มีการนาผลการประเมนิ เขา้ สู่การประชุมอาจารย์ประจาหลักสตู ร และ นาผลการประชุม ช้ีแจง 3 ปอ้ นกลับใหน้ ักศึกษา ท้ังชน้ั ปรีคลนิ กิ และ คลินิกทราบ (ท้ังในเรือ่ งการเรียนการสอน การจดั ตารางการ ปฏิบัติงาน และ ข้อจากัดที่นักศึกษาต้องปฏิบตั ภิ ายใต้กรอบมาตรฐานวิชาชพี ผลกำรปรับปรงุ ข้อร้องเรยี น มีการจัด rotation ให้เห็นภาพทง้ั ปี และ ตารางปฏิทินการศึกษา ไม่มีการเปล่ยี นแปลง เพือ่ ให้ นกั ศกึ ษามเี วลาที่การวางแผนส่วนตัวได้ พรอ้ มทาจัดทาคู่มอื ในเร่ืองวิชาเลือก ทน่ี ักศึกษาสามารถ วางแผนเลือกลงวิชาชีพในสาขาทสี่ นใจได้ในป5ี และ ปี 6 คะแนนการประเมินตวั บ่งชี้ 3.3 กรุณาระบเุ หตผุ ลที่ได้คะแนน 4 หรอื 5 มีกระบวนการจัดการ มีการตอบสนองต่อการร้องเรียนทันที มแี ผนพัฒนาเพื่อลดขอ้ ร้องเรยี น มีแนวโนม้ ผลการดาเนินงานทีด่ ขี น้ึ ในบางเรื่อง องคป์ ระกอบท่ี 2 บณั ฑิต (ยังไมม่ ีบัณฑติ ในปีการศกึ ษา 2560) ผลการดาเนินงาน เอกสารหลกั ฐาน ตวั บง่ ช้ีท่ี 2.1 คณุ ภาพบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิระดับอุดมศึกษาแหง่ ชาติ ชนิดของตวั บ่งชี้ ผลลัพธ์ ขอ้ มูลพนื้ ฐาน จานวนบณั ฑติ ทีส่ าเร็จการศกึ ษาทัง้ หมด (ผ้สู าเร็จการศึกษา ปีการศกึ ษา 2560) จานวนบัณฑติ ที่ไดร้ ับการประเมนิ จากผูใ้ ชบ้ ณั ฑิต ร้อยละของบัณฑิตทไ่ี ด้รบั การประเมินจากผู้ใช้บัณฑติ (ตอ้ งไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 20 ของบัณฑิตท้ังหมด) ผลรวมของคา่ คะแนนท่ไี ด้จากการประเมินบัณฑติ คะแนนการประเมินตวั บ่งช้ี 2.1 หมายเหตุ จานวนบัณฑิต คือ จานวนผสู้ าเรจ็ การศึกษาปีการศกึ ษา 2560 จานวนบณั ฑิตทร่ี ับการประเมินจากผ้ใู ช้บัณฑติ จะต้องไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 20 ของจานวนบัณฑติ ทส่ี าเร็จการศึกษา 47
ตวั บง่ ช้ีท่ี 2.2 รอ้ ยละของบัณฑิตปรญิ ญาตรีที่ไดง้ านทาหรอื ประกอบอาชีพอสิ ระภายใน 1 ปี ชนดิ ของตวั บ่งช้ี ผลลพั ธ์ ภาวะการมีงานทาของบณั ฑิตภายในเวลา 1 ปี วันทส่ี ารวจ ................................................................................ ขอ้ มลู พ้ืนฐาน ผลการดาเนินงาน เอกสารหลักฐาน จานวนบัณฑติ ท่ีสาเรจ็ การศึกษาทัง้ หมด (ผู้สาเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2560) จานวนบัณฑิตระดับปรญิ ญาตรีทตี่ อบแบบสารวจเรื่องการมีงานทาภายใน 1 ปี หลังสาเร็จการศกึ ษา ① ร้อยละของบัณฑิตทีต่ อบแบบสารวจภาวะการมีงานทา (ต้องไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 70 ของบัณฑติ ทั้งหมด) จานวนบณั ฑิตระดบั ปริญญาตรีทไ่ี ดง้ านทาภายใน 1 ปีหลังสาเร็จการศกึ ษา (ไมน่ ับรวมผู้ท่ีประกอบอาชีพอิสระ) ② จานวนบณั ฑติ ระดับปรญิ ญาตรที ี่ประกอบอาชพี อิสระ ③ จานวนผ้สู าเร็จการศกึ ษาระดับปริญญาตรีทมี่ ีงานทาก่อนเข้าศึกษา ④ จานวนบัณฑิตระดับปรญิ ญาตรที ศี่ ึกษาตอ่ ระดับบัณฑติ ศึกษา ⑤ จานวนบัณฑติ ระดบั ปริญญาตรที ี่อุปสมบท ⑥ จานวนบัณฑิตระดับปรญิ ญาตรีทเี่ กณฑท์ หาร ⑦ จานวนบัณฑติ ระดบั ปริญญาตรที ี่มกี ิจการของตนเองทีม่ ีรายได้ประจาอยู่แลว้ ⑧ จานวนบัณฑิตปรญิ ญาตรีที่ได้งานทาหรือประกอบอาชพี อิสระภายใน 1 ปี ②+③ ร้อยละของบัณฑิตปรญิ ญาตรีท่ีได้งานทาหรอื ประกอบอาชพี อสิ ระภายใน 1 ปี = ②+③ X 100 48
คะแนนที่ได้ = ①-(④+⑤+⑥+⑦+⑧) รอ้ ยละของบัณฑติ ปรญิ ญาตรีทไี่ ดง้ านทาหรอื ประกอบอาชีพอิสระภายใน 1 ปี x 5 100 คะแนนการประเมินตัวบง่ ช้ี 2.2 หมายเหตุ จานวนบัณฑิต คือ จานวนผู้สาเรจ็ การศกึ ษาปีการศกึ ษา 2560 จานวนบณั ฑิตที่ตอบแบบสารวจจะต้องไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 ของจานวนบณั ฑิตท่ีสาเร็จการศึกษา การวิเคราะห์ผลที่ได้ วเิ คราะห์ผลการเปลย่ี นแปลงหรือแนวโนม้ ของการได้งานทา โดยใช้ขอ้ มลู ภาวะตลาดแรงงาน ภาวะเศรษฐกิจ และการเปรียบเทียบกับข้อมูลท่ีผ่านมาและสถาบนั อื่นทเี่ ปดิ สอน สาขา/สาขาวชิ าเดยี วกนั เพื่อเป็นขอ้ มลู ในการพัฒนา/ปรบั ปรงุ หลกั สตู ร 49
หมวดที่ 4 ข้อมลู สรปุ รายวชิ าของหลกั สูตร สรุปผลรายวชิ าท่ีเปดิ สอนในภาค/ปีการศกึ ษา (นามาจาก มคอ.5 ของแต่ละวิชา) รหสั วชิ ำ ช่ือรำยวชิ ำ ภำค กำรกระจำยของเกรด จำนวนนกั ศึกษำ ช้นั ปที ่ี 1 กำร F ศึก (ขำด ลง สอบ 111-101 จิตวทิ ยาทวั่ ไป ษำ A+ A A- B+ B B- C+ C C- D+ D D- F สอบ) I AU S U V W ทะเบยี น ผำ่ น 1 0 11 0 19 12 0 2 2 0 3 0 0 0 0 0 0 0 0 0 6 55 49 113-108 การใชภ้ าษาไทยเพอ่ื 1 0 6 0 17 16 0 5 4 0 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 6 55 49 การส่อื สาร 114-101 ภาษาองั กฤษ 1 1 0 7 0 18 18 0 6 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 56 49 114-102 ภาษาอังกฤษ 2 1 0 25 0 17 7 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 7 56 49 121-102 เทคโนโลยสี ารสนเทศ 1 0 47 0 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 6 55 49 129-102 ศลิ ปะและสงั คีต 1 0 23 0 14 8 0 3 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 7 56 49 240-113 ชวี วิทยาสาหรบั 1 6 10 7 12 4 54 1 0 0 0 0 0 0 7 56 49 วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ 240-114 ปฏิบตั กิ ารชวี วิทยา 1 20 13 7 42 21 0 0 0 0 0 0 0 7 56 49 สาหรับวทิ ยาศาสตร์ การแพทย์ 50
240-119 ฟิสิกสส์ าหรบั 1 0 33 0 3 4 0 5 3 0 1 0 0 2 0 0 0 0 0 0 4 56 49 วิทยาศาสตร์การแพทย์ 100-101 หลักเศรษฐศาสตรแ์ ละ 2 0 31 0 6 7 0 3 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 48 48 ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 100-103 หลกั ตรรกศาสตรแ์ ละ 2 0 10 0 18 12 0 6 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 48 48 ทกั ษะการคิดเพอ่ื การ เรยี นรู้ตลอดชวี ิต 100-106 อาเซยี นในโลกยุคใหม่ 2 0 25 0 13 7 0 3 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 48 48 121-102 คอมพวิ เตอรส์ าหรบั การ 2 0 48 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 55 48 ศกึ ษาและการทางาน 114-201 ภาษาอังกฤษ 3 2 0 2 0 13 16 0 12 5 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 48 48 114-202 ภาษาองั กฤษ 4 2 0 2 0 4 16 0 17 9 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 48 48 240-113 ชวี วิทยาสาหรบั 30000000100000 0 000000 ๑ ๑ วิทยาศาสตร์ การแพทย์ 240-114 ปฏิบตั ิการชวี วทิ ยา 3 0 0 0 0 0 0 0 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 ๒ ๒ สาหรบั วทิ ยาศาสตร์ การแพทย์ 240-115 เคมีพ้นื ฐานและเคมี 2 0 4 0 3 9 0 8 5 0 11 8 0 0 0 0 0 0 0 0 0 48 48 อินทรยี ส์ าหรบั วทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ 51
240-116 ปฏบิ ัตกิ ารเคมีพื้นฐาน 2 0 2 0 13 12 0 14 7 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 48 48 และเคมีอินทรีย์ สาหรบั วิทยาศาสตร์ การแพทย์ 240-101 ชวี สถิติ 2 0 4 0 7 14 0 13 3 0 6 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 48 47 ช้นั ปที ี่ 2 1 0 9 0 22 14 0 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 48 47 114-303 ภาษาองั กฤษ 5 129-101 พลศึกษาและ 1 0 42 0 5 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 47 47 นันทนาการ 240-201 เวชจริยศาสตร์และการ 1 0 3 0 23 18 0 2 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 0 47 47 ประกอบอาชพี เวชกรรม 240-202 ชวี เคมีและชวี วทิ ยา 1 0 0 0 1 4 0 12 27 0 1 3 0 0 0 2 0 0 0 0 0 51 50 ระดับโมเลกลุ 240-203 ปฏบิ ตั กิ ารชวี เคมี 1 0 10 0 8 13 0 13 3 0 0 0 0 0 0 2 0 0 0 0 0 48 47 240-204 พ้ืนฐานทางวทิ ยาศาสตร์ 1 0 3 0 1 10 0 13 16 0 7 3 0 0 0 0 1 0 0 0 0 54 54 การแพทย์ 1 240-205 พน้ื ฐานทางวิทยาศาสตร์ 3 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 2 2 การแพทย์ 2 240-214 พน้ื ฐานทางวทิ ยาศาสตร์ 1 0 4 0 5 13 0 7 14 0 1 1 0 0 1 1 0 1 0 0 0 48 47 การแพทย2์ -1 240-206 พ้นื ฐานทางวทิ ยาศาสตร์ 1 0 4 0 2 8 0 14 18 0 2 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 50 49 การแพทย์ 3 52
240-207 ระบบผวิ หนังและเนือ้ 2 0 8 0 12 12 0 5 5 0 2 0 0 0 1 010000 46 45 เยื่อเก่ียวพันที่เกี่ยวขอ้ ง 1 010000 49 48 240-208 ระบบกระดกู และ 2 0 5 0 8 14 0 7 7 0 3 2 0 1 กลา้ มเนือ้ 1 010000 50 49 0 010000 49 49 240-209 ระบบประสาท 1 2 0 7 0 13 8 0 6 8 0 3 1 0 2 0 010000 48 48 0 010000 47 47 240-210 ระบบประสาท 2 2 0 4 0 6 13 0 13 8 0 1 3 0 0 1 010000 46 45 1 010000 47 46 240-211 ระบบหายใจ 1 2 3 0 8 11 0 9 13 0 1 2 0 0 0 000000 45 45 240-212 ระบบหายใจ 2 2 0 6 0 16 8 0 6 9 0 1 0 0 0 0 000000 45 45 240-213 เวชปฏบิ ัตใิ นอาเซยี น 2 0 3 0 37 2 0 0 2 0 0 0 0 0 0 000000 45 45 249-201 เวชศาสตรป์ ้องกนั และ 2 0 1 0 10 9 0 9 16 0 0 0 0 0 สังคม ชั้นปที ่ี 3 1 0 11 0 19 15 0 0 0 0 0 0 0 0 114-304 ภาษาองั กฤษ 6 100-104 มนุษยส์ ัมพนั ธแ์ ละการ 1 0 22 0 15 8 0 0 0 0 0 0 0 0 พฒั นาบุคลิกภาพ 240-301 สรา้ งเสรมิ สขุ ภาพและ 1 0 19 0 15 8 0 3 0 0 0 0 0 0 การบรบิ าลสขุ ภาพโดย ยึดคนเป็นศนู ย์กลาง 53
