หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ เรื่องที่ 3 : การประเมินความนา่ เชอ่ื ถอื เวลา 3 ช่ัวโมง วิธีการสอนแบบกระบวนการกลมุ่ (Group Process) เทคนิคตามแนวคิดเชิงคานวณ การใช้กรณตี วั อย่าง การใชบ้ ทบาทสมมติ ข้ันนา 1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั ทบทวนความรเู้ ดิมในช่วั โมงทแี่ ล้ว เรอื่ งเทคนิคการคน้ หาข้อมลู และการ จดั ลาดับผลลพั ธก์ ารคน้ หา 2. ครูยกตวั อยา่ งบทความท่ีอยู่ในอนิ เทอรเ์ น็ตให้นกั เรียนดู โดยเปน็ บทความท่ีเขยี นเกินจริง หรอื มี ความไมน่ ่าเชอ่ื ถือ เชน่ 1) ขา่ วเดก็ อายุ 14 ปวดท้อง หมอตรวจพบชาไขม่ ุกหลายร้อยเมด็ อย่ใู นลาไส้ 2) นา้ มะนาวสามารถหยอดตา แกต้ อ้ เนื้อตาฟางได้ 3) 20 ปี น้าทว่ มโลก 3. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกนั วิเคราะห์บทความดงั กล่าววา่ เช่อื ถอื ไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุใด (แนวคาตอบ: ขน้ึ อยกู่ ับดลุ ยพินิจของนักเรียน) 4. ครูบอกนักเรยี นว่า อนิ เทอร์เน็ตเปน็ พน้ื ท่ีอสิ ระทผ่ี ูค้ นตา่ งก็สามารถสรา้ งข้อมูล อัปโหลดหรือแชร์ ข้อมูลตา่ ง ๆ ลงในอนิ เทอร์เน็ตได้ ซง่ึ ข้อมูลบางส่วนอาจจะไม่เป็นความจรงิ ก็ได้ ดงั นั้น ก่อนทเี่ รา จะนาข้อมลู จากอินเทอร์เน็ตมาใชห้ รอื เผยแพร่ เราควรประเมนิ ความน่าเช่อื ถือของข้อมลู กอ่ น 5. ครูถามนักเรียนวา่ นกั เรียนรู้หรอื ไมว่ ่า การประเมินความน่าเช่อื ถือของข้อมลู สามารถทาได้ อย่างไร และถามคาถามประจาหนว่ ยหัวขอ้ ในหนังสือเรียนว่า การประเมนิ ความน่าเชื่อถือของ ข้อมลู กอ่ นนามาใช้ มีประโยชนอ์ ย่างไร ขน้ั สอน 6. ครูใหน้ ักเรยี นศึกษาขอ้ มลู เรอ่ื ง การประเมนิ ความน่าเช่ือถือ ในหนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 หนา้ 76 7. ครสู มุ่ ถามนักเรียนวา่ การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถือของข้อมูลมอี ะไรบ้าง จากนน้ั ลงข้อสรุปร่วมกัน ว่าการประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถือของข้อมลู สามารถทาไดโ้ ดย 1) พจิ ารณาเวบ็ ไซตท์ ่นี ่าเช่อื ถอื ได้ 2) ระบชุ อ่ื ผเู้ ขียนหรือผู้ใหข้ ้อมลู 3) ระบวุ ันทเี่ ผยแพร่ และครั้งทีป่ รบั ปรงุ 4) อ้างอิงแหล่งท่มี า 5) บอกวัตถปุ ระสงค์ในการจัดทา 122
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอย่างมปี ระสิทธภิ าพ 8. ครใู ห้นกั เรยี นศึกษาข้อมลู เพ่ิมเติม เรื่องการค้นหาขอ้ มลู อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ในมมุ Com Sci ใน หนังสอื เรียนหนา้ 76 9. ครใู ห้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ เป็น 4 กลุ่ม เพื่อทากจิ กรรมเร่ือง เช่ือถือได้หรือไม่ 10. ครูแบ่งฐานทั้งหมด 4 ฐาน แต่ละฐานจะเปดิ หนา้ เว็บไซต์ไว้ 1 เวบ็ ไซต์ จากนน้ั ให้นกั เรยี นแตล่ ะ กล่มุ สารวจข้อมูลทลี ะฐาน แล้วตอบคาถามลงในใบงานท่ี 1 เรื่อง เชอ่ื ถือไดห้ รอื ไม่ โดยใหเ้ วลา สารวจข้อมูลฐานละ 5 นาที เมอื่ ครบ 5 นาทีแล้วครูให้สัญญาณเสียงเพื่อใหน้ ักเรยี นเปลี่ยนฐาน (ครูควรเลือกเวบ็ ไซต์ทเ่ี ชื่อถือได้ และเชือ่ ถือไม่ได้ คละกนั เพื่อใหน้ ักเรียนวิเคราะห์และประเมนิ ความน่าเชื่อถือ) ตวั อยา่ งเวบ็ ไซต์ในแตล่ ะฐาน 1) PM 2.5 ต้องหน้ากาก N 95 แลว้ ล่ะ http://www.cleothailand.com/health/pm- 25.html 2) แนะนาวิธปี ้องกนั ไฟปา่ https://www.thaihealth.or.th/Content/4753-แนะวธิ ีป้องกันไฟป่า.html 3) คลน่ื ความหนาวแผ่ปกคลมุ ประเทศไทยมากสุดในรอบ 14 ปี http://thesis2550.blogspot.com/2016/01/5.html 4) ทฤษฎแี กลง้ ดนิ อนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ https://www.prd.go.th/ewt_news.php?nid=151154&filename=prd 11. เม่อื นกั เรียนสารวจขอ้ มลู ครบทกุ ฐานแลว้ ครสู ุ่มเรยี กนักเรียน 1 กล่มุ ใหอ้ อกมาหน้าช้ันเรียน เพอ่ื วเิ คราะหแ์ ละประเมินความน่าเชอื่ ถือของขอ้ มลู ในฐานท่ี 1 ทีน่ ักเรยี นได้ไปสารวจมา จากนั้น ครูถามเพอื่ นกล่มุ อ่นื ว่า มกี ารวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ความน่าเชื่อถอื ทีเ่ หมือนหรือแตกตา่ งกนั หรือไม่อย่างไร 12. ครสู มุ่ เรียกนักเรยี นกลุ่มอืน่ ๆ เพอ่ื วิเคราะห์และประเมินความนา่ เช่อื ถือของขอ้ มลู ในฐานต่อ ๆ ไปจนครบ 13. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามข้อสงสัย และสรุปความรู้ร่วมกันทา้ ยคาบเรียน 14. ครมู อบหมายงานใหน้ ักเรียนทากจิ กรรมฝกึ ทักษะ Com Sci ในหนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 หนา้ 78 เปน็ การบ้าน 123
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ชวั่ โมงท่ี 2 ขนั้ ส2อ. น 1. ครแู ละนักเรียนทบทวนความร้เู ดมิ เร่อื ง การประเมินความน่าเชื่อถือ ทเี่ รยี นในชั่วโมงที่แล้ว 2. ครบู อกนักเรียนว่า วนั นี้ครจู ะใหน้ กั เรยี นเปน็ นักสืบ ช่วยสืบความจรงิ ให้ครวู ่าหัวข้อเหล่านีเ้ ป็นความ จรงิ หรอื ไม่ 3. ครใู หน้ กั เรียนแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลมุ่ จากนัน้ ใหน้ ักเรียนทากิจกรรมฝึกทักษะท่ี 1 เร่ือง จรงิ หรือไม่ ใน แบบฝึกหดั รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 หน้า 53 โดยให้แตล่ ะกลุ่มเลอื กหวั ข้อทสี่ นใจ หรือจบั สลากเลือก หัวข้อทจี่ ะใหน้ ักเรียนสบื 1) วางโทรศัพท์ไวใ้ กล้ศรี ษะเวลานอน อันตรายจรงิ หรือไม่ 2) วางไฟแช็กไว้ในรถ เสย่ี งไฟไหม้จริงหรอื ไม่ 3) กินเน้ือยา่ งบอ่ ย ๆ มีความเส่ยี งเปน็ โรคมะเรง็ จริงหรอื ไม่ 4) หลังจากออกกาลงั กายเสรจ็ ใหม่ ๆ ไมค่ วรอาบนา้ ทนั ทีจริงหรอื ไม่ 5) เลน่ โทรศัพท์ในทม่ี ดื เป็นเวลานาน เสีย่ งตาบอดจริงหรือไม่ 4. ครูให้เวลานกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ สืบคน้ ข้อมลู 20 นาที จากน้ันใหน้ ักเรียนแต่ละกลุม่ ออกมานาเสนอหน้า ช้ันเรียน โดยมปี ระเด็นในการนาเสนอดังน้ี ประเดน็ ในการนาเสนอ 1) หวั ขอ้ ทนี่ กั เรียนสบื คอื เรื่องอะไร 2) นกั เรียนใช้คาค้นหาใดบา้ ง 3) หลังจากสบื คน้ แลว้ หัวขอ้ ทน่ี ักเรยี นเลอื ก เปน็ จริงหรือไม่ 4) นักเรยี นค้นหาข้อมลู ท้ังหมดก่ีเว็บไซต์ อะไรบา้ ง 5) แตล่ ะเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือหรอื ไม่ เพราะเหตุใด 5. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามขอ้ สงสยั และสรปุ ความรรู้ ่วมกันทา้ ยคาบเรียน 6. ครูมอบหมายงานใหน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หัด ในหนังสือแบบฝึกหดั รายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 หนา้ 51-52 เป็นการบ้านเพื่อเป็นการ ทบทวนความรู้ 124
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การใช้งานอนิ เทอร์เน็ตอย่างมปี ระสิทธิภาพ ช่ัวโมงที่ 3 ขัน้ ส1อ. น 1. ครูและนักเรียนร่วมกนั ทบทวนความรู้เดิมทเี่ รยี นในชัว่ โมงที่แลว้ 2. ครูถามนักเรยี นวา่ 1) นักเรยี นเคยแชร์ข้อความหรือขอ้ มูลตา่ ง ๆ ลงในสือ่ ออนไลนห์ รือไม่ (คาตอบ: เคย/ไม่ เคย) 2) กอ่ นนักเรยี นแชรข์ ้อมูลหรอื ข้อความนนั้ นักเรียนได้มีการประเมินความน่าเช่อื ถือก่อน หรือไม่ (แนวคาตอบ: ขึ้นอยู่กับประสบการณ์เดิมของนักเรยี น) 3) หากข้อความหรือข้อมูลนั้นไม่เป็นความจริง จะสง่ ผลกระทบต่อผู้หลงเชอื่ อย่างไร (แนว คาตอบ: หากมีการทาตามข้อมูลทีผ่ ิด อาจส่งผลเสยี ต่อผู้หลงเชื่อ) 3. ครูใหน้ ักเรียนอา่ นสถานการณ์ในกิจกรรมฝกึ ทักษะท่ี 2 เร่ือง เช็คก่อนแชร์ ในหนังสือเรียนรายวชิ า วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 หน้า 56 สถานการณ์: ตวงได้รับข้อความทางส่ือออนไลน์จากแตว้ ตวงเกดิ ความสงสยั วา่ แต้วไดข้ ้อมลู นีม้ า จากใคร แต้วบอกวา่ ข้อความนีถ้ กู สง่ ต่อกนั มา โดยไม่ทราบแหล่งทีม่ า ร่วมกนั ใส่ EM Ball ลงในแม่นา้ แทนการลอย กระทง เพื่อลดขยะในแม่น้าและแก้ปัญหาน้าเน่าเสีย ส่งต่อข้อความนี้ ถา้ อยากชว่ ยโลกของเรา 4. ครถู ามนักเรียนว่า ถ้าหากนักเรยี นเป็นตวง นักเรียนจะเลือกทาส่งิ ใดก่อน ระหว่างเช็คกบั แชร์ เพราะ เหตุใด จากน้นั ครูใหน้ ักเรียนเขียนคาตอบลงในกิจกรรมฝึกทักษะท่ี 2 ข้อ 1 5. ครูแบ่งกลุ่มนักเรยี นเปน็ 2 กลุ่ม คอื กลุ่มที่เลือกเชค็ และกลมุ่ ท่ีเลือกแชร์ 6. ครใู ห้นักเรยี นกลุ่มทเี่ ลือกเช็ค ตอบคาถามในกิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 ข้อ 2 และข้อ 3 ตามลาดบั และ ให้นักเรยี นกลมุ่ ทเ่ี ลอื กแชร์ ตอบคาถามในกิจกรรมฝึกทักษะท่ี 2 ข้อ 3 7. ครใู หน้ กั เรียนกลุ่มท่ีเลอื กแชร์กอ่ น กลบั ไปเชค็ ข้อมลู ในขอ้ 2 แลว้ พิจารณาอีกคร้ังว่า จะแชรข์ ้อมูล หรือไม่ เพราะเหตุใด 8. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายรว่ มกันในประเด็นเรอ่ื ง EM Ball ว่าสามารถนาไปใส่ในแม่นา้ ได้ หรือไม่ จนไดข้ ้อสรุปรว่ มกันว่า EM Ball หากนาไปใสใ่ นแม่น้า จะทาให้น้าเน่าเสียย่งิ กว่าเดิม 125
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 การใช้งานอนิ เทอร์เน็ตอย่างมีประสทิ ธิภาพ 9. ครูส่มุ นักเรยี นว่า หากเราแชรข์ อ้ มลู น้ีไป โดยไม่เช็คข้อมลู ก่อน จะส่งผลกระทบต่อใครบ้าง และส่งผล กระทบอยา่ งไร 10. ครถู ามนักเรยี นตอ่ ว่า หากนักเรียนทราบถงึ ผลกระทบของการแชร์ข้อมูลทผี่ ิดแล้ว ในครัง้ ถดั ไป หาก นกั เรยี นต้องนาข้อมลู ต่าง ๆ มาใช้ หรือจะแชร์ข้อมลู นักเรียนจะตรวจสอบข้อมูลก่อนหรือไม่ เพราะ เหตุใด ขน้ั สรปุ 1. ครูถามคาถามประจาเรื่องในหนงั สอื เรยี นกับนักเรยี นวา่ การประเมินความน่าเชื่อถือของขอ้ มลู กอ่ นนา ขอ้ มูลมาใชม้ ีประโยชน์อยา่ งไร จากน้ันครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายจนได้ข้อสรปุ ร่วมกัน 2. ครูใหน้ กั เรียนตรวจสอบตนเองหลงั จากจบบทเรียนแลว้ ในหนังสือเรียนหนา้ 79 3. ครใู ห้นกั เรยี นดูผังสรปุ สาระสาคัญ ในหนังสือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ คานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หน้า 80 เพ่ือเปน็ การสรปุ ความรทู้ เ่ี รยี นมาทงั้ หมด 4. ครูใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน 5. ครูมอบหมายงานให้นักเรยี นทาช้นิ งาน ภาระงาน (รวบยอด) และกิจกรรมเสรมิ สรา้ งการเรยี นรู้ใน หนงั สือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 หน้า 81 เป็นการบา้ น 8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สือ่ การเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 เร่อื ง การใช้งานอินเทอร์เน็ตอยา่ งมีประสิทธิภาพ 2) หนงั สอื แบบฝึกหดั รายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 3) ใบงานที่ 3.2.1 เรอ่ื ง นักขา่ วตัวน้อย 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) หอ้ งคอมพิวเตอร์ 2) อินเทอร์เนต็ 126
