Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การศึกษาวิวัฒนาการของการท่องเที่ยวไทยในสมัยสงครามเย็น พ.ศ. 2490-2530 ฉบับแก้ไข

การศึกษาวิวัฒนาการของการท่องเที่ยวไทยในสมัยสงครามเย็น พ.ศ. 2490-2530 ฉบับแก้ไข

Published by KOMCHAN SIRILAKSANANUKUL, 2022-05-05 12:09:56

Description: การศึกษาวิวัฒนาการของการท่องเที่ยวไทยในสมัยสงครามเย็น พ.ศ. 2490-2530 ฉบับแก้ไข

Keywords: การท่องเที่ยว สงคราม,การท่องเที่ยวไทย

Search

Read the Text Version

ภาคผนวก ญ กระบวนการขับเคลื่อนอตุ สาหกรรมทางเพศ และบทบาทของความหลากหลายทางเพศในชว่ งสงครามเยน็

69 กระบวนการขับเคล่ือนอุตสาหกรรมทางเพศและบทบาทของความหลากหลายทางเพศ ในช่วงสงครามเยน็ หลังจากสงครามโลกคร้ังที่สองส้ินสุดลงในปี พ.ศ. 2488 ผู้คนต่างแสวงหาความบันเทิง หลังจากที่ถูกรัฐบาลสั่งห้าม ทาให้กิจการสถานบันเทิงกลับมาเป็นท่ีนิยมโดยปรับเปล่ียนไปตามรูปแบบ และบริบทของสังคม เนื่องจากนโยบายการบริหารประเทศหลังสงครามของไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด กบั สหรัฐฯ อย่างมาก คนไทยจึงได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกันแทนวัฒนธรรมจากยุโรปเช่นในอดีต ซึง่ สามารถแบ่งตามชว่ งเวลาได้ 2 ช่วง ไดแ้ ก่ ช่วง พ.ศ.2488-2512 เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนต่างแสวงหาความบันเทิงหลังจากส้ินสุด สงครามโลกคร้ังท่ี 2 นโยบายการบริหารประเทศของรัฐบาลไทยในยุคน้ีมีความสัมพันธ์อันดีและ ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ อย่างมาก ประกอบกับรัฐบาลของจอมพล สฤษด์ิ ธนะรัชต์ มีนโยบายต่อต้านลัทธิ คอมมิวนิสต์ ซึ่งกาลังก่อตัวอย่างคุกรุ่นในเวียดนาม รัฐบาลเกรงว่าประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบ ตามหลักแนวคิดทฤษฎีโดมิโน จึงยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยการอนุญาตให้มีการ ตั้งฐานทัพของทหารอเมริกันในพ้ืนที่จุดยุทธศาสตร์ของไทย เพ่ือทาสงครามต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ จากเวียดนาม การรับเอาวัฒนธรรมต่าง ๆ จากอเมริกันของคนไทยและการดารงอยู่ของทหารสหรัฐฯ ส่งผลโดยตรงต่อการเปล่ียนแปลงรูปแบบของกิจการสถานบันเทิง ทาให้รัฐบาลต้องประกาศใช้ พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ขึ้นเป็นฉบับแรกเพ่ือความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม และเป็นจุดเร่ิมต้นของแหล่งสถานบันเทิงย่านพัฒน์พงษ์ ในปี 2512 เพื่อให้บริการแก่ทหารอเมริกัน (ยุวรี โชคสวนทรพั ย์, 2554: น.70) ช่วง พ.ศ. 2512-2521 หลังจากท่ีย่านการค้าต่าง ๆ ได้ถือกาเนิดข้ึนมาในกรุงเทพฯ เพื่อ ให้บริการแก่ทหารอเมริกันและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ซึ่งเร่ิมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ภายในประเทศไทยมากข้ึนจาการส่งเสริมการท่องเท่ียวของรัฐบาล กิจการสถานบันเทิงจึงเกิดการ พัฒนาและขยายตัวเร่ือยมา จนกระทั่งทหารอเมริกันถอนกาลังออกจากประเทศไทยหลังสิ้นสุด สงครามการต่อต้านขบวนการคอมมิวนิสต์ในประเทศเวียดนาม กิจการสถานบันเทิงต่างได้รับ ผลกระทบจากสภาวะขาดทุน ทาให้สถานบันเทิงส่วนใหญ่ปรับตัวเพื่อรองรับนักท่องเท่ียวชาว ตา่ งประเทศและชาวไทยแทน วถิ ีชีวิตของผูค้ นในกรุงเทพฯ ดาเนินไปในรูปแบบของชาวตะวันตก การ เต้นราสมัยใหม่ เช่น ร็อคแอนด์โรล ดสิ โก้ และการกนิ ด่ืมตามสถานบันเทิงในยามค่าคืนซ่ึงเป็นสถานท่ี เปราะบางต่อการก่อเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างคนเท่ียวด้วยกัน เน่ืองจากการเมาสุราอยู่เป็นประจา รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้เกิดอาชญากรรมในด้านต่าง ๆ ทาให้รัฐต้องออกระเบียบต่าง ๆ เพื่อจากัด

70 การมอี ยขู่ องสถานบันเทิงโดยการแก้ไขพระราชบัญญัติเป็นครั้งท่ี 2 ในปี พ.ศ. 2521 (ยุวรี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.70) เม่ือสงครามส้ินสุดลงกิจการสถานบันเทิงต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครก็เกิดข้ึนมากมาย ในขณะที่ราวงแบบดั้งเดิมเริ่มหมดความนิยมลงและถูกแทนที่ด้วยการเต้นแบบลีลาศที่กลับมาเป็นท่ี นิยมอีกคร้ังหลังจากถูกสั่งห้ามระหว่างช่วงสงคราม สันนิษฐานว่าเป็นเพราะคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ นิยมรับวัฒนธรรมแบบตะวันตกเข้ามาผ่านชนช้ันนา ซึ่งได้รับความนิยมจากประชาชนคนท่ัวไป อย่างมาก แตก่ ารราวงน้ันเป็นการดัดแปลงมาจากการราโทนของท้องถนิ่ ในตา่ งจังหวัดเพื่อบังคับใช้กับ คนกรุงเทพฯ เมื่อหมดสงครามคนกรุงเทพฯ จึงหมดความนิยมการราวงตามไปด้วยโดยสันนิษฐานว่า การราวงนั้นไม่ทันสมัยเหมือนกับการเต้นลีลาศ ซ่ึงเป็นท่ีต้องการของคนหนุ่มสาวสมัยใหม่มาตั้งแต่ ช่วงสงคราม “พ่สี าวผม ชอุม่ ปญั จพรรค์ กาลังข้ึนจุฬาฯ อักษรศาสตร์ปี 1 เอาหนังสือวารสาร จุฬาในยุคน้ันมาให้ดู ท่ีท้ายเล่มเสียบกระดาษอาร์ตหนึ่งแผ่น วาดรูปขาวดาเป็นหนุ่มรูป หล่อแต่งชุดเต้นรา ยืนติดเก้าอี้สาวสวยในชุดราตรี เขียนว่า “ความฝันของหนุ่มสาว” เพราะทกุ คนอยากเตน้ ราตามแบบมหาวิทยาลัยเมืองนอกเพราะในปี 2484-2485 ยังถูก ห้ามการเต้นรา” (อาจิน ปัญจพรรค์, บอมบ์กรุงเทพฯ, อ้างใน ยุวรี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.74) การปรับตัวของกิจการสถานบันเทิงมีปัจจัยสาคัญมารจากการส่งเสริมการท่องเที่ยว ของรัฐบาล โดยการจัดต้ังองค์การส่งเสริมการท่องเท่ียวในปี พ.ศ. 2503 และการดารงอยู่ของทหาร อเมริกันในพื้นท่ีสาคัญหลายแห่งของประเทศไทย เน่ืองจากรัฐบาลได้รับความช่วยเหลือจาก สหรัฐอเมริกาเพ่ือต่อต้านคอมมิวนิสต์ ฝ่ายไทยเองก็ให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ โดยการส่งทหารเข้า รว่ มรบในสงครามเวยี ดนามครั้งแรกเมอื่ ปี พ.ศ. 2510 และเสร็จสิ้นการรบในปี พ.ศ. 2515 อีกทั้งยังมี ข้อตกลงในการให้พน้ื ทพี่ ักผอ่ นหยอ่ นใจแก่บรรดาทหารอเมริกันท่ีว่างจากการรบในสงครามเวียดนาม ส่งผลให้กรุงเทพเทพฯ เต็มไปด้วยสีสันยามค่าคืน หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทยฉบับพิเศษวันพุธที่ 28 ก.ย. 2509 โดยสมบูรณ์ ศิวะโกเศศ กลา่ วถึงสถานบันเทงิ ในกรุงเทพฯ ไวว้ า่ “ขอให้มีเงินตัวเดียวเท่าน้ันแหละกรุงเทพคือสุดยอดของความสุข จะเอาแง่ไหน ชนิดไหนมีทั้งนั้น ต่างประเทศบางทีมีเงินแต่ไม่มีเสรีภาพเหมือนบ้านเรา สังเกตจากสิ่ง ง่าย ๆ รอบตัวเราไม่ว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะปรับปรุงประเทศให้เจริญเพียงใดดูเหมือน ไนต์คลับ บาร์ โรงแรม สถานนวดอบอาบ ดู ๆ เหมือนเงาที่ต้องติดตามด้วยข้าราชการ ช้ันผู้ใหญ่เคยศึกษาดูงานและรับราชการในต่างประเทศ กล่าวว่า ชีวิตในยามราตรี เร่ิม

71 ตอนหัวค่าแต่ของเราเริ่มเอาตอนเที่ยวคืน ฟังดูเข้าที นับว่าเรื่องเที่ยวเตร่ของเรามี อิสรเสรีมาก” (ข่าวสานักพิมพ์ เกี่ยวกับดนตรี ละคร ทีวี, 2509 อ้างใน ยุวรี โชคสวน ทรพั ย์, 2554: น.84-85) บ่อยคร้ังท่ีตามสถานบันเทิงเกิดการทะเลาะวิวาทอยู่เป็นประจาระหว่างนักท่องเท่ียว ราตรีชาวไทยและชาวต่างชาติ ทาให้กรมตารวจทาการยกร่างพระราชบัญญัติสถานบริการข้ึนในปี พ.ศ. 2506 เพ่ือให้เกิดความสงบเรียบร้อยและสะดวกต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตารวจ และ จานวนสถานบริการท่ีเพ่ิมจานวนขึ้นร่วม 300 แห่งในกรุงเทพฯ – ธนบุรี (สมร นิติทัณฑ์ประภาส, 2512: น.107) เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 เป็นกฎหมาย สถานบริการฉบับแรกท่ีใช้เป็นใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจบันเทิง (ยุวรี โชคสวน ทรัพย์, 2554: น.88) ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหน่ึงที่ปรากฏในสาระสาคัญของการให้บริการทาง เพศ ได้แก่ การห้ามสตรีที่ไม่ได้ทางานบริการเข้าไปยังสถานบริการหากไม่มีผู้ชายเข้าไปด้วย สันนิษฐานว่า รัฐพยายามจะปกป้องการแอบแฝงบริการทางเพศของผู้หญิงโสเภณีที่มีจานวนมากข้ึนระหว่างที่ กองทพั สหรัฐดารงอยูใ่ นประเทศไทย และทาใหเ้ ข้าใจไดว้ ่ากลุม่ คนท่ีเข้าไปใช้บริการในสถานบันเทิงจึง มีแตผ่ ชู้ ายเปน็ ส่วนใหญ่ ซงึ่ ไมม่ หี ลักฐานวา่ สาระสาคัญนี้ไดผ้ ลจรงิ หรือไม่ ภาพที่ ญ.1 การบริการทางเพศของผหู้ ญิงในช่วงสงครามเยน็ ทม่ี า : https://palungjit.org เม่ือกองทหารสหรัฐฯ อยู่ในประเทศไทยในช่วงสงครามเวียดนาม และมีหน่วยจัสแม็ค (JUSMAG) เป็นที่ปรึกษาทางการทหารในประเทศไทยต้ังอยู่บริเวณถนนสาธรในกรุงเทพมหานคร ทาให้ ย่านธุรกิจในพัฒน์พงษ์เริ่มมีสถานบันเทิงเพ่ือรองรับทหารอเมริกันและนักท่องเท่ียวชาวต่างประเทศ เกิดขึ้นประมาณปี 2509 ประกอบกับบริษัทของชาวต่างประเทศท่ีเคยตั้งอยู่ตามอาคารพาณิชย์สอง ข้างทางเร่ิมขยายกิจการ จึงย้ายออกไปต้ังสานักงานบริเวณอ่ืนท่ีสามารถรองรับธุรกิจที่ขยายตัวของ

72 ตนได้มากขึ้น จึงทาให้พัฒน์พงษ์เปล่ียนแปลงจากย่านธุรกิจมาเป็นย่านของสถานบันเทิงเริงรมย์ โดยเฉพาะการตั้งบาร์อะโกโก้แห่งแรกข้ึนในช่วงที่สงครามเวียดนามใกล้จะยุติลง กล่าวได้ว่า สถาน บันเทงิ ยา่ นพฒั นพ์ งษ์เตบิ โตจากการใชเ้ วลาในการพกั ผ่อนหย่อนใจของทหารอเมริกันอย่างแท้จริง คน ไทยเองก็ได้เห็นการเปล่ียนแปลงบริเวณย่านพัฒน์พงษ์มาโดยตลอดเช่นกัน จากเดิมซึ่งเคยเป็นย่าน การลงทนุ ดา้ นธุรกิจ อาทิ ธนาคารฮอ่ งกง และธนาคารเซี่ยงไฮ้ และท่ีทาการสายการบินต่าง ๆ “ศาลา อเมริกันกับแอร์เวียดนามน้ันเคยอยู่ติดกันท่ีถนนพัฒน์พงษ์แต่แล้วเมื่อเช้าวันก่อนเดินผ่านถนนน้ันไป กลับไม่เห็นป้ายชื่อท่ีคุ้นตา “ศาลา” กลายเป็นไนท์คลับตามแฟชั่นคนกรุงไปเสียแล้ว” (พิเชฐ สายพันธ์, 2540: น.97) “ช่วงน้ันจาได้ว่าแถว ๆ พัฒน์พงษ์ เป็นท่ีทาการของสายการบินหลายสายเพราะ เร่มิ มชี าวต่างชาติเริ่มเดินทางเข้ามาเท่ียวมากขึ้น แล้วค่อย ๆ กลายเป็นไนท์คลับอย่างที่ เห็นคนที่จะไปเท่ียวแถวพัฒนพ์ งษ์สว่ นใหญ่จะเป็นพวกทหารอเมริกันแล้วก็นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ ทหารอเมริกันจะนิยมเท่ียวพัฒน์พงษ์กับเพชรบุรีตัดใหม่กันมาก แต่ เพชรบุรีนี่จะขึ้นชื่อเรื่องอาบอบนวดซะมากกว่า” (สัมภาษณ์นายประพันธ์ แสงทอง บรรณาธกิ ารข่าวธรุ กิจทอ่ งเท่ยี ว อ้างใน ยวุ รี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.91) กิจการสถานบันเทิงที่ดาเนินกิจการอยู่ได้จากแรงอุดหนุนของทหารอเมริกันต่างได้รับ ผลกระทบเม่ือทหารอเมริกันถอนกาลังออกจากประเทศไทยโดยสมบูรณ์ สถานบันเทิงหลายแห่ง ขาดทนุ จนไม่สามารถดาเนนิ กิจการต่อไปได้และต้องปิดตัวลงในท่ีสุด ดังนั้นบรรดาสถานประกอบการ เพื่อความบันเทิงจึงเปล่ียนเป้าหมายมาให้บริการชาวไทยแทน โดยมีการปรับปรุงรูปแบบของการ ให้บริการให้ตรงกับความชื่นชอบของคนไทย และยังคงรับรูปแบบบางส่วนจากวัฒนธรรมตะวันตก ทาให้เกิดดิสโก้เทคซ่ึงเป็นสถานบันเทิงแบบใหม่ตามมาและมุ่งตรงไปที่กลุ่มลูกค้าวัยรุ่นเป็นส่วยใหญ่ (ยุวรี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.92-93)

73 ภาพท่ี ญ.2 การปิดปา้ ยรบั สมัครพรงั งานเสริ ์ฟผ้หู ญงิ ของบรรดาผปู้ ระกอบการธรุ กจิ ทางเพศ ทีม่ า : http://oknation.nationtv.tv ไม่เพียงแต่เฉพาะเพศหญิงเท่านั้น ในกรณีของอุตสาหกรรมทางเพศในช่วงสงครามเย็น เองยังประกอบไปด้วยกลุ่มของความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ ด้วย กล่าวคือ ปัจจัยทางสภาพ สังคมและความกดดันทางสภาพแวดล้อม รวมถึงสิ่งเร้าจากอิทธิพลของสถานบันเทิงก็มีส่วนอย่าง สาคัญในการเป็นตัวช่วยสร้างเสริม ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมทางเพศเหล่านี้เติบโตและดารงอยู่ ได้อย่างมั่นคง ท้ังนี้ ปัจจัยด้านสาคัญท่ีเป็นตัวกระตุ้นและชักนาให้เพศชายเข้ามามีบทบาทสาคัญใน อตุ สาหกรรมทางเพศ (รกั ฉนั ท์ ชยั ชมภู, 2543: ดูบทท่ี 5) คอื ก. แรงกดดันท่ีทาให้ต้องรับภาระ เน่ืองจากภาวะกดดันจากความสัมพันธ์ภายใน ครอบครัวท่ีไม่มั่นคง ได้แก่ การที่พ่อแม่ทะเลาะกันเป็นประจา การขาดความเอาใจใส่จากคนใน ครอบครัว หรืออดีตที่ครอบครัวแตกแยกจึงต้องแยกตัวออกมาทาให้ต้องพ่ึงตนเองเพียงลาพัง จากที่ ตอ้ งพึ่งพ่อแมก่ อ็ อกมาหาเลย้ี งตัวเอง ข. แรงจูงใจเก่ียวกับรายได้ จากสภาพท่ีผู้ชายเหล่าน้ีเคยพ่ึงพิงครอบครัวมาสู่ความ ต้องการที่พึ่งตนเอง ทาให้ชายเหล่าน้ีต้องการเงิน เพ่ือรับผิดชอบตนเองและครอบครัว จากเดิมที่ไม่ เคยหารายได้ จึงมีความจาเป็นต้องการเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ภายใต้สภาพสังคมที่เน้นการบริโภคและ เนน้ ทางดา้ นวัตถุ รายได้จึงเปน็ สิ่งเร้าท่ีสาคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายได้ท่ีจะสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ และความม่ันคง ในอนาคตของตนเอง แต่เนื่องจากโอกาสที่ผู้ชายเหล่านี้จะได้งานตามเงื่อนไขของ สังคมมีน้อยมาก เม่ือเห็นว่ารายได้ในอาชีพน้ีสูง จากการเปรียบเทียบกับรายได้ของอาชีพอ่ืนหรือใน อาชีพที่ตนเองเคยทามาก่อน ตามความสามารถและระดับความรู้ท่ีมีอยู่ เช่น พนักงานขายของใน ห้างสรรพสินค้า พนักงานเสิร์ฟอาหาร แม้ว่าอาชีพดังกล่าวจะมีรายได้ท่ีมาก และได้ง่าย ฉะนั้นชาย เหล่าน้ี เม่ือได้ทราบถึงรางวัลหรือค่าตอบแทนท่ีได้รับมากจากการขายบริการทางเพศ จึงทาให้ ตัดสนิ ใจประกอบอาชีพนี้

74 ค. ทัศนคติเกี่ยวกบั การประกอบอาชีพ จากธรรมชาติของเด็กชายวัยรุ่น จะมีความอยาก รู้อยากเห็นท้ังในเร่ืองเพศและส่ิงต่าง ๆ ที่อยู่แวดล้อมตัวเอง แต่เนื่องจากสภาพทางสังคมของไทยยัง เหน็ ว่าเรือ่ งเพศเปน็ เร่อื งต้องห้าม และไม่ควรเปิดเผย ทาให้ไม่ได้รับความรู้เรื่องเพศจากทางบ้าน และ ทางโรงเรียนอย่างเพียงพอ เม่ือผู้ชายเหล่าน้ีได้มีอิสระท่ีจะแสวงหาส่ิงต่าง ๆ จากการที่เขาต้องพึ่งพิงตน เรอ่ื งเพศจงึ เปน็ เรื่องทีไ่ มส่ ามารถปดิ บังซอ่ นเรน้ จากการเรยี นร้ขู องเขาได้อีกต่อไปนอกจากนี้ ความเชื่อ เกี่ยวกับบทบาททางเพศชายที่เชื่อว่า ผู้ต้องมีความสามารถในเรื่องเพศความต้องการทางเพศเป็น ส่ิงจาเปน็ ทีต่ อ้ งหาทางปลดปลอ่ ย และสมควรไดร้ บั สทิ ธทิ างกามรณม์ ากกว่าผู้หญิง ขณะเดียวกันการมี ประสบการณ์ทางเพศจะได้รับการยกย่อง จึงเป็นส่ิงท่ีทาให้เด็กชายมีความคิดท่ีจะหาประสบการณ์ ทางเพศ อีกท้ังเห็นว่าอาชีพการขายบริการทางเพศของผู้ชายเป็นอาชีพที่ไม่ถูกสังคมลงโทษหรือไม่ ยอมรับในระดบั เบาบางกวา่ ผูห้ ญิง ปจั จยั จากสภาพแวดลอ้ ม จากสภาพภูมิหลังและปัจจัยต่าง ๆ ในชีวิตของผู้ชายเหล่านี้ ได้เป็นเงื่อนไขสาคัญส่วนหน่ึง ท่ีทาให้ผู้ชายเหล่านี้เลือกท่ีจะคบหาสมาคมกับใคร ซึ่งจะเช่ือมโยงให้เข้าสู่อาชีพขายบริการทางเพศ กลุม่ บุคคลเหลา่ น้ีมอี ิทธพิ ลตอ่ การเรยี นรู้ และการใช้ความหมายไปในทางสนับสนุน ว่าการทาอาชีพนี้ ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย จากการศึกษา พบว่าทุกๆการศึกษาจะมีการคบหาสมาคมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการ ขายบรกิ ารทางเพศ และมีการเชอ่ื มโยงกัน นาไปสู่การขายบริการทางเพศ ซึ่งสรุปไดด้ ังนี้ ก. มีเพ่ือนที่ประสบการณ์มาก่อน ปัจจัยหน่ึงของการเข้าสู่อาชีพการขายบริการทางเพศ คือการคบหาสมาคมกับเพ่ือนท่ีมีประสบการณ์ทางานด้านน้ีมาก่อน โดยเป็นเพ่ือนท่ีผ่านการแนะนา จากคนอ่นื , เพื่อนรว่ มสถานทีพ่ กั อาศยั เดียวกนั ข. มีประสบการณ์กับเพศเดียวกันมาก่อน จากการศึกษาพบว่า ชายขายบริการทางเพศ บางคนอาจมีประสบการณ์กบั ผ้ชู ายมากอ่ น ทาให้เกดิ การฝังใจ เมื่อถึงเวลาหน่ึงท่ีเขาต้องตัดสินใจขาย บริการทางเพศ เขาจงึ เลอื กตัดสินใจได้ง่ายดาย ค. มีแหล่งข้อมูลนาไปสู่งานบริการทางเพศ แหล่งข้อมูลที่ชายขายบริการทางเพศ ได้รับ รายละเอียดนาไปสู่งานขายบริการทางเพศ ได้แก่ บาร์ ผับ ดิสโก้เธค ศูนย์การค้า ซ่ึงเป็นแหล่งท่ีรวม ของเดก็ วัยรุ่นที่ชอบความสนุก ทันสมัย มีรสนิยมสูง มีความจาเป็นต้องใช้จ่ายเงินจานวนมาก จึงเป็น หนทางให้บุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับการขายบริการทางเพศ ได้แก่ เจ้าของสถานประกอบการ ผู้ชักชวนเข้า ไปติดต่อให้ทางานในอาชีพดังกล่าว ดังท่ีผู้จัดการบาร์แห่งหนึ่งเล่าว่า ชอบเข้าไปติดต่อหรือชักชวน ผชู้ ายที่ต้องการหาเงินจากการขายบรกิ ารทางเพศ ให้เข้ามาทางานในบาร์ของตน

75 กระบวนการเขา้ สอู่ าชีพชายขายบริการทางเพศ เร่ิมจากตัวเด็กที่มีภูมิหลังทางครอบครัว ประสบการณช์ ีวติ ที่ขาดความอบอุ่น และความรบั ผดิ ชอบ ทาใหต้ อ้ งพงึ พาตนเองและคบหาสมาคมกับ กลุ่มเพื่อนซ่ึงมีภูมิหลังและประสบการณ์ใกล้ชิดกัน ซึ่งการขายบริการทางเพศเห็นบุคคลเหล่าน้ีให้ ความเข้าใจและช่วยเหลือตนเองได้ ภาพท่ี ญ.3 ส่ือภาพยนตร์ทสี่ ื่อถึงบรบิ ทในชว่ งสงครามเยน็ ท่มี า : https://www.matichon.co.th เปน็ ท่นี ่าสังเกตว่า ในบรรดาผู้ใชบ้ ริการทางเพศในสังคมก่ึงชนบทส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ ต้ังแต่วัยรุ่นมัธยมปลายไปจนถึงวันทางาน และส่วนหนึ่งเป็นผู้ชายท่ีแต่งงานมีครอบครัวเหมือน อย่างเช่นครอบครัวปกติท่ัวไป นอกจากนั้น กลุ่มกลุ่มผู้ให้บริการยังเป็นวันรุ่นมัธยมปลายอีกด้วย ชายขายบริการทางเพศส่วนใหญ่มีความคาดหวังว่า เมื่อถึงวันหนึ่งเขาจะเลิกขายบริการทางเพศ ซ่ึงไม่ไดค้ ิดวา่ จะยดื อาชีพนไ้ี ปตลอด บางคนปรารถนาจะประกอบอาชีพที่เป็นกิจการส่วนตัวที่เป็นของ ตนเองแม้ว่าการดาเนินชีวิตในอนาคตของชายขายบริการทางเพศ จะมีการวางแผนชีวิตของแต่ละคน แตกตา่ งกันไป แต่อยา่ งไรกต็ าม พวกเขาเหล่านี้ก็หวังที่จะใช้ชีวิตในสังคมที่มีบรรทัดฐานกาหนดอย่าง ปกตสิ ุขต่อไป

ภาคผนวก ฎ ผลกระทบทม่ี ตี อ่ อตุ สาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายหลังการถอนกาลังของสหรฐั อเมรกิ า

76 ผลกระทบทมี่ ตี อ่ อตุ สาหกรรมทอ่ งเท่ยี วไทยภายหลงั การถอนกาลังของสหรฐั อเมริกา ตลอดระยะเวลาท่ีกองกาลังทหารสหรัฐฯ ดารงอยู่ในประเทศไทยน้ัน เศรษฐกิจ หมุนเวียนภายในประเทศดีข้ึนอย่างมากรายได้จาการพักผ่อนหย่อนใจของทหารอเมริกันในเมืองไทย พ.ศ. 2508 มปี ระมาณ 2 ลา้ นดอลล่าร์อเมริกัน พ.ศ. 2509 มี 11 ล้านดอลล่าร์อเมริกัน ในปี พ.ศ. 2512 เพ่ิมข้ึนเป็น 24 ล้านดอลล่าร์อเมริกัน (กองบรรณาธิการ, วารสารสังคมปริทัศน์ 11, 5, พฤษภาคม 2516: น.18-26 อ้างใน ยุวรี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.93) ซึ่งเป็นรายได้จานวนมหาศาล ท้ังน้ี ยังไม่ นบั เงินทนุ สนบั สนนุ ในดา้ นอ่นื ๆ และการใหค้ วามชว่ ยเหลอื ทางการทหารแก่ประเทศไทย หลังจากกองกาลังสหรัฐฯ ถอนกาลังออกจากประเทศไทย ไปแล้วพบว่าเกิดผลกระทบ กับเศรษฐกิจและสังคมภายในประเทศไทยหลาย ๆ ด้าน อาทิ การว่างงานของคนไทยกว่า 30,000 คน ที่เคยทางานกับสหรัฐฯ ปัญหาสตรีท่ีทางานอาชีพเมียเช่าตามฐานทัพต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย และปัญหา เด็กหัวแดง หรือเด็กลูกคร่ึงซึ่งเกิดจากทหารอเมริกันจานวนมาก และเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย ณ ขณะนน้ั จนกระทงั่ มลู นิธขิ องชาวอเมรกิ ันเขา้ มาดูแล (ยุวรี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.95) “การช่วยเหลือมีมลู นิธิของนักประพันธ์หญงิ ชาวอเมรกิ ัน ชอ่ื มูลนิธิเด็ก เพิล. เอส. บัค (Pearl S. Buck Foundation) ได้เข้ามาทาการสารวจและจัดการช่วยเหลือแก่เด็กหัวแดง ที่เรียกว่า อเมราเชียน (Amerasian) ในไทยขณะน้ีมี 1,200 คน คาดว่าอีก 3 ปี จะเพิ่มข้ึนเป็น 3,600 คน จากการสารวจเขตอันเป็นท่ีต้ังฐานทัพใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น ตาคลี อู่ตะเภา นครสวรรค์ นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี สัตหีบ และพบบ้างที่ กรุงเทพฯ โดยทางมูลนิธิมีเจตนาดีท่ีจะให้เด็กเหล่านี้มีความเป็นอยู่ที่ดี เป็นท่ียอมรับใน สังคม เป็นพลเมืองที่ดีและเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยในอนาคต” (สจช. ก/ป 52511/22 ปัญหาเมียเช่าและลูกคร่ึงไทย-อเมริกัน อ้างใน ยุวรี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.95) สว่ นกิจการสถานบันเทงิ และธุรกจิ บรกิ ารทัว่ ประเทศต่างประสบปัญหาขาดทุนหลายราย ดังตวั อย่างท่ีตาคลี ซ่ึงบรรดานายทุนตา่ งคาดหวังจะแสวงหากาไรจากทหารอเมรกิ ันเหลา่ น้ี “ผู้ท่ีเดือดร้อนและกระทบกระเทือนจากการถอนทหารนี้คือ นายทหารชั้น ประทวนยศอยา่ งสงู ถึงจา่ ซง่ึ ไปเช่าซือ้ ผ่อนรถเก๋งมาทาแท็กซี่รับ จี.ไอ. จากแค้มป์เข้ามา ตลาดเที่ยวละ 1 ดอลลาร์ เม่ือไอจีถอนตัวออกไป การหากินก็ลาบาก ค่าซื้อรถก็ยังผ่าน ไม่หมดจึงเป็นเร่ืองท่ีหนักใจมาก อาจถูกยึดรถคืนก็ได้ รถท่ีนายทหารช้ันประทวนซ้ือ ผ่อนมาวิ่งหากินท่ีตาคลีมีทั้งหมด 40 คัน สาหรับภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่าซ่ึงเคยเฟื่องฟู ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ฝืดมากบรรดาพ่อค้าที่ลงทุนสร้างบาร์ไนต์คลับรับ จี.ไอ. ต่าง

77 รับผลกระทบไปตาม ๆ กัน เช่น บาร์ฟ็อกซ์ของนายวิชัย แซ่ตั้ง ลงทุน 280,000 บาท บอกหมดตัวไม่รู้จะทายังไง บาร์แพนเอมของนายมะยม เอ่ียมรอด ลงทุนไปประมาณ 1 ลา้ นบาท ยังปิดออยู่ บาร์ชิคาโก้ของนายศรีชา ตาฆวัฒน์ ลงทุนไป 400,000 บาทเม่ืออีไอ ถอนกาลังออกไปก็ต้องบทุบท้ิงกลับไปทาพืชไร่แต่รอดตัวเพราะพืชไร่ยังมีราคาดี บาร์กรังด์ปรีซ์ก็ถูกทุบท้ิงไปแล้ว” (สจช. ก/ป5/2517/8 (2) การถอนทหารสหรัฐออกจาก ประเทศไทยและการแทรกแซงของ ซี.ไอ.เอ. อ้างใน ยุวรี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.96) เห็นได้ชัดเจนว่า มีกลุ่มคนจานวนไม่น้อยท่ีมองเห็นว่าการลงทุนในกิจการสถานบันเทิง เพ่ือรองรับทหารอเมริกันมีความคุ้มค้ากับจานวนเงินท่ีลงทุนไป แต่เมื่อสหรัฐฯ ถอนทัพออกจาก ประเทศไทย บรรดานักลงทุนเหล่าน้ีต่างประสบปัญหาขาดทุนอย่างมากทาให้ต้องกลับไปทาอาชีพ พ้ืนฐานด้ังเดิมคือเกษตรกรรม ทาให้สันนิษฐานว่า สถานบันเทิงต่าง ๆ มีการปรับปรุงกลยุทธ์ทางการค้า เพ่ือความอยู่รอดของตน โดยเฉพาะสถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่หันมาให้ความสาคัญกับ นกั ทอ่ งเทย่ี วชาวตา่ งชาตแิ ละชาวไทยซงึ่ เน้นกลมุ่ วยั รนุ่ เพม่ิ มากขน้ึ ภาพท่ี ฎ.1 การประท้วงของนักศกึ ษาและประชาชนเพื่อเรียกรอ้ งให้สหรัฐฯ ถอนกาลงั ออกจากประเทศไทย ท่มี า : https://doct6.com ผลกระทบจากสถานบันเทิงที่รองรับบรรดาทหารอเมริกันมักจะมีผู้หญิงเข้ามาให้บริการ และนาไปสู่การลักลอบค้าประเวณี สถานบันเทิงที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยน้ันเป็นการหาความสาราญจาก การกิน ด่ืม ฟังดนตรี เต้นรา ก็เริ่มเปล่ียนมาเป็นการมีผู้หญิงคอยให้บริการความสาราญแก่บรรดา ทหารอเมรกิ นั ซ่งึ ไม่ตา่ งอะไรกบั การมีผ้หู ญงิ ปลอบขวัญใหแ้ ก่ทหารญี่ป่นุ เมื่อคราวสงครามโลกครั้งท่ี 2 อาชพี เกิดใหม่เหล่านเ้ี กดิ มาเมือ่ ปี พ.ศ. 2511

78 “....ในซอยเอกมัยมีบ้านเช่าหลักเล็กๆ รูปทรงคล้ายคลึงกันเรียงรายอยู่กลุ่มหนึ่ง ชาวบ้านแถวน้ีเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “หมู่บ้านเมียเช่า” โดยสาวไทยทามาหากินกับชาวต่างชาติ หรือ “เป็นเมยี ช่วั คราวนนั่ เอง”....” (เดลินวิ ส์คอลัมน์ เหนือ ใต้ ออก ตก วันพฤหัสบดีที่ 1 ก.พ. 2511 ฉบับที่ 6734, 3. อา้ งใน ยวุ รี โชคสวนทรพั ย์, 2554: น.97) ควรกล่าวไว้ด้วยว่า หลังจากสงครามโลกครั้งท่ีสองได้ปิดฉากลง ทิศทางและแนวคิดของ ผู้คนในสังคมไทยมีโอกาสได้รับความบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ มากข้ึนหลังจากท่ีถูกปิดกันอย่างจากัด ในช่วงสงครามโลกครั้งท่ี 2 ระยะนี้ความสัมพันธ์ระหวา่ งไทยกับชาติพันธมิตรมหาอานาจอย่างสหรัฐฯ มีความแน่นแฟ้นมากขึ้น ทาให้คนไทยยินดีรับอิทธิพลทางวัฒนธรรมในทุก ๆ ด้านจากสหรัฐฯ การเข้ามา ของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบอย่างมีนัยยะสาคัญและต่อเนื่องต่อวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะวัฒนธรรม ความบนั เทิงเพื่อการท่องเท่ียว เนื่องจากสถานบันเทิงรูปแบบใหม่น้ีไม่เหมาะแก่คนไทยแต่เป็นไปเพ่ือ รองรับทหารอเมริกัน ทาให้รัฐบาลต้องออกพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 เพื่อควบคุมการ ดาเนนิ กจิ การดังกล่าวใหเ้ ป็นไปด้วยความเรียบร้อยในสังคม (ยุวรี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.101) ภาพท่ี ฎ.2 ภาพถา่ ยจากมุมสูงของฐานทพั สหรัฐฯ ในประเทศไทย ทีม่ า : https://www.blockdit.com ธเนศ วงศ์ยานนาวา ได้ให้ความเห็นเก่ียวกับการบริโภคนิยมว่า ผู้คนสมัยใหม่ให้ ความสาคัญกับการบริโภคประหน่ึงพระผู้เป็นเจ้าที่สถิตอยู่ทุกแห่งหน (ธเนศ วงศ์ยานนาวา, ปฎิวัติ บริโภค : จากส่ิงของฟมุ่ เฟอื ยมาสูส่ ิ่งจาเป็น อ้างใน ยุวรี โชคสวนทรพั ย์, 2554: น.103-104) ในช่วงปลายของสงครามเย็น ระหว่าง พ.ศ. 2521-2530 เป็นช่วงเวลาท่ีภาครัฐเริ่มเข้า มามีส่วนสาคัญในการควบคุมและดูแลกิจการสถานบันเทิงอย่างจริงจัง หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ทาการ ถอนกาลงั ทหารออกจากประเทศไทยโดยสมบรู ณ์ บรรดาสถานบันเทิงจึงต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยหันมาให้ความสาคัญกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางท่องเท่ีย วภายในประเทศไทย และกลุ่มของคนไทยที่ชื่นชอบความบันเทิงดังกล่าว รวมทั้งการรับเอาวัฒนธรรมความบันเทิงจาก

79 ตะวันตกมาใช้ทาให้สถานบันเทิงขยายตัวพร้อมรับวัฒนธรรมความบันเทิงรูปแบบใหม่ ในระยะนี้ รัฐบาลได้ทาการแก้ไขพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2525 เพ่ือทบทวนกฎหมายและปรับบาง มาตราเพอ่ื ปรับใช้กับบรบิ ทของสังคมที่เปล่ียนไป (ยุวรี โชคสวนทรัพย์, 2554: น.105) ภาพท่ี ฎ.3 ภาพถา่ ยสนามบินอดุ รธานใี นชว่ งที่กองทัพสหรัฐฯ กาลงั ถอนกาลังทหาร ท่ีมา : https://laothai.org

ภาคผนวก ฏ วิวัฒนาการของการทอ่ งเทย่ี วไทยในชว่ งสงครามเยน็

80 วิวฒั นาการของการท่องเท่ยี วไทยในช่วงสงครามเย็น การท่องเทยี่ วในช่วง พ.ศ. 2503-2530 ได้ขยายตัวอย่างมากทั้งในด้านสถานท่ีท่องเท่ียว และบริการ นอกจากน้ี นักท่องเท่ียวชาวไทยที่แต่เดิมจากัดอยู่แต่ในเฉพาะกลุ่มชนน้ันนา แต่เมื่อ การพัฒนาประเทศทาให้เกิดความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมทาให้แนวคิดเร่ืองการท่องเท่ียว ขยายวงกว้างมาสูแ่ วดวงของประชาชนคนทว่ั ไปมากขน้ึ ลักษณะของการท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะใหญ่ (ป่ินเพชร จาปา, 2545: น.184) ดังน้ี 1) ลักษณะของการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว เป็นการบริการแบบไม่ต้องใช้บริการ ของบริษัทท่องเที่ยวโดยนักท่องเท่ียวเดินทางและกาหนดจุดแวะพักด้วยตนเอง อาจจะไปกับกลุ่มเพ่ือน หรือเดินทางเป็นครอบครัว ผ่านยานพาหนะต่าง ๆ เช่น เคร่ืองบิน รถไฟ รถประจาทาง และรถเช่า เป็นต้น การท่องเทยี่ วในลักษณะนผี้ ู้เดินทางสามารถไปทีใ่ ดก็ไดโ้ ดยอิสระ ช่วงเวลาของการเดินทางคือ ช่วงปิดภาคเรียน และวันหยดุ สุดสัปดาห์หรอื เทศกาลวนั นักขตั ฤกษต์ า่ ง ๆ ฤดกู ารทอ่ งเท่ียวจะเป็นช่วง ระหว่างเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม เน่ืองจากเป็นฤดูร้อนเหมาะแก่การเดินทางไม่มีฝนตกซ่ึงเป็น อุปสรรคของการเดินทาง ส่วนช่วงเดือนกันยายน-มกราคม เป็นช่วงท่ีมีอากาศหนาวเย็น ทาให้มี ดอกไม้และทะเลหมอกตามยอดภู ยอดดอย นักท่องเท่ียวจึงนิยมท่องเท่ียวในช่วงน้ีโดยเฉพาะไปยัง ภาคเหนอื ภาพที่ ฏ.1 วิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในช่วงปลายสงครามเยน็ ทีม่ า : Facebook ของ Santi Doungchan (สืบค้นเมื่อ วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564)

81 นอกจากน้ี การท่องเท่ียวแบบสว่ นตวั อีกลกั ษณะหนึ่งคือ การท่องเท่ียวไปกับเพื่อน ในสถานศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่า “ทัศนศึกษา” การจัดการท่องเท่ียวแบบน้ีส่วนใหญ่จะเป็น การเดินทางทอ่ งเทีย่ วนอกสถานทแ่ี ลนยิ มจดั ในสถาบนั การศึกษาตั้งแต่ประถมศกึ ษาอุดมศึกษา 2) ลักษณะการท่องเทยี่ วเชงิ ธรุ กิจ เป็นการทอ่ งเที่ยวในรูปแบบของบริษัทนาเท่ียว เพ่ือลดมลภาวะในการจัดการด้านต่าง ๆ เช่น การเดินทาง สถานท่ีพักแรม และมัคคุเทศก์ เป็นต้น แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยวแบบเชิงธุรกิจจะมีอัตราค่าใช้จ่ายมากกว่าการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว แต่ก็ ได้รับความสะดวกสบายในการบรกิ ารต่าง ๆ นอกจากน้ี การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจส่วนใหญ่นักท่องเที่ยว จะเข้าพักในโรงแรมหรือรีสอร์ทที่บริษัทนาเที่ยวจัดไว้และรับประทานหารเช้าหรืออาหารเย็นใน โรงแรม เปน็ ต้น ภาพท่ี ฏ.2 วถิ ชี วี ติ ของคนกรุงเทพฯ ในชว่ งปลายสงครามเย็น ท่มี า : Facebook ของ Santi Doungchan (สบื คน้ เมอื่ วันท่ี 28 กนั ยายน พ.ศ. 2564) การขยายตวั ของโรงแรมทาให้คนสว่ นใหญ่ทีส่ ามารถท่องเท่ียวได้ มกั เป็นชนชั้นกลางและ ผู้ที่มีรายได้สูง ได้รับความสะดวกสบายอย่างมากในเรื่องท่ีพักและอาหารการกิน เพราะแต่เดิมมี โรงแรมในเมืองตากอากาศท่ีหัวหินเท่าน้ัน เม่ือกิจการขยายตัวของกิจการโรงแรมขยายตัวข้ึนและ กระจายตัวอยู่ตามแหล่งท่องเท่ียวต่าง ๆ ทาให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบายด้านห้องพักและ อาหารการกินในโรงแรมมีให้เลือกหลายระดับราคาตามแต่กาลังทรัพย์ท่ีจะจ่ายได้ (ป่ินเพชร จาปา, 2545: น.192) การจดั การสง่ เสริมการท่องเท่ียวโดย ททท. และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นการสร้าง ความหมายและภาพลักษณข์ องไทยใหเ้ ปน็ เมอื งแหง่ ประวัติศาสตร์ และประเพณีวัฒนธรรม และเมือง ท่มี ปี า่ ไม้ ชายทะเล และธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เพื่อใหน้ ักท่องเทีย่ วทัง้ ชาวไทยและชาวต่างชาติเห็นว่า ประเทศไทยเป็นสถานท่ีท่องเท่ียวทีมีคุณภาพและหลากหลายในสิ่งที่น่าสนใจทางการท่องเท่ียว

82 โดยเฉพาะในสายตาของนกั ท่องเท่ยี วชาวต่างชาติเล็งเห็นว่าเป็นดินแดนของเซ็กซ์ทัวร์ (เสรี วังไพจิตร และมีชัย วีระไวทยะ, 2540: น.72-76) เม่ือการท่องเที่ยวขยายตัวและได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ โดยการก่อตั้งองค์การส่งเสริม การท่องเท่ียว (อสท.) ท่ีต่อมาคือการท่องเท่ียวแห่งประเทศไทย (ททท.) ธุรกิจท่ีเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว กข็ ยายและปรับตัวตามไปดว้ ย อาทิ กิจการโรงแรม บริษัทนาเที่ยว ร้านอาหารและภัตตาคาร ร้านค้า ของท่รี ะลกึ เป็นตน้ โดยเฉพาะกิจการโรงแรมและบริษัทนาเที่ยว ตั้งแต่ช่วงหลัง พ.ศ. 2503 การท่องเที่ยว ไทยกลายเป็นการท่องเท่ียวเชงิ ธุรกิจอยา่ งเตม็ รปู แบบ (ปิน่ เพชร จาปา, 2545: น.190-191) ในปี พ.ศ. 2503 นอกจากเปน็ ปีท่ีรัฐบาลให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการแล้ว ในด้านของอุตสาหกรรมการบิน ได้มีการปิดตัวสายการบินสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการโดยภายใต้ สัญลักษณ์ “ตกุ๊ ตาราไทย” ซง่ึ ออกแบบโดย หมอ่ มเจา้ ไกรสิงห์ วุฒไิ ชย และเป็นผู้ออกแบบเคร่ืองแบบ พนกั งานรนุ่ แรกอกี ด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ได้วา่ จ้างให้ วอลเตอร์ แลนเดอร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ ออกแบบโลโกใ้ หใ้ หม่ จากนั้นราวปลายปี พ.ศ. 2517 คณะผู้แทนการบินไทยเดินทางไปพิจารณาเลือกแบบ ซึ่งคณะผู้ออกแบบนาเสนอกว่าสิบภาพ โดยภาพดอกบัวโดดเด่นท่ีสุด เนื่องจากมีสีสันกลมกลืนสดใส แต่มีผู้แทนคนหนึ่งเห็นว่า การบินไทยใช้ช่ือบริการว่าเอ้ืองหลวง หากใช้สัญลักษณ์ดอกบัวก็เป็นการ ขัดกัน ต่อมาในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2520 เดินอากาศไทยนาภาพดอกบัวดังกล่าว มาใช้เป็นตรา สัญลกั ษณใ์ หม่ แทนภาพชา้ งเอราวณั สามเศยี รอยูก่ ลางตราอาร์ม สองข้างซ้ายขวาประกอบด้วยภาพปี กนกซอ้ นทับบนปกี เครอ่ื งบนิ โดยในปีถัดมา (พ.ศ. 2518) คณะผู้ออกแบบพยายามดัดแปลงแก้ไขจากแบบท่ีเลือกไว้แล้ว จึงได้แบบที่คณะผู้แทนการบินไทยเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ จึงนามาใช้เป็นตราสัญลักษณ์ใหม่ ซ่ึงคณะ ผู้ออกแบบอธิบายว่าเป็นภาพใบเสมา ซ่ึงพบเห็นทั่วไปในประเทศไทย โดยจับวางตะแคงข้างเพ่ือ ต้องการสอ่ื ถึงความเร็ว เนื่องจากนามาใช้กับสายการบิน สาหรับสีทองมาจากแสงอร่ามของวัดวาอารามใน ประเทศไทย สีม่วงสดมาจากกล้วยไม้ ดอกไม้สัญลักษณ์ของการบินไทย ส่วนสีชมพูมาจากดอกบัว (การบินไทย, สบื คน้ เม่ือ วนั ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2564) “ชพิ กะเดลนส่ี องพนี่ ้อง ขายของในคลอง ในกองเรามีแต่ถว่ั ดี ๆ เพิ่งเดด็ สด ๆ มากนิ ให้หมด” จากบทความเรื่อง Our Floating Dreams : ตลาดนา้ ดิสนีย์ และความเปน็ ไทยในสมยั สงครามเย็น โดย ธนาวิ โชตประดิษฐ

83 การนาเสนอความเป็นไทยผ่านสื่อสามารถพบเห็นได้มากมายและมีความหลากหลาย ธนาวิ โชตประดษิ ฐ ได้เขยี นบทความ เร่ือง Our Floating Dreams : ตลาดน้า ดิสนีย์ และความเป็น ไทยในสมัยสงครามเย็น โดยมีใจความสาคัญเก่ียวกับรูปแบบการนาเสนอความเป็นไทยผ่านตลาดน้า อนั เตม็ ไปดว้ ยวถิ ชี วี ิตเรียบง่าย อาหารไทย และเอกลักษณ์ของการทอ่ งเที่ยวตลาดน้าท่ีมีตัวละครหลัก อาทิ มกิ กเ้ี มาส์ มนิ น่ีเมาส์ ชิฟกบั เดล เป็นตวั ดาเนนิ เร่อื ง การใหค้ วามหมายของการท่องเท่ียววิถีชุมชนผ่าน การขายของในคลองซ่ึงเป็นสิ่งท่ีสื่อถึงอัตภาพของสังคมไทยในช่วงสงครามเย็นได้เป็นอย่างดี (ธนาวิ โชตประดิษฐ, Our Floating Dreams : ตลาดน้าดิสนีย์และความเป็นไทยในสมัยสงครามเย็น, บทความ ออนไลน์ The 101 World, 2019) ภาพท่ี ฏ.3 ภาพตลาดน้าในมุมมองของดสิ นยี ์ ทมี่ า : https://www.the101.world

ภาคผนวก ฐ ตวั อย่างแบบประเมนิ ความสอดคลอ้ งของขอ้ คาถามประกอบการสมั ภาษณ์

84 แบบประเมินค่าดชั นคี วามสอดคล้อง (IOC) ของประเดน็ ข้อคาถามประกอบการสัมภาษณ์กลมุ่ ผเู้ ช่ียวชาญเพ่ือศกึ ษา เรื่อง การศึกษาวิวฒั นาการของการท่องเท่ียวไทยในสมัยสงครามเย็น พ.ศ. 2490-2530 คาช้ีแจง 1. แบบประเมนิ ฉบบั น้ี อยูใ่ นขัน้ ตอนของการศกึ ษาเรือ่ ง “การศึกษาวิวัฒนาการของการ ทอ่ งเท่ียวไทยในสมยั สงครามเยน็ พ.ศ. 2490-2530/1947-1987” 2. แบบประเมินฉบับนี้มุ่งตรวจสอบ เพื่อหาความเที่ยงตรง (Validity) การวิเคราะห์ดัชนี ความสอดคล้อง (Index of item objective congruence: IOC) ของข้อคาถามและข้อเสนอแนะ ของกลุ่มผเู้ ช่ยี วชาญ เพื่อนาไปปรบั ปรุงแบบสัมภาษณ์ให้สมบรู ณย์ งิ่ ขน้ึ 3. แบบประเมินฉบบั นี้มีทั้งหมด 2 ตอน ตอนที่ 1 แบบประเมินความสอดคลอ้ งของข้อคาถามประกอบการสัมภาษณ์ ตอนท่ี 2 ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ 4. ขอความอนุเคราะห์ท่านผู้ทรงคุณวุฒิหรือท่านผู้เช่ียวชาญ ช่วยพิจารณาข้อคาถามว่า มคี วามสอดคล้องกบั ตัวแปรและวตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั ครง้ั นหี้ รือไม่ ด้วยการให้คะแนนในแต่ละข้อ คาถามในระบบ IOC โดยการทาเครื่องหมาย  ลงในช่องวา่ ง เกณฑก์ ารให้คะแนนในระบบ IOC 1) ให้ 1 คะแนน เม่ือแน่ใจว่าข้อน้ันมีเน้อื หาท่ีสอดคลอ้ งกบั ตัวแปรและวัตถุประสงค์ท่ี ตอ้ งการศกึ ษา 2) ให้ 0 คะแนน เม่อื ไมแ่ น่ใจว่าข้อนั้นมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับตัวแปรและวัตถุประสงค์ ทต่ี อ้ งการศึกษา 3) ให้ -1 คะแนน เมอ่ื แนใ่ จว่าข้อน้ันมีเนอ้ื หาไม่สอดคล้องกับตวั แปรและวัตถุประสงค์ ทีต่ ้องการศึกษา 5. ขอความกรุณาท่านผู้ทรงคุณวุฒิหรือท่านผู้เชี่ยวชาญ ให้ข้อเสนอแนะหรือความ คดิ เห็นเพม่ิ เตมิ ในประเด็นท่ียงั ไมส่ มบูรณ์ โดยเขยี นขอ้ เสนอแนะไว้ท้ายขอ้ ความนั้นๆ ผวู้ จิ ัยขอขอบพระคณุ ในความกรณุ าของท่านมา ณ โอกาสน้ี คณะผวู้ ิจัย นกั ศกึ ษาระดับประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชัน้ สูง (สาขาวชิ าการทอ่ งเทีย่ ว ทวิภาค)ี วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาสุราษฎร์ธานี

85 ตอนท่ี 1 แบบประเมนิ ความสอดคล้องของข้อคาถามประกอบการสัมภาษณ์ แบบประเมินนี้ มคี วามตอ้ งการสอบถามเกี่ยวกับความสอดคล้องของข้อคาถามประกอบ การสัมภาษณ์ เรื่อง “การศึกษาวิวัฒนาการของการท่องเท่ียวไทยในสมัยสงครามเย็น พ.ศ. 2490-2530/ 1947-1987” จานวน 6 ข้อ โปรดอ่านและพิจารณาตอบคาถาม โดยทาเครื่องหมาย ลงในช่อง ระดับความคิดเหน็ ที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สดุ เพียง 1 ขอ้ คาชี้แจงสาหรับผู้เช่ียวชาญ : โปรดพิจารณาว่าข้อคาถามประกอบการสัมภาษณ์ สอดคล้องกับตัว แปรหรือวตั ถุประสงคข์ องการวิจยั หรอื ไม่ โปรดทาเครือ่ งหมาย  ลงในช่องระดับความคิดเห็นท่ีตรง กบั ความคิดเห็นของท่านมากท่สี ุด ท่ี ข้อคาถาม ความเหน็ ผ้เู ชย่ี วชาญ ข้อเสนอแนะ +1 0 -1 1) ในช่วงสงครามเย็นรัฐไทยมีการดาเนินนโยบายหรือให้ ความสาคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว อย่างไรบ้าง แ ล ะ ส่ ง ผ ล ต่ อ ก ร ะ บ ว น ก า ร ขั บ เ ค ลื่ อ น อุ ต ส า ห ก ร ร ม ทอ่ งเทยี่ วมากหรอื นอ้ ยเพียงใด 2) ปัจจัยแวดล้อมท่ีมีส่วนเก่ียวข้องกับกระบวนการส่งเสริม การทอ่ งเท่ยี วไทยมีอะไรบ้าง 3) บทบาทของความหลากหลายทางเพศและอุตสาหกรรมทาง เพศ มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กันในลักษณะ ใดบ้างต่ออุตสาหกรรมท่องเท่ียวไทย และการมีอยู่ของ กองทพั สหรฐั ฯ ในพ้นื ท่ตี ่าง ๆ 4) ภายหลังจากการถอนกาลังทหารสหรัฐฯ ออกจาก ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างไร และรัฐไทยมีท่าที อยา่ งไรบ้าง 5) ในช่วงเหตุการณ์สาคัญทางการเมือง (14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519) มีผลกระทบต่อทิศทาง ของการ ทอ่ งเทยี่ วไทยในลักษณะใดบา้ ง 6) ในทศั นะของทา่ น ท่านมีความเห็นอย่างไรบ้าง เก่ียวกับ มรดก จากสงครามเย็นที่มีความเชื่อมโยงสอดคล้อง กับการ ท่องเทย่ี วและยงั คงหลงเหลอื อยู่มาจนถงึ ปัจจุบัน

86 ขอ้ เสนอแนะของผ้เู ช่ียวชาญ ผู้วจิ ยั ขอขอบพระคณุ ในความกรณุ าของท่านมา ณ โอกาสน้ี ลงชื่อ ) ( ผู้ทรงคณุ วุฒิ/ผู้เช่ยี วชาญ

ภาคผนวก ฑ แบบขอความอนเุ คราะหเ์ ป็นอาจารยท์ ี่ปรกึ ษา







ภาคผนวก ฒ แบบประเมนิ ค่าดัชนคี วามสอดคล้องของขอ้ คาถาม ประกอบการสัมภาษณ์ (IOC)









































ภาคผนวก ณ ภาพการนาเสนอและประเมนิ ผลการศกึ ษา

111 ภาพการนาเสนอและประเมนิ ผลการศกึ ษา วนั จันทรท์ ่ี 27 เดอื นกนั ยายน พ.ศ. 2564 ผา่ นชอ่ งทาง Google Meet …………………………………………………………………………………… ภาพท่ี ณ.1 ภาพการนาเสนอผลการศึกษา ในหวั ขอ้ “วิวฒั นาการของการทอ่ งเท่ียวไทย ในสมัยสงครามเย็น พ.ศ. 2490-2530” ภาพท่ี ณ.2 ภาพการนาเสนอผลการศกึ ษาแนะนาผเู้ ช่ียวชาญและผทู้ รงคณุ วุฒิ ภาพท่ี ณ.3 ภาพการนาเสนอผลการศึกษาส่วนของขัน้ ตอนดาเนนิ การศึกษา

112 ภาพการนาเสนอและประเมินผลการศึกษา วนั จนั ทร์ที่ 27 เดือนกันยายน พ.ศ. 2564 ผ่านช่องทาง Google Meet …………………………………………………………………………………… ภาพท่ี ณ.4 ภาพการนาเสนอผลการศกึ ษาส่วนของเครอื่ งมือที่ใช้ในการศึกษา ภาพท่ี ณ.5 ภาพการนาเสนอผลการศกึ ษาภายหลังการถอนกาลังทหารของสหรัฐอเมริกา ออกจากประเทศไทย ภาพท่ี ณ.6 ภาพการนาเสนอผลการศกึ ษา ช่วงการตอบคาถามและสรุปประเด็น