240-302 ระบบหวั ใจหลอดเลือด 1 1 0 2 0 7 10 0 10 14 0 0 1 0 1 0 000000 45 45 1 000000 47 47 240-303 ระบบหวั ใจหลอดเลอื ด 2 1 0 2 0 10 11 0 13 10 0 1 0 0 0 0 000000 45 45 240-304 ระบบทางเดนิ อาหาร 1 0 2 0 5 14 0 7 17 0 0 0 0 0 0 000000 46 46 และโภชนาการ 0 000000 46 46 0 000000 45 45 240-305 ระบบตอ่ มไรท้ ่อ 1 0 2 0 13 13 0 10 7 0 1 1 0 0 0 000000 45 45 0 000000 45 45 240-306 ทกั ษะพ้ืนฐานทางคลนิ กิ 1 0 3 0 4 8 0 14 17 0 0 0 0 0 0 000000 49 49 240-307 บทนาเวชศาสตร์คลินิก 2 0 1 0 8 16 0 14 6 0 0 0 0 0 0 000000 46 46 240-308 ไตและระบบปสั สาวะ 2 0 6 0 20 9 0 4 6 0 0 0 0 0 0 000000 47 47 0 000000 45 45 240-309 ระบบสบื พนั ธุแ์ ละ 2 0 7 0 9 10 0 11 6 0 2 0 0 0 ระบบปรกิ าเนิด 1 240-310 ระบบสบื พนั ธแ์ุ ละ 2 0 4 0 6 10 0 16 13 0 0 0 0 0 ระบบปริกาเนดิ 2 240-311 ระบบโลหติ วิทยา 1 2 0 5 0 13 8 0 10 10 0 0 0 0 0 240-312 ระบบโลหิตวทิ ยา 2 2 0 3 0 9 12 0 11 10 0 2 0 0 0 240-301 เวชศาสตร์ครอบครวั 2 0 9 0 9 12 0 12 3 0 0 0 0 0 และเวชศาสตรช์ ุมชน1 54
ชน้ั ปที ่ี 4 1-2 0 1 0 4 4 0 7 19 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 35 35 241-401 อายรุ ศาสตร์ 1 241-402 ทักษะอายรุ ศาสตร์ 1-2 0 9 0 11 10 0 3 0 0 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 35 35 241-403 จิตเวชศาสตร์ 1 1-2 0 5 0 11 11 0 6 4 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 38 37 242-401 ศัลยศาสตร์ 1 1-2 0 1 0 2 11 0 6 12 0 0 0 0 2 0 0 0 0 0 0 0 34 32 242-402 ทักษะศัลยศาสตร์ 1-2 0 3 0 10 15 0 3 2 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 34 33 242-403 วิสญั ญีวิทยา 1-2 0 2 0 12 10 0 7 2 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 34 33 243-401 สตู ิศาสตรแ์ ละนรีเวช 1-2 0 1 0 6 16 0 9 1 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 34 33 วิทยา 1 244-401 กุมารเวชศาสตร์ 1 1-2 0 0 0 5 7 0 16 5 0 0 1 0 1 0 0 0 0 0 0 0 35 35 247-401 นติ ิเวชศาสตร์ 1 1-2 0 0 0 2 4 0 8 19 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 34 34 248-401 รังสีวิทยา 1-2 0 3 0 4 4 0 11 8 0 4 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 34 34 249-401 เวชศาสตร์ครอบครวั 1-2 0 4 0 12 12 0 6 0 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 35 35 และเวชศาสตรช์ มุ ชน 2 249-403 การแพทยแ์ ผนไทย 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 35 0 0 0 35 35 ช้ันปที ี่ 5 241-404 ตจ วิทยา 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 4 0 0 0 4 4 241-501 อายรุ ศาสตร์ 2 1-2 0 4 0 14 15 0 5 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 40 40 241-502 จติ เวชศาสตร์ 2 1-2 0 0 0 9 20 0 8 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 37 37 55
241-503 ประสบการณ์ 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 16 0 0 0 16 16 อายุรศาสตรเ์ ฉพาะทาง 241-603 จติ เวชเด็กและวัยรุ่น 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 8 0 0 0 8 8 242-501 ศัลยศาสตร์ 2 1-2 0 11 0 25 3 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 39 39 242-502 ประสบการณ์ 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 2 0 0 0 2 2 ศัลยศาสตร์เฉเพาะทาง 242-602 ประสบการณว์ ิสญั ญี 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 4 0 0 0 4 4 วทิ ยา 243-501 สูติศาสตร์และนรเี วช 1-2 0 0 0 26 11 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 37 37 วทิ ยา 2 244-501 กุมารเวชศาสตร์ 2 1-2 0 0 0 2 10 0 21 4 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 38 38 244-502 ประสบการณ์กมุ ารเวช 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 1 1 ศาสตร์เฉพาะทาง 245-501 ศลั ยศาสตร์ออรโ์ ธปิ 1-2 0 1 0 19 13 0 7 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 40 40 ดิกส์ 1 245-502 เวชศาสตร์ฟ้ืนฟู 1-2 0 11 0 26 2 0 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 40 40 245-602 ประสบการณ์ 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 8 0 0 0 8 8 ศัลยศาสตรอ์ อรโ์ ธปิ ดกิ ส์ 245-603 ประสบการณเ์ วช 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 7 0 0 0 7 7 ศาสตรฟ์ ืน้ ฟู 246-501 จกั ษวุ ทิ ยา 1-2 0 9 0 19 8 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 37 37 246-502 โสต ศอ นาสิกวิทยา 1-2 0 23 0 15 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 40 40 247-501 นติ ิเวชศาสตร์ 2 1-2 0 1 0 34 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 37 37 56
247-502 ประสบการณ์คลินกิ 1-2 0 1 0 6 15 0 14 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 37 37 นิตเิ วชศาสตร์ 1 248-501 รังสวี ินิจฉยั 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 8 0 0 0 8 8 249-402 ประสบการณใ์ นหน่วย 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 22 0 0 0 22 22 ศูนย์สง่ กลบั 249-501 เวชศาสตรค์ รอบครัว 1-2 0 11 0 15 8 0 3 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 37 37 และเวชศาสตร์ชุมชน 3 246-501 จกั ษุวิทยา 30300001000000 0 000000 4 4 ชัน้ ปที ี่ 6 241-404 ตจ วิทยา 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 2 0 0 0 2 2 4 4 241-503 ประสบการณ์ 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 4 0 0 0 อายุรศาสตร์เฉพาะทาง 241-601 เวชปฏบิ ัติอายุรศาสตร1์ 1-2 0 15 0 14 8 0 5 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 241-602 เวชปฏบิ ัติอายรุ ศาสตร2์ 1-2 0 30 0 7 4 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 42 41 242-502 ประสบการณ์ 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 4 0 0 0 4 4 ศัลยศาสตรเ์ ฉเพาะทาง 242-601 เวชปฏบิ ัตศิ ลั ยศาสตร1์ 1-2 0 17 0 13 6 0 5 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 242-602 เวชปฏิบตั ิศัลยศาสตร2์ 1-2 0 15 0 10 13 0 1 3 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 243-502 ประสบการณส์ ูตศิ าสตร์ 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 3 0 0 0 3 3 เฉพาะทาง 243-601 เวชปฏิบตั สิ ตู ิศาสตร์ 1-2 0 30 0 8 2 0 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 243-602 เวชปฏบิ ตั นิ รเี วชวิทยา 1-2 0 26 0 10 4 0 1 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 57
244-502 ประสบการณก์ ุมารเวช 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 3 0 0 0 3 3 ศาสตรเ์ ฉพาะทาง 244-601 เวชปฏบิ ตั กิ ุมารเวช 1-2 0 5 0 11 16 0 8 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 ศาสตร1์ 244-602 เวชปฏบิ ตั ิกุมารเวช 1-2 0 23 0 12 5 0 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 ศาสตร2์ 245-601 ศลั ยศาสตร์ออรโ์ ธปิ 1-2 0 40 0 1 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 ดกิ ส์2 245-602 ประสบการณ์ศลั ยศาสตร์ 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 4 0 0 0 4 4 ออร์โธปดิ กิ ส์ 245-603 ประสบการณเ์ วช 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 2 0 0 0 2 2 ศาสตร์ฟ้นื ฟู 246-601 ประสบการณ์จักษุวิทยา 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 1 1 246-602 ประสบการณ์โสต ศอ 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 8 0 0 0 8 8 นาสกิ วิทยา 247-601 ประสบการณ์คลินกิ 1-2 0 14 0 23 5 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 นิตเิ วชศาสตร์2 247-602 เวชศาสตร์ฉุกเฉนิ 1-2 0 22 0 8 4 0 3 5 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 42 248-501 รงั สีวินจิ ฉยั 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 3 0 0 0 3 3 249-502 ทักษะเวชปฏบิ ัติ 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 21 0 0 0 21 21 ครอบครวั 249-503 ทกั ษะเวชปฏบิ ตั ฉิ กุ เฉิน 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 7 0 0 0 7 7 249-505 บรบิ าลสุขภาพชุมชน 1-2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 22 0 0 0 22 22 แบบองค์รวม 58
249-601 เวชศาสตรค์ รอบครัว 1-2 0 19 0 11 6 0 3 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 42 41 และเวชศาสตรช์ มุ ชน4 การวิเคราะหร์ ายวิชาที่มีผลการเรียนไมป่ กติ (นามาจาก มคอ.5 ของแต่ละวิชา) รหัส ชอ่ื รำยวิชำ ภำค ควำมผดิ ปกติ กำรตรวจสอบ เหตทุ ่ที ำให้ผดิ ปกติ มำตรกำรแกไ้ ข รำยวชิ ำ กำรศึกษำ การเปิดรายวิชาในภาคหรือปีการศกึ ษา 1. กรณีรายวชิ าทีไ่ ม่ได้เปิดสอน (นามาจากตารางสอนในภาคการศกึ ษานน้ั ๆ) รหสั ชือ่ รายวชิ า ภาค เหตุผลท่ไี มเ่ ปิดสอน มาตรการที่ดาเนนิ การ รายวิชา การศึกษา 59
2. กรณรี ายวิชาทส่ี อนเน้ือหาไม่ครบ (นามาจาก มคอ.5 ของแต่ละวิชา) รหสั ชือ่ รำยวชิ ำ ภำค หัวข้อท่ีขำด สำเหตุที่ไมไ่ ดส้ อน วิธแี กไ้ ข รำยวิชำ กำรศึกษำ ๒๔๐-๑๑๔ ปฏบิ ตั กิ ารชีววิทยาสาหรบั 1 Central Dogma/PCR นักศกึ ษาเขา้ รว่ มกิจกรรมกบั สถาบนั อาจารย์ผู้สอนได้ทาการสอนและ วิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบหมายงานให้นักศึกษาค้นคว้า สอนฟสิ ิกส์ยคุ ใหมแ่ ละโครงสร้างของ เพ่มิ เตมิ และสรุปเน้ือหาโดยสงั เขป ๒๔๐-๑๑๙ ฟิสิกส์สาหรับวิทยาศาสตร์ 1 ฟสิ ิกสย์ คุ ดั้งเดิม อะตอม ฟิสิกส์นวิ เคลียร์ แทน การแพทย์(Physics for 1 Nutrition ลดเวลาท่ีใช้ในการศึกษาหัวข้อท่ีเป็น Medical Sciences ) ฟิสิกส์ยุคดั้งเดิมลงเพื่อให้มีเวลามาก พอสาหรับหัวขอ้ ฟิสกิ สย์ ุคใหมม่ ากขนึ้ ๒๔๐-๒๐๒ ชีวเคมีและชวี วทิ ยาระดบั โมเลกุล (Biochemistry Peer-Peer evaluation ยังไมม่ ี ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น แ บ บ and Molecular Biology) ประสิทธิภาพทจ่ี ะแบ่งกล่มุ นกั ศึกษา Flipped-classroom อาจสามารถทา ตามความสามารถและสมรรถภาพไดด้ ี ให้นักศึกษาได้เตรียมตัวก่อนเข้าเรียน เทา่ ท่คี วรจงึ ควรพฒั นาเคร่ืองมอื ใน ได้ดีย่ิงข้ึน ส่งผลให้ใช้เว ลาใน การประเมนิ นกั ศึกษาแบบ Peer- ห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ Peer evaluation นอกจากน้ีการจัดการเรียนการสอนที่ มีส่ือสนับสนุน เช่น e-learning และ assignment (online) ต่างๆ ที่เป็น Formative assessment อ า จ มี ส่วนชว่ ยทาให้นักศกึ ษาเรียนรูไ้ ดอ้ ย่าง มปี ระสทิ ธิภาพ ๒๔๒-๔๐๑ ศัลยศาสตร์ ๑ (Surgery 1) 1-2 - Introduction to surgery and surgical เวลาการสอนจากัด เพิ่มเวลาสอนในหัวข้อ เพ่ิมหัวข้อ problem เนอื่ งจากต้องปรบั พ้นื ฐานความรู้ Introduction to surgery and ดา้ นศัลยกรรมให้นักศึกษาแพทยก์ ่อนจะเข้า surgical problem และ หัวข้อ การ เน้ือหาที่ลกึ ซงึ้ ขนึ้ จึงต้องเพมิ่ เวลาในการ แ ต่ ง ตั ว เ ข้ า ห้ อ ง ผ่ า ตั ด ( Hand เรยี น washing, Growing, Gloving, 60
