ก คานา เอกสารฉบับน้ีจัดทาข้ึนเพ่ือรายงานผลการปฏิบัติงาน เพ่ือรับรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ระดับภาคเหนือ (การศึกษาพิเศษ) ครั้งที่ 8 ประจาปีการศึกษา 2561 รางวัลที่ เสนอขอ สถานศึกษายอดเยี่ยม ประเภท หน่วยงานยอดเยี่ยม สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ ด้านบริหารจัดการยอดเย่ียม โดยมีรายละเอียดและเอกสารอ้างอิงตาม เกณฑ์การประเมิน 2 องคป์ ระกอบ ดงั น้ี องค์ประกอบที่ 1 ด้านการบริหารงานตามบทบาท/ภารกิจ ของสถานศึกษา ประกอบด้วย 6 ตัวช้ีวัด คือ 1.1) ด้านคุณภาพผู้เรียน 1.2) ด้านครูและบุคลากร ทางการศึกษา 1.3) ด้านกายภาพ 1.4) ด้านการบริหารจัดการ 1.5) ด้านสื่อและเทคโนโลยีเพ่ือการ สอน 1.6) ด้านความสัมพันธ์กับชุมชนและหน่วยงานอื่น องค์ประกอบที่ 2 ด้านการบริหารงาน วิชาการของสถานศึกษา ประกอบด้วย 6 ตัวชี้วัด คือ 2.1) การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของ สถานศึกษา 2.2) การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ 2.3) การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา 2.4) การให้บริการ ด้านอาคารสถานท่ี 2.5) การบริหารจัดการด้านงบประมาณ 2.6) การบริหารงานด้านบุคคล และมี เอกสารและรายละเอยี ดประกอบการพิจารณาดังแนบมาพร้อมนี้ ทั้งนี้ ข้าพเจ้าฯหวังเป็นอย่างย่ิงว่าเอกสารฉบับนี้จะสามารถใช้ประกอบการพิจารณาของ คณะกรรมการในการประเมินผลงานการปฏิบัติงานด้านบริหารจัดการยอดเย่ียม ของโรงเรียนราช- ประชานุเคราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหม่ ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี (นางวิลาวลั ย์ ปาลี) ตาแหนง่ ผ้อู านวยการชานาญการพิเศษ โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหม่
สารบัญ ข คานา หนา้ สารบัญ ก แบบรายงานคุณสมบัตเิ บื้องต้น (OBEC AWARDS) ข 1 1. ช่ือรางวัลทีเ่ สนอขอ 1 2. หนว่ ยงานตน้ สงั กัด 1 3. ผลการทดสอบทางการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานระดบั ชาติ (O-NET) ของนกั เรียนในทกุ 1 ระดับช้นั ทส่ี อบ 1 4. การรับรองมาตรฐานการศึกษา 1 5. การได้รับรางวลั /การยกย่องเชิดชเู กียรติ 3 องค์ประกอบที่ 1 ด้านการบริหารงานตามบทบาท/ภารกิจของสถานศึกษา 3 7 ตัวชี้วดั ที่ 1 ดา้ นคุณภาพผ้เู รียน 10 ตัวชว้ี ดั ท่ี 2 ด้านครแู ละบุคลากรทางการศึกษา 15 ตัวชวี้ ัดท่ี 3 ด้านกายภาพ 24 ตัวชี้วัดท่ี 4 ดา้ นการบริหารจัดการ 27 ตัวช้ีวัดที่ 5 ดา้ นส่ือและเทคโนโลยีเพือ่ การสอน 30 ตัวชี้วัดที่ 6 ด้านความสมั พนั ธ์กบั ชุมชนและหน่วยงานอื่น 30 องค์ประกอบท่ี 2 ด้านการบรหิ ารงานวชิ าการของสถานศึกษา 32 ตัวชี้วัดที่ ๑ การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา 38 ตัวชี้วดั ท่ี ๒ การพัฒนาแหลง่ เรยี นรู้ 41 ตวั ช้ีวัดท่ี ๓ การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา 44 ตัวชี้วดั ท่ี ๔ การใหบ้ รกิ ารด้านอาคารสถานท่ี 46 ตัวชว้ี ัดที่ ๕ การบรหิ ารจัดการดา้ นงบประมาณ 51 ตวั ช้วี ดั ท่ี ๖ การบริหารงานด้านบคุ คล 52 ภาคผนวก 53 เอกสารอ้างอิง สาเนารายงานผลการทดสอบ O-NET ปกี ารศึกษา 2560 (สทศ.) 54 เอกสารอ้างองิ สาเนาผลการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบ ๓ (สมศ.) 55 เอกสารอ้างอิง สาเนาค่าไฟฟ้าโรงเรียนฯยอ้ นหลงั 3 ปี 79 เอกสารอ้างอิง สาเนาเกียรตบิ ัตร/โล่รางวัล 3 ปกี ารศกึ ษาท่ีผา่ นมา เอกสารอ้างอิง ภาพกิจกรรมผลงานของสถานศึกษา 92 เอกสารอ้างองิ ภาพกจิ กรรมความสาเรจ็ ของสถานศึกษาสศู่ ูนย์การเรยี นรตู้ ามหลกั 95 ปรชั ญาของเศรษกิจพอเพยี งดา้ นการศึกษา โดยใช้ TEAM+ Model เอกสารอา้ งองิ ภาพการใช้ระบบขอ้ มูลและสารสนเทศโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหม่
กศ.พศ. ๙/4๑ แบบรายงานสถานศกึ ษายอดเยี่ยมด้านบรหิ ารจัดการยอดเยยี่ ม เพ่อื รับรางวัลทรงคณุ คา่ สพฐ. (OBEC AWARDS) ประจาปี 2561 ระดับภาคเหนือ (การศึกษาพเิ ศษ) ๑. ช่อื รางวลั ทีเ่ สนอขอ สถานศกึ ษายอดเย่ียม ชอ่ื สถานศกึ ษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหมํ ประเภท หนวํ ยงานยอดเยีย่ ม สงั กัด สังกดั สานักบริหารการศกึ ษาพเิ ศษ โรงเรียนการศกึ ษาสงเคราะห์ ๒. หน่วยงานตน้ สังกดั สานกั บรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ ส่วนราชการ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร ๓. ผลการทดสอบทางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐานระดับชาติ (O-NET) ของนักเรียน 3.1 คะแนนเฉลีย่ ของทุกวชิ าที่สอบ (O-NET) ของปีการศึกษา 2560 - ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (O-NET) ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 ประจาปีการศกึ ษา 2560 ระดับ/รายวชิ า ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โรงเรยี น 47.00 21.79 31.43 36.00 จงั หวัด 46.71 37.66 37.05 39.25 สงั กัด สศศ. 37.41 26.37 27.63 31.81 ประเทศ 46.58 36.34 37.12 39.12 (เอกสารอา๎ งองิ จาก ผลการทดสอบ O-NET สทศ. ปกี ารศึกษา 2560 ภาคผนวก หน๎า 52) ๔. การรับรองมาตรฐานการศกึ ษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหมํ มีผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ ๓ ของสถานศึกษา ผลการประเมนิ อยํใู น ระดับ ดี คะแนนท่ไี ด้ 82.89 (เอกสารอา๎ งองิ จาก ผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ ๓ สมศ. ภาคผนวก หน๎า 53) ๕. การได้รับรางวัล/การยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหมํ สังกัดสานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ไดร๎ ับรางวลั /ยกยอํ ง เชิดชเู กียรติ 3 ปกี ารศกึ ษาทีผ่ ํานมาผลงานปรากฏดงั นี้
๒ ผลงานของสถานศกึ ษา ท่ี ชอื่ รางวัลที่ไดร้ ับ หน่วยงานที่มอบให้ ปีท่ไี ดร้ บั 1. โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหมํ ได๎รบั หนํวยงานโครงการ 2558 รางวัลรองชนะเลศิ อันดบั 2 การประกวดโรงเรยี นสืบสาน แผนํ ดินทอง มณฑล พระราชดาริสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราช ทหารบกที่ 33 กมุ ารี ในระดับจังหวดั 2. โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 มผี ลการปฏบิ ตั ิงานที่ดี มลู นธิ ิยุวสถิรคณุ 2559 และเป็นเลศิ (Best Practie : BP) ระดบั เขตพน้ื ท่ี การศกึ ษา ดา๎ นการน๎อมนาหลกั ปรญั ญาเศรษฐกิจพอเพียง สสูํ ถานศึกษา “สถานศกึ ษาพอเพยี งต๎นแบบ ปี 2559” ตามประกาศของสานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษา ประถมศึกษาเชียงใหมํ เขต 6 ศูนยส์ ถานศกึ ษาพอเพียง มลู นธิ ิยวุ สถิรคุณ 3. โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 ได๎รับเกียรตบิ ตั รเพื่อ หนวํ ยงานปราบปราม 2559 แสดงวาํ ได๎สงํ เสรมิ กจิ กรรมรณรงคก์ ารใช๎ส่ือออนไลน์อยําง อาชญากรรมทาง ปลอดภยั สาหรับเดก็ และเยาวชน อนิ เตอร์เน็ตฯ ภาค 5 4. โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหมํ ผาํ น กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 2560 การประเมินเปน็ “ศูนย์การเรียนร๎ูตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง ด๎านการศึกษา ปีการศกึ ษา 2560 5. โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหมํ ได๎รบั กระทรวงศึกษาธกิ าร ๒๕๖๐ โลแํ ละเกียรตบิ ตั รรางวลั เสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงาน ดเี ดํน ระดับเงนิ โครงการสถานศกึ ษาสีขาว ปลอดยาเสพ ตดิ และอบายมุข ปกี ารศึกษา ๒๕๕๙ 6. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎รับ กรมอนามัย ๒๕๖๐ การรบั รองมาตรฐานโรงเรียนสํงเสริมสขุ ภาพระดบั ทอง 7. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหมํ ได๎รบั สานักงาน ๒๕๖๑ รางวัลระบบการดูแลชวํ ยเหลอื นกั เรียน ประจาปี ๒๕๖๑ คณะกรรมการ ประเภทสถานศึกษา (โรงเรยี นการศึกษาสงเคราะห)์ การศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน ระดับทอง 8. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหมํ ได๎รับ กระทรวงศึกษาธิการ 2561 รางวลั MOE AWARDS ปีการศึกษา 2559 ผลงานระดับ ดเี ดํน ประเภทสถานศึกษา สาขาหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง 9. โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหมํไดเ๎ ข๎า กระทรวงศกึ ษาธิการ 2561 รบั การประเมินและคัดเลอื กในโครงการคดั เลือกนักเรยี น และสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน ประเภท สถานศกึ ษา ระดบั มัธยมศึกษา ขนาดกลาง ประจาปี การศึกษา 2561 เป็นตวั แทนระดบั จงั หวัด (เอกสารอ๎างองิ จาก สาเนาเกียรตบิ ตั ร ภาคผนวก หนา๎ 57)
๓ องคป์ ระกอบที่ 1 ดา้ นการบรหิ ารงานตามบทบาท/ภารกจิ ของสถานศึกษา ตวั ช้ีวดั ท่ี 1 ดา้ นคุณภาพผ้เู รียน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหมํ เป็นโรงเรียนประเภทอยูํประจา จัด การศึกษาข้ันพื้นฐานสาหรับผ๎ูด๎อยโอกาสมุํงพัฒนาการเรียนการสอนท่ีมุํงสูํผลสัมฤทธ์ิด๎านผ๎ูเรียนเป็น สาคัญ เสริมสร๎างทักษะด๎านอาชีพ มีการดารงชีวิตบนวิถีความพอเพียงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ผู๎เรียนมีความสามารถในการเรียนร๎ูด๎วยตนเอง มีทักษะประสบการณ์ ที่พึ่งตนเองได๎ การ บริหารจัดการศึกษาสาหรับผู๎ด๎อยโอกาสของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหมํ จึง มํุงเน๎นให๎ผ๎ูเรียนได๎เกดิ การเรียนรด๎ู ว๎ ยตนเอง เปน็ ผมู๎ คี วามรู๎ มคี วามสามารถ และมีทักษะประสบการณ์ ด๎านวิชาสามัญพื้นฐานและวิชาชีพ ให๎มีทักษะการดารงชีวิต อยํูในสังคมได๎อยํางมีความสุข ดังนั้นการ บริหารจัดการศึกษาได๎กาหนดเป็นแผนการปฏิบัติงานประจาปีท่ีมีกลยุทธ์การบริหารงานเพ่ือสร๎าง เสริม การบริหารจัดการศึกษาที่มีความสอดคล๎องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของสานั กงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายและยุทธศาสตร์ของสานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ไปสํกู ารปฏิบตั ิงานท่ดี เี ลิศ (Best Practices) ของสถานศกึ ษาแบบตอํ เนอ่ื ง 1.1 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของนกั เรยี น โดยรวมสูงกว่าคะแนนเฉลย่ี รวมทุกวชิ า ของปกี ารศึกษาทีผ่ ่านมา คะแนนเฉลย่ี รวม คะแนนเฉลยี่ รวม กลุ่มสาระวิชาฯ ปกี ารศกึ ษา ปีการศกึ ษา สงู ข้นึ 255๙ 25๖๐ คณติ ศาสตร์ 81.24 81.22 +0.98 วทิ ยาศาสตร์ 87.45 89.24 +1.79 ภาษาไทย 86.65 88.35 +1.70 ภาษาตาํ งประเทศ 82.11 81.25 -0.86 สังคมศึกษา 92.89 93.24 +0.35 การงานอาชพี ฯ 90.15 91.88 +1.73 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 91.66 92.12 +0.46 ศลิ ปศึกษา 90.45 90.87 +0.42 คะแนนเฉล่ยี รวม 87.70 88.52 +0.82 จากตารางพบวาํ ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียน โดยรวมคะแนนเฉลยี่ รวม ปีการศึกษา 2560 สูงกวําคะแนนเฉลย่ี รวม ปีการศึกษา 2559 อยํูที่ +0.82 โดยมีวชิ าท่ีสูงกวําปที ี่ ผาํ นมา คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา การงานอาชพี ฯ สขุ ศึกษาและพลศึกษา และศลิ ปศึกษา 1.2 ผเู้ รียน รอ้ ยละ 97 มสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ท่ดี ี โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎มีการดาเนินการทดสอบ สมรรถภาพทางกายของนักเรียนทุกคน ด๎วยแบบทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ สาหรับเด็กไทย และมีการตรวจสอบสุขภาพนกั เรียน
๔ มาตรฐานและตวั บ่งชี้ จานวนที่ผา่ นดีขึ้นไป รอ้ ยละ มาตรฐานท่ี 1 873 98.64 875 98.87 ตัวบง่ ชีท้ ี่ 1.1 มีสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพและออกกาลงั กายสม่าเสมอ 857 96.77 ตวั บ่งช้ีท่ี 1.2 มีน้าหนัก สํวนสูง และมีสมรรถภาพทางกาย ตามเกณฑ์ มาตรฐาน 816 92.10 846 95.50 ตวั บง่ ชี้ที่ 1.3 ปอ้ งกันตนเองจากสง่ิ เสพตดิ ใหโ๎ ทษและหลกี เล่ียงตนเอง 857 96.70 จากสภาวะท่ีเสี่ยงตํอความรนุ แรงโรค ภัย อบุ ัตเิ หตแุ ละปัญหาทางเพศ 868 98.00 ตวั บ่งช้ที ่ี 1.4 เหน็ คุณคาํ ในตนเอง มคี วามมนั่ ใจ กล๎าแสดงออกอยาํ ง เหมาะสม ตัวบง่ ชท้ี ่ี 1.5 มมี นุษยสมั พนั ธ์ทีด่ แี ละให๎เกียรติผอู๎ น่ื ตัวบ่งชท้ี ี่ 1.6 สรา๎ งผลงานจากเขา๎ รํวมกจิ กรรมด๎านศลิ ปะ ดนตร/ี นาฏศลิ ปก์ ีฬา/นนั ทนาการ ตามจินตนาการ ตัวบ่งช้ที ี่ 1.7 มีทกั ษะการดารงชวี ติ ในโรงเรยี นประจา 1.3 ผูเ้ รียน รอ้ ยละ 98 มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านยิ มอันพงึ ประสงค์ มาตรฐานและตัวบง่ ชี้ จานวนทผ่ี า่ นดีขน้ึ ไป รอ้ ยละ มาตรฐานท่ี 2 ตวั บ่งช้ที ี่ 2.1 มีคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ ตามหลักสตู ร 874 98.63 ตัวบ่งชี้ท่ี 2.2 เอือ้ อาทรผ๎ูอืน่ และกตัญญู กตเวทีตํอผ๎ูมีพระคณุ 863 97.40 ตวั บ่งชี้ท่ี 2.3 ยอมรับความคิดและวฒั นธรรมท่ีแตกตาํ ง 855 96.50 ตัวบ่งช้ีที่ 2.4 ตระหนกั ร๎คู ุณคํา รวํ มอนรุ ักษแ์ ละพฒั นาสงิ่ แวดลอ๎ ม 872 98.36 1.4 ผู้เรียน ร้อยละ 88.40 มีทักษะการสือ่ สารเป็นอยา่ งดี มาตรฐานและตวั บง่ ช้ี จานวนทผ่ี า่ นดีขน้ึ ไป ร้อยละ 88.40 มาตรฐานท่ี 4 ตวั บ่งชท้ี ี่ 4.1 สรุปความคิดจากเร่ืองท่อี าํ นฟังและดู และสือ่ สารโดย 783 การพูดหรือเขียนตามความคิดของตนเอง 1.5 ผ้เู รยี น ร้อยละ 87 มีความใฝ่รู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ และพัฒนา ตนเองอย่างตอ่ เน่อื ง มาตรฐานและตัวบ่งชี้ จานวนทผ่ี ่านดีขึ้นไป ร้อยละ มาตรฐานที่ 3 ตัวบง่ ชี้ที่ 3.1 มีนิสัยรักการอํานและแสวงหาความร๎ูดว๎ ยตนเองจาก 736 83 หอ๎ งสมุด แหลงํ เรยี นรู๎ และสื่อตาํ ง ๆ รอบตวั ตวั บ่งชี้ที่ 3.2 มีทกั ษะในการอาํ น ฟงั ดู พูด เขียน และตั้งคาถามเพ่ือ 745 84 คน๎ คว๎าหาความร๎ูเพ่ิมเติม ตวั บง่ ชท้ี ่ี 3.3 เรียนรูร๎ วํ มกันเป็นกลุมํ แลกเปลยี่ นความคิดเหน็ เพอื่ การ 798 90 เรยี นรู๎ระหวาํ งกนั
๕ มาตรฐานและตวั บง่ ชี้ จานวนทผ่ี ่านดีขึ้นไป ร้อยละ ตัวบง่ ช้ีท่ี 3.4 ใชเ๎ ทคโนโลยี ในการเรยี นรแู๎ ละนาเสนอผลงาน 789 89 1.6 ผู้เรียน ร้อยละ 88.20 มีทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ตัดสินใจแก้ปัญหา ได้ อย่างสมเหตุ สมผล มาตรฐานและตัวบง่ ชี้ จานวนทีผ่ า่ นดขี ้ึนไป รอ้ ยละ มาตรฐานท่ี 4 ตัวบง่ ชที้ ่ี 4.1 สรุปความคดิ จากเรือ่ งทีอ่ าํ นฟังและดู และสื่อสารโดย 783 88.40 การพดู หรือเขยี นตามความคิดของตนเอง ตวั บง่ ช้ที ี่ 4.2 นาเสนอวธิ ีคดิ วิธกี ารแกป๎ ญั หา ด๎วยภาษา หรือ วิธกี าร 752 84.91 ของตนเอง ตัวบ่งชท้ี ี่ 4.3 กาหนดเป้าหมายคาดการณต์ ัดสินใจแก๎ปญั หาโดยมี 772 87.16 เหตผุ ลประกอบ ตวั บง่ ชี้ที่ 4.4 มีความคดิ ริเริ่ม และสร๎างสรรคผ์ ลงานด๎วยความ 818 92.34 ภาคภมู ใิ จ 1.7 ผเู้ รยี น ร้อยละ 96 มีทกั ษะในการทางานและสามารถทางานร่วมกบั ผู้อ่นื ได้ มาตรฐานและตวั บ่งชี้ จานวนท่ผี า่ นดีข้นึ ไป ร้อยละ มาตรฐานที่ 6 ตวั บง่ ชี้ที่ 6.1 วางแผนการทางานและดาเนินการจนสาเรจ็ 810 91.44 ตัวบง่ ชที้ ่ี 6.2 ทางานอยํางมีความสขุ มุงํ มน่ั พฒั นางานและภูมใิ จใน 868 98.00 ผลงานของตนเอง มาตรฐานที่ 6ตัวบง่ ชี้ที่ 6.3 ทางานรํวมกบั ผูอ๎ ื่นได๎ 840 94.77 ตัวบง่ ช้ที ่ี 6.4 มคี วามรูส๎ ึกท่ีดีตํออาชพี สุจรติ และหาความรู๎เกย่ี วกับ 859 97.00 อาชพี ท่ี ตนเองสนใจ (เอกสารอ๎างอิง ภาคผนวก หนา๎ 53) 1.8 ผู้เรยี นมีความสามารถในการแขง่ ขนั ได้รับรางวัลดีเด่นในด้าน และระดับต่างๆ ผลงานนกั เรยี น - ระดบั ประเทศ/ระดับชาติ/ระดับโลก 1. เด็กชายชัยณรงค์ วงศ์ดารงวิวัฒน์ ได๎รับรางวัลชนะเลิศอันดับ ๑ ประเภทวิ่ง ๑,๕๐๐ เมตร อนุชนชาย ในการแขํงขันชิงชนะเลิศแหํงประเทศไทยและนานาชาติ ชิงถ๎วยพระราชทาน ครั้งท่ี ๖๓ ประจาปี ๒๕๖๐ 2. เด็กชายชัยณรงค์ วงศ์ดารงวิวัฒน์ ได๎เป็นตัวแทนของประเทศไทยรํวมการแขํงขันกีฬา Gross Country Paris 2018 ISF World of Participation ณ ประเทศฝร่งั เศส 3. เด็กชายปิติภัทร เสรีประชาคม ได๎ผํานเข๎ารอบชิงชนะเลิศ การแขํงขันกรีฑา โครงการ สํงเสริมกิจกรรมทางกายด๎วยกรีฑาสาหรับเด็ก Kid’s Athletics Thailand 2016 ใน ณ วันที่ ตุลาคม 2559 โรงเรยี นกีฬาจังหวดั สพุ รรณบรุ ี จังหวัดสพุ รรณบรุ ี
๖ 4. นายชัยณรงค์ วงค์ดารงวิวัฒน์ ได๎รับรางวัลชนะเลิศ ประเภท วิ่ง 5,000 เมตร (ชาย) สถิติ 17.33.70 นาที ในการแขํงขันกีฬาเยาวชนแหํงชาติ ภาค 5 คร้ังท่ี 34 “แมํระมิงค์เกมส์” ระหวํางวันที่ 15 – 25 พฤศจิกายน 2560 5. นักเรียนไดร๎ ับรางวลั รองชนะเลศิ อันดับ 3 การแขํงขันหํุนยนตย์ ุวชนชงิ แชมป์ประเทศไทย ในปีการศึกษา 2560 - ระดับจังหวัด/ระดับภาค 1. ได๎รบั เกยี รตบิ ตั รรางวัลชนะเลศิ การแขํงขันวอลเลย์บอลหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย /ระดับประกาศนีบัตรวชิ าชีพ วันตํอตา๎ นยาเสพติดโลก (ทาดีเพื่อพํอสานตํอก๎ปัญหายาเสพติด) จังหวัด เชียงใหมํ ประจาปี 2560 2. นักเรียนได๎รับรางวัลชมเชย การแขํงขันร๎องเพลงไทยลูกทํุงพร๎อมหางเครื่อง ระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนต๎น วันตํอต๎านยาเสพติดโลก (ทาดีเพ่ือพํอสานตํอแก๎ปัญกายาเสพติด) จังหวัด เชยี งใหมํ ประจาปี 2560 3. เดก็ หญิงเบ็ญญญาภา นันทวิเชยี รชม และคณะ รับรางวลั เหรียญเงิน การแขํงขันโครงงาน คณุ ธรรม ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน๎ จากการแขงํ ขนั ศิลปหตั ถกรรม ครงั้ ที่ 67 ระดบั ภาคเหนือ 4. เด็กหญิงปวีณา แซํเฮ๎อ รับรางวัลเหรียญทอง การแขํงขันเด่ียวซออ๎ู ระดับประถมศึกษา ตอนปลาย จากการแขํงขนั ศิลปหตั ถกรรมนกั เรยี น ครงั้ ท่ี 67 ภาคเหนอื 5. นางสาวกญั ญณฐั เชาว์ปญั ญาสกลุ ได๎รับรางวลั ตน๎ แบบคนดีศรเี ชยี งใหมํ ประจาปี 2561 6. นางสาวเกณิกา เลิศวงศร์ ํมเย็น ได๎รับรางวัล ตน๎ แบบคนดีศรเี ชียงใหมํ ประจาปี 2561 7. นางสาวนริ ชา ไพฑูรย์ศรที อง ได๎รบั รางวัล ต๎นแบบคนดีศรเี ชยี งใหมํ ประจาปี 2561 8. นางสาวเดือนฉาย ภาพมโนทรัพย์ ไดร๎ ับรางวัล ตน๎ แบบคนดศี รเี ชียงใหมํ ประจาปี 2561 9. นายวชั รพล พวกกล๎ากุศล ไดร๎ บั รางวัล ตน๎ แบบคนดศี รเี ชยี งใหมํ ประจาปี 2561 10. นางสาวอมหวาน กจิ สาราญกร ได๎รับรางวลั ต๎นแบบคนดศี รเี ชยี งใหมํ ประจาปี 2561 11. นางสาวพชั รนิ ทร์ แซํเฮ๎อ ได๎รบั รางวัล ตน๎ แบบคนดีศรีเชียงใหมํ ประจาปี 2561 12. นางสาวปวมิ ล เกยี รติบดีสขุ ได๎รับรางวลั ตน๎ แบบคนดีศรเี ชยี งใหมํ ประจาปี 2561 13. นางสาวสลักจติ รพีแจมํ จรสั ได๎รับรางวลั ต๎นแบบคนดศี รีเชียงใหมํ ประจาปี 2561 14. นางสาวณชั ชา จิตรวารเี กษม ได๎รบั รางวัล ต๎นแบบคนดศี รีเชยี งใหมํ ประจาปี 2561 - ระดับเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย 1. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 การประกวดหนังสือเลํมเล็ก “มรดกทะเลไทย” จากสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้า จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 1. ได๎รับรางวัลเหรียญทอง กิจกรรมการแขํงขันสร๎างสรรค์ผลงานคณิตศาสตร์ โดยใช๎ Program GSP ระดบั ชน้ั ม.4-6 สานกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหมํ เขต 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 1. ได๎รบั รางวลั เหรยี ญทอง กจิ กรรมการแขํงขนั อจั ฉรยิ ภาพทางวทิ ยาศาสตร์ ระดับช้ัน ม.1-3 สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหมํ เขต 6
๗ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 1. ได๎รับรางวัลเหรียญทอง อันดับ 1 กิจกรรมการแขํงขันพูดภาษาอังกฤษ ( Impromptu Speech ) ระดับชน้ั ม.4-6 สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหมํ เขต 6 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1. ได๎รับรางวัล เหรียญทอง กิจกรรมการแขํงขันการประกวดมารยาทไทย ระดับชั้น ม.1-3 สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหมํ เขต 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ 1. รางวัลเกียรติบัตร การประกวดศิลปกรรม ปตท.เยาวชนภาคเหนือ คร้ังที่ 16 ประจาปี พ.ศ. 2558 “อนาคต...ออกแบบได๎ : Image of the Future” บริษทั ปตท.จากัด (มหาชน) รํวมกับ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหมํ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพละศึกษา 1. รางวัลชนะเลศิ การแขํงขัน Kid’s Athletics ประเภทรุนํ อายุ 7-8 ปสี มาคมกีฬา กรฑี า แหํงประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี 1. ไดร๎ ับรางวัลเหรยี ญทอง การแขํงขันโครงงานอาชีพ ระดับช้นั ม.1-3 สานกั งานเขตพ้ืนที่ การศึกษา ประถมศึกษา เชยี งใหมํ เขต 6 (เอกสารอ๎างอิง ภาคนวก หน๎า 71) ตวั ชวี้ ดั ท่ี 2 ด้านครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ มีจานวนครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ประจาปกี ารศึกษา 2561 จานวน 90 คน ขา๎ ราชการครจู านวน ๒7 คน พนกั งานราชการ ๓๙ คน และบุคลากรทางการศึกษาอน่ื ๆ จานวน ๒4 คน จากผลการประเมินคุณภาพภายในจากต๎นสังกัด ปีการศึกษา 2561 พบวําครูทั้งหมด 6๕ คน ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ปฏิบัติงานตามบทบาทหน๎าท่ีอยํางมี ประสทิ ธิภาพและเกดิ ประสทิ ธผิ ล ดงั นี้ 2.1 ครู จานวน 65 คน คิดเป็นร้อยละ 100 มีทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ เน้นผ้เู รยี นเปน็ สาคัญอยูใ่ นระดับ คณุ ภาพ ดี – ดีเยย่ี ม 2.2 ครู จานวน ๖๕ คน คิดเป็นร้อยละ 100 มีความมุ่งม่ันในการปฏิบัติงานเพื่อ พฒั นาผู้เรยี นและสถานศึกษาและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏบิ ัตงิ าน 2.3 ครู จานวน 65 คน คิดเป็นร้อยละ 100 มีการวัดและประเมินผลที่มุ่งเน้นการ พฒั นาผู้เรยี นดว้ ยวธิ ีการท่ีหลากหลาย 2.4 ครูจานวน ๕๒ คน คิดเป็น ร้อยละ 80.00 มีการพัฒนาส่ือนวัตกรรม นาภูมิ ปญั ญาทอ้ งถ่นิ และแหลง่ เรียนรูม้ าใช้ในการจัดกระบวนการเรยี นรู้ 2.5 ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการส่งเสริมการประเมินวิทยฐานะ หรือ สวสั ดิการอยา่ งทวั่ ถงึ 1.) รองผู๎อานวยการสถานศึกษา ได๎รับการเลื่อนตาแหนํงเป็นผู๎อานวยการ สถานศึกษา จานวน 1 คน 2.) ครไู ดร๎ บั การเล่ือนตาแหนงํ เปน็ รองผ๎ูอานวยการสถานศึกษา จานวน 1 คน
๘ 3.) ครไู ด๎รับการประเมนิ วิทยฐานะชานาญการ จานวน 10 คน 4.) พนกั งานราชการได๎รบั การเล่ือนตาแหนงํ เปน็ ครูผู๎ชวํ ย จานวน 7 คน 5.) ครูไดร๎ บั สวัสดกิ ารเรอ่ื งท่ีอยอํู าศยั อาหาร และสงํ เสริมใหข๎ วัญกาลงั ใจในการ ปฏบิ ัติงาน เนอ่ื งในโอกาสตํางๆ เชํน งานมงคล งานอวมงคล และการทาบญุ ในโอกาสตํางๆ ตลอดทัง้ ปี งานเลยี้ ง รองผูอ๎ านวยการ ดารงตาแหนงํ ใหมํ งานมุทิตาจติ สมาคมครูแมํแจมํ 2.6 ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาไดร้ ับการพฒั นาในด้านตา่ งๆ อยา่ งต่อเนื่อง 1.) ครูไดร๎ บั การพฒั นาโดยการอบรมตามเกณฑท์ ุกคน 2.) ครไู ดร๎ ับการพฒั นาโดยการศึกษาดูงาน จานวน 65 คน คดิ เป็นรอ๎ ยละ 100 อบรม “การจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษาและกจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู๎” 2.7 ครูและบุคลากรทางการศึกษามีผลงานทางด้านการวิจัยและนาผลของการวิจัย ไปพัฒนาผู้เรียนอย่างได้ผล ปีการศึกษาละ 2 เร่ือง ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 และผู้เรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยรวมสูงกว่าคะแนนเฉล่ียรวมทุกวิชาของปีการศึกษาท่ีผ่านมา ร้อยละ 100 1.) ครูไดน๎ าเสนอผลงานวิชาการ ประเภท วจิ ัยช้นั เรียน ในปี พ.ศ.2560 ดงั นี้ ที่ รางวัล พ.ศ.2560 จานวน ( 65 คน) ร้อยละ 1. ดเี ยย่ี ม 22 33.85 2. ดีมาก 25 38.46 3. ดี 18 27.89 รวม 65 100.00 2) ครูการศึกษาพิเศษ นาเสนอ ผลงานวิจัยการจัดการศึกษาสาหรับนักเรียนท่ีมี ความบกพรอํ งทางการเรียนรู๎ จานวน 2 คน 1. นางพริ ุฬหล์ กั ษณ์ เจรญิ เดช ตาแหนงํ ครชู านาญการ นาเสนองานวจิ ัย หัวข้อ การพัฒนาทักษะการอํานและการเขียน โดยใช๎ชุดฝึกหมวดคาท่ีนามาใช๎ในชีวิตประจาวัน ณ ศนู ย์การศึกษาพิเศษ เขต 8 จังหวัดเชยี งใหมํ
๙ 2. นางสาวพิมพ์พิชมญซุ์ สุมายอง ตาแหนํง พนักงานราชการ นาเสนอ งานวิจัย หัวข้อ การพัฒนาทักษะการเรียนร๎ู เร่ือง สระอาสาหรับเด็กท่ีมีความบกพรํองทางการเรียนรู๎ ของนักเรยี น ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 โดยแบบฝึกทักษะ ณ โรงแรมบียอนด์ สวีท กรุงเทพ “การประชุม นาเสนอผลงานวจิ ยั ใน ชั้นเรียนสาหรับผ๎ูเรียนที่มีความต๎องการจาเป็นพิเศษของครูในโรงเรียนศึกษา สงเคราะห”์ การประชมุ นาเสนอผลงานการวจิ ยั ในช้ันเรียน สาหรบั ผ๎ูเรยี นทม่ี ีความต๎องการจาเป็นพเิ ศษ 2.8 ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาทม่ี ีความสามารถไดร้ บั การยกย่องเชดิ ชูเกียรตแิ ละ ได้รบั รางวัลดีเดน่ ทางดา้ นและระดบั ตา่ งๆ ดงั น้ี 1. นายวิเศษ ฟองตา รองผู๎อานวยการโรงเรียน รับรางวัลรองผู๎อานวยการดีเดํน ประจาปี 2560 จาก กลุํมสถานศึกษาสังกดั สานกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ กลมุํ 6 2. นายวิเศษ ฟองตา รองผู๎อานวยการโรงเรียน รับรางวัล“ต๎นแบบคนดีศรีเชียงใหมํ ประจาปี 2561” จากโครงการสรา๎ งปลุกกระแสการพฒั นาคนและสงั คมในระดับจลุ ภาค 3. นายวิเศษ ฟองตา ได๎รับรางวัล ต๎นแบบคนดีศรีเชียงใหมํประจาปี 2561 ให๎ไว๎ ณ วันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2561 จากจังหวัดเชยี งใหมํ 4. นางสาวรัตติกาล ยศสุข หัวหน๎ากลุํมงานนโยบายและแผน รับรางวัลสตรี ผู๎แนะ แนวด๎านอาชีพดีเดํน (เนื่องในวันสตรีสากล) ประจาปี 2561 จากสานักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหมํ กรมสวัสดิการและคุ๎งครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน 5. นางสาวรัตติกาล ยศสุข หัวหน๎ากลุํมงานนโยบายและแผน รับรางวัล“ต๎นแบบ คนดีศรีแผํนดิน ประจาปี 2559” จากโครงการสร๎างปลุกกระแสการพัฒนาคนและสังคมในระดับ จลุ ภาค 6. นางสาวรัตติกาล ยศสุข หัวหน๎ากลํุมงานนโยบายและแผน รับรางวัล “ครูดีศรี ราชประชานเุ คราะห์ ประจาปี 2559” จากมูลนธิ ริ าชประชานุเคราะห์ ในระดับจลุ ภาค 7. นางพิกุล เหมืองคา หัวหน๎ากลํุมบริหารบุคคล รับรางวัล“ต๎นแบบคนดีศรี แผนํ ดิน ประจาปี 2561” จากโครงการสรา๎ งปลกุ กระแสการพฒั นาคนและสังคมในระดบั จุลภาค 8. นางสาวณัฐธนัญา บญุ ถึง ได๎รับเกียรติบัตร ผูท๎ ม่ี ผี ลการปฏบิ ัตทิ ่เี ป็นเลิศระดับภาค ปี 2559 ด๎านพัฒนาการเรียนร๎ูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มลู นธิ ยิ วุ สถริ คุณ 9. นางจติ ตานาถ เทพวงศ์ ครู ได๎รับโลํและเกียรติบัตรรางวัลเสมา ป.ป.ส. ประเภท ผลงานดีเดํน ระดับเงิน โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2559 จากกระทรวงศึกษาธกิ าร (เอกสารอา๎ งองิ ภาคนวก หน๎า 68)
๑๐ ตัวชว้ี ดั ท่ี 3 ดา้ นกายภาพ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ต้ังอยูํเลขที่ 99 หมูํ 10 ตาบลชํางเค่ิง อาเภอแมํแจํม จังหวัดเชียงใหมํ มีพ้ืนที่ท้ังหมด จานวน ๒๒๖ ไรํ เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง (โรงเรียนด๎อยโอกาส) จัดการเรียนการสอนต้ังแตํช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 มี จานวนนักเรยี นทัง้ หมด 797 คน ภาพถํายมุมสงู โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหมํ 3.1 จานวนอาคารเรียนและอาคารประกอบเพียงพอกับการใช้งาน โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหมํ ได๎ดาเนนิ การพฒั นาอาคาร เรียนและสภาพแวดล๎อมอยาํ งตํอเนือ่ ง ดังนี้ 1.) อาคารเรยี น จานวน 5 หลงั จานวน 50 ห๎องเรยี น 2.) อาคารฝกึ งาน จานวน 2 หลัง 3.) อาคารโรงอาหารหอประชมุ 101ล./27(พิเศษ) จานวน 1 หลงั 4.) อาคารประกอบอื่นๆ จานวน 45 หลัง ได๎แกํ โรงหุงต๎ม (จานวน 1 หลัง) , หอนอนมาตรฐาน 26 พร๎อมครุภัณฑ์ (จานวน 11 หลัง) , โรงอาบน้านักเรียน (จานวน 12 หลัง) , ห๎องน้า–ห๎องส๎วม (จานวน 12 หลัง) , อาคารพยาบาล (จานวน 2 หลัง) , โรงยิม (จานวน 1 หลัง) , หอประชุม (จานวน ๒ หลัง) , หอสมุด (จานวน 1 ห๎อง) , บ๎านพักครู แบบ 207 (จานวน 1 หลัง) , บ๎านพักครู แบบ 203/32 (จานวน 3 หลัง) และ บ๎านพักภารโรง (จานวน 3 หลัง) แฟลต นักการ (จานวน 1 หลัง), แฟลต ขา๎ ราชการครู (จานวน 2 หลัง) อาคารสถานที่ได๎รบั การดแู ละและปรับปรุงให๎ พรอ๎ มใช๎งาน ปลอดภัย และสวยงาม 5.) สิ่งกํอสร๎างอื่น ได๎แกํ เสาธง , สนามบาสเกตบอล , สนามกีฬามาตรฐาน , โรง ยมิ เนเซ่ยี ม และ สนามฟตุ ซอล พรอ๎ มโครงหลังคา ๖.) ห๎องเรียนอาคารเรียนเสริมหลักสูตรอยํางครอบคลุม เชํน ห๎องเรียนนาฎศิลป์ , ห๎องเรียนดนตรีไทยสากล , ห๎องเรียนดนตรีพ้ืนเมือง , ห๎องศิลปะ , ห๎องเรียนปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ จานวน 3 ห๎อง, อาคารฝึกงานอุตสาหกรรม , อาคารฝึกงานคหกรรม , ห๎องสมุดมีชีวิต , อาคาร ศนู ยบ์ ริการสนบั สนนุ สาหรบั นักเรียนทม่ี ีความต๎องการจาเป็นพิเศษทางการศึกษา (Student Support Servie : SSS) , ศนู ย์การเรยี นร๎ู ภาควชิ าธรุ กิจการโรงแรม เป็นต๎น
๑๑ ๗.) ปรับปรุงบ๎านพักครู , ห๎องสานักงาน ,ห๎องพักครู ห๎องน้า-ห๎องส๎วมของคณะครู และ นกั เรยี นห๎องอาหารสาหรบั คณะครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ใหเ๎ พยี งพอกับความต๎องการ เปน็ ตน๎ สโมสรครู โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 ศนู ย์การเรียนรู๎ ภาควชิ าธุรกิจการโรงแรม แฟลตพกั ครู หอ๎ งสานกั งาน 3.2 ระบบสาธารณูปโภคอยใู่ นสภาพใชก้ ารไดด้ ี สถานศึกษามีการจัดหาระบบไฟฟ้า โดยมีการขยายเขตไฟฟ้า มีการประหยัด พลังงานโดยใช๎หลอดไป LED แทนหลอดตะเกียบท้ังโรงเรียน และใช๎ระบบแผงโซลาร์เซลล์ ประปา ภูเขา ต้ังแตํเร่ิมต๎น และมีการจัดทาระบบประปาภูเขา สาหรับใช๎ในงานภูมิทัศน์ท่ัวถึงบริเวณของ สถานศึกษา มีระบบน้าด่ืมคุณภาพ โดยได๎รับการสนับสนุนจาก กรมทรัพยากรน้าบาดาล กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล๎อม โครงการสารวจและพฒั นาแหลํงน้าบาดาลเพื่อสนับสนุนระบบน้า ด่ืมสะอาดให๎กับโรงเรยี นทัว่ ประเทศ ทกุ หอ๎ งเรียนมีพัดลมติดตั้งและไฟฟ้าแสงสวํางอยํางเพียงพอ และ ในหอ๎ งประชุมมีการตดิ ตัง้ เครือ่ งปรับอากาศเพอ่ื ลดความร๎อนเพ่ือเอื้อตอํ การเรียนร๎ูของนักเรียน และใช๎ สาหรับบรกิ ารหนวํ ยงาน ชมุ ชนในการจัดอบรมสัมมนา เป็นการใหบ๎ ริการอาคารสถานท่ี 3.3 จดั สภาพแวดล้อมและภูมทิ ัศน์ที่รม่ รนื่ สวยงามเออ้ื ต่อการเรยี นรู้และเป็นแหล่ง เรียนรู้ สถานศึกษามีการจัดสภาพแวดล๎อมที่เป็นระเบียบสวยงามและสะอาด ภูมิทัศน์มี ความสวยงามและมีแหลํงเรียนรู๎ให๎กับผู๎เรียนและชุมชน เชํน สนามเด็กเลํน , สวนเกษตรทฤษฎีใหมํ , สวนพฤกษศาสตร์ ฐานการเรียนรข๎ู องศนู ย์การเรยี นร๎ตู ามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์ศึกษาวิถี ชวี ิตคนเมืองแจมํ เปน็ ตน๎ ซ่งึ ได๎รับคาชนื่ ชมจากผู๎ทมี่ าตดิ ตอํ งานอยาํ งตอํ เน่อื ง บรเิ วณหนา๎ ประตโู รงเรยี นฯ ลานกิจกรรมวิถีพทุ ธ และอาคารเรียน
๑๒ บริเวณภายในโรงเรยี นฯ และสนามเดก็ เลนํ สวนเกษตรทฤษฎใี หมํ กิจกรรมท่ีมุํงเนน๎ การสรา๎ งทักษะอาชีพให๎แก๎ผู๎เรยี น 3.4 จัดสภาพแวดล้อม อาคารและอุปกรณต์ ่างๆ เป็นระเบยี บเรยี บร้อยโดยคานึงถงึ ความปลอดภัยเปน็ สาคญั สถานศึกษามีการวางแผนจัดวางอาคารที่มีความจาเป็นสอดคล๎องกันโดยจัดวาง อาคารเรียนอยูํใกล๎กัน และจัดวางอาคารเรียนเสริมหลักสูตรอยํูบริเวณรอบๆ จะมีการจัดทาร้ัวรอบ ขอบชดิ ชัดเจน จงึ มคี วามปลอดภัยกับเดก็ มีความสะอาดและปลอดภยั บริเวณอาคารเรยี น ทางเดินทปี่ ลอดภยั จากแสดงแดด และฝน บริเวณทนี่ ัง่ พักผอํ น
๑๓ 3.5 มีข้อกาหนด/มาตรการในการประหยดั พลังงาน สถานศึกษามีการจัดวางมาตรการการประหยัดพลังงานโดยการประชุมครูและ บุคลากรอยํางชัดเจน และมีการนิเทศกากับติดตามทั้งในท่ีประชุมและบันทึกแจ๎งเวียนอยํางตํอเน่ือง รวมทั้งตดิ ต้งั ป้ายนิเทศไว๎ในสานักงาน ห๎องเรียน ห๎องน้า ในด๎านการใช๎ไฟฟ้า การใช๎น้าประปา การใช๎ วัสดุอุปกรณ์ครุภัณฑ์ท่ีต๎องดูแลให๎อยูํในสภาพดี ไมํปลํอยปละละเลยจนผุพังการลดการใช๎ เคร่ืองปรับอากาศและใช๎พัดลม มีการเปลี่ยนหลอดไฟท้ังหมดเป็นหลอดไฟประหยัดพลังงาน LED แทนหลอดตะเกยี บเดิม และยงั ติดต้ังระบบโซลาร์เซลล์ตามเสาไฟและอาคาร เพ่ือลดคําไฟที่สิ้นเปลือง พร๎อมยังเป็นการประหยดั พลังงาน ท้ังยังมีการจัดการอบรมเพ่ือสร๎างความตระหนักและเป็นแมํขํายใน การกระจายความรู๎ รวมทงั้ สร๎างแนวปฏิบัติตามมาตรการการประหยัดพลังงานไปยังผู๎เรียนและชุมชน ได๎นาเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข๎ามาใชบ๎ ริหารจดั การในกลุํมงานกิจการนักเรียน , งานธุรการ เพ่ือลด การใช๎กระดาษ อีกท้ังการลดซ้ือหมึกคอมพิวเตอร์โดยการเติมหมึกแทน สํงเสริมสนับสนุนให๎นักเรียน นาเศษวัสดุเหลือใช๎มาสร๎างส่ิงประดิษฐ์เป็นของใช๎ หรือของประดับ เชํน การทาดอกไม๎จากเปลือก ข๎าวโพด และยังมีมาตรการให๎นักเรียนแยกขยะ การกาจัดเศษอาหารจากโรงครัวโดยสร๎างโรงเลี้ยง ไส๎เดือนดนิ เป็นตน๎ ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนิกส์ ระบบสารสนเทศงานกิจการนกั เรยี น 3.6 มีผลท่เี กิดจากการปฏิบัติตามข้อกาหนด/มาตรการในการประหยดั พลังงาน สถานศึกษาสามารถลดคําใช๎จํายคําไฟลงมากในปี 2561 (อ๎างอิงจาก ภาคผนวก หน๎า 54) และคําใช๎จํายในการซ้ือกระดาษลงได๎ในระดับหน่ึง เน่ืองจากนาเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช๎ในบริหารงานกลํุมกิจการนักเรียน และงานธุรการโรงเรียน สามารถนางบประมาณที่ลดได๎ไปจัด กจิ กรรมอ่ืนๆ ได๎อยําง มีประสิทธิภาพมากขึ้นสถานศึกษาไมํมีหน้ีสาธารณูปโภค เน่ืองจากการชํวยกัน ประหยดั กนั ทั้งระบบ ครูและบุคลากรตระหนักและประหยัดจนเป็นนิสัย นักเรียนมีรายได๎เนื่องจากมี การคัดแยกขยะ นาไปขาย , และจาหนํายผลิตภัณฑ์จากการประดิษฐ์ และ มีปุ๋ยท่ีเกิดจากการเล้ียง ไส๎เดือนดิน สิ่งสาคัญท่ีเกิดกับผ๎ูเรียนคือ การร๎ูจักคุณคําและประโยชน์ของส่ิงของตําง ๆ สามารถนา กลบั มาใชไ๎ ดห๎ รอื ใชใ๎ หเ๎ กิดประโยชนไ์ ด๎ และลดปญั หาส่ิงแวดล๎อมเป็นพษิ ไดด๎ ว๎ ย
๑๔ มกี ารใช๎ระบบโซลาร์เซลล์ เพ่ือการประหยัดพลังงาน ลดคาํ ไฟของโรงเรยี นฯ การใช๎งานระบบ Program Check In ในโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหมํ ลดปัญหาการใช๎กระดาษทส่ี ้นิ เปลืองอยํางมาก ระบบหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ (E-Book Library) ศูนย์การเรยี นร๎ูการบรหิ ารจดั การขยะแบบครบวงจร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชยี งใหมํ
๑๕ ตวั ชีว้ ัดที่ 4 ดา้ นการบรหิ ารจดั การ โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหมํ ไดม๎ กี ารบริหารจัดการสถานศึกษาเพื่อ การพัฒนาสถานศึกษาสศูํ นู ย์การเรยี นรต๎ู ามหลักปรัชญาของเศรษกจิ พอเพยี ง ดา๎ นการศกึ ษา โดยใช๎ TEAM+ Model มีองค์ประกอบที่สาคัญดงั น้ี ความเปน็ มาของรูปแบบการบรหิ ารจดั การของสถานศึกษา TEAM+ Model TEAM+ Model เป็นรูปแบบการพัฒนาสถานศึกษาของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ สูํการเป็นศูนย์การเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ด๎านการศึกษา มี วัตถุประสงค์เพื่อนารูปแบบ TEAM+ Model มาประยุกต์ใช๎ในการบริหารจัดการสถานศึกษา ตาม ศาสตร์ของพระราชาในเรือ่ งการ “เข้าใจ” การดาเนินงานให๎สอดคล๎องกับบริบทและสภาพปัญหาของ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ที่ยังคงมีปัญหาด๎านบุคลากรที่ไมํเพียงพอและยัง ขาดประสบการณ์ในการทางาน การ“เข้าถึง” เป็นเห็นคําความต๎องการของสถานศึกษาในการที่จะ บริหารจัดการให๎เป็นศูนย์การเรียนร๎ูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช๎หลักทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว รัชกาลท่ี 9 คือ “การระเบิดจากข้างใน” ครูและบุคลากร รวมท้ัง นักเรียนมีการพัฒนาตนเองเพื่อจะยกระดับของสถานศึกษา โดยมีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน แบบบูรณาการให๎สอดคล๎องกับการเรียนร๎ูตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ได๎มีการจัดกิจกรรม จิตอาสา เพื่อพัฒนาสถานศึกษาและชุมชนเน๎นการมีสํวนรํวมการเห็นคุณคําของการอยูํรํวมกัน และ การ “พัฒนา” ได๎มีการจัดสภาพส่ิงแวดล๎อมท่ีเอ้ือตํอการเรียนรู๎วิถีพอเพียง และมีการพัฒนาแหลํง เรยี นรภู๎ ายในโรงเรียนฯ การสร๎างอาชีพใหแ๎ กํผเู๎ รียน การสร๎างวัฒนธรรมองค์กร การปลูกฝังคํานิยมให๎ เป็นตามวิถีชีวิตพอเพียง และการสร๎างความสัมพันธ์ในสถานศึกษา โดยใช๎เทคนิคกระบวนการวงจร คณุ ภาพของเดมมิ่ง PDCA ในกระบวนการดาเนินงาน และรูปแบบTEAM+ Model ได๎มีการขับเคล่ือน ดว๎ ย ICT เปน็ ระบบสารสนเทศท่ใี ช๎ในการดาเนนิ งาน การจัดการข๎อมลู เพือ่ ความสะดวกรวดเร็วในการ ทางาน และมีความถูกต๎อง แมํนยา มีการสรุปผลการปฏิบัติงานได๎ทันที ซึ่งรูปแบบการบริหารงานโดย ใช๎ TEAM+ Model ประกอบด๎วยสวํ นสาคัญ ๒ สํวน ได๎แกํ
๑๖ ส่วนท่ี ๑ TEAM เป็นการบริหารจัดการเพื่อให้การดาเนินงานพัฒนาสถานศึกษา จนประสบ ความสาเร็จ มอี งคป์ ระกอบดังนี้ T : Trainer หมายถึง หัวหนา้ กลมุ่ งาน เป็นการกระจายอานาจการบริหารงานในสถานศึกษา โดยการนาครูและบุคลากรท่ีมีความร๎ู และประสบการณ์ข้ึนมาเป็นหัวหน๎าคณะทางาน ซ่ึงได๎จัดทาโครงสร๎างการบริหารงานภายใน สถานศกึ ษาแบงํ ออกเปน็ 10 กลมํุ งาน คอื 1)กลุมํ สํงเสริมกิจการนักเรียน 2)กลุํมงานวินัยนักเรียน 3) กลุํมการเงินและสินทรัพย์ 4)กลุํมนโยบายและแผน 5)กลํุมอานวยการ 6)กลํุมอาคารสถานท่ี 7)กลุํม บรหิ ารงานบุคคล 8)กลมุํ บรหิ ารงานบคุ คล 9)กลมํุ งานสํงเสริมวชิ าการ และ 10)กลํุมงานตามนโยบาย โดยมีการวางแผนรํวมกันอยํางเป็นระบบเพ่ือนาไปสูํการปฏิบัติท่ีมีเป้าหมายตรงตามวัตถุประสงค์ของ งาน เพือ่ ให๎เกดิ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากทสี่ ดุ E : Environment หมายถงึ แหลง่ เรยี นร้/ู สงิ่ แวดล้อม เป็นการพัฒนาแหลํงเรียนร๎ูในสถานศึกษา เพื่อให๎เป็นอุทยานการเรียนร๎ูและทาให๎เกิด ส่ิงแวดล๎อมที่เอ้ือตํอการเรียนร๎ูวิถีพอเพียง โดยสามารถใช๎เป็นสถานที่สาหรับผ๎ูเรียน บุคลากร ชุมชน สถานศึกษา และหนํวยงานตําง ๆ ได๎มาศึกษาหาความรู๎ได๎ทุกที่ภายในสถานศึกษา ซ่ึงเป็นไปตาม เอกลักษณ์ของโรงเรียนคือ “อุทยานการเรียนรู๎” และยังมีแหลํงเรียนรู๎ภายในสถานศึกษาอีกมาก เชํน ศูนย์การเรียนร๎ูโรงแรม โรงฝึกงานอาชีพแผนกชําง แผนกคหกรรม แผนกคอมพิวเตอร์ ฐานกิจกรรม ศนู ย์การเรยี นร๎ูตามหลักปรัชญาของเศรษกจิ พอเพียง ด๎านการศึกษา เป็นตน๎ A : Active Learning หมายถึง การเรยี นร้แู บบลงมือทาจริง เปน็ การจัดการเรียนการสอนแบบบรู ณาการหลักเศรษฐกจิ พอเพียงเขา๎ กับทุกรายวิชาท่ีจัดการ เรียนการสอน ทาให๎ผู๎เรียนได๎มีบทบาทในการแสวงหาความร๎ูจากอุทยาการเรียนรู๎ และเรียนรู๎อยํางมี ปฏิสัมพันธ์ จนเกิดความร๎ูความเข๎าใจนาไปประยุกต์ใช๎ได๎สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินคํา หรือสร๎างสรรค์สิ่งตํางๆ สามารถพัฒนาตนเองเต็มความสามารถ และยังชํวยในการปลูกฝังให๎ครูและ ผ๎เู รียนใชช๎ วี ติ ในรูปแบบวิถีพอเพียง M1 : Man หมายถึง การบรหิ ารบคุ ลากร ครูและบุคลากรภายในสถานศึกษา ซ่ึงถือวําเป็นปัจจัยหลักที่สาคัญที่สุด เพราะการพัฒนา หรือการดาเนินงานตําง ๆ ต๎องอาศัยครูและบุคลากรทุกคนในสถานศึกษา ทั้งในด๎านนความคิด การ วางแผน การดาเนินการ โดยมกี ารจัดหน๎าท่ีปฏบิ ัติงานของครูและบุคลากรให๎เหมาะสมกับงานตรงตาม ความสามารถของแตํละบุคคล พร๎อมท้ังยังได๎รับความรํวมมือที่ดีจากภาคีเครือขํายผู๎ปกครองและ ชุมชนในรูปแบบตําง ๆ เชํน จากคณะกรรมการสถานศึกษา ฯลฯ จนทาให๎เกิดการผลการพัฒนา องค์กรอยํางมีประสิทธิภาพสูงสุด จากความรํวมมือในการทางานของครูและบุคลากรภายใน สถานศึกษา สํงผลให๎โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎การคัดเลือกให๎เป็นศูนย์ การเรยี นรูต๎ ามหลกั ปรัชญาของเศรษกิจพอเพยี ง ดา๎ นการศกึ ษา จากกระทรวงศกึ ษาธกิ าร M2 : Money หมายถงึ การบริหารงบประมาณ การบริหารจัดการงบประมาณมีการวางแผนปฏิบัติการเก่ียวกับการใช๎งบประมาณ จัดทา มาตรฐานภาระงานงบประมาณ มีการชีแ้ จงใหค๎ รูและบุคลากรทางการศึกษาทราบ การมอบหมายงาน ให๎รับผิดชอบโดยคานึงถึงความร๎ูความสามารถและความต๎องการของสถานศึกษา ใช๎งบประมาณตรง ตามกรอบและวัตถุประสงค์ ถูกต๎องตามระเบียบ มีระบบควบคุม ตรวจสอบภายใน รายงานการใช๎ งบประมาณเป็นปัจจุบัน และมีการประเมินผลและนาผลไปปรับปรุง และในการจัดตั้งคาขอ
๑๗ งบประมาณของแตํละปี สถานศึกษาได๎รับการจัดสรรงบประมาณในทุกด๎านอยํางเพียงพอ สามารถ วางแผนบรหิ ารงบประมาณได๎อยํางมีประสทิ ธภิ าพ M3 : Materials หมายถงึ การบริหารทรัพยากร มีการบริหารทรัพยากรอยํางคุ๎มคํา โดยมีการวางแผนการทรัพยาการท่ีเป็นวัสดุ อุปกรณ์ตาม ความจาเป็นและความเหมาะสม สถานศึกษาได๎จัดสรรทรัพยากรในทุกๆด๎านอยํางเพียงพอ ลดจานวน ท่ีใช๎เกินความความจาเป็นออกให๎มากที่สุด เพื่อที่จะมาชํวยในการพัฒนาองค์กรหรือสถานศึกษาให๎มี ความก๎าวหนา๎ ในทุกด๎าน M4 : Management หมายถงึ กระบวนการจดั การ เป็นกระบวนการจัดการบริหารงานในสถานศึกษาโดยยึดหลักรูปแบบของ TEAM+ Model เพ่ือให๎การดาเนินงานท้ังหมดเป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลอยํางเต็มที่ โดยมีระบบ การนเิ ทศ กากบั ติดตามท่เี ป็นระบบอยํางตํอเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สาคัญชํวยให๎สถานศึกษาพัฒนาไปใน ทิศทางที่ต๎องการ ท้ังน้ีโดยที่ผ๎ูปกครอง ชุมชน และหนํวยงานที่เก่ียวข๎อง มีบทบาทสาคัญเป็นอยํางยิ่ง ตอํ การดาเนินงานเพือ่ บรรลุผลตามเป้าหมาย สว่ นที่ ๒ Plus (+) ไดแ้ ก่ “ Information and communications technology (ICT)” ในการพัฒนาสถานศึกษา นอกจากการดาเนินงานท้ัง 4 องค์ประกอบ (TEAM) แล๎ว กระบวนการดาเนินงานเป็นปัจจัยสาคัญท่ีนาไปสูํการประสบความสาเร็จในการพัฒนาสถานศึกษาสํู ศูนย์การเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ด๎านการศึกษา ซึ่งในกระบวนการดาเนินงานใน สถานศึกษาทั้งหมดได๎ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศ มาขับเคลื่อนสถานศึกษา คือ“Information and communications technology (ICT)” หมายถึง การบรหิ ารงานโดยการนาเทคโนโลยีสารสนเทศมา อานวยความสะดวกในการทางานเพ่ือให๎ เกิดความรวดเร็วและมีข๎อมูลสารสนเทศที่เที่ยงตรง นําเชื่อถือ และตรวจสอบได๎ทันที โดยใช๎ระบบ checkin.rpk31 school ของสถานศึกษาคิดค๎นขึ้นมา ในการจัดการขอ๎ มูลสารสนเทศท้งั หมด การเรยี นรูต๎ ามหลักปรัชญาของเศรษกจิ พอเพยี ง ปลูกพืชผกั ไวร๎ ับประทาน การบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง เข๎ากับรายวิชาเรียน
๑๘ 4.1 การกาหนดวิสัยทศั น์ พันธกิจรว่ มกัน สถานศึกษาได๎จัดประชุมปฏิบัติการทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยผู๎มีสํวน เก่ียวข๎องได๎รํวมกันกาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจให๎สอดคล๎องกับผลการวิเคราะห์สถานภาพของ สถานศึกษา ข๎อกฎหมายตามระเบียบราชการ ขนบธรรมเนียมประเพณี การวิเคราะห์สังเคราะห์ข๎อมูล สารสนเทศตามนโยบายของรัฐ จุดเน๎นของต๎นสังกัด การเปล่ียนแปลงด๎านสังคม เศรษฐกิจการเมือง ระดับนานาชาติ ระดับภูมิภาคอาเซียน ระดับประเทศ และระดับท๎องถ่ิน รวมถึงแผนพัฒนาการจัด การศึกษาสาหรับเด็กด๎อยโอกาส และแผนพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็กด๎อยโอกาส เป็นกรอบทิศทางการ พัฒนาหรือปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา นาเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อใช๎เป็น แนวทางการพัฒนาการศกึ ษาโดยกาหนดวิสัยทัศนแ์ ละพันธกิจ ดังน้ี วสิ ัยทศั น์ (ปกี ารศึกษา 2559-2562) ภายในปี พ.ศ.2562 โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหมํ มีระบบการจดั การศกึ ษาท่ีมีคุณภาพ มีครูมอื อาชพี ผูเ๎ รียนมคี ุณลักษณะตามหลักสตู ร และเปน็ ศูนย์การเรียนรู๎ตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง พนั ธกจิ (ปกี ารศกึ ษา 2555-2562) 1. พัฒนาระบบการจัดการศึกษาใหม๎ ีประสิทธภิ าพ 2. พัฒนาและสํงเสรมิ ให๎ครเู ป็นครูมอื อาชีพ 3. พัฒนาและสํงเสริมให๎ผเู๎ รยี นมคี ุณลกั ษณะตามหลกั สตู ร 4. พฒั นาสถานศกึ ษาใหเ๎ ป็นศนู ย์การเรียนรต๎ู ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง การประชมุ วางแผน การปฏิบตั ิงาน ประจาปี 2561 4.2 การปฏิบัติงานตามพนั ธกิจขอสถานศกึ ษาเปน็ ไปในทางเดยี วกนั ตามเป้าหมายที่ กาหนดไว้ สถานศกึ ษากาหนดการดาเนินงานตามพันธกิจโดยจัดทาแผนปฏิบัติการประจาปี ท่ี สอดคลอ๎ งกบั แผนพัฒนาการศึกษาเพอ่ื ใหบ๎ รรลุเปา้ หมายการจัดการศึกษา โดยสร๎างความเข๎าใจกับทุก กลุํมงาน ในการนาพันธกิจสูํการปฏิบัติในรูปของงาน โครงการ และกิจกรรมท่ีสนองมาตรฐาน การศึกษา ให๎คาแนะนาแกํครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา บริหารงานให๎เป็นไปตาม กฎกระทรวงวําด๎วย ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา เพ่ือให๎บรรลุ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ของสถานศึกษา โดยนาวงจรคุณภาพ PDCA , หลักการ บริหารจัดการโดยใช๎โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Manaement : SMB )และ ได๎คิดนวัตกรรม การบริหารงานภายในโรงเรียนเพ่ือให๎การบริหารงานประสบความสาเร็จ อยํางมีประสิทธิภาพ โดยใช๎
๑๙ โมเดลการบริหารคือ TEAM+ Model มาใช๎ในการขับเคล่ือน ติดตาม ตรวจสอบให๎เป็นไปในทิศทาง เดียวกันโดยใช๎ตัวชี้วัด และการประเมินผลภาคเรียนละ 1 คร้ัง โรงเรียนได๎รับการประกาศจาก สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา ประถมศกึ ษาเชียงใหมํ เขต 6 ให๎เป็นสถานศึกษาที่มีผลการปฏิบัติงานที่ ดีและเป็นเลิศ (Best Practice : BP) ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ด๎านการน๎อมนาหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี งสํสู ถานศึกษา “สถานศึกษาพอเพียงต๎นแบบ ปี 2559” และ ผํานการคัดเลือกเป็น สถานศึกษาพอเพียงที่มีผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ระดับภูมิภาค ภาคเหนือ ปี 2559 และ ระดบั ประเทศ ปี 2559 โดยศนู ยส์ ถานศกึ ษาพอเพยี ง มูลนิธิยวุ สถิรคุณ 4.3 การบริหารงานงบประมาณโปร่งใส่ ตรวจสอบได้ สถานศึกษามีโครงสร๎างการบริหารที่จัดเจน ตรวจสอบได๎ มีการจัดทาแผนพัฒนา คุณภาพการศึกษา และแผนปฏิบัติงานประจาปี ชัดเจน มีเจ๎าหน๎าที่แผนงานของแตํละฝ่ายเป็นผ๎ู ควบคุมการขอใช๎งบประมาณให๎ตรงกับแผนงาน และแตํงตั้งเจ๎าหน๎าที่การเงิน ท้ังหมด จานวน 4 คน แบํงหนา๎ ทก่ี ันทางาน เพอื่ สามารถตอบสอบการปฏบิ ัตงิ าน แตงํ ต้งั เจา๎ หนา๎ ทีพ่ ัสดุ จานวน 5 คน เพ่ือให๎ ปฏบิ ัติงานด๎านการจัดซื้อจัดจ๎างให๎เป็นไปตามระเบียบของพัสดุ นอกจากนั้นยังแตํงตั้ง คณะกรรมการ ตรวจสอบภายใน ให๎ดาเนินการติดตาม ตรวจสอบบัญชี การเงินของโรงเรียน ให๎เป็นไปตามระเบียบ ของการเงนิ และให๎ทันตามมาตรการเรํงรดั การเบิกจํายในแตํละไตรมาส สถานศึกษากาหนดโครงสร๎างการบริหารงาน แบํงออกเป็น 10 กลุํมงาน คือ 1) กลํุมสํงเสริมกิจการนักเรียน 2) กลํุมงานวินัยนักเรียน 3) กลํุมงานตามนโยบาย 4) กลุํมนโยบายและ แผน 5) กลํุมอานวยการ 6) กลุํมอาคารสถานท่ี 7) กลํุมบริหารงานบุคคล 8) กลํุมบริหารงานบุคคล 9) กลุํมงานสงํ เสริมวิชาการ และ 10) กลํมุ การเงนิ และสนิ ทรัพย์ จัดสรรงบประมาณดาเนินกิจกรรม / งาน / โครงการ ตามสัดสํวนที่กาหนดให๎โดยเน๎นผู๎เรียนเป็นสาคัญ ใช๎แผนปฏิบัติการประจาปี ขับเคลื่อนการดาเนินงานโดยแผนงานและสารสนเทศกลํุมงานมีระบบการควบคุมงานและการกากับ ติดตามผลการดาเนินงานทุกไตรมาส ทาใหก๎ ารบริหารงบประมาณโปรํงใส ตรวจสอบได๎ บริหารจัดการ ไดอ๎ ยาํ งมปี ระสทิ ธิภาพ 4.4 ผูบ้ ริหารมภี าวะผู้นาและมีความสามารถในการบริหารจัดการได้อยา่ งมี ประสิทธิภาพ ผบ๎ู ริหารได๎พัฒนาตนเองอยํางสม่าเสมอ มีวิสยั ทัศน์ ภาวะผู๎นา ความคิดริเร่ิม และมี เจตคติท่ีดีตํอการจัดการศึกษาสาหรับเด็กด๎อยโอกาส บริหารงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เน๎นการมี สํวนรํวมดว๎ ยวงจรคุณภาพของเดมมิ่งในการบริหารจดั การสถานศึกษา ดงั น้ี 1. การวางแผนพัฒนาการศึกษา มีการจัดทาแผนพัฒนาการศึกษา ใช๎หลักการมี สํวนรวํ มของผู๎มีสวํ นได๎สํวนเสีย ด๎วยการ SWOT Analysis เพ่ือนาข๎อมูลมาจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษา แผนปฏิบัติการประจาปี โดยสอดคล๎องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ แผนพัฒนาการศึกษาแหํงชาติ นโยบายทุกรดับและภารกิจของสาถนศึกษา จัดทาปฏิทินการ ดาเนินงานประจาภาคเรยี นและดาเนินการตามโครงการและกิจกรรมท่รี ะบไุ ว๎ในปฏทิ ิน 2. จัดทาโครงสร๎างการบริหารสถานศึกษา โดยกระจากอานาจให๎แกํ รอง ผ๎ูอานวยการ 1 ทําน หัวหน๎ากลุํมงานแบํงออกเป็น 10 กลํุมงาน หัวหน๎างาน และหัวหน๎ากลุํมสาระ การเรยี นรู๎ มีระบบควบคุมภายในเพอ่ื บรหิ ารความเสย่ี งที่เขม๎ แข็ง
๒๐ โครงสร้างการบรหิ ารงานในโรงเรียนฯทง้ั 10 กลมุ่ งาน 3. การบริหารงานวิชาการ จัดทาหลักสูตรสถานศึกษาจากการมีสํวนรํวมของทุก ฝ่าย เพ่ือสนองความต๎องการของผ๎ูเรียน และสนองนโยบาย เชํน การบูรณากรหลักปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ ตน๎ มกี ารประเมนิ การใช๎หลกั สตู รและพฒั นาทุกปีการศึกษา และยังมีการบูรณา การสวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรยี นเขา๎ กบั กจิ กรรมการเรียนการสอน ในการจัดการเรียนรู๎ เร่ิมจากการวิเคราะห์หลักสูตรสูํคาอธิบายรายวิชาการ กาหนดการสอน แผนการวัดผลและประเมินผล แผนการจัดการเรียนรู๎ โดยคานึงถึงทฤษฎีการสอน กรณีปัญหาจัดทาวิจัยในช้ันเรียน โดยโรงเรียนสํงเสริมให๎ครูใช๎ส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศและแหลํง เรียนร๎ูเป็นเครื่องมือสาคัญในการถํายทอดความรู๎ สถานศึกษาจัดให๎ทุกห๎องเรียนมี โทรทัศน์ และ wireless สาหรับให๎ครูใช๎เป็นส่ือการเรียนการสอน จัดให๎มีแหลํงเรียนรู๎ท่ีหลากหลายสนองความใฝ่ร๎ู ใฝเ่ รียนของนกั เรียนด๎วยตนเอง 4. การบริหารงานงบประมาณ ได๎จัดสรรงบประมาณตามสัดสํวนจุดเน๎นในการ พัฒนา ดังนี้ จัดให๎กลํุมบริหารงานวิชาการร๎อยละ 23, กลํุมงานอานวยการร๎อยละ 14, กลํุม บริหารงานบุคคลร๎อยละ 4, กลํุมบริหารงานกิจการนักเรียนร๎อยละ 15, กลํุมการเงินและสินทรัพย์ รอ๎ ยละ 9 งบสาธารณปู โภคร๎อยละ 25 และงบกลางสารองจํายรอ๎ ยละ 10 5. การบริหารงานบุคคล ได๎จัดครูให๎สอนตรงตามวิชาเอก มีโครงการพัฒนา บุคลากรทางวิชาการ และการพฒั นาวิชาชีพ สํงเสริมสนับสนุนให๎ศึกษาตํอในระดับสูงขึ้น เชํนปริญญา โทและปริญญาเอก เป็นต๎น 6. การบริหารงานท่ัวไป ได๎พัฒนาอาคารสถานที่ หอนอน ห๎องน้า ห๎องส๎วมให๎ สะอาด สวยงาม นําใช๎ จัดระบบสาธารณปู โภคให๎เพยี งพอ และปลอดภัย ทุกคนอยํูอยํางมีความสุข 7. การบรหิ ารงานกิจการระบบดูแลชํวยเหลือนักเรียนเป็นหัวใจสาคัญของการดูแล นกั เรียนประจา ทกุ คนคอื “คนในครอบครัวเดียวกัน” เราอยํรู ํวมกนั ตลอด 24 ชั่วโมง ร๎ูอุปนิสัย ใจคอ กันดี จงึ สามารถดแู ละให๎ทกุ คนมีความสุขตามอตั ภาพ นาเทคโนโลยีสารสนเทศเข๎ามาใช๎บริหารจัดการ ด๎านข๎อมูลสารสนเทศของกลุํมงานกิจการเพื่อลดภาระของครู ทาให๎ได๎ข๎อมูลสารสนเทศท่ีรวดเร็ว ถูกต๎อง และที่สามารถนาไปใชใ๎ นการวางแผนพัฒนาระบบได๎อยํางมปี ระสิทธิภาพ
๒๑ 8. การเป็นผ๎ูนาด๎านการบริหารการศึกษา โดยใช๎ : TEAM+ MODEL เป็นรูปแบบที่ ใช๎ในการบริหารในโรงเรียน มี SBM ในการวางเป้าหมายการพัฒนา ใช๎วงจรคุณภาพของเดมมิ่ง PDCA ในการบวนการทางาน และใช๎ TEAM+ MODEL ในการทาให๎งานเกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลสงู สุด เป็นต๎น ทาให๎นักเรียน ผ๎ูปกครอง ชุมชน หนํวยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีความพึงพอใจ ผลการบรหิ ารจัดการศกึ ษาอยาํ งมปี ระสทิ ธภิ าพจนมผี ลเปน็ ทีป่ ระจักษ์ มีผลการประเมินภายในจากต๎น สังกัดในภาพรวมอยูํในระดับดเี ยีย่ มตดิ ตอํ กนั มาตลอดจนสํงผลให๎ผ๎บู รหิ ารไดร๎ ับรางวัลตํางๆ ดงั นี้ ผลงานที่เกดิ ข้นึ กับผู้บริหาร 1. นางวิลาวัลย์ ยอดผํานเมือง ผู๎อานวยการสถานศึกษา ได๎รับเกียรติบัตร ผ๎ูที่มีผล การปฏิบัติท่ีเป็นเลิศระดับประเทศ ปี 2559 ด๎านพัฒนาการเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ศูนยส์ ถานศกึ ษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถริ คณุ 2. นางวิลาวัลย์ ปาลี ผ๎ูอานวยการโรงเรียน ได๎รับรางวัล “ต๎นแบบคนดีศรีแผํนดิน ประจาปี 2560” จากโครงการสร๎างปลุกกระแสการพฒั นาคนและสงั คมในระดบั จุลภาค 3. นางวิลาวัลย์ ปาลี ผ๎ูอานวยการโรงเรียนรับรางวัลผู๎อานวยการสถานศึกษาดีเดํน ประจาปี 2560 ไดร๎ บั จากกลํุมสถานศึกษาสังกัดสานกั บริหารงานการศึกษาพิเศษกลํุม 6 4. นางวิลาวัลย์ ปาลี ผ๎ูอานวยการโรงเรียน ได๎รับรางวัลผู๎อานวยการสถานศึกษา ดเี ดนํ ไดร๎ บั จากสมาคมผ๎บู ริหารโรงเรียนมธั ยมศึกษาแหํงประเทศ-ไทย กระทรวงศึกษาธกิ าร 5. นางวิลาวัลย์ ปาลี ผ๎ูอานวยการโรงเรียน ได๎รับรางวัลเกียรติวันครู พ.ศ. 2562 “คุณธรรมนาครูไทย สร๎างเด็กไทยหัวใจซื่อตรง” เนื่องในวันครู ครั้งท่ี 63 ประจาปี พ.ศ. 2562 จงั หวดั เชยี งใหมํ 6. นางวิลาวลั ย์ ปาลี ผู๎อานวยการโรงเรียน ไดร๎ ับคดั เลือกเป็น Super Leader รุํนท่ี 3 ประจาปี พ.ศ. 2562 เป็นผ๎ูมีสมรรถนะแหํงความพยายาม มํุงมั่นเรียนรู๎อยํางมืออาชีพ จนเกิดการ พัฒนาและประสบผลสาเร็จตํอการปฏิรูปการศึกษาเชียงใหมํ ได๎รับจากภาคีเชียงใหมํเพื่อการปฏิรูป การศึกษา รวํ มกับ องคก์ ารบริหารสํงจงั หวัดเชียงใหมํ 7. นายวิเศษ ฟองตา รองผู๎อานวยการโรงเรียน รับรางวัลรองผู๎อานวยการดีเดํน ประจาปี 2560 ได๎รบั จากกลํุมสถานศกึ ษาสงั กัดสานกั บริหารงานการศึกษาพเิ ศษ กลมุํ 6 8. นายวเิ ศษ ฟองตา รองผอู๎ านวยการโรงเรียน รับรางวัล“ต๎นแบบคนดีศรีเชียงใหมํ ประจาปี 2561” จากโครงการสร๎างปลกุ กระแสการพฒั นาคนและสังคมในระดับจุลภาค 9. นายวิเศษ ฟองตา ได๎รับรางวัล ต๎นแบบคนดีศรีเชียงใหมํ ประจาปี 2561 ให๎ไว๎ ณ วันท่ี 18 สิงหาคม พ.ศ.2561 (เอกสารอา๎ งอิง ภาคผนวก หนา๎ 61) 4.5 มีผลการปฏิบัติงานตามนโยบายของหน่วยงานบังคบั บัญชา สถานศึกษานานโยบาย จุดเน๎นของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน สานกั บรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ มาปฏิบัติหลากหลายโครงการจนบรรลุวัตถุประสงค์ ได๎แกํ โครงการ ทวิศกึ ษา, โครงการจัดการศกึ ษาทกั ษะอาชีพเพื่อการมีงานทา , โครงการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน , โครงการการน๎อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช๎สถานศกึ ษา เปน็ ต๎น
๒๒ โครงการจัดการศกึ ษาทักษะอาชพี เพ่ือการมงี านทา เชํน การขายสินค๎า OTOP ของนักเรียน การเปดิ ร๎านเสรมิ สวย การเปิดรา๎ นตัดผม และการทาธรุ กจิ การโรงแรม พิธจี บการศึกษา นักเรยี นโรงเรยี นราชประชานุคราะห์ 31 ระดบั ชนั้ ประกาศนยี บัตร ( ปวช. ) หลกั สตู รทวิศกึ ษา 4.6 การจดั ระบบนิเทศ ติดตาม ประเมนิ และพฒั นางานอย่างสม่าเสมอ สถานศึกษากาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา แผนพัฒนาการจัด การศึกษา จัดระบบบริหารและสารสนเทศ การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาและพัฒนา คุณภาพการศกึ ษา การประเมนิ คุณภาพภายในมาตรฐานการจัดการศกึ ษา จัดทารายงานประจาปีและ พัฒนาคุณภาพการศึกษาอยํางตํอเน่ือง บริหารงานให๎เป็นไปตามความในกฎกระทรวงวําด๎วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา และกฎกระทรวงอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวข๎องจัดเป็นระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา และกฎกระทรวงอื่นๆ ท่ีเกี่ยวข๎องจัดเป็นระบบ นิเทศ ติดตาม ประเมินและพัฒนากิจกรรม / งาน / โครงการงานทุกระดับทุกสิ้นไตรมาส โดยมี ผ๎ูทรงคุณวุฒิจากสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานรํวมเป็นคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบโดยสถานศึกษาทุกปีการศึกษา พร๎อมรับการกากับติดตามโดยหนํวยงานต๎นสังกัดและ หนํวยงานภายนอก นาขอ๎ เสนอแนะพฒั นาระบบบริหารจัดการศกึ ษาให๎มปี ระสิทธภิ าพ 4.7 บรรยากาศการทางานเปน็ มิตร เออ้ื อาทรกับผรู้ ว่ มงานและผู้รับบริการ สถานศึกษาจัดบรรยากาศการทางานท่ีเอ้ือตํอผ๎ูรํวมงานและผ๎ูรับบริการตามหลัก ธรรมาภบิ าล และการบริหารแบบมุงํ เน๎นผลสัมฤทธิ์ ตามพันธกิจ พัฒนาครูและบุคลากรโดยใช๎คํานิยม รํวม (Share Value) ด๎านคุณธรรมจริยธรรม ความร๎ูความสามารถตามสมรรถนะ และเจตคติท่ี สอดคลอ๎ งกับการศึกษาสาหรับเดก็ ดอ๎ ยโอกาส จัดพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา รวมทั้งบริการสนับสนุน ตํางๆ เพื่อพฒั นาผเู๎ รยี นใหม๎ ศี ักยภาพ พัฒนาระบบการประเมินผลเน๎นสมรรถนะและผลการปฏิบัติงาน ตามมาตรฐานสร๎างวัฒนธรรมการทางานและพัฒนาบุคลากร การบริหารคุณภาพโดยเน๎นการมีสํวน รวํ มระหวาํ งสถานศึกษา ผปู๎ กครอง ชุมชน ทาใหผ๎ ู๎เกย่ี วขอ๎ งตระหนักในบทบาทหน๎าที่และเอ้ืออาทรตํอ กนั
๒๓ 4.8 จานวนผูเ้ รียนท่อี อกกลางคน่ั น้อยๆ ไมเ่ กินร้อยละ 3 นักเรียนโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหมํ มีนักเรียนออกกลางคัน ตลอดทงั้ ปกี ารศึกษา 2559 และ ปกี ารศกึ ษา 2560 คิดเปน็ ร๎อยละ ดงั น้ี ปกี ารศกึ ษา จานวนนกั เรยี น จานวนนักเรียน คิดเปน็ รอ้ ยละ ทงั้ หมด (คน) ออกกลางคัน (คน) 2559 880 2 0.23 2560 851 4 0.47 4.9 จานวนผ้เู รียนทีจ่ บหลกั สตู รการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 95 ในปีการศึกษา 2560 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ เป็น สถานศึกษาที่จัดการศึกษา ที่มีผู๎เรียนที่มีผลการประเมินที่บรรลุตามแผนการจัดการเรียนการศึกษา ร๎อยละ 100 (ทงั้ ๓ ระดับ) 4.10 การได้รับรางวัลดเี ดน่ ของสถานศกึ ษาในดา้ นและระดับตา่ งๆ ผลงานท่เี กิดกบั โรงเรยี น 1. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 มีผลการปฏิบัติงานที่ดีและเป็นเลิศ (Best Practie : BP) ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ด้านการน้อมนาหลักปรัญญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ สถานศึกษา “สถานศึกษาพอเพียงต้นแบบ ปี 2559”ตามประกาศของสานักงานเขตพ้ืนท่ี การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหมํ เขต 6 ศูนย์สถานศกึ ษาพอเพียง มลู นธิ ิยวุ สถิรคุณ 2. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ผํานการประเมินเป็น “ศูนย์ การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด๎านการศึกษา ปีการศึกษา 2560 จาก กระทรวงศึกษาธกิ าร 3. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎รับรางวัล MOE AWARDS ปีการศึกษา 2559 ผลงานระดับดีเด่น ประเภทสถานศึกษา สาขาหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง จากกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 4. โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหมํ ได๎รับโลแํ ละเกียรติบัตรรางวัล เสมา ป.ป.ส. ประเภทผลงานดีเด่น ระดับเงิน โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมขุ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๕๙ จากกระทรวงศึกษาธกิ าร 5. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎รับการรับรองมาตรฐาน โรงเรียนส่งเสรมิ สขุ ภาพระดับทอง จากกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ 6. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎รับรางวัลระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน ประจาปี ๒๕๖๑ ประเภทสถานศึกษา (โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์) ระดับ ทอง จากสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ 7. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎เข๎ารับการประเมินและ คัดเลือกในโครงการคัดเลือกนักเรียนและสถานศึกษาเพ่ือรับรางวัลพระราชทาน ประเภทสถานศึกษา ระดบั มธั ยมศึกษา ขนาดกลาง ประจาปีการศึกษา 2561 เป็นตวั แทนระดับจงั หวดั 8. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎รับรางวัลโรงเรียนต๎นแบบ ศนู ยเ์ รยี นร๎ตู ามแนวพระราชดารปิ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มอบโดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาห๎วยฮํอง ไคร๎อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาริ
๒๔ 9. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 การประกวดโรงเรียนสบื สานพระราชดาริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในระดับจงั หวดั ประจาปี 2558 จากหนํวยงานโครงการแผํนดินทอง มณฑลทหารบกที่ 33 10. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ได๎รับเกียรติบัตรเพื่อแสดงวําได๎สํงเสริม กิจกรรมรณรงค์การใช๎สื่อออนไลน์อยํางปลอดภัยสาหรับเด็กและเยาวชน ประจาปี 2559 จาก หนวํ ยงานปราบปรามอาชญากรรมทางอินเตอร์เนต็ ท่เี กย่ี วข๎องกับการละเมดิ เด็กและเยาวชน ภาค 5 11. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน รางวัลรอง ชนะเลศิ อนั ดบั 3 ระดับประเทศ การแขํงขัน Thailand Robofest Junion 2016 จากสถาบันการ จดั การปญั ญาภวิ ัฒน์ 12. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน รางวัลรอง ชนะเลิศอันดับ 1 การประกวดหนังสือเลํมเล็ก ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต๎น ปี 2559 จาก สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้า จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั 13. สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทาน รางวัลชมเชย อันดับ 2 การประกวดภาพถํายระดบั โรงเรยี น “รกั ษ์น้า ใสํใจสิ่งแวดล๎อม” ปี 2558 จากสถาบันวิจัย ทรพั ยากรทางนา้ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย 14. รางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ การแขํงขัน Kid’s Athletics รุํนอายุ ระหวําง 7 -8 ปี ประจาปี 2559 จากสมาคมกรีฑากฬี าแหงํ ประเทศไทยในพระบรมราชปู ถัมภ์ (เอกสารอา๎ งองิ ภาคผนวก หนา๎ 55) ตัวชีว้ ดั ที่ 5 ด้านส่ือและเทคโนโลยเี พอ่ื การสอน 5.1 ความพอเพียงและทันสมยั ของอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีเพือ่ การเรยี นการสอน โรงเรยี นมีเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีทันสมัย เพื่อใช๎ในกิจกรรมการเรียนการสอนและ เพียงพอตํอการใช๎งาน โดยจัดให๎มีห๎องคอมพิวเตอร์ จานวน 3 ห๎องเรียน ทุกห๎องมีการเชื่อมตํอ เครอื ขาํ ยอินเตอร์เน็ต เพอื่ ให๎นักเรียนได๎ศึกษาค๎นคว๎าได๎อยํางอิสระ พร๎อมยังมีห๎องคอมพิวเตอร์สืบค๎น อินเตอร์เน็ตท่ีใหมํและทันสมัยไว๎ให๎บริการนักเรียน จัดให๎มีห๎องบริการแมํขําย (ห๎อง Server) เพ่ือ รองรับการใชง๎ านอินเตอร์เน็ต ให๎มีประสิทธิภาพ ย่ิงข้ึน ภายในห๎องเรียนทุกห๎องเรียน จัดให๎มีอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนทที่ ันสมัย เชํน โทรทัศน์สี ขนาด 4๖ น้ิว เพ่ือนามาเช่ือมตํอกับคอมพิวเตอร์ เพื่อ กอํ ให๎เกิดประสิทธิภาพในการเรียนการสอนมากยิ่งข้ึน ทุกห๎องมีการจัดระบบเครือขํายอินเตอร์เน็ต ให๎ ห๎องเรยี นทกุ ห๎องสามารถใชง๎ านอินเตอร์เน็ต เพอื่ การสบื ค๎นเน้ือหา หรือ ส่ือการเรียนสาหรับครูประจา วิชา มีเคร่ืองเสียงเพ่ือให๎ครูได๎ใช๎เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอนให๎นําสนใจแลสนุกสนาน อาคาร สถานท่ีอยํูในสภาพใช๎การได๎ดี จัดสภาพแวดล๎อมและภูมิทัศน์ที่รํมรื่น สวยงาม เอ้ือตํอการเรียนรู๎ พร๎อมท้ังเป็นแหลํงเรียนร๎ูให๎ผู๎เรียน โดยคานึงถึงความปลอดภัย มีข๎อกาหนด และมาตรการในการ ประหยดั พลงั งาน เพือ่ สํงผลให๎สถานศกึ ษามคี ําใช๎จํายด๎านพลังงานลดน๎อยลง การนาเทคโนโลยมี าใชใ๎ นการจัดการเรียนการสอน
๒๕ 5.2 การสง่ เสรมิ พัฒนาการใชส้ ่อื เทคโนโลยีแกค่ รูผสู้ อน โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหมํจัดให๎มีการอบรม ประชุมสัมมนา และสํงเสริมให๎ครูประจาวิชาทุกระดับช้ัน ใช๎เทคโนโลยีในการเรียนการสอน เชํน การใช๎ระบบบริการ จัดการงานกิจการนักเรียน ในการเช็คชื่อนักเรียนหน๎าเสาธง เป็นต๎น สนับสนุนให๎ครูประจาวิชาใช๎ คอมพิวเตอร์ และเครือขํายอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อในการเรียนการสอน โดยการจัดให๎มี โทรทัศน์สี และ ระบบเครอื ขํายอินเตอรเ์ น็ตเช่ือมตอํ ทกุ หอ๎ งเรียน และยังนาเอาโครงการจัดการเรียนการสอนรายวิชา สะสมหนวํ ยกจิ เตรยี มอาชีวศึกษา (Pre-Ved.) โดยทาบันทึกข๎อตกลงความรํวมมือทางวิชาการระหวําง วิทยาลัยเทคโนโลยีชรินรัตน์ลาพูน กับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ เรียนผําน ระบบออนไลน์ การสํงเสรมิ พัฒนาการใชส๎ ่ือเทคโนโลยแี กํครผู ๎ูสอน 5.3 การพฒั นาและนาส่อื เทคโนโลยีมาใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านดา้ นต่างๆของสถานศึกษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎จัดทักษะกระบวนการเรียนรู๎ ที่เน๎นผู๎เรียนเป็นสาคัญ คณะครูมีความมุํงม่ันในการปฏิบัติงานเพ่ือพัฒนาผู๎เรียนและสถานศึกษา เป็น แบบอยํางท่ีดีในการปฏิบัติงาน มีการวัดและประเมินผลท่ีมํุงเน๎นการพัฒนาผู๎เรียนด๎วยวิธีการท่ี หลากหลาย มีการพัฒนาส่ือนวัตกรรมท่ีทันสมัยให๎นักเรียนได๎เรียนร๎ูและสัมผัสของจริง นาภูมิปัญญา ท๎องถ่ิน และแหลํงเรียนร๎ูมาใช๎ในการจัดการเรียนการสอนให๎แกํผู๎เรียน สร๎างนวัตกรรมใหมํเพ่ือใช๎ใน งานกจิ การนักเรียน เพือ่ ลดการใชก๎ ระดาษในการเช็คยอดจานวนนักเรียน ในการทากิจกรรมประจาวัน และงานธุรการผ๎ูบริหาร ใช๎ได๎พัฒนาระบบสารสนเทศเข๎ามาใช๎ในการบริหารงานสารบัญของ สถานศึกษารํวมถึงใช๎ โปรแกรม Adobe Acrobat และ E mail ในการเกษียนหนังสือราชการ และ อนุมัติเร่ืองตําง ๆ และ ใช๎ Application Line ในการแจ๎งเรื่องดํวน และการส่ือสารประชาสัมพันธ์ใน หนํวยงาน ทาให๎การสื่อสารรวดเร็ว การบริหารคลํองตัว ทางานได๎ทุกท่ี ทุกเวลา ที่สาคัญประหยัด กระดาษ ผลการจาการใช๎เทคโนโลยีเข๎ามาใช๎ในการบริหาร ทาให๎มีผ๎ูบริหารหลายโรงเรียนมาเรียนร๎ู และนาไปใช๎ 5.4 การมีผลงานวิจัยหรือการประดิษฐ์และสรา้ งสรรค์นวัตกรรมใหม่ ผูบ๎ รหิ ารและสถานศกึ ษาได๎มีการพัฒนานวัตกรรมมาใช๎เพื่อแก๎ปัญหาในองค์กรและ เปน็ แบบอยาํ งแกํผูอ๎ ่นื ได๎ ดังนี้ ท่ี นวัตกรรม ผลงานวิจยั 1. ระบบสารสนเทศงานกจิ การนกั เรียน ลดพฤติกรรมเส่ียง ของนักเรยี น 2. ระบบสารสนเทศงานวชิ าการ ตารางสอน รายวิชา ขอ๎ มูลรายวชิ า
ท่ี นวตั กรรม ๒๖ 3. ระบบสารบรรณอเิ ล็กทรอนิกส์ 4. ระบบสารสนเทศธนาคารขยะโรงเรียน ผลงานวิจัย 5. ชัน้ หนงั สอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ รับ – สงํ เอกสารธุรการ ภายในโรงเรยี น 6. ระบบสารสนเทศกิจกรรมในโรงเรยี น 7. ระบบสารสนเทศสหกรณ์โรงเรียน คานวณปริมาณการซื้อขายขยะ ค๎นควา๎ ข๎อมลู หนงั สอื ตํางๆ ประชาสมั พันธ์การจดั กจิ กรรมในโรงเรยี น ตรวจเชค็ รายการสินค๎า รายรับ-รายจําย การบรหิ ารจัดการสถานศึกษา โดยใช๎ Appication Checkin.rpk31school ทโ่ี รงเรยี น ราชประชานเุ คราะห์คนิ ค๎นขึ้นมาเอง (เอกสารอา๎ งองิ ภาคผนวก หนา๎ 95) 5.5 การไดร้ ับรางวัลดเี ดน่ ทางด้านนวตั กรรมและเทคโนโลยี โรงเรียนราชประชานุเคราหะ 31 จงั หวดั เชยี งใหมํ ได๎คิดค๎นนาเทคโนโลยีมาใช๎ คือ โปรแกรม Checkin.rpk31school ในการบรหิ ารจัดการสถานศึกษา เกี่ยวกับงานกิจการนักเรียน งาน วิชาการ งานเอกสารที่ใช๎รํวมกันภายในโรงเรียน ทาให๎การส่ือสารรวดเร็ว การบริหารงานได๎คลํองตัว ทางานได๎ทุกท่ี ทุกเวลา ท่ีสาคัญประหยัดเร่ืองใช๎กระดาษอยํางส้ินเปลือง และยังได๎มีการนาโปรแกรม Checkin.rpk31school ทที่ างโรงเรยี นไดค๎ ิดคน๎ เผยแพรสํ โํู รงเรยี นอ่นื ได๎ใชง๎ าน ดังนี้ 1. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 จังหวัดแมฮํ ํองสอน 2. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 จงั หวัดแมํฮํองสอน 3. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 25 จงั หวดั แพรํ 4. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 จังหวดั ลาพนู 5. โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 30 จังหวดั เชียงใหมํ 6. โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 34 จงั หวัดแมํฮํองสอน 7. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 จังหวดั นําน 8. โรงเรยี นศึกษาสงเคราะหเ์ ชยี งใหมํ 9. โรงเรียนศกึ ษาสงเคราะหแ์ มจํ นั 10. โรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะห์จติ ต์อารีฯ โครงการระบบการดูแลชํวยเหลือนักเรียน โดยใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศ ( ICT ) กลุํม เครือขํายสํงเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ภาคเหนือ วันท่ี 2 – 4 พฤษภาคม พ.ศ.2561
๒๗ โครงการระบบการดูแลชวํ ยเหลอื นกั เรยี น โดยใชเ๎ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ( ICT ) กลมุํ เครือขาํ ยสงํ เสรมิ ประสิทธิภาพการจดั การศึกษาโรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะห์ ภาคเหนอื วันท่ี 2–4 พฤษภาคม พ.ศ.2561 ตัวชวี้ ัดที่ 6 ดา้ นความสัมพันธ์กบั ชมุ ชนและหนว่ ยงานอ่ืน 6.1 การให้บรกิ ารอาคารสถานที่ แหล่งเรยี นรู้แก่ชุมชน เขตพน้ื ท่กี ารศึกษาและ หนว่ ยงานอ่นื โรงเรยี นราชประชานเุ คราหะ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ต้ังอยํูในเขตพ้ืนท่ีบริการ ตาบล ชาํ งเคิง่ อาเภอแมแํ จํม จังหวัดเชียงใหมํ ตั้งอยํูบนพ้ืนท่ีสูง ผู๎เรียนที่มารับบริการการศึกษามาจากพ้ืนท่ี บรกิ ารในเขตอาเภอแมํแจํมและอาเภอใกลๆ๎ เป็นนักเรียนอยูํประจาท้ังหมด และสํวนมากเป็นนักเรียน ชนชาตพิ นั ธ์ นับถอื ศาสนาพทุ ธและคริสต์ ผปู๎ กครองสํวนใหญมํ ีรายไดน๎ ๎อย สภาพชุมชนมีความสัมพันธ์ กับสถานศึกษาเป็นอยํางดี โรงเรียนใช๎หลัก บวร คือ บ๎าน วัด โรงเรียน และยังมีเครือขํายของ หนวํ ยงานราชการหรอื องคก์ รเอกชน มูลนธิ ิ ตาํ ง ๆ เข๎ามาใช๎บริการอาคารสถานท่ี และแหลํงเรียนร๎ูใน โรงเรยี น อยาํ งมากมาย เชํน 1.) ให๎ความรํวมมือด๎าน การจัดกิจกรรมรํวมกันระหวํางสถานศึกษา การอบรม การประชมุ สมั มนา การศึกษาดงู าน หรือการให๎บรกิ ารด๎านอาคารสถานที่ 2.) การให๎ความอนุเคราะห์ด๎านวิชาการ การศึกษาดูงานจากหนํวยงานภายนอก สถานศึกษาในการจดั การเรยี นการสอน การบรหิ ารงานด๎านตํางๆ 3.) การให๎บริการแกํชุมชน ได๎แกํ การนานักเรียนรํวมงานประเพณีตําง ๆ ของชุม ชม อาเภอ การนานักเรียนออกจิตอาสา พัฒนาตามวัด โรงเรียน โรงพยาบาล หนํวยงานราชการ ใน อาเภอแมํแจํม ซงึ่ ไดร๎ บั ความชอ่ื ชมจากชุมชน หวั หนา๎ สํวนราชการเปน็ อยํางดีมาตลอด 6.2 การมีส่วนร่วมของผปู้ กครอง คณะกรรมการสถานศกึ ษาและชุมชน ในการ พัฒนาดา้ นต่างๆของสถานศึกษา ๑) การมสี ํวนรํวมของผปู๎ กครอง ผูป๎ กครองให๎ความรวํ มมือในทกุ ดา๎ นท่โี รงเรยี น ร๎องขอ เชํน การรํวมกจิ กรรมตําง ๆ ของโรงเรยี น กจิ กรรมเปิดดอย กอยบ๎าน, กจิ กรรมประชุม ผ๎ปู กครอง ,กิจกรรมผปู๎ กครองสัมพันธ์ เปน็ ต๎น ๒) การมีสํวนรวํ มของคณะกรรมการสถานศึกษา มีสวํ นรวํ มในการวางแผน ให๎ คาปรึกษา พฒั นาสถานศกึ ษา รํวมถงึ สนับสนนุ ระดมทุน วิทยากร ในการอบรมนักเรียน ๓) ชมุ ชน รวํ มพฒั นาแหลํงเรยี นร๎ูในโรงเรยี น สนับสนุนรถยนตใ์ นการนานักเรยี น เขา๎ รํวมกิจกรรม และเรียนรู๎แหลงํ เรยี นร๎ูภายนอก
๒๘ ผลจากการบริหารของผ๎บู ริหารสถานศกึ ษาทาให๎มีภาคีเครืออยาํ งมาก ทงั้ หนวํ ยงานรฐั เอกชน มลู นธิ ิ และชมุ ชนเข๎ามาชวํ ยในการพัฒนาสถานศึกษาใหม๎ ีคณุ ภาพ จนเปน็ ท่ี ยอมรับและมีชอื่ เสียงมาโดยตลอด กิจกรรม งานเปิดดอยกอยบ๎าน ชมุ ชนและผปู๎ กครอง มีสวํ นรวํ มในการถาํ ยทอดภูมิปัญญาทอ๎ งถิน่ 6.3 การมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมตา่ งๆของชมุ ชน เขตพื้นที่การศกึ ษาและหนว่ ยงานอื่น นักเรยี น ผู๎บริหารสถานศกึ ษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา เข๎ารํวมกิจกรรม ของหนํวยงาน อาเภอ และชุมชนอยํางสม่าเสมอ เชํน งานรัฐพิธีตําง ๆ งานประเพณีในเทศกาลตํางๆ รํวมถึงการมีสํวนรํวมในการแก๎ไขปัญหาของอาเภอแมํแจํม เชํนปัญหาหมอกควัน ไฟป่า สถานศึกษา ไดร๎ บั เลอื กให๎เปน็ สถานท่ีในการจัดกิจกรรมรณรงค์ลดปัญหาหมอกควันไฟป่า อีกทั้งสถานศึกษายังได๎ มีสํวนรํวมในการแก๎ไขปัญหา โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให๎สอดคล๎องกับการแก๎ไขปัญหา จน สํงผลให๎ได๎รับรางวัลสถานศึกษาท่ีมีผลการปฏิบัติงานท่ีเป็นเลิศ ของศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิ ยวุ สถริ คณุ ท้ังระดับภาคเหนือ และ ระดับประเทศ ในปี 2559 ครูและผ๎ูบริหารได๎รับเชิญรํวมเป็น กรรมการในการติดตามประเมินโรงเรียนในเขตพ้ืนที่ เชํน ติดตามประเมินความยังยืนของโรงเรียนใน ฝัน และ รํวมเป็นคณะกรรมประเมิน สถานศึกษาพอเพียงต๎นแบบ อีกท้ัง โรงเรียนราชประชานุ เคราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหมํ ได๎รับเชิญให๎เข๎ารวํ มกิจกรรมทุกๆ กจิ กรรมของอาเภอ เปน็ ตน๎ การมสี วํ นรํวมในกิจกรรมตํางๆของชุมชน
๒๙ 6.4 การสร้างเครือข่ายระหว่างโรงเรียนและชุมชนในการพัฒนาการศกึ ษา 1) โรงเรยี นมเี ครือขํายในการพัฒนาการศกึ ษา โดยโรงเรยี นเปดิ สอนทวิศึกษา และ ทาบันทึกข๎อตกลงกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาจานวน 2 แหํง คือ วิทยาลัยการอาชีพจอมทอง และ วิทยาลัยเทคโนโลยีการเกษตรเชียงใหมํ เปิด หลักสูตรทวิศึกษา (ปวช.) จานวน 6 สาขา ดังน้ี สาขา บัญชี สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขาการโรงแรม สาขาอุตสาหกรรม (ไฟฟ้ากาลัง) สาขา อุตสาหกรรม(ชํางเชื่อม) และ สาขาเกษตรศาสตร์ ได๎รับความรํวมมือจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ โรฒ(มศว.)ในการมาจัดคํายกิจกรรมและการพัฒนาด๎านการศึกษา และยังได๎ทาบันทึกข๎อตกลงความ รํวมมือทางวิชาการกับวิทยาลัยเทคโนโลยีชรินรัตน์ลาพูน เปิดโครงการจัดการเรียนการสอนรายวิชา สะสมหนํวยกจิ เตรยี มอาชีวศกึ ษา (Pre-VEd.) ใหก๎ บั นักเรยี นระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1-6 2) โรงเรียน วัด โรงพยาบาล หนํวยงานราชการท้ังเอกชน และภาครัฐ ยังเป็น เครือขํายสนับสนุกการพัฒนาการศึกษาท่ีตํอกัน เชํน อุทยานแหํงชาติดอยอินทนนท์ สถานีเกษตร หลวงอินทนนท์ สถานีเกษตรหลวงเชียงใหมํ(สาขายํอยแมํจอนหลวง) สถานีเกษตรหลวงเชียงใหมํ (สาขายํอยขุนวาง) สถานีรายงานดอยอินทนนท์ พระมหาธาตุ สนับสนุน เคร่ืองยนต์ ต๎นไม๎ กล๎า ดอกไม๎ และวิทยากรในการอบรมนักเรียน มูลนิธิไทยรักษ์ป่า สนับสนุนงบประมาณในการฝึกอาชีพ ใหก๎ บั นกั เรยี น ฯลฯ เป็นตน๎ ๓) เข๎ารํวมเป็นเครือขํายโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด สพป.ชม.เขต ๖ (กลุํม เครือขํายสามัคคี) ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาทั้งด๎านวิชาการ กีฬา และกิจกรรมอื่นๆ ๔) เข๎ารํวมเป็นเครือขํายโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สพม.๓๔ เชียงใหมํ (กลํุม เครือขาํ ยอินทนนท)์ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาทง้ั ด๎านวิชาการ ๕) เครือขํายองค์กรปกครองสํวนท๎องถ่ินในการสนับสนุน เคร่ืองจักรกล และ บคุ ลากร และความรวํ มมือในการจดั กจิ กรรมตําง ๆ ได๎รบั ความรํวมมือจากโรงพยาบาล หนํวยงานของรฐั และเอกชน ในการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา การฝกึ อบรมหลกั สตู ร อาชีพระยะส้นั จากหนํวยงานตาํ งๆ
๓๐ ศนู ย์การเรียนรตู๎ ามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหมํ การนาเสนองาน ศูนย์การเรียนรต๎ู ามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง องค์ประกอบท่ี 2 ดา้ นการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา ตัวช้วี ดั ที่ 1 การพฒั นาระบบข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา 1.1 มีข้อมูลสารสนเทศท่ีครอบคลุมในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างครอบคลุม ถูกต้องเป็นปัจจุบัน จากการดาเนินกิจกรรมของสถานศึกษาน้ัน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัด เชียงใหมํ ไดจ๎ ดั ให๎มีการบรหิ ารจัดการโดยมีข๎อมลู สารสนเทศที่ครอบคลุม ถูกต๎องและเป็นปัจจุบัน โดย มีท้ังระบบ Application checkin.rpk31 ระบบอินเตอร์เนตของโรงเรียนฯ เพื่อความสะดวกและ รวดเร็วในการทางานในการบริหารงานภายในสถานศึกษา และการจัดการสถานศึกษาสํูการเป็นศูนย์ การเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ด๎านการศึกษา เชํน ระบบสารสนเทศของศูนย์การ เรียนร๎ูตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ด๎านการศึกษา สารสนเทศของโรงเรียน ฝ่ายงานตํางๆ อาทิ ฝ่ายงานวิชาการ, ฝ่ายงานกิจการนักเรียน เป็นต๎น ตลอดท้ังสามารถนาข๎อมูลมาจัดการได๎อยําง ถูกต๎อง และเป็นปัจจุบนั ระบบจดั เก็บข๎อมลู สารสนเทศ Application checkin.rpk31 ของโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหมํ
๓๑ 1.2 มีการจดั เก็บข้อมูลสารสนเทศอย่างเปน็ ระบบ ถูกต้อง ทันสมยั มีการพัฒนาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง จากการดาเนนิ งานของสถานศึกษา โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ได๎จัดเก็บข๎อมูลในการ จัดทาโครงการตํางๆ และนามาจัดทาข๎อมูลสารสนเทศที่เป็นระบบ โดยใช๎เทคโนโลยีมาใช๎ในการเก็บ รวบรวมข๎อมูล สามารถดาเนินการเรียกดูข๎อมูล ได๎อยํางรวดเร็ว เพ่ือนาข๎อมูลสารสนเทศมาใช๎ในการ บรหิ ารจัดการเพอื่ นาไปสํูการเป็นศูนย์การเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ด๎านการศึกษา และการพัฒนาแผนงานของโรงเรยี นฯ ระบบจดั เก็บขอ๎ มูลสารสนเทศ ของโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวดั เชียงใหมํ 1.3 มีการนาข้อมูลสารสนเทศไปใชใ้ นการบรหิ ารจดั การอยา่ งค้มุ ค่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎นาข๎อมูลที่ได๎มาจัดทาเป็นระบบ สารสนเทศเพื่อการบริหารงานภานในโรงเรียนฯ โดยคณะครูและบุคลากรของโรงเรียนได๎นาข๎อมูล เหลําน้ัน มาบริหารจัดการอยํางคุ๎มคําตามแผนการใช๎งบประมาณประจาปี และมีการใช๎งบประมาณ อยํางคม๎ุ คาํ โรงเรยี นฯไดน๎ าระบบสารสนเทศไปใชใ๎ นการบริหารจัดการอยาํ งค๎ุมคาํ 1.4 มกี ารเผยแพร่ข้อมลู สารสนเทศท่เี ก่ยี วกับกิจกรรมของสถานศึกษาอยา่ งสมา่ เสมอ รวดเร็ว จากการดาเนินงานศูนย์การเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ด๎านการศึกษา ของสถานศึกษาอยํางตํอเนื่อง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ จึงได๎จัดให๎ มีการ ประชาสัมพันธ์กิจกรรมตํางๆท้ังภายในและภายนอกโรงเรียนฯ การจัดนิทรรศการในเรื่องศูนย์การ เรียนร๎ูตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง และเรื่องการงานอาชีพของนักเรียนอยํางตํอเน่ือง สม่าเสมอ ทุกโอกาส อีกท้ังผํานชํองทาง www.rpk31school.ac.th ซ่ึงเป็น เว็บไซต์ของทางโรงเรียน ฯ วารสารโรงเรียนแผํนพับประชาสัมพันธ์ และมีกลํุมเครือขําย Application Line ประสานงาน ติดตํอกันภายในโรงเรียนฯเพื่อความสะดวกและรวดเร็วย่ิงข้ึน และ Facebook ในการสื่อสารและ ประชาสมั พันธท์ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน เปน็ ต๎น
๓๒ ประชาสัมพนั ธ์กิจกรรมของสถานศึกษาอยาํ งสม่าเสมอ รวดเรว็ และเป็นปจั จุบัน ผาํ นทาง Facebook Application Line YouTube เว็บไซน์โรงเรยี นฯ และวารสารอิเล็คทรอนิค ตัวช้ีวดั ท่ี 2 การพฒั นาแหลง่ เรยี นรู้ 2.1 มีการพัฒนาห้องสมุดท่ีมีมาตรฐาน มีปริมาณหนังสือที่สอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้อย่าง เพียงพอ ทนั สมยั โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎จัดให๎มีห๎องสมุดไว๎เพื่อให๎บริการแกํ นักเรียน ครู และบุคลากรภายในสถานศึกษา มีบรรยากาศท่ีเอ้ือตํอการเรียนร๎ู โดยจัดให๎มีหนังสือ หนังสืออ๎างอิง หนังสือพิมพ์ วารสาร/นิตยสารจุลสาร กฤตภาค และมีมุมศูนย์การเรียนรู๎ตามหลัก ปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง และมุมสํงเสริมการเรียนรู๎ตํางๆ เชํน มุมแนะนาหนังสือใหมํ มุมแนะนา หนังสือดีท่ีควรอําน มุมหนังสือรางวัลซีไรท์ มุมสืบค๎นทางอินเตอร์เน็ตและพิมพ์งาน มุมสํงเสริมการ อําน มุมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มุมสํงเสริมการอําน มุม ห๎องสมุด เซ็นทรัลสร๎างสรรค์ปัญญาชน มุมมินิเธียเตอร์ ทรูปลูกปัญญา และห๎องเรียนธรรมชาติทาง ทะเลประจาโรงเรียน เพื่อให๎บริการแกํผใ๎ู ช๎ ภายในห๎องสมดุ มีการจัดบริเวณน่ังอํานมีโต๏ะพร๎อมเก๎าอี้ มี วสั ดุ ครุภัณฑเ์ พอ่ื อานวยความสะดวกใหผ๎ ๎ใู ชบ๎ ริการมีบรรณารกั ษท์ ี่ใหบ๎ ริการ มีความรู๎ความสามารถใน การดาเนินงานห๎องสมุด และจัดกิจกรรมเพื่อสํงเสริมนิสัยรักการอําน สมกับเป็นห๎องสมุด 3 ดี คือ หนงั สอื ดี บรรยากาศดี และบรรณารกั ษ์ดี ห๎องสมดุ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ
๓๓ 2.2 มกี ารพัฒนาหอ้ งปฏบิ ัติการต่างๆ เพอ่ื การเรยี นรอู้ ย่างครบถ้วนและมีการใช้อย่างคุ้มค่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ พัฒนาห๎องปฏิบัติการตํางๆ เพื่อเป็น แหลํงสงํ เสรมิ ให๎นักเรียนไดศ๎ ึกษาหาความร๎ู เชํน ศูนย์การเรียนร๎ูตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ซ่ึงเป็นฐานการเรียนรู๎ท้ัง 7 ฐานภายในโรงเรียนฯ ห๎องสวนพฤกษศาสตร์ โรงฝึกปฏิบัติการงานอาชีพ แผนกงานชาํ ง แผนกบญั ชี แผนกคอมพวิ เตอร์ และแผนกคหกรรม รวมท้ังด๎านวิชาการห๎องปฏิบัติการ ครบทั้ง 8 กลํุมสาระการเรียนรู๎ เชํน ห๎องปฏิบัติการภาษาอังกฤษ ห๎องปฏิบัติการภาษาจีน หอ๎ งปฏบิ ัติการคณติ ศาสตร์ หอ๎ งปฏบิ ัติการวิทยาศาสตร์ ห๎องปฏิบัติการทางฟิสิกส์ ห๎องปฏิบัติการทาง ชวี วทิ ยา หอ๎ งปฏิบัติการเคมี ห๎องปฏบิ ัติการคอมพิวเตอร์ ห๎องปฏิบตั กิ ารทางสงั คม เป็นตน๎ หอ๎ งปฏิบัตกิ ารคอมพวิ เตอร์ หอ๎ งปฏิบตั ิการคณิตศาสตร์ ห๎องปฏบิ ัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์ หอ๎ งปฏิบตั กิ ารแผนกงานชาํ ง ห๎องปฏิบัตกิ ารแผนกคหกรรม โรงฝกึ งาน ห๎องปฏบิ ัติการคหกรรม หอ๎ ง TO BE NUMBER ONE หอ๎ งจดั การศกึ ษาเรยี นรวม หอ๎ งเรียน หอนอน
๓๔ ห๎องโรงภาพยนต์โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหมํ หอ๎ งสวนพฤกษศาสตร์ และห๎องเกยี รติยศ 2.3 มีการพฒั นาแหลง่ เรียนรภู้ ายในสถานศกึ ษาทเี่ อ้ือตอ่ การเรยี นร้ขู องผู้เรยี นอย่างตอ่ เนื่อง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎สํงเสริมให๎สร๎างแหลํงเรียนร๎ูภายใน โรงเรียนฯ เพื่อกระต๎ุนให๎นักเรียนค๎นคว๎าหาความรู๎เพิ่มเติม นอกจากการเรียนการสอนในห๎องเรียน เชํน ศูนย์การเรียนรู๎ตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ซ่ึงเป็นฐานการเรียนร๎ูท้ัง 7 ฐานภายใน โรงเรียนฯ โรงเรียนธนาคารอาคาร ธนาคารขยะโรงเรียน สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน แปลงสาธิตการ ทานาเกษตรทฤษฎีใหมํ โรงสีข๎าวอนามัยโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ โรงเรือน เลีย้ งไกพํ ืน้ เมอื ง ศูนยก์ ารเรยี นร๎ูการโรงแรม ศูนย์จาหนํายผลิตภัณฑ์สินค๎าและสํงเสริมอาชีพเพื่อการมี งานทา แหลงํ การเรียนรเ๎ู ร่อื งดนิ และการบารงุ ดนิ เป็นตน๎ ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง ซ่ึงเป็นฐานการเรียนรู้ทั้ง 7 ฐาน ภายในโรงเรียนฯ ดังน้ี 1. ฐานการเรียนรู๎ กอื เลอะบอื เคสําอะเบะ (การเพาะเหด็ จากเปลอื กข๎าวโพด)
๓๕ 2. ฐานการเรียนร๎ู ใต๎รํมพระบารมีสดุดีมหาราชา (นักเรียนแกนนาให๎ความรู๎หลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง) 3. ฐานการเรียนร๎ู วิถีชนเผํา (เป็นการเรียนร๎ูรํวมกันของนักเรียนท้ัง 4 ชนเผํา คือ ชนเผํา กระเหรยี่ ง ชนเผําลัวะ ชนเผาํ ม๎ง และชนพน้ื เมือง) 4. ฐานการเรยี นรู๎ เขียวตลอดปลอดสาร (ปลกู ผกั อนิ ทรียท์ านเองของนักเรยี น) 5. ฐานการเรียนร๎ู หมูคอนโด 6. ฐานการเรียนรู๎ ข๎าวดอยแปลงโฉม (กิจกรรมปลูกข๎าวของนักเรียน โดยมีโรงสีข๎าวภายใน โรงเรียนฯ)
๓๖ 7. ฐานการเรยี นร๎ู พวงหรดี พอเพยี งเคียงสวรรค์ (การทาพวงหรดี จากเปลอื กขา๎ วโพด) นอกจากนี้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ยังพัฒนาแหลํงเรียนรู๎ใน โรงเรียนฯเพ่ือให๎นักเรียนได๎ศึกษาค๎นคว๎า พร๎อมยังได๎ลงมือปฏิบัติทากิจกรรมจริงด๎วยตนเอง สามารถ นาเอาไปพัฒนาทกั ษะทางอาชีพของตนเองไดเ๎ มื่อจบการศึกษา ห๎องผลติ ภณั ฑ์สินคา๎ O-Shop ของนกั เรยี น และหอ๎ งฝึกอาชพี นวดแผนไทย ศูนย์การเรียนรู๎โรงแรมของโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวดั เชยี งใหมํ แปลงสาธติ การทานาเกษตรทฤษฎีใหมํ โรงสีข๎าวอนามัยโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหมํ
๓๗ 2.4 มีการจัดสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาท่ีส่งเสริมสุขภาพกาย อารมณ์และจิตใจอย่าง เหมาะสม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎จัดสภาพแวดล๎อมภายใน สถานศึกษาให๎มีความรํมรื่น มีลานกีฬา สนามกีฬา ห๎องซ๎อมดนตรี ห๎องนาฏศิลป์ รวมไปถึงอาคาร สถานที่ และบริเวณท่ีนั่งเลํนพักผํอนหยํอนใจ เป็นต๎น อีกท้ังยังมีการจัดกิจกรรมตํางๆ ให๎นักเรียนได๎ เข๎ารํวมทากิจกรรมอยํางหลากหลาย เพื่อสงํ เสรมิ สุขภาพกาย อารมณ์ และจิตใจ สภาพสิ่งแวดลอ๎ มภายในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหมํ กิจกรรมท่ีมงํุ เน๎นการสร๎างทกั ษะอาชพี ให๎แกผ๎ เ๎ู รยี น
๓๘ ตวั ช้ีวัดที่ 3 การพัฒนาระบบข้อมลู สารสนเทศของสถานศกึ ษา ได้แก่ 3.1 มีการพัฒนาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาท่ีสอดคล้องกับนโยบายตามความต้องการและ ปญั หาของสถานศกึ ษาและท้องถน่ิ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ ได๎ดาเนินการปรับปรุงแผนพัฒนา คุณภาพการศกึ ษา สอดคล๎องกับนโยบายทุกระดับ และครอบคลุมภารกิจหลักของสถานศึกษา มีการ ประเมินความต๎องการจาเป็นของผ๎ูเกี่ยวข๎องหรือ มีกระบวนการจัดทาถูกต๎องผู๎เก่ียวข๎องมีสํวนรํวมใน การจัดทาแผนทุกข้ันตอนแผนปฏิบัติการประจาปีท่ีสอดคล๎องกับแผนกลยุทธ์ และผํานการตรวจสอบ และเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศกึ ษาโดยไดด๎ าเนนิ การจดั ทาแผนพัฒนาการศึกษา ในการบริหารโรงเรียน ได๎ให๎ความสาคัญในการใช๎แผนเป็นเครื่องมือใน การปฏิบัติงาน เป็นความพยายามท่ีจะใช๎ทรัพยากรท่ีมีอยํูอยํางประหยัดและได๎ผลค๎ุมคําที่สุด “การวางแผน” ทาให๎ โรงเรยี นมแี ผนงานท่ีใช๎เปน็ แนวทาง ในการลงสํูการปฏิบัติ ซึ่งมีการกาหนดข้ันตอนในการวางแผนงาน ทง้ั แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ๔ ปีและ แผนปฏบิ ตั งิ านประจาปี มีรายละเอียดในการจัดทา ดังน้ี ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมการ เป็นการเตรียมการเก่ียวกับข๎อมูลท่ีจาเป็นต๎องใช๎ในการ วางแผน ในข้ันตอนนี้มีงานท่ีต๎องปฏิบัติอยูํ ๔ เร่ือง คือ การศึกษานโยบายของกระทรวงศึกษา สานักงาน การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โรงเรียนและชุมชน มาประมวลกับสภาพปัจจุบัน ปญั หา และขอ๎ มูลที่เก่ียวข๎องการกาหนดแนวทางในการแก๎ปัญหา ขั้นตอนท่ี 2 การวางแผน มีการดาเนินการในเร่ืองตํอไปนี้ การกาหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย กลยุทธ์ และรายละเอียดของงาน/โครงการ การจัดทารํางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ๔ ปี แผนปฏิบัตงิ านประจาปี เสนอรํางแผนเพ่ือพจิ ารณา ตอํ คณะกรรมการจัดทาแผน ข้ันตอนที่ 3 เสนอขออนุมัติจากผู๎บริหาร กรรมการบริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา ข้ึนพื้นฐาน ใน การวางแผน งานของโรงเรียน เป็นการวางแผนท่ีทุกฝ่ายมีสํวนรํวมในการวิเคราะห์ ปัญหาและความต๎องการ ในการท่ีจะปรับปรุงและพัฒนางานของโรงเรียน ด๎วยเทคนิควิธีการระดม สมอง หาแนวทางแก๎ไข หรือทางเลือกท่ีเกิดขึ้น จึงเป็นทางเลือกท่ีได๎จากความคิดของกลํุมบุคคลที่ เปน็ ผ๎ูปฏบิ ัติงานจรงิ ใน ข้ันตอนท่ี 4 การปฏิบัติตามแผน เม่ือได๎รับการอนุมัติแผนงานโครงการ แล๎ว จึงนา โครงการของแตํละงานไปจัดทาแผนปฏิบัติงานประจาปขี ึ้น ให๎สอดรับกับแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ๔ ปี สอดรับกับงบประมาณท่ีได๎รับจัดสรรในแตํละปี จัดทาปฏิทินการปฏิบัติงานใช๎ในการควบคุม นเิ ทศติดตาม เพ่อื มอบให๎บุคลากรของโรงเรียนและผู๎ที่เกี่ยวข๎อง ได๎แกํ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พนื้ ฐาน ซ่งึ เป็น ผ๎รู ํวมปฏิบตั ิ ได๎รบั ทราบโครงการพรอ๎ มกับประชุมช้ีแจงรายละเอียดให๎ทราบอีกคร้ัง และนาสูํ การปฏบิ ัติอยาํ งตอํ เน่อื ง ขั้นตอนที่ 5 การประเมินผล โรงเรียนได๎ดาเนินการประเมินผลทั้งกํอนดาเนินการ ขณะดาเนินการ และภายหลังการดาเนินการ ตามแผนงาน/โครงการ หลังจากเข๎าสํูข้ันตอนการ ปฏิบัติ ซ่ึงผู๎บริหารโรงเรียนจะเป็น ผ๎ูออกคาสั่งมอบหมายงานตามตาแหนํงหน๎าท่ี ความถนัด และ ความสามารถของแตํละบุคคลหรือคณะบุคคลอยํางชัดเจนพร๎อมมีแผนการติดตาม กากับ ดูแล ประเมนิ ผล และใหม๎ ีการรายงานผลการดาเนินโครงการ เมอ่ื ส้นิ สุดกจิ กรรมในแตลํ ะโครงการ การจดั ทาแผนปฏิบัติการของโรงเรียน ในฐานะผู๎อานวยการโรงเรียน ได๎ดาเนินการ จัดทาแผน แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ๔ ปี และแผนปฏิบัติงานประจาปีการศึกษาของโรงเรียนทุก ปี มีข้ันตอนดงั น้ี
๓๙ 1) แตํงต้ังคณะกรรมการจัดทาแผนปฏิบัติการของโรงเรียนประกอบด๎วย ผูอ๎ านวยการโรงเรียน รองผู๎อานวยการโรงเรียน หัวหน๎ากลุํมงาน หัวหน๎ากลํุมสาระการเรียนรู๎ และครูที่ รบั ผดิ ชอบตํางๆ และตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐานของโรงเรียน 2) ประชุมคณะกรรมการมอบหมายให๎ รองผู๎อานวยการ และหัวหน๎ากลํุมงาน รับผิดชอบโครงการ/กิจกรรม ในสํวนที่ตนเกีย่ วขอ๎ ง เป็นผ๎ูเสนอแนวทางการพัฒนางานแตํละงาน ทั้ง ๘ กลมํุ งานโดยแตงํ ต้งั ครู ซ่ึงพิจารณาจากความรู๎ ความสามารถ ทเ่ี หมาะสมเป็นหัวหน๎างาน เพ่ือแบํง เบาภาระงานให๎สะดวก รวดเร็วยง่ิ ขนึ้ และให๎รองผอู๎ านวยการโรงเรียน กากับ ควบคมุ ดแู ล 3) กาหนดเวลาสํงรํางแผนงาน/โครงการและกิจกรรม จัดทาปฏิทินปฏิบัติงาน จัดทาเปน็ รปู เลํม เสนอขออนุมตั จิ ากคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน มอบแผนปฏิบัติการให๎ครู ทกุ คนใชเ๎ ป็นคูมํ อื ในการปฏบิ ัติงานตลอดปีการศึกษา แผนปฏบิ ัตกิ ารประจาปี งบประมาณ 2559 -2562 3.2 มกี ารดาเนินงานตามแผนอยา่ งเปน็ ระบบอยา่ งต่อเนอ่ื ง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหมํ มีการประชุมชี้แจงทาความเข๎าใจกับ ผเ๎ู ก่ยี วขอ๎ ง มคี าสง่ั มอบหมายงานให๎ผู๎รับผิดชอบ มีการดาเนินงานตามโครงการหรือกิจกรรมที่กาหนดไว๎ ครบถ๎วน และมีการนิเทศ ติดตาม มีบันทึก หรือรายงานผลการนิเทศ ติดตามมีการนาผลการนิเทศ ติดตามไปใช๎ในการปรับปรุงแผน แผนงาน โครงการ และมีรายงานผลการจัดทาโครงการหรือกิจกรรม ครบถ๎วน การปฏิบัติงานตามแผน การดาเนินงานตามแผนเป็นข้ันตอนที่สาคัญ ซ่ึงประกอบด๎วย การควบคุมกากับ ติดตาม และนิเทศ เพื่อให๎การปฏิบัติงานเป็นไปตามแผนงาน/โครงการท่ีกาหนด โดยใช๎แผนหรือโครงการ เป็นเคร่ืองมือในการบริหารงานอยํางตํอเนื่องและเป็นระบบ ให๎เกิด ประสิทธิภาพตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ของโรงเรียน การแบ่งงานและมอบหมายงาน โดยกาหนดบทบาทและหน๎าที่ให๎ชัดเจน ในการ มอบหมายงานให๎ปฏิบัติตามแผนงาน/โครงการน้ี ได๎มีการแบํงงานและมอบหมายงาน เพื่อให๎งานนั้น ดาเนนิ การ ไปอยาํ งได๎ผลและบรรลตุ ามเป้าหมายที่กาหนดไวอ๎ ยํางมปี ระสิทธภิ าพ ดงั น้ี 1) กาหนดหน๎าทแี่ ละความรับผิดชอบใหแ๎ ตลํ ะคนปฏิบตั อิ ยาํ งชัดเจน 2) การมอบหมายงานน้ันได๎คานึงถึงความรู๎ ความสามารถ และความพอใจของ แตลํ ะคน 3) มอบหมายงานให๎แตลํ ะคนทาอยํางเสมอภาค ดว๎ ยความยตุ ิธรรม
๔๐ 3.3 มีการตดิ ตามตรวจสอบและประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานตามแผน โดยใช้เคร่ืองมือ การตรวจสอบทมี่ คี ุณภาพ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหมํ ได๎มีการควบคุม กากับ ติดตาม และการ นเิ ทศการปฏบิ ตั งิ านท่ีมอบหมายไปแล๎ว การกากบั ติดตาม และการนิเทศงาน เป็นข้ันตอนสาคัญใน กระบวนการบริหารจัดการโรงเรยี น เพื่อจะได๎ทราบถึงการดาเนนิ งาน และการแก๎ไขในกรณีที่มีปัญหา ซง่ึ จะสงํ ผลให๎งานดาเนนิ ไปสจูํ ดุ มุํงหมายอยํางมีประสทิ ธิภาพได๎ดาเนินการดังนี้ 1) กาหนดให๎มีปฏิทินการปฏิบัติงานประจาปี ทาเป็นรูปเลํม โดยแบํงเป็นเดือน ๆ แตํละเดือนจะกาหนดกิจกรรมของแตํละโครงการ จะต๎องสอดคล๎องกับแผนงาน/โครงการไว๎ชัดเจน การปฏิบัติงานของโครงการจะต๎องสอดคลอ๎ งกบั แผนงานของโรงเรียนทีก่ าหนดไว๎ 2) กาหนดให๎มีแผนควบคุม กากับ และติดตามการปฏิบัติงานเป็นระยะ ๆ โดยระบุ ผรู๎ บั ผิดชอบและระยะเวลากากับตดิ ตามใหช๎ ดั เจน 3) ให๎ผ๎ูรับผิดชอบโครงการ รายงานผลเปน็ ระยะ ๆ ตามทกี่ าหนดไว๎ 4) มอบหมายใหผ๎ ร๎ู ับผดิ ชอบในการควบคุม กากับ เพ่อื ติดตามผล 5) กรณีท่พี บปญั หาหรืออปุ สรรค ต๎องรบี ดาเนินการแกไ๎ ขทันที 6) กระบวนการควบคุม กากบั ตดิ ตาม และนิเทศงาน ให๎ดาเนินงานควบคกูํ ันไป 7) กาหนดแบบรายงานการควบคุม กากบั ติดตาม และแบบรายงานผล จดั ใหม๎ ีการประเมนิ โครงการและผลงานอยํางสม่าเสมอได๎มอบหมายให๎รองผู๎อานวยการ โรงเรียน และหัวหน๎ากลุํมงานนโยบายและแผนเป็นผ๎ูติดตามและประเมินโครงการท่ีกาหนดตาม ข้นั ตอนทว่ี างไวร๎ วํ มกบั คณะกรรมการ ดงั นี้ 1) ประเมินกอํ นเริ่มโครงการ เพอ่ื หาความเป็นไปได๎ 2) ประเมนิ ขณะปฏิบตั งิ าน เพื่อควบคุม กากบั นเิ ทศ 3) ประเมินหลังจากสนิ้ สุดโครงการ เพือ่ ทราบผลสาเรจ็ ของโครงการ 4) การประเมิน ใช๎วิธีการได๎หลายวิธีคือ การสังเกต การสารวจ แบบสอบถาม การรายงาน การสมั ภาษณ์ 5) ผู๎ประเมิน ประกอบด๎วย ผู๎อานวยการโรงเรียน รองผ๎ูอานวยการโรงเรียน หัวหน๎า กลํมุ งาน หวั หนา๎ กลมํุ สาระการเรยี นรู๎ หรอื หัวหน๎าโครงการ ผู๎รับผดิ ชอบโครงการในแผนงานนัน้ ๆ 6) การประเมินผลเพื่อนาผลไปปฏิบัติ ให๎ผ๎ูรับผิดชอบประเมินผลตามท่ีได๎รับ มอบหมาย มีเครื่องมือที่ใช๎ในการประเมินผลท่ีมีประสิทธิภาพ ดาเนินการประเมินผลตามแผนที่ กาหนดไว๎ นาผลจากการประเมินไปใช๎ประโยชน์ในการปรบั ปรงุ แก๎ไขการดาเนินการในคราวตํอไป 3.4 มกี ารนาผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงการปฏิบตั งิ านตามแผนอย่างต่อเน่ือง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหมํ ได๎นาผลการประเมินครั้งที่แล๎วไปเป็น ข๎อมลู ในการปรบั ปรุงแกไ๎ ขวธิ กี ารทางาน ให๎มปี ระสิทธิภาพ ดังตํอไปน้ี 1) นาปัญหาหรือจุดอํอนของโครงการไปปรับปรุงแก๎ไขกาหนดหาทางเลือก ให๎มี ประสทิ ธิภาพยง่ิ ขึน้ 2) พฒั นาจุดเดนํ ของโครงการให๎มปี ระสทิ ธิภาพยง่ิ ข้นึ 3) นาขอ๎ มูลไปวิเคราะห์ปญั หาและกาหนดทางเลือกในการแก๎ปัญหา 4) นาทางเลือกในการแกป๎ ญั หาไปวางแผนการบรหิ ารในปีการศกึ ษาตํอไป
๔๑ การสรุปผลการประเมินเปน็ รายงาน เม่อื การดาเนินงานส้ินสดุ ตามโครงการ มอบหมายให๎ ผ๎ูรับผิดชอบโครงการประเมินผล และสรุปผลของโครงการวําเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมายตามท่ี กาหนดไว๎หรือไมํ เพียงใด โดยให๎สรุปและรายงานผลออกมาเป็นแบบบันทึกการรายงาน โดยให๎ ผู๎รบั ผิดชอบโครงการ เปน็ ผูส๎ รุปผลการปฏบิ ัตงิ าน ตามโครงการและรายงานแตลํ ะโครงการ ตํอหัวหน๎า สายงานนั้น ๆ หัวหน๎าสายงานแตํละฝ่าย ตรวจสรุปรายงานการปฏิบัติงานทั้งหมด ให๎แกํรอง ผอ๎ู านวยการโรงเรียน เพือ่ นาเสนอตํอผู๎อานวยการโรงเรียน รวํ มวเิ คราะหผ์ ลจากการสรปุ มาเป็นข๎อมูล ในการวางแผนการดาเนินงานการบรหิ ารโรงเรียนตอํ ไป ผลการดาเนินงาน จากกระบวนการวางแผนจัดทาแผนงาน/โครงการ สูํการปฏิบัติอยํางมี ระบบขั้นตอน ทาให๎โรงเรียนมีแผนงานโครงการของศูนย์การเรียนร๎ูตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด๎าน การศึกษา และแผนงานตํางๆ ที่ใช๎เป็นคํูมือการพัฒนางานอยํางชัดเจน ทันเวลา ทันเหตุการณ์ มี กระบวนการทางานทุกขั้นตอน ที่ทุกฝ่ายได๎รับรู๎มีสํวนรํวม และ มีขอบขํายงานที่นาไปสูํการปฏิบัติได๎ อยํางชัดเจน ทาให๎เกิดผลงานท่ีมีการวัดประเมินผลความสาเร็จได๎ สอดรับกับระเบียบข๎อบังคับ นโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษา ของหนํวยงานต๎นสังกัด ทาให๎การบริหารงานมีปะสิทธิภาพ เป็นท่ีพึงพอใจของผ๎ูมีสํวนได๎เสีย โดยได๎จัดทาการศึกษาความพึงพอใจและความต๎องการตํอการพัฒนา การศึกษาของโรงเรียน ด๎วยการ เก็บข๎อมูลจาก ครู นักเรียน กรรมการสถานศึกษา ผ๎ูปกครอง พบวํา โดยภาพรวม มีความพึงพอใจตํอการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนอยูํในระดับมาก และต๎องการให๎ โรงเรียนพฒั นาคุณภาพนกั เรยี นในด๎านผลการเรยี น และคุณธรรมใหส๎ งู ข้ึน ให๎มวี ินยั มคี วามรับผดิ ชอบ และ ประหยัด มากข้ึน ดังน้ันโรงเรียนจึงจัดให๎มีโครงการพัฒนาครู นักเรียน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เพ่อื เสริมสรา๎ งให๎มีวินัย ประหยัด อนุรักษ์พลังงาน และส่ิงแวดล๎อมข้ึน เป็นโครงการพิเศษของ โรงเรยี น แผนงานโครงการของโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๓๑ จงั หวัดเชยี งใหมํ ตวั ช้ีวดั ที่ 4 การใหบ้ ริการด้านอาคารสถานที่ 4.1 อาคารสถานท่ีในสถานศึกษาทุกแหง่ อยู่ในสภาพทสี่ ะอาดปลอดภัย และถกู สขุ ลักษณะ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ มีความพร๎อมด๎านอาคารและสถานที่ อาคารประกอบตํางๆ มีการจัดสภาพแวดล๎อม และการบริการด๎านอาคารสถานท่ี ที่แข็งแรง มั่นคง สะอาด และปลอดภัย เพ่ือสํงเสริมให๎ผ๎ูเรียนพัฒนาได๎อยํางเต็มศักยภาพ ในการพัฒนาอาคารสถานที่ และสภาพแวดล๎อม เพ่ือพัฒนาเป็นแหลํงการเรียนรู๎ในสถานศึกษา จัดทามาตรฐานภาระงานด๎าน อาคารสถานที่และสภาพแวดล๎อม เน๎นการบารุงรักษาและใช๎งานอยํางมีระสิทธิภาพและปลอดภัย มี การช้ีแจงให๎บุคลากรทราบ มีการมอบหมายงานโดยคานึงถึงความรู๎ความสามารถและความต๎องการ ของสถานศกึ ษา สํงเสรมิ ใหผ๎ ๎ูเรียน ผูป๎ กครอง และชมุ ชน มสี ํวนรํวมในการพัฒนาและใช๎อาคารสถานที่
๔๒ และสภาพแวดล๎อม มีการจัดกิจกรรมการเรียนร๎ูอยํางประหยัดและคุ๎มคํา มีการติดตามประเมินผล รายงานผลการใชอ๎ าคารสถานทีแ่ ละสภาพแวดล๎อม และนาผลไปปรับปรงุ อาคารเรยี นและสภาพแวดล๎อมทดี่ ี ชวํ ยทาใหน๎ กั เรยี นเกดิ ความรสู๎ กึ ทด่ี ตี ํอการเรียนรู๎กํอให๎เกิด ความจงรักภักดแี ละความภูมิใจตํอสถาบัน ซ่ึงจะมีผลไปถึงความพยายามท่ีจะสร๎างความสามัคคีในหมูํ คณะ และสรา๎ งชอ่ื เสยี งเกยี รตยิ ศใหก๎ บั ตนเองและสถาบนั ได๎อีกดว๎ ย สํงผลให๎โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ มีความพร๎อมในด๎านอาคาร สถานที่ จนได๎รับเกียรติเป็นสถานท่ีตอนรับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร๎อมด๎วย คณะรัฐมนตรี (ครม.สัญจร)มาตรวจเยยี่ มโครงการแมํแเจํมโมเดล วนั ท่ี 14 มกราคม 2562 การใช๎โณงเรียนเป็นสถานที่ในการอบรมให๎ความรู๎นักเรียน เรื่องการเตรียมตัวและวิธีปฏิบัติ ขณะและหลงั เกิดแผํนดินไหวและกิจกรรมซักซํอมรับมือแผํนดินไหว กับโครงการอยํูกับแผํนดินไหว ปี 2 จากคณะอาจารย์ภาควชิ าวิศวกรรมโยธาและส่ิงแวดลอ๎ ม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนค รินทรวโิ รฒ วนั ท่ี 20 กุมภาพนั ธ์ 2562 ณ หอประชุมอินทนนท์ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 4.2 มีการจัดเตรยี มอุปกรณ์ สงิ่ อานวยความสะดวกในการให้บรกิ ารอาคารสถานท่อี ย่างเหมาะสม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จงั หวดั เชียงใหมํ ได๎มีการจัดเตรียมให๎มี ส่ิงอานวยความ สะดวก ในการให๎บริการ สถานที่ เชํน หอประชุมอินทนนท์ ห๎องโสตทัศนูปกรณ์ โรงอาหาร โรงครัว สาหรับประกอบอาหาร ห๎องอาบน้า ห๎องสุขา สนามกีฬา หอนอน ห๎องเรียน ห๎องปฏิบัติการตําง ๆ จดั ให๎มีสิง่ อานวยความสะดวกอยาํ งเหมาะสม และเพียงพอ เปน็ ต๎น หอประชมุ อนิ ทนนท์ และหอ๎ งอาหารสโมสรครู
๔๓ หอ๎ งโสตทัศนปู กรณ์ ห๎องพักรับรอง และห๎องน้า 4.3 มีการจัดระบบซ่อมบารุงอาคารสถานที่ให้อยู่ในสภาพท่ีแข็งแรง สะอาดและปลอดภัย อยู่เสมอ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหมํ มีระบบซํอมบารุงอาคารสถานที่ให๎อยํูใน สภาพที่แข็งแรง สะอาด และปลอดภัยและมีการกากับติดตาม และควบคุมดูแล ให๎การดาเนินงาน ดาเนินไปตามแผนทีว่ างไว๎ ดังนี้ 1) ปลกู ฝังใหบ๎ ุคลากรในโรงเรยี นมคี วามรสู๎ กึ วาํ ตนเองมีสวํ นเปน็ เจ๎าของซ่ึงต๎องมีความ รับผิดชอบตํอการดาเนินงานของโรงเรียน โดยแบํงห๎องพิเศษให๎ครูนานักเรียนดูแลรับผิดชอบ แบํง พ้นื ท่ีเป็นเขตอนรุ ักษ์ให๎ครนู านกั เรียนดูแลรกั ษาความสะอาดปลกู ตน๎ ไม๎สวนหยํอม ตกแตํงให๎สวยงาม 2) ให๎นักเรียนมีสํวนรับผิดชอบตํอการดาเนินงานด๎านอาคารสถานท่ี ในสํวนท่ี สามารถกระทาได๎ ซงึ่ จะชวํ ยปลกู ฝังนิสยั การทางานและเกิดความภาคภมู ใิ จในโรงเรยี นของตนเองด๎วย กาหนดเวรรบั ผิดชอบ แบํงเขตให๎ดแู ลโดยมีครูคอยกากับนาทา 3) ปลกู ฝังให๎ชุมชนตระหนักวํา โรงเรียนเป็นสมบัติของชุมชน และให๎ชุมชนได๎มีสํวน รํวมในการดาเนนิ งานด๎านอาคารสถานที่ เทําท่ีจะเป็นไปได๎ เชิญชวนให๎ชุมชุนและผ๎ูปกครองเข๎ามาใช๎ จัดศาลาผ๎ูปกครองเพอื่ เปน็ ทพี่ บปะระหวํางผ๎ูปกครองกับนักเรียนในชํวงวนั หยดุ ไดใ๎ ห๎ครูท่รี บั ผิดชอบโครงการงานอาคารสถานท่ีสรุปผลการดาเนินงานแตลํ ะปี เพอ่ื ปรับแนวทางในการปรับปรงุ แกไ๎ ขในระหวาํ งการดาเนนิ งาน โดยใช๎เทคนิควิธีการ ดังนี้ 1) การทาตารางกาหนดเวลาการประเมินผลไวอ๎ ยาํ งชดั เจนในแตลํ ะโครงการ 2) ทาตารางกาหนดการใช๎อาคารสถานท่แี ละบนั ทกึ ผล 3) มีการตรวจตราดแู ลอยํางสม่าเสมอ 4) ให๎นักเรียนมีสํวนรํวมในการประเมินผล เชํน การแบํงหน๎าท่ีรับผิดชอบแล๎ว รายงานผล ซึง่ จะเปน็ สํวนหน่ึงของการให๎การศกึ ษาเลําเรียนอีกด๎วย 5) ตรวจสภาพของอาคารสถานท่อี ยาํ งสม่าเสมอ 6) จดั ใหม๎ กี ารซอํ มแซมอาคารสถานที่ทช่ี ารุด 7) จดั ใหม๎ กี ารแบงํ หนา๎ ทรี่ ับผิดชอบอาคารสถานทข่ี องบุคลากร 8) สงํ เสริมให๎นักเรยี น ได๎มีสํวนรํวมในการบารุงรกั ษาอาคารสถานท่ี 9) จัดเวรยามดูแล อาคารสถานท่ี ให๎เป็นไปตามระเบียบวําด๎วยการรักษาความ ปลอดภยั แหงํ ชาติ 10) ตรวจตราการใชอ๎ าคารสถานท่ใี หเ๎ ปน็ ไปตามขอ๎ ตกลงรวํ มกันระหวํางบุคลากร 11) ดาเนนิ การตามระเบียบท่ีเกี่ยวข๎อง เมอื่ มีผขู๎ อใช๎อาคารสถานท่ี 12) สํงเสริมให๎นักเรียนมสี ํวนรับผิดชอบในการดแู ลรกั ษาอาคารสถานท่ี
๔๔ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จงั หวัดเชียงใหมํ มกี ิจกรรมพัฒนาโรงเรยี นทุกวันเสาร์ 4.4 มกี ารจัดระบบสาธารณปู โภคอยูใ่ นสภาพทีใ่ ชก้ ารได้และปลอดภยั สถานศึกษาให๎มีระบบสาธารณูปโภคท่ีเพียงพอ และปลอดภัย โดยการจัดหาระบบไฟฟ้า มี การขยายเขตไฟฟ้าไปตามจุดตาํ งๆ ภายในโรงเรยี นใหท๎ ัว่ ถึง มกี ารเปลี่ยนหลอดไฟใช๎หลอดไฟประหยัด พลงั งาน LED แทนหลอดตะเกียบเดิม ท่วั ท้งั โรงเรียน และมีการใช๎แผงโซลาร์เซลล์ภายในโรงเรียน ทา ให๎คําไฟฟ้าในโรงเรียนลดลง (อ๎างอิงจาก ข๎อมูลคําไฟย๎อนหลัง 3 ปี หน๎า 54) มีระบบประปาภูเขา สาหรับใช๎ในการอุปโภคของบุคลากรและนักเรียน และงานภูมิทัศน์ท่ัวถึงบริเวณของสถานศึกษา มี ระบบน้าดื่มคุณภาพ โดยได๎รับการสนับสนุนจากกรมทรัพยากรน้าและบาดาลกระทรวงทัพยากร ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ๎ ม โครงการสารวจและพัฒนาแหลงํ น้าบาดาลเพ่ือสนับสนุนระบบน้าดื่มสะอาด ให๎กับโรงเรียนทั่วประเทศ ทุกห๎องเรียนมีพัดลมติดตั้งและไฟฟ้าแสงสวํางอยํางเพียงพอ และในห๎อง ประชุมมีการติดต้ังเคร่ืองปรับอากาศเพื่อลดความร๎อนเพ่ือเอื้อตํอการเรียนรู๎ของนักเรียน และใช๎ สาหรับบริการหนํวยงาน ชุมชนในการจดั อบรมสัมมนา เป็นการใหบ๎ รกิ ารอาคารสถานท่ี มกี ารใชร๎ ะบบโซลารเ์ ซลล์ เพื่อการประหยดั พลังงาน ลดคาํ ไฟของโรงเรยี นฯ ตัวชี้วดั ท่ี 5 การบริหารจัดการด้านงบประมาณ 5.1 มีการจดั หางบประมาณได้อย่างเพยี งพอ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ จังหวัดเชียงใหมํ ได๎รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ มูลนิธิราชประชา และจากภาคีเครือขํายท้ังในเรื่องงบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์ในด๎านตํางๆ โดย โรงเรียนฯมีสารสนเทศและแผนปฏิบัติการเก่ียวกับการใช๎งบประมาณ จัดทามาตรฐานภาระงาน งบประมาณ มีการชี้แจงให๎ครูและบุคลากรทางการศึกษาทราบ การมอบหมายงานให๎รับผิดชอบโดย คานึงถึงความร๎ูความสามารถและความต๎องการของสถานศึกษา ใช๎งบประมาณตรงตามกรอบและ
๔๕ วัตถุประสงค์ ถูกต๎องตามระเบียบ มีระบบควบคุม ตรวจสอบภายใน รายงานการใช๎งบประมาณเป็น ปัจจุบัน และมีการประเมินผลและนาผลไปปรับปรุง และในการจัดตั้งคาของบประมาณของแตํละปี โรงเรียนได๎รับการจัดสรรงบประมาณในทุกด๎านอยํางเพียงพอ สามารถวางแผนบริหารงบประมาณได๎ อยํางมีประสิทธิภาพ วันท่ี 15 - 17 สิงหาคม 2559 สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การทาแผนพัฒนาจดั ตัง้ งบประมาณปี 2561 โดยมี นางวิลาวลั ย์ ยอดผํานเมือง ผู๎อานวยการโรงเรียน ราชประชานุเคราะห์ 31 และ นางสาวศุภลักษณ์ ยาวิชัย ครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 เข๎า รํวม ณ โรงแรมเวลคมั จอมเทียน พทั ยา จงั หวัดชลบรุ ี 5.2 มแี ผนตดิ ตาม ควบคมุ การใชง้ บประมาณอยา่ งชัดเจน การดาเนินการบริหารงานงบประมาณการเงินของโรงเรียน ถือวํามีความสาคัญเป็นงานท่ี สนับสนุน งานวิชาการที่ต๎องทาให๎ถูกต๎องตามระเบียบ โปรํงใส ใช๎อยํางเกิดประโยชน์สูงสุด ตํอ นักเรียนโรงเรียน และการวางแผน การจัดหาได๎มา รักษา จึงดาเนินการอยํางเป็นระบบ รัดกุม เหมาะสม มีการควบคุม กากบั ติดตาม อยํางตํอเนือ่ ง ดงั น้ี ๑) กาหนดวัตถุประสงค์ของงานงบประมาณและการเงิน คือ เพื่อให๎การปฏิบัติงาน งบประมาณการเงินและพัสดุ ดาเนินไปด๎วยความเรียบร๎อยและมีประสิทธิภาพ ถูกต๎องตามระเบียบ ของทางราชการ เพ่ือใหใ๎ ชเ๎ งนิ งบประมาณเกดิ ประโยชน์สงู สดุ ๒) กาหนดขอบขํายงาน ประกอบด๎วย งานงบประมาณ งานการเงิน งานพัสดุ และการ ตรวจสอบภายใน ๓) กาหนดขั้นตอนกระบวนการบริหารงานการเงินและงบประมาณ โดยใช๎หลัก ศึกษาสภาพ ปัจจุบันปญั หา วางแผน ดาเนนิ การตามแผน และประเมนิ ผล ๔) กาหนดตัวบุคคลรับผิดชอบงานตามความรู๎ความสามารถ มีคาสั่งมอบหมายงาน ชดั เจน ๕) กาหนดแผนภูมขิ ้นั ตอนการบริหารงานงบประมาณการเงิน (รายละเอียดในภาคผนวก) ๖) จัดทาขอบขํายงานและกาหนดบทบาทหน๎าท่ีให๎ชัดเจนเป็นคูํมือการดาเนินงาน และ ใช๎ในการนิเทศตดิ ตามการปฏบิ ตั ิงาน ๗) ไดแ๎ ตํงตั้งเจา๎ หน๎าทกี่ ารเงนิ เจา๎ หน๎าท่พี ัสดุ รบั ผดิ ชอบในการดาเนินงาน ตามระเบียบที่ กาหนด ๘) จัดทาบัญชี หลักฐานตําง ๆ ให๎ครบถ๎วนเป็นปัจจุบัน ตามระเบียบกาหนด และ ดาเนนิ การตรวจสอบทกุ วนั ๙) วางแผนควบคุมกากับ การจัดทาทะเบียนวัสดุ ครุภัณฑ์ การใช๎การเบิกจําย การเก็บ รักษา การซํอมแซม ใหส๎ ามารถใช๎ประโยชนไ์ ด๎อยาํ งค๎มุ คํา ๑๐) ได๎แตํงตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุเม่ือส้ินปีงบประมาณตามระเบียบสานัก นายกรฐั มนตรี วาํ ดว๎ ยการพสั ดุ พ.ศ. 2535 เปน็ ประจาทุกปี
๔๖ ๑๑) ดาเนินการถือปฏิบัติตามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีวําด๎วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และ ดาเนนิ การตามระบบบญั ชใี ห๎เป็นไปตามระเบียบที่กาหนดไวท๎ กุ ประการ ๑๒) จดั ทารายงานการใช๎งบประมาณเป็นปัจจบุ นั ๑๓) จดั ใหม๎ กี ารประเมนิ ผลและนาผลไปปรับปรงุ 5.3 มีการจดั ทาบญั ชกี ารใช้งบประมาณอยา่ งเปน็ ระบบ เปน็ ปจั จุบันและตรวจสอบไดต้ ลอดเวลา เพอ่ื ให๎การดาเนินงานจัดทาบญั ชกี ารใช๎งบประมาณเป็นระบบ เป็นปัจจุบันและจรวจสอบได๎ ตลอดเวลา โรงเรียนได๎จัดทาคูํมือการปฎิบัติงานระบบงานการเงินและบัญชี เพื่อให๎เจ๎าหน๎าได๎ใช๎เป็น แนวทางในการทางานบริหารการเงนิ และบัญชเี ปน็ ไปตามระเบียบ ปัจจุบัน โปรํงใส และยึดแนวางการ จัดทาบัญชีตามระบบควบคุมการเบิกจํายงิน เชื่อมโยงกับการปฏิบัติงานใรระบบ GFMIS สาหรับ สถานศึกษาหนวํ ยเบิก อยาํ งเครํงครดั เป็นไปตามวัตถุประสงคแ์ ละเปา้ หมายอยาํ งมปี ระสิทธิภาพ 5.4 มกี ารใชง้ บประมาณไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 31 จังหวัดเชียงใหมํ มีการวางแผนการบริหารงานงบประมาณ อยํางเป็นระบบ มีแผนปฏิบัติการประจาปี และมีนิเทศ กากับติดตาม แลการควบคุมการใช๎จําย งบประมาณท่ีเป็นระบบ ทาให๎เกิดประสิทธิภาพของการบริหารงาน ซ่ึงผลการดาเนินงานตาม ดังรูป ตํอไปน้ี แบบรายงานผลการปฏบิ ัติงานงบประมาณของสถานศึกษา ตวั ชว้ี ัดที่ 6 การบรหิ ารงานด้านบคุ คล 6.1 มกี ารจัดโครงสร้างการบรหิ ารงานอยา่ งชัดเจนเป็นปัจจบุ ัน บุคลากรถือวํามีบทบาทมากตํอการพัฒนาการศึกษา ต๎องให๎ความสาคัญกับการพัฒนาบุคลกร และสํงเสริม อานวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของงานทุกฝ่าย ให๎ดาเนินการไปอยํางมี ประสิทธิภาพจะต๎องบริหารงานให๎ได๎ท้ังคน ทั้งงาน ควบคูํกันไป จึงจาเป็นท่ีจะต๎องบริหารงานบุคคล ในโรงเรียนให๎บรรลุผลตามเป้าหมายของหนํวยงานที่กาหนดไว๎ เพื่อสํงเสริมบุคลากรได๎ปฏิบัติงาน เหมาะสม กับความรู๎ ความสามารถ ความถนัด ประสบการณ์ และความพึงพอใจ ทางานรํวมกันอยําง ราบร่ืน มีประสิทธิภาพ และสามารถประเมินผลการปฏิบัติงานได๎อยํางเท่ียงตรง เชื่อมั่นได๎ ได๎ ดาเนนิ การ ดงั นี้ 1) ได๎ทาแผนภูมิบริหารโรงเรียนอยํางชัดเจนและเหมาะสม โดยแบํงสายงานบังคับ บญั ชา มอบหมายให๎รองผอู๎ านวยการโรงเรยี นและหัวหน๎ากลุมํ งานรบั ผิดชอบตามฝ่ายตําง ๆ
๔๗ 2) สารวจข๎อมูลเก่ียวกับความรู๎ ความสามารถของบุคลากร ในเร่ืองวุฒิ วิชาเอก ประสบการณ์ และความถนัด 3) จัดมอบหมายงานให๎บุคลากรแตํละคนปฏิบัติด๎วยความสมัครใจ ความสามารถ และตามความเหมาะสม กลําวคือ พิจารณาจากความถนัดและคุณวุฒิทางการศึกษา พิจารณาจาก ประสบการณ์ในการทางาน พิจารณาความสมัครใจของครู พิจารณาตามความเหมาะสมและความ จาเปน็ ของโรงเรียน พิจารณาจากลักษณะงานทีร่ ับผดิ ชอบ 4) ประชุมปรกึ ษาหารือระหวํางผู๎บริหารโรงเรียนและคณะกรรมการบริหารโรงเรียน เพ่ือพิจารณา จัดบุคลากรเข๎าปฏิบัติงาน จัดมอบหมายงานให๎บุคลากรแตํละคนปฏิบัติด๎วยความ สมัครใจ ความสามารถและตามความเหมาะสม 5) การมอบหมายงานของโรงเรียน จะยึดหลักการกระจายอานาจและความพึง พอใจของบคุ ลากร โดยแบงํ เป็น 2 ดา๎ น คอื (1) ด๎านการเรียนการสอน คือ การจัดครเู ข๎าสอนประจาชั้นและประจาวิชาตาํ ง ๆ (2) ด๎านธุรการและการสํงเสริมกิจกรรมการเรียนการสอน โดยสํวนใหญํฝ่าย บริหารจะวางแผนรํวมกัน โดยคานึงถึงความถนัดและประสบการณ์ สํวนงานโครงการตําง ๆ ตาม แผนงาน รองผู๎อานวยการโรงเรียน และหัวหน๎าฝ่ายงานแตํละงานทาหน๎าที่ เป็นหัวหน๎า รับผิดชอบ พจิ ารณาคดั เลือกบคุ ลากรท่เี หมาะสมเปน็ ทีมงานเข๎ารวํ มดาเนินการ 6) ประชุมช้ีแจงบุคลากรที่ได๎รับมอบหมาย รับทราบบทบาทหน๎าที่ เก่ียวกับงานที่ ต๎องรับผดิ ชอบ 7) การนิเทศ ติดตาม กากบั การปฏิบัติงานของบุคลากร โดยการนิเทศตําง ๆ ของ โรงเรยี นให๎เปน็ ไปตามแผนงานโครงการทก่ี าหนดไว๎ ดงั นี้ (1) กาหนดให๎ผ๎ูชํวยผ๎ูอานวยการโรงเรียนและหัวหน๎างานแตํละฝ่าย เป็น ผ๎ูดาเนินการตามแผนงานและโครงการท่ีตนรับผิดชอบ จัดทาปฏิทินปฏิบัติงานในการดาเนินงานให๎ ชัดเจน (2) กาหนดวิธีการควบคุม กากับ และติดตามการปฏิบัติงาน โดยใช๎เครื่องมือท่ี สรา๎ งข้ึน (3) กาหนดให๎รายงานผลการปฏิบัติงานเป็นระยะตามแผนงาน และแบบรายงานที่ โรงเรยี นกาหนด โครงสรา๎ งการบรหิ ารสถานศึกษา 10 กลมํุ งาน ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 จังหวัดเชยี งใหมํ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104