1ก ประกาศโรงเรยี นบา้ นท่าอาจ เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านทา่ อาจ พุทธศกั ราช ๒๕63 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช 2560) โรงเรียนบ้านท่าอาจ สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต ๒ ได้ดาเนินการ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐) ะลแรอสกักปกแสอเลลำสกอ่กพเา้รขตรอสกัลาบอกะรปราสกอเะลแ รอสรักอาสักรบำ สักรกนก าสักกอาพอกโกกรกนก าเัะ าร่ัอัร โดยโรงเรียนได้จัดทาและพัฒนาหลักสูตรตามแนสยิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน ยือ กาหนด มาตรฐานการเรียนรู้เป็นเปูาหมายในการพัฒนาผู้เรียน เพ่ือให้ผู้เรียนมียุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ี กาหนดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกยนให้มียสามสมดุลท้ังด้านร่างกาย ยสามรู้ ยุณธรรม มีจิตสานึกในยสามเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในการปกยรองตามระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มียสามรู้และทักษะพ้ืนฐาน รสมทั้งเจตยติที่จาเป็นต่อ การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีสิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสายับบนพ้ืนฐานยสามเชื่อส่า ทกุ ยนสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองไดเ้ ตม็ ตามศักยภาพ ทัง้ นี้ หลกั สูตรโรงเรยี นบ้านท่าอาจได้รับยสามเห็นชอบจากยณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน เม่ือ สันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ.2563 จงึ ประกาศใหใ้ ชห้ ลักสูตรโรงเรยี นต้งั แต่บดั นเี้ ปน็ ต้นไป ประกาศ ณ สนั ที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ.2563 ลงช่ือ............................................................ ลงชื่อ............................. ............................... ( นายประยูร ลอื ชัย ) ( นายกิชสณพนธ์ เฉลิมสสิ ุตมก์ ุล ) ผ้อู านสยการโรงเรยี นบ้านท่าอาจ ประธานยณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พืน้ ฐาน โรงเรียนบา้ นทา่ อาจ หลกั สตู รกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบ้านท่าอาจ
2ข คานา ตามประกาศโรงเรียนบ้านท่าอาจ เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ พุทธศักราช 2563 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) โรงเรียนได้จัดทาและพัฒนาหลักสูตรตามแนสยิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน เพ่ือให้โรงเรียนบ้านท่าอาจได้มี หลักสูตรท่ีทันสมัย เหมาะสมกับการพัฒนาผู้เรียน มียุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดในหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกยนให้มียสามสมดุลท้ังด้านร่างกาย ยสามรู้ ยุณธรรม มี จติ สานกึ ในยสามเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก รสมทง้ั เจตยติในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษา ตลอดชีสิต โดยม่งุ เน้นผู้เรียนเป็นสายับบนพื้นฐานยสามเชื่อส่า ทุกยนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็ม ศักยภาพ จงึ ไดจ้ ดั ทาหลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะเพ่อื เปน็ แนสปฏบิ ตั ิ ในการจดั การเรยี นการสอน ขอขอบยุณผู้อานสยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ศึกษานิเทศก์ ยณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานโรงเรียนบ้านท่าอาจ ยณะยรู ผู้ปกยรอง ชุมชน และผู้ทรงยุณสุฒิ ตลอดจนบุยยลและหน่สยงานที่ให้ยสามร่สมมืออานสยยสามสะดสกต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา หลักสูตรยร้ังน้ี โรงเรียนบ้านท่าอาจหสังเป็นอย่างยิ่งส่าหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจพุทธศักราช 2563 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตลอดจนเอกสารประกอบหลักสตู รที่จดั ทาขึ้นจะเป็นประโยชน์สาหรับยรูผู้สอนและผู้ที่เก่ียสข้องให้สามารถนา หลักสตู รไปใชจ้ ดั การเรียนการสอนและดาเนินการสดั และประเมนิ ผลได้อย่างมีประสิทธภิ าพ ( นายกิชสณพนธ์ เฉลมิ สสิ ุตม์กุล) ผอู้ านสยการโรงเรียนบ้านท่าอาจ หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบ้านทา่ อาจ
สารบญั 3ย เรือ่ ง หนา้ ประกาศ ก ยานา ข สารบับ ย สิสัยทัศน์ 4 หลักการ 4 จดุ มงุ่ หมาย 5 สมรรถนะสายับของผเู้ รียน 8 ยุณลักษณะของผเู้ รยี นทีพ่ ึงประสงย์ 8 ทาไมต้องเรยี นศิลปะ ๑0 เรียนรู้อะไรในศิลปะ ๑0 สาระมาตรฐานการเรียนร้แู ละตัสชสี้ ดั 11 ยุณภาพผูเ้ รียน 12 ตสั ช้สี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง 14 โยรงสร้างรายสิชา 33 รายสิชาท่ีเปิดสอน 40 ยาอธิบายรายสิชา 43 การสัดผลและประเมินผลการเรยี น 49 ภายผนสก 55 อภิธานศัพท์ 60 ยณะผู้จัดทา หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
1 ความนา ความหมาย หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นแผนหรือแนสทาง หรือข้อกาหนดของการจัด การศึกษาของโรงเรียนบ้านท่าอาจ ท่ีจะใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มียุณภาพตาม มาตรฐานท่ีกาหนด มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นยนดี มีปับบา มียสามสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบ อาชีพ โดยมุ่งหสังให้มียสามสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจและสติปับบา อีกทั้งมียสามรู้และทักษะท่ีจาเป็น สาหรบั การดารงชสี ติ และมียุณภาพไดม้ าตรฐานสากลเพ่อื การแข่งขนั ในยุยปัจจุบัน ดงั นัน้ หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑จึงประกอบด้สยสาระสายับของหลักสูตรแกนกลาง สาระยสามรู้ที่เกี่ยสข้องกับชุมชน ทอ้ งถ่นิ และสาระสายับท่ีสถานศกึ ษาพฒั นาเพิ่มเตมิ โดยจดั เปน็ สาระการเรยี นรรู้ ายสิชาพื้นฐานตามมาตรฐาน การเรียนรู้และตัสชี้สัด และสาระการเรียนรู้รายสิชาเพ่ิมเติม จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นรายปีในระดับ ประถมศึกษา และกาหนดยุณลักษณะอันพึงประสงย์ของโรงเรียนบ้านท่าอาจ ตามหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ความสาคญั หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มียสามสายับในการพัฒนาผู้เรียนให้มียุณภาพตาม มาตรฐานการเรียนรู้ ตัสชี้สัด และยุณลักษณะอันพึงประสงย์ตามท่ีกาหนดไส้เป็นแนสทางให้ผู้บริหาร สถานศึกษา ยรู อาจารย์ ตลอดจนผูเ้ กีย่ สขอ้ งกับการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา ในการจัดมสลประสบการณ์ ใหแ้ กผ่ ้เู รยี นได้พฒั นาให้บรรลุถึงยุณภาพตามมาตรฐานในการพฒั นาเยาสชนของชาติ นอกเหนือจากการใช้เป็น แนสทางหรือข้อกาหนดในการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้บรรลุตามจุดหมายของการจัดการศึกษาแล้ส หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท่ีพัฒนาข้ึนยังเป็นหลักสูตรท่ีมีจุดมุ่งหมายให้ยรอบยรัส ชุมชน องยก์ รในท้องถ่นิ ท้งั ภายรฐั และเอกชนเข้ารส่ มจดั การศึกษาของสถานศึกษา โดยมแี นสทางสายับที่สถานศึกษา กาหนดไสใ้ นหลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นทา่ อาจ ดงั น้ี ๑. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตาม หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุง่ พฒั นาใหผ้ ้เู รียนเกิดยสามสนุกสนานและยสาม เพลิดเพลินในการเรียนรู้ เปรียบเสมือนเป็นสิธีสร้างกาลังใจและเร้าให้เกิดยสามก้าสหน้าแก่ผู้เรียนให้มากที่สุด มยี สามรู้สูงสุด ผเู้ รียนทุกยนมยี สามเข้มแข็ง ยสามสนใจ มีประสบการณ์และยสามมนั่ ใจ เรยี นและทางานอย่าง เป็นอสิ ระและร่สมใจกัน มีทกั ษะในการอ่านออกเขยี นได้ ยิดเลขเป็น รู้ข้อมูลสารสนเทศ และเทยโนโลยีสื่อสาร สง่ เสริมจิตใจทอ่ี ยากรู้อยากเหน็ และมีกระบสนการยดิ อย่างมเี หตผุ ล หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรยี นบ้านท่าอาจ
2 ๒. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ส่งเสริมการพัฒนาด้านจิตสิบบาณ จริยธรรมสังยมและ สัฒนธรรม พัฒนาหลักการในการจาแนกระหส่างถูกและผิด เข้าใจและศรัทธาในยสามเชื่อของตน ยสามเชื่อ และสัฒนธรรมท่ีแตกต่างกัน พัฒนาหลักยุณธรรมและยสามอิสระของผู้เรียน ช่สยให้เป็นพลเมืองที่มียสาม รับผิดชอบ สามารถช่สยพัฒนาสังยมให้เป็นธรรมขึ้น มียสามเสมอภาย พัฒนายสามตระหนัก เข้าใจและ ยอมรับสภาพแสดล้อมท่ีตนดารงชีสิตอยู่ ยึดมั่นในข้อตกลงร่สมกันต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนท้ังในระดับส่สนตน ระดับทอ้ งถิน่ ระดับชาติและระดับโลก สร้างให้ผู้เรียนมียสามพร้อมในการเป็นผู้บริโภยท่ีตัดสินใจแบบมีข้อมูล เปน็ อิสระและมยี สามรบั ผดิ ชอบ ลักษณะของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านทา่ อาจ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่สถานศึกษาได้พัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เรียน ในระดับประถมศึกษา โดยยึดองย์ประกอบหลักสายับ ๓ ส่สน ยือ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สาระการเรียนรู้ท้องถ่ินและสาระสายับท่ีสถานศึกษาพัฒนาเพิ่มเติม เป็นกรอบในการ จัดทารายละเอียดเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีกาหนดเหมาะสมกับสภาพชุมชนและ ท้องถ่ินและจุดเน้นของสถานศึกษา โดยหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ทีพ่ ฒั นาขนึ้ มีลักษณะของหลกั สูตร ดงั น้ี ๑. เปน็ หลักสตู รเฉพาะของสถานศึกษาโรงเรียนโรงเรียนบ้านท่าอาจ สาหรับจัดการศึกษาในหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน จัดระดับการศกึ ษาเป็น ๑ ระดบั ยือ ระดับประถมศึกษา ( ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑–๖) ๒. มียสามเป็นเอกภาพ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรของสถานศึกษา สาหรบั ใหย้ รูผูส้ อนนาไปจัดการเรียนรไู้ ดอ้ ย่างหลากหลาย โดยกาหนดให้ ๒.๑ มีสาระการเรียนรู้ที่สถานศึกษาใช้เป็นหลักเพ่ือสร้างพื้นฐานการยิด การเรียนรู้และการ แก้ปบั หา ประกอบด้สย - กลมุ่ สาระภาษาไทย - กลุ่มสาระยณติ ศาสตร์ - กลุม่ สาระสิทยาศาสตร์และเทยโลโลยี - กลมุ่ สาระสังยมศึกษา ศาสนาและสัฒนธรรม ๒.๒ มีสาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างยสามเป็นมนุษย์ ศักยภาพการยิดและการทางาน ประกอบดส้ ย - กลมุ่ สาระสขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา - กลุ่มสาระศลิ ปะ - กลุ่มสาระการงานอาชพี - กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ หลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบ้านทา่ อาจ
3 ๒.๓ มีสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม โดยจัดทาเป็นรายสิชาเพ่ิมเติมตามยสามเหมาะสมและ สอดยล้องกับโยรงสร้างเสลาเรียน สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ยสามต้องการของผู้เรียน และบริบทของ สถานศึกษา ๒.๔ มีกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น เพื่อพฒั นาผเู้ รียนทั้งดา้ นร่างกาย จติ ใจ สติปบั บา อารมณ์ และ สงั ยม เสรมิ สรา้ งการเรียนรนู้ อกจากสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มและการพัฒนาตนตามศกั ยภาพ ๒.๕ มีการกาหนดมาตรฐานของสถานศึกษาท่ีสอดยล้องกับมาตรฐานระดับต่าง ๆ เพื่อเป็น เปูาหมายของการพัฒนายุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา จัดทารายละเอียดสาระการเรียนรู้และจัด กระบสนการเรยี นรใู้ ห้สอดยลอ้ งกบั สภาพในชุมชน สังยมและภมู ิปบั บาทอ้ งถ่ิน ๓. มีมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเปูาหมายสายับของการพัฒนายุณภาพผู้เรียนหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลกั สตู รท่มี ีมาตรฐานเป็นตัสกาหนดเกี่ยสกบั ยณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงย์ของผู้เรียน เพ่ือ เปน็ แนสทางในการประกนั ยุณภาพการศึกษา โดยมีการกาหนดมาตรฐานไส้ดังนี้ ๓.๑ มาตรฐานหลักสูตร เป็นมาตรฐานด้านผู้เรียนหรือผลผลิตของหลักสูตรสถานศึกษา อัน เกดิ จากการไดร้ ับการอบรมส่งั สอนตามโยรงสรา้ งของหลักสตู รทงั้ หมดใช้เปน็ แนสทางในการตรสจสอบยุณภาพ โดยรสมของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรในทุกระดับและสถานศึกษาต้องใช้สาหรับการประเมินตนเองเพ่ือ จัดทารายงานประจาปีตามบทบับบัติในพระราชบับบัติการศึกษา นอกจากนี้ยังเป็นแนสทางในการกาหนด แนสปฏิบตั ิใน การส่งเสริม กากบั ติดตาม ดแู ลและปรบั ปรงุ ยณุ ภาพ เพอ่ื ใหไ้ ดต้ ามมาตรฐานทก่ี าหนด ๓.๒ มีตัสชี้สัดช้ันปีเป็นเปูาหมายระบุส่ิงท่ีนักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รสมทั้งยุณลักษณะของ ผเู้ รียนในแต่ละระดับชั้นซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มียสามเฉพาะเจาะจงและมียสามเป็นรูปธรรม นาไปใช้ ในการกาหนดเนอื้ หา จัดทาหน่สยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอนและเป็นเกณฑ์สายับสาหรับการสัดประเมินผล เพ่ือตรสจสอบยณุ ภาพผูเ้ รยี น ตรสจสอบพัฒนาการผเู้ รียน ยสามรู้ ทักษะ กระบสนการ ยุณธรรม จริยธรรมและ ย่านิยมอันพึงประสงย์ เป็นหลักในการเทียบโอนยสามรู้และประสบการณ์จากการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอธั ยาศยั ๓.๓ มียสามเป็นสากล ยสามเป็นสากลของหลักสูตรสถานศึกษา ยือ มุ่งให้ผู้เรียนมียสามรู้ ยสามสามารถในเรื่องเทยโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การจัดการส่ิงแสดล้อมภูมิปับบาท้องถ่ิน มี ยุณลักษณะท่ีจาเป็นในการอยู่ในสังยม ได้แก่ ยสามซ่ือสัตย์ ยสามรับผิดชอบ การตรงต่อเสลา การเสียสละ การเอื้อเฟือ้ โดยอย่บู นพื้นฐานของยสามพอดรี ะหสา่ งการเปน็ ผู้นาและผตู้ าม การทางานเป็นทีมและการทางาน ตามลาพงั การแข่งขนั การรู้จักพอและการร่สมมือกันเพ่ือสังยม สิทยาการสมัยใหม่และภูมิปับบาท้องถิ่น การ รบั สฒั นธรรมต่างประเทศและการอนรุ กั ษ์สัฒนธรรมไทยการฝึกฝนทักษะเฉพาะทาง การบูรณาการในลักษณะ ที่เปน็ องยร์ สม ๔. มยี สามยดื หยุ่น หลากหลาย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ เป็นหลักสูตรที่สถานศึกษา จัดทารายละเอียดต่าง ๆ ข้ึนเอง โดยยึดโยรงสร้างหลักที่กาหนดไส้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นขอบข่ายในการจัดทา จึงทาให้หลักสูตรของสถานศึกษามียสามยืดหยุ่น หลากหลาย สอดยลอ้ งกบั สภาพปับหาและยสามต้องการของท้องถิ่น โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ มียสามเหมาะสมกบั ตัสผเู้ รียน หลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบ้านท่าอาจ
4 ๕. การสดั และประเมินผลเน้นหลักการพ้ืนฐาน ๒ ประการ ยือการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อ ตัดสินผลการเรียน โดยผู้เรียนต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัสชี้สัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการ เรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสายับและยุณลักษณะอันพึงประสงย์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเปูาหมายหลักในการสัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ส่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่การศึกษาและ ระดับชาติ การสัดและประเมินผลการเรยี นรู้ เปน็ กระบสนการพัฒนายุณภาพผู้เรียนและใช้ผลการประเมินเป็น ข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ยสามก้าสหน้าและยสามสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจน ขอ้ มลู ที่เปน็ ประโยชน์ตอ่ การสง่ เสริมใหผ้ ้เู รียนเกดิ การพฒั นาและเรียนรู้อยา่ งเต็มตามศกั ยภาพ วสิ ยั ทศั นห์ ลักสูตรสถานศกึ ษา หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรท่ีมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกยนเป็นบุยยลแห่งการ เรียนรสู้ ู่มาตรฐานสากลและเป็นมนษุ ย์ทมี่ ยี สามสมดลุ ท้งั รา่ งกาย ยสามรยู้ ่ยู ุณธรรม มียสามเป็นผ้นู าของสังยมมี จิตสานึกในยสามเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใช้หลักปรัชบาของเศรษฐกิจ พอเพียงยึดมั่นในการ ปกยรองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มียสามรู้และทักษะพ้ืนฐานสามารถใช้ นสัตกรรมและเทยโนโลยีรสมท้ังเจตยติท่ีจาเป็นต่อการศึกษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีสิต โดยมงุ่ เน้นผู้เรียนเปน็ สายบั บนพ้นื ฐานยสามเชอื่ สา่ ทกุ ยนสามารถเรยี นรแู้ ละพฒั นาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ หลักการ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ มีหลกั การทส่ี ายับ ดังนี้ ๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือยสามเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็น เปูาหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาสชนให้มียสามรู้ ทักษะ เจตยติและยุณธรรมบนพ้ืนฐานของยสามเป็นไทย ยสบยกู่ ับยสามเปน็ สากล ๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปสงชน ที่ประชาชนทุกยนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภายและมี ยุณภาพ ๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีสนองการกระจายอานาจ ให้สังยมมีส่สนร่สมในการจัดการศึกษาให้ สอดยล้องกบั สภาพและยสามตอ้ งการของท้องถิ่น ๔. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาทมี่ โี ยรงสร้างยืดหย่นุ ทัง้ ด้านสาระการเรยี นรู้ เสลาและการจัดการเรยี นรู้ ๕. เป็นหลกั สตู รการศกึ ษาทเี่ น้นผเู้ รยี นเป็นสายับ ๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย ยรอบยลุมทุก กลุ่มเปูาหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ หลกั สตู รกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบ้านท่าอาจ
5 จดุ มงุ่ หมาย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นยนดี มีปับบา มียสามสขุ มีศักยภาพในการศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชพี จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบ การศึกษาตามหลักสูตร ดังนี้ ๑. มียุณธรรม จริยธรรมและย่านิยมท่ีพึงประสงย์ เห็นยุณย่าของตนเอง มีสินัยและปฏิบัติตนตาม หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถือ ยดึ หลกั ปรัชบาของเศรษฐกิจพอเพียง ๒. มียสามรู้ ยสามสามารถในการส่ือสาร การยดิ การแกป้ ับหา การใชเ้ ทยโนโลยแี ละมีทกั ษะชสี ติ ๓. มสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจิตทีด่ ี มีสขุ นิสัยและรกั การออกกาลงั กาย ๔. มียสามรักชาติ มีจิตสานึกในยสามเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในสิถีชีสิตและการปกยรอง ตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข ๕. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์สัฒนธรรมและภูมิปับบาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาส่ิงแสดล้อม มีจิต สาธารณะท่ีมุ่งทาประโยชนแ์ ละสรา้ งสง่ิ ท่ดี งี ามในสังยม อยรู่ ่สมกนั ในสังยมอย่างมยี สามสุข เปา้ ประสงคห์ ลักสตู ร ( Corporate objective ) ๑. เพ่ือให้ผู้เรียนทุกยนได้รับการปลูกฝังยุณธรรม จริยธรรม มียุณลักษณะอันพึงประสงย์ มีการ พัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีทักษะชีสิต มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี นาหลักปรัชบาของ เศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนสทางการดาเนินชีสิต เป็นผู้นาที่ดีของสังยมและมียสามสามารถใน การใช้เทยโนโลยีเพื่อการเรียนรู้และการสื่อสารอย่างหลากหลาย ผู้เรียนมีศักยภาพเป็นพลโลก ( World Citizen ) ๒. เพื่อให้สถานศึกษามีระบบการบริหารและจัดการศึกษาด้สยระบบยุณภาพ ( Quality System Management) เพื่อรองรับการกระจายอานาจอย่างท่ัสถงึ ๓. เพื่อให้บยุ ลากรทุกยนมีทกั ษะสชิ าชีพในการพฒั นาการเรยี นการสอนและใช้นสัตกรรมเทยโนโลยีท่ี ทนั สมัยยกระดับการจัดการเรียนการสอนเทียบเยียงมาตรฐานสากล ( World Class standard ) ๔. เพ่ือให้การใช้งบประมาณและทรัพยากรของทุกหน่สยงานเป็นไปตามเปูาหมายได้อย่างมี ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลสงู สดุ วสิ ัยทศั นโ์ รงเรียน โรงเรียนบ้านท่าอาจ ได้บริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานมุ่งพัฒนายรูและบุยลากรให้มียสาม เป็นมืออาชีพ ตลอดท้ังมุ่งเน้นให้ผู้เรียนทุกยนมีมาตรฐานการเรียนรู้เป็นไปตามเปูาหมายของหลักสูตร ซ่ึง ชุมชนมีส่สนร่สมจัดการศึกษา มีทักษะในการใช้เทยโนโลยีเป็นเยร่ืองมือในการแสสงหายสามรู้และพัฒนาท้ัง ด้านร่างกายและจิตใจ เพ่ือให้เด็กทุกยนมีสุขภาพกายและจิตใจที่สมบูรณ์ ยึดมั่นในการปกยรองตามระบอบ หลักสูตรกลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบ้านท่าอาจ
6 ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและน้อมนาหลักปรัชบาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการเรียน การสอน พันธกจิ ๑. จัดการศกึ ษาระดับปฐมสยั และระดับประถมศึกษา ๒. จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ที่เน้นผูเ้ รียนเปน็ สายับและพฒั นาแหลง่ เรยี นรูใ้ นสถานศึกษา ๓. จัดภูมทิ ศั นใ์ นสถานศึกษา ใหม้ สี ภาพท่เี อือ้ ตอ่ การเรยี นรนู้ ่าดู นา่ อยแู่ ละนา่ เรียน ๔. ส่งเสริมภูมปิ บั บาทอ้ งถิ่นและจัดกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ามหลักปรัชบาของเศรษฐกิจพอเพียง ๕. จัดกิจกรรมทส่ี ่งเสริมและสนบั สนุนการพฒั นายุณลักษณะอันพงึ ประสงย์ของผู้เรียน ๖. จัดกิจกรรมทีส่ ่งเสริมและปลูกจิตสานึกการอนรุ ักษศ์ ลิ ปะ สฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณไี ทย และท้องถน่ิ เปา้ ประสงค์ ๑. นกั เรียนไดร้ ับบรกิ ารทางการศกึ ษาอยา่ งทส่ั ถงึ และมียุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ๒. โรงเรยี นมีหลกั สูตรสถานศึกษาทม่ี ยี ุณภาพไดม้ าตรฐาน ๓. นกั เรยี นมียสามสามารถในการนาเทยโนโลยีไปประยกุ ตใ์ ช้ในชสี ติ ประจาสัน ๔. บยุ ลากรไดร้ ับการพัฒนาสมู่ าตรฐานสิชาชีพ ๕. โรงเรียนมีภูมทิ ศั น์สสยงามและแหล่งเรยี นรู้ตามแนสปรัชบาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างหลากหลาย ๖. โรงเรียนไดร้ บั ยสามร่สมมือจากชุมชนในการจดั การศกึ ษา วิสัยทศั นก์ ลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ มุ่งพัฒนาใหผ้ ู้เรยี นเกิดยสามรู้ มที ักษะกระบสนการยิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรยม์ ี จินตนาการ มสี มาธิ กลา้ แสดงออกอย่างอสิ ระ มีสุนทรยี ภาพ เหน็ ยณุ ยา่ ซาบซ้ึงในงานศลิ ปะ และรักษา รากฐานทางศลิ ปสฒั นธรรมของไทย หลักการกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ มหี ลกั การทส่ี ายับ ดังน้ี ๑. พัฒนายสามรู้ยสามยิด จินตนาการ ยสามสามารถของผูเ้ รยี นทางศลิ ปะ ตามศักยภาพของผเู้ รยี น อัน เป็นพน้ื ฐานในการศกึ ษาต่อและประกอบอาชพี ๒. จัดกจิ กรรมกระบสนการเรียนรู้อย่างหลากหลายสิธผี ู้เรยี นมีส่สนร่สมในการจัดกระบสนการเรียนร้มู ี สนุ ทรยี ภาพ ชื่นชมยสามงาม และเห็นยุณยา่ ในงานศิลปะ ๓. ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรยี นมียสามเช่ือม่ันในตนเองและพฒั นาผู้เรยี นทั้งทางดา้ นร่างกาย จิตใจ สติปับบา อารมณ์ สังยม ตลอดจนการนาไปสกู่ ารหสงแหนภูมิปับบาท้องถนิ่ ซง่ึ เปน็ รากฐานทางสัฒนธรรม หลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบ้านท่าอาจ
7 ๔. จัดแผนการเรยี นการสอนใหแ้ ก่ผูเ้ รยี น เพื่อให้ผเู้ รียนไดม้ ีโอกาสเรยี นรสู้ ชิ าศิลปะ ตามยสามถนัดและ ยสามสนใจ ๕. พัฒนาบุยลากรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ให้มียสามรูแ้ ละทกั ษะ ตลอดจนนาประสบการณ์มา ใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน โดยเนน้ ผูเ้ รยี นเปน็ สายบั ๖. นเิ ทศและติดตามอย่างเป็นระบบ ในด้านการจัดการเรียนการสอนสิชาศิลปะ ๗. จัดกจิ กรรมการเรียนการสอน โดยการสอดแทรกยณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซาบซง้ึ ในงานศิลปะ และรกั ยสามเป็นไทย ๘. จดั แหล่งเรียนรู้ ให้มมี มุ หนังสือ เอกสาร มุมศึกษายน้ ยส้าด้สยตนเอง ปูายนเิ ทศ มมุ สื่อนสตั กรรม อปุ กรณ์ เกม และผลงานนกั เรียน ๙. จดั กิจกรรมและเปดิ โอกาสให้ยรูและนกั เรียน นาเสนอผลงานตนเอง ในงานนิทรรศการทางสชิ าการ ภายในโรงเรยี น ๑๐.สนับสนุน สง่ เสรมิ ให้ยรูผลติ ส่ือและนสตั กรรมประกอบการเรียนการสอนตามเน้ือหาการเรียนรู้ ๑๑.สัดผลและประเมินผลตามสภาพจรงิ ดส้ ยสธิ ีการท่หี ลากหลายใหย้ รอบยลมุ ทงั้ ทางด้านยสามรูท้ กั ษะ กระบสนการ สมรรถนะสายับของผเู้ รยี น และยุณลักษณะอนั พงึ ประสงย์ จุดมงุ่ หมายกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ หลักสตู รกลุม่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ มงุ่ พัฒนาใหผ้ ้เู รยี นเกิดยสามรยู้ สามเข้าใจ มที ักษะสิธกี ารทางศิลปะ เกิด ยสามซาบซึ้งในยณุ ย่าของศิลปะ เปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรียนแสดงออกอย่างอิสระในศิลปะแขนงต่างๆ ประกอบด้สย สาระสายับ ยือ • ทัศนศิลป์ มียสามรู้ยสามเข้าใจองยป์ ระกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สรา้ งและนาเสนอผลงาน ทางทัศนศลิ ป์ จากจินตนาการ โดยสามารถใชอ้ ุปกรณ์ที่เหมาะสม รสมท้งั สามารถใช้เทยนิย สธิ ีการ ของศิลปนิ ในการสร้าง งานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ สิเยราะห์ สิพากษ์ สจิ ารณ์ยุณย่างานทัศนศิลป์ เข้าใจยสามสมั พนั ธ์ระหสา่ ง ทัศนศลิ ป์ ประสัติศาสตร์ และสฒั นธรรม เห็นยุณยา่ งานศิลปะทเี่ ป็นมรดกทางสฒั นธรรม ภมู ิปับบาทอ้ งถ่นิ ภูมิปบั บาไทยและสากล ช่ืนชม ประยกุ ต์ใช้ในชสี ิตประจาสนั • ดนตรี มยี สามรยู้ สามเข้าใจองย์ประกอบดนตรแี สดงออกทางดนตรอี ยา่ งสร้างสรรย์ สิเยราะหส์ พิ ากษ์ สจิ ารณย์ ณุ ย่าดนตรี ถ่ายทอดยสามรู้สกึ ทางดนตรีอย่างอสิ ระ ช่นื ชมและประยุกตใ์ ชใ้ นชีสติ ประจาสนั เข้าใจ ยสามสัมพนั ธ์ระหสา่ งดนตรี ประสัติศาสตร์ และสัฒนธรรม เห็นยุณยา่ ดนตรี ทเ่ี ป็นมรดกทางสัฒนธรรม ภมู ิ ปบั บาท้องถ่ิน ภูมิปับบาไทย และสากล รอ้ งเพลง และเล่นดนตรี ในรูปแบบตา่ งๆ แสดงยสามยดิ เห็นเกย่ี สกบั เสียงดนตรี แสดงยสามรสู้ ึกที่มีตอ่ ดนตรีในเชงิ สุนทรยี ะ เข้าใจยสามสมั พันธ์ระหสา่ งดนตรีกบั ประเพณี สฒั นธรรม และเหตกุ ารณใ์ นประสตั ิศาสตร์ • นาฏศิลป์ มยี สามรู้ยสามเขา้ ใจองย์ประกอบนาฏศิลป์ แสดงออกทางนาฏศิลป์ อยา่ งสรา้ งสรรย์ ใช้ ศพั ท์เบ้ืองตน้ ทางนาฏศลิ ป์ สิเยราะหส์ ิพากษ์ สิจารณ์ยุณย่านาฏศิลป์ ถา่ ยทอดยสามรสู้ ึกยสามยดิ อยา่ งอิสระ หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นทา่ อาจ
8 สรา้ งสรรยก์ ารเยล่ือนไหสในรูปแบบต่าง ๆ ประยุกต์ใชน้ าฏศิลป์ ในชสี ิตประจาสันเข้าใจยสามสัมพนั ธร์ ะหสา่ ง นาฏศลิ ปก์ บั ประสตั ศิ าสตร์ สัฒนธรรม เหน็ ยุณย่า ของนาฏศิลป์ที่เป็นมรดกทางสฒั นธรรม ภมู ิปับบาท้องถ่ิน ภูมปิ ับบาไทย และสากล สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น หลักสูตรโรงเรียนบ้านท่าอาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ มงุ่ ใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะสายบั ๕ ประการ ดังน้ี ๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นยสามสามารถในการรับและส่งสาร มีสัฒนธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดยสามยิด ยสามรู้ยสามเข้าใจ ยสามรู้สึกและทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าสสารและ ประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชนต์ ่อการพัฒนาตนเองและสงั ยม การเลือกรับหรอื ไม่รับข้อมูลข่าสสารด้สยหลัก เหตุผลและยสามถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้สิธีการส่ือสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยยานึงถึงผลกระทบที่มีต่อ ตนเองและสงั ยม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นยสามสามารถในการยิดสิเยราะห์ การยิดสังเยราะห์ การยิด อย่าง สร้างสรรย์ การยิดอยา่ งมสี ิจารณบาณ และการยิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองย์ยสามรู้หรือสารสนเทศ เพอื่ การตัดสินใจเก่ียสกบั ตนเองและสงั ยมไดอ้ ย่างเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแก้ปญั หา เปน็ ยสามสามารถในการแกป้ บั หาและอุปสรรยต่าง ๆ ที่เผชิบได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล ยุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจยสามสัมพันธ์และการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังยม แสสงหายสามรู้ ประยุกต์ยสามรู้มาใช้ในการปูองกันและแก้ไข ปับหา มกี ารตดั สินใจที่มีประสิทธภิ าพโดยยานงึ ถงึ ผลกระทบท่ีเกิดขนึ้ ต่อตนเอง สงั ยมและส่งิ แสดลอ้ ม ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นยสามสามารถในการนากระบสนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดาเนินชีสิตประจาสัน การเรียนรู้ด้สยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทางานและการอยู่ร่สมกันในสังยม ด้สยการสร้างเสริมยสามสัมพันธ์อันดีระหส่างบุยยล การจัดการปับหาและยสามขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัสให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังยมและสภาพแสดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่พึง ประสงยท์ ี่ส่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อืน่ ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นยสามสามารถในการเลือกและใช้เทยโนโลยีด้านต่าง ๆ มีทักษะ กระบสนการทางเทยโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังยม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน การ แก้ปบั หาอย่างสร้างสรรย์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสมและมยี ุณธรรม คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ หลักสูตรโรงเรยี นบ้านทา่ อาจ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มียุณลักษณะอันพึงประสงย์ เพื่อให้ สามารถอยูร่ ่สมกบั ผู้อ่นื ในสงั ยมได้อย่างมียสามสขุ ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้ 1) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ผเู้ รยี นมยี ณุ ลักษณะทแี่ สดงออกถึงการเป็นพลเมืองดีของชาติ ธารงไส้ ซึ่งยสามเป็นชาติไทย ศรัทธา ยึดม่ันในศาสนาและเยารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนตามหลัก ศาสนาที่ตนนับถอื และแสดงยสามจงรกั ภกั ดีตอ่ สถาบันพระมหากษัตริย์ หลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นทา่ อาจ
9 2) ซอื่ สัตยส์ จุ ริต ผเู้ รยี นมียุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดม่ันในยสามถูกต้องประพฤติตรงตาม ยสามเป็นจรงิ ตอ่ ตนเองและผู้อน่ื ทงั้ ทางกาย สาจา ใจ ประพฤติตรงตามยสามเป็นจริงท้ังทางกาย สาจา ใจและ ยดึ หลักยสามจรงิ ยสามถูกตอ้ งในการดาเนนิ ชสี ิต มียสามละอายและเกรงกลสั ตอ่ การกระทาผิด 3) มีวินัย ผู้เรียนมียุณลักษณะที่แสดงออกถึงการยึดมั่นในข้อตกลง กฎเกณฑ์และระเบียบ ข้อบงั ยับของยรอบยรสั โรงเรียนและสังยม ปฏิบัติตนตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังยับของยรอบยรัส โรงเรยี นและสงั ยมเปน็ ปกติสิสยั ไมล่ ะเมดิ สิทธขิ องผู้อนื่ 4) ใฝ่เรียนรู้ เรียนมียุณลักษณะที่แสดงออกถึงยสามตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน แสสงหา ยสามรู้จากแหล่งเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน มียสามต้ังใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่สม กิจกรรมการเรียนรู้ แสสงหายสามรู้จากแหล่งเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสม่าเสมอด้สยการ เลือกใช้ส่ืออย่างเหมาะสม บันทึกยสามรู้ สิเยราะห์ สรุปเป็นองย์ยสามรู้ แลกเปล่ียนเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และนาไปใชใ้ นชสี ิตประจาสนั ได้ 5) อยู่อย่างพอเพียง ผู้เรียนมียุณลักษณะที่แสดงออกถึงการดาเนินชีสิตอย่างพอประมาณ มี เหตุผล รอบยอบ มียุณธรรม มีภูมิยุ้มกันในตัสที่ดีและปรับตัสเพ่ืออยู่ในสังยมได้อย่างมียสามสุข ดาเนินชีสิต อย่างประมาณตน มเี หตุผล รอบยอบ ระมดั ระสงั อยู่ร่สมกับผู้อื่นด้สยยสามรับผิดชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เห็น ยณุ ย่าของทรัพยากรต่าง ๆ มีการสางแผนปอู งกนั ยสามเสย่ี งและพร้อมรับการเปล่ยี นแปลง 6) มุ่งม่ันในการทางาน ผู้เรียนมียุณลักษณะที่แสดงออกถึงยสามตั้งใจและรับผิดชอบในการทา หนา้ ท่กี ารงานด้สยยสามเพยี รพยายาม อดทน เพื่อให้งานสาเร็จตามเปูาหมายมียสามตั้งใจปฏิบัติหน้าท่ีที่ได้รับ มอบหมายด้สยยสามเพียรพยายาม ทุ่มเทกาลังกาย กาลังใจ การปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ให้สาเร็จลุล่สงตาม เปาู หมายทีก่ าหนดดส้ ยยสามรับผดิ ชอบและมยี สามภายภมู ิใจในผลงาน 7) รกั ความเปน็ ไทย ผเู้ รียนมยี ณุ ลกั ษณะทแ่ี สดงออกถงึ ยสามภายภูมิใจ เห็นยุณย่า ร่สมอนุรักษ์ สืบทอดภูมิปับบาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและสัฒนธรรม ใช้ภาษาไทยในการส่ือสารได้อย่าง ถกู ตอ้ งและเหมาะสม มียสามภายภูมิใจ เหน็ ยณุ ย่า ช่นื ชม มสี ่สนร่สมในการอนุรกั ษ์ สบื ทอดเผยแพร่ภูมิปับบา ไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะและสฒั นธรรมไทย มียสามกตับญูกตเสที ใช้ภาษาไทยในการส่ือสารอย่าง ถูกตอ้ งเหมาะสม 8) มีจติ สาธารณะ ผู้เรียนมียณุ ลกั ษณะท่ีแสดงออกถงึ การมีส่สนร่สมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ ทกี่ อ่ ให้เกดิ ประโยชน์แกผ่ ู้อนื่ ชมุ ชนและสังยมด้สยยสามเต็มใจ กระตือรือรน้ โดยไมห่ สังผลตอบแทน มีลักษณะ เป็นผู้ให้ และช่สยเหลือผู้อ่ืน แบ่งปันยสามสุขส่สนตน เพื่อทาประโยชน์แก่ส่สนรสม เข้าใจเห็นใจผู้ที่มียสาม เดอื ดรอ้ น อาสาช่สยเหลอื สงั ยม อนรุ ักษ์สง่ิ แสดลอ้ มดส้ ยแรงกาย สตปิ ับบา ลงมอื ปฏิบัติเพื่อแก้ปับหาหรือร่สม สร้างสรรยส์ งิ่ ทดี่ ีงามให้เกิดในชุมชน โดยไม่หสงั สิง่ ตอบแทน หลักสูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบา้ นท่าอาจ
10 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ ทาไมต้องเรียนศิลปะ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะเปน็ กลุ่มสาระท่ชี ส่ ยพฒั นาให้ผ้เู รียนมียสามยิดริเริม่ สร้างสรรย์ มี จินตนาการทางศลิ ปะ ช่นื ชมยสามงาม มสี ุนทรยี ภาพ ยสามมยี ุณยา่ ซ่ึงมผี ลตอ่ ยุณภาพชสี ิตมนษุ ย์ กิจกรรม ทางศลิ ปะชส่ ยพัฒนาผ้เู รยี นท้ังด้านร่างกาย จติ ใจ สติปับบา อารมณ์ สงั ยม ตลอดจนการนาไปสูก่ ารพัฒนา ส่งิ แสดลอ้ ม ส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนมยี สามเชื่อม่ันในตนเอง อนั เป็นพืน้ ฐานในการศกึ ษาต่อหรอื ประกอบอาชีพได้ เรียนรู้อะไรในศลิ ปะ กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ิลปะม่งุ พฒั นาให้ผู้เรยี นเกิดยสามรู้ยสามเขา้ ใจ มที ักษะสิธกี ารทางศิลปะ เกิด ยสามซาบซึ้งในยณุ ย่าของศลิ ปะ เปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนแสดงออกอยา่ งอิสระในศลิ ปะแขนงตา่ ง ๆ ประกอบดส้ ย สาระสายับ ยือ ทศั นศลิ ป์ มียสามรยู้ สามเข้าใจองยป์ ระกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สรา้ งและนาเสนอผลงาน ทาง ทัศนศลิ ป์จากจินตนาการ โดยสามารถใชอ้ ปุ กรณ์ทเี่ หมาะสม รสมท้งั สามารถใชเ้ ทยนยิ สิธกี าร ของศิลปนิ ใน การสร้างงานได้อย่างมีประสิทธภิ าพ สเิ ยราะห์ สิพากษ์ สิจารณ์ยณุ ย่างานทัศนศิลป์ เขา้ ใจยสามสมั พันธ์ ระหสา่ งทัศนศลิ ป์ ประสตั ิศาสตร์ และสัฒนธรรม เห็นยุณย่างานศิลปะทเ่ี ป็นมรดกทางสัฒนธรรม ภมู ิปับบา ท้องถ่ิน ภมู ิปับบาไทยและสากล ชน่ื ชม ประยกุ ตใ์ ช้ในชสี ติ ประจาสนั ดนตรี มยี สามรู้ยสามเขา้ ใจองยป์ ระกอบดนตรีแสดงออกทางดนตรีอย่างสรา้ งสรรย์ สิเยราะห์ สพิ ากษ์ สิจารณย์ ุณย่าดนตรี ถ่ายทอดยสามรู้สึก ทางดนตรีอยา่ งอิสระ ชืน่ ชมและประยุกต์ใชใ้ นชีสิตประจาสัน เขา้ ใจยสามสัมพันธร์ ะหสา่ งดนตรี ประสัติศาสตร์ และสัฒนธรรม เหน็ ยุณย่าดนตรี ที่เปน็ มรดกทางสฒั นธรรม ภูมปิ ับบาท้องถิ่น ภูมิปับบาไทย และสากล รอ้ งเพลง และเล่นดนตรี ในรูปแบบต่าง ๆ แสดงยสามยิดเห็น เกยี่ สกบั เสียงดนตรี แสดงยสามรู้สึกทมี่ ีต่อดนตรีในเชิงสนุ ทรียะ เข้าใจยสามสัมพนั ธ์ระหส่างดนตรกี ับประเพณี สัฒนธรรม และเหตุการณ์ในประสตั ิศาสตร์ นาฏศิลป์ มียสามรู้ยสามเขา้ ใจองยป์ ระกอบนาฏศิลป์ แสดงออกทางนาฏศลิ ป์อย่างสรา้ งสรรย์ ใช้ศพั ทเ์ บื้องตน้ ทางนาฏศลิ ป์ สเิ ยราะห์สิพากษ์ สจิ ารณ์ยุณยา่ นาฏศิลป์ ถ่ายทอดยสามรู้สกึ ยสามยิดอย่าง อสิ ระ สรา้ งสรรย์การเยล่ือนไหสในรปู แบบตา่ ง ๆ ประยุกต์ใช้นาฏศิลป์ ในชสี ติ ประจาสนั เขา้ ใจ ยสามสัมพนั ธร์ ะหส่างนาฏศลิ ปก์ บั ประสตั ิศาสตร์ สฒั นธรรม เหน็ ยณุ ยา่ ของนาฏศลิ ป์ท่เี ป็นมรดกทาง สัฒนธรรม ภมู ปิ บั บาทอ้ งถนิ่ ภูมปิ ับบาไทย และสากล หลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบ้านทา่ อาจ
11 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 ทศั นศิลป์ สร้างสรรยง์ านทัศนศลิ ป์ตามจินตนาการ และยสามยิดสร้างสรรย์ สเิ ยราะห์ สพิ ากษ์ มาตรฐาน ศ 1.1 สิจารณย์ ุณย่างานทศั นศลิ ป์ ถ่ายทอดยสามรสู้ ึก ยสามยิดตอ่ งานศิลปะอย่างอสิ ระ ชน่ื ชม และประยุกต์ใชใ้ นชีสติ ประจาสนั มาตรฐาน ศ 1.2 เข้าใจยสามสัมพนั ธ์ระหส่างทัศนศลิ ป์ ประสัติศาสตร์ และสัฒนธรรม เหน็ ยุณยา่ งาน ทศั นศลิ ป์ทีเ่ ปน็ มรดกทางสฒั นธรรม ภมู ปิ ับบาท้องถ่นิ ภมู ปิ บั บาไทย และสากล สาระที่ 2 ดนตรี เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรย์ สิเยราะห์ สิพากษ์สิจารณย์ ุณย่า มาตรฐาน ศ 2.1 ดนตรี ถา่ ยทอดยสามร้สู กึ ยสามยิดต่อดนตรีอยา่ งอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ ใน ชสี ติ ประจาสัน มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจยสามสัมพนั ธร์ ะหสา่ งดนตรี ประสัติศาสตร์ และสฒั นธรรม เหน็ ยุณยา่ ของ ดนตรีที่ เปน็ มรดกทางสฒั นธรรม ภูมิปบั บาท้องถน่ิ ภูมิปับบาไทยและสากล สาระท่ี 3 นาฏศลิ ป์ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อยา่ งสร้างสรรย์ สเิ ยราะห์ สิพากษส์ จิ ารณ์ยณุ ย่า มาตรฐาน ศ 3.1 นาฏศิลปถ์ ่ายทอดยสามรู้สึก ยสามยดิ อย่างอิสระ ชนื่ ชม และประยุกต์ใช้ใน ชีสติ ประจาสนั มาตรฐาน ศ 3.2 เขา้ ใจยสามสัมพนั ธ์ระหส่างนาฏศลิ ป์ ประสตั ศิ าสตร์และสัฒนธรรม เห็นยณุ ย่า ของนาฏศลิ ปท์ ่ีเปน็ มรดกทางสฒั นธรรม ภูมปิ ับบาทอ้ งถิน่ ภมู ิปับบาไทยและสากล หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบา้ นทา่ อาจ
12 คณุ ภาพผเู้ รยี นจบช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 รู้และเข้าใจเกี่ยสกับรูปร่าง รูปทรง และจาแนกทัศนธาตุของส่ิงต่าง ๆ ในธรรมชาติ ส่ิงแสดล้อมและงานทัศนศิลป์ มีทักษะพื้นฐานการใช้สัสดุอุปกรณ์ในการสร้างงานสาดภาพระบายสี โดยใช้เส้น รูปร่าง รูปทรง สี และพื้นผิส ภาพปะติด และงานปั้น งานโยรงสร้างเยลื่อนไหสอย่างง่าย ๆ ถ่ายทอดยสามยิด ยสามรู้สึกจากเร่ืองราส เหตุการณ์ ชีสิตจริง สร้างงานทัศนศิลป์ตามท่ีตนชื่นชอบ สามารถแสดงเหตุผลและ สธิ ีการในการปรบั ปรุงงานของตนเอง รู้และเข้าใจยสามสายับของงานทัศนศิลป์ในชีสิตประจาสัน ท่ีมาของงานทัศนศิลป์ ในท้องถ่ิน ตลอดจนการใช้สัสดุ อุปกรณ์ และสิธกี ารสร้างงานทศั นศลิ ป์ในทอ้ งถน่ิ รู้และเข้าใจแหล่งกาเนิดเสียง ยุณสมบัติของเสียง บทบาทหน้าที่ ยสามหมาย ยสามสายับ ของบทเพลงใกล้ตัสท่ีได้ยิน สามารถท่องบทกลอน ร้องเพลง เยาะจังหสะ เยลื่อนไหสร่างกาย ให้สอดยล้อง กับบทเพลง อา่ น เขยี น และใช้สับลักษณ์แทนเสยี งและเยาะจังหสะ แสดงยสามยิดเห็นเกี่ยสกับดนตรี เสียงขับ รอ้ งของตนเอง มสี ส่ นร่สมกับกจิ กรรมดนตรใี นชีสิตประจาสนั รู้และเข้าใจเอกลักษณ์ของดนตรีในท้องถ่ิน มียสามช่ืนชอบ เห็นยสามสายับ และประโยชน์ของดนตรตี อ่ การดาเนนิ ชีสิตของยนในท้องถิ่น สร้างสรรย์การเยล่ือนไหสในรูปแบบต่าง ๆ สามารถแสดงท่าทางประกอบจังหสะเพลง ตามรูปแบบนาฏศิลป์ มีมารยาทในการชมการแสดง รู้หน้าท่ีของผู้แสดงและผู้ชม รู้ประโยชน์ ของการแสดงนาฏศลิ ป์ในชสี ติ ประจาสนั เขา้ รส่ มกิจกรรมการแสดงที่เหมาะสมกับสยั รู้และเข้าใจการละเล่นของเด็กไทยและนาฏศิลป์ท้องถิ่น ชื่นชอบและภายภูมิใจ ในการละเล่นพื้นบา้ น สามารถเช่ือมโยงสง่ิ ที่พบเห็นในการละเลน่ พื้นบ้านกับการดารงชีสิต ของยนไทย บอก ลกั ษณะเดน่ และเอกลักษณข์ องนาฏศลิ ป์ไทยตลอดจนยสามสายบั ของการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยได้ หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
13 จบชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 รู้และเข้าใจการใช้ทัศนธาตุ รูปร่าง รูปทรง พื้นผิส สี แสงเงา มีทักษะพื้นฐานในการใช้สัสดุ อุปกรณ์ ถ่ายทอดยสามยิด อารมณ์ ยสามรู้สกึ สามารถใช้หลักการจดั ขนาด สดั สส่ น ยสามสมดุล น้าหนัก แสง เงา ตลอดจนการใช้สียู่ตรงข้ามท่ีเหมาะสมในการสร้างงานทัศนศิลป์ 2 มิติ 3 มิติ เช่น งานส่ือผสม งานสาด ภาพระบายสี งานปั้น งานพิมพ์ภาพ รสมท้ังสามารถสร้างแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบเพ่ือถ่ายทอด ยสามยิดจินตนาการเป็นเร่ืองราสเกี่ยสกับเหตุการณ์ต่าง ๆ และสามารถเปรียบเทียบยสามแตกต่างระหส่าง งานทัศนศิลป์ที่สร้างสรรย์ด้สยสัสดุอุปกรณ์และสิธีการที่แตกต่างกัน เข้าใจปับหาในการจัดองย์ประกอบศิลป์ หลักการลดและเพ่ิมในงานปั้น การสื่อยสามหมายในงานทัศนศิลป์ของตน รู้สิธีการปรับปรุงงานให้ดีข้ึน ตลอดจน ร้แู ละเข้าใจยุณยา่ ของงานทัศนศลิ ปท์ ี่มีผลต่อชีสติ ของยนในสังยม รแู้ ละเข้าใจบทบาทของงานทัศนศิลป์ท่ีสะท้อนชีสิตและสังยม อิทธิพลของยสามเช่ือ ยสาม ศรทั ธา ในศาสนา และสฒั นธรรมท่มี ผี ลตอ่ การสรา้ งงานทศั นศลิ ปใ์ นท้องถิน่ รู้และเข้าใจเก่ียสกับเสียงดนตรี เสียงร้อง เยรื่องดนตรี และบทบาทหน้าที่ รู้ถึ งการ เยล่ือนท่ีขึ้น ลง ของทานองเพลง องย์ประกอบของดนตรี ศัพท์สังยีตในบทเพลง ประโยย และอารมณ์ของ บทเพลงท่ีฟัง ร้องและบรรเลงเยร่ืองดนตรี ด้นสดอย่างง่าย ใช้และเก็บรักษา เยรื่องดนตรีอย่างถูกสิธี อ่าน เขียนโน้ตไทยและสากลในรูปแบบต่าง ๆ รู้ลักษณะของผู้ที่จะเล่นดนตรีได้ดี แสดงยสามยิดเห็นเกี่ยสกับ องยป์ ระกอบดนตรี ถ่ายทอดยสามรู้สึกของบทเพลงท่ีฟัง สามารถใช้ดนตรีประกอบกิจกรรมทางนาฏศิลป์และ การเลา่ เรอ่ื ง รู้และเขา้ ใจยสามสัมพันธ์ระหสา่ งดนตรีกบั สถิ ีชีสิต ประเพณี สัฒนธรรมไทย และสัฒนธรรม ต่าง ๆ เรื่องราสดนตรีในประสัติศาสตร์ อิทธิพลของสัฒนธรรมต่อดนตรี รู้ยุณย่าดนตรีท่ีมาจากสัฒนธรรม ตา่ งกนั เหน็ ยสามสายับในการอนรุ ักษ์ รแู้ ละเขา้ ใจองย์ประกอบนาฏศิลป์ สามารถแสดงภาษาท่า นาฏยศพั ทพ์ ื้นฐาน สร้างสรรย์การ เยลื่อนไหสและการแสดงนาฏศิลป์ และการละยรง่าย ๆ ถ่ายทอดลีลาหรืออารมณ์ และสามารถออกแบบ เยร่ืองแตง่ กายหรืออุปกรณป์ ระกอบการแสดงงา่ ย ๆ เข้าใจยสามสัมพันธ์ระหส่างนาฏศิลป์และการละยรกับส่ิง ท่ปี ระสบในชีสติ ประจาสัน แสดงยสามยดิ เห็นในการชมการแสดง และบรรยายยสามรู้สึกของตนเองท่ีมีต่องาน นาฏศลิ ป์ รู้และเขา้ ใจยสามสัมพนั ธ์และประโยชน์ของนาฏศลิ ปแ์ ละการละยร สามารถเปรียบเทียบการ แสดงประเภทต่าง ๆ ของไทยในแต่ละท้องถิ่น และส่ิงที่การแสดงสะท้อนสัฒนธรรมประเพณี เห็นยุณย่าการ รกั ษาและสืบทอดการแสดงนาฏศิลปไ์ ทย หลกั สูตรกลุม่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
14 ตวั ชี้วดั และสาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระท่ี 1 ทัศนศลิ ป์ สรา้ งสรรยง์ านทศั นศิลป์ตามจินตนาการ และยสามยดิ สรา้ งสรรย์ สเิ ยราะห์ สพิ ากษ์ มาตรฐาน ศ 1.1 สจิ ารณย์ ณุ ย่างานทัศนศิลป์ ถา่ ยทอดยสามรู้สกึ ยสามยิดตอ่ งานศิลปะอย่างอสิ ระ ชื่นชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชสี ติ ประจาสัน ช้นั ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.1 1.อภิปรายเกีย่ สกบั รปู รา่ ง ลกั ษณะ และ รปู รา่ ง ลักษณะ และขนาดของส่ิงต่าง ๆ ขนาดของสิง่ ตา่ ง ๆ รอบตัส รอบตสั ในธรรมชาติและสิ่งทม่ี นษุ ยส์ ร้างข้นึ ในธรรมชาติและสง่ิ ทม่ี นุษยส์ ร้างขน้ึ 2.บอกยสามร้สู กึ ท่ีมีต่อธรรมชาติ และ ยสามรู้สกึ ท่ีมตี อ่ ธรรมชาติและสิง่ แสดลอ้ ม ส่งิ แสดล้อมรอบตัส รอบตสั เช่น รสู้ กึ ประทับใจกับยสามงาม ของบรเิ สณรอบอายารเรียน หรือรู้สึกถึง ยสามไม่เป็นระเบยี บ ของสภาพภายใน ห้องเรียน 3.มที ักษะพื้นฐานในการใช้สสั ดุ อปุ กรณ์ การใช้สสั ดุ อุปกรณ์ เช่น ดนิ เหนียส สรา้ งงานทัศนศิลป์ ดินนา้ มนั ดินสอ พู่กนั กระดาษ สีเทียน สีน้า ดนิ สอสสี ร้างงานทัศนศิลป์ 4.สร้างงานทัศนศิลป์โดยการทดลองใชส้ ี การทดลองสีด้สยการใชส้ นี า้ สีโปสเตอร์ ด้สยเทยนิยง่าย ๆ สีเทียนและสจี ากธรรมชาตทิ ี่หาได้ในท้องถน่ิ 5.สาดภาพระบายสภี าพธรรมชาติ การสาดภาพระบายสีตามยสามรู้สึก ตามยสามรสู้ ึกของตนเอง ของตนเอง ป.2 1.บรรยายรปู รา่ ง รูปทรงท่ีพบใน รูปรา่ ง รปู ทรงในธรรมชาติและส่งิ แสดลอ้ ม ธรรมชาติและสิง่ แสดลอ้ ม เช่น รูปกลม รี สามเหลี่ยม สี่เหล่ยี ม และ กระบอก 2. ระบุทัศนธาตทุ ่ีอยู่ในสงิ่ แสดลอ้ ม และ เส้น สี รปู รา่ ง รปู ทรงในส่งิ แสดลอ้ ม งานทัศนศลิ ป์ โดยเน้นเรื่องเส้น และงานทัศนศลิ ป์ประเภทตา่ ง ๆ เชน่ งานสาด สี รูปรา่ ง และรูปทรง งานปัน้ และงานพมิ พภ์ าพ หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบา้ นทา่ อาจ
15 ชัน้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง 3.สร้างงานทัศนศิลปต์ ่าง ๆ โดยใช้ทศั น เสน้ รูปร่างในงานทัศนศลิ ป์ประเภทต่าง ๆ ธาตุทเี่ นน้ เสน้ รูปรา่ ง เชน่ งานสาด งานปั้น และงานพิมพภ์ าพ ป.2 4.มีทักษะพนื้ ฐานในการใช้สัสดุ อปุ กรณ์ การใช้สัสดุ อุปกรณ์ สรา้ งงานทศั นศิลป์ 3 สรา้ งงานทัศนศิลป์ 3 มติ ิ มติ ิ 5.สร้างภาพปะติดโดยการตัดหรือ ภาพปะติดจากกระดาษ ฉีกกระดาษ 6.สาดภาพเพื่อถ่ายทอดเรื่องราสเกย่ี สกับ การสาดภาพถ่ายทอดเรือ่ งราส ยรอบยรัสของตนเองและเพื่อนบา้ น 7.เลอื กงานทศั นศิลป์ และบรรยายถงึ สิง่ เน้ือหาเรื่องราสในงานทศั นศลิ ป์ ท่มี องเหน็ รสมถงึ เน้ือหาเร่อื งราส 8.สร้างสรรย์งานทัศนศลิ ปเ์ ป็นรปู แบบ งานโยรงสรา้ งเยล่ือนไหส งานโยรงสร้างเยลอ่ื นไหส ป.3 1.บรรยาย รูปร่าง รปู ทรงในธรรมชาติ รูปร่าง รปู ทรงในธรรมชาติส่ิงแสดลอ้ มและ สิ่งแสดล้อม และงานทศั นศลิ ป์ งานทัศนศลิ ป์ 2.ระบุ สสั ดุ อปุ กรณ์ทใี่ ชส้ รา้ งผลงาน สสั ดุ อปุ กรณ์ทใี่ ชส้ รา้ งงานทัศนศลิ ป์ประเภท เม่ือชมงานทศั นศลิ ป์ งานสาด งานป้ัน งานพิมพ์ภาพ 3.จาแนกทัศนธาตุของส่งิ ต่าง ๆ เส้น สี รูปรา่ ง รูปทรง พน้ื ผสิ ในธรรมชาติ ในธรรมชาติสงิ่ แสดลอ้ มและงาน ส่ิงแสดล้อมและงานทัศนศลิ ป์ ทศั นศลิ ป์ โดยเน้นเร่อื ง เสน้ สี รูปร่าง รปู ทรง และพ้นื ผิส 4.สาดภาพ ระบายสีส่งิ ของรอบตัส การสาดภาพระบายสี สิง่ ของรอบตสั ด้สยสีเทียน ดนิ สอสี และสีโปสเตอร์ 5.มีทักษะพนื้ ฐาน ในการใช้สสั ดุอปุ กรณ์ การใช้สสั ดุอุปกรณ์ในงานปั้นสาดภาพ สรา้ งสรรยง์ านปัน้ รปู ทรง สี และพ้นื ผสิ ถา่ ยทอดยสามยิดยสามร้สู กึ 7.บรรยายเหตผุ ลและสิธีการในการสรา้ ง สสั ดุ อุปกรณ์ เทยนิยสธิ กี ารในการสรา้ งงาน หลักสตู รกล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนบ้านท่าอาจ
16 ชน้ั ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง งานทศั นศลิ ป์ โดยเน้นถึงเทยนิยและสสั ดุ ทศั นศิลป์ อุปกรณ์ 7.บรรยายเหตุผลและสธิ กี ารในการสรา้ ง สัสดุ อปุ กรณ์ เทยนยิ สธิ กี ารในการสร้างงาน งานทัศนศลิ ป์ โดยเนน้ ถึงเทยนยิ และสัสดุ ทศั นศลิ ป์ อุปกรณ์ ป.3 8.ระบสุ ง่ิ ที่ชื่นชมและส่งิ ที่ยสรปรับปรุงใน การแสดงยสามยิดเหน็ ในงานทัศนศลิ ป์ของ งานทศั นศลิ ป์ของตนเอง ตนเอง 9.ระบุ และจัดกลมุ่ ของภาพตามทศั นธาตุ การจัดกลุ่มของภาพตามทัศนธาตุ ทเ่ี น้นในงานทัศนศลิ ปน์ ั้น ๆ 10.บรรยายลักษณะรปู รา่ ง รูปทรง รปู ร่าง รปู ทรง ในงานออกแบบ ในงานการออกแบบสิง่ ต่าง ๆ ทมี่ ใี นบา้ น และโรงเรยี น ป.4 1.เปรียบเทยี บรปู ลักษณะของรปู รา่ ง รปู รา่ ง รปู ทรง ในธรรมชาติ ส่งิ แสดล้อมและ รปู ทรงในธรรมชาติ สง่ิ แสดลอ้ ม งานทัศนศลิ ป์ และงานทัศนศลิ ป์ 2.อภปิ รายเกี่ยสกบั อิทธพิ ลของสสี รรณะ อิทธิพลของสี สรรณะอนุ่ และสรรณะเยน็ อุ่นและสีสรรณะเยน็ ท่ีมีตอ่ อารมณ์ของ มนุษย์ 3.จาแนกทศั นธาตุของส่งิ ต่าง ๆ เส้น สี รปู ร่าง รปู ทรง พื้นผสิ และพนื้ ที่ส่าง ในธรรมชาติสง่ิ แสดล้อมและงานทัศนศลิ ป์ ในธรรมชาติส่ิงแสดลอ้ มและงานทศั นศิลป์ โดยเนน้ เรอื่ งเสน้ สี รูปร่าง รูปทรงพ้นื ผสิ และพ้ืนทีส่ า่ ง 4.มีทักษะพน้ื ฐานในการใช้สสั ดุ อุปกรณ์ การใชส้ ัสดุ อปุ กรณส์ รา้ งงานพิมพ์ภาพ สร้างสรรย์งานพิมพภ์ าพ 5.มีทักษะพืน้ ฐานในการใช้สัสดุ อุปกรณ์ การใช้สสั ดุ อปุ กรณใ์ นการสาดภาพระบายสี สร้างสรรย์งานสาดภาพระบายสี หลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบ้านทา่ อาจ
17 ชัน้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง 6. บรรยายลกั ษณะของภาพโดยเน้น การจัดระยะยสามลึก นา้ หนักและแสงเงา ใน เรื่องการจดั ระยะ ยสามลึก น้าหนกั และ การสาดภาพ แสงเงาในภาพ 7. สาดภาพระบายสี โดยใชส้ สี รรณะอ่นุ การใชส้ ีสรรณะอนุ่ และใชส้ ีสรรณะเย็น สาด และสีสรรณะเย็น ถา่ ยทอดยสามร้สู กึ และ ภาพถ่ายทอดยสามรู้สึกและจินตนาการ จินตนาการ 8.เปรยี บเทียบยสามยดิ ยสามรสู้ กึ ยสามเหมือนและยสามแตกต่างในงาน ที่ถ่ายทอดผา่ นงานทัศนศิลป์ของตนเอง ทัศนศลิ ปย์ สามยดิ ยสามรสู้ ึกท่ีถา่ ยทอดในงาน และบุยยลอื่น ทศั นศลิ ป์ 9.เลือกใช้สรรณะสเี พื่อถ่ายทอดอารมณ์ การเลือกใช้สรรณะสเี พ่ือถา่ ยทอดอารมณ์ ยสามรสู้ ึกในการสร้างงานทัศนศลิ ป์ ยสามรสู้ กึ ป.5 1.บรรยายเกย่ี สกับจงั หสะตาแหน่ง จงั หสะ ตาแหนง่ ของสงิ่ ต่าง ๆ ในสิง่ แสดลอ้ ม ของสงิ่ ต่าง ๆ ทีป่ รากฏในสงิ่ แสดลอ้ ม และงานทัศนศลิ ป์ และงานทัศนศลิ ป์ 2.เปรยี บเทียบยสามแตกต่างระหสา่ งงาน ยสามแตกตา่ งระหส่างงานทัศนศิลป์ ทัศนศิลป์ ท่ีสรา้ งสรรยด์ ส้ ยสสั ดุอปุ กรณ์ และสิธกี ารทต่ี ่างกนั 3. สาดภาพ โดยใช้เทยนยิ ของแสงเงา แสงเงา นา้ หนกั และสรรณะสี นา้ หนัก และสรรณะสี 4.สรา้ งสรรย์งานปัน้ จาก ดนิ นา้ มนั หรือ การสรา้ งงานปั้นเพ่ือถา่ ยทอดจินตนาการด้สย ดินเหนยี ส โดยเนน้ การถ่ายทอด การใช้ดินนา้ มนั หรือดินเหนียส จินตนาการ 5.สรา้ งสรรย์งานพิมพ์ภาพ โดยเนน้ การ การจัดภาพในงานพมิ พภ์ าพ จดั สางตาแหนง่ ของส่งิ ตา่ ง ๆ ในภาพ 6.ระบุปับหาในการจัดองยป์ ระกอบศิลป์ การจัดองย์ประกอบศลิ ป์และการส่ือ และการส่ือยสามหมายในงานทศั นศิลป์ ยสามหมาย ในงานทัศนศิลป์ หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบา้ นทา่ อาจ
18 ชน้ั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ของตนเอง และบอกสิธกี ารปรับปรุงงาน ใหด้ ีขน้ึ 7.บรรยายประโยชนแ์ ละยุณยา่ ประโยชนแ์ ละยณุ ย่าของงานทัศนศลิ ป์ ของงานทัศนศลิ ป์ท่มี ีผลต่อชีสติ ของยน ในสังยม ป.6 1.ระบุสียูต่ รงขา้ ม และอภปิ รายเก่ยี สกบั สงสีธรรมชาติ และสียู่ตรงข้าม การใช้สียู่ตรงข้ามในการถ่ายทอดยสามยดิ และอารมณ์ 2.อธิบายหลักการจดั ขนาดสัดสส่ นยสาม หลกั การจดั ขนาด สัดสส่ นยสามสมดลุ สมดุลในการสร้างงานทัศนศลิ ป์ ในงานทัศนศิลป์ 3.สรา้ งงานทัศนศิลปจ์ ากรปู แบบ2 มิติ งานทัศนศลิ ปร์ ูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ เปน็ 3 มิติ โดยใช้หลกั การ ของแสงเงาและนา้ หนัก ป.6 4.สร้างสรรย์งานปั้นโดยใช้หลักการเพิม่ การใช้หลกั การเพ่ิมและลดในการสร้างสรรย์ และลด งานปัน้ 5.สร้างสรรยง์ านทัศนศลิ ป์โดยใช้หลกั การ รปู และพ้นื ที่ส่างในงานทศั นศลิ ป์ ของรูปและพืน้ ที่สา่ ง 6.สรา้ งสรรยง์ านทัศนศลิ ปโ์ ดยใช้ การสร้างสรรย์งานทัศนศลิ ป์โดยใช้ สียตู่ รงขา้ มหลักการจดั ขนาดสัดสส่ น และ สียู่ตรงข้าม หลกั การจดั ขนาด สดั สส่ นและ ยสามสมดลุ ยสามสมดุล 7.สร้างงานทัศนศิลป์เปน็ แผนภาพ การสรา้ งงานทัศนศิลปเ์ ปน็ แผนภาพ แผนผัง แผนผัง และภาพประกอบ เพ่ือถา่ ยทอด และภาพประกอบ ยสามยิดหรือเรอื่ งราสเกีย่ สกบั เหตุการณ์ ตา่ ง ๆ หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
19 สาระที่ 1 ทศั นศลิ ป์ เข้าใจยสามสมั พันธร์ ะหสา่ งทัศนศลิ ป์ ประสตั ศิ าสตร์ และสัฒนธรรม เหน็ ยณุ ยา่ งาน มาตรฐาน ศ 1.2 ทศั นศลิ ปท์ เี่ ปน็ มรดกทางสฒั นธรรม ภูมปิ ับบาท้องถ่นิ ภมู ิปบั บาไทย และสากล ชน้ั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.1 1.ระบงุ านทัศนศลิ ป์ในชสี ติ ประจาสนั งานทัศนศลิ ป์ใน ชสี ิตประจาสนั ป.2 1.บอกยสามสายับของงานทัศนศลิ ป์ที่พบเห็นในชสี ติ ประจาสนั ยสามสายบั ของงาน ทศั นศลิ ปใ์ นชีสติ ประจาสนั 2.อภิปรายเก่ยี สกบั งานทัศนศิลป์ประเภทตา่ ง ๆ ในท้องถ่ินโดยเน้น งานทัศนศลิ ป์ในท้องถิน่ ถึงสธิ กี ารสรา้ งงานและสัสดอุ ุปกรณ์ ท่ใี ช้ ป.3 1. เลา่ ถงึ ท่ีมาของงานทัศนศิลปใ์ นทอ้ งถนิ่ ทม่ี าของงานทศั นศิลปใ์ น ทอ้ งถน่ิ 2. อธบิ ายเก่ียสกบั สสั ดอุ ุปกรณ์และสิธกี ารสรา้ งงานทัศนศิลปใ์ น สัสดุ อปุ กรณ์ และสิธกี าร ท้องถิ่น สรา้ งงานทศั นศิลป์ในท้องถนิ่ ป.4 1. ระบุ และอภปิ รายเกย่ี สกบั งานทัศนศลิ ป์ ในเหตุการณ์ และงาน งานทศั นศิลป์ในสัฒนธรรม เฉลิมฉลอง ของสฒั นธรรมในทอ้ งถิน่ ท้องถน่ิ 2. บรรยายเกีย่ สกบั งานทัศนศลิ ป์ ทม่ี าจากสฒั นธรรมตา่ ง ๆ งานทศั นศิลปจ์ าก สฒั นธรรมต่าง ๆ ป.5 1. ระบุ และบรรยายเก่ียสกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลปใ์ น ลักษณะรูปแบบของงาน แหล่งเรียนร้หู รือนทิ รรศการศิลปะ ทศั นศลิ ป์ 2. อภปิ รายเกย่ี สกับงานทศั นศิลป์ ท่สี ะทอ้ นสัฒนธรรมและภูมิ งานทศั นศิลป์ทสี่ ะทอ้ น ปบั บา ในท้องถนิ่ สัฒนธรรมและ ภมู ิ ปับบาในท้องถ่ิน ป.6 1. บรรยายบทบาทของงานทศั นศิลป์ ที่สะท้อนชสี ติ และสงั ยม บทบาทของงานทัศนศลิ ป์ใน ชีสิตและสังยม หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบ้านทา่ อาจ
20 ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง 2. อภปิ รายเกี่ยสกับอทิ ธพิ ลของ ยสามเชอ่ื ยสามศรทั ธาใน อิทธพิ ลของศาสนาที่มตี ่อ ศาสนาท่มี ผี ลต่องานทัศนศิลป์ในท้องถิ่น งานทศั นศิลป์ ในท้องถ่ิน ป.6 3. ระบุ และบรรยายอทิ ธิพลทางสฒั นธรรมในทอ้ งถน่ิ ท่ีมผี ลต่อการ อิทธพิ ลทางสัฒนธรรมใน สร้างงานทศั นศลิ ป์ของบุยยล ทอ้ งถนิ่ ท่มี ผี ล ตอ่ การสร้าง งานทัศนศลิ ป์ หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบ้านทา่ อาจ
21 สาระที่ 2 ดนตรี เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรย์ สเิ ยราะห์ สิพากษ์สิจารณ์ยุณยา่ มาตรฐาน ศ 2.1 ดนตรีถา่ ยทอดยสามรูส้ ึก ยสามยดิ ต่อดนตรีอย่างอสิ ระ ช่นื ชม และประยุกตใ์ ชใ้ น ชีสติ ประจาสนั ชั้น ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.1 1.รูส้ ่าสงิ่ ตา่ ง ๆ สามารถก่อกาเนิดเสยี งท่ี การกาเนดิ ของเสยี งเสียงจากธรรมชาติ แตกตา่ งกนั แหลง่ กาเนดิ ของเสียงสีสนั ของเสียง 2.บอกลกั ษณะของเสียงดงั -เบา และยสาม ระดบั เสียงดงั -เบา (Dynamic) ช้า- เร็สของจังหสะ อตั รายสามเรส็ ของจังหสะTempo 3.ท่องบทกลอน ร้องเพลงงา่ ย ๆ การอ่านบทกลอนประกอบจงั หสะ การรอ้ งเพลงประกอบจงั หสะ 4.มสี ่สนรส่ มในกิจกรรมดนตรีอย่าง กิจกรรมดนตรี สนกุ สนาน การรอ้ งเพลง การเยาะจงั หสะ 5.บอกยสามเกี่ยสขอ้ งของเพลงท่ใี ช้ การเยล่อื นไหสประกอบบทเพลงตามยสาม ในชสี ิตประจาสัน ดงั - เบาของบทเพลงตามยสามชา้ เร็สของ จังหสะ ป.2 1.จาแนกแหลง่ กาเนิด ของเสียงท่ีได้ยนิ เพลงท่ีใชใ้ นชีสติ ประจาสนั - เพลงกล่อมเด็ก - บทเพลงประกอบการละเล่น - เพลงสายบั (เพลงชาติไทย เพลงสรรเสริบพระบารมี) สีสันของเสยี งเยรอ่ื งดนตรี สีสนั ของเสียงมนษุ ย์ 2.จาแนกยุณสมบัติของเสียง สูง- ต่า , การฝกึ โสตประสาท การจาแนกเสยี ง ดงั -เบา ยาส-สน้ั ของดนตรี สงู -ตา่ ดัง-เบา ยาส-ส้ัน หลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบ้านทา่ อาจ
22 ชั้น ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง 3.เยาะจังหสะหรือเยลือ่ นไหสร่างกายให้ การเยลื่อนไหสประกอบเนอ้ื หาในบทเพลง สอดยล้องกบั เนื้อหาของเพลง การเล่นเยร่ืองดนตรปี ระกอบเพลง 4.รอ้ งเพลงง่าย ๆ ท่ีเหมาะสมกับสยั การขับร้อง 5.บอกยสามหมายและยสามสายับ ยสามหมายและยสามสายบั ของเพลง ของเพลงที่ได้ยนิ ที่ได้ยินเพลงปลกุ ใจ เพลงสอนใจ ป.3 1.ระบุรปู รา่ งลักษณะของเยร่ืองดนตรี รูปร่างลกั ษณะของเยร่ืองดนตรี ทเี่ ห็นและได้ยนิ ในชสี ติ ประจาสนั เสียงของเยร่ืองดนตรี 2.ใช้รปู ภาพหรือสบั ลักษณ์แทนเสยี ง และ สับลกั ษณ์แทนยุณสมบตั ิของเสียง (สงู -ตา่ จงั หสะเยาะ ดงั -เบา ยาส-สั้น) สบั ลกั ษณ์แทนรปู แบบจังหสะ 3.บอกบทบาทหนา้ ที่ของเพลงทีไ่ ดย้ นิ บทบาทหน้าทขี่ องบทเพลงสายบั 4.ขบั ร้องและบรรเลงดนตรีง่าย ๆ เพลงชาติ เพลงสรรเสริบพระบารมี เพลงประจาโรงเรียน การขบั ร้องเดย่ี สและหมู่ การบรรเลงเยรื่องดนตรปี ระกอบเพลง 5.เยลอ่ื นไหสทา่ ทางสอดยลอ้ งกบั อารมณ์ การเยลื่อนไหสตามอารมณ์ของบทเพลง ของเพลงท่ีฟงั การแสดงยสามยดิ เห็นเกี่ยสกบั เสียงรอ้ งและ 6.แสดงยสามยดิ เหน็ เก่ยี สกบั เสียงดนตรี เสยี งดนตรยี ณุ ภาพเสียงร้องยุณภาพ เสยี งขบั ร้องของตนเองและผู้อื่น เสยี งดนตรี 7.นาดนตรไี ปใช้ในชสี ติ ประจาสันหรอื การใช้ดนตรีในโอกาสพิเศษดนตรีในงานรน่ื โอกาสต่าง ๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม เริงดนตรใี นการฉลองสนั สายับของชาติ หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบ้านทา่ อาจ
23 ชั้น ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.4 1.บอกประโยยเพลงอยา่ งง่าย โยรงสร้างของบทเพลงยสามหมายของ ประโยยเพลงการแบง่ ประโยยเพลง 2.จาแนกประเภทของเยรอ่ื งดนตรที ่ใี ช้ใน ประเภทของเยร่อื งดนตรี เพลงท่ีฟงั เสยี งของเยรื่องดนตรีแตล่ ะประเภท 3.ระบทุ ศิ ทางการเยลื่อนท่ีขน้ึ – ลงงา่ ย ๆ การเยลื่อนท่ีขน้ึ – ลงของทานอง ของทานอง รูปแบบจงั หสะและยสามเร็ส รูปแบบจังหสะของทานองจงั หสะ ของจงั หสะในเพลงทฟี่ ัง รปู แบบจังหสะ ยสามชา้ - เร็สของจังหสะ 4.อ่าน เขียนโนต้ ดนตรไี ทยและสากล เยร่ืองหมายและสับลักษณ์ทางดนตรี กุบแจประจาหลกั บรรทัดห้าเสน้ โน้ตและเยรือ่ งหมายหยุด เส้นกั้นห้อง โยรงสรา้ งโนต้ เพลงไทยการแบง่ ห้อง การแบ่งจงั หสะ 5.รอ้ งเพลงโดยใช้ชส่ งเสียงทเ่ี หมาะสมกบั การขบั ร้องเพลงในบันไดเสียงทเ่ี หมาะสม ตนเอง กับตนเอง 6.ใช้และเก็บเยรื่องดนตรีอย่างถกู ต้องและ การใช้และการดแู ลรักษาเยรอ่ื งดนตรี ของ ปลอดภัย ตน 7.ระบสุ ่าดนตรสี ามารถใชใ้ นการสือ่ ยสามหมายของเน้ือหาในบทเพลง เรอื่ งราส ป.5 1.ระบอุ งย์ประกอบดนตรีในเพลงทีใ่ ชใ้ น การสอ่ื อารมณ์ของบทเพลงดส้ ย การสือ่ อารมณ์ องย์ประกอบดนตรีจงั หสะกบั อารมณ์ของบท เพลงทานองกบั อารมณข์ องบทเพลง หลักสูตรกล่มุ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบา้ นทา่ อาจ
24 ชัน้ ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.5 2.จาแนกลกั ษณะของเสียงขับรอ้ งและ ลกั ษณะของเสียงนักร้องกลุ่มต่าง ๆ เยร่อื งดนตรีทอ่ี ยู่ในสงดนตรีประเภทตา่ ง ๆ ลักษณะเสียงของสงดนตรปี ระเภทตา่ ง ๆ 3.อา่ น เขียนโนต้ ดนตรีไทยและสากล เยรื่องหมายและสับลักษณ์ทางดนตรีบันได 5 ระดับเสยี ง เสยี ง 5 เสียง Pentatonic scaleโนต้ เพลงใน บันไดเสยี ง 5 เสยี ง Pentatonic scale 4.ใช้เยร่อื งดนตรบี รรเลงจังหสะ และ การบรรเลงเยรื่องประกอบจังหสะ ทานอง การบรรเลงทานองดส้ ยเยรื่องดนตรี 5.ร้องเพลงไทยหรือเพลงสากลหรือเพลง การรอ้ งเพลงไทยในอตั ราจงั หสะสองชั้น ไทยสากลที่เหมาะสมกบั สัย การรอ้ งเพลงสากล หรอื ไทยสากล การรอ้ งเพลงประสานเสียงแบบ Canon Round 6.ด้นสดงา่ ย ๆ โดยใช้ประโยยเพลง การสรา้ งสรรยป์ ระโยยเพลงถาม-ตอบ แบบถามตอบ 7.ใชด้ นตรีร่สมกบั กจิ กรรมในการแสดงออก การบรรเลงดนตรีประกอบกิจกรรม ตามจนิ ตนาการ นาฏศลิ ป์ การสร้างสรรย์เสยี งประกอบการเลา่ เร่อื ง ป.6 1.บรรยายเพลงทีฟ่ งั โดยอาศัย องย์ประกอบดนตรีและศัพท์สงั ยตี องยป์ ระกอบดนตรี และศัพท์สงั ยีต 2.จาแนกประเภทและบทบาทหน้าท่ี เยรอ่ื งดนตรไี ทยแต่ละภาย เยรอ่ื งดนตรีไทยและเยรื่องดนตรที ี่ บทบาทและหนา้ ที่ของเยรื่องดนตรี มาจากสัฒนธรรมต่าง ๆ ประเภทของเยรื่องดนตรีสากล 3.อ่าน เขียนโนต้ ไทย และโนต้ สากลทานอง เยรอื่ งหมายและสบั ลกั ษณ์ทางดนตรี งา่ ย ๆ โน้ตบทเพลงไทย อัตราจังหสะสองชนั้ โนต้ บทเพลงสากลในบันไดเสียง C Major หลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบ้านท่าอาจ
25 ช้ัน ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง 4.ใชเ้ ยร่อื งดนตรีบรรเลงประกอบ การร้องเพลงประกอบดนตรี การร้องเพลง ดน้ สด ท่ีมจี ังหสะและทานอง การสร้างสรรยร์ ูปแบบจงั หสะและทานอง ง่าย ๆ ด้สยเยรื่องดนตรี ป.6 5.บรรยายยสามรู้สึกทมี่ ีต่อดนตรี การบรรยายยสามรู้สึกและแสดงยสาม ยิดเห็นที่มีต่อบทเพลงเน้ือหาในบทเพลง องยป์ ระกอบในบทเพลงยณุ ภาพเสียงในบท เพลง 6.แสดงยสามยดิ เห็นเกี่ยสกบั ทานอง จังหสะการประสานเสียง และยณุ ภาพเสยี ง ของเพลงที่ฟัง หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบา้ นทา่ อาจ
สาระท่ี 2 ดนตรี 26 มาตรฐาน ศ 2.2 เข้าใจยสามสัมพนั ธ์ระหส่างดนตรี ประสัตศิ าสตร์ และสฒั นธรรม เห็นยณุ ยา่ ของ ดนตรที ่เี ปน็ มรดกทางสัฒนธรรม ภมู ิปับบาท้องถ่ิน ภูมปิ ับบาไทยและสากล ชนั้ ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.1 1.เลา่ ถึงเพลงในท้องถ่ิน ท่มี าของบทเพลงในท้องถิน่ 2.ระบสุ ง่ิ ทีช่ นื่ ชอบในดนตรีท้องถิ่น ยสามนา่ สนใจของบทเพลงในท้องถิน่ ป.2 1.บอกยสามสัมพันธข์ องเสียงร้อง บทเพลงในท้องถนิ่ ลักษณะของเสยี งร้องใน เสียงเยร่อื งดนตรีในเพลงทอ้ งถ่นิ บทเพลงลักษณะของเสยี งเยร่ืองดนตรที ี่ใช้ โดยใช้ยาง่าย ๆ ในบทเพลง 2.แสดงและเข้าร่สมกิจกรรมทางดนตรใี น กจิ กรรมดนตรีในโอกาสพิเศษ ดนตรกี ับ ทอ้ งถ่นิ โอกาสสายับในโรงเรยี นดนตรีกบั สันสายบั ของชาติ ป.3 1.ระบลุ ักษณะเดน่ และเอกลักษณ์ เอกลักษณ์ของดนตรีในทอ้ งถ่นิ ลกั ษณะเสยี ง ของดนตรีในท้องถิน่ รอ้ งของดนตรีในทอ้ งถิน่ ภาษาและเน้ือหาใน บทร้องของดนตรใี นท้องถน่ิ เยรอื่ งดนตรีและ สงดนตรใี นท้องถ่ิน 2.ระบยุ สามสายบั และประโยชนข์ องดนตรี ดนตรีกบั การดาเนินชสี ติ ในทอ้ งถ่นิ ดนตรีใน ต่อการดาเนนิ ชสี ติ ของยนในท้องถิ่น ชีสิตประจาสันดนตรใี นสาระสายบั ป.4 1.บอกแหล่งท่มี าและยสามสัมพันธ์ ยสามสัมพนั ธ์ของสิถชี สี ิตกับผลงานดนตรี ของสถิ ีชสี ิตไทย ที่สะท้อนในดนตรี เนอื้ หาเรื่องราสในบทเพลงกบั สิถีชสี ิตโอกาสใน และเพลงทอ้ งถิน่ การบรรเลงดนตรี 2.ระบุยสามสายบั ในการอนุรักษ์สง่ เสรมิ การอนรุ ักษส์ ฒั นธรรมทางดนตรี สฒั นธรรมทางดนตรี ยสามสายบั และยสามจาเป็นในการอนุรักษ์ แนสทางในการอนรุ ักษ์ หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
27 ชนั้ ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.5 1.อธบิ ายยสามสัมพันธ์ระหสา่ งดนตรกี บั ดนตรกี บั งานประเพณีบทเพลงในงาน ประเพณีในสฒั นธรรมต่าง ๆ ประเพณีในท้องถนิ่ บทบาทของดนตรใี นแต่ละ ประเพณี 2.อธบิ ายยุณย่าของดนตรีทีม่ าจาก ยณุ ย่าของดนตรจี ากแหลง่ สัฒนธรรมยณุ ยา่ สฒั นธรรมทีต่ ่างกัน ทางสังยมยณุ ยา่ ทางประสตั ิศาสตร์ ป.6 1.อธบิ ายเรอ่ื งราสของดนตรีไทย ดนตรไี ทยในประสัติศาสตร์ดนตรใี น ในประสตั ศิ าสตร์ เหตกุ ารณส์ ายับทางประสัติศาสตร์ดนตรีใน 2.จาแนกดนตรีที่มาจากยุยสมัยท่ีต่างกัน ยุยสมยั ตา่ ง ๆอิทธพิ ลของสฒั นธรรมท่มี ตี อ่ ดนตรี 3.อภปิ รายอิทธิพลของสัฒนธรรม ตอ่ ดนตรีในท้องถ่ิน หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบา้ นทา่ อาจ
28 สาระท่ี 3 นาฏศิลป์ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสรา้ งสรรย์ สิเยราะห์ สพิ ากษส์ ิจารณ์ มาตรฐาน ศ 3.1 ยณุ ยา่ นาฏศลิ ป์ ถ่ายทอดยสามรู้สึก ยสามยิดอยา่ งอิสระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช ในชสี ิตประจาสนั ชน้ั ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ป.1 1.เลยี นแบบการเยลือ่ นไหส การเยล่ือนไหสลกั ษณะต่าง ๆ การเลียนแบบธรรมชาติ การเลยี นแบบยน สตั ส์ สง่ิ ของ 2.แสดงท่าทางงา่ ย ๆ เพ่อื ส่ือยสามหมาย การใช้ภาษาท่า และการประดษิ ฐ์ ทา่ แทนยาพดู ประกอบเพลง การแสดงประกอบเพลงทเ่ี กี่ยสกับธรรมชาติ สตั ส์ 3.บอกสง่ิ ทต่ี นเองชอบ จากการดูหรอื การเป็นผชู้ มท่ดี ี รส่ มการแสดง ป.2 1.เยลอ่ื นไหสขณะอยู่กับท่ีและเยลือ่ นท่ี การเยล่ือนไหสอย่างมีรปู แบบ การนั่ง การยืน การเดนิ 2.แสดงการเยล่อื นไหสทสี่ ะท้อนอารมณ์ การประดิษฐ์ท่าจากการเยลื่อนไหส ของตนเองอยา่ งอสิ ระ อย่างมรี ูปแบบ เพลงท่ีเกย่ี สกบั สงิ่ แสดล้อม 3.แสดงท่าทาง เพื่อส่ือยสามหมาย หลักและสิธกี ารปฏบิ ัตินาฏศิลป์ แทนยาพูด การฝึกภาษาท่าสื่อยสามหมายแทน อากปั กริ ยิ า การฝกึ นาฏยศัพทใ์ นส่สนลาตสั หลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรยี นบ้านทา่ อาจ
29 ชัน้ ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง 4.แสดงทา่ ทางประกอบจังหสะ การใช้ภาษาท่าและนาฏยศัพท์ประกอบ อย่างสรา้ งสรรย์ จงั หสะ 5.ระบมุ ารยาทในการชมการแสดง มารยาทในการชมการแสดง การเขา้ ชม หรอื มสี ่สนร่สม ป.3 1.สร้างสรรยก์ ารเยล่ือนไหสในรปู แบบตา่ ง การเยลื่อนไหสในรูปแบบตา่ ง ๆ ๆ ในสถานการณส์ ั้น ๆ ราสงมาตรฐาน เพลงพระราชนิพนธ์ สถานการณส์ น้ั ๆ สถานการณท์ ี่กาหนดให้ 2.แสดงท่าทางประกอบเพลงตามรูปแบบ หลกั และสิธกี ารปฏิบัตินาฏศิลป์ นาฏศิลป์ การฝกึ ภาษาท่าสื่ออารมณ์ของมนุษย์ การฝึกนาฎยศัพทใ์ นสส่ นขา 3.เปรยี บเทียบบทบาทหนา้ ท่ีของผแู้ สดง หลักในการชมการแสดง ผู้แสดง ผูช้ ม และผู้ชม 4.มสี ่สนร่สมในกจิ กรรมการแสดงที่ การมีสส่ นร่สม เหมาะสมกับสัย 5.บอกประโยชน์ของการแสดงนาฏศิลป์ การบรู ณาการนาฏศลิ ป์กับสาระ ในชีสิตประจาสนั การเรียนรอู้ ืน่ ๆ ป.4 1.ระบุทักษะพ้ืนฐานทางนาฏศิลปแ์ ละการ หลกั และสิธีการปฏิบตั ินาฏศิลป์ ละยรท่ีใช้สื่อยสามหมายและอารมณ์ การฝึกภาษาท่า การฝกึ นาฏยศัพท์ 2.ใชภ้ าษาท่าและนาฏยศัพท์หรอื ศพั ท์ การใช้ภาษาท่าและนาฏยศัพท์ประกอบ ทางการละยรงา่ ย ๆ ในการถ่ายทอด เพลงปลุกใจและเพลงพระราชนพิ นธ์ เร่ืองราส การใช้ศัพทท์ างการละยรในการถ่ายทอด เรื่องราส หลักสูตรกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนบ้านทา่ อาจ
30 ชนั้ ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง 3.แสดงการเยลือ่ นไหสในจงั หสะต่าง ๆ การประดษิ ฐ์ทา่ ทางหรอื ทา่ ราประกอบ ตามยสามยิดของตน จังหสะพ้ืนเมือง 4.แสดงนาฏศลิ ปเ์ ป็นยู่ และหมู่ การแสดงนาฏศลิ ป์ ประเภทย่แู ละหมู่ ราสงมาตรฐาน ระบา 5.เล่าสิ่งท่ชี นื่ ชอบในการแสดงโดยเนน้ การเล่าเรื่อง จุดสายับของเร่อื งและลักษณะเด่น จุดสายบั ของตัสละยร ลักษณะเดน่ ของตสั ละยร ป.5 1. บรรยายองย์ประกอบนาฏศิลป์ องยป์ ระกอบของนาฏศลิ ป์ จงั หสะ ทานอง ยาร้อง ภาษาทา่ นาฏยศพั ท์ อุปกรณ์ 2.แสดงท่าทางประกอบเพลงหรือเรอ่ื งราส การประดษิ ฐ์ท่าทางประกอบเพลง ตามยสามยดิ ของตน หรอื ทา่ ทางประกอบเรื่องราส 3.แสดงนาฏศลิ ป์ โดยเนน้ การใชภ้ าษาท่า การแสดงนาฏศิลป์ และนาฏยศัพท์ในการสอ่ื ยสามหมายและ ระบา การแสดงออก ฟอู น ราสงมาตรฐาน 4.มีสส่ นร่สมในกล่มุ กับการเขียน องย์ประกอบของละยร เย้าโยรงเรอื่ งหรือบทละยรส้นั ๆ การเลอื กและเขยี นเยา้ โยรงเร่ือง บทละยรส้ัน ๆ 5. เปรียบเทยี บการแสดงนาฏศิลปช์ ุด ทมี่ าของการแสดงนาฏศลิ ป์ชดุ ต่าง ๆ ต่าง ๆ หลกั การชมการแสดง 6.บอกประโยชน์ทีไ่ ด้รับจากการชม การถ่ายทอดยสามรสู้ ึกและยณุ ยา่ การแสดง ของการแสดง หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
31 ช้นั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ป.6 1.สร้างสรรยก์ ารเยลอ่ื นไหสและการแสดง การประดิษฐท์ ่าทางประกอบเพลงปลุกใจ โดยเน้นการถ่ายทอดลลี าหรอื อารมณ์ หรอื เพลงพน้ื เมืองหรอื ท้องถิ่นเน้นลลี า หรอื อารมณ์ 2.ออกแบบเยร่ืองแต่งกาย หรอื อุปกรณ์ การออกแบบสร้างสรรย์เยรื่องแต่งกาย ประกอบการแสดงอยา่ งง่าย ๆ อุปกรณ์ ฉากประกอบการแสดง 3.แสดงนาฏศิลป์และละยรงา่ ย ๆ การแสดงนาฏศลิ ป์และการแสดงละยร ราสงมาตรฐานระบา ฟูอน ละยรสรา้ งสรรย์ 4.บรรยายยสามร้สู กึ ของตนเองท่ีมีตอ่ งาน บทบาทและหนา้ ท่ีในงานนาฏศิลปแ์ ละการ นาฏศิลป์และการละยรอย่างสร้างสรรย์ ละยร 5.แสดงยสามยดิ เหน็ ในการชมการแสดง หลกั การชมการแสดงการสเิ ยราะห์ ยสามรสู้ กึ ชื่นชม 6.อธบิ ายยสามสัมพนั ธ์ระหส่างนาฏศลิ ป์ องย์ประกอบทางนาฏศิลป์และการละยร และการละยรกับสง่ิ ท่ปี ระสบ ในชีสติ ประจาสนั หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบ้านท่าอาจ
32 สาระที่ 3 นาฏศลิ ป์ เขา้ ใจยสามสมั พนั ธร์ ะหสา่ งนาฏศิลป์ ประสตั ิศาสตรแ์ ละสัฒนธรรม เห็นยณุ ยา่ ของ มาตรฐาน ศ 3.2 นาฏศิลป์ทเี่ ปน็ มรดกทางสฒั นธรรม ภมู ิปบั บาท้องถน่ิ ภมู ิปับบาไทยและสากล ชน้ั ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง 4.ระบุเหตุผลทย่ี สรรกั ษา และสืบทอดการ ยสามเปน็ มาของนาฏศิลป์ยุณย่า แสดงนาฏศิลป์ ป.5 1.เปรยี บเทยี บการแสดงประเภทต่าง ๆ การแสดงนาฏศลิ ปป์ ระเภทต่าง ๆการแสดง ของไทย ในแตล่ ะท้องถน่ิ พืน้ บ้าน 2.ระบหุ รอื แสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศลิ ป์ การแสดงนาฏศิลป์ประเภทตา่ ง ๆการแสดง พ้ืนบา้ นที่สะท้อนถึงสัฒนธรรมและ พ้ืนบ้าน ประเพณี ป.6 1.อธิบายส่งิ ท่ีมยี สามสายบั ต่อการแสดง ยสามหมาย ยสามเป็นมา ยสามสายบั ของ นาฏศลิ ป์และละยร นาฏศลิ ปแ์ ละละยรบุยยลสายับยณุ ย่า 2.ระบปุ ระโยชน์ทไี่ ด้รับจากการแสดงหรือ การแสดงนาฏศิลป์และละยร การชมการแสดงนาฏศิลป์และละยร ในสนั สายบั ของโรงเรยี น 2.ระบุหรอื แสดงนาฏศลิ ป์ นาฏศลิ ป์ รปู แบบการแสดงประเภทต่าง ๆนาฏศิลป์ พน้ื บ้าน ละยรไทย ละยรพ้ืนบ้าน นาฏศลิ ปพ์ ้นื เมือง ละยรไทย ละยรพน้ื บ้าน หรือมหรสพอ่ืนท่ีเยยนยิ มกันในอดตี 3.อธบิ ายอทิ ธิพลของสัฒนธรรมทมี่ ผี ลตอ่ การละยรสมัยตา่ ง ๆ เนอ้ื หาของละยร หลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบ้านทา่ อาจ
33 โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นท่าอาจ โครงสร้างเวลาเรียน ระดบั ประถมศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ / กจิ กรรม ป. ๑ เวลาเรยี น ( ชั่วโมง / ปี ) ป. ๖ ระดับประถมศึกษา กลุม่ สาระการเรียนรู้ ๒๐๐ ๑๖๐ ภาษาไทย ๒๐๐ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ๑๖๐ ยณติ ศาสตร์ ๘๐ ๘๐ สทิ ยาศาสตร์และเทยโนโลยี ๘๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ สังยมศึกษา ศาสนาและสัฒนธรรม ๔๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๔๐ ประสัติศาสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ การงานอาชีพ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ภาษาตา่ งประเทศ ๘๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๔๐ รวมเวลาเรียน ( พื้นฐาน ) ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๔๐ สิทยาการยานสณ รวมเวลาเรยี น ( เพ่ิมเตมิ ) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๓๐ ๓๐ กิจกรรมแนะแนส ๔๑๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๑๐ กจิ กรรมนกั เรียน ๑๒๐ ๑๒๐ กจิ กรรมลูกเสือ / ยุสกาชาด ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ กชจิ กมุ รนรุมมเพื่อสงั ยมและสาธารณประโยชน์ ๑๔๐ ๑๔๐ ๔๑๐ ๔๑๐ รวมเวลาเรยี นกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ รวมเวลาเรยี นทั้งหมด ๑,๐๐๐ ชว่ั โมง / ปี จานสนช่ัสโมงที่จัดให้นักเรียนระดับประถมศึกษา ( ป.๑ - ป.๓ ) เรียนทั้งปี เท่ากับ ๑,๐๐๐ ช่ัสโมง ระดับชั้นประถมศึกษา ( ป.๔ - ป.๖ ) เท่ากับ ๑,๐๐๐ ชั่สโมง แผนการเรียนรู้ / จุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนท่ี ตอ้ งการเน้นเปน็ พิเศษ ยอื กลมุ่ สาระการเรยี นร้ทู ักษะภาษาไทย ยณิตศาสตร์ เพ่ือพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ ทักษะกระบสนการทางยณติ ศาสตร์ ยดิ สเิ ยราะห์ ยิดสงั เยราะห์ ยดิ สร้างสรรย์ทด่ี ี มีประโยชน์ มียสามสนใจใฝุรู้ ใฝเุ รยี น โดยจัดการเรยี นการสอนและสัดผลประเมินผลเป็นรายปี หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
34 โครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษา ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษา ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ รหสั วชิ า รายวิชาจกรรมก/ิ เวลาเรยี น ท ๑๑๑๐๑ ชวั่ โมง(ปี) ชั่วโมง(สับดาห)์ ย ๑๑๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน ส ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๘๔๐ ๒๑ ส ๑๑๑๐๑ ยณติ ศาสตร์ ๑ ๒๐๐ ๕ ส ๑๑๑๐๒ สทิ ยาศาสตร์และเทยโนโลยี ๑ ๒๐๐ ๕ พ ๑๑๑๐๑ สงั ยมศึกษา ศาสนา และสฒั นธรรม ๑ ๘๐ ๒ ศ ๑๑๑๐๑ ประสัติศาสตร์ ๑ ๘๐ ๒ ง ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑ ๔๐ ๑ อ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ ๘๐ ๒ รหสั วชิ า การงานอาชีพ ๑ ๔๐ ๑ ส ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๔๐ ๑ รหัสกจิ กรรม ๘๐ ๒ รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐ ๑ สทิ ยาการยานสน ๑ ๔๐ ๑ ๑๒๐ ๓ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ๔๐ ๑ กิจกรรมแนะแนส ๘๐ ๒ กจิ กรรมนักเรียน ๔๐ ๑ ๔๐ ๑ ลกู เสือ/ยุสกาชาด ๑๐ ผนสกในกิจกรรม ชุมนุม กจิ กรรมเพ่ือสงั ยมและสาธารณประโยชน์ ลกู เสอื /ยสุ กาชาด รสมเสลาเรยี นทั้งหมดตามโยรงสรา้ งหลกั สตู ร ๑,๐๐๐ ๒๕ หลกั สูตรกลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบา้ นท่าอาจ
35 โครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดับชั้นประถมศกึ ษา ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ รหสั วชิ า รายวชิ ากิจกรรม/ เวลาเรยี น ท ๑๒๑๐๑ ชั่วโมง(ปี) ชว่ั โมง(สับดาห)์ ย ๑๒๑๐๑ รายวชิ าพนื้ ฐาน ส ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๘๔๐ ๒๑ ส ๑๒๑๐๑ ยณติ ศาสตร์ ๒ ๒๐๐ ๕ ส ๑๒๑๐๒ สทิ ยาศาสตรแ์ ละเทยโนโลยี ๒ ๒๐๐ ๕ พ ๑๒๑๐๑ สงั ยมศกึ ษา ศาสนา และสฒั นธรรม ๒ ๘๐ ๒ ศ ๑๒๑๐๑ ประสตั ศิ าสตร์ ๒ ๘๐ ๒ ง ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๒ ๔๐ ๑ อ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ ๘๐ ๒ รหสั วชิ า การงานอาชีพ ๒ ๔๐ ๑ ส ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ ๔๐ ๑ รหัสกจิ กรรม ๘๐ ๒ รายวิชาเพ่มิ เติม ๔๐ ๑ สทิ ยาการยานสน ๒ ๔๐ ๑ ๑๒๐ ๓ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน ๔๐ ๑ กิจกรรมแนะแนส ๘๐ ๒ กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐ ๑ ๔๐ ๑ ลูกเสือ/ยสุ กาชาด ๑๐ ผนสกในกิจกรรม ชมุ นมุ กจิ กรรมเพื่อสงั ยมและสาธารณประโยชน์ ลกู เสือ/ยสุ กาชาด รสมเสลาเรยี นทั้งหมดตามโยรงสร้างหลกั สตู ร ๑,๐๐๐ ๒๕ หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบา้ นท่าอาจ
36 โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา ระดับช้ันประถมศกึ ษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ รหสั วชิ า รายวชิ ากจิ กรรม/ เวลาเรียน ท ๑๓๑๐๑ ชว่ั โมง(ปี) ชัว่ โมง(สับดาห)์ ย ๑๓๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน ส ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๘๔๐ ๒๑ ส ๑๓๑๐๑ ยณติ ศาสตร์ ๓ ๒๐๐ ๕ ส ๑๓๑๐๒ สทิ ยาศาสตรแ์ ละเทยโนโลยี ๓ ๒๐๐ ๕ พ ๑๓๑๐๑ สงั ยมศึกษา ศาสนา และสัฒนธรรม ๓ ๘๐ ๒ ศ ๑๓๑๐๑ ประสตั ศิ าสตร์ ๓ ๘๐ ๒ ง ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๓ ๔๐ ๑ อ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ ๘๐ ๒ รหสั วชิ า การงานอาชีพ ๓ ๔๐ ๑ ส ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๔๐ ๑ รหัสกจิ กรรม ๘๐ ๒ รายวชิ าเพิม่ เติม ๔๐ ๑ สทิ ยาการยานสน ๓ ๔๐ ๑ ๑๒๐ ๓ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๔๐ ๑ กิจกรรมแนะแนส ๘๐ ๒ กจิ กรรมนกั เรยี น ๔๐ ๑ ๔๐ ๑ ลกู เสอื /ยสุ กาชาด ๑๐ ผนสกในกิจกรรม ชมุ นมุ กจิ กรรมเพ่ือสังยมและสาธารณประโยชน์ ลกู เสือ/ยสุ กาชาด รสมเสลาเรยี นทั้งหมดตามโยรงสร้างหลักสตู ร ๑,๐๐๐ ๒๕ หลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
37 โครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดับช้ันประถมศกึ ษา ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๔ รหัสวิชา รายวิชากิจกรรม/ เวลาเรียน ท ๑๔๑๐๑ ช่วั โมง(ปี) ช่วั โมง(สับดาห)์ ย ๑๔๑๐๑ รายวชิ าพนื้ ฐาน ส ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๘๔๐ ๒๑ ส ๑๔๑๐๑ ยณิตศาสตร์ ๔ ๑60 ๔ ส ๑๔๑๐๒ สทิ ยาศาสตร์และเทยโนโลยี ๔ ๑60 ๔ พ ๑๔๑๐๑ สังยมศึกษา ศาสนา และสัฒนธรรม ๔ ๘๐ ๒ ศ ๑๔๑๐๑ ประสัติศาสตร์ ๔ ๘0 ๒ ง ๑๔๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๔ ๔๐ ๑ อ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ ๘0 ๒ รหสั วิชา การงานอาชีพ ๔ ๘0 ๒ ส ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔ ๘๐ ๒ รหสั กจิ กรรม ๘0 ๒ รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐ ๑ สทิ ยาการยานสน ๔ ๔๐ ๑ ๑๒๐ ๓ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๔๐ ๑ กจิ กรรมแนะแนส ๘๐ ๒ กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐ ๑ ๔๐ ๑ ลกู เสอื /ยุสกาชาด ๑๐ ผนสกในกิจกรรม ชมุ นุม กิจกรรมเพ่ือสงั ยมและสาธารณประโยชน์ ลกู เสือ/ยสุ กาชาด รสมเสลาเรยี นท้ังหมดตามโยรงสร้างหลกั สตู ร ๑,๐๐๐ ๒๕ หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรยี นบา้ นท่าอาจ
38 โครงสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดับช้ันประถมศกึ ษา ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ รหัสวิชา รายวิชากิจกรรม/ เวลาเรียน ท ๑๕๑๐๑ ช่วั โมง(ปี) ช่วั โมง(สับดาห)์ ย ๑๕๑๐๑ รายวชิ าพนื้ ฐาน ส ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๘๔๐ ๒๑ ส ๑๕๑๐๑ ยณิตศาสตร์ ๕ ๑60 ๔ ส ๑๕๑๐๒ สทิ ยาศาสตร์และเทยโนโลยี ๕ ๑60 ๔ พ ๑๕๑๐๑ สังยมศึกษา ศาสนา และสัฒนธรรม ๕ ๘๐ ๒ ศ ๑๕๑๐๑ ประสัติศาสตร์ ๕ ๘0 ๒ ง ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๕ ๔๐ ๑ อ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ ๘0 ๒ รหสั วิชา การงานอาชีพ ๕ ๘0 ๒ ส ๑๕๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๘๐ ๒ รหสั กจิ กรรม ๘0 ๒ รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐ ๑ สทิ ยาการยานสน ๕ ๔๐ ๑ ๑๒๐ ๓ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ๔๐ ๑ กจิ กรรมแนะแนส ๘๐ ๒ กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐ ๑ ๔๐ ๑ ลกู เสอื /ยุสกาชาด ๑๐ ผนสกในกิจกรรม ชมุ นุม กิจกรรมเพ่ือสงั ยมและสาธารณประโยชน์ ลกู เสือ/ยสุ กาชาด รสมเสลาเรยี นท้ังหมดตามโยรงสร้างหลกั สตู ร ๑,๐๐๐ ๒๕ หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรยี นบา้ นท่าอาจ
39 โครงสรา้ งหลักสตู รสถานศึกษา ระดับชนั้ ประถมศกึ ษา ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๖ รายวชิ ากิจกรรม/ เวลาเรยี น ช่ัวโมง(ปี) ชว่ั โมง(สับดาห)์ รหสั วชิ า รายวชิ าพน้ื ฐาน ๘๔๐ ๒๑ ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๑60 ๔ ๑60 ๔ ย ๑๖๑๐๑ ยณติ ศาสตร์ ๖ ๘๐ ๒ ๘0 ๒ ส ๑๖๑๐๑ สทิ ยาศาสตร์และเทยโนโลยี ๖ ๔๐ ๑ ๘0 ๒ ส ๑๖๑๐๑ สงั ยมศกึ ษา ศาสนา และสฒั นธรรม ๖ ๘0 ๒ ๘๐ ๒ ส ๑๖๑๐๒ ประสัตศิ าสตร์ ๖ ๘0 ๒ ๔๐ ๑ พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๖ ๔๐ ๑ ๑๒๐ ๓ ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ ๔๐ ๑ ๘๐ ๒ ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๔๐ ๑ ๔๐ ๑ อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ ๑๐ ผนสกในกิจกรรม รหัสวชิ า รายวชิ าเพมิ่ เติม ลกู เสอื /ยสุ กาชาด ส ๑๖๒๐๑ สทิ ยาการยานสน ๖ ๑,๐๐๐ ๒๕ รหัสกจิ กรรม กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน กจิ กรรมแนะแนส กจิ กรรมนกั เรยี น ลูกเสอื /ยสุ กาชาด ชมุ นุม กิจกรรมเพ่ือสังยมและสาธารณประโยชน์ กจิ กรรมเพ่ิมยสามรู้ รสมเสลาเรียนทง้ั หมดตามโยรงสร้างหลกั สตู ร หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
40 โครงสรา้ งรายวชิ าของโรงเรียนบ้านทา่ อาจ กลุม่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ รายวชิ าพน้ื ฐาน ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จานสน ๔๐ ชสั่ โมง ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ จานสน ๔๐ ชั่สโมง ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ จานสน ๔๐ ชัส่ โมง ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ จานสน ๘๐ ชั่สโมง ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ จานสน ๘๐ ชส่ั โมง ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ จานสน ๘๐ ชัส่ โมง หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ โรงเรยี นบา้ นทา่ อาจ
41 ยาอธบิ ายรายสชิ า ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ รายสิชาพ้นื ฐาน เสลา ๔๐ ช่สั โมง ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ อธบิ าย อภิปรายเกีย่ สกบั รปู รา่ ง ลกั ษณะ และขนาดของสิ่งต่างๆ รอบตัสใน ธรรมชาตแิ ละสิ่ง ท่ีมนษุ ยส์ ร้างขึน้ บอกยสามรู้สึกที่มีต่อธรรมชาติและส่งิ แสดลอ้ มท่ีอย่รู อบๆ ตัส และมีทักษะพ้นื ฐานในการใช้ สสั ดุอุปกรณ์ สร้างงานทศั นศิลป์ และสร้างงานทัศนศลิ ปโ์ ดยการทดลองการใช้สี ด้สยเทยนิยง่ายๆ และการสาด ภาพระบายสภี าพธรรมชาตติ ามยสามรู้สกึ ของตนเอง และสมารถระบงุ านทัศนศิลป์ในชสี ิตประจาสันได้ รูส้ า่ สง่ิ ตา่ งๆ ก่อกาเนดิ เสยี งที่แตกตา่ งกนั บอกลักษณะของเสียงดงั -เบา และยสามชา้ -เร็สของจังหสะ การ ทอ่ งบทกลอนและร้องเพลงงา่ ยๆ การมีสส่ นร่สมในกิจกรรมดนตรีอย่างสนกุ สนาน ยสามเกี่ยสขอ้ งของเพลงท่ี ใชใ้ นชสี ิตประจาสัน เข้าใจยสามสมั พันธร์ ะหสา่ งดนตรี ประสัตศิ าสตร์ และสฒั นธรรม เห็นยณุ ยา่ ของดนตรที ่ี เป็นมรดกทางสัฒนธรรม ภูมิปบั บาท้องถ่ิน ภูมิปับบาไทยและสากล สามารถเล่าถงึ เพลงในทอ้ งถิน่ และระบุ สิ่งที่ช่ืนชอบในดนตรีท้องถนิ่ การเลยี นแบบการเยลื่อนไหส การแสดงท่าทางง่ายๆ เพ่ือสื่อยสามหมายแทนยาพดู บอกส่ิงทต่ี นเอง ชอบจากการดูหรือร่สมการแสดง และ ระบกุ ารละเลน่ ของเดก็ ไทย และบอกสิ่งที่ตนเองชอบในการแสดง นาฏศิลป์ รหสั ตสั ชสี้ ัด ศ ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ศ ๑.๒ ป.๑/๑ ศ ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ศ ๒.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ศ ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ศ ๓.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ รสม ๑๘ รหสั ตัสชส้ี ดั หลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
42 ยาอธบิ ายรายสชิ า ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ กล่มุ สาระการเรียนรู้ศิลปะ รายสชิ าพืน้ ฐาน เสลา ๔๐ ชั่สโมง ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ อภิปราย บรรยาย รูปร่าง รูปทรงที่พบในธรรมชาติและสิ่งแสดล้อม ระบุทัศนธาตุท่ีอยู่ใน สิ่งแสดล้อมโดยเน้นเรื่อง เส้น สี รูปร่าง และรูปทรง การสร้างงานทัศนศิลป์โดยใช้ทัศนธาตุที่เน้นเส้น รปู รา่ ง และมที ักษะพ้ืนฐานในการใช้สัสดุอุปกรณ์ สร้างงานทัศนศิลป์ งานทัศนศิลป์ 3 มิติ การสร้างภาพปะ ตดิ โดยการตัดหรือฉกี กระดาษ การสรา้ งสรรยภ์ าพสาดท่ีถ่ายทอดถงึ เรื่องราสเก่ียสกับยรอบยรัสและเพื่อนบ้าน เลือกงานทศั นศิลป์และบรรยายถึงสิ่งท่ีมองเห็นรสมถึงเนื้อหาและเร่ืองราส บอกถึงยสามสายับของงานทัศน์ ศิลป์ทีพ่ บเห็นในชีสิตประจาสัน อภิปรายเก่ียสกับงานทัศน์ศิลป์ประเภทงานต่างๆในท้องถ่ินโดยเน้นถึงสิธีการ สร้างงานและสัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ จาแนกแหล่งกาเนิดของเสียงที่ได้ยิน จาแนกยุณสมบัติของเสียงสูง-ต่า ดัง- เบา ยาส-สั้น ของดนตรี การเยาะจังหสะหรือเยล่ือนไหสร่างกายให้สอดยล้องกับเน้ือหาของเพลง การร้อง เ พ ล ง ง่ า ย ๆ ท่ี เ ห ม า ะ ส ม กั บ สั ย แ ล ะ บ อ ก ย ส า ม ห ม า ย แ ล ะ ย ส า ม ส า ยั บ ข อ ง เ พ ล ง ที่ ไ ด้ ยิ น อธิบายยสามหมายและยสามสายับของเพลงปลุกใจและเพลงสอนใจ บอกถึงยสามสัมพันธ์ของเสียง ร้อง เสียงเยร่ืองดนตรีในเพลงท้องถิ่นโดยใช้ยาง่ายๆ การแสดงและเข้าร่สมกิจกรรมทางดนตรีในท้องถิ่น การเยลื่อนไหสขณะอยกู่ ับท่ีและเยลือ่ นท่ี การเยลื่อนไหสท่ีสะท้อนอารมณ์ของตนเองอย่างอิสระ การ แสดงทา่ ทางเพ่อื สื่อยสามหมายแทนยาพูด การแสดงทา่ ทางประกอบจังหสะอย่างสร้างสรรย์ ระบุมารยาทใน การชมการแสดง ระบุการละเล่นพื้นบ้าน ส่ิงเชื่อมโยงส่ิงที่พบเห็นในการละเล่นพื้นบ้านในการดารงชีสิต ของยนไทย ส่งิ ที่ชื่นชอบและภายภูมใิ จในการละเล่นพ้นื บา้ น ตสั ชสี้ ดั ศ ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘ ศ ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ศ ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ศ ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ศ ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ศ ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ รสม ๒๖ ตสั ชสี้ ดั หลักสูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
43 ยาอธิบายรายสชิ า ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ช่อื รายสชิ า กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ รายสชิ าพ้ืนฐาน เสลา ๔๐ ช่สั โมง ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ อภิปราย บรรยาย รูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ ส่ิงแสดล้อม และงานทัศนศิลป์ ระบุสัสดุอุปกรณ์ท่ี ใช้สร้างงานเม่ือชมงานทัศน์ศิลป์ จาแนกทัศนธาตุของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ สิ่งแสดล้อม และงานทัศนศิลป์ โดยเน้นเรื่อง เส้น สี รูปร่าง รูปทรง และพื้นผิส และสาดภาพระบายสีส่ิงของรอบตัส มีทักษะพ้ืนฐานใน การใชส้ ัสดุอุปกรณ์สร้างสรรย์งานปั้น สาดภาพถ่ายทอดยสามยิด ยสามรู้สึกจากเหตุการณ์ชีสิตจริงโดยใช้ เส้น รูปร่าง รูปทรง สี และพ้ืนผิส บรรยายเหตุผลและสิธีการในการสร้างงานทัศนศิลป์โดยเน้นเทยนิย และสัสดุ อุปกรณ์ ระบุท่ีช่ืนชมและส่ิงที่ยสรปรับปรุงในงานทัศน์ศิลป์ของตนเองระบุและจัดกลุ่มของภาพตามทัศนธาตุ ท่ีเน้นในงานทัศน์ศิลป์นั้นๆ บรรยายลักษณะรูปร่าง รูปทรงในการออกแบบสิ่งต่างๆที่มีในบ้านและโรงเรียน เล่าถึงท่ีมาของงานทัศนศิลป์ในท้องถิ่น อธิบายเกี่ยสกับการใช้สัสดุ อุปกรณ์ และสิธีการสร้างงาน ทศั นศิลป์ในท้องถ่ิน ระบุรูปร่าง ลักษณะของเยรื่องดนตรีที่เห็นและได้ยินในชีสิตประจาสัน การใช้รูปภาพ หรือสับลักษณ์แทนจังหสะเยาะ บทบาทหน้าท่ีของเพลงท่ีได้ยิน การขับร้องและบรรเลงดนตรีง่ายๆ การ เยลอื่ นไหสทา่ ทางสอดยลอ้ งกบั อารมณ์เพลงทีฟ่ งั การแสดงยสามยดิ เหน็ เกี่ยสกับเสียงดนตรี เสียงขับร้องของ ต น เ อ ง แ ล ะ ผู้ อื่ น น า ด น ต รี ไ ป ใ ช้ ใ น ชี สิ ต ป ร ะ จ า สั น ห รื อ โ อ ก า ส ต่ า ง ๆ ไ ด้ อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม ระบุลักษณะเด่นและเอกลักษณ์ของดนตรีท้องถ่ิน ระบุยสามสายับและประโยชน์ของดนตรีต่อการ ดาเนินชีสิต ของยนในท้องถ่ินได้ สร้างสรรย์รูปแบบการเยล่ือนไหสในรูปแบบต่างๆในสถานการณ์สั้นๆ แสดงท่าทางประกอบเพลงตามรูปแบบนาฏศิลป์ เปรียบเทียบบทบาทหน้าท่ีของผู้แสดงและผู้ชม และมีส่สน ร่ส มในกิจกรรมแสดงท่ีเหมาะสม บอกประโยช น์ของการแสดงนาฏ ศิลป์ในชีสิตประจาสัน บอกเล่าถึงการแสดงนาฏศิลป์ท่ีเยยเห็นในท้องถิ่น ระบุสิ่งท่ีเป็นลักษณะเด่นและเอกลักษณ์ของการ แสดงนาฏศิลป์ อธิบายยสามสายับของการแสดงนาฏศลิ ป์ได้ ตสั ชสี้ ัด ศ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐ ศ ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ศ ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗ ศ ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ศ ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ ศ ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ รสม ๒๙ ตสั ช้สี ดั หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรยี นบ้านทา่ อาจ
44 ยาอธิบายรายสิชา ศ 14101 ศลิ ปะ ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะรายสชิ า รายสชิ าเพ่มิ เตมิ เสลา ๘๐ ชส่ั โมง ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๔ ศึกษา เปรยี บเทยี บ รูปลักษณะของรูปรา่ ง รูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแสดล้อม และงานทศั นศลิ ป์ อภปิ รายเก่ียสกบั อิทธพิ ลของสีสรรณะอุน่ และสสี รรณะเย็นทม่ี ตี ่ออารมณข์ องมนุษย์ จาแนกทศั นธาตุของสิ่ง ต่างๆ ในธรรมชาติ สิง่ แสดล้อม และงานทัศนศลิ ป์ โดยเน้นเรอื่ งเส้น สี รปู ร่าง รปู ทรง พนื้ ผสิ และพื้นที่ สา่ ง มีทักษะพืน้ ฐานในการใช้สัสดุ อปุ กรณ์สรา้ งสรรย์งานพิมพภ์ าพและและมีทกั ษะพื้นฐานในการใช้สสั ดุ อุปกรณ์ในการสาดภาพระบายสี ลกั ษณะภาพท่ีเนน้ การจดั ระยะ ยสามลึก น้าหนัก และแสงเงาในภาพ สาดภาพระบายสีโดยใช้สสี รรณะอ่นุ และสรรณะเย็น ถ่ายทอดยสามรู้สกึ และจินตนาการ เปรยี บเทียบ ยสามยิด ยสามรู้สึกผ่านในงานทัศนศิลป์ของตนเองและผอู้ ่ืน เลือกใช้สรรณะสีเพ่อื ถ่ายทอดอารมณ์ยสามรสู้ กึ ในการสรา้ งงานทศั นศ์ ลิ ป์ ระบุและอภปิ รายเกี่ยสกบั งานทัศนศิลป์ในเหตุการณ์และงานเฉลิมฉลองของ สฒั นธรรมทอ้ งถ่นิ บรรยายงานทศั นศลิ ป์ท่ีมาจากสัฒนธรรมต่างๆ ระบรุ ูปร่าง ลักษณะของเยร่ืองดนตรีที่เหน็ และไดย้ ินในชีสติ ประจาสนั บอกประโยยเพลงอย่างง่าย จาแนกประเภทของเยร่ืองดนตรที ่ใี นเพลงที่ฟงั ระบุทิศทางการเยลอ่ื นทีข่ ึ้น-ลงง่ายๆ ของทานอง รปู แบบ จงั หสะ และยสามเร็สของจงั หสะในเพลงที่ฟงั การอ่าน เขียนโน้ตไทยและสากล การรอ้ งเพลงโดยใช้ ชส่ งเสยี งทีเ่ หมาะสมกับตนเอง การใชแ้ ละเก็บเยรื่องดนตรีอยา่ งถูกต้องและปลอดภัย ระบุสา่ ดนตรีสามารถใช้ ในการสือ่ เรื่องราส บอกถึงแหล่งทม่ี าและยสามสัมพนั ธข์ องสิถชี ีสิตไทยท่ีสะท้อนในดนตรแี ละเพลงทอ้ งถิน่ ระบุ ยสามสายบั ในการอนุรกั ษส์ ง่ เสริมสฒั นธรรมทางดนตรี ระบทุ ักษะพ้นื ฐานทางนาฏศลิ ป์และการใช้ส่ือยสามหมายและอารมณ์ ใช้ภาษาท่าและนาฏศัพทห์ รือ ศพั ท์ทางการละยรงา่ ยๆในการถ่ายทอดเรอ่ื งราส แสดงการเยลอื่ นไหสในจังหสะตา่ งๆในยสามยดิ ของตนเอง แสดงนาฏศิลป์เป็นยู่ เป็นหมู่ยณะ และเลา่ ถึงสงิ่ ทช่ี อบในการแสดงโดยเนน้ จุดสายบั ของเรอื่ งและลักษณะเดน่ ของตัสละยร อธิบายประสัติยสามเป็นมาของนาฏศิลป์หรอื ชดุ การแสดงอยา่ งงา่ ยๆ เปรยี บเทียบการแสดงนาฏศิลป์ กบั การแสดงที่มาจากสฒั นธรรมอ่นื อธบิ ายยสามสายับของการแสดงยสามเยารพในการเรียนและการแสดง นาฏศลิ ป์ ระบเุ หตผุ ลทีย่ สรรักษาและสบื ทอดการแสดงนาฏศิลป์ หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นท่าอาจ
45 ตสั ช้สี ัด ศ ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙ ศ ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒ ศ ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗ ศ ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒ ศ ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕ ศ ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ รสม ๒๙ ตัสชส้ี ัด หลักสตู รกลุม่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรยี นบา้ นทา่ อาจ
46 อธบิ ายรายสชิ า ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ รายสชิ าพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕ เสลา ๘๐ ชั่สโมง บรรยายเกีย่ สกับจงั หสะ ตาแหนง่ ของสง่ิ ต่างๆ ท่ปี รากฏในส่ิงแสดล้อมและงานทัศนศลิ ป์ เปรยี บเทียบ ยสามแตกตา่ งระหส่างงานทัศนศลิ ป์ทสี่ รา้ งสรรยด์ ้สยสัสดุ อุปกรณ์ และสิธกี ารที่ตา่ งกัน การสาดภาพโดยใช้ เทยนิยแสงเงา นา้ หนัก และสรรณะสี สรา้ งสรรยง์ านปนั้ จากดินน้ามันหรือดินเหนียสโดยเน้นการถา่ ยทอด จินตนาการ สรา้ งสรรย์งานพิมพภ์ าพโดยเน้นการจัดสางตาแหน่งของสงิ่ ต่างๆในภาพ ระบปุ ับหาในการจัด องย์ประกอบศิลป์ การสื่อยสามหมายในงานทัศนศิลป์ สิธกี ารปรบั ปรงุ งานให้ดีขนึ้ บรรยายประโยชน์และ ยุณยา่ ของงานทัศน์ศลิ ปท์ ่ีมผี ลตอ่ ชีสิตของยนในสงั ยม ระบลุ กั ษณะรูปแบบของงานทัศนศลิ ป์ในแหล่งเรยี นรู้หรือนทิ รรศการศิลปะ อภปิ รายเก่ียสกบั งาน ทศั นศลิ ปท์ ่ีสะท้อนสฒั นธรรมและภูมิปับบาในท้องถิ่น ระบุองยป์ ระกอบดนตรีในเพลงที่ใช้ในการสื่ออารมณ์ จาแนกลักษณะของเสยี งขบั ร้องและเยร่อื งดนตรีที่อยใู่ นสงดนตรีประเภทตา่ งๆ การอา่ นเขียนโน้ตดนตรไี ทย และสากล 5 ระดับเสยี ง การใชเ้ ยรื่องดนตรบี รรเลงจังหสะและทานอง การร้องเพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลท่เี หมาะสมกบั สัย การดน้ สดง่ายๆ โดยใชป้ ระโยยเพลงแบบถาม-ตอบ การใช้ดนตรี รส่ มกบั กจิ กรรมในการแสดงออกตามจินตนาการ อธิบายยสามสัมพนั ธ์ระหสา่ งดนตรกี บั ประเพณีในสฒั นธรรมต่างๆ อธบิ ายยุณย่าของดนตรีทมี่ าจาก สฒั นธรรมทต่ี ่างกนั บรรยายองยป์ ระกอบนาฏศิลป์ การแสดงท่าทางประกอบเพลงหรือเรื่องราสตามยสามยิดของตน การแสดงนาฏศิลป์โดยเนน้ การใช้ภาษาท่าในการสื่อยสามหมายและการแสดงออก การแสดงนาฏศลิ ปช์ ดุ ตา่ งๆ การมีสส่ นรส่ มในกลุ่มกับการเขียนเยา้ โยรงเรือ่ งหรอื บทละยรสน้ั ๆ เปรยี บเทยี บการแสดงนาฏศิลป์ชดุ ต่างๆ บอกประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั จากการชมการแสดง เปรยี บเทยี บการแสดงประเภทต่างๆ ของไทยในแตล่ ะ ทอ้ งถิน่ นาฏศิลป์พืน้ บา้ นทีส่ ะท้อนถงึ สัฒนธรรมและประเพณี ตัสช้ีสัด ศ ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗ ศ ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ศ ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗ ศ ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ศ ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖ ศ ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ รสม ๒๖ ตัสช้สี ดั หลักสตู รกล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบ้านท่าอาจ
47 ยาอธบิ ายรายสิชา ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศิลปะ รายสิชาพ้ืนฐาน เสลา ๘๐ ชสั่ โมง ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๖ ศึกษา อภิปราย ระบสุ ยี ่ตู รงข้ามและอภปิ รายเก่ยี สกบั การใช้สียตู่ รงขา้ มในการถา่ ยทอดยสามยิดและ อารมณ์ อธบิ ายหลกั การจดั ขนาด สัดส่สน ยสามสมดุลในการสรา้ งงานทัศนศลิ ป์ การสรา้ งงานทัศนศิลป์ รูปแบบ ๒ มติ ิ และ ๓ มติ ิ โดยใช้หลักการของแสงเงาและนา้ หนกั การสร้างสรรยง์ านป้ันโดยใชห้ ลกั การลด และเพิ่ม การสรา้ งงานทศั นศิลปโ์ ดยใชห้ ลักการของรูปและพนื้ ท่ีสา่ ง การสรา้ งงานทัศนศลิ ป์โดยใช้สียตู่ รง ข้าม หลักการจดั ขนาด สดั สส่ น และยสามสมดุล การสรา้ งงานทัศนศิลปเ์ ป็นแผนภาพ แผนผัง และ ภาพประกอบ เพ่ือถ่ายทอดยสามยดิ หรือเรื่องราสเกยี่ สกับเหตุการณต์ า่ งๆ บรรยายบทบาทของงานทศั นศลิ ป์ในชีสิตประจาสันและสงั ยม อภปิ รายเกี่ยสกับอิทธิพลของศาสนา และสัฒนธรรมทมี่ ตี ่องานทัศนศิลป์ในทอ้ งถิน่ ระบุและบรรยายอทิ ธพิ ลทางสฒั นธรรมในทอ้ งถนิ่ ท่มี ผี ลต่อการ สรา้ งงานทศั นศลิ ปข์ องบุยยล เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสรา้ งสรรย์ สิเยราะห์ สิพากษ์สจิ ารณ์ยณุ ย่าดนตรี ถ่ายทอด ยสามร้สู ึก ยสามยิดตอ่ ดนตรีอยา่ งอสิ ระ ช่ืนชม และประยุกต์ใช้ ในชสี ติ ประจาสัน บรรยายเพลงท่ีฟงั โดยอาศยั องย์ประกอบดนตรแี ละศัพทส์ ังยตี จาแนกประเภทและบทบาทหนา้ ทเี่ ยรอ่ื งดนตรไี ทยและเยรื่องดนตรีที่มา จากสฒั นธรรมต่างๆ การอ่าน เขยี นโน้ตไทยและโนต้ สากลทานองงา่ ยๆ การใชเ้ ยร่ืองดนตรีประกอบการรอ้ ง เพลง ดน้ สด ทีม่ ีจังหสะและทานองง่ายๆ บรรยายยสามรู้สึกทม่ี ีต่อดนตรี แสดงยสามยิดเหน็ เก่ยี สกบั ทานอง จงั หสะ การประสานเสียง และยณุ ภาพเสียงของเพลงท่ีฟงั อธบิ ายเรือ่ งราสของดนตรีไทยในประสตั ศิ าสตร์ จาแนกดนตรที ี่มาจากยุยสมัยที่ต่างกนั อภปิ ราย อทิ ธิพลของสฒั นธรรมต่อดนตรีในทอ้ งถิน่ การสร้างสรรยก์ ารเยลื่อนไหสและการแสดง โดยเนน้ การถา่ ยทอด ลีลาหรืออารมณ์ การออกแบบเยรือ่ งแต่งกายหรืออปุ กรณ์ประกอบการแสดงอย่างง่ายๆ การแสดงนาฏศิลป์ และละยรง่ายๆ บรรยายยสามรู้สึกของตนเองท่มี ีตอ่ งานนาฏศลิ ป์และการละยรอย่างสรา้ งสรรย์ ยสาม ยิดเห็นในการชมการแสดง ยสามสมั พันธ์ระหส่างนาฏศลิ ป์และการละยรกับส่ิงทป่ี ระสบในชสี ิตประจาสัน อธบิ ายสง่ิ ที่มียสามสายับต่อการแสดงนาฏศิลปแ์ ละละยร ระบุประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากการแสดงหรอื ชมการ แสดงนาฏศลิ ป์และละยร หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ โรงเรียนบา้ นทา่ อาจ
Search