การแต่งตัวเข้าห้องผ่าตัด Surgical field) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ ครอบคลุมมมากย่ิงขึ้น และเพื่อให้ (Hand washing, Growing, Gloving, นักศึกษาแพทย์นาความรู้ท่ีได้รับไป ใชไ้ ด้จริงเมื่อมีการเรียนในห้องผ่าตดั Surgical field) เนือ่ งจากมีการสอนปฏิบัติ เ พ่ิ ม จ า น ว น ช่ั ว โ ม ง ใ น ก า ร เ รี ย น ใ น ด้วย ซงึ่ ตอ้ งใช้ระยะเวลาในการสอนนาน หัวข้อ การตรวจร่างกายเดก็ , Growth & Development เพอ่ื ให้นกั ศึกษาแพทย์นาความรู้ทีไ่ ดร้ ับไป Growth & development assessment แ ล ะ Common ใช้ไดจ้ รงิ เม่ือมีการเรยี นในห้องผ่าตัด behavior problems in child เ พื่ อ กระตุ้นการเรียนรู้ของนักศึกษา ให้ ๒๔๔-๔๐๑ กมุ ารเวชศาสตร์ ๑ 1-2 - การตรวจร่างกายเด็ก, Growth & ชว่ั โมงที่จัดไว้ ไม่เพียงพอ เกิดองค์ความรู้มากข้ึน และ มีความ (Pediatrics 1) จ า เ ป็ น ต้ อ ง เ พ่ิ ม หั ว ข้ อ Infant Development feeding แ ล ะ Acute leukemia in ๒๔๘-๔๐๑ รังสีวทิ ยา children เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของ Growth & development assessment นักศึกษา และเพ่ิมประสิทธิภาพการ เรียนรู้แบบองค์รวมของนักศึกษา และCommon behavior problems in แพทย์ child เนอื่ งจากมีความสาคัญและมีความ เพมิ่ เวลาสอน เนื่องจากบางหัวข้อ ต้องใช้เวลาในการสอนค่อนข้างเยอะ จาเปน็ ตอ้ งเพม่ิ ชว่ั โมงเรยี น มเี น้ือหาค่อนข้างมากและเป็นเร่ืองท่ี ต้องใชเ้ วลาทาความเข้าใจ - PEM & vitamin deficiency และ Acute leukemia in children เนื่องจาก เปลย่ี นแปลงขอ้ หวั การสอน - Neuroradiology, Film Interpretation ช่วั โมงทจี่ ัดไว้ ไมเ่ พียงพอ Neuroradiology, Imaging of the chest, Film Interpretation Imaging of the chest, และ Film Interpretation 61
๒๔๑-๕๐๒ จิตเวชศาสตร์ ๒ Cardiovascular imaging มีเน้ือหา ชั่วโมงสอนไมเ่ พยี งพอ เพื่อเพ่มิ ชวั่ โมงทบทวน Psychiatric ๒๔๖-๕๐๒ โสต สอ นาสิกวิทยา คอ่ นข้างมากและเปน็ เรื่องที่ต้องใช้เวลาทา ชว่ั โมงสอนไม่เพยี งพอ interview and mental status ความเข้าใจ examination - Interventional radiology, FAST and basic abdominal US, และWoman ใหม้ ีการ ราวน์ / OPD และbedside imaging มเี น้ือหาท่ีไมซ่ บั ซ้อน เรียนใน เพม่ิ ในแผนการเรยี นนอกจาก ระดบั พื้นฐานเทา่ นัน้ Lecture แลว้ Biological treatment in psychiatry ลด เพื่อเพม่ิ ชว่ั โมงทบทวน Psychiatric interview and mental status examination OPD ,OR and Topic Presentation -จัดเพ่ิมข้นึ จากแผนการเรยี น ๑๐.๕, ๑๐.๕ และ ๖ ชัว่ โมงตามลาดับ 62
คณุ ภาพของการสอน การประเมินรายวชิ าท่เี ปิดสอนในปที ร่ี ายงาน 1. รายวชิ าทมี่ กี ารประเมินคุณภาพการสอนและแผนการปรบั ปรงุ จากผลการประเมิน (นามาจาก มคอ.5 ของแตล่ ะวชิ า) รหัส ชื่อ ภำค มผี ล ไมม่ ี แผนกำรปรับปรุง 11-101 จิตวิทยาท่ัวไป 1/2561 ประเมนิ ปรับปรุงเนอ้ื หาให้เป็นปจั จบุ ัน 4.08 113-108 การใชภ้ าษาไทยเพ่ือการส่ือสาร 1/2561 4.18 ปรับปรุงเอกสารประกอบการสอนให้สมบูรณ์ และ 114-101 ภาษาองั กฤษ 1 1/2561 4.07 ปรับเปลยี่ นเอกสารอ่านประกอบให้เปน็ ปจั จุบันยงิ่ ข้ึน - 114-102 ภาษาอังกฤษ 2 1/2561 4.06 - 121-101 เทคโนโลยีสารสนเทศ 1/2561 4.13 ปรับปรุงเนอ้ื หา ด้านเทคโนโลยใี หม่ๆ 129-102 ศิลปะและสงั คีตนิยม 1/2561 4.58 ปรบั ปรงุ เอกสารประกอบการสอนใหส้ มบูรณ์ และ 240-113 ชีววิทยาสาหรับวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ 1/2561 4.57 ปรับเปลีย่ นเอกสารอ่านประกอบใหเ้ ปน็ ปัจจุบันยงิ่ ขึ้น - 240-114 ปฏิบัตกิ ารชีววิทยาสาหรับวิทยาศาสตร์ 1/2561 4.48 - การแพทย์ 240-119 ฟสิ กิ ห์สาหรบั วิทยาศาสตร์การแพทย์ 2/2561 4.69 - 100-101 หลักเศรษฐศาสตรแ์ ละปรัชญาของ 2/2561 4.25 This course is under the revision policy of the เศรษฐกิจพอเพียง university. It is expected that the revised course will be offered next year. 63
100-103 หลกั ตรรกศาสตรแ์ ละทักษะการคิดเพื่อการ 2/2561 4.29 Photocopy unit should be provided not too far 100-106 เรยี นรูต้ ลอดชีวิต 2/2561 4.70 from the lecture room or building. The revision of course description and teaching อาเซยี นยคุ ใหม่ 4.48 plan is annually undertaken. ปรบั ปรุงเน้อื หาให้เหมาะสมกับเหตุการณป์ ัจจุบัน พัฒนา 121-102 คอมพิวเตอร์สาหรบั การศึกษาและการ 2/2561 เอกสารประกอบการสอนใหม่ให้เป็นเวอร์ชั่นท่ีทันสมัย ทางาน รวมถึงการยกตัวอย่าง แบบฝึกหัด หรือจัดหาทรัพยากร เกีย่ วกบั การเรยี นการสอน เช่น คลิปวดิ ีโอ 114-201 ภาษาอังกฤษ 3 2/2561 4.12 - Lectures of Enlish 1,2,3 and 4 need to set up 114-202 ภาษาอังกฤษ 4 2/2561 4.30 at least a monthly meeting in order to have a smooth transition for each level. 240-101 ชีวสถติ ิ 2/2561 4.56 - Textbooks used for each course must be 240-115 เคมพี ืน้ ฐานและเคมีอินทรียส์ าหรับ 2/2561 4.56 correlated and in sequence. วทิ ยาศาสตร์การแพทย์ - Lectures of Enlish 1,2,3 need to set up at least a monthly meeting in order to have a smooth transition for each level. - Textbooks used for each course must be correlated and in sequence. - วางแผนปรับปรุงเอกสารประกอบการสอนให้สมบูรณ์ ยงิ่ ขึน้ - เพ่ิมตัวอย่าง evidence-based ท้ังในแนว horizontal and vertical integration ให้มากขน้ึ ปรบั ปรงุ ระบบเสยี งของหอ้ ง 64
240-116 ปฏิบตั ิการเคมีพืน้ ฐานและเคมีอนิ ทรีย์ 2/2561 4.39 ปรบั ปรุงระบบเสียงของห้อง สาหรับวทิ ยาศาสตรก์ ารแพทย์ 1/2561 4.23 - Lectures of Enlish 1,2,3 and 4 need to set up 114-105 ภาษาองั กฤษ 5 at least a monthly meeting in order to have a smooth transition for each level. 129-101 พลศึกษาและนันทนาการ 1/2561 4.13 1/2561 4.12 Textbooks used for each course must be 240-201 เวชจริยศาสตร์และการ correlated and in sequence. ประกอบอาชีพเวชกรรม - ควรเพ่ิมจานวนการเดินและการวิ่งเก็บรอบในช่ัวโมง 240-202 ชวี เคมีและชวี เคมีวทิ ยาระดบั โมเลกลุ 1/2561 4.11 เรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเดินและว่ิงภายนอก 240-203 ปฏิบตั ิการชวี เิ คมี 1/2561 มหาวิทยาลัย 4.05 240-204 พน้ื ฐานทางวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ 1 1/2561 จัดประชุมวางแผน เพื่อให้ทราบถึงประเด็นและ 240-214 พื้นฐานทางวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ 2-1 1/2561 4.09 วัตถุประสงค์ของการจัดค่ายจริยธรรมสัญจร โดยให้ 4.32 นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 2 และ 3 มีส่วนร่วม รวมถึง กาหนดรูปแบบและขอบเขตของงานให่นักศึกษา เข้าใจก่อนเข้าร่วมค่ายจริยธรามสัญจร เพื่อนาเนื้อหา กลบั มาเป็นสว่ นหนึ่งของการเรียนการสอนในชั้นเรียน ต่อไป - เพ่ิมคร่ือง Spectrometer ชนิด UV-Vis ชนิดละ อีก 2 เครอื่ ง ประจาโตะ๊ ปฏิบตั ิการครบท้ัง 3 แถว จัดชว่ั โมงปฏิบัติการให้อยูใ่ นช่วงบา่ ย - ดาเนนิ ความรว่ มมอื กบั โรงพยาบาพระนั่งเกลา้ ตอ่ ไป - เสนอให้มีการปรับปรุงห้องเรียนปฏิบัติการ โดยฝัง สายไฟลงพ้ืน 65
240-206 พ้นื ฐานทางวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ 3 1/2561 4.03 - เสนอให้มีการจัดห้องปฏิบัติการเพิ่ม เนื่องจาก นักศึกษามีจานวนเพิ่มมากขึ้น ไม่เหมาะสมต่อการ 240-207 ระบบผิวหนงั และเน้ือเยื่อเกยี่ วพนั ที่ 2/2561 4.25 จัดการเรียนการสอน >50 คน และมีรายวิชาอื่นที่ เกย่ี วข้อง จาเปน็ ต้องใช้หอ้ งปฏบิ ตั ิการใช้เวลาซ้อยทับกนั - โต๊ะปฏิบัติการไม่มั่นคงทาให้กล้องจุทรรศน์ส่ันขณะ เรียนและสอบ เหน็ ควรปรับปรุง - ตัดปฏิบัติการ Protective Immunology ออกตลอด การสอน Immunology ในปีการศึกษาต่อๆไป และ จัดให้เป็น Questions and Answers in Adaptive immune response โดย รศ.ดร.มลวิภา วงษ์สกลุ จัดเรียงลาดับหัวข้อและจานวนช่ัวโมงการสอนของ สาขา Immunology ดงั นี้ 1.Lecture Topic sequences be a. Hypersensitivity 2 hr. b. Autoimmunity 1 hr. c. Immune deficiency 1 hr. d. Transplantation immunology 1 hr. e. Tumor immunology 1 hr. 2. Laboratory ( 1 lab; 3 hr. ) a. Immune disorder, an overall Set 4 station room Aj.Dr.Paisan (request help from K. Patcharin or other) TBL room and IT personal ( request to be there) for student presentation 1. ปัญหาเรื่องระยะเวลาเรียนของรายวิชาน้ีส้ัน เวลา เรียนรวมกับการสอนท้ังส้ิน 3 สัปดาห์ และ 1 วัน 66
240-208 ระบบกระดกู และกล้ามเนอื้ 2/2561 4.23 ทาใหนักศึกษามีเวลาในการเตรียมตัวในการสอบ 240-209 ระบบประสาท 1 2/2561 4.17 ค่อนข้างน้อยจึงเสนอให้ผู้ประสานงานรายวิชาเสนอ ระยะเวลาร่วมกับผู้รับผิดชอบตารางสอน โปรด พิจารณาระยะเวลาเรียนให้มีระยะเวลา 3 สัปดาห์ โดยไม่นับรวมกับวันสอบต่อไปเพ่ือประโยชน์ของ นักศึกษา 2. จานวนข้อสอบข้อเขียนภาคทฤษฏี ปลายภาคมีมาก จนเกินไป ไม้สอดคล้องกับระยะเวลาในการทา ข้อสอบจึงเสนอให้ผู้ประสานงานแจ้งอาจารย์ผู้ออก ข้อสอบโปรดพิจารณาปริมาณข้อสอบข้อเขียนปลาย ภาค และเวลาท่ีใช้ในการสอบให้มีความสอดคล้องกัน ต่อไป 3. /คณะกรรมการรายวิชา เสนอให้มีการแบ่งเน้ือหา เรียนระหว่างกลางภาคและปลายภาค ให้มีความ เหมาะสมเพ่อื หา้ รสอบปริมาณท่สี มดุล 4. การเรยี น Problem-based learning ไม่ควรเร่ิมกอ่ น การเรียน ควรเรียนไปแล้ว 2-3 หัวข้อวิชาแล้วจึงเร่ิม เพ่ือให้นักสึกษามีความรู้พ้ืนฐานนามาประยุกต์ใช้ใน การเรียนและประกอบคาอธิบายได้ 5. ควรกาหนดการสอยปฏบิ ัติการหัวข้อ Skin sensation ให้มาอยู่รวมกับการสอยปฏิบัตกิ าร Histology ในการ สอบกบางภาคของรายวิชา เพ่ือทาให้ข้อสอบ ปฏบิ ตั ิการมคี วามเหมาะสม ปรับเวลาสอนในชว่ งโมง PBL จาก 2 case (10 ช่ัวโมง) เหลอื 1 case (5 ชั่วโมง) - 67
240-210 ระบบประสาท 2 2/2561 4.14 - 240-211 ระบบหายใจ 1 2/2561 4.21 240-212 ระบบหายใจ 2 2/2561 4.23 - 240-213 เวชปฏิบตั ใิ นอาเซยี น 2/2561 4.23 - 249-201 เวชศาสตรป์ ้องกนั และสงั คม 2/2561 4.16 114-304 ภาษาอังกฤษ 6 1/2561 1. Need 2 meeting to: -Let students study general health care 100-104 มนษุ ย์สมั พนั ธ์และการพัฒนาบคุ ลกิ ภาพ 1/2561 4.52 system of ASEAN countries before field 240-301 1/2561 4.27 work. สรา้ งเสริมสุขภาพและบริบาลสขุ ภาพโดย 2. Clarify goal of field study. ยดึ เปน็ ศนู ยก์ ลาง 3. Minimal 6 instructors to control 45 students in each activities or at least 1 instructor per group of 8 students. - - Lectures of Enlish 1,2,3,4 and 5 need to set up at least a monthly meeting in order to have a smooth transition for each level. - Textbooks used for each course must be correlated and in sequence. - - ติดตอ่ สื่อสารกับ อ.พิเศษไว้เนิ่นๆ ใหช้ ัดเจนเร่อื งวนั เวลา สอน กาหนดส่งเอกสารประกอบการสอนและ ขอ้ สอบ รวมถึงความสะดวกในการเข้ารว่ มวิพากษ์ ขอ้ สอบ - กาหนดการขอขอ้ สอบ วพิ ากย์ขอ้ สอบ และกาหนด แบบฟอร์มการประเมินความยากงา่ ยข้อสอบ 68
240-302 ระบบหวั ใจและหลอดเลอื ด 1 1/2561 4.14 - ติดต่อประสานงานกับศูนย์บริการสาธารณสุขในเร่ือง 240-303 ระบบหัวใจและหลอดเลือด 2 1/2561 4.23 ของกจิ กรรมภายในปีการศึกษาทจ่ี ะจัดใหแ้ ก่นักศึกษา ได้เรียนรู้ 240-304 ระบบทางเดนิ อาหารและโภชนาการ 1/2561 4.22 - Review course schedule. 240-305 ระบบต่อมไร้ทอ่ 1/2561 4.33 - Facilitator problem 240-306 ทักษะพน้ื ฐานทางคลนิ ิก 1/2561 4.33 - Review course schedule and content 240-307 บทนาเวชศาสตรค์ ลินกิ 2/2561 4.37 - Associate Professor Dr.Molvibha Wongsakul suggest to combine the topic of role immune system in CVS (2 hr.) and immunologic disorder in CVS (1 hr.) into one topic (immunologic disorder in CVS) with the same period of time. - กาหนดการขอข้อสอบ วิพากยข์ อ้ สอบ - ระยะเวลาสาหรับหัวขอ้ ปฏบิ ัตการ Physiology review ท่ีมชี ั่วโมงการสอนท่ีมากเกนิ ไป (4 ชวั่ โมง บรรยาย) - ระยะเวลาสาหรบั หวั ข้อปฏบิ ัติการ diagnosis of GI infection ไมเ่ หมาะสมกบั เน้ือหาท่มี ีมาก จงึ มี ความเหน็ ว่าควรขยายจาก 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง - - Add more demonstrating VDO display for clinical examination. - Review of the previous complaint from students. - Check and prepare the available of the equipment such as computer, projector and 69
240-308 ไตและระบบปสั สาวะ 2/2561 4.32 sound system in the lecture room and TBL room. 240-309 ระบบสืบพนั ธ์และระบบปริกาเนดิ 1 2/2561 4.43 - Encourage the practicums with various kinds of patients at Phanangklao Hospital. 240-310 ระบบสบื พันธ์และระบบปริกาเนิด 2 2/2561 4.42 - กาหนดกาขอขอ้ สอบ วิพากย์ข้อสอบ และกาหนด 240-311 ระบบโลหิตวิทยา 1 2/2561 4.52 แบบฟอรม์ การประเมินความยากงา่ ยข้อสอบ 240-312 ระบบโลหิตวทิ ยา 2 2/2561 4.48 - ระยะเวลาทเี่ หมาะสมสาหรบั เนอื้ หาสว่ นของวิชา 249-301 เวชศาสตรค์ รอบครัวและเวชศาสตร์ชมุ ชน 2/2561 4.12 สรรี วิทยาที่มีชวั่ โมงการสอนท่ีติดกนั มากเกินไป - ปรับเปลี่ยนรายละเอยี ดและเนื้อหาของโจทย์ PBL โดยปรับปรงุ พัฒนา scenario ท่ีมอี ยู่ให้มีความ ทันสมยั พบเจอได้บ่อย เนื้อหาครบถว้ นสมบรู ณ์ - ควรปรับปรุงโสตด้านทัศนูปกรณ์ - ควรปรบั scenario PBL ให้มวี ตั ถุประสงค์การเรียนรู้ ครอบคลุมระบบสบื พนั ธข์ องทง้ั เพศชายและหญิง - Facilitator ควรยา้ ถึงเกณฑ์การใหค้ ะแนนของการมี สว่ นร่วมของการทา PBL ให้นักศึกษาทราบ - ควรปรบั ปรงุ โสตด้านทัศนูปกรณ์ - ควรปรับ scenario PBL ใหม้ ีวัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ ครอบคลุมระบบสืบพนั ธ์ของทัง้ เพศชายและหญิง - Facilitator ควรย้าถึงเกณฑ์การใหค้ ะแนนของการมี ส่วนรว่ มของการทา PBL ให้นักศกึ ษาทราบ - รวมระบบโลหติ วิทยา 1 และ 2 เปน็ 1 รายวชิ า - แยกการสอน Venipuncture ออกจากการสอน normal blood smear รวมระบบโลหิตวทิ ยา 1 และ 2 เป็น 1 รายวิชา - Review and update course 2019 70
241-401 อายุรศาสตร์ 1 2561 3.95 - Select the appropriate community for the field practicing 241-402 ทกั ษะอายุรศาสตร์ 2561 3.42 242-401 ศลั ยศาสตร์ 1 2561 - Improve an IT facilities 242-402 ทกั ษะศัลยศาสตร์ 3.83 - ปรบั ปรงุ ห้อเรยี นและอุปกรณ์ในหอ้ งเรยี นให้มีความ 243-401 สตู ศิ าสตรแ์ ละนรีเวชวิทยา 1 พรอ้ ม 2561 4.00 - วางแผนรบั อาจารยใ์ นสาขาท่ีขาด/ส่งอาจารย์ไปเรยี น 2561 4.47 ตอ่ ในสาขาท่ีขาด - จดั ซ้ืออุปกรณ์การเรยี น การสอนใหเ้ พยี วพอต่อความ ต้องการของนักศึกษา ปรบั ห้องตรวจ OPD ให้เหมาะสมกบั การเรยี นการ สอน - ปรบั ปรงุ หอ้ เรียนและอปุ กรณ์ในห้องเรยี นให้มีความ พร้อมใช้ - วางแผนรบั อาจารย์ในสาขาศัลยศาสตร์เดก็ ให้ได้ครบ ตามมาตรฐานของแพทยสภา - วางแผนจดั การเรอื่ งการเบิกค่าตอบแทนการสอนให้ รวดเร็วข้ึน - การประเมินผลภาคปฏบิ ตั ิอาจารยต์ ้องดาเนินการ วดั ผลตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้ - ปรบั ปรงุ อุปกรณฝ์ ึกปฏิบัตใิ ห้มคึ วามพร้อมและ ทนั สมยั มากขน้ึ - ปรบั เปลี่ยนหลกั สตู รโดยผ่านสูติศาสตร์ ปี 4, นรเี วช ปี 5 - เพ่มิ ปริมาณอาจารย์ประจาให้เพียงพอ - ปรับปรงุ สถานท่ีห้อง Skill Lab, OPD 71
244-401 กมุ ารเวชศาสตร์ 1 2561 4.34 - เพ่มิ ศักยภาพอาจารยใ์ นด้านการเรยี นการสอนและ การออกข้อสอบ/ In service training 249-401 เวชศาสตรค์ รอบครวั และเวชศาสตร์ 2561 4.02 ชุมชน 2 - ควรแยกการตัดเกรดเป็นภาคทฤษฎี 2 หน่วยกติ และ ภาคปฏบิ ตั ิ 3 หนว่ ยกิต จากเดมิ ท่ีรวมกนั เปน็ 5 247-401 นิตเิ วชศาสตร์ 1 2561 3.56 หนว่ ยกติ เพื่อสามารถแยกนกั ศึกษาที่มคี วามรู้ยงั ไมไ่ ด้ มาตรฐานออกได้ดขี น้ึ 72 - ปรบั การให้คะแนนภาคปฏบิ ตั ิใหม้ คี วามตรงและความ เทย่ี งมากขน้ึ เสนอใหม้ หี ้องเรียนปฏบิ ัตกิ าร - ปรบั ปรุงอุปกรณ์ในห้องให้มีความพร้อม - วางแผนรบั อาจารยใ์ นสาขาท่ีขาด/สง่ อาจารย์ไปเรยี น ตอ่ ในสาขาที่ขาด - ควรเพมิ่ จานวนอาจารยท์ างด้านเวชศาสตรค์ รอวครวั และชุมชน - จัดหาพาหนะรับสง่ ให้พอเหมาะกบั จานวนนักศกึ ษา - อาจารยผ์ ู้สอนควรศึกษาเน้ือหาทีน่ กั ศึกษาเรียน มาแล้วในระดบั ปรีคลินกิ เพ่อื ไม่ใหเ้ กดิ ความซา้ ซ้อนใน ชั้นปที ี่ 4 - อาจารย์ผสู้ อนควรให้เวลาป้อนกลบั ในการเขียน รายงานของนักศึกษาแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม - ผ้รู ับผิดชอบงานวจิ ยั ของนักศึกษาควรจดั เวลาในการ เตรียมงานวจิ ัยของนกั ศึกษาใหม้ ากกวา่ นี้ - ผรู้ บั ผิดชอบเวชศาสตรช์ ุมชนควรจัดให้นกั ศึกษามี เวลาลงชุมชนอย่างแท้จรงิ - คณะแพทยศาสตร์ควรจะมีการปรึกษาหารือกบั สถาบนั นติ เิ วช โรงพยาบาลตารวจเกีย่ วกับเร่อื งการ เรียนการสอน
242-403 วิสญั ญีวทิ ยา 2561 4.58 - พัฒนาหลกั สตู รวชิ าวิสญั ญีวิทยาไปเรยี นใน ช้นั ปีท่ี 5 241-403 จติ เวชศาสตร์ 1 2561 4.60 - แนะนานักศึกษาใหม้ ุ่งมัน่ และตง้ั ใจในการเรยี นมาก 248-401 รังสวี ิทยา 2561 4.07 ยง่ิ ข้ึน 249-403 การแพทยแ์ ผนไทย 2561 4.55 241-501 อายรุ ศาสตร์ 2 2561 3.90 - ปรบั เปล่ยี นหลกั สูตรใหมโ่ ดยผา่ นวชิ าจิตเวชศาสตร์ ในชั้นปที ี่5 เป็นเวลา 4 อาทติ ย์ จากเดิมปี 4 เรียน 2 241-502 จิตเวชศาสตร์ 2 2561 4.50 อาทิตย์ และปี 5 เรยี น 2 อาทติ ย์ 73 - เพิม่ เนื้อหาในสว่ นทเี กียวข้องกบั ผู้ปว่ ยมากขึ้น โดยจดั ใหน้ กั ศึกษาได้มีโอกาสเรียนจากผปู้ ว่ ยจรงิ โดย สงั เกตการณ์ - เพิ่มศักยภาพอาจารย์ในด้านการเรยี นการสอนและ การออกข้อสอบ โดยสง่ อบรมและฝึกฝนเพิ่มเติม - เพ่ิมชวั่ โมง Topic discussion และ Problem based learning ปรับปรงุ หอ้ งเรียนและอุปกรณใ์ นหอ้ งเรียนใหม้ ีความ พร้อม จดั เตรียมสถานท่ีและโสตทศั นูปกกรณ์ใหม้ คี วาม พร้อมมากขนึ้ - ปรบั ปรงุ ห้องเรียนและอุปกรณ์ในหอ้ งเรยี นใหม้ คี วาม พร้อม - วางแผนรับอาจารย์ในสาขาที่ขาด/สง่ อาจารย์ไปเรยี น ตอ่ ในสาขาท่ขี าด - จดั ซ้ืออุปกรณ์การเรยี น การสอนใหเ้ พยี งพอต่อความ ต้องการของนักศึกษา - ปรับเปลีย่ นหลกั สตู รโดยผา่ นวชิ าจิตเวชศาสตร์ ในชน้ั ปี 5 เปน็ เวลา 4 อาทติ ย์ จากเดิมปี 4 เรียน 2 อาทิคย์ และปี 5 เรยี น 2 อาทติ ย์
242-501 ศัลยศาสตร์ 2 2561 4.13 - เพ่ิมการทดสอบก่อนเรยี นราวิชา Psychiatry 2 243-501 สตู ิศาสตรแ์ ละนรเี วชวทิ ยา 2 2561 4.08 เพอ่ื ให้นกั ศึกษาได้เตรยี มตวั ทบทวนความร้จู าก รายวิชา Psychiatry 1 244-501 กุมารเวชศาสตร์ 2 2561 4.68 - วางแผนรับอาจารย์ในสาขาศัลยศาสตรเ์ ดก็ ให้ได้ครบ 245-501 ศลั ยศาสตร์ออร์โธปิดคิ ส์ 1 2561 4.5 ตามมาตรฐานของแพทยสภา 74 - วางแผนจดั การเรื่องการเบิกค่าตอบแทนการสอนให้ รวดเร็วขึ้น - ปรับเปลย่ี นหลกั สูตรโดยผ่านสูตสิ าสตร์ ป4ี , นรีเวช ปี 5 - ปรบั ปรุงสภานทหี่ อ้ ง Skills Lab, OPD , ANC, หอ้ ง คลอด - เพม่ิ ศักยภาพอาจารย์ในด้านการเรียนการสอนและ การออกข้อสอบ/ In service training - ปรับการให้คะแนนภาคปฏิบัติให้มีความตรงและความ เทีย่ งมากข้นึ - ควรแยกการตัดเกรดเป็นภาคทฤษฎี 2 หน่วยกติ และ ภาคปฏิบัติ 2 หน่วยกติ จากเดมิ ท่ีรวมกนั เปน็ 4 หน่วยกิต เพ่อื สามารถแยกนกั ศกึ ษาท่มี คี วามรยู้ งั ไม่ได้ มาตรฐานออกไดด้ ีขนึ้ - ปรบั การให้คะแนนภาคปฏิบตั ิให้มีความตรงและความ เท่ียงมากขึน้ เสนอให้มหี ้องเรียนปฏิบัติการ - ปรับปรุงอุปกรณ์ในห้องเรยี นใหม้ ีความพร้อม - วางแผนรบั อาจารย์ในสาขา/ส่งอาจารย์ไปเรยี นต่อใน สาขาทีข่ าด - เสนอใหม้ หี ้องเรียนปฏิบตั ิการ
245-502 เวชศาสตร์ฟื้นฟู 2561 4.7 - ปรบั ปรุงห้องเรยี นอุปกรณใ์ นห้องเรียนให้มีความ 246-501 จักษุวทิ ยา 2561 3.32 พรอ้ ม 246-501 จกั ษวุ ิทยา 2561 3.32 - วางแผนรบั อาจารยใ์ นสาขาวิชาที่ขาด/ส่งอาจารย์ ไป 75 เรยี นตอ่ ในสาขาวชิ าที่ขาด - เตรียมพร้อมเร่ืองหอ้ งเรยี นและมงุ่ หัตถการตา่ งๆ - ศนู ยแ์ พทยศาสตรชน้ั คลนิ กิ ควรจดั ให้มหี อ้ งเรยี น ปฏิบตั ิการทางคลนิ กิ ใหส้ มบรู ณ์ - ปรับปรงุ ห้องเรยี นและอุปกรณ์ในห้องเรียนใหม้ คี วาม พรอ้ ม - วางแผนรบั อาจารย์ในสาขาที่ขาด/สง่ อาจารย์ไปเรียน ต่อในสาขาที่ขาด - ศนู ย์แพทยศาสตรช์ นั้ คลินิดควรสร้างแรงจงู ใจให้ คณาจารยม์ ีความพร้อมในการสอนนักศึกษา - ปรับปรงุ ห้องเรียนและอุปกรณ์ในห้องเรียนให้มีความ พร้อม - วางแผนรับอาจารย์ในสาขาท่ีขาด/สง่ อาจารย์ไปเรยี น ตอ่ ในสาขาท่ีขาด - จัดซ้อื อุปกรณ์การเรียน การสอนใหเ้ พียงพอต่อความ ต้องการของนักศึกษา - ปรับปรุงห้องเรียนและอปุ กรณ์ในห้องเรียนให้มคี วาม พรอ้ ม - วางแผนรบั อาจารยใ์ นสาขาที่ขาด/ส่งอาจารย์ไปเรียน ต่อในสาขาทข่ี าด จดั ซ้อื อุปกรณ์การเรียน การสอนให้เพยี งพอต่อความ ต้องการของนักศกึ ษา
246-502 โสต ศอ นาสกิ วิทยา 2561 4.56 - ปรบั ปรงุ อุปกรณ์การสอบดา้ นโสตทัศน วสั ดุอุปกรณ์ ใหม้ คี วามพรอ้ มมากข้ึน 247-501 นิติเวชศาสตร์ 2 - จัดซอ้ื หนุ่ ฝึกปฏิบตั ิให้เพียงพอ 247-502 ประสบการณ์คลินิกนิติเวชศาสตร์ 1 2561 4.9 เน่อื งจากนักศึกษามผี ลการเรียนดีมากซ่งึ เกดิ จาก การปฏบิ ัติ เมอ่ื รวมกับทฤษฎีแล้วมคี ะแนนสูง ดังน้นั 249-501 เวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตรช์ มุ ชน 3 2561 4.8 การใหค้ ะแนนปฏิบัติต้องมีความเท่ยี งตรงมากยิ่งขน้ึ 242-602 ประสบการณ์วสิ ญั ญีวิทยา 2561 4.9 คณะแพทยศาสตรจ์ ะนาข้อสังเกตจากนักศึกษา 248-501 รังสวี ินจิ ฉยั 2561 4.7 แพทย์ สถาบนั นิตเิ วช โรงพยาบาลตารวจ 242-502 ประสบการณ์ศลั ยศาสตรเ์ ฉพาะทาง 2561 4.6 - 241-404 ตจวทิ ยา 2561 4.4 จัดนกั ศึกษาให้ขนึ้ คนละชว่ งเวากับนกั ศกึ ษาชน้ั ปี 4 249-402 ประสบการณ์ในหนว่ ยศนู ยส์ ง่ กลับ 2561 4.6 244-502 ประสบการณ์กมุ ารเวชศาสตร์เฉพาะทาง 2561 4.5 - 245-602 ประสบการณ์ศลั ยศาสตร์ออร์โธปดิ ิกส์ 2561 4.4 241-603 จติ เวชเดก็ และวยั รนุ่ 2561 4.9 ขยายหอ้ งตรวจ หรอื หาห้องตรวจทส่ี ามารถตรวจ 241-503 ประสบการณ์อายุรศาสตรเ์ ฉพาะทาง 2561 4.25 รา่ งกายผูป้ ่วยได้ 245-603 ประสบการณ์เวชศาสตร์ฟนื้ ฟู 2561 4.8 - 3.98 241-601 เวชปฏิบัติอายรุ ศาสตร์ 1 2561 จดั ตารางเรียน/กิจกรรมใหช้ ดั เจน 3.98 241-602 เวชปฏบิ ัติอายุรศาสตร์ 2 2561 4.20 เพิม่ การทาหัตถการ 242-601 เวชปฏิบัติศลั ยศาสตร์ 1 2561 76 - ตดิ ต้ังกล้องวงจรปิดให้หอ้ งตรวจ ปรับหอ้ งตรวจ OPD ให้เหมาะสมกบั การเรยี นการ สอน - กาหนดชื่ออาจารยแ์ ละวันเวลาสอบ Long case ให้ชดั เจน - -
242-602 เวชปฏิบัตศิ ัลยศาสตร์ 2 2561 4.20 - 2561 4.22 ซ่อมแซมอปุ กรณ์การเรยี นให้มคี วามพร้อมต่อการ 243-601 เวชปฏบิ ัตสิ ูตศิ าสตร์ 4.22 ใช้งาน 2561 4.30 243-602 เวชปฏบิ ตั ินรีเวชวิทยา 2561 4.30 - 244-601 เวชปฏิบตั กิ มุ ารเวชศาสตร์ 1 2561 4.67 - 244-602 เวชปฏบิ ัติกุมารเวชศาสตร์ 2 2561 4.63 - 245-601 ศลั ยศาสตรอ์ อรโ์ ธปิดคิ ส์ 2 2561 3.98 เปลยี่ นสถานที่ OPD ให้มีหอ้ งตรวจ สอนแดสงฝกึ หตั ถการและห้องประชมุ ใหด้ ีขึน้ 247-602 เวชศาสตรฉ์ กุ เฉนิ 2561 4.41 คณะแพทยศาสตรจ์ ะนาข้อสังเกตจากนักศึกษาแพทย์ 249-505 2561 ไปให้ สถาบนั นติ เิ วชวทิ ยา โรงพยาบาลตารวจ 247-601 การบริบาลสขุ ภาพแบบองค์รวม 2561 4.1 เปลี่ยนโรงพยาบาลที่ทาการฝึกประสบการณ์ 249-601 ประสบการณ์คลนิ กิ นิตเิ วชศาสตร์ 2 3.98 ปรบั เปลยี่ นใหม้ ีรถรบั ส่งไปยงั สถานท่ีฝึกประสบการณ์ เวชศาสตรค์ รอบครัวและเวชศาสตร์ 2561 4.29 241-503 ชุมชน 4 - 241-404 2561 242-502 ประสบการณ์อายุรศาสตรเ์ ฉพาะทาง 2561 ปรับหอ้ งตรวจ OPD ให้เหมาะสมกบั การเรยี นการ สอน ตจวิทยา 2561 - ประสบการณ์ศลั ยศาสตรเ์ ฉพาะทาง 2561 ขยายห้องตรวจ หรอื หาห้องตรวจท่สี ามารถตรวจ 2561 ร่างกายผูป้ ว่ ยได้ 243-502 ประสบการณส์ ตู ิศาสตร์เฉพาะทาง 2561 จัดหาหอ้ งตรวจเพิ่มเติมสาหรับการเรยี นการสอน โดยเฉพาะ 244-502 ประสบการณ์กมุ ารเวชศาสตร์เฉพาะทาง เพิ่มการทาหตั ถการ 245-602 ประสบการณ์ศัลยศาสตร์ออร์โธปดิ คิ ส์ 245-603 ประสบการณเ์ วชศาสตร์ฟน้ื ฟู - - 77
246-601 ประสบการณจ์ ักษวุ ิทยา 2561 - 246-602 ประสบการณ์โสต ศอ นาสิก 2561 - 248-501 รงั สวี ินจิ ฉัย 2561 - 249-502 ทกั ษะเวชปฎบิ ัตคิ รอบครวั 2561 4.44 เปลยี่ นโรงพยาบาลทท่ี าการฝึกประสบการณ์ 249-503 ทกั ษะเวชปฎบิ ัตฉิ ุกเฉนิ 2561 - 78
2. ผลการประเมินคุณภาพการสอนโดยรวม ข้อคิดเหน็ ของผู้สอนและข้อมูลป้อนกลับจากแหลง่ ตา่ งๆ แนวทางแก้ไข/ปรบั ปรุง ประสทิ ธิผลของกลยทุ ธ์การสอน - พบว่านกั ศึกษา นักศึกษาบางส่วนยังบกพร่องด้านการตรงต่อ ฝ่ายกจิ การนกั ศกึ ษา จงึ ได้กาหนดระเบียบและแบบ มาตรฐานผลการเรยี นรู้ คณุ ธรรมจริยธรรม เวลา การเข้าห้องเรียน และส่งรายงาน การแต่งกาย ระเบียบการ ประเมนิ ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ความรู้ ใช้ห้องเรยี น สาหรบั ใชใ้ นปีการศึกษา ๒๕๖๒ เป็นตน้ ไป และกาหนด ทกั ษะทางปญั ญา เปน็ คะแนน และจะบนั ทกึ ลงใน Portfolio ตอ่ ไป - พบว่านกั ศึกษาในระดบั ปรคี ลนิ ิค ยังคงมนี ักศึกษาท่ีต้องมีการ คณะไดว้ างกลยทุ ธโ์ ดย Remedial แต่ละรายวิชาประมาณ ๑๐ % แสดงใหเ้ ห็นว่า - กระตนุ้ นักศึกษาโดยตัง้ คาถามในช้ันเรียน เพื่อทดสอบ นกั ศึกษาสว่ นนย้ี งั ไม่บรรลุวตั ถุประสงค์ ความเขา้ ใจ ดา้ นความรู้ และมีการเรยี นรู้ด้วยตนเองน้อยมาก ยังต้องการ - ปรับการสอน ให้ เป็น active learning เน้น การ sheet ประกอบการบรรยาย และอ่าน Text book ไม่มากนัก เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึน้ โดยใช้ scenario PBL, TBL, - ยงั ขาดความรใู้ หม่ ๆ ทีส่ าคัญ Clinical correlation - สาหรับทางคลินิคยังต้องการความรู้ใหม่ ๆ ของโรคและวิธี - มีการสอดแทรกความรใู้ หม่ patient safety และ ปอ้ งกัน/รักษา ของโรคอุบัตใิ หม่ การใชย้ าอย่างสมเหตุสมผล เข้าใปในรายวชิ าชีพ โดย ระบใุ น มคอ.๓ - จัดใหม้ ี journal club เพอื่ เป็นเวทวี ชิ าการของน ศพ.ชนั้ ปรีคลนิ ิก ทกุ วันพุธบ่าย - ระดับปรีคลินิคนกั ศกึ ษายงั ขาดทักษะการวางแผน การ - คณะจดั การเรียนการสอน ทเ่ี น้นการเรยี นรดู้ ้วย สบื คน้ รวบรวม ศกึ ษาวเิ คราะห์ ข้อมูล ใหเ้ ปน็ ระบบ และไม่ ตนเอง นกั ศึกษา และสามารถ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ สามารถ สรปุ ประเด็นปญั หา โดยดจู ากการท่ีมอบหมายงานให้ ความรู้ ไปใช้ตอ่ ได้ จึงเน้นการเชื่อมโยงความรู้ ให้ นักศึกษา คดิ วางแผนดว้ ยตนเอง ผเู้ รยี นเขา้ ใจ ตามแผน พัฒนานักศึกษาใหม้ ีความพร้อม 79
- ระดบั คลินกิ การเรยี นรจู้ ากผปู้ ว่ ยจริง ยงั ไมเ่ พยี งพอ ทาให้ ต่อการจดั การเรียนการสอนท่ีเน้นผูเ้ รยี นเป็นสาคญั และ topic discussion และ problem based learning ทจ่ี ะชว่ ย เสริมสรา้ งทกั ษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ ๒๑ เสริมสร้างทกั ษะทางปญั ญา - มอบหมายการศึกษาดว้ ยตนเองทุกรายวิชา ทัง้ งำน กลุ่ม และ งำนเดยี่ ว เพ่ิมมำกขน้ึ - นานวตั กรรมการเรยี นที่สรา้ งเสรมิ ปัญญาเชน่ Project Based learning, TBL และ แนะนากวิธีเรียน แบบ SDL ทีถ่ ูกวธิ ใี ห้กบั นักศึกษาทุกระดับ - จัดให้นักศึกษาปรีคลินิคมีการทางานกลุ่มและเสนอ หน้าช้ันเรียนมากขึ้น เข้าร่วมงานทั้งวิชาการและ นันทนาการ กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและ ภายนรอก - อาจจดั ใหม้ ี clinical exposure หรอื จิตอาสา ทกุ ช้ัน ปี ใหค้ ุ้นเคยกบั สหวิชาชพี ในโรงพยาบาลมากขนึ้ - จัดให้มีการเรียนการสอนcommunity exposure เ รี ย น รู้ ร่ ว ม กั บ เ พื่ อ ร่ ว ม วิ ช า ชี พ ทุ ก ช้ั น ปี / ส ห ส า ข า (พยาบาล เภสัช) เช่นในรายวิชา ๒๔๐-๒๐๑ สร้าง เสริมสุขภาพและการบริบาลสุขภาพโดยยึดคนเป็น ศู น ย์ ก ล า ง ( Health Promotion and People Centered Health Care) - ในระดบั คลินิคให้มี Bed side learning การเรียนการ สอนท่ี OPD, IPD, OR เพม่ิ มากขนึ้ ทกั ษะความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบุคคลและความรับผิดชอบ พบว่านักศกึ ษาส่วนใหญ่ คุ้นเคยและมีทกั ษะในการใช้เครอ่ื งมือ มหาวิทยาลัยได้จดั หาฐานข้อมลู ทางวิชาการ ทางการา ที่จาเป็นทีม่ ีอยใู่ นปัจจุบันตอ่ การทางานทเ่ี กยี่ วกบั การใช้สารสนเทศ แพทย์ เช่น UpTodate และเชื่อมระบบจากศูนย์ และเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเหมาะสม สามารถใช้เพ่ือการศึกษาหา สารสนเทศ มหาวิทยาลัย ถึง รพ. พระน่ังเกล้า เพ่ือให้ ความรู้ตามที่ได้รับมอบหมายได้ดี สามารถเลือกรูปแบบการ นักศึกษาแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ท่ี รพ. พระนงั่ เกล้าได้ใชร้ ่วมกนั ในการเขา้ ถึงข้อมูล 80
นาเสนอสารสนเทศ ได้อย่างหลากหลาย และเหมาะสมกับ ในระดับปรีคลินิคมอบหมายงานกลุ่มท่ีต้องมีการ สถานการณ์ ค้นคว้าตารา หรือวารสารภาษาอังกฤษ และ นาเสนอ - นักศึกษาระดับคลินิค สามารถประยุกต์ใช้หลักตรรกะ หน้าชั้นเรียนเป็นกลุ่ม/รายบุคคล เช่น หัวข้อ Clinical คณติ ศาสตรแ์ ละสถิตทิ างการแพทยไ์ ด้อยา่ งเหมาะสมและ สามารถ correlation / Holistic care ในรายวิชาระบบ นอกจากน้ีทางคณะออกระเบียบการเข้าถึงข้อมูล สอื่ สารได้อยา่ งมีประสิทธิภาพทง้ั และการใช้สารสนเทศ ท่ีต้องคานึงถึงข้อกฏหมายให้ การพูด การฟัง การอา่ น การเขยี น การนาเสนอ สามารถอ่านตารา นักศึกษาทราบในคู่มือนักศึกษาด้วย และเน้นการให้ และวารสารภาษาอังกฤษไดอ้ ย่างเข้าใจ นักศึกษาประเมินทาง online ซ่ึงมีการประเมิน ๓๖๐ - นักศึกษาระดับปรีคลินิค ยังมีทักษะในการประยุกต์ใช้หลัก องศา เช่นในการเรียน PBL นักศึกษาประเมินอาจารย์ ตรรกะ คณิตศาสตร์และสถิติ อ่านตาราและวารสารภาษาอังกฤษ และ facilitator อาจารย์ประเมนิ นักศกึ ษา นกั ศกึ ษา ไมม่ ากนกั ประเมนิ สมาชกิ ในทมี เป็นต้น ทกั ษะการวเิ คราะห์เชงิ ตวั เลข การส่ือสาร และการใช้ ในระดับปรีคลนิ คิ นักศกึ ษาแพทย์ มีทักษะการเรยี นรู้ภาคปฏบิ ัติ ส่งเสริมการเรียนด้านทักษะพิสัยระดับ ปรีคลินิคให้มี เทคโนโลยีสารสนเทศ มีความสามารถในการใช้เครื่องมือพ้ืนฐานทาง วิทยาศาสตร์ ประสทิ ธภิ าพมากยงิ่ ข้นึ การแพทย์ มีความสามารถในการซักประวัติและตรวจร่างกาย ในระดับคลนิ ิคส่งเสริมติดตามประเมินทกั ษะพสิ ัยให้ มปี ระสทิ ธิภาพมากยงิ่ ข้นึ ผปู้ ว่ ยเบ้ืองตน้ ได้เหมาะสม กับระดับความรู้ ติดตามประเมินความก้าวหน้าของบัณฑิตแพทย์ ในระดับคลินิคนักศึกษาแพทย์มีความสามารถในการซักประวัติ ภายใต้กิจกรรมในโครงการเตรียมความพร้อมและ และตรวจร่างกายผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมและเหมาะสม ตาม ติดตามการประกอบวิชาชีพเวชกรรมเมื่อสาเร็จ ระดับความรู้ท่ีเพ่ิมขึ้นตามช้ันปีท่ีสูงขึ้น มีทักษะในการให้การดูแล การศึกษา สาหรับนักศึกษาแพทย์ รุ่นท่ี ๑ และติดตาม และทาหัตถการท่ีจาเป็น สามารถในการตรวจและแปรผล ตรวจ เป็นระยะ ๕ ปี วินิจฉัย ตัดสินใจเลือกวิธีบาบัดรักษาผู้ป่วยอย่างถูกต้องเหมาะสม และทันทว่ งทีและให้การบริบาลผู้ปว่ ยแบบองค์ร่วม เม่ือเป็นแพทย์ extern และแพทย์อยา่ งสบรู ณ์มากข้นึ 81
การปฐมนิเทศอาจารย์ใหม่ การปฐมนเิ ทศอาจารย์ใหมเ่ พื่อชแี้ จงหลกั สตู ร จานวนอาจารยใ์ หม.่ ...........13........... คน มี จานวนอาจารยท์ ีเ่ ขา้ ร่วมปฐมนิเทศ ..........13............................. คน ❑ ไมม่ ี กจิ กรรมการพัฒนาวชิ าชพี ของอาจารย์และบคุ ลากรสายสนับสนุน กิจกรรมทีจ่ ัดหรือเข้ารว่ ม จานวน สรปุ ขอ้ คดิ เหน็ และประโยชน์ท่ผี ู้เขา้ รว่ มกจิ กรรมได้รับ อาจารย์ บคุ ลากรสาย สนบั สนนุ โครงการอบรมแพทยศาสตรศึกษาข้ันพนื้ ฐาน กล่มุ สถาบัน 2 ไดน้ าไปใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอน แพทยศาสตร์ แหง่ ประเทศไทย ครง้ั ท4่ี 3 ได้นาไปใช้ในกาหนดรปู แบบการวดั สมรรถนะอาจารย์ระดบั อดุ มศึกษา ตามกรอบ อบรมเรื่อง กรอบมาตรฐานสมรรถนะอาจารย์ระดบั อดุ มศึกษา มาตรฐานสมรรถนะอาจารยร์ ะดับอุดมศึกษา การอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร เรอ่ื งสนกุ การงานวิจยั ดว้ ย Microsoft 1 เพอ่ื เพ่มิ ความร้ใู นการสนับสนนุ คณาจารย์ Excel2013 เบื้องต้น อบรมวชิ าการ เร่ือง Viruese with resurgence potential 1 เพอ่ื ใชใ้ นงานวิจัย สัมมนา เรือ่ งมาตรฐานการอดุ มศกึ ษาและแนวทางปฏิบัตเิ พ่ือ 2 เพ่อื ทาให้เชอ่ื ม่ันวา่ คณะจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์และมีการประกนั คุณภาพ นาไปสกู่ ารประกนั คุณภาพการศกึ ษาตามกฏกระทรวงการประกนั การศึกษา ตามกฏกระทรวงการประกนั คุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 คณุ ภาพการศึกษา พ.ศ.2561 เพ่อื ใช้ในงานวิจัย ประชุมวิชาการเพื่อเผยแพรเ่ ทคโนโลยที างวิทยาศาสตร์ใหมใ่ นการ ควบคุมโรควัณโรค หัวข้อ Integrative Application of Human and Pathogen Genomic Information for Tuberculosis Control 82
ประชุมอภิปรายพัฒนาตัวบ่งชกี้ ารประเมนิ คณุ ภาพภายในฯ 2 เพอ่ื นาไปประยกุ ต์ใช้ในการติดตามการดาเนินการจดั การเรียนการสอน 1 2 เพอ่ื นาไปประยกุ ต์ใชใ้ นองคก์ ร อบรมเชิงปฏิบัตกิ ารงานสารบรรณบนระบบ Less Paper 1 วธิ กี ารใช้และวเิ คราะหผ์ ลภาพดว้ ยเคร่อื ง PET/SPECT/CT ใน 1 เพื่อใชใ้ นงานวจิ ัย สตั วท์ ดลองขนาดเล็ก 1 อบรมการใช้ระบบ Less Paper 1 2 เพื่อนาความรู้มาประยุกตใ์ ชใ้ นองค์กร เพอ่ื นาเกณฑ์มาตรฐานของโรงพยาบาล รวมท้ังนวตั กรรมใหมๆ่ มาประยุกตใ์ ช้ในการ ประชุมวิชาการประจาปี คร้ังท่ี20 HA National Forum 4 จดั การเรยี นการสอน 1 เพือ่ นาองค์ความรู้ งานวจิ ยั มาใช้ในการทาวจิ ัย รว่ มกบั นักศึกษา ประชุมสัมมนาวชิ าการ เรื่องการวจิ ัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ครง้ั ท่5ี 1 1 เพื่อนาความรมู้ าประยกุ ตใ์ ช้ในองค์กร อบรมสัมมนาเรอื่ งเหตุผลและหนทางสคู่ วามปลอดภัยในห้อง Lab 2 เพอ่ื ใหเ้ กดิ แนวทางทเ่ี ป็นระบบสกู่ ารปรับปรุงผลการดาเนินการขององคก์ ร แบบยัง่ ยนื 1 อบรม EdPEx โดย รศ.พญ.ยวุ เรศมคฐ 4 เพอื่ นาความร้มู าประยกุ ต์ใชใ้ นการประเมนิ ผล โครงการอบรมเชิงปฏบิ ัติการ เรอื่ งการวัดประเมินแบบอิงผลการ 3 เรียนรู้ของผ้เู รยี น (Student assessment of outcome-based 3 เพอ่ื นาองค์ความรใู้ หม่ๆ มาใช้พัฒนางานแพทยศาสตรศึกษา learning) การเข้ารว่ มประชุมคณะที่ปรกึ ษา/คณะกรรมการดาเนินงานบรรจุ เพอ่ื นาองค์ความรู้ใหมๆ่ มาใชพ้ ัฒนางานแพทยศาสตรศึกษา องค์ความรดู้ ้านการแพทยแ์ ผนไทยในการจัดการศกึ ษา แพทยศาสตร์ คร้ังที่1/2562 เพอ่ื ให้เกิดแนวทางทเ่ี ป็นระบบสู่การปรับปรงุ ผลการดาเนนิ การขององคก์ ร ประชุมวิชาการสมาคมนกั บริหารสาธารณสขุ ประจาป2ี 562 การ เพื่อให้เกิดแนวทางที่เปน็ ระบบสู่การปรบั ปรุงผลการดาเนินการขององคก์ ร บรหิ ารการเปลีย่ นแปลง (Change Management) เพ่ือใหเ้ กดิ แนวทางทเี่ ป็นระบบสกู่ ารปรบั ปรุงผลการดาเนินการขององค์กร อบรม TQA Criteria รุ่น 9 83 อบรม TQA Internal Organization ร่นุ 2 อบรม TQA Application Report Writing รุ่น3
องค์ประกอบท่ี 5 หลกั สตู ร การเรยี นการสอน การประเมนิ ผ้เู รยี น ตัวบง่ ชีท้ ่ี 5.1 สาระของรายวิชาในหลกั สูตร ชนิดของตวั บง่ ช้ี กระบวนการ เกณฑ์การประเมนิ 01 2 3 4 5 ● ไม่มี ● มรี ะบบ มี ● มรี ะบบ มี ● มรี ะบบ มี ● มีระบบ มีกลไก ● มีระบบ มีกลไก ระบบ กลไก กลไก กลไก ● มีนาระบบกลไกไปสู่ ● มกี ารนาระบบกลไกไปสู่การปฏบิ ตั /ิ ดาเนินงาน การปฏบิ ัติ/ดาเนนิ งาน ● ไม่มี ● ไมม่ ีการนา ● มกี ารนา ● มีการนาระบบ ● มกี ารประเมนิ กระบวนการ ● มีการประเมนิ กลไก ระบบกลไกไปสู่การ ระบบกลไกไปสูก่ าร กลไกไปสู่การปฏบิ ัติ/ กระบวนการ ● มกี ารปรบั ปรุง/พัฒนา/บรู ณาการกระบวนการจาก ผลการประเมิน ● ไม่มี ปฏบิ ตั ิ/ดาเนินงาน ปฏบิ ัต/ิ ดาเนนิ งาน ดาเนนิ งาน ● มกี ารปรบั ปรงุ /พัฒนา กระบวนการจากผลการ ● มีผลจากการปรบั ปรงุ เหน็ ชัดเจนเปน็ รปู ธรรม แนวคดิ ใน ● มกี าร ● มกี ารประเมนิ ประเมิน ● มแี นวทางปฏบิ ตั ิท่ีดโี ดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ การกากบั ประเมนิ กระบวนการ ● มผี ลจากการปรับปรงุ ยืนยัน และกรรมการผตู้ รวจประเมนิ สามารถใหเ้ หตุผล เหน็ ชดั เจนเป็นรูปธรรม อธิบายการเป็นแนวปฏบิ ัตทิ ่ีดีได้ชดั เจน ติดตามและ กระบวนการ ● มีการ ปรบั ปรงุ ● ไมม่ ีการ ปรับปรงุ /พฒั นา ● ไมม่ ี ปรับปรงุ /พัฒนา กระบวนการจากผล ขอ้ มลู กระบวนการ การประเมนิ หลกั ฐาน 84
ประเดน็ การพิจารณา ผลการดาเนินงาน เอกสารหลักฐาน 1) การออกแบบหลกั สตู รและสาระ 1.การออกแบบหลกั สูตร F61-5.5.1.1.1 มคอ.2 รายวิชาในหลักสตู ร 2) การปรบั ปรงุ หลกั สตู รให้ทันสมยั ตามปรัชญาการอุดมศึกษาแผนใหม่ การจัดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ของคณะ ตามความก้าวหนา้ ในศาสตร์ แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม มีโครงสร้างตามแนวคิด การจัดหลักสูตรแบบเกลียว (spiral สาขาวชิ านนั้ ๆ curriculum) ซ่ึงช่วยให้สอนศาสตร์หนึ่งๆ แก่นักศึกษาในทุกระยะของหลักสูตรได้ โดยจัดเน้ือหา รายวิชา แนวความคิด และวิธีสอนให้เหมาะสมกับพัฒนาการของนักศึกษา หมุนเป็นเกลียว ตามลาดับจากข้ันพ้ืนฐานจนถึงขั้นสูง เพื่อเน้นย้าความคิดรวบยอดและขยายองค์ความรู้ให้ กว้างขวางลึกซึ้งย่งิ ขึ้น ตลอดจนบูรณาการเป็นอย่างดีกับรายวชิ าอ่ืนๆ ทเี่ รียนร้ใู นช่วงเวลาเดียวกัน รายวิชาต่างๆ ท่ีบรรจุในหลักสูตรมีวัตถุประสงค์เพ่ือเพ่ิมพูนความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เวชศาสตร์ และเวชปฏิบัติ ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม เร่งเร้าจิตสานึกและความ รบั ผิดชอบต่อบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในวิชาชีพเวชกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน เวชศาสตร์ชมุ ชนและการใหบ้ รบิ าลแบบองค์รวมโดยยึดผู้ป่วยเป็นศนู ยก์ ลาง ระบบกำรจัดกำรศึกษำ การจดั การศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบณั ฑิต ใช้ระยะเวลา 6 ปี ระบบการเรยี นแบบทวิภาคในชั้นปีท่ี 1-3 ระบบการเรยี นแบบตลอดปี ในชนั้ ปีที่ 4-6 ระยะเวลา 30 - 36 สัปดาห์ หลักสตู ร มจี านวนหนว่ ยกติ ตลอดหลกั สตู ร 256 หนว่ ยกิต ประกอบด้วย วิชาศกึ ษาทว่ั ไป 32 หนว่ ยกิต หมวดวชิ าเฉพาะ ไมน่ ้อยกว่า 218 หน่วยกิต หมวดวชิ าเลอื กเสรี 6 หนว่ ยกิต ระบบกำรจัดกำรศกึ ษำ การจดั การศกึ ษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑติ ใชร้ ะยะเวลา 6 ปี ระบบการเรียนแบบทวิภาคในชั้นปที ่ี 1-3 ระบบการเรียนแบบตลอดปี ในชัน้ ปที ่ี 4-6 ระยะเวลา 30 - 36 สัปดาห์ 85
หลกั สูตร มจี านวนหนว่ ยกติ ตลอดหลักสตู ร 256 หน่วยกติ ประกอบดว้ ย 32 หน่วยกติ วชิ าศกึ ษาทั่วไป 218 หนว่ ยกติ หมวดวิชาเฉพาะ ไม่น้อยกว่า หมวดวชิ าเลือกเสรี 6 หน่วยกิต ในส่วนสาระเน้ือหารายวิชาเป็นไปตามเกณฑข์ องสภาวิชาชีพ ที่ผูเ้ รยี นต้องมคี วามรู้ทท่ี ันสมัย เพ่อื นาไปประยุกตใ์ ชไ้ ดอ้ ย่างเหมาะสมทันกาล สาหรบั การทดสอบความรู้ นอกจากการวัดผลในแตล่ ะ รายวชิ าแล้ว สภาวชิ าชพี จดั ใหม้ กี ารสอบท้งั หมด 3 คร้ัง คือ ปี 3 ปี 5 และ ปี 6 ในสว่ นผ้รู ับผิดชอบในการออกแบบหลกั สตู รและสาระของรายวชิ าในหลกั สตู รประกอบด้วย o คณะกรรมการพัฒนาหลกั สตู รและมาตรฐานการศึกษา o คณะกรรมการบรหิ ารคณะฯ o อาจารย์ผูร้ บั ผดิ ชอบหลักสูตร o คณะกรรมการการเรียนการสอนระดบั ปรีคลนิ ิก o คณะกรรมการฝา่ ยการศึกษาและประเมนิ ผล (ระดบั ชน้ั คลินิก) o คณะกรรมการรายวชิ า คณะกรรมการท้ังหมดขา้ งต้นมสี ่วนรว่ มในการนาเสนอขอ้ มูล แต่ผู้รับผิดชอบจะเปน็ คณะกรรมการ พัฒนาหลกั สตู รและมาตรฐานการศึกษา ทกุ ภาคการศกึ ษา มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาหลกั สูตรและมาตรฐานการศึกษา เพ่ือหา โอกาศในการพฒั นาใหห้ ลักสูตร เพอื่ ให้การจัดการเรยี นการสอนมีคุณลักษณะตามมคอ.1และ สอดคล้องพนั ธกจิ ของคณะแพทยศาสตร์ ม.สยาม การประเมินผลการดาเนินงาน ใช้ผลการสอบ NLE ของ(ศ.ร.ว)แพทยสภา เปน็ แนวทางในการประเมินหลักสตู ร การปรับปรุง/พฒั นากระบวนการ/ขนั้ ตอนในการออกแบบหลกั สูตรและสาระของรายวชิ าใน หลกั สตู ร ด้วยคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรและมาตรฐานการศึกษา มอบหมายให้อาจารย์ประจาหลักสูตร จดั เกบ็ ข้อมูล จาก มคอ.7 ของทุกปแี ละนาข้อเสนอจากโรงพยาบาลหลกั และ โรงพยาบาลร่วม 86
สอนมาจดั เปน็ ฐานข้อมูลป้อนกลับ รวมทง้ั ผลการประเมินหลกั สตู รจากนกั ศึกษา และ อาจารย์ F61-5.5.1.1.2 ตัวอย่างรายงานการประชมุ ขอ้ เสนอแนะจากผปู้ ระเมนิ อสิ ระ เพ่ือรอรอบของการปรับปรุงหลักสูตร ตอ่ ไป อาจารย์ผูร้ ับผิดชอบหลักสตู ร 2) การปรบั ปรงุ หลักสูตรใหท้ ันสมัยตามความก้าวหนา้ ในศาสตรส์ าขาวิชานั้นๆ F61-5.5.1.2.3 สัมมนา โครงการการทา ในระหวา่ งการจดั การเรียนการสอน อาจารย์ประจาหลักสตู ร จะมกี ารกาหนดว่าดว้ ยเร่ือง งานเปน็ ทีมสู่เปา้ หมายของ คณะ ความร้ใู หม่ๆ กระตนุ้ ให้ผรู้ ับผิดชอบรายวิชา ปรบั แก้เนอื้ หารายวชิ าใหส้ อดคลอ้ งกบั ปจั จัยต่างๆท่ี แพทยศาสตร์ ผเู้ รียน สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในช้นั คลินกิ และทุกรายวชิ าต้องฝึกและเตรียมให้นักศึกษามี ทกั ษะในการเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต กระตุ้นใหม้ ีนักศึกษามีส่วนร่วมในงานวิจัย เนอ้ื หาตอ้ งตอบสนอง ต่อการเปล่ียนแปลงในบรบิ ทของประชากร เป็นต้น กระบวนการดาเนนิ การ อาจารยป์ ระจาหลักสตู ร เปน็ ผตู้ รวจ มคอ.3 และ 5 เพอ่ื ใหม้ ั่นใจวา่ ศาสตร์ใหมไ่ ดถ้ กู กาหนดลงในแตล่ ะรายวชิ า รวมท้งั มกี ารติดตาม การทวนสอบผลสัมฤทธิท์ างการ ศึกษา เพอื่ ใหม้ นั่ ใจว่านักศกึ ษามคี วามรู้ท่ีทันสมัย รู้จักประยกุ ต์ใช้ใหเ้ กิดประโยชนใ์ นชนั้ คลนิ กิ เปน็ F61-5.5.1.2.4 รายงานการประเมนิ ตนเอง ตน้ ทง้ั ระดับหลกั สูตร และระดับคณะ แผนสาหรับการพัฒนาและปรับปรงุ ปีการศกึ ษา 2560 -ใช้เวที KM เป็นเวที ท่ีอาจารยท์ ่ไี ปประชุมตอ้ งมาถ่ายทอดความรูใ้ หม่ และ การนาไปใช้ในการ จดั การเรียนการสอน -.ใช้ผลการประเมินการสอบ comprehensive มาปรบั ปรงุ การสอน -ใชผ้ ลการสอบ NLE ทีน่ กั ศึกษาประมวลมา เขา้ สู่การรายวชิ า -ใช้วทิ ยาศาตรเ์ ทคโนโลย่ี ทางคลินกิ ใหม่ๆ มาผสมผสานการสอน ในช้ันปรคี ลินิก ผา่ น คณะกรรมการอาจารยป์ ระจาหลกั สูตร ทมี่ ีอาจารย์ปรีคลนิ ิ และ คลนิ กิ มาประชมุ รว่ มกนั คะแนนการประเมนิ ตวั บง่ ชี้ 5.1 4 กรุณาระบเุ หตุผลท่ไี ด้คะแนน 4 หรอื 5 ครบทุกกระบวนการ มีการประเมินกระบวนการ มีการปรับปรงุ /พฒั นากระบวนการจากผลการประเมนิ มผี ลจากการปรับปรงุ เป็นรปู ธรรม 87
ตัวบ่งชที้ ่ี 5.2 การวางระบบผ้สู อนและกระบวนการจดั การเรยี นการสอน ชนดิ ของตวั บง่ ชี้ กระบวนการ เกณฑ์การประเมนิ 01 2 3 4 5 ● ไมม่ ี ● มี ● มีระบบ มี ● มรี ะบบ มีกลไก ● มีระบบ มีกลไก ● มีระบบ มีกลไก ระบบ ระบบ มี กลไก ● มกี ารนาระบบกลไก ● มนี าระบบกลไกไปสู่ ● มกี ารนาระบบกลไกไปสู่การปฏบิ ตั /ิ ดาเนินงาน การปฏบิ ตั ิ/ดาเนนิ งาน ● ไมม่ ี กลไก ● มกี ารนา ไปสู่การปฏบิ ตั ิ/ดาเนนิ งาน ● มกี ารประเมนิ กระบวนการ ● มกี ารประเมิน กลไก ● ไมม่ ี ระบบกลไกไปสู่ ● มกี ารประเมิน กระบวนการ ● มกี ารปรบั ปรุง/พัฒนา/บรู ณาการกระบวนการจาก ● ไมม่ ี การนาระบบ การปฏบิ ตั /ิ ผลการประเมิน แนวคิดในการ กลไกไปสู่ ดาเนนิ งาน กระบวนการ ● มีการปรับปรงุ / กากับติดตาม การปฏิบัติ/ ● มกี าร พฒั นากระบวนการจากผล ● มีผลจากการปรบั ปรงุ เหน็ ชัดเจนเปน็ รปู ธรรม และปรับปรุง ดาเนินงาน ประเมิน ● มีการปรบั ปรงุ / การประเมิน พัฒนากระบวนการจากผล ● มแี นวทางปฏบิ ตั ิท่ีดโี ดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ กระบวนการ การประเมิน ● มีผลจากการ ยืนยัน และกรรมการผตู้ รวจประเมนิ สามารถใหเ้ หตุผล ปรับปรุงเหน็ ชัดเจนเป็น อธิบายการเป็นแนวปฏบิ ัตทิ ่ีดีได้ชดั เจน ● ไมม่ ี รปู ธรรม ขอ้ มลู ● ไมม่ ีการ หลกั ฐาน ปรบั ปรุง/พฒั นา กระบวนการ 88
ประเด็นการพิจารณา ผลการดาเนินงาน เอกสารหลกั ฐาน 1) การกาหนดผู้สอน 1)เป้าหมายในการกาหนดผสู้ อน F61-5.5.2.1.5 คาส่ังแต่งตง้ั อาจารย์ประจา 2) การกากบั ตดิ ตาม และตรวจสอบการจดั ทาแผนการ • อาจารยป์ ระจาหลักสูตร พิจารณา วฒุ กิ ารศกึ ษา ความรู้ ความ รายวชิ า เรียนรู้ (มคอ.3 และ มคอ.4) การจดั การเรียนการสอน เชีย่ วชาญเฉพาะทาง ประสบการณด์ ้านการวิจัยของอาจารย์รายวิชา F61-5.5.2.2.6 ตวั อยา่ งรายงานการประชมุ 3) การจดั การเรยี นการสอนในระดบั ปริญญาตรีทมี่ ี อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร วาระการ นนั้ ๆมาก่อน กากบั ตดิ ตาม มคอ. การบรู ณาการกบั การวิจัย การบรกิ ารวิชาการทาง • อาจารยป์ ระจาหลักสูตร พจิ ารณา ปริมาณภาระงานสอนของอาจารย์ สังคม และการทานุบารุงศลิ ปะและวฒั นธรรม • อาจารยป์ ระจาหลักสูตร จดั อาจารย์ผู้สอนใหเ้ หมาะสมกบั รายวชิ าโดย ผ้สู อนต้องสามารถจดั การเรียนการสอน ท่เี นน้ ผู้เรียนเป็นสาคญั และ สามารถตอบสนองความแตกตา่ งของผู้เรยี น เชน่ การสอนแบบ PBL ,TBL ,Flipped Class room F61-5.5.2.2.7 กลไกการขออนมุ ัตอิ าจารย์ • อาจารย์ประจาหลักสตู ร ประชมุ มอบหมายผ้รู บั ผิดชอบรายวชิ า พเิ ศษ • อาจารย์ประจาหลักสูตรร่วมกับอาจารย์ผู้รบั ผิดชอบรายวิชา กาหนด • ผ้ทู รงคุณวุฒิภายนอกทม่ี าร่วมสอน (ถา้ มี) และนาเสนอคณะกรรมการ F61-5.5.2.2.8 ตัวอยา่ งการประเมิน บรหิ ารคณะ ออนไลน์ของนักศกึ ษา นกั ศกึ ษา ประเมนิ การสอนของอาจารยผ์ ้สู อนผ่านระบบ online ของ คณะแพทย์ F61-5.5.2.2.9 ตัวอยา่ งรายงานการประชมุ อาจารยป์ ระจาหลักสูตร พิจารณากาหนดอาจารย์ผ้สู อนในรอบถัดไป โดยใชผ้ ล รายวชิ า การประเมนิ การสอนประกอบ กระบวนการจัดการเรียนการสอนในแตล่ ะรายวชิ า -ตารางสอน ปีการศึกษา 2561 • อาจารย์ประจาหลักสูตร จัดอาจารย์ผู้สอนให้เหมาะสมกับรายวิชาโดย ผู้สอนต้องสามารถจัดการเรียนการสอน ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ และ สามารถตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน เช่นการสอนแบบ PBL ,TBL ,Flipped Class room การกาหนดผรู้ ับผิดชอบในการกาหนดผูส้ อน 89
ประธานและรองประธานรายวชิ าจดั ใหม้ กี ารประชมุ คณะกรรมการรายวิชาเพ่ือ จดั ทา มคอ. 3, มคอ.4, แผนการสอน,กลยทุ ธก์ ารสอน ข้อสอบและการ ประเมินผล ให้เป็นไปตามวตั ถุประสงค์ของรายวิชา และครอบคลมุ ผลการ เรียนรู้ 6 ดา้ น มกี ารประเมินผลการสอนโดยนักศกึ ษาในระดบั รายวิชา และคณะกรรมการ รายวชิ าจดั ให้มรี ะบบการใหข้ ้อมลู ปอ้ นกลับ โดยวิธีพบปะนักศกึ ษาโดยตรงใน ระหว่างการเรียนและเม่ือส้ินสุดรายวิชา การปรับปรงุ พัฒนากระบวนการขนั้ ตอนในการกาหนดผู้สอน การนาผลการประเมนิ อาจารยผ์ ้สู อนรวมข้อเสนอแนะจากอาจารยผ์ ู้สอน และ นาผลทไี่ ดม้ าวเิ คราะห์ และนาเสนอคณะกรรมการจดั การเรียนการสอนช้นั ปรี คลนิ กิ และคลนิ ิก เพื่อเสนอต่ออาจารยป์ ระจาหลักสูตรและคณะกรรมการ บริหารคณะ ซ่ึงมกี ารประชุมทุกเดือน เพ่ือกาหนดแนวทางให้มีการดาเนินการ ตอบสนองต่อผลปอ้ นกลับของอาจารยแ์ ละนักศกึ ษา กระบวนการติดตามผลการประเมิน ทาใหว้ ิชาภาษาอังกฤษไดป้ รับเปลี่ยนผสู้ อน เอาสถาบนั WALL STREET มาจัดการสอนในชน้ั ปที ่ี 1-3 เพ่ือติดตาม ความก้าวหนา้ การเรียนรอู้ ยา่ งตอ่ เน่ือง ในมาตรฐานความเชยี่ วชาญของสถาบัน สอนภาษา 2)การกากบั ติดตาม และตรวจสอบการจัดทาแผนการเรียนรู้ (มคอ.3 และ มคอ. 4 )การจัดการเรยี นการสอน เป้าหมายในการตดิ ตาม เพ่ือให้เปน็ ไปตามมคอ.2 โดยประธานและรอง ประธานรายวิชาจดั ให้มกี ารประชมุ คณะกรรมการรายวิชาเพื่อจัดทา มคอ. 3, มคอ.4, แผนการสอน,กลยทุ ธก์ ารสอน ขอ้ สอบและการประเมินผล ใหเ้ ป็นไป ตามวตั ถปุ ระสงคข์ องรายวชิ า และครอบคลมุ ผลการเรยี นรู้ 6 ดา้ น ประธานและรองประธานรายวชิ าผรู้ บั ผดิ ชอบในการกากับติดตามและตรวจสอบ การจัดทาแผนการเรยี นรู้ (มคอ.3 และ 4) เพ่ือนาเสนออาจารยป์ ระจาหลักสูตร 90
การประเมินกระบวนการ/ข้ันตอนในการกากบั ตดิ ตามและตรวจสอบการจัดทา แผนการเรยี นรู้ (มคอ.3 และ 4) มีการประเมินกระบวนการ จากการประชุม คณาจารยป์ ีละครัง้ โดยประเมินแผนการเรียนรู้ ทีจ่ ัดทาต้องมีเน้อื หา ท่ีทนั สมยั รายวชิ าท่มี ีการบรู ณาการงานวิจยั การจดั การเรยี น ต้องบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ การประเมนิ ผลมีความชัดเจน เชอ่ื ถือ รายวิชา 249-301 เวชศาสตร์ครอบครัว ได้ และ มคอ.3 และ 4 รวมทงั้ ข้อสอบ ต้องจดั ทาให้เสรจ็ กอ่ นเปดิ ภาค และเวชศาสตรช์ มุ ชน 1 การศึกษา เปน็ ต้น เรยี นในชัน้ ปีท่ี 3 3)การจัดการเรยี นการสอนในระดับปริญญาตรีท่มี ีการบูรณาการกับการวจิ ยั รายวิชา 249-401 เวชศาสตร์ครอบครัว การบริการวชิ าการทางสังคม และการทานบุ ารงุ ศิลปะและวฒั นธรรม และเวชศาสตร์ชมุ ชน 2 เป้าหมายในการบรู ณาการ เพื่อกระจายความรับผิดชอบให้อาจารย์ผสู้ อนให้มี เรียนในชั้นปีที่ 4 การบูรณาการกบั การวจิ ัย การบริการวชิ าการแกส่ งั คม และการทานุบารุงศิลปะ รายวิชา 249-501 เวชศาสตร์ครอบครัว และวฒั นธรรม และเวชศาสตร์ชุมชน 3 ขัน้ ตอน เรยี นในช้ันปีท่ี 5 1.ประธานรายวชิ ารบั ผิดชอบจดั ทาแผนการบูรณาการใน มคอ. 3 และ 4 ส่ง รายวิชา 249-601 เวชศาสตร์ครอบครัว อาจารย์ประจาหลักสตู ร และเวชศาสตรช์ ุมชน 4 2.ดาเนนิ การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ เรยี นในชนั้ ปที ่ี 6 3.ประเมินและรายงานผลการเรยี นรู้ใน มคอ. 5 และ 6 การประเมินผลการดาเนนิ งาน รายวิชาท่ีมกี ารบรู ณาการการบริการ ดจู ากมคอ.5 และ 6 พบว่ามีการบรู ณาการกับการวจิ ยั การบริการวชิ าการแก่ วชิ าการทางสงั คม และ ทานุบารงุ ศลิ ปะ สงั คม และการทานบุ ารุงศลิ ปะและวฒั นธรรม ในรายวิชารายวิชา เวชศาสตร์ และวัฒนธรรม ครอบครวั และเวชศาสตร์ชมุ ชน (มคอ.5 และ 6 รายวิชา เวชศาสตรค์ รอบครวั และเวชศาสตร์ชุมชน ) มคอ.3 วิชา 240-213 เวชปฏิบัติใน ผลการดาเนินการ อาเซยี น มผี ลงานวจิ ยั ของนักศกึ ษา ชนั้ ปที ี่ 6 เรื่อง ปัจจยั ท่มี ผี ลต่อการรบั ประทานยา รายงานของนกั ศึกษาชั้นปที ี่ ๒ ทีล่ งพืน้ ที่ใน ของผ้ปู ว่ ยโรคความดันโลหิตสูงในชมุ ชนวัดแคนอก อาเภอเมอื ง จงั หวดั นนทบุรี รายวิชาเวชปฏิบัติในอาเซียน ท่ี รพ.สวนผึ้ง และ มี poster presentation ของนักศกึ ษาชั้นปที ี่ 2 การพฒั นาปรับปรุงกระบวนการ 91
ปกี ารศึกษา 2562 มีการกระตนุ้ อาจารยผ์ ู้สอน ให้ทาวจิ ัยร่วมกบั นกั ศึกษา โดย - ผลงานวิจัยของนกั ศึกษา ชั้นปที ่ี 6 เรื่อง จัดเวที่ journal club ชนั้ ปรีคลนิ ิก ทกุ วันพุธ เรม่ิ เดืนอพฤษภาคม 2562 ปัจจยั ท่มี ีผลต่อการรบั ประทานยาของ ผู้ปว่ ยโรคความดันโลหิตสงู ในชุมชนวดั แค คะแนนการประเมนิ ตัวบ่งช้ี 5.2 นอก อาเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี และ กรุณาระบเุ หตุผลทไี่ ด้คะแนน 4 หรือ 5 poster presentation ของนักศกึ ษาชั้นปี มกี ารพฒั นากระบวนการ ตดิ ตามและพฒั นาปรบปรุง ทั้งจากผลการเรียน และ จากผลลัพท์ทางการศึกษา ท่ี 2 4 92
ตวั บง่ ช้ีที่ 5.3 การประเมนิ ผ้เู รยี น ชนดิ ของตัวบง่ ชี้ กระบวนการ เกณฑ์การประเมนิ 01 2 3 4 5 ● ไมม่ ี ● มี ● มรี ะบบ มี ● มรี ะบบ มีกลไก ● มีระบบ มีกลไก ● มีระบบ มีกลไก ระบบ ระบบ มี กลไก ● มีการนาระบบกลไก ● มีนาระบบกลไกไปสู่ ● มีการนาระบบกลไกไปสกู่ ารปฏบิ ัต/ิ ดาเนนิ งาน ไปสกู่ ารปฏิบตั /ิ ดาเนนิ งาน การปฏบิ ัต/ิ ดาเนินงาน ● ไมม่ ี กลไก ● มกี ารนา ● มีการประเมนิ กระบวนการ ● มกี ารประเมิน ● มีการประเมิน กลไก ● ไม่มี ระบบกลไกไปสู่ กระบวนการ กระบวนการ ● มีการปรับปรุง/พฒั นา/บรู ณาการกระบวนการจาก ผลการประเมนิ ● ไมม่ ี การนาระบบ การปฏิบัต/ิ ● มกี ารปรบั ปรงุ / ● มกี ารปรับปรงุ /พฒั นา แนวคิดในการ กลไกไปสู่ ดาเนนิ งาน พฒั นากระบวนการจากผล กระบวนการจากผลการ ● มผี ลจากการปรบั ปรุงเหน็ ชัดเจนเป็นรูปธรรม กากบั ติดตาม การปฏิบตั ิ/ ● มกี าร การประเมิน ประเมนิ และปรับปรุง ดาเนนิ งาน ประเมิน ● มแี นวทางปฏิบตั ทิ ด่ี โี ดยมหี ลักฐานเชิงประจกั ษ์ ● มีผลจากการปรบั ปรุง ยืนยนั และกรรมการผตู้ รวจประเมินสามารถใหเ้ หตุผล ● ไม่มี กระบวนการ เหน็ ชัดเจนเป็นรปู ธรรม อธบิ ายการเป็นแนวปฏิบตั ิที่ดีได้ชัดเจน ข้อมูล ● ไม่มีการ หลกั ฐาน ปรับปรงุ /พฒั นา กระบวนการ 93
ประเด็นการพิจารณา ผลการดาเนินงาน เอกสารหลกั ฐาน 1) การประเมินผลการเรียนร้ตู ามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ 1)การประเมิน ตาม Curriculum mapping มที ง้ั หมด 6 ดา้ น F61-5.5.3.1.10 มคอ.3 ปีการศึกษา 2561 ระดบั อุดมศึกษาแหง่ ชาติ 1.คุณธรรมจรยิ ธรรม 2) การตรวจสอบการประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องนักศกึ ษา 2.ความรู้ 3.ทักษะทางปัญญา 3) การกากับการประเมนิ การจดั การเรยี นการสอนและ 4.ทกั ษะความสมั พนั ธฺระหวา่ งบุคคล และความรบั ผิดชอบ ประเมนิ หลกั สูตร (มคอ.5, มคอ.6 และ มคอ.7) 5.ทกั ษะการวเิ คราะห์ ซง่ึ ตัวเลข การสื่อสาร และเทคโนโลยี่สารสนเทศ 6.ทกั ษะพสิ ยั การดาเนนิ งาน ทุกรายวิชามกี ารวางผลการเรยี นร้สู ูร่ ายวชิ า Curriculum Mapping โดเมน 5 โดเมนตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิอุดมศกึ ษา และทักษะ พิสยั สาหรบั ผู้ประกอบวชิ าชีพในโดเมนที่ 6 และสดั ส่วนการใหค้ ะแนน ซ่งึ ปรากฏใน มคอ 3 ของแต่ละรายวชิ า ซง่ึ แต่ละรายวชิ าอาจมีการออกแบบวางค่า ร้อยละของการประเมนิ แต่ละโดเมนไมเ่ ท่ากนั ประธานรายวิชาภายใต้การกากับดูแลของอาจารย์ประจาหลกั สตู ร เปน็ ผู้รับผดิ ชอบ ใหก้ ารประเมนิ ทุกรายวิชา เปน็ ไปตามทกี่ าหนดไวใ้ นหลักสูตร 2.)การตรวจสอบการประเมนิ ผลการเรียนรู้ของนักศึกษา F61-5.5.3.2.11 ตวั อยา่ ง รายงานการ การตรวจสอบผลการเรยี นรขู้ องนกั ศกึ ษาในระดับหลกั สูตร ระบบและกลไกจะ ประชมุ อาจารย์ผ้รู บั ผดิ ชอบหลกั สตู ร วาระ เป็นการนาผลการเรยี นและผลคะแนนในแตล่ ะรายวิชาเข้ารับรองในการประชมุ การพิจารณาผลการตดั เกรด ระดบั อาจารยป์ ระจาหลกั สูตร และผา่ นทางคณะกรรมการบรหิ ารคณะ กอ่ น F61-5.5.3.2.12 ตวั อย่าง รายงานการ นาส่งกรรมการพฒั นาหลกั สูตรและมาตรฐานการศึกษาประจาคณะ ประชมุ บรหิ าร วาระการพจิ ารณาผลการ แพทยศาสตร์ ภาคการศึกษา ละ 1 คร้ัง ตดั เกรด 3)การกากับการประเมนิ การจัดการเรยี นการสอนและประเมินหลกั สตู ร (มคอ.5, มคอ.6 และ มคอ.7) F61-5.5.3.3.13 มคอ.5 ปีการศึกษา 2561 มกี ารทวนสอบมาตรฐานผลการเรยี นร้ใู นรปู formative ขณะท่นี ักศึกษากาลัง ศกึ ษา และ summative เม่อื สอบสิ้นสดุ รายวชิ า มกี ารประเมินอาจารยผ์ ู้สอน มี F61-5.5.3.3.14 มคอ.7 ปีการศึกษา 2561 94
การประเมินเจตคติ ทักษะพิสัย และการประเมินผลแต่ละรายวิชาต้องผ่านท่ี 4 ประชมุ คณะกรรมการอาจารยป์ ระจาหลกั สตู รและคณะกรรมการบรหิ ารคณะ กอ่ นนาไปแจง้ ให้นักศึกษาทราบ ผลการประเมินน้ผี รู้ บั ผิดชอบในแต่ละรายวิชา ตอ้ งมานาเสนออาจารย์ประจาหลกั สตู ร เพื่อรับขอ้ เสนอแนะ นาไปจัดทา มคอ.5 ในบางรายวชิ า อาจไดร้ บั ข้อเสนอนะ ใหท้ วนสอบผลสัมฤทธ์ิ เพอื่ สะท้อนความรู้ และ การนาไปใชเ้ ป็นต้น ผลการประเมินและปรับปรงุ กระบวนการ อาจารย์ผรู้ ับผดิ ชอบหลกั สูตร มอบให้ผรู้ ับผิดชอบทุกรายวิชา ทาการทวนสอบ ผลสัมฤทธิ์ ทุกรายวิชา และ ส่งต่อข้อมลู ใหร้ ายวิชาถัดไป เพ่ือเปน็ ขอ้ มลู ทงั้ ผูส้ อน และ ผเู้ รยี นในการหาโอกาศพัฒนา คะแนนการประเมนิ ตัวบ่งชี้ 5.3 กรุณาระบเุ หตผุ ลทีไ่ ด้คะแนน 4 หรอื 5 มกี ระบวนการ การดาเนนิ การ และ การปรับปรุงกระบวนการ ที่เหน็ ผลอยา่ งเปน็ รปู ธรรม 95
ตัวบ่งช้ที ่ี 5.4 ผลการดาเนินงานหลกั สตู รตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิระดับอุดมศกึ ษาแห่งชาติ ชนิดของตวั บ่งชี้ ผลลพั ธ์ เกณฑ์การประเมนิ มีการดาเนนิ งานน้อยกว่ารอ้ ยละ 80 ของตัวบง่ ชี้ผลการดาเนินงานท่ีระบุไวใ้ นแต่ละปี มคี ่าคะแนนเทา่ กับ 0 มีการดาเนนิ งานรอ้ ยละ 80 ของตวั บ่งช้ผี ลการดาเนินงานท่ีระบไุ วใ้ นแตล่ ะปี มีค่าคะแนนเทา่ กบั 3.50 มีการดาเนนิ งานร้อยละ 80.01 - 89.99 ของตัวบง่ ชีผ้ ลการดาเนนิ งานที่ระบไุ วใ้ นแต่ละปี มคี า่ คะแนนเท่ากับ 4.00 มกี ารดาเนนิ งานรอ้ ยละ 90.00 – 94.99 ของตวั บ่งชี้ผลการดาเนนิ งานท่รี ะบุไวใ้ นแตล่ ะปี มคี ่าคะแนนเท่ากับ 4.50 มีการดาเนินงานรอ้ ยละ 95.00 – 99.99 ของตัวบ่งชผ้ี ลการดาเนนิ งานท่ีระบไุ ว้ในแตล่ ะปี มีค่าคะแนนเท่ากบั 4.75 มีการดาเนินงานร้อยละ 100 ของตัวบง่ ชีผ้ ลการดาเนนิ งานท่รี ะบไุ วใ้ นแตล่ ะปี มีค่าคะแนนเท่ากับ 5 ข้อมลู ผลการดาเนนิ งานหลักสตู รตามกรอบมาตรฐานคุณวฒุ ิอดุ มศึกษาแห่งชาติ (ใช้ประกอบการประเมนิ ตวั บ่งชี้ 5.4) ปกี ารศึกษา ผลการดาเนนิ งานหลักสตู รตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ (ระบตุ าม มคอ.2) ในปีการศึกษา 2561 ตวั บ่งชี้ TQF 2557 2558 2559 2560 2561 ผ่า ไม่ เอกสารหลักฐาน 1) อาจารย์ผู้รบั ผดิ ชอบหลักสตู รอยา่ งน้อยร้อยละ 80 มีสว่ นรว่ มใน ...... ...... ...... ...... ...... (เขยี นอธิบายผลการดาเนนิ งาน) น ผ่า การประชมุ เพื่อวางแผน ตดิ ตาม และทบทวนการดาเนินงาน หลักสูตร น F61-5.5.4.1.15 รายงานการประชุม / / / / / มกี ารประชุมทกุ เดอื น จานวน .....12.......ครง้ั / อาจารย์หลักสตู ร และผูเ้ ขา้ ประชมุ ไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80 (รายงานการประชมุ อาจารยป์ ระจาหลกั สตู ร ) 96
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129