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ อย่างมปี ระสิทธิภาพ แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 คาช้แี จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดคือประโยชน์ของเทคนคิ การคน้ หาข้อมูล 6. หากนกั เรียนต้องการเขา้ สู่การคน้ หาขัน้ สูง นักเรยี นต้อง เลอื กคาสงั่ ใดกอ่ น ก. การตงั้ คาถามกบั เหตกุ ารณ์บางอยา่ ง ก. เพ่ิมเตมิ ข. เพื่อใหไ้ ดข้ อ้ มลู ภายในระยะเวลา ข. ข่าวสาร ค. การต้งั ค่า อนั รวดเรว็ ง. เครอื่ งมือ ค. เพ่อื ให้ได้ขอ้ มูลทม่ี ีประโยชนแ์ ละ 7. หากนกั เรยี นตอ้ งการคน้ หาขอ้ มลู ทเี่ ผยแพรต่ ง้ั แต่ปี พ.ศ. 2560-2562 ควรปอ้ นขอ้ มลู พ.ศ. หลังคาใด สรา้ งสรรค์ ก. อัปเดตล่าสดุ ข. คาท่ปี รากฏ ง. ถูกทกุ ข้อ ค. คาใด ๆ เหล่านี้ ง. จานวนตงั้ แต่ ... ถงึ ... 2. ขอ้ ใดเป็นเทคนคิ การคน้ หาข้อมลู ก. การค้นหาโดยใช้ตวั เลข 8. ข้อใดคอื เว็บไซตท์ เ่ี กยี่ วข้องกับการการศึกษา ก. เว็บไซตท์ ลี่ งทา้ ยด้วย .com ข. การคน้ หาโดยใชค้ าประสม ข. เว็บไซตท์ ่ีลงท้ายด้วย .co.th ค. เวบ็ ไซตท์ ลี่ งท้ายดว้ ย .ac.th ค. การคน้ หาโดยใช้ตวั ดาเนนิ การ ง. เวบ็ ไซต์ท่ลี งท้ายด้วย .or.th ง. การค้นหาโดยระบปุ ระเภทของเวบ็ ไซต์ 9. ขอ้ ใดเปน็ การประเมินความนา่ เชอ่ื ถอื ของข้อมลู ทไี่ ดจ้ าก อินเทอรเ์ นต็ 3. ปคู วรใชเ้ ทคนิคใดในการค้นหาเฉพาะไฟล์ที่ นามสกลุ ก. ตรวจสอบว่ามกี ารระบุประเภทของขอ้ มลู ข. ตรวจสอบว่ามีผู้ใช้งานแชร์ขอ้ มลู หลายคน .pdf เท่านนั้ ค. ตรวจสอบวา่ มกี ารระบุวนั ทเ่ี ผยแพร่และครง้ั ท่ี ก. การคน้ หาโดยใชค้ าสาคญั ปรบั ปรุง ง. ตรวจสอบวา่ มกี ารกล่าวถงึ ประโยชนแ์ ละโทษ ข. การค้นหาโดยระบชุ นดิ ของไฟล์ ของข้อมูล ค. การคน้ หาโดยระบปุ ระเภทของเวบ็ ไซต์ ง. การค้นหาโดยใช้เคร่อื งหมายหรือ 10. การกระทาของใครท่ที าใหไ้ ดข้ ้อมลู ที่นา่ เช่ือถอื สัญลักษณ์ ก. เอห้ าขอ้ มูลจากเวบ็ ไซตท์ ไ่ี มม่ ีการอา้ งองิ 4. หมตู ้องการค้นหาข้อมลู เกย่ี วกับของขวัญวันเกิด ข. เจหาเลอื กขอ้ มลู ทเ่ี ผยแพรเ่ มือ่ 10 ปที แ่ี ลว้ โดยไม่ตอ้ งการใหม้ คี าวา่ ตุ๊กตาแสดงขึน้ มา หมคู วร ค. เปห้ าข้อมูลจากเว็บไซตท์ เี่ กยี่ วข้องกบั การศกึ ษา ใช้คาค้นหาวา่ อยา่ งไร ง. เมย์หาข้อมลู จากเพจทม่ี ีคนเขา้ มาแสดงความ ก. ของขวัญวนั เกิด -ตุก๊ ตา คิดเหน็ ไว้ ข. ของขวัญวันเกิด ไมต่ ุ๊กตา ค. ของขวัญวันเกิด NOTตุก๊ ตา 6. ก 7. ค 8. ง 9. ค 10. ค ง. ของขวญั วนั เกิด ทีไ่ ม่ใชต่ ๊กุ ตา 5. ข้อใดไมใ่ ช่ขอ้ มลู พืน้ ฐานของเว็บไซต์ ก. ทอ่ี ยเู่ ว็บไซต์ ข. ทีม่ าของขอ้ มลู ค. วันท่เี ผยแพรข่ ้อมลู ง. ชือ่ หัวขอ้ ของเวบ็ ไซต์ เฉลย 1. ง 2. ค 3. ข 4. ก 5. ข 127
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การใชง้ านอนิ เทอร์เนต็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใชเ้ ทคนิคการคน้ หาข้อมลู 6. ให้นกั เรยี นพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปนี้ ก. เพอื่ ใหไ้ ด้ขอ้ มลู ทเี่ ยอะทีส่ ดุ 1) คลกิ เลอื ก การต้งั ค่า ข. เพือ่ ใหไ้ ด้ข้อมูลทเ่ี ฉพาะเจาะจง 2) คลกิ เลือกการค้นหาขั้นสูง ค. เพ่อื ให้ไดข้ ้อมูลทต่ี รงตามความตอ้ งการ 3) พมิ พ์คาคน้ หาท่ตี อ้ งการ ง. เพอ่ื ให้ได้ข้อมูลภายในระยะเวลาทรี่ วดเรว็ 4) กรอกขอ้ มูลเพม่ิ เติม ข้อใดเรยี งลาดับการเขา้ สู่หน้าตา่ งการค้นหาขัน้ สงู ได้ 2. เทคนคิ การค้นหาขอ้ มลู โดยใช้เครอ่ื งหมายหรือสญั ลกั ษณ์ ถกู ตอ้ ง ประกอบไปด้วยเคร่อื งหมายหรอื สญั ลักษณ์ใดบ้าง ก. 3) 1) 2) 4) ก. เคร่ืองหมายบวก อญั ประกาศ จลุ ภาค ข. 2) 3) 1) 4) ข. อัญประกาศ เครอ่ื งหมายบวก เครื่องหมายลบ ค. 1) 2) 3) 4) ค. สัญประกาศ เคร่อื งหมายบวก เครอื่ งหมายลบ ง. 4) 2) 3) 1) ง. เคร่อื งหมายบวกเคร่ืองหมายลบเครือ่ งหมายคูณ 7. ขอ้ ใดกล่าวผิด เกยี่ วกบั การค้นหาขนั้ สงู 3. เป้งควรใช้เทคนคิ ใดในการคน้ หาขอ้ มลู ท่ตี ้องการให้ ก. แสดงผลลพั ธ์ตามภาษาได้ แสดงผลทุกคาในประโยค ข. แสดงผลลัพธ์ตามภมู ภิ าคได้ ก. การค้นหาโดยใชต้ ัวดาเนนิ การ ค. เลอื กวนั ทเ่ี ผยแพรข่ ้อมลู ได้ ข. การค้นหาโดยใช้เครอ่ื งหมายลบ ง. แสดงผลลพั ธไ์ ด้อย่างหลากหลาย ค. การค้นหาโดยใช้เครื่องหมายบวก ง. การคน้ หาโดยใช้เครอื่ งหมายอญั ประกาศ 8. ข้อใดกลา่ วถึงสว่ นทา้ ยของช่ือเวบ็ ไซตผ์ ดิ ก. เวบ็ ไซตท์ ลี่ งท้ายดว้ ย .mi.th เป็นเวบ็ ไซต์ 4. ตะวันตอ้ งการคน้ หาสถานทีท่ อ่ งเที่ยว โดยตอ้ งการให้ ทางการค้า เวบ็ ไซต์แสดงขอ้ มลู ในภาคเหนือหรอื ภาคกลางก็ได้ ข. เว็บไซต์ทลี่ งท้ายดว้ ย .ac.th เป็นเวบ็ ไซต์ ตะวนั ควรใช้คาค้นหาวา่ อยา่ งไร ทางการศึกษา ก. สถานทีท่ ่องเที่ยว ค. เวบ็ ไซตท์ ล่ี งท้ายด้วย .go.th เป็นเว็บไซต์ ข. สถานทที่ อ่ งเที่ยวในภาคกลาง –สถานที่ ของหนว่ ยงานรัฐ ทอ่ งเทยี่ วในภาคเหนอื ง. เวบ็ ไซตท์ ่ีลงท้ายด้วย .or.th เปน็ เวบ็ ไซต์ ค. สถานทท่ี ่องเที่ยวในภาคกลาง OR สถานที่ ขององคก์ รท่ีไมห่ วงั ผลกาไร ท่องเทีย่ วในภาคเหนอื ง. สถานท่ีท่องเทีย่ วในภาคกลาง NOT สถานท่ี 9. ขอ้ ใดกลา่ วถงึ การประเมินความนา่ เชือ่ ถือของข้อมูลไม่ ท่องเท่ียวในภาคเหนอื ถกู ต้อง ก. ตรวจสอบชื่อผเู้ ขยี น เพ่ือให้ได้ข้อมูลท่ี 5. ขอ้ ใดกล่าวถึงขอ้ มลู พื้นฐานของเวบ็ ไซต์ถกู ต้อง ถูกต้อง เชือ่ ถือได้ ก. ชื่อหัวข้อของเวบ็ ไซต์ ทีอ่ ยเู่ ว็บไซต์ ตัวอยา่ ง ข. ตรวจสอบช่ือเวบ็ ไซต์ เพื่อให้ได้ขอ้ มูลที่ ขอ้ มูล ท่ีมาของขอ้ มลู ถูกตอ้ งตามหลักภาษา ข. ช่ือหวั ข้อของเว็บไซต์ ทอี่ ยู่เว็บไซต์ วันท่ี ค. ตรวจสอบการอา้ งองิ แหล่งทม่ี า เพือ่ ให้รวู้ ่า เผยแพร่ขอ้ มลู ตวั อย่างข้อมลู นาขอ้ มลู มาจากแหลง่ ใด ค. ช่ือหวั ข้อของเว็บไซต์ วนั ท่ีเผยแพร่ขอ้ มูล ง. ตรวจสอบวันท่เี ผยแพร่ข้อมูล เพ่ือให้ได้ ประเภทของขอ้ มูล ตัวอย่างขอ้ มูล ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ปจั จบุ นั มากทส่ี ดุ ง. ชื่อหัวขอ้ ของเวบ็ ไซต์ วันท่ีเผยแพรข่ ้อมลู ประเภทของขอ้ มูล ภาพของข้อมูล 128
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ อย่างมีประสทิ ธิภาพ 10. การกระทาของบุคคลใด ท่ีทาให้ไดข้ ้อมูลทไี่ มน่ า่ เชือ่ ถือ ก. ปลาค้นหาขอ้ มลู โดยเลอื กเว็บไซตท์ ีม่ ี การอา้ งอิงแหล่งทมี่ า ข. ไกห่ าข้อมลู หลาย ๆ เว็บไซต์แล้วนา ข้อมูลมาเปรียบเทียบกัน ค. เสอื หาขอ้ มลู จากบลอ็ กทมี่ นี ักศึกษา เขียนความคดิ เหน็ ส่วนตวั ไว้ ง. กุ้งตรวจสอบวนั ท่ีเผยแพร่ขอ้ มลู ทกุ ครั้ง เพื่อใหไ้ ดข้ อ้ มลู ท่ีทันสมยั เฉลย 1. ก 2. ข 3. ง 4. ค 5. ข 6. ก 7. ง 8. ก 9. ข 10. ค 129
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ อย่างมีประสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 การคน้ หาขอ้ มูลโดยใช้อินเทอรเ์ น็ต แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 การใช้งานอินเทอร์เนต็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ เวลา 8 ช่ัวโมง เรอ่ื ง การค้นหาข้อมลู โดยใช้อินเทอรเ์ น็ต เวลา 3 ช่ัวโมง รายวชิ า วิทยาการคานวณ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชี้วดั สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธภิ าพ รู้เท่าทนั และมีจรยิ ธรรม ตวั ชี้วัด ป.6/3 ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาขอ้ มลู อย่างมีประสิทธิภาพ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธบิ ายเทคนคิ การค้นหาขอ้ มูลแบบต่าง ๆ ในการค้นหาขอ้ มลู ได้ (K) 2. ใช้เทคนคิ การค้นหาข้อมลู แบบตา่ ง ๆ ได้เหมาะสมกับส่งิ ทตี่ ้องการคน้ หาได้ (P) 3. เหน็ ประโยชน์ของเทคนคิ การค้นหาข้อมูลแบบตา่ ง ๆ และนาไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ (A) 3. สาระสาคัญ อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมไปท่ัวโลก เราสามารถใช้งาน อินเทอร์เน็ต เพ่ือให้ได้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้เทคนิคการค้นหา ข้อมูลแบบตา่ ง ๆ ดังนี้ 1. การคน้ หาโดยใช้คาสาคัญ 2. การค้นหาโดยระบชุ นิดของไฟล์ 3. การค้นหาโดยระบุประเภทของเว็บไซต์ 4. การค้นหาโดยใชเ้ ครอ่ื งหมายหรอื สัญลักษณ์ 5. การค้นหาโดยใชต้ วั ดาเนินการ 4. สาระการเรยี นรู้ การค้นหาขอ้ มูลโดยใช้อนิ เทอรเ์ น็ต เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 130
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 การคน้ หาข้อมลู โดยใช้อนิ เทอร์เน็ต 5. รูปแบบการสอน/วิธีการสอน 1. วธิ กี ารสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Modal) 2. เทคนิคการสอนโดยใช้เกม 3. เทคนคิ ตามแนวคิดเชิงคานวณ 4. เทคนิคการสอนโดยใช้กรณีตัวอย่าง (Case) 6. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะ 4 Cs ทักษะการคิดวจิ ารณญาณ (Critical Thinking) ทกั ษะการทางานร่วมกนั (Col aboration Skill) ทกั ษะการส่ือสาร (Communication Skil) ทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) 8. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ใฝเ่ รยี นรู้ มวี นิ ยั มงุ่ ม่ันในการทางาน อยู่อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ รกั ความเป็นไทย เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 131
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 การใช้งานอนิ เทอร์เน็ตอยา่ งมีประสิทธิภาพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 การคน้ หาข้อมูลโดยใช้อินเทอรเ์ นต็ 9. การจัดกระบวนการเรยี นรู้ ชว่ั โมงที่ 1 1. ครูใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น ขนั้ นา (10 นาท)ี กระตุ้นความสนใจ 2. ครใู ห้นกั เรยี นเปิดหนังสือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หนว่ ย การเรียนรู้ท่ี 3 หน้า 58 และถามคาถามสาคัญประจาหน่วยกับนักเรียนว่า การค้นหาข้อมูลอย่างมี ประสิทธิภาพมลี ักษณะอย่างไร โดยครูให้นักเรียนเขียนคาถามและเขียนตอบลงในสมุด โดยท่ียังไม่ได้ เรียนเน้ือหา และหลังจากเรียนเน้ือหาครบ ครูจะให้นักเรียนกลับมาตรวจสอบคาตอบของตนเองอีก ครง้ั 3. ครูถามนักเรียนว่า หากนักเรียนต้องการหาข้อมูล เพื่อทาการบ้าน ทารายงาน หรือเพื่อหาความรู้ นกั เรยี นจะค้นหาขอ้ มลู ไดจ้ ากท่ใี ด (คาตอบ: อินเทอร์เนต็ ) 4. ครูถามนักเรียนถึงความรู้เดิมว่า เหตุใดเราจึงเลือกใช้อินเทอร์เน็ต ในการค้นหา (แนวคาตอบ: เพราะ อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลหลากหลาย ประเภท ท่ีสืบค้นไดอ้ ย่างสะดวกและรวดเรว็ ) ข้นั สอน (50นาท)ี สารวจค้นหา 5. ครูเล่าสถานการณ์สมมติให้นักเรียนฟังว่า วันหน่ึง เด็กชาย ก. ต้องหาข้อมูลเก่ียวกับประวัติความ เป็นมาของวนั สงกรานต์ ซ่งึ เปน็ วันสาคัญของประเทศไทย โดยเด็กชาย ก. ไดค้ ้นหาโดยใช้เวบ็ Search Engine แล้วพิมพ์คาค้นหาว่า สงกรานต์ ปรากฏว่า ผลการค้นหาคาว่าสงกรานต์ กลับไม่ใช่ส่ิงที่ เด็กชาย ก. ต้องการ (ครูเปิดภาพให้นกั เรียนดู) จากนนั้ ครูถามนักเรียนว่า หากนกั เรียนเป็นเดก็ ชาย ก. นักเรียนจะแก้ปัญหานี้อย่างไร (แนวคาตอบ: พิมพ์คาค้นหาเพิ่มเติมท่ีเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น วัน สงกรานต์ ประวัติวันสงกรานต์ เปน็ ต้น) เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 132
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 การใชง้ านอนิ เทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 การคน้ หาขอ้ มลู โดยใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต 6. ครูบอกนักเรียนว่า หากเราอยากได้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการและได้ภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว มากขึ้น เราจะต้องใช้เทคนคิ การคน้ หาขอ้ มูลแบบต่าง ๆ 7. ครใู ห้นกั เรยี นเปดิ หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หน่วย การเรียนรู้ท่ี 3 หน้า 59 และถามคาถามสาคัญประจาเร่ืองเพื่อกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า การค้นหา ข้อมูลโดยใช้เทคนคิ ตา่ ง ๆ มขี ้อดอี ยา่ งไร โดยครยู งั ไม่ให้นักเรียนตอบตอนนี้ ให้นักเรยี นได้ศกึ ษาข้อมูล และทากจิ กรรมก่อน แล้วครูค่อยถามคาถามนี้อกี ครง้ั ในภายหลัง 8. ครูให้นักเรียนสารวจข้อมูลเร่ืองเทคนิคการค้นหาข้อมูลในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 หน้า 59-67 พร้อมท้ังเข้าใช้งานเว็บไซต์ สาหรับสืบค้น (Search Engine) เพ่ือทาตามตัวอย่างในหนงั สอื เรียน อธิบายความรู้ 9. ครูยกกรณีของเด็กชาย ก. มาพูดให้นักเรียนฟังอีกครั้งว่า หากเราต้องการสืบค้นประวัติความเป็นมา ของวันสงกรานต์ เราควรพิมพ์คาสาคัญ หรือ คีย์เวิร์ด ที่ตรงประเด็น และตรงตามความต้องการ เช่น คาว่า ประวัติวันสงกรานต์ ประเพณีสงกรานต์ เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเรียกการค้นหาในลักษณะนี้ว่า การค้นหาโดยใช้คาสาคัญ 10. ครูให้นักเรียนลองค้นหาข้อมูลโดยใช้เทคนิคการค้นหาโดยใชค้ าสาคัญ จากหัวข้อที่นักเรียนสนใจหรือ ครอู าจยกตวั อยา่ งสถานการณ์อื่น ๆ เพ่ือใหน้ กั เรียนลองค้นหา 11. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันตอบคาถามเกยี่ วกับเทคนคิ การคน้ หาข้อมลู แบบตา่ ง ๆ ประเดน็ คาถาม 1) หากนักเรียนต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวันสงกรานต์ในรูปแบบไฟล์ .pdf จะสามารถหา ข้อมูลได้หรือไม่ (แนวคาตอบ: สามารถค้นหาข้อมูลท่ีเป็นไฟล์ต่าง ๆ ได้ โดยการพิมพ์ นามสกุลไฟล์หลังคาคน้ หา เชน่ วันสงกรานต์.pdf) 2) หากนักเรียนต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวันสงกรานต์ แต่ต้องเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์ของ หน่วยงานรัฐเท่าน้ัน จะสามารถค้นหาได้หรือไม่ (แนวคาตอบ: สามารถทาได้ โดยการ พิมพป์ ระเภทของเว็บไซตห์ ลังคาค้นหา เช่น วันสงกรานต์ Site:go.th) 3) หากนักเรียนพิมพ์คาค้นหาว่า “สถานท่ีท่องเที่ยวในวังสงกรานต์” โดยมีเคร่ืองหมาย อัญประกาศกากับอยู่ ผลการค้นหาจะมีลักษณะอย่างไร (แนวคาตอบ: จะแสดงข้อมูลท่ี แสดงผลทุกคาในประโยค) 12. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปว่า เทคนิคการค้นหาข้อมูลแบบตา่ ง ๆ มี 5 แบบ ได้แก่ 1) การค้นหาโดย ใช้คาสาคัญ 2) การค้นหาโดยระบชุ นิดของไฟล์ 3) การคน้ หาโดยระบุประเภทของเว็บไซต์ 4) การ คน้ หาโดยใช้เครือ่ งหมายหรือสญั ลกั ษณ์ 5) การคน้ หาโดยใช้ตัวดาเนนิ การ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 133
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอร์เนต็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 การคน้ หาข้อมลู โดยใชอ้ นิ เทอร์เนต็ 13. ครมู อบหมายงานให้นักเรยี นทากจิ กรรมลองทาดู ในแบบฝึกหดั รายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 หนา้ 44 และแบบฝกึ หัดเร่ือง การค้นหาขอ้ มูล โดยใชอ้ ินเทอรเ์ น็ต หนา้ 45-47 เป็นการบ้าน เพ่อื เปน็ การฝึกฝนและทบทวนความรู้ ชั่วโมงที่ 2 ขัน้ สอน (ต่อ) (60 นาที) 1. ครแู ละนกั เรยี นทบทวนความรู้เดมิ ที่เรียนในชั่วโมงทแี่ ลว้ เรอ่ื ง เทคนิคการคน้ หาข้อมูลแบบต่าง ๆ 2. นักเรียนเปิดกจิ กรรมฝกึ ทักษะ Com Sci ในหนงั สอื เรียนรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 หน้า 68-69 โดยในหนา้ 68 ให้นักเรยี นกลับไปทาเปน็ การบ้าน เพราะต้องมีการติดภาพลงในสมดุ สว่ นในหนา้ 69 ให้ทาพร้อมกนั ในห้องเรียน 3. ครูให้นกั เรยี นพจิ ารณาขอ้ มลู ในกิจกรรมฝึกทกั ษะ Com Sci หน้า 69 จานวน 5 ข้อ ได้แก่ 1) คน้ หาขอ้ มลู เกี่ยวกับประวัตคิ วามเปน็ มาของวัดพระแกว้ 2) คน้ หาขอ้ มลู เกี่ยวกบั สถานทีท่ ่องเที่ยวในภาคเหนือที่ไม่ใช่วัด 3) ค้นหาข้อมลู เกย่ี วกบั วนั สาคัญโดยเนน้ วนั แมแ่ ห่งชาติ 4) คน้ หาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารไทยหรืออาหารตา่ งชาติ 5) คน้ หาข้อมลู เก่ียวกบั ภาพถา่ ยทม่ี ีนามสกลุ .JPG 4. ครูถามนักเรยี นวา่ จากโจทย์ในกิจกรรมฝึกทกั ษะ Com Sci นกั เรียนจะเลอื กใชค้ าค้นหาใดในการ ค้นหาขอ้ มลู ดังกลา่ ว คาค้นหานั้นจัดอยู่ในเทคนิคการคน้ หาขอ้ มลู แบบใด และเพราะเหตใุ ดจงึ เลอื กใช้ เทคนิคการคน้ หาข้อมลู นี้ โดยใหน้ กั เรียนบันทึกลงสมุด ใหเ้ วลาในการทา 20 นาที 5. ครสู ่มุ ถามนักเรียนว่าได้คาตอบแบบใด มีใครได้คาตอบเหมือนหรือแตกตา่ งกับเพอ่ื นหรือไม่ อย่างไร และลงข้อสรุปร่วมกนั ขยายความรู้ 6. ครูบอกนักเรยี นว่า จะมีเกมให้นกั เรียนรว่ มกนั เลน่ ในช่วั โมงถัดไป น่นั คอื เกม ถามปุ๊ปตอบปั๊ป โดยใน ชั่วโมงนี้ ครูจะใหน้ ักเรยี นเตรียมข้อมลู ก่อน 7. ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน พรอ้ มทั้งตั้งชอ่ื กลมุ่ เพ่อื เตรียมเลน่ เกม โดยการเลน่ เกมจะมี คะแนนสะสม กลมุ่ ใดเลน่ เกมถามปุป๊ ตอบป๊ัปได้คะแนนเยอะท่สี ุด กล่มุ นั้นจะได้รางวัล (ครูอาจเตรยี ม รางวัลเป็นอปุ กรณ์การเรยี น หรอื สง่ิ ของเลก็ ๆ น้อย ๆ เพ่ือกระต้นุ ความสนใจของนักเรียน) 8. ครถู ามนักเรยี นว่า นักเรียนมีสงิ่ ใดหรอื เร่อื งใดที่ชอบมาก ๆ หรือไม่ เชน่ นกั รอ้ งที่ชอบ การต์ นู ท่ีชอบ หนงั สอื ทช่ี อบ หรือมีเร่ืองราวตา่ ง ๆ ทช่ี อบ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 134
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 การใช้งานอนิ เทอร์เนต็ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 การคน้ หาข้อมลู โดยใชอ้ นิ เทอร์เนต็ 9. ครใู หน้ ักเรียนในกลุ่ม หารือรว่ มกันเพ่ือเสนอเรือ่ งหรือข้อหัวทน่ี กั เรยี นแตล่ ะคนสนใจ และรว่ มกนั โหวตเลือกเรอ่ื งที่น่าสนใจที่สุด มาต้งั เปน็ คาถามในเกมถามป๊ปุ ตอบป๊ปั 10. ครใู หน้ กั เรียนหาข้อมลู และตงั้ คาถามเกีย่ วกับเร่ืองทนี่ ักเรียนสนใจ จานวน 3 ขอ้ โดยคาถามที่ใช้ ต้อง มีแนวโนม้ ทเ่ี พื่อนกลุ่มอน่ื จะตอบไม่ได้ และต้องใช้เทคนิคการค้นหาแบบตา่ ง ๆ มาชว่ ย ถึงจะหา คาตอบนั้นได้ เชน่ นกั เรยี นสนใจเร่ืองการประกวดนางงามจกั รวาล และตงั้ คาถามเกี่ยวกับการ ประกวดนางงามว่า นางงามจักรวาลคนใด ท่ีพดู คาว่า ดฉิ ันภมู ิใจที่เปน็ ผู้หญงิ ไทย, สาวไทยคนใดท่ีได้ ตาแหน่งนางงามจกั รวาล แต่ไมใ่ ช่ปุย๋ พรทิพย์ โดยให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มออกมาถามคาถามเพ่ือนใน ชั่วโมงถัดไป โดยให้เวลากลุ่มละ 10 นาที ชั่วโมงท่ี 3 ข้นั สอน (ต่อ) (40 นาท)ี 1. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ออกมาบอกหวั ขอ้ ทส่ี นใจ และถามคาถามที่เตรียมมา 3 ข้อ โดยถามคาถามที ละ ขอ้ และให้เพ่อื นกลุ่มอ่ืน ๆ ชว่ ยกันคน้ หาขอ้ มูล หากเพ่ือนในกลมุ่ ใดสามารถตอบคาถามไดเ้ ร็ว และถูกต้อง กล่มุ น้ันจะได้คะแนน 1 คะแนน และครจู ะถามนักเรียนกล่มุ นัน้ ว่า นักเรยี นใช้เทคนิคการ ค้นหาขอ้ มูลแบบใด ถึงทาให้ไดค้ าตอบเรว็ กว่าเพ่ือนกลุ่มอนื่ ๆ และเพราะเหตุใดจึงเลือกใชเ้ ทคนิคนี้ 2. ครูถามนักเรยี นกลมุ่ อนื่ ๆ ว่ามีใครใชเ้ ทคนิคการค้นหาขอ้ มูลแตกตา่ งจากเพื่อนกลุ่มทต่ี อบได้หรอื ไม่ เพราะเหตุใด 3. เมอื่ นักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมาถามคาถามจนครบ ครสู รุปคะแนนและมอบรางวัลใหก้ ับนักเรยี นกลมุ่ ที่ ได้คะแนนมากทสี่ ดุ ขนั้ สรุป (20 นาที) ตรวจสอบผล 4. ครถู ามนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ วา่ จากการเล่นเกมถามป๊ปุ ตอบป๊ัปในวันน้ี นักเรยี นสามารถบอกประโยชน์ ของเทคนิคการค้นหาข้อมูลแบบต่าง ๆ และสามารถนาไปประยุกใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้หรอื ไม่ อยา่ งไร 5. ครูเรียกถามนักเรียนแต่ละกลุ่มจนครบ พร้อมท้ังโยงไปถึงคาถามสาคัญประจาเร่ืองในหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 หน้า 59 ว่า การ ค้นหาข้อมูลโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ มีข้อดีอย่างไร โดยครูและนักเรียนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า เทคนิคการ ค้นหาขอ้ มูลชว่ ยให้เราได้ขอ้ มูลทต่ี รงตามความต้องการภายในระยะเวลาอนั รวดเรว็ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 135
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การใชง้ านอนิ เทอร์เนต็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 การคน้ หาขอ้ มลู โดยใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต 10. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 2. แบบฝึกหดั รายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 11. การวัดและการประเมินผล 11.1 การประเมินระหว่างการจดั กิจกรรม จุดประสงค์ วธิ ีการประเมนิ เคร่อื งมือการประเมิน เกณฑ์การประเมนิ แบบประเมนิ กิจกรรมฝึก อธิบายเหตุผลทเ่ี ลอื กใช้ อธบิ ายเทคนิคการคน้ หา ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทักษะ ทกั ษะ Com Sci เทคนิคการคน้ หาข้อมลู แบบต่าง ๆ ในการค้นหา ขอ้ มลู แบบตา่ ง ๆ ในการ Com Sci ท่ีบันทกึ ลงใน แบบประเมินการทางาน ขอ้ มูล ระดับคุณภาพ กลุ่ม พอใช้ขนึ้ ไป คน้ หาข้อมลู ได้ สมุด เลอื กใชเ้ ทคนคิ การคน้ หา ใช้เทคนคิ การคน้ หา ประเมนิ การทางานกลมุ่ ข้อมูลแบบต่าง ๆ ระดับ ขอ้ มูลแบบต่าง ๆ ได้ คณุ ภาพระดับพอใช้ข้นึ ไป เหมาะสมกบั สง่ิ ทต่ี ้องการ ค้นหาได้ เห็นประโยชน์ของเทคนิค ประเมินการตอบคาถาม แบบประเมนิ กจิ กรรม บอกประโยชน์ และ การค้นหาข้อมลู แบบต่าง ทา้ ยการเล่นเกมถามปุป๊ ถามปุ๊ปตอบป๊ัป แนวทางการนาไป ๆ และนาไปประยุกตใ์ ช้ ตอบปัป๊ ประยกุ ตใ์ ช้ ระดับ ในชวี ติ ประจาวนั ได้ คุณภาพระดบั พอใช้ขึ้นไป เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 136
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 การคน้ หาขอ้ มูลโดยใช้อินเทอรเ์ น็ต 11.2 การประเมนิ กิจกรรมฝึกทักษะ Com Sci แบบประเมนิ กจิ กรรมฝกึ ทักษะ Com Sci ประเดน็ ทีป่ ระเมิน 3 ระดับคะแนน 1 2 การเลือกใชเ้ ทคนิคได้ เลือกใชเ้ ทคนิคการค้นหา เลือกใช้เทคนิคการคน้ หา เลือกใชเ้ ทคนคิ การค้นหา อย่างถูกต้อง ข้อมลู แบบต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ ง ข้อมลู แบบตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ ง ข้อมลู แบบตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ ง ถูกต้องมากกวา่ 80% ขนึ้ ไป ถกู ต้องมากกว่า 50% ข้นึ ไป ถูกต้องนอ้ ยกว่า 50% ความครบถว้ นของ สามารถอธบิ ายเหตผุ ลใน สามารถอธบิ ายเหตผุ ลใน สามารถอธบิ ายเหตผุ ลใน คาตอบ การเลือกใช้เทคนิคการ การเลือกใช้เทคนิคการ การเลอื กใช้เทคนิคการ คน้ หาข้อมลู แบบต่าง ๆ ค้นหาข้อมูลแบบต่าง ๆ ได้ คน้ หาข้อมลู แบบตา่ ง ๆ ได้ ไดค้ รบถว้ นทุกข้อ บางขอ้ โดยมากกว่า 50% บางข้อ โดยน้อยกวา่ 50% ขึ้นไป ความชัดเจนในการ สามารถอธิบายได้อย่าง สามารถอธิบายได้อยา่ ง สามารถอธบิ ายได้ แต่ไม่ อธิบาย ชัดเจน ครบทกุ ประเด็น ชัดเจน แตย่ งั ขาดประเด็นใด ชัดเจน และยงั ขาดประเด็น ประเด็นหนึ่ง ใดประเด็นหนึง่ เหตผุ ลที่เลอื กใช้เทคนิค สามารถบอกเหตุผลที่ สามารถบอกเหตผุ ลที่ สามารถบอกเหตุผลท่ี การคน้ หาแบบตา่ ง ๆ เลอื กใช้เทคนคิ การคน้ หา เลอื กใช้เทคนิคการค้นหา เลือกใช้เทคนิคการคน้ หา ข้อมูลแบบตา่ ง ๆ ได้ แต่ ขอ้ มลู แบบตา่ ง ๆ ได้ แตไ่ ม่ ข้อมลู แบบต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ ง สมเหตสุ มผลเพยี งบางส่วน สมเหตสุ มผล สมเหตุสมผลทั้งหมด เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 10 - 12 ดี 6-9 นอ้ ยกวา่ 6 พอใช้ ปรับปรงุ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 137
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตอย่างมีประสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 การคน้ หาขอ้ มลู โดยใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต 11.3 การประเมินการทางานกลุ่ม แบบประเมนิ การทางานกล่มุ ลาดบั ที่ รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน 4321 1 เลอื กใชเ้ ทคนิคการคน้ หาข้อมูลได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม 2 บอกเหตุผลที่เลือกใชเ้ ทคนิคต่าง ๆ ได้อย่างสมเหตุสมผล 3 การนาเสนอมีความนา่ สนใจ 4 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม 5 การรบั ฟังความคิดเหน็ ของสมาชิกกลุ่มอน่ื รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดมี าก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรบั ปรุง = 1 เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คะแนน 18 - 20 ดมี าก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ นอ้ ยกว่า 10 ปรับปรุง เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 138
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การใช้งานอนิ เทอร์เนต็ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 การคน้ หาข้อมูลโดยใช้อินเทอรเ์ นต็ 11.4 การประเมินกิจกรรมถามปปุ๊ ตอบป๊ัป แบบประเมนิ กจิ กรรมถามปุ๊ปตอบปัป๊ ประเดน็ ที่ประเมนิ 3 ระดบั คะแนน 1 2 การเห็นประโยชนข์ อง บอกประโยชนข์ อง บอกประโยชน์ของเทคนิค บอกประโยชนข์ องเทคนิค เทคนคิ การคน้ หาขอ้ มลู แบบ เทคนิคการคน้ หาแบบ การค้นหาแบบต่าง ๆ ได้ การคน้ หาแบบตา่ ง ๆ ได้ ต่าง ๆ ต่าง ๆ ไดค้ รบทกุ ครบทุกประเด็น แต่ยงั ไม่ แตไ่ ม่ครบทกุ ประเด็น ประเด็น และมีความ ชัดเจน ชัดเจน การนาไปประยกุ ตใ์ ช้ ยกตัวอยา่ งการนาไป ยกตวั อยา่ งการนาไป ยกตัวอย่างการนาไป ประยกุ ตใ์ ช้ใน ประยกุ ตใ์ ชใ้ นสถานการณ์ ประยกุ ตใ์ ช้ในสถานการณ์ สถานการณ์อนื่ ๆ ได้ อ่นื ๆ ได้ 2 สถานการณ์ อ่ืน ๆ ได้ 1 สถานการณ์ มากกวา่ 3 สถานการณ์ เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 5-6 ดี 3-4 พอใช้ นอ้ ยกวา่ 3 ปรับปรุง เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 139
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การใช้งานอนิ เทอร์เนต็ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 การคน้ หาข้อมลู โดยใชอ้ ินเทอร์เน็ต ....... 12. ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ีไ่ ดร้ ับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงช่อื ( ตาแหนง่ 13. บนั ทกึ ผลหลังการสอน ดา้ นความรู้ ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ด้านอ่ืน ๆ (พฤติกรรมเด่นหรือพฤติกรรมท่ีมีปญั หาของนกั เรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี ) ปญั หา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 140
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การใช้งานอนิ เทอร์เนต็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 การจัดลาดบั ผลลัพธ์การคน้ หา แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ เวลา 8 ชั่วโมง เรอ่ื ง การจัดลาดบั ผลลัพธ์การค้นหา เวลา 2 ชั่วโมง รายวชิ า วิทยาการคานวณ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพ รู้เท่าทันและมีจรยิ ธรรม ตวั ชี้วดั ป.6/3 ใชอ้ นิ เทอร์เน็ตในการคน้ หาขอ้ มลู อย่างมีประสทิ ธิภาพ 2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธิบายวธิ ีการคน้ หาขอ้ มูลโดยใชก้ ารจดั ลาดับผลการคน้ หาหรอื การค้นหาขั้นสูงได้ (K) 2. คน้ หาขอ้ มลู โดยใช้การจดั ลาดับผลการคน้ หา หรอื การคน้ หาขั้นสูงได้ (P) 3. เห็นประโยชน์ของการจัดลาดับผลการค้นหาหรอื การคน้ หาข้ันสูง และนาไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวันได้ (A) 3. สาระสาคัญ การค้นหาข้อมูลในแต่ละครั้ง โปรแกรมค้นหาจะแสดงข้อมูลจากคาค้นหาเป็นจานวนมาก เพ่ือให้ ผู้ใช้งานสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ข้อมูลตรงตามความต้องการมากที่สุด ผู้ใช้ จะตอ้ งเรยี นรูเ้ กย่ี วกับการจัดลาดบั ผลลพั ธท์ ไ่ี ดจ้ ากโปรแกรมค้นหา 4. สาระการเรียนรู้ การจัดลาดบั ผลการคน้ หา 5. รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน 1. วธิ กี ารสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Modal) 2. เทคนคิ การสอนโดยใชเ้ กม 3. เทคนิคตามแนวคดิ เชิงคานวณ 4. เทคนคิ การสอนแบบบทบาทสมมติ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 141
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอร์เน็ตอยา่ งมีประสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 การจดั ลาดบั ผลลัพธก์ ารค้นหา 6. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทกั ษะ 4 Cs ทกั ษะการคดิ วจิ ารณญาณ (Critical Thinking) ทกั ษะการทางานรว่ มกัน (Collaboration Skill) ทกั ษะการสื่อสาร (Communication Skill) ทกั ษะความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) 8. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ซ่อื สัตย์ สจุ ริต รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ใฝ่เรยี นรู้ มีวนิ ัย มงุ่ มน่ั ในการทางาน อยู่อยา่ งพอเพยี ง มจี ติ สาธารณะ รกั ความเปน็ ไทย 9. การจดั กระบวนการเรียนรู้ ชว่ั โมงที่ 1 ขนั้ นา (15 นาที) กระตุ้นความสนใจ 1. ครูทบทวนความรู้เดิมท่เี รยี นในชั่วโมงทแี่ ล้ว เรือ่ งเทคนคิ การค้นหาขอ้ มูลแบบตา่ ง ๆ 2. ครใู ห้นกั เรียนเปิดเวบ็ ไซตค์ น้ หา และพิมพค์ าค้นหาท่นี ักเรียนตอ้ งการ โดยครูยกตวั อย่างการคน้ หาคา วา่ สถานการณน์ า้ ทว่ ม เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 142
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 การจัดลาดับผลลัพธก์ ารค้นหา 3. ครใู ห้นักเรียนสงั เกตเวบ็ ไซต์ท่ีแสดงขึ้นมา วา่ มีขอ้ มลู พน้ื ฐานใดบ้าง โดยครแู ละนักเรยี นสรปุ ร่วมกันวา่ มีข้อมลู พ้ืนฐาน 4 อย่าง ได้แก่ ชื่อหัวข้อของเวบ็ ไซต์, ท่อี ยเู่ ว็บไซต์, วนั ท่เี ผยแพรข่ ้อมูล และตวั อย่าง ขอ้ มูล 4. ครใู หน้ ักเรียนสังเกตวนั ทเี่ ผยแพร่ข้อมลู และถามนักเรียนวา่ ถา้ หากเราอยากได้ขอ้ มูลในชว่ งระยะเวลา ทเี่ ราต้องการ เช่น อยากได้ขอ้ มลู สถานการณ์น้าท่วมในประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2560-2562 เราจะ สามารถค้นหาขอ้ มลู ดงั กล่าวได้หรอื ไม่ (แนวคาตอบ: ตามดุลยพนิ จิ ของนกั เรียน) 5. ครพู ดู เชื่อมโยงไปยังเรื่องเทคนิคการค้นหาขอ้ มลู ว่า หากเราอยากไดข้ ้อมูลทีเ่ ราต้องการ เราก็พิมพ์คา คน้ หาโดยใชเ้ ทคนคิ แบบตา่ ง ๆ ได้ แตถ่ ้าเราอยากได้ข้อมูลหลายประเภท เช่น เราอยากไดข้ อ้ มลู สถานการณน์ ้าทว่ มเฉพาะในภาคกลางของประเทศไทย ในชว่ งปี พ.ศ. 2560-2562 ต้องเป็นเว็บไซต์ ของหนว่ ยงานรัฐ เพื่อความเชอื่ ถือได้ และตอ้ งเป็นไฟล์ PDF เราจะมีวธิ ีค้นหาข้อมูลได้อย่างไร (แนว คาตอบ: ตามดลุ ยพินิจของนักเรยี น) ขนั้ สอน (45 นาที) ค้นหาความรู้ 6. ครูให้นักเรยี นศึกษาเร่อื งการจัดลาดับผลลัพธ์การคน้ หาในหนงั สอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 หนา้ 70-73 เพ่ือหาคาตอบว่าหากเรา ต้องการค้นหาข้อมลู หลาย ๆ ประเภทจะทาได้หรือไม่ อย่างไร และถามคาถามประจาเร่ืองกบั นักเรยี น วา่ การจัดลาดบั ผลลพั ธ์การค้นหาช่วยให้การคน้ หามปี ระสทิ ธภิ าพอย่างไร 7. ครูใหน้ กั เรยี นอา่ นมุม Com Sci ในหนังสือเรยี นหน้า 70 เพ่ือศกึ ษาความรูเ้ พิ่มเตมิ เรื่องการนาขอ้ มูล ท่ีค้นหาได้จากอนิ เทอรเ์ นต็ มาใชง้ าน 8. ครูขยายความคาว่า การจดั ลาดับผลลัพธก์ ารค้นหาวา่ เปน็ การจดั เรียงขอ้ มลู ทเี่ รากรอกลงในช่อง โดย จะมกี ารจัดเรียงตามภาษา จดั เรียงตามพื้นที่ทต่ี ้องการ จดั เรียงตามเวลา จัดเรยี งตามตาแหน่งทีต่ ั้ง ของเวบ็ ไซต์ จดั เรียงตามชนดิ ของไฟล์ และลิขสทิ ธขิ์ องข้อมูล 9. ครูใหน้ กั เรยี นลองใสค่ าค้นหาตา่ ง ๆ ตามตวั อยา่ งในหนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 หน้า 73-74 เพ่ือให้เขา้ ใจมากย่ิงข้ึน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 143
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 การจดั ลาดับผลลพั ธก์ ารคน้ หา อธบิ ายความรู้ 10. ครแู ละนักเรียนสรปุ ความรู้ร่วมกนั วา่ หากเราต้องการค้นหาข้อมลู หลาย ๆ ประเภทสามารถทาได้โดย ใชก้ ารค้นหาข้ันสงู ซ่ึงเปน็ การจัดลาดบั ผลลัพธท์ ่ไี ดจ้ ากโปรแกรมค้นหา 11. ครูใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมฝึกทักทกั ษะ Com Sci ในหนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 หน้า 75 โดยใหน้ กั เรยี นอ่านสถานการณท์ ี่ กาหนดให้ และลองพมิ พ์คาค้นหาในคอมพวิ เตอร์ จากนน้ั บันทึกคาคน้ หาลงในสมดุ 12. ครสู ุ่มถามนักเรียน 4-5 คน แลว้ ใหน้ ักเรยี นอธบิ ายว่าได้กรอกคาคน้ หาใดในช่องคน้ หาบ้าง จึงได้ ผลลัพธต์ ามท่ีตอ้ งการ จากนั้นสรปุ ความร้รู ว่ มกัน ขยายความรู้ 13. ครูให้นกั เรียนจบั คู่กนั เพื่อทากิจกรรมในใบงานท่ี 3.2.1 เรื่อง นกั ข่าวตวั นอ้ ย โดยใหน้ ักเรียนคน้ หา ข้อมลู เกย่ี วกบั ขา่ วประเภทต่าง ๆ เช่น ขา่ วเศรษฐกจิ ข่าวส่ิงแวดล้อม ขา่ วกีฬา หรอื อืน่ ๆ ยกเว้นข่าว บันเทงิ และต้องเป็นข่าวทีม่ าจากเวบ็ ไซต์ทางการค้า ทีเ่ กดิ ข้ึนในระยะเวลาไมเ่ กนิ 1 สัปดาห์ นับจาก วันท่ไี ดร้ บั มอบหมายงาน โดยครใู หน้ กั เรยี นสมมตบิ ทบาทเป็นนกั ข่าว และออกมานาเสนอขา่ วหน้าชั้น เรยี นในชวั่ โมงถดั ไป ประเด็นในใบงานที่ 3.2.1 เร่ือง นักขา่ วตวั น้อย 1) หวั ขอ้ ข่าว 2) รปู ภาพประกอบ 3) ข้อมลู ข่าว/เนื้อข่าว 4) บอกแหลง่ ที่มาของขอ้ มูล 5) ใช้การคน้ หาข้ันสงู โดยกรอกคาคน้ หาวา่ อย่างไร เพ่ือให้ได้ผลลัพธ์ท่ีต้องการ ชัว่ โมงท่ี 2 ขนั้ สอน (ต่อ) (45 นาท)ี 1. ครูใหน้ ักเรียนแต่ละคู่ ออกมานาเสนอขา่ วทเี่ ตรียมมา พร้อมท้ังบอกแหล่งที่มาของข้อมูล และบอก วธิ กี ารคน้ หาโดยใชก้ ารคน้ หาขน้ั สูง พร้อมให้เหตุผล ขนั้ สรุป (15 นาที) ตรวจสอบผล 2. หลงั จากนาเสนอข่าวครบทุกกลมุ่ แล้ว ครสู ่มุ ถามนักเรียนถึงประโยชนข์ องการจัดลาดับผลการค้นหา หรือการค้นหาขน้ั สูง และการนาไปประยุกตใ์ ช้ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 144
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 การจัดลาดับผลลัพธก์ ารคน้ หา 3. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรูท้ ่เี รียนมาทัง้ หมดเก่ยี วกับเรื่องการจัดลาดับผลการค้นหา หรือการ ค้นหาขัน้ สงู 4. ครมู อบหมายงานใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ หัดเรื่อง การจัดลาดบั ผลการคน้ หา ในแบบฝึกหัด รายวิชา พืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 หนา้ 48-50 เพ่ือ ทบทวนความรู้ 10. ส่ือแหล่งการเรียนรู้ 1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 2. แบบฝกึ หดั รายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 3. ใบงานที่ 3.2.1 เรือ่ ง นักขา่ วตัวนอ้ ย 11. การวัดและการประเมนิ ผล 11.1 การประเมนิ ระหว่างการจดั กจิ กรรม จุดประสงค์ วิธกี ารประเมิน เครือ่ งมอื การประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน อธิบายวิธีการค้นหา การนาเสนอขา่ วในใบ แบบประเมนิ การนาเสนอ อธิบายวธิ ีการค้นหา ขอ้ มลู โดยใชก้ ารจัดลาดับ งานท่ี 3.2.1 เรือ่ ง ขอ้ มูลโดยใช้การจดั ลาดับ ผลการคน้ หาหรอื การ นกั ข่าวตัวน้อย ผลการคน้ หาหรอื การ ค้นหาขนั้ สูงได้ (K) ค้นหาขน้ั สงู ได้ ระดับ คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป ค้นหาข้อมูลโดยใชก้ าร ตรวจใบงานที่ 3.2.1 ใบงานท่ี 3.2.1 เรอื่ ง ใช้คาค้นหาได้ถกู ตอ้ งตาม จัดลาดับผลการค้นหา เร่ือง นกั ข่าวตวั นอ้ ย นกั ข่าวตัวน้อย ความตอ้ งการ 60% ขึน้ หรอื การค้นหาขัน้ สงู ได้ ไป (P) เหน็ ประโยชน์ของการ สังเกตพฤตกิ รรมการตอบ แบบสงั เกตพฤติกรรม บอกประโยชน์ และ จดั ลาดับผลการคน้ หา คาถามรายบคุ คล การตอบคาถาม แนวทางการนาไป หรือการค้นหาข้ันสูง และ รายบคุ คล ประยกุ ต์ใช้ ระดบั นาไปประยุกตใ์ ชใ้ น คณุ ภาพพอใช้ข้ึนไป ชีวติ ประจาวนั ได้ (A) เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 145
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 การใช้งานอนิ เทอร์เนต็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 การจดั ลาดบั ผลลัพธก์ ารคน้ หา 11.2 การประเมนิ การนาเสนอ แบบประเมนิ การนาเสนอ ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ คณุ ภาพผลงาน 4321 1 ข่าวทีน่ าเสนอมีความถูกต้องและน่าสนใจ 2 อธิบายวธิ ีการค้นหาคน้ หาขอ้ มูลโดยใช้การคน้ หาขั้นสูงได้ 3 นาเสนอดว้ ยภาษาทเ่ี ขา้ ใจง่าย ดงึ ดดู ผ้ฟู งั 4 การมีส่วนร่วมของสมาชกิ ในกล่มุ 5 การรับฟังความคิดเหน็ ของสมาชิกกลมุ่ อนื่ รวม เกณฑก์ ารให้คะแนน ดมี าก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรงุ = 1 เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคะแนน 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ตา่ กว่า 10 ปรับปรงุ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 146
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 การจัดลาดบั ผลลัพธก์ ารคน้ หา 11.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมรายบุคคล แบบประเมินพฤติกรรมรายบคุ คล เลขที่ การบอกประโยชน์ ยกตัวอยา่ งการนาไป มสี ว่ นรว่ มในการ ความสนใจ/ความ ของการคน้ หาขัน้ สูง ประยกุ ตใ์ ช้ ตอบคาถาม/แสดง กระตือรอื รน้ ความคิดเห็น 3 2 1 3 2 1 321321 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ... เกณฑ์การใหค้ ะแนนจากการสงั เกตพฤติกรรม 3 คะแนน เม่อื นกั เรยี นแสดงพฤติกรรมท่ีตอ้ งการเป็นประจา สม่าเสมอ 2 คะแนน เม่อื นกั เรียนแสดงพฤติกรรมทีต่ ้องการค่อนขา้ งจะสม่าเสมอ 1 คะแนน เมื่อนักเรียนแสดงพฤตกิ รรมทต่ี อ้ งการนอ้ ย เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคะแนน 10-12 ดี 6 - 9 พอใช้ ตา่ กว่า 6 ปรับปรงุ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 147
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การใช้งานอนิ เทอร์เนต็ อย่างมปี ระสิทธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 การจัดลาดับผลลัพธก์ ารคน้ หา ใบงานที่ 3.2.1 เรอ่ื ง นกั ข่าวตัวน้อย คาชีแ้ จง : ให้นกั เรยี นค้นหาข้อมูลเก่ียวกบั ขา่ วประเภทต่าง ๆ เชน่ ขา่ วเศรษฐกิจ ขา่ วสงิ่ แวดล้อม ข่าวกีฬา หรืออ่ืน ๆ ยกเว้นขา่ วบันเทิง และต้องเป็นขา่ วท่ีมาจากเว็บไซต์ทางการค้า ท่เี กดิ ข้นึ ในระยะเวลาไมเ่ กนิ 1 สปั ดาห์ นกั เรียนเลอื กสืบค้นขา่ วประเภท.......................................................................................................... หวั ขอ้ ขา่ ว: วนั ที่เผยแพรข่ ่าว ......................................... วนั ท่สี ืบค้น .......................................... (แปะภาพข่าว) ขอ้ มูลข่าว/รายละเอียดข่าว ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................ แหลง่ ทีม่ า: .............…………………………………………………………………………………………………………........ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 148
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอย่างมีประสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 การจดั ลาดบั ผลลพั ธก์ ารคน้ หา นักเรยี นกรอกขอ้ มูลในคาค้นหาขั้นสูงว่าอยา่ งไร เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 149
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 การจัดลาดับผลลัพธก์ ารค้นหา ใบงานที่ 3.2.1 เฉลย เร่อื ง นกั ข่าวตวั น้อย คาชแี้ จง : ให้นกั เรียนคน้ หาข้อมูลเกีย่ วกับขา่ วประเภทตา่ ง ๆ เชน่ ข่าวเศรษฐกจิ ขา่ วสง่ิ แวดล้อม ข่าวกีฬา หรอื อนื่ ๆ ยกเวน้ ขา่ วบนั เทิง และต้องเป็นขา่ วทีม่ าจากเวบ็ ไซต์ทางการคา้ ท่ีเกดิ ข้นึ ในระยะเวลาไมเ่ กิน 1 สัปดาห์ นกั เรยี นเลือกสืบคน้ ข่าวประเภท..........ข..่า..ว..เ..ก..ีย่..ว..ก...บั ..ธ..ร..ร..ม...ช..า..ต...ิ ............................................................. หัวข้อขา่ ว: หายากใตท้ ้องทะเล ถุงไข่หมกึ ขนาดยกั ษ์ ตวั อ่อนนบั พนั อยู่ขา้ งใน วันท่ีเผยแพรข่ ่าว .........9....ต...ค.....2..5..6...2............. วันที่สืบคน้ .......ภ..า..ย...ใ.น....1....ส..ัป...ด..า..ห...์น..บั...จ..ากวนั ที่ 9 ต.ค. 62 (แปะภาพขา่ ว) ขอ้ มลู ขา่ ว/รายละเอียดข่าว ...เ..ด..ล..เี..ม..ล....ร..า..ย..ง..า..น..ก...า..ร..ค..น้...พ..บ...ถ..งุ..ไ..ข..่ห...ม..กึ...ค..ล..า้..ย...เ.จ..ล..ท...ร..ง..ก..ล...ม..ข..น...า..ด..ใ..ห...ญ...่ .ภ...า..ย..ใ.น...ป...ร..ะ..ก..อ...บ..ด...ว้ ..ย..ไ.ข...ห่ ..ม...กึ..ห...ล..า..ย. ...พ...ัน...ล..ูก....ล..อ..ย...ใ.น...อ..่า..ว..ฟ...ย..อ...ร..์ด...เ..อ..อ..ร..์ช...ต..า..ฟ...โ.ย...ร..์เ.ด..นิ...ท...า..ง.ต...ะ..ว..นั...ต..ก..เ..ฉ..ีย..ง..เ.ห...น...ือ..ข..อ...ง.น...อ..ร..เ์..ว..ย..์.โ..ด..ย...น..ัก...ด..า..น...้า..ใ.ช..้แ...สง ...ไ..ฟ...ฉ..า..ย..ถ..ุง..ไ..ข..่ห...ม..ึก...เ.พ...่อื ..ส..ัง..เ.ก...ต..ข...น..า..ด...ข..อ..ง..ม...นั ...ซ...ึ่ง..ใ.ห...ญ...่พ...อ..จ..ะ...ก..ล..ืน...น...ัก..ด..า..น...้า..ท...้ัง.ต...วั ..ท..ี.เ.ด..ีย..ว....ซ..่งึ..ส..ัน...น..ิษ...ฐ..า..น...ว..า่..ถ..ึง ...ไ..ข..่น...ี้เ.ป...น็ ..ข...อ..ง..ห..ม...กึ ..บ...นิ ..ญ....่ปี ..ุน่...แ..ด...ง...น..อ...ก..ช..า..ย...ฝ..่งั..ต..ุร..ก...ี .ข..ณ....ะ..ท...ีน่ ..กั...ว..ิจ..ยั..ย...งั .ไ..ม..่ส...า..ม..า..ร..ถ..ส...ร..ุป..ไ..ด..ว้..า่....ข..น...า..ด..ข..อ...ง..ถ..งุ ..ไ.ข่ ...ห...ม..กึ...เ.พ...่มิ ..ข...น้ึ ..อ...ย..า่ ..ง..ไ.ร...แ...ต..่ค...า..ด..ว..า่..อ..า..จ...ม..ีข..น...า..ด..เ..ล..ก็..ก...ว..่า..น..้ีม...า..ก....แ..ล..ะ..ใ..ห...ญ...ข่ ..ึ้น...เ.ม..่ือ...จ..า..น...ว..น..ไ..ข..ห่...ม..กึ..ม...า..ก..ข...้นึ ......... ............................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................... แหล..ง่ ..ท..ม่ี...า..:....h......t..t...p.....s...:../..../….w..….w..….w..…....k…..h.….a..…o...s….o..….d..…..c..…o....….t.h.…../.…a..r.….o..…u...…n..d.…..-….t.h.…..e.….-.w.…...o…..r.…l..d.….-.n.…..e.….w..….s../…..n.….e..…w...…s.._.….2..…9...…6..0.….5..…0...…0...……........ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 150
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ อยา่ งมีประสิทธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 การจดั ลาดบั ผลลพั ธ์การคน้ หา นักเรียนกรอกข้อมูลในคาค้นหาขั้นสูงวา่ อยา่ งไร ข่าว ข่าวบนั เทิง ภาษาใดก็ได้ ภมู ิภาคใดกไ็ ด้ สัปดาห์ท่ผี ่านมา .co.th ททุกกุ ททใี่ีใ่ นนหหนน้า้าเเวว็บ็บ แแสสดดงงผผลลกกาารรคคน้้นหหาาทท่ีเี่เกกีย่ีย่ ววขข้ออ้ งงมมาากกททส่ีส่ี ดุุด รรูปูปแแบบบบใใดดกกไ็ไ็ ดด้้ ไไไมมมถ่ถ่ถ่ กูกููกกกกรรรออองงงตตตาาามมมใใใบบบอออนนนุญุญญุ าาาตตต เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 151
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอย่างมปี ระสิทธภิ าพ ) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 การจดั ลาดบั ผลลัพธก์ ารค้นหา ....... 12. ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผู้ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย ขอ้ เสนอแนะ ลงชื่อ ( ตาแหนง่ 13. บันทึกผลหลังการสอน ด้านความรู้ ด้านสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่นหรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเปน็ รายบุคคล (ถ้ามี)) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแกไ้ ข เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 152
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ นต็ อยา่ งมีประสิทธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถอื แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสทิ ธิภาพ เวลา 8 ชั่วโมง เร่ือง การประเมินความน่าเชือ่ ถือ เวลา 3 ช่ัวโมง รายวิชา วิทยาการคานวณ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั สาระท่ี 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ รู้เทา่ ทนั และมีจริยธรรม ตวั ชว้ี ัด ป.6/3 ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตในการคน้ หาข้อมูลอยา่ งมีประสิทธิภาพ 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธิบายหลกั การประเมินความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู ได้ (K) 2. ประเมินความน่าเชอื่ ถือของขอ้ มูลได้ (P) 3. เหน็ ความสาคัญของการประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถือของข้อมูล (A) 3. สาระสาคญั ในการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ จะต้องมีการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลท่ี ถูกต้อง และตรงตามความตอ้ งการ โดยหลักการประเมนิ ความน่าเช่อื ถือของข้อมลู มี 5 ขอ้ ดงั นี้ 1. พิจารณาเว็บไซตท์ นี่ า่ เชือ่ ถือได้ 2. ระบชุ ่ือผู้เขยี นหรอื ผู้ให้ข้อมูล 3. ระบวุ ันทเ่ี ผยแพร่ และครง้ั ท่ีปรบั ปรงุ 4. อา้ งองิ แหลง่ ท่ีมา 5. บอกวัตถุประสงค์ในการทา 4. สาระการเรยี นรู้ การประเมนิ ความนา่ เช่อื ถือ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 153
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ นต็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ซอ่ื สตั ย์ สุจริต แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถอื ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มนั่ ในการทางาน 5. รปู แบบการสอน/วิธีการสอน มจี ติ สาธารณะ 1. วธิ กี ารสอนแบบกระบวนการกล่มุ (Group Process) 2. เทคนิคตามแนวคดิ เชงิ คานวณ 3. การใชก้ รณตี ัวอยา่ ง 4. การใชบ้ ทบาทสมมติ 6. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 7. ทักษะ 4 Cs ทกั ษะการคิดวิจารณญาณ (Critical Thinking) ทักษะการทางานรว่ มกนั (Collaboration Skill) ทักษะการส่ือสาร (Communication Skill) ทักษะความคิดสรา้ งสรรค์ (Creative Thinking) 8. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มวี นิ ัย อยูอ่ ย่างพอเพยี ง รักความเป็นไทย เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 154
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การใช้งานอนิ เทอร์เน็ตอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถอื 9. การจัดกระบวนการเรียนรู้ ชวั่ โมงท่ี 1 ขน้ั นา 1. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันทบทวนความร้เู ดิมในชัว่ โมงที่แล้ว เร่อื งเทคนคิ การคน้ หาข้อมลู และการ จดั ลาดบั ผลลพั ธ์การคน้ หา 2. ครยู กตัวอยา่ งบทความที่อยู่ในอินเทอรเ์ น็ตให้นกั เรยี นดู โดยเปน็ บทความท่ีเขยี นเกนิ จริง หรอื มี ความไมน่ ่าเชอื่ ถือ เช่น 1) ข่าวเดก็ อายุ 14 ปวดท้อง หมอตรวจพบชาไข่มุกหลายรอ้ ยเมด็ อยใู่ นลาไส้ 2) น้ามะนาวสามารถหยอดตา แก้ตอ้ เน้ือตาฟางได้ 3) 20 ปี น้าทว่ มโลก 3. ครูใหน้ ักเรียนรว่ มกันวิเคราะห์บทความดงั กลา่ ววา่ เชอื่ ถือไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุใด (แนวคาตอบ: ข้ึนอยกู่ ับดลุ ยพนิ จิ ของนักเรียน) 4. ครูบอกนักเรยี นวา่ อินเทอร์เน็ตเป็นพ้นื ท่ีอิสระท่ผี คู้ นต่างก็สามารถสร้างข้อมลู อปั โหลดหรอื แชร์ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ลงในอนิ เทอรเ์ น็ตได้ ซึ่งข้อมลู บางสว่ นอาจจะไม่เปน็ ความจรงิ ก็ได้ ดังนน้ั ก่อนท่เี รา จะนาข้อมูลจากอินเทอร์เนต็ มาใช้หรือเผยแพร่ เราควรประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื ของข้อมูลกอ่ น 5. ครถู ามนักเรยี นวา่ นกั เรียนรู้หรอื ไม่วา่ การประเมนิ ความน่าเช่อื ถือของข้อมลู สามารถทาได้ อยา่ งไร และถามคาถามประจาหน่วยหัวข้อในหนังสอื เรยี นว่า การประเมินความนา่ เชื่อถือของ ขอ้ มลู กอ่ นนามาใช้ มปี ระโยชน์อย่างไร ขั้นสอน 6. ครูให้นกั เรยี นศึกษาขอ้ มูลเรื่อง การประเมินความนา่ เชื่อถือ ในหนงั สือเรียนรายวชิ าพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 หนา้ 76 7. ครสู ุ่มถามนักเรยี นวา่ การประเมนิ ความน่าเช่ือถือของขอ้ มูลมีอะไรบ้าง จากนน้ั ลงข้อสรุปร่วมกัน วา่ การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมลู สามารถทาได้โดย 1) พจิ ารณาเว็บไซตท์ ่นี ่าเชอื่ ถอื ได้ 2) ระบุชือ่ ผู้เขียนหรือผูใ้ หข้ ้อมูล 3) ระบุวนั ทเี่ ผยแพร่ และคร้ังทป่ี รบั ปรงุ 4) อ้างอิงแหลง่ ท่ีมา 5) บอกวัตถปุ ระสงค์ในการจดั ทา 8. ครใู ห้นักเรียนศึกษาข้อมลู เพ่ิมเติม เรือ่ งการค้นหาขอ้ มูลอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ในมมุ Com Sci ใน หนงั สอื เรียนหน้า 76 9. ครใู ห้นักเรยี นแบ่งกล่มุ เปน็ 4 กลุ่ม เพ่ือทากจิ กรรมเร่ือง เชื่อถือไดห้ รือไม่ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 155
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื 10. ครแู บ่งฐานทง้ั หมด 4 ฐาน แต่ละฐานจะเปดิ หน้าเวบ็ ไซต์ไว้ 1 เวบ็ ไซต์ จากน้ันใหน้ กั เรยี นแต่ละ กลมุ่ สารวจข้อมูลทีละฐาน แล้วตอบคาถามลงในใบงานที่ 1 เรื่อง เช่ือถือไดห้ รือไม่ โดยใหเ้ วลา สารวจขอ้ มูลฐานละ 5 นาที เมอ่ื ครบ 5 นาทแี ลว้ ครใู หส้ ัญญาณเสยี งเพื่อใหน้ ักเรียนเปล่ียนฐาน (ครูควรเลอื กเวบ็ ไซต์ท่เี ช่ือถือได้ และเชอื่ ถือไม่ได้ คละกัน เพื่อให้นักเรียนวเิ คราะห์และประเมิน ความน่าเชอ่ื ถือ) ตวั อย่างเวบ็ ไซต์ในแตล่ ะฐาน 1) PM 2.5 ตอ้ งหน้ากาก N 95 แล้วล่ะ http://www.cleothailand.com/health/pm- 25.html 2) แนะนาวิธปี อ้ งกันไฟป่า https://www.thaihealth.or.th/Content/4753-แนะวิธปี ้องกนั ไฟปา่ .html 3) คล่นื ความหนาวแผ่ปกคลุมประเทศไทยมากสดุ ในรอบ 14 ปี http://thesis2550.blogspot.com/2016/01/5.html 4) ทฤษฎแี กล้งดิน อนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ https://www.prd.go.th/ewt_news.php?nid=151154&filename=prd 11. เม่ือนกั เรียนสารวจข้อมูลครบทกุ ฐานแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 1 กล่มุ ใหอ้ อกมาหนา้ ชั้นเรียน เพื่อวิเคราะห์และประเมินความน่าเช่ือถือของขอ้ มูลในฐานท่ี 1 ทีน่ กั เรียนไดไ้ ปสารวจมา จากนน้ั ครถู ามเพือ่ นกลมุ่ อ่ืนว่า มกี ารวเิ คราะห์และประเมินความน่าเชอื่ ถือทีเ่ หมือนหรือแตกต่างกัน หรอื ไม่อยา่ งไร 12. ครสู ุม่ เรียกนักเรยี นกลมุ่ อนื่ ๆ เพ่ือวิเคราะห์และประเมินความน่าเชอ่ื ถือของขอ้ มลู ในฐานตอ่ ๆ ไปจนครบ 13. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามข้อสงสยั และสรปุ ความรรู้ ่วมกันท้ายคาบเรียน 14. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนทากจิ กรรมฝกึ ทักษะ Com Sci ในหนงั สือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 หนา้ 78 เปน็ การบา้ น ชวั่ โมงท่ี 2 ขั้นสอน (ต่อ) 1. ครแู ละนกั เรยี นทบทวนความรเู้ ดิม เร่อื ง การประเมนิ ความนา่ เช่อื ถือ ทเี่ รยี นในช่ัวโมงทแ่ี ลว้ 2. ครบู อกนักเรียนวา่ วันนคี้ รจู ะใหน้ กั เรยี นเป็นนักสืบ ชว่ ยสืบความจริงให้ครูวา่ หวั ข้อเหลา่ นเี้ ป็นความ จริงหรอื ไม่ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 156
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การใชง้ านอนิ เทอร์เนต็ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 การประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื 3. ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ เป็น 5 กลุ่ม จากนนั้ ให้นักเรยี นทากิจกรรมฝกึ ทักษะท่ี 1 เร่ือง จริงหรือไม่ ใน แบบฝึกหัดรายวชิ าพ้นื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 หนา้ 53 โดยให้แตล่ ะกลุ่มเลอื กหวั ข้อทส่ี นใจ หรือจบั สลากเลือก หัวข้อที่จะให้นักเรยี นสืบ 1) วางโทรศัพท์ไวใ้ กลศ้ รี ษะเวลานอน อนั ตรายจรงิ หรือไม่ 2) วางไฟแช็กไว้ในรถ เสยี่ งไฟไหมจ้ ริงหรือไม่ 3) กนิ เนอ้ื ย่างบอ่ ย ๆ มีความเสย่ี งเปน็ โรคมะเรง็ จริงหรอื ไม่ 4) หลังจากออกกาลงั กายเสร็จใหม่ ๆ ไม่ควรอาบน้าทันทจี รงิ หรือไม่ 5) เล่นโทรศัพทใ์ นท่ีมดื เป็นเวลานาน เส่ียงตาบอดจริงหรือไม่ 4. ครูใหเ้ วลานกั เรียนแต่ละกลมุ่ สบื คน้ ขอ้ มลู 20 นาที จากน้ันให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น โดยมปี ระเด็นในการนาเสนอดังนี้ ประเด็นในการนาเสนอ 1) หัวข้อท่ีนกั เรยี นสบื คือเร่ืองอะไร 2) นกั เรียนใช้คาคน้ หาใดบ้าง 3) หลงั จากสืบคน้ แลว้ หัวขอ้ ที่นักเรยี นเลือก เปน็ จรงิ หรือไม่ 4) นักเรียนคน้ หาข้อมูลทั้งหมดก่ีเวบ็ ไซต์ อะไรบา้ ง 5) แตล่ ะเวบ็ ไซต์มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะเหตุใด 5. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามขอ้ สงสัย และสรุปความรรู้ ่วมกันท้ายคาบเรียน 6. ครมู อบหมายงานใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหดั ในหนงั สือแบบฝึกหดั รายวชิ าพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 หน้า 51-52 เป็นการบ้านเพ่ือเป็นการ ทบทวนความรู้ ช่วั โมงท่ี 3 ข้ันสอน (ต่อ) 1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ทบทวนความรู้เดมิ ที่เรยี นในชว่ั โมงท่ีแลว้ 2. ครูถามนักเรียนว่า 1) นกั เรียนเคยแชรข์ ้อความหรือข้อมูลต่าง ๆ ลงในส่ือออนไลนห์ รือไม่ (คาตอบ: เคย/ไม่ เคย) 2) กอ่ นนักเรียนแชรข์ อ้ มลู หรือข้อความน้ัน นักเรียนไดม้ ีการประเมนิ ความน่าเช่อื ถือก่อน หรือไม่ (แนวคาตอบ: ข้นึ อยู่กับประสบการณ์เดมิ ของนักเรยี น) เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 157
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื 3) หากข้อความหรือข้อมูลนัน้ ไม่เปน็ ความจริง จะส่งผลกระทบตอ่ ผู้หลงเชื่ออยา่ งไร (แนว คาตอบ: หากมกี ารทาตามข้อมลู ท่ีผดิ อาจสง่ ผลเสยี ตอ่ ผูห้ ลงเช่อื ) 3. ครใู ห้นกั เรยี นอา่ นสถานการณใ์ นกจิ กรรมฝึกทักษะท่ี 2 เร่ือง เช็คก่อนแชร์ ในหนังสอื เรียนรายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 หนา้ 56 สถานการณ์: ตวงไดร้ ับขอ้ ความทางสอื่ ออนไลน์จากแต้ว ตวงเกดิ ความสงสยั ว่าแตว้ ไดข้ ้อมูลนี้มา จากใคร แต้วบอกว่าข้อความนถ้ี ูกสง่ ต่อกันมา โดยไมท่ ราบแหล่งทีม่ า รว่ มกันใส่ EM Ball ลงในแม่นา้ แทนการลอย กระทง เพ่ือลดขยะในแมน่ ้าและแก้ปัญหาน้าเน่าเสีย สง่ ตอ่ ข้อความนี้ ถ้าอยากชว่ ยโลกของเรา 4. ครถู ามนักเรียนวา่ ถ้าหากนักเรียนเปน็ ตวง นักเรยี นจะเลอื กทาส่งิ ใดก่อน ระหว่างเช็คกบั แชร์ เพราะ เหตุใด จากน้ันครใู ห้นักเรียนเขยี นคาตอบลงในกจิ กรรมฝึกทกั ษะที่ 2 ข้อ 1 5. ครแู บ่งกล่มุ นักเรียนเปน็ 2 กลุ่ม คือกลุ่มท่เี ลือกเช็ค และกล่มุ ทเี่ ลือกแชร์ 6. ครูใหน้ กั เรียนกลุ่มท่ีเลือกเช็ค ตอบคาถามในกจิ กรรมฝกึ ทักษะท่ี 2 ขอ้ 2 และข้อ 3 ตามลาดบั และ ใหน้ กั เรียนกลุ่มท่เี ลือกแชร์ ตอบคาถามในกิจกรรมฝึกทักษะท่ี 2 ข้อ 3 7. ครใู หน้ กั เรยี นกลุ่มที่เลือกแชร์กอ่ น กลับไปเช็คข้อมลู ในขอ้ 2 แล้วพจิ ารณาอกี คร้ังวา่ จะแชรข์ อ้ มลู หรือไม่ เพราะเหตุใด 8. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันอภิปรายรว่ มกันในประเด็นเรือ่ ง EM Ball วา่ สามารถนาไปใสใ่ นแมน่ า้ ได้ หรือไม่ จนไดข้ ้อสรปุ ร่วมกันว่า EM Ball หากนาไปใสใ่ นแม่นา้ จะทาให้น้าเน่าเสียย่ิงกว่าเดิม 9. ครูสุ่มนกั เรียนว่า หากเราแชร์ขอ้ มูลน้ีไป โดยไมเ่ ช็คข้อมลู ก่อน จะสง่ ผลกระทบต่อใครบ้าง และส่งผล กระทบอยา่ งไร 10. ครูถามนักเรยี นตอ่ ว่า หากนกั เรยี นทราบถงึ ผลกระทบของการแชรข์ ้อมลู ทผี่ ิดแล้ว ในครัง้ ถัดไป หาก นกั เรียนต้องนาข้อมลู ตา่ ง ๆ มาใช้ หรือจะแชร์ข้อมลู นักเรียนจะตรวจสอบข้อมูลก่อนหรือไม่ เพราะ เหตุใด ขน้ั สรุป 11. ครถู ามคาถามประจาเร่ืองในหนังสือเรียนกบั นักเรยี นว่า การประเมินความน่าเชือ่ ถือของขอ้ มูลกอ่ นนา ขอ้ มูลมาใช้มีประโยชน์อย่างไร จากน้ันครแู ละนักเรียนร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรปุ ร่วมกัน 12. ครใู หน้ กั เรียนตรวจสอบตนเองหลงั จากจบบทเรียนแลว้ ในหนงั สอื เรียนหนา้ 79 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 158
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอร์เนต็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 การประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถอื 13. ครูใหน้ ักเรยี นดูผงั สรุปสาระสาคัญ ในหนงั สอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการ คานวณ) ป.6 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 หน้า 80 เพื่อเป็นการสรุปความรทู้ เ่ี รียนมาทงั้ หมด 14. ครใู หน้ ักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี น 15. ครมู อบหมายงานให้นักเรียนทาชิ้นงาน ภาระงาน (รวบยอด) และกจิ กรรมเสริมสร้างการเรยี นรู้ใน หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 หน้า 81 เป็นการบ้าน 10. ส่ือแหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.6 2. แบบฝึกหัดรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ป.6 11. การวดั และการประเมนิ ผล 11.1 การประเมนิ ระหวา่ งการจัดกจิ กรรม จุดประสงค์ วธิ กี ารประเมนิ เครือ่ งมือการประเมิน เกณฑก์ ารประเมิน อธิบายหลักการประเมิน ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ แบบประเมินกจิ กรรมท่ี อธบิ ายเหตุผลท่เี ลอื กใช้ ความน่าเช่ือถือของข้อมูล ท่ี 1 เรือ่ งจริงหรือไม่ 1 เรอื่ งจริงหรือไม่ ขอ้ มูลในเว็บไซตต์ า่ ง ๆ ได้ (K) โดยใช้หลักการประเมนิ ความน่าเชอื่ ถือของข้อมูล ระดบั คุณภาพพอใช้ข้ึนไป ประเมินความนา่ เชอื่ ถือ ประเมินการนาเสนอใบ แบบประเมินการนาเสนอ นาเสนอการประเมิน ของขอ้ มลู ได้ (P) งานท่ี 1 เร่อื งเชื่อถือได้ ความน่าเชอื่ ถือของขอ้ มลู หรือไม่ ได้ ระดบั คณุ ภาพระดับ พอใช้ขึ้นไป เห็นความสาคัญของการ ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะท่ี แบบประเมนิ กิจกรรมฝกึ บอกประโยชน์ และ ประเมนิ ความนา่ เช่อื ถือ 2 เรอ่ื งเชค็ ก่อนแชร์ ทักษะท่ี 2 เร่ืองเช็คก่อน แนวทางการนาไป ของขอ้ มูล (A) แชร์ ประยุกต์ใช้ ระดับ คุณภาพระดับพอใช้ขน้ึ ไป เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 159
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื 11.2 การประเมนิ กิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 เรอื่ ง จริงหรือไม่ แบบประเมินกิจกรรมฝึกทักษะที่ 1 เรอ่ื งจริงหรอื ไม่ ประเด็นที่ประเมิน 3 ระดบั คะแนน 1 2 ความถกู ต้องของข้อมลู สรปุ ข้อมลู จากเว็บไซต์ สรปุ ขอ้ มลู จากเว็บไซต์ สรุปขอ้ มูลจากเว็บไซต์ ตา่ ง ๆ ได้ถูกต้องมากกวา่ ต่าง ๆ ได้ถูกต้องมากกวา่ ต่าง ๆ ได้ถูกต้องน้อย 80% ขึน้ ไป 50% ขึน้ ไป กวา่ 50% เหตุผลท่เี ลอื กใช้เว็บไซต์ บอกเหตุผลที่เลือกใช้ บอกเหตุผลทีเ่ ลือกใช้ บอกเหตุผลทเ่ี ลือกใช้ ต่าง ๆ เว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ โดยใช้ เว็บไซตต์ ่าง ๆ ได้ โดยใช้ เว็บไซตต์ ่าง ๆ ได้ โดยใช้ หลักการประเมินความ หลกั การประเมินความ หลักการประเมนิ ความ นา่ เชือ่ ถือของข้อมลู ได้ น่าเช่ือถอื ของข้อมลู ได้ นา่ เชอ่ื ถอื ของข้อมลู ได้ อยา่ งสมเหตุสมผล อย่างสมเหตุสมผล แต่ไมส่ มเหตุสมผล (น้อย ทง้ั หมด บางสว่ น (50% ข้นึ ไป) กว่า 50%) ความชัดเจนในการอธิบาย สามารถอธิบายได้อยา่ ง สามารถอธบิ ายได้อย่าง สามารถอธบิ ายได้ แต่ไม่ ชดั เจน ครบทุกประเด็น ชัดเจน แตย่ งั ขาด ชัดเจน และยงั ขาด ประเด็นใดประเดน็ หน่งึ ประเดน็ ใดประเดน็ หน่งึ เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 8-9 ดี 5-7 พอใช้ น้อยกวา่ 5 ปรับปรุง เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 160
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตอย่างมปี ระสิทธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื 11.3 การประเมนิ การทางานกลมุ่ แบบประเมินการทางานกลุ่ม ลาดบั รายการประเมิน คณุ ภาพผลงาน ท่ี 4321 1 วิเคราะหแ์ ละประเมนิ ความน่าเชือ่ ถือของข้อมูลจากเว็บไซตต์ ่าง ๆ ได้ 2 จัดสรรเวลาในการวิเคราะหแ์ ละประเมนิ ความนา่ เช่ือถอื ข้อมลู ในแต่ละ ฐานได้อย่างเหมาะสม 3 มคี วามกระตือรอื รน้ ในการทางาน 4 การมีสว่ นร่วมของสมาชิกในกลมุ่ 5 การรับฟงั ความคิดเหน็ ของสมาชกิ กลุ่มอน่ื รวม เกณฑ์การใหค้ ะแนน ดมี าก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรงุ = 1 เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคะแนน 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ น้อยกวา่ 10 ปรับปรงุ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 161
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอร์เนต็ อย่างมีประสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื 11.4 การประเมินกิจกรรมฝึกทักษะที่ 2 เร่ือง เช็คก่อนแชร์ แบบประเมินกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะท่ี 2 เร่อื งเช็คก่อนแชร์ ประเดน็ ท่ีประเมนิ 3 ระดับคะแนน 1 2 การวเิ คราะห์และ วิเคราะห์ และประเมนิ คา่ วเิ คราะห์ และประเมินค่า วิเคราะห์ และประเมินค่า ประเมนิ ค่าของข้อมลู ของขอ้ มลู ได้ถูกต้องท้งั หมด ของข้อมูลได้ถูกต้องเป็น ของข้อมูลได้ถูกต้องเปน็ และตัดสนิ ใจได้วา่ จะเลือก บางส่วน และตัดสนิ ใจไดว้ ่า บางส่วน แต่ตัดสินใจเลอื ก เช็คข้อมูลกอ่ นแชร์ จะเลอื กเช็คข้อมูลก่อนแชร์ แชร์ โดยไม่เช็คขอ้ มลู ก่อน การเห็นความสาคัญ บอกผลกระทบจากการแชร์ บอกผลกระทบจากการแชร์ บอกผลกระทบจากการแชร์ ข้อมลู ท่ีผิดได้ แต่ยังไม่ ข้อมลู ทีผ่ ิดได้ แตย่ ังไม่ ของผลกระทบจากการ ข้อมลู ทผี่ ดิ ได้อย่าง สมเหตุสมผล แต่บ่งบอกถึง สมเหตุสมผล และไม่แสดงถงึ การเหน็ ความสาคัญของการ การเห็นความสาคัญของการ แชร์ขอ้ มลู ทผี่ ิด สมเหตุสมผล บง่ บอกถงึ การ ประเมินความน่าเชอ่ื ถือของ ประเมินความนา่ เช่ือถือของ ขอ้ มูล ขอ้ มลู เหน็ ความสาคัญของการ ประเมินความนา่ เชื่อถือของ ขอ้ มลู วิธีการแก้ปัญหา บอกแนวทางหรอื วธิ ีการ บอกแนวทางหรือวธิ กี าร บอกแนวทางหรือวิธกี าร แก้ปัญหาได้อยา่ งสร้างสรรค์ แกป้ ญั หาไดอ้ ย่างสร้างสรรค์ แกป้ ญั หาไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์ และเชิงรุกท้ังหมด และเชิงรกุ มากกวา่ 50% และเชงิ รกุ น้อยกวา่ 50% เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 8-9 ดี 5-7 พอใช้ นอ้ ยกว่า 5 ปรบั ปรงุ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 162
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอร์เนต็ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 การประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถอื 11.5 แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คาชแี้ จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่อง ท่ตี รงกับระดับคะแนน คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน อนั พึงประสงค์ด้าน 32 1 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและรอ้ งเพลงชาตไิ ด้ กษตั รยิ ์ 1.2 เขา้ ร่วมกจิ กรรมท่ีสร้างความสามัคคีปรองดองและเปน็ ประโยชน์ ตอ่ โรงเรียน 1.3 เขา้ รว่ มกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถอื ปฏิบตั ิตามหลักศาสนา 1.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมที่เก่ยี วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ต์ ามทีโ่ รงเรียนจดั ข้นึ 2. ซ่อื สตั ย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถกู ต้องและเป็นจรงิ 2.2 ปฏบิ ตั ิในส่ิงทีถ่ ูกตอ้ ง 3. มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับของครอบครวั มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติกิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชนแ์ ละนาไปปฏิบัติได้ 4.2 รจู้ กั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม 4.3 เช่ือฟังคาส่ังสอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง 4.4 ตงั้ ใจเรยี น 5. อย่อู ย่างพอเพียง 5.1 ใชท้ รัพย์สินและส่งิ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั 5.2 ใช้อปุ กรณก์ ารเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จา่ ยอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน 6. มงุ่ มน่ั ในการทางาน 6.1 มคี วามตงั้ ใจและพยายามในการทางานท่ีไดร้ ับมอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพื่อให้งานสาเรจ็ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจติ สานกึ ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รู้จักชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครูทางาน 8.2 รจู้ กั การดแู ลรกั ษาทรัพย์สมบัตแิ ละส่ิงแวดล้อมของหอ้ งเรียน และโรงเรียน ลงชอ่ื ..................................................ผู้ประเมิน ............/.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ชิ ัดเจนและสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 51-60 ดีมาก พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ัตชิ ัดเจนและบอ่ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน 41-50 ดี พฤติกรรมท่ปี ฏบิ ตั ิบางครงั้ 30-40 พอใช้ ปรับปรุง ตา่ กวา่ 30 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 163
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอร์เนต็ อย่างมีประสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื 11.6 แบบประเมินช้ินงาน/ภาระงานรวบยอด รายการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ (ระดบั คุณภาพ) ระดับคุณภาพ 321 .... ดี ....พอใช้ 1. ความครบถ้วน คน้ หาข้อมูลเก่ียวกับ ค้นหาข้อมลู เกีย่ วกบั คน้ หาขอ้ มูลเก่ยี วกบั .... ปรบั ปรงุ ของข้อมูล สาเหตุ แนวทางแก้ไข สาเหตุ แนวทางแก้ไข สาเหตุ แนวทางแก้ไข และข่าวเกย่ี วกับ และข่าวเกีย่ วกบั และข่าวเกยี่ วกบั ปญั หาทเ่ี ลือกได้อยา่ ง ปญั หาท่เี ลือกได้ 50% ปญั หาท่ีเลอื กได้น้อย ครบถว้ นทกุ ประเดน็ ขน้ึ ไป กว่า 50% 2.ความเหมาะสม ใชค้ าคน้ หาหรือ ใชค้ าคน้ หาหรอื ใชค้ าคน้ หาหรือ ของวธิ ีการค้นหา วิธกี ารคน้ หาขอ้ มลู ได้ วิธกี ารค้นหาข้อมลู ได้ วธิ กี ารค้นหาขอ้ มูลได้ ข้อมลู อย่างถูกต้อง และ อย่างถูกต้อง และ แตไ่ ม่เหมาะสมกับส่งิ เหมาะสมกับสงิ่ ที่ เหมาะสมกับสง่ิ ที่ ทตี่ อ้ งการค้นหา ตอ้ งการค้นหาทง้ั หมด ต้องการคน้ หาเพยี ง บางขอ้ 3.การประเมิน ประเมนิ ความ ประเมินความ ประเมินความ ความน่าเชอ่ื ถือของ นา่ เชื่อถือของข้อมูล น่าเชื่อถอื ของข้อมลู น่าเชอ่ื ถือของข้อมลู ขอ้ มูล ได้ พร้อมทง้ั ใหเ้ หตุผล ได้ พร้อมทง้ั ใหเ้ หตผุ ล ได้ แตไ่ ม่ใหเ้ หตุผล ประกอบอย่าง ประกอบ แตไ่ ม่ ประกอบ สมเหตุสมผลท้งั หมด สมเหตุสมผลทงั้ หมด เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 164
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื ใบงานท่ี 3.3.1 เรอื่ ง เช่อื ถือได้หรอื ไม่ คาชแี้ จง : ให้นกั เรียนจบั กลุ่มแลว้ สารวจข้อมลู ทีละฐาน โดยใหเ้ วลาสารวจข้อมลู ฐานละ 5 นาที จากนัน้ ประเมินความนา่ เช่ือถอื ของเวบ็ ไซตแ์ ต่ละฐานลงในใบงาน ฐานท่ี 1 ชือ่ เว็บไซต์ ....................................................................................................................................... หัวขอ้ เวบ็ ไซต์ ................................................................................................................................... สารวจเวบ็ ไซต์ ประเภทของเว็บไซตม์ คี วามน่าเช่ือถือ ระบชุ ื่อผู้เขยี นหรือผู้ให้ข้อมลู ระบวุ ันทเี่ ผยแพรแ่ ละครั้งทป่ี รับปรงุ อา้ งองิ แหล่งทม่ี า บอกวัตถุประสงค์ในการจัดทา สรุปผลการสารวจ: เว็บไซตน์ ้มี คี วามน่าเชอ่ื ถือหรือไม่ เพราะเหตใุ ด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ฐานท่ี 2 ชื่อเวบ็ ไซต์ ....................................................................................................................................... หัวขอ้ เวบ็ ไซต์ ................................................................................................................................... สารวจเวบ็ ไซต์ ประเภทของเวบ็ ไซต์มคี วามน่าเช่ือถอื ระบุชอ่ื ผเู้ ขยี นหรือผใู้ ห้ ข้อมลู ระบุวันท่ีเผยแพร่และครั้งที่ปรับปรงุ อ้างองิ แหล่งที่มา บอกวตั ถปุ ระสงค์ในการจัดทา สรปุ ผลการสารวจ: เวบ็ ไซต์นี้มคี วามนา่ เชอื่ ถือหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 165
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 การใชง้ านอนิ เทอรเ์ น็ตอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 การประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถอื ฐานที่ 3 ชือ่ เว็บไซต์ ....................................................................................................................................... หัวขอ้ เว็บไซต์ ................................................................................................................................... สารวจเวบ็ ไซต์ ประเภทของเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ ระบชุ อ่ื ผู้เขยี นหรือผู้ใหข้ อ้ มูล ระบวุ ันที่เผยแพร่และครั้งทีป่ รับปรุง อา้ งอิงแหลง่ ท่ีมา บอกวัตถุประสงค์ในการจัดทา สรปุ ผลการสารวจ: เวบ็ ไซตน์ ี้มีความน่าเชื่อถอื หรือไม่ เพราะเหตใุ ด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ฐานที่ 4 ชอ่ื เว็บไซต์ ....................................................................................................................................... หวั ขอ้ เวบ็ ไซต์ ................................................................................................................................... สารวจเว็บไซต์ ระบุชื่อผ้เู ขียนหรือผู้ใหข้ อ้ มลู ประเภทของเว็บไซต์มคี วามน่าเช่ือถอื ระบวุ นั ท่เี ผยแพรแ่ ละครง้ั ทป่ี รับปรงุ อา้ งองิ แหล่งที่มา บอกวตั ถปุ ระสงค์ในการจดั ทา สรุปผลการสารวจ: เว็บไซตน์ มี้ ีความนา่ เช่ือถือหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 166
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถอื ใบงานท่ี 3.3.1 เฉลย เรอ่ื ง เช่ือถือได้หรอื ไม่ คาช้แี จง : ให้นักเรียนจบั กลุ่มแล้วสารวจขอ้ มลู ทีละฐาน โดยให้เวลาสารวจข้อมลู ฐานละ 5 นาที จากนน้ั ประเมนิ ความนา่ เช่ือถือของเวบ็ ไซต์แต่ละฐานลงในใบงาน ฐานท่ี 1 ชือ่ เวบ็ ไซต์ .......h..t..t.p...:./../.w...w...w.....c..l.e..o...t.h...a..i.l.a..n..d....c..o..m..../..h..e..a...l.t.h.../.p...m....-.2..5...h...t.m....l..................................... หวั ขอ้ เว็บไซต์ ..P...M.....2...5...ต...อ้ ..ง..ห...น..า้..ก...า.ก....N...9..5....แ..ล..้ว...ล..ะ่ ........................................................................... สารวจเวบ็ ไซต์ ประเภทของเว็บไซต์มีความนา่ เชื่อถือ ระบชุ ื่อผู้เขยี นหรือผู้ใหข้ ้อมลู ระบุวนั ท่ีเผยแพร่และครง้ั ท่ีปรับปรงุ อา้ งอิงแหลง่ ท่มี า บอกวัตถปุ ระสงคใ์ นการจัดทา สรปุ ผลการสารวจ: เว็บไซตน์ มี้ ีความน่าเชอ่ื ถือหรือไม่ เพราะเหตุใด .ไ.ม...่น..่า..เ.ช...่ือ..ถ..ือ....เ.พ...ร..า..ะ..ส...ว่ ..น..ท...้า..ย..ข...อ..ง..ช..ื่อ...เ.ว..บ็ ..ไ..ซ..ต...์ไ.ม...ไ่ .ด...เ้ .ป...น็ ..ข...อ..ง..ห..น...ว่..ย..ง..า..น...ห..ร..อื...อ..ง..ค..ก์...ร..ใ.ด..อ...ง..ค..ก์..ร..ห...น...่งึ ..ม..กี..า..ร..ระบุ .ช..ือ่..ผ...ู้เ.ข..ยี...น..ข...อ้ ..ม..ูล....แ..ต...ช่ ..่ือ...ผ..้เู.ข..ี.ย..น..เ..ป..็น...เ.พ...ีย..ง..น...า..ม..ส..ม...ม..ต...ิ .ไ..ม..่ส..า..ม...า..ร..ถ..ต...ร..ว.จ...ส..อ...บ..ไ..ด..ว้..่า..ผ..เู้..ข..ยี..น...ม..คี...ว..า..ม..น...่า..เ.ช..ื่อ...ถือ .เ.พ...ยี ..ง..ใ.ด................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................... ฐานท่ี 2 ช่อื เวบ็ ไซต์ ...h..t..t.p...s.:./../..w...w...w....t..h..a..i.h..e...a..l.t..h...o..r...t.h.../.C...o..n...t.e..n...t./..4..7..5...3..-.แ...น..ะ..ว...ิธ..ปี ..อ้...ง.ก...ัน..ไ..ฟ...ป..า่...h...t.m....l.......... หวั ขอ้ เวบ็ ไซต์ ...แ...น..ะ..ว..ิธ..ปี...้อ...ง.ก...ัน..ไ..ฟ...ป..่า.................................................................................................. สารวจเวบ็ ไซต์ ประเภทของเวบ็ ไซตม์ ีความน่าเชื่อถอื ระบชุ ่ือผู้เขียนหรือผู้ให้ ขอ้ มูล ระบวุ นั ที่เผยแพร่และครง้ั ทป่ี รับปรุง อา้ งอิงแหล่งที่มา บอกวัตถปุ ระสงคใ์ นการจัดทา สรุปผลการสารวจ: เวบ็ ไซต์นม้ี ีความนา่ เช่อื ถอื หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด น...า่..เ.ช..อ่ื...ถ..ือ....เ.พ...ร..า..ะ..ส..่ว..น...ท...้า..ย..ข..อ...ง..ช..่อื ..เ.ว...บ็ ..ไ..ซ..ต...์เ.ป..น็...ข..อ...ง..อ..ง..ค..์ก...ร..ท..ีไ่..ม..ห่...ว..งั ..ผ..ล..ก...า..ไ.ร....ม..กี..า..ร..ร..ะ...บ..ุช...่อื ..ผ..ู้เ.ข...ีย..น....แ..ล...ะ. บ...อ..ก...แ..ห...ล..่ง..ท...มี่ ..า..ข..อ...ง..ข..อ้ ..ม...ลู ..ว..่า..ม...า.จ...า..ก..ก..ร..ม...ป...้อ..ง..ก..ัน...แ..ล..ะ...บ..ร..ร..เ..ท..า..ส..า..ธ..า..ร..ณ....ะ..ภ...ัย..ซ..ง่ึ..ม..คี...ว..า..ม..น...่า..เ.ช..ื่อ...ถ..อื............ .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 167
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 การใช้งานอนิ เทอร์เน็ตอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื ฐานที่ 3 ชอ่ื เว็บไซต์ .......h..t..t.p...:././..t..h..e..s..i.s..2..5..5..0....b..l.o...g..s..p..o..t...c..o..m..../..2..0..1..6.../.0...1../..5...h..t..m............................................ หวั ขอ้ เวบ็ ไซต์ ..lด...่ว..น..!.!...ก..ร..ม..อ...ุต..ุไ..ม..เ่.ค...ย..พ...ย..า..ก...ร..ณ...์แ..บ...บ..น...ใี้..น..ร..อ...บ..5..ป...ี........................................................ สารวจเว็บไซต์ ประเภทของเวบ็ ไซตม์ ีความน่าเช่ือถือ ระบุชื่อผูเ้ ขยี นหรือผูใ้ หข้ อ้ มูล ระบุวันที่เผยแพร่และครงั้ ทีป่ รับปรุง อ้างองิ แหล่งทีม่ า บอกวตั ถปุ ระสงค์ในการจดั ทา สรุปผลการสารวจ: เว็บไซตน์ ้ีมีความน่าเชอ่ื ถอื หรอื ไม่ เพราะเหตุใด .ไ..ม..่น...่า..เ.ช..ื่อ...ถ..ือ....เ.พ...ร..า..ะ..ส..ว่..น...ท..้า..ย...ข..อ..ง..ช...ื่อ..เ.ว..บ็...ไ.ซ...ต..์ไ..ม..ไ่..ด..เ้..ป..็น...ข..อ..ง..ห...น..ว่...ย..ง..า..น..ห...ร..ือ..อ...ง.ค...์ก..ร..ใ..ด..อ..ง..ค...์ก..ร..ห...น..ึ่ง.......... .ม...ีก..า..ร..ร..ะ..บ...ชุ ..ื่อ..ผ...้เู .ข..ีย...น..ข...อ้ ..ม..ูล....แ...ต..ช่..อื่...ผ..ู้เ.ข...ีย..น...เ.ป..น็...เ.พ...ีย..ง..น...า..ม..ส...ม..ม...ต..ิ.ไ..ม..่ส...า..ม..า..ร..ถ..ต...ร..ว..จ..ส..อ...บ..ไ..ด..ว้..่า..ผ...ู้เ.ข..ยี..น......... .ม...คี ..ว..า..ม..น...า่..เ.ช...่ือ..ถ..ือ...เ.พ...ยี ..ง..ใ.ด..................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ฐานท่ี 4 ช่อื เวบ็ ไซต์ ....h..t..t.p...s..:././..w...w...w....p...r.d....g..o...t.h.../..e..w...t._...n..e..w...s...p...h..p...?.n...i.d..=...1..5..1..1...5..4..&...f.i.l.e..n...a..m...e...=..p...r.d............. หัวขอ้ เว็บไซต์ ...ท...ฤ..ษ...ฎ...ี .แ..ก...ล..ง้..ด..นิ....อ...นั ..เ.น...ื่อ..ง..ม...า..จ..า..ก..พ...ร..ะ..ร..า..ช..ด...า..ร..ิ ......................................................... สารวจเวบ็ ไซต์ ระบชุ ื่อผเู้ ขียนหรอื ผู้ให้ข้อมูล ประเภทของเว็บไซต์มีความน่าเช่ือถอื ระบุวันท่ีเผยแพรแ่ ละคร้งั ท่ปี รับปรุง อา้ งอิงแหล่งท่มี า บอกวตั ถุประสงค์ในการจัดทา สรปุ ผลการสารวจ: เว็บไซต์น้มี ีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะเหตใุ ด น...่า..เ.ช..อ่ื...ถ..ือ....เ.พ...ร..า..ะ..ส..ว่..น...ท...า้ ..ย..ข..อ...ง..ช..ื่อ..เ.ว...็บ..ไ..ซ..ต...เ์ .ป..น็...ข..อ...ง..ห..น...่ว..ย..ง..า..น..ร..ัฐ....ไ.ม...่ม..ีก...า..ร..ร..ะ..บ...ุช..อื่..ผ...เู้ .ข..ีย..น....แ...ต..่ม...ีก..า..ร..อ..า้..ง.อิง แ...ห..ล...ง่ .ท...ม่ี...า..จ..า..ก..ส..า..น...กั..ง..า..น...ค..ณ....ะ..ก..ร..ร..ม...ก..า..ร..พ...ิเ.ศ..ษ...เ.พ...อื่..ป...ร..ะ..ส...า..น..ง..า..น..โ..ค..ร..ง..ก...า.ร..อ...ัน..เ..น..อ่ื...ง..ม..า..จ..า..ก...พ..ร..ะ...ร..า.ช...ด..า..ร. ิ ซ...ึ่ง..เ.ป..็น...อ..ีก...ห..น...ว่..ย..ง..า..น...ร..ัฐ..ท...ีม่ ..ีค..ว..า..ม...น...า่ .เ..ช..่ือ..ถ...อื ........................................................................................... .......................................................................................................................................................... เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 168
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 การใช้งานอนิ เทอร์เน็ตอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอ่ื ถอื ชนิ้ งาน ภาระงาน (รวบยอด) เร่ือง การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 1. ให้นักเรียนเลือกประเด็นปัญหาทางธรรมชาติที่กาหนดให้ จากทาการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุและ แนวทางแก้ไขปญั หา และตอบคาถามตอ่ ไปน้ใี ห้ถกู ตอ้ ง ปญั หาดนิ เปรยี้ ว ปญั หาน้าเน่าเสีย ปญั หามลพษิ ทางอากาศ ปัญหาขาดแคลนน้าในฤดูแล้ง ปญั หาท่นี กั เรยี นเลือกคอื ............................................................................................................................ สาเหตขุ องปัญหา นกั เรยี นใช้คาค้นหาใดในการหาสาเหตุ ของปัญหา ชอ่ื เวบ็ ไซต์ เวบ็ ไซตม์ ีความน่าเชอ่ื ถือหรือไม่ เพราะเหตใุ ด เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) 169
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 การใช้งานอนิ เทอร์เนต็ อย่างมปี ระสิทธิภาพ นักเรียนใช้คาค้นหาใดในการหาแนว แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื ทางแกไ้ ขปญั หา แนวทางแก้ไขปัญหา ชื่อเวบ็ ไซต์ เวบ็ ไซตม์ คี วามน่าเช่ือถือหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด 2. ใหน้ กั เรยี นคน้ หาข่าวเกีย่ วกบั ปญั หาที่นกั เรยี นเลอื ก โดยค้นหาทางอนิ เทอร์เน็ตและต้องเป็น ขา่ วทเี่ กดิ ข้นึ ในปัจจุบันหรือมอี ายุขา่ วไมเ่ กิน 2 ปี นกั เรียนเลือกคน้ หาขา่ วเกี่ยวกบั ปญั หา ........................................................................... หัวขอ้ ข่าว: วันทเี่ ผยแพร่ขา่ ว: (ติดภาพขา่ ว) เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 170
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 การใชง้ านอนิ เทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 การประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื สรุปสาระสาคัญของข่าว ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เวบ็ ไซตท์ มี่ า: นกั เรียนมีวิธกี ารหาข่าวในระยะเวลาไมเ่ กนิ 2 ปี อย่างไร .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... เว็บไซต์ท่นี กั เรยี นหาขา่ วมา มีความนา่ เชอ่ื ถือหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) 171
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255