิตข้ันตอนการผลิต ผเู้ รียนชมการสาธติ และ รสัตว์นา้ สาเรจ็ รูปแบบจมนา้ รวมกลุม่ กันฝกึ ผูส้ อนให้ผ้เู รยี นแต่ละกล่มุ ฝกึ ปฏิบัติการผลิตอาหาร ติการผลิตอาหารฯ สตั ว์น้าสาเรจ็ รปู แบบ จมน้า ตามขนั้ ตอน ผ้สู อนรว่ มกับผู้เรียนสรุป ผ้เู รยี นรว่ มกบั ผสู้ อนสรุป ตอนการผลติ อาหารสัตวน์ ้า ขั้นตอนการผลิตอาหารฯ จรูปแบบจมน้า” และผ้เู รยี นปฏบิ ัติการ ผู้สอนให้ผ้เู รียนปฏบิ ัติการผลิต ผลติ อาหารสัตวน์ ้าตาม รฯ คนละ 1 สูตร จานวน 20 กก. ข้นั ตอน คนละ 1 สตู ร ร็จในเวลา 3.0 ชม. จานวน 20 กก. ให้เสร็จ ในเวลา 3.0 ชม.

L.E. ประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ เรื่อง ความแตกตา่ งของลาไส้การกนิ ของปลากนิ พ เนอื้ หาความรู้ วัตถุประสงค์การ วัตถปุ ระสงค์เชิง กิจกรรมกา สอน พฤติกรรม ในเนอื้ หาความรูท้ เน้ือหา หลักการ ความแตกต่างของลาไส้ พทุ ธพิสัย ผเู้ รยี นทกุ คน F2 ผสู้ อนสาธิตการ ของปลากนิ พชื ,ปลากินเนื้อ นาไปใช้ สามารถ ของลาไสโ้ ดยการผ และปลากนิ แพลงกต์ อน ระบุการกินอาหาร การวัดความยาว ข เปน็ อาหาร เพอ่ื ให้ผเู้ รยี น ของปลาทั้ง 3 ,ปลากนิ เนอื้ และปล สามารถจาแนกการ ชนิด ไดถ้ ูกตอ้ ง ตอนเปน็ อาหาร กนิ อาหารของปลา ในเวลา 10 นาที F1 ให้ผ้เู รียนทดลอ ทัง 3 ชนิด ได้ ความยาว วาดภาพ จาแนกชนดิ ของปล อาหารท้ัง 3 กลุ่ม

47 พืช, ปลากนิ เนอื้ และปลากนิ แพลงก์ตอนเป็นอาหาร สถานการณ์เพอื่ การเรียนรู้ ส่อื ช่วย การ สอน ประเมินผล ารเรยี นรู้ กจิ กรรมทผี่ เู้ รยี นกระทา ที่ผู้สอนสรา้ งขึน้ ผูเ้ รียนระบุ การกนิ รศกึ ษาโครงสรา้ ง ผ้เู รยี นชมการสาธติ การศกึ ษา 1. ตัวอย่างปลา อาหารของ ปลา แต่ละ ผ่าเปดิ ชอ่ งท้อง โครงสร้างของลาไส้โดยการผา่ สด 3 กล่มุ ชนดิ ได้ อย่าง ของปลากนิ พชื เปิดช่องท้อง การวดั ความยาว 2. ภาพจาลอง ถูกต้อง ในเวลา 10 ลากนิ แพลงก์ ของปลากนิ พชื ,ปลากินเนือ้ และ โครงสรา้ งของ นาที ปลากนิ แพลงกต์ อนเปน็ อาหาร ลาไส้ และความ องผ่าท้องปลา วดั แลว้ ใหผ้ ู้เรยี นทดลองผ่าทอ้ งปลา ยาว กับชนิดปลา พอวัยวะเพอ่ื วัดความยาว วาดภาพอวยั วะเพื่อ กินพืช,ปลากิน ลาตามการกนิ จาแนกชนดิ ของปลาตามการกนิ เนอ้ื และปลากนิ อาหารทง้ั 3 กลุ่ม แพลงก์ตอนเปน็ อาหาร

48 ตวั อย่าง L.E. ลกั ษณะที่ 2 สร้างขึ้นสาหรบั ทักษะวิชาชพี ดังตัวอย่างต่อไปน้ี คือ ประสบการณ์เพ่ือการเรียนรู้เรื่อง การเพาะเล้ียงไรแดงเพื่อ การค้า L.E.1 ความสาคญั ของไรแดง L.E.2 ลกั ษณะของไรแดง L.E.3 ลักษณะไรแดงเพศเมยี และเพศผู้ L.E.4 ประเภทของการสืบพนั ธุ์ L.E.5 การออกแบบสรา้ งบอ่ เพาะเลยี้ งไรแดง L.E.6 วสั ดุและอุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการเพาะเลีย้ งไรแดง L.E.7 ขั้นตอนการเพาะเลยี้ งไรแดง L.E.8 ข้ันตอนการบรรจไุ รแดง L.E.9 แนวทางการจดบันทกึ ขอ้ มูลการปฏบิ ัตงิ านการเพาะเล้ยี งไรแดง L.E.10 การคานวณราคาขายไรแดง L.E.11 การทาปฏทิ นิ วางแผนการผลติ เล้ยี งไรแดงเพือ่ การค้า

L.E.1 ประสบการณเ์ พือ่ การเรียนรู้ เร่อื ง การเพาะเลีย้ งไรแดงเพอ่ื การคา้ : ความสา เนอื้ หาความรู้ วัตถปุ ระสงค์การ วตั ถปุ ระสงค์เชงิ กจิ สอน พฤตกิ รรม ในเน้ือหา เน้ือหา ข้อเท็จจริงเจตคติ F2.1:ผู้สอนอธ ความสาคัญของไรแดง เจตพิสยั เพ่อื ให้ผู้เรยี น แดงทั้ง 5 ด้าน 1.ด้านนิเวศวิทยา เปน็ ผู้บริโภคขน้ั ต้นของ เหน็ คุณค่า สามารถสรุป F1.1: ผู้สอนแบ หว่ งโซ่อาหารในแหล่งน้าธรรมชาติ ความสาคัญของ ให้ผ้เู รียนแต่ละ 2.ด้านการเพาะเลย้ี งสตั วน์ า้ เป็นอาหาร เพ่ือใหผ้ ้เู รยี นเหน็ ไรแดงได้ เก่ยี วกับความส สาหรบั อนบุ าลลกู สัตวน์ ้า ความสาคัญของไร ครอบคลุม ดา้ นท่ีได้รบั มอ 3.ด้านการทดลองทางวทิ ยาศาสตร์ เช่น แดง ทง้ั 5 ด้าน กระดาษ flip ศึกษาการเปล่ยี นแปลงรูปร่างตาม ดว้ ยภาษาของ หนา้ ช้นั เรียน พ สภาพแวดลอ้ ม ตนเอง วา่ “ถกู ตอ้ งหร 4. ด้านบาบัดนา้ เสยี มักพบไรแดงในแหลง่ ในเวลาทก่ี าหนด ความสาคัญมา น้าเสยี ที่มีอนิ ทรยี วัตถุมาก ไรแดงช่วยกิน 50นาท)ี สาหร่าย จลุ นิ ทรยี ์และอินทรียวตั ถุในแหล่ง นา้ จงึ ทาใหม้ คี ณุ ภาพดีข้ึน ดังนัน้ ไรแดงจึง F 2.2 ผ้สู อนอ สามารถใช้บ่งบอกคุณภาพน้าและประเมนิ แดงตามทผ่ี ้เู รีย ระดับความเน่าเสียของนา้ จากแหลง่ ต่างๆ powerpoint ได้ F1:2 ผูส้ นิ ให้ผ 5.ด้านการสร้างรายได้และอาชพี ไรแดงมี “ความสาคัญข ราคาแพง กโิ ลกรัมละ 60-150 บาท และ ตนเอง และนา มตี น้ ทุนในการผลติ ตา่

49 าคัญของไรแดง สถานการณ์เพอ่ื การเรียนรู้ สอ่ื ชว่ ย การ สอน ประเมนิ ผล จกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมทีผ่ ู้เรยี นกระทา าความรู้ทีผ่ ้สู อนสรา้ งขนึ้ 1. กระดาษ flip ผเู้ รยี น chart สามารถสรปุ ธิบายความสาคัญของไร ผ้เู รียนฟงั และดู powerpoint 2.ปากกาเคมี ความสาคัญ 3.powerpoint ของไรแดงได้ นโดยใช้ powerpoint ของไรแดง แลว้ แบ่งออกเป็น 5 ครอบคลมุ ทง้ั 5 ดา้ น ด้วย บ่งผูเ้ รยี นออกเปน็ 5 กลุม่ กลมุ่ ตามความสาคญั ของไรแดง ภาษาของ ะกลุ่ม ระดมความคิดเห็น แตล่ ะด้าน หลังจากนน้ั แต่ละ ตนเองใน สาคญั ของไรแดงแต่ละ กล่มุ ระดมความคิดเหน็ เวลาท่ี อบหมาย เขียนลงใน เกี่ยวกับความสาคัญของไรแดง กาหนดดว้ ย chart ส่งตัวแทนนาเสนอ ในดา้ นทไ่ี ด้รบั มอบหมาย แลว้ ภาษาของ พร้อมทงั้ รว่ มกนั อภปิ ราย เขียนลงในกระดาษ flip chart ตนเองใน รอื ไม่ เพราะเหตใุ ด และมี สง่ ตัวแทนนาเสนอหนา้ ช้นั เวลา 15 ากกวา่ น้ีหรือไม่? (ในเวลา เรียน พรอ้ มทั้งรว่ มกันอภปิ ราย นาที ว่า “ถกู ต้องหรือไม่ เพราะเหตุ ใด และมีความสาคญั มากกวา่ นี้ หรือไม่?(ในเวลา 50 นาท)ี อธบิ ายความสาคัญของไร ผู้เรยี นฟงั การสรุปของผูส้ อน ยนนาเสนอประกอบ แลว้ สรุป “ความสาคญั ของไร แดง” ด้วยภาษาของตนเอง ผเู้ รียนเขียนสรุป นาส่งภายใน 15 นาที ของไรแดง” ด้วยภาษาของ าสง่ ภายใน 15 นาที

L.E. 2 ประสบการณเ์ พือ่ การเรียนรู้ เรอื่ ง การเพาะเลี้ยงไรแดงเพอ่ื การค้า : ลักษณ เนอ้ื หาความรู้ วัตถุประสงค์ วัตถปุ ระสงค์ กจิ กรรมการเรีย การสอน เชงิ ในเนอ้ื หาความรูท้ ี่ผู้สอ พฤตกิ รรม เนอ้ื หา ความคิดรวบยอด พุทธิพิสยั ผู้เรียนสามารถ F2.1 ผู้สอน อธิบายลักษณะของไรแ ลักษณะของไรแดง นาไปใช้ แยกภาพไร 1.เปน็ สัตวไ์ มม่ กี ระดูกสันหลงั แดงออกจาก F1.1 ผสู้ อนให้ผูเ้ รียนจดบันทึก”ลกั จาพวกกงุ้ เพ่อื ใหผ้ ู้เรียน ภาพแพลงก์ กระดาษ 2.เปน็ แพลงกต์ อนสตั ว์ สามารถนา ตอนชนิดอื่นๆ F2.2 ผู้สอนแจกตัวอยา่ งไรแดง โดย 3 ลาตวั รูปไข่ สีเหลอื งส้ม ลกั ษณะรูปร่าง ไดอ้ ย่างถูกต้อง ลกั ษณะของไรแดงดว้ ยตาเปล่า จาก หรอื สีแดง ของไรแดงไป ในเวลา 5 นาที จลุ ทรรศน์ 6.มีขนาด 0.4-1.8 มลิ ลิเมตร ใชแ้ ยกแยะไร F1.2 ผสู้ อนให้ผูเ้ รยี นเปรยี บเทยี บล 7.รา่ งกายประกอบดว้ ย 2 แดงออกจาก พิจารณาด้วยตาเปลา่ และจากการส ส่วน คอื สว่ นหวั และลาตวั แพลงก์ตอน จุลทรรศน์ สว่ นหวั กลมขนาดใหญ่ ชนดิ อน่ื ได้ F2.3 ผู้สอนอธิบายองค์ประกอบขอ 8. มแี ผน่ เปลือกปกคลมุ ภายในภายนอก) ด้วย powerpoin ร่างกาย ลักษณะเปลอื กเป็น F1.3 ผูส้ อนใหผ้ ู้เรียนบันทกึ “องคป์ 2 ฝา F2.4 ผู้สอนแจกใบงาน “ภาพองค์ป 9. มตี าประกอบ F1.4 ผู้สอนให้ผู้เรียนทาใบงาน ภาพ (compound eye) 1 คู่ มี เสร็จภายใน 5นาที หนวด 2 คู่ หนวดคแู่ รกเลก็ F2.5 ผสู้ อนนาภาพไรแดงและภาพแ (first antennules) หนวด อน่ื ให้ผู้เรยี นดู พรอ้ มอธบิ ายความแ คูท่ ่ี 2 มขี นาดใหญ่ อยู่ F1.5 ผสู้ อนใหผ้ ้เู รียนแยกภาพไรแด ดา้ นข้างของหวั มขี าอก 5 คู่ ตอนสตั วช์ นิดอืน่ ให้เสรจ็ ภายใน 5

50 ณะของไรแดง สถานการณเ์ พ่อื การเรียนรู้ สอ่ื ช่วย การ สอน ประเมนิ ผล ยนรู้ กจิ กรรมทผ่ี ู้เรยี นกระทา อนสร้างขึน้ 1. ตัวไรแดง ผเู้ รียนทุก 2. ภาพไรแดง คนสามารถ แดง ดว้ ยภาพ ผูเ้ รยี นฟงั คาพรอ้ มดูภาพ ไรแดง 3. ภาพแพลงก์ แยกภาพไร ตอนชนิดต่างๆ แดงออกจาก กษณะไรแดง”ลงบน แลว้ จดบันทึก”ลักษณะไรแดง”ลง 4. ภาพอธิบาย ภาพแพลงก์ บนกระดาษ องค์ประกอบ ตอนชนิด ตา่ งๆของไรแดง อ่นื ๆได้อย่าง ยใหผ้ ูเ้ รยี นพิจารณา ผู้เรยี นพจิ ารณาลักษณะของไรแดง 5.ตวั อยา่ ง ถกู ต้องใน กน้ันนาไปสอ่ งกลอ้ ง ดว้ ยตาเปล่า ต่อจากนั้นนาไปสอ่ งดู แพลงก์ตอนสัตว์ เวลา 5 นาที ดว้ ยกลอ้ งจุลทรรศน์ แล้ว ชนิดอนื่ ๆ ลกั ษณะไรแดงจากการ เปรียบเทยี บลักษณะไรแดงทีพ่ บ 6. powerpoint ส่องดดู ว้ ยกลอ้ ง บนั ทกึ ผล นาส่งผู้สอน องไรแดง(ลกั ษณะ ผู้เรียนฟังคาอธบิ ายองค์ประกอบ nt ของไรแดง) แลว้ จด ประกอบไรแดง” บันทกึ ประกอบของไรแดง” พองค์ประกอบไรแดงให้ ผู้เรยี นเขียนคาตอบในใบงาน “ภาพ องคป์ ระกอบของไรแดง” แพลงก์ตอนสัตว์ชนิด ให้เสรจ็ ภายใน 5นาที แตกต่าง ดงอกจากภาพแพลงก์ ผูเ้ รียนฟงั คาอธิบายและดูภาพไร นาที แดง ภาพแพลงก์ตอนสัตว์ชนิดอืน่ ๆ แล้วแยกภาพไรแดงออกจากแพลงก์ ตอนสตั วช์ นดิ อานภายใน 5นาที

L.E.3 ประสบการณ์เพ่ือการเรียนรู้ เรอ่ื ง การเพาะเล้ยี งไรแดงเพือ่ การค้า : ลกั ษณะ เนือ้ หาความรู้ วัตถปุ ระสงคก์ ารสอน วัตถุประสงคเ์ ชงิ ก พฤตกิ รรม ในเนอ้ื ห เนื้อหา ความคิดรวบยอด พุทธพิ สิ ัย F2.1 ผสู้ อน ไรแดงเพศเมยี นาไปใช้ เ พื่ อ ใ ห้ ผู้ เ รี ย น เพศเมยี เพ มขี นาดใหญ่ ลาตัวอ้วนกลม มีขนาด สามารถแยกภาพ F1.1 ผู้สอน เฉล่ยี 1.25 มิลลิเมตร เพื่อให้ผู้เรียนสามารถ แสดงเพศผู้ เพศเมีย กระดาษ ไรแดงเพศผู้ จ า แ น ก เ พ ศ เ มี ย แ ล ะ ของไรแดง จานวน F2.2 ผู้สอน มีขนาดเล็กและลาตัวยาวกว่าเพศเมีย เพศผู้ของไรแดงได้ 10 ภาพ ได้ถูกต้อง. แดงเพศเมยี มีขนาดเฉลี่ย 0.6 มลิ ลิเมตร ในเวลา 5 นาที เปล่า F1.2 ผสู้ อน แตกต่างขอ แล้วนาสง่ ผ

51 ะไรแดงเพศเมยี และเพศผู้ สถานการณเ์ พื่อการเรยี นรู้ สอื่ ช่วย การ สอน ประเมนิ ผล กจิ กรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมท่ีผเู้ รยี นกระทา หาความร้ทู ่ผี ู้สอนสร้างขน้ึ นอธบิ าย “ลักษณะไรแดง ผู้เรียนฟงั คาอธิบายพรอ้ มดู 1.powerpoint ผเู้ รียน ลักษณะไรแดง สามารถแยก พศผู้” ดว้ ย powerpoint powerpoint และจดบนั ทกึ เพศเมีย เพศผู้ ภาพแสดง นให้ผูเ้ รยี นจดบนั ทกึ ลงใน “ลักษณะเพศเมียและเพศผู้ 2. ตัวไรแดงเพศ เพศผู้ เพศ เมีย เพศผู้ เมยี ของไร ของไรแดง “ลงในกระดาษ 3.ภาพไรแดง แดง จานวน 10 ภาพ ได้ นให้ผู้เรยี นดู “ตวั อยา่ งไร ผูเ้ รียนดูตัวอยา่ ง ไรแดงเพศ ถกู ต้อง.ใน เวลา 5 นาที ย เพศผู้” ในแก้วนา้ ด้วยตา เมยี เพศผู้ ในแกว้ นา้ ด้วยตา เปลา่ และตอบคาถามว่า “ไร นใหผ้ ูเ้ รียนบันทึกความ แดงท้ัง 2 เพศ แตกตา่ งกัน องเพศท้งั 2 ลงในกระดาษ อยา่ งไร ลงในกระดาษ แล้ว ผู้สอน นาสง่ ผู้สอน

L.E.4 ประสบการณ์เพื่อการเรยี นรู้ เรอ่ื ง การเพาะเลยี้ งไรแดงเพ่ือการค้า : ประเภท เนื้อหาความรู้ วตั ถปุ ระสงค์การ วัตถุประสงค์เชงิ สอน พฤติกรรม ในเน้อื เน้อื หา ขอ้ เทจ็ จรงิ เฉพาะ พุทธิพสิ ัย ผู้เรยี นสามารถ F2.1 ผู้ส การสืบพันธุ์ของไรแดง มี 2 แบบ คอื จา เขียนลกั ษณะการ การสืบพ 1 แบบไม่อาศยั เพศ (parthenogenesis) เพ่อื ให้ผู้เรียน สบื พันธ์ขุ องไรแดง VDO cl 1) ไรแดงเพศเมยี สรา้ งไขท่ สี่ ามารถเจริญเป็น สามารถจาลักษณะ ไดถ้ ูกตอ้ งตามท่ี F1.1 ผู้ส ตัวอ่อนโดยไม่ตอ้ งไดร้ ับการผสมพันธุก์ บั ตัวผู้ การสืบพันธ์ุของไร ผู้สอนอธบิ าย “ประเภ 2) เกิดในกรณีที่สภาพแวดล้อมสมบูรณ์ แดงได้ ภายในเวลา 5 นาที แดง” ล ไดแ้ ก่ มีอาหารเพียงพอ pH ประมาณ 6.5- F2.2 ผู้ส 8 ปรมิ าณออกซเิ จนท่เี พยี งพอ สืบพันธ 2 แบบอาศยั เพศ (Sexual reproductive) F1.2 ผู้ส 1) ไรแดงตัวผู้และตัวเมียผสมพันธุ์กัน ไร ตรวจสอ แดงตัวเมียจะสร้างไข่จานวน 2 ฟอง มี ของการ ลักษณะทึบแสง วางไข่สู่ก้นบ่อ เรียกว่าไข่ ผเู้ รยี นก พัก(resting egg หรือ ephippium) ไขให้ถูก 2) ไข่มีความทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่ เหมาะสมได้เปน็ เวลานาน 3 ) ไ ข่ จ ะ ฟั ก อ อ ก เ ป็ น ตั ว ก็ ต่ อ เ มื่ อ สภาพแวดล้อมเหมาะสม

52 ทของการสบื พนั ธุ์ สถานการณเ์ พ่ือการเรียนรู้ สอ่ื ช่วย การ สอน ประเมินผล กจิ กรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมทผ่ี ูเ้ รยี นกระทา อหาความรู้ทีผ่ สู้ อนสร้างขึ้น สอนอธิบาย “ประเภทของ ผู้เรยี นฟังคาอธบิ ายพรอ้ มดู powerpoint ผเู้ รยี น ประกอบ สามารถ พนั ธุ์ของไรแดง” โดยใช้ powerpoint“ประเภทของ VDO clip เขยี น ประเภทของ ลกั ษณะการ lip การสืบพนั ธุข์ องไรแดง” แล้ว การสืบพนั ธขุ์ อง สืบพันธุข์ อง ไรแดง ไรแดงได้ สอนใหผ้ ้เู รียนบันทึก บนั ทึกลงในกระดาษ ถูกตอ้ งตามที่ ภทของการสบื พนั ธขุ์ องไร กระดาษ ผู้สอนอธบิ าย ภายในเวลา ลงในกระดาษ 5 นาที สอนสรุป “ประเภทของการ ผเู้ รยี นฟงั สรุปจากผู้สอน แล้ว ธ์ขุ องไรแดง” ตรวจสอบการจดบันทกึ สอนให้ผูเ้ รยี นบนั ทึก “ประเภทของการสบื พนั ธข์ุ อง อบการจดบันทึก “ประเภท ไรแดง”ของผเู้ รียนกับท่ีผูส้ อน รสืบพนั ธข์ุ องไรแดง”ของ สรปุ และปรับแก้ไขใหถ้ กู ต้อง กบั ที่ผ้สู อนสรุป และปรับแก้ ตามท่ผี สู้ อนสรุป กตอ้ งตามทีผ่ สู้ อนสรุป

L.E. 5 ประสบการณเ์ พ่ือการเรยี นรู้ เรือ่ ง การเพาะไรแดงเพอ่ื การคา้ : การออกแบบ เนือ้ หาความรู้ วตั ถปุ ระสงค์ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ กิจกรรม การสอน พฤติกรรม ในเนอื้ หาความ เน้อื หา หลักการ F2:1 ผสู้ อนนาผ การออกแบบสร้างบ่อเพาะเล้ียงไรแดง พทุ ธพิ ิสยั ผเู้ รยี นสามารถ “ฟาร์มเพาะเลี้ย 1. บอ่ เพาะเลยี้ งไรแดงควรตั้งอยู่ นาไปใช้ นาหลักการ วษ.ท นครศรีธร กลางแจ้ง ออกแบบบ่อ F1.1: ผ้สู อนให้ผ 2. บอ่ ซเี มนต์ส่เี หลยี่ มขนาด 4x5x1 เมตร เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รยี นนา เพาะเล้ียงไรแดง คน สรุปหลกั กา หรอื 20 ตารางเมตร หลักการ ไปประยุกต์ใช้ บอ่ เลี้ยงไรแดง น 3. บอ่ เลี้ยงจะมกี ารเทคานและใช้อฐิ ออกแบบการ พจิ ารณาการ powerpoint ร บล็อค 4 – 6 ก้อนกอ่ เป็นผนัง พ้นื บอ่ มี สรา้ งบ่อเพาะไร ออกแบบบ่อของ ซักถาม การเทปนู หนาพอสมควรเพือ่ ป้องกันน้า แดงไป กรณีตวั อย่างได้ F2:2 ผู้สอนนาก รวั่ ซมึ ดา้ นในของบ่อทั้ง 4 ด้าน จะฉาบ ประยุกตใ์ ช้ได้ อยา่ งถูกตอ้ ง ใน ออกแบบการสร ผวิ สูงประมาณ 30- 50 เซนติเมตร อยา่ งถูกต้อง เวลา 10 นาที 3 กรณี ใหผ้ ูเ้ รยี 4. มีการวางระบบนา้ โดยเดนิ ท่อพวี ซี ีไป F1.2 ผสู้ อนใหผ้ ยงั ทุกบอ่ เพอ่ื เติมน้า ออกแบบการสร 5. มีการวางระบบเติมออกซเิ จน โดยเดนิ แดง”ที่ได้เรียนร ทอ่ พวี ซี ีไปยงั ทกุ บอ่ เพื่อเตมิ ออกซเิ จน พจิ ารณาว่า กรณ 6. มคี ูนา้ และระบบระบายน้าเพือ่ สะดวก ถูกตอ้ งหรือไมถ่ ูก ในการเก็บเกย่ี ว ใด ในเวลา 10 น คาตอบส่งผู้สอน

53 บสรา้ งบอ่ เพาะเลี้ยงไรแดง สถานการณเ์ พ่ือการเรียนรู้ สื่อชว่ ย การ สอน ประเมนิ ผล มการเรียนรู้ กิจกรรมท่ีผู้เรียนกระทา มรูท้ ผี่ ู้สอนสรา้ งข้ึน 1. ทัศนศกึ ษา ผู้เรยี น ฟาร์มเพาะเลี้ยง นาหลักการ ผูเ้ รียนทัศนศึกษา ผ้เู รยี นทศั นศึกษาฟาร์มเพาะเลย้ี งไรแดง ไรแดง ออกแบบบอ่ 2.powerpoint เพาะเล้ยี งไร ยงไรแดง”ของ ของวษ.ท.นครศรีธรรมราช แบ่งกลุ่มๆ 2 การเพาะเลยี้ งไร แดงไป แดง ประยกุ ต์ใช้ รรมราช คน สรปุ หลกั การอกแบบสร้างบ่อเล้ยี งไร พิจารณาการ ออกแบบบอ่ ผูเ้ รยี นแบง่ กลุม่ ๆ 2 แดง นาเสนอโดย powerpoint รว่ มกัน ของกรณี ารออกแบบสรา้ ง อภิปราย ซกั ถาม และแต่ละคนสรุป ตวั อยา่ งได้ นาเสนอโดย หลกั การออกแบบสร้างบ่อเลี้ยงไรแดง อยา่ งถกู ตอ้ ง ร่วมกันอภิปราย ดว้ ยภาษาของตนเอง นาส่งผู้สอน ในเวลา 10 นาที กรณีตวั อยา่ ง การ ผเู้ รยี นพิจารณา 3 กรณตี ัวอย่าง การ ร้างบ่อเพาะไรแดง ออกแบบการสร้างบ่อเพาะไรแดง ว่า ยนพจิ ารณา กรณตี วั อยา่ งใดถูกต้องหรือไมถ่ ูกตอ้ ง ผู้เรยี นใช้ “หลักการ เพราะเหตุใด แลว้ เขียนคาตอบสง่ ผสู้ อน ร้างบอ่ เพาะไร รู้มาก่อนหนา้ น้ี มา ณตี ัวอยา่ งใด ถกต้อง เพราะเหตุ นาที แล้วเขยี น น

L.E.6 ประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ เรื่อง การเพาะเล้ยี งไรแดงเพอ่ื การค้า : วัสดแุ ล เนอ้ื หาความรู้ วัตถปุ ระสงค์ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ ในเ การสอน พฤตกิ รรม เนื้อหา ขอ้ เท็จจรงิ เฉพาะ F2.1 1. บ่อหรอื ถงั ซเี มนต์ พนื้ กน้ บอ่ ควรฉาบและขดั มันเพื่อใหน้ า้ พทุ ธพิ สิ ยั ผู้เรียนสามารถบอก “ฟาร หมุนเวียนไดส้ ะดวก เกดิ การย่อยสลายของป๋ยุ และอาหารไดด้ ี จา ชนิดของวสั ดุ นครศ ป้องกันการตกตะกอนของนา้ เขยี ว มที างน้าเข้าออกสะดวก อุปกรณ์ทใี่ ช้ในการ F1.1 บ่อควรอยู่กลางแจง้ เพื่อใหไ้ ดร้ ับแสงแดดเต็มที่ แต่หน้าฝน เพอื่ ใหผ้ ู้เรียน เพาะเล้ยี งไรแดง ได้ คน ส ควรมหี ลังคาพลาสตกิ ใสคลมุ จาชนิดของ ถกู ตอ้ งและ แดง 2. ปั๊มลม ควรใช้ในบ่อเพาะขนาดใหญ่ 30 ตารางเมตรขน้ึ ไป วัสดอุ ปุ กรณ์ท่ี ครบถว้ น ทงั้ 6 ประก เพอ่ื ช่วยเพมิ่ ปริมาณออกซเิ จน เรง่ การเจริญเตบิ โตของน้า ใช้ในการ รายการ F.2.2 เขียวและไรแดง และลดความเปน็ พษิ ของน้า เพาะเลย้ี งไร ใชใ้ น 3. ผา้ กรองขนาด 69 ไมครอน ใชก้ รองนา้ ลงในบอ่ เพาะเพอ่ื แดง ได้ pow ปอ้ งกนั ศตั รขู องไรแดง F1.2 4. น้าเขยี ว เปน็ แพลงก์ตอนพชื ขนาดเล็กที่มคี ณุ คา่ ทาง ปรับแ อาหารสูง ทน่ี ิยมใชใ้ นการเพาะเลย้ี งไรแดง คอื คลอเรลลา่ เพาะ Chlorella sp. ให้คร 5. หวั เช้ือไรแดงใชส้ าหรบั แพร่ขยายพนั ธ์ุ รายก 6. ป๋ยุ และอาหารสาหรับเพาะคลอเรลลา่ สตู รท่ี 4 สูตร “อปุ ก เกษตรควนพลอง ใช้ อาม-ิ อามิ 4 ลติ ร ป๋ยุ นา (16-20-0) 1 ดว้ ยภ กิโลกรมั ป๋ยุ ยูเรีย (46-0-0) 1 กิโลกรัม ปนู ขาว 2 กิโลกรมั ตนเอ อาหารหมู 1 กิโลกรมั ราละเอียด 1 กโิ ลกรมั ผสู้ อน

54 ละอปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นการเพาะเล้ยี งไรแดง สถานการณเ์ พอ่ื การเรยี นรู้ สื่อช่วย การ สอน ประเมนิ ผล กจิ กรรมการเรียนรู้ กิจกรรมท่ผี เู้ รยี นกระทา เนอ้ื หาความรู้ท่ผี ู้สอนสรา้ งขึ้น 1. powerpoint ผู้เรยี น การเพาะเลีย้ งไร สามารถบอก 1: ผสู้ อนนาผู้เรยี นทัศนศกึ ษา ผเู้ รียนทัศนศกึ ษา “ฟารม์ แดง ชนิดของวัสดุ รม์ เพาะเลีย้ งไรแดง”ของ วษ.ท. เพาะเล้ียงไรแดง”ของ วษ.ท. 2. คลปิ วดี โี อ อปุ กรณท์ ใี่ ช้ ศรีธรรมราช นครศรธี รรมราช รวมกลุ่มๆละ 2 3. ทัศนศกึ ษา ในการ 1 ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแบ่งกลมุ่ ๆละ 2 คน สรปุ อปุ กรณท์ ่ีใช้ในการ ฟาร์มเพาะเลยี้ ง เพาะเลีย้ งไร สรปุ อปุ กรณท์ ีใ่ ช้ในการเพาะเล้ยี งไร เพาะเลี้ยงไรแดง แลว้ นาเสนอโดย ไรแดง แดง ได้ แลว้ นาเสนอโดยใช้ powerpoint ใช้ powerpoint ถกู ตอ้ งและ กอบ vdo clip ครบถ้วนทงั้ 6 2 ผ้สู อนสรปุ “วัสดแุ ละอปุ กรณท์ ่ี ผ้เู รยี นฟงั สรุป “วัสดุอุปกรณท์ ่ีใช้ รายการ นการเพาะเลยี้ งไรแดง” โดยใช้ ในการเพาะเลย้ี งไรแดง werpoint ตรวจสอบและปรบั แกไ้ ข “วัสดุ 2: ผู้สอนให้ผเู้ รียนตรวจสอบและ อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการเพาะเลี้ยงไร แก้ไข “วสั ดอุ ปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการ แดง”ทผี่ เู้ รยี นไดน้ าเสนอไป ให้ ะเลี้ยงไรแดง”ทีผ่ เู้ รยี นได้นาเสนอไป ครบถ้วนตรงตามท่ีผสู้ อนสรุปท้งั รบถ้วนตรงตามทผ่ี สู้ อนสรปุ ทงั้ 6 6 รายการ หลงั จากนน้ั ให้แต่ละ การ จากนั้นใหแ้ ตล่ ะคนสรปุ คนสรุป “วสั ดุอปุ กรณท์ ใ่ี ช้ในการ กรณท์ ใ่ี ช้ในการเพาะเล้ยี งไรแดง” เพาะเลย้ี งไรแดง”ด้วยภาษาของ ภาษาของตนเอง หรือรปู แบบของ ตนเองหรอื รปู แบบของตนเอง อง (เช่น mind map ภาพ) นาสง่ (เช่น mind map ภาพ ) นาสง่ น ผสู้ อน

L.E.7 ประสบการณเ์ พื่อการเรียนรู้ เรื่อง การเพาะเลย้ี งไรแดงเพือ่ การค้า: ข้ันตอนก เนอื้ หาความรู้ วตั ถุประสงคก์ ารสอน วตั ถุประสงค์เชิง กิจก พฤตกิ รรม ในเนื้อหาค เนื้อหา doing ทกั ษะพสิ ยั F2.1: ผสู้ อนอธิบาย “ ขน้ั ตอนการเพาะเลย้ี งไรแดง ปฏบิ ัตไิ ด้ภายใตค้ าแนะนา เพ่อื ใหผ้ ้เู รยี น ใช้ powerpoint ประ 1.ตากบ่อทงิ้ ไว้ 1 วัน สามารถเพาะเล้ยี ง F1.1 ผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี น 2.เปิดน้าและกรองลงบ่อใหไ้ ดร้ ะดับความลึก เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นสามารถ ไรแดง ได้ถูกตอ้ ง เพาะเลย้ี งไรแดง”โดน 20เซนตเิ มตร ปริมาตรน้า 10 ลูกบาศก์เมตร เพาะเล้ียงไรแดงไดภ้ ายใต้ ตามขน้ั ตอน และ F2.2 ผสู้ อนนาผู้เรียน 3.ละลายอาหารเพาะเล้ียงไรแดงโดยผ่านอวน คาแนะนา ได้ผลผลติ ไมน่ ้อย แดงของ วษ.ท.นครศ ไนล่อนสฟี ้าตามสตู รท่ีกาหนดพร้อมเติม กวา่ 5 กโิ ลกรัม F1.2: ผสู้ อนแบ่งกลมุ่ อากาศลงในน้า ในเวลา 1 สัปดาห์ แตล่ ะกลุ่มเขยี นสรุป” 4.เตมิ น้าเขยี ว (Chlorella sp.)ลงในบอ่ เปน็ Flow chart ในก ประมาณ 1,000ลิตร (1 ตนั ) ทง้ิ ไวป้ ระมาณ ตวั แทนกลมุ่ นาเสนอโ 3 วัน เพื่อรอให้น้ามสี เี ขยี วของChlorella sp. ตอบข้อซกั ถาม มากข้ึนในระหวา่ งน้คี วรคนน้าบอ่ ยๆเพ่อื F2.3: ใหผ้ ้เู รยี นแบง่ ก ป้องกนั การตกตะกอน แดงตามคาแนะนาขอ 5.เตมิ นา้ สะอาดโดยผ่านผา้ กรองใหไ้ ดร้ ะดบั ผลผลติ ท่ีไดต้ ้องไม่น้อ ความลกึ 40 – 50 เซนติเมตร คนนา้ ในบ่อ ใหท้ ่ัว ทงิ้ ไว้ 1 วนั F1.3 ผสู้ อนให้ผเู้ รียน 6. นาพนั ธุ์ไรแดงใสล่ งไปบอ่ จานวน 2กิโลกรัม การเพาะเลี้ยงไรแดงข ทิง้ ไว้ประมาณ 2วันสามารถเก็บเกย่ี วไรแดงได้ นาสง่ powerpiont ป 7.เกบ็ เก่ยี วไรแดงโดยใช้ถงุ กรอง นาเสนอ 3 วนั ทากา

55 การเพาะเล้ยี งไรแดง สถานการณ์เพ่อื การเรยี นรู้ ส่ือชว่ ย การ สอน ประเมนิ ผล กรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมทผ่ี ู้เรยี นกระทา ความรทู้ ีผ่ ูส้ อนสร้างขนึ้ 1. powerpoint ผู้เรียนสามารถ การเพาะเลีย้ งไร เพาะเลี้ยงไรแดง “วธิ กี ารเพาะเล้ยี งไรแดง” โดย ผูเ้ รียนฟงั และดู powerpoint และวดี ิ แดง ได้ถกู ต้องตาม 2. คลปิ วีดโี อ 7 ขน้ั ตอน และ ะกอบวีดิทศั น์ ทัศน์ หลังจากนนั้ ใหต้ อบคาถามจากการ ตอน ไดผ้ ลผลติ ไม่ 3. ทัศนศึกษา น้อยกว่า 5 นตอบคาถาม เรอื่ ง “วธิ ีการ เล่นเกม kahoot ฟารม์ เพาะเลย้ี งไร กโิ ลกรมั ใน แดง เวลา 1 สปั ดาห์ นการเลน่ เกม kahoot 4. เกม kahoot 5. โทรศพั ท์มอื ถอื นทศั นศึกษาฟารม์ เพาะเลยี้ งไร ผเู้ รยี นทศั นศกึ ษาฟารม์ เพาะเล้ยี งไรแดง ทีถ่ า่ ยวดี โี อ 6. วัสดุอปุ กรณใ์ น ศรีธรรมราช ของ วษ.ท.นครศรีธรรมราช ผเู้ รยี น การเพาะเลย้ี งไร แดง มผู้เรยี นกลมุ่ ละ 3 คน ใหผ้ เู้ รยี น รวมกลุ่มๆละ 3 คน โดยแต่ละกลมุ่ เขียน ”ขน้ั ตอนการเพาะเลี้ยงไรแดง สรปุ ”ขั้นตอนการเพาะเล้ียงไรแดงเปน็ กระดาษ A4 หลังจากนน้ั ให้ Flow chart ในกระดาษ A4 หลงั จาก โดยใช้ powerpoint พรอ้ มกบั นัน้ ให้ ตัวแทนกลุ่มนาเสนอโดยใช้ powerpoint พรอ้ มกบั ตอบขอ้ ซกั ถาม กลุม่ ๆ 3 คน ทาการเพาะเล้ียงไร ผเู้ รียนแต่ละกลมุ่ ๆ ทาการเพาะเลยี้ งไร องครูกล่มุ ละ 1 บอ่ โดยกาหนด แดงตามคาแนะนาของครูกลุ่มละ 1 อยกวา่ 5 kg /สัปดาห์ บ่อ โดยกาหนดผลผลติ ที่ไดต้ อ้ งไมน่ อ้ ย นแต่ละกลุ่ม ส่งตวั แทนนาเสนอ กวา่ 5 kg /สัปดาห์ หลงั จากนนั้ นาเสนอ ของกลมุ่ โดยใช้คลิปวีดีโอ แล้ว การเพาะเลย้ี งไรแดงของกลุ่มโดยใชค้ ลปิ ประกอบclip ถึงผู้สอนกอ่ นการ วดี โี อ แล้วนาสง่ powerpiont าร ประกอบclip ถึงผสู้ อนกอ่ นการ นาเสนอภ 3 วนั ทาการ

L.E.8 ประสบการณเ์ พื่อการเรียนรู้ เร่ือง การเพาะเลีย้ งไรแดงเพ่ือการค้า: ข้ันตอนก เนอื้ หาความรู้ วตั ถปุ ระสงคก์ าร วตั ถปุ สอน พฤ เน้ือหา doing ทกั ษะพิสยั เพือ่ ให สามาร ขั้นตอนการบรรจุไรแดง ปฏิบตั ไิ ดจ้ นคลอ่ ง แดงด้ว การบรรจแุ บบมชี ีวิต อย่างถ 1 การบรรจุในภาชนะปิด เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นสามารถ ขน้ั ตอน 1.1. เตรียมถงุ พลาสติก ขนาดตา่ งๆ กนั ตามปรมิ าณการซอื้ กรณขี นสง่ บรรจไุ รแดงด้วย เวลา10 ทางไกลมักจะใชซ้ อ้ นกนั 2-3 ช้นั เพอ่ื ป้องกันมิใหม้ กี ารรัว่ หรือฉีกขาด ตนเองไดอ้ ยา่ ง 1.2 เตรียมนา้ สะอาด เปน็ นา้ ทม่ี าจากแหลง่ เดียวกบั ทีใ่ ชเ้ พาะเลีย้ งไรแดง ใส่ คล่องแคลว่ ประมาณ 1/3-1/4 ของปริมาตรของถงุ 1.3 การนาไรแดงลงถงุ ควรพิจารณาในการขนสง่ คอื 1) ระยะไกลให้ลดปรมิ าณไรแดงลงตามสดั สว่ นทพ่ี อเหมาะ นาไรแดงไป แชใ่ นนา้ เยน็ 2) อุณหภูมิตา่ เชน่ รถปรบั อากาศหรอื มีนา้ แขง็ แช่รอบถงุ บรรจไุ ด้มากขน้ึ 1.4 อดั ออกซเิ จนในถงุ พลาสตกิ จะปลอ่ ยแกส๊ จากถังตามสายยางซงึ่ จ่มุ ลงนา้ ภายในถงุ โดยปลอ่ ยใหฟ้ องแก๊สแทนทอ่ี ากาศภายในถงุ 2/3 ส่วนถงึ 3/4 ส่วนของปริมาตรความจขุ องถงุ พลาสตกิ รัดด้วยยางวงให้แน่น 1.5 วางถงุ บรรจพุ ลาสตกิ ควรวางตาม แนวนอน เพอื่ เพม่ิ เนอื้ ทข่ี องสตั ว์นา้ ไดม้ ากขนึ้ การบรรจแุ บบไมม่ ชี ีวติ 1 นาไรแดงท่ีลา้ งทาความสะอาดฆ่าเชอื้ โรคดว้ ยด่างทบั ทิมแล้ว มาแบง่ ใส่ ถงุ พลาสตกิ แบบซปิ ล็อก หรอื ถงุ พลาสติกทวั่ ไป น้าหนกั ตามต้องการ 2 นาไปแชแ่ ข็งในตู้เยน็ เพอื่ ความสด วธิ ีนส้ี ามารถเกบ็ ไว้ไดน้ านและยงั สด อยเู่ สมอ แตไ่ รแดงท่ไี ดเ้ ปน็ ไรแดงท่ตี ายแลว้ หรอื เรยี กวา่ ไรแดงแชแ่ ขง็

56 การบรรจไุ รแดง ประสงค์เชิง สถานการณเ์ พ่ือการเรยี นรู้ สอื่ ชว่ ย การ ฤติกรรม สอน ประเมินผล กิจกรรมการเรียนรใู้ นเนื้อหา กิจกรรมทผี่ เู้ รยี น ห้ผู้เรียน 1. power ผเู้ รยี น รถบรรจไุ ร ความร้ทู ่ผี สู้ อนสรา้ งขนึ้ กระทา point สามารถบรรจุ วยตนเอง ได้ 2. วัสดุอปุ กรณ์ ไรแดงดว้ ย ถูกตอ้ ง ตาม F2.1 ผสู้ อนอธบิ ายขน้ั ตอน ผ้เู รียนฟังคาอธบิ าย สาหรบั บรรจไุ ร ตนเอง ได้ น ภายใน แดงแบบมีชวี ิต อยา่ งถูกตอ้ ง 0 นาที การบรรจไุ รแดง โดยใช้สอ่ื แล้วเขียนสรปุ ได้แก่ ตามขน้ั ตอน ถุงพลาสติก, น้า ภายในเวลา power point ประกอบ “ขนั้ ตอนการบรรจุ สะอาด,ยางวง 10 นาที รดั ปากถุง, ถัง F1.1 ผสู้ อนให้ผเู้ รยี น เขียน ไรแดง”ลงใน ออกซิเจน, ถงั บรรจไุ รแดง, สรุป “ขัน้ ตอนการบรรจุไร กระดาษ แล้วนาส่ง ออกซิเจน สาหรับตดิ แดง”ลงในกระดาษ แล้ว ผสู้ อน รถยนต์ 3. ถุงซบิ สาหรบั นาสง่ ผ้สู อน บรรจไุ รแดงแบบ แชแ่ ขง็ ,กลอ่ ง F2.2 ผสู้ อนสาธิตข้ันตอนใน ผูเ้ รียนชมการสาธิต โฟม, กระดาษ หนังสอื พมิ พ,์ การบรรจไุ รแดงแบบมชี วี ติ “ขน้ั ตอนในการ ตาชงั่ , ตู้แชแ่ ขง็ (ในภาชนะปดิ และในภาชนะ บรรจไุ รแดง” แลว้ เปดิ ) และแบบแชแ่ ขง็ ฝกึ บรรจไุ รแดง ตาม F1.2 ผู้สอนให้ผ้เู รยี นฝกึ คาแนะนาจนเกิด “การบรรจไุ รแดงแบบมีชวี ิต ความชานาญ (ในภาชนะปดิ และในภาชนะ หลงั จากนั้นจงึ เปดิ ) และแบบแชแ่ ขง็ ”ตาม ปฏบิ ตั ิการบรรจุไร คาแนะนาจนเกดิ ความ แดงดว้ ยตนเอง ใน ชานาญ หลงั จากน้นั จงึ ให้ เวลา 10..นาที ผูเ้ รียนปฏิบัติการบรรจุไรแดง ด้วยตนเอง ในเวลา 10 นาที

L.E. 9 ประสบการณ์เพอื่ การเรียนรู้ เรื่อง การเพาะเลีย้ งไรแดงเพ่ือการคา้ : แนวทา เนือ้ หาความรู้ วัตถุประสงคก์ ารสอน วตั ถปุ ระสงค์เชงิ กิจ พฤติกรรม ในเน้อื หาค เนอื้ หา หลักการ พุทธิพิสัย แนวทางการจดบันทกึ ข้อมูลการ นาไปใช้ ผเู้ รยี นสามารถนาแนว F2.1 ผู้สอนสร ปฏิบัตงิ าน ทางการจดบนั ทึก บนั ทกึ ขอ้ มลู ก 1. วัน/เวลา/สถานท่ีสาหรับ การ เพอ่ื ให้ผู้เรียน ข้อมลู การปฏิบัติงาน powerpoint เพาะเล้ยี งไรแดง สามารถนาแนว ไปใชต้ ัดสิน การจด F1.1 ผู้สอนให 2. วสั ดุและอปุ กรณท์ จี่ าเปน็ ในการ ทางการจดบันทึก บันทึกขอ้ มูลการ ทางการจดบัน เพาะเลยี้ งไรแดง ข้อมูลการ ปฏิบัติงาน ใน 3 กรณี ปฏบิ ัติงาน”ด้ว 3.จานวนไรแดงทไ่ี ด้จากการ ปฏิบัติงาน ไปใช้ ตัวอยา่ งไดอ้ ย่างถูกต้อง นาสง่ ผู้สอน เพาะเลยี้ งในแต่ละรอบ ตดั สนิ กรณี ในเวลา 15 นาที F2.2 ผสู้ อนให 4. ศัตรูทเี่ กิดขน้ึ กบั ไรแดงและวิธีการ ตวั อยา่ งได้ บนั ทึกข้อมูลก แก้ไข กรณี มถี กู ต้อง 5. ชนดิ และปริมาณปยุ๋ ท่ใี ชใ้ นแตล่ ะ 2 กรณี) ครั้งเป็นตน้ F1.2 ผู้สอนให จดบันทึกข้อมลู เรียนรูม้ ากอ่ นห กรณตี ัวอยา่ งใ เพราะเหตุใด แ ภายใน 15 นา

57 างการจดบันทึกข้อมูลการปฏิบัตงิ านการเพาะเลยี้ งไรแดง สถานการณเ์ พ่ือการเรยี นรู้ สือ่ ชว่ ย การ สอน ประเมินผล จกรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมที่ผเู้ รยี นกระทา ความรู้ที่ผสู้ อนสร้างขนึ้ 1. กระดาษเขยี นบันทกึ ผ้เู รียน 2. กระดาษขาวเทา สามารถ นา รุป “แนวทางการจด ผู้เรยี นฟงั สรุป “แนวทางการ 3. ปากกาเมจิก แนวทางการ 4. powerpoint เขยี นบนั ทึก การปฏิบัตงิ าน” โดยใช้ จดบันทกึ ขอ้ มลู การ ขนั้ ตอนการจดบันทกึ ขอ้ มลู การ ข้อมลู การปฏิบตั ิงาน ปฏบิ ัตงิ าน ปฏบิ ัติงาน” แลว้ เขยี น 5. สมดุ จดบันทึกการ ไปแยกแยะ ปฏบิ ัตงิ าน การเขยี น หผ้ เู้ รยี นเขยี น “แนว “แนวทางการจดบันทึก บันทึกข้อมูล การ นทกึ ขอ้ มลู การ ข้อมูลการปฏิบตั ิงาน”ดว้ ย ปฏบิ ัตงิ าน กรณีตัวอยา่ ง วยภาษาของตนเอง ภาษาของตนเอง แลว้ นาส่ง ได้อยา่ ง ถกู ต้อง ผสู้ อน ภายใน 15 นาที หก้ รณีตัวอย่าง“การจด ผเู้ รียนใช้ “แนวทางการจด การปฏิบตั ิงาน” โดยใน3 บันทึกข้อมูลการปฏิบตั งิ าน” ง 1 กรณีและไม่ถูกต้อง ที่ไดเ้ รียนรมู้ ากอ่ นหนา้ น้ี มา พิจารณาวา่ กรณีตัวอย่างใด หผ้ ู้เรยี นใช้ “แนวทางการ ถูกตอ้ งหรือไม่ถูกต้อง เพราะ มลการปฏบิ ัตงิ าน”ทีไ่ ด้ เหตุใด แล้วเขยี นคาตอบส่ง หน้าน้ี มาพิจารณาว่า ผูส้ อน ใดถกู ต้องหรือไม่ถูกต้อง แลว้ เขียนคาตอบส่ง าที

L.E.10 ประสบการณ์เพื่อการเรียนรู้ เร่ือง การเพาะเลี้ยงไรแดงเพ่ือการคา้ : การคา เนื้อหาความรู้ วตั ถปุ ระสงค์ วัตถปุ ระสงคเ์ ชิง กิจกรรมกา การสอน พฤติกรรม ในเน้ือหาความร้ทู เนอื้ หา หลกั การ พทุ ธิพสิ ัย เพอ่ื ให้ผเู้ รียน F2.1 ผ้สู อนอธบิ าย“วิธกี ารคานวณรา การคานวณราคาขายไรแดง สามารถคานวณ powerpoint 1.แยกประเภทรายจา่ ยในการ นาไปใช้ ราคาขายไรแดง F1.1 ผู้สอนให้ตอบคาถาม เร่ืองการ ผลติ ไรแดงออกเปน็ คา่ ลงทนุ ค่า จากตวั อยา่ ง เกม kahoot วัสดุอุปกรณ์ และคา่ ใชจ้ า่ ยอน่ื ๆ เพือ่ ให้ผเู้ รียน โจทย์ไดอ้ ยา่ ง F2.2 ผู้สอนอธบิ าย “คา่ ใชจ้ า่ ยทง้ั หม 2. รวมจานวนคา่ ใช้จา่ ยทง้ั หมด นาความรู้ ถูกต้อง powerpoint ในการผลติ ไรแดง เรอ่ื ง สตู รการ ภายในเวลา 20 F1.2 ผู้สอนให้ผู้เรยี นรว่ มกนั แยกปร 3. คานวณกาไรทง้ั หมด โดยใช้ คานวณไป นาที แดง สตู รดงั นี้ คอื กาไรทงั้ หมด= คานวณราคา F2.3 ผู้สอนอธบิ ายสูตร“การคานวณ คา่ ใช้จา่ ยทงั้ หมด × ขายไรแดงได้ powerpoint เปอร์เซ็นตก์ าไรที่คาดหวงั ) ÷ F1.3 ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รยี นร่วมกนั ฝึก “ก 100 ตัวอยา่ งโจทย์ 4. คานวณราคาขายผลผลติ F2.4 ผู้สอนอธบิ ายสูตร“คานวณราค ทั้งหมด โดยคานวณจากกาไร powerpoint ท้งั หมด + ค่าใช้จา่ ยทง้ั หมด 5. คิดราคาขายตอ่ หนว่ ย โดยใช้ F1.4 ผู้สอนให้ผูเ้ รยี นรว่ มกนั ฝกึ “ค สูตร ราคาขายต่อหน่วย = ราคา จากตวั อยา่ งโจทย์ ขายผลผลิตทง้ั หมด ÷ จานวนไร แดงทข่ี าย F2.5 ผู้สอนอธบิ ายสูตร“คานวณราค powerpoint F1.5 ผสู้ อนให้ผูเ้ รยี นแตล่ ะคน “คาน ภายใน 20 นาที แลว้ นาคาตอบสง่ ผูส้

58 านวณราคาขายไรแดง กิจกรรมท่ีผ้เู รยี นกระทา ส่อื ชว่ ย การ สอน ประเมนิ ผล สถานการณเ์ พอ่ื การเรยี นรู้ ผู้เรียนฟังคาอธบิ ายพรอ้ มดูสอ่ื ชว่ ย ารเรยี นรู้ สอน แล้วตอบคาถามด้วยการเลน่ 1. powerpoint ผเู้ รยี น ท่ผี ู้สอนสร้างขน้ึ เกม kahoot 2. กระดาษ สามารถ เขยี นคาตอบ คานวณ าคาขายไรแดง โดยใช้ ผเู้ รยี นฟงั คาอธบิ าย “ค่าใชจ้ า่ ย 3. บัตรคา ราคาขายไร ท้ังหมดในการผลติ ไรแดง”แล้ว ค่าใชจ้ า่ ยตา่ งๆ แดงจาก รคานวณราคาขายไร โดยการเลน่ ช่วยกนั แยกประเภทรายจ่ายต่างๆ 4. โจทย์สาหรบั ตวั อยา่ ง ในการผลิตไรแดง การคานวณ โจทย์ได้ มดในการผลติ ไรแดง”โดยใช้ ผ้เู รยี นฟงั คาอธบิ าย “การคานวณ ราคาขายไรแดง อย่าง กาไรทง้ั หมด” แล้วช่วยคานวณ 5. สมุดบนั ทกึ ถูกตอ้ ง ระเภทรายจา่ ยต่างๆในการผลติ ไร กาไรทง้ั หมดจากโจทย์ โครงการ ภายในเวลา 20 นาที ณกาไรท้ังหมด”โดยใช้ การคานวณกาไรทัง้ หมด” จาก คาขายผลผลิตทงั้ หมด”โดยใช้ ผเู้ รยี นฟงั คาอธบิ าย “คานวณ คานวณราคาขายผลผลิตทั้งหมด” ราคาขายผลผลติ ทง้ั หมด” แล้ว ช่วยกนั คานวณราคาขายทัง้ หมด จากโจทย์ คาขายตอ่ หน่วย”โดยใช้ ผ้เู รยี นฟังคาอธบิ าย “คานวณ ราคาขายตอ่ หน่วย” แล้วผูเ้ รยี น นวณราคาขายตอ่ หนว่ ย” จากโจทย์ แตล่ ะคนคานวณราคาขายต่อ สอน หน่วยจากโจทยภ์ ายใน 20 นาที แล้วนาคาตอบส่งผูส้ อน

L.E.11 ประสบการณ์เพ่ือการเรยี นรู้ เรื่อง การเพาะเล้ยี งไรแดงเพอ่ื การค้า: การทา เน้อื หาความรู้ วัตถุประสงคก์ ารสอน วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ ก พฤตกิ รรม ในเน้อื ห เนอ้ื หา หลกั การ พทุ ธิพสิ ัย การทาปฏทิ นิ วางแผนการผลติ ไรแดงเพอ่ื นาไปใช้ ผเู้ รยี นสามารถทา F2.1 ผู้สอนสรปุ ข การคา้ ปฏิทนิ วาง ใช้ powerpoint 1.ทบทวนขนั้ ตอนการเพาะเล้ียงไรแดง เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนสามารถ แผนการผลิต 2.จดั ทาปฏิทนิ วางแผนการผลติ ไรแดงเพอ่ื วางแผนการผลิต ไรแดงจาหนา่ ยได้ F1:1 ผู้สอนแบง่ ก การคา้ บอ่ ซเี มนต์ขนาด 4x5x1 ตาราง ไรแดงเพอ่ื การคา้ วันละ 1 บอ่ แตล่ ะกลมุ่ เขียนไ เมตร โดยวิธเี กบ็ เกี่ยวผลผลิตทุกวนั ไดภ้ ายใตค้ าแนะนา ตดิ ต่อกนั เป็นเวลา เพาะเล้ียงไรแดง 7 วนั F2.2 ผสู้ อนร่วมก แผนการผลติ ไรแด บอ่ ติดตอ่ กันเปน็ F1.2 :ผสู้ อนใหผ้ เู้ แผนการผลิตไรแด (รูปภาพ หรือ ไดอ ตาราง ) นาสง่ ผู้ส

59 าปฏิทนิ วางแผนการผลติ เลยี้ งไรแดงเพอื่ การคา้ สถานการณ์เพื่อการเรยี นรู้ ส่อื ชว่ ย การ สอน ประเมินผล กจิ กรรมการเรยี นรู้ กจิ กรรมที่ผู้เรยี นกระทา หาความรู้ท่ผี สู้ อนสร้างขน้ึ กระดาษ ผ้เู รียนทา ปากกา ปฏทิ นิ วาง ข้นั ตอนการเพาะเลยี้ งไรแดง โดย ผูเ้ รียนฟังสรปุ ขน้ั ตอนการเพาะเลย้ี ง แผนการผลิต ไรแดง ไรแดง แลว้ รวมกลุ่มๆละผเู้ รยี นกลุ่ม จาหนา่ ยไดว้ นั ละ 1 บอ่ กลมุ่ ผู้เรียนกลมุ่ ละๆ 2 คน โดยให้ ละๆ 2 คน เขียนไดอะแกรม ข้ันตอน ตดิ ต่อกนั เป็น ไดอะแกรม ขนั้ ตอนการ การเพาะเล้ยี งไรแดง แล้วนาเสนอ เวลา 7 วนั แลว้ นาเสนอหน้าชัน้ เรียน หน้าชนั้ เรยี น กบั ผูเ้ รยี นร่วมกันจดั ทาปฏทิ นิ วาง ผ้เู รยี นกับผสู้ อนร่วมกันจัดทาปฏทิ นิ ดงให้สามารถจาหน่ายได้วนั ละ 1 วางแผนการผลติ ไรแดงให้สามารถ นเวลา 7 วนั จาหนา่ ยไดว้ นั ละ 1 บอ่ ตดิ ตอ่ กันเปน็ เรียนแต่ละคนจัดทาปฏทิ นิ วาง เวลา 7 วัน หลงั จากนน้ั ให้ผู้เรยี นแต่ ดงเพอ่ื การคา้ ในรปู แบบของตน ละคนจัดทาปฏทิ นิ วางแผนการผลติ ไร อะแกรม หรอื mind map หรือ แดงเพอ่ื การคา้ ในรปู แบบของตน สอนผา่ น line group ในวนั ร่งุ ขน้ึ (รปู ภาพ หรอื ไดอะแกรม หรอื mind map หรอื ตาราง ) นาส่งผสู้ อนผ่าน line group ในวนั รุ่งข้นึ

60 สว่ นที่ 3 การวิจยั และพัฒนาทางการศกึ ษา โครงสร้างเนอื้ หาของการวจิ ัยและพฒั นาทางการศกึ ษา ประกอบด้วย ความหมายของการวิจัยและพัฒนา ความหมายของนวัตกรรม ความหมายของการวิจัยและพฒั นาทางการศึกษา หลักการวิจัยและพฒั นา กระบวนการวิจยั และพัฒนา กระบวนการวิจยั และพัฒนาประสบการณ์เพือ่ การเรยี นร้อู าชวี ศึกษาเกษตร ตวั อย่างการทาการทดลองประสบการณ์เพือ่ การเรยี นรู้ กรณี การทดลองแบบกลุ่มเดียว มีการทดสอบครัง้ เดียว กรณี การทดลองแบบกลุ่มเดียว แต่มกี ารทดสอบก่อนและหลัง วัฏจักรกระบวนการวิจัยและพฒั นา เน้ือหาส่วนท่ี 3 จะส่ือให้ผูอ้ ่านมองเห็นภาพของการนา ประสบการณ์เพ่อื การเรียนรู้ไปทาการทดลองเพอ่ื ทดสอบประสิทธิภาพ

61 ความหมายของการวิจยั และพัฒนา ตวั อักษร “R” เป็นคำหน้ำของคำว่ำ Research แปลเป็นภำษำไทยว่ำ “กำรวิจัย” ตัวอักษร “D” เป็นคำหน้ำของคำว่ำ Development แปลเป็นภำษำไทยว่ำ “กำรพัฒนำ” เม่ือนำคำ R&D มำรวมเข้ำด้วยกันเป็นคำว่ำ Research and Development ซ่ึงแปลเป็น ภำษำไทยได้ว่ำ “กำรวิจัยและพฒั นำ” กำรวิจยั และพฒั นำจงึ เป็นกำรวจิ ยั เพ่อื พฒั นำแก้ปญั หำ เพ่ือทำให้ดีข้ึน ซ่ึงส่ือควำม สะท้อนถึงกำรมงุ่ เน้นส่กู ำรใชป้ ระโยชนจ์ รงิ อันต่ำง จำกกำรวิจัยที่มุ่งเน้นสร้ำงทฤษฎี สร้ำงองค์ควำมรู้ ทำงวิชำกำร ซ่ึงไม่แน่นอนว่ำ จะได้นำไปใช้ ประโยชน์เพ่ือกำรพัฒนำ เพ่ือแก้ไขปัญหำ เพ่ือทำ ให้ดีข้นึ หรือไมอ่ ย่ำงไร สรุปได้ว่ำ R&D เป็นกำรวิจัยรูปแบบหนึ่งท่ีมุ่งพัฒนำนวัตกรรมในเร่ืองใดเร่ืองหนึ่ง โดยต้องมีกำรนำนวัตกรรมที่สร้ำงข้ึนน้ัน ไปทดลองใช้และทดสอบว่ำมีประสิทธิภำพ จน นำไปสู่กำรใชป้ ระโยชน์ไดจ้ ริง ตวั อยำ่ งเชน่ (บริษทั ) ซีพี ทำกำรวจิ ัยและพฒั นาร่วมกับมหำวิทยำลัยฮำร์วำร์ดมุ่ง คิดค้นสูตรอำหำรเพ่ือสุขภำพท่ีไม่เพียงจะต้องอยู่ในปริมำณท่ีพอเหมำะต่อหนึ่งหน่วย บริโภค หำกแตจ่ ะคำนงึ ถึงรสชำติดว้ ย ช่วง 2 ปีที่ผ่ำนโดยหน่ึงในควำมสำเร็จของ ธุรกิจอำหำรซีพี คือ กำรแปรรูปจำกขั้นพ้ืนฐำนไปเพ่ิม มูลค่ำ เปลย่ี นจำกไก่สด หมูสด กุ้งสด และปลำสดมำเป็น อำหำรปรุงสด อำหำรก่ึงสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์อำหำร พร้อมทำนโดยมี ทีมวิจัยและพัฒนำผลิตภัณฑ์อำหำร โดยเฉพำะ... ท่มี ำ: http://www.cp-enews.com/news/details/cpnews/1007

62 ความหมายของนวตั กรรรม คำวำ่ “นวัตกรรม” มำจำกคำภำษำอังกฤษว่ำ “innovation”ส่วนคำกิริยำมำจำก คำวำ่ “innovate” ซึง่ หมำยถงึ “to renew” คือ ทำข้นึ มำใหม่ จำกควำมหมำยของนวัตกรรมดังกล่ำวข้ำงต้น เห็นได้ว่ำคำว่ำ“ใหม่”น้ัน มีบริบท หลำกหลำย ไม่วำ่ จะเปน็ ใหม่สำหรับตัวบุคคล ใหม่สำหรับชุมชน ใหม่สำหรับประเทศ แต่มี เง่อื นไขท่สี ำคญั ว่ำตอ้ งเป็นสิ่งใหม่ ณ ช่วงเวลำน้นั ตวั อย่ำงเช่น เคร่ืองบินมิใช่ “นวัตกรรม” สำหรับปัจจุบันแต่อย่ำงใด เพรำะว่ำเกิดขึ้นมำจนเป็นท่ีรู้จักคุ้นเคยของทุกคนบนโลกใบน้ี เป็นอย่ำงดี แต่นวัตกรรมหรือใหม่ ก็ยังคงเกิดแก่เครื่องบิน เนื่องจำกมีกำรปรับปรุงส่วน ตำ่ งๆของเคร่ืองบนิ เกิดสิง่ ใหม่ทลี ะนดิ มกี ำรออกเครอ่ื งบนิ โดยสำรร่นุ ใหมๆ่ ออกมำ ดังนั้นจึงเห็นได้ว่ำ คำว่ำ“ใหม่”ในบริบทของนวัตกรรมน้ัน มี 2 ลักษณะ คือ “ใหม่”เฉพำะบำงส่วนที่ปรบั ปรงุ เปล่ียนแปลงจำกตวั นวตั กรรมเดิม กับ“ใหม่”หมดทุกอย่ำง เน่ืองจำกเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมำก่อน น่ันคือ เครื่องบินเคร่ืองแรกที่เกิดข้ึนบนโลกนี้ (ลำวณั ย,์ 2561)

63 ความหมายของการวจิ ยั และพัฒนาทางการศึกษา ลำวัณย์ วิจำรณ์(2561) ได้ให้ควำมหมำยของ กำรวิจัยและพัฒนำทำงกำรศึกษำ เอำไว้วำ่ ……เปน็ การวจิ ยั ท่ีมุ่งพฒั นานวัตกรรมทางการศกึ ษา (แนวคดิ และวิธีการ ใหมๆ่ )....ท่เี ก่ียวกับการจัดประสบการณเ์ พื่อการเรียนร้ใู หก้ บั บคุ คล เพ่อื ใหเ้ กิด การเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมตามวัตถุประสงคก์ ารศึกษาด้านเจตคติ (เจตพสิ ัย) ด้านความรู้ (พทุ ธิพิสยั ) ด้านทักษะ(ทักษะพิสยั ).. ..สาหรบั L.E. แล้ว การวจิ ัย และพัฒนาทางการศกึ ษา หมายถึง การวิจัยทม่ี งุ่ พฒั นานวตั กรรมทเ่ี ก่ียวกบั การจัดประสบการณ์เพ่ือการเรียนร้ใู ห้กบั บุคคลทงั้ 3 ด้าน ตามองคป์ ระกอบของ ประสบการณเ์ พ่อื การเรยี นรู้ เน้ือหา วตั ถปุ ระสง วัตถุประสงค์ สถานการณก์ ารเรียนรู้ ส่อื การ ความรู้ คก์ ารสอน เชิง ช่วย ประเมิน กจิ กรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมที่ สอน ผล พฤติกรรม ในเนือ้ หาความรู้ทผี่ ูส้ อนสร้างขึ้น ผู้เรยี นกระทา

64 หลักการวจิ ยั และพฒั นา โสภณ ธนะมยั (2552) ได้กลำ่ วว่ำ หลกั หมำยถงึ เครอ่ื งยึดเหน่ียว สำหรับ R&D มี หลักสำคัญอยู่ 3 ประกำรด้วยกัน ได้แก่ 1) ผลผลิตของกำรวิจัย ( Output ) ต้องเป็น นวัตกรรมทถี่ กู พัฒนำขึน้ มำ 2) ผลลัพธ์ของกำรวิจัย (Outcome ) คือ กำรใช้ประโยชน์จริง ของผลผลิตของกำรวิจัย (Output) และ 3) กำรทดลองใช้และทดสอบประสิทธิภำพของ นวตั กรรมตอ้ งองิ แบบกำรทดลอง กระบวนการวจิ ยั และพฒั นา โสภณ ธนะมัย (2552) ไดเ้ สนอกระบวนกำรวิจยั และพฒั นำ ประกอบด้วย ข้ันตอน หลัก 4 ข้ันตอนซึ่งประกอบด้วย

65 ขั้นตอนที่ 1 กำรกำหนดโจทย์วิจัยเพ่ือสร้ำงนวัตกรรม ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ยอ่ ย คือ 1) วเิ ครำะหส์ ำเหตุของปัญหำ 2) คดั กรองสำเหตุท่ีสำมำรถแก้ไขได้ด้วยนวัตกรรม 3) ศึกษำเอกสำรและงำนวจิ ัยเพื่อเลือกนวัตกรรมที่เหมำะสม และ 4) กำหนดโจทย์วิจยั ขั้นตอนท่ี 2 กำรสร้ำงนวัตกรรม ผู้วิจัยศึกษำหลักกำร แนวคิด ทฤษฏีจำก วรรณกรรมและงำนวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วข้องกบั นวัตกรรม เพือ่ ใหไ้ ดแ้ นวทำงในกำรสร้ำงนวตั กรรม ขนั้ ตอนท่ี 3 กำรทดลองใช้เพื่อหำประสทิ ธภิ ำพของนวัตกรรม ขน้ั ตอนที่ 4 กำรใชป้ ระโยชน์ กระบวนการวิจัยและพฒั นาประสบการณ์เพ่ือการเรยี นรูอ้ าชีวศกึ ษาเกษตร จำกควำมหมำยของ R&D เป็นงำนวิจัยที่มุ่งพัฒนำนวัตกรรมในเรื่องใดเร่ืองงหนึ่ง ซึ่ง คำว่ำ “นวัตกรรม” มีควำมหมำยเป็น 2 นัย คือ ใหม่เฉพำะบำงส่วนที่ปรับปรุง เปล่ียนแปลงจำกเดมิ และใหม่หมดทุกอยำ่ ง สำหรับประสบกำรณ์เพื่อกำรเรียนรู้อำชีวศึกษำเกษตร เป็นรูปแบบกำรจัดกำร เรยี นกำรสอนซงึ่ ผู้สอนสร้ำงขึ้น จึงเป็นสิ่งใหม่สำหรับกำรจัดกำรเรียนกำรสอน ซึ่งย่อมต้อง มกี ำรปรับปรุงหลังจำกใช้จัดกำรเรียนกำรสอนกับกลุ่มผู้เรียนกลุ่มท่ี 1 ไปแล้ว เพื่อนำไปใช้ กบั กลุ่มใหม่ จึงเห็นได้วำ่ ประสบกำรณเ์ พื่อกำรเรียนรอู้ ำชวี ศึกษำเกษตร จงึ เป็นสิ่งใหม่เสมอ ซงึ่ ก็คอื นวัตกรรม ผู้เขียนยึดหลักกระบวนกำร R&D ของโสภณ ธนะมัยในกำรกำหนดข้ันตอนของ กระบวนกำร R&D แต่ได้ปรับเปลี่ยนจำกเดิมซ่ึงต้องมีกำรกำหนดโจทย์กำรวิจัยเพ่ือหำ นวตั กรรมซ่ึงเป็นขั้นตอนแรก สำหรับข้ันตอนของกระบวนกำร R&D อำชีวศึกษำเกษตร ประกอบด้วยข้ันตอน ดังนี้ ขั้นตอนท่ี 1 สร้างนวัตกรรม คือ ตำรำงประสบกำรณ์เพื่อกำรเรียนรู้อำชีวศึกษำ เกษตร โดยมีวิธีกำรสร้ำงจำกส่วนท่ี 2 “ขั้นตอนกำรสร้ำงประสบกำรณ์เพื่อกำรเรียนรู้”ใน หนังสือเล่มน้ี ประกอบด้วย กาหนดเนื้อหาความรู้ โดยกำรวิเครำะห์และเรียบเรียงเนื้อหำ

66 ควำมรู้ กาหนดวัตถุประสงค์การสอน กาหนดวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม จัด สถานการณ์เพ่อื การเรียนรู้ ประกอบด้วย กิจกรรมกำรเรียนรู้ในเนื้อหำควำมรู้ที่ผู้สอน สรำ้ งข้ึนและกจิ กรรมท่ีผู้เรียนกระทำ จัดทาสอ่ื ช่วยสอน และทาการประเมนิ ผล ข้นั ตอนที่ 2 ทดลองใช้ตารางประสบการณ์เพอ่ื การเรียนรู้ รูปแบบกำรทดลองที่เหมำะสมซ่ึงผู้เขียนแนะนำให้ใช้มี 2 รูปแบบด้วยกัน คือ รูปแบบที่ 1 แบบกลุ่มเดียวมีกำรทดสอบครั้งเดียว (One shot case study) และรูปแบบที่ 2 แบบกลุ่มเดียวแต่มีกำรทดสอบก่อนและหลัง (One group pretest-posttest design) ซ่ึงมีควำมง่ำย ไม่ยุ่งยำกซับซ้อน(simplicity) และมีควำมเพียงพอ (sufficiency) ท่ีจะ ทดสอบเพ่ือพสิ จู น์ประสิทธิภำพของ L.E. อำชวี ศกึ ษำเกษตรได้แล้ว รูปแบบกำรทดลอง 2 รูปแบบที่แนะนำให้ใช้ในกำรทดลอง “ตำรำงประสบกำรณ์ เพอ่ื กำรเรยี นรู้”มรี ำยละเอียดดังนี้ 1. กลมุ่ เดียวมกี ารทดสอบครั้งเดียว (One shot case study) ขอ้ เสีย ผลกำรทดสอบท่ีได้ไม่มปี ระสทิ ธภิ ำพ เน่ืองจำกไมม่ ีกำรควบคุมตัวแปร แทรกซ้อนเลย และไม่มีกำรเปรียบเทียบผลกำรทดลองโดยใช้กลุ่มของผู้ถูกทดลอง ผลที่ได้ จำกกำรทดสอบอาจจะไม่ใชม่ าจากผลการทดลอง เพรำะมีกำรทดสอบเพียงครงั้ เดยี ว ข้อดี ง่ำยและสะดวกเหมำะสมสำหรับกำรทดลองกับกลุ่มผู้ถูกทดลองที่ไม่ สำมำรถทำกำรทดสอบก่อนทำกำรทดลองได้ แต่ก็สำมำรถเปรียบเทียบผลกำรทดลองกับ คะแนนท่ีเป็นมำตรฐำนโดยทัว่ ไปได้ ลกั ษณะแบบการทดลอง xT สญั ลกั ษณ์ X คือ กำรให้ตัวแปรทดลอง (ตำรำงประสบกำรณเ์ พอ่ื กำรเรียนร)ู้ แกก่ ลุ่มผู้ถูกทดลอง T คือ กำรทดสอบกล่มุ ผถู้ กู ทดลอง หลงั ทำกำรทดลอง

67 วิธกี าร 1. มีกล่มุ ผู้ถกู ทดลอง 1 กลุม่ 2. ทำกำรทดลอง 3. ทำกำรทดสอบกลุ่มผถู้ กู ทดลองหลังกำรทำกำรทดลอง 2. กลุ่มเดยี วแต่มกี ารทดสอบก่อนและหลงั (One group pretest–posttest design) ข้อเสีย ในกำรสรุปผลกำรทดลองไม่ค่อยแน่ใจว่ำ ควำมแตกต่ำงของผลกำร ทดสอบ 2 คร้ังนั้น เป็นผลมำจำก ตำรำงประสบกำรณ์เพ่ือกำรเรียนรู้ท่ีทดลองใช้กับกลุ่มผู้ ถูกทดลอง เนื่องจำกไม่มีกลุ่มควบคุมตัวแปรแทรกซ้อน ท่ีอำจจะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดผล กำรทดลอง ข้อดี กำรทดลองแบบนี้พฒั นำดขี ึ้นกว่ำแบบที่ 1 เพรำะมีกำรทดสอบคร้ังแรก ก่อนกำรทดลอง ทำให้สำมำรถเปรียบเทียบผลกำรทดลองได้โดยใช้กลุ่มตนเองเป็นตัว เปรียบเทยี บ ลกั ษณะแบบการทดลอง T1 x T2 สัญลักษณ์ T1 คอื กำรทดสอบกลุ่มผถู้ กู ทดลอง กอ่ นกำรทำกำรทดลอง X คอื กำรให้ตัวแปรทดลอง (ตำรำงประสบกำรณ์เพอ่ื กำรเรยี นรู้) แก่กลุ่มผูถ้ กู ทดลอง T2 คอื กำรทดสอบกล่มุ ผู้ถูกทดลอง หลงั กำรทำกำรทดลอง วิธกี าร 1) มีกล่มุ ผู้ทดลอง 1 กลุม่ 2) ทำกำรทดสอบกลุ่มผู้ถกู ทดลอง ก่อนกำรทำกำรทดลอง 3) ทำกำรทดลอง 4) ทำกำรทดสอบกลุ่มผู้ถกู ทดลอง หลังกำรทำกำรทดลอง 5) ตรวจสอบควำมแตกตำ่ งระหว่ำงผลกำรทดสอบครง้ั ที่ 1-2

68 ขั้นตอนที่ 3 ทดสอบความแตกต่างของคะแนนจากการทดลอง กรณที ี่ 1 กำรทดลองแบบกล่มุ เดียว มีกำรทดสอบครง้ั เดียว เปน็ กำรทดสอบควำมแตกต่ำงของคะแนนจำกกำรทดสอบเปรยี บเทียบกับ คะแนนมาตรฐาน กรณีที่ 2 กำรทดลองแบบกลุม่ เดียว แตม่ ีกำรทดสอบกอ่ นและหลงั เปน็ กำรทดสอบควำมแตกตำ่ งของคะแนนจำกกำรทดสอบทง้ั 2 คร้ัง คอื ก่อนกำรทดลองและหลงั กำรทดลอง ทั้ง 2 กรณี ทดสอบควำมแตกต่ำงด้วยค่ำสถิติ t-test เม่ือกลุ่มผู้ถูกทดลองมี จำนวน(n) น้อยกว่ำ 30 คน หรอื z-test เมื่อ n มำกกวำ่ 30 คน หรอื เทำ่ กับ 30 คน 3.1 ทดสอบความแตกตา่ งของคะแนนเฉล่ียกบั คา่ คะแนนเกณฑม์ าตรฐานทั่วไป 3.1.1 สาหรับกลุ่มตวั อยา่ งขนาดใหญ่ (n มำกกว่ำหรือเทำ่ กับ 30) ใช้ z-test ซ่ึงมีสตู รดังนี้ (พวงรัตน,์ 2543) Z = ������̅- 0 S ������ เมื่อ ������̅ คือ คำ่ เฉล่ียของขอ้ มูลชดุ นั้น ๐ คอื คำ่ เฉลี่ยของคะแนนท่เี ป็นมำตรฐำนท่ัวไป S คือ ค่ำเบีย่ งเบนมำตรฐำน n คือ จำนวนคนในกลุม่ ตัวอย่ำง 3.1.2 สาหรับกล่มุ ตวั อย่างขนาดเลก็ (n นอ้ ยกวำ่ 30) ใช้ t-test ซ่ึงมีสูตร t= ������̅- 0 S ������ ทงั้ 2 สตู ร ค่ำ df (degree of freedom) = n-1

69 3.2 ทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มท่ีเก่ียวข้อง กนั (dependent sample) เปน็ กำรทดลองวดั จำกกลุ่มตัวอยำ่ งเดยี วกนั 2 ครั้ง กำรทดสอบแบบนี้กลุ่มตัวอย่ำงมักจะมีจำนวนไม่มำกนัก เป็นกลุ่มตัวอย่ำง ขนำดเลก็ สถิติทใี่ ช้จึงเป็น t-test ซ่ึงมีสูตรดังน้ี (พวงรัตน์, 2543) t= ∑������  ������∑������2 − (∑������)2 ������ − 1 เมอื่ D คือ ผลต่ำงของคะแนนแต่ละคู่ n คอื จำนวนคู่ คำ่ df (degree of freedom) = n-1 ขัน้ ตอนที่ 4 เผยแพรผ่ ลการวจิ ัย กำรเผยแพร่ผลกำรวิจัย ทำได้โดยเขียนรำยงำนวิจัย และ/หรือนำเสนอผลงำนเพ่ือ เผยแพร่ และ/หรือบทคัดย่อให้สำธำรณะ ชุมชนวิชำกำร วงกำรวิชำชีพ ฯลฯ ได้รับทรำบ กอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนจ์ ำกนวัตกรรม คอื ตำรำงประสบกำรณเ์ พอื่ กำรเรยี นรู้ทไ่ี ด้สร้ำงขึน้ มำ

70 ตวั อยา่ งการทาการทดลองประสบการณ์เพอ่ื การเรยี นรู้ ลำดับตอ่ ไปน้ีจะนำเสนอ R&D ประสบกำรณ์เพื่อกำรเรียนรู้ เร่ือง “แมลงในแปลง นำขำ้ ว จงั หวัดเพชรบรุ ี” สำหรับนักเรียนประกำศนียบัตรวิชำชีพ โครงกำรอำชีวศึกษำเพ่ือ กำรพัฒนำชนบท กรณีศึกษำ วิทยำลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี และ“กำรประเมิน ประสบกำรณ์เพอ่ื กำรเรียนรสู้ ิง่ แวดลอ้ ม เรื่อง กำรตรวจวดั คุณภำพนำ้ ” กรณีท่ี 1 การทดลองแบบกลุ่มเดยี ว มกี ารทดสอบครั้งเดียว ลำวัณย์ วิจำรณ์ และศักด์ิศรี รักไทย (2561) ทำกำรวิจัยเรื่อง“กำรสร้ำงชุด ประสบกำรณ์เพ่ือกำรเรียนรู้เร่ือง “แมลงในแปลงนำข้ำว”จังหวัดเพชรบุรี สำหรับนักเรียน ปวช. (ประกำศนียบัตรวิชำชีพ)โครงกำรอำชีวศึกษำเพื่อกำรพัฒนำชนบท (อศ.กช.) กรณีศึกษำวิทยำลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี กำรวิจัยครั้งนี้ได้นำชุด “ตำรำง ประสบกำรณ์เพ่ือกำรเรียนรู้”ท่ีสร้ำงข้ึนไปทำกำรทดลองแบบกลุ่มเดียว มีกำรทดสอบคร้ัง เดียว และทำกำรทดสอบควำมแตกตำ่ งของคะแนนจำกกำรทดสอบเปรียบเทียบกับคะแนน มำตรฐำน(รอ้ ยละ 80 ของคะแนนเต็ม) รำยละเอยี ดกำรวจิ ยั ดังน้ี 1. นวัตกรรมในกำรวิจัยคร้ังนี้ คือ ชุดตำรำงประสบกำรณ์เพ่ือกำรเรียนรู้ เร่ือง “ชนิดของแมลงศัตรูข้ำวกับแมลงศัตรูธรรมชำติของแมลงศัตรูข้ำว ในแปลงนำข้ำว” และ เรือ่ ง “แมลงคกู่ ัดในแปลงนำข้ำว” ดังตำรำง

ตารางประสบการณเ์ พอื่ การเรยี นรู้ เร่ือง ชนิดของแมลงศตั รขู า้ วกับแมลงศัตรูธรรม เน้อื หาความรู้ วตั ถุประสงค์ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ กิจกรรมการเรยี นร การสอน พฤตกิ รรม แมลงในแปลงนา เพอ่ื ให้ นักเรยี น เพ่อื ใหน้ กั เรยี น ให้นกั เรยี น อศ.กช. แต ข้าว แบ่งออกเปน็ 2 อศ.กช. จาชนดิ แมลง อศ.กช. แต่ละคน 10 นาที ชนิด คอื แมลงศตั รู รา้ ย และแมลงดี ใน สามารถเลือกภาพ - เลือกภาพแมลงรา้ ย ขา้ ว(แมลงรา้ ย) แปลงนาข้าวได้ แมลงรา้ ย และภาพ - เลอื กภาพแมลงดีใส และแมลงศัตรู แมลงดไี ด้ถูกตอ้ ง ใน ธรรมชาติของแมลง เวลา 10 นาที ศัตรขู ้าว (แมลงด)ี

71 มชาติของแมลงศัตรูขา้ วในแปลงนาข้าว สอื่ ชว่ ยสอน การประเมินผล สถานการณ์เพอ่ื การเรยี นรู้ 1. ภาพแมลงท้ังหมด นักเรยี น จานวน 21 ภาพ อศ.กช. แต่ละ รทู้ ผ่ี ้สู อนสร้างขึ้น กจิ กรรมทผ่ี ูเ้ รียนกระทา คน เลือกภาพ 2. ซองใส่ภาพแมลง แมลงใสซ่ องได้ ต่ละคนทาในเวลา นกั เรียน อศ.กช. แต่ละคน รา้ ยและซองใสภ่ าพ ถกู ตอ้ ง ภาพละ ทาในเวลา 10 นาที แมลงดี 1 คะแนน ใน เวลา 10 นาที ยใส่ในซองแมลงรา้ ย - เลอื กภาพแมลงรา้ ยใส่ใน 3. ปากกา สใ่ นซองแมลงดี ซองแมลงรา้ ย - เลอื กภาพแมลงดใี ส่ใน ซองแมลงดี

ตารางประสบการณเ์ พ่อื การเรยี นรู้ เรอ่ื ง แมลงคกู่ ดั ในแปลงนาข้าว เนื้อหาความรู้ วัตถุประสงค์ วัตถปุ ระสงคเ์ ชิง การสอน พฤติกรรม กจิ กรรมการเรยี นร้ทู ผ่ี ในแปลงนาขา้ วจะ เพอื่ ใหน้ กั เรยี น เพือ่ ใหน้ กั เรยี น 1.สรุปชนดิ ของแมลงร้า แปลงนาขา้ ว มแี มลงคกู่ ัด ซึง่ อศ.กช. จาแมลงคู่ อศ.กช. แตล่ ะคน หมายถงึ แมลงดที ี่ กดั ในแปลงนาขา้ ว สามารถจบั คูแ่ มลงคู่ กินหรอื ทาลาย ได้ กดั ในแปลงนาขา้ ว 2.ให้แผนภาพ“แมลงคกู่ แมลงร้าย ใน ไดอ้ ย่างถูกต้อง ใน ข้าว” กบั นักเรียน อศ.ก แปลงนาขา้ ว เวลา 15 นาที 3.ให้นกั เรียน อศ.กช. แ แมลงคกู่ ดั ในแปลงนาขา้ ในเวลา 15 นาที

72 สถานการณ์เพือ่ การเรียนรู้ สอ่ื ช่วยสอน การประเมนิ ผล ผสู้ อนสร้างข้ึน กิจกรรมทผ่ี เู้ รียนกระทา ายกบั แมลงดใี น 1.ฟงั สรปุ ชนดิ ของแมลงรา้ ยกบั 1. แผนภาพสรปุ จบั คแู่ มลง ชนดิ แมลงรา้ ย ถูกต้อง 1 คู่ ได้ แมลงดใี นแปลงนาขา้ ว และแมลงดใี น 1คะแนนในเวลา แปลงนาข้าว 15 นาที กัดในแปลงนา 2.นกั เรยี นอศ.กช.แต่ละคนรบั 2. ปากกา กช.แต่ละคน แผนภาพ“แมลงคกู่ ัดในแปลงนา 3. แผนภาพแมลง ขา้ ว” คกู่ ัดในแปลงนา แต่ละคนเลอื ก ขา้ ว จานวน 6 าวจากแผนภาพ 3.นกั เรยี น อศ.กช. แต่ละคน เลือก แผ่น แมลงคูก่ ดั ในแปลงนาขา้ วจาก แผนภาพ ในเวลา 15 นาที